Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วารสารบัณฑิตวิทยาลัย (พ.ค.-ส.ค.61)

วารสารบัณฑิตวิทยาลัย (พ.ค.-ส.ค.61)

Published by boomsdu, 2023-01-16 07:08:00

Description: วารสารบัณฑิตวิทยาลัย (พ.ค.-ส.ค.61)

Search

Read the Text Version

คณะกรรมการประเมินสถานศึกษาแบบอย่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และการบริหารจัดการ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (2555: 1-5) ได้ก�ำหนดเกณฑ์คุณภาพสถานศึกษาพอเพียงเพ่ือใช้ใน การประเมินสถานศึกษาแบบอย่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และการบริหารจัดการตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง (สถานศกึ ษาพอเพียง) โดยเป็นการประเมินคุณภาพ/การปฏิบัตขิ องสถานศกึ ษาใน 5 ด้าน 17 องคป์ ระกอบ 62 ตวั บง่ ช้ี 4) ส�ำนักงานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 1 การขับเคล่ือนแผนงาน/โครงการเก่ียวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของส�ำนักงานเขตพ้ืนท่ี การศึกษามัธยมศึกษาเขต 1 สอดคล้องตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการข้อท่ี 1 คือ 1) พัฒนากระบวน การคิดและกระบวนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษา สู่การปฏิรูปการเรียนรู้ (Economic Sufficiency Authentic Learning Reform) 2) มุง่ พัฒนาบุคลากรทางการศกึ ษาให้มีความรู้ ความเขา้ ใจ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งใหส้ ามารถนำ� มาใชใ้ นการดำ� รงชวี ติ และเปน็ แบบอยา่ ง ตลอดจน ถ่ายทอดองค์ความรู้ในการน�ำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานในสาขา อาชีพได้ 3) มุ่งมั่นขยายผลการยกระดับสถานศึกษาพอเพียง สู่การเป็นศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง ด้านการศึกษาให้ครอบคลุมทุกพ้ืนที่ 4) ขยายผลการขับเคลื่อนฯ สู่ระดับปฐมวัย และ อดุ มศกึ ษา (คณะครศุ าสตร์ และศึกษาศาสตร์) อย่างจริงจังและต่อเนื่อง และ 5) แนวทางการพัฒนาคนของ ประเทศไทย เพอ่ื เข้าสู่ประชาคมอาเซียน ดว้ ยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ระเบยี บวิธวี ิจัย การวิจยั ครั้งนเี้ ปน็ การวจิ ัยเชงิ สำ� รวจ (Survey Research) ผวู้ จิ ัยกำ� หนดประชากร คอื บุคลากรครู ในโรงเรียนสงั กัดสำ� นกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 1 กรงุ เทพมหานคร ปีการศกึ ษา 2558 จ�ำนวน 2,647 คน สำ� นักงานเขตพืน้ ที่การศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 1 กรงุ เทพมหานคร (2558: 2) ส�ำหรับการกำ� หนด ขนาดของกลุ่มตัวอย่าง เน่ืองจากประชากรมีจ�ำนวนที่แน่นอน ผู้วิจัยจึงใช้สูตรของ ทาโร่ ยามาเน่ (Taro Yamane) ทร่ี ะดับนยั สำ� คญั ทางสถิติ .05 ค่าความคลาดเคลื่อนร้อยละ 5 ไดก้ ลมุ่ ตวั อยา่ งจ�ำนวน 348 คน และ ใชว้ ธิ กี ารสมุ่ กลมุ่ ตวั อยา่ งแบบงา่ ย ตามสดั สว่ น เครอ่ื งมือท่ีใชใ้ นการวจิ ยั เพือ่ ใช้ในการเกบ็ รวบรวมข้อมูลในการวิจยั คร้งั น้ี ผ้วู จิ ัยใชแ้ บบสอบถามเปน็ เครอ่ื งมอื ในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ลกั ษณะของเครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการวจิ ยั มี 2 ตอน คอื ตอนท่ี 1 สถานภาพของ ผู้ตอบแบบสอบถาม เป็นแบบเลือกตอบ (Check List) ประกอบด้วย อายุ ต�ำแหน่ง ระดับการศึกษา ประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน และขนาดของสถานศึกษาท่ีปฏิบัติงาน และตอนท่ี 2 เป็นแบบสอบถาม การบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนสังกัดส�ำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา มธั ยมศึกษา เขต 1 กรงุ เทพมหานคร ซงึ่ เปน็ แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดบั ข้ันตอนการสรา้ งแบบสอบถาม ผวู้ ิจัยไดด้ �ำเนินการตามขั้นตอนดังตอ่ ไปนี้ 1) ผวู้ จิ ยั ศกึ ษา พระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ กฎหมายวา่ ดว้ ยระเบยี บบรหิ ารราชการกระทรวง ศึกษาธิการ ระเบียบการบริหารสถานศึกษา หนังสือและบทความท่ีเก่ียวข้องกับการบริหารสถานศึกษาตาม หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง แนวคดิ ทฤษฎี และงานวจิ ยั ทเ่ี กยี่ วกบั การบรหิ ารสถานศกึ ษาตามหลกั ปรชั ญา 40 บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั สวนดสุ ติ

เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างแบบสอบถาม โดยให้ครอบคลุมเนื้อหาตามกรอบแนวคิด ในการวิจัย 2) ศึกษาวัตถุประสงค์ สมมตฐิ าน และกรอบแนวคิดในการวจิ ัย 3) ศึกษานิยามตวั แปร เพื่อสรา้ งแบบสอบถาม 4) สร้างแบบสอบถามให้ครอบคลุมตัวแปรที่ก�ำหนดไว้ในงานวิจัยแล้วน�ำเสนออาจารย์ที่ปรึกษา วทิ ยานิพนธ์ เพ่ือตรวจสอบความสมบรู ณ์และความถูกต้อง ทั้งทางดา้ นโครงสร้าง เนอ้ื หา และภาษาทีใ่ ช้ 5) น�ำแบบสอบถามท่ีปรับปรุงแล้วไปให้ผู้เชี่ยวชาญ จ�ำนวน 3 ท่าน ตรวจสอบความเท่ียงตรง เชิงเนื้อหา (Content Validity) 6) นำ� แบบสอบถามมาปรบั ปรงุ แกไ้ ขตามขอ้ เสนอแนะของผเู้ ชยี่ วชาญแลว้ นำ� เสนออาจารยท์ ปี่ รกึ ษา วทิ ยานิพนธ์ เพอื่ นำ� ไปทดลองใช้ (Try-out) กบั บคุ ลากรครขู องโรงเรียนในสังกัดสำ� นักงานเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษา มัธยมศกึ ษา เขต 1 กรงุ เทพมหานคร ซึ่งไม่ใชก่ ลุ่มตวั อยา่ งท่ผี ู้วิจัยจะทำ� การเก็บข้อมูล จ�ำนวน 30 ชุด แล้วน�ำ แบบสอบถามมาหาคา่ ความเชอื่ มนั่ (Reliability) โดยใชว้ ธิ หี าคา่ สมั ประสทิ ธอิ์ ลั ฟา่ ของครอนบาค (Cronbach’s Alpha Coefficient) ไดค้ ่าความเชอ่ื ม่ัน 0.90 7) น�ำแบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพด้านความเที่ยงตรงเชิงเน้ือหา และความเช่ือม่ัน ไปใช้เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู กบั กลุม่ ตวั อยา่ งท่ีกำ� หนดไวใ้ นการวจิ ัยครงั้ นี้ ผวู้ ิจยั ไดท้ ำ� การเกบ็ รวบรวมข้อมลู ตามล�ำดบั ขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1) เกบ็ รวบรวมข้อมลู โดยผวู้ ิจยั ใหค้ ณะครศุ าสตร์ มหาวิทยาลยั สวนดสุ ิต ท�ำหนังสอื ถึงผอู้ ำ� นวยการ สำ� นกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 1 กรงุ เทพมหานคร ขอความอนเุ คราะหใ์ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู 2) ท�ำหนังสือจากส�ำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 กรุงเทพมหานคร ถึงผู้บริหาร สถานศกึ ษาในสงั กดั สำ� นกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 1 เพอ่ื ขอความรว่ มมอื จากผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา ในการรวบรวมข้อมูลจากบุคลากรครใู นโรงเรียนที่เป็นกลมุ่ ตวั อย่าง ก�ำหนดวนั ส่งแบบสอบถามและขอรับคนื 3) จดั เกบ็ แบบสอบถามรวบรวมขอ้ มลู จากโรงเรยี นในสงั กดั สำ� นกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 1 กรุงเทพมหานคร จำ� นวน 348 ฉบับ ผู้วจิ ยั เปน็ ผรู้ วบรวมข้อมลู โดยก�ำหนดสง่ และขอรับแบบสอบถาม คนื ผา่ นผู้อำ� นวยการสถานศึกษา สถิติทีใ่ ช้ในการวิเคราะหข์ อ้ มูล ผวู้ ิจยั ใช้คา่ ร้อยละ ค่าเฉลยี่ ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน สถติ ิที (t-test) การวเิ คราะหค์ วามแปรปรวนแบบทางเดยี ว (One-way ANOVA) และวเิ คราะห์เปรียบเทยี บรายคู่ดว้ ยวิธีของ เชฟเฟ่ (The Scheffe Method) ผลการศึกษา 1) สถานภาพของบคุ ลากรครู สถานภาพของบคุ ลากรครสู ว่ นใหญอ่ ายุระหวา่ ง 36-45 ปี จ�ำนวน 174 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 50.00 ต�ำแหน่งครูผู้สอน จ�ำนวน 278 คน คิดเป็นร้อยละ 79.89 ระดับการศึกษาปริญญาตรี จ�ำนวน 278 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 79.89 ประสบการณใ์ นการปฏบิ ัตงิ านมากกว่า 10 ปี จ�ำนวน 138 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 39.66 ขนาดของสถานศกึ ษาท่ปี ฏบิ ตั ิงานโรงเรยี นขนาดกลาง จ�ำนวน 125 คน คิดเป็นร้อยละ 35.92 ปีท่ี 14 ฉบบั ท่ี 2 ประจำ�เดือนพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 41

2) การบรหิ ารสถานศกึ ษาตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในโรงเรยี นสงั กดั สำ� นกั งานเขตพนื้ ท่ี การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 กรุงเทพมหานคร การบรหิ ารสถานศกึ ษาตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในโรงเรยี นสงั กดั สำ� นกั งานเขตพน้ื ท่ี การศึกษามธั ยมศึกษา เขต 1 กรงุ เทพมหานคร ในภาพรวมอยู่ในระดับการปฏบิ ตั ปิ านกลาง เมื่อพจิ ารณาเป็น รายดา้ น พบวา่ โรงเรยี นมกี ารปฏบิ ตั ริ ะดบั มากในดา้ นการปฏบิ ตั ติ นตามแนวทางเศรษฐกจิ พอเพยี ง เปน็ อนั ดบั ทหี่ นงึ่ รองลงมา คือ ด้านผลลัพธแ์ ละความส�ำเรจ็ และด้านการจัดกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น เปน็ อันดบั ท่ี 2 และ 3 ส่วนโรงเรียนมีการปฏิบัติระดับปานกลางในด้านการพัฒนาบุคลากรของสถานศึกษา ด้านการจัดหลักสูตร และการสอน และดา้ นการบริหารจัดการศกึ ษา เป็นอนั ดับที่ 4-6 ตามล�ำดับ การบรหิ ารสถานศกึ ษาตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในโรงเรยี นสงั กดั สำ� นกั งานเขตพนื้ ท่ี การศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 1 กรุงเทพมหานคร ดา้ นการปฏิบตั ิตน ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพยี งอยใู่ นระดบั การปฏิบตั ิมาก เมื่อพจิ ารณาเปน็ รายประเด็น พบว่า โรงเรียนมีการปฏบิ ัติระดับมากในประเดน็ ผ้บู รหิ ารและ บุคลากรของโรงเรยี นยดึ หลัก พออยู่ พอกิน พอใช้ เปน็ อันดับท่หี น่งึ รองลงมา คือ ผู้บริหารและบุคลากรของ โรงเรียนยึดถอื การประกอบอาชีพด้วยความถูกตอ้ ง สุจรติ แมต้ กอยูใ่ นภาวะยากล�ำบากในการด�ำรงชพี ก็ตาม และผู้บรหิ ารและบคุ ลากรของโรงเรียนยดึ ความประหยดั ตดั ทอนค่าใช้จา่ ยในทกุ ด้าน ลดละความฟุ่มเฟอื ยใน การด�ำรงชีพอยา่ งจรงิ จงั เป็นอันดบั ท่ี 2 และ 3 ส่วนผบู้ ริหารและบุคลากรของโรงเรียนตั้งสติที่มน่ั คง ท�ำงาน อยา่ งรตู้ วั ไม่ประมาท เป็นอันดับสุดท้าย การบรหิ ารสถานศกึ ษาตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในโรงเรยี นสงั กดั สำ� นกั งานเขตพนื้ ที่ การศึกษามธั ยมศึกษา เขต 1 กรงุ เทพมหานคร ดา้ นการบรหิ ารจดั การศึกษา อยู่ในระดบั การปฏิบัติปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายประเด็น พบว่า โรงเรียนมีการปฏิบัติระดับมากในประเด็นโรงเรียนมีการติดตาม ผลการดำ� เนนิ งานตามแผนงบประมาณของสถานศกึ ษาตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง และตดิ ตามผล/ รายงานผลการใชง้ บประมาณแก่ผู้ท่ีเกีย่ วขอ้ ง เป็นอนั ดบั ท่ีหนึง่ รองลงมา คือ โรงเรยี นมีการดำ� เนินการตาม แผนงบประมาณของสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีการเบิกจ่ายงบประมาณและ ใช้ทรัพยากรตามความจ�ำเป็นอย่างเหมาะสม ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต สามารถตรวจสอบการเบิกจ่ายได้ ทกุ โครงการ/กจิ กรรม และบรหิ ารอาคารสถานทแ่ี ละจดั การแหลง่ การเรยี นรใู้ นสถานศกึ ษา และมกี ารบำ� รงุ รกั ษา อาคารสถานท/่ี สภาพแวดลอ้ ม/แหลง่ เรยี นรใู้ นสถานศกึ ษาอยา่ งสมำ่� เสมอ เพอื่ ใชป้ ระโยชนไ์ ดน้ าน เปน็ อนั ดบั ที่ 2 และ 3 สว่ นโรงเรยี นมีการประสานสมั พนั ธก์ บั ชุมชนให้มีสว่ นรว่ มในการส่งเสรมิ การเรยี นรู้ เพื่อการอยู่ อยา่ งพอเพียงในสถานศกึ ษา/ชมุ ชนอย่างสม�่ำเสมอ เปน็ อนั ดบั สุดท้าย การบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนสังกัดส�ำนักงานเขตพ้ืนท่ี การศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 1 กรงุ เทพมหานคร ดา้ นการจดั หลกั สตู รและการสอนอยใู่ นระดบั การปฏบิ ตั ปิ านกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายประเด็น พบว่า โรงเรียนมีการปฏิบัติระดับมากในประเด็นผู้เรียนมีส่วนร่วมในการจัด กจิ กรรมการเรียนการสอนทบี่ รู ณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงพอเพียงครบทกุ กลุ่มสาระการเรียนร/ู้ รายวิชา และครบทุกระดับชั้น เป็นอันดับท่ีหนึ่ง รองลงมา คือ โรงเรียนจัดหา/ผลิต/ใช้/ส่ือการเรียนรู้ เพ่ือบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการจัดการเรียนการสอน และเผยแพร่สื่อการเรียนรู้ฯ ทง้ั ในและนอกสถานศกึ ษา และโรงเรยี นจัดท�ำ/พฒั นา/เผยแพร่ แหลง่ เรียนรปู้ รชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงใน สถานศกึ ษาเพอ่ื สนบั สนนุ การเรยี นรเู้ กย่ี วกบั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในระดบั อำ� เภอ/เขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษา 42 บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสวนดสุ ติ

ขนึ้ ไป เปน็ อนั ดับท่ี 2 และ 3 ส่วนโรงเรยี นมกี ารนิเทศ/ตดิ ตาม/ประเมินผล การน�ำหน่วยการเรียนรปู้ รัชญา ของเศรษฐกิจไปใชใ้ นการจัดการเรียนการสอน และน�ำผลการนิเทศ/ตดิ ตาม/ประเมินผล ไปปรับปรุง/พัฒนา การจดั การเรยี นการสอนหนว่ ยการเรยี นรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอยา่ งสม�ำ่ เสมอ เปน็ อนั ดับสดุ ทา้ ย การบรหิ ารสถานศกึ ษาตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในโรงเรยี นสงั กดั สำ� นกั งานเขตพนื้ ที่ การศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 1 กรงุ เทพมหานคร ด้านการจัดกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี นอยใู่ นระดับการปฏบิ ตั มิ าก เมื่อพิจารณาเป็นรายประเด็น พบว่า โรงเรียนมีการปฏิบัติระดับมากในประเด็นโรงเรียนมีการติดตามผล การด�ำเนินกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ของผู้เรียนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เปน็ อนั ดับทห่ี นึ่ง รองลงมา คือ โรงเรียนน�ำผลการติดตามมาปรับปรุง/พัฒนา การด�ำเนนิ กจิ กรรมเพ่อื สงั คม และสาธารณประโยชน์ของผู้เรียนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และโรงเรียนมีโครงการ/กิจกรรม แนะแนว และระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงท่ีสอดคล้องกับสภาพ ความเปน็ จรงิ และภมู สิ งั คมของสถานศกึ ษา/ชมุ ชน เปน็ อนั ดบั ที่ 2 และ 3 สว่ นโรงเรยี นมกี ารตดิ ตามผลการจดั กิจกรรมแนะแนว และระบบดแู ลชว่ ยเหลอื ผเู้ รียนตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง เป็นอนั ดบั สดุ ท้าย การบรหิ ารสถานศกึ ษาตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในโรงเรยี นสงั กดั สำ� นกั งานเขตพนื้ ที่ การศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 1 กรงุ เทพมหานคร ดา้ นการพฒั นาบคุ ลากร ของสถานศกึ ษาอยใู่ นระดบั การปฏบิ ตั ิ ปานกลาง เมอื่ พจิ ารณาเปน็ รายประเดน็ พบวา่ โรงเรยี นมกี ารปฏบิ ตั ริ ะดบั มากในประเดน็ โรงเรยี นมกี ารประชมุ / อบรม/สัมมนา/ศึกษาดูงานแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เพ่ือส่งเสริมการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงใน การดำ� เนนิ ชวี ิตและปฏิบตั ิภารกิจหน้าที่ เป็นอันดับท่หี นึ่ง รองลงมา คือ โรงเรียนมแี ผนงาน/โครงการพฒั นา บคุ ลากรของสถานศกึ ษาเพอื่ สรา้ งความรคู้ วามเขา้ ใจและตระหนกั ในคณุ คา่ ของปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง และโรงเรียนส่งเสริมให้บุคลากรแสวงหาความรู้เกี่ยวกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างสม�่ำเสมอ เปน็ อันดับท่ี 2 และ 3 ส่วนโรงเรียนมกี ารตดิ ตามผลการดำ� เนนิ โครงการ/กจิ กรรมพัฒนาบุคลากรเพือ่ ส่งเสรมิ การด�ำเนนิ ชวี ิตและปฏบิ ตั ภิ ารกิจหน้าท่ตี ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง เป็นอันดับสดุ ท้าย การบรหิ ารสถานศกึ ษาตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในโรงเรยี นสงั กดั สำ� นกั งานเขตพน้ื ท่ี การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 กรุงเทพมหานคร ด้านผลลัพธ์และความส�ำเร็จ อยู่ในระดับการปฏิบัติมาก เม่ือพิจารณาเป็นรายประเด็น พบว่า โรงเรียนมีการปฏิบัติระดับมาก ในประเด็นสถานศึกษามีการขยาย ผลการดำ� เนนิ งานสสู่ ถานศกึ ษาอน่ื เปน็ อนั ดบั ทหี่ นงึ่ รองลงมา คอื ผเู้ รยี นปฏบิ ตั ติ นใหด้ ำ� เนนิ ชวี ติ ไดอ้ ยา่ งสมดลุ และพร้อมรับต่อการเปล่ียนแปลงในด้านวัฒนธรรม และบุคลากร รวมถึงผู้เรียนมีการแบ่งปัน สามัคคี ชว่ ยเหลอื เอ้ือเฟอื้ เผอื่ แผก่ นั เป็นอนั ดบั ที่ 2 และ 3 สว่ นบุคลากรรูจ้ กั ใชแ้ ละจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ สิง่ แวดล้อมไดอ้ ยา่ งสมดลุ และพรอ้ มรบั ตอ่ การเปล่ยี นแปลงตา่ ง ๆ เป็นอันดับสดุ ทา้ ย 3) การทดสอบสมมตฐิ าน ครทู มี่ อี ายตุ า่ งกนั มคี วามคดิ เหน็ ตอ่ การบรหิ ารสถานศกึ ษาตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ในโรงเรยี นสังกัดส�ำนักงานเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 1 กรงุ เทพมหานคร ในภาพรวม และรายดา้ น ทุกด้านไม่แตกตา่ งกนั ครูท่ีมีต�ำแหน่งต่างกันมีความคิดเห็นต่อการบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพยี งในโรงเรยี นสงั กดั สำ� นักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 กรุงเทพมหานคร ในภาพรวม และ รายด้านทกุ ด้านไมแ่ ตกต่างกนั ปีท่ี 14 ฉบับท่ี 2 ประจ�ำ เดอื นพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 43

ครูที่มีระดับการศึกษาต่างกันมีความคิดเห็นต่อการบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง ในโรงเรียนสังกัดส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 กรุงเทพมหานคร ในภาพรวม และรายด้านทกุ ด้านไม่แตกตา่ งกนั ครูท่ีมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานต่างกันมีความคิดเห็นต่อการบริหารสถานศึกษาตามหลัก ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในโรงเรยี นสงั กดั สำ� นกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 1 กรงุ เทพมหานคร ในภาพรวม และรายด้านทุกดา้ นไม่แตกตา่ งกนั ครูที่มีขนาดของโรงเรียนท่ีปฏิบัติงานต่างกันมีความคิดเห็นต่อการบริหารสถานศึกษาตามหลัก ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในโรงเรยี นสงั กดั สำ� นกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 1 กรงุ เทพมหานคร ในภาพรวมแตกต่างกนั อย่างมีนยั ส�ำคญั ทางสถิติทร่ี ะดับ .001 เมือ่ พจิ ารณาเปน็ รายด้าน พบว่า ความคดิ เหน็ ต่อการบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนเกือบทุกด้านแตกต่างกันอย่างมี นัยส�ำคัญทางสถิตทิ รี่ ะดับ .001 ยกเว้นเพยี งดา้ นการพัฒนาบุคลากรของสถานศึกษาไม่แตกตา่ งกนั อภิปรายผล 1) การบรหิ ารสถานศกึ ษาตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในโรงเรยี นสงั กดั สำ� นกั งานเขตพนื้ ท่ี การศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 1 กรงุ เทพมหานคร การบรหิ ารสถานศกึ ษาตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในโรงเรยี นสงั กดั สำ� นกั งานเขตพน้ื ที่ การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 กรุงเทพมหานคร ในภาพรวมอยู่ในระดับการปฏิบัติปานกลาง เนื่องจาก การจดั การศกึ ษาตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งตามกรอบนโยบายมเี ปา้ หมายสำ� คญั คอื การปลกู ฝงั ให้ เด็กและเยาวชนรู้จักการใช้ชีวิตท่ีพอเพียง เห็นคุณค่าทรัพยากรต่าง ๆ ฝึกการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเอ้ือเฟื้อ เผอื่ แผแ่ ละแบง่ ปนั มจี ติ สำ� นกึ รกั ษส์ งิ่ แวดลอ้ ม และเหน็ คณุ คา่ ของวฒั นธรรม คา่ นยิ ม เอกลกั ษณ์ และความเปน็ ไทย การจะปลูกฝังปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้เด็กและเยาวชนไทยผ่านระบบการศึกษาซ่ึงเป็นมิติใหม่ ให้ประสบความส�ำเร็จอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน มิใช่เป็นนโยบายตามกระแสนิยมจะต้องอาศัยปัจจัยสนับสนุน หลาย ๆ ดา้ น ดงั นน้ั สถานทศี่ กึ ษาจะบรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์ และเปา้ หมายของการจดั การศกึ ษาไดน้ นั้ สถานศกึ ษา โดยเฉพาะผู้บริหารสถานศึกษาเป็นบุคคลท่ีมีความส�ำคัญย่ิงในการก�ำหนดทิศทางและความส�ำเร็จอันเป็น สง่ิ ส�ำคญั ที่ทกุ คนต้ังไว้ คณะครแู ละนกั เรียนจะต้องยอมรับ และปฏบิ ัติตามนโยบาย แผนงานและโครงการท่ี ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษากำ� หนดหรอื มอบหมาย เพอื่ ทจี่ ะบรรลเุ ปา้ หมายทไี่ ดต้ งั้ เอาไวร้ ว่ มกนั แตพ่ บวา่ สถานศกึ ษา ยงั มปี ญั หาการบรหิ ารสถานศกึ ษาโดยใชห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งทสี่ ำ� คญั คอื ขาดการกำ� หนดนโยบาย การน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในสถานศึกษาอย่างจริงจัง การด�ำเนินงานตามแผนไปสู่การจัด การเรยี นการสอนค่อนขา้ งนอ้ ย ขาดการตดิ ตามและประเมินผลหรือมีการด�ำเนนิ งานแต่ไมต่ อ่ เน่อื ง ทำ� ให้การ พฒั นา การปรบั ปรงุ แกไ้ ข การขยายผลและเผยแพรย่ งั ไมม่ กี ารดำ� เนนิ การอยา่ งเปน็ ระบบ ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา ใหค้ วามสำ� คญั กบั บทบาท ภารกจิ และหนา้ ทีต่ ามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงยังไมม่ ากนกั สอดคลอ้ งกบั ผลการศึกษาของ สนั่น สขุ เหลือ (2547: 1) ทก่ี ล่าววา่ ปัญหาทสี่ �ำคัญในการบรหิ ารสถานศึกษาโดยใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือ ขาดการก�ำหนดนโยบายการน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ใน สถานศกึ ษา การดำ� เนนิ งานตามแผนทสี่ ง่ เสรมิ การบรู ณาการปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งสกู่ ารเรยี นการสอน 44 บัณฑติ วทิ ยาลยั มหาวิทยาลัยสวนดุสติ

คอ่ นข้างนอ้ ย การติดตามและประเมนิ ผลไม่ตอ่ เนอ่ื ง การพฒั นา การปรับปรุงแกไ้ ข การขยายผลและเผยแพร่ ยงั ไมม่ กี ารดำ� เนนิ การเชงิ ประจกั ษ์ ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษาไมไ่ ดใ้ หค้ วามสำ� คญั กบั บทบาท ภารกจิ และหนา้ ทต่ี าม หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมากนัก และการศึกษาของ กมลชาติ อุ่นยศ และสุภาภรณ์ ต้ังด�ำเนินสวัสดิ์ (2561) ทีก่ ลา่ ววา่ สถานศึกษาและครู ควรจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนที่บูรณาการความรู้ คณุ ธรรม และ ทกั ษะการดำ� เนินชีวติ เพ่อื สร้างนสิ ยั และแนวทางการดำ� เนนิ ชวี ติ ที่ถกู ต้องให้ผูเ้ รียน เม่อื พิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า โรงเรียนมีการปฏิบัติระดับมากในด้านการปฏิบัติตนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เป็นอันดับท่ีหนึ่ง รองลงมา คอื ดา้ นผลลพั ธแ์ ละความสำ� เรจ็ และดา้ นการจดั กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียน เป็นอนั ดบั ท่ี 2 และ 3 ส่วน โรงเรียนมีการปฏิบัติระดับปานกลางในด้านการพัฒนาบุคลากรของสถานศึกษา ด้านการจัดหลักสูตรและ การสอน และดา้ นการบริหารจดั การศกึ ษา เป็นอนั ดับท่ี 4-6 ตามล�ำดับ 2) การทดสอบสมมตฐิ าน ครูที่มีขนาดของโรงเรียนท่ีปฏิบัติงานต่างกันมีความคิดเห็นต่อการบริหารสถานศึกษาตามหลัก ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในโรงเรยี นสงั กดั สำ� นกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 1 กรงุ เทพมหานคร แตกต่างกันอย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติท่ีระดับ .001 เน่ืองจากการจัดการศึกษาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละโรงเรียน และการมองเห็นคุณค่าของผลท่ีได้รับจากการจัดการศึกษา ซงึ่ โรงเรยี นทมี่ ีขนาดใหญ่น้นั จะมงี บประมาณ และบคุ ลากรในการจัดการศึกษามากกว่าโรงเรยี นที่มขี นาดเล็ก กวา่ ดังน้ัน การนำ� หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงเขา้ มาใช้ในการบริหารสถานศึกษาของโรงเรยี นขนาดต่าง ๆ จึงมีแนวโนม้ ที่จะแตกต่างกนั สอดคล้องกบั ผลการศึกษาของ ระพพี รรณ คณาฤทธิ์ (2554) เรอื่ ง การบรหิ าร สถานศกึ ษาตามปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งของโรงเรยี นสงั กดั สำ� นกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาปทมุ ธานี เขต 2 ทพี่ บวา่ ขนาดของโรงเรยี นแตกต่างกันมกี ารบรหิ ารสถานศกึ ษาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแตกต่าง กนั อยา่ งมนี ยั สำ� คญั ทางสถิติทีร่ ะดับ .05 สว่ นครทู ม่ี อี ายุ ตำ� แหนง่ ระดบั การศกึ ษา และประสบการณใ์ นการปฏบิ ตั งิ านตา่ งกนั มคี วามคดิ เหน็ ต่อการบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนสังกัดส�ำนักงานเขตพ้ืนท่ี การศึกษามธั ยมศึกษา เขต 1 กรุงเทพมหานคร ในภาพรวมและรายดา้ นทกุ ด้านไมแ่ ตกต่างกัน เนือ่ งจากการ ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในระดับสถานศึกษานั้นบุคลากรในสถานศึกษา ทุกคนจะเป็นผู้ปฏิบัติตาม นโยบาย และวตั ถปุ ระสงคใ์ นการจดั การศกึ ษาของสถานศกึ ษาทงั้ ในการปฏบิ ตั ติ นระดบั บคุ คล และการปฏบิ ตั ิ งานในระดับสถานศึกษา ซ่ึงบุคลากรครูจึงสามารถน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในระดับ บุคคล และปฏบิ ัตงิ านในระดับสถานศกึ ษาไดอ้ ยา่ งเหมาะสมกบั ตนเอง รวมถงึ การมพี ฤตกิ รรมทพี่ ึงปรารถนา ครทู มี่ อี ายุ ตำ� แหนง่ ระดบั การศกึ ษา และประสบการณใ์ นการปฏบิ ตั งิ านตา่ งกนั จงึ มคี วามคดิ เหน็ ตอ่ การบรหิ าร สถานศึกษาตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งของโรงเรยี นในสังกัดสำ� นกั งานเขตพ้ืนที่การศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 1 กรุงเทพมหานคร ไม่แตกต่างกัน สอดคลอ้ งกับพฤตกิ รรมของบุคคลที่เข้าใจปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ดังที่ ดวงเดือน พันธุมนาวิน (2551: 3) กล่าวว่า คุณลักษณะท่ีส�ำคัญประการหนึ่งของความพอเพียง คือ ความพอประมาณซึ่งสะท้อนถึงพฤติกรรมของบุคคล โดยคาดว่าผู้ที่นับถือและศรัทธาต่อหลักปรัชญาน้ี จะเป็นผู้ที่มีพฤติกรรมน่าปรารถนามาก เพราะความพอประมาณหมายถึงความพอดีท่ีไม่มากเกินไปและ ไม่นอ้ ยเกินไปในมติ ติ า่ ง ๆ ของการกระท�ำ โดยไมเ่ บยี ดเบียนตนเองและผอู้ ื่น ปีที่ 14 ฉบบั ท่ี 2 ประจำ�เดอื นพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 45

สรุปผลการศึกษา สรุป สถานภาพของบุคลากรครูส่วนใหญอ่ ายรุ ะหวา่ ง 36-45 ปี ร้อยละ 50.00 ตำ� แหน่งครูผ้สู อน รอ้ ยละ 79.89 ระดบั การศกึ ษาปรญิ ญาตรี รอ้ ยละ 79.89 ประสบการณใ์ นการปฏบิ ตั งิ านมากกวา่ 10 ปี รอ้ ยละ 39.66 ขนาดของสถานศกึ ษาทปี่ ฏบิ ัตงิ านโรงเรยี นขนาดกลาง ร้อยละ 35.92 การบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนสังกัดส�ำนักงานเขตพ้ืนที่ การศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 1 กรงุ เทพมหานคร ในภาพรวมอยูใ่ นระดับการปฏิบัตปิ านกลาง เมื่อพิจารณาเปน็ รายดา้ น พบวา่ โรงเรยี นมกี ารปฏบิ ตั ริ ะดบั มากในดา้ นการปฏบิ ตั ติ นตามแนวทางเศรษฐกจิ พอเพยี ง เปน็ อนั ดบั ทีห่ น่ึง รองลงมา คอื ดา้ นผลลัพธแ์ ละความส�ำเร็จ และด้านการจดั กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นอนั ดบั ที่ 2 และ 3 ส่วนโรงเรียนมีการปฏิบัติระดับปานกลางในด้านการพัฒนาบุคลากรของสถานศึกษา ด้านการจัดหลักสูตร และการสอน และดา้ นการบรหิ ารจัดการศึกษา เปน็ อันดบั ท่ี 4-6 ตามลำ� ดบั ครทู มี่ ขี นาดของโรงเรยี นทป่ี ฏบิ ตั งิ านตา่ งกนั มคี วามคดิ เหน็ ตอ่ การบรหิ ารสถานศกึ ษาตามหลกั ปรชั ญา ของเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนสังกัดส�ำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 กรุงเทพมหานคร แตกตา่ งกนั อย่างมีนยั ส�ำคญั ทางสถิติทีร่ ะดับ .001 ครูทมี่ ีอายุ ต�ำแหน่ง ระดบั การศกึ ษา และประสบการณ์ ในการปฏิบัติงานต่างกันมีความคิดเห็นต่อการบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในโรงเรยี นสังกัดสำ� นักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามธั ยมศึกษา เขต 1 กรุงเทพมหานคร ไมแ่ ตกตา่ งกัน ขอ้ เสนอแนะ ข้อเสนอแนะท่ไี ด้จากการวิจยั 1. ดา้ นการปฏบิ ตั ติ นตามแนวทางเศรษฐกจิ พอเพยี ง จากผลการศกึ ษาทพี่ บวา่ ผบู้ รหิ ารและบคุ ลากร ของโรงเรียนตั้งสติที่ม่ันคง ท�ำงานอย่างรู้ตัวไม่ประมาท ผู้บริหารและบุคลากรของโรงเรียนไม่หยุดนิ่งที่จะหา หนทางในชีวิต โดยขวนขวายใฝ่หาความรู้จนถึงข้ันพอเพียงเป็นเป้าหมายส�ำคัญ และผู้บริหารและบุคลากร ของโรงเรียน ละเลิกการแก่งแย่งผลประโยชน์และแข่งขันกันในการประกอบอาชีพแบบต่อสู้กันอย่างรุนแรง เปน็ สามอนั ดบั สดุ ทา้ ย ดงั นน้ั โรงเรยี นควรมกี ารพฒั นาบคุ ลากรโดยการอบรม การใหค้ วามรคู้ วามเขา้ ใจในเรอ่ื ง การปฏบิ ตั ติ นตามแนวทางเศรษฐกจิ พอเพยี งทงั้ ในระดบั การปฏบิ ตั ติ น และระดบั การปฏบิ ตั งิ าน เพอ่ื ทจ่ี ะชว่ ย ให้บคุ ลากรสามารถตงั้ สติทมี่ ่นั คง ท�ำงานอย่างรู้ตวั ไม่ประมาท ปฏิบัตติ นและปฏิบัตงิ านในแบบพอเพยี งได้ 2. ด้านการบริหารจัดการศกึ ษา จากผลการศกึ ษาทพี่ บว่า โรงเรยี นมีการประสานสัมพนั ธก์ บั ชมุ ชน ใหม้ สี ว่ นรว่ มในการสง่ เสรมิ การเรยี นรู้ เพอ่ื การอยอู่ ยา่ งพอเพยี งในสถานศกึ ษา/ชมุ ชนอยา่ งสมำ่� เสมอ โรงเรยี น นำ� ผลการตดิ ตามมาพฒั นา นโยบาย/แผนงาน/โครงการขบั เคลอ่ื นปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในสถานศกึ ษา โรงเรียนมีการด�ำเนินการตามแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมด้านวิชาการท่ีส่งเสริมการบูรณาการปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงสู่การเรียนการสอน ทุกข้ันตอนและทุกกิจกรรม ตามความเหมาะสม และยืดหยุ่นตาม ความจำ� เปน็ และสถานการณ์ เปน็ สามอนั ดบั สดุ ทา้ ย ดงั นนั้ โรงเรยี นควรเพมิ่ การทำ� งานรว่ มกบั ชมุ ชนในการใช้ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งพฒั นาโรงเรยี น และชมุ ชนใหม้ ากขนึ้ มกี ารดำ� เนนิ การ และตดิ ตามผลการดำ� เนนิ งาน เพื่อน�ำมาพัฒนาแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของ 46 บณั ฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลยั สวนดสุ ติ

ชมุ ชนทอ้ งถิ่น 3. ดา้ นการจดั หลกั สตู รและการสอน จากผลการศกึ ษาทพี่ บวา่ โรงเรยี นมกี ารนเิ ทศ/ตดิ ตาม/ประเมนิ ผล การนำ� หนว่ ยการเรยี นรปู้ รชั ญาของเศรษฐกจิ ไปใชใ้ นการจดั การเรยี นการสอน และนำ� ผลการนเิ ทศ/ตดิ ตาม/ ประเมินผล ไปปรับปรุง/พัฒนา การจัดการเรียนการสอนหน่วยการเรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อยา่ งสมำ่� เสมอ โรงเรยี นมี และใชห้ นว่ ยการเรยี นรปู้ รชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งทกุ ระดบั ชนั้ ทเ่ี ปดิ สอนและเปน็ แบบอย่างให้สถานศึกษาอื่น ๆ น�ำไปปรับใช้ได้ และโรงเรียนจัดแสดง/เผยแพร่/ประกวด/แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ผลงานของผเู้ รยี นทเี่ กดิ จากการนำ� ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งตอ่ เนอ่ื ง (ผเู้ รยี นมสี ว่ นรว่ ม) เปน็ สามอนั ดบั สดุ ทา้ ย ดงั นน้ั โรงเรยี นควรดำ� เนนิ การจดั ทำ� ระบบการนเิ ทศ/ตดิ ตาม/ประเมนิ ผลใหม้ คี วามถกู ตอ้ ง ตามหลกั วชิ าการ จดั แสดงผลงานเกยี่ วกบั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งของบคุ ลากรในโรงเรยี น นกั เรยี น และ ชมุ ชน เพือ่ การแลกเปล่ยี นเรียนรู้และการประยุกตใ์ ช้ รวมทัง้ การสง่ เสรมิ ใหน้ �ำผลการนเิ ทศ/ติดตาม/ประเมนิ ผลไปใชใ้ นการพฒั นาการจดั การเรียนการสอนตอ่ ไป 4. ด้านการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จากผลการศึกษาท่ีพบว่า โรงเรียนมีการติดตามผลการจัด กิจกรรมแนะแนว และระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนน�ำผล การตดิ ตามมาใชพ้ ฒั นาการจดั กจิ กรรมแนะแนว และระบบดแู ลชว่ ยเหลอื ผเู้ รยี นตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง และโรงเรียนมีระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียนให้สามารถแก้ปัญหา/พัฒนาตนเองได้อย่างสอดคล้องกับ ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เปน็ สามอนั ดบั สดุ ทา้ ย ดงั นนั้ โรงเรยี นควรจดั ทำ� ระบบดแู ลชว่ ยเหลอื ผเู้ รยี นตาม หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง โดยการตดิ ตามผลการจดั กจิ กรรมแนะแนว และระบบดแู ลชว่ ยเหลอื ผเู้ รยี น และน�ำข้อมูลจากการติดตามผลมาใช้พัฒนาการจัดกิจกรรมแนะแนว และระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียนตาม หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 5. ด้านการพัฒนาบุคลากรของสถานศึกษา จากผลการศึกษาท่ีพบว่า โรงเรียนมีการติดตาม ผลการด�ำเนินโครงการ/กิจกรรมพัฒนาบุคลากรเพื่อส่งเสริมการด�ำเนินชีวิตและปฏิบัติภารกิจหน้าท่ีตาม หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง โรงเรยี นนำ� ผลการตดิ ตามมา ปรบั ปรงุ /พฒั นาการดำ� เนนิ โครงการ/กจิ กรรม พัฒนาบุคลากรเพื่อส่งเสริม การด�ำเนินชีวิตและปฏิบัติภารกิจหน้าท่ีตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และโรงเรียนมีการขยายผลและเผยแพร่ ผลการด�ำเนินชีวิตและปฏิบัติภารกิจหน้าที่ของบุคลากรตามหลัก ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เปน็ สามอนั ดบั สดุ ทา้ ย ดงั นน้ั โรงเรยี นควรพฒั นาระบบการตดิ ตามผลการดำ� เนนิ โครงการ/กิจกรรมพัฒนาบุคลากรใหม้ ปี ระสทิ ธิผล และมกี ารด�ำเนินการอย่างตอ่ เน่อื ง สนบั สนนุ ส่งเสริมให้ บคุ ลากรนำ� ผลไปใชใ้ นการพฒั นาโครงการ/กจิ กรรมอยา่ งเปน็ ระบบ และขยายผลไปสกู่ ารดำ� เนนิ ชวี ติ และปฏบิ ตั ิ ภารกจิ หน้าทต่ี ามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 6. ด้านผลลัพธ์และความส�ำเร็จ จากผลการศึกษาที่พบว่า บุคลากรรู้จักใช้และจัดการทรัพยากร ธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมได้อย่างสมดุล และพร้อมรับต่อการเปล่ียนแปลงต่าง ๆ สถานศึกษามีส่วนร่วมใน การดำ� เนนิ กจิ กรรมอนั เปน็ ประโยชนต์ อ่ ชมุ ชน/สงั คม/ประเทศชาตอิ ยา่ งตอ่ เนอ่ื งไมน่ อ้ ยกวา่ 2 ปี และบคุ ลากร ด�ำเนินชีวิตอย่างมีฐานรากทางวัฒนธรรม และพร้อมรับต่อการเปล่ียนแปลงทางวัฒนธรรมจากกระแส โลกาภิวัตน์ เป็นสามอันดับสุดท้าย ดังนั้น สถานศึกษาควรเข้ามามีส่วนร่วมในการด�ำเนินกิจกรรม อนั เปน็ ประโยชน์ตอ่ ชุมชน/สงั คม/ประเทศชาติอย่างตอ่ เนอื่ ง ส่งเสริมและสนับสนุนการให้ความรู้ความเขา้ ใจ ต่อบุคลากรในเรื่องของการให้ความส�ำคัญกับการใช้และจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่าง ปีท่ี 14 ฉบับที่ 2 ประจ�ำ เดอื นพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 47

สมดุล เพ่ือส่งเสริมให้บุคลากรด�ำเนินชีวิตอย่างมีฐานรากทางวัฒนธรรม และพร้อมรับต่อการเปล่ียนแปลง ท่เี กดิ ขึ้นได้ ข้อเสนอแนะส�ำหรบั การวิจัยคร้งั ตอ่ ไป 1. ควรมีการศึกษาการมีส่วนร่วมของชุมชนในการส่งเสริมการเรียนรู้เพ่ือการอยู่อย่างพอเพียง ในสถานศกึ ษาและชมุ ชนของโรงเรยี นในสงั กดั สำ� นกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 1 กรงุ เทพมหานคร 2. ควรมีการศึกษาประสิทธิผลของการนิเทศ/ติดตาม/ประเมินผลการน�ำหน่วยการเรียนรู้ปรัชญา ของเศรษฐกิจไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนในสังกัดส�ำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 กรงุ เทพมหานคร 3. ควรมกี ารศกึ ษาการดำ� เนนิ งานตดิ ตามผลการจดั กจิ กรรมแนะแนว และระบบดแู ลชว่ ยเหลอื ผเู้ รยี น ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนในสังกัดสำ� นักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 กรุงเทพมหานคร 4. ควรมีการศึกษาผลการด�ำเนินงานการติดตามผลการด�ำเนินโครงการ/กิจกรรมพัฒนาบุคลากร เพื่อส่งเสริมการด�ำเนินชีวิตและปฏิบัติภารกิจหน้าท่ีตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียน ในสังกัดส�ำนกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 1 กรุงเทพมหานคร 5. ควรมกี ารศกึ ษาความพรอ้ มของบคุ ลากรในการใชแ้ ละจดั การทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม เพ่ือรองรับการเปล่ียนแปลงของโรงเรียนในสังกัดส�ำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 กรงุ เทพมหานคร 6. ควรมีการศึกษาปัจจัยท่ีส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพยี งของโรงเรยี นในสงั กดั สำ� นักงานเขตพนื้ ที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 กรงุ เทพมหานคร 7. ควรมีการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการปฏิบัติตนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการจัด การศึกษาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนในสังกัดส�ำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 กรุงเทพมหานคร เอกสารอา้ งองิ กนกกาญน์ ฉววี งศ.์ (2552). การศึกษาการดำ� เนินชีวติ โดยใช้หลักการพึ่งตนเองตามแนวปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงของบุคลากรโรงเรียนประถมศึกษา ส�ำนักงานเขตภาษีเจริญ สังกัดกรุงเทพมหานคร. ปรญิ ญานพิ นธก์ ารศกึ ษามหาบณั ฑติ สาขาวชิ าการบรหิ ารการศกึ ษา บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครินทรวโิ รฒ. กมลชาติ อนุ่ ยศ และสภุ าภรณ์ ตงั้ ดำ� เนนิ สวสั ด.ิ์ (2561). การปฏบิ ตั ติ ามเกณฑม์ าตรฐานวชิ าชพี ดา้ นการปฏบิ ตั ิ งานของครใู นโรงเรยี นสังกัดส�ำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษากรุงเทพมหานคร. วารสาร วิชาการบณั ฑิตวิทยาลยั สวนดสุ ิต, 14 (1), 161-175. กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2545). หลกั สูตรการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน. กรุงเทพฯ: กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. ________. (2556). แบบอยา่ งการจดั กจิ กรรมการเรยี นรแู้ ละการบรหิ ารจดั การตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง (สถานศึกษาพอเพยี ง) ปี 2555-2556. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ. 48 บัณฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลัยสวนดสุ ติ

กันตยา มานะกุล. (2550). การพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง: กรณีศึกษาชุมชน บ้านจอมจันทร์ หมูท่ ่ี 2 ตำ� บลสนั ทราย อำ� เภอแมจ่ นั จังหวดั เชียงราย. ปรญิ ญานิพนธก์ ารศึกษา ดษุ ฎีบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาผู้ใหญ่ บณั ฑติ วิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ. กาญจนี มุลนี. (2557). การน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงไปใช้ในการบรหิ ารจดั การศึกษาของโรงเรียน สงั กดั สำ� นกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 26. วทิ ยานพิ นธค์ รศุ าสตรมหาบณั ฑติ สาขา วิชาการบรหิ ารการศึกษา คณะครศุ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏมหาสารคาม. เกษม วฒั นชยั . (2558). หลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง. [Online]. Available: http:www.vijai.org/articles_data/ show_topic.asp? Topicid=479 [2558, ตุลาคม 4]. คณะกรรมการประเมนิ สถานศกึ ษาแบบอยา่ งการจดั กจิ กรรมการเรยี นรแู้ ละการบรหิ ารจดั การตามหลกั ปรชั ญา เศรษฐกจิ พอเพยี ง. (2555). การประเมินสถานศึกษาแบบอยา่ งการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ และ การบริหารจัดการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (สถานศึกษาพอเพียง). กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธกิ าร. ชิตาภรณ์ ทองชอุ่ม. (2551). การปฏิรูปหลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิตที่สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจ พอเพยี ง. วทิ ยานพิ นธค์ รศุ าสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าการอดุ มศกึ ษา คณะครศุ าสตร์ จฬุ าลงกรณ์ มหาวทิ ยาลยั . ดวงเดือน พันธุมนาวิน. (2551). การวิจัยเพื่อการพัฒนาเครื่องมือวัดทางจิตแบบพหุระดับในบริบทของ ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง. รายงานการวิจัย. กรงุ เทพฯ: สำ� นกั งานคณะกรรมการวจิ ัยแห่งชาติ. ปรยี าภรณ์ วงศอ์ นตุ รโรจน์. (2553). จติ วทิ ยาการศึกษา. กรงุ เทพฯ: ศูนย์สอื่ เสรมิ กรงุ เทพ. ปรยี านชุ พบิ ลู สราวธุ . (2550). การขบั เคลอ่ื นเศรษฐกจิ พอเพยี งดา้ นการศกึ ษา. [Online]. Available: http:// www.sufficiencyeconomy.org [2550, กมุ ภาพนั ธ์ 14]. พรทิพย์ บรรเทา. (2556). รูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงใน สถานศึกษา สังกัดส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 19. รายงานการวิจัย. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม. พชั รนิ ทร์ รจุ ริ านกุ ลู . (2551). การศกึ ษาการปลกู ฝงั คณุ ธรรมนำ� ความรตู้ ามปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งใหแ้ ก่ นกั เรยี นระดบั การศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน. วทิ ยานพิ นธค์ รศุ าสตรมหาบณั ฑติ สาขาวชิ าพฒั นศกึ ษา คณะ ครุศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย. มิตรชัย สมส�ำราญ. (2555). ยุทธศาสตร์การบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง. กรงุ เทพฯ: จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย. มลู นธิ ชิ ยั พฒั นา. (2558). จดุ เรม่ิ ตน้ แนวคดิ เศรษฐกจิ พอเพยี ง. [Online]. Available: http://www.chaipat. or.th [2558, ตุลาคม 4]. ปีท่ี 14 ฉบับที่ 2 ประจำ�เดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 49

ระพีพรรณ คณาฤทธ์ิ. (2554). การบริหารสถานศึกษาตามปรัชญาแศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนสังกัด สำ� นกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาปทมุ ธานี เขต 2. วทิ ยานพิ นธศ์ กึ ษาศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวิชาเทคโนโลยีการบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลธญั บุร.ี ราชกิจจานุเบกษา. (2553). พระราชบัญญตั กิ ารศึกษาแห่งชาติ (ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ. 2553. เล่มท่ี 127 ตอนท่ี 45 ก วันที่ 22 กรกฎาคม 2553. วีระ ปั่นทรัพย์. (2551). การศึกษาสภาพการจัดการเรียนรู้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของครูโรงเรียน สำ� นกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาสมทุ รสงคราม อำ� เภอเมอื งสมทุ รสงคราม. ปรญิ ญานพิ นธก์ ารศกึ ษา มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบรหิ ารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวทิ ยาลัยศรีนครนิ ทรวิโรฒ. สนน่ั สขุ เหลอื . (2547). ศกึ ษาบทบาทของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานตอ่ การสง่ เสรมิ โครงการตามแนว พระราชดำ� ริ (เศรษฐกจิ พอเพียง) จังหวดั สรุ ินทร์. วิทยานิพนธค์ รุศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวชิ า การบรหิ ารการศึกษา คณะครุศาสตร์ สถาบนั ราชภฏั สรุ นิ ทร์. ส�ำนกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 1 กรุงเทพมหานคร. (2558). ขอ้ มูลของสถานศึกษาในสังกดั สำ� นกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 1 กรงุ เทพมหานคร ปกี ารศกึ ษา 2558. กรงุ เทพฯ: สำ� นกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 1 กรงุ เทพมหานคร. ส�ำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาแหง่ ชาติ. (2553). ขอบข่ายงานบรหิ ารสถานศกึ ษา. กรุงเทพฯ: ส�ำนกั งาน คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. ส�ำนกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาต.ิ (2558). ทศิ ทางของแผนพฒั นาเศรษฐกิจ และสงั คมแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ 12. กรงุ เทพฯ: สำ� นกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คม แหง่ ชาติ. สำ� นักงานคณะกรรมการเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาต.ิ (2550). เศรษฐกิจพอเพียงคอื อะไร. กรงุ เทพฯ: คณะ อนุกรรมการขับเคล่อื นเศรษฐกิจพอเพยี งฯ ส�ำนกั งานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาต.ิ Sergiovanni, T. J. and Others. (1992). Moral Leadership: Getting to the Heart of School Improvement. Michigan: Wiley. 50 บณั ฑิตวิทยาลยั มหาวทิ ยาลัยสวนดสุ ิต

การบรหิ ารจัดการครุศึกษาตามแนวคดิ วิทยาลัยหมู่บ้านจอมบงึ ของมหาวิทยาลัยราชภฏั หมบู่ ้านจอมบงึ Chombueng Village Institute Approach to the Administration of Pedagogical Studies as Adopted by Muban Chombueng Rajabhat University นางสาวจรินทร์ งามแม้น และ ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร. ประเสรฐิ อนิ ทร์รักษ์ หลกั สูตรศกึ ษาศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาการบรหิ ารการศกึ ษา คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ บทคัดยอ่ การวจิ ยั ครงั้ นเ้ี ปน็ การวจิ ยั เชงิ พรรณนาโดยการวเิ คราะหเ์ อกสารและการวจิ ยั อนาคตดว้ ยเทคนคิ EDFR (Ethnographic Delphi Futures Research) มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ 1) ทราบการบรหิ ารจดั การศกึ ษาของวทิ ยาลยั หมู่บ้านจอมบึงในอดีต และ 2) ทราบการบริหารจัดการครุศึกษาตามรูปแบบวิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึงของ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมบู่ า้ นจอมบงึ เครอ่ื งมอื ทใี่ ชป้ ระกอบดว้ ยแบบสมั ภาษณแ์ บบไมม่ โี ครงสรา้ ง และแบบสอบถาม ความคดิ เหน็ การวเิ คราะหข์ อ้ มลู เชงิ คณุ ภาพใชว้ ธิ วี เิ คราะหเ์ นอื้ หา สว่ นขอ้ มลู เชงิ ปรมิ าณวเิ คราะหด์ ว้ ยคา่ สถติ ิ ประกอบดว้ ย คา่ ความถี่ คา่ รอ้ ยละ คา่ มธั ยฐาน คา่ ฐานนยิ ม และคา่ พสิ ยั ระหวา่ งควอไทล์ ผลการวจิ ยั พบวา่ 1. การบรหิ ารจดั การศกึ ษาของวทิ ยาลยั หมบู่ า้ นจอมบงึ ในอดตี 1. มวี ตั ถปุ ระสงค์ 4 ขอ้ คอื 1) ปลกู ฝงั ใหน้ กั เรยี นรกั อาชพี ครู 2) แกป้ ญั หาการขาดแคลนครใู นชนบท 3) ใหร้ ้จู กั ปฏบิ ตั ิตนเขา้ กบั สงั คมทอี่ ยู่รว่ มกัน และ 4) เปน็ ศนู ยก์ ลางการศกึ ษาในทอ้ งถนิ่ 2. กำ� หนดคณุ สมบตั ขิ องผทู้ จี่ ะรบั เขา้ เรยี นคอื ระยะแรกจำ� กดั เฉพาะ เพศชาย อายไุ มต่ ำ่� กวา่ 13 ปี ภมู ลิ ำ� เนาในพนื้ ทท่ี รุ กนั ดาร และตอ้ งมฐี านะยากจน 3. จดั หลกั สตู รและการเรยี น การสอนแบบ อยู่ประจำ� 5 ปี 4. คุณวฒุ ทิ ี่จะไดร้ บั เมื่อจบหลกั สตู ร คอื วฒุ ิ ป.กศ. 5. คา่ ใชจ้ ่ายและสถานภาพ ของนกั เรียนคือ เป็นนักเรียนในบ�ำรุงของรฐั บาลท่ีไดร้ ับทุนอดุ หนุนคนละ 2,500 บาทต่อปี 2. การบริหารจัดการครุศึกษาตามรูปแบบวิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึงของมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้าน จอมบงึ 1) วตั ถปุ ระสงค์ คือ มงุ่ ผลิตครูท่ี (1) มอี ดุ มการณ์ มจี ติ วญิ ญาณ มีความรคู้ วามสามารถตามเกณฑ์ มาตรฐานวชิ าชีพครู (2) มคี วามสามารถเรยี นรู้ พัฒนาตนเองและสื่อสารได้อยา่ งน้อย 3 ภาษา และ (3) มี สมรรถนะดา้ นเทคโนโลยี การสอ่ื สาร คอมพวิ เตอร์ งานเกษตรและงานชา่ ง 2) คณุ สมบตั ขิ องผทู้ จี่ ะรบั เขา้ เรยี น คือ ไม่จ�ำกัดเพศ อายุไม่ต่�ำกว่า 18 ปี จบการศึกษาช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 6 คะแนนเฉล่ียไม่ต่�ำกว่า 3.00 ความประพฤติเรยี บรอ้ ย ค�ำส�ำคญั : ครศุ กึ ษา วทิ ยาลัยหมู่บ้านจอมบึง การบริหารจัดการครศุ กึ ษา ปที ่ี 14 ฉบับที่ 2 ประจ�ำ เดอื นพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 51

Abstract This research was descriptive research and quality research by the Ethnographic Delphi Futures Research (EDFR). The objectives to investigate: 1) the educational administration of Chombueng Village Institute in the past, and 2) the administration of pedagogical study programs adopted by Chombueng Rajabhat University. By this project. This research employed unstructured interview as a tool for gathering data. The researcher then analyzed the data using content analysis approach. The qualitative approach including frequency percentage, median, mode and interquartile range were used. The findings of this research were as follows : 1. Chombueng village institute education administration was based on 4 objectives; 1) to inculcate the students appreciate their teaching career, 2) to provide teachers for any areas where lacking teachers, 3) to adjust the student for appropriated with there environment and people in a community, and 4) to serve as an education center for a local area. 2. For the recruiting students process, the institute should consider students’ gender, age, hometown, family and level of education. 3. The institute provided 5-year curriculum 4. with a degree in education. 5. All financially supported students received 2,500 Baht per year. 2. Chombueng village institute’s education administration should 1. aims to train students to be 1) spiritually and academically qualified teachers. 2) The graduates can communicate in at least 3 languages and know how to self-develop. 3) The students should be required to have skills in using communication technology including those related to agriculture and mechanic. 2. For the recruiting students, the institute provided equal opportunities for both male and female students. The students, however, have to be at least 18 years old and finished their Mattayom 6 at the GPA of 3.00 or higher, in addition they must be good behavior. Keywords : Pedagogical Studies, Chombueng Village Institute, Administration of Pedagogical Studies บทน�ำ ในปจั จบุ นั การผลติ ครหู รอื บณั ฑติ ครศุ าสตร-์ ศกึ ษาศาสตรเ์ ปน็ ภารกจิ สว่ นหนงึ่ ของสถาบนั อดุ มศกึ ษา ของภาครัฐ และตอ้ งอยภู่ ายใตก้ ารก�ำกับดูแลของหนว่ ยงานตน้ สงั กดั และองคก์ รวิชาชพี จึงมีผลให้การบรหิ าร จัดการ ตอ้ งเปน็ ไปตามเงอื่ นไขตา่ ง ๆ หลายประการ ขณะเดียวกนั ทางด้านผลการด�ำเนนิ การกย็ ังคงประสบ ปัญหาที่น่าสนใจอยู่อีกหลายประการเช่นเดียวกัน ดังเช่นท่ี ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ ไดก้ ล่าวในการปาฐกถาพิเศษ เรอ่ื ง นโยบายการผลติ ครูในศตวรรษที่ 21 ทมี่ หาวทิ ยาลยั ราชภฏั 52 บัณฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลยั สวนดุสติ

บา้ นสมเดจ็ เจา้ พระยา เมอื่ วนั ที่ 29 กนั ยายน พ.ศ. 2559 ความตอนหนง่ึ ระบถุ งึ ปญั หาและความตอ้ งการปฏริ ปู ระบบการผลิตครูไว้ว่า “ปัจจุบัน การผลิตครูมีปัญหามาก ซ่ึงท่ีพบหลัก ๆ คือ การเปิดหลักสูตรวิชาชีพครู มากเกินความจ�ำเป็น และบางแห่งก็เปิดสอนก่อนท่ีหลักสูตรจะได้รับการรับรองตลอดจนมาตรฐานที่ต่างกัน มาก การเปดิ โอกาสใหโ้ รงเรยี นรบั ครทู ไ่ี มม่ วี ฒุ คิ รู เขา้ มาสอนกอ่ นแลว้ คอ่ ยมาขอรบั ใบอนญุ าตประกอบวชิ าชพี หนว่ ยงานทมี่ หี นา้ ทต่ี รวจสอบขาดความเขม้ งวดจรงิ จงั ในการตรวจสอบคณุ ภาพมาตรฐาน หลกั สตู รไมไ่ ดเ้ ตรยี ม ใหน้ กั ศกึ ษาครมู นี วตั กรรมการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะการคิด และไม่ไดเ้ น้นการบูรณาการ สมรรถนะการสอน ใหม่ ๆ การบูรณาการเน้ือหาและเทคนิคการสอน รวมถึงคุณลักษณะความเป็นครู โดยเฉพาะจิตวิญญาณ ความเปน็ ครู ปญั หาเหลา่ นท้ี ำ� ใหต้ อ้ งมกี ารปฏริ ปู ระบบการผลติ ครู โดยอยากใหม้ หาวทิ ยาลยั ราชภฏั (มรภ) ผลติ ครู ในศตวรรษที่ 21 ทเี่ ปน็ ซปุ เปอรแ์ มน โดยคณุ ลกั ษณะของครทู อ่ี ยากเหน็ คอื มจี ติ วญิ ญาณความเปน็ ครู มคี วามรู้ ในเร่ืองที่สอน มีเทคนิคการสอนดี ถ่ายทอดให้นักเรียนเข้าใจง่าย มีความรู้ ICT มีบุคลิกภาพดี และท่ีส�ำคัญ คือ มีทกั ษะการพดู ไม่ใชพ่ ูดเกง่ เพียงอย่างเดียว แต่ตอ้ งมเี ทคนคิ พดู จงู ใจนักเรยี น... ต้องใหค้ วามสำ� คัญเรอื่ ง จติ วทิ ยาเดก็ พเิ ศษ จติ วทิ ยาการเรยี นการสอน จติ วทิ ยาครวู า่ ดว้ ยการลงโทษนกั เรยี น การสรา้ งแรงจงู ใจ เทคนคิ การพูด และเทคนิคการสอน นอกจากน้ีครูในอนาคตต้องเข้าใจเรื่องการประเมินผลนักเรียนนานาชาติหรือ PISA ซึ่งเปน็ การประเมินทีน่ านาชาติให้การยอมรบั นายกรฐั มนตรีมีความหว่ งใยเร่ือง การผลิตครู ไดก้ ำ� ชบั ให้ ทำ� หลกั สตู รการผลติ ครใู หม้ คี วามเขม้ แขง็ เหมอื นในอดตี ซงึ่ ขณะนคี้ ณะกรรมการปรบั ปรงุ หลกั สตู รการผลติ ครู และทป่ี ระชมุ อธิการบดมี หาวิทยาลยั ราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) ได้เสนอกรอบหลักสูตรในการผลิตครูมาแลว้ จากน้ี จะนำ� มาพจิ ารณารว่ มกบั ความเหน็ ของผเู้ ชย่ี วชาญจากมหาวทิ ยาลยั ตา่ งประเทศ โดยวางเงอื่ นเวลาวา่ หลกั สตู ร ผลติ ครใู หมจ่ ะตอ้ งแลว้ เสรจ็ เพอ่ื ใชน้ ำ� รอ่ งปกี ารศกึ ษา 2560 สำ� หรบั การผลติ ครใู นอนาคตจะมกี ารแบง่ สดั สว่ น การผลิตเปน็ 25:40:35 ของอตั ราเกษยี ณอายรุ าชการ คือ โครงการผลิตครเู พอ่ื พฒั นาท้องถ่ิน 25% การผลิต ครรู ะบบปดิ 40% ซงึ่ จะแบง่ โควตาในสถาบนั ผลติ ครตู ามขดี ความสามารถของแตล่ ะแหง่ และอกี 35% เปน็ การ ผลติ ครูระบบเปดิ ทว่ั ไป” ในประเดน็ การผลติ บณั ฑติ ครู เมอ่ื พจิ ารณาเฉพาะสว่ นของมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ทม่ี เี กอื บ 40 แหง่ และ กระจายอยู่ทั่วประเทศ พบว่า เกือบทั้งหมดล้วนแต่ได้รับการพัฒนามาจากวิทยาลัยครู ส่วนภารกิจหลักเดิม คอื การผลติ ครู กถ็ กู พฒั นาจนกลายเปน็ ภารกจิ ในระดบั คณะของแตล่ ะแหง่ รวมทง้ั ยงั ตอ้ งยดึ โยงอยกู่ บั เงอื่ นไข ของครุ สุ ภา ดงั ที่กลา่ วข้างต้น ดงั น้นั ปัจจบุ ันมหาวิทยาลัยราชภัฏแต่ละแห่งจึงพยายามท่จี ะฟ้ืนเอาอัตลกั ษณ์ ที่โดดเด่นในอดีตของตนมาเป็นจุดขายในการผลิตบัณฑิตครู ตัวอย่างเช่น การผลิตบัณฑิตครูดนตรีของ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏบา้ นสมเดจ็ เจา้ พระยา และการผลิตบัณฑติ ครอู ุตสาหกรรมศลิ ป์ของมหาวทิ ยาลัยราชภัฏ พระนคร เปน็ ตน้ และในประเดน็ เดยี วกนั นี้ เมอื่ พจิ ารณาเฉพาะในสว่ นของมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมบู่ า้ นจอมบงึ ซง่ึ มปี ระวตั คิ วามเปน็ มาและมโี มเดลการผลติ ครใู นอดตี แตกตา่ งไปจากทอี่ นื่ กลา่ วคอื สถาบนั แหง่ นถ้ี กู จดั ตงั้ ขน้ึ ในรูปวิทยาลัยหมู่บ้านซ่ึงเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูหลักสูตรพิเศษตามแบบอย่างในประเทศตุรกี ส่วนผู้เรียน ก็คัดเลอื กนกั เรยี นท่เี รยี นดีแต่ยากจน จากทอ้ งถนิ่ ทุรกนั ดารทั่วประเทศต้งั แตจ่ บช้ันประถมศึกษาปีที่ 7 มารบั ทุนการศึกษาและเรียนแบบอยู่ประจ�ำตามหลักสูตร 5 ปีของวิทยาลัยต้ังแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จนจบ ประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาหรือ ป.กศ. จากนั้นก็จะถูกส่งกลับภูมิล�ำเนาเพ่ือบรรจุเข้ารับราชการครู สว่ นแงม่ มุ ทางดา้ นคณุ ภาพกป็ รากฏหลกั ฐานงานเขยี นของอดตี ผบู้ รหิ าร อาจารย์ รวมทง้ั ศษิ ยเ์ กา่ ของวทิ ยาลยั หลายทา่ น เช่น จินต์ รตั นสิน (2534) อรณุ ปรดี ีดิลก (2534) พทิ ักษ์ อาจคมุ้ วงศ์ (2527) สุชิน ประพันธ์พจน์ ปีที่ 14 ฉบบั ที่ 2 ประจ�ำ เดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 53

