Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เสด็จสู่แดนสรวง ศิลปะ ประเพณี และความเชื่อในงานพระบรมศพและพระเมรุมาศ

เสด็จสู่แดนสรวง ศิลปะ ประเพณี และความเชื่อในงานพระบรมศพและพระเมรุมาศ

Published by Chalermkiat Deesom, 2017-10-10 04:17:00

Description: เสด็จสู่แดนสรวง ศิลปะ ประเพณี และความเชื่อในงานพระบรมศพและพระเมรุมาศ

Keywords: จดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยบูรพา,มหาวิทยาลัยบูรพา,Buu archives

Search

Read the Text Version

๖เมื่อพระมหาอุปราชทิวงคตไม่ปรากฏการโกนผมทั้งแผ่นดิน นอกจากนี้ ยังชวนให้นึกได้ว่าพระเกียรติยศของพระองค์เสมอเท่าพระมหากษัตริย์ ทั้งน้ีเพราะในพระราชพงศาวดารบ่อยคร้ังท่ีจะออกพระนามพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลท่ี ๑ และสมเด็จกรมพระราชวังบวรว่า พระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ แม้ว่าสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์ทิวงคต ในพระราชพงศาวดารระบุว่าโกนผมทั้งแผน่ ดนิ (เจา้ พระยาทิพากรวงศ์ ๒๕๔๘: ๖๘) แต่สมเด็จฯ กรมพระยาดำ� รงราชานภุ าพทรงอา้ งถึงสารตราที่สมุหกลาโหมส่งถึงกรมการเมอื งนครศรธี รรมราชว่า ครง้ั สมเดจ็ กรมพระราชวังบวรรชั กาลกอ่ นทิวงคตทรงมพี ระบรมราชโองการใหพ้ ระราชวงศ์ ข้าทูลละอองทง้ั ฝา่ ยกลาโหมและพลเรือนในพระราชวังหลวงและวังบวร เจ้าเมืองกรมการอาณาประชาราษฎร์โกนผม แต่ในสมเด็จกรมพระราชวงั บวรพระองคท์ รงโปรดเกลา้ ฯ ใหพ้ ระเจา้ ลกู เธอ หลานเธอ และขา้ ทลู ละอองธลุ พี ระบาทบุตรภรรยาข้าใช้ในเรือนทางฝ่ายกรมพระราชวังบวรโกนเท่านั้น (เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ๒๕๓๓:๑๒๔-๑๒๕) ครั้งรัชกาลที่ ๓ เมอื่ สมเดจ็ กรมพระราชวงั บวรศักดิพลเสพทิวงคต โปรดใหโ้ กนผมเฉพาะข้าในกรมเท่าน้ัน (เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ๒๕๓๘: ๔๘) แม้พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวซ่ึงในคราวพระราชพิธีบวรราชาภิเษกมีข้ันตอนคล้ายคลึงกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกก็ตามแตเ่ มอ่ื เสดจ็ สวรรคตไดม้ กี ารออกหมายใหข้ า้ ราชการวงั หนา้ และขา้ ในกรมใหโ้ กนศรี ษะแตฝ่ า่ ยเดยี ว(เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ๒๕๐๗: ๑๗๗) และในคราวสมเด็จกรมพระราชวังบวรวิชัยชาญทิวงคตปรากฏว่า พระโอรสธิดาในกรมพระราชวังบวรโกนผมเช่นกัน (สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิรณุ หศิ ๒๕๕๓: ๙๗) โกนผมท้งั แผ่นดินกับแนวคดิ รฐั นาฏกรรม แม้ว่าการโกนผมทั้งแผ่นดินเป็นเร่ืองท่ีราชส�ำนักจ�ำเป็นท่ีจะต้องปฏิบัติ ท้ังน้ีเพราะเป็นการตรวจสอบความจงรกั ภกั ดี แตใ่ นขณะเดยี วกนั กไ็ มค่ วรลมื เรอื่ งแนวคดิ “รฐั นาฏกรรม” (TheatricalState) ของคลฟิ ฟอรด์ เกยี รตซิ ์ (Clifford Geertz) นกั วชิ าการดา้ นมานษุ ยวทิ ยา เปน็ ผเู้ สนอแนวคดิ นี้ขน้ึ มา กลา่ วโดยสรปุ แนวคดิ นอ้ี ธบิ ายวา่ กษตั รยิ ค์ วบคมุ รฐั และราษฎรผา่ นการละครทเ่ี รยี กวา่ พธิ กี รรมซงึ่ เป็นระบบสญั ลักษณ์เชงิ อำ� นาจ ละครฉากใหญน่ ้มี ีพระราชาเปน็ ตวั เอกขุนนางและไพรเ่ ป็นผู้เลน่ผู้เล่นเองก็อยู่ในสภาวะผู้ชม ซ่ึงต้องอยู่ในกฎในระเบียบและจารีตประเพณีต่างๆ ซึ่งท้ังหมดก็เพ่ือย�้ำให้เห็นสภาวะท่ีแตกต่างของผู้เข้าร่วมพิธีคือ พระวงศ์ ขุนนาง และไพร่ฟ้า อีกทั้งยังมีจักรวาลทจ่ี ำ� ลองตามความเชอ่ื ทางศาสนาเพอ่ื ย้�ำถงึ อำ� นาจแบบเทวะของพระราชา (Geertz 1980) ดงั นน้ั ภายใตโ้ รงละครขนาดใหญน่ เ้ี อง งานพระราชพธิ พี ระบรมศพ คอื พนื้ ทขี่ องการแสดงอ�ำนาจแบบหน่ึง ท่ีท�ำให้ขุนนางท่ีเป็นไพร่ในสังกัดจะต้องโกนผมหรือแต่งกายไว้ทุกข์ เพื่อเป็นส่วนหน่ึงของละครแห่งอ�ำนาจ อย่างไรก็ตาม ไพร่ฟ้าที่มีความรู้สึกร่วมกับนาฏกรรมฉากใหญ่ท่ีราชสำ� นกั จดั ข้ึนก็น่าทจ่ี ะข้ึนกับวงพน้ื ทขี่ องไพร่ผนู้ ้นั ว่าอยู่ใกลร้ าชธานีมากนอ้ ยเพียงใดด้วย 153เสดจ็ สูแ่ ดนสรวงศิลปะ ประเพณี และความเช่อื ในงานพระบรมศพและพระเมรุมาศ

ขนบทเี่ ปลีย่ นแปลงในช่วงรชั กาลท่ี ๔ – ๗ ในชว่ งสมยั พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั รชั กาลที่ ๔ สยามประเทศไดเ้ ปดิ รบั เอาขนบธรรมเนยี มจากชาตติ ะวนั ตกเพอ่ื ปรบั ตวั ตามกระแสโลก มชี าวยโุ รปและอเมรกิ นั ไดเ้ ขา้ มอี ทิ ธพิ ลทางความคิดอย่างสูงและได้เข้าร่วมงานพระบรมศพ/พระศพด้วย (สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟา้ มหาวชิรณุ หศิ ๒๕๕๓: ๙๗) ดังนน้ั จึงไมใ่ ช่เรือ่ งแปลกอะไรท่บี รรดามูลนายและเจา้ นายจะรบัเอาขนบของตะวนั ตกมาปรบั ใชเ้ พอื่ ใหค้ ลา้ ยคลงึ กบั ชาตทิ เ่ี จรญิ แลว้ สำ� หรบั ลกั ษณะขนบธรรมเนยี มที่มีการเปล่ียนแปลงในช่วงสมยั น้ีท่ีส�ำคญั มีดังตอ่ ไปนี้ ประกาศน่งุ ขาวไวท้ กุ ข์ หลักฐานการปรับเปล่ียนแบบแผนการแต่งสีไว้ทุกข์พบในพระบรมราชโองการประกาศนุง่ ผ้าขาว เมือ่ ปจี ุลศักราช ๑๒๔๙ (พ.ศ. ๒๔๓๐) ประกาศข้ึนในคราวงานพระศพ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ เจา้ ฟา้ กรมพระยาบำ� ราบปรปกั ษ์ ดงั ไดก้ ลา่ วไปแลว้ (ราชกจิ จานเุ บกษา ๒๔๓๐ก: ๓๕)ซงึ่ ในพระบรมราชโองการฉบบั นไ้ี ดม้ กี ารปรบั แบบแผนการแตง่ สไี วท้ กุ ขค์ อื ถา้ ผไู้ วท้ กุ ขเ์ ปน็ ญาตสิ นทิและมีอายุอ่อนกว่าหรือไม่เป็นญาติกันแต่มีบรรดาศักด์ิต่�ำกว่าหรือจะแสดงความนับถืออย่างย่ิงให้แต่งกายขาวล้วนไว้ทุกข์ แต่ถ้าผู้ไว้ทุกข์เป็นญาติสนิทที่มีอายุแก่กว่าหรือญาติห่างๆ และมีอายุอ่อนกวา่ หรอื ไมไ่ ด้เป็นญาตแิ ตม่ บี รรดาศักดิ์สูงกว่าให้แต่งด�ำลว้ นไวท้ กุ ข์ จากขอ้ ความขา้ งตน้ โดยสรปุ คือ ผนู้ ้อยแต่งชดุ ขาวให้ผูใ้ หญ่ (ในทางอายแุ ละบรรดาศกั ด)ิ์ผู้ใหญ่แต่งชุดด�ำให้กับผู้น้อย ดังน้ัน จึงดูเหมือนว่ามีมาตรฐานเร่ืองอายุและฐานันดรศักดิ์ท่ีตีควบคกู่ นั หลกั ฐานดงั กลา่ วเหน็ ไดจ้ ากภาพผรู้ ว่ มงานถวายพระเพลงิ สมเดจ็ กรมพระสวสั ดวิ ดั นวศิ ษิ ฎ์ท่ีวัดปิ่นบังอร เมืองปีนัง ซ่ึงในภาพจะเห็นว่าในภาพมีแต่สมเด็จฯ กรมพระยาด�ำรงราชานุภาพท่ีทรงชดุ ดำ� ทง้ั นเี้ พราะมพี ระชนมายสุ งู กวา่ สว่ นเจา้ นายทรงชดุ ขาว เปน็ ไปไดว้ า่ การเรม่ิ แตง่ ดำ� ลว้ นนี้ได้รับอทิ ธิพลมาจากตะวันตก ผู้ร่วมงานถวายพระเพลงิ สมเด็จ กรมพระสวัสดิวดั นวศิ ษิ ฎ์ ที่วดั ปิน่ บังอร เมืองปนี งั (ที่มา: ธนกฤต ลออสุวรรณ ถา่ ยจาก นทิ รรศการที่วัดป่นิ บงั อร เมอื งปีนงั )154 เสดจ็ ส่แู ดนสรวง ศิลปะ ประเพณี และความเช่อื ในงานพระบรมศพและพระเมรุมาศ