หลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นเจรญิ วทิ ยานสุ รณ์ พุทธศกั ราช 2561ห น้ า | 9 9 รายวิชา วิทยาการคานวณ คาอธบิ ายรายวิชา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 4–6 จานวน 1.0 หน่วยกิต รหัสวิชา ว30101 เวลาเรยี น 2 ช่วั โมงตอ่ สัปดาห์ ศึกษาหลักการของแนวคิดเชิงคานวณ การแยกส่วนประกอบและการย่อยปัญหา การหารูปแบบ การคิดเชงิ นามธรรม ตวั อย่างและประโยชน์ของแนวคิดเชงิ คานวณเพ่อื แก้ปญั หาในชีวติ ประจาวัน ประยกุ ต์ใช้ แนวคิดเชิงคานวณในการออกแบบขัน้ ตอนวิธีสาหรบั แก้ปัญหา การแกป้ ัญหาดว้ ยคอมพวิ เตอร์ การระบุข้อมูล เข้า ข้อมูลออก และเง่ือนไขของปัญหา การออกแบบขั้นตอนวิธี การทาซ้า การจัดเรียงและค้นหาข้อมูล ตัวอย่างการออกแบบขั้นตอนวิธีเพ่ือแก้ปัญหาด้วยคอมพิวเตอร์ การศึกษาตัวอย่างโครงงานทางเทคโนโลยี สารสนเทศ การกาหนดปญั หา ศึกษา วางแผน ดาเนินงาน สรุปผลและเผยแพร่ ในการพัฒนาโครงงานท่ีมี การบรู ณาการรว่ มกบั วิชาอืน่ และเช่อื มโยงกับชีวิตจริง โดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะใน ศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารสิ่งที่ เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา กานาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคา่ นิยมทเ่ี หมาะสม มาตรฐานและตวั ช้ีวดั ว 4.2 ม.4–6/1 รวมทั้งหมด 1 ตวั ช้ีวัด งานพัฒนาหลกั สูตรสถานศกึ ษา
หลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นเจริญวทิ ยานุสรณ์ พทุ ธศักราช 2561ห น้ า | 1 0 0 คาอธบิ ายรายวิชา รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี รหัสวิชา ว30102 กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ จานวน 1.0 หนว่ ยกิต ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 4–6 เวลาเรียน 2 ชัว่ โมงต่อสัปดาห์ ศกึ ษา วิเคราะหแ์ นวคดิ หลักของเทคโนโลยี การเปล่ยี นแปลงและผลกระทบของเทคโนโลยีท่ีเกิดข้ึน และความสมั พันธ์ของเทคโนโลยีกบั ศาสตรอ์ ่ืน ออกแบบ สรา้ ง หรอื พัฒนาผลงานสาหรบั แกป้ ญั หาท่ีคานงึ ถึง ผลกระทบต่อสงั คมในประเด็นท่ีเกยี่ วข้องกับสุขภาพและการบริการ โดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม ซ่ึงใชค้ วามรู้ทักษะ และเลือกใช้วัสดุ อปุ กรณ์ เครอื่ งมือ กลไก ไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์ เพือ่ แกป้ ญั หาได้อย่าง ถูกต้อง เหมาะสม ปลอดภัย คานึงถึงทรัพยส์ นิ ทางปญั ญา มีการใช้ซอฟต์แวร์ชว่ ยในการออกแบบและนาเสนอ ผลงาน โดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะใน ศตวรรษท่ี 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่ เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา กานาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มท่ีเหมาะสม มาตรฐานและตัวชว้ี ดั ว 4.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5 รวมท้ังหมด 5 ตัวชี้วัด งานพัฒนาหลกั สูตรสถานศกึ ษา
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนเจรญิ วิทยานสุ รณ์ พทุ ธศักราช 2561ห น้ า | 1 0 1 คาอธบิ ายรายวชิ า รายวิชา วิทยาศาสตร์ชีวภาพ (ชีววิทยา) รหัสวชิ า ว30103 กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ จานวน 1.0 หนว่ ยกิต ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4–6 เวลาเรียน 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ศึกษาความสัมพันธ์ของสภาพภูมิศาสตร์บนโลกกับความหลากหลายของไบโอม การเปลี่ยนแปลง แทนที่ของระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงขององค์ประกอบทางกายภาพและทางชีวภาพ ท่ีมีผลต่อ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งยังศึกษาโครงสรา้ งและสมบัติของเยื่อหุ้มเซลล์ท่ีสัมพันธ์กับการลาเลียง สารผา่ นเยื่อหุ้มเซลล์ รวบท้ังควบคมุ ดุลยภาพของน้า กรด=เบส อุณหภูมิ และการตอบสนองของร่างกายต่อส่ิง แปลกปลอม ความผิดปกติของระบบภมู ิคุ้มกัน ชนิดของสารอาหารที่พืชสงั เคราะห์ขึ้น การเจริญเติบโตของพืช ที่เป็นผลจากปัจจัยภายนอกทั้งธรรมชาติและมนุษย์ การตอบสนองของพืชต่อส่ิงเรา้ และการถ่ายทอดลักษณะ ทางพันธกุ รรม มวิ เทชนั การตัดต่อยีน วิวัฒนาการและความหลากหลายของสิง่ มีชวี ิต ศึกษาหลักการของแนวคิดเชิงคานวณ การแยกส่วนประกอบและการย่อยปัญหา การหารูปแบบการ คิดเชิงนามธรรม ตัวอย่างและประโยชน์ของแนวคิดเชิงคานวณเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจาวันประยุกต์ใช้ แนวคิดเชิงคานวณในการออกแบบขั้นตอนวิธีสาหรับแก้ปัญหา การแก้ปัญหาด้วยคอมพิวเตอร์ การระบุข้อมูล เข้า ข้อมูลออก และเง่ือนไขของปัญหา การออกแบบขั้นตอนวิธี การทาซ้า การจัดเรียงและค้นหาข้อมูล ตัวอย่างการออกแบบขั้นตอนวิธีเพื่อแก้ปัญหาด้วยคอมพิวเตอร์ การศึกษาตัวอย่างโครงงานทางเทคโนโลยี สารสนเทศ การกาหนดปัญหา ศึกษา วางแผน ดาเนินงาน สรุปผลและเผยแพร่ ในการพัฒนาโครงงานที่มี การบูรณาการร่วมกับวชิ าอนื่ และเชื่อมโยงกบั ชีวติ จริง โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสงั เกต การวิเคราะห์ การอธบิ าย การอภิปรายและสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้ และนา ความรู้ไปใช้ในชีวิตตนเอง และดูแลรักษาสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เฝ้าระวังและพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มีจิต วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสม มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ช้วี ัด ว 1.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ว 1.2 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/8 ม.4-6/9 ม.4-6/5 ม.4-6/10 ม.4-6/6 ม.4-6/7 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/11 ม.4-6/12 ว 1.3 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/6 ว 4.2 ม.4/1 รวมท้ังหมด 23 ตัวช้วี ดั งานพัฒนาหลกั สูตรสถานศึกษา
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นเจริญวทิ ยานสุ รณ์ พทุ ธศกั ราช 2561ห น้ า | 1 0 2 คาอธิบายรายวิชา รายวิชา วิทยาศาสตร์กายภาพ (เคมี) รหัสวิชา ว30104 กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ จานวน 1.0 หน่วยกิต ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 4–6 เวลาเรยี น 2 ช่วั โมงต่อสัปดาห์ ศึกษาธาตุและสารประกอบ โครงสร้างอะตอม ความเป็นโลหะ อโลหะ ประโยชนแ์ ละโทษของธาตตุ าม ตารางธาตุ พันธะเคมี การละลายของสารในน้า สารประกอบอินทรีย์ การเกิดและโครงสร้างของพอลิเมอร์ ผลิตภัณฑ์จากพอลิเมอร์ ผลที่เกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ท่ีมีต่อสิ่งมีชีวิตและส่ิงแวดล้อม ปฏิกิริยาเคมี สมการเคมี ปัจจัยท่ีมีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ปฏิกิริยาเคมีท่ีใช้ในชีวิตประจาวันหรืออุตสาหกรรม ปฏกิ ริ ิยารดี อกซ์ และสารกมั มันตรังสีศกึ ษา วิเคราะห์แนวคิดหลักของเทคโนโลยี การเปล่ียนแปลงและผลกระทบของเทคโนโลยีท่ีเกิดข้ึน และ ความสัมพันธ์ของเทคโนโลยีกับศาสตร์อ่ืน ออกแบบ สร้าง หรือพัฒนาผลงานสาหรับแก้ปัญหาท่ีคานึงถึง ผลกระทบต่อสังคมในประเด็นท่ีเกี่ยวข้องกับสุขภาพและการบริการ โดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ซ่ึงใช้ความรู้ ทักษะ และเลือกใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมอื กลไก ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อแก้ปัญหาได้อย่าง ถกู ตอ้ ง เหมาะสม ปลอดภัย คานงึ ถงึ ทรัพยส์ ินทางปญั ญา มีการใชซ้ อฟตแ์ วร์ชว่ ยในการออกแบบและนาเสนอผลงาน โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสงั เกต การวิเคราะห์ การอธิบาย การอภปิ ราย สรุป เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้ และนา ความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง และดูแลรักษาส่ิงมีชีวิตอื่นๆ เฝ้าระวังและพัฒนาส่ิงแวดล้อมอย่างยั่งยื น มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มทีเ่ หมาะสม มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชวี้ ัด ว 2.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/8 ม.4-6/9 ม.4-6/10 ม.4-6/6 ม.4-6/7 ม.4-6/13 ม.4-6/14 ม.4-6/15 ม.4-6/18 ม.4-6/19 ม.4-6/20 ม.4-6/11 ม.4-6/12 ม.4-6/23 ม.4-6/24 ม.4-6/25 ม.4/3 ม.4/4 ม.4/5 ม.4-6/16 ม.4-6/17 ม.4-6/21 ม.4-6/22 ว 4.1 ม.4/1 ม.4/2 รวมทั้งหมด 30 ตัวชี้วัด งานพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นเจริญวทิ ยานุสรณ์ พุทธศกั ราช 2561ห น้ า | 1 0 3 คาอธิบายรายวิชา รายวิชา วิทยาศาสตร์ชีวภาพ (ฟสิ ิกส์) รหสั วิชา ว30105 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ จานวน 1.5 หน่วยกิต ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4–6 เวลาเรยี น 3 ชั่วโมงตอ่ สัปดาห์ ศึกษาความสมั พนั ธร์ ะหว่างมวลและพลังงาน การเกิดสนามแม่เหล็ก แรงแมเ่ หล็ก หลกั การทางานของ มอเตอร์ การเกดิ อีเอม็ เอฟ เสถียรภาพภายในนิวเคลยี ร์ พลังงานนิวเคลียรฟ์ ิชชนั และฟวิ ชัน รวมทั้งเทคโนโลยีท่ี นามาใช้แก้ปัญหาความต้องการด้านพลังงาน การสะท้อน การหักเห การเลี้ยวเบน และการรวมกันของคลื่น ความถี่ธรรมชาติ และการสน่ั พ้องของคลื่นเสียงปรากฏการณ์เกี่ยวข้องกับเสียง การมองเห็นสีของวัตถุ การผสม แสงสี คลนื่ แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ และการใช้ประโยชนข์ องคล่นื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า ปฏิบัติการและทักษะ ในการรวบรวมข้อมูล การแสดงออกถึงระเบียบวิธีคิดการแก้ปัญหา ข้ันตอน กระบวนการแก้ปัญหา ลาดับการแก้ปัญหา วิเคราะห์โจทย์ ออกแบบฐานข้อมูลและสร้างฐานข้อมูลและตาราง ฐานข้อมูล การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตาราง (Relationship) การสืบค้น แก้ไข และปรับปรุงข้อมูลการ สร้าง ฟอร์มและรายงานข้อมูล การเขียนโปรแกรมโดยอาศัยแนวคิดในการออกแบบและพัฒนาซอฟต์แวร์เชิง วัตถุ ระเบียบวิธีการวิเคราะห์และออกแบบเชิงวนซ้ าและเพิ่มเฉพาะส่วน การจาลองแบบคลาสและวัตถุ ด้วย ภาษาและ ไดอะแกรมยูเอ็มแอล รวมท้ังการใช้ในการวิเคราะห์และออกแบบงานประยุกต์เชิงวัตถุ การแปลงส่ง วัตถุไปสู่ ฐานขอ้ มลู เชิงสัมพนั ธ์ เพอื่ ใหเ้ ขา้ ใจและเห็นคณุ ค่าของเทคโนโลยีสารสนเทศ มคี วามเขา้ ใจการจัดการ ข้อมูลสารสนเทศหลักการ และวิธีการเทคโนโลยีสารสนเทศ การวิวัฒนาการคอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ ฐานข้อมูลระเบียบวิธีคิด วิธีการ แก้ปัญหา กระบวนการแก้ปัญหา การออกแบบ การเขียนโปรแกรม การ จาลองความคดิ หลักการพฒั นาโครงงาน โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การ ระบุปัญหา การวางแผน การออกแบบวิธีการแก้ปัญหา การแก้ปัญหา การวิเคราะห์ การอธิบาย การอภิปราย และสรปุ ดว้ ยการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศในการนาเสนอและสรา้ งงานจากจินตนาการ เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ ส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้ และนา ความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง และดูแลรักษาส่ิงมีชีวิตอ่ืนๆ เผ้าระวังและพัฒนาส่ิงแวดล้อมอย่างย่ังยืน ประยกุ ตใ์ ชค้ อมพิวเตอรใ์ นชีวิตประจาวันอย่างมจี ิตสานึก และรับผิดชอบมีจติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้วี ัด ว 2.2 ม.4-6/7 ม.4-6/8 ม.4-6/9 ม.4-6/10 ว 2.3 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/6 ม.4-6/7 ม.4-6/8 ม.4-6/9 ม.4-6/10 ม.4-6/11 ม.4-6/12 ว 4.2 ม.5/1 รวมท้ังหมด 17 ตวั ชว้ี ัด งานพัฒนาหลกั สูตรสถานศกึ ษา
หลักสตู รสถานศึกษา โรงเรียนเจริญวิทยานสุ รณ์ พทุ ธศกั ราช 2561ห น้ า | 1 0 4 คาอธิบายรายวชิ า รายวชิ า วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ รหัสวิชา ว30106 กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ จานวน 1.0 หนว่ ยกิต ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4–6 เวลาเรียน 2 ชว่ั โมงต่อสัปดาห์ ศึกษากาเนิดและการเปล่ียนแปลงของเอกภพ หลักฐานที่สนับสนุนทฤษฎีบิกแบง กาแล็กซี กระบวนการเกิดและสมบัติดาวฤกษ์ กระบวนการเกิดระบบสุริยะ โครงสร้างของดวงอาทิตย์ ปรากฏการณ์ท่ี เกี่ยวข้องกับผลของลมสุริยะ เทคโนโลยีอวกาศ โครงสร้างโลก ทฤษฎีทวีปเลื่อน ทฤษฎีการแผ่ขยายของพื้น สมุทร ทฤษฎีธรณีแปรสัณฐาน การเคล่ือนท่ีของแผ่นธรณี ภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหว สึนามิ การหมุนเวียน และการเคล่ือนท่ีของอากาศรวมถึงกระแสน้าในมหาสมทุ ร ท่มี ีต่อลักษณะลมฟา้ อากาศ และภมู ิอากาศ ศึกษาทาความเข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นข้ันตอนและ เป็นระบบ โดยนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารมาใช้ในการเรียนรู้ การทางาน และการแก้ปัญหาได้ อยา่ งเปน็ ระบบและมปี ระสิทธภิ าพ รูเ้ ท่าทนั เหตกุ ารณ์ในปัจจุบนั และใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารได้ โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสบื คน้ ขอ้ มูล การสังเกต การวิเคราะห์ การอธิบาย การอภิปรายและสรุป นาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการนาเสนอและแบ่งปัน ขอ้ มูล เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และนา ความรไู้ ปใช้ในชีวติ ตนเอง และดูแลรักษาสิ่งมีชีวิตอ่ืนๆ เฝ้าระวังและพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างย่ังยืน มีจริยธรรม และวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีสารสนเทศท่ีมีผลต่อการดาเนินชีวิต อาชพี สังคม และวัฒนธรรมาได้ อย่างถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภัยมีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มท่ีเหมาะสม มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ช้วี ัด ว 3.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/8 ม.4-6/9 ม.4-6/10 ม.4-6/6 ม.4-6/7 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/8 ม.4-6/9 ม.4-6/10 ว 3.2 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/13 ม.4-6/14 ม.4-6/6 ม.4-6/7 ม.4-6/11 ม.4-6/12 ว 4.2 ม.6/1 รวมท้ังหมด 24 ตวั ช้วี ดั งานพฒั นาหลกั สตู รสถานศึกษา
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นเจริญวทิ ยานุสรณ์ พุทธศกั ราช 2561ห น้ า | 1 0 5 คาอธบิ ายรายวิชา รายวิชา ฟสิ ิกส์ 1 รหัสวิชา ว31201 กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 เวลาเรยี น 4 ชว่ั โมงต่อสัปดาห์ จานวน 2.0 หนว่ ยกิต ศึกษาธรรมชาติของวิชาฟิสิกส์ ประวัติความเป็นมา พัฒนาการของหลักการและแนวคิดทางฟิสิกส์ ปรมิ าณทางฟสิ ิกสแ์ ละกระบวนการวัดปริมาณทางฟิสิกส์ การนาความคลาดเคลื่อนในการวดั มาพิจารณาในการ นาเสนอผลการทดลอง การแสดงผลการทดลองในรูปแบบกราฟ การวิเคราะห์และแปลความหมายจากกราฟ เส้นตรง ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณต่าง ๆ ของการเคล่ือนท่ีแนวตรงด้วยความเร่งคงตัว การหาแรงลัพธ์ของ แรงหลายแรงที่กระทาต่อวัตถุ กฎการเคล่ือนท่ีของนิวตัน การใช้กฎการเคลื่อนท่ีของนิวตันกับสภาพการ เคล่ือนที่ของวัตถุ กฎความโ้น่มถ่วงสากล ผลของสนามโน้มถ่วงท่ีทาให้วัตถุมีน้าหนัก แรงเสียดทานระหว่าง ผิวสัมผัสคู่หน่ึง สมดุลกลของวัตถุ โมเมนต์และผลรวมของโมเมนต์ท่ีมีตอ่ การหมุน แรงคคู่ วบ ผลของแรงคู่ควบ ท่ีมีตอ่ สมดุลของวัตถุ สภาพการเคล่ือนท่ขี องวัตถุเม่ือแรงท่ีกระทาตอ่ วัตถุผ่านศูนยก์ ลางมวลของวัตถุ และผล ของศนู ยถ์ ่วงที่มตี อ่ เสถยี รภาพของวตั ถุ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์ เปรียบเทยี บ อธิบาย อภิปราย และสรปุ เพอ่ื ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะ ปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมท้ังทักษะในศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิด คานวณ การคิดอย่างมวี ิจารณญาณ การแกป้ ัญหา ดา้ นการสื่อสาร สามารถส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู้และนาความรไู้ ป ใช้ในชีวติ ของตนเอง มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่เี หมาะสม ผลการเรยี นรู้ 1. สบื ค้น และอธิบายการหาความร้ทู างฟิสกิ ส์ ประวตั ิความเปน็ มา รวมทงั้ พัฒนาการของหลกั การและ แนวคิดทางฟสิ ิกสท์ ่ีมผี ลต่อการแสวงหาความรู้ใหม่และการพัฒนาเทคโนโลยี 2. วดั และรายงานผลการวดั ปริมาณทางฟสิ ิกส์ไดถ้ ูกต้องเหมาะสม โดยนาความคลาดเคล่ือนทใ่ี นการ วัดมาพจิ ารณาในการนาเสนอผล รวมทง้ั แสดงผลการทดลองในรูปของกราฟ วเิ คราะห์และแปล ความหมายจากกราฟเสน้ ตรง 3. ทดลอง และอธิบายความสัมพันธร์ ะหวา่ งตาแหน่ง การกระจดั ความเรว็ และความเร่งของการ เคลื่อนท่ขี องวัตถุในแนวตรงทม่ี ีความเรง่ คงตวั จากกราฟและสมการ รวมทัง้ ทดลองหาคา่ ความเรง่ โน้มถ่วงของโลก และคานวณปริมาณต่างๆ ท่ีเกีย่ วขอ้ ง 4. ทดลอง และอธบิ ายการหาแรงลัพธ์ของแรงสองแรงท่ีทามุมตอ่ กัน 5. เขียนแผนภาพของแรงทีก่ ระทาต่อวตั ถุอสิ ระ ทดลอง และอธบิ ายกฎการเคลื่อนที่ของนิวตนั และ การใชก้ ฎการเคล่ือนทข่ี องนิวตันกับสภาพการเคลอ่ื นที่ของวัตถุ รวมทั้งคานวณปรมิ าณต่าง ๆ ที่เกี่ยวขอ้ ง 6. อธบิ ายกฎความโน้มถ่วงสากลและผลของสนามโน้มถ่วงทที่ าใหว้ ัตถุมีน้าหนกั รวมทงั้ คานวณ ปรมิ าณต่าง ๆ ท่เี กยี่ วข้อง 7. วิเคราะห์ อธบิ าย และคานวณแรงเสยี ดทานระหวา่ งผวิ สัมผัสของวัตถคุ ูห่ น่งึ ๆ ในกรณที ่ีวัตถุหยดุ นิ่งและวัตถเุ คลอื่ นที่ รวมทัง้ ทดลองหาสมั ประสทิ ธิ์ความเสยี ดทานระหว่างผิวสมั ผัสของวตั ถคุ ู่ หนึ่ง ๆ และนาความรเู้ ร่ืองแรงเสียดทานไปใช้ในชีวิตประจาวัน 8. อธบิ ายสมดลุ กลของวตั ถุ โมเมนต์ และผลรวมของโมเมนตท์ ี่มีต่อการหมุน แรงคคู่ วบและผลของ แรงคูค่ วบท่ีมตี ่อสมดลุ ของวตั ถุ เขยี นแผนภาพของแรงท่ีกระทาต่อวัตถุอสิ ระ เม่อื วัตถุอยใู่ น สมดุลกล และคานวณปริมาณตา่ ง ๆ ที่เกีย่ วข้อง รวมทัง้ ทดลองและอธิบายสมดุลของแรงสามแรง 9. สงั เกต และอธบิ ายสภาพการเคล่อื นที่ของวตั ถุ เมื่อแรงท่ีกระทาตอ่ วตั ถุผา่ นศนู ย์กลางมวลของวตั ถุ และผลของศูนย์ถว่ งทีม่ ีต่อเสถยี รภาพของวตั ถุ รวมทั้งหมด 9 ผลการเรยี นรู้ งานพฒั นาหลักสูตรสถานศึกษา
หลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรียนเจริญวิทยานสุ รณ์ พทุ ธศักราช 2561ห น้ า | 1 0 6 คาอธิบายรายวิชา รายวชิ า ฟสิ ิกส์ 2 รหัสวิชา ว31202 กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4 เวลาเรยี น 4 ชวั่ โมงต่อสปั ดาห์ จานวน 2.0 หนว่ ยกิต ศึกษาหลักการของกลศาสตร์ในเร่ือง งาน กาลัง พลังงานกล ความสัมพันธร์ ะหวา่ งงานกบั พลังงานจลน์ ความสัมพันธ์ระหว่างงานกับพลังงานศักย์โน้มถ่วง ความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของแรงที่ใช้ดึงสปริงกับระยะที่ สปริงยืดออก ความสัมพันธ์ระหว่างงานกับพลังงานศักย์ยืดหยุ่น กฎการอนุรักษ์พลังงานกล ประสิทธิภาพและ การได้เปรียบเชิงกลของเครื่องกลอย่างง่าย โมเมนตัม การดล การชนในหน่ึงมิติ กฎการอนุรักษ์โมเมนตัม การ เคลอ่ื นทแี่ บบโพรเจกไทล์ การเคลื่อนท่แี บบวงกลมในระนาบระดับ และการเคล่ือนท่แี บบฮาร์มอนกิ อย่างง่าย โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์ เปรยี บเทยี บ อธบิ าย อภปิ ราย และสรุป เพอ่ื ใหเ้ กิดความรู้ ความเขา้ ใจ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะ ปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งทักษะในศตวรรษท่ี 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิด คานวณ การคิดอย่างมวี ิจารณญาณ การแกป้ ัญหา ดา้ นการส่ือสาร สามารถส่ือสารสิ่งที่เรียนรู้และนาความรไู้ ป ใช้ในชวี ิตของตนเอง มจี ติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และค่านยิ มท่เี หมาะสม ผลการเรยี นรู้ 1.วเิ คราะห์ และคานวณงานของแรงคงตวั จากสมการและพ้นื ทีใ่ ตก้ ราฟความสัมพันธร์ ะหวา่ งแรงกับ ตาแหนง่ รวมท้งั อธบิ าย และคานวณกาลังเฉลยี่ 2. อธบิ าย และคานวณพลงั งานจลน์ พลังงานศักย์ พลงั งานกล ทดลองหาความสัมพันธร์ ะหว่างงานกบั พลงั งานจลน์ ความสัมพันธ์ระหว่างงานกับพลังงานศักยโ์ นม้ ถ่วง ความสัมพันธ์ระหวา่ งขนาดของแรงที่ใช้ดึง สปรงิ กบั ระยะทส่ี ปรงิ ยืดออกและความสัมพนั ธ์ระหวา่ งงานกบั พลังงานศักย์ยืดหยุน่ รวมทงั้ อธิบาย ความสัมพันธร์ ะหวา่ งงานของแรงลัพธ์และพลังงานจลน์ และคานวณงานท่ีเกิดขน้ึ จากแรงลพั ธ์ 3. อธิบายกฎการณ์อนรุ กั ษ์พลังงานกล รวมทง้ั วเิ คราะห์ และคานวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ทเี่ ก่ียวขอ้ งกบั การ เคลื่อนที่ของวัตถใุ นสถานการณต์ ่าง ๆ โดยใชก้ ฎการอนุรกั ษ์พลงั งานกล 4. อธิบายการทางาน ประสทิ ธิภาพและการไดเ้ ปรยี บเชิงกลของเครื่องกลอยา่ งง่ายบางชนิด โดยใช้ ความรู้เรอื่ งงานและสมดลุ กล รวมทง้ั คานวณประสทิ ธิภาพและการได้เปรียบเชิงกล 5. อธิบาย และคานวณโมเมนตัมของวตั ถุ และการดลจากสมการและพน้ื ที่ใตก้ ราฟ ความสมั พนั ธ์ ระหว่างแรงลพั ธ์กับเวลา รวมทงั้ อธิบายความสัมพันธร์ ะหว่างแรงดลกบั โมเมนตมั 6. ทดลอง อธบิ าย และคานวณปรมิ าณต่าง ๆ ที่เกี่ยวกบั การชนของวัตถุในหนง่ึ มติ ิ ทง้ั แบบยดื หยุ่น ไม่ ยดื หยุ่น และการดดี ตัวแยกจากกันในหน่งึ มติ ิ ซึง่ เปน็ ไปตามกฎการอนุรักษโ์ มเมนตมั 7. อธบิ าย วิเคราะห์ และคานวณปริมาณต่าง ๆ ท่เี กย่ี วข้องกบั การเคลอื่ นที่แบบโพรเจกไทล์ และการ ทดลองการเคลื่อนทแี่ บบโพรเจกไทล์ 8. ทดลอง และอธบิ ายความสัมพันธร์ ะหวา่ งแรงสู่ศูนย์กลาง รศั มีของการเคล่ือนท่ี อตั ราเรว็ เชิงเส้น อัตราเร็วเชิงมุม และมวลของวตั ถุ ในการเคล่ือนทแ่ี บบวงกลมในระนาบระดบั รวมทง้ั คานวณปริมาณต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องและประยุกตใ์ ช้ความรูก้ ารเคล่ือนที่แบบวงกลม ในการอธบิ ายการโคจรของดาวเทียม 9. ทดลอง และอธิบายการเคลื่อนท่ีแบบฮาร์มอนิกอย่างง่ายของวัตถุติดปลายสปริงและลูกตุ้มอย่าง งา่ ยรวมทงั้ คานวณปริมาณต่าง ๆ ทเี่ กี่ยวขอ้ ง รวมทั้งหมด 9 ผลการเรียนรู้ งานพัฒนาหลกั สตู รสถานศึกษา
หลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนเจริญวทิ ยานุสรณ์ พุทธศกั ราช 2561ห น้ า | 1 0 7 รายวิชา ฟสิ ิกส์ 3 คาอธิบายรายวชิ า กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 จานวน 2.0 หนว่ ยกิต รหสั วิชา ว32201 เวลาเรียน 4 ชว่ั โมงต่อสัปดาห์ ศึกษาความถ่ีธรรมชาติของวัตถุ การเกิดการสั่นพ้อง ปรากฏการณ์คลื่น ชนิดของคล่ืน ส่วนประกอบ คลื่น การแผ่ของหน้าคลืน่ ด้วยหลักการของฮอยเกนส์ การรวมกันของคลนื่ ตามหลักการซ้อนทบั สมบตั ิของคล่ืน กล การเกิดเสียง การเคลื่อนที่ของเสียง ความสัมพันธ์ระหว่างคล่ืน การกระจัดของอนุภาคกับคลื่นความดัน ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราเร็วของเสียงในอากาศที่ขึ้นกับอุณหภูมิ สมบัติของคลื่นเสียง ความเข้มเสียง ระดับ เสียง องค์ประกอบของการได้ยิน คุณภาพเสียง มลพิษทางเสียง การส่ันพ้องของอากาศในท่อปลายเปิดหนึ่ง ด้าน การเกิดบีต คล่ืนนิ่ง ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์ คลื่นกระแทกของเสียง การนาความรู้เรื่องเสียงไปใช้ใน ชีวติ ประจาวัน การแทรกสอดของแสงผ่านสลิตคู่และเกรตติง การเล้ียวเบนและการแทรกสอดของแสงผ่านสลิต เด่ียว การสะท้อนของแสงที่ตกกระทบกระจกเงาราบ กระจกเงาทรงกลม ความสัมพันธ์ระหว่างดรรชนีหักเห มุมตกกระทบ และมมุ หักเห ความสมพันธ์ระหว่างความลึกจรงิ และความลึกปรากฏ มุมวิกฤต การสะท้อนกลับ หมดของแสง ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกี่ยวกับแสง การนาความรู้เรื่องการสะท้อนและการหักเหของแสงไปใช้ ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวนั การมองเหน็ แสงสี สีของวัตถุ การผสมสารสี การผสมแสงสี และสาเหตขุ องตาบอดสี โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์ เปรยี บเทยี บ อธิบาย อภปิ ราย และสรุป เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ มีทักษะ ปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งทักษะในศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิด คานวณ การคิดอย่างมวี ิจารณญาณ การแก้ปัญหา ดา้ นการส่ือสาร สามารถส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้และนาความรไู้ ป ใช้ในชีวิตของตนเอง มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านยิ มทเ่ี หมาะสม ผลการเรยี นรู้ 1. อธบิ ายความถีธ่ รรมชาตขิ องวตั ถแุ ละการเกิดการส่นั พ้อง 2. อธิบายปรากฏการณ์คลื่น ชนิดของคลื่น ส่วนประกอบของคล่ืน การแผ่ของหน้าคลื่นด้วยหลักการ ของฮอยเกนส์ และการรวมกันของคลื่นตามหลักการซ้อนทับ พร้อมท้ังคานวณอัตราเร็ว ความถ่ี และความยาว คลน่ื 3. สงั เกตและอธบิ ายการสะท้อน การหักเห การแทรกสอด และการเลยี้ วเบนของคลน่ื ผิวนา้ รวมท้งั คานวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ท่เี กยี่ วข้อง 4. อธบิ ายการเกดิ เสยี ง การเคลือ่ นท่ีของเสยี ง ความสมั พนั ธร์ ะหว่างคลน่ื การกรจดั ของอนุภาคกับ คลนื่ ความดัน ความสมั พนั ธ์ระหว่างอตั ราเรว็ ของเสยี งในอากาศที่ขึน้ กับอณุ หภูมิในหนว่ ยองศาเซลเซยี ส สมบตั ิ ของคลื่นเสยี ง ได้แก่ การสะท้อน การหักเห การแทรกสอด การเลี้ยวเบน รวมทัง้ คานวณปริมาณตา่ ง ๆ ที่ เกยี่ วขอ้ ง 5. อธิบายความเขม้ เสยี ง ระดบั เสยี ง องค์ประกอบของการได้ยนิ คุณภาพเสยี ง และมลพษิ ทางเสียง รวมทัง้ คานวณปรมิมาณต่าง ๆ ทเี่ กี่ยวข้อง งานพฒั นาหลกั สูตรสถานศกึ ษา
หลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรยี นเจรญิ วิทยานสุ รณ์ พุทธศกั ราช 2561ห น้ า | 1 0 8 6. ทดลอง และอธิบายการเกดิ การสัน่ พ้องของอากาศในท่อปลายเปิดหนงึ่ ดา้ น รวมทั้งสังเกตและ อธิบายการเกิดบีต คลน่ื น่ิง ปรากฏการณด์ อปเพลอร์ คล่นื กระแทกของเสียง คานวณปริมาณตา่ ง ๆ ท่เี กี่ยวขอ้ ง และนาความรู้เร่ืองเสียงไปใช้ในชีวิตประจาวัน 7. ทดลอง และอธิบายการแทรกสอดของแสงผ่านสลติ คแู่ ละเกรตติง การเลี้ยวเบน และการแทรกสอด ของแสงผา่ นสลติ เดย่ี ว รวมทั้งคานวณปริมาณต่าง ๆ ทเ่ี กย่ี วข้อง 8. ทดลอง และอธิบายการสะท้อนของแสงท่ผี ิววตั ถตุ ามกฎการสะท้อน เขียนรังสขี องแสงและคานวณ ตาแหน่งและขนาดภาพของวัตถุ เม่ือแสงตกกระทบกระจกเงาราบและกระจกเงาทรงกลม รวมท้ังอธิบายการ นาความรเู้ ร่ืองการสะท้อนของแสงจากกระจกเงาราบ และกระจกเงาทรงกลมไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวัน 9. ทดลอง และอธิบายความสัมพันธ์ระหวา่ งดรรชนีหักเห มุมตกกระทบ และมุมหักเห รวมทั้งอธิบาย ความสัมพ้ันธ์ระหว่างความลึกจริง และความลึกปรากฏ มุมวิกฤตและการสะท้อนกลับหมดของแสง และ คานวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ท่ีเกีย่ วขอ้ ง 10. ทดลอง และเขียนรังสีของแสงเพอื่ แสดงภาพที่เกดิ จากเลนส์บาง หาตาแหน่ง ขนาด ชนิดของภาพ และความสัมพันธ์ระหว่างระยะวัตถุ ระยะภาพและความยาวโฟกัส รวมท้ังคานวณปริมาณต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง และอธบิ ายการนาความรู้เร่อื งการหักเหของแสงผ่านเลนสบ์ างไปใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจาวนั 11. อธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติทเี่ ก่ียวกับแสง เชน่ ร้งุ การทลงกลด มริ าจ และการเห็นทอ้ งฟ้าเป็น สีตา่ ง ๆ ในช่วงเวลาตา่ งกัน 12. สังเกต และอธิบายการมองเหน็ แสงสี สขี องวัตถุ การผสมสารสี และการผสมแสงสี รวมทง้ั อธิบาย สาเหตขุ องการบอดสี รวมทง้ั หมด 12 ผลการเรียนรู้ งานพฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษา
หลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนเจรญิ วิทยานุสรณ์ พุทธศักราช 2561ห น้ า | 1 0 9 รายวิชา ฟิสิกส์ 4 คาอธบิ ายรายวิชา กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 5 จานวน 2.0 หน่วยกิต รหัสวิชา ว32202 เวลาเรียน 4 ช่วั โมงต่อสปั ดาห์ ศกึ ษาหลักการของไฟฟ้าและแม่เหลก็ ในเร่ือง การทาวตั ถุท่ีเป็นกลางทางไฟฟ้าใหม่ประจุไฟฟ้าโดยการ ขัดสีกัน การเหนี่ยวนาไฟฟ้าสถิต แรงไฟฟ้าตามกฎของคูลอมบ์ สนามไฟฟ้า แรงไฟฟ้าท่ีกระทากับอนุภาคที่มี ประจุไฟฟา้ ท่ีอยู่ในสนามไฟฟ้า ศกั ย์ไฟฟ้า ความต่างศักย์ไฟฟ้า ตัวเก็บประจุและความจุไฟฟ้า การเคล่อื นท่ขี อง อิเล็กตรอนอิสระและกระแสไฟฟ้าในลวดตัวนา ความสัมพันธ์ระหว่างกระแสไฟฟ้าในลวดตัวนากับความเร็ว ลอยเล่ือนของอิเล็กตรอนอสิ ระ ความหนาแน่นของอเิ ลก็ ตรอนในลวดตัวนาและพื้นที่หน้าตัดของลวดตวั นา กฎ ของโอห์ม สภาพต้านทาน ความต้านทานสมมูล การวิเคราะห์วงจรไฟฟ้ากระแสตรงอย่างง่าย การหาพลังงาน ไฟฟ้าและกาลังไฟฟ้าท่ีใช้ในเครื่องใช้ไฟฟ้า การเปล่ียนแปลงพลังงานทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า เส้น สนามแม่เหล็ก ฟลักซ์แม่เหล็ก สนามแม่เหล็กที่เกิดจากกระแสไฟฟ้าในลวดตัวนาเส้นตรงและโซเลนอยด์ แรง แม่เหล็กที่กระทาประจุไฟฟ้า แรงแม่เหล็กท่ีกระทาต่อเส้นลวดท่ีมีกระแสไฟฟ้าผ่านและวางในสนามแม่เหล็ก รัศมีความโค้งของประจุท่ีเคล่ือนที่ตั้งฉากกับสนามแม่เหล็ก แรงระหว่างเส้นลวดตัวนาคู่ขนานที่มีกระแสไฟฟ้า ผ่าน หลักการทางานของแกลแวนอมิเตอร์และมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง กฎการเหน่ียวนาของฟาราเดย์ หลักการทางานและประโยชน์ของเครื่องกาเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ การแปลงไฟฟ้าของหม้อแปลง การเกิดและ ลักษณะเฉพาะของคล่ืนแม่เหลก็ ไฟฟ้า แสงไม่โพลาไรส์ แสงโพลาไรส์เชิงเส้น และแผ่นโพลารอยด์ การส่ือสาร โดยอาศัยคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าในการส่งผ่านสารสนเทศ และเปรียบเทียบการส่ือสารด้วยสัญญาณแอนะล็อกกับ สญั ญาณดจิ ิทัลแรงไฟฟ้า โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์ เปรียบเทยี บ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพ่ือให้เกดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ มีทกั ษะ ปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมท้ังทักษะในศตวรรษท่ี 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิด คานวณ การคิดอย่างมวี ิจารณญาณ การแก้ปัญหา ดา้ นการสื่อสาร สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนาความร้ไู ป ใช้ในชวี ิตของตนเอง มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านยิ มท่เี หมาะสม ผลการเรยี นรู้ 1. ทดลอง และอธิบายการทาวตั ถทุ ่ีเปน็ กลางทางไฟฟา้ ใหม่ประจุไฟฟ้าโดยการขดั สีกันและการ เหน่ยี วนาไฟฟา้ สถติ 2. อธิบาย และคานวณแรงไฟฟา้ ตามกฎของคูลอมบ์ 3. อธิบาย และคานวณสนามไฟฟ้าและแรงไฟฟา้ ที่กระทากับอนุภาคที่มีประจุไฟฟา้ ท่อี ยู่ในสนามไฟฟ้า รวมทง้ั หาสนามไฟฟ้าลพั ธ์เนื่องจากระบบจุดประจโุ ดยรวมกนั แบบเวกเตอร์ 4. อธิบาย และคานวณพลงั งานศักย์ไฟฟา้ ศักย์ไฟฟ้า และความต่างศักย์ระหว่างสองตาแหน่งใดๆ 5. อธิบายสว่ นประกอบของตัวเก็บประจุ ความสัมพันธร์ ะหวา่ งประจุไฟฟ้า ความตา่ งศกั ย์และความจุ ของตวั เกบ็ ประจุ และอธบิ ายพลงั งานสะสมในตัวเกบ็ ประจุ และความจุสมมลู รวมทั้งคานวณปริมาณต่าง ๆ ที่ เกี่ยวขอ้ ง งานพฒั นาหลักสูตรสถานศกึ ษา
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นเจริญวิทยานสุ รณ์ พุทธศกั ราช 2561ห น้ า | 1 1 0 6. นาความรูเ้ ร่อื งไฟฟ้าสถิตไปอธิบายหลักการทางานของเครอื่ งใช้ไฟฟ้าบางชนิด และปรากฏการณ์ใน ชวี ิตประจาวัน 7. อธิบายการเคล่ือนท่ีของอิเล็กตรอนอิสระและกระแสไฟฟ้าในลวดตัวนา ความสัมพันธ์ระหว่าง กระแสไฟฟ้าในลวดตัวนากับความเร็วลอยเล่ือนของอิเล็กตรอนอิสระ ความหนาแน่นของอิเล็กตรอนในลวด ตวั นาและพื้นทห่ี น้าตดั ของลวดตวั นา และคานวณปริมาณตา่ ง ๆ ท่ีเกีย่ วข้อง 8. ทดลอง และอธิบายกฎของโอห์ม อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความต้านทานกับความยาว พน้ื ทหี่ น้าตัด และสภาพตา้ นทานของตวั นาโลหะท่อี ุณหภมู ิคงตวั และคานวณปริมาณตา่ ง ๆ ทเ่ี กีย่ วขอ้ ง รวมทั้ง อธบิ ายและคานวณความต้านทานสมมูล เมือ่ นาตัวต้านทานมาตอ่ กนั แบบอนุกรมและแบบขนาน 9. ทดลอง และอธิบาย และคานวณอีเอ็มเอฟของแหล่งกาเนิดไฟฟ้ากระแสตรง รวมท้ังอธิบายและ คานวณพลงั งงานไฟฟ้า และกาลังไฟฟ้า 10. ทดลอง และคานวณอีเอ็มเอฟสมมูลจากการต่อแบตเตอรี่แบบอนุกรมและแบบขนาน รวมทั้ง คานวณปริมาณตา่ ง ๆ ท่ีเกย่ี วขอ้ งในวงจรไฟฟ้ากระแสตรง ซ่งึ ประกอบดว้ ยแบตเตอรี่และตัวต้านทาน 11. อธิบายการเปลี่ยนแปลงพลังงานทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า รวมทั้งสืบค้นและอภิปรายเก่ียวกับ เทคโนโลยี ทนี่ ามาแก้ปญั หาหรือตอบสนองความต้องการทางด้านพลังงานไฟฟา้ โดยเนน้ ด้านประสทิ ธิภาพและ ความคุ้มค่าด้านคา่ ใช้จ่าย 12. สังเกต และอธิบายเส้นสนามแม่เหล็ก อธิบายและคานวณฟลักซ์แม่เหล็กในบริเวณท่ีกาหนด รวมท้ังสงั เกต และอธิบายสนามแม่เหลก็ ที่เกดิ จากกระแสไฟฟ้าในลวดตัวนาเสน้ ตรงและโซเลนอยด์ 13. อธิบาย และคานวณแรงแม่เหล็กที่กระทาตอ่ อนภุ าคที่มีประจุไฟฟ้าเคล่ือนท่ีในสนามแมเ่ หล็ก แรง แม่เหล็กท่ีกระทาต่อเส้นลวดท่ีมีกระแสไฟฟ้าผ่านและวางในสนามแม่เหล็ก รัศมีความโค้งของการเคล่ือนที่เม่ือ ประจุเคลือ่ นทีต่ ง้ั ฉากกบั สนามแม่เหลก็ รวมทงั้ อธิบายแรงระหวา่ งเสน้ ลวดตัวนาคู่ขนานท่ีมกี ระแสไฟฟา้ ผ่าน 14. อธิบายหลักการทางานของแกลแวนอมิเตอร์ และมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง รวมทง้ั คานวณปรมิ าณ ตา่ ง ๆ ทเี่ กยี่ วข้อง 15. สังเกต และอธบิ ายการเกิดอีเอ็มเอฟเหน่ียวนา กฎการเหนยี่ วนาของฟาราเดย์ และคานวณ ปรมิ าณ ตา่ ง ๆ ทีเ่ กยี่ วขอ้ ง รวมทั้งนาความรูเ้ ร่ืองอเี อ็มเอฟเหน่ยี วนาไปอธบิ ายการทางานของเคร่ืองใช้ไฟฟา้ 16. อธิบาย และคานวณความต่างศักยอ์ ารเ์ อมเอส และกระแสไฟฟา้ อารเ์ อมเอส 17. อธิบายหลักการทางานและประโยชน์ของเคร่ืองกาเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟส การแปลงอีเอ็ม เอฟของหม้อแปลง และคานวณปรมิ าณต่าง ๆ ที่เก่ยี วขอ้ ง 18. อธิบายการเกิดและลักษณะเฉพาะของคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า แสงไม่โพลาไรส์ แสงโพลาไรส์เชิงเส้น และแผ่นโพลารอยด์ รวมท้ังอธิบายการนาคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วงความถ่ีต่าง ๆ ไปประยุกต์ใช้และหลักการ ทางานของอุปกรณท์ เ่ี ก่ยี วขอ้ ง 19. สืบค้น และอธิบายการสือสารโดยอาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการส่งผ่านสารสนเทศ และ เปรียบเทยี บการส่ือสารด้วยสัญญาณแอนะล็อกกบั สัญญาณดิจิทัล รวมท้ังหมด 19 ผลการเรยี นรู้ งานพัฒนาหลกั สตู รสถานศึกษา
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนเจรญิ วทิ ยานสุ รณ์ พทุ ธศักราช 2561ห น้ า | 1 1 1 รายวิชา ฟสิ ิกส์ 5 คาอธิบายรายวชิ า กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 จานวน 2.0 หนว่ ยกิต รหัสวิชา ว33201 เวลาเรียน 4 ชวั่ โมงต่อสปั ดาห์ ศึกษาหลักการของสสารและฟิสิกส์แผนใหม่ในเรื่อง ความร้อน การเปลี่ยนสถานะและอุณหภูมิของ สสาร ความร้อนท่ีเกิดจากการถ่ายโอนตามกฎการอนุรักษ์พลังงาน สภาพยืดหยุ่นของวัตถุและมอดุลัสของยัง ความดนั ในของไหล หลักการทางานของเครื่องวัดความดัน แรงพยุง ความตึงผิว แรงหนดื ของของเหลว สมบัติ ของของไหลอุดมคติ สมการความต่อเนื่อง สมการแบร์นูลลี กฎของแก๊สอุดมคติ แบบจาลองของแก๊สอุดมคติ ทฤษฎจี ลน์ของแก๊ส งานทีท่ าโดยแก๊สในภาชนะปดิ โดยความดันคงตัว ความสัมพันธ์ระหว่างความรอ้ น พลงั งาน ภายในระบบ สมมติฐานของพลังค์ ทฤษฎีอะตอมของโบร์ การเกิดเส้นสเปกตรัมของอะตอมไฮโดรเจน ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก ทวิภาวะของคลื่นและอนุภาค กัมมันตภาพรังสี ความแตกต่างของรังสีแอลฟา บีตา และแกมมา การสลายกัมมันตภาพรังสี แรงนิวเคลียร์ เสถียรภาพของนิวเคลียส พลังงานยึดเหน่ียว ปฏิกิริยานิวเคลียร์ พลังงานนิวเคลียร์ การป้องกันอันตรายและการใช้ประโยชน์จากกัมมันตภาพรังสีและ พลังงานนิวเคลียร์ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์ เปรียบเทยี บ อธบิ าย อภปิ ราย และสรุป เพ่อื ให้เกดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ มคี วามสามารถในการตดั สินใจ มีทักษะ ปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งทักษะในศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิด คานวณ การคิดอย่างมวี ิจารณญาณ การแกป้ ัญหา ดา้ นการส่ือสาร สามารถส่ือสารสิ่งที่เรียนรู้และนาความรู้ไป ใชใ้ นชีวิตของตนเอง มจี ติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมท่ีเหมาะสม ผลการเรียนรู้ 1. อธิบาย และคานวณความร้อนทที่ าใหส้ สารเปลย่ี นอณุ หภูมิ ความรอ้ นท่ีทาให้สสารเปล่ียนสถานะ และความร้อนทเี่ กดิ จากการถ่ายโอนตามกฎการอนรุ ักษ์พลงั งาน 2. อธบิ ายสภาพยืดหยุ่นและลักษณะการยืดและหดตัวของวัสดทุ เี่ ปน็ แทง่ เมื่อถูกกระทาด้วยแรงคา่ ต่าง ๆ รวมทงั้ ทดลอง อธิบายและคานวณความเคน้ ตามยาว ความเครียดตามยาว และมอดุลัสของยัง และนา ความรู้เรือ่ งสภาพยืดหย่นุ ไปใช้ในชวี ิตประจาวนั 3. อธบิ าย และคานวณความดนั เกจ ความดนั สมบูรณ์ และความดนั บรรยากาศ รวมท้งั อธิบาย หลกั การทางานของแมนอมิเตอร์ บารอมเิ ตอร์ และเครื่องอัดไฮดรอลิก 4. ทดลอง อธบิ าย และคานวณขนาดแรงพยุงจากของไหล 5. ทดลอง อธิบาย และคานวณความตึงผวิ ของของเหลว รวมท้ังสงั เกตและอธบิ ายแรงหนืดของ ของเหลว 6. อธบิ ายสมบัตขิ องของไหลอุดมคติ สมการความตอ่ เนื่อง และสมการแบรน์ ลู ลี รวมท้งั คานวณ ปรมิ าณต่าง ๆ ท่ีเกีย่ วข้อง และนาความรู้เกี่ยวกบั สมการความต่อเนื่องและสมการแบร์นลู ลไี ปอธิบายหลักการ ทางานของอุปกรณต์ ่าง ๆ งานพัฒนาหลักสตู รสถานศึกษา
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนเจริญวิทยานสุ รณ์ พุทธศักราช 2561ห น้ า | 1 1 2 7. อธิบายกฎของแกส๊ อุดมคติและคานวณปริมาณต่าง ๆ ท่เี กย่ี วขอ้ ง 8. อธบิ ายแบบจาลองของแก๊สอดุ มคติ ทฤษฎจี ลนข์ องแก๊ส และอัตราเรว็ อารเ์ อ็มเอสของโมเลกุลของ แกส๊ รวมทัง้ คานวณปริมาณต่าง ๆ ทีเ่ กยี่ วข้อง 9. อธบิ าย และคานวณงานที่ทาโดยแก๊สในภาชนะปิดโดยความดนั คงตวั และอธบิ ายความสัมพันธ์ ระหวา่ งความร้อน พลงั งานภายในระบบ และงาน รวมท้งั คานวณปริมาณตา่ ง ๆ ทีเ่ กีย่ วข้องและนาความรเู้ รื่อง พลงั งานภายในระบบไปอธบิ ายหลกั การทางานของเครื่องใช้ในชีวิตประจาวัน 10. อธิบายสมมตฐิ านของพลังค์ ทฤษฎีอะตอมของโบร์ และการเกิดเสน้ สเปกตรัมของอะตอม ไฮโดรเจน รวมทง้ั คานวณปริมาณต่าง ๆ ที่เกย่ี วข้อง 11. อธบิ ายปรากฏการณโ์ ฟโตอเิ ล็กทริกและคานวณพลงั งานโฟตอน พลงั งานจลน์ของโฟโต อิเล็กตรอนและฟงั กช์ นั งานของโลหะ 12. อธิบายทวภิ าวะของคล่นื และอนภุ าค รวมท้งั อธิบาย และคานวณความยาวคล่ืนเดอบรอยล์ 13. อธบิ ายกมั มนั ตภาพรังสแี ละความแตกตา่ งของรังสแี อลฟา บีตา และแกมมา 14. อธิบาย และคานวณกมั มันตภาพของนิวเคลยี สกมั มันตรังสี รวมทั้งทดลอง อธบิ าย และคานวณ จานวนนิวเคลียสกัมมันตภาพรังสีที่เหลือจากการสลาย และคร่งึ ชวี ิต 15. อธิบายแรงนิวเคลยี ร์ เสถียรภาพของนวิ เคลียสและพลังงานยึดเหน่ยี ว รวมทง้ั คานวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ทเี่ กี่ยวข้อง 16. อธบิ ายปฏิกิรยิ านวิ เคลยี ร์ ฟิชชนั และฟิวชัน รวมทั้งคานวณพลงั งานนวิ เคลยี ร์ 17. อธบิ ายประโยชนข์ องพลังงานนิวเคลยี ร์ และรงั สี รวมทั้งอันตรายและการป้องกันรังสีในดา้ นตา่ ง ๆ 18. อธิบายการค้นคว้าวจิ ัยดา้ นฟสิ กิ สอ์ นุภาคแบบจาลองมาตรฐาน และการใช้ประโยชน์จากการ คน้ ควา้ วจิ ัยด้านฟิสกิ ส์อนุภาคในดา้ นต่าง ๆ รวมท้งั หมด 18 ผลการเรียนรู้ งานพัฒนาหลกั สูตรสถานศกึ ษา
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนเจรญิ วทิ ยานสุ รณ์ พุทธศกั ราช 2561ห น้ า | 1 1 3 รายวิชา เคมี 1 คาอธิบายรายวชิ า กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 จานวน 1.5 หนว่ ยกิต รหัสวิชา ว31221 เวลาเรียน 3 ชัว่ โมงต่อสัปดาห์ ศึกษาแบบจาลองอะตอมของดอลตัล ทอมสัน รัทเทอร์ฟอร์ด อนุภาคมูลฐานของอะตอม เลขอะตอม เลขมวล และไอโซโทป แบบจาลองอะตอมของโบร์ สเปกตรัมของธาตุและการแปลความหมาย แบบจาลอง อะตอมของกลุ่มหมอก การจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม สมบัติของธาตุตามหมู่และคาบ ขนาดอะตอม รัศมีไอออน พลังงานไอออไนเซชัน อิเล็กโทรเนกาติวิตี สัมพรรคภาคอิเล็กตรอน จุดหลอมเหลวและจุดเดือด สมบัติของสารประกอบของธาตุตามคาบ ปฏิกิริยาของธาตุและสารประกอบของธาตุตามหมู่ ตาแหน่งของ ธาตุไฮโดรเจนในตารางธาตุ ธาตุแทรนซิชัน ธาตุกึ่งโลหะ การทานายตาแหน่งและสมบัติของธาตุในตารางธาตุ ธาตุกัมมันตรังสี การเกิดกัมมันตรังภาพรังสี การสลายตัวของธาตุกัมมันตรังสี ครึ่งชีวิตของธาตุกัมมันตรังสี การตรวจสอบสารกัมมันตรังสี และเทคโนโลยีที่เก่ียวข้องกับการใช้สารกัมมันตรังสี พันธะไอออนิก การเกิด พันธะไอออนิก โครงสร้างของสารประกอบไอออนิก การเขียนสูตรและการเรียกชื่อสารประกอบไอออนิก พลังงานกับการเกิดสารประกอบไอออนิก สมบัติของสารประกอบไอออนิก ปฏิกิริยาของสารประกอบไอออนิก พนั ธะโควาเลนต์ การเกิดพันธะโควาเลนต์ ชนิดของพันธะโควาเลนต์ โมเลกุลที่ไม่เป็นไปตามกฎ ออกเตต การ เขียนสูตรและเรียกชื่อสารประกอบโควาเลนต์ ความยาวพันธะและพลงั งานพันธะ รูปรา่ งโมเลกุล สภาพข้วั ของ โมเลกุลโควาเลนต์ แรงยึดเหน่ียวระหว่างโมเลกุลของสารประกอบโควาเลนต์ สารโควาเลนต์โครงผลึกร่างตา ข่าย พันธะโลหะ สมบัติของโลหะ เปรียบเทียบสมบัติบางประการของสารประกอบไอออนิก สารโควาเลนต์ และโลหะ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสบื ค้นข้อมูล การสังเกต การ วเิ คราะห์ การอธบิ าย การอภปิ รายและสรปุ เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้ และนา ความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง และดูแลรักษาส่ิงมีชีวิตอื่นๆ เฝ้าระวังและพัฒนาส่ิงแวดล้อมอย่างย่ังยืน มีจิต วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มท่เี หมาะสม ผลการเรยี นรู้ 1. สบื ค้นข้อมูลสมมติฐาน การทดลอง หรือผลการทดลองทเ่ี ป็นประจกั ษ์พยานในการเสนอแบบจาลอง อะตอมของนกั วิทยาศาสตร์ และอธิบายวิวฒั นาการของแบบจาลองอะตอม 2. เขียนสัญลักษณ์นิวเคลียร์ของธาตุ และระบุจานวนโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอนของอะตอม จากสัญลักษณ์นิวเคลียร์ รวมทง้ั บอกความหมายของไอโซโทป 3. อธิบาย และเขียนการจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดบั พลังงานหลักและระดบั พลังงานย่อยเม่ือทราบเลข อะตอม ของธาตุ 4. ระบุหมู่ คาบ ความเป็นโลหะ อโลหะ และก่ึงโลหะ ของธาตุเรพรีเซนเททีฟและธาตุแทรนซิชันใน ตารางธาตุ 5. วิเคราะห์ และบอกแนวโน้มสมบตั ิของธาตุเรพรีเซนเททีฟตามหมแู่ ละตามคาบ 6. บอกสมบัตขิ องธาตุโลหะแทรนซิชนั และเปรียบเทยี บสมบตั กิ ับธาตโุ ลหะในกลมุ่ ธาตุเรพรเี ซนเททีฟ 7. อธิบายสมบตั ิ และคานวณครง่ึ ชีวติ ของไอโซโทปกัมมนั ตรงั สี 8. สืบค้นข้อมูล และยกตัวอย่างการนาธาตปุ ระโยชน์ รวมทงั้ ผลกระทบต่อสง่ิ มชี ีวติ สิ่งแวดลอ้ ม 9. อธิบายการเกิดไอออนและการเกิดพันธะ งานพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา
หลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรียนเจรญิ วทิ ยานุสรณ์ พทุ ธศกั ราช 2561ห น้ า | 1 1 4 10. เขียนสูตร และเรียกช่อื สารประกอบไอออนิก 11. คานวณพลังงานที่เกย่ี วขอ้ งกบั ปฏกิ ริ ยิ าการเกิดสารประกอบไอออนิกจากวฏั จักรบอรน์ -ฮาเบอร์ 12. อธิบายสมบัติของสารประกอบไอออนิก 13. เขียนสมการไอออนิกและสมการไอออนกิ สุทธิของปฏกิ ิรยิ าของสารประกอบไอออนิก 14. อธิบายการเกิดพนั ธะโคเวเลนตแ์ บบพนั ธะเด่ยี ว พนั ธะคู่ และพนั ธะสาม ดว้ ยโครงสรา้ งลวิ อสิ 15.เขียนสตู ร และเรียกชอื่ สารโคเวเลนต์ 16. วิเคราะห์ และเปรียบเทียบความยาวพันธะและพลังงานพันธะในสารโคเวเลนต์ รวมท้ังคานวณ พลงั งาน ที่เกี่ยวข้องกับปฏิกริ ยิ าของสารโคเวเลนต์จากพลงั งานพนั ธะ 17. คาดคะเนรูปร่างโมเลกุลโคเวเลนต์ โดยใช้ทฤษฎีการผลักระหว่างคู่อิเล็กตรอนในวงเวเลนซ์ และระบุ สภาพขัว้ ของโมเลกุลโคเวเลนต์ 18. ระบุชนิดของแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลโคเวเลนต์ และเปรียบเทียบจุดหลอมเหลว จุดเดือด และการละลายน้าของสารโคเวเลนต์ 19. สืบค้นข้อมลู และอธบิ ายสมบัตขิ องสารโคเวเลนตโ์ ครงร่างตาขา่ ยชนดิ ตา่ ง ๆ 20. อธิบายการเกิดพนั ธะโลหะและสมบัตขิ องโลหะ 21. เปรียบเทียบสมบัติบางประการของสารประกอบ ไอออนิกสารโคเวเลนต์และโลหะสืบค้นข้อมูลและ นาเสนอตวั อยา่ งการใช้ประโยชนข์ องสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะ ได้อย่างเหมาะสม รวมทงั้ หมด 21 ผลการเรียนรู้ งานพัฒนาหลกั สูตรสถานศกึ ษา
หลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนเจรญิ วทิ ยานสุ รณ์ พทุ ธศกั ราช 2561ห น้ า | 1 1 5 รายวิชา เคมี 2 คาอธิบายรายวิชา กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 จานวน 1.5 หนว่ ยกิต รหัสวิชา ว31222 เวลาเรยี น 3 ชั่วโมงต่อสปั ดาห์ ศึกษาเกี่ยวกับมวลอะตอม มวลโมเลกุล จานวนโมลกับมวลของสาร ปริมาตรต่อโมลของแก๊ส ความสัมพันธ์ระหว่างจานวนโมล อนุภาค มวล และปริมาตรของแก๊ส ความเข้มข้นของสารละลาย การเตรียม สารละลาย สมบัติบางประการ ของสารละลาย การคานวณเก่ียวกบั สูตรเคมี การคานวณมวลเป็นร้อยละจาก สูตร การคานวณหาสูตรเอมพิริคัลและสูตรโมเลกุล สมการเคมี การคานวณปริมาณสารในปฏิกิริยาเคมี มวล ของสารในปฏิกิริยาเคมี ปริมาตรของแก๊สในปฏิกิริยาเคมี กฎของเกย์ – ลูสแซก กฎของอาโวกาโดร ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งปรมิ าณของสารในสมการเคมี สารกาหนดปริมาณ การคานวณจากสมการเคมีท่ีเก่ียวข้อง มากกว่าหนึ่งสมการ ผลได้ร้อยละ การเลือกและใช้อุปกรณ์ในการทาปฏิบัติการ อย่างเหมาะสม การเปล่ียน หนว่ ยวดั ใหเ้ ป็นหนว่ ยในระบบเอสไอ ดว้ ยการใชแ้ ฟกเตอรเ์ ปล่ยี นหน่วย โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การวเิ คราะห์ การอธบิ าย การอภิปรายและสรปุ เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ ส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้ และนา ความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง และดูแลรักษาส่ิงมีชีวิตอื่นๆ เฝ้าระวังและพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างย่ังยืน มีจิต วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นิยมทเี่ หมาะสม ผลการเรยี นรู้ 1. บอกความหมายของมวลอะตอมของธาตุ และคานวณมวลอะตอมเฉล่ียของธาตุ มวลโมเลกุลและ มวลสูตร 2. อธิบาย และคานวณปริมาณใดปริมาณหนึ่งจากความสัมพันธ์ของโมล จานวนอนุภาค มวล และ ปริมาตรของแก๊สที่ STP 3. คานวณอตั ราส่วนโดยมวลของธาตุองค์ประกอบ ของสารประกอบตามกฎสัดสว่ นคงท่ี 4. คานวณสูตรอย่างงา่ ยและสูตรโมเลกุลของสาร 5. คานวณความเขม้ ขน้ ของสารละลายในหน่วยตา่ ง ๆ 6. อธิบายวิธีการ และเตรียมสารละลายให้มีความเข้มข้นในหน่วยโมลาริตี และปริมาตรสารละลาย ตามทก่ี าหนด 7. เปรียบเทียบจุดเดือดและจุดเยือกแข็งของสารละลายกับสารบริสุทธิ์ รวมทั้งคานวณจุดเดือด และ จุดเยอื กแขง็ ของสารละลาย 8. แปลความหมายสญั ลกั ษณ์ในสมการเคมีเขยี นและดลุ สมการเคมีของปฏกิ ริ ยิ าเคมีบางชนิด 9. คานวณปรมิ าณของสารในปฏิกิริยาเคมีท่เี กย่ี วข้องกบั มวลสาร 10. คานวณปริมาณของสารในปฏกิ ริ ยิ าเคมที ีเ่ กีย่ วข้องกับความเข้มข้นของสารละลาย 11. คานวณปรมิ าณของสารในปฏิกิรยิ าเคมที ่ีเกีย่ วขอ้ งกบั ปรมิ าตรแกส๊ 12. คานวณปรมิ าณของสารในปฏิกิริยาเคมีหลายขั้นตอน 13. ระบุสารกาหนดปรมิ าณ และคานวณปริมาณสารต่าง ๆ ในปฏิกิรยิ าเคมี 14. คานวณผลได้ร้อยละของผลิตภัณฑใ์ นปฏิกริ ยิ าเคมี งานพัฒนาหลักสตู รสถานศึกษา
หลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรยี นเจริญวทิ ยานุสรณ์ พทุ ธศกั ราช 2561ห น้ า | 1 1 6 15. บอกและอธิบายข้อปฏิบัติเบื้องต้น และปฏิบัติตนที่แสดงถึงความตระหนักในการทาปฏิบัติการเคมี เพื่อให้มีความปลอดภัยทง้ั ตอ่ ตนเอง ผ้อู ่ืนและสงิ่ แวดล้อมและเสนอแนวทางแก้ไขเมื่อเกิดอบุ ัติเหตุ 16. เลอื ก และใชอ้ ปุ กรณห์ รอื เครอ่ื งมอื ในการทาปฏิบัติการและวัดปริมาณต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม 17. นาเสนอแผนการทดลอง ทดลองและเขยี นรายงานการทดลอง 18. ระบุหน่วยวัดปรมิ าณต่าง ๆ ของสาร และเปล่ียนหน่วยวดั ให้เป็นหน่วยในระบบเอสไอการใช้ แฟก เตอร์ เปลย่ี นหนว่ ย รวมทงั้ หมด 18 ผลการเรยี นรู้ งานพฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษา
หลักสตู รสถานศึกษา โรงเรยี นเจรญิ วิทยานสุ รณ์ พทุ ธศกั ราช 2561ห น้ า | 1 1 7 รายวชิ า เคมี 3 คาอธบิ ายรายวชิ า กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 จานวน 1.5 หน่วยกิต รหสั วิชา ว32221 เวลาเรยี น 3 ชว่ั โมงต่อสปั ดาห์ ศึกษาเกี่ยวกับสมบัติของแก็ส ความสัมพันธ์ของปริมาตร ความดัน และอุณหภูมิของแก็สตามกฎของ บอยล์ กฎของชาร์ล กฎของเกย์ – ลูสแซก กฎรวมแก็ส กฎแก็สอุดมคติ การแพร่ของแก็ส การนาสมบัติและ กาต่างๆ ของแก็สไปใช้อธิบายปรากฏการณ์ในชีวิตประจาวันและอุตสาหกรรม อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี เกี่ยวกับความหมาย แนวคิด ปัจจัย(ความเข้มข้น อุณหภูมิ ตัวเร่งปฏิกิริยาและพื้นท่ีผิวของสาร) ทมี่ ีผลต่อการ เกิดปฏิกิริยา และพลังงานกับการดาเนินไปของปฏิกิริยาเคมีสมดุลเคมีเก่ียวกับการเปล่ียนแปลงที่ผันกลับได้ การเปล่ียนแปลงท่ีภาวะสมดุล ความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มข้นของสารต่างๆ ณ ภาวะสมดุล ปัจจัย(ความ เข้มข้น ความดันและอณุ หภมู ิ)ท่ีมผี ลต่อภาวะสมดุล หลักของ เลอชาเตอลิเอและการใชใ้ นอุตสาหกรรม สมดุล เคมีในส่งิ มีชีวิต ปรากฎการณใ์ นธรรมชาตแิ ละกระบวนการในอุตสาหกรรม โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การวิเคราะห์ การอธิบาย การอภปิ รายและสรปุ เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ ส่ือสารสิ่งที่เรียนรู้ และนา ความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง และดูแลรักษาสิ่งมีชีวิตอ่ืนๆ เฝ้าระวังและพัฒนาส่ิงแวดล้อมอย่างย่ังยืน มีจิต วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นิยมทเ่ี หมาะสม ผลการเรยี นรู้ 1. อธิบายความสัมพันธ์และคานวณปริมาตร ความดัน หรืออุณหภูมิของแก๊สท่ีภาวะต่าง ๆ ตามกฎ ของบอยล์ กฎของชารล์ กฎของเกย์–ลูสแซก 2. คานวณปริมาตร ความดัน หรอื อณุ หภูมขิ องแก๊สทภ่ี าวะตา่ ง ๆ ตามกฎรวมแกส๊ 3. คานวณปริมาตร ความดัน อุณหภูมิ จานวนโมล หรือมวลของแก๊ส จากความสัมพันธ์ตามกฎของ อาโวกาโดร และกฎแก๊สอดุ มคติ 4. คานวณความดันยอ่ ยหรอื จานวนโมลของแก๊สในแกส๊ ผสม โดยใชก้ ฎความดันยอ่ ยของดอลตนั 5. อธบิ ายการแพรข่ องแก๊สโดยใช้ทฤษฎจี ลน์ของแกส๊ คานวณและเปรียบเทียบอัตราการแพร่ของแก๊ส โดยใช้กฎการแพรผ่ ่านของเกรแฮม 6. สืบค้นข้อมูล นาเสนอตัวอย่าง และอธิบายการประยุกต์ใช้ความรู้เก่ียวกับสมบัติและกฎต่างๆ ของ แก๊สในการอธิบายปรากฏการณ์ หรือแกป้ ญั หาในชวี ติ ประจาวนั และในอุตสาหกรรม 7. ทดลอง และเขียนกราฟการเพมิ่ ขึน้ หรือลดลงของสารที่ทาการวัดในปฏกิ ิรยิ า 8. คานวณอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี และเขียนกราฟการลดลงหรือเพ่ิมขึ้นของสารท่ีไม่ได้วัดใน ปฏิกริ ิยา 9. เขียนแผนภาพ และอธิบายทิศทางการชนกันของอนุภาคและพลังงานที่ส่งผลต่ออัตราการ เกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี 10. ทดลอง และอธิบายผลของความเข้มข้น พ้ืนทีผิวของสารต้ังต้น อุณหภูมิ และตัวเร่งปฏิกิริยาที่มี ตอ่ อตั ราการเกิดปฏิกริ ยิ าเคมี งานพฒั นาหลักสตู รสถานศกึ ษา
หลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรยี นเจรญิ วิทยานสุ รณ์ พทุ ธศักราช 2561ห น้ า | 1 1 8 11. เปรียบเทียบอัตราการเกิดปฏิกิริยาเม่ือมีการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้น พ้ืนที่ผิวของสารต้ังต้น อุณหภมู ิ และตวั เร่งปฏิกิริยา 12. ยกตัวอย่าง และอธิบายปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจาวันหรือ อุตสาหกรรม 13. ทดสอบ และอธิบายความหมายของปฏกิ ิรยิ าผนั กลับไดแ้ ละภาวะสมดุล 14. อธิบายการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของสารอัตราการเกิดปฏิกิริยาไปข้างหน้า และอัตราการ เกิดปฏกิ ริ ิยายอ้ นกลบั เมอ่ื เรมิ่ ปฏกิ ิรยิ าจนกระทัง่ ระบบอยใู่ นภาวะสมดลุ 15. คานวณคา่ คงที่สมดุลของปฏกิ ิริยา 16. คานวณความเข้มข้นของสารทภี่ าวะสมดุล 17. คานวณค่าคงท่สี มดลุ หรือความเขม้ ข้นของปฏกิ ิริยาหลายขนั้ ตอน 18. ระบุปัจจัยที่มีผลต่อภาวะสมดุลและค่าคงที่สมดุลของระบบ รวมทั้งคาดคะเนการเปลี่ยนแปลงที่ เกิดขึ้นเมือ่ ภาวะสมดุลของระบบถกู รบกวน โดยใชห้ ลกั ของเลอชาเตอลิเอ 19. ยกตวั อย่าง และอธิบายสมดุลเคมีของกระบวนการที่เกิดขึ้นในส่งิ มชี ีวิต ปรากฏการณ์ในธรรมชาติ และกระบวนการในอุตสาหกรรม รวมทง้ั หมด 19 ผลการเรียนรู้ งานพฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษา
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนเจรญิ วทิ ยานุสรณ์ พทุ ธศกั ราช 2561ห น้ า | 1 1 9 รายวิชา เคมี 4 คาอธบิ ายรายวิชา กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 5 จานวน 1.5 หน่วยกิต รหัสวิชา ว32222 เวลาเรยี น 3 ช่ัวโมงต่อสัปดาห์ ศึกษาเก่ียวกับทฤษฎีกรด-เบส คู่กรด-เบส การแตกตัวของกรดและเบส อินดิเคเตอร์สาหรับกรด-เบส ปฏิกริ ยิ าระหว่างกรดและเบส ปฏิกิรยิ าของกรดหรอื เบสกับสารบางชนดิ การไทเทรตกรด-เบส การเลือกอินดิเค เตอร์และการประยุกตใ์ ช้วิธกี ารไทเทรตในชีวิตประจาวัน สารละลายอิเล็กโทรไลต์ สารละลายกรดเบส การแตก ตัวเป็นไอออนของน้า การเปลี่ยนความเข้มข้นของไฮโดรเนียมไอออนและไฮดรอกไซด์ไอออนในน้า pH ของ สารละลาย ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส สารละลายบัฟเฟอร์การนาความรู้เก่ียวกับ กรด – เบส ไปใช้ในชีวิตประจาวัน เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการแพทย์ เลขออกซิเดชัน ปฏิกิริยารีดอกซ์ การดุลสมการรีดอกซ์โดยใช้เลข ออกซเิ ดชันและโดยใช้ครึ่งปฏิกริ ิยา เซลลไ์ ฟฟ้าเคมี ได้แก่ เซลล์กัลวานกิ เกี่ยวกบั การเขียนแผนภาพเซลลก์ ัลวา นิกส์และสมการไอออนิก ศักย์ไฟฟ้าของเซลล์และศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของคร่ึงเซลล์ เซลล์ความเข้มข้น ประเภทของเซลล์กัลวานิก เซลล์อิเล็กโทรไลติกเกี่ยวกับการแยกสารไอออนิกที่หลอมเหลวด้วยกระแสไฟฟ้า การแยกสารละลายด้วยกระแสไฟฟ้า การชุบดว้ ยไฟฟ้า การทาโลหะให้บริสุทธโ์ิ ดยใช้เซลล์อเิ ล็กทรอไลติก การ กดั กร่อนของโลหะและการป้องกนั ความกา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยีทเี่ กยี่ วข้องกบั เซลล์ไฟฟา้ เคมี โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การวเิ คราะห์ การอธิบาย การอภปิ รายและสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ ส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้ และนา ความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง และดูแลรักษาส่ิงมีชีวิตอ่ืนๆ เฝ้าระวังและพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างย่ังยืน มีจิต วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มทีเ่ หมาะสม ผลการเรียนรู้ 1. ระบุ และอธิบายว่าสารเป็นกรดหรือเบสโดยใช้ทฤษฎีกรด–เบส ของอารเ์ รเนียส เบรินสเตด–ลาวรี หรือลิวอิส 2. ระบุคู่กรด-เบสของสารตามทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี 3. คานวณ และเปรียบเทียบความสามารถในการแตกตัวหรอื ความแรงของกรดและเบส 4. คานวณค่า pH ความเข้มข้นของไฮโดรเนียมหรือไฮดรอกไซด์ไอออนของสารละลายกรดและเบส 5. เขยี นสมการเคมแี สดงปฏกิ ริ ยิ าสะเทิน และระบุความเป็นกรด-เบสของสารละลายหลังการสะเทนิ 6. เขียนปฏิกิรยิ าไฮโดรลซิ สิ ของเกลอื และระบคุ วามเปน็ กรด-เบสของสารละลายเกลือ 7. ทดลอง และอธิบายหลักการการไทเทรตปริมาณ และเลือกใช้อินดิเคเตอร์ที่เหมาะสมสาหรับ ปฏิกิริยาพอดกี ัน การไทเทรตกรด-เบส 8. คานวณปริมาณสารหรอื ความเขม้ ขน้ ของสารละลายกรดหรือเบสจากการไทเทรต 9. อธบิ ายสมบัติ องค์ประกอบ และประโยชน์ของสารละลายบัฟเฟอร์ 10. สืบค้นข้อมูล และนาเสนอตัวอย่างการใช้ประประโยชน์ และการแก้ปัญหาโดยใช้ความรู้เก่ียวกับ กรด–เบส 11. คานวณเลขออกซิเดชนั และระบปุ ฏกิ ิริยาทเี่ ปน็ ปฏิกริ ิยารีดอกซ์ 12. วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชันและระบุตัวรีดิวซ์และตัวออกซิไดส์ รวมท้ังเขียนครึ่ง ปฏิกิริยาออกซิเดชันและครงึ่ ปฏิกิรยิ ารีดกั ชนั ของปฏกิ ริ ิยารดี อกซ์ งานพัฒนาหลักสตู รสถานศกึ ษา
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรยี นเจรญิ วิทยานสุ รณ์ พุทธศกั ราช 2561ห น้ า | 1 2 0 13. ทดลอง และเปรียบเทียบความสามารถในการ เป็นตัวรีดิวซ์หรือตัวออกซิไดส์ และเขียนแสดง ปฏิกริ ิยารีดอกซ์ 14. ดุลสมการรีดอกซด์ ว้ ยการใช้เลขออกซิเดชนั และวิธคี รึง่ ปฏกิ ิริยา 15. ระบุองค์ประกอบของเซลล์เคมีไฟฟ้า และ สมการเคมีของปฏิกิริยาที่แอโนดและปฏิกิริยารวม และแผนภาพเซลล์ 16. คานวณค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของเซลล์และระบุประเภทของเซลล์เคมีไฟฟ้า ข้ัวไฟฟ้าและ ปฏิกิรยิ าเคมี ที่เกิดข้ึน 17. ทดลองชุบโลหะและแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้า และอธิบายหลักการทางเคมีไฟฟ้าท่ีใช้ในการ ชบุ โลหะ การแยกสารเคมดี ว้ ยกระแสไฟฟ้า การทาโลหะใหบ้ รสิ ทุ ธิ์ และการปอ้ งกนั การกดั กร่อนของโลหะ 18. สืบค้นข้อมูล และนาเสนอตัวอย่างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เก่ียวข้องกับเซลล์เคมีไฟฟ้าใน ชีวติ ประจาวัน รวมทงั้ หมด 18 ผลการเรยี นรู้ งานพัฒนาหลักสตู รสถานศกึ ษา
หลักสตู รสถานศึกษา โรงเรยี นเจรญิ วทิ ยานุสรณ์ พทุ ธศกั ราช 2561ห น้ า | 1 2 1 รายวิชา เคมี 5 คาอธบิ ายรายวชิ า กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 จานวน 1.5 หนว่ ยกิต รหัสวิชา ว33221 เวลาเรยี น 3 ชัว่ โมงต่อสัปดาห์ ศึกษาพนั ธะของคาร์บอน การเขียนสูตรโครงสร้างของสารประกอบอินทรยี ์ ไอโซเมอร์ หมู่ฟังก์ชนั การ เขียนสูตรโครงสร้างและเรียกช่ือสารประกอบอินทรีย์ประเภ ทต่างๆ ตามระบบ IUPAC สารประกอบ ไฮโดรคาร์บอน สมบัติบางประการของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ประเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน สารประกอบอินทรีย์ท่ีมีออกซิเจนเป็นองค์ประกอบ สารประกอบอินทรีย์ที่มีธาตุไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ สารประกอบอินทรีย์ที่มีธาตุออกซิเจนและไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ พอลิเมอร์ ปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์ โครงสรา้ งและสมบตั ิพอลิเมอร์ ผลิตภัณฑ์จาก พอลเิ มอร์ (พลาสติก, เส้นใย, ยาง) ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ของผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์สังเคราะห์ การปรับปรุงคุณภาพของพอลิเมอร์ ผลกระทบจากการใช้และกาจัด ผลติ ภัณฑ์พอลิเมอร์ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การวิเคราะห์ การอธิบาย การอภิปราย สรุป และนาเสนองานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือ ประกอบการนาเสนอ เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ ส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้ และนา ความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง และดูแลรักษาส่ิงมีชีวิตอื่นๆ เฝ้าระวังและพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างย่ังยืน มีจิต วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสม ผลการเรียนรู้ 1. สืบค้นข้อมูลและนาเสนอตัวอย่างสารประกอบอินทรีย์ท่ีมีพันธะเด่ียว พันธะคู่ หรือพันธะสามที่พบ ในชีวติ ประจาวัน 2. เขียนสูตรโครงสร้างลิวอิส สูตรโครงสร้างแบบย่อและสูตรโครงสร้างแบบเส้นของสารประกอบ อินทรยี ์ 3. วเิ คราะห์โครงสร้าง และระบปุ ระเภทของสารประกอบอินทรียจ์ ากหมฟู่ ังก์ชนั 4. เขียนสูตรโครงสร้างและเรียกช่ือสารประกอบอินทรีย์ประเภทต่างๆ ท่ีมีหมู่ฟังก์ชันไม่เกิน 1 หมู่ ตามระบบ IUPAC 5. เขียนไอโซเมอรโ์ ครงสรา้ งของสารประกอบอินทรยี ์ประเภทต่าง ๆ 6. วิเคราะห์ และเปรียบเทียบจุดเดือดและการละลายในน้าของสารประกอบอินทรีย์ท่ีมีหมู่ฟังก์ชัน ขนาดโมเลกลุ หรอื โครงสร้างตา่ งกนั 7. ระบปุ ระเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนและเขยี นผลิตภัณฑ์จากปฏิกริ ิยาการเผาไหมป้ ฏิกริ ิยา กับโบรมีน หรอื ปฏิกิริยากบั โพแทสเซียมเปอรแ์ มงกาเนต 8. เขียนสมการเคมีและอธิบายการเกิดปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชัน ปฏิกิริยาการสังเคราะห์เอไมด์ ปฏิกริ ิยาไฮโดรลิซสิ และปฏิกริ ยิ าสะปอนนฟิ ิเคชัน 9. ทดสอบปฏิกิรยิ าเอสเทอรฟิ ิเคชนั ปฏกิ ิรยิ าไฮโดรลซิ สิ และปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชัน 10. สืบค้นข้อมูล และนาเสนอตัวอย่างการนาสารประกอบอินทรีย์ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน และอุตสาหกรรม 11. ระบุประเภทของปฏิกิรยิ าการเกิดพอลเิ มอร์โครงสร้างของมอนอเมอรห์ รอื พอลเิ มอร์ งานพฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษา
หลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นเจรญิ วิทยานสุ รณ์ พุทธศกั ราช 2561ห น้ า | 1 2 2 12. วิเคราะห์ และอธบิ ายความสมั พันธร์ ะหวา่ งโครงสร้างและสมบัติของพอลเิ มอร์ รวมท้งั การนาไปใช้ ประโยชน์ 13. ทดสอบ และระบปุ ระเภทของพลาสติกและผลิตภัณฑย์ าง รวมทง้ั การนาไปใชป้ ระโยชน์ 14. อธิบายผลของการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง และ การสังเคราะห์พอลิเมอรท์ ีม่ ีต่อสมบัติของพอลิเมอร์ 15. สืบค้นข้อมูล และนาเสนอตัวอย่างผลกระทบจากการใช้และการกาจัดผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ และ แนวทางแก้ไข 16. กาหนดปัญหา และนาเสนอแนวทางการแก้ปัญหาโดยใช้ความรู้ทางเคมีจากสถานการณ์ที่เกิดข้ึน ในชวี ิตประจาวนั การประกอบอาชีพ หรอื อุตสาหกรรม 17. แสดงหลกั ฐานถึงการบูรณาการความรทู้ างเคมีรว่ มกับสาขาวชิ าอน่ื รวมทง้ั ทกั ษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์หรือกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม โดยเน้นการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาและความคิด สร้างสรรค์ เพอ่ื แก้ปัญหาในสถานการณห์ รือประเดน็ ทส่ี นใจ 18. นาเสนอผลงานหรือช้ินงานท่ีได้จากการแก้ปัญหาในสถานการณ์หรือประเด็นท่ีสนใจโดยใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศ 19. แสดงหลักฐานการเข้าร่วมการสัมมนา การเข้า ร่วมประชุมวิชาการ หรือการแสดงผลงาน สงิ่ ประดิษฐ์ในงานนิทรรศการ รวมท้ังหมด 19 ผลการเรียนรู้ งานพฒั นาหลักสูตรสถานศกึ ษา
หลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรียนเจรญิ วทิ ยานสุ รณ์ พุทธศักราช 2561ห น้ า | 1 2 3 รายวชิ า ชีววิทยา 1 คาอธบิ ายรายวิชา กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 4 จานวน 1.5 หนว่ ยกิต รหัสวิชา ว31241 เวลาเรียน 3 ชวั่ โมงต่อสปั ดาห์ ศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติของส่ิงมีชีวิต ลักษณะเฉพาะของส่ิงมีชีวิต แขนงวิชาท่ีเกี่ยวข้องกับชีววิทยา และการใช้ความรูทางชีววิทยาที่เป็นประโยชนตอมนุษยแ์ ละสิ่งแวดล้อม ชีววิทยากับการดารงชีวิตของส่ิงมีชีวิต ความตระหนักในเร่ืองของชีวจริยธรรม การศึกษาชีววิทยาโดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งการศึกษา วิธีการทางานของนักวิทยาศาสตร์ และการนาความรูเก่ียวกับชีววิทยามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน การทา กิจกรรมสะเต็มศึกษาโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเพ่ือแกปัญหาในชีวิตจริง ศึกษาเคมีท่ีเป็น พนื้ ฐานของส่งิ มีชีวิต โครงสร้างและหนา้ ที่ของสารตา่ ง ๆ ท่ีเป็นองค์ประกอบในเซลลข์ องส่ิงมีชีวิต และปฏิกิรยิ า เคมีในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ศึกษาส่วนประกอบของกลองจุลทรรศน์ใช้แสง หลักการทางาน วิธีการใช้รวมทั้งการ ดูแลและเก็บรักษา ศึกษาโครงสร้างและหน้าที่ของส่วนที่ห่อหุ้มเซลล์ ไซโทพลาซึม และนิวเคลียสการลาเลียง สารเข้าและออกจากเซลล์ การหายใจระดับเซลล์ซ่ึงเป็นกระบวนการที่เซลล์สร้างพลังงานจากการสลาย สารอาหารสาหรับนาไปใช้ในกจิ กรรมต่างๆ ของเซลล์และการแบงเซลล์ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์ เปรียบเทยี บ อธิบาย อภิปรายและสรุป เพื่อให้เกิดความรู ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมทงั้ ทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ดา้ นการคดิ และการแกปัญหาด้าน การสื่อสาร สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรูและนาความรูไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มที่เหมาะสม ผลการเรยี นรู 1. อธิบายและสรุปสมบัติท่ีสาคัญของสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ของการจัดระบบในส่ิงมีชีวิตที่ทาให้ ส่ิงมีชวี ิตดารงชวี ิตอยู่ได 2. อภิปรายและบอกความสาคัญของการระบุปัญหา ความสัมพันธ์ระหว่างปัญหา สมมติฐาน และ วิธกี ารตรวจสอบสมมตฐิ าน รวมทงั้ ออกแบบการทดลองเพื่อตรวจสอบสมมติฐาน 3. สืบค้นข้อมูล อธิบายเกี่ยวกับสมบัติของน้าและบอกความสาคัญของน้าที่มีต่อสิ่งมีชีวิต และ ยกตวั อยา่ งธาตชุ นดิ ต่าง ๆ ท่มี ีความสาคญั ตอ่ ร่างกายสงิ่ มชี ีวติ 4. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างของคาร์โบไฮเดรต ระบุกลุ่มของคาร์โบไฮเดรต รวมทั้งความสาคัญ ของคาร์โบไฮเดรตทม่ี ตี ่อส่ิงมีชวี ติ 5. สบื คน้ ขอ้ มูล อธิบายโครงสร้างของโปรตีน และความสาคัญของโปรตนี ที่มีต่อส่งิ มชี วี ติ 6. สืบค้นขอ้ มูล อธิบายโครงสรา้ งของลพิ ดิ และความสาคัญของลิพดิ ทีม่ ตี ่อสงิ่ มชี วี ิต 7. อธบิ ายโครงสร้างของกรดนิวคลิอกิ และระบุชนดิ ของกรดนิวคลอิ กิ และความสาคญั ของกรด นิวคลอิ ิกทมี่ ตี อ่ สงิ่ มชี ีวิต 8. สบื คนขอมูลและอธิบายปฏิกิริยาเคมที ีเ่ กดิ ข้นึ ในส่งิ มชี ีวิต 9. อธิบายการทางานของเอนไซมใ์ นการเร่งปฏิกริ ิยาเคมีในสงิ่ มีชีวติ และระบุปจั จยั ท่ีมีผลต่อการทางาน ของเอนไซม์ งานพัฒนาหลักสตู รสถานศึกษา
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนเจรญิ วิทยานสุ รณ์ พทุ ธศักราช 2561ห น้ า | 1 2 4 10. บอกวิธีการและเตรียมตัวอย่างส่ิงมีชีวิตเพื่อศึกษาภายใต้กล้องจุลทรรศน์ใช้แสง วัดขนาด โดยประมาณและวาดภาพท่ีปรากฏภายใต้กลอง บอกวิธีการใช้ และการดูแลรักษากลองจุลทรรศน์ใช้แสงท่ี ถูกต้อง 11. อธบิ ายโครงสร้างและหน้าทข่ี องส่วนทหี่ อ่ หมุ้ เซลล์ของเซลลพ์ ืชและเซลลส์ ตั ว์ 12. สบื คน้ ขอ้ มูล อธิบาย และระบุชนิดและหนา้ ทีข่ องออรแ์ กเนลล์ 13. อธิบายโครงสรา้ งและหนา้ ท่ขี องนวิ เคลยี ส 14. อธิบายและเปรยี บเทยี บการแพร ออสโมซิส การแพรแบบฟาซลิ ิเทต และแอกทีฟทรานสปอรต์ 15. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเขียนแผนภาพการลาเลียงสารโมเลกุลใหญ่ ออกจากเซลล์ด้วย กระบวนการเอกโซไซโทซิสและการลาเลียงสารโมเลกุลใหญ่เข้าสเู่ ซลลด์ ว้ ยกระบวนการเอนโดไซโทซสิ 16. สังเกตการแบงนิวเคลียสแบบไมโทซิสและแบบไมโอซิสจากตัวอย่างภายใต้กล้องจุลทรรศน์พรอม ทง้ั อธบิ ายและเปรยี บเทียบการแบง่ นวิ เคลียสแบบไมโทซิสและแบบไมโอซิส 17. อธิบาย เปรียบเทียบ และสรุปข้ันตอนการหายใจระดับเซลล์ในภาวะท่ีมีออกซิเจนเพียงพอและ ภาวะทมี่ อี อกซเิ จนไมเพียงพอ รวมทั้งหมด 17 ผลการเรียนรู งานพฒั นาหลกั สตู รสถานศกึ ษา
หลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นเจรญิ วทิ ยานุสรณ์ พุทธศักราช 2561ห น้ า | 1 2 5 รายวิชา ชีววิทยา 2 คาอธบิ ายรายวิชา กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 จานวน 1.5 หนว่ ยกิต รหสั วชิ า ว31242 เวลาเรียน 3 ชว่ั โมงต่อสปั ดาห์ ศึกษาเกี่ยวกับโครโมโซม และสารพันธุกรรม โครงสร้างของ DNA การจาลอง DNA การควบคุม ลักษณะพันธุกรรมของ DNA มิวเทชัน และการเกิดมิวเทชัน ศึกษาการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การศึกษาพันธุกรรมของเมนเดล การถ่ายทอดยีนบนโครโมโซม ลักษณะทางพันธุกรรมท่ีเป็นส่วนขยายของ พันธุศาสต์เมนเดล การถ่ายทอดยีนบนโครโมโซมเพศ ยีนบนโครโมโซมเดียวกัน ศึกษาเทคโนโลยีทาง DNA พันธุวิศวกรรมและการโคลนยีน การหาขนาดของ DNA และการหาลาดับนิวคลีโอไทด์ การประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีทาง DNA และเทคโนโลยีทาง DNA กับความปลอดภัยทางชีวภาพและชีวจริยธรรม ศึกษา เก่ียวกับ วิวัฒนาการ หลักฐานและข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาวิวัฒนาการของส่ิงมีชีวิต แนวคิดเก่ียวกับ วิวัฒนาการของ ส่ิงมีชวี ิต พนั ธุศาสตรป์ ระชากร ปจั จยั ที่ทาให้เกดิ การเปล่ียนแปลงความถ่ีของแอลลีล และ กาเนดิ สปชี ีส์ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์ เปรียบเทยี บ อธิบาย อภปิ ราย และสรปุ เพ่ือให้เกิดความรู ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งทักษะการเรยี นรูในศตวรรษที่ 21 ในด้านการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคดิ และการแกปัญหาดา้ น การสื่อสาร สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรูและนาความรูไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมท่เี หมาะสม ผลการเรียนรู 1. สืบค้นข้อมูล อธิบายสมบัติและหน้าที่ของสารพันธุกรรม โครงสร้างและองค์ประกอบทางเคมีของ DNA และสรปุ การจาลอง DNA 2. อธิบายและระบุขั้นตอนในกระบวนการสังเคราะหโปรตีนและหน้าท่ีของ DNA และ RNA แต่ละ ชนดิ ในกระบวนการสังเคราะหโปรตนี 3. สืบค้นข้อมูล และอธิบายการเกิดมิวเทชันระดับยีนและระดับโครโมโซม สาเหตุการเกิดมิวเทชัน รวมทง้ั ยกตวั อยา่ งโรคและกลุม่ อาการท่เี ปน็ ผลของการเกิดมิวเทชนั 4. สืบค้นข้อมูล อธิบายและสรุปผลการทดลอง ของเมนเดล 5. สรุปความสัมพันธ์ระหว่างสารพันธุกรรม แอลลีล โปรตีน ลักษณะทางพันธุกรรม และเช่ือมโยงกับ ความรเู รอื่ งพนั ธุศาสตร์เมนเดล 6. อธิบายและสรุปกฎแห่งการแยกและกฎแห่งการรวมกลุ่มอย่างอิสระ และนากฎของเมนเดล น้ีไป อธิบายการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมและใช้ในการคานวณโอกาสใน การเกิดฟีโนไทป์และ จีโนไทป์แบบ ตา่ งๆ ของรุน F1 และ F2 7. สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ อธิบาย และสรุปเกี่ยวกับกาถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมท่ีเป็นส่วน ขยายของพนั ธุศาสตร์เมนเดล 8. สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ และเปรียบเทียบลักษณะทางพันธุกรรมที่มีการแปรผันไมต่อเนื่องและ ลกั ษณะทางพันธกุ รรมท่มี กี ารแปรผันต่อเนื่อง 9. อธิบายการถ่ายทอดยีนบนโครโมโซม และยกตัวอย่างลักษณะทางพันธุกรรมที่ถูกควบคุมด้วยยีน บน ออโตโซมและยนี บนโครโมโซมเพศ 10. อธิบายหลักการสร้างสงิ่ มชี วี ิตดัดแปรพันธุกรรมโดยใชด้ ีเอ็นเอรคี อมบิแนนท์ งานพฒั นาหลักสตู รสถานศึกษา
หลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรียนเจรญิ วทิ ยานสุ รณ์ พุทธศกั ราช 2561ห น้ า | 1 2 6 11. สืบค้นข้อมูล ยกตัวอยาง และอภิปรายการนาเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอไปประยุกต์ทั้งในด้าน สิ่งแวดล้อม นติ ิวทิ ยาศาสตร์การแพทย์ การเกษตร และอตุ สาหกรรม และขอ้ ควรคานึงถงึ ด้าน ชีวจรยิ ธรรม 12. สืบค้นข้อมูลและอธิบายเก่ียวกับ หลักฐานท่ีสนับสนุนและข้อมูลท่ีใช้อธิบายการเกิดวิวัฒนาการ ของสงิ่ มีชีวิต 13. อธิบายและเปรียบเทียบแนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการของส่ิงมีชีวิตของฌอง ลามารกและทฤษฎี เกี่ยวกับววิ ฒั นาการของสิ่งมชี ีวิตของชาลส ดารวนิ 14. ระบุสาระสาคัญและอธิบายเงื่อนไขของภาวะสมดุลของฮาร์ดี-ไวน์เบิร์ก ปัจจัยท่ีทาใหเกิดการ เปลี่ยนแปลงความถ่ีของแอลลลี ในประชากร พรอมท้ังคานวณหาความถ่ีของแอลลีลและจีโนไทป์ ของประชากร โดยใชห้ ลกั ของฮารด์ ี-ไวน์เบริ ก์ 15. สบื คน้ ขอ้ มลู อภปิ ราย และอธิบายกระบวนการเกดิ สปีชีสใ์ หม่ของสงิ่ มชี ีวติ รวมท้งั หมด 15 ผลการเรยี นรู้ งานพัฒนาหลักสูตรสถานศกึ ษา
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นเจริญวิทยานสุ รณ์ พุทธศักราช 2561ห น้ า | 1 2 7 รายวิชา ชีววิทยา 3 คาอธบิ ายรายวชิ า กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 จานวน 1.5 หน่วยกิต รหัสวชิ า ว32241 เวลาเรียน 3 ชว่ั โมงต่อสปั ดาห์ ศึกษาเกี่ยวกับเนื้อเย่ือพืช โครงสร้างภายในของรากพืชใบเลี้ยงเด่ียวและรากพืชใบเลี้ยงคู่ โครงสร้าง ภายในของลาต้นพืชใบเล้ียงเดี่ยวและลาตน้ พืชใบเลี้ยงคู่ โครงสร้างภายในของใบพืช ศึกษาการแลกเปล่ยี นแก๊ส และการคายน้าของพืช กลไกการลาเลียงน้าและธาตุอาหารของพืช กลไกการลาเลียงอาหารในพืช ศึกษา กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช C3 พืช C4 และ พืช CAM ศึกษาวัฏจักรชีวิตแบบสลับของพืชดอก กระบวนการสร้างเซลล์สืบพันธ์ุเพศผู้และเพศเมียของพืชดอก การปฏิสนธิของพืชดอก การเกิดเมล็ดและการ เกิดผลของพชื ดอก โครงสรา้ งของเมล็ดและผล รวมทัง้ สารควบคุมการเจรญิ เติบโตของพชื โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์ เปรียบเทียบ อธบิ าย อภิปราย และสรปุ เพ่ือให้เกิดความรู ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งทกั ษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคดิ และการแกปญั หาด้าน การส่ือสาร สามารถส่ือสารส่ิงที่เรียนรูและนาความรูไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านยิ มท่ีเหมาะสม ผลการเรียนรู 1. อธบิ ายเก่ียวกบั ชนดิ และลักษณะของเน้อื เยื่อพชื และเขยี นแผนผังเพ่อื สรุปชนดิ ของเนื้อเยอื่ พืช 2. สังเกต อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างภายในของรากพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและรากพืชใบเลยี้ งคู่จาก การตดั ตามขวาง 3. สังเกต อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างภายในของลาต้นพืชใบเล้ียงเดี่ยวและลาต้นพืชใบเล้ียงคู่ จากการตดั ตามขวาง 4. สังเกต และอธิบายโครงสรา้ งภายในของใบพืชจากการตัดตามขวาง 5. สืบคน้ ขอ้ มูล สงั เกต และอธบิ ายการแลกเปลยี่ นแก๊สและการคายนา้ ของพืช 6. สบื คน้ ขอ้ มูล และอธิบายกลไกการลาเลยี งน้าและธาตอุ าหารของพืช 7. สืบค้นข้อมูล อธิบายความสาคัญของธาตุอาหารและยกตัวอย่างธาตุอาหารที่สาคัญท่ีมีผลต่อการ เจริญเติบโตของพชื 8. อธบิ ายกลไกการลาเลยี งอาหารในพชื 9. สืบค้นข้อมูล และสรุปการศึกษาที่ได้จากการทดลองของนักวิทยาศาสตร์ในอดีตเก่ียวกับ กระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง 10. อธิบายข้ันตอนท่เี กดิ ขน้ึ ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพชื C3 11. เปรียบเทียบกลไกการตรงึ คาร์บอนไดออกไซดใ์ นพชื C3 พืช C4 และ พืช CAM 12. สืบค้นขอ้ มูล อภิปราย และสรุปปัจจัยความเขม้ ของแสง ความเข้มขน้ ของคารบ์ อนไดออกไซด์และ อณุ หภูมิ ท่ีมีผลตอ่ การสังเคราะหด์ ว้ ยแสงของพชื 13. อธบิ ายวัฏจกั รชีวติ แบบสลับของพชื ดอก 14. อธิบาย และเปรียบเทียบกระบวนการสรา้ งเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้และเพศเมียของพืชดอกและอธิบาย การปฏิสนธขิ องพชื ดอก งานพฒั นาหลกั สูตรสถานศกึ ษา
หลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรียนเจริญวิทยานุสรณ์ พทุ ธศักราช 2561ห น้ า | 1 2 8 15. อธิบายการเกิดเมล็ดและการเกิดผลของพืชดอก โครงสร้างของเมล็ดและผล และยกตัวอย่างการ ใชป้ ระโยชน์จากโครงสรา้ งตา่ ง ๆ ของเมลด็ และผล 16. ทดลอง และอธิบายเก่ียวกับปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อการงอกของเมล็ด สภาพพักตัวของเมล็ด และ บอกแนวทางในการแก้สภาพพกั ตัวของเมลด็ 17. สืบค้นข้อมูล อธิบายบทบาทและหน้าท่ีของออกซิน ไซโทไคนิน จิบเบอเรลลิน เอทิลีน และกรด แอบไซซิก และอภิปรายเก่ียวกับ การนาไปใชป้ ระโยชน์ทางการเกษตร 18. สบื ค้นข้อมลู ทดลอง และอภปิ รายเก่ียวกบั สงิ่ เร้าภายนอกท่ีมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช รวมทัง้ หมด 18 ผลการเรียนรู้ งานพฒั นาหลักสตู รสถานศกึ ษา
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนเจรญิ วทิ ยานุสรณ์ พทุ ธศักราช 2561ห น้ า | 1 2 9 รายวชิ า ชีววิทยา 4 คาอธบิ ายรายวชิ า กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 5 จานวน 1.5 หน่วยกิต รหัสวชิ า ว32242 เวลาเรยี น 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ศึกษาเก่ียวกับโครงสร้างและกระบวนการย่อยอาหารของสัตว์ที่ไม่มีทางเดินอาหาร สัตว์ที่มีทางเดิน อาหารแบบสมบูรณ์ การดูดซึมสารอาหารภายในระบบย่อยอาหารของมนุษย์ ศึกษาโครงสร้างที่ทาหน้าท่ี แลกเปล่ียนแก๊สของสตั วช์ นิดต่าง ๆ โครงสร้างของปอดในสัตว์เลยี้ งลูกด้วยน้านม กระบวนการแลกเปลี่ยนแก๊ส ของมนุษย์ ศึกษาระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิดและระบบหมุนเวียนเลือดแบบปิด โครงสร้างของหลอดเลือด ชนิดต่าง ๆ การทางานของหัวใจและหลอดเลือดในมนุษย์ ศึกษาส่วนประกอบของเลอื ด หมู่เลือดและหลักการ ให้และรับเลือดในระบบ ABO และระบบ Rh ส่วนประกอบและหน้าที่ของน้าเหลือง รวมท้ังโครงสร้างและ หน้าที่ของหลอดน้าเหลือง และต่อมน้าเหลือง ศึกษากลไกการต่อต้านหรือทาลายส่ิงแปลกปลอมแบบไม่ จาเพาะและแบบจาเพาะ การสร้างภูมิคุ้มกันก่อเองและภูมิคุ้มกันรับมา โรคท่ีเกิดจากความผิดปกติของระบบ ภูมคิ ุ้มกนั ศึกษาโครงสร้างและหน้าที่ในการกาจดั ของเสยี ออกจากร่างกายของสัตว์ชนดิ ต่างๆ โครงสร้างและหน้าท่ีของไต และโครงสรา้ งที่ใช้ลาเลียงปัสสาวะออกจากร่างกาย กลไกการทางานของหน่วยไต ความผดิ ปกติของไตอันเน่อื งมาจากโรคต่าง ๆ ศึกษาโครงสรา้ งและหน้าท่ีของระบบประสาทของสตั ว์ชนิดต่างๆ โครงสร้างและหน้าท่ีของเซลล์ประสาท กลไกการถ่ายทอดกระแสประสาทโครงสร้างของระบบประสาท ส่วนกลางและระบบประสาทรอบนอกโครงสร้างและหน้าท่ีของส่วนต่าง ๆ ในสมองส่วนหน้า สมองส่วนกลาง สมองสว่ นหลัง และไขสนั หลังการทางานของระบบประสาทโซมาติก และระบบประสาทอตั โนวัติโครงสร้างและ หน้าท่ีของตาหูจมูกลิ้นและผิวหนังของมนุษย์ศึกษาโครงสร้างและหน้าท่ีของอวัยวะที่เก่ียวข้องกับการเคล่ือนท่ี ของสีตว์ชนิดต่างๆ โครงสร้างและหน้าท่ีของกระดูกและกล้ามเนื้อท่ีเก่ียวข้องกับการเคลื่อนไหวและการ เคลื่อนท่ีของมนุษย์ ศึกษาการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศและการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศในสัตว์โครงสร้างและ หน้าท่ีของอวัยวะในระบบสืบพันธุ์เพศชายและระบบสืบพันธ์ุเพศหญิงกระบวนการสร้างสเปิร์ม กระบวนการ สร้างเซลล์ไข่ และการปฏิสนธิในมนุษย์การเจริญเติบโตระยะเอ็มบริโอและระยะหลังเอ็มบริโอของกบ ไก่ และ มนุษย์การเจริญเติบโตระยะเอ็มบริโอและระยะหลังเอ็มบริโอของกบ ไก่ และมนุษย์ศึกษาหน้าที่ของฮอร์โมน จากต่อมไร้ทอ่ รวมท้งั พฤติกรรมท่ีเปน็ มาแตก่ าเนดิ และพฤติกรรมที่เกดิ จากการเรยี นรู้ของสัตว์ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์ เปรยี บเทียบ อธบิ าย อภิปราย และสรปุ เพ่ือให้เกิดความรู ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมท้งั ทักษะการเรียนรูในศตวรรษท่ี 21 ในดา้ นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ดา้ นการคิดและการแกปัญหาดา้ น การส่ือสาร สามารถส่ือสารส่ิงที่เรียนรูและนาความรูไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นิยมท่เี หมาะสม ผลการเรยี นรู 1. สบื ค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทยี บโครงสร้างและกระบวนการย่อยอาหารของสตั วท์ ี่ไมม่ ที างเดิน อาหาร สัตวท์ มี่ ีทางเดนิ อาหารแบบสมบรู ณ์ 2. สังเกต อธบิ าย การกนิ อาหารของไฮดราและพลานาเรยี 3. อธิบายเก่ียวกับโครงสร้าง หน้าท่ี และกระบวนการย่อยอาหาร และการดูดซึมสารอาหารภายใน ระบบย่อยอาหารของมนษุ ย์ งานพฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษา
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนเจรญิ วทิ ยานสุ รณ์ พทุ ธศกั ราช 2561ห น้ า | 1 3 0 4. สืบค้นข้อมูล อธบิ าย และเปรยี บเทยี บโครงสร้างทท่ี าหน้าที่แลกเปลี่ยนแก๊สของฟองน้า ไฮดรา พลา นาเรีย ไส้เดอื นดนิ แมลง ปลา กบ และนก 5. สังเกต และอธบิ ายโครงสร้างของปอดในสัตวเ์ ลย้ี งลูกดว้ ยนา้ นม 6. สืบค้นขอ้ มูล อธิบายโครงสร้างท่ีใช้ในการแลกเปล่ยี นแกส๊ และกระบวนการแลกเปลย่ี นแกส๊ ของมนุษย์ 7. อธบิ ายการทางานของปอด และทดลองวดั ปรมิ าตรของอากาศในการหายใจออกของมนุษย์ 8. สืบค้นข้อมลู อธบิ าย และเปรยี บเทียบระบบหมนุ เวียนเลือดแบบเปดิ และระบบหมุนเวียนเลอื ดแบบปิด 9. สังเกต และอธิบายทิศทางการไหลของเลือดและการเคล่ือนที่ของเซลล์เม็ดเลือดในหางปลาและ สรปุ ความสมั พันธร์ ะหว่างขนาดของหลอดเลอื ด กบั ความเรว็ ในการไหลของเลือด. 10. อธบิ ายโครงสร้างและการทางานของหวั ใจและหลอดเลือดในมนุษย์ 11. สงั เกต และอธิบายโครงสรา้ งหัวใจของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้านม ทิศทางการไหลของเลือดผ่านหัวใจ ของมนุษย์ และเขียนแผนผงั สรุปการหมุนเวยี นเลอื ดของมนษุ ย์ 12. สืบคน้ ข้อมลู ระบุความแตกตา่ งของเซลลเ์ มด็ เลือดแดง เซลลเ์ มด็ เลอื ดขาว เ พ ล ต เ ล ต แ ล ะ พลาสมา 13. อธิบายหมเู่ ลือดและหลกั การให้และรบั เลอื ดในระบบ ABO และระบบ Rh 14. อธิบาย และสรุปเก่ียวกับส่วนประกอบและหน้าที่ของน้าเหลือง รวมท้ังโครงสร้างและหน้าที่ของ หลอดน้าเหลอื ง และตอ่ มนา้ เหลือง 15. สืบค้นข้อมูล อธบิ าย และเปรียบเทียบกลไกการต่อต้านหรอื ทาลายส่ิงแปลกปลอมแบบไม่จาเพาะ และแบบจาเพาะ 16. สบื ค้นขอ้ มูล อธบิ าย และเปรยี บเทยี บการสร้างภมู ิคุม้ กันก่อเองและภมู ิคุ้มกันรบั มา 17. สืบค้นข้อมูล และอธิบายเก่ียวกับความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันท่ีทาให้เกิดเอดส์ ภูมิแพ้ การ สรา้ งภมู ิตา้ นทานต่อเนือ้ เยื่อตนเอง 18. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างและหน้าท่ีในการกาจัดของเสียออกจากร่างกาย ของฟองนา้ ไฮดรา พลานาเรยี ไสเ้ ดอื นดนิ แมลง และสัตว์มกี ระดกู สนั หลงั 19. อธบิ ายโครงสรา้ งและหนา้ ทข่ี องไต และโครงสร้างท่ใี ชล้ าเลยี งปัสสาวะออกจากรา่ งกาย 20. อธิบายกลไกการทางานของหน่วยไตในการกาจัดของเสียออกจากร่างกาย และเขียนแผนผังสรุป ขั้นตอนการกาจัดของเสยี ออกจากร่างกายโดยหน่วยไต 21. สืบคน้ ขอ้ มูล อธิบาย และยกตัวอย่างเกี่ยวกบั ความผดิ ปกติของไตอันเนือ่ งมาจากโรคตา่ ง ๆ 22.สืบค้นข้อมูลอธิบายและเปรียบเทยี บโครงสร้างและหน้าที่ของระบบประสาทของไฮดรา พลานาเรีย ไส้เดอื นดินกงุ้ หอยแมลง และสัตวม์ ีกระดูกสันหลัง 23. อธิบายเก่ยี วกับโครงสรา้ งและหนา้ ทีข่ องเซลล์ประสาท 24. อธิบายเก่ียวกับการเปลี่ยนแปลงของศักย์ไฟฟ้าท่ีเย่ือหุ้มเซลล์ของเซลล์ประสาท และกลไกการ ถ่ายทอดกระแสประสาท 25. อธบิ าย และสรปุ เกี่ยวกับโครงสร้างของระบบประสาทส่วนกลางและระบบประสาทรอบนอก 26. สบื ค้นขอ้ มลู อธิบายโครงสร้างและหน้าท่ีของส่วนต่าง ๆ ในสมองสว่ นหน้า สมองส่วนกลาง สมอง สว่ นหลัง และไขสนั หลัง 27. สืบค้นข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และยกตัวอย่างการทางานของระบบประสาทโซมาติก และ ระบบประสาทอัตโนวตั ิ 28. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของตาหูจมูกลนิ้ และผิวหนงั ของมนุษย์ยกตัวอย่างโรคต่าง ๆ ท่ีเกยี่ วข้อง และบอกแนวทางในการดูแลป้องกนั และรกั ษา 29. สังเกต และอธบิ ายการหาตาแหนง่ ของจดุ บอด โฟเวยี และความไวในการรบั สมั ผสั ของผิวหนั งานพฒั นาหลักสตู รสถานศึกษา
หลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นเจริญวิทยานุสรณ์ พุทธศักราช 2561ห น้ า | 1 3 1 30.สืบค้นข้อมูลอธิบายและเปรียบเทียบโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการเคล่ือนทข่ี อง แมงกะพรุน หมึก ดาวทะเล ไสเ้ ดือนดิน แมลง ปลา และนก 31. สืบค้นข้อมูล และอธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของกระดูกและกล้ามเน้ือท่ีเกี่ยวข้องกับการ เคลอ่ื นไหวและการเคลอื่ นทข่ี องมนษุ ย์ 32. สังเกต และอธิบายการทางานของข้อต่อชนิดต่าง ๆ และการทางานของกล้ามเนื้อโครงร่างที่ เกี่ยวข้องกบั การเคลอื่ นไหวและการเคล่ือนท่ขี องมนุษย์ 33. สืบค้นขอ้ มูล อธิบาย และยกตัวอย่างการสบื พันธแ์ุ บบไมอ่ าศัยเพศและการสืบพนั ธุแ์ บบอาศยั เพศในสตั ว์ 34. สบื คน้ ข้อมลู อธบิ ายโครงสร้างและหนา้ ทีข่ องอวัยวะในระบบสบื พนั ธุ์เพศชายและระบบสืบพันธเุ์ พศหญิง 35. อธบิ ายกระบวนการสร้างสเปริ ์ม กระบวนการสร้างเซลล์ไข่ และการปฏิสนธิในมนุษย์ 36. อธบิ ายการเจรญิ เติบโตระยะเอม็ บริโอและระยะหลังเอ็มบรโิ อของกบ ไก่ และมนษุ ย์ 37. สบื ค้นขอ้ มูล อธบิ าย และเขียนแผนผงั สรุป หนา้ ทข่ี องฮอรโ์ มนจากต่อมไรท้ ่อและเน้ือเยื่อทส่ี ร้างฮอร์โมน 38. สืบค้นข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และยกตัวอย่างพฤติกรรมที่เป็นมาแต่กาเนิดและพฤติกรรมที่ เกดิ จากการเรียนรูข้ องสตั ว์ 39. สืบค้นข้อมลู อธิบาย และยกตวั อย่างความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งพฤติกรรมกับวิวัฒนาการของระบบประสาท 40. สืบค้นข้อมลู อธิบายและยกตวั อย่างการส่ือสารระหวา่ งสัตวท์ ่ีทาให้สตั ว์แสดงพฤติกรรม รวมทง้ั หมด 40 ผลการเรียนรู้ งานพฒั นาหลกั สตู รสถานศกึ ษา
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นเจรญิ วิทยานสุ รณ์ พุทธศักราช 2561ห น้ า | 1 3 2 รายวิชา ชีววิทยา 5 คาอธิบายรายวชิ า กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 6 จานวน 1.5 หนว่ ยกิต รหสั วชิ า ว33241 เวลาเรยี น 3 ช่วั โมงต่อสัปดาห์ ศึกษาเก่ียวกับความหลากหลายทางชีวภาพส่ิงมีชีวิตกลุ่มแบคทีเรีย ส่ิงมีชีวิตกลุ่มโพรทิสต์ ส่ิงมีชีวิต กลุ่มพืช ส่ิงมีชีวติ กลุ่มฟงั ไจ และส่ิงมีชีวติ กลุ่มสตั ว์ ศึกษาการจาแนกสิ่งมีชีวิตจากหมวดหมู่ใหญ่จนถึงหมวดหมู่ ย่อย และวิธีการเขียนชื่อวิทยาศาสตร์ในลาดับข้ันสปีชีส์ ศึกษากระบวนการถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศ ศึกษาวัฏจกั รไนโตรเจน วัฏจักรกามะถัน และวัฏจักรฟอสฟอรัสศึกษาลักษณะของไบโอมท่ีกระจายอยู่ตามเขต ภูมิศาสตร์ต่าง ๆ บนโลก การเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบปฐมภูมิ และ การเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบ ทุติยภูมิ ศึกษาลักษณะเฉพาะของประชากรของส่ิงมีชีวิตบางชนิดการเพิ่มของประชากรศึกษาปัญหาส่ิงแวดล้อมและ ผลกระทบทมี่ ีตอ่ มนษุ ย์ รวมท้ังเสนอแนวทางการแกไ้ ขและแนวทางการอนุรกั ษ์ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์ เปรียบเทียบ อธิบาย อภปิ ราย และสรปุ เพื่อให้เกิดความรู ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมทง้ั ทักษะการเรยี นรูในศตวรรษที่ 21 ในดา้ นการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ ด้านการคิดและการแกปญั หาด้าน การส่ือสาร สามารถสื่อสารส่ิงที่เรียนรูและนาความรูไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านยิ มทเ่ี หมาะสม ผลการเรยี นรู 1. อภิปรายความสาคญั ของความหลากหลายทางชีวภาพ และความเชอ่ื มโยงระหว่างความหลากหลาย ทางพนั ธกุ รรม ความหลากหลายของสปชี สี ์ และความหลากหลายของระบบนเิ วศ 2. อธิบายการเกดิ เซลล์เร่มิ แรกของสงิ่ มีชวี ิตและววิ ฒั นาการของส่งิ มชี ีวติ เซลล์เดยี ว 3. อธิบายลักษณะสาคญั และยกตวั อย่างสง่ิ มชี วี ติ กลุ่มแบคทีเรยี สิ่งมีชีวติ กลมุ่ โพรทิสต์ สงิ่ มชี ีวิตกล่มุ พืช สิ่งมีชีวติ กลมุ่ ฟงั ไจ และสิ่งมชี วี ิตกลมุ่ สัตว์ 4. อธิบาย และยกตัวอย่างการจาแนกสงิ่ มชี ีวิตจากหมวดหมู่ใหญ่จนถึงหมวดหมูย่ ่อย และวิธีการเขียน ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ในลาดับขนั้ สปีชสี ์ 5. สรา้ งไดโคโทมสั คียใ์ นการระบุสง่ิ มีชวี ิตหรอื ตวั อยา่ งท่กี าหนดออกเปน็ หมวดหมู่ 6. วเิ คราะห์ อธิบาย และยกตัวอยา่ งกระบวนการถา่ ยทอดพลงั งานในระบบนเิ วศ 7. อธิบาย ยกตวั อยา่ งการเกดิ ไบโอแมกนฟิ เิ คชันและบอกแนวทางในการลดการเกิดไบโอแมกนิฟเิ คชัน 8. สืบคน้ ข้อมลู และเขยี นแผนภาพเพ่ืออธบิ ายวฏั จกั รไนโตรเจน วัฏจักรกามะถนั และวฏั จักรฟอสฟอรสั 9. สบื ค้นข้อมูล ยกตวั อยา่ ง และอธบิ ายลักษณะของไบโอมท่ีกระจายอยู่ตามเขตภมู ิศาสตรต์ า่ ง ๆ บนโลก 10. สืบค้นขอ้ มูล ยกตัวอย่าง อธิบาย และเปรียบเทียบ การเปลี่ยนแปลงแทนท่ีแบบปฐมภูมิ และ การ เปลย่ี นแปลงแทนท่ีแบบทุติยภมู ิ 11. สืบค้นขอ้ มูล อธบิ าย ยกตัวอย่าง และสรุป เก่ียวกับลักษณะเฉพาะของประชากรของสงิ่ มชี วี ิตบางชนิด 12. สืบค้นข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และยกตัวอย่าง การเพิ่มของประชากรแบบเอ็กโพเนนเชียล และการเพ่มิ ของประชากรแบบลอจสิ ติก 13. อธิบาย และยกตัวอยา่ งปจั จัยทคี่ วบคมุ การเตบิ โตของประชากร 14. วิเคราะห์ อภิปราย และสรปุ ปัญหาการขาดแคลนนา้ การเกดิ มลพิษทางนา้ และผลกระทบทีม่ ีตอ่ มนษุ ยแ์ ละสิ่งแวดลอ้ ม รวมท้งั เสนอแนวทางการวางแผนการจดั การน้า และการแกไ้ ขปัญหา งานพัฒนาหลกั สตู รสถานศึกษา
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรยี นเจรญิ วทิ ยานสุ รณ์ พทุ ธศักราช 2561ห น้ า | 1 3 3 15. วิเคราะห์ อภิปราย และสรุปปัญหามลพิษทาง อากาศ และผลกระทบท่ีมีต่อมนุษย์และ ส่ิงแวดลอ้ ม รวมท้งั เสนอแนวทางการแก้ไขปญั หา 16. วิเคราะห์ อภิปราย และสรุปปัญหาที่เกิดกับทรัพยากรดิน และผลกระทบท่ีมีต่อมนุษย์และ สงิ่ แวดลอ้ ม รวมท้งั เสนอแนวทางการแก้ไข 17. วเิ คราะห์ อภิปราย และสรุปปัญหา ผลกระทบท่ีเกิดจากการทาลายป่าไม้ รวมทัง้ เสนอแนวทางใน การป้องกันการทาลายป่าไมแ้ ละการอนุรักษ์ปา่ ไม้ 18. วเิ คราะห์ อภิปราย และสรุปปัญหา ผลกระทบ ทท่ี าให้สัตวป์ ่ามจี านวนลดลง และแนวทางในการ อนุรักษส์ ัตวป์ า่ รวมท้งั หมด 18 ผลการเรยี นรู้ งานพฒั นาหลักสตู รสถานศึกษา
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นเจริญวทิ ยานุสรณ์ พทุ ธศักราช 2561ห น้ า | 1 3 4 คาอธบิ ายรายวิชา รายวิชา โลกดาราศาสตร์และอวกาศ 1 รหัสวิชา ว33261 กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ จานวน 1.0 หนว่ ยกิต ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 6 เวลาเรียน 2 ชวั่ โมงต่อสปั ดาห์ ศึกษาเกีย่ วกบั วทิ ยาศาสตร์โลก กระบวนการเปล่ียนแปลงของโลก การแบ่งชน้ั โครงสร้างโลก คลื่นไหว สะเทือน แบบจาลองโครงสร้างโลก การแปรสัณฐานของแผ่นธรณี ทฤษฎีและหลกั ฐานสนบั สนุนการแปร สณั ฐานโลก ทฤษฎีและหลกั ฐานการแผ่ขยายพนื้ สมุทร การเคล่อื นที่ของแผน่ ธรณี การเปล่ียนลักษณะของชัน้ หิน ศึกษาธรณีพบิ ตั ิภัย ความสมั พันธ์ของตาแหน่งการเกิดภเู ขาไฟบนแผ่นธรณี ลักษณะและปจั จยั ในการปะทุ ของภูเขา กลไกการเกิดแผ่นดินไหว แบบจาลองการเกดิ สึนามิ แนวทางการปฏิบัตติ นให้ปลอดภัยจากธรณพี ิบัติ ภัย การลาดับเหตกุ ารณ์ทางธรณวี ิทยา การลาดับช้ันหนิ การวางตวั ของชัน้ หนิ การเปล่ียนแปลงทางธรณีที่ ส่งผลต่อลาดับชน้ั หิน อายทุ างธรณีวทิ ยา การเทยี บสัมพนั ธ์ทางลาดบั ช้นั หนิ การลาดบั เหตกุ ารณ์ทางธรณีวทิ ยา โดยใชก้ ารสบื เสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทกั ษะการ เรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภปิ ราย เพือ่ ใหเ้ กิดความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ สามารถ สอื่ สารส่งิ ท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ การแก้ปัญหา การนาความรู้ไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั มีจติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และค่านยิ มที่เหมาะสม ผลการเรยี นรู 1. อธิบายการแบ่งชั้นและสมบัติของโครงสร้างโลกพร้อมยกตวั อยา่ งข้อมลู ทสี่ นับสนุน 2. อธิบายหลกั ฐานทางธรณีวิทยาทส่ี นบั สนนุ การเคลื่อนที่ของแผ่นธรณี 3. ระบุสาเหตแุ ละอธบิ ายแนวรอยต่อของแผน่ ธรณที ่สี ัมพนั ธ์กับการเคลื่อนทข่ี องแผน่ ธรณพี ร้อม ยกตัวอย่างหลกั ฐานทางธรณีวทิ ยาที่พบ 4. วเิ คราะหห์ ลักฐานทางธรณีวทิ ยาทพี่ บในปัจจบุ นั และอธบิ ายลาดบั เหตกุ ารณ์ทางธรณีวทิ ยาในอดีต 5. อธบิ ายสาเหตุ กระบวนการเกดิ ภเู ขาไฟระเบดิ และปจั จยั ทีท่ าใหค้ วามรนุ แรงของการปะทุและ รูปร่างของภเู ขาไฟแตกตา่ งกัน รวมทง้ั สบื ค้นข้อมลู พน้ื ทเ่ี ส่ียงภยั ออกแบบและนาเสนอแนวทางการเฝา้ ระวัง และการปฏิบัติตนใหป้ ลอดภัย 6. อธบิ ายสาเหตุ กระบวนการเกดิ ขนาดและความรุนแรง และผลจากแผน่ ดนิ ไหว รวมท้งั สบื ค้น ขอ้ มูลพื้นทีเ่ ส่ยี งภยั ออกแบบและนาเสนอแนวทางการเฝา้ ระวงั และการปฏิบตั ติ นให้ปลอดภัย 7. อธบิ ายสาเหตุ กระบวนการเกิด และผลจากสึนามริ วมทั้งสบื ค้นข้อมูลพืน้ ท่ีเสีย่ งภยั ออกแบบและ นาเสนอแนวทางการเฝา้ ระวงั และการปฏิบตั ติ นใหป้ ลอดภัย รวมทั้งหมด 7 ผลการเรียนรู งานพฒั นาหลกั สูตรสถานศกึ ษา
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนเจริญวิทยานุสรณ์ พทุ ธศักราช 2561ห น้ า | 1 3 5 คาอธบิ ายรายวชิ า รายวชิ า โลกดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 2 รหัสวิชา ว33262 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ จานวน 1.0 หน่วยกิต ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 6 เวลาเรียน 2 ช่วั โมงต่อสปั ดาห์ ศกึ ษาทรัพยากรธรณี สมบตั ิทางกายภาพบางประการของแร่ การระบุชนิดแร่ การใช้ประโยชน์จาก ทรพั ยากรณ์แร่ กระบวนการเกดิ หินอัคนี การจาแนกหินอัคนี กระบวนการเกิดหนิ ตะกอน การจาแนกหิน ตะกอน กระบวนการเกิดหินแปร การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรหนิ กระบวนการเกิดแหล่งกกั เก็บปิโตเลยี ม กระบวนการเกิดถ่านหนิ การใชป้ ระโยชน์จากทรัพยากรธรณี สมบัติของผลติ ภณั ฑท์ ี่ไดจ้ ากปโิ ตรเลียม องคป์ ระกอบของแผนท่ีภมู ปิ ระเทศและแผนท่ีธรณวี ิทยา แผนทภ่ี ูมปิ ระเทศและเส้นชั้นความสูง ลักษณะของ แผนทธ่ี รณีวทิ ยา การใช้ประโยชนจ์ ากแผนทีภ่ มู ปิ ระเทศและแผนท่ีธรณวี ิทยา โดยใชก้ ารสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะการ เรยี นรใู้ นศตวรรษท่ี 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภปิ ราย เพ่อื ให้เกิดความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ สามารถ สื่อสารสิง่ ท่ีเรยี นรู้ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ การแก้ปญั หา การนาความรู้ไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน มจี ิต วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมทเ่ี หมาะสม ผลการเรียนรู 1. ตรวจสอบและระบชุ นดิ แร่ รวมทั้งวิเคราะหส์ มบัติและนาเสนอการใชป้ ระโยชนจ์ ากทรัพยากรแร่ท่ี เหมาะสม 2. ตรวจสอบ จาแนกประเภท และระบุชือ่ หินรวมท้ังวเิ คราะหส์ มบตั ิและนาเสนอการใช้ประโยชน์ของ ทรัพยากรหินทีเ่ หมาะสม 3. อธิบายกระบวนการเกิด และการสารวจแหลง่ ปิโตรเลียมและถ่านหนิ โดยใช้ขอ้ มลู ทางธรณีวทิ ยา 4. อธิบายสมบตั ิของผลิตภณั ฑท์ ไ่ี ด้จากปโิ ตรเลยี มและถา่ นหิน พรอ้ มนาเสนอการใชป้ ระโยชนอ์ ยา่ ง เหมาะสม 5. อา่ นและแปลความหมายจากแผนท่ีภมู ิประเทศและแผนที่ธรณวี ิทยาของพนื้ ท่ีทก่ี าหนด พร้อมทง้ั อธิบายและยกตวั อย่างการนาไปใชป้ ระโยชน์ รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู งานพฒั นาหลักสูตรสถานศกึ ษา
หลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรยี นเจรญิ วิทยานสุ รณ์ พทุ ธศกั ราช 2561ห น้ า | 1 3 6 รายวชิ า โครงงานวิทยาศาสตร์ 1 คาอธบิ ายรายวชิ า กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 จานวน 1.0 หน่วยกิต รหัสวิชา ว30281 เวลาเรียน 2 ช่วั โมงต่อสปั ดาห์ วเิ คราะห์โครงงานวิทยาศาสตร์ อธิบายประเภทและลงมือคิดเรอื งที่จะทาโครงงานวิทยาศาสตร์ ศึกษา เอกสารที่เก่ียวข้อง เขียนเค้าโครงงาน ลงมือปฏิบัติการทดลองเขียนรายงานโครงงาน และแสดงผลงาน โครงงานวทิ ยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะ การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย การอธิบาย การวิเคราะห์ การเปรียบเทียบ การสารวจตรวจสอบ การทานาย การทดลอง และการสรุป เพื่อให้เกิดทักษะกระบวนการ ความรู้ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู้ และนาความรู้ ไปใช้ในชีวิตประจาวัน ดูแลรักษาส่ิงมีชีวิตอื่น เฝ้าระวังและพัฒนาส่ิงแวดล้อมอย่างย่ังยืน มีจิตวิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ ผลการเรยี นรู้ 1. ตัง้ คาถามท่ีกาหนดประเด็นหรือตัวแปรทส่ี าคัญในการสารวจตรวจสอบ หรือศึกษาคน้ คว้าเร่ืองที่สนใจ ไดอ้ ยา่ งครอบคลมุ และเช่อื ถอื ได้ 2. สร้างสมมตฐิ านทส่ี ามารถตรวจสอบไดแ้ ละวางแผนการสารวจตรวจสอบหลายๆ วธิ ี 3. เลือกเทคนคิ วิธกี ารสารวจตรวจสอบท้งั เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพท่ไี ดผ้ ลเที่ยงตรงและปลอดภยั โดยใชว้ ัสดแุ ละเคร่อื งมอื ท่ีเหมาะสม 4. รวบรวมข้อมลู จดั กระทาขอ้ มลู เชงิ ปริมาณและคุณภาพ 5. วเิ คราะหแ์ ละประเมนิ ความสอดคลอ้ งของประจกั ษพ์ ยานกบั ข้อสรปุ ทั้งทีส่ นบั สนุนหรือขัดแยง้ กบั สมมตฐิ าน และความผดิ ปกติของข้อมูลจากการสารวจตรวจสอบ 6. สรา้ งแบบจาลอง หรือรปู แบบ ทอ่ี ธิบายผลหรือแสดงผลของการสารวจตรวจสอบ 7. สรา้ งคาถามท่ีนาไปสกู่ ารสารวจตรวจสอบ ในเร่ืองที่เก่ยี วข้อง และนาความรู้ทีไ่ ดไ้ ปใช้ในสถานการณ์ ใหม่หรอื อธิบายเกี่ยวกบั แนวคดิ กระบวนการและผลของโครงงานหรือช้นิ งานให้ผอู้ ืน่ เข้าใจ 8. บันทึกและอธิบายผลการสงั เกต การสารวจ ตรวจสอบ ค้นควา้ เพิ่มเติมจากแหล่งความรตู้ ่างๆ ใหไ้ ด้ ข้อมูลที่เช่ือถือได้ และยอมรับการ เปลี่ยนแปลงความรู้ท่ีค้นพบเม่ือมีข้อมูลและประจักษ์พยานใหม่เพ่ิมขึ้นหรือ โต้แย้งจากเดิม 9. จัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน และ/หรืออธบิ ายเก่ียวกบั แนวคดิ กระบวนการ และผลของโครงงาน หรอื ชิ้นงานใหผ้ ู้อืน่ เข้าใจ รวมท้ังหมด 9 ผลการเรียนรู้ งานพฒั นาหลักสตู รสถานศกึ ษา
หลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นเจริญวิทยานสุ รณ์ พทุ ธศักราช 2561ห น้ า | 1 3 7 คาอธบิ ายรายวิชา รายวิชา โครงงานวทิ ยาศาสตร์ 2 รหัสวิชา ว30282 กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 เวลาเรียน 2 ชัว่ โมงต่อสัปดาห์ จานวน 1.0 หน่วยกิต ศึกษา ทดลอง และอภปิ ราย ความหมายและคณุ คา่ ของโครงงานวทิ ยาศาสตร์ โครงงานประเภท ทดลอง ประเภทสิง่ ประดิษฐ์ ประเภทสารวจ และประเภททฤษฎี ข้ันตอนการทาโครงงานวิทยาศาสตร์ การ สารวจและเลอื กหัวข้อ การระบปุ ัญหา การสารวจเอกสารหรือแหลง่ ข้อมลู ทเี่ ก่ยี วขอ้ ง การออกแบบการทดลอง และการวางแผนการดาเนนิ การ การเขียนเคา้ โครง การทาโครงงาน การเขยี นรายงานของโครงงานวทิ ยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สบื เสาะหาความรู้ สืบค้นขอ้ มูล บันทกึ จดั กลุ่มข้อมูล อภปิ ราย เพอื่ ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถนาไปอธบิ ายปรากฏการณ์ทางธรรมชาตทิ ่ีเกิดขึ้นไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง เกดิ ความคดิ สร้างสรรคต์ ่อเนื่อง ตัดสินใจไดอ้ ย่างรวดเร็วแม่นยา นาความรู้ไปปรับใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ใหเ้ กิดผลเชงิ บวก มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรมและคา่ นยิ ม ที่เหมาะสม การวดั และประเมนิ ผล วัดทั้งด้านความรู้ ทกั ษะกระบวนการ และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงคโ์ ดย การสงั เกตพฤติกรรม การปฏิบตั ิ การถาม การทดสอบ การประเมนิ ผลงานกลุ่มและรายบุคคล และ เครอื่ งมือท่หี ลากหลายตามสภาพความเป็นจรงิ ผลการเรยี นรู้ 1. อภปิ รายความหมายและคุณคา่ ของโครงงานวิทยาศาสตร์ได้ 2. อธบิ ายโครงงานวิทยาศาสตร์ประเภททดลอง ประเภทส่ิงประดิษฐ์ ประเภทสารวจได้ 3. ลาดบั ขั้นตอนการทาโครงงานวิทยาศาสตรป์ ระเภททดลอง ประเภทสิ่งประดษิ ฐ์ และประเภท สารวจได้ 4. สารวจและเลอื กหวั ข้อทีจ่ ะทาโครงงานวทิ ยาศาสตรไ์ ด้ 5. ระบุปัญหาในการทาโครงงานวทิ ยาศาสตรไ์ ด้ 6. ศกึ ษา สารวจเอกสาร หรือแหล่งขอ้ มลู ท่เี กย่ี งขอ้ งกับโครงงานวทิ ยาศาสตร์ได้ 7. ออกแบบการทดลองและการวางแผนการดาเนินการทาโครงงานวิทยาศาสตร์ได้ 8. เขยี นเคา้ โครงของโครงงานวทิ ยาศาสตร์ได้ 9. ทาโครงงานวทิ ยาศาสตร์ได้ 10. เขยี นรายงานโครงงานวิทยาศาสตรไ์ ด้ 11. เสนอผลงานและการจัดแสดงผลงานโครงงานวทิ ยาศาสตร์ได้ 12. ผูเ้ รยี นมีทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ สบื เสาะหาความรู้ สารวจตรวจสอบสืบค้นข้อมลู อภปิ ราย บนั ทกึ และอธิบายผลการสารวจตรวจขอ้ มลู มคี วามรคู้ วามคดิ ความเข้าใจ นาเสนอสง่ิ ท่ีเรยี นรู้ได้ อยา่ งสร้างสรรค์ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ เหน็ คุณคา่ ของการนาความร้ไู ปใชใ้ นชีวติ ประจาวัน มจี ติ วิทยาศาสตร์ มคี ุณธรรม จรยิ ธรรมท่ีเหมาะสม รวมทั้งหมด 12 ผลการเรียนรู้ งานพัฒนาหลักสตู รสถานศกึ ษา
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นเจรญิ วิทยานุสรณ์ พทุ ธศักราช 2561ห น้ า | 1 3 8 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระท่ี 1ศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม มาตรฐาน ส 1.1 รแู้ ละเขา้ ใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนา ที่ตนนับถอื และศาสนาอ่ืน มศี รทั ธาที่ถกู ตอ้ ง ยึดม่นั และปฏบิ ตั ิตามหลักธรรม เพื่อการอย่รู ว่ มกนั อย่างสนั ติสุข มาตรฐาน ส 1.2 เขา้ ใจ ตระหนักและปฏบิ ตั ติ นเป็นศาสนิกชนทดี่ ี และธารงรกั ษาพระพุทธศาสนา หรอื ศาสนาที่ตนนับถอื สาระท่ี 2หนา้ ทพ่ี ลเมือง วัฒนธรรม และการดาเนินชวี ิตในสงั คม มาตรฐาน ส 2.1 เขา้ ใจและปฏิบัตติ นตามหนา้ ทข่ี องการเป็นพลเมืองดี มคี ่านยิ มท่ดี ีงาม และธารง รกั ษาประเพณีและวฒั นธรรมไทย ดารงชวี ิตอยูร่ ว่ มกันในสังคมไทย และสงั คม โลกอยา่ งสันตสิ ุข มาตรฐาน ส 2.2 เขา้ ใจระบบการเมืองการปกครองในสงั คมปัจจบุ ัน ยึดมนั่ ศรทั ธา และธารงรกั ษา ไวซ้ ึ่งการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษตั ริยเ์ ปน็ ประมุข สาระที่ 3เศรษฐศาสตร์ มาตรฐาน ส 3.1 เข้าใจและสามารถบรหิ ารจดั การทรพั ยากรในการผลิตและการบรโิ ภค การใช้ ทรัพยากรที่มีอยู่อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพและคุม้ คา่ รวมทงั้ เขา้ ใจหลักการของ เศรษฐกจิ พอเพยี ง เพื่อการดารงชวี ติ อยา่ งมดี ุลยภาพ มาตรฐาน ส 3.2 เขา้ ใจระบบ และสถาบนั ทางเศรษฐกจิ ตา่ งๆความสมั พันธ์ทางเศรษฐกจิ และความ จาเปน็ ของการร่วมมือกันทางเศรษฐกจิ ในสงั คมโลก สาระท่ี 4ประวัตศิ าสตร์ มาตรฐาน ส 4.1 เข้าใจความหมาย ความสาคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัตศิ าสตร์ สามารถใช้ วธิ ีการทางประวตั ิศาสตรม์ าวิเคราะหเ์ หตุการณต์ ่างๆอย่างเป็นระบบ มาตรฐาน ส 4.2 เขา้ ใจพฒั นาการของมนษุ ยชาตจิ ากอดตี จนถงึ ปจั จบุ ัน ในด้านความสัมพันธแ์ ละ การเปล่ยี นแปลงของเหตุการณ์อยา่ งตอ่ เน่อื ง ตระหนักถึงความสาคัญและสามารถ วเิ คราะห์ผลกระทบทีเ่ กดิ ขึ้น มาตรฐาน ส 4.3 เขา้ ใจความเป็นมาของชาตไิ ทย วฒั นธรรม ภมู ปิ ญั ญาไทย มคี วามรกั ความภูมิใจ และธารงความเป็นไทย สาระท่ี 5ภูมศิ าสตร์ มาตรฐาน ส 5.1 เขา้ ใจลกั ษณะของโลกทางายภาพ และความสัมพันธ์ของสรรพสิง่ ซึง่ มผี ลต่อกัน และกนั ในระบบของธรรมชาติ ใช้แผนท่แี ละเครอ่ื งมอื ทางภมู ิศาสตร์ ในการ ค้นหา วเิ คราะห์ สรุป และใชข้ ้อมูลภมู ิสารสนเทศ อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ มาตรฐาน ส 5.2 เขา้ ใจปฏสิ ัมพันธร์ ะหวา่ งมนษุ ยก์ บั สภาพแวดล้อมทางกายภาพทีก่ ่อให้เกิดการ สรา้ งสรรคว์ ัฒนธรรม มจี ิตสานกึ และมีสว่ นร่วมในการอนรุ ักษ์ทรพั ยากร ธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม เพ่ือการพฒั นาท่ยี ั่งยนื งานพัฒนาหลกั สูตรสถานศึกษา
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนเจริญวทิ ยานสุ รณ์ พทุ ธศกั ราช 2561ห น้ า | 1 3 9 รายวชิ าพนื้ ฐานและรายวิชาเพ่ิมเตมิ กลมุ่ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ รายวิชาพื้นฐาน รหสั วชิ า ช่ือวิชา เวลาเรียนชัว่ โมง/สัปดาห์ จานวนหน่วยกติ ส21101 สังคมศึกษา 1 2 1.0 ส21104 สังคมศึกษา 2 2 1.0 ส22101 สงั คมศึกษา 3 2 1.0 ส22104 สงั คมศึกษา 4 2 1.0 ส23101 สังคมศึกษา 5 2 1.0 ส23104 สงั คมศึกษา 6 2 1.0 ส21102 ประวตั ศิ าสตร์ 1 1 0.5 ส21105 ประวตั ศิ าสตร์ 2 1 0.5 ส22102 ประวตั ศิ าสตร์ 3 1 0.5 ส22105 ประวัติศาสตร์ 4 1 0.5 ส23102 ประวตั ศิ าสตร์ 5 1 0.5 ส23105 ประวตั ิศาสตร์ 6 1 0.5 ส21103 อสิ ลามศึกษา 1 (ตัฟซรี ) 1 0.5 ส21106 อสิ ลามศึกษา 2 (อัลหะดีษ) 1 0.5 ส22103 อิสลามศึกษา 3 (อัลอากีดะฮ.) 1 0.5 ส22106 อสิ ลามศึกษา 4 (อลั ฟิกฮ.) 1 0.5 ส23103 อิสลามศึกษา 5 (อตั ตารีค) 1 0.5 ส23106 อิสลามศึกษา 6 (อัลอัคลาก) 1 0.5 รายวิชาเพ่มิ เติม รหัสวชิ า ชอื่ วิชา เวลาเรียนชวั่ โมง/สปั ดาห์ จานวนหนว่ ยกติ ส21231 หน้าทพี่ ลเมือง 31 1 0.5 ส21232 หนา้ ท่ีพลเมือง 32 1 0.5 ส22233 หนา้ ทพ่ี ลเมือง 33 1 0.5 ส22234 หน้าทพี่ ลเมือง 34 1 0.5 ส23235 หนา้ ทีพ่ ลเมือง 35 1 0.5 ส23236 หนา้ ท่พี ลเมือง 36 1 0.5 งานพฒั นาหลกั สตู รสถานศกึ ษา
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นเจรญิ วิทยานุสรณ์ พุทธศกั ราช 2561ห น้ า | 1 4 0 คาอธบิ ายรายวชิ า รายวิชา สังคมศึกษาฯ 1 รหสั วิชา ส21101 กลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษาฯ ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 เวลาเรยี น 2 ชั่วโมงต่อสปั ดาห์ จานวน 1.0 หน่วยกิต ศึกษา วิเคราะห์ เพื่ออธิบายผลการใช้เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ในการสืบค้นข้อมูลลักษณะทาง กายภาพของทวีปเอเชยี ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย ความรู้เกย่ี วกับพกิ ัดทางภูมิศาสตร์ (ละตจิ ูด และลองจิจดู ) เส้นแบ่งเวลา และเปรียบเทียบวนั เวลาของโลกสารวจและระบุทาเลทตี่ ้ังกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคม และ ปัจจัยทางกายภาพ ปัจจัยทางสังคมที่มีผลต่อทาเลที่ต้ังกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมของทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย สาเหตุของภัยพิบัติและประเดน็ ปัญหาจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมทาง กายภาพกบั มนษุ ย์ รวมท้ังแนวทางการจดั การภัยพิบัติ และการจดั การทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม ของ ทวปี เอเชีย ออสเตรเลยี และโอเชียเนียอยา่ งยง่ั ยืน ศึกษา วิเคราะห์พระพุทธเกี่ยวกับการสังคายนา การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศไทย ความสาคัญของพระพุทธศาสนาต่อสังคมไทยในฐานะเป็นศาสนาประจาชาติ สถาบันหลักของสังคมไทย สภาพแวดล้อมท่ีกว้างขวางและครอบคลุมสังคมไทย การพัฒนาตนและครอบครัว พุทธประวัติเรื่อง การประสูติ เทวทูต 4 การบาเพ็ญทุกรกิริยา การแสวงหาความรู้ รวมท้ังชาดกเร่ืองอัมพชาดกและติตติรชาดก และ ศึกษา วิเคราะห์พระธรรมเก่ยี วกับพระรัตนตรัยเรื่อง พุทธคุณ 9 หลักธรรมสาคัญในกรอบอริยสัจ 4ได้แก่ ทุกข์ (ธรรมท่ีควรรู้): ขันธ์ 5 ธาตุ 4 สมุทัย (ธรรมที่ควรละ): หลักกรรม ความหมายและคุณค่า อบายมุข 6 นิโรธ (ธรรมท่ีควรบรรลุ) : สุข 2 (กายิกสุข, เจตสิกสุข) คิหิสุข 4 มรรค (ธรรมที่ควรเจริญ): ไตรสิกขา กรรมฐาน 2 ปธาน 4 โกศล 3 มงคล 38 เรื่องไม่คบคนพาล คบบัณฑิต บูชาผู้ที่ควรบูชาพุทธศาสนสุภาษิตบท ที่ว่า ย เว เสวติ ตาทิโส (คบคนเช่นไร เป็นคนเช่นน้ัน) อตฺตนา โจทยตฺตาน (จงเตือนตนด้วยตน) นิสมฺม กรณ เสยโฺ ย (ใครค่ รวญก่อนทาจึงดี) ทรุ าวาสา ฆราทกุ ฺขา(เรอื นท่ีครองไม่ดี นาทุกขม์ าให)้ โดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการกลุ่มและการใช้เคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ในการสืบค้นเพื่อต้ังคาถาม วิเคราะห์ รวบรวม จัดการ ข้อมูล และสรุปข้อมูลตามกระบวนการทางภูมิศาสตร์ ใช้ทักษะทางภูมิศาสตร์ด้านการสังเกต การแปลความ ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ การคิดเชิงพ้ืนที่ การคิดแบบองค์รวม การใช้เทคโนโลยีและสถิติพ้ืนฐาน เพ่ือการตอบ คาถามทางภูมิศาสตร์ และทักษะกระบวนการเรยี นรู้ในศตวรรษท่ี 21 ด้านการอ่านออกเขียนได้ รวมท้ังการคิด อย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม ทักษะด้านความ เข้าใจ ความแตกต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ ทักษะด้านความร่วมมือ การทางานเป็นทีมและภาวะผู้นา ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้ และทักษะการ เปลี่ยนแปลง เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ เห็นคุณค่า มีจิตสานึก มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรและ ส่ิงแวดล้อมเพ่ือการพัฒนาที่ย่ังยืน รวมทั้งมีคุณธรรม จริยธรรม เห็นคุณค่า ศรัทธา ยึดมั่นในพระรัตนตรัยหรือ ศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี มีค่านิยมท่ีเหมาะสมดีงาม สามารถดารงชีวิตอยู่ร่วมกันใน สงั คมไทยและสงั คมโลกอยา่ งสนั ตสิ ุขและมคี ุณลักษณะทีเ่ หมาะสมในศตวรรษท่ี 21 รหสั ตัวช้ีวัด ส 1.1 ม 1/1 , ม 1/2 , ม 1/3 , ม 1/4 , ม 1/5 , ม 1/8 ส 5.1 ม 1/1 , ม 1/2 , ม 1/3 ส 5.2 ม 1/1 , ม 1/2 , ม 1/3 , ม ¼ รวมท้ังหมด13 ตวั ชีว้ ดั งานพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา
หลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นเจรญิ วิทยานสุ รณ์ พทุ ธศักราช 2561ห น้ า | 1 4 1 คาอธิบายรายวิชา รายวิชา สังคมศึกษาฯ 2 รหัสวิชา ส21104 กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษาฯ ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 1 เวลาเรยี น 2 ช่วั โมงต่อสปั ดาห์ จานวน 1.0 หนว่ ยกิต ศกึ ษาวิเคราะห์ อภิปรายกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิของบุคคล กฎหมายการคุ้มครองเด็ก กฎหมาย การศึกษา กฎหมายการคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายลิขสิทธ์ิ ประโยชน์ของการปฏิบัติตนตามกฎหมาย การ คุ้มครองสิทธิส่วนบคุ คล บทบาทและหนา้ ที่ของเยาวชนทม่ี ีตอ่ สังคมและประเทศชาติ โดยเน้นจิตสาธารณะ และศึกษา วิเคราะห์เจตนารมณ์ โครงสร้าง และสาระสาคัญของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับ ปัจจุบัน การแบ่งอานาจ และการถ่วงดุลอานาจอธิปไตยทั้ง 3 ฝ่าย นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ตามท่ีระบุใน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน การปฏิบัติ ตนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบันเก่ยี วกับสิทธิ เสรภี าพ และหน้าที่ รวมไปถึงการศึกษา วิเคราะห์ อภิปรายความ คล้ายคลึงและความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทยกับวัฒนธรรมของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียง ใต้ วัฒนธรรมท่ีเปน็ ปัจจัยในการสร้างความสัมพันธ์ท่ดี ีหรืออาจนาไปสู่ความเข้าใจผิดต่อกัน วิธีปฏิบัติตนในการ เคารพในสทิ ธเิ สรภี าพของตนเองและผู้อนื่ ผลท่ีได้จากการเคารพในสทิ ธเิ สรีภาพของตนเองและผู้อื่น ศึกษา วิเคราะห์ อภิปรายความหมายและความสาคัญของเศรษฐศาสตรเ์ บ้ืองต้น ความหมายของคาว่า ทรัพยากรมีจากัดกบั ความต้องการมีไม่จากัด ความขาดแคลน การเลอื กและคา่ เสียโอกาส วิเคราะห์ค่านิยมและ พฤติกรรมการบริโภคของคนในสังคมในเร่ืองความหมายและความสาคัญของการบริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ หลักการในการบริโภคท่ีดี ปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อการบริโภค ค่านิยมและพฤติกรรมการบริโภคของคนในสังคม ปัจจุบัน รวมท้ังผลดีและผลเสียของพฤติกรรมดังกล่าว อธิบายความเป็นมาหลักการและความสาคัญของ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงต่อสังคมไทย สามารถประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการดารงชีวิต และ ศึกษา วิเคราะห์ อภิปรายความหมาย ประเภท และความสาคัญของสถาบันการเงินที่มีต่อระบบเศรษฐกิจ บทบาท หน้าที่และความสาคัญของธนาคารกลาง การหารายได้ รายจ่าย การออม การลงทุน ซ่ึงแสดง ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิต ผู้บริโภค และสถาบันการเงิน ตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นการพ่ึงพาอาศัยกัน การ แข่งขันกันทางเศรษฐกิจในประเทศ ปัญหาเศรษฐกิจในชุมชน ประเทศ และเสนอแนว ทางแก้ไข บอก ความหมายและกฎอุปสงค์ อุปทาน ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการกาหนดอุปสงค์ อุปทาน ความหมายและ ความสาคัญของทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายที่เกี่ยวกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาพอสังเขป ตัวอย่าง การละเมดิ แห่งทรัพยส์ นิ ทางปัญญาแตล่ ะประเภท ศึกษา วิเคราะห์พระสงฆ์เกี่ยวกับการประพฤติตนเป็นแบบอย่างการดาเนินชีวิตและข้อคิดจาก พทุ ธสาวก พุทธสาวิกา ไดแ้ ก่ พระมหากัสสปะ พระอบุ าลี นางวิสาขา อนาถบณิ ฑกิ ะ ศาสนิกชนตัวอยา่ ง ได้แก่ พระเจ้าอโศกมหาราช พระโสณะและพระอุตตระ ตัวอย่างบุคคลในท้องถ่ินหรือประเทศท่ีปฏิบัติตนเป็น แบบอย่างด้านศาสนสัมพันธ์หรือมีผลงานด้านศาสนสัมพันธ์ และการปฏิบัติตนเป็นชาวพุทธท่ีดีเก่ียวกับหน้าที่ ชาวพุทธเร่ืองการบาเพ็ญประโยชน์และการบารุงรักษาวัด การปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อเพื่อนตามหลัก พระพทุ ธศาสนา ศาสนิกชนของศาสนา ตา่ ง ๆ ที่มกี ารประพฤติปฏิบัติตนดีและวิถีการดาเนนิ ชวี ิตแตกตา่ งกัน ตามหลักความเช่ือและคาสอนของศาสนาท่ีตนนบั ถอื การปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อศาสนิกชนของศาสนาอ่ืน ในสถานการณ์ต่าง ๆ มารยาทชาวพุทธในเรื่อง การเรียนรู้วิถีชีวิตของพระสงฆ์ บทบาทของพระสงฆ์ในการเผย แผ่พระพุทธศาสนา เช่น การแสดงธรรม ปาฐกถาธรรม การประพฤติตนให้เป็นแบบอย่าง การปฏิบัติตนท่ี เหมาะสมในเรื่องการเข้าพบพระสงฆ์ การแสดงความเคารพ การประนมมือ การไหว้ การกราบ การเคารพ พระรัตนตรัย การฟังธรรมเจริญพระพุทธมนต์ การฟังสวดพระอภิธรรม การฟังพระธรรมเทศนา ศาสนพิธีใน เรื่อง การจัดโต๊ะหมู่บูชาแบบหมู่ 4 หมู่ 5 หมู่ 7 หมู่ 9 การจุดธูปเทียน การจัดเคร่ืองประกอบโต๊ะหมู่บูชา คา งานพัฒนาหลกั สูตรสถานศึกษา
หลักสตู รสถานศึกษา โรงเรียนเจรญิ วิทยานสุ รณ์ พทุ ธศักราช 2561ห น้ า | 1 4 2 อาราธนาต่าง ๆ วันสาคัญทางพระพุทธศาสนา เร่ือง ประวัติและความสาคัญของวันธรรมสวนะ วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา วันเทโวโรหณะ ระเบียบพิธี พธิ ีเวยี นเทียน การปฏบิ ตั ิตนในวนั มาฆบชู า วนั วิสาขบูชา วันอัฏฐมี บชู า วันอาสาฬหบูชา วนั ธรรมสวนะ และเทศกาลสาคัญ การบรหิ ารจิตและการเจริญปัญญา ได้แก่ การสวด มนต์แปล และแผ่เมตตา วิธีปฏิบัติและประโยชน์ของการบริหารจิตและการเจริญปัญญา การฝึกการบริหารจิต และเจริญปัญญาตามหลักสติปัฏฐานเน้นอานาปานสติ การพัฒนาการเรียนรู้ด้วยโยนิโสมนสิการ วิธีคิดแบบ คณุ คา่ แท-้ คณุ ค่าเทียม วธิ คี ิดแบบคณุ -โทษและทางออก โดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการกลุ่ม และทักษะกระบวนการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ด้านการอ่านออกเขียนได้ รวมท้ังการคิด อย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม ทักษะด้านความ เข้าใจ ความแตกต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ ทักษะด้านความร่วมมือ การทางานเป็นทีมและภาวะผู้นา ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้ และทักษะการ เปลี่ยนแปลง เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ เห็นคุณค่า มีจิตสานึกและปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีธารงรักษาไว้ซึ่งการ ปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมุข รวมทง้ั มีคุณธรรม จรยิ ธรรม ศรัทธา ยึดม่ัน ในพระรัตนตรัยหรือศาสนาท่ีตนนับถือ ปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี มีค่านิยมที่เหมาะสมดีงาม สามารถ ดารงชีวิตอยรู่ ว่ มกันในสังคมไทยและสังคมโลกอย่างสันติสขุ และมีคุณลักษณะท่เี หมาะสมในศตวรรษท่ี 21 รหสั ตวั ชี้วัด ส 1.1 ม 1/4 , ม 1/6 , ม 1/7 , ม 1/9 , ม 1/10 , ม 1/11 ส 1.2 ม 1/1 , ม 1/2 , ม 1/3 , ม 1/4 , ม 1/5 ส 2.1 ม 1/1 , ม 1/2 , ม 1/3 , ม 1/4 ส 2.2 ม 1/1 , ม 1/2 , ม 1/3 ส 3.1 ม 1/1 , ม 1/2 , ม 1/3 ส 3.2 ม 1/1 , ม 1/2 , ม 1/3 , ม ¼ รวมทั้งหมด 25 ตวั ชว้ี ดั งานพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นเจริญวิทยานุสรณ์ พุทธศักราช 2561ห น้ า | 1 4 3 คาอธิบายรายวิชา รายวชิ า สังคมศกึ ษาฯ 3 รหัสวิชา ส22101 กลุ่มสาระการเรียนร้สู งั คมศกึ ษาฯ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 เวลาเรยี น 2 ช่ัวโมงต่อสปั ดาห์ จานวน 1.0 หน่วยกิต ศึกษา วิเคราะห์ เพ่ืออธิบายผลการใช้เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ในการสืบค้นข้อมูลลักษณะทาง กายภาพของทวีปยุโรปและทวีปแอฟรกิ า ความรู้เกี่ยวกับมาตราส่วน ทิศ และสัญลักษณ์ สารวจและระบุทาเล ที่ตั้งกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคม และปัจจัยทางกายภาพ ปัจจัยทางสังคมท่ีมีผลต่อทาเลท่ีตั้งกิจกรรมทาง เศรษฐกิจและสังคมของทวีปยุโรปและทวีปแอฟริกาสาเหตุของภัยพิบัติและประเด็นปัญหาจากปฏิสัมพันธ์ ระหว่างสภาพแวดล้อมทางกายภาพกับมนุษย์ รวมทั้งแนวทางการจัดการภัยพิบัติ และการจัดการ ทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม ของทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย และโอเชยี เนียอยา่ งยง่ั ยืน ศึกษาและวิเคราะห์พระพุทธเกี่ยวกับการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้านและการนับ ถือพระพุทธศาสนาของประเทศเพ่ือนบ้านในปัจจุบนั ความสาคัญของพระพทุ ธศาสนาในฐานะที่ชว่ ยเสรมิ สร้าง ความเข้าใจอันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน ความสาคัญของพระพุทธศาสนาต่อสังคมไทยในฐานะเป็นรากฐานของ วัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์และมรดกของชาติ ความสาคัญของพระพุทธศาสนากับการพัฒนาชุมชนและการจัด ระเบียบสังคม พุทธประวัติเรื่อง การผจญมาร การตรัสรู้ การสั่งสอนธรรมรวมทั้งชาดกเรื่อง มิตตวินทุกชาดก และราโชวาทชาดก ศึกษาและวิเคราะห์พระธรรมเก่ียวกับ พระรัตนตรัยเรื่อง ธรรมคุณ 6 หลักธรรมสาคัญใน กรอบ อริยสัจ 4 ได้แก่ ทุกข์ (ธรรมท่ีควรรู้): ขันธ์ 5 อายตนะ สมุทัย (ธรรมที่ควรละ): หลักกรรม สมมติ 4 วิบัติ 4 อกศุ ลกรรมบท 10 อบายมุข 6 นิโรธ (ธรรมที่ควรบรรล)ุ : สขุ 2 (สามิสสุข , นิรามิสสุข) มรรค (ธรรมท่ี ควรเจริญ) : บุพพนิมิตรของมัชฌิมาปฏิปทา ดรุณธรรม 6 กุลจิรัฏฐิติธรรม 4 กุศลกรรมบท 10 สติปัฏฐาน 4 มงคล 38 เร่ือง การประพฤติธรรม การงดเว้นจากความชั่ว การงดเวน้ จากการดืม่ น้าเมาพุทธศาสนสุภาษิต บท วา่ กมฺมุนา วตฺตตี โลโก (สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม) กลฺยาณการี กลฺยาณ ปาปการี จ ปาปก (ทาดีได้ดี ทา ช่ัวได้ชั่ว) สุโข ปุญญสฺส อุจฺจโย (การส่ังสมบุญนาสุขมาให้) ปูชโก ลภเต ปูช วนฺทโก ปฏิวนฺทน (ผู้บูชาเขาย่อม ได้รับการบูชาตอบ ผู้ไหว้เขาย่อมได้รับการไหว้ตอบ) ความหมาย ความสาคัญ โครงสรา้ ง และสาระสังเขปของ พระไตรปฎิ ก โดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการสร้างความตระห นัก กระบวนการกลุ่มและการใช้เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการสืบค้นเพ่ือตั้งคาถาม วิเคราะห์ รวบรวม จัดการ ข้อมูล และสรุปข้อมูลตามกระบวนการทางภูมิศาสตร์ ใช้ทักษะทางภูมิศาสตร์ด้านการสังเกต การแปลความ ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ การคิดเชิงพ้ืนที่ การคิดแบบองค์รวม การใช้เทคโนโลยีและสถิติพื้นฐาน เพ่ือการตอบ คาถามทางภูมิศาสตร์ และทักษะกระบวนการเรยี นรู้ในศตวรรษที่ 21 ด้านการอ่านออกเขียนได้ รวมท้ังการคิด อย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม ทักษะด้านความ เข้าใจ ความแตกต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ ทักษะด้านความร่วมมือ การทางานเป็นทีมและภาวะผู้นา ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้ และทักษะการ เปลี่ยนแปลง งานพฒั นาหลักสตู รสถานศึกษา
หลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนเจรญิ วทิ ยานุสรณ์ พุทธศกั ราช 2561ห น้ า | 1 4 4 เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ เห็นคุณค่า มีจิตสานึก มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรและ ส่ิงแวดล้อมเพ่ือการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมท้ังมีคุณธรรม จริยธรรม เห็นคุณค่า ศรัทธา ยึดมั่นในพระรัตนตรัยหรือ ศาสนาท่ีตนนับถือ ปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนท่ีดี มีค่านิยมท่ีเหมาะสมดีงาม สามารถดารงชีวิตอยู่ร่วมกันใน สังคมไทยและสงั คมโลกอย่างสนั ตสิ ขุ และมคี ุณลักษณะที่เหมาะสมในศตวรรษท่ี 21 รหสั ตวั ช้ีวดั ส 1.1 ม. 2/1, ม. 2/2, ม. 2/3,ม. 2/4,ม. 2/5,ม. 2/6, ม. 2/7,ม. 2/8 ส 5.1 ม. 2/1, ม. 2/2, ม. 2/3 ส 5.2 ม. 2/1, ม. 2/2, ม. 2/3,ม. 2/4 รวมทั้งหมด 15 ตัวชี้วัด งานพฒั นาหลกั สตู รสถานศกึ ษา
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนเจริญวทิ ยานสุ รณ์ พทุ ธศกั ราช 2561ห น้ า | 1 4 5 คาอธบิ ายรายวิชา รายวิชา สังคมศกึ ษาฯ 4 รหัสวิชา ส22104 กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษาฯ ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 เวลาเรียน 2 ชว่ั โมงต่อสัปดาห์ จานวน 1.0 หน่วยกิต ศึกษาวิเคราะห์ อภิปรายกฎหมายท่ีเกี่ยวข้องกับตนเอง ครอบครัว ชุมชน และประเทศโดยสังเขป สถานภาพ บทบาท สิทธิเสรีภาพหน้าท่ีในฐานะพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย แนวทางส่งเสริมให้ปฏิบัติตน เป็นพลเมืองตามวถิ ปี ระชาธิปไตย โดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสบื ค้นขอ้ มลู กระบวนการสร้าง ความตระหนัก กระบวนการกลุ่มเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่า ศรทั ธา ยึดม่ัน ธารงรักษาไว้ซ่ึงการ ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี มีคุณธรรม จริยธรรม และคา่ นิยมที่เหมาะสมดีงาม สามารถดาเนนิ ชีวติ อยู่ร่วมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอย่างสนั ติสุข และศึกษา วิเคราะห์ อภปิ รายบทบาท ความสาคัญและความสัมพันธ์ของสถาบันทางสงั คมความคล้ายคลึงและ ความแตกต่างของวัฒนธรรมไทย และวัฒนธรรมของประเทศในภูมิภาคเอเชีย วัฒนธรรมที่เป็นปัจจัยสาคัญใน การสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกัน กระบวนการ ขั้นตอน การมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการตรา กฎหมาย เหตุการณ์และการเปล่ียนแปลงสาคัญของระบอบการปกครองของไทย หลักการเลือกข้อมูลข่าวสาร เพ่อื นามาวเิ คราะห์ ศึกษาวิเคราะห์ อภิปรายความหมายความสาคัญ การบริหารจัดการ ปัญหาการออมและการลงทุนใน สังคมไทย การบริหารจัดการเงินออมและการลงทุนภาคครัวเรือน หลักการผลิตสินค้าและบริการปัจจัยที่มี อิทธิพลต่อการผลิตสินค้าและบริการ หลักการและเป้าหมายปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปัญหาการผลิต สินค้าและบริการ การประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการผลิตสินค้าและบริการ การรักษาและ คุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้บริโภค กฎหมายคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การดาเนิน กิจกรรมพิทักษ์สิทธิและผลประโยชน์ตามกฎหมายในฐานะผู้บริโภคและแนวทางการปกป้องสิทธิของผู้บริโภค และระบบเศรษฐกิจแบบต่าง ๆ หลักการและผลกระทบการพ่ึงพาอาศัยกันและการแข่งขันทางเศรษฐกิจใน ภูมิภาคเอเชีย การกระจายของทรัพยากรในโลกท่ีส่งผลต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศและการ แข่งขันทางการคา้ ในประเทศและต่างประเทศ ศึกษา วิเคราะห์พระสงฆ์เก่ียวกับการประพฤติตนตามแบบอย่างการดาเนินชีวิตและข้อคิดจาก พุทธ สาวก พุทธสาวิกา ได้แก่ พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ นางขุชชุตตรา พระเจ้าพิมพิสาร ศาสนิกชนตัวอย่าง ได้แก่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส และพระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไทย)การปฏิบัติตน เป็นชาวพุทธท่ีดีเกี่ยวกับหน้าที่ชาวพุทธเร่ือง การเป็นลูกที่ดีตามหลักทิศเบื้องหน้าในทิศ 6มารยาทชาวพุทธ เรื่อง การต้อนรับ (ปฏิสันถาร)มารยาทของผู้เป็นแขก การฝึกปฏิบัติต่อต่อพระภิกษุในเร่ืองการยืน การให้ที่นั่ง การเดนิ สวน การสนทนา การรับส่ิงของ การแต่งกายไปวัด การแตง่ กายไปงานมงคลและงานอวมงคลศาสนพิธี เร่อื ง การทาบญุ ตักบาตร การถวายภัตตาหาร ส่ิงของทคี่ วรถวาย และส่ิงของต้องหา้ มสาหรับพระภิกษุ การถวายสังฆทาน เครือ่ งสงั ฆทาน การถวายผ้าอาบน้าฝน การจัดเครื่องไทยธรรม เคร่ืองไทยทาน การกรวดน้า การทอดกฐิน การทอดผ้าป่ารวมทั้งศาสนพิธี พิธีกรรมตามแนวปฏิบัติของศาสนาอ่ืน ๆ วันสาคัญทาง พระพทุ ธศาสนาเก่ยี วกับหลกั ธรรมเบ้อื งตน้ ทเี่ ก่ียวเน่อื งในวันมาฆบูชา วันวสิ าขบชู าวนั อฏั ฐมบี ชู า วันอาสาฬหบูชา วันธรรมสวนะและเทศกาลสาคัญ ระเบียบพิธีและการปฏิบัติตนในวันธรรมสวนะ วัน เข้าพรรษา วันออกพรรษา วันเทโวโรหณะ การบริหารจิตและการเจริญปัญญาเกี่ยวกับการสวดมนต์แปลและ แผ่เมตตา วิธปี ฏิบัตแิ ละประโยชน์ของการบรหิ ารจิตและเจรญิ ปัญญาการบริหารจิตและเจริญปัญญา ตามหลัก สติปัฏฐานเน้นอาณาปานสติ การพัฒนาการเรียนรู้ด้วยวธิ ีคิดแบบโยนิโสมนสิการ 2 วิธี คือ วิธคี ิดแบบปลุกเร้า คุณธรรมและวิธคี ิดแบบอรรถมธี รรมสมั พนั ธ์ งานพัฒนาหลักสตู รสถานศึกษา
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนเจริญวทิ ยานุสรณ์ พุทธศกั ราช 2561ห น้ า | 1 4 6 โดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการกลุ่ม และทักษะกระบวนการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ด้านการอ่านออกเขียนได้ รวมท้ังการคิด อย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม ทักษะด้านความ เข้าใจ ความแตกต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ ทักษะด้านความร่วมมือ การทางานเป็นทีมและภาวะผู้นา ทกั ษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และร้เู ทา่ ทนั สื่อ ทกั ษะอาชีพ และทักษะการเปลี่ยนแปลง เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ เห็นคุณค่า มีจิตสานึกและปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีธารงรักษาไว้ซึ่งการ ปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมุข รวมท้งั มีคุณธรรม จริยธรรม ศรัทธา ยดึ มั่น ในพระรัตนตรัยหรือศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี มีค่านิยมท่ีเหมาะสมดีงาม สามารถ ดารงชีวิตอยรู่ ่วมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอย่างสนั ตสิ ขุ และมคี ุณลักษณะทีเ่ หมาะสมในศตวรรษที่ 21 รหสั ตวั ชี้วดั ส 1.1 ม. 2/6, ม. 2/9, ม. 2/10 ส 1.2 ม. 2/1, ม. 2/2, ม. 2/3,ม. 2/4,ม. 2/5 ส 2.1 ม. 2/1, ม. 2/2, ม. 2/3,ม. 2/4 ส 2.2 ม. 2/1, ม. 2/2 ส 3.1 ม. 2/1, ม. 2/2, ม. 2/3,ม. 2/4 ส 3.2 ม. 2/1, ม. 2/2, ม. 2/3,ม. 2/4 รวมท้ังหมด 22 ตัวช้ีวัด งานพัฒนาหลักสูตรสถานศกึ ษา
หลักสตู รสถานศึกษา โรงเรยี นเจริญวทิ ยานสุ รณ์ พุทธศกั ราช 2561ห น้ า | 1 4 7 คาอธบิ ายรายวิชา รายวิชา สังคมศึกษาฯ 5 รหัสวิชา ส23101 กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ งั คมศกึ ษาฯ ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 3 เวลาเรยี น 2 ช่ัวโมงต่อสปั ดาห์ จานวน 1.0 หน่วยกิต ศึกษา วิเคราะห์ เพ่ืออธิบายผลการใช้เคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ แผนที่เฉพาะทาง ในการสืบค้นข้อมูล ลักษณะทางกายภาพของทวปี อเมริกาเหนอื และทวปี อเมริกาใต้ สารวจและระบุทาเลท่ีตงั้ กจิ กรรมทางเศรษฐกิจ และสังคม และปัจจยั ทางกายภาพ ปัจจัยทางสังคมทีม่ ผี ลต่อทาเลทีต่ ั้งกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ และสังคมของทวีป อเมริกาเหนือและทวีปอเมริกาใต้ สาเหตุของภัยพิบัติ และประเด็นปัญหาจากปฏิสัมพันธ์ระหว่าง สภาพแวดล้อมทางกายภาพกับมนุษย์ รวมท้ังแนวทางการจัดการภัยพิบัติ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสง่ิ แวดลอ้ ม ของทวปี อเมริกาเหนอื และทวีปอเมริกาใต้ อยา่ งยั่งยืน ศึกษาและวิเคราะห์พระพุทธเกย่ี วกบั การเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั่วโลกการนับถือพระพุทธศาสนาของ ประเทศเหล่านั้นในปัจจุบนั ความสาคัญของพระพุทธศาสนาในฐานะท่ีช่วยสร้างสรรค์อารยธรรมและความสงบ สุขให้แก่โลก สัมมนาพระพุทธศาสนากับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน การศึกษา พุทธประวัติจากพระพุทธรูปปางต่าง ๆ การวิเคราะห์พุทธประวัติ รวมท้ังชาดกเร่ือง นันทิวิสาลชาดกและสุ วัณณหังสชาดก และศึกษาและวิเคราะห์พระธรรมเก่ียวกับพระรัตนตรัย เร่ือง สังฆคุณ 9 หลักธรรมสาคัญใน กรอบของอริยสัจ 4ได้แก่ ขันธ์ 5 (ไตรลักษณ์)วัฏฏะ 3 ปปัญจธรรม 3 อัตถะ 3 มรรคมีองค์ 8 ปัญญา 3 สัปปุ ริสธรรม 7 บุญกิริยาวัตถุ 10 อุบาสกธรรม 7 มงคล 38 เรื่อง การมีศิลปวิทยา การพบเห็นสมณะ การฟังธรรม ตามกาล การสนทนาธรรมตามกาล รวมทั้งพุทธศาสนสุภาษิตบทว่า อตฺตา หเว ชิต เสยฺโย (ชนะตน นั่นแล ดีกว่า) ธมฺมจารี สุข เสติ (ผู้ประพฤติธรรมย่อมอยู่เป็นสุข) ปมาโท มจฺจุโน ปท (ความประมาทเป็นทางแห่ง ความตาย) สุสฺสูล ลภเต ปญฺญ (ผู้ฟังด้วยดีย่อมได้ปัญญา) ความหมายและความสาคัญของพระไตรปิฎก เร่ือง น่ารู้จากพระไตรปิฎก : พุทธปณิธาน 4 ในมหาปรินิพพานสูตร รวมท้ังการปฏิบัติตนตามหลักธรรมในการ พัฒนาตนเพือ่ เตรียมความพร้อมในการทางานและการมีครอบครวั โดยใช้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการสร้างความตระหนักและการใช้เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการ สืบคน้ เพื่อตั้งคาถาม วิเคราะห์ รวบรวม จัดการข้อมูล และสรุปข้อมูลตามกระบวนการทางภมู ิศาสตร์ ใช้ทกั ษะ ทางภูมิศาสตร์ด้านการสังเกต การแปลความข้อมูลทางภูมิศาสตร์ การคิดเชงิ พื้นท่ี การคิดแบบองคร์ วม การใช้ เทคโนโลยีและสถิติพ้ืนฐาน เพ่ือการตอบคาถามทางภูมิศาสตร์ รวมท้ังทกั ษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ทกั ษะ ในการแก้ปัญหา ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันส่ือ ซ่ึงเป็นทักษะกระบวนการเรียนรู้ ในศตวรรษท่ี 21 เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ เห็นคุณค่า มีจิตสานึก มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรและ ส่ิงแวดล้อมเพื่อการพัฒนาท่ียั่งยืน รวมทั้งมีคุณธรรม จริยธรรม เห็นคุณค่า ศรัทธา ยึดม่ันในพระรัตนตรัยหรือ ศาสนาท่ีตนนับถือ ปฏิบติตนเป็นศาสนิกชนท่ีดี มีค่านิยมที่เหมาะสมดีงาม สามารถดารงชีวิตอยู่ร่วมกันใน สังคมไทยและสังคมโลกอย่างสันตสิ ุขและมีคุณลกั ษณะทเ่ี หมาะสมในศตวรรษท่ี 21 รหัสตัวช้ีวดั ส 1.1 ม 3/1 3/2 3/4 3/5 3/6 3/7 ส 5.1 ม 3/1 3/2 ส5.2 ม 3/1 3/2 3/3 3/4 รวมทั้งหมด 12 ตัวชว้ี ัด งานพัฒนาหลักสตู รสถานศกึ ษา
หลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรียนเจรญิ วิทยานสุ รณ์ พุทธศักราช 2561ห น้ า | 1 4 8 คาอธบิ ายรายวชิ า รายวิชา สังคมศึกษาฯ 6 รหสั วิชา ส23104 กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ังคมศึกษาฯ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 เวลาเรียน 2 ช่ัวโมงต่อสปั ดาห์ จานวน 1.0 หน่วยกิต ศึกษาวิเคราะห์ อภิปรายลักษณะการกระทาความผิดทางอาญาและโทษลักษณะการกระทาความผิด ทางแพ่งและโทษ ตัวอย่างการกระทาความผิดทางอาญา ตัวอย่างการกระทาความผิดทางแพ่ง เช่น การทาผิด สัญญา ความหมาย และความสาคัญของสิทธิมนุษยชน การมีส่วนร่วมในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตาม รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตามวาระและโอกาสท่ีเหมาะสมความสาคัญของวัฒนธรรมไทย ภูมิปัญญา ไทย และวัฒนธรรมสากล การอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยและภูมิปัญญาไทยที่เหมาะสม การเลือกรับวัฒนธรรม สากลที่เหมาะสม และศึกษา วิเคราะห์ ระบอบการปกครองแบบต่าง ๆ ทใี่ ช้ในยุคปัจจบุ ัน ความแตกต่าง ความ คล้ายคลึงของการปกครองของไทยกับประเทศอ่ืน ๆ ท่ีมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย บทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญในมาตราต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องกับการเลือกตั้ง การมีส่วนร่วม และการตรวจสอบการใช้อานาจรัฐ อานาจหน้าที่ของรัฐบาล บทบาทสาคัญของรัฐบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน ความจาเป็นในการมีรัฐบาล ตามระบอบประชาธิปไตย ประเดน็ ปัญหาและผลกระทบที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาระบอบประชาธปิ ไตยของ ประเทศไทย แนวทางการแก้ไขปัญหา ร่วมไปถึงปัจจัยที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในด้านการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคมความเชื่อ สาเหตุปัญหาทางสังคมแนวทางความร่วมมือกันในการลดความขัดแย้งและสร้าง ความสมานฉนั ท์ ปัจจยั ท่สี ง่ เสรมิ การดารงชวี ิตใหม้ คี วามสขุ ศึกษา วเิ คราะห์ อภิปรายความหมายและประเภทของตลาด ความหมายและตัวอย่างของอปุ สงค์ และ อุปทาน ความหมายและความสาคัญของกลไกราคาการกาหนดราคาในระบบเศรษฐกิจหลักการปรับและ เปล่ียนแปลงราคาสินค้าและบริการ การสารวจสภาพปัจจุบัน ปัญหาท้องถ่ินด้านสังคม เศรษฐกิจ และ สิ่งแวดล้อม แนวทางการแก้ไขและพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียงกับ การพัฒนาในระดับตา่ ง ๆ หลักการสาคญั ของระบบสหกรณ์ ความสัมพนั ธ์ระหว่างแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงกับ หลักการและระบบชองสหกรณ์เพ่อื ประยุกต์ใชใ้ นการพัฒนาเศรษฐกิจชมุ ชน บทบาทหน้าท่ีของรัฐบาลใน การพัฒนาประเทศในด้านตา่ ง ๆ บทบาทและกจิ กรรมทางเศรษฐกิจของรัฐบาล บทบาทอื่นของรัฐบาลในระบบ เศรษฐกิจในสังคมไทย นโยบาย และกิจกรรมทางเศรษฐกิจของรัฐบาล บทบาทความสาคัญของการรวมกลุ่ม ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ลักษณะของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ กลุ่มทางเศรษฐกิจในภูมิภาคต่าง ๆ ผลกระทบทเ่ี กิดขึ้นจากภาวะเงนิ เฟอ้ เงนิ ฝดื ความหมาย สาเหตุ และแนวทางแก้ไขภาวะเงินเฟ้อ เงินฝืด สภาพและสาเหตุปัญหาการว่างงาน ผลกระทบจากปัญหาการว่างงาน แนวทางการแก้ไขปัญหาการ ว่างงาน การคา้ และการลงทุนระหวา่ งประเทศ สาเหตุและวธิ กี ารกดี กนั ทางการค้าในการค้าระหว่างประเทศ ศึกษาและวิเคราะหพ์ ระสงฆ์เก่ียวกับการประพฤติตนตามแบบอย่างการดาเนินชีวติ และข้อคิดจากพทุ ธ สาวก พุทธสาวิกา ได้แก่ พระอัญญาโกณฑัญญะพระเจ้าปเสนทิโกศลพระมหาปชาบดีโคตมีเถรี ชาวพุทธ ตัวอย่าง ได้แก่ ม.จ.หญิงพูนพิสมัย ดิศกุล ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ การปฏิบัติตนเป็นชาวพุทธท่ีดี เกี่ยวกับหน้าท่ีชาวพุทธเรื่อง การเรียนรู้วิถีการดาเนินชีวิตของศาสนิกชนศาสนาอ่ืน ๆ หน้าที่ของพระภิกษุใน การปฏิบัตติ นตามหลักพระธรรมวินยั และ จริยวัตรอย่างเหมาะสม การเป็นศิษยท์ ี่ดีตามหลักทิศเบ้ืองขวาใน ทิศ 6 ของพระพุทธศาสนา การปฏิบัตหิ น้าท่ีชาวพทุ ธทด่ี ีตามพุทธปณิธาน 4 ใน มหาปรินพิ พานสตู ร การศึกษา เรียนรู้องค์ประกอบของพระพุทธศาสนา การศึกษาการรวมตัวขององค์กรชาวพุทธ การปลูกจิตสานึกในด้าน การบารุงรักษาวัดและพุทธสถาน มารยาทชาวพุทธเรื่อง การปฏิบัติตนต่อพระสงฆ์ในงานศาสนพิธีที่บ้าน การ สนทนากับพระสงฆ์ การแต่งกาย การพูดกับพระสงฆ์ตามฐานะ การปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อบุคคลต่าง ๆ ตามหลักศาสนา ศาสนพิธีเรื่อง พิธีทาบุญงานมงคลและงานอวมงคล การนิมนต์พระภิกษุ การเตรียมท่ีตั้ง งานพัฒนาหลกั สูตรสถานศึกษา
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356