แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน กลุมสาระการเรียนรู การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปท่ี 4 หนว ยการเรยี นรูท ่ี 4 การเลือ่ ยมือ เรอื่ ง การเล่ือยมอื ที่ ชอ่ื – สกุล รวม ผลการความพรอมในการ หมายเหตุ ประทำงาน เมิน การแสดงความ ิคดเ ็หน การรักษาความ สะอาด ผาน ไม ผาน 321321321 9 ลงชื่อ............................................................ผูประเมิน ( นายพนิ ิจ พลู ผล ) เกณฑการประเมนิ ใสเ ครือ่ งหมาย √ ลงในชอ งหมายเลขท่ปี ระเมนิ 3 หมายถึง ดี 2 หมายถึง พอใช 1 หมายถึง ปรับปรงุ เกณฑก ารตัดสนิ การประเมนิ ใสเ ครอื่ งหมาย √ ลงในชอง ผา น หรือไมผา น ผาน หมายถงึ มผี ลการประเมนิ 6 คะแนนข้ึนไป
เกณฑก ารใหคะแนนแบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงาน กลมุ สาระการเรยี นรู การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี 4 หนวยการเรยี นรูท ี่ 4 การเล่ือยมือ เรอื่ ง การเลื่อยมอื รายการประเมนิ ดี ( 3 ) ระดับคุณภาพ ปรบั ปรุง ( 1 ) พอใช ( 2 ) ไมใหความสนใจในการเริม่ ความพรอ มในการทำงาน ใหค วามสนใจในการ ใหความสนใจในการ ทำงาน ชวนเพ่อื นคุยหรอื เรม่ิ ตน ทำงาน ไมช วน เร่มิ ตนทำงานเลก็ นอย เลนในขณะทำงานตลอด เพือ่ นคุยหรือเลน ในขณะ ชวนเพ่อื นคุยหรือเลน ทำงาน ไมน ำวิชาอนื่ มาทำ ในขณะทำงานบาง ไม นำวชิ าอนื่ มาทำ นำวิชาอ่ืนมาทำ แสดงและยอมรับความ แสดงและยอมรับความ สวนใหญไ มแ สดงและ การแสดงความคิดเหน็ คิดเหน็ ของตนและผูอ่ืน คดิ เห็นของตนและผอู น่ื ยอมรับความคิดเห็นของ อยางมเี หตุผล ตอบคำถาม อยางมเี หตผุ ลในบางคร้ัง ตนและผูอนื่ ไมส ามารถ ไดท นั ทีเม่อื ครถู าม ตอบคำถามไดเมื่อครู ตอบคำถามไดท นั ทีเม่อื ครู ถามแตย งั ไมถกู ถาม การรกั ษาความสะอาด เก็บกวาดทำความสะอาด เกบ็ กวาดทำความ ไมเกบ็ กวาดทำความ ขยะทกุ ช้ินหลงั จาก สะอาดขยะหลังจาก สะอาดขยะใดๆหลงั จาก ปฏบิ ัตงิ านเสร็จ ปฏบิ ตั งิ านเสร็จ แตไม ปฏบิ ัติงานเสร็จ หมด
แบบสังเกตพฤติกรรมอันพึงประสงค กลุมสาระการเรียนรู การงานอาชพี และเทคโนโลยี ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 4 หนวยการเรียนรทู ี่ 4 การเลอ่ื ยมอื เรอ่ื ง การเล่อื ยมือ ที่ ช่ือ – สกุล ผลการความรับ ิผดชอบ หมายเหตุ รวม ประ ซ้ือ ัสตย ุสจริต การป ิฏ ับ ิตตนใน หองเรียน เมนิ ผาน ไ ม ผาน 321321321 9 ลงชื่อ............................................................ผูประเมิน ( นายพินิจ พลู ผล ) เกณฑการประเมิน ใสเ ครื่องหมาย √ ลงในชอ งหมายเลขท่ีประเมิน 3 หมายถงึ ดี 2 หมายถงึ พอใช 1 หมายถึง ปรับปรงุ เกณฑก ารตัดสินการประเมิน ใสเ ครื่องหมาย √ ลงในชอง ผา น หรือไมผ าน ผา น หมายถงึ มผี ลการประเมนิ 5 คะแนนข้นึ ไป เกณฑก ารใหคะแนนแบบสังเกตพฤติกรรมอันพึงประสงค
กลุมสาระการเรียนรู การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดบั ช้ัน มธั ยมศึกษาปท่ี 4 หนวยการเรียนรทู ี่ 4 การเลอ่ื ยมือ เรอ่ื ง การเล่อื ยมือ รายการประเมิน ดี ( 3 ) ระดับคณุ ภาพ ปรับปรุง ( 1 ) พอใช ( 2 ) มคี วามรบั ผิดชอบ เรม่ิ ตน ทำงานท่ไี ดร บั เรม่ิ ตนทำงานท่ีไดรับ ไมส ามารเริม่ ตน ทำงาน มอบหมายไดท ันทีทำงาน มอบหมายแตยงั ไมเขา ใจ ท่ีไดร ับมอบหมายได เสร็จกอนเวลาทก่ี ำหนด บางสวน ทำงานเสร็จตาม ทันที ทำงานเสร็จชา กวากำหนด งานไมม ี งานมคี ุณภาพ เวลาทก่ี ำหนด งานมี คณุ ภาพตองแกไข คณุ ภาพแตตอ งแกไข เล็กนอ ย ซ่ือสัตยสจุ ริต ปฏิบตั งิ านดว ยตนเอง ไม ปฏบิ ัติงานดวยตนเองเปน ใหเพื่อนปฏิบตั ิงานให คัดลอกงานของผอู ่ืน บางครง้ั คดั ลอกงานผูอ่ืน เปน ประจำ คดั ลอกงาน มาดัดแปลง ของผอู ื่น การปฏิบตั ติ นใน ปฏบิ ตั ิตามกฎระเบียบ ปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบียบบาง ไมปฏิบัตติ าม หองเรยี น ท่ีต้งั ไว มคี วามสภุ าพ ไมค อยสุภาพเรยี บรอ ย ครู กฎระเบียบ พูดจาไม เรยี บรอย ออนนอ มถอ ม เหมาะสม ครูคอย เตือนเปนบางครั้ง ตน ตักเตือนเสมอ
3. กิจกรรมการเรียนรู 3.1 ขัน้ นำเขาสบู ทเรียน ( 10 นาที ) 3.1.1 ครูพูดนำเขาสูบ ทเรยี น ถามนักเรียนวาเลื่อยมอื เปน เครือ่ งมือพ้ืนฐานสำหรับใชง าน ใ… อยางไรเพื่อทำใหน ักเรียนมีความสนใจในการเรียนการสอน 3.2 ขน้ั สอน ( 2 ชวั่ โมง ) 3.2.1 ครสู อนโดยใช power point ใหนกั เรยี นดูพรอ มอธิบายควบคใู นหนังสือแบบเรยี น … … งานฝก ฝมอื 3.2.2 ครูสาธิตขัน้ ตอนการเล่ือยและทายืนที่ถูกตอ ง 3.3 ข้นั ปฏบิ ัติ ( 3 ชว่ั โมง 30 นาที ) เม่ือครูสอนไปขางตน แลว ครูแจกใบงานใหนกั เรยี นสรางชน้ิ งานตามใบงานท่กี ำหนดเปน เวลา 3 ชัว่ โมง แลวนำมาสง เพ่อื ตรวจใหค ะแนน จากนั้นใหทำแบบฝก หดั หลังเรยี นโดยศกึ ษาจากหนงั สือ เรยี น เปนเวลา 30 นาที เมอื่ นักเรียนสง แบบฝก หัดครบทุกคนแลว ทำการทดสอบนกั เรียนโดยใช โปรแกรม plicker เพือ่ ใหนักเรียนรูทนั เทคโนโลยีและไดทราบผลทันทวี า ผูเ รียนคนไหนเรยี นไมท ัน จากนั้นเสรมิ ความรูเพอ่ื เกดิ ใหเขาใจพรอมผเู รยี นคนอน่ื เปน เวลา 30 นาที 3.4 ขน้ั สรุป ( 10 นาที ) ครแู ละนักเรยี นรว มกนั สรปุ ความรเู ก่ียวกบั การเลอ่ื ยในการปฏบิ ัตงิ านทีไ่ ดจ ากการเรียนในวนั นี้
1.ผลการเรียนการสอน บันทึกหลังสอน ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… 2.ปัญหา/อุปสรรคในการสอน ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… 3.การแก้ปัญหา ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ลงชือ่ ..........................................................ผ้สู อน ( นายพินิจ พลู ผล ) ………/.……../………
ความคิดเหน็ ของครูพ่ีเลยี้ ง ลงชอื่ .....................................................( ครูพ่เี ลีย้ ง ) (.......................................................) ………/.……../………
ความคดิ เหน็ ของผ้บู ริหาร ลงชื่อ.....................................................( ผ้บู ริหาร ) (……………………………………) ………/.……../………
ใบความรู เร่ือง การเลอื่ ยมอื งานเล่อื ย คอื การตดั เปนกระบวนการที่ทำใหช้ินงานท่ีเราตอ งการแยกออกจากกนั ซงึ่ เครือ่ งมือที่ สามารถทำใหช้ินงานออกจากกนั ไดกค็ ือ เลือ่ ย ซึ่งแบงออกไดเ ปน - เลือ่ ยมือ (Hacksaw) - เล่ือยกล, เล่ือยแทน (Power Hacksaw) ฯลฯ สว นประกอบของเล่อื ยมือ แบงออกเปน 4 สว นคือ 1 2 4 3 รูปท่ี 1 สว นประกอบเลอื่ ยมือ 1. โครงเล่ือย (Frame) ทำดว ยเหล็กแผน หนาประมาณ 3/16 นวิ้ หรือทอเหลก็ กลมดัดงอคลา ยรูป ตวั ยู โดยทั่วไปโครงเลอื่ ยจะทำเปน สองช้ินสว นสวมประกอบกนั โดยใชสลกั และรอ งบังคบั เพื่อให สามารถเปลย่ี นขนาดความยาวของใบเลอ่ื ยได ที่ปลายขาทั้งสองขา งมรี ูปสเ่ี หลยี่ มสำหรับใชรอ ยสลกั ยดึ ใบเลอื่ ย ท่ีปลายสลกั ดานหนง่ึ จะเปน เกลียวและมี นอตหางปลาสำหรับขนั ดึงใบเล่ือยใหต งึ สวน สำหรบั มอื จบั จะทำดวยวสั ดหุ ลายชนิด เชน อลมู ิเนยี ม พลาสติก ยางแข็ง ลกั ษณะโครงเลอื่ ยท่มี ีใช ทั่วไปจะมี 2 แบบ
- โครงเล่อื ยแบบตายตัว - โครงเล่ือยแบบปรบั ได 2. นัตหางปลา ( Tightening screw ) ปรับเปลี่ยนตามขนาดความยาวของใบเลอ่ื ย และ ใช สำหรบั ขนั ดงึ ใบเล่อื ยใหตงึ 3. ใบเล่อื ย (SAW BLADE) ใบเลอ่ื ยมือนจ้ี ะมีความหนาประมาณ 0.025 นวิ้ (0.635 มม.) กวา ง 0.5 นว้ิ (12.7 มม.) ยาว 8, 10 และ12 นิ้ว ขนาด 10 และ 12 นยิ มใชมากทสี่ ุด ขนาดของฟนเลื่อยจะ วดั เปนจำนวนฟนตอ ระยะความยาว 1 น้วิ ขนาดทีน่ ิยมใชก นั โดยท่ัวๆ ไปคือ 14, 18, 24, และ 32 ฟน ตอความยาว 1 นว้ิ ถาเปนระบบเอสไอ เมตริก ขนาดความกวางของใบเลื่อยเทา กับ 12 มม. ขนาดความยาวของใบเล่ือยที่นยิ มใชค ือ 250 มม. และ 300 มม. และขนาดฟนที่นยิ มใชจะมีขนาด 6, 8, 10 และ 14 ฟนตอความยาว 1 ซม. สำหรับความยาว 250 มม. จะมขี นาดฟนที่ใชคือ 8, 10 และ 14 ฟนตอความยาว 1 ซม. เทานน้ั โลหะทีใ่ ชทำใบเล่ือยจะใชเ หล็กทีม่ ีความแขง็ และมีคุณสมบัติ เชน เหลก็ เครื่องมอื ชนิดผสมคารบอนสงู (high carbon steel) เหล็กความเรว็ รอบสงู (high speed steel) และเหล็กผสมทังสเตนหรอื โมลบิ ดินัม ใบเล่ือยถูกชบุ ใหแ ข็งมาก ดงั น้นั จึงเปราะและหักงาย และ ใบเล่ือยประกอบดวยมมุ ตา ง ๆ คือ มมุ ล่มิ ( β ) ขนานของมุม 50 - 60 องศา มมุ ฟรี (∝) ขนาดของมุม 25 – 40 องศา มุมคาย (y) ขนานของมุม 0 – 5 องศา รูปท่ี 2 มุมตางๆ ของใบเลอ่ื ย
ชนดิ ของใบเลื่อยทใ่ี ชง านท่วั ไป 1. ใบเลือ่ ยเหล็กคารบอน - ใบเลื่อยมอื เหลก็ คารบอน ขนาด 15x300 ม.ม. 18 , 24 , 32 ฟน /น้วิ - ใบเลอ่ื ยแทน เหลก็ คารบอน ขนาด 30x300ม.ม. 10,14 ฟน /นิ้ว รปู ที่ 3 ใบเล่ือยเหล็กคารบ อน 2. ใบเลื่อย HSS. - ใบเล่ือยมือเหล็ก HSS. ขนาด 15x300 ม.ม. 18 , 24 , 32 ฟน /นิ้ว - ใบเลอ่ื ยแทนเหล็กHSS. ขนาด 30x300 ม.ม. 6 , 10 , 14 ฟน /นิ้ว รูปท่ี 3 ใบเล่อื ย HSS
ตารางแสดงการใชง านใบเลอ่ื ยมือ (แบง ตามวัสดุที่ใชทำใบเลือ่ ย) ชนิดของใบเลื่อย สำหรบั งาน ราคา เหล็กคารบอน เหลก็ HSS. ไม, พลาสตกิ , ทอ electrical conduit,อลูมเิ นียม, ทองแดง ต่ำ , ฯลฯ ไม, พลาสติก , ทอ electrical conduit , ทอ Stainless steel สูง , เหลก็ รูปพรรณ, ทอทองแดง, เหล็กโครงสราง, ฯลฯ ตารางแสดงการใชง านใบเล่อื ยมือ (แบง ตามจำนวนฟน/นิว้ ของใบเล่อื ย) ชนิดของใบเล่อื ย สำหรับงาน 18 ฟน/นวิ้ 24 ฟน /นวิ้ ใชสำหรบั งานทีต่ องการแรงตัดมาก โลหะและทอ ท่ีหนาและ 32 ฟน/นว้ิ แขง็ แรง ใชส ำหรับงานที่ตองการแรงตัดปาน กลาง เชน ทอ electrical conduit ชนิดผนงั บาง ใชสำหรบั งานโลหะบางเบา เชน แผนอลูมเิ นียม
ความถีข่ องฟนเลอื่ ย และ ความเหมาะสมตอ การใชงาน ใบเล่อื ยทใ่ี ชเล่ือยวสั ดุแขง็ และวสั ดอุ อ น จะมีความหางระหวางฟน ตา งกนั ซง่ึ แบงออกเปน ฟน หา งฟน ถ่ี ปานกลาง และฟน ถ่มี าก คาความถ่ี ของฟนเล่อื ยจะบอกไดโดยเทยี บจำนวนฟน ตอความยาวของใบเลือ่ ย 1 นวิ้ หรือ 25 มิลลิเมตร ลักษณะการใชงาน จำนวนฟน ตอ ความยาวใบ ชนิดของฟนใบเล่อื ย เล่อื ย 1 นว้ิ หรอื 25 มม. หยาบ ปานกลาง สำหรับวัสดอุ อ น เชน อะลูมเิ นียม,ดบี กุ ,ทองแดง 16 ละเอยี ด วัสดสุ งั เคราะห สำหรบั ใชง านเลอ่ื ยท่มี รี อยเลอ่ื ยลึกๆ เชน เหล็กสเ่ี หลย่ี ม หรอื กลมที่มคี วามหนามากกวา 40 มม.ขึ้นไป สำหรบั งานเล่อื ยทั่วไป ทีใ่ ชก ับเหล็กและโลหะที่ 22 มีความแข็งปานกลางโดยเฉพาะ สำหรับทอเหล็กรูป ตา งๆ ตลอดจนแทง เหล็กท่ีมีความหนาต่ำกวา 20 มม.ลงมา สำหรับวสั ดุท่แี ข็ง เชน เหลก็ ทำเครือ่ งมือ 32 ตลอดจนสายเคเบลิ ,แผนโลหะ,ทอทีม่ ีผนังบางลวด และ แผนโลหะขึ้นรูป
4. ดามจบั เลอื่ ย ไวเพื่อจบั ยึดตัวเลือ่ ยมอื เมอื่ ปฏบิ ัติงาน รปู ที่ 3.1 ดามจับเลอ่ื ย คลองเล่ือย คลองเลื่อย คอื ความกวา งของรอ งบนวัสดงุ าน หลงั จากที่มีการตัดเฉอื น ปกติคลองจะมขี นาดความหนา มากกวา ใบเลื่อย ทงั้ น้ี ถา ไมม คี ลองเล่ือย ขณะทำการเลอ่ื ยใบเล่อื ยกจ็ ะตดิ ซึ่งเปนสาเหตุทำใหใบเล่ือยหัก รปู ที่ 4 คลองเลอื่ ยฟนสลบั - คลองเลื่อยฟนสลบั ลักษณะของฟนเล่อื ยจะสลับซายขวาตลอดใบเลอื่ ย ฟน เลอ่ื ยลกั ษณะนีเ้ หมาะสำหรับ ใชก บั เคร่ืองเล่ือยกล
รปู ที่ 5 คลองเล่ือยแบบฟนคลื่น - คลองเลื่อยแบบฟนคลืน่ ลกั ษณะฟน เลื่อย จะเล่อื ยลักษณะนเี้ หมาะสำหรบั ใชงานกบั เลือ่ ยมือ การใสใ บเลอ่ื ยบนเล่ือยมอื 1. เลอื กใบเลอ่ื ยใหเ หมาะสมกบั ชนิดของงาน 2. ปรับโครงสรา งเล่ือยใหไดความยาวตามใบเล่ือย 3. วางปลายใบเลือ่ ยขา งหน่งึ รอ ยลงบนสลกั จำไววา ตองใหป ลายฟนของใบเล่ือยจะตอ งชไ้ี ปทางดานหนา เสมอ 4. วางปลายเลือ่ ยอีกขางหน่ึงรอ ยลงบนสลัก 5. ปรบั ใบเล่ือยใหตงึ โดยปรบั ท่ี นอตหางปลา อยาปรับใหตึงหรอื หยอ นจนเกนิ ไป เพราะจะทำใหใบเล่อื ย หักไดง าย รปู ที่ 6 การใสใบเลอ่ื ยบนเล่ือยมอื
การเริม่ ตนการเล่อื ยชนิ้ งาน สามารถทำไดห ลายวธิ ี ดังน้ี รูปท่ี 7 ใชตะไบสามเหลย่ี มตะไบที่จุดเรม่ิ ตนของแนวเสน 1. ใชต ะไบสามเหลีย่ มตะไบที่จุดเร่มิ ตนของแนวเสนทีต่ อ งการตัดใหเปน รอยเริ่มตน กอ นแลวจงึ ใช ใบเลื่อย เลอ่ื ยตรงรอยจากแนวตะไบที่ไดทำไวเ บ้ืองตน กจ็ ะทำใหส ามารถเล่ือยงานไดต รงตามแนวเสน ทีต่ องการ รปู ท่ี 8 การใชม ือประคลองแนวตดั เริม่ ตน 2. ใชม อื ขวาจับดามเลอ่ื ย แลว ใชน ว้ิ หัวแมมอื ขา งซายประคองใหใ บเลื่อยอยูในแนวเสน ที่ตองการแลว ใช มอื ขวาดันโครงเลื่อยไปขา งหนาเพอ่ื ใหเ กดิ รอ ง ก็จะไดแนวจุดเร่ิมตน ในการเลอ่ื ยตรงแนว
18การใชเ ล่ือยมอื 18 งานทจี่ ะนำมาตดั จะตอ งใชป ากกาหวั โตะจับเอาไว ควรจะจับใหย น่ื ออกมาจากดานขา งปากจบั และ ใหสงู กวาปากจับพอสมควร ทงั้ น้ีเพ่ือใหฟ นเลื่อยไดสัมผัสกับงานไดมากที่สดุ และสามารถมองเหน็ แนวตดั ไดอ ยา งชัดเจน เม่ืองานอยใู นสภาพท่ีจะลงมอื ตดั ไดแลว ใหใ ชมือขวาจับดามเล่ือย มอื ซายจับท่งี าน แลว นำ ใบเลอ่ื ยเลือ่ ยตรงรอยขีด ใชแ รงกดเล็กนอ ยดันใบเลือ่ ยไปขา งหนา ดงึ กลบั มาที่เดมิ และดนั ไปขา งหนา ทำ อยาน้เี บาๆ ไปเรื่อยๆ จนกระทงั่ เกิดเปนรอ งบนช้ินงาน จงึ เรมิ่ เลื่อยไดเ ต็มทีต่ อ ไปโดยที่ใบเลอ่ื ยจะไมพลาด จากรอ งทีไ่ ดทำไว การเลื่อยในครัง้ ตอ ไปจะใชมือขวาจบั ดา มเลอื่ ย มอื ซายจบั หัวของคันเล่ือย ยนื อยูในทา คลา ยๆ ตะไบเร่ิมตน เลื่อยโดยดันปลายดา นหนา ของเล่อื ยลงไปในรอ งเลือ่ ยทีท่ ำไว ใชแรงกดเล็กนอยดันใบ เลือ่ ยไปขางหนาตรงๆ เมือ่ เลอื่ ยสุดกใ็ หผอนแรงดงึ คนั เลือ่ ยถอยกลับมาตำแหนง เดิม ใชความเรว็ ในการ เลื่อยถอยกลับมาตำแหนง เดิม ใชความเรว็ ในการเล่ือยประมาณ 50 คร้งั ตอ นาที และ เล่อื ยตอ ไปจนกวา งานนนั้ เกอื บจะขาด ใหผ อ นแรงกดลงเพอ่ื ไมใหเลื่อยสะดดุ ใชมอื ซายจบั งานไว เลือ่ ยงานดว ยมือขวาเบาๆ และมรี ะยะถข่ี ึน้ จนงานนน้ั ขาดออกจากกนั 0 การเลื่อยโลหะแผน บางๆ จะตองหาเศษไมสองแผน มาประกบ กับชิ้นงาน และนำไปจับไวบนปากกาหัวโตะ และใชเลอื่ ยที่มีฟน ละเอียดเลอื่ ยตัดไมก ับโลหะแผนพรอ มกนั รูปที่ 9 ลักษณะการยนื และการวางเทาเพอ่ื เลอ่ื ยชนิ้ งาน
ในกรณชี ิ้นงานท่มี คี วามลึกมาก ๆ การเลอ่ื ยแบบธรรมดาจะไมสามารถเล่อื ยงานไดข าด จึงตอ งกลบั ใบ เล่อื ย ใหมเพ่ือชว ยใหสามารถตัดช้ินงานไดขาดตามตองการ รปู ท่ี 10 การสลบั ใบเล่อื ยเพ่อื การเล่อื ยช้ินงานท่ีมีความสงู เพมิ่ เติมเทคนิคการเลอ่ื ย 1. ทายนื เลื่อย ยืนเหมอื นงานตะไบ 2. จับเลอ่ื ยโดยใหหนา เลอ่ื ยกดลงเลก็ นอย 3. เริ่มตนเลือ่ ยดว ยการจรดหวั แมม ือซา ยและใบเลือ่ ยลงบนตำแหนง ทีจ่ ะเลือ่ ย แลว เลือ่ ยนำพอเปน รอง เล็กๆ 4. นำมอื ซา ยกลับมาจับหนา เลื่อยทำการเลื่อยโดยออกแรงใหม ากในจงั หวะดันเลอ่ื ยไปขางหนาพยามยาม รักษาชวงชกั นำ้ หนัก และความเรว็ ในการเลือ่ ยใหคงทไ่ี มควรเรงรีบเกนิ ไปเพราะอาจจะทำใหใบเลอื่ ย หกั หรอื แนวเลื่อยไมต รงตามตอ งการ 5. ระหวา งทท่ี ำการเล่อื ยถา งานหนบี ใบเลื่อยทำใหเ ลื่อยลำบาก อาจจะใชสกัดสกัดเพอ่ื ถา งงานออก เล็กนอย (ถาจำเปน และ เหมาะสมที่จะทำ) เพื่อใหง านเล่อื ยสะดวกขน้ึ 6. การเล่ือยงานท่มี ีแนวเลือ่ ยยาวมากๆควรปรบั มมุ ของใบเล่ือยไป 90องศา 7. ไมควรจบั เลือ่ ยดวยมือขา งเดียวเพราะจะไมมนั่ คงใบเลอ่ื ยจะหกั แนวเล่ือยไมตรง 8. งานทจี่ ะนำมาเลือ่ ยจะตอ งมีความหนาไมนอ ยกวา 2 ฟน เล่ือย ถางานมคี วามหนานอยกวา 2 ฟน เลอื่ ย จะตอ งหาวสั ดุใดๆ เชน ไมมาประกบเพิ่มความหนาขนึ้
ขอ ควรระวังในการใชง านเล่อื ย 1. การเล่อื ย ถาเปนเล่ือยมอื ตอ งออกแรงตัดใหสม่ำเสมอ 2. ตอ งเลอื กระยะฟน ของใบเล่อื ย ใหเ หมาะสมกับชนิด,ขนาด และวัสดงุ าน 3. ใสใบเลอ่ื ยใหฟ น ชไ้ี ปทางจงั หวะตัดเนอื้ งาน 4. การจับชนิ้ งาน ใหรอยตัดอยใู กลท่จี บั ยึดมากท่ีสุด เพ่อื ปองกันการสั่นขอช้ินงานขณะทำการ เลื่อย 5. การจับยึดช้ินงานตองมเี ทคนคิ ท่ีเหมาะสมในงานบางลักษณะ 6. ใชใบเลื่อยใหเ ต็มตลอดใบหรอื ใหใ ชจำนวนฟนใหมากทส่ี ดุ การใชและการบำรุงรักษา 1. หามใชเลื่อยผิดวตั ถุประสงค 2. ตรวจสอบเล่ือยทุกครัง้ กอนใชง าน 3. ถา เปนเลอ่ื ยกล (Power Hacksaws) กอนการใชง านทกุ คร้ัง ตองตรวจสอบความเรียบรอยของสวน ตา งๆ โดยเฉพาะสวนที่เปน อุปกรณไฟฟา, สายไฟ, สวทิ ช 4. ถาพบวาเล่อื ยมีจดุ บกพรองไมค วรจะใชง านจะตอ งรบี แจงครผู ูควบคมุ ทนั ที 5. ระหวา งเลือ่ ยงานหา มนำเลอ่ื ยมาเลนหยอกลอกนั เพราะจะเปน อันตรายได 6. หลงั การใชงานเลอื่ ยแลว จะตองทำความสะอาดอยางดแี ลว เก็บเขาท่ี
แบบฝก หัด เรื่อง งานเล่อื ย ช่ือ – นามสกุล ................................................................................................................ เลขท.ี่ ................. คำชแ้ี จง ใหนักเรียนตอบคำถามแบบฝก หัดหลงั เรยี น ตอ ไปนใี้ หถูกตอง ( 10 คะแนน ) ( เวลา 30 นาที ) 1. ใหนักเรยี นอธิบาย ข้นั ตอนการเล่ือยชิ้นงาน ที่นักเรยี นปฏิบัตเิ สร็จผานมา ( 7 คะแนน ) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. นกั เรยี นอธบิ ายความถี่ของฟนเล่ือย และ ความเหมาะสมตอ การใชง าน ชอ งวางทห่ี ายไปใหถกู ตอง ( 3 คะแนน) ลกั ษณะการใชง าน จำนวนฟน ตอ ความยาวใบ ชนิดของฟนใบเลอ่ื ย เลื่อย 1 นิ้วหรอื 25 มม. หยาบ ปานกลาง สำหรบั วัสดอุ อน เชนอะลูมเิ นยี ม,ดบี กุ ,ทองแดง 16 ละเอยี ด วัสดสุ งั เคราะห สำหรับใชง านเล่ือยท่มี ีรอยเลือ่ ยลึกๆ เชน เหล็กส่ีเหลี่ยม หรือกลมทมี่ ีความหนามากกวา 40 มม.ข้นึ ไป สำหรบั งานเล่อื ยท่วั ไป ที่ใชกบั เหล็กและโลหะท่ี 22 มีความแข็งปานกลางโดยเฉพาะ สำหรบั ทอเหลก็ รูป ตา งๆ ตลอดจนแทง เหลก็ ทม่ี ีความหนาต่ำกวา 20 มม.ลงมา สำหรบั วัสดุทแ่ี ข็ง เชน เหลก็ ทำเครือ่ งมือ 32 ตลอดจนสายเคเบิล,แผน โลหะ,ทอ ทม่ี ีผนังบางลวด และแผน โลหะขึ้นรูป
แนวการตอบ แบบฝก หัดหลงั เรยี น เรื่อง งานเลือ่ ย คำช้ีแจง ใหน กั เรยี นตอบคำถามแบบฝกหัดหลังเรียน ตอ ไปนีใ้ หถูกตอ ง ( 10 คะแนน ) ( เวลา 30 นาที ) 1. ใหนกั เรยี นอธบิ าย ขนั้ ตอนการเลอ่ื ยชน้ิ งาน ท่ีนกั เรยี นปฏิบตั ิเสรจ็ ผา นมา ( 7 คะแนน ) 1. ทายนื เลอ่ื ย ยืนเหมอื นงานตะไบ 2. จบั เลอ่ื ยโดยใหห นาเล่อื ยกดลงเล็กนอ ย 3. เร่ิมตน เลื่อยดว ยการจรดหวั แมม ือซา ยและใบเล่อื ยลงบนตำแหนงท่ีจะเลอ่ื ย แลวเลอ่ื ยนำพอเปนรอ ง เล็กๆ 4. นำมอื ซายกลับมาจบั หนาเลื่อยทำการเลื่อยโดยออกแรงใหมากในจังหวะดนั เลอื่ ยไปขา งหนา พยามยาม รกั ษาชวงชัก นำ้ หนกั และความเรว็ ในการเล่ือยใหคงทไ่ี มค วรเรงรบี เกินไปเพราะอาจจะทำใหใบเล่อื ย หัก หรอื แนวเลอื่ ยไมต รงตามตอ งการ 5. ระหวางท่ที ำการเลอ่ื ยถางานหนีบใบเล่อื ยทำใหเล่อื ยลำบาก อาจจะใชส กดั สกัดเพอ่ื ถา งงานออก เล็กนอ ย (ถาจำเปน และ เหมาะสมที่จะทำ) เพื่อใหง านเล่อื ยสะดวกขน้ึ 6. การเลื่อยงานที่มแี นวเลื่อยยาวมากๆควรปรบั มมุ ของใบเลือ่ ยไป 90องศา 7. ไมค วรจบั เลอื่ ยดว ยมอื ขา งเดยี วเพราะจะไมม ่นั คงใบเลอ่ื ยจะหัก แนวเลอื่ ยไมต รง 8. งานทจี่ ะนำมาเลือ่ ยจะตองมีความหนาไมนอยกวา 2 ฟน เลื่อย ถางานมคี วามหนานอยกวา 2 ฟน เล่ือย จะตอ งหาวัสดใุ ดๆ เชน ไมม าประกบเพิ่มความหนาข้ึน
2. นกั เรียนอธบิ ายความถข่ี องฟนเล่อื ย และ ความเหมาะสมตอ การใชง าน ชอ งวางทห่ี ายไปใหถกู ตอง (3 คะแนน) ลักษณะการใชง าน จำนวนฟนตอ ความยาวใบ ชนิดของฟนใบเลอ่ื ย เลือ่ ย 1 นวิ้ หรือ 25 มม. สำหรับวัสดอุ อน เชน อะลมู ิเนียม,ดบี กุ ,ทองแดง 16 หยาบ วสั ดุสงั เคราะห สำหรับใชง านเลอื่ ยที่มีรอยเลื่อยลึกๆ เชน เหล็กสีเ่ หลยี่ ม หรอื กลมทีม่ คี วามหนามากกวา 40 มม.ข้ึนไป สำหรับงานเล่ือยท่วั ไป ทใี่ ชก ับเหลก็ และโลหะท่ี 22 ปานกลาง มคี วามแข็งปานกลางโดยเฉพาะ สำหรบั ทอเหลก็ รูป ตางๆ ตลอดจนแทง เหลก็ ที่มีความหนาต่ำกวา 20 มม.ลงมา สำหรบั วัสดุที่แข็ง เชน เหลก็ ทำเคร่ืองมือ 32 ละเอยี ด ตลอดจนสายเคเบลิ ,แผน โลหะ,ทอ ท่ีมีผนงั บางลวด และแผน โลหะขึน้ รปู
ใบงาน ผลงาน การเลอ่ื ยชน้ิ งาน คำช้ีแจง ใหน ักเรียนปฏบิ ัติงาน เลื่อยชิ้นงานเหล็กแผนใหไ ดขนาน 60 x 120 มม. แลวทำตามคำสั่งตามภาพ ท่กี ำหนด เม่ือเสรจ็ แลวใหนำชิ้นงานมาสงคนละ 1 ช้ิน ( เวลา 1 ชวั่ โมง 30 นาที ) ( 12 คะแนน ) หนว ยการวัดเปน มลิ ลเิ มตร
แผนการจัดการเรยี นรูที่ 6 กลมุ สาระการเรยี นรู การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศึกษาปที่ 4 หนว ยการเรยี นรทู ี่ 6 การตะไบ เวลา 12 ชั่วโมง เรือ่ ง การตะไบปรบั ผิว เวลา 6 ช่ัวโมง ผสู อน นายพนิ จิ พลู ผล วันที่ 25 เดอื น กรกฎคม พ.ศ. 2561 1. เปาหมายการเรียนรู 1.1 มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ง 4.1 เขา ใจ มีทกั ษะท่จี ำเปน มีประสบการณ เหน็ แนวทางในงานอาชพี ใช เทคโนโลยี เพอ่ื พฒั นาอาชพี มคี ณุ ธรรม และมีเจตคตทิ ่ีดตี ออาชพี 1.2 สาระสำคญั ในปจจุบันจะมีเครื่องจักรที่ทันสมัย ในการทำใหผิวเรียบแตก็ยังมี ความจำเปนตองใชตะไบใน การทำงานเปนประจำตะไบเปนเครื่องมือใชสำหรับลดขนาดของชิ้นงาน ตกแตงผิวงานใหเรียบเพ่ือ งานประกอบชิ้นสวนเขาดวยกัน ซึ่งการตัดเฉือนของตะไบจะอาศัยคมตัดที่เรียกวาฟนตะไบ ในการ ปฏิบัตงิ านแตล ะครั้งความปลอดภยั เปน ส่ิงสำคญั ทีส่ ดุ สำหรับชา งทกุ คน 1.3 ตัวชี้วดั ของหลกั สูตร ง 4.1 ม.4/1 อภปิ รายแนวทางเขา สูอ าชีพท่ีสนใจ ง 4.1 ม.4/3 มีประสบการณใ นอาชพี ที่ถนัดและสนใจ ง 4.1 ม.4/3 มคี ุณลักษณะที่ดตี อ อาชีพ 1.4 จุดประสงคการเรียนรู 1.4.1 ดา นความรู (K) นกั เรยี นสามารถอธบิ ายการใชงานและวธิ ีตะไบได 1.4.2 ดานทกั ษะ/กระบวนการ (P) นกั เรยี นสามารถปฏบิ ัติงานตะไบปรับผิวชื้นงานได 1.4.3 ดานเจตคติ (A) นักเรยี นมีความใฝรใู ฝเรียน ซอื่ สัตยสจุ ริต และมรี ะเบยี บวนิ ยั 1.5 ตวั ชี้วดั ของแผนการเรยี นรู 1.5.1 นักเรยี นสามารถทำแบบฝก หัดไดไมตำ่ กวา รอ ยละ 70 1.5.2 นกั เรยี นสามารถทำใบงานไดในระดับคุณภาพพอใชข ้ึนไป 1.5.3 นกั เรียนมคี วามใฝร ูใฝเรียน ซอ่ื สตั ยสุจริต และมีระเบยี บวินัย ไมต่ำกวาระดบั คุณภาพดี
1.6 เนื้อหาสาระ 1.6.1 ความหมายและสว นประกอบของตะไบ 1.6.2 ประเภทของตะไบและลักษณะการใชงาน 1.6.3 การจดั วางตะไบบนโตะปฏิบตั ิงาน 1.6.4 เทคนคิ วธิ กี ารตะไบ 1.7 ภาระช้นิ งาน 1.7.1 ผลงานที่ไดจ ากการตะไบปรับผิว คนละ 1 ชิ้น 1.7.2 แบบฝกหดั หลงั เรียน เร่อื งการตะไบ 1.8 สอ่ื การสอน 1.8.1 ครูผสู อน 1.8.2 power point 1.8.3 โทรทัศน 1.8.4 ใบความรู 1.8.5 ตะไบประเภทตา งๆ 1.8.6 หนังสอื แบบเรียน 2. การวัดผลและการประเมนิ ผล 2.1 การวัดผล จากแบบฝกหัดหลงั เรียน 10 คะแนน ดานความรู ดา นทกั ษะ/กระบวนการ จากแบบประเมินผลงาน 12 คะแนน จากแบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงาน 9 คะแนน ดา นคุณลกั ษณะ จากแบบสังเกตพฤติกรรมอนั พึงประสงค 9 คะแนน รวม 40 คะแนน 2.2 การประเมินผล หมายถงึ ดี (3) ระดับคุณภาพ ตงั้ แต 32-40 คะแนน ตงั้ แต 20-31 คะแนน หมายถึง พอใช (2) ต้งั แต 0-19 คะแนน หมายถึง ปรบั ปรงุ (1)
แบบประเมนิ ผลงาน กลมุ สาระการเรียนรู การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 หนวยการเรียนรทู ่ี 6 การตะไบ เรื่อง การตะไบปรบั ผิว ท่ี ชื่อ – สกุล รวม ผลการความเรียบรอย หมายเหตุ ประ ความ ูถก ตอง เมนิ ความสะอาด ผาน ไม ผาน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 12 ลงชือ่ ............................................................ผปู ระเมนิ ( นายพนิ จิ พลู ผล ) เกณฑการประเมิน ใสเครือ่ งหมาย √ ลงในชอ งหมายเลขทป่ี ระเมนิ 4 หมายถึง ดีเยี่ยม 3 หมายถึง ดี 2 หมายถงึ พอใช 1 หมายถึง ปรับปรุง เกณฑการตัดสินการประเมิน ใสเคร่อื งหมาย √ ลงในชอง ผาน หรือไมผาน ผา น หมายถึง มีผลการประเมิน 9 คะแนนขึ้นไป
เกณฑการใหคะแนนแบบประเมินผลงาน กลุม สาระการเรยี นรู การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดับช้นั มัธยมศึกษาปที่ 4 หนว ยการเรียนรทู ี่ 6 การตะไบ เร่อื ง การตะไบปรับผวิ รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ ความเรยี บรอ ย ความสะอาด ดเี ยีย่ ม ( 4 ) ดี ( 3 ) พอใช ( 2 ) ปรบั ปรุง ( 1 ) ความถูกตอง ช้นิ งานมีความเรยี บ ชน้ิ งานมีความเรยี บ ชิน้ งานมีความเรียบ ช้ินงานไมม ีความ เสมอกนั ไมม ขี อบคม เสมอกันบางจดุ ไมมี เสมอกันนอยมาก มี เรยี บรอย มีขอบคม เกบ็ รายละเอียดทกุ ขอบคม เก็บเกือบ ขอบคมดา นขางไมเ กบ็ ดา นขาง ไมเ ก็บ ดา น รายละเอียดทุกดา น เก็บรายละเอยี ด รายละเอยี ด ไมมีรองรอยของรอย ไมม ีรองรอยของรอย มรี อ งรอยของรอยขดุ มรี อ งรอยของรอยขดุ ขุดตะไบและเศษ ขดุ ตะไบและมเี ศษ เหลก็ ตดิ ช้ินงาน เหล็กตดิ ช้ินงาน ตะไบเล็กนอยและเศษ ตะไบและเศษเหล็ก เลก็ นอย เหลก็ ตดิ ชิน้ งาน ตดิ ชิ้นงานมาก ผลงานมีความถกู ตอ ง ผลงานมีความถูกตอ ง ผลงานไดขนาดตาม ผลงานไมไ ดข นาดตาม ไดข นาดตามแบบท่ี ไดขนาดตามแบบที่ แบบที่กำหนดมาบาง แบบทก่ี ำหนด กำหนดมาทุกจดุ กำหนดมาบางจดุ
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงาน กลมุ สาระการเรยี นรู การงานอาชพี และเทคโนโลยี ระดบั ชั้น มัธยมศกึ ษาปท่ี 4 หนวยการเรยี นรทู ่ี 6 การตะไบ เร่ือง การตะไบปรบั ผวิ ที่ ชอ่ื – สกุล รวม ผลการความพรอมในการ หมายเหตุ ประทำงาน เมนิ การแสดงความ ิคดเ ็หน การรักษาความ สะอาด ผาน ไม ผาน 321321321 9 ลงชอื่ ............................................................ผูป ระเมิน ( นายพนิ ิจ พลู ผล ) เกณฑก ารประเมนิ ใสเ ครื่องหมาย √ ลงในชอ งหมายเลขท่ปี ระเมิน 3 หมายถึง ดี 2 หมายถงึ พอใช 1 หมายถึง ปรับปรุง เกณฑก ารตัดสนิ การประเมนิ ใสเครื่องหมาย √ ลงในชอง ผา น หรอื ไมผ าน ผา น หมายถงึ มีผลการประเมนิ 6 คะแนนขน้ึ ไป
เกณฑการใหคะแนนแบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน กลมุ สาระการเรียนรู การงานอาชพี และเทคโนโลยี ระดบั ช้ัน มธั ยมศึกษาปท่ี 4 หนว ยการเรยี นรูท ่ี 6 การตะไบ เร่อื ง การตะไบปรบั ผวิ รายการประเมิน ดี ( 3 ) ระดับคุณภาพ ปรบั ปรงุ ( 1 ) พอใช ( 2 ) ไมใหค วามสนใจในการเร่มิ ความพรอมในการทำงาน ใหความสนใจในการ ใหค วามสนใจในการ ทำงาน ชวนเพ่อื นคยุ หรือ เรมิ่ ตนทำงาน ไมช วน เริ่มตนทำงานเลก็ นอย เลน ในขณะทำงานตลอด เพือ่ นคยุ หรอื เลน ในขณะ ชวนเพ่ือนคุยหรอื เลน ทำงาน ไมนำวิชาอ่นื มาทำ ในขณะทำงานบา ง ไม นำวิชาอืน่ มาทำ นำวชิ าอน่ื มาทำ แสดงและยอมรบั ความ แสดงและยอมรบั ความ สวนใหญไมแสดงและ การแสดงความคิดเห็น คดิ เหน็ ของตนและผอู นื่ คิดเห็นของตนและผอู ่ืน ยอมรบั ความคดิ เหน็ ของ อยา งมีเหตผุ ล ตอบคำถาม อยางมีเหตผุ ลในบางครั้ง ตนและผอู ืน่ ไมส ามารถ ไดทนั ทีเมอื่ ครูถาม ตอบคำถามไดเมอ่ื ครู ตอบคำถามไดท นั ทเี มอ่ื ครู ถามแตยงั ไมถ ูก ถาม การรกั ษาความสะอาด เกบ็ กวาดทำความสะอาด เกบ็ กวาดทำความ ไมเก็บกวาดทำความ ขยะทกุ ช้ินหลังจาก สะอาดขยะหลงั จาก สะอาดขยะใดๆหลังจาก ปฏิบัตงิ านเสร็จ ปฏบิ ตั ิงานเสร็จ แตไม ปฏบิ ตั งิ านเสร็จ หมด
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมอนั พงึ ประสงค กลมุ สาระการเรียนรู การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปท่ี 4 หนว ยการเรียนรูท่ี 6 การตะไบ เร่อื ง การตะไบปรบั ผวิ ท่ี ช่อื – สกุล ผลการความรับ ิผดชอบ หมายเหตุ รวม ประ ซ้ือ ัสตย ุสจริต การป ิฏ ับ ิตตนใน หองเรียน เมนิ ผาน ไ ม ผาน 321321321 9 ลงชือ่ ............................................................ผปู ระเมิน ( นายพนิ ิจ พูลผล ) เกณฑการประเมิน ใสเครื่องหมาย √ ลงในชองหมายเลขทป่ี ระเมนิ 3 หมายถึง ดี 2 หมายถงึ พอใช 1 หมายถึง ปรบั ปรงุ เกณฑการตัดสินการประเมิน ใสเคร่อื งหมาย √ ลงในชอ ง ผา น หรอื ไมผ า น ผา น หมายถึง มีผลการประเมิน 5 คะแนนขน้ึ ไป
เกณฑก ารใหค ะแนนแบบสงั เกตพฤตกิ รรมอันพึงประสงค กลมุ สาระการเรยี นรู การงานอาชพี และเทคโนโลยี ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี 4 หนว ยการเรียนรทู ่ี 6 การตะไบ เรอ่ื ง การตะไบปรบั ผิว รายการประเมิน ดี ( 3 ) ระดบั คุณภาพ ปรับปรุง ( 1 ) พอใช ( 2 ) มีความรบั ผิดชอบ เริ่มตน ทำงานท่ไี ดรบั เริ่มตน ทำงานทไ่ี ดร ับ ไมส ามารเร่ิมตน ทำงาน มอบหมายไดท นั ทีทำงาน มอบหมายแตยงั ไมเขาใจ ท่ไี ดรับมอบหมายได เสร็จกอนเวลาท่ีกำหนด บางสว น ทำงานเสร็จตาม ทนั ที ทำงานเสรจ็ ชา กวากำหนด งานไมม ี งานมีคุณภาพ เวลาทก่ี ำหนด งานมี คณุ ภาพตองแกไ ข คุณภาพแตตองแกไข เล็กนอ ย ซื่อสตั ยสุจริต ปฏิบัตงิ านดว ยตนเอง ไม ปฏบิ ัตงิ านดวยตนเองเปน ใหเพื่อนปฏบิ ัติงานให คดั ลอกงานของผูอ น่ื บางครง้ั คัดลอกงานผูอนื่ เปน ประจำ คดั ลอกงาน มาดัดแปลง ของผูอื่น การปฏบิ ตั ติ นใน ปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบียบ ปฏิบัตติ ามกฎระเบียบบาง ไมปฏบิ ตั ิตาม หอ งเรยี น ที่ต้งั ไว มคี วามสุภาพ ไมคอ ยสภุ าพเรยี บรอย ครู กฎระเบียบ พูดจาไม เรยี บรอย ออ นนอมถอ ม เหมาะสม ครูคอย เตือนเปน บางคร้งั ตน ตักเตอื นเสมอ
3. กจิ กรรมการเรียนรู 3.1 ขน้ั นำเขา สบู ทเรยี น ( 10 นาที ) ครพู ูดนำเขา สูบทเรยี น ถามนักเรียนวาเครอ่ื งมือชนิดใดท่ีใชปรับผิวเพ่อื ตกแตง ชน้ิ งาน เพอื่ ทำให นักเรยี นมคี วามสนใจในการเรยี นการสอน 3.2 ขั้นสอน ( 2 ชว่ั โมง ) 3.2.1 ครสู อนโดยใช power point ใหนกั เรียนดูพรอมอธบิ ายควบคใู นหนังสือแบบเรียน งานฝก ฝมอื 3.2.2 ครแู นะนำอปุ กรณเคร่ืองมือและอธบิ ายวธิ ีการใชงานในการตะไบใหน ักเรียน 3.2.3 ครูสาธติ ข้ันตอนการตะไบและเทคนคิ ทถี่ ูกตอง 3.3 ขน้ั ปฏบิ ตั ิ ( 3 ชั่วโมง 30 นาที ) เมอื่ ครูสอนไปขา งตนแลว ครูแจกใบงานใหนักเรียนสรา งช้ินงานตามใบงานทกี่ ำหนดเปนเวลา 3 ช่วั โมง โดยครูเปนผูคอยแนะนำในขณะปฏบิ ตั งิ านตะไบ และคอยสังเกตการณทำงาน พฤตกิ รรมของ นักเรยี น เมื่อนักเรียนปฏิบตั ิเสรจ็ แลว นำมาสงเพอ่ื ตรวจใหค ะแนน จากนน้ั ใหท ำแบบฝก หัดหลงั เรียน โดยศึกษาจากหนังสือเรียน เปนเวลา 30 นาที 3.4 ขัน้ สรปุ ( 10 นาที ) ครูและนกั เรยี นรว มกันสรุปความรูเก่ยี วกับการตะไบปรับผวิ ในการปฏบิ ัติงานท่ไี ดจากการเรยี น ในวนั นี้
1.ผลการเรียนการสอน บันทึกหลังสอน ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… 2.ปัญหา/อุปสรรคในการสอน ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… 3.การแก้ปัญหา ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ลงชือ่ ..........................................................ผ้สู อน ( นายพินิจ พลู ผล ) ………/.……../………
ความคิดเหน็ ของครูพ่ีเลยี้ ง ลงชอื่ .....................................................( ครูพ่เี ลีย้ ง ) (.......................................................) ………/.……../………
ความคดิ เหน็ ของผ้บู ริหาร ลงชื่อ.....................................................( ผ้บู ริหาร ) (……………………………………) ………/.……../………
ใบความรู เรอื่ ง การตะไบ งานตะไบ เปน งานขั้นพ้นื ฐานทมี่ ีความสำคัญมากทางดานชางอุตสาหกรรมชา งฝมือทุกคนตองศกึ ษา ชนดิ คุณสมบัติของตะไบและฝกใหมที ักษะความเชยี่ วชาญในการใชตะไบจึงสามารถปฏบิ ัตงิ านไดอยา งถูกตอง ละเอียด ประณตี มีประสิทธิภาพ ตะไบเปน เคร่ืองมอื ตดั เฉอื นที่มีประโยชนมากซึง่ ใชใ นการปรับลดขนาด ช้นิ งานใหเ ปน ผลิตภัณฑต าง ๆ ปรบั ตกแตง ผิวงานใหเรียบ เพ่อื งานประกอบช้ินสวนเขา ดว ยกันหรอื ใชตกแตง และซอ มแซมชน้ิ งานช้นิ สว น เครอื่ งจกั รกลในงานซอ มบำรุง เปนตน 1. ความหมายของการตะไบ การตะไบ คอื ขบวนการที่ทำใหผวิ ของงานหลุดออกจากท่ีเดิมในลกั ษณะของการโกนหรอื ถากคลาย กบั การตัดเฉือนของคมสกดั ตะไบที่ใชงานทว่ั ไป จะมฟี น ที่มรี ปู รา งลกั ษณะคลา ยกบั ลม่ิ เรยี งเปนแถว แตละแทง ลม่ิ จะมีปลายคมตดั เม่ือเราออกแรงกดตะไบจะทำใหเ กิดผลสองประการ คอื 1. เมื่อกดวตั ถจุ ะแยกหา งออกจากกนั 2. เมอ่ื ออกแรงดันวัตถจุ ะหลดุ ออกจากกัน 1ภ9 าพที่ 1 แสดงลกั ษณะการตัดเฉอื นของฟน ตะไบ19 ทม่ี า : สมยศ .2557 : 99
2. สว นประกอบของตะไบ ตะไบเปน เคร่ืองมอื ท่ีทำจากเหล็กกลาคารบอนสงู ผา นกระบวนการข้ึนรูปดว ยเคร่ืองจักรแลว นำไปอบ ชุบผิวแขง็ ตะไบมสี วนประกอบท่ีสำคัญ คือ ดา ม กัน่ โคน หนา ขอบ ความยาว และปลาย 19ภาพที่ 2 แสดงสว นประกอบของตะไบ ท่มี า : สมยศ.0 2557 : 91 2.1 คมตดั ของตะไบ คมตัดหรือฟน ของตะไบ โดยท่วั ไปจะมมี ุมคายเปนลบ ซ่ึงจะมผี ลทำใหคมตดั ตะไบ ตัดเฉือนเนื้อวสั ดงุ านในลกั ษณะถากผิวออกทลี ะนอ ย ตะไบมีคมตดั หลายลักษณะ เชน Ÿ = มุมคาย β = มมุ ลม่ิ α = มมุ ฟรี 19ภาพท่ี 3 แสดงมุมตาง ๆ ของฟนตะไบ19 ทีม่ า : สมยศ .2557 : 96
1) คมตัดคู (Double-cut) เหมาะสำหรับใชตะไบปรบั ลดขนาดงาน วัสดแุ ขง็ เชน เหล็กกลา เหลก็ หลอ 19 ภาพท่ี 4 แสดงลักษณะคมตัดคู ที่มา : สมยศ .2557 : 50 2) คมตดั เดยี่ ว (Single-cut) เหมาะสำหรบั ใชต ะไบปรบั ผวิ ในชน้ั สุดทาย เปน การตะไบละเอียดงานเหลก็ ภาพที่ 5 แสดงลักษณะคมตัดเดีย่ ว ที่มา : สมยศ .2557 : 58
3) คมตดั โคง (Curved-cut) ลกั ษณะคมตัดโคงเปนรัศมี ทำใหส ามารถคายเศษโลหะออกไดทงั้ สองขา งของ คมตะไบ เหมาะสำหรบั ตะไบงานทีม่ ีเนื้อออน เชน ตะกวั่ ดบี ุก พลวง อะลูมเิ นียม ทองแดง เปนตน ภาพท่ี 6 แสดงลกั ษณะคมตดั โคง ทม่ี า : สมยศ .2557 : 40 3. ประเภทของตะไบและลกั ษณะการใช ตะไบถกู ออกแบบมาเพื่อใหใชตะไบชิ้นงานในลกั ษณะตางๆ ไดส ะดวก รวดเร็ว มปี ระสทิ ธิภาพ ตะไบ นิยมแบงออกตามลกั ษณะพ้ืนทหี่ นาตดั ของตะไบนนั้ ๆ ดังนี้
4. เทคนิคและวิธีการตะไบ การตะไบช้นิ งานอยางมีประสทิ ธภิ าพ ไดผ ลงานมคี ณุ ภาพสงู มีขนาดถกู ตอง ประณตี สมบรูณ และใช เวลาในการปฏบิ ตั งิ านนอย เครอ่ื งมอื อปุ กรณไมชำรดุ เสยี หาย จำเปน อยา งยง่ิ ท่ผี ูปฏบิ ัตงิ านจะตอ งมฝี มือและมี ทักษะในการตะไบสูง ซง่ึ จะตองศกึ ษาเทคนิคตางๆ ดังน้ี 4.1 เทคนคิ วธิ กี ารจบั ยึดชิ้นงาน จบั ยดึ ชน้ิ งานใหไ ดศนู ยกลางของปากกา และยึดใหม น่ั คง โดยใหสวนของช้ินงานท่ีจะถูก ตะไบอยูใ กลปากของปากกา เพอ่ื ปอ งกันการสะทานของช้ินงาน 4.2 เทคนคิ วิธกี ารจบั ตะไบ มือขวาจบั ท่ีดา มไมใหป ลายดามไมอยูในองุ ของสนั หัวแมมอื และน้ิวหวั แมมือชีข้ นานกับดา ม แลว กำนวิ้ ทง้ั สน่ี วิ้ มอื ซา ยกดทปี่ ลายตะไบโดยอุงมือสวนทค่ี อ นมาทางขอมือเปน ตัวกด ใหน ำ้ หนกั ท่ีกระทบบน ตะไบมจี ุดรวมอยทู งี่ าน ภาพท่ี 12 แสดงวธิ กี ารจับงานและวิธกี ารจบั ตะไบ ท่มี า : สมยศ .2557 :11 เทคนิคการวางตำแหนงเทาขณะยืนทำงาน - เทาขวาทำมมุ ประมาณ 75 องศา กับแนวก่ึงกลางตัวปากกา - ทา ซา ยทำมุม 15-30 องศา กับแนวก่งึ กลางตวั ปากกา และอยูห นาเทาขวาระยะประมาณ 30-40 เซนตเิ มตร
เทคนิคการท้ิงนำ้ หนกั ตวั และการโยกตวั เขาของขาหลงั ตึงเล็กนอย เขา ของขาหนา หยอ นไปตามจังหวะโยกตัวไป-มา ภาพท่ี 14 แสดงเทคนคิ การตะไบโดยการโยก ท่ีมา : สมยศ .2557 : 66 เทคนิควธิ กี ารประคองตะไบ 1. ผลักไปขางหนาตามแนวยาวของตะไบใหสุด แตอยาใหชนถึงดา มตะไบหรือดามตะไบชน กระแทกงาน 2. มอื ขวาทำหนาท่ีผลักและกด มือซา ยกดอยา งเดียว 3. เคล่อื นตะไบไปขางหนา พรอมกับแรงกดลง 4. ดึงกลบั จะตอ งไมก ดตะไบลง 5. การผลกั ตะไบไปขา งหนาจะตองใหแ รงกดกระทำท่ชี ิ้นงานอยา งสม่ำเสมอ
5. การตะไบผวิ ราบ ชน้ิ งานทีต่ องการปรบั ลดขนาดและตกแตงผิวใหเ รียบมีขนาดความกวา ง ความยาวและ ความหนา แตกตา งกันลักษณะทวั่ ไปของการตะไบผิวราบสามารถแบงได4 ลกั ษณะคอื 5.1 การตะไบตามขวาง การตะไบลกั ษณะนี้ ทศิ ทางของการตะไบจะทำมุมฉากกบั ขอบชิ้นงานดานความยาวใชในการลดขนาด ของชน้ิ งาน ซ่ึงสามารถตะไบลดขนาดลงไดร วดเรว็ หกวาการตะไบลกั ษณะอื่น เพราะพืน้ ท่ีทีถ่ กู ตะไบนอ ยกวา ลกั ษณะอ่นื นอกจากนยี้ ังใชต ะไบแกไ ขชิ้นงานทโ่ี คง นนู ตามความยาว ภาพที่ 16 แสดงลักษณะการตะไบตามขวาง ท่ีมา : สมยศ .2557 : 58 5.2 การตะไบตามยาว การตะไบลักษณะน้ีทิศทางของการตะไบจะทำมมุ ฉากกบั ชิน้ งานดา นความกวา งหรือตามแนวยาวของผวิ งาน ภาพท่ี 17 แสดงลกั ษณะการตะไบตามยาว ท่ีมา : สมยศ. 2557 : 106
5.3 การตะไบเฉียงหรอื ตะไบทแยงมมุ การตะไบลกั ษณะนี้ ทิศทางการตะไบจะทำมมุ 45 องศา กับขอบชน้ิ งานดา นยาว แลว เปล่ยี น ใหท ศิ ทางการตะไบจากเดิมทำมุม 90 องศา กับคร้ังแรกทุกครัง้ เหมาะสำหรับปรับผวิ เรียบ รอยตะไบที่ไขวกัน จะแสดงใหเห็นผวิ นนู ไดเปน อยา งดี ซ่ึงสงั เกตไดจากรอยที่เกิดจากการตะไบทแยงมมุ ถารอบตะไบยาวตั้งแต ดานหนง่ึ ไปส้นิ สุดอีกดานหน่งึ ทัง้ สองดาน แสดงวาผวิ ของช้นิ งานทีท่ ำการตะไบมีผวิ เรยี บ ภาพที่ 18 แสดงลักษณะการตะไบทแยงมมุ ท่ีมา : สมยศ. 2557 : 10 5.4 การตะไบแบบขดู การตะไบลกั ษณะน้ี มักใชกับการตะไบผวิ ละเอยี ดโดยใชตะไบคมตัดเดยี่ ววธิ กี ารจับตะไบ จะตองใหส มดลุ และใชมอื ทั้งสองขางจบั ตวั ตะไบใกลชดิ กนั แลวกดดนั ไปขางหนา และดงึ ถอยหลังชักตะไบระยะ ส้ันๆ ใชก ับงานทม่ี คี วามกวางไมม าก และตะไบปรับเฉพาะสวนทโ่ี คงนูนใหเรยี บ ภาพที่ 19 แสดงลักษณะการตะไบแบบถู ทีม่ า : สมยศ .2557 : 97
6. การทำความสะอาด เม่ือเราทำความสะอาดตะไบชิ้นงานระยะหนง่ึ จะมีเศษโลหะติดตะไบ ทำใหผิวงานเปน รอย ขีดขวน ดังนน้ั จึงตอ งขจัดเศษโลหะนั้นออก วิธีทำความสะอาดตะไบ โดยปกติจะใชแ ปรงปด ตะไบถปู ด ไปตามรอ งฟน ตะไบ ภาพที่ 20 แสดงการทำความสะอาดตะไบดวยแปรง ท่ีมา : สมยศ. 2557 : 109 7. การใชและการบำรงุ รักษาตะไบ 1. อยาใชตะไบที่ไมมีดา ม 2. อยาใชตะไบแทนคอ นหรอื ทำตกพน้ื เพราะจะทำใหแตกหกั 3. อยาใชน ้ำมนั หลอ ลื่นทาตะไบ เพราะจะทำใหค มของตะไบล่ืน 4. เลอื กใชตะไบใหเหมาะสมกับงาน 5. ควรแยกตะไบออกจากเครื่องมือชนดิ อน่ื และไมควรเก็บกองรวมกนั ตองเก็บไวใ นทเ่ี ก็บ 6. การตะไบ ผิวดิบของชนิ้ งานที่ผา นกระบวนการรดี รอ นมาผิวจะแข็ง ดังนั้นจะตองใชส นั ตะไบทำการตะไบผวิ ดบิ ออกใหห มดกอ นจึงจะใชหนาตะไบปรับงานตอไป โดยใหส ันตะไบทำมุมเอียง ประมาณ 30 องศา กบั แนวระนาบ
แบบฝกหัด เรื่อง การตะไบ ช่อื – นามสกลุ ................................................................................................................ เลขที่.................. คำชแ้ี จง ใหน ักเรียนตอบคำถามแบบฝกหัดหลังเรยี น ตอไปน้ีใหถูกตอ ง ( 10 คะแนน ) ( เวลา 30 นาที ) 1. ใหนกั เรียนอธิบายเทคนคิ วิธีการตะไบ มกี ี่วธิ ี อะไรบา ง จงอธบิ าย ( 5 คะแนน) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………….…………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………. 2. นักเรียนจงอธบิ ายถึงการใชแ ละวิธีบำรุงดูแลรักษาตะไบ อยา งถกู ตอง อยางนอย 5 ขอ ( 5 คะแนน) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………….…………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………….
แนวการตอบ แบบฝกหัด เร่ือง ตะไบปรับผวิ คำชแ้ี จง ใหน กั เรียนตอบคำถามแบบฝก หัดหลังเรยี น ตอ ไปน้ใี หถกู ตอ ง ( 10 คะแนน ) ( เวลา 30 นาที ) 1. ใหนักเรียนอธบิ ายเทคนิควิธกี ารตะไบ มกี ี่วิธี อะไรบา ง จงอธิบาย ( 5 คะแนน) 4 เทคนคิ 1. เทคนคิ วิธกี ารจับยึดชิน้ งานใหไ ดศูนยก ลางของปากกา และยึดใหมัน่ คง โดยใหส ว น ของชน้ิ งานที่จะถูกตะไบอยูใกลป ากของปากกา เพื่อปองกนั การสะทานของชิ้นงาน 2.เทคนคิ วธิ กี ารจับตะไบมือขวาจับทดี่ ามไมใ หป ลายดา มไมอ ยูในอุงของสนั หวั แมมอื และ น้วิ หัวแมม อื ชขี้ นานกบั ดา มแลวกำนิว้ ทัง้ สน่ี ิว้ มอื ซา ยกดทีป่ ลายตะไบโดยองุ มอื สวนที่คอ นมาทางขอ มอื เปน ตวั กด ใหนำ้ หนกั ทก่ี ระทบบนตะไบมีจุดรว มอยทู ง่ี าน 3. เทคนคิ การวางตำแหนง เทาขณะยืนทำงานเทาขวาทำมมุ ประมาณ 75 องศา กบั แนวก่ึงกลางตวั ปากกาเทาซา ยทำมมุ 15-30 องศา กบั แนวกง่ึ กลางตวั ปากกา และอยูหนา เทา ขวาระยะประมาณ 30- 40 เซนติเมตร 4.เทคนคิ วธิ ีการประคองตะไบ 1. ผลักไปขา งหนาตามแนวยาวของตะไบใหส ุด แตอยา ใหชนถงึ ดา มตะไบหรือ ดามตะไบชน กระแทกงาน 2. มือขวาทำหนาที่ผลกั และกด มอื ซายกดอยางเดยี ว 3. เคลื่อนตะไบไปขางหนา พรอมกบั แรงกดลง 4. ดึงกลบั จะตอ งไมกดตะไบลง 5. การผลักตะไบไปขางหนา จะตองใหแ รงกดกระทำทีช่ น้ิ งานอยา งสมำ่ เสมอ 2. นักเรียนจงอธิบายถึงการใชแ ละวิธีบำรงุ ดูแลรักษาตะไบ อยางถกู ตอ ง อยา งนอย 5 ขอ ( 5 คะแนน) 1. อยาใชต ะไบทไ่ี มมดี า ม 2. อยาใชตะไบแทนคอ นหรือทำตกพ้ืนเพราะจะทำใหแตกหกั 3. อยาใชน้ำมันหลอ ลน่ื ทาตะไบ เพราะจะทำใหคมของตะไบล่ืน 4. เลอื กใชตะไบใหเ หมาะสมกับงาน 5. ควรแยกตะไบออกจากเครื่องมอื ชนดิ อนื่ และไมควรเก็บกองรวมกนั ตองเกบ็ ไวใ นทเี่ ก็บ 6. การตะไบ ผิวดบิ ของช้นิ งานทีผ่ านกระบวนการรดี รอนมาผวิ จะแขง็
ใบงาน ผลงาน การตะไบปรับผวิ คำช้ีแจง ใหนักเรยี นปฏิบตั งิ าน ตะไบลงบนชิ้นงานเหลก็ แผนใหไ ดตามขนาดที่กำหนดใหจากใบงานโดยใช เครอ่ื งมอื ในการตะไบ เม่อื เสร็จแลวใหน ำช้นิ งานมาสง คนละ 1 ชิ้น ( เวลา 2 ชวั่ โมง 30 นาที ) ( 12 คะแนน ) 90 มิลลิเมตร 25 มลิ ลเิ มตร 45 องศา 50 มิลลเิ มตร 65 มลิ ลเิ มตร
แผนการจัดการเรียนรูที่ 7 กลมุ สาระการเรียนรู การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ี่ 4 หนว ยการเรยี นรทู ่ี 6 การตะไบ เวลา 12 ชว่ั โมง เรือ่ ง การตะไบลดขนาด เวลา 6 ช่ัวโมง ผูส อน นายพนิ ิจ พูลผล วนั ที่ 30 เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2561 1. เปาหมายการเรียนรู 1.1 มาตรฐานการเรยี นรู มาตรฐาน ง 4.1 เขาใจ มีทักษะทจี่ ำเปน มปี ระสบการณ เห็นแนวทางในงานอาชีพ ใช เทคโนโลยี เพื่อพฒั นาอาชีพ มคี ุณธรรม และมเี จตคตทิ ี่ดตี อ อาชีพ 1.2 สาระสำคญั ในปจจุบันจะมีเครื่องจักรที่ทันสมัย ในการทำใหผิวเรียบแตก็ยังมี ความจำเปนตองใชตะไบใน การทำงานเปนประจำตะไบเปนเครื่องมือใชสำหรับลดขนาดของชิ้นงาน ตกแตงผิวงานใหเรียบเพื่อ งานประกอบชิ้นสวนเขาดวยกัน ซึ่งการตัดเฉือนของตะไบจะอาศัยคมตัดที่เรียกวาฟนตะไบ ในการ ปฏิบัตงิ านแตล ะครัง้ ความปลอดภัยเปนส่งิ สำคญั ทส่ี ุดสำหรับชางทุกคน 1.3 ตัวช้ีวดั ของหลกั สูตร ง 4.1 ม.4/1 อภปิ รายแนวทางเขาสูอาชพี ที่สนใจ ง 4.1 ม.4/3 มีประสบการณใ นอาชพี ท่ีถนดั และสนใจ ง 4.1 ม.4/3 มีคุณลักษณะที่ดีตอ อาชีพ 1.4 จดุ ประสงคก ารเรยี นรู 1.4.1 ดานความรู (K) นักเรยี นสามารถอธิบายการใชง านและวธิ ีตะไบได 1.4.2 ดานทกั ษะ/กระบวนการ (P) นกั เรียนสามารถตะไบลดขนาดงานได 1.4.3 ดานเจตคติ (A) นักเรยี นมีความใฝรูใฝเรยี น ซ่อื สตั ยส จุ รติ และมรี ะเบียบวนิ ัย 1.5 ตวั ช้ีวดั ของแผนการเรยี นรู 1.5.1 นกั เรยี นสามารถทำแบบฝก หดั ไดไ มตำ่ กวารอยละ 70 1.5.2 นกั เรยี นสามารถทำใบงานไดใ นระดับคุณภาพพอใชข้ึนไป 1.5.3 นักเรยี นมคี วามใฝรใู ฝเรยี น ซอื่ สัตยสจุ รติ และมีระเบยี บวนิ ัย ไมต ่ำกวา ระดบั คุณภาพดี
1.6 เนอ้ื หาสาระ 1.6.1 ความหมายและสว นประกอบของตะไบ 1.6.2 ประเภทของตะไบและลกั ษณะการใชง าน 1.6.3 การจดั วางตะไบบนโตะปฏิบตั ิงาน 1.6.4 เทคนิควธิ ีการตะไบ 1.7 ภาระช้ินงาน 1.7.1 ผลงานทไ่ี ดจากการตะไบปรับผิว คนละ 1 ช้นิ 1.7.2 แบบฝกหัดหลงั เรยี น เรื่องการตะไบลดขนาด 1.8 สอ่ื การสอน 1.8.1 ครูผูสอน 1.8.2 power point 1.8.3 โทรทัศน 1.8.4 ตะไบประเภทตา งๆ 1.8.5 หนงั สอื แบบเรียน 2. การวดั ผลและการประเมนิ ผล 2.1 การวัดผล ดานความรู จากแบบฝกหดั หลงั เรยี น 10 คะแนน 12 คะแนน ดานทักษะ/กระบวนการ จากแบบประเมินผลงาน 9 คะแนน 9 คะแนน จากแบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงาน 40 คะแนน ดานคณุ ลักษณะ จากแบบสงั เกตพฤติกรรมอนั พึงประสงค ดี (3) พอใช (2) รวม ปรับปรงุ (1) 2.2 การประเมนิ ผล ระดับคุณภาพ ตง้ั แต 32-40 คะแนน หมายถงึ ต้ังแต 20-31 คะแนน หมายถงึ ตั้งแต 0-19 คะแนน หมายถึง
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398