(2540) และ จริยะ วิโรจน์ (2540) ที่ยืนยันไว้ชัดเจนและตรงกันว่า การผลิตครูตามหลักสูตรของวิทยาลัย หมบู่ ้านจอมบงึ มีผลใหไ้ ดค้ รูท่มี ีคุณภาพหรือมคี วามรู้ความสามารถและความประพฤตทิ ีส่ อดคล้องกับปญั หา และความตอ้ งการของแตล่ ะทีแ่ ตล่ ะถน่ิ สงู มาก ผู้วิจัยซึ่งตระหนักในความส�ำคัญตามที่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บัญญัติให้มี การพฒั นาการผลติ บณั ฑติ ครหู รอื บณั ฑติ ครศุ าสตรข์ องมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ใหม้ คี ณุ ภาพ จงึ มแี นวความคดิ วา่ หากสามารถนำ� โมเดลดงั กลา่ วมาปรบั ใชใ้ หเ้ หมาะกบั สภาวะแวดลอ้ มของยคุ สมยั ปจั จบุ นั เชน่ มกี ารดำ� เนนิ การ ภายใตก้ ารมสี ว่ นรว่ มของหนว่ ยงานทใี่ ชค้ รู อนั ไดแ้ ก่ เขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษา องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ หนว่ ยงาน บรหิ ารการศึกษานอกโรงเรียน การศึกษาเอกชน และสถานศกึ ษาของเอกชน กน็ ่าจะมผี ลให้ได้ครูทม่ี ีคณุ ภาพ สูงกว่าโมเดลที่ใชค้ ลา้ ย ๆ กันทง้ั ประเทศในปัจจุบนั ดว้ ยเหตุนี้ ผ้วู จิ ยั จงึ ตั้งใจที่จะดำ� เนนิ การวิจัยการบริหาร จัดการครุศึกษาตามแนวคิดวิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึงของมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง เพ่ือก่อให้เกิด สารสนเทศท่เี ป็นประโยชน์ตอ่ การผลติ บัณฑิตครใู นอนาคตต่อไป วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพอื่ ทราบการบริหารจดั การศึกษาของวิทยาลยั หมู่บ้านจอมบึงในอดีต 2. เพอื่ ทราบการบรหิ ารจดั การครศุ กึ ษาตามแนวคดิ วทิ ยาลยั หมบู่ า้ นจอมบงึ ของมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมู่บ้านจอมบึง แนวคิดทฤษฎที เี่ กย่ี วข้อง วนั ทนา อมตารยิ กลุ (2552) ไดท้ ำ� การวิจยั อนาคตภาพของมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน ในทศวรรษหน้ามีจุดมุ่งหมายเพ่ือศึกษาอนาคตภาพของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานในทศวรรษ หน้าตามกรอบภารกิจหลัก 4 ด้านของมหาวิทยาลัย คือ ด้านการจัดการเรียนการสอน ด้านการวิจัย ด้านการบริการวิชาการ และด้านการท�ำนุบ�ำรุงศิลปวัฒนธรรมโดยใช้เทคนิคการวิจัยอนาคตแบบ EDFR (Ethnographic Delphi Futures Research) ศกึ ษาความคดิ เหน็ ของกลมุ่ ตวั อยา่ งทเี่ ลอื กแบบเจาะจงประกอบดว้ ย ผู้เชี่ยวชาญ 21 คน คณาจารย์ 50 คน นกั ศกึ ษา 100 คน ผู้ปกครองนักศกึ ษา 100 คน ผ้นู ำ� ชมุ ชน 5 คน ศิษย์เก่าและผู้ประกอบการ 10 คน ซึ่งถือเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับมหาวิทยาลัย เก็บรวบรวมข้อมูลโดย การสมั ภาษณแ์ ละการวเิ คราะหเ์ นอ้ื หา จำ� นวน 3 รอบ คอื รอบแรกทำ� การสมั ภาษณเ์ ชงิ ลกึ รอบทส่ี องสอบถาม ความเหน็ ดว้ ยแบบมาตราสว่ นประมาณคา่ 5 ระดบั นำ� ขอ้ มลู มาวเิ คราะหค์ า่ มธั ยฐาน คา่ ฐานนยิ ม และคา่ พสิ ยั ระหวา่ งควอไทลแ์ ลว้ นำ� ผลไปพฒั นาแบบสอบถามรอบที่ 3 เพอ่ื หาฉนั ทามตขิ องผเู้ ชย่ี วชาญ โดยกำ� หนดเกณฑ์ ทำ� นายอนาคตภาพของมหาวทิ ยาลยั ทคี่ า่ มธั ยฐาน 3.5 ขน้ึ ไป คา่ พสิ ยั ระหวา่ งควอไทลไ์ มเ่ กนิ 1.5 ความแตกตา่ ง ระหว่างค่าฐานนิยมกับค่ามัธยฐานไม่เกิน 1.0 ผลการวิจัยพบว่า มหาวิทยาลัยจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. 2548 จากเดิมคอื สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล จดั เปน็ มหาวิทยาลยั กลุ่มใหม่ที่ประกอบด้วย 5 วิทยาเขต คือ วิทยาเขตขอนแก่น สุรินทร์ กาฬสินธุ์ สกลนคร และศูนย์กลาง นครราชสมี า การจดั การศกึ ษาระดบั มหาวทิ ยาลยั มจี ดุ มงุ่ หมายเพอ่ื เสรมิ สรา้ งความกา้ วหนา้ ทางวชิ าการพฒั นา บุคลากร การบริการวิชาการให้กับสังคม โดยมีภารกิจหลัก 4 ด้าน คือ การจัดการเรียนการสอน การวิจัย 54 บณั ฑติ วิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั สวนดุสติ

การบรกิ ารวิชาการ และการทำ� นุบ�ำรุงศิลปวฒั นธรรม สว่ นผลการวิจัยดา้ นอนาคตภาพของมหาวิทยาปรากฏ ดังน้ี 1. มหาวิทยาลัยจะพัฒนาไปสู่เป้าหมายตามมาตรฐานสากลและสู่ความเป็นเลิศในด้านการจัด การเรียนการสอนและพฒั นาบคุ ลากรในองคก์ าร 2. มหาวิทยาลัยจะให้ความเสมอภาคทางการศึกษาในการเข้าเรียนแก่บุคคล รวมท้ังให้สามารถ เรียนรู้ได้ตลอดชวี ิต 3. มหาวิทยาลัยจะผลติ บัณฑิตเพื่อสนองความต้องการของสังคม ผลติ วศิ วกรที่มีความสามารถและ ประสิทธิภาพส่ชู ุมชน 4. มหาวทิ ยาลยั จะมคี วามเปน็ สากล มบี ทบาทในการสง่ เสรมิ วชิ าการแกป่ ระเทศเพอ่ื นบา้ น เชน่ ลาว กมั พชู า และเวียดนาม ทีจ่ ะสง่ นกั ศึกษาเขา้ มาศกึ ษาต่อทม่ี หาวิทยาลยั โดยสรปุ ในทศวรรษหนา้ มหาวทิ ยาลยั จะพฒั นาภารกจิ หลกั ทงั้ 4 ดา้ น ควบคไู่ ปกบั การพฒั นาบคุ ลากร พฒั นานักศึกษา และพฒั นาวเิ ทศสัมพันธ์ จ�ำเนียร พลหาญ (2553) ได้ทำ� การวิจยั อนาคตภาพมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั กลุม่ ที่เน้นการผลติ บณั ฑิต และพฒั นาสงั คม พ.ศ. 2565 ผลการวจิ ยั พบว่า บคุ ลากรมหาวทิ ยาลยั เห็นวา่ การด�ำเนนิ งานของมหาวิทยาลัย ราชภัฏ กลมุ่ น้ี ในภาพรวมทกุ ดา้ นอยใู่ นระดับปานกลาง แต่ในรายด้านอยูใ่ นระดับมากในด้านการผลติ บณั ฑติ ดา้ นการทำ� นบุ ำ� รงุ ศลิ ปวฒั นธรรมและการอนรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละดา้ นการบรกิ ารทางวชิ าการแกส่ งั คม ส่วนอนาคตภาพของมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มน้ีที่ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่ามีความเหมาะสมและเป็นไปได้ มากทีส่ ุด คือ ภาพอนาคตที่ 1 และภาพอนาคตท่ี 2 ท่คี าดวา่ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั กลุ่มนีจ้ ะเพิม่ จ�ำนวนมากขน้ึ ผลกระทบที่ตามมา คือ มหาวิทยาลัยจะมีการพัฒนาความพร้อมในทุกด้านตามพันธกิจของมหาวิทยาลัย ใหเ้ ปน็ มหาวทิ ยาลยั สมบรู ณแ์ บบภายใตอ้ ตั ลกั ษณท์ โี่ ดดเดน่ สง่ ผลใหม้ กี ารรว่ มมอื เปน็ เครอื ขา่ ยการทำ� งานกบั ทกุ ภาคสว่ นทงั้ ภายในและตา่ งประเทศแบบพหภุ าคเี พอื่ เพม่ิ ขดี ความสามารถในการแขง่ ขนั ดา้ นการผลติ บณั ฑติ และพัฒนาสังคมจะมีการคัดสรรคณาจารย์ที่มีคุณภาพเข้ามาท�ำงานเพื่อรองรับหลักสูตรท่ีเปิดสอนและ รูปแบบการจดั การเรียนร้ทู ีม่ คี วามหลากหลายย่งิ ข้นึ โดยสรปุ อนาคตภาพมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั กลมุ่ ทเี่ นน้ การผลติ บณั ฑติ และพฒั นาสงั คมจะพฒั นาตนเอง ให้มีความพร้อมด้านการจัดโครงสร้างการบริหารเพ่ือสนับสนุนการท�ำงานให้มีประสิทธิภาพ พัฒนาบุคลากร ให้มีคุณภาพ จัดระบบเทคโนโลยีให้สามารถสนับสนุนการจัดการเรียนรู้และก�ำหนดภารกิจของมหาวิทยาลัย ใหช้ ดั เจน ปาริชา มารี เคน (2554) ได้ท�ำการวิจัยอนาคตภาพท่ีเป็นไปได้ของมหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ ในการเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นในทศวรรษหน้า มีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาอนาคตภาพท่ี เป็นไปได้ของมหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ในการเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถ่ินในทศวรรษหน้า ตามวตั ถปุ ระสงค์ของพระราชบัญญตั มิ หาวิทยาลัยราชภฏั พ.ศ. 2547 ดำ� เนินการวจิ ยั ดว้ ยเทคนคิ เดลไฟแบบ ปรบั ปรงุ บคุ คลเป้าหมาย ประกอบดว้ ย ผู้ทรงคุณวฒุ ิภายนอกมหาวิทยาลยั ผ้บู รหิ ารสถาบันอุดมศึกษาผู้ผลิต บณั ฑติ และผูใ้ ชบ้ ณั ฑิต ผลการวจิ ยั พบว่า 1. ด้านการจัดการเรียนการสอน จะมีการจัดการเรียนการสอนท่ีผสมผสานการใช้สื่อการสอน สมัยใหม่ท่เี หมาะสม อนั ประกอบดว้ ย สือ่ ท่ีเปน็ ไปตามมาตรการปกติและส่อื ที่ถกู พฒั นาจากระบบเทคโนโลยี ปีท่ี 14 ฉบบั ท่ี 2 ประจ�ำ เดอื นพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 55

สารสนเทศ ระบบทะเบียนออนไลน์ท้ังระบบ มีการพัฒนาและเพ่ิมหลักสูตรและโปรแกรมการศึกษาวิชาการ ใหม่ให้หลากหลาย สอดคล้องกับความต้องการของท้องถ่ิน ภูมิภาคและปรับเปลี่ยนบทบาทใหม่ของผู้สอน เป็นผ้กู ระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ 2. ด้านการวิจัย จะมีการวิจัยเพ่ือพัฒนาหลักสูตร วิจัยเพื่อการพัฒนาสถาบัน เพ่ือพัฒนาการจัด การเรียนการสอน ระบบบริหารและการให้บริการของมหาวิทยาลัย วิจัยเพ่ือการแก้ไขปัญหาและพัฒนา ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน มุ่งสร้างองค์ความรู้ใหม่ และแสวงหาแนวทางพัฒนาเทคโนโลยีในท้องถิ่นให้สอดรับกับ ปญั หาที่เกิดขึน้ 3. ด้านการบริการวิชาการ จะมีการพัฒนาศักยภาพทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร รองรับนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารของชาติ พฒั นาศูนยก์ ารศึกษาเพ่ือพฒั นาวิชาชีพครแู ละ บุคลากรทางการศึกษา พัฒนาหอสมุดและศูนย์วิทยบริการให้เป็นศูนย์บริการวิชาการท้ังทางตรงและผ่าน เทคโนโลยีสารสนเทศ และเป็นศูนย์กลางจดั การความรขู้ องท้องถนิ่ รวมท้งั พฒั นาเครอื ข่ายความรว่ มมือทาง วชิ าการกบั มหาวิทยาลยั อ่ืน ๆ ท้ังในทอ้ งถน่ิ และระดับชาติ 4. ด้านการท�ำนุบ�ำรุงศิลปวัฒนธรรม จะร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรอ่ืน ๆ ของ ภาครัฐท้ังในชุมชนและระดับชาติ เพ่ือพัฒนาปรับปรุงวัฒนธรรมให้เป็นที่รู้จักในเวทีระดับชาติและเวทีโลก มากขนึ้ 5. ดา้ นการบรหิ ารจดั การองคก์ าร จะมกี ารควบรวมมหาวทิ ยาลยั กบั มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคล อีสานวิทยาเขตกาฬสินธุ์เป็นมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ส่งผลให้การบริหารจัดการมหาวิทยาลัยในอนาคต มีการท�ำงานในลักษณะเครือขา่ ย ซงึ่ น�ำไปสกู่ ารควบรวมด้านต่าง ๆ ศุภฤกษ์ สายแก้ว (2557) ด�ำเนินการวิจัยอนาคตภาพที่เป็นไปได้ของมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้าน จอมบงึ (พ.ศ. 2556) มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอ่ื ศกึ ษาและเสนออนาคตภาพทเ่ี ปน็ ไปไดข้ องมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมบู่ า้ น จอมบึง ในทศวรรษหนา้ (พ.ศ. 2566) โดยบรู ณาการภารกจิ 4 ดา้ นของมหาวิทยาลยั ตามพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 คือ การจัดการเรียนการสอน การวิจัยการบริการวิชาการ การท�ำนุบ�ำรุง ศิลปวัฒนธรรม กับองค์ประกอบการเปลี่ยนแปลงขององค์การอีก 3 ด้าน คือ ด้านโครงสร้างองค์กร ด้านเทคโนโลยี และดา้ นบุคลากร และก�ำหนดข้ันตอนการเปน็ 2 ข้ันตอน ผลการวจิ ยั ขนั้ ตอนแรก พบวา่ องคป์ ระกอบอนาคตภาพทเ่ี ปน็ ไปไดข้ องมหาวทิ ยาลยั ในทศวรรษหนา้ (พ.ศ. 2566) มีทง้ั หมด 7 ด้าน 77 องค์ประกอบ ดังนี้ 1) ดา้ นการจดั การเรียนการสอน 26 องคป์ ระกอบ 2) ดา้ นการวจิ ยั 10 องคป์ ระกอบ 3) ดา้ นบรกิ ารวชิ าการ 12 องคป์ ระกอบ 4) ดา้ นการทำ� นบุ ำ� รงุ ศลิ ปวฒั นธรรม 8 องคป์ ระกอบ 5) ด้านโครงสรา้ งองค์กร 7 องค์ประกอบ 6) ดา้ นเทคโนโลยี 9 องค์ประกอบ และดา้ นบคุ ลากร 5 องค์ประกอบ ดังรายละเอียดตอ่ ไปนี้ 1. ด้านการจดั การเรยี นการสอน ในทศวรรษหนา้ มหาวทิ ยาลยั จะมหี ลกั สูตรที่เป็นนานาชาติรองรบั การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และมีหลักสูตรท่ีมุ่งเน้นด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ส่วนการจัดการเรียน การสอนเป็นการจัดการเรียนการสอนเพื่อรองรับกับสังคมฐานความรู้และความเป็นสากล จะมีการพัฒนา หลักสตู รรว่ มกบั องคก์ รทอ้ งถน่ิ สามารถพง่ึ พาตนเองและมกี ารบูรณาการเทคโนโลยีสมยั ใหม่เขา้ กบั หลกั สูตร 2. ด้านการวิจัย จะยึดหลัก Area Base เกี่ยวกับท้องถ่ินทุกด้าน ทั้งด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และ 56 บณั ฑติ วิทยาลัย มหาวิทยาลยั สวนดสุ ิต

วทิ ยาศาสตรเ์ พอ่ื ทอ้ งถน่ิ และเปน็ วจิ ยั เพอ่ื แกป้ ญั หาทอ้ งถนิ่ สรา้ งความเขม้ แขง็ ใหท้ อ้ งถน่ิ สามารถพง่ึ พาตนเอง ให้ได้มากท่ีสุด ตลอดจนจะสร้างระบบกลไกท่ีชัดเจนที่จะส่งเสริมการวิจัยได้อย่างแท้จริง เน้นความโปร่งใส ใชศ้ าสตรแ์ ละความรทู้ หี่ ลากหลาย โดยเฉพาะโครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดำ� ริ เพอ่ื ใหเ้ กดิ การพฒั นาทย่ี ง่ั ยนื 3. ด้านบริการวิชาการ จะสร้างการบริการวิชาการให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนและท�ำในเชิงรุก มากขึน้ และจะพฒั นาระบบและกลไกการทำ� งานเชิงรกุ โดยมกี ารส�ำรวจความต้องการของท้องถ่นิ แล้วทำ� ตาม ความต้องการของท้องถิ่นผ่านสื่อต่าง ๆ ท่ีคนในชุมชนเข้าถึง เช่น วิทยุ โทรทัศน์ และสอดรับการกระแส การเปลย่ี นแปลงของโลก และจะหาเทคนิคใหม่ ๆ เข้ามาใชบ้ รกิ ารวชิ าการ 4. ดา้ นการท�ำนุบ�ำรุงศิลปวัฒนธรรมทอ้ งถน่ิ ส่สู ากล จะใช้วธิ กี ารใหม่ ๆ ทม่ี ีการบรู ณาการวฒั นธรรม ทอ้ งถน่ิ กบั วฒั นธรรมสมยั ใหม่ ทส่ี รา้ งคณุ คา่ และมลู คา่ ในวฒั นธรรมใหเ้ ปน็ รปู ธรรมชดั เจน และมคี วามตอ่ เนอื่ ง โดยเฉพาะในด้านงบประมาณ 5. ด้านโครงสร้างองคก์ ร จะปรบั เปลีย่ นโครงสร้างใหเ้ ลก็ กะทดั รัด และยดื หยุน่ แต่กำ� หนดบทบาท ชัดเจน ใชท้ รพั ยากรเชงิ บูรณาการ และเปน็ โครงสร้างท่ีสามารถเขา้ ถึงไดท้ ุกคน โดยจะเป็นโครงสรา้ งแนวราบ ท่ีไม่มีความแตกต่างระหวา่ งชนชน้ั จดั องคก์ รให้มีการเรียนรู้ ร่วมคิดร่วมท�ำร่วมตัดสนิ ใจจากทุกภาคสว่ น 6. ด้านเทคโนโลยี จะมกี ารบรู ณาการเทคโนโลยพี น้ื บา้ นและเทคโนโลยสี มัยใหมโ่ ดยใชห้ ลกั วิชาการ ทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยไี ปประยกุ ตเ์ ขา้ ดว้ ยกนั กบั ยกระดบั เทคโนโลยพี นื้ บา้ นใหเ้ ทา่ สากล นำ� เทคโนโลยี สมัยใหม่เข้าสูก่ ารเรยี นการสอน ส่งเสริมเทคโนโลยพี ้นื บ้านเพอื่ การพงึ่ ตนเอง 7. ดา้ นบคุ ลากร จะมบี ุคลากรท่ีเป็นพนกั งานสายสอนแทนขา้ ราชการทเ่ี กษียณอายรุ าชการมากขึ้น และจะมีพนักงานสายสนับสนุนเพ่ิมมากขึ้นด้วย ท�ำให้มหาวิทยาลัยต้องสร้างแรงจูงใจให้กับผู้ปฏิบัติงานเพ่ือ ความส�ำเร็จขององค์การ โดยการสร้างบรรยากาศการท�ำงานท่ีมีความสุขในการท�ำหน้าที่ มีความก้าวหน้า มีสวสั ดิการท่ีดี สนบั สนุนใหศ้ ึกษาตอ่ ศึกษาดูงาน และฝกึ อบรมทัง้ ในและต่างประเทศ กระตุ้นใหเ้ ขียนผลงาน รวมท้ังมีระบบ การประเมินผลท่ียุติธรรม ส่วนขั้นตอนหลังซึ่งเป็นขั้นยอมรับอนาคตภาพที่เป็นไปได้ของ มหาวิทยาลัยกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นข้าราชการ พนักงานมหาวิทยาลัยฝ่ายวิชาการ พนักงานมหาวิทยาลัย ฝา่ ยสนบั สนนุ ประจำ� ปี 2557 ผลการวจิ ยั พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามซงึ่ สว่ นใหญเ่ ปน็ เพศหญงิ และมสี ถานภาพ เปน็ พนกั งานมหาวทิ ยาลยั ฝา่ ยวชิ าการยอมรบั อนาคตภาพทเ่ี ปน็ ไปไดข้ องมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมบู่ า้ นจอมบงึ (พ.ศ. 2566) ในภาพรวม ในระดบั มากทส่ี ดุ และเม่ือพจิ ารณาเป็นรายดา้ นพบว่า อย่ใู นระดับมากที่สดุ ทุกดา้ น โดยเรยี งตามลำ� ดับ คือ ด้านบรกิ ารวชิ าการ ดา้ นการบ�ำรงุ ศลิ ปวฒั นธรรม ดา้ นบุคลากร ดา้ นโครงสรา้ งองคก์ ร ดา้ นการวจิ ยั ดา้ นเทคโนโลยี และดา้ นการจดั การเรยี นการสอน ตามลำ� ดบั จากการศกึ ษาเอกสาร แนวคดิ ทฤษฎี การสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง และงานวิจัยที่เก่ียวข้องกับความฉลาดในการแก้ไขอุปสรรค ผู้วิจัยคัดสรร องคป์ ระกอบปัจจัยความฉลาดในการแกไ้ ขอปุ สรรค และสามารถน�ำมาประกอบกรอบแนวคิด ท่ผี ้วู ิจัยใช้เป็น แนวทางในการศึกษาวจิ ยั ครัง้ นี้ โดยเขียนเปน็ แผนภูมิ ดังปรากฏในแผนภาพท่ี 1 ปีที่ 14 ฉบบั ที่ 2 ประจำ�เดอื นพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 57

อดีต การบริหารจดั การศึกษา อนาคต 1. ศึกษาเอกสารและงานวิจยั 1. วตั ถปุ ระสงค์ EDFR ท่เี กย่ี วขอ้ ง 2. คุณสมบตั ขิ องผูท้ ่จี ะรบั เข้าเรียน 2. สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ 3. หลักสตู รและการเรียนการสอน 4. คุณวฒุ ิที่จะได้รบั 5. ค่าใชจ้ ่ายและสถานภาพของ นักศึกษา 6. แหลง่ งานและเงือ่ นไขรองรับ แผนภาพที่ 1 กรอบแนวคิดทใี่ ชใ้ นการวิจยั ท่ีมา : กรวด หนิ ดิน ทราย แมกไม้ และขุนเขา (ราชบรุ ี: สถาบันราชภฏั หมูบ่ า้ นจอมบึง, 2540: 15-125) ระเบียบวธิ ีวจิ ัย การวจิ ยั ครงั้ นเ้ี ปน็ การวจิ ยั เชงิ พรรณนาโดยการวเิ คราะหเ์ อกสารและการวจิ ยั เชงิ อนาคตโดยใชเ้ ทคนคิ การวิจยั EDFR (Ethnographic Delphi Futures Research) ซึง่ มีรายละเอียดดงั นี้ ผู้เชยี่ วชาญ ผู้เช่ียวชาญทใี่ ช้ในการวิจัยครัง้ นี้ จ�ำแนกเปน็ 2 กลมุ่ คือ 1. กลุ่มผู้เชี่ยวชาญท่ีให้ข้อมูลการบริหารจัดการศึกษาของวิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึงในอดีต เปน็ ผู้เช่ยี วชาญการศึกษาดา้ นการผลิตครูในอดีตทีผ่ ูว้ ิจยั ใช้วิธีเลือกแบบเจาะจง 6 คน ประกอบดว้ ย 1.1 อดีตผู้ช่วยอาจารยใ์ หญ่ 1 คน 1.2 อดีตอาจารยฝ์ า่ ยปกครองและปฏบิ ัติการสอน 2 คน 1.3 ศษิ ย์เกา่ ยุคบุกเบิกไมเ่ กนิ ยคุ กลาง 3 คน 2. กลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่ให้ข้อมูลการบริหารจัดการศึกษาตามแนวคิดวิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึงของ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง เป็นผู้เชี่ยวชาญการศึกษาด้านการผลิตครูในอดีตที่ผู้วิจัยใช้วิธีเลือกแบบ เจาะจง 17 คน ประกอบด้วย 2.1 อดตี ผู้อำ� นวยการ และอดีตอธิการบดี 2 คน 2.2 อดีตอาจารยฝ์ า่ ยปกครองและปฏบิ ตั ิการสอน 4 คน 2.3 ศษิ ย์เกา่ ยคุ บกุ เบิกไมเ่ กินยุคกลาง 11 คน ตัวแปรทศ่ี กึ ษา การบรหิ ารจัดการศกึ ษา 1. วตั ถปุ ระสงค์ 2. คณุ สมบตั ิของผู้ทจี่ ะรับเข้าเรยี น 58 บัณฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลยั สวนดุสติ

3. หลกั สตู รและการเรียนการสอน 4. คุณวฒุ ิทจ่ี ะไดร้ ับ 5. คา่ ใชจ้ ่ายและสถานภาพของนักศกึ ษา 6. แหล่งงานและเงือ่ นไขรองรับ การวิเคราะห์ขอ้ มลู เพื่อให้การวจิ ยั ครงั้ นี้เป็นไปอยา่ งถกู ตอ้ งตามระเบยี บวิธีวิจยั ผูว้ ิจัยรวบรวมข้อมูล ทุกขั้นตอนและนำ� มาวเิ คราะหโ์ ดยใชส้ ถติ ิในการวิจยั ดังนี้ 1. การวเิ คราะหข์ อ้ มลู จากการศกึ ษาเอกสารและงานวจิ ยั ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง ใชว้ ธิ วี เิ คราะหเ์ นอื้ หา (Content Analysis) โดยการตีความ แปลความ สรปุ ความ และน�ำขอ้ มลู มาสรปุ เป็นตวั แปรทศ่ี ึกษา 2. การวิเคราะหข์ ้อมลู จากการสัมภาษณ์ผเู้ ช่ียวชาญ (Interview) ใชว้ ิธีวิเคราะหเ์ นือ้ หา (Content Analysis) โดยการตีความ แปลความ และสรปุ ความ และใช้เป็นตวั แปรทศี่ กึ ษา 3. การวเิ คราะหข์ อ้ มลู สถานภาพทวั่ ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม ประกอบดว้ ย เพศ อายุ วฒุ กิ ารศกึ ษา ตำ� แหนง่ หนา้ ท่ี และประสบการณก์ ารทำ� งาน ใชค้ า่ ความถี่ (Frequency) และวเิ คราะหค์ า่ รอ้ ยละ (Percentage) 4. การวิเคราะห์ข้อมูลการบริหารจัดการครุศึกษาตามแนวคิดวิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึงของ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั หมบู่ า้ นจอมบึง 4.1 ข้อมูลจากแบบสอบถามความคิดเห็น (Opinionnaire) มาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) ชดุ แรก วเิ คราะหค์ า่ มธั ยฐาน (Median) ฐานนยิ ม (Mode) และคา่ พสิ ยั ระหวา่ งควอไทล์ (Interquartile Rang) เพ่ือใช้ในแบบสอบถามรอบท่ี 2 4.2 ขอ้ มลู ทไี่ ดจ้ ากแบบสอบถามมาตราสว่ นประมาณคา่ ในรอบท่ี 2 และรอบที่ 3 ใชก้ ารคำ� นวณ หาค่ามธั ยฐาน (Median) ฐานนยิ ม (Mode) และค่าพสิ ยั ระหว่างควอไทล์ (Interquartile Range) โดยใช้ โปรแกรมคอมพวิ เตอร์ส�ำเร็จรปู แปลผลตามเกณฑค์ า่ คะแนนกลาง (Mid Point) ดังนี้ คา่ มธั ยฐาน (Median) ของขอ้ มลู ทมี่ กี ารแจกแจงความถี่ การแปลความหมายขอ้ มลู เปน็ ดงั นี้ คา่ มธั ยฐานตงั้ แต่ 4.50-5.00 หมายถงึ กลมุ่ ผเู้ ชยี่ วชาญเหน็ ดว้ ยกบั การบรหิ ารจดั การครศุ กึ ษา ตามแนวคดิ วทิ ยาลยั หม่บู ้านจอมบึงของมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏหม่บู า้ นจอมบึง ในระดบั มากท่ีสุด คา่ มธั ยฐานตง้ั แต่ 3.50-4.49 หมายถงึ กลมุ่ ผเู้ ชยี่ วชาญเหน็ ดว้ ยกบั การบรหิ ารจดั การครศุ กึ ษา ตามแนวคดิ วิทยาลยั หม่บู ้านจอมบึงของมหาวิทยาลยั ราชภฏั หมู่บา้ นจอมบงึ ในระดับมาก คา่ มธั ยฐานตงั้ แต่ 2.50-3.49 หมายถงึ กลมุ่ ผเู้ ชยี่ วชาญเหน็ ดว้ ยกบั การบรหิ ารจดั การครศุ กึ ษา ตามแนวคิดวิทยาลัยหม่บู ้านจอมบงึ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏหมบู่ า้ นจอมบึง ในระดบั ปานกลาง คา่ มธั ยฐานตง้ั แต่ 1.50-2.49 หมายถงึ กลมุ่ ผเู้ ชย่ี วชาญเหน็ ดว้ ยกบั การบรหิ ารจดั การครศุ กึ ษา ตามแนวคิดวิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึงของมหาวิทยาลัยราชภฏั หมบู่ ้านจอมบงึ ในระดบั น้อย ค่ามัธยฐานต่�ำกว่า 1.50 หมายถึง กลุ่มผู้เช่ียวชาญเห็นด้วยกับการบริหารจัดการครุศึกษา ตามแนวคิดวิทยาลยั หมบู่ ้านจอมบึงของมหาวิทยาลยั ราชภฏั หมู่บา้ นจอมบงึ ในระดบั นอ้ ยท่สี ดุ โดยค่าสัมบรู ณ์ ของผลต่างระหวา่ งคา่ มัธยฐาน (Median) และค่าฐานนิยม (Mode) ไม่เกิน 1 ปีท่ี 14 ฉบับที่ 2 ประจ�ำ เดอื นพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 59

5. ค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ (Inrterquatile Rang) ได้จากการค�ำนวณหาค่าความแตกต่างของ ควอไทล์ท่ี 1 และควอไทลท์ ่ี 3 ถ้าค่าพิสัยระหวา่ งควอไทล์ท่คี �ำนวณได้ขอ้ ความใดท่ีมคี า่ ไมเ่ กนิ 1.50 แสดงวา่ ความคิดเห็นของผู้เช่ียวชาญที่มีต่อข้อความน้ันสอดคล้องกัน (ฉันทามติของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ) แต่ถ้าค่าพิสัย ระหว่างควอไทล์ที่ค�ำนวณได้ข้อความใดท่ีมีค่ามากกว่า 1.50 แสดงว่าความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่มีต่อ ขอ้ ความน้ันไม่สอดคล้องกัน เกณฑก์ ารสรปุ ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู โดยนำ� คำ� ตอบในรอบสดุ ทา้ ยของการวจิ ยั ทก่ี ลมุ่ ผเู้ ชยี่ วชาญ มคี วามคดิ เหน็ ในระดบั มากทสี่ ดุ และมาก (คา่ มธั ยฐาน 3.50 ขนึ้ ไป) และมคี วามสอดคลอ้ งกนั (คา่ พสิ ยั ระหวา่ ง ควอไทล์เท่ากบั หรือนอ้ ยกวา่ 1.50 ) มาสรุปเปน็ ผลการวจิ ยั ผลการศกึ ษา 1. การบริหารจัดการศกึ ษาของวทิ ยาลยั หมบู่ า้ นจอมบึงในอดตี พบวา่ 1.1 วตั ถปุ ระสงค์ของวิทยาลยั คือ 1) เพ่ือปลูกฝงั นักเรยี นครใู ห้รักอาชีพครู ใหเ้ ป็นผูร้ กั วิชาชีพ โดยให้ผา่ นงานหลายอย่างในวิทยาลยั เพอี่ น�ำความรู้ความช�ำนาญ ไปลงมอื กระท�ำได้ 2) เพือ่ ใหเ้ ป็นวิทยาลัย แก้ปัญหาการขาดแคลนครูในชนบทที่ต้องการพัฒนา คัดเลือกนักเรียนจากถิ่นทุรกันดารเป็นอันดับแรก เมื่อเรยี นสำ� เรจ็ แล้วกลบั ไปพัฒนาท้องถ่นิ ของตน 3) เพื่อให้ผู้เรียนรู้จักปฏบิ ัตติ นเข้ากบั สังคมทีอ่ ย่รู ว่ มกันแบบ ประชาธปิ ไตย คอื เคารพนับถือกนั ชว่ ยเหลือเกื้อกลู กัน และมสี ตแิ ละใชป้ ญั ญา และ 4) เพอื่ เป็นศนู ย์กลาง การศึกษาในท้องถ่ินใกล้เคยี ง 1.2 คุณสมบตั ขิ องผู้ท่จี ะรับเข้าเรยี น ประกอบดว้ ย 1) เพศ ระยะแรกจำ� กดั เฉพาะเพศชาย ระยะ หลงั ไมจ่ �ำกดั เพศ 2) อายุ ไมต่ ำ่� กวา่ 13 ปีบรบิ ูรณ์ และไม่เกิน 15 ปีบริบูรณ์ (3) ภมู ลิ �ำเนา ต้องเป็นพืน้ ท่ี ทรุ กันดาร 4) ฐานะ ต้องมฐี านะยากจน 5) ความร้พู ืน้ ฐาน ตอ้ งเปน็ ผู้ทมี่ ีผลการเรียนดี และสอบไลไ่ ดไ้ มต่ �่ำกว่า ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 7 และ 6) ต้องมคี วามประพฤตดิ ี 1.3 หลักสูตรและการเรียนการสอน เป็นหลักสูตรแบบนักเรียนประจ�ำ 5 ปี โดยจ�ำแนกเป็น 2 ช่วง คอื 1) ชนั้ ปที ่ี 1-3 จดั ใหเ้ รยี นวิชาสามัญทกุ วชิ าเช่นเดียวกบั นกั เรียนชน้ั มัธยมศึกษาตอนต้นโดยท่ัวไป และจดั ให้เรียนและฝึกฝนด้านวชิ าชีพ คอื เกษตรกรรม ได้แก่ ท�ำสวน ท�ำไร่ ท�ำนา เล้ียงสตั ว์ อุตสาหกรรม คอื ชา่ งไม้ ชา่ งปูน ช่างโลหะ ชา่ งยนต์ รวมท้งั ต้องได้รับการฝกึ ฝนพิเศษ เชน่ ดนตรี กีฬา ภาษาองั กฤษ ชา่ งตดั ผม ช่างไฟฟ้า งานครัว และประจ�ำเรอื นพยาบาล เป็นตน้ 2) ชัน้ ปที ี่ 4-5 จัดให้เรยี นวิชาต่าง ๆ ท่เี กย่ี วกบั การเปน็ ครูและออกฝึกปฏิบัติ การสอนในโรงเรียน โดยใน 3 ปแี รกจัดให้เรยี นวชิ าสามญั ทุกวิชาดี 1.4 คุณวฒุ ิทจ่ี ะไดร้ บั จำ� แนกเป็น 2 กรณี คือ 1) กรณีส�ำเร็จการศกึ ษาตามหลกั สูตร 5 ปึ จะได้ รับคณุ วฒุ ิประกาศนียบัตรวชิ าการศึกษาหรอื ป.กศ. 2) กรณีไม่ส�ำเรจ็ การศึกษาตามหลักสูตร 5 ปี จะไดร้ ับ คุณวฒุ ริ ะดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ ตามช้นั ปที ่ีสอบไล่ไดแ้ ต่ไมเ่ กินชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 3 1.5 สถานภาพและค่าใช้จ่ายของนักเรียน คือ 1) นักเรียนของวิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึงจะมี สถานภาพเป็นนกั เรียนทนุ หรือนักเรยี นในบ�ำรงุ ของรัฐบาล 2) นบั ตง้ั แตป่ ี 2497 จนถงึ ปี 2522 นกั เรียนจะได้ รับทุนอุดหนุน คนละ 2,500 บาทต่อปี โดยทางวิทยาลัยจะเป็นผู้ดูแลจัดการโดยแบ่งเป็นค่าอาหารท้ังปี ค่าเส้ือผ้า คา่ อุปกรณ์ การเรียนทกุ หมวดวชิ า เชน่ มีด จอบ เสยี ม เครอื่ งมือตอนไก่ ตอนหมู ค้อน คีม เล่ือย 60 บณั ฑติ วิทยาลยั มหาวิทยาลัยสวนดสุ ิต

สว่ิ เทปวดั ฯลฯ รวมทง้ั คา่ พาหนะในการเดนิ ทางกลบั ไปเยยี่ มบา้ นตอนสนิ้ ปกี ารศกึ ษาดว้ ย จนกระทง่ั ปี 2523 รฐั บาลจึงได้เพ่มิ ทุนอุดหนนุ เป็นคนละ 4,000 บาทต่อปี 1.6 แหลง่ งานและเงอ่ื นไขรองรบั ผสู้ ำ� เรจ็ การศกึ ษา เปน็ ไปตามขน้ั ตอน ดงั นี้ 1) วทิ ยาลยั จะสง่ ตวั ผู้ส�ำเร็จการศึกษาไปให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานการศึกษาในจังหวัดภูมิล�ำเนาด�ำเนินการให้ได้รับการบรรจุ เขา้ รบั ราชการครู ซงึ่ บางจงั หวดั กอ็ าจสงั่ บรรจกุ รณพี เิ ศษ แตห่ ลายจงั หวดั กจ็ ดั ใหเ้ ขา้ สอบแขง่ ขนั เพอื่ บรรจตุ าม ปกติ 2) ผู้ทไ่ี ดร้ ับการบรรจุเขา้ รับราชการตอ้ งประจำ� ท�ำการสอนหรือรับราชการในสงั กัดเดียวกนั ไมน่ ้อยกวา่ สองเทา่ ของจ�ำนวนปีท่ีไดร้ บั ทุน กรณผี ิดเง่อื นไขสัญญาจะตอ้ งถกู ปรับให้ชดใชท้ นุ เปน็ เงินสิบเท่าของจ�ำนวนท่ี ได้รับอดุ หนนุ 2. การบริหารจัดการครุศึกษาตามแนวคิดวิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึงของมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้าน จอมบึง 2.1 วัตถุประสงค์ของการบริหารจัดการครุศึกษาตามแนวคิดวิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึงของ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมบู่ า้ นจอมบงึ พบวา่ มแี นวปฏบิ ตั ิ 15 แนวปฏบิ ตั ทิ มี่ หาวทิ ยาลยั ควรพจิ ารณาดำ� เนนิ การ คือ 1) สร้างหลักสตู รการผลติ ครูท่ีเนน้ การปฏบิ ตั ิ การฝกึ อบรมทีเ่ ขม้ ข้น ตามแนวทางโรงเรียนฝกึ หัดครสู มยั โบราณ 2) สร้างหลักสูตรเพื่อให้ได้ครูที่มีความรู้ทางวิชาการ เชี่ยวชาญทางวิชาชีพและมีอุดมการณ์ใน วิชาชพี 3) ผลิตครูให้มีคุณภาพมคี วามรู้และความสามารถตามเกณฑม์ าตรฐานวชิ าชีพครขู องครุ ุสภา 4) ผลิต ครทู ม่ี คี วามรคู้ วามสามารถในการเรยี นรเู้ พอ่ื พฒั นาตนเอง 5) ผลติ ครทู มี่ คี วามสามารถในการสอ่ื สารไดอ้ ยา่ งนอ้ ย 3 ภาษา คือ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษและภาษาของประเทศในประชาคมอาเซียน 6) ผลิตครูท่ีมีสมรรถนะ ในดา้ นงานเกษตร งานชา่ งอตุ สาหกรรมสามารถซอ่ มบำ� รงุ อปุ กรณ์ เครอ่ื งมอื ขนาดเลก็ 7) ผลติ ครทู มี่ สี มรรถนะ ด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ สามารถซ่อมบ�ำรุงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เบื้องต้นได้ 8) ผลิตครูท่ีมีจิตอาสาและ ความพรอ้ มทจี่ ะไปเปน็ ครใู นพนื้ ทช่ี นบทหรอื ภมู ลิ ำ� เนาของตนเอง 9) ผลติ ครทู เี่ กง่ และมคี วามเปน็ กลั ยาณมติ ร ตอ่ ศษิ ย์ มคี วามรกั และศรทั ธาในวชิ าชพี ครอู ยา่ งแทจ้ รงิ 10) ผลติ บณั ฑติ สายครทู ม่ี คี ณุ ลกั ษณะเปน็ ผเู้ ชยี่ วชาญ ในสาขาวชิ าเอก มคี ุณธรรม จริยธรรมและมีความช�ำนาญตามหลกั สตู รแนวขา้ งทไ่ี ดเ้ สรมิ ให้ที่สำ� คญั คือเป็นที่ พ่ึงของชุมชนได้ 11) ผลิตบัณฑติ ให้เป็นนักปฏบิ ตั ิ มีทักษะในการประกอบอาชีพ 12) ผลิตบณั ฑติ ทด่ี ำ� รงชีวติ อยูใ่ นสังคมได้อยา่ งเปน็ สุข รูจ้ ักคดิ วิเคราะห์ รเู้ ท่าทันตอ่ การเปล่ียนแปลงของโลก 13) จัดการศกึ ษาทีส่ ่งเสรมิ ความทันสมัย ส่งเสริมบุคลิกภาพ ให้เป็นคนกล้าคิด กล้าแสดงออกมีความรู้มุ่งสู่ตลาดแรงงานสากล 14) มหาวิทยาลัยต้องควบคุมคุณภาพบัณฑิตทุกปี เพ่ือปรับปรุงคุณภาพบัณฑิตให้สอดคล้องกับหลักสูตร การประเมินจะต้องรัดกมุ และเข้มขน้ โดยดจู ากมาตรฐานของหลักสูตรนั้น ๆ และ 15) เน้นการศกึ ษาท่ีส่งเสริม การท�ำงานเป็นทีม เน้นการศึกษาเทคโนโลยีเฉพาะดา้ น และมรี ะเบยี บวนิ ยั 2.2 คณุ สมบตั ขิ องผทู้ จี่ ะรบั เขา้ เรยี นครศุ กึ ษาตามแนวคดิ วทิ ยาลยั หมบู่ า้ นจอมบงึ ของมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง พบว่า มีแนวปฏิบัติ 12 แนวปฏิบัติท่ีมหาวิทยาลัยควรพิจารณาด�ำเนินการ คือ 1) รับนักศึกษาที่มีความรักและศรัทธาในวิชาชีพครูอย่างแท้จริง เข้าเรียนครุศึกษา 2) ไม่จ�ำกัดเพศชายหรือ หญงิ ในการท่ีจะรบั นักศกึ ษาเขา้ เรยี นครุศึกษา 3) รับนักศึกษาท่ีมีอายุไม่ต�่ำกวา่ 18 ปบี รบิ ูรณแ์ ละไมเ่ กนิ 20 ปีบริบูรณ์ 4) รับนักศึกษาจากทุกจังหวัดและทุกพ้ืนที่ คือ ทั้งพ้ืนที่ทั่วไป เขตเทศบาล องค์การบริหาร ส่วนจังหวัด องค์การบรหิ ารสว่ นตำ� บล และพืน้ ทพ่ี ิเศษตา่ ง ๆ 5) ไม่จำ� กดั ในเร่ืองฐานะครอบครัวของนกั ศึกษา ปที ่ี 14 ฉบบั ที่ 2 ประจำ�เดอื นพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 61

ท่ีจะเข้าเรียนครุศึกษา 6) รับผู้จบการศึกษาไม่ต�่ำกว่าชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้าเรียนครุศึกษา 7) ก�ำหนด ค่าคะแนนเฉลี่ยของผู้ท่ีจะเข้าเรียนครุศึกษา ท่ีระดับไม่ต่�ำกว่า 3.00 8) รับผู้ท่ีจะเข้าเรียนครุศึกษาท่ีมี ความประพฤตเิ รยี บรอ้ ยทม่ี หี ลกั ฐานยนื ยนั ทเี่ ชอื่ ถอื ได้ เชน่ สมดุ บนั ทกึ ความดี เกยี รตบิ ตั ร ภาพถา่ ยหรอื รางวลั ที่ได้รับ 9) จัดการศึกษาที่ส่งเสริมด้านบุคลิกภาพ ให้เป็นคนกล้าคิดกล้าแสดงออก มีความรู้ ความสามารถ และมคี ุณภาพ 10) รับนักศึกษาท่ีมจี ติ อาสา และพรอ้ มทีจ่ ะไปเป็นครูในพ้นื ท่ชี นบทหรอื ภูมิลำ� เนาของตนเอง 11) ผลิตบัณฑิตท่ีมีคุณภาพตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิอุดมศึกษาแห่งชาติ และ 12) ผลิตครูท่ีเก่ง ดีและ มีความเป็นกลั ยาณมิตรตอ่ ศิษย์ 2.3 หลกั สตู รและการเรยี นการสอนตามแนวคดิ วทิ ยาลยั หมบู่ า้ นจอมบงึ ของมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมู่บ้านจอมบึง พบว่า มีแนวปฏิบัติ 20 แนวปฏิบัติท่ีมหาวิทยาลัยควรพิจารณาด�ำเนินการ คือ 1) พัฒนา หลักสูตรให้มีความเหมาะสมกับเน้ือหาและระยะเวลาตลอดจนวิธีการศึกษาเพ่ือความหลากหลายในการผลิต ครูที่ตรงตามความตอ้ งการของตลาด 2) เน้นหลกั สตู รการสอนทสี่ ัมพันธก์ ับเศรษฐกจิ ท้องถน่ิ มกี ารบูรณาการ เทคโนโลยสี มยั ใหม่ เชน่ เทคโนโลยเี กษตรและอตุ สาหกรรมการเกษตร และเปน็ การเตรยี มความพรอ้ มเขา้ สตู่ ลาด 3) พฒั นาหลกั สตู รสาขาวชิ าตา่ ง ๆ ใหม้ มี าตรฐานสงู เนน้ การสรา้ งเครอื ขา่ ยการศกึ ษากบั ประเทศในประชาคม อาเซยี น 4) ปรบั ปรุงหลักสตู รให้สอดคล้องกับความตอ้ งการของท้องถน่ิ และตลาดที่สามารถน�ำความร้ไู ปใชใ้ น ชีวติ จริงได้ 5) ศกึ ษาหลกั สูตรของมหาวิทยาลยั อน่ื นำ� มาปรบั ปรุงในหลกั สตู รที่เปดิ สอนเกี่ยวกบั ครู 6) เน้น หลักสูตรทเ่ี ก่ยี วกับครูเพราะเป็นความเชย่ี วชาญเดิมของมหาวทิ ยาลัย 7) ทำ� การศกึ ษารว่ มกับองค์กรท้องถิ่น และผใู้ ชบ้ ณั ฑติ ถึงความตอ้ งการและนำ� ไปใช้พฒั นาหลักสตู ร 8) จดั หลักสูตรให้สอดคลอ้ งกับการเปลย่ี นแปลง โดยเพ่ิมชว่ั โมงหน่วยการเรยี นด้านเทคโนโลยสี ารสนเทศในหมวดวิชาการศึกษาทว่ั ไป 9) จัดการเรยี นการสอน โดยร่วมมือกับผู้ใช้บัณฑิตเพื่อให้สามารถปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ใช้อยู่ โดยเน้นภาคปฏิบัติ มากกว่าทฤษฎี 10) จัดการเรียนการสอนโดยเน้นเนื้อหาที่ทันสมัยพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงของกระแส 11) วิจัยคุณลักษณะของบัณฑิตท่ีสังคมและผู้ใช้บัณฑิตต้องการ น�ำมาเป็นข้อมูลในการปรับปรุงหลักสูตร 12) สร้างบัณฑิตให้สามารถพึ่งพาตนเองและสามารถเป็นท่ีพ่ึงของผู้อื่นได้ 13) สร้างบัณฑิตท่ีมีคุณลักษณะ ความเปน็ สากลในด้านภาษา การปรับตัว เทคโนโลยี และมที กั ษะระหว่างบคุ คล 14) พัฒนาปจั จยั นำ� เขา้ และ กระบวนการผลิตบัณฑิตครศุ ึกษาเพื่อใหไ้ ด้ผลลัพธ์ที่ดี โดยเฉพาะมาตรฐานการผลิตเพอื่ ใหเ้ กดิ การยอมรับทง้ั ภายนอกและภายในมหาวทิ ยาลยั 15) จดั การเรยี นการสอนใหม้ งุ่ สสู่ ากลและตอบสนองตอ่ การเปดิ สปู่ ระชาคม อาเซียน 16) จัดรูปแบบหลักสูตรแบบอยู่ประจ�ำร้อยเปอร์เซ็นต์ 17) ก�ำหนดระยะเวลาเรียนตลอดหลักสูตร อยา่ งน้อย 5 ปี 18) ก�ำหนดหลักสตู รการผลติ ครทู ีม่ ีลักษณะโดดเดน่ เหมาะสมกับสังคมไทยในยคุ ปัจจุบันและ อนาคต 19) ผลติ บณั ฑติ สายครทู มี่ ลี กั ษณะเปน็ ผเู้ ชยี่ วชาญในสาขาวชิ าเอกของตนอยา่ งแทจ้ รงิ และ 20) ศกึ ษา แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ผลิตครูสาขาท่ีขาดแคลนตามความต้องการของตลาดงาน การศึกษา และพยายามปดิ หรือลดการผลิตในสาขาที่ไมเ่ ป็นทตี่ อ้ งการของตลาดงาน 2.4 คณุ วฒุ ทิ จ่ี ะไดร้ บั ตามแนวคดิ วทิ ยาลยั หมบู่ า้ นจอมบงึ ของมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมบู่ า้ นจอมบงึ พบวา่ มแี นวปฏบิ ตั ิ 1 แนวปฏบิ ตั ทิ มี่ หาวทิ ยาลยั ควรพจิ ารณาดำ� เนนิ การ คอื กำ� หนด ปรญิ ญาครศุ าสตรบณั ฑติ (ค.บ.) ใหก้ ับผ้สู ำ� เร็จการศึกษาตามหลักสตู ร 2.5 ค่าใช้จ่ายและสถานภาพของนักศึกษาครุศึกษาตามแนวคิดวิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึงของ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั หมู่บา้ นจอมบึง พบวา่ มแี นวปฏบิ ัติ 6 แนวปฏิบัตทิ ี่มหาวทิ ยาลัยควรพิจารณาดำ� เนินการ 62 บัณฑติ วทิ ยาลยั มหาวิทยาลัยสวนดุสติ

คือ 1) ก�ำหนดให้นักศึกษาครุศึกษาเป็นนักศึกษาในบ�ำรุงหรือนักศึกษาทุนและมีสถานภาพเป็นข้าราชการ วสิ ามญั ชวั่ คราวเชน่ เดยี วกบั นกั เรยี นนายรอ้ ย นายรอ้ ยตำ� รวจ นายเรอื และนายเรอื อากาศ 2) กำ� หนดคา่ ใชจ้ า่ ย ที่ค�ำนวณกรณีเป็นนักศึกษาทุน โดยจ�ำแนกเป็นค่าอาหาร ค่าหอพัก ค่าจัดการเรียนการสอน ค่าหนังสือ ค่าอปุ กรณ์การฝึก คา่ กจิ กรรม และค่าอนื่ ๆ ตามที่คณะรฐั มนตรีเหน็ ชอบ 3) ก�ำหนดวงเงินทนุ ที่จดั สรรต่อคน ต่อปี กรณนี ักศกึ ษาทนุ จ�ำนวน 20,000-25,000 บาท 4) ตดิ ต่อประสานกับหน่วยงานท่รี ับผิดชอบให้เปน็ ผู้ตง้ั งบประมาณเป็นทุนการศึกษา เช่น หน่วยงานกลางในกระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานต้นสังกัดในส่วนกลาง ของโรงเรียนทใ่ี ชค้ รู 5) เป็นผดู้ �ำเนินการจดั ซอื้ จดั หา บริหารจัดการทุนบางส่วนและให้นักศึกษาเป็นผจู้ ดั การ เองบางส่วน และ 6) ก�ำหนดใหน้ ักเรยี นนักศึกษาทุนอยู่ประจ�ำหอพักตลอดหลักสตู ร 2.6 แหล่งงานและเงื่อนไขรองรับตามแนวคิดวิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึงของมหาวิทยาลัยราชภัฏ หมบู่ ้านจอมบงึ พบวา่ มีแนวปฏิบัติ 5 แนวปฏบิ ตั ิท่ีมหาวทิ ยาลยั ควรพิจารณาด�ำเนินการ คอื 1) ท�ำงานเป็น เครอื ขา่ ยรว่ มกบั องคก์ รภาครฐั และกลมุ่ ผใู้ ชบ้ ณั ฑติ เนน้ การพฒั นาแบบยง่ั ยนื ทงั้ ดา้ นสขุ ภาพ เศรษฐกจิ สงั คม และสิง่ แวดลอ้ ม 2) ออกหลักฐานและดำ� เนินการสง่ ตวั ทง้ั ผู้ส�ำเร็จและไม่ส�ำเร็จการศึกษากลบั ไปรายงานตัวท่ี ต้นสังกัด 3) ติดตาม ผลการด�ำเนินการส่ังบรรจุแต่งต้ังผู้ที่ถูกส่งตัวกลับไปรายงานตัวกับส่วนราชการหรือ หนว่ ยงานตน้ สงั กดั 4) กำ� หนดระยะเวลาทำ� งานชดใชท้ นุ ใหท้ ำ� งานชดใชท้ นุ เทา่ กบั สองเทา่ ของจำ� นวนปที ร่ี บั ทนุ หรือเท่ากับเงนิ ทุนทีไ่ ด้รบั 5) ควบคมุ คณุ ภาพบัณฑติ ในสาขาวชิ าเอกใหม้ คี ณุ ลกั ษณะเป็นผเู้ ช่ียวชาญในสาขา วิชานัน้ ๆ อย่างแท้จริง 6) ควบคุมคุณภาพบณั ฑติ ให้มคี ุณธรรม จรยิ ธรรมและเป็นทพ่ี ่งึ ของชมุ ชนได้ อภิปรายผล ดา้ นการบรหิ ารจดั การศึกษาของวทิ ยาลยั หม่บู ้านจอมบงึ ในอดีต 1. วัตถุประสงค์ของวิทยาลยั พบวา่ ดา้ นวตั ถปุ ระสงคข์ องวทิ ยาลยั หม่บู า้ นจอมบงึ สอดคล้องกับที่ จินต์ รัตนสิน (2534) ผู้บริหารท่านแรกของวิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึง ได้กล่าวถึง ความมุ่งหมายส�ำคัญของ การจัดตั้งสถาบันฝึกหัดครูแห่งน้ีไว้ว่า มี 3 ประการ คือ 1) ผลิตครูไปสอนโรงเรียนประถมศึกษาในชนบท โดยคัดเลือกนักเรียนจากชนบทมาเรียนต่อ เม่ือส�ำเร็จแล้วต้องกลับไปสอนในชนบทท่ีเป็นภูมิล�ำเนาของตน เปน็ การแกป้ ัญหาการขาดแคลนครใู นท้องถิ่นกันดารด้วย 2) ให้นักเรยี นครปู ระเภทนี้มีประสบการณห์ ลาย ๆ อย่างด้วยการเรียนรู้และลงมือท�ำเองมากท่ีสุด เพื่อจะได้น�ำความรู้ความช�ำนาญอย่างใหม่ตลอดจนความรู้ เกย่ี วกบั การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยไปใชใ้ นโรงเรยี นทตี่ นสอน เสมอื นหนง่ึ วา่ ครเู ปน็ ผนู้ ำ� ความเจรญิ ไปสู่ ชนบทเป็นทปี่ รึกษาของหมู่บ้าน เป็นกำ� ลังพัฒนาของหมู่บ้าน และ 3) วิทยาลัยหมบู่ า้ นจะตอ้ งตงั้ อย่ใู นชนบท หา่ งจากตวั เมืองใหญท่ เ่ี จรญิ มีครอู าจารยท์ เ่ี พยี บพร้อม ช�ำนชิ �ำนาญในสาขาวิชาต่าง ๆ มเี ครือ่ งมอื เครอื่ งใช้ใน การสอนการปฏบิ ตั งิ านครบครนั เปน็ ศนู ยก์ ารศกึ ษาของทอ้ งถนิ่ และสามารถบนั ดาลใหท้ อ้ งถนิ่ นนั้ เจรญิ เตบิ โต โดยรวดเรว็ 2. คณุ สมบตั ขิ องผทู้ จี่ ะรบั เขา้ เรยี น พบวา่ ผทู้ จี่ ะเขา้ เรยี นในวทิ ยาลยั หมบู่ า้ นจอมบงึ ตอ้ งมคี ณุ สมบตั ิ วิทยาลยั ของผูท้ ่จี ะรบั เข้าเรยี นของวิทยาลัยหมู่บา้ นจอมบึง สอดคล้องกับหลักฐานงานเขียนของอดตี ผู้บริหาร อาจารย์ และศิษย์เก่าของหลายทา่ น เช่น จนิ ต์ รตั นสิน (2534) อรณุ ปรีดีดิลก (2534) พทิ กั ษ์ อาจคุ้มวงศ์ (2527) สชุ นิ ประพันธพ์ จน์ (2540) และ จรยิ ะ วิโรจน์ (2540) ทร่ี ะบวุ ่าในระยะแรกผเู้ รยี นของสถาบันแห่งนี้ ปที ี่ 14 ฉบับที่ 2 ประจ�ำ เดอื นพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 63

จะคัดเลือกนักเรยี นทจ่ี บชนั้ มัธยมปีที่ 3 จากท้องถนิ่ ทุรกนั ดาร ซงึ่ ตอ้ งมผี ลการเรียนดี แต่ฐานะยากจน โดย นกั เรียนรนุ่ แรก ๆ จะรับจากจงั หวัดราชบุรี กาญจนบรุ ี เพชรบรุ ี และประจวบครี ีขนั ธ์ ตอ่ มาในปีการศึกษา 2498 ได้ขยายการรับนักเรียนในชนบทที่ก�ำลังพัฒนาในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ครั้นปีการศึกษา 2503 เป็นตน้ มา จึงไดด้ �ำเนินการรบั นักเรยี นตามประกาศกรมการฝกึ หดั ครู เรอื่ งหลกั เกณฑ์การรบั นกั เรยี นวิทยาลัย หมูบ่ ้านจอมบงึ ซึ่งนอกจากจะรบั เพยี งปลี ะ 60 คน จาก 28 จงั หวัด ยงั ระบุคณุ สมบตั ิว่าผู้สมคั รจะต้องจบชนั้ มธั ยมสามญั หรอื วสิ ามญั ปที ี่ 3 ซงึ่ ตอ่ มา กค็ อื ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 7 มภี มู ลิ ำ� เนาอยใู่ นทอ้ งถน่ิ กนั ดารของจงั หวดั มีบคุ ลิกลักษณะสมเป็นครู ร่างกายแขง็ แรง ความประพฤติเรียบร้อย มีความสามารถพดู ภาษาไทยได้ถกู ต้อง และชัดเจน รวมท้ังก�ำหนดหลักเกณฑ์ว่าให้คัดเลือกบุคคลท่ีอยู่ในถิ่นกันดารเป็นอันดับแรก ถ้าเห็นสมควร ใหส้ อบกส็ อบ 3. หลกั สตู รและการเรยี นการสอน พบวา่ หลกั สตู รและการเรยี นการสอนของวทิ ยาลยั หมบู่ า้ นจอมบงึ สอดคล้องกบั ที่ จินต์ รตั นสนิ (2534) ผ้บู ริหารทา่ นแรกของวทิ ยาลัยหมูบ่ ้านจอมบึง ไดเ้ ขียนถึงหลักสูตรและ การเรยี นการสอนของวทิ ยาลยั สรปุ ความไดว้ า่ นกั เรยี นจะตอ้ งเขา้ เรยี นตามหลกั สตู ร 5 ปี ดงั นวี้ ชิ าสามญั ระดบั ม. 4-5-6 (ต่อมาเปลี่ยนเปน็ ม.ศ. 1-2-3) วิชาครูระดบั หลักสตู ร ป.กศ. วิชาเกษตร ท�ำสวน ท�ำนา เลย้ี งสัตวเ์ นน้ หนักภาคปฏิบัติ อุตสาหกรรม ช่างไม้ ช่างก่อสร้าง ช่างโลหะ เน้นหลักปฏิบัติ กิจกรรมพิเศษ ช่างตัดผม ชา่ งเครื่องยนต์ ช่างไฟฟ้า งานครวั ประจำ� เรือนพยาบาล โดยนกั เรยี นทุกคนตอ้ งเรียนหนกั ทำ� งานหนัก และ มกี จิ วตั รประจ�ำวัน คอื วนั ธรรมดา เวลา 06.00-08.00 น. ภาคปฏบิ ตั ริ อบเชา้ ทำ� งานตามหมวดหมู่ ครอู าจารยท์ กุ คนลงงานดว้ ย เวลา 08.00-09.00 น. อาบนำ้� รับประทานอาหาร เวลา 09.00-15.00 น. เรียนในหอ้ งเรยี นวชิ าสามัญ เกษตร การช่างและอุตสาหกรรม เวลา 15.30-17.00 น. ภาคปฏบิ ตั ใิ นโรงเรียนและสนาม เวลา 17.00-19.00 น. อาบน�ำ้ รับประทานอาหาร เวลา 19.00-20.30 น. เรยี นลำ� พังในหอ้ งเรยี น โดยมีครูเปน็ ผคู้ วบคุม เวลา 21.00 น. เขา้ นอน วันเสาร์ เวลา 06.00-17.00 น. กจิ กรรมพิเศษตามวิชาเลือกและลงงาน วนั อาทิตย์ หยุดพกั ผ่อน 4. คณุ วุฒทิ ีจ่ ะไดร้ บั พบวา่ ด้านคุณวฒุ ทิ ผ่ี ู้เรยี นจะได้รับจากวทิ ยาลยั หมู่บา้ นจอมบงึ สอดคลอ้ งกับ ขอ้ เขียนของ พิทักษ์ อาจคุ้มวงศ์ (2527) ท่รี ะบุวา่ วทิ ยาลัยหมูบ่ ้านจอมบึงรับนักเรยี นท่ีจบช้ันมธั ยมวิสามัญ ศึกษา ปที ่ี 3 หรอื มัธยมสามญั ศึกษาปที ี่ 3 เขา้ เรียน ใชเ้ วลาเรียน 5 ปี จบแลว้ ให้วุฒิ ป.กศ. 5. สถานภาพและค่าใช้จ่ายของผู้เรียน พบว่า ด้านสถานภาพและค่าใช้จ่ายของผู้เรียนของวิทยาลัย หมู่บ้านจอมบงึ สอดคลอ้ งกบั ที่ จินต์ รัตนสิน (2534) ระบไุ ว้วา่ นกั เรยี นรุ่นแรกคัดเลือกมาจากท้องถิ่นกนั ดาร 64 บณั ฑติ วิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั สวนดสุ ิต

ของจงั หวัดราชบุรี กาญจนบรุ ี เพชรบุรี และจงั หวัดประจวบคีรขี ันธ์ ทกุ คนไดร้ ับทนุ อดุ หนุนจากรัฐบาล คนละ 2,500 บาทต่อปี โดยเงนิ จ�ำนวนนว้ี ิทยาลัยแบง่ เปน็ ค่าอาหารทง้ั ปี ค่าเส้อื ผ้า ค่าหนงั สอื คา่ อปุ กรณก์ ารเรียน ทกุ หมวดวิชา เชน่ มดี จอบ เสยี ม เคร่ืองมอื ตอนไก่ ตอนหมู คอ้ น คมี เลอ่ื ย สิ่ว และเทปวดั ฯลฯ รวมทั้ง ค่าพาหนะเดินทางไปเย่ียมบ้านเมื่อสิ้นปีด้วย รวมท้ังสอดคล้องกับท่ี พิทักษ์ อาจคุ้มวงศ์ (2527) ระบุว่า ในปีการศึกษาแรกท่ีมีนักเรียนมาจากจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ นักเรียน จะไดร้ ับทุนอุดหนนุ เปน็ ค่าอาหาร ค่าเครอ่ื งน่งุ หม่ และเคร่ืองเรียน ทุนละ 2,500 บาทตอ่ ปี และแม้วา่ จะได้ ขยายการรบั นกั เรยี นในชนบททกี่ ำ� ลงั พฒั นาในจังหวดั ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ในปกี ารศกึ ษา 2498 แตท่ างดา้ นทนุ กย็ ังคงจำ� กัดจ�ำนวนปีละ 60 คนและทนุ ๆ ละ 2,500 บาท เทา่ เดมิ 6. แหล่งงานและเงื่อนไขรองรับผู้ส�ำเร็จและไม่ส�ำเร็จการศึกษา พบว่า ด้านแหล่งงานและเงื่อนไข รองรบั ของวทิ ยาลัยหมูบ่ ้านจอมบงึ สอดคล้องกับท่ี จนิ ต์ รตั นสนิ (2534) ระบวุ า่ ผลผลิตของวิทยาลัยหมบู่ ้าน ชุดแรกส�ำเร็จการศกึ ษาเมอ่ื พ.ศ. 2501 ทุก ๆ คน ไดก้ ลบั เข้าไปท�ำงานในเขตจังหวดั ของตนตามสญั ญา โดย เฉพาะอยา่ งยงิ่ ในชนบททอ่ี ยหู่ ่างไกลความเจริญ โดยเฉพาะศษิ ย์ท่ีสำ� เร็จการศึกษารนุ่ ท่ี 1-5 ซึ่งเปน็ รนุ่ บกุ เบิก ต่อสู้กับความยากล�ำบากนานัปการ เป็นรุ่นท�ำป่าให้เป็นบ้านเป็นเมือง ท�ำถนน ขุดบ่อ หรือสร้างอาคาร ต้องสวมรองเท้าบตู๊ เพราะงูพษิ ชุกชมุ ในฤดแู ลง้ อดน้ำ� กนิ นำ�้ ใช้ ตอ้ งล�ำเลียงน้ำ� มาจากจังหวัด แต่ทุกคนก็รน่ื เรงิ แข็งแรง กระตือรือร้นในการใช้ชีวิตและการศึกษาเล่าเรียน ซ่ึงสอดคล้องกับท่ี พิทักษ์ อาจคุ้มวงศ์ (2527) กลา่ ววา่ นกั เรยี นทนุ ทกุ ประเภทของวทิ ยาลยั หมบู่ า้ นจอมบงึ เมอ่ื จบการศกึ ษาจะไดว้ ฒุ ิ ป.กศ. โดยมหี ลกั เกณฑ์ และขอ้ ผกู พัน เชน่ เดียวกับทนุ กรมการฝึกหดั ครู อย่างไรก็ตาม เน่อื งจากนบั ตัง้ แต่เร่ิมรบั นักเรยี นร่นุ แรกตง้ั แต่ ปีการศึกษา 2497 มาจนกระทั่งปีการศึกษา 2519 ซ่ึงปรากฏว่านักเรียนทุนยังคงได้รับเงินอุดหนุนเพียง ปีละ 2,500 บาทต่อคนต่อปีเท่าเดิม ทั้งที่เงินอุดหนุนเหล่าน้ีมิใช่ค่าอาหารแต่เพียงอย่างเดียว แต่รวมท้ัง ค่าเครือ่ งเรียน เคร่ืองนุ่งห่ม เครอ่ื งใชท้ กุ อยา่ ง วทิ ยาลยั ครูหมบู่ า้ นจอมบงึ จงึ ทำ� การส�ำรวจและข้อมูลศกึ ษา ข้อมูลหลาย ๆ ด้าน เก่ียวกับนักเรียนทุน เพื่อเสนอกรมการฝึกหัดครูให้ ความช่วยเหลือ ดังน้ัน นับต้ังแต่ ปีการศกึ ษา 2521 กรมการฝกึ หัดครแู ละกรมสามัญศึกษาจึงไดง้ ดสง่ นกั เรยี นทุน ประเภท 5 ปี มาเรยี นปี 1 แต่หนั ไปเพ่มิ ทนุ ให้นกั เรยี นทุนท่ีเหลืออย่เู ปน็ ปลี ะ 4,000 บาทแทน จงึ มีผลให้นกั เรยี นทุนประเภทน้ีกค็ ่อย ๆ หมดไปปลี ะชัน้ เรียน จนกระทงั่ ปีการศกึ ษา 2525 กไ็ ม่มนี ักเรยี นทุนดังกลา่ วนีไ้ มม่ เี หลืออยู่อกี เลย ดา้ นการบรหิ ารจดั การครศุ กึ ษาตามแนวคดิ วทิ ยาลยั หมบู่ า้ นจอมบงึ ของมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมบู่ า้ น จอมบงึ 1. วตั ถปุ ระสงคข์ องการบรหิ ารจดั การครศุ กึ ษาตามแนวคดิ วทิ ยาลยั หมบู่ า้ นจอมบงึ ของมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมบู่ า้ นจอมบึง ดา้ นวตั ถปุ ระสงค์ของการบริหารจัดการครศุ กึ ษาตามแนวคิดของมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมู่บ้านจอมบึง สอดคล้องกับปาฐกถาพิเศษเรื่องนโยบายการผลิตครูในศตวรรษที่ 21 ของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ซ่ึงความตอนหนึ่งระบุว่า อยากให้มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ) ผลิตครูในศตวรรษท่ีมี คณุ ลกั ษณะ คอื มีจติ วญิ ญาณความเปน็ ครู มคี วามรู้ในเร่ืองทสี่ อน มเี ทคนคิ การสอนดี ถ่ายทอดใหน้ กั เรยี น เข้าใจง่าย มีความรู้ ICT มีบุคลิกภาพดี และที่ส�ำคัญคือ มีทักษะการพูด มีเทคนิคการพูดจูงใจนักเรียน ให้ความส�ำคัญเร่ืองจิตวิทยาเด็กพิเศษ จิตวิทยาการเรียนการสอน จิตวิทยาครูว่าด้วยการลงโทษนักเรียน การสร้างแรงจูงใจ เทคนิค การพูด และเทคนิคการสอนรวมท้ังเข้าใจเรื่องการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ ปที ่ี 14 ฉบับท่ี 2 ประจ�ำ เดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 65

หรือ PISA ซ่งึ เปน็ การประเมินที่นานาชาติใหก้ ารยอมรับ รวมท้ังสอดคลอ้ งกบั ผลการวจิ ยั ของ ปารเ์ คย์ และ สแตนดฟ์ อร์ด (Parkay F. W. and Standford, 2001) ที่ท�ำการศึกษาเรื่อง การเข้าสู่วชิ าชพี ครใู นประเทศ สหรฐั อเมรกิ า และสรปุ เสนอเป็นแนวคดิ ไวว้ า่ ผทู้ จ่ี ะเข้าส่วู ชิ าชีพครูในประเทศสหรัฐอเมรกิ ารในศควรรษท่ี 21 ตอ้ งมีมาตรฐาน 5 ประการ ประกอบดว้ ย 1) สามารถปรับตัวเขา้ กบั ผู้เรยี นได้ดี 2) มีความรู้ดใี นสาระที่สอน รวมทั้งรู้วิธีถ่ายทอดสาระนั้นสู่ผู้เรียน 3) รู้วิธีควบคุมและจัดการกับผู้เรียน 4) สามารถคิดจัดประสบการณ์ การเรียนรู้อย่างเป็นระบบบนพ้ืนฐานประสบการณ์ของตนเอง และ 5) ประพฤติปฏิบัติตนเป็นส่วนหน่ึงของ สมาชกิ ในองค์กรแห่งการเรยี นรู้ 2. คุณสมบัติของผู้ที่จะรับเข้าเรียนครุศึกษาตามแนวคิดวิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึงของมหาวิทยาลัย ราชภฏั หมบู่ า้ นจอมบงึ พบวา่ ดา้ นคณุ สมบตั ขิ องผทู้ จ่ี ะรบั เขา้ เรยี นครศุ กึ ษาตามแนวคดิ วทิ ยาลยั หมบู่ า้ นจอมบงึ ของมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมบู่ า้ นจอมบงึ สอดคลอ้ งกบั คมู่ อื ประกอบการรบั สมคั รนกั ศกึ ษามหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หม่บู ้านจอมบึง ปกี ารศึกษา 2560 ที่ระบุไว้ดังน้ี 2.1 ผสู้ มคั รทกุ หลกั สตู รตอ้ งมคี ณุ สมบตั แิ ละพนื้ ฐานความรู้ คอื 1) มสี ขุ ภาพสมบรู ณแ์ ขง็ แรง และ ไมเ่ ปน็ โรคตดิ ตอ่ รา้ ยแรง หรอื เปน็ โรคทเี่ ปน็ อปุ สรรคตอ่ การศกึ ษา 2) เปน็ ผทู้ ม่ี คี วามประพฤตดิ ี 3) เปน็ ผทู้ กี่ ำ� ลงั ศึกษาหรือส�ำเร็จการศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า 4) มีผลการเรียนเฉล่ียสะสม นับตั้งแต่ภาคเรียนแรกถึงภาคเรียนท่ี 5 หรือภาคเรียนท่ีส�ำเร็จการศึกษาแล้ว และ 5) มีคุณสมบัติตรงตาม ขอ้ ก�ำหนดเฉพาะ ในบางสาขาวิชาตามประกาศฉบบั น้ี 2.2 ผสู้ มคั รเข้าศึกษาหลกั สูตรครุศาสตรบณั ฑติ ต้องมคี ณุ สมบตั ิ คือ 1) มคี วามรกั และศรัทธาใน อาชีพครู 2) มีจติ ใจมุ่งมั่นพัฒนาทงั้ ตนเอง ครอบครัว และสงั คม 3) ไมเ่ คยมีประวัติเป็นโรคจิต โรคประสาท ขั้นรุนแรง และ 4) ไม่เป็นผู้มีบุคลิกภาพผิดปกติอ่ืน ๆ อันเป็นอุปสรรคและก่อให้เกิดความเสียหายใน การประกอบอาชพี ครู 2.3 ผู้สมคั รในโครงการทนุ อัญมณศี รีจอมบงึ ตอ้ งมีคุณสมบตั ิ ประกอบด้วย 2.3.1 คุณสมบัติท่ัวไป คือ 1) เป็นผู้ที่ก�ำลังศึกษาหรือส�ำเร็จการศึกษาอยู่ในระดับชั้น มัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า 2) เป็นผู้ที่มีความประพฤติดี และ 3) มีคุณสมบัติตรงตามเง่ือนไข การรับทุน 2.3.2 คุณสมบัติเฉพาะประเภทเรียนดี คือ 1) มีผลการเรียนเฉลี่ยในระดับช้ันมัธยมศึกษา ปีท่ี 4-6 (รวม 5 ภาคเรยี น) ไม่น้อยกวา่ 3.50 และ 2) มคี วามประพฤติดแี ละได้รับการรบั รองจากผู้บริหาร สถานศกึ ษาหรอื ผู้ได้รบั มอบหมาย 2.3.3 คุณสมบัตเิ ฉพาะประเภทกจิ กรรมเดน่ /กฬี า คอื 1) เปน็ ผ้ไู ด้รับรางวัลจากการแข่งขนั ระดับนานชาติ/อาเซียน อันดบั ท่ี 1, 2 และ 3 หรอื ชมเชยเทา่ นน้ั โดยมีหลักฐานประกอบการพิจารณา 2) เป็น ผูไ้ ด้รบั รางวลั จากการแขง่ ขนั ระดบั ชาติ อันดบั ที่ 1, 2 และ 3 เท่านนั้ โดยมีหลักฐานประกอบการพจิ ารณา และ 3) เป็นผู้ไดร้ บั รางวัลจากการแขง่ ขนั ระดบั จงั หวดั หรือภาค อนั ดบั ที่ 1, 2 และ 3 เทา่ น้ัน โดยมหี ลกั ฐาน ประกอบการพิจารณา นอกจากน้ียังสอดคล้องกับผลการวิจัยของ สุภาภรณ์ ผู้ผึ้ง (2558) ที่ด�ำเนินการวิจัย เร่ือง กระบวนการและแนวทางในการพัฒนาโครงการครูพันธุ์บึง มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง และ พบว่า การรับนักศึกษา เข้าโครงการต้องรับนักศึกษาท่ีมีผลการเรียนดีคือมีเกรดเฉล่ียไม่ต่�ำกว่า 3.00 และ 66 บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั สวนดสุ ิต

ควรให้นักศกึ ษาหญงิ มีโอกาสเขา้ รว่ มโครงการ เพ่อื ผลิตบณั ฑติ หญิงที่มคี ุณภาพให้กับความต้องการของสงั คม และเตมิ เตม็ ทักษะหรือความสามารถบางอย่างทีน่ กั ศกึ ษาชายท�ำไดไ้ ม่ดี 3. หลักสูตรและการเรียนการสอนตามแนวคิดวิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึงของมหาวิทยาลัยราชภัฏ หมู่บ้านจอมบึง พบว่า ด้านหลักสูตรและการเรียนการสอนครุศึกษาตามแนวคิดวิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึงของ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมบู่ า้ นจอมบงึ สอดคลอ้ งกบั ปาฐกถาพเิ ศษเรอื่ งนโยบายการผลติ ครใู นศตวรรษที่ 21 ของ รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธกิ าร ซง่ึ ความตอนหนึ่งระบวุ า่ อยากใหม้ หาวทิ ยาลัยราชภัฏ (มรภ) ผลติ ครูที่มี ความรใู้ นเรอื่ งท่สี อน มเี ทคนคิ การสอนดี ถา่ ยทอดใหน้ ักเรยี นเข้าใจง่าย มคี วามรู้ ICT มบี ุคลกิ ภาพดี มีทกั ษะ การพูด มีเทคนิคการพูดจูงใจนักเรียน ให้ความส�ำคัญเรื่องจิตวิทยาเด็กพิเศษ จิตวิทยาการเรียนการสอน จิตวิทยาครูว่าด้วยการลงโทษนักเรียน การสร้างแรงจูงใจ เทคนิคการพูด และเทคนิคการสอน เข้าใจเรื่อง การประเมินผลนักเรียนนานาชาติหรือ PISA ซึ่งเป็นการประเมินที่นานาชาติให้การยอมรับ นอกจากน้ียัง สอดคลอ้ งกบั งานวจิ ยั ของ ปารชิ า มารี เคน (2554) ทท่ี ำ� การศกึ ษาเรอ่ื งอนาคตภาพทเี่ ปน็ ไปไดข้ องมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั กาฬสนิ ธใ์ุ นการเปน็ มหาวทิ ยาลยั เพอ่ื การพฒั นาทอ้ งถนิ่ ในทศวรรษหนา้ ซง่ึ พบวา่ ดา้ นการจดั การเรยี น การสอน จะต้องมีการจัดการเรียนการสอนที่ผสมผสานการใช้ส่ือการสอนสมัยใหม่ที่เหมาะสม อันประกอบ ดว้ ยสอ่ื ทเี่ ปน็ ไปตามมาตรการปกตแิ ละสอ่ื ทถ่ี กู พฒั นาจากระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ ระบบทะเบยี นออนไลน์ ทั้งระบบ มีการพัฒนาและเพิ่มหลักสูตรและโปรแกรมการศึกษาวิชาการใหม่ให้หลากหลาย สอดคล้องกับ ความตอ้ งการของทอ้ งถิ่น ภูมิภาคและปรับเปล่ยี นบทบาทใหมข่ องผสู้ อนเป็นผกู้ ระตุน้ ให้เกิดการเรียนรู้ 4. คณุ วฒุ ทิ จี่ ะไดร้ บั จากการบรหิ ารจดั การศกึ ษาตามแนวคดิ วทิ ยาลยั หมบู่ า้ นจอมบงึ ของมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง พบว่า ด้านคุณวุฒิส�ำหรับผู้ส�ำเร็จการศึกษาตามแนวคิดวิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึงของ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง สอดคล้องกับคู่มือประกอบการรับสมัครนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏ หมูบ่ า้ นจอมบงึ 2560 ทีร่ ะบวุ า่ หลักสูตรครศุ าสตรบัณฑติ ประกอบดว้ ย สาขาวชิ าตา่ ง ๆ 14 สาขาวิชา โดย ทกุ ๆ สาขาวิชาไดก้ ำ� หนดช่ือคณุ วุฒเิ ตม็ เปน็ ครศุ าสตรบัณฑติ ตามดว้ ยช่ือสาขาวิชา ส่วนช่ือย่อ คือ ค.บ. (ชอ่ื สาขาวิชา) ตวั อย่างเช่น ครศุ าสตรบัณฑิต สาขาวชิ าภาษาไทย และ ค.บ. (ภาษาไทย) เป็นต้น 5. สถานภาพและค่าใช้จ่ายของนักศึกษาครุศึกษาตามแนวคิดวิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึงของ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง พบว่า ด้านสถานภาพและค่าใช้จ่ายของนักศึกษาครุศึกษาตามแนวคิด วทิ ยาลัยหมบู่ า้ น จอมบงึ ของมหาวิทยาลัยราชภฏั หมู่บา้ นจอมบงึ สอดคลอ้ งกบั ท่ี จินต์ รัตนสนิ (2534) ระบุ วา่ นกั เรียนของวิทยาลยั หมบู่ า้ นจอมบงึ ทุกคนไดร้ บั ทนุ อดุ หนนุ จากรฐั บาลคนละ 2,500 บาทตอ่ ปี เงินจำ� นวน นี้ วทิ ยาลยั ได้แบ่งเปน็ คา่ อาหารท้ังปี ค่าเส้ือผา้ คา่ หนังสอื คา่ อปุ กรณก์ ารเรยี นทกุ หมวดวิชา เชน่ มดี จอบ เสยี ม เคร่อื งมอื ตอนไก่ ตอนหมู ค้อน คีม เลอื่ ย ส่ิว และเทปวัด ฯลฯ รวมท้งั ค่าพาหนะเดินทางไปเยยี่ มบา้ น เม่อื สนิ้ ปีดว้ ย และสอดคลอ้ งกับท่ี พทิ ักษ์ อาจค้มุ วงศ์ (2527) ไดก้ ล่าววา่ นักเรยี นทุนทกุ ประเภทของวิทยาลยั หมบู่ า้ นจอมบึงจะไดร้ ับทุนและคณุ วฒุ ิ โดยมีหลกั เกณฑ์และขอ้ ผูกพนั แต่นบั จากเรม่ิ รบั นกั เรียนรุ่นแรกต้ังแต่ ปีการศกึ ษา 2497 มาจนกระทัง่ ปีการศึกษา 2519 ปรากฏวา่ ยงั คงได้รบั เงินอดุ หนุนเพยี งปีละ 2,500 บาทตอ่ คน ท้ัง ๆ ท่ีเงินอุดหนุนนี้มิใช่ค่าเฉพาะอาหารอย่างเดียว แต่รวมไปถึงค่าเครื่องเรียน เครื่องนุ่งห่ม และ เคร่อื งใช้ทกุ อยา่ งด้วย 6. แหลง่ งานและเงอื่ นไขรองรบั ตามแนวคดิ วทิ ยาลยั หมบู่ า้ นจอมบงึ ของมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมบู่ า้ น ปที ี่ 14 ฉบับท่ี 2 ประจำ�เดอื นพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 67

จอมบงึ พบวา่ แหลง่ งานและเงอื่ นไขรองรบั ตามแนวคดิ วทิ ยาลยั หมบู่ า้ นจอมบงึ ของมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมบู่ า้ น จอมบึง สอดคล้องกับปาฐกถาพิเศษเรื่องนโยบายการผลิตครูในศตวรรษท่ี 21 ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศกึ ษาธกิ าร ซึ่งความบางตอนสรปุ ได้ว่า การผลิตครูในอนาคตจะมีการแบง่ สดั ส่วนเปน็ ผลิตเพอ่ื พฒั นาทอ้ งถิน่ 25% ผลิตระบบปิด 40% ซึ่งจะแบ่งโควตาการผลิตตามขีดความสามารถของแต่ละแห่ง และอีก 35% เปน็ การผลติ ระบบเปดิ ทว่ั ไป และสอดคลอ้ งกบั ท่ี พทิ กั ษ์ อาจคมุ้ วงศ์ (2527) ไดก้ ลา่ ววา่ นกั เรยี นทนุ ทกุ ประเภท ของวิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึงจะได้รับทุนและคุณวุฒิโดยมีหลักเกณฑ์และข้อผูกพัน แต่จากการศึกษาข้อมูล โดยสอบถามถงึ ความจำ� เปน็ ในการใชค้ รแู ละการบรรจนุ กั เรยี นทนุ เขา้ เปน็ ครไู ปยงั หนว่ ยงานตน้ สงั กดั คอื จงั หวดั 30 จังหวัด ท่ีส่งนักเรียนทุนมาเรียน กลับได้ข้อค้นพบท่ีส�ำคัญเรื่องการบรรจุนักเรียนในบ�ำรุงที่จบการศึกษา และมขี อ้ ผกู พนั วา่ ตอ้ งกลบั ไปรบั ราชการครมู ฉิ ะนน้ั จะตอ้ งถกู ปรบั คอื ในจำ� นวนจงั หวดั 23 จงั หวดั ทต่ี อบขอ้ มลู สง่ กลบั มีเพียงบางจงั หวัดเท่านน้ั ทบ่ี รรจุให้ทนั ที สว่ นร้อยละ 30 แจง้ ว่าใชว้ ิธจี ัดให้ผรู้ ับทนุ ท่กี ลับไปรายงาน ตัวไปสอบบรรจุเอง ขณะที่ร้อยละ 39 ระบุว่าไม่มีอัตรารองรับ อีกท้ังยังมีหลายจังหวัดที่ให้ข้อมูลว่าไม่มี ทอ้ งถนิ่ ทรุ กนั ดารอกี ตอ่ ไปแลว้ นอกจากนี้ ยงั สอดคลอ้ งกบั ผลการวจิ ยั ของ สภุ าภรณ์ ผผู้ งึ้ (2558) ทดี่ ำ� เนนิ การ วิจัยเรื่อง กระบวนการและแนวทางในการพัฒนาโครงการครูพันธุ์บึง มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ซึ่งพบว่าอุปสรรคด้านความคาดหวังในอาชีพของโครงการ คือ ส่วนกลางหรือกระทรวงศึกษาธิการไม่มีการ จดั สรรอตั ราสนบั สนนุ ให้ได้รับการบรรจเุ ปน็ ขา้ ราชการครูให้กบั นักศกึ ษาท่ีเข้ารว่ มโครงการ สรุปผลการศึกษา 1. การบริหารจดั การศกึ ษาของวทิ ยาลัยหมู่บา้ นจอมบึงในอดตี พบวา่ 1.1 วตั ถปุ ระสงคข์ องวทิ ยาลยั คอื 1) เพอื่ ปลกู ฝงั ใหน้ กั เรยี นรกั อาชพี ครู โดยใหผ้ า่ นงานหลายอยา่ ง ที่สามารถน�ำความรู้ความช�ำนาญไปลงมือกระท�ำได้ 2) เพ่ือแก้ปัญหาการขาดแคลนครูในชนบทที่ต้องการ พฒั นา โดยคัดเลอื กนกั เรยี นจากถิ่นทรุ กนั ดาร เปน็ อนั ดบั แรก เมือ่ เรียนส�ำเรจ็ แล้วกลบั ไปพัฒนาท้องถ่นิ ของ ตน 3) เพ่ือให้ผู้เรียนรู้จักปฏิบัติตนเข้ากับสังคมที่อยู่ร่วมกันแบบประชาธิปไตย และ 4) เพ่ือเป็นศูนย์กลาง การศกึ ษาในทอ้ งถน่ิ ใกล้เคียง 1.2 คณุ สมบัตขิ องผู้ทีจ่ ะรบั เข้าเรยี น ประกอบด้วย 1) เพศ ระยะแรกจ�ำกัดเฉพาะเพศชาย ระยะ หลัง ไม่จ�ำกัดเพศ 2) อายุ ไม่ต�่ำกว่า 13 ปีบริบรู ณ์ และไมเ่ กนิ 15 ปบี รบิ รู ณ์ (3) ภมู ิล�ำเนา ตอ้ งเป็นพื้นที่ ทรุ กันดาร 4) ฐานะ ต้องมีฐานะยากจน 5) ความรู้พื้นฐาน ตอ้ งเป็นผู้ที่มผี ลการเรยี นดี และสอบไล่ไดไ้ มต่ ำ่� กวา่ ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 7 และ 6) ตอ้ งมคี วามประพฤติดี 1.3 หลักสูตรและการเรียนการสอน เป็นหลักสูตรแบบนักเรียนประจ�ำ 5 ปี โดยจ�ำแนกเป็น 2 ชว่ ง คอื 1) ช้นั ปีท่ี 1-3 จัดให้เรียนวิชาสามัญทกุ วชิ าเชน่ เดยี วกับนกั เรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาตอนตน้ ทวั่ ไป กับ จัดใหเ้ รยี นและฝึกฝนดา้ นวิชาชีพ คือ เกษตรกรรม และช่างอุตสาหกรรม รวมทง้ั ฝึกฝนพเิ ศษ เช่น ดนตรี กฬี า ภาษาอังกฤษ ช่างตดั ผม ช่างไฟฟ้า งานครวั และประจ�ำเรือนพยาบาล เป็นตน้ 2) ชนั้ ปที ่ี 4-5 จดั ให้เรียนวิชา ต่าง ๆ ท่ีเกยี่ วกับการเป็นครแู ละออกฝกึ ปฏิบตั กิ ารสอนในโรงเรยี น 1.4 คุณวุฒทิ ี่จะไดร้ ับ จำ� แนกเปน็ 2 กรณี คอื 1) กรณีส�ำเรจ็ การศกึ ษาตามหลักสตู ร 5 ปี จะได้ รับคณุ วฒุ ิประกาศนยี บัตรวิชาการศึกษาหรือ ป.กศ. 2) กรณีไม่ส�ำเร็จการศกึ ษาตามหลกั สตู ร 5 ปี จะไดร้ บั 68 บณั ฑิตวทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลยั สวนดสุ ิต

คณุ วฒุ ิระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้นตามชนั้ ปีทีส่ อบไล่ได้แตไ่ ม่เกนิ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 1.5 สถานภาพและค่าใช้จ่ายของนักเรียน คือ 1) นักเรียนจะมีสถานภาพเป็นนักเรียนทุนหรือ นกั เรยี นในบำ� รงุ ของรฐั บาล 2) นบั ตง้ั แตป่ ี 2497 จนถงึ ปี 2522 นกั เรยี นจะไดร้ บั ทนุ อดุ หนนุ คนละ 2,500 บาท ต่อปี โดยทางวิทยาลัยจะเป็นผู้ดูแลจัดการโดยแบ่งเป็นค่าอาหารทั้งปี ค่าเส้ือผ้า ค่าอุปกรณ์การเรียนทุก หมวดวิชา เชน่ มีด จอบ เสยี ม เคร่ืองมือตอนไก่ ตอนหมู คอ้ น คมี เลือ่ ย สิ่ว เทปวัด ฯลฯ รวมทัง้ คา่ พาหนะ ในการเดินทางกลับไปเยี่ยมบา้ นตอนสิน้ ปกี ารศึกษา ปี 2523 รฐั บาลได้เพ่ิมทนุ อุดหนนุ เปน็ คนละ 4,000 บาท ตอ่ ปี 1.6 แหล่งงานและเง่ือนไขรองรับผสู้ ำ� เรจ็ การศึกษา เปน็ ไปตามขั้นตอน ดงั น้ี 1) วทิ ยาลยั สง่ ตัว ท้ังผู้ส�ำเร็จการศึกษาและไม่ส�ำเร็จกลับไปให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานการศึกษาในจังหวัดภูมิล�ำเนา ด�ำเนินการให้ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการครู 2) บางจังหวัดสั่งบรรจุกรณีพิเศษ แต่หลายจังหวัดจัดให้เข้า สอบแขง่ ขันเพื่อบรรจตุ ามปกติ 3) ผู้ทไี่ ดร้ ับการบรรจเุ ข้ารบั ราชการตอ้ งประจำ� ทำ� การสอนหรือรบั ราชการใน สังกัดเดียวกันไม่น้อยกว่า สองเท่าของจ�ำนวนปีที่ได้รับทุน กรณีผิดเง่ือนไขสัญญาจะต้องถูกปรับให้ชดใช้ทุน เปน็ เงินสิบเทา่ ของจ�ำนวนทไ่ี ด้รบั อดุ หนุน 2. การบริหารจัดการครุศึกษาตามแนวคิดวิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึงของมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้าน จอมบึง 2.1 วัตถุประสงค์ของการบริหารจัดการครุศึกษาตามแนวคิดวิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึงของ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง พบแนวปฏิบัติ 15 แนวปฏิบัติท่ีมหาวิทยาลัยควรพิจารณาด�ำเนินการ โดยมแี นวปฏบิ ตั ทิ ส่ี ำ� คญั ในลำ� ดบั ตน้ ๆ คอื 1) สรา้ งหลกั สตู รการผลติ ครทู เี่ นน้ การปฏบิ ตั ิ การฝกึ อบรมทเ่ี ขม้ ขน้ ตามแนวทางโรงเรียนฝึกหัดครูสมยั โบราณ 2) สรา้ งหลักสตู รเพือ่ ใหไ้ ด้ครูทีม่ ีความรู้ทางวชิ าการ เชีย่ วชาญทาง วิชาชีพและมีอุดมการณ์ในวิชาชีพ 3) ผลิตครูให้มีคุณภาพมีความรู้และความสามารถ ตามเกณฑ์มาตรฐาน วชิ าชพี ครู 4) ผลิตครทู ม่ี ีความรู้ความสามารถในการเรยี นรู้เพ่ือพัฒนาตนเอง 5) ผลติ ครทู ีม่ คี วามสามารถใน การสื่อสารได้อย่างน้อย 3 ภาษาคือภาษาไทย ภาษาอังกฤษและภาษาของประเทศในประชาคมอาเซียน 6) ผลติ ครทู มี่ สี มรรถนะในดา้ นงานเกษตร งานชา่ งอตุ สาหกรรมสามารถซอ่ มบำ� รงุ อปุ กรณ์ เครอื่ งมอื ขนาดเลก็ 7) ผลติ ครทู ม่ี สี มรรถนะดา้ นเทคโนโลยคี อมพวิ เตอร์ สามารถซอ่ มบำ� รงุ อปุ กรณค์ อมพวิ เตอรเ์ บอื้ งตน้ ได้ 8) ผลติ ครูทีม่ ีจติ อาสาและความพร้อมท่จี ะไปเปน็ ครูในพื้นท่ี ชนบทหรือภมู ิล�ำเนาของตนเอง 9) ผลติ ครทู ีเ่ กง่ และมี ความเปน็ กัลยาณมิตรต่อศิษย์ มีความรักและศรทั ธาในวชิ าชพี ครอู ยา่ งแท้จริง 10) ผลิตครทู ่มี ีคณุ ลักษณะเป็น ผเู้ ชย่ี วชาญในสาขาวชิ าเอก มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรมและมคี วามชำ� นาญตามหลกั สตู รแนวขา้ งทไ่ี ดเ้ สรมิ ใหท้ สี่ ำ� คญั คอื เปน็ ท่ีพ่ึงของชุมชนได้ 11) ผลติ ครทู ่ีเป็นนกั ปฏิบัติ มีทกั ษะในการประกอบอาชพี 12) ผลิตครูทด่ี �ำรงชีวิต อยูใ่ นสงั คมไดอ้ ยา่ งเป็นสุข รู้จกั คิดวิเคราะห์ รเู้ ท่าทันต่อการเปล่ยี นแปลงของโลก 2.2 คณุ สมบตั ขิ องผทู้ จี่ ะรบั เขา้ เรยี นครศุ กึ ษาตามแนวคดิ วทิ ยาลยั หมบู่ า้ นจอมบงึ ของมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมบู่ า้ นจอมบงึ พบแนวปฏบิ ตั ิ 12 แนวปฏบิ ตั ทิ ม่ี หาวทิ ยาลยั ควรพจิ ารณาดำ� เนนิ การ โดยมแี นวปฏบิ ตั ิ ทส่ี ำ� คัญในลำ� ดบั ตน้ ๆ คอื 1) รบั นักศึกษาที่มีความรกั และศรทั ธาในวชิ าชพี ครอู ยา่ งแท้จริง เข้าเรียนครุศกึ ษา 2) ไมจ่ ำ� กดั เพศชายหรือหญงิ ในการทีจ่ ะรบั นักศกึ ษาเขา้ เรียนครุศกึ ษา 3) รับนักศกึ ษาทม่ี ีอายไุ ม่ตำ�่ กวา่ 18 ปี บรบิ ูรณแ์ ละไม่เกิน 20 ปีบริบรู ณ์ 4) รับนกั ศกึ ษาจากทุกจงั หวัดและทกุ พน้ื ที่ คือ ทัง้ พ้นื ทที่ ว่ั ไป เขตเทศบาล ปีท่ี 14 ฉบบั ท่ี 2 ประจ�ำ เดอื นพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 69

องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ� บล และพนื้ ทพี่ เิ ศษตา่ ง ๆ 5) ไมจ่ ำ� กดั ในเรอื่ งฐานะครอบครวั ของนักศึกษาที่จะเข้าเรียนครุศึกษา 6) รับผู้จบการศึกษาไม่ต่�ำกว่าช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้าเรียนครุศึกษา 7) ก�ำหนด คา่ คะแนนเฉลยี่ ของผู้ที่จะเข้าเรียนครศุ กึ ษาที่ระดบั ไม่ต่�ำกว่า 3.00 8) รับผู้ที่จะเข้าเรยี นครศุ ึกษา ที่มีความประพฤตเิ รียบรอ้ ยที่มีหลกั ฐานยนื ยนั ที่เชอื่ ถือได้ เชน่ สมุดบนั ทกึ ความดี เกยี รติบัตร ภาพถ่ายหรอื รางวลั ทไ่ี ดร้ บั 9) จดั การศกึ ษาทสี่ ง่ เสรมิ ดา้ นบคุ ลกิ ภาพ ใหเ้ ปน็ คนกลา้ คดิ กลา้ แสดงออกมคี วามรคู้ วามสามารถ และมีคุณภาพ 10) รับนักศึกษาท่มี ีจิตอาสา และพร้อมที่จะไปเปน็ ครใู นพ้ืนทีช่ นบทหรือภมู ลิ �ำเนาของตนเอง 2.3 หลกั สตู รและการเรยี นการสอนตามแนวคดิ วทิ ยาลยั หมบู่ า้ นจอมบงึ ของมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมบู่ า้ นจอมบงึ พบแนวปฏบิ ตั ิ 20 แนวปฏบิ ตั ทิ ม่ี หาวทิ ยาลยั ควรพจิ ารณาดำ� เนนิ การ โดยมแี นวปฏบิ ตั ทิ สี่ ำ� คญั ในล�ำดบั ตน้ ๆ คอื 1) พฒั นาหลักสูตรใหม้ คี วามเหมาะสมกับเนื้อหาและระยะเวลาตลอดจนวธิ กี ารศกึ ษาเพ่ือ ความหลากหลายในการผลิตครูที่ตรงตามความต้องการของตลาด 2) เน้นหลักสูตรการสอนที่สัมพันธ์กับ เศรษฐกจิ ท้องถ่ินมกี ารบูรณาการเทคโนโลยสี มยั ใหม่ เช่น เทคโนโลยเี กษตรและอตุ สาหกรรมการเกษตร และ เปน็ การเตรยี มความพรอ้ มเขา้ สตู่ ลาด 3) พฒั นาหลกั สตู รสาขาวชิ าตา่ ง ๆ ใหม้ มี าตรฐานสงู เนน้ การสรา้ งเครอื ขา่ ย การศึกษากับประเทศในประชาคมอาเซียน 4) ปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถ่ิน และตลาดท่ีสามารถน�ำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริงได้ 5) ศึกษาหลักสูตรของมหาวิทยาลัยอื่น น�ำมาปรับปรุงใน หลกั สูตรทเ่ี ปดิ สอนเก่ียวกับครู 6) เน้นหลกั สตู รท่ีเก่ยี วกับครูเพราะเป็นความเชี่ยวชาญเดิมของมหาวิทยาลัย 7) ท�ำการศึกษาร่วมกับองค์กรท้องถ่ินและผู้ใช้บัณฑิตถึงความต้องการและน�ำไปใช้พัฒนาหลักสูตร 8) จัดหลักสูตรให้สอดคล้องกับการเปล่ียนแปลงโดยเพ่ิมชั่วโมงหน่วยการเรียนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ในหมวดวิชาการศึกษาท่ัวไป 9) จัดการเรยี นการสอนโดยร่วมมอื กับผู้ใช้บณั ฑติ เพ่ือให้สามารถปรบั ตวั เข้ากับ เทคโนโลยีและนวัตกรรมท่ีใช้อยู่ โดยเน้นภาคปฏิบตั ิมากกว่าทฤษฎี 10) จัดการเรยี นการสอนโดยเน้นเน้ือหา ที่ทันสมัยพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงของกระแส 11) วิจัยคุณลักษณะของบัณฑิตที่สังคมและผู้ใช้บัณฑิต ตอ้ งการ น�ำมาเป็นขอ้ มลู ในการปรบั ปรุงหลกั สตู ร 12) สร้างบณั ฑติ ให้สามารถพ่งึ พาตนเองและสามารถเปน็ ที่ พึ่งของผู้อ่ืนได้ 13) สร้างบัณฑิตที่มีคุณลักษณะความเป็นสากลในด้านภาษา การปรับตัว เทคโนโลยี และ มีทักษะระหว่างบุคคล 14) พัฒนาปัจจัยน�ำเข้าและกระบวนการผลิตบัณฑิตครุศึกษา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี โดยเฉพาะมาตรฐานการผลิตเพื่อให้เกิดการยอมรับท้ังภายนอกและภายในมหาวิทยาลัย 15) จัดการเรียน การสอนให้มุ่งสู่สากลและตอบสนองต่อการเปิดสู่ประชาคมอาเซียน 16) จัดรูปแบบหลักสูตรแบบอยู่ประจ�ำ รอ้ ยเปอร์เซ็นต์ 17) กำ� หนดระยะเวลาเรยี นตลอดหลักสตู ร อยา่ งน้อย 5 ปี 2.4 คณุ วฒุ ทิ จี่ ะไดร้ บั ตามแนวคดิ วทิ ยาลยั หมบู่ า้ นจอมบงึ ของมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมบู่ า้ นจอมบงึ พบแนวปฏิบัติ 1 แนวปฏิบัติที่มหาวิทยาลัยควรพิจารณาดำ� เนินการ คือ ก�ำหนด ปริญญาครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) ใหก้ บั ผู้ส�ำเร็จการศึกษาตามหลกั สตู ร 2.5 ค่าใช้จ่ายและสถานภาพของนักศึกษาครุศึกษาตามแนวคิดวิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึงของ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง พบแนวปฏบิ ตั ิ 6 แนวปฏบิ ัตทิ ่ีมหาวิทยาลัยควรพจิ ารณาด�ำเนนิ การ คอื 1) กำ� หนดให้นกั ศึกษาครศุ ึกษาเป็นนักศึกษาในบำ� รงุ หรือนกั ศึกษาทนุ และมสี ถานภาพเปน็ ข้าราชการวิสามญั ช่ัวคราวเช่นเดียวกับนักเรียนนายร้อย นายร้อยต�ำรวจ นายเรือ และนายเรืออากาศ 2) ก�ำหนดค่าใช้จ่ายท่ี ค�ำนวณกรณีเป็นนักศึกษาทุน โดยจ�ำแนกเป็นค่าอาหาร ค่าหอพัก ค่าจัดการเรียนการสอน ค่าหนังสือ 70 บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั สวนดุสิต

คา่ อุปกรณ์การฝกึ คา่ กจิ กรรม และค่าอ่นื ๆ ตามท่คี ณะรฐั มนตรเี หน็ ชอบ 3) กำ� หนดวงเงนิ ทุนทีจ่ ัดสรรตอ่ คน ตอ่ ปกี รณีนกั ศกึ ษาทนุ จำ� นวน 20,000-25,000 บาท 4) ตดิ ตอ่ ประสานกบั หน่วยงานทรี่ บั ผิดชอบให้เปน็ ผู้ตั้ง งบประมาณเป็นทุนการศึกษา เช่น หน่วยงานกลางในกระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานต้นสังกัดในส่วนกลาง ของโรงเรียนทใ่ี ช้ครู 5) เป็นผูด้ �ำเนินการจดั ซือ้ จดั หา บรหิ ารจัดการทนุ บางสว่ นและใหน้ กั ศึกษาเป็นผูจ้ ัดการ เองบางส่วน และ 6) กำ� หนดให้นกั เรียนนกั ศึกษาทุนอย่ปู ระจ�ำหอพกั ตลอดหลกั สูตร 2.6 แหล่งงานและเงื่อนไขรองรับตามแนวคิดวิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึงของมหาวิทยาลัยราชภัฏ หมบู่ า้ นจอมบงึ พบมแี นวปฏบิ ตั ิ 5 แนวปฏบิ ตั ทิ ม่ี หาวทิ ยาลยั ควรพจิ ารณาดำ� เนนิ การ คอื 1) ทำ� งานเปน็ เครอื ขา่ ย ร่วมกับองค์กรภาครัฐและกลุ่มผู้ใช้บัณฑิต เน้นการพัฒนาแบบยั่งยืน ท้ังด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคมและ ส่ิงแวดล้อม 2) ออกหลักฐานและด�ำเนินการส่งตัวทั้งผู้ส�ำเร็จและไม่ส�ำเร็จการศึกษากลับไปรายงานตัวที่ ต้นสังกัด 3) ติดตามผลการด�ำเนินการส่ังบรรจุแต่งตั้งผู้ท่ีถูกส่งตัวกลับไปรายงานตัวกับส่วนราชการหรือ หนว่ ยงานต้นสงั กดั 4) ก�ำหนดระยะเวลาทำ� งานชดใชท้ ุนให้ทำ� งานชดใชท้ ุนเท่ากับสองเท่าของจ�ำนวนปีทรี่ ับ ทุนหรือเท่ากับเงินทุนที่ได้รับ 5) ควบคุมคุณภาพบัณฑิตในสาขาวิชาเอกให้มีคุณลักษณะเป็นผู้เชี่ยวชาญใน สาขาวิขานนั้ ๆ อย่างแท้จริง 6) ควบคมุ คุณภาพบัณฑติ ให้มีคุณธรรม จรยิ ธรรมและเป็นทีพ่ ึง่ ของชุมชนได้ ขอ้ เสนอแนะ จากผลการศึกษาวิจัยการบริหารจัดการศึกษาครุศึกษาตามแนวคิดวิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึงของ มหาวิทยาลยั ราชภฏั หมูบ่ า้ นจอมบึง ผ้วู จิ ยั มีขอ้ เสนอแนะ ดังต่อไปน้ี ขอ้ เสนอแนะในการน�ำผลการวิจยั ไปใช้ 1. สภามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ควรทบทวนนโยบาย จุดเน้น ตลอดจนยุทธศาสตร์ การบริหารจัดการครุศึกษาตามแนวคิดวิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึงของมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ให้มี ความชัดเจนเพียงพอตอ่ การน�ำไปส่กู ารด�ำเนินการของหลาย ๆ ฝา่ ยที่เก่ยี วขอ้ ง 2. คณะกรรมการสง่ เสรมิ กจิ การมหาวทิ ยาลยั กรรมการบรหิ าร กรรมการวชิ าการสภาคณาจารยแ์ ละ บุคลากรของมหาวิทยาลัย ตลอดจนคณะกรรมการประจ�ำคณะทุกคณะที่จัดครุศึกษา ควรแสดงบทบาท อยา่ งเตม็ ทใี่ นการดำ� เนนิ งานตามขอบเขตหนา้ ที่ เพอ่ื สง่ เสรมิ สนบั สนนุ ใหก้ ารบรหิ ารจดั การครศุ กึ ษาตามแนวคดิ วิทยาลัยหมบู่ า้ นจอมบึงของมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏหมู่บ้านจอมบงึ บรรลคุ วามสำ� เร็จสูงสุด 3. คณะกรรมการประจำ� สาขาวชิ าทกุ สาขาวชิ าทจ่ี ดั ครศุ กึ ษา ควรเรง่ ปรบั ปรงุ หลกั สตู รใหส้ นองตอบ การบรหิ ารจัดการครศุ ึกษาตามแนวคดิ วทิ ยาลัยหมบู่ ้านจอมบงึ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบงึ ทมี่ งุ่ ผลิตครูที่มีอุดมการณ์และมีจิตวิญญาณในวิชาชีพครูสูง โดยปรับปรุงหลักสูตรให้อย่างครอบคลุมทั้งด้าน วตั ถปุ ระสงค์ คณุ สมบตั ขิ องผทู้ จ่ี ะรบั เขา้ เปน็ นกั ศกึ ษา สถานภาพของนกั ศกึ ษาและวงเงนิ ทนุ ทจ่ี ะใหก้ ารอดุ หนนุ กระบวนการจดั การเรียนการสอนและฝึกอบรม ตลอดจนแหลง่ งานและเง่ือนไขรองรบั ผู้สำ� เร็จการศึกษา 4. ฝา่ ยบรหิ ารของมหาวทิ ยาลยั ควรประสานงานกบั หนว่ ยงานทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การตง้ั งบประมาณเพอ่ื การผลติ ครู รวมทง้ั หนว่ ยงานและสถานศกึ ษาทใ่ี ชค้ รู เพอื่ ดำ� เนนิ การใหไ้ ดม้ าซง่ึ ทนุ การศกึ ษา รวมทง้ั การกำ� หนด ตำ� แหนง่ รองรบั การบรหิ ารจดั การครศุ กึ ษาตามแนวคดิ วทิ ยาลยั หมบู่ า้ นจอมบงึ ของมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมบู่ า้ น จอมบึง ปที ี่ 14 ฉบับที่ 2 ประจ�ำ เดอื นพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 71

5. คณาจารย์ผู้สอนนักศึกษาสายครุศึกษา ควรได้รับการพัฒนาให้มีเจตคติท่ีดีต่อการรับ การเปลยี่ นแปลง โดยอาจจดั ใหศ้ กึ ษาทำ� ความเขา้ ใจแนวคดิ และกระบวนการบรหิ ารจดั การศกึ ษาของวทิ ยาลยั หมบู่ า้ นจอมบงึ ในอดตี รวมทงั้ การบรหิ ารจดั การครศุ กึ ษาตามแนวคดิ วทิ ยาลยั หมบู่ า้ นจอมบงึ ของมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมบู่ า้ นจอมบงึ จนเขา้ ใจอยา่ งถอ่ งแทแ้ ละกระจา่ งชดั เพอื่ จะไดก้ อ่ ใหเ้ กดิ ความรว่ มมอื รว่ มใจในการผลติ บัณฑิตครุศึกษาให้ไดผ้ ลผลติ ทส่ี อดคลอ้ งกบั ท่ีสงั คมพงึ ประสงค์ตอ่ ไป ข้อเสนอแนะสำ� หรบั การวจิ ัยครงั้ ต่อไป 1. ควรมีวิจัยการบริหารจัดการครุศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงในแง่มุมเกี่ยวกับ ปัจจัยที่ส่งเสริมการท�ำงานผลิตบัณฑิตครุศึกษาของมหาวิทยาลัย หรือส่งเสริมประสิทธิภาพหรือควบคุม ประสิทธิผลของมหาวทิ ยาลัยใหย้ งั่ ยืนตลอดไป 2. ควรมกี ารศกึ ษาเชงิ ปรมิ าณเพอื่ หาตวั แปรในการบรหิ ารจดั การศกึ ษาครศุ กึ ษาตามแนวคดิ วทิ ยาลยั หมูบ่ ้านจอมบงึ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏหมบู่ ้านจอมบึง 3. ควรศกึ ษาวจิ ยั อนาคตภาพการบรหิ ารจดั การครศุ กึ ษาของมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมบู่ า้ นจอมบงึ จาก กล่มุ เป้าหมายท่หี ลากหลาย เชน่ ผู้ใชบ้ ัณฑิต คณาจารย์ นักวชิ าการ เจ้าหนา้ ที่ ผปู้ กครองของนกั ศึกษา ตลอด จนผู้ปกครองนักเรียนภายนอก เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วมในการก�ำหนดภาพ อนาคตและทิศทางการดำ� เนนิ งานของมหาวทิ ยาลยั 4. ควรมีการวิจัยเพื่อพัฒนาเกณฑ์การประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยในแต่ละด้านเพื่อใช้ใน การตัดสนิ ใจกำ� หนดแนวทางการดำ� เนินงานท่เี ปน็ ไปได้ต่อไป เอกสารอา้ งอิง จรยิ ะ วโิ รจน.์ (2540). สถาบนั ราชภฏั หมบู่ า้ นจอมบงึ ราชบรุ กี บั ยทุ ธศาสตรก์ ารผลติ ครเู พอ่ื หวนสคู่ วามยง่ิ ใหญ.่ ใน กรวด หิน ดิน ทราย แมกไมแ้ ละขนุ เขา หน้า 115-125. ราชบรุ :ี สถาบันราชภัฏหม่บู ้าน จอมบึง. จนิ ต์ รัตนสิน. (2534). วทิ ยาลยั หมู่บา้ นจอมบึงในอดตี พ.ศ. 2497-2508. ใน 37 ปีจอมบึง หน้า 33-52. ราชบุรี: วิทยาลัยครหู มูบ่ ้านจอมบงึ . จ�ำเนียร พลหาญ. (2553). อนาคตภาพมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มที่เน้นการผลิตบัณฑิตและพัฒนาสังคม พ.ศ. 2565. วิทยานิพนธ์หลักสูตรการศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาการบริหารและพัฒนาการศึกษา มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม. ปารชิ า มารี เคน. (2554). อนาคตภาพทเ่ี ปน็ ไปไดข้ องมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั กาฬสนิ ธใ์ุ นการเปน็ มหาวทิ ยาลยั เพอื่ การพฒั นาทอ้ งถน่ิ ในทศวรรษหนา้ . วทิ ยานพิ นธห์ ลกั สตู รปรชั ญาดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาการบรหิ าร การศกึ ษา มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม. พิทักษ์ อาจคุ้มวงศ์. (2527). กาลเวลาเปล่ียนไปและก้าวส�ำคัญของวิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึง. ในสาม ทศวรรษ หน้า 15-18. ราชบุรี: วทิ ยาลัยครูหมูบ่ า้ นจอมบงึ . 72 บัณฑติ วทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลัยสวนดุสิต

วันทนา อมตาริยกุล. (2552). อนาคตภาพของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานในทศวรรษหน้า. วิทยานิพนธ์หลักสูตรการศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาการบริหารและพัฒนาการศึกษา มหาวิทยาลัย มหาสารคาม. ศภุ ฤกษ์ สายแกว้ . (2557). อนาคตภาพที่เป็นไปไดข้ องมหาวทิ ยาลัยราชภัฏหมูบ่ า้ นจอมบึง (พ.ศ. 2556). วทิ ยานพิ นธป์ รญิ ญาศลิ ปศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาสหวทิ ยาการเพอ่ื การพฒั นาทอ้ งถน่ิ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏหมู่บา้ นจอมบึง. สชุ นิ ประพันพจน์. (2540). ลมหายใจของหมบู่ า้ น. ใน กรวด หิน ดนิ ทราย แมกไมแ้ ละขนุ เขา หนา้ 7-20. ราชบรุ ี: สถาบันราชภฏั หมูบ่ ้านจอมบึง. สุภาภรณ์ ผ้ผู ึ้ง. (2558). กระบวนการและแนวทางในการพฒั นาโครงการครูพันธ์บุ งึ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั หมู่บ้านจอมบึง. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ ภาครัฐและ ภาคเอกชน มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร. อรุณ ปรดี ีดิลก. (2534). คดิ , เขียน, เกยี่ วกบั จอมบึง. ใน 37 ปจี อมบงึ หนา้ 14-17. ราชบุร:ี วิทยาลัยครู หมู่บา้ นจอมบึง. Parkay F. W. and Standford B. (2001). Become Teacher (5th ed.). Boston: Allyn and Bacon. ปที ี่ 14 ฉบับที่ 2 ประจ�ำ เดอื นพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 73



การพฒั นาคุณภาพการบรหิ ารจดั การงานแนะแนวในโรงเรียนการศกึ ษาภาคบังคับ เครอื ขา่ ยพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาสะเมิง 3 สงั กัดสำ� นกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 Administration Quality Development of Guidance in Compulsory Education Schools Under the Samoeng Educational Quality Development Network Group 3 in the Chiang Mai Primary Educational Service Area Office 2 นางสาวอมรรตั น์ คำ� หอม ดร. ยงยุทธ ยะบญุ ธง และ รองศาสตราจารย์ ดร. ชชู พี พุทธประเสริฐ สาขาวชิ าการศกึ ษา คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ บทคัดย่อ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 4 ข้อ ได้แก่ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหา และความต้องการในการพัฒนา คุณภาพการบริหารจัดการงานแนะแนวในโรงเรียนการศึกษาภาคบังคับ 2) เพื่อศึกษาการด�ำเนินการบริหาร จดั การงานแนะแนวของสถานศกึ ษาทเี่ ปน็ ศนู ยแ์ นะแนวประจำ� เขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาทม่ี กี ารปฏบิ ตั ิ ท่ีเป็นเลิศ 3) เพื่อจัดท�ำแนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการงานแนะแนวในโรงเรียนการศึกษา ภาคบงั คบั 4) เพอื่ การตรวจสอบประสทิ ธภิ าพของแนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการบรหิ ารจดั การงานแนะแนว ในโรงเรียนการศกึ ษาภาคบังคับ การวจิ ยั มี 4 ข้ันตอน โดยใช้แบบสอบถาม แบบสมั ภาษณเ์ ชงิ ลกึ การประชมุ เชิงปฏิบัติการ และการตรวจสอบแนวทางโดยผู้เช่ียวชาญ การวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน พรรณนาวเิ คราะห์ และการสรปุ แบบอปุ นัย ผลการวจิ ยั พบวา่ 1) ปญั หา คอื ขาด ครูแนะแนวท่ีจบมาทางแนะแนวโดยตรง ส่วนความต้องการ คือ ต้องการให้มีการอบรมแก่ครูผู้ท�ำหน้าที่ งานแนะแนว 2) โรงเรียนทเ่ี ปน็ ศูนยแ์ นะแนวท่ีมีการปฏิบตั ิทเี่ ป็นเลศิ นั้น มกี ารดำ� เนนิ การบรหิ ารจัดการงาน แนะแนวอย่างมรี ะบบโดยมโี ครงสร้างการบริหารจัดการงานแนะแนว และภาคีเครือข่าย และมีเอกสารอา้ งอิง ตามมาตรฐานการแนะแนวอย่างชัดเจน 3) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการงานแนะแนวที่ได้ จากการศึกษาเป็นการใช้กระบวนการคุณภาพ PDCA ในการบริหารจัดการงานแนะแนวอย่างชัดเจนทุก ขั้นตอนของกิจกรรม 4) ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพของแนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการ งานแนะแนวในโรงเรียนการศึกษาภาคบังคับ โดยรวมมีความถูกต้อง ความเหมาะสม และความเป็นไปได้ อยูใ่ นระดบั มากท่สี ดุ ทกุ ดา้ น คำ� สำ� คญั : การแนะแนว การบริหารจดั การแนะแนว มาตรฐานการแนะแนว ปีที่ 14 ฉบบั ที่ 2 ประจำ�เดอื นพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 75

Abstract The purposes of this research were; 1) to study the problems and needs in Administration Quality Development of Guidance in Compulsory Education Schools, 2) to study the operation management of school guidance center of district elementary education with excellence practicing, 3) to develop the guidelines of Administration Quality Development of Guidance in Compulsory Education Schools, and 4) to examine the efficiency of Administration Quality Development of Guidance in Compulsory Education Schools. There were 4 procedures of research by using questionnaires, in depth interview, workshop and monitoring of guidelines by experts. Data analysis consisted of mean, standard deviation, descriptive analysis and summary and induction. The results revealed that; 1) The problem was the lack of guidance teachers graduated from direct guidance while the need was the requirement of training for guidance teachers. 2) The school guidance center with excellence practicing had the systematic guidance management with structured guidance management, network party and references under the clear guidance standards, 3) The guideline for the development of guidance quality management derived from the study was the use of quality management PDCA in clearly managing every step of guidance activities. 4) The overall examination of the efficiency of Administration Quality Development of Guidance in Compulsory Education Schools was the highest in accuracy, suitability, and feasibility. Keywords : Guidance, Guidance Management, Guidance Standards บทนำ� การด�ำเนินงานแนะแนวให้สนองเปา้ หมายการพฒั นาคณุ ภาพชีวติ จ�ำเป็นอย่างยิง่ ที่สถานศกึ ษาต้อง ใหค้ วามส�ำคัญกบั การแนะแนวและการบริหารจดั การ เพราะการแนะแนวเปน็ กระบวนการท่ีช่วยใหผ้ ู้เรียนได้ ร้จู กั เขา้ ใจ รักและเหน็ คุณคา่ ในตนเองและผู้อ่นื คิดเป็น ใชช้ ีวติ เปน็ สามารถตัดสนิ ใจและวางแผนการศึกษา อาชีพ และปรับตัวอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข จากการศึกษาสภาพการจัดบริการแนะแนวในสถานศึกษา ของกระทวงศึกษาธิการพบว่าสถานศึกษายังมองไม่เห็นความสําคัญของการแนะแนว ผู้บริหารสถานศึกษา ไมใ่ หค้ วามสาํ คญั กับกิจกรรมหรอื งานแนะแนวเท่าทค่ี วร ปัญหาการดาํ เนินงานแนะแนวในสถานศึกษา ไดแ้ ก่ การบรหิ ารงานแนะแนวยงั ไมเ่ ปน็ ระบบ ไมม่ กี ารกาํ หนดบทบาทหนา้ ทแ่ี ตล่ ะหนว่ ยงานใหช้ ดั เจน ขาดการประสาน งานที่ระบบงานในสถานศึกษาไม่มีประสิทธิภาพ ขาดผู้รับผิดชอบงานแนะแนวท่ีมีคุณภาพ สถานศึกษา ทกุ ระดบั ขาดบคุ ลากรทมี่ คี วามรเู้ รอื่ งการแนะแนวโดยตรง ถงึ แมบ้ างโรงเรยี นจะมบี า้ งแตก่ ม็ ปี รมิ าณไมเ่ พยี งพอ ทจ่ี ะดแู ลนกั เรยี นอยา่ งทว่ั ถงึ สถานศกึ ษาสว่ นใหญข่ าดแคลนอปุ กรณแ์ ละเครอื่ งมอื ทจ่ี าํ เปน็ ขาดการประสานงาน ความรว่ มมอื ของแตล่ ะหนว่ ยงานขาดงบประมาณในการดาํ เนนิ งาน เพราะผสู้ นบั สนนุ ไมท่ ราบถงึ ความตอ้ งการ 76 บัณฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั สวนดุสติ

และความจาํ เปน็ และขาดการศกึ ษาวจิ ยั งานวจิ ยั ดา้ นการแนะแนวมจี าํ นวนนอ้ ยทาํ ใหย้ ากทจ่ี ะศกึ ษาและพฒั นา การดําเนนิ งานให้มปี ระสิทธิภาพ (ลกั ขณา สรวิ ฒั น,์ 2543: 39-40) นอกจากนผี้ ลจากการศึกษางานวจิ ยั หลายชิน้ ท่ีเกย่ี วขอ้ งกับงานแนะแนว ไดข้ อ้ ค้นพบเกยี่ วกบั สภาพ ปญั หาของการดำ� เนนิ งานแนะแนวในดา้ นการบรหิ ารจดั การงานแนะแนว ไดแ้ ก่ ผบู้ รหิ ารไมใ่ หค้ วามสำ� คญั กบั งานแนะแนวเทา่ ทคี่ วร ครแู นะแนวมภี าระงานมาก และตอ้ งรบั ผดิ ชอบหนา้ ทอ่ี นื่ ๆ นอกเหนอื จากงานแนะแนว ขาดบุคลากรด้านการแนะแนว ขาดความชัดเจนในการจัดท�ำแผนพัฒนาและแผนปฏิบัติการแนะแนว ขาดงบประมาณในการจดั กิจกรรม หรอื โครงการพิเศษต่าง ๆ ขาดวัสดุ อปุ กรณ์ และครุภัณฑ์ทจ่ี �ำเป็นส�ำหรับ การจัดบริการแนะแนว ขาดความเหมาะสมของห้องแนะแนว (คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554: 3-4) งานแนะแนวนนั้ เปน็ งานหนงึ่ ในโรงเรยี นทมี่ กี ระบวนการการทำ� งานอยา่ งเปน็ ระบบและตอ่ เนอื่ ง และ จำ� เปน็ ตอ้ งสมั พนั ธเ์ ชอ่ื มโยงกบั บคุ คลหนว่ ยงานอนื่ ๆ ทงั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี นโดยมเี ปา้ หมายสำ� คญั ใน การปอ้ งกัน ส่งเสรมิ และช่วยเหลือนกั เรียน โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งในสภาพสงั คมปัจจุบนั การก�ำหนดขอบข่าย งานแนะแนวให้ชัดเจน จะเป็นประโยชน์อย่างย่ิงต่อการบริหารจัดการงานแนะแนว ท�ำให้ผู้ปฏิบัติมีทิศทาง ด�ำเนินงานและประสานงานกับระบบและบคุ คลต่าง ๆ ขอบขา่ ยงานแนะแนวทแี่ ทจ้ ริงตอ้ งเป็นไปตามศาสตร์ ของการแนะแนว สอดคล้องกบั หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐานพุทธศกั ราช 2551 และบูรณาการกับ ระบบดแู ลชว่ ยเหลือนกั เรยี นของโรงเรียน (คณะครศุ าสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย, 2554: 15) จากท่ีกล่าวมา ผู้วิจัยในฐานะที่รับผิดชอบงานแนะแนว จึงมีความประสงค์ที่จะศึกษาการพัฒนา คุณภาพการบริหารจัดการงานแนะแนวในโรงเรียนการศึกษาภาคบังคับ เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษา สะเมิง 3 สังกัดส�ำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 โดยการน�ำวงจรคุณภาพ PDCA เขา้ มาใชใ้ นการพัฒนาคณุ ภาพการบริหารจัดการงานแนะแนวตามมาตรฐานการแนะแนวในด้านที่ 3 คุณภาพ การบรหิ ารจดั การแนะแนว ซง่ึ ผลการศกึ ษาจะทำ� ใหท้ ราบถงึ สภาพ ปญั หา และความตอ้ งการการบรหิ ารจดั การ งานแนะแนวในปัจจุบัน ตลอดจนได้แนวทางในการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการงานแนะแนวให้ประสบ ความสำ� เรจ็ และมปี ระสทิ ธภิ าพเพอ่ื เปน็ ขอ้ มลู และเปน็ แนวทางสาํ หรบั ผทู้ เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การจดั การศกึ ษาในสถาน ศกึ ษา อาจนาํ ไปพจิ ารณาหรือประยกุ ตใ์ ช้ในการพฒั นาคณุ ภาพการบริหารจดั การงานแนะแนวตอ่ ไป วัตถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือศึกษาสภาพ ปัญหาและความต้องการในการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการงานแนะแนว ในโรงเรยี นการศกึ ษาภาคบงั คบั เครอื ขา่ ยพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาสะเมงิ 3 สงั กดั สำ� นกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษา ประถมศึกษาเชยี งใหม่เขต 2 2. เพ่ือศึกษาการด�ำเนินการบริหารจัดการงานแนะแนวของสถานศึกษาท่ีเป็นศูนย์แนะแนวประจ�ำ เขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษา ทีม่ กี ารปฏิบัตทิ ีเ่ ปน็ เลศิ 3. เพื่อจัดท�ำแนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการงานแนะแนวในโรงเรียนการศึกษา ภาคบงั คบั เครอื ขา่ ยพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาสะเมงิ 3 สงั กดั สำ� นกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาเชยี งใหม่ เขต 2 ปีท่ี 14 ฉบับที่ 2 ประจ�ำ เดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 77

4. เพ่ือการตรวจสอบประสิทธิภาพของแนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการงานแนะแนว ในโรงเรยี นการศกึ ษาภาคบงั คบั เครอื ขา่ ยพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาสะเมงิ 3 สงั กดั สำ� นกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษา ประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 แนวคิดทฤษฎีที่เกยี่ วข้อง ส�ำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน กระทรวง ศึกษาธิการ (2554: 33) ได้ให้ค วามหมาย “การแนะแนว” หมายถึง กระบวนการท่ีช่วยใหผ้ ู้เรยี นไดร้ ูจ้ กั เขา้ ใจ รักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อ่ืน คิดเป็น สามารถตัดสินใจและวางแผนการศึกษา อาชีพ และปรับตัว อยู่ในสังคมไดอ้ ยา่ งมีความสุข สมาคมแนะแนวแหง่ ประเทศไทย (2559: 3) ได้ให้ความหมายวา่ “การแนะแนว” เปน็ กระบวนการ ทางจิตวิทยาที่มีเป้าหมายให้บุคคลรู้จัก เข้าใจ รักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อ่ืน สามารถตัดสินใจเลือก ส่ิงต่าง ๆ ได้ด้วยตนเองอย่างชาญฉลาดมีเหตุผล รู้จักป้องกันปัญหา สามารถวางแผน และพัฒนาตนเองให้ เต็มศักยภาพ เพื่อการดำ� เนินชีวิตได้อย่างมคี วามสขุ และเป็นประโยชน์ตอ่ ส่วนรวม สรปุ ไดว้ า่ การแนะแนว หมายถงึ กระบวนการทจ่ี ะทำ� ใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ ขา้ ใจและรจู้ กั ตนเองมากขน้ึ สามารถ ตดั สนิ ใจแกป้ ัญหาที่ตอ้ งเผชญิ ได้อย่างถูกตอ้ งเหมาะสมในสถานการณ์ หรอื สภาพแวดลอ้ มท่ตี ้องเผชิญในโลก ปัจจุบัน ท้ังในเรื่องของการศึกษา เรื่องส่วนตัว และแนวทางในการจะไปประกอบอาชีพตามความสนใจของ ตนเองในอนาคต อกี ทง้ั ยงั ตอ้ งสามารถปรับตัวเพ่อื ใหอ้ ย่รู ว่ มกบั ผอู้ นื่ ในสังคมไดอ้ ย่างสงบสขุ มาตรฐานการแนะแนวท่ีสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การแนะแนวระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 11 (พ.ศ. 2555-2559) เป็นแนวทางใหส้ ถานศึกษาและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พัฒนาคุณภาพการแนะแนวและการประเมินงานแนะแนว ด้านที่ 3 ประกอบด้วย 2 มาตรฐาน 4 ตวั บ่งชี้ ดังน้ี (สมาคมแนะแนวแห่งประเทศไทย, 2559: 1-2) ด้านท่ี 3 คณุ ภาพการบริหารจัดการการแนะแนว 2 มาตรฐาน 4 ตัวบ่งช้ี มาตรฐานที่ 7 ผบู้ ริหารสถานศกึ ษามีความรู้ความเข้าใจ และเหน็ ความสำ� คญั ของงานแนะแนว ตวั บง่ ช้ี 7.1 ผบู้ รหิ ารสง่ เสรมิ และสนบั สนนุ การดำ� เนนิ งานแนะแนวใหบ้ รรลเุ ปา้ หมาย มาตรฐานที่ 8 สถานศึกษามีระบบการบริหารจัดการการแนะแนว ตัวบง่ ช้ี 8.1 บรหิ ารจดั การงานแนะแนวอย่างเป็นระบบ ตัวบ่งชี้ 8.2 จดั ใหม้ ีครแู นะแนว/ครทู ท่ี ำ� หน้าทแี่ นะแนว ตัวบ่งชี้ 8.3 มภี าคีเครอื ข่ายเข้ามามสี ่วนร่วมในงานแนะแนว การพัฒนาการบริหารงานแนะแนวโดยวงจรคณุ ภาพเดมม่ิง หรอื วงจร PDCA การพัฒนาการบริหารงานแนะแนวโดยวงจรคุณภาพเดมมิ่ง หรือวงจร PDCA มีกระบวนการ ในการด�ำเนินงานดงั น้ี (ศูนย์แนะแนวเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่เขต 2, 2558: 26-27) 1. การเตรียมการและการวางแผน (p) มีการแตง่ ต้ังคณะกรรมการบริหาร คณะอนุกรรมการ คณะ การทำ� งานการแนะแนวและการปรึกษาเชิงจติ วทิ ยา วิเคราะห์ความต้องการของผบู้ ริการ วิเคราะห์ทรัพยากร และความพรอ้ มของหน่วยงานร่วมกนั ทำ� แผนปฏบิ ัติการ และปฏิทินประจำ� ปี 78 บณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลัยสวนดสุ ิต

2. การปฏิบตั ิตามแผน (d) มกี ารช้แี จงและสรา้ งความเขา้ ใจกบั บคุ ลากรและฝ่ายตา่ ง ๆ ที่เกีย่ วข้อง และน�ำแผนการปฏิบัติการประจ�ำปีท่ีก�ำหนดไว้ไปสู่การปฏิบัติโดยด�ำเนินการตามเป้าหมาย และระยะเวลา เพื่อใหเ้ กิดผลท่ีกำ� หนดไวใ้ นแผน 3. การติดตาม การตรวจสอบ และการประเมินผล (c) มีการติดตามตรวจสอบ และประเมินผล การดำ� เนนิ งานตามแผนปฏบิ ตั กิ ารประจำ� ปวี า่ แผนงานเปน็ ไปตามเปา้ หมายทก่ี ำ� หนดไวใ้ นแผนหรอื ไมเ่ พยี งใด โดยการเปรียบเทยี บระหว่าง p กบั d 4. การปรับปรุงเพื่อพัฒนา และการรายงาน (a) การน�ำผลการประเมินมาใช้ในการปรับปรุงเพื่อ พัฒนาการด�ำเนินงานให้เกิดประสิทธิผลและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น และท�ำรายงานผลการด�ำเนินงานเสนอ ผเู้ กย่ี วขอ้ งเพอื่ ใชใ้ นการวางแผนครงั้ ตอ่ ไป รวมทงั้ เพอื่ ใชป้ ระชาสมั พนั ธก์ ารแนะแนวและการปรกึ ษาเชงิ จติ วทิ ยา ของหนว่ ยงานด้วย กล่าวโดยสรุป การพัฒนาการบริหารงานแนะแนวโดยวงจรคุณภาพเดมมิ่ง หรือ วงจร PDCA คือ การน�ำวงจร PDCA เขา้ มาใช้ในกระบวนการบรหิ ารงานแนะแนว โดยมกี ารวางแผน (p) การปฏิบตั ิ (d) การ ตรวจสอบ (c) และการปรับปรงุ เพอื่ พฒั นา และการรายงาน (a) ในทุกข้ันตอนของการด�ำเนนิ งานเพ่ือใหก้ าร บรหิ ารงานแนะแนวเกิดประสทิ ธภิ าพและบรรลุเป้าหมายตามทีว่ างแผนไว้ ระเบยี บวธิ ีวจิ ัย ขน้ั ตอนที่ 1 การศกึ ษาสภาพ ปัญหาและความตอ้ งการในการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการงาน แนะแนว ในโรงเรยี นการศกึ ษาภาคบงั คบั เครอื ขา่ ยพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาสะเมงิ 3 สงั กดั สำ� นกั งานเขตพนื้ ท่ี การศกึ ษาประถมศกึ ษาเชยี งใหม่ เขต 2 กลมุ่ เปา้ หมาย ไดแ้ ก่ ผบู้ รหิ าร ครผู สู้ อน และครผู ทู้ ำ� หนา้ ทงี่ านแนะแนว จำ� นวน 5 โรงเรยี น ไดแ้ ก่ โรงเรยี นบา้ นแมต่ ะละ โรงเรยี นบา้ นแมข่ ะปู โรงเรยี นบา้ นบอ่ แกว้ โรงเรยี นบา้ นแมโ่ ต๋ และโรงเรียนบ้านแม่ยางห้า ประกอบดว้ ย ผ้บู ริหาร จำ� นวน 5 คน ครผู ้สู อน จ�ำนวน 84 คน ครผู ู้ท�ำหน้าที่ งานแนะแนว จำ� นวน 5 คน รวมทั้งสน้ิ จ�ำนวน 94 คน โดยลกั ษณะของเครือ่ งมอื เปน็ แบบสอบถาม มจี ำ� นวน 3 ตอน การวเิ คราะหข์ ้อมูลและสถติ ทิ ใี่ ช้ คอื ตอนที่ 1 สถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถามเปน็ แบบตรวจสอบ รายการ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่ ร้อยละ และน�ำเสนอในรูปแบบตารางประกอบค�ำบรรยาย ตอนที่ 2 สภาพในการบริหารจัดการงานแนะแนวเกีย่ วกับมาตรฐานการแนะแนว ดา้ นที่ 3 คณุ ภาพการบริหารจดั การ แนะแนวในโรงเรียน ซ่ึงมีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า เป็นแบบประมาณค่า 5 ระดับ (Rating Scales) สว่ นการแปลความหมายของคา่ เฉลย่ี แตล่ ะระดบั ใชเ้ กณฑก์ ารแปลความหมายของ เบสท์ (Best, 1993: 74) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉล่ีย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน น�ำเสนอในรูปตารางประกอบค�ำบรรยาย ใหผ้ ตู้ อบแบบสอบถามพจิ ารณาวา่ สภาพในการพฒั นาการบรหิ ารจดั การงานแนะแนวตามมาตรฐานการแนะแนว ด้านที่ 3 คุณภาพการบริหารจัดการแนะแนวว่ามีมากน้อยเพียงใด ตอนที่ 3 ปัญหาและความต้องการใน การพฒั นาคณุ ภาพการบริหารจดั การงานแนะแนวในโรงเรียนมลี ักษณะเป็นค�ำถามปลายเปิด วเิ คราะหข์ ้อมลู โดยการจดั ประเภทเนอื้ หาสาระทมี่ คี วามหมายใกลเ้ คยี งกนั ไวด้ ว้ ยกนั สรปุ เปน็ ประเดน็ วเิ คราะหโ์ ดยใชค้ วามถ่ี และนำ� เสนอแบบตารางประกอบคำ� บรรยาย ข้นั ตอนที่ 2 การศึกษาการด�ำเนินการบริหารจดั การงานแนะแนว และเอกสารการด�ำเนินการจดั การ ปีที่ 14 ฉบบั ที่ 2 ประจ�ำ เดอื นพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 79

งานแนะแนวของโรงเรียนศูนย์แนะแนวประจ�ำเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เชียงใหม่เขต 2, 3 และ 4 ที่มกี ารปฏบิ ตั ทิ เ่ี ป็นเลศิ กลมุ่ เป้าหมายทีใ่ ชใ้ นการวิจัยในข้นั ตอนนี้ ไดแ้ ก่ ผบู้ ริหารโรงเรยี นและครผู ทู้ �ำหนา้ ท่ี งานแนะแนวของโรงเรียนสันทรายหลวง โรงเรียนบ้านเหมืองแร่ และโรงเรียนวัดเวฬุวัน รวมทั้งส้ิน จ�ำนวน 6 คน โดยเครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการศกึ ษา คอื แบบสมั ภาษณเ์ ชงิ ลกึ มโี ครงสรา้ งประกอบดว้ ยประเดน็ การสมั ภาษณ์ แนวการดำ� เนินการบรหิ ารจัดการงานแนะแนวในโรงเรยี นที่มกี ารปฏบิ ตั ิทีเ่ ปน็ เลศิ และแบบวิเคราะหเ์ อกสาร ท่ีเกี่ยวข้อง การด�ำเนินการบริหารจัดการงานแนะแนวในโรงเรียนที่มีการปฏิบัติท่ีเป็นเลิศ ประกอบด้วยสรุป ผลการวิเคราะห์ และแหลง่ เอกสารทเ่ี ก่ียวขอ้ ง การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ โดยการน�ำผลจากการสัมภาษณ์ผู้บริหารและครูผู้ท�ำหน้าที่ งานแนะแนว มาจดั ลำ� ดบั ความคดิ เหน็ ทสี่ อดคลอ้ งกนั เพอ่ื สงั เคราะหแ์ ละเสนอรา่ งแนวทางการพฒั นาคณุ ภาพ การบริหารจดั การงานแนะแนวในโรงเรยี น ขนั้ ตอนท่ี 3 จดั ทำ� แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการบรหิ ารจดั การงานแนะแนวในโรงเรยี น กลมุ่ เปา้ หมาย ไดแ้ ก่ ครูวิชาการ และครูผทู้ ำ� หน้าที่งานแนะแนว จ�ำนวน 5 โรงเรยี น ได้แก่ โรงเรยี นบา้ นแม่ตะละ โรงเรียน บา้ นแม่ขะปู โรงเรียนบา้ นบ่อแก้ว โรงเรียนบ้านแม่โต๋ และโรงเรยี นบ้านแม่ยางห้า ประกอบดว้ ย ครวู ชิ าการ จ�ำนวน 5 คน ครูท่ที �ำหน้าทีง่ านแนะแนว จำ� นวน 5 คน รวมท้ังสน้ิ จ�ำนวน 10 คน โดยลักษณะของเครื่องมือ เป็นวาระการประชุมและแบบบันทึกการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพ่ือจัดท�ำร่างแนวทางการพัฒนาคุณภาพ การบรหิ ารจดั การแนะแนวในโรงเรียนการศึกษาภาคบังคับเครอื ข่ายพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาสะเมงิ 3 สังกดั ส�ำนกั งานเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาเชยี งใหม่ เขต 2 ใหผ้ ทู้ ่ีเข้าร่วมประชมุ พิจารณาและเห็นชอบ การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ โดยการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลโดยสรุปผลการประชุม เชิงปฏิบัติการจากบันทึกการประชุม แล้วจัดท�ำเป็นร่างแนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการ งานแนะแนวในโรงเรียน ข้ันตอนที่ 4 การตรวจสอบประสิทธิภาพของแนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการ งานแนะแนวในโรงเรยี นการศึกษาภาคบงั คบั เครอื ข่ายพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาสะเมิง 3 สังกดั สำ� นกั งานเขต พ้นื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 กลมุ่ เป้าหมาย ได้แก่ ประธานเครือข่ายพฒั นาคุณภาพการศึกษา สะเมิง 3 จำ� นวน 1 คน นักวชิ าการศกึ ษาที่ดแู ลงานแนะแนวประจ�ำส�ำนักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษา เชียงใหม่ เขต 2 จ�ำนวน 2 คน และอาจารย์ในระดับอุดมศึกษา มีวุฒิระดับปริญญาเอก หรือต�ำแหน่งทาง วิชาการ ผู้ชว่ ยศาสตราจารยข์ น้ึ ไป และมีความเชีย่ วชาญทางด้านงานแนะแนวหรือบรหิ ารการศึกษา จ�ำนวน 2 คน รวมทง้ั สนิ้ จ�ำนวน 5 คน โดยลกั ษณะของเคร่อื งมอื เปน็ แบบตรวจสอบความถูกต้อง ความเหมาะสม และความเปน็ ไปได้ ประกอบดว้ ยประเดน็ แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการบรหิ ารจดั การงานแนะแนวในโรงเรยี น การศึกษาภาคบังคบั เครือขา่ ยพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาสะเมิง 3 สงั กัดส�ำนักงานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถม ศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 เป็นแบบประมาณค่า 5 ระดับ วเิ คราะหข์ ้อมลู และนำ� เสนอข้อมูล คอื ตรวจสอบความถูกตอ้ ง ความเหมาะสม และความเปน็ ไปได้ ของการนำ� แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการบรหิ ารจดั การงานแนะแนวในโรงเรยี นการศกึ ษาภาคบงั คบั เครอื ขา่ ย พัฒนาคุณภาพการศึกษาสะเมิง 3 สังกัดส�ำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 ไปใช้ เป็นแบบประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉล่ีย และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน น�ำเสนอใน รูปตารางประกอบค�ำบรรยาย 80 บัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลัยสวนดสุ ิต

ผลการศกี ษา 1. การศึกษาสภาพ ปัญหาและความต้องการในการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการงานแนะแนว ในโรงเรยี นการศกึ ษาภาคบงั คบั เครอื ขา่ ยพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาสะเมงิ 3 สงั กดั สำ� นกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษา ประถมศกึ ษาเชยี งใหม่ เขต 2 1.1 สภาพและปญั หาที่สำ� คัญ พบว่า สภาพในการบริหารจัดการงานแนะแนวเก่ยี วกบั มาตรฐาน การแนะแนว ด้านท่ี 3 คุณภาพการบริหารจัดการแนะแนว ในภาพรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีรายละเอียด ดังน้ี 1.1.1) สภาพในการบริหารจัดการงานแนะแนวเกี่ยวกับมาตรฐานการแนะแนว ด้านท่ี 3 คุณภาพ การบริหารจัดการแนะแนว มาตรฐานท่ี 7 ผู้บริหารสถานศึกษามีความรู้ความเข้าใจ และเห็น ความสำ� คญั ของงานแนะแนว ตวั บง่ ชท้ี ่ี 1 ผบู้ รหิ ารสง่ เสรมิ สนบั สนนุ การดำ� เนนิ งานแนะแนวใหบ้ รรลเุ ปา้ หมาย โดยรวมพบว่ามีการปฏิบัติงานอยู่ในระดับมากทุกรายการแต่ล�ำดับที่มีค่าเฉล่ียต�่ำสุด คือ การสนับสนุนให้มี ปัจจัยต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องกับการบริหารงานแนะแนวในสถานศึกษา และนิเทศ กำ� กับติดตาม ประเมินผล การด�ำเนินงานแนะแนวอย่างนอ้ ย ภาคเรยี นละ 1 ครง้ั 1.1.2) สภาพในการบริหารจัดการงานแนะแนวเก่ียวกับมาตรฐานการแนะแนว ด้านท่ี 3 คุณภาพการบริหารจัดการแนะแนว มาตรฐานที่ 8 สถานศึกษามีระบบบริหารจัดการแนะแนว ตัวบ่งชี้ท่ี 1 จดั การบรหิ ารจดั การแนะแนวอยา่ งเปน็ ระบบ โดยรวมพบวา่ มกี ารปฏบิ ตั งิ านอยใู่ นระดบั ปานกลางทกุ รายการ แต่ลำ� ดับทมี่ ีคา่ เฉล่ยี ต่�ำสุด คือ มีนวัตกรรมทางการแนะแนว 1.1.3) สภาพในการบริหารจัดการงานแนะแนวเก่ียวกับมาตรฐานการแนะแนว ด้านที่ 3 คุณภาพการบริหารจัดการแนะแนว มาตรฐานที่ 8 สถานศึกษามีระบบบริหารจัดการแนะแนว ตัวบ่งชี้ที่ 2 จัดให้มีครูแนะแนว/ครูผู้ท�ำหน้าที่งานแนะแนว โดยรวมพบว่ามีการปฏิบัติงานอยู่ในระดับมากทุกรายการ ยกเว้นการจัดครูแนะแนวท่ีมีคุณวุฒิทางการแนะแนวหรือจิตวิทยาท่ีเก่ียวข้องกับการแนะแนวรวมท้ังมี คุณสมบัติท่ีเหมาะสมกับงานแนะแนว มีการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง เนื่องจากไม่มีครูที่มีคุณวุฒิทาง การแนะแนวหรือจติ วิทยาทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั การแนะแนวโดยตรง 1.1.4) สภาพในการบริหารจัดการงานแนะแนวเก่ียวกับมาตรฐานการแนะแนว ด้านท่ี 3 คุณภาพการบริหารจัดการแนะแนวมาตรฐานที่ 8 สถานศึกษามีระบบบริหารจัดการแนะแนว ตัวบ่งชี้ท่ี 3 มภี าคเี ครอื ขา่ ยเขา้ มามสี ว่ นรว่ มในงานแนะแนว โดยรวมพบวา่ มกี ารปฏบิ ตั งิ านอยใู่ นระดบั ปานกลางทกุ รายการ แต่ล�ำดับที่มีค่าเฉลี่ยต�่ำสุด คือ มีการรายงานผลการด�ำเนินงานความร่วมมือของภาคีเครือข่าย ซึ่งพบว่ามี การรายงานหลังจากท่ไี ดร้ ว่ มงานกับภาคเี ครือขา่ ยนอ้ ยมาก 1.2 ปัญหาและความต้องการในการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการงานแนะแนวในโรงเรียน มรี ายละเอียด ดงั น้ี 1.2.1) ปัญหาและความต้องการในการบริหารจัดการงานแนะแนวเกี่ยวกับมาตรฐาน การแนะแนว มาตรฐานท่ี 7 ผูบ้ ริหารสถานศึกษามีความร้คู วามเขา้ ใจ และเหน็ ความส�ำคญั ของงานแนะแนว ตัวบ่งชที้ ี่ 1 ผ้บู ริหารส่งเสรมิ สนับสนนุ การด�ำเนินงานแนะแนวให้บรรลเุ ปา้ หมาย พบวา่ ปัญหาและอุปสรรค ในการด�ำเนินการทีพ่ บมากท่สี ุด คอื ผูบ้ ริหารขาดการนเิ ทศและตดิ ตามอย่างต่อเนอ่ื ง สว่ นส่ิงทต่ี ้องการใหเ้ กิด ปีที่ 14 ฉบบั ที่ 2 ประจำ�เดือนพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 81

การพัฒนา คอื ตอ้ งการใหผ้ ูบ้ รหิ ารมีการนิเทศ และติดตามอย่างตอ่ เนอ่ื ง ซ่งึ มคี วามสอดคล้องกนั 1.2.2) ปัญหาและความต้องการในการบริหารจัดการงานแนะแนวเกี่ยวกับมาตรฐาน การแนะแนว มาตรฐานที่ 8 สถานศกึ ษามรี ะบบบรหิ ารจดั การแนะแนว ตวั บง่ ชท้ี ่ี 1 จดั การบรหิ ารจดั การแนะแนว อยา่ งเป็นระบบ พบว่า ปญั หาและอุปสรรคในการด�ำเนนิ การท่พี บมากทีส่ ุด คอื สถานศึกษายังขาดโครงสรา้ ง การบรหิ ารจดั การแนะแนวและกรรมการด�ำเนินงานแนะแนวท่ชี ัดเจน สว่ นส่งิ ท่ตี ้องการให้เกิดการพฒั นา คอื อยากให้สถานศึกษามีโครงสร้างการบริหารจัดการแนะแนวและกรรมการด�ำเนินงานแนะแนวที่ชัดเจน และ ด�ำเนินงานอย่างสมำ่� เสมอ 1.2.3) ปัญหาและความต้องการในการบริหารจัดการงานแนะแนวเก่ียวกับมาตรฐาน การแนะแนวมาตรฐานท่ี 8 สถานศึกษามีระบบบริหารจัดการแนะแนว ตัวบ่งช้ีท่ี 2 จัดให้มีครูแนะแนว/ครู ผทู้ �ำหนา้ ที่งานแนะแนว พบวา่ ปญั หาและอปุ สรรคในการด�ำเนินการทพ่ี บมากท่สี ุด คอื ขาดครูแนะแนวทจี่ บ มาทางด้านแนะแนวโดยตรง ส่วนสิ่งท่ีต้องการให้เกิดการพัฒนา คือ ต้องการให้มีการอบรมให้ความรู้แก่ครู ผู้ทำ� หนา้ ทีง่ านแนะแนว 1.2.4) ปัญหา และความต้องการในการบริหารจัดการงานแนะแนวเก่ียวกับมาตรฐานที่ 8 สถานศึกษา มีระบบบริหารจัดการแนะแนว ตัวบ่งช้ีท่ี 3 มีภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วมในงานแนะแนว พบวา่ ปญั หาและอุปสรรคในการดำ� เนนิ การทพี่ บมากที่สุด คือ ขาดการประสานงานภาคเี ครอื ข่ายภายนอก สถานศกึ ษา สว่ นสง่ิ ทตี่ อ้ งการใหเ้ กดิ การพฒั นา คอื อยากใหม้ ภี าคเี ครอื ขา่ ยทมี่ สี ว่ นรว่ มในการทำ� งานแนะแนว อย่างจรงิ จงั 2. การศึกษาการด�ำเนินการบริหารจัดการงานแนะแนวของสถานศึกษาที่มีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ มดี งั น้ี จากการสัมภาษณ์ผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้ท�ำหน้าท่ีแนะแนว ในโรงเรียนที่เป็นศูนย์แนะแนว ประจ�ำเขตพ้ืนที่การศึกษาจาก 3 โรงเรียน สามารถสรุปประเด็นได้ดังน้ี การที่สถานศึกษาจะมีระบบบริหาร จัดการแนะแนวโรงเรียน ให้มีประสิทธิภาพได้น้ันจ�ำเป็นต้องมีการก�ำหนดเป้าหมายการด�ำเนินงานแนะแนว ในแผนพัฒนาการศึกษา และแผนปฏิบัติงานประจำ� ปีของสถานศึกษามีการก�ำหนดโครงสร้างบุคลากร และ คณะกรรมการในการดำ� เนนิ งาน พรอ้ มจดั ทำ� โครงสรา้ งการบรหิ ารจดั การระบบบรกิ ารแนะแนวในสถานศกึ ษา ใหช้ ดั เจน มกี ารจดั สรรงบประมาณใหเ้ พยี งพอ สนบั สนนุ ในเรอ่ื งของอาคารสถานที่ สอื่ อปุ กรณแ์ ละนวตั กรรม ตา่ ง ๆ ในการดำ� เนนิ งานแนะแนว นอกจากนยี้ งั มกี ารประสานงานทง้ั หนว่ ยงานภายใน และหนว่ ยงานภายนอก สถานศึกษาให้เข้ามามีบทบาทในการร่วมวางแผน ร่วมลงมือปฏิบัติ ร่วมกันตรวจสอบ และร่วมสะท้อน ผลการปฏบิ ตั งิ าน ตลอดจนรว่ มกนั แกไ้ ขปญั หา เพราะจะทำ� ใหส้ ถานศกึ ษามกี ารบรหิ ารจดั การแนะแนวโรงเรยี น ได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ ในส่วนของการศึกษาเอกสาร หลักฐาน ร่องรอยในการด�ำเนินงานพบว่า โรงเรียนศูนย์แนะแนว ประจำ� เขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษา จาก 3 โรงเรยี น น้ันไดด้ �ำเนินการด้านคุณภาพการบริหารจดั การแนะแนว อยา่ งมี ระบบ มีข้ันตอน โดยเร่ิมต้ังแต่ตัวของผู้บริหารสถานศึกษาเห็นความส�ำคัญของการแนะแนว เอ้ือให้มีปัจจัย ตา่ ง ๆ ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั การบรหิ ารงานแนะแนวมโี ครงสรา้ งการบรหิ ารจดั การแนะแนว มคี ณะกรรมการทรี่ บั ผดิ ชอบ ก�ำหนดบทบาทและภารกิจของคณะกรรมการ รวมทั้งมีการนิเทศ ก�ำกับติดตาม และประเมินผลการด�ำเนิน งานแนะแนวเป็นประจ�ำ ยังจัดให้มีครู แนะแนว หรือครูผู้ท�ำหน้าที่แนะแนวในสถานศึกษา และจัดให้ครูที่ 82 บณั ฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลยั สวนดุสติ

รบั ผดิ ชอบงานแนะแนวได้เข้ารบั การอบรม เพ่ือให้มคี ุณสมบตั ิทเ่ี หมาะสม นอกจากน้ี ยงั ได้มคี วามรว่ มมอื กับ ภาคีเครือข่ายให้เข้ามามีส่วนร่วม โดยที่สถานศึกษามีการประสานความร่วมมือกับบุคคล กลุ่มบุคคล หรือ องค์กรทั้งภายในและภายนอกเพื่อพัฒนาการด�ำเนินงานแนะแนวส�ำหรับส่งเสริมพัฒนา ป้องกัน และแก้ไข ปัญหาสำ� หรบั ผ้เู รียน ท้ังดา้ นการศกึ ษา อาชีพสว่ นตัวและสังคม 3. ผลการจดั ทำ� รา่ งแนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการบรหิ ารจดั การงานแนะแนวในโรงเรยี นการศกึ ษา ภาคบงั คบั เครอื ขา่ ยพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาสะเมงิ 3 สงั กดั สำ� นกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาเชยี งใหม่ เขต 2 มีดังนี้ แนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการงานแนะแนวในโรงเรียนการศึกษาภาคบังคับ เครอื ขา่ ยพัฒนาคุณภาพการศึกษาสะเมงิ 3 สงั กดั ส�ำนกั งานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 โดยสรุปเฉพาะส่วนที่เป็นการด�ำเนินงานตามวงจรการบริหารคุณภาพของเดมม่ิง (PDCA) 4 ขั้นตอน ควร ด�ำเนนิ การ ดงั น้ี 3.1 มาตรฐานท่ี 7 ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษามคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ และเหน็ ความสำ� คญั ของงานแนะแนว ตวั บ่งช้ีท่ี 1 ผู้บรหิ ารสง่ เสริมสนบั สนนุ การดำ� เนนิ งานแนะแนวให้บรรลเุ ปา้ หมาย 3.1.1) ข้ันตอนการวางแผน (Plan) ก�ำหนดนโยบายให้มีการแนะแนวในสถานศึกษา พร้อมแต่งต้ังคณะกรรมการใน การจัดท�ำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา และจัดท�ำแผนปฏิบัติการประจ�ำปีของสถานศึกษา วเิ คราะหส์ ภาพ และปญั หาในการดำ� เนนิ การบรหิ ารจดั การงานแนะแนวของสถานศกึ ษาในรอบปที ผี่ า่ นมาเพอ่ื ทราบถึงจุดแข็ง และจุดอ่อนในการด�ำเนินการ พร้อมจัดท�ำแผนปฏิบัติงานแนะแนวในการบริหารอย่างเป็น ล�ำดบั ขัน้ ตอน 3.1.2) ขั้นตอนการปฏบิ ัติ (Do) ก�ำหนดปฏิทนิ การปฏิบัติงานแนะแนวที่ชัดเจน พรอ้ มทั้งชี้แจงและสร้างความเข้าใจ กับบุคลากรและฝ่ายต่างๆ ท่ีมีส่วนเก่ียวข้อง และน�ำแผนปฏิบัติการประจ�ำปีและแผนปฏิบัติการแนะแนวท่ี ก�ำหนดไว้ไปสู่การปฏิบัติโดยด�ำเนินการตามเป้าหมายและระยะเวลาเพื่อให้เกิดผลตามที่ก�ำหนดในแผนและ สนับสนุนจัดสรรปจั จัยต่าง ๆ ที่เก่ยี วขอ้ งกับการบริหารงานแนะแนวในสถานศกึ ษา 3.1.3) ข้นั ตอนการตรวจสอบ (Check) จัดท�ำปฏิทินการนิเทศ ก�ำกับติดตาม ประเมินผลการด�ำเนินงานแนะแนวของ สถานศึกษาโดยที่ผู้บริหารมีการนิเทศ ก�ำกับติดตาม และประเมินผลการด�ำเนินงานแนะแนวอย่างสม�่ำเสมอ และจัดให้มีการประชุมบุคลากร เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริหาร และบุคลากรที่ปฏิบัติงานได้มีโอกาสพบปะ เพอื่ สอบถามหรอื รายงานความกา้ วหนา้ ในการปฏิบัติงาน 3.1.4) ขน้ั ตอนการปรับปรุงพฒั นา และการรายงาน (Act) วิเคราะห์ผลการด�ำเนินการบริหารงานแนะแนวเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่ต้ังไว้ เพ่ือใช้เป็นข้อมูลพ้ืนฐานในการปรับปรุงพัฒนาการด�ำเนินงานแนะแนวของสถานศึกษาให้ดียิ่งข้ึน และน�ำ ผลการนิเทศ ก�ำกับติดตาม และประเมินผลการด�ำเนินงานแนะแนวมาใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงพัฒนา การด�ำเนินงานให้เกิดประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลเพ่ิมมากข้ึน จัดท�ำรายงานผลการด�ำเนินงานเสนอผู้ที่ เกย่ี วข้องเพ่ือใช้ในการวางแผนครัง้ (ปี) ตอ่ ไป ปที ี่ 14 ฉบบั ที่ 2 ประจ�ำ เดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 83

3.2 มาตรฐานท่ี 8 สถานศกึ ษามีระบบบรหิ ารจดั การแนะแนว ตัวบง่ ชที้ ี่ 1 จัดการบรหิ ารจดั การ แนะแนวอย่างเป็นระบบ พบวา่ 3.2.1) ขัน้ ตอนการวางแผน (Plan) จัดท�ำโครงสร้างการบริหารงานแนะแนวออกเป็นระดับช่วงช้ัน มีหัวหน้าฝ่ายงาน รบั ผดิ ชอบและกำ� หนดบทบาทหนา้ ทข่ี องบคุ ลากรอยา่ งชดั เจน และแตง่ ตงั้ คณะกรรมการการดำ� เนนิ งานแนะแนว ในสถานศึกษา โดยมีค�ำสั่งแต่งตั้ง พร้อมท้ังก�ำหนดบทบาทอ�ำนาจหน้าท่ีและภารกิจที่ชัดเจนวางแผนจัดสรร งบประมาณ ห้องแนะแนว เครือ่ งมอื ส่ือ และวัสดุอุปกรณ์ การด�ำเนินงานแนะแนวทีเ่ หมาะสมและเพียงพอ 3.2.2) ขน้ั ตอนการปฏบิ ัติ (Do) จดั ทำ� แผนภมู โิ ครงสรา้ งการบรหิ ารจดั การแนะแนว โดยกำ� หนดบคุ ลากรทจี่ ะปฏบิ ตั ิ งานตามหน้าที่ตามโครงสร้างอย่างชัดเจน และจัดท�ำค�ำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการการด�ำเนินงานแนะแนว พร้อมจัดสรรงบประมาณ หอ้ งพเิ ศษ และจดั ซื้อเครื่องมือ สอ่ื วสั ดอุ ปุ กรณ์ ทท่ี นั สมยั สำ� หรับการดำ� เนนิ งาน แนะแนว โดยแบ่งให้เหมาะสมตอ่ งานบริการแนะแนวทง้ั 5 ด้าน 3.2.3) ข้ันตอนการตรวจสอบ (Check) มีการจดั ท�ำปฏทิ นิ การนิเทศ ก�ำกบั ติดตาม ประเมินผลการด�ำเนนิ งานแนะแนวของ สถานศึกษา และมีค�ำสั่งแต่งต้ังคณะกรรมการนิเทศ ก�ำกับติดตาม ประเมินผลการด�ำเนินแนะแนวของ สถานศึกษา และมีการก�ำหนดกรอบ/ขอบข่ายการนิเทศ ก�ำกับติดตาม และประเมินผลท่ีชัดเจน และน�ำผล ที่ไดม้ าจัดท�ำรายงานการประเมนิ ผลการดำ� เนินงาน 3.2.4) ขั้นตอนการปรับปรุงพฒั นา และการรายงาน (Act) วเิ คราะหผ์ ลการดำ� เนนิ งานแนะแนวโดยเปรยี บเทยี บกบั เปา้ หมายทต่ี งั้ ไว้ เพอ่ื ใชเ้ ปน็ ขอ้ มลู พนื้ ฐานในการปรบั ปรงุ พฒั นาการดำ� เนนิ งานแนะแนวของสถานศกึ ษาใหด้ ยี ง่ิ ขน้ึ มกี ารนเิ ทศ กำ� กบั ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการดำ� เนนิ งานแนะแนวมาใชใ้ นการปรบั ปรงุ เพอ่ื พฒั นาการดำ� เนนิ งาน พรอ้ มทง้ั จดั ทำ� รายงาน ผลการด�ำเนนิ งาน 3.3 มาตรฐานที่ 8 สถานศึกษามีระบบบรหิ ารจดั การแนะแนว ตวั บง่ ชี้ที่ 2 จัดใหม้ คี รูแนะแนว/ ครผู ู้ทำ� หนา้ ที่งานแนะแนว พบว่า 3.3.1) ข้นั ตอนการวางแผน (Plan) วางแผนอัตราก�ำลังบุคลากรของสถานศึกษา และส�ำรวจบุคลากรของสถานศึกษา ท่ีเคยผ่านการอบรมทางจิตวิทยาและการแนะแนวและมีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับงานแนะแนว และส่งครู ผูท้ ำ� หนา้ ทงี่ านแนะแนวไปรบั การอบรมทางด้านจติ วิทยาและการแนะแนว 3.3.2) ข้ันตอนการปฏบิ ตั ิ (Do) แตง่ ตง้ั ครทู เ่ี คยผา่ นการอบรมทางดา้ นแนะแนวมารบั หนา้ ทคี่ รผู ทู้ ำ� หนา้ ทงี่ านแนะแนว ในสถานศึกษา จดั ใหม้ อี ตั ราสว่ นจำ� นวนครแู นะแนว/ครผู ้ทู �ำหน้าทแี่ นะแนว ตอ่ ผเู้ รยี นให้เหมาะสมกบั จำ� นวน นักเรียน 3.3.3) ขน้ั ตอนการตรวจสอบ (Check) ครแู นะแนว/ครผู ทู้ �ำหนา้ ทง่ี านแนะแนวใหค้ วามสำ� คญั กับการรายงานผลการปฏิบัติ งาน โดยหลงั จากการดำ� เนนิ การกิจกรรม ต้องมีการรายงานใหผ้ ู้บรหิ ารได้รับทราบ และจดั ประชมุ ระหว่างครู 84 บณั ฑิตวทิ ยาลัย มหาวิทยาลยั สวนดุสติ

แนะแนว/ครผู ทู้ ำ� หน้าที่งานแนะแนว และครปู ระจ�ำชั้น เพ่อื สอบถามหรอื รายงานการด�ำเนินงานแนะแนวใน ระดับชั้นของตนเองอยา่ งสม่ำ� เสมอ 3.3.4) ขั้นตอนการปรบั ปรงุ พัฒนา และการรายงาน (Act) หลังจากการอบรมครูแนะแนว/ครูผู้ท�ำหน้าที่งานแนะแนว ต้องมีการรายงานให้ ผบู้ รหิ าร ไดร้ บั ทราบ และนำ� ความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการไปอบรมนำ� ไปปรบั ปรงุ และพฒั นาการดำ� เนนิ งานแนะแนวของ สถานศึกษาต่อไป อีกทงั้ น�ำขอ้ มูลดา้ นการวางแผนอตั ราก�ำลังของสถานศึกษามาใช้การจัดวางตัว และสรรหา แต่งตัง้ ครแู นะแนว/ครผู ทู้ ำ� หน้าทแี่ นะแนว ในปกี ารศึกษาตอ่ ไป 3.4 มาตรฐานที่ 8 สถานศกึ ษามีระบบบริหารจดั การแนะแนว ตัวบง่ ช้ที ี่ 3 มภี าคเี ครือข่ายเข้ามา มีสว่ นรว่ มในงานแนะแนว พบวา่ 3.4.1) ขั้นตอนการวางแผน (Plan) วิเคราะห์สภาพของสถานศึกษา และปัญหาในการด�ำเนินการประสานงานกับภาคี เครอื ขา่ ยของสถานศกึ ษาในรอบปที ผ่ี า่ นมาเพอื่ ทราบถงึ จดุ แขง็ และจดุ ออ่ นในการดำ� เนนิ การ พรอ้ มทง้ั แตง่ ตงั้ คณะกรรมการการด�ำเนินงานแนะแนวที่ต้องมีการประสานงานกับภาคีเครือข่าย โดยมีค�ำสั่งแต่งตั้งพร้อมทั้ง ก�ำหนดบทบาท และภารกิจ ที่ชัดเจน และสร้างการมีส่วนร่วมในการด�ำเนินงานแนะแนวนอกเหนือจาก ครแู นะแนวและบคุ ลากรภายในสถานศกึ ษาโดยดงึ องคก์ รภาครฐั อนื่ เขา้ มามสี ว่ นรว่ ม เชน่ สถานตี ำ� รวจ องคก์ าร บรหิ ารสว่ นตำ� บล กรมการจดั หางาน วดั เปน็ ตน้ เขา้ มารว่ มเปน็ คณะกรรมการภาคเี ครอื ขา่ ยในรปู แบบทป่ี รกึ ษา ของโรงเรียน 3.4.2) ข้ันตอนการปฏิบัติ (Do) ด�ำเนินการประสานงานกับภาคีเครือข่ายทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา จัดการประชุมร่วมกันระหว่างภาคีเครือข่ายกับสถานศึกษาและมีการก�ำหนดปฏิทินการด�ำเนินโครงการ/ กิจกรรมท่ีท�ำร่วมกับภาคีเครือข่าย และมกี ารรายงานผลทชี่ ัดเจน 3.4.3) ขั้นตอนการตรวจสอบ (Check) กำ� หนดกรอบ/ขอบขา่ ยการนเิ ทศ กำ� กบั ตดิ ตาม และประเมนิ ผลทช่ี ดั เจนโดยบคุ ลากร ของสถานศึกษาท่ีรับผิดชอบการด�ำเนินงานประสานงานกับภาคีเครือข่ายให้ความส�ำคัญกับการรายงาน ผลการปฏิบัติงาน และหลังจากการด�ำเนินการกิจกรรมใดก็ตามเสร็จสิ้นลง ต้องมีการายงานให้ผู้บริหาร ไดร้ บั ทราบ นำ� ผลทไี่ ดจ้ ากการนเิ ทศ กำ� กบั ตดิ ตาม มาจดั ทำ� รายงานการประเมนิ ผลการการดำ� เนนิ งานรว่ มกบั ภาคีเครือขา่ ยทัง้ ภายในและภายนอกสถานศึกษา 3.4.4) ขั้นตอนการปรบั ปรงุ พฒั นา และการรายงงาน (Act) วเิ คราะหผ์ ลการดำ� เนนิ งานแนะแนวเปรยี บเทยี บกบั เปา้ หมายทต่ี งั้ ไว้ เพอ่ื ใชเ้ ปน็ ขอ้ มลู พื้นฐาน ในการปรับปรุงพัฒนาการประสานงานกับภาคีเครือข่ายทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา ของสถานศึกษาให้ดยี งิ่ ข้ึนและนำ� รายงานการนำ� ผลการประเมินมาใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาการ 4. ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพของแนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการงานแนะแนว ในโรงเรยี นการศกึ ษาภาคบงั คบั เครอื ขา่ ยพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาสะเมงิ 3 สงั กดั สำ� นกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษา ประถมศกึ ษาเชยี งใหม่ เขต 2 มีดังนี้ ปที ี่ 14 ฉบบั ที่ 2 ประจ�ำ เดอื นพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 85

ผลการตรวจสอบประสทิ ธภิ าพของแนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการบรหิ ารจดั การงานแนะแนวใน โรงเรยี นการศึกษาภาคบงั คบั เครอื ข่ายพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาสะเมิง 3 สังกัดส�ำนักงานเขตพื้นทกี่ ารศึกษา ประถมศกึ ษาเชยี งใหม่ เขต 2 ดา้ นความถกู ตอ้ ง ความเหมาะสม และความเปน็ ไปได้ โดยการตรวจสอบแนวทาง จากผเู้ ชยี่ วชาญ มลี กั ษณะเปน็ มาตราสว่ นประมาณคา่ 5 ระดบั วเิ คราะหผ์ ลแสดงความถกู ตอ้ ง ความเหมาะสม และความเป็นไปได้ของแนวทางโดยเม่ือตรวจสอบโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน เม่ือพิจารณา เปน็ รายดา้ นพบวา่ ดา้ นความถกู ตอ้ ง มคี า่ เฉลยี่ สงู ทสี่ ดุ รองลงมาคอื ดา้ นเปน็ ไปได้ และทม่ี คี า่ เฉลยี่ ตำ�่ ทส่ี ดุ คอื ดา้ นความเหมาะสม อภิปรายผล จากการวจิ ยั เพอื่ จดั ทำ� แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการบรหิ ารจดั การงานแนะแนวในโรงเรยี นการศกึ ษา ภาคบงั คบั เครอื ขา่ ยพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาสะเมงิ 3 สงั กดั สำ� นกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาเชยี งใหม่ เขต 2 ในครงั้ น้ี ทำ� ใหท้ ราบถงึ สภาพการดำ� เนนิ งาน ปญั หา และขอ้ เสนอแนะการแกไ้ ขปญั หาการบรหิ ารจดั การ งานแนะแนวในโรงเรียนการศึกษาภาคบังคับ เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาสะเมิง 3 ซ่ึงมีประเด็นที่ น่าสนใจและควรนำ� มาอภปิ รายผล ดังน้ี ผลจากการศกึ ษาสภาพ ปญั หาและความตอ้ งการในการพฒั นาคณุ ภาพการบรหิ ารจดั การงานแนะแนว ในโรงเรยี นการศกึ ษาภาคบงั คบั เครอื ขา่ ยพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาสะเมงิ 3 สงั กดั สำ� นกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษา ประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 พบวา่ โดยภาพรวมอยใู่ นระดบั ปานกลาง โดยแบ่งออกเป็นภาพรวมอย่ใู นระดบั มาก 2 มาตรฐาน และภาพรวมอยใู่ นระดบั ปานกลาง 2 มาตรฐาน มาตรฐานทอี่ ยใู่ นระดบั มาก ไดแ้ ก่ มาตรฐาน ท่ี 7 ผู้บริหารสถานศึกษามีความรู้ความเข้าใจ และเห็นความส�ำคัญของงานแนะแนว มี 1 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ ส่งเสรมิ สนบั สนุนการดำ� เนินงานแนะแนวใหบ้ รรลุเป้าหมาย ซ่ึงเห็นไดว้ ่า ผูบ้ ริหารศกึ ษาไดต้ ระหนกั และเหน็ ความส�ำคญั ของการแนะแนว ก�ำหนดนโยบายการแนะแนวในสถานศกึ ษา และอกี 1 มาตรฐานทีอ่ ยใู่ นระดับ มาก คอื มาตรฐานที่ 8 สถานศกึ ษามีระบบบรหิ ารจัดการแนะแนว ตวั บง่ ช้ที ่ี 2 จดั ใหม้ คี รูแนะแนว/ครผู ูท้ �ำ หน้าท่ีงานแนะแนว ซ่ึงพบว่าในทุกโรงเรียนได้จัดให้มีครูแนะแนว/ครูผู้ท�ำหน้าที่งานแนะแนว รับผิดชอบ งานแนะแนว และจัดให้ครูที่ท�ำหน้าท่ีแนะแนว ได้เข้ารับการอบรมทางจิตวิทยาการและการแนะแนวจาก สมาคมวชิ าชีพหรอื สถาบนั การศึกษาทจ่ี ัดการศึกษาดา้ นจิตวทิ ยาและการแนะแนว ในส่วนมาตฐานท่มี ีภาพรวมในระดบั ปานกลางนั้น ได้แก่ มาตรฐานท่ี 8 สถานศกึ ษามีระบบบรหิ าร จัดการแนะแนว ตวั บง่ ชที้ ี่ 1 จัดการบรหิ ารจดั การแนะแนวอยา่ งเป็นระบบตามแผนยทุ ธศาสตร์ การแนะแนว ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานซ่ึงเป็นไปตามหลักการและวิธีการด�ำเนินงานที่ (ส�ำนักงานวิชาการและมาตรฐาน การศกึ ษา, 2554) พบวา่ สถานศกึ ษาตอ้ งมกี ารจดั โครงสรา้ งระบบบรหิ ารจดั การแนะแนวทเี่ หมาะสมกบั บรบิ ท สถานศกึ ษา กำ� หนดใหบ้ คุ ลากรมบี ทบาทหนา้ ทใ่ี นการปฏบิ ติ งานตามโครงสรา้ งแนะแนว จดั ทำ� คมู่ อื การปฏบิ ตั ิ งานแนะแนวใหแ้ ก่ครทู กุ คน พฒั นา จัดหา และรวบรวมสอื่ เคร่อื งมือทม่ี คี ณุ ภาพและทันสมัย เพ่อื ใชใ้ นการจัด กิจกรรมแนะแนว เม่ือพจิ ารณาจากขอ้ มูลเชงิ ประจกั ษ์ พบว่า โรงเรียนการศกึ ษาภาคบงั คับในเครือข่ายพัฒนา คณุ ภาพการศกึ ษาสะเมงิ 3 ยงั ไมม่ กี ารบรหิ ารจดั การงานแนะแนวอยา่ งเปน็ ระบบ และคณะกรรมการทกี่ ำ� หนด บทบาทและภารกจิ ทชี่ ดั เจน ทงั้ นอ้ี าจเปน็ ไปไดว้ า่ โรงเรยี นยงั ไมเ่ หน็ ความสำ� คญั ของการแนะแนว และโรงเรยี น 86 บัณฑิตวทิ ยาลัย มหาวิทยาลัยสวนดสุ ติ

ยงั ไมเ่ ขา้ ใจในเรอ่ื งโครงสรา้ งของงานแนะแนว เพราะโดยสว่ นมากคนทร่ี บั ผดิ ชอบงานแนะแนวจะมเี พยี งแคค่ รู ผ้ทู ำ� หน้าที่งานแนะแนวเพยี งเทา่ นน้ั ซ่ึงสอดคลอ้ งกับปัญหาส�ำคญั อกี ประการหนงึ่ ทค่ี ้นพบจากงานวจิ ัยน้ี คอื เม่ือไม่มีความเข้าใจและเห็นความส�ำคัญของการแนะแนว เลยส่งผลให้งบประมาณสนับสนุนการด�ำเนินงาน ไม่เพียงพอต่อการด�ำเนินงาน และไม่เพียงพอต่อการจัดซื้อ สื่อ วัสดุอุปกรณ์ ท่ีทันสมัยและเพียงพอต่อ การด�ำเนินงานแนะแนวรวมทั้งไม่สามารถที่จะสร้างสรรนวัตกรรมทางการแนะแนวขึ้นมาได้ ส่วนประเด็น ท่ีพบว่าสถานศึกษาควรมีอาคาร สถานท่ี เหมาะสมกับการด�ำเนินงานแนะแนว จากผลการวิจัยช้ีให้เห็นว่า โรงเรียนการศึกษาภาคบังคับในเครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาสะเมิง 3 ไม่มีห้องท่ีใช้เป็นห้องแนะแนว โดยตรง ท้ังนี้อาจจะมาจากข้อจ�ำกัดในเรื่องของอาคารสถานที่ และปัญหาที่ส�ำคัญอีกประการหนึ่งที่พบ คือ โรงเรียนขาดการนิเทศ ก�ำกับติดตาม ประเมินผลการด�ำเนินงานแนะแนว และเม่ือขาดการประเมินผล การด�ำเนนิ งานก็ไมส่ ามารถน�ำผลการประเมินมาพฒั นาการแนะแนวอย่างต่อเนือ่ งได้ นอกจากน้ันผลการศึกษายงั พบว่า มาตฐานทมี่ ภี าพรวมอย่ใู นระดบั ปานกลาง อกี 1 มาตรฐาน คือ มาตรฐานท่ี 8 สถานศึกษามีระบบบริหารจดั การแนะแนว ตวั บง่ ชี้ท่ี 3 มภี าคเี ครอื ขา่ ยเขา้ มามีสว่ นรว่ มในงาน แนะแนว ในประเดน็ ของภาคเี ครอื ขา่ ยในระดบั สถานศกึ ษา ตามแผนยทุ ธศาสตร์ การแนะแนวระดบั การศกึ ษา ขั้นพ้ืนฐาน ข้อค้นพบนี้เป็นไปดังที่ ส�ำนักงานวิชาการและมาตรฐานการศึกษา (2554) เสนอว่าจะต้องมี การประสานความร่วมมือสร้างภาคีเครือข่ายการแนะแนวท้ังภายในและภายนอกสถานศึกษา และก�ำหนด บทบาทหน้าที่ในการด�ำเนินงานให้ชัดเจน แต่ข้อมูลเชิงประจักษ์ท่ีค้นพบจากการวิจัยชี้ให้เห็นว่า โรงเรียน การศกึ ษาภาคบงั คบั ในเครอื ขา่ ยพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาสะเมงิ 3 ยงั ขาดการประสานงานและการดำ� เนนิ งาน ร่วมกับภาคีเครือข่ายท้ังภายในและภายนอกอย่างต่อเน่ือง ทั้งนี้อาจจะเป็นไปได้ว่าผู้รับผิดชอบงานแนะแนว ของโรงเรียนไมม่ กี ารขอความร่วมมือ หรอื มกี ารประสานงานกนั อยา่ งไมต่ ่อเนอ่ื ง แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการบรหิ ารจดั การงานแนะแนวในโรงเรยี นการศกึ ษาภาคบงั คบั เครอื ขา่ ย พัฒนาคุณภาพการศึกษาสะเมิง 3 สังกัดส�ำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่เขต 2 จาก ขอ้ คน้ พบสรปุ ไดว้ า่ ตอ้ งใชข้ น้ั ตอนในการพฒั นาประสทิ ธภิ าพและคณุ ภาพของการดาํ เนนิ งานตามกระบวนการ PDCA ในการบรหิ ารจดั การงานแนะแนวในโรงเรยี นตามมาตรฐานงานแนะแนวในดา้ นท่ี 3 คณุ ภาพการบรหิ าร จัดการแนะแนว เขียนเป็นภาพรวมตามกระบวนการคุณภาพ PDCA ได้ว่า แนวทางการพัฒนาคุณภาพ การบริหารจัดการงานแนะแนวท่ีพบจากการศึกษาใช้กระบวนการคุณภาพในการด�ำเนินงานอย่างชัดเจน ทุกข้ันตอนของกิจกรรมจึงคาดว่าจะสามารถน�ำไปสู่การปฏิบัติในโรงเรียนการศึกษาภาคบังคับในเครือข่าย พัฒนาคุณภาพการศึกษาสะเมิง 3 ได้อย่างมีคุณภาพ ในการด�ำเนินงานตามกระบวนการคุณภาพ PDCA เปน็ ไปในทศิ ทางเดยี วกบั งานวิจยั ของ วภิ า ชยั ยะ (2552) ไดศ้ ึกษาสภาพการบรหิ ารงานแนะแนวมิติใหม่และ หาแนวทางการบริหารงานแนะแนวมิติใหม่ ในโรงเรียนสังกัดส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จังหวัดเชียงราย พบว่า แนวทางการบริหารงานแนะแนวมิติใหม่ พบว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการแนะแนว ควรมสี ว่ นรว่ มในการวางแผนดา้ นโครงสรา้ งระบบงานแนะแนว สถานศกึ ษาควรดำ� เนนิ งานตามแผนและปฏทิ นิ การปฏิบัติงาน มีการประสานงานความร่วมมือกับทุกฝ่ายโดยเฉพาะงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนพัฒนา บุคลากรให้มีความรู้ด้านการแนะแนวที่ส�ำคัญทุกฝ่ายท่ีเก่ียวข้องควรปฏิบัติตามบทบาทหน้าท่ีของตนเอง อย่างจริงจัง ควรมีการนิเทศการด�ำเนินงาน วิเคราะห์ผลการด�ำเนินงาน สรุปสภาพปัญหาอุปสรรค และ ปีที่ 14 ฉบบั ท่ี 2 ประจำ�เดอื นพฤษภาคม - สิงหาคม 2561 87

ขอ้ เสนอแนะตา่ ง ๆ นำ� ผลการวเิ คาระห์ในประเด็นท่เี ป็นปญั หาอุปสรรคในการดำ� เนนิ งานมาร่วมกันวางแผน ปรบั ปรุง พัฒนาใหม้ ีประสิทธภิ าพตอ่ ไป ท้งั นี้การดำ� เนนิ งานดังกลา่ วสอดคลอ้ งกับการบริหารงานท่มี ีคณุ ภาพ ตามวงจรคณุ ภาพ PDCA ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพของแนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการงานแนะแนวใน โรงเรยี นการศกึ ษาภาคบังคบั เครอื ข่ายพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาสะเมิง 3 สังกัดสำ� นักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษา ประถมศึกษาเชยี งใหม่ เขต 2 ผ้เู ชี่ยวชาญมีระดับความคดิ เห็นถึง ความถูกต้อง ความเหมาะสม และความเปน็ ไปได้ อยู่ในระดับมากท่ีสุด แสดงว่าแนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการงานแนะแนวในโรงเรียนน้ี เปน็ กระบวนการทสี่ ถานศกึ ษาสามารถนำ� ไปปฏบิ ตั ไิ ด้ คอื การใชก้ ระบวนการพฒั นาประสทิ ธภิ าพและคณุ ภาพ ของการดาํ เนินงาน PDCA จะช่วยใหเ้ กิดความชัดเจนในขนั้ ตอนของการปฏบิ ตั ิงานแนะแนวมากกวา่ เดมิ และ สามารถนำ� ไปใชใ้ นการส่งเสริมการพฒั นาคุณภาพการบรหิ ารจดั การงานแนะแนวในโรงเรยี นไดจ้ ริง สรปุ ผลการศกึ ษา จากผลการวิจัยและอภิปรายผลพบว่า สภาพ ปัญหาและความต้องการในการบริหารจัดการ งานแนะแนวเกย่ี วกบั มาตรฐานการแนะแนว ดา้ นที่ 3 คณุ ภาพการบรหิ ารจดั การแนะแนว ในโรงเรยี นการศกึ ษา ภาคบังคับ ในเครือขา่ ยพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาสะเมิง 3 ในมาตรฐานท่ี 8 สถานศึกษามรี ะบบบริหารจัดการ แนะแนว ตัวบง่ ชี้ที่ 1 จดั การบริหารจัดการแนะแนวอยา่ งเป็นระบบ และตวั บ่งชี้ที่ 3 มีภาคเี ครือข่ายเข้ามามี สว่ นรว่ มในงานแนะแนว โดยรวมพบวา่ มกี ารปฏบิ ตั งิ านอยใู่ นระดบั ปานกลางทกุ รายการ ทง้ั นผี้ วู้ จิ ยั มขี อ้ เสนอแนะ ดงั น้ี 1) มาตรฐานที่ 8 สถานศึกษามีระบบบริหารจัดการแนะแนว ตัวบ่งช้ีท่ี 1 จัดการบริหารจัดการ แนะแนวอยา่ งเปน็ ระบบในแตล่ ะโรงเรยี นควรมแี ผนภมู โิ ครงสรา้ งและคณะกรรมการการทำ� งานทมี่ กี ารกำ� หนด บทบาทหน้าที่อย่างชัดเจน มีการสนับสนุนงบประมาณการด�ำเนินงานท่ีเพียงพอ และควรสร้างนวัตกรรม ทางการแนะแนวเพ่ือนำ� มาใชใ้ นการเรยี นการสอนให้กบั นกั เรียนในชว่ั โมงแนะแนว 2) มาตรฐานที่ 8 สถานศึกษามีระบบบริหารจัดการแนะแนว ตัวบ่งช้ีท่ี 3 มีภาคีเครือข่ายเข้ามามี สว่ นรว่ มในงานแนะแนว ผรู้ บั ผดิ ชอบงานแนะแนวควรมกี ารประสานงานกบั กลมุ่ งานอนื่ ๆ ในสถานศกึ ษา เชน่ งานระบบดูแลชว่ ยเหลอื นักเรยี น งานกจิ การนักเรยี น เปน็ ตน้ รวมท้ังประสานงานกบั หน่วยงานภายนอก เช่น โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพประจ�ำต�ำบล กรมการจัดหางาน สถาบนั การศกึ ษาอนื่ เปน็ ต้น ขอ้ เสนอแนะ ขอ้ เสนอแนะส�ำหรับการวจิ ยั คร้งั ตอ่ ไป 1) ควรนำ� แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการบรหิ ารจดั การงานแนะแนวไปปรบั ใชแ้ ละศกึ ษาประสทิ ธผิ ล ของการใช้แนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการงานแนะแนวในโรงเรียนการศึกษาภาคบังคับ เครอื ขา่ ยพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาสะเมิง 3 สงั กดั ส�ำนกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 2) ควรศึกษารูปแบบหรือกลยุทธ์การบริหารจัดการงานแนะแนวท่ีเหมาะสมกับบริบทของแต่ละ สถานศกึ ษา 88 บณั ฑติ วิทยาลัย มหาวทิ ยาลยั สวนดุสิต

เอกสารอา้ งองิ คณะครศุ าสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั . (2554). ชดุ ฝกึ อบรมแนะแนว. กรงุ เทพฯ: จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั . ลกั ขณา สรวิ ฒั น์. (2543). การแนะแนวเบือ้ งต้น. กรงุ เทพฯ: โอเดยี นสโตร์. วิภา ชัยยะ. (2552). การบรหิ ารงานแนะแนวมิติใหม่ในโรงเรียน สงั กดั สำ� นักงานคณะกรรมการการศึกษา ข้ันพื้นฐาน จังหวัดเชียงราย. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย ราชภฏั เชียงราย. ศูนย์แนะแนวเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2. (2558). เอกสารประกอบการประชุม เชิงปฏิบัติการการพัฒนาศักยภาพการด�ำเนินงานแนะแนว การปรึกษาเชิงติตวิทยาเพ่ือ ชว่ ยเหลือนักเรียนอยา่ งยัง่ ยืน. เชียงใหม.่ สมาคมแนะแนวแหง่ ประเทศไทย. (2559). การแนะแนวแบบมงุ่ อนาคต. กรงุ เทพฯ: ชมุ ชนสหกรณก์ ารเกษตร แห่งประเทศไทย. สมาคมแนะแนวแห่งประเทศไทย. (2559). มาตรฐานการแนะแนว. กรุงเทพฯ: ชุมชนสหกรณ์การเกษตร แห่งประเทศไทย. สมาคมแนะแนวแหง่ ประเทศไทย. (2559). ระบบการแนะแนวในโรงเรยี น. กรงุ เทพฯ: ชมุ ชนสหกรณก์ ารเกษตร แหง่ ประเทศไทย. สำ� นกั งานวชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา. (2554). แผนกลยทุ ธก์ ารแนะแนวระดบั การศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐานใน ชว่ งแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 11 (พ.ศ. 2555-2559). กรุงเทพฯ. Best, J. W. (1993). Research in Education. Boston: Allyn and Bacon. ปีที่ 14 ฉบับท่ี 2 ประจ�ำ เดือนพฤษภาคม - สงิ หาคม 2561 89


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook