Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore (4) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

(4) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

Published by agenda.ebook, 2020-07-15 09:12:09

Description: (4) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 2 ครั้งที่ 16-17 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันที่ 29-30 กรกฎาคม 2563

Search

Read the Text Version

เร่อื งทค่ี ณะกรรมาธิการ พจิ ารณาเสรจ็ แล้ว คร้ังท่ี 14-15 (สมัยสามญั ประจาปคี รั้งที่หน่ึง) เปน็ พเิ ศษ วันที่ 22-23 กรกฎาคม 2563





รายงาน เรอ่ื ง ความปลอดภยั ทางถนนและคมนาคม ของ คณะกรรมาธกิ ารการคมนาคม สภาผแู้ ทนราษฎร กลมุ่ งานคณะกรรมาธกิ ารการคมนาคม สานักกรรมาธิการ ๑ สานกั งานเลขาธกิ ารสภาผู้แทนราษฎร





รายงาน เรอ่ื ง ความปลอดภยั ทางถนนและคมนาคม ของ คณะกรรมาธกิ ารการคมนาคม สภาผแู้ ทนราษฎร กลมุ่ งานคณะกรรมาธกิ ารการคมนาคม สานักกรรมาธิการ ๑ สานกั งานเลขาธกิ ารสภาผู้แทนราษฎร

ก คำนำ ด้วยคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ได้มีมติตั้งคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษา ความปลอดภัยทางถนนและคมนาคม เพ่ือทาหน้าท่ีพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหา อบุ ัตเิ หตทุ างถนนและการคมนาคมด้านอื่น ๆ ทเ่ี ก่ียวข้อง ตลอดจนการปฏิบตั ิหน้าท่ีอนื่ ตามที่คณะกรรมาธิการ มอบหมาย ในการศึกษาครัง้ นี้มวี ัตถปุ ระสงคเ์ พื่อจัดทาขอ้ เสนอแนะในการปอ้ งกันและลดอุบัติเหตุ ลดผู้บาดเจ็บ หรือทุพพลภาพ ตลอดจนเพื่อลดอัตราการสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้เหลือน้อยที่สุด นอกจากน้ี คณะกรรมาธกิ ารฯ ยังได้เสนอแนวทางการเสริมสร้างความปลอดภยั ในการคมนาคมอย่างบูรณาการ ครอบคลมุ ทางระบบราง ทางนา้ ทางอากาศ ผนวกรวมกบั รายงานฉบับนีด้ ว้ ยในอกี ทางหนึ่ง สุดท้ายนี้ คณะกรรมาธิการฯ หวังว่าเน้ือหาในรายงานฉบับน้ีจะเป็นประโยชน์ในการดาเนินการ ด้านความปลอดภัยทางถนนและการคมนาคมของประเทศแก่คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอัยการหรือหน่วยงาน ท่ีเกี่ยวข้อง ตลอดจนสามารถใช้ศึกษาค้นคว้า อ้างอิงทางวิชาการแก่ผู้ท่ีปฏิบัติงานท่ีเกี่ยวข้องกับระบบ ความปลอดภยั ทางถนนและการคมนาคมของไทย บุคคลในวงงานรัฐสภาหรือบุคคลทัว่ ไปทสี่ นใจไดต้ อ่ ไป คณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร มิถนุ ายน ๒๕๖๓

ข รายนามคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร นายโสภณ ซารัมย์ ประธานคณะกรรมาธกิ าร นายรงั สรรค์ วันไชยธนวงศ์ นายสรุ ศักด์ิ ชิงนวรรณ์ นายสรุ เชษฐ์ ประวีณวงศว์ ุฒิ รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนทห่ี น่งึ รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนทส่ี อง รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนทส่ี าม นายมนตรี ปาน้อยนนท์ นายนกิ ร จานง นายวนั มูหะมดั นอร์ มะทา รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนทส่ี ี่ รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนทห่ี า้ ทป่ี รึกษาคณะกรรมาธกิ าร นายวิรชั รตั นเศรษฐ นายสรุ พงษ์ องึ้ อัมพรวิไล นายกิตติศักด์ิ คณาสวสั ดิ์ ทป่ี รกึ ษาคณะกรรมาธิการ ที่ปรกึ ษาคณะกรรมาธิการ โฆษกคณะกรรมาธกิ าร

ค นายคารม พลพรกลาง นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา นายภูดิท อนิ สุวรรณ์ โฆษกคณะกรรมาธกิ าร โฆษกคณะกรรมาธิการ โฆษกคณะกรรมาธิการ นายอดพิ งษ์ ฐติ ิพิทยา นายวฒั นา ชา่ งเหลา เลขานกุ ารคณะกรรมาธิการ ผ้ชู ว่ ยเลขานกุ ารคณะกรรมาธิการ

ง รายนามคณะอนกุ รรมาธิการพิจารณาศกึ ษาความปลอดภัยทางถนนและคมนาคม ในคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผ้แู ทนราษฎร นายนิกร จานง ประธานคณะอนุกรรมาธิการ นายสรุ เชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ นายกิตติศักดิ์ คณาสวสั ด์ิ นายคารม พลพรกลาง รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ คนท่ีหนง่ึ คนที่สอง คนท่ีสาม นายอรณุ เสนห่ ์ พลตรี สมาน เกสรอนิ ทร์ พลตารวจตรี เอกรกั ษ์ ล้ิมสังกาศ อนุกรรมาธกิ าร อนกุ รรมาธกิ าร อนกุ รรมาธกิ าร นายแทจ้ ริง ศริ พิ านชิ นางสาวเพ็ญศรี พทั ธ์ววิ ัฒนศิริ นายวิทยา ชาติบัญชาชยั อนุกรรมาธิการ อนกุ รรมาธิการ เลขานุการคณะอนกุ รรมาธกิ าร

จ นายจาตุรงค์ เพง็ นรพฒั น์ นายมนญู ลเี ชวงวงศ์ นายอนุชา เศรษฐเสถียร ทป่ี รึกษาประจาคณะอนุกรรมาธกิ าร ที่ปรึกษาประจาคณะอนกุ รรมาธกิ าร ทปี่ รึกษาประจาคณะอนุกรรมาธกิ าร นายธนะพงศ์ จนิ วงษ์ รศ. สายประสทิ ธิ์ เกดิ นยิ ม นายววิ ัฒน์ ศีตมโนชญ์ ทปี่ รกึ ษาประจาคณะอนุกรรมาธกิ าร ทปี่ รึกษาประจาคณะอนกุ รรมาธกิ าร ที่ปรกึ ษาประจาคณะอนกุ รรมาธกิ าร รศ. กัณวรี ์ กนษิ ฐ์พงศ์ นางถวิลวดี บรุ ีกลุ ทป่ี รกึ ษาประจาคณะอนุกรรมาธกิ าร ทป่ี รกึ ษาประจาคณะอนุกรรมาธกิ าร

ฏ บทสรุปผ้บู ริหาร ปัจจุบัน ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและ เศรษฐกิจของไทยอย่างมหาศาล ข้อมูลจากรายงานสถานการณ์โลกด้านความปลอดภัยทางถนนขององค์การ อนามัยโลก ค.ศ. ๒๐๑๘ ระบวุ ่า ประเทศไทยมผี ู้เสยี ชีวิตสูงเป็นอนั ดับ ๑ ของอาเซยี นและเปน็ อนั ดบั ๙ ของโลก มีอัตราคาดประมาณผู้เสียชีวิตปีละ ๒๒,๔๙๑ คน คิดเป็น ๓๒.๗ ต่อแสนประชากร ซึ่งตัวเลขดังกล่าวใกล้เคียง กับระบบบูรณาการข้อมูลการตายจากอุบัติเหตุทางถนน (ข้อมูลจากมรณบัตรและหนังสือรับรองการตายจาก กระทรวงสาธารณสุข ข้อมูลจากระบบ POLIS จากสานักงานตารวจแห่งชาติ และข้อมูลจากระบบ E - CLAIM จากบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถจากรถ จากัด) โดยสานักโรคไม่ติดต่อกรมควบคุมโรค กระทรวง สาธารณสุข ปรากฏ ดังน้ี พ.ศ. ๒๕๕๙ มีจานวนผู้เสียชีวิต ๒๑,๗๔๕ คนต่อปี เฉลี่ยวันละ ๖๐ คน หรือคิดเป็น ๓๓.๔๕ ตอ่ ประชากรหนง่ึ แสนคน พ.ศ. ๒๕๖๐ มีจานวนผู้เสียชีวิต ๒๑,๖๐๗ คนต่อปี เฉล่ียวันละ ๖๐คน หรือคิดเป็น ๓๓.๑๔ ตอ่ ประชากรหนึ่งแสนคน พ.ศ. ๒๕๖๑ มีจานวนผู้เสียชีวิต ๑๙,๙๓๑ คนต่อปี เฉลี่ยวันละ ๕๕ คน หรือคิดเป็น ๓๐.๔๗ ตอ่ ประชากรหนงึ่ แสนคน สาหรับใน พ.ศ. ๒๕๖๓ ข้อมูลจากระบบบูรณาการข้อมูลการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ๓ ฐาน ได้รายงานว่าในไตรมาสแรกของปี ๒๕๖๓ ต้ังแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓ ถึงวันท่ี ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๓ พบว่า มีผู้เสยี ชวี ติ จากอุบัติเหตทุ างถนนจานวน ๔,๙๒๐ ราย จากข้อมูลจานวนผู้เสียชีวิต ๓ ปีย้อนหลังและจากข้อมูลจานวนผู้เสียชีวิตช่วงไตรมาสแรก ของ พ.ศ. ๒๕๖๓ แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสะสมโดยเฉลี่ยปีละประมาณ ๒๐,๐๐๐ คน นอกจากนี้ หากพิจารณาข้อมูลในภาพรวมจากรายงานสถาบันวิจัยเพ่ือการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้ศึกษาและประเมินว่า ประเทศไทยมีความเสียหายจากอุบัติเหตุทางถนนเฉลี่ยประมาณ ๕ แสนล้านบาทต่อปี และหากเทียบเคียงกับงบประมาณรายจ่ายแผ่นดิน ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งมีวงเงินกว่า ๓.๒ ล้านล้านบาท จะมีมูลค่า ความเสียหายเกอื บ ๒๐ เปอรเ์ ซน็ ต์ของงบประมาณรายจา่ ยแผน่ ดิน จากขอ้ มูลดังกล่าว หากเปรยี บสถานการณ์ อบุ ตั เิ หตทุ างถนนของไทยเป็นอาการเจบ็ ปว่ ยอาจเปรียบได้ว่าอบุ ัตเิ หตุทางถนนเป็นโรคเจ็บปว่ ยเร้ือรังแม้อาการ โดยรวมมีแนวโน้มดีข้ึน แต่ยังค่อนข้างวิกฤตทรงตัว เน่ืองจากข้อมูล ๓ ปีย้อนหลัง แม้ในภาพรวมจากข้อมูลจะมี แนวโนม้ ดขี น้ึ แตย่ ังถอื วา่ มีอตั ราการเสยี ชีวติ ค่อนขา้ งสงู จึงส่งผลให้ ประเทศไทยถกู จดั อันดับจากองค์การอนามัยโลก ให้เป็นประเทศท่ีมีผู้เสียชีวิตสูงเป็นอันดับ ๑ ของอาเซียนและอันดับ ๙ ของโลกในปี ๒๕๖๑ แม้ปัจจุบันรัฐบาล ได้พยายามทุ่มเทงบประมาณแก้ไขด้วยมาตรการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ การกวดขันวินัยจราจร การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ทว่าผลการปฏิบัติเป็นที่ประจักษ์ว่าการแก้ปัญหาอุบัติเหตุ ทางถนนของรฐั บาลยงั ไม่สัมฤทธ์ิผล สว่ นหนึ่งอาจมาจากการบรหิ ารจัดการหน่วยงานทเี่ กีย่ วข้องกับการอานวย ความปลอดภัยทางถนนยังไม่สอดคล้องกับสภาพปัญหาหรืออาศัยมาตรการในลักษณะเดิมไม่สอดคล้องกับ สถานการณ์ในปจั จบุ นั สง่ ผลให้อัตราการเสยี ชวี ิตยังค่อนขา้ งสูง สภาผู้แทนราษฎรอันเป็นฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งมีหน้าท่ีตรวจสอบ ถ่วงดุล กากับดูแลการทางานของ รัฐบาล จึงสมควรเป็นอีกกลไกหน่ึงในการร่วมแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาและจัดทาข้อเสนอแนะ เพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการอุบัติเหตุทางถนนหรือการคิดค้นยาขนานใหม่เพื่อให้รัฐบาลหรือหน่วยงาน

ฐ ท่ีเกี่ยวข้องนาไปปฏิบัติเพ่ือแก้ไขอุบัติเหตุทางถนนซ่ึงเป็นปัญหาเรื้อรังคร่าชีวิตและสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชนรวมท้ังเป็นอุปสรรคพัฒนาประเทศโดยตลอด คณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผแู้ ทนราษฎร จึงไดต้ ง้ั คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาความปลอดภัยทางและคมนาคมเพ่ือพจิ ารณาศึกษา และจดั ทาข้อสังเกตและข้อเสนอแนะจานวน ๙ ดา้ นท่ีสาคัญ เพอ่ื เสรมิ สรา้ งความปลอดภยั ทางถนนและคมนาคม ให้แก่พี่นอ้ งประชาชน มีรายละเอยี ดโดยสงั เขป ดังน้ี ดา้ นท่ี ๑ การบริหารจดั การ เสนอให้ปรับปรุงโครงสร้างองค์กรในการบริหารจัดการโดยปรับเปลี่ยนจากการบริหารโดยใช้ ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีเป็นกฎหมายแม่บทด้านความปลอดภัยทางถนนระดับพระราชบัญญัติเพื่อเพิ่ม ประสทิ ธภิ าพและความเปน็ เอกภาพในการบรหิ ารจดั การดา้ นดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการพิจารณาจัดทาร่างพระราชบัญญัติแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน เพื่อให้การบริหารจัดการความปลอดภัยทางถนนรวมทั้งการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ จึงเสนอให้หน่วยงานที่เก่ียวข้องดาเนินการแก้ไขปรับปรุงระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการ ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยให้กลับไปใช้โครงสร้างท่ีมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายกากับ ดูแลด้วยระบบบัญชาการเด่ียว (Single Command) และจัดตั้งศูนย์บริหารข้อมูลกลาง เพ่ือความปลอดภัยทางถนนระดับชาติ (National Road Safety Information Center) รับผิดชอบจัดทาข้อมูล กลาง วิจัย พัฒนาระบบข้อมูล พัฒนาเครื่องมือและบุคลากร การติดตามประเมินผล จัดทาข้อมูล ๓ ฐาน รวมทั้ง เสนอใหร้ ฐั บาลต้องกาหนดเปา้ หมายในการลดความสูญเสียในชวี ิตและทรัพยส์ ินจากอุบัติเหตุทางถนนรายไตรมาส โดยใชข้ อ้ มูลทส่ี อดคล้องกับมาตรฐานสากลหรือข้อตกลงระหว่างประเทศ นอกจากน้ี คณะกรรมาธิการได้พิจารณาเกี่ยวกับแนวทางการสร้างความปลอดภัยในการเดินทาง ช่วงหยุดยาวให้แก่ประชาชน โดยเสนอให้หน่วยงานที่เก่ียวข้องควรบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ไม่เลือกปฏิบัติ พร้อมทั้งกากับดูแลเร่ืองการรณรงค์ประชาสัมพันธ์พฤติกรรมเส่ียง ทั้งเร่ืองเมาไม่ขับ ง่วงไม่ขับ รวมถึงจุดบริการต่าง ๆ ให้แก่ประชาชน และปรับปรุงการดาเนินงานป้องกันอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาว เช่น เทศกาลปีใหม่ และ เทศกาลสงกรานต์ จาก “๗ วนั ไปเป็น ๑๑ วัน” โดยเพม่ิ การดูแลการเดนิ ทางของประชาชนในช่วงเทศกาลใหค้ รอบคลมุ ๒ วันก่อนถึงเทศกาลและ ๒ วันหลังเทศกาล ตลอดจนเสนอให้ต้ังด่านตรวจความปลอดภัยโดยเฉพาะด่านชุมชน ท่ีให้บุคคลในชุมชนมีส่วนร่วมในการต้ังด่านตรวจและให้รถที่เข้าร่วมโครงการติดสัญลักษณ์เคร่ืองหมายท่ีรถ เพื่อตรวจสอบ ซ่ึงด่านชุมชนดังกล่าวเป็นการดาเนินการที่ดี รวมถึงควรจัดสรรงบประมาณให้แก่บุคลากร ท่ีมาร่วมตั้งด่านตรวจอย่างเหมาะสม นอกจากนั้น ควรส่งเสริมด่านครอบครัวซึ่งให้คนในครอบครัวดูแล ความปลอดภัยในการเดนิ ทางกนั เองโดยใชส้ ายสมั พันธ์ความห่วงใยของคนในครอบครัว ดา้ นที่ ๒ กฎหมายและการบังคบั ใช้ เสนอให้มีร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีจราจร พ.ศ. .... เพื่อเร่งรัดเปิดทาการแผนกคดีจราจร ในศาลแขวงและศาลจังหวดั รวมท้ังให้มีวธิ ีพิจารณาคดีจราจรเปน็ การเฉพาะเพ่ือดาเนนิ คดีและบังคับใช้กฎหมาย เก่ียวกับความผิดจราจร ตลอดจนบังคับใช้กฎหมายเพ่ือปรับพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนท่ีสาคัญ เช่น มาตรการ ตั ด ค ะ แ น น ค ว า ม ป ร ะ พ ฤ ติ ก า ร ขั บ ร ถ แ ล ะ ก า ร พั ก ใ ช้ ใ บ อ นุ ญ า ต ขั บ ร ถ ห รื อ เ พิ ก ถ อ น ใ บ อ นุ ญ า ต ขั บ ร ถ ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๖๒

ฑ เร่งรัดการปรบั ปรุงกฎหมาย ๒ ฉบบั คือ พระราชบัญญตั ิรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบัญญัติ การขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ เข้าเป็นฉบับเดียวกัน เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพและกากับควบคุมการใช้รถ รวมถึง ปรับปรุงบทลงโทษผู้ขับขี่ท่ีกระทาผิดเพื่อให้ผู้ขับขี่ตระหนักและปฏิบัติตามกฎจราจรเพ่ือความปลอดภัยแก่ ส่วนรวมต่อไป พร้อมทั้งเสนอให้มีการใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือท่ีทันสมัย (Smart Instrument) เพ่ือเพิ่ม ประสทิ ธภิ าพในการบงั คับใช้กฎหมาย ดา้ นท่ี ๓ ถนนและส่งิ แวดล้อมปลอดภยั เสนอให้ถนนในประเทศไทยมีมาตรฐานความปลอดภัย ๓ ดาว และเสนอให้หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง เช่น กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ทาความเข้าใจและดาเนินการจัดทาถนนปลอดภัย ๓ ดาว และเร่งแก้ไข ปรับปรุงจุดเสี่ยงภัยและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง พร้อมท้ังดาเนินการก่อสร้างจุดพักรถ (Rest Area) และจุดพัก จอดรถบรรทุก (Truck Rest Area) เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้จอดพักรถคลายความเหน่ือยล้าและเพื่อป้องกันหรือ ลดอุบัติเหตกุ ารชนทา้ ยรถบรรทกุ บรเิ วณไหล่ทางบนถนนหลวงแก่พ่นี ้องประชาชน นอกจากนี้ การวางแผนการออกแบบถนนในอนาคตต้องมีการคานึงถึงเร่ืองวางแผนกาหนด รูปแบบโครงข่ายถนนเชิงผังเมืองมีการควบคุมการเจริญเติบโตของพื้นที่อย่างจริงจัง และมีการกาหนดลาดับช้ัน ของถนน (Road Hierarchy) ดา้ นที่ ๔ ยานพาหนะปลอดภัย เสนอให้รัฐบาลมีนโยบายจักรยานยนต์ปลอดภัยเพื่อแก้ปัญหาการเสียชีวิตที่เกิดจากยานพาหนะ ชนิดน้ีมากท่ีสุดโดยส่งเสริมการใช้รถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก เน่ืองจาก รถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก ไม่สามารถขับข่ีได้ด้วยความเร็วสูงหากเกิดอุบัติเหตุก็จะมีอันตรายน้อยกว่ารถจักรยานยนต์ทั่วไป รวมทั้งใช้ มาตรการทางภาษีสรรพสามิตจัดเก็บภาษีกลุ่มรถจักรยานยนต์ครอบครัวขนาดปริมาตรกระบอกสูบไม่เกิน ๙๐ ซซี ี หรือรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าท่ีมีความเร็วต่าในอัตราท่ีถูกลง เพื่อให้ราคาจาหน่ายรถจักรยานยนต์ขนาดเล็กราคา ถูกลง รวมทั้งเสนอให้กรมการขนส่งทางบกลดอัตราการจัดเก็บภาษีประจาปีรถจักรยานยนต์ขนาดปริมาตร กระบอกสูบไม่เกิน ๙๐ ซีซี ทั้งน้ี เพ่ือให้สามารถจูงใจให้ผู้บริโภคใช้รถจักรยานยนต์ขนาดเล็กหรือ รถจักรยานยนตไ์ ฟฟา้ เพม่ิ ขนึ้ รวมทั้งเสนอให้จัดเก็บภาษีการนาเข้าอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยสาหรับรถจักรยานยนต์และ ระบบเบรค ABS (Anti – Lock Brake System) ในอัตราที่ถูกลง เพื่อให้อุปกรณ์ความปลอดภัยเป็นอุปกรณ์ มาตรฐาน ส่งผลใหผ้ ู้บรโิ ภคสามารถเขา้ ถงึ รถจักรยานยนต์ท่มี ีความปลอดภัยได้ในราคาถกู ลง นอกจากน้ี ยังเสนอมาตรการความปลอดภัยครอบคลุมถึงรถที่มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และสญู เสยี มากเปน็ กรณีพเิ ศษ ดังน้ี ๑. กรณีรถยนต์กระบะบรรทุกหากจาเป็นต้องโดยสารไม่ควรโดยสารกระบะท้ายเกิน ๖ คนและ ตอ้ งจากัดความเร็วไมเ่ กนิ ๙๐ กโิ ลเมตรต่อช่ัวโมง ๒. กรณีรถรับ – ส่งนักเรียน ขอให้กระทรวงศึกษาธิการกากับดูแลรถรับ – ส่งนักเรียนให้เป็นไป ตามระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการว่าดว้ ยการควบคมุ ดแู ลการใช้รถโรงเรยี น พ.ศ. ๒๕๖๒ ๓. กรณีรถโดยสารสาธารณะต่างๆ เช่น รถตู้โดยสาร รถมินิบัส รถโดยสารสองช้ัน เสนอให้ กาหนดมาตรฐานความม่นั คงแข็งแรงโครงสรา้ งตวั ถงั ทนี่ ่ัง จดุ ยดึ ท่ีนง่ั และจุดยึดเขม็ ขัดนริ ภยั ในรถสาธารณะ

ฒ ๔. กรณีรถบรรทุก เสนอให้กรมการขนส่งทางบกออกประกาศให้รถบรรทุกทุกคันติดต้ังอุปกรณ์ เพ่อื รองรับการชนท้ายรถบรรทกุ (UN R 58) ๕. กรณีรถยนต์ส่วนบุคคลควรกาหนดให้มีที่นั่งสาหรับเด็ก (Car Seat) ส่วนรถจักรยานยนต์ ดัดแปลงควรให้กรมการขนส่งทางบกศึกษาและกาหนดมาตรฐานและเครื่องยนต์อุปกรณ์ส่วนควบท่ีสาคัญของ รถจักรยานยนตด์ ัดแปลงที่ใชใ้ นชุมชนหรือบางพ้ืนที่ โดยยึดหลักความปลอดภยั และวิศวกรรมยานยนต์ ด้านที่ ๕ การใหก้ ารศกึ ษา วัฒนธรรมและพฤตกิ รรมเพอื่ ความปลอดภัยทางถนน เสนอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาปรับปรุงและเร่งบรรจุหลักสูตรการใช้รถใช้ถนนอย่าง ปลอดภัยเพ่ือใช้ในการเรียนการสอนแก่นักเรียน นักศึกษา ทุกระดับช้ัน เพ่ือสร้างและปลูกฝังจิตสานึกความ ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน รวมท้ังพิจารณาจัดสรรงบประมาณในการทัศนศึกษา ให้เพียงพอโดยคานึงถึง ความปลอดภัยมากกว่าความประหยดั นอกจากน้ี คณะอนุกรรมาธิการ ฯ ยังได้พิจารณาและเสนอแนะการป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงที่ทา ให้เกดิ อุบตั เิ หตทุ างถนนบ่อยครั้ง ในประเดน็ ดงั น้ี ๑. พฤติกรรมการเมาไม่ขบั ๒. พฤติกรรมการง่วงไม่ขับ ๓. การใชเ้ ครื่องมอื ส่อื สารขณะขับรถ ๔. พฤตกิ รรมการขับขไ่ี ม่ปลอดภยั ด้านที่ ๖ นโยบายรัฐบาล ๑. เสนอให้รัฐบาลชุดปัจจุบันปฏิบัติตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๓ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความปลอดภัยทางถนน ท่ีได้แถลงว่า “ประสิทธิภาพการบริหารจดั การด้านความ ปลอดภัยทางถนนท่ีสอดประสานกันระหว่างระบบการเตือนภัย การช่วยเหลือกู้ภัย และการช่วยเหลือเยียวยา ผปู้ ระสบภยั ท่มี ีประสิทธิภาพ” ๒. การดาเนินการนโยบายใด ๆ ของรัฐบาลต้องศึกษาวิเคราะห์อย่างละเอียดรอบคอบก่อนดาเนินการ เช่น การทบทวนนโยบายการเพ่ิมความเรว็ ทางถนนจาก ๙๐ กิโลเมตรต่อช่ัวโมง เป็นไม่เกิน ๑๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง และไม่ควรอนุญาตให้ใชร้ ถต้โู ดยสารเป็นรถสาธารณะระหวา่ งเมอื งต่อไป เนอื่ งจากการศึกษาประกอบกับข้อมูล จากรายงานของสภาขับเคลื่อนการปฏริ ูปประเทศด้านระบบความปลอดภัยทางถนนพบว่า เป็นรถท่ีมีอันตราย ในการโดยสารอย่างชัดเจน จึงเป็นเหตุให้เม่ือเกิดอบุ ัตเิ หตุกบั รถตู้โดยสารสาธารณะมักทาใหเ้ กิดความสญู เสียใน ชีวติ และทรพั ยส์ นิ จานวนมาก ดงั นนั้ จึงไม่ควรอนุญาตใหใ้ ชร้ ถตโู้ ดยสารเปน็ รถสาธารณะ ๓. เสนอให้รัฐบาลพิจารณาดาเนินการตามข้อตกลงระหว่างประเทศท่ีสาคัญ เช่น การดาเนินการตามข้อตกลงเป้าหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืน (Sustainable Development Goals (SDGs)) โดยเฉพาะในขอ้ ท่มี คี วามเกีย่ วข้องกบั ความปลอดภัยทางถนนถูกจัดอยู่ใน ๒ เปา้ หมายสาคญั คอื เป้าหมายท่ี ๓ สุขภาพความเป็นอยู่ที่ดี และเป้าหมายที่ ๑๑ เมืองปลอดภัย ตามท่ีรัฐบาลได้ร่วมลงนามกับองค์การ สหประชาชาติ

ณ ดา้ นท่ี ๗ การบรู ณาการทางรัฐสภา เนื่องจากสมาชิกรัฐสภามีหน้าที่และอานาจในการตรากฎหมาย การควบคุมการบริหารราชการ แผ่นดินจึงเสนอให้รัฐสภามีแนวทางการดาเนินงานท่ีเสริมสร้างความปลอดภัยทางถนนโดยเสนอให้ตั้ง คณะกรรมการร่วมกันระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อพิจารณากฎหมาย และผลักดันกฎหมาย งบประมาณ ตลอดจนกากับดแู ลการดาเนินงานของรฐั บาลทเ่ี กย่ี วข้องกบั ความปลอดภยั ทางถนน คณะกรรมการดังกล่าวมีองค์ประกอบจากคณะกรรมาธิการสามัญที่มีความเกี่ยวข้องกับความ ปลอดภัยทางถนนจากทั้ง ๒ สภา และมีหน่วยงานที่เก่ยี วข้องกับการวจิ ยั เพื่อสนับสนนุ ข้อมลู ทางวิชาการ โดยมี ระยะเวลาในการดาเนินงานตามวาระของสภาผู้แทนราษฎร ด้วยการลงนามแต่งต้ังโดยประธานรัฐสภาให้ คณะกรรมการดังกล่าวร่วมกันผลักดันกฎหมายและงบประมาณที่เก่ียวข้องกับความปลอดภัยทางถนน ตลอดจน กากบั ดแู ลตดิ ตามการดาเนินงานดา้ นความปลอดภัยทางถนนของรัฐบาล ทั้งน้ี เสนอให้รัฐบาลต้องรายงานผลการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยทางถนนประจาปี ให้สภาผู้แทนราษฎรรบั ทราบ ดา้ นท่ี ๘ การตา่ งประเทศ ด้วยคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ได้มีมติมอบหมายให้ นายนิกร จานง รองประธานคณะกรรมาธิการและประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาความปลอดภัยทางถนนและ คมนาคมเป็นผู้แทนของคณะกรรมาธิการเขา้ ร่วมประชุม “ประจาปเี ครือข่ายสมาชิกรฐั สภาด้านความปลอดภัย ทางถนนระดับอาเซียนและเอเชียตะวันออกขององค์การอนามัยโลก” และ “การประชุมรัฐมนตรีด้านความ ปลอดภัยทางถนนระดับโลก” ระหว่างวันอังคารที่ ๑๘ ถึงวันพฤหัสบดีที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ณ กรุงสต็อกโฮลม์ ราชอาณาจักรสวเี ดน ซ่ึงเป็นการประชุมดา้ นความปลอดภัยทางถนนระดับนานาชาติ จากการสรปุ ผลการประชุมดังกลา่ ว คณะกรรมาธกิ ารจงึ เหน็ ควรมีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเพ่ือ ดาเนินการเสรมิ สร้างความปลอดภยั ทางถนนของประเทศ ดังน้ี ๑. ประเทศไทยต้องมีการดาเนินการทบทวนตามมาตรฐานขององค์การสหประชาชาติ (United Nations) ให้ครบถ้วนทุกขอ้ ๒. ควรดาเนินการตามข้อแนะนากรอบเป้าหมายโลกสาหรับการดาเนินงานด้านความปลอดภัย ทางถนนจากการประชุมสมชั ชาใหญ่แหง่ สหประชาชาติท้งั ๑๒ ขอ้ โดยเฉพาะอย่างยงิ่ ในข้อท่ยี งั มปี ญั หาอยู่ ๓. ประเทศไทยต้องดาเนินการตามการกาหนดเป้าหมายใหม่ตามพันธกรณีท่ีเปลี่ยนแปลงไป โดยยดึ ถือปฏิญญาสตอ็ กโฮลม์ (Stockholm Declaration) โดยเรว็ ๔. ต้องนาองค์ความรู้และมาตรการความปลอดภัยทางถนนใหม่ ๆ จากการประชุมระดับโลกมา เป็นแนวทางในการกาหนดนโยบาย แผนงานและมาตรการเพื่อปรับปรุงระบบความปลอดภัยทางถนนของ ประเทศไทย ๕. ให้มีการเชื่อมโยงกับระบบรัฐสภาไทยกับเครือข่ายรัฐสภาระดับโลก โดยเฉพาะอย่างย่ิง ในเครือข่ายภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชีย ซึ่งประเทศไทยเป็นประธานเครือข่ายอยู่ในปัจจุบัน ให้มีกิจกรรมระหว่างประเทศร่วมกัน เนื่องจากสภาพปัญหาในภูมิภาคนี้มีลักษณะท่ีใกล้เคียงกัน คือ อัตราความสูญเสีย ส่วนใหญ่มาจากอบุ ตั เิ หตุโดยรถจักรยานยนต์ และบรบิ ทการใช้รถทีค่ ลา้ ยคลงึ กนั

ด ดา้ นท่ี ๙ การคมนาคมทางระบบราง ทางนา และทางอากาศ เสนอใหห้ นว่ ยงานทีเ่ กย่ี วข้องพิจารณาเพม่ิ มาตรฐานความปลอดภยั ในการคมนาคมทางระบบราง ทางน้าและทางอากาศอย่างบูรณาการ เช่น การเสนอแก้ไขกฎหมาย การเข้มงวดผู้ประกอบการในการดูแล ผโู้ ดยสาร ดังน้ี ๑. ทางระบบราง เนื่องจากมีอุบัติเหตุเกิดข้ึนระหว่างจุดตัดระหว่างถนนกับทางรถไฟบ่อยคร้ัง จึงเสนอให้แก้ไขปรับปรุงอัตราระวางโทษปรับตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖๒ ฐานฝ่าฝืนไม่ลดความเร็วหรือฝ่าฝืนส่ิงปิดกั้นและเสียงสัญญาณรถไฟว่ารถไฟกาลังจะผ่าน รวมทั้ง มาตรา ๖๓ ฐานฝ่าฝืนไม่ลดความเร็วและหยุดรถให้ห่างจากทางรถไฟ ให้มีอัตราโทษสูงขึ้น ตลอดจนเสนอให้ ตดิ ต้ังกลอ้ งวงจรปดิ เพ่อื ความปลอดภยั และป้องปรามผฝู้ ่าฝืนกฎหมาย ๒. ทางน้า เสนอให้กรมเจ้าท่าเพิ่มมาตรการในการจัดระเบียบผู้ประกอบการและตรวจสอบมาตรฐาน ความปลอดภัยเรือขนส่งนักท่องเที่ยว เชน่ เรือสปีดโบ๊ท เรอื เฟอร์ร่ี พร้อมกับบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด รวมถึง การตรวจสอบความคุ้มครองในการทาประกันภัยตามกฎหมายเพ่ือคุ้มครองและรับผิดชอบค่าสินไหมทดแทนแก่ นกั ท่องเทีย่ วและผ้โู ดยสารเรือในกรณีที่เกิดอุบตั ิเหตุ ๓. ทางอากาศ ในภาพรวม ๕ ปี มีสถิติอุบัติเหตุทางอากาศเพียง ๑ ครั้งซ่ึงเกิดจากอากาศยาน ทหาร จึงถือว่ามีผลการปฏิบัติด้านความปลอดภัยท่ีมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ขอให้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จากัด (มหาชน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลและอานวยความปลอดภัยรอบท่าอากาศยาน เช่น ถนนบริเวณ รอบทา่ อากาศยานและจดั ระเบียบรถบรกิ ารสาธารณะในเขตทา่ อากาศยานอย่างเข้มงวด อน่ึง เน่ืองจากช่วงเทศกาลหยุดยาวประชาชนมีการเดินทางกลับภูมิลาเนาและท่องเที่ยวจานวนมาก ทั้งทางถนน ทางระบบราง ทางน้า ทางอากาศ และปรากฏว่าในช่วงเวลาดังกล่าวมีอุบัติเหตุเกิดข้ึนสูง คณะอนุกรรมาธิการได้เล็งเห็นถึงความสาคัญในการอานวยความสะดวกควบคู่กับความปลอดภัยให้แก่ ประชาชนและนักท่องเท่ียว จึงได้พิจารณาและเสนอ “แผนงานความปลอดภัยการคมนาคมเฉพาะช่วง เทศกาลหยุดยาวโดยรวม” ครอบคลุมทั้งทางถนน ทางระบบราง ทางน้า ทางอากาศและ “แผนงานด้านการ รักษาความปลอดภัยช่วงเทศกาลหยุดยาวอย่างบูรณาการ” โดยได้บรรจุแผนงานความปลอดภัยดังกล่าว (รายละเอียดปรากฏตามภาคผนวก พ) เพื่อเป็นแนวทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนาไปพิจารณาเพื่อใช้ปฏิบัติ และเสริมสรา้ งความปลอดภัยในการเดนิ ทางให้แก่พี่น้องประชาชนเพ่มิ เติมอีกทางหนงึ่ อย่างไรก็ตาม มาตรการในการลดอุบัติเหตุของรัฐบาลรวมทั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ที่คณะกรรมาธิการเสนอน้ันไม่อาจสัมฤทธิผลได้เลย หากไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชนสิ่งสาคัญที่สุด ประการหน่ึง คือ จิตสานึกในการเคารพกฎหมายและความปลอดภัย ดังน้ัน การปลูกฝังค่านิยมความปลอดภยั ทางถนนให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการขนสง่ ได้เรียนรู้เพ่ือปรับเปล่ียนพฤติกรรมของผู้คนในการใช้รถใชถ้ นนและ การคานึงถึงความปลอดภัยมากกว่าความสะดวกสบาย จนเกิดวงจรการเรียนรู้และถ่ายทอดค่านิยม ความปลอดภัยทางถนนสู่คนไทยรุ่นต่อรุ่น เพ่ือลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนของไทยได้อย่างย่ังยืน ตลอดจนสรา้ งความปลอดภัยในการคมนาคมดา้ นอนื่ ๆ อย่างเป็นรปู ธรรมตอ่ ไป ************************************************

ต สารบัญ หนา้ ก คานา ข รายนามคณะกรรมาธกิ ารการคมนาคม สภาผแู้ ทนราษฎร ง รายนามคณะอนกุ รรมาธิการพจิ ารณาศึกษาความปลอดภัยทางถนนและคมนาคม ฏ บทสรุปผู้บรหิ าร ต สารบัญ ป สารบัญตาราง ผ สารบญั ภาพ ๑ รายงานของคณะกรรมาธกิ ารการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ๑ ๑ ๑. การเลือกตงั้ ตาแหนง่ ตา่ ง ๆ ๒ ๑.๑ คณะกรรมาธิการได้มมี ติเลือกตัง้ ตาแหนง่ ตา่ ง ๆ ๒ ๑.๒ คณะอนุกรรมาธกิ ารไดม้ ีมตเิ ลือกตัง้ ตาแหนง่ ต่าง ๆ ๓ ๑.๓ คณะอนุกรรมาธกิ ารได้มีมตติ ัง้ ท่ปี รึกษาประจาคณะอนกุ รรมาธกิ าร ๘ ๘ ๒. หนว่ ยงานทเี่ กี่ยวข้องทเ่ี ชิญมาให้ข้อมูล ๙ ๓. การพจิ ารณาของคณะอนุกรรมาธกิ าร ๙ ๔. ผลการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการ ๑๑ บทที่ ๑ บทนา ๑๑ ๑. ความเปน็ มาและความสาคญั ของปญั หา ๑๒ ๒. วตั ถปุ ระสงค์ของการศกึ ษา ๑๒ ๓. วธิ ีการศึกษา ๑๔ ๔. ระยะเวลาในการศึกษา ๑๔ ๕. ประโยชนท์ ่ีคาดวา่ จะไดร้ บั บทท่ี ๒ ผลการรวบรวมข้อมูลและข้อเทจ็ จริงตามกรอบการศึกษา ๑๕ ๑. คณะกรรมาธกิ ารการคมนาคม สภาผแู้ ทนราษฎร ได้ดาเนินการแตง่ ตัง้ คณะอนุกรรมาธกิ าร ๑๖ พจิ ารณาศึกษาความปลอดภัยทางถนนและคมนาคมเพ่อื รวบรวมขอ้ มลู และข้อเทจ็ จริงตามกรอบการศึกษา ๑๘ ๒. ขอ้ มูลจากการประชุมของคณะอนุกรรมาธิการพจิ ารณาศึกษาความปลอดภัยทางถนน ๑๙ ๒๐ และคมนาคม ในคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ๒๑ ๒.๑ ดา้ นที่ ๑ การบริหารจัดการ ๒๒ ๒.๒ ดา้ นที่ ๒ กฎหมายและการบงั คับใช้ ๒๕ ๒.๓ ดา้ นที่ ๓ ถนนและส่งิ แวดล้อมปลอดภยั ๓๑ ๒.๔ ด้านท่ี ๔ ยานพาหนะปลอดภัย ๓๓ ๒.๕ ด้านที่ ๕ การใหก้ ารศึกษา วฒั นธรรมและพฤติกรรมเพ่ือความปลอดภัยทางถนน ๒.๖ ดา้ นท่ี ๖ นโยบายรัฐบาล ๒.๗ ดา้ นที่ ๗ การบูรณาการทางรัฐสภา ๒.๘ ด้านที่ ๘ การต่างประเทศ ๒.๙ ดา้ นที่ ๙ การคมนาคมทางระบบราง ทางนา้ และทางอากาศ

