ลกั ษณะ SMEs ทก่ี รมสรรพากรอาศยั อำ� นาจตามประมวลรษั ฎากรออกกฎหมาย เพอ่ื สนบั สนนุ สง่ เสรมิ ใหส้ ทิ ธิ ประโยชนท์ างภาษี โดยมีหลักเกณฑ์ลกั ษณะใด ลกั ษณะหนึ่ง ดงั น้ี ตารางท่ี 3 ลกั ษณะ SMEs ทกี่ รมสรรพากรสนับสนนุ ส่งเสรมิ ใหส้ ทิ ธปิ ระโยชน์ทางภาษี ล�ำดบั ที่ ลกั ษณะ 1. เปน็ บรษิ ทั หรอื หา้ งหนุ้ สว่ นนติ บิ คุ คลทมี่ ที นุ จดทะเบยี นชำ� ระแลว้ ในวนั สดุ ทา้ ยของ รอบระยะเวลาบญั ชี ไมเ่ กนิ 5 ลา้ นบาท และมรี ายไดจ้ ากการขายสนิ คา้ และบรกิ าร ในรอบระยะเวลาบัญชไี ม่เกนิ 30 ล้านบาท 2. เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีสินทรัพย์ถาวรไม่รวมที่ดินไม่เกิน 200 ล้านบาทและจ้างแรงงานไม่เกนิ 200 คน 3. เปน็ กจิ การขายสนิ คา้ หรอื ใหบ้ รกิ ารทอ่ี ยใู่ นบงั คบั ภาษมี ลู คา่ เพม่ิ ทม่ี รี ายรบั ไมเ่ กนิ 1.8 ลา้ นบาทต่อปีหรอื ต่อรอบระยะเวลาบญั ชไี ด้รับการยกเวน้ ภาษมี ูลค่าเพ่มิ ทมี่ า: กรมสรรพากร (2559) การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจะก�ำหนดหลักเกณฑ์ธุรกิจ SMEs ลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ในการให้ สทิ ธิประโยชน์นั้น ๆ เชน่ บรษิ ัทหรอื หา้ งห้นุ ส่วนนิติบคุ คลทีม่ ที ุนจดทะเบียนชำ� ระแล้วในวนั สุดทา้ ยของรอบ ระยะเวลาบญั ชี ไมเ่ กิน 5 ลา้ นบาท และมีรายได้จากการขายสนิ คา้ และให้บริการไมเ่ กิน 30 ล้านบาทตอ่ รอบ ระยะเวลาบัญชี จะได้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลส�ำหรับก�ำไรสุทธิ 300,000 บาทแรก หรือ บรษิ ทั ฯ ทมี่ แี รงงานไมเ่ กนิ 200 คน จะไดร้ บั สทิ ธปิ ระโยชนท์ างภาษหี กั คา่ สกึ หรอ และคา่ เสอ่ื มราคา ในอตั ราเรง่ เป็นต้น รายได้จากการขายสินค้าและให้บริการไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อรอบระยะเวลาบัญชี มีผลบังคับใช้ ในรอบระยะเวลาบัญชี ปี 2555 หลาย ๆ กรณกี ารใหค้ วามชว่ ยเหลอื ของภาครฐั กย็ งั มแี นวทางเพอ่ื ชว่ ยเหลอื หนว่ ยธรุ กจิ ทป่ี รากฏตาม ทะเบยี นของทางราชการเปน็ หลกั ทำ� ใหห้ นว่ ยธรุ กจิ หรอื SMEs บางประเภทมคี ณุ สมบตั ไิ มเ่ ขา้ หลกั เกณฑต์ าม ทที่ างราชการกำ� หนดทำ� ใหไ้ มไ่ ดร้ บั ความชว่ ยเหลอื เชน่ ในปี 2558 ทป่ี ระชมุ ครม จะใชม้ าตรการภาษชี ว่ ยเหลอื SMEs ดว้ ยการปรบั ลดภาษนี ติ บิ คุ คลใหผ้ ปู้ ระกอบการ SMEs โดยกรมสรรพากรจะปรบั ลดใหต้ ำ่� กวา่ โครงสรา้ ง ภาษปี ัจจบุ ันท่ี SMEs จา่ ยอย่ตู ามโครงสรา้ งปัจจุบนั SMEs ที่มีก�ำไรสุทธิ สว่ นแรกไม่เกนิ สามแสนบาท จะได้ รับการยกเว้นภาษี ของใหม่ที่จะน�ำมาใช้ก็ยังได้รับการยกเว้นภาษีเช่นเดิม ส่วนก�ำไรสุทธิที่เกินสามแสนบาท แตไ่ มเ่ กนิ สามลา้ นบาท ผปู้ ระกอบการตอ้ งจา่ ยภาษรี อ้ ยละ 15 แตข่ องใหมภ่ าครฐั กำ� ลงั อยรู่ ะหวา่ งพจิ ารณาวา่ จะปรับลดให้ เหลือรอ้ ยละ 10 และ SMEs ท่ีมีก�ำไรสุทธิ เกนิ กว่า 3 ล้านบาท ปจั จบุ นั จา่ ยภาษีร้อยละ 20 คาด วา่ ยงั คงตอ้ งจ่ายในอตั ราเดมิ SMEs ที่อยูใ่ นขา่ ยได้รบั อัตราภาษีตามโครงสร้างนี้ ตอ้ งมีทนุ จดทะเบียนทีช่ �ำระ 290 บณั ฑิตวทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลัยสวนดุสิต
แล้วไม่เกนิ 5 ลา้ นบาท มีรายได้จากยอดขายและบริการ ไมเ่ กิน 30 ล้านบาทตอ่ ปี (ไทยรัฐออนไลน์, 2558) เป็นตน้ ซึ่งกรณีนี้ผู้ประกอบกจิ การ SMEs ในลักษณะของกิจการเจ้าของเดียว (บุคคลธรรมดา) และกิจการ ในรปู แบบของหา้ งหนุ้ สว่ นสามญั จะไมอ่ ยใู่ นขา่ ยทไี่ ดร้ บั ประโยชนจ์ ากมาตรการดงั กลา่ วได้ ดงั นน้ั การประกอบ ธรุ กจิ ในสภาวการณท์ สี่ ภาพเศรษฐกจิ ไมเ่ ออื้ อำ� นวยนน้ั การไดร้ บั การสนบั สนนุ จากภาครฐั ถอื เปน็ เรอื่ งทจี่ ำ� เปน็ อย่างย่ิง การเลือกรูปแบบของกิจการเพ่ือให้สามารถได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐจึงถือเป็นเร่ืองจ�ำเป็น อยา่ งยง่ิ โครงการปรับแผนธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถ SMEs กระทรวงอุตสาหกรรม และส�ำนักงาน สง่ เสริมวิสาหกจิ ขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เป็นอีกหนงึ่ โครงการทด่ี ำ� เนินโครงการปรับแผนธรุ กิจ และ เพิม่ ขดี ความสามารถ SMEs เพื่อชว่ ยเหลือผปู้ ระกอบการ SMEs ใหส้ ามารถประกอบธุรกจิ ได้อยา่ งตอ่ เน่อื ง ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และสามารถกลับมาด�ำเนินธุรกิจเจริญเติบโตต่อไปได้ โดยมีเกณฑ์การคัดเลือก ผ้ปู ระกอบการเข้ารว่ มโครงการทส่ี �ำคญั ประการหนง่ึ คอื เป็นนิติบุคคล/มีการจดทะเบียนพาณชิ ย์/มรี ง.4 หรือ รง.2 (สำ� นักพัฒนาการจัดการอตุ สาหกรรม, 2559) หน่วยงานของรัฐอีกหน่วยงานหนึ่งท่ีมีบทบาทส�ำคัญรับผิดชอบในการสนับสนุนหรือส่งเสริมกิจการ SMEs โดยตรง คือ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว. หรือ SME BANK) ซ่ึงมีวัตถุประสงค์เพ่ือประกอบธุรกิจอันเป็นการพัฒนา ส่งเสริม ช่วยเหลือ และสนับสนุนการจัดตั้ง การดำ� เนนิ งาน การขยาย หรอื การปรบั ปรงุ วสิ าหกจิ ขนาดกลางและขนาดยอ่ ม โดยการใหส้ นิ เชอ่ื คำ้� ประกนั รว่ ม ลงทนุ ใหค้ ำ� ปรกึ ษาแนะนำ� หรอื ใหบ้ รกิ ารทจ่ี ำ� เปน็ อน่ื ๆ ไดเ้ คยกำ� หนดหลกั เกณฑใ์ นการใหส้ นิ เชอื่ ผปู้ ระกอบการ SMEs ไทย ในโครงการสินเชื่อสนับสนุนธุรกิจท่องเท่ียวและผู้ประกอบการท่องเท่ียวชุมชน ได้ก�ำหนดวงเงิน สนิ เชื่อที่จะให้ก้แู ก่ SMEs ท่ีเป็นบคุ คลธรรมดากู้สงู สุดได้ไม่เกิน 2 ลา้ นบาท แตส่ �ำหรบั SMEs ทเ่ี ป็นนิติบคุ คล ก�ำหนดวงเงินสินเชื่อสูงสุดไม่เกิน 15 ล้านบาท (ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่ง ประเทศไทย, 2560) เม่ือได้พิจารณาจากหลักเกณฑ์ของมาตรการต่าง ๆ ท่ีออกโดยหน่วยงานของรัฐในโครงการให้การ ชว่ ยเหลอื หรอื สนบั สนนุ การดำ� เนนิ งานของ SMEs แลว้ จะเหน็ ไดอ้ ยา่ งชดั เจนวา่ การดำ� เนนิ การหรอื การประกอบ ธุรกิจในรูปแบบของบุคคลธรรมดานั้นเป็นเหตุให้บางกรณีได้รับสิทธิประโยชน์หรือความช่วยเหลือในจ�ำนวน ท่ีน้อยกว่า SMEs ท่ีเป็นนิติบุคคลและบางกรณีก็ไม่อยู่ในเกณฑ์ท่ีจะได้รับความช่วยเหลือหรือสนับสนุนเลย ทีเดียว ดังนน้ั การประกอบธรุ กิจในรูปแบบของนิติบคุ คลจงึ เปน็ รปู แบบการประกอบธุรกิจทเ่ี หมาะสม แต่การ จะเลือกว่าจะประกอบกิจการในรูปแบบของนิติบุคคลประเภทใดก็ยังมีข้อที่ต้องพิจารณาอีกหลายประการ ดังท่จี ะได้พจิ ารณาต่อไป อย่างไรก็ตามนอกจากการประกอบธุรกิจในลักษณะบุคคลธรรมดายังมีอีกรูปแบบหนึ่งท่ีเป็นกิจการ ในรูปแบบของกลุ่มบคุ คลตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ทีเ่ รยี กว่า “ห้างหนุ้ ส่วน (Partnership)” ซงึ่ ถือได้ว่าเป็นรูปแบบของกิจการที่ได้รับความนิยมจากผู้ประกอบการไทยอยู่ไม่น้อยและมีมาต้ังแต่สมัยโรมัน และปรากฏมีหลักฐานในประเทศไทยตัง้ แตส่ มัยกรุงศรีอยธุ ยา ในพระอายการเบดเสรจ แต่ได้มกี ารปรบั แกไ้ ข เนือ้ หาให้มีความสอดคลอ้ งกบั กฎหมายสมัยใหม่ ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากกฎหมายองั กฤษนน่ั เอง ห้างหนุ้ ส่วนสามญั เปน็ การดำ� เนินกิจการรว่ มกันหรือที่เรียกกันติดปากวา่ เปน็ หนุ้ สว่ นกัน ซงึ่ มคี วาม หมายวา่ เป็นเจ้าของกิจการร่วมกนั ต้ังแต่ 2 คนข้นึ ไปทีป่ ระสงค์จะทำ� กิจการเพอ่ื เอาผลก�ำไรทไี่ ดม้ าแบ่งปนั กัน ปีที่ 14 ฉบบั ที่ 2 ประจำ�เดอื นพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 291
การท�ำกิจการในรูปแบบห้างหุ้นส่วนสามัญน้ีเกิดข้ึนในทันทีท่ีมีการแสดงเจตนาท่ีถูกต้องตรงกันว่าจะมีการ ดำ� เนนิ กจิ การรว่ มกนั เพอื่ แสวงหาผลกำ� ไรมาแบง่ ปนั กนั โดยไมต่ อ้ งมหี ลกั ฐานเปน็ ลายลกั ษณอ์ กั ษรหรอื วา่ ตอ้ ง มกี ารทำ� เปน็ หนงั สอื หรอื จดทะเบยี นอยา่ งใดทงั้ สน้ิ จงึ ถอื ไดว้ า่ เปน็ รปู แบบของกจิ การทเ่ี กดิ ขน้ึ ไดง้ า่ ยทส่ี ดุ และ แมจ้ ะไมไ่ ดต้ กลงกนั ในรายละเอยี ดอยา่ งครบถว้ น ซงึ่ ทำ� ใหค้ สู่ ญั ญาอาจไมท่ ราบวา่ มผี ลผกู พนั ขนึ้ ตามกฎหมายแลว้ เพราะประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ยไ์ ด้กำ� หนดสิทธแิ ละหนา้ ทขี่ องคู่สญั ญาไว้แล้วใน บรรพท่ี 3 ลักษณะ 22 ว่าด้วยหุ้นส่วน บริษัท ทั้งในเร่ืองของความรับผิดของคู่สัญญาที่เป็นเรื่องส�ำคัญอย่างย่ิงส�ำหรับกิจการ หา้ งหนุ้ สว่ นสามญั เพราะผเู้ ปน็ หนุ้ สว่ นทกุ คนตอ้ งรว่ มกนั รบั ผดิ ในหนข้ี องหา้ งโดยไมจ่ ำ� กดั จำ� นวน ซง่ึ หมายความวา่ หากคสู่ ญั ญาไม่ไดก้ ำ� หนดหรอื ตกลงไว้เปน็ อยา่ งอน่ื คูส่ ัญญาทกุ คนไม่วา่ จะลงหนุ้ ด้วยเงิน หรือทรัพย์สนิ เป็น จ�ำนวนหรือมูลค่าเท่าไร หรือแม้กระท่ังลงหุ้นด้วยแรงงานก็ตาม หากห้างหุ้นส่วนสามัญมีหนี้สินแล้วหุ้นส่วน ทุกคนต้องรว่ มกนั รบั ผดิ อย่างไมจ่ �ำกดั จำ� นวน นอกจากนป้ี ระมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ยังไดบ้ ญั ญัตเิ กย่ี วกับการลงหุน้ การคำ� นวณสว่ นลงหุ้น การบริหารจัดการห้างหุ้นส่วน การแบ่งก�ำไรขาดทุน ความสัมพันธ์ระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนกับบุคคลภายนอก และการเลกิ หา้ งฯ เปน็ ตน้ โดยในสว่ นทเี่ ปน็ สาระสำ� คญั ทผ่ี เู้ ปน็ คสู่ ญั ญาหรอื ทเี่ รยี กวา่ เปน็ หนุ้ สว่ นตอ้ งตระหนกั ใหด้ ยี ง่ิ คอื ความรบั ผดิ หรอื หนท้ี เ่ี กดิ ขนึ้ กบั หา้ งฯ ยอ่ มเปน็ ความรบั ผดิ หรอื หนที้ ผี่ เู้ ปน็ หนุ้ สว่ นทกุ คนตอ้ งรว่ มกนั รับผดิ หากเปน็ หน้ีทเี่ กดิ ข้ึนจากการกระท�ำของผู้เปน็ หุน้ สว่ นทมี่ ีอ�ำนาจทเ่ี รียกวา่ “หนุ้ สว่ นผ้จู ัดการ” และทำ� ไปในทางธรรมดาการค้าของห้างฯ กฎหมายก็ถือวา่ เป็นการกระท�ำของหา้ งฯ หนท้ี ีเ่ กดิ ข้นึ กเ็ ป็นหนีข้ องหา้ งฯ ดังน้ันผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญทุกคนจึงไม่อาจปฏิเสธความรับผิดในหน้ีเหล่านี้ได้ เป็นเหตุให้ผู้เป็น หุ้นส่วนทุกคนต้องติดตามดกู ารท�ำงานของหนุ้ ส่วนผจู้ ดั การและผลประกอบการของห้างฯ อยเู่ ป็นประจ�ำเพื่อ ป้องกันมิให้ตนเองต้องเกิดความรับผิดจากหนี้ของห้างซ่ึงหน้ีเหล่าน้ีอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สิน สว่ นตวั ได้ บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ท่ีเก่ียวกับห้างหุ้นส่วนสามัญยังก�ำหนดหลักเกณฑ์ ในด้านต่าง ๆ ของห้างหุ้นส่วนสามัญไว้อีกหลายประการ การด�ำเนินการในรูปแบบของห้างหุ้นส่วนสามัญ จงึ จำ� เปน็ ตอ้ งศกึ ษาใหเ้ ขา้ ใจถงึ หลกั เกณฑท์ งั้ หลายนใี้ หเ้ ขา้ ใจอยา่ งดี เพอ่ื ปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หาทอี่ าจเกดิ ขนึ้ ในระหว่างท่ีด�ำเนินกิจการได้ ดังน้ันอาจสรุปได้ว่าห้างหุ้นส่วนสามัญน้ันเป็นกิจการของคณะบุคคลท่ีร่วมกัน ประกอบกิจการท่ีเกิดข้ึนในรูปแบบของสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์เกิดขึ้นได้ง่ายด้วยการ แสดงเจตนาของคสู่ ญั ญา ไมต่ อ้ งมกี ารทำ� สญั ญาเปน็ ลายลกั ษณอ์ กั ษร ไมต่ อ้ งจดทะเบยี นกบั หนว่ ยงานราชการ ถอื เปน็ กจิ การทจี่ ดั ตง้ั ขน้ึ ไดอ้ ยา่ งสะดวก แตอ่ ยา่ งไรกด็ ผี ลผกู พนั ทเ่ี กดิ ขน้ึ นนั้ หากไมไ่ ดต้ กลงกนั ไวใ้ นรายละเอยี ด ตา่ ง ๆ ใหด้ ี และครบถว้ นแลว้ จะตอ้ งมสี ทิ ธแิ ละหนา้ ทเี่ ปน็ ไปตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ ซงึ่ นอกจาก คู่สัญญาต้องศึกษาหลักเกณฑ์เหล่านี้ด้วยความละเอียดรอบคอบแล้ว ยังต้องดูแลกิจการอย่างใกล้ชิดอีกด้วย เพราะความรบั ผดิ หรอื หนข้ี องหา้ งหนุ้ สว่ นสามญั ทเ่ี กดิ ขน้ึ นนั้ เปน็ หนี้ หรอื เปน็ ความรบั ผดิ ทหี่ นุ้ สว่ นทกุ คนตอ้ ง รบั ผดิ รว่ มกนั อยา่ งไมจ่ ำ� กดั ซง่ึ อาจเปน็ ไปตามลกั ษณะของกจิ การทเี่ ปน็ การรว่ มหวั จมทา้ ยกนั ในระหวา่ งผเู้ ปน็ หุน้ ส่วนทกุ คน อย่างไรก็ตามการด�ำเนินการในรูปแบบของห้างหุ้นส่วนน้ันยังคงมีข้อที่ต้องพิจารณา คือการที่ไม่มี สถานะเปน็ นติ บิ คุ คลนนั้ อาจมขี อ้ จำ� กดั ในดา้ นรปู แบบของการเสยี ภาษที ยี่ งั คงตอ้ งเสยี ภาษใี นรปู แบบของภาษี เงนิ ไดบ้ คุ คลธรรรมดา อกี ทง้ั การจดั การทรพั ยส์ นิ ของหา้ งฯ ทอี่ ยใู่ นลกั ษณะของเจา้ ของกรรมสทิ ธริ์ วมกเ็ ปน็ เรอ่ื ง 292 บัณฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลัยสวนดุสติ
ทส่ี รา้ งความไมส่ ะดวกใหแ้ กผ่ เู้ ปน็ หนุ้ สว่ นอยไู่ มน่ อ้ ย นอกจากนป้ี ญั หาทส่ี ำ� คญั อกี ประการหนง่ึ คอื ตวั บทกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในส่วนของห้างหุ้นส่วนสามัญน้ัน บทบัญญัติมีเจตนารมณ์หรือความ มงุ่ หมายทจี่ ะคมุ้ ครองบคุ คลภายนอกทม่ี ใิ ชค่ สู่ ญั ญายง่ิ ไปกวา่ ตวั หนุ้ สว่ นหรอื คสู่ ญั ญา ซง่ึ อาจเปน็ เพราะขอ้ ตกลง ตา่ ง ๆ ในระหวา่ งผเู้ ปน็ หนุ้ สว่ นนน้ั เปน็ ขอ้ ตกลงทท่ี ำ� ขน้ึ เปน็ การภายในระหวา่ งผเู้ ปน็ หนุ้ สว่ นดว้ ยกนั เอง บคุ คล ภายนอกไม่อาจทราบได้ ดงั เชน่ ตัวอย่างในบทบัญญตั มิ าตรา 1049 ผเู้ ปน็ หุน้ สว่ นจะถอื เอาสทิ ธิใด ๆ แกบ่ คุ คล ภายนอกในกจิ การค้าขาย ซึง่ ไม่ปรากฏชอื่ ของตนน้ันหาได้ไม่ ซงึ่ เป็นการแสดงให้เห็นว่าผู้เปน็ หุ้นสว่ นไม่อาจ อ้างสทิ ธิกบั บุคคลภายนอกได้ เปน็ ต้น ดงั นั้นการประกอบธุรกจิ หรือกจิ การ SMEs ในรปู แบบของห้างหุ้นส่วน สามญั นอกจากมปี ญั หาทไี่ มอ่ ยใู่ นแกณฑท์ จี่ ะไดร้ บั ความชว่ ยเหลอื จากมาตรการตา่ ง ๆ ทอี่ อกมาเพอ่ื สนบั สนนุ และช่วยเหลอื การด�ำเนินการของ SMEs แล้ว ยังมปี ญั หาทเ่ี กี่ยวเน่ืองกับการบริหารจดั การ รวมถึงความเส่ียง ตอ่ ความรบั ผดิ ในหนี้ของห้างฯโดยไมจ่ �ำกัดจ�ำนวนอีกด้วย แนวทางเพอื่ การแกป้ ญั หาดงั กลา่ วประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ยไ์ ดบ้ ญั ญตั ชิ อ่ งทางใหห้ า้ งหนุ้ สว่ น สามัญสามารถจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลได้ โดยข้ันตอนในการจดทะเบียน ไม่ได้ยุ่งยากหรือมีข้ันตอนมากเหมือนการจดทะเบียนบริษัท ซ่ึงเมื่อห้างหุ้นส่วนสามัญได้จดทะเบียนเป็น นติ บิ คุ คลแลว้ การจดั การทรพั ยส์ นิ กจ็ ะแยกออกเปน็ ทรพั ยส์ นิ ของหา้ งฯ ไมเ่ กย่ี วขอ้ งกบั ผเู้ ปน็ หนุ้ สว่ นแตอ่ ยา่ งใด ทำ� ให้บริหารจดั การได้สะดวกขึ้น เพราะไม่อยูใ่ นรูปของเจา้ ของกรรมสทิ ธ์ริ วมอีกต่อไป อีกทัง้ ทก่ี ล่าวไว้ขา้ งตน้ วา่ บทบญั ญตั ขิ องกฎหมายคมุ้ ครองบคุ คลภายนอกมากกวา่ คสู่ ญั ญากจ็ ะไมม่ อี กี ตอ่ ไป เนอื่ งจากการจดทะเบยี น เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนน้ันกฎหมายได้ก�ำหนดให้มีการจดแจ้งรายการที่เป็นรายละเอียดไว้หลาย ประการ โดยเฉพาะอย่างย่ิงในส่วนที่เกี่ยวกบั หุ้นส่วนผูจ้ ัดการทีท่ ำ� หนา้ ท่ีในการบริหารจัดการห้างฯ ซง่ึ จะเป็น ผู้กระท�ำการแทนห้างฯ และต้องติดต่อกับบุคคลภายนอก ดังนั้นผู้ท่ีจะท�ำการค้าหรือติดต่อกับห้างฯ หากมี ขอ้ สงสยั กส็ ามารถทจี่ ะตรวจสอบจากรายการทไี่ ดจ้ ดทะเบยี นไวไ้ ด้ ถอื ไดว้ า่ เปน็ หา้ งหนุ้ สว่ นสามญั จดทะเบยี น ซงึ่ มรี ปู แบบเปน็ นติ บิ คุ คลนน้ั สามารถลดปญั หาหรอื ขอ้ ขดั ขอ้ งจากการดำ� เนนิ กจิ การในรปู แบบของหา้ งหนุ้ สว่ น สามัญไดห้ ลายประการ แตส่ งิ่ หนงึ่ ทผี่ เู้ ปน็ หนุ้ สว่ นในหา้ งหนุ้ สว่ นสามญั และหา้ งหนุ้ สว่ นสามญั จดทะเบยี นยงั คงมเี หมอื นกนั คอื ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดในหน้ีของห้างโดยไม่จ�ำกัดจ�ำนวนเช่นเดียวกัน ซึ่งก็ยังถือว่าเป็นความเสี่ยงท่ี ผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนท้ังสองประเภทนี้ยังคงต้องระมัดระวังในการด�ำเนินกิจการเช่นเดียวกัน และ นอกจากในสว่ นทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การจดทะเบยี นและการมสี ถานะเปน็ นติ บิ คุ คลแลว้ ในสว่ นอนื่ ๆ สทิ ธแิ ละหนา้ ที่ ของผู้เปน็ ห้นุ ส่วนของหา้ งฯ ท้งั สองประเภทก็ยงั คงมีอย่คู ลา้ ยคลงึ กันมาก การแก้ปัญหาท่ีผู้เป็นหุ้นส่วนต้องร่วมกันรับผิดในหนี้ของห้างโดยไม่จ�ำกัดจ�ำนวนน้ันอาจท�ำได้โดยที่ ผเู้ ปน็ หนุ้ สว่ นจำ� กดั ความรบั ผดิ เพยี งไมเ่ กนิ จำ� นวนเงนิ ทตี่ นรบั จะลงหนุ้ ในหา้ งหนุ้ สว่ นนนั้ กส็ ามารถทำ� ได้ แตก่ าร ด�ำเนินกิจการนัน้ ตอ้ งทำ� ในรูปแบบของห้างหุ้นสว่ นจ�ำกดั ซ่งึ เป็นหา้ งหุ้นสว่ นทก่ี ฎหมายกำ� หนดใหม้ หี ุ้นส่วนท่ี จำ� กดั ความรบั ผดิ เพยี งไมเ่ กนิ จำ� นวนเงนิ ทต่ี นรบั จะลงหนุ้ ในหา้ งหนุ้ สว่ นไดน้ นั้ ตอ้ งเปน็ ดำ� เนนิ การในรปู แบบของ หา้ งหนุ้ สว่ นจำ� กดั เทา่ นนั้ แตห่ า้ งหนุ้ สว่ นจำ� กดั นน้ั กฎหมายกก็ ำ� หนดใหต้ อ้ งมที ง้ั หนุ้ สว่ นทจี่ ำ� กดั ความรบั ผดิ เพยี ง ไมเ่ กนิ จำ� นวนทต่ี นรบั จะลงหนุ้ และหนุ้ สว่ นทร่ี บั ผดิ ในหนข้ี องหา้ งโดยไมจ่ ำ� กดั จำ� นวนครบถว้ นทง้ั สองประเภท ห้างหุ้นส่วนจ�ำกัดจึงเป็นลักษณะของการด�ำเนินกิจการที่มีหุ้นส่วนที่มีความรับผิดต่างกัน ซ่ึงเม่ือ พจิ ารณาแลว้ จะเหน็ ไดว้ า่ ผเู้ ปน็ หนุ้ สว่ นประเภททตี่ อ้ งรบั ผดิ ในหนขี้ องหา้ งโดยไมจ่ ำ� กดั จำ� นวนจะมคี วามรบั ผดิ ปีท่ี 14 ฉบบั ที่ 2 ประจำ�เดอื นพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 293
หรอื ความเสยี่ งทจ่ี ะเสยี หายหากกจิ การของหา้ งประสบภาวะขาดทนุ หรอื เปน็ หน้ี ดงั นนั้ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ยจ์ งึ กำ� หนดหลกั เกณฑท์ แ่ี ตกตา่ งกนั ระหวา่ งผเู้ ปน็ หนุ้ สว่ นทจ่ี ำ� กดั ความรบั ผดิ และหนุ้ สว่ นทไี่ มจ่ ำ� กดั ความรบั ผดิ หุ้นส่วนที่ไม่จ�ำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจ�ำกัดน้ันยังคงมีสิทธิและหน้าท่ีใกล้เคียงกับการเป็น หนุ้ สว่ นในหา้ งหนุ้ สว่ นสามญั จดทะเบยี นและหา้ งหนุ้ สว่ นสามญั คอื เปน็ ผมู้ สี ทิ ธบิ รหิ ารจดั การหา้ งฯ โดยการเปน็ หนุ้ ส่วนผูจ้ ดั การซ่ึงเป็นผูแ้ ทนของหา้ งฯ ได้ ส่วนผู้เปน็ หนุ้ สว่ นจ�ำพวกจ�ำกดั ความรบั ผิดน้ัน นอกจากกฎหมาย จะมิได้ก�ำหนดให้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการแล้วยังห้ามแม้กระท่ังการสอดเข้ายุ่งเก่ียวกับการจัดการกิจการของ หา้ งหนุ้ สว่ นจำ� กดั อกี ดว้ ย ซง่ึ หากฝา่ ฝนื ยงั ตอ้ งรบั ผดิ อยา่ งไมจ่ ำ� กดั จำ� นวนอกี ดว้ ย แตผ่ เู้ ปน็ หนุ้ สว่ นจำ� พวกจำ� กดั ความรับผิดก็มีสิทธิในการออกเสียงเป็นคะแนนนับในการต้ังและถอดถอนผู้จัดการมีสิทธิด�ำเนินกิจการที่มี ลักษณะเช่นเดียวกับกิจการของห้างได้และยังสามารถตรวจสอบบัญชีของห้าง รวมทั้งสิทธิพ้ืนฐานอ่ืน ๆ ใน ฐานะทเ่ี ป็นเจ้าของกจิ การในส่วนท่ีไม่เกย่ี วขอ้ งกบั การบรหิ ารหรือจัดการงงานของหา้ งฯ โดยตรง หา้ งหนุ้ สว่ นจำ� กดั จงึ เปน็ กจิ การทป่ี ระกอบไปดว้ ยหนุ้ สว่ นสองจำ� พวก คอื หนุ้ สว่ นจำ� พวกทจี่ ำ� กดั ความ รับผิดกับหุ้นส่วนจ�ำพวกท่ีรับผิดโดยไม่จ�ำกัดจ�ำนวน โดยที่ทั้งสองจ�ำพวกนี้มีสิทธิและหน้าท่ีแตกต่างกันหรือ อาจเรยี กไดว้ า่ ไมเ่ ทา่ เทยี มกนั ซงึ่ ผเู้ ปน็ หนุ้ สว่ นประเภททร่ี บั ผดิ อยา่ งจำ� กดั จำ� นวนถอื ไดว้ า่ เปน็ ฝา่ ยดอ้ ยสทิ ธกิ วา่ ในการบรหิ ารงานของหา้ งฯ ดงั นนั้ หา้ งหนุ้ สว่ นจำ� กดั จงึ เปน็ ทางเลอื กทผี่ ปู้ ระกอบกจิ การสองฝา่ ยลงทนุ รว่ มกนั โดยท่ีมีหุ้นส่วนฝ่ายหนึ่งด้อยสิทธิกว่าจึงอาจไม่เป็นท่ีปรารถนาผู้ลงทุนที่ประสงค์จะรับผิดอย่างจ�ำกัดจ�ำนวน ก็เปน็ ได้ เม่ือพิจารณาจากเหตุผลข้างต้นแล้ว ห้างหุ้นส่วนอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีท่ีสุดของผู้ประกอบกิจการที่ ประสงคจ์ ะด�ำเนนิ กิจการหรอื ลงทนุ โดยมคี วามเส่ียงต�่ำ การประกอบธรุ กิจอกี รปู แบบหนงึ่ ก็คอื “บริษทั ” จึง เปน็ อกี ทางเลอื กหนึ่งท่ีน่าสนใจ เพราะบริษทั น้นั เป็นกิจการทแ่ี บง่ ทนุ เป็นหุน้ ๆ ละเท่า ๆ กัน และผูถ้ ือหนุ้ ใน บริษัทต่างรับผิดเพียงเท่าจ�ำนวนส่วนลงหุ้นที่ยังช�ำระไม่ครบถ้วน ดังน้ันในบริษัทจึงประกอบไปด้วยผู้ลงทุน หรอื ผถู้ อื หนุ้ ทรี่ บั ผดิ อยา่ งจำ� กดั จำ� นวนทกุ คน ถอื ไดว้ า่ ไมม่ ปี ญั หาเกย่ี วกบั ความไมเ่ ทา่ เทยี มกนั ในดา้ นการบรหิ าร จัดการอกี ตอ่ ไป การจัดต้ังบริษัทนั้นมีเงื่อนไขแตกต่างจากการจัดตั้งห้างหุ้นส่วนหลายประการด้วยกัน โดยประมวล กฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์กำ� หนดให้บคุ คลใด ๆ ต้งั แตส่ ามคนขน้ึ ไปจะเร่ิมกอ่ การและต้งั เปน็ บริษทั จ�ำกัดก็ได้ โดยเข้าช่ือกันท�ำหนังสือบริคณห์สนธิ และกระท�ำการอย่างอ่ืนตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายน้ี ซ่ึง แตกต่างจากจ�ำนวนคู่สัญญาที่จะจัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนที่กฎหมายก�ำหนดจ�ำนวนไว้เพียง 2 คนเท่าน้ัน โดย บคุ คลทง้ั สามคนน้มี กั เรียกว่า “ผ้เู รม่ิ ก่อการ” คือ ผู้ทมี่ คี วามประสงค์และได้แสดงเจตนารว่ มกนั ตง้ั แต่ 3 คน ขึ้นไปท่ีจะจัดต้ังบริษัทท่ีมีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาผลก�ำไรแล้วเอามาแบ่งปันให้แก่ผู้ถือหุ้นทุกคนในรูปแบบ ของเงนิ ปนั ผล หลังจากที่ผู้เริ่มก่อการได้แสดงเจตนารร่วมกันที่จะจัดตั้งบริษัทแล้วก็จะต้องด�ำเนินการจัดต้ังบริษัท ตามข้ันตอนที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ก�ำหนดไว้ กล่าวคือ เร่ิมจาก การลงทะเบยี นจองชื่อ เพือ่ ใหช้ อ่ื บริษัททคี่ ดิ จะตงั้ ข้ึนเป็นช่อื ที่ไมซ่ �ำ้ หรอื เป็นชอ่ื ต้องห้ามตามกฎหมาย เมอื่ ชอ่ื ที่เลือกไว้ได้รับอนุญาตให้ใช้ได้แล้ว จึงเริ่มท�ำหนังสือบริคณห์สนธิเพ่ือน�ำไปจดทะเบียนได้ ท้ังนี้เพราะช่ือของ บริษัทที่คิดจะตั้งข้ึนนั้นเป็นรายการหน่ึงที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก�ำหนดให้ต้องมีในหนังสือ 294 บัณฑิตวทิ ยาลัย มหาวิทยาลยั สวนดสุ ติ
บรคิ ณห์สนธิ นอกจากการลงทะเบยี นจองชอื่ เพอ่ื ใชใ้ นการระบชุ อื่ ในหนงั สอื บรคิ ณหส์ นธแิ ลว้ ยงั มรี ายการในหนงั สอื บรคิ ณหส์ นธทิ ต่ี อ้ งระบเุ กย่ี วกบั ทส่ี ำ� นกั งานของบรษิ ทั ซง่ึ บอกทะเบยี นนน้ั จะตงั้ อยู่ ณ ทใี่ ดในพระราชอาณาเขต ซ่ึงท�ำให้เกิดหน้าที่แก่ผู้เร่ิมก่อการในอันท่ีจะต้องหาที่ตั้งของส�ำนักงานของบริษัทท่ีคิดจะต้ังข้ึนว่าจะตั้งท่ีใดใน พระราชอาณาเขต กค็ ือประเทศไทยนนั่ เอง โดยผ้เู รม่ิ กอ่ การจะต้องหาเช่าส�ำนักงาน หรือท�ำสญั ญาจะซื้อขาย หรอื สญั ญาซอื้ ขายสำ� นกั งานหรอื ทดี่ นิ ทจ่ี ะกอ่ ตง้ั สำ� นกั งาน ซง่ึ ยอ่ มเปน็ ภาระหนา้ ทข่ี องเหลา่ ผเู้ รมิ่ กอ่ การทตี่ อ้ ง รบั ผดิ รว่ มกนั และโดยไมจ่ ำ� กดั ในบรรดาหนแี้ ละสญั ญาทง้ั หลายทไี่ ดท้ ำ� ลงไปดว้ ยจนกวา่ จะไดจ้ ดทะเบยี นบรษิ ทั นอกจากนห้ี นงั สอื บรคิ ณหส์ นธยิ งั มรี ายการตา่ ง ๆ อกี หลายรายการ ซง่ึ ถอื วา่ เปน็ รายการสำ� คญั ทตี่ อ้ งระบุ ไวใ้ หค้ รบถว้ นตามทกี่ ฎหมายกำ� หนด และเมอื่ พจิ ารณาเปรยี บเทยี บแลว้ จะเหน็ ไดว้ า่ มคี วามคลา้ ยคลงึ กบั รายการ ของการจดทะเบยี นหา้ งหนุ้ สว่ นสามญั และรายการการจดทะเบยี นของหา้ งหนุ้ สว่ นจำ� กดั เปน็ อยา่ งมาก ดงั น้ี ตารางท่ี 4 ตารางเปรียบเทยี บการจดทะเบียนหา้ งห้นุ สว่ นสามญั กับห้างหุ้นส่วนจำ� กดั รายการการลงทะเบยี น รายการการลงทะเบียน รายการในหนงั สอื บริคณห์สนธิ หา้ งหุ้นสว่ นสามญั จดทะเบียน หา้ งหุ้นส่วนจ�ำกัด (บรษิ ัทจ�ำกดั ) (1) ชอื่ ห้างหุ้นส่วน (1) ชอ่ื หา้ งหนุ้ ส่วน (1) ชอื่ บรษิ ทั อันคิดจะต้งั ขนึ้ ซงึ่ ต้อง (2) วัตถุทปี่ ระสงคข์ องห้างหุ้นสว่ น (2) ขอ้ แถลงความวา่ เปน็ หา้ งหนุ้ สว่ น มีค�ำว่า”จ�ำกัด”ไว้ปลายชื่อน้ัน (3) ท่ีต้ังส�ำนักงานแห่งใหญ่และ จำ� กดั และวตั ถทุ ปี่ ระสงคข์ องหา้ ง ดว้ ยเสมอไป สาขาทั้งปวง หนุ้ สว่ นนัน้ (2) ที่ส�ำนักงานของบริษัทซ่ึงบอก (4) ชอ่ื และทส่ี ำ� นกั กบั ทง้ั อาชวี ะของ (3) ที่ต้ังส�ำนักงานแห่งใหญ่และ ทะเบยี นนั้นจะตั้งอยู่ ณ ที่ใดใน ผเู้ ป็นหุ้นส่วนทกุ ๆ คน ถา้ ผู้เป็น ส�ำนกั งานสาขาท้งั ปวง พระราชอาณาเขต หุ้นส่วนคนใดมีชื่อย่ีห้อก็ให้ลง (4) ชอื่ ย่หี ้อ ส�ำนัก และอาชวี ะของผู้ (3) วัตถุที่ประสงค์ทั้งหลายของ ทะเบียนท้ังชื่อและยี่ห้อดว้ ย เปน็ หนุ้ สว่ นจำ� พวกจำ� กดั ความรบั บรษิ ทั (5) ชอ่ื หุ้นสว่ นผ้จู ดั การ ในเม่อื ได้ตง้ั ผดิ และจำ� นวนเงนิ ซงึ่ เขาเหลา่ นนั้ (4) ถอ้ ยคำ� สำ� แดงวา่ ความรบั ผดิ ของ แตง่ ใหเ้ ปน็ ผจู้ ดั การแตเ่ พยี งบางคน ไดล้ งหุ้นด้วยในหา้ งหุ้นส่วน ผู้ถอื หุ้นจะมีจำ� กดั (6) ถา้ มขี อ้ จำ� กดั อำ� นาจของหนุ้ สว่ น (5) ชือ่ ย่หี อ้ สำ� นกั และอาชวี ะของผู้ (5) จ�ำนวนทุนเรือนหุน้ ซึ่งบรษิ ทั คิด ผู้จัดการประการใดให้ลงไว้ด้วย เปน็ หนุ้ สว่ นจำ� พวกไมจ่ ำ� กดั ความ กำ� หนดจะจดทะเบยี นแบ่งออก (7) ตราซึ่งใช้เป็นส�ำคัญของห้างหุ้น รับผิด เป็นหุ้นมีมูลค่าก�ำหนดหุ้นละ ส่วน (6) ช่อื ห้นุ สว่ นผ้จู ดั การ เทา่ ไร ขอ้ ความซง่ึ ลงทะเบยี นนน้ั จะ (7) ถ้ามีข้อจ�ำกัดอ�ำนาจหุ้นส่วนผู้ (6) ชอื่ สำ� นกั อาชวี ะ และลายมอื ชอ่ื ลงรายการอนื่ ๆ อีกอนั คู่สัญญา จัดการอันจะผูกพันห้างหุ้นส่วน ของบรรดาผู้เร่ิมก่อการ ทั้ง เห็นสมควรจะให้ประชาชน น้นั ประการใดใหล้ งไว้ดว้ ย จ�ำนวนหุ้นซึ่งต่างคนต่างเข้าชื่อ ทราบดว้ ยกไ็ ด้ ขอ้ ความซง่ึ ลงทะเบยี นนนั้ จะ ซอื้ ไว้คนละเท่าใด ลงรายการอื่น ๆ อีกอันคู่สัญญา เหน็ สมควรจะใหป้ ระชาชนทราบ ด้วยกไ็ ด้ ท่มี า: ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ ปีท่ี 14 ฉบับที่ 2 ประจ�ำ เดอื นพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 295
รายการในหนงั สอื บรคิ ณหส์ นธทิ แี่ ตกตา่ งไปจากรายการการจดทะเบยี นของหา้ งหนุ้ สว่ นมเี พยี งรายการ เดยี วเท่านนั้ คอื จำ� นวนทนุ เรือนหุน้ ซ่งึ บรษิ ทั คิดกำ� หนดจะจดทะเบียนแบง่ ออกเปน็ หนุ้ มีมูลค่าก�ำหนดหนุ้ ละ เทา่ ไร ท้งั นี้เพราะเป็นลกั ษณะเฉพาะของบรษิ ทั จ�ำกัดทจี่ ะแบง่ ทนุ ของบรษิ ทั ออกเป็นหุ้น ซ่งึ หุน้ ทกุ ๆ หุน้ จะมี มูลคา่ เทา่ ๆ กัน แตก่ ารลงทนุ ของหา้ งหุ้นส่วนนัน้ ผเู้ ป็นหนุ้ สว่ นอาจลงทนุ ดว้ ยเงิน ทรพั ยส์ นิ หรือแรงงานกไ็ ด้ เป็นผลให้การลงหุ้นในห้างหุ้นส่วนท�ำได้หลายรูปแบบ ในขณะท่ีการลงทุนในบริษัทน้ันเมื่อจองชื่อซ้ือหุ้นแล้ว ถา้ บรษิ ทั ตัง้ ข้นึ แล้วจะใชจ้ �ำนวนเงินค่าหุน้ นั้น ๆ ให้แก่บริษทั ซง่ึ เทา่ กับว่าผทู้ ่ีลงทนุ ในบรษิ ัทดว้ ยการซ้ือหุน้ น้ัน มีหลักเกณฑ์อยู่ว่าต้องช�ำระค่าหุ้นด้วยเงินเท่าน้ัน เว้นแต่ในกรณีท่ีในการประชุมจัดตั้งบริษัทได้มีมติให้มีการ ออกหุ้นซึ่งออกให้เหมือนหน่ึงว่าได้ใช้เต็มค่าแล้วหรือได้ใช้แต่บางส่วนแล้ว เพราะใช้ให้ด้วยอย่างอื่นนอกจาก ตวั เงนิ และกำ� หนดวา่ เพยี งใดซงึ่ จะถอื เอาเปน็ วา่ ไดใ้ ชเ้ งนิ แลว้ โดยกรณนี ถี้ อื เปน็ ขอ้ ยกเวน้ ทอี่ าจเกดิ ขนึ้ ไดใ้ นการ ประชุมจัดตั้งบรษิ ทั ขนั้ ตอนในการจดทะเบยี นบริษัทหลงั จากทีไ่ ด้จดทะเบยี นหนงั สือบรคิ ณห์สนธแิ ล้ว ผ้เู ริม่ กอ่ การยังคง มบี ทบาทท่ีจะตอ้ งด�ำเนนิ การหาผู้จองชือ่ ซ้อื หนุ้ โดยการหาผ้จู องช่ือซือ้ หุ้นหรอื การเสนอขายหนุ้ น้ีเปน็ แนวคิด หรือหลักการของบริษัทท่ีจะระดมทุนจากผู้ท่ีสนใจที่จะลงทุนท่ัว ๆ ไปซ่ึงหวังผลตอบแทนในรูปแบบของ เงนิ ปันผลและหากบริษัทมีกิจการทีป่ ระสบความส�ำเร็จ มูลคา่ ของหนุ้ ท่ีถอื ไว้ก็จะมีมูลคา่ ทีเ่ พ่ิมข้นึ อีกด้วย ถอื ได้ว่าอาจเป็นการลงทุนท่ีดีกว่าการออมเงินทั่วไป นอกจากน้ีผู้ถือหุ้นยังสามารถที่จะเข้าประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น อันเป็นการใช้สทิ ธิในการบรหิ ารบรษิ ัทไดอ้ ีกด้วย ในกรณที เี่ ปน็ บรษิ ทั ทม่ี รี ากฐานมาจากกจิ การเดมิ แตต่ อ้ งการเปลย่ี นแปลงรปู แบบจากกจิ การเจา้ ของ เดียวมาเป็นกิจการในรูปแบบนิติบุคคลบริษัทก็จะไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ แต่หากเป็นนิติบุคคลบริษัทที่เกิดจาก การลงทุนสร้างกิจการข้ึนใหม่การหาผู้จองชื่อซ้ือหุ้นก็อาจมีความยากล�ำบากอยู่บ้าง ท้ังน้ีเพราะบริษัทจ�ำกัด นนั้ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ยม์ ใิ หช้ ชี้ วนใหป้ ระชาชนซอื้ หนุ้ หมายความวา่ ผเู้ รมิ่ กอ่ การไมอ่ าจประกาศ ระดมทุนหรือขายหุ้นต่อสาธารณชนทั่วไปได้ เป็นเหตุให้การซ้ือขายหุ้นจะต้องอยู่ในวงจ�ำกัดจึงเป็นปัญหาท่ีผู้ จะเริ่มจดั ตัง้ บริษัทขึน้ ใหมต่ อ้ งเตรียมการเสนอขายห้นุ ใหด้ ี เม่ือผู้เร่ิมก่อการสามารถหาผู้เข้าชื่อซ้ือหุ้น (ซ่ึงจะปรับเปลี่ยนสถานะเป็น “ผู้ถือหุ้น” เม่ือบริษัท ตงั้ ขน้ึ แลว้ ) ไดค้ รบถว้ นแลว้ ผเู้ รมิ่ กอ่ การกจ็ ะตอ้ งจดั ใหม้ กี ารประชมุ ผเู้ ขา้ ชอ่ื ซอื้ หนุ้ ทงั้ ปวง ซง่ึ การประชมุ นยี้ อ่ ม มีลักษณะเสมือนกับการประชุมใหญ่ของบริษัทน่ันเอง เพียงแต่ในขณะที่ประชุมจัดต้ังน้ีสภาพนิติบุคคลของ บริษัทยังไม่เกิดข้ึนโดยสมบูรณ์ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จึงบัญญัติหลักเกณฑ์ในการเรียกประชุม จดั ตั้งบริษัทนไี้ ว้เป็นการเฉพาะแตกตา่ งจากการประชมุ ใหญ่ผูถ้ อื หนุ้ โดยผเู้ รม่ิ กอ่ การส่งรายงานการตั้งบรษิ ัท มีค�ำรับรองของตนว่าถูกต้อง และมีวาระการประชุมเก่ียวแก่กิจการที่ประมวลกฎหมายแพ่งพาณิชย์ มาตรา 1108 บัญญัติไว้ไปยังผู้เข้าชื่อซ้ือหุ้นทุกคนอย่างน้อยเจ็ดวันก่อนวันนัดประชุม จึงจะเป็นการบอกกล่าวเชิญ ประชมุ จัดต้ังบรษิ ทั ทช่ี อบด้วยกฎหมาย อย่างไรก็ตามแม้ว่าการประชุมคร้ังนี้จะไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นการประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น แต่ประมวล กฎหมายแพง่ และพาณชิ ยก์ บ็ ญั ญตั ใิ หน้ ำ� หลกั เกณฑบ์ างอยา่ งของการประชมุ ใหญผ่ ถู้ อื หนุ้ มาใชก้ บั การประชมุ จดั ตง้ั บริษัทด้วย เช่น ผูม้ สี ทิ ธิเขา้ ร่วมการประชุม การมอบฉันทะให้ผู้อนื่ เข้าประชุมแทน การบนั ทึกมติไมว่ า่ โดยการชมู อื หรอื การลงคะแนนลบั จดลงไวใ้ นสมดุ รายงานประชมุ ของบรษิ ทั เปน็ หลกั ฐาน วธิ กี ารลงคะแนนลบั และการร้องขอใหศ้ าลเพิกถอนมตขิ องทป่ี ระชุมใหญ่อนั ผดิ ระเบียบ 296 บณั ฑติ วิทยาลัย มหาวิทยาลยั สวนดุสติ
ในการประชมุ จดั ตงั้ บรษิ ทั มเี รอื่ งสำ� คญั ทต่ี อ้ งพจิ ารณาหลายประการตามประมวลกฎหมายแพง่ พาณชิ ย์ มาตรา 1108 เช่น การต้ังข้อบังคับของบริษัทซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ในการจัดการภายในบริษัท การให้สัตยาบัน แก่บรรดาสัญญา ท้ังปวงที่ผู้เริ่มก่อการได้กระท�ำไว้เพื่อให้ผู้เริ่มก่อการได้หลุดพ้นจากหน้ีและสัญญาท้ังปวง ท่ีท�ำแทนบริษัทไว้ เม่ือนายทะเบียนรับจดทะเบียน และเรื่องท่ีส�ำคัญและมีผลกระทบต่อบทบาทหน้าท่ีของ ผเู้ รมิ่ กอ่ การอยา่ งมากก็ คอื วาระการประชมุ จดั ตง้ั บรษิ ทั นนั้ ตอ้ งมกี ารตงั้ กรรมการบรษิ ทั ขน้ึ ดว้ ย ซง่ึ ผเู้ รม่ิ กอ่ การ จะต้องมอบกิจการทั้งหลายที่ตนด�ำเนินการให้แก่กรรมการบริษัทและผู้เริ่มก่อการก็จะส้ินบทบาทหน้าที่ ทเ่ี กยี่ วกบั บรษิ ทั ทนั ที โดยกรรมการจะเปน็ ผดู้ ำ� เนนิ กจิ การทงั้ ปวงตอ่ จากผเู้ รมิ่ กอ่ การ โดยภาระหนา้ ทแ่ี รกของ กรรมการกค็ อื เรยี กใหผ้ เู้ รมิ่ กอ่ การ (ผเู้ รม่ิ กอ่ การทกุ คนตอ้ งลงชอ่ื ซอื้ หนุ้ ๆ หนง่ึ เปน็ อยา่ งนอ้ ย) และผเู้ ขา้ ชอื่ ซอื้ หุ้นทั้งหลายใชเ้ งนิ ค่าหนุ้ ซึ่งจะตอ้ งใชเ้ ปน็ ตวั เงิน โดยต้องเรยี กหุน้ หนึง่ ไมน่ ้อยกว่ารอ้ ยละย่ีสิบห้าของมลู ค่าหุ้น ทจี่ องชอ่ื ซ้ือไว้ อย่างไรก็ดีคุณสมบัติและจ�ำนวนของกรรมการบริษัท รวมถึงคุณสมบัติต้องห้ามของกรรมการบริษัท น้ันกฎหมายไมไ่ ดก้ �ำหนดไว้ แตเ่ ป็นขอ้ กำ� หนดหรอื หลักเกณฑ์ทีบ่ รษิ ทั สามารถกำ� หนดข้ึนเองได้ โดยกำ� หนดไว้ ในข้อบังคับของบริษัทท่ีได้ผ่านการพิจารณาจากที่ประชุมจัดต้ังบริษัทซ่ึงมีผู้เข้าช่ือจองซ้ือหุ้นเป็นผู้เข้าร่วม ประชุมและเป็นผู้พิจารณาน่ันเอง และโดยทั่วไปข้อบังคับของบริษัทมักจะมิได้ก�ำหนดคุณสมบัติของผู้เป็น กรรมการไวเ้ คร่งครดั นกั และมักจะเปิดกว้างให้ผู้เรม่ิ กอ่ การกด็ ี ผู้เข้าชอ่ื จองซอ้ื หนุ้ กด็ ี ผูถ้ ือหนุ้ กด็ ี หรอื กระท่ัง บุคคลภายนอกก็ดี สามารถท่ีจะเป็นกรรมการบริษัทได้ ฉะน้ันหากผู้เร่ิมก่อการท่ีประสงค์จะท�ำการบริหาร บรษิ ทั ตอ่ ไปกส็ ามารถเปน็ กรรมการบรษิ ัทตอ่ ไปได้ หากไดร้ บั การเห็นชอบจากท่ปี ระชมุ หลังจากท่ีการประชุมจัดตั้งบริษัทได้กระท�ำโดยชอบตามหลักเกณฑ์ข้างต้นและกรรมการสามารถ เรยี กเกบ็ คา่ หนุ้ ไมน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ยละยส่ี บิ หา้ ไดแ้ ลว้ กรรมการกจ็ ะเปน็ ผจู้ ดั ทำ� สรปุ รายงานการประชมุ จดั ทำ� คำ� ขอ จดทะเบยี นและรวบรวมเอกสารหลกั ฐานเพ่อื ด�ำเนนิ การจดทะเบียน ซ่ึงกรรมการบรษิ ัทตอ้ งท�ำการยืน่ เพื่อขอ จดทะเบยี นภายใน 3 เดือนนบั แต่วันท่ปี ระชมุ จัดตง้ั บรษิ ัท มิเชน่ นั้นการประชุมจะเสียไป เม่ือนายทะเบียนรับ จดทะเบยี นก็ถอื ไดว้ า่ บริษัทมสี ถานะเป็นนิตบิ คุ คลข้นึ โดยสมบูรณแ์ ล้ว และสง่ิ หนึง่ ทเ่ี กดิ ขน้ึ คอื ผู้เร่มิ กอ่ การ หลุดพน้ จากหน้ตี ามสัญญาต่าง ๆ ท่ไี ดด้ ำ� เนินการไวต้ งั้ แต่ก่อนจดั ตงั้ บริษทั การจดทะเบียนบริษัทตามขั้นตอนทั้งหลายที่กล่าวมานี้เป็นขั้นตอนที่กฎหมายก�ำหนดไว้ และอาจดู เหมอื นวา่ ตอ้ งใชเ้ วลานาน แตจ่ ากการทร่ี ฐั ใหก้ ารสนบั สนนุ ใหม้ กี ารจดั ตงั้ นติ บิ คุ คล เพอ่ื ประกอบธรุ กจิ ในรปู แบบ ของนิติบุคคลโดยเฉพาะอย่างยิ่งในรูปแบบของบริษัทโดยการแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติม ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ 18) พ.ศ. 2551 ใหส้ ามารถจดทะเบยี นบรษิ ทั ใหแ้ ลว้ เสรจ็ ไดภ้ ายใน วนั เดยี วและจากการนก้ี รมพฒั นาธรุ กจิ การคา้ ซงึ่ เปน็ หนว่ ยงานทร่ี บั ผดิ ชอบหนา้ ทใี่ นการดำ� เนนิ การรบั จดทะเบยี น นิติบุคคลในสังกัดกระทรวงพาณิชย์จึงได้ก�ำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้สามารถจดทะเบียนบริษัทให้แล้ว เสรจ็ ไดภ้ ายในวนั เดยี ว โดยดำ� เนนิ การขนั้ ตอนทงั้ หลายทก่ี ลา่ วมาขา้ งตน้ ภายในวนั เดยี วกบั วนั ทไ่ี ดจ้ ดทะเบยี น หนงั สอื บรคิ ณหส์ นธิ นอกจากนเ้ี อกสารและแบบฟอรม์ ในการจดทะเบยี นทสี่ ามารถขอและซอ้ื ไดจ้ ากหนว่ ยงาน ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแล้ว ยังสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าอีกด้วย ซงึ่ หลกั เกณฑเ์ หล่าน้ถี อื วา่ เปน็ การอำ� นวยความสะดวกเพือ่ การจดทะเบียนจัดตั้งบรษิ ทั เป็นอย่างยิ่ง เมอื่ จดั ตง้ั บรษิ ทั เสรจ็ แลว้ กรรมการบรษิ ทั จะเปน็ ผรู้ บั ผดิ ชอบในการบรหิ ารจดั การบรษิ ทั ภายใตค้ วาม ครอบง�ำของท่ีประชุมใหญ่ โดยมีเหตุผลมาจากการที่ท่ีประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นมีอ�ำนาจในการแต่งต้ัง ถอดถอน ปที ่ี 14 ฉบับท่ี 2 ประจ�ำ เดอื นพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 297
กรรมการบรษิ ทั ไดน้ นั่ เอง กลา่ วไดว้ า่ กรรมการบรษิ ทั เปน็ ผบู้ รหิ ารงานตามนโยบายของบรษิ ทั และตอ้ งรายงาน ผลการดำ� เนนิ การตอ่ ทป่ี ระชมุ ใหญผ่ ถู้ อื หนุ้ ซง่ึ ในทป่ี ระชมุ ใหญน่ ผ้ี ถู้ อื หนุ้ ทกุ คนมสี ทิ ธเิ ขา้ รว่ มประชมุ และมสี ทิ ธิ ออกเสียงลงคะแนนเป็นมติของที่ประชมุ ด้วยกันทุกคน ในการประชมุ ใหญผ่ ถู้ อื หนุ้ นนั้ ผถู้ อื หนุ้ จะมสี ทิ ธใิ นการรว่ มกนั ตดั สนิ ใจเกยี่ วกบั การทำ� งานของกรรมการ และกจิ การของบรษิ ทั โดยการประชมุ ใหญข่ องบรษิ ทั มดี ว้ ยกนั 2 ประเภทคอื การประชมุ ใหญส่ ามญั ซงึ่ เปน็ การ ประชมุ ตามวาระปกตขิ องบรษิ ทั ตามทไ่ี ดก้ ำ� หนดไวใ้ นขอ้ บงั คบั ของบรษิ ทั และการประชมุ ใหญว่ สิ ามญั หรอื การ ประชมุ นอกวาระการประชมุ ปกติ หากมเี หตสุ ำ� คญั ทก่ี รรมการหรอื ผถู้ อื หนุ้ ประสงคจ์ ะเรยี กประชมุ ใหญว่ สิ ามญั กท็ ำ� ได้ ในกรณที ผี่ ถู้ อื หนุ้ จะเรยี กประชมุ นน้ั กท็ ำ� ไดโ้ ดยการแจง้ ใหก้ รรมการเรยี กประชมุ โดยผถู้ อื หนุ้ มจี ำ� นวนหนุ้ รวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าแห่งจ�ำนวนหุ้นของบริษัทได้เข้าช่ือกันท�ำหนังสือร้องขอให้เรียกประชุมต่อ กรรมการ และถา้ กรรมการมิได้เรียกประชุมภายในสามสบิ วนั นบั แต่วันยืน่ คำ� ร้องไซร้ ผูถ้ อื หุน้ ทัง้ หลายซึง่ เป็น ผรู้ อ้ ง หรือผถู้ ือหนุ้ คนอ่ืน ๆ รวมกันได้ไม่น้อยกว่าหนง่ึ ในหา้ แหง่ จ�ำนวนหุ้นของบรษิ ทั จะเรียกประชมุ เองกไ็ ด้ ดงั นนั้ บทบาทของผถู้ อื หนุ้ มใิ ชเ่ ปน็ เพยี งการลงทนุ เพอื่ ใหไ้ ดผ้ ลตอบแทนเทา่ นนั้ แตย่ งั คงมสี ว่ นรว่ มใน การดำ� เนนิ งานของบรษิ ทั อกี ดว้ ย อกี ทงั้ ผถู้ อื หนุ้ ทกุ คนในบรษิ ทั ยงั คงมสี ทิ ธทิ เี่ ทา่ เทยี มกนั ทกุ คนไมม่ ขี อ้ แตกตา่ งกนั อย่างผู้ที่ลงทุนในห้างหุ้นส่วนจ�ำกัดท่ีแบ่งหุ้นส่วนออกเป็น 2 ประเภทคือ หุ้นส่วนที่รับผิดในหนี้ของห้างโดย ไมจ่ ำ� กดั จำ� นวนและหนุ้ สว่ นทร่ี บั ผดิ จำ� กดั จำ� นวน ซง่ึ ทง้ั สองมสี ทิ ธทิ ไ่ี มเ่ ทา่ เทยี มกนั ดงั ทไ่ี ดอ้ ธบิ ายไวแ้ ลว้ ขา้ งตน้ นอกจากผูถ้ อื หุ้นในบริษทั จะมีส่วนรว่ มในการดำ� เนินกิจการของบริษัทแล้ว ผู้ถือห้นุ ยังมีสทิ ธไิ ดร้ บั คา่ ตอบแทนจากการลงในกิจการของบริษัทในรูปของเงินปันผลจากกำ� ไรของบริษัท และหากกิจการของบริษัท ประสบความส�ำเรจ็ มีการขยายกจิ การและมที รัพย์สนิ มากขึ้น ย่อมเปน็ ผลให้มูลคา่ หุ้นท่ีผถู้ ือห้นุ ไดค้ รอบครอง มีมูลค่าที่สูงมากข้ึนด้วย ดังน้ันการได้มีส่วนร่วมในกิจการและการได้รับเงินตอบแทนจากส่วนแบ่งผลก�ำไร เชน่ นท้ี ำ� ใหล้ กั ษณะของการลงทนุ อยา่ งผถู้ อื หนุ้ มคี วามคลา้ ยคลงึ กบั การเปน็ หนุ้ สว่ นในหา้ งหนุ้ สว่ น สว่ นของการ บริหารจัดการงานของบริษัทจะเป็นไปในทางใดนั้นก็ย่อมขึ้นอยู่กับการบริหารงานของกรรมการบริษัท การ ควบคมุ ดูแลกิจการโดยท่ีประชุมใหญผ่ ถู้ อื หนุ้ และปัจจยั อน่ื ๆ เช่นเดยี วกับการบริหารงานในรูปแบบอ่ืน ๆ นอกจากหลักเกณฑ์และรายละเอียดเก่ียวกับการด�ำเนินงานในรูปแบบของบริษัทท่ีได้น�ำเสนอไว้ ขา้ งตน้ แลว้ จากตารางสถานะของนติ บิ คุ คล ณ วนั ที่ 31 ธนั วาคม 2559 (ประเทศไทย) ซงึ่ จดั ทำ� โดยกรมพฒั นา ธรุ กิจการคา้ ดังน้ี ตารางท่ี 5 สถานะของนิติบุคคล ณ วันท่ี 31 ธันวาคม 2559 สถานะ จ�ำนวน (ราย) ทนุ (ล้านลา้ นบาท) จดทะเบียนรวมทั้งสน้ิ 1,360,312 20.55 ด�ำเนนิ กจิ การ 644,759 15.86 บรษิ ัทจำ� กดั 465,641 10.40 บริษทั มหาชนจ�ำกดั 5.00 หา้ งหนุ้ ส่วนสามัญนติ บิ ุคคล/หา้ งหุน้ ส่วนจำ� กัด 1,152 0.46 177,966 ทม่ี า: กรมพฒั นาธุรกจิ การคา้ , 2558 298 บณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวิทยาลัยสวนดสุ ิต
แสดงให้เหน็ วา่ ตงั้ แต่ปี พ.ศ. 2455 – 2559 มนี ติ บิ คุ คลจดั ตัง้ ทัว่ ประเทศ จ�ำนวน 1,360,312 ราย มีนติ บิ คุ คลด�ำเนิน กจิ การอยู่ 644,759 ราย แบ่งเปน็ บริษทั จ�ำกดั 465,641 ราย หา้ งหุน้ สว่ นสามัญนิตบิ คุ คล/ หา้ งหนุ้ สว่ นจำ� กดั 177,966 ราย และบรษิ ทั มหาชนจำ� กดั 1,152 ราย จากขอ้ มลู นเ้ี หน็ ไดว้ า่ การประกอบกจิ การ ในรปู แบบของบริษทั จำ� กัดมีจ�ำนวนการจดั ตงั้ มากกว่าการด�ำเนินการธุรกจิ ในรปู แบบอนื่ ๆ อย่างมาก ซึ่งเปน็ ขอ้ สรปุ ไดว้ า่ บรษิ ทั จำ� กดั เปน็ รปู แบบการทำ� ธรุ กจิ ของนติ บิ คุ คลทมี่ จี ำ� นวนมากทสี่ ดุ ในประเทศไทย การควบคมุ ดแู ลของรฐั ยอ่ มตอ้ งเหน็ ถงึ ความสำ� คญั ของธรุ กจิ ในรปู แบบบรษิ ทั จำ� กดั ยง่ิ ไปกวา่ ธรุ กจิ ในรปู แบบอนื่ ๆ ซง่ึ ยอ่ ม เปน็ ประโยชนแ์ กธ่ รุ กจิ ทเ่ี ปน็ วสิ าหกจิ ขนาดกลางและขนาดยอ่ ม ถอื เปน็ อกี ปจั จยั ทก่ี ารประกอบธรุ กจิ วสิ าหกจิ ขนาดกลางและชนาดยอ่ มทต่ี อ้ งการการดแู ลและการสนบั สนนุ จากรฐั มคี วามเหมาะสมกบั การจดั ตงั้ เปน็ บรษิ ทั ย่ิงไปกว่ารูปแบบอน่ื ๆ สรุปผลการศึกษา จากการศึกษาพบว่าการประกอบธุรกิจในประเทศไทยในลักษณะของวิสาหกิจขนาดกลาง และ ขนาดย่อมน้ันมีหลายรูปแบบทั้งในรูปแบบของกิจการเจ้าของเดียว ห้างหุ้นส่วนสามัญ ห้างหุ้นส่วนสามัญ จดทะเบยี น หา้ งหุ้นสว่ นจำ� กดั และบริษทั จ�ำกัด เม่อื ได้ศกึ ษาเปรยี บเทยี บกนั โดยการรวบรวมข้อมูลท่เี กีย่ วกับ มาตรการสนบั สนุนชว่ ยเหลอื จากหนว่ ยงานตา่ ง ๆ ของรัฐ รวมท้ังมาตรการเก่ียวกบั ภาษีอากรตามท่ีบัญญตั ไิ ว้ ในประมวลกฎหมายรัษฎากรแล้วพบว่ามาตรการต่าง ๆเหล่าน้ีมีหลักเกณฑ์ท่ีเป็นประโยชน์ต่อการประกอบ ธุรกิจ SMEs ในรูปแบบของนิติบุคคลมากกว่ารูปแบบของกิจการเจ้าของเดียว และรูปแบบของห้างหุ้นส่วน สามญั ที่ไม่เป็นนติ ิบคุ คล นอกจากนี้จากการวิเคราะห์หลักกฎหมายท่ีเก่ียวข้องจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พบว่า การประกอบธุรกิจในรูปแบบของนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ท้ังสามประเภท ได้แก่ หา้ งหนุ้ สว่ นสามญั จดทะเบยี น หา้ งหนุ้ สว่ นจำ� กดั และบรษิ ทั จำ� กดั นน้ั แมจ้ ะเปน็ นติ บิ คุ คลเหมอื นกนั แตก่ จิ การ ทเี่ หมาะสมกบั วสิ าหกิจขนาดกลางและขนาดยอ่ ม (SMEs) ทั้งในด้านการระดมทุน/การเพิ่มทุน ความสะดวก รวดเร็วจากข้ันตอน และวิธีการในการจัดต้ังท่ีหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบก�ำหนด การบริหารจัดการ ความรับผิดของผู้ลงทุน รวมถึงการเข้าถึงสิทธิประโยชน์จากมาตรการต่าง ๆ ท่ีรัฐให้การสนับสนุนแล้วพบว่า บรษิ ัทจำ� กดั เป็นทางเลือกทเี่ หมาะสมกับ SMEs มากกวา่ การประกอบธุรกิจในรปู แบบอน่ื ๆ อยา่ งมาก บริษัท จงึ เปน็ รปู แบบของนติ บิ คุ คลทเี่ สนอแนะเพอ่ื เปน็ ทางเลอื กทเ่ี หมาะสมทส่ี ดุ กบั การประกอบธรุ กจิ ของ SMEs ใน ประเทศไทย ปีท่ี 14 ฉบบั ท่ี 2 ประจ�ำ เดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 299
เอกสารอ้างอิง กรมพฒั นาธรุ กจิ การคา้ . (2558). การจดทะเบยี นจดั ตงั้ บรษิ ทั จำ� กดั (ภายในวนั เดยี ว). [Online]. Available: http://www.dbd.go.th/mainsite/fileadmin/downloads/03_boj/intro_step_bj_ establish_1.pdf [2560, กมุ ภาพนั ธ์]. กรมสรรพากร. (2559). ลักษณะของ SMEs. [Online]. Available: http://www.rd.go.th/ publish/38056.0.html [2559, พฤษภาคม 16]. ไทยรัฐออนไลน.์ (2558). มาตรการชว่ ยเหลอื SME. [Online]. Available: http://www.thairath.co.th/ clip/25945 [2558, พฤศจิกายน 25]. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย. (2560). นิยาม SMEs. [Online]. Available: https://www.smebank.co.th/Th/Definitions [2559, มนี าคม 16]. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย. (2560). สินเชื่อผู้ประกอบการ SMEs ไทย. [Online]. Available: https://www.smebank.co.th/Th/CreditDetail/1/163 [2560, มนี าคม 6]. ส�ำนักพัฒนาการจัดการอุตสาหกรรม. (2559). โครงการปรับแผนธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถ SMEs. [Online]. Available: http://www.ชว่ ยเอสเอม็ อี.com/about-us.php [2560, มนี าคม 23]. SMART SME CHANNEL. (2559). 5 โครงการเรง่ ดว่ นขบั เคลอื่ น SME. [Online]. Available: http://www. smartsme.tv/content/39107 [2560, มนี าคม 23]. 300 บัณฑิตวิทยาลัย มหาวทิ ยาลยั สวนดุสติ
สว่ นประสมทางการตลาดและรปู แบบการด�ำเนนิ ชีวิตท่มี ีผลตอ่ พฤติกรรมการตดั สนิ ใจ ซอ้ื รถยนตโ์ ตโยต้า วีออส ของผบู้ ริโภคในกรุงเทพมหานคร Marketing Mix Factors and Life Styles Affecting Customers’ Purchasing Behavior towards Toyota Vios in Bangkok นางสาววรรณธกิ า ค�ำบญุ มา รองศาสตราจารย์ อรณุ รงุ่ วงศก์ ังวาน และ ผชู้ ่วยศาสตรจารย์ ดร. บณั ฑติ ผังนิรนั ดร์ บัณฑิตวทิ ยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนนั ทา บทคดั ยอ่ งานวิจัยครั้งน้ีมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะประชากรศาสตร์ ส่วนประสมทางการตลาด และ รูปแบบการด�ำเนินชีวิตท่ีมีผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อรถยนต์โตโยต้า วีออส ของผู้บริโภค ในกรุงเทพมหานคร กลุม่ ตวั อยา่ งทใ่ี ชใ้ นการวจิ ยั คือ ผบู้ รโิ ภคอายตุ ง้ั แต่ 18 ปีขน้ึ ไปทมี่ ีใบอนญุ าตขบั ขรี่ ถยนต์ และอาศยั อยใู่ นกรงุ เทพมหานคร รวมถงึ ตดั สนิ ใจซอื้ รถยนตโ์ ตโยตา้ วอี อส จำ� นวน 400 คนโดยใชแ้ บบสอบถาม เป็นเครื่องมือใน การเก็บรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ค่าความถ่ี ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวและการวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุคูณ ผลวจิ ยั พบวา่ ผบู้ รโิ ภคส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุ 34-41 ปี สถานภาพโสด การศึกษาระดับปริญญาตรี อาชีพ พนกั งานบรษิ ทั เอกชน รายได้ต่อเดือน 25,001-35,000 บาท ระดบั ส่วนประสมทางการตลาดโดยรวม ไดแ้ ก่ ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านราคา ด้านช่องทางการจัดจ�ำหน่าย และด้านการส่งเสริมการตลาด พบว่า ผู้บริโภคให้ ความส�ำคัญระดับมาก มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.13 ระดับรูปแบบการด�ำเนินชีวิต โดยรวม ได้แก่ ด้านกิจกรรม ด้านความสนใจและด้านความคิดเห็น พบว่า ผู้บริโภคให้ความส�ำคัญระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.13 จากผลการทดสอบสมมติฐาน ผู้บริโภคที่มีลักษณะประชากรศาสตร์ ได้แก่ เพศ อายุ สถานภาพ อาชีพ แตกตา่ งกนั มพี ฤตกิ รรมการตดั สนิ ใจซอ้ื รถโตโยตา้ วอี อส แตกตา่ งกนั อยา่ งมนี ยั สำ� คญั ทางสถติ ิ ที่ .01 นอกจาก น้ียังพบว่าสว่ นประสมทางการตลาด ได้แก่ ด้านผลิตภณั ฑ์ มผี ลตอ่ พฤตกิ รรม การตัดสินใจซือ้ รถยนตโ์ ตโยต้า วีออส อย่างมีนยั ส�ำคญั ทางสถิตทิ ่ี .01 โดยตัวแปรน้สี ามารถพยากรณ์ได้รอ้ ยละ 2.5 และรปู แบบการด�ำเนนิ ชีวิต ได้แก่ ด้านกิจกรรมและด้านความสนใจ มีผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซ้ือรถยนต์โตโยต้า วีออส อย่างมีนยั สำ� คญั ทางสถิตทิ ี่ .01 และ .05 โดยตวั แปรทั้งหมดสามารถร่วมกันพยากรณไ์ ดร้ ้อยละ 3.9 คำ� ส�ำคัญ : ส่วนประสมทางการตลาด รูปแบบการดำ� เนินชีวิต พฤตกิ รรมการซ้ือ ปที ี่ 14 ฉบับที่ 2 ประจำ�เดือนพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 301
Abstract The objective of this research was to study the demographic characteristics, marketing mix and life styles which influenced consumers’ purchasing behavior toward Toyota Vios in Bangkok. The samples used in this research were 400 consumers who were aged above 18 years, had driving license, lived in Bangkok and decided to purchase Toyota Vios. The questionnaire was used as a tool to collect data and the statistics used for data analysis included frequency, percentage, means, standard deviation, t-value, One-way ANOVA and multiple regression analysis. The research findings indicated that most of consumers were male aged between 34-41 years, single, graduated with bachelor degree, working as staff in private sectors, and had monthly income between 25,001-35,000 THB. Regarding the overall marketing mix including product, price, distribution channel and sales promotion, consumers rated the importance of marketing mix at the high level with the means at 4.13. For the overall lifestyle including activities, interests and opinion, consumers also rated the importance of lifestyle at the high level with the means at 4.13. The findings of hypothesis testing revealed that consumers with different demographic characteristics of gender, age, status, occupation had different purchasing behavior toward Toyota Vios at the statistical significance level of .01. Regarding the marketing mix factor, product was found to influence consumers’ purchasing behavior toward Toyota Vios in Bangkok at the statistical significance level of .01 and this variable explained consumers’ purchasing behavior at 2.5% Activities and interests, components of life style, influenced consumers’ purchasing behavior toward Toyota Vios in Bangkok at the statistical significance level of .01 and 0.5, respectively and these variables explained consumers’ purchasing behavior at 3.9%. Keywords : Marketing Mix, Life Styles, Purchasing Behavior บทนำ� ในปี 2560 สถานการณอ์ ตุ สาหกรรมยานยนตภ์ ายในประเทศมแี นวโนม้ ทดี่ ขี น้ึ สงั เกตจากคา่ ยรถยนต์ ตา่ งเตรยี มรถยนตร์ นุ่ ปรบั โฉมและรนุ่ ใหมเ่ ขา้ มาแขง่ ขนั ในตลาดมากขน้ึ รวมถงึ เศรษฐกจิ ภายในประเทศเรม่ิ ฟน้ื ตวั รายไดข้ องผบู้ รโิ ภคระดบั กลางเพม่ิ สงู ขนึ้ จาก การปรบั คา่ จา้ งแรงงานและโครงการภาครฐั ทมี่ แี นวโนม้ ขยายตวั อกี ทงั้ สถาบนั การเงนิ ผอ่ นคลายความเขม้ งวดในการใหส้ นิ เชอ่ื ลง แรงสนบั สนนุ จากปจั จยั บวกดงั กลา่ วทา่ มกลาง ปัจจัยลบ ส่งผลให้ตลาดรถยนต์ภายในประเทศมีโอกาสท�ำยอดขายสูงขึ้นร้อยละ 6 คิดเป็นจ�ำนวนรถยนต์ 800,000 คัน ประเภทรถยนตท์ ีม่ ีโอกาสปรบั ตวั สูงข้ึนกว่ากลมุ่ อ่ืน กค็ ือรถยนต์นั่งขนาดเลก็ หรือ B-Segment ท่ีได้รับปัจจัยหนุน จากโครงการรถยนต์คันแรกครบสัญญาถือครอง 5 ปี และท�ำให้ผู้บริโภคบางส่วนเปล่ียน รถยนตค์ นั ใหม่ 302 บณั ฑติ วิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั สวนดุสิต
รถยนต์น่ังขนาดเลก็ ได้รับความนิยมอยา่ งมาก เน่อื งจากผ้บู รโิ ภคกลมุ่ น้ีตอ้ งการน�ำรถยนตไ์ ปใช้งาน ในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น นอกจากน้ีผู้บริโภคยังให้ความส�ำคัญกับราคาและรูปลักษณ์เป็นอันดับแรก รวมถึงการใช้งานทั้งในเมืองและเดินทางไกล ในปี 2559 โตโยต้ามียอดขายรถยนต์ทุกประเภทรวมทั้งส้ิน 768,788 คนั ลดลง 3.9% สว่ นวีออสมียอดขาย 21,810 คนั ลดลง 38.63% ตกจากอันดับ 1 มาเปน็ อนั ดับ 3 ของกลุ่มรถยนต์นั่ง ขนาดเล็กหากพิจารณาจากยอดขายพบว่าได้รับผลกระทบจากก�ำลังซื้อบางส่วนที่เกิด ขึน้ ลว่ งหนา้ จากการเรง่ ก�ำลงั ซอ้ื ก่อนการปรบั โครงสรา้ งภาษีสรรพสามติ รถยนต์ใหม่ ถึงแม้วา่ จะมปี ัจจยั บวก ท้ังจากการเบกิ จ่ายเงินลงทนุ จาก ภาครัฐรวมถึงการสง่ เสรมิ การลงทนุ ของภาคเอกชน วีออส เป็นรถยนต์ที่ประสบความส�ำเร็จอย่างสูงครองต�ำแหน่งผู้น�ำตลาดรถยนต์น่ังขนาดเล็ก หรือ B-Segment โดยมยี อดขายสะสมมากกวา่ 847,910 คัน จนกระท่งั ในปี 2560 โตโยต้าไดป้ รบั โฉมรถยนต์น่ัง ขนาดเล็กให้ตอบสนองรูปแบบการด�ำเนินชีวิตของผู้บริโภครุ่นใหม่ ท่ีให้ความส�ำคัญกับราคาและรูปลักษณ์ รวมถึง การใช้งานทงั้ ในเมืองและเดินทางไกล ภายใตแ้ นวคดิ NEW VIOS All IS POSSIBLE ทุกสงิ่ สามารถ ทกุ ทางเปน็ ไปได้ ใหม้ รี ปู ลกั ษณท์ ห่ี รหู ราและทนั สมยั ดว้ ยวสั ดทุ มี่ คี ณุ ภาพสงู รวมถงึ อปุ กรณอ์ ำ� นวยความสะดวก ที่ครบครัน พร้อมกับสมรรถนะในการขับขี่ท่ีสมบูรณ์แบบและประหยัดน้�ำมันเช้ือเพลิง ด้วยเคร่ืองยนต์ 2NR-FBE ระบบวาล์ว Dual VVT-i ท่ีรองรับน�้ำมนั เชื้อเพลิง E85 จากข้อมลู ดงั กลา่ วขา้ งต้นท�ำให้ผวู้ ิจยั มีความสนใจท่จี ะศึกษาส่วนประสมทางการตลาดและรูปแบบ การดำ� เนนิ ชวี ติ ทม่ี ผี ลตอ่ พฤตกิ รรมการตดั สนิ ใจซอ้ื รถยนตโ์ ตโยตา้ วอี อส ของผบู้ รโิ ภคในกรงุ เทพมหานคร เพอ่ื เป็นข้อมูลส�ำหรับผู้ประกอบการในการปรับปรุงและพัฒนากลยุทธ์ให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคและ ก�ำหนด นโยบายรว่ มกับรฐั บาลเพื่อสนับสนนุ อุตสาหกรรมยานยนตใ์ หก้ ว้างมากยง่ิ ขึน้ วตั ถปุ ระสงค์ เพอ่ื ศึกษาลักษณะประชากรศาสตร์ ส่วนประสมทางการตลาด และรูปแบบการดำ� เนินชวี ติ ทม่ี ีผลต่อ พฤติกรรมการตดั สนิ ใจซอื้ รถยนต์ โตโยต้า วอี อส ของผบู้ ริโภคในกรงุ เทพมหานคร แนวคดิ ทฤษฎเี กย่ี วข้อง ทฤษฎีเกี่ยวกับประชากรศาสตร์ (Schiffman Kanuk & Lazar, 2003) กลา่ ววา่ ประชากรศาสตร์ หมายถึง ขอ้ มลู เก่ียวกบั บุคคล เช่น เพศ อายุ การศึกษา อาชพี รายได้ ศาสนาและเชือ้ ชาติ ซ่ึงมีอิทธพิ ลตอ่ พฤตกิ รรมผบู้ รโิ ภค ซง่ึ โดยทว่ั ไปแลว้ จะใชเ้ ปน็ ลกั ษณะพน้ื ฐานทนี่ กั การตลาดจะนำ� มาพจิ ารณาสำ� หรบั การแบง่ สว่ นตลาด โดยนำ� มา เช่อื มโยงกับความต้องการ ความชอบและอตั ราการใช้สนิ ค้าของผบู้ รโิ ภค ทฤษฎีเกี่ยวกับส่วนประสมทางการตลาด ส่วนประสมทางการตลาด หรือท่ีเรียกว่าเครื่องมือทาง การตลาด ที่สามารถควบคมุ ได้ ซึง่ กิจการผสมผสานเครอ่ื งมือเหลา่ น้ีใหส้ ามารถตอบสนองความต้องการและ สร้างความพึงพอใจใหก้ บั กล่มุ ลกู คา้ เป้าหมาย สว่ นประสมทางการตลาดประกอบด้วยทุกสิ่งทุกอย่างทก่ี ิจการ ใช้ เพื่อให้มีอิทธิพล โน้มน้าวความต้องการผลิตภัณฑ์ของกิจการ การมีสินค้าท่ีตอบสนองความต้องการของ ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ ขายใน ราคาท่ีผู้บริโภคยอมรับได้ และผู้บริโภคยินดีจ่ายเพราะเห็นว่าคุ้มค่า รวมถึง มีการจัดจ�ำหน่ายกระจายสินค้าให้ สอดคล้องกับพฤติกรรมการซื้อหาเพ่ือความสะดวกแก่ลูกค้า ด้วยความ ปีที่ 14 ฉบบั ท่ี 2 ประจำ�เดอื นพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 303
พยายามจูงใจให้เกิดความชอบในสินค้าและ เกิดพฤติกรรมอย่างถูกต้อง ส่วนประสมการตลาดแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ไดแ้ ก่ ผลติ ภณั ฑ ์ (Product) ราคา (Price) ชอ่ งทางการจดั จำ� หนา่ ย (Place) การสง่ เสรมิ การตลาด (Promotion) เป็นปัจจัยท่ีสามารถควบคุมได้ และสามารถที่จะเปล่ียนแปลงหรือปรับปรุงให้เหมาะสมกับ สภาพแวดลอ้ มเพอ่ื ท�ำให้กิจการอยู่ (กณุ ฑลี รนื่ รมย,์ 2549) ทฤษฎเี กยี่ วกบั รปู แบบการดำ� เนนิ ชวี ติ รปู แบบการดำ� เนนิ ชวี ติ (Lifestyle) รปู แบบการดำ� เนนิ ชวี ติ ใน กจิ กรรมตา่ ง ๆ ของผบู้ รโิ ภคทแี่ สดงถงึ ความแตกตา่ งของแตล่ ะบคุ คล รปู แบบการดำ� เนนิ ชวี ติ มคี วามเกยี่ วขอ้ ง กบั ลกั ษณะของบคุ ลกิ ภาพ แรงจงู ใจ ครอบครวั กลมุ่ อา้ งองิ ชนชนั้ ทางสงั คม วฒั นธรรมหลกั และวฒั นธรรมยอ่ ย นอกจากนี้รูปแบบการด�ำเนินชีวิตยังเป็นลักษณะความเป็นอยู่ท่ีแสดงถึงการใช้เวลาว่างของแต่ละบุคคล การให้ความสนใจกับสภาพแวดล้อมรอบตัวและความคิดเห็นที่มีต่อตัวเองและส่ิงรอบน (ธกฤต วันต๊ะเมล์, 2557) ทฤษฎีเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภค พฤติกรรมผู้บริโภค หมายถึง กระบวนการในการซ้ือและการใช้ สินค้าเพ่ือตอบสนองความต้องการ หรือความพึงพอใจ โดยผู้บริโภคจะมีการใช้กระบวนการในการตัดสินใจ ซ่ึงก็คือการประมวลผลข้อมูลที่ได้รับเก่ียวกับตราสินค้า จากนั้นจะพิจารณาตราสินค้าท่ีเป็นตัวเลือก แล้วจึง ประเมนิ ผลกอ่ นทจี่ ะตดั สนิ ใจซอื้ สนิ คา้ การศกึ ษาถงึ พฤตกิ รรมการตดั สนิ ใจและการกระทำ� ของผบู้ รโิ ภคทเี่ กยี่ ว กับการซ้ือ การใช้สินค้า นักการตลาดจ�ำเป็นต้องศึกษาและวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคด้วยเหตุผลหลาย ประการ ไดแ้ ก่ (1) พฤตกิ รรมของผบู้ รโิ ภคมผี ลตอ่ กลยทุ ธก์ ารตลาดของธรุ กจิ และมผี ลทำ� ใหธ้ รุ กจิ ประสบความ สำ� เรจ็ ถ้ากลยทุ ธท์ างการตลาดสามารถตอบสนองความพงึ พอใจของผู้บรโิ ภคได้ (2) เพอ่ื ใหส้ อดคลอ้ งกับแนว ความคดิ ทางการตลาดทีว่ า่ การท�ำใหล้ กู คา้ พงึ พอใจด้วยสาเหตุน้จี ึงตอ้ งศึกษาถงึ พฤตกิ รรมของผบู้ รโิ ภค เพ่ือ จดั สง่ิ กระต้นุ หรอื กลยทุ ธท์ างการตลาดเพอ่ื ตอบสนอง ความพงึ พอใจของผู้บรโิ ภคได้ (นภวรรณ คณานุรักษ,์ 2556) งานวจิ ยั ที่เกี่ยวข้อง วชิราภรณ์ ลม้ิ ปรภาสริ กิ ลุ (2557) ปจั จัยท่มี ีความสัมพันธต์ อ่ พฤตกิ รรมการซอ้ื รถยนตญ์ ป่ี นุ่ ขนาดเลก็ ของผบู้ รโิ ภคในกรงุ เทพมหานคร พบวา่ ลกั ษณะประชากรศาสตรผ์ บู้ รโิ ภคเพศหญงิ อายุ 30–34 ปี สถานภาพโสด การศกึ ษาต�ำ่ กว่าปริญญาตรี อาชพี พนกั งานบรษิ ทั เอกชน รายไดต้ ่อเดอื น 50,000 บาทข้ึนไป ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่าลักษณะประชากรศาสตร์ ได้แก่ รายได้ต่อเดือน แตกต่างกัน มพี ฤตกิ รรมการซ้ือ รถยนตญ์ ป่ี นุ่ ขนาดเลก็ ของผ้บู ริโภคในกรงุ เทพมหานคร แตกตา่ งกนั อย่างมนี ัยส�ำคัญทาง สถิติที่.05 (ธราวิท วรัมภา, 2558) รูปแบบการด�ำเนินชีวิตและแรงจูงใจท่ีมีผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อ รถยนต์โตโยต้า คัมรี่ ไฮบริด ของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร พบว่าผู้บริโภคเป็นเพศชาย อายุ 34-41 ปี สถานภาพโสด การศึกษาปริญญาตรี อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน รายได้ต่อเดือน 25,001-35,000 บาท ผลการทดสอบสมมตฐิ านพบว่า ลกั ษณะประชากรศาสตร์ ไดแ้ ก่ เพศ สถานภาพ แตกต่างกนั มีพฤตกิ รรมการ ตัดสินใจซอื้ รถยนต์โตโยตา้ คัมรี่ ไฮบรดิ ของผบู้ รโิ ภคในกรงุ เทพมหานคร ไมแ่ ตกตา่ งกนั อย่างมีนัยสำ� คัญทาง สถิติที่ .05 304 บณั ฑิตวิทยาลัย มหาวทิ ยาลัยสวนดสุ ิต
จากแนวคิดและทฤษฎีข้างต้น ผู้วิจัยได้น�ำมาใช้ในการอ้างอิงและเป็นแนวทางในการก�ำหนดตัวแปร ในกรอบแนวความคิดตขวั อแงปกราอรสิวรจิ ะยั คร้ังนี้ (Independent Variables) ตัวแปรตาม (Dependent Variables) ลกั ษณะประชากรศาสตร์ พฤตกิ รรมการตดั สินใจซื้อรถยนต์ - เพศ โตโยต้า วอี อส - อายุ - สถานภาพ ของผู้บรโิ ภคในกรงุ เทพมหานคร - รายได้ตอ่ เดือน - การศกึ ษา - อาชีพ สว่ นประสมทางการตลาด - ผลิตภณั ฑ์ - ราคา - ชอ่ งทางการจัดจ�ำหนา่ ย - การส่งเสรมิ การตลาด รูปแบบการด�ำเนนิ ชวี ติ - กจิ กรรม - ความสนใจ - ความคิดเห็น กรอบแนวความคดิ การวจิ ยั ระเบยี บวธิ ีวิจัย 1. ขอบเขตของการวิจยั 1.1 ขอบเขตของเนอ้ื หา ตัวแปรอิสระ ได้แก่ ลักษณะประชากรศาสตร์ ส่วนประสมทางการตลาดและรูปแบบการ ดำ� เนนิ ชวี ติ ตวั แปรตาม ไดแ้ ก่ พฤตกิ รรมการตดั สนิ ใจซอ้ื รถยนตโ์ ตโยตา้ วอี อส ของผบู้ รโิ ภคในกรงุ เทพมหานคร 1.2 ขอบเขตของประชากร ประชากรท่ีใช้ในการวิจัย คือ ผู้บริโภคอายุ 18 ปีข้ึนไปท่ีมีใบอนุญาตใบขับข่ีรถยนต์ และ อาศยั อยู่ ในกรุงเทพมหานคร รวมถึงตัดสนิ ใจซอ้ื รถยนต์โตโยต้า วีออส แบ่งออกเป็น 6 กลมุ่ ไดแ้ ก่ - กลมุ่ รตั นโกสินทร์ คอื เขตพญาไท จำ� นวน 67 คน - กลมุ่ บรู พา คือ เขตหลักส่ี จำ� นวน 67 คน ปที ่ี 14 ฉบบั ที่ 2 ประจำ�เดือนพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 305
- กลุ่มศรนี ครนิ ทร์ คอื เขตประเวศ จำ� นวน 67 คน - กลุม่ เจ้าพระยา คอื เขตบางนา จำ� นวน 67 คน - กลมุ่ กรงุ ธนใต้ คือ เขตบางบอน จ�ำนวน 66 คน - กล่มุ กรงุ ธนเหนือ คือ เขตหนองแขม จำ� นวน 66 คน โดยใชส้ ตู รไมท่ ราบจำ� นวนประชากรของคอแครน (Cochran, 1977) ดงั นน้ั ขนาดกลมุ่ ตวั อยา่ ง ที่ใชใ้ นการวิจัยเท่ากับ 385 คน และเพิม่ ขนาดกลุม่ ตัวอยา่ ง 15 คน รวมทัง้ หมด 400 คน 2. การสุ่มกลุม่ ตวั อยา่ ง ผวู้ จิ ยั ไดอ้ าศยั ความนา่ จะเปน็ โดยการสมุ่ กลมุ่ ตวั อยา่ งแบบงา่ ย โดยกำ� หนดสดั สว่ นของขนาดกลมุ่ ตัวอยา่ งทีจ่ ะทำ� การเกบ็ ข้อมลู ในกลมุ่ ประชากรท่เี ปน็ กลุม่ เป้าหมายทั้ง 6 เขต วิธีการเจาะจงไปที่ศนู ยบ์ ริการ รถยนต์ หรอื มหกรรมยานยนต์ ดงั นี้ - ศูนยบ์ รกิ ารเจรญิ ไทยมอเตอร์เซลส์ สาขาสนามเปา้ - มหกรรมยานยนต์มินิ มอเตอรโ์ ชว์ ณ ไอทีสแควร์ - มหกรรมยานยนต์ Seacon Motor Expo ณ ซีคอนสแควร์ - มหกรรมยานยนต์ Fast Auto Show Thailand ณ ไบเทคบางนา - ศูนย์บริการโตโยต้า เค มอเตอร์ สาขาเอกชัย - ศนู ย์บรกิ ารโตโยตา้ เค มอเตอร์ส สาขาเพชรเกษม 3. เคร่ืองมือที่ใช้ในการวจิ ยั 3.1 เชิงพรรณนา อธิบายลักษณะประชากรศาสตร์ของกลุ่มตัวอย่าง ส่วนประสมทางการตลาด และรูปแบบการด�ำเนินชีวิตที่มีผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซ้ือรถยนต์ โตโยต้า วีออสของผู้บริโภคใน กรงุ เทพมหานคร ได้แก่ ค่าความถี่ คา่ ร้อยละ ค่าเฉลย่ี และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 3.2 เชงิ อนมุ าน ทดสอบสมมตฐิ านของสว่ นประสมทางการตลาดและรปู แบบการดำ� เนนิ ชวี ติ มผี ล ต่อพฤตกิ รรมการตดั สินใจซ้ือรถยนต์โตโยต้า วอี อส ของผูบ้ รโิ ภคในกรุงเทพมหานคร ผวู้ จิ ัยอาศัยวิธวี เิ คราะห์ โดยใช้สถิติ Multiple Regression Analysis ผลการศกึ ษา ลกั ษณะประชากรศาสตร์ พบว่าผู้บรโิ ภคเปน็ เพศชาย อายุ 34-41 ปี สถานภาพโสด ระดับการศกึ ษา ปริญญาตรี อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน มีรายได้ต่อเดือน 25,001-35,000 บาท การวิเคราะห์ข้อมูล ส่วนประสมทางการตลาดของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร โดยรวมทุกด้านอยู่ในระดับความส�ำคัญมาก มคี า่ เฉลยี่ เทา่ กบั 4.13 ไดแ้ ก่ ดา้ นผลติ ภณั ฑ์ ดา้ นราคา ดา้ นชอ่ งทางการจดั จำ� หนา่ ย และดา้ นสง่ เสรมิ การตลาด โดยมีค่าเฉล่ยี เท่ากับ 4.23, 4.23, 4.13 และ 4.08 ตามล�ำดับ การวเิ คราะหข์ อ้ มลู รปู แบบการด�ำเนนิ ชวี ิตของ ผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร โดยรวมทุกด้านอยู่ในระดับความส�ำคัญมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.13 ได้แก่ ด้านกจิ กรรม ด้านความคิดเห็น และด้านความสนใจโดยมีค่าเฉล่ยี เทา่ กบั 4.19, 4.13 และ 4.11 ตามล�ำดับ การวเิ คราะหข์ ้อมลู พฤติกรรมการตดั สนิ ใจซอื้ รถยนต์โตโยตา้ วีออส ของผูบ้ รโิ ภคในกรงุ เทพมหานคร พบว่า ในอนาคตจะตดั สนิ ใจซอ้ื รถยนตโ์ ตโยตา้ วอี อส ผบู้ รโิ ภคมคี วามคดิ เหน็ ในระดบั ทซ่ี อ้ื แนน่ อนมคี า่ เฉลย่ี เทา่ กบั 4.82 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงอนุมานเพ่ือทดสอบสมมติฐานท่ีว่า ส่วนประสมทางการตลาดมีผลต่อ 306 บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั สวนดสุ ิต
พฤติกรรมการตัดสินใจซื้อรถยนต์โตโยต้า วีออส ของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร ในอนาคตจะตัดสินใจซ้ือ รถยนต์โตโยต้า วีออส พบว่าตัวแปรที่มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับพฤติกรรมการตัดสินใจซ้ือรถยนต์โตโยต้า วอี อส ของผบู้ รโิ ภคในกรุงเทพมหานคร ไดแ้ ก่ ดา้ นผลติ ภณั ฑ์ ดา้ นราคา ด้านชอ่ งทางการจดั จำ� หนา่ ย ด้านการ สง่ เสรมิ การตลาด โดยตวั แปรทงั้ 4 ตวั นี้ สามารถรว่ มกนั วเิ คราะหส์ ว่ นประสมทางการตลาดมผี ลตอ่ พฤตกิ รรม กตาารราตงดั ทสี่ ิน1ใกจาซรื้อวริเคถรยานะตหโ์ ส ตว โนยปตร้าะวสีอมอทสางขกอารงตผลบู้ ารดโิ มภีผคลใตนอกพรฤุงเตทกิ พรรมมหกาานรคตรดั สริน้อใยจลซะอ้ื ร2ถ.ย5นตโ ตโยตา วอี อส ของ ตารางที่ 1 ผกูบารรวโิ ภเิ คครใานะกหรสงุ เว ทนพปมรหะสานมคทรางใกนาอรนตาลคาตดจมะีผตลดัตสอนิพใฤจตซิก้ือรรรถมยกนาตรโตตดั โสยตนิ าใจวซีอ้อื อรสถยนตโ ตโยตา วอี อส ของ ผบู ตรัวิโภแคปใรนกรงุ เทพมหานคร ในอBนาคตจะตัดสนิ ใจซ้ือรSถEยนตโ ตโยตา วีออส t 6.0B64 Sig. คาคงที่ (Consตtัวanแtป)ร .3S3E5 18.0t76** .S0i0g0. ดคาาคนงผทลี่ติ (Cภoณั nฑst ant) 6.0.08654 ..033450 128..102746*** ..003040 ดดาานนผราลคติ าภณั ฑ ..006855 ..004307 21..172347* ..003843 ดดาา นนชราอ คงาทางการจดั จาํ หนาย -..006558 ..003447 11..370377 ..018923 ดดาานนชกอารงสทงาเงสกรามิ รกจาัดรจตาํ ลหานดา ย -..006598 ..004514 11..330372 ..118924 ดา นการสง เสรมิ การตลาด r =.06.1987 Adjuste.d05R12 = .025 R12.3=3.2035 SE.=18.4456 โ*ก *ตวกว***ตพพกกต***ิิเเรดดััรราา บบมม คคโุงุุงงรรมมสสนีีนยมมววเรรเเตาิิีนีนนนทททตีีนนัยยัาาาางัดยัยัใใพตตสสพพา้ัยัยะะทจจสสสััมาาํํสสววหหมมซซวี่าํําิคคนผหำ��ำแแ1ผผหหอี้ื้ืออคคญัญัคคลรรใปปา ลลรรอาาัญญัจููญญัักปปนททกกถถนนรรขกสซททาคแแททาาาายยททอคคาื้อราารรรพงงบบนนาารี่่ีมมงรรวงงสสววรงงวบผตตรบีีเสสิคคเิิเถถถสสไไคิเอคคูบ้โโวถถกกดดววคิิตตถถยตตรยรรา่ิตติราาแแาาทิทิติติรนาโโาาลตโิทิทิมมรรยยกกาททิิะี่ี่ะะภตะวั..ดดะี่่ีตตสสหหห00่ี่ี ..์แคโดด..ํํ00ห3าาาาัั55มม00ขขตข์ ปใาา11เเ.์ส15ออพพอ้น9โววนนนนรย่วมมีีออมัักนนิิทกกนนนตลลููออลูริิจจธธม่ีชชเเ้าปสสุงเเเกกชชีีชคววเชชริิงงรรทิิขขตตงิววิิงงะออรรอออาพีอมมบบสนนมมนมงงีีอผผมววมุมุมผผมสุดดrสลลหกกทาาููบบัมาา=นนตตกกาารรนพนขนััเเออบบิิงโโ.เพพคคภภนัอ1กคพพพพพ่่ืืออวว8คคงธารอื่ฤฤฤฤททาา7ผ์เรใใทชตตมมนนใตตดดตู้บนิงดิสสกกิิกกกกสสลรบอสรรนนรรออรราิโวนุุงงอรรภบบรรใใดเเกจจมมบามมททสสมคกคAกกสกกมมพพีผดดใบัdตนมาามมาาลาามมjพจรรรรมนนตตกuตหหตตะตตฤิิฐฐตรsคค่อาาตััtดดััาาตดดุงฐิววนนพeนนัดเสสากิสสาคคdทฤททนสมมิินนิิรนนรรตพีวีว่่ินRทรคคใใใใิกใใาามม2จจิิจจใดดวี่นนจรกซซา่ห=ซซรรเเออหหซรูปปูืื้้าืื้้ออออารนนม.อ้ื็็นนรแแ0ปูนรรรราากตรบบ2ถถถถแคคคโโถาัด5บบดดยยยยบตตรรยสกกยยนนนนบจจตนนิาาตตใะะตตตตักดตนรรใััววตตโโาโโสจดด์โอแแตตตตััดดรตซินํําาปปนดโโสสโโเเโอ้ืใRยยยยนนยรริิำนน�าจร2ตตตตททเินินคใใซถน=จจาาาาั้ั้ชชงง้ต้ือยนิซซีวีวจร.33ววนววชืื้้ออ0ติติ ถะีีีีออออต3วีรรมมตตตยออออถถติ5โ์ีผีผััววนตัดสสสสยยมลลนนโตสนนผีตตี้้ยขขขขิ์นโสสตตลออตตออออาาโโใตพพSา้โตตจงงงงมมอ่Eฤฤยผผผผโโซวาาพตตยยตูููู=บบบบรรอีื้อิิกกตต้าฤถถอรรรรรรร.าาตรร4ิิิิโโโโถสรรวกววภภิภภ5ววยมมีอมมข6รีีออคคคคกกนอรอกกออใใใใาาตสมัังนนนนนนสสรร์ สผผกตตรูบู้า้บาางุมรรรรเาาาิโิโทงงภภรพททถคคม่่ีีรใใ22หนน่วผามกกกนบูาากรรครรรันุงุงววโิรเเวภททเเิิ คครเิคพพคอรรใรมมาายนะะาลหหกะหหะราาหรรงุนน3ปปููเ์ รคคท.แแ9ูปรรพบบแมบบรไบห้อดแแบายบบ้แนกลกบบคาะ่กกรรดาาใ3ดรร้าน.ำ�ดดน9อเําาํกนนเเิจนนาินคกิินนชตรชชวี รทวีีวิตมิตติามนมมผี ดตีผีผล้าัดลลตนสตตอ่คินออ พวพพใจาฤฤฤซมตตต้อื สกิกิกิ รนรรรถรรรใยจมมมนกกกตดาาาโรรา้ รตตตนตโัดดัยคดั สสตวสินินาาินใใมวจจใคจีอซซิดซอื้ืออ้ เส้ือรรหถถร็นถยยนนยโตตนดโโตยตต์โตโโตยยวั โตตแยาาปตววร้าอีีอทวออง้ัอี สสอ3ขขสออตขงงวัอนงี้ ผตบู วั รแโิ ภปครในกรงุ เทพมหานครในBอนาคตทานตดั สนิ ใจซSือ้ Eรถยนตโ ตโยตา วีออส t Sig. คา คงที่ (Conตsัวtแaปntร) 5.9B91 .2S6E9 22.3t02** .S0i0g0. คดาา คนงกทจิ ี่ก(Cรรoมnstant) 5.1.93931 ..206495 222.9.37052**** ..000003 ดดาา นนคกิจวากมรสรมนใจ ..103831 ..003455 22..937255*** ..000231 ดดาานนคคววาามมสคนดิ เใหจ็น ..008619 ..003365 21..382856* ..006201 ดานความคดิ เห็น r =.06.2915 Adjuste.0d3R62= .039 R21=.8.80646 SE.=06.0453 ** มีนยั สาํ คัญทางสถติ ทิ ี่ .01 r = .215 Adjusted R2= .039 R2= .046 SE = .453 ***ม มนีมนี ีนยั ยัสัยสาํสาํค�ำคญัคัญัญทททาางางสงสถสถติถติ ทิิติทิที่ .ี่0่ี..05011 *อภ มปิีนมรีนัยาสัยยําสผคำ� ลญัคัญททางาสงถสติถิทติที่ .0่ี .505 อกกนนรรภััยยุุงงสสปิ เเททํําารคคพพาัญญัยมมหหผททาาลาานนงง11คคสส..รรถถลลแแสตติิ ััตตกกอิททิ กกษษด่่ีีตต..ณณค00าาล11งงะะกกอปปซซัันนงรรงงึ่่ึ กสสะะพพับชชออบบงดดาาาววกกคคนาารรลลวศศออมมิจาางงีีพพัยกกสสฤฤขบัับตตตตอสสรริิกกงมมไไรรมม(ดดภรรตตแแมมาฐิฐิกกณกกาา นนาาเเุวพพรรททัฒตตศศี่ต่ตี นััดดงั้ั้งออไไสสชววาาิินนุมยยใใุุชจจสส่ืนซซถถ,้้ืืออาา2รรนน5ถถภภ5ยยาานน5พพ)ตตทโโกกตตปี่ไทีาาโโดี่ยยรร1ศ4ศศตตึกึึฉกกาาบษษษับววาาาทีีออเ่ี รออ2รร่ือสสปาางรยยโโะไไดดจพดด�ำ ยยเฤดตตรรอืตออววนิกเเพมมดดรฤแแษืืรออตตภมนนากกกคขขมตตาออร-าางงสตงงผผิงกกัดหููบบัันนาสรรคิออนมิิโโภภยยใ2จ5คคาา6ซงงใใ1นนื้มมอีี 307
ตารางท่ี 2 การวเิ คราะหร์ ปู แบบแบบการดำ� เนนิ ชวี ติ มผี ลตอ่ พฤตกิ รรมการตดั สนิ ใจซอื้ รถยนตโ์ ตโยตา้ วอี อส ของผบู้ ริโภคในกรงุ เทพมหานครในอนาคตท่านตดั สินใจซือ้ รถยนตโ์ ตโยต้า วอี อส อภปิ รายผล 1. ลักษณะประชากรศาสตร์ ได้แก่ เพศ อายุ สถานภาพ การศกึ ษา รายไดต้ อ่ เดอื นของผบู้ ริโภคใน กรุงเทพมหานครแตกต่างกัน พบว่า มีพฤติกรรมการตัดสินใจซ้ือรถยนต์โตโยต้า วีออส โดยรวมแตกต่างกัน อย่างมีนยั ส�ำคัญทางสถติ ิที่ .01 ซึง่ สอดคลอ้ งกับสมมติฐานที่ต้ังไว้ สอดคลอ้ งกบั งานวิจัยของ ภาณวุ ัฒน์ ชุ่มชนื่ (2555) ทไ่ี ด้ศกึ ษาเรอ่ื ง พฤติกรรมการตัดสนิ ใจซ้อื รถยนตโ์ ตโยตา้ พรีอุส ของผู้บริโภคในกรงุ เทพมหานคร ผลการวิเคราะหพ์ บวา่ เพศ อายุ สถานภาพ อาชีพ รายได้ต่อเดือน ของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร มีผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อรถยนต์ โตโยต้า พรีอุส แตกตา่ งกัน อย่างมนี ยั สำ� คญั ทางสถิตทิ ่ี .01 สอดคล้องกับงานวิจัยของ ธราวิท วรัมภา (2558) ท่ีได้ศึกษาเร่ือง รูปแบบการด�ำเนินชีวิตและ แรงจูงใจที่มีผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซ้ือรถยนต์โตโยต้า คัมร่ี ไฮบริด ของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร ผลการวิเคราะห์พบว่า ลักษณะประชากรศาสตร์ ไดแ้ ก่ อายุ การศกึ ษา อาชีพ รายไดต้ ่อเดือน แตกตา่ งกัน มีพฤติกรรมการตดั สนิ ใจซ้ือรถยนต์โตโยต้า คมั ร่ี ไฮบรดิ ของผบู้ ริโภคในกรงุ เทพมหานคร แตกต่างกนั อยา่ งมี นยั สำ� คัญทางสถติ ทิ ่ี .01 สอดคลอ้ งกับงานวจิ ัยของ เอกชัย พนั ธุลี (2553) ท่ีไดศ้ กึ ษาเรือ่ ง ปจั จยั ที่มีอทิ ธิพลต่อพฤตกิ รรม การตัดสินใจซ้ือรถยนต์เชฟโรเลต อาวีโอ ของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร ผลการวิเคราะห์พบว่าลักษณะ ประชากรศาสตร์ ไดแ้ ก่ เพศ อายุ สถานภาพ การศกึ ษา อาชพี รายได้ต่อเดอื น มอี ิทธพิ ลตอ่ พฤตกิ รรมการ ตัดสนิ ใจซือ้ รถยนต์เชฟโรเลต อาวโี อ ของผู้บรโิ ภคในกรุงเทพมหานคร สอดคล้องกับงานวิจัยของ วชิราภรณ์ ลิ้มปรภาสิริกุล (2557) ที่ได้ศึกษาเรื่อง ปัจจัยที่มีความ สัมพันธ์ต่อพฤติกรรมการซ้ือรถยนต์ญี่ปุ่นขนาดเล็กของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร ผลการวิเคราะห์พบว่า ลักษณะประชากรศาสตร์ ได้แก่ รายได้ตอ่ เดือน แตกตา่ งกัน มีพฤติกรรมการซ้ือรถยนตญ์ ่ีปุ่นขนาดเล็กของผู้ บริโภคในกรุงเทพมหานครแตกต่างกัน อยา่ งมีนัยส�ำคัญทางสถิตทิ ี่ .05 สอดคลอ้ งกับงานวจิ ัยของ ปญุ ชรัสมิ์ ตระกลตรสี ตั ย์ (2556) รปู แบบการด�ำรงชวี ิต แรงจงู ใจและ พฤติกรรมการตัดสินใจซื้อรถยนต์ประหยัดพลังงานประเภทไฮบริดของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร พบว่า ลักษณะประชากรศาสตร์ ได้แก่ เพศ อายุ อาชีพ รายได้ตอ่ เดอื น มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการตดั สนิ ใจซื้อ รถยนต์ประหยัดพลังงานประเภทไฮบริดของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานครแต่การศึกษาไม่มีความสัมพันธ์กับ พฤตกิ รรมการตดั สนิ ใจซอ้ื รถยนตป์ ระหยดั พลงั งานประเภทไฮบรดิ ของผบู้ รโิ ภคในกรงุ เทพมหานคร อยา่ งมนี ยั สำ� คัญทางสถติ ทิ ี่ .05 และทั้งหมดนย้ี งั สอดคลอ้ งกบั แนวคดิ ทฤษฎขี อง ยุบล เบญ็ จรงคก์ ิจ (2542) ที่กล่าวว่า พฤติกรรม ต่าง ๆ ของมนุษย์ท่ีเกิดข้ึนตามแรงบังคับจากภายนอกมากระตุ้น ซ่ึงเป็นความเช่ือที่ว่าคนที่มีคุณสมบัติทาง ประชากรศาสตรท์ แ่ี ตกตา่ งกนั จะมพี ฤติกรรมทีแ่ ตกต่างกนั ไปด้วย 2. ส่วนประสมทางการตลาด พบว่า ผลิตภัณฑ์ มีผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อรถยนต์โตโยต้า วอี อส ของผบู้ รโิ ภคในกรงุ เทพมหานคร ดา้ นในอนาคตทา่ นจะตดั สนิ ใจซอ้ื รถยนตโ์ ตโยตา้ วอี อส อยา่ งมนี ยั สำ� คญั 308 บณั ฑติ วิทยาลยั มหาวิทยาลยั สวนดุสติ
ทางสถิติที่ .01 โดยสามารถอธิบายไดร้ ้อยละ 2.5 พบว่า ผลิตภณั ฑเ์ ปน็ ตวั กำ� หนดส่วนประสมทางการตลาด เชน่ การประหยดั น้ำ� มนั เชือ้ เพลงิ ภาพลักษณ์ตราสนิ คา้ สมรรถนะและคุณภาพรถยนต์ สอดคลอ้ งกบั งานวจิ ยั ของ พชิ ชาภา กติ ตนิ นั ทว์ ฒั นา (2555) ทไี่ ดศ้ กึ ษาเรอ่ื ง ทศั นคตแิ ละแรงจงู ใจ ของผู้บรโิ ภคท่สี ง่ ผลตอ่ พฤตกิ รรมการเลอื กใชร้ ถยนตน์ สิ สนั มาร์ช ในกรุงเทพมหานคร ผลการวิเคราะห์พบว่า ด้านผลิตภัณฑ์มีผลต่อพฤติกรรมการเลือกใช้รถยนต์นิสสัน มาร์ช ในกรุงเทพมหานคร อย่างมีนัยส�ำคัญทาง สถิติท่ี .01 สอดคล้องกบั งานวิจัยของ เอกชัย พันธุลี (2553) ที่ไดศ้ กึ ษาเร่ือง ปจั จัยทม่ี อี ิทธพิ ลตอ่ พฤติกรรม การตดั สินใจซอ้ื รถยนตเ์ ชฟโรเลต อาวีโอ ของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร ผลการวเิ คราะหพ์ บวา่ สว่ นประสม ทางการตลาดมอี ทิ ธพิ ลตอ่ พฤตกิ รรมการตดั สนิ ใจซอ้ื รถยนตเ์ ชฟโรเลต อาวโี อ ของผบู้ รโิ ภคในกรงุ เทพมหานคร อย่างมนี ยั สำ� คัญทางสถิตทิ ่ี .01 และยังสอดคล้องกับแนวคิดทฤษฎีของ ฟิลลิป คอตเลอร์ (2556) กล่าวว่า ส่วนประสมทาง การตลาดเปน็ เครอ่ื งมอื ทางการตลาดทส่ี ามารถควบคมุ ได้ ซง่ึ กจิ การผสมผสานเครอ่ื งมอื เหลา่ นใี้ หส้ ามารถตอบ สนองความตอ้ งการ และสรา้ งความพงึ พอใจใหก้ บั กลมุ่ ลกู คา้ เปา้ หมาย สว่ นประสมทางการตลาดประกอบดว้ ย ทุกสิ่งทุกอย่างท่ีกิจการใช้เพื่อให้มีอิทธิพลโน้มน้าวความต้องการผลิตภัณฑ์ของกิจการ ส่วนประสมการตลาด แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ (Product) ราคา (Price) ช่องทางการจัดจ�ำหน่าย (Place) การส่งเสริมการตลาด (Promotion) 3. รปู แบบการด�ำเนินชีวิต พบวา่ กิจกรรม มผี ลตอ่ พฤตกิ รรมการตัดสนิ ใจซ้อื รถยนต์โตโยต้า วอี อส ของผบู้ รโิ ภคในกรงุ เทพมหานคร ดา้ นในอนาคตทา่ นจะตดั สนิ ใจซอื้ รถยนตโ์ ตโยตา้ วอี อส อยา่ งมนี ยั สำ� คญั ทาง สถิติที่ .01 โดยสามารถอธิบายได้ร้อยละ 3.9 พบว่ากิจกรรมเป็นตัวก�ำหนดรูปแบบการด�ำเนินชีวิต เช่น การขับรถยนตไ์ ปรับประทานอาหาร การขบั รถยนต์ไปท่องเทยี่ ว สอดคล้องกับงานวิจัยของ ธราวิท วรัมภา (2558) ท่ีได้ศึกษาเร่ือง รูปแบบการด�ำเนินชีวิตและ แรงจูงใจที่มีผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อรถยนต์โตโยต้า คัมรี่ ไฮบริด ของผู้บริโภค ในกรุงเทพมหานคร ผลการวเิ คราะหพ์ บวา่ รูปแบบการด�ำเนินชวี ติ มีผลต่อพฤตกิ รรมการตดั สินใจซอ้ื รถยนตโ์ ตโยต้า คัมรี่ ไฮบริด ของผบู้ รโิ ภคในกรงุ เทพมหานคร ดา้ นในอนาคตทา่ นจะซอื้ รถยนตโ์ ตโยตา้ คมั ร่ี ไฮบรดิ หรอื ไม่ อยา่ งมนี ยั สำ� คญั ทางสถติ ทิ ี่ .01 โดยสามารถอธิบายได้รอ้ ยละ 2.8 สอดคล้องกับงานวิจัยของ ปุญชรัสมิ์ ตระกลตรีสัตย์ (2556) ที่ได้ศึกษาเร่ือง รูปแบบการด�ำรง ชีวิต แรงจูงใจและพฤติกรรมการตัดสินใจซ้ือรถยนต์ประหยัดพลังงานประเภทไฮบริดของผู้บริโภคใน กรุงเทพมหานคร ผลการวิเคราะห์พบว่ารูปแบบการด�ำรงชีวิต ได้แก่ กิจกรรมมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรม การตัดสินใจซอ้ื รถยนต์ ประหยัดพลงั งานประเภทไฮบริดของผู้บรโิ ภคในกรงุ เทพมหานคร สรปุ ผลการศกึ ษา จากการศกึ ษาเรอ่ื งสว่ นประสมทางการตลาดและรปู แบบการดำ� เนนิ ชวี ติ ทมี่ ผี ลตอ่ พฤตกิ รรมการตดั สนิ ใจซ้ือรถยนต์โตโยต้า วีออส ของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร เพื่อน�ำผลการวิจัยที่ได้ในคร้ังนี้ไปใช้ให้เกิด ประโยชน์ และเพอ่ื เปน็ แนวทางสำ� หรบั ผปู้ ระกอบการและผทู้ มี่ สี ว่ นเกย่ี วขอ้ งในการกำ� หนดนโยบาย และกลยทุ ธ์ ปที ี่ 14 ฉบบั ท่ี 2 ประจำ�เดอื นพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 309
ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะดังนี้ ส่วนประสมทางการตลาดและรูปแบบ การดำ� เนนิ ชวี ติ ทมี่ แี นวโนม้ ตอ่ พฤตกิ รรมการตดั สนิ ใจซอื้ รถยนตโ์ ตโยตา้ วอี อส ของผบู้ รโิ ภคในกรงุ เทพมหานคร ไดแ้ ก่ ด้านผลิตภณั ฑ์ ดา้ นกจิ กรรม และด้านความสนใจ ตวั แปร 3 ตวั น้ี มีอิทธพิ ลต่อพฤติกรรมการตดั สินใจ ซอื้ รถยนต์ โตโยต้า วีออส ของผูบ้ ริโภคในกรุงเทพมหานคร และด้านในอนาคตจะตดั สินใจซ้อื รถยนตโ์ ตโยตา้ วีออส อย่างแน่นอน ผู้ประกอบการธุรกิจรถยนต์ควรใช้กลยุทธ์เจาะจงกลุ่มเป้าหมายเพศหญิง อายุระหว่าง 34–41 ปีสถานภาพโสด ระดบั การศกึ ษาปริญญาตรี อาชีพพนักงานบริษทั เอกชน มีรายไดต้ อ่ เดอื น 35,001- 45,000 บาท สำ� หรบั สว่ นประสมทางการตลาด ดา้ นผลิตภัณฑ์ ผู้บรโิ ภคส่วนใหญใ่ หค้ วามสำ� คัญมากทส่ี ุดใน เรอ่ื งการประหยดั นำ้� มนั เชอื้ เพลงิ เนอ่ื งจากรปู แบบการดำ� เนนิ ชวี ติ ดา้ นกจิ กรรม พบวา่ ผบู้ รโิ ภคใหค้ วามสำ� คญั มากทสี่ ดุ ตอ่ การขบั รถออกไปรบั ประทานอาหารและขบั รถไปทอ่ งเทย่ี วตามทต่ี า่ ง ๆ ในดา้ นความสนใจผบู้ รโิ ภค จึงให้ความส�ำคัญมากท่ีสุดในเรื่องของเทคโนโยลีรถยนต์ เพราะปัจจุบันน้�ำมันมีราคาสูงและมีแนวโน้มที่จะ สงู ขนึ้ อยา่ งตอ่ เนอื่ ง จะเหน็ ไดว้ า่ ปจั จบุ นั ผบู้ รโิ ภคไดห้ นั มาเลอื กใชพ้ ลงั งานทดแทนกนั มากขน้ึ ไมว่ า่ จะเปน็ นำ�้ มนั แกส๊ โซฮอลล์ นำ้� มัน E20 E85 ก๊าซ NPV และกา๊ ซ LPG ทไ่ี ดร้ บั ความนิยมมากขึน้ เร่ือย ๆ จงึ ท�ำให้ส่ิงเหล่าน้ี มีอทิ ธพิ ลต่อพฤติกรรมการตดั สินใจซอ้ื รถยนตโ์ ตโยต้า วีออส และนอกจากนีก้ ลมุ่ เป้าหมายยังมีพฤตกิ รรมการ ตดั สนิ ใจซอ้ื รถยนตโ์ ตโยตา้ วอี อส พบวา่ เหตผุ ลของการตดั สนิ ใจซอ้ื เพราะรถยนตโ์ ตโยตา้ วอี อส ประหยดั นำ้� มนั เชือ้ เพลงิ มวี ตั ถปุ ระสงคใ์ นการตัดสนิ ใจซอื้ เพอ่ื ความสะดวกสบายต่อตนเอง จะตดั สนิ ใจซือ้ รถยนตก์ ็ต่อเมื่อมี รนุ่ ใหม่จำ� หน่าย ตดั สินใจซือ้ รถยนตด์ ว้ ยวิธีการผ่อนชำ� ระ และในอนาคตจะตดั สนิ ใจซือ้ รถยนตโ์ ตโยตา้ วีออส อยา่ งแน่นอน ข้อเสนอแนะในการทำ� วจิ ยั ครง้ั ต่อไป 1. ในการท�ำวิจยั คร้ังตอ่ ไปควรศกึ ษากลมุ่ ประชากรตัวอย่างในเขตปรมิ ณฑลหรอื ตา่ งจังหวัด เพื่อให้ ทราบถึงพฤติกรรมการตัดสินใจซ้ือรถยนต์โตโยต้า วีออส ที่กว้างมากย่ิงขึ้นควรเพิ่มข้อค�ำถามปลายเปิดใน แบบสอบถาม เพ่ือใหไ้ ดข้ อ้ เสนอแนะ 2. ในการท�ำวิจัยคร้ังต่อไปควรศึกษาเปรียบเทียบรถยนต์โตโยต้า วีออสกับรุ่นอ่ืน ๆ ท่ีมีขนาด เครอื่ งยนต์ใกล้เคียงกนั เพอื่ เปน็ ประโยชนต์ อ่ ผปู้ ระกอบการในการผลิตรถยนต์ เอกสารอา้ งอิง กุณฑลี รนื่ รมย.์ (2549). การวจิ ยั การตลาด. พมิ พ์คร้งั ท่ี 5. กรงุ เทพฯ: จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั . ธราวิท วรัมภา. (2558). รปู แบบการดำ� เนินชีวติ และแรงจงู ใจท่ีมผี ลต่อพฤตกิ รรมการตดั สนิ ใจซอ้ื รถยนต์ โตโยต้าคัมรี่ไฮบริด ของผู้บริโภคในกรุงเทพมาหานคร. บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัย ราชภฏั สวนสุนนั ทา นธกฤต วันต๊ะเมล.์ (2557). การสอื่ สารการตลาด. พมิ พค์ รงั้ ที่ 2. กรงุ เทพฯ: มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร.์ นภวรรณ คณานุรักษ.์ (2556). พฤตกิ รรมผูบ้ รโิ ภค. กรุงเทพฯ: ซวี ีแอลการพิมพ.์ ปุญชรัสม์ิ ตระกลตรีสัตย์. (2556). รูปแบบการด�ำรงชีวิตแรงจูงใจและพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อรถยนต์ ประหยัดพลังงาน (ไฮบริด) ของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร. บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต 310 บณั ฑติ วิทยาลัย มหาวทิ ยาลยั สวนดสุ ติ
มหาวิทยาลัยศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ. พิชชาภา กิตตินันท์วัฒนา. (2555). ทัศนคติและแรงจูงใจของผู้บริโภคที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการเลือกใช้ รถยนต์ นสิ สนั มารช์ ในกรงุ เทพมหานคร. บรหิ ารธรุ กจิ มหาบณั ฑติ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ. ฟลิ ลปิ คอตเลอร์. (2556). Values Driven Marketing. กรุงเทพฯ: กรงุ เทพธุรกจิ . ภาณวุ ฒั น์ ชมุ่ ชนื่ . (2555). พฤตกิ รรมการตดั สนิ ใจซอื้ รถยนตโ์ ตโยตา้ พรอี สุ ของผบู้ รโิ ภคในกรงุ เทพมหานคร. บริหารธรุ กจิ มหาบัณฑติ มหาวทิ ยาลัยศรีนครนิ ทรวโิ รฒ. ยบุ ล เบญ็ จรงคก์ ิจ. (2542). การวิเคราะหผ์ รู้ ับสาร. กรุงเทพฯ: คณะนเิ ทศศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั . วชริ าภรณ์ ลมิ้ ปรภาสริ กิ ลุ . (2557). ปจั จยั ทมี่ คี วามสมั พนั ธต์ อ่ พฤตกิ รรมการซอื้ รถยนต์ ญป่ี นุ่ ขนาดเลก็ ของ ผบู้ รโิ ภคในกรงุ เทพมหานคร. บรหิ ารธรุ กิจมหาบณั ฑติ มหาวิทยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ. เอกชยั พนั ธลุ .ี (2553). ปจั จยั ทมี่ อี ทิ ธพิ ลตอ่ พฤตกิ รรมการตดั สนิ ใจซอ้ื รถยนตเ์ ชฟโรเลต อาวโี อ ของผบู้ รโิ ภค ในกรงุ เทพมหานคร. บรหิ ารธรุ กิจมหาบัณฑิต มหาวทิ ยาลัยศรีนครนิ ทรวิโรฒ. Cochran. (1977). Sampling Techniques. New York: Academic. Schiffman, Kanuk & Lazar. (2003). Consumer Behavior. Englewood Cliffs: Prentice. ปที ี่ 14 ฉบบั ที่ 2 ประจ�ำ เดอื นพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 311
ปัจจัยท่มี ผี ลต่อพฤติกรรมการออมของผบู้ ริโภคเพือ่ ใช้จา่ ยในอนาคตของประชาชน ในเขตกรงุ เทพมหานคร Factors Affecting Consumers’ Savings Behaviors for Future Spending of People in Bangkok นายไกรวชิ ญ์ ประชมุ พนั ธ์ รองศาสตราจารย์ ดร. ธนสุวิทย์ ทบั หิรญั รักษ์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สคุ นธ์ เครือนำ�้ ค�ำ หลกั สูตรบรหิ ารธุรกิจมหาบณั ฑิต บณั ฑิตวทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลัยราชภฏั สวนสุนันทา บทคดั ยอ่ การวิจัยคร้งั น้มี ีวตั ถปุ ระสงค์ 1) เพอื่ ศกึ ษาลกั ษณะทางประชากรศาสตร์ทมี่ ีผลต่อพฤติกรรมการออม ของผบู้ รโิ ภคเพอื่ ใชจ้ า่ ยในอนาคตของประชาชนในเขตกรงุ เทพมหานคร 2) เพอื่ ศกึ ษาปจั จยั ทม่ี ผี ลตอ่ การออม ของผู้บริโภคเพื่อใช้จ่ายในอนาคตของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร 3) เพ่อื ศึกษาพฤตกิ รรมการออมของ ผบู้ รโิ ภคเพอ่ื ใชจ้ า่ ยในอนาคตของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างทีใ่ ช้ในการวจิ ยั ในคร้งั นี้ คือ ประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร จ�ำนวน 400 คน ด้วยวิธีการส�ำรวจ (Survey Research Method) ใช้ แบบสอบถาม (Questionnaire) เปน็ เครอื่ งมอื ในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ซงึ่ สถติ ทิ ใ่ี ชใ้ นการวเิ คราะหข์ อ้ มลู คอื ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และส่วนการทดสอบสมมติฐานนั้นใช้การพิสูจน์ ความแตกตา่ งแบบ T-test, F-test และวเิ คราะหก์ ารถดถอยดว้ ยสถติ ิ Multiple Linear Regression Analysis ผลการวิจัย พบว่า ประชาชนที่มีสถานภาพต่างกันมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการออมเพ่ือใช้จ่ายในอนาคต แตกตา่ งกนั ทรี่ ะดบั นยั สำ� คญั 0.05 ปจั จยั ทม่ี อี ทิ ธพิ ลตอ่ การออม ไดแ้ ก่ รายได้ และคา่ ใชจ้ า่ ย มผี ลตอ่ พฤตกิ รรม การออมเพื่อใช้จา่ ยในอนาคตของประชาชนในกรงุ เทพมหานคร ท่ีระดับนยั สำ� คัญ 0.05 ค�ำสำ� คญั : การออม พฤตกิ รรมการออม การตัดสินใจออมเงิน รปู แบบการออม ปจั จยั ทม่ี ีผลตอ่ การออม ปที ี่ 14 ฉบบั ที่ 2 ประจ�ำ เดอื นพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 313
Abstract This research aims to 1) study the demographic characteristics affecting consumer saving behavior for future consumption of people in Bangkok. 2) to study the factors affecting consumers’ savings for the future of Bangkok residents; 3) to study consumer saving behavior for future consumption of people in Bangkok. The sample used in this study was 400 people in Bangkok. The Survey Research Method used questionnaire an instrument to collect data. The statistics used for data analysis are frequency, percentage, mean and standard deviation. The hypothesis tests were t-test (Independent Sample), F-test (One way ANOVA), and regression analysis. Multiple Linear Regression Analysis. The results showed People with different backgrounds have a mean score of saving behavior for future spending difference at significant level. 0.05, The Factors influencing savings are income and expenditure. Affecting the saving behavior for future spending of Bangkok residents. At significance level 0.05 Keywords : Saving, Saving Behavior, Money Saving, Types of saving, Factors affecting saving บทน�ำ การออมถอื วา่ เปน็ การวางแผนทางการเงนิ ทที่ ำ� ใหป้ ระชาชนรสู้ กึ ถงึ ความมนั่ คงทางการเงนิ ในอนาคต สง่ ผลถงึ การมคี ณุ ภาพชวี ติ ทดี่ ขี องบคุ คล ดงั นน้ั จะใหช้ วี ติ มคี วามสขุ ในบน้ั ปลายชวี ติ ไดน้ น้ั ตอ้ งเกบ็ เงนิ ไวใ้ ชจ้ า่ ย ในยามจ�ำเป็นในช่วงเวลาที่คนเรายังมีงานประจ�ำหรือยังสามารถท�ำงานได้ เราอาจจะไม่ได้ให้ความส�ำคัญต่อ การออมและการวางแผนการออมในอนาคต แต่อนาคตเป็นสิ่งท่ีไม่แน่นอน หากเม่ือถึงวันท่ีไม่มีงานทำ� หรือ ไมส่ ามารถทำ� งานไดซ้ งึ่ อาจจะเกดิ ปญั หาดา้ นสขุ ภาพ การถกู เลกิ จา้ งเนอ่ื งจากปญั หาทางเศรษฐกจิ ตกตำ่� รายได้ ประจำ� ทเี่ คยไดร้ บั กจ็ ะหายไปในขณะทร่ี ายจา่ ยในการดำ� รงชวี ติ ยงั มอี ยรู่ วมไปถงึ รายจา่ ยในการรกั ษาพยาบาล ในยามเจบ็ ป่วยในวันข้างหน้า และรายจา่ ยอ่นื ๆ ในอนาคต การรณรงคส์ ง่ เสรมิ การประหยดั และการออมเปน็ รปู ธรรมขนึ้ ทำ� ใหป้ ระชาชนตระหนกั ถงึ ความสำ� คญั ของการประหยัดและรู้จักเก็บออมอย่างต่อเน่ือง ส่งผลต่อความม่ันคงในการด�ำรงชีวิต เศรษฐกิจ และ ประเทศชาติ หลังจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 สถานการณ์ได้คล่ีคลายไปในแนวทางท่ีดีข้ึนอย่างช้า ๆ ประเทศไทยสามารถทยอยคืนเงินกู้แก่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ และค่อย ๆ พัฒนาจากการอยู่รอด มุ่งไปส่คู วามยงั่ ยืน โดยอาศยั การพง่ึ พาปัจจัยภายนอกคู่กบั ปจั จัยภายใน โดยมเี ปา้ หมายทสี่ ำ� คญั คือการรักษา และสรา้ งเสถยี รภาพทางเศรษฐกจิ ใหม้ คี วามยัง่ ยืน (ประยงค์ คศู ริ สิ ิน, 2551) การใหค้ วามสำ� คญั กบั การออมรวมถงึ การวางแผนการออมทด่ี จี ะชว่ ยสรา้ งหลกั ประกนั ทมี่ น่ั คงสำ� หรบั ชวี ิตในอนาคต เงนิ ออมเปน็ ปัจจยั สำ� คญั ท่จี ะทำ� ให้เป้าหมายทีบ่ ุคคลก�ำหนดไว้บรรลวุ ตั ถุประสงค์ เช่น ก�ำหนด ไวว้ ่าในสามปีขา้ งหนา้ จะมรี ถ มีบ้านหรือมคี อนโด เปน็ ของตนเอง เงินออมจะเป็นปัจจยั สำ� คญั อยา่ งมากทีจ่ ะ ช่วยให้เป้าหมายในอนาคตของชีวิตเป็นจริงข้ึนมาได้ นอกจากนี้เงินออมยังใช้แก้ปัญหาในยามจ�ำเป็น เช่น 314 บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลัยสวนดุสิต
ใชเ้ ปน็ เงินเก็บในวัยเกษยี ณอายุ วัยชรา หรอื เกบ็ เปน็ ค่ารกั ษาพยาบาลเม่อื เจบ็ ป่วยในอนาคต เปน็ ตน้ โดยสัดส่วนรายได้ คา่ ใชจ้ า่ ย และการออมเฉลี่ยตอ่ เดอื นของครัวเรอื นในประเทศไทย ตัง้ แต่ปี 2550- 2558 โดยรายได้ครัวเรือนเฉลี่ย/เดือนเพ่ิมข้ึน ทุกปี โดยปี 2550 รายได้ครัวเรือนเฉล่ียอยู่ท่ี 18,660 บาท ตอ่ เดอื น ปี 2552 รายไดค้ รวั เรอื นเฉลยี่ อยทู่ ่ี 20,904 บาทตอ่ เดอื น ปที ี่ 2554 รายไดค้ รวั เรอื นเฉลยี่ อยทู่ ่ี 23,236 บาทต่อเดอื น ปีที่ 2556 รายไดค้ รวั เรอื นเฉล่ียอยทู่ ่ี 25,194 บาทตอ่ เดอื น ปที ่ี 2558 รายได้ครัวเรอื นเฉลยี่ อยู่ที่ 26,915 บาทตอ่ เดือน ส่วนคา่ ใชจ้ ่ายครวั เรอื นเฉลยี่ ปที ี่ 2550 อย่ทู ่ี 14,500 บาทตอ่ เดอื น ปีที่ 2552 คา่ ใช้จา่ ยครวั เรือนเฉลีย่ 16,205 บาทตอ่ เดือน ปีท่ี 2554 คา่ ใชจ้ า่ ยครวั เรือนเฉลีย่ 17,403 บาทตอ่ เดอื น ปที ่ี 2556 คา่ ใชจ้ า่ ยครวั เรอื นเฉลยี่ 19,061 บาทตอ่ เดอื น ปที ่ี 2558 คา่ ใชจ้ า่ ยครวั เรอื นเฉลยี่ 21,157 บาทตอ่ เดอื น การออมครวั เรอื นเฉลย่ี ปี 2550 อยทู่ ่ี 4,160 บาทตอ่ เดือน ปที ี่ 2552 การออมครัวเรอื นเฉลี่ย 4,699 บาท ตอ่ เดือน ปีท่ี 2554 การออมครัวเรอื นเฉลี่ย 5,833 บาทตอ่ เดือน ปีท่ี 2556 การออมครวั เรอื นเฉลยี่ 6,133 บาทต่อเดือน ปที ่ี 2558 การออมครวั เรอื นเฉลยี่ 5,758 บาทตอ่ เดอื น และสดั สว่ นการออมครัวเรอื นต่อรายได้ ปี 2550 อยู่ท่ี 20.30 % ปที ่ี 2552 สดั สว่ นการออมครวั เรือนต่อรายได้ อยทู่ ่ี 22.48% ปีท่ี 2554 สัดส่วนการ ออมครวั เรอื นตอ่ รายได้ อยทู่ ี่ 25.11% ปที ่ี 2556 สดั สว่ นการออมครวั เรอื นตอ่ รายไดอ้ ยทู่ ่ี 24.35% ปีท่ี 2558 สัดส่วนการออมครวั เรือนต่อรายได้ อยู่ท่ี 21.40% ดงั นัน้ การวิจัยครงั้ นี้ ผวู้ จิ ยั มีความสนใจศึกษาปจั จยั ทีม่ ีผลต่อพฤติกรรมการออมของผบู้ ริโภค เพื่อใช้ จ่ายในอนาคตของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร เนื่องจากการออมเป็นส่ิงส�ำคัญอย่างมาก ต่อการด�ำรง ชีวิตในปัจจุบัน และต่อการใช้จ่ายในอนาคตของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร จึงจ�ำเป็นต้องศึกษาวิจัย เพ่ือเพม่ิ องค์ความรู้แกป่ ระชาชนและหน่วยงานทีเ่ กยี่ วข้อง วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพื่อศึกษาลักษณะทางประชากรศาสตร์ที่มีผลต่อพฤติกรรมการออมของผู้บริโภคเพ่ือใช้จ่ายใน อนาคตของประชาชนในเขตกรงุ เทพมหานคร 2. เพื่อศึกษาปัจจัยท่ีมีผลต่อการออมของผู้บริโภคเพ่ือใช้จ่ายในอนาคตของประชาชนในเขต กรงุ เทพมหานคร 3. เพอื่ ศกึ ษาพฤตกิ รรมการออมของผบู้ รโิ ภคเพอ่ื ใชจ้ า่ ยในอนาคตของประชาชนในเขตกรงุ เทพมหานคร แนวคดิ ทฤษฎที เ่ี กยี่ วข้อง ผู้วิจัยได้ทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับหลักการและแนวคิดว่าด้วยปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการออม ของผู้บริโภคเพื่อใช้จ่ายในอนาคต เพื่อเป็นกรอบแนวความคิดของการศึกษาครั้งนี้ ประกอบไปด้วยแนวคิด ทฤษฎี และจากงานวิจยั ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งมาประยุกต์เปน็ กรอบแนวความคดิ ในการวจิ ัยดงั น้ี วเรศ อุปปาตกิ (2544) กล่าววา่ ทฤษฎคี วามต้องการถือเงนิ ของ Milton Friedman อธบิ ายไว้ในปี 1968 ได้พัฒนามาจากแนวคิดของนักทฤษฎีปริมาณเงินของส�ำนักเคมบริดจ์ซึ่งอธิบายปัจจัยท่ีก�ำหนดความ ตอ้ งการถอื เงนิ โดยมองว่าเงนิ เปน็ สิ่งทก่ี อ่ ให้เกดิ อรรถประโยชน์ (Utility) บคุ คลมีอุปสงค์ตอ่ เงินเพราะเหน็ วา่ เงนิ จะกอ่ ใหเ้ กดิ อรรถประโยชนข์ น้ึ ไดพ้ ฤตกิ รรมการเลอื กถอื เงนิ ของบคุ คลเปน็ สดั สว่ นโดยตรงกบั รายไดท้ เ่ี ปน็ ปีที่ 14 ฉบบั ท่ี 2 ประจ�ำ เดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 315
ตวั เงนิ และมบี างสว่ นมคี วามคดิ คลา้ ยคลงึ กบั John Maynard Keynes ทเี่ รยี กวา่ ทฤษฎคี วามพอในสภาพคลอ่ ง (Liquidity Preference Theory) ซึ่งอธบิ ายความต้องการถือเงนิ ของบุคคลออกเปน็ 3 ประการคือ 1. ความต้องการถอื เงนิ ไว้เพอื่ ใช้สอยในชวี ติ ประจ�ำวัน 2. ความตอ้ งการถือเงนิ เพ่ือใชจ้ า่ ยยามฉกุ เฉนิ 3. ความต้องการถอื เงนิ เพื่อเกร็งกำ� ไร บญุ รุง่ จนั ทรน์ าค (2554) กลา่ ววา่ ปจั จัยที่มผี ลตอ่ การออม ประกอบไปด้วยดังน้ี 1. รายได้ เปน็ ปจั จยั สำ� คญั ที่ทำ� ใหเ้ กิดการออม เพราะผู้มรี ายไดย้ อ่ มมีเงินเหลอื และออมได้มากกว่า ผ้ทู ไ่ี ม่มีรายได้ โดยแหล่งของรายได้มาจากหลายทาง เช่น งานประจำ� งานอดิเรก เปน็ ต้น โดยปจั จัยที่เป็นตัว กำ� หนดรายได้ของแต่ละบคุ คล 2. ค่าใช้จ่าย เป็นปัจจัยส�ำคัญอันหน่ึงในการก�ำหนดขีดความสามารถในการออม เพราะหากบุคคล ใดมคี า่ ใชจ้ า่ ยเงินทีเ่ หลือจากรายได้ เพ่อื นำ� ไปออมกจ็ ะลดน้อยลง 3. สถาบันการลงทนุ สถาบันให้บรกิ ารท่ีมีความมั่นคงสงู ก็จะเปน็ แรงจูงใจให้มีผ้อู อมมากขึ้น 4. อตั ราดอกเบย้ี ถา้ หากอตั ราดอกเบย้ี เงนิ ฝากสงู กจ็ ะเปน็ แรงจงู ใจใหผ้ บู้ รโิ ภคลดการใชจ้ า่ ยลง และ น�ำเงนิ มากออมทรัพยม์ ากข้นึ 5. โอกาสในการลงทนุ ถา้ มโี อกาสในการลงทนุ และการลงทนุ นน้ั ใหผ้ ลตอบแทนดกี จ็ ะเปน็ การจงู ใจ ใหม้ ีการออมมากข้นึ 6. ขนบธรรมเนียมประเพณีบางอย่างมีอิทธิพลต่อการใช้จ่ายและการออมทรัพย์ได้มากเหมือนกัน เช่น งานบวชนาค งานศพ งานแตง่ งาน ในบางท้องทม่ี ีการแข่งขนั กันมาก ท�ำใหเ้ กดิ การใช้จา่ ยเงินท่เี กบ็ ออม มาหลายปจี นหมด บางรายถึงกับต้องมหี น้ีสนิ ไปอกี นาน สุวีณา กลัดเกดิ (2551) กล่าวว่า แนวคิดเกีย่ วกบั ปัจจัยท่ีมผี ลตอ่ การออมของบุคคลจากงานวจิ ัยใน อดีต พบว่า ปจั จยั ที่มคี วามสอดคลอ้ งกับการศึกษาพฤติกรรมการออม ดังนี้ 1. รายได้ รายได้ท่ีใช้จ่ายจริงหลักหักภาษีแล้วเป็นปัจจัยส�ำคัญในการก�ำหนดการออม ของบุคคล เพราะเงินออมก็ คือ รายไดห้ ลังจากทไ่ี ด้จบั จา่ ยใชส้ อยไปเพ่อื การบรโิ ภคแล้ว 2. การบริโภค เป็นปัจจัยโดยตรงท่ีมีผลต่อการออม เพราะการออมเกิดจากรายได้ที่เหลือจากการ บรโิ ภคหากบุคคลมกี ารบรโิ ภคมากก็จะมีเงินเหลือเพอ่ื เกบ็ ออมน้อยลง 3. อัตราดอกเบย้ี เป็นผลตอบแทนจากการน�ำเงินไปฝากไวก้ บั สถาบนั การเงิน หากมี อตั ราดอกเบีย้ สูงก็จะท�ำให้ได้รับผลตอบแทนสูง บุคคลก็จะน�ำเงินไปออมกับสถาบันการเงินมากขึ้น หากดอกเบ้ียต่�ำ ผลตอบแทนท่ีได้กจ็ ะต่�ำ บุคคลก็จะเกบ็ ออมไว้กับสถาบนั การเงินลดลง 4. ระดับราคาสนิ คา้ ถา้ ราคาสินคา้ อยู่ในระดับตำ�่ บคุ คลกจ็ ะมรี ายได้ท่เี หลอื จากการ ซอ้ื สินค้าและ บริการเกบ็ ไวใ้ นรูปแบบของเงินออม ถ้าราคาสินคา้ อยใู่ นระดบั สูง เงนิ ออมของบคุ คลกจ็ ะมนี อ้ ย เน่ืองจากตอ้ ง ใช้จ่ายเพม่ิ ขึน้ รายไดท้ ี่เหลือในการออมก็จะน้อยลง 5. จำ� นวนสาขาของสถาบันการเงนิ หากการไปใชบ้ ริการที่สถาบนั การเงนิ ท�ำไดง้ า่ ยยอ่ มเปน็ ส่งิ จงู ใจ และใหค้ วามสะดวกกับประชาชนในการออม 6. อายุมีผลต่อการออมตามทฤษฏวี ัฏจักรชวี ติ คอื ผูท้ ม่ี ีอายอุ ยใู่ นช่วงวยั กลางชวี ิตซ่งึ มกั จะเป็นวยั 316 บัณฑิตวิทยาลยั มหาวทิ ยาลัยสวนดสุ ติ
ท�ำงานจะมีการออมสงู กวา่ ในวัยตอนต้นและวัยปลายชีวิต 7. การศึกษาโดยท่ัวไปผู้ที่มีการศึกษาสูงจะออมมากกว่าผู้ที่มีการศึกษาน้อยกว่า ทั้งน้ันอาจเน่ือง มาจากผูท้ ่ีมีการศกึ ษาสงู มกั มรี ายไดส้ ูงกวา่ หรือมโี อกาสในการแสวงหางานมากกวา่ ผทู้ ก่ี ารศึกษาน้อย 8. อาชพี เป็นปจั จยั หนึ่งทม่ี ีผลตอ่ การออม เพราะนอกจากความแตกต่างกันของอาชีพจะท�ำใหเ้ กดิ ความแตกต่างกันในเร่ืองรายได้ 9. เปา้ หมายการออม ผทู้ ม่ี ีเปา้ หมายในการออมหรือการวางแผนในอนาคตเกย่ี วกบั การออมมักจะมี แนวโน้มท่ีจะมปี ริมาณการออมสูงกวา่ ผทู้ ี่ไมม่ ีเปา้ หมายในการออม 10. การโฆษณาและส่ิงจูงใจเป็นผลให้ผู้ออมต่ืนตัวและมีความต้องการที่จะออมมากขึ้นตามแรง โฆษณาและส่งิ จงู ใจ งานวิจัยทเ่ี กยี่ วข้อง เนษพร นาคสีเหลือง (2557) ไดท้ ำ� การวจิ ยั เรอื่ ง “ปัจจยั ท่มี ีผลต่อการออมเพอ่ื เตรยี มความพร้อมการ เกษียณอายุของพนักงานธนาคารกรุงเทพ จ�ำกัด (มหาชน) ส�ำนักงานใหญ่” ผลการศึกษา พบว่า ผู้ตอบ แบบสอบถามส่วนใหญ่ มีความถใี่ นการออมต่อปี 4 ครั้งขึน้ ไปมกี ารออมเงินเฉล่ยี เดือนละ 5,000 บาทขึน้ ไป มีระยะเวลาการออม 1-6 ปี มีการออมในรูปแบบเงนิ ฝากประจ�ำ และการออมประเภทอืน่ เชน่ กองทนุ ส�ำรอง เลยี้ งชพี ปัจจยั ทม่ี ผี ลตอ่ การออมมากท่ีสดุ คอื ทัศนคติการออม รองลงมา คือ อตั ราผลตอบแทน การยอมรับ ความเสยี่ ง และปจั จยั ดา้ นเศรษฐกจิ ตามลำ� ดบั สว่ นผลการทดสอบสมมตฐิ านพบวา่ เพศ อายุ ระดบั การศกึ ษา รายได้ สถานภาพสมรสมผี ลตอ่ รปู แบบการออมประเภทอนื่ ๆ อายุ สถานภาพสมรส จำ� นวนสมาชกิ ในครอบครวั มผี ลตอ่ รปู แบบการออมประเภทเงนิ ฝาก อายุ ระดบั การศกึ ษา รายได้ และจำ� นวนสมาชกิ ในครอบครวั มผี ลตอ่ รปู แบบการออมประเภทตราสารหนี้ และอายุ ระดบั การศกึ ษา รายได้ สถานภาพสมรสมผี ลตอ่ รปู แบบการออม ประเภทอสงั หารมิ ทรัพย์ ความถ่ีในการออมมีผลตอ่ รปู แบบการออมประเภทเงนิ ฝาก และตราสารทุนจ�ำนวน เงินออม และระยะเวลาการออมมีผลต่อรูปแบบการออม ทุกประเภท อัตราผลตอบแทนมีผลต่อรูปแบบ การออมประเภทเงินฝากและการออมรูปแบบอ่ืน ปัจจัยด้านเศรษฐกิจมีผลต่อการออมรูปแบบอ่ืน ทัศนคติ การออมมีผลต่อการออมประเภทตราสารหน้ี ตราสารทนุ และการออมรปู แบบอื่น มุกดา โควหกุล (2558) ได้ท�ำการวิจัยเร่ือง “การจัดการการเงินส่วนบุคคลที่มีผลต่อพฤติกรรม การออมของประชากรในเขตกรงุ เทพมหานคร และปรมิ ณฑล” มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ ศกึ ษาปจั จยั สว่ นบคุ คลและ การจดั การการเงนิ สว่ นบคุ คลทม่ี ผี ล และมคี วามสมั พนั ธต์ อ่ พฤตกิ รรมการออมของประชาชนโดยกลมุ่ ตวั อยา่ ง ท่ใี ชใ้ นการวจิ ัยคร้ังนี้ คอื กลุ่มผู้มรี ายได้ในเขตกรุงเทพมหานคร และปรมิ ณฑล จำ� นวนท้งั สิน้ 400 ตวั อยา่ ง ท�ำการวเิ คราะห์ขอ้ มูลดว้ ยสถิตเิ ชงิ พรรณนา และสถิติเชิงอนมุ านประกอบดว้ ย ร้อยละ คา่ เฉล่ีย ค่าเบ่ยี งเบน มาตรฐาน ค่า Chi-Square ผลการศึกษา พบว่า ผตู้ อบแบบสอบถามจากกลมุ่ ตัวอยา่ งมากทส่ี ดุ คอื เพศหญิง สว่ นใหญม่ ีอายุ 18-28 ปี สถานภาพโสด มีระดบั การศกึ ษาปรญิ ญาโท ส่วนใหญม่ อี าชพี ในบรษิ ทั เอกชน โดย มรี ายไดต้ ำ่� กวา่ หรอื เทา่ กบั 20,000 บาท และมรี ายจา่ ย 10,001-15,000 บาท สำ� หรบั การจดั การเงนิ สว่ นบคุ คล ของกล่มุ ตวั อย่าง 1) ด้านความรคู้ วามเขา้ ใจการจัดการการเงนิ ส่วนบคุ คล โดยรวม มคี ่าเฉลีย่ อยู่ในระดบั มาก ( = 3.6400) โดยอนั ดบั แรก คอื ความสำ� คญั ของการจดั การเงินส่วนบคุ คล 2) ดา้ นวตั ถปุ ระสงคก์ ารจดั การ ปีท่ี 14 ฉบับท่ี 2 ประจำ�เดือนพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 317
การเงินส่วนบุคคล โดยรวม มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( = 3.5075)โดยอันดับแรก คือ มีจัดการกับรายรับ รายจ่ายของตนเองไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ 3) ด้านรปู แบบการจัดการเงนิ สว่ นบคุ คล โดยรวมมีคา่ เฉลยี่ อยูใ่ น ระดับมาก ( = 3.7225) โดยอนั ดบั แรก คือ เปา้ หมายเพอื่ สร้างฐานะและความม่นั คงทางการเงิน 4) ด้านการ วางแผนการจัดการเงินส่วนบุคคล โดยรวม อยู่ในระดับมาก ( = 3.6875) โดยอันดับแรก คอื มีการก�ำหนด เป้าหมายในการดำ� เนนิ ชีวติ และเปา้ หมายทางการเงิน และ 5) ด้านปจั จัยทม่ี ีผลกระทบต่อการจัดการการเงนิ สว่ นบคุ คล โดยรวมอยูใ่ นระดับมาก ( = 3.8400) โดยอันดับแรก คือ ปจั จยั ทางเศรษฐกิจ ไดแ้ ก่ เงนิ เฟ้อ การ ใชจ้ า่ ยของผบู้ รโิ ภค และอตั ราดอกเบยี้ สว่ นพฤตกิ รรมการออม พบวา่ กลมุ่ ตวั อยา่ งสว่ นใหญม่ รี ปู แบบการออม มากทส่ี ดุ คือ มบี ญั ชีเงินฝากกบั ธนาคารพาณชิ ย์ (ทงั้ ออมทรพั ย์และฝากประจ�ำ) มีการจดั สดั สว่ นเงินออมตอ่ รายได้ในแตล่ ะเดอื นมากท่ีสุด คอื ไมไ่ ดก้ �ำหนดไว้แน่นอน ออมตามท่เี หลือ จำ� นวนเงินออมเฉล่ยี ตอ่ เดอื น คอื มากกว่า 5,000 บาท เหตุผลหลักในการออม คอื เพื่อไวใ้ ชย้ ามฉกุ เฉินมีระยะเวลาการออมเงิน คือ 1-5 ปี และ ส่วนใหญ่ผมู้ ีสว่ นตัดสินใจในการออม คือ ตนเอง ผลการทดสอบสมมตฐิ าน พบว่า ปจั จยั ส่วนบคุ คลด้านอาชพี การศกึ ษา และรายได้ มีความสัมพันธก์ ับพฤติกรรมการออม ทกุ ด้าน ยกเวน้ ดา้ นอายุ สถานภาพ และรายจา่ ย ทไ่ี มม่ ีความสมั พนั ธ์กับพฤติกรรมการออมด้านสัดส่วนเงินออม และผมู้ ีสว่ นตัดสินใจในการออม ส่วนดา้ นเพศ ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการออมในทุกด้าน ยกเว้น ด้านจ�ำนวนเงินออม อย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติท่ี ระดบั 0.05 สำ� หรบั การจดั การการเงนิ สว่ นบคุ คล ดา้ นความรคู้ วามเขา้ ใจการจดั การการเงนิ สว่ นบคุ คล รปู แบบ การจัดการการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการจัดการการเงินส่วนบุคคลมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรม การออมทกุ ดา้ น ยกเว้น วัตถปุ ระสงค์การจัดการการเงินส่วนบุคคล ท่ีไม่มีความสมั พันธก์ บั ผมู้ ีสว่ นตดั สนิ ใจใน การออม และปจั จยั ทมี่ ผี ลกระทบตอ่ การจดั การการเงนิ สว่ นบคุ คลทไ่ี มม่ คี วามสมั พนั ธก์ บั ระยะเวลาในการออม อย่างมนี ัยส�ำคญั ทางสถิติทีร่ ะดบั 0.05 กรัณฑรตั น์ ดวงใจสืบ (2555) ไดท้ ำ� การวจิ ัยเรือ่ ง “พฤตกิ รรมการออมของครัวเรอื นในประเทศไทย” ผลการศกึ ษา พบวา่ หวั หนา้ ครวั เรอื นสว่ นใหญเ่ ปน็ เพศชาย มอี ายมุ ากกวา่ 50 ปี การศกึ ษาอยใู่ นระดบั ตำ�่ กวา่ หรอื เท่ากบั ประถมศึกษา ประกอบอาชพี เกษตร หรือประมงมีสมาชิกในครัวเรอื นจ�ำนวน 1-3 คน มรี ายได้อยู่ ระหวา่ ง 10,001-50,000 บาท สว่ นใหญจ่ ะมจี ำ� นวนหนสี้ นิ มากกวา่ 100,000 บาท จะนยิ มออมเงนิ ดว้ ยวธิ กี าร ฝากธนาคาร สถาบันการเงนิ หรือสหกรณ์ออมทรพั ย์วัตถุประสงคข์ องการออมส่วนใหญ่นยิ มออมเงนิ เพื่อเก็บ ไว้ใช้เวลาเจ็บป่วยหรือชรา ข้อเสนอแนะต้องการให้ครัวเรือนมีการออมเงินเพิ่มมากขึ้น อันดับแรกเพ่ิมระดับ การออมของครัวเรือน ภาครัฐต้องมีการด�ำเนินงานในระยะยาวเพ่ือให้ครัวเรือนเห็นความส�ำคัญในการออม และส่งเสริมให้เงนิ ออมเขา้ มาสู่ในระบบซงึ่ ทำ� ใหเ้ กิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกจิ ได้อยา่ งเตม็ ที่ จฑุ าธบิ ด์ิ ฤกษส์ นั ทดั (2555) ไดท้ ำ� การวจิ ยั เรอื่ ง “เปรยี บเทยี บพฤตกิ รรมการออมของพนกั งานบรษิ ทั เอกชนและข้าราชการในเขตกรุงเทพมหานคร” ผลการศึกษาพบว่า พนักงานบริษัทเอกชนและขา้ ราชการทม่ี ี การออมเงนิ สว่ นใหญ่เปน็ เพศหญิง อายุ 20-30 ปี สถานภาพโสด และไม่มีผอู้ ยู่ในอุปการะเลยี้ งดู พนกั งาน เอกชน มีรายได้เฉลีย่ อยู่ในช่วง 20,001-25,000 บาท ส่วนขา้ ราชการมรี ายได้เฉลีย่ อยู่ในช่วง 15,001-20,000 บาท ดา้ นรายจ่ายพนกั งานเอกชนมีรายจ่ายเฉลี่ยตอ่ เดอื น 10,001-15,000 บาท ขา้ ราชการมรี ายจา่ ยเฉล่ียต่�ำ กวา่ พนกั งานบรษิ ัทเอกชน โดยมีรายจา่ ยเฉลี่ยต่อเดอื นต�ำ่ กวา่ 10,000 บาท ด้านพฤตกิ รรมการออมพบว่าทัง้ พนักงานเอกชนและข้าราชการไม่มีการวางแผนการออม คือ ไม่มีการก�ำหนดไว้แน่นอนในแต่ละเดือนแต่จะ ออมตามเงนิ ท่ีเหลือ มีจำ� นวนเงนิ ออมเฉลี่ยต่อเดอื น 1,000-5,000 บาท และมวี ัตถปุ ระสงค์การออม คอื เกบ็ 318 บณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวิทยาลยั สวนดุสิต
ไวใ้ ชจ้ า่ ยยามฉกุ เฉนิ ดา้ นรปู แบบการออมสว่ นใหญอ่ อมประเภทเงนิ ฝากออมทรพั ย์ และมแี นวโนม้ การออมใน อนาคตเพ่มิ ข้ึน ดา้ นปัจจัยก�ำหนดการออมจะใหค้ วามสำ� คญั กบั ปจั จัยดา้ นระดบั รายไดม้ ากทสี่ ดุ ระเบยี บวธิ วี จิ ัย การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยใช้การวิจัยแบบส�ำรวจ (Survey Research) มีแบบสอบถาม (Questionnaire) เปน็ เคร่ืองมือในการเกบ็ ข้อมูลโดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1. ประชากรและกลมุ่ ตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบสะดวก (Sampling) คัดจากประชาชนในเขต กรุงเทพมหานคร ได้มาโดยการก�ำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างแบบการเลือกสุ่มจากประชาชน ในเขต กรุงเทพมหานคร จำ� นวน 400 ตวั อย่าง โดยใชส้ ูตรของ Taro Yamane และก�ำหนดความเช่อื มัน่ ท่ี ร้อยละ 95 ความผดิ พลาดไมเ่ กนิ รอ้ ยละ 5 2. เคร่ืองมือท่ีใช้ในการศกึ ษา เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู สำ� หรบั การวจิ ยั ครงั้ นี้ คอื แบบสอบถาม (Questionnaire) โดยแนวคดิ ทฤษฎี และงานวจิ ยั ทเี่ กยี่ วขอ้ งมากำ� หนดขอบเขตของเนอื้ หาโดยไดแ้ บง่ ออกเปน็ 3 สว่ น ดงั ตอ่ ไปน้ี ส่วนท่ี 1 เป็นข้อคำ� ถามเกีย่ วกับลกั ษณะทางประชากรศาสตรข์ องผู้ตอบแบบสอบถาม ประกอบ ดว้ ย เพศ อายุ ระดบั การศกึ ษา อาชพี สถานภาพ และจ�ำนวนสมาชกิ ในครอบครัว สว่ นที่ 2 ข้อมูลเกยี่ วกบั ปัจจัยทม่ี ีผลต่อการออมของผ้บู ริโภคเพ่ือใชจ้ า่ ยในอนาคตของประชาชน ในเขตกรงุ เทพมหานคร ประกอบด้วย รายได้ ค่าใช้จ่าย อัตราดอกเบ้ยี โอกาสในการลงทนุ จำ� นวนสาขาของ สถาบันการเงนิ และการโฆษณาและส่ิงจูงใจ สว่ นท่ี 3 ขอ้ มลู เกย่ี วกบั พฤตกิ รรมการออมของผบู้ รโิ ภคเพอ่ื ใชจ้ า่ ยในอนาคตของประชาชนในเขต กรงุ เทพมหานคร ประกอบดว้ ย วัตถุประสงค์ของการออม รูปแบบการออม จ�ำนวนเงนิ ทีอ่ อมตอ่ คร้งั ความถี่ ในการออมต่อปี ปรมิ าณการออมเฉลีย่ ต่อปี และสถาบนั การเงนิ ท่อี อม ผู้วิจัยสร้างแบบสอบถาม เพื่อเป็นเคร่ืองมือในการศึกษาแล้วได้น�ำแบบสอบถามที่จัดท�ำข้ึนตาม กรอบแนวความคดิ เสนอตอ่ อาจารยท์ ปี่ รกึ ษา เพอ่ื ตรวจสอบความถกู ตอ้ งเหมาะสม (Validity) ของเนอ้ื หา และ ท�ำการแก้ไขปรับปรุงโครงสร้างของแบบสอบถามให้มีเนื้อหาครอบคลุม ผู้วิจัยน�ำแบบสอบถามที่สร้างขึ้นไป ตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำ� นวน 3 ท่าน โดยการประเมินผล Item Objective Index (IOC) พบวา่ มี ค่าความเชือ่ มน่ั ท่ี 1.00 ซงึ่ ถอื ว่าแบบสอบถามมีความเที่ยงตรงเป็นอยา่ งมาก และเม่ือ พจิ ารณาเปน็ รายดา้ นความนา่ เชอื่ ถอื (Reliability Coefficient) ของแบบสอบถามผลทไี่ ดน้ น้ั มคี า่ มากกวา่ 0.7 3. สมมติฐานในงานวจิ ัย 3.1 ลักษณะด้านประชากรศาสตร์ ประกอบดว้ ย เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ สถานภาพ และจ�ำนวนสมาชิกในครอบครวั แตกต่างกัน มผี ลกระทบตอ่ พฤตกิ รรมการออมเพอ่ื ใชจ้ ่ายในอนาคต แตกตา่ ง กัน โดยใชส้ ถติ ิ T-test และ F-test 3.2 ปัจจัยที่มีผลต่อการออมของผู้บริโภคเพื่อใช้จ่ายในอนาคต ประกอบด้วย รายได้ ค่าใช้จ่าย อัตราดอกเบี้ย โอกาสในการลงทุน จ�ำนวนสาขาของสถาบันการเงิน การโฆษณาและสิ่งจูงใจ แตกต่างกัน ปที ี่ 14 ฉบับที่ 2 ประจำ�เดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 319
มผี ลกระทบตอ่ พฤตกิ รรมการออมเพอ่ื ใชจ้ า่ ยในอนาคต แตกตา่ งกนั โดยใชส้ ถติ ิ Multiple Linear Regression Analysis 4. การวเิ คราะหข์ อ้ มูล ผวู้ จิ ยั ทำ� การประมวลผลดว้ ยโปรแกรมสำ� เรจ็ รปู โดยนำ� ขอ้ มลู ทไ่ี ดจ้ าก การศกึ ษามาวเิ คราะหแ์ ละ อภิปรายผลทางสถิติ Percentage, Means, Standard deviation, T-test, F-test, Multiple Linear Regression ผลการศึกษา 1. ลักษณะสว่ นบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม 1.1 ด้านเพศ ผ้ตู อบแบบสอบถามสว่ นใหญ่เปน็ เพศหญิง จ�ำนวน 276 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 69.0 และเพศชาย จ�ำนวน 124 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 31.0 1.2 ด้านอายุ ผตู้ อบแบบสอบถามสว่ นใหญ่มีอายุ 41 ปีข้ึนไป จำ� นวน 133 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 33.3 รองลงมามอี ายุ 31-40 ปี จำ� นวน 111 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 27.8, มีอายุน้อยกวา่ 20 ปี จำ� นวน 84 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 21.0 และอายุ 21-30 ปี จำ� นวน 72 คน คิดเปน็ ร้อยละ 18.0 ตามล�ำดับ 1.3 ดา้ นระดบั การศกึ ษา ผตู้ อบแบบสอบถามสว่ นใหญม่ กี ารศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรี จำ� นวน 244 คน คิดเป็นร้อยละ 61.0 รองลงมามรี ะดบั การศกึ ษาต�่ำกวา่ ปริญญาตรี จำ� นวน 147 คน คิดเปน็ ร้อยละ 36.8 และสูงกวา่ ปรญิ ญาตรี จำ� นวน 9 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 2.3 ตามลำ� ดบั 1.4 ดา้ นอาชีพ ผู้ตอบแบบสอบถามสว่ นใหญ่มอี าชีพพนักงานเอกชน จ�ำนวน 206 คน คดิ เป็น ร้อยละ 51.5 รองลงมามีอาชีพเจา้ ของกจิ การ จ�ำนวน 71 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 17.8 มอี าชพี ข้าราชการ จ�ำนวน 51 คน คดิ เป็นร้อยละ 12.8 อาชีพพนกั งานรฐั วิสาหกิจ จำ� นวน 49 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 12.3 และมอี าชพี อ่นื ๆ จ�ำนวน 23 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 5.8 ตามล�ำดับ 1.5 ดา้ นสถานภาพ ผตู้ อบแบบสอบถามสว่ นใหญม่ ีสถานภาพโสด จ�ำนวน 189 คน คดิ เป็นรอ้ ย ละ 47.3 รองลงมามีสถานภาพสมรส จำ� นวน 165 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 41.3 และมสี ถานภาพหย่าจ�ำนวน 46 คน คิดเป็นร้อยละ 11.5 ตามลำ� ดับ 1.6 ด้านจ�ำนวนสมาชิกในครอบครัว ผตู้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่มจี ำ� นวนสมาชกิ ในครอบครัว 3-4 คน จำ� นวน 243 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 60.8 รองลงมามจี ำ� นวนสมาชกิ ในครอบครวั 1-2 คน จ�ำนวน 102 คน คิดเปน็ ร้อยละ 25.5 มีจ�ำนวนสมาชกิ ในครอบครัว 5 คนขึ้นไป จ�ำนวน 38 คน คิดเป็นร้อยละ 9.5 และ ไม่มจี �ำนวนสมาชกิ ในครอบครัว จำ� นวน 17 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 4.3 ตามลำ� ดับ 2. ข้อมูลปัจจัยที่มีผลต่อการออมของผู้บริโภคเพ่ือใช้จ่ายในอนาคตของประชาชนในเขต กรงุ เทพมหานคร (ดงั ตารางท่ี 1) 320 บณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลัยสวนดสุ ิต
ตารางท่ี 1 คา่ เฉลยี่ และสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐานของปจั จยั ทมี่ ผี ลตอ่ การออมของผบู้ รโิ ภคเพอื่ ใชจ้ า่ ยในอนาคต ปัจจยั ท่ีมผี ลตอ่ การออม S.D. ระดับความส�ำคัญ 1. รายได ้ 3.78 .50 มาก 2. ค่าใช้จา่ ย 3.71 .49 มาก 3. อตั ราดอกเบยี้ 3.62 .48 มาก 4. โอกาสในการลงทุน 3.63 .48 มาก 5. จำ� นวนสาขาของสถาบันการเงิน 3.68 .48 มาก 6. การโฆษณาและสง่ิ จูงใจ 4.07 .45 มาก รวม 3.65 .33 มาก ผลการวิเคราะห์ รายได้ ค่าใช้จ่าย อัตราดอกเบ้ีย โอกาสในการลงทุน จ�ำนวนสาขาของสถาบัน การเงนิ และการโฆษณาและสงิ่ จงู ใจ สง่ ผลต่อการออมของประชาชนในเขตกรงุ เทพมหานคร พบวา่ ค่าสัมประสิทธ์ิสหสัมพนั ธ์ (R)=0.531 แสดงวา่ รายได้ ค่าใชจ้ ่าย อตั ราดอกเบ้ีย โอกาสในการลงทนุ จ�ำนวนสาขาของสถาบันการเงิน และการโฆษณาและส่ิงจูงใจ ส่งผลต่อการออมของประชาชนในเขต กรงุ เทพมหานคร เน่ืองจากคา่ สัมประสทิ ธ์สหสมั พันธ์มีคา่ สูงเข้าใกล้ 1 ค่าสมั ประสทิ ธิก์ ารกำ� หนด (R2)=0.282 แสดงว่ารายได้ ค่าใช้จา่ ย อัตราดอกเบย้ี โอกาสในการลงทนุ จ�ำนวนสาขาของสถาบันการเงิน และการโฆษณาและส่ิงจูงใจ ส่งผลต่อการออมของประชาชนในเขต กรุงเทพมหานคร คิดเปน็ รอ้ ยละ 28.2 ตวั แปรอสิ ระ 6 ด้าน รายได้ ค่าใชจ้ ่าย อตั ราดอกเบ้ยี โอกาสในการ ลงทุน จ�ำนวนสาขาของสถาบันการเงิน และการโฆษณา และส่ิงจูงใจส่งผลต่อการออมของประชาชนในเขต กรงุ เทพมหานคร ไดร้ ้อยละ 28.2 ที่เหลืออกี รอ้ ยละ 71.8 เป็นผลเน่ืองมาจากตวั แปรอนื่ ๆ 3. ข้อมูลเก่ียวกับพฤติกรรมการออมของผู้บริโภคเพ่ือใช้จ่ายในอนาคตของประชาชนในเขต กรงุ เทพมหานคร 3.1 ด้านวัตถุประสงค์ในการออมเพื่ออนาคต คอื ตอ้ งการดอกเบีย้ เกง็ ก�ำไร คดิ เป็นร้อยละ 24.5 รองลงมาคอื การประกอบอาชพี คิดเป็นร้อยละ 22.3 3.2 ดา้ นรูปแบบการออมเพ่อื ใช้จา่ ยในอนาคต คอื ซ้ือสังหาริมทรพั ย์ เป็นรอ้ ยละ 25.4 รองลงมา คอื เงนิ สด คดิ เป็นรอ้ ยละ 22.3 3.3 ดา้ นจำ� นวนเงนิ ออมตอ่ ครั้งเพ่ือใชจ้ ่ายในอนาคต มากกว่า 15,001 บาท คิดเปน็ รอ้ ยละ 32.8 รองลงมาคือ 10,001-15,000 บาท คิดเปน็ รอ้ ยละ 30.3 3.4 ดา้ นความถใ่ี นการออมต่อปี 31–50 ครงั้ คิดเปน็ ร้อยละ 37.0 รองลงมาคอื มากกว่า 51 คร้ัง คิดเปน็ รอ้ ยละ 28.3 3.5 ดา้ นปริมาณการออมเฉลี่ยตอ่ ปี มากกว่า 150,001 บาท คดิ เปน็ รอ้ ยละ 43.3 รองลงมาคือ 50,001-100,000 บาท คิดเปน็ ร้อยละ 23.8 ปที ี่ 14 ฉบับที่ 2 ประจ�ำ เดอื นพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 321
3.6 ดา้ นสถาบนั การเงนิ ทอี่ อมสว่ นใหญ่ ออมเงนิ เพอื่ อนาคตทธ่ี นาคารไทยพาณชิ ย์ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 42.3 รองลงมาคือ ธนาคารอืน่ ๆ คดิ เป็นรอ้ ยละ 21.0 4. ข้อมูลเชงิ อนมุ านของผลการทดสอบสมมตฐิ าน ผลการทดสอบสมมตฐิ านท่ี 1 ประชาชนท่ีมีเพศต่างกันมคี ะแนนเฉล่ยี พฤติกรรมการออมเพอ่ื ใช้จ่ายในอนาคต พบวา่ ค่าสถติ ิ t เทา่ กบั 0.751 และระดบั นยั สำ� คญั เทา่ กบั 0.265 ซงึ่ มากกวา่ ระดบั นยั สำ� คญั 0.05 แสดงวา่ ปฏเิ สธสมมตฐิ านหลกั (H0) นน่ั คือ ประชาชนที่มเี พศต่างกนั มีคะแนนเฉลย่ี พฤตกิ รรมการออมเพอ่ื ใชจ้ ่ายในอนาคต ไมแ่ ตกตา่ งกนั ประชาชนท่ีมอี ายตุ า่ งกนั มีคะแนนเฉล่ียพฤตกิ รรมการออมเพื่อใช้จา่ ยในอนาคต พบวา่ ค่าสถิติ F เทา่ กับ 1.068 และระดับนยั สำ� คญั เท่ากบั 0.362 ซ่ึงมากกว่าระดับนยั สำ� คญั 0.05 แสดงวา่ ปฏเิ สธสมมตฐิ าน หลกั (H0) นนั่ คอื ประชาชนทม่ี อี ายตุ า่ งกนั มคี ะแนนเฉลย่ี พฤตกิ รรมการออมเพอื่ ใชจ้ า่ ยในอนาคต ไมแ่ ตกตา่ งกนั ประชาชนทม่ี รี ะดบั การศกึ ษาตา่ งกนั มคี ะแนนเฉลย่ี พฤตกิ รรมการออมเพอ่ื ใชจ้ า่ ยในอนาคต พบวา่ ค่าสถิติ F เทา่ กบั .352 และระดบั นยั สำ� คญั เท่ากับ 0.704 ซึง่ มากกวา่ ระดบั นัยสำ� คญั 0.05 แสดงว่าปฏิเสธ สมมติฐานหลัก (H0) น่นั คอื ประชาชนที่มรี ะดับการศึกษาต่างกนั มคี ะแนนเฉล่ียพฤติกรรมการออมเพ่ือใช้จ่าย ในอนาคตไม่แตกต่างกัน ประชาชนที่มีอาชพี ต่างกันมีคะแนนเฉลีย่ พฤติกรรมการออมเพ่อื ใช้จา่ ยในอนาคต พบวา่ ค่าสถติ ิ F เทา่ กบั .113 และระดบั นยั สำ� คญั เทา่ กบั 0.978 ซง่ึ มากกวา่ ระดบั นยั สำ� คญั 0.05 แสดงวา่ ปฏเิ สธสมมตฐิ านหลกั (H0) น่นั คอื ประชาชนทีม่ ีอาชีพตา่ งกนั มีคะแนนเฉลย่ี พฤตกิ รรมการออมเพ่อื ใช้จ่ายในอนาคตไม่แตกตา่ งกนั ประชาชนท่ีมีสถานภาพต่างกันมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการออมเพื่อใช้จ่ายในอนาคต พบว่า ค่าสถิติ F เท่ากับ 3.037 และระดับนัยส�ำคัญ เท่ากับ 0.049* ซ่ึงน้อยกว่าระดับนัยส�ำคัญ 0.05 แสดงว่า ยอมรับสมมติฐานหลัก (H0) นั่นคือ ประชาชนที่มีสถานภาพต่างกันมีคะแนนเฉล่ียพฤติกรรมการออมเพ่ือ ใช้จ่ายในอนาคต แตกต่างกัน เม่ือรู้ว่าแตกต่างกัน จึงทดสอบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีของ Scheffe เมื่อ ใชก้ ารทดสอบแบบจบั คพู่ หคุ ณู โดยวธิ ขี อง Scheffe´ ทดสอบคา่ เฉลยี่ พฤตกิ รรมการออมเพอ่ื ใชจ้ า่ ยในอนาคต โดยจำ� แนกตามสถานภาพ พบวา่ ประชาชนทมี่ สี ถานภาพโสด มอี ารออม แตกตา่ งกบั ผใู้ ชบ้ รกิ ารทม่ี สี ถานภาพ หย่า ทร่ี ะดบั นัยสำ� คัญ 0.05 ประชาชนทม่ี สี ถานภาพสมรส มีการออม แตกต่างกบั ผู้ใชบ้ ริการท่ีมสี ถานภาพ หย่า ทร่ี ะดบั นยั ส�ำคญั 0.05 ประชาชนท่ีมีจ�ำนวนสมาชิกในครอบครัวต่างกันมีคะแนนเฉล่ียพฤติกรรมการออมเพ่ือใช้จ่ายใน อนาคต พบว่า ค่าสถติ ิ F เท่ากบั .711 และระดับนัยสำ� คญั เทา่ กบั 0.641 ซึง่ มากกว่าระดบั นัยส�ำคัญ 0.05 แสดงว่าปฏิเสธสมมติฐานหลัก (H0) น่ันคือ ประชาชนที่มีจ�ำนวนสมาชิกในครอบครัวต่างกันมีคะแนนเฉลี่ย พฤติกรรมการออมเพ่ือใช้จ่ายในอนาคตไม่แตกต่างกัน ผลการทดสอบสมมตฐิ านท่ี 2 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการออมคือ รายได้ และค่าใช้จ่าย มีผลต่อพฤติกรรมการออมเพ่ือใช้จ่ายใน อนาคตของประชาชนในกรุงเทพมหานคร แตกต่างกนั ท่ีระดับนัยสำ� คัญ 0.05 (ดงั ตารางที่ 2) 322 บัณฑติ วทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลยั สวนดุสติ
ตารางท่ี 2 ผลการวเิ คราะหก์ ารถดถอยด้วยวิธี (Multiple Linear Regression Analysis) รายการ Unstandardized Standarded T Sig. Collinearity Statistics Coefficients coefficients B SE Beta Tolerance VIF คา่ คงที ่ 3.230 .592 5.454 .000 1. รายได้ -.079 .116 -.043 -.680 .005 .625 1.600 2. ค่าใช้จ่าย -.150 .133 -.081 -1.125 .012 .490 2.040 3. อัตราดอกเบี้ย -.062 .265 -.033 -.233 .816 .128 7.809 4. โอกาสในการลงทุน .156 .238 .082 .655 .513 .161 6.224 5. จ�ำนวนสาขาของ .081 .154 .042 .523 .602 .381 2.622 สถาบันการเงนิ 6. การโฆษณาและสง่ิ จงู ใจ -.055 .103 -.027 -.534 .594 .963 1.038 R 0.531 R Square 0.282 Adjusted R Square 0.275 Durbin Watson 1.714 จากตารางท่ี 2 พบว่า การทดสอบเง่ือนไขของ Multiple Regression Analysis พบว่า รายได้ ค่าใช้จ่าย อัตราดอกเบ้ีย โอกาสในการลงทุน จ�ำนวนสาขาของสถาบันการเงิน และการโฆษณาและส่ิงจูงใจ ไม่เกดิ ปญั หา Multicollinearity เน่อื งจากคา่ Tolerance ทกุ ตวั แปร มคี ่ามากวา่ 0.1 และคา่ VIF ทุกตวั แปร มคี า่ นอ้ ยกว่า 10) แสดงวา่ ตัวแปรอสิ ระไมม่ คี วามสมั พนั ธก์ ัน ท�ำให้ไมเ่ กดิ ปญั หา Multicollinearity ผลการวเิ คราะหร์ ายได้ คา่ ใชจ้ า่ ย อตั ราดอกเบยี้ โอกาสในการลงทนุ จำ� นวนสาขาของสถาบนั การเงนิ และการโฆษณาและสง่ิ จูงใจ ส่งผลตอ่ การออมของประชาชนในเขตกรงุ เทพมหานคร พบวา่ ค่าสมั ประสทิ ธ์ิสหสัมพนั ธ์ (R)=0.531 แสดงวา่ รายได้ ค่าใช้จา่ ย อตั ราดอกเบ้ีย โอกาสในการลงทนุ จ�ำนวนสาขาของสถาบันการเงิน และการโฆษณาและสิ่งจูงใจ ส่งผลต่อการออมของประชาชนในเขต กรุงเทพมหานคร เน่อื งจากคา่ สัมประสิทธ์สหสมั พันธ์มีคา่ สูงเข้าใกล้ 1 คา่ สัมประสทิ ธกิ์ ารกำ� หนด (R2)=0.282 แสดงวา่ รายได้ คา่ ใชจ้ า่ ย อัตราดอกเบีย้ โอกาสในการลงทนุ จ�ำนวนสาขาของสถาบันการเงิน และการโฆษณาและส่ิงจูงใจ ส่งผลต่อการออมของประชาชนในเขต กรุงเทพมหานคร คิดเปน็ ร้อยละ 28.2 ตัวแปรอสิ ระ 6 ดา้ น รายได้ คา่ ใชจ้ ่าย อตั ราดอกเบีย้ โอกาสในการ ลงทุน จ�ำนวนสาขาของสถาบันการเงิน และการโฆษณาและสิ่งจูงใจ ส่งผลต่อการออมของประชาชนในเขต กรุงเทพมหานคร ได้รอ้ ยละ 28.2 ท่ีเหลอื อกี ร้อยละ 71.8 เป็นผลเน่ืองมาจากตัวแปรอนื่ ๆ ปีท่ี 14 ฉบบั ที่ 2 ประจ�ำ เดอื นพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 323
ค่า Durbin-Watson เท่ากับ 1.714 ซึ่งมีค่าอยู่ระหว่าง 1.5-2.0 นั่น แสดงว่าความคลาดเคล่ือน แต่ละตัวยงิ่ มคี วามสมั พนั ธก์ ันอย่างมากในเชิงบวก แบบจ�ำลองมีความเหมาะสมเนื่องจากไม่เกิดปญั หา Auto Correlation จากผลการวเิ คราะห์ ไดส้ มการถดถอยในรปู คะแนนดบิ และคะแนนมาตรฐาน ดงั น้ี การทดสอบโดยการวเิ คราะหค์ วามถดถอยแบบพหขุ น้ั ตอน ( Multiple Linear Regression ) ปรากฏ วา่ คา่ Sig.=0.000 ซ่งึ น้อยกว่าระดับนัยส�ำคญั 0.05 แสดงว่ามีตวั แปรต้นคอื รายได้ ค่าใช้จา่ ย อตั ราดอกเบยี้ โอกาสในการลงทุน จ�ำนวนสาขาของสถาบันการเงิน และการโฆษณาและส่ิงจูงใจ ส่งผลต่อการออมของ ประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร สมการ Multiple Linear Regression ดงั น้ี Unstandardized ŷ = 3.230 + 0.079(X1) +0.150 (X2) เม่อื ŷ = พฤติกรรมการออมเพอื่ ใช้จา่ ยในอนาคต X1 = รายได้ X3 = คา่ ใชจ้ า่ ย จากสมการข้างต้นสามารถพยากรณ์ได้ว่า ถ้ารายได้ เปลี่ยนแปลงไปหน่ึงหน่วย จะท�ำให้พฤติกรรม การออมเพือ่ ใช้จ่ายอนาคต เพิม่ ขน้ึ 0.079 หนว่ ย ถ้ารายได้ เปลีย่ นแปลงไปหน่งึ หนว่ ย จะทำ� ใหพ้ ฤติกรรมการออมเพ่อื ใช้จ่ายอนาคต เพ่มิ ขึ้น 0.150 หน่วย Standardized ẑ = 0.043 (X1) + 0.081 (X2) เม่อื ẑ = พฤตกิ รรมการออมเพื่อใช้จา่ ยในอนาคต X1 = รายได้ X3 = ค่าใช้จ่าย จากสมการข้างต้นสามารถพยากรณ์ได้ว่า ถ้ารายได้ เปลี่ยนแปลงไปหนึ่งหน่วย จะท�ำให้พฤติกรรม การออมเพื่อใช้จ่ายอนาคต เพ่ิมข้ึน 0.043 หนว่ ย ถา้ รายได้ เปลี่ยนแปลงไปหนึ่งหนว่ ย จะทำ� ใหพ้ ฤตกิ รรมการออมเพอื่ ใชจ้ า่ ยอนาคต เพิ่มขึน้ 0.081 หน่วย อภิปรายผล จากผลการศกึ ษาปจั จยั ทมี่ ผี ลตอ่ พฤตกิ รรมการออมของผบู้ รโิ ภคเพอื่ ใชจ้ า่ ยในอนาคต ของประชาชน ในเขตกรงุ เทพมหานคร โดยผวู้ จิ ยั ขออภปิ รายผลการศกึ ษาในประเดน็ ทสี่ ำ� คญั และขอ้ คน้ พบทไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษา วิจยั ในคร้ังน้ี มีดังน้ี 1. จากผลการศึกษาลกั ษณะสว่ นบุคคลของกลุม่ ตวั อยา่ ง พบว่า สว่ นใหญ่เปน็ เพศหญิง มอี ายุ 41 ปี ข้นึ ไป รองลงมา มอี ายุ 31-40 ปี มกี ารศกึ ษาระดับปริญญาตรี รองลงมา ต่�ำกวา่ ปรญิ ญาตรี มอี าชพี พนักงาน เอกชน รองลงมา เป็นเจ้าของกจิ การ มีสถานภาพโสด รองลงมา สมรสแลว้ มสี มาชกิ ในครอบครวั จ�ำนวน 3-4 คน รองลงมา มีสมาชกิ จ�ำนวน 1-2 คน ซ่งึ สอดคลอ้ งกบั ผลการศกึ ษาของ (มกุ ดา โควหกลุ , 2558) ทีไ่ ดท้ �ำการ 324 บัณฑิตวิทยาลยั มหาวทิ ยาลัยสวนดสุ ิต
ศึกษาวิจัยเร่ือง เปรียบเทียบพฤติกรรมการออมของพนักงานบริษัทเอกชนและข้าราชการในเขต กรุงเทพมหานคร ผลการศึกษาพบว่า พนักงานบริษัทเอกชนและข้าราชการท่ีมีการออมเงินส่วนใหญ่เป็น เพศหญงิ อายุ 20-30 ปี สถานภาพโสด และยังสอดคล้องกับผลการศึกษาของ (ชารวี บตุ รบ�ำรุง, 2555) ท่ีได้ ท�ำการวิจัยเรื่อง รายได้และรูปแบบการออมเพ่ือการเตรียมพร้อมสู่วัยสูงอายุของประชาชนอายุ ระหว่าง 30-40 ปี ในเขตดุสติ กรุงเทพมหานคร ผลการศกึ ษาพบวา่ กลุ่มตัวอย่างสว่ นใหญเ่ ป็นเพศหญิงมากกวา่ เพศ ชาย มีอายุระหวา่ ง 35-39 ปี มสี ถานภาพสมรสอยดู่ ว้ ยกนั และมจี ำ� นวนสมาชกิ ทพี่ กั อาศัยในบ้าน 1-3 คน 2. จากผลการศึกษาปัจจัยท่ีมีผลต่อการออมของผู้บริโภค พบว่า กลุ่มตัวอย่างได้ให้ความส�ำคัญต่อ ปัจจัยทีม่ ีผลต่อการออมของผูบ้ ริโภคในทกุ ด้าน อยใู่ นระดบั มาก ได้แก่ ดา้ นการโฆษณาและสิง่ จูงใจ มากท่ีสดุ รองลงมา ดา้ นรายได้ ด้านคา่ ใช้จา่ ย ดา้ นจ�ำนวนสาขาของสถาบนั การเงนิ ด้านโอกาสในการลงทนุ และน้อย ท่ีสดุ คือ ดา้ นอัตราดอกเบย้ี ทั้งน้เี ป็นผลเนือ่ งมาจาก การโฆษณาและสิง่ จูงใจมีความส�ำคญั ในอนั ดบั แรกสุด เพราะวา่ ประชาชนในเขตกรงุ เทพมหานครได้รบั ข้อมูลขา่ วสารใน การโฆษณาและประชาสมั พันธต์ า่ ง ๆ ของ บรษิ ัทและสถาบันทางการเงินในหลายชอ่ งทาง และต่อเนอื่ งไม่ว่าจะเปน็ ทางโทรทัศน์ วทิ ยุ หนังสือพิมพ์ หรอื อนิ เตอร์เนต็ เปน็ ต้น โดยมีเน้ือหาในการน�ำเสนอท่ีมงุ่ จงู ใจ หรือสร้างอิทธิพลตอ่ ความรสู้ ึกของผบู้ ริโภคที่มตี อ่ สนิ คา้ หรือ บรกิ ารนน้ั ๆ เช่น รปู ลักษณ ์ ขอ้ ดี ราคา ความนิยม เพื่อให้ผ้บู รโิ ภคมกี ารตดั สินใจที่จะเปน็ เจ้าของ สินค้า และบริการในทส่ี ุด ในขณะทปี่ ระชาชนที่มรี ายได้ และมคี ่าใช้จา่ ยต่อเดือนทีม่ ากหรอื น้อยที่แตกตา่ งกัน ไปของแตล่ ะบคุ คลน้นั กใ็ หค้ วามส�ำคญั กับการออม เพื่อใชจ้ า่ ยในอนาคต โดยมองว่าการออมนน้ั สามารถสรา้ ง ความมน่ั คงทางการเงิน ความม่ันคงในชีวิตและทรัพยส์ ินของตนเอง และของครอบครัวได้ ซึ่งสอดคล้องกบั ผล การศกึ ษาของ จฑุ าธบิ ด์ิ ฤกษส์ นั ทดั (2555) ทไี่ ดท้ ำ� การวจิ ยั เรอื่ ง เปรยี บเทยี บพฤตกิ รรมการออมของพนกั งาน บรษิ ทั เอกชนและขา้ ราชการในเขตกรงุ เทพมหานคร ผลการศกึ ษาพบวา่ พนกั งานบรษิ ทั เอกชนและขา้ ราชการ ท่มี ีการออมเงินสว่ นใหญม่ ีเงนิ ออมเฉลี่ยต่อเดอื น 1,000–5,000 บาท และมีวัตถปุ ระสงคก์ ารออม คือ เก็บไว้ ใช้จา่ ยยามฉกุ เฉิน ด้านรูปแบบการออมสว่ นใหญ่ออมประเภทเงินฝาก ออมทรัพย์ และมแี นวโนม้ การออมใน อนาคตเพ่ิมข้ึน ด้านปัจจัยก�ำหนดการออมจะให้ความส�ำคัญกับปัจจัยด้านระดับรายได้มากที่สุด และยัง สอดคล้องกับผลการศึกษาของ เนษพร นาคสีเหลือง (2557) ที่ได้ท�ำการวิจัยเร่ือง ปัจจัยท่ีมีผลต่อการออม เพอ่ื เตรยี มความพรอ้ มการเกษยี ณอายุของพนักงานธนาคารกรุงเทพ จ�ำกัด (มหาชน) สำ� นกั งานใหญ่ ผลการ ศกึ ษาพบวา่ ปจั จยั ทมี่ ผี ลตอ่ การออมมากทส่ี ดุ คอื ทศั นคตกิ ารออม รองลงมาคอื อตั ราผลตอบแทน การยอมรบั ความเสย่ี งและปจั จัยดา้ นเศรษฐกจิ ตามลำ� ดับ 3. จากผลการศึกษาพฤตกิ รรมการออมของผู้บริโภค พบวา่ กลมุ่ ตวั อยา่ งมีพฤตกิ รรม การออมเงนิ เพ่ือต้องการดอกเบี้ย เก็งก�ำไร รองลงมา มกี ารออมเงินเพือ่ การประกอบอาชพี เพื่อยามฉุกเฉิน เจบ็ ป่วย ชรา เพื่อการศึกษา เช่น ตัวเอง คนในอุปการะ และน้อยท่ีสุด คือ มีการออมเงินเพ่ือซื้ออสังหาริมทรัพย์ ซ้ือ สงั หาริมทรัพย์ มีรูปแบบการออมเพื่อใช้จา่ ยในอนาคต ไดแ้ ก่ เปน็ การซื้อสังหาริมทรพั ย์ รองลงมา เก็บเป็น เงินสด เป็นการซอ้ื ประกันชีวิต เป็นการฝากธนาคาร และนอ้ ยทส่ี ุด คือ เปน็ การซื้อหนุ้ มกี ารออมเงินตอ่ ครง้ั มากกวา่ 15,001 บาท รองลงมา อย่รู ะหวา่ ง 10.001-15,000 บาท ระหว่าง 5,001-10,000 บาท และนอ้ ย ทสี่ ุด คือ มกี ารออมเงินตอ่ คร้งั นอ้ ยกวา่ 5,000 บาท มีความถใี่ นการออมตอ่ ปี 31-50 ครัง้ รองลงมา มากกว่า 51 ครั้ง ระหวา่ ง 11-30 ครัง้ และน้อยท่สี ุด คอื มีความถใี่ นการออมตอ่ ปีนอ้ ยกว่า 10 คร้งั มีปริมาณการออม ปีที่ 14 ฉบบั ท่ี 2 ประจ�ำ เดอื นพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 325
เฉลยี่ ตอ่ ปี มากกวา่ 150,001 บาท รองลงมา ระหว่าง 50,001-100,000 บาท ระหว่าง 100,001-150,000 บาท และน้อยทีส่ ดุ คือ มปี รมิ าณการออมเงินเฉลยี่ ตอ่ ปีน้อยกวา่ 50,000 บาท และมเี งินออมอย่ทู ี่ธนาคาร ไทยพาณิชย์ รองลงมาคอื ธนาคารอนื่ ๆ ธนาคารกสกิ รไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารกรงุ เทพ และนอ้ ยท่ีสุด คือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ทั้งนี้เป็นผลเนื่องมาจากพฤติกรรมการออมของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร มองวา่ “การออม” ถอื เปน็ หนง่ึ ในวธิ กี ารสรา้ งความมน่ั คงทางการเงนิ ทด่ี ที ส่ี ดุ และสามารถใชเ้ ปน็ หลกั ประกนั ทางการเงินส�ำหรับยามฉุกเฉิน และจ�ำเป็นได้เป็นอย่างดีมีท้ังการออม เพ่ือใช้จ่ายในช่วงหลังการเกษียณ การออมเพ่ือการซ้ือบ้าน และการออมเพื่อการศึกษาบุตร อีกท้ังส่วนหนึ่งน�ำเงินไปลงทุนกับพันธบัตรต่าง ๆ ไมว่ า่ จะเปน็ พนั ธบตั รรฐั บาล พนั ธบตั รรฐั วสิ าหกจิ หรอื หนุ้ กเู้ อกชน ลว้ นแตเ่ ปน็ การออมเงนิ และยงั สรา้ งผลกำ� ไร ได้อกี ด้วย ในสว่ นการออมเงนิ ตอ่ ครัง้ มากกว่า 15,001 บาท และมคี วามถใี่ นการออมตอ่ ปี 31-50 ครัง้ ซ่ึงเปน็ จ�ำนวนเงินที่มากพอสมควร ก็แสดงให้เห็นว่า ประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครมีรายได้จ�ำนวนมากซึ่งได้มา จากการประกอบอาชพี อสิ ระหรอื ธรุ กจิ สว่ นตวั นน้ั เอง อกี ทง้ั กย็ งั ใหค้ วามสำ� คญั กบั ทางธนาคารพาณชิ ยม์ าเปน็ อนั ดบั หนงึ่ มากกวา่ สถาบนั ทางการเงนิ อนื่ ๆ ในการออมเงนิ เปน็ หลกั ซงึ่ สอดคลอ้ งกบั ผลการศกึ ษาของ (มกุ ดา โควหกลุ , 2558) ทไ่ี ดท้ ำ� การวจิ ยั เรอื่ ง การจดั การการเงนิ สว่ นบคุ คลทมี่ ผี ลตอ่ พฤตกิ รรมการออมของประชากร ในเขตกรงุ เทพมหานครและปรมิ ณฑล ผลการศึกษาพบวา่ กลุม่ ตัวอยา่ งสว่ นใหญม่ รี ูปแบบการออมมากท่ีสุด คือ มบี ัญชีเงนิ ฝากกบั ธนาคารพาณชิ ย์ (ท้ังออมทรัพย์และฝากประจำ� ) มกี ารจดั สดั ส่วนเงินออมต่อรายได้ใน แต่ละเดอื นมากที่สุด คอื ไม่ไดก้ ำ� หนดไวแ้ น่นอน ออมตามท่ีเหลอื จ�ำนวนเงินออมเฉลีย่ ต่อเดอื น คือ มากกว่า 5,000 บาท เหตผุ ลหลกั ในการออม คอื เพอ่ื ไวใ้ ชย้ ามฉกุ เฉนิ มรี ะยะเวลาการออมเงนิ คอื 1-5 ปี และยงั สอดคลอ้ ง กับผลการศึกษาของ กรณั ฑรตั น์ ดวงใจสบื (2555) ทไ่ี ด้ท�ำการวจิ ยั เรื่อง พฤตกิ รรม การออมของครัวเรือนใน ประเทศไทย ผลการศึกษาพบว่า หัวหน้าครัวเรือนส่วนใหญ่จะนิยมออมเงินด้วยวิธีการฝากธนาคาร สถาบัน การเงนิ หรอื สหกรณอ์ อมทรพั ยว์ ตั ถปุ ระสงคข์ องการออมสว่ นใหญน่ ยิ มออมเงนิ เพอ่ื เกบ็ ไวใ้ ชเ้ วลาเจบ็ ปว่ ยหรอื ชรา 4. ผลการทดสอบสมมติฐาน 4.1 จากผลการทดสอบสมมตฐิ านที่ 1 พบวา่ ลักษณะด้านประชากรศาสตร์ ประกอบดว้ ย เพศ อายุ ระดบั การศกึ ษา อาชพี และจ�ำนวนสมาชิกในครอบครวั แตกตา่ งกนั มพี ฤติกรรมการออมเพ่อื ใช้จ่ายใน อนาคต ไม่แตกต่างกนั อาจเนือ่ งมาจากวา่ ประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครตา่ งก็มคี วามม่งุ หวงั ทจ่ี ะออมเงนิ เพ่ือใช้จ่ายในอนาคต เพื่อสร้างความมั่งคงและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินด้วยกันทั้งส้ิน ในขณะที่ ลกั ษณะดา้ นประชากรศาสตร์ ทางดา้ นสถานภาพ มคี วามแตกตา่ งกนั ทร่ี ะดบั นยั สำ� คญั 0.05 โดยกลมุ่ ตวั อยา่ ง ที่มีสถานภาพโสด กับสมรสแล้ว มีความแตกต่างกับกลุ่มตัวอย่างที่มีสถานภาพหย่าร้าง ท้ังนี้เป็นผลเน่ืองมา จาก ประชาชนในเขตกรงุ เทพมหานครทม่ี สี ถานภาพโสด และสมรสแลว้ จะใหค้ วามสำ� คญั กบั อนาคตของตนเอง และครอบครัวเป็นส�ำคัญเกี่ยวกับการออมเงินเพ่ือใช้ในอนาคต ในขณะท่ีประชาชนท่ีมีสถานภาพหย่าร้าง กนั แลว้ มคี า่ เฉลยี่ ของพฤตกิ รรมการออมเพอ่ื ใชจ้ า่ ยในอนาคตนอ้ ยกวา่ กลมุ่ อนื่ ๆ นน้ั กแ็ สดงใหเ้ หน็ วา่ ประชาชน ท่ีมีสถานภาพหย่าร้างกันแล้วจะมีเงินออม ท่ีน้อยลงแต่กลับมีภาระค่าใช้จ่ายท่ีเพิ่มมากข้ึน เช่น ค่าผ่อนรถ ผอ่ นบา้ น คา่ เลย้ี งดบู ตุ ร เปน็ ตน้ เนอ่ื งจากการแบกรบั ภาระคา่ ใชจ้ า่ ยตา่ ง ๆ ตามลำ� พงั ดว้ ยตนเองทง้ั สน้ิ ซง่ึ สอดคลอ้ ง กับผลการศึกษาของ พรทิพย์ วงษ์วานิช (2554) ที่ได้ท�ำการวิจัยเรื่อง พฤติกรรมการออมและการกู้ยืมของ สมาชิกสหกรณอ์ อมทรพั ย์พนักงานการไฟฟ้าสว่ นภมู ิภาค จ�ำกดั ผลการศึกษาพบวา่ พนักงานการไฟฟ้าสว่ น 326 บัณฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลัยสวนดสุ ติ
ภูมิภาค จ�ำกัด ท่ีมีสถานภาพสมรสต่างกัน มีความสัมพันธ์กับรูปแบบการกู้ยืมเงินกับสหกรณ์ออมทรัพย์ ทรี่ ะดบั นัยสำ� คญั 0.05 และยังสอดคล้องกบั ผลการศกึ ษาของ เนษพร นาคสีเหลอื ง (2557) ท่ไี ดท้ �ำการวจิ ยั เรื่อง ปัจจัยท่ีมีผลต่อการออมเพื่อเตรียมความพร้อมการเกษียณอายุของพนักงานธนาคารกรุงเทพ จ�ำกัด (มหาชน) ส�ำนักงานใหญ่ ผลการศึกษา พบว่า พนักงานธนาคารกรุงเทพที่มีอายุ ระดับการศึกษา รายได้ สถานภาพสมรสตา่ งกนั มผี ลตอ่ รปู แบบการออมประเภทอสงั หารมิ ทรพั ย์ ทแ่ี ตกตา่ งกนั ทรี่ ะดบั นยั สำ� คญั 0.05 4.2 จากผลการทดสอบสมมตฐิ านที่ 2 พบว่า ปัจจัยทมี่ ีผลตอ่ การออมของผู้บริโภคเพอ่ื ใช้จ่ายใน อนาคต ประกอบดว้ ย อัตราดอกเบี้ย โอกาสในการลงทนุ จำ� นวนสาขาของสถาบันการเงนิ การโฆษณาและ สิ่งจูงใจ ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการออม เพื่อใช้จ่ายในอนาคต อาจเนื่องมาจากว่าประชาชนในเขต กรุงเทพมหานคร เหน็ วา่ ในปัจจบุ นั อัตราดอกเบ้ียในการออมยังมีนอ้ ยเกินไปจึงเก็บเงินสดไวก้ ับตัวเองและยงั ไมต่ ดั สนิ ใจในการลงทนุ ในรปู แบบตา่ ง ๆ เพอื่ เกง็ กำ� ไรในตอนน้ี ถงึ แมว้ า่ จะมรี บั รกู้ ารโฆษณาและสงิ่ จงู ใจกต็ ามที ในขณะทป่ี จั จยั ดา้ นรายได้ และดา้ นคา่ ใชจ้ า่ ย มคี วามสมั พนั ธก์ บั พฤตกิ รรมการออมเพอ่ื ใชจ้ า่ ยในอนาคต อยา่ ง มนี ัยสำ� ญทางสถิติ ทร่ี ะดับนยั ส�ำคญั 0.05 ท้งั นี้เปน็ ผลเนอื่ งมาจาก ประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร ไดใ้ ห้ ความสำ� คญั ด้านรายได้ และด้านคา่ ใชจ้ า่ ยเป็นหลักส�ำคัญในการดำ� เนินชวี ิต โดยในภาวะเศรษฐกิจทีต่ กต่ำ� ใน ขณะนปี้ ระชาชนก็จะมีการบริหารรายรบั และรายจา่ ยใหม้ ีความรดั กมุ และสมดลุ มากยิ่งข้นึ ซงึ่ สอดคล้องกับ ผลการศกึ ษาของ มกุ ดา โควหกลุ (2558) ทไี่ ดท้ ำ� การวจิ ยั เรอ่ื ง การจดั การการเงนิ สว่ นบคุ คลทมี่ ผี ลตอ่ พฤตกิ รรม การออมของประชากรในเขตกรงุ เทพมหานครและปรมิ ณฑล ผลการศึกษาพบวา่ ปจั จัยส่วนบุคคลด้านรายได้ มีความสมั พนั ธ์กบั พฤติกรรมการออมทกุ ด้าน ยกเว้น ดา้ นอายุ สถานภาพ และรายจ่ายทไ่ี มม่ ีความสมั พันธ์กับ พฤตกิ รรมการออมดา้ นสดั สว่ นเงนิ ออมและผมู้ สี ว่ นตดั สนิ ใจในการออม และยงั สอดคลอ้ งกบั ผลการศกึ ษาของ พรทพิ ย์ วงษว์ านชิ (2554) ทไี่ ดท้ ำ� การวจิ ยั เรอื่ ง พฤตกิ รรมการออมและการกยู้ มื ของสมาชกิ สหกรณอ์ อมทรพั ย์ พนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ�ำกัด ผลการศึกษาพบว่า รายได้รวมต่อเดือนของพนักงานการไฟฟ้าส่วน ภมู ภิ าค จ�ำกดั มีความสมั พนั ธก์ บั การสะสมทนุ เรอื นหุ้นกับสหกรณ์ รายไดร้ วมตอ่ เดือนมคี วามสมั พนั ธก์ ับการ วางแผนทางการเงนิ และรายไดร้ วมตอ่ เดอื น มคี วามสมั พนั ธก์ บั รปู แบบการกยู้ มื เงนิ กบั สหกรณอ์ อมทรพั ย์ และ ยงั สอดคล้องกับผลการศกึ ษาของ ศิริอรณุ อนันตวิรฬุ ห์ (2550) ทไ่ี ดท้ �ำการวจิ ัยเร่อื ง พฤติกรรมการออมเพ่ือ การเตรยี มเกษยี ณอายขุ องลกู จา้ งสถานประกอบการเอกชนขนาดใหญ่ ในกรงุ เทพมหานคร ผลการศกึ ษาพบวา่ ปัจจัยด้านเงินเดือนหรือค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา โบนัส และรายได้อื่น ๆ มีความสัมพันธ์ในทางบวกกับการออม ในรปู สนิ ทรัพยท์ ีม่ สี ภาพคล่องสูง อยา่ งมีนยั ส�ำคญั ทางสถติ ทิ รี่ ะดบั นยั สำ� คัญ 0.05 สรุปผลการศกึ ษา ข้อเสนอแนะในการนำ� ผลการวิจยั ไปใช้ จากขอ้ คน้ พบทไ่ี ดเ้ พอ่ื ใหเ้ กดิ ประโยชนใ์ นการนำ� ขอ้ มลู ไปใชใ้ นทางปฏบิ ตั ิ โดยผวู้ จิ ยั มขี อ้ เสนอแนะใน การน�ำผลการศึกษามาใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมสนับสนุนการออมของประชาชนเพื่อใช้จ่ายในอนาคตให้ เพม่ิ มากขนึ้ โดยนำ� ผลการศกึ ษาปจั จยั ดา้ นอตั ราดอกเบยี้ ดา้ นโอกาสในการลงทนุ ดา้ นจำ� นวนสาขาของสถาบนั การเงิน และดา้ นการโฆษณาและสิ่งจูงใจ ซงึ่ เปน็ ตวั แปรท่ไี มม่ ีความสัมพนั ธก์ บั พฤตกิ รรมการออมเพ่อื ใช้จ่าย ในอนาคต มาเปน็ ขอ้ เสนอแนะเพอ่ื ใหห้ นว่ ยงานทเี่ กยี่ วขอ้ งไดเ้ กดิ การเรยี นรแู้ ละตอ่ ยอดทางวชิ าการตอ่ ไป คอื ปีท่ี 14 ฉบับที่ 2 ประจำ�เดอื นพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 327
1. ด้านอตั ราดอกเบย้ี ทางธนาคารหรือสถาบนั ทางการเงนิ ต่าง ๆ ควรมีโปรโมชั่นบอ่ ย ๆ เร่อื งอตั รา ดอกเบ้ีย เพ่ือเป็นส่ิงจูงใจให้ประชาชนหันกลับมาออมเงิน และน�ำเงินมาฝากหรือลงทุนกับทางธนาคารหรือ สถาบนั ทางการเงินตา่ ง ๆ ใหม้ ากข้ึนด้วย 2. ดา้ นโอกาสในการลงทนุ ทางธนาคารหรือสถาบันทางการเงนิ ต่าง ๆ ควรมกี ารเพ่มิ สทิ ธิประโยชน์ ที่ค่อนข้างสูง และควรมีการศึกษาและให้ความรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงในการลงทุน (Risk) อย่างต่อเน่ือง เพื่อ สนบั สนุนในการตัดสินใจร่วมลงทุนของประชาชนไดอ้ ีกทางหนง่ึ 3. ด้านจ�ำนวนสาขาของสถาบันการเงิน ทางธนาคารหรือสถาบันทางการเงินต่าง ๆ ควรมีการเพ่ิม สาขาใหค้ รอบคลมุ พนื้ ท่ีมากขน้ึ จากเดมิ อีกท้ังควรมกี ารปรับปรงุ และพัฒนาความรู้ความสามารถ และทักษะ การส่ือสารของพนักงานให้มากขน้ึ และพรอ้ มปฏบิ ตั งิ านไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพ เพ่ือความสะดวกในการเขา้ ใช้ และเข้าถึงบริการการออมเงนิ และการลงทนุ ในด้านต่าง ๆ ไดง้ ่ายยิ่งข้ึน 4. ด้านการโฆษณาและสิง่ จงู ใจ ทางธนาคารหรอื สถาบนั ทางการเงนิ ต่าง ๆ ควรมีการปรบั ใช้กลยุทธ์ ทางด้านการตลาดให้มีความหลากหลายมากขึ้น และเพ่ิมช่องทางการโฆษณาให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่าง รวดเร็วและมปี ระสทิ ธิภาพมากยง่ิ ข้ึน ข้อเสนอแนะเพ่ือการวจิ ยั ครง้ั ตอ่ ไป 1. การวิจัยครั้งน้ี ผู้วิจัยได้ก�ำหนดกลุ่มตัวอย่าง ในพ้ืนท่ีกรุงเทพมหานคร แต่เนื่องจากการ ประชาสัมพันธ์การออมของสถาบันการเงิน และการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมมีทุกพ้ืนท่ี ควรจะมีการศึกษา วิจยั ประชาชนในกลมุ่ พ้นื ที่อื่น ๆ ด้วย ซึ่งผลการวิจัยทไ่ี ดอ้ าจมีความแตกตา่ งจากเขตกรงุ เทพมหานคร เพอื่ จะ ไดน้ ำ� ผลการวจิ ยั ไปใช้ประโยชนไ์ ด้อยา่ งครบถว้ นในการท�ำตลาดได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย 2. เนอ่ื งจากการประชาสมั พนั ธ์ การแขง่ ขนั ทางสว่ นแบง่ เรอ่ื งการออมของธนาคารตา่ ง ๆ มกี ารแขง่ ขนั ทางการตลาดคอ่ นขา้ งสงู มลี กั ษณะใกลเ้ คยี งกนั ทำ� ใหธ้ นาคาร หรอื สถาบนั การเงนิ เขา้ มาแยง่ สว่ นแบง่ ทางการ ตลาดอยา่ งต่อเนอื่ ง ผูเ้ สนอจึงขอเสนอในการวจิ ัยคร้ังต่อไป ควรจะท�ำการศึกษากลยทุ ธท์ างการตลาด เพือ่ ให้ เป็นแนวทางในการเพิ่มเปา้ หมายทางการตลาดมากข้นึ 3. ควรท�ำการศึกษาวิจัยเร่ืองนี้ซ้�ำอีกเป็นระยะ ๆ และเพิ่มเติมเนื้อหาให้สอดคล้องกับสภาพความ ตอ้ งการทแี่ ทจ้ รงิ และพฤตกิ รรมการออมเงนิ ของประชาชนเปน็ สำ� คญั จะนำ� มา ซง่ึ การปรบั เปลยี่ นทศั นคติ และ สง่ เสรมิ พฤติกรรมการออมของประชาชนใหม้ ากย่ิงข้นึ ตอ่ ไป 4. ในการศึกษาคร้ังน้ี ใช้วิธีการเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามเพียงอย่างเดียว อาจท�ำให้ผลการวิจัย คลาดเคลอ่ื นจากความเปน็ จรงิ ดงั นนั้ เพอ่ื ใหก้ ารวจิ ยั ครง้ั ตอ่ ไป มคี วามถกู ตอ้ ง ครบถว้ นสมบรู ณม์ ากขนึ้ ผวู้ จิ ยั ขอเสนอการทำ� วจิ ยั เชงิ คณุ ภาพ หรอื ควรใชเ้ ทคนคิ ของเครอื่ งมอื ในการวจิ ยั อนื่ ๆ เชน่ การสงั เกต การสมั ภาษณ์ เพอื่ ให้ไดข้ อ้ มลู เชงิ ลึกมากขึ้น 328 บณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลยั สวนดสุ ติ
เอกสารอ้างอิง กรัณฑรัตน์ ดวงใจสบื . (2555). พฤติกรรมการออมของครัวเรือนในประเทศไทย. วทิ ยานิพนธ์ เศรษฐศาสตร์ มหาบณั ฑติ มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม.่ จฑุ าธิบดิ์ ฤกษส์ ันทดั . (2555). เปรยี บเทยี บพฤติกรรมการออมของพนกั งานบริษทั เอกชนและข้าราชการ ในเขตกรงุ เทพมหานคร. บริหารธุรกจิ มหาบัณฑิต มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธญั บรุ .ี ชารวี บุตรบ�ำรงุ . (2555). รายได้และรูปแบบการออมเพือ่ การเตรยี มพรอ้ มสู่วยั สูงอายขุ องประชาชนอายุ ระหว่าง 30–40 ปี ในเขตดสุ ิต กรงุ เทพมหานคร. สถาบันวจิ ัยและพัฒนา มหาวทิ ยาลัยราชภฏั สวนสนุ นั ทา. เนษพร นาคสเี หลอื ง. (2557). ปจั จยั ทม่ี ผี ลตอ่ การออมเพอื่ เตรยี มความพรอ้ มการเกษยี ณอายขุ องพนกั งาน ธนาคารกรงุ เทพ จำ� กดั (มหาชน) สำ� นกั งานใหญ.่ การคน้ ควา้ อสิ ระนเ้ี ปน็ สว่ นหนงึ่ ของการศกึ ษา ตามหลกั สูตรปริญญาบรหิ ารธุรกิจมหาบัณฑติ วิชาเอกการบัญชี คณะบรหิ ารธรุ กิจ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธัญบรุ .ี บุญรุ่ง จันทร์นาค. 2554. การออม. [Online]. Available: https://www.sites.google.com/site/ boonrung02/ home/hnwy-thi-3-kar-xxm [พฤศจิกายน, 2559 12]. ประยงค์ คูศิริสิน. (2551). ปัจจัยที่มีผลต่อการออมของครัวเรือนในเขตอ�ำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่. วทิ ยานพิ นธเ์ ศรษฐศาสตรม์ หาบัณฑติ มหาวิทยาลยั เชียงใหม่. พรทพิ ย์ วงษว์ านชิ . (2554). พฤตกิ รรมการออมและการกยู้ มื ของสมาชกิ สหกรณอ์ อมทรพั ยพ์ นกั งาน การไฟฟา้ สว่ นภูมิภาค จ�ำกัด. วารสารวิชาการ มหาวทิ ยาลัยนอรท์ กรงุ เทพ, (1) 1. มกุ ดา โควหกุล. (2558). การจัดการการเงินส่วนบุคคลที่มีผลต่อพฤตกิ รรม การออมของประชากร ในเขต กรงุ เทพมหานครและปรมิ ณฑล. สาขาวชิ าการเงนิ และการลงทนุ คณะบรหิ ารธรุ กจิ มหาวทิ ยาลยั รงั สิต. วเรศ อุปปาติก. (2544). เศรษฐศาสตร์การเงินและการธนาคาร. พิมพ์คร้ังท่ี 5. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์. ศริ อิ รณุ อนนั ตวริ ฬุ ห.์ (2550). พฤตกิ รรมการออมเพอื่ การเตรยี มเกษยี ณอายขุ องลกู จา้ งสถานประกอบการ เอกชนขนาดใหญใ่ นกรงุ เทพมหานคร. สารนพิ นธเ์ ศรษฐศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวชิ าเศรษฐศาสตร์ การพฒั นามนุษย์ บัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวิทยาลัยศรนี ครนิ ทรวิโรฒ. ปที ี่ 14 ฉบับที่ 2 ประจ�ำ เดอื นพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 329
“นาย ก.ศ.ร. กหุ ลาบแห่งกรงุ สยาม” ชวลิต สวสั ดผ์ิ ล รองศาสตราจารย์ หลักสตู รรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต โรงเรยี นกฎหมายและการเมอื ง มหาวิทยาลยั สวนดสุ ติ ชือ่ เรื่อง นาย ก.ศ.ร. กหุ ลาบแห่งกรุงสยาม ผูแ้ ต่ง บุญพิสิฐ ศรหี งส์ จ�ำนวนหน้า 374 หนา้ ผูพ้ มิ พ์ สำ� นกั พิมพ์ มตชิ น พิมพค์ รงั้ แรก สงิ หาคม 2560 ภาษา ไทย นาย ก.ศ.ร.กหุ ลาบ หรือกหุ ลาบ ตฤษณานนท์ เป็นบตุ รคน สุดท้องของ นายแสง พระทุกขราษฎร์ กรมการเมือง นครราชสีมา (สมัยกรงุ เก่า) กบั นางตรุศ ชาวบางพรมรมิ คลองบางกอกนอ้ ย แตไ่ ด้ เป็นบุตรบุญธรรมของพระองค์เจ้าหญิงกินรี พระราชธิดาในรัชกาลที่ 3 โตข้ึนได้บวชและได้รับการศึกษาความรู้แบบตะวันตกกับสังฆราช ปาลเลอกวั ซ์ทว่ี ดั อัสสมั ชญั บางรัก เคยไปปารสี และอยูใ่ นยุโรประยะ หนง่ึ จงึ มคี วามรกู้ วา้ งขวาง มคี วามคดิ แหวกแนวลำ�้ ยคุ ชอบงานหนงั สอื เขาจดั พมิ พห์ นงั สอื เลม่ แรกชอ่ื กฎหมายพระคมั ภรี ธรรมสาตรกจิ โกศล หรือหนังสือกฎหมายนายโหมด ซึ่งเป็นหนังสือที่เคยถูกริบในสมัย รชั กาลท่ี 3 เขามีชวี ติ ระหว่างรชั กาลท่ี 3 ถงึ รัชกาลที่ 5 เปน็ สามญั ชน ผกู้ ลา้ หาญในการวพิ ากษว์ จิ ารณส์ งั คมจารตี อยา่ งตรงไปตรงมาผา่ นงาน นพิ นธข์ องเขา นายกหุ ลาบเปน็ ทงั้ บรรณาธกิ ารหนงั สอื พมิ พส์ ยามออบ เซอร์เจอร์ ก.ศ.ร.กุหลาบได้เขียนงานนิพนธ์จ�ำนวนมากมีทั้งเรื่องราว ทางประวตั ศิ าสตร์ที่ส�ำคญั เชน่ อภินิหารการประจกั ษพ์ ระจา้ วกรงุ ธนบรุ ี อานามสยามยทุ ธ พระนามพระเจา้ แผ่นดนิ กรุงเกา่ พงศาวดารพระพุทธรปู 23 เรื่อง ประชุมบรรพบรุ ุษตระกูลราชวงศ์ปัจจบุ ัน เปน็ ตน้ ปที ี่ 14 ฉบบั ท่ี 2 ประจ�ำ เดือนพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 331
ก.ศ.ร.กหุ ลาบ ไดเ้ ขยี นงานนพิ นธจ์ ำ� นวนมาก จนทำ� ให้ ก.ศ.ร. กหุ ลาบ ถกู เลา่ ถงึ ในฐานะ “ผเู้ ลา่ นทิ าน แห่งกรุงสยาม” โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานประเภททัศนวิจารณ์สังคมและการเมือง งานเขียนเหล่านี้สร้างแรง กระเพื่อมให้กับสังคมและสร้างความไม่พอใจให้กับผู้มีอ�ำนาจในบ้านเมือง กลุ่มชนชั้นน�ำมีทัศนะต่องานของ ก.ศ.ร.กหุ ลาบเป็นผลงานท่”ี กุ”หรือ”หลอกลวง” เขาถกู จับเข้าโรงพยาบาลคนเสยี จรติ และถงึ แกก่ รรมในวันท่ี 4 มกราคม 2462 หนังสือ “นาย ก.ศ.ร. กุหลาบแห่งกรงุ สยาม” โดย บญุ พิสิฐ ศรหี งส์ ซ่ึงปรบั ปรงุ จากวิทยานพิ นธ์ เรอ่ื ง “งานพมิ พข์ อง ก.ศ.ร. กุหลาบ ชนชนั้ น�ำ และการสร้างองค์ความรู้ในสยามตน้ ยุคใหม่” ภาควชิ าประวัตศิ าสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นงานสืบค้นที่น่าสนใจและท�ำให้เห็นถึงหลายแง่มุมใหม่ท่ีไม่ใช่เพียงแค่ ประวัติศาสตร์เฉพาะบุคคลเท่าน้ัน แต่ยังเชื่อมโยงถึงความซับซ้อนในประวัติศาสตร์แห่งยุคสมัย หนังสือนาย ก.ศ.ร. กหุ ลาบแห่งกรงุ สยาม อาจกลา่ วไดว้ ่าเป็น “กหุ ลาบศกึ ษา”ทผ่ี ู้เขยี นไดศ้ ึกษาเก่ยี วกับ ก.ศ.ร.กหุ ลาบ ที่ เปิดเผยขอ้ มูลใหม่ ๆ มีสีสนั ประกอบด้วยเน้อื หา ก.ศ.ร. กุหลาบในความทรงจ�ำของยุคสมยั จงใช้วจิ ารณญาณ ในการอา่ น เสมยี นกหุ ลาบฟนั ขาว ววั ลำ� พองหวั ลำ� โพง ธรรมเนยี มบรุ าณ การสริ วิ ไิ ลยของกรงุ สยาม รม่ ธงสามสี คลองยุติธรรม ต้นเหตุชาวไทยมีขึ้นในแผ่นดินสยามและตรีเอกาอิศรานุภาพ เน้ือหาที่ผู้เขียนน�ำเสนองาน นิพนธ์ของกุหลาบเป็นข้อมูลทางด้านประวัติศาสตร์ บทบาทและผลงาน อย่างกรณี “ใช้วิจารณญาณในการ อา่ น” ก.ศ.ร. กหุ ลาบไดอ้ ธบิ ายเรอ่ื ง พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ มพี ระราชโองการ ในวนั ที่ 28 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2441 ห้ามเผยแพรพ่ ระรูปกษตั รยิ ์ 4 พระองค์คือ พระเจา้ ปราสาททอง พระนารายณ์ พระเพทราชา และ พระเจา้ เสอื ทีน่ ายกุหลาบเอามาลงพมิ พ์ในหนงั สือสยามประเภท โดยพระองค์ทรงอธิบายวา่ เปน็ ภาพ “กาก เดาเขยี น” เพราะในสมยั นน้ั ไมม่ ผี ใู้ ดอาจเขยี นพระรปู พระเจา้ แผน่ ดนิ ได้ ดงั นน้ั ถา้ หากมกี ารเผยแพรพ่ ระรปู อกี ตอ่ ไปตอ้ งมโี ทษ เกย่ี วกบั เรอ่ื งนส้ี งั คมยคุ นน้ั มขี อ้ ถกเถยี งวา่ ธรรมเนยี มปฏบิ ตั คิ วามเชอื่ เดมิ กม็ กี ารเปลยี่ นแปลง ไปมากแลว้ ดังตวั อย่างใน รชั สมัยรชั กาลท่ี 4 โปรดให้พระอาจารยอ์ นิ หรือ “ขรัวอินโขง่ ” วาดภาพสมเด็จพระ นเรศวรประดบั ผนงั หอพระราชกรมานสุ ร วาดภาพพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ ฯ ในขณะพระชนมชพี ประดบั อยู่ในอาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หรือในรัชสมัยรัชกาลท่ี 5 โปรดให้วาดภาพพระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ อยู่หัว ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์และขนุ นางชัน้ ผู้ใหญ่ท่ีล่วงลับไปแล้วเป็นภาพจิตรกรรมประดับพระที่น่ังทรงผนวชที่วัดเบญจมบพิตร พระราชโองการห้าม เผยแพร่พระรูปอดีตกษัตริย์จึงเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อภิปรายโต้แย้งจากคนช้ันน�ำอย่างเผ็ดร้อนทั้งที่ สนบั สนนุ และคดั คา้ น จงึ เปน็ เรอ่ื งทแ่ี ปลกหรอื อาจกลา่ วไดว้ า่ การเผยแพรพ่ ระรปู กษตั รยิ ต์ อ้ งทำ� โดยราชสำ� นกั หรือชนชั้นน�ำ ถา้ สามญั ชนอยา่ งนายกุหลาบมาจดั ท�ำขึน้ ถอื ว่าเปน็ เรอื่ งไม่ถกู ตอ้ ง แต่ความจริงปญั หาของเรื่อง น้ีเป็นเพราะ ก.ศ.ร. กุหลาบ เผยแพร่ภาพพระมหาษัตริย์แบบ “ภาพกาก” ไม่ได้เป็น “ภาพพระ” ในแบบ ขนบธรรมเนียมประเพณจี ึงน�ำมาซ่ึงความไมพ่ อใจ นค่ี อื ตวั อย่างหนง่ึ ความนา่ สนใจ คอื งานนพิ นธ์ของ ก.ศ.ร. กุหลาบ ท่ผี ู้เขยี นนำ� เสนอท�ำใหเ้ หน็ กลวิธแี ปลกแหวกแนว ในฐานะทเ่ี ขาเปน็ นกั หนงั สอื พมิ พ์ ในการนพิ นธเ์ พอ่ื ตพี มิ พส์ าระนา่ รใู้ นเรอื่ งโบราณคดี ประวตั ศิ าสตร์ วทิ ยาศาสตร์ ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณี เขาเป็นทั้งนักวิจารณ์สังคมโดยเฉพาะชนชั้นสูง นักเขียนชีวประวัติ นกั โบราณคดแี ละนกั จดบนั ทกึ เหตกุ ารณ์ ทลี่ ะเอยี ดลออในบางเรอ่ื งไมพ่ บในเอกสารราชการ นอกจากนง้ี านนพิ นธ์ สะทอ้ นใหเ้ หน็ แนวคดิ ทางสงั คมและการเมอื งของ ก.ศ.ร. กหุ ลาบ และโลกทศั นข์ องผคู้ นเวลานนั้ ทเ่ี ปลย่ี นแปลง จากสงั คมจารตี สสู่ งั คมสมยั ใหมห่ ลงั จากไดร้ บั อทิ ธพิ ลในดา้ นการศกึ ษา การคา้ จากโลกตะวนั ตก ก.ศ.ร. กหุ ลาบ 332 บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลัยสวนดสุ ิต
ทำ� ใหส้ งั คมเกดิ การตง้ั คำ� ถามตอ่ “ประวตั ศิ าสตรช์ าตกิ ระแสหลกั ” ในงานนพิ นธท์ ถี่ กู ผกู ขาดโดยชนชนั้ นำ� สยาม มานาน แต่จากการเปลี่ยนแปลงสังคมวัฒนธรรม การเกิดข้ึนของส่ือสิ่งพิมพ์ไทย เรื่องเล่าทางเลือกของ ประวตั ศิ าสตรจ์ งึ กลบั กลายเปน็ เรอ่ื งทมี่ คี วามหลากหลาย นา่ สนใจและทา้ ทายชนชน้ั นำ� สยามอยา่ งยงิ่ เวทแี หง่ การประชันทางความคิด การโต้เถียงผ่านงานนิพนธ์ระหว่างชนช้ันน�ำสยามอย่างสมเด็จกรมพระยาด�ำรง ราชานุภาพ กบั ก.ศ.ร. กุหลาบ จงึ เกดิ ขนึ้ เพื่อแสดงทัศนะของตนสสู่ าธารณชน จากข้อกลา่ วหาท่ีชนชั้นนำ� มี ต่อ ก.ศ.ร. กุหลาบว่าเป็นบุคคลท่ีชอบอวดอ้างสร้างเรื่องที่ไม่เป็นจริง เป็นผู้ลักคัดเรื่องพงศาวดารและเรื่อง เกา่ แก่โบราณจากหนงั สือของหอหลวง แลว้ น�ำไปแทรกขอ้ ความปลอมแปลงให้แตกตา่ งจากต้นฉบบั ก่อนแล้ว น�ำไปพิมพ์จ�ำหน่าย ซ่ึงในสายตาของชนช้ันน�ำเห็นว่าการประพฤติเช่นนี้เป็นการสร้างความรู้ท่ีผิดให้กับสังคม งานของ บุญพิสฐิ ศรีหงส์ จะมีสว่ นสำ� คัญที่จะอธบิ ายวา่ การกลา่ วหานั้นมีความคลาดเคล่อื นอย่างยงิ่ ปที ี่ 14 ฉบับท่ี 2 ประจ�ำ เดือนพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 333
นโยบายและการด�ำเนินงานจดั พิมพว์ ารสารวชิ าการบณั ฑิตวิทยาลัยสวนดุสิต บัณฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั สวนดสุ ิต นโยบายวารสาร ว ารสารวิชาการบัณฑติ วทิ ยาลยั สวนดสุ ิต มหาวทิ ยาลัยสวนดุสติ ดำ� เนินการมาต้งั แต่ปี พ.ศ. 2547 มี วตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ เผยแพรผ่ ลงานทางวชิ าการ ในประเภทบทความวจิ ยั บทความวชิ าการ บทความปรทิ ศั น์ และ บทความวจิ ารณห์ นงั สอื เพอื่ เปน็ การแลกเปลย่ี นความรคู้ วามคดิ ดา้ นมนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ (ครศุ าสตร์ รฐั ประศาสนศาสตร์ รัฐศาสตร์ นติ ศิ าสตร์ อาชญาวิทยา บริหารธรุ กิจ และสาขาอน่ื ทเ่ี กี่ยวข้อง) วารสารวิชาการบัณฑิตวทิ ยาลยั สวนดุสิต มหาวทิ ยาลัยสวนดุสิต เปน็ วารสารปรากฏอยูใ่ นฐาน TCI (Thai Journal Citation Index Centre) หรือศนู ย์ดชั นีการอ้างองิ วารสารไทย โดยปฏิบตั ิการพฒั นาคุณภาพ วารสารตามเกณฑม์ าตรฐานวชิ าวชิ าการตามทสี่ ำ� นกั งานคณะกรรมการการอดุ มศกึ ษา (สกอ.) และ สำ� นกั งาน กองทุนสนบั สนุนการวิจัย (สกว.) ก�ำหนด กองบรรณาธิการของวารสารประกอบดว้ ยผูท้ รงคุณวุฒิที่มตี ำ� แหน่ง ทางวิชาการ ผูท้ รงคุณวุฒิระดบั ปริญญาเอก มีผลงานวิจัยตอ่ เน่ือง ซ่งึ เป็นบคุ ลากรจากสถาบันภายนอกและ ภายใน และมผี ทู้ รงคณุ วฒุ ิ (Peer Review) อา่ นพจิ ารณาบทความ ซงึ่ เปน็ ผเู้ ชย่ี วชาญและมผี ลงานทางวชิ าการ อย่างตอ่ เน่อื ง การด�ำเนินงานจดั พมิ พ์วารสาร 1. รบั ต้นฉบบั บทความจากผ้เู ขยี น 2. กองบรรณาธิการวารสารตรวจสอบความถูกต้องและสมบูรณ์ของต้นฉบับบทความ ตามข้อ กำ� หนดการส่งบทความเพือ่ รบั พจิ ารณาการตีพิมพ์ และตรวจสอบการละเมดิ ลิขสทิ ธ์ิ (Turn it in) 3. กองบรรณาธกิ ารวารสารจัดสง่ ต้นฉบบั ให้ผทู้ รงคุณวฒุ ิ (Peer Review) อา่ นพจิ ารณาบทความ 4. ส่งบทความใหผ้ ู้เขียนแก้ไขตามผลการพิจารณาของผูท้ รงคณุ วฒุ ิ (Peer Review) 5. กองบรรณาธิการวารสารตรวจสอบความถูกต้องและคุณภาพของบทความและพิจารณาต้นฉบับ วารสารฉบับท่ีจะจัดพมิ พ์ 6. คณะท�ำงานด�ำเนินการจัดทำ� รปู เลม่ การจัดพิมพ์ 7. บรรณาธกิ ารตรวจสอบความถกู ตอ้ ง ความสมบรู ณ์ และคณุ ภาพของตน้ ฉบบั วารสารฉบบั จดั พมิ พ์ 8. คณะท�ำงานจดั พิมพแ์ ละเผยแพร่วารสาร ปีท่ี 14 ฉบบั ท่ี 2 ประจำ�เดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 335
กำ� หนดการจัดพิมพ์วารสาร วารสารวิชาการบณั ฑิตวทิ ยา ลยั สวนดุสติ มหาวทิ ยาลยั สวนดุสติ เป็นวารสารราย 4 เดือน โดยจดั พิมพเ์ ผยแพรป่ ีละ 3 ฉบบั ฉ บบั ที่ 1 เดอื นมกราคม-เมษายน ฉ บับท่ี 2 เดือนพฤษภาคม-สงิ หาคม ฉ บบั ท่ี 3 เดือนกนั ยายน-ธนั วาคม ติดต่อเรา ว ารสารวชิ าการบณั ฑิตวิทยาลยั สวนดุสิต มหาวิทยาลัยสวนดสุ ติ บณั ฑติ วิทยาลยั มหาวิทยาลยั สวนดสุ ติ เลขที่ 145/9 อาคารเฉลิมพระเกยี รติ 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ ถนนสุโขทัย เขตดุสิต กรงุ เทพฯ 10300 โทรศพั ท:์ 02-241-7191-5 ต่อ 4120, 4122, 4180 Website:http://graduate.dusit.ac.th/journal/index.php E-mail:[email protected] ผู้ประสานงาน : คณุ จารุภา ยิม้ ละมยั คุณณัชชา ถาวรบตุ ร ข้อแนะน�ำการสง่ บทความ ห ลกั เกณฑก์ ารลงตีพิมพ์บทความในวารสารวชิ าการบณั ฑิตวิทยาลยั สวนดสุ ิต 1. บทความทผี่ ูเ้ ขียนส่งมาเพื่อการพิจารณาต้องไม่เคยตพี ิมพ์ในวารสารใดวารสารหนึง่ มากอ่ น 2. บทความท่ผี ู้เขียนส่งมาเพือ่ การพิจารณาตอ้ งไม่เคยอยู่ระหว่างการขอตีพิมพ์ในวารสารอ่ืน 3. เนอื้ หาในบทความควรเกดิ จากการสงั เคราะหค์ วามคดิ โดยผเู้ ขยี นเอง ไมไ่ ดล้ อกเลยี นหรอื ตดั ทอน ม าจากผลงานทางวิชาการของผู้อื่น หรือจากบทความอ่ืนโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือปราศจากการอ้างอิงท่ี เหมาะสม 4. ผ้เู ขยี นตอ้ งเขียนบทความตามขอ้ กำ� หนดการเขยี นต้นฉบบั บทความสง่ วารสาร 5. ผู้เขียนจะได้รับใบตอบรับการตีพิมพ์บทความในวารสาร เมื่อผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) และกองบรรณาธิการ 6. ผู้เขียนต้องแก้ไขความถูกต้องของบทความตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) และกองบรรณาธิการ 7. หลงั จากผเู้ ขยี นแกไ้ ขความถกู ตอ้ งของบทความแลว้ กองบรรณาธกิ ารทำ� การตรวจสอบความถกู ตอ้ ง คุณภาพ และความสมบรู ณ์ของบทความอกี ครงั้ กอ่ นส่งตน้ ฉบับท�ำการจัดพมิ พ์ 336 บณั ฑิตวิทยาลยั มหาวทิ ยาลัยสวนดุสติ
ข อ้ กำ� หนดการสง่ บทความเพอ่ื พจิ ารณาการตพี มิ พใ์ นวารสารวชิ าการบณั ฑติ วทิ ยาลยั สวนดสุ ติ ก องบรรณาธิการก�ำหนดระเบียบการส่งต้นฉบับบทความเพื่อให้ผู้เขียนยึดเป็นแนวทางในการส่ง ตน้ ฉบบั สำ� หรบั รบั พจิ ารณาการตพี มิ พใ์ นวารสารวชิ าการบณั ฑติ วทิ ยาลยั สวนดสุ ติ บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั สวนดุสิต และกองบรรณาธิการสามารถตรวจสอบต้นฉบบั ก่อนการตีพิมพ์ เพ่อื ให้วารสารมคี ณุ ภาพ สามารถ นำ� ไปใชอ้ ้างอิงประโยชน์ทางวชิ าการได้ 1. การเตรียมตน้ ฉบบั มีรายละเอยี ด ดงั น้ี 1.1 ขนาดของตน้ ฉบับ พมิ พห์ นา้ เดยี วบนกระดาษขนาด A4 โดยเวน้ ระยะหา่ งระหวา่ งกระดาษดา้ นบนและดา้ นซา้ ย มอื 1.5 นว้ิ ดา้ นลา่ งและขวามอื 1 นว้ิ 1.2 รูปแบบอักษรและการจดั วางตำ� แหน่ง ใช้รูปแบบอกั ษร TH SarabunPSK พมิ พด์ ้วยโปรแกรมไมโครซอฟท์เวริ ์ด โดยใชข้ นาด ชนดิ ของตัวอักษร รวมท้ังการจดั วางตำ� แหน่ง ดงั น้ี 1.2.1 ทา้ ยกระดาษ ประกอบด้วย 1) ชอื่ เรอ่ื งต้นฉบบั ของผู้เขียน ขนาด 14 ชนิดตัวธรรมดา ตำ� แหนง่ ชิดขอบกระดาษ ดา้ นซา้ ย 2) เลขหนา้ ขนาด 14 ชนดิ ตวั ธรรมดา ตำ� แหนง่ ชิดขอบกระดาษดา้ นขวา 1.2.2 ชอ่ื เรอ่ื ง (ภาษาไทย) ขนาด 16 ชนิดตัวหนา ต�ำแหน่งกึง่ กลางหนา้ กระดาษ 1.2.3 ชอ่ื เรือ่ ง (ภาษาองั กฤษ) ขนาด 16 ชนดิ ตวั หนา ต�ำแหนง่ ก่งึ กลางหน้ากระดาษ 1.2.4 ช่ือผเู้ ขียน ขนาด 14 ชนดิ ตวั หนา ต�ำแหนง่ ก่งึ กลางหนา้ กระดาษ (ในกรณที ีม่ ีอาจารย์ ท่ปี รึกษาให้ลงชอ่ื อาจารยท์ ่ีปรกึ ษาดว้ ย โดยลงอาจารย์ท่ีปรกึ ษาหลกั เปน็ รายชอื่ สดุ ทา้ ย) 1.2.5 ท่ีอยู่หรือหน่วยงานสังกัดของผู้เขียนและอีเมล์ ขนาด 14 ชนิดตัวหนา ต�ำแหน่ง ก่งึ กลางหนา้ กระดาษ 1.2.6 หัวขอ้ ของบทคัดยอ่ ภาษาไทยและองั กฤษ ขนาด 14 ชนิดตัวหนา ตำ� แหน่งชิดขอบ กระดาษดา้ นซา้ ย 1.2.7 เนื้อหาบทคัดย่อภาษาไทยและอังกฤษ ขนาด 14 ชนิดตัวธรรมดา จัดพิมพ์เป็น 1 คอลัมน์ บรรทดั แรกเวน้ 1 Tab จากขอบกระดาษด้านซ้าย และพิมพ์ให้ชดิ ขอบทั้งสองด้าน 1.2.8 หัวขอ้ เรื่อง ขนาด 14 ชนิดตวั หนา ต�ำแหนง่ ชิดขอบกระดาษดา้ นซ้าย 1.2.9 หัวข้อย่อย ขนาด 14 ชนิดตัวธรรมดา ระบุหมายเลขหน้าหัวข้อย่อย โดยเรียงตาม ลำ� ดบั หมายเลขต�ำแหน่งเว้น 1 Tab จากขอบกระดาษดา้ นซ้าย และพิมพใ์ หช้ ิดขอบทั้งสองด้าน 1.2.10 เนื้อหา ขนาด 14 ชนดิ ตวั ธรรมดา จดั พมิ พ์เปน็ 1 คอลมั ม์ บรรทดั แรกเวน้ 1 Tab จากขอบกระดาษด้านซ้าย และพิมพใ์ ห้ชิดขอบทัง้ สองดา้ น 1.3 จ�ำนวนหนา้ ตน้ ฉบบั ความยาวท้งั หมด ไม่ควรเกนิ 15 หน้ากระดาษ (นบั ต้งั แต่ชื่อเร่ือง-เอกสารอา้ งองิ ) ปีที่ 14 ฉบบั ท่ี 2 ประจ�ำ เดือนพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 337
2. การเรยี งลำ� ดับเนือ้ หาต้นฉบบั บทความ เน้ือหาภาษาไทยท่มี ีค�ำศัพทภ์ าษาองั กฤษ ควรแปลเป็นภาษาไทยให้มากทีส่ ุด (ในกรณีทค่ี �ำศพั ท์ ภาษาอังกฤษเป็นคำ� เฉพาะท่ีแปลไมไ่ ด้ หรือแปลแลว้ ไม่ได้ความหมายชัดเจน ให้เขียนทบั ศพั ทไ์ ด้) และควรใช้ ภาษาท่ีผู้อ่านเขา้ ใจง่าย ชดั เจน หากใช้ค�ำยอ่ ตอ้ งเขียนคำ� เต็มไว้คร้ังแรกกอ่ น 2.1 การเรยี งลำ� ดับเน้ือหาตน้ ฉบบั บทความวจิ ยั ชื่อเรือ่ งภาษาไทย ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ ชอื่ ผู้เขยี น ท่อี ยหู่ รือหนว่ ยงานสงั กัด และอีเมล์ บทคัดยอ่ ภาษาไทยและค�ำส�ำคญั บทคัดย่อภาษาองั กฤษและคำ� สำ� คญั บทนำ� วัตถุประสงค์ แนวคิดทฤษฎีทเ่ี ก่ียวขอ้ ง ระเบยี บวิธีวจิ ัย ผลการศกึ ษา อภิปรายผล สรปุ ผลการศกึ ษาและขอ้ เสนอแนะ เอกสารอ้างอิง 2.2 การเรยี งล�ำดบั เนอ้ื หาต้นฉบบั บทความวชิ าการและปริทศั น์ ช่ือเรื่องภาษาไทย ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ ชอื่ ผเู้ ขียน ที่อยหู่ รอื หน่วยงานสงั กดั และอเี มล์ บทคดั ยอ่ ภาษาไทยและคำ� ส�ำคัญ บทคัดย่อภาษาอังกฤษและคำ� ส�ำคญั บทนำ� เน้ือหา บทวิเคราะห์ วิจารณ์ และข้อเสนอแนะ บทสรปุ เอกสารอ้างองิ 3. การอ้างอิง การอ้างอิงเอกสารให้ใชร้ ะบบ APA Style (American Psychological Association Style) การอ้างอิงแทรกในเนื้อหาใช้ระบบนามปี ระบุ (ช่ือผู้แตง่ , ปีท่พี ิมพ:์ หนา้ ) การอา้ งอิงท้ายเร่อื งใหเ้ ร่มิ ต้นดว้ ย เอกสารภาษาไทยกอ่ นแลว้ ตามดว้ ยภาษาองั กฤษ และตอ้ งมรี ายการอา้ งองิ อยา่ งนอ้ ย 5 รายการ ตอ่ 1 บทความ 338 บัณฑติ วทิ ยาลัย มหาวิทยาลัยสวนดสุ ติ
ตวั อย่างการเขยี นเอกสารอ้างองิ หนังสือ ชือ่ ผแู้ ตง่ . (ปที พี่ มิ พ)์ . ช่อื เร่อื ง. เมอื งทพี่ ิมพ์: ส�ำนกั พิมพ์. บทความในหนังสอื ชอื่ ผแู้ ตง่ บทความ. (ปที พี่ มิ พ)์ . ชอื่ บทความ. ใน ชอ่ื ผแู้ ตง่ หนงั สอื (บรรณาธกิ าร), ชอ่ื หนงั สอื . (เลขหนา้ ทป่ี รากฏ บ ทความจากหนงั สอื หน้าใดถงึ หน้าใด). เมืองทีพ่ ิมพ:์ สำ� นักพมิ พ์. วารสาร ชอ่ื ผแู้ ตง่ . (ปที พี่ มิ พ)์ . ชอ่ื บทความ. ชอ่ื วารสาร. ปที ี่ (ฉบบั ท)่ี , เลขหนา้ ของบทความจากหนา้ แรก-หนา้ สดุ ทา้ ยท่ี ปรากฏตีพมิ พ์. รายงานการประชุม ชอื่ ผแู้ ต่ง. (ปที พ่ี ิมพ)์ . ช่อื เอกสารรายงานการประชุม. วนั เดือนปีท่ีจัด. สถานทจี่ ดั . เลขหน้า. วทิ ยานิพนธ์ ชอื่ ผเู้ ขยี นวทิ ยานพิ นธ.์ ปที พี่ มิ พ.์ ชอื่ วทิ ยานพิ นธ.์ วทิ ยานพิ นธป์ รญิ ญามหาบณั ฑติ หลกั สตู ร, ชอื่ มหาวทิ ยาลยั . ชอ่ื ผเู้ ขยี นวทิ ยานพิ นธ.์ ปที พ่ี มิ พ.์ ชอื่ วทิ ยานพิ นธ.์ วทิ ยานพิ นธป์ รญิ ญาดษุ ฎบี ณั ฑติ หลกั สตู ร, ชอ่ื มหาวทิ ยาลยั . หนงั สือพมิ พ์ ชือ่ ผ้แู ต่ง. (ปี, เดอื นทีพ่ ิมพ)์ . ชือ่ บทความ. ชอ่ื หนังสอื พมิ พ,์ ปที ่ี (ฉบับที)่ , เลขหน้าท่ีปรากฏของบทความ. สอ่ื อินเตอรเ์ น็ต ช่อื ผแู้ ต่ง. (ปที ี่พิมพ์). ชอื่ เรอื่ ง. (ออนไลน)์ แหลง่ ทมี่ า URL: http://. (วนั เดือนปที ี่สืบคน้ ). การอ้างองิ ภาษาอังกฤษใช้เชน่ เดียวกบั ภาษาไทย หมายเหตุ 1. ผ้แู ต่งชาวไทยให้ใส่ช่ือและนามสกุล โดยไมต่ อ้ งใส่คำ� หนา้ ชือ่ ยกเว้นราชทินนาม ฐานันดรศักดิ์ ให้นำ� ไปใสท่ า้ ยชื่อ โดยใชเ้ คร่ืองหมายจุลภาคคน่ั ระหว่างราชทินนามและฐานนั ดรศักดิ์ สว่ นสมณศกั ดใ์ิ หค้ งรูป ตามเดมิ 2. กรณผี ู้แตง่ 2 คน กรณภี าษาไทย ใหใ้ สช่ ่ือสองคนตามลำ� ดบั ทีป่ รากฏ เช่อื มดว้ ยคำ� ว่า “และ” สำ� หรับภาษาต่างประเทศ ใช้เครื่องหมาย & คนั่ ระหว่างคนที่ 1 และ คนที่ 2 3. ผู้ เขียนต้นฉบับบทความสามารถดูรายละเอียดการเขียนอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับ APA Style 6th edition 4. การใชภ้ าษาอังกฤษในบทความ 4.1 ชอ่ื เฉพาะ ใหข้ น้ึ ตน้ ด้วยอกั ษรตัวใหญท่ ุกคำ� เชน่ International Association for Impact Assessment 4.2 ภาษาองั กฤษทั้งในวงเล็บและนอกวงเล็บ ใหใ้ ช้ตวั เล็ก เช่น local knowledge, advanced model เป็นต้น ปีท่ี 14 ฉบบั ที่ 2 ประจ�ำ เดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 339
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354