Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รูปแบบการบริหารวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคกลาง/สุภัค ตรงรัตนจิต

รูปแบบการบริหารวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคกลาง/สุภัค ตรงรัตนจิต

Published by MBU SLC LIBRARY, 2021-11-01 07:36:06

Description: บัณฑิตวิทยาลัย มหามกุฏราชวิทยาลัย

Search

Read the Text Version

180 จากตารางที่ 4.12 ผลการวิเคราะหค์ ่าสัมประสิทธ์ิสหสัมพนั ธแ์ บบเพียร์สนั ของตัวแปรของ องค์ประกอบย่อยโมเดลควบคุมคณุ ภาพการศกึ ษา (QUAL) พบวา่ ตัวแปรทัง้ 14 ตัวแปรมคี วามสัมพันธ์ กันเชิงบวกอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 (p< .01) โดยตัวแปรที่มีความสัมพันธ์สูงท่ีสุด คือ ผู้บริหารมีการดาเนินการโดยให้ครูทุกคนมีส่วนร่วมและสร้างความตระหนักเห็นคุณค่าของการแนะ แนวการศึกษาและดูแลช่วยเหลือนักเรียน (GUI_68) และผู้บริหารมีการดาเนินงานโดยกาหนดให้มี มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดของหลักสูตรโรงเรียนโดยให้สอดคล้องกับนโยบายระดับประเทศ (EVA_76) คอื มีคา่ สัมประสทิ ธ์ิสหสัมพันธ์มากท่ีสดุ เท่ากับ .736 ส่วนตัวแปรทมี่ คี วามสมั พันธ์กันน้อย ที่สุด คือ ผู้บริหารมีการประสานความร่วมมือ แลกเปล่ียนเรียนรู้ประสบการณ์ด้านการแนะแนวกบั โรงเรียนอ่ืนหรือหน่วยงานภายนอกอ่ืน ๆ (GUI_69) และผู้บริหารมีการดาเนินงานโดยกาหนดให้มี มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดของหลักสูตรโรงเรียนโดยให้สอดคล้องกับนโยบายระดับประเทศ (EVA_76) คอื มีคา่ สัมประสทิ ธส์ิ หสมั พนั ธเ์ ท่ากับ .342 เมอื่ พิจารณาค่า Bartlett’s test of Sphericity มคี ่าเท่ากับ 5985.320 (p=.00) แสดงว่าเมทริกซ์ สหสัมพันธ์ระหว่างตวั แปรแตกต่างจากเมทรกิ ซ์เอกลักษณ์อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ ค่าดัชนีไกเกอร์- เมเยอร์-ออลคิน (Kaiser-Mayer-Olkin Measurers of Sampling : KMO) มีค่าเท่ากับ 0.909 แสดง วา่ ตวั แปรสังเกตได้ทั้งหมดมคี วามสมั พนั ธ์กนั มากพอทจี่ ะนามาวิเคราะห์องค์ประกอบ ผลการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ์แบบเพียร์สันของตัวแปรท่ีบ่งชี้การบริหารงาน วิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ภาคกลาง จากตารางท่ี 4.9-4.13 แสดงให้เห็นว่าตัวแปรในแต่ละโมเดลมีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสาคัญทาง สถติ ทิ ่ีระดับ .01 (p< .01) ทุกค่า สาหรับผลการวิเคราะห์ค่าสถิติอื่น ๆ ที่ใช้ในการพิจารณาความเหมาะสม ได้แก่ ค่าสถิติ ของ Baertlett และค่าดัชนีไกเซอร์ -ไมเยอร์-ออลคิล (Kaiser-Mayer-Olkin Measurers of Sampling Adequacy : MSA) จาแนกตามโมเดลย่อย คอื โมเดลการดาเนินงาน โมเดลกระบวนการบริหารงาน วิชาการ โมเดลกิจกรรมการเรียนรู้ โมเดลควบคุมคุณภาพการศึกษา และโมเดลการมีส่วนร่วม การศึกษา ปรากฏผลในตารางท่ี 4.13

181 ตารางท่ี 4.13 ค่าสถิติ Baertlett และคา่ ดัชนไี กเซอร์-ไมเยอร์-ออลคิล (Kaiser-Mayer-Olkin Measurers of Sampling Adequacy : MSA) ของโมเดลการบรหิ ารงานวิชาการ ของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ภาคกลาง โมเดล Baertlett P-value Kaiser-Mayer-Olkin test of Measurers Of Sampling การดาเนินงาน Sphericity .000 กระบวนการบรหิ ารงานวชิ าการ 6832.44 .000 Adequacy (MSA) กจิ กรรมการเรียนรู้ 9497.44 .000 .918 ควบคมุ คุณภาพการศกึ ษา 5939.64 .000 .931 การมีส่วนร่วมการศกึ ษา 5985.32 .000 .866 5073.06 .909 .944 จากตารางท่ี 4.13 ผลการวิเคราะห์เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของเมทริกซ์สหสัมพันธ์ กอ่ นนาไปวิเคราะหอ์ งค์ประกอบเชงิ ยืนยนั พบว่า เมทรกิ ซ์สหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรแตกต่างจากเมทริกซ์ เอกลักษณ์อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยค่า Baertlett test of Sphericity มีค่าเท่ากับ 6832.44, 9497.44, 5939.64, 5985.32 และ 5073.06 ตามลาดบั ซ่ึงมีค่าความน่าจะเป็นนอ้ ยกวา่ .01 (p< .01) สว่ นค่า Kaiser-Mayer-Olkin Measurers of Sampling Adequacy (MSA) มีค่าเท่ากบั .918, .931, .866, .909 และ .944 ตามลาดับ โดยทุกค่ามีค่ามากกว่า .80 แสดงว่าตัวแปรมีความสัมพันธ์กนั ดีมาก สามารถนาไปวเิ คราะหอ์ งค์ประกอบได้ ซ่งึ เป็นไปตามเกณฑ์ท่ีกาหนด ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ในการสร้างคะแนน องค์ประกอบ (Factor score) มาตรฐานจากตัวแปร จานวน 79 ตัวแปร ตามโมเดลย่อยทั้ง 5 โมเดล มีรายละเอยี ดดังต่อไปน้ี 1) โมเดลการดาเนินงาน (OPER) ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของโมเดลการดาเนินงาน (OPER) แสดงใน ตารางที่ 4.14 ผลการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ์ระหว่างกันของตัวแปร 4 ตัวแปรใน องคป์ ระกอบการดาเนินงาน แสดงในตารางท่ี 4.15 และการสรา้ งโมเดลการดาเนนิ งาน แสดงในภาพ ที่ 4.8

182 ภาพท่ี 4.8 โมเดลวิเคราะหอ์ งค์ประกอบเชิงยนื ยนั ขององคป์ ระกอบย่อยการดาเนินงาน (OPER) จากภาพท่ี 4.8 ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของโมเดลการดาเนินงาน (OPER) พบว่า โมเดลมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ดีมาก เมื่อพิจารณาจากค่าไค-สแควร์ (2) เท่ากับ 102.924 ค่าองศาอิสระ (df) เท่ากับ 89 ค่านัยสาคัญทางสถิติ (P-value) เท่ากับ 0.148 ไม่มีนัยสาคัญทางสถิติ และค่าดัชนีวัดระดับความสอดคล้อง (GFI) เท่ากับ .984 มีค่าดัชนีวัดระดับ ความสอดคล้องท่ีปรับแก้แล้ว (AGFI) เท่ากับ .969 และค่าความคลาดเคล่ือนในการประมาณ คา่ พารามิเตอร์ (RMSEA) เท่ากับ .015

183 ตารางท่ี 4.14 ผลการวิเคราะห์องคป์ ระกอบเชงิ ยนื ยันของโมเดลการดาเนินงาน (OPER) องคป์ ระกอบ ตัวแปร เมทรกิ ซน์ า้ หนัก สัมประสทิ ธ์ิ สัมประสิทธ์ิ ความคลาด ย่อย องค์ประกอบมาตรฐาน พยากรณ์ คะแนน เคล่ือนของ (R 2) องค์ประกอบ (FS) ตวั แปร (e) λ SE t PLA_1 0.81 .05 19.14** 0.65 0.20 0.19 PLA_2 0.78 .05 18.49** 0.61 0.20 0.20 PLA PLA_3 0.75 .05 22.54** 0.57 0.12 0.26 PLA_4 0.75 - - 0.57 0.14 0.25 ORG_5 0.58 .05 14.24** 0.33 0.05 0.34 ORG_6 0.62 .05 15.96** 0.39 0.07 0.33 ORG_7 0.73 .05 19.70** 0.54 0.15 0.26 ORG ORG_8 0.74 .04 20.11** 0.55 0.15 0.24 ORG_9 0.82 .05 22.40** 0.67 0.21 0.21 ORG_10 0.79 - - 0.63 0.19 0.22 LOC_11 0.73 .06 16.53** 0.53 0.23 0.25 LOC LOC_12 0.79 .06 17.64** 0.63 0.37 0.17 LOC_13 0.71 - - 0.50 0.16 0.26 SCH_14 0.78 .08 15.45** 0.60 0.25 0.27 SCH_15 0.65 .07 14.46** 0.42 0.08 0.36 SCH SCH_16 0.73 .07 15.90** 0.53 0.10 0.31 SCH_17 0.76 .07 15.79** 0.58 0.35 0.22 SCH_18 0.69 - - 0.48 0.17 0.29 Chi-Square= 102.924, df = 89, p = 0.148, GFI = 0.984, AGFI = 0.969, RMSEA = 0.015 **p < .01 เมื่อพิจารณาในรายละเอียดของโมเดลย่อยตามตารางท่ี 4.14 และภาพท่ี 4.8 พบว่า องค์ประกอบย่อยมีค่าน้าหนักองคป์ ระกอบของตัวแปรทั้ง 18 ตวั มคี า่ เปน็ บวก มีค่าตงั้ แต่ 0.58-0.82 ซงึ่ เกินเกณฑท์ กี่ าหนด คอื 0.30 และมนี ัยสาคัญทางสถติ ิที่ระดับ .01 ทุกคา่ ซึง่ แสดงใหเ้ ห็นว่าตัวแปร เหล่านี้เป็นตัวแปรท่ีสาคัญขององค์ประกอบย่อยท้ัง 4 องค์ประกอบ ซ่ึงนอกจากจะพิจารณาค่า

184 นา้ หนักองค์ประกอบมาตรฐานแล้ว ยังสามารถพิจารณาได้จากค่าสมั ประสิทธ์ิความแปรปรวนของตัว แปรสังเกตได้ของแต่ละองค์ประกอบ ซึ่งส่วนใหญ่มีค่ามากกว่า 0.50 และจากผลการวิเคราะห์ องค์ประกอบย่อยมีรายละเอยี ด ดังนี้ 1) ผลการวิเคราะหอ์ งคป์ ระกอบยอ่ ยการวางแผนงานด้านวชิ าการ (PLA) ซึ่งวดั ด้วยตัวแปร PLA_1 - PLA_4 มีน้าหนักองค์ประกอบตามมาตรฐานระหว่าง 0.75-0.81 มีนัยสาคัญทางสถิติท่ี ระดับ .01 ทุกค่า ซึ่งตัวแปรทุกตัวมีค่าน้าหนกั องค์ประกอบมาตรฐานมากกว่า 0.30 แสดงว่าตัวแปร ทุกตวั มคี วามสาคญั ในการสนบั สนนุ องค์ประกอบยอ่ ยในการวางแผนดา้ นวิชาการ (PLA) โดยตัวแปรท่ี มีค่าน้าหนักองค์ประกอบมากที่สุด คือ ผู้บริหารมีการวางแผนงานด้านวิชาการ เช่น การพัฒนา หลักสูตร พัฒนากระบวนการเรียนรู้ การเทียบโอน การวัดผลและประเมินผล เป็นต้น (PLA_1) และตัวแปรที่มีค่าน้าหนักองค์ประกอบน้อยที่สุด คือ ในการดาเนินงานตามกรอบแผนงานวิชาการ ผู้บริหารมีการกากับ ดูแล นิเทศ และติดตามประเมินผล (PLA_4) และมีค่าสัมประสิทธิ์การพยากรณ์ (R 2) เทา่ กับ 0.65, 0.61, 0.57 และ 0.57 ตามลาดับ 2) ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบย่อยในการจัดทาระเบียบและแนวปฏิบัติเก่ียวกับงาน วิชาการ (ORG) ซึ่งวัดด้วยตัวแปร ORG_5 - ORG_10 มีน้าหนักองค์ประกอบตามมาตรฐานระหว่าง 0.58-0.82 มีนยั สาคญั ทางสถิตทิ รี่ ะดบั .01 ทุกคา่ ซึง่ ตวั แปรทกุ ตวั มคี ่านา้ หนักองค์ประกอบมาตรฐาน มากกว่า 0.30 แสดงว่าตัวแปรทุกตัวมีความสาคัญในการสนับสนุนองค์ประกอบย่อยในการจัดทา ระเบียบและแนวปฏิบัติเกีย่ วกับงานวชิ าการ (ORG) โดยตัวแปรที่มีค่าน้าหนักองค์ประกอบมากทส่ี ดุ คือ ผู้บริหารมีการรวบรวมข้อมูล ระเบียบและแนวปฏิบัติเก่ียวกับงานวิชาการให้เป็นระบบสะดวก ต่อการนาไปใช้ (ORG_9) และตัวแปรที่มีค่านา้ หนักองค์ประกอบน้อยที่สุด คือ ผู้บริหารมีการศึกษา วิเคราะหร์ ะเบียบและแนวปฏิบัตเิ กยี่ วกับงานวิชาการ (ORG_5) และมคี า่ สมั ประสิทธิ์การพยากรณ์ (R2) เท่ากบั 0.33, 0.39, 0.54, 0.55, 0.67 และ 0.63 ตามลาดบั 3) ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบย่อยการพัฒนากรอบหลักสูตรระดับท้องถ่ิน (LOC) ซง่ึ วดั ด้วย ตัวแปร LOC_11 - LOC_13 มีน้าหนักองค์ประกอบตามมาตรฐานระหว่าง 0.71-0.79 มีนัยสาคัญทาง สถิตทิ ีร่ ะดับ .01 ทกุ คา่ ซึง่ ตวั แปรทุกตัวมคี ่าน้าหนักองค์ประกอบมาตรฐานมากกว่า 0.30 แสดงว่าตัวแปร ทุกตัวมีความสาคัญในการสนับสนุนองค์ประกอบย่อยในพัฒนากรอบหลักสูตรระดับท้องถ่ิน (LOC_11) โดยตวั แปรทมี่ ีคา่ น้าหนกั องค์ประกอบมากทีส่ ุด คือ การจดั ทากรอบหลกั สตู รระดับท้องถ่ิน มีเน้ือหาสาระ คร อบคลุมถึง สิ่ง ที่กาหน ดไ ว้ใน หลักสูตร แกน กลาง และ ทาเพิ่มเติมตามบริบทข อ ง สถานศึกษา (LOC_12) และตัวแปรที่มีค่าน้าหนักองค์ประกอบน้อยท่ีสุด คือ ผู้บริหารมีการศึกษา วเิ คราะห์ข้อมลู สารสนเทศของสถานศกึ ษาและชุมชนเพอื่ นามาเป็นขอ้ มลู ในการจัดทาสาระการเรียนรู้ ท้องถิ่นของสถานศึกษา (POC_13) และมีค่าสัมประสิทธ์ิการพยากรณ์ (R2) เท่ากับ 0.53, 0.63 และ 0.50 ตามลาดบั

185 4) ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบย่อยในการพฒั นาหลักสูตรสถานศึกษา (SCH) ซ่ึงวัดด้วย ตัวแปร SCH_14 - SCH_18 มนี ้าหนกั องค์ประกอบตามมาตรฐานระหว่าง 0.65-0.78 มีนัยสาคญั ทางสถิติ ท่ีระดับ .01 ทุกค่า ซึ่งตัวแปรทุกตัวมีค่านา้ หนักองค์ประกอบมาตรฐานมากกว่า 0.30 แสดงว่าตัว แปรทุกตัวมีความสาคัญในการสนับสนุนองค์ประกอบย่อยในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา (SCH) โดยตวั แปรที่มีค่าน้าหนกั องค์ประกอบมากท่ีสุด คอื ผ้บู ริหารมีการนาหลกั สูตรสถานศึกษาไปใช้ในทุก ระดับช้ันเรียน และส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างหลากหลาย (SCH_14) และตัวแปรท่ีมีค่า น้าหนกั องคป์ ระกอบน้อยท่ีสุด คอื ผ้บู รหิ ารมกี ารวิจัยและพฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษาขนึ้ ใช้เองให้ทัน กบั การเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม โดยสอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนและเป็นต้นแบบ ให้กับสถานศึกษาอ่ืน (SCH_15) และมีค่าสัมประสิทธ์ิการพยากรณ์ (R2) เทา่ กบั 0.60, 0.42, 0.53, 0.58 และ 0.48 ตามลาดบั ตารางท่ี 4.15 ผลการวเิ คราะห์ค่าความสัมพนั ธ์ระหวา่ งตัวแปร 4 ตัวแปรในองคป์ ระกอบ การดาเนนิ งาน (OPER) องคป์ ระกอบยอ่ ย PLA ORG LOC SCH PLA 1.00 1.00 ORG 0.73 1.00 LOC 0.78 0.72 1.00 SCH 0.77 0.70 0.66 จากตารางที่ 4.15 พบว่าองค์ประกอบย่อยแต่ละองค์ประกอบในโมเดลการดาเนินงาน (OPER) มีความสัมพันธก์ นั ทุกองค์ประกอบ มีค่าสัมประสิทธ์ิความสัมพนั ธ์ต่าสุดถึงสูงสุดต้ังแต่ 0.66- 0.78 และผู้วิจัยได้นาค่าน้าหนักองค์ประกอบท่ีได้จากการวิเคราะห์คร้ังน้ีไปใช้ในการสร้างคะแนน องค์ประกอบย่อย เพื่อให้ได้ตัวแปรใหม่นาไปวิเคราะห์เพอ่ื พฒั นาตัวแปรการบริหารงานวชิ าการของ ผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคกลาง สาหรับ โมเดลการดาเนินงาน (OPER) ไดค้ ะแนนองค์ประกอบ (Factor score) ทั้ง 4 ตัว ดงั สมการ PLA = ((.81xPLA_1)+(.78xPLA_2)+(.75xPLA_3)+(.75xPLA_4))/4 ORG = ((.58xORG_5)+(.62xORG_6)+(.73xORG_7)+(.74xORG_8)+(.82xORG_9) +(.79xORG_10))/6 LOC = ((.73xLOC_11)+(.79xLOC_12)+(.71xLOC_13))/3 SCH = ((.78xSCH_14)+(.65xSCH_15)+(.73xSCH_16)+(.76xSCH_17)+(.69xSCH_18))/5

186 2) โมเดลกระบวนการบรหิ ารงานวชิ าการ (MANA) ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของโมเดลกระบวนการบริหารงานวิชาการ (MANA) แสดงในตารางท่ี 4.16 ผลการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ์ระหว่างกันของตัวแปร 4 ตัวแปรในองค์ประกอบกระบวนการบรหิ ารงานวิชาการ แสดงในตารางท่ี 4.17 และการสรา้ งโมเดล กระบวนการบรหิ ารงานวชิ าการ (MANA) แสดงในภาพท่ี 4.9 .75 ภาพที่ 4.9 โมเดลวเิ คราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันขององคป์ ระกอบย่อยกระบวนการบรหิ ารงาน วิชาการ (MANA) จากภาพที่ 4.9 ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของโมเดลกระบวนการบริหารงาน วิชาการ (MANA) พบว่า โมเดลมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ดีมาก เม่ือพิจารณา

187 จากค่าไค-สแควร์ (2) เท่ากับ 135.177 ค่าองศาอิสระ (df) เท่ากับ 117 ค่านัยสาคัญทางสถิติ (P-value) เท่ากับ 0.120 ไม่มีนัยสาคัญทางสถิติ และค่าดัชนีวัดระดับความสอดคล้อง (GFI) เท่ากับ .980 มีค่า ดัชนีวัดระดับความสอดคล้องเหมาะสมที่ปรับแก้แล้ว (AGFI) เท่ากับ .965 และค่าความ คลาดเคลื่อนในการประมาณค่าพารามเิ ตอร์ (RMSEA) เท่ากับ .015 ตารางท่ี 4.16 ผลการวเิ คราะห์องคป์ ระกอบเชิงยนื ยนั ของโมเดลกระบวนการบริหารงานวชิ าการ (MANA) องค์ประกอบ ตวั แปร เมทริกซน์ ้าหนกั สมั ประสทิ ธ์ิ สัมประสทิ ธิ์ ความคลาด ย่อย TEA_19 องค์ประกอบมาตรฐาน พยากรณ์ คะแนน เคลือ่ นของ λ SE t (R2) องคป์ ระกอบ (FS) ตัวแปร (e) 0.68 .06 15.61** 0.46 0.13 0.29 TEA_20 0.77 .06 17.60** 0.59 0.14 0.24 TEA_21 0.69 .06 15.96** 0.47 0.09 0.31 TEA TEA_22 0.70 .06 16.10** 0.49 0.09 0.31 TEA_23 0.74 .07 16.80** 0.55 0.15 0.27 TEA_24 0.68 - - 0.46 0.09 0.32 DEV_25 0.69 .06 17.60** 0.47 0.11 0.31 DEV_26 0.66 .06 16.30** 0.44 0.10 0.32 DEV DEV_27 0.73 .05 18.66** 0.53 0.16 0.26 DEV_28 0.75 - - 0.56 0.18 0.23 RES_29 0.72 .06 15.92** 0.52 0.11 0.26 RES_30 0.72 .06 16.07** 0.52 0.07 0.24 RES RES_31 0.70 .06 17.82** 0.49 0.03 0.36 RES_32 0.75 .06 17.98** 0.57 0.13 0.25 RES_33 0.69 - - 0.48 0.07 0.30

188 ตารางท่ี 4.16 (ตอ่ ) องค์ประกอบ ตัวแปร เมทรกิ ซน์ ้าหนัก สัมประสิทธ์ิ สัมประสทิ ธ์ิ ความคลาด ยอ่ ย องค์ประกอบมาตรฐาน พยากรณ์ คะแนน เคล่อื นของ λ SE t (R2) องค์ประกอบ (FS) ตวั แปร (e) EDU_34 0.77 .10 12.72** 0.59 0.15 0.23 EDU_35 0.76 .11 13.20** 0.58 0.11 0.29 EDU EDU_36 0.78 .10 13.49** 0.61 0.11 0.23 EDU_37 0.76 .10 13.21** 0.58 0.15 0.25 EDU_38 0.54 - - 0.29 0.06 0.49 Chi-Square= 135.177, df = 117, p = 0.120, GFI = 0.980, AGFI = 0.965, RMSEA = 0.015 เมื่อพิจารณาในรายละเอียดของโมเดลย่อยตามตารางที่ 4.16 และภาพที่ 4.9 พบว่า องคป์ ระกอบย่อยมีคา่ น้าหนักองค์ประกอบของตวั แปรท้งั 20 ตวั มีคา่ เป็นบวก มีค่าตง้ั แต่ 0.54-0.78 ซ่งึ เกนิ เกณฑท์ ก่ี าหนด คือ 0.30 และมนี ัยสาคัญทางสถติ ิท่ีระดับ .01 ทกุ คา่ ซ่ึงแสดงให้เหน็ ว่าตัวแปร เหล่านี้เป็นตัวแปรที่สาคัญขององค์ประกอบย่อยทั้ง 4 องค์ประกอบ ซึ่งนอกจากจะพิจารณา ค่านา้ หนักองค์ประกอบมาตรฐานแลว้ ยงั สามารถพิจารณาได้จากค่าสัมประสทิ ธิ์ความแปรปรวนของ ตัวแปรสังเกตได้ของแต่ละองค์ประกอบซ่ึงส่วนใหญ่มีค่ามากกว่า 0.50 และจากผลการวิเคราะห์ องค์ประกอบยอ่ ยมีรายละเอยี ด ดังนี้ 1) ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบย่อยการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา (TEA) ซ่ึงวดั ด้วยตัวแปร TEA_19 - TEA_24 มีน้าหนักองค์ประกอบตามมาตรฐานระหว่าง 0.68-0.77 มีนัยสาคัญ ทางสถิติท่ีระดับ .01 ทุกค่า ซ่ึงตัวแปรทุกตัวมีค่านา้ หนกั องค์ประกอบมาตรฐานมากกว่า 0.30 แสดง ว่าตัวแปรทุกตัวมีความสาคัญใน การสนับสนุน อง ค์ประกอบย่อยใน การจัดการเรียนการสอนใน สถานศึกษา (TEA) โดยตวั แปรท่มี คี า่ น้าหนักองค์ประกอบมากทสี่ ดุ คอื ผู้บรหิ ารมีการประสานหวั หนา้ กลุ่มทุกสาระการเรยี นรู้ เพื่อพฒั นาส่ือการเรยี นการสอนใหท้ นั สมยั และสอดคลอ้ งกบั เน้อื หา (TEA_20) และตัวแปรทม่ี ีค่านา้ หนักองค์ประกอบนอ้ ยทีส่ ุด คอื มีการจดั ทารายงานผลในการจัดการเรยี นรู้ให้นักเรียน และผู้ปกครองทราบ(TEA_24) และมีค่าสัมประสิทธ์ิการพยากรณ์ (R2) เท่ากับ 0.59, 0.55, 0.49, 0.47, 0.46 และ 0.46 ตามลาดับ 2) ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบย่อยในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ (DEV) ซ่ึงวัดด้วย ตัวแปร DEV_25-DEV_28 มีน้าหนักองค์ประกอบตามมาตรฐานระหว่าง 0.66-0.75 มีนัยสาคัญทาง

189 สถติ ทิ ีร่ ะดับ .01 ทุกค่า ซง่ึ ตัวแปรทกุ ตวั มคี ่าน้าหนักองค์ประกอบมาตรฐานมากกว่า 0.30 แสดงว่าตัวแปร ทุกตัวมีความสาคัญในการสนับสนุนองค์ประกอบย่อยในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ (DEV) โดย ตัวแปรที่มีค่าน้าหนักองค์ประกอบมากที่สุด คือ ผู้บริหารมีการประเมนิ ผลในการจัดการเรียนรู้อย่าง ต่อเนื่อง (DEV_28) และตัวแปรที่มีค่าน้าหนักองค์ประกอบน้อยที่สุด คือ ผู้บริหารส่งเสริมให้ครูจัด กิจกรรมเพ่ือพัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนและแก้ไขข้อบกพร่องของนักเรียนอย่าง ต่อเนื่อง (DEV_26) และมีค่าสัมประสิทธ์ิการพยากรณ์ (R2) เท่ากับ 0.56, 0.53, 0.47, และ 0.44 ตามลาดบั 3) ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบย่อยในการวจิ ัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศกึ ษา (RES) ซ่งึ วัดด้วย ตัวแปร RES_29-RES_33 มีน้าหนักองค์ประกอบตามมาตรฐานระหว่าง 0.69-0.75 มีนัยสาคัญทาง สถติ ิท่รี ะดับ .01 ทกุ คา่ ซึ่งตวั แปรทกุ ตัวมคี ่าน้าหนักองค์ประกอบมาตรฐานมากกว่า 0.30 แสดงว่าตัวแปร ทกุ ตวั มีความสาคญั ในการสนับสนุนองคป์ ระกอบย่อยในการวิจัยเพ่ือพัฒนาคุณภาพการศึกษา (RES) โดยตัวแปรท่ีมีค่าน้าหนักองค์ประกอบมากท่ีสุด คือ ผู้บริหารมีการส่งเสริมให้ครูมีความรู้ในการวิเคราะห์ วจิ ัยและใหค้ รูทาวิจยั ในโรงเรียน แลว้ นาผลการวจิ ัยมาใช้ในการพฒั นาการเรียนรู้ (RES_32) และตัวแปร ท่ีมีค่าน้าหนักองค์ประกอบน้อยท่ีสุด คือ ประเมินผลการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้และคุณภาพ ผ้เู รยี นท่ีเปน็ ผลจากกระบวนการวิจยั (RES_33) และมีค่าสัมประสิทธิ์การพยากรณ์ (R2) เท่ากับ 0.57, 0.52, 0.52, 0.49 และ 0.48 ตามลาดบั 4) ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบย่อยในการนิเทศการศึกษา (EDU) ซึ่งวัดด้วยตัวแปร EDU_34-EDU_38 มีนา้ หนักองค์ประกอบตามมาตรฐานระหว่าง 0.54-0.78 มีนัยสาคัญทางสถิติ ที่ระดับ .01 ทกุ ค่า ซง่ึ ตัวแปรทุกตวั มคี ่าน้าหนักองค์ประกอบมาตรฐานมากกว่า 0.30 แสดงวา่ ตวั แปรทุก ตัวมีความสาคัญในการสนับสนุนองค์ประกอบย่อยในการนิเทศการศึกษา (EDU) โดยตัวแปรท่ีมีค่า น้าหนักองค์ประกอบมากที่สุด คือ ผู้บริหารมีการใช้เหตุผลการนิเทศการศึกษาเพ่ือเป็นการพัฒนา ปรับปรุงวิธีการทางานของแต่ละบุคคลให้มีคุณภาพ (EDU_36) และตัวแปรท่ีมีค่าน้าหนัก องค์ประกอบน้อยท่ีสุด คือ สรุป ติดตามรายงานและนาผลการประเมินไปใช้ในการปรับปรุงและ พัฒนาการใช้นวัตกรรมเพ่ือการเรียนรู้และมีการเผยแพร่แก่ผู้เก่ียวข้อง (EDU_38) และ มีค่า สัมประสิทธ์ิการพยากรณ์ (R2) เทา่ กบั 0.61, 0.59, 0.58, 0.58 และ 0.29 ตามลาดบั

190 ตารางท่ี 4.17 ผลการวเิ คราะหค์ า่ ความสัมพนั ธ์ระหว่างตัวแปร 4 ตัวแปรในองค์ประกอบ กระบวนการบริหารงานวิชาการ (MANA) องคป์ ระกอบยอ่ ย TEA DEV RES EDU TEA 1.00 1.00 DEV 0.87 1.00 RES 0.77 0.88 1.00 EDU 0.75 0.83 0.92 จากตารางที่ 4.17 พบว่าองค์ประกอบย่อยแต่ละองค์ประกอบในโมเดลกระบวนการ บริหารงานวิชาการ (MANA) มีความสัมพันธ์กันทุกองค์ประกอบ มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ต่าสุดถึง สงู สดุ ตัง้ แต่ 0.75-0.92 ผู้วิจัยได้นาค่าน้าหนักองค์ประกอบท่ีได้จากการวิเคราะห์คร้ังน้ีไปใช้