Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วารสารบัณฑิตวิทยาลัย (พ.ค.-ส.ค.61)

วารสารบัณฑิตวิทยาลัย (พ.ค.-ส.ค.61)

Published by boomsdu, 2023-01-16 07:08:00

Description: วารสารบัณฑิตวิทยาลัย (พ.ค.-ส.ค.61)

Search

Read the Text Version

มีค่าเท่ากบั 37.11 เซนติเมตร จากผลการทดลองพบวา่ รศั มกี ารกระเซน็ ของเลอื ดนนั้ มผี ลมาจากระยะยงิ และขนาดของกระสนุ ปนื ทแี่ ตกตา่ งกนั ทำ� ใหร้ ศั มรี อยกระเซน็ เลอื ดทแ่ี ตกตา่ งกนั เนอื่ งจากคณุ สมบตั ขิ องกระสนุ ปนื ทม่ี ที งั้ มวล ความเรว็ แรงปะทะ และแรงดนั แก๊ส เกิดความสอดคลอ้ งกับตำ� แหน่งหรือระยะท่ยี ิง ท�ำให้ไดค้ ่าความสมั พันธข์ องขนาด รัศมีกับระยะยิงและขนาดกระสุนปืน ผลของความแตกต่างของขนาดรัศมีรอยกระเซ็นของเลือด สามารถ วเิ คราะหเ์ พอื่ ใชใ้ นการประมาณระยะยงิ และขนาดของกระสนุ ปนื ทใี่ ชย้ งิ โดยขนาดของกระสนุ ปนื ทจี่ ะสามารถ ประมาณไดจ้ ะเปน็ กระสุนปืนประเภท FMJ (Full Metal Jacket) ผูว้ ิจยั สามารถสร้างสมการในการค�ำนวณ ยอ้ นกลับหาระยะยิงและขนาดของกระสุนปนื ดงั สมการตอ่ ไปน้ี การหาระยะยิงจาก กระสุนปืนขนาด 9 มม. ระยะยิง = (รศั มีรอยกระเซน็ เลอื ด – 31.98)/0.05 เมอื่ ระยะยิงและรัศมีรอยกระเซน็ เลือดมหี นว่ ยเปน็ เซนตเิ มตร การหาขนาดกระสนุ ปนื ทรี่ ะยะระยะประชิดตดิ ผวิ หนงั ขนาดกระสนุ ปืน = (รศั มีรอยกระเซ็นเลอื ด – 22.9)/10 เม่อื ขนาดกระสนุ ปืนและรศั มรี อยกระเซน็ เลอื ดมีหน่วย เซนตเิ มตร การหาขนาดกระสุนปนื ท่ีระยะ 50 เซนติเมตร ขนาดกระสุนปืน = (รัศมรี อยกระเซน็ เลอื ด – 44.88)/(-10.9) เม่ือ ขนาดกระสนุ ปนื และรัศมรี อยกระเซน็ เลือดมหี นว่ ย เซนติเมตร ผลการทดลองโดยใช้ขนาดกระสุนปืนเดียวกันและเปล่ียนแปลงระยะยิงมีผลท�ำให้เกิดความแตกต่าง ของรศั มี รอยกระเซน็ เลอื ดอยา่ งมนี ยั สำ� คญั ทข่ี นาดลกู กระสนุ 9 มม. และวธิ กี ารทดลองโดยใชร้ ะยะยงิ เดยี วกนั และใชข้ นาดกระสนุ ปนื ทแี่ ตกตา่ งกนั ทำ� ใหเ้ กดิ ความแตกตา่ งของรศั มรี อยกระเซน็ เลอื ดอยา่ งมนี ยั สำ� คญั ทรี่ ะยะ ประชิดติดผิวหนงั และ 50 เซนตเิ มตร ดังนนั้ ขนาดของรศั มีรอยกระเซน็ เลอื ดสามารถนำ� มาใช้ค�ำนวณขนาด ของลูกกระสนุ และระยะยิงจงึ สรา้ งวิธีค�ำนวณหาระยะยงิ ของกระสนุ ปืนขนาด 9 มม. และสรา้ งวธิ คี �ำนวณหา ขนาดกระสนุ ปืนทีร่ ะยะประชิด ติดผวิ หนังและระยะ 50 เซนตเิ มตรเทา่ นน้ั 240 บัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวิทยาลยั สวนดุสิต

เอกสารอา้ งอิง อรรถพล แชม่ สวุ รรณวงศ์ และคณะ. (2546). นติ วิ ทิ ยาศาสตร์ 1-4 เพือ่ การสืบสวนสอบสวน (Forensic Science 1-4 for Crime Investigation) (พมิ พ์ครัง้ ที่ 4). กรงุ เทพฯ: ทีซจี ี พริน้ ติ้ง. Christian Schyma. (2012). Wounding capacity of muzzle-gas pressure. Int J Legal Med (2012) 126:371-376. Michael C. et al. (2011). The effect of firearm muzzle gases on the backspatter of blood. Int J Legal Med (2011) 125:617-28. S. N. Kunz et al. (2013). Unusual blood spatter patterns on the firearm and hand: A backspatter analysis to reconstruct the position and orientation of a firearm. Forensic Science International, 228 (e54–e57). Tom Bevel and Ross M. Gardner. (2002). Bloodstain Pattern Analysis (2nd ed.). New York: CRC. ปีที่ 14 ฉบับท่ี 2 ประจำ�เดือนพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 241



การจ�ำแนกเพศจากกระดกู ไหปลารา้ ในประชากรไทย Gender Determination of Thai Populations by Measurements of Clavicle สบิ ต�ำรวจตรหี ญิง ศศศิ ศิ องุ จิตตต์ ระกลู และ ศาสตราจารย์ พันต�ำรวจเอกหญิง ดร. พัชรา สนิ ลอยมา โรงเรียนนายร้อยตำ� รวจ บทคดั ย่อ การศกึ ษานมี้ วี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ ศกึ ษาเปรยี บเทยี บลกั ษณะทางกายวภิ าคของกระดกู ไหปลารา้ ระหวา่ ง เพศชายและเพศหญิงและสร้างสมการการจ�ำแนกเพศจากกระดูกไหปลาร้า เน่ืองจากกระดูกดังกล่าวจัดเป็น กระดกู แกนยาว (Long Bone) มสี ว่ นประกอบของกระดกู เน้ือแข็ง มคี วามหนาแน่นและแขง็ แรงยากตอ่ การ ถกู ท�ำลายและเส่อื มสลาย กระดูกไหปลาร้าจ�ำนวน 222 คู่ อายุ 20-90 ปี จากศูนย์วิจัยนิติวิทยากระดูก คณะแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ กระดูกแต่ละชิ้นจะถูกนำ� มาวดั ทง้ั หมด 3 ค่า คือ ความยาวสูงสดุ ของกระดูกไหปลารา้ เส้นรอบวงของกระดูกไหปลาร้าและน�้ำหนักของกระดูกไหปลาร้า จากนั้นน�ำข้อมูลมาวิเคราะห์ทางสถิติโดย ใชโ้ ปรแกรมทางสถติ ิ พบวา่ คา่ เฉลย่ี (mean) และสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของกระดกู ไหปลารา้ เพศชายมคี า่ สงู กวา่ เพศหญงิ ในทกุ คา่ กระดกู ไหปลารา้ ของเพศชายและเพศหญงิ มคี วามแตกตา่ งกนั อย่างมีนัยส�ำคญั ทางสถติ ิ (P -value < 0.05) ในทกุ ค่าของการวัด จากการศึกษาพบวา่ ตวั แปรทง้ั 3 คา่ ได้แก่ ความยาวสูงสุดของกระดูกไหปลาร้าข้างซ้าย (mlc (L)) ความยาวเส้นรอบวงของกระดูกไหปลาร้าข้างซ้าย (mmcc (L)) และความยาวเสน้ รอบวงของกระดกู ไหปลารา้ ขา้ งขวา (mmcc (R)) สามารถใชส้ รา้ งสมการในการ จำ� แนกเพศได้ โดยในเพศชายมคี า่ ความแมน่ ยำ� สงู ทส่ี ดุ สามารถใชจ้ ำ� แนกเพศได้ คอื ความยาวสงู สดุ ของกระดกู ไหปลาร้าข้างซ้าย (mmcc (left)) มีค่าความแม่นย�ำร้อยละ 89.2 ส่วนในเพศหญิงมีค่าความแม่นย�ำสูงที่สุด สามารถใช้จำ� แนกเพศได้ คอื ความยาวสูงสุดของกระดกู ไหปลาร้าขา้ งขวา (mlc (R)) และความยาวเส้นรอบ วงของกระดกู ไหปลาร้าขา้ งขวา (mmcc (R)) ทงั้ 2 คา่ มีคา่ ความแม่นย�ำรอ้ ยละ 87.4 จากการศึกษาครงั้ น้ี พบ วา่ กระดกู ไหปลาร้าสามารถใช้ใน การจำ� แนกเพศได้ คําสําคัญ : กระดกู ไหปลารา้ เพศ การวดั ปที ี่ 14 ฉบับท่ี 2 ประจำ�เดอื นพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 243

Abstract The purpose of this study was to study on the anatomical characteristics and compare the anatomical of the clavicle in male and female and establish a formula for sexual identification from the clavicle. Because clavicle is a long bone considering its configuration to be more solid,strong and thick which is hard to be damaged and biodegraded. Two-hundreds and twenty-two pairs of clavicle were gathered from 20 years old to 90 years old of men and women from Forensic Osteology Research Center, Chiangmai University. All the bones were measured to identify three values; length, circumference and mass. Then statistical analysis was brought up for an analysis by using statistical programs. The result showed that mean and standard deviation of clavicle bones in male are more than female’s clavicles were different between male and female in all variables (P-Value < 0.05). In this study shown that three variables mmcc(L), mlc(L), mmcc(R) could be used for sex determination and could build a formula for sex identification from clavicle. mmcc(L) was most accuracy with percent values for sex identification at 89.2% in male. Maximum length of clavicle (Right side) and Mid-shaft circumference of clavicle (Right side) were most accuracy percent values for sex identification at 87.4% in female. In summary, This study helps to answers the prior hypothesis that clavicle can be used for sex identification . Keywords : Clavicle, Gender, Measurement บทน�ำ การพิสจู น์เอกลกั ษณบ์ คุ คล (Identification of Persons) คือ การพสิ ูจนเ์ พอ่ื ทราบวา่ บคุ คลท่พี บ ช้ินส่วนของบุคคลท่ีพบศพ หรือช้ินส่วนของศพเป็นใคร หรือแม้กระท่ังพิสูจน์ว่า บุคคลนั้นอายุเท่าใด (อุทัย ตีระวนนิ ทร, พชั รา สนิ ลอยมา และธิติ มหาเจรญิ , 2548) การตรวจพสิ ูจน์เอกลกั ษณบ์ ุคคล สามารถทำ� การ ตรวจพิสูจน์ได้จากการตรวจดีเอ็นเอ การพิมพ์ลายนิ้วมือ เป็นต้น ในกรณีท่ีพบศพท้ังร่าง การตรวจพิสูจน์ เอกลกั ษณบ์ ุคคลจะสามารถกระทำ� ไดโ้ ดยงา่ ย แตใ่ นบางกรณีท่ีเกิดอบุ ตั เิ หตุ การฆาตกรรม หรอื เหตภุ ัยพบิ ัติ ทางธรรมชาติ การทจ่ี ะพบศพท้ังรา่ งน้นั อาจไมเ่ ป็นที่แนน่ อน ในสถานทีเ่ กดิ เหตุทแ่ี ตกต่างกนั สภาพศพทพี่ บ นนั้ อาจมคี วามแตกตา่ งกนั บางสถานทเี่ กดิ เหตสุ ภาพอากาศมอี ณุ หภมู ทิ แี่ ตกตา่ งกนั ออกไป ในอณุ หภมู สิ งู หรอื สภาพอากาศร้อน การย่อยสลายของศพจะเกิดข้ึนอย่างรวดเร็ว ตรงข้ามกันในอุณหภูมิต่�ำหรือสภาพอากาศ เยน็ จะส่งผลใหเ้ กิดการเน่าสลายท่ีชา้ กว่า หรอื แม้แตก่ ระทัง่ การพบเจอศพเพยี งบางช้ินส่วนหรอื พบเพียงช้ิน ส่วนของกระดูกจะท�ำให้การตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลเกิดความยากล�ำบากมากย่ิงข้ึน เม่ือท�ำการศึกษา ค้นคว้าประโยชน์จากการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลจากกระดูก พบว่า การตรวจพิสูจน์จากกระดูกนั้นสามารถ ช่วยในการจ�ำแนกเพศ ประเมินส่วนสูง อายุ หรือแม้กระท่ังทราบเช้ือชาติจากการตรวจพิสูจน์ได้ ถือว่าเป็น 244 บัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลัยสวนดสุ ิต

ประโยชนแ์ ละมีความสำ� คญั เป็นอย่างยง่ิ ทีจ่ ะช่วยในงานดว้ ยนติ วิ ิทยาศาสตร์ โบราณคดี และมานษุ วิทยา การ พบกระดกู ทง้ั โครงรา่ งนน้ั สามารถระบเุ พศไดอ้ ยา่ งแมน่ ยำ� แตก่ ารทจ่ี ะพบกระดกู ทงั้ รา่ งนน้ั อาจไมเ่ ปน็ ทแี่ นน่ อน เสมอไป ดังนั้น จึงมีการศึกษาการจ�ำแนกเพศจากกระดูก ซ่ึงกระดูกกะโหลกศีรษะและกระดูกเชิงกรานน้ัน สามารถจ�ำแนกเพศไดอ้ ย่างแม่นยำ� (Steyn M. and Iscan M. Y., 2008) แตก่ ารที่จะพบกระดกู ทงั้ สองช้ินน้ี อาจไมเ่ ปน็ ทแ่ี น่นอน ดังนั้น จงึ มกี ารศึกษาค้นควา้ เพ่ิมเตมิ เพื่อท่จี ะนำ� กระดกู ช้ินอ่ืน ๆ มาทำ� การวิเคราะห์เพอ่ื ใช้ในการจำ� แนกเพศดว้ ย ในประเทศไทย มกี ารศกึ ษาการจำ� แนกเพศโดยใชก้ ระดกู จากชน้ิ สว่ นตา่ ง ๆ เชน่ กระดกู สะบกั (กสุ มุ า สุภาคง และคณะ, 2557) กระดูกหนา้ แขง้ (กัญญารัตน์ ยาประเสริฐ, 2556) กระดกู ขากรรไกรลา่ ง (นันทา คมุ คณะ, 2558) กระดกู ต้นขา (พงษ์พิทักษ์ ภูตวิ ัตร์ และสุทัศน์ ดวงจิตร, 2555) กระดูกสนั อก (พนมไพร ไสนะรา, 2555) กระดูกฝ่ามือ (พิชิตพล แม้นวงศ์, 2553) กระดูกสะบ้า (ศิริวรรณ จึงขจรเกียรติ, 2552) ปมุ่ กระดูกกกหู (ศิร กลัมพะสตุ , 2553) เปน็ ต้น นอกจากกระดูกที่นิยมใชใ้ นการจำ� แนกเพศดังทีก่ ลา่ วขา้ งต้น แล้ว ยังไม่มกี ารศกึ ษาการจำ� แนกเพศโดยใช้กระดูกไหปลาร้าในกลมุ่ ประชากรไทย กระดูกไหปลาร้าเป็นกระดูกท่ีมีความส�ำคัญอีกช้ินหนึ่งที่ผู้วิจัยมีความสนใจใช้ในการจ�ำแนกเพศ เนื่องจากกระดกู ไหปลารา้ เป็นกระดกู แกนยาว (Long Bone) มีลักษณะรปู รา่ งความยาวมากกว่าความกวา้ ง มีเนื้อกระดูกแข็งมาก (Compact Bone) ท�ำหน้าท่ีเป็นโครงร่างค�้ำจุนและช่วยในการเคล่ือนไหวแขน ช่วย รองรบั นำ�้ หนกั ถา่ ยเทแรงและการกระแทกจากสว่ นแขนไปยงั แกนกลางลำ� ตวั จากสภาพโครงสรา้ งและรปู รา่ ง ดังกลา่ ว ทำ� ให้กระดกู ไหปลาร้า มคี วามคงทนตอ่ สภาพแวดลอ้ ม มคี วามหนาแนน่ แขง็ แรง มีการเส่ือมสลาย ตวั ชา้ และยากตอ่ การท�ำลาย (กญั ญารัตน์ ยาประเสรฐิ , 2556) ประกอบกบั มกี ารศกึ ษาการจำ� แนกเพศโดยใช้ กระดกู ไหปลารา้ นนั้ ในตา่ งประเทศมกี ารศกึ ษาหลายครง้ั เชน่ จากการศกึ ษาของ Alcing และคณะ ในปี 2015 ท�ำการศกึ ษาพบว่า กระดูกไหปลารา้ ของเพศหญิง มีสว่ นโค้งและแข็งแรงนอ้ ยกวา่ ของเพศชาย โดยมตี ัวแปร ทีใ่ ชแ้ ยกเพศไดส้ ูง คอื Perimeter, Area, Maximum Length, Midshaft Circumference และ Medial Curvature ซง่ึ ในเพศชายมคี า่ สงู กวา่ ของเพศหญงิ (Alcina et al., 2015) และจากการศกึ ษาของ Patel และคณะ ในปี 2009 ได้ท�ำการศึกษาโดยการวัดความยาว วัดเส้น รอบวง และชั่งน้�ำหนักของกระดูกไหปลาร้า เพอื่ ใชใ้ นการระบุเพศ พบว่าสามารถระบเุ พศได้ 66.03% (Patel et al., 2009) นอกจากน้ยี งั มีการศกึ ษาของ Shobha และคณะ ในปี 2014 ทำ� การศกึ ษาพบวา่ ความยาวของกระดกู ไหปลารา้ มคี า่ แตกตา่ งอยา่ งมนี ยั สำ� คญั ทางสถติ ิ (p < 0.001) โดยความยาวกระดกู ไหปลารา้ ขา้ งซา้ ยและขา้ งขวาของเพศชายมคี วามยาวเฉลย่ี มากกวา่ เพศหญิง (Shobha et al., 2014) จากการศึกษาดังกล่าวข้างต้น แม้ว่าจะมีการศึกษาการจ�ำแนกเพศจาก กระดูกไหปลาร้าในต่างประเทศแล้ว แต่ความน่าเชื่อถือของการจ�ำแนกเพศ ยังข้ึนอยู่กับความสมบูรณ์ของ กระดูกและความแตกต่างทางเพศของประชากรในแต่ละบุคคลแต่ละพ้ืนท่ีแต่ละเขตด้วย ดังน้ัน ข้อมูลของ ประชากรประเทศใดประเทศหน่ึงจึงไม่สามารถใช้แทนค่ากันได้ เน่ืองจากความแตกต่างของมนุษย์ในแต่ละ ภมู ิภาคทัว่ โลก มีท้งั ปจั จยั ท้งั ทางด้านเช้ือชาติ สายพันธขุ์ องกลมุ่ ประชากร อายุ พฤตกิ รรม โภชนาการ กจิ วัตร ประจ�ำวัน และสิ่งแวดล้อมตลอดจนปัจจัยในด้านอื่น ๆ ท�ำให้ข้อมูลที่ได้จากงานวิจัยนั้น อาจเหมาะกับการ ประยุกต์ใช้ส�ำหรับประชากรกลุ่มหน่ึง แต่ไม่เหมาะสมกับการน�ำมาประยุกต์ใช้กับประชากร อีกกลุ่มหน่ึง (ศศิไพลิน มีสขุ , 2556) ดงั น้นั ดว้ ยเหตผุ ลท่ีกลา่ วมาขา้ งต้นนี้ ผ้วู ิจัยจงึ มคี วามสนใจศกึ ษาการจ�ำแนกเพศโดย ใชก้ ระดกู ไหปลารา้ ในประชากรไทย เน่อื งจากกระดูกไหปลาร้าเป็นกระดกู แกนยาว (Long Bone) และมสี ่วน ปีที่ 14 ฉบับท่ี 2 ประจ�ำ เดอื นพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 245

ประกอบของกระดกู เนอื้ แขง็ มาก มรี ะยะเวลาในการย่อยสลายช้าและยากตอ่ การถูกทำ� ลาย จงึ เป็นประโยชน์ ในการชันสูตรพลิกศพและพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลสามารถน�ำไปสู่การระบุและยืนยันตัวบุคคลได้ อีกท้ังใน ประเทศไทยยงั ไมม่ กี ารศกึ ษาทใ่ี ชก้ ระดกู ไหปลารา้ ในการจำ� แนกเพศมากอ่ น ซง่ึ การศกึ ษานมี้ กี ารนำ� เทคโนโลยี ร่วมด้วย จึงสามารถน�ำไปใช้เป็นประโยชน์ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลและสามารถน�ำไปใช้ประโยชน์ทางด้าน นิติวทิ ยาศาสตร์ มานุษยวทิ ยาและโบราณคดตี ่อไปได้ วัตถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือศึกษาเปรียบเทียบลักษณะทางกายวิภาคของกระดูกไหปลาร้าเพศชายและเพศหญิงใน ประชากรไทย 2. เพ่ือสร้างสมการส�ำหรับใช้ในการจ�ำแนกเพศจากกระดูกไหปลาร้าเพศชาย และเพศหญิงใน ประชากรไทย แนวคดิ ทฤษฎีทเี่ กี่ยวขอ้ ง กระดูกแข็ง (Compact Bone) กระดูกสดจะมนี �้ำเปน็ สว่ นประกอบ 50% และของแข็ง 50% ในสว่ นทเ่ี ปน็ ของแขง็ น้ัน 67% เปน็ สาร ประกอบอนนิ ทรียท์ ม่ี ีองค์ประกอบของ Calcium Phosphate, Calcium Carbonate, Calcium Fluoride, Magnesium Phosphate และ Sodium Chloride อกี 33% เปน็ สารประกอบอินทรยี ์ประกอบดว้ ยเซลล์ หลอดเลอื ดและสารทม่ี ลี กั ษณะคลา้ ยวนุ้ (http://science.payap.ac.th/sar/sar56/sc/04/ref/4_1_2_3.pdf) ลักษณะทางจลุ กายวภิ าคของกระดูกแขง็ (Microscopic Structure of Bone) ลักษณะทางจุลกายวิภาคของกระดกู แข็งแบ่งเป็น 2 ชนิด 1. Cancellous (Spongy) Bone กระดูกแข็งชนิดนี้เมื่อดูด้วยตาเปล่ามีลักษณะพรุนคล้ายฟองน้�ำ ประกอบด้วยกระดูกแข็ง ชิ้นเล็ก ๆ เรียกว่า Trabeculae เรียงตัวสานกันไปมาเป็นร่างแหมีช่องว่างเล็ก ๆ เป็นที่บรรจุไขกระดูกแดง (Red Bone Marrow) 2. Compact Bone กระดกู ชนดิ นมี้ ลี กั ษณะแนน่ แขง็ สขี าวคลา้ ยงาชา้ ง มกี ารเรยี งตวั เปน็ ระเบยี บเรยี กวา่ Haversian System (Osten) ซงึ่ เป็นโครงสร้างพ้ืนฐานของกระดูกแข็ง ทำ� หนา้ ทเ่ี ปน็ ทางผ่านของสารอาหารไปเลย้ี งเซลล์ ของกระดูกแข็ง Haversian System (Osten) ประกอบด้วย Lamellae เรียงตวั กันเปน็ วงกลมซ้อนกนั หลายชั้น ตรงกลางเป็นทอ่ ยาวเรยี กว่า Haversian Canals ซึ่งเป็นทางผ่านของหลอดเลอื ด หลอดนำ้� เหลอื ง และเส้น ประสาทท่ีมาเลี้ยงเซลล์ของกระดูกแข็ง Harversian Canals แต่ละอันเชื่อมติดต่อกันผ่านทางท่อท่ีเรียกว่า Volkmann’s Canals ซ่ึงว่ิงต้งั ฉากกบั แกนยาวของกระดกู แข็ง โดยระหว่าง lamellae จะมีเซลลข์ องกระดกู แขง็ เรียกว่า Osteocyte บรรจุอย่ใู นช่องว่างท่เี รียกวา่ Lacunae แตล่ ะ Lacunae จะเชื่อมตอ่ กันโดยชอ่ งทาง เลก็ ๆ ทีเ่ รียกวา่ Canaliculi ซ่ึงเกิดจาก Cytoplasmic Process ของ Osteocyte ของเซลลห์ นึง่ ยนื่ ไปตดิ ตอ่ 246 บัณฑติ วทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลัยสวนดสุ ติ

กบั เซลลข์ า้ งเคยี ง ทำ� ใหส้ ารอาหารและกา๊ ซออกซเิ จนสามารถซมึ ผา่ นจากเซลลห์ นงึ่ ไปยงั อกี เซลลห์ นงึ่ ได้ กระดกู แข็งประกอบดว้ ยเซลล์ ดงั น้ี 2.1 Osteoblast เป็นเซลล์ที่พบท่ีผิวของกระดูกแข็งที่ก�ำลังมีการสร้างเน้ือกระดูกแข็งเพิ่มข้ึน เซลลม์ ีขนาดใหญ่ Cytoplasm ตดิ สีนำ้� เงิน ทำ� หนา้ ทสี่ ร้าง Intercellar Substance ใหก้ ับกระดูก ซงึ่ ต่อมา เกดิ Calcification ไดเ้ ป็นเน้ือกระดูกแข็ง 2.2 Osteocyte เป็น Osteoblast ทถี่ กู ล้อมรอบด้วย Calcified Intercellular Substance เรยี กชอ่ื ใหมว่ า่ Osteocyte บรรจอุ ยใู่ นชอ่ ง Lacunae ทำ� หนา้ ทบี่ ำ� รงุ รกั ษาและซอ่ มแซมเนอ้ื กระดกู ในบรเิ วณ ท่ีเซลล์นนั้ อยู่ และช่วยควบคมุ ปริมาณแคลเซียมในเลอื ด 2.3 Osteoclast เปน็ เซลลข์ นาดใหญม่ าก มีหลาย Nucleus (Multinucleated Giant Cell) พบอยู่ตรงบริเวณผิวของกระดูกท่ีก�ำลังมีการกัดกร่อน เซลล์พวกนี้จะสร้างน�้ำย่อยมาละลายเน้ือกระดูกแข็ง ท�ำให้เน้ือกระดูกบางลงและมีการปล่อยแคลเซียมออกสู่กระแสเลือดมากข้ึน เชื่อว่า Osteoclast ท�ำหน้าท่ี ควบคุมปริมาณแคลเซยี มในเลือดเช่นเดยี วกนั Osteocyte (Balooch et al., 2005) ประโยชนท์ ่ีได้จากการตรวจกระดกู 1. วัดความสงู ได้จากกระดกู แขน กระดกู ขา (Long Bone) แล้วเปิดต�ำราเทียบความสูงได้ 2. ตรวจวนิ จิ ฉัย บอกเพศได้ 3. ตรวจประมาณอายุของเจ้าของกระดูกได้ 4. ตรวจหาหมเู่ ลือดได้ 5. ถ่ายท�ำภาพเชิงซ้อน เปรียบเทียบกะโหลกศีรษะกับภาพถ่ายหน้าตรงของบุคคลได้ (แมน อิงคตานวุ ฒั น์, 2542) แนวคิดทฤษฎที เ่ี ก่ียวขอ้ ง การศกึ ษาการจำ� แนกเพศจากกระดกู ไหปลารา้ โดยการวดั ความยาวสงู สดุ และเสน้ รอบวงของกระดกู ไหปลาร้า ทั้งหมด 724 ราย โดยทราบอายุ เพศ และส่วนสูง อายุระหว่าง 15-96 ปี ท�ำการศึกษาในคน อเมริกาเหนอื (ผวิ ขาว) แบ่งเปน็ ชาย 560 ราย หญิง 164 ราย กระดกู มีสภาพสมบูรณ์พบวา่ ความยาวท้งั หมด และเส้นรอบวงของกระดกู ไหปลาร้าสามารถจ�ำแนกเพศได้ ถา้ ใช้ค่าใดคา่ หนึ่งเพยี งคา่ เดียวไม่สามารถจำ� แนก เพศได้ ในขณะท่ีมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติของเพศหญิงและเพศชาย ความแม่นย�ำในการ ศึกษานี้ 93% โดยมีค่าความแม่นย�ำในเพศชาย 94% เพศหญิง 89% สัดส่วนระหว่างส่วนสูง ความยาว เส้นรอบวง มีค่าเฉลย่ี ในเพศหญิงดีกว่าเพศชาย และอตั ราส่วนในการทำ� นายเพศชายมีค่าความแมน่ มากกว่า 95% (McCormick et al., 1991) การศกึ ษาการวดั ความยาวสงู สดุ เสน้ รอบวงของกระดกู ไหปลารา้ ความสงู และความกวา้ งของ Glenoid Fossa ของกระดูกสะบกั ในทวีปอเมรกิ าเหนือ ซงึ่ เป็นชาวกวั เตมาลาโดยกำ� เนิด กระดูกไหปลารา้ เพศหญิง 35 ชน้ิ และเพศชาย 62 ชนิ้ กระดกู สะบกั เพศหญงิ 38 ชิ้น เพศชาย 65 ชนิ้ เพอ่ื ใชใ้ นการจำ� แนกเพศ มีค่าความ แมน่ ย�ำ อยรู่ ะหว่าง 85.6-94.8% เม่อื เปรยี บเทยี บกบั กลมุ่ ตัวอย่างในการศึกษาของคนอเมริกาเหนอื แสดงให้ เห็นถึงเปอร์เซ็นต์ความถูกต้องในการจ�ำแนกเพศที่ต่�ำ โดยในชาวกัวเตมาลาเพศชายมีค่าความถูกต้องในการ ปที ี่ 14 ฉบบั ที่ 2 ประจ�ำ เดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 247

จำ� แนกเพศ 29.4-54.9% (Frutos, 2002) การศกึ ษาการจำ� แนกเพศจากกระดกู ไหลปลารา้ ในประชากรชาวนวิ ซแี ลนด์ แบง่ เปน็ เพศชาย 40 ราย และเพศหญงิ 36 ราย ท�ำการวัดทงั้ หมด 7 ตำ� แหน่ง มีการจ�ำแนกทง้ั หมด 20 ตัวแปร น�ำมาวิเคราะห์สถิติด้วย โปรแกรม SPSS พบว่า ค่าความแมน่ ยำ� ในการจำ� แนกเพศมคี ่า 63.3-100% ในตัวแปร 14 จาก 20 ตัวแปร มคี ่าความแม่นย�ำมากกวา่ 85% ลดความผิดพลาดในการจ�ำแนกเพศได้ 27-100% การศกึ ษาการจ�ำแนกเพศ มีประโยชน์ในทางนิติวิทยาศาสตร์และทางโบราณคดี ซึ่งเป็นประโยชน์ในกรณีท่ีพบกระดูกท่ีไม่สมบูรณ์ (Murphy, 2002) การศกึ ษาการจ�ำแนกเพศจากกระดกู ไหปลาร้าในผู้ใหญ่ โดยท�ำการวดั ความยาว วัดเส้นรอบวง และ ชั่งน�้ำหนกั ทั้งหมด 216 ช้นิ เพศชาย 107 ชน้ิ และเพศหญิง 109 ชิ้น คำ� นวณทางสถติ ิ โดยความยาวสูงสุด ของกระดกู ไหปลารา้ สามารถใชใ้ นการแยกเพศไดใ้ นเพศชายมคี า่ ความแมน่ ยำ� 54.7% และ 46.3% ในขา้ งขวา และขา้ งซา้ ย ตามลำ� ดบั ในเพศหญงิ มคี า่ ความแมน่ ยำ� 19.56% และ 36.5% ในขา้ งขวาและขา้ งซา้ ยตามลำ� ดบั เมื่อใช้น�้ำหนักในการจ�ำแนกเพศ เพศชายมีค่าความแม่นย�ำ 62.26% และ 53.7% ในข้างขวาและข้างซ้าย ตามล�ำดับ ในเพศหญิงมีค่าความแม่นย�ำ 56.5% และ 49.2% ในข้างขวาและข้างซ้าย ตามลำ� ดับ ท�ำนอง เดียวกันจากการวัดเส้นรอบวงของกระดูกเพศชายมีค่าความแมน่ ยำ� 71.89% และ 59.25% ในข้างขวาและ ข้างซา้ ยตามลำ� ดบั ในเพศหญิงมีคา่ ความแม่นยำ� 34.78% และ 33.33% ในข้างขวาและขา้ งซ้ายตามลำ� ดับ ความแม่นย�ำของน้�ำหนักและ เส้นรอบวงในข้างขวา เพศชาย 84.9% เพศหญิง 76.08% ส่วนในข้างซ้าย เพศชาย 68.51% และเพศหญงิ 56.92% สามารถใช้จ�ำแนกเพศได้ อยา่ งไรก็ตามความยาวของกระดูกรว่ มกบั ตวั แปรอนื่ สามารถระบุเพศได้ ในขา้ งขวา เพศชาย 66.03% เพศหญิง 71.73% ในขา้ งซา้ ย เพศชาย 62.96% และเพศหญงิ 56.92% (Patel et al., 2009) ระเบยี บวิธวี จิ ยั การศกึ ษาเรื่อง การจำ� แนกเพศจากกระดูกไหปลารา้ ในประชากรไทยเปน็ การศกึ ษา วิจัยเชงิ ทดลอง โดยมวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ ศกึ ษาเปรยี บเทยี บความแตกตา่ งของกระดกู ไหปลารา้ ระหวา่ งเพศชายและเพศหญงิ และ เพ่ือสร้างสมการการจ�ำแนกเพศจากกระดูกไหปลาร้า โดยการวัดขนาดความยาวสูงสุดของกระดูกไหปลาร้า (Maximum Length of Clavicle) ความยาวเสน้ รอบวงของกระดกู ไหปลารา้ (Midshaft Circumference of clavicle) และน้ำ� หนกั ของกระดูกไหปลารา้ (Weight of Clavicle) โดยใช้วิธกี ารวัดกลมุ่ ตัวอย่างทมี่ อี ายุ 20 ปขี ้ึนไป กระดกู ท่ีน�ำมาทดลองอยู่ในสภาพท่สี มบูรณ์ ไม่แตกหกั ไม่มีรอยโรคหรอื พยาธิสภาพเป็นกระดูกของ อาจารย์ใหญ่ท่ีมีเชื้อชาติไทย สัญชาติไทย จากศูนย์วิจัยนิติวิทยากระดูก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย เชยี งใหม่ ผชู้ ว่ ยผวู้ จิ ยั ทำ� การเลอื กกระดกู ไหปลารา้ ทม่ี คี ณุ สมบตั คิ รบถว้ น ตรงตามทผ่ี วู้ จิ ยั กำ� หนด ทงั้ หมด 222 คู่ แบ่งเป็นเพศชาย 111 คู่ และเพศหญงิ 111 คู่ โดยผู้ช่วยผวู้ จิ ยั จะติดรหสั (CODE) ไว้ บนกระดกู ไหปลารา้ แต่ละชิ้น (001-222) โดยไม่ให้ผู้วิจัยทราบมาก่อนว่า กระดูกแต่ละช้ินน้ันเป็นเพศใด เพ่ือป้องกันไม่ให้เกิด ความเอนเอียงของข้อมูลในขณะท�ำการวดั นำ� กระดกู ไหปลารา้ ท้ังหมด 222 คู่ ท�ำการวดั ความยาวสูงสดุ ของ กระดกู ไหปลาร้า (Maximum Length of Clavicle) ความยาวเสน้ รอบวงของกระดกู ไหปลาร้า (Midshaft Circumference of Clavicle) ดว้ ยเวอรเ์ นยี ร์ คาลเิ ปอร์ โดยบนั ทึกเป็นหนว่ ยมิลลิเมตรและชงั่ นำ้� หนกั ของ 248 บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

กระดูกไหปลาร้า (Weight of Clavicle) โดยบันทึกหน่วยเป็นกรัม จากนั้นสืบค้นเพศจากรหัส CODE (001-222) ท่ีติดไว้บนกระดูกไหปลาร้าแต่ละช้ินน�ำข้อมูลท่ีได้จากการวัดบันทึก ลงในโปรแกรม Microsoft Excel เพอื่ นำ� ไปใชใ้ นการวเิ คราะหข์ ้อมูลทางสถติ ิ ผลการศึกษา ตอนที่ 1 วิเคราะห์ค่าเฉล่ีย และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานของความยาวสูงสุดของกระดูกไหปลาร้า ความยาวเส้นรอบวงของกระดูกไหปลาร้าและน�้ำหนกั ของกระดูกไหปลาร้าขา้ งซ้าย และข้างขวา ตารางท่ี 1 เปรยี บเทยี บคา่ เฉลยี่ และสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐานของความยาวสงู สดุ เสน้ รอบวง และนำ้� หนกั ของ กระดูกไหปลารา้ ข้างซา้ ยและขา้ งขวาในเพศชายและเพศหญิง ข้างซ้าย (Left) ข้างขวา (Right) ตวั แปร เพศชาย เพศหญงิ เพศชาย เพศหญงิ Mean S.D. Mean S.D. Mean S.D. Mean S.D. ความยาวสูงสดุ (mm) 152.45 9.15 134.83 8.26 150.69 9.32 132.89 8.84 ความยาวเส้นรอบวง (mm) 37.37 2.34 32.07 2.80 38.03 2.90 32.43 2.75 น�ำ้ หนกั (g) 20.77 4.85 12.95 4.69 20.88 3.98 13.16 3.99 เมื่อเปรยี บเทียบความยาวสงู สดุ ของกระดกู ไหปลารา้ ขา้ งซา้ ย เพศชายมคี ่าเฉล่ยี 152.45 มลิ ลิเมตร มคี า่ เฉลย่ี มากกวา่ เพศหญงิ ทมี่ คี า่ เฉลยี่ 134.83 มลิ ลเิ มตร ความยาวสงู สดุ ของกระดกู ไหปลารา้ ขา้ งขวา เพศชาย มีค่า 150.69 มิลลิเมตร มีค่าเฉล่ียมากกว่าเพศหญิงท่ีมีค่าเฉลี่ย 132.89 มิลลิเมตร และเมื่อเปรียบเทียบ ความยาวสูงสุดของกระดูกไหปลาร้าข้างซ้ายและข้างขวาในท้ังสองเพศ พบว่า ความยาวสูงสุด ของกระดูก ไหปลาร้าขา้ งซา้ ย มีความยาวเฉล่ยี มากกวา่ ความยาวสูงสดุ ของกระดกู ไหปลาร้าขา้ งขวาในทงั้ สองเพศ ความยาวเส้นรอบวงของกระดูกไหปลาร้าข้างซ้าย เพศชายมีค่าเฉล่ีย 37.37 มิลลิเมตร มีค่าเฉลี่ย มากกว่าเพศหญิงท่ีมีค่าเฉล่ีย 32.07 มิลลิเมตร ความยาวเส้นรอบวงของกระดูกไหปลาร้าข้างขวา เพศชาย มคี า่ 38.03 มลิ ลเิ มตร มคี า่ เฉลย่ี มากกวา่ เพศหญงิ ทม่ี คี า่ เฉลยี่ 32.43 มลิ ลเิ มตร และเมอื่ เปรยี บเทยี บความยาว ของกระดูก ไหปลาร้าข้างซ้ายและข้างขวาในท้ังสองเพศ พบว่า ความยาวเส้นรอบวงของกระดูก ไหปลาร้า ขา้ งขวา มีค่าเฉลี่ยมากกวา่ ความยาวเส้นรอบวงของกระดูกไหปลาร้าขา้ งซา้ ยในทัง้ สองเพศ นำ้� หนกั ของกระดกู ไหปลารา้ ขา้ งซา้ ย เพศชายมคี า่ เฉลยี่ 20.77 กรมั มนี ำ้� หนกั เฉลย่ี มากกวา่ เพศหญงิ ท่มี คี ่าเฉลี่ย 12.95 กรมั น้�ำหนกั ของกระดกู ไหปลารา้ ขา้ งขวาเพศชาย มคี ่าเฉล่ยี 20.88 กรมั มนี ้�ำหนักเฉล่ีย มากกว่าเพศหญิง ที่มีค่าเฉลี่ย 13.16 กรัม และเม่ือเปรียบเทียบน�้ำหนักของกระดูกไหปลาร้าข้างขวา และ ขา้ งซา้ ย พบวา่ นำ�้ หนกั เฉลย่ี ของกระดกู ไหปลารา้ ขา้ งขวามนี ำ�้ หนกั มากกวา่ นำ้� หนกั ของกระดกู ไหปลารา้ ขา้ งซา้ ย ปที ่ี 14 ฉบบั ท่ี 2 ประจำ�เดอื นพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 249

นาํ้ หนักของกระดูกไหปลารา ขางซาย เพศชายมีคา เฉล่ีย 20.77 กรัม มีน้ําหนักเฉลยี่ มากกวา เพศหญิง ที่มี คาเฉลี่ย 12.95 กรัม น้ําหนักของกระดูกไหปลารา ขางขวาเพศชาย มีคาเฉล่ีย 20.88 กรัม มีนํ้าหนักเฉล่ียมากกวา เพศหญิง ที่มีคาเฉลี่ย 13.16 กรัม และเมื่อเปรียบเทียบน้ําหนักของกระดูกไหปลาราขางขวาและขางซาย พบวา น้ําหนกั เฉลย่ี ของกระดกู ไหปลาราขางขวามนี ํา้ หนักมากกวาน้าํ หนักของกระดกู ไหปลาราขางซาย โตโดดอยยนหหทาาี่คค2่าตาสสกอถถานิติรตทิทเิที่ปด2ดสรสกียอาอบบรบเเtทปtแียรลียแบะบลคเะPวท-าียPvมบa-แvlคuaตวelกาuมตeแาตงขกตอ่างงกขรอะงดกูกรไะหดปูกไลหาปรลาารระา้ หรวะาหงวข่างาขงา้ซงาซย้าแยลแะลขะขางา้ ขงขววาา((pPaaiirreedd)) ตารราางงทที่ ี่22 คคววาามมแแตตกกตาตงา่ ขงอขงอกงรกะรดะูกดไหูกไปหลปารลาารระ้าหรวะาหงวขา่ งขซ้า ยงซแา้ลยะแขลา งะขขว้าางข(pวaาir(ePda)irโeดdย)หโาดคยา หสถาคิตทิ่าสดถสิตอทิบดtสแอลบะ Pt-vแaลluะePข-vอaงเlพueศชขาอยงแเลพะศเพชศายหแญลงิ ะเพศหญิง Variable Female (n = 111) Male (n = 111) t P-value t P-value ความยาวของกระดกู ไหปลารา (mm) 5.32 0.00 4.17 0.00 เสนรอบวงของกระดกู ไหปลารา (mm) - 2.45 0.02 - 3.27 0.00 นํ้าหนกั ของกระดูกไหปลารา (g) - 1.67 0.10 - 0.81 0.42 จจากตาราง สสรรปุ ุปไไดดว้ วา่ าคคววาามมยยาาววขขอองงกกรระะดดกู ูกไไหหปปลลาารรา้ ารระะหหววา่ างงขขา้ างงซซา้ ายยแแลละะขขา้างงขขววาาและเสน้นรออบวงของ กรระะดดูกูกไไหหปปลลาราารร้าะรหะวหาวงข่าางงขซ้าางยซแ้าลยะแขลางะขขว้างทขั้งวสาอทงเั้งพสศอมงเีคพวศามแมตีคกวตาามงแกตันกอยตา่างงมกีนันัยอสยําค่างัญมทีนาัยงสสถ�ำิตคิ ัญ(Pท-vาaงluสeถิต<ิ (P-value < 0.05) ส่วนนำ�้ หนักของกระดูกไหปลารา้ ข้างซ้ายและขา้ งขวาของท้ังสองเพศ ไมม่ ีความแตกตา่ ง 0ก.นั05อ)ยส่างวมนีนัย้ําหสนำ� คักญัขอทงากงรสะถดติ ูกิไ(หPป-vลaาlรuา eขา>งซ0า.0ย5แ)ละขางขวาของทั้งสองเพศ ไมมีความแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญ ท0.า0ง5ส)ถสิตวิ น(Pน-v้ําaหlนuักeข>อง0ก.0ร5ะ)ดูกไหปลารา ขางซายและขางขวาของท้ังสองเพศ ไมมีความแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญ ทตางรสาถงิตทิ ี่(3P- vเaปluรeียบ>เท0.ีย0บ5ค) วามแตกต่างของตัวแปรในการวัดกระดูกไหปลาร้าข้างซ้ายระหว่างเพศชาย และ ต ารางท่ี 3 เปเรพยี ศบหเทญียงิ บความแตกตางของตัวแปรในการวัดกระดกู ไหปลารา ขา งซา ยระหวา งเพศชาย และเพศหญิง ตารางที่ 3 เปรียบเทียบความแตกตางของตัวแปรในการวัดกระดูกไหปลาราขางซายระหวางเพศชาย และเพศหญิง Variable Male (n = 111) Female (n = 111) P-value Variable MeaMnale (n = 111S).D. MeFaenmale (n = 11S1.)D. P-value mlc 1M5e2.a4n5 9S.1D5. 1M3e4.a8n3 8S.2D6. 0.00 mmmlcc 13572.3.475 29.1354 13324.0.833 28.8260 0.00 wmemigchct 2370.377 24.3845 132.9053 23.9880 0.00 weight 20.77 4.85 12.95 3.98 0.00 ตารราางงทที่ ี่44เ ปเรปียรบียเบทียเทบียคบวาคมวแาตมกแตตากงขตอ่างตขวั อแงปตรัวใแนปการรใวนัดกการระวดัดูกกไหระปดลูการไาหขปา ลงขาวรา้ารขะ้าหงวขาวงาเพรศะชหาวย่าแงลเพะเศพชศาหยญแงิ ละ ต ารางที่ 4 เปเรพียศบหเทญียิงบความแตกตา งของตัวแปรในการวดั กระดูกไหปลาราขา งขวาระหวางเพศชายและเพศหญงิ Variable Male (n = 111) Female (n = 111) P-value Variable MeaMnale (n = 111S).D. MeFaenmale (n = 11S1.)D. P-value mlc 1M5e0a.6n9 9S.3D2. 1M3e2a.8n9 8S.8D4. 0.00 mmmlcc 13580.0.639 29.9302 13322.4.839 82.8754 0.00 wmemigchct 2380.0883 24.9609 3123.1463 32.9759 0.00 weight 20.88 4.69 13.16 3.99 0.00 จากตารางท่ี 3 และ 4 พบวา กระดูกไหปลาราขางขวาในเพศชายและเพศหญิงและกระดูกไหปลารา ขางซายในจเาพกศตชาารยาแงลทะี่ 3เพแศลหะญ4ิง พควบาวมายกาวรสะูงดสูกุดไหขอปงลการระาดขูกาไงหขปวาลใานรเาพคศวชาามยยแาลวะเสเพนศรหอบญวิงงแขลอะงกกระดูกไหปลารา 250 แแขบลลาณังะะซฑนนติาา้าํ้ํ วยหหิทใยนนนาักกัลเยัพขขมออศหงงชากกวาิทรรยยะะแาดดลลยักกูู สะไไวเปปนพดลลศุสาาิตหรราาญมมิงีคีคควววาาามมมแแยตตากกวตตสาา ูงงงสกกุดันันขอออยยงาากงงรมมะนนีี ดยยัั ูกสสไําาํ หคคปัญญั ลททาาารงงาสสคถถติิตวาิิ ((มPPย––าvvวaaเllสuuนeeร<<อ00บ..00ว55ง))ขททองัั้้งก33ระคคดาา ูขขกออไหงงกกปาาลรราววรดดัั า ตอนท่ี 3 วิเคราะหคา Casewise statistics ของตัวแปรในการวัดกระดูกไหปลาราทั้งขางซายและขางขวาในเพศ ชตาอยนแทล่ี ะ3เพวศิเคหรญาะงิ หคา Casewise statistics ของตัวแปรในการวัดกระดูกไหปลาราทั้งขางซายและขางขวาในเพศ

Mean S.D. Mean S.D. mlc 150.69 9.32 132.89 8.84 0.00 mmcc 38.03 2.90 32.43 2.75 0.00 weight 20.88 4.69 13.16 3.99 0.00 แขกแขลาา้ลางงะระซซนวนาา้ดัาํ้ �้ำยยหหใในนนจนจกั เาเักาพพขกกขอศศตตองชชาากงาารกรรยยาาะรแงแงดะทลทลดกู ะี่ะี่ ไ3ูก3เเปพพไแลปแศศลาลลหหระะาาญญร44มิา้งงิ พีคคพคมวบววคีบาาาววมวมมา่าาแยยมกตกาาแกรววรตะตสสะกดางููงดงตูกสสูกก่าไุดุดไนัหงขหขอกปออปยันลงงลา อกกางารยรรมรา้ะะ่านีาขดดงขัยม้าูกกูาสงีนไไงําขหหขยัควปปวสัญาาลล�ำใทใาาคนนารรญัเงเา้าพพสทคศคถศาวชติวชงาาาิสา(มมยPยถยยแ–แิตาาลvลิววa(ะะเPเlสเสuเ–พพน้นevศศรรa<หอหอl0uบญบญ.eว0วงิิงง5งแแ<ข)ขลล0อทอะะ.งงงั้0กกกก5ร3รรร)ะะะะคทดดดดา กู้ังูกูกูขกไไไ3อไหหหหงคปปกปป่าลาลลลขราาาาวอรรรรัดา้า้งาา ชตขาอ้ายงนแขทลว่ี ะา3ใเพนตวศิเอเคพหนรศญทาชะงิ่ี า3หยคแวาลเิ คCะรเaพาsะeศหwห์คiญsา่ eงิ Cstaasteiswticisseขอstงaตtัวisแtปicรsในขกอางรตววั ัดแกปรระใดนูกกไาหรปวลัดากรราะทดั้งูกขไาหงซปาลยาแรล้าทะข้ังาขง้าขงวซา้าใยนแเพละศ ตารราางงทที่ ี่55 ววิเคิเครราาะะหหคค์ าา่ CCaasseewwisiseesstatatitsitsitciscsขขอองตงตัววัแแปปรรในในกกาารรววัดดั กกรระะดดูกูกไไหหปปลลาารราา้ ทท้ังั้ ขา้ งซา้ ยและข้า งขวา ในในเพเพศศชชายาย Variable Original Sample Casewise Statistics (n = 111) mlc (L) Male Predicted Accuracy mlc (R) 111 Predicted Male Female Percent mmcc (L) 111 mmcc (R) 111 92 19 82.9 weight(L) 111 96 15 86.5 weight (R) 111 99 12 89.2 111 91 20 82.0 88 23 79.3 87 24 78.4 จจาากกผผลลกกาารรททดดลลอองง พบววา่า คคววาามมยยาาววเสเสน้นรรออบบววงขงขอองกงกระรดะูกดไูกหไปหลปาลราารข้าาขงา้ซงาซย้ามยีคมาคคี วา่ าคมวแามมนแยมํา่นมยา�ำกมทา่ีสกุด ทรส่ีอุดยลระ้อ8ย9ล.ะ2 แ8ล9ะ.2นํา้แหลนะกันขำ�้ อหงนกกัระขดอูกงไกหรปะลดาูกรไาหขปางลซาารย้ามขีค้าวงาซมา้ แยมมน ีคยวาํานมอ แยมทน่ ่ีสยุด�ำนรออ้ ยยลทะส่ี 7ดุ 9ร.3อ้ ยละ 79.3 ตตาารรางท่ี 6 วเิ คครราาะะหหค ์คา่าCCaasseewwisiesestsattaisttisictsicขsอขงอตงัวตแวัปแรปในรกในารกวาัดรกวรดั ะกดรูกะไดหกู ปไลหาปรลาทารั้งขา้ ทางง้ั ซขา้ายงแซลา้ ะยขแา ลงะขขวา้ ใงนขเวพาศ หในญเงิพศหญิง Variable Original Sample Casewise Statistics (n = 111) Female Predicted Predicted Male Accuracy mlc (L) Female Percent mlc (R) 111 95 16 85.6 mmcc (L) 111 97 14 87.4 mmcc (R) 111 93 18 83.8 weight(L) 111 97 14 87.4 weight (R) 111 90 21 81.1 111 94 17 84.7 จากผลการทดลอง พบวา ความยาวสูงสุดของกระดูกไหปลาราขางขวาและความยาวเสนรอบวงของ กระดูกไหปลาราขางขวามีความแมนยํามากท่ีสุด รอยละ 87.4 แลปีทะี่ 1น4้ําฉหบับนทักี่ 2ขปอระงจก�ำ เรดอืะนดพูฤกษไภหาคปมล- าสงิรหาาคขมา2ง5ซ61าย251 มีความแมนยาํ นอยทีส่ ดุ รอ ยละ 81.1

mmcc (R) 111 97 14 87.4 weight(L) 111 90 21 81.1 weight (R) 111 94 17 84.7 มกมกีครรคีะวะวาดดมาูกมแูกไมแไหหจนมจปาปยน่ากลกําลยผานผา�ำรลอลรนากย้ากอ้ขทาขายารส่ี้ารทงทงดุทขีส่ขดดวรดุวลลอาาออรมยมง้อลีงคีคยะพวพวลาบ8าบะม1มววแ.าแ8่า1ม1มคคน.่นว1วยายามําม�ำมยมยาาาาวกกวสสททูงูง่ีสี่สสสุดุดุดดุ ขขรรอออ้องงยยกกลลรระะะะดด88ูกูก77ไไ.ห4.ห4ปปแลแลลาาละรระนาา้ นขํ้าข�้ำาห้าหงงนขขนักววักขาาขแอแอลงลงะกะกครครวะวะาดาดมูมกูกยยไไาหาหววปปเเสลสลนาน้ ารรรรอาอ้าขบขบาว้าวงงงงซขซขาอ้าอยงยง ตอนท่ี 4 วตเิ คอรนาทะห่ี 4สมวกิเคารรจาาํะแหน์สกมเกพาศรจจา�ำกแกนระกดเพกู ไศหจปาลกากรราะดกู ไหปลารา้ ตตาารรางาทงท่ี 7่ี 7ส มสกมารกกาารรกจาํารแจนำ� กแเนพกศเจพาศกกจราะกดกูกรไะหดปูกลไาหรปาลารา้ model Unstandardized Standardized t Sig. 3 (Constant) Coefficients Coefficients 25.719 .000 -3.586 .000 mmcc(L) B SE Beta -8.452 .000 mcl(L) 6.221 .242 -.314 -1.979 .049 mmcc(R) -0.043 .012 -.425 -0.017 .002 -.175 -0.022 .011 จจาากกตตาารราางงทที่ ่ี77นนำ� ําขขอ้ อมมลู ูลททไี่ ่ีไดดจ้ จาากกตตาารราางงสสมมกกาารรกกาารรจจำ�ําแแนนกกเเพพศศจจาากกกกรระะดดูกกู ไไหหปปลลาารราา้ นนําำ� มมาาสสรราา้ งงสสมมกกาารร กกาารรจจาํ แำ� นแนกเกพเศพจศาจกากกรกะรดะกู ดไหกู ปไหลปารลาาใรนา้ ปใรนะปชราะกชรไาทกยรไไดท ยสไมดก้ าสรมดกงัานรี้ ดังนี้ GG==66.221-0.04433((mmmmccc(L(L))))- -0.00.1071(7m(mlc(lLc)()L-))0-.002.20(2m2m(mcmc(Rc)c)(R)) กกำ� ําหหนนดดใใหค้ า่ G คืออ เเพพศศทที่ที่ทํา�ำนนาายยไดไดจ้จากากสสมมกการากรากราจรําจแ�ำนแกนเกพเศพจศาจกากกรกะรดะูกดไหกู ปไหลปารลาารเม้าื่อเคมําอ่ื นคว�ำณนวคณาคG่า ผGลลผัพลธลทัพี่ไธด์ท ม่ีไีคดา้ มาีคก่ากมวาากก1ว.5่าส1ม.5กาสรมกกาารรจกําาแรนจก�ำแเพนศกเนพี้ ศจนะี้ทจําะนทา�ำยนเาปยนเปเพ็นศเพหศญหิงญแิงลแะลหะาหกาผกลผลลัพัพธธอ์อออกกมมาา นนอ้อยยกกววา่า 11..55 ททํา�ำนนาายยเเปป็นนเเพพศศชชาายย เเมมื่อื่อททดดลลอองงใใชช้สสมมกกาารรกกาารรจจ�ำําแแนนกกเเพพศศจจาากกรระะดดูกูกไไหหปปลลาารรา้าใในนปปรระะชชาากกรรไไททยย โสดโเมขดยก้ายใใาชในรชต กสต้ัวามอวั รกอยจาายํางรา่ แจกงนาจากกรากเจกพร�ำกะศแรดจนะูกาดกไกกูหเกพไปรหศละปจาดาลรูกกาาไทกรหีน่า้รปทะําลมดนี่ าาูกำ�รทมไาหดาพลปทบอลดงวาลทารอง้ัา้ จงหทาพมกงั้ดบตหวัว2ม่าอ2ด2ยจ2าาค2งกูจ2นตําําัวคนขอู่วนอยนมำ� ่าขลูง2อ้กจ2มา�ำ2รนลู วควกดัูนาเทมรี่ไ2วื่อด2ดัคจ2ทําานกไี่ คดวกู่ จ้ณาเมารคกทอื่ ากดคGาลำ� รนออทงวอแดณกทลคมนอา่าคงแแาGลเทขวอนา นอใค้ันนกา่ มาแล้วน้ัน ผลของการทำ� นายเพศกบั เพศจรงิ มีการท�ำนายเพศทีเ่ กดิ ความผดิ พลาดทงั้ หมด 14 ตัวอย่าง โดย ผลการทำ� นายเพศทผี่ ดิ พลาดนน้ั แบง่ ออกเปน็ เพศชาย 14 ตวั อยา่ งและเพศหญงิ 14 ตวั อยา่ ง สรปุ ไดว้ า่ สมการ การจ�ำแนกเพศจากกระดูกไหปลาร้าในประชากรไทยนี้ สามารถท�ำนายเพศได้ที่ตรงกับเพศจริงจาก 222 ตัวอย่าง คดิ เป็นร้อยละ 93.69 เม่ือคำ� นวณการท�ำนายเพศจริงผิดพลาด คิดเป็นร้อยละ 6.31 อภปิ รายผล จากผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า กระดูกไหปลาร้าเพศชายและเพศหญิง มีความแตกต่างกัน และ ความแตกต่างกนั ของกระดกู ไหปลารา้ เพศชายและเพศหญิง สามารถสรา้ งสมการการจำ� แนกเพศจากการน�ำ กระดกู ไหปลาร้าได้ จากการวดั ความยาวสงู สุดของกระดูกไหปลารา้ ข้างซา้ ย ความยาวเส้นรอบวงของกระดกู ไหปลารา้ ขา้ งซา้ ยและความยาวเสน้ รอบวงของกระดกู ไหปลารา้ ขา้ งขวา เน่ืองจากความแตกตา่ งทางพันธกุ รรม เชือ้ ชาติ ซงึ่ ในการศกึ ษา McCormick และคณะ ในปี 1991 ศึกษาในประชากรชาวยุโรป มีลักษณะทางกายวิภาคของร่างกายที่ใหญ่กว่าคนเอเชีย ส่งผลให้กระดูกของ 252 บณั ฑติ วิทยาลยั มหาวิทยาลัยสวนดสุ ิต

ชาวยโุ รปมขี นาดใหญก่ วา่ ชาวเอเชยี ทำ� ใหผ้ ลของการวดั มคี า่ เฉลยี่ ทดี่ กี วา่ รวมถงึ ปจั จยั ทางดา้ นสงิ่ แวดลอ้ มสง่ ผล ตอ่ อตั รา การเจรญิ เตบิ โต และกจิ วตั รประจำ� วนั ในเพศหญงิ และเพศชายทแ่ี ตกตา่ งกนั อาจสง่ ผลตอ่ ผลของการ ศึกษา ซึ่งผลที่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้วิธีการศึกษาด้วย และเนื่องจากความแตกต่างระหว่างฮอร์โมนในเพศ ชายและเพศหญิง มีผลกับการพัฒนาลักษณะรูปร่างของเพศชาย ท�ำให้เพศชายมีโครงสร้างและกระดูก ที่ใหญ่กว่าในเพศหญิง โดยฮอร์โมนท่ีควบคุมการท�ำงานของเพศหญิงเรียกว่า เอสโทรเจน (Estogen) และ โปรเจนเทอโรน (Progesterrone) ส่วนฮอร์โมนเพศชาย คือ เทสโทสเทอโรน (Testosterrone) (พนมไพร ไสนะรา, 2555) และในการศึกษาน้ียังพบว่ากระดูกไหลาร้าข้างขวาท้ังเพศชายและเพศหญิงมีค่าความยาว เสน้ รอบวง น้ำ� หนกั และมีส่วนโคง้ เวา้ เป็นรูปตวั เอส (S) มากกวา่ ข้างซา้ ยในทัง้ เพศหญงิ และชาย การทก่ี ระดกู ไหปลารา้ ขา้ งขวามนี ำ�้ หนกั มากกวา่ ขา้ งซา้ ย และมคี วามโคง้ เปน็ รปู ตวั S มากกวา่ ขา้ งซา้ ย เปน็ เพราะประชากร สว่ นมากถนดั ดา้ นขวา ทำ� ใหก้ ลา้ มเนอ้ื และกระดกู มกี ารใชง้ านในขา้ งขวามากกวา่ ขา้ งซา้ ย สง่ ผลใหก้ ระดกู และ กล้ามเน้ือในข้างขวามีขนาดใหญ่กว่าข้างซ้าย อีกท้ังกระดูกไหปลาร้า มีหน้าส่งผ่านแรงไปยังแขนและไหล่ และช่วยพยุงข้อไหล่ อีกท้ังเป็นจุดเกาะของเอ็นและกล้ามเน้ือหลายมัดและ ผลจากการท�ำกิจวัตรประจ�ำวัน การออกแรงและการใช้งานในข้างที่ถนัดจะส่งผลให้เกิดส่วนเว้าโค้งได้มากกว่าข้างที่ไม่ใช้งาน จึงส่งผลให้ค่า ตวั แปรทางดา้ นขวาดกี วา่ ดา้ นซา้ ย (นนั ทา คมุ คณะ, 2558) ทำ� ใหก้ ารศกึ ษาน้ี ความยาวของกระดกู ข้างซา้ ย มีความยาวเฉล่ียมากกว่าข้างขวาทั้งสองเพศเนื่องจากลักษณะทางกายวิภาคของกระดูกไหปลาร้า ข้างซ้าย มคี วามโคง้ เป็นตวั เอสน้อยกวา่ ขา้ งขวา ท�ำใหผ้ ลของการวดั ความยาวสูงสดุ ของกระดูกไหปลารา้ ขา้ งซ้าย มคี ่า เฉลย่ี มากกว่าขา้ งขวาทงั้ สองเพศ เมอ่ื เปรียบเทยี บความแม่นยำ� ในการจ�ำแนกเพศจากกระดกู ไหปลารา้ จากการศกึ ษาการจ�ำแนกเพศ จากกระดกู ไหปลารา้ ในประชากรไทยกบั การศกึ ษาในตา่ งประเทศนนั้ พบวา่ Alcina et al. (2015) Mccormick et al. (1991) Murphy (2002) Patel et al. (2009) มคี ่าความแมน่ ย�ำในการจ�ำแนก โดยใชก้ ระดูกไหปลารา้ รอ้ ยละ 94.8 94.8 93 97.7 88.3 84.9 ตามลำ� ดบั ซงึ่ ในการศกึ ษาครง้ั นม้ี คี า่ ความแมน่ ยำ� ทใี่ ชใ้ นการจำ� แนกเพศ โดยใช้กระดูกไหปลาร้ามีค่าร้อยละ 84.7 จึงสรุปได้ว่า กระดูกไหปลาร้าสามารถใช้ในการจ�ำแนกเพศได้ อย่างแม่นย�ำและเม่ือเปรียบเทียบความแม่นย�ำในการจ�ำแนกเพศ จากกระดูกไหปลาร้ากับกระดูกช้ินในการ วิเคราะห์การจ�ำแนกเพศ เช่น กระดูกตน้ ขา กระดูกสนั อก กระดูกฝ่ามอื กระดกู ขากรรไกรลา่ ง กระดูก และ กระดกู สะบา้ ซง่ึ การใชก้ ระดูก ช้ินอื่น ๆ ในจ�ำแนกเพศมคี วามแม่นยำ� มากสูงถงึ ร้อยละ 89.2 เมอ่ื เทียบกับการ ศกึ ษาการจำ� แนกเพศโดยใชก้ ระดกู ไหปลารา้ ในประชากรไทยครง้ั น้ี มคี วามแมน่ ยำ� ทสี่ งู ถงึ รอ้ ยละ 87.4 เชน่ กนั อย่างไรก็ตามการใช้กระดูกในการประเมินเพ่ือจ�ำแนกเพศน้ัน อาจท�ำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นได้ ดังน้ัน ในทางปฏิบัติท่ีเหมาะสมควรใช้กระดูกหลาย ๆ ช้ิน และการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลอย่างอื่นร่วมด้วย เพอ่ื เปน็ การยืนยนั ความถูกต้องและเพิ่มชว่ ยความแมน่ ย�ำในการจ�ำแนกเพศและระบุตวั บุคคลมากขึ้น สรปุ ผลการศึกษา จากการรวบรวมกระดูกไหปลาร้าอาจารย์ใหญ่จากศูนย์วิจัยนิติวิทยากระดูก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชยี งใหม่ อายุ 20 ปขี ้นึ ไป กำ� หนดคุณสมบตั ขิ องกระดกู ไหปลารา้ ท่ใี ชใ้ นการทดลอง โดยกระดกู ไหปลาร้าท่ีน�ำมาทดลองอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีรอยโรคหรือรอยแตกหัก เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย ผู้ช่วย ปีท่ี 14 ฉบบั ที่ 2 ประจำ�เดอื นพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 253

ผวู้ จิ ยั เลอื กกระดกู ไหปลารา้ ทีม่ คี ณุ สมบตั ิดังกลา่ ว ระหวา่ งทำ� การทดลองผูว้ จิ ยั ทำ� การวัดโดยไมท่ ราบเพศของ กระดกู อาจารยใ์ หญม่ ากอ่ น ซ่ึงจะบันทกึ รหสั CODE (001-222) เอาไว้เพื่อไมไ่ ด้เกิดการสับสน จากน้นั นำ� มา ทำ� การสบื คน้ ประวตั อิ าจารยใ์ หญเ่ พอื่ ดเู พศ อายแุ ละขอ้ มลู สำ� คญั ตา่ งทเี่ กย่ี วขอ้ งภายหลงั กลมุ่ ตวั อยา่ งมจี ำ� นวน ทั้งหมด 222 คู่ แบง่ เปน็ เพศชาย 111 คู่และเพศหญิง 111 คู่ โดยใชว้ ิธีการวดั กระดูกไหปลาร้าทั้งหมด 3 คา่ ดงั นี้ 1. ความยาวสูงสดุ ของกระดกู ไหปลารา้ 2. ความยาวเสน้ รอบวงของกระดูกไหปลาร้า 3. น้�ำหนกั ของกระดูกไหปลารา้ จากน้นั น�ำผลท่ไี ดจ้ ากการวัดทง้ั 3 คา่ มาคำ� นวณและวเิ คราะห์ทางสถิติ เพอ่ื เปรยี บเทียบ คา่ ความ แตกต่างของตวั แปรในกระดูกไหปลารา้ (Clavicle) โดยผู้วจิ ัยได้ทำ� การวเิ คราะห์เปรยี บเทียบระหวา่ งเพศชาย และเพศหญงิ เพ่อื ศึกษาเปรยี บเทยี บว่า กระดูกไหปลารา้ (Clavicle) มคี วามแตกต่างกันอย่างมนี ัยสำ� คญั ทาง สถติ หิ รอื ไม่ ซงึ่ จากผลการทดลองยอมรบั สมมตฐิ านทต่ี งั้ ไวท้ ง้ั 2 ขอ้ และสามารถสรปุ ผลตามวตั ถปุ ระสงคแ์ ละ สมมตฐิ านของงานวจิ ัยได้ดังน้ี ผลการวิจยั สอดคลอ้ งกับสมมตฐิ านขอ้ ท่ี 1 คอื ลกั ษณะทางกายวิภาคของกระดูกไหปลาร้าเพศชาย และเพศหญิงมคี วามแตกต่างกนั สามารถสรุปผลการศึกษาเปรียบเทียบลักษณะทางกายวิภาคของกระดูกไหปลาร้าเพศชาย และ เพศหญงิ ออกมาได้ 4 ข้อ ดงั ต่อไปนี้ 1. ศึกษาเปรียบเทียบความแตกต่างทางลักษณะทางกายวิภาคของกระดูกไหปลาร้าเพศชาย และ เพศหญิงในประชากรไทย ใชว้ ธิ ีการเปรยี บเทยี บค่าเฉลย่ี และส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน โดยศึกษาคา่ เฉลย่ี และ ส่วนเบี่ยงมาตรฐานของกระดูกไหปลาร้าข้างซ้ายและข้างขวาในแต่ละเพศ พบว่า ค่าเฉล่ียและส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐานของการวัดความยาวสูงสุดของกระดูก ไหปลาร้า เส้นรอบวงและน้�ำหนักของกระดูกไหปลาร้า ข้างซ้ายและข้างขวา พบว่า กระดูกไหปลาร้าเพศชายมีค่าเฉล่ียและส่วนเบ่ียงมาตรฐานมากกว่าเพศหญิงท้ัง 3 ค่าของการวัดและยังพบว่า กระดูกไหปลาร้ามีความยาวเส้นรอบวงของกระดูกไหปลาร้าและน�้ำหนักของ กระดกู ไหปลารา้ ทงั้ สองเพศ มคี า่ เฉลย่ี และสว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐานในขา้ งขวามากกวา่ ขา้ งซา้ ย ในทางตรงกนั ขา้ ม ความยาวสงู สดุ ของกระดกู ไหปลารา้ ขา้ งซา้ ยมีความยาวเฉลีย่ มากกว่าข้างขวาในทง้ั สองเพศ 2. ศึกษาเปรียบเทียบความยาวกระดูกไหปลาร้าข้างซ้าย และข้างขวาของเพศชาย และเพศหญิง โดย การหาคา่ สถติ ทิ ดสอบ t และ P-value พบวา่ ความยาวสงู สดุ และความยาวเสน้ รอบวงของกระดกู ไหปลารา้ มคี วามแตกตา่ งกนั อยา่ งมนี ยั สำ� คญั ทางสถติ ิ (P-value < 0.05) ยกเวน้ นำ้� หนกั ของกระดกู ไหปลารา้ ไมพ่ บความ แตกต่างกันอยา่ งมีนยั สำ� คัญทางสถติ ิ (P-value > 0.05) ท้งั สองเพศ 3. ศึกษาเปรยี บเทยี บกระดกู ไหปลารา้ ระหว่างเพศชายและเพศหญิงโดยแยกทลี ะข้าง (ขา้ งซ้ายและ ขา้ งขวา) พบว่า ความยาวสูงสุด ความยาวเสน้ รอบวง และน้ำ� หนกั ของกระดกู ไหปลารา้ มีความแตกตา่ งกนั อย่างมีนัยส�ำคญั ทางสถติ ิ (P-value < 0.05) 4. ท�ำการศึกษาการวิเคราะห์ความแม่นย�ำกระดูกไหปลาร้าของเพศชายและเพศหญิง จากการ วิเคราะหด์ ้วยวธิ ี Casewise Statistic พบว่า ความยาวของกระดกู ไหปลารา้ ขา้ งซา้ ยของเพศชาย ความยาว ของกระดกู ไหปลารา้ ขา้ งขวาของเพศหญงิ และความยาวเสน้ รอบวงของกระดกู ไหปลารา้ เพศหญงิ ความแมน่ ยำ� 254 บณั ฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลัยสวนดุสติ

สงู สุดในการใช้จำ� แนกเพศ ร้อยละ 89.2 87.4 และ 87.4 ตามล�ำดับ ผลการวิจัยสอดคล้องกับสมมติฐานข้อที่ 2 คือ ความแตกต่างของกระดูกไหปลาร้าเพศชายและ เพศหญงิ สามารถสรา้ งสมการการจ�ำแนกเพศได้ จากการศึกษาเปรียบเทียบความแตกต่างของกระดูกไหปลาร้าเพศชายและเพศหญิง ดังผลของการ ศึกษาข้างตน้ สามารถสร้างสมการสำ� หรบั ใช้ในการจำ� แนกเพศจากกระดกู ไหปลารา้ ในประชากรไทยได้ คือ G = 6.221 - 0.043 x เส้นรอบวงของกระดกู ไหปลาร้าข้างซา้ ย (mmcc (L)) - 0.017 x ความยาว สงู สุดของกระดกู ไหปลาร้าข้างซา้ ย (mlc (L)) - 0.022 x ความยาวเสน้ รอบวงข้างขวา(mmcc (R)) กำ� หนดให้ คา่ G มผี ลดังต่อไปนี้ คอื ผลลพั ธจ์ ากการค�ำนวณโดยใสค่ า่ จากการวัดกระดกู ไหปลาร้า เมื่อผลลัพธข์ องค่า G มีค่ามากกว่า 1.5 สมการการจำ� แนกเพศจากกระดกู ไหปลารา้ น้ี จะทำ� นายวา่ กระดกู ไหปลารา้ เปน็ เพศหญงิ หากคา่ G มคี า่ นอ้ ยกวา่ 1.5 จะทำ� นายวา่ เปน็ เพศชาย จากสมการคา่ G ในการจำ� แนกเพศ จากกระดูกไหปลาร้าในการศึกษานี้ เม่ือน�ำสมการค่า G โดยแทนค่าผลของการวัดแต่ละค่าเข้าในสมการ การจำ� แนกเพศจากกระดูกไหปลารา้ สามารถทำ� นายเพศจากสมการคา่ G ได้ตรงกบั เพศจริงจากกลมุ่ ตวั อย่าง ไดถ้ ูกต้อง ร้อยละ 93.69 ขอ้ เสนอแนะ 1. นำ� เสนอหนว่ ยงานทเ่ี กี่ยวข้อง เช่น สถาบนั นิตวิ ิทยาศาสตร์, พสิ จู น์หลกั ฐานตำ� รวจ ใชส้ ตู รในการ ศึกษาคร้งั น้ี ในการจำ� แนกเพศโดยใชก้ ระดกู ไหปลารา้ ทำ� ใหผ้ ลทไ่ี ดม้ ีความแม่นยำ� มากยงิ่ ขึน้ 2. ในการศกึ ษาครงั้ ตอ่ ไป ควรเกบ็ กลมุ่ ตวั อยา่ งใหม้ ากขน้ึ และควรมกี ารจำ� แนกเชอ้ื ชาตเิ พอ่ื เปรยี บเทยี บ ความแตกต่างลกั ษณะทางกายวิภาคในแต่ละเชือ้ ชาติ เพื่อจ�ำแนกเชอื้ ชาตทิ ี่แตกต่างกนั ได้ เอกสารอ้างอิง กญั ญารตั น์ ยาประเสรฐิ . (2556). การกำ� หนดเพศโดยการวเิ คราะหท์ างคณติ ศาสตรเ์ พอ่ื ประเมนิ หา คา่ ความ นา่ เชอ่ื ถอื ในการวดั กระดกู ปลายแขนดา้ นใน (Ulna) และกระดกู หนา้ แขง้ (Tibia) ในประชากร ไทย. วทิ ยานพิ นธว์ ทิ ยาศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวชิ านติ วิ ทิ ยาศาสตร์ บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร. กุสุมา สุภาคง และคณะ. (2557). การระบุเพศโดยวิธีการวัดกระดูกสะบักในประชากรไทย. วารสาร นิตเิ วชศาสตร,์ 6 (1): 26-31. นันทา คุมคณะ. (2558). การระบุเพศในประชากรไทยโดยวิเคราะห์จากการวัดกระดูกขากรรไกรล่าง. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิติวิทยาศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย ศลิ ปากร. พงษพ์ ิทักษ์ ภตู ิวัตร์ และสทุ ศั น์ ดวงจติ ร. (2555). การระบเุ พศโดยการใช้กระดูกต้นขาของผใู้ หญ่ในประชากร ไทย. วารสารวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลยั อุบลราชธาน,ี 14 (2): 65-70. ปที ่ี 14 ฉบบั ที่ 2 ประจ�ำ เดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 255

พนมไพร ไสนะรา. (2555). การศึกษาลักษณะโครงสร้างของกระดูกสันอกในประชากรไทยเพ่ือใช้ในการ ระบุเพศ. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิติวิทยาศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวทิ ยาลัยศิลปากร. พชิ ิตพล แม้นวงศ์. (2553). การก�ำหนดเพศโดยการวิเคราะหจ์ �ำแนกเพ่ือประเมนิ คา่ ความน่าเชือ่ ถอื ในการ วดั กระดกู ฝา่ มอื ในประชากรไทย. วทิ ยานพิ นธว์ ทิ ยาศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวชิ านติ วิ ทิ ยาศาสตร์ บัณฑติ วทิ ยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร. แมน อิงคตานวุ ัฒน.์ (2542). นติ เิ วชศาสตร์ 1. กรุงเทพฯ: จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั . ศศไิ พลนิ มสี ขุ . (2556). การแยกเพศจากกระดกู ฝา่ เทา้ ในกลมุ่ ประชากรไทย. วทิ ยานพิ นธว์ ทิ ยาศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวชิ ากายวภิ าคศาสตร์ บณั ฑิตวทิ ยาลัย มหาวิทยาลยั เชียงใหม.่ ศริ กลมั พะสตุ . (2553). การศกึ ษาลกั ษณะทางโครงสรา้ งทางกายภาพของปมุ่ กระดกู กกหเู พอื่ ใชใ้ นการระบุ เพศ. วทิ ยานพิ นธว์ ทิ ยาศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวชิ านติ วิ ทิ ยาศาสตร์ บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร. ศริ วิ รรณ จงึ ขจรเกยี รต.ิ (2552). การกำ� หนดเพศโดยการวเิ คราะหท์ างคณติ ศาสตรเ์ พอื่ ประเมนิ หา คา่ ความ นา่ เชอื่ ถอื ในการวดั กระดกู สะบา้ ในประชากรไทย. วทิ ยานพิ นธว์ ทิ ยาศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวชิ า นิตวิ ทิ ยาศาสตร์ บณั ฑิตวทิ ยาลัย มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร. อุทัย ตรี ะวนินทร, พชั รา สนิ ลอยมา และธติ ิ มหาเจรญิ . (2548). นิติเวชศาสตร์. นครปฐม: โรงเรียนนายรอ้ ย ตำ� รวจ. Alcina M., Rissech C., Clavero A. and Turbón D. (2015). Sexual dimorphism of the clavicle in a modern Spanish sample. European Journal of Anatomy, 19 (1) (January): 73-83. Balooch G., Balooch M., Nalla R. K., Schilling S., Filvaroff E. H., Marshall G. W., Marshall S. J., Ritchie R. O., Derynck R. and Alliston T. (2005). TGF-beta regulates the mechanical properties and composition of bone matrix. Proceedings of the National Academy of Sciences, 102 (52) (December): 18813-18818. Frutos L. R. (2002). Determination of sex form the clavicle and scapula in a Guatemalan contempolary rural indigenous population. The American Journal of Forensic Medicine and Pathology, 23 (3) (September): 284-288. McCormick W. F., Stewart J. H. and Greene H. (1991). Sexing of human clavicles using length and circumference measurements. The American Journal of Forensic Medicine and Pathology, 12 (2) (June): 175-181. Murphy A. M. (2002). Articular surfaces of the pectoral girdle: sex assessment of prehistoric New Zealand Polynesian skeletal remains. Forensic Science International, 18 (125) (February): 134-136. 256 บณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวิทยาลยั สวนดสุ ิต

Patel J. P., Shah R. K., Merchant S. P., Nirvan A. B. and Shah G. V. (2009). Sexing of the human adult clavicle in Gujarat zone. Gujarat Medical Journal, 64 (2) (August): 40-46. Shobha, Math S. C., Jatti V. B. and Murthy C. R. (2014). Identification of Sex of Human Clavicle from North Karnataka Zone. Anthropologist, 17 (3): 917-920. Steyn M. and Iscan M. Y. (2008). Metric sex determination from the pelvis in modern Greeks. Forensic Science International, 179 (1) (August): 1-14. ปีที่ 14 ฉบับที่ 2 ประจำ�เดอื นพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 257



มาตรการป้องกนั อาชญากรรมแรงงานตา่ งชาติ สัญชาตกิ มั พชู า ในพ้นื ท่จี ังหวดั ตราด Measures on Crime Prevention of Cambodia Migrant in Trat Province พันต�ำรวจโท กิตตสิ ณั ห์ ชะนะ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ขวญั ฤทยั ศริ พิ ฒั นโกศล และ ดร. เพญ็ ศรี พทั ธว์ ิวฒั นศริ ิ หลกั สตู รปรัชญาดษุ ฎีบณั ฑิต สาขาอาชญาวทิ ยา การบริหารงานยตุ ิธรรมและสังคม บณั ฑติ วิทยาลัย มหาวิทยาลยั สวนดุสิต บทคัดย่อ การศึกษาวิจยั เรอ่ื ง “มาตรการปอ้ งกนั อาชญากรรมแรงงานตา่ งชาติ สญั ญาตกิ มั พชู าในพืน้ ทจี่ ังหวดั ตราด” มีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษามาตรการท่ีมีประสิทธิภาพในการป้องกันการก่ออาชญากรรมแรงงาน ต่างชาติสัญชาติกัมพูชาของต�ำรวจภูธรจังหวัดตราด การวิจัยนี้เป็นแบบผสมผสานด�ำเนินการทั้งการวิจัยเชิง คณุ ภาพ และ การวจิ ยั เชงิ ปรมิ าณ การวจิ ยั เชงิ คณุ ภาพใชว้ ธิ กี ารสมั ภาษณแ์ บบเจาะลกึ ผใู้ หข้ อ้ มลู สำ� คญั 3 กลมุ่ รวมทั้งส้ิน 33 คน และการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสอบถาม เก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง รวมทง้ั สน้ิ 380 คน ผลการวจิ ยั พบวา่ รปู แบบทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพของมาตรการในการปอ้ งกนั การกอ่ อาชญากรรม แรงงานต่างชาติสญั ชาติกมั พูชาในพ้ืนท่ีจังหวัดตราด เปน็ ตัวแบบ “4Ps Model” ประกอบด้วย ด้านนโยบาย ต้องมีความเข้มงวดในการตรวจตราการเดินทางเข้าออกชายแดนไทยกัมพูชา ด้านกระบวนการต้องมี กระบวนการสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมือง เพิ่มความเข้มงวดในการตั้งจุดสกัด ด้านบุคลากร เจ้าหน้าที่ ด้านตรวจสอบ ปราบปรามแรงงานต่างชาติ ต้องด�ำเนินการด้วยความซ่ือสัตย์ สุจริต ด้านความร่วมมือ ต้องเสรมิ สร้างเครือขา่ ยภาคท้องถิน่ ในการรว่ มเฝ้าระวงั ปัญหาก่ออาชญกรรมของแรงงานต่างชาติ ค�ำส�ำคัญ : มาตรการปอ้ งกนั อาชญากรรม แรงงานขา้ มชาติชาวกัมพชู า จงั หวัดตราด ปที ี่ 14 ฉบบั ท่ี 2 ประจำ�เดอื นพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 259

Abstract The research of Measures on Crime Prevention of Cambodia Migrant in Trat Province was aimed to study the efficient measures of crime prevention among Cambodian migrant workers in Trat Provincial Police. The research technique in this study was the mixed methods, comprising qualitative and quantitative researches. The qualitative research collected data through in-depth interviews with 3 groups of key informats in total of 33 persons. The quantitative research collected data by using the questionaires with the samples in total of 380 persons.The results revealed that the efficient measure of crime prevention among Cambodian migrant workers in Trat Province was 4Ps Model. This model comprised of Policy which should emphasize the strictness in monitoring the migration across Thai-Cambodian border. Process should focus on the intercept of smuggling across borders and raise the strictness of setting up checkpoints. Person should give importance to the inspection staffs who must perform their own duties with honesty. Partnership should strengthen the local network and co-monitor the crime problem of migrant workers. Keywords : Measures of Crime Prevention, Cambodian Migrant Workers, Trat Province บทน�ำ ประเทศไทยเปน็ อกี หนงึ่ ประเทศทม่ี แี รงงานตา่ งชาตเิ ขา้ มาอาศยั และทำ� งานเปน็ จำ� นวนมาก โดยเฉพาะ จงั หวดั ทม่ี ชี ายแดนตดิ กบั ประเทศเพอื่ นบา้ น ซงึ่ สว่ นหนง่ึ เปน็ ผลมาจากคา่ จา้ งแรงงานของไทยทส่ี งู กวา่ ประเทศ เพอ่ื นบา้ นในหลาย ๆ ประเทศ ไมว่ า่ จะเปน็ ลาว พมา่ หรอื กมั พชู า จงั หวดั ตราดกเ็ ปน็ อกี หนงึ่ จงั หวดั ทมี่ แี รงงาน ตา่ งชาตเิ ขา้ มาอาศยั และทำ� งานเปน็ จำ� นวนมากเชน่ เดยี วกนั เนอ่ื งจากเปน็ จงั หวดั ชายแดนสดุ ฝง่ั ทะเลตะวนั ออก มอี าณาเขตดา้ นชายแดนตดิ กบั ประเทศกมั พชู าทงั้ ทางบกและทางทะเลยาว 330 กโิ ลเมตร โดยทางบกตดิ กบั จงั หวดั ของประเทศกมั พชู า ไดแ้ ก่ จงั หวดั พระตะบอง จงั หวดั โพธสิ ตั และจงั หวดั เกาะกง ซง่ึ มแี นวชายแดน ธรรมชาตติ ดิ ทวิ เขาบรรทดั เปน็ เสน้ แบง่ เขตแดนตลอดแนวยาว 165 กโิ ลเมตร และมแี นวอาณาเขตทางทะเลยาว 165.5 กโิ ลเมตร โดยภาคเศรษฐกจิ ของจงั หวดั ตราดขนึ้ อยกู่ บั ภาคเกษตรกรรมเปน็ หลกั โดยเฉพาะสวนผลไมแ้ ละ ประมง รองลงมาเปน็ ภาคปศสุ ตั ว์ การลา่ สตั ว์ และการปา่ ไม้ ภาคการขายสง่ การขายปลกี และภาคบรกิ ารดา้ น อสังหาริมทรัพย์ การให้เช่า และบริการทางธุรกิจ นอกจากนี้จังหวัดตราดยังมีแหล่งท่องเที่ยวส�ำคัญท่ีดึงดูด นกั ทอ่ งเทย่ี วใหม้ าเยย่ี มเยอื นเปน็ จำ� นวนมาก เชน่ เกาะชา้ ง เกาะกดู เปน็ ตน้ (สำ� นกั งานแรงงานจงั หวดั ตราด, 2559) งานภาคเกษตรกรรม ประมง และบรกิ ารทตี่ อ้ งใชก้ ำ� ลงั แรงงานเปน็ จำ� นวนมากในการดำ� เนนิ การ ขณะ ทป่ี ระชากรและก�ำลงั แรงงานของจงั หวัดตราด มีประชากรผทู้ ่ีมอี ายุ 15 ปีขน้ึ ไป จ�ำนวน 225,363 คน เป็นผู้ อยูใ่ นกำ� ลงั แรงงานรวมเพยี ง 165,847 คน ผู้มีงานท�ำจ�ำนวน 165,611 คน (ร้อยละ 99.86) ผู้ว่างงาน จำ� นวน 236 คน (รอ้ ยละ 0.14) (สำ� นกั งานแรงงานจงั หวดั ตราด, 2559) ดงั นน้ั การทจ่ี ะหวงั พงึ่ พงิ เฉพาะแรงงานภายใน จังหวดั หรอื ประเทศเพียงอยา่ งเดียวจงึ ไมเ่ พียงพอ นอกจากน้แี รงงานในประเทศส่วนใหญก่ ็ปฏิเสธทจี่ ะทำ� งาน บางประเภททส่ี กปรก ลำ� บาก และ เงินนอ้ ย จงึ ท�ำใหจ้ ังหวัดตราดเป็นอกี หนงึ่ จงั หวดั ท่มี ีแรงงานต่างชาตทิ ้ังท่ี 260 บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวิทยาลัยสวนดสุ ิต

เข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมายและที่ลักลอบเข้ามาท�ำงานหล่ังไหลเข้ามาท�ำงานเป็นจ�ำนวนมาก ท้ังนี้ จากขอ้ มลู ของสำ� นกั งานจดั หางานจงั หวดั ตราด ณ วนั ท่ี 25 เมษายน 2557 มแี รงงานตา่ งชาตเิ ขา้ มาทำ� งานใน จงั หวดั ตราดจำ� นวน 10,224 คน แบง่ เปน็ แรงงานต่างชาติจากพมา่ จำ� นวน 3,921 คน ลาว จ�ำนวน 22 คน และกัมพูชา จ�ำนวน 6,281 คน หากพิจารณาแรงงานต่างชาติถูกกฎหมายโดยไม่นับรวมประเภทตลอดชีพ จะพบวา่ แรงงานตา่ งชาตถิ กู กฎหมายในจงั หวดั ตราดสว่ นใหญ่ จำ� นวน 391 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 61.38 ประกอบ อาชพี งานพนื้ ฐาน รองลงมาเปน็ ผปู้ ระกอบวชิ าชพี ผบู้ ญั ญตั กิ ฎหมาย ขา้ ราชการระดบั อาวโุ ส ผจู้ ดั การ มจี ำ� นวน 129 คน คิดเป็นร้อยละ 20.25 และผู้ประกอบวิชาชีพด้านต่างๆ จ�ำนวน 101 คน คิดเป็นร้อยละ 15.86 (ส�ำนักงานแรงงานจังหวัดตราด, 2559) แสดงให้เห็นว่าตลาดแรงงานไทยในจังหวัดตราดต้องพ่ึงพิงแรงงาน ตา่ งชาติทไ่ี ร้ฝมี อื และความเช่ยี วชาญเปน็ หลัก การเขา้ มาของแรงงานตา่ งชาตใิ นจงั หวดั ตราดในดา้ นหนง่ึ ไดส้ ง่ ผลดโี ดยตรงตอ่ ผปู้ ระกอบการในจงั หวดั ตราด เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศไทยมีการขยายตัวท�ำให้การลงทุน การบริโภค และการจ้างงานของ ผู้ประกอบการท้ังภาคเกษตร การประมง อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยวมีความต้องการแรงงานต่างชาติ มากขึ้น ขณะเดียวกันแรงงานไทยเองกไ็ ม่ตอ้ งการท�ำงานบางประเภทที่มคี วามเสย่ี งและสกปรก รวมถึงงานที่ ไดค้ า่ แรงตำ่� จงึ ทำ� ใหไ้ ทยขาดแคลนแรงงานในกจิ การบางประเภท เชน่ กจิ การประมง และผรู้ บั ใชใ้ นบา้ น อยา่ งไร กต็ ามเมอื่ แรงงานตา่ งชาตเิ ขา้ มาทำ� งานในประเทศไทยมากขน้ึ กไ็ ดส้ รา้ งปญั หาตามมามากมาย ไมว่ า่ จะเปน็ การ โจรกรรม ยาเสพติด โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งปัญหาดา้ นอาชญากรรมซง่ึ เปน็ ปัญหาสังคมท่กี ่อใหเ้ กดิ ความเสียหาย ตง้ั แตร่ ะดับบุคคล สงั คม และประเทศ ซึ่งความเสยี หายมที ้งั ท่ีสามารถวดั เป็นตัวเงินไดแ้ ละวัดเป็นตวั เงนิ ไม่ได้ เช่น ความหวาดกลัว หวาดระแวงในการด�ำเนินชีวิตประจ�ำวัน และความวิตกกังวลในความปลอดภัยในชีวิต และทรพั ยส์ นิ เปน็ ตน้ ทงั้ นคี้ ดที ม่ี กี ารรบั แจง้ ในจงั หวดั ตราดและเฉพาะคดที เี่ กดิ จากบคุ คลชาวตา่ งชาติ ระหวา่ ง พ.ศ. 2545 ถึงปจั จบุ ัน ของภธู รจังหวัดตราด พบว่ามีการออกหมายจับท้งั หมดจำ� นวน 370 คดี โดยแบง่ เปน็ คดีทีร่ ฐั เป็นผูเ้ สียหายมากทสี่ ดุ จำ� นวน 104 คน รองลงมาได้แก่ คดปี ระทุษร้ายต่อทรพั ยจ์ �ำนวน 77 คน และ คดชี วี ติ รา่ งกายและเพศ จำ� นวน 76 คน และในจำ� นวนนยี้ งั จบั ไมไ่ ดม้ จี ำ� นวนทง้ั สนิ้ 122 คน โดยในพนื้ ทจ่ี งั หวดั ตราด นน้ั การก่ออาชญกรรมของแรงงานตา่ งชาตชิ าวกมั พูชามมี ากที่สุด จ�ำนวน 263 คดี การก่ออาชญกรรม ของแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะคดอี กุ ฉกรรจแ์ ละสะเทือนขวญั รวมถึงคดชี วี ิต รา่ งกายและเพศ นอกจากจะ สรา้ งความเสยี หายตอ่ ชวี ติ และทรพั ยส์ นิ แลว้ ยงั สรา้ งความหวาดระแวงและหวาดกลวั ใหก้ บั ประชาชนในจงั หวดั ตราด และพื้นท่ีใกล้เคียงรวมถึงยังเป็นบ่อนท�ำลายความน่าเชื่อถือในการป้องกันและปราบปรามการก่อ อาชญากรรมของตำ� รวจ และยังเปน็ การทำ� ลายภาพลกั ษณใ์ นการเข้ามาทอ่ งเทีย่ ว และท�ำงานในจงั หวัดตราด ของคนไทย และคนต่างประเทศอีกด้วย ดังนั้นการศึกษาถึงสาเหตุของปัญหาการก่ออาชญากรรม และหา มาตรการที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการก่ออาชญากรรมของแรงงานต่างชาติสัญชาติกัมพูชาของต�ำรวจ ภธู รจงั หวดั ตราด เพอ่ื เปน็ การปอ้ งกนั ควบคมุ และลดการกอ่ อาชญากรรมของแรงงานตา่ งชาตทิ เี่ กดิ ขน้ึ ในพน้ื ที่ ต�ำรวจภูธรจังหวัดตราด ซ่ึงมาตรการที่ได้จากการศึกษาคร้ังน้ีนอกจากจะสามารถน�ำไปปรับใช้กับต�ำรวจภูธร จังหวดั อนื่ ๆ ทม่ี ีปญั หาเชน่ เดยี วกับพื้นทต่ี ำ� รวจภธู รจังหวัดตราดไดแ้ ล้ว ยงั เป็นการช่วยเพิ่มศกั ยภาพในการ แขง่ ขนั กบั ประเทศตา่ ง ๆ ในอาเซยี นของไทย ซงึ่ การปอ้ งกนั ปญั หาอาชญากรรมทจี่ ะเกดิ ขน้ึ เปน็ การสรา้ งความ ม่ันคงและเสถียรภาพของประชาคมการเมืองความม่ันคงอาเซียน เป็นพื้นฐานส�ำคัญในการพัฒนาด้านอ่ืน ๆ ซ่งึ จะทำ� ให้ไทยเปน็ ประเทศที่นา่ อยู่และนา่ เขา้ มาท่องเที่ยว รวมถึงการเข้ามาประกอบกิจการตา่ ง ๆ ในสายตา ของประชาคมอาเซยี นและตา่ งชาติตอ่ ไปในอนาคตอกี ด้วย ปีท่ี 14 ฉบับท่ี 2 ประจำ�เดือนพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 261

วัตถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือศึกษาปัญหา และผลกระทบจากการก่ออาชญากรรมของแรงงานตา่ งชาตใิ นพ้ืนท่ตี �ำรวจภธู ร จังหวัดตราด 2. เพื่อศึกษามาตรการท่ีมีประสิทธิภาพในการป้องกันการก่ออาชญากรรมแรงงานต่างชาติสัญชาติ กัมพูชาของตำ� รวจภธู รจังหวดั ตราด  แนวคิดทฤษฎที ี่เก่ยี วข้อง การศึกษาวิจัยครั้งน้ีผู้วิจัยได้ศึกษาโดยใช้แนวคิดและทฤษฎีท่ีเกี่ยวข้องกับการหามาตรการป้องกัน อาชญากรรมแรงงานต่างชาติ สัญญาติกมั พชู าในพนื้ ทจี่ งั หวดั ตราด ประกอบด้วย ทฤษฎีการย้ายถิน่ ข้ามชาติ ทฤษฎีแรงจูงใจตามล�ำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แนวคิดทางอาญาที่เกี่ยวข้อง แนวคิดทฤษฎีส�ำนัก อาชญาวิทยาด้งั เดมิ แนวคิดเก่ยี วกบั การป้องกนั อาชญากรรม ทฤษฎกี ารควบคุมอาชญากรรม (The Crime Control Model) และ ทฤษฎีการลงโทษเพอื่ การข่มขู่ยบั ยง้ั (Deterrence Theory) ระเบียบวิธวี จิ ยั การศึกษาวิจัยครั้งน้ีเป็นการวิจัยแบบผสมผสาน ประกอบด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) และการวิจยั เชงิ ปรมิ าณ (Quantitative Research) ดงั น้ี 1) การวิจัยเชงิ คุณภาพ (Qualitative Research) โดยการสัมภาษณ์เชงิ ลกึ (In-depth interview) กลุ่มผู้ให้ข้อมูลส�ำคัญ (Key informant) โดยสัมภาษณ์ถึงปัญหา ผลกระทบ และมาตรการป้องกันการก่อ อาชญากรรมอาชญากรรมแรงงานตา่ งชาติสญั ญาติกัมพูชา ในพน้ื ทีจ่ ังหวดั ตราด รวมท้งั ส้นิ 33 คน ประกอบ ดว้ ย กลุม่ ขา้ ราชการตำ� รวจจำ� นวน 7 คน กลุ่มหน่วยงานราชการท่เี ก่ยี วข้อง จ�ำนวน 16 คน และ กลุ่มภาค ประชาชน จ�ำนวน 10 คน 2) การวจิ ัยเชิงปรมิ าณ (Quantitative Research) โดยใช้แบบสอบถาม ถึงลกั ษณะสว่ นบคุ คลของ ประชากร และสภาพปญั หา อุปสรรค รวมถงึ มาตรการป้องกนั อาชญากรรมแรงงานตา่ งชาติ สญั ชาติกมั พชู า ในพนื้ ท่ีจังหวดั ตราด เปน็ การเก็บขอ้ มลู จากกลุ่มประชากรจำ� นวนทั้งส้ิน 362 คน ประกอบด้วยกลุ่มเจา้ หนา้ ท่ี ตำ� รวจ ในสถานตี �ำรวจภธู รจังหวัดตราด จำ� นวน 223 คน และก�ำลังพลสมาชกิ กองอาสารักษาดินแดนจงั หวดั ตราด จำ� นวน 139 คน ผลการศกึ ษา สรปุ ผลการวจิ ยั เชงิ คณุ ภาพจากการสมั ภาษณค์ วามคดิ เหน็ จากผใู้ หข้ อ้ มลู ทงั้ 3 กลมุ่ คอื กลมุ่ ขา้ ราชการ ตำ� รวจ กลมุ่ หนว่ ยงานราชการทเี่ กยี่ วขอ้ ง และ กลมุ่ ภาคประชาชน จำ� นวนทงั้ สน้ิ 33 คนผลการวจิ ยั มปี ระเดน็ ท่ีสำ� คญั ดังนี้ 1. ปัญหาท่ีแท้จริงของการก่ออาชญากรรมแรงงานต่างชาติ สัญชาติกัมพูชา ในพื้นที่จังหวัดตราด เกดิ จาก 262 บัณฑิตวทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลัยสวนดสุ ติ

1) ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน เนือ่ งจากความตอ้ งการแรงงานในภาคการประมง เกษตรกรรม อุตสาหกรรม มอี ยู่เปน็ จำ� นวนมาก 2) ปัจจัยทางสภาพพื้นที่ ท่ีติดต่อกับกัมพูชามีช่องทางเข้าออกหลายช่องทาง ท�ำให้มีแรงงาน กัมพูชาเข้ามาทำ� งานและอาศัยอยู่ในจังหวัดตราดเป็นจำ� นวนมาก 3) แรงงานต่างชาติถูกหลอกให้มาท�ำงาน หรือเต็มใจมาหารายได้แต่มาแล้วถูกนายจ้างกดขี่ เอาเปรียบ ทำ� ร้าย ขม่ ขู่ ไดค้ า่ จ้างไม่ตรงตามสัญญาจา้ ง 4) อบายมขุ การเสพ และการคา้ ยาเสพตดิ โดยเมอ่ื แรงงานตา่ งชาตติ ดิ ยาเสพตดิ แลว้ มกั จะกระทำ� ผิดตามกฎหมายบา้ นเมือง เช่น การปลน้ ขโมย ฆ่านายจ้าง ทะเลาะวิวาท คา้ ประเวณขี ้ามชาติ เปน็ ตน้ 5) ไม่เกรงกลัวกฎหมาย เนื่องจากบทลงโทษท่ีเคยได้รับไม่มีความรุนแรง ได้ลดหย่อนผ่อนโทษ ไม่นานก็ออกนอกคกุ กลับมากระท�ำความผิดไดอ้ กี เรื่อยๆ 6) มีท่ีอยู่อาศัยไม่แน่นอน ย้ายที่อยู่โดยอิสระ มีใบอนุญาตให้ท�ำงานแต่เปลี่ยนงานโดยไม่แจ้ง หนว่ ยงานท่รี บั ผิดชอบ มีการเดนิ ทางมาอยา่ งผิดกฎหมาย 7) มปี ญั หาจากครอบครวั ความยากจน เนอ่ื งจากเปน็ แรงงานไรฝ้ มี อื ทำ� งานใชแ้ รงงานอยา่ งเดยี ว มีการศกึ ษานอ้ ยขาดการฝึกอบรม 8) มกี ารอยรู่ วมตัวกนั เปน็ กล่มุ เพ่ือนฝงู กลมุ่ เครือญาติ และชกั ชวนใหก้ ระท�ำในส่งิ ผดิ กฎหมาย 2. รูปแบบมาตรการปอ้ งกนั อาชญากรรมแรงงานต่างชาติ สญั ชาติกมั พชู าในพ้ืนท่ีจงั หวัดตราด มาตรการป้องกันพ้ืนฐาน 1) จดั ทำ� ฐานขอ้ มลู พน้ื ฐาน มกี ารจดั ทำ� ทะเบยี นแรงงานตา่ งชาตใิ นพนื้ ที่ และในหมบู่ า้ นแตล่ ะหมบู่ า้ น โดยให้ผู้ว่าจา้ งแรงงานต่างชาติท่ีเข้ามาท�ำงานยน่ื ขอจดทะเบยี น 2) การจัดระเบียบการปฏิบัติงานของส่วนราชการต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องให้เป็นไปตามระเบียบและข้อ กฎหมายท่กี �ำหนดไวอ้ ยา่ งเคร่งครัด 3) การเข้มงวดการเดินทางเข้าจังหวัดตราดท้ังทางบก ทางทะเล ป้องกันไม่ให้มีการลักลอบเข้ามา อยา่ งไมถ่ กู ตอ้ ง 4) ควบคุมการใช้ไอที การติดต่อสื่อสารของแรงงานต่างชาติ และร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของกัมพูชา แลกเปล่ยี นข้อมูลขา่ วสารและดแู ลดา้ นการเขา้ ออก มาตรการปอ้ งกันตามปกติ 1) การควบคุม กวดขัน สมุ่ ตรวจ สถานประกอบการ ตรวจสอบพฤตกิ รรม การใชช้ ีวติ ของแรงงาน ต่างชาติ ตรวจสอบสภาพนายจา้ ง และทพ่ี ักอาศัย 2) มีมาตรการตรวจสอบพ้ืนทีท่ ่มี แี รงงานตา่ งชาติในพื้นทีเ่ ปน็ ประจ�ำสมำ่� เสมอ 3) การก�ำหนดสถานที่และชว่ งเวลาในการทำ� กิจกรรมของแรงงานตา่ งชาติ 4) การตรวจสอบ ปราบปราม จบั กมุ ดำ� เนนิ คดผี กู้ ระทำ� ผดิ ทง้ั นายจา้ งและคนตา่ งชาตทิ เี่ ขา้ มาทำ� งาน อย่างผิดกฎหมาย ไมร่ ับแรงงานตา่ งชาติผิดกฎหมายเข้าทำ� งาน 5) ต้งั จดุ ตรวจ จุดสกดั ตรวจเย่ยี มสถานบนั เทิง และตรวจเยยื่ มโรงงานอตุ สาหกรรมอยา่ งสม่�ำเสมอ 6) ประชาชนท่ีอาศัยอยู่ในพ้ืนที่ ต้องรู้จักแจ้งเจ้าหน้าท่ีถ้ามีการพบเห็นแรงงานต่างชาติเข้ามาอยู่ใน พน้ื ทีข่ องตนเอง ปีท่ี 14 ฉบับที่ 2 ประจำ�เดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 263

7) บูรณาการงานของส่วนราชที่เกี่ยวข้องด้านแรงงานต่างชาติ โดยการใช้ฐานข้อมูลคนต่างชาติใน การปฏิบัตงิ านร่วมกัน 8) การเพมิ่ ประสิทธภิ าพให้ต�ำรวจชมุ ชนในการตรวจสอบแรงงานต่างชาติในพื้นทช่ี ุมชน มาตรการปอ้ งกนั เชงิ รกุ 1) เจา้ หนา้ ทดี่ า้ นตรวจสอบ ปราบปรามแรงงานตา่ งชาตทิ กุ หนว่ ย ตอ้ งดำ� เนนิ การตามหนา้ ทขี่ องตวั เอง ด้วยความซ่ือสัตย์ สุจรติ และกวดขันอยา่ งเด็ดขาด จรงิ จัง 2) มกี ารจบั กมุ ลงโทษเดด็ ขาด หากเกดิ การเปลย่ี นงาน เปลย่ี นนายจา้ ง รวมถงึ เขม้ งวด กวดขนั จบั กมุ เดด็ ขาด แรงงานตา่ งชาติทชี่ อบเบกิ เงนิ หลบงานและหนีงานตระเวนหลอกนายจ้างไปทวั่ 3) มีการกวาดจับแรงงานผิดกฎหมายทุกระยะในพ้ืนท่ีของสถานประกอบการ และมีการตรวจบัตร ประจำ� ตวั แรงงานตา่ งชาตโิ ดยสม่ำ� เสมอ โดยผลักดนั แรงงานผิดกฎหมายออกนอกประเทศ 4) การสืบสวนหาข่าวกลมุ่ แรงงานทผี่ ิดกฎหมาย รวมถึงกลมุ่ แรงงานทเ่ี ข้ามาทำ� งานถกู ต้องแต่สร้าง ความเดือดรอ้ นใหก้ บั ชมุ ชนในภาพรวม รวมถึงการนำ� ไปสู่การปดิ ลอ้ มจับกมุ ดำ� เนนิ คดี 5) เรง่ ทำ� ความเขา้ ใจกบั นายจา้ งและผปู้ ระกอบการทมี่ แี ละใชแ้ รงงานตา่ งชาตใิ นการใหค้ วามรว่ มมอื ปฏิบตั ติ ามกฎระเบยี บของทางราชการ 6) พยายามจดั การกบั แรงงานต่างชาติทหี่ ลบหน้ีเขา้ เมอื งดว้ ยมาตรการที่เดด็ ขาด 7) การออกประชาสัมพันธ์ให้เจ้าบ้าน หรือผู้ครอบครองเคหสถาน ผู้จัดการโรงแรมหรือท่ีพักอาศัย ใหม้ าแจง้ ตอ่ พนักงานเจ้าหนา้ ที่ ณ ที่ท�ำการตรวจคนเข้าเมอื ง เมอื่ มคี นตา่ งชาตเิ ข้าพักอาศัย 8) การสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารแจ้งเบาะแสการกระท�ำ ผิด บคุ คลต้องหา้ มตลอดจนการประสานงานระหว่างเจา้ หนา้ ที่ที่เกย่ี วขอ้ ง 9) เจรจาและร่วมมือกบั ทางกัมพชู าในการหาทางป้องกนั ไม่ให้มกี ารลกั ลอบเข้ามาในจงั หวัดตราด มาตรการปอ้ งกันพเิ ศษ 1) มกี ารเฝา้ ระวงั อยา่ ให้มีการหลบหนีเขา้ เมืองโดยเด็ดขาด 2) ปราบปรามผ้มู อี ิทธพิ ล นายหน้าน�ำเข้าผู้ให้ที่พกั พงิ แรงงานต่างชาตทิ ีผ่ ดิ กฎหมาย 3) เสริมสร้างเครือข่ายภาคท้องถิ่น และประชาสังคมในการร่วมเฝ้าระวังปัญหาก่ออาชญกรรมของ แรงงานต่างชาติ และขอความร่วมมือจากต�ำรวจชุมชนในเรื่องการข่าวด้วย 4) มีการบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ในการติดตามและตรวจสอบการจัดการปัญหา แรงงานต่างชาติ 5) ส่งเสริมให้มีการจัดระบบงานด้านการป้องกันอาชญากรรมในระดับชุมชนท้องถิ่นที่มีปัญหา อาชญากรรม 6) มกี ารประสานหนว่ ยงานความมน่ั คงในพน้ื ทป่ี ระกอบกำ� ลงั บรู ณาการในการปอ้ งปรามอาชญากรรม ในพื้นที่แหลง่ ชมุ ชนของแรงงานต่างชาติ มาตรการการป้องกนั อาชญากรรมอื่น ๆ 1) ควรมีมาตรการพิเศษในการส�ำรวจแรงงานต่างชาติในพื้นที่โดยให้เจ้าหน้าท่ีท้องถิ่นออกส�ำรวจ มกี ารแจง้ รายช่ือพร้อมรูปถา่ ยของแรงงานตา่ งชาติทีอ่ าศัยอยใู่ นพื้นท่ี 2) การสกดั กนั้ การลกั ลอบเขา้ เมอื งโดยการเพม่ิ ความเขม้ งวดในการตง้ั จดุ สกดั การเพม่ิ ความถใ่ี นการ 264 บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั สวนดุสิต

ออกตรวจ มกี ารป้องกันแรงงานต่างชาติลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย 3) การลงโทษตอ้ งมเี อกภาพ และมปี ระสทิ ธภิ าพ ผกู้ ระทำ� ผดิ ตอ้ งลงโทษรนุ แรงเดด็ ขาด มใิ หเ้ ปน็ เยย่ี ง อยา่ งแก่คนอื่น 4) ใชเ้ ทคโนโลยีทม่ี ีอยู่ในปจั จบุ ันใหแ้ ต่ละหนว่ ยงานสามารถเขา้ ถงึ เชน่ ทะเบียนแรงงานตา่ งชาติ เพอ่ื ประโยชนใ์ นการตรวจสอบ ปราบปราม เพ่อื ปอ้ งกันอาชญากรรมของแรงงานขา้ มชาติ 5) จดั อบรมสมั มนาผปู้ ระกอบการ แรงงานและทส่ี ำ� คญั ทส่ี ดุ คือการจัดขบวนการส่งแรงงานโดยผา่ น บริษัทจดั หางานทีจ่ ดทะเบียนรฐั ตอ่ รัฐและเปน็ อาชพี ตามข้อตกลงของอาเซียน 6) ควรส่งเสริมให้เจ้าหน้าท่ีภาครัฐที่มีพ้ืนท่ีติดชายแดนมีการได้เข้ารับการอบรมภาษาที่แรงงานต่าง ชาตอิ าศยั อยู่ เชน่ จงั หวัดตราด ควรฝกึ อบรมภาษากมั พชู า เพื่อใช้ในการปฏิบตั ิงาน 7) ตอ้ งเตรยี มเทคโนโลยมี าปอ้ งกนั ดว้ ย เชน่ การตดิ กลอ้ งวงจรปดิ ใหค้ ลอบคลมุ พน้ื ทเี่ ปน็ จดุ เสย่ี งใน การกอ่ อาชญากรรม 8) ควรให้มีมาตรการการส่งแรงงานเข้ามาภายในประเทศไทยโดยขบวนการรัฐต่อรัฐหรือมีบริษัท จดั หางานระหวา่ งประเทศทถ่ี ูกกฎหมายท�ำให้ควบคมุ การเขา้ ออกไดง้ า่ ย 9) ทางราชการควรมีการสร้างความเข้าใจและเปิดโอกาสให้แรงงานมีกิจกรรมร่วมกับชุมชน เพื่อ เป้าหมายในการสร้างความไว้เนือ้ เชื่อใจและอยู่ในสงั คมร่วมกนั อยา่ งยง่ั ยนื 10) การจัดตง้ั ศูนย์ป้องกันการค้าแรงงานข้ามชาติในจงั หวัดตราดขนึ้ พร้อมท�ำการศกึ ษา วิคราะหถ์ ึง แรงจูงใจทท่ี ำ� ใหแ้ รงงานกัมพูชาก่อปญั หาอาชญากรรมข้ึน เพื่อหาทางป้องกนั ปญั หาล่วงหน้า 11) ศกึ ษาและท�ำการวิจัยปัญหาการเกิดอาชญากรรมในพื้นทวี่ า่ มาจากสาเหตุอะไร และมีมาตรการ หรอื แผนงานความปลอดภัยในชวี ิตและทรพั ยส์ นิ อภิปรายผล 1. สภาพปัญหา ปัญหาอุปสรรค จากการก่ออาชญากรรมแรงงานต่างชาติ สัญชาติกัมพูชาในพื้นท่ี จงั หวดั ตราด จากผลการวจิ ยั พบวา่ ปัญหาท่แี ท้จรงิ ของการก่ออาชญากรรมแรงงานตา่ งชาติ สัญชาติกมั พชู า ในพ้ืนทีจ่ ังหวัดตราด เกดิ จากสภาพพื้นที่เป็นเขตชายแดน ง่ายตอ่ การเดินทางเขา้ -ออก รองลงมา คือ ความ ยากจน ไม่มีงานท�ำ รายไดไ้ มพ่ อรายจ่าย และการไมม่ กี ารศกึ ษาของแรงงานต่างชาติ เกดิ การรวมตวั กนั เป็น ชมุ ชนใหญข่ องแรงงานตา่ งชาติ ผลการศกึ ษาดังกล่าวสอดคล้องกับทฤษฎยี า้ ยถ่ินข้ามชาตติ ามทศั นะทางดา้ น เศรษฐศาสตร์คลาสสิคใหม่ที่มองว่าการย้ายถ่ินเกิดจากปัจจัยผลักดันในถ่ินต้นทาง เช่น ความยากจน การ ขาดแคลนทีท่ ำ� กนิ การมแี รงงานเหลอื เฟือ และปัจจัยดึงดดู ในถ่นิ ปลายทาง เช่น คา่ จา้ งทีส่ ูงกวา่ โอกาสทาง เศรษฐกจิ ทเี่ หนอื กวา่ และเปน็ แนวคดิ พนื้ ฐานทใี่ ชอ้ ธบิ ายการยา้ ยถน่ิ แรงงานขา้ มชาตหิ รอื แรงงานตา่ งชาตขิ อง แรงงานจากประเทศเพ่ือนบ้านในประเทศไทย (เลอศกั ดิ์ วงศค์ ำ� , 2550: 9-11) นอกจากนีย้ ังเป็นไปตามปัจจัย ดึงดูดภายในประเทศท่ีส�ำคัญจากสภาพภูมิประเทศตามแนวชายแดนสะดวกต่อการเดินทางเข้ามาใน ประเทศไทย และมพี น้ื ทีส่ ว่ นท่ีเปน็ แผน่ ดิน ซึง่ มอี าณาเขตตดิ ตอ่ กับประเทศเพ่ือนบ้าน คือ พม่า ลาว กัมพชู า และมาเลเซยี เป็นระยะทางมากกวา่ 6,300 กิโลเมตร ปที ่ี 14 ฉบบั ที่ 2 ประจ�ำ เดือนพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 265

จากการสำ� รวจขอ้ มลู ความคดิ เหน็ ของผตู้ อบแบบสอบถามเกยี่ วกบั ปญั หาและอปุ สรรคในการทำ� งาน ของต�ำรวจ พบวา่ งบประมาณในการดำ� เนนิ การไมเ่ พียงพออยู่ในระดับมากทส่ี ุด รองลงมาคือปญั หาดา้ นการ สอื่ สารใชภ้ าษาตา่ งกนั เนอื่ งจากแรงงานตา่ งชาตไิ มส่ ามารถสอื่ สารภาษาไทยได้ และเจา้ หนา้ ทขี่ องไทยสว่ นใหญ่ ก็ไม่สามารถสื่อสารภาษาของประเทศเพื่อนบ้าน เม่ือเกิดมีปัญหาอาชญากรรมจึงท�ำให้การท�ำงานเป็นไป อย่างล่าช้า และไม่ทันการณ์ และการขาดแคลนก�ำลังพล ปัญหาด้านยุทโธปกรณ์ ผลการศึกษาดังกล่าว สอดคลอ้ งกบั งานวจิ ยั ของ (กรชิ พล ลีลาชยั , 2553) ท่ีศกึ ษาเครอื ขา่ ยแรงงานตา่ งชาติชาวพม่าท่ผี ิดกฎหมาย ในประเทศไทย ซงึ่ พบวา่ ระบบการควบคมุ การลกั ลอบเขา้ เมอื งของไทยหยอ่ ยยาน รวมทง้ั ขาดแคลนเจา้ หนา้ ท่ี และงบประมาณในการเฝา้ ตรวจชายแดนตลอดเวลา อกี ทง้ั ระบบเครอื ขา่ ยลกั ลอบทำ� กนั เปน็ กระบวนการใหญ่ มีการพัฒนาอยา่ งเป็นระบบ และสอดคล้องกับงานวิจัยของ เลอศกั ดิ์ วงศค์ ำ� (2550) ท่ีทำ� การศกึ ษาปญั หาที่ เกิดจากการหลบหนีเข้าเมืองของบุคคลสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา: ศึกษาเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร พบว่าปัญหาด้านบังคับใช้กฎหมายของตำ� วจ พบวา่ ตำ� รวจไม่ได้รบั การสนับสนุนเคร่ืองมือทใี่ ชใ้ นการลงพื้นท่ี ปฏิบัตงิ านอยา่ งเพยี งพอจึงทำ� ให้งานไมม่ ีประสทิ ธภิ าพ จากการส�ำรวจข้อมูลความคิดเห็นของผู้ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับด้านแนวทางแก้ไข พบว่า ใช้ กฎหมายที่มีอยู่บังคับใช้อย่างเข้มงวดด้วยความสุจริต และโปร่งใสอยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาได้แก่การ พัฒนาระบบฐานข้อมูลให้ทุกหน่วยงานสามารถใช้ร่วมประกันได้ และการวางแผนบูรณาการร่วมกันท้ังก�ำลัง เจ้าหน้าท่ีและงบประมาณ ผลการศึกษาดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดทฤษฎีส�ำนักอาชญาวิทยาดั้งเดิมท่ี แบค็ คาเรยี มคี วามเชอื่ วา่ หากจะปอ้ งกนั ไมใ่ หม้ นษุ ยก์ ระทำ� ผดิ กฎหมาย บทลงโทษของกฎหมายตอ้ งมี “ความรนุ แรง ของโทษท่ีเหมาะสมโดยมีความรุนแรงเพียงพอที่จะยับย้ังการตัดสินใจท่ีจะกระท�ำความผิด มีการด�ำเนินการ ของกระบวนการยุติธรรมท่ีรวดเร็ว และเป็นท่ีเปิดเผยแก่สาธารณะชน” เพื่อท�ำให้มนุษย์เชื่อหรือมองเห็น ผลเสยี ทจ่ี ะไดร้ บั จากการทำ� ผดิ มมี ากกวา่ ผลประโยชน์ ในทสี่ ดุ จะสง่ ผลทำ� ใหม้ นษุ ยเ์ ลอื กทจี่ ะไมก่ ระทำ� ความผดิ และสอดคลอ้ งกับผลการวจิ ยั ของ เสาวธาร โพธ์ิกลัด และอุไรรตั น์ แย้มชตุ ิ (2555) ท่ศี ึกษาปัญหาของแรงงาน ขา้ มชาติ กรณศี กึ ษาแรงงานขา้ มชาตสิ ญั ชาตพิ มา่ ในเขตพนื้ ทจี่ งั หวดั ประจวบครี ขี นั ธ์ ซงึ่ พบวา่ มาตรการในการ แกไ้ ขปญั หาของแรงงานข้ามชาติทเี่ กดิ ขึ้นไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง มปี ระสทิ ธภิ าพ และมปี ระสิทธผิ ลในทางปฏิบตั ิน้นั ควรเป็นการบูรณาการความร่วมมือ แนวคิดและการสร้างนโยบาย ท้ังจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาค ประชาชน โดยมุ่งประเด็นที่ส�ำคญั ดงั น้ี 1. การคุ้มครองแรงงานท่เี หมาะสม 2. การป้องกันการแสวงประโยชน์ และเสรีภาพของแรงงานในการเคลอื่ นย้าย 3. กลไกการร้องเรยี น 4. การสรา้ งความเขม้ แขง็ และการศกึ ษาให้ กบั แรงงานข้ามชาติ 5. การปรับเปลย่ี นทศั นคติตอ่ แรงงานข้ามชาติ 2. มาตรการป้องกันพื้นฐาน ในการป้องกันอาชญากรรมแรงงานต่างชาติสัญชาติกัมพูชาในพ้ืนที่ จังหวดั ตราด จากการส�ำรวจข้อมูลความคิดเห็นของผู้ตอบแบบสอบถามเก่ียวกับมาตรการป้องกันพื้นฐาน ใน การปอ้ งกนั อาชญากรรมแรงงานตา่ งชาตสิ ญั ชาตกิ มั พชู าในพนื้ ทจ่ี งั หวดั ตราด พบวา่ ความเขม้ งวดการเดนิ ทาง เข้าออกชายแดนไทย กัมพูชาอยู่ในระดับมากท่ีสุดรองลงมาคือการจัดท�ำทะเบียนลูกจ้าง สัญญาจ้างแรงงาน ตา่ งชาติ และจดั ทำ� ฐานขอ้ มลู พนื้ ฐานแรงงานตา่ งชาตใิ หถ้ กู ตอ้ ง และครบถว้ น การศกึ ษาดงั กลา่ วสอดคลอ้ งกบั งานวิจยั ของ อนุสรณ์ นชุ นนท์ (2546) ได้ทำ� การศกึ ษาปญั หาการปอ้ งกนั และปราบปรามการลกั ลอบเข้าเมอื ง ของแรงงานต่างชาติชาวกัมพูชา ด้านจังหวัดจันทบุรี ได้ข้อเสนอแนะว่า ในระดับนโยบายควรมีการก�ำหนด 266 บัณฑิตวทิ ยาลัย มหาวิทยาลัยสวนดสุ ติ

นโยบายและยุทธศาสตร์ ในเร่ืองของแรงงานต่างชาติแบบครบวงจร ท้ังด้านการป้องกันและปราบปรามการ ผลักดันแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายออกนอกประเทศ รวมท้ังมีการจัดระเบียบของแรงงานต่างชาติท่ีถูก กฎหมายทง้ั ในระยะสน้ั และระยะยาว มกี ารจดั สรรงบประมาณสหู่ นว่ ยงานปฏบิ ตั ิ รวมทง้ั มกี ารเจรจาขอ้ ตกลง ตา่ ง ๆ กบั รัฐบาลประเทศ เพอ่ื นบา้ นใหม้ คี วามรัดกุมชดั เจน และมกี ารตดิ ตามประเมินผลการปฏิบัตงิ านของ หน่ยงานท่ีเกี่ยวข้องอย่างจิรงจังและมีความต่อเน่ือง และการศึกษายังสอดคล้องกับการรักษาความปลอดภัย แกน่ กั ทอ่ งเทยี่ วของสำ� นกั งานตำ� รวจแหง่ ชาติ ทม่ี มี าตรการปอ้ งกนั อาชญากรรมทเ่ี กดิ ขนึ้ กบั นกั ทอ่ งเทยี่ ว โดย การจัดท�ำฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องผู้กระท�ำความผิดและผู้เสียหายด้านการท่องเท่ียวในพื้นที่และปรับปรุงให้เป็น ปจั จุบัน 3. มาตรการป้องกันตามปกติ ในการป้องกันอาชญากรรมแรงงานต่างชาติสัญชาติกัมพูชาในพื้นที่ จังหวัดตราด จากการสำ� รวจขอ้ มูลความคดิ เห็นของผ้ตู อบแบบสอบถามเกี่ยวกับมาตรการป้องกนั ตามปกติ ใน การปอ้ งกนั อาชญากรรมแรงงานตา่ งชาตสิ ญั ชาตกิ มั พชู าในพน้ื ทจ่ี งั หวดั ตราด พบวา่ การตรวจสอบ ปราบปราม จับกุมด�ำเนินคดีผู้กระท�ำผิดท้ังนายจ้าง และแรงงานต่างชาติที่เข้ามาอย่างผิดกฎหมาย อยู่ในระดับมากท่ีสุด รองลงมา คอื ตรวจคดั กรองแรงงานตา่ งชาตทิ จ่ี ะเขา้ มาทำ� งานในจงั หวดั ตราด และการตรวจเยยี่ มสถานประกอบการ ตรวจตราพ้ืนท่ีที่มีแรงงานต่างชาติอย่างสม่�ำเสมอ ผลการศึกษาดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดในการป้องกัน อาชญากรรมของกองปราบปราม ในเร่ืองของมาตรการป้องกันตามปกติทม่ี ีการกำ� หนดแนวทางการปฏิบตั ใิ ห้ กับเจ้าหน้าท่ีต�ำรวจที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องให้ปฏิบัติงาน เพื่อผลการป้องกันการเกิดอาชญากรรมทั่วไปในทุกคดี และมีมาตรการติดตามตรวจสอบประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างต่อเน่ืองเป็นประจ�ำ และสอดคล้องกับงาน วจิ ยั ของ ประวธุ วงศ์สีนิล (2544) ทศี่ กึ ษาความคดิ เห็นของผ้นู ำ� ท้องถิน่ ทมี่ ตี ่อมาตรการของรฐั และการปฏบิ ตั ิ ตามมาตรการของเจ้าหน้าท่ีรัฐในด้านการป้องกันอาชญากรรมที่อาจเกิดจากแรงงานต่างชาติในจังหวัด กาญจนบุรี ท่ผี ู้นำ� ทอ้ งถิ่นเสนอความเห็นว่าเจ้าหนา้ ทรี่ ัฐจะตอ้ งมคี วามสุจริตในการปฏิบตั หิ น้าที่ และเขม้ งวด ในการปราบปรามอาชญากรรมที่เกดิ จากแรงงานต่างชาติกันอย่างจริงจงั 4. มาตรการปอ้ งกนั เชงิ รกุ ในการปอ้ งกนั อาชญากรรมแรงงานตา่ งชาตสิ ญั ชาตกิ มั พชู าในพนื้ ทจ่ี งั หวดั ตราด จากการสำ� รวจขอ้ มลู ความคดิ เหน็ ของผตู้ อบแบบสอบถามเกยี่ วกบั มาตรการเชงิ รกุ ในการปอ้ งกนั อาชญากรรมแรงงานต่างชาติสัญชาติกัมพูชาในพ้ืนท่ีจังหวัดตราด พบว่า เจ้าหน้าที่ต้องท�ำความเข้าใจกับ ผปู้ ระกอบการทม่ี แี รงงานตา่ งชาตใิ หข้ น้ึ ทะเบยี นแรงงานตา่ งชาตใิ หถ้ กู ตอ้ งอยใู่ นระดบั มากทสี่ ดุ การขน้ึ ทะเบยี น แรงงานตา่ งชาตเิ ปน็ สง่ิ สำ� คญั เนอื่ งจากในปจั จบุ นั ประเทศไทยยงั ไมไ่ ดม้ กี ารขนึ้ ทะเบยี นแรงงานตา่ งชาตอิ ยา่ ง เปน็ ระบบอยา่ งจรงิ จงั และสมบรู ณ์ ดงั นนั้ เมอื่ เกดิ อาชญากรรมจากแรงงานตา่ งชาตขิ น้ึ จงึ ยากตอ่ การตดิ ตามตวั เน่ืองจากไม่มีการเก็บประวัติแรงงานต่างชาติท่ีเข้ามาท�ำงาน และแม้จะมีการเก็บประวัติบางครั้งก็ไม่ตรง หรือถูกต้องตามความเป็นจริง ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่เอาไปติดตามหาตัวผู้กระท�ำความผิดได้ เม่ือแรงงาน ต่างชาติกระท�ำผิดแล้วหนีไปอยู่กับเพื่อน ญาติ หรือหนีกลับประเทศก็จะไม่สามารถตามตัวให้มารับโทษทาง กฎหมายได้ ผลการศกึ ษาดงั กลา่ วสอดคลอ้ งกบั งานวิจยั ของ เสาวธาร โพธกิ์ ลัด และอไุ รรตั น์ แย้มชุติ (2555) เรอ่ื งปัญหาของแรงงานข้ามชาติ กรณีศกึ ษาแรงงานขา้ มชาตสิ ญั ชาตพิ ม่า ในเขตพ้นื ท่จี งั หวดั ประจวบคีรขี นั ธ์ ผลการศึกษาพบวา่ กลุ่มแรงงานทจ่ี ดทะเบียนมีใบอนญุ าตท�ำงานอยา่ งถูกกฎหมายจ�ำนวนทง้ั สน้ิ 10 คน โดย ปีที่ 14 ฉบบั ท่ี 2 ประจำ�เดือนพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 267

แรงงานที่ท่อี ยู่ในภาคกจิ การประมงและกิจการต่อเน่ืองประมงจำ� นวน 5 คนจากทั้งหมด 12 คน เปน็ แรงงาน ที่ไม่ได้รับการจดทะเบียน การทแ่ี รงงานไมไ่ ดม้ กี ารจดทะเบียน เม่ือกอ่ อาชญากรรมจึงตดิ ตามตัวมาด�ำเนนิ คดี อยาก ขณะท่ีมาตรการเชงิ รกุ รองลงมา คือ หนว่ ยงานราชการออกตรวจตราพนื้ ท่อี ย่างสม�่ำเสมอ และการให้ ความรกู้ บั นายจา้ งดา้ นการปฏบิ ตั กิ บั แรงงานตา่ งชาตใิ หถ้ กู กฎหมาย ผลการศกึ ษาดงั กลา่ วสอดคลอ้ งกบั แนวคดิ ของซีซาร์ เบคคาเรีย เกี่ยวกับกฎหมาย กระบวนการยตุ ธิ รรม อาชญากรรมและการลงโทษ พรชัย ขนั ตี และ คณะ (2558) ทเ่ี น้นวา่ การป้องกนั อาชญากรรมยอ่ มมคี วามสำ� คญั กวา่ การลงโทษอาชญากร ดงั นัน้ กฎหมายจงึ ควรมีลักษณะเป็นลายลักษณ์อักษร และควรมีการเผยแพร่ความรู้ให้ประชาชนทุกคนทราบว่า พฤติกรรมใด ควรละเวน้ และพฤตกิ รรมใดควรประพฤตโิ ดยการก�ำหนดโทษและการใหร้ างวัลได้อย่างเหมาะสม 5. มาตรการปอ้ งกนั พเิ ศษ ในการปอ้ งกนั อาชญากรรมแรงงานตา่ งชาตสิ ญั ชาตกิ มั พชู าในพนื้ ทจี่ งั หวดั ตราด จากการสำ� รวจขอ้ มลู ความคดิ เหน็ ของผตู้ อบแบบสอบถามเกย่ี วกบั มาตรการปอ้ งกนั พเิ ศษ ในการ ป้องกันอาชญากรรมแรงงานต่างชาติสัญชาติกัมพูชาในพื้นท่ีจังหวัดตราด พบว่า การปราบปรามผู้มีอิทธิพล นายหน้าน�ำเขา้ แรงงานต่างชาตผิ ดิ กฎหมายอยใู่ นระดับมากท่สี ดุ รองลงมาคอื ลงโทษรนุ แรงกบั ผ้เู กย่ี วข้องกบั การมผี ลประโยชนแ์ อบแฝงในขบวนการนำ� เขา้ แรงงานตา่ งชาตผิ ดิ กฎหมาย ผลการศกึ ษาสอดคลอ้ งกบั งานวจิ ยั ของ เรอื งยศ สาราณชิ ธรรม (2554) ศกึ ษาทศั นะของเจ้าหนา้ ท่ตี �ำรวจตอ่ ปญั หาอปุ สรรคในการดำ� เนนิ คดีกับ แรงงานตา่ งชาติ ทพ่ี บวา่ การจบั กมุ แรงงานตา่ งชาตมิ กั มผี มู้ อี ทิ ธพิ ลเขา้ มาแทรกแซงการทำ� งาน เนอื่ งจากมกี าร จดั สรรผลประโยชนก์ นั หลายฝา่ ย รวมทงั้ เจา้ ของกจิ การผใู้ ชแ้ รงงานตา่ งชาตริ เู้ หน็ เปน็ ใจดว้ ย และยงั สอดคลอ้ ง กบั งานวจิ ยั ของ กรชิ พล ลลี าชยั (2553) ทศี่ กึ ษาเครอื ขา่ ยแรงงานตา่ งชาตชิ าวพมา่ ทผี่ ดิ กฎหมายในประเทศไทย ซ่ึงพบว่าเครือข่ายแรงงานต่างชาติชาวพม่าที่ผิดกฎหมายในประเทศไทยมีการเช่ือมโยงกับเครือข่ายนายหน้า ข้ามชาติ เช่ือมโยงระหว่างบุคคล สถานท่ี เส้นทาง เวลา มีการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมืองท้องถิ่น นายทุนพื้นท่ีบางคนเป็นเครือข่ายลักลอบเก่ียวพันในการเปิดเส้นทางให้เข้ามาโดยผิดกฎหมาย ดังนั้นการ มาตรการในการปอ้ งกนั อาชญากรรมทสี่ ำ� คญั จงึ ตอ้ งทำ� การปราบปรามผมู้ อี ทิ ธพิ ล และนายหนา้ ทนี่ ำ� เขา้ แรงงาน ต่างชาติอย่างจริงจัง นอกจากนี้ผลการศึกษายังเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับทฤษฎีการควบคุมอาชญากรรม (Crime Control) ท่ีเน้นว่าการควบคุมอาชญากรรมอย่างมีประสิทธิภาพจ�ำเป็นต้องมีการด�ำเนินการท่ีมี ประสิทธิภาพในระดับสูง ซ่ึงในระบบกระบวนการทางอาญาน้ันจะต้องมีการจับกุม การฟ้องร้องและการ พพิ ากษาผกู้ ระทำ� ผดิ อาญาไดเ้ กอื บทงั้ หมด ซงึ่ แนน่ อนวา่ จะตอ้ งรวมถงึ การดำ� เนนิ การทรี่ วดเรว็ มกี ารดำ� เนนิ การ ในรปู แบบทเ่ี ปน็ ทางการนอ้ ย และปราศจากอปุ สรรคทกี่ นิ เวลา การทำ� งานของเจา้ หนา้ ทต่ี ำ� รวจทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพสงู เช่นน้ี ท�ำใหม้ ีผลการปราบปรามอาชญากรรมสูงตามไปดว้ ย ส่งผลใหส้ ังคมมีความสงบเรียบรอ้ ย ส่วนมาตรการป้องกันพิเศษอีกหน่ึงมาตรการคือการประสานหน่วยงานความมั่นคงในพ้ืนที่ในการ ป้องปรามอาชญากรรม ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ในการป้องกันอาชญากรรมท่ีเช่ือว่าการสนับสนุนการ มสี ว่ นรว่ มของประชาชนในการปอ้ งกนั อาชญากรรมปจั จบุ นั ประชาชนสามารถเขา้ มามสี ว่ นรว่ มในการปอ้ งกนั อาชญากรรมได้หลายวิธีแต่คนไทยยังไม่ต่ืนตัวเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันอาชญากรรมมากนัก ต�ำรวจจึง ต้องส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนเกิดความต่ืนตัว พร้อมใจกันเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นและยังสอดคล้องกับ งานวิจัยของ อาภาศิริ สุวรรณานนท์ และคณะ (2556) ที่ศึกษาวิเคราะห์และจัดท�ำรายงานข้อมูลสถิติ อาชญากรรมภาคประชาชนทวั่ ประเทศ ซง่ึ ผลการวจิ ยั ไดเ้ สนอแนะใหเ้ พมิ่ บทบาทของหนว่ ยงานระดบั ทอ้ งถนิ่ 268 บัณฑิตวทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลัยสวนดุสิต

เชน่ ก�ำนนั ผูใ้ หญ่บา้ น องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำบล (อบต.) ซ่งึ เปน็ หนว่ ยงานทีอ่ ยใู่ นพน้ื ทท่ี ีส่ ามารถชว่ ยเหลอื เหยื่ออาชญากรรมและการไกล่เกล่ียแก้ปัญหาให้แก่เหย่ืออาชญากรรมได้โดยเฉพาะอาชญากรรมต่อชีวิตและ ร่างกาย อาชญากรรมทางเพศและการกระท�ำความรุนแรงในครอบครัว นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับงานวิจัย ของ นฎกร ค�ำประสิทธ์ิ (2557) ที่ศกึ ษาการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกนั อาชญากรรม: กรณีศกึ ษา ตำ� บลเขาคนั ทรง อำ� เภอศรรี าชา จงั หวดั ชลบรุ ี ทพี่ บวา่ ดา้ นการใหค้ วามรว่ มมอื กบั เจา้ หนา้ ทขี่ องรฐั ในภาพรวม มีส่วนร่วมอยู่ในระดับปานกลางเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านเรียงล�ำดับจากมากไปหาน้อยพบว่า การให้ความ รว่ มมอื กบั เจา้ หนา้ ทต่ี ำ� รวจในการตรวจคน้ บา้ นเรอื นของผทู้ ต่ี อ้ งสงสยั วา่ ไดก้ ระทำ� ความผดิ เพอ่ื ทำ� การจบั กมุ ตวั หรือตรวจยึดส่ิงของท่ีผดิ กฎหมาย การไกล่เกลย่ี หรือการประนปี ระนอมข้อพพิ าท ในความผดิ เล็กนอ้ ย หรือ ความผดิ ทยี่ อมความได้ ทเี่ กดิ ขน้ึ ระหวา่ งประชาชนในหมบู่ า้ น และเคยไดร้ บั การฝกึ อบรม หรอื เขา้ รว่ มกจิ กรรม ของเจา้ หนา้ ทบ่ี า้ นเมอื งในเรอื่ งทเ่ี กย่ี วกบั การปอ้ งกนั โจรผรู้ า้ ย และการใหค้ วามรว่ มมอื เปน็ พยานกบั เจา้ หนา้ ที่ ตำ� รวจ เพอ่ื นำ� ตัวผกู้ ระท�ำความผดิ มาลงโทษ อยใู่ นระดบั ปานกลาง 6. มาตรการปอ้ งกนั อนื่ ๆ ในการปอ้ งกนั อาชญากรรมแรงงานตา่ งชาตสิ ญั ชาตกิ มั พชู าในพน้ื ทจ่ี งั หวดั ตราด จากการสำ� รวจขอ้ มลู ความคดิ เหน็ ของผตู้ อบแบบสอบถามเกยี่ วกบั มาตรการการปอ้ งกนั อนื่ ๆ ใน การป้องกันอาชญากรรมแรงงานต่างชาติสัญชาติกัมพูชาในพื้นที่หวัดตราด พบว่า การใช้เทคโนโลยีในการ ปอ้ งกนั เช่น ตดิ ตง้ั กลอ้ งวงจรปิด (CCTV) ใหค้ รอบคลุมพนื้ ท่ีเสย่ี ง อยู่ในระดับมากท่สี ดุ ซ่ึงสะท้อนได้จากผล การศึกษาของ เรืองยศ สาราณิชธรรม (2554) ท่ีศึกษาทัศนะของเจ้าหน้าท่ีต�ำรวจต่อปัญหาอุปสรรคในการ ดำ� เนนิ คดกี บั แรงงานตา่ งชาติ ทพี่ บวา่ ในประเดน็ ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การขาดแคลนวสั ดอุ ปุ กรณท์ ท่ี นั สมยั อาทเิ ครอื่ ง คอมพวิ เตอร์ เครอ่ื งอดั เสยี ง กลอ้ งถา่ ยรปู ฯลฯ ซงึ่ อปุ กรณเ์ หลา่ นจ้ี ำ� เปน็ ตอ้ งใชใ้ นการดำ� เนนิ การจบั กมุ แรงงาน ตา่ งชาติ เพราะต้องดำ� เนินการด้วยความละเอยี ดออ่ นและเก่ยี วข้องกับตัวแปรต่าง ๆ เชน่ ในเรอ่ื งของภาษา วฒั นธรรม และความเขา้ ใจ เปน็ ตน้ การศกึ ษายงั สอดคลอ้ งกบั กลยทุ ธก์ ารปอ้ งกนั และปราบปรามอาชญากรรม ของสำ� นกั งานตำ� รวจแหง่ ชาตทิ ม่ี นี โยบายในการนำ� เทคโนโลยมี าใชใ้ นการปอ้ งกนั ปราบปรามอาชญากรรมและ การสบื สวน เช่น ระบบโทรทศั น์วงจรปิด (CCTV) ระบบบอกตำ� แหน่งพกิ ดั (GPS) สอื่ สงั คมออนไลน์ (Social Media) การประยุกต์ใช้โปรแกรมใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ รองลงมาคือมาตรการหรือแผนงานด้านความ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และมาตรการพิเศษในการส�ำรวจแรงงานต่างชาติในพื้นที่ การ ศึกษาสอดคล้องกับการบริหารจัดการอาชญากรรมเฉพาะทางของส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติท่ีมีมาตรการใน การป้องกนั อาชญากรรมประกอบดว้ ย 1 พฒั นาระบบฐานขอ้ มลู เช่ือมโยงกับหน่วยงานทเี่ กยี่ วข้องท้ังในและ ต่างประเทศ เพื่อให้สามารถวิเคราะห์อาชญากรรมและน�ำไปใช้ในการก�ำหนดนโยบายและควบคุมส่ังการ 2 น�ำการวิเคราะห์อาชญากรรมและฐานข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชาและใช้เป็นข้อมูล ส�ำหรับหน่วยปฏิบัติ รวมท้ังประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนท่ัวไปทราบทางเว็บไซต์ของทุกหน่วย 3 อ�ำนวยการ ควบคมุ กำ� กบั ดแู ล ตรวจสอบและสงั่ การ เพอ่ื ใหม้ กี ารปฏบิ ตั ติ อบสนองตอ่ นโยบายรฐั บาลเรง่ ดว่ นอยา่ งจรงิ จงั และ 4 ให้ความรู้กับเจ้าหน้าที่ต�ำรวจเก่ียวกับอาชญากรรมใหม่ ๆ หรืออาชญากรรมเฉพาะทาง เพื่อให้เกิด ความรคู้ วามเข้าใจท่ีจะปฏิบตั ิงานเกี่ยวกับอาชญากรรมได้ ปที ่ี 14 ฉบบั ท่ี 2 ประจำ�เดอื นพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 269

สรุปผลการศกึ ษา สรุปผลการศึกษาผลการวิจัยพบว่าปัญหาของการก่ออาชญากรรมแรงงานต่างชาติ สัญชาติกัมพูชา ในพืน้ ท่ีจังหวดั ตราดมีสาระส�ำคัญเกิดจากสภาพพื้นที่เปน็ เขตชายแดน การเดินทางเข้าออกสะดวก รองลงมา คือ ความยากจน ไม่มงี านท�ำ และไม่มกี ารศกึ ษาของแรงงานต่างชาติ รวมถึงการรวมตัวกนั เป็นชมุ ชนใหญ่ของ แรงงานตา่ งชาติ ซึ่งได้ส่งผลกระทบทงั้ ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมอื ง และด้านอืน่ ๆ ตอ่ ประเทศไทย ขณะ ท่ีมาตรการปอ้ งกนั อาชญากรรมแรงงานต่างชาตสิ ัญญาตกิ มั พชู า ประกอบดว้ ย มาตรการป้องกันพ้ืนฐาน อันดับแรก คือ ความเข้มงวดการเดินทางเข้าออกชายแดนไทย กัมพูชา รองลงมาคือการจัดท�ำทะเบียนลูกจ้าง สัญญาจ้างแรงงานต่างชาติ และการจัดท�ำฐานข้อมูลพ้ืนฐานแรงงาน ต่างชาติใหถ้ กู ต้อง และครบถว้ น มาตรการป้องกันตามปกติ อันดับแรก คือการตรวจสอบ ปราบปราม จับกุมด�ำเนินคดีผู้กระท�ำผิด ท่ีเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย รองลงมาคือ ตรวจคัดกรองแรงงานต่างชาติที่จะเข้ามาท�ำงานในจังหวัดตราดและ ตรวจเย่ียมพนื้ ทอี่ ยา่ งสม�่ำเสมอ มาตรการเชิงรุก อันดับแรก คือ ท�ำความเข้าใจกับผู้ประกอบการให้ข้ึนทะเบียนแรงงานต่างชาติ ใหถ้ กู ตอ้ ง รองลงมา คอื หนว่ ยงานราชการออกตรวจตราพน้ื ทอ่ี ยา่ งสม่�ำเสมอ มาตรการป้องกันพิเศษ อันดับแรก คือปราบปรามผู้มีอิทธิพล นายหน้าน�ำเข้าแรงงานต่างชาติ ผิด กฎหมาย รองลงมา คือ ลงโทษรนุ แรงกับผู้เกย่ี วขอ้ งกับการมีผลประโยชน์แอบแฝงในขบวนการน�ำเข้าแรงงาน ต่างชาตผิ ิดกฎหมาย มาตรการการป้องกันอื่น ๆ นอกเหนือจากมาตรการข้างต้น ประกอบด้วย อันดับแรก คือ การใช้ เทคโนโลยีในการปอ้ งกนั เชน่ ตดิ ต้ังกลอ้ งวงจรปิด รองลงมาคือหามาตรการหรอื แผนงานด้านความปลอดภัย ในชวี ิตและทรัพยส์ ินของประชาชน ขอ้ เสนอแนะในการวิจัยคร้ังตอ่ ไป ควรมีการศึกษาวิจัยเปรียบเทียบกับพ้ืนท่ีจังหวัดอื่น ๆ ท่ีมีแรงงานต่างชาติเข้ามาท�ำงานว่ามีปัญหา ผลกระทบและมาตรการในการปอ้ งกนั อาชญากรรมจากแรงงานตา่ งชาตใิ นรปู แบบทค่ี ลา้ ยคลงึ กนั หรอื ไม่ เพอื่ จะไดพ้ ัฒนามาตรการท่มี ปี ระสทิ ธภิ าพในระดบั ประเทศตอ่ ไป เอกสารอ้างองิ กรชิ พล ลลี าชยั . (2553). เครอื ขา่ ยแรงงานตา่ งดา้ วชาวพมา่ ทผี่ ดิ กฎหมายในประเทศไทย. วทิ ยานพิ นธด์ ษุ ฎี บณั ฑิต สาขาการบรหิ ารงานยตุ ิธรรมและสงั คม มหาวิทยาลัยราชภฏั สวนดสุ ิต. นฎกร ค�ำประสิทธ์ิ. (2557). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันอาชญากรรม: กรณีศึกษาต�ำบล เขาคนั ทรง อำ� เภอศรรี าชา จงั หวดั ชลบรุ .ี รฐั ประศาสนศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวชิ าอาชญาวทิ ยา และการบริหารงานยุติธรรม สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยรัฐกิจ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรังสิต. 270 บัณฑติ วิทยาลัย มหาวิทยาลยั สวนดสุ ติ

ประวุธ วงศ์สนี ิล. พ.ต.ท. (2544). ความคิดเห็นของผนู้ �ำท้องถ่นิ ท่ีมตี ่อมาตรการของรัฐ และการปฏบิ ัติตาม มาตรการของเจ้าหน้าที่รัฐในด้านการป้องกันอาชญากรรมท่ีอาจเกิดจากแรงงานต่างชาติใน จงั หวดั กาญจนบรุ .ี วทิ ยานพิ นธป์ รญิ ญาศลิ ปศาสตรม์ หาบณั ฑติ สาขาพฒั นาสงั คม บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์. พรชัย ขันตี และคณะ. (2558). ทฤษฎีอาชญาวิทยา: หลักการ งานวิจัย และนโยบายประยุกต์. กรุงเทพมหานคร: ส.เจรญิ การพมิ พ.์ เรืองยศ สาราณิชธรรม. (2554). ทัศนะของเจ้าหนา้ ที่ต�ำรวจตอ่ ปญั หาอุปสรรคในการด�ำเนนิ คดกี บั แรงงาน ตา่ งดา้ ว. วทิ ยานพิ นธป์ รญิ ญาศลิ ปศาสตรม์ หาบณั ฑติ สาขาการบรหิ ารงานยตุ ธิ รรม บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. เลอศักดิ์ วงศค์ �ำ. (2550). ปัญหาท่ีเกดิ จากการหลบหนเี ข้าเมืองของบคุ คลสญั ชาติพม่า ลาว และกัมพูชา: ศกึ ษาเฉพาะในเขตกรงุ เทพมหานคร. วทิ ยานพิ นธป์ รญิ ญาศลิ ปศาสตรม์ หาบณั ฑติ สาขาการบรหิ าร งานยุติธรรม บัณฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์. ส�ำนักงานแรงงานจังหวัดตราด. (2559). กลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนาจังหวัดตราด ปี 2558-2561. ฉบบั ปรับปรุง. เสาวธาร โพธ์ิกลัด และอุไรรัตน์ แย้มชุติ (2555). ปัญหาของแรงงานข้ามชาติ กรณีศึกษาแรงงานข้ามชาติ สัญชาตพิ ม่า ในเขตพนื้ ที่จงั หวัดประจวบครี ีขนั ธ์. วารสารวิชาการ มหาวทิ ยาลยั ธนบรุ ี, 6 (11). อนสุ รณ์ นชุ นนท.์ (2546). ปญั หาการปอ้ งกนั และปราบปรามการลกั ลอบเขา้ เมอื งของแรงงานตา่ งดา้ วชาว กมั พูชา ด้านจงั หวดั จันทบรุ .ี สารนพิ นธ์มหาบัณฑติ บัณฑิตวทิ ยาลัย มหาวิทยาลัยบรู พา. อาภาศริ ิ สวุ รรณานนท์ และคณะ. (2556). วเิ คราะหแ์ ละจดั ทำ� รายงานขอ้ มลู สถติ อิ าชญากรรมภาคประชาชน ท่ัวประเทศ (ภายใต้โครงการส�ำรวจข้อมูลสถิติอาชญากรรมภาคประชาชนปี พ.ศ. 2555). ส�ำนกั งานกจิ การยุติธรรม กระทรวงยุตธิ รรม. ปที ี่ 14 ฉบบั ที่ 2 ประจ�ำ เดือนพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 271



แผนท่ีความรูเ้ พ่ือการสรา้ งโมบายแอพพลเิ คชนั่ สำ� หรับเกษตรกร Knowledge Map for Create Mobile Application for Agriculture นายกฤษณะ วฒุ พิ ันธช์ุ ยั และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อรพรรณ คงมาลยั วิทยาลยั นวัตกรรม มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ บทคัดยอ่ งานวิจัยน้ีมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการสร้างโมบายแอพพลิเคชั่นแพลตฟอร์มท่ีเป็นแหล่ง ให้ความรู้ในด้านการเกษตรและสนับสนุนการซ้ือขายทุเรียน โดยงานวิจัยน้ีได้ท�ำการศึกษาถึงทฤษฎีความรู้ (Knowledge) การจัดการความรู้ (Knowledge Management) และการท�ำแผนท่อี งค์ความรู้ (Knowledge Map) การศกึ ษาในครงั้ นเี้ ปน็ งานวิจยั เชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมขอ้ มูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลกึ การจดั สนทนา กลุ่มและการสังเกตการณ์ จากผู้เช่ียวชาญทั้งหมด 3 กลุ่มในจังหวัดจันทบุรี คือ 1) กลุ่ม Smart Famer 2) กลุ่มผ้เู ชย่ี วชาญดา้ นการเกษตร และ 3) กลุ่มผคู้ า้ ทุเรียน โดยใชก้ ระบวนการจดั การความรูแ้ ละการจัดทำ� แผนทค่ี วามรเู้ ปน็ เครอ่ื งมอื ในการวเิ คราะหแ์ ละเปน็ แนวทางในการพฒั นาแผนทค่ี วามรสู้ ำ� หรบั การสรา้ งโมบาย แอพพลิเคชั่นแพลตฟอร์ม ผลจากการวิจัยในคร้ังน้ีสามารถใช้เป็นแนวทางการสร้างโมบายแอพพลิเคชั่น แพลตฟอร์มที่เป็นแหล่งให้ความรู้ในด้านการเกษตรและสนับสนุนการซ้ือขายทุเรียน เพื่อช่วยลดปัญหา ภาคการเกษตรของประเทศไทยได้ คำ� สำ� คัญ : ความรู้ การจดั การความรู้ แผนท่ีความรู้ โมบายแอพพลิเคชนั่ ปที ี่ 14 ฉบับท่ี 2 ประจำ�เดือนพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 273

Abstract This research was aimed to study the guideline of creating mobile application platform as the source of agricultural knowledge and the support of durian trade. This research investigated knowledge theory, knowledge management and the development of knowledge map. This study was qualitative research and the data collection was conducted through in-depth interviews, focus group and observation with 3 groups of expert in Chanthaburi Province including 1) Smart famer group 2) Agricultural expert 3) Durian vendors. The knowledge management process and knowledge map development were utilized as the tools for analysis and as the guidance to develop the knowledge map for creating mobile application platform. The findings can be applied to develop the mobile application platform in order to minimize the agricultural problems of Thailand. Keywords : Knowledge, Knowledge Management, Knowledge Map, Mobile Application บทน�ำ ปจั จบุ นั โมบายแอพพลเิ คชนั่ ไทยถกู พฒั นาโดยหนว่ ยงานของรฐั บรษิ ทั เอกชน บรษิ ทั พฒั นาซอฟทแ์ วร์ หรือนักพัฒนาซอฟทแ์ วร์อิสระ โดยจากการสำ� รวจของศนู ยว์ จิ ยั กสิกรไทย พบวา่ แอพพลเิ คช่ันบนมือถอื ไทย ถูกจัดอย่ใู นประเภทรองรบั รปู แบบการใช้ชวี ติ (Lifestyle) มากทส่ี ดุ โดยมสี ดั สว่ นถงึ ร้อยละ 26.7 ของโมบาย แอพพลเิ คชนั่ ไทยทง้ั หมด สว่ นแอพพลเิ คชน่ั สำ� หรบั ความบนั เทงิ (Entertainment) และแอพพลเิ คชน่ั สำ� หรบั การศึกษา (Education) จะมีสัดส่วนอยู่ท่ีรอ้ ยละ 20.1 และร้อยละ 19.0 ของแอพพลเิ คช่ันบนมือถอื ของไทย ทง้ั หมดตามล�ำดบั โดยปจั จัยท่ีผลกั ดันในให้ตลาดพัฒนาแอพพลเิ คชั่นบนมือถอื (Mobile Application) จาก ความต้องการใช้งานแอพพลิเคชั่น (Application) ของผู้บริโภคที่เพ่ิมสูงขึ้น มีปัจจัยสนับสนุนต่าง ๆ เช่น การเขา้ ถึงอนิ เทอรเ์ น็ตของผ้บู ริโภคไทยท่มี มี ากข้นึ จากการเปดิ ให้บรกิ าร 3G/4G อีกทั้งราคาของสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตลดลงสู่จุดท่ีผู้บริโภคทุกระดับสามารถจับจ่ายได้มากข้ึน เป็นต้น แต่อย่างไรก็ดีแอพพลิเคช่ัน ทส่ี นบั สนนุ การใชง้ าน ภาคการเกษตรยงั มนี อ้ ย ในขณะทเ่ี ศรษฐกจิ ของประเทศมกี ารเจรญิ เตบิ โตอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ดว้ ยเทคโนโลยที พ่ี ฒั นาไปอยา่ งรวดเร็ว แต่ในภาคการเกษตรของประเทศไทยทเ่ี ปน็ 1 ใน 5 อุตสาหกรรมหลกั ของประเทศยังคงมผี ปู้ ระสบปญั หา ซ่ึงเป็นปัญหาทพ่ี ูดกันมาเปน็ เวลายาวนานของเกษตรกร คอื ปัญหาความ ยากจนของเกษตร ทง้ั ๆ ที่ ภาคการเกษตรเปน็ 1 ในกลยุทธก์ ารขับเคลอ่ื นเศรษฐกจิ ของประเทศ แตเ่ กษตรกร กลับไม่ได้รับความเป็นอยทู่ ดี่ ีข้นึ ตามสมควรและยังคงมกี ารรายงานปญั หาความยากจนของเกษตรกรอยู่อย่าง ต่อเน่อื งและหลายแหลง่ โดยในงานวิจัยนีไ้ ด้มุ่งศึกษาเพอื่ ทีจ่ ะใช้เปน็ แนวทางให้กับการพัฒนาโมบายแอพพลิ เคชั่นแพลตฟอรม์ ใหเ้ ป็นประโยชนก์ ับภาคการเกษตรของไทย โดยใช้ทฤษฎีความรู้ (Knowledge) การจดั การ ความรู้ (Knowledge Management) และการทำ� แผนทอี่ งคค์ วามรู้ (Knowledge Map) ซึง่ จะรวบรวมเอา ผทู้ เี่ กย่ี วขอ้ งในภาคสว่ น (Stakeholder) ประกอบไปดว้ ย ผเู้ ชยี่ วชาญภาคการเกษตร เกษตรกร และผซู้ อ้ื สนิ คา้ 274 บัณฑิตวิทยาลัย มหาวทิ ยาลยั สวนดสุ ิต

จากเกษตรมาร่วมให้ข้อมูลและวิเคราะห์ เพื่อจัดท�ำแผนท่ีความรู้ให้เป็นแนวทางในการสร้างแพลตฟอร์ม โมบายแอพพลิช่ันเพือ่ การเกษตร วัตถปุ ระสงค์ เพอ่ื ศกึ ษาแนวทางการสรา้ งโมบายแอพพลเิ คชนั่ แพลตฟอรม์ ทเี่ ปน็ แหลง่ ใหค้ วามรใู้ นดา้ นการเกษตร และสนบั สนุนการซื้อขายทเุ รยี น แนวคดิ ทฤษฎีทเ่ี กยี่ วข้อง การศึกษาวิจัยเร่ือง แผนที่ความรู้เพื่อการสร้างโมบายแอพพลิเคช่ันส�ำหรับเกษตรกร มีการทบทวน วรรณกรรม แนวคดิ ทฤษฎแี ละงานวิจยั ทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง ดงั ตอ่ ไปนี้ 1. แนวคิดและทฤษฏคี วามรู้ (Knowledge) จากการศกึ ษาพบว่า ทฤษฎีความร้แู ละการจดั การความรเู้ ปน็ หนงึ่ ในหัวขอ้ ร้อนแรงท่ีถกู พดู ถึงทั้ง ในโลกของอุตสาหกรรม และในโลกของสารสนเทศในการท�ำงานวิจัย ในชีวิตประจ�ำวันของเราต้องผ่านกับ ข้อมูลและสารสนเทศเป็นจ�ำนวนมาก ข้อมูลและสารสนเทศน้ันยังไม่ใช่ความรู้จนกว่าจะรู้วิธีการสกัดความรู้ ออกมา น่ีคือเหตุผลที่เราต้องการจัดการความรู้ จากการศึกษายังไม่พบว่ามีความหมายสากลของการจัดการ ความรู้ ไม่มีขอ้ ตกลงไหนบันทกึ ถึงทฤษฎีความรเู้ กิดขึน้ ทไี่ หนตง้ั แตแ่ รก ผู้วิจยั ไดเ้ ลอื กความความหมายต่อไป นสี้ ำ� หรบั การจดั การความรเู้ พือ่ ความเรยี บงา่ ยและบริบทในวงกว้างตามลำ� ดับ ยคุ 1970s - Peter Drucker: สารสนเทศและความร้เู ปน็ ทรพั ยากรขององคก์ ร - Peter Senge: องค์กรแหง่ การเรียนรู้ - Leonard-Barton: กรณศี กึ ษาของบรษิ ทั “Chaparral Steel” ทน่ี ำ� กลยทุ ธเ์ กย่ี วกบั การจดั การ ความรู้มาใช้ ยุค 1980s - ความรู้ (และการแสดงออกในความสามารถของมอื อาชพี ) กลายเปน็ สนิ ทรพั ยห์ นงี่ ในการแขง่ ขนั อยา่ งเห็นไดช้ ดั - การจัดการความรทู้ ่อี าศยั ในงานทท่ี ำ� ในดา้ นปัญญาประดิษฐแ์ ละผู้เชย่ี วชาญดา้ นระบบ - บทความท่ีเกยี่ วขอ้ งกบั การจดั การความรเู้ รม่ิ ปรากฏในวารสารและหนังสอื ยุค 1990s ถึงปัจจบุ ัน - จ�ำนวนของบรษิ ัททใี่ หค้ �ำปรกึ ษาเรอ่ื งระบบการจดั การความรู้เรม่ิ เพม่ิ มากขนึ้ - การจดั การความรถู้ กู พดู ถงึ อยา่ งแพรห่ ลาย และเกดิ เปน็ แนวคดิ ทถ่ี กู ยอมรบั กนั อยา่ งแพรห่ ลาย โดย Ikujiro Nonaka’s and Hirotaka Takeuchi’s ในบริบทของ “The Knowledge-Creating Company: How Japanese Companies Create the Dynamics of Innovation (1995)” - เกิดบริษัทท่ีให้ค�ำปรึกษาทางด้านการจัดการความรู้ช่ือ “The International Knowledge Management Network (IKMN)” ในปี 1994 - การจดั การความรกู้ ลายเปน็ ธรุ กจิ ทนี่ ยิ มและมขี นาดใหญ่ มบี รษิ ทั ระดบั สากลขนาดใหญเ่ กดิ ขน้ึ ปีที่ 14 ฉบบั ท่ี 2 ประจำ�เดอื นพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 275

เชน่ Ernst & Youเnกgิด,บAรrิษthัทuทr่ีใหAคnําdปeรึrกsษeาnทาแงลดะานBกoาoรzจ-ัดAกlาleรคnว&ามHรูชaื่อm“ilTthoenInternational Knowledge ชัดแเMจชaน้งnE(aEr 2gnxe.s pmt2ก2le&.i.าcn1ก2Yรitt .oาจ1NรปคuKัดจeกnวรปnกดัtาgาwะรoกา,รมะเoาจAรwภเรรrัภดคrkคสtู้ทlกทhวeว(าาขขuIาาdKมรอมอrมMคgางรAงรeวกรNู nกู้าาถ))dม”ารแโeจรรดใบrดัูกจนsยกลง่eปดั ามอาnกรย1อีนคแาเ9กปักวลร9าไนะ4วคมดธชิวBรเุ้ราปoาู กกมoน็ิจzารท-ร2ู้ี่Aนยlิยlปอeมรnมแะลร&เะับภมHกทีขaนัmนคอาilอืดยtoใา่หคnงญวแา พมมีบรรร่หฝู้ ิษงัลัทลารกึยะด(แTับลaสะcาiกนtลำ� Kขแnนนoาวดwคใหlดิ eญนdเี้ไกgปิดeขใ)ช้ึนแ้ ละความรู้ Noควnาaมkรaูสา&มาTรถaแkบeงuอcอhกiได(1เป9น952)ปไรดะก้เภลทา่ วคถืองึ คควาวมารมูฝรงฝู้ลงัึกล(กึTac(TitaKcnitowKlneodgwel)eแdลgะeค)วาวมา่ รเูปน็ ความรู้ ทกในอ่ี่อรใยปูชตใหนู่ใดััวข้เนตแเกอลัตวจดิ ขงขงัวคตอข(สEวงัวูอตxแาเpรลงตมlแลขiหไcะตดiรtบสื่ลอ้เKปุคตูละNnครารบooลยยี nwุคลบหaเlคกักkeใริดaลษนdือจgณ&กลาeเาอกา)กTรักยปaโิดดแkษรลจยeขะรกั มuาส่งไษีนcกดบขhกัยณปกนั iวาาร(ิชอ์ก1ระแาัก9ณกคสล9ษากวบ5ะรารา)ไยกรมไไดอเดดารรมก้ รูกชย้ียรลลณนนาับาา่ิดกรก์กววูนันถหาถ้ีคพอึงรรงึ ยัวฒือคเคาราพวนงวียมาแราามนรสพแมรู้ชวรรลูฝรรหูน้ะงูช้รลหลแิดคดัากึบรตนยแงือา(ี้พจTแปงพaลง้ัฒนๆcระกiนน(สtซันEําาKว่ึงxไแแสnรดpนื่oอลร วlแwสคiะคcลาl์ตแิดeiระtนบ่าdหเปีไ้งgKรง่ปeนือปnใ)ๆคถชันoวาวาwกยาซเทมปันlึ่งeรนอไสูทดดคd่ือ่ีกวใ้gสนาอแeมราใล)ูปรหระทูขวหเกเี่ออา่ปริดยงเือน็ปู ถค็น่าวคยาวทมาอรม้ทูดรู้ี่ ทเี่ ปค็นวเาหมตไดเุ ปเป็นรยีผบลใสนกาามราแรขถง ขรันวบแรลวะไมดแกลลาะวถถ่าึงยควทาอมรดูชอัดอแกจงม(าEใxนpรlicปู itแKบnบoตwา่leงdgๆe)ไวดา้เปเชน่นควหามนรงัูทสี่เปือนเคหู่มตุเือปน เผอลกสาร และ รNาoยnคNสงaานาokมนสnaาาaตรม kaา่ถaาnงรร aวถdๆnบเขdTราซวaถTมงึ่kงึaหแทไekดลลหeำ�uงะuัลงใาcถหจcังยhาhจา้คยiiากทนแแกทอสลลทดราะะรอามยายอบบังางั กไถถรไมดดึถงึงาศปศ้ปเใึกขนรกึรษา้ะรษะูปถเาภเาแถงึภถทึบไงทดกงึคบกาค้งวตร่าาาาวจมยงราัดรจมๆูทกดั รไี่าสกดู้ทราาก่ีสมเรชาาากนรรมาสถหารรแนรสาบัถงงรสงอแา้อืองบงอคคอ่งกคูมงอเวือคปอานค์เมกอวรเ2กาปูใสหมป็นามรรระใู้ใแ2หนเภลอมะทปงใ่รแคนราลกยะอวงรเงาภคตโนทดาก์ตยมแารมงแลโีแนๆ้วดนวยซควต่ึมงิคดทาแีิขดํมานอใใแหนงวน ควดิ คใินดขกอารง จดั กกาารรคจัดวกาามรรคฝู้ วงัาลมรกึ ูฝแงลึกะแคลวะาคมวรามชู้ รดั ูชแัดจแง้จเง ขเขา้ าดดว้ วยกันนั ซซึ่งง่ึททําใำ� หใเหกเ้ิดกกดิารกสารราสงอรงา้ คงคอวงาคมค์รูใวหามมใ หรกใู้ หับอมงใ่ คหกก้ รบั โดอยงแคนก์ วรคิดโดยแนวคดิ ทนควีม้�ำาใีชMนเTหมขอ่ื aี้ม้oเราcวขีชใdู้แiา่จtื่อ้าeบไวใKlSดจาบnไEงดไoSาCดแTwEยIบC้งaขleM่างIึ้นcกdMยiotาโgขoดรedKแึ้dนยeแลeใnนลกlloโะปเหดหปwจรEยรลจือxl่ียอืใeุบpทนนทldัน่ีเiครปcี่เสgียวรitัจวeากยี นมKจวกใnรแาุบหูอวoลเันญอา่wกะกสลนlเเeียก่ิวยปEdวมนลนxgคถียepใว4าหวาlกยiปมญคcลทรรiวับอ่tะนู ซาไดเิยภป่งึKมอเทมกnปงรลคถู้นoคซับค่าแอืwม่ึงวยนาเาlวทปมeจคนรอน็dิดูรทดgแแะําeลอนหใะหวงวทกาเคคกงฤล์คดิิดมษับวอนแฎไงาุษลีขปคมยอะคกกรงทวกลับู้ราฤาบัะมมรษนรหมบูใฎุษวราหิหยีข่จามางอนอดรมยงวทจูตนกยัดำ� ลกากุษใอาราหยรดรบ้เใ์คกเกชวรวับคลิดิหาาวมมอาารซนรงมูท่ึงคจุษรี่ทูแSดั์คยาํEบกวใ์CบหาาดIมร้วครยูใ้วกหาามมร่อรใทู้ยชู่ี่้ ตลอดเวลา ซ่งึ SECI Model ได้แบง่ การแลกเปล่ยี นความรูอ้ อกเป็น 4 ประเภท คือ แผนภาพท่ี 1 The Knowledge Spiral as described in “The Knowledge-Creating Company-How แผนภาพที่ 1 TJhapeanKensoewColemdpgaenieSspCirraealtaesthdeeDscynriabmeidcsionf “InTnhoveatKionno”wledge-Creating Company-How Jap1a.nSeosceiaClizoamtiopnaเnปi นesกาCรrแeaลtกeเปthล่ีeยนDอyงnคa คmวiาcมsรoูแfบInบnToavcaittKionnow”ledge ถึง Tacit Knowledge คือ เปน การถา ยทอดระหวา งมนษุ ยสูมนษุ ย ซ่ึงเปน การแลกเปล่ียนประสบการณความชํานาญตรงของ Knoแผwกูสป่ือleสญ d าหรgาร eตะาหงควๆอืาง1หกเร.ันป อื ็นดเSปวกoนยาcกวรiาิธaถรีกlสา่าiอzรยนสaทนงtอาiทoนดนรnราะพะหเูหดวปคาวง็นุย่ารรกงุนะมพาหน่แีรวลแาษุ ะงลยกรกุนัส์นนเูม่ ปเอชนงลนษุ ี่ยกยนา์ รอซปง่ึงรคเะป์คชน็ุมวพกาูดมาครรุยแู้แแลบลกกบเเปปTลลี่ยaยี่ นcนปiปtระรKสะnบสกoบาwกรณาleร วdณิธgีก์คeาวราถมึงช�ำTนaาcญit ตรงของผู้ส่ือสารระหว่างกัน ด้วยวิธีการสนทนาพูดคุยระหว่างกัน เช่น การประชุมพูดคุยแลกเปล่ียน 276 บณั ฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลยั สวนดุสติ

ประสบการณ์ วธิ กี ารแก้ปัญหาต่าง ๆ หรือเป็นการสอนงานระหวา่ งรุน่ พ่แี ละรนุ่ นอ้ ง 2. Externalization เป็นการนำ� ความรแู้ บบ Tacit Knowledge ถ่ายทอดออกมาเปน็ แบบ Explicit Knowledge คอื การนำ� ความรจู้ ากภายในตวั มนษุ ยถ์ า่ ยทอดออกมาเปน็ ลายลกั ษณอ์ กั ษร เชน่ หนงั สอื หรอื ค่มู อื ปฏบิ ัตงิ าน 3. Combination เปน็ การรวบรวมความรทู้ ไ่ี ดแ้ บบ Explicit Knowledge ออกมาเปน็ แบบ Explicit Knowledge คอื การรวบรวมความรู้จากหนงั สือ บทความ คูม่ ือปฏบิ ตั งิ าน Explicit Knowledge ออกมาสร้างเปน็ ความรปู้ ระเภท Explicit Knowledge อาจเป็นรูปแบบที่มรี ายละเอยี ดทนี่ ่าสนใจและทำ� ให้ เขา้ ใจเพ่มิ มากข้ึน 4. Internalization เปน็ การนำ� ความร้แู บบ Explicit Knowledge น�ำกลบั เขา้ ไปเปน็ ความ รแู้ บบ Tacit Knowledge อกี ครงั้ คอื การนำ� ความรทู้ เี่ รยี นรมู้ าไปปฏบิ ตั จิ รงิ เชน่ รนุ่ พเี่ ขยี นคมู่ อื การปฏบิ ตั งิ าน เพื่อให้รุ่นน้องอ่านแล้วท�ำงานได้ จะท�ำให้เกิดความรู้ท่ีเป็นประสบการณ์อยู่ในตัวรุ่นน้อง หรือเกิดการสร้าง นวัตกรรมขนึ้ มาจากการใช้ความรู้นน้ั และน�ำไปถา่ ยทอดหมุนเวยี นในขั้นตอน Socialization ตอ่ ไปโดยไม่มีท่ี ส้ินสดุ 2.2 กระบวนการจดั การความรู้ (Knowledge Management Process) กระบวนการจัดการความรู้เป็นวิธีการแบบองค์รวมของการปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกลุ่ม และองค์กรในการปรับปรุงกระบวนการทางธรุ กจิ (Cf. Adamides and Karacapilidis, 2006: 572) โดยสรุป ออกมาเป็นกรอบแนวคดิ ดังน้ี 1. การระบุองคค์ วามรู้ (Knowledge Identification) เป็นการระบคุ วามร้ทู อ่ี งคก์ รมี และ ความรใู้ ดบา้ งท่ีองค์กรจำ� เป็นตอ้ งมี เพือ่ ตอบสนองความต้องการขององคก์ รไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ 2. การได้รับองค์ความรู้ (Knowledge Acquisition) เป็นการได้รับองค์ความรู้จากแหล่ง ความร้ตู ่าง ๆ ที่มกี ารเผยแพรค่ วามรูท้ งั้ ภายในและภายนอกองค์กร เชน่ Tacit Knowledge ไปสู่ Explicit Knowledge และสามารถน�ำไปจัดเก็บเพ่ือตอบสนองเมื่อถึงเวลาทีต่ ้องการใช้ 3. การจดั ระเบยี บองคค์ วามรู้ (Knowledge Organization) เปน็ การจดั ระเบยี บองคค์ วามรู้ ท่ีได้รบั ให้เป็นหมวดหมู่ เพอ่ื สามารถค้นหาความรทู้ ่ตี ้องการไปใช้ประโยชน์ได้งา่ ย 4. การจดั เกบ็ องคค์ วามรู้ (Knowledge Storage) เปน็ การเกบ็ องคค์ วามรทู้ สี่ ำ� คญั ขององคก์ ร ซงึ่ เปน็ ฐานขอ้ มลู ทท่ี กุ คนสามารถเขา้ ไปใชป้ ระโยชนจ์ ากความรนู้ นั้ ได้ รวมทงั้ ขอ้ มลู ตอ้ งมคี วามทนั สมยั อยเู่ สมอ 5. การเผยแพร่องคค์ วามรู้ (Knowledge Dissemination) เป็นการเผยแพรอ่ งค์ความรู้ที่ อยูใ่ นองคก์ รไปสบู่ ุคคลทัง้ ภายในและภายนอกองค์กร เพ่อื ใหผ้ ้ทู ี่ต้องการความร้สู ามารถเข้าถงึ ความรู้ได้อยา่ ง สะดวกและรวดเรว็ 6. การประยกุ ตใ์ ชอ้ งคค์ วามรู้ (Knowledge Application) เปน็ การประเมนิ องคค์ วามรขู้ อง บุคลากรในองค์กรวา่ สามารถน�ำองค์ความรูแ้ ละประสบการณข์ ององค์กรมาใช้ประโยชน์ไดอ้ ย่างไร 7. การเก็บรักษาองค์ความรู้ (Knowledge Retention) เป็นการเก็บรักษาองค์ความรู้ท่ี เก่ยี วข้องกับการรวบรวมและการจดั เก็บความรใู้ นองค์กรเพอื่ ที่จะสามารถน�ำมาใชใ้ นภายหลัง 3. แผนท่ีความรู้ (Knowledge Map) การจัดท�ำแผนที่ความรู้น้ันท�ำให้มองเห็นกระบวนการท�ำงานและความรู้หลักของแต่ละ ปีที่ 14 ฉบับที่ 2 ประจำ�เดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 277

กระบวนการทำ� งานนั้น ๆ และเพอื่ เป็นพ้ืนฐานของการจัดการความรู้ โดยมีนกั วิชาการหลายทา่ นได้กลา่ วถึง แผนท่คี วามรไู้ ว้ อาทิ (Davenport and Prusak, 1998) กล่าวว่า แผนทีค่ วามรู้ คือ การวางความรู้ การจัด เรยี งความรแู้ สดงรายละเอยี ดหรอื แสดงภาพใหเ้ หน็ สถานะของความรขู้ ององคก์ ร (Grey, 1999) กลา่ ววา่ แผนท่ี ความรจู้ ะเปน็ สิ่งชว่ ยสามารถท�ำให้ความร้นู นั้ ชดั เจนยง่ิ ขึน้ ซงึ่ จะแสดงให้เห็นถงึ การไหลของความรู้ และการ เชอื่ มตอ่ ความสมั พนั ธข์ องหนว่ ยงานภายในองคก์ ร (Subrt and Brozova, 2007) และ (Farquharson, 2004) กล่าววา่ แผนท่คี วามร้มู สี ่วนรว่ มอยา่ งมีนัยส�ำคญั ต่อความสำ� เรจ็ ของการจัดการความรู้ในบริษทั ในทางที่ระบุ การวัดและการแสดงผลความรทู้ รพั ยากรของบรษิ ัท ซึ่งถือเปน็ ส่วนหนึ่งของกระบวนการหลกั ของการจดั การ การใชแ ผนคทวาคี่ กมวารารู้มทรกูทําาแร่แี ผทตน�ำกแทตผา่ีคนงวกทาัน่ีคมวรสาูเาํปมหรนรู้เเปบัค็นกรเรื่อคะงรบมื่อวืองนมในกือกาในราสรกรกาารํางกหแ�ำนผหดนนรทดูป่คีรแูปวบาแมบบรคบู วสคาาวมมารมาูใรรนถู้ในอแองสคงดคกง์กไรดรแแดลลังะนะชชี้ ว(่วแยยผนนนํา�ำภเเสสานพนออทคคี่ 2วว)าามมรรู้ใูในน การใชแ้ ผนทค่ี วามรทู้ แี่ ตกตา่ งกนั สำ� หรบั กระบวนการสรา้ งแผนทค่ี วามรู้ สามารถแสดงไดด้ งั นี้ (แผนภาพท่ี 2) แผนภแาผพนทภี่า2พขท้ันี่ 2ตอขน้ันกตาอรนทกําาแรผทนำ� ทแผคี่ นวาทมค่ี รวู ามรู้ แรทกกะาาพี่ปเรรรบลทจะยีตับดกบฟทกอวาอบวธิน(ปแรง12รนKดราีวะพ..ำ�รควnมวนคิจะเลวรยoบกกสกวยัวราตwาาําอียาิณ3มจฟรมรlหบบัยรeทกอวขรง1ดูรนdวิจรทู้รบั้นา(.้วับ Kรgี้์มัิธยมน่ีไทตยeมดnกเีวสเีวอววก)ชจ้มoา3�ำิจัจินตนกิษงาราwหัยยัวหถขคกาสทตรนรlุ้ันรลปุณรeับบรกร้ีมจตกัาdรณเทกาัดภีวงอดกะgรัเกตรวากนงัeษปสทาถนผพนรหตนงบรุMปูรคว้ีลคครแท(มรราQักaกวเผวะรพทnดาร(uนนณสLมaผุังื่เอaทวiงรนgรูt้กคlรศคี่คeีeiยู้ี้t้รรา(ึก์เวrmKaนณทรพaาษtnมtุเ่ืieอมกรvouแาnศรรียewrเล(รูteึกพนLเ)lมะSพษei่ือStแมtผdแื่อาeutพลาูตเuลgใrdสพัะฒชeaอdะyรื่แเอtผyง)ปน้าMuผพ)ูก้ตงเนาarนเพัฒเ้าอeปแแพnทื่รองนนน็ผaื่อกซี่คใSgาแวนใหา้ือetวแหทผรทuไาmผทนทาซด่ีdมคนงุทเร้ือeขใyรรวทาีค่nทนอูี)ยาบ่ีคว(tุกเมมKน)รถาเวาูลพnีแยรมึงารูเใลoแนสื่รมอพชนะู้นwํใารใัฒิงเนแจหู้พหวสlลผัeนจคง�้ำท่อืรึกนัหdงาหดิัใบรใหชโทgแรวนามกe้เวับี่คัลดบปดบัาดวะกจM็นถาราจาทาันึนงแยสมันaรฤแนแกทpรรทสษนอวู้าา)รบ(บฏทพKรวง้าโุุรรจโnคีคาดพงีีมงัดoโิวดยลโโใมบาwดดกนแนิเบมคายายลํกlาeราชยรมคาะมูยd่นัครแีว(ทวีวแKgพแิวธอาิฤธeอnีากพัฒมพีษกพoมาMลรนพาฏรwพรูทตaารศูีสคลลlฟ่ีpไโศึeกํมาิวดเิเ)อึคdคกษหาบจโรgชชมดษาราาม eั่นทั่ัยยบนรกา)ู้่ี เกษตรกร และความตองการในการใชระบบสําหรับเกษตรกร และผูซื้อทุเรียน ในบริบทงานอยางถองแท โดยเก็บ ขอมูล27จ8ากกบณั าฑรติ สวิทัมยาภลยัาษมหณาวทิเยชาิลงัยลสึกวนด(สุInติ -depth) กับผูเชี่ยวชาญที่มีความรูเก่ียวกับการพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่น ผูเชีย่ วชาญท่มี ีความรเู กี่ยวกบั การจัดการความรูดา นการเกษตร และกลุมเกษตรกรและผูซอ้ื ทเุ รยี น ผมู คี วามตอ งการ ใชระบบ โดยการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) ไดแก ผูเช่ยี วชาญทีม่ ีความรเู กี่ยวกบั การพัฒนา

แอพพลเิ คช่ันแพลตฟอร์ม 2. การวจิ ยั เชงิ คณุ ภาพ (Qualitative Study) เพอ่ื ใหไ้ ดข้ อ้ มลู เชงิ ลกึ ในดา้ นการจดั การความรสู้ ำ� หรบั เกษตรกร และความต้องการในการใช้ระบบส�ำหรบั เกษตรกร และผู้ซอื้ ทเุ รียน ในบรบิ ทงานอย่างถ่องแท้ โดย เกบ็ ขอ้ มลู จากการสมั ภาษณเ์ ชงิ ลกึ (In-depth) กบั ผเู้ ชย่ี วชาญทม่ี คี วามรเู้ กยี่ วกบั การพฒั นาโมบายแอพพลเิ คชนั่ ผู้เช่ียวชาญท่ีมีความรู้เกี่ยวกับการจัดการความรู้ด้านการเกษตร และกลุ่มเกษตรกรและผู้ซ้ือทุเรียน ผู้มี ความตอ้ งการใช้ระบบ โดยการเลอื กแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) ไดแ้ ก่ ผู้เชย่ี วชาญทม่ี คี วาม รู้เก่ียวกบั การพัฒนาโมบายแอพพลิเคชนั่ ในบริษทั เอกชนแหง่ หน่ึง ผู้เชี่ยวชาญเกีย่ วกบั การจดั การความรูด้ า้ น เกษตรกรจากหนว่ ยงานรัฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรในหนว่ ยงานเกษตรจังหวัดจันทบุรี เกษตรกรและผู้ซอ้ื ส้ินคา้ เกษตร ซึ่งมีแบบสัมภาษณแ์ บบกึง่ โครงสรา้ ง (Semi-Structure) เปน็ เคร่อื งมือในการเกบ็ ข้อมูลเชงิ ลกึ เก่ยี วกบั ความตอ้ งการการใชร้ ะบบของเกษตรกรและผซู้ ้ือทุเรียน ในจงั หวัดจันทบุรี เพอ่ื ใหข้ อ้ มูลที่มีความถูก ต้อง ครอบคลุมและเหมาะสมส�ำหรับกล่มุ เกษตรกร และผู้ซ้ือทเุ รยี นในจงั หวดั จันทบุรีมากท่ีสดุ 3. การวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ผลการวจิ ยั ในขนั้ ตอนนจ้ี ะนำ� ผลวจิ ยั ทไ่ี ดจ้ ากทงั้ การศกึ ษาและทบทวนงาน วิจัยต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้องและการวิจัยเชิงคุณภาพมาวิเคราะห์และสรุปผลการจัดการความรู้ในการสร้างโมบาย แอพพลิเคชัน่ แพลตฟอรม์ เพื่อใช้เปน็ แนวทางในการสร้างโมบายแอพลเิ คชั่นแพลตฟอรม์ สำ� หรบั เกษตรกร แผนภาพท่ี 3 Methodological Framework ผลการศกึ ษา แผนภาพที่ 3 Methodological Framework ผลเกกษาตรรศกกึ รผษจูคาากาทกุเารรียศนึกษแลาะวิผจูัตยอในงกกาารรซพ้ือัฒทนุเราียแนผนในทจ่ีคังวหาวมัดรจูใันนทกบาุรรีสพรบาวงาโมมีบขั้นายตแอนอพในพกลาิเรคพชัฒั่นนแาพทลั้งตหฟมดอร5มขส้ันําหตอรับน คือ 1) จกาากรเกกา็บรคศวึกาษมาตวอิจงัยกใานรขกอางรรพะัฒบนบา2แ)ผกนาทรว่ีคิเวคารมาระู้ใหนแกลาะรอสอรก้าแงบโมบบระาบยแบอ3พ)พกลาริเคพชัฒ่ันนแาพระลบตบฟอ4ร)์มกสา�รำทหดรับสอบ 5เกขษ(รตะน้ั ตาบตรรบาอกงนร5ทผ)ี่ค1ู้คกอื)า้ารท1นุ)เํรากีรยาะนรบเบกแไบ็ลปคะใวชผาู้ตโมด้อตยงอ้ แกงตากลราซะรจ้ือขําอทเงปุเรรนียะตบนอบงใมน2ีค)จวกังาหามรวรวูใัดนเิ จคเันรชาิงทะเทบหคุรแ์ นี ลพิคะบอแอวล่กาะมแเชีขบิงั้นบเนตร้ือะอหบนาบใขนอ3กง)ากกราาพรรพัฒพัฒฒันนานาทาร้ังระหะบบมบบดดังนี้ 4ก)าตรกาพารฒั ราทงนทดา่ีสร1ะอบแบผบรนะดทบังค่ีนบว้ี (าต5ม)ารรสู กาําางหรทรน่ีบั 1ำ� ก)ราะรบพบฒั ไนปาใชโม้ บโดายยแแอตพ่ลพะลจเิ�ำคเชปนั่็นต้องมีความรู้ในเชิงเทคนิค และเชิงเน้ือหาของ ความรทู ี่ การเก็บ ความรูท่ีสําคญั ในการพัฒนาโมบายแอพพลิเคชนั่ ตองการ ความตองการ การวเิ คราะหและ การพัฒนา การทดสอบ การนําระบบ ของระบบ ออกแบบระบบ ระบบ ระบบ ไปใช 1. การเลอื ก 1. การวเิ คราะห 1. โปรปแีที่ก14รมฉบบั ที่ 2 ปรกะจา�ำ รเดกือํานหพฤนษดภาคม -กสงิาหราเคผมย2แ56พ1ร 279 สภาพแวดลอม ความตอ งการ ภาษาทใ่ี ชใ น เงือ่ นไขใน และนําไปใช ของระบบทจ่ี ะ ของระบบและ การพฒั นา การทดสอบ (Software

ตารางท่ี 1 แผนทีค่ วามร้สู ำ� หรับการพฒั นาโมบายแอพพลเิ คชน่ั ความรู้ที่สำ� คญั ในการพฒั นาโมบายแอพพลิเคชนั่ ความรู้ท่ี ต้องการ การเก็บ การวเิ คราะหแ์ ละ การพฒั นา การทดสอบ การน�ำระบบ ควขาอมงตรอ้ะบงกบาร ออกแบบระบบ ระบบ ระบบ ไปใช้ 1. การเลือกสภาพ 1. การวิเคราะห์ 1. โปรแกรมภาษา การก�ำหนดเง่ือนไข การเผยแพร่ แวดลอ้ มของ ความต้องการ ทใี่ ชใ้ น การ ใน การทดสอบแอพ และน�ำไปใช้ ระบบท่ีจะ ของระบบและ พฒั นา พลิเคช่ัน เช่น การ (Software พัฒนา เชน่ ออกแบบเปน็ ฟงั 2. รูปภาษาท่ีใชใ้ น ทดสอบความ Publishing) ระบบ ปฏิบัติ กช์ ั่นใน การใช้ การสอ่ื สารกบั ปลอดภัยของระบบ การ ภาษาและ งาน ระบบฐานข้อมูล การเช่ือมต่อฐาน ระบบฐานข้อมลู 2. การออกแบบ 3. รปู แบบในการ ขอ้ มลู ของระบบ ความรู้ทาง ท่ใี ช้ในการ ฐานข้อมลู ของ เช่อื มต่อขอ้ มูล การแสดงผลของ เทคนคิ พฒั นา เป็นตน้ ระบบ แอพพลเิ คช่ัน ระบบ การส่ัง 2. การเตรยี มการ 3. การออกแบบ กบั ระบบ ซื้อ-ขาย และ การ ต้ังค่าเครอื ขา่ ย การเช่ือมต่อ ภายนอก ตกลงซอ้ื -ขาย (Network) ของ การดงึ ขอ้ มลู ของ 4. การออกแบบ เป็นต้น ระบบทตี่ อ้ งการ แอพพลเิ คชั่นกับ กราฟฟิค หน้า พัฒนา ระบบจาก จอ ภายนอก 5. การพัฒนาระบบ ความปลอดภยั ของระบบ 1. การจดั กลุ่มความ การแจกแจง การให้ขอ้ มูลองค์ การตรวจสอบการ การตดิ ตง้ั ต้องการการใช้ ความตอ้ งการ ความรู้สำ� หรบั แสดงผลข้อมลู ระบบ งานของระบบ ของผูใ้ ชร้ ะบบ เกษตรกร เขา้ ความรเู้ ก่ียวกบั (download 2. การเตรียมความ (เกษตรกร และผู้ ระบบฐานข้อมลู การเกษตรจาก and install) รู้ เชงิ เนอื้ หาท่ี ซือ้ ฯ) โดยแยกตามหมวด ระบบ ความรู้ ตอ้ งการในระบบ หมู่ ซง่ึ ต้องใชค้ วาม ทางดา้ น เช่น การเตรียม รู้จากผูม้ คี วามรู้ เนอื้ หา การปลูกทเุ รียน ด้านการเกษตร การตรวจสอบ การขาดนำ�้ ของ ตน้ ทุเรียน เป็นต้น 280 บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวิทยาลยั สวนดสุ ิต

โดยขั้นตอนในการพัฒนาทั้งหมด 5 ดังแสดงในตารางท่ี 1 เป็นผลมาจากสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญท่ีมี ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาโมบายแอพพลิเคช่ัน ซ่ึงผู้เชี่ยวชาญแนะน�ำให้ใช้วงจรการพัฒนาระบบ (System Development Life Cycle หรอื SDLC) เปน็ ตวั ตงั้ ตน้ ในการทำ� แผนทค่ี วามรเู้ พอื่ แจงใหเ้ หน็ ถงึ ความรทู้ จ่ี ำ� เปน็ ต้องมใี นแตล่ ะข้นั ตอนการพฒั นา ประกอบกับความรู้ทางด้านเน้อื หาทผ่ี ูพ้ ฒั นาจำ� เปน็ ต้องรู้ เพอื่ ใชเ้ ปน็ ตัวตง้ั ตน้ ในการเกบ็ รวบรวม ความตอ้ งการของระบบสำ� หรบั ผตู้ อ้ งการพฒั นาโมบายแอพพลเิ คชนั่ แพลตฟอรม์ สำ� หรบั เกษตรกร อภปิ รายผล จากการศกึ ษาวจิ ยั การพฒั นาแผนทคี่ วามรใู้ นการสรา้ งโมบายแอพพลเิ คชนั่ แพลตฟอรม์ สำ� หรบั เกษตรกร ผู้ค้าทุเรียน และผู้ต้องการซ้ือทุเรียน ในจังหวัดจันทบุรี เพื่อศึกษาแนวทางการสร้างโมบายแอพพลิเคช่ัน แพลตฟอร์มท่ีเป็นแหล่งให้ความรู้ในด้านการเกษตรและสนับสนุนการซื้อขายทุเรียน ท�ำให้ได้ตารางแผนที่ ความรู้ท่ีเป็นแนวทางเพื่อใช้เป็นเครื่องมือ ที่ท�ำให้รู้ถึงความต้องการของผู้ท่ีอยู่ในภาคการเกษตรให้ชัดเจน มากขึ้น โดยผู้วิจัยได้น�ำแผนที่ความรู้ท่ีได้เป็นตัวต้ังต้นในการเก็บรวบรวมความต้องการของระบบส�ำหรับ ผตู้ อ้ งการพฒั นาโมบายแอพพลเิ คชนั่ แพลตฟอรม์ สำ� หรบั เกษตรกร และไดท้ ดสอบความเปน็ ไปไดใ้ นการพฒั นา แอพพลิเคช่ัน โดยการเขา้ ร่วมประกวด ในโครงการประกวดผลงานนวตั กรรมการพฒั นาโมบาย แอพพลเิ คช่นั ภาครฐั ชงิ ถว้ ยพระราชทาน สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ประจำ� ปี 2558 (MEGA 2015) ประเภทสดุ ยอดความคดิ เพอื่ ทดสอบวา่ แผนทค่ี วามรใู้ นการพฒั นาตน้ แบบโมบายาแอพพลเิ คชน่ั แพลตฟอรม์ น้ัน ทั้งนี้แนวคิดในการสร้างต้นแบบโมบายแอพพลิเคชั่นส�ำหรับเกษตรกรและผู้ซ้ือฯ ได้ผ่านการพิจารณา เขา้ รอบ 15 ทมี สดุ ทา้ ยโดยไดม้ โี อกาสเขา้ สมั ภาษณ์ เชงิ ลกึ (In-depth Interviews) กบั ผเู้ ชยี่ วชาญ ซงึ่ เปน็ กรรมการ ผวู้ จิ ารญผ์ ลงาน ทำ� ให้เห็นว่าแผนท่ีความรู้ใน การพฒั นาโมบายแอพพลเิ คช่นั มีประโยชน์ในการพัฒนาโมบาย แอพพลิเคชั่น และยังเหน็ ความเป็นไปไดใ้ น การพัฒนาโมบายแอพพลเิ คชั่นสำ� หรบั เกษตรกรและผซู้ ือ้ ทเุ รียน ท่ีเป็นแหล่งความรู้ และเพ่ิมช่องทางในการซื้อขายของเกษตรกรและผู้ซื้อฯ ซึ่งผู้วิจัยได้สร้างแผนท่ีความรู้ ที่จ�ำเป็นในการพัฒนาต้นแบบโมบายแอพพลิเคช่ันส�ำหรับเกษตรกรแลผู้ซื้อฯ เพื่อเป็นประโยชน์ส�ำหรับ ผทู้ ส่ี นใจในการพฒั นา และศึกษาตอ่ ในบริบทของสนิ ค้าเกษตรอื่น โดยผลจากการวิจยั ในคร้งั นส้ี ามารถใช้เป็น แนวทางการสร้างโมบายแอพพลเิ คชั่นแพลตฟอร์มทเี่ ป็นแหลง่ ให้ความรู้ในด้านการเกษตร เพือ่ ช่วยลดปัญหา ภาคการเกษตรของประเทศไทยได้ และเพื่อช่วยยกระดบั เกษตรกรไทยได้ สรปุ ผลการศึกษา การวิจัยในครั้งน้ีมีวัตถุประสงค์เพ่ือพัฒนาแผนที่ความรู้ส�ำหรับการสร้างโมบายแอพพลิเคช่ัน แพลตฟอร์มสำ� หรับเกษตรกรผู้คา้ ทเุ รียน และผตู้ อ้ งการซอ้ื ทุเรียน ในจังหวดั จันทบรุ ี การศึกษานีเ้ ปน็ งานวิจยั เชงิ คณุ ภาพ ข้ันตอนการวจิ ยั เรมิ่ จากการพัฒนากรอบแนวคดิ ของงานวิจยั โดยศกึ ษาจากแนวคดิ ทฤษฎี และ งานวิจัยที่เก่ียวข้อง เพ่ือให้เข้าใจหัวข้อและบริบทของเรื่องที่ก�ำลังศึกษา และเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการ สัมภาษณเ์ ชิงลกึ การจัดสนทนากลุม่ และการสังเกตการณ์ จากผู้เชีย่ วชาญทั้งหมด 3 กล่มุ คือ 1) กลุม่ Smart ปีที่ 14 ฉบบั ที่ 2 ประจ�ำ เดอื นพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 281

Famer 2) กลมุ่ ผเู้ ชยี่ วชาญดา้ นการเกษตรจากนกั วชิ าการเกษตรจงั หวดั จนั ทบรุ ี และ 3) กลมุ่ ผคู้ า้ ทเุ รยี นจงั หวดั จันทบุรี โดยใช้กระบวนการจัดการความรู้และการจัดท�ำแผนท่ีความรู้เป็นเคร่ืองมือในการวิเคราะห์และเป็น แนวทางในการพฒั นาแผนทคี่ วามรสู้ ำ� หรบั การสรา้ งโมบายแอพพลเิ คชน่ั แพลตฟอรม์ ซง่ึ ผลงานวจิ ยั นยี้ งั ไดผ้ า่ น การทดสอบโมเดล ในแงข่ องความเปน็ ไปไดใ้ นการพฒั นาระบบโดยเขา้ รว่ มโครงการประกวดผลงานนวตั กรรม การพฒั นาโมบาย แอพพลเิ คชน่ั ภาครฐั ชงิ ถว้ ยพระราชทาน สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ประจำ� ปี 2558 (Mobile Enterprise d-Government Award, 2015) (MEGA 2015) ประเภทสดุ ยอดแนว ความคดิ โดยงานวจิ ยั ชนิ้ นไ้ี ดผ้ า่ นเขา้ รอบ 15 ทมี สดุ ทา้ ย และไดร้ บั คาวมคดิ เหน็ จากคณะกรรมการผเู้ ชยี่ วชาญ ไดใ้ หค้ วามเหน็ ถงึ ความเปน็ ไปไดใ้ นการพฒั นา ซง่ึ ความรว่ มมอื และการสนบั สนนุ ทางดา้ นขอ้ มลู ทางภาครฐั เปน็ สง่ิ จำ� เปน็ อยา่ งมากทจ่ี ะผลกั ดนั ใหแ้ พลตฟอรม์ เพอ่ื การเกษตรนเ้ี กดิ ขน้ึ ไดเ้ พราะตอ้ งอาศยั ทงั้ ขอ้ มลู ราคากลาง ขอ้ มลู สภาพอากาศ และการวเิ คราะห์สภาพอากาศ ข้อมูลความรู้เฉพาะทางทตี่ อ้ งการปอ้ นเขา้ ในระบบ ความ เป็นปัจจุบันของข้อมูล ซึ่งสิ่งเหล่าน้ีจะเกิดข้ึนไม่ได้ถ้าไม่มีหน่วยงานหลักท่ีเป็นเจ้าภาพรับผิดชอบ และความ ร่วมมือจากทุกภาคสว่ น ผลจากการวจิ ยั ในครงั้ นสี้ ามารถใชเ้ ปน็ แนวทางการสรา้ งโมบายแอพพลเิ คชน่ั แพลตฟอรม์ ทเี่ ปน็ แหลง่ ให้ความรู้ในด้านการเกษตรและสนับสนุนการซื้อขายทุเรียน นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นแนวทางเพื่อพัฒนา ตอ่ ยอดกับสินค้าอ่นื นอกจากทเุ รยี น เพ่อื ช่วยลดปญั หาในภาคเกษตรกรรมของประเทศไทยได้ ทงั้ นกี้ ารสรา้ ง โมบายแอพพลิเคชั่นแพลตฟอร์มนั้นก็เพ่ือเป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาต้นแบบหน้าจอโมบาย แอพพลิเคช่ันแพลตฟอร์ม ใช้เป็นเครื่องมือที่ท�ำให้รู้ถึงความต้องการของผู้ที่อยู่ในภาคการเกษตรให้ชัดเจน มากขึ้น และเพ่ือใช้ในการตรวจสอบความเป็นไปได้ของการออกแบบระบบ ให้เห็นถึงผลกระทบของระบบท่ี ออกแบบ และหาทางเลอื กใหมเ่ พอ่ื แกไ้ ขผลกระทบ จากผลการวจิ ยั ในครงั้ นท้ี ำ� ใหผ้ วู้ จิ ยั เหน็ ไดถ้ งึ ขอ้ จำ� กดั ของ การท�ำแอพพลิเคช่ัน คือการขอข้อมูลหรือความร่วมมือกันระหว่างองค์กรในภาครัฐนั้นยังมีปัญหาและยัง ขาดความเป็นไปได้ ซึ่งความร่วมมือและการสนับสนุนทางด้านข้อมูลทางภาครัฐเป็นส่ิงจ�ำเป็นอย่างมากท่ีจะ ผลักดันให้แพลตฟอร์มเพื่อการเกษตรนี้เกิดขึ้นได้เพราะต้องอาศัย ทั้งข้อมูลราคากลาง ข้อมูลสภาพอากาศ และการวเิ คราะหส์ ภาพอากาศ ขอ้ มลู ความรเู้ ฉพาะทางทตี่ อ้ งการปอ้ นเขา้ ในระบบ ความเปน็ ปจั จบุ นั ของขอ้ มลู ซึง่ ส่ิงเหลา่ นี้จะเกดิ ขน้ึ ไมไ่ ด้ถ้าไมม่ ีหน่วยงานหลักท่ีเปน็ เจ้าภาพรับผิดชอบ และความรว่ มมอื จากทกุ ภาคสว่ น ขอ้ เสนอแนะ ขอ้ เสนอแนะด้านบรหิ าร งานวจิ ัยน้ี เปน็ งานวิจยั เชงิ คณุ ภาพซึ่งมีวตั ถุประสงค์เพอื่ พฒั นาต้นแบบหน้าจอ โมบายแอปพลิเคชัน ที่เป็นแหล่งให้ความรู้ในด้านการเกษตรและสนับสนุนการซ้ือขายสินค้าเกษตร โดยผู้ที่จะน�ำแอปพลิเคชัน แพลตฟอร์มนี้ไปพฒั นาตอ่ สามารถนำ� ขั้นตอนตามแผนท่ีความรู้ไปประยุกต์ใช้ เพื่อพฒั นาได้ ซึ่งในการพฒั นา จริงน้ันต้องระบุประเภทสินค้าที่ต้องการให้ชัดเจนและเริ่มเก็บปัญหาและข้อมูลเฉพาะกลุ่มจากผู้ท่ีเก่ียวข้อง ดงั ตารางแผนทคี่ วามรทู้ ีไ่ ดก้ ลา่ วไปแลว้ (ตารางที่ 4.3) ข้อเสนอแนะดา้ นวิชาการ การสร้างโมบายาแอปพลิเคชันแพลตฟอร์มน้ันก็เพ่ือเป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาต้นแบบ 282 บณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวิทยาลยั สวนดสุ ิต

หนา้ จอโมบายแอปพลเิ คชนั แพลตฟอรม์ ใชเ้ ปน็ เครอื่ งมอื ทท่ี ำ� ใหร้ ถู้ งึ ความตอ้ งการของผทู้ อ่ี ยใู่ นภาคการเกษตร ใหช้ ัดเจนมากขน้ึ และเพอื่ ใช้ในการตรวจสอบความเปน็ ไปได้ของการออกแบบระบบ ใหเ้ ห็นถึงผลกระทบของ ระบบที่ออกแบบ และหาทางเลือกใหม่เพื่อแก้ไขผลกระทบ จากผลการวิจัยในคร้ังน้ีท�ำให้ผู้วิจัยเห็นได้ถึง ข้อจ�ำกัดอย่างนึงของการท�ำแอปพลิเคชันคือการขอข้อมูลหรือความร่วมมือกันระหว่างองค์กรในภาครัฐน้ัน ยงั มปี ญั หาและยงั ขาดความเปน็ ไปได้ ซงึ่ ความรว่ มมอื และการสนบั สนนุ ทางดา้ นขอ้ มลู ทางภาครฐั เปน็ สง่ิ จำ� เปน็ อย่างมากที่จะผลักดันให้แพลตฟอร์มเพ่ือการเกษตรน้ีเกิดข้ึนได้เพราะต้องอาศัย ทั้งข้อมูลราคากลาง ข้อมูล สภาพอากาศ และการวเิ คราะห์สภาพอากาศ ข้อมลู ความรเู้ ฉพาะทางที่ตอ้ งการป้อนเขา้ ในระบบ ความเป็น ปัจจุบันของข้อมูล ซ่ึงส่ิงเหล่าน้ีจะเกิดข้ึนไม่ได้ถ้าไม่มีหน่วยงานหลักที่เป็นเจ้าภาพรับผิดชอบ และความร่วม มือจากทุกภาคสว่ น เอกสารอ้างอิง Adamides, E. D. & Karacapilidis, N. (2006). A knowledge centred framework for collaborative business process modelling. Business Process Management Journal, 12 (5), 557-575. Davenport, T. H. a. Prusak, L. (1998). Working Knowledge: How Organizations Manage What They Know. Boston, MA.: Harvard Business School. Farquharson, P. T. (2004). Geology of the Rancho San Marcos Dike Swarm, Baja California, Mexcio [M.S. thesis]: San Diego, California, San Diego State University, 79 p. Grey, D. (1999). Knowledge mapping: a practical overview. [Online]. Available: http://www. smithweaversmith.com. Subrt T. and Brozova H. (2007). Knowledge maps and mathematical modelling. The Electronic Journal of Knowledge Management, 5 (4), 497-504. [Online]. Available: http://www.ejkm.com ปีที่ 14 ฉบับท่ี 2 ประจ�ำ เดอื นพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 283



ความจ�ำเปน็ ของการเป็นบรษิ ทั ของวิสาหกจิ ขนาดกลางและขนาดย่อมของไทย Necessity of being Company of Small and Medium Enterprises in Thailand นายภญิ โญ คูวฒั นาเสนยี ์ หลักสูตรนติ ศิ าสตรบัณฑติ คณะมนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสวนดุสติ บทคดั ยอ่ การวจิ ยั นมี้ วี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ ศกึ ษามาตรการทางกฎหมายทเี่ กยี่ วกบั การประกอบธรุ กจิ ในลกั ษณะของ วสิ าหกิจขนาดกลางหรอื ขนาดย่อม (SMEs) และเพ่ือให้ทราบถงึ คณุ ลักษณะของการประกอบธุรกจิ ในรูปแบบ ตา่ ง ๆ โดยศกึ ษาจากประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ยแ์ ละแหลง่ ขอ้ มลู อน่ื ๆ เชน่ ขอ้ มลู จากกรมพฒั นาธรุ กจิ การคา้ และขอ้ มลู เกยี่ วกบั การเสยี ภาษี เปน็ ตน้ ผลการศกึ ษาพบวา่ การประกอบกจิ การวสิ าหกจิ ขาดกลางและ ขนาดยอ่ มในประเทศไทยนน้ั นยิ มประกอบกจิ การในรปู แบบต่อไปนี้ คอื กจิ การเจ้าของเดียว ห้างหุ้นสว่ นและ บรษิ ัทจำ� กัด เม่ือพิจารณาความเหมาะสมของวิสาหกจิ ขนาดกลางหรอื ขนาดย่อม (SMEs) พบวา่ การประกอบ ธุรจิ ในรูปแบบของบริษัทจ�ำกดั เปน็ ลักษณะของกจิ การท่ีเหมาะสมเน่ืองจาก 1) ขน้ั ตอนการจัดตั้งจะมขี ้ันตอน มากกว่ารูปแบบอื่น แต่ก็ได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมจากหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบท�ำให้ในปัจจุบัน สามารถจดทะเบียนบริษทั ใหแ้ ลว้ เสรจ็ ไดภ้ ายในวนั เดียว 2) ทุนในการประกอบกิจการ บริษัทสามารถจัดหา ทนุ จากการขายหนุ้ ได้ ทำ� ใหส้ ามารถหาเงนิ ทนุ ในการดำ� เนนิ กจิ การไดอ้ ยา่ งดี นอกจากนย้ี งั สามารถออกหนุ้ เพมิ่ ทนุ ได้ในกรณีที่มีความจ�ำเป็นอีกด้วย 3) ความรับผิดในหนี้ของกิจการของผู้เป็นสมาชิกอันได้แก่ ผู้ถือหุ้นที่มี ความรับผิดเพียงค่าหุ้นท่ีตนยังช�ำระไม่ครบถ้วนเท่านั้น 4) การบริหารจัดการสามารถก�ำหนดคุณสมบัติผู้ท�ำ หนา้ ทบ่ี รหิ ารจดั การหรอื ทเี่ รยี กวา่ “กรรมการ” ไวใ้ นขอ้ บงั คบั ของบรษิ ทั เพอื่ ใหเ้ หมาะสมกบั การบรหิ ารกจิ การ ได้ 5) ความสามารถในการดำ� เนินกจิ การบางประเภทที่ก�ำหนดคณุ สมบัตขิ องผมู้ สี ทิ ธิไว้ เชน่ การประมลู งาน จากหนว่ ยงานของรัฐ 6) การไดร้ บั การสนับสนุนจากหนว่ ยงานภาครัฐ ดงั นน้ั การดำ� เนินกจิ การของวสิ าหกิจ ขนาดกลางและขนาดยอ่ มในประเทศไทยน้ันเหมาะกับรปู แบบของบรษิ ทั จ�ำกัด คำ� ส�ำคัญ : วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอ่ ม หา้ งหนุ้ สว่ น บริษทั จำ� กดั ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ ปีที่ 14 ฉบบั ท่ี 2 ประจำ�เดอื นพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 285

Abstract The purposes of this research were: to study legal measures concerning the operation of small and medium business enterprises and to learn the characteristics of different types of business entities. The study relied on the Civil and Commercial Code of Thailand and other sources such as information from Department of Business Development and tax collection data, etc. The research results revealed that small and medium enterprises in Thailand prefer to operate as solely owned, partnerships or limited liability company. Considering the appropriateness of operation of the small and medium enterprises in general, the findings indicated that limited liability company was most appropriate in many aspects such as: 1) The registration process; although containing more steps, the support of the responsible governmental agencies facilitate it to be completed within one day. 2) The capital; a company can raise its capital by issuing and selling its share which is convenient to raise a fund for its operation. In addition, it can issue additional shares when needed. Liability to the shareholder; company shareholders only liable to the unpaid amount of shares they own. 3) The responsibility of company’s liability; the shareholders are responsible for only shares which are not paid. 4) The management; the management can be controlled by appointing qualified director(s) according to the company’s articles of association. 5) Business opportunity; the right to operate certain businesses, such as participation in government procurement or auction. 6) Governmental support. Therefore, the form of limited liability company is appropriate for the operation of small and medium business enterprises in Thailand over other types of entity. Keywords : Small and Medium Enterprises, Partnership, Limited Liability Company, Civil and Commercial Code บทน�ำ ตามท่ีได้ประเทศไทย โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้จัดท�ำแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซ่ึงเริ่มใช้ในปี พ.ศ. 2560-2579 และการเดินหนา้ ผลักดนั โมเดลประเทศไทย 4.0 ท่ีมี 3 เรื่องที่ตอ้ งปฏิรปู ไปพรอ้ ม ๆ กันคือ การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจจากเดิมที่เป็นการผลิตโดยใช้แรงงาน เครื่องจักรและทรัพยากรต้องเปล่ียน เป็นการผลิตบนฐานความรู้ และเทคโนโลยี (Technology Base) การพัฒนาภาคบริการ รวมทั้งต้องมีการ ปฏิรูปการวิจัยและพัฒนา ดึงสถาบันวิจัยระดับโลกเข้ามาต้ังในประเทศไทย และการปฏิรูประบบการศึกษา ตอ้ งเนน้ ไปท่กี ารสร้างแรงงานท่มี ีความร้เู รื่องเทคโนโลยี ในด้านของการพัฒนาเศรษฐกิจเพ่ือให้เป็นไปตามนโยบายดังกล่าว หน่วยงานของรัฐท่ีเก่ียวข้องจึง พยายามท่ีจะส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาของผู้ประกอบการ SMEs (Small and 286 บัณฑติ วิทยาลยั มหาวิทยาลัยสวนดสุ ิต

Medium Enterprises) หรอื วสิ าหกิจขนาดกลางหรอื ขนาดย่อมทมี่ อี ย่เู ป็นจ�ำนวนมาก ผ้ปู ระกอบการ SMEs ของไทยในปี 2559 มีจ�ำนวนกว่า 2.74 ลา้ นราย คดิ เปน็ รอ้ ยละ 99.7 ของจำ� นวนผปู้ ระกอบการวสิ าหกจิ ทงั้ ประเทศและมมี ลู คา่ ผลติ ภณั ฑม์ วลรวมในประเทศของ SMEs กวา่ 5.5 ลา้ นลา้ นบาท (SMART SME CHANNEL, 2559) ซง่ึ ผูป้ ระกอบการส่วนมากด�ำเนินการในรูปของบุคคลธรรมดา คณะบุคคลหรือห้างหนุ้ ส่วนสามญั ท่มี ิใช่ นติ ิบคุ คล ห้างหนุ้ สว่ นจ�ำกดั บริษัทจำ� กัด หรอื กจิ การรว่ มคา้ ซึ่งจะประกอบธุรกิจขายสินคา้ ผลิตสนิ ค้า หรือ ใหบ้ รกิ าร ลักษณะของวสิ าหกจิ ขนาดกลางและขนาดย่อม SMEs (Small and Medium Enterprise=SMEs) ทเี่ ป็นรูปแบบของการประกอบธรุ กิจท่ีมีจ�ำนวนมากในประเทศไทยน้ัน หน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศไทยมกั จะ ใช้ก�ำหนดลักษณะของ SMEs ตามกฎกระทรวงอุตสาหกรรมก�ำหนดจ�ำนวนการจ้างงานและมูลค่าสินทรัพย์ ของวิสาหกจิ ขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2545 และยังมหี ลักเกณฑ์ในการจำ� แนกขนาดของ SMEs ตาม พระราชบญั ญตั สิ ง่ เสรมิ วสิ าหกจิ ขนาดกลางและขนาดยอ่ ม พ.ศ. 2543 ไดก้ ำ� หนดลกั ษณะวสิ าหกจิ ขนาดกลาง และขนาดยอ่ ม โดยมหี ลักเกณฑ์ดงั นี้ ตารางท่ี 1 ลักษณะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม พ.ศ. 2543 ประเภทกิจการ วิสาหกจิ ขนาดยอ่ ม วิสาหกิจขนาดกลาง จ�ำนวนการจา้ งงาน มูลคา่ สนิ ทรัพยถ์ าวร จ�ำนวนการจา้ งงาน มลู คา่ สนิ ทรัพย์ถาวร ก จิ การผลิตสิน คา้ ไม่เกิน 50 คน ไม่เกนิ 50 ล้านบาท เกินกวา่ 50 คน เกนิ กว่า 50 ล้านบาท แต่ไมเ่ กิน 200 คน แตไ่ มเ่ กนิ 200 ลา้ นบาท ก ิจการใหบ้ ริก าร ไม่เกิน 50 คน ไม่เกิน 50 ลา้ นบาท เกินกว่า 50 คน เกินกว่า 50 ล้านบาท แต่ไมเ่ กนิ 200 คน แตไ่ มเ่ กนิ 200 ลา้ นบาท ก ิจการค้าสง่ ไมเ่ กนิ 25 คน ไม่เกิน 50 ลา้ นบาท เกินกวา่ 25 คน เกนิ กวา่ 50 ล้านบาท แตไ่ มเ่ กนิ 50 คน แตไ่ มเ่ กนิ 100 ลา้ นบาท ก จิ การคา้ ปลกี ไม่เกนิ 15 คน ไม่เกนิ 30 ลา้ นบาท เกนิ กวา่ 15 คน เกินกวา่ 30 ล้านบาท แตไ่ ม่เกิน 30 คน แตไ่ มเ่ กิน 60 ล้านบาท ท่ีมา: ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอ่ มแหง่ ประเทศไทย (2560) ในยคุ ประเทศไทย 4.0 น้ี SMEs ท่ีมีอยู่เปน็ จ�ำนวนมากและเป็นปัจจยั สำ� คัญที่มีผลตอ่ ระบบเศรษฐกจิ ต้องมีการปรับเปล่ียนแนวทางในการผลิตมาใช้ความรู้และเทคโนโลยีให้มากข้ึน โดยการส่งเสริมรัฐบาลและ หนว่ ยงานของรฐั หลาย ๆ หนว่ ยงานทพ่ี ยายามอยา่ งเตม็ ทที่ จ่ี ะสนบั สนนุ ใหผ้ ปู้ ระกอบการ SMEs สามารถทจี่ ะ ปีที่ 14 ฉบบั ท่ี 2 ประจำ�เดอื นพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 287

พฒั นาไปได้ แตก่ ารสง่ เสรมิ หรอื สนับสนุนน้กี ็ไมส่ ามารถเข้าถึง SMEs ในหลายภาคสว่ นได้ ท้งั น้อี าจเปน็ เพราะ ผปู้ ระกอบการ SMEs หลาย ๆ คนยังขาดความรูแ้ ละความเข้าใจในเง่อื นไขของการใหค้ วามช่วยเหลือหรอื การ สนับสนุนของรัฐ รวมถึงอาจไม่สามารถเข้าถึงข่าวสารที่รัฐได้แจ้งหรือประกาศ โดยลักษณะหน่ึงของปัญหา ทท่ี ำ� ให้ SMEs ไมอ่ าจไดร้ บั ปณะโยชนจ์ ากมาตรการชว่ ยเหลอื ของหนว่ ยงานของรฐั กค็ อื รปู แบบของการจดั ตง้ั หรือการดำ� เนนิ การท่ีเป็นไปในรูปแบบทไี่ ม่สอดรบั การหลักเกณฑใ์ นการให้ความชว่ ยเหลอื นนั่ เอง วตั ถุประสงค์ 1. ศึกษาถึงมาตรการทางกฎหมายทั้งจากประมวลกฎหมายรัษฎากร ประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์และกฎหมายอ่ืน ๆ รวมถึงมาตรการต่าง ๆ ของรัฐที่เป็นสนับสนุนและช่วยเหลือการประกอบธุรกิจ วสิ าหกิจขนาดกลางและขนาดยอ่ ม (SMEs) 2. ศกึ ษาเปรยี บเทยี บการประกอบธรุ กจิ วสิ าหกขิ นาดกลางและขนาดยอ่ มในรปู แบบตา่ ง ๆ อนั ไดแ้ ก่ กิจการเจ้าของเดยี ว ห้างหนุ้ สว่ นสามญั หา้ งห้นุ สว่ นสามัญจดทะเบียน และห้างหุ้นส่วนจำ� กัดกบั การประกอบ ธุรกิจในรูปแบบบรษิ ทั จ�ำกัด วิธีการศึกษา 1. การเก็บรวบรวมข้อมลู จากการค้นควา้ เอกสาร บทความทางวชิ าการ และกฎมายโดยวเิ คราะห์ ข้อมลู และน�ำเสนอในเชิงพรรณนา 2. ขอบเขตของการศึกษา ศึกษาความเป็นมาและลักษณะของการประกอบธุรกิจในลักษณะของ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในรูปแบบของการประกอบกิจการโดยบุคคลธรรมดาเจ้าของเดียวและรูป แบบของหา้ งหนุ้ สว่ นและบรษิ ทั เพอ่ื เปรยี บเทยี บถงึ ผลกระทบทจ่ี ะไดร้ บั จากมาตรการตา่ ง ๆ ของรฐั ทสี่ นบั สนนุ การประกอบธุรกิจ ผลการศกึ ษา การประกอบการค้าหรอื การทำ� ธุรกจิ ในกจิ การประเภทตา่ ง ๆ น้นั เปน็ กลไกหลักของระบบเศรษฐกจิ ของทุกประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วย ซ่ึงการประกอบธุรกิจหรือการค้าท่ีมีขนาดเล็กหรือขนาดกลางที่มีอยู่ เปน็ จำ� นวนมากในประเทศไทยนน้ั สามารถจำ� แนกออกไดเ้ ปน็ รปู แบบใหญ่ ๆ 2 แบบดว้ ยกนั คอื กจิ การเจา้ ของเดยี ว (Sole Entrepreneur) และกิจการเจ้าของหลายคน (Multi Entrepreneur) ทม่ี ีอย่หู ลายรูปแบบด้วยกัน อาทิ เชน่ หา้ งหนุ้ สว่ นหรอื บรษิ ทั จำ� กดั เปน็ ตน้ โดยกจิ การทง้ั สองรปู แบบนน้ั มคี วามเหมาะสมกบั ลกั ษณะของกจิ การ และมีขอ้ ดี ขอ้ เสียท่ีแตกต่างกันออกไป การประกอบธุรกิจในรูปแบบของการเป็นเจ้าของกิจการคนเดียวนั้นเป็นลักษณะของการประกอบ ธรุ กิจที่มีมาต้งั แต่ในอดตี ด้วยเหตุผลจากความสะดวกในหลาย ๆ ดา้ น เช่น การเลือกประเภทของกิจการ การ บรหิ ารงาน รวมถงึ ผลกำ� ไรทไี่ ดอ้ ยา่ งเตม็ เมด็ เตม็ หนว่ ย ทำ� ใหผ้ ปู้ ระกอบการสว่ นใหญย่ งั คงมคี วามนยิ มประกอบ ธรุ กิจเจา้ ของเดยี วอย่มู าก แตอ่ ย่างไรกต็ ามการประกอบธรุ กจิ เจา้ ของเดยี วมขี อ้ จ�ำกดั ในหลายดา้ น โดยเฉพาะ เร่ืองการลงทุนท่ีอาจต้องอาศัยการกู้ยืมเงินโดยใช้ทรัพย์สินส่วนตัวเข้าเป็นประกันการช�ำระหน้ี ซ่ึงถือว่าเป็น 288 บัณฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

ความเสยี่ งตอ่ ความมน่ั คงของทรพั ยส์ นิ สว่ นตวั ของผปู้ ระกอบกจิ การได้ อกี ทง้ั ในการบรหิ ารกจิ การดว้ ยเจา้ ของ คนเดยี วยงั อาจมปี ญั หาในการบรหิ ารจดั การทอี่ าจตอ้ งมอบหมายใหล้ กู จา้ งเขา้ มสี ว่ นรว่ มในการบรหิ ารงานหรอื ดูแลรับผิดชอบเก่ียวกับการเงินหรือการวางแผนงานและหากเจ้าของกิจการดูแลได้ไม่ทั่วถึงก็เป็นเหตุให้เกิด ความเสยี หายกบั กิจการได้ และแมก้ ารประกอบธรุ กจิ ประสบผลสำ� เรจ็ มผี ลกำ� ไรเปน็ รายไดแ้ กเ่ จา้ ของกจิ การในจำ� นวนทม่ี ากกย็ งั ต้องเสียภาษีให้แก่รัฐเป็นจ�ำนวนมาก เนื่องจากการค�ำนวณภาษีในรูปแบบของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาน้ัน ค�ำนวณในแบบอัตราก้าวหน้า (Progressive Rate) ท�ำให้เงินได้ท่ีมีจ�ำนวนมากนั้นต้องเสียภาษีในรูปแบบท่ี เพม่ิ ขน้ึ อยา่ งเปน็ ลำ� ดบั ขนั้ ซง่ึ ในปจั จบุ นั มอี ตั ราการเสยี ภาษี ดงั นี้ คอื อตั ราภาษเี งนิ ไดบ คุ คลธรรมดา เมอ่ื ไดย อด เงินไดส ุทธแิ ลว นําไปคํานวณภาษตี ามอัตราภาษีท่ีประกาศแก้ไขประมวลรษั ฎากร ดังนี้ ตารางที่ 2 บัญชอี ตั ราภาษเี งนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา เรมิ่ ใช้ปภี าษี 2560 เงนิ ไดสุทธิ เงินไดสุทธิ อตั ราภาษี ภาษีแตล ะขนั้ ภาษีสะสม แตละขนั้ รอ ยละ ของเงินไดส ทุ ธิ สูงสดุ ของขั้น 1 – 300,000 300,001 – 500,000 300,000 5 15,000 15,000 500,001 – 750,000 200,000 10 20,000 35,000 750,001 – 1,000,000 250,000 15 37,500 72,500 1,000,001 – 2,000,000 250,000 20 50,000 122,500 2,000,001 – 5,000,000 1,000,000 25 250,000 372,500 5,000,001 บาทขน้ึ ไป 3,000,000 30 900,000 1,272,500 35 - - - ที่มา: กรมสรรพากร (2560) จากตารางอตั ราการเสยี ภาษีดังกล่าวจะเห็นไดว้ า่ หากผูป้ ระกอบการ SMEs เป็นบคุ คลธรรมดา และ มีเงนิ ได้สทุ ธิ ตง้ั แต่ 2,000,001–5,000,000 บาทจะต้องเสยี ภาษเี ป็นจ�ำนวนเงนิ 1,272,500 บาท และหากมี เงินได้ 10,000,000 บาท จะต้องเสียภาษีในส่วนที่เกินกว่า 5,000,000 บาทเพ่ิมขึ้นอีกเป็นจ�ำนวนมากถึง 1,750,000 บาท รวมตอ้ งเสยี ภาษที ง้ั สนิ้ เปน็ จำ� นวน 3,022,500 บาท ในขณะทหี่ ากไดจ้ ดทะเบยี นเปน็ นติ บิ คุ คล จะเสียภาษีจากก�ำไรสุทธิในอัตราคงท่ีหลังหักค่าใช้จ่ายแล้วเพียงร้อยละ 20 ซ่ึงหากมีก�ำไรสุทธิ 10,000,000 บาทเท่ากบั กรณี SMEs ที่เปน็ บุคคลธรรมดาจะเสียภาษเี ปน็ จำ� นวนทัง้ ส้นิ 2,000,000 บาท โดยทั้งนีห้ ากยงิ่ มี จำ� นวนผลกำ� ไรมากสว่ นต่างของจ�ำนวนภาษจี ะย่งิ มจี �ำนวนมากขึ้นอีกอย่างเห็นได้ชดั นอกจากน้ีกรมสรรพากรได้อาศัยอ�ำนาจตามประมวลรัษฎากรออกกฎหมายเพื่อสนับสนุนส่งเสริม ธรุ กจิ SMEs เชน่ ลดอตั ราภาษเี งนิ ได้ ยกเวน้ ภาษเี งนิ ได้ การหกั คา่ สกึ หรอและคา่ เสอ่ื มราคาในอตั ราเรง่ เปน็ ตน้ ปีท่ี 14 ฉบบั ท่ี 2 ประจ�ำ เดอื นพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 289


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook