Page 150 140 การฝง เข็ม-รมยา เลม 2 ใบหนา ขาดความสดช่ืน เวยี นศีรษะและตามัวบง ถงึ ชแ่ี ละเลือดขน้ึ ไปหลอ เลย้ี งไมพยี งพอ ลน้ิ ซีดฝา บางขาว ชีพจร ออนแรง (Xi Su Mai : 细数 脉) เปนการแสดงถึงอาการพรองทั้งชแ่ี ละเลอื ด ในทางคลินกิ ตาํ แหนง ปวดศรี ษะสามารถแบง แยกตามความสัมพันธก บั แนวเสน ลมปราณ - ปวดบริเวณทายทอยและตน คอ สมั พนั ธก ับเสน ลมปราณกระเพาะปส สาวะ - ปวดบริเวณหนา ผากและรอบเบา ตา สัมพันธกับเสน ลมปราณกระเพาะอาหาร - ปวดบรเิ วณดานขางขมบั สัมพนั ธก บั เสนลมปราณถงุ น้าํ ดี - ปวดบริเวณ Parietal สัมพันธก บั เสนลมปราณตบั หลกั การรักษา 1. ปวดศรี ษะเน่อื งจากลมรบกวนเสน ลมปราณ วิธกี าร ระบายลม ลดการอดุ ตันของลมปราณ ปรบั การไหลเวียนช่แี ละเลือด ลดปวดโดยฝง เขม็ ทง้ั จุดใกลแ ละจดุ ไกลตามแนวท่ีสมั พนั ธกับเสน ลมปราณ ใชวธิ ีระบาย - ปวดศรี ษะตามแนว Occipital ใชจ ุด FengChi (GB20) KunLun(BL60) HouXi(SI3) - ปวดศีรษะตามแนวFrontal ใชจ ุด TouWei (ST8) YinTang (EX-HN3) ShangXing (GV23) HeGu (LI4)NeiTing(ST44) - ปวดศรี ษะตามแนวTemporal ใชจ ุด TaiYang (EX-HN5) ShuaiGu (GB8) WaiGuan(TE5) ZuLinQi (GB41) - ปวดศีรษะตามแนวParietalใชจ ุด BaiHui (GV20) HouXi (SI3) ZhiYin(BL67) TaiChong (LR3) อธิบาย แนวการรกั ษาขา งตนเปน การประสานกนั ระหวา งการใชจ ดุ ใกลแ ละจุดไกลตามตําแหนง ปวด ศีรษะและบรเิ วณแนวลมปราณที่โดนกระทบ 2. ปวดศีรษะเนอื่ งจากตบั หยางเกนิ วธิ ีการ เลอื กจุด Jueyin และเสน ลมปราณเสา หยาง เพือ่ สงบหยางตบั โดยใชวิธรี ะบาย
Page 151 บทที่ 4 การรักษาอาการโรค 141 ใชจดุ FengChi (GB20) BaiHui (GV20) XuanLu (GB5) XiaXi (GB43) XingJian (LR2) อธิบาย เสนลมปราณ Jueyin แลนมาถงึ บรเิ วณ Parietal และเสน ลมปราณเสาหยางวง่ิ มาถึงดานขา ง ศีรษะ 2 ขาง เมือ่ ประสานระหวา งการใชจ ุดใกลแ ละจุดไกลจะสามารถลดความรอ นในลมปราณและสงบ ตบั หยาง 3. ปวดศีรษะเนื่องจากขาดท้งั ช่ี และเลอื ด วธิ กี าร ตองเพมิ่ การไหลเวียนของชี่ และเลอื ด กระตนุ ใหชีท่ ดี่ ไี หลข้ึน โดยปก เข็มบรเิ วณเสน ลมปราณ ตมู ายและเญิน่ มา ยตามแนว Back shu ใชว ิธกี ระตนุ เขม็ แบบเสริม ใชจ ดุ BaiHui (GV20) QiHai (CV6) GanShu (BL18) PiShu (BL20) ShenShu (BL23) ZuSanLi (ST36) อธบิ าย ใช QiHai (CV6) เพือ่ ปรับชห่ี ลกั ใช BaiHui (GV20) เพ่อื เพ่ิมหยางท่สี ะอาด ใช GanShu (BL18) PiShu (BL20) ShenShu (BL23) เนอี่ งจากเปนจุดสมั พนั ธก บั ตบั มามและไต โดยตบั สะสมเลือด มา มควบคมุ เลือด ไตเก็บจงิ เลอื ดได จงิ เปลี่ยนเปน ดงั นนั้ 3 จุดดังกลา วสามารถใชเ พือ่ เพิ่ม กาํ ลงั ของไตและปรบั ชก่ี ับเลอื ด บาํ รงุ ZuSanLi (ST36) เพ่ือใหกระเพาะอาหารผลิตชแี่ ละเลอื ด หมายเหตุ - ปวดศีรษะเกดิ จากหลายสาเหตุ การฝงเขม็ ใหผ ลเปน ทนี่ าพอใจในกรณปี วดศรี ษะจาก ไมเกรน โรคหลอดเลอื ด ปวดศรี ษะจากระบบประสาท - การเคาะดวยเขม็ ผิวหนงั และครอบกระปุก จดุ หลกั แนะ L1-S4 จดุ เสรมิ FengChi (GB20) TaiYang YangBai (GB14) วิธีการ เคาะบริเวณ L1-S4 และเคาะบรเิ วณเสน ลมปราณท่เี กยี่ วขอ ง สําหรับปวดเฉยี บพลันอาจ เคาะบริเวณ TaiYang และ YangBai (GB14) ใหเลอื ดออกเลก็ นอยแลว ตอดวยการครอบกระปุก
Page 152 142 การฝง เข็ม-รมยา เลม 2 ปวดศรี ษะเน่อื งจากลมรบกวนเสน ลมปราณ ปวดศรี ษะเนือ่ งจากตับหยางเกิน
บทท่ี 4 การรกั ษาอาการโรค Page 153 143 ปวดศีรษะเน่ืองจากขาดทงั้ ชี่ และเลอื ด
Page 154 144 การฝงเขม็ -รมยา เลม 2 ปวดประสาทดานขางลําตัว (INTERCOSTAL NEURALGIA) สาเหตแุ ละกลไกการเกดิ โรค เปนอาการปวดแบบ refer pain ซ่งึ เกิดจากพยาธิสภาพตอเสนประสาท intercostal หรือราก ประสาทในระดบั ท่ีเกยี่ วขอ ง สาเหตมุ ักไมไ ดเ กิดจากเสนประสาทหรือรากประสาทโดยตรง แตมักเปนผล มาจากโรคอื่นๆ เชนติดเช้อื งูสวดั (Herpes Zoster) อบุ ตั เิ หตทุ ่ที รวงอก การติดเชอ้ื ในปอดและเยือ่ หุมปอด Costochondritis. อาการปวดสว นใหญปวดแปลบๆหรือปวดแบบเข็มแทง (Stabbing pain) ซึง่ aggravated โดยการไอหรือหายใจแรงๆ และมักมีจุดเฉพาะทท่ี ีส่ ามารถกระตุนใหรูสกึ เจ็บได ในทางศาสตรก ารแพทย แผนจีนเรยี กอาการนว้ี า XieTong(揳痛) การวนิ ิจฉัยแยกกลุม อาการโรค 1. ช่ีของตับติดขดั เจบ็ ชายโครงแนน อึดอัดหนาอกและทอง เบอื่ อาหารปากมีรสขม อารมณซ ึมเศรา ล้นิ ฝา ขาวบาง หรอื เหลอื ง ชพี จร ตงึ (Xian Mai: 弦脉) 2. เสมหะตกคางอดุ ตันในเสน จิงลว่ั อาจจะพบบอยในพวกไดร บั อุบตั เิ หตุ หกลมหรือ sprain อาการปวดคงอยเู ฉพาะที่ ปวดตงึ ๆ หรอื ปวดเหมือนมีอะไรแทง(Fixed distending pain or stabbing pain) อาการเปนมากเวลาหายใจ หรือไอ ผูป ว ยหายใจสั้น ไอมีเสมหะ ล้นิ มีฝา ขาว เหนยี ว ชพี จร ตงึ เลก็ (Xian Xi Mai:弦细脉) 3. ขาดเลือดเพราะอินของตบั พรอ ง ปวดตอ้ื ท่ชี ายโครง ลนิ้ ขม กระหายนํา้ วงิ เวียนศีรษะ ตาลาย ลิน้ แดง แทบไมมฝี า ชีพจร เล็ก เร็ว (.Xi Su Mai :细数脉)
Page 155 บทที่ 4 การรักษาอาการโรค 145 การรกั ษา 1. การฝง เขม็ ระบบเสน ลมปราณ 1.1 ชีข่ องตับตดิ ขัด หลกั การรักษา สงบตบั regulate ชีต่ ับและบรรเทาปวด จดุ หลกั GanShu (BL18) ± Combination Back shu - QiMen (LR14) ± Front Mu ของตบั TaiChong (LR3) - จุด yuan ของตับและถุงน้าํ ดเี ปน การรักษา QiuXu (GB40) - เปย ว-หลี่ ในนอกเพอ่ื การปรบั ช่ีตบั ใหส มดลุ ย HeGu (LI4) - ครอบกระปุกท่ี GanShu (BL18) และ QiMen (LR14) ชว ยไดอกี ทางหนึ่ง จดุ เสริม ในกรณปี วดอยา งรุนแรงเพ่ิม NeiGuan (PC6) - GeShu (BL17) - DaBao (SP21) - 1.2 เสมหะตกคางอุดตนั เสน จิงล่ัว หลักการรักษา ระบายปอด (Ventilate the Lung) regulateช่ี สลายเสมหะ ระงบั ปวด จุดหลัก ChiZe (LU5) - ระบายช่ปี อด LieQue (LU7) - DanZhong (CV17) - Promote ใหช ่ีหมนุ เวียน NeiGuan (PC6) - ลดอาการไอ ลดอาการปวด ZuSanLi (ST36) ± เสริมความแข็งแรงตอ Middlejiao FengLong ST40) ± ทําใหควบคุมเสมหะได ZuLinQi (GB41) - คูของจุดอทิ ธพิ ลทัง้ 8 เพอื่ regulate ซานเจยี ว WaiGuan (TE5) - promote water metabolism และการเดนิ ของช่ี ลดอาการปวดได TianTu (CV22) ปกใหเตอ ชีแ่ ลวเอาออกไมค าเข็ม
Page 156 146 การฝง เข็ม-รมยา เลม 2 จดุ เสริม ถามี Mental depression เพิ่ม TaiChong (LR3) - 1.3 ขาดเลือดเพราะอินของตับพรอ ง หลกั การรกั ษา บํารงุ อินของตบั activate collateral ลดอาการปวด จุดหลกั GanShu (BL18) + BackShu ชวยบํารุงตับและ จุดเสริม QuQuan (LR8) + จุด He ของเสนตบั Collateral ลดปวด SanYinJiao (SP6) + บาํ รงุ อนิ สงผา นสู Collateral TaiXi (KI3) + จดุ อ่ืนๆท่ีอาจใช ShenShu (BL23) ZuSanLi (ST36) XingJian (LR2) หากมีอาการวิงเวยี นสายตาพรา มัว เพม่ิ FengChi (GB20) 2. การฝง เขม็ หู ใชจดุ Chest Shenmen Xiajiaoduan Brain Liver Gallbladder เลือกใช 3-4 จุดตอครงั้ กระตุนแรง คาเขม็ 30-60 นาที 10ครง้ั /รอบการรกั ษา 3.ใชเ ขม็ 7 ดาว รว มกบั ครอบกระปกุ ใชจดุ Thoracic Jiaji 1-8 (จาก DaZhu (BL11) ถึง GuanYuanShu (BL26) เฉพาะ ดานทีม่ ีอาการปวดใหผ ูปวยนอนควาํ่ เข็ม 7 ดาวเคาะจุดละ 5 คร้งั จากบนลงลาง apply cupping 5 นาที แลว ใหน อนตะแคงเอาดานไมป วดลง จากนั้นเอาเขม็ 7 ดาวเคาะไปตาม intercostal space ที่มีปญหา และ intercostal space ที่อยบู นและลา งของบรเิ วณที่มปี ญหา โดยเคาะ 5 ครั้งจากดา นหลงั ไปดานหนา แลว ครอบกระปกุ บรเิ วณท่ีเคาะอีก 5 นาที ทําวันละคร้งั 5 คร้งั /รอบการรกั ษา หากหายไมสนิทและจะทาํ รอบการรกั ษาใหม ควรรอพกั ประมาณ 3-5 วนั
บทท่ี 4 การรกั ษาอาการโรค Page 157 147 ชี่ของตับตดิ ขัด เสมหะตกคางอุดตันเสน ลมปราณ
Page 158 148 การฝงเขม็ -รมยา เลม 2 ขาดเลือดเพราะอนิ ของตับพรอง
Page 159 บทท่ี 4 การรักษาอาการโรค 149 อมั พาตใบหนา (FACIAL PARALYSIS) สาเหตแุ ละกลไกการเกิดโรค อัมพาตของใบหนาอนั เกิดจากการอักเสบของเสน ประสาทใบหนา (เสนประสาทสมองคทู ี่ 7 facial nerve) ดว ยสาเหตตุ า งๆ อาการทางคลนิ กิ จะพบวา มีอาการออ นกําลังของกลา มเน้อื บนใบหนา ทําใหหลับตาไดไม แนนสนิท และมมุ ปากเบีย้ วเอยี งลงปดปากไมสนทิ แนน มีอาการเสยี การรบั รสของปลายลนิ้ ดานท่ีเปน และในระยะแรกๆของโรคอาจมีอาการปวดหลงั ใบหู ในทางการแพทยแ ผนจนี ถา มี deviation of the mouth เรยี ก Kou Wai(口歪) หรอื Kou Pi(口僻) ถา มี deviation of mouth and eye เรยี ก Kou Yan Wai Xie 口眼歪斜) การวนิ จิ ฉัยกลุมอาการของโรค 1. ลมภายนอกกระทาํ ตอเสน หยางหมิงและเสา หยาง ทําใหมีการอุดตันของชใ่ี นเสนจิงลวั่ จงึ ไม สามารถหลอ เลยี้ งกลา มเน้ือไดผูปวยจะมอี าการปากเบ้ียวปด ปากไมแนน ปดตาไมแ นน เกดิ ทนั ที มไี ข กลวั หนาว ลิ้น เล็กฝา ขาว ชพี จร ลอย (Fou Mai 浮脉) หลกั การรกั ษา ระบายลมและขจัดการอุดตันจากเสน ลมปราณลั่ว จุดฝง เขม็ และการกระตุน จดุ หลกั FengChi (GB20) - DiChang (ST4) +- ดา นเดียวกบั โรคทีเ่ ปน JiaChe (ST6) +- * ปกดานตรงหรือปกทั้ง 2 มอื SiBai (ST2) +- YangBai (GB14) + - HeGu (LI4) -
Page 160 150 การฝงเข็ม-รมยา เลม 2 FengChi (GB20) ชว ยระบายลมและทะลวงเสน ล่ัว DiChang (ST4) JiaChe (ST6) SiBai (ST2) กระตนุ เสนลว่ั ท่ใี บหนา YangBai (GB14) HeGu (LI4) เปน จุด Yuan ของเสน หยางหมงิ มีความสําคัญในการรักษาโรคของหนา และ ศรษี ะ ชว ยระบายลม ทุเลา exterior syndrome ทาํ ใหช แ่ี ละเลอื ดบนใบหนาหมนุ เวียนดขี ้ึน จุดเสริม - เปน ไขก ลัวหนาวเพิ่มจุด DaZhu (GV14) - - ปด ตาไมส นิท น้ําตาไหลเพิ่มจุด CuanZhu (BL2) ± YangBai (GB14) ± YuYao (EX-HN4) ± - ปวดหลังหูเพ่ิมจุด YiFeng (TE17) - - ล้ินรบั รสไมไดเพิ่มจดุ LianQuan (CV23) + - Flattening of nasolabial groove YingXiang (LI20) - Deviation of nasolabial groove ShaiGou (GV26) - Deviation of mentolabial groove ChengJiang (CV24) หมายเหตุ - การกระตุนเข็มในระยะแรกของโรคตอ งทาํ ดวยความนุมนวล - จดุ JiaChe (ST6) และ DiChan (ST4) ปกในแนว horizontal หันเขาหากนั - จุดฝง เข็มบนใบหนากระตุน เบาใชการรมยารว มดวยได - จดุ ไกลจากใบหนา สามารถกระตุนแรงได 2. ชแ่ี ละเลอื ดไมเ พยี งพอทําใหเ กิดลมภายใน พบในคนทเ่ี ปน โรคมานาน ปาก/ตาเบย้ี ว ใบหนา เกรง็ (Facial spasm) และชา ปด ตาไมส นิท ลน้ิ ซดี ฝาขาวบาง ชพี จร ตึง เลก็ (Xian Xi Mai 弦细脉.)
Page 161 บทท่ี 4 การรักษาอาการโรค 151 หลักการรักษา บํารุงเลอื ด สงบลม จดุ หลกั JiaChe (ST6) + DiChang (ST4) + YingXiang (LI20) + ปกเข็มดานเดยี วกบั โรคชว ย SiBai (ST2) + activate qi และเลอื ดใหห มุนเวยี น SI18 (QuanLiao) + บริเวณท่ีเปนโรค บํารงุ กลา มเนอ้ื GB20 (FenqChi) ± และลดอาการเกรง็ สงบลมลดอาการเกรง็ กลามเน้อื ZuSanLi (ST36) + บํารุง Middejiao ชว ยการสรา งเลอื ด HeGu (LI4) - TaiChong (LR3) - เปด 4 ดา น เพ่ือสงบตบั สงบจติ ใจ จุดเสริม -หากมีอาการไมส บายในทรวงอกหรอื คลื่นไส เพม่ิ FengLong (ST40) - - ปด ตาลาํ บาก เพ่ิม ZanZhu (BL2) + ดานเปนโรค TaiYang (EX-HN5) + - ปากเบย้ี วดื้อตอการรักษา เพ่ิม ShuiGou (GV26) + ChengJiang (CV24) +
Page 162 152 การฝง เข็ม-รมยา เลม 2 อัมพาตใบหนาจากลมภายนอกกระทําตอเสน หยางหมิงและเสาหยาง อัมพาตใบหนาจาก ชี่และเลอื ดไมเพียงพอทาํ ใหเกิดลมภายใน
Page 163 บทท่ี 4 การรักษาอาการโรค 153 ปวดประสาทใบหนา (TRIGEMINAL NEURALGIA) สาเหตุและกลไกการเกิดโรค เปน transient paroxysmal neuralgic pain ของเสนประสาทสมองคทู ่ี5 ซ่ึงเปน ประสาทรับ ความรสู ึกบนใบหนา อาการปวดมักเปนเหมือนเข็มแทง ไฟชอ็ ต หรือแสบรอน ในบรเิ วณที่แขนงของ เสน ประสาทสมองคทู ่ี 5 ท้ัง 3 แขนงเลี้ยงอยู แขนงทีเ่ ปนบอยทีส่ ดุ คือแขนงท3่ี ซ่งึ เล้ียงจากมมุ ปากมาที่ กรามลา งและคาง หรือแขนงที2่ ทเี่ ลย้ี งบรเิ วณโหนกแกมมาถึงจมูก อาการมักจะกําเรบิ เวลามกี าร เคลือ่ นไหวหรอื สัมผัสใบหนาเชน ขณะพดู เคีย้ ว ลางหนา แปรงฟน กระทบเย็บ สมั ผัสหรอื กดท่ี Trigger points จะ aggravated ใหเกดิ อาการข้ึนมาไดท างการแพทยแผนจนี เรยี กกลุมอาการเหลา น้ี วา MianTong (面痛) การวนิ ิจฉยั กลมุ อาการของโรค 1. เสน จิงลัว่ อดุ ตันโดยลมเยน็ และเสมหะ อาการและอาการแสดง เกิดอาการปวดเหมือนเข็มแทงฉับพลันทนั ทแี ละรนุ แรงทใี่ บหนา อาการปวดจะถกู aggravated ใหร นุ แรงโดยความเยน็ และสามารถทุเลาลงดว ยความอบอนุ ล้ิน ซดี ฝา บางขาว เหนยี ว ชพี จร ลอย (Fou Mai : 浮脉) หรือลอยเบาไมม แี รง (Ru Mai: 濡脉) 2. เสนจิงล่ัว อดุ ตนั โดยลมรอ นและเสมหะ อาการและอาการแสดง อาการปวดเหมอื นเข็มแทงหรือรอน (burning) เกิดทันทีบริเวณ ใบหนา หนาแดง ตาแดง เหงื่อออกมาก กระหายนํา้ ปส สาวะนอ ยและสีเขม อาการเปนมากข้นึ เม่ือ กระทบรอนและทเุ ลาเมอื่ กระทบเย็น ลิ้น แดง ฝาเหลือง เหนียว ชพี จร ตึงล่ืนและเร็ว ( Xian Su Mai :滑数脉)
Page 164 154 การฝง เข็ม-รมยา เลม 2 3. ไฟตับกาํ เรบิ อาการและอาการแสดง ปวดแบบเขม็ แทงหรอื รอน เหมือนไฟลวกบนใบหนา ทนั ที อาการ กาํ เรบิ โดยความรอนและทเุ ลาดวยความเย็น หนา แดง ตาแดง กระสบั กระสา ย อดึ อัดในทรวงอกและ ชายโครง กระหายนํา้ ปากขม ปสสาวะนอยสเี ขม ทอ งผูก ล้นิ แดง ฝา ล้นิ เหลือง ชีพจร ตงึ เรว็ (Xian Su Mai: 弦数脉) 4. ชพี่ รองทําใหเ ลือดคัง่ ในเสน จงิ ลั่ว อาการและอาการแสดง อาการปวดบนใบหนาปวดถี่ เหมือนเข็มแทงปวด รุนแรงแทบทน ไมไ ด ผวิ หนาแหง คล้ํา ผมรว ง เหง่ือออกงา ย กลัวลม เสยี งพดู ไมมกี าํ ลงั ลิน้ ซดี ปนคลํา้ มีจุดจํ้าเลอื ดบนลนิ้ ฝา ขาว ชีพจร ตงึ เร็ว (Xian Xi Se Mai 弦细涩脉 ) หลกั การรักษา 1. การฝงเขม็ ระบบเสน ลมปราณ 1.1. เสนจงิ ลั่ว ถูกอดุ ตนั ดวยลมเย็นและเสมหะ หลกั การรักษา - ระบายลมและความเยน็ สลายเสมหะ ทะลวงเสนลมปราณ ระงบั ปวด จุดหลัก - Ashi points ± - FengChi (GB20) - , Mox - WaiGuan (SJ5) - , Mox - FengLong (ST40) - , Mox - ZuSanLi (ST36) ± , Mox Ashi points: ชวยกระตุน การไหลเวียนของชี่และเลอื ดในบรเิ วณท่ีมอี าการปวด - หนาผาก ใชจ ดุ ZanZhu (BL2) YangBai (GB14) TouWei (ST8) YuYao (EX-HN-4) (เสริมจุดไกล HouXi (SI3)) - กรามบน ใชจ ุด SiBai (ST2) QuanLiao (SI18) HeLiao (LI19) JuLiao (ST3) YingXiang (LI20)
Page 165 บทท่ี 4 การรักษาอาการโรค 155 - กรามลาง ใชจ ุด JiaChe (ST6) XiaGuan (ST7) YiFeng (TE17) - ChengJiang (CV24) เสริมจุดไกล NeiTing (ST44) - FengChi (GB20) และ WaiGuan (TE5) ชวยระบายลมและความเย็นจากภายนอก - FengLong (ST40) และ ZuSanLi (ST36) บํารุง Middle Jiao ขับเสมหะ จดุ เสรมิ - หากมอี าการปวดรนุ แรงเพม่ิ NeiGuan (PC6) GeShu (BL17) 1.2. เสน ลมปราณ และ Collateral อุดตนั โดยลมรอ นและเสมหะ หลักการรักษา ระบายลมและความรอ น สลายเสมหะ กระตุนเสน ลมปราณ ระงับปวด จุดหลกั - Ashi ใชเ หมอื นเดมิ - ShangYang (LI1) - GuanChong (TE1) - ShaoZe (SI1) - QuChi (LI11) - FengLong (ST40) - ShanYang (LI1) - เปน จุด Jing ของเสน หยางของ - GuanChong (TE1) - มอื ท้งั 3 เสน ชวยระบายลมรอน - ShaoZe (SI1) - ออกจากเสนหยางทั้ง 3 เสน - QuChi (LI11) - ชว ยระบายความรอ นจากหยางหมงิ - FengLong (ST40) - สลายเสมหะ จุดเสรมิ - ถา มีไขปวดหวั เพมิ่ HeGu (LI4) - FengChi (GB20) – 1.3. ไฟตับกาํ เรบิ หลักการรักษา : ระบายไฟตับ จุดหลัก Ashi points ใชเหมือนเดิม
Page 166 156 การฝงเขม็ -รมยา เลม 2 YeMen (TE2) - กาํ จัดไฟจากตับ XingJian (LR2) - XiaXi (GB43) - QuQuan (LR8) + บาํ รุงอนิ ของตับเพ่ือกาํ จดั ไฟ จดุ เสรมิ - แนนหนา อก เจ็บชายโครง ZhiGou (TE6) - - อจุ จาระแหง NeiTing (ST44) - - กระสับกระสาย อารมณโกรธเกดิ งาย DaLing (PC7) – 1.4. ชีพ่ รอ งทาํ ใหเลือดค่ังในจงิ ลวั่ และ Collateral หลักการรกั ษา : กระตนุ เสน ลมปราณ สลายเลือดคง่ั จดุ หลกั - Ashi points เหมอื นเดิม - GeShu (BL17) - ,Mox จุดควบคมุ เลือด - GanShu (BL18) - , Mox เปน จดุ backshu ของตบั ชว ยการไหลเวยี นของเลอื ด และ กําจดั เลอื ดคัง่ SanYinJiao (SP6) ±,Mox บาํ รงุ ทงั้ ชแ่ี ละเลอื ด ZuSanLi (ST36) ±,Mox ชวยใหการไหลเวียนดขี ้นึ GuanYuan (CV4) + 2. การฝงเขม็ หู - ใชจ ุด AT1 Forehead, LO3 Mandible, TF4 Ear Shenmen , LO5 6i Cheeks, AH6a Sympathetic ใช 2-3 จดุ ตอครง้ั จาํ เปนตองกระตนุ แรง คาเข็ม30นาที หรือใช เข็มหู หรือใชเม็ดหวงั ปหู ลิวสิง ติดที่จดุ เอาไวก ด
บทท่ี 4 การรักษาอาการโรค Page 167 157 ปวดประสาทใบหนา จากเสนจงิ ลว่ั อดุ ตนั โดยลมเยน็ และเสมหะ ปวดประสาทใบหนา จากเสนลมปราณ และ Collateral อดุ ตันโดยลมรอ นและเสมหะ
Page 168 158 การฝงเขม็ -รมยา เลม 2 ปวดประสาทใบหนา จากไฟตับกาํ เริบ ปวดประสาทใบหนาจากช่พี รองทาํ ใหเ ลือดคงั่ ในจิงลวั่ และ Collateral
Page 169 บทท่ี 4 การรักษาอาการโรค 159 นอนไมห ลับ (Insomnia) การนอนไมหลบั หมายถงึ การไมสามารถนอนหลบั เปนปกติ เชน หลับยาก หลับแลวตนื่ งา ย ตนื่ แลว หลบั ตอ ยาก หลับไมสนทิ บางรายท่รี ุนแรงอาจไมนอนตลอดทง้ั คนื สาเหตแุ ละกลไกการเกิดโรค มกั เกดิ จาก ความวิตกกังวล เครยี ด การเปลย่ี นแปลงอารมณอยางรุนแรง การปว ยเปน โรค เรื้อรัง เปน ตน ศาสตรการแพทยแผนจนี เรียกอาการนี้วา “Shi Migem” ซึ่งเกดิ จากการทาํ งาน ผิดปกติของ หัวใจ มาม ตบั ไต อนิ พรอ ง และการทาํ งานของหยางตับมากเกนิ ไป การวินจิ ฉยั กลุม อาการโรค 1. ไฟหวั ใจและไฟตบั มากเกิน มอี าการหลับแลว ตน่ื งา ย ฝนมาก จิตใจวา วุน โกรธงาย วงิ เวยี นศรี ษะ ปวดศีรษะแบบแนน ๆ เจ็บแนน ๆ ที่หนาอก มรี สขมในปาก หวิ น้ํา ปสสาวะสีเขม และอุจจาระแขง็ ลน้ิ แดงฝา เหลือง ชพี จร ตงึ และเรว็ (.Xian Su mai 弦数脉) 2.เสมหะรอนกระทบหวั ใจ มอี าการกระสับกระสาย นอนไมหลบั วงิ เวยี นศรี ษะ ปวดศรี ษะแบบหนัก ๆ ปวดแบบแนน ๆ อืด ๆ ท่หี นา อกและลิน้ ป หรืออาเจียนเปนเสมหะเหนียว มีรสของในปาก และรสู ึกเหนียวในปาก ล้นิ แดงฝา เหลืองเหนียว ชีพจร ลื่นและเรว็ (Hua su mai 滑数脉.) 3. ช่ตี ิดขัดและเลือดคงั่ มอี าการนอนไมหลบั เรื้อรงั จติ ใจหดหู ปวดแนนตงึ หนา อก เรอบอย สหี นาหมองคลํา้ ลิ้น สีคลํา้ มวง ชพี จร ฝด (Se Mai .涩脉)
Page 170 160 การฝง เขม็ -รมยา เลม 2 4. หวั ใจและมาั มพรอ ง มีอาการหลบั ยาก ฝน มาก ตืน่ งาย ใจสนั่ ขหี้ ลงข้ีลมื ออนเพลียงาย ไมอยากอาหาร สีหนาซีด ลนิ้ ซีดฝาบาง ชพี จร ออ นและเล็ก (.Xi Ruo Mai .细弱.脉) 5. หัวใจและไตทํางานไมประสานกัน มีอาการนอนไมห ลบั รูส ึกทอ แท วิงเวียนศรีษะ มเี สยี งในหู รอนทฝี่ ามือ ฝาเทา และหนา อก ปากแหง หลงั และเขา ปวดและออ นแรง ใจส่นั ขี้หลงขล้ี มื อสุจเิ คล่ือน ลิ้น แดง ชพี จร เล็กและเรว็ (Xi Su Mai 细数脉) หลักการรักษา 1. การฝง เข็มระบบเสนลมปราณ จุดหลกั : ShenMen (HT7) SanYinJiao (SP6) จุดเสริม : - ไฟหวั ใจและไฟตบั มากเกนิ เพม่ิ จุด FengChi (GB20) JianShi (PC5) LaoGong (PC8) XingJian (LR2) - เสมหะรอนกระทบหวั ใจ เพ่ิมจุด FengChi (GB20) NeiGuan (PC6) ZuSanLi (ST36) FengLong (ST40) LiDui (ST45) - ชตี่ ิดขัดและเลอื ดคงั่ เพ่มิ จุด Geshu (BL17) JueYinShu (BL14) NeiGuan (PC6) Taichong (LR3) - หวั ใจและมัามพรอ ง เพม่ิ จดุ BaiHui (GV20) XinShu (BL15) PiShu (Bl20) ZuSanLi(ST 36) - หวั ใจและไตทาํ งานไมประสานกัน เพมิ่ จุด XinShu (BL15) ShenShu (BL23) TaiXi (KI3) การรักษาแตล ะครง้ั เลอื ก 3-5 จุด สําหรบั นอนไมห ลับจากไฟหวั ใจและไฟตับมากเกนิ เสมหะ รอ นกระทบหวั ใจ ชต่ี ิดขัดและเลือดค่งั ใหป ก แบบระบาย หัวใจและมา มพรอ งปก แบบบํารงุ หรืออาจใช รมยาทีจ่ ดุ ดา นหลงั สําหรบั สาเหตจุ ากหัวใจและไตทาํ งานไมป ระสานใหปนเข็มระบายท่ีจุด ShenMen (HT17) จุดฝงเขม็ อื่น ๆ ปกแบบบํารุง
Page 171 บทที่ 4 การรักษาอาการโรค 161 2. การฝงเข็มหู ใชจ ดุ Shenmen, Heart, Kidney, Spleen และ Subcortex เลือกใช 2-3 จดุ กระตุน ความแรงระดบั กลาง คาเข็มไว 20 นาที หรอื ใชเม็ดผกั กาดติดตาม จดุ ดงั กลา วขางตน กอนนอนกระตุน 2-3 นาที การนอนไมหลับ
Page 172 162 การฝงเข็ม-รมยา เลม 2 โรคพารก ินสัน (PARKINSON’S DISEASE) เปนกลมุ อาการทม่ี ีความผิดปรกตใิ นการเคลอ่ื นไหว เชอ่ื งชา (Bradykinesia)เน่ืองจากสาร Dopamine ลดลงในสว นของสมองที่เรยี กวา corpus striatum เพราะเซลลประสาทตนกาํ เนิดของสาร Dopamine ทีม่ าจาก Substantia nigra (สว นที่มเี มด็ สดี าํ ในกา นสมอง-Midbrain) เกดิ การเสอ่ื มและ ฝอลง ขณะเดยี วกันสารสอื่ สมองอีกตวั หนง่ึ คือ Acetylcholine ในstriatum ก็จะทาํ งานเดน ข้นึ เพราะ มีสัดสว นทีม่ ากกวา Dopamine เปนเหตุใหเกิดอาการrigidity (การเกรง็ แขง็ )และTremor (อาการส่นั ) โดยปรกตกิ ารทาํ งานตามปรกติของ corpus striatum ตองอาศยั สดั สวนของสารสื่อประสาท Dopamine และ Acetyl choline ทเี่ หมาะสม Dopamine ลดลง Acetylcholine กจ็ ะทาํ งาน เดนข้นึ เปนเหตุใหเ กดิ การเคล่ือนไหวท่ีผดิ ปกติในโรคนี้ อาการของโรคมกั เร่มิ ปรากฏเม่ืออายุ 50-60ป ในศาสตรก ารแพทยจ นี Parkinson’s disease จะถกู จดั เขา ไปอยูรวมกับกลุมอาการชกั ซงึ่ มักเกิดจากลมตบั เปน สาเหตุจึงไมค อ ยมีตาํ ราจนี เลมใดแยกโรคนี้ออกมาสอนเด่ียวๆ สาเหตแุ ละการแยกกลุมอาการของโรค 1. ช่ีและเลอื ดพรอง อาการและอาการแสดง มือ แขน ขาสั่นเปน มานาน ไมค อ ยพูด คอตงึ แขนขาตงึ เคล่อื นไหว ไมอ อก ทรงตวั เดนิ ไมด ี วงิ เวยี นตาลาย เหงอ่ื แตก ยง่ิ มกี ารเคลอื่ นไหวยงิ่ มอี าการมาก ลน้ิ ซดี บวมโต มีรอยฟน ชพี จร เลก็ (Xi Mai 细脉) 2. เสมหะและความรอนกระตุนใหเกิดลมตับ อาการและอาการแสดง อว นไมค อ ยอยากออกแรง แนนในอก ปากแหง เหงอ่ื ออก วงิ เวยี น มีเสมหะเหลอื งๆ คอและหลังตงึ มือ แขน ขา ส่ัน ลิน้ แดง ฝา เหลืองเหนยี ว ชพี จร ตงึ เล็ก (.Xian Xi Su Mai 弦细数脉 )
Page 173 บทที่ 4 การรักษาอาการโรค 163 3. อินของไตและตับพรอ ง อินของไตพรอ งไมส ามารถไปเพิม่ เติมหลอ เลีย้ งอินของตับ อินของตับไมเพียงพอ กอ ใหเ กิด ลมตับ มกั เกดิ จากการทํางานหนกั ตรากตราํ เกินไป หรอื มีเพศสัมพนั ธมากเกินไป อาการและอาการแสดง มีอาการผา ยผอม วิงเวยี นมเี สียงในหู มีปญ หาในการนอนหรือ นอนไมหลบั ปวดศีรษะ ความจาํ เส่อื ม เหง่ือออกกลางคืน วนุ วายใจ ปวดหลงั เขาออ น แขนขาชา คอ หลงั ตงึ หวั สั่น คางสัน่ กัดฟน แนน แขนขาเกร็งหมือนเปนตะครวิ เดนิ เคลอ่ื นไหวเชื่องชา ลน้ิ เลก็ ส่ัน ตัวล้นิ แดง ไมม ีฝา ชีพจร เลก็ เรว็ (Xi Su Mai 细数脉) หรือชพี จรลอย (Fu Mai 浮脉) หลกั การรักษา 1. การฝงเขม็ ระบบเสน ลมปราณ 1.1 ชแ่ี ละเลอื ดพรอง หลกั การรกั ษา กระตนุ บํารุงชี่ และเลือดใหไ หลเวยี นในเสนลมปราณเพอื่ ระบายลม การเลอื กจดุ ฝงเข็ม บาํ รงุ ชแ่ี ละเลือด ZuSanLi (ST36) + บาํ รงุ เลือด SanYinJiao (SP6) + บํารงุ อนิ และเลอื ดของตบั GuanYuan (CV4) + QuQuan (LR8) + 1.2 เสมหะและความรอนกระตนุ ใหเกดิ ลมตบั หลกั การรกั ษา สลายเสมหะ,ขจดั ความรอน,ระบายลม ทําใหก ารไหลเวียนในเสน ลมปราณสะดวกขึ้น การเลอื กจดุ ฝง เขม็ FengLong (ST40) - ระบายเสมหะ ZhongWan (CV12) + บํารงุ มาม สลายเสมหะ PiShu (BL20) + ชว ยระบายเสมหะ SanYinJiao (SP6) + YinLinQuan (SP9) +
Page 174 164 การฝง เขม็ -รมยา เลม 2 TaiChong (LR3) - สงบลมตบั 1.3 อนิ ของไตและตบั พรอง หลักการรกั ษา บาํ รงุ อิน ระบายลม ทําใหเสน ลมปราณไหลเวียน การเลอื กจดุ ฝงเข็ม บํารงุ อินของไต GuanYuan (CV4) + บํารงุ อินของตบั ShenShu (BL23) + สงบลมตบั TaiXi (KI3) + SanYinJiao (SP6) + GanShu (BL18) ± QuQuan (LR8) ± TaiChong (LR3) - ขอ แนะนําที่สําคญั 1. ควรใชจ ดุ ที่เราใชร ะบายลมท่วั ๆไปดังน้ี FengChi (GB20) QuChi (LI11) ºXiaoChanXue(Controlling Tremor point) จุดนี้อยู 1.5 cun ใตต อ ShaoHai(HT3) WaiGuan (TE5) YangLingQuan (GB34) TaiChong (LR3) 2. การเลอื กจดุ เฉพาะทีเ่ พื่อลดอาการสัน่ Tremor เปน ส่งิ จําเปน - อาการสนั่ ของแขนและมือ เพม่ิ จุด QuChi (LI11) WaiGuan(TE5) ShouSanLi (LI10) HeGu(LI4) - อาการสน่ั ของขาและเทา เพิ่มจดุ BiGuan (ST31) ZuSanLi(ST36) FengShi (GB31) YangLingQuan (GB34) JieXi (ST41) QiuXu(GB40) . การฝง เขม็ ศรี ษะ ใหใช Chorea-Tremor area ดา นตรงขา มของอาการสน่ั
บทท่ี 4 การรกั ษาอาการโรค Page 175 165 โรคพารก นิ สนั เกิดจากชีแ่ ละเลอื ดพรอ ง โรคพารก ินสนั เกดิ จากเสมหะและความรอนกระตุน ใหเ กิดลมตับ
Page 176 166 การฝง เขม็ -รมยา เลม 2 โรคพารกินสนั เกดิ จากอินของไตและตบั พรอง
Page 177 บทท่ี 4 การรกั ษาอาการโรค 167 4. โรคระบบ Locomotor กระดกู คอเสื่อม ( Cervical Spondylosis ) กระดูกคอเส่ือม เปนกลุม อาการโรคท่ีเกดิ ทีไ่ ขสันหลงั รากประสาทและระบบไหลเวยี นเลือดท่ี ระดบั คอ เนอ่ื งจากไดรบั ภยันตรัยของเนอื้ เย่อื เนอื่ งจากการงอกของกระดกู คอ หมอนรองกระดกู กดทบั หรือการหนาตัวของแผนเสนเอน็ ทําใหผูป ว ยเกดิ อาการปวดบรเิ วณศรี ษะ คอ หวั ไหล แขน หรอื หนาอก สาเหตุและกลไกการเกดิ โรค เกิดจากการแทรกซึมของลม ความเย็น และความชื้น ทาํ ใหเ กิดอาการอดุ ตันในเสนจิงล่ัว ทง้ั ชี่และเลือด หรอื เกดิ จากความเส่อื มของตับและไต รวมกับการขาดชีแ่ ละเลอื ดจากอายทุ มี่ ากข้ึน สง ผล ใหเสนเอ็นขาดสารอาหารหรอื เกดิ จากภยนั ตรยั ของเสน เอน็ และเสนเลือด การวนิ ิจฉยั แยกกลุมอาการโรค 1. การกระทบจากลม ความเย็นภายนอก ทําใหเกิดอาการขอ ฝด หรอื ปวดของคอ ไหล หรอื แขน แขนและมืออาจรูสึกเยน็ ชา หรือหนกั โดยเฉพาะเมื่ออาการเยน็ หรอื ลมพัด จะทําใหอาการปวดรุนแรงยิ่งขน้ึ ล้นิ พบบางและขาว ชีพจร ลอยและตงึ (Fu Jin Mai 浮紧脉) 2. การอดุ ตนั ของชแี่ ละเลอื ด เกิดอาการ วดตึงหรอื แปลบ ๆ บรเิ วณคอ ไหลหรอื แขน รวมท้ังอาจมปี วดบวมรา วไปแขน รวมกบั มนึ งง ปวดศีรษะ จิตใจหดหู และอาจมีอาการปวดหนาอก ล้นิ บางและขาว ลน้ิ หนา ชีพจร ไมสม่ําเสมอ ลกึ บาง (Chen Jie Dai Mai 沉结代脉 )
Page 178 168 การฝง เขม็ -รมยา เลม 2 3. ความเสอ่ื มของตับและไต เกิดอาการชา และปวดบรเิ วณคอ ไหล และแผน หลังอยางชา ๆ รวมกบั อาการมึนงง ตาพรา เสยี งดงั ในหู หอู อื้ ปวดหรอื ออ นแรงของเขา ขา อาการรนุ แรงมากขน้ึ เมอ่ื ทาํ งานตรากตราํ ลิ้น บาง ปวดบรเิ วณลนิ้ ชพี จร ลกึ บาง และออ น (Chen Ruo Mai 沉弱脉) การรักษา 1. การฝงเข็มระบบเสน ลมปราณ จุดหลกั Cervical Jiaji (Ex-B2) FengChi (GB20) DaZhui ( BL11) และจดุ กดเ Ashi โดยจดุ ที่ คอใชเทคนคิ rotating and twirling หรอื ใชร มยารว มกับการครอบกระปุก จดุ เสริม - กรณีเกิดจากการกระทบจากลมและความเยน็ ภายนอก เพ่มิ จดุ HeGu (LI4) WaiGuan (TE15) FengMen (BL12) และ JianJing (GB21) โดยใชเ ทคนคิ ระบายเข็ม - กรณีเกิดจากการอดุ ตนั ของชแ่ี ละเลือด เพิ่มจดุ HeGu (LI4) QuChi (LI11) JianYu (LI15) GesShu (BL17) YangLinQuan (GB34) โดยใชเ ทคนคิ ระบายเขม็ - กรณเี กิดจากความเส่ือมของตบั และไต เพิ่มจุด GanShu ( BL18) ShenShu (BL23) ZuSanLi (ST36) XuanZhong (GB39) และ TaiChong (LR3) โดยใชเ ทคนคิ ระบายเข็ม 2. การฝง เขม็ หู ใชจดุ Neck (AH12) Cervical Vertebra (AB13) Shoulder (SF4,5) Kidney (CO10) และ Ear ShenMen (TF4) เลือกใชครง้ั ละ 2 ถงึ 3 จดุ กระตนุ เขม็ ดว ยแรงขนาดปานกลางและอยาง แรง หลังจากนนั้ คาเข็ม 20 ถึง 30 นาที วนั ละ 1 ครง้ั หรอื วันเวน วนั อาจใชเ ม็ดแมเหลก็ หรือเมด็ พชื กด แทนเข็ม
บทที่ 4 การรกั ษาอาการโรค Page 179 169 กระดูกคอเสอื่ ม
Page 180 170 การฝงเข็ม-รมยา เลม 2 กลามเนื้อคออักเสบ ( Neck sprain ) กลามเนื้อคออกั เสบ เปนภาวะอกั เสบของกลามเนอื้ คอ พบบอ ยหลงั ตื่นนอน ทําใหผปู ว ยมีโอา การปวดตงึ รว มกบั เคลอื่ นไหวคอลาํ บากอยา งฉบั พลัน สาเหตุและกลไกการเกดิ โรค เกดิ จากการนอนทีไ่ มเหมาะสม หรือไดรบั การกระทบจากลม หรือความเย็นบรเิ วณตนคอ การวินิจฉยั แยกกลุม อาการโรค ผูปว ยมอี าการปวดบรเิ วณคอและตน คอขา งเดียวหรอื สองขา ง การเคล่ือนไหวคอลาํ บาก รวม ทัง้ สง ผลตอ ศรี ษะ ไหลและแผน หลงั การรกั ษา 1. การฝงเข็มระบบเสนลมปราณ ใชจ ดุ กดเจ็บ (Ashi) บรเิ วณคอ และ HouXi (SI3) โดยใชเทคนคิ ระบายเขม็ เมือ่ ฝง เข็มจดุ Ashi แลว ตามดวยการครอบกระปกุ สาํ หรับการฝงเขม็ จดุ HouXi (SI3) ใหผ ปู ว ยเคล่ือนไหวคอขณะ ฝงเขม็ ดว ย 2. การฝงเขม็ หู ใชจุด Pt.Neck , Pt.Cervical และจดุ กดเจ็บ ใชเทคนิคกระตุน เข็มอยา งแรง โดยคาเขม็ 60 นาทที กุ วัน กลา มเนอ้ื คออกั เสบ
Page 181 บทที่ 4 การรกั ษาอาการโรค 171 เสน เอ็นอกั เสบของศอกดา นนอก (Lateral epicondylitis) เสนเอน็ อักเสบของศอกดา นนอก เปน ภาวะทพี่ บบอ ยโดยเสน เอน็ ดา นนอกของผปู ว ยไดร ับ บาดเจ็บ อยางเร้ือรงั จากแรงกระชากหรอื บิด ทาํ ใหผูปวยมีอาการปวดและมีจุดกดเจบ็ บริเวณศอกดาน นอก เมอ่ื ใหผูปวยออกแรงตา นการตรวจ ขณะงอขอ มือขนึ้ (dorsiflexion) สาเหตแุ ละกลไกการเกิดโรค เกดิ จากการไดร บั บาดเจบ็ อยางเรอ้ื รัง หรือการแทรกของลม ความเยน็ และความช้นื ทาํ ใหช ี่ และเลือดไมส ามารถหมุนเวียนไดต ามปกติในจงิ ล่ัวบรเิ วณขอศอก การวนิ จิ ฉยั แยกกลุมอาการโรค ผปู ว ยมอี าการปวดบริเวณดานนอกของศอกอยางชา ๆ อาจราวไปปลายแขน ไหลหรือหลงั กํา หยบิ ส่งิ ของลําบาก โดยเฉพาะเม่ือบิดผา หลักการรกั ษา โดยใขจดุ กดเจบ็ (Ashi), QuChi (LI11) ShouSanLi (LI10) และ HeGu (LI4) เลือกใชจ ดุ บนเสน หยางหมงิ ของแขนคร้งั ละ 1 ถงึ 2 จุด โดยวธิ ีระบาย ตามดวยคาเขม็ 20 ถงึ 30 นาที อาจใชรมยาบรเิ วณจดุ เจ็บ เสนเอ็นอักเสบของศอกดา นนอก
Page 182 172 การฝง เข็ม-รมยา เลม 2 คอแข็งเกร็ง (Stiff neck) คอแขง็ เกร็ง เปนภาวะพบไดบอ ยทท่ี าํ ใหผ ปู ว ยมอี าการแขง็ เกร็ง และปวดบริเวณคอขา งเดยี ว หรอื ทงั้ สองขา งขณะเดยี วกนั จะปวด เมอื่ ขยบั หรอื หมนุ คอ สาเหตุและกลไกการเกิดโรค เกดิ จากการทาํ ลายเนือ้ เย่อื บริเวณคออนั เนอ่ื งจาก การใชหมอนท่ีไมเหมาะสม หรือเกดิ จากการ แทรกของลมหรอื ความเยน็ เขา ทางแผน หลัง ทําใหชี่และเลอื ดไมส ามารถหมุนเวยี นไดต ามปกติในจงิ ลวั่ การวนิ ิจฉัยแยกกลมุ อาการโรค โดยจาการตรวจผูปว ย จะมีอาการคอแขง็ เกรง็ และปวดบรเิ วณคอ โดยเฉพาะอาการจะรุนแรง มากขึน้ เมอ่ื มีการเคลอื่ นไหวคอทาํ ใหผ ปู ว ยอยนู งิ่ คอเอียงไปทางขา งทีม่ พี ยาธสิ ภาพ ทาํ ใหป วดบรเิ วณ ไหล หลัง และศรี ษะ และพบจดุ กดเจบ็ เฉพาะที่ หลักการรักษา 1. การฝงเข็มระบบเสนลมปราณ ใชจดุ กดเจบ็ (Ashi), FengChi (GB20) และ HouXi (SI3) โดยใชเทคนิคระบายเข็ม หรือ อาจใชร นยาเฉพาะที่ เมือ่ ถอนเขม็ แลว ตามดว ย cupping สาํ หรับการฝง เขม็ จดุ HouXi (SI3) ให ผูปว ยเคลอ่ื นไหวคอขณะฝง เขม็ และใหป กจุดน้ีกอ น หลังจากนนั้ จงึ ทยอยปก จดุ อืน่ ๆ 2. การฝงเขม็ หู ใชจ ุด Neck ( AH12 ) , Cervical Vertebra ( AH13 ) และจดุ กดเจบ็ โดยใชเทคนคิ กระตนุ เขม็ อยางแรง ใหผูปวยเคล่อื นไหวคอขณะฝงเขม็ หลังจากน้นั คาเข็ม 15 ถึง 20 นาที
บทท่ี 4 การรักษาอาการโรค Page 183 173 คอแขง็ เกรง็
Page 184 174 การฝงเข็ม-รมยา เลม 2 ขอ ไหลอักเสบ (Periarthritis of shoulder, Scapulohumeral periarthritis) ขอไหลอ กั เสบ เปนภาวะทีม่ ีการอกั เสบเรื้อรงั ของขอ ไหลแ ละเนอื้ เยอ่ื โดยรอบ ทําใหผปู ว ยมี อาการเจ็บและใชง านขอ ไหลไมไ ดต ามปกติ ทําใหเกดิ ปญ หาขอไหลติด (Frozen shoulder) ตามมา พบบอ ยในผปู ว ยอายุ 50 ป สาเหตุและกลไกการเกดิ โรค เกดิ จากการกระทบความเย็น ไดรับบาดเจบ็ ฉบั พลันหรือเร้อื รงั ของไหล การวินจิ ฉยั แยกกลมุ อาการโรค ผูปว ยมอี าการปวดบรเิ วณไหลรา วไปคอและแผน หลัง อาการมากขน้ึ เวลากลางคนื หรอื ขณะ เคล่ือนไหล เม่ือนานข้นึ ผูปวยจะเคลื่อนไหวไหลไ ดนอ ยลง จนเกิดอาการไหลตดิ ในทีส่ ดุ หลกั การรกั ษา 1. การฝง เขม็ ระบบเสนลมปราณ - จดุ หลัก ใชจ ดุ JianYu (LI15) JianZhen (SI9) BiNao (LI14) และ TiaoKou (S38) - จุดเสริม - กรณปี วดดา นในของไหล (medial aspect) เพ่ิมจดุ ChiZe (LU5) TaiYuan (LU9 ) และ YingLingQuan (SP9) - กรณีปวดดา นนอกของไหล (lateral aspect) และสะบัก เพิม่ จุด HouXi (SK3) TianZong (SI11) และ YangLingQuan (GB34) - กรณปี วดดา นหนา ของไหล (anterior aspect ) เพิม่ จุดHeGu (LU4) QuChi (LI11) และ ZuSanLi (ST36) โดยใชเ ทคนคิ ระบายเขม็ แลว คาเข็ม 30 นาที ทุกวัน
Page 185 บทท่ี 4 การรกั ษาอาการโรค 175 2. การฝง เขม็ หู ใชจุด Pt.Shoulder, Pt. Shoulder joint, Pt. Cervical และ Pt. Adrenal โดยเลอื กใชค รงั้ ละ 2-3 จดุ กระตนุ เขม็ อยา งแรง ใหผ ปู ว ยเคลอื่ นไหวขอ ไหลข ณะฝง เขม็ จากนนั้ คาเข็ม 20 นาที อาจใช เม็ดแมเหล็กหรือเมลด็ พชื กดแทนเข็มกไ็ ด ขอไหลอ กั เสบ
Page 186 176 การฝง เขม็ -รมยา เลม 2 กลามเนื้อหลังสว นเอวอกั เสบเฉียบพลัน (Acute lumber sprain) สาเหตแุ ละกลไกการเกดิ โรค กลามเน้ือหลงั สว นเอวอกั เสบเฉียบพลนั มีสาเหตมุ าจากทาทางทไ่ี มถกู ตอ ง กลามเนอ้ื ออกแรง มากเกินไป หรอื หกลม กระแทก อาการแสดงออกคอื อาการปวดหลังสว นเอวเฉียบพลัน จาํ กัดการ เคล่อื นไหวของเอว ศาสตรการแพทยจ ีน กลาววา การปวดหลงั สวนเอว มีสาเหตจุ าก การออกกําลังกาย ท่ไี มเ หมาะสม หรอื การหกลม กระแทกชํ้า นาํ ไปสคู วามผดิ ปกติของเสนเอน็ บรเิ วณหลังสว นเอว มกี ารค่ัง ของชแี่ ละเลือด ในเสนลมปราณบริเวณน้นั ๆ การวนิ จิ ฉยั แยกกลุมอาการโรค อาการปวดหลังสว นเอวเฉยี บพลัน เม่ือมีการเคลือ่ นไหวจะปวด มีการจํากัดการเคลื่อนไหวของ เอว คือเอวไมสามารถเหยยี ดตรงได นอนหงายหรือพลิกตวั ไปมาลําบาก รวมท้ังการยนื จะไมสะดวก มกั มกี ารแกรง ของกลามเน้ือบริเวณขารว มดว ย ลนิ้ สีชมพูหรือ มวงคลํ้า ชพี จร ตงึ (Xian Mai 弦脉) หลกั การรกั ษา 1. การฝง เขม็ ระบบเสน ลมปราณ จุดทใ่ี ช ShuiGou (GV 26), HouXi (SI 3), WeiZhong (BL 40), YaoYangGuan (GV 3), DaChangShu (BL 25) และ Ashi point เลอื กใชค รั้งละ 2 – 4 จุด ปก แบบระบาย - ShuiGou หรอื HouXi เปนจุดแรกที่ปก แลวหมุนกระตนุ เขม็ พรอ มกับใหผ ปู ว ยขยบั เอว เคล่ือนไหว จุด ShuiGou ใชป ก เฉียงข้ึนบน จุด WeiZhong ใชเ ข็มปกปลอ ยเลอื ด จดุ บรเิ วณเอว สามารถใชก ารรมโกฐ หรอื ครอบกระปกุ กไ็ ด
Page 187 บทที่ 4 การรกั ษาอาการโรค 177 2. การฝงเข็มหู ใชจุด Lumbosacral vetebra (AH9) Shenmen (TF4) Subcostical (AT4) และ (Reaction point) Wangbuliuxingzi โดยใชเทคนิคกระตนุ เข็มอยา งแรง แลว คาเข็มนาน 30 – 60 นาที หรือใชเม็ดหวงั ปูหลวิ สิงก็ได กลา มเน้ือหลังสว นเอวอกั เสบเฉยี บพลนั
Page 188 178 การฝง เข็ม-รมยา เลม 2 4.โรคระบบทางเดนิ หายใจ อาการไอ (Cough) ไอ เปน อาการที่พบบอยในระบบการหายใจ อาจจะมีสาเหตุมาจากปจ จัยกอโรคภายนอกรา งกาย หรอื เกดิ จากสาเหตุภายในอันเปนปญ หาของปอด หรือปญหาของอวยั วะอ่ืนท่มี ผี ลกระทบตอ ปอด สาเหตุและกลไกการเกดิ โรค 1.การรกุ รานจากปจจัยกอ โรคภายนอก (Invasion by the exogenous pathogenic factors) ปอดควบคุมการไหลเวยี นของช่ี และเปน เสมือนหนึ่งหลงั คาปองกันอวยั วะตนั ท้ังหา สว นบน ของปอดเชอ่ื มตดิ กับหลอดลม ชองคอ และเปด ทวารทจี่ มกู ทาํ หนาท่ีในการหายใจ อวยั วะภายนอกปอด สัมพันธกับผิวหนงั และเสน ขน เมื่อปอดถกู กระทบจากปจ จัยกอ โรคภายนอก ชขี่ องปอดถกู ปด ก้นั การ ไหลเวยี นตดิ ขดั ไหลเวยี นลงเบ้อื งลา งไมไ ด จึงทาํ ใหเ กดิ อาการไอ การเปลย่ี นแปลงของอากาศในแตละฤดูกาล กอ ใหเ กดิ ปจ จยั ภายนอกทเ่ี ปนสาเหตขุ องการไอ 2 ประเภท ไดแ ก ลมเยน็ และ ลมรอน 2) ผลกระทบจากปจจัยภายในรา งกาย (Internal injury) หมายถึง อาการไอท่ีเปน ผลมาจากการทําหนาท่ีของอวัยวะภายในบกพรอ ง เชน การไอทีม่ ี สาเหตมุ าจากปอดแหงและอนิ พรอง ทําใหชป่ี อดไหลเวยี นลงสูเบ้ืองลางไมได หรอื การไอทเี่ กดิ จาก ผลกระทบจากความผดิ ปกตขิ องอวยั วะภายในอนื่ ตวั อยาง กรณีทีห่ ยางของมามพรอ ง เกิดการสะสม ของความช้ืนแปรสภาพเปนเสลดไปยงั ปอด รบกวนสมดุลการทํางานของชีป่ อดทําใหเกิดอาการไอ หรือ ในกรณีชต่ี บั ติดขัดแปรสภาพเปนไฟ ลกุ ลามไปทําลายน้าํ ในปอด กท็ าํ ใหเกิดอาหารไอเชนกนั ในตาํ รา แพทยจีนโบราณ กลาววา “อาการไอ ไมไดแ ปลวาปอดมปี ญ หาเพยี งอยา งเดยี ว แตต องวินิจฉยั ปญหา จากอวัยวะภายในอื่น ๆ ดวย” ไมส ําคญั วาอวยั วะภายในใดมปี ญ หา หากมผี ลกระทบถึงปอด ยอมทํา
Page 189 บทที่ 4 การรักษาอาการโรค 179 ใหเกิดการไอได ในทางคลนิ กิ แบง สาเหตุการไอจากผล กระทบของอวยั วะภายในเปน 2 ประเภท ไดแก ภาวะปอดแหง รวมกบั อินพรอ ง และ ปอดถูกเสลดปด กนั้ การวินิจฉยั แยกสาเหตุของอาการไอ 1. การรกุ รานจากปจจัยกอ โรคภายนอก 1.1) ปจ จัยประเภทลมเยน็ ลกั ษณะทางคลนิ กิ : ไอ คนั คอ เสมหะสขี าว-ใส กลวั หนาว ไขไ มมีเหงือ่ ปวดศีรษะ คัดจมกู นํ้ามูกขาว-ใส ล้นิ เคลอื บบางดวยฝาสีขาว ชพี จร ลอย (Fu Mai 浮脉 ) การวเิ คราะหอ าการ: ไอ คันคอ เสมหะขาวใส คัดจมกู นํา้ มกู ไหล เกิดจากลมเยน็ กอโรค กระทาํ ตอปอด มีผลตอ การกระจายของช่ปี อดและการหายใจตดิ ขดั ปวดศีรษะ กลัวหนาว ไขไ มม เี หง่ือ เกดิ จากลมเย็นกอ โรคกระทาํ ตอผิวหนังและรขู มุ ขน ฝา บางสขี าวทลี่ นิ้ และชีพจรลอย บงช้วี า ลมเยน็ กอ โรคยงั จํากดั อยูในปอดและสว นต้ืนของ รา งกาย 1.2) ปจจัยประเภทลมรอ น ลักษณะทางคลนิ ิก: ไอ เสมหะขน สเี หลอื ง ไอจนตวั โยน (ไอลกึ รุนแรง) กระหายนํา้ เจ็บคอ มี ไขห รือปวดศีรษะ กลัวลม มีเหงื่อออก ล้นิ เคลือบบางดวยฝาสเี หลือง ชพี จร ลอยและเรว็ (Fu Su Mai ( 浮数脉) การวเิ คราะหอาการ: ลมรอ นกอโรคกระทาํ ตอปอด ทําใหท างเดินของช่ปี อดติดขดั สญู เสียการไหลเวยี นลงสเู บอ้ื งลาง รวมกับของเหลวในปอดถกู ความรอ นแปรสภาพเปน เสลด ทําใหเ กิดอาการไอ มีเสมหะเหลืองขน ถา ช่ี ปอดติดขดั รุนแรงจะทําใหไอจนตัวโยน ความรอ นเผาผลาญของเหลวในรางกาย ทาํ ใหก ระหายนาํ้ คอ แหง และเจบ็ คอ
Page 190 180 การฝง เขม็ -รมยา เลม 2 ปวดศรี ษะ กลวั ลม เหงื่อออก และมีไข เกิดจากปจจยั กอ โรคกระทําตอ ผวิ หนังและรูขมุ ขนจน สญู เสยี ความตา นทาน ฝาเหลอื งบาง ชพี จรลอยและเรว็ บง ชวี้ า ลมรอ นกอ โรคยังจํากดั อยูในปอดและ สว นตนื้ ของรา งกาย 1.3ลมแหง กระทบปอด ลกั ษณะทางคลนิ กิ ไอแหง ๆ มีเสมหะนอยและเหนยี วหรอื ไมมี หากไอรนุ แรงมเี ลือดฝอยปน ออกมากบั เสมหะ โพรงจมูกแหง คอแหง แนน หนาอกและปอด ตัวรอนปวดศีรษะ อจุ จาระแขง็ ปส สาวะสีเขม ลิ้น แดงดูแหง ฝา บางขาว ชพี จร เล็กเหมอื นเสน ดายและเรว็ (Xi Su Mai 细数脉) 2. ผลกระทบจากปจ จยั ภายในรางกาย 2.1) เสลดปดก้ันปอด ลกั ษณะทางคลินิก: ไอ รว มกบั มเี สมหะขาวเหนียวจาํ นวนมาก (Profuse, white and sticky sputum) อดึ อดั แนน ในอก เบ่ืออาหาร ล้นิ เคลือบดวยฝาขาวและเหนยี ว ชีพจร ล่นื (Hua Mai 滑脉) การวเิ คราะหอาการ: มา มทาํ หนา ท่นี สารอาหารทีแ่ ปรสภาพแลว ลาํ เลยี งไปเกบ็ ที่ปอด หากมา มลม เหลวในการขนถา ย และแปรสภาพ ของเหลวจะคง่ั คา งและแปรเปลีย่ นเปน เสลดไปสะสมในปอด ทาํ ใหช ี่ปอดติดขดั และ ไหลเวยี นสูเบ้ืองลา งไมค ลอง สงผลใหเกดิ การไอรวมกบั เสมหะสขี าวจํานวนมาก รวมถงึ เสมหะอาจ เหนียวหนดื ขนึ้ ตามสภาพความรุนแรง อาการอึดอดั แนน ในอก และเบื่ออาหาร เกดิ จากความชน้ื สะสมในจงเจยี ว (water dampness stays in the middle energizer) ฝาขาวเหนยี ว และ ชพี จรล่นื บงช้ีวา เสมหะค่ังคา งอดุ ตนั ภายใน 2.2) ปอดแหง รวมกับอินพรอ ง ลกั ษณะทางคลนิ กิ : ไอแหง ๆ ไมม ีเสมหะ หรือมีเสมหะเล็กนอ ย จมูกแหง คอแหง เจ็บคอ ถม เลือด หรือ ไอเปนเลอื ด มไี ขต อนบา ย แกมและจมกู แดงเร่ือ (malar flush) ลิน้ แดง มฝี า บาง ๆ
Page 191 บทท่ี 4 การรกั ษาอาการโรค 181 ชพี จร เล็กเหมือนเสน ดา ยและเรว็ (Xi Su Mai 细数脉) การวิเคราะหอาการ ความแหงมกั ผลาญสารน้าํ จากรางกาย หากปอดเกิดสภาพแหง จะทําใหเสอื่ มหนาที่ แสดง อาการโดยการไอแหง ๆ ไมม เี สมหะ หรือมเี พียงเลก็ นอ ย รสู กึ เย่อื บุโพรงจมูกและคอแหง หรือเจบ็ คอ หากความแหง ทาํ ลายถงึ เสน เลือดปอด จะมีเลอื ดปนมากับเสมหะ หรอื ไอเปนเลอื ด ถาอนิ ปอดพรองรวมกับความรอ นภายใน (ภาวะรอ นเพราะอินพรอง) จะมอี าการไขต อนบา ย และอาจมหี นา แดงเร่ือที่แกมและจมูกแดงเรื่อ (malar flush) ลิ้นแดงมฝี าบาง และชีพจรเรว็ เลก็ เหมอื นเสน ดาย (thready rapid pulse) บง ชวี้ า อนิ พรอ ง และปอดแหง 2.3 หยางของมามและไตพรอง ไอรวมกบั หายใจหอบ หากเคล่อื นไหวอาการจะมากขนึ้ เสมหะใส ทา ทางข้ีหนาว ตัวเยน็ มอื เทา เย็น หรอื อาจมตี ัวบวมน้ํา ปสสาวะไมค ลอง ล้นิ ซดี ฝา บางขาวเหนยี วเล็กนอย ชพี จร จมเลก็ (Chen Xi mai………..) 2.4 ไฟตับแผดเผาปอด ไอถตี่ ิด ๆ กนั เปนชวง ๆ เสมหะนอ ยและเหนียว ขากยากอาจมี เลอื ดปนบา งเลก็ นอ ย ปวดชายโครงเมื่อไอ ตาแดง ปากขม อจุ จาระผกู ปสสาวะเขม ลน้ิ บรเิ วณขอบและปลายสีแดง ฝาบางเหลือง ชพี จร ตงึ เรว็ (Xian Shu Mai………….) 2.5………(ไมมีรายละเอยี ด แตม ชี ื่อจุดทีใ่ ชร กั ษา) หลกั การรักษา 1)การรกุ รานจากปจจยั กอโรคภายนอก: หลักการ : เลือกจดุ หลกั บนเสนลมปราณมือไทอ ินและหยางหมงิ ในกรณลี มเยน็ สามารถ ใชไดท้งั การฝง เขม็ และรมยา กรณีลมรอ นใชการฝง เข็มเทา น้นั กระตุน ใหหนาทีข่ องปอดดีขึ้นและบาํ บัด อาการตา ง ๆ จดุ หลัก LieQue (LU7) HeGu (LU4) FeiShu (BL13) จุดเสริม:
Page 192 182 การฝง เขม็ -รมยา เลม 2 - คอบวมเจบ็ เพ่ิมจดุ ShaoShang (LU11) - ไขแ ละกลัวหนาว เพิม่ จดุ DaZhui (GV14) WaiGuan (TE5) อธบิ าย : เสน ลมปราณมอื ไทอ นิ และหยางหมิง เปน คสู ัมพันธน อกใน LieQue (LU7) เปนจดุ ล่ัว ของเสนปอด HeGu (LU4) เปนจดุ เหยวยี นของเสน มือหยางหมิงลาํ ไสใหญใ ชรว มกบั FeiShu (BL13) เพือ่ เสริมบํารงุ หนาทีข่ องปอด เพอ่ื บําบัดอาการและขจดั ปจจยั กอโรคภายนอก การกระตุนจุดดงั กลาว จะทาํ ใหช ่ีของปอดไหลเวยี นคลอ งและปอดทําหนา ทไี่ ดป กติ 2) ผลกระทบจากปจจัยภายในรา งกาย: 2.1) เสลดปดก้นั ปอด: หลักการ: เลอื กจดุ อวยั วะหลงั (Back-Shu point) และจุดบนเสนเทาหยางหมิงเปน จดุ หลัก การฝงเข็มใชการกระตนุ ทง้ั บํารงุ และระบายรว มกัน หรอื พจิ ารณาใชการรมยารวมดวย เพ่อื เสรมิ บาํ รงุ หนาท่ีของมา ม และสลายเสมหะ จดุ หลัก: บํารุงใชจ ุด FeiShu (BL13) ZhongWan (CV12) ZuSanLi (ST36) ระบายใชจ ดุ ChiZe (LU5) FengLong (ST40) อธิบาย : จดุ อวยั วะหนาและหลัง (Front-Mu and Back-Shu points) เปน จดุ ทีช่ ่ีของอวัยวะตนั และ กลวงไหลเวยี นมาบรรจบรวมอยู FeiShu (BL13) และ ZhongWan (CV12) เสรมิ บํารงุ รว มกับ ZuSanLi (ST36) ซงึ่ เปนจุดเหอ-ทะเล (He-Sea point) ของเสน เทาหยางหมิง เพื่อเสริมหนา ท่ีของ มา มและกระตุนใหมามกระเพาะทํางานสอดคลองกนั เพอ่ื ขจดั ความช้นื และสลายเสลดคงั่ คา ง การระบาย ChiZe (LU5) ซึ่งเปน จุดเหอ-ทะเล ของเสนลมปราณปอด เพ่อื ขจัดปจจยั กอโรค ออกจากปอด และบรรเทาอาการไอ FengLong (ST40) เปนจุดลัว่ ของเสนเทา หยางหมิงกระเพาะ อาหาร ระบายเพ่ือใหชีข่ องมามและกระเพาะไหลเวียนไดค ลอ ง ทาํ ใหสารน้ําในรางกายกระจายไหลเวียน เปน ปกติและชว ยสลายเสลด 2.2) ปอดแหง รว มกับอนิ พรอ ง: หลักการ เลอื กจดุ อวยั วะหนาและหลังของปอดเปน จุดหลัก กระตนุ เขม็ แบบ ไมบํารุงไม ระบาย เพ่อื หลอ เล้ียงอนิ กําจดั ความแหง และทําใหช ีป่ อดเคล่อื นลงเบื้องลาง จดุ หลัก:
Page 193 บทท่ี 4 การรักษาอาการโรค 183 FeiShu (BL13) ZhongFu (LU1) LieQue (LU7) ZhaoHai (KI6) จดุ เสรมิ : ไอเปน เลือด ถม เลอื ด: KongZui (LU6) GeShu (BL17) อธิบาย: การใชจ ดุ อวัยวะหลงั และหนาของปอดรวมกนั คือ FeiShu(BL13) และ ZhongFu (LU1) เพ่อื ปรบั สภาพปอดและการไหลเวยี นของชีป่ อด LieQue(LU7) จุดลั่วของเสนลมปราณปอดและเสน เช่ือมโยงเสนลมปราณเญิ่น รว มกบั ZhaoHai(KI6) ซง่ึ เปน จุดบนเสน ลมปราณไตและเปนจดุ เชอื่ มโยงเสน ลมปราณพเิ ศษอนิ เฉียว การใช สองจดุ บน-ลา ง รว มกนั มสี รรพคุณรกั ษาโรคของปอด คอหอยและกระบังลม ชวยในการหลอเลีย้ งอนิ ขจัดความแหง ทําใหค อโลง และชป่ี อดไหลเวยี นลงสูเบอ้ื งลา ง KongZui (LU6) เปน จดุ ซี (Xi-Cleft point) ของเสนลมปราณปอด ใชร กั ษาอาการเฉียบ พลนั ของปอด GeShu (BL17) เปนจุดอทิ ธิพลตอเลือด สองจดุ ใชรว มกนั เพอื่ ระงบั เลอื ดออกในปอด 2.3 หยางของมา มและไตพรอง จดุ หลกั FeiShu (BL13) ZhongFu (LU2) LieQue (LU7) TaiYuan (LU9) Fenglong (ST40) ZuSanLi (ST36) 2.4 ไฟตบั แผดเผาปอด จุดหลัก FeiShu (BL13) ZhongFu (LU2) LieQue (LU7) TaiYuan (LU9) Fenglong (ST40) PiShu (BL20) ShenShu (BL23) GuanYuan (CV4) ZuSanLi (ST36) 2.5 …………….. จดุ หลัก FeiShu (BL13) ZhongFu (LU2) LieQue (LU7) TaiYuan (LU9) Fenglong (ST40) ZuSanLi (ST36) XingJian (LR2) YuJi (LU10) หมายเหตุ 1) ถา อาการไอรว มกับอาการไขห รือหอบหดื เดน ใหพจิ ารณาการรกั ษาแบบ โรคหวัด และ โรค หืดรว มดว ย 2) อาการไอมกั พบไดบอยใน โรคหวดั หลอดลมอักเสบทัง้ เฉียบพลันและเรือ้ รงั ปอดอักเสบ หลอดลมโปง พอง (bronchiectasis) และวณั โรคปอด 3) อาจพจิ ารณาครอบถวย FengMen (BL12) และ FeiShu (BL13) รวมดวยได
Page 194 184 การฝงเขม็ -รมยา เลม 2 อาการไอเกดิ จากการรุกรานจากปจ จยั กอ โรคภายนอก อาการไอเกดิ จากผลกระทบจากปจ จยั ภายในรา งกายเสลดปดกน้ั ปอด
บทที่ 4 การรกั ษาอาการโรค Page 195 185 อาการไอเกิดจากผลกระทบจากปจ จยั ภายในรา งกายปอดแหง รวมกบั อนิ พรอ ง
Page 196 186 การฝงเขม็ -รมยา เลม 2 โรคหอบหดื (Asthma) โรคหืดเปนโรคที่พบไดบ อ ย อาการหอบเหนอื่ ยมลี กั ษณะเปน ๆ หาย ๆ เวลาหายใจมีเสียงวีด้ ตามทฤษฏีการแพทยจ ีน โรคหืดเปนผลกระทบจากการรบกวนการทาํ งานของชขี่ องปจ จยั ตาง ๆ โดย แบงเปน 2 ประเภท ไดแ ก ประเภทแกรง และ ประเภทพรอง สาเหตแุ ละกลไกการเกดิ โรค ปจ จยั ท่ีเปน สาเหตขุ องโรคหดื มีหลากหลาย ทัง้ ปจจยั กอโรคจากภายนอก จนถงึ ปจ จยั เรอ่ื ง ความบกพรอ งของระบบภูมคิ ุมกันภายในรางกาย โรคหดื ทเี่ กดิ จากปจจยั กอโรคภายนอกจัดเปน ประเภท แกรง สว นโรคหดื ทเี่ กิดจากความบกพรอ งของระบบภูมคิ ุมกนั ภายในรางกายจดั เปน ประเภทพรอ ง 1) ประเภทแกรง แบง เปน 2 ชนดิ ไดแ ก 1.1) ชนิดลมเย็น (wind-cold type) การรกุ รานจากปจ จยั ประเภทลมเย็น กระทบตอ การ ไหลเวยี นของชป่ี อด ผิวหนงั และขน ทําใหรผู วิ หนงั ปด ช่ปี อดกระจายและไหลลงสูเบ้อื งลา งไมไ ด ทําให เกดิ อาการไอ 1.2) ชนดิ เสลดรอ น (phlegm-heat type) เปนโรคหืดท่เี กดิ จากมา มเสยี หนาทใี่ นการแปรสภาพ และการลําเลยี ง เกิดความชื้นค่ังคางสะสมกลายเปนเสลด เสลดเมอื่ ค่งั คา งอยนู าน จะแปรสภาพเปน ความรอน หรอื เปน ไฟเกินในปอด ผลาญสารน้ําในปอดใหแหงกลายเปนเสมหะ เมือ่ เสลดรอนตกคางใน ปอดทําใหชปี่ อดตดิ ขัดและหนาท่ขี องปอดบกพรอง จึงเกิดอาการของโรคหดื 2) ประเภทพรอ ง แบงเปน 2 ชนิด ไดแก 2.1) ชนิดปอดพรอ ง (lung deficiency) การไอตอเน่อื งเปน เวลานาน ทําใหช ่ปี อดถกู ทาํ ลายจน ออนแอ รวมถงึ ความตงึ เครียดมากเกนิ ไปและการบาดเจบ็ ภายใน กส็ ามารถทาํ ใหช่ปี อดพรองไดเชนกนั ในกรณเี หลานจ้ี ะเกิดอาการหายใจสนั้ และหอบเหน่ือย 2.2) ชนดิ ไตพรอ ง (kidney deficiency) การทํางานหนักและการหมกมุนในเพศสัมพันธม าก เกินไป สงผลกระทบตอ การทาํ หนา ทีข่ องไต การปว ยดว ยโรคท่ีรนุ แรงหรอื เร้อื รังทําใหสภาพความ
Page 197 บทที่ 4 การรกั ษาอาการโรค 187 ตานทานของรางกายเส่อื มและทาํ ลายชท่ี ี่จําเปน ซึง่ อาจสง ผลตอ ชป่ี อดจนเกิดเปนโรคหืดได ในทางกลบั กันการปวยดวยโรคหดื ตอเนื่องเปน เวลานานจะสง ผลกระทบตอไตไดเ ชน กนั การวนิ ิจฉัยแยกกลุมอาการโรค 1) ประเภทแกรง 1.1) ชนิดลมเย็น: ลักษณะทางคลินกิ ไอมเี สมหะนอ ย หายใจเรว็ รวมกบั อาการหนาวสนั่ มีไข ปวดศรี ษะ และ ไมมีเหงอื่ ในระยะแรก ไมรูสกึ กระหายน้ํา ล้ิน เคลือบดว ยฝาสขี าว ชีพจร ลอยและตึง (Fu Jin Mai 浮紧脉) วเิ คราะหอ าการ: ปอดทาํ หนา ที่หายใจ และสัมพนั ธดูแลผิวหนงั และขนซงึ่ เปนดานแรกทีถ่ ูกลม เย็นเขากระทาํ เม่ือลมเย็นเขา ถงึ ปอด ทําใหช ่ปี อดตดิ ขัด ไหลเวียนไมค ลอง จงึ เกิดอาการไอ เสมหะนอ ย และหายใจเรว็ ลมเย็นทกี่ ระทําตอ สวนผวิ ของรา งกาย ทําใหร ูผวิ หนังปด เกิดอาการหนาวส่ัน มไี ข ปวดศีรษะ และไมมเี หงอื่ การไมร ูส ึกกระหายน้าํ เน่อื งเพราะลมเย็นยังไมแ ปรสภาพเปน ความรอน ลนิ้ มฝี า สขี าว ชพี จรลอยและตงึ บง ชว้ี า ลมเยน็ กอโรคยงั จํากดั อยใู นตําแหนง ทีร่ กุ รานคอื ปอด และระบบผิวหนัง 1.2) ชนิดเสลดรอน ลกั ษณะทางคลนิ ิก หายใจตน้ื และเรว็ เสยี งพดู ดังกระดา ง ไอมีเสมหะขน เหลอื ง รสู กึ แนนอดึ อัดในอก มไี ข กระสับกระสาย ปากแหง ล้ิน เคลือบดว ยฝา สเี หลืองหนา หรือเหนยี ว ชีพจร ลน่ื และเรว็ (Hua Su Mai 滑数脉) วเิ คราะหอ าการ: เสลดรอนแปรสภาพมาจากความช้ืน หรอื เสลดไฟสะสมอยใู นปอดเปน เวลานาน เกิดการปดกน้ั ทางเดนิ หายใจ ทําใหชี่ปอดเสยี หนา ที่ เกิดอาการหายใจต้นื และเรว็ เสยี งดัง กระดา ง และไอมเี สมหะขนเหลือง เสลดที่คัง่ คางอยูในปอดทําใหรสู กึ แนน อึดอัดในอก อาการไข กระสบั กระสา ยและปากแหง เปนผลมาจากภาวะรอนไฟ
Page 198 188 การฝง เข็ม-รมยา เลม 2 ฝา ล้ินสีเหลือง หนาหรือเหนยี ว ชพี จรล่นื และเร็ว เปน อาการแสดงของเสลดรอ น 2) ประเภทพรอ ง 2.1) ชนิด ปอดพรอ ง ลักษณะทางคลนิ ิก: หายใจต้นื และเร็ว เสียงพดู เบาออ นไมมแี รง เสียงไอเบา ไมมีแรงไอ เหงอ่ื ออกงายเม่อื ออกแรง ลิ้น ซดี ชีพจร พรอง (Xu Mai 虚脉) วเิ คราะหอาการ: ปอดทาํ หนา ทีค่ วบคุมช่ี เมื่อชปี่ อดพรอ ง การทําหนาทีข่ องปอดยอ มเสือ่ ม พรองไป ปรากฏอาการหายใจตน้ื และเร็ว เสยี งพดู ออ นแรง ไอไมมแี รง เสียงไอเบา ปอดดูแลและ สัมพันธกบั ผิวหนงั เมื่อช่ีปอดพรองยอมทาํ ใหร ะบบปกปองของผวิ หนงั ดอ ยสภาพ ทําใหเ ม่ือออกแรง เพียงเลก็ นอยกม็ ีเหงอื่ ซึมออก ลิ้นซดี และชพี จรออ นพรอ ง เปน อาการแสดงของชีป่ อดพรอ ง 2.2) ชนดิ ไตพรอง ลักษณะทางคลนิ กิ : หลังจากมีอาการหดื หอบเร้ือรังเปน เวลานาน จะเกดิ อาการเหนือ่ ยงา ยเมื่อ ออกแรง เสียงวดี้ รุนแรง เนื้อเย่ือรอบคอบมุ เขาออกตามการหายใจ หายใจต้นื ออนลา เพลีย เหง่ือแตก แขนขาเยน็ ลนิ้ ซีด ชพี จร ลกึ และเล็กเหมอื นเสน ดาย (Chen Xi Mai 沉细脉) วเิ คราะหอ าการ: เม่ือมอี าการหดื หอบเรอ้ื รังเปนเวลานาน เกิดผลกระทบตอ ไตซึ่งเปน แหลง ของชี่ ไตเม่ือเสียหนาทจี่ ะไมส ามารถรองรับและกกั เก็บชไ่ี วใ ชไ ด จึงเกิดอาการเหนื่อยงา ยเมื่อออกแรง เพียงเลก็ นอย เสียงว้ีดรนุ แรง และหายใจตื้น ในกรณเี รื้อรงั จนเกิดชีไ่ ตพรอ งจะมอี าการออ นเพลยี และ ผายผอม หยางของไตพรอ งทาํ ใหหยางของระบบปกปองรา งกายสว นผวิ หนงั เสยี หนา ที่ เกดิ อาการเหง่ือ ออกงา ย สว นอาการแขนขาเยน็ เกิดจากชห่ี ยางพรองทาํ ใหเ สยี หนา ที่ในการสรางความอบอุน แกร างกาย ล้นิ ซดี ชีพจรลกึ และเลก็ เหมอื นเสนดา ย เปน อาการแสดงของหยางไตออนพรอง
Page 199 บทท่ี 4 การรักษาอาการโรค 189 หลกั การรักษา 1.1) ชนิดลมเย็น หลักการ เลอื กใชจ ุดหลักบนเสน ลมปราณมือไทอินและเสน มือหยางหมงิ กระตุนระบายบางจุด รวมกบั รมยาเพือ่ ขจัดลมเยน็ และบรรเทาอาการหอบหืด จุดหลัก FeiShu (BL13) FengMen (BL12) DaZhui (GV14) LeiQue (LU7) HeGu (LI4) อธิบาย: FeiShu (BL13) เปน จดุ อวัยวะหลัง (back-shu point) ของปอด FengMen (BL12) เปน จุดทีอ่ ยูใ กลปอด ใชร วมกนั เพอื่ บํารงุ รกั ษาปอดและขจดั ลมเยน็ กอ โรคจากปอด DaZhui (GV14) LieQue (LU7) และ HeGu (LI4) ใชรว มกันเพ่ือขจัดลมเยน็ รักษา ปอด และบรรเทาอาการหอบหืด 1.2) ชนิด เสลดรอ น หลกั การ: เลือกใชจ ุดหลกั บนเสน ลมปราณมอื ไทอินและเสนเทาหยางหมิง กระตุนระบาย เพอ่ื ขจัดเสลด ลดความรอ น และ บรรเทาอาการหอบหดื จุดหลกั FeiShu (BL13) DingChuan (EX-B1) TianTu(CV22) ChiZe(LU5) FengLong (ST40) อธบิ าย : ChiZe (LU5) เปนจดุ เหอ-ทะเล (He-Sea point) ของเสน มอื ไทอ ินปอด ใชข จดั เสลดรอน และบรรเทาอาการหอบหืด FengLong (ST40) จุดบนเสนเทาหยางหมงิ กระเพาะอาหาร ใชเ สรมิ บาํ รงุ หนา ที่ของมา มและ ขจัดเสลด FeiShu (BL13) รักษาปอดและปรบั การไหลเวยี นของช่ี TianTu (CV22) ใชเพ่ือทาํ ใหชป่ี อดเคล่ือนลงเบอ้ื งลางและขจดั เสลด DingChuan (EX-B1) ใชเพอื่ ทําใหการหายใจสงบราบร่นื
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383