สารบญั บทนาํ จดหมายเปดผนึก ถงึ ทา นซัยยิด อะบลุ ฮาซนั อนั นัดวีย ผูร แู หง อนิ เดยี …………………………………… ดังนน้ั จงถามผรู ู ถา หากพวกเจา ไมร ู ……………………………………………………… บทท่ี 1 ปญหาเก่ยี วกบั ผสู รา ง ผูทรงเกริกเกียรติ ……………………… คาํ สอนของผมู คี วามรู (อะหลุซ ซกิ ร) ในเร่อื งของอัลลอฮ……………………………….. บทท่ี 2 เ รือ่ งราวเกยี่ วกบั ทานศาสนทตู แหง อลั ลอฮ (ศอ็ ลฯ) ……………………………… คาํ สอนของอะหลซุ ซกิ ร ในเร่อื งทานศาสนทูต (ศอ็ ลฯ) ………………………. บทที่ 3 ปญหาเกี่ยวกบั อะหล ลุ บัยต( อ.) …………………………………… ทา นหญงิ อาอชิ ะฮ ในสมยั ทที่ า นศาสนทูต (ศอ็ ลฯ )ยังมชี ีวิตอย…ู ……………………… มารดาแหง ศรัทธาชน อาอิชะฮ เปน พยานแกตัวเอง………………………………….. ทา นหญงิ อาอชิ ะฮ ภายหลงั จากทานศาสนทตู (ศอ็ ลฯ) วะฟาต………………………… ทาทีของทา นหญิงอาอชิ ะฮ ตอทา นอะลี อมรี ุล มอุ ม นิ ีน(อ.) …………………………… และนางจงพํานักอยแู ตในบา นของพวกนาง และอยาไดอ วดโฉม…………………….. มารดาแหง ศรัทธาชนเปน แมท พั ! …………………………………………………….. คาํ เตือนของทา นศาสนทตู (ศอ็ ลฯ) ใหระวงั ทา นหญงิ อาอิชะฮ และการปลุกปน ยยุ งของ นาง… คาํ สอนของผรู ู (อะหลซุ ซิกร) เกย่ี วกับอะหล ลุ บยั ต …………………………………… บทท่ี 4 เกีย่ วกับซอฮาบะฮโดยท่ัวไป……………………………………………………….. อัล กุรอาน อนั ทรงเกียรติ เปดเผยความเปนจรงิ ของซอฮาบะฮบ างทาน ………………… ซุนนะฮของทา นศาสนทตู (ศ็อลฯ) เปดเผยขอ เท็จจริงตา งๆ ของซอฮาบะฮบ าง ทาน…………………. ซอฮาบะฮตอตานคาํ สง่ั ของทานศาสนทตู (ศ็อลฯ) ในขณะทท่ี า นยงั มชี วี ติ อย…ู …………. พฤติกรรมของซอฮาบะฮ ทม่ี ตี อ คําสงั่ ของทา นศาสนทตู (ศอ็ ลฯ) หลงั จากวะฟาต…… คาํ ยืนยันของอบซู ัร ในเรอื่ งของซอฮาบะฮบ างคน……………………………… พยานทางประวัตศิ าสตร ในเรื่องซอฮาบะฮ… ……………………………… คาํ สอนของอะลซุ ซิกร ในเรอื่ งซอฮาบะฮบางทา น………………………………… บทท่ี 5 เกีย่ วกับคอลฟี ะฮท งั้ สาม อบบู กั ร อมุ ัร อศุ มาน……………………………… อบูบักร ศิดดีก ในสมยั ทท่ี านศาสนทตู (ศ็อลฯ) ยังมชี วี ิตอยู…………………………… อบบู กั ร หลงั จากทา นศาสนทตู (ศอ็ ลฯ) เสยี ชีวติ – การกลา วหาวา ทา นหญงิ ฟาฏิมะฮ ซะฮรอ สตรผี ูซ่อื สตั ย พดู เทจ็ แลวยึดกรรมสิทธ์ิของนาง……………………………………………
ฟาฏิมะฮ คอื นายของบรรดาสตรแี หงศรัทธาชน และนายของบรรดาสตรีแหงประชาชาติ น…้ี ……………………………………………………………………………………………… ฟาฏมิ ะฮ ซะรอฮ นายหญิงของบรรดาสตรีชาวสวรรค… ………………………………… ฟาฏมิ ะฮ เลอื ดเนอ้ื ขางทานศาสนทตู (ศอ็ ลฯ) และทานจะโกรธเนือ่ งจากการโกรธของ นาง………………………………………………………………………………………………….. อบบู ักร ฆาชาวมุสลิมที่ไมยอมจา ยซะกาต ใหแกเขา…………………………………… อบบู ักร หา มการบนั ทกึ ซนุ นะฮทา นศาสนทตู (ศ็อลฯ) อมุ ัร บนิ ค็อตตอ็ บ และอศุ มาน บนิ อัฟฟาน ก็กระทาํ ดว ยเชน กนั ……………………………………………………………………… อมุ ัร บนิ คอ็ ตต็อบ แสดงความรนุ แรงตอ ฮะดิษจากทา นทานศาสนทูต (ศ็อลฯ) มากกวา สหายของเขา และหามประชาชนมิใหร ายงานถา ยทอด ……………………………… อบูบักร มอบตําแหนง คอลฟี ะฮใ หอ มุ ัร สหายรักของตน ซ่ึงขัดกบั คาํ ประกาศติ อนั ชดั แจง…………………………………………………………………………………………….. อุมรั บิน ค็อตต็อบ คัดคา นกิตาบลุ ลอฮ โดยการวนิ จิ ฉัยตีความของตน อุศมาน บนิ อฟั ฟาน เจรญิ รอยตามสหายท้ังสองของตน ในการขัดแยงกบั ประกาศติ แหง บทบญั ญัติ…………………………………………………………………………………. บทที่ 6 ปญ หาเกีย่ วกบั ตาํ แหนงคอลฟี ะฮ ปจุ ฉา- วสิ ัชนา ท่ียงั ไมเ พยี งพอแกน กั วเิ คราะหท ุกคน…………………………………… บทที่ 7 ปญหาทเ่ี กยี่ วกับฮะดษิ อนั ทรงเกยี รติ ……………………… ทา นศาสนทตู (ศอ็ ลฯ) เปน คนหลอกลอ…………………………………………………… ทานศาสนทูต (ศ็อลฯ) ลงโทษทณั ฑด ว ยวธิ ีทต่ี า่ํ ทราม และทําใหคนมสุ ลมิ พกิ ลพกิ าร… ทา นศาสนทูต (ศอ็ ลฯ) ชน่ื ชอบการรวมประเวณ…ี ……………………………………… เพ่อื สนบั สนนุ การรอ งราํ ทาํ เพลง และการเตน รํา ซงึ่ นยิ มกนั ในสมยั อมุ ยั ยะฮ… ………… ทา นศาสนทตู (ศ็อลฯ) ดมื่ นาบิช ……………………………………………………… ทา นศาสนทูต (ศอ็ ลฯ) เปดเผยอวยั วะอนั พงึ สงวน ……………………………………… ทานศาสนทตู (ศอ็ ลฯ) ทําผิดพลาดในนมาซ …………………………………………… ทานศาสนทูต (ศอ็ ลฯ) สาบานแลว กลับคาํ ……………………………………………… ทา นหญงิ อาอชิ ะฮ ปลอ ยทาสเปนอิสระเพอ่ื ปลดเปลอ้ื งคาํ สาบานของนาง……………… ทา นศาสนทูต (ศ็อลฯ) ลดหยอนบทบัญญตั ิของอลั ลอฮไดต ามทท่ี า นตองการ…………… ทา นศาสนทตู (ศอ็ ลฯ) ทาํ ตวั เหมือนเดก็ และลงโทษคนทไ่ี มส มควรจะรับโทษ…………… ทานศาสนทตู (ศอ็ ลฯ) ขัดแยงกบั ฮะดษิ ของทา นเอง……………………………………… ความขัดแยงกนั ในแงข องเกยี รตยิ ศ……………………………………………………… ทา นศาสนทตู (ศ็อลฯ)ขัดแยงกบั หลักวชิ าการและการแพทย… ……………………………
บทที่ 8 ปญ หาเกยี่ วกบั ตาํ ราซอเฮียะหท งั้ สอง บุคอรี และมสุ ลมิ ………………………… บุคอรี และมุสลมิ นกึ ถงึ อะไรในการยกยอง อบูบกั รและอุมรั ……………………………… บคุ อรี ปลอมฮะดษิ เพื่อปกปอ งเกยี รติยศของอมุ รั บนิ คอ็ ตตอ็ บ………………………… บทรายงานทบ่ี ่นั ทอนเกยี รตขิ องอะหล ลุ บัยต (อ.)เปน ทพี่ อใจของบคุ อรี……………… บทสรุปสง ทา ย……………………………………………………………………………… หนงั สอื อา งองิ …………………………………………………………………………………
มวลการสรรเสรญิ เปนสทิ ธขิ องอลั ลอฮ พระผอู ภิบาลแหงสากลโลก ขอความจาํ เริญและ ความสนั ตสิ ุขพึงมแี ดท านศาสดามฮุ มั มดั ผถู ูกแตงตั้งมาเพอ่ื เปน ความเมตตาแดม นษุ ยชาตใิ นโลก นี้ ทา นคอื ประมขุ ของมนุษย ทง้ั ในยุคแรกและยุคสดุ ทา ย ทา นเปน ผูบรสิ ทุ ธิป์ ลอดพน จากการถกู ใส ไคลใหเ ปน อืน่ และความสนั ตสิ ุข พงึ มีแดบ ตุ รหลานของทา นผูสะอาดบรสิ ุทธิ์ ในฐานะเปน ผนู าํ ทาง วิชาการ และเปนดวงประทปี ท่ใี หค วามสวา ง และเปน อมิ ามของบรรดามุสลิม ทงั้ มวล ปญหาน้เี อง ท่ีทาํ ใหบรรดามุสลิมพากนั ศกึ ษาวเิ คราะหก นั อยา งมากมาย โดยเฉพาะ บรรดาอะหลซิ ซนุ นะฮ ซึง่ ถอื วา พวกตนเพยี งฝายเดยี วเทา น้นั ท่ยี ึดถอื ซนุ นะฮนบไี ดอยา งแทจรงิ ยง่ิ กวาเจา ของซนุ นะฮเอง และเหนอื กวา บรรดาบุตรหลาน ของทา นผบู รสิ ุทธ์ิ ยง่ิ กวา นน้ั พวกเขา ยงั ใหก ารปฏิเสธทา นเหลานี้ ยงิ่ กวา ใครๆ ทง้ั หมดในบรรดามสุ ลมิ และแสดงการทาทายทา น เหลานั้น โดยการใชฉ ายานามวา อะหล ซิ ซุนนะฮ ปจ จุบนั ในประเทศอสิ ลามหลายประเทศ ไดม ีสมาคมใหมๆ ถกู กอต้ัง ขนึ้ มาอยาง มากมาย โดยใชช อ่ื เรยี กวา “ปกปอ งซนุ นะฮของมฮุ ัมมดั ” บา ง “กลมุ ชว ยเหลือบรรดาซอฮาบะฮ” บา ง มหี นงั สอื หลายเลม ไดถ กู เขยี นข้ึนมาเพื่อ ดาทอ และกลาวหา ชีอะฮและอิมาม ของพวกเขาวา เปนกาฟร และเยาะเยยถากถาง บรรดาผรู ขู องชอี ะฮ บรรดาเครอื ขา ยตา งๆ เก่ียวกบั ดา นการขาว ระดบั โลกตาง พากนั แพรแนวความคิดเหลา นี้ไปตามภมู ภิ าคตา งๆของโลก ไมวา จะเปน ประเทศ อิสลามหรอื ไมก ต็ าม ฉะนนั้ เรื่องทคี่ นทัง้ หลาย สนทนากนั มากท่สี ดุ เรอ่ื งหนึ่ง ในทุก วนั นี้ กค็ อื เรื่อง ซุนนะฮก บั ชอี ะฮ หลายครงั้ หลายหน ท่ขี าพเจา ไดเ ขารวมในงานกิจกรรมตา งๆของบรรดานกั ศกึ ษาหนมุ สาว มุสลิม บางแหงพวกเขาจะพากนั ซักถามกนั ถงึ เร่ืองราวท่เี ปน ความจรงิ และทไี่ มจริงเก่ียวกบั ชีอะฮ คนเหลา นน้ั จะเสวนากนั ถงึ เรือ่ งทไี่ ดพบ เหน็ และผานประสบการณในชวี ติ มากับมิตรสหายของ พวกเขาท่เี ปน ชอี ะฮ อกี ทั้ง เรือ่ งราวทพ่ี วกเขาไดฟ ง ไดอานจากหนงั สือของชอี ะฮ โดยไมรูวาสจั ธรรม อยูทีไ่ หน กนั แน ขาพเจา เคยสนทนาและไดม อบหนงั สอื (ซุมมะฮ ตะดยั ตุ) ของขา พเจาใหแก บางทาน มวลการ สรรเสรญิ เปนสิทธขิ องอัลลอฮ สว นมากหลังจากไดถกและอภิปรายกันแลว พวกเขาไดรับ การชีน้ าํ สูค วามรูท ่แี ทจ รงิ พวกเขาจงึ ใหก ารยอมรบั ปฏิบัตติ าม แตน ่ีกค็ อื เรอื่ งทถ่ี กู จาํ กัดอยใู นกลมุ เยาวชนคนหนมุ สาวท่ีขาพเจา ไดพบกนั โดยบงั เอิญ สวนกบั กลมุ อนื่ ๆ ท่ยี ังไมม ีโอกาสไดพบกนั ใน ลกั ษณะเชน น้ี กย็ งั คงมีความคิดทีส่ ับสน ทา มกลางการตอบโตร ะหวา งกนั ของความคดิ เห็นอนั หลากหลาย
แมวา หนงั สอื “ซมุ มะฮตะดยั ต”ุ (ในที่สุดขา พเจา กไ็ ดรับทางนาํ ) และ “มะอัศซอดิกนี ” (ขอ อยกู บั ผสู ตั ยจริง) จะมหี ลักฐานที่ควรแกการยอมรับ และมีขอพสิ ูจนทช่ี ดั เจนเพยี งไร แตห นงั สือทงั้ สองเลม นั้น กย็ งั ไมเ พยี งพอตอการเผชิญหนา กบั ปญหาขอใสไ คลต างๆที่ประดงั มา จากทศิ ทางที่ เลวราย โดยเงนิ ดอลลารของประเทศผคู านํ้ามนั ท่อี ยูใ นเครอื ขายทางดานการขาวตา งๆ ถงึ กระนั้น เสยี งแหง สัจธรรมก็ยังคงวนเวยี นอยทู ามกลางกระแสเสยี ง ของการเสยี ดสี และ แสงสวา งกย็ งั คงเจดิ จา อยทู า มกลางความมืดมดิ อยูเสมอ เพราะสัญญาของอลั ลอฮ ตองเปน จริง เสมอ และจําเปน อยา งยงิ่ วา สญั ญาของพระองค จะตอ งบรรลผุ ลสําเรจ็ เสมอ ดังมโี องการวา : “พวกเขาตอ งการจะดบั แสงสวา งของอัลลอฮ ดว ยลมปากของพวกเขา แตอ ลั ลอฮ เปนผูท ําใหแ สงสวางของพระองคสมบูรณเ สมอ ถึงแมว า พวกปฏเิ สธจะชงิ ชงั กต็ าม” (อัศศ็อฟ / ๘) และทรงตรสั อยางชัดเจนวา ผลงานของ พวกเขาในเรื่องน้จี ะถกู ทาํ ลายจนยอยยบั : “แทจรงิ บรรดาผซู ่งึ ปฏิเสธนัน้ ไดใ ชจา ยทรพั ยสนิ ของพวกเขาเพอ่ื ขัดขวางหนทาง ของอลั ลอฮ ดงั น้ันพวกเขาจะใชจ า ยมันไป ตอจากน้นั ความสูญเสยี จะเกดิ ขึ้นแกพ วกเขา ตอจากนนั้ พวกเขาจะถกู พชิ ิต และบรรดาผปู ฏเิ สธจะถกู นําไปรวมไว ณ นรกญะฮนั นมั ” (อัล อนั ฟาล/๓๖) เมือ่ เปนเชน นี้ จึงจําเปนสาํ หรบั ผรู ู และนักคิดนักเขียน ทจ่ี ะตอ งใหค วาม กระจางในปญหา ท่ีสลับซบั ซอ น และช้นี าํ ประชาชนไปสหู นทางอนั เทย่ี งตรง อลั ลอฮ ทรงมโี องการวา : “แทจริง บรรดาผูซ่ึงปด บังสง่ิ ทเ่ี ราไดป ระทานลงมา ไดแกการ อธบิ ายอันแจม ชดั และการชน้ี าํ ภายหลังจาก ท่เี ราไดอธบิ ายมนั ในคมั ภรี อ ยาง แจมชดั แกค นทงั้ หลายแลว เขาเหลา นนั้ อลั ลอฮจ ะทรงสาปแชง พวกเขา และ บรรดาผสู าปแชงก็จะสาปแชง พวกเขา เวนแต บรรดาผูซ ่ึงไดก ลบั ตัว และปรบั ปรงุ ใหดีข้นึ และไดอ ธบิ ายอยา งแจม ชดั เขาเหลานน้ั ทีข่ า อภัยแกพ วกเขา และขาเปน ผใู หอภัย ผู เมตตาเสมอ(อลั บะกอเราะฮ ๑๖๐) ทาํ ไม บรรดานกั ปราชญจ งึ ไมพดู ถงึ ไมว ิเคราะหในประเด็นน้ี อยา งจรงิ จังและจริงใจ ตอ อัลลอฮ ในเม่ือพระองคท รงประทานหลกั ฐานอนั ชดั แจง และวิถี แหงธรรมมาแลว ในเมอื่ พระองคทรงใหทาํ ใหศาสนาน้สี มบรู ณ และให ความโปรด ปรานมาครบถว นแลว และในเมอ่ื ทานศาสนทูต(ศอ็ ลฯ)ไดทําหนา ทที่ ไ่ี ดร บั มอบหมาย และประกาศเผยแผส าสนและธรรมะแก ประชาชาตแิ ลว ดงั นน้ั ทาํ ไม จงึ มคี วามแตกแยก มกี ารเปนศัตรูมีความชิงชงั กนั มกี ารใหฉายานาม แกก ันอยา งนี้ โดยการกลา วหาแกก นั วา เปน กาฟร ระหวา งพวกเรากนั เอง ขา พเจา ใครข อเรียนยนื ยนั อยางตรงไปตรงมา ใหชดั เจน ไว ณ ทนี่ ว้ี า สําหรับบรรดามุสลิม ท้ังมวล จะไมม ีวนั หลุดพน จะไมม ีวนั ปลอดภยั จะไมมวี นั เปน เอกภาพ จะไมม ีความสขุ สงบ และ จะไมไ ดเ ขา สวนสวรรค นอกจากตองยอ น กลบั ไปหาสองหลักการขน้ั พน้ื ฐาน นน่ั คอื พระคัมภรี
แหง อลั ลอฮ และเช้ือสาย (อติ เราะฮ)ของทา นศาสนทตู (ศ็อลฯ) โดยจะตอ งขน้ึ โดยสารลํานาวาที่ ปลอดภยั นนั่ คือเรือโดยสารของอะหล ุลบยั ต(อ)และน่ีหาใชถ อ ยคาํ ท่ีมา จากการอุตรขิ องขาพเจา แตอยางใดไม หากแตเ ปนคาํ ดํารสั ของอัลลอฮแ ละของศาสนทูต(ศ็อลฯ)ของพระองคทงั้ ในพระ คมั ภรี อัล กรุ อานและซนุ นะฮนบีอนั ทรงเกยี รติ ฉะนนั้ บรรดามสุ ลิมในยุคปจ จุบนั จงึ มายนื อยูเบ้ือง หนา ของสองทางเลือกอนั โดดเดน ทจ่ี ะนาํ ไปสูเ อกภาพได ดังนี้ ๑ : อะหลซิ ซนุ นะฮ วลั ญะมาอะฮ จะเปน จะตอ งยอมรบั แนวทางจาก บุคคลในครอบครวั ของทานศาสนทูต(ศ็อลฯ) นัน่ คอื แนวทางทช่ี ีอะฮ อมิ ามียะฮ อิษนาอะชะรียะฮ ยดึ ถืออยู ซง่ึ เปน มัซฮบั ที่หา ของบรรดามุสลิม โดยจะตองถอื ปฏบิ ัตติ อหลกั ฐานทางวชิ าฟก ฮ(ศาสนบญั ญัติ ศาสตร) ตามวธิ กี ารท่ถี ือปฏิบตั ิ ตอมัซฮับท้งั ส่ีของอิสลามโดยไมมกี ารตําหนิตเิ ตยี น ไมมกี ลาวหา ตง้ั ฉายาแก ผูท่ยี อมรบั ในมัซฮับนน้ั แตอยางใด และจะตอ งปลอยใหบ รรดานักศกึ ษา ปญญาขน มี อิสระในการเลอื กเอามัซฮับใดกไ็ ด มายึดถอื และตามเคา โครงเดยี วกันน้ี ยงั หมายความตอไป คือ ใหบ รรดามสุ ลมิ ทง้ั ซนุ นะฮแ ละชีอะฮสามารถ ยอมรบั มซั ฮับอนื่ ๆ อีกที่ประชาชาติอสิ ลามมอี ยเู ชน อิบาดียะฮ และซัยดียะฮ เปน ตน ถงึ แมวา วิธกี ารทว่ี า น้ี ดูเหมอื นจะทาํ ใหประชาชาตขิ องเรา มากไป ดว ยการแบง กลมุ กันมากย่ิงขึน้ แตนน่ั กเ็ ปน เพราะ ไมม ีหนทางใดทจี่ ะเยียวยา แกปญ หาขดั แยง ทางประวัตศิ าสตรซ ึง่ เกดิ ขึ้นมานานนับหลายศตวรรษไดอ ยา งเด็ดขาดอกี แลว ๒. หรือไม บรรดามุสลิมจะตองเปน เอกภาพดว ยกนั โดยพรอ มหนา ในหลกั ความเชือ่ เดียวกนั ทพี่ ระคัมภรี แ ละศาสนทตู ของอลั ลอฮไ ดร จนาไว นนั่ คือ หนทาง เดียว และเปนหนทางอัน เทยี่ งตรง คือ เปน ผูปฏบิ ตั ติ าม บรรดาอิมามแหง อะหล ลุ บยั ต( อ.) ซง่ึ อลั ลอฮไ ดทรงขจดั มลทิน ออกไปจากพวกทาน และชาํ ระขัดเกลาพวกทา นใหสะอาดบรสิ ทุ ธ์ิ เมื่อเปน เชน น้ี บรรดามุสลมิ ทงั้ ซุนนะฮ และชอี ะฮ จะเปน ผทู ีย่ อมรับตอผมู ีฐานะทางวชิ าการสงู สดุ ตนเอง และยอมรบั ตอ ผมู ีฐานะ ล้าํ หนาในทกุ ดาน ทัง้ การตกั วา การสาํ รวมตน ความสมถะ จรยิ ธรรม ความรแู ละผลงาน และท่ี บรรดามุสลิมมคี วามเหน็ แตกตางกนั ในเรือ่ งซอฮาบะฮกค็ วรจะไดล ะวางสวนที่มีความเหน็ ขดั แยง เพื่อไปสสู ง่ิ ทมี่ คี วามเหน็ ตรงกนั ดังมีวจนะของทา นศาสนทูต(ศอ็ ลฯ)ตอนหนงึ่ ความวา “จงสลัดทง้ิ สงิ่ ทที่ านคลางแคลง สงสยั จนกวา จะไมม สี ิ่งทที่ า นคลางแคลงสงสัย” เมือ่ เปน เชน น้ี ประชาชาติมุสลมิ ก็จะรวมตัวกนั ได และเปน หนึง่ เดียวบน หลักความเชือ่ ขั้น พน้ื ฐาน ซ่ึงเปน แกนกลางในการขับเคลอื่ นทกุ สงิ่ ทุกอยา ง ใหเ ปน ไปตามคําสอนของศาสดาทว่ี า “ฉันไดท ้งิ สงิ่ สาํ คัญสองประการไวใ นหมพู วกทา น ตราบใดทีพ่ วกทา นยึดถือสงิ่ ทง้ั สอง พวกทา นก็ จะไมม วี นั หลงผิดอยา งเดด็ ขาด นัน่ คอื คัมภีรแ หง อัลลอฮ และเช้ือสายของฉนั แหงอะหลลุ บยั ต ของฉนั ” (จาก หนงั สอื ซอเฮยี ะหมสุ ลมิ ) ในเมอ่ื ฮะดษิ นม้ี ีมาตรฐานซอเฮยี ะหต รงกนั จากทงั้ สองฝา ย ไมเ วนแมก ระทัง่ จากบรรดา มุสลมิ ที่มมี ัซฮบั แตกตางกนั แลว ทาํ ไมสวนหนึ่งจากบรรดามุสลิมเหลา น้ันจึงไมปฏบิ ตั ติ าม ? ถา
หากวา บรรดามสุ ลมิ ทงั้ หมดพากนั ปฏิบตั ติ ามคาํ สง่ั ของ ฮะดษิ น้ี แนน อนความเปน เอกภาพที่ เขมแขง็ ของอสิ ลาม จะตองเกดิ ข้นึ ในหมู พวกเขา กระแสลมและพายุจะไมพ ดั พาพวกเขาใหโอน เอน การใหข าวจะไมสามารถ ทาํ ลายพวกเขาได และศตั รขู องอิสลามจะไมสามารถทําใหพวกเขา พายแพไ ด ตามความเชือ่ ของขา พเจา นคี่ ือ หนทางเดยี วทจ่ี ะแกไ ขได เพ่ือปลดปลอ ย บรรดามุสลิมให รอดปลอดภยั นอกเหนอื จากน้ี ลว นเปน ความผิดพลาด และเปน แคเ พียงการพดู จาใหไ พเราะกนั เทา นนั้ คนท่ีศกึ ษาอัล กุรอานและซนุ นะฮน บี ที่ศกึ ษาวิเคราะห และใชว ิจารนาญาณ ตอ ประวตั ศิ าสตรด ว ยสตปิ ญ ญาของตน จะตอ งเหน็ ดวยกบั ขาพเจา อยา งนี้ โดยไมต องสงสัย ฉะนัน้ ในเม่อื ทศิ ทางแรกไดประสบความลม เหลวมาตง้ั แตช วงแรก ของวนั ทที่ า นศาสนทตู แหงอัลลอฮ( ศอ็ ลฯ) อาํ ลาจากโลกนี้ โดยทีซ่ อฮาบะฮไ ดขดั แยงกนั และสง่ิ นเ้ี อง ไดกอเหตุอยใู น ความแบงแยก และทาํ ลายประชาชาติมสุ ลิม จนถงึ ขนาดวา ประชาชาติมสุ ลมิ นบั หลายศตวรรษ หมดสน้ิ ความหวงั ทจ่ี ะยอนกลบั ไปสทู ิศทางที่สอง นนั่ คือ การยดึ เหนย่ี วกบั คมั ภีรและอติ เราะฮ (เชื้อสายของทานศาสดา) เมอื่ กระบวนการขาวยคุ โบราณสมัยตระกูลวงศอมุ ัยยะฮ และตระกลู วงศอ บั บาซียะฮ อีกทง้ั กระบวนการขาวสมัยใหมในยุคของเราปจ จบุ นั ไดแพรภ าพ หลอน บดิ เบอื น ใหห ลงผิด และต้ังขอหาวาผปู ฏบิ ตั ิตามอะหลุลบัยต(อ.) ของทานนบี (ศอ็ ลฯ) นนั้ เปน กาฟร ดงั นน้ั เบือ้ งหนา ของเราจงึ ไมม อี ะไรเหลอื อยเู ลย นอกจากการเผชญิ หนา กับความจรงิ และเปด เผยความ จรงิ ใหแกท ุกคนท่ีปรารถนาหาความจรงิ การกระทาํ เชนน้ี คอื ความผูกพนั กับแนวทางของอัล กุ รอาน อนั ทรงเกยี รติทต่ี รัสทา ทายไวว า “จงกลา วเถิด (โอม ฮุ มั มัด) จงนาํ หลักฐานขอ พสิ จู นข อง พวกทา น มาซิถาหากพวกทานเปนผสู ตั ยจ รงิ ” (อลั บะกอเราะฮ :๑๑) ขอพสิ จู นแ ละหลักฐานที่วา นี้ จะตองมิใชสิง่ ท่ขี นึ้ อยูกบั อํานาจและทรัพยส นิ และตองไม ขน้ึ อยกู บั กระบวนการปลุกปน และขม ขู ตอบรรดาผูซ ึง่ ถวายตนเองเพอื่ อัลลอฮองคเดยี ว และไมพ งึ พอใจตอ ความเปลย่ี นแปลงสัจธรรม ถงึ แมว า พวกเขา จะตอ งแลกกบั ลมหายใจเฮอื กสดุ ทาย เมื่อไรหนอ ผรู ูของประชาชาติมุสลิมปจ จบุ ัน จะจดั ประชุมเพอื่ เสวนากันถงึ ปญ หาเหลาน้ี ดวยหวั ใจท่เี ปด กวาง ดวยสติปญญาทีต่ น่ื ตวั และดว ยดวงจติ ทีใ่ สสะอาด โดยใหพ วกเขารบั ใช ประชาชาติอิสลาม ดว ยการกระทําในสง่ิ นี้ และทาํ หนา ทีส่ มานความแตกแยก รักษาบาดแผลและ สรางเอกภาพขน้ึ ในประชาชาติ ใหเ ปน ปกแผนอยางแทจ ริง แทจ รงิ ความเปน เอกภาพน้ี จะตอ งมาปรากฏอยางไมม ที างเล่ยี ง ไมวา พวกเขาจะเห็นดว ย หรือจะรงั เกยี จ เพราะอลั ลอฮทรงมอบอมิ ามจากเชือ้ สายของ ศาสดาผไู ดรับการคัดเลือก มาใหแ ก ประชาชาตนิ ี้ แลว ทานจะทาํ ใหแผนดนิ นี้ เตม็ ไปดวยความเทยี่ งธรรมและยตุ ิธรรม เหมือนอยา งที่ ความอธรรมและความชว่ั ราย เคยเตม็ อยมู ากอน และอิมามทา นน้ี คอื คนหนงึ่ จากอิตเราะฮอ นั บริสทุ ธิ์ เสมอื นหนง่ึ วา อลั ลอฮจ ะทรงทดสอบประชาชาตนิ ี้ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ดวย
วิทยญาณ ของพระองค จนกระทั่งวาระสดุ ทา ยของมนั ใกลจะมาถงึ พระองค จะทรงเปด เผยใหเหน็ ความผดิ พลาด จากการตัดสินใจของประชาชาติ และ พระองคท รงใหโอกาสอีกคร้ังหน่ึง เพอ่ื พวก เขาจะไดย อนกลับไปหาสัจธรรม และ ปฏิบตั ติ ามแบบแผนทถี่ กู ตอ งตามทศ่ี าสดามฮุ มั มดั (ศ็อลฯ) ไดวงิ วอนไวว า “โออลั ลอฮ โปรดนํากลุม ชนของฉันดว ยเถดิ เพราะวา พวกเขาไมร”ู จนกระท่งั มาบัดนี้ ขาพเจา ไดเ สนอหนงั สือเลม นอี้ อกมา “จงถามผูรู” น่ีคือสวนหนึ่งจาก คําถาม พรอ มดวยคําตอบ เกย่ี วกบั เรอ่ื งราวและการเรยี นรูใน เร่ืองของอิมามแหง อะหล ลุ บัยต (อ) เพอ่ื บรรดามสุ ลมิ ในประเทศอิสลามทุก ประเทศ จะไดรบั ผลประโยชนจ ากการอาน และใหพวก เขาทําหนาทีส่ มานแนว ความคดิ อนั หลากหลาย เพือ่ ใหเกิดเอกภาพอนั โดดเดน ความสมประสงคข องขาพเจา มอิ าจเปน จรงิ ได นอกจากโดยอาํ นาจของ อลั ลอฮ ขาพเจา มอบความไวว างใจในพระองค และขอกลบั ตวั ยังพระองค โอ พระ ผอู ภบิ าลของขา โปรดบนั ดาล ใหห วั ใจของขา ปลอดโปรง และโปรดบันดาลใหง าน ของขางา ยดายสาํ หรับขา และโปรดคล่คี ลาย เง่อื นปมท่ปี ลายลน้ิ ของขา เพอ่ื ให พวกเขาเขา ใจในคาํ พดู ของขา ขา พเจา ขอตออลั ลอฮ ใหพ ระองคท รงยอมรบั ผลงานของขา และทรง บนั ดาลใหม คี วามดี งามและความสริ ิมงคลอยใู นผลงานชนี้ นี้ เพือ่ จะไดเปน เพยี ง อฐิ กอนหนึ่งรดั รงึ โครงสรา งของความ เปน เอกภาพใหเปน ปก แผน ทข่ี า พเจา เรียนอยางน้ี กเ็ พราะวา ในปจจบุ นั คนมสุ ลมิ ยงั หา งไกลจาก สทิ ธิมนุษยชนขั้น พน้ื ฐาน และการปฏิบตั ิตอกนั ดวยคุณธรรม ขา พเจา ไดส ัมผัสกบั ส่งิ เหลาน้ี ดว ยตัวของขา พเจา เอง เมอ่ื ไดเ ดินทางไป เยอื นประเทศ อิสลาม หรือประเทศที่มคี นมุสลมิ อาศยั อยูหลายประเทศ และคร้งั ลา สุดคือ ในประเทศอินเดยี ซึ่ง มคี นมุสลิมอาศัยอยมู ากกวา สองรอยลา นคน หน่ึงในสขี่ องจํานวนคนเหลา นน้ั เปน ชีอะฮ และอีก สามในสี่เปน ซนุ นะฮ ขา พเจา ไดยินไดฟ ง จากคนเหลา นน้ั เปน จํานวนมาก แตท วาสง่ิ ทไ่ี ดพ บเหน็ นน้ั นับวา เปน เรอื่ งทน่ี า ประหลาด นา สมเพชและนาหวาดกลัว แนนอนขา พเจา รสู ึกเสยี ใจ และ รองไห กับความเปนไปของประชาชาตมิ สุ ลมิ เหลาน้ี ในหวั ใจของขา พเจานนั้ แทบจะ หมดสิ้นความหวงั ถาหากปราศจากความมงุ หวงั ความปรารถนา และความ ศรัทธาในความเมตตาของอลั ลอฮ ทันทีท่ีขา พเจา ไดเ ดินทางกลบั จากอนิ เดยี กไดสงจดหมายเปดผนกึ ไปยังผรู ู คนหนึ่งของ ประเทศอนิ เดยี ซงึ่ เปน ทยี่ อมรบั ของอะหล ซิ ซุนนะฮ วลั ญะมาอะฮ ทา นคือ อบู อลั ฮะซัน อนั นดั วยี ขา พเจา ไดส ญั ญากบั ทา นวา จะเผยแพร จดหมายฉบับนี้ พรอมกับคาํ ตอบ แตท วาขา พเจา ยงั ไมไดรบั จดหมายตอบจน กระทงั่ บดั นี้ ซงึ่ ขาพเจา ไดนํามาตพี มิ พล งในบทนําของหนงั สือเลม น้ีแลว ทัง้ น้ี เพ่ือเปน ขอ มลู ทางประวตั ิศาสตรช้ินหนงึ่ ท่ียนื ยนั แกเราตอ อลั ลอฮ และตอ ประชาชน ดว ย เหตุวา เราคือคนหนึง่ ท่เี ชญิ ชวนสคู วามเปน เอกภาพแลว
ดร. มฮุ มั มดั อตั ตญี านีย อซั ซะมาวีย จดหมายเปดผนกึ ถึงทา นซัยยิด อะบลุ ฮะซนั อนั นัดวีย ผูรูแ หง อนิ เดยี ดว ยพระนามแหงอลั ลอฮ ผทู รงกรณุ าปรานี ผทู รงเมตตาเสมอ ขอความจาํ เรญิ และความสนั ติสุขมแี ดป ระมุขของบรรดาศาสนทตู และ วงศว านของทา นผู บรสิ ทุ ธิ์ ขอความสันตสิ ุข ความเมตตาของอลั ลอฮแ ละความจาํ เริญของพระองค ประสบแดท า น ขา พเจา มฮุ ัมมดั อตั ตญี านยี อซั ซะมาวีย ซ่งึ อลั ลอฮท รงกรุณา ดว ยวถิ ี แหงธรรม และ ความสัมฤทธผิ์ ล จึงยอมรับในมซั ฮบั อะฮล ุลบัยตข องทา นผูเปน นบี หลงั จากใชเวลาอันยาวนานใน การศึกษาคน ควา และหลงั จากอยูในมซั ฮบั มาลกิ ยี อกี ทงั้ เปน คนหนงึ่ ในสายตอรีเกาะฮศ ฟู ยท ่มี ฃี ่ื อเสียงในอฟั รกิ าเหนอื นนั่ คอื เมอื ง อตั ตียานียะฮ ขา พเจาไดย อมรบั สจั ธรรม เมื่อครงั้ ท่ีเดนิ ทางไป หาบรรดาผูรใู น สายชีอะฮ แลว ไดเขียนหนงั สือเลม หน่ึงชื่อวา “ซมุ มะฮต ะดยั ตุ” (ในท่สี ุดขา พเจา ก็ ไดรบั ทางนาํ ) ตอ จากนน้ั กไ็ ดจ ัดพิมพข นึ้ ในประเทศอนิ เดียของทา น โดยสมาคม อลั อลิ มีย อลั อสิ ลามีย ซึ่งไดพมิ พออกเปน ภาษาตา งๆ และเปน โอกาสทขี่ าพเจา ไดเดนิ ทางมายงั ประเทศอินเดยี ทานซัยยิดท่รี กั ขาพเจา ไดม าถงึ ยงั ประเทศอนิ เดีย ในระยะเวลาอนั สนั้ และตงั้ ความหวงั วา จะเขา พบทาน เนอ่ื งดว ย เคยไดย ินกติ ศิ ัพทของทาน และ ทราบ มาวา ทา นเปน ทย่ี อมรบั นับถือ ของบรรดาอะฮลซิ ซนุ นะฮ วัลญะมาอะฮ แต อปุ สรรคของขา พเจา ท่ไี มม ีโอกาสเชนนน้ั ก็คอื หนทางอันยาวไกล และเวลา กระชนั้ ชิด ขา พเจา ไดแตเ พยี งเยยี่ มเมืองบอมเบย และเมอื งญะบลั บรู อีกท้ังเมือง อน่ื ๆในกูญรั ตยี ขาพเจา รสู กึ เสียใจอยา งยง่ิ ตอ สง่ิ ที่ไดพ บเหน็ ในอนิ เดยี น่นั คอื ความ แตกราว และความเกลียดชงั กันระหวางอะหลิซซนุ นะฮก ับพน่ี องมสุ ลมิ ของ ตนที่เปน ชอี ะฮ ขา พเจา ไดย นิ มาวา เขาเหลานน้ั รบราฆา ฟน และหลงั่ เลอื ดของผูบ ริสุทธ์ิ จากทั้งสองฝาย กันอยบู อ ยครง้ั ในนามของอิสลาม ขาพเจา ไมเ ชอื่ วา ขา วนน้ั จะเปน จริง ดวยมนั่ ใจวา เปน เร่อื งทหี่ ลอกกนั เทา น้นั แตส ิ่งที่ ขาพเจา ไดพบเห็นและไดยนิ ในชวงการมาเยือน ไดทาํ ใหป ระจกั ษ ถงึ ความจรงิ ของความเปน พ่นี อ ง และความเปน คนแปลกหนา ขาพเจา เช่ือวาจะตอ ง มเี จตนารายและแผนทาํ ลายอิสลามและ บรรดามสุ ลมิ เปนแนแท เพอ่ื กาํ จดั ใหห มด สิ้นไป ท้งั ซนุ นะฮแ ละชอี ะฮ
สิง่ หนงึ่ ทเี่ พิ่มความมน่ั ใจและใหข า พเจา รูช ัดเจนย่งิ ขน้ึ ก็คือ เมื่อขาพเจา มีโอกาสสนทนา กบั ผรู ูอะหล ิซซนุ นะฮก ลุมหนงึ่ นาํ โดยทา นเชค อะซีซุรเราะมาน มฟุ ตขี องสมาคมอลั อิสลามยี ะฮ ท่ี มัสยิดเมืองบอมเบยต ามคาํ เชิญของพวกเขา เพียงขาพเจา ตกไปอยูในวงลอมของพวกเขาเทานนั้ การดูถกู เหยยี ดหยาม การตัง้ ขอ หา การดาประณามและการสาปแชง ตอชีอะฮข องคนในครอบครวั ทาน ศาสดาก็เร่มิ ประดังข้นึ ทนั ที พวกเขาทาํ เชน นน้ั เพราะหมายจะเอาชนะ และให ขา พเจา สะเทือนใจ เพราะรูม ากอ นวา ขา พเจา เรียบเรียงหนงั สือเลมหนึ่ง ท่เี รียกรอง ใหย ึดถือมัซฮับของอะฮลลุ บัยต( อ) แตข าพเจา เขา ใจในจดุ มงุ หมายของพวกเขาวา เปน อยา งไร จงึ ควบคมุ สติ อารมณ พลาง ตอบ พวกเขาดว ยความยิ้มแยม แจมใสวา ขา พเจาเปน แขกของพวก ทา น พวกทา นเปน ฝา ยเชญิ แลวขา พเจา กย็ ินดีมาพบกบั พวกทานในทนั ที แต พวกทา นเชิญขา พเจา มา กเ็ พอื่ จะไดกนดา ประณามขาพเจาเทา นัน้ เองหรอื นห่ี รอื จรยิ ธรรมทอ่ี ิสลามสอนพวกทานใหกระทาํ ? แลวพวกเขากต็ อบขา พเจาอยางทนั ควนั วา ตลอดทงั้ ชวี ติ ของขา พเจา ยงั มิไดเปนมสุ ลิม เลยแมส ักวนั เดียว เพราะขา พเจาเปน ชอี ะฮ และชีอะฮนนั้ มไิ ด มาจากอสิ ลามแตอยา งใด แลว พวก เขากส็ าบานในเร่ืองนีด้ วย ขา พเจา พดู วา : พน่ี อ งทรี่ กั โปรดยาํ เกรงอัลลอฮเ ถิด เรามีพระเจาพระองค เดียวกนั มนี บี ทา นเดียวกนั มีพระคมั ภีรเ ลมเดยี วกัน และมีกบิ ละฮแ หง เดียวกนั ชีอะฮน นั้ ยดึ ถอื ในเอกภาพ ของอัลลอฮ และปฏิบัติตามหลักการอสิ ลามโดยยดึ ถอื ทา นนบแี ละอะฮลุลบัยตข องทา นเปน ผนู ํา พวกเขาทาํ นมาซ จา ยซะกาต บําเพญ็ ฮัจญท ่ีบยั ตลุ ลอฮ อลั ฮะรอม เปน ไปไดอยางไร ที่จะกลา วหา วา เขา เปน กาฟร? พวกเขาตอบวา : พวกทา นไมศ รทั ธาตออลั กรุ อาน พวกทา นเปน มุนาฟก (ผกู ลับกลอกตอ ศาสนา) ถอื หลกั ตะกยี ะฮ(อําพรางตนเอง) โดยอมิ าม ของพวก ทา นกลา วไวว า : “หลกั ตะกยี ะฮ คือศาสนาของฉันและของบรรพบรุ ษุ ของฉัน” พวกทา นเปน ยิวกลุม หนงึ่ ท่อี ับดลุ ลอฮ บิน ซะบาอ ชาวยะฮูดสรา งขน้ึ มา ขาพเจา ตอบพวกเขาดวยอารมณดวี า : เราเลกิ พูดถึงเรอื่ งชีอะฮก นั ทีเถดิ แลว โปรดสนทนา กับขาพเจา เปน การสว นตวั จะดกี วา แนน อน ขา พเจา เคยยดึ ถือ ตามมซั ฮบั มาลกิ ยี เ หมอื นพวกทา น แตหลังจากไดศ ึกษาเปน เวลานาน กย็ อมรบั วา อะฮลุลบยั ต มีสทิ ธิไดรับการปฏิบตั ิตามมากกวา ฉะนนั้ พวกทา นมหี ลักฐาน แยง หรือจะซกั ถามในขอ น้ีบา งไหมวา อะไร เปนหลกั ฐานและขอ พสิ จู นของขา พเจา เพ่ือเราจะไดท าํ ความเขา ใจซึง่ กนั และกนั ? พวกเขากลา ววา : อะฮลลุ บัยต คือภรรยาทา นนบี ทา นไมรเู รื่องอัล กรุ อาน เลยขา พเจา ตอบวา : ก็ในหนงั สือซอเฮยี ะหบ คุ อรี และซอเฮียะหม สุ ลมิ ใหความหมาย ไมต รงกบั ที่ทา นพูดเลย พวกเขากลา ววา ทกุ หลกั ฐานในหนงั สอื ซอเฮยี ะหบ ุคอรแี ละ มุสลมิ ตลอดจนในตาํ ราซอเฮยี ะห
อื่นๆ ทพี่ วกทา นหยบิ ยกมาอา งน้นั ลวนแตเ ปนเรอ่ื ง ทชี่ อี ะฮปลอมแปลงเขามาใสไ วในตาํ ราของเรา ท้ังสน้ิ ขาพเจา หวั เราะแลว ตอบวา : หากพวกชอี ะฮส ามารถนาํ หลักฐานปลอม เขาไปบนั ทกึ ไวใน ตําราและหนังสือซอเฮียะหต างๆ ของพวกทา นไดจรงิ หนังสอื เหลา นนั้ กไ็ มค วรจะเปน ตนแบบและ ไมมีคณุ คาใดๆ และไมค วรทม่ี ซั ฮับของพวกทา น จะดํารงอยโู ดยยดึ ตาํ ราเหลา น้ัน! นั่นแหละ พวก เขาจึงเงยี บและเครง เครยี ด แตกย็ งั มอี ีกคนหนง่ึ ที่ตองการจะเฉือดเฉือนและแกเผด็ อกี คร้งั จงึ กลา ว วา “ใครก็แลวแต ถาหากไมศ รัทธาในคอลฟี ะฮ รอชดิ ีน เชนซยั ยิดินา อบูบกั รซยั ยิดนิ าอุมรั ซยั ยิดิ นาอุษมาน ซยั ยดิ นิ าอะลี ซยั ยิดนามุอาวยี ะฮ และซยั ยดิ ินายะซีด (ร.ฎ) เขาผนู ั้น มใิ ชม ุสลิม” ขาพเจา ตกใจอยางยง่ิ กบั ถอ ยคําเหลา น้ี เพราะไมเคยไดย ินมากอ นในชวี ิต นัน่ คือการ กลา วหาคนที่ไมเชอื่ ม่ันในตาํ แหนงคอลฟี ะฮของ มุอาวยี ฮแ ละยะซดี บตุ รชายของเขาวา เปน กาฟร ขา พเจา บอกตวั เองวา ถา จะกลาวเพียงวา มุสลมิ จะ ตอ งพงึ พอใจตอ อบบู ักรอมุ ัรและอุษมานกย็ งั พอทาํ เนา เพราะเปนเร่อื งธรรมดา แตก ารใหพึงพอใจกบั ยะซีด ขาพเจาไมเ คยไดยนิ ทีไ่ หนมากอน นอกจาก ในอนิ เดีย ขา พเจาไดห ันหนา ถามความเห็นของพวกเขาทง้ั หมดวา “ทา นทง้ั หลายมี ความเห็น พอง ตามทัศนะนข้ี องเขาหรือไม? ปรากฏวา พวกเขาทงั้ หมดรับวา “ใช” บัดนัน้ ขา พเจา รูวา ไมมปี ระโยชนอะไรทจี่ ะตอ ปากตอ คํากันอกี ตอไป ดว ยเขา ใจวา พวก เขาตองการใหข าพเจา สะเทอื นใจเพื่อแกแคนขาพเจา เทา นน้ั และบางทพี วกเขาอาจฆาขาพเจา ดวยขอหาวา ดูหมิน่ ซอฮาบะฮก ไ็ ด ใครละ จะรู ? ขา พเจา เหลอื บเห็นสายตาอันช่ัวรายของพวกเขา ก็เลยขอรองสหายทนี่ ํา ขา พเจามาพบ พวกเขา ชว ยนาํ ขา พเจา ออกไปจากท่นี นั่ โดยเร็ว แลว เขาก็นาํ ตวั ขา พเจา ออกไป พลางขอโทษขอ โพยตอ ขา พเจา ในเหตุการณท ่ีเกิดข้ึน และผูบ ริสทุ ธิ์ ทา นนี้เอง ถกู กลา วหาลบั หลงั จากท่ีประชมุ นี้ อยางหนัก ในฐานะที่ยอมรบั ความจรงิ เขาเปน คนหนุมผมู คี วามบริสทุ ธิ์ใจ ช่อื ชรั ฟุดดนี เจา ของ สาํ นักพิมพ อสิ ลามยี ะฮใน บอมเบย เขาไดเ ห็นทกุ อยา งที่เกดิ ขนึ้ ระหวางการสนทนาดังกลา วของ เราครัง้ นี้ และไมม ขี อเคลือบแคลงสงสัยใดอกี แลว ตอ บรรดาบุคคลผซู งึ่ เขาเคยเชอื่ มนั่ วา เปน นกั ปราชญช น้ั ผใู หญ ขา พเจา อาํ ลาพวกเขาดว ยความรูสึกอนั ขมขื่นตอ สภาพการณท ี่ เกดิ ข้ึนแก บรรดามสุ ลิม โดยเฉพาะบรรดาผอู างตนวา เปน กลมุ องคก รนักเผยแพรแ ละให สมญานามวา นกั ปราชญขา พเจา พูดในใจวา เมอ่ื นักปราชญเองเปนถงึ ขน้ั น้ี ในแง ของการถือพวกอยางหลบั หหู ลับตา ประชาชนคน ท่ัวไปทยี่ งั โงเขลาอยู จะสักขนาด ไหน บัดนั้นขาพเจา รูทนั ทวี า การรบราฆาฟน และการนองเลือด การทาํ ลายลา ง เกยี รติยศ ชอ่ื เสียงตา งๆ ไดเกดิ ข้ึนมาในนามการปกปองอิสลามอยางไร ขาพเจา รองไหก ับสภาพการณอ นั หดหทู เ่ี กิดขึ้นแกป ระชาชาติเหลา น้ี ซงึ่ อลั ลอฮ คอื ผรู บั ผดิ ชอบในการชน้ี าํ และทานศาสนทตู แหง อลั ลอฮเองอกี ดวยที่รบั ผดิ ชอบ นาํ แสง สวา ง สูดวงใจทง้ั หลายอันมืดมดิ แต
ในการนจี้ ะตอ งอาศัยแรงสะทอ น จากแสงสวาง ในขณะท่ีประเทศอินเดียแหง เดียวมปี ระชากร ๗๐๐,๐๐๐,๐๐๐ คน ทยี่ งั เคารพ บชู าสงิ่ อื่นนอกเหนือจากอลั ลอฮ พวกเขาบูชาววั รปู ปนและเจว็ด แทนทีพ่ ลงั ของ มสุลมิ จะเปน เอกภาพ เพอื่ ช้นี ําพวกเขาใหอ อกจากความมดื สูแสงสวาง จนไดย อม รับพระผูอภิบาลแหงสากลโลก เราเล็งเหน็ วา มุสลมิ ในปจจบุ นั นโี้ ดยเฉพาะใน อนิ เดยี มคี วาม จาํ เปนอยางยงิ่ ตอ การชน้ี าํ และปรับปรงุ แกไ ข ดวยเหตนุ ี้ เรยี นทานซยั ยิด ขาพเจาขอสง หนังสือฉบบั นี้มายงั ทาน เพื่อวงิ วอนทา น ดวย พระนามแหง อัลลอฮ ผทู รงกรณุ าปรานี ผทู รงเมตตาเสมอ ดว ยนามของทา นศาสนทูตผทู รงเกยี รติ ของพระองค ดวยนามของอสิ ลามอันยงิ่ ใหญแ ละโดยโองการของพระองค “และจงกระชบั ม่นั กับ เชอื กของอัลลอฮดวยกนั ทง้ั หมดและจงอยา แตกแยกกนั ” ขา พเจา เรยี กรอ งใหท านยืนหยดั เย่ยี ง มสุ ลมิ ผกู ลาหาญ ท่ไี มห วน่ั กลัวคาํ ครหาใดๆในเร่ืองของอัลลอฮไมถอื ฝา ย ไมถอื พวกใน เรอ่ื งนีใ้ ห เปนทช่ี ่นื ชอบของชัยฏอนและมติ รสหายของมนั ขาพเจา ขอรองทา นใหย นื หยัดอยางจรงิ ใจและจริงจังเพราะทา นคอื คนหนึ่ง ท่อี ลั ลอฮท รง มอบหมายหนา ทีร่ บั ผดิ ชอบมาให ตราบใดทที่ า นยงั พดู ในนามของ อิสลาม ณ ชมพทู วปี แหง น้ี อัลลอฮจะไมพ อพระทยั ทท่ี า นอยูในทา ทขี องผสู งั เกต การณที่พงึ พอใจตอ สง่ิ ที่เกดิ ขึ้นทน่ี น่ั ทนี่ ี่ ซึง่ คา ของมนั คือความสูญเสยี ชวี ิตผบู ริสุทธ์ิ ทง้ั มุสลมิ ซุนนะฮและชอี ะฮอลั ลอฮ จะสอบสวนทานในวนั ฟน คนื ชีพ ไมว า เร่อื งเลก็ เรือ่ งใหญทกุ ประการ เพราะผมู ีความรกู บั ผูไมมคี วามรนู นั้ ไมเ หมือนกนั อตั ราคา ตอบแทนของผูร ยู อ มสูงกวา และการตอบแทนอันมีเกยี รติ ยอ มไดแกผ มู เี กยี รติ ตราบใดทานยงั อางตนเปน ปราชญแ หง อนิ เดีย ตราบนน้ั หนาทีร่ ับผดิ ชอบของทา นยอ ม ยง่ิ ใหญเหลอื แสน ไมตองสงสัยเลยวา คําพดู เพียงคําเดยี วของ ทา นสามารถแกไ ขสถานการณของ ประชาชาตมิ ุสลมิ ในอนิ เดยี ได เพราะท่ีนน่ั มกี าร ทาํ ลายสถานทเ่ี พาะปลูกและเผา พนั ธุ จงยาํ เกรงอัลลอฮเถดิ โอผมู ีภูมิปญ ญา ในฐานะท่ีอัลลอฮทรงจัดความสาํ คญั ของผรู ู ไวในลําดบั รองลงมาจาก มะลาอกิ ะฮดังที่ ทรงตรัสวา “อลั ลอฮและมะลาอิกะฮ และบรรดาผมู คี วามรู ท่ีดํารง มนั่ ดวยความเทย่ี งธรรมยนื ยนั วา ไมม พี ระเจา อ่นื ใด นอกจากพระองค” และใน เม่อื อลั ลอฮทรงบัญชายังพวกเราทัง้ หมดวา “และ จงดาํ รงรักษาการชง่ั ตวง โดย เทย่ี งธรรมและจงอยา ลิดรอนการชง่ั ตวง”และในเมื่อนกั ตฟั ซีรอธบิ าย ถึง ความ จาํ เปนของความยุติธรรมในดลุ ยภาพทางสสารวตั ถุ อนั มคี า ในเชงิ ปรมิ าณ ทีถ่ กู จํากดั ไว อยางแนนอน แลว ทาํ ไมทาน จงึ ไมดาํ รงไวซ ่ึงความยุติธรรม ในประเดน็ เกี่ยวกับหลกั ความเชือ่ อนั ถว งดลุ ยอยูระหวา งสัจธรรมกับความผิดพลาด ซง่ึ การ ชน้ี ํามนุษยชาตแิ ละความปลอดภัยของ สังคมมนุษยจ ะตอ งขึ้นอยกู บั สิ่งนน้ั
อลั ลอฮทรงตรสั วา “และเมอ่ื พวกเจา ตัดสนิ ความ ดงั นน้ั จงตัดสินดวย ความยุตธิ รรม” ทรง ตรัสอกี วา “โอด าวูด แทจ รงิ เราแตง ต้ังเจา เปน คอลฟี ะฮ ในแผน ดิน ดงั นน้ั จงตดั สนิ ความระหวา ง ผูคนดว ยสัจธรรม และอยา ตามอารมณ เพราะมนั จะทาํ ใหเ จา หลงจากหนทางของอัลลอฮ” แนนอนทา นศาสนทตู แหงอลั ลอฮ( ศ็อลฯ) กลา ววา : จงพดู ความจริง ถึงแมจะ ตรงกับตวั เจาเอง จงพูดความจริงถึงแมมันจะขมขนื่ กต็ าม” ทานซยั ยดิ ผทู รงเกยี รติ ขา พเจา ขอเชิญชวนทา น ยงั พระคัมภีรแ หงอัลลอฮ และซุนนะฮ ของทา นนบี ดงั นนั้ ทา นโปรดพูดใหชดั เถดิ แมจ ะเปนการพูดเพียงคร้งั เดียว มนั กจ็ ะเปน สักขีพยาน ตอ อลั ลอฮสาํ หรบั ทา นได สาบานตอ พระผู อภบิ าลของ ทานซิวา ในทศั นะของทา นถือวา ชอี ะฮม ใิ ช มสุ ลิม ? ทา นเชอ่ื จริงหรอื วา พวกเขาเปน กาฟร? ทา นกลา ตัดสินวา เขาเหลา นน้ั ในฐานะเปน ผู ปฏบิ ตั ติ ามอะฮล ุลบัยตของทานนบี มคี วามเชอื่ ในเอกภาพของ อัลลอฮ เทิดเกียรติของพระองค มากกวา กลมุ ใดๆ ท้งั หมด (ปฏิเสธคาํ สอนวา ดว ยการเปรียบเทยี บ การมีรปู ลกั ษณ และเรือนรา ง ของพระองค) และพวกเขา ศรัทธาตอทา นศาสนทตู ของพระองค(ศ็อลฯ) เทิดเกยี รตมิ ากกวา กลมุ ใดๆทั้งหมด (เพราะคาํ สอนของพวกเขาเชอ่ื ในความเปนอศิ มะฮข องทา นศาสดา วา มมี ากอน ไดร ับ การแตง ต้งั ) ทา นกลา ตัดสินใชไ หมวา พวกเขาเปน กาฟร ? บรรดาผูซึ่งยอมรับอัลลอฮและศาสนทตู ของพระองค และบรรดาผูศ รทั ธา และคลอยตามเจตจาํ นงคข องเช้ือสายทา นนบี และยอมรับเขาเหลา นัน้ เปน ผนู ํา ดังท่อี บิ นมุ นั ซรู ได ใหคําจดั ความเก่ียวกบั พวกเขาไวในหนงั สอื “ลซิ านลุ อะรบั ” หมวดวา ดวย “ชีอะฮ” ทานกลา พดู ไหมวา เขาเหลา นนั้ มิใชม สุ ลมิ ? บรรดาพวกชีอะฮ ผูซ งึ่ ดํารงนมาซอยางดเี ลศิ และจายซะกาต อกี ทงั้ จา ยทรพั ยส ินของ พวกเขาจาํ นวนหนงึ่ ในหา (คมุ ซ) นอกเหนือจากซะกาตนน้ั อีก โดยเคารพเชื่อฟง อัลลอฮ และศาสน ทูตของพระองค และพวกเขาถือศลี อดทง้ั ใน และนอกเดอื นรอมฎอน และพวกเขาบําเพญ็ ฮจั ญ ทบ่ี ยั ตุลลอฮ เทิดเกียรตติ อ สญั ลักษณต า งๆ ของอัลลอฮแ ละใหเกียรตแิ กบ รรดาเอาลิยา แหง อัลลอฮ และ พวกเขาประกาศการตดั ขาดจากศัตรูของอัลลอฮและอิสลาม พวกเหลา นห้ี รอื ตาม ทัศนะของทา น ถอื วา เปนมุชริก ? บรรดาพวกทมี่ คี าํ สอนวา อมิ ามทง้ั สิบสอง คืออิมามจากอะฮล ุลบยั ตซง่ึ อลั ลอฮทรงขจัด มลทินออกจากพวกเขา และชาํ ระขัดเกลาพวกเขาอยา งสะอาด บรสิ ทุ ธิ์ ซ่งึ ทานศาสนทูต แหง อลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ)ทานไดวางขอ บญั ญตั แิ กบุคคลเหลา นน้ั ดังท่ีมรี ายงานโดยอัลบุคอร,ี มสุ ลมิ และตําราซอเฮียะหเลมอ่นื ๆ ของอะหลซิ ซนุ นะฮ พวกเหลา นหี้ รอื ตามทศั นะของทา น ถอื วา เปน พวกออกนอกศาสนาอิสลาม ?
บรรดามุสลิมในยคุ ปจจุบนั ไมรูเรอื่ งตาํ แหนง อมิ าม ไมเ คยผกู พนั กบั มนั เลย ไมวา เรอื่ งนี้จะ มใี นสมัยทท่ี า นศาสนทูตมีชวี ติ อยู หรอื หลังจากทที่ า นวะฟาตแลว จนกระท่งั เราถือวา ทัศนะ เก่ียวกบั เรื่องตาํ แหนง อิมาม และพื้นฐานในเร่อื งน้ี มที ม่ี าจากพวกเปอรเซีย และมะูซียกนั เชยี ว หรือ ? ทา นสอนจรงิ หรอื วา ผใู ดก็ตามไมย อมรบั ในตําแหนงอมิ ามของยะซดี บนิ มุอาวยี ะฮซ งึ่ ความละเมดิ เขาเปน ทรี่ ูกันอยา งดใี นหมมู สุ ลิมทัง้ ซนุ นียแ ละชีอะฮ ผู นน้ั เปน กาฟร ยะซีดนน้ั หมดส้นิ ความหมายและไรคณุ คา ใดๆ ไปแลว นับตงั้ แต บรรดามสุ ลมิ รวมตวั กันตอ ตานเขา เมอื่ ครั้งที่เขา บุกยึดเมอื งมะดนี ะฮอ ลั มุเนาวะเราะฮ โดยทหารของเขากระทาํ ขนึ้ ทนี่ นั่ ตามใจชอบ เพ่ือบีบบังคบั ผูคน ใหย อมรับตาํ แหนง ของเขาโดยถอื วา ประชาชนคอื ขา ทาสของเขา พวกทหารเหลา นน้ั ได สงั หารบรรดาซอฮาบะฮและตาบิอีนผูประเสรฐิ นบั หมน่ื คน พวกเขาฉดุ ครา ขมขนื บรรดาสตรที มี่ ี สามีและหญงิ สาวมุสลมิ เปน อนั มาก จนกระท่ังสตรเี หลา นน้ั ตองคลอดบตุ รนอกสมรส ในจาํ นวนท่ี ไมม ีใครประเมินได นอกจากอัลลอฮ ความนา ละอายและความอปั ยศอดสอู ันเปนประวตั ิการณอ ยา งหนง่ึ กค็ ือ เขาไดส ังหาร ประมขุ ชายหนุมชาวสวรรค และจับบรรดาหลานสาวของ ทา นศาสน ทตู เปนเชลย และใชไมเขย่ี ตี ลงทศี่ พของอมิ ามฮเุ ซน แลวรา ยบทกวี อนั เปน ที่รกู นั ตอนหน่ึงวา : “โอบรรดาบรรพชนของขาแหง บะดรั พวกทานจงเปนพยานดว ยเถิด ...พวกบะนีฮาชมิ เลน เกมการปกครองอาณาจักร บดั น้ี ไมมีขาวใดๆมาอีก และไมม ีวะหฺยู ใดๆ ถกู ประทานมาอกี ” เปนการยนื ยนั อยา งชัดเจนวา ยะซดี มไิ ดศ รัทธา ตอ การเปนนบีของ มุฮมั มัด และมิได ศรทั ธาตอ อัลกรุ อานอนั ทรงเกียรติ จรงิ หรอื ทวี่ า ทานเหน็ พอง ในการตัดสนิ ใหเปนกาฟร ไปเลย สาํ หรับคนที่ ปฏเิ สธยะซีดและ มุอาวยี ะฮบดิ าของเขา ผซู งึ่ สาปแชง และส่ังใหส าปแชงทา นอะลี อีกทง้ั ยงั ฆา ซอฮาบะฮท ่ปี ระเสรฐิ ทุกคนที่ขัดขนื เชน ฮะญรั บนิ อะดีย อัล กนิ ดยี กบั พวก อีกท้ังยงั ถือใหก ารทาํ เชน นน้ั เปน กฎขอ หนึ่ง ทป่ี ฏบิ ตั ติ ิดตอกันถงึ ๗๐ ป ทงั้ ๆทเ่ี ขาเองกร็ ถู ึงคําสอนของทา นศาสนทตู แหงอลั ลอฮ(ศ็อลฯ)ทีว่ า “ ผใู ดดา ประณามอะ ลี เทากบั ผนู นั้ ดาประณามฉัน ผใู ดดาประณามฉนั เทา กับผนู น้ั ดา ประณามอลั ลอฮ” ดังทต่ี าํ รา ซอเฮยี ะหห ลายเลมของอะหล ิซซุนนะฮรายงานไว นอกจากนเี้ ขายงั มพี ฤติกรรมอกี หลายอยา ง ที่ขดั กับหลกั การอิสลาม เขาได สงั หารคน บริสุทธิแ์ ละผมู ีคณุ ธรรมใชอํานาจบงั คบั ใหยอมรับตาํ แหนง ของยะซดี บุตรชาย และเขายงั ได สงั หารทา นฮะซนั บุตรของทา นอะลี โดยยืมมือนางุอด ะฮ บินต อลั อัชอัซ ตลอดจนกอ
อาชญากรรม อีกมากทห่ี นงั สือประวตั ิศาสตรของ อะหล ิซซนุ นะฮกลา วถงึ ไว เชน เดยี วกับท่ีฝา ย ชอี ะฮของทา นอะลกี ย็ นื ยนั ไวด วย เรียนทา นซยั ยดิ ขาพเจาไมเ ชื่อเลยวา ทา นจะเหน็ พองดว ยกบั ทกุ สงิ่ ทกุ อยา งเหลานนั้ มิฉะนน้ั แลว เห็นทจี ะตองกลา วสลามกบั อิสลาม และกลา วขอ ขมากับโลกดนุ ยา เพราะไมม อี ะไร เหลอื อีกแลว ไมวาจะเปน หลกั เกณฑ สติปญ ญา บทบญั ญัติ หลักตรรกะ และไมวา จะเปนหลกั ฐาน ใดๆ อลั ลอฮท รงมโี องการวา : “โอบ รรดาผซู ่ึงศรัทธา จงยําเกรงอลั ลอฮ และจงอยกู ับผสู ตั ยจ ริง” แนน อน พระองคท รงมี สัจจะเสมอ ขอสาบานตอ อลั ลอฮ ผูร ูปากีสถาน (อลั มัฆฟฺ รู ลุ ะฮ)ุ อะบลุ อะอล า อลั เมาดดู ยี ขออัลลอฮท รงประทานความเมตตา ไดก ลา วในหนงั สอื ของทานช่อื “อลั คุลาฟะฮวลั มุลกุ” หนา ๑๐๖ โดยอา งจากอลั ฮะซนั บศั รยี วา “ในพฤตกิ รรมของมอุ าวยี ะฮน น้ั ผิดฉกรรจถึงส่ปี ระการ และถึงแมจ ะไมม ี พฤตกิ รรม เหลา นี้เลย นอกจากเพียงอยา งเดียวเทา นนั้ โทษอนั มหนั ตกต็ องตก แกเ ขาอยา งแนแ ท นน่ั คอื ๑. เขาดําเนนิ การปกครองโดยไมปรกึ ษาหารือบรรดามสุ ลิม ซงึ่ ประกอบ ดว ยซอฮาบะฮ และผเู ปนแสงสวางอนั ประเสรฐิ ๒. เขาแตง ตง้ั บตุ รชายซ่ึงเปน คนขี้เหลา เมายา ซงึ่ ชอบแตง ตัวดว ยผา ไหม และดดี สีตเี ปาให เปนคอลีฟะฮ ๓. เขาแอบอา งสทิ ธกิ ารเปน บิดาของซยิ าด ซงึ่ ทานศาสนทูตแหง อัลลอฮ (ศอ็ ลฯ)เคย กลา วไวว า “เปน บุตรนอกสมรส และเปน บุตรทีเ่ กดิ จากการผิดประเวณี” ๔. เขาไดฆาขมขืนและฆา สามีของผหู ญิง ชางวิบตั ิแทๆ เมอ่ื เขาไดเ ปนสามี ของหญงิ นน้ั เสยี เอง (เขาไดกระทําเชนนน้ั ๓คร้ัง) ขอใหอ ัลลอฮท รงเมตตาทานอะบุลอะอล า เมาดูดยี ด วยเถิด เพราะถา หาก ทา นตองการจะ เขยี นใหม ากกวา ๔ ขอ เปน ๔๐ ขอทา นกเ็ ขียนได แตทา นคงจะเหน็ วา เทา นก้ี พ็ อแลว สําหรับโทษ ทณั ฑท ี่มุอาวยี ะฮ ไดรบั และเปนที่รูกันดี ในความ หมายของคําวา โทษทัณฑ นน่ั คอื หมายถงึ ไฟ นรก บางทที า นเมาดดู ยี อ าจคาํ นงึ ถงึ ความรูส กึ ของผคู นทีร่ าํ่ เรียนวิชามาจาก บรรพบุรษุ ทใ่ี ห ความเคารพและยกยองเทดิ ทนู มุอาวยี ะฮ แมก ระทงั่ ตอ ยะซีดบุตร ชายของเขาก็ได ดงั ท่ขี า พเจา ได ยินไดฟง มาจากบรรดาผรู ูของพวกทานใน ประเทศอินเดยี ขอกลาววา ลาเฮาละ วะลากูวะตะ อิล ลา บิลลาฮ พระองคค ือ ผูท รงยง่ิ ใหญ ผทู รงสงู สุด
สําหรบั เร่ืองราวเหลา นที้ ง้ั หมด ขาพเจา กค็ าํ นงึ ถงึ ความรสู กึ ของบรรดาผู ที่เช้ือชิญขาพเจา ไปพบ เพอื่ เอาชนะในวนั นนั้ ดวยเชน กนั ซง่ึ ขา พเจา กม็ ไิ ดต อบโต อะไรกบั พวกเขาในเร่อื งนน้ั เลย เพราะกลัววา ตัวเองจะไดรับอันตราย เรียนทา นซัยยดิ ขาพเจา ขอวอนทา นใหย นื หยดั ในทา ทที ี่ชัดเจน เพ่อื ความ โปรดปราน ของอลั ลอฮ แทจ ริงอัลลอฮไ มท รงละอายตอ ความจริง และขา พเจา มไิ ด ขอรองใหท านยอมรบั ความเลวรา ยของคนเหลา นน้ั และใหป ระโคมขา วอนั นา บัดสี ของพวกเขา เพราะขอ มลู เชนนน้ั สาํ หรับเราและทาน ถอื วา มีมากพออยแู ลว แตข อเรียกรอ งทีม่ ตี อทา นประการหนึ่งกค็ อื ทานตอ งรับทราบ และสอน ศิษยานุศษิ ยข อง ทา นใหร ูวา บรรดาผซู ง่ึ ไมยอมรบั ตําแหนง อิมาม และการเปน ผนู ํา ของคนเหลาน้ัน คือมสุ ลมิ ที่แท ควรแกก ารยกยอง และไมต อ งสงสยั ในเร่อื ง นี้แตป ระการใด คอื ทา นจะตองกลาววา ชีอะฮเ ปน ผู ไดร บั ความอธรรมมา ตั้งแตส มยั ประวตั ศิ าสตรเ พราะพวกเขาไมปฏิบตั ติ าม ไมย อมรบั การเปน ผูนําของพฤกษา พนั ธุทถ่ี ูกสาปแชง ดงั ทอ่ี ลั ลอฮท รงหยิบยกเปน อุทาหรณใ นอลั กรุ อาน ขอสาบานตอพระผอู ภบิ าลของทา น อะไรเลา คือความบาปของชีอะฮ ในเมอื่ ทา นศาสน ทูตแหงอลั ลอฮ( ศ็อลฯ)ส่ังบรรดามุสลมิ วา ใหปฏิบัตติ าม อะฮลลุ บยั ต ของทาน หลังจากสมัยของ ทาน จนกระทง่ั ทา นไดต้งั ใหท า นเหลา นั้น เปน เสมือน ลาํ นาวาของนหู ท่ชี ว ยผูโดยสารใหป ลอดภัย และใหผ ทู ่ีฝา ฝน ประสบความพินาศ อะไรคอื ความบาปของชอี ะฮ ในเม่ือ พวกเขาเจริญรอยตามคําสอนของ ทานศาสนทตู ท่ีวา “ฉนั ไดละทง้ิ สงิ่ สําคญั ทหี่ นักยงิ่ ไวในหมพู วกทา นสองประการ นัน่ คือ พระคัมภีรแหงอัลลอฮ และ เชอื้ สายของฉนั ตราบใดทพี่ วกทา นยดึ ถอื สิ่งท้งั สองตราบนนั้ พวกทา นจะไมห ลงผิดเด็ดขาด หลังจากฉนั ” ดงั เชน ทคี่ าํ สั่งน้ไี ดร ับการ ยนื ยนั ไวในตําราซอเฮียะหของซุนนะฮห ลายเลม นอกเหนอื จากตําราของชอี ะฮ แตแทนทพ่ี วกเขาจะไดรบั การขอบพระคณุ และยกยองใหเกยี รตเิ หนอื คนอ่นื เนอ่ื งจาก เจริญรอยตามคาํ สั่งทา นศาสนทูต(ศอ็ ลฯ) เรากลับดหู มนิ่ เหยยี ดหยาม กลา วหาวา พวกเขาเปน กาฟร และปฏเิ สธพวกเขาอยา งสน้ิ เชงิ นคี่ อื ความไมเปน ธรรม และเปนสงิ่ ท่ยี อมรบั ไมไ ด เรยี นทา นซยั ยดิ ขอใหเ ราละทง้ิ คาํ พูดทส่ี รา งความเสียหายและบอ นทําลาย ซงึ่ มไิ ดต งั้ อยู บนหลกั ฐานและขอพสิ ูจนใ ดๆ และมไิ ดเ ปนทางสรา งสรรคประการใด แกนกั ศึกษาปญญาชนใน หมเู ยาวชนประชาชาติเรา เชนกรณีทวี่ า ชอี ะฮนนั้ มอี ลั กุรอานอีกเลม หนงึ่ ตา งหาก หรอื ทวี่ า พวก เขาสอนวา ศาสดาทไี่ ดรบั พระคัมภีร คืออะลี หรอื ทว่ี า อับดุลลอฮบ นิ ซะบาอ ชาวยวิ คนหนง่ึ เปน ผู กอตั้งแนวทางชอี ะฮ ข้นึ มาอีกทง้ั คาํ พูดทโ่ี งเ ขลาอยา งอน่ื อกี ซงึ่ อัลลอฮท รงยนื ยนั ไดว า มนั คอื แผนการณ ของศตั รอู ิสลาม และอะฮลลุ บยั ต และชีอะฮข องพวกเขานน่ั เอง ทัง้ นมี้ ิใชเพราะ อนื่ ใด นอกจากเพราะการถือฝกฝา ยหลับหหู ลบั ตาและความโงเขลาเทานน้ั
ขา พเจา ขอเรยี นถามทา นซยั ยิดทร่ี กั วา ฐานภาพของผูรูในอนิ เดยี กบั ผูรู แหง มหาวทิ ยาลยั อัลอซั ฮัรอลั อัชรอ็ ฟน้ันตา งกนั แคไ หน เพราะพวกเขาออกคาํ วินจิ ฉยั อนุญาต ให ถอื มซั ฮบั ชอี ะฮ อมิ ามยี ะฮไ ด ต้งั ๓๐ ปม าแลว และผูรูส วนหนง่ึ ของมหาวทิ ยาลยั อลั อซั ฮัรเหน็ วา วชิ าฟกฮข องญะอฟะรยี ท พี่ วกชีอะฮถ ือปฏบิ ตั ิ อยู เปน อันหนงึ่ อนั เดยี วและใกลช ิดกบั วญิ ญาณ อิสลามมากกวามซั ฮบั อื่นๆ ใน อิสลาม โดยหวั หนา ของบคุ คลเหลานนั้ เอง คือ ทา นอธิการบดี เชค มะหมฺ ดู ชัลตตู ขอใหอัลลอฮทรงประทานความเมตตา ทา นดาํ รงตาํ แหนง อธิการบดี มหาวทิ ยาลัย อัลอัซฮัรสมัยยงั มีชวี ติ อยู เปน ไปไดไ หมวา ผรู เู หลา นั้น ไมรเู รอื่ งอสิ ลามและมุสลิม ดีพอ ? หรอื วา บรรดาผรู ใู นอนิ เดีย มีความรูดีกวาเขาเหลา นนั้ ? ซง่ึ ขาพเจา ไมเช่อื วา ทานจะกลา วเชน น.้ี .! ทา นซยั ยิด ผูม ีเกยี รตขิ า พเจา หวังในตัวทา นอยา งสงู และหวั ใจของขาพเจา เปดกวาง สาํ หรับทานเสมอ ดวยความรกั ความอาทร และหว งใย ในอดตี ขา พเจา กเ็ คยเปน เหมอื นกับทา น คือถูกปกปด ความจรงิ ถกู ปกปดจากเร่อื งอะฮลลุ บยั ต และชอี ะฮข องพวกเขา แตแลว อลั ลอฮทรง ชีน้ ําขา พเจา สคู วามจริงทไี่ มม อี ะไร ภายหลังจากนอ้ี กี นอกจากความหลงผดิ ขา พเจา ไดป ลดปลอ ย ตวั เองเปน อิสระจาก โซต รวนของการถือฝก ฝายและประเพณอี ยา งหลบั หหู ลับตา ขา พเจา ตระหนกั ดีวา มสุ ลมิ สว นใหญย งั คงถกู ปด บังความจริงโดยกระแสการทาํ ลาย การปลอยขาว ตาง ไดป ด ก้ัน พวกเขา จนไมสามารถเขาถงึ ความจรงิ เพือ่ ไดข ึ้นโดยสารในลํานาวา อันปลอดภยั และยึดเหนย่ี ว กบั สายเชอื กของอัลลอฮอ ันม่ันคง อยา งทที่ านเอง ก็รวู า ขอ ขัดแยง ระหวา งซนุ นะฮกบั ชอี ะฮน นั้ ไม มีอะไร นอกจากจะขัดแยงกนั ในเรอ่ื ง คอลฟี ะฮ หลงั จากสนิ้ สมยั ทา นศาสดาแลวเทา นนั้ รากฐานท่ีแทจริงของการแตกแยก ก็คือ ความเชื่อถอื ของพวกเขา ในเร่ือง ซอฮาบะฮ ขณะทีบ่ รรดาซอฮาบะฮ( ขออัลลอฮทรงพอพระทัยตอ พวกเขา) กข็ ดั แยง กนั เองในระหวางพวกเขา กระทั่งสาปแชง กนั เขนฆา กนั และกนั อีกดว ย ดงั นนั้ หากขอขัดแยง ของพวกเขา หมายถงึ การออกนอกศาสนาอิสลาม กห็ มายความวา กลุม แรกที่ถกู ตั้งขอ หานีก้ อนใคร กค็ ือซอฮาบะฮน ่นั เอง (ขอความ คมุ ครองตออัลลอฮ) ขาพเจา ไม เช่ือวา ทานจะพอใจในขอน้ี ขณะท่มี โนธรรม กําลงั เรยี กรอ งทา นวา อยาไดพ อใจกบั การไลช อี ะฮ ออกจากอิสลาม เพราะทาํ นอง เดยี วกับทีช่ อี ะฮย กยอ งใหเกยี รตอิ ะฮลลุ บัยตนน้ั ฝายซนุ นะฮกย็ ก ยองใหเ กียรติ ซอฮาบะฮท ั้งหมด และพอๆกนั ทง้ั สองฝา ย ฉะนัน้ หากจะถือวา ชอี ะฮผ ดิ ในขอนี้ อะหล ซิ ซนุ นะฮเอง จะมคี วามผดิ กอน เปน อันดบั แรก เพราะตามทัศนะของพวกเขาทง้ั หมด ถือวา ซอฮาบะฮสงู สงกวา อะฮล ุลบยั ต โดยตัวของพวกเขา เอง และกลาวศอละวาตตอ ซอฮาบะฮเ ยยี่ งการ ศอละวาตตอ ทา นนบี ทงั้ ทเี่ ราไมเ คยรวู า มซี อ ฮาบะฮ( ขออลั ลอฮท รงพอพระทัย ตอเขาเหลานน้ั ) ทา นใดบาง ทย่ี กตัวเอง หรอื ใหเกยี รตติ ัวเอง เหนอื กวา อะฮล ลุ บัยตของศาสดา อัลมศุ ฏอฟา ทง้ั ในดา นวชิ าความรแู ละผลงาน
บดั น้ี ถงึ เวลาแลวทจ่ี ะยกเลิกความอธรรม ในหนาประวตั ศิ าสตรท ม่ี ีตอ ชอี ะฮข องอะฮ ลลุ บยั ต เพ่ือกระชบั สมั พนั ธก ับพวกเขา เพอ่ื ความเปน ภราดรและ ชว ยเหลอื กนั ในแงก ศุ ลธรรม และความยาํ เกรงอลั ลอฮ พอกนั ทสี าํ หรบั ประชาชาตนิ ี้ ในเรอ่ื งการนองเลือดและแพรค วามเสอ่ื ม เสยี หวงั วา อลั ลอฮ ซบุ ฮาฯ จะสมานความแตกรา ว ความระส่ําระสายใหเปน เอกภาพ และ ทรงรักษาบาดแผล และทรงดบั ไฟอนั เสอ่ื มเสยี ใหส นิ้ ลง ใหชยั ฏอน และพวกของมนั รับความ อปั ยศโดยการทาํ งานของทา น แลว ทา นจะเปน หนงึ่ ใน บรรดาผูมชี ยั ชนะตามทศั นะของอลั ลอฮ โดยเฉพาะเทาท่ีทราบมา ทา นกเ็ ปน คนหนงึ่ จากเชื้อสายของผูบรสิ ทุ ธ์ิ “ดังนนั้ จงทาํ งานเถิด แลว อัลลอฮ และศาสนทูต ของพระองคแ ละบรรดา ผศู รทั ธาจะมองเหน็ การงานของพวกทา น” ขอใหอ ลั ลอฮป ระทานความสัมฤทธิผลแดท านและเรา เพอื่ สิง่ ท่ีดงี าม สาํ หรบั ประเทศชาติ และประชาชน ขอใหอ ลั ลอฮบนั ดาลใหทา นและเราเปน นกั ทํางานท่ีบรสิ ุทธ์ใิ จเพอ่ื พระพักตรข อง พระองคผ ูทรงเกยี รติ ขอฝากสลามมายงั ผูอาวโุ สของทาน พรอ มจดหมายฉบบั นี้ คือหนังสอื ของ ขาพเจา“ใน ท่ีสดุ ขา พเจา กไ็ ดร ับทางนาํ ” ซึง่ ขา พเจา ไดเ รยี บเรยี งขึน้ ในเร่ืองน้ี โดยเฉพาะ ถอื เปน ของกาํ นลั จากขา พเจา หวงั วา ทานคงจะยอมรับไวดวยไมตรี วสั สลามุอะลยั กุม วะเราะหมฺ ะตลุ ลอฮ วะบะรอกาตฮุ ดว ยความจริงใจ มุฮัมมดั อตั ตญี านีย อซั ซะมาวยี แหง ตนู เิ ซีย ดงั น้ัน จงถามผรู ู ถาหากพวกเจาไมร ู โองการอนั ทรงเกยี รตนิ ้ี เปน บัญชาแกบรรดามุสลมิ วา ใหนาํ ทกุ ปญ หา ที่เกดิ ขนึ้ กบั พวกตน ยอ นกลับไปหาผูม ีความรู เพอ่ื พวกเขาไดร จู กั ทศิ ทางทถี่ ูกตอง เพราะอลั ลอฮท รงยกยอ งผูมคี วามรู ไวเ ชน นี้ หลังจากท่ีพระองคท รงสอนใหท าน เหลานนั้ มคี วามรู พวกทา นจงึ เปน “อัรรอซิคูน” (ผู สนั ทัดจดั เจน)ในวิชาความรู ซ่งึ รูในวชิ าการตคี วามอัลกรุ อาน แนนอนโองการน้ถี กู ประทานมา เพอ่ื แนะนาํ ใหย อมรบั อะฮลลุ บัยต (ขอ อลั ลอฮท รง ประทานพรและความสนั ตสิ ุขแดทานเหลา นน้ั ดว ยเถิด) นนั่ คอื ศาสดา มุฮมั มัด ทา นอะลี ทา น หญงิ ฟาฏมิ ะฮ ทา นฮะซัน และทานฮเุ ซน และนค่ี อื ในสมยั ทยี่ งั มที า นศาสดา สว นหลงั จากสมยั ทา นศาสดาแลว จนกระท่ังถงึ วันอาวสาน นอกจากบคุ คลทง้ั หาทา นดงั กลา วแลว กย็ ัง ประกอบดว ยอิมามท่ีมาจากเช้อื สาย ของฮุเซนอีกเกาทา น ซงึ่ ทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ (ศ็อลฯ) ได
แตง ตั้งไวในโอกาสตางๆ หลายครัง้ หลายหน ซงึ่ ทา นไดใหชอ่ื เรียกทา นเหลา น้ันวา อมิ ามในวิถแี หง ธรรม, ดวงประทปี อนั เรอื งโรจน, ผูม คี วามร(ู อะฮล ุซซิกร), และผสู ันทัดจดั เจนในวชิ า ความรู (อัรรอซิ คูน) ซึง่ อลั ลอฮท รงประทานวิชาความรแู หง พระคมั ภีรใหเ ปน มรดกแกพ วกเขา รายงานหลักฐานตางๆในเรอื่ งน้ี เปน ที่แนช ดั ถูกตอง และสอดคลอ งตรง กนั เปนเอกฉันท จากทางดา นของบรรดาชีอะฮ มาตงั้ แตส มยั ของทา นนบี(ศ็อลฯ) และ บรรดาผรู ูของอะหลซิ ซนุ นะฮ สวนหนง่ึ กไ็ ดร ายงานไวดว ย และบรรดานกั ตฟั ซีร กใ็ หก ารยอมรบั วา เปนโองการทถี่ ูกประทานลง มาในเร่อื งของอะฮลุลบยั ต( อ) ดังทข่ี า พเจา จะกลาวถงึ บุคคลเหลา น้ันเพอ่ื เปนตัวอยา ง : ๑อมิ ามซะอล ะบยี ฺ ไดอ ธบิ ายความหมายโองการนีใ้ นตฟั ซรี อัลกะบรี จากซเู ราะฮ อัลนะฮล ุ โองการที่ ๔๓ และซเู ราะฮอลั อัมบิยาอ โองการที่ ๗ ๒ตฟั ซีรอัลกรุ อานของอบิ นกุ ะซีรเลม ๒ หนา ๕๗๐ ๓ตฟั ซรี อตั ต็อบรีย เลม ๑๔ หนา ๑๐๙ ๔ตฟั ซีรอลั อะลูซีย (รูหลุ มะอานยี ) เลม ๑๔ หนา ๑๓๔ ๕ตฟั ซีรอัลกรุ ตุบยี เลม ๑๑ หนา ๒๗๒ ๖ตฟั ซรี อลั ฮากมิ (ชะวาฮิดตุ ตนั ซีล) เลม ๑ หนา ๓๓๔ ๗ตฟั ซรี อัตตัซตะรีย( อิหฺกอกลุ ฮัก) เลม ๓ หนา ๔๘๒ ๘ยะนาบอี ุลมะวัดดะฮ ของทานก็อนดูซยี อัลฮะนะฟย หนา ๕๑,๑๔๐ แมค วามหมายภายนอกของโองการนี้ จะหมายถงึ อะฮลลุ กิตาบ จากพวก ยวิ และคริส เตียน ก็ใหถ อื เปนหนา ทท่ี ่ีแทจ ริงสาํ หรับเราที่จะตองเขา ใจวา เขาเหลา นน้ั มไิ ดเปนจดุ มงุ หมายที่ แทจรงิ จากโองการอนั ทรงเกยี รติน้ี เหตผุ ลประการแรก ก็เพราะอัลกรุ อาน อนั ทรงเกียรตกิ ลา วไวใ นหลาย โองการดว ยกันวา เขาเหลา นนั้ บดิ เบือนพจนารถของอัลลอฮ และเขียนคมั ภรี ดวยมอื ของพวกเขาเอง แลว สอนวา น่ี คือโองการจากอลั ลอฮ เพอ่ื จะไดแ ลกเปลยี่ น กับมูลคาเพียงเล็กนอ ย และยงั ไดย ืนยนั ถงึ ความ โกหกหลอกลวง และการปฏิเสธ ความจริงตางๆ ของพวกเขา ดงั น้นั จึงเปนไปมไิ ด วาในสภาพเชน นี้ พระองคจ ะ ทรงบญั ชาใหชาวมสุ ลมิ ยอ นกลบั ไปหาพวกเขา เพอื่ ซกั ถามประเดน็ ปญหาตางๆ ท่ี พวกตนไมร ู ประการท่สี อง มรี ายงานจากทา นบุคอรีในตําราซอเฮียะหข องทา น กติ าบอชั ชาฮิดาต หมวดวา ดว ย อยาซักถามพวกมชุ รกิ หนา ๑๖๓ มีรายงานจากอะบูฮุร็อยเราะฮว า ทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) กลา ววา : “และอยา เชือ่ ถอื พวกอะฮล ลุ กิตาบ และอยาตอบโตว าพวกเขาโกหก แตจ งกลา ววา เรา ศรทั ธาตออัลลอฮ และส่ิงทถ่ี กู ประทานมา”
หมายความวา หา มการนาํ ประเด็นปญ หายอ นกลับไปยงั พวกเขา และให ละทงิ้ พวกเขาไว เฉยๆ เพราะการหา มมิใหเชอ่ื ถอื และหา มมใิ หต อบโตวาโกหกน้ัน ทง้ั สองอยา ง กห็ มายถงึ ให ปฏิเสธ น่ันคอื ใหปฏเิ สธการถามท่ีรอคอยคําตอบ ที่ถูกตอ ง( คอื มิใหต อความยาวสาวความยดื กบั พวกอะฮล ลุ กติ าบ นน่ั เอง) ประการทส่ี าม มรี ายงานจากทานบุคอรีในตาํ ราซอเฮยี ะหของทา น กติ าบ เตาฮดี หมวดวา ดว ยคาํ ตรัสของอัลลอฮท ว่ี า “ทุกวนั พระองคท รงอยูใ นภารกิจ” จากเลม ๘ หนา ๒๐๘ รายงานจากอบิ นุอับบาสวา ทา นไดก ลา ววา โอปวงชนชาวมสุ ลมิ พวกทา น จะซักถาม อะฮล ุลกิตาบไดอยางไร เกีย่ วกบั สง่ิ ใด ๆและคมั ภรี ข องพวกทาน ทอี่ ลั ลอฮ ทรงประทานมายงั นบี ของพวกทา น(ศ็อลฯ) ไดบ อกเลาเร่ืองราวเกีย่ วกบั อลั ลอฮ อยา งถกู ตองแมนยํา ไมผดิ เพ้ียนเลย แน นอนอลั ลอฮไดตรัสบอกพวกทานแลววา อะฮล ลุ กติ าบนนั้ เปล่ยี นแปลงพระคมั ภรี ต างๆ ของอัลลอฮ แลวเขยี นใหมดว ยมอื ของพวกเขาเอง แลว กลา ววา มนั มาจากอลั ลอฮ เพื่อพวกเขาจะ ขายสง่ิ นน้ั ดว ยราคา เลก็ นอย หรือ(จะกลาววา ) พระองคม ิไดห ามพวกทา นจากการ ต้ังคําถาม พวก เขา ดงั นนั้ จงอยา เลย ขอสาบานตออลั ลอฮ เราไมเคยเหน็ พวกเขาคนใดถาม พวกทา น เกย่ี วกบั สิ่ง ทถ่ี กู ประทานมายงั พวกทาน” ประการท่ีสี่ ทกุ วันนี้ ถาหากเราจะถามพวกอะฮล ุลกิตาบท่ีเปนชาวคริส เตียน แนน อนพวก เขาจะประกาศวา อซี า คือพระเจา ถา ถามชาวยิว พวกเขากจ็ ะ กลา วหาวา ชาวคริสตโ กหก เพราะ พวกเขาจะไมย อมรบั แมกระทง่ั วา อซี าเปน นบี คนหนงึ่ และทั้งสองฝายจะกลาวหาวา ทง้ั อิสลาม และนบขี องอสิ ลาม เปนความเทจ็ และพวกเขาจะกลาวถึงทานวา คนโกหก และมารรา ย ทง้ั หมดนี้ เปนหลกั ฐานที่ แสดงถงึ ความไมบงั ควรทจ่ี ะเขา ใจวาโองการนี้ อัลลอฮท รงบัญชาใหเราถาม ปญ หา จากพวกเขา และถงึ แม ความหมายภายนอกของคาํ วา ผูรู (อะฮล ุซซกิ ร) ในโองการ นค้ี อื พวกอะฮล ลุ กติ าบท่เี ปน ชาวยวิ และคริสเตยี น แตก ็มไิ ดปฏเิ สธฐานะของ โองการนท้ี ี่วา ถูกประทาน มาในเรื่องของอะฮล ลุ บัยตของทา นนบตี าม หลักฐาน ยนื ยนั ทงั้ จากชอี ะฮและซุนนะฮโ ดยสายสืบท่ี ซอเฮียะหห ลายกระแส ดวยเหตุนี้ จงึ เปน ที่ เขา ใจวา อลั ลอฮ ซบุ ฮานะฮวุ ะตะอาลา ทรงมอบวิชา ความรู ในพระคัมภีรซ ึ่ง ไมม เี รื่องใดตกหลน อยใู นนนั้ เลย ใหเ ปนมรดกแกบ รรดาอมิ าม ซง่ึ เปน ผู ทอ่ี ลั ลอฮ ทรงคดั สรรมาจากปวงบา วของพระองค เพ่อื ใหม นษุ ยย อ นกลับไปหาทานเหลา นนั้ ใน ภาควชิ าการอรรถาธบิ าย (ตฟั ซีร) และตคี วามหมาย (ตะอว ีล) นนั่ แสดงวา เพือ่ ชนี้ าํ มวลมนษุ ย เหลานน้ั ตราบเทา ท่ีพวกเขาเคารพเชือ่ ฟง อัลลอฮ และ ศาสนทูตของพระองค เพราะวา โดยวิทยญาณของอลั ลอฮ ผทู รงมหาบรสิ ทุ ธิย์ ิง่ พระองค ทรงประสงค จะให มนษุ ยท วั่ ไป นบนอบตอ คณะบุคคลพิเศษ ทีพ่ ระองคท รงคัด สรรไวแ ลว และทรงสอนความรูแ หง พระคมั ภรี แ กพวกเขา เพอ่ื ความสะดวกในการ ช้นี าํ และเพ่อื ใหค วามเปนไปของมนุษยม ีระเบยี บ แบบแผน ฉะนน้ั ถาหากบรรดา คนเหลา น้นั สญู หายไปจากวถิ ีชีวิตของมนษุ ย แนน อนจะเปน การ
เปดโอกาสใหแ ก บรรดาผแู อบอา งตนและคนโงเ ขลาทง้ั หลาย เมอื่ น้ันทกุ คนก็จะทาํ ตามอาํ เภอใจ กิจการของมนษุ ยกจ็ ะระสาํ่ ระสาย ตราบใดท่แี ตล ะคนก็ สามารถอา งตนวา มี ความรเู หนอื กวา แนน อน ขาพเจามคี วามมน่ั ใจตามความเห็นน้ี หลังจากท่ียอมรบั วา อะฮล ลุ บยั ต คอื ผูมี ความรู ดงั ทจี่ ะนาํ บางปญ หา ทไี่ มม ีคาํ ตอบจาก อะหลิซซุนนะฮ มาเสนอ หรอื อาจมคี ําตอบ แตผ ู ปฏิบตั ิไมสามารถแสวงหาหลกั ฐานเพื่อใหเ ปน ท่ี ยอมรบั ของนกั ศกึ ษาคน ควา ผูมคี วามจรงิ ใจ สวน คาํ ตอบทแี่ ทจรงิ ของ แตล ะ ปญหานน้ั จะอยูท ่ีบรรดาอมิ ามผูบริสุทธ์ิ ซง่ึ ทา นเหลา นั้นจะทาํ ใหโลก เต็มไปดว ย วชิ าความรู ผลงานและคุณธรรมอยางแทจรงิ บทที่ ๑ ปญหาเกยี่ วกบั ผสู ราง ผทู รงเกรกิ เกยี รติ ปญ หาท่ี ๑ การมองเหน็ อลั ลอฮแ ละการเปน สงั ขารของพระองค อลั ลอฮ ผูท รงไวว ึง่ ความบรสิ ุทธ์ิ ดาํ รสั ไวใ นพระคมั ภีรอ นั ทรงเกยี รตวิ า : “สายตาทั้งหลาย มอิ าจเขา ถึงพระองค”(อลั อันอาม/๑๐๓) “และไมมี สิง่ ใด เสมอเหมอื น พระองค” (อัชชรู อ/๑๑) ทรงตรสั กับมูซา เมอ่ื ทานวอนขอใหได เห็นพระองค วา “เจา มอิ าจเหน็ ขา ได เลย” (อัลอะอร อฟ/๑๔๓) ทา นจะยอมรับฮะดิษตางๆ ท่ีรายงานอยูใ นหนงั สือซอเฮยี ะหบ ุคอรแี ละมสุ ลมิ ไดอ ยา งไร ทวี่ า อัลลอฮท รงเสด็จเขา มาหามนษุ ยข องพระองค และทรงใหพ วกเขา มองเหน็ พระองค เหมือนกบั มองเหน็ ดวงจนั ทรในคืนเพญ็ ( ๑) และวา พระองคจ ะ เสด็จลงมายังชนั้ ฟา ของโลกดุนยา ในทุกๆ คนื (๒) และทรงวางพระบาทของ พระองคลงในนรก จนทาํ ใหน รกลน ปร่ิม(๓) และทรงถลก แขงของพระองค เพอ่ื ให บรรดาผูศรัทธารจู กั พระองค บรรดาผศู รัทธารูจ กั พระองค( ๔) และวา พระองคท รง พระสรวล และทรงฉงนพระทยั ตลอดจนเร่อื งอนื่ ๆอีกจากบรรดารายงานทท่ี าํ ให เขาใจวา อลั ลอฮทรงเปน สังขารหนง่ึ ทมี่ กี ารเคล่ือนไหวเปลยี่ นแปลง มสี องพระหัตถ มสี องพระบาท และทรงมหี า นว้ิ โดยชนั้ ฟา ท้ังหลายถูกวางอยบู นนว้ิ ทห่ี น่ึง และ แผน ดนิ ท้งั หลายอยูบนนิว้ ที่สอง สรรพพฤกษาอยบู นนิ้วที่สาม นานนา้ํ ทง้ั ปวงถกู วางอยบู นนว้ิ ทีส่ ่ี และมวลสรรพส่ิงถูกสราง นอกเหนอื จากนีถ้ ูกวางอยูบ นนว้ิ ที่ หา (๕) พระองคทรงมีตาํ หนกั ไวเ ปน ท่ปี ระทบั ศาสดา มุฮมั มัดเคยขออนญุ าต เพอ่ื จะเขาไปในพระตําหนกั ของพระองคถึงสามครงั้ (๖) อัลลอฮท รงสงู สง สงู สดุ ทรงยงิ่ ใหญเ กรยี งไกร จนพนจากเรื่องราวทํานองนี้ มหาบรสิ ทุ ธย์ิ ง่ิ เปนของพระผู อภิบาล ของเจา พระผอู ภบิ าลแหง อาํ นาจอนั สงู สง เกนิ จากสงิ่ ทพ่ี วกเขาพรรณนา
คาํ ตอบสําหรบั เร่ืองเหลา น้ี จากทางดา นของบรรดาอิมามแหง ทางนํา และดวงประทีปอัน เรืองโรจน คอื ความบริสทุ ธ์อิ นั สมบรู ณเปนของอัลลอฮ ทรงสงู สง เกนิ จากสง่ิ ที่เปนชนิด เปน ลักษณะ เปนภาพ เปน สงั ขาร เปนความ คลา ยคลึง และเปนมติ ทิ ี่จํากัดได อิมามอะล(ี อ)ไดรจนาในเร่ืองนไ้ี วว า : “มวลการสรรเสริญเปนสทิ ธแิ หงอลั ลอฮ ผซู ่ึงไมมคี าํ สรรเสริญของนักพดู บรรลถุ งึ พระองค ได ไมมนี ักคาํ ณวนคนใด นบั ความโปรดปรานของพระองคไ ด ไมม ีผพู ากเพยี รคนใด มอบสทิ ธิท่ี แทจรงิ ของพระองคไ ด ซ่งึ ไมมผี ูชาญฉลาดคนใด หยง่ั รทู ันพระองคได ไมม ีผูปรีชาสามารถคนใด เขา ถึงพระองคได ซ่งึ ไมม ีขอบเขต ใดๆ จาํ กดั แกค ณุ ลักษณะของพระองคไ ด และไมทรงดํารงอยใู น รูปลกั ษณใ ด ไมท รง ถูกคาํ ณวนนับไวในเวลาใด ไมทรงถกู ยดื เวลาใหโ ดยวาระใดๆ ดังนน้ั ผูใ ดสรา งมโนภาพตออัลลอฮ ก็เทากับสรา งองคประกอบแกพ ระองค ผใู ดสรา ง องคประกอบแกพระองค เทา กับถือวา พระองคมีคู ผูใดถอื วา พระองคม ีคู เทา กับแบงพระภาคใหแ ก พระองค ผูใดแบง พระภาคใหแกพ ระองค เทากบั ถอื วา พระองคท รงบกพรอง ผใู ดถือวา พระองค ทรงบกพรอง เทากับกาํ แหงตอ พระองค ผใู ดกําแหงตอพระองค ถอื วา ตอตา นพระองค ผูใดตอตาน พระองค ถือวา ละเมิดตอ พระองค ผูใดกลาววา ทรงอยใู นสิ่งนั้นๆ เทา กบั ถอื วา สงิ่ นัน้ อมุ พระองค ไว ผูใดกลา ววา ทรงอยเู หนอื ส่ิงนน้ั ๆ เทา กบั ถอื วา เทา กบั ถือวา ทรงละหางจาก สงิ่ นนั้ ทรงเปน อยู แตมใิ ชจ ากการบังเกดิ ทรงมอี ยู แตมใิ ชจ ากความไมมี ทรงอยกู บั ทุกสิง่ แตม ิใชในฐานะเปน องคป ระกอบ ไมท รงอยกู บั ทกุ สิ่ง แตม ิใชการสูญสลาย ทรงเปน ผูก ระทํา แตมใิ ชใ นความหมายของ การเคล่ือนไหว ทรงเปน ผมู องเหน็ เสมอ แตไ มถกู มองเหน็ จากสรรพส่ิงท้ังปวงของพระองค(๗) ขา พเจา ไดพจิ ารณาคลงั แหง ธรรมบทอนั ลา้ํ คา ทที่ า นอิมามอะล(ี อ) ละทิ้งไว ซึ่งถกู รวบรวม ไวใ นหนังสอื นะฮุลบะลาเฆาะฮ ดว ยสายตาของนักศึกษาปญญา ชนคนหน่ึง ขอความอนั ทรงคณุ คา เหลานนั้ คือสิ่งทไ่ี มมีอะไรลา้ํ หนาไดอ กี แลว นอกจากอัลกรุ อาน และเปน เรอ่ื งท่นี า เสยี ใจ เพราะนน่ั คอื สง่ิ ซึ่งไมเ ปน ทรี่ ูของ คนสว นใหญ อนั เปน ผลลพั ธจากการประโคมขาว การสรางความ หวาดกลัว และ การปดกัน้ จากฝา ยของตระกลู อมุ ยั ยะฮแ ละอับบาซยี ะฮในอดีต ซงึ่ ไดกระทาํ กบั ทกุ สิง่ ทกุ อยา งทเี่ ก่ยี วกบั ทา นอะลี บนิ อะบี ฏอลิบ มิใชเรือ่ งท่ีเกินเลยแตอยางใด ถาขา พเจาจะบอกวา ในหนงั สอื นะฮ ลุ บะลาเฆาะฮ มาก ไปดวยความรู และคาํ สอนในดานตา งๆ ทีผ่ ูคนทุกยคุ ทุกสมยั มคี วามจาํ เปน จะตอ งเรยี นรู ใน หนงั สือนะฮลุ บะลาเฆาะฮ มที งั้ ความรดู า น จริยธรรม สังคมศาสตร เศรษฐศาสตร และประเดน็ ตางๆ เกย่ี วกบั ดาราศาสตร และเทคโนโลยี รวมทงั้ ปรัชญา วถิ ดี าํ เนนิ ชวี ิต การเมืองและการ ปกครอง ขาพเจา ยืนยันอยา งนโี้ ดยสว นตัวของขา พเจา เอง ในการเสนอวทิ ยานพิ นธ
ทข่ี า พเจา เรียบเรยี งใหแ กม หาวิทยาลยั ซอรบอน ซงึ่ ไดมกี ารถกเถียงกันในประเดน็ ตา งๆ ถงึ สห่ี วั ขอ เรอ่ื งทีข่ าพเจา ไดเลือกมาจากนะฮุลบะลาเฆาะฮ ผลปรากฏวา จากวิทยานิพนธเ หลานนั้ เอง ทาํ ใหข าพเจาไดร ับปริญญาเอก กระไรหนอบรรดา มสุ ลิมทง้ั หลาย พวกเขานาจะไดศ กึ ษานะฮลุ บะ ลาเฆาะฮก นั ใหล กึ ซง้ึ เปน พิเศษ แลวใหว ิเคราะหทกุ ประเด็น และทกุ ทฤษฎที ม่ี อี ยูในนนั้ อยา ง ละเอยี ด เพราะน่นั คอื มหาสมทุ รแหง วิชาการอนั ลาํ้ ลึก ทุกครั้ง ทผี่ คู นควาเขา ถงึ มันจะยิง่ ถา ยทอด ทงั้ ไขมุกและปะการังอนั งดงามออกมาใหอ กี เสมอ หมายเหตุ มีความแตกตา งอยา งเหน็ ไดชดั ระหวางสองหลักความเชือ่ ดงั น้ี : หลักความเช่ือของอะหลซิ ซนุ นะฮเ อง อธบิ ายวา พระองค ทรงเปนสงั ขาร และถอื วา อลั ลอฮท รงเปน อินทรยี ส สารหนึ่ง เปนภาพลกั ษณอยางหนึง่ ที่มองเหน็ ได และสรางมโนภาพ เก่ยี วกบั พระองค ราวกบั วา ทรงเปน มนุษยคนหนงึ่ คอื ทรงเสดจ็ พระดําเนนิ ทรงเสด็จลงมา และ ทรงแปลงสงั ขารของพระองค ตลอดถงึ สงิ่ ตา งๆ อันนารงั เกียจ อัลลอฮทรงสงู สง ยงิ่ ใหญเกรียงไกร กวาสง่ิ เหลา นนั้ หลกั ความเชื่อของชีอะฮเอง ถอื วา อัลลอฮท รงบรสิ ทุ ธิ์ปลอดพนจากการ เปนภาพลกั ษณ เปน ชนิดเชน สงิ่ ของ และการเปนอนิ ทรยี สสาร พวกเขาอธบิ ายวา เปน ไปมิไดทีจ่ ะมองเหน็ อลั ลอฮ ท้ังในโลกดนุ ยาและในปรโลก ขาพเจาเช่อื เปน การสวนตวั วา บทรายงานทอ่ี ะหล ิซซุนนะฮ วัลญะ มาอะฮอา งถงึ ในเรื่องนท้ี ง้ั หมด ตอ งมาจากการปลอมฮะดิษของพวกยิว ในสมยั ซอฮาบะฮแนน อน เพราะวา กะอบั บาทหลวงของยวิ เขา รบั นบั ถอื ศาสนาอสิ ลามในสมยั อุมรั บิน ค็อฏฏอบ เขาเปน คน ทน่ี าํ ความเชอื่ ตางๆ เชน นีซ้ ง่ึ พวกยวิ เขาสอนกนั เขามาสอดแทรก ทางซอฮาบะฮช นั้ ปลายแถวบาง คนอยา งเชน อะบูฮรุ อ็ ยเราะฮ และวะฮบั บนิ มุนับบะฮ ดังนน้ั รายงานประเภทนส้ี ว นใหญ ในอัลบุ คอรีและมสุ ลิม จงึ มาจากอะบู ฮุรอ็ ยเราะฮ และเราเคยอธบิ ายมากอ นแลววา เปนอยางไรท่อี ะบู ฮุรอ็ ยเราะฮ ไม สามารถ จาํ แนก ฮะดิษของทา นนบี กบั ฮะดษิ ของกะอับบาทหลวงคนน้ัน ออกจาก กนั ได จนทา นอุมรั บนิ คอ็ ฎฎอ บไดเ ฆีย่ นเขาเพื่อลงโทษ และยงั ส่งั หา มเขามใิ ห รายงาน เก่ียวกบั เรือ่ งงานสรา งสรรคชนั้ ฟาและแผนดินของอัลลอฮในเจ็ดวนั อกี เลย ตราบใดท่อี ะหล ิซซุนนะฮ วัลญะมาอะฮย ังยดึ ถอื ในอลั บุคอรีและมุสลมิ และยงั ถือวา ตําราทงั้ สอง คอื หนงั สอื ทถี่ กู ตอ งทสี่ ุด และตราบใดที่พวกเขายงั อา งถงึ อะบฮู ุรอ็ ยเราะฮ จนกระทงั่ เขากลายเปนเสาหลกั ของบรรดานกั ฮะดษิ และ กลายเปน นกั รายงานแหง อสิ ลาม ตามทศั นะ ของอะหลิซซนุ นะฮ จงึ เปน ไปไมได ที่อะหลิซ ซนุ นะฮ วลั ญะมาอะฮ จะเปลีย่ นแปลงความเชอื่ ของ พวกตน เวน ตก รณี ท่พี วกเขาปลดปลอยตัวเองใหอสิ ระ จากการตกั ลดี แบบหลบั หูหลับตา แลว ยอ นกลบั ไปหาบรรดาอิมามในวถิ แี หงธรรม เช้อื สายของศาสดาอัลมุศฏอฟาประตขู อง นครแหง ความรู
คําเรียกรอ งเหลา น้ี ไมเ ฉพาะเจาะจงสาํ หรบั ผูใหญแ ละผูอาวุโสเทานน้ั หาก แตย งั รวมไป ถึงคนหนมุ สาวปญ ญาชนของอะหลิซซนุ นะฮ วัลญะมาอะฮ เชน เดยี ว กันดว ย และถือวา จาํ เปน จะตองปลดปลอ ยตวั เองใหอ ิสระจากการตกั ลีด แบบหลบั หหู ลบั ตา แลวหนั มาปฏิบัติตาม หลักฐานขอมลู และขอ พิสจู นท ่ีชัดแจง ปญ หาท่ี ๒ เกีย่ วกับความยตุ ธิ รรมและอํานาจบงั คับของพระเจา อลั ลอฮทรงตรัสไวใ นพระคัมภรี อันทรงเกยี รตขิ องพระองควา : “และจง กลา วเถิด สจั ธรรม นน้ั มาจากพระผอู ภิบาลของพวกเจา ดงั นนั้ ผูใดประสงค ก็จง ศรทั ธา และผใู ดประสงค กจ็ ง ปฏิเสธ” (อลั กะฮฟ /ุ ๒๓) “ไมม ีการบงั คับใน (การนับถอื )ศาสนา แนน อนความถกู ตองไดแยกออก จากความหลงผิดอยา ง ชดั เจนแลว ” (อลั บะเกาะเราะฮ/ ๒๕๖) “ดงั นน้ั ผใู ดกระทาํ ความดีเพยี งธุลี เดยี ว เขากจ็ ะเห็นมนั และผใู ดกระทาํ ความชั่ว เพยี งธุลีเดยี ว เขาก็จะเหน็ มัน” (อัซซิลซลิ ะฮ/ ๘) “อนั ทจี่ ริงเจา เปน เพยี งผูต กั เตือนเทา นน้ั ซ่ึงมใี ชผูม อี าํ นาจบังคบั เหนอื พวกเขา” (อลั ฆอชียะฮ/ ๒๒) ทานจะยอมรบั รายงานฮะดิษซง่ึ บนั ทกึ อยใู นซอเฮียะหบคุ อรีและซอเฮียะห มสุ ลมิ ได อยางไร ที่วา อัลลอฮ มหาบรสิ ทุ ธิ์แดพ ระองค ทรงลิขิตพฤติกรรมตางๆ ไวใหแ กปวงบา วของ พระองค กอนหนา ท่จี ะทรงสรา งพวกเขามา ดงั ที่ทา นบคุ อรไี ด รายงานไวในหนงั สือซอเฮยี ะหของ ทา น(๘) โดยกลา ววา : อาดัมกับมซู าถกเถยี งกัน ฝายมซู ากลา ววา : โออาดัม ทา น เปนบิดาของ เรา ทา นทําใหเราขาดทนุ และทําใหเ ราตอ งออกจากสวนสวรรค ฝาย อาดมั กลา ววา : โอม ซู า อลั ลอฮท รงคดั สรรเธอมาโดยพระคําของพระองค และทรง ลิขติ โดยพระหตั ถของพระองคเองเพอ่ื เธอ เธอจะครหาฉนั ในกจิ การทอ่ี ัลลอฮท รง กาํ หนดใหแ กฉ นั กอนทพี่ ระองคจ ะทรงสรา งฉนั ถงึ ๔๐ ปไดอ ยางไร” ปรากฏวา อาดัมไดถ กเถยี งกบั มซู าถึงสามครั้ง ... เชนเดียวกับทา นมสุ ลมิ ทีร่ ายงานไวในหนงั สอื ซอเฮยี ะหข องทาน (๘)วา : แทจรงิ แตล ะ คนในหมพู วกทานนน้ั เรอื นรา งของเขาไดถ ูกประกอบขนึ้ ต้ังแตอยูใน ครรภมารดา ๔๐ วนั ตอมา ส่ิงนน้ั จะเปน กอ นเลอื ด ตอ มา สง่ิ น้นั ก็จะเปน กอน เนอื้ ตอมาจะมเี ทพซึ่งถูกสง มา เปาวญิ ญาณเขา ไปในรา งน้นั และจะถูกบญั ชา ใหบนั ทกึ ไวส ีเ่ รื่องดว ยกนั คือ เรื่องปจ จัยยงั ชพี เรอ่ื งวาระสดุ ทาย ของอายุขัย เรอ่ื ง การงาน และเร่ืองความทุกขห รอื ความสขุ ขอสาบานตอพระองค ผูซ่ึงไมม ีพระ เจา อนื่ ใด นอกจากพระองค แทจ ริงแตล ะคนในหมพู วกทาน แมจะกระทําในกิจการ ทเ่ี ปน งานของ ชาวสวรรค จนกระทง่ั วา ระหวา งเขากับสวรรคจะใกลกนั แคศอกเดยี ว แตการลขิ ติ จะเอาชนะเขา ได โดยเขาจะตองกระทาํ ในกจิ การทีเ่ ปน งานของชาว นรกจนได แลวเขากจ็ ะตอ งเขา นรก
และแตล ะคนในหมพู วกทา น แมจ ะกระทาํ ในกจิ การทีเ่ ปนงานของชาวนรก จนกระทั่งวา ระหวา งเขากบั นรกจะใกลก นั แคเพียงศอกเดยี ว แตก ารลขิ ิตจะเอาชนะ เขาได โดยเขาจะตอง กระทําในกิจการทีเ่ ปน งานของชาวสวรรคจ นได แลวเขาก็ จะตองเขาสวรรค เชน กนั ดังทที่ า นมุสลิมรายงานไวใ นหนงั สอื ซอเฮียะหข องเขา(๑๐)วา จาก ทานหญงิ อาอิ ชะฮ มารดาแหงศรัทธาชนเลา วา ทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮ (ศอ็ ลฯ) ถกู เช้อื เชญิ ไปเย่ยี มศพของ เดก็ คริสเตยี นคนหนงึ่ ดังนนั้ ฉันไดพดู วา โอ ทา นศาสนทูต แหง อลั ลอฮ ขอความผาสกุ เปน ของ นกเขาแหง สวรรคตวั นี้ เพราะเขายงั ไมท นั ได กระทาํ ความชว่ั ทา นศาสนทตู กลา ววา โออ าอิชะฮ มนั มิใชเชน นน้ั แทจ รงิ อัลลอฮ ทรงสรางชาวสวรรคม าเพ่ือสวรรค ซง่ึ พระองคทรงสรางพวกเขามา โดยใหเ ขา เหลา น้นั จะอยใู นกระดูกสนั หลงั ของบิดาของพวกเขา และทรงสรา งชาวนรก มาเพอื่ นรก ซง่ึ พระองคท รงสรา งพวกเขามา โดยใหเขาเหลานนั้ จะอยใู นกระดูกสนั หลงั ของบิดาของพวก เขา บคุ อรีรายงานไวในซอเฮยี ะหข องเขา(๑๑)วา ชายคนหนงึ่ ไดพ ดู วา : โอ ทานศาสนทตู แหงอัลลอฮ ชาวสวรรคจ ะเปนท่ีรูจกั ของชาวนรกดวยหรือ? ทา นตอบ วา : ใช เขากลา วอกี วา แลว บรรดาผูสรางผลงานเหลา นนั้ ไดกระทาํ อะไรบาง ? ทา นตอบวา ทกุ คนจะกระทาํ ไปตามทีไ่ ดถ ูก สรา งไวสาํ หรบั เขา หรอื ไดด ําเนนิ ไป ตามวถิ ที างทถี่ กู จดั วางไวสาํ หรบั เขา มหาบริสทุ ธิ์แดพ ระองค มวลการสรรเสรญิ เปนของพระองค พระผอู ภบิ าล ของเรา ทรง จําเรญิ ย่ิง และทรงสงู สุด ยงิ่ ใหญเกรยี งไกร เกนิ จากความอธรรมเหลา น้ี เราจะเชือ่ ฮะดษิ อนั บกพรอ งเหลานีไ้ ดอยางไร ในเม่อื พระคัมภีรข องพระองค ซึง่ พระองคท รงตรสั ไว โดยวจขี อง พระองค อนั สจั จะย่งิ นนั้ มวี า “แทจรงิ อัลลอฮ มิไดอ ธรรมตอมนุษยแ ตอยา งใด แตท วา มนษุ ยน ่นั แหละ ทีอ่ ธรรมตอตัว ของพวกเขาเอง” (ยนู สุ /๔๔) “แทจ ริงอลั ลอฮไ มท รงอธรรมเลย แมเพียงฝนุ ธุล”ี (อนั นิซาอ/๔๐) “และพระผูอภบิ าลของเจา มไิ ดอ ธรรมตอผูใด สกั คนเดยี วเลย” (อัลกะฮฟ ุ/๔๙) “และอัลลอฮม ิได อธรรมตอ พวกเขา หากแต พวกเขาน่ันแหละ ทีอ่ ธรรมตอตวั ของพวกเขาเอง” (อาลิอมิ รอน/๑๑๗) “ดังนนั้ ไมป รากฏเลยวา อลั ลอฮจ ะทรงอธรรมตอพวกเขา แตท วา พวกเขา นน่ั แหละ ที่ อธรรมตอตัวของพวกเขาเอง” (อัตเตาบะฮ/ ๗๐ อลั องั กะบูต/๔๐ อัรรมู /๙) “และเรามไิ ดอธรรมตอ พวกเขา แตท วา พวกเขานนั่ แหละทีเ่ ปน ผู อธรรม” (อซั ซคุ รฟุ /๗๖) “นน่ั เปน เพราะวา มอื ของพวก เจาไดกระทาํ ข้ึนเอง และ แทจ รงิ อลั ลอฮมิใชผ อู ธรรมตอปวงบา ว”(อัลอมั ฟาล/๕๑) ขณะเดยี วกนั ในฮะดษิ กุดซยี พระองคท รงตรสั วา : โอบา วของขา แทจ ริงขา ไดถอื วา ความ อธรรมเปนส่งิ ตองหา มสําหรบั ตวั ขาเอง และขาไดก าํ หนดใหมนั เปน สง่ิ ตองหา มระหวา งพวกเจา ดว ยกนั ดงั นนั้ จงอยา อธรรมตอกันเลย” มุสลมิ ทีศ่ รทั ธา ตอ อัลลอฮ และศรัทธาตอ ความยตุ ธิ รรม ความเมตตาของพระองค จะเชอ่ื ได อยา งไรวา อัลลอฮ ผูทรงบริสทุ ธย์ิ ่ิง ทรงสรา งมนษุ ยม า แลว
ทรงตัดสนิ ใหค นกลุม หนง่ึ เขา สวรรค และตดั สนิ ใหคนกลุมอื่นๆ ทีเ่ หลอื เขานรก ตามความพงึ พอ พระทัย ของพระองค และทรงลขิ ติ ขดี เสน ใหพ วกเขากระทาํ กิจงานตางๆ กลา วคอื ทุกคน คอื ผู ดาํ เนนิ ไปตามเสนทางที่ถกู สรา งขึน้ มาให ตามทศั นะของรายงานเหลา นีอ้ นั ขัดแยง กบั อลั กรุ อาน อันทรงเกียรติ และขดั แยงกบั ธรรมชาตอิ ันบริสทุ ธิ์ท่ีอัลลอฮ ทรงจดั วางมนษุ ยไ วก ับมนั และขัดกบั สติปญ ญา จติ สํานึก อีกทั้งยงั ขัดตอ สิทธขิ ั้น พน้ื ฐานของมนุษยชน ? เราจะเชอ่ื ในศาสนานไ้ี ดอยางไร เมอ่ื มหี ลกั การทกี่ ดขส่ี ตปิ ญ ญา ใหถ อื วา มนุษยน ้เี ปน หนุ เชดิ ทถ่ี ูกทาํ ใหเ คล่อื นไหวโดยกฎลขิ ติ ที่ถกู กาํ หนดมาอยางไรกไ็ ด เพอื่ ทวี่ า หลงั จากนน้ั เขาจะถกู โยนลงในเตาไฟ ความเชอ่ื อยางน้เี องทยี่ บั ย้ัง สตปิ ญ ญามใิ หเ จรญิ กา วหนา มใิ หม ีความคดิ สรางสรรค ววิ ฒั นาการและมใิ หเกดิ ความเปลยี่ นแปลงทนี่ าํ มาซงึ่ ความภาคภูมิใจ แตมนุษยจ ะคง อยูกับความพงึ พอใจ ทห่ี ยาบกระดา งกบั สภาพทเ่ี ขาเปน อยู และกบั สิ่งทเี่ ขามีอยู เพราะคาํ แอบอาง ทว่ี า เขาคอื ผดู าํ เนนิ ไปตามเสนทางท่ีเขาถูกสรา งมา เราจะยอมรับรายงานเหลา น้ไี ดอ ยา งไร เมือ่ มนั เปน คําสอนท่สี วนทางกับ สตสิ ัมปชญั ญะ และใหภ าพพจนแ กเ ราวา อลั ลอฮ ผทู รงบรสิ ทุ ธิ์ คอื ผูส รา ง ผูเรือง อํานาจ ผทู รงอานภุ าพ ผทู รงพลงั และพระองคท รงมีสิทธทิ ี่จะสรางบาวผอู อ นแอ ของพระองคขึน้ มา เพอ่ื บรรจุพวกเขาลงในไฟ นรกญะฮนั นัม ทงั้ น้ีมใิ ชเพราะ สาเหตุใด นอกจากเพยี งเพราะวา พระองคจะทรงกระทาํ อยา งไรก็ ได ตามทท่ี รง ประสงค ปญ ญาชนทง้ั หลายจะใหสมญานามพระเจาองคน ้ไี ดไ หมวา ผูทรงมวี ทิ ย ญาณ หรอื ผทู รงเมตตาเสมอ หรือผูทรงยตุ ิธรรม ? เราจะพดู อยา งไร กับนักศึกษาปญ ญาชนและบรรดาผมู คี วามรูทมี่ ิใชมสุ ลิม ถา พวกเขารู วา พระผอู ภิบาลของเรามคี ณุ ลักษณะอยา งนี้ และรวู าศาสนาของเรา ตัดสนิ มนษุ ยใ หเปน คนชว่ั ไว แลวกอ นการถอื กาํ เนิด แลวพวกเขาจะยอมรับอสิ ลาม โดยเขา มาอยูในศาสนาของอัลลอฮเ ปนหมูๆ กระนน้ั หรือ? มหาบริสทุ ธ์แิ ดพระองค นคี่ อื คําสอนทเี่ หลวไหล ท่ีพวกตระกูลอมุ ยั ยะฮ ปน ข้นึ มา แลว ตอ เติมเสริมแตง เพราะความจาํ เปนในการตอ ลมหายใจเขา ออก ซงึ่ นกั คน ควาสามารถลวงรใู นเหตุผล เหลานไ้ี ดอยา งดี มนั คอื คําสอนทีเ่ หลวไหล เพราะขดั กับคาํ สอนของพระองค เปน ไปมิไดที่ศาสนทูต ของพระองค จะปน คาํ พดู ขน้ึ มาใหขดั แยงกบั วะหฺยูของพระองค ทท่ี รงวะหยฺ มู ายงั ทา น เพราะมี หลักฐาน ยนื ยันวา ทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ(ศ็อลฯ)กลา วไวว า : หากฮะดิษจากฉัน มมี ายัง พวก ทา นเม่ือใด กจ็ งนาํ ไปตรวจสอบกบั พระคมั ภรี แหงอัลลอฮ ครั้นสอดคลอ งตรง กับพระคัมภีร กจ็ ง ยดึ ถือไวป ฏบิ ตั ิ แตถามนั ขัดแยงกบั พระคัมภรี แ หงอลั ลอฮ ก็จง โยนมนั ทงิ้ เสียท่ขี างฝา” ทกุ ฮะดษิ เหลา นี้ และฮะดษิ อ่นื ๆในทํานองนี้อกี มากขดั แยงกับพระคัมภรี แหงอัลลอฮ ขดั แยงกับสติปญญา ดงั นน้ั ควรจะโยนมนั ทงิ้ เสยี ที่ขา งฝา อยาไดให ความสนใจมนั เลย ถงึ แมว า บุ คอรีและมสุ ลิมจะรายงานไว กม็ ไิ ดห มายความวา เขาทง้ั สองจะเปน มะอซ มู ทถ่ี กู คมุ ครองใหพ น
จากความผดิ ความบาป เพยี งหลัก ฐานเดยี วก็พอแลว ในอนั ท่จี ะตอบโตค ําแอบอา งที่ผิดพลาด เหลานี้ นน่ั คอื การท่ี อลั ลอฮทรงสง บรรดานบแี ละศาสนทตู มายังมนษุ ยท พ่ี ระองคทรงสรา ง ตลอดเวลา อนั ยาวนานในประวัตศิ าสตรข องมนุษยชาติ เพื่อปรับปรงุ สงิ่ ทเี่ ปน ความเสื่อม เสยี ใน สงั คมมนษุ ยผ เู ปน บาว และเพอื่ ทาํ ใหพ วกเขาเขาใจในหนทาง อนั เทยี่ งตรง และสอนพวกเขาใหรใู น พระคัมภีร วทิ ยญาณ และแจงขาวดีในเรื่องสวนสวรรค แกพ วกเขา ถา หากพวกเขาเปน ผมู ี คุณธรรม และตกั เตอื นพวกเขาใหเกรงกลวั การลงโทษของอัลลอฮในไฟนรก ถา หากพวกเขาเปน ผู กอความเสือ่ มเสยี สวนหนง่ึ จากความยุตธิ รรม และความเมตตาของอัลลอฮ ผูทรงบรสิ ุทธ์ยิ งิ่ ทม่ี ตี อมวล มนษุ ยทพ่ี ระองคท รงสราง ก็คือ พระองคจ ะไมทรงลงโทษใคร เวน แต หลงั จากทรงสงศาสนทูต มายงั เขาและทรงมขี อ พิสจู นม ายนื ยนั แกเ ขาแลวเทา นนั้ พระองคท รงตรสั วา : “ผูใดเดนิ ตามวิถี แหง ธรรม ดงั น้นั เทากับเขารบั วถิ ีแหง ธรรมใหแ กต ัวเอง และผูใดหลงผิด ดังนัน้ เทา กับ เขายงั ความหลงผิดใหแ ก ตัวเองและผมู ีภารกจิ จะไมต อ งแบกรบั ภารกจิ ของคนอนื่ และ เรามใิ ช ผกู ระทาํ การลงโทษผใู ด จนกวา เราจะสงศาสนทูตมา” (อัลอิสรออ/ ๑๕) ฉะนน้ั เมื่อรายงานเหลา น้ี ตามท่บี คุ อรแี ละมุสลมิ บนั ทกึ ไว อันเปน ฮะดษิ ที่สอนวา อัลลอฮ ทรงลขิ ิตพฤตกิ รรมตางๆ ของปวงบาวไวก อ นหนา ทีจ่ ะสรา ง พวกเขาข้ึนมา และทรงตัดสนิ ใหพ วก เขาบางสว นเขา สวรรค และใหบ างสวนเขา นรก ดงั ทเี่ ราไดน าํ มาเสนอ และตามทีอ่ ะหล ซิ ซนุ นะฮ วลั ญะมาอะฮเ ลอ่ื มไส ศรทั ธาอยา งนั้น ขอเรยี นวา ถาหากเรื่องเหลา นี้ เปน ความถกู ตอง ก็ หมายความวา การสงศาสนทตู มากด็ ี การประทานพระคัมภรี มากด็ ี ยอมเปน โมฆะโดยปริยาย! อลั ลอฮ คือผทู รงสงู สง เกรียงไกรเกินกวา เรอื่ งเชน น้ี พวกเขามไิ ดใ หเกียรติอลั ลอฮ ตามสทิ ธทิ ่ี แทจริงแหง เกยี รติยศของพระองค ฉะนน้ั เปน ไปไดอยางไรทเี่ ราจะกลา ว ถงึ พระผูเ ปน เจา ผูทรง มหาบริสทุ ธย์ิ ง่ิ ดวยถอ ยคํา ใสร ายปายสีอนั ย่งิ ใหญเหลา นี้ “เหลานน้ั คือสัญญาณของอัลลอฮ เราไดส าธยายมนั ใหแกเ จา โดยสจั ธรรม และอัลลอฮไมประสงคซ ึ่งความอธรรมตอชาวโลก(อาลิ อมิ รอน /๑๐๘) สว นคาํ ตอบในเรอ่ื งนี้ จากบรรดาอมิ าม ผูเปน วถิ แี หง ธรรมและดวงประทปี อนั เรืองโรจนและแสงสวา งของประชาชาติ คอื ถือวา อลั ลอฮท รงบรสิ ทุ ธ์ปิ ลอดพน โดยสนิ้ เชิงจากความอธรรมและสิ่งไรส าระ เราควรมาพจิ ารณาคาํ สอนของผมู ตี ําแหนงเปน ประตูแหงวชิ าการ นัน่ คอื ทา นอะมรี ลุ มุมนนี อะลี บนิ อะบี ฏอลิบ (อ) ขณะทท่ี า นไดอธบิ ายถงึ ความเชือ่ เหลานที้ ช่ี าวมสุ ลิมบางสว นยัง สบั สนกนั อยู เพราะพวกเขาละทง้ิ ประตทู างวิชาการ ทานอมิ ามอะลี(อ)ไดกลา วดงั นี้ (เมือ่ ครงั้ ท่ี สหายของทา นคนหนง่ึ ซักถามวา : การ เดินทางของเรามายังซเี รยี คราวน้ี เปน การลขิ ติ (กอฎอ)และการกาํ หนด(กอดรั ) จากอัลลอฮ ใชหรอื ไม? ) :
“ความเสยี หายไดตกแกทานเสียแลว ทานคงคิดวา การลิขติ (กอฎอ) เปน กฎตายตวั และ การกําหนดเปน ส่ิงที่แนน อน ถาหากเปน เชน นนั้ จริง รางวัล ตอบแทน และบทลงโทษก็เปน เร่อื ง เหลวไหล สัญญาและการคาดโทษกย็ อมตก เปน โมฆะ แทจ ริงอลั ลอฮ ผทู รงไวซ ง่ึ ความบริสทุ ธย์ิ ง่ิ ทรงบัญชาปวงบา วของ พระองค โดยการใหอ สิ ระ ทรงหา มพวกเขา โดยการเตือนใหร ะวงั ทรงมอบ ภาระ ทเี่ ปน ความ สะดวก ไมท รงมอบภาระ ท่เี ปน ความลําบาก ทรงใหก ารตอบแทน ในสงิ่ เลก็ นอ ย ดว ยปรมิ าณอนั มากมาย ไมท รงถือวา ถกู ละเมิด โดยผแู พ ไมทรง ถือวา ถกู เคารพเชอ่ื ฟง โดยผูฝน ใจ ไมทรงสง บรรดานบมี าเพ่อื การละเลน มิได ประทานพระคัมภีรท งั้ หลายมายงั ปวงบา ว เพ่ือเปน ส่ิงไรสาระ ไมทรงสรา งชน้ั ฟา และแผน ดนิ และส่งิ ทอี่ ยูระหวา งมันท้ังสองใหเปน โมฆะ” (น่เี อง บรรดาผซู ง่ึ ปฏเิ สธสงสัย ดังนนั้ ความวบิ ตั จิ ากไฟนรกพงึ มีแดบ รรดาผซู ่ึงปฏเิ สธ) (๑๒) อมิ ามอะลี (อ)มีสัจจะยิง่ ดงั นน้ั ความวิบัตจิ ากการลงโทษอันทรมาณพงึ มแี ด บรรดาผูมอบเอาเรอ่ื งไรส าระ และความอธรรมใหแกอ ัลลอฮ ควรจะกลาวไวดว ยวา ความจริงแลว กลา วกนั วา อะหล ิซซนุ นะฮว ลั ญะมา อะฮน น้ั ถอื วาอัลลอฮท รงบริสุทธิป์ ลอดพน จากเรอ่ื งไรส าระและความอธรรม ดังนน้ั ถาทานถามพวกเขาจะ เปน คนใดก็ตาม เขาจะไมโ ยนเอาความอธรรมใหแ ก อลั ลอฮ ผูท รงเกรกิ เกยี รติเลย แตทวา เขาจะ พบวา ตวั เขาเองมอี ปุ สรรคเปน อยางยงิ่ ตอ การท่ีจะปฏเิ สธฮะดิษตางๆ ท่ีรายงานโดยอลั บุคอรแี ละ มสุ ลมิ และเขาจะ เช่อื มน่ั อยใู นสวนลกึ วา เปน ฮะดษิ ทถ่ี กู ตอ ง ทงั้ น้ี ทา นสามารถจะเหน็ ไดใ นยามที่ ทานโตแยงกับเขาดวยหลักมนั ฏิก(ตรรกะ)ทยี่ อมรับโดยสตปิ ญ ญา เขาจะอา งวา เร่อื งน้ี มใิ ห เรียกวา เปน ความอธรรมจากอัลลอฮ เพราะพระองคค ือ ผสู ราง และสาํ หรับผสู รา งนั้น มสี ทิ ธทิ จ่ี ะ กระทาํ กบั สิง่ ถกู สรางอยา งไรก็ได ตามทท่ี รง ประสงค ! เพราะพระองคจ ะไมถูกสอบสวนในส่งิ ที่ ทรงกระทํา แตพวกเขาตา งหาก ท่ีจะถกู สอบสวน เมื่อทา นถามเขาวา เปน ไปไดอ ยางไร ทอี่ ลั ลอฮตัดสนิ ใหบา วของพระองค คนหนงึ่ ลงนรก กอนเขาจะเปน เรือนราง เพราะพระองคท รงลิขิตใหเขาเปนคนช่ัว และทรงตัดสินใหอ ีกคนเขา สวรรคก อ นเขาจะเปน เรอื นรา ง เพราะพระองคท รง ลิขติ ใหเ ขาเปน คนดี ? การกระทาํ เชน น้ี มิใช ความอธรรมแกค นทง้ั สอง ดอกหรือ? เพราะคนท่ีไดเ ขา สวรรค กม็ ิใชว า จะไดเขาเพราะผลงาน ของตวั เอง หากแตดว ย ความพอพระทยั ของอัลลอฮท ่ีมีตอ เขา ทํานองเดียวกนั กับคนทเ่ี ขานรก เขา ก็มิไดเ ขาเพราะการกอกรรมทําเข็ญของเขาเลย หากแตเปน เพราะอัลลอฮทรง กาํ หนดใหแก เขา เรือ่ งเชนนี้ ยงั มใิ ชค วามอธรรมอกี หรอื ? มันคอื เรอื่ งท่ีขดั กบั อัลกุรอาน? เขาจะตอบทา น ดวยโองการหนึ่งวา “โดยแทจ ริงอัลลอฮ ทรงกระทาํ สงิ่ ใดๆ ตามทพี่ ระองคท รงประสงค” แลวทา นมิ อาจเขาใจในจดุ ยืนของเขาทข่ี ดั แยงกันเอง ไดเ ลย และนค่ี ือเหตผุ ลอนั เปนทถี่ กู ยอมรบั เพราะเขา ใหฐานะแกอัลบุคอรี มุสลิม ในฐานะเดียวกับอลั กุรอาน แลว กลา ววา ตําราทีม่ คี วามถูกตองท่สี ดุ
ถัดจากพระ คมั ภรี แ หง อลั ลอฮ คือ อลั บุคอรแี ละมสุ ลิม ท้ังๆ ที่ในอัลบคุ อรี และมุสลมิ มเี รื่อง ราวที่ แปลกประหลาด มหัศจรรย และเปน ทกุ ขภยั อยางหนง่ึ ทบ่ี รรดามสุ ลมิ ถกู ทดสอบดว ยเรื่องราว เหลานนั้ ซง่ึ พวกตระกลู อมุ ยั ยะฮ และติดตามมาดว ยพวก ตระกูลอับบาซียะฮ ไดประสบชัยชนะอนั เปน ความสําเรจ็ ที่ยง่ิ ใหญในการแพร เร่ืองราวที่อุตริและความเช่อื แบบสะเปะสะปะของพวกเขา ตลอดจนอํานาจทางการ เมอื งท่ีเปนหมนั ของพวกเขา รองรอยของพวกเขายงั คงเหลอื ใหเ หน็ อยู กระทั่ง ทกุ วนั น้ี ในขณะทบี่ รรดามสุ ลิมถือวา น่นั คือ มรดกทม่ี เี กยี รติอันยงิ่ ใหญ เพราะมนั เปน ประมวลบรรดาฮะดษิ นบีทถ่ี กู ตอ ง ตามมาตรฐานทพี่ วกเขาแอบอางกนั เอง ถงึ แมว า บรรดามสุ ลิม จะลวงรถู ึงปรมิ าณอันมากมายของเรื่องราว ทีพ่ วกเขากลา ว สง่ิ ทีเ่ ปน ความเทจ็ ใหแ กท า นศาสนทูต แหงอัลลอฮ(ศอ็ ลฯ) เพราะเหตุผลทางการเมือง ของพวกเขา แนนอนพวกเขาจะไมเ ช่อื ถอื บรรดา ฮะดิษเหลา นน้ั โดยเฉพาะอยา งยิง่ ทข่ี ดั แยงกับพระคัมภีรของอัลลอฮ เพราะวาอลั กรุ อาน อนั ทรงเกยี รตนิ น้ั อัลลอฮท รงพทิ กั ษป กปอ งไว และ เพราะวา อัลกุ รอาน ไดถ กู ทอ งจําโดยบรรดาซอฮาบะฮและพวกทา นยงั ไดนําไป ตรวจทานกบั ทา นนบี ดว ยเหตนุ ี้ พวกเขาจงึ ไมส ามารถบดิ เบอื น และเปลีย่ นแปลง อลั กุรอานได พวกเขาจงึ มงุ หมายมาที่ซนุ นะฮอนั บริสุทธิ์ ดงั นนั้ พวกเขาจงึ สอดใส เรอ่ื งราวตา งๆ ตามที่พวกเขาประสงค เพอื่ บคุ คลที่มีความ ประสงค ในฐานะท่ี พวกเขาเปนศตั รขู องอะฮล ลุ บัยต ผพู ทิ ักษร กั ษาอลั กุรอานและซนุ นะฮ พวกเขา ปน แตง ทกุ เรื่องขนึ้ มาแลว อางไปหาทา นนบี(ศ็อลฯ) แลว ใหเ หตุผลแกบ รรดามุสลิมวา ฮะดิษ เหลา น้ี ถูกตอ งกวา แหลง อนื่ ดงั นั้นประชาชนกใ็ หการยอมรบั ดวยความ บรสิ ุทธ์ิใจ และพวกเขาตาง กร็ ับชว งถือปฏิบัติเปน มรดกสบื ตอ กันมารุนแลว รุนเลา เพือ่ ความเปนธรรม ใครจ ะขอเรียนวา ชีอะฮเ องเปน อีกพวกหน่ึงทมี่ กี ารปลอมและ แตง เร่อื งข้นึ สอดใสใ นฮะดษิ ตา งๆ เปน อนั มากทอี่ า งถึง ทานศาสนทตู (ศอ็ ลฯ)หรอื ทอี่ าง ถึงอมิ ามผบู ริสุทธ์(ิ อ) ทานใดทานหน่งึ การปลอมแปลงฮะดษิ ใน ลกั ษณะเชน นี้ ถือวา ไมเปน ทยี่ อมรบั โดยบรรดามุสลิมอยแู ลว ทง้ั ซนุ นะฮและชอี ะฮ ตง้ั แตใ นสมยั ประวตั ศิ าสตร แตชอี ะฮมหี ลกั การจาํ แนกทพ่ี เิ ศษ เหนอื กวาอะหลซิ ซนุ นะฮ วัล ญะมาอะฮอยสู าม อยาง ซง่ึ เปน สิ่งทที่ ําใหพ วกเขามีลกั ษณะเดน เปน พิเศษกวา กลมุ อน่ื ใดในอิสลาม จึงทําใหห ลกั ความเช่ือของพวกเขาชัดเจน สอดคลอ งตรงกับอลั กรุ อานและซนุ นะฮแ ละสตปิ ญญา หลกั การสาม อยางทีว่ า นี้ คอื : ประการแรก : พวกเขายอมรบั อยางสน้ิ เชงิ ตออะฮล ุลบยั ตของทานนบี กลา วคอื พวกเขา จะไมย กยองผใู ดสูงกวา บคุ คลเหลานอี้ กี เลย ซึง่ เราทกุ คน ตางรู ดีอยูแ ลววา ใครบา งคอื อะฮ ลุลบัยต ท่ีอัลลอฮทรงขจดั มลทนิ ออกไปจากพวกเขา และชําระขดั เกลาพวกเขาใหส ะอาดบริสทุ ธ์ิ ประการทีส่ อง : จาํ นวนอิมามแหง อะฮล ลุ บัยต มี ๑๒ ทา น พวกเขามชี ีวิต อยแู ละมผี ลงาน สบื ตอ กนั อยา งตอ เนื่องเปน เวลาถงึ สามศตวรรษ แตล ะทา นจะมี คาํ สอนทส่ี อดคลอ งตรงกนั ในทุก บทบญั ญตั แิ ละฮะดิษ ไมม ีการขดั แยงกนั ในเรือ่ ง ใดเลย อนั เปนสง่ิ ทที่ ําใหชอี ะฮของพวกเขา และ
สานุศษิ ยผ ปู ฏบิ ตั ิตาม ไดรา่ํ เรียน ในสาขาวชิ า ความรูตางๆทกุ แขนงไดอยา งชดั เจน ปราศจาก ความขดั แยง ตอ กนั ไมว า จะเปนในสว นของหลกั ความเชอ่ื หรือในเรื่องอ่นื ๆ ประการทสี่ าม : พวกเขามกี ารยอมรับและยนื ยนั วา ตําราตา งๆทัง้ หลาย ทพ่ี วกเขามอี ยู มี ท้ังความผดิ พลาดและความถกู ตอง ฉะน้ันสาํ หรับพวกเขาจงึ ไมม ี ตาํ ราใดซอเฮยี ะห นอกจากพระ คมั ภรี แหง อลั ลอฮ ซงึ่ ไมมคี วามผดิ พลาดมากลาํ้ กราย ได ไมว า จากส่ิงทอี่ ยเู บอ้ื งหนา และ เบอื้ งหลงั ยกตวั อยางเพยี งเทา ทที่ า นสามารถรจู กั ซงึ่ ถอื วา เปน หนงั สอื ทย่ี ง่ิ ใหญม ากสาํ หรบั พวก เขา นนั่ คอื “อซุ ูลุลกาฟย” พวกเขา อธบิ ายวา ในหนงั สอื เลม น้ี มหี ลายพนั ฮะดิษที่ถกู กุขนึ้ มา ดวย เหตุน้ี ทา นจะพบวา นกั ปราชญ ผรู ูม ุจญต ะฮิดทง้ั หลายในหมูพวกเขาไดดาํ เนนิ การศกึ ษา วเิ คราะหและ ตรวจสอบ กลาวคอื พวกเขาจะไมย อมรบั มาจากหนงั สือน้ี ยกเวน เฉพาะทีแ่ นช ัด แลว วาเปน เนอื้ คามเดมิ และมสี ารบบการรายงานท่ถี กู ตอง และท่ไี มขัดแยง กับ อลั กุรอาน และ สติปญ ญาเทา นัน้ สว นอะฮล ซิ ซนุ นะวลั ญะมาอะฮน น้ั ยนื ยันรบั รองตวั เองดว ยตาํ ราตา งๆ ทพี่ วกเขาใหชอ่ื เรยี กวา ศฮิ าฮุซซิตตะฮ(ตาํ ราท่ีถกู ตองทงั้ หก) โดยใหค วามหมายวา ทกุ เรือ่ งราวทีม่ ีอยูใ นตาํ รา เหลา น้ัน ลว นเปนซอเฮยี ะห และสว นใหญพวกเขาจะถา ย ทอดความคดิ นี้สบื ตอ กนั เปน มรดก โดย ไมมีการอธิบายและตรวจสอบใดๆ จงึ ทาํ ให มฮี ะดษิ เปนจาํ นวนมากถกู รายงานลงในหนังสือ เหลาน้ี โดยไมข ึ้นตรงตอหลกั ฐาน ทางชิ าการใดๆ และในเรอ่ื งนน้ั ๆ ยงั เปนเร่อื งกฟุ ร( ปฏิเสธ ศาสนา)อยา งชดั เจน อกี ดว ย ในฐานะเปน สิง่ ท่ีขัดกบั อลั กรุ อาน ขัดกบั จริยธรรม และพฤติกรรมของ ทานศาสนทูต และยังเปนการทาํ ลายเกียรตขิ องทา นอกี ดว ย สาํ หรับนกั คน ควา นา จะเพียงพอ ถา หากไดอ า นหนงั สอื ของเชค อัลมศิ รีย มะหฺมูด อะบูร็อยยะฮ นนั่ คอื หนงั สอื “อัฎวาอ อะลัซซนุ นะ ตลิ มุฮัมมะดียะฮ” เพื่อจะไดรวู า อะไรคอื คณุ คา ของ ตําราศฮิ าฮซุ ซิตตะฮ มวลการสรรเสรญิ เปน ของอลั ลอฮ ปจ จบุ นั นี้ เยาวชนคนหนมุ สาวเปนอนั มากสามารถ ปลดปลอ ยตัวเองเปน อิสระจากพนั ธนาการเหลา นัน้ และเขา ใจ แยกแยะความแตกตา งระหวา ง ปฏกิ ลู กับไขมนั ออกจากกนั ได ย่ิงกวา นนั้ ในปจ จุบนั แมแตบรรดาผูอาวุโสเองหลายทา น ท่ีเคย ยึดถือตําราศิฮาฮุซซิตตะฮ แบบหวั ชน ฝา กม็ ีการปฏเิ สธไปแลว ทงั้ นม้ี ิใชเ พราะเขายืนยนั ไดว า มี บางฮะดษิ ทม่ี ี คุณสมบัตดิ อ ยในการรายงาน(ฎออีฟ) หากแตเปน เพราะเขาพบวา ในนนั้ มหี ลักฐาน ของชีอะฮต ามทีพ่ กเขากลา วไว ไมวา จะเปน ในสว นของศาสนบญั ญัติ หรอื หลักความเช่ือในสง่ิ เรน ลบั กต็ าม ดงั นั้นจะถอื วา อะไรก็ตาม หากเปนหลกั การ หรือเปน ความเชือ่ ท่ชี อี ะฮพ ดู ถงึ เร่อื งน้นั ๆ จะตองมอี ยใู นศฮิ าฮซุ ซิตตะฮอ ยาง แนน อน ไมเ ลม ใดก็เลมหน่งึ ซึ่งเปน ตาํ ราทอี่ ะหลซิ ซนุ นะฮ วัลญะมาอะฮม กี นั อยู แตใ นทางตรงขาม ผทู ี่ถือฝก ฝา ยแบบหวั ชนฝาบางคนบอกขาพเจา วา ใน เม่ือพวกทา นมี ความเช่ืออยวู า บรรดาฮะดษิ ในหนงั สอื ซอเฮยี ะหบ ุคอรี มิใชส ่ิงทถ่ี กู ตอ ง แลวทาํ ไมพวกทานจงึ นาํ
หลักฐานในนนั้ มาอา งกบั พวกเรา ? ขา พเจาตอบวา : ในอลั บคุ อรีมิไดถ ูกตอ งไปเสยี ทุกเรอ่ื งก็จริง แตก็ใชวาทกุ เร่อื งในนนั้ จะเปน ความเทจ็ ไปเสยี ทง้ั หมด ความจรงิ กค็ ือความจริง ความเทจ็ กค็ ือ ความเทจ็ และ จําเปน ท่ีเราจะตองกลนั่ กรอง และขดั เกลาใหได เขายอ นวา ทานคงมแี วนขยายชนิดพเิ ศษกระมงั จงึ สามารถแยกสงิ่ ทีถ่ กู ตอ งออกจาก ความเทจ็ ได ? ขาพเจา ตอบวา กม็ ไิ ดมอี ะไรมากกวา ทที่ านมหี รอก แตถ อื วาส่งิ ใดท่รี ายงาน สอดคลอ งตรงกันท้งั ซนุ นะฮแ ละชอี ะฮ สงิ่ นน้ั คือ ความ ถกู ตอ ง เพราะมนั ถกู รบั รองถงึ ความ ถกู ตอ งของมนั จากทง้ั สองฝา ย และเรายนื ยนั ตอ พวกเขาในสิ่งนน้ั เชน เดียวกบั ทพ่ี วกเขายนื ยนั ตอ ตัวของพวกเขาเอง และสง่ิ ใดที่ พวกเขาขดั แยง กนั ถงึ แมว าจะเปนเร่ืองทถ่ี กู ตอ งตามทศั นะของฝา ย ใดฝายหน่งึ เทา นนั้ ก็ถือวา ไมจ ําเปนทฝี่ า ยทส่ี องจะตองยอมรบั ดว ย เชน เดียวกับทไี่ มจาํ เปน แก นกั วเิ คราะหผมู ใี จเปนธรรมจะตองยอมรบั และถอื ขออา งอนั นน้ั เปน หลกั ฐาน เพราะมนั จะเปน เศษ ทศนยิ มไมร ูจบ ขอยกตัวอยา งเพียงขอ เดยี วในเร่ืองนี้ เพ่อื จะไดไ มเ ปน ปญ หาในประเด็นนี้ อกี ตอไป และ เพ่ือจะไดไมต อ งยอนกลับมาใชหลกั วพิ ากษเดียวกนั น้ี ในวธิ กี ารตา งๆ ตอไปอกี *ชีอะฮอ า งวา ทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ(ศอ็ ลฯ)แตงตั้งทา นอะลีเปน คอลฟี ะฮ ของบรรดา มสุ ลิมทฆี่ อดีรคุม เมอื่ วนั ท่ี ๑๘ เดือนซลุ ฮจิ ญะฮ หลงั จากประกอบพธิ ี ฮัจญค รงั้ อาํ ลา และทานได กลา วปราศรัยในโอกาสนนั้ วา : “ผูใ ดทฉ่ี นั เปน ผปู กครองของเขา ดงั นน้ั อะลผี ูนก้ี ็เปน ผปู กครองของเขา ดว ย โออ ลั ลอฮ โปรดคมุ ครองผสู วามภิ กั ด์ติ อ เขา และโปรดเปนศตั รูตอ ผูท่ีเปน ศัตรกู บั เขา” เหตุการณค รั้งนี้ และ ฮะดิษนน้ี กั ปราชญอ ะหล ิซซนุ นะฮว ัลญะมาอะฮ เปน อนั มากไดอางไวในตําราซอเฮยี ะห มุสนัด และตารคี ของพวกเขาหลายเลม ฉะนั้น จงึ สมควรแลวสําหรับชีอะฮ ทจ่ี ะยกเอาเรอ่ื งนเี้ ปนหลกั ฐาน ขออา งตออะฮล ซิ ซุนนะฮว ลั ญะมาอะฮ *อะหล ซิ ซนุ นะฮวลั ญะมาอะฮ อา งวา ทา นศาสนทตู แหงอัลลอฮ(ศอ็ ลฯ) แตงตั้งใหอะบู บกั รนาํ ประชาชนนมาซ เมอื่ ครั้งทีท่ า นปว ยจวนจะถึงแกช ีวติ และทา นไดก ลา วในโอกาสนั้นวา : อลั ลอฮแ ละศาสนทูตของพระองคและบรรดา ผูศ รัทธาปฏเิ สธการท่ีคนอน่ื เปน อมิ าม นอกจากอะบู บักร” เหตกุ ารณน ี้และฮะดิษนไ้ี มม ปี รากฏอยูในตําราเลม ใดของชีอะฮ หากแตม ี รายงานเพยี งวา ทานศาสนทูตแหง อัลลอฮสง คนไปหาทา นอะลี แลวทานหญงิ กส็ ง คนไปหาบิดาของนาง ครนั้ พอ ทานศาสนทตู แหงอัลลอฮท ราบเรือ่ ง ทานก็กลาวแก ทา นหญิงอาอิชะฮว า “แทจ รงิ พวกนางก็เปน เหมอื นสตรีในสมัยยซู ฟุ ” แลว ทา นก็ ออกไปเพอ่ื นาํ ประชาชนนมาซ และขยับอะบบู กั รใหถอยรน ไป ฉะนั้นจงึ ไมบงั ควร และมใิ ชค วามเปน ธรรม ท่อี ะหลซิ ซนุ นะฮว ลั ญะมา อะฮ จะโตแ ยงตอ ชีอะฮ โดยหลกั ฐานทพี่ วกตนยดึ ถอื อยูเพยี งฝายเดียว โดยเฉพาะ อยา งยงิ่ ในเมือ่ รายงานเหลา นนั้
ขัดแยง กันและบิดเบือนจากความเปน จรงิ และประวัตศิ าสตร (เพราะวา ทานศาสนทูตแหงอลั ลอฮ (ศอ็ ลฯ)ไดกาํ หนดใหอะบบู กั รเ ปน พลทหารของอุซามะฮ และใหอ ยูภายใตก ารบงั คับบญั ชาและ การชนี้ าํ ของอซุ ามะฮ และเปนทรี่ กู นั วา ผูบญั ชาการทหารในกองทพั คราวนน้ั คอื อิมามนํานมาซ ดวย และมหี ลกั ฐานยนื ยนั ทางประวัตศิ าสตรวา อบูบกั รมิไดอยูในเมอื งมะดีนะฮ ในตอนทที่ า นศา สนทตู วะฟาต เพราะเขาเองกาํ ลงั สาละวนอยกู บั การเตรยี มตวั ออกไปทําศกึ พรอมกับ อซุ ามะฮ บนิ ซยั ด ผูบงั คบั บัญชาและแมทัพของเขาอยู ซงึ่ ตัวแมทัพเองยงั มอี ายุเพยี ง ๑๗ ปเทา น้นั ) ใน สภาพเชน น้ี จะเปนไปไดอยา งไรท่ี เราจะเชอ่ื วา ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ศ็อลฯ) แตง ต้ังใหอ ะบู บักรเ ปน อิมามนาํ นมาซ? ขา แตอัลลอฮ ไมม ีทางเปน ไปได นอกเสียจากวา เราเชื่อในคําพดู ของอมุ รั บิน ค็อฏฏอบ ทีว่ า ทานศาสนทตู แหง อัลลอฮเพอ ไปแลว และไมร เู รื่องวา ทา นได กระทาํ อะไรลงไป และพดู อะไรออกไป นคี่ อื เรอ่ื งหน่ึงซง่ึ ไมม ที างใดจะเปน ไปได น่นั คอื เปนไปมไิ ดเ ลย และชอี ะฮก ็ไม พดู เชนนนั้ ดว ย ณ ทน่ี น้ี กั วเิ คราะหจ าํ เปนจะตอ งยาํ เกรงตอ อลั ลอฮในการวิเคราะหข องตน และอยา ได ถอื เอาความรสู กึ ของตวั เองตัดสนิ เพราะจะทําใหเ บย่ี งเบนออกจาก ความจริงและปฏบิ ตั ติ าม อารมณ จนหลงผิดออกจากหนทางแหงอัลลอฮ หากแต จาํ เปน แกเขาทจี่ ะตองยอมรบั ความจริง ถงึ แมค วามจรงิ จะอยทู ี่ฝายอน่ื และจะ ตองปลดปลอยตวั เองออกจากโคลนตม กระแสอารมณและ การเหน็ แกป ระโยชน สว นตน เมื่อนนั้ เขาจะไดเ ปน คนหนึ่งที่อลั ลอฮท รงยกยอ งไวใ นโองการของ พระองคความวา : “ดงั นน้ั จงแจง ขา วดแี กบาวของขา ผซู ่ึงรับฟง คาํ สอน แลว ปฏบิ ตั ิตามใน สว นทีด่ ีทสี่ ุดของมัน เขาเหลานน้ั คอื ผซู ่ึงอลั ลอฮท รงชีน้ าํ และ เขาเหลา น้ัน คือ ผมู คี วาม เปน เลศิ ทางปญ ญา” (อัซซุมัร/๑๘) มนั เปน เรือ่ งทไ่ี มชอบดวยเหตุผล ถาหากพวกยวิ กลาววา สัจธรรมอยทู ่ี เรา และพวกคริส เตียนกก็ ลา ววา สจั ธรรมอยทู ่เี รา และมสุ ลิมกก็ ลา ววา สัจธรรม อยูที่เรา ในเมอื่ พวกเขาตา งก็ ขดั แยง กนั ทงั้ ในหลกั ความเชอื่ และบทบญั ญตั ิ ! จึงจําเปน แกน กั วเิ คราะหท จี่ ะตองตรวจสอบใหถอ งแทตอ คาํ สอนของทง้ั สามศาสนา และ เอาของแตละฝายมาเปรียบเทยี บซง่ึ กนั และกนั จนกวา สจั ธรรมจะ เปน ท่กี ระจา งชดั สาํ หรบั เขา มนั เปน เรือ่ งทไ่ี มช อบดวยเหตผุ ลอกี เชนกนั ตอการทอี่ ะหลซิ ซนุ นะฮก ลา ววา สัจธรรมอยู กับพวกเขา และชอี ะฮกก็ ลา ววา สจั ธรรมอยูกบั พวกเขาเพียงฝา ยเดียว ในเมื่อพวกเขาขัดแยงกนั ในความเขา ใจและบทบญั ญตั ิบางประการ ! สัจธรรม ตอ งมีเพยี งหน่งึ เดียวเทานนั้ จะแบง ออกเปน สว นยอ ยมไิ ด ! จงึ จาํ เปนแกน กั วิเคราะหท จ่ี ะตอ งปลดปลอ ยตวั เองใหอ สิ ระ และตรวจสอบ อยา งละเอยี ด อกี เชนเคย ตอ คาํ สอนของท้งั สองฝา ย และนําเอาของแตล ะฝา ยมา เปรยี บเทยี บซงึ่ กันและกนั และ จะตองควบคมุ สตปิ ญญาของเขาใหไ ด จนกระทง่ั สจั ธรรมเปน ทีก่ ระจางชัดแกเขา และน่ีคอื การ
เรียกรองของอลั ลอฮ สําหรับทุกกลมุ ที่ อางถงึ สจั ธรรม โดยทรงตรัสวา : “จงกลา วเถดิ จงนาํ ขอ พิสจู นข องพวกทา น มาซิ ถาหากพวกทานเปน ผสู ตั ยจริง” (อลั บะเกาะเราะฮ/ ๑๑๑) คนสว นมากมใิ ชห ลักฐานทบี่ งช้ีถงึ สจั ธรรม แตกลับตรงกันขา ม คือทถี่ กู ตอ ง นนั้ พระองค ทรงตรสั วา “แทจ รงิ ถาหากเจาเคารพเชอื่ ฟงคนสว นมากในโลกนี้ พวกเขาจะทาํ ใหเ จาหลง ออกจากหนทางของอลั ลอฮ” (อลั อนั อาม/๑๑๖) และทรง ตรัสอกี วา “และคนสว นมากนน้ั จะ ไมเปน ผศู รทั ธาถงึ แมเ จาจะ ปรารถนาย่งิ นกั กต็ าม” (ยซู ฟุ /๑๐๓) ดุจเดยี วกบั เรอ่ื ง ความกา วหนา ทางสงั คม และเทคโนโลยแี ละความมง่ั คั่งทางเศรษฐกจิ ก็มิใชห ลักฐานบง ชี้วา โลก ตะวนั ตก อยกู ับสจั ธรรม สว นโลกตะวนั ออกอยกู ับความผดิ พลาดอีกเชน กนั พระองคท รง ตรัสวา “ดังนน้ั จงอยา ใหท รพั ยส นิ ของพวกเขาและอยา ให บรรดาลกู หลาน ของพวกเขาทาํ ใหเ จา ประทบั ใจเลย อนั ท่จี รงิ อัลลอฮป ระสงคเพยี งจะ ลงโทษพวกเขาในชวี ิตแหงโลกนเี้ มอื่ ตวั ของพวกเขา สญู สลายในขณะที่ พวกเขาเปนพวกปฏิเสธ” (อตั เตาบะฮ/ ๕๕) คาํ สอนของผมู ีความร(ู อะฮลุซซิกร) ในเรื่องของอลั ลอฮ อิมามอะลี(อ)กลาววา “มวลการสรรเสรญิ เปนสทิ ธขิ องอลั ลอฮ ผทู รง เรน ลบั ทสี่ ุดในกจิ การ อันเบาบางทง้ั ปวง และมเี ครอ่ื งหมายอนั แสดงถึงพระองค อยา งเปด เผย ทรงสะกดั กนั้ แกสายตาท่ี มองเหน็ ดงั นนั้ สายตาทม่ี องไมเ หน็ พระองค กม็ อิ าจปฏเิ สธพระองค หวั ใจของผูทย่ี ืนยันตอพระองค ก็มิอาจมองเหน็ พระองค ทรงหา งไกลเหนอื ไปจากความสูงสงใดๆ จนไมม ีสง่ิ ใดจะสงู สง กวา พระองค ทรง ใกลชิดกับความตาํ่ สดุ จนไมม ีส่งิ ใดใกลช ดิ กวาพระองค อนั ความสงู สง ของพระองค นน้ั หาใชว าจะทรงหา งไกลไปจากสง่ิ ใดๆ ทที่ รงสรา ง ความใกลช ดิ ของพระองค ก็ หาใชว า จะทรง เสมอกับพวกเขาในสถานอนั น้ัน ไมท รงเผยความเขาใจ แกปญญา ญาณ เพื่อจาํ กัดความตอ คุณลักษณะแหง พระองค แตไมทรงปด บงั ความรูท่ีจาํ เปน สาํ หรบั ความรูจ ักพระองคแกปญ ญา ฉะนัน้ พระองคค ือผูซง่ึ มเี ครอื่ งหมายท่ีชดั เจน ยนื ยนั ถงึ พระองค เพอ่ื ใหเปน ท่ียอมรบั สาํ หรับหวั ใจ ของผปู ฏิเสธ อลั ลอฮท รงสงู สง ยง่ิ ใหญเ กรียงไกร เกินจากสิ่งทงั้ ปวงทบ่ี รรดาผูสงสยั และผปู ฏิเสธ กลาวอา ง มวลการสรรเสริญเปน ของอลั ลอฮ ผซู งึ่ ไมม คี วามเปลย่ี นแปลงใดๆ มากลาํ้ กราย ดังนน้ั ทรงเปน อยูในอันดบั แรก กอ นจะทรงเปน อยูใ นอันดบั สดุ ทาย ทรงเปน อยอู ยา งเปด เผย กอ นที่จะ ทรงเปน อยูอ ยา งซอนเรน สิ่งที่ไดช อ่ื วา หนงึ่ ทง้ั ปวง หากนอกเหนอื จากพระองค ยอมหมายถงึ เล็กนอ ย ผมู เี กยี รติ ทง้ั ปวง หากนอกเหนอื จากพระองค ยอมหมายถงึ ผตู ่ําตอย ผูมีพลังทง้ั ปวง หากนอกเหนอื จาก
พระองค ยอ มหมายถงึ ผูอ อ นแอ ผถู ือครอง กรรมสิทธท์ิ ง้ั ปวง หากนอกเหนอื จากพระองค ยอม หมายถงึ ผถู กู ครอบครอง ผูมีความรทู ง้ั ปวง หากนอกเหนือจากพระองค ยอมหมายถงึ ผูรา่ํ เรยี น ผูมีความสามารถทงั้ ปวงหากนอกเหนอื จากพระองค ยงั ถอื วา ถูกกาํ หนด และไร สมรรถภาพอยู ผูมีโสตการไดยนิ ทง้ั ปวง หากนอกเหนอื จากพระองค ยงั ถือ วา หนวก เนอื่ งจาก ไมไ ดยนิ เสยี งอันแผวเบาทง้ั หลาย เพราะเสียงที่ดงั กวา ทาํ ใหเ ขา ไมไ ดย นิ เสียงอันแผว เบานั้น และ เขาจะไมไ ดย นิ เสยี งอน่ื ทีม่ ถี ดั ไปจากเสียงอนั แผว เบานน้ั อกี ดว ย ผมู โี สตการมองเหน็ ท้ังปวง หาก นอกเหนือจากพระองค ยงั ถอื วา บอด เนอื่ งจากมองไมเหน็ บรรดาสีสันอันบางเบาและสังขารอนั นิม่ นวลทั้งหลาย การปรากฏอยทู ้ังปวง หากนอกเหนอื จากพระองค ยอ มหมายถงึ การซอ น เรน การซอนเรน ทั้งปวง หากนอกเหนอื จากพระองค ยอ มหมายถงึ การปรากฏอยู พระองคมไิ ดส รา ง มนษุ ยของพระองคมาเพื่อเสริมพลังใหแ กอ ํานาจใด มิใชเพื่อ ใหก ลวั โทษทัณฑใ นยคุ สมัยใด มใิ ช เพอ่ื ใหขอความชว ยเหลือตอ สง่ิ อน่ื ในฐานะ เปนคูเคียง มิใชเ พอ่ื การต้งั ภาคีอันนา เกลียด และมิใช เพือ่ เปน กลมุ ตอ ตา น หากแต ทรงสรางเพือ่ ใหอยูใ นการอภิบาลรักษา เปนบาวท่ีไดรบั การดูแล ไมท รงสถติ ยใ นสิ่งทั้งหลาย จนพูดไดวา ทรงจําแลงอยใู นส่ิงนนั้ แตไมทรง ละทงิ้ ส่งิ น้ัน จน พดู ไดวา ทรงตัดขาดจากส่งิ นั้น การสรางสรรค ตงั้ แตเร่ิมตน และ การบริหารใหเปน ไป มิไดท าํ ให พระองคเหนอื่ ยหนาย ไมม ีความลาํ บากทที่ าํ ให พระองคหยุดงานสรา ง ไมม ีความคลางแคลง สงสัยมากลาํ้ กราย ในยามทีท่ รง ดาํ เนนิ กจิ การและกาํ หนดแตเ ปน การดําเนนิ กจิ การทีล่ ะเอยี ด พสิ ดาร เปนความรทู ่ี ชดั เจนเปนกิจการอันมนั่ คง ทรงเปน ทม่ี งุ หวงั พรอมกับเปน ทล่ี งโทษ ทรงเปน ท่ี เกรงกลวั พรอมกบั เปน ทโี่ ปรดปราน การเปนผแู รกเรม่ิ ของพระองค หาใชล ักษณะ ของการเร่มิ ตน ไม และการเปน ส่งิ สุดทา ยของพระองค หาใชก ารสิ้นสดุ ไม ทรงเปน พระองคแรกตลอดกาล และ ทรงเปน ผูคงอยตู ลอดไป โดยไมม ีวาระกาํ หนด หนา ผากทงั้ หลายลวนทรดุ กราบพระองค ปาก ท้งั หลาย ลว นเผยถงึ ความ เปน เอกะของ พระองค มโนภาพและการเคล่อื น ไหวทัง้ หลายมอิ าจ กําหนดขอบเขตถงึ พระองค และเปนไปมิไดดวยอวัยวะและเครื่องมอื ทงั้ ปวง มอิ าจกลา วถงึ พระองคไ ดด วยคําวา ทรงมมี าตัง้ แต “เมอ่ื ใด” มิอาจ เปรียบเทียบการดํารง อยขู องพระองคไดด วยคาํ วา “จนกระทง่ั ” ทรงปรากฏอยู อยา งเปด เผย แตมอิ าจกลา วถงึ พระองค ไดด วยคําวา “มาจากส่งิ ใด” ทรงซอ นเรน แตมอิ าจกลา วถงึ พระองคไ ดดวยคําวา “อยใู นสิ่งใด” มิใช เปน การหายตวั ทตี่ อ งถกู บําราบมิใชเปนสง่ิ ถกู ปกปด ทีต่ อ งถกู เปด เผยออก อลั ลอฮเปนผทู รง สงู สง เกนิ กวา คณุ ลักษณะใดทีถ่ ูกกาํ หนดในเชงิ ประมาณการ โดยผวู างขอบเขตทง้ั หลาย และจดุ สดุ ทา ยทง้ั หลายของผนื ปฐพี ดนิ แดนทอี่ ยูอาศยั และถ่ินพาํ นักทง้ั หลาย ดงั นน้ั ขอบเขตงาน สรางสรรคข องพระองค คอื สิ่งเหมาะเจาะ และสิ่งอนื่ นอกเหนอื จาก พระองคคือการแอบอาง
ส่ิงทง้ั หลายมิไดถกู สรางในฐานะสง้ิ สุดทา ย และไมถกู สรางใน ฐานะสง่ิ เร่มิ ตน หากแต ทรงสรางส่งิ ทง้ั หลาย ไปตามท่ที รงสราง แลวพระองคท รงวาง ขอบเขตแกม นั ทรงใหเ ปน รปู ลกั ษณ ไปตามทที่ รงใหเ ปนรปู ลกั ษณ ดงั นน้ั รปู ลกั ษณ ทพ่ี ระองคท รงสรา งจงึ สวยงาม โดยไมม สี งิ่ ใด หยุดยงั้ มนั ได การเคารพเชื่อฟง พระองคหาใชค ุณประโยชนตอ พระองคแ ตอยางใด ความรขู อง พระองคใ นเรอ่ื ง การตายของคนครั้งอดีตกเ็ ฉกเชน ความรูของ พระองคในเรอื่ งการมีชีวิตอยูของคน ปจ จบุ นั ท่ยี งั เหลอื อยู ความรูข องพระองค ทมี่ ีตอสรรพสิ่งในชั้นฟาอนั สงู สดุ กเ็ ฉก เชน ความรขู อง พระองคท มี่ ตี อ สรรพส่งิ ในแผนดนิ เบอื้ งลา งสุด” บทท่ี ๒ เรอื่ งราวเกีย่ วกับทา นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ) ปญ หาท่ี ๒ : ภาวะแหง การถูกคุมครอง(อิศมะฮ) ของทานศาสนทตู อัลลอฮ ผูท รงไวซ ่งึ ความบรสิ ุทธ์ิ ผทู รงสงู สุดยิง่ ทรงมีดาํ รัสถงึ สทิ ธขิ อง ศาสดามุฮมั มดั นบี ของพระองค( ศ็อลฯ) วา : “และอลั ลอฮท รงคุมครองเจา ใหพ นจากมนุษย”(อลั มาอิดะฮ/ ๖๗) ทรงตรัสอีกวา “และเขามไิ ดพ ดู จาก อารมณจะไมม าจากอ่ืนใดเลย เวนั แตเ ปนเพยี งวะหยฺ ูท่ี ถูกดลบันดาล มาเทา นัน้ ”(อนั นจั ญม /ุ ๓) และทรงตรสั วา “และจะเปนสิ่งใดกต็ ามที่ศาสนทูต ไดนาํ มายงั พวกเจา ดังนั้นจงยดึ ถือมนั ไว สวนอันใดทเี่ ขาหา มปราม พวกเจา ดังนน้ั จง หยดุ ยง้ั จากมนั ”(อัล ฮชั ร/ ๗)โองการเหลาน้ี เปน หลกั ฐานแสดง ถึงภาวะการถกู คุมครองของทา น อยา งสน้ิ เชงิ ในทกุ ดา น ทา นทัง้ หลายกลา ววา ศาสนทตู แหง อลั ลอฮ( ศ็อลฯ)เปนมะอซ มู เฉพาะ ในชว งประกาศคําสอนของอลั กุรอาน เทานน้ั สว นในชว งเวลาอ่ืนนอกจากนี้ ทา นก็เหมอื นกบั ปุถชุ นท่วั ไปคนหน่งึ มีผิด บาง ถกู บา ง และพวกทานยงั แสดงหลักฐานทชี่ ี้ใหเ หน็ ถงึ คามผดิ พลาด ของทา นใน หลายวาระ หลายเหตกุ ารณด วยกนั ดงั ทพี่ วกทา นรายงานไว ในตาํ ราศฮิ าฮท ัง้ หลาย ของพวกทา น ! เมอ่ื เปนเชน น้ี แลว อะไรคอื ขอพสิ ูจนและหลักฐานสาํ หรับขอ อา งของ พวกทา น ทวี่ า ให ยดึ ถอื พระคมั ภีรแหง อลั ลอฮ และซนุ นะฮน บีของพระองค ในเม่อื ตามทศั นะของพวกทา นถอื วา ซนุ นะฮอนั น้ี มใิ ชสงิ่ ทถี่ กู คมุ ครองใหพน จากความ ผดิ พลาด และอาจเปน ไปไดท ีจ่ ะมคี วามผดิ อยู ในนน้ั ? โดยพ้ืนฐานอนั นี้ แสดงวา การยดึ ถือพระคัมภีรและซนุ นะฮ ตามหลกั ความเช่ือของพวก ทา น ยงั ไมป ลอดภยั จากความหลงผดิ ไดดีพอ โดยเฉพาะอยา งยงิ่
เมือ่ เรารูว า คําสอนในอลั กุรอานทงั้ หมด จะตองอธิบายและขยายความโดย ซนุ นะฮน บี แลวอะไรคอื ขอพิสจู นของพวกทา นทวี่ า คาํ อธิบายขยายความเหลา น้ัน ไมผ ิดเพย้ี นตอ เจตนารมณ แหงพระคมั ภีรของอลั ลอฮ ผทู รงสูงสดุ ? พวกเขาคนหนึง่ ซง่ึ เปน ผูมที ศั นะดังกลา วน้ี บอกขา พเจา วา : แนน อน ทา น ศาสนทตู แหง อัลลอฮ(ศอ็ ลฯ)กระทาํ ผดิ ตอ บทบัญญัติในอัล กรุ อาน มากมายหลาย เร่อื ง เกยี่ วกบั การตัดสิน ปญ หาทางสังคม ขา พเจา เรียนถามดว ยความประหลาดใจวา : ไหนลองยกตวั อยา งขอ ผิด พลาดของทานให ขาพเจา ทราบสักขอ ซิ เขาตอบวา : อลั กรุ อานกลา ววา : หญงิ ผกู ระทาํ ซินา(ผิดประเวณ)ี และชายผูกระทาํ ซิ นา ดังนนั้ จงเฆ่ียนทกุ คนจากทงั้ สองฝา ยหน่งึ รอ ยครง้ั ” (นูร/๒) แตทา นศาสนทตู กลบั ตัดสินให ชายผูกระทําซนิ า และหญงิ ผกู ระทาํ ซินา ถกู ขวางดวยกอ นหนิ ซง่ึ ไมมเี ร่ืองนใ้ี นอลั กรุ อาน ขา พเจา ตอบวา : ความจรงิ การขวางเปน บทลงโทษสาํ หรบั ผูม คี คู รองอยแู ลว แตยงั ทาํ ซนิ า จะเปน ชายหรอื หญิงก็ตาม สว นการเฆยี่ น เปน บทลงโทษสาํ หรบั คนโสด ท่ีทาํ ซนิ า จะเปน ชายหรอื หญงิ ก็ตาม เขากลา ววา : ในอลั กุรอานมิไดระบุวา เปนคนโสดหรือคนมคี คู รอง เพราะ อัลลอฮมิได เจาะจงไว หากแตทรงใชค ําวา หญงิ ผทู าํ ซนิ าและชายผทู าํ ซนิ าเทา นนั้ ขาพเจา ตอบวา : โดยพนื้ ฐานอนั นี้ แสดงวาทุกบทบญั ญัตใิ่ นอัลกุรอานท่ี ทา นศาสนทตู (ศอ็ ลฯ) บง ชไี้ ว กเ็ ทากับทา นทาํ ผดิ พลาดกบั อลั กรุ อานท้งั หมดละซี ? เมื่อทา นกลา ววา ทา นศาสน ทตู ทําผิดพลาดกบั อัล กรุ อาน มากมายหลาย บทบญั ญตั ิ ? เขาตอบดว ยความราํ คาญวา : อลั กุรอานเทา นนั้ ทเ่ี ปน มะอซ มู เพราะวา อลั ลอฮท รง รับรองในการพิทกั ษรักษา สวนทา นศาสนทูต คือปถุ ชุ นธรรมดา ซ่งึ มีทงั้ ผดิ พลาดและถกู ตอง ดงั ที่อัลกรุ อานไดก ลา วถงึ สิทธิในตัวของทา นวา : จงกลา วเถิด ฉันมใิ ชใครอืน่ นอกจากเปน มนษุ ย คนหนึง่ เหมอื นกบั พวกทา น !” ขาพเจา กลา ววา : แลว ทาํ ไมทานตองนมาซศุบห นมาซซุฮร ิ อศั ริ มฆั ริบ และอิชาอด วยเลา ในเมือ่ อัลกุรอานระบเุ พยี งคาํ วา นมาซเทา น้นั โดยมิไดบง บอก ถึงเวลาตางๆเลย เขาตอบวา : “ในอัล กุรอานมีโองการวา “แทจรงิ การนมาซเปนบท บญั ญตั ิท่ถี กู กําหนด ตามเวลาไวสาํ หรับบรรดาผศู รัทธา” และทานศาสนทตู คือผทู ี่ อธิบายเรอ่ื งเวลาตา งๆ ของนมาซ ขาพเจา กลาววา : ทา นเชอื่ ไดอ ยา งไร ในเรื่องเวลานมาซ ในขณะทท่ี า น ปฏิเสธบทบัญญัติ ท่ีใหข วา งผทู ําซินา ? เขาใชความพยายามเพ่อื ใหข าพเจา ยอมรบั โดยปรัชญาตา งๆ ทขี่ ดั แยง กนั ซง่ึ มไิ ดตงั้ อยูบ น หลกั ฐานใดๆ ทางสตปิ ญ ญาและตรรกศาสตร เชนกลาววา : เรื่อง การนมาซนัน้ ไมอ าจจะตัง้ ขอ
สงสัยได เพราะทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮ กระทาํ อยตู ลอดชีวิต และทา นทําทุกวัน วันละหา ครั้ง สว นเร่อื งการขวางคนทาํ ซนิ า ถือวา ไมอาจใหความมั่นใจได เพราะทานกระทําเพียงคร้ังเดียว หรอื สองครัง้ เทา นนั้ ตลอดชวี ิตของทา น ดูคลา ยกับเขาจะพดู วา ทา นศาสนทูตไมผดิ กต็ อ เมอ่ื อัลลอฮ ทรงบญั ชาใหท า นกระทําในกิจการหนง่ึ ๆ สวนถาหากทานตัดสนิ โดยความคิด ของทา นเองนนั้ ทา นมใิ ชมะอซ มู และดวยเหตุนเี้ อง บรรดาซอฮาบะฮจ งึ ถามทา น ในทุกกจิ การงาน วา สงิ่ นน้ั มา จากทา นเอง หรอื วา มาจากอัลลอฮ ครน้ั ถาหาก ทา นตอบวา มาจากอลั ลอฮ พวกเขากจ็ ะปฏบิ ัติ ทนั ทโี ดยไมมกี ารถกเถียง แตถ าหาก ทา นกลา ววา มาจากขา พเจา เอง เม่ือน้นั พวกเขาจะถกเถยี ง และจะโตแยง กับทาน และแนะนาํ ส่ังสอนทา น ซงึ่ ทา นกย็ อมรบั การแนะนาํ สงั่ สอนและความเหน็ ของ พวกเขา และวา อลั กุรอานเองกไ็ ดถ กู ประทานลงมาเพ่อื ยอมรบั ความเห็นของ ซอฮาบะฮบาง ทานและขดั แยง กบั ความเหน็ ของทา นเสมอๆ ดงั เชน กรณีของ สงครามบะดัรและอกี หลายกรณที รี่ ู กนั อยา งแพรหลาย ขา พเจา ใชค วามพยายามทมี่ อี ยูเพ่ือโนม นา วใหเ ขายอมรบั แตท วา ไมเ ปน ผลแตอ ยางใด เพราะนกั ปราชญอ ะหล ซิ ซนุ นะฮวลั ญะมาอะฮ มีความฝง ใจในเรอื่ ง น้ี และตาํ ราศิฮาฮท้งั หลายของ พวกเขา กเ็ ตม็ ไปดว ยรายงานตางๆ เหลา นีซ้ ่งึ คอ นแคะในเรือ่ งอิศมะฮข องทา นศาสนทตู โดยทําให เหน็ วา ทานคือบุคคลที่มี พน้ื ฐานนอ ยกวา คนทฉี่ ลาด หรือผนู ําทางทหาร หรือแมก ระท่ังเชคสายฏอ รเี กาะฮ สายซูฟย ไมใชเ ร่ืองเหลือเช่ือ ถา หากขา พเจา จะบอกวา ทานยงั มพี นื้ ฐานนอ ยกวา คน ธรรมดาเสยี อกี ถา หากเราไดอ า นบทรายงานตางๆบางเรอ่ื งในตาํ ราศฮิ าฮ ทงั้ หลายของอะหล ซิ ซนุ นะฮแลว เราสามารถเขาใจไดอยางชดั เจนวา อทิ ธพิ ลของ พวกตระกูลอมุ ยั ยะฮไ ดแผเ ขา มา เพียงใดในสตปิ ญ ญาของบรรดามสุ ลมิ นบั ต้งั แต ในสมยั ของพวกเขา อิทธิพลของมนั ยังคงเหลืออยู ตราบจนกระทง่ั ถงึ วนั นี้ หากเราจะวิเคราะหถงึ เปา หมาย หรือจดุ ประสงคสาํ หรับเร่ืองนี้ เราก็จะได ผลลพั ธสรุป ออกมาอยา งชดั เจนท่ีสุด นน่ั ก็คอื : พวกทีไ่ ดป กครองชาวมุสลมิ ใน สมยั รฐั บาลของตระกูลอุมยั ยะฮ ซ่ึงนําโดยมุอาวยี ะฮ บตุ รของอะบซู ฟุ ยานนนั้ ไมเคยเชื่อถือเลยแมส กั วนั เดยี ววา มุฮมั มัด บตุ ร ของอับดลุ ลอฮ เปน ศาสดาทีถ่ ูก แตงตัง้ มาจากอัลลอฮ หรอื เปนนบที แี่ ทจรงิ คนหนงึ่ ของอัลลอฮ นา สงสยั เหลือเกนิ วา พวกเขาคงเชือ่ ถือวา ทา นเปนนักมายากล เพราะสามารถทําใหค นสว นใหญ ยอม จาํ นน อยภู ายใตการปกครองของทา น ทั้งในหมบู รรดาประชาชนผูถ ูกกดขี่ โดย เฉพาะบรรดา ขาทาส ซงึ่ ใหก ารสนับสนนุ และชวยเหลืองานประกาศศาสนาของ ทาน อนั นมี้ ไิ ดเ ปน เพยี งขอ สงสยั เพราะความสงสัยในบางสง่ิ บางอยา งนน้ั เปน ความบาป แตท วา เมอ่ื เราไดอานในหนงั สอื ประวตั ศิ าสตร เราจะรจู กั บคุ ลกิ ภาพ และความเปน ไปของมอุ าวียะฮไ ดอ ยางดี ตลอดจนพฤตกิ รรม ของเขา ในชว งอายขุ ยั ของเขา โดยเฉพาะในสมยั ทเี่ ขามอี ํานาจปกครอง ดังนั้น ความสงสยั จงึ กลายเปน ความจรงิ ทม่ี อิ าจหลกี เลยี่ งได
พวกเราทง้ั หมดตา งรูจักดีวา มุอวียะฮ คือใคร และอะบูซฟุ ยานบิดาของเขา เปน ใคร และ นางฮินดม ารดาของเขาเปน ใคร เขาคอื คนประเภทฏอลีกบุตรของ คนประเภทฏอลกี (คน นอก ศาสนาชาวมกั กะฮ ทถ่ี ูกจบั กุมแลว ไดรบั การ ปลอ ยตวั ใหเ ปน อสิ ระ เมอ่ื กองทัพของอิสลาม สามารถเขา พชิ ิตได) ท่เี ติบโตเปนหนุมมา ดวยการโอบอุมของบดิ า และอยใู นกองทพั ทท่ี ําสงคราม กบั ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ และทาํ ลายการประกาศศาสนาของทาน อยา งสดุ กําลงั มาโดย ตลอด จนกระท่ังเม่ือความพยายาม ของเขาทงั้ หมด ประสบความลมเหลว และทานศาสน ทตู แหง อลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) สามารถมชี ยั ชนะทง้ั เขาและบิดาของเขาได กย็ อมจํานน ตอ เหตุการณท ี่ ปรากฏโดยปราศจากความเต็มใจใดๆ แตด วยความกรณุ าและ จริยธรรมอนั ยง่ิ ใหญของทา นศาสน ทตู ทานจงึ ใหก ารนิรโทษ แลว ใหสมญานามแก เขาวา “ฎอลกี ” หลงั จากทา น ศาสดาอนจิ กรรมแลว บดิ าของเขาพยายามสรา ง ความเสียหายและทาํ ลายศาสนาอิสลาม ทงั้ น้เี ม่อื ครงั้ ทเ่ี ขาไดไ ปหา ทานอิมามอะลี (อ)ในยามกลางคนื แลว ยยุ งใหท าํ การตอสูเ พอ่ื ลม ลา งอบูบกั รและอมุ ัรพรอ มกับ เสนอใหท ้งั ทรพั ยสนิ และกาํ ลังคน แตท า นอมิ ามอะลี(อ)รูดีถงึ จุดประสงคข องเขา จึงไลส งเขาไป เสีย เขาจึง ดาํ รงชีวิตอยดู ว ยความเคียดแคนตออิสลาม และบรรดา มุสลิมมาตลอดจนกระทง่ั มาถงึ สมยั ท่ีตาํ แหนง คอลีฟะฮตกทอดไปยังอสุ มาน บตุ รชายของผูเ ปนลุง เม่ือนนั้ เองทเ่ี ขาสาํ แดง ความจริงในตวั ใหปรากฏออกมา ทง้ั ความเปนกาฟรและความกลับ กลอก โดยเขาไดก ลา ววา จง ฉกฉวยมนั ไว เหมอื น อยา งการฉกฉวยลกู บอลเถิด โอบ ตุ รหลานของอมุ ัยยะฮ ขอสาบานตอ ผูซงึ่ อบู ซฟุ ยานไดเคยสาบานดวยวา ทงั้ สวรรคและนรกนน้ั ไมมจี ริงหรอก(๑๓) รายงาน โดย อบิ นอุ ะซากริ ในหนงั สือ ตารคี ของทา นภาคที่ ๖ หนา ๔๐๗ รายงานจากอะนัส เลา วา อบูซฟุ ยานไดเ ขาไป หา อุ สมานหลงั จากตาของเขาบอดแลว เขากลา ววา : “มีใครอยูท่นี สี่ กั คนไหม ?” พวกเขากลาววา : “ไม มใี คร” ดงั นน้ั เขาจึงกลา ววา : “โออ ลั ลอฮ โปรดบนั ดาลใหงานปกครองเปน กจิ การแบบญาฮิลยี ะฮ และใหอ าณา จักรเปน อาณาจกั รทย่ี ึดครองมาได และโปรดบันดาลใหตะปูของแผนดนิ ตก เปน ของบนอี ุมัยยะฮดว ยเถดิ ” สาํ หรบั มุอาวยี ะฮบุตรชายของเขานน้ั เลา ทา นทราบไหมวา มุอาวียะฮเ ปน อยางไร คอื เมอ่ื เขาพดู แลว จะไมม อี ปุ สรรคใดๆและส่ิงทเี่ ขากระทาํ ตอ ประชาชาติ ของมฮุ มั มดั (ศ็อลฯ) ตลอดสมยั การปกครองของเขาในซเี รยี นน้ั เปน อยางไร ตอ มาหลงั จากเขาไดครองตําแหนง คอลฟี ะฮ ดว ยการ ใชอาํ นาจและกําลังเขา บบี บงั คบั และเรื่องราวทีบ่ รรดานกั ประวัติศาสตรเ ขียนไว กรณที ี่เขาทาํ ลาย หลกั การอัล กุรอานและซนุ นะฮ และละเมดิ กฎเกณฑท กุ อยา งทศี่ าสนาไดวางไว และพฤตกิ รรม ตางๆ อกี มากมายทนี่ กั เขยี นและนกั พูดตา งปฏิเสธที่จะเขียนและกลา วถึง เพราะ ความนาเกลียด และความลามกของมนั ซ่ึงเราจะสรปุ ความจากเร่อื งเหลา นน้ั เพ่ือ เปน การถนอมนํ้าใจของพี่ นอ งอะหล ซิ ซนุ นะฮ วัล ญะมาอะฮข องเรา ซ่งึ มคี วามรกั อยา งดม่ื ด่าํ ตอมุอาวยี ะฮ เขา ไปในหวั ใจ และปกปองเขาอยู
แตใ นทนี่ ้ี มีเรือ่ งหนงึ่ เรามอิ าจละเลยตอ การทจี่ ะกลาวถงึ ได นนั่ คอื ทัศนคติในดานตา งๆ และความเช่อื ของบุคคลผูน ้ี ท่มี ีตอ ทา นศาสดา คือมนั มไิ ด หางไกล จากความเชื่อของบิดาของเขา นัก เม่อื เขาไดรับการใหน มแหงความเชอ่ื มาจากเตาของนางทาสท่ีกนิ ตับมนษุ ยเ ปน อาหาร นน่ั คือ หญิงนางโลม ผสู ําสอ นทีม่ ชี อื่ เสยี งระบอื ลอื ลน่ั (๑๔) เชน เดยี วกบั ทไ่ี ดรบั มรดกจากบดิ าในการเปน ผู อาวโุ สของฝา ย มนุ าฟก ซ่งึ ไมมีหนทางใดสาํ หรบั จติ ใจของเขาทจี่ ะรจู กั อิสลามไดเลยสักวนั เชนเดียวกับทเ่ี รารูถึงทัศนคตขิ องผเู ปนบดิ า กถ็ อื วา ตวั ของผูเปน บุตร ก็อยใู นเหตผุ ล เดียวกนั นน่ั เอง แตเ ปนความหลงผดิ และการกลับกลอกในวธิ กี าร ของเขาตา งหากอกี ทางหนง่ึ ซบุ ัยร บิน บะการไดร บั รายงานจากมฏั วฟั บนิ อลั มฆุ ีเราะฮ บนิ ชอุ บะฮ อษั ษะเกาะฟย กลา ววา : ขา พเจา พรอ มกบั บดิ า ไดเขาพบมอุ าวยี ะฮ โดยท่บี ิดาของ ขา พเจา สนทนาอยกู บั เขา จากนั้นทา นกห็ นั กลับมาหาฉนั แลว กลาวถึงมุอาวยี ะฮ กลาวถงึ สตปิ ญญาของเขา และมีความ ประหลาดใจ ในสง่ิ ทที่ านไดพบเหน็ จากเขา เมื่อตกถงึ กลางคืนฉนั สังเกตเหน็ วา ทา นเปน ทกุ ข กงั วลอยางหนกั จงึ ไดแ ตม องดู ทา นอยนู าน ฉันคดิ ในใจวา มเี หตกุ ารณอะไรเกดิ ขนึ้ สกั อยางใน ครอบครวั ของเรา หรือในการทํางานของเราเปน แน ฉนั จงึ ถามทา นวา : ทาํ ไม ทา นเปน ทกุ ขอ ยา ง หนกั ตลอดท้ังคนื ? ทา นตอบวา : “ลกู เอย แทจ รงิ พอ ไดพบกับมนษุ ยท ี่เลวทรามทีส่ ดุ แลว ” ฉนั พูดกบั ทานวา “มันเปน เรือ่ งอะไร” ทา นตอบวา “ฉนั พูดกบั มอุ าวยี ะฮในขณะ ทีอ่ ยตู ามลาํ พงั กับเขาวา : โอท า นอมี รุลมุอม นิ ีน บดั น้ี ทานกไ็ ดมาถงึ จุดสงู สุดของ ทา นแลว ทานนา จะแสดงออกซึง่ ความยตุ ธิ รรม และ แผค วามดงี ามใหปรากฏ เพราะทา นเองเปน ผูอ าวโุ ส และทานนา จะไดม องไปยงั พนี่ อ งของทา น ใน ตระกูล บะนี ฮาชมิ แลวเชอื่ มสัมพนั ธฉนั พนี่ องกบั พวกเขาเสยี ขอสาบานตออลั ลอฮ ขณะน้ี ไม มีสิง่ ใดในหมพู วกเขาทท่ี านตองหวาดระแวงอีกแลว และแทจรงิ อนั น้ี มแี ตจะทาํ ใหท า นไดรับ เกยี รติยศและผลตอบแทนเทานัน้ ” เขาตอบฉนั วา “ ออกไปใหพน ออกไปใหพน ! เกยี รติยศอันใดที่ จะหวงั ใหม นั คงอยู อาณาจกั รแหงพีน่ องตัยยมั นนั่ คอื ความยตุ ธิ รรม เขากระทาํ ในสิง่ ทีเ่ ขากระทาํ ไปแลว เมื่อเขาตายไปในวันพรงุ เกยี รติยศของเขากส็ ูญหายไปดวย เวนแตการท่ีเขาผูนน้ั นน่ั คอื อบูบักรไ ด กลา ว วา : ตอไปเปนอาณาจกั รตระกูลอะดีย ดังนนั้ เขาไดพ ยายามอยา งเขม แขง็ และ ผัน ผานไปสบิ ป ขอสาบานตออลั ลอฮเม่ือเขาตายไปในวนั พรุง เกียรตยิ ศของเขา กส็ ูญหายไปดว ย เวน แตการทีเ่ ขาผนู น้ั นน่ั คือ อุมรั ไดกลา ววา : ตอ ไปเปนอาณาจักร แหงพน่ี อ งเราอุสมาน ดงั นน้ั อาณาจกั รของใคร ก็ไมแ มน เหมือนของเขาสกั คน เดยี ว เขาไดก ระทาํ และถกู กระทําตามนน้ั ขอ สาบานตอ อลั ลอฮ เมอ่ื เขาตายไปใน วนั พรงุ เกยี รตยิ ศของเขากส็ ญู หายไปดว ยและเกียรติยศของ เขาก็คือ สงิ่ ท่ีเขาถูก กระทาํ เทา นน้ั แทจ ริง พนี่ อ งแหง ตระกลู ฮาชิม รอ งตะโกนอยทู กุ วัน วนั ละหา คร้งั วา ขา ขอปฏญิ าณ วา มฮุ ัมมดั เปน ศาสนทูตแหง อลั ลอฮ : มนั เปน งานอะไรถงึ ขนาดนแี้ ลว ยงั
มเี กียรตยิ ศอะไรเหลอื อยอู ีก ขอสาบานตออลั ลอฮ ไมมีมารดา สําหรับทานหรอก นอกจาก สสุ าน สสุ าน(๑๕) มอุ าวิยะฮเ อย อัลลอฮทรงบนั ดาลใหเ จา พา ยแพ และอัปยศอดสทู ่สี ุด โอ เจา ผูตอ งการฝง เกียรติยศของทา นศาสนทูตแหงอัลลอฮ ดว ยความพยายาม ทกุ วถิ ที าง และเจา ไดใชจายทรัพยส นิ ท้ังปวงท่มี อี ยู เพอื่ หนทางอันนนั้ แตท วา ความพยายามของเจาทงั้ หมด ประสบความลม เหลว เพราะอลั ลอฮ มหาบรสิ ุทธ์ิ แดพระองค คอยสอดสอ งดแู ลพฤติกรรมของเจาอยู และพระองคท รง ตรัสแก ศาสนทตู ของพระองคว า “และเราไดยกชูเกียรติยศของเจาเพ่อื เจา ” เจา ไมมคี วาม สามารถ ฝง เกยี รติของผูทีพ่ ระผูอ ภบิ าลผูท รงอาํ นาจ ผทู รงเกรกิ เกียรติ ใหการยกยอ ง ไดหรอก จงวาง แผนการของเจาไปเถดิ และจงรวบรวมพลพรรคของเจา กนั เถิด อยา หมายเลยวา เจา สามารถจะ ดบั แสงสวางของอลั ลอฮด ว ยลมปากของเจาได และอัลลอฮคือผทู าํ ใหแสงสวา งของพระองค สมบรู ณ แมว าจะความกลบั กลอกของ เจา จะมากมายมหาศาลเพยี งใด เจา ครอบครองโลกทงั้ ตะวนั ออกและตะวันตก และถึงแมว า เจา จะวางวายไปแลว เกียรตยิ ศของเจาก็สาปสูญไปดวย แต อยา งไร กต็ าม เขาก็ยงั กลา วถงึ เจา เกย่ี วกับพฤติกรรมทีเ่ ลวรา ยของเจา ทเ่ี จาตอ งการ ใหม ัน ทาํ ลายอิสลาม ดังทมี่ รี ายงานเรอื่ งนจี้ ากวจนะของทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ (ศอ็ ลฯ) (๑๖) ยงั คง เหลือกแ็ ตเ พยี งเกยี รติยศของมุฮมั มัด บนิ อับดลุ ลอฮ พี่นอง แหง ตระกูล ฮาชมิ ตลอดมาหลาย ศตวรรษ หลายชั่วคน เพราะอลั ลอฮทรงให เปน มรดกแก แผนดนิ และชาวโลกไวว า ทุกคร้ังที่ใคร กลาวถึงทา น ก็จะตองขอพรใหท า น และ วงศว านของทา นดวย ถงึ แมว า จะเปน การเหยยี บจมูกของ ตระกูลอมุ ัยยะฮ ซง่ึ พยายามเหลือเกนิ ทจ่ี ะทาํ ลายพวกทา น ทาํ ลายเกียรติยศของพวกทา น โดย อาศยั การเปน ตําแหนง การผูนําและหวั หนา ของเจา ถงึ กระนน้ั พวกทา นจะมไิ ด อะไรเพ่ิม นอกจาก เกียรตยิ ศอันสงู สง ยง่ิ ขึน้ สว นพวกเจา จะตองพบกบั อัลลอฮใน วนั ฟน คืนชพี ซง่ึ พระองคจ ะทรง พโิ รธพวกเจา โดยการอุตรทิ ีพ่ วกเจา กอขนึ้ ใน บทบญั ญตั ิของพระองค ดงั นนั้ พระองคจะตอบแทน พวกเจา อยา งเหมาะสม ถา เรานาํ เรื่องราวของบุคคลเหลา น้ีไปประกอบเขาดว ยกนั กับพฤตกิ รรม ของทายาทของ พวกเขาคนหนึง่ นนั่ คอื ยะซดี บุตรของมุอาวียะฮ คนสตวิ ิปลาส ละเมดิ ศาสนา ด่ืมสุรา แสดง ตัวอยางเปดเผยดวยการละเมิด ทาํ ความช่วั ดว ยแลว เราจะพบวา เขาคืออีกคนหนึง่ ทย่ี ึดถือหลกั ความเชอ่ื เดยี วกัน ซ่งึ ไดร บั มรดกตกทอด มาจากมอุ าวยี ะฮ ผเู ปนบดิ า และอบูซฟุ ยาน ผเู ปนปู เชน เขาไดร บั มรดกทางดาน พฤตกิ รรมท่ีเลวทรามตํา่ ชา ดมื่ สรุ า สาํ สอนทางเพศ เลน การพนนั เพราะ ถา หาก เขามิไดส บื ทอดมรดกทางพฤตกิ รรมอนั สกปรกเหลา น้ี ไหนเลยมอุ าวยี ะฮ จะมอบ ตําแหนง คอลฟี ะฮใ หเ ปน มรดกใหแ กเขา และมอบอาํ นาจใหเ ขากดขชี่ าวมสุ ลมิ ได พวกเขาทกุ คนในหมูบรรดาซอฮาบะฮผ ทู รงเกยี รติ ตางรูจ กั เขาเปน อยา งดี เชน ทา นฮเุ ซน บนิ อะลี ประมขุ ของ ชายหนมุ ชาวสวรรค ขาพเจา ไมต ิดใจสงสยั ประการ ใดในการที่มอุ าวยี ะฮ อุทิศชวี ิตของตัวเอง และ
ทมุ เททรพั ยส นิ ของตัวเอง ซึง่ แสวง หามาไดจากหนทางท่ีผิดบัญญตั ศิ าสนา เพ่ือทาํ ลายอสิ ลาม และชาวมุสลมิ ทแ่ี ทจ รงิ เราเลง็ เหน็ วา พวกเขาตอ งการทาํ ลายเกียรติยศของศาสดามุฮมั มัด (ศอ็ ล ฯ)ไดอยา งไร เมอ่ื ไมมีความสามารถในการนนั้ กไ็ ดมกี ารจุดไฟสงครามกับบตุ รทา นลงุ ของทา น นน่ั คอื ทา นอะลที ายาทของทา นนบี จนกระท่ังเมอื่ ประสบความสาํ เร็จ และเขาสู ตําแหนง คอลฟี ะฮ ดวยการใชอาํ นาจบีบบงั คับ ฉอฉล และกลบั กลอก เขากไ็ ดน าํ กฎเกณฑอ ันเลวรา ยของเขามาใช และสั่งบรรดาสมุนของตนทว่ั ทกุ ภาคสาปแชง ทา นอะลี และอะหล ลุ บยั ตข องทา นนบี บนแทน เทศนา(มมิ บรั )ทุกหนแหง และใน ทกุ เวลานมาซที่เขาทาํ เชน นี้ กเ็ พราะตอ งการจะดา ประณาม ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮน น่ั เอง(๑๗)แตเ มอ่ื แผนการกลบั วกเขา หาเขาเอง และเมือ่ วาระสุดทาย มา ถงึ เขาเสยี กอน บตุ รชายของเขา ที่เขา มาสบื อํานาจปกครองประชาชนตอ จากเขา กไ็ มมนี ้าํ ยา พอท่จี ะรับชว งในแผนงานน้ีเพอื่ บรรลถุ งึ จดุ หมายปลายทาง ตามทเี่ ขา และอบซู ฟุ ยานบิดาของเขา วางโครงการไวไ ด แนนอน นคี่ อื แผนทาํ ลายอิสลาม และนําสงั คมใหก ลบั สูสภาพญาฮลิ ยี ะฮ คนสติวปิ ลาสท่ีละเมิดศาสนาคนนีไ้ ดร ับตาํ แหนง คอลฟี ะฮ และดาํ เนนิ งานเพอื่ ทาํ ลาย ลางอสิ ลามตอ ไปตามใจปรารถนาของบิดา โดยเร่ิมตง้ั แตบ กุ เมือง มะดนี ะฮของทา นศาสนทตู (ศอ็ ลฯ) โดยทหารกาฟร ของเขา เขาไดก ระทาํ การตางๆ นานาทนี่ ่ันตามใจชอบอยา งตอ เนอ่ื งเปน เวลาสามวนั โดยไดฆ า ซอฮาบะฮผ ูมี คณุ ธรรมนับหมน่ื คน และหลังจากนั้น กย็ ังไดสังหารประมุข ของชายหนมุ ชาว สวรรคผ ูเปนเหมอื นดวงใจของทา นนบี(ศอ็ ลฯ) และอะหล ลุ บยั ตข องทา นนบที กุ คน พวกทา นเปนเสมือนดวงดาวของประชาชาติ จนกระทัง่ ไดจ บั กุมอิสรชนของบรรดา อะฮ ลุลบยั ตไ ปเปน เชลย “แทจริงเราเปนสทิ ธขิ องอลั ลอฮ และแทจ ริงเราคอื ผคู นื กลบั สพู ระองค” ถา หากวา อลั ลอฮไ มทรงเด็ดชวี ติ ของเขาไปเสยี กอน แนนอนมนษุ ยท ช่ี ่วั รา ย คนน้นั อาจ กระทําการทําลายลา งอิสลาม และบรรดามสุ ลมิ สาํ เรจ็ เรยี บรอ ยไปแลว ก็ได และในบทวิเคราะหน ี้ ไดใหข อมูลท่ีสาํ คัญแกเ ราคอื เราไดเขา ใจถงึ ความเช่ือ ของเขา สว นอกี ดา นหนง่ึ กเ็ ชนกนั คือ เรา ไดเ ขาใจถงึ ความเชือ่ ของ บดิ าและปูของ เขาดว ย บรรดานักประวัตศิ าสตร (๒)ไดก ลาววา หลงั จากเกดิ โศกนาฏกรรมที่ วกั อะตุลฮุรเราะฮ และมีการสงั หารบรรดามุสลิมผูมีคณุ ธรรมจํานวน นบั หมืน่ คน ท้ังสตรี และเด็กแลว บรรดาหญงิ สาวและหญงิ มายจาํ นวนหลายพนั คนทถี่ กู กระทาํ อนาจารในชว งเวลาเหลา นนั้ ตอ มาคนทีร่ อด ชีวิตอยกู ใ็ หสตั ยาบันวา พวกเขาจะ เปน ทาสของยะซดี สว นผูใ ดไมยอมกจ็ ะถกู สงั หาร ครัน้ พอยะ ซดี ทราบขา วการกอ อาชญากรรมและโศกนาฏกรรมท่ีเขาประทับเปนรอยจารึกอยางชนิดท่ี ประวัติศาสตร ไมเ คยพบเคยเห็นการกระทาํ เยี่ยงนมี้ ากอ น แมกระทงั่ พวกมองโกลและตาตาร และ แมก ระทงั่ พวกอสิ รออลี เองทพ่ี ึงพอใจตอ ส่ิงเหลา นน้ั และแสดงความเกลยี ดชงั ตอ ศาสดาแหง อิสลาม และเจรญิ รอยตามบทกลอนทป่ี ระพันธโ ดยบุตรของคนโฉด ซงึ่ เปลงออกมาหลงั จากผาน เหตุการณว กั อะตอุ ุฮดุ วา :
“ถาเพยี งแตบรรพชนของขา ทเ่ี สยี ชีวิตลงในสงครามบะดรั ไดเหน็ การครํา่ ครวญของคัซรัจจากการโจมตีของหอกและดาบ พวกเขาคงจะตะโกนและโหร อ งดวยความพอใจ และจะไดพูดวา “โอ ยะซีด อาํ นาจของ เจาจะไมถ กู หยดุ น่ิง” เราไดสงั หารประมขุ ของผูนําของพวกเขา และเราไดช าํ ระแคนแหงบะดรั ขา คงไมใ ชเ ช้ือสายของคันดฟั แน ถา หากขาไมไดแกแ คนตอเชอ้ื สายของ อะฮหมัด จากสิง่ ท่เี ขาไดทาํ ไว ฮาชิมไดเ ลน เกมแหง อาณาจกั รผา นไปแลว คาํ สอนใดๆ ก็หามไี ม และวะหยฺ ใู ดๆ ก็หาไดถกู ประทานมาไม” ฉะนั้นเม่อื อบซู ุฟยานผเู ปน ปู ศตั รูอนั ดบั หนง่ึ ของอลั ลอฮ และศาสนทูต ของพระองค กลาว อยางชดั เจนวา : จงฉกฉวยมนั ใหเหมอื นการฉกฉวยลูกบอลเถดิ โอบุตรหลานของอุมยั ยะฮ ขอ สาบานตอผซู งึ่ อบูซุฟยานเคยสาบานดวยวา ไมม ี สวรรค และไมม นี รกแตอยา งใด เมอื่ มุอาวยี ะฮ ผูเ ปนบิดา ศัตรอู นั ดบั สองของอลั ลอฮ และศาสนทตู ของ พระองค กลาว อยางชัดเจน(ขณะไดยินเสียงอะซานวา อชั ฮะดุ อนั นะ มุฮมั มะดนั รอซลู ลุ ลอฮ) วา : เปน งาน อะไรกัน ถึงขนาดนีแ้ ลว เกยี รตยิ ศอะไรยงั คงเหลอื อยู ไมม ีมารดาสําหรับทาน นอกจากสุสาน สสุ าน ขอสาบานตอ อลั ลอฮ เม่ือยะซดี ผเู ปน บตุ ร ศตั รอู ันดับสามของอลั ลอฮ และศาสนทตู ของพระองค กลา วอยา ง ชัดเจนวา : “ฮาชมิ ไดเลน เกมแหง อาณาจกั รผานไปแลว คําสอนใดๆ กห็ ามีไม และวะหยฺ ใู ดๆ ก็หาไดถ กู ประทานมาไม” การทเี่ ราแนะนาํ ใหร ูถงึ ความเช่ือของคนเหลานั้น ในเร่ืองของอลั ลอฮ และศาสนทตู ของ พระองคและในเรื่องของอิสลาม และที่เราไดแนะนาํ ใหร ถู ึงพฤติ กรรม อนั เลวรายของพวกเขา ที่ ประสงคจ ะทาํ ลายหลกั การอิสลาม และลบหลูทา น ศาสดาของอิสลาม อกี ท้งั เรื่องราวที่เรายงั มิได กลาวถงึ อีกสว นหนึ่งนน้ั มิใชเพือ่ อนื่ ใด นอกจากเพอื่ ความเขา ใจอยางรวบรดั โดยสังเขปเทา นน้ั แตถ าหากเราตองการ รายละเอยี ดจริงๆ แนน อนเราจะตอ งพิมพอ อกมาเปน หนงั สอื อีกเลมหน่ึงที่ หนา มากพอควรที่รวบรวมเฉพาะแตใ นสว นของพฤตกิ รรมจากมุอาวยี ะฮเพยี งคนเดยี ว ซง่ึ มี เหลือไวใหเขาก็แตเพยี งความนาละอาย ความอัปยศอดสู ตลอดมา ถงึ แมผ ูรู ที่ชว่ั รา ยสว นหนงึ่ ท่ี พวกบนอี มุ ยั ยะฮเ คยสนับสนนุ และใหผลประโยชนจ ะปกปด ซอ นเรน เรอ่ื งเหลา นนั้ ไว มิใหใ ครรูเ หน็ กต็ าม พวกเขายอมขายชีวติ ในปรโลก เพยี ง เพือ่ ชวี ิตของพวกเขาในโลกดุนยาน้ีเทา นั้น พวกเขาได นาํ เอาความเท็จสวมแกส ัจ ธรรม ในขณะท่พี วกเขารดู อี ยู คงเหลอื อยูก็แตค นสว นใหญท ตี่ กเปน เหยือ่ ของ สง่ิ ปลอมแปลงและเหลวไหลเหลา นี้ ถา หากวา เหยือ่ เหลา น้รี ูถงึ ความเปนจรงิ แนน อน
พวกเขาจะไมก ลา วถึงอบซู ฟุ ยาน มอุ าวยี ะฮ และยะซดี อยางอืน่ เลย นอกจากจะสาปแชง และ ปฏเิ สธอยา งสน้ิ เชิง แตส ิ่งท่ีเราไดร บั รูในการวิเคราะหประเด็นนก้ี ค็ ือ การแผอิทธิของบคุ คล เหลา นแี้ ละพล พรรค ผปู ฏบิ ตั ิตามพวกเขาซึ่งไดป กครองชาวมุสลมิ อยูเ ปน เวลานาน นบั รอ ยป และคงดาํ รงอยู ในชวงกาวเลยทเี ดยี ว ไมต องสงสัยเลยวา อทิ ธพิ ลของพวกมนุ าฟกเหลา นเี้ ปน เรอื่ งใหญท ีส่ ดุ สําหรบั ชาวมสุ ลมิ เพราะสามารถเปลี่ยนความเชอื่ เปลี่ยนวถิ ีชีวติ จรยิ ธรรม แมก ระทงั่ การทําอบิ าดะฮข องพวกเขาได มิฉะนน้ั แลว เราจะอธิบายอยา งไร กับ การทปี่ ระชาชาตอิ ิสลามเพกิ เฉยจากการสนบั สนุนสจั ธรรม และบนั่ ทอนบรรดา เอาลยิ าแหงอัลลอฮ และยนื อยูขา งฝายศัตรขู องอัลลอฮ และศาสนทตู ของ พระองค เราจะอธบิ ายอยางไร กบั การท่มี อุ าวียะฮ คนฏอลกี บตุ รของคนฏอลีก คนถูกสาปแชง บุตรของผูถกู สาปแชง เขา สตู าํ แหนง คอลฟี ะฮ ซง่ึ เทยี บเทาตําแหนง คอลฟี ะฮของทานศาสนทตู แหง อัลลอฮ( ศอ็ ลฯ) ในเวลาเดียวกับทนี่ ักประวัติศาสตร คุยใหรเู ราวา ประชาชนเคยกลาวกบั ทา นอุมัรบนิ ค็อฏฏ็อบวา ถา หากเรา พบวาทา นคดโกง แนน อนเราจะบงั คับ ใหท า นเทย่ี งตรงดวยดาบของ พวกเรา เราก็พบวา พวกเขากลาวถึงมอุ าวยี ะฮ ขณะกาวสตู าํ แหนง สูงในฐานะคอลีฟะฮ ดวยการใชกาํ ลงั บบี บงั คับ และคฏุ บะฮค รงั้ แรกของเขาตอหนา บรรดาซอ ฮาบะฮท ัง้ หมดคอื : ฉนั มิไดตอ สกู บั พวกทาน เพ่อื ใหพ วกทา นนมาซ และมใิ ชเ พือ่ ให พวกทา นถือ ศีลอด แตเพอื่ ฉันจะไดป กครองพวกทา น และฉันคือผบู ญั ชาการของ พวกทาน” กลบั ไมม ีใครสักคน เคล่ือนไหว ตา งพากบั เงียบกรบิ ไมม เี สียงคัดคา น เลย ย่งิ กวาน้ัน ยงั ลื่นไหลไปตามกระแสของเขา ดวยซาํ้ จนกระทัง่ พวกเขาใหช อื่ เรยี ก ปท ม่ี อุ าวยี ะฮเ ขาครองอาํ นาจเปนคอลฟี ะฮว า ปแ หง ญะ มาอะฮ ทง้ั ที่ในความจรงิ นนั่ คอื ปแ หง ความแตกแยก หลังจากน้ัน เราไดพบวา เขาไดมอบหมายใหยะซีด คนฟาซกิ บตุ รชายของ ตนปกครองพวก เขาตอ ไป เปน ท่รี กู นั ในหมูพ วกเขาท้ังหมด แตพ วกเขาก็ไมอาทร ไมเคลือ่ นไหว แตอยางใด นอกจากผูมคี ณุ ธรรมบางคนทย่ี ะซดี ไดฆา เสยี ในวัก อะตุล ฮรุ เราะฮ และไดน าํ เอาสว นท่เี หลอื หลังจากนน้ั มาใหส ตั ยาบัน เปนทาส ของเขา เราจะอธิบายเร่อื งทั้งหมดนอ้ี ยางไร กบั ที่เรายงั พบอกี วา หลงั จากนนั้ คนฟาซิก จากตระกลู อมุ ยั ยะฮ เชน มรั วาน บนิ ฮกุ และวะลดี บนิ อกุ บะฮ และอน่ื ๆ อกี ไดขึ้นเปนคอลฟี ะฮใ นนามของผูบัญชาการของผูศรทั ธา ถึงข้นั ทบ่ี รรดาผูบัญชาการของผูศรทั ธาเหลา นน้ั ปลน สะดมเมืองมะดนี ะฮ ของทา นศาสน ทตู แหงอัลลอฮ และกระทาํ การย่ํายีและสรางความเสือ่ มเสียทน่ี น่ั อยางมากมาย ยิ่งกวานน้ั พวก เขายงั เผาบัยตลุ ลอฮ อัลฮะรอม และฆา ซอฮาบะฮผทู รงธรรมในเขตหวงหา ม และถงึ ขนาดท่ี “อมี รุลมุอม นิ ีน”เหลา น้นั หลงั่ เลอื ด ของทานศาสนทูตแหงอัลลอฮ (ศอ็ ลฯ) นน่ั คอื ดว ยการสังหาร ผู
เปนดวงใจ และ เช้ือสายของทา นศาสนทูตแแหงอลั ลอฮ และบังคบั ใหบ รรดาลกู หลานฝา ยผหู ญงิ ของทา นเปน เชลย กย็ งั ไมม คี นใดในประชาชาติเคล่อื นไหว ตา งพากนั นง่ิ เงยี บ แมแ ตประมขุ ของ ชายหนมุ ชาวสวรรคเอง ยงั หาไมพ บคนใหค วามชวยเหลือเลย ถึงขนาดวา อะมีรลุ มนิ นี เหลาน้ัน ฉกี พระคมั ภีรของอลั ลอฮ แลว กลา ว กับพระคัมภรี ว า เมอ่ื เจา พบกบั พระผูอภบิ าลของเจา ในวนั ชุมนุม กจ็ งทลู เถดิ วา “โอพ ระผูอ ภบิ าล วะลีดไดฉกี ขา” นี่ คือ การกระทาํ ของวะลีด แหงตระกูล อมุ ยั ยะฮ ถึงขนาดวา “อมีรุลมอุ ม ินนี ” เหลานน้ั สาปแชง ทานอะลี บนิ อะบี ฏอลบิ (อ) บนแทน เทศนา(มมิ บัร) และสงั่ ใหประชาชนสาปแชงเขาทวั่ ทกุ ภาค ในขณะท่ี พวกเขามิไดประสงคสง่ิ อน่ื ใน การนนั้ นอกจากสาปแชง ทา นศาสนทตู แหงอัลลอฮ (ศอ็ ลฯ) แตก็ไมมใี ครคิดจะเคลอ่ื นไหวเลยสกั คน ตา งพากนั นิ่งเงียบ ผูใดขดั ขนื จะตอ ง ถกู ฆา และถูกจบั ตรงึ ไมก างเขน ... ถงึ ขนาดวา “อมรี ลุ มอุ มนิ นี ” เหลาน้นั ดม่ื สุรา ทาํ ซนิ า ดีดสีตีเปา รอ งรํา ทาํ เพลง และ เตน ราํ อยา งเปด เผยฯลฯ มนั เคยเกิดขน้ึ มาแลว และไมมอี ปุ สรรคใดๆ! เมอ่ื ความเปน ไปของประชาชาติอสิ ลาม เคยลม เหลวถงึ ขัน้ นี้ ในแงข องจริย ธรรม ตาํ่ ตอย และวางเฉย กเ็ ปนทีแ่ นน อนวา จะตองมผี ลกระทบตอ หลักความเช่อื ของพวกเขา และนคี่ ือ สงิ่ ท่ี เราไดรบั จากการวเิ คราะหเ รอ่ื งนี้ เพราะมสี วนเก่ียวของ กับเรือ่ งอิศมะฮและบคุ ลิกภาพของทานศา สนทตู แหง อลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) ประการแรก สง่ิ ท่ีเราควรจะใหความสนใจในทน่ี ้ี คอื กรณีสามคอลีฟะฮ คอื อะบูบกั ร, อมุ ัร, อสุ มาน เคยสงั่ หา มมใิ หม กี ารบนั ทกึ ฮะดษิ ของทา นนบ(ี ศอ็ ลฯ) แมก ระท่ังการพูดถึง โดยอะบบู กั รนเี่ อง ทจี่ ดั ประชมุ ประชาชนในสมัยท่เี ขาเปน คอลีฟะฮ แลว กลา ววา : แทจ ริง พวกทานบอกเลา เกีย่ วกับทา นศาสนทูตหลายฮะดษิ แลว พวกทานกข็ ดั แยงกนั ในเร่อื งนัน้ ๆ ประชาชนในยคุ ตอไปหลงั จากพวกทา นจะย่ิง ขัดแยง รนุ แรงมากขนึ้ ดงั นนั้ จงอยา บอกเลา เกย่ี วกบั ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮกนั เลย ไมว า เร่อื งใด ดังนนั้ ถาใครถามพวกทา น กจ็ งกลา ววา : ระหวา ง พวกเรากับ พวกทา น คือพระคมั ภีรข องอลั ลอฮ ดงั น้ันจงอนญุ าต ตามทอ่ี ลั กุรอานอนุญาต และจง หามตามทอี่ ลั กรุ อานหา ม(๑๙) ขณะเดยี วกนั อมุ รั บิน ค็อฏฏอ็ บ กเ็ ปน อกี คนหน่งึ ทหี่ า มประชาชน พดู ถึงฮะดษิ ใดๆ ของ ทา นศาสนทตู ทานก็อรเซาะฮ บนิ กะอับ เลาวา : เมื่อ อมุ ัรบนิ คอ็ ฏฏอ็ บ นาํ พวกเราเดนิ ทางไปอริ ัค เขาไดเ ดนิ รว มกบั พวกเรา แลว กลา ววา พวกทา นทราบไหมวา ทําไมฉนั ตอ งเดินตามพวกทานมา ? พวกเขากลา ววา : เพราะทานใหเ กยี รตเิ รา ทานตอบวา : ถงึ กระนน้ั เม่ือพวกทา นเดินทางไปพบ ชาว เมือง สาํ หรับพวกเขาอลั กุรอาน คือยาขนานหนงึ่ เหมอื นยาแหง นาํ้ ผง้ึ ดังน้ันจง อยา ขดั ขวาง พวกเขาดวยการรายงานฮะดษิ ใดเลย เพราะจะทาํ ใหพ วกเขาสบั สน จงจรงิ จงั ในเรอื่ งอัลกุรอาน และจงลดการรายงานเร่ืองราวจากทา นศาสนทูต และฉนั จะอยรู ว มกบั พวกทา น”
นกั รายงานทานนกี้ ลาววา : “ดังนน้ั หลงั จากมคี ําสงั่ ของอมุ รั แลว ขา พเจา มิไดรายงาน ฮะดิษใดอีกเลย” ครน้ั พอเขามาถึงอริ ัค ประชาชนตา งรมุ กนั เขามาหา เขา เพื่อถามฮะดิษจากเขา แตเขากลา วตดั บทกับคนเหลา นนั้ วา : “อมุ ัรสงั่ หา ม เรามิใหทาํ เชน นนั้ (๒๐) เชน เดียวกบั อบั ดุรเราะหมฺ าน บนิ เอาวฟ ฺ กลา ววา ดวยเหตทุ ่ี อมุ รั บนิ ค็อฏฏอ บเรียก ประชุมบรรดาซอฮาบะฮจ ากพื้นท่ตี า งๆ แลว ส่งั หา มพวกเขา มิให บอกเลา ฮะดิษของทานศาสนทูต แหง อัลลอฮแกป ระชาชน เขาไดพ ดู กับคนเหลา น้ันวา : จงมนั่ คงอยกู บั ฉนั และจงอยา แตกแยกกับ ฉัน ตลอดเวลาทีฉ่ นั ยงั มชี วี ติ อยู ดงั นนั้ จงึ ไมมใี ครขดั แยงกบั ทานเลย จนกระทั่งทา นถงึ แกค วาม ตาย (๒๑) เชนเดียวกบั ทา นอลั คอฏีบ อลั บฆั ดฺ าดีย และทานซะฮะบยี ไดกลา วไวใน หนงั สือตซั กฺ เิ ราะ ตุลฮฟุ ฟาซวา อุมรั บิน คอ็ ฏฏอ บไดก ักบริเวณซอฮาบะฮไใ นเมืองมะดนี ะฮ จํานวนสามทาน คอื ทา นอะบอู ัดดรั ดาอ ทา นอิบนุมัสอดู และอะบมู สั อดู อลั อันศอรยี ดวยความผดิ ฐานบอกเลา ฮะดษิ จาํ นวนมาก เชน เดียวกับที่ อุมรั ได สงั่ ซอฮาบะฮว า ใหน ําฮะดษ ทพี่ วกเขาบนั ทกึ แลว เก็บเอาไวม า มอบให พวกเขานกึ วา เขาคงตองการจะดาํ เนนิ กิจการใดสักอยา ง เพอื่ มิใหเกดิ ความขัดแยง กนั ใน นนั้ จึงพากนั นําฮะดษิ ทพี่ วกเขาจดบนั ทึกมามอบใหเ ขา คร้นั แลว เขาไดจัดการเผามันทงั้ หมดลง ในกองไฟ (๒๒) ตอ มา เมอ่ื อสุ มานไดขนึ้ ครองอํานาจในภายหลงั จากเขา ก็ไดป ระกาศ แกประชาชน ทง้ั หลายวา “จะไมอนุญาตใหผ ูใ ดรายงานฮะดษิ ใดๆ ที่มเิ คยไดย นิ ในสมัยของอบูบักร และอมุ รั เลย” (๒๓) ตอมาหลงั จากยคุ สมัยของบคุ คลเหลานนั้ กม็ าถงึ รนุ ของมอุ าวยี ะฮ บตุ รของ อบูซฟุ ยาน เมือ่ เขาเถลงิ อาํ นาจข้นึ ครองตาํ แหนง คอลฟี ะฮ เขาไดกาวขนึ้ บนแทน เทศนาแลว กลาววา “โอ ประชาชนทง้ั หลาย พวกทา นจงระวังในการรายงานฮะดิษ จากทานศาสนทตู แหงอลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ) เวนแต ฮะดิษทีเ่ คยถกู กลาวถึงในสมัยของอมุ ัรมาแลว เทา นน้ั (๒๔) เปน ท่ีแนนอนวา จะตองมเี หตผุ ลลึกลับอยางใดอยา งหนึ่ง ที่สง่ั หา มการ รายงานฮะดษิ ท่ี ทานศาสนทูตแหง อัลลอฮ(ศอ็ ลฯ) เคยพดู ไว และฮะดษิ ทไ่ี มส อดคลอง ตองตามสภาพสังคมท่ีกาํ ลัง ดาํ เนนิ อยใู นเวลานน้ั มฉิ ะน้ันแลว ทาํ ไมฮะดษิ ของ ทา นศาสนทูตจึงกลายเปน ของตอ งหา ม ตลอดเวลา อนั ยาวนานในชว งนน้ั และไม ยินยอมใหบ นั ทกึ กนั เลย จนกระทั่งลว งมาถงึ สมยั ของ ทานอุมรั บนิ อบั ดลุ อะซีซ (ขอใหอลั ลอฮท รงพอพระทยั แดท า นดว ยเถิด) เราสามารถสรุปความเพอ่ื สนบั สนนุ บทวิเคราะห เกย่ี วกบั หลักฐาน ขอ มูล ของบทบญั ญตั ิ ทช่ี ดั เจนในเรอ่ื งตําแหนง คอลีฟะฮ ตามทท่ี านศาสนทูตแหง อลั ลอฮ (ศอ็ ลฯ) ไดป ระกาศตอ หนา มหาชนไดเ ลยวา อะบูบกั รและอุมัรหามมิใหถายทอด รายงานและฮะดิษจากทา นนบี โดยกลวั วา ขอบญั ญัติเหลา นนั้ จะถูกนาํ ไปเปดเผย ในเมืองตา งๆ ตลอดจนในแคน ใกลเคียง แลวจะเทา กบั
เผยใหประชาชนรวู า ตาํ แหนงคอลฟี ะฮของตนและตาํ แหนง คอลฟี ะฮของสหายของตนนนั้ ไม ถูกตอ ง ตามหลักศาสนา หากแตเปนการชว งชงิ มาจากเจา ของตําแหนง ท่ถี กู ตอ งตามหลัก ศาสนา นนั่ คอื ทา นอะลี บนิ อะบี ฏอลบิ ซ่ึงในประเด็นน้ี เราไดพ ดู ถงึ และเปด เผย ขอ มูลท่ีเปนความจรงิ เหลาน้ไี ปแลว ในหนงั สอื “ขออยกู ับผสู ตั ยจริง” ฉะน้ัน เพ่อื เพมิ่ ความม่ันใจยง่ิ ขนึ้ ก็ควรจะ ยอนกลับไปอา นดูได นา ประหลาดใจอยูอ ยา งหนึ่งก็คือ ในคําสั่งของอุมัรบนิ คอ็ ฏฏอบ เองนั้น มีความ สอดคลองตรงกบั คําสง่ั ของเขา อนั ขัดแยง กับทกุ สงิ่ ทุกอยางที่ เกยี่ วขอ งกับ ตาํ แหนง คอลีฟะฮ เปน กรณีเฉพาะ ในขณะเดียวกบั ทเ่ี ราพบวา เขาคอื ผูซง่ึ ยนื ยนั ในการใหบยั อะฮต ออบบู กั รและบงั คับ ประชาชนใหก ระทําตามนนั้ โดยถอื วา เหตกุ ารณท เี่ กดิ ขน้ึ นั้น เปน กรณี ฉเุ กเฉนิ ท่อี ลั ลอฮท รง ปกปอ งความชว่ั รายของมนั ไว ในขณะเดยี วกนั เขาก็ยงั ได ถือเอาวิธกี ารน้ี เปน แบบฉบบั หนง่ึ ของ การเปน คอลฟี ะฮ ดงั ทเี่ ราเหน็ คาํ พดู ของ เขา ท่กี ลา ววา : ถา หากอัลอจั ญล ะฮ (หมายถงึ ทา นอะลี บนิ อะบี ฏอลิบ) ได ครองตําแหนง น้ี แนน อนเขาจะปกครองประชาชนไดดีทส่ี ุด แสดงวา เขารอู ยู ตลอดเวลาเลยทเี ดยี ววา อะลคี นเดยี วเทา นนั้ ทส่ี ามารถปกครองประชาชนไดดี ทสี่ ดุ แลว ทาํ ไมเขา จึงไมแตงต้ังทา น แตผลที่สดุ ในเรอ่ื งนก้ี ค็ อื เขาไดใ หโ อวาทแก ประชาชาตขิ องทา นศาสดามุฮมั มดั แตทวา เราสงั เกตเหน็ วา หลงั จากนนั้ เขา ยังไดข ดั แยงอีก โดยสนบั สนุนอบั ดรุ เราะมาน บนิ เอาฟ อยา งเตม็ กําลงั ตอมาเขา ก็ขดั แยง อกี ครง้ั หน่ึงวา : “ถา หากวา ซาลมิ ทาสของอะบฮี ุซัยฟะฮยงั มี ชีวิตอยู แน นอนฉนั จะแตง ตั้งเขาใหเ ปน ผปู กครองพวกทา น” (๒๕) นา ประหลาดมากกวานน้ั ในคําส่งั ของอุมัรนั้น คอื เขาไดห ามรายงาน ฮะดษิ ทม่ี าจาก ทานนบี(ศ็อลฯ) กกั ขังหนว งเหน่ียวซอฮาบะฮในเมอื งมะดนี ะฮ และหา ม มใิ หออกจากเมือง อีกทง้ั ยังไดเผาหนงั สอื ตา งๆ ทีอ่ ยใู นมอื ของบรรดาซอฮาบะฮซ ง่ึ ในหนงั สอื เหลานน้ั ประกอบดว ยฮะดษิ ของทา นนบี(ศอ็ ลฯ) อมุ รั บิน คอ็ ฏฏอ บไมเ ขา ใจเลยเชียวหรือวา ซนุ นะฮน บนี ้ัน เปน บท อธิบายสาํ หรบั อลั กุ รอาน ? เขายงั มไิ ดอ า นโองการของพระองคดอกหรือ ทว่ี า “และเราไดประทานขอเตือนสติมายงั เจาเพอ่ื เจา จะไดอธิบายแกป ระชาชน ในเร่ือง ราวที่ถกู ประทานมายังพวกเขา” (อนั นะฮล ุ/๔) หรอื วา อมุ ัรเขาใจอลั กุรอาน ไมตรงตามท่ที า นศาสดาเองเขา ใจ (ในฐานะที่อลั กรุ อานถกู ประทานลง มายงั ทา น) นคี่ อื สว นหนง่ึ ทพ่ี วกบอ งตนื้ บางคน พยายามจะกลา ววา มีหลายโองการ ในอัลกรุ อานได ถกู ประทานลงมา เพ่ือสนบั สนุนความคดิ เห็นของทา นอมุ รั และ ขดั แยง กับความเหน็ ของทา นนบี (ศ็อลฯ) ถอ ยคําท่ีเปน บาปอันใหญห ลวงนัน้ ไดออก มาจากปากของพวกเขา แทจรงิ พวกเขาไมม ี ความเขาใจเลย
ขาพเจา รสู กึ แปลกใจเสมอ ไมวายามใดเม่อื ไดอา นพบในหนงั สอื อลั คอบุรี กรณีทอี่ มุ ัร ปฏเิ สธการรับรองรายงานฮะดษิ ของอัมมารบนิ ยาซริ โดยเฉพาะ เรื่องทท่ี านนบสี อนเร่ืองวธิ ีทาํ ตะยัมมมุ เชน เดยี วกนั ขาพเจาก็รูสกึ แปลกใจ ในถอ ยคาํ ท่ีอมั มารพดู ดว ยความกลวั อุมัรวา : “ถา หากทา นตองการเชน นน้ั ขาพเจา กจ็ ะไมพ ดู ถึงมนั ” เทานกี้ ็แสดงใหเหน็ อยา งชดั เจนวา อมุ ัรบนิ คอ็ ฏฏอบ ใชม าตรการท่รี นุ แรงกับทุกคนทีร่ ายงานฮะดษิ ตางๆ ของทา นศาสนทตู อนั หมาย ความ วา ถาใครขืนทาํ เชน นนั้ จะตองไดร ับอนั ตราย เมื่อซอฮาบะฮใ นตระกูลกเุ รช เกรงกลวั คอลีฟะฮ ถงึ ขนาดไมย อมออกจาก เมอื งมะดีนะฮ และแมพวกทอ่ี อกไปได ก็ยังถกู สง่ั หา มมิใหร ายงานฮะดษิ นบี ตอ มาเขาก็เผาหนังสือบนั ทกึ ฮะดิษทพี่ วกเขารวบรวมกนั ไว โดยไมม คี นใดกลาพดู ทักทวงเลย แลว นับประสาอะไรกับอมั มาร บนิ ยาซิรซง่ึ เปนคนนอก เปน คนทน่ี า รงั เกยี จสาํ หรับเผา กุเรช ในฐานะทยี่ ืนหยดั เคยี งขา ง และรัก ทา นอะลี บนิ อะบี ฏอลบิ มากเปน พเิ ศษ ? หากเรายอนกลับมาพจิ ารณาในบทวิเคราะห อีกเลก็ นอ ย โดยเฉพาะเรอ่ื ง วนั พฤหัสบดี กอ นวนั วะฟาตของทานศาสนทตู แหง อลั ลอฮ( ศอ็ ลฯ) ซง่ึ ทา นอิบนอุ ับบาส เรยี กชื่อวนั น้ันวา “วันอปั โชค” ทงั้ นี้กเ็ พราะเม่อื ทานศาสนทตู แหง อลั ลอฮ(ศ็อลฯ)สั่ง คนทอี่ ยรู ายรอบ ใหน าํ กระดาษและ หมกึ ใหแ กท า น เพื่อทานจะบันทกึ คาํ สงั่ ทจ่ี ะ มิใหพ วกเขาหลงผิดกนั ภายหลงั จากทา นกนั อกี เลย ในวนั นนั้ เอง เราจะเหน็ ไดวา อมุ รั บนิ คอ็ ฏฏอบ คอื ผูซง่ึ ขดั ขนื ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ( ศ็อลฯ) และกลา วหาวา ทา นเพอ หมายความวา สตเิ ลอ่ื นลอยไปแลว (วลั อิยาซุบิลลาฮ) เขาบอกวา “เรา มี คัมภีรข องอลั ลอฮเ ลมเดยี วกพ็ อแลว ” แนน อน เหตุการณน้บี คุ อร,ี มสุ ลิม, อิบนมุ าญะฮ, นะซาอยี , อะบดู าวูด, และอมิ ามอะหมฺ ดั ตลอดจนบรรดา นกั ประวัติ ศาสตรท า นอน่ื ๆ อกี มากทีไ่ ดร ายงาน เอาไว ในเมอื่ อมุ ัรยงั กลา ยบั ย้ังทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮ มิใหบ ันทกึ คําสัง่ ของ ทา นเอง ตอ หนา บรรดาสาวกเปน จํานวนมาก และบรรดาอะฮลุลบัยตไ ด ดวยการ ตง้ั ขอ หาวา “ทา นเพอเจอ ” ดว ย ความบงั อาจ อยางท่ไี มเคยปรากฏในประวตั ิ ศาสตรมากอ นวา ผใู ดจะกระทาํ เชน นไี้ ด ก็มิใชเ รอ่ื ง แปลกพสิ ดารอะไร กรณภี าย หลังจากทานศาสนทูตแหง อัลลอฮ( ศ็อลฯ) วะฟาตแลว ทีเ่ ขาจะแผ อาํ นาจของเขา เพือ่ หามประชาชนมิใหถ า ยทอดฮะดิษของทา นศาสนทตู อยางสุดกาํ ลงั ในเม่อื เขา เปน คอลฟี ะฮผ มู อี าํ นาจเต็มทุกประการ เลยไมต อ งสงสยั วา เขาจะตอ งมซี อฮาบะฮอ กี จาํ นวนมาก ใหการสนับสนนุ อยา งเชน เชลยชาวกุเรชซงึ่ พวกเขาแทรกซึมอยู ในกลมุ ชนเผาพันธตุ า งๆ และ บรรดาผซู ่ึงตดิ ตามทา นศาสนทูต(ศ็อลฯ)ไมว าดว ย ความปรารถนาอยางจรงิ ใจ หรือเพราะดวย ความกลวั หรอื ดวยความกลับกลอก กต็ าม แนน อนเราจะสังเกตไดว าคนเหลา นน้ั เปนสวนมาก ให การสนบั สนุน ขอ กลา วหาของอุมัรท่วี า ทานศาสนทูตแหง อัลลอฮเ พอ เจอ และพวกเขา ยังใหความ รว มมอื ในการหา มทา นนบ(ี ศอ็ ลฯ)มิใหบ นั ทกึ ขอ ความคาํ ส่ัง ขา พเจา เชอ่ื เลยวา อันนน้ั
เองคอื สาเหตุหลกั ท่ที าํ ใหท า นนบ(ี ศ็อลฯ)เงียบเฉย ไมยอมบันทึก เพราะทา นรดู โี ดย วะหยฺ จู ากพระ ผอู ภบิ าลของทา นวา แผนการรายนน้ั แข็งแกรง มาก และวถิ ที าง ของอสิ ลามจะถกู คกุ คาม ถา หาก ขอความเหลา นน้ั ไดถ กู เขยี นขนึ้ ขอ ความเหลา นัน้ ตามท่ที า นศาสนทูตแหง อลั ลอฮ(ศอ็ ลฯ)ตอ งการจะเขยี น กเ็ พื่อปกปอง คุมครองประชาชาตขิ องทาน ใหพ น จากการเขาไปอยูในความหลงผิด ครั้นเมือ่ บรรดาผวู างแผน การกลับเปลยี่ นทา ที แลว ขอ ความนนั้ (ถา หากถูกเขียน ขน้ึ ) กจ็ ะกลายเปนชนวนแหง ความหลงผดิ และเปล่ียนโฉมหนา ของอิสลามทนั ที ขอสาบานตอบดิ าและมารดา มหี รือที่ทา นศาสนทูตแหงอลั ลอฮ จะไม เปลี่ยนความคิด ของทาน ขณะทีท่ า นกาํ ลงั อยูใ นอาการปว ยหนัก จนตอ งถงึ แกวะฟาตในคราวน้นั และโดยวะหยฺ ู จากพระผูอภบิ าลของทา นทเี่ ผยลงมาในโสต หขู องทาน และหัวใจของทา นเตม็ ไปดวยความระทม ขมข่ืนตอ ประชาชาตขิ องทาน ตามกระแสโองการของพระองค ความวา “ดังนน้ั ถาหากเขาตาย หรอื ถูกสงั หาร พวกเจา จะยอ นกลับไปอยูในสภาพเดมิ ของพวกเจา” โองการน้ีมไิ ดล งมาเพื่อเปน การปลอบใจ หากแตถ กู ประทานลงมาเพอื่ แจง ใหทา นรูถงึ ผลลัพธทแ่ี นน อน ในเมื่อลั ลอฮท รงรดู ีถงึ แผนรายนานาประการของพวกเขา เพราะพระองคท รงรู ถงึ สายตาอนั ฉอฉล และส่งิ ที่ซอนเรน อยู ในหวั ใจ และสิ่งหนึง่ ทท่ี า นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ (ศอ็ ลฯ) เปน ทกุ ขมากท่สี ุดกค็ ือ กรณีทพี่ ระผู อภิบาลไดแจงใหท า นทราบถงึ เรื่องราวเหลา นน้ั ทกุ ประการ และพระองคท รงปลอบใจทา น และ ทรงตอบแทน ทา นดว ยการตอบแทนทด่ี งี าม เหนือกวา นบขี องประชาชาติใด และทานมิตอง รับภาระใดๆ ตอความกลบั กลอกและการตระบดั สัตยท่ีประชาชาตขิ องทา นมตี อ ศาสนา ยง่ิ กวานน้ั พระองคย งั ทรงตรสั แกทานไวก อนหนา น้ันแลว วา : “และใน วันนน้ั ผอู ธรรมจะซบลงบนมอื สองขางของตนแลววา อนาถนัก หนอตัวขา ทม่ี ไิ ดย อมรับทา นศาสนทตู เปนวถิ ที าง อนาถ นกั หนอตัวขา มินา จะถอื เอา คนผนู ัน้ เปน สหายเลย แนน อน เขาไดท าํ ใหฉ นั หลงผดิ จาก การ รําลกึ หลังจากไดมมี ายงั ฉนั แลว และชยั ฏอนคือผบู อนทาํ ลายสาํ หรบั มนุษย และศา สนทตู จะกลา ววา โอพระผูอ ภบิ าล แทจริงกลุม ชนของฉนั ไดก ระทาํ ใหอ ลั กรุ อานน้ีเปน ของถูกทอดท้งิ และทาํ นองนี้เอง เราไดท าํ ใหท กุ นบมี ี บรรดาพวกกอ อาชญากรรมเปน ศตั รู และเพียงพอ แลวทพ่ี ระผอู ภบิ าลของ เจา เปนผนู าํ และผชู วยเหลอื ”(อัลฟรุ กอน/๒๗) ในการวิเคราะหเร่อื งนี้ มอี กี สง่ิ หนง่ึ ทม่ี อิ าจหลกี เลยี่ งได คือผลลพั ธ อนั ขมขืน่ ท่เี รา ท้งั หลายไดรับ นนั่ กค็ อื วา อะบูซุฟยาน และมุอาวยี ะฮ จะมิอาจ กระทําการลวงเกนิ ตอทานศาสน ทูตแหงอลั ลอฮ( ศ็อลฯ)ได ถาหากไมม บี ทบาทและ ทา ทีท่ีอมุ รั ลว งเกนิ ตอ ทานศาสนทตู แหง อลั ลอฮ (ศอ็ ลฯ)อันไดแ สดงไวกอ นลว ง หนา ตอ หนา ผูเ ฝา ดูอาการของทา น(ศอ็ ลฯ) โดยเฉพาะอยางยง่ิ เมอื่ เราไดว ิเคราะห ถงึ ทาที การขดั ขืนของเขาทแ่ี สดงออกมา ตลอดสมยั ท่ีทา นนบี (ศ็อลฯ)มีชวี ิตอยู ใน หลายๆกรณี ดวยกนั
ผลสรปุ ทช่ี ดั เจนท่สี ดุ กค็ ือ จะตองเปนไปดว ยแผนการทาํ ลายเกยี รติยศ อันเปน บคุ ลกิ ภาพ สวนหนงึ่ ของทาน เพ่อื เปนการลดคณุ คาและภาจพจนข องทาน ในสายตาของประชาชน ที่ไมเ คย รจู ักทานมากอ น โดยใหถ ือวา ทานเปน ปถุ ชุ น คนธรรมดา หรืออาจดอ ยไปกวานนั้ เสยี อีก ในเมื่อมัน เปนเร่อื งทสี่ อดคลอ งตอง ตามอารมณและหันเหออกจากสจั ธรรมทกุ อยา ง เพอื่ บิดเบือนให ประชาชนเหน็ วา ทา นมิใชม ะอซมู และหลักฐานยนื ยนั ก็คือวา อุมัรสามารถขัดขืนทา นหลายคร้งั หลายหน และอัลกรุ อานเอง ก็ถกู ประทานมาเพอื่ เปน การสนับสนุน อิบนุ ค็อฏฏอบ จนกระท่ังถงึ ขนาดวา อลั ลอฮทรงปรามทา นนบีของพระองค จนทา น ตองรอ งไหแ ลว กลา ววา : “ถาหากอลั ลอฮ จะทรงลงโทษดว ยภยั พบิ ตั ใิ ดๆ แลวไซร จะไมม ใี ครรอดปลอดภยั ไดเลย ยกเวนแตเพียงอิบนคุ ็อฏฏ อบเทา นัน้ (๒๖) ในกรณี ทาํ สงครามทบ่ี ะดรั ” หรืออยา งในกรณีทอี่ ุมัรไดส่งั ทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ(ศ็อลฯ) ใหทาํ การ กนั้ มา นปกปด ภรรยาของทา น แตทา นก็ไมท าํ ตามจนกระทัง่ อลั กรุ อานไดถ ูก ประทานลงมาในเรอ่ื งนี้ เพ่อื เปนการ สนับสนนุ อมุ รั และสงั่ ใหน บี(ศอ็ ลฯ)ก้ันมา น ปกปดบรรดาภรรยาของทา น(๒๗) หรอื กรณีทีช่ ัยฏอน ไมเกรงกลวั ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮ( ศ็อลฯ) แตก ลบั เกรงกลวั และวง่ิ หนีอุมัร(๒๘) และฯลฯ ลว น เปน รายงานบอกเลา อันอปั ยศ ซ่งึ ลบลา งคณุ คาของทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮ(ศอ็ ลฯ) และ ยกระดบั คณุ คา ของซอฮาบะฮใ หส ูงสง ข้นึ แตท วา อุมัรกลบั มีภาษกี วา ตั้ง หลาย ช้นั จนกระทงั่ บรรดานักรายงาน(ขอใหอัลลอฮทรงบนั ดาลใหพวกเขาไดร บั ความอัปยศ) ยงั ไดบอกเลา ไวอีกวา ทานศาสนทูตแหง อลั ลอฮ มีความสงสัยใน สภาวะการเปนนบีของทา นเอง ทง้ั นส้ี ืบเนื่องจากมี ฮะดิษหน่งึ ทร่ี ายงานกนั วา ทาน นบ(ี ศ็อลฯ) ไดก ลาววา : “ญิบรออลี ทง้ิ ชว งไปจากฉันเสยี นาน จน ฉนั ไมค ิดเปนอนื่ แลว นอกจากวา ทา น(ญบิ รออลี )ไดล งมาหาอุมรั บนิ ค็อฏฏอ บ”!! ขาพเจา เชื่อมน่ั วา ฮะดิษเหลานี้และอนื่ ๆ อีกในจําพวกเดยี วกนั จะตอ งถกู ปลอมแปลงข้ึน ในสมยั ของมอุ าวยี ะฮ บตุ รของอะบูซุฟยาน ในเม่อื เขาจงใจท่จี ะ บิดเบอื นความจรงิ ตางๆของ ทานอะลี บนิ อะบี ฏอลบิ แลวหนั ไปสรรเสรญิ เยนิ ยอ อบบู กั รอุมัรและอษุ มาน อกี ทง้ั ยงั อปุ โลกน เรอ่ื งราวทเ่ี ปน เกยี รตยิ ศ ตา งๆ ขน้ึ มาใหแ กพ วกเขา เพื่อยกยองฐานะของพวกเขาในสายตาของ ผคู นใหอ ยู เหนือ ฐานะของทานอะลี จากกรณนี ี้ ทาํ ใหเ ห็นวา มจี ดุ หมายอยูสองประการคือ : ๑ ลดความสาํ คญั ของทา นอะลี บนิ อะบี ฏอลิบลงไป เปน อะบตู ุรอบ ดงั ท่ีเปน ชื่อเรยี กจน ติดปากของประชาชน และเพ่อื ใหถ ือวา คอลฟี ะฮส ามคนแรก มีเกยี รติเหนอื กวา ทา น จุดประสงคท ่ี สอง ในการปลอมฮะดิษตางๆ ก็คอื เพ่อื ให ประชาชนยอมรบั การทพี่ วกเขาละเมิดคาํ ส่ังตา งๆ ของ ทา นศาสนทตู แหง อัลลอฮ (ศ็อลฯ) และละเมดิ คาํ สั่งเรอื่ งตําแหนง คอลีฟะฮ ของบรรดาอะฮล ลุ บัยต ของทาน โดย เฉพาะอยางยิ่ง ทา นฮะซนั ฮเุ ซน(อ) ซงึ่ ทง้ั สองทาน อยรู ว มสมัยกบั มอุ าวยี ะฮ ครน้ั เมื่อบุคคลท้ังสามสามารถละเมดิ คําสัง่ ตา งๆ ของทา นศาสนทตู (ศอ็ ลฯ)ในเร่อื งของอะลี (อ)ได แลว
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329