ถ หน้า ๓๕ สารบญั (ตอ่ ) ๓๕ ๓๕ บทที่ ๓ ผลการศึกษา ๔๑ ดา้ นที่ ๑ การบรหิ ารจัดการ ๔๑ ๑. สภาพปัญหาดา้ นการบริหารจัดการดา้ นโครงสร้าง ๔๓ ๒. สภาพปัญหาการบรหิ ารจดั การดา้ นข้อมลู ๔๓ ๓. สภาพปัญหาความปลอดภัยในการเดินทางชว่ งเทศกาลหยดุ ยาว ๔๕ ๔. ขอ้ สงั เกตและข้อเสนอแนะ ๔๕ ๔.๑ ด้านการบรหิ ารการด้านโครงสร้าง ๔๗ ๔.๒ ดา้ นการบริหารจดั การด้านขอ้ มลู ๔๗ ๔.๓ ด้านมาตรการความปลอดภัยในการเดินทางช่วงเทศกาลหยดุ ยาว ๔๘ ดา้ นที่ ๒ กฎหมายและการบังคบั ใช้ ๕๑ ๑. สภาพปญั หาดา้ นกฎหมายและการบงั คับใช้ ๕๑ ๒. ขอ้ สังเกตและข้อเสนอแนะ ๕๓ ด้านท่ี ๓ ถนนและสงิ่ แวดล้อมปลอดภยั ๕๕ ๑. สภาพปญั หาดา้ นถนนและสิ่งแวดล้อมไม่ปลอดภยั ๕๕ ๒. ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ๕๖ ดา้ นท่ี ๔ ยานพาหนะปลอดภัย ๕๖ ๑. สภาพปญั หาด้านยานพาหนะปลอดภัย ๕๘ ๒. ขอ้ สังเกตและข้อเสนอแนะ ๕๘ ๒.๑ ประเดน็ ดา้ นรถจักรยานยนต์ ๕๘ ๒.๒ ประเด็นด้านรถยนตก์ ระบะบรรทุกท่ีมีผโู้ ดยสารในกระบะทา้ ย ๒.๓ ประเด็นด้านรถโรงเรยี นและรถรบั – ส่งนกั เรียน ๕๙ ๒.๔ ประเด็นดา้ นรถโดยสารสาธารณะตา่ งๆ เช่น รถตู้ รถโดยสารสองช้นั ๕๙ และรถโดยสารทว่ั ไป ๖๐ ๒.๕ ประเดน็ ดา้ นรถบรรทุก ๖๑ ๒.๖ ประเดน็ ด้านรถยนตส์ ่วนบคุ คลและรถจักรยานยนต์ดัดแปลง ๖๑ ๒.๗ ประเดน็ หนว่ ยงานกาหนดมาตรฐานความปลอดภยั ของยานพาหนะ ๖๒ ด้านท่ี ๕ การให้การศึกษา วัฒนธรรม และพฤติกรรมเพื่อความปลอดภยั ทางถนน ๖๓ ๑. สภาพปัญหาดา้ นการให้การศกึ ษา ๖๓ ๒. สภาพปัญหาด้านวัฒนธรรม และดา้ นพฤติกรรมการใชร้ ถใชถ้ นน ๖๔ ๓. ขอ้ สังเกตและข้อเสนอแนะ ๖๔ ๓.๑ ดา้ นการให้การศึกษา ๖๕ ๓.๒ พฤติกรรมเมาไม่ขับ ๖๖ ๓.๓ พฤติกรรมงว่ งไมข่ บั ๓.๔ พฤตกิ รรมการใชโ้ ทรศัพทเ์ คลอื่ นท่ขี ณะขบั ขี่ ๓.๕ พฤติกรรมการขับขี่ทีไ่ มป่ ลอดภยั

ท หนา้ ๖๗ สารบญั (ตอ่ ) ๖๗ ๖๗ ด้านท่ี ๖ นโยบายรัฐบาล ๖๙ ๑. สภาพปญั หา ๖๙ ๒. ขอ้ สังเกตและข้อเสนอแนะ ๖๙ ๗๓ ดา้ นท่ี ๗ การบูรณาการทางรัฐสภา ๗๓ ๑. สภาพปญั หา ๗๔ ๒. ข้อสงั เกตและข้อเสนอแนะ ๗๕ ๗๕ ดา้ นท่ี ๘ การตา่ งประเทศ ๗๕ ๑. สภาพปญั หา ๗๕ ๒. ขอ้ สงั เกตและข้อเสนอแนะ ๗๖ ๗๖ ด้านที่ ๙ การคมนาคมทางระบบราง ทางนา และทางอากาศ ๗๘ ๑. สภาพปัญหาความปลอดภัยด้านการคมนาคม ๗๘ ทางระบบราง ๘๒ ทางนา้ ๘๕ ทางอากาศ ๘๙ ๒. ขอ้ สงั เกตและข้อเสนอแนะ ๙๔ ๙๘ สรปุ ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ และกรอบดาเนินการ ๑๐๐ ด้านที่ ๑ ดา้ นการบรหิ ารจดั การ ๑๐๒ ดา้ นที่ ๒ ด้านกฎหมายและการบังคับใช้ ๑๐๓ ดา้ นที่ ๓ ด้านถนนและสิง่ แวดลอ้ มปลอดภยั ๑๐๓ ดา้ นท่ี ๔ ดา้ นยานพาหนะปลอดภัย ๑๐๓ ดา้ นที่ ๕ ดา้ นการให้การศึกษา วฒั นธรรมและพฤติกรรมเพื่อความปลอดภัยทางถนน ๑๐๔ ดา้ นที่ ๖ ดา้ นนโยบายรฐั บาล ๑๐๖ ดา้ นที่ ๗ ดา้ นการบูรณาการทางรัฐสภา ดา้ นท่ี ๘ ด้านตา่ งประเทศ ดา้ นที่ ๙ ด้านการคมนาคมทางระบบราง ทางน้า และทางอากาศ ขอ้ สังเกตและขอ้ เสนอแนะเกี่ยวกับการคมนาคม (ระบบราง) ข้อสงั เกตและข้อเสนอแนะเก่ียวกับการคมนาคม (ทางน้า) ขอ้ สังเกตและขอ้ เสนอแนะเก่ียวกับการคมนาคม (ทางอากาศ) บรรณานุกรม

ธ สารบัญ (ต่อ) ภาคผนวก ภาคผนวก ก ประกาศคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผ้แู ทนราษฎร ที่ ๑/๒๕๖๒ เรือ่ ง แต่งตั้งคณะอนกุ รรมาธิการพิจารณาศึกษาความปลอดภยั ทางถนนและคมนาคม และแตง่ ต้ังท่ปี รึกษาประจาคณะอนกุ รรมาธิการพจิ ารณาศึกษาความปลอดภยั ทางถนน และคมนาคม ภาคผนวก ข ประกาศคณะกรรมาธกิ ารการคมนาคม สภาผ้แู ทนราษฎร ที่ ๒/๒๕๖๒ เรอ่ื ง ขยายระยะเวลาในการดาเนนิ งานคณะอนุกรรมาธิการพจิ ารณาศึกษา ความปลอดภยั ทางถนนและคมนาคม ภาคผนวก ค ประกาศคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผ้แู ทนราษฎร ที่ ๓/๒๕๖๓ เรือ่ ง ขยายระยะเวลาในการดาเนนิ งานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษา ความปลอดภยั ทางถนนและคมนาคม ภาคผนวก ง ประกาศคณะอนกุ รรมาธกิ ารพิจารณาศึกษาความปลอดภัยทางถนนและการคมนาคม ในคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ท่ี ๑/๒๕๖๒ เร่อื ง แตง่ ต้ังคณะทางานจดั ทาร่างรายงานของคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษา ความปลอดภยั ทางถนนและคมนาคม ภาคผนวก จ หนงั สอื คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาความปลอดภัยทางถนนและคมนาคม ในคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ที่ ๑/๒๕๖๒ ลงวันที่ ๖ ธนั วาคม ๒๕๖๒ เรอื่ ง ขอความอนุเคราะหใ์ นการรวบรวมและจดั ทาข้อมลู และหนังสอื ขอนาสง่ ข้อมูล เกย่ี วกับองคก์ รนาด้านการบริหารจดั การความปลอดภัยทางถนนในระดับสากล จากผแู้ ทนองค์การอนามยั โลกประจาประเทศไทย (ด้านท่ี ๑ การบรหิ ารจดั การ) ภาคผนวก ฉ คาสัง่ สานักนายกรฐั มนตรี ที่ ๓๓/๒๕๔๖ เรื่อง จดั ตง้ั ศนู ย์อานวยการความปลอดภยั ทางถนน (ดา้ นท่ี ๑ การบรหิ ารจัดการ) ภาคผนวก ช ระเบยี บสานกั นายกรฐั มนตรวี ่าดว้ ยการป้องกันและลดอุบตั เิ หตุทางถนน พ.ศ. ๒๕๕๔ (ดา้ นท่ี ๑ การบริหารจดั การ) ภาคผนวก ซ สถิติผเู้ สยี ชวี ิตจากอบุ ัติเหตุทางถนนชว่ งเทศกาลปใี หม่ ระหวา่ ง พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๖๓ และสถิตจิ านวนผู้เสียชีวิตจากอบุ ัตเิ หตุทางถนนจากข้อมลู ๓ ฐาน ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๕๔ – ๒๕๖๒ (ดา้ นที่ ๑ ด้านการบริหารจดั การ) ภาคผนวก ฌ พระราชบัญญตั ิจราจรทางบก (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ (ดา้ นท่ี ๒ กฎหมายและการบังคบั ใช้) ภาคผนวก ญ รา่ งพระราชบัญญตั วิ ธิ ีพิจารณาคดีจราจร พ.ศ. .... (ฉบบั นายนิกร จานงและคณะเสนอตอ่ ประธานสภาผแู้ ทนราษฎร เม่ือวนั ที่ ๘ สงิ หาคม ๒๕๖๒) (ด้านที่ ๒ กฎหมายและการบังคับใช)้ ภาคผนวก ฎ ขอ้ มลู เก่ยี วกบั มาตรฐานความปลอดภยั ถนนแบบดาว (Star Rating) (ด้านท่ี ๓ ถนนและสิง่ แวดล้อมปลอดภัย) ภาคผนวก ฏ มาตรการสาคญั และมาตรการเฉพาะเพื่อเพิ่มความปลอดภัยของรถสองลอ้ และสามลอ้ เครือ่ ง (ดา้ นท่ี ๔ ยานพาหนะปลอดภัย)

น สารบัญ (ตอ่ ) ภาคผนวก ภาคผนวก ฐ ข้อมลู เกีย่ วกับระบบเบรก ABS สาหรบั รถจกั รยานยนต์ (ด้านที่ ๔ ยานพาหนะปลอดภยั ) ภาคผนวก ฑ แผนการเพ่ิมความปลอดภัยให้แกร่ ถตู้โดยสาร (ดา้ นที่ ๔ ยานพาหนะปลอดภัย) ภาคผนวก ฒ บันทกึ ความเขา้ ใจ (Memorandum of Understanding) โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญขบั เคลือ่ นการปฏิรปู ระบบความปลอดภัยทางถนน สภาขบั เคล่อื นการปฏริ ูปประเทศ ลงนามร่วมกับ กระทรวงศึกษาธกิ ารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ด้านท่ี ๕ การใหก้ ารศกึ ษา เสรมิ สรา้ งวฒั นธรรม และพฤตกิ รรมเพ่อื ความปลอดภัยทางถนน) ภาคผนวก ณ กฎกระทรวงกาหนดหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเงือ่ นไขการดารงตาแหน่ง และการปฏบิ ตั หิ น้าทีก่ รรมการการบรหิ ารกองทนุ และการใช้จ่ายเงินกองทุน เพื่อความปลอดภัยในการใชร้ ถใชถ้ นน พ.ศ. ๒๕๔๗ (ด้านท่ี ๕ การให้การศึกษา เสริมสรา้ งวัฒนธรรม และพฤติกรรมเพือ่ ความปลอดภยั ทางถนน) ภาคผนวก ด ข้อมลู นโยบายรัฐบาลปัจจุบนั ท่เี ก่ยี วขอ้ งกบั ความปลอดภยั ทางถนนและคมนาคม จากสานักงานนโยบายและแผนการขนสง่ และจราจร (ดา้ นท่ี ๖ นโยบายรฐั บาล) ภาคผนวก ต รายงานการทบทวนสถานะของประเทศไทยโดยใช้กรอบเปา้ หมายโลก ในการดาเนนิ งานด้านความปลอดภัยทางถนน (ดา้ นท่ี ๖ นโยบายรัฐบาล) ภาคผนวก ถ ความเชอื่ มโยงของหลักการพัฒนาท่ีย่ังยนื (SDG) กับความปลอดภยั ทางถนน (ดา้ นท่ี ๖ นโยบายรัฐบาล) ภาคผนวก ท แนวทางความร่วมมือของรฐั สภาเพื่อความปลอดภัยทางถนน โดยนาเสนอจากรปู แบบรัฐสภาอังกฤษและแนวทางการจดั ตั้งเครอื ขา่ ยสมาชิกรฐั สภา ดา้ นต่าง ๆ ของรฐั สภาออสเตรเลยี (ดา้ นท่ี ๗ การบูรณาการทางรัฐสภา) ภาคผนวก ธ หนงั สอื เชิญประชมุ ประจาปเี ครือข่ายสมาชกิ รัฐสภาดา้ นความปลอดภยั ทางถนนระดับโลก และประชมุ รัฐมนตรีดา้ นความปลอดภยั ทางถนนระดบั โลก ณ กรงุ สตอ็ กโฮลม์ ราชอาณาจกั รสวีเดน (ดา้ นที่ ๘ การตา่ งประเทศ) ภาคผนวก น ปฏญิ ญาสต็อกโฮล์ม (Stockholm Declaration) (ดา้ นที่ ๘ การตา่ งประเทศ) ภาคผนวก บ สรปุ การเดินทางไปประชมุ ประจาปีเครอื ข่ายสมาชิกรัฐสภาดา้ นความปลอดภยั ทางถนน ระดับโลก และประชุมรฐั มนตรีด้านความปลอดภยั ทางถนนระดบั โลก ระหวา่ งวันอาทิตย์ท่ี ๑๖ ถึงวนั เสาร์ท่ี ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ณ กรุงสต็อกโฮล์ม ราชอาณาจกั รสวเี ดน (ดา้ นที่ ๘ การตา่ งประเทศ)

บ สารบัญ (ตอ่ ) ภาคผนวก ภาคผนวก ป สถติ ิอุบตั เิ หตุและมาตรการความปลอดภยั ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ดา้ นท่ี ๙ การคมนาคม ทางระบบราง ทางน้า และทางอากาศ) ภาคผนวก ผ สรปุ สถิติอุบัตเิ หตทุ างนา้ ระหวา่ ง พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๖๒ และสถติ ิอบุ ัตเิ หตขุ องเรือโดยสารสาธารณะ (ด้านที่ ๙ การคมนาคม ทางระบบราง ทางน้า และทางอากาศ) ภาคผนวก ฝ แนวทางการกากบั ดูแลมาตรฐานรักษาความปลอดภัยดา้ นการบนิ พลเรือน และแนวทางการกากบั มาตรฐานสนามบินใหเ้ ปน็ ไปตามมาตรฐานสากล (ดา้ นที่ ๙ การคมนาคม ทางระบบราง ทางน้า และทางอากาศ) ภาคผนวก พ “แผนงานความปลอดภยั การคมนาคมเฉพาะช่วงเทศกาลหยุดยาวโดยรวม” และ “แผนงานด้านการรักษาความปลอดภยั ชว่ งเทศกาลหยุดยาวอยา่ งบูรณาการ” (ดา้ นท่ี ๙ การคมนาคม ทางระบบราง ทางน้า และทางอากาศ)

ป หนา้ ๒๘ สารบัญตาราง ๔๒ ๕๑ ตารางที่ ๑. ตาแหนง่ ต่าง ๆ เครือข่ายสมาชิกรฐั สภาด้านตา่ ง ๆ ของประเทศอังกฤษ ๒. สถติ ิอุบตั ิเหตุทางถนนในภาพรวมทั้งประเทศชว่ งเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๓ ๓. แสดงระยะทางถนนแบง่ ตามประเภทถนน ปี ๒๕๖๑ – ๒๕๖๒

ผ หนา้ ๓๖ สารบัญภาพ ๓๗ ภาพที่ ๑. แสดงโครงสรา้ งบรหิ ารจัดการของศนู ยอ์ านวยการความปลอดภยั ทางถนน ๓๘ ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๔๖ – ๒๕๕๔ เปน็ ลกั ษณะ single command โดยการอาศยั อานาจ ตามคาสงั่ สานักนายกรัฐมนตรีท่ี ๓๓/๒๕๔๖ ๔๐ ๒. โครงสร้างศูนย์อานวยความปลอดภยั ทางถนนระเบยี บสานักนายกรฐั มนตรี ๔๑ วา่ ดว้ ยการปอ้ งกันและลดอบุ ัตเิ หตทุ างถนน พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยกาหนดใหม้ ีการ ๔๔ ดาเนนิ การ ๓ ระดับ คือ ระดับนโยบาย ระดบั อานวยการ ระดบั ปฏิบตั กิ าร ๓. แสดงโครงสรา้ งบริหารจัดการดา้ นความปลอดภยั ทางถนน พ.ศ. ๒๕๕๔ - ปัจจุบนั ๕๒ มขี ้อจากัดในการดาเนนิ การ และ นปถ. มกี ารประชุมไม่ตอ่ เนอ่ื งในระดับนโยบาย ๕๔ ทาใหข้ าดประสิทธิภาพในการกาหนดนโยบาย การกากับตดิ ตามเพ่ือให้แก้ไขปัญหา ไดต้ รงเปา้ หมาย และหนว่ ยงานในระดับอานวยการ (ศปถ.) และปฏบิ ตั ิการ มกี ลไกการเชอ่ื มต่อโยงแตล่ ะระดบั ยังไมม่ ีประสทิ ธิภาพทั้งการทางานและการแลกเปลย่ี นขอ้ มูล ๔. แสดงเปา้ หมายและตัวช้วี ัดตามแผนย่อยของแผนแมบ่ ทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเดน็ โครงสรา้ งพืน้ ฐานระบบโลจสิ ติกส์ และดิจทิ ัล ๕. แนวโนม้ ของการเสยี ชีวติ จากอบุ ัตเิ หตุทางถนนตอ่ ประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คนของประเทศไทย ๖. แสดงร่างโครงสร้างองค์กรบริหารจัดการด้านความปลอดภัยทางถนนใหม่ โดยออกเป็นระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี กาหนดให้มีโครงสร้างองค์กรบริหารจัดการ ให้เป็นแบบส่ังการชัดเจนระบบบัญชาการเด่ียว (Single Command) ที่พิสูจน์แล้ว ว่ามีประสิทธิภาพในการดาเนินการ ๗. แสดงการกาหนดการเดินทาง (Mobility) และการเขาถึงพื้นท่ี (Accessibility) แบ่งตามประเภทถนน ๘. จานวนผเู้ สยี ชวี ติ จากอุบตั เิ หตุทางถนนท้ังหมด เปรยี บเทยี บกบั อุบัติเหตุรถจกั รยานยนต์ ปี ๒๕๖๐ – ๒๕๖๓

รายงานของคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผูแ้ ทนราษฎร ____________________________ ตามที่ท่ีประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดท่ี ๒๕ ปีท่ี ๑ คร้ังท่ี ๒๑ (สมัยสามัญประจาปีครั้งที่หนึ่ง) วันพุธท่ี ๑๑ กันยายน ๒๕๖๒ ได้ลงมติต้ังคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ตามข้อบังคับการ ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙๐ โดยให้มีหน้าที่และอานาจกระทากิจการ พิจารณาสอบหา ข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เก่ียวกับการคมนาคมทั้งการจราจรทางบก ทางน้า ทางอากาศ ทางอวกาศ การขนสง่ มวลชน การขนส่งสินค้า ระบบโลจสิ ติกส์ และการพาณชิ ยน์ าวี นั้น เพื่อให้เป็นไปตามหน้าท่ีและอานาจกระทากิจการดังกล่าวข้างต้น ท่ีประชุมคณะกรรมาธิการการ คมนาคม สภาผแู้ ทนราษฎร ครง้ั ท่ี ๔ เมอื่ วนั พฤหัสบดีท่ี ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒ ได้มีมติแตง่ ต้ังคณะอนกุ รรมาธิการ พิจารณาศึกษาความปลอดภัยทางถนนและคมนาคม เพ่ือทาหน้าท่ีพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกันและ แก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนและการคมนาคมด้านอื่น ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง ตลอดจนปฏิบัติหน้าท่ีอื่นตามท่ี คณะกรรมาธิการมอบหมาย โดยมีกาหนดระยะเวลาการพิจารณาศึกษาภายใน ๙๐ วัน (ครบกาหนดวันท่ี ๗ มกราคม ๒๕๖๓) และให้รายงานผลการศึกษาต่อคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎรเพ่ือ พจิ ารณาต่อไป ต่อมา ที่ประชุมคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร คร้ังท่ี ๑๐ วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๒ ได้มีมติให้ขยายระยะเวลาในการพิจารณาของคณะอนุกรรมาธิการฯ ออกไปอีก ๓๐ วัน (ครบกาหนดวันท่ี ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓) เพื่อให้คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกัน และแก้ไขปญั หาอุบัตเิ หตุทางถนนหลังชว่ งเทศกาลปีใหม่จากหน่วยงานทีเ่ ก่ยี วข้องเพิ่มเติม จากน้ัน ที่ประชุมคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๑๔ วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๓ ได้มีมติให้ขยายระยะเวลาในการพิจารณาออกไปอีก ๓๐ วัน (ครบกาหนดวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๓) โดยคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้ การพิจารณาเป็นอย่างรอบคอบและได้รับฟังข้อมูลจากหน่วยงานที่เก่ียวข้องทุกภาคส่วน ประกอบกับ นายนิกร จานง ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาความปลอดภัยทางถนนและคมนาคม ได้รับเชิญ จากองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้เข้าร่วมประชุมประจาปีเครือข่ายสมาชิกรัฐสภาด้านความปลอดภัย ทางถนนระดบั อาเซยี นและภูมภิ าคเอเชยี ใต้และเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ การคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร และได้รับเชิญจากนายโทมัส เอเน รอท์ธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโครงสร้าง พ้นื ฐานแห่งราชอาณาจกั รสวีเดนให้เขา้ รว่ มประชมุ รัฐมนตรดี า้ นความปลอดภยั ทางถนนระดบั โลก ระหว่างวันที่ ๑๖ – ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ณ กรุงสต็อกโฮล์ม ราชอาณาจักรสวีเดน จึงเห็นสมควรให้คณะอนุกรรมาธิการ ฯ นาขอ้ มลู ขอ้ สรปุ ขอ้ สังเกตและข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชนจ์ ากการประชุมความปลอดภยั ทางถนนในระดับ นานาชาติดังกลา่ วมาผนวกรวมกบั รายงานการพิจารณาศกึ ษา เพ่อื ใหเ้ นื้อหามคี วามสมบรู ณ์ ครบถว้ น ในการนี้ คณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ได้ดาเนนิ การพิจารณาศกึ ษาเร่ือง “ความ ปลอดภัยทางถนนและคมนาคม” เสร็จเรียบรอ้ ยแลว้ ซึ่งปรากฏผลการดาเนินงาน ดงั น้ี ๑. การเลอื กตัง้ ตาแหน่งตา่ ง ๆ ๑.๑ คณะกรรมาธิการไดม้ มี ตเิ ลือกตง้ั ตาแหนง่ ต่าง ๆ ดังนี้ (๑) นายโสภณ ซารัมย์ เป็นประธานคณะกรรมาธกิ าร (๒) นายรงั สรรค์ วันไชยธนวงศ์ เป็นรองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนท่หี นง่ึ (๓) นายสุรศกั ดิ์ ชงิ นวรรณ์ เป็นรองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนที่สอง (๔) นายสรุ เชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ คนท่สี าม

๒ (๕) นายมนตรี ปานอ้ ยนนท์ เป็นรองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนที่สี่ (๖) นายนิกร จานง เป็นรองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนท่ีห้า (๗) นายวันมหู ะมัดนอร์ มะทา เป็นทป่ี รึกษาคณะกรรมาธกิ าร (๘) นายวิรชั รตั นเศรษฐ เป็นท่ปี รกึ ษาคณะกรรมาธิการ (๙) นายสุรพงษ์ อ้งึ อัมพรวไิ ล เป็นท่ปี รึกษาคณะกรรมาธิการ (๑๐) นายกิตติศกั ดิ์ คณาสวัสด์ิ เป็นโฆษกคณะกรรมาธิการ (๑๑) นายคารม พลพรกลาง เป็นโฆษกคณะกรรมาธกิ าร (๑๒) นางสาวนภาพร เพ็ชรจ์ นิ ดา เป็นโฆษกคณะกรรมาธกิ าร (๑๓) นายภดู ทิ อนิ สุวรรณ์ เป็นโฆษกคณะกรรมาธิการ (๑๔) นายอดพิ งษ์ ฐติ พิ ิทยา เป็นเลขานุการคณะกรรมาธิการ (๑๕) นายวัฒนา ชา่ งเหลา เป็นผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมาธกิ าร ๑.๒ คณะอนุกรรมาธกิ ารไดม้ มี ตเิ ลือกต้ังตาแหน่งต่าง ๆ ดังน้ี (๑) นายนกิ ร จานง เป็นประธานคณะอนุกรรมาธกิ าร (๒) นายสุรเชษฐ์ ประวณี วงศ์วุฒิ เป็นรองประธานคณะอนุกรรมาธกิ าร คนทห่ี น่ึง (๓) นายกติ ติศักด์ิ คณาสวัสดิ์ เป็นรองประธานคณะอนกุ รรมาธิการ คนทส่ี อง (๔) นายคารม พลพรกลาง เป็นรองประธานคณะอนกุ รรมาธิการ คนที่สาม (๕) นายอรุณ เสนห่ ์ เป็นอนกุ รรมาธกิ าร (๖) พลตรี สมาน เกสรอินทร์ เป็นอนุกรรมาธิการ (๗) พลตารวจตรี เอกรักษ์ ลมิ้ สังกาศ เป็นอนกุ รรมาธกิ าร (๘) นายแทจ้ รงิ ศิรพิ านชิ เป็นอนุกรรมาธกิ าร (๙) นางสาวเพญ็ ศรี พทั ธว์ ิวฒั นศริ ิ เป็นอนกุ รรมาธกิ าร (๑๐) นายวิทยา ชาตบิ ัญชาชยั เป็นเลขานกุ ารคณะอนุกรรมาธิการ ๑.๓ คณะอนกุ รรมาธิการไดม้ ีมตติ ง้ั ทปี่ รกึ ษาประจาคณะอนกุ รรมาธกิ าร คอื (๑) นายจาตรุ งค์ เพ็งนรพัฒน์ (๒) นายมนูญ ลเี ชวงวงศ์ (๓) นายอนุชา เศรษฐเสถียร (๔) นายธนะพงศ์ จินวงษ์ (๕) รองศาสตราจารยส์ ายประสิทธ์ิ เกดิ นิยม (๖) นายวิวฒั น์ ศีตมโนชญ์ (๗) รองศาสตราจารย์กณั วีร์ กนษิ ฐพ์ งศ์ (๘) นางถวลิ วดี บุรีกุล อนึ่ง เพ่ือให้การจัดทารายงานพิจารณาศึกษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีเนื้อหาครบถ้วน สมบูรณ์ ดังน้ัน ในคราวประชุมคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาความปลอดภัยทางถนนและคมนาคม ครั้งที่ ๔ เม่ือวันอังคารที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๒ ที่ประชุมจึงได้มีมติแต่งตั้งคณะทางานจัดทาร่างรายงานของคณะอนุ กรรมาธิการฯ เพื่อรวบรวมประเด็นในการพิจารณาศึกษา และวเิ คราะห์จดั ทารายงานตามหลักวิชาการ ให้แก่ คณะอนกุ รรมาธิการฯ ประกอบดว้ ย (๑) นายธนะพงศ์ จนิ วงษ์ ประธานคณะทางาน (๒) นายววิ ฒั น์ ศตี มโนชญ์ รองประธานคณะทางาน (๓) นางถวลิ วดี บรุ ีกลุ คณะทางาน

๓ (๔) นางสาวเพญ็ ศรี พัทธ์วิวฒั นศิริ คณะทางาน (๕) นายปรเมศว์ กุมารบญุ คณะทางาน (๖) นายธีรพล ประดิษฐบรรจง คณะทางานและเลขานกุ าร ๒. หน่วยงานท่ีเกี่ยวขอ้ งท่ีเชิญมาใหข้ ้อมลู ๒.๑ การประชุม ครัง้ ท่ี ๒ วันอังคารท่ี ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ เร่ืองพิจารณา “แนวทางการบรหิ ารจดั การด้านความปลอดภัยทางถนน ๒.๑.๑ กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั (๑) นายเชษฐา โมสกิ รตั น์ รองอธบิ ดีกรมปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั (๒) นางนนั ทรตั น์ ธญั ญาพืช นักวเิ คราะหน์ โยบายและแผนชานาญการพิเศษ (๓) นายเวชยนั ต์ ซา้ ยเส นักวิเคราะหน์ โยบายและแผนชานาญการ (๔) นายศรณั ยู แย่งขจร นกั วิทยาศาสตรป์ ฏิบตั กิ าร ๒.๑.๒ กรมควบคมุ โรค (๑) นายอัษฎางค์ รวยอาจณิ รองอธบิ ดกี รมควบคุมโรค (๒) นางนงนชุ ตนั ตธิ รรม รองผอู้ านวยการกองป้องกันการบาดเจ็บ ๒.๑.๓ ศนู ยป์ ลอดภยั คมนาคม กระทรวงคมนาคม (๑) นายอานนท์ เหลืองบริบรู ณ์ รองปลดั กระทรวงคมนาคม (๒) นางสาวสุกญั ญา หมบี ังเกิด ผู้อานวยการศนู ย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (๓) นายอดิภู จิตรานุเคราะห์ ผอู้ านวยการสานกั แผนความปลอดภยั สานักนโยบายและแผนความปลอดภัยทางถนน (๔) นายอดศิ ร เกษมพรรณราย นักวิชาการคอมพวิ เตอรช์ านาญการพิเศษ ๒.๒ การประชมุ ครง้ั ที่ ๓ วันองั คารท่ี ๓ ธันวาคม ๒๕๖๒ เรื่องท่พี ิจารณา“แนวทางดา้ นการให้การศึกษา เสรมิ สรา้ งวฒั นธรรมและพฤตกิ รรม เพื่อความปลอดภัยทางถนน” สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน นายธรี ์ ภวงั คนันท์ ท่ีปรึกษาด้านระบบเครือขา่ ยและการมีส่วนรว่ ม ๒.๓ การประชมุ ครง้ั ที่ ๔ วันจันทรท์ ี่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๒ เรื่องที่พิจารณา“แนวทางการจัดทารายงานของคณะอนุกรรมาธิการฯ : ด้านกฎหมาย” ๒.๓.๑ กรมการขนส่งทางบก (๑) นายธานี สบื ฤกษ์ รองอธบิ ดีกรมการขนสง่ ทางบก (๒) นางวาทนิ ี สุวรรณพงศ์ ผเู้ ช่ียวชาญเฉพาะดา้ นความปลอดภัย สานักสวัสดิภาพการขนสง่ ทางบก (๓) นายสมยศ หวงั สริ กิ ุล หวั หน้ากลมุ่ พัฒนาระบบงานตรวจการขนส่ง (๔) นายทวี เมธศี ภุ ภคั หัวหน้างานรถบรรทุก สานักวิศวกรรมยานยนต์ (๕) นางสาวทพิ ยรตั น์ วงษส์ งา่ นักพฒั นาระบบราชการปฏบิ ตั กิ าร (๖) นายนลวชั ปานแดง นักวชิ าการขนส่ง ๒.๓.๒ กรมควบคมุ โรค (๑) นายนิพนธ์ ชนิ านนท์เวช ผู้อานวยการสานกั งานคณะกรรมการ ควบคมุ เครือ่ งดม่ื แอลกอฮอล์ (๒) นายสขุ มุ พันธ์ ธรรมโสภณ นกั จดั การงานทวั่ ไป

๔ ๒.๓.๓ สานกั งานตารวจแหง่ ชาติ (๑) พนั ตารวจเอก เอกราช ลิม้ สงั กาศ รองผู้บังคบั การตารวจทางหลวง (๒) พนั ตารวจโท พชร์ ฐาปนดุลย์ สารวัตรกองกากบั การ ๓ กองบงั คบั การตารวจจราจร ๒.๔ การประชมุ คร้งั ที่ ๕ วนั อังคารที่ ๑๗ ธนั วาคม ๒๕๖๒ เรอ่ื งทีพ่ จิ ารณา “แนวทางการจดั ทารายงานของคณะอนกุ รรมาธกิ ารฯ : ดา้ นถนนและสิง่ แวดลอ้ มปลอดภยั ” ๒.๔.๑ กรมทางหลวง (๑) นายประมณฑ์ สถาพรนานนท์ วิศวกรใหญด่ า้ นสารวจและออกแบบ (๒) นายสมบรู ณ์ เทียนธรรมชาติ ผ้อู านวยการสานักสารวจและออกแบบ (๓) นายสบื พงษ์ ไพศาลวฒั นา ผู้อานวยการสานักอานวยความปลอดภยั (๔) นายอานภุ าพ เจริญศกั ด์ิ วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ สานักสารวจและออกแบบ (๕) นายเทวนิ ทร์ ติรตั นประคม วิศวกรโยธาชานาญการ สานกั สารวจและออกแบบ ๒.๔.๒ กรมทางหลวงชนบท (๑) นายมานพ สุสิงห์ รองอธบิ ดีกรมทางหลวงชนบท (๒) นายศาศวัต ภรู ภิ ัสสรกลุ ผอู้ านวยการกลุ่มตรวจสอบสะพาน สานกั กอ่ สร้างสะพาน (๓) นายสนั ติภาพ ศิรยิ งค์ วิศวกรโยธาชานาญการพิเศษ (๔) นายพรหมชาติ เชื้อทอง วศิ วกรโยธาชานาญการ ๒.๔.๓ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย (๑) ศาสตราจารย์เกษม ชูจารกุ ลุ รองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย (๒) นายเกริกฤทธิ์ ศรีร่งุ วิกรัย นกั วิจยั ๒.๕ การประชมุ ครง้ั ที่ ๖ วนั จันทร์ที่ ๒๓ ธนั วาคม ๒๕๖๒ เร่อื งทพ่ี ิจารณา “แนวทางการบริหารจัดการความปลอดภยั ทางถนน : ดา้ นยานพาหนะปลอดภัย” ๒.๕.๑ กรมการขนส่งทางบก (๑) นายวัลลภ งามสอน ผู้อานวยการสานักสวสั ดิภาพการขนสง่ ทางบก (๒) นายชพี น้อมเศยี ร ผ้อู านวยการสานักวศิ วกรรมยานยนต์ (๓) นางวาทินี สวุ รรณพงศ์ ผู้เชย่ี วชาญเฉพาะด้านความปลอดภยั สานักสวัสดภิ าพการขนส่งทางบก (๔) นายสุรพล เหรยี ญทพิ ยเ์ จรญิ หัวหนา้ กลุ่มกฎหมายฯ (๕) นายเลิศสกลุ นาเจริญ หวั หนา้ กลุม่ มาตรฐานใบอนุญาต (๖) วา่ ทรี่ ้อยตรหี ญิง นวลพร ไชยเดชกาจร หัวหนา้ กลุ่มแผนงานความปลอดภัย สานักสวสั ดิภาพการขนส่งทางบก (๗) นายจกั รกฤช ตง้ั ใจตรง หัวหน้าสว่ นรับรองแบบรถ (๘) นางสวุ รรณา สมทรัพย์ นักวชิ าการขนสง่ ชานาญการพเิ ศษ (๙) นางเกษราภรณ์ คทราช นกั วชิ าการขนสง่ ชานาญการ (๑๐) นายเกยี รติณรงค์ ครูบา นักวิทยาศาสตรช์ านาญการ (๑๑) นายสขุ อานนั ท์ พานชิ กลุ วิศวกรเคร่อื งกลปฏิบัตกิ าร

๕ ๒.๕.๒ กรมสรรพสามิต (๑) นายวิวัฒน์ เขาสกลุ รองอธิบดกี รมสรรพสามิต (๒) นายวรรณรัตน์ กรุพานนท์ นกั วชิ าการภาษชี านาญการพิเศษ (๓) นางสุคนธ์ ชาญชลยุทธ นติ ิกรชานาญการพิเศษ ๒.๕.๓ คณะทางานเฉพาะกิจแกไ้ ขปัญหาอบุ ตั ิเหตทุ ีเ่ กิดจากรถจกั รยานยนต์ (๑) นายดนัย เรืองสอน วิศวกรโยธาเช่ยี วชาญ กรมทางหลวง (๒) นางสาวสรัลพร สุคนธ์พานชิ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชานาญการ สานกั งานปลัดกระทรวงคมนาคม (๓) นางสาวปาลิตา ปัดถา นักจัดการงานท่ัวไป ๒.๕.๔ สมาคมผปู้ ระกอบการรถจักรยานยนต์ไทย (๑) นางสาววนั ดี ต้ังถวลิ ถาวร กรรมการสมาคม (๒) นายจักรพนั ธ์ อักษรดี กรรมการสมาคม (๓) นายสมชยั พรพนาวลั ย์ กรรมการสมาคม (๔) นายอโณทยั สขุ ยศ กรรมการสมาคม (๕) นายธนวัฒน์ อาโรรา ท่ีปรึกษาทางเทคนิครถจกั รยานยนต์ไทยยามาฮ่า (๖) นางสาวรัฐยิ า คงชาตรี เจ้าหน้าท่ี ๒.๖ การประชมุ ครงั้ ท่ี ๗ วันอังคารท่ี ๗ มกราคม ๒๕๖๓ เรื่องทพ่ี ิจารณา “แนวทางการบรหิ ารจดั การความปลอดภยั ทางถนน : ด้านนโยบายรัฐบาล” ๒.๖.๑ กระทรวงมหาดไทย นายนพิ นธ์ บญุ ญามณี รฐั มนตรีชว่ ยว่าการกระทรวงมหาดไทย ๒.๖.๒ สานกั งานปลดั กระทรวงคมนาคม (๑) นายอานนท์ เหลืองบริบรู ณ์ รองปลดั กระทรวงคมนาคม (๒) นางสาวพมิ พรรณ ชมุ เพ็งพันธ์ุ ผูเ้ ชย่ี วชาญด้านความปลอดภัย (๓) นายสืบพงษ์ ไพศาลวฒั นา ผูอ้ านวยการสานักอานวยความปลอดภัย (๔) นายอดศิ ร เกษมพรรณราย นกั วชิ าการคอมพิวเตอรช์ านาญการพเิ ศษ (๕) นายอภวิ รรธน์ โชติสงั กาศ วศิ วกรโยธาชานาญการพเิ ศษ (๖) นายเปรมวุฒิ จนั ทรธ์ นวงษ์ วิศวกรโยธาชานาญการ (๗) นางสาวอษุ นิศา จกิ ยอง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชานาญการ (๘) นางสาวชฎาพร สุขแจ่ม นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏบิ ตั กิ าร (๙) นางเนตรนภา เมฆพฤกษาวงศ์ นกั วเิ คราะหน์ โยบายและแผนปฏบิ ตั ิการ (๑๐) นายสหรฐั แกว้ เสรมิ นกั วิชาการขนสง่ (๑๑) นางสาวภาวนา คาสวุ รรณ พนกั งานแปล ๒.๖.๓ กรมองคก์ ารระหว่างประเทศ กระทรวงการตา่ งประเทศ (๑) นายรองวุฒิ วีรบุตร รองอธบิ ดีกรมองคก์ ารระหว่างประเทศ (๒) นางสาวกุลแก้ว กอวฒั นาวรานนท์ นักการทูตปฏิบัตกิ าร ๒.๖.๔ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสขุ (๑) นายอษั ฎางค์ รวยอาจิณ รองอธบิ ดกี รมควบคุมโรค (๒) นางนงนุช ตนั ติธรรม นกั วิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ (๓) นายพานนท์ ศรีสุวรรณ นักวชิ าการสาธารณสขุ ปฏบิ ตั กิ าร

๖ ๒.๖.๕ สานกั งานสภาพฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ (๑) นางธิดา พัทธธรรม ที่ปรกึ ษาดา้ นนโยบายและแผนงาน (๒) นางสาวสนุ ทราลักษณ์ เพช็ รกลู ผอู้ านวยการกองยุทศาสตรก์ ารพฒั นา โครงสร้างพื้นฐาน (๓) นายบรุ นิ ทร์ ชูสุวรรณ นกั วเิ คราะห์นโยบายและแผนชานาญการ (๔) นายสิขเรศ อร่ามรตั น์ นกั วเิ คราะห์นโยบายและแผนชานาญการ ๒.๖.๖ องคก์ ารอนามยั โลกประจาประเทศไทย (๑) นายแดเนยี ล เคอร์เทสซ์ ผแู้ ทนองค์การอนามัยโลกประจาประเทศไทย (๒) นายลีวอี ู เวดราสโก เจา้ หนา้ ท่ีองค์การอนามยั ประจาประเทศไทย (๓) นายปกรณ์ กฤษประจันต์ เจา้ หนา้ ทล่ี ่าม ๒.๗ การประชมุ คร้ังท่ี ๘ วันจนั ทร์ท่ี ๑๓ มกราคม ๒๕๖๓ เร่ืองที่พจิ ารณา “แนวทางการบริหารจัดการความปลอดภยั ด้านคมนาคม” ๒.๗.๑ กรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม (๑) นายศภุ ฤกษ์ สดุ ยอดประเสริฐ วิศวกรโยธาชานาญการ (๒) นายนรนิ ทร์ จาตุรพศิ านุกลู วิศวกรโยธาปฏิบตั กิ าร ๒.๗.๒ กรมเจา้ ทา่ กระทรวงคมนาคม (๑) นายวเิ ชียร เปมานุกรรักษ์ ผ้อู านวยการสานักความปลอดภัย และสิง่ แวดล้อมทางน้า (๒) นายคณพล อิศรภักดี นักวชิ าการขนสง่ ปฏบิ ตั กิ าร ๒.๗.๓ กรมท่าอากาศยาน กระทรวงคมนาคม นายณรงค์ อรุณภาคมงคล ผู้เชีย่ วชาญเฉพาะด้านความปลอดภัยภาคพื้น ๒.๗.๔ การรถไฟแหง่ ประเทศไทย (๑) นายสุจติ ต์ เชาว์ศิริกลุ รองผูว้ า่ การรถไฟแหง่ ประเทศไทย (กลุ่มบริหารรถไฟฟ้า) (๒) นายมาโนชญ์ ลาภมิ่ง หวั หน้างานเหตอุ ันตรายและสถติ ิ (๓) นายสุพจน์ พรศิริรงุ่ หวั หน้างานเหตุอันตรายและอบุ ตั ิภัย (๔) นายวเิ ชยี ร โขดสนั เทียะ พนกั งานการเดินรถ ๖ ๒.๗.๕ บริษทั ทา่ อากาศยานไทย จากัด (มหาชน) (๑) เรืออากาศเอก ธรรมาวธุ นนทรี รองกรรมการผู้อานวยการใหญ่ (สายงานมาตรฐานทา่ อากาศยานและการบิน) (๒) นางดารินา เกอ้ื สกลุ รองผอู้ านวยการฝ่ายมาตรฐานและ ความปลอดภัยทา่ อากาศยาน โครงสร้างพืน้ ฐาน (๓) นางสาวสตารตี เนอื งวงั ผู้อานวยการส่วนความปลอดภัย ฝา่ ยมาตรฐานและความปลอดภยั ทา่ อากาศยาน (๔) นางสาวพิสชา โฉมทองดี เจา้ หน้าทน่ี ิรภัยอาวุโส ส่วนความปลอดภยั ฝา่ ยมาตรฐาน และความปลอดภยั ทา่ อากาศยาน

๗ ๒.๘ การประชุม ครง้ั ที่ ๙ วนั องั คารท่ี ๒๑ มกราคม ๒๕๖๓ เรือ่ งพิจารณา “แนวทางการบรหิ ารจดั การความปลอดภัยทางถนน : ดา้ นบรู ณาการดา้ นรัฐสภา” ๒.๘.๑ คณะกรรมการบรู ณาการกู้ชีพฉุกเฉนิ และความปลอดภัยทางถนน (๑) นายสรุ ชัย เลย้ี งบญุ เลิศชยั ประธานคณะกรรมการบรู ณาการกู้ชพี ฉกุ เฉนิ และความปลอดภยั ทางถนน (๒) นางสาววมิ ลรัตน์ สมคั รช่วย ผู้บงั คับบญั ชากลุ่มงานบริหารทวั่ ไป (๓) นายพิสัณห์โชค รตารุณ ผชู้ านาญการประจาตวั นายสุรชัย เล้ียงบุญเลิศชัย ๒.๘.๒ คณะกรรมาธกิ ารการคมนาคม วฒุ ิสภา นายสรุ เดช จิรัฐตเิ จริญ ประธานคณะอนกุ รรมาธิการดา้ นคมนาคม ทางบกและทางราง ๒.๘.๓ คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา นายทววี งษ์ จลุ กมนตรี เลขานุการคณะกรรมาธิการ ๒.๘.๔ คณะกรรมาธกิ ารการกฎหมาย การยุตธิ รรม และการตารวจ วฒุ สิ ภา พันตารวจโท ประสทิ ธ์ิ ทองคา นักวชิ าการประจาคณะกรรมาธิการ ๒.๘.๕ คณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภยั ธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผแู้ ทนราษฎร นายโรจนินทร์ ศิรรัฐเมธากรณ์ เลขานกุ ารประจาคณะกรรมาธกิ าร ๒.๘.๖ คณะกรรมาธกิ ารการเงิน การคลัง สถาบนั การเงนิ และตลาดการเงิน สภาผ้แู ทนราษฎร นายอิสระ เสรวี ัฒนวฒุ ิ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนท่สี าม ๒.๘.๗ คณะกรรมาธกิ ารการสาธารณสุข สภาผแู้ ทนราษฎร นางสาวศิริลกั ษณ์ จิตต์ระเบยี บ ท่ปี รึกษาประจาคณะกรรมาธิการ (ไมม่ ีค่าตอบแทน) ๒.๘.๙ คณะกรรมาธิการการท่องเทย่ี ว สภาผู้แทนราษฎร นางสาวอรุณี ปรศิ นานันทกลุ ผู้ชานาญการประจาคณะกรรมาธกิ าร ๒.๘.๑๐ คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผูส้ ูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพนั ธุ์ และผมู้ คี วามหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร นางสาวกานตก์ นิษฐ์ แหว้ สันตติ โฆษกคณะกรรมาธิการ ๒.๘.๑๑ สานักงานการวจิ ัยแห่งชาติ (๑) ศาสตราจารยส์ ริ ิฤกษ์ ทรงศวิ ิไล ผอู้ านวยการสานักงานการวิจัยแหง่ ชาติ (๒) นางสาวสริ ิธรรม ณ ระนอง เจา้ หน้าที่ (๓) นางสาวกนุ ทินี สมบูรณย์ ่งิ เจา้ หน้าท่ี ๒.๘.๑๒ สานกั งานคณะกรรมการส่งเสริมวทิ ยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม นางสาวโฉมสุดา สาระปญั ญา เจา้ หนา้ ที่ ๒.๘.๑๓ องคก์ ารอนามัยโลกประจาประเทศไทย นางสาวรัตนาภรณ์ ตงั ธนเศรษฐ์ เจ้าหน้าทอ่ี งคก์ ารอนามัยโลกประจาประเทศไทย

๘ ๓. การพจิ ารณาของคณะอนุกรรมาธกิ าร คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาความปลอดภัยทางถนนและคมนาคม ในคณะกรรมาธิการ การคมนาคม สภาผ้แู ทนราษฎร ได้ดาเนินการประชมุ ทั้งสิ้น จานวน ๑๔ คร้ัง (๑) ครัง้ ท่ี ๑ วนั องั คารที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ (๒) ครง้ั ท่ี ๒ วันองั คารที่ ๑๙ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๒ (๓) ครง้ั ที่ ๓ วันองั คารที่ ๓ ธนั วาคม ๒๕๖๒ (๔) ครั้งท่ี ๔ วันจันทรท์ ี่ ๙ ธนั วาคม ๒๕๖๒ (๕) ครัง้ ที่ ๕ วนั อังคารที่ ๑๗ ธนั วาคม ๒๕๖๒ (๖) ครง้ั ที่ ๖ วนั จนั ทร์ที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๒ (๗) ครง้ั ท่ี ๗ วนั องั คารท่ี ๗ มกราคม ๒๕๖๓ (๘) ครง้ั ท่ี ๘ วันจนั ทรท์ ี่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๓ (๙) ครั้งท่ี ๙ วนั องั คารที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๓ (๑๐) ครั้งที่ ๑๐ วนั อังคารที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๓ (๑๑) ครั้งที่ ๑๑ วันอังคารท่ี ๔ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๓ (๑๒) ครง้ั ที่ ๑๒ วันอังคารที่ ๑๑ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๓ (๑๓) ครั้งที่ ๑๓ วันอังคารที่ ๓ มนี าคม ๒๕๖๓ (๑๔) ครง้ั ท่ี ๑๔ วันพุธท่ี ๔ มีนาคม ๒๕๖๓ ๔. ผลการพจิ ารณาศกึ ษาของคณะกรรมาธกิ าร คณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ได้จัดทารายงานผลการพิจารณาศึกษาเร่ือง “ความปลอดภยั ทางถนนและคมนาคม” โดยแบง่ เนื้อหารายงานออกเป็น ๔ บท ประกอบดว้ ย บทท่ี ๑ บทนา บทท่ี ๒ ผลการรวบรวมข้อมูลและข้อเทจ็ จรงิ ตามกรอบการศกึ ษา บทท่ี ๓ ผลการศกึ ษา สรุปขอ้ สังเกต ข้อเสนอแนะ และกรอบดาเนินการ โดยคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ได้พจิ ารณาแลว้ ปรากฏผลดงั น้ี

บทท่ี ๑ บทนำ ๑. ควำมเป็นมำและควำมสำคัญของปัญหำ ปั จ จุ บั น ปั ญ ห า อุ บั ติ เ ห ตุ ท า ง ถ น น ไ ด้ ส ร้ า ง ค ว า ม เ สี ย ห า ย ต่ อ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ แ ล ะ สั ง ค ม ทั่ ว โ ล ก อ ย่ า ง ม ห า ศ า ล ข้ อมู ลจากธนาคารโลกได้ ประเมิ นว่ าในแต่ ละปี ท่ั วโลกมี ผู้ เสี ยชี วิ ตจากอุ บั ติ เหตุ ทางถนน ประมาณ ๑,๒๕๐,๐๐๐ รายต่อปี ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ พิการ ทุพพลภาพเฉลี่ยประมาณ ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ - ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ รายต่อปี จากข้อมลู การสูญเสียดังกล่าว ทาใหอ้ งค์การสหประชาชาติตระหนักถึงความเสียหาย ร้ายแรงของอุบัติเหตุทางถนนจึงได้กาหนดความสาคัญในการแก้ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในข้อตกลงเป้าหมาย พัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals (SDGs)) ซึ่งในเป้าหมายที่ ๓ ที่เกี่ยวกับสุขภาพและ ความเป็นอยู่ท่ีดี อุบัติเหตุทางถนนได้ถูกระบุไว้ในตัวช้ีวัด ๓.๖ คือ การลดอัตราการตายจากการจราจร (ตอ่ ประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน) สาหรับประเทศไทยเม่ือพิจารณาจากรายงานสถานการณ์โลกด้านความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. ๒๕๖๑ ขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่ำประเทศไทยมีอัตรำกำรเสียชีวิตคิดเป็น ๒๙.๙ คนต่อแสนประชำกร โดยมีจำนวนผู้เสียชีวิต ๒๐,๑๖๙ คน คิดเป็น ๑,๖๘๐ คนต่อเดือน หรือ ๕๕.๒ คนต่อวัน แม้ในภาพรวม ถือว่ามีแนวโน้มลดลงแต่สถิติดังกล่าวยังทำให้ประเทศไทยมีอัตรำผู้เสียชีวิตจำกอุบัติเหตุทำงถนนเป็นอันดับ ๑ ของเอเชียและเป็นอันดับ ๙ ของโลก ในขณะท่ีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ ได้กาหนดค่าเป้าหมายอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนใน พ.ศ. ๒๕๖๓ ไว้ที่ ๒๑ คนต่อแสนประชากร นอกจากน้ี ข้อมูลการมรณะบัตร พ.ศ. ๒๕๕๘ ยังพบอีกว่า กลุ่มอายุท่ีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนมากที่สุด คือ กลุ่มเยาวชนอายุ ๑๕ - ๑๙ ปี รองลงมา คือ กลุ่มวัยทางานอายุ ๒๐ - ๒๔ ปี ซ่ึงท้ัง ๒ ช่วงวัยถือเป็นทรัพยากร สาคัญในการพัฒนาประเทศ ตลอดจนเมื่อพิจารณาประกอบกับรายงานของสถำบันวิจัยเพ่ือกำรพัฒนำประเทศไทย (TDRI) ได้ศึกษำวิจัยและประเมินว่ำ ประเทศไทยมีควำมเสียหำยจำกอุบัติเหตุทำงถนนเฉล่ียประมำณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้ำนบำทต่อปี และหากเทียบเคียงกับงบประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ซ่งึ มีวงเงินกว่า ๓.๒ ล้านล้านบาท หรอื มมี ลู คา่ ความเสยี หายเกอื บร้อยละ ๒๐ ของงบประมาณรายจา่ ยประจาปี นอกจากนี้ จากรายงานการวิจัยเรื่อง “The High Toll of Traffic Injuries : Unacceptable and Preventable” ของธนำคำรโลกยังไดร้ ะบุว่ำ “หำกประเทศไทยสำมำรถลดอัตรำกำรตำยและกำรบำดเจ็บ จำกอุบัติเหตุบนถนนลงได้รอ้ ยละ ๕๐ จะเพิ่มรำยได้ประชำชำตติ ่อประชำกร (GDP per capita) เม่อื เทียบ จำกฐำนปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ได้ประมำณรอ้ ยละ ๒๒.๒ ในอีก ๒๔ ปีข้ำงหนำ้ จากข้อมูลและรายงานการศึกษาทางวิชาการล้วนบ่งชี้ว่า สถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนของไทย สร้างความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาลส่งผลกระทบต้ังแต่เศรษฐกิจระดับจุลภาคโดยเริ่มจาก ระดับครอบครัวที่ต้องสูญเสียคนในครอบครัวซ่ึงส่วนใหญ่เป็นวัยแรงงาน หรือบาดเจ็บทุพพลภาพ ไม่สามารถ ดาเนินชีวิตได้ปกติ สูญเสียรายได้ เกิดปัญหาอาชญากรรมและยาเสพติด ส่วนเศรษฐกิจในระดับมหภาค ส่งผลกระทบให้ประเทศสูญเสียทรัพยากรมนุษย์วัยแรงงานซึ่งเป็นกาลังหลักในการพัฒนาประเทศ รัฐบาล ต้องสูญเสียงบประมาณในการดูแลรักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บ ทุพพลภาพและสูญเสียทรัพยากรในการพัฒนา ประเทศอย่างเปล่าประโยชน์

๑๐ อีกท้ัง อุบัติเหตุทางถนนยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อันเป็นอุตสาหกรรมหน่ึงท่ีสามารถทารายได้ให้แก่ประเทศประมาณ ๒ ล้านล้านบาทต่อปี เนื่องจากมักปรากฏ ข่าวอุบัติเหตุทางถนนแก่นักท่องเที่ยวอยู่เสมอ เช่น อุบัติเหตุทางถนนเมื่อวันอังคารที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๓ กรณนี กั กีฬาปั่นจกั รยานเยาวชนทมี ชาติสาธารณรฐั เกาหลี ซึง่ เป็นแชมปเ์ ยาวชนเอเชียคนลา่ สดุ ประสบอุบัติเหตุ ถูกรถกระบะชนเสียชีวิตขณะปั่นจักรยาน ระหว่างเก็บตัวฝึกซ้อมท่ีอาเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จึงส่งผลให้รัฐบาล ต่างประเทศหรือส่ือต่างประเทศไม่เชื่อมั่นความปลอดภัยในการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย เช่น กรณี สานักข่าว CNN และกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาได้เคยนาเสนอข่าวว่า อุบัติเหตุทางถนนของไทย ทาให้มีผู้เสียชีวิตจานวนมากทุกปีและระบุว่าสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการขับรถเร็ว ไม่เคารพกฎจราจร กอปรกับกระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักร (Foreign and Commonwealth Office : FCO) ได้ออกประกาศเตือนพลเมืองของสหราชอาณาจักรให้ระมัดระวังอุบัติเหตุทางถนนของไทย เน่ืองจากผู้ใช้รถใช้ถนน ในประเทศไทยไม่เคารพกฎจราจร จากข้อมูลในลักษณะดังกล่าว ท่ีปรากฏและเผยแพร่ออกมา ย่อมส่งผลกระทบ ต่อภาพลักษณ์และสร้างความเสียหายแก่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตลอดจนส่ง ผลต่อการใช้จ่ายและรายได้ ภาคธรุ กิจอ่นื ๆ ของประเทศในระดับมหภาคอยา่ งไม่อาจหลีกเล่ยี งได้ เม่ือพิจารณาถึงระบบการบริหารจัดการความปลอดภัยทางถนนของประเทศ พบว่า ประเทศไทย แกป้ ัญหาอบุ ัตเิ หตุทางถนนซึง่ เป็นปัญหาท่สี รา้ งความสูญเสียในชวี ิตและทรพั ยส์ ินอย่างมหาศาลยังไม่ประสบผลสาเร็จ ในอดีตประเทศไทยเคยใช้แนวทางการบริหารจัดการโดยใชอ้ านาจตามคาส่งั สานักนายกรฐั มนตรี ท่ี ๓๓/๒๕๔๖ โดยนายกรัฐมนตรีได้มีคาสั่งจัดต้ังศูนย์อานวยการความปลอดภัยทางถนนโดยมีรองนายกรัฐมนตรี เปน็ ผู้อานวยการสามารถควบคุมสัง่ การหนว่ ยงานท่เี ก่ยี วขอ้ งทุกกระทรวงไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ ซ่งึ ใช้การบรหิ ารงาน แบบระบบบัญชาการเดี่ยว (Single Command) พร้อมท้ังปฏิบัติการตามแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน ฉบบั ท่ี ๑ พ.ศ. ๒๕๔๘ – ๒๕๕๑ ผลปรากฏว่าสามารถลดอัตราการเสียชีวิตเหลือเพียง ๑๘.๒๐ คนตอ่ แสนประชากร จากที่กาหนดค่าเป้าหมายไว้ที่ ๒๐ คนต่อแสนประชากร ภายใน พ.ศ. ๒๕๕๑ อย่างไรก็ตาม ภายหลัง จากการปรับเปล่ียนใช้แนวทางการจัดการความปลอดภัยทางถนนมาใช้ระเบียบสานกั นายกรัฐมนตรีว่าด้วยการป้องกัน และอุบัติเหตุทางถนน พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งมีการบริหาร ๒ ระดับ ระดับนโยบายให้อานาจนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีท่ีนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธานกรรมการ ส่วนระดับอานวยการให้อานาจ รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานศนู ย์อานวยความปลอดภยั ทางถนน ทว่าปญั หาความปลอดภยั ทางถนน ของไทยมีความเกี่ยวข้องและมีหน่วยงานรับผิดชอบระหว่างกระทรวงหลายหน่วยงาน การอาศัยกลไกและ อานาจตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน พ.ศ. ๒๕๕๔ ซ่ึงได้ใช้ ปฏิบัติมากว่า ๘ ปี ประกอบกับการให้อานาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานศูนย์อานวย ความปลอดภัยทางถนน ในทางปฏิบัติอาจทาใหม้ ีข้อจากัดในการส่งั การหน่วยงานตา่ งกระทรวงและการใชจ้ า่ ย งบประมาณ อีกท้ังปัจจุบันประชากรเพ่ิมขึ้น การขยายตัวของเมือง ปริมาณรถเพ่ิมข้ึนอย่างรวดเร็วส่งผลให้ สภาพการใช้รถใช้ถนนเปลี่ยนแปลงไป จึงสมควรพิจารณาทบทวนระบบการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย ทางถนนให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและการใช้รถใช้ถนนที่เปล่ียนแปลงไป รวมทั้งพิจารณาถึงแนวทาง การแก้ไขปัญหาตามหลักสากล เช่น หลักการดาเนินการตามกรอบ ๕ เสาหลัก ซึ่งคานึงถึงการบริหารจัดการ ความปลอดภัยทางถนน มุ่งให้เกิดความปลอดภัยแก่ คน รถ ถนน การตอบสนองหลังเกิดเหตุ รวมทั้ง การแก้ปญั หาอย่างย่ังยนื ตามหลกั การเป้าหมายการพัฒนาท่ยี ั่งยนื (Sustainable Development Goals) ของ องค์การสหประชาชาติและการใช้แนวทางการจัดการความปลอดภัยทางถนนตามหลักการ “ระบบ แห่งความปลอดภัย (Safe System)” ซึ่งมีหลักการสาคัญ ๔ ประการ คือ ๑) การตระหนักและยอมรับ ว่ามนุษย์ทุกคนมีโอกาสจะทาผิดพลาดในขณะท่ีใช้ถนน แต่ไม่ควรมีผู้ได้รับบาดเจ็บรุนแรงหรือเสียชีวิต

๑๑ จากความผิดพลาดนี้ ๒) ร่างกายของมนุษย์สามารถทนแรงกระแทกได้เพียงระดับหนึ่ง การถูกกระแทก จากความเร็วที่เกินกว่า ๓๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพ่ิมโอกาสเกิดการบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตได้อย่างชัดเจน ๓) ผู้ออกแบบ ผู้สร้าง ผู้ควบคุมการใช้ถนน ผู้ผลิตยานพาหนะผู้รักษาพยาบาล และผู้ใช้รถใช้ถนน ต้องรับผิดชอบร่วมกันในการป้องกันอุบัติเหตุที่รุนแรง ท่ีนาไปสู่การตายหรือการบาดเจ็บสาหัส ๔) ทุกส่วน ที่เกี่ยวข้องของระบบความปลอดภัยทางถนนต้องแข็งแกร่ง หากส่วนหน่ึงของระบบล้มเหลว ส่วนอ่ืน ๆ ต้องสามารถทาหน้าท่ีปกป้องชีวิตของผู้ใช้ถนนได้ ตลอดจนจัดทาข้อเสนอแนะด้านอื่น ๆ เพ่ิมเติม เพ่อื เป็นแนวทางในการแกป้ ญั หาความปลอดภยั ทางถนนให้เกิดประสทิ ธภิ าพสงู สดุ ด้วยความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ อย่างร้ายแรงข้างต้น คณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาแล้วเล็งเห็นความสาคัญ และจาเปน็ อยา่ งยง่ิ ท่ีต้องดาเนนิ การแก้ไขปัญหาความปลอดภยั ทางถนนเพ่ือสร้างความปลอดภยั ในการเดินทาง ให้แก่พ่ีน้องประชาชนอย่างเร่งด่วน นอกจากน้ีคณะกรรมาธิการยังได้ห่วงใยถึงความปลอดภัยของพี่น้อง ประชาชนในการคมนาคมขนส่งสาธารณะและการขนส่งเชิงพาณิชย์ที่ สาคัญ อันได้แก่ ระบบราง ทางน้า ทางอากาศ ดังนั้น คณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร จึงได้มีมติในการประชุมครั้งที่ ๔ เมอื่ วันพฤหสั บดีที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒ เพอื่ ตั้งคณะอนุกรรมาธกิ ารพิจารณาศึกษาความปลอดภัยทางถนนและคมนาคม ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙๖ โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือจัดทาข้อเสนอแนะ แนวทางปอ้ งกันและลดอุบตั เิ หตทุ างถนนและคมนาคม เพ่อื นาเสนอตอ่ ท่ีประชุมสภาผู้แทนราษฎรและเสนอต่อ คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนาสู่การปฏิบัติเพ่ือลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อยา่ งยั่งยืนตอ่ ไป ๒. วตั ถปุ ระสงคข์ องกำรศกึ ษำ ๒.๑ เพ่ือให้สภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบสภาพปัญหาความปลอดภัยทางถนนและสถานการณ์ ความรุนแรงของอบุ ตั เิ หตุทางถนนของไทย ๒.๒ เพ่ือจัดทาข้อสังเกตและข้อเสนอแนะความปลอดภัยทางถนนและคมนาคมเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎร ๒.๓ เพื่อสร้างกลไกความร่วมมือของฝ่ายนิติบัญญัติในการเสนอแนะและติดตามนโยบาย และการดาเนินงานด้านความปลอดภัยทางถนนของรัฐบาล และการผลักดันกฎหมายและงบประมาณ ดา้ นความปลอดภัยทางถนนของฝ่ายนติ ิบัญญตั ิ ๒.๔ เพ่ือจัดทาข้อสังเกตและข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาความปลอดภัยทางถนนและ คมนาคม แก่คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอัยการ หรือหน่วยงานอ่ืนที่เก่ียวข้อง ได้อย่างมีประสิทธิภาพและ สามารถนาไปปฏิบัติ ตลอดจนสามารถแก้ปัญหาและเสริมสร้างความปลอดภัยทางถนนและคมนาคม ได้อยา่ งเปน็ รปู ธรรม ๓. วิธกี ำรศึกษำ ๓.๑ ศึกษาข้อมูลปฐมภูมิ โดยการประชุมรับฟังจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่เก่ียวข้อง กบั ความปลอดภัยทางถนน ๓.๒ ศึกษาข้อมูลทุติยภูมิ โดยศึกษาเอกสารทางวิชาการ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และกฎหมายต่าง ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง

๑๒ ๔. ระยะเวลำในกำรศึกษำ ที่ประชุมคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร คร้ังที่ ๔ ในวันพฤหัสบดีท่ี ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒ ได้มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาความปลอดภัยทางถนนและคมนาคม โดยมีกาหนดระยะเวลาการพิจารณาศึกษาภายใน ๙๐ วัน ระหว่างวันพฤหัสบดีท่ี ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒ ถงึ วันอังคารที่ ๗ มกราคม ๒๕๖๓ จากนั้น คณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อให้การพิจารณา เป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับฟังข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน รวมทั้งนาข้อมูลและข้อสรุป จากการประชุมด้านความปลอดภัยทางถนนระดับนานาชาติ ผนวกรวมเข้ากับรายงานฉบับนี้ คณะกรรมาธิการ จึงมีมตใิ ห้ขยายระยะเวลาในการพจิ ารณาให้แก่คณะอนุกรรมาธิการ จานวน ๒ คร้ัง ดังนี้ ครั้งท่ี ๑ ที่ประชุมคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๑๐ วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๒ ได้มีมติให้ขยายระยะเวลาในการพิจารณาออกไปอีก ๓๐ วัน นับแต่วันท่ีครบกาหนด เพ่ือให้ครอบคลุมการดาเนินงานอานวยความปลอดภัยในการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๖๓ และเพ่ือให้การ พิจารณาเป็นไปอย่างรอบคอบ ตลอดจนได้รับฟังข้อมูลจากหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องทุกภาคส่วน อย่างครบถ้วน (ครบกาหนดวันพฤหัสบดีท่ี ๖ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๖๕๓) คร้ังท่ี ๒ ที่ประชุมคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ครั้งท่ี ๑๔ วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๓ ได้มีมติให้ขยายระยะเวลาในการพิจารณาออกไปอีก ๓๐ วัน นับแต่วันท่ีครบกาหนด เนื่องจากนายนิกร จานง ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาความปลอดภัยทางถนนและคมนาคม ได้รับเชิญจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้เข้าร่วมประชุมประจาปีเครือข่ายสมาชิกรัฐสภาด้านความปลอดภัยทางถนน ระดับอาเซียนและภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และได้รับเชิญจากนายโทมัส เอเนรอท์ธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโครงสร้างพื้นฐานแห่งราชอาณาจักรสวีเดนให้เข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีด้านความปลอดภัย ทางถนนระดับโลก ระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๑๖ ถึงวันเสาร์ท่ี ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ณ กรุงสตอกโฮล์ม ราชอาณาจกั รสวีเดน ในการน้ี คณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร จึงได้มีมติอนุมัติให้นายนิกร จานง ในฐานะ รองประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้แทนของคณะกรรมาธิการ เข้าร่วมประชุม ตามวันเวลาและสถานท่ีดังกล่าว โดยคณะกรรมาธิการฯ เห็นควรให้คณะอนุกรรมาธิการฯ นาข้อมูล ข้อสรุป อันเป็นประโยชน์จากท่ีประชุมดังกล่าวซึ่งเป็นการประชุมความปลอดภัยทางถนนในระดับนานาชาติ มาผนวก รวมกับรายงานการพิจารณาศึกษา เพ่ือให้เน้ือหามีความสมบูรณ์ ครบถ้วน (ครบกาหนดเวลาขยาย วันเสาร์ที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๓) ทั้งน้ี รวมระยะเวลาในการพิจารณาศึกษาตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒ ถึงวันเสาร์ท่ี ๗ มนี าคม ๒๕๖๓ เป็นจานวนทง้ั สนิ้ ๑๕๐ วนั ๕. ประโยชนท์ คี่ ำดวำ่ จะไดร้ ับ ๕.๑ สภาผู้แทนราษฎรทราบและตระหนักถึงสภาพปัญหาและสถานการณ์ความรุนแรง ของอุบัติเหตุทางถนนของไทยในปัจจุบัน ตลอดจนให้ความสาคัญในการแก้ปัญหาความปลอดภัยทางถนนของไทย โดยเร่งด่วนอย่างเป็นระบบ ๕.๒ สภาผแู้ ทนราษฎรได้ทราบขอ้ สงั เกตและขอ้ เสนอแนะความปลอดภัยทางถนนและคมนาคม

๑๓ ๕.๓ ฝ่ายนิติบัญญัติทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภามีกลไกความร่วมมือ ในการติดตาม การดาเนินงานด้านความปลอดภัยทางถนนของรัฐบาลและผลักดันกฎหมายและงบประมาณเพื่อเสริมสร้าง ความปลอดภัยทางถนน ๕.๔ คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอัยการ หรือหน่วยงานอื่นที่เก่ียวข้องได้รับทราบข้อสังเกต และขอ้ เสนอแนะท่ีมีประโยชนแ์ ละเป็นไปตามแนวทางสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับเปล่ียนรูปแบบการบริหาร จดั การความปลอดภัยทางถนนเพื่อเพ่มิ ประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนของประเทศจากระเบียบ สานักนายกรัฐมนตรีเป็นกฎหมายแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนนระดับพระราชบัญญัติ รวมท้ัง เพ่ือให้หน่วยงานท่ีเก่ียวข้องสามารถนาไปปฏิบัติ ตลอดจนสามารถแก้ปัญหาและเสริมสร้างความปลอดภัยทางถนน และคมนาคม ได้อยา่ งเป็นรูปธรรม

๑๔ บทท่ี ๒ การรวบรวมขอ้ มูลและข้อเท็จจริงตามกรอบการศึกษา ๑. คณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ได้ดาเนินการแต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการพิจารณา ศึกษาความปลอดภัยทางถนนและคมนาคม เพ่ือรวบรวมข้อมูลและข้อเท็จจริงตามกรอบการศึกษา ดงั ต่อไปน้ี คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาความปลอดภัยทางถนนและคมนาคม ประกอบด้วย บคุ คลดงั รายชอ่ื ตอ่ ไปน้ี ๑. นายนกิ ร จานง ประธานคณะอนุกรรมาธิการ ๒. นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วฒุ ิ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ คนที่หนงึ่ ๓. นายกิตติศักด์ิ คณาสวสั ด์ิ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ คนทส่ี อง ๔. นายคารม พลพรกลาง รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ คนทส่ี าม ๕. นายอรุณ เสนห่ ์ อนกุ รรมาธิการ ๖. พลตรี สมาน เกษรอนิ ทร์ อนกุ รรมาธิการ ๗. พลตารวจตรี เอกรักษ์ ล้ิมสงั กาศ อนุกรรมาธิการ ๘. นายแท้จรงิ ศริ พิ านิช อนกุ รรมาธิการ ๙. นางสาวเพญ็ ศรี พัทธว์ ิวฒั นศิริ อนกุ รรมาธิการ ๑๐. นายวิทยา ชาตบิ ญั ชาชัย เลขานกุ ารคณะอนุกรรมาธิการ ท่ปี รกึ ษาประจาคณะอนุกรรมาธิการฯ ประกอบด้วยบุคคล ดังน้ี ๑. นายจาตรุ งค์ เพ็งนรพัฒน์ ๒. นายมนูญ ลเี ชวงวงศ์ ๓. นายอนชุ า เศรษฐเสถยี ร ๔. นายธนะพงศ์ จินวงษ์ ๕. รองศาสตราจารย์สายประสทิ ธิ์ เกดิ นยิ ม ๖. นายววิ ัฒน์ ศีตมโนชญ์ ๗. นางถวลิ วดี บรุ ีกลุ ๘. รองศาสตราจารย์กัณวรี ์ กนษิ ฐพ์ งศ์ ทง้ั นี้ บุคคลซึง่ คณะกรรมาธกิ ารฯ ไดพ้ จิ ารณาแตง่ ตงั้ เปน็ อนุกรรมาธิการและทปี่ รกึ ษาประจา คณะอนุกรรมาธิการดังกล่าว มีสัดส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิด้านความปลอดภัยทางถนนจากหน่วยงาน ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งทงั้ ภาครัฐและเอกชนที่สาคญั ดงั รายชอ่ื ต่อไปนี้ สัดส่วนของอนกุ รรมาธิการ ๑. นายแทจ้ ริง ศิรพิ านชิ เลขาธกิ ารมูลนิธิเมาไมข่ ับ ๒. นายวทิ ยา ชาติบญั ชาชยั ผู้อานวยการศูนย์ความร่วมมือขององค์การอนามัยโลก ดา้ นการป้องกนั การบาดเจบ็ ๓. พลตารวจตรี เอกรกั ษ์ ลิ้มสงั กาศ รองผู้บัญชาการศึกษา กองบญั ชาการศกึ ษา และคณะทางานแก้ไขปญั หาจราจร

๑๕ สานักงานตารวจแห่งชาติ สัดส่วนท่ีปรึกษาประจาคณะอนุกรรมาธิการ ๑. นายมนูญ ลีเชวงวงศ์ ประธานกองทุนง่วงอยา่ ขบั ในพระอปุ ถมั ภ์ สมเดจ็ พระเจา้ พน่ี างเธอเจา้ ฟ้ากลั ยาณวิ ฒั นา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ๒. นายอนุชา เศรษฐเสถยี ร ผู้ ท ร ง คุ ณ วุ ฒิ ก อ ง ทุ น เ พ่ื อ ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย ในการใชร้ ถใชถ้ นน และอดีตเลขาธกิ าร สถาบนั การแพทย์ฉุกเฉนิ แห่งชาติ (สพฉ.) ๓. นายธนะพงศ์ จนิ วงษ์ ผู้ จั ด ก า ร ศู น ย์ วิ ช า ก า ร เ พ่ื อ ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย ทางถนน (ศวปถ.) ๔. รองศาสตราจารย์สายประสทิ ธ์ิ เกดิ นิยม หวั หน้าศูนย์วิจยั เฉพาะทางวิศวกรรม การประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ บัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติ สริ นิ ธร ไทย - เยอรมัน (TGGS) ๕. นายววิ ฒั น์ ศีตมโนชญ์ รองประธานแผนงานสนับสนุนการป้องกัน อุบัตเิ หตจุ ราจรในระดับจงั หวดั (สอจร.) ๖. รองศาสตราจารยก์ ณั วีร์ กนษิ ฐ์พงศ์ ผูจ้ ัดการศูนย์วจิ ยั อบุ ัตเิ หตแุ ห่งประเทศไทย ๗. นางถวลิ วดี บรุ ีกลุ ผู้อานวยการสานักวิจัยและพัฒนา สถาบัน พระปกเกล้า ๒. ข้อมูลจากการประชุมของคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาความปลอดภัยทางถนน และคมนาคม ในคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผแู้ ทนราษฎร คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้กาหนดกรอบประเด็นในการพิจารณาของคณะอนุกรรมาธิการ ฯ เป็น ๙ ดา้ นสาคัญที่เกี่ยวเนือ่ งกบั ความปลอดภัยทางถนนและคมนาคม ดังนี้ ด้านที่ ๑ การบริหารจดั การ ด้านที่ ๒ กฎหมายและการบงั คบั ใช้ ด้านที่ ๓ ถนนและสิง่ แวดล้อมปลอดภัย ด้านท่ี ๔ ยานพาหนะปลอดภยั ด้านที่ ๕ การใหก้ ารศึกษา วัฒนธรรมและพฤติกรรมเพ่ือความปลอดภยั ทางถนน ด้านท่ี ๖ นโยบายรฐั บาล ดา้ นท่ี ๗ การบรู ณาการทางรฐั สภา ดา้ นที่ ๘ การตา่ งประเทศ ดา้ นท่ี ๙ การคมนาคมทางระบบราง ทางน้า และทางอากาศ จากการเชิญผู้แทนหน่วยงานที่เก่ียวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง กับความปลอดภัยทางถนนระหว่างประเทศ มาให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็น ทาให้คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้รับทราบข้อมูลอันเป็นประโยชน์ นอกจากนี้ คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้นาข้อมูลและผลสรุปจากการประชุม “ประจาปีเครือข่ายสมาชิกรัฐสภาด้านความปลอดภัยทางถนนระดับอาเซียนและภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชีย ตะวันออกขององค์การอนามัยโลกและประชุมรัฐมนตรีด้านความปลอดภัยทางถนนระดับโลก ระหว่างวันท่ี

๑๖ ๑๘ – ๒๐ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๓” รวมทงั้ ได้รบั ทราบถึงสถิตคิ วามสญู เสียทางถนนของโลกในภาพรวม หลกั วิชาการ ทฤษฎีความปลอดภัยทางถนนในระดับสากล รวมท้ังมาตรการความปลอดภัยทางถนนใหม่ ๆ มาผนวกรวม กับเนื้อหารายงานจึงทาให้การพิจารณาเป็นไปอย่างละเอียดรอบคอบครอบคลุม ในทกุ มิติและประเด็นการพิจารณา ที่กาหนดไว้ ตลอดจนส่งผลให้การจัดทารายงานการพิจารณาการศึกษาได้รับข้อมูลครบถ้วน สมบูรณ์ โดยสรุป สาระสาคญั ของขอ้ มูลหน่วยงานท่ีเก่ยี วข้องซง่ึ เชญิ มาให้ข้อมูลได้ดังนี้ ๒.๑ ด้านที่ ๑ การบรหิ ารจัดการ คณะอนุกรรมาธิการ ฯ ได้พิจารณาเมื่อวันอังคารท่ี ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ณ ห้องประชุม ๓๐๖ ช้ัน ๓ อาคารรัฐสภา โดยเชิญหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการความปลอดภัย ทางถนน มาเขา้ รว่ มประชุมและใหข้ ้อมลู ดังน้ี ผ้แู ทนจากกรมปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั ศูนย์อานวยการความปลอดภัยทางถนนจัดต้ังขึ้นโดยมติคณะรัฐมนตรีวันท่ี ๒ มกราคม ๒๕๔๖ และคาสั่งสานักนายกรัฐมนตรี ท่ี ๓๓/๒๕๔๖ โดยมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้อานวยการศูนย์ฯ และมีผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องร่วมเป็นกรรมการ โดยมีอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นเลขานุการศูนย์อานวยความปลอดภัยทางถนน ต่อมาโครงสร้างศูนย์อานวยการความปลอดภัยทางถนน ในปัจจุบันได้ถูกกาหนดโดยระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยความปลอดภัยทางถนน พ .ศ. ๒๕๕๔ กาหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานและมีอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นเลขานุการศูนย์ฯ โดยศูนย์อานวยการความปลอดภัยทางถนนมีอานาจหน้าท่ีจัดทาข้อเสนอ นโยบาย แผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน ยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยปัจจุบัน แผนแม่บทความปลอดภัยทางถนนท่ีใช้กาหนดทิศทางหรือแนวทางในการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยทางถนน คอื แผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๖๔ ผู้แทนจากศูนย์ปลอดภยั คมนาคม กระทรวงคมนาคม กระทรวงคมนาคมมีแผนแม่บทการลดอุบัตเิ หตุทางถนนของกระทรวงคมนาคม โดยมี ยุทธศาสตร์ ดังน้ี ยุทธศาสตร์ท่ี ๑ การบริหารจัดการความปลอดภัยทางถนน ยุทธศาสตร์ท่ี ๒ ถนนและ การสัญจรที่ปลอดภัยขึ้น ยุทธศาสตร์ที่ ๓ ยานพาหนะที่ปลอดภัยข้ึน ยุทธศาสตร์ท่ี ๔ ผู้ใช้ถนนท่ีปลอดภัยขึ้น ยุทธศาสตรท์ ี่ ๕ การตอบสนองหลังการเกิดอุบัตเิ หตุ ผูแ้ ทนจากกรมควบคุมโรค ปัจจุบันฐานข้อมูลสถิติการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของไทยมี ๓ หน่วยงาน คือ กระทรวงมหาดไทย สานักงานตารวจแห่งชาติ และบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จากัด ข้อมลู จงึ มีความหลากหลายมสี ถิตทิ ไ่ี ม่ตรงกนั กรมควบคุมโรคจงึ มีแนวทางการบูรณาการขอ้ มูลการเสียชวี ิตจาก อุบัติเหตุทางถนนเพ่ือให้ได้ข้อมูลท่ีครบถ้วน ถูกต้อง เป็นเอกภาพ เพ่ือให้การกาหนดนโยบายเป็นไปอย่างมี ประสทิ ธิภาพ นอกจากน้ี คณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาเรื่อง “มาตรการอานวยความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ” เมื่อวันพฤหัสบดีท่ี ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๒ ณ ห้องประชุม ๓๐๖ ชั้น ๓ อาคารรัฐสภา โดยเชิญหน่วยงาน ท่ีเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการความปลอดภัยทางถนน มาเข้าร่วมประชุมและให้ข้อมูล ซ่ึงคณะอนุ กรรมาธิการฯ ได้พิจารณาแล้วเห็นควรให้นาข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาเพื่อสรา้ ง ความปลอดภยั ในการเดินทางให้แกป่ ระชาชนในชว่ งเทศกาลปีใหม่ ๒๕๖๓ ปรากฏข้อมูล ดังน้ี

๑๗ ๑) สานกั งานปลดั กระทรวงคมนาคม การดาเนินการของกระทรวงคมนาคมในภาพรวม ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ กระทรวง คมนาคม ได้ดาเนินการจัดทาแผนอานวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชน ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๓ และแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๓ เสร็จเรียบร้อยแล้วและได้แจ้งหน่วยงานในสังกัดดาเนินการตามแผนดังกล่าว โดยในแผนรวม จะแบ่งเป็น ๓ ระยะ คือ ระยะท่ี ๑ ก่อน ๗ วันอันตราย (ช่วงเตรียมความพร้อมระหว่างวันที่ ๒๐ ถึง ๒๖ ธนั วาคม ๒๕๖๒) ระยะท่ี ๒ ชว่ งเทศกาลจะมีการดาเนินการเข้มข้น (ช่วงระหวา่ งวนั ท่ี ๒๗ ธนั วาคม ๒๕๖๒ ถงึ ๒ มกราคม ๒๕๖๓) ระยะที่ ๓ ช่วงหลงั เทศกาล ๗ วนั (ช่วงระหว่างวันท่ี ๓ – ๙ มกราคม ๒๕๖๒) จากนัน้ จะมี การประเมนิ ผลสรุปเพ่ือนามาเป็นสถติ ใิ นการจัดทาแผนต่อไป ๒) กรมการขนส่งทางบก ได้ให้ข้อมูลต่อท่ีประชุมว่า กรมการขนส่งทางบก ได้ดาเนินการตามแผนอานวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๓ ช่วงระหว่างวันท่ี ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๒ ถึง ๕ มกราคม ๒๕๖๓ ภายใต้กิจกรรมรณรงค์ป้องกัน และลดอุบตั เิ หตุทางถนนช่วงเทศกาลสาคญั ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ดังน้ี ๒.๑) เป้าหมายการอานวยความสะดวก ประกอบด้วย ๑) การบรกิ ารรถโดยสารเพียงพอ ไม่ตกค้าง ๒) พนักงานประจารถปริมาณแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์ (๐) ๓) ลดอุบัติเหตุรถโดยสารสาธารณะ จานวน อุบัติเหตแุ ละผบู้ าดเจบ็ ต้องลดลงจากปีก่อน ๔) ไม่มีผโู้ ดยสารเสยี ชวี ิตจากอบุ ัติเหตุทีร่ ถโดยสารเปน็ ต้นเหตุ ๒.๒) มาตรการด้านความปลอดภัย ประกอบด้วย ๑) เกาะติดสถานการณ์ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ๒) ดูแลประชาชนตลอดเส้นทาง (ต้นทาง ระหว่างทาง และปลายทาง) เน้นความปลอดภัย บริการ ไม่เอาเปรียบประชาชน ๓) รถพร้อม คนพร้อม ตรวจเข้มรถโดยสารทุกคัน ทุกเส้นทาง ทุกสถานีท่ัวประเทศ ๔) บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น จริงจังทั้งคนขับและผู้ประกอบการ ๕) สร้างการรับรู้ เข้าใจ สร้างจิตสานึก ความรบั ผดิ ชอบตอ่ ตนเองและผู้รว่ มทาง ๒.๓) การดาเนินการ แบ่งออกเป็น ๑) ช่วงก่อนเทศกาล ๒) ช่วงเทศกาล ๓) ช่วงหลังเทศกาล ๓) บริษัท ขนส่ง จากัด ได้ให้ข้อมูลต่อท่ีประชุมว่า ในส่วนของบริษัท ขนส่ง จากัด มีการเตรียมความพร้อมในส่วนของคนและรถตลอดปี ท้ังต้นทาง และปลายทาง โดยในช่วงเทศกาลจะมีการ ตรวจอย่างเข้มข้น นอกจากนี้ ยังมีด่านตรวจ จานวน ๑๙ ด่าน โดยมีการบูรณาการร่วมกับตารวจเพ่ือตรวจ สารเสพติดและความปลอดภัย ในด้านการอานวยความสะดวกในการขนส่งมีการจัดเตรียมรถไว้รองรับ ผู้โดยสารประมาณ ๑,๕๐๐ คนั ทาใหค้ าดการณว์ ่าไมน่ ่าจะเกิดกรณผี โู้ ดยสารตกค้างอยา่ งแนน่ อน ๔) การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ให้ข้อมูลต่อที่ประชุมว่า ในส่วนของการรถไฟ แห่งประเทศไทย ได้รับนโยบายจากกระทรวงคมนาคมแบ่งเป็น ๒ กิจกรรม คือ ๑) แผนด้านการอานวย ความสะดวก การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ดาเนินการจัดขบวนรถโดยสารให้เพียงพอตั้งแต่วันท่ี ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๒ โดยมีการตรวจเข้มเฝ้าระวังในทุกขบวนรถ โดยเป้าหมายหลัก คือ จะไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง ๒) แผนดา้ นความปลอดภยั ดาเนนิ การตรวจสอบและเตรียมความพร้อมในการซ่อมบารุงอุปกรณ์เพ่ือให้บริการ แก่ผโู้ ดยสารใหเ้ กดิ ความปลอดภัยอยา่ งสูงสดุ นอกจากนี้ ยงั ตรวจเขม้ ในเรอ่ื งการตรวจวดั แอลกอฮอล์ของพนกั งาน ๕) กรมท่าอากาศยาน ไดใ้ หข้ ้อมลู ต่อทป่ี ระชุมวา่ กรมท่าอากาศยานได้ดาเนินการ ภายใต้แผนของกระทรวงคมนาคม โดยมุ่งเน้นถึงความใส่ใจ ระมัดระวัง ให้ผู้โดยสารอุ่นใจ ปลอดภัยตลอด การเดินทาง แบ่งเป็นมาตรการ ๓ ด้าน คือ ๑) ด้านอานวยความสะดวก ๒) ด้านความปลอดภัย ๓) ด้านการ

๑๘ รักษาความปลอดภัย โดยจะมีการตรวจสอบและบูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าท่ีทหาร เจ้าหน้าท่ีตารวจ รวมถึง การตรวจสอบอุปกรณ์ด้านการรักษาความปลอดภัยในพื้นท่ีท่าอากาศยานนั้น ๆ โดยดาเนินการอย่างเคร่งครัด ตามท่สี านักงานการบนิ พลเรอื นแหง่ ประเทศไทยกาหนด ๖) สานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ได้ให้ข้อมูลต่อที่ประชุมว่า การอานวยความสะดวกในชว่ งเทศกาลปใี หม่ในความรับผิดชอบของสานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย จะแบ่งออกเป็น ๔ มติ ิ คอื มติ ิที่ ๑ ความปลอดภัย มติ ทิ ี่ ๒ การรักษาความปลอดภัย มิตทิ ่ี ๓ การอานวยความ สะดวก และมิติที่ ๔ การคุ้มครองสิทธิผู้โดยสาร โดยการดาเนินการในทุกมิติมุ่งเน้นเพื่ออานวยความสะดวก ให้แก่ผู้โดยสารและผูม้ าใช้บรกิ ารให้ได้รับความสะดวกและความปลอดภยั อย่างสูงสุด ๗) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จากัด (มหาชน) ได้ให้ข้อมูลต่อท่ีประชุมว่า ในส่วน ของบรษิ ัท ท่าอากาศยานไทย จากัด (มหาชน) คาดวา่ จะมีปรมิ าณผโู้ ดยสารระหว่างวันที่ ๒๖ ธนั วาคม ๒๕๖๒ ถึงวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๓ ประมาณ ๔.๗ ล้านคน ในด้านการเตรียมการแบ่งออกเป็น ๑) ด้านอานวยความสะดวก ๒) ด้านความปลอดภัย โดยในทุกทา่ อากาศยานได้ดาเนนิ การรองรับต้ังแตเ่ ดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๒ แล้ว ๘) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ให้ข้อมูลต่อที่ประชุมว่า กรมป้องกันและ บรรเทาสาธารณภยั ในฐานะฝ่ายเลขาศูนย์อานวยการความปลอดภยั ทางถนน ได้จดั ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่ เก่ียวข้องเพื่อจัดทาแผน โดยได้นาเสนอต่อท่ีประชุมคณะรัฐมนตรีเม่ือวันท่ี ๗ ธันวาคม ๒๕๖๒ เพื่อรับทราบประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมรณรงค์ประชาสัมพันธ์แก้ปัญหา จุดเส่ียง พฤติกรรมเส่ียงต่าง ๆ ให้เกิดความปลอดภัยในช่วงเทศกาล โดยได้ประสานกับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ และภาคประชาสงั คมเพื่อร่วมกันรณรงค์ลดพฤติกรรมเสยี่ งท่ีสง่ ผลถงึ ปจั จัยการเกดิ อบุ ตั ิเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒.๒ ดา้ นท่ี ๒ กฎหมายและการบงั คับใช้ คณะอนุกรรมาธิการ ฯ ได้พิจารณาเมื่อวันอังคารท่ี ๙ ธันวาคม ๒๕๖๒ ณ ห้องประชุม ๓๐๖ ช้ัน ๓ อาคารรัฐสภา โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านกฎหมายและการบังคับใช้ กฎหมายเพ่ือความปลอดภัยทางถนน มาเข้ารว่ มประชมุ และใหข้ อ้ มลู ดังน้ี ผู้แทนสานักงานตารวจแหง่ ชาติ สาระสาคัญของพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ และแนวทางการบงั คับใช้ กฎหมายเกีย่ วกับการจราจร โดยมีปจั จยั อนั เป็นสาเหตุของอุบัตเิ หตุจากการจราจรทางบกเกิดจากคนเป็นสว่ นใหญ่ และ มีแนวทางการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ คือ การปฏิบัติตามกฎจราจร โดยการป้องกันการกระทาความผิดซ้า การรณรงคใ์ หค้ วามรู้ การวา่ กลา่ วตักเตอื น การบงั คบั ใชก้ ฎหมาย นอกจากน้ียังได้ร่วมแก้ไขพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ฉบับท่ี ๑๒ (แก้ไขเพ่ิมเติม พ.ศ. ๒๕๖๒) โดยได้มุ่งแก้ไขกฎหมายเพื่อปรับพฤติกรรมในการขับข่ีโดยมีระบบตัดคะแนน ความประพฤติในการขบั รถและมีการแก้ไขหลักเกณฑพ์ ักใชใ้ บอนญุ าตขบั รถ กรณผี ้ขู ับรถทาผิดรา้ ยแรง ด้านศาลจราจร ภายหลังจากที่คณะกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูประบบ ความปลอดภัยทางถนน สภาขับเคล่ือนการปฏิรูปประเทศมีการจัดทาและนาเสนอร่างพระราชบัญญัติวิธี พิจารณาคดีจราจร พ.ศ. .... ต่อคณะรัฐมนตรี จากนั้น ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ จึงมีการต้ังคณะกรรมการปฏิรูป ประเทศดา้ นกระบวนการยุติธรรม โดยคณะกรรมการฯ ได้นาร่างพระราชบัญญัตวิ ิธพี จิ ารณาคดีจราจร พ.ศ. .... มาพิจารณาปรับปรุง ซ่ึงปัจจุบันคณะกรรมการฯ ได้พิจารณาเสร็จแล้ว และนาส่งให้สานักงานศาลยุติธรรม พจิ ารณาเพอื่ นาเสนอต่อคณะรฐั มนตรตี ่อไป ผู้แทนกรมการขนส่งทางบก

๑๙ การบังคับใช้กฎหมายของกรมการขนส่งทางบกที่ใช้เป็นข้อปฏิบัติในปัจจุบัน คือ พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ โดยกฎหมายดังกล่าว เกี่ยวข้องกับเรื่องความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน มีมาตรการตรวจสอบรถสาธารณะ รถบรรทุก ด้วยระบบ กาหนดตาแหน่งบนโลก (Global Positioning System : GPS) ซ่ึงมีกฎหมายบังคับใช้เกี่ยวกับ GPS กฎหมาย กากับดูแลรถจักรยานยนต์ รถยนต์รับจ้าง (รถแท็กซี่) รถตู้โดยสาร รถยนต์ส่วนบุคคล รวมถึงการกากับดูแล เกี่ยวกับใบขับข่ีสาธารณะ ใบขับขี่ส่วนบุคคล การแต่งกาย การไม่ดื่มสุรา การเก็บค่าโดยสารไม่ให้เกินอัตรา ที่กาหนด การแสดงอัตราค่าบริการโดยสารให้แก่ประชาชนทราบและกรมการขนส่งทางบกอยู่ในระหว่างการรวม พระราชบัญญัตกิ ารขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบัญญตั ิ พ.ศ. ๒๕๕๒ เข้าเปน็ ฉบับเดยี วกนั ผแู้ ทนกรมควบคมุ โรค การเพิ่มประสิทธิภาพในการทดสอบความสามารถในการขับรถเพ่ือออกใบอนุญาตขับรถ อาจนาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการดาเนินการเพ่ือประกอบการทดสอบ เช่น เครื่องฝึกทดลองขับรถระบบ Simulator โดยจะจาลองการขับรถในสถานการณต์ า่ ง ๆ ทาใหผ้ เู้ รียนสมั ผัสกับสถานการณ์ในการขบั รถท่ีคล้าย กบั สถานการณ์จริง ซง่ึ ผเู้ รยี นจะสามารถสัมผัสได้ถงึ สภาพแวดล้อม ถนน และสถานการณ์จาลองต่าง ๆ ตามท่ี ปรากฏบนหนา้ จอการจาลองการทางาน Simulator เสมอื นการขับรถในสถานการณบ์ นถนนจรงิ ๒.๓ ดา้ นที่ ๓ ถนนและสิง่ แวดล้อมปลอดภยั คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาเม่ือวันอังคารท่ี ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๒ ณ ห้องประชุม ๓๐๖ ช้ัน ๓ อาคารรัฐสภา โดยเชิญหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องกับถนนและสิ่งแวดล้อม มาเข้าร่วม ประชมุ และให้ข้อมลู ดังนี้ ผแู้ ทนคณะวิศวกรรมศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั และศูนย์ความเป็นเลิศ ThaiRAP การจัดลาดับความปลอดภัยทางถนน แบ่งระดับในการประเมินความปลอดภัยทางถนน ออกเป็น ๕ ระดับดาว ต้ังแต่ถนนที่ได้รับการประเมิน ๕ ดาว จัดเป็นถนนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ต่าท่ีสดุ ส่วนถนนท่ีไดร้ ับการประเมนิ ระดับ ๑ ดาว จัดเป็นถนนที่มีความเส่ียงตอ่ การเกดิ อุบตั ิเหตทุ างถนนสูงท่สี ุด โดย iRAP ร่วมกับ World Bank ประมาณการณ์ว่าหากประเทศไทยมีถนนระดับ ๓ ดาวข้ึนไป สาหรับการเดินทางร้อยละ ๗๕ ที่เกิดข้ึนในประเทศไทย ภายในปี ๒๐๓๐ ด้วยการลงทุนในการ ยกระดับความปลอดภัยทางถนนภายใต้งบลงทุนประมาณ ๐.๑% ของ GDP ต่อปี จะสามารถลดการสูญเสีย ในชีวิตและทรพั ยส์ ินของประชาชน ซง่ึ คดิ เปน็ ผลประโยชนท์ างเศรษฐศาสตร์ มากกวา่ ๖,๕๐๐ ล้านบาท โดยศูนยค์ วามเป็นเลิศ ThaiRAP ได้มีข้อเสนอเชงิ นโยบายสาหรับประเทศไทย ดงั น้ี ๑) ตั้งค่าเป้าหมาย ให้ถนนในปัจจุบันรวมถึงถนนที่สร้างใหม่ได้รับการประเมิน และ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้ได้อย่างน้อย ๓ ดาว สาหรับผู้ใชท้ างทุกประเภท (รถยนต์ รถจักรยานยนต์ คนเดนิ เท้า จักรยาน) ๒) พิจารณามาตรการในการยกระดบั ความปลอดภัยสาหรับผูใ้ ชร้ ถจกั รยานยนต์ ๓) ผลกั ดันให้มกี ารประเมินความปลอดภัยทางถนนจากรัฐบาล มาตรการสนับสนุน เช่น การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการประเมินความเสี่ยงต่อการ เกิดอุบัติเหตุทางถนน ตามเกณฑ์การประเมินนานาชาติให้แก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และปรับปรุงมาตรฐานการ ประเมนิ ของ iRAP ใหเ้ หมาะสมกบั โครงขา่ ยถนนของประเทศไทย ได้มีการศึกษาวิจัยเพ่ิมเติมและคาดการณ์ว่าหากประเทศไทยเพ่ิมงบประมาณ ในการลงทุนปรับปรุงถนนที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยต้ังแต่ ๓ ดาวข้ึนไป เพียงร้อยละ ๐.๑ ของผลิตภัณฑ์ มวลรวมในประเทศ ( GDP) จะทาให้ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนลดลง ๘,๙๓๐ คนต่อปี

๒๐ โดยคิดเป็นผลประโยชน์ตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์มากกว่า ๖,๕๐๐ ล้านบาท ซ่ึงเทียบเท่าความคุ้มค่าต่อการ ลงทุนเทา่ กับ ๓๔ ตอ่ ๑ ผ้แู ทนกรมทางหลวง กรมทางหลวงไดอ้ อกแบบถนนโดยคานึงถึงผู้ใช้รถใช้ถนน อุบตั ิเหตทุ างถนนสว่ นหนึ่งมี สาเหตุมาจากพฤติกรรมของผู้ใช้รถใช้ถนนที่คานึงถึงความสะดวกสบายมากกว่ากฎหมาย นอกจากนี้ อาจมาจากปัญหาการบงั คบั ใชก้ ฎหมายได้ไม่เต็มประสทิ ธิภาพ ส่วนประเด็นการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุการชนท้ายรถบรรทุกบริเวณไหล่ทางบนถนน หลวง ปัจจุบันกรมทางหลวงได้เปิดใช้จุดจอดพักรถบรรทุก (Truck Rest Area) แล้ว ๓ แห่ง ส่วนอีก ๑๐ แห่ง อย่ใู นระหว่างการกอ่ สร้าง และได้บรรจุโครงการก่อสรา้ งจุดพกั รถบรรทกุ ในคาของบประมาณรายจ่ายประจาปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ เพ่อื ดาเนนิ การกอ่ สรา้ งเพม่ิ เตมิ อกี จานวน ๑๐ แหง่ ผู้แทนกรมทางหลวงชนบท กรมทางหลวงชนบทได้ดาเนินการเพื่อใหเ้ กิดความปลอดภัยทางถนน โดยได้จัดเตรียม อบรมบุคลากรให้มีความสามารถเป็นผู้ตรวจสอบความปลอดภัยงานทางระดับต้น (Inspector) และผู้ตรวจสอบความปลอดภัยงานทางระดับกลาง (Auditor) การวางแผนความปลอดภัยงานทางและ การประเมนิ ผล การสืบสวนอบุ ัตเิ หตทุ างถนน ๒.๔ ด้านท่ี ๔ ยานพาหนะปลอดภยั คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาเม่ือวันอังคารที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๒ ณ ห้องประชุม ๓๐๖ ช้นั ๓ อาคารรฐั สภา โดยเชิญหนว่ ยงานท่เี กยี่ วข้องกับยานพาหนะ มาเขา้ ร่วมประชุมและ ให้ข้อมลู ดงั น้ี ผูแ้ ทนคณะทางานเฉพาะกิจแก้ไขอบุ ัติเหตุจากรถจกั รยานยนต์ กระทรวงคมนาคม คณะทางานเฉพาะกิจแก้ไขอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ได้เล็งเห็นว่า สถิติการเกิด อุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์มีจานวนมาก จึงได้วางมาตรการทางานการแก้ปัญหารถจักรยานยนต์ โดยมีการ จดั ประชุมจานวน ๔ คร้งั และวางมาตรการเพ่ือลดอบุ ัตเิ หตทุ ีจ่ ะเกิดขนึ้ กบั รถจกั รยานยนต์ นอกจากน้ี ยังไดม้ ขี ้อเสนอในการเพ่มิ ความปลอดภยั ใหแ้ ก่รถจักรยานยนต์ เชน่ ๑) กาหนดให้ติดต้ังระบบเบรคป้องกันล้อล็อก (Anti – Lock Brake System : ABS) กับรถจักรยานยนต์ท่ีมีขนาดเครื่องยนต์ ๑๒๕ ซีซีข้ึนไป และต้องติดตั้งระบบเบรคร่วม (Combined Braking System : CBS)กบั รถจกั รยานยนต์ขนาดเล็กกวา่ ๒) กาหนดให้รถจักรยานยนต์ทุกคันควรมี Day Time Running Light และ Night Time Running Light ไฟเบรคและใหเ้ ปิดอตั โนมัติ ๓) ออกร่างประกาศส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยของจักรยานยนต์ UNECE R ๗๘ (ระบบเบรค ABS) และ UNECE R ๕๓ (การติดตัง้ โคมไฟ) ผแู้ ทนกรมสรรพสามิต การเก็บภาษีรถจักรยานยนต์ ปัจจุบันเก็บภาษีตามขนาดเครื่องยนต์ โดยตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓ จะเริ่มบังคับใช้อัตราภาษีใหม่คิดอัตราเรียกเก็บตามค่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ส่วนรถจักรยานยนต์ขนาดไม่เกิน ๑๕๐ ซีซี ซึ่งมีปริมาณผู้ใช้คิดเป็นร้อยละ ๙๐ ของรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย จะมีการเรียกเก็บตามอัตราภาษีใหม่เพิ่มขึ้นจากเดิมคันละประมาณ ๑๐๐ บาท รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ (Big Bike) ที่มีขนาดปรมิ าตรกระบอกสูบตงั้ แต่ ๑,๐๐๐ ซีซขี น้ึ ไป จะต้องเสยี ภาษีเพ่ิมคนั ละประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ บาท

๒๑ เหตุเพราะมีอตั ราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณมาก ทาให้รถจกั รยานยนตข์ นาดใหญ่ (Big Bike) ตอ้ งเสียภาษีเพ่ิมขึ้นในอัตราท่เี พิ่มขนึ้ ผ้แู ทนสมาคมผปู้ ระกอบการจักรยานยนตไ์ ทย การใช้รถใช้ถนนในประเทศไทย ต้องพิจารณาถึงสภาพถนนในปัจจุบัน เน่ืองจาก รถจักรยานยนต์ที่ใช้ถนนร่วมกับรถประเภทอื่น การท่ีจะจากัดความเร็วถือว่าเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะในช่วง ชั่วโมงเร่งด่วน ซ่ึงจากพฤติกรรมของผู้ขับข่ีรถจักรยานยนต์ตามรายงานการเกิดอุบัติเหตุจะเหน็ ได้ว่า สถิติไม่ได้ ลดลง เนื่องจากผู้ขับขร่ี ถไมส่ ามารถคาดการณห์ รือรบั รวู้ า่ จะเกิดอุบัตเิ หตุ ดังน้นั การตระหนกั ถงึ ความปลอดภัย ทางถนนโดยตัวผู้ขบั ข่ีเองถอื วา่ เปน็ สง่ิ ทสี่ าคัญ ไมใ่ ชเ่ ฉพาะพฤตกิ รรมการขบั ขี่ ๒.๕ ดา้ นท่ี ๕ การให้การศกึ ษา วฒั นธรรมและพฤติกรรมเพื่อความปลอดภัยทางถนน คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาเม่ือวนั อังคารท่ี ๓ ธันวาคม ๒๕๖๒ ณ ห้องประชุม ๓๐๖ ชัน้ ๓ อาคารรฐั สภา โดยเชิญหนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การใหก้ ารศึกษา การเสริมสรา้ งวฒั นธรรมความปลอดภัย มาเข้ารว่ มประชุมและให้ข้อมลู และรบั ฟังข้อมลู จากอนุกรรมาธิการและท่ีปรึกษาประจาคณะอนุกรรมาธิการที่ เปน็ ผูท้ รงคุณวุฒิเกยี่ วกบั พฤตกิ รรมเพื่อความปลอดภัยทางถนน สรปุ สาระสาคัญได้ ดังนี้ ผแู้ ทนสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน กากับดูแลเก่ียวกับมาตรฐานการศึกษา หลักสูตรการศึกษา อยู่ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา สาระที่ ๕ ความปลอดภัยในชีวิต เช่น ในระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑ – ๖ ได้เน้นการป้องกันปัจจัยเส่ียง พฤติกรรมเส่ียงต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ การใช้ยา สารเสพติดและความรุนแรง โดยครอบคลุมถึงการดูแลการเดินทางของนักเรียน เช่น ระเบียบกระทรวงศึกษา ควบคุมดูแลการใช้รถโรงเรียนและยังจัดทาคู่มือแนวปฏิบัติและมาตรการรักษาความปลอดภัยของสถานศึกษา โดยมีแนวนโยบายรกั ษาความปลอดภัยของสถานศึกษา คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้ให้ข้อมูลเก่ียวกับการปรับพฤติกรรมและการให้การศึกษา เพ่อื ความปลอดภยั ทางถนน ดงั น้ี ๑) การปรบั พฤตกิ รรม (มาตรการแก้ไขการหลับใน) ปัญหาการหลับในเป็นอีกสาเหตุสาคัญท่ีทาให้คนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ชว่ งเวลา ทผี่ ู้ขับข่งี ว่ งและหลบั ในชว่ งเวลา ๑๔.๐๐ – ๑๖.๐๐ นาฬกิ า หรอื หลังเทย่ี งคนื ถึงเช้ามดื ซง่ึ เป็นไปตาม นาฬิกาชีวิต จากสถิติพบว่า ในสหรัฐอเมริกาการหลับในเป็นสาเหตุที่ทาให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงถึงร้อยละ ๒๑ สาเหตุการหลับในอาจเกดิ จาก การอดนอน การดื่มแอลกอฮอล์ โรคประจาตัว เช่น โรคหยดุ หายใจขณะหลบั มาตรการลดอุบัติเหตุจากการง่วงหลับใน คือ ๑) การให้ความรู้ เช่น การรณรงค์ให้ ประชาชนตระหนักถึงอันตรายจากการง่วงและให้กระทรวงศึกษาธิการบรรจุเป็นหลักสูตร ๒) กรมการขนส่ง ทางบกควรอบรมให้ความรู้เก่ียวกับอันตรายจากการหลับในให้แก่ผู้มาขอใบอนุญาตขับข่ีรถทุกประเภท ๓) ด้านกฎหมาย เช่น ออกกฎหมายห้ามผู้ที่มีอายุ ๑๕ – ๑๙ ปี ขับยานพาหนะ ช่วงเวลา ๐๑.๐๐ – ๐๕.๐๐ นาฬิกา เชน่ เดียวกับสหรัฐอเมริกาหรือเสนอแก้ไขพระราชบญั ญตั ิกรมการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ โดยเสนอ ให้ห้ามขับรถติดต่อกัน ๒ ช่ัวโมงต้องหยุดพักไม่น้อยกว่า ๑๕ นาทีและให้ขับรถรวมได้ไม่เกิน ๑๐ ชั่วโมงต่อวัน ๔) เสนอให้เร่งสร้างจุดพักรถ (Rest Area) เพ่ือให้รถบรรทุกสามารถจอดพักได้ ๕) กล้องวงจรปิดตรวจการละ สายตาและการงว่ งและเตือนก่อนหลบั ใน ๒) การศึกษา (การพัฒนาแบบการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการเสริมสร้างความ ปลอดภัยทางถนน)

๒๒ ด้านการให้การศึกษาเน้นกลุ่มเยาวชน โดยให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา อุบัติเหตุทางถนน ช่วยคิดสร้างพลังแห่งการเรียนรู้ร่วมกันโดยเฉพาะการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติ เพ่ือให้ นกั เรยี นสามารถเขา้ ใจและเรียนรู้หลักสตู รที่ไดร้ บั การอบรมอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ๓) มาตรการแก้ไขปัญหาการเมาแลว้ ขบั และการปรับพฤติกรรมเพ่ือความปลอดภยั ทางถนน ๓.๑) เสนอให้มีการยกร่างพระราชบัญญัติแม่บทความปลอดภัยทางถนนโดยมี นายกรฐั มนตรีเปน็ ประธานในการกากบั ดูแล ๓.๒) เสนอให้ความผดิ ฐานเมาแลว้ ขบั เปน็ การขับข่ที ม่ี อี ันตรายรา้ ยแรงอาจฆา่ ผอู้ ื่นได้ ๓.๓) เสนอให้มีกฎหมายให้เจ้าพนักงานมีอานาจหน้าที่ในการตรวจวัด แอลกอฮอล์ทุกกรณี หากเกิดอุบัติเหตทุ ี่มีผบู้ าดเจบ็ หรอื เสยี ชีวติ ๓.๔) เสนอให้มีกฎหมายกาหนดบทลงโทษผู้จาหน่ายแอลกอฮอล์ให้เด็กหรือ เยาวชนด่มื แอลกอฮอลแ์ ลว้ ไปขับขร่ี ถแลว้ เกิดอบุ ัติเหตุ ๓.๕) เสนอให้แก้กฎหมายเพิ่มโทษความผิดฐานเมาแล้วขับจนเป็นเหตุให้ผู้อื่น ถึงแกค่ วามตาย จากเดมิ มโี ทษจาคุกตงั้ แต่สามถงึ สิบปเี ป็นจาคุกห้าถึงยี่สบิ ปี ๓.๖) เสนอให้มีการกาหนดมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยโดยให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถ่ินให้ความสนับสนุน เนื่องจากคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติซึ่งรับผิดชอบ โดยกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ ได้เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาและกาหนดให้เด็กต้องได้รับการพัฒนาต้ังแต่ปฐมวัย ให้มีสุขภาพกายและใจท่ีดี รวมทั้งการเดินทางท่ีปลอดภัยโดยเฉพาะการปลูกฝังค่านิยมความปลอดภัยในการ ใชร้ ถใช้ถนน เช่น การสวมหมวกนิรภัยให้บุตรหลาน ๒.๖ ดา้ นท่ี ๖ นโยบายรฐั บาล คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาเมื่อวนั อังคารท่ี ๗ มกราคม ๒๕๖๓ ณ ห้องประชุม ๔๐๖ ช้ัน ๔ อาคารรัฐสภา โดยเชิญหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องกับนโยบายความปลอดภัยทางถนนของรัฐบาล เข้ารว่ มประชุมและใหข้ อ้ มูล ดังนี้ รฐั มนตรีช่วยวา่ การกระทรวงมหาดไทย (นายนิพนธ์ บุญญามณี) หน่วยงานท่ีรับผิดชอบถนนของประเทศไทยมีหลายหน่วยงาน เช่น กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จากการสารวจข้อมูลอุบัติเหตุ พบว่า อุบัติเหตุทางถนนส่วนใหญ่ เกิดบนถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสูงถึงร้อยละ ๘๒ ซ่ึงตนเห็นว่าศูนย์ปฏิบัติการ ความปลอดภัยทางถนนอาเภอต้องมีบทบาทในการดูแลความปลอดภัยทางถนนมากข้ึน และองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นต้องมีส่วนร่วมในการจัดการจราจรและอานวยความปลอดภัยทางถนนภายในท้องถิ่นน้ัน เช่น การให้เจ้าหน้าที่เทศกิจร่วมอานวยความปลอดภัยด้านการดูแลการจราจร รวมทั้งให้หน่วยงานภาคีเครือข่าย ในท้องถิ่นรณรงค์ ประชาสัมพันธ์เก่ียวกับความปลอดภัยทางถนน โดยเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ส่งผลทาให้ภาพรวมของประเทศมีสถิติการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ลดลงอยา่ งเปน็ รปู ธรรม นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยยังได้พยายามให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการอานวยความปลอดภัยทางถนนในท้องถ่ินความรับผิดชอบ จึงมีการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับ ท้องถน่ิ จานวน ๓ ฉบับ คอื พระราชบญั ญตั ิองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวดั ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๖๒) พระราชบญั ญัติ เทศบาล ฉบับที่ ๑๔ (พ.ศ. ๒๕๖๒) และพระราชบัญญัติสภาตาบลและองค์การบริ หารส่วนตาบล

๒๓ ฉบับท่ี ๗ (พ.ศ. ๒๕๖๒) โดยมาตรา ๑๙ ได้กาหนดให้องค์การบริหารส่วนตาบล/เทศบาล รักษาความเป็น ระเบียบเรยี บรอ้ ย การดแู ลการจราจร และสง่ เสรมิ สนับสนนุ หน่วยงานอ่ืนในการปฏิบตั ิหน้าท่ีดังกล่าว ผูแ้ ทนสานักงานสภาพฒั นาการเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ สานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับนโยบาย รัฐบาล โดยมีแผนการดาเนินการ ๓ ระดับ คือ แผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ฉบับท่ี ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔) และแผนแม่บทความปลอดภยั ทางถนน พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๖๔ ซึ่งแผนงานท้ัง ๓ แผนได้มุ่งเน้นการสร้างความปลอดภยั ทางถนน ลดความสูญเสียทั้งในชีวิตและทรพั ยส์ นิ จากอุบัติเหตุทางถนน และส่งเสรมิ วฒั นธรรมความปลอดภยั ทางถนน ผแู้ ทนสานักงานปลดั กระทรวงคมนาคม ปัจจุบันศูนย์ปลอดภัยคมนาคมอยู่ระหว่างการยกระดับเป็นหน่วยงานในการ ประสานงานด้านบริหารจัดการข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุและมีหน้าที่ในการกากับนโยบายและแผนงาน ด้านความปลอดภัยซึ่งในภาพรวมด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนได้ดาเนินการตามแผนแม่บท ความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๖๔ การดาเนินการเก่ียวกับนโยบายการใช้ความเร็วบนถนนไม่เกิน ๑๒๐ กิโลเมตร ต่อช่ัวโมง ได้ให้ข้อมูลต่อที่ประชุมเพิ่มเติมว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมทางหลวงกาลังดาเนินการ ตรวจสอบประเมินสภาพถนนและกายภาพว่า ถนนสายใดมีความพร้อมรองรับการใช้ความเร็วตามนโยบาย ดงั กล่าว ส่วนกรมการขนส่งทางบกไดศ้ ึกษาเกย่ี วกบั กฎหมายท่เี กีย่ วข้องอย่ใู นขณะน้ี ผแู้ ทนสานกั งานปลัดกระทรวงการตา่ งประเทศ การดาเนินการตามข้อตกลงเป้าหมายการพัฒนาท่ียั่งยืน ( Sustainable Development Goals (SDGs)) ที่รัฐบาลได้ร่วมลงนามกับองค์การสหประชาชาติ รัฐบาลได้พยายาม ดาเนินการตามข้อตกลงและขอ้ แนะนา หากรัฐบาลใดที่รว่ มลงนามไม่อาจปฏิบตั ติ ามข้อตกลงไดท้ ุกประการก็ไม่ มมี าตรการลงโทษระหว่างประเทศ ผแู้ ทนกรมควบคมุ โรค ผู้แทนกรมควบคุมโรคได้ให้ข้อมูลเก่ียวกับสรุปผลการดาเนินงานป้องกันอุบัติเหตุ ทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๖๓ ของรัฐบาล (ระหว่างวันท่ี ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๒ – ๒ มกราคม ๒๕๖๓) สรุปได้ว่า ปัจจัยเส่ียงในการเกิดอุบัติเหตุ คือ ดื่มแล้วขับร้อยละ ๓๒.๖๘ ส่วนผลการดาเนินคดีพบว่า มีการ ดาเนินคดีเมาแล้วขับ ๓๔,๒๗๔ ราย เพ่ิมขึ้นร้อยละ ๔๘.๗ ราย และคดีขับรถเร็วเกินกว่ากาหนด ๑๘๓,๖๔๑ ราย เพิ่มข้นึ รอ้ ยละ ๓๙.๗ ผ้แู ทนองค์การอนามัยโลกประจาประเทศไทย องค์การอนามัยโลกได้ให้ข้อมูลเก่ียวกับการทบทวนสถานะของประเทศไทยโดยใช้ กรอบเป้าหมายโลกในการดาเนินงานดา้ นความปลอดภยั ทางถนน ๑๒ เป้าหมาย ดงั น้ี เป้าหมายที่ ๑ ภายในปี ๒๕๖๓ ทุกประเทศจดั ทาแผนปฏบิ ัติการพหุภาคีด้านความ ปลอดภัยทางถนนระดับชาติที่ครอบคลุมรอบด้านและมีเป้าหมายกาหนดเวลา (ได้รับการประเมินอยู่ใน ระดบั ต่า – ปานกลาง) เป้าหมายท่ี ๒ ภายในปี ๒๕๗๓ ทุกประเทศเข้าเป็นภาคีตราสารกฎหมายเกี่ยวกับ ความปลอดภัยทางถนนทสี่ าคญั ของสหประชาชาติหนง่ึ ตราสารหรือมากกวา่ (ไดร้ ับการประเมนิ อยูใ่ นระดบั สูง)

๒๔ เป้าหมายที่ ๓ ภายในปี ๒๕๗๓ ถนนสายใหม่ทุกสายต้องผ่านมาตรฐานทางเทคนคิ สาหรับผู้ใช้ถนนทุกคนที่คานึงถึงความปลอดภัยทางถนนหรือผ่านการประเมินระดับ ๓ ดาวหรือสูงกว่า (ไดร้ ับการประเมนิ อยใู่ นระดบั ต่า) เป้าหมายท่ี ๔ ภายในปี ๒๕๗๓ มากกว่าร้อยละ ๗๕ ของการเดินทางบนถนน สายท่ีมีอยู่แล้วต้องผ่านมาตรฐานทางเทคนิคสาหรับผู้ใช้ถนนทุกคนที่คานึงถึงความปลอดภัยทางถนน (ได้รับ การประเมนิ อย่ใู นระดบั ตา่ – ปานกลาง) เป้าหมายที่ ๕ ภายในปี ๒๕๗๓ ยานพาหนะใหม่ (หมายถึงท้ังที่ ผลิต ขาย หรือ นาเข้า) และยานพาหนะท่ีใช้แลว้ ทุกคันต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัยท่ีมีคุณภาพสูง เชน่ กฎสหประชาชาติ ท่ีสาคัญแนะนา ข้อบังคับทางเทคนิคระดับโลก หรือข้อกาหนดระดับชาติอ่ืน ๆ ที่ได้รับการยอมรับท่ีเทียบเท่า (ไดร้ ับการประเมินอยูใ่ นระดับปานกลาง) เป้าหมายท่ี ๖ ภายในปี ๒๕๗๓ ลดสัดส่วนของยานพาหนะที่ขับข่ีเกินความเร็วที่ กาหนดลดลงครึง่ หนึง่ และลดการบาดเจ็บและเสียชีวติ ทเ่ี กีย่ วกับการขบั ข่ีด้วยความเร็วลง (ได้รบั การประเมินอยู่ ในระดับปานกลาง) เป้าหมายที่ ๗ ภายในปี ๒๕๗๓ เพิ่มสัดส่วนของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ท่ีสวมหมวก นริ ภัยท่ีได้มาตรฐานอยา่ งถูกต้องใหใ้ กล้เคยี งร้อยละ ๑๐๐ (ได้รับการประเมนิ อยใู่ นระดับปานกลาง) เป้าหมายท่ี ๘ ภายในปี ๒๕๗๓ เพิ่มสัดส่วนของผู้ขับข่ีและผู้โดยสารยานยนต์ท่ีใช้ เข็มขัดนิรภัยหรือใช้ระบบอุปกรณ์รัดตรึงนิรภัยสาหรับเด็กที่ได้มาตรฐานให้ใกล้เคียงร้อยละ ๑๐๐ (ได้รับการ ประเมินอยู่ในระดบั ตา่ (สาหรับเบาะเดก็ ) – ได้รบั การประเมินอยใู่ นระดับปานกลาง (สาหรับเขม็ ขัดนริ ภยั )) เป้าหมายท่ี ๙ ภายในปี ๒๕๗๓ ลดจานวนการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ทางถนนเน่ืองจากผู้ขับขี่ดื่มแอลกอฮอล์ลงครึ่งหน่ึงและ/หรือลดจานวนการบาดเจ็บและชีวิตท่ีเกี่ยวกับการใช้ วัตถทุ ีอ่ อกฤทธติ์ อ่ จติ และประสาทอนื่ ลง (ไดร้ บั การประเมนิ อยู่ในระดบั ปานกลาง) เป้าหมายที่ ๑๐ ภายในปี ๒๕๗๓ ทุกประเทศมกี ฎหมายระดบั ชาติท่ีจากดั หรอื ห้ามการใช้ โทรศัพทเ์ คล่อื นทขี่ ณะขับขี่ (ไดร้ ับการประเมนิ อยูใ่ นระดบั สงู ) เปา้ หมายที่ ๑๑ ภายใน ๒๕๗๓ ทกุ ประเทศออกข้อกาหนดเวลาขับและระยะเวลาหยุดพัก สาหรับผู้ประกอบอาชีพขับรถและ/หรือเข้าเป็นภาคีข้อบังคับระหว่างประเทศ/ภูมิภาคในด้านนี้ (ไดร้ บั การประเมนิ อยใู่ นระดบั ปานกลาง) เป้าหมายที่ ๑๒ ภายในปี ๒๕๗๓ ทุกประเทศจัดทาและบรรลุเป้าหมายระดับชาติ เพ่ือลดระยะเวลาระหว่างการเกิดอุบัติเหตุทางถนนและการให้การดูแลฉุกเฉินโดยผู้เช่ียวชาญคร้ังแรก (ไดร้ ับการประเมนิ อยูใ่ นระดบั ปานกลาง) อนึ่ง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีคาแถลงนโยบายรัฐบาลปัจจุบันที่เกี่ยวกับความ ปลอดภัยทางถนน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒ โดยนโยบายรัฐบาลที่เก่ียวกับ ความปลอดภัยทางถนน มสี าระสาคญั ดงั น้ี นโยบายรัฐบาลที่เก่ียวกับความปลอดภัยทางถนน ได้ปรากฏในนโยบายหลักด้านท่ี ๕ คือ การพัฒนาเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของไทย หัวข้อย่อยท่ี ๕.๖ พัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐาน มีรายละเอียดท่ีเกี่ยวขอ้ ง คือ พัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานด้านคมนาคมใหค้ ลอบคลมุ พื้นที่ทั่วประเทศและสามารถ รองรับการขนส่งและการเดินทางต่อเน่ืองหลายรูปแบบได้อย่างไร้รอยต่อ สานต่อการพัฒนารถไฟความเร็วสูง และเร่ิมต้นการปรับปรงุ ระบบรถไฟขนาดราง ๑ เมตร ให้เป็นระบบไฟฟ้าเพ่ือสนับสนุนให้เป็นโครงข่ายหลักใน การเดินทางและขนส่งสินค้าของประเทศและให้ความสาคัญกับการบูรณาการการพัฒนาระบบขนส่งกับการ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook