1.6 เนอื้ หาสาระ 1.6.1 ความหมายของเครอ่ื งมือวัด 1.6.2 เครื่องมอื วัดในงานอตุ สาหกรรม 1.7 ภาระช้ินงาน 1.7.1 ใบงานเรื่องเครือ่ งมือวัด 1.7.2 แบบฝกหดั หลังเรียน เรื่อง เครือ่ งมอื วดั 1.8 ส่ือการสอน 1.8.1 ครูผูสอน 1.8.2 หนังสือแบบเรยี น ใบความรู 1.8.3 โทรทัศน 1.8.4 โปรแกรม power point 1.8.5 เวอรเนยี คาลิปเปอร 1.8.6 น็อต สกรู 2. การวดั ผลและการประเมนิ ผล จากแบบฝก หัดหลงั เรยี น 10 คะแนน จากแบบประเมินผลงาน 12 คะแนน 2.1 การวัดผล จากแบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงาน ดานความรู จากแบบสงั เกตพฤตกิ รรมอนั พงึ ประสงค 9 คะแนน ดา นทักษะ/กระบวนการ 9 คะแนน รวม 40 คะแนน ดานคุณลกั ษณะ 2.2 การประเมนิ ผล คะแนน หมายถงึ ดี (3) ระดบั คณุ ภาพ คะแนน หมายถึง พอใช (2) คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรงุ (1) ตงั้ แต 32-40 ต้งั แต 20-31 ต้ังแต 0-19
แบบประเมินผลงาน กลมุ สาระการเรยี นรู การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปท่ี 4 หนวยการเรยี นรทู ่ี 3 เครื่องมอื วดั เร่ือง เครือ่ งมอื วัด ัทกษะรวม ผลการ หมายเหตุ ระยะเวลา ประ ที่ ชอ่ื – สกุล ความ ูถก ตอง ผาน เมิน ไม ผาน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 12 ลงชอื่ ............................................................ผปู ระเมิน (นายพินจิ พลู ผล ) เกณฑการประเมิน ใสเ ครอ่ื งหมาย √ ลงในชองหมายเลขท่ีประเมิน 4 หมายถึง ดีมาก 3 หมายถงึ ดี 2 หมายถงึ พอใช 1 หมายถงึ ปรับปรงุ เกณฑการตัดสนิ การประเมนิ ใสเ คร่ืองหมาย √ ลงในชอ ง ผา น หรอื ไมผา น ผาน หมายถึง มีผลการประเมนิ 9 คะแนนขึ้นไป
เกณฑก ารใหคะแนนแบบประเมินผลงาน กลมุ สาระการเรยี นรู การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดับช้ัน มธั ยมศึกษาปที่ 4 หนว ยการเรียนรูท ี่ 3 เคร่อื งมอื วัด เร่อื ง เคร่อื งมอื วัด รายการ ดีมาก ( 4 ) ระดบั คุณภาพ ปรับปรุง ( 1 ) ประเมนิ ดี ( 3 ) พอใช ( 2 ) ทักษะ มีไหวพรบิ ในการอา น มไี หวพรบิ ในการอา น มไี หวพริบในการอา นไดบ าง ไมม ีไหวพริบในการ โดยไมนบั ทีละคา โดยไมน ับทลี ะคา นบั ทลี ะคา สามารถคิดใน อา น นบั ทีละคา สามารถคิดในใจได ใจไดบา ง ใชเ ครอ่ื งมือใน คำนวณโดยใชมอื นับ สามารถคิดในใจได ใช บา ง ใชเครือ่ งมือใน การวดั สิ่งของทีก่ ำหนดได ใชเคร่อื งมือในการวดั เครื่องมอื ในการวดั การวดั สิ่งของที่ สงิ่ ของท่กี ำหนดไมไ ด สง่ิ ของท่กี ำหนดได กำหนดได ระยะเวลา สามารถอา นแลว บอก สามารถอานแลวบอก สามารถอา นแลวบอกคา ได สามารถอา นแลว บอก คา ไดท นั ที ในเวลา 10 คาได ในเวลา 30 วินาที วนิ าที ใชเ วลาไมเ กนิ 1 นาที มี คา ได ใชเวลาเกิน 1 ความลงั เลบาง ตองคอยให นาที มคี วามลังเล คำแนะนำ ตองคอยใหคำแนะนำ ตลอด ความถูกตอง สามารถใชงานและ สามารถใชงานและ สามารถใชงานและอา นคา ไมส ามารถใชงาน อานคาไดถูกตอ งตามท่ี อา นคาไดถูกตอง ไดบา งตามทไ่ี ดเ รียน ยงั ตามทไี่ ดเ รยี น ยงั ไดเรียน ตามทไี่ ดเรยี น แตย ัง อานคาเลขหลักและ อา นคาเลขหลกั และ อา นคาทศนยิ มผิด ทศนิยมผิดบาง ทศนิยมผดิ บาง
แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน กลุมสาระการเรียนรู การงานอาชพี และเทคโนโลยี ระดบั ช้ัน มธั ยมศึกษาปท่ี 4 หนวยการเรียนรทู ่ี 3 เครอื่ งมอื วดั เร่ือง เครอ่ื งมือวัด ท่ี ชอ่ื – สกุล รวม ผลการความพรอมในการ หมายเหตุ ประทำงาน เมิน การแสดงความ ิคดเ ็หน การรักษาความ สะอาด ผาน ไม ผาน 321321321 9 ลงชอื่ ............................................................ผปู ระเมิน (นายพินิจ พูลผล ) เกณฑการประเมิน ใสเ คร่อื งหมาย √ ลงในชอ งหมายเลขทปี่ ระเมิน 3 หมายถึง ดี 2 หมายถงึ พอใช 1 หมายถึง ปรับปรุง เกณฑการตัดสนิ การประเมิน ใสเครือ่ งหมาย √ ลงในชอง ผา น หรอื ไมผ าน ผาน หมายถงึ มีผลการประเมิน 6 คะแนนขึ้นไป
เกณฑก ารใหคะแนนแบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงาน กลมุ สาระการเรยี นรู การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 หนวยการเรียนรูท ี่ 3 เคร่อื งมือวัด เรอื่ ง เคร่ืองมือวดั รายการประเมนิ ดี ( 3 ) ระดับคุณภาพ ปรับปรุง ( 1 ) พอใช ( 2 ) ไมใหความสนใจในการเริม่ ความพรอ มในการทำงาน ใหค วามสนใจในการ ใหความสนใจในการ ทำงาน ชวนเพ่อื นคุยหรอื เรม่ิ ตน ทำงาน ไมชวน เรม่ิ ตน ทำงานเลก็ นอย เลน ในขณะทำงานตลอด เพือ่ นคุยหรอื เลนในขณะ ชวนเพอ่ื นคุยหรือเลน ทำงาน ไมน ำวิชาอื่นมาทำ ในขณะทำงานบาง ไม นำวชิ าอนื่ มาทำ นำวิชาอืน่ มาทำ แสดงและยอมรับความ แสดงและยอมรับความ สว นใหญไ มแ สดงและ การแสดงความคิดเหน็ คิดเห็นของตนและผูอ ่ืน คิดเหน็ ของตนและผูอืน่ ยอมรับความคิดเห็นของ อยางมีเหตุผล ตอบคำถาม อยางมีเหตผุ ลในบางครั้ง ตนและผูอนื่ ไมส ามารถ ไดท นั ทเี มอ่ื ครูถาม ตอบคำถามไดเ ม่ือครู ตอบคำถามไดท นั ทีเม่อื ครู ถามแตยงั ไมถูก ถาม การรักษาความสะอาด เก็บกวาดทำความสะอาด เก็บกวาดทำความ ไมเก็บกวาดทำความ ขยะทกุ ช้นิ หลังจาก สะอาดขยะหลังจาก สะอาดขยะใดๆหลงั จาก ปฏบิ ตั ิงานเสร็จ ปฏิบัติงานเสร็จ แตไม ปฏบิ ัติงานเสร็จ หมด
แบบสังเกตพฤติกรรมอนั พึงประสงค กลมุ สาระการเรยี นรู การงานอาชพี และเทคโนโลยี ระดบั ชั้น มัธยมศกึ ษาปท่ี 4 หนวยการเรียนรทู ี่ 3 เคร่ืองมอื วัด เรอื่ ง เครือ่ งมอื วดั ที่ ชื่อ - สกลุ ผลการความรับ ิผดชอบ หมายเหตุ รวม ประ ซ้ือ ัสตย ุสจริต การป ิฏ ับ ิตตนใน หองเรียน เมิน ผาน ไ ม ผาน 321321321 9 ลงช่อื ............................................................ผูประเมิน ( นายพนิ ิจ พูลผล ) เกณฑก ารประเมิน ใสเ คร่ืองหมาย √ ลงในชอ งหมายเลขที่ประเมนิ 3 หมายถึง ดี 2 หมายถงึ พอใช 1 หมายถงึ ปรบั ปรุง เกณฑการตัดสนิ การประเมนิ ใสเ คร่ืองหมาย √ ลงในชอง ผา น หรือไมผ าน ผาน หมายถึง มผี ลการประเมนิ 5 คะแนนข้ึนไป
เกณฑก ารใหค ะแนนแบบสงั เกตพฤตกิ รรมอนั พึงประสงค กลมุ สาระการเรยี นรู การงานอาชพี และเทคโนโลยี ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที่ 4 หนว ยการเรยี นรูท่ี 3 เครอ่ื งมอื วดั เรื่อง เครื่องมือวัด รายการประเมนิ ดี ( 3 ) ระดบั คุณภาพ ปรับปรงุ ( 1 ) พอใช ( 2 ) มีความรบั ผิดชอบ เริ่มตน ทำงานทไ่ี ดรับ เร่ิมตนทำงานทไ่ี ดรับ ไมส ามารเร่ิมตน ทำงาน มอบหมายไดทนั ทีทำงาน มอบหมายแตยังไมเ ขาใจ ท่ไี ดรับมอบหมายได เสรจ็ กอนเวลาที่กำหนด บางสวน ทำงานเสร็จตาม ทนั ที ทำงานเสรจ็ ชา กวา กำหนด งานไมมี งานมีคุณภาพ เวลาที่กำหนด งานมี คุณภาพตองแกไ ข คุณภาพแตตองแกไข เล็กนอย ซื่อสตั ยส จุ รติ ปฏิบตั งิ านดวยตนเอง ไม ปฏิบัติงานดว ยตนเองเปน ใหเ พอ่ื นปฏิบัตงิ านให คัดลอกงานของผอู ืน่ บางคร้ัง คัดลอกงานผอู นื่ เปนประจำ คดั ลอกงาน มาดัดแปลง ของผอู ืน่ การปฏบิ ัติตนใน ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ปฏิบตั ิตามกฎระเบียบบาง ไมป ฏบิ ัตติ าม หองเรยี น ท่ีต้งั ไว มีความสภุ าพ ไมคอ ยสุภาพเรียบรอ ย ครู กฎระเบียบ พดู จาไม เรยี บรอ ย ออ นนอ มถอ ม เหมาะสม ครูคอย เตือนเปน บางคร้งั ตน ตักเตอื นเสมอ
3. กจิ กรรมการเรียนรู 3.1 ข้นั นำเขา สูบทเรยี น ( 10 นาที ) ครูใหน กั เรยี นดตู ัวอยา งของ นตั สกรู ครูพดู นำเขา สูบทเรยี นถามนกั เรยี นวา นอกจากไมบ รรทดั แลว นักเรยี นสามารถใชอะไรวัดสิง่ ของสิ่งนไ้ี ดอีก เพอ่ื ทำใหนักเรียนมคี วามสนใจในการเรยี นการสอน 3.2 ขนั้ สอน ( 2 ชั่วโมง ) 3.2.1 ครูอธบิ ายความหมายของเครือ่ งมอื วัด 3.2.2 ครอู ธิบายเครอ่ื งมือวัดในงานอตุ สาหกรรมพรอ มยกตวั อยาง 3.2.3 ครูสอนวิธีการใชเครื่องมอื วดั และการอานคา เวอรเ นียคาลิปเปอร โดยการวัด ภายนอก ภายในและความลึกของช้นิ งาน 3.3 ขั้นปฏิบัติ ( 3 ช่วั โมง 30 นาที ) เมือ่ ครูสอนไปขางตน แลว ครูใหนกั เรียนสัมผสั และทดลองใชเ ครอ่ื งมอื วัด ครแู จกใบ งานใหน กั เรียน เปน เวลา 2 ชั่วโมง 30 นาที ทดสอบการอา นคาเวอรเ นยี เปนรายบุคคลเพอ่ื สามารถ เพ่ิมเติมความรูค วามเขาใจมากขน้ึ เมื่อเสร็จแลวใหทำแบบฝก หัดหลงั เรียนโดยศกึ ษาจากหนังสือ เรียน เปน เวลา 30 จากนัน้ เสริมความรูเพือ่ เกดิ ใหเขา ใจพรอมผูเรียนคนอืน่ 3.4 ขัน้ สรปุ ( 10 นาที ) ครูและนกั เรียนรวมกันสรุปความรเู กีย่ วกับเครื่องมือวัดที่ไดจากการเรยี นในวนั นี้
บนั ทึกหลังสอน 1.ผลการเรียนการสอน ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… 2.ปัญหา/อุปสรรคในการสอน ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… 3.การแก้ปัญหา ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ลงช่อื ..........................................................ผ้สู อน ( นายพนิ จิ พลู ผล ) ………/.……../………
ความคิดเหน็ ของครูพ่ีเลยี้ ง ลงชอื่ .....................................................( ครูพ่เี ลีย้ ง ) (.......................................................) ………/.……../………
ความคดิ เหน็ ของผ้บู ริหาร ลงชอ่ื .....................................................( ผ้บู ริหาร ) (……………………………………) ………/.……../………
ใบความรู เรอื่ ง งานเคร่อื งมือวัดและตรวจสอบขนาด 1.ความหมายของเครือ่ งมือ และการวัดขนาด 1.1 เครอ่ื งมือวัด (Measurement Tools) หมายถงึ เครอ่ื งมอื ทส่ี รางหรืออกแบบมาเพ่ือใชสำหรับ วัดและตรวจสอบชิ้นงาน ทั้งที่อยูใ นระหวางการผลิต หรือหลังการผลิต เครื่องมือวัดแบงออกเปน 2 ประเภท คือเคร่ืองมือวดั แบบมสี เกล และเครอ่ื งมือวัดแบบไมม สี เกล 1.2 การวดั ขนาด (Measurement) หมายถงึ วธิ กี ารเปรยี บเทยี บขนาดกับตวั วัด หรอื เครอ่ื งมอื วัดที่ กำหนดไวเปน มาตรฐานในการบอกขนาด ท้ังน้เี พื่อใหทราบวา ขนาดของช้ินงานจริงน้ันมขี นาดเทาไร 1.3 จุดมุงหมายในการวดั ขนาด 1.3.1 เพื่อใหไดม าซึ่งขอ มลู ของขนาด 1.3.2 เพ่ือการควบคุม หรอื ตรวจสอบขนาดของชิ้นงาน 2.ระบบของหนวยวัด ในงานการผลิตทุกชนิด เพื่อที่จะใหไดผลิตภัณฑมีรูปรางตามที่กำหนดหรือตองการ จะตองมีการ ควบคุมขนาด นัน่ คือ ตอ งมีการวดั เขามาเกย่ี วขอ ง ดังนน้ั การใชเครือ่ งมอื วัดและการอา นเปนส่ิงจำเปนอยาง ยิ่งที่ตองการเรียนรูใหเขา ใจและอานถูกตอ ง ซ่ึงในงานอุตสาหกรรมสวนมากแลว จะเปน การวัดความกวา ง ความยาว และความหนาของชิ้นงาน เครื่องมือชา งที่ใชสำหรับการวัดขนาดมีหลายชนิด แตที่สำคัญๆ คือ ฉากผสมฟุตเหล็ก เวอรเนียรคาลิเปอร และไมโครมิเตอร เปนตน หนวยวัดความยาวทใี่ ชก นั อยใู นประเทศไทย มอี ยู 2 ระบบ คอื 2.1 ระบบอังกฤษ ใชก ันประเทศสหรัฐอเมริกา มีหนว ยวัดเรียงจากส้ันสดุ ไปถงึ ยาวสดุ ดงั น้ี น้วิ ฟุตหลา ไมล มาตราสว นของหนว ยวดั ระบบองั กฤษ 12 นว้ิ = 1 ฟุต 3 ฟุต = 1 หลา 1760 หลา = 1 ไมล 2.2 ระบบเมตริก ปจจุบันเปนระบบวัดสากล นิยมใชกันมากโดยเฉพาะแถบยุโรป และเอเชีย มี หนวยวดั เรยี งจากสั้นไปถงึ ยาวสดุ ดงั น้ี มิลลิเมตร เซนติเมตร เดซิเมตร เมตร เดคาเมตร เฮกโตเมตร และ กิโลเมตร
มาตราสว นของหนว ยวดั ระบบเมตรกิ 10 มิลลิเมตร =1 เซนติเมตร 10เซนตเิ มตร = 1 เดซเิ มตร 10 เดซิเมตร =1 เมตร 10เมตร = 1เดคาเมตร 10เดคาเมตร= 1เฮกโตเมตร 10เฮกโตเมตร = 1กโิ ลเมตร 2.3 แสดงการเปรียบเทยี บความยาวระหวา งระบบเมตรกิ และระบบองั กฤษ เมตริก เปน องั กฤษ องั กฤษ เปน เมตริก 1 มิลลิเมตร = 0.03937 นิว้ 1 นว้ิ = 25.4 มลิ ลเิ มตร 1 เซนตเิ มตร = 0.3937 1 นิ้ว = 2.541 เซนตเิ มตร 1 เมตร = 39.37 น้วิ 1 นิ้ว = 0.0254 เมตร 1 กิโลเมตร = 0.6214 ไมล 1 ไมล = 1.608 กิโลเมตร 3.การวัดโดยตรงและการวัดเปรียบเทยี บ เครือ่ งมอื วดั ความยาวท้งั หลายจำเปนตองมสี เกลประกอบอยู เครื่องมือวดั ประเภทบรรทัดเหล็กหรือ ตลับเมตร อาศัยหลักการวัด คือ นำบรรทัดไปทาบกับสวนที่ตองการ และใชสายตาถายทอดขนาดจากงาน จริงลงบนบรรทัด และอานคาตามสเกลจากบรรทัดวิธีนี้เรียกวา “การวัดโดยใชส เกลประกอบสายตา” หรือ เรยี กอีกอยา งหนึ่งวา “วดั โดยตรง” ดังแสดงในรูปที่ 1สวิงไปมาและอา นระยะมากสุด
จากรูปที่ 1 เปน การวดั โดยตรงซงึ่ การวัดดวยวธิ ีน้ี จะละเอยี ดถกู ตอ งหรือไมน้ันขึ้นอยูกับตำแหนงที่ มอง โดยเฉพาะการวัดขนาดของชิ้นงานที่ไมแบนราบโอกาสผิดพลาดจากการวัดจะยิ่งมีมาก เชน การวัด ชิ้นงานกลม เปนตน การอานขนาดดวยบรรทัดเหล็ก ถาตำแหนงการอานอยูคนละตำแหนงแลว จะอานได ขนาดไมเทากัน ซึ่งปญหาที่กลาวมาจะถกู ลดลงโดยสิน้ เชงิ โดยการวัดดวยขาวัดสัมผัสผิวงาน และจากนั้นจงึ นำไปทาบกบั สเกลของบรรทดั อีกครง้ั หนึง่ เพอ่ื อา นคา ที่ถกู ตอ ง การวัดเชน นีเ้ รียกวา “การวดั เปรยี บเทียบ” ซ่ึง เคร่ืองมือที่ทำหนา ท่ถี า ยขนาดนนั้ เรียกวา “คาลเิ ปอร” หรือวงเวียนวัด ดงั แสดงใน รูปท่ี 2 รปู ที่ 2 แสดงลักษณะการวดั ชิน้ งานกลมดว ยคาลิเปอรแ ลว นำไปเปรยี บเทียบกบั บรรทดั เหลก็ เพอ่ื ความเทีย่ งตรง
เวอรเ นยี คาลิปเปอร (Vernier Calipers) เวอรเนียร คาลิปเปอร เปนเครื่องวัดความยาวอยางละเอียดที่ใชหลักของเวอรเนียรสเกล โดยการ แบงสเกลตามแนวยาวคลายไมบรรทัด แตมีการแบงสเกลรองโดยการใชสเกลเลื่อนเพื่อใหสามารถวัดได ละเอยี ดมากขึ้นซึ่งเคร่ืองมือวดั นี้คดิ ขึ้นโดย ปแ อร เวอรเ นยี ร (Pierre Vernier) ชาวฝรั่งเศส เมื่อประมาณป พ.ศ. 2174 หรอื ค.ศ. 1637 ซ่งึ เดิมท่ที ำการคิดเก่ยี วกับการใชงานสเกลเล่ือน 2 ชิ้น มาทำใหเกิดระยะการเลือ่ นขยาย เรียกวา เวอรเนียรสเกล หลักจากนั้น นายโจเซฟอารบ ราวน ไดมาท าการ ประยุกตเพิ่มปากวัดงาน (Caliper) เพื่อใหสามารถใชงานไดดีขึ้น จึงไดเปลี่ยนชื่อเรียกเปน เวอรเนียรคาลิป เปอร (Vernier Caliper) ตามช่อื ของนายเวอรเ นียร และช่ือเรียกปากวัดงาน สำหรับ เวอรเนียรค าลิปเปอรที่มี ใชกันในปจจุบันมีหลายแบบหลายชนิด ซึ่งก็แลวแตผูผลิตจะทำออกจำหนาย โดยบางชนิดอาจใชกับงานวัด เฉพาะดา น แตในเบ้อื งตน ชนิดที่เราจะศึกษากนั เปน แบบทใ่ี ชง านทว่ั ไป (Universal Vernier Caliper) ประเภทของเวอรเ นียร 1.เวอรเนียรคาลิปเปอร (Vernier Calipers) เวอรเนียรคาลิเปอร (Vernier caliper) มีลักษณะเปนกา มปูทข่ี า งหนงึ่ ตดิ ไมบรรทัดยาว อีกขางติด ไมบรรทัดอันเล็กที่เลือ่ นได ไมบรรทัดทั้งสองมีขีดวัดที่เยื้องกันตามที่กำหนด การวัดใชวิธีถางเวอรเนียรออก แลวปรับใหตรงกับขนาดสิ่งที่ตองการวัด ลงสลักยึด แลวจึงยกออกมาอานคา โดยดูวา เสนบนไมบรรทัดรอง เสน ใดตรงกบั เสนที่อยบู นไมบรรทดั หลกั ใหถือเสน นนั้ เปน ทศนยิ มตวั ทายสุดที่จะนำมาตอกับคาที่วัดไดจากไม บรรทัดหลกั เวอรเ นยี รคาลเิ ปอรท มี่ จี ำหนา ยตามทองตลาดมกั จะมีท้ังมาตราเมตรกิ และมาตราองั กฤษไวดวยกัน เพ่อื ความสะดวก ในทางอุตสาหกรรมเวอรเนยี รคาลิเปอรม กั กำหนดความละเอยี ดไวท ่ี 0.01 mm หรือหนึ่งใน พันน้ิว
2. เวอรเนียรไ ฮเกจ (Vernier Height Gauge) เวอรเนียรวัดความสูงใชเม่ือตองการวัดตรวจสอบความสูงของงานและขีดขนาดความสูงของงานได ขนาดถูกตองแมนยำ ใชขีดรางแบบ (Lay out) ตามขนาดแบบงานเนื่องจากเวอรเนียรไฮเกจมีหลักการแบง สเกลเชนเดียวกับเวอรเนียคาลิปเปอรขนาดความยาวในระบบเมตริก 300, 500, 600 และ 1,000 มม. มีคา ความละเอียด 0.02 มม.ขนาดความยาวในระบบองั กฤษ12 น้วิ 18 นิว้ 24 นิ้ว และ 40 นวิ้ มคี าความละเอียด 0.001 น้ิว 3. เวอรเ นียรว ัดลึก (Venire Depth Gauge)
จุดประสงคของการใช เวอรเนียรวดั ลึก เพื่อใชวัดความลึกของรูเจาะ ความลึกของบางาน รอง ลึก ตางระดับ การวัดสามารถอานคาจากสเกลไดเชนเดียวกับการใชเวอรเนียรคาลิปเปอร แตกตางกันที่การวัด สเกลหลกั จะเปน ตัวเคล่อื นท่ี สว นสเกลเล่ือนจะอยกู ับท่ีสามารถอา นคาไดอ ยา งถกู ตองแมน ยำ สว นประกอบและหนา ท่ี เวอรเ นยี รคาลิเปอร (Vernire caliper) เวอรเ นยี รคาลิปเปอร เปนเคร่อื งมอื ทน่ี าเอาหลักการของคาลปิ เปอร ซ่งึ เปนเครอ่ื งมอื ถายทอดขนาด ผสมกบั บรรทดั เหลก็ สิง่ สาคัญก็คอื เพิม่ สเกลชว ยใหอ า นคาไดละเอียดย่งิ ขึน้ เวอรเ นียรค าลิปเปอร ใชวดั ความโต นอก – ใน วดั ความลึก และความยาวของชิ้นงาน อา นคา ไดโ ดยสเกล สวนประกอบของเวอรเ นียรค าลิปเปอรมี 4 สว น 1. ปากสำหรบั วดั (JAW)ประกอบดวย ปากวดั ใน และปากวัดนอก 2. สเกลหลกั (MAINSCALE)เปนตัวบรรทดั ใหญจ ะมีขีดแบง ไวเปนระบบอังกฤษและระบบเมตริก 3. สเกลเวอรเนยี (VERNIRE SCALE)จะยึดติดกับปากสำหรบั วดั ความโตนอก และความโตในสามารถ วดั ความละเอียดไดถ ึง 0.001 นว้ิ และ 0.02 มลิ ลเิ มตร 4. กานสำหรับวัดความลกึ (DEPTH BAR)ลกั ษณะเปน เหล็กเสน แบนเลก็ จะอยสู วนทา ยของเมนสเกล
ตำแหนง ของการวดั เวอรเ นียร หนาท่ี ชือ่ สวนประกอบ วดั ขนาดภายนอกของชน้ิ งาน วัดขนาดภายในของชิน้ งาน 1.ปากวัดนอก (Outside Caliper Jaws) วัดขนาดความลกึ ของชน้ิ งาน 2.เขีย้ ววัดใน (Inside Caliper Jaws) 3. กานวัดลกึ (Depth Probe) เปน คาสเกลหยาบทอ่ี ยูบนลำตวั เวอรเนยี รค าลิป 4. สเกลหลกั (Main Scale) เปอร 5. สเกลเลื่อน (Vernier Scale) 6. สกรูล็อค หรือปุมลอ็ ค (Locking Screw) เปน คา สเกลขยายคาความละเอียดอยูบนปากวัด เลื่อน ลอ็ คตำแหนง ของปากวัดใหค งที่ วิธีอา นคาบนเวอรเ นียร 1. หาความละเอียดของเวอรเ นียรอนั น้ันเปนอนั ดับแรก (ปกติจะเขียนติดไวที่ตวั เวอรเ นียร) โดยหาวา แตล ะชอ งบนสเกลหลักหา งกันเทาใด ในหนวยใด 2.นำเวอรเนียรไปวัดวตั ถุที่ตองการ เลื่อนจนสเกลเวอรเนียรชิดวัตถุอาน ความยาวของวัตถุจากสเกล หลัก โดยสังเกตวาขีดศูนยของสเกลเวอรเนียรเลยขีดศูนยส เกลหลักมากี่ชอง จากนั้นหาเศษความ ยาวทเี่ กนิ ไปอีกเล็กนอย โดยสงั เกตวาขีดเทาไรของสเกลเวอรเนียรตรงกับขีดบน สเกลหลัก นาจาน วนขีดคูณกบั กับความละเอยี ดของเวอรเนยี รทีห่ ามาแลว ตามขอ 1 นาความยาวท่ี หาทงั้ สองครัง้ บวก กนั จะไดเปน ความยาวของวตั ถุ ตวั อยาง เมอื่ นำเวอรเ นียรไปวดั วตั ถชุ ิน้ หนี่ง ไดด ังรูป
เมื่อพิจารณารูป จะพบวาเวอรเ นียรอันน้ี สเกลหลักมีหนว ยเปน เซนติเมตรและ มิลลิเมตร แตสเกล เวอรเนียรมีหนวยเปนมิลลิเมตร ดังนั้นความละเอียดของเวอรเนียรจึงตองใชระยะหางระหวางขีดในหนวย มลิ ลเิ มตรคำนวณ ซ่ึงจะไดวา เวอรเ นียรม ีความละเอยี ด 0.02 mm ขณะที่วัดวัตถุตามรูป นั้น ขีดศูนยของสเกลเวอรเนียรอยูระหวาง 1.7 ถึง 1.8 ใน หนวยเซนติเมตร หรอื 17 ถึง 18 ในหนว ยมลิ ลเิ มตร คา ท่ีอานไดคา แรก คือ 1.7 เซนติเมตร หรอื 17 มลิ ลเิ มตร ตามลำดบั ตอไปสังเกตขีดบนสเกลเวอรเนยี ร จะเห็นวา ขดี ท่ี 19 บนสเกลเวอรเนยี ร ( ตอ งนบั ขีดท้ังหมด โดยไม ตองสนใจตัวเลขบนสเกลเวอรเ นียร) ตรงพอดกี บั ขดี บนสเกลหลกั ดังนั้นเศษความยาวจะเทา กบั 19 x 0.02 = 0.38 mm หรือ 0.038 เซนติเมตร ดังนน้ั วัตถุชนิ้ นย้ี าว 1.7 + 0.038 =1.738 เซนติเมตร หรอื ยาว 17+0.38 = 17.38 มิลลิเมตร สรุป งานเครื่องมือวัดและตรวจสอบขนาดเปนการศึกษาเกี่ยวกับความหมายความสำคัญระบบการวัด (โดยในประเทศไทยไดมีการใชอยู 2 ระบบ คือ ระบบอังกฤษและระบบเมตริก) การวัดโดยตรงและการวัด เปรยี บเทยี บ (ซึง่ มคี วามสำคญั อยางมากในการวัดชนิ้ งานหรือวัตถุท่ีมีขอจำกัดในการวัดขนาด ซ่ึงทำใหการวัด คาไดค า ท่เี ทยี งตรงมากยงิ่ ข้ึน) และการวธิ ีการใชงานและการอานคา เวอรเ นียรค าลปิ เปอร (Venire Calipers)
แบบฝก หัดท่ี เรอ่ื ง เครอื่ งมอื วดั ชื่อ-สกลุ ………………………………………………………………..ช้ัน……………เลขท่ี……………. คำช้ีแจง ใหน กั เรยี นตอบคำถามแบบฝก หัดหลังเรียน ตอไปนใ้ี หถ ูกตอง โดยใชเวลา 30 นาที (10 คะแนน) 1.เคร่อื งมอื วัด (Measurement Tools) หมายถึงอะไร ? ( 2 คะแนน) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………… 2.หนว ยวัดความยาวที่ใชก นั อยใู นประเทศไทย มอี ยกู ี่ระบบ ระบบอะไรบาง ? ( 2 คะแนน) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………… 3.การวดั โดยตรง มวี ธิ ีการวดั อยางไร ( 2 คะแนน ) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4.การวดั เปรยี บเทียบมีวธิ ีการวดั อยางไร ( 2 คะแนน ) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………… 5.สว นประกอบหลกั ของเวอรเนียรคาลิปเปอรม ีกี่สว น อะไรบาง มหี นาท่อี ะไรบา ง ( 2 คะแนน ) ...……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………
แนวการตอบ แบบฝกหดั เร่ือง เครอื่ งมือวดั คำชีแ้ จง ใหนักเรยี นตอบคำถามแบบฝกหดั หลงั เรียน ตอไปนใี้ หถ กู ตอ ง โดยใชเวลา 50 นาที (10 คะแนน) 1. เคร่อื งมือวัด (Measurement Tools) หมายถึงอะไร? มกี ่ีประเภท (2 คะแนน) ตอบ เครื่องมือที่สรางหรืออกแบบมาเพื่อใชสำหรับวัดและตรวจสอบชิ้นงาน ทั้งที่อยูในระหวางการ ผลิต หรือหลังการผลิต เครื่องมือวัดแบงออกเปน 2 ประเภท คือเครื่องมือวัดแบบมีสเกล และ เครอ่ื งมือวดั แบบไมมสี เกล 2. หนว ยวัดความยาวท่ีใชก นั อยูใ นประเทศไทย มอี ยูก่ีระบบ ระบบอะไรบาง ? ( 2 คะแนน ) ตอบ 2 ระบบ คือ ระบบองั กฤษและระบบเมตริก 3. การวัดโดยตรง มวี ิธีการวัดอยา งไร ( 2 คะแนน ) ตอบ การนำบรรทัดไปทาบกบั สวนท่ีตอ งการ และใชส ายตาถายทอดขนาดจากงานจรงิ ลงบนบรรทัด และอานคาตามสเกลจากบรรทัด 4. การวดั เปรยี บเทยี บมีวิธกี ารวัดอยางไร ( 2 คะแนน ) ตอบ การวดั ดวยขาวดั สมั ผัสผวิ งาน และจากนนั้ จึงนำไปทาบกับสเกลของบรรทดั อีกครง้ั หนึง่ เพื่ออา น คา ทถี่ ูกตอง 5. สวนประกอบหลักของเวอรเนียรคาลปิ เปอรมีกสี่ ว น อะไรบา ง มหี นา ที่อะไรบาง ( 2 คะแนน ) ตอบ มี 3 สว น 1. ปากสำหรบั วัด (JAW) ประกอบดว ย ปากวดั ใน และปากวัดนอก 2. สเกลหลัก (MAINSCALE) เปนตัวบรรทัดใหญจะมีขีดแบงไวเปนระบบอังกฤษและระบบ เมตรกิ 3. สเกลเวอรเนีย (VERNIRE SCALE) จะยึดติดกับปากสำหรับวัดความโตนอก และความโตใน สามารถวัดความละเอียดไดถ ึง 0.001 น้ิว และ 0.02 มลิ ลเิ มตร 4. กา นสำหรบั วัดความลึก (DEPTH BAR) ลกั ษณะเปนเหล็กเสนแบนเลก็ จะอยูสว นทายของเมน สเกล
ใบงาน เรื่อง เครื่องมอื วัด ช่อื -สกลุ ………………………………………………………………..ชนั้ ……………เลขท่ี……………. คำชี้แจง ใหน ักเรียนใชเวอรเ นยี คาลปิ เปอรในการตรวจสอบขนาดของวัตถุท่คี รกู ำหนดให โดยใชเ วลา เวลา 2 ชั่วโมง 30 นาที (12 คะแนน) หมายเหตุ : ครจู ะกำหนดสิง่ ของอุปกรณที่จะใหน ักเรียนใชเวอรเนยี รใ นการวัด เชน ขนาดเสนผา นศูนยก ลางความยาว ความ ลกึ ความกวา ง เปนตน
แผนการจัดการเรียนรูที่ 4 กลุม สาระการเรียนรู การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศึกษาปท่ี 4 หนวยการเรยี นรทู ่ี 4 การรางแบบ เวลา 6 ชัว่ โมง เร่อื ง การรางแบบ เวลา 6 ชว่ั โมง ผสู อน นายพินจิ พูลผล วนั ที่ 29 เดือน มถิ นุ ายน พ.ศ. 2561 1. เปา หมายการเรยี นรู 1.1. มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ง 4.1 เขาใจ มีทักษะท่ีจำเปน มปี ระสบการณ เหน็ แนวทางในงานอาชีพ ใช เทคโนโลยี เพือ่ พัฒนาอาชีพ มีคณุ ธรรม และมีเจตคติที่ดตี ออาชพี 1.2 สาระสำคญั ในอตุ สาหกรรมการผลิต จะมกี ารขึ้นรปู ช้ินงานใหเปน ผลติ ภณั ฑและเคร่ืองมือตาง ๆ กอนการข้ึน รูปใหไดรปู รางและขนาดทกี่ ำหนด สิง่ ที่จะชว ยใหทราบตำแหนงท่ีแนน อนไดจะตอ งมกี ารรา งแบบกอน ในงานเขียนแบบอาจใชมาตราสวนยอหรือขยายก็ได สำหรับงานรางแบบนั้นจะตองรางบนงานจรงิ และขนาดจริง 1.3 ตัวชว้ี ดั ของหลักสตู ร ง 4.1 ม.4/1 อภปิ รายแนวทางเขาสูอาชพี ที่สนใจ ง 4.1 ม.4/3 มปี ระสบการณใ นอาชพี ท่ถี นัดและสนใจ ง 4.1 ม.4/3 มีคุณลกั ษณะทด่ี ตี อ อาชพี 1.4 จุดประสงคก ารเรยี นรู 1.4.1 ดา นความรู (K) นกั เรยี นสามารถความหมายและอุปกรณท่ีใชใ นการรางแบบได 1.4.2 ดา นทักษะ/กระบวนการ (P) นักเรยี นสามารถรางแบบลงบนชื้นงานได 1.4.3 ดานเจตคติ (A) นักเรยี นมีความใฝรใู ฝเรียน ซ่อื สัตยส ุจรติ และมีระเบยี บวินยั 1.5 ตัวชี้วดั ของแผนการเรยี นรู 1.5.1 นักเรียนสามารถทำแบบฝก หัดไดไ มตำ่ กวา รอ ยละ 70 1.5.2 นักเรียนสามารถทำใบงานไดใ นระดับคณุ ภาพพอใชขึ้นไป 1.5.3 นกั เรียนมคี วามใฝรูใฝเรยี น ซอื่ สัตยสจุ ริต และมีระเบียบวนิ ยั ไมต ่ำกวาระดบั คณุ ภาพดี
1.6 เนอื้ หาสาระ 1.6.1 ความหมายของการรางแบบ 1.6.2 เครอ่ื งมอื รา งแบบและวธิ กี ารใช 1.6.3 อุปกรณช ว ยในการรางแบบและวิธกี ารใช 1.6.4 ขัน้ ตอนการรา งแบบ 1.7 ภาระชนิ้ งาน 1.7.1 งานทไ่ี ดจากการรางแบบ คนละ 1 ชนิ้ 1.7.2 แบบฝก หัดหลังเรยี น เรื่องการรา งแบบ 1.8 สือ่ การสอน 1.8.1 ครูผสู อน 1.8.2 power point 1.8.3 โทรทัศน 1.8.4 อปุ กรณที่ใชร า งแบบ 1.8.5 หนังสือแบบเรียน 2. การวัดผลและการประเมนิ ผล 2.1 การวัดผล ดานความรู จากแบบฝกหดั หลังเรียน 10 คะแนน 12 คะแนน ดานทักษะ/กระบวนการ จากแบบประเมนิ ผลงาน 9 คะแนน จากแบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงาน 9 คะแนน 40 คะแนน ดา นคุณลกั ษณะ จากแบบสังเกตพฤตกิ รรมอนั พึงประสงค รวม 2.2 การประเมินผล ระดับคุณภาพ คะแนน หมายถงึ ดี (3) ต้ังแต 32-40 คะแนน หมายถึง พอใช (2) ตง้ั แต 20-31 คะแนน หมายถึง ปรับปรงุ (1) ตั้งแต 0-19
แบบประเมินผลงาน กลมุ สาระการเรียนรู การงานอาชพี และเทคโนโลยี ระดบั ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปที่ 4 หนวยการเรียนรทู ่ี 4 การรางแบบ เร่อื ง การรา งแบบ ท่ี ช่ือ – สกุล รวม ผลการความเรียบรอย ประ หมายเหตุความ ูถก ตอง เมนิ ความสะอาด ผาน ไม ผาน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 12 ลงชอ่ื ............................................................ผปู ระเมนิ ( นายพินจิ พูลผล ) เกณฑก ารประเมนิ ใสเคร่ืองหมาย √ ลงในชองหมายเลขที่ประเมนิ 4 หมายถึง ดเี ยี่ยม 3 หมายถงึ ดี 2 หมายถงึ พอใช 1 หมายถงึ ปรับปรงุ เกณฑการตัดสนิ การประเมนิ ใสเครอ่ื งหมาย √ ลงในชอง ผาน หรือไมผาน ผา น หมายถงึ มผี ลการประเมิน 9 คะแนนขึน้ ไป
เกณฑก ารใหค ะแนนแบบประเมนิ ผลงาน กลมุ สาระการเรยี นรู การงานอาชพี และเทคโนโลยี ระดับชั้น มัธยมศึกษาปท่ี 4 หนว ยการเรียนรูท ี่ 4 การรางแบบ เรือ่ ง การรางแบบ รายการประเมนิ ระดับคณุ ภาพ ความเรียบรอ ย ดีเย่ยี ม ( 4 ) ดี ( 3 ) พอใช ( 2 ) ปรบั ปรงุ ( 1 ) มเี สนงานท่ีเรยี บตรง มีเสนงานท่เี รียบตรง เสนงานตรงบางเสน ไม เสนงานตรงบางเสน สม่ำเสมอกนั ทกุ เสน สมำ่ เสมอกันบางเสน สมำ่ เสมอกนั มีเสน ราง ไมสม่ำเสมอกนั มี ทับซอ นกนั เสน รา งทบั ซอ นกนั หลายเสน ความสะอาด ไมม ีรอยดินสอ มี เสน รางแบบจากเวอร เสน รา งแบบจากเวอร เหน็ รอยดนิ สอ ความถูกตอง เพยี งเสนรางแบบ เนยี ไฮเกจ แตม ีรอย เนียไฮเกจ แตม ีรอย ชัดเจนกวาเสน ราง จากเวอรเนยี ไฮเกจ ดินสอลางๆ ดินสอชัดเจนบางเสน แบบจากเวอรเ นียไฮ เทานนั้ เกจ ผลงานมคี วามถกู ตอ ง ผลงานมคี วามถูกตอง ผลงานไดขนาดตามแบบ ผลงานไมไ ดขนาด ไดขนาดตามแบบท่ี ไดข นาดตามแบบที่ ท่ีกำหนดมาบาง ตามแบบท่กี ำหนด กำหนดมาทกุ จุด กำหนดมาบางจุด
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงาน กลุมสาระการเรียนรู การงานอาชพี และเทคโนโลยี ระดับชั้น มัธยมศึกษาปท่ี 4 หนวยการเรียนรทู ี่ 4 การรางแบบ เรือ่ ง การรางแบบ ที่ ชือ่ – สกุล รวม ผลการความพรอมในการ หมายเหตุ ประทำงาน เมิน การแสดงความ ิคดเ ็หน การรักษาความ สะอาด ผาน ไ ม ผาน 321321321 9 ลงชอื่ ............................................................ผปู ระเมิน ( นายพนิ จิ พูลผล ) เกณฑก ารประเมิน ใสเ ครอ่ื งหมาย √ ลงในชองหมายเลขทป่ี ระเมิน 3 หมายถึง ดี 2 หมายถงึ พอใช 1 หมายถึง ปรบั ปรุง เกณฑก ารตัดสนิ การประเมนิ ใสเครอื่ งหมาย √ ลงในชอง ผาน หรือไมผาน ผาน หมายถึง มผี ลการประเมนิ 6 คะแนนขนึ้ ไป
เกณฑก ารใหคะแนนแบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงาน กลุมสาระการเรยี นรู การงานอาชพี และเทคโนโลยี ระดบั ช้ัน มัธยมศึกษาปที่ 4 หนวยการเรยี นรูท ่ี 4 การรางแบบ เร่อื ง การรางแบบ รายการประเมนิ ดี ( 3 ) ระดบั คุณภาพ ปรบั ปรงุ ( 1 ) พอใช ( 2 ) ไมใ หความสนใจในการเรมิ่ ความพรอ มในการทำงาน ใหค วามสนใจในการ ใหค วามสนใจในการ ทำงาน ชวนเพ่ือนคยุ หรือ เรม่ิ ตน ทำงาน ไมช วน เริม่ ตน ทำงานเล็กนอย เลนในขณะทำงานตลอด เพอ่ื นคุยหรือเลนในขณะ ชวนเพื่อนคยุ หรอื เลน ทำงาน ไมน ำวิชาอืน่ มาทำ ในขณะทำงานบา ง ไม นำวชิ าอืน่ มาทำ นำวชิ าอน่ื มาทำ แสดงและยอมรบั ความ แสดงและยอมรับความ สวนใหญไมแ สดงและ การแสดงความคิดเห็น คดิ เหน็ ของตนและผูอน่ื คดิ เห็นของตนและผอู ืน่ ยอมรบั ความคดิ เห็นของ อยา งมเี หตผุ ล ตอบคำถาม อยา งมเี หตผุ ลในบางคร้งั ตนและผูอน่ื ไมสามารถ ไดทนั ทีเมื่อครถู าม ตอบคำถามไดเมื่อครู ตอบคำถามไดท ันทีเมอื่ ครู ถามแตยงั ไมถกู ถาม การรักษาความสะอาด เกบ็ กวาดทำความสะอาด เก็บกวาดทำความ ไมเ กบ็ กวาดทำความ ขยะทกุ ชนิ้ หลงั จาก สะอาดขยะหลังจาก สะอาดขยะใดๆหลังจาก ปฏิบัตงิ านเสร็จ ปฏบิ ตั งิ านเสรจ็ แตไ ม ปฏบิ ตั ิงานเสร็จ หมด
แบบสงั เกตพฤติกรรมอันพึงประสงค กลมุ สาระการเรยี นรู การงานอาชพี และเทคโนโลยี ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปที่ 4 หนว ยการเรียนรูท ี่ 4 การรางแบบ เรอ่ื ง การรา งแบบ ท่ี ช่อื – สกุล ผลการความรับ ิผดชอบ หมายเหตุ รวม ประ ซ้ือ ัสตย ุสจริต การป ิฏ ับ ิตตนใน หองเรียน เมนิ ผาน ไ ม ผาน 321321321 9 ลงช่อื ............................................................ผปู ระเมิน ( นายพนิ ิจ พูลผล ) เกณฑก ารประเมิน ใสเครอ่ื งหมาย √ ลงในชอ งหมายเลขท่ีประเมนิ 3 หมายถึง ดี 2 หมายถึง พอใช 1 หมายถงึ ปรบั ปรงุ เกณฑการตัดสินการประเมนิ ใสเครอ่ื งหมาย √ ลงในชอง ผาน หรือไมผ า น ผา น หมายถึง มผี ลการประเมนิ 5 คะแนนข้นึ ไป
เกณฑการใหคะแนนแบบสงั เกตพฤตกิ รรมอนั พงึ ประสงค กลมุ สาระการเรียนรู การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปท่ี 4 หนว ยการเรียนรูที่ 4 การรางแบบ เรื่อง การรา งแบบ รายการประเมนิ ดี ( 3 ) ระดบั คุณภาพ ปรับปรุง ( 1 ) พอใช ( 2 ) มคี วามรับผิดชอบ เร่มิ ตนทำงานทีไ่ ดร บั เรม่ิ ตน ทำงานท่ไี ดรับ ไมส ามารเร่ิมตน ทำงาน มอบหมายไดท นั ทีทำงาน มอบหมายแตย ังไมเ ขา ใจ ทไี่ ดรับมอบหมายได เสร็จกอนเวลาทก่ี ำหนด บางสว น ทำงานเสรจ็ ตาม ทันที ทำงานเสรจ็ ชา กวากำหนด งานไมม ี งานมคี ณุ ภาพ เวลาทกี่ ำหนด งานมี คณุ ภาพตองแกไ ข คณุ ภาพแตตอ งแกไข เลก็ นอย ซื่อสตั ยสจุ ริต ปฏิบัตงิ านดว ยตนเอง ไม ปฏิบัตงิ านดวยตนเองเปน ใหเ พื่อนปฏบิ ัติงานให คัดลอกงานของผูอ ่นื บางคร้ัง คดั ลอกงานผูอ่ืน เปน ประจำ คดั ลอกงาน มาดัดแปลง ของผูอื่น การปฏบิ ตั ิตนใน ปฏิบัติตามกฎระเบยี บ ปฏิบัติตามกฎระเบยี บบาง ไมปฏบิ ตั ิตาม หอ งเรยี น ทตี่ ั้งไว มีความสภุ าพ ไมคอ ยสภุ าพเรียบรอย ครู กฎระเบียบ พูดจาไม เรียบรอ ย ออ นนอมถอ ม เหมาะสม ครูคอย เตอื นเปนบางครั้ง ตน ตักเตอื นเสมอ
3. กิจกรรมการเรยี นรู 3.1 ข้ันนำเขา สูบ ทเรยี น ( 10 นาที ) 3.1.1 ครพู ดู นำเขาสบู ทเรยี น ถามนักเรยี นวา ข้นั ตอนสำคญั ในการผลิตช้นิ งานคืออะไร เพื่อทำใหนกั เรยี นมคี วามสนใจในการเรยี นการสอน 3.2 ขั้นสอน ( 2 ชัว่ โมง ) 3.2.1 ครูสอนโดยใช power point ใหน กั เรียนดูพรอมอธิบายควบคูใ นหนงั สือแบบเรียน … … งานฝก ฝม อื 3.2.2 ครแู นะนำอปุ กรณเคร่ืองมอื และอธิบายวิธกี ารใชงานในการรางแบบใหนกั เรียน 3.2.3 ครูสาธิตข้ันตอนการรางแบบท่ีถกู ตอง 3.3 ขัน้ ปฏบิ ตั ิ ( 3 ชว่ั โมง 30 นาที ) เมอื่ ครูสอนไปขางตนแลว ครแู จกใบงานใหน กั เรียนสรางช้ินงานตามใบงานที่กำหนดเปน เวลา 2 ช่ัวโมง 3o นาที แลวนำมาสง เพอ่ื ตรวจใหคะแนน แลว ครูซักถามรายบุคคลเกย่ี วกบั การรางแบบ จากนนั้ ใหท ำแบบฝก หดั หลังเรียนโดยศึกษาจากหนงั สอื เรยี น เปน เวลา 50 นทีเมอ่ื นักเรียนสง แบบฝก หัดครบทกุ คนแลว จากนัน้ เสรมิ ความรเู พื่อเกิดใหเ ขาใจพรอ มผูเรียนคนอน่ื เปน เวลา 30 นาที 3.4 ขั้นสรุป ( 10 นาที ) ครแู ละนักเรยี นรว มกนั สรปุ ความรูเกี่ยวกบั การรางแบบในการปฏิบัตงิ านท่ีไดจ ากการเรียนใน วนั น้ี
บันทึกหลังสอน 1.ผลการเรียนการสอน ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… 2.ปัญหา/อุปสรรคในการสอน ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… 3.การแก้ปัญหา ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ลงชือ่ ..........................................................ผ้สู อน ( นายพินิจ พลู ผล ) ………/.……../………
ความคิดเหน็ ของครูพ่ีเลยี้ ง ลงชอื่ .....................................................( ครูพ่เี ลีย้ ง ) (.......................................................) ………/.……../………
ความคดิ เหน็ ของผ้บู ริหาร ลงชอ่ื .....................................................( ผ้บู ริหาร ) (……………………………………) ………/.……../………
ใบความรู เรื่อง การรางแบบ งานรา งแบบ(Layout) คอื การวางตำแหนง จุด, เสนตรง, สวนโคง , รปู สามเหลย่ี ม, รูปสเ่ี หล่ยี ม , และ/ หรือ รูปหลายเหลย่ี มลงบน-ชน้ิ งาน ชิ้นงานทก่ี ลาวถึงอาจจะเปน วสั ดุ หรือโลหะใดๆ เชน เหลก็ ชนิด ตางๆ เหลก็ อาบสังกะส,ี ทองเหลอื ง, อลมู ิเนยี ม 1. เครอื่ งมอื รา งแบบ ( Lay-Out ) สวนมากแลว เปน เครอ่ื งมือทม่ี ีลกั ษณะปลายเหลม เพอื่ ใชใน การขดี เขยี น เครอ่ื งมอื รางแบบนี้ถาใชงานดว ยตัว ของมันเองแลวไมเกดิ ประโยชนสงู สดุ จะตองใชรว มกบั เครื่องมอื ประเภทอน่ื เชน ในงานรวมกับไมบรรทัด เปน ตน 1.1 เหลก็ ขดี ( Scrilber ) ทำหนา ท่ีขีดเสน ลงบนแผนโลหะ เปรยี บเสมอื นดนิ สอ หรือปากกาท่ีใช ในงานเขียนแบบท่วั ไป เหล็กขดี จะตองมคี วามแข็งกวา โลหะท่จี ะรางแบบ ซ่ึงทำจากเหล็กกลาคารบอน บรเิ วณ ปลายแหลมจะผานการชุบแขง็ เพอ่ื ใหทนตอการสกึ หรอไดด ี รูปที่1 เหลก็ ขีดชนดิ ตางๆ 1.2 ฉากเหลก็ ( Square ) มลี ักษณะเปนรูปตวั แอล ( L ) แขนท้ังสองขา งทำมมุ 90 องศา ใช ตรวจวัดความฉากของโลหะแผน รูปท2่ี ฉากเหล็กแทง รูปท่ี 3. การใชงานของฉากเหลก็ แทง รปู ท่ี 4 การทดสอบความฉากของฉากเหล็กแทง
1.3 เหลก็ ตัง้ ขดี (Square Gage) เปน เครื่องมอื ท่ใี ชในงานถายขนาด หรือใชขีดเสนขนานของงานใน แนวนอน กะระยะความสูง หรอื ใชเปรยี บเทยี บงานบนหวั จับเคร่ืองกลงึ ใหไดศนู ย เหลก็ ต้ังขีดประกอบไปดว ย สว นตา งๆคือ 1. ฐาน(base) สำหรบั ตัง้ เหลก็ ขีดซ่ึงมดี า นตางแบบเรียบเอาไว สำหรับตงั้ บนโตะ ผวิ เรยี บ สว นดานบน มรี อ งสำหรับใสเสาตง้ั (spindle) โดยมสี กรูคอยยึด ซ่งึ ที่สว นนีย้ ังสามารถปรับเปนมมุ ไดอกี ดว ย 2. เสาตง้ั (spindle) จะถูกยดึ ไวใ นรูของฐาน ซงึ่ สามารถปรับใหข ึน้ ลงหรอื เอียงเปนมุมตา งๆได 3. เหลก็ ขีด(scriber) จะถูกยดึ ตดิ กับเสาตง้ั โดยมตี ัวยึด สามารถปรับใหข ึ้นลง หรือเอยี งเปนมุมตา งๆได ตามความตอ งการ รูปท่ี 5 (ก),(ข) เหล็กตง้ั ขีดชนิดตา งๆ (ค) การวัดระยะความสูงของเหล็กตง้ั ขีดบนแทน หนา ราบ 1.4 วงเวียน ( Divider ) เปน เครื่องมือรางแบบที่ใชเปน ประจำในงานโลหะแผน ใชสำหรบั เขียน วงกลมหรือสว นโคง หรอื ใชใ นการถา ยขนาด วงเวียนใชโ ดยทั่วไป มอี ยู 2 แบบ คือ 1. แบบขาสปรงิ (spring devider) วงเวียนแบบนส้ี ามารถปรบั ขนาดตางๆไดต ามความ ตอ งการและแนนอน ขาท้ังสองขางจะถางอยตู ลอดเวลา โดยมีเหล็กสปริงทำใหถ างออก โดย ติดทโ่ี คนขาดา นบนท้ังสองขางของวงเวยี น และมแี ปน เกลียวสำหรับปรับเพอ่ื ใหป ลายทง้ั สอง ขา งถา งออกตามขนาดที่ตอ งการ แปนเกลยี วน้จี ะอยูในแกนเกลยี วใกลๆ กบั ขาของวงเวียน 2. แบบขาตาย(wing devider) วงเวยี นแบบนใ้ี ชไ มคอ ยสะดวกนัก ขาท้ังสองขางไมม แี รง สปรงิ เหมอื นแบบขาสปรงิ เมื่อตองการใหขาถา งออกขนาดเทาไหร กจ็ ะใชม อื จับขาท้ังสอง ขางถางออก หรอื เคาะใหข าถา งออกตามขนาดทตี่ องการ ซึง่ แบบน้ีจะเสยี เวลาในการปรับ ขนาดมาก ในการใชว งเวียนนั้นจะตองระมัดระวงั รักษาวงเวียนใหมปี ลายแหลมคมอยเู สมอ อยา ใหตกลงบนพืน้ เพราะจะทำใหปลายหักหรือทูได เมื่อจะลบั ปลายทั้งสองขา งของวงเวียน ใหล ับบนหนิ นำ้ มนั
รูปที่ 6 วงเวียนสำหรับงานชางกล (ก) แบบขาตาย (ข) แบบขาสปรงิ รปู ท่7ี การใชวงเวยี น 1.5 วงเวียนเลื่อน ( Trammel Point ) ในงานโลหะแผน ชน้ิ งานทีท่ ำอาจมีขนาดใหญ เครื่องมอื ท่ี ใชในการรา งแบบตอ งมีความสารมารถในการสรางเพยี งพอวงเวยี นธรรมดาไมส ามารถใชเ ขียนสวนโคงดน้ิ ตอง ใชวงเวียนเลอ่ื น เพราะเปนเครือ่ งมอื ทใ่ี ชเขียนวงกลมหรือสวนโคง ใหญๆ ได ขาทัง้ สองขางของวงเวยี นจะสอด อยูก บั คานไมหรอื คานเหลก็ ซึ่งมีความยาวเทาไรกไ็ ดตามตองการ ขาเหล็กแหลมทง้ั สองสามารถเลอื่ นไปมาบน คานไมห รือเหล็กเพ่ือปรบั หารศั มีของวงกลมได รูปที่ 8 วงเวยี นเล่ือนและการใชว งเวยี นเลอ่ื น
1.6 บรรทดั เหลก็ ( Steel Rule ) เปนเครอ่ื งมือวัดทีร่ ูจักกันโดยทั่วไป สวนใหญจะทำจากเหลก็ ไร สนมิ สามารถวัดไดท ง้ั ระบบอังกฤษ ( น้ิว ) และระบบเมตรกิ ( มิลลิเมตร ) มหี ลายขนาด ตั้งแต 12 น้วิ 24 นว้ิ และ 36 น้วิ รปู ท่ี9 การใชไ มบ รรทัดเหลก็ 1.7 เวอรเนียวดั ความสูง (Vernier height gauge) เปนเคร่อื งมือวัดละเอยี ดเชน เดียวกับเวอรเ นยี คา ลิปเปอรใชส ำหรับการถายแบบชนิ้ งาน และใชในการหาหรอื ตรวจสอบขนาดความสูงของช้ินงาน ที่ตัวเล่อื น (Sliding part) จะมีปากสำหรับวัดความสงู ยน่ื ออกมา ซ่ึงท่ปี ากนจี้ ะใชเปนท่ีตดิ ตัง้ เครือ่ งมือชนิดตาง ๆ ท่ีจะ นำมาใชในการถายแบบ หรือตรวจสอบขนาดความสูงของชิน้ งาน เชน แทง เหลก็ ขดี หรือนาิกาเทียบศนู ย (Dial indicator) รูปที่ 10 (ก) เวอรเนยี วดั ความสงู (ข) การทำเครอื่ งหมายบนช้ินงาน (ค) การวดั ความสูงของชิ้นงาน
1.8 ใบวัดมมุ เปน เครือ่ งมอื วัดมมุ ทสี่ ามารถใชง านไดสะดวกรวดเรว็ ใหคา ความละเอียดพอประมาณ วดั ขนาดของมุม 0องศา ถึง 180 องศา เหมาะสำหรบั ใชว ัดมมุ ตางๆ ของมีดกลงึ มดี ใส ชิน้ งานทม่ี ีลักษณะทำ มุมไมเกนิ 180 องศา และบางครัง้ ใชสำหรบั การรางเสนแบง มมุ บนโลหะแผน รูปท่1ี 1 สว นประกอบใบวดั มมุ และการใชใบวดั มุม 1.9 ฉากผสม (COMBINATION SET) ใชวัด และตรวจสอบมุมฉาก มุม 45 องศา และมมุ อนื่ ๆของ ชิน้ งาน ตลอดจนวัดหาเสนผา ศนู ยก ลางของรปู ทรงกระบอก ฉากรวมนอกจากจะประกอบดว ยสวนดาม และ ใบเหมอื นฉากตายแลว ยังประกอบดวยสวนอน่ื ๆ ไดแ ก ระดบั นำ้ รปู ที่12 สว นประกอบฉากผสมและการใชฉ ากผสม 2. อปุ กรณชว ยในการรา งแบบ 2.1. แทนหนา ราบ (surface plate) แทนหนาราบคือแผน เหลก็ หรอื แผนหนิ ทมี่ ขี นาดใหญ ซึง่ มพี ืน้ ผิว แบนราบ แผนเหลก็ หรือแผน หนิ ทีน่ ำมาทำเปน แทนหนา ราบน้จี ะถกู นำเขาเคร่ืองจกั รเพื่อทำใหเรยี บ และนำมา เจียระไนหรือขูดผวิ ใหเรยี บ โดยการใชเคร่ืองเจยี ระไนผวิ ราบ(surface grinding) หรือเครือ่ งมอื ขูดผิว
(scraping) ตามปกติแทนหนาราบนจ้ี ะวางท้ิงไวบนโตะทำงาน เพอ่ื ใหเปนทว่ี างชิน้ งานทีจ่ ะนำมาถายแบบ วาง เครื่องมอื วดั และเคร่อื งมือใชในการถายแบบอยา งอน่ื รูปท1่ี 3 การใชง านของแทน หนา ราบ 2.2 แผนเหลก็ ทำมุม (Angle Plate or Tool maker’s Knee) แผนเหล็กทำมุม มรี ปู รางเหมือนตวั L ทำดว ยเหล็กหลอ หรือเหลก็ เหนยี วเจยี ระไนดานนอกเรยี บท้ังสองดาน และมมุ ทท่ี ำจะตัง้ ฉากซ่ึงกันและกนั หรืออาจจะทำเปน มมุ อ่ืนๆกไ็ ด แผนเหลก็ ทำมมุ มีไวเพื่อใชเปนตวั ประกอบงาน เมอ่ื ตอ งการจะยดึ งานใหต ัง้ ฉาก กับพ้นื หรอื ใหเ ปน มมุ อ่ืนๆ ดงั นน้ั กอนท่จี ะนำงานมาใชก ับแผนเหล็กทำมมุ จะตองลบรอยของขอบช้ินงานให เรยี บ และในการใชแผน เหล็กทำมมุ ตอ งระมดั ระวงั อยาใหเ กดิ รอยบิ่นหรือรอยขีดขว นบนหนาทงั้ สองของแผน เหล็ก รูปที่14 แผน เหลก็ ทำมุม รปู ท1่ี 5 การใชเหลก็ แผน ทำมมุ และแคลมป ขนาดเพอื่ ทำมมุ และเพ่อื การถายแบบชิ้นงาน 2.3 วีบล็อค (V-blocks) เปนอปุ กรณท่ีไดร ับการออกแบบใหส ามารถจับยึดชน้ิ งานที่เปนแทง กลมหรือ ทอ กลมไดดี สามารถจับชิ้นงานไดห ลายขนาด โดยชิน้ งานจะวางอยใู นรองตวั วขี องแทงเหล็กและยึดดวยแค ลมป เหมาะสำหรับใชในการเจาะไดด ี และถาเปนช้นิ งานทม่ี ขี นาดใหญมากก็สามารถใชแ ทงวีบล็อกประกอบ กบั แคลมปข นั้ บนั ไดได
รูปท1ี่ 6 (ก) การใชวี-บลอ็ ค จบั ชนิ้ งานการเจาะรู (ข) การใชวี-บลอ็ ก เพ่อื การถายแบบช้ินงาน 2.4 เหลก็ หาศูนย หรือ เหล็กตอกรอย(Prick punch) เหล็กหาศูนยทำดว ยเหล็กชุบแข็งได(hardened steel) มีความยาวประมาณ 4 นวิ้ ถงึ 6 น้ิว ปลายแหลมคม ท่ีปลายชุบแขง็ และอบคืนตวั สว นปลายทำมมุ ประมาณ 30 องศา ใชทำเครื่องหมายบนเสนตรง , เสนตรงท่ไี ดขดี เอาไวเ พอ่ื ใหเหน็ อยา งชดั เจน เชน ทำ เครือ่ งหมายแนวทต่ี ดั แนวท่ีตะไบ ตอกหาจุดศูนยก ลางของงานเพอื่ เขียนวงกลม รูปท1่ี 7 เหล็กหาศูนย 2.5 เหล็กนำศูนย( Center punch) เหล็กนำศนู ยคลา ยกบั เหล็กหาศนู ย มีขนาดใหญกวาเหลก็ หาศูนย เลก็ นอ ย ตอนปลายของเหล็กนำศูนยแหลมคม และทำมมุ ประมาณ 60-90 องศา ทำดว ยเหล็กชบุ แข็งได (hardened steel) และผานการชบุ และอบคนื ตวั เชน เดียวกับเหลก็ หาศนู ย เหล็กนำศนู ยเปนตัวทำหนา ท่ี ขยายรทู ี่เหล็กหาศนู ยต อกเอาไว ซึง่ จะทำใหงายในการเจาะงาน รูปที่18 เหลก็ นำศนู ย 3. ขั้นตอนการรา งแบบงาน 3.1.ศึกษารายละเอียดจากแบบงานใหเ ขา ใจกอนลงมอื ปฏิบัติ ไดแก รปู แบบ รูปทรงและขนาดของช้ินงาน 3.2. เตรียมชิน้ งานที่ตอ งการรา งแบบ ดงั น้ี
3.2.1 ตัดชิน้ งานใหม รี ะยะเผอื่ ความกวางและความยาว จากขนาดงานอยางนอ ยดานละ 5มม. 3.2.2 รางแบบงาน บนชน้ิ งานทเ่ี ตรียมไวใหไ ดขนาดตามแบบ 3.2.3 ตะไบตบแตง ชิน้ งานดา นความกวา ง ความยาวของชน้ิ งานและตะไบมมุ ทกุ มมุ ใหเปนมุมฉาก 3.2.4 ตะไบปรบั ผวิ ชิ้นงานใหไ ดร ะดับและมีผิวเรียบ 3.3. เช็ดผวิ ช้ินงาน ใหส ะอาดไมใหม ีคราบน้ำมันตดิ อยูและใชน้ำยารางแบบทาบนผวิ งานบางๆใหทัว่ แลว ปลอยทง้ิ ไวใหแ หง 3.4. ขดี เสนตามแบบงาน 3.5. เขยี นวงกลมตามแบบโดยใชวงเวียนเหลก็ 3.6. ใชเ หลก็ ตอกนำศูนย ตรอกตรงจุดศูนยกลางของวงกลม 3.7. ใชเครอื่ งมอื ตดั เฉือนชนดิ ตา งๆ เพอ่ื นทำงานตามแบบที่รา งไวบนช้ินงาน สรปุ ทายบท งานรางแบบ(Layout) คือการวางตำแหนง จุด, เสนตรง, สว นโคง, รปู สามเหลย่ี ม, รูปสี่เหลย่ี ม , และ/หรือ รปู หลายเหล่ียมลงบน-ชิ้นงาน ชิ้นงานทก่ี ลาวถึงอาจจะเปน วัสดุ หรือโลหะใดๆ เชน เหล็กชนดิ ตา งๆ เหล็กอาบสงั กะสี, ทองเหลอื ง, อลูมิเนยี ม 1. เครอ่ื งมอื ทใี่ ชในการรางแบบ ไดแ ก 1.1 เหลก็ ขีด ทำหนา ท่ขี ดี เสน ลงบนแผน โลหะ 1.2 ฉากเหลก็ ใชตรวจวัดความฉากของโลหะแผน 1.3 เหลก็ ตั้งขดี ใชขีดเสนขนานของงานในแนวนอน กะระยะความสงู 1.4 วงเวยี น ใชเ ปน ประจำในงานโลหะแผน ใชสำหรบั เขียนวงกลมหรอื สวนโคง 1.5 วงเวยี นเล่ือน ใชเ ขยี นวงกลมหรอื สว นโคงใหญๆได 1.6 บรรทัดเหลก็ ใชวดั ขนาดโดยทว่ั ไป 1.7 เวอรเ นยี วดั ความสูง) ใชในการหาหรอื ตรวจสอบขนาดความสงู ของชิ้นงาน 1.8 ใบวดั มมุ ใชว ัดมุมท่ีสามารถใชงานไดส ะดวกรวดเรว็ 1.9 ฉากผสม ใชวัดและตรวจสอบมมุ ฉาก มมุ 45 องศา และมมุ อ่ืนๆของชน้ิ งาน 2. อุปกรณชว ยในการรา งแบบ ไดแ ก 2.1 แทน หนา ราบ ใชเ ปน ทวี่ างชน้ิ งาน 2.2 แผน เหลก็ ทำมมุ ใชเปน ตวั ประกอบกบั ช้นิ งาน 2.3 วีบลอ็ ค ใชจ ับยึดชน้ิ งานทีเ่ ปน แทงกลมหรอื ทอกลม 2.4 เหล็กหาศูนย หรือ เหล็กตอกรอย ใชทำเครอ่ื งหมายบนเสน ตรง , เสน ตรงท่ีไดขดี เอาไว เพอ่ื ใหเห็นอยางชัดเจน 2.5 เหลก็ นำศูนย ใชเ ปนตัวทำหนาทีข่ ยายรูที่เหล็กหาศูนยตอกเอาไว 3. ขั้นตอนการรา งแบบงาน 3.1. ศึกษารายละเอยี ดจากแบบงาน
3.2. เตรยี มชนิ้ งานท่ีตองการรา งแบบ 3.3. เช็ดผวิ ชิน้ งานใหส ะอาด 3.4. ขดี เสน ตามแบบงาน 3.5. เขียนวงกลมตามแบบโดยใชวงเวียนเหลก็ 3.6. ใชเหล็กตอกนำศูนย ตรอกตรงจุดศนู ยกลางของวงกลม 3.7. ใชเ คร่ืองมือตัดเฉอื นชนิดตางๆ เพ่ือทำงานตามแบบที่รา งไวบนช้นิ งาน
แบบฝกหัดหลงั เรียน เร่อื ง การรา งแบบ ช่ือ – นามสกลุ ................................................................................................................ เลขท.่ี ................. คำช้ีแจง ใหนกั เรียนตอบคำถามแบบฝก หัดหลังเรยี น ตอ ไปนใ้ี หถ กู ตอง ( 10 คะแนน ) ( เวลา 30 นาที ) 1. ใหน ักเรยี นอธบิ ายความหมายของการรา งแบบ ( 3 คะแนน ) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………..……… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………… 2. ใหนักเรยี นบอกเคร่อื งมือและอปุ กรณท่ีใชในการรา งแบบมาอยางละ 3 ชนดิ พรอมบอกวธิ กี ารใช ( 3 คะแนน ) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… 3. ใหน กั เรียนอธบิ ายข้นั ตอนการรางแบบมาใหเขาใจ ( 4 คะแนน ) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………
แนวการตอบ แบบฝกหัดหลงั เรยี น เรอ่ื ง การรา งแบบ คำชีแ้ จง ใหน ักเรียนตอบคำถามแบบฝกหัดหลงั เรียน ตอ ไปนีใ้ หถูกตอ ง ( 10 คะแนน ) 1. ใหนกั เรยี นอธบิ ายความหมายของการรางแบบ ( 3 คะแนน ) คอื การวางตำแหนง จุด, เสน ตรง, สวนโคง , รปู สามเหลย่ี ม, รปู สี่เหล่ยี ม , และ/หรือ รปู หลาย เหล่ยี มลงบน-ชิน้ งาน ชน้ิ งานทก่ี ลาวถึงอาจจะเปน วสั ดุ หรือโลหะใดๆ เชน เหลก็ ชนดิ ตางๆ เหลก็ อาบ สังกะสี, ทองเหลอื ง, อลมู ิเนยี ม 2. ใหนกั เรยี นบอกเครอ่ื งมือและอปุ กรณท่ีใชในการรางแบบมาอยา งละ 3 ชนดิ พรอ มบอกวิธกี ารใช ( 3 คะแนน ) 1. เหล็กขดี ทำหนา ที่ขีดเสนลงบนแผน โลหะ 2. ฉากเหล็ก ใชต รวจวดั ความฉากของโลหะแผน 3. เหลก็ ตั้งขีด ใชขีดเสน ขนานของงานในแนวนอน กะระยะความสูง 3. ใหน กั เรยี นอธบิ ายข้ันตอนการรางแบบมาใหเ ขาใจ ( 4 คะแนน ) 1. ศึกษารายละเอยี ดจากแบบงาน 2. เตรยี มช้นิ งานท่ตี อ งการรา งแบบ 3. เช็ดผวิ ชน้ิ งานใหสะอาด 4. ขดี เสนตามแบบงาน 5. เขียนวงกลมตามแบบโดยใชวงเวยี นเหล็ก 6. ใชเหลก็ ตอกนำศนู ย ตรอกตรงจุดศูนยก ลางของวงกลม 7. ใชเครอ่ื งมอื ตดั เฉอื นชนดิ ตางๆ เพือ่ ทำงานตามแบบทรี่ า งไวบนช้นิ งาน
ใบงาน ผลงาน การรางแบบ คำช้ีแจง ใหนักเรยี นปฏบิ ัตงิ าน รางแบบลงบนชิ้นงานเหลก็ แผนใหไดตามขนาดที่กำหนดใหจากใบงานโดยใช เครอ่ื งมอื ในการรา งแบบ เมือ่ เสร็จแลวใหนำชน้ิ งานมาสงคนละ 1 ชนิ้ ( เวลา 2 ชั่วโมง 30 นาที ) ( 12 คะแนน ) 240 22.8 56 48 48 48 48 48 24 หนว ยเปน มลิ ลเิ มตร
แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 5 กลมุ สาระการเรียนรู การงานอาชีพและเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี 4 หนวยการเรียนรูท่ี 5 การเล่อื ยมอื เวลา 6 ชั่วโมง เร่ือง การเลอ่ื ยมือ เวลา 6 ช่วั โมง ผสู อน นายพนิ ิจ พลู ผล วนั ท่ี 11 เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2561 1. เปาหมายการเรยี นรู 1.1. มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ง 4.1 เขาใจ มีทักษะที่จำเปน มีประสบการณ เห็นแนวทางในงานอาชีพ ใช เทคโนโลยี เพอ่ื พฒั นาอาชีพ มคี ณุ ธรรม และมเี จตคตทิ ี่ดตี ออาชพี 1.2 สาระสำคญั การผลิตชิ้นสวนตางๆ เพื่อมาประกอบเปนผลิตภัณฑ ในการตัดชิ้นงานหรือวัสดุที่จะนำมาผลิต โดยหยาบๆ การเลื่อยมอื จึงเปน อุปกรณสำคัญในการตัดช้นิ งาน เพอ่ื นำไปผา นกระบวนการข้นึ รูปใหมี ลกั ษณะรูปรางตามแบบสั่งการตอ ไป 1.3 ตัวชว้ี ดั ของหลกั สตู ร ง 4.1 ม.4/1 อภิปรายแนวทางเขาสอู าชีพที่สนใจ ง 4.1 ม.4/3 มปี ระสบการณใ นอาชพี ที่ถนัดและสนใจ ง 4.1 ม.4/3 มีคุณลักษณะทดี่ ตี อ อาชีพ 1.4 จดุ ประสงคก ารเรียนรู 1.4.1 ดานความรู (K) นักเรยี นสามารถอธบิ าย การทำงานเลอื่ ยได 1.4.2 ดานทักษะ/กระบวนการ (P) นักเรยี นสามารถสรางชน้ิ งานจากการเลอื่ ยชน้ิ งานในระดบั พื้นฐานได 1.4.3 ดา นเจตคติ (A) นักเรียนมคี วามใฝร ูใ ฝเรยี น ซ่อื สตั ยส จุ ริต และมีระเบียบวินัย 1.5 ตวั ช้ีวัดของแผนการเรยี นรู 1.5.1 นักเรียนสามารถทำแบบฝกหัดไดไมต่ำกวารอ ยละ 70 1.5.2 นกั เรยี นสามารถเลื่อยงานไดตามข้ันตอน มคี วามความถกู ตอง และ มีความสะอาด ……. ในระดบั คณุ ภาพพอใช 1.5.3 นักเรยี นมคี วามใฝรูใฝเ รียน ซอ่ื สัตยสุจรติ และมีระเบยี บวินัย ไมตำ่ กวาระดบั คุณภาพดี 1.6 เน้อื หาสาระ
1.6.1 งานเลื่อย 1.6.2 สวนประกอบของเล่ือยมอื 1.6.3 คลองเลื่อย 1.6.4 การใสใ บเลอื่ ยบนเล่อื ยมือ 1.6.5 การเรม่ิ ตนการเลื่อยชิน้ งาน 1.6.6 การใชเล่อื ยมือ 1.6.7 ขอควรปฏบิ ัติในงานเล่ือย 1.7 ภาระช้นิ งาน 1.7.1 ชน้ิ งานจากการเลอื่ ยมอื คนละ 1 ชนิ้ 1.7.2 แบบฝกหดั หลังเรยี น เร่อื งการเลื่อยมือ 1.8 ส่อื การสอน 1.8.1 ครูผูสอน 1.8.2 power point 1.8.3 โทรทัศน 1.8.4 โปรแกรม plicker 1.8.5 เล่อื ย 1.8.6 หนงั สือแบบเรียน ใบความรู 2. การวัดผลและการประเมินผล 2.1 การวัดผล ดานความรู จากแบบฝกหดั หลงั เรยี น 10 คะแนน ดานทักษะ/กระบวนการ จากแบบประเมนิ ผลงาน 12 คะแนน จากแบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงาน 9 คะแนน ดานคณุ ลักษณะ จากแบบสังเกตพฤตกิ รรมอันพึงประสงค 9 คะแนน รวม 40 คะแนน 2.2 การประเมินผล ระดบั คุณภาพ ต้งั แต 32-40 คะแนน หมายถงึ ดี (3) ตงั้ แต 20-31 คะแนน หมายถึง พอใช (2) ตง้ั แต 0-19 คะแนน หมายถึง ปรับปรงุ (1) แบบประเมนิ ผลงาน
กลมุ สาระการเรยี นรู การงานอาชพี และเทคโนโลยี ระดับช้ัน มัธยมศกึ ษาปที่ 4 หนวยการเรยี นรูที่ 4 การเลื่อยมือ เร่อื ง การเลอื่ ยมือ ท่ี ชือ่ – สกุล ความเรียบรอย รวม ผลการ หมายเหตุ ความ ูถก ตอง ประ ความสะอาด เมนิ ผาน ไม ผาน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 12 ลงชอ่ื ............................................................ผูประเมนิ ( นายพินจิ พูลผล ) เกณฑก ารประเมิน ใสเ ครอ่ื งหมาย √ ลงในชองหมายเลขที่ประเมิน 4 หมายถึง ดีเยย่ี ม 3 หมายถึง ดี 2 หมายถงึ พอใช 1 หมายถงึ ปรบั ปรุง เกณฑการตัดสินการประเมนิ ใสเครอ่ื งหมาย √ ลงในชอ ง ผาน หรือไมผาน ผาน หมายถงึ มผี ลการประเมนิ 9 คะแนนขน้ึ ไป เกณฑก ารใหค ะแนนแบบประเมินผลงาน
กลมุ สาระการเรียนรู การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดับช้ัน มัธยมศึกษาปที่ 4 หนวยการเรียนรทู ี่ 4 การเล่ือยมอื เร่ือง การเลอ่ื ยมอื รายการประเมนิ ระดับคุณภาพ ความเรียบรอย ดเี ย่ียม ( 4 ) ดี ( 3 ) พอใช ( 2 ) ปรับปรุง ( 1 ) ความสะอาด ผลงานไมม ีขอบทค่ี ม ผลงานไมม ีขอบที่คม ผลงานมีขอบที่คม ผลงานมขี อบที่คม ความถกู ตอ ง หรือหยาบอยูเลย หรือหยาบอยูเลยแนว และหยาบอยเู ลก็ นอย และหยาบอยูทง้ั แนวเลื่อยตรงและ เลื่อยเบี้ยวเล็กนอ ย ระยะหางไมสมำ่ เสมอ ผลงานระยะหางไม สมำ่ เสมอทกุ แนว ระยะหา งสมำ่ เสมอ แนวเล่อื ยเบยี้ วหลาย สมำ่ เสมอแนวเลือ่ ย แนว เบีย้ ว ผลงานไมม ีคราบสนมิ ผลงานไมมีคราบสนมิ ผลงานมีคราบสนมิ ผลงานมแี ตคราบ และเห็นเปนเนอ้ื และเห็นเปนเนือ้ เหลก็ เล็กนอ ยและเหน็ เปน สนมิ และไมเห็นเปน เหลก็ ที่ใสสะอาด แตมรี อยขีดขูดบางท่ี เนือ้ เหล็กท่ีสะอาดอยู เนือ้ เหล็กทส่ี ะอาด เปนสว นใหญม รี อย อยูเลย เลก็ นอย ผลงานมคี วามถูกตอง ผลงานมคี วามถกู ตอง ผลงานไมมคี วามถูกตอ ง ผลงานไมม ีความ ตามแบบทกี่ ำหนดมา ตามแบบท่กี ำหนดมาทุ ตามแบบทก่ี ำหนดมา ถกู ตอ งตามแบบท่ี ทกุ จุด ผลงานมีผวิ ผลงานมีผิวเสนงานที่ เพยี ง 1–2 จดุ ผลงาน กำหนดผลงานมีผวิ มีผวิ เสน งานท่ไี มเรยี บ เสนงานทไ่ี มเ รียบ เสน งานท่ีเรียบตรง เรียบตรงบางจดุ ตรงเพียง 1 – 2 จุด ตรง
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398