Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดการเรียนรู้ ว31102

แผนการจัดการเรียนรู้ ว31102

Published by Saovaluck Tornonsung, 2021-05-09 05:54:30

Description: แผนการจัดการเรียนรู้ ว31102

Search

Read the Text Version

แบบประเมนิ การสงั เกตพฤติกรรมนกั เรียนรายบุคคล ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4/4 สังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรวู้ ันที่.......................เดือน................................................พ.ศ.................................. เกณฑ์การใหค้ ะแนน รวม ระดับ ที่ ชื่อ – สกลุ ความตง้ั ใจ ความสนใจ การตอบ มีส่วนร่วมใน (16) คุณภาพ ในการเรียน และการ คาถาม กจิ กรรม (4) 1 นายนรวิชญ์ จนั ตะ๊ นาเขต ซกั ถาม (4) 2 นายสุวนิ ัย ไชยชนะ (4) (4) 3 นายขจรเกียรติ ขันธพนั ธ์ 4 นายจกั รพรรดิ์ รู้อา่ น 5 นายจิรวฒั น์ ปงิ เมือง 6 นายฐิติกร นันทะเสน 7 นายพงศธร เตชะนนั ท์ 8 นายมานะ นันทะเสน 9 นายปิยะวัฒน์ ผะกา่ คาแหลง 10 นายศาศวตั พลยทุ ธศาสตร์ 11 นายสุภัทร อนิ ถานา 12 นายฐติ ิวฒุ ิ จอมลนุ 13 นายวชั รพงค์ มลู บวั ภา 14 นายสงกรานต์ สริ ภิ มู ิ เกณฑ์การให้คะแนนดงั ตารางแนบทา้ ย ลงช่ือ................................................................ผ้ปู ระเมนิ ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ ...................../..................../................... 14-16 ดีมาก 11-13 ดี เกณฑก์ ารประเมนิ ในการสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ ดงั น้ี 8-10 พอใช้ 0-7 ปรับปรุง เกณฑ์การสรุปผลการประเมิน นกั เรยี นท่ไี ด้ระดบั คณุ ภาพพอใชข้ ึน้ ไป ถือว่า ผา่ น

เกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผลการสงั เกตพฤตกิ รรมนักเรยี นรายบุคคล ประเด็นการ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ประเมิน ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ต้องปรบั ปรงุ (1) 1. ความตั้งใจใน การเรียน สนใจในการเรียนไมค่ ยุ สนใจในการเรียนคุยกนั สนใจในการเรียนคุยกนั ไมส่ นใจในการเรยี น 2. ความสนใจ หรือเล่นกันในขณะเรยี น เล็กน้อยในขณะเรยี น และเลน่ กันในขณะเรยี น คยุ และเล่นกนั ในขณะ และการซกั ถาม เปน็ บางครง้ั เรยี น 3. การตอบ คาถาม มกี ารถามในหัวขอ้ ท่ีตนไม่ มีการถามในหัวขอ้ ท่ีตน มีการถามในหวั ขอ้ ทตี่ น ไมถ่ ามในหัวข้อทีต่ น 4. มสี ่วนร่วมใน เขา้ ใจทุกเรือ่ งและกล้า ไมเ่ ขา้ ใจเป็นสว่ นมาก ไม่เข้าใจเปน็ บางคร้งั ไมเ่ ขา้ ใจและไม่กลา้ กิจกรรม แสดงออก และกลา้ แสดงออก และไม่คอ่ ยกลา้ แสดงออก แสดงออก รว่ มตอบคาถามในเรือ่ งที่ รว่ มตอบคาถามในเร่อื ง รว่ มตอบคาถามในเรื่อง ไม่ตอบคาถาม ครถู ามและตอบคาถามถูก ทีค่ รถู ามและตอบ ทคี่ รูถามเปน็ บางครัง้ ทกุ ข้อ คาถามสว่ นมากถูก และตอบคาถามถกู เป็น บางคร้ัง ร่วมมือและช่วยเหลือ รว่ มมอื และช่วยเหลอื รว่ มมอื และชว่ ยเหลือ ไม่มีความร่วมมือ เพื่อนในการทากจิ กรรม เพอ่ื นเปน็ สว่ นใหญใ่ น เพอื่ นในการทากิจกรรม ในขณะทากิจกรรม การทากจิ กรรม เปน็ บางครั้ง

แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 4/1 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรวู้ ันที่.......................เดือน................................................พ.ศ.................................. เกณฑก์ ารให้คะแนน ลาดบั ชื่อ – สกุล การปฏิสมั พนั ธก์ ัน การสนทนาเรอ่ื ง การ พฤตกิ รรมการ รวม ระดบั ท่ี (4) ทก่ี าหนด ติดต่อสอ่ื สาร ทางานกลมุ่ (16) คุณภาพ (4) (4) (4) 1 นายไทยทศั น์ ภนู สวุ รรณ์ 2 นายพีระพฒั น์ เจงิ ชยั ภมู ิ 3 นายวรากร ธรรมวงค์ 4 นายรัชชานนท์ เมธีสทิ ธกิ ลุ 5 นางสาวปรษิ ญา ประสทิ ธิ์ 6 นางสาวพัทธธ์ ีรา ต่อมคา 7 นางสาวจุฬารตั น์ พุทธวงค์ 8 นางสาวณัฐณิชา ปญั ญาอน่ิ แก้ว 9 นางสาวณัฐธดิ า สทุ ธะ 10 นางสาวปรยิ ากร จองรตั น์ 11 นางสาวมณฑติ า บวั เสี้ยว 12 นางสาวอรจิรา ศรอี อ่ น 13 นางสาวจริญาภรณ์ กมุ กัน 14 นางสาวชญานิศ วงคจ์ ักร 15 นางสาวสุดารัตน์ วชิ า 16 นางสาวเฌอกาญจน์ ปัญญาสุ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนดงั ตารางแนบท้าย ลงชอื่ ................................................................ผู้ประเมิน เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ ...................../..................../................... ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ 14-16 ดีมาก เกณฑ์การสรปุ ผลการประเมิน 11-13 ดี นกั เรยี นท่ีไดร้ ะดับคณุ ภาพพอใช้ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน 8-10 พอใช้ 0-7 ปรับปรงุ

แบบประเมนิ การสังเกตพฤติกรรมการทางานกล่มุ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4/2 สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้วันท่ี.......................เดือน................................................พ.ศ.................................. เกณฑ์การให้คะแนน ลาดับ ชอ่ื – สกุล การปฏิสมั พันธก์ นั การสนทนาเรอ่ื ง การ พฤตกิ รรมการ รวม ระดบั ที่ (4) ทางานกลุ่ม (16) คุณภาพ ท่กี าหนด ติดตอ่ สอ่ื สาร (4) (4) (4) 1 นายชยั ภัส พาลพล 2 นายกิตติพงษ์ ธรรมวงค์ 3 นายประสพโชค แซล่ ี 4 นายธัชนนท์ แก้วระกา 5 นายกฤศธัช เปรมทอง 6 นายธรี ภทั ร พงศ์พชร 7 นายณัชพล สมโรย 8 นายนนทพัทธ์ วงิ่ พิมาย 9 นายวราวุธ กมุ กนั 10 นางสาว ญาณิศา จันทิมา 11 นางสาว ประวีณา ธะนะ 12 นางสาว รัตนมณี แตงอ่อน 13 นางสาว เอ้ือองั กรู หลใี จ 14 นางสาวจริ ภญิ ญา ปัญญาอน่ิ แกว้ 15 นางสาวเจนจริ า เมอื งมลู 16 นางสาวปราญชลี เมืองใจ 17 นางสาวฐติ พิ ร บุญแกว้ 18 นางสาวฐิตนิ ันท์ กอ้ นศรีลา 19 นางสาวพรรณกาญจน์ ตากองค์ 20 นางสาวอชิรญา ทา่ ล้อ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนดงั ตารางแนบทา้ ย ลงชื่อ................................................................ผู้ประเมนิ ...................../..................../................... เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ เกณฑ์การสรุปผลการประเมนิ 14-16 ดมี าก นักเรียนทไี่ ด้ระดับคณุ ภาพพอใชข้ ้นึ ไป ถอื วา่ ผ่าน 11-13 ดี 8-10 พอใช้ 0-7 ปรบั ปรงุ

แบบประเมนิ การสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4/3 สงั เกตพฤติกรรมการเรียนร้วู นั ท่ี.......................เดอื น................................................พ.ศ.................................. เกณฑ์การให้คะแนน ลาดบั ช่อื – สกลุ การปฏิสมั พันธก์ นั การสนทนาเรือ่ ง การ พฤติกรรมการ รวม ระดบั ท่ี (4) ทางานกลมุ่ (16) คุณภาพ ทกี่ าหนด ตดิ ตอ่ สอื่ สาร (4) (4) (4) 1 นายวรี ยทุ ธ พงศพ์ ัชร 2 นายจารวุ ัฒน์ แซ่ซิว 3 นายทติ ินันต์ ปอแสง 4 นายสมศักดิ์ แซห่ ยงิ่ 5 นายสรุ ตั น์ แซ่เห้อ 6 นายนคเรศ แซย่ ่าง 7 นายวรเวช ลี 8 นายไชยวัฒน์ ยเู บีย 9 นางสาวพัณณติ า ยอดมณีบรรพต 10 นางสาวรจุ ฬิ า กลู ต๊ะ 11 นางสาวภมู ิณฐั ดา ธนสธิ เทพธิฤทธ์ิ 12 นางสาวภัสดา มาเยอะ 13 นางสาวณิชกมล แซ่ท่อ 14 เด็กหญงิ พรรณราย เหลก็ ดี 15 นางสาวภัทรชริ าภรณ์ ใจบญุ มา 16 นางสาวกนกวรรณ นะลี 17 นางสาวหมี่จู แซเ่ หมา 18 นางสาววชิ ดุ า แซเ่ ฮอ้ 19 นางสาวรชั ฎาภรณ์ หมัน่ พัฒนาการ เกณฑ์การให้คะแนนดังตารางแนบท้าย ลงชอ่ื ................................................................ผู้ประเมิน ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ ...................../..................../................... 14-16 ดีมาก 11-13 ดี เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ 8-10 พอใช้ 0-7 ปรับปรงุ เกณฑ์การสรปุ ผลการประเมิน นักเรยี นทีไ่ ด้ระดับคุณภาพพอใชข้ น้ึ ไป ถือว่า ผ่าน

แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 4/4 สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรวู้ ันที่.......................เดือน................................................พ.ศ.................................. เกณฑก์ ารให้คะแนน ลาดับ ชื่อ – สกลุ การปฏิสมั พนั ธก์ ัน การสนทนาเรอ่ื ง การ พฤตกิ รรมการ รวม ระดบั ที่ (4) ทางานกลมุ่ (16) คุณภาพ ทก่ี าหนด ติดต่อสอ่ื สาร (4) (4) (4) 1 นายนรวิชญ์ จันตะ๊ นาเขต 2 นายสุวินยั ไชยชนะ 3 นายขจรเกยี รติ ขนั ธพันธ์ 4 นายจักรพรรดิ์ รู้อา่ น 5 นายจิรวฒั น์ ปงิ เมือง 6 นายฐติ ิกร นันทะเสน 7 นายพงศธร เตชะนนั ท์ 8 นายมานะ นันทะเสน 9 นายปยิ ะวฒั น์ ผะก่าคาแหลง 10 นายศาศวตั พลยุทธศาสตร์ 11 นายสภุ ทั ร อนิ ถานา 12 นายฐติ ิวุฒิ จอมลนุ 13 นายวัชรพงค์ มลู บัวภา 14 นายสงกรานต์ สริ ภิ มู ิ เกณฑ์การใหค้ ะแนนดงั ตารางแนบท้าย ลงชอื่ ................................................................ผู้ประเมิน เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ ...................../..................../................... ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ 14-16 ดีมาก เกณฑ์การสรปุ ผลการประเมิน 11-13 ดี นกั เรยี นท่ีไดร้ ะดับคณุ ภาพพอใช้ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน 8-10 พอใช้ 0-7 ปรับปรงุ

เกณฑ์การวัดและประเมินผลการสังเกตพฤตกิ รรมนักเรียนรายกลุม่ ประเดน็ การ เกณฑก์ ารให้คะแนน ประเมนิ ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ตอ้ งปรบั ปรุง (1) 1. การ ปฏิสัมพนั ธ์กัน ร่วมมอื และชว่ ยเหลอื เพ่ือน รว่ มมือและช่วยเหลอื ร่วมมอื และชว่ ยเหลอื ไม่ใหค้ วามรว่ มมือ ในขณะทากจิ กรรม 2. การสนทนา ในการทากิจกรรม เพื่อนเปน็ สว่ นใหญใ่ น เพ่อื นในการทากิจกรรม เร่อื งทีก่ าหนด สนทนาไมต่ รงประเดน็ การทากจิ กรรม เป็นบางคร้ัง 3. การ ไมม่ ีการปรกึ ษาครูและ ตดิ ตอ่ ส่อื สาร สนทนาตรงประเด็น สนทนาตรงประเด็น สนทนาตรงประเดน็ เพือ่ นกล่มุ อนื่ ๆ 4. พฤตกิ รรมการ ครอบคลมุ เนอ้ื หา ครอบคลมุ เนอ้ื หา ไม่มีการวางแผนอย่าง ทางาน เป็นระบบ และไม่มี บางส่วน การแบง่ หนา้ ท่ขี อง สมาชิกในกลมุ่ มกี ารปรกึ ษาครูและเพ่อื น มีการปรึกษาครูและ มีการปรึกษาครแู ละ กลมุ่ อ่ืน ๆ เพอ่ื นกลุ่มอ่นื ๆ เปน็ เพอื่ นกลุ่มอนื่ ๆ เป็น สว่ นใหญ่ บางครงั้ มกี ารวางแผนอยา่ งเปน็ มีการวางแผนอยา่ งเป็น มีการวางแผนอย่างเป็น ระบบ และแบง่ หน้าทข่ี อง ระบบ และแบง่ หน้าท่ี ระบบ และแบง่ หน้าที่ สมาชกิ ของสมาชกิ ของสมาชิก ในกลมุ่ ในกล่มุ เป็นสว่ นใหญ่ ในกลุ่มเปน็ บางครง้ั

บันทึกผลหลังการการเรยี นรู้ ขอ้ สังเกต / ข้อคน้ พบ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. แนวทางแก้ไขเพ่ือการปรับปรุงพัฒนา ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ผลการพัฒนา (บนั ทกึ หลังจากท่ไี ดพ้ ัฒนาผู้เรยี นดว้ ยวธิ ีการต่างๆแลว้ ) ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชอ่ื ...............................................ครผู ้สู อน (นางสาวเสาวลกั ษณ์ ตอโนนสงู ) ............./................../.............. ภาคผนวก - เครอ่ื งมือทใ่ี ชใ้ นการวดั ประเมินผล - ใบงาน / ใบกจิ กรรม - แนวคาตอบของใบงาน / ใบกจิ กรรม - แบบบันทกึ การประเมินตา่ ง ๆ - หากในช่ัวโมงน้ันมีแบบทดสอบใหใ้ สแ่ บบทดสอบพรอ้ มเฉลย ดว้ ย

กจิ กรรมปฏิบตั กิ ารเร่ือง การแพรก่ บั การออสโมซิส ตอนท่ี 1 การแพรข่ องดา่ งทับทิม ปัญหา................................................................................................................. ........................................................ สมมติฐาน………………………………………………………………………………………………………………………………………………… วธิ กี ารทดลอง 1. ใสน่ า้ จานวน 30 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตรลงในบีกเกอรข์ นาด 100 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร 2. ค่อย ๆ หยอ่ นเกล็ดโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตหรือดา่ งทับทมิ ซ่งึ มสี มี ่วงดาจานวน 2−3 เกล็ด ลงใน น้าโดยไม่ขยับบีกเกอร์ 3. ใช้กระดาษขาวบงั ดา้ นหลังของบีกเกอร์ สังเกตการเปล่ยี นแปลงต้ังแตเ่ กล็ดด่างทับทมิ ตกลงไปในน้า จนกระทง่ั เวลาผ่านไปประมาณ 5 นาที แลว้ บันทกึ ผล บันทึกผลการสังเกต ช่วงเวลาทีส่ ังเกต ลักษณะท่ีสงั เกตได้ ขณะทเี่ กลด็ โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต (ด่างทบั ทิม) ตกลงไปในน้า เมอื่ เกล็ดโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต (ดา่ งทับทมิ ) ตกลงไปในนา้ เวลาผา่ นไป 1 นาที เมื่อเกลด็ โพแทสเซยี มเปอร์แมงกาเนต (ด่างทับทมิ ) ตกลงไปในนา้ เวลาผา่ นไป 2 นาที เมอ่ื เกลด็ โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต (ดา่ งทับทิม) ตกลงไปในนา้ เวลาผ่านไป 3 นาที เม่ือเกลด็ โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต (ด่างทบั ทมิ ) ตกลงไปในน้า เวลาผา่ นไป 4 นาที เมอื่ เกลด็ โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต (ดา่ งทับทมิ ) ตกลงไปในน้า เวลาผ่านไป 5 นาที สรุปผลการทดลอง ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .......................................................

ตอนที่ 2 ออสโมซิสกับไขพ่ ศิ วง ปัญหา................................................................................................................. ........................................................ สมมติฐาน………………………………………………………………………………………………………………………………………………… วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพือ่ ศึกษาการออสโมซิส 2. เพือ่ เน้นการปฏบิ ตั กิ ระบวนการออสโมซสิ ของไข่ไก่ 3. เพอ่ื ให้เกดิ ความเขา้ ใจเก่ียวกบั การออสโมซิสได้ดีย่งิ ข้นึ วสั ดุ-อุปกรณ์ทใ่ี ช้ 1. ไขไ่ ก่ 4. มดี 2. ขวดนมเปรยี้ ว 5. เทยี น 3. หลอดดดู แบบใส 6. ไฟแช็ค วธิ ีทาการทดลอง 1. นาไขไ่ ก่มาตอกเบาๆด้านหวั ของไข่ เพ่ือใหเ้ กดิ รอยรา้ วเล็กน้อย 2. ใชม้ ีดทเ่ี ตรยี มไวน้ ามาแกะเปลือกไข่เลก็ น้อย ใหเ้ หลือเฉพาะเย่ือหมุ้ ไข่ 3. ส่วนด้านปลายของไข่ใหน้ ามาทาเชน่ เดียวกับส่วนหัวของไข่ แต่เปิดกวา้ งให้ได้แคข่ นาดของหลอดดูด 4. นาหลอดดูดปักในไข่ให้พอประมาณ หากเกิดชอ่ งวา่ งให้นาเทยี นมาหยดเพื่อปิดรูใหม้ ิด 5. นาขวดนมเปร้ยี วมาวางไว้ในท่ีๆสมดุลกันแลว้ ใส่น้าเปลา่ ใหไ้ ข่ทีว่ างไวโ้ ดนบริเวณเย้อื หุ้มไข่เล็กน้อย 6. สงั เกตผลการทดลองทกุ 10 นาที, 30 นาที และ 60 นาที บันทึกผลลงในตาราง บนั ทกึ ผลการสงั เกต เวลา ความสมดุลของของเหลวในหลอด (cm.) 10 นาที 30 นาที 60 นาที สรปุ ผลการทดลอง ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .......................................................

แนวการคาตอบ…กจิ กรรมปฏบิ ตั ิการเรอื่ ง การแพรก่ ับการออสโมซสิ ตอนที่ 1 การแพร่ของด่างทับทมิ ปัญหา เมือ่ หย่อนเกลด็ โพแทสเซียมเปอรแ์ มงกาเนตลงในน้า จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในลักษณะใด สมมติฐาน เกลด็ โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตละลายนา้ ทาให้บริเวณรอบๆ มสี ีมว่ ง และเมอื่ ท้งิ ไว้จะเห็นสีม่วง กระจายไปทั่วท้ังบีกเกอร์ วิธกี ารทดลอง 1. ใสน่ ้าจานวน 30 ลูกบาศก์เซนตเิ มตรลงในบีกเกอรข์ นาด 100 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร 2. คอ่ ย ๆ หยอ่ นเกล็ดโพแทสเซยี มเปอร์แมงกาเนตหรอื ด่างทับทมิ ซึ่งมีสีมว่ งดาจานวน 2−3 เกล็ด ลงใน นา้ โดยไมข่ ยบั บีกเกอร์ 3. ใชก้ ระดาษขาวบงั ด้านหลังของบีกเกอร์ สังเกตการเปล่ยี นแปลงตง้ั แตเ่ กลด็ ดา่ งทบั ทิมตกลงไปในน้า จนกระทง่ั เวลาผา่ นไปประมาณ 5 นาที แล้วบันทกึ ผล บนั ทกึ ผลการสังเกต ชว่ งเวลาท่ีสังเกต ลักษณะท่ีสังเกตได้ ขณะทเ่ี กล็ดโพแทสเซยี มเปอร์แมงกาเนต เกล็ดโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตบางสว่ นเรม่ิ ละลาย (ด่างทับทมิ ) ตกลงไปในนา้ เหน็ เป็นทางสมี ่วง เมอ่ื เกล็ดโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต เกลด็ โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตละลายนา้ ทาใหบ้ ริเวณ (ด่างทบั ทิม) ตกลงไปในน้า เวลาผ่านไป 5 นาที รอบๆ มีสมี ่วง เกลด็ เป็นสีม่วงเข้ม และเมอื่ ทง้ิ ไว้จะเห็นสี ม่วงกระจายไปทวั่ ท้งั บีกเกอร์ สรปุ ผล เม่ือเกล็ดด่างทบั ทิมละลายน้า จะสงั เกตเหน็ น้าบริเวณใกลก้ ับด่างทับทิมมีสมี ว่ ง และจะกระจายไปรอบ ๆ จนในที่สุดนา้ ในบีกเกอร์ก็จะมีสมี ว่ งของด่างทบั ทิมทงั้ หมด

ตอนที่ 2 ออสโมซิสกับไขพ่ ิศวง ปญั หา ขนาดของหลอดและระยะเวลามีผลต่อการออสโมซิสของของเหลวภายในไขไ่ ก่ สมมติฐาน ของเหลวภายในไขไ่ ก่ดันตัวออกมาขน้ึ ไปดา้ นบนตามแทง่ หลอดไดจ้ ะต้องขึน้ อยู่กับขนาดของหลอด วัตถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือศึกษาการออสโมซสิ 2. เพอ่ื เน้นการปฏบิ ัติกระบวนการออสโมซิสของไขไ่ ก่ 3. เพื่อให้เกดิ ความเข้าใจเกี่ยวกบั การออสโมซิสไดด้ ียงิ่ ขนึ้ วัสดุ-อุปกรณท์ ่ีใช้ 1. ไข่ไก่ 4. มีด 2. ขวดนมเปร้ยี ว 5. เทียน 3. หลอดดูดแบบใส 6. ไฟแชค็ วิธที าการทดลอง 1. นาไขไ่ กม่ าตอกเบาๆด้านหวั ของไข่ เพ่ือใหเ้ กิดรอยร้าวเลก็ นอ้ ย 2. ใช้มีดทเ่ี ตรยี มไว้นามาแกะเปลือกไข่เลก็ น้อย ให้เหลือเฉพาะเย่ือหุ้มไข่ 3. สว่ นด้านปลายของไข่ให้นามาทาเช่นเดยี วกับส่วนหัวของไข่ แตเ่ ปิดกว้างให้ไดแ้ ค่ขนาดของหลอดดูด 4. นาหลอดดูดปักในไข่ให้พอประมาณ หากเกิดชอ่ งวา่ งให้นาเทยี นมาหยดเพ่อื ปิดรูให้มิด 5. นาขวดนมเปรยี้ วมาวางไว้ในท่ีๆสมดลุ กันแล้วใส่น้าเปล่าให้ไขท่ ่ีวางไวโ้ ดนบรเิ วณเยื้อหุ้มไข่เล็กนอ้ ย 6. สงั เกตผลการทดลองทุก 10 นาที, 30 นาที และ 60 นาที บนั ทึกผลลงในตาราง บันทกึ ผลการสังเกต เวลา ความสมดุลของของเหลวในหลอด (cm.) 10 นาที 1 30 นาที 3 60 นาที 7 สรปุ ผลการทดลอง จาก การทดลองการออสโมซิสของไข่ไก่พบว่า ไข่จะข้ึนตามช่องทางท่ีมีอากาศถ่ายเทเล็กน้อยและเพิ่ม ปริมาณข้ึนเร่ือยๆ เมื่อเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง เน่ืองจากเกิดการออสโมซิส จากบริเวณท่ีมีความ เข้มข้นสูงเข้าสู่ บริเวณทมี่ ีความเขม้ ขน้ ต่า โดยเคล่อื นตัวผา่ นเยื่อหุ้ม เซลล์ ทาใหเ้ กิดการกระจายบรเิ วณท่ีมีนา้ มากไปสบู่ รเิ วณท่ีมี นา้ น้อย ซง่ึ แรงดนั ของนา้ ก็จะทาให้ไข่ขาวขึน้ ไปในหลอดได้ ปริมาณของน้าในขวดลดนอ้ ยลง เร่ือยๆ นัน้ เอง

แบบทดสอบกอ่ นเรียน-หลังเรียน เรอ่ื ง การลาเลยี งสารเข้าและออกจากเซลล์ จงเลอื กคาตอบทีถ่ ูกต้องที่สุดเพียงคาตอบเดียว 1. พจิ ารณาข้อความขา้ งลา่ งแลว้ เลอื กคาตอบ “ มีลักษณะคอ่ นขา้ งกลม มีเยื่อบางๆห้มุ ภายในและพบสารทางพนั ธุกรรมปรมิ าณมาก” ก. นวิ เคลยี ส ข. ผนงั เซลล์ ค. ไซโทพลาสซมึ ง. นิวคลีโอลัส 2. ข้อใดทีเ่ ป็นลักษณะของการเกิดออสโมซิส (Osmosis) ก. ธาตุอาหารในดนิ ถูกลาเลยี งเข้าสู่ราก ข. อาหารทีพ่ ืชสรา้ งข้นึ จากเซลล์ในใบถกู ลาเลยี งเขา้ ไปในลาตน้ ค. การท่ีนา้ ในแก้วค่อย ๆ กลายเป็นสีม่วงเมื่อหย่อนเกล็ดด่างทบั ทิมลงไปในแก้ว ง. ถุงเซลโลเฟนที่บรรจุน้ากล่ันมีปรมิ าตรเลก็ ลง เม่ือหย่อนลงในแกว้ ทบี่ รรจสุ ารละลายซูโครสเข้มขน้ 3 . ถา้ แชเ่ ม็ดเลือดแดงในสารละลายไอโซโทนิก (Isotonic Solution) เซลล์เมด็ แดงจะเปล่ียนแปลงอยา่ งไร ก. เซลล์เม็ดแดงจะแตก ข. เซลลเ์ ม็ดเลอื ดแดงไม่เปลีย่ นแปลง ค. เซลลเ์ ม็ดแดงจะเห่ียว ง. เซลล์เมด็ แดงจะเหีย่ วแล้วกลับมาเตง่ 4. กระบวนการฟาโกไซโทซิส (Phagocytosis) และพิโนไซโทซิส (Pincocytosis) เหมอื นกนั ในเร่ืองใด ก. สามารถสร้างซูโดโปเดียมไดเ้ หมอื นกนั ข. สารไม่ผา่ นเย่ือหมุ้ เซลล์ ค. ไมต่ อ้ งใช้พลังงานภายในเซลล์ ง. สภาพของสารท่ีเข้าไปในเซลล์ 5. โครงสร้างใดพบเฉพาะในเซลล์พชื เท่านน้ั ก. ไซโทพลาสซึมกบั นวิ เคลยี ส ข. คลอโรพลาสตก์ ับผนังเซลล์ ค. นิวเคลยี สกับไมโทคอนเดรีย ง. เยอื่ ห้มุ เซลลก์ บั ผนังเซลล์ 6. คาวา่ ออสโมซสิ (Osmosis) ถา้ จะอธิบายจะใชข้ ้อใดจงึ จะถูกต้อง ก. เป็นการเคลอื่ นทีข่ องน้าผา่ นเย่ือบางไปยงั บรเิ วณน้ามากกว่า ข. เปน็ การเคลอื่ นทข่ี องนา้ จากบรเิ วณนา้ มากไปยังบริเวณน้าน้อย ค. เป็นการเคลื่อนท่ขี องสารละลายเขม้ ข้นไปสสู่ ารละลายเจือจาง ง. เปน็ การเคล่อื นทข่ี องนา้ จากสารละลายเจือจางผ่านเย่อื บางไปสสู่ ารละลายเข้มข้น 7. ข้อใดกลา่ วถกู ต้องเก่ยี วกับการแพร่แบบฟาซลิ ิเทต ก. อาศยั พลงั งานในการลาเลียงสาร ข. การเคลือ่ นท่ขี องอนุภาคผ่านลิพิดบนเย่อื หุ้มเซลล์ ค. มคี วามเรว็ ในการลาเลียงสารเรว็ กวา่ การแพร่แบบธรรมดา ง. การเคลอื่ นท่ีของสารจากบริเวณทีม่ คี วามเข้มข้นตา่ ไปยังบรเิ วณทม่ี ีความเข้มข้นสูง 8. ออรแ์ กเนลลใ์ ดมีบทบาทสาคญั ต่อการลาเลยี งสารแบบแอกทีฟทรานสปอร์ต ก. เย่ือหุม้ เซลล์ ข. เซนทริโอล ค. คลอโรพลาสต์ ง. ไมโทคอนเดรยี

9. สารใดจะลาเลียงเขา้ สเู่ ซลล์โดยบรรจใุ นถุงเวสเิ คลิ ค. คารโ์ บไฮเดรต ง. โซเดียมไอออน ก. นา้ ตาลกลูโคส ข. แกส๊ ออกซเิ จน ข. แอกทีฟทรานสปอรต์ 10. การลาเลยี งสารแบบใดไม่ผา่ นเย่อื หมุ้ เซลล์ ง. การลาเลียงแบบใช้พลงั งาน ก. การแพร่ ค. การลาเลยี งสารขนาดใหญ่ เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น-หลังเรยี น เร่ือง การลาเลยี งสารเขา้ และออกจากเซลล์ 1. ก 2. ง 3. ข 4. ง 5. ง 6. ง 7. ค 8. ง 9. ค 10. ค

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 3 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนห้วยซ้อวิทยาคม รัชมังคลาภเิ ษก รายวิชา วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ รหัส ว31102 ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563 หน่วยการเรยี นรู้ การรกั ษาดุลยภาพของรา่ งกายมนุษย์ เรอ่ื ง การรกั ษาดุลยภาพของน้าและสารในร่างกาย เวลา 3 ช่วั โมง สอนวันท่ี....... เดือน....................... พ.ศ. ........ ผสู้ อน นางสาวเสาวลกั ษณ์ ตอโนนสงู มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชีว้ ดั มาตรฐาน ว1.2 : เข้าใจสมบัติของส่ิงมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลาเลียงสารผ่านเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทางานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของ โครงสรา้ งและหนา้ ท่ีของอวัยวะต่างๆ ของพชื ท่ที างานสัมพันธ์กนั รวมทงั้ นาความรูไ้ ปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ม.4/2 อธบิ ายการควบคุมดลุ ยภาพของน้าและสารในเลือดโดยการทางานของไต สาระส้าคญั ส่ิงมีชีวิตแตล่ ะชนิดมีโครงสร้างและอวัยวะที่แตกตา่ งกัน จึงมีวิธกี ารรกั ษาดุลยภาพต่างกัน สาหรับคนและ สัตว์เล้ียงลูกด้วยน้านมมีไตเป็นอวัยวะท่ีทาหน้าท่ีรักษาดุลยภาพของน้าและแร่ธาตุต่าง ๆ โดยการกาจัดของเสียท่ี เกดิ จากกระบวนการเมทาบอลิซึม ควบคุมความเข้มขน้ ของแร่ธาตุและรักษาสภาพกรด-เบสในร่างกายให้คงท่ี การ รักษาอุณหภูมิภายในร่างกายของคนและสัตว์มีศูนย์ควบคุมอยู่ท่ีสมองส่วนไฮโพทาลามัส ซึ่งทางานร่วมกับผิวหนงั ต่อมเหงื่อและหลอดเลือด จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ เม่ือเรยี น เรื่อง การรักษาดลุ ยภาพของนา้ และสารในรา่ งกาย และผเู้ รยี นสามารถ 1. ดา้ นความรู้ (K) 1) ระบโุ ครงสร้างและอธบิ ายการทางานของไตมนุษย์ 2) อธบิ ายกลไกการรกั ษาดุลยภาพของนา้ และสารในร่างกายโดยการทางานของไต 2. ด้านทักษะ/ กระบวนการ (P) 1) ทาการทดลองเพื่อศึกษาโครงสร้างไตของสัตว์เล้ียงลูกดว้ ยนา้ นม 3.คุณลักษณะ (A) 1) มีความใฝ่เรยี นรู้ 2) ตรงตอ่ เวลาในการปฏิบตั กิ ิจกรรมและการเข้าชนั้ เรียน 3) ตระหนักถงึ ความสาคญั ของการรกั ษาดุลยภาพของสง่ิ มีชีวิตอย่างสรา้ งสรรค์

สาระการเรยี นรู้ การกาจัดของเสียโดยไต เลอื ดทเี่ ขา้ สู่ไตจะถูกกรองทโี่ กลเมอรูลัสและโบว์แมนแคปซูลของหน่วยไต สารท่ี เป็นประโยชนจ์ ะถูกดดู กลับที่ท่อหน่วยไตเข้าสู่หลอดเลือด ส่วนสารที่ไม่เป็นประโยชน์จะถูกขบั ออกจากเลือดเข้าสู่ ทอ่ หนว่ ยไต กอ่ นทจี่ ะขบั ออกจากรา่ งกายในรปู ของปัสสาวะ สมรรถนะส้าคญั ของผู้เรยี น 1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 2. ความสามารถในการคิด - ทกั ษะการสงั เกต - ทักษะการระบุ - ทักษะการรวบรวมขอ้ มูล - ทกั ษะการลงความเห็นจากข้อมลู 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต - กระบวนการทางานกลมุ่ 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ชิ้นงาน/ภาระงาน - ใบงาน Mind mapping การรักษาดุลยภาพของของเหลวในรา่ งกาย กิจกรรมน้าสู่การเรยี น (ชั่วโมงท่ี 1-2 (120 นาที)) กิจกรรมน้าสกู่ ารเรียน 1) ขนั้ สรา้ งความสนใจ (10 นาท)ี 1.1 ครใู ช้คาถามนาเข้าสบู่ ทเรียนว่า มนษุ ย์และสัตว์มกี ลไกการรกั ษาดลุ ภาพเหมอื นกับพชื หรือไม่ 1.2 ครูใหน้ กั เรียนร่วมกันอภิปรายเกีย่ วกับการเปลย่ี นแปลงของร่างกายขณะออกกาลังกายและไม่ได้ออก กาลงั กาย ดังนี้ 1) ขณะออกกาลังกายรา่ งกายมกี ารเปล่ยี นแปลงใดเกดิ ขนึ้ บ้าง ( เหน่ือย หายใจหอบ มีเหง่ือออกจานวนมาก รู้สึกร้อนและกระหายน้า หากหยุดออกกาลังกายและดื่มน้า รา่ งกายจะกลบั สภู่ าวะปกติ ) 2) ร่างกายมีการรักษาดลุ ยภาพใหเ้ ขา้ สูภ่ าวะปกตไิ ด้อย่างไร

กิจกรรมพฒั นาการเรียนรู้ 2) ข้นั สา้ รวจและคน้ หา (60 นาท)ี 2.1 ครูทบทวนความรู้เรื่องการกาจัดของเสียในร่างกาย โดยต้ังคาถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับของเสียที่เกิดข้ึน จากร่างกายของมนุษย์ ดงั นี้ 1) ของเสียที่เกิดข้ึนในร่างกายท่ีต้องถูกกา จัดออกจากร่างกายได้แก่อะไร บ้ า ง (เหงื่อ ปสั สาวะ CO2 ยูเรยี ) 2.2 ครูทบทวนเก่ียวกับเมทาบอลิซึมในร่างกาย สารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์จากการสลายสารอาหารระดับ เซลล์ โดยให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายและวิเคราะห์ว่าสารต่างๆมีประโยชน์หรือโทษต่อร่างกายอย่างไร หาก ร่างกายมีการสะสมสารที่เป็นโทษมากไปจะเกิดอะไรขึ้นและร่างกายมีวิธีกาจัดอย่างไร ครูต้ังคาถามว่า การถ่าย อจุ จาระเปน็ การขับถา่ ยหรือไม่ เพราะเหตใุ ด ( ไม่เป็น เพราะการขับถ่ายหมายถึง การกาจัดของเสียซ่ึงเกิดจากกระบวนการเมทาบอลิซึมในเซลล์ซ่ึงมีไนโตรเจนเป็น องคป์ ระกอบ แต่การถ่ายอจุ จาระเป็นการขบั กากอาหารที่ร่างกายยอ่ ยไมไ่ ด้ออกจากรา่ งกาย ) 2.3 ครูให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลและศึกษา ปริมาณนาโดยเฉล่ียท่ีได้รับและสูญเสียออกจากร่างกายใน 1 วัน และใช้คาถามชวนคดิ ให้นักเรยี นร่วมกนั อภิปราย ดงั นี้ 1) ถา้ ปรมิ าณนาทรี่ า่ งกายไดร้ บั และปรมิ าณทส่ี ญู เสียออกจากรา่ งกายไมส่ มดุลกันจะมผี ลอย่างไร ( จากการอภิปรายนักเรียนควรสรุปได้ว่าร่างกายมนุษย์มีน้าเป็นองค์ประกอบประมาณร้อยละ 65-70 ของ น้าหนักตัว โดยมีหน้าท่ีเป็นตวั กลางในการเกดิ ปฏิกิริยา ลาเลียงสารอาหารและแก๊สต่างๆ ไปยังเซลล์ท่ัวรา่ งกาย หากได้รบั น้ามาก หรือน้อยเกินไปจะทาให้ความเข้มข้นของเลือดเปลี่ยนแปลง การลาเลียงสาร การเกิดปฏิกิริยาเคมีไม่เกิดขึ้นเป็นอันตรายตอ่ เซลล์ และระบบต่างๆอาจทาให้เสียชวี ติ ได้ ) 2) รา่ งกายไดร้ บั นา้ มากสดุ ดว้ ยวิธกี ารใดและสูญเสยี น้าออกไปมากสดุ ดว้ ยวิธีการใด ( ได้รับมากสุดจากการดื่มเคร่ืองด่ืมโดยประมาณ 1,600 มิลลิลิตร และสูญเสียน้ามากสุดไปกับปัสสาวะ โดยประมาณ 1,500 มิลลลิ ติ ร ) 2.4 ครเู ช่ือมโยงการรักษาดลุ ยภาพของนา้ และแรธ่ าตุ การกาจดั ของเสียในเลือดโดยการทางานของไต ให้นกั เรียน สืบค้นเกี่ยวกับอวัยวะในระบบขับถ่าย โครงสร้างของไต หน่วยไต และการทางานของหน่วยไต พร้อมตั้งคาถามเพิ่มเติมว่า รา่ งกายร้ไู ดอ้ ยา่ งไรวา่ ปรมิ าณน้าทร่ี บั เข้าและขับออกมคี ่าเทา่ ใดจงึ จะรกั ษาดุลยภาพของนา้ ในร่างกายได้ 2.5 ครูให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาดุลยภาพของน้าในร่างกาย และทากิจกรรม เร่ืองการ รักษาดลุ ยภาพของของเหลวในรา่ งกาย 3) ขน้ั อธิบายและลงข้อสรุป (40 นาท)ี 3.1 นักเรยี นแตล่ ะกลุ่ม นาเสนอผลการสบื คน้ ข้อมลู เกยี่ วกบั หน้าทก่ี ารทางานของไต และรว่ มกันอภิปราย เกี่ยวกับคาถาม ดังนี้ 1) ระบบใดทาหนา้ ที่รกั ษาดลุ ยภาพของน้าและแร่ธาตุหรอื สารอื่นๆในร่างกาย 2) อวัยวะในระบบขับถ่ายมอี ะไรบา้ งและทาหนา้ ทอ่ี ย่างไร

3.2 จากกิจกรรม เรื่องการรักษาดุลยภาพของของเหลวในร่างกาย ครูให้นักเรียนนาเสนอกราฟแสดง ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณปัสสาวะกับเวลา พร้อมอธิบายเช่ือมโยงเก่ียวกับการรักษาดุลยภาพของของเหลวใน รา่ งกาย และบทบาทของไฮโพทาลามัส ADH ไต และหนว่ ยไต 3.3 ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปราย และสรุปก่ียวกับกลไกการรักษาดุลยภาพของน้าในร่างกายโดยเน้นให้ เห็นถงึ ความสัมพนั ธ์ถึงการทางานของสมองสว่ นไฮโพทาลามสั ADH เซลลท์ ท่ี ่อหน่วยไตและท่อรวม กจิ กรรมรวบยอด 4) ข้นั ขยายความรู้ (5 นาท)ี 4.1 ครูเชอ่ื มโยงประสบการณข์ องนักเรยี น เชน่ การออกกาลังกายอย่างหนักทาใหม้ ีเหงื่อออกปริมาณมาก หรือการอยใู่ นห้องปรบั อากาศแลว้ ปสั สาวะบอ่ ยกวา่ ปกติ 4.2 ครเู สรมิ ความรู้เรื่องโรคเบาจืด เพือ่ ให้นกั เรียนเข้าใจถึง ADH ต่อการรกั ษาดุลยภาพของนา้ ในรา่ งกาย ได้ดยี ิง่ ขึ้น 5) ขนั้ ประเมินผล (5 นาที) 5.1 ด้านความรู้ (K) ประเมินจาก 1. การทดสอบความรจู้ ากการตอบคาถาม และการมสี ่วนร่วมในการอภิปรายการทากิจกรรม 2. องค์ความรทู้ นี่ ักเรยี นสืบค้นขอ้ มลู (จดบนั ทึกขอ้ มลู ท่ไี ด้จากการสบื คน้ ) 2. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) ประเมินจาก 1. ทักษะการนาเสนอผลงาน (การสอ่ื สารสิ่งท่เี รยี นรู)้ 2. ทกั ษะการคิดต่างๆ ทสี่ งั เกตจากการอภิปราย การแสดงความคดิ เห็นของนักเรยี น 3. ทกั ษะการทางานร่วมกันในกลุ่ม 4. ทักษะการนาเสนอผลงานหรอื ส่อื สารสงิ่ ทเี่ รียนรู้ 3. ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) ประเมนิ จาก 1. การคิดวพิ ากษว์ ิจารณ์ การคิดอยา่ งมเี หตมุ ีผล การคิดอย่างสร้างสรรค์ 2. การทางานรว่ มกับผู้อ่นื 3. ความสนใจใฝร่ ู้ ใฝห่ า 4. การแสดงออกถึงความคดิ เหน็ 5. ความรบั ผิดชอบ สอื่ / แหล่งเรียนรู้ 1. หนังสอื เรียนรายวิชาพ้นื ฐาน วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4 2. สอ่ื คลปิ วีดโี อเก่ยี วกบั การทางานของหนว่ ยไตกบั การรักษาดลุ ยภาพของน้าและสารในร่างกาย 3. ส่ือนาเสนอ Power Point เรอื่ งการรักษาดลุ ยภาพของนา้ และสารในรา่ งกาย 4. ฐานขอ้ มลู จาก internet/ คลังสอื่ DLIT

กจิ กรรมนา้ สกู่ ารเรียน (ชวั่ โมงที่ 3 (60 นาที)) กจิ กรรมน้าสกู่ ารเรยี น 1) ขั้นสรา้ งความสนใจ (5 นาท)ี 1.1 ครสู นทนากบั นกั เรยี นเร่ือง สภาพอากาศ จากน้ันครูตั้งคาถามวา่ “นักเรียนเคยสงสัยหรือไมว่ ่า ทาไม เวลาอากาศเย็น เราจงึ ปัสสาวะมากกว่าปกติ” กิจกรรมพฒั นาการเรยี นรู้ 2) ขัน้ ส้ารวจและคน้ หา (35 นาท)ี 2.1 นักเรยี นศึกษาเร่อื ง การรกั ษาดลุ ยภาพนา้ ของมนษุ ย์ โดยทาการศกึ ษาจากหนังสือเรยี นและใบความรู้ ในหัวข้อต่างๆ ดงั นี้ 1. ปรมิ าณนา้ ท่ีรา่ งกายได้รบั และสูญเสียไปในแต่ละวัน 2. โครงสร้างและหนา้ ทีข่ องไต 3. การดดู กลับและขบั สารของท่อหน่วยไต 2.2 นักเรยี นตอบคาถามลงใบกจิ กรรมเสรมิ ความรู้ เร่อื งไต 3) ขน้ั อธบิ ายและลงข้อสรุป (10 นาที) 3.1 นักเรยี นตอบคาถามลงใบกิจกรรม เรอื่ งไต กิจกรรมรวบยอด 4) ขน้ั ขยายความรู้ (5 นาที) 4.1 นักเรยี นศึกษาเพม่ิ เตมิ โดยทาการสืบคน้ ขอ้ มูลเกี่ยวกับอาการหรอื โรคท่เี กิดขนึ้ เม่ือไตทางานผดิ ปกติ 5) ขั้นประเมนิ ผล (5 นาที) 5.1 ดา้ นความรู้ (K) ประเมินจาก 1. การทดสอบความรจู้ ากการตอบคาถาม และการมสี ว่ นรว่ มในการอภปิ รายการทากจิ กรรม 2. องค์ความรู้ที่นักเรยี นสบื ค้นขอ้ มูล (จดบนั ทึกขอ้ มลู ที่ไดจ้ ากการสืบคน้ ) 2. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) ประเมนิ จาก 1. ทักษะการนาเสนอผลงาน (การสือ่ สารสิง่ ทเ่ี รยี นรู)้ 2. ทักษะการคดิ ต่างๆ ทส่ี งั เกตจากการอภปิ ราย การแสดงความคดิ เหน็ ของนักเรยี น 3. ทักษะการทางานรว่ มกนั ในกล่มุ 3. ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ประเมนิ จาก 1. การคิดวพิ ากษ์วจิ ารณ์ การคดิ อย่างมีเหตุมีผล การคดิ อย่างสร้างสรรค์ 2. การทางานรว่ มกับผ้อู ่นื 3. ความสนใจใฝร่ ู้ ใฝ่หา 4. ความรับผิดชอบ

สื่อ / แหล่งเรยี นรู้ 1. หนังสอื เรียนรายวิชาพ้นื ฐาน วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4 2. สอ่ื คลปิ วีดีโอเกยี่ วกับการทางานของหนว่ ยไตกบั การรักษาดุลยภาพของนา้ และสารในรา่ งกาย 3. สื่อนาเสนอ Power Point เร่ืองการรกั ษาดลุ ยภาพของน้าและสารในร่างกาย 4. ฐานข้อมูลจาก internet/ คลงั ส่อื DLIT การวัดและประเมินผล วิธีการวัด เครอ่ื งมอื วัด เกณฑ์การประเมนิ การผา่ น จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ตรวจใบกิจกรรม แบบประเมินกิจกรรม คะแนน 4 หมายถงึ ดเี ย่ยี ม (K) ระบุโครงสรา้ งและอธบิ าย คะแนน 3 หมายถงึ ดี การทางานของไตมนษุ ย์ ตรวจใบกิจกรรม แบบประเมินกิจกรรม คะแนน 2 หมายถึง พอใช้ คะแนน 1 หมายถงึ ปรบั ปรุง (K) อธิบายกลไกการรักษาดลุ ย ประเมิน แบบประเมนิ การปฏิบตั กิ าร ผู้เรียนได้ระดับคุณภาพ พอใช้ ขึ้นไป ภาพของนา้ และสารในรา่ งกาย ปฏบิ ัตกิ าร แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ถอื วา่ ผา่ น โดยการทางานของไต สงั เกตพฤติกรรม คะแนน 4 หมายถึง ดเี ยยี่ ม คะแนน 3 หมายถงึ ดี (P) ทาการทดลองเพอื่ ศกึ ษา คะแนน 2 หมายถงึ พอใช้ โครงสรา้ งไตของสตั วเ์ ล้ียงลูก คะแนน 1 หมายถึง ปรบั ปรุง ดว้ ยน้านม ผู้เรียนได้ระดับคุณภาพ พอใช้ ข้ึนไป (A) มคี วามใฝเ่ รยี นรู้ ถือวา่ ผ่าน ผู้เรยี นไดร้ ะดับคุณภาพ พอใช้ ขึน้ ไป ถอื ว่าผ่าน ผู้เรยี นไดร้ ะดับคุณภาพ พอใช้ ข้นึ ไป ถอื ว่าผา่ น

รายละเอยี ดเกณฑ์การประเมิน ประเด็นการประเมนิ น้าหนัก 4 ระดบั คุณภาพ 1 คะแนน 32 1. ระบโุ ครงสรา้ งและอธิบาย 1 ระบุโครงสรา้ งและ ระบโุ ครงสรา้ งและ ระบโุ ครงสรา้ งและ ระบุโครงสรา้ งและ การทางานของไตมนษุ ย์ อธบิ ายการทางานของ อธิบายการทางานของ อธบิ ายการทางานของ อธบิ ายการทางาน ไตมนษุ ยไ์ ด้ถูกต้อง ไตมนษุ ย์ถกู ตอ้ งเป็น ไตมนษุ ย์ถกู ตอ้ งบาง ของไตมนษุ ย์ไม่ สว่ นใหญ่ ประเดน็ ถูกต้อง 2. อธบิ ายกลไกการรกั ษาดลุ ย 2 อธบิ ายกลไกการรักษา อธิบายกลไกการรกั ษา อธบิ ายกลไกการรกั ษา อธบิ ายกลไกการ ภาพของนา้ และสารในร่างกาย ดลุ ยภาพของน้าและ ดลุ ยภาพของนา้ และ ดุลยภาพของนา้ และ รักษาดลุ ยภาพของ โดยการทางานของไต สารในร่างกายโดยการ สารในรา่ งกายโดยการ สารในรา่ งกายโดยการ น้าและสารใน ทางานของไตได้ ทางานของไตถกู ตอ้ ง ทางานของไตถูกต้อง ร่างกายโดยการ ถกู ตอ้ ง เปน็ สว่ นใหญ่ บางประเดน็ ทางานของไตไม่ ถกู ตอ้ ง เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดับ 4 หมายถงึ มรี ะดับคุณภาพดีเย่ียม ระดับ 3 หมายถึง มีระดบั คุณภาพดี ระดับ 2 หมายถึง มรี ะดับคุณภาพพอใช้ ระดบั 1 หมายถึง มรี ะดบั คุณภาพปรับปรงุ เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดบั 3 ขึ้นไป ร้อยละ 60 ถือวา่ ประสบผลสาเร็จในการสอน

บันทึกผลหลังการการเรียนรู้ ขอ้ สังเกต / ขอ้ ค้นพบ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. แนวทางแกไ้ ขเพอื่ การปรบั ปรุงพฒั นา ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ผลการพฒั นา (บันทกึ หลังจากท่ไี ด้พัฒนาผู้เรยี นด้วยวธิ ีการตา่ งๆแล้ว) ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชอ่ื ...............................................ครผู ูส้ อน (นางสาวเสาวลกั ษณ์ ตอโนนสงู ) ............./................../.............. ภาคผนวก - เครื่องมือทใ่ี ชใ้ นการวดั ประเมนิ ผล - ใบงาน / ใบกิจกรรม - แนวคา้ ตอบของใบงาน / ใบกจิ กรรม - แบบบนั ทกึ การประเมินต่าง ๆ - หากในช่วั โมงนั้นมแี บบทดสอบให้ใสแ่ บบทดสอบพร้อมเฉลย ด้วย

แบบประเมินใบงาน Mind mapping การรกั ษาดุลยภาพของของเหลวในร่างกาย ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4/1 คา้ ชี้แจง ใหค้ รูผู้สอนประเมินใบงานของนกั เรียนแลว้ ให้ทาเคร่อื งหมาย  ลงในชอ่ งท่ีตรงกับระดับคะแนน การบรรยาย ความ ความสวยงาม ความถูกตอ้ ง การตรงตอ่ รวม จุดประสงค์ ครอบคลุม การตกแตง่ เวลา 20 ที่ ชื่อ – สกุล ของเนื้อหา ช้นิ งาน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 คะแนน 1 นายไทยทัศน์ ภนู สุวรรณ์ 2 นายพีระพัฒน์ เจิงชยั ภมู ิ 3 นายวรากร ธรรมวงค์ 4 นายรัชชานนท์ เมธสี ิทธกิ ุล 5 นางสาวปรษิ ญา ประสทิ ธ์ิ 6 นางสาวพัทธ์ธรี า ต่อมคา 7 นางสาวจฬุ ารตั น์ พทุ ธวงค์ 8 นางสาวณัฐณชิ า ปญั ญาอิน่ แกว้ 9 นางสาวณฐั ธดิ า สุทธะ 10 นางสาวปริยากร จองรัตน์ 11 นางสาวมณฑิตา บัวเสย้ี ว 12 นางสาวอรจริ า ศรอี อ่ น 13 นางสาวจรญิ าภรณ์ กมุ กัน 14 นางสาวชญานิศ วงค์จักร 15 นางสาวสุดารตั น์ วิชา 16 นางสาวเฌอกาญจน์ ปญั ญาสุ ลงช่ือ................................................................ผู้ประเมนิ ...................../..................../................... เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยคร้ัง ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง ให้ 2 คะแนน 18-20 ดมี าก ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครง้ั ให้ 1 คะแนน 14-17 ดี 10-13 พอใช้ ตา่ กว่า 10 ปรับปรงุ

แบบประเมนิ ใบงาน Mind mapping การรกั ษาดุลยภาพของของเหลวในร่างกาย ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4/2 ค้าชีแ้ จง ใหค้ รผู สู้ อนประเมนิ ใบงานของนักเรียนแล้วใหท้ าเคร่อื งหมาย  ลงในช่องท่ีตรงกบั ระดับคะแนน การบรรยาย ความ ความสวยงาม ความถกู ตอ้ ง การตรงต่อ รวม จดุ ประสงค์ ครอบคลมุ การตกแต่ง เวลา 20 ที่ ช่ือ – สกุล ของเน้ือหา ชน้ิ งาน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 คะแนน 1 นายชยั ภสั พาลพล 2 นายกิตติพงษ์ ธรรมวงค์ 3 นายประสพโชค แซ่ลี 4 นายธัชนนท์ แกว้ ระกา 5 นายกฤศธัช เปรมทอง 6 นายธรี ภทั ร พงศ์พชร 7 นายณัชพล สมโรย 8 นายนนทพัทธ์ วง่ิ พิมาย 9 นายวราวุธ กมุ กนั 10 นางสาว ญาณศิ า จันทิมา 11 นางสาว ประวีณา ธะนะ 12 นางสาว รัตนมณี แตงออ่ น 13 นางสาว เออ้ื องั กรู หลใี จ 14 นางสาวจิรภญิ ญา ปญั ญาอ่นิ แกว้ 15 นางสาวเจนจริ า เมืองมลู 16 นางสาวปราญชลี เมืองใจ 17 นางสาวฐิติพร บุญแกว้ 18 นางสาวฐติ นิ ันท์ ก้อนศรีลา 19 นางสาวพรรณกาญจน์ ตากองค์ 20 นางสาวอชริ ญา ทา่ ล้อ เกณฑ์การให้คะแนน ลงช่ือ................................................................ผ้ปู ระเมิน ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 4 คะแนน ...................../..................../................... ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบอ่ ยครั้ง ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ 18-20 ดีมาก 14-17 ดี 10-13 พอใช้ ปรบั ปรุง ต่ากว่า 10

แบบประเมนิ ใบงาน Mind mapping การรักษาดุลยภาพของของเหลวในร่างกาย ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4/3 คา้ ช้ีแจง ให้ครผู สู้ อนประเมินใบงานของนักเรยี นแลว้ ให้ทาเคร่ืองหมาย  ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน การบรรยาย ความ ความสวยงาม ความถกู ตอ้ ง การตรงตอ่ รวม จุดประสงค์ ครอบคลมุ การตกแต่ง เวลา 20 ที่ ชือ่ – สกลุ ของเนอ้ื หา ช้ินงาน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 คะแนน 1 นายวรี ยุทธ พงศพ์ ัชร 2 นายจารวุ ฒั น์ แซ่ซิว 3 นายทิตนิ นั ต์ ปอแสง 4 นายสมศักดิ์ แซ่หยิ่ง 5 นายสุรตั น์ แซ่เหอ้ 6 นายนคเรศ แซย่ า่ ง 7 นายวรเวช ลี 8 นายไชยวัฒน์ ยูเบยี 9 นางสาวพณั ณติ า ยอดมณีบรรพต 10 นางสาวรจุ ิฬา กลู ตะ๊ 11 นางสาวภูมิณฐั ดา ธนสธิ เทพธฤิ ทธิ์ 12 นางสาวภสั ดา มาเยอะ 13 นางสาวณชิ กมล แซท่ ่อ 14 เด็กหญงิ พรรณราย เหล็กดี 15 นางสาวภัทรชริ าภรณ์ ใจบุญมา 16 นางสาวกนกวรรณ นะลี 17 นางสาวหม่ีจู แซ่เหมา 18 นางสาววชิ ดุ า แซ่เฮ้อ 19 นางสาวรัชฎาภรณ์ หม่นั พฒั นาการ ลงช่อื ................................................................ผปู้ ระเมิน ...................../..................../................... เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยคร้งั ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 18-20 ดีมาก ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครั้ง ให้ 1 คะแนน 14-17 ดี 10-13 พอใช้ ตา่ กว่า 10 ปรบั ปรุง

แบบประเมินใบงาน Mind mapping การรักษาดุลยภาพของของเหลวในร่างกาย ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 4/4 ค้าช้ีแจง ให้ครผู ้สู อนประเมนิ ใบงานของนักเรียนแล้วใหท้ าเครือ่ งหมาย  ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ระดับคะแนน การบรรยาย ความ ความสวยงาม ความถูกตอ้ ง การตรงตอ่ รวม จุดประสงค์ ครอบคลุม การตกแต่ง เวลา 20 ที่ ช่ือ – สกุล ของเนอื้ หา ช้นิ งาน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 คะแนน 1 นายนรวิชญ์ จนั ตะ๊ นาเขต 2 นายสุวนิ ัย ไชยชนะ 3 นายขจรเกยี รติ ขันธพนั ธ์ 4 นายจกั รพรรด์ิ รูอ้ า่ น 5 นายจริ วฒั น์ ปิงเมือง 6 นายฐติ ิกร นันทะเสน 7 นายพงศธร เตชะนันท์ 8 นายมานะ นันทะเสน 9 นายปยิ ะวัฒน์ ผะกา่ คาแหลง 10 นายศาศวตั พลยุทธศาสตร์ 11 นายสภุ ทั ร อินถานา 12 นายฐติ วิ ฒุ ิ จอมลนุ 13 นายวัชรพงค์ มลู บวั ภา 14 นายสงกรานต์ สิรภิ มู ิ ลงชื่อ................................................................ผูป้ ระเมิน ...................../..................../................... เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครง้ั ให้ 3 คะแนน 18-20 ดีมาก ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ให้ 2 คะแนน 14-17 ดี ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครั้ง ให้ 1 คะแนน 10-13 พอใช้ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรุง

เกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผล Mind mapping (Rubric) ประเด็นการ เกณฑ์การให้คะแนน ประเมิน 4 32 1 การบรรยาย จุดประสงค์ บรรยายเก่ยี วกับ บรรยายเกี่ยวกบั บรรยายเกย่ี วกับ บรรยายเกี่ยวกบั จุดประสงค์ในการ ความครอบคลุม จดุ ประสงค์ในการ จุดประสงคใ์ นการ จุดประสงคใ์ นการ สรา้ งสรรคผ์ ลงานได้ ของเน้ือหา ถูกต้องเพยี งส่วนนอ้ ย สรา้ งสรรคผ์ ลงานได้ สรา้ งสรรคผ์ ลงานได้ สร้างสรรคผ์ ลงานได้ การนาเสนอเปน็ ไป ความสวยงาม ตามลาดับข้นั ตอน การตกแตง่ ถูกต้อง ชัดเจน ถูกต้องเปน็ ส่วนใหญ่ ถูกต้องเป็นบางสว่ น ความถกู ตอ้ งของ เนื้อหา 50% ช้ินงาน การนาเสนอเป็นไป การนาเสนอเป็นไป การนาเสนอเป็นไป ไมไ่ ดใ้ ช้เคร่อื งหมาย รปู ภาพ สมการ ความถูกต้อง ตามลาดับขั้นตอน ความ ตามลาดับขน้ั ตอน ความ ตามลาดับขน้ั ตอน ความ สญั ลักษณแ์ ทนกฎ ทฤษฎี หลักการ ความตรงตอ่ ถกู ต้องของเนอ้ื หา 100% ถูกต้องของเนือ้ หา 80% ถกู ตอ้ งของเนอ้ื หา 70% นยิ ามตา่ งๆ เวลา ไม่ได้ใชส้ ที ี่ช่วยจดจา ใช้เคร่อื งหมาย รูปภาพ ใช้เคร่อื งหมาย รูปภาพ ใช้เครื่องหมาย รปู ภาพ เพลนิ ตา สมการ สัญลกั ษณแ์ ทนกฎ สมการ สัญลกั ษณแ์ ทน สมการ สัญลกั ษณแ์ ทน ทฤษฎี หลกั การ กฎ ทฤษฎี หลกั การ กฎ ทฤษฎี หลกั การ สง่ งานครบถ้วนแตช่ า้ นยิ ามตา่ งๆ ไดถ้ ูกตอ้ งและ นิยามตา่ งๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง นิยามตา่ งๆ ไดไ้ ม่ถูกตอ้ ง กวา่ เวลาท่กี าหนด 5 ครบถว้ น แตไ่ ม่ครบถ้วน และไมค่ รบถว้ น วนั ขน้ึ ไปหรือไมส่ ง่ ใช้สีท่ีช่วยจดจา เพลนิ ตา ใช้สที ชี่ ว่ ยจดจา เพลนิ ใชส้ ที ช่ี ่วยจดจา เพลนิ สเี ดียวตลอด แตล่ ะสไี มซ่ า้ ตา สเี ดียวตลอด บางสี ตา แตส่ เี ดยี วกนั กนั ซ้ากนั สง่ งานครบถ้วนตรงตาม สง่ งานครบถ้วนแตช่ า้ สง่ งานครบถว้ นแตช่ า้ เวลาทกี่ าหนด กวา่ เวลาท่ีกาหนด กวา่ เวลาทีก่ าหนด 1-2 วัน 3-4 วัน

แบบประเมินใบกิจกรรมปฏิบตั ิการ โครงสรา้ งไตของสตั วเ์ ลย้ี งลูกด้วยน้านม ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 4/1 คา้ ช้ีแจง ให้ครูผูส้ อนประเมนิ ใบงานของนักเรียนแล้วใหท้ าเครอื่ งหมาย  ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ระดับคะแนน ท่ี ช่ือ – สกลุ เนอื้ หา การสรุป ประโยชน์ของ การตรงตอ่ รวม สอดคลอ้ งกบั ความรู้ การเขยี นสือ่ การน้าขอ้ มูล เวลา 20 หวั ข้อ ความ ไปใช้ คะแนน 43214321432143214321 1 นายไทยทศั น์ ภนู สวุ รรณ์ 2 นายพรี ะพัฒน์ เจงิ ชยั ภมู ิ 3 นายวรากร ธรรมวงค์ 4 นายรัชชานนท์ เมธีสทิ ธกิ ลุ 5 นางสาวปรษิ ญา ประสทิ ธ์ิ 6 นางสาวพัทธ์ธีรา ตอ่ มคา 7 นางสาวจฬุ ารตั น์ พทุ ธวงค์ 8 นางสาวณัฐณชิ า ปัญญาอ่ินแกว้ 9 นางสาวณัฐธิดา สทุ ธะ 10 นางสาวปรยิ ากร จองรัตน์ 11 นางสาวมณฑติ า บัวเส้ียว 12 นางสาวอรจริ า ศรอี อ่ น 13 นางสาวจรญิ าภรณ์ กุมกนั 14 นางสาวชญานศิ วงคจ์ กั ร 15 นางสาวสุดารตั น์ วิชา 16 นางสาวเฌอกาญจน์ ปัญญาสุ เกณฑก์ ารให้คะแนน ระดับคุณภาพ ลงชอื่ ................................................................ผปู้ ระเมิน ดมี าก ช่วงคะแนน ดี ...................../..................../................... 18-20 พอใช้ 14-17 ปรบั ปรงุ เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ 10-13 ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 4 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยคร้ัง ให้ 3 คะแนน ตา่ กวา่ 10 ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน

แบบประเมินใบกจิ กรรมปฏิบตั ิการ โครงสร้างไตของสตั ว์เล้ยี งลูกด้วยน้านม ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 4/2 คา้ ชแ้ี จง ใหค้ รผู สู้ อนประเมินใบงานของนกั เรียนแลว้ ให้ทาเคร่อื งหมาย  ลงในช่องท่ีตรงกับระดับคะแนน ท่ี ช่อื – สกุล เน้ือหา การสรุป ประโยชนข์ อง การตรงตอ่ รวม สอดคลอ้ งกบั ความรู้ การเขยี นส่ือ การนา้ ขอ้ มูล เวลา 20 หัวข้อ ความ ไปใช้ คะแนน 43214321432143214321 1 นายชยั ภัส พาลพล 2 นายกติ ตพิ งษ์ ธรรมวงค์ 3 นายประสพโชค แซ่ลี 4 นายธัชนนท์ แก้วระกา 5 นายกฤศธชั เปรมทอง 6 นายธรี ภัทร พงศพ์ ชร 7 นายณชั พล สมโรย 8 นายนนทพัทธ์ วิง่ พิมาย 9 นายวราวธุ กุมกนั 10 นางสาว ญาณิศา จนั ทิมา 11 นางสาว ประวีณา ธะนะ 12 นางสาว รัตนมณี แตงอ่อน 13 นางสาว เออ้ื องั กูร หลีใจ 14 นางสาวจิรภิญญา ปญั ญาอน่ิ แกว้ 15 นางสาวเจนจริ า เมอื งมลู 16 นางสาวปราญชลี เมืองใจ 17 นางสาวฐติ ิพร บุญแกว้ 18 นางสาวฐติ นิ ันท์ ก้อนศรีลา 19 นางสาวพรรณกาญจน์ ตากองค์ 20 นางสาวอชริ ญา ทา่ ลอ้ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ระดับคุณภาพ ลงชือ่ ................................................................ผปู้ ระเมนิ ดมี าก ชว่ งคะแนน ดี ...................../..................../................... 18-20 พอใช้ 14-17 ปรบั ปรงุ เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ 10-13 ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ต่ากวา่ 10 ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครัง้ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมนอ้ ยครัง้ ให้ 1 คะแนน

แบบประเมินใบกิจกรรมปฏิบัติการ โครงสร้างไตของสตั ว์เล้ยี งลกู ดว้ ยนา้ นม ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 4/3 ค้าช้ีแจง ใหค้ รูผ้สู อนประเมนิ ใบงานของนกั เรียนแลว้ ให้ทาเครอ่ื งหมาย  ลงในชอ่ งท่ีตรงกบั ระดับคะแนน ท่ี ช่ือ – สกุล เน้อื หา การสรุป ประโยชน์ของ การตรงต่อ รวม สอดคล้องกบั ความรู้ การเขียนส่อื การนา้ ขอ้ มูล เวลา 20 หัวขอ้ ความ ไปใช้ คะแนน 4 3214321432143214321 1 นายวรี ยุทธ พงศพ์ ชั ร 2 นายจารุวฒั น์ แซ่ซิว 3 นายทติ ินนั ต์ ปอแสง 4 นายสมศักด์ิ แซห่ ย่งิ 5 นายสรุ ตั น์ แซ่เหอ้ 6 นายนคเรศ แซย่ ่าง 7 นายวรเวช ลี 8 นายไชยวัฒน์ ยเู บีย 9 นางสาวพัณณิตา ยอดมณีบรรพต 10 นางสาวรจุ ฬิ า กลู ตะ๊ 11 นางสาวภมู ิณัฐดา ธนสธิ เทพธฤิ ทธ์ิ 12 นางสาวภัสดา มาเยอะ 13 นางสาวณชิ กมล แซท่ ่อ 14 เด็กหญงิ พรรณราย เหล็กดี 15 นางสาวภัทรชริ าภรณ์ ใจบญุ มา 16 นางสาวกนกวรรณ นะลี 17 นางสาวหมจี่ ู แซ่เหมา 18 นางสาววชิ ุดา แซ่เฮ้อ 19 นางสาวรัชฎาภรณ์ หมน่ั พัฒนาการ เกณฑก์ ารให้คะแนน ระดับคณุ ภาพ ลงช่ือ................................................................ผปู้ ระเมนิ ดีมาก ชว่ งคะแนน ดี ...................../..................../................... 18-20 พอใช้ 14-17 ปรบั ปรงุ เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ 10-13 ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 4 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง ให้ 3 คะแนน ตา่ กว่า 10 ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ ให้ 2 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง ให้ 1 คะแนน

แบบประเมินใบกจิ กรรมปฏิบัติการ โครงสร้างไตของสัตวเ์ ล้ียงลูกด้วยน้านม ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 4/4 ค้าชี้แจง ใหค้ รูผู้สอนประเมินใบงานของนกั เรียนแล้วให้ทาเครื่องหมาย  ลงในช่องท่ีตรงกับระดับคะแนน ที่ ชื่อ – สกุล เนอื้ หา การสรปุ ประโยชนข์ อง การตรงต่อ รวม สอดคลอ้ งกับ ความรู้ การเขยี นสอ่ื การนา้ ขอ้ มลู เวลา 20 หวั ข้อ ความ ไปใช้ คะแนน 43214321432143214321 1 นายนรวิชญ์ จันตะ๊ นาเขต 2 นายสวุ นิ ัย ไชยชนะ 3 นายขจรเกยี รติ ขันธพนั ธ์ 4 นายจักรพรรดิ์ รู้อา่ น 5 นายจิรวฒั น์ ปิงเมอื ง 6 นายฐิตกิ ร นันทะเสน 7 นายพงศธร เตชะนันท์ 8 นายมานะ นนั ทะเสน 9 นายปยิ ะวัฒน์ ผะก่าคาแหลง 10 นายศาศวตั พลยทุ ธศาสตร์ 11 นายสภุ ทั ร อินถานา 12 นายฐิติวฒุ ิ จอมลุน 13 นายวัชรพงค์ มูลบัวภา 14 นายสงกรานต์ สิรภิ ูมิ เกณฑก์ ารให้คะแนน ระดับคณุ ภาพ ลงช่ือ................................................................ผู้ประเมิน ดมี าก ชว่ งคะแนน ดี ...................../..................../................... 18-20 พอใช้ 14-17 ปรบั ปรุง เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ 10-13 ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 4 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบอ่ ยครั้ง ให้ 3 คะแนน ต่ากวา่ 10 ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั ให้ 1 คะแนน

เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผลกจิ กรรมปฏิบตั กิ าร โครงสร้างไตของสัตว์เลี้ยงลกู ด้วยน้านม ประเด็นการ เกณฑก์ ารให้คะแนน ประเมิน 4 3 21 เน้ือหาสอดคลอ้ ง ผลงานสอดคลอ้ งกบั หวั ขอ้ ผลงานสอดคลอ้ งกบั ผลงานไม่ค่อยสอดคลอ้ ง ผลงานไมส่ อดคลอ้ ง กบั หัวข้อ หรือเร่ืองที่กาหนด หัวขอ้ หรือเรื่องที่กาหนด กบั หัวขอ้ หรือเรอื่ งที่ กับหัวขอ้ หรอื เรื่องที่ ในบางสว่ น กาหนด กาหนด การสรุปความรู้ มีการสรุปความรู้ความ มีการสรปุ ความรคู้ วาม มกี ารสรุปความรูค้ วาม มีการสรปุ ความร้ไู ม่ เข้าใจเกย่ี วกับเร่ืองที่ศึกษา เข้าใจเกยี่ วกับเรื่องท่ี เข้าใจเกยี่ วกับเร่อื งที่ ชดั เจน ได้ชดั เจน ครบถว้ น ศึกษาไดช้ ดั เจนดี ศกึ ษาได้ สมบรู ณ์ การเขียนสื่อ เขียนสอ่ื ความไดถ้ ูกตอ้ ง เขยี นสื่อความไม่ถกู ตอ้ ง เขยี นสือ่ ความไม่ถกู ต้อง เขียนสือ่ ความไดน้ อ้ ย ความ ตามอักขรวธิ ี ตรงประเด็น ตามอกั ขรวธิ ี 4-5 แหง่ ตามอักขรวิธี 2-3 แห่ง ไม่ตรงประเด็น และเขา้ ใจง่าย ตรงประเดน็ ตรงประเด็น ประโยชน์ของ สามารถนาข้อมลู ทไี่ ดไ้ ป สามารถนาข้อมูลทไี่ ด้ไป สามารถนาข้อมลู ทไี่ ดไ้ ป ไมส่ ามารถนาข้อมูลที่ การนา้ ขอ้ มลู ประยกุ ตใ์ ช้ในการเรียน การสอนและใน ประยุกตใ์ ช้ในการเรยี น ปรบั ใช้ในชีวิตประจาวนั ได้ไปปรับใชไ้ ด้ ไปใช้ ชวี ิตประจาวัน การสอนได้ ได้ ความตรงตอ่ ส่งงานตรงเวลามคี วาม รับผิดชอบในงานท่ไี ดร้ บั ทางานท่ไี ด้รับ ทางานทไ่ี ดร้ ับ เวลา รับผิดชอบในงานที่ไดร้ บั มอบหมาย สง่ งานตรง มอบหมายได้ มอบหมายไมค่ รบทกุ มอบหมายสร้างสรรค์งาน เวลาบางครง้ั สว่ น ศลิ ปะได้อย่างถูกตอ้ ง

แบบประเมนิ การสงั เกตพฤติกรรมนักเรียนรายบุคคล ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 4/1 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู้วนั ท่ี.......................เดอื น................................................พ.ศ.................................. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน รวม ระดับ ที่ ชื่อ – สกลุ ความตง้ั ใจ ความสนใจ การตอบ มสี ่วนรว่ มใน (16) คุณภาพ ในการเรียน และการ ค้าถาม กจิ กรรม (4) 1 นายไทยทัศน์ ภนู สวุ รรณ์ ซักถาม (4) 2 นายพรี ะพัฒน์ เจงิ ชยั ภูมิ (4) (4) 3 นายวรากร ธรรมวงค์ 4 นายรชั ชานนท์ เมธีสิทธิกลุ 5 นางสาวปริษญา ประสิทธิ์ 6 นางสาวพทั ธธ์ รี า ตอ่ มคา 7 นางสาวจุฬารตั น์ พทุ ธวงค์ 8 นางสาวณัฐณิชา ปัญญาอิ่นแก้ว 9 นางสาวณฐั ธดิ า สุทธะ 10 นางสาวปรยิ ากร จองรตั น์ 11 นางสาวมณฑิตา บัวเส้ยี ว 12 นางสาวอรจริ า ศรีออ่ น 13 นางสาวจริญาภรณ์ กุมกัน 14 นางสาวชญานิศ วงคจ์ กั ร 15 นางสาวสดุ ารัตน์ วิชา 16 นางสาวเฌอกาญจน์ ปญั ญาสุ เกณฑ์การให้คะแนนดังตารางแนบท้าย ลงชอื่ ................................................................ผ้ปู ระเมนิ ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ ...................../..................../................... 14-16 ดมี าก 11-13 ดี เกณฑก์ ารประเมนิ ในการสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ ดงั น้ี 8-10 พอใช้ 0-7 ปรบั ปรุง เกณฑ์การสรุปผลการประเมิน นกั เรียนท่ไี ดร้ ะดบั คุณภาพพอใชข้ น้ึ ไป ถือว่า ผา่ น

แบบประเมินการสงั เกตพฤติกรรมนกั เรยี นรายบุคคล ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 4/2 สงั เกตพฤติกรรมการเรยี นร้วู ันท่ี.......................เดือน................................................พ.ศ.................................. เกณฑ์การให้คะแนน รวม ระดับ มีส่วนรว่ มใน (16) คุณภาพ ท่ี ชอื่ – สกุล ความต้งั ใจ ความสนใจ การตอบ ในการเรยี น และการ คา้ ถาม กิจกรรม (4) 1 นายชัยภสั พาลพล ซักถาม (4) 2 นายกิตติพงษ์ ธรรมวงค์ (4) (4) 3 นายประสพโชค แซล่ ี 4 นายธัชนนท์ แก้วระกา 5 นายกฤศธชั เปรมทอง 6 นายธีรภทั ร พงศ์พชร 7 นายณัชพล สมโรย 8 นายนนทพัทธ์ วิ่งพิมาย 9 นายวราวธุ กุมกนั 10 นางสาว ญาณิศา จนั ทิมา 11 นางสาว ประวณี า ธะนะ 12 นางสาว รัตนมณี แตงออ่ น 13 นางสาว เอ้ืออังกูร หลีใจ 14 นางสาวจิรภิญญา ปัญญาอิน่ แกว้ 15 นางสาวเจนจริ า เมอื งมลู 16 นางสาวปราญชลี เมอื งใจ 17 นางสาวฐติ ิพร บุญแกว้ 18 นางสาวฐิตนิ ันท์ ก้อนศรลี า 19 นางสาวพรรณกาญจน์ ตากองค์ 20 นางสาวอชริ ญา ท่าล้อ เกณฑ์การให้คะแนนดังตารางแนบท้าย ลงชื่อ................................................................ผ้ปู ระเมนิ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ...................../..................../................... 14-16 ดมี าก 11-13 ดี เกณฑก์ ารประเมินในการสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ ดงั น้ี 8-10 พอใช้ 0-7 ปรับปรงุ เกณฑ์การสรปุ ผลการประเมิน นักเรยี นท่ีไดร้ ะดบั คุณภาพพอใชข้ ึ้นไป ถือว่า ผา่ น

แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนักเรยี นรายบคุ คล ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4/3 สังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรวู้ นั ท่ี.......................เดือน................................................พ.ศ.................................. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน รวม ระดับ มีสว่ นร่วมใน (16) คุณภาพ ท่ี ชื่อ – สกุล ความตงั้ ใจ ความสนใจ การตอบ ในการเรียน และการ คา้ ถาม กจิ กรรม (4) 1 นายวรี ยุทธ พงศ์พัชร ซักถาม (4) 2 นายจารุวฒั น์ แซซ่ วิ (4) (4) 3 นายทิตนิ นั ต์ ปอแสง 4 นายสมศกั ด์ิ แซห่ ยงิ่ 5 นายสรุ ตั น์ แซเ่ ห้อ 6 นายนคเรศ แซย่ ่าง 7 นายวรเวช ลี 8 นายไชยวัฒน์ ยูเบีย 9 นางสาวพัณณิตา ยอดมณบี รรพต 10 นางสาวรุจฬิ า กลู ต๊ะ 11 นางสาวภมู ิณฐั ดา ธนสธิ เทพธิฤทธ์ิ 12 นางสาวภัสดา มาเยอะ 13 นางสาวณิชกมล แซท่ อ่ 14 เด็กหญิงพรรณราย เหล็กดี 15 นางสาวภัทรชริ าภรณ์ ใจบญุ มา 16 นางสาวกนกวรรณ นะลี 17 นางสาวหมจ่ี ู แซเ่ หมา 18 นางสาววชิ ุดา แซเ่ ฮ้อ 19 นางสาวรชั ฎาภรณ์ หม่ันพัฒนาการ ลงชื่อ................................................................ผู้ประเมิน ...................../..................../................... เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนดงั ตารางแนบท้าย เกณฑ์การประเมินในการสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ ดังน้ี ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ เกณฑ์การสรปุ ผลการประเมนิ 14-16 ดีมาก นักเรยี นทีไ่ ด้ระดบั คณุ ภาพพอใช้ขน้ึ ไป ถอื วา่ ผ่าน 11-13 ดี 8-10 พอใช้ 0-7 ปรับปรงุ

แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนกั เรียนรายบุคคล ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 4/4 สังเกตพฤติกรรมการเรียนรวู้ ันที่.......................เดือน................................................พ.ศ.................................. เกณฑ์การให้คะแนน รวม ระดับ ท่ี ชื่อ – สกลุ ความตงั้ ใจ ความสนใจ การตอบ มีสว่ นร่วมใน (16) คุณภาพ ในการเรียน และการ ค้าถาม กจิ กรรม (4) 1 นายนรวชิ ญ์ จันตะ๊ นาเขต ซักถาม (4) 2 นายสวุ นิ ยั ไชยชนะ (4) (4) 3 นายขจรเกียรติ ขนั ธพนั ธ์ 4 นายจกั รพรรด์ิ รู้อา่ น 5 นายจิรวัฒน์ ปิงเมอื ง 6 นายฐิตกิ ร นนั ทะเสน 7 นายพงศธร เตชะนันท์ 8 นายมานะ นนั ทะเสน 9 นายปยิ ะวฒั น์ ผะก่าคาแหลง 10 นายศาศวัต พลยทุ ธศาสตร์ 11 นายสุภัทร อินถานา 12 นายฐติ วิ ุฒิ จอมลนุ 13 นายวัชรพงค์ มลู บัวภา 14 นายสงกรานต์ สริ ภิ มู ิ เกณฑ์การใหค้ ะแนนดงั ตารางแนบทา้ ย ลงชอื่ ................................................................ผ้ปู ระเมนิ ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ...................../..................../................... 14-16 ดมี าก 11-13 ดี เกณฑก์ ารประเมินในการสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ ดงั น้ี 8-10 พอใช้ 0-7 ปรับปรงุ เกณฑ์การสรปุ ผลการประเมิน นกั เรียนท่ไี ด้ระดับคณุ ภาพพอใชข้ ้ึนไป ถือว่า ผา่ น

เกณฑก์ ารวดั และประเมินผลการสงั เกตพฤติกรรมนักเรยี นรายบุคคล ประเดน็ การ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ประเมิน ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ต้องปรบั ปรงุ (1) 1. ความตั้งใจใน การเรยี น สนใจในการเรยี นไม่คยุ สนใจในการเรียนคยุ กนั สนใจในการเรียนคุยกัน ไมส่ นใจในการเรยี น 2. ความสนใจ หรือเล่นกนั ในขณะเรียน เล็กน้อยในขณะเรยี น และเลน่ กันในขณะเรยี น คยุ และเลน่ กนั ในขณะ และการซกั ถาม เปน็ บางครง้ั เรยี น 3. การตอบ ค้าถาม มกี ารถามในหัวขอ้ ทต่ี นไม่ มีการถามในหัวข้อท่ีตน มีการถามในหวั ขอ้ ทตี่ น ไมถ่ ามในหัวข้อทีต่ น 4. มีส่วนรว่ มใน เข้าใจทุกเร่อื งและกลา้ ไมเ่ ขา้ ใจเป็นส่วนมาก ไม่เข้าใจเปน็ บางคร้งั ไมเ่ ขา้ ใจและไม่กลา้ กจิ กรรม แสดงออก และกลา้ แสดงออก และไม่คอ่ ยกลา้ แสดงออก แสดงออก ร่วมตอบคาถามในเร่อื งท่ี ร่วมตอบคาถามในเรอื่ ง รว่ มตอบคาถามในเรื่อง ไม่ตอบคาถาม ครถู ามและตอบคาถามถกู ท่คี รูถามและตอบ ทคี่ รูถามเปน็ บางครัง้ ทกุ ข้อ คาถามสว่ นมากถูก และตอบคาถามถกู เป็น บางคร้ัง รว่ มมือและชว่ ยเหลอื รว่ มมอื และช่วยเหลือ รว่ มมอื และชว่ ยเหลือ ไม่มีความร่วมมือ เพือ่ นในการทากจิ กรรม เพื่อนเป็นสว่ นใหญใ่ น เพอื่ นในการทากิจกรรม ในขณะทากิจกรรม การทากจิ กรรม เปน็ บางครั้ง

ใบกิจกรรมเสรมิ ความรู้ เรื่องไต จดุ ประสงค์ 1. ศกึ ษาโครงสร้างภายนอกและภายในของไตสัตว์มีกระดูกสันหลงั 2. ระบุ และอธบิ ายลักษณะโครงสรา้ งภายนอกและภายในของไต วสั ดุ อุปกรณ์ 4. แว่นขยาย 1. ไตหมหู รอื ไตววั 5. ถุงมอื ยาง 2. เครอื่ งมือผา่ ตัด 3. ถาดผา่ ตัด วธิ กี ารทา้ กิจกรรม 1. นาไตมาลา้ งใหส้ ะอาดและสังเกตโครงสร้างภายนอก 2. ใชม้ ีดผ่าคร่ึงไตตามยาวดงั รูป แล้วใชแ้ ว่นขยายส่องดลู กั ษณะและโครงสร้างภายในของไต 3. วาดรูปโครงสรา้ งของไต พร้อมทง้ั ชส้ี ว่ นประกอบทีส่ าคัญโดยเปรียบเทยี บกับไตจรงิ

แนวการตอบ…ใบกจิ กรรมเสรมิ ความรู้ เรอ่ื งไต จุดประสงค์ 1. ศึกษาโครงสร้างภายนอกและภายในของไตสตั วม์ ีกระดูกสันหลัง 2. ระบุ และอธิบายลักษณะโครงสรา้ งภายนอกและภายในของไต วสั ดุ อุปกรณ์ 4. แว่นขยาย 1. ไตหมูหรือไตววั 5. ถุงมอื ยาง 2. เครอ่ื งมือผา่ ตดั 3. ถาดผ่าตดั วธิ ีการทา้ กจิ กรรม 1. นาไตมาล้างใหส้ ะอาดและสังเกตโครงสร้างภายนอก 2. ใชม้ ีดผ่าครึง่ ไตตามยาวดงั รูป แลว้ ใชแ้ วน่ ขยายส่องดลู กั ษณะและโครงสรา้ งภายในของไต 3. วาดรูปโครงสร้างของไต พรอ้ มทงั้ ชสี้ ว่ นประกอบท่สี าคัญโดยเปรยี บเทยี บกับไตจริง บันทึกผลการทดลอง โครงสร้างภายนอกของไต โครงสรา้ งภายในของไต

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 4 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย โรงเรียนหว้ ยซอ้ วิทยาคม รชั มงั คลาภเิ ษก รายวิชา วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ รหสั ว31102 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2563 หน่วยการเรียนรู้ การรักษาดุลยภาพของรา่ งกายมนษุ ย์ เร่อื ง การรักษาดลุ ยภาพของกรด-เบสของเลือด เวลา 2 ชัว่ โมง สอนวันท่ี....... เดอื น....................... พ.ศ. ........ ผ้สู อน นางสาวเสาวลักษณ์ ตอโนนสูง มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวช้วี ดั มาตรฐาน ว1.2 : เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลาเลียงสารผ่านเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าท่ีของระบบต่างๆ ของสัตว์และมนุษย์ท่ีทางานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของ โครงสรา้ งและหน้าทข่ี องอวัยวะตา่ งๆ ของพืชทที่ างานสมั พันธก์ นั รวมท้ังนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวช้ีวัด ม.4/3 อธิบายการควบคุมของกรด-เบสของเลอื ดโดยการทางานของไตและปอด สาระสาคญั สิง่ มีชวี ติ แต่ละชนิดมโี ครงสรา้ งและอวัยวะท่ีแตกตา่ งกัน จงึ มวี ิธีการรักษาดลุ ยภาพต่างกัน สาหรับคนและ สัตว์เล้ียงลูกด้วยน้านมมีไตเป็นอวัยวะที่ทาหน้าท่ีรักษาดุลยภาพของน้าและแร่ธาตุต่าง ๆ โดยการกาจัดของเสียท่ี เกิดจากกระบวนการเมทาบอลิซึม ควบคุมความเข้มข้นของแร่ธาตุและรักษาสภาพกรด-เบสในร่างกายให้คงท่ี การรักษาอุณหภูมิภายในร่างกายของคนและสัตว์มีศูนย์ควบคุมอยู่ที่สมองส่วนไฮโพทาลามัส ซ่ึงทางานร่วมกับ ผวิ หนัง ตอ่ มเหงอื่ และหลอดเลือด ส่วนพืชมปี ากใบเพ่อื แลกเปล่ยี นแก๊สและควบคมุ สมดลุ น้าภายในลาตน้ จุดประสงค์การเรียนรู้ เมือ่ เรยี น เรือ่ ง การรกั ษาดลุ ยภาพของกรด-เบสของเลือด และผเู้ รยี นสามารถ 1. ดา้ นความรู้ (K) 1) อธบิ ายกลไกการรกั ษาดลุ ยภาพของกรด-เบสในเลือดโดยการทางานของไตและปอด 2) สบื ค้นข้อมูล อธิบายสาเหตุ และแนวทางป้องกนั หรอื รักษาโรคไตและโรคทเี่ กีย่ วกบั ทางเดินปสั สาวะ 2. ดา้ นทักษะ/ กระบวนการ (P) 1) นาความรทู้ ่ีศึกษามาปฏบิ ัติตนและแนะนาผู้อน่ื ในการหลีกเล่ียงความเสี่ยงโรคไตและโรคที่ เกยี่ วกบั ทางเดินปสั สาวะ 3.คณุ ลกั ษณะ (A) 1) มีความใฝเ่ รียนรู้ 2) การใชว้ จิ ารณญาณและความรอบคอบ 3) ตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมและการเข้าชน้ั เรยี น

สาระการเรียนรู้ การรักษาดุลยภาพของกรด – เบสในเลือดเกิดจากการทางานของไตที่ทาหน้าท่ีขับหรือดูดกลบั ไฮโดรเจน ไอออน ไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออน และแอมโมเนียมไอออน ร่วมกับการทางานของปอดที่ทาหน้าที่กาจัด คาร์บอนไดออกไซด์ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน 1. ความสามารถในการสอื่ สาร 2. ความสามารถในการคดิ - ทกั ษะการสังเกต - ทกั ษะการลงความเหน็ จากขอ้ มูล 3. ความสามารถในการแก้ปญั หา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ - กระบวนการทางานกลุม่ 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ชิน้ งาน/ภาระงาน - แบบบันทกึ กิจกรรมเร่ือง การรกั ษาดุลยภาพของกรด – เบสในเลือด กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ช่วั โมงท่ี 1-2 (120 นาท)ี ) กิจกรรมนาสูก่ ารเรียน 1) ข้ันสร้างความสนใจ (5 นาท)ี 1.1 ครูทบทวนเร่ืองกระบวนการต่างๆ ท่ีเกิดข้ึนในร่างกายมนุษย์ เช่นการหายใจระดับเซลล์ การสลาย สารอาหารเพ่ือใหไ้ ดพ้ ลงั งานล้วนเปน็ กระบวนการเมทาบอลิซึมทีต่ ้องอาศัยเอนไซม์ในปฏิกริ ิยา 1.2 ครูใช้คาถามเกยี่ วกบั การทางานของเอนไซม์ ดงั นี้ 1) ปจั จยั ใดบ้างทม่ี ีผลตอ่ การทางานของเอนไซม์ กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ 2) ขนั้ สารวจและคน้ หา (60 นาท)ี 2.1 ครแู บ่งนักเรียนเป็นกลมุ่ ละ 4-5 คน เพอ่ื ทากจิ กรรม 2.2 ให้นักเรียนศึกษากราฟแสดงอัตราการทางานของเอนไซม์เพปซินและ เอนไซม์อะไมเลสท่ีค่า pH ต่างๆ พร้อมตอบคาถาม ดังนี้ 1) เอนไซมอ์ ะไมเลสทางานดีสุดท่คี ่า pH เทา่ ใด (ค่า pH 7)

2) จงอธิบายการทางานของเอนไซมเ์ พปซินและ เอนไซมอ์ ะไมเลส (เอนไซม์เพปซินทางานได้ดีสดุ ท่ีค่า pH 2 หากค่า pH เพิ่มข้ึนจะทาให้การทางานลดประสิทธภิ าพลงจนไมส่ ามารถ ทางานได้ และเอนไซมอ์ ะไมเลสทางานไดด้ ีสดุ ท่ีคา่ pH 7 หากค่า pH เพิ่มขน้ึ หรอื ลดลงจะทาใหก้ ารทางานลดประสิทธิภาพลง) 2.3 ครูอธิบายเพ่ิมเติมว่าอัตราเมทาบอลิซึมจะเกิดขึ้นได้เร็วหรือช้าขึ้นกับการทางานของเอนไซม์ โดย อัตราการทางานของเอนไซม์ขึน้ กบั กรด-เบสท่เี หมาะสม 2.4 ครูให้นักเรียนศึกษาสมการ การเกิดปฏิกิริยาของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์กับน้าในเลือดที่ทาให้เกิด ไฮโดรเจนไอออน (H+) โดย H+ มีผลทาให้ค่าความเป็นกรด-เบสเปล่ียนแปลงไป ให้นักเรียนร่วมกันอภปิ รายโดยใช้ คาถาม ดังน้ี 1) ถ้าเลือดมปี ริมาณ H+ มากหรอื นอ้ ยกวา่ ปกติจะส่งผลตอ่ การเปลีย่ นแปลงของค่า pH อย่างไร 2) ร่างกายมนษุ ย์มีแนวโนม้ มคี วามเป็นกรด หรอื เบสมากกว่ากัน เพราะเหตุใด 2.5 จากการอภิปรายนักเรียนควรสรุปได้ว่า ถ้าเลือดมีปริมาณ H+ มากกว่าปกติจะทาให้ค่า pH ต่าเกิด ความเป็นกรด แต่ถ้าเลือดมี H+ น้อยกว่าปกติจะทาให้เลือดมีความเป็นเบส เนื่องจากเซลล์ต่างๆ ต้องการพลังงาน ซึ่งได้มาจากการสลายสารอาหารระดับเซลล์ทาให้เกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เป็นจานวนมาก ปริมาณ H+ จึง เพ่ิมขน้ึ ตลอดเวลา 2.6 ครูใช้คาถามนาสู่เรื่องการรักษาดุลยภาพของกรด-เบสในเลือด ว่านักเรียนคิดว่าร่างกายรักษาดุลย ภาพของความเป็นกรด-เบสในเลือดไดอ้ ย่างไร (การหายใจออก การทางานของไต และระบบบฟั เฟอร์ในเลือด) 2.7 ครทู บทวนเรื่องการหายใจของมนุษย์ โดยอาจใช้สื่อวีดทิ ัศน์เก่ยี วกับการแลกเปล่ยี นแก๊สทป่ี อดแล้วใช้ คาถาม ดงั นี้ 1) การแลกเปลยี่ นแกส๊ ออกซิเจน และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เกดิ ข้ึนท่ีอวัยวะใดและบรเิ วณใด (เกดิ ข้ึนทีป่ อดบริเวณถุงลมปอด) 2) ครูให้ทดลองกล้ันหายใจให้นานท่สี ดุ เพราะเหตุใดนักเรียนจงึ กลน้ั หายใจได้ไม่นาน (ขณะกลนั้ หายใจปริมาณแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ในร่างกายจะสงู ขน้ึ จนถงึ จุดทีร่ า่ งกายทนไมไ่ ดต้ ้องหายใจออกเพอื่ ขบั แกส๊ คาร์บอนไดออกไซดอ์ อก โดยการตอบสนองนอ้ี ยู่นอกอานาจจิตใจจงึ ไมส่ ามารถกลน้ั หายใจไดน้ าน) 3) การหายใจช่วยรกั ษาดลุ ยภาพของกรด-เบสในเลอื ดได้อยา่ งไร (ถ้าปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์หรือไฮโดรเจนไอออนสะสมอยู่ในเลือดมากจะส่งผลให้ให้เลือดมีความเป็นกรด เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงน้ีจะสง่ สญั ญาณไปกระต้นุ ศูนย์ควบคมุ การหายใจท่ีสมอง ทาให้เพ่ิมอัตราการหายใจเพอ่ื ขับแก๊สออกจาก ปอดเร็วขึ้น แต่ถ้าเลือดเป็นเบส อัตราการหายใจจะลดลงเพื่อเพ่ิมไฮโดรเจนไอออนให้สูงข้ึนโดยการสะสมคาร์บอนไดออกไซด์ใน เลือด ทาให้กรด-เบสเขา้ สภู่ าวะสมดลุ ) 3) ขั้นอธิบายและลงข้อสรปุ (35 นาท)ี 3.1 ครูให้นักเรียนสืบค้นและสรุปเกี่ยวกับกลไกการรักษาดุลยภาพความเป็นกรด-เบสในเลือดโดยการ ทางานของไต 3.2 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทากิจกรรมเสนอแนะเรื่องโรคไตและโรคที่เกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะจาก โรงพยาบาล สถานีอนามัยในท้องถิ่นหรือบุคคลใกลช้ ิด รวมทั้งสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับความก้าวหนา้ การรักษาโรคไต และการใช้ไตเทยี ม

3.3 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอข้อมูล และอภิปรายร่วมกันเพ่ือสรุปเป็นข้อมูลท้องถ่ิน เกี่ยวกับสถิติ สาเหตุ ตลอดจนวธิ ีการรักษาโรคไตและโรคท่เี กย่ี วกับทางเดนิ ปสั สาวะ กิจกรรมรวบยอด 4) ขัน้ ขยายความรู้ (5 นาที) 4.1 ครูขยายความรู้โดยเช่ือมโยงเก่ียวกับการตรวจสุขภาพประจาปี เพื่อให้นักเรียนตระหนักถึงสุขภาพ ของตนเอง โดยเน้นประเดน็ ที่ว่าการตรวจสุขภาพมีวัตถุประสงค์เพ่ือป้องกันโรคหรือตรวจหาความเส่ยี งในการเกิด โรค โดยวิธีการตรวจปัสสาวะซ่ึงทาให้ทราบถึงการทางานของไตว่าปกติดีหรือไม่ โดยจะตรวจความเป็นกรด-เบส ความถ่วงจาเพาะ โปรตีนและกลูโคส รวมท้ังตรวจตะกอนในปัสสาวะ เพื่อตรวจหาเซลล์เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือด ขาว เยอ่ื บุผวิ แบคทเี รีย และผลึกแคลเซียมออกซาเลต 5) ข้ันประเมนิ ผล (5 นาท)ี 1. ดา้ นความรู้ (K) ประเมินจาก 1. องคค์ วามรทู้ ี่นักเรยี นสืบค้นข้อมูลและจดบนั ทกึ 2. สรปุ และอภปิ รายผลการสบื ค้นขอ้ มูล 2. ด้านทักษะกระบวนการ (P) ประเมนิ จาก 1. กระบวนการทางาน (ความรว่ มมอื และมีส่วนร่วมในการทากิจกรรม) 2. ทักษะการนาเสนอผลงาน (การสื่อสารส่ิงท่เี รยี นรู้) 3. ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A) ประเมินจาก 1. การคดิ วิพากษ์วจิ ารณ์ การคิดอยา่ งมีเหตุมีผล การคดิ อย่างสร้างสรรค์ 2. การทางานรว่ มกับผู้อนื่ 3. ความสนใจใฝ่รู้ ใฝห่ า 4. การแสดงออกถงึ ความคดิ เห็น 5. ความรบั ผิดชอบ สื่อ / แหล่งเรียนรู้ 1. หนังสอื เรียนรายวิชาพืน้ ฐาน วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 2. สอ่ื คลปิ วีดโี อเกย่ี วกับการแลกเปลย่ี นแกส๊ ทปี่ อด 3. สอ่ื นาเสนอ Power Point เรอื่ งการรักษาดุลยภาพของกรด-เบสในเลือด 4. ฐานขอ้ มลู จาก internet/ คลังสื่อ DLIT

การวดั และประเมนิ ผล วิธีการวัด เคร่ืองมือวดั เกณฑก์ ารประเมนิ การผา่ น จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ตรวจใบกิจกรรม แบบประเมนิ กิจกรรม คะแนน 4 หมายถึง ดีเยีย่ ม (K) อธบิ ายกลไกการรกั ษาดุลย คะแนน 3 หมายถึง ดี ภาพของกรด-เบสในเลือดโดย ตรวจใบกิจกรรม แบบประเมนิ กจิ กรรม คะแนน 2 หมายถึง พอใช้ การทางานของไตและปอด คะแนน 1 หมายถงึ ปรับปรงุ ประเมนิ แบบประเมินการปฏิบตั กิ าร ผู้เรียนได้ระดับคุณภาพ พอใช้ ข้ึนไป (K) สบื ค้นข้อมูล อธิบายสาเหตุ ปฏิบัติการ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ถือวา่ ผา่ น และแนวทางปอ้ งกันหรือรักษา สังเกตพฤติกรรม คะแนน 4 หมายถงึ ดเี ยยี่ ม โรคไตและโรคทเ่ี ก่ยี วกบั ทางเดิน คะแนน 3 หมายถึง ดี ปสั สาวะ คะแนน 2 หมายถึง พอใช้ คะแนน 1 หมายถึง ปรบั ปรงุ (P) นาความรทู้ ่ศี ึกษามาปฏิบัติ ผู้เรียนได้ระดับคุณภาพ พอใช้ ข้ึนไป ตนและแนะนาผู้อน่ื ในการ ถือว่าผา่ น หลีกเลย่ี งความเสย่ี งโรคไตและ ผ้เู รยี นไดร้ ะดับคณุ ภาพ พอใช้ ขึ้นไป โรคทเี่ กี่ยวกบั ทางเดินปัสสาวะ ถือว่าผ่าน (A) มีความใฝ่เรยี นรู้ ผเู้ รยี นไดร้ ะดับคุณภาพ พอใช้ ขึ้นไป ถอื ว่าผา่ น

รายละเอยี ดเกณฑก์ ารประเมิน ประเดน็ การ นา้ หนัก ระดบั คุณภาพ ประเมนิ คะแนน 4 3 2 1 1. อธิบายกลไกการ 2 อธิบายกลไกการรักษา อธบิ ายกลไกการรกั ษา อธบิ ายกลไกการรักษา อธิบายกลไกการรกั ษา รกั ษาดุลยภาพของ ดุลยภาพของกรด-เบส ดลุ ยภาพของกรด-เบส ดุลยภาพของกรด-เบส ดุลยภาพของกรด-เบส กรด-เบสในเลอื ดโดย ในเลือดโดยการ ในเลือดโดยการ ในเลือดโดยการ ในเลือดโดยการ การทางานของไตและ ทางานของไตและปอด ทางานของไตและปอด ทางานของไตและปอด ทางานของไตและปอด ปอด ได้ถกู ต้อง ถูกตอ้ งเป็นส่วนใหญ่ ถูกตอ้ งบางประเดน็ ไมถ่ ูกตอ้ ง 2. สบื ค้นขอ้ มลู อธบิ าย 2 อธบิ ายสาเหตุ และ อธบิ ายสาเหตุ และ อธบิ ายสาเหตุ และ อธบิ ายสาเหตุ และ สาเหตุ และแนวทาง แนวทางป้องกันหรอื แนวทางป้องกนั หรอื แนวทางปอ้ งกนั หรือ แนวทางป้องกันหรือ ปอ้ งกนั หรอื รักษาโรคไต รักษาโรคไตและโรคที่ รกั ษาโรคไตและโรคท่ี รกั ษาโรคไตและโรคท่ี รักษาโรคไตและโรคท่ี และโรคท่เี กย่ี วกบั เกยี่ วกับทางเดนิ เก่ยี วกบั ทางเดนิ เก่ยี วกบั ทางเดนิ เกี่ยวกบั ทางเดนิ ทางเดินปสั สาวะ ปสั สาวะได้ถูกตอ้ ง ปสั สาวะถกู ตอ้ งเป็น ปัสสาวะถกู ตอ้ งบาง ปสั สาวะไมถ่ กู ตอ้ ง ส่วนใหญ่ ประเดน็ เกณฑ์การตดั สิน ระดบั 4 หมายถึง มรี ะดบั คุณภาพดีเยยี่ ม ระดับ 3 หมายถงึ มรี ะดับคุณภาพดี ระดับ 2 หมายถึง มีระดับคุณภาพพอใช้ ระดับ 1 หมายถงึ มรี ะดับคุณภาพปรบั ปรงุ เกณฑก์ ารผา่ น ได้ระดับ 3 ขนึ้ ไป ร้อยละ 60 ถอื วา่ ประสบผลสาเรจ็ ในการสอน

บันทกึ ผลหลังการการเรยี นรู้ ขอ้ สังเกต / ข้อคน้ พบ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. แนวทางแก้ไขเพ่ือการปรับปรุงพัฒนา ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................................... ............... ............................................................................................................................. ................................................. ผลการพัฒนา (บนั ทกึ หลังจากทไ่ี ดพ้ ัฒนาผเู้ รยี นด้วยวธิ ีการตา่ งๆแล้ว) ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ...............................................ครผู ูส้ อน (นางสาวเสาวลักษณ์ ตอโนนสูง) ............./................../.............. ภาคผนวก - เครอ่ื งมือทใ่ี ชใ้ นการวัด ประเมินผล - ใบงาน / ใบกจิ กรรม - แนวคาตอบของใบงาน / ใบกิจกรรม - แบบบันทกึ การประเมนิ ตา่ ง ๆ - หากในช่ัวโมงน้ันมีแบบทดสอบให้ใส่แบบทดสอบพร้อมเฉลย ด้วย

แบบประเมนิ การสงั เกตพฤติกรรมนักเรยี นรายบคุ คล ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4/1 สงั เกตพฤติกรรมการเรยี นร้วู นั ที่.......................เดอื น................................................พ.ศ.................................. เกณฑ์การใหค้ ะแนน รวม ระดับ ที่ ชือ่ – สกลุ ความต้งั ใจ ความสนใจ การตอบ มสี ว่ นร่วมใน (16) คุณภาพ ในการเรยี น และการ คาถาม กิจกรรม (4) 1 นายไทยทัศน์ ภูนสุวรรณ์ ซักถาม (4) 2 นายพรี ะพฒั น์ เจงิ ชยั ภูมิ (4) (4) 3 นายวรากร ธรรมวงค์ 4 นายรชั ชานนท์ เมธสี ทิ ธกิ ลุ 5 นางสาวปริษญา ประสิทธ์ิ 6 นางสาวพทั ธธ์ ีรา ต่อมคา 7 นางสาวจุฬารตั น์ พทุ ธวงค์ 8 นางสาวณฐั ณชิ า ปญั ญาอิน่ แก้ว 9 นางสาวณฐั ธดิ า สทุ ธะ 10 นางสาวปริยากร จองรัตน์ 11 นางสาวมณฑติ า บวั เสี้ยว 12 นางสาวอรจิรา ศรอี ่อน 13 นางสาวจรญิ าภรณ์ กุมกนั 14 นางสาวชญานิศ วงค์จกั ร 15 นางสาวสดุ ารัตน์ วิชา 16 นางสาวเฌอกาญจน์ ปญั ญาสุ เกณฑ์การให้คะแนนดงั ตารางแนบทา้ ย ลงชือ่ ................................................................ผ้ปู ระเมนิ ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ ...................../..................../................... 14-16 ดมี าก 11-13 ดี เกณฑก์ ารประเมนิ ในการสงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ ดงั น้ี 8-10 พอใช้ 0-7 ปรบั ปรุง เกณฑก์ ารสรปุ ผลการประเมิน นักเรยี นทีไ่ ดร้ ะดับคุณภาพพอใชข้ นึ้ ไป ถือว่า ผา่ น

แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนกั เรยี นรายบุคคล ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4/2 สังเกตพฤติกรรมการเรยี นร้วู ันท่ี.......................เดอื น................................................พ.ศ.................................. เกณฑ์การใหค้ ะแนน รวม ระดับ มีสว่ นรว่ มใน (16) คุณภาพ ท่ี ชือ่ – สกลุ ความต้ังใจ ความสนใจ การตอบ ในการเรยี น และการ คาถาม กจิ กรรม (4) 1 นายชัยภัส พาลพล ซกั ถาม (4) 2 นายกติ ติพงษ์ ธรรมวงค์ (4) (4) 3 นายประสพโชค แซ่ลี 4 นายธชั นนท์ แก้วระกา 5 นายกฤศธชั เปรมทอง 6 นายธีรภัทร พงศ์พชร 7 นายณัชพล สมโรย 8 นายนนทพัทธ์ ว่ิงพิมาย 9 นายวราวธุ กมุ กนั 10 นางสาว ญาณิศา จันทิมา 11 นางสาว ประวีณา ธะนะ 12 นางสาว รัตนมณี แตงออ่ น 13 นางสาว เออื้ อังกรู หลใี จ 14 นางสาวจิรภิญญา ปญั ญาอิ่นแกว้ 15 นางสาวเจนจริ า เมืองมลู 16 นางสาวปราญชลี เมืองใจ 17 นางสาวฐิตพิ ร บุญแก้ว 18 นางสาวฐิตนิ ันท์ ก้อนศรีลา 19 นางสาวพรรณกาญจน์ ตากองค์ 20 นางสาวอชริ ญา ท่าล้อ เกณฑ์การใหค้ ะแนนดงั ตารางแนบทา้ ย ลงช่อื ................................................................ผ้ปู ระเมนิ ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ...................../..................../................... 14-16 ดมี าก 11-13 ดี เกณฑ์การประเมนิ ในการสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ ดงั น้ี 8-10 พอใช้ 0-7 ปรับปรุง เกณฑก์ ารสรปุ ผลการประเมิน นักเรยี นท่ีไดร้ ะดบั คุณภาพพอใช้ข้นึ ไป ถือว่า ผา่ น

แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนกั เรียนรายบุคคล ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4/3 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นรวู้ นั ท่ี.......................เดือน................................................พ.ศ.................................. เกณฑก์ ารให้คะแนน รวม ระดับ มสี ว่ นรว่ มใน (16) คุณภาพ ท่ี ชือ่ – สกุล ความต้งั ใจ ความสนใจ การตอบ ในการเรยี น และการ คาถาม กจิ กรรม (4) 1 นายวีรยุทธ พงศพ์ ชั ร ซักถาม (4) 2 นายจารุวัฒน์ แซ่ซิว (4) (4) 3 นายทติ ินันต์ ปอแสง 4 นายสมศักดิ์ แซห่ ยิ่ง 5 นายสุรตั น์ แซเ่ หอ้ 6 นายนคเรศ แซย่ ่าง 7 นายวรเวช ลี 8 นายไชยวัฒน์ ยเู บีย 9 นางสาวพัณณิตา ยอดมณีบรรพต 10 นางสาวรจุ ฬิ า กลู ตะ๊ 11 นางสาวภูมณิ ัฐดา ธนสธิ เทพธิฤทธิ์ 12 นางสาวภัสดา มาเยอะ 13 นางสาวณชิ กมล แซท่ ่อ 14 เด็กหญงิ พรรณราย เหลก็ ดี 15 นางสาวภัทรชิราภรณ์ ใจบญุ มา 16 นางสาวกนกวรรณ นะลี 17 นางสาวหม่จี ู แซเ่ หมา 18 นางสาววิชดุ า แซ่เฮอ้ 19 นางสาวรชั ฎาภรณ์ หมั่นพฒั นาการ ลงชอ่ื ................................................................ผู้ประเมิน ...................../..................../................... เกณฑก์ ารให้คะแนนดงั ตารางแนบท้าย เกณฑ์การประเมนิ ในการสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ ดังน้ี ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ เกณฑก์ ารสรุปผลการประเมิน 14-16 ดีมาก นกั เรยี นทไี่ ดร้ ะดบั คณุ ภาพพอใชข้ ึ้นไป ถือวา่ ผ่าน 11-13 ดี 8-10 พอใช้ 0-7 ปรับปรงุ

แบบประเมนิ การสงั เกตพฤติกรรมนกั เรียนรายบุคคล ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4/4 สังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรวู้ ันที่.......................เดือน................................................พ.ศ.................................. เกณฑ์การใหค้ ะแนน รวม ระดับ ที่ ชื่อ – สกลุ ความตง้ั ใจ ความสนใจ การตอบ มีส่วนร่วมใน (16) คุณภาพ ในการเรียน และการ คาถาม กจิ กรรม (4) 1 นายนรวิชญ์ จนั ตะ๊ นาเขต ซกั ถาม (4) 2 นายสุวนิ ัย ไชยชนะ (4) (4) 3 นายขจรเกียรติ ขันธพนั ธ์ 4 นายจกั รพรรดิ์ รู้อา่ น 5 นายจิรวฒั น์ ปงิ เมือง 6 นายฐิติกร นันทะเสน 7 นายพงศธร เตชะนนั ท์ 8 นายมานะ นันทะเสน 9 นายปิยะวัฒน์ ผะกา่ คาแหลง 10 นายศาศวตั พลยทุ ธศาสตร์ 11 นายสุภัทร อนิ ถานา 12 นายฐติ ิวฒุ ิ จอมลนุ 13 นายวชั รพงค์ มลู บวั ภา 14 นายสงกรานต์ สริ ภิ มู ิ เกณฑ์การให้คะแนนดงั ตารางแนบทา้ ย ลงช่ือ................................................................ผ้ปู ระเมนิ ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ ...................../..................../................... 14-16 ดีมาก 11-13 ดี เกณฑก์ ารประเมนิ ในการสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ ดงั น้ี 8-10 พอใช้ 0-7 ปรับปรุง เกณฑ์การสรุปผลการประเมิน นกั เรยี นท่ไี ด้ระดบั คณุ ภาพพอใชข้ ึน้ ไป ถือว่า ผา่ น


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook