Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รูปแบบการบริหารวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคกลาง/สุภัค ตรงรัตนจิต

รูปแบบการบริหารวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคกลาง/สุภัค ตรงรัตนจิต

Published by MBU SLC LIBRARY, 2021-11-01 07:36:06

Description: บัณฑิตวิทยาลัย มหามกุฏราชวิทยาลัย

Search

Read the Text Version

135 บทท่ี 4 ผลการวิเคราะหข์ ้อมูล การวิจัยเรื่อง “รูปแบบการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัด สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ภาคกลาง” ครั้งนี้ ผู้วิจัยนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตามลาดับของวัตถุประสงค์ของการวิจัย ผู้วิจัยได้นาข้อมูลมาวิเคราะห์และเสนอผลการวิเคราะห์ โดยใช้ ตารางประกอบคาบรรยายขอ้ มูลตามลาดับ มขี นั้ ตอนดังนี้ 4.1 ข้ันตอนท่ี 1 : ผลการศึกษาองค์ประกอบของการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียน มธั ยมศึกษา สังกัดสานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน ภาคกลาง 4.2 ขน้ั ตอนที่ 2 : ผลการสร้างรูปแบบการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคกลาง ผู้วิจัยได้แบ่งรายละเอียดได้ ดังน้ี ส่วนที่ 1 ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู สถานภาพของกลุ่มตัวอย่างท่ีตอบแบบสอบถาม ส่วนท่ี 2 ผลการวิเคราะห์ระดับค่าเฉล่ีย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธ์ิการกระจาย และความเหมาะสมของรูปแบบการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัด สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน ภาคกลาง ส่วนที่ 3 ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของรูปแบบการบริหารงานวิชาการของ ผบู้ รหิ ารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกดั สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน ภาคกลาง 4.3 ข้ันตอนท่ี 3 : ผลการประเมนิ และรับรองรูปแบบการบริหารงานวิชาการของผู้บริหาร โรงเรียนมธั ยมศกึ ษา สงั กัดสานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน ภาคกลาง 4.1 ขัน้ ตอนที่ 1 : ผลจากการศึกษาองค์ประกอบรูปแบบการบริหารงานวิชาการของผู้บริหาร โรงเรยี นมธั ยมศกึ ษา สังกดั สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน ภาคกลาง ในขนั้ ตอนที่ 1 เป็นการศึกษาวเิ คราะห์แนวคดิ ทฤษฎี เอกสาร ตารา และงานวิจัยที่เกย่ี วข้อง กบั การบรหิ ารงานวชิ าการของผู้บรหิ ารโรงเรยี นมัธยมศึกษาทั้งในประเทศและตา่ งประเทศ เปน็ กรอบ แนวคิดในการวิจยั และเปน็ ไปตามวตั ถุประสงค์ของการวิจัย เพอ่ื ศึกษาองคป์ ระกอบของการบริหารงาน วชิ าการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา ผ้วู ิจยั ไดศ้ กึ ษาตามแนวคิด ทฤษฎี ของเซอร์จิโอวานนี และคณะ (Sergiovanni and others), ฮอยและมิสเกล (Hoy and Miskel), ภาวิดา ธาราศรีสุทธิ, ธีระ รุญเจริญ, ชมุ ศกั ดิ์ อินทร์รักษ์, จันทรานี สงวนนาม, ปรยี าพร วงศอ์ นุตรโรจน์, รุ่งชชั ดาพร เวหะชาติ, สัมมา รธนิธย์

136 คานาย อภิปรัชญาสกุล, สานักการบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย, และสานักวิชาการและ มาตรฐานการศึกษา และได้สัมภาษณ์ผู้เช่ียวชาญและผู้ทรงคุณวฒุ ิ จานวน 5 คน ดังน้ี บุญรักษ์ ยอดเพชร, ดิเรก พรสีมา, นงลักษณ์ เรือนทอง, นิจสุดา อภินันทาภรณ์, และขวัญชีวา วรรณพินทุ ซึ่งเป็นผู้บริหาร การศกึ ษาระดับนโยบายและนักวชิ าการชานาญการพิเศษ ทเ่ี ก่ียวข้องกับการบริหารการศึกษา โดยใช้ วิธีการสัมภาษณ์แบบปฏิสัมพันธ์ (Interactive interview) เพ่ือให้ได้องค์ความรู้ใหม่เกี่ยวกับการ บริหารงานวิชาการ จากน้ันนามาวิเคราะห์ สงั เคราะห์ ได้ร่างองค์ประกอบ 17 องค์ประกอบ ประกอบไปด้วย 1) การพัฒนากรอบสาระหลักสูตรท้องถ่ิน 2) การวางแผนงานด้านวิชาการ 3) การจัดการเรียนการสอนใน สถานศึกษา 4) การพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษา 5) การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ 6) การวัดผล ประเมินผล และดาเนินการเทียบโอนผลการเรียน 7) การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาใน สถานศึกษา 8) การพฒั นาและส่งเสริมให้มีแหล่งเรียนรู้ 9) การนิเทศการศึกษา 10) การแนะแนว 11) การพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในและมาตรฐานการศึกษา12) การส่งเสริมชุมชนให้มี ความเข้มแข็งทางวิชาการ 13) การประสานความร่วมมือในการพัฒนาวิชาการกับสถานศึกษาและ องค์กรอ่ืน 14) การส่งเสริมและสนับสนุนงานวิชาการแก่บุคคล ครอบครัว องค์กร หน่วยงาน สถาน ประกอบการ และสถาบันอื่นที่จัดการศึกษา 15) การจัดทาระเบียบและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับงาน ด้านวชิ าการของสถานศึกษา 16) การคัดเลอื กหนังสอื แบบเรียนเพ่ือใช้ในสถานศึกษา และ 17) การพฒั นา และใชส้ ื่อเทคโนโลยีเพือ่ การศกึ ษา โดยการวิเคราะห์ สงั เคราะห์ และประเดน็ สัมภาษณ์ในบทที่ 2 ด้วย ระดบั ค่าความถ่ีตัง้ แต่ 5 ข้นึ ไป แล้วนาประเดน็ ดังกลา่ วไปสร้างเปน็ ตัวแปรหรือขอ้ คาถามในแบบสอบถาม 4.2 ข้ันตอนที่ 2 : ผลจากการสร้างรูปแบบการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียน มธั ยมศกึ ษา สังกดั สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน ภาคกลาง ผู้วิจัยนาข้อมูลท่ีได้จากความคดิ เหน็ ของกลุม่ ตัวอย่าง ประกอบไปดว้ ย ผอู้ านวยการโรงเรียน รองผอู้ านวยการกลุ่มบริหารวิชาการ หัวหนา้ กลมุ่ วิชาการ และครูผสู้ อน จานวน 676 คน นามาวิเคราะห์ คา่ สถติ ไดแ้ ก่ คา่ ความเทีย่ งตรง คา่ ความเชอื่ ม่ัน คา่ เฉลี่ย (Mean : ) คา่ ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน (Standard deviation : S.D.) โดยใชเ้ กณฑ์ในการคัดเลือกตัวแปรเพ่ือกาหนดในรูปแบบที่จะนาไปทดสอบ คือ คา่ เฉลี่ย เท่ากับหรือมากกว่า 3.00 และค่าสัมประสิทธิ์การกระจายเท่ากับหรือน้อยกว่า 20% จากน้ันทาการ วิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสารวจ (Exploratory factor analysis : EFA) ด้วยวิธีการสกัดองค์ประกอบ หลัก (Principal Component Analysis : PCA) หมุนแกนด้วยวิธีแวริแมกซ์ (Varimax rotation) หมุนแบบ มุมฉาก (Orthogonal rotation) โดยพิจารณาจากค่าความแปรปรวนของตัวแปร (Eigenvalues) ท่ี มากกว่า 1.00 และค่าน้าหนักองค์ประกอบ (Factor loading) ของตัวแปรแต่ละองค์ประกอบน้ัน มีค่า

137 ตั้งแต่ 0.30 ขึ้นไปที่บรรยายด้วยตัวแปรต้ังแต่ 3 ตัวแปรขึ้นไป และค่า KMO มากกว่า 0.5 ขึ้นไป ด้วย วิธีการของไกเซอร์ (Kaiser) (Hair และคณะ อ้างถึงใน สุภมาส อังศุโชติ และคณะ, 2557 หน้า 97) จาก การหมุนแกนเพ่ือวิเคราะห์จัดตัวแปรท่ีมีความสัมพันธ์กันเข้ากลุ่มองค์ประกอบเดียวกันแล้วต้ังช่ือ องค์ประกอบตามตัวแปร ได้ 5 องค์ประกอบหลัก มีตัวแปรจานวน 102 ตัวแปร และได้ตัดตัวแปรท่ไี ม่ เป็นไปตามเกณฑ์ของค่าน้าหนักองค์ประกอบ (Factor loading) โดยเลือกค่าน้าหนักต้ังแต่ 0.5 ขึ้นไป ออกไปจานวน 23 ตัวแปร ตัวแปรท่ีได้ตัดออกไป คือ ตัวแปรท่ี 4, 5, 10, 12, 13, 25, 26, 31, 32, 33, 39, 46, 47, 53, 55, 59, 60, 68, 69, 74, 81, 82 และ 83 (ภาคผนวก ช หน้า 316) พบว่า มี 79 ตัวแปร ที่สามารถนาไปวิเคราะห์ต่อไป รายละเอียดขององค์ประกอบหลักและตัวแปรของรูปแบบการบริหารงาน วชิ าการของผบู้ ริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคกลาง ดงั ตารางที่ 4.1 ตารางท่ี 4.1 องค์ประกอบหลักและตัวแปรของรปู แบบการบริหารงานวิชาการของผบู้ ริหาร โรงเรียนมธั ยมศกึ ษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน ภาคกลาง องค์ประกอบหลัก ตัวแปร 1. การดาเนนิ งาน การดาเนนิ งาน คอื การวางแผนงานวิชาการในการจดั ทาระเบียบ แนวปฏิบัติท่ีเกีย่ วกบั กรอบหลกั สตู รในระดับท้องถนิ่ และหลักสตู ร (Oper) สถานศึกษา มตี วั แปร ดงั นี้ - ผู้บริหารมีการวางแผนงานด้านวิชาการ เช่น การพัฒนาหลักสูตร พัฒนากระบวนการเรียนรู้ การเทียบโอน เป็นต้น - ผู้บริหารมีการรวบรวมข้อมูลและกาหนดแนวทางในการปฏบิ ตั ิงาน เพอื่ ให้สอดคลอ้ งกับพระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษา - ในการวางแผนงานด้านวิชาการของโรงเรียนผู้บริหารมีการจัดต้ัง คณะกรรมการด้านวิชาการรับผิดชอบโดยตรง - ในการดาเนินงานตามกรอบแผนงานวิชาการ ผ้บู รหิ ารมีการกากับ ดแู ล นเิ ทศ และตดิ ตามประเมินผล - มกี ารศึกษาวเิ คราะห์ระเบยี บและแนวปฏบิ ตั ิเกย่ี วกับงานวิชาการ - ผบู้ รหิ ารมีการจัดทาร่างระเบียบและแนวปฏบิ ตั ิทเ่ี ก่ียวข้องกบั งาน ดา้ นวชิ าการของสถานศึกษา - ผบู้ ริหารมกี ารนาระเบยี บและแนวปฏบิ ตั ิเก่ียวกับงานดา้ นวิชาการ โดยให้ผู้ทีเ่ ก่ียวข้องทกุ ฝา่ ยรบั รูแ้ ละถอื ปฏิบตั ิเป็นแนวเดยี วกนั

138 ตารางที่ 4.1 (ต่อ) องค์ประกอบหลัก ตัวแปร - ในการจดั ทาร่างระเบียบและแนวปฏิบัตเิ กี่ยวกับงานด้านวิชาการ ผู้บริหารมกี ารตรวจสอบทุกครัง้ - มกี ารรวบรวมข้อมลู ระเบยี บและแนวปฏิบตั ิเก่ียวกับงานวิชาการให้ เปน็ ระบบสะดวกต่อการนาไปใช้ - ผู้บรหิ ารมกี ารตรวจสอบ ประเมนิ ผล ในการใชร้ ะเบียบและแนวปฏบิ ัติ เก่ียวกบั งานดา้ นวชิ าการ แล้วนาไปแก้ไขปรับปรงุ - ผู้บริหารมีการดาเนนิ งานในการจัดทากรอบหลักสูตรระดบั ท้องถิน่ โดยมีเนอื้ หาสาระสอดคล้องกบั สภาพและความต้องการของท้องถ่ิน - ในการจัดทากรอบหลักสตู รระดับทอ้ งถิ่นมเี น้ือหาสาระครอบคลุม ถึงสิ่งท่ีกาหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางและทาเพ่ิมเติมตามบริบท - ผู้บริหารมีการศกึ ษาวเิ คราะหข์ ้อมูลสารสนเทศของสถานศกึ ษาและ ชุมชน เพอื่ นามาเปน็ ข้อมลู ในการจัดทาสาระการเรยี นรทู้ ้องถ่ิน - ผ้บู ริหารมีการนาหลักสูตรสถานศึกษาไปใชใ้ นทุกระดบั ชั้นเรยี น และ สง่ เสริมการเรียนรูข้ องนกั เรียนอย่างหลากหลาย - ผู้บรหิ ารมีการวิจัยและพฒั นาหลกั สตู รสถานศึกษาข้นึ ใช้เองใหท้ ัน กับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกจิ สงั คม สอดคล้องกับบริบท ของโรงเรียนและเป็นต้นแบบให้กับสถานศึกษาอื่น - มีการจัดทาโครงสร้างหลักสูตรท่ีสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ เป้าหมาย จุดเน้นของหลักสูตร และมคี วามเหมาะสมกับศกั ยภาพของผเู้ รียน - มีการจดั วิชาตา่ ง ๆ ครบถว้ นตามมาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชี้วดั ของหลกั สตู รแกนกลางโดยเพ่ิมเติมเนอื้ หาสาระใหส้ อดคลอ้ งกับ สภาพปญั หาความตอ้ งการของผู้เรยี น ผู้ปกครอง ชุมชน สังคม และมุ่งสู่ความเปน็ สากล - ผู้บริหารมีการกากับ ติดตาม และประเมินผลการใช้หลักสูตรอย่าง เป็นระบบและรายงานผลให้สานักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษารบั ทราบ

139 ตารางที่ 4.1 (ต่อ) องคป์ ระกอบหลัก ตัวแปร 2. กระบวนการบรหิ ารงาน กระบวนการบรหิ ารงานวชิ าการ คือ การพฒั นากระบวนการเรยี นร้ใู น วิชาการ (Mana) การจัดการเรียนการสอน การนิเทศการสอนและการวิจัยเพื่อพฒั นา คณุ ภาพการศกึ ษา มีตัวแปร ดังนี้ - ผู้บริหารมีการดาเนินงานในด้านการดูแล ควบคุม กากบั ติดตาม นิเทศการสอน - ผู้บริหารมีการประสานหัวหนา้ กลุ่มทกุ สาระการเรยี นรู้ เพอื่ พัฒนา สื่อการเรียนการสอนใหท้ ันสมัยและสอดคล้องกบั เน้ือหา - ผบู้ ริหารมกี ารจัดสภาพแวดล้อมและสรา้ งสรรค์บรรยากาศในการ พฒั นากจิ กรรมห้องสมดุ หอ้ งปฏบิ ัติการต่าง ๆ ใหเ้ อ้ือต่อการเรยี นรู้ - ผู้บริหารมีการส่งเสริมและดาเนินการเรียนการสอนเพื่อพัฒนา ความเปน็ เลิศของนักเรยี นและชว่ ยเหลอื นกั เรยี นทม่ี ีความสามารถ พิเศษและพิการดอ้ ยโอกาส - ผบู้ รหิ ารมีการตรวจสอบ ติดตาม แก้ไข ปรับปรุง เพ่ือพัฒนางาน ด้านวิชาการในการจัดการเรียนรู้ของครู - มีการจัดทารายงานผลในการจัดการเรียนรู้ให้นักเรียนและผู้ปกครอง - ส่งเสรมิ ใหค้ รูมกี ารจดั กระบวนการเรียนรู้ใหส้ อดคล้องกบั ความ สนใจ และความถนัดของผู้เรียนโดยคานงึ ถึงความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคล - ผบู้ รหิ ารสง่ เสรมิ ใหค้ รูจัดกิจกรรมเพือ่ พัฒนากระบวนการคิด วิเคราะหแ์ ละแกไ้ ขขอ้ บกพร่องของนกั เรียนอยา่ งต่อเนอ่ื ง - ผู้บรหิ ารมกี ารจัดเนื้อหาสาระและกจิ กรรมสอดคล้องกับความสนใจ ทัง้ ดา้ นความรู้ ทกั ษะ กระบวนการ รวมท้งั ปลูกฝังคุณธรรม ค่านยิ ม ท่ีดีงามและคุณลักษณะอนั พงึ ประสงคไ์ วใ้ นทกุ วชิ า - ผบู้ รหิ ารมีการประเมินผลในการจัดการเรยี นรูอ้ ย่างต่อเนอื่ ง - ผูบ้ ริหารมกี ารกาหนดนโยบายและแนวทางการใชก้ ารวจิ ยั เพ่อื แก้ปัญหาหรือพฒั นาคณุ ภาพงานวิชาการของโรงเรียน - ผู้บริหารมกี ารส่งเสริมใหค้ รนู าผลการวเิ คราะห์ในการวจิ ัยไปใช้พัฒนา การเรยี นร้ขู องผู้เรียน และพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาของสถานศกึ ษา - สรุปประเมินผลคุณภาพการจัดการเรียนรู้และคุณภาพผูเ้ รียนจากผลการวจิ ัย

140 รางที่ 4.1 (ตอ่ ) องค์ประกอบหลัก ตัวแปร - ผู้บริหารมีการรวบรวมและเผยแพร่ผลการวจิ ยั เพือ่ การเรยี นร้แู ละ 3. กิจกรรมการเรยี นรู้ พัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาทงั้ ในโรงเรียนและนอกโรงเรยี น (Lear) - ผู้บรหิ ารมกี ารสง่ เสริมให้ครมู ีความรู้ในการวิเคราะห์วิจยั และให้ ทาวจิ ัยในโรงเรียน แล้วนาผลการวจิ ยั มาใชใ้ นการพัฒนาการเรียนรู้ - ผบู้ รหิ ารมกี ารดาเนนิ งานอยา่ งเปน็ กระบวนการและการมีส่วนร่วม ของครใู นการทางานท่ีเกย่ี วกบั การนเิ ทศการศึกษา - ผู้บริหารมกี ารวางแผนกาหนดปฏิทินในการนิเทศภายในไวอ้ ย่างชดั เจน - ผ้บู ริหารมกี ารใชเ้ หตผุ ลการนเิ ทศการศกึ ษาเพือ่ เป็นการพฒั นา ปรับปรงุ วิธีการทางานของแตล่ ะบุคคลให้มคี ุณภาพ - มีการวางแผนในการดาเนนิ งานและปฏบิ ัตติ ามแผนไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ - สรุป ติดตาม รายงานและนาผลการประเมินไปใช้ในการปรบั ปรุงและ พัฒนาการใชน้ วัตกรรมเพอ่ื การเรียนรู้และมีการเผยแพร่แกผ่ ู้เก่ียวขอ้ ง - ผู้บรหิ ารมีการสง่ เสรมิ ใหค้ รูมีความรู้ในการวเิ คราะห์วิจยั และให้ ทาวิจัยในโรงเรยี น แลว้ นาผลการวจิ ยั มาใชใ้ นการพัฒนาการเรียนรู้ - สรุปประเมนิ ผลคุณภาพการจดั การเรยี นรแู้ ละคุณภาพผู้เรียน - ผ้บู รหิ ารมีการดาเนินงานอย่างเป็นกระบวนการและการมีส่วนรว่ ม ของครใู นการทางานที่เก่ียวกับการนเิ ทศการศกึ ษา - ผู้บรหิ ารมกี ารวางแผนกาหนดปฏิทนิ ในการนิเทศภายในไว้อย่างชัดเจน - ผ้บู รหิ ารมกี ารใช้เหตุผลการนเิ ทศการศึกษาเพ่อื เปน็ การพฒั นา ปรับปรงุ วิธีการทางานของแตล่ ะบุคคลให้มคี ุณภาพ - มกี ารวางแผนในการดาเนินงานและปฏิบัติตามแผนได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ - สรุป ติดตาม รายงานและนาผลการประเมินไปใช้ในการปรับปรงุ และ พฒั นาการใชน้ วตั กรรมเพ่อื การเรียนรู้และมีการเผยแพร่แก่ผู้เก่ยี วขอ้ ง กจิ กรรมการเรียนรู้ คือ มีการพฒั นาส่งเสริมใหม้ แี หลง่ เรยี นรู้ ใชส้ ื่อ เทคโนโลยีและคดั เลอื กหนังสอื แบบเรียนเพอื่ การศกึ ษา มตี ัวแปรดังนี้ - มกี ารจดั แหลง่ เรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกสถานศกึ ษาอยา่ งหลากหลาย และพอเพียงเพอื่ ใหน้ กั เรียนได้ไปฝึกประสบการณ์ในแหล่งการเรยี นรู้

ตารางที่ 4.1 (ตอ่ ) 141 องค์ประกอบหลัก ตัวแปร - ผู้บริหารมกี ารจัดทาระบบข้อมูลแหล่งการเรยี นรู้ในโรงเรียนหรือใน ท้องถ่ิน ให้เอื้อต่อการจัดการเรียนรขู้ องผเู้ รยี นหรอื สถานศึกษา - ผู้บรหิ ารมีการจัดหารวบรวมข้อมูลและจัดทาเอกสารเผยแพร่แหลง่ เรียนรู้ในโรงเรียนแก่ผู้ปกครองและผู้สนใจท่ัวไป - ผู้บริหารมีการดาเนินการในการจัดหา สารวจ รวบรวมข้อมูล จดั ทา ทะเบียนแหล่งการเรยี นรู้ในทุกกล่มุ สาระ - มกี ารศกึ ษาวเิ คราะห์ คัดเลือกหนงั สือเรียนทุกกลุ่มสาระเพอื่ ใช้ในการจดั การเรียนการสอนให้มคี ุณภาพและสอดคลอ้ งกบั หลักสูตรสถานศกึ ษา - ผบู้ ริหารให้ครูมสี ว่ นรว่ มในกระบวนการคัดเลือกหนงั สอื เรียนของกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ให้มีคณุ ภาพสอดคลอ้ งกับหลักสตู รและระบตุ วั ช้ีวัด - ผ้บู รหิ ารมีการตรวจสอบคุณภาพของหนงั สอื มีความชัดเจน สวยงาม ความถูกต้องเปน็ จรงิ และมปี ระโยชน์ - ผบู้ ริหารมกี ารจัดทาและตรวจพิจารณาคุณภาพหนังสือเรียน หนงั สอื อา่ นประกอบ ใบงาน แบบฝกึ หดั ใบความรู้ ประกอบการเรยี นการสอน - ผู้บริหารมกี ารสง่ เสริมให้ครใู ชน้ วัตกรรมและเทคโนโลยีในการเรยี นรู้ โดยมกี ารจัดหาสอื่ นวตั กรรมและเทคโนโลยีเพ่อื การเรียนรู้ - ผู้บริหารมีการสง่ เสริมให้ครูผลิตและพฒั นาสื่อนวตั กรรมในการเรียน การสอน และประสานรว่ มมือในการผลิตสื่อเทคโนโลยีกับสถาบันอื่น - ผู้บริหารมกี ารจดั หาส่ือเทคโนโลยีในการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ และหอ้ งสมดุ ใหเ้ ป็นแหลง่ การเรียนร้ขู องสถานศกึ ษาและชมุ ชน - ผบู้ รหิ ารมกี ารติดตาม ประเมนิ ผลและรายงานผลการใช้หนงั สือเรียน เพือ่ พฒั นางานดา้ นสือ่ การสอน - มีการส่งเสรมิ ใช้ส่อื เทคโนโลยีและนวตั กรรมทห่ี ลากหลายในการจัดการ เรียนรู้ และมีระบบควบคุมดูแลป้องกนั การใช้สือ่ เทคโนโลยีที่ไม่ เหมาะสมกบั นักเรียน - สรุปผลการนเิ ทศในการใช้ส่ือเทคโนโลยเี พอื่ นาไปปรับปรุง พัฒนา คณุ ภาพการจดั การเรียนรู้ของครู เพอ่ื ใหเ้ กิดประโยชน์ต่อผ้เู รยี น

142 ตารางท่ี 4.1 (ตอ่ ) องคป์ ระกอบหลัก ตัวแปร 4. การมสี ่วนร่วมใน การมสี ว่ นร่วมในการศึกษา คอื มีการสง่ เสรมิ สนับสนนุ และมี การประสานความรว่ มมอื ในการพฒั นาวิชาการ แก่ บุคคล ครอบครัว การศกึ ษา (Part) ชมุ ชน ให้มคี วามเขม้ แข็งทางวชิ าการกับสถานศึกษาและ สถานประกอบการอื่นท่ีรว่ มจดั การศกึ ษา - ผู้บริหารมกี ารส่งเสริมชุมชนโดยจัดให้มกี ารศกึ ษาอบรม ความรู้ ขอ้ มลู ข่าวสารและเลือกสรรภูมปิ ญั ญาและวิทยาการตา่ ง ๆ - มกี ารสง่ เสรมิ ความเขม้ แข็งกบั ชุมชนโดยการจัดกระบวนการเรียนร้กู บั ชมุ ชน - ผ้บู รหิ ารมีการส่งเสริมสนับสนนุ ใหม้ กี ารจัดการศึกษาและแลกเปลยี่ น ขอ้ มูลประสบการณร์ ะหวา่ งโรงเรียนกับชมุ ชน - สรปุ รายงานผล ปรับปรุง แกไ้ ขเพ่อื พัฒนาความรวู้ ิชาการสู่ชมุ ชน - มีการส่งเสริมสนบั สนนุ แลกเปล่ยี นประสบการณใ์ หส้ อดคล้องกบั สภาพปญั หาและความตอ้ งการของชุมชนกบั โรงเรียน - ผู้บริหารมีการระดมทรพั ยากรและวางแผนกาหนดนโยบายในการประสาน ความร่วมมอื ในการพฒั นางานวชิ าการกับสถาบนั อ่นื - ผบู้ รหิ ารมีการเชญิ วทิ ยากรภายนอกและภูมปิ ัญญาทอ้ งถ่ินเพ่ือพัฒนา ศักยภาพของผู้เรยี นในทุกดา้ น - ผู้บรหิ ารมีการส่งเสริมสร้างความสมั พันธ์อันดีระหวา่ งโรงเรียน ชมุ ชน เอกชน และองค์กรอื่นท้ังภายในและภายนอก - มีการจัดกจิ กรรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพ่อื สง่ เสรมิ การพัฒนาทางวิชาการ และวัฒนธรรมเพื่อเป็นแหล่งวทิ ยาการของชมุ ชน - ผูบ้ ริหารมกี ารสรา้ งและเปิดโอกาสใหช้ ุมชนทอ้ งถิ่นหรอื สถาบนั อ่ืนเข้ามามีสว่ น ร่วมในการจดั กิจกรรมพฒั นาด้านวชิ าการ - ผู้บริหารจัดให้มีการเสรมิ สรา้ งความรู้ ความคดิ และทกั ษะทางวิชาการ เพือ่ พฒั นาทกั ษะทางวิชาชพี และคุณภาพชวี ิตประชาชนในชุมชนท้องถ่นิ - ผู้บริหารจัดให้มีการส่งเสรมิ สนบั สนนุ ให้มกี ารจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ร่วมกนั ระหวา่ งสถานศึกษากบั บุคคล ครอบครัว ชุมชน องคก์ ร หนว่ ยงาน สถานประกอบการ และสถาบันสงั คมอื่นเปน็ ประจา - สรปุ ติดตาม ประเมินและรายงานผลการส่งเสริมสนบั สนุนด้านวชิ าการ

143 ตารางท่ี 4.1 (ต่อ) องคป์ ระกอบหลัก ตัวแปร 5. ควบคุมคุณภาพ ควบคุมคณุ ภาพการศกึ ษา คือ มีการตรวจสอบคณุ ภาพการศึกษาใน การวดั ผล ประเมินผล การประกันคุณภาพและแนะแนวทางการศกึ ษา การศึกษา (Qurl) - ผู้บริหารมกี ารจดั ระบบการแนะแนวทางวชิ าการและวิชาชีพ โดย เชือ่ มโยงกับระบบดแู ลชว่ ยเหลือนักเรยี น - มีการแตง่ ตงั้ ครเู ป็นลายลักษณ์อกั ษรในการดาเนินการแนะแนว - มีการดาเนนิ การโดยใหค้ รูทกุ คนมีสว่ นร่วมและสร้างความตระหนกั เหน็ คณุ ค่าของการแนะแนวการศึกษาและดแู ลชว่ ยเหลอื นักเรียน - ผบู้ รหิ ารมกี ารประสานความรว่ มมอื แลกเปลย่ี นเรยี นรู้ประสบการณ์ ดา้ นการแนะแนวกับโรงเรยี นอื่นหรือหนว่ ยงานภายนอกอืน่ ๆ - ผ้บู รหิ ารมีการแต่งตง้ั คณะกรรมการในการจัดทาระบบประกันคุณภาพ ภายในโรงเรียนตามมาตรฐานการศกึ ษาทีก่ าหนด - ผ้บู ริหารมีการประเมินผลการดาเนินงานแผนงานและประกัน คุณภาพโดยมีหลักฐานให้ตรวจสอบได้ - ผบู้ รหิ ารมีการประเมินผลในระดบั หนว่ ยงานยอ่ ยภายในโรงเรียน โดยมกี ารประเมินในรปู แบบคณะกรรมการ - ผ้บู ริหารมีการตรวจสอบและทบทวนคุณภาพการศกึ ษาอยา่ งต่อเน่ือง ด้วยการสนบั สนุนให้ครู ผปู้ กครอง ชมุ ชน เขา้ มามีสว่ นร่วม - ผ้บู รหิ ารมกี ารวเิ คราะหแ์ ละประเมนิ ผลการดาเนินแผนงานและประกนั คณุ ภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา - ผ้บู รหิ ารมกี ารนาผลการวิเคราะห์ไปใช้ในการปรบั ปรุงพฒั นาการ ดาเนินงานแผนงานและประกันคณุ ภาพ - มีการดาเนนิ งานโดยกาหนดใหม้ ีมาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตัวช้วี ดั ของ หลักสูตรโรงเรียนโดยให้สอดคล้องกับนโยบายระดบั ประเทศ - ผู้บรหิ ารจดั ใหม้ กี ารประเมินผลการเรยี นทกุ ชว่ งชัน้ และจัดให้ มีการซอ่ มเสรมิ กรณีท่ีมีผเู้ รยี นไม่ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน - ผ้บู ริหารมีการพฒั นาเคร่ืองมือและนาเทคโนโลยีมาใช้ใน การดาเนินการเกย่ี วกบั การวัดและประเมินผลให้ได้มาตรฐาน - ผ้บู รหิ ารมกี ารนาผลการประเมนิ มาตรวจสอบ ปรับปรุง และแกไ้ ข

144 จากรายละเอยี ดตัวแปรขององค์ประกอบย่อยดังกล่าว ผ้วู จิ ัยไดส้ รุปเป็นแบบจาลององค์ประกอบ ของตัวแปรแต่ละองค์ประกอบที่ทาการศึกษาในแบบจาลองสมการเชิงเส้นทั้งหมด ของรูปแบบการ บริหารงานวิชาการของผบู้ รหิ ารโรงเรียนมธั ยมศกึ ษา สงั กดั สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน ภาคกลาง ประกอบไปด้วย 5 องคป์ ระกอบหลัก 17 องคป์ ระกอบย่อย 79 ตัวแปร ดงั ภาพที่ 4.1 PLC_ 1-5 OPER ORG_ 6-10 LOC_ 11-13 SCH_ 14-18 TEA_ 19-24 MANA DEV_ 25-28 RES_ 29-33 EDU_ 34-38 LEA_ 39-42 BOO_ 43-47 LEAR USI_ 48-52 COM_ 53-57 COO_ 58-62 PART SUP_ 63-65 GUI_ 66-69 QUAT ASS_ 70-75 EVA_ 76-79 ภาพที่ 4.1 แบบจาลององค์ประกอบของตัวแปรแฝงที่ทาการศึกษาในแบบจาลองสมการเชิงเส้นแตล่ ะ องค์ประกอบของรูปแบบการบรหิ ารงานวิชาการของผูบ้ ริหารโรงเรียนมธั ยมศกึ ษา สงั กดั สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน ภาคกลาง

145 ผลการวิเคราะห์ในขั้นตอนนี้ ผู้วิจัยจะได้กล่าวถึงสัญลักษณ์และอักษรย่อที่ใช้ในการวิเคราะห์ ข้อมูลและผลการวิเคราะห์สถานภาพทว่ั ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม และผลการวิเคราะหข์ ้อมูลตามลาดับของ วตั ถุประสงค์ เพ่อื ใหเ้ กดิ ความเข้าใจตรงกนั ในการนาเสนอและแปลความหมายผลการวเิ คราะห์ข้อมูล ผ้วู ิจยั จงึ ไดก้ าหนดสญั ลกั ษณแ์ ละอักษรย่อทใี่ ช้แทนค่าความหมายทางสถิติในการวิเคราะหข์ ้อมลู ดงั น้ี อกั ษรยอ่ ทใ่ี ชแ้ ทนองคป์ ระกอบหลักและองค์ประกอบยอ่ ย ACADEMIC แทน รปู แบบการบริหารงานวชิ าการของผู้บรหิ ารโรงเรยี นมัธยมศกึ ษา สงั กัดสานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน ภาคกลาง OPER แทน การดาเนนิ งาน วดั จากองคป์ ระกอบย่อย 4 องค์ประกอบ คอื PLA แทน การวางแผนงานด้านวิชาการ ORG แทน การจัดทาระเบียบและแนวปฏบิ ัตเิ กย่ี วกับงานดา้ นวชิ าการของสถานศึกษา LOC แทน การพัฒนากรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น SCH แทน การพัฒนาหลกั สตู รของสถานศึกษา MANA แทน กระบวนการบรหิ ารงานด้านวชิ าการ วัดจากองคป์ ระกอบย่อย 4 องค์ประกอบ คือ TEA แทน การจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา DEV แทน การพัฒนากระบวนการเรยี นรู้ RES แทน การวิจัยเพ่ือพัฒนาคุณภาพการศึกษาในสถานศึกษา EDU แทน การนิเทศการศึกษา LEAR แทน กิจกรรมการเรียนรู้ วดั จากองค์ประกอบย่อย 3 องค์ประกอบ คือ LEA แทน การพัฒนาและส่งเสริมให้มีแหล่งเรียนรู้ BOO แทน การคัดเลอื กหนังสือ แบบเรียนเพอ่ื ใช้ในสถานศึกษา USI แทน การพฒั นาและใช้สื่อเทคโนโลยีเพ่ือการศกึ ษา PART แทน การมีสว่ นรว่ มการศกึ ษา วดั จากองค์ประกอบย่อย 3 องคป์ ระกอบ คือ COM แทน การส่งเสริมชุมชนให้มีความเข้มแข็งทางวิชาการ COO แทน การประสานความร่วมมือในการพฒั นาวชิ าการกบั สถานศึกษาและองคก์ รอน่ื SUP แทน การส่งเสริมและสนับสนุนงานวิชาการแก่บุคคล ครอบครัว องค์กร หน่วยงาน สถานประกอบการ และสถาบันอนื่ ทจ่ี ดั การศกึ ษา QUAL แทน ควบคมุ คุณภาพการศกึ ษา วดั จากองคป์ ระกอบย่อย 3 องคป์ ระกอบ คอื GUI แทน การแนะแนวการศึกษา ASS แทน การพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในและมาตรฐานการศึกษา

146 EVA แทน การวัดผล ประเมนิ ผล และดาเนินการเทียบโอนผลการเรียน สญั ลักษณ์และอกั ษรยอ่ ท่ีใชแ้ ทนค่าสถิติ แทน ค่าเฉล่ยี (Mean) S.D. แทน ค่าเบยี่ งเบนมาตรฐาน (Standard deviation) C.V. แทน ค่าสัมประสิทธก์ิ ารกระจาย (Coefficient of variation) r แทน ค่าสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ์เพียร์สัน (Pearson’s product moment correlation coefficient) R2 แทน ค่าสหสัมพันธ์พหุคูณยกกาลังสอง (Squared multiple correlation) หรอื สมั ประสิทธก์ิ ารพยากรณ์ 2 แทน คา่ สถิตไิ ค-สแควร์ (Chi-square) df แทน องศาอสิ ระ (Degree of freedom) λ แทน นา้ หนกั องคป์ ระกอบ (Factor loading) SE แทน คา่ ความคลาดเคลือ่ นมาตรฐาน (Standard error) FS แทน ค่าสมั ประสทิ ธิค์ ะแนนองค์ประกอบ e แทน คา่ ความคลาดเคล่อื นมาตรฐาน (Error) ของตวั บ่งชี้ e ** แทน มีนยั สาคัญทางสถิตทิ ีร่ ะดบั 0.01 (p<0.01) * แทน มีนยั สาคญั ทางสถิติท่รี ะดบั 0.05 (p<0.05) GFI แทน ดัชนวี ัดระดับความสอดคล้องเหมาะสม (Goodness of fit index) AGFI แทน ดชั นีวดั ระดบั ความความสอดคลอ้ งเหมาะสมท่ีปรับแก้แลว้ (Adjusted goodness of fit index) RMSEA แทน ดัชนีค่าความคลาดเคล่ือนในการประมาณค่าพารามิเตอร์ (Root mean square error of approximation) หมายถงึ องคป์ ระกอบหลกั /ยอ่ ย (ตวั แปรแฝง/ตวั แปรสังเกตได)้ หมายถงึ องค์ประกอบยอ่ ย (ตวั แปรสังเกตได)้ หมายถงึ ความสมั พันธ์เชิงสาเหตุระหวา่ งตัวแปรหรือนา้ หนักองคป์ ระกอบ หมายถึง ความสมั พันธ์หรือความแปรปรวนร่วมของสองตวั แปร

147 ส่วนที่ 1 ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู สถานภาพทัว่ ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม สถานภาพส่วนตัวของผู้ตอบแบบสอบถามประกอบไปด้วย 1) ผอู้ านวยการโรงเรียน 2) รอง ผู้อานวยการกลุ่มบริหารวิชาการ 3) หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ และ 4) ครูผู้สอน รวมจานวนท้งั หมด 804 คน โดยผวู้ ิจยั ไดด้ าเนินการแจกแบบสอบถามฉบับสมบูรณ์จานวน 804 ฉบับ ด้วยตนเองสาหรับ โรงเรียนท่ีสามารถดาเนนิ การเองได้ (ภาคผนวก ง หน้า 273) ส่วนโรงเรยี นท่ีติดขัดด้วยข้อจากดั ด้าน ความพร้อมและเวลา ผ้วู ิจยั ไดใ้ ชว้ ธิ ีการส่งแบบสอบถามทางไปรษณยี โ์ ดยวิธีการลงทะเบียน พรอ้ มแนบ ซองเปล่าและติดแสตมป์ ได้รับแบบสอบถามกลับคืนมา จานวน 676 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 84.08 ของ แบบสอบถามทั้งหมด ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถ่ี (Frequency) และค่าร้อยละ (Percentage) ในการจาแนกสถานภาพทว่ั ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม ดังตารางที่ 4.2 ตารางที่ 4.2 ค่าความถ่ี (Frequency) และค่าร้อยละ (Percentage) ของกลุ่มตัวอย่างจาแนก ตามสถานภาพของกลุ่มตัวอย่างทต่ี อบแบบสอบถาม (n = 676) ขอ้ มลู สถานภาพ ความถี่ รอ้ ยละ (Frequency) (Percentage) 1. เพศ รวม 1. ชาย รวม 418 61.83 2. หญิง รวม 258 38.17 676 100.00 2. อายุ 1. ตา่ กวา่ 30 ปี 126 18.64 2. 30 - 40 ปี 223 32.99 3. 41 - 50 ปี 194 28.70 4. 51 ปขี ึน้ ไป 133 19.67 676 100.00 3. ระดบั การศึกษา 1. ปริญญาตรี 398 58.88 2. ปริญญาโท 274 40.53 3. ปริญญาเอก 4 0.59 676 100.00

148 ตารางที่ 4.2 (ตอ่ ) ขอ้ มลู สถานภาพ ความถ่ี ร้อยละ (Frequency) (Percentage) 4. ตาแหน่งหน้าท่ใี นปัจจุบัน 1. ผู้อานวยการโรงเรยี น 169 25.00 2. รองผอู้ านวยการกลมุ่ งานวิชาการ 169 25.00 3. หัวหน้างานวิชาการ 169 25.00 4. ครผู ู้สอน 169 25.00 รวม 676 100.00 5. ประสบการณใ์ นการทางาน 219 32.40 1. ไม่เกนิ 10 ปี 250 36.98 2. 11 - 20 ปี 196 28.99 3. 21 - 30 ปี 11 1.63 4. 31 ปี ขึ้นไป 676 100.00 รวม จากตารางที่ 4.2 กลุ่มตัวอย่างที่เก็บรวบรวมข้อมูลท้ังหมดมีจานวน 676 คน ส่วนใหญ่เป็น เพศชาย จานวน 418 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 61.83 เป็นเพศหญิง จานวน 258 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 38.17 ตามลาดับ เมื่อพิจารณาตามกลุ่มอายุ พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีอายุระหว่าง 30 - 40 ปี มากที่สุด คือ จานวน 223 คน คดิ เป็นร้อยละ 32.99 รองลงมา คอื มีอายุระหว่าง 41 - 50 ปี จานวน 194 คน คิดเป็น ร้อยละ 28.70 มีอายุต่ากว่า 30 ปี จานวน 126 คน คิดเป็นร้อยละ 18.64 และมีอายุ 51 ปีขึ้นไป จานวน 133 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 19.67 ตามลาดบั เม่ือพิจารณาตามวุฒิการศึกษาสูงสุด พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี จานวน 398 คน คิดเป็นร้อยละ 58.88 รองลงมา มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท จานวน 274 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 40.53 และระดบั ปรญิ ญาเอก จานวน 4 คน คดิ เป็นร้อยละ 0.59 ตามลาดบั เมื่อพิจารณาตามตาแหน่งหน้าที่ในปัจจุบัน พบว่า กลุ่มตัวอย่างดารงตาแหน่งผู้อานวยการ โรงเรยี น รองผอู้ านวยการกลมุ่ งานวิชาการ หวั หนา้ งานวชิ าการ และครูผสู้ อน มจี านวนเท่ากันทั้งหมด จานวน 169 คน คิดเปน็ ร้อยละ 25.00

149 เมื่อพิจารณาจาแนกตามประสบการณ์ในการทางาน พบว่า ส่วนใหญ่มีประสบการณ์ใน การทางานระหว่าง 11 - 20 ปี มากทีส่ ดุ จานวน 250 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 36.98 รองลงมา คือมปี ระสบการณ์ ในการทางานต่ากว่า 10 ปี จานวน 219 คน คิดเป็นร้อยละ 32.40 มีประสบการณ์ในการทางานระหว่าง 21 - 30 ปี จานวน 196 คน คิดเปน็ ร้อยละ 28.99 และมปี ระสบการณ์ในการทางาน 31 ปี ข้ึนไป จานวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 1.63 ตามลาดับ ส่วนที่ 2 ผลการวเิ คราะหร์ ะดับคา่ เฉลีย่ ค่าเบยี่ งเบนมาตรฐาน คา่ สมั ประสิทธ์กิ ารกระจาย และ ความเหมาะสมของรูปแบบการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน ภาคกลาง การนาเสนอผลการวิเคราะห์ระดับค่าเฉล่ีย ค่าเบี่ยงเบน ของรปู แบบการบริหารงานวิชาการ ของผ้บู รหิ ารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน ภาคกลาง เพอ่ื คัดสรรกาหนดไว้ในรูปแบบความสัมพันธ์เชิงโครงสรา้ งโดยใช้เกณฑ์ค่าเฉล่ียเท่ากับหรือมากกว่า 3.00 และค่าสัมประสิทธิ์การกระจายเท่ากับหรือต่ากว่า 20% ในการวิเคราะห์ส่วนน้ีเพื่อวิเคราะห์หา ค่าเฉลี่ย ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบกับเกณฑ์ค่าเฉล่ียเท่ากับหรือมากกว่า 3.00 และค่า สัมประสิทธ์ิการกระจายของตัวแปรสังเกตได้เท่ากับหรือต่ากว่า 20% ผู้วิจัยได้ทาการศึกษา ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของเมทริกซ์สหสัมพันธ์ท่ีจะนาไปใช้ วิเคราะห์องค์ประกอบว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ และจะต้องไม่มีความสัมพันธ์กันมากเกินไปจน กลายเป็นตัวแปรเดียวกัน (Overlap Variable) แสดงว่า ตัวแปรทั้งหมดต้องมีความสัมพันธ์กันใน ระดบั พอดี โดยทาการวิเคราะหอ์ งคป์ ระกอบว่า คา่ สมั ประสทิ ธ์สิ หสัมพันธแ์ ตกต่างกนั จากศูนย์หรือไม่ ถ้าตัวแปรไม่มีความสัมพันธ์กันแสดงว่าไม่มีองค์ประกอบร่วมและไม่มีประโยชน์ท่ีจะนามาเมทริกซ์นั้นไป วิเคราะห์ (สุภมาส อังศุโชติ และคณะ, 2557 หน้า 97) ค่าเฉล่ียและค่าสัมประสิทธิ์การกระจาย รายละเอียดดังตารางที่ 4.3-4.7 รายละเอียดค่าสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ์ ดังตารางท่ี 4.8-4.12 ดังนน้ั ผู้วิจัยจึงนาค่าเฉล่ียและค่าสัมประสิทธ์ิการกระจายที่ผ่านการคัดสรรท่ีกาหนดแล้วนาไปวิเคราะห์ องค์ประกอบเชิงยนื ยนั ตามลาดับต่อไป

150 ตารางท่ี 4.3 ค่าเฉลี่ย ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์การกระจาย แสดงความเหมาะสม ของรูปแบบการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคกลาง ของการดาเนนิ งาน (OPER) ขอ้ ท่ี องค์ประกอบหลัก องค์ประกอบยอ่ ย และตัวแปร >3.00 S.D. C.V. =/<20 % องคป์ ระกอบหลักท่ี 1 การดาเนินงาน (OPER) องคป์ ระกอบย่อยท่ี 1 การวางแผนงานดา้ นวชิ าการ 1 ผู้บริหารมีการวางแผนงานดา้ นวิชาการในโรงเรยี น เช่น การ 4.03 0.74 18.36 พฒั นาหลักสูตร พัฒนากระบวนการเรยี นรู้ การเทยี บโอน เป็นตน้ 2 ผู้บริหารมีการรวบรวมข้อมูลเพือ่ ใช้ในการกาหนดแนวทางใน 4.03 0.72 18.36 การปฏบิ ัติงานเพอื่ ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญตั กิ ารศึกษา 3 ในการวางแผนงานด้านวิชาการของโรงเรียนผู้บริหารมีการจดั ต้งั 3.91 0.77 19.69 คณะกรรมการด้านวิชาการรับผดิ ชอบโดยตรง 4 ผู้บรหิ ารมีการดาเนนิ การตามกรอบแผนงานวิชาการ 4.04 0.76 18.81 โดยมีการกากบั ดูแล นเิ ทศ และตดิ ตามประเมนิ ผลเปน็ ประจา รวม 4.00 0.75 18.81 องค์ประกอบย่อยที่ 2 การจัดทาระเบียบและแนวปฏบิ ตั เิ กยี่ วกบั งานวชิ าการ 5 ผบู้ รหิ ารมกี ารดาเนินงานในการศกึ ษาวิเคราะห์ระเบียบและ 4.06 0.72 17.73 แนวปฏบิ ตั เิ กีย่ วกบั งานด้านวิชาการของสถานศึกษา 6 ผบู้ รหิ ารมกี ารจัดทารา่ งระเบยี บและแนวปฏิบตั ิเก่ียวกับงาน 4.08 0.74 18.14 ด้านวชิ าการของสถานศกึ ษา 7 ผบู้ ริหารมีการนาระเบียบและแนวปฏิบตั ิเก่ียวกับงานด้านวชิ าการ 3.92 0.75 19.13 โดยให้ผู้ที่เก่ยี วขอ้ งทุกฝ่ายรับร้แู ละถือปฏบิ ัติเป็นแนวเดยี วกนั 8 ผู้บริหารมีการตรวจสอบร่างระเบยี บและแนวปฏบิ ัติเกย่ี วกับ 3.95 0.73 18.48 งานดา้ นวชิ าการของสถานศึกษาและแก้ไขปรบั ปรุง 9 ผบู้ ริหารมกี ารรวบรวมขอ้ มูล ระเบียบและแนวปฏิบัตขิ องทาง 3.89 0.76 19.53 ราชการเก่ยี วกบั งานวิชาการให้เป็นระบบสะดวกตอ่ การนาไปใช้

151 ตารางที่ 4.3 (ตอ่ ) ขอ้ ท่ี องคป์ ระกอบหลกั องค์ประกอบย่อย และตวั แปร >3.00 S.D. C.V. =/<20 % 10 ผบู้ ริหารมกี ารตรวจสอบ ประเมินผลการใชร้ ะเบยี บและแนวปฏบิ ตั ิ 3.98 0.77 19.35 เกีย่ วกับงานดา้ นวชิ าการ และนาไปแก้ไขปรับปรงุ รวม 3.98 0.75 18.73 องค์ประกอบย่อยท่ี 3 การพฒั นากรอบหลักสูตรระดับท้องถิน่ 11 ผบู้ รหิ ารมกี ารดาเนินงานในการจัดทากรอบหลกั สูตรระดับ 3.99 0.73 18.29 ทอ้ งถน่ิ ซง่ึ มเี นอื้ หาสาระสอดคล้องกับสภาพและความต้องการ ของท้องถ่ิน 12 ในการจัดทากรอบหลกั สูตรระดบั ท้องถน่ิ มีเนอ้ื หาสาระ 3.90 0.69 17.69 ครอบคลุมถึงส่ิงท่ีกาหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางและทา เพิ่มเติมตามบริบทของสถานศึกษา 13 มีการศกึ ษาและวเิ คราะหข์ ้อมูลสารสนเทศของสถานศกึ ษาและ 3.94 0.72 18.27 ชมุ ชนเพอื่ นามาเปน็ ขอ้ มูลในการจดั ทาสาระการเรยี นรทู้ ้องถิน่ ให้ สมบรู ณ์ย่ิงขึ้น รวม 3.94 0.71 18.03 0.78 19.95 องค์ประกอบย่อยท่ี 4 การพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษา 0.75 19.28 14 ผบู้ ริหารมีการนาหลักสูตรสถานศกึ ษาไปใช้ในทุกระดบั ชั้นเรียน 3.91 และมีการสง่ เสริมการเรยี นร้ขู องนักเรียนอย่างหลากหลาย 15 ผู้บรหิ ารมีการวิจยั และพฒั นาหลกั สตู รสถานศกึ ษาข้นึ ใช้เองให้ 3.89 ทันกบั การเปลยี่ นแปลงทางดา้ นเศรษฐกิจ สังคม โดยสอดคล้อง กับบริบทของโรงเรียนและเป็นต้นแบบให้กับสถานศึกษาอ่ืน 16 ผู้บริหารมีการจัดทาโครงสร้างหลักสูตรที่สอดคล้องกับ 3.88 0.76 19.58 วิสัยทัศน์ เป้าหมาย จุดเน้นของหลักสูตรสถานศึกษา และมีความเหมาะสมกับศกั ยภาพของผ้เู รียน 17 ผู้บรหิ ารมีการจัดให้มีวิชาต่าง ๆ ครบถว้ นตามมาตรฐานการ 3.93 0.73 18.57 เรียนรแู้ ละตวั ชว้ี ดั ของหลกั สูตรแกนกลางทกี่ าหนดและเพ่ิมเติม เน้ือหาสาระของรายวิชาที่สอดคลอ้ งสภาพปัญหาความต้องการ ของผเู้ รยี น ผปู้ กครอง ชุมชน สงั คม และมงุ่ สคู่ วามเปน็ สากล

152 ตารางที่ 4.3 (ต่อ) ข้อท่ี องค์ประกอบหลัก องค์ประกอบยอ่ ย และตวั แปร >3.00 S.D. C.V. =/<20 % 18 ผ้บู ริหารมีการกากับ ติดตาม และประเมินผลการใช้หลักสูตร อย่างเป็นระบบอย่างต่อเน่ือง และรายงานผลใหส้ านกั งานเขต 3.90 0.76 19.49 พืน้ ท่กี ารศกึ ษารบั ทราบ รวม 3.90 0.76 19.37 ภาพรวม องคป์ ระกอบหลักที่ 1 การดาเนนิ งาน 3.96 0.74 18.74 จากตารางท่ี 4.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ค่าเฉล่ียความเหมาะสมของรูปแบบการบริหารงาน วชิ าการของผู้บริหารโรงเรยี นมัธยมศึกษา สงั กดั สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ภาคกลาง มีค่าเฉล่ีย ค่าสัมประสิทธิ์การกระจาย ขององค์ประกอบหลักที่ 1 การดาเนินงาน (OPER) ผ่านเกณฑ์ที่ กาหนดทุกตัวแปร เม่ือพิจารณาตามตัวแปรขององค์ประกอบยอ่ ย การวางแผนงานวิชาการ มีการจัดทา ระเบียบและแนวปฏิบัติเก่ียวกับงานวิชาการ การพฒั นากรอบหลกั สตู รระดบั ท้องถน่ิ และการพัฒนา หลักสูตรของสถานศกึ ษา พบว่า ตัวแปรทกุ ตวั มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (คา่ เฉล่ีย = 3.88-4.08) และ มีค่าเบ่ียงเบนมาตรฐานอยู่ระหว่าง 0.69-0.78 แสดงให้เห็นว่าข้อมูลมีการกระจายอยู่ใกล้กับค่าเฉลี่ย เน่ืองจากค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดงั กล่าวมคี ่าไม่เกิน 1 เมือ่ พจิ ารณาค่าสัมประสิทธิ์การกระจายของข้อมูล (C.V.) พบว่า มีการกระจายของข้อมูลไม่มาก (17.69-19.95) แสดงให้เห็นว่า ตัวแปรทุกตัวมีค่าเฉล่ีย และค่าสัมประสิทธ์ิการกระจายผ่านเกณฑ์ท่ีกาหนด ซ่ึงค่าเฉลี่ยเท่ากับหรือมากกว่า 3.00 และค่า สมั ประสิทธ์ิการกระจายเทา่ กับหรือต่ากว่า 20 % ผู้วิจัยได้ทาการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของเมทริกซ์ สหสัมพันธ์ท่ีจะนาไปใชว้ ิเคราะหอ์ งค์ประกอบว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ และจะต้องไม่มีความสมั พันธ์กัน มากเกินไปจนกลายเป็นตัวแปรเดียวกัน (Overlap Variable) แสดงว่า ตัวแปรท้ังหมดต้องมี ความสัมพนั ธ์กนั ในระดบั พอดี โดยทาการวเิ คราะหอ์ งค์ประกอบว่า คา่ สมั ประสทิ ธ์สิ หสัมพันธแ์ ตกต่าง กันจากศูนย์หรือไม่ ถ้าตัวแปรไม่มีความสัมพันธ์กันแสดงว่าไม่มีองค์ประกอบร่วมและไม่มีประโยชนท์ ี่จะ นามาเมทรกิ ซ์น้ันไปวิเคราะห์คา่ สัมประสิทธ์ิสหสัมพนั ธ์ ดงั ตารางที่ 4.8

153 ตารางท่ี 4.4 ค่าเฉลี่ย ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์การกระจาย แสดงความเหมาะสม ของรูปแบบการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงาน คณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ภาคกลาง ของกระบวนการบรหิ ารงาน วิชาการ (MANA) ขอ้ ที่ องคป์ ระกอบหลัก องคป์ ระกอบยอ่ ย และตัวแปร >3.00 S.D. C.V. =/<20 % องค์ประกอบหลกั ท่ี 2 กระบวนการบรหิ ารงานวชิ าการ องคป์ ระกอบย่อยที่ 1 การจดั การเรียนการสอนในสถานศึกษา 19 ผู้บรหิ ารมีการดาเนินงานในด้านการดูแล ควบคุม กากับ ตดิ ตาม 3.93 0.74 18.82 0.77 19.15 นิเทศการเรยี นการสอน 0.77 19.54 20 ผู้บรหิ ารมกี ารประสานหัวหน้ากล่มุ สาระทุกกลุม่ การเรยี นรู้ เพอ่ื 4.02 0.78 19.75 พฒั นาสื่อการเรียนการสอนใหท้ นั สมยั และสอดคล้องกับเน้อื หา 0.78 19.65 0.77 19.25 21 ผูบ้ รหิ ารมีการจัดสภาพแวดลอ้ มและสรา้ งสรรคบ์ รรยากาศใน 3.94 0.77 19.36 0.76 19.53 การพฒั นากิจกรรมห้องสมดุ หอ้ งปฏิบัตกิ ารต่าง ๆ ให้เอือ้ ตอ่ 0.75 18.89 การเรียนรู้ 22 ผบู้ รหิ ารมีการดาเนินงานและส่งเสริมการเรียนการสอนเพื่อ 3.95 พัฒนาความเป็นเลิศของนกั เรยี นและช่วยเหลือนักเรยี นพิการ ดอ้ ยโอกาส และนักเรยี นที่มคี วามสามารถพเิ ศษ 23 ผู้บริหารมีการตรวจสอบ ติดตาม แก้ไข ปรับปรุง เพื่อพัฒนา 3.97 งานด้านวิชาการในการจัดการเรียนรู้ของครู 24 มีการรายงานผลในการจัดการเรียนรู้ให้นักเรียนและผู้ปกครอง 4.00 ทราบ รวม 3.97 องคป์ ระกอบยอ่ ยที่ 2 การพัฒนากระบวนการเรยี นรู้ 25 ผู้บริหารมีการส่งเสริมให้ครจู ดั กระบวนการเรียนร้ใู หส้ อดคล้องกบั 3.89 ความสนใจและความถนดั ของผู้เรยี นโดยคานึงถึงความแตกต่าง ระหว่างบคุ คล 26 ส่งเสรมิ ใหค้ รูจดั กิจกรรมเพือ่ พฒั นากระบวนการคดิ วิเคราะห์ 3.97 ของนักเรียนและแก้ไขขอ้ บกพรอ่ งของนกั เรยี นอยา่ งตอ่ เน่ือง

154 ตารางที่ 4.4 (ตอ่ ) ข้อที่ องค์ประกอบหลกั องค์ประกอบยอ่ ย และตัวแปร >3.00 S.D. C.V. =/<20 % 27 ผู้บริหารมีการจัดเน้ือหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความ 3.96 0.74 18.68 สนใจ ทั้งด้านความรู้ ทักษะ กระบวนการ รวมทงั้ ปลูกฝังคณุ ธรรม 18.53 18.91 ค่านยิ มท่ีดีงามและคุณลักษณะอนั พึงประสงคไ์ วใ้ นทุกวชิ า 18.83 17.93 28 ผู้บริหารมีการประเมินผลในการจดั การเรยี นรู้อย่างต่อเนอื่ ง 3.94 0.73 19.58 รวม 3.94 0.75 19.28 องคป์ ระกอบย่อยที่ 3 การวิจยั เพ่อื พัฒนาคุณภาพการศึกษา 19.68 19.06 29 ผู้บริหารมกี ารกาหนดนโยบายและแนวทางการใช้การวจิ ัยเพอื่ 3.93 0.74 19.23 19.69 แกป้ ญั หาหรือพฒั นาคณุ ภาพงานวชิ าการของโรงเรยี น 19.90 30 ผู้บริหารมีการส่งเสริมให้ครูนาผลการวิเคราะห์ในการวิจัยไปใช้ 3.96 0.71 พัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน และพัฒนาคุณภาพการศึกษาของ สถานศึกษา 31 ผู้บริหารมีการรวบรวมและเผยแพร่ผลการวิจัยเพ่ือการเรยี นรู้ 3.88 0.76 และพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาทง้ั ในโรงเรยี นและนอกโรงเรยี น 32 ผู้บริหารมีการส่งเสริมให้ครูมคี วามร้ใู นการวิเคราะห์วจิ ัยและให้ 3.89 0.75 ครูทาวจิ ัยในโรงเรยี น แลว้ นาผลการวิจัยมาใชใ้ นการพฒั นาการ เรยี นรู้ 33 สรปุ และประเมินผลการพฒั นาคุณภาพการจัดการเรียนรู้และ 3.86 0.76 คณุ ภาพผู้เรยี นท่ีเปน็ ผลจากกระบวนการวิจัย รวม 3.90 0.74 องค์ประกอบย่อยที่ 4 การนเิ ทศการศกึ ษา 34 ผบู้ รหิ ารมกี ารดาเนนิ งานอยา่ งเป็นกระบวนการและการมีส่วนรว่ ม 3.90 0.75 ของครูในการทางานท่ีเกยี่ วกับการนิเทศการศึกษา 35 ผู้บรหิ ารมีการวางแผนกาหนดปฏทิ ินในการนเิ ทศภายในไว้อย่าง 3.91 0.77 ชดั เจน 36 ผบู้ ริหารมีการใช้เหตุผลการนเิ ทศการศกึ ษาเพ่ือเป็นการพัฒนา 3.87 0.77 ปรบั ปรงุ วธิ ีการทางานของแตล่ ะบุคคลให้มีคุณภาพ

155 ตารางที่ 4.4 (ตอ่ ) ข้อที่ องคป์ ระกอบหลกั องคป์ ระกอบยอ่ ย และตวั แปร >3.00 S.D. C.V. =/<20 % 37 มีการวางแผนในการดาเนินงานและปฏิบัติตามแผนไดอ้ ย่าง 3.89 มีประสทิ ธภิ าพ 0.77 19.79 38 สรุป ตดิ ตาม รายงานและนาผลการประเมนิ ไปใช้ในการปรับปรงุ 3.85 0.75 19.48 และพฒั นาการใช้นวัตกรรมเพอ่ื การเรียนรแู้ ละมีการเผยแพร่ แกผ่ ู้เกย่ี วข้อง 0.75 19.62 รวม 3.88 0.75 19.24 ภาพรวม องค์ประกอบหลกั ท่ี 2 กระบวนการบรหิ ารงานวชิ าการ 3.92 จากตารางท่ี 4.4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ค่าเฉลี่ยความเหมาะสมขององค์ประกอบหลักที่ 2 กระบวนการบริหารงานวิชาการ (MANA) เมื่อพิจารณาตัวแปรองค์ประกอบย่อยการจัดการเรียน การสอน การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ การวิจัยเพ่ือพัฒนาคุณภาพการศึกษา และการนิเทศการศึกษา พบว่า ตวั แปรทุกตวั มคี า่ เฉลีย่ อยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลย่ี = 3.85-4.02) และมีคา่ เบี่ยงเบนมาตรฐานอยู่ ระหว่าง 0.71-0.79 แสดงให้เห็นว่าขอ้ มลู มีการกระจายอยู่ใกล้กับค่าเฉลี่ย เนื่องจากค่าส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน ดังกลา่ วมีค่าไม่เกนิ 1 เมือ่ พจิ ารณาค่าสัมประสิทธิ์การกระจายของข้อมูล (C.V.) พบวา่ มี การกระจายของขอ้ มูลไม่มาก (17.93 - 19.90) แสดงให้เห็นวา่ ตวั แปรทกุ ตวั มคี ่าเฉล่ยี และคา่ สมั ประสิทธิ์ การกระจายผ่านเกณฑ์ทกี่ าหนด ซง่ึ มีค่าเฉลย่ี เทา่ กับหรือมากกว่า 3.00 และคา่ สมั ประสิทธก์ิ ารกระจาย เท่ากับหรือต่ากวา่ 20 % ผู้วิจัยได้ทาการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร เพ่ือพิจารณาความเหมาะสมของเมทริกซ์ สหสัมพันธท์ จ่ี ะนาไปใช้วิเคราะหอ์ งค์ประกอบว่ามคี วามเหมาะสมหรือไม่ และจะตอ้ งไมม่ คี วามสมั พนั ธ์กัน มากเกินไปจนกลายเป็นตัวแปรเดียวกัน (Overlap Variable) แสดงว่า ตัวแปรท้ังหมดต้องมี ความสมั พันธก์ นั ในระดบั พอดี โดยทาการวเิ คราะห์องคป์ ระกอบวา่ คา่ สัมประสทิ ธสิ์ หสัมพันธ์แตกต่าง กันจากศูนย์หรือไม่ ถ้าตัวแปรไม่มีความสัมพันธ์กันแสดงว่าไม่มีองค์ประกอบร่วมและไม่มีประโยชน์ที่จะ นามาเมทริกซ์นัน้ ไปวิเคราะหค์ ่าสัมประสทิ ธิส์ หสัมพนั ธ์ ดงั ตารางท่ี 4.9

156 ตารางที่ 4.5 ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธ์ิการกระจาย แสดงความเหมาะสม ของรูปแบบการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงาน คณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ภาคกลาง ของกิจกรรมการเรยี นรู้ (LEAR) ขอ้ ท่ี องค์ประกอบหลกั องคป์ ระกอบย่อย และตัวแปร >3.00 S.D. C.V. =/<20 % องค์ประกอบหลกั ที่ 3 กิจกรรมการเรียนรู้ 18.89 องคป์ ระกอบยอ่ ยท่ี 1 การพฒั นาและส่งเสรมิ ให้มีแหล่งเรียนรู้ 18.31 39 ผู้บรหิ ารมแี หล่งเรยี นรูอ้ ยา่ งหลากหลายทง้ั ภายในและภายนอก 3.97 0.75 18.62 18.15 สถานศึกษาให้พอเพยี งเพ่ือใหน้ ักเรยี นไปฝกึ ประสบการณ์ 18.49 19.74 การเรยี นร้ใู นแหลง่ การเรียนรู้ 19.54 40 ผู้บริหารมกี ารจดั ระบบขอ้ มูลแหล่งการเรยี นร้ใู นโรงเรยี นหรอื ใน 4.04 0.74 19.84 ท้องถนิ่ ใหเ้ ออ้ื ตอ่ การจดั การเรยี นรูข้ องผู้เรยี นหรอื สถานศกึ ษา 19.70 41 ผู้บริหารมกี ารจัดหารวบรวมข้อมูลและจัดทาเอกสารเผยแพร่แหล่ง 3.92 0.73 เรียนรู้ในโรงเรียนแก่ผู้สนใจทว่ั ไป 42 ผู้บริหารมีการดาเนินการในการจดั หา สารวจ รวบรวมข้อมลู 3.91 0.71 จดั ทาทะเบยี นแหลง่ การเรียนรู้ในทกุ กลุ่มสาระ รวม 3.96 0.73 องคป์ ระกอบย่อยท่ี 2 การคดั เลือกหนงั สือแบบเรยี นเพอื่ ใชใ้ นสถานศึกษา 43 ผูบ้ ริหารมีการศึกษาวเิ คราะห์ คัดเลอื กหนงั สอื เรียนของกลุ่มสาระ 3.95 0.78 การเรียนรตู้ า่ ง ๆ ท่มี ีคณุ ภาพและสอดคลอ้ งกบั หลักสตู ร สถานศกึ ษาเพื่อใชใ้ นการจัดการเรยี นการสอน 44 ผูบ้ รหิ ารให้ครูมีส่วนร่วมในกระบวนการคดั เลอื กหนังสอื เรยี นของ 3.94 0.77 กล่มุ สาระการเรยี นรู้ต่าง ๆ ทม่ี คี ุณภาพสอดคล้องกับหลักสูตรและ ระบุตวั ชวี้ ดั ไว้อยา่ งชัดเจน 45 ผบู้ รหิ ารมีการตรวจสอบคณุ ภาพของหนังสือ มีความชัดเจน สวยงาม 3.98 0.79 ความถกู ตอ้ งเปน็ จรงิ และมีประโยชน์ 46 ผบู้ ริหารมีการจัดทาและตรวจพิจารณาคณุ ภาพหนังสอื เรยี น 4.06 0.80 หนังสอื อ่านประกอบ ใบงาน แบบฝึกหัด ใบความรู้ เพอื่ ใช้ ประกอบการเรยี นการสอน

157 ตารางที่ 4.5 (ต่อ) ข้อท่ี องค์ประกอบหลกั องคป์ ระกอบยอ่ ย และตัวแปร >3.00 S.D. C.V. =/<20 % 47 ผู้บริหารมีการติดตาม ประเมนิ ผลและรายงานผลการใช้หนังสือ 3.92 0.78 19.89 เรียนเพ่อื พัฒนางานด้านสื่อการสอน รวม 3.97 0.78 19.74 องคป์ ระกอบย่อยที่ 3 การพฒั นาและใช้สอื่ เทคโนโลยีเพอื่ การศกึ ษา 48 ผบู้ ริหารมกี ารสง่ เสรมิ ใหค้ รูใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยใี นการ 3.92 0.75 19.13 เรียนรู้ โดยมีการจัดหาสอื่ นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพอื่ การ เรียนร้ใู ห้อยา่ งเหมาะสม 49 ผ้บู ริหารมีการส่งเสริมให้ครูผลิตและพัฒนาส่ือนวัตกรรมในการ 3.88 0.77 19.84 เรยี นการสอน ประสานความรว่ มมอื ในการผลิตสื่อกบั สถาบนั อ่ืน 50 ผู้บริหารมกี ารจัดหาส่ือเทคโนโลยีในการพัฒนากิจกรรมการเรยี นรู้ 3.91 0.71 18.15 และพฒั นาห้องสมดุ ของสถานศกึ ษาให้เป็นแหล่งการเรียนรขู้ อง สถานศึกษาและชมุ ชน 51 ผูบ้ ริหารมีการจัดกระบวนการเรียนรโู้ ดยใช้สื่อเทคโนโลยแี ละ 3.88 0.71 18.29 นวตั กรรมท่หี ลากหลาย และมีระบบควบคมุ ดูแลป้องกันการใช้สื่อ เทคโนโลยีและนวัตกรรมทไี่ ม่เหมาะสมของนกั เรยี นเปน็ ประจา 52 ผบู้ ริหารมกี ารสรุปผลการนิเทศ นาไปปรับปรุง พฒั นาคณุ ภาพ 3.83 0.69 18.01 การจัดการเรียนร้ขู องครู เพื่อให้เกดิ ประโยชนส์ งู สุดตอ่ ผู้เรยี น รวม 3.88 0.73 18.70 ภาพรวม องคป์ ระกอบหลกั ที่ 3 กิจกรรมการเรียนรู้ 3.94 0.75 18.98 จากตารางท่ี 4.5 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ค่าเฉลี่ยความเหมาะสมขององค์ประกอบหลัก ท่ี 3 กิจกรรมการเรยี นรู้ (LEAR) เมื่อพิจารณาตัวแปรขององค์ประกอบย่อย การพัฒนาและส่งเสรมิ ให้มีแหล่งเรียนรู้ การคัดเลือกหนังสือแบบเรียนเพื่อใช้ในสถานศึกษา และการพัฒนาและใช้ส่ือ เทคโนโลยีเพ่อื การศกึ ษา พบวา่ ตวั แปรทุกตัวมีคา่ เฉล่ียอยู่ในระดับมาก (คา่ เฉลีย่ = 3.83-4.06) และมี ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานอยู่ระหว่าง 0.69-0.80 แสดงให้เห็นว่าข้อมูลมีการกระจายอยู่ใกล้กับค่าเฉลี่ย เนื่องจากค่าส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานดังกล่าวมีค่าไม่เกิน 1 เมื่อพิจารณาค่าสัมประสิทธ์ิการกระจายของ

158 ข้อมูล (C.V.) พบว่า มกี ารกระจายของข้อมูลไม่มาก (18.01 - 19.89) แสดงวา่ ข้อมูลท่ีได้จากกลมุ่ ตวั อย่าง ไม่แตกต่างกันภายในกลุ่ม แสดงใหเ้ หน็ ว่า ตัวแปรทกุ ตัวมีค่าเฉลี่ยและค่าสัมประสิทธิ์การกระจายผ่าน เกณฑท์ ี่กาหนด ซงึ่ มีค่าเฉล่ียเท่ากับหรือมากกว่า 3.00 และมีค่าสัมประสิทธิ์การกระจายเท่ากับหรือต่า กวา่ 20 % ผู้วิจัยได้ทาการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร เพ่ือพิจารณาความเหมาะสมของเมทริกซ์ สหสมั พนั ธท์ จ่ี ะนาไปใชว้ ิเคราะหอ์ งคป์ ระกอบว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ และจะตอ้ งไมม่ คี วามสัมพนั ธ์กัน มากเกินไปจนกลายเป็นตัวแปรเดียวกัน (Overlap Variable) แสดงว่า ตัวแปรท้ังหมดต้องมี ความสมั พนั ธ์กันในระดบั พอดี โดยทาการวเิ คราะหอ์ งค์ประกอบว่า คา่ สัมประสิทธิส์ หสมั พันธแ์ ตกต่าง กันจากศูนย์หรือไม่ ถ้าตัวแปรไม่มีความสัมพันธ์กันแสดงว่าไม่มีองค์ประกอบร่วมและไม่มีประโยชน์ท่ีจะ นามาเมทริกซ์น้นั ไปวิเคราะหค์ า่ สัมประสิทธส์ิ หสมั พนั ธ์ ดังตารางที่ 4.10 ตารางที่ 4.6 ค่าเฉล่ีย ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์การกระจาย แสดงความเหมาะสม ของรูปแบบการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขัน้ พื้นฐาน ภาคกลาง ของการมีส่วนร่วมในการศึกษา (PART) ข้อที่ องคป์ ระกอบหลัก องค์ประกอบย่อย และตัวแปร >3.00 S.D. C.V. =/<20 % องค์ประกอบหลกั ท่ี 4 การมีสว่ นรว่ มในการศกึ ษา องคป์ ระกอบยอ่ ยที่ 1 การสง่ เสริมชมุ ชนใหม้ ีความเขม้ แข็งทางวชิ าการ 18.64 53 ผบู้ รหิ ารมีการจดั กระบวนการเรียนรูร้ ่วมกบั ชุมชน โดยมกี าร 3.97 0.74 สง่ เสรมิ ความเขม้ แข็งของชุมชนโดยการจดั กระบวนการเรยี นรู้ 18.43 ภายในชุมชน 18.70 54 ผบู้ ริหารมีการสง่ เสริมชมุ ชนใหม้ ีการจัดการศึกษาอบรม ความรู้ 3.96 0.73 19.69 ขอ้ มูลข่าวสารและรู้จกั เลือกสรรภูมปิ ญั ญาและวทิ ยาการตา่ ง ๆ 55 ผู้บริหารมีการส่งเสรมิ สนบั สนุนให้ชุมชนมีการจัดการศึกษา 4.01 0.75 และแลกเปลี่ยนข้อมูลประสบการณ์ระหวา่ งโรงเรยี นกับชุมชน 56 ผู้บรหิ ารส่งเสริมสนับสนนุ แลกเปลย่ี นประสบการณร์ ะหว่าง 3.96 0.78 ชุมชนกบั โรงเรยี นใหส้ อดคล้องกบั สภาพปัญหาและ ความต้องการ

159 ตารางที่ 4.6 (ต่อ) ขอ้ ท่ี องคป์ ระกอบหลัก องค์ประกอบยอ่ ย และตัวแปร >3.00 S.D. C.V. =/<20 % 57 สรุปผลรายงานปรบั ปรุงแก้ไขเพอ่ื พฒั นาความรู้วชิ าการสชู่ ุมชน 3.85 0.76 19.74 รวม 3.95 0.75 19.04 องคป์ ระกอบยอ่ ยท่ี 2 การประสานความร่วมมอื ในการพฒั นาวชิ าการกับสถานศึกษาและองคก์ รอืน่ 58 มกี ารวางแผนกาหนดนโยบายและมกี ารระดมทรัพยากรใน 3.87 0.77 19.89 การประสานความร่วมมือในการพัฒนางานวชิ าการกบั สถาบนั อื่น 59 ผู้บริหารมีการเชิญวทิ ยากรภายนอกและภูมิปัญญาทอ้ งถิน่ เพอื่ 3.94 0.77 19.54 พัฒนาศกั ยภาพของผ้เู รียนในทุกด้าน 60 ผู้บรหิ ารมีการส่งเสริมสรา้ งความสมั พันธอ์ ันดีระหวา่ งโรงเรียน 3.91 0.75 19.18 ชมุ ชน เอกชน และองค์กรอ่นื ทั้งภายในและภายนอก 61 มีการจัดกจิ กรรมร่วมกบั ชมุ ชนและแลกเปล่ียนเรียนรู้เพื่อสง่ เสริม 3.87 0.76 19.64 การพฒั นาทางวิชาการและวัฒนธรรมเพ่อื ให้สถานศกึ ษาเป็น แหลง่ วิทยาการของชุมชน 62 ผบู้ รหิ ารมีการสร้างและเปิดโอกาสใหช้ มุ ชนท้องถิน่ หรือสถาบนั อนื่ 3.89 0.75 19.28 เข้ามามีส่วนร่วมในการจดั กจิ กรรมพัฒนาด้านวชิ าการ รวม 3.89 0.76 19.51 องคป์ ระกอบย่อยท่ี 3 การสง่ เสรมิ และสนับสนุนงานวชิ าการแกบ่ คุ คล ครอบครวั องคก์ ร หน่วยงานฯ 63 ผู้บริหารจัดให้มกี ารเสรมิ สรา้ งความรู้ ความคดิ และเทคนิค 4.01 0.69 17.21 ทกั ษะทางวิชาการเพ่อื พัฒนาทกั ษะทางวิชาชพี และคุณภาพชวี ติ ประชาชนในชุมชนท้องถนิ่ 64 ผู้บริหารจัดให้มกี ารสง่ เสรมิ สนบั สนนุ ให้มีการจดั กจิ กรรมการ 4.04 0.71 17.57 เรยี นรรู้ ่วมกนั ระหว่างสถานศึกษากับบุคคล ครอบครัว ชมุ ชน องคก์ ร หนว่ ยงาน สถานประกอบการ และสถาบันอื่นเปน็ ประจา 65 สรุป ตดิ ตาม ประเมินและรายงานผลการสง่ เสรมิ สนบั สนนุ และ 4.02 0.70 17.41 ให้บรกิ ารด้านวชิ าการ เพ่อื นามาพฒั นาในงานดา้ นวิชาการ รวม 4.02 0.70 17.39 ภาพรวมองคป์ ระกอบหลกั ที่ 4 การมสี ว่ นร่วมในการศึกษา 3.95 0.74 18.65

160 จากตารางท่ี 4.6 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ค่าเฉล่ียความเหมาะสมของรูปแบบการบริหารงาน วิชาการของผบู้ ริหารโรงเรยี นมธั ยมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน ภาคกลาง มีค่าเฉลี่ย ค่าสัมประสิทธิ์การกระจาย ขององค์ประกอบหลักที่ 4 การมีส่วนร่วมในการศึกษา (PART) ผ่านเกณฑ์ที่กาหนดทุกตัวแปร เม่ือพจิ ารณาตามตัวแปรขององค์ประกอบย่อย การส่งเสริม ชุมชนให้มีความเข้มแข็งทางวิชาการ การประสานความร่วมมือในการพัฒนาวชิ าการกับสถานศึกษา และองค์กรอ่ืน และการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิชาการแก่บุคคล ครอบครัว องค์กร หน่วยงาน สถานประกอบการ และสถาบันอื่นท่ีรว่ มจัดการศึกษา พบว่า ตัวแปรทุกตัวมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉล่ีย = 3.85 - 4.04) และมีค่าเบ่ียงเบนมาตรฐานอยู่ระหว่าง 0.69-0.78 แสดงให้เห็นว่าข้อมูลมี การกระจายอยู่ใกล้กับค่าเฉลี่ย เนื่องจากค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดังกล่าวมีค่าไม่เกิน 1 เมื่อพิจารณาค่า สัมประสิทธ์ิการกระจายของข้อมูล (C.V.) พบว่า มีการกระจายของข้อมูลไม่มาก (17.21-19.89) แสดงให้เหน็ วา่ ตวั แปรทกุ ตัวมีค่าเฉลี่ยและค่าสัมประสิทธกิ์ ารกระจายผ่านเกณฑ์ท่ีกาหนด ซ่ึงมีคา่ เฉล่ีย เท่ากับหรอื มากกว่า 3.00 และมคี า่ สมั ประสิทธ์กิ ารกระจายเท่ากบั หรือต่ากว่า 20 % ผู้วิจัยได้ทาการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของเมทริกซ์ สหสัมพันธท์ ี่จะนาไปใชว้ ิเคราะห์องค์ประกอบว่ามคี วามเหมาะสมหรือไม่ และจะตอ้ งไมม่ ีความสมั พนั ธ์กัน มากเกินไปจนกลายเป็นตัวแปรเดียวกัน (Overlap Variable) แสดงว่า ตัวแปรท้ังหมดต้องมี ความสมั พนั ธก์ ันในระดับพอดี โดยทาการวเิ คราะหอ์ งค์ประกอบวา่ คา่ สัมประสิทธสิ์ หสัมพันธ์แตกต่าง กันจากศูนย์หรือไม่ ถ้าตัวแปรไม่มีความสัมพันธ์กันแสดงว่าไม่มีองค์ประกอบร่วมและไม่มีประโยชนท์ ี่จะ นามาเมทริกซ์นนั้ ไปวเิ คราะห์ ค่าสมั ประสิทธสิ์ หสัมพันธ์ ดงั ตารางท่ี 4.11 ตารางท่ี 4.7 ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธ์ิการกระจาย แสดงความเหมาะสม ของรูปแบบการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงาน คณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน ภาคกลาง ของควบคุมคณุ ภาพการศึกษา (QUAL) ขอ้ ที่ องคป์ ระกอบหลัก องค์ประกอบยอ่ ย และตัวแปร >3.00 S.D. C.V. =/<20 % องคป์ ระกอบหลักท่ี 5 ควบคุมคุณภาพการศึกษา องคป์ ระกอบยอ่ ยท่ี 1 การแนะแนวการศึกษา 3.98 0.79 19.85 66 ผู้บริหารมกี ารแต่งตง้ั ครูรบั ผิดชอบเปน็ ลายลกั ษณ์อักษรใน 3.94 0.76 19.28 การดาเนนิ การแนะแนว 67 ผูบ้ ริหารมกี ารจดั ระบบการแนะแนวทางวิชาการและวชิ าชพี ภายในโรงเรียน โดยเช่ือมโยงกบั ระบบดูแลช่วยเหลอื นกั เรียน

161 ตารางที่ 4.7 (ต่อ) ขอ้ ท่ี องคป์ ระกอบหลัก องค์ประกอบย่อย และตัวแปร >3.00 S.D. C.V. =/<20 % 68 ผบู้ ริหารมกี ารดาเนินการโดยครูทุกคนมสี ่วนร่วมและสรา้ ง 3.97 0.75 18.89 ความตระหนักให้ครูทุกคนเหน็ คุณคา่ ของการแนะแนวการศกึ ษา และดแู ลช่วยเหลือนักเรยี น 69 ผ้บู รหิ ารมีการประสานความรว่ มมอื แลกเปลีย่ นเรียนรแู้ ละ 3.97 0.72 18.16 ประสบการณด์ า้ นการแนะแนวการศึกษากบั โรงเรยี นหรอื เครือข่ายการแนะแนวภายในเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษาและหนว่ ยงาน ภายนอกอน่ื ๆ รวม 3.97 0.76 19.05 องคป์ ระกอบยอ่ ยท่ี 2 การประกนั คุณภาพภายในและมาตรฐานการศึกษา 70 ผู้บรหิ ารมีการแต่งต้ังคณะกรรมการในการจัดทาระบบประกนั 3.94 0.73 18.53 คุณภาพภายในโรงเรียนตามมาตรฐานการศึกษาท่กี าหนด 71 ผบู้ ริหารมีการประเมินผลการดาเนินงานแผนงานและประกัน 3.98 0.72 18.09 คุณภาพโดยมีหลักฐานให้ตรวจสอบได้ 72 ผู้บริหารมีการประเมนิ ผลในระดับหน่วยงานย่อยภายในโรงเรยี น 3.95 0.75 18.98 โดยประเมินในรูปแบบคณะกรรมการ 73 ผู้บรหิ ารมกี ารตรวจสอบและทบทวนคุณภาพการศกึ ษาอยา่ ง 3.95 0.71 17.97 จริงจงั และต่อเนอื่ งด้วยการสนับสนนุ ให้ครู ผูป้ กครองชุมชนเขา้ มามสี ่วนร่วม 74 ผู้บริหารมีการวเิ คราะหแ์ ละประเมินผลการดาเนินแผนงานและ 3.98 0.72 18.09 ประกันคุณภาพการศกึ ษาภายในสถานศกึ ษา 75 ผู้บรหิ ารมกี ารนาผลการวิเคราะห์ไปใช้ในการปรับปรุงพฒั นาการ 3.97 0.71 17.88 ดาเนนิ งานแผนงานและประกนั คุณภาพ รวม 3.96 0.72 18.26 องคป์ ระกอบย่อยที่ 3 การวัดผล ประเมินผล และดาเนนิ การเทยี บโอนผลการเรียน 76 ผ้บู ริหารมกี ารดาเนินงานโดยกาหนดใหม้ ีมาตรฐานการเรียนรู้ 3.96 0.73 18.43 และตัวช้ีวัดของหลกั สูตรโรงเรียนโดยให้สอดคลอ้ งกับนโยบาย ระดับประเทศ

162 ตารางท่ี 4.7 (ต่อ) ขอ้ ท่ี องค์ประกอบหลกั องคป์ ระกอบยอ่ ย และตวั แปร >3.00 S.D. C.V. =/<20 % 77 ผู้บรหิ ารจดั ให้มีการประเมินผลการเรียนทกุ ชว่ งชั้นและจัดให้มี 3.95 0.75 18.98 การซ่อมเสริมกรณีทีม่ ผี เู้ รยี นไมผ่ ่านเกณฑก์ ารประเมนิ 78 ผบู้ ริหารมีการพฒั นาเคร่อื งมอื และนาเทคโนโลยมี าใช้ในการ 3.93 0.72 18.32 ดาเนินการเกยี่ วกับการวดั และประเมนิ ผลให้ได้มาตรฐาน 79 ผูบ้ รหิ ารมกี ารนาผลการประเมนิ มาตรวจสอบ ปรบั ปรุง แก้ไข เพอ่ื 3.91 0.72 18.41 พฒั นาในการวัดผล ประเมนิ ผล และเทยี บโอนการศึกษา รวม 3.94 0.73 18.53 0.74 18.61 ภาพรวมองคป์ ระกอบหลักท่ี 5 ด้านควบคุมคุณภาพการศึกษา 3.96 จากตารางท่ี 4.7 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ค่าเฉลี่ยความเหมาะสมขององค์ประกอบหลัก ที่ 5 ควบคุมคุณภาพการศึกษา (QUAL) เมื่อพิจารณาตามตัวแปรขององค์ประกอบย่อย การแนะแนว การศึกษา การประกันคุณภาพภายในและมาตรฐานการศึกษา และการวัดผล ประเมินผล และ ดาเนินการเทียบโอนผลการเรียน พบว่า ตัวแปรทุกตัวมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 3.91- 3.98) และมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานอยู่ระหว่าง 0.71-0.79 แสดงให้เห็นว่าข้อมูลมีการกระจายอยู่ใกล้ กับค่าเฉลยี่ เนือ่ งจากค่าส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐานดงั กล่าวมีคา่ ไม่เกิน 1 เม่อื พิจารณาค่าสมั ประสิทธกิ์ ารกระจาย ของข้อมูล (C.V.) พบวา่ มกี ารกระจายของขอ้ มูลไมม่ าก (17.88 - 19.85) แสดงใหเ้ หน็ ว่า ตวั แปรทุกตัวมี ค่าเฉล่ยี และค่าสัมประสิทธก์ิ ารกระจายผ่านเกณฑท์ กี่ าหนด ซึ่งมีค่าเฉล่ียเท่ากับหรือมากกวา่ 3.00 และ มคี า่ สมั ประสิทธิ์การกระจายเท่ากับหรือต่ากวา่ 20 % ผู้วิจัยได้ทาการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร เพ่ือพิจารณาความเหมาะสมของเมทริกซ์ สหสัมพนั ธท์ ่จี ะนาไปใชว้ เิ คราะห์องค์ประกอบว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ และจะตอ้ งไม่มคี วามสัมพันธ์กัน มากเกินไปจนกลายเป็นตัวแปรเดียวกัน (Overlap Variable) แสดงว่า ตัวแปรท้ังหมดต้องมี ความสมั พันธก์ นั ในระดบั พอดี โดยทาการวิเคราะหอ์ งคป์ ระกอบว่า คา่ สัมประสิทธส์ิ หสมั พนั ธแ์ ตกต่าง กันจากศูนย์หรือไม่ ถ้าตัวแปรไม่มีความสัมพันธ์กันแสดงวา่ ไมม่ ีองค์ประกอบรว่ มและไมม่ ีประโยชน์ท่จี ะ นามาเมทริกซ์น้นั ไปวิเคราะห์ คา่ สัมประสทิ ธส์ิ หสมั พนั ธ์ ดงั ตารางที่ 4.10

163 ส่วนท่ี 3 ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของรูปแบบการบริหารงานวิชาการของ ผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกดั สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน ภาคกลาง การวเิ คราะห์ขอ้ มูลในข้นั ตอนนี้ เปน็ ผลการวิเคราะห์เพ่อื ตอบวัตถุประสงคข์ องการวิจัยใน ขอ้ ที่ 2 เพอื่ ทดสอบความสอดคล้องของรปู แบบความสมั พันธ์โครงสร้างรูปแบบการบริหารงานวิชาการของ ผู้บรหิ ารโรงเรยี นมธั ยมศึกษา สังกดั สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน ภาคกลาง ท่ีพัฒนาข้ึน จากทฤษฎีและงานวิจัยกับข้อมูลเชิงประจักษ์ด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันโดยใช้เกณฑ์ คา่ ไค-สแควร์ (Chi-square statistics) มีค่าต่าหรอื ไมม่ ีนัยสาคญั ทางสถิตมิ ีความนา่ จะเปน็ หรือค่า P- value สูงกว่า 0.05 ค่าดัชนีความกลมกลืนหรือค่า GFI (Goodness-of-fit index) มีค่าตั้งแต่ 0.90-1.00 ดัชนีวัดความกลมกลืนท่ีปรับแล้ว (Adjusted gooness-of-fit index : AGFI) มีค่าต้ังแต่ 0.90-1.00 และคา่ รากทีส่ องของค่าเฉล่ยี ความคลาดเคล่อื นกาลังสองของการประมาณคา่ พารามิเตอร์ (Root mean square error of approximation : RMSEA) มีค่าต่ากว่า 0.05 และค่าน้าหนัก องค์ประกอบ (Factor Loading) ตามเกณฑ์เท่ากับหรือมากกว่า 0.5 สาหรับองค์ประกอบหลัก และเท่ากับหรือมากกว่า 0.30 สาหรับองค์ประกอบย่อยและตัวแปร ซง่ึ จากการศึกษาแนวคิด ทฤษฎี เอกสาร งานวิจัยท่ีเก่ียวข้อง และจากการสัมภาษณ์ผู้เช่ียวชาญด้านนโยบายการบริหารงานวิชาการ แล้วสังเคราะห์ผลจากการศึกษาดังกล่าว ทาให้ได้รูปแบบเชิงทฤษฎีเกี่ยวกับรูปแบบการบริหารงาน วิชาการของผู้บริหารของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ภาคกลาง จานวน 79 ข้อ โดยรูปแบบนี้มีลักษณะเป็นรูปแบบจาลองการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิง ยนื ยันอันดับสอง (Second Order Confirmatory Factor Analysis) ดังแสดงในภาพที่ 4.2

164 Sch Sch Sch Sch Sch Loc Loc Loc Org Org Org Org Org Pla Pla Pla Pla Pla _18 _17 _16 _15 _14 _13 _12 _11 _10 _9 _8 _7 _6 _5 _4 _3 _2 _1 Tea_19 SCH LOC ORG PLA Tea_20 TEA P Tea_21 OPER ACADEMI Tea_22 DEV P C Tea_23 Tea_24 RES lc MANA P Dev_25 EDU P Dev_26 Dev_27 lc Dev_28 Res_29 lc Res_30 LEA Res_31 Res_32 LEAR Res_33 BOO Edu_34 Edu_35 USI lc Edu_36 Edu_37 COM PART QUAT Edu_38 Lea_39 COO Lea_40 GUI ASS EVA Lea_41 Lea_42 SUP Boo_43 Boo_44 Gui Gui Gui Gui Ass Ass Ass Ass Ass Ass Eva Eva Eva Eva Boo_45 _66 _67 _68 _69 _70 _71 _72 _73 _74 _75 _76 _77 _78 _79 Boo_46 Boo_47 Usi_48 Usi_49 Usi_50 Usi_51 Usi_52 Com_53 Com_54 Com_55 Com_56 Com_57 Coo_58 Coo_59 Coo_60 Coo_61 Coo_62 Sup_63 Sup_64 Sup_65 ภาพท่ี 4.2 แบบจาลองวเิ คราะหอ์ งคป์ ระกอบเชิงยืนยันอันดับสองของรปู แบบการบริหารงานวิชาการ

165 การวิเคราะห์รูปแบบการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัด สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน ภาคกลาง ในครั้งนี้ เป็นการวิเคราะหอ์ งค์ประกอบเชงิ ยืนยนั อนั ดับสอง (Second Order Confirmatory Factor Analysis) ผ้วู จิ ยั ไดท้ าการวิเคราะหแ์ ละนาเสนอ ผลการวิเคราะห์ข้อมูลออกเป็น 2 ข้ันตอน คือ ขั้นตอนแรก เป็นการวิเคราะห์องค์ประกอบเชงิ ยืนยนั เพื่อสร้างคะแนนองค์ประกอบ (Factor score) และขั้นตอนที่สองเป็นการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิง ยืนยันอันดับสอง เพ่ือพัฒนาตัวแปรรวมสาหรับการบริหารงานวิชาการของ ผู้บริหารโรงเรียน มัธยมศึกษา สงั กดั สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ภาคกลาง 3.1 การวิเคราะหอ์ งคป์ ระกอบเชิงยืนยันเพอ่ื สรา้ งคะแนนองคป์ ระกอบ (Factor score) การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันในส่วนนี้ เพ่ือทดสอบความสอดคล้องกลมกลืนของ โมเดลการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการ การศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน ภาคกลาง กับข้อมูลเชิงประจกั ษ์ และนามาสร้างคะแนนองค์ประกอบ (Factor score) สาหรับนาไปวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันอันดับท่ีสองต่อไป แต่เนื่องจากข้อจากัดของ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ทาให้ไม่สามารถวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันจาก 17 องค์ประกอบย่อย และ 79 ตวั แปร ได้ในคร้งั เดียว ดังนนั้ ผูว้ ิจยั จึงแยกวิเคราะหโ์ มเดลย่อยทง้ั หมด 5 โมเดล ดังนี้ 1) องคป์ ระกอบหลักท่ี 1 การดาเนินงาน มี 4 องคป์ ระกอบย่อย มีตวั แปร 18 ตัวแปร 2) องคป์ ระกอบหลักท่ี 2 กระบวนการบริหารงานวิชาการ มี 4 องคป์ ระกอบย่อย มีตวั แปร 20 ตวั แปร 3) องค์ประกอบหลกั ท่ี 3 กจิ กรรมการเรียนรู้ มี 3 องคป์ ระกอบ มตี วั แปร 14 ตัวแปร 4) องค์ประกอบหลักท่ี 4 การมีสว่ นรว่ มในการศึกษา มี 3 องคป์ ระกอบยอ่ ย มีตวั แปร 13 ตวั แปร 5) องค์ประกอบหลักที่ 5 ควบคุมคุณภาพการศึกษา มี 3 องค์ประกอบย่อย มีตัวแปร 14 ตวั แปร ลักษณะของรูปแบบองค์ประกอบดังกล่าวข้างต้นนี้แสดงในแบบจาลององค์ประกอบของ ตัวแปรแฝงที่ทาการศึกษาในแบบจาลองสมการเชิงเสน้ ปรากฏในดังภาพที่ 4.3-4.7

166 PLA_1 PLA PLA_2 ORG PLA_3 LOC PLA_4 SCH ORG_5 ORG_6 ORG_7 ORG_8 ORG_9 ORG_10 LOC_11 LOC_12 LOC_13 SCH_14 SCH_15 SCH_16 SCH_17 SCH _18 ภาพที่ 4.3 แบบจาลององค์ประกอบของตัวแปรแฝงทที่ าการศึกษาของการดาเนินงาน (OPER)

167 TEA_19 TEA TEA_20 DEV TEA_21 RES TEA_22 TEA_23 TEA_24 DEV_25 DEV_26 DEV_27 DEV_28 RES_29 RES_30 RES_31 RES_32 RES_33 EDU_34 EDU EDU_35 EDU_36 EDU_37 EDU_38 ภาพท่ี 4.4 แบบจาลององค์ประกอบของตัวแปรแฝงทท่ี าการศึกษาของกระบวนการบริหารวิชาการ

168 LEA_39 LEA LEA_40 BOO LEA_41 LEA_42 USI BOO_43 BOO_44 BOO_45 BOO_46 BOO_47 USI_48 USI_49 USI_50 USI_51 USI_52 ภาพที่ 4.5 แบบจาลององค์ประกอบของตัวแปรแฝงทท่ี าการศึกษาของกจิ กรรมการเรียนรู้ COM_53 COM COM_54 COO COM_55 SUP COM_56 COM_57 COO_58 COO_59 COO_60 COO_61 COO_62 SUP_63 SUP_64 SUP_65 ภาพท่ี 4.6 แบบจาลององคป์ ระกอบของตัวแปรแฝงท่ีทาการศึกษาของการมสี ่วนร่วมในการศึกษา

169 GUI_66 GUI GUI_67 GUI_68 GUI_69 ASS_70 ASS ASS_71 ASS_72 ASS_73 ASS_74 ASS_75 EVA_76 EVA EVA_77 EVA_78 EVA_79 ภาพที่ 4.7 แบบจาลององค์ประกอบของตัวแปรแฝงที่ทาการศึกษาของควบคุมคุณภาพการศึกษา

170 ในการวิจัยครั้งน้ี ก่อนทาการวิเคราะห์องค์ประกอบ ผู้วิจัยได้ศึกษาความสัมพันธร์ ะหวา่ ง ตัวแปรต่าง ๆ เพ่ือพิจารณาความเหมาะสมของเมทริกซ์สหสัมพันธ์ที่จะนาไปใช้ในการวิเคราะห์ องค์ประกอบว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ หรือกล่าวอีกนัยหน่ึง ก็คือ เพื่อพิจารณาตรวจสอบ ความสมั พันธร์ ะหว่างตวั แปรท่ีจะนาไปวเิ คราะห์องค์ประกอบว่า มีค่าสมั ประสทิ ธส์ิ หสัมพันธแ์ ตกต่าง จากศูนย์หรือไม่ ถ้าตัวแปรไม่มีความสัมพันธ์กัน แสดงว่าไมม่ ีองค์ประกอบรว่ ม และไม่มีประโยชนท์ ี่ จะนาเมทริกซ์น้ันไปวิเคราะห์ สาหรับค่าสถิติท่ีใช้ในการวิเคราะห์ คือ ค่าสถิติของ Bartlett ซ่ึงเป็น ค่าสถิติทดสอบสมมติฐานว่า เมทริกซ์สหสัมพันธ์นั้นเป็นเมทริกซ์เอกลักษณ์ (Identity matrix) หรือไ ม่ โดยพิจาร ณาที่ค่า Bartlett’s test of Sphericity และ ค่าคว าม น่าจะเป็นว่ามี ความสัมพันธ์เหมาะสมกันเพียงพอท่ีจะนาไปวิเคราะห์องค์ประกอบต่อไป โดยพิจารณาที่การมี นัยสาคัญทางสถิติ นอกจากน้ี ยังพิจารณาได้จากค่าดัชนีไกเซอร์-ไมเยอร์-ออลคิล (Kaiser-Mayer- Olkin Measurers of Sampling Adequacy : MSA) ซึ่งคิมและมัชเลอร์ ได้เสนอไว้ว่า ถ้ามีค่า มากกว่า .80 แสดงว่าข้อมูลมีความเหมาะสมทีจ่ ะวิเคราะห์องค์ประกอบได้ และถ้ามีค่าน้อยกวา่ .50 แสดงว่าข้อมูลไม่เหมาะสมที่จะวิเคราะห์องค์ประกอบ (Hair และคณะ อ้างถึงใน สุภมาส อังศุโชติ และคณะ, 2557 หนา้ 98) รายละเอยี ดได้แสดงไว้ในตารางที่ 4.8-4.12

ตารางท่ี 4.8 ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธแ์ บบเพียรส์ ันของตวั แปรขององคป์ ตัวแปร PLC_1 PLC_2 PLC_3 PLC_4 ORG_5 ORG_6 ORG_7 ORG_8 PLC_1 1.000 1.000 1.000 1.000 1.000 1.000 1.000 1.000 PLC_2 .650** .585** .671** .363** .729** .445** .548** .607** PLC_3 .604** .540** .313** .421** .389** .460** .604** .594** PLC_4 .593** .390** .349** .450** .421** .478** .575** .365** ORG_5 .343** .392** .438** .333** .481** .464** .294** .413** ORG_6 .377** .424** .386** .449** .384** .310** .453** .319** ORG_7 .434** .404** .420** .409** .321** .428** .398** .376** ORG_8 .390** .491** .435** .421** .374** .323** .399** .296** ORG_9 .453** .452** .370** .451** .280** .384** .328** .393** ORG_10 .495** .438** .442** .450** .392** .291** .364** .399** LOC_11 .482** .474** .421** .544** .239** .401** .373** .332** LOC_12 .464** .480** .478** .430** .333** .383** .349** LOC_13 .456** .433** .405** .512** .353** .443** SCH_14 .461** .341** .466** .407** .371** SCH_15 .377** .438** .415** .415** SCH_16 .464** .457** .399** SCH_17 .486** .439** SCH_18 .436** Bartlett’s test of Sphericity = 6832.439 p = 0.000 Kaiser-Mayer หมายเหตุ ** หมายถึง ตวั แปรทกุ ตวั มีความสัมพันธ์กันอย่างนัยสาคัญ (p

171 ประกอบยอ่ ยโมเดลการดาเนนิ การ (OPER) 8 ORG_9 ORG_10 LOC_11 LOC_12 LOC_13 SCH_14 SCH_15 SCH_16 SCH_17 SCH_18 0 1.000 1.000 1.000 1.000 1.000 * 1.000 .521** .568** .400** .553** * .653** 1.000 .572** .350** .491** * .367** .403** 1.000 .375** .429** * .444** .485** .581** 1.000 .382** * .376** .427** .510** .559** 1.000 * .456** .425** .365** .394** .370** * .353** .303** .318** .328** .293** * .418** .354** .325** .374** .312** * .400** .436** .675** .513** .455** * .361** .396** .413** .698** .437** r-Olkin Measurers of Sampling = 0.918 <0.01) ทุกตัว 171

172 จากตารางที่ 4.8 ผลการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ์แบบเพียร์สันของตัวแปรของ องค์ประกอบย่อยโมเดลการดาเนินการ (OPER) พบว่า ตัวแปรท้ัง 18 ตัวแปรมีความสัมพันธ์กันเชงิ บวกอยา่ งมีนัยสาคัญทางสถิติทีร่ ะดับ .01 (p< .01) โดยตวั แปรท่ีมีความสมั พันธ์สูงท่ีสุด คอื ผบู้ รหิ าร มีการศึกษาวเิ คราะห์ระเบียบและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับงานวิชาการ (ORG_5) และผูบ้ รหิ ารมีการจัดทา ร่างระเบียบและแนวปฏิบัติท่ีเก่ียวข้องกับงานด้านวิชาการของสถานศึกษา (ORG_6) คือ มีค่า สมั ประสิทธ์สิ หสัมพนั ธ์มากท่ีสุดเท่ากับ .729 สว่ นตวั แปรทมี่ คี วามสัมพันธ์กันนอ้ ยท่ีสดุ คอื ผบู้ รหิ ารมี การวิจัยและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาขึ้นใช้เองให้ทันกับการเปล่ียนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม โดยสอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนและเป็นต้นแบบให้กับสถานศึกษาอื่น (SCH_15) และผู้บริหารมี การศึกษาวิเคราะห์ระเบียบและแนวปฏิบัติเก่ียวกับงานวิชาการ (ORG_5) คือ มีค่าสัมประสิทธิ์ สหสัมพนั ธ์เทา่ กบั .239 นอกจากน้ยี ังพบวา่ ค่าสมั ประสทิ ธิ์สหสัมพันธ์ท่ีไม่ถงึ .30 มี 6 คู่ และมคี ่าต่า กว่า .30 เม่อื พจิ ารณาแล้วพบว่าแตล่ ะคไู่ มไ่ ด้อยู่ในองค์ประกอบยอ่ ยเดียวกัน เม่ือพิจารณาค่า Bartlett’s test of Sphericity มีค่าเท่ากับ 6832.439 แสดงว่าเมทริกซ์ สหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรแตกต่างจากเมทรกิ ซ์เอกลักษณ์อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ ค่าดัชนีไกเกอร์- เมเยอร์-ออลคนิ (Kaiser-Mayer-Olkin Measurers of Sampling : KMO) มคี ่าเทา่ กับ 0.918 แสดง วา่ ตวั แปรสังเกตได้ทง้ั หมดมีความสมั พนั ธก์ ันมากพอที่จะนามาวิเคราะห์องค์ประกอบ

ตารางที่ 4.9 ค่าสมั ประสิทธ์สิ หสัมพนั ธ์แบบเพียรส์ ันของตัวแปรขององคป์ ตวั แปร TEA_ TEA_ TEA_ TEA_ TEA_ TEA_ DEV_ DEV_ DE 19 20 21 22 23 24 25 26 2 TEA_19 TEA_20 1.000 1.000 TEA_21 .529** 1.000 .484** 1.000 TEA_22 .457** .568** .533** .590** 1.000 TEA_23 .480** .539** .443** .497** .523** 1.000 TEA_24 .438** .559** .390** .393** .457** .387** 1.000 DEV_25 .441** .524** .446** .425** .575** .452** .458** 1.000 DEV_26 .423** .445** .426** .422** .454** .430** .494** .457** 1.0 DEV_27 .440** .455** .438** .357** .408** .413** .530** .493** .56 DEV_28 .367** .483** .373** .356** .382** .384** .441** .379** .67 RES_29 .439** .439** .409** .366** .453** .355** .485** .458** .48 RES_30 .320** .420** .372** .320** .371** .349** .479** .365** .63 RES_31 .405** .442** .389** .341** .401** .385** .455** .405** .41 RES_32 .371** .380** .350** .358** .434** .369** .695** .382** .44 RES_33 .406** .419** .381** .376** .416** .353** .679** .388** .47 EDU_34 .431** .429** .420** .374** .370** .404** .462** .372** .68 EDU_35 .411** .448** .416** .409** .413** .359** .483** .423** .49 EDU_36 .375** .432** .370** .390** .409** .366** .717** .380** .44 EDU_37 .437** .449** .390** .316** .345** .315** .302** .341** .32 EDU_38 .386** .449** .322** .375** Bartlett’s test of Sphericity = 9497.444 KMO = 0.931 p = 0. ทกุ ตัว

173 ประกอบยอ่ ยโมเดลกระบวนการบรหิ ารงานวชิ าการ (MANA) EV_ DEV_ RES_ RES_ RES_ RES_ RES_ EDU_ EDU_ EDU_ EDU_ EDU_ 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 000 67** 1.000 75** .461** 1.000 86** .729** .613** 1.000 33** .478** .776** .533** 1.000 19** .676** .555** .747** .585** 1.000 43** .477** .451** .495** .591** .589** 1.000 74** .487** .515** .521** .491** .526** .729** 1.000 87** .489** .714** .472** .706** .534** .498** .606** 1.000 94** .700** .509** .726** .518** .734** .520** .606** .607** 1.000 46** .454** .493** .495** .507** .556** .751** .741** .557** .606** 1.000 27** .336** .380** .369** .400** .395** .318** .320** .379** .398** .400** 1.000 .000 หมายเหตุ ** หมายถงึ ตัวแปรทกุ ตวั มีความสัมพันธ์กนั อยา่ งนยั สาคญั (p <0.01) 173 22

174 จากตารางที่ 4.9 ผลการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ์แบบเพียร์สันของตัวแปรของ องค์ประกอบย่อยโมเดลกระบวนการบริหารงานวิชาการ (MANA) พบว่า ตัวแปรท้ัง 20 ตัวแปรมี ความสัมพันธ์กันเชิงบวกอย่างมีนยั สาคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 (p< .01) โดยตัวแปรท่ีมีความสัมพันธ์ สูงที่สุด คือ ผู้บริหารมีการกาหนดนโยบายและแนวทางการใช้การวิจัยเพ่ือแก้ปัญหาหรือพัฒนา คุณภาพงานวิชาการของโรงเรียน (RES_29) และผู้บริหารมีการรวบรวมและเผยแพร่ผลการวิจยั เพ่ือ การเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพการศึกษาทั้งในโรงเรยี นและนอกโรงเรียน (RES_31) คือ มีค่า สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์มากท่ีสุดเท่ากับ .776 ส่วนตัวแปรท่ีมีความสัมพันธ์กันน้อยท่ีสุด คือ ผู้บริหาร ส่งเสริมให้ครูมีการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียนโดย คานึงถึงความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คล (DEV_25) และมกี ารสรุป ติดตาม รายงาน และนาผลการประเมินไปใช้ ในการปรับปรุงและพัฒนาการใช้นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้และมีการเผยแพร่แก่ผู้เกี่ยวข้อง (EDU_38) คอื มีค่าสัมประสทิ ธ์สิ หสมั พันธเ์ ท่ากบั .302 เมื่อพิจารณาค่า Bartlett’s test of Sphericity มีค่าเท่ากับ 9497.444 (p=.00) แสดงวา่ เมทริกซ์ สหสมั พันธร์ ะหวา่ งตวั แปรแตกต่างจากเมทริกซเ์ อกลักษณอ์ ย่างมนี ยั สาคญั ทางสถติ ิ ค่าดชั นีไกเกอร์-เม เยอร์-ออลคิน (Kaiser-Mayer-Olkin Measurers of Sampling : KMO) มีค่าเท่ากับ 0.931 แสดงว่าตัว แปรสงั เกตไดท้ ั้งหมดมีความสมั พันธก์ ันมากพอทจ่ี ะนามาวิเคราะหอ์ งคป์ ระกอบ

ตารางที่ 4.10 ค่าสมั ประสิทธ์ิสหสมั พันธ์แบบเพยี ร์สนั ของตัวแปรขององค ตัวแปร LEA_39 LEA_40 LEA_41 LEA_42 BOO_43 BOO_4 LEA_39 1.000 1.000 1.000 1.000 1.000 LEA_40 .612** .427** .551** .338** LEA_41 .352** .406** .283** LEA_42 .381** .295** BOO_43 .313** BOO_44 .307** .330** .262** .290** .595** 1.000 BOO_45 .357** .404** .314** .363** .640** .663* BOO_46 .310** .359** .358** .341** .525** .606* BOO_47 .377** .352** .571** .423** .471** .491* USI_48 .349** .291** .340** .619** .470** .419* USI_49 .388** .361** .338** .409** .428** .426* USI_50 .386** .423** .732** .454** .354** .357* USI_51 .355** .411** .431** .709** .387** .377* USI_52 .416** .412** .453** .484** .380** .382* Bartlett’s test of Sphericity = 5939.641 p = Kaiser-Mayer-Olkin Measurers of Sampling = 0.866 หมายเหตุ ** หมายถงึ ตวั แปรทุกตัวมีความสัมพันธ์กันอยา่ งนัยสาคญั (p <

175 คป์ ระกอบยอ่ ยโมเดลกจิ กรรมการเรยี นรู้ (LEAR) 44 BOO_45 BOO_46 BOO_47 USI_48 USI_49 USI_50 USI_51 USI_52 0 1.000 1.000 1.000 1.000 1.000 1.000 1.000 ** 1.000 .507** .596** .609** .414** .560** .618** ** .628** .453** .585** .411** .480** .558** ** .507** .423** .687** .665** .753** ** .439** .386** .509** .475** ** .470** .400** .500** ** .386** .369** ** .407** ** .413** = 0.000 <0.01) ทุกตัว 175

176 จากตารางที่ 4.10 ผลการวิเคราะหค์ ่าสมั ประสิทธิ์สหสมั พันธแ์ บบเพียร์สนั ของตัวแปรของ องค์ประกอบย่อยโมเดลกิจกรรมการเรียนรู้ (LEAR) พบว่า ตัวแปรทั้ง 14 ตัวแปรมีความสัมพันธก์ ัน เชิงบวกอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (p< .01) โดยตัวแปรที่มีความสัมพันธ์สูงที่สุด คือ ผู้บริหารมีการส่งเสริมให้ครูผลิตและพัฒนาส่ือนวัตกรรมในการเรียนการสอน และประสานความ ร่วมมือในการผลิตสื่อเทคโนโลยีกับสถาบันอ่ืน (USI_49) และมีการสรุปผลการนิเทศในการใช้ส่ือ เทคโนโลยีเพ่ือนาไปปรับปรงุ พัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ของครู เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน (USI_52) คือ มีค่าสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ์มากที่สุดเทา่ กับ .753 ส่วนตัวแปรที่มีความสัมพนั ธ์กันน้อย ที่สุด คือ ผู้บริหารมีการจัดหารวบรวมข้อมูลและจัดทาเอกสารเผยแพร่แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนแก่ ผู้ปกครองและผู้สนใจทั่วไป (LEA_41) และผ้บู รหิ ารให้ครูมีสว่ นรว่ มในกระบวนการคดั เลอื กหนงั สอื เรียน ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ให้มีคุณภาพสอดคล้องกับหลักสูตรและระบุตัวชี้วัดไว้อย่างชัดเจน (BOO_44) คือ มีค่าสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ์เท่ากับ .262 นอกจากน้ียังพบว่าค่าสัมประสิทธิ์ สหสัมพันธ์ท่ีไม่ถึง .30 มี 5 คู่ และมีค่าต่ากว่า .30 เมื่อพิจารณาแล้ว พบว่า ตัวแปรแต่ละคู่ไม่ได้อยู่ องคป์ ระกอบย่อยเดยี วกนั เม่อื พจิ ารณาค่า Bartlett’s test of Sphericity มีค่าเท่ากับ 5939.641 (p=.00) แสดงว่าเมทริกซ์ สหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรแตกต่างจากเมทริกซ์เอกลักษณ์อย่างมนี ยั สาคัญทางสถิติ ค่าดัชนีไกเกอร์- เมเยอร์-ออลคิน (Kaiser-Mayer-Olkin Measurers of Sampling : KMO) มีค่าเท่ากับ 0.866 แสดง วา่ ตวั แปรสงั เกตไดท้ งั้ หมดมีความสัมพันธ์กนั มากพอท่จี ะนามาวิเคราะหอ์ งคป์ ระกอบ

ตารางที่ 4.11 ค่าสมั ประสิทธ์สิ หสมั พันธแ์ บบเพยี ร์สันของตวั แปรขององค ตัวแปร COM_53 COM_54 COM_55 COM_56 COM_57 C COM_53 1.000 COM_54 .664** 1.000 COM_55 .647** .675** 1.000 COM_56 .522** .492** .615** 1.000 COM_57 .533** .469** .485** .552** 1.000 COO_58 .518** .418** .467** .511** .630** COO_59 .532** .486** .511** .536** .619** COO_60 .519** .490** .480** .476** .555** COO_61 .462** .459** .466** .467** .580** COO_62 .450** .458** .413** .454** .484** SUP_63 .437** .441** .409** .481** .438** SUP_64 .517** .463** .481** .467** .535** SUP_65 .483** .474** .463** .445** .459** Bartlett’s test of Sphericity = 5073.059 p = 0 Kaiser-Mayer-Olkin Measurers of Sampling = 0.944 หมายเหตุ ** หมายถึง ตวั แปรทกุ ตัวมคี วามสัมพันธ์กนั อยา่ งนยั สาคัญ (p <0.

177 คป์ ระกอบยอ่ ยโมเดลการมีส่วนร่วมในการศกึ ษา (PART) COO_58 COO_59 COO_60 COO_61 COO_62 SUP_63 SUP_64 SUP_65 1.000 1.000 1.000 1.000 1.000 1.000 1.000 1.000 .614** .596** .641** .595** .450** .546** .610** .588** .626** .596** .382** .479** .560** .538** .540** .428** .527** .519** .540** .378** .513** .519** .389** .479** .520** .493** .467** .449** 0.000 .01) ทุกตัว 177

178 จากตารางท่ี 4.11 ผลการวิเคราะหค์ ่าสัมประสิทธ์ิสหสมั พันธ์แบบเพียร์สันของตัวแปรของ องค์ประกอบย่อยโมเดลการมีส่วนร่วมในการศึกษา (PART) พบว่า ตัวแปรทั้ง 13 ตัวแปรมี ความสัมพันธ์กนั เชิงบวกอย่างมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดับ .01 (p< .01) โดยตัวแปรที่มีความสัมพันธ์ สูงที่สุด คือ ผู้บริหารมีการส่งเสริมชุมชนโดยจัดใหม้ ีการศึกษาอบรม ความรู้ ข้อมูลขา่ วสารและเลือกสรร ภูมิปัญญาและวิทยาการต่าง ๆ (COM_55) และผู้บริหารมีการส่งเสริมสนับสนุนให้มีการจัดการศึกษา และแลกเปลี่ยนข้อมูลประสบการณ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน(COM_54) คือ มีค่าสัมประสิทธ์ิ สหสัมพันธ์มากท่ีสุดเท่ากับ .675 ส่วนตัวแปรท่ีมีความสัมพันธ์กันน้อยท่ีสุด คือ ผู้บริหารมีการเชิญ วิทยากรภายนอกและภูมิปัญญาท้องถ่ินเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนในทุกด้าน (COO_59) และ ผู้บริหารจัดให้มีการเสริมสร้างความรู้ ความคิด และทักษะทางวิชาการ เพื่อพัฒนาทักษะทาง วิชาชีพและคุณภาพชวี ิตประชาชนในชมุ ชนท้องถนิ่ (SUP_63) คอื มีค่าสมั ประสทิ ธิ์สหสมั พนั ธ์เทา่ กับ .378 เมอื่ พิจารณาค่า Bartlett’s test of Sphericity มีคา่ เท่ากับ 5073.059 (p=.00) แสดงว่าเมทริกซ์ สหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรแตกตา่ งจากเมทริกซ์เอกลักษณ์อย่างมนี ัยสาคัญทางสถิติ ค่าดัชนีไกเกอร์- เมเยอร์-ออลคิน (Kaiser-Mayer-Olkin Measurers of Sampling : KMO) มีค่าเท่ากับ 0.944 แสดง วา่ ตวั แปรสงั เกตไดท้ งั้ หมดมคี วามสมั พันธก์ ันมากพอท่ีจะนามาวเิ คราะห์องค์ประกอบ

ตารางที่ 4.12 ค่าสมั ประสทิ ธ์ิสหสัมพนั ธแ์ บบเพียร์สันของตัวแปรขององค ตัวแปร GUI_66 GUI_67 GUI_68 GUI_69 ASS_70 ASS_71 GUI_66 1.000 GUI_67 .601** 1.000 GUI_68 .592** .626** 1.000 GUI_69 .392** .410** .364** 1.000 ASS_70 .389** .398** .381** .584** 1.000 ASS_71 .374** .429** .380** .573** .611** 1.000 ASS_72 .418** .426** .370** .558** .547** .657** ASS_73 .416** .427** .398** .578** .592** .655** ASS_74 .467** .413** .381** .500** .575** .569** ASS_75 .467** .474** .425** .528** .487** .584** EVA_76 .506** .527** .736** .342** .368** .427** EVA_77 .640** .487** .434** .388** .393** .410** EVA_78 .454** .717** .456** .413** .429** .451** EVA_79 .469** .494** .706** .365** .358** .381** Bartlett’s test of Sphericity = 5985.320 p = Kaiser-Mayer-Olkin Measurers of Sampling = 0.909 หมายเหตุ ** หมายถงึ ตัวแปรทกุ ตัวมคี วามสัมพันธ์กันอยา่ งนยั สาคัญ (p <0

179 คป์ ระกอบย่อยโมเดลควบคมุ คณุ ภาพการศกึ ษา (QUAL) 1 ASS_72 ASS_73 ASS_74 ASS_75 EVA_76 EVA_77 EVA_78 EVA_79 1.000 1.000 1.000 1.000 1.000 1.000 1.000 1.000 .617** .613** .596** .386** .449** .560** .577** .601** .604** .410** .395** .462** .527** .587** .394** .437** .424** .708** .357** .410** .434** .427** .374** .445** .415** .438** .413** .360** = 0.000 0.01) ทกุ ตัว 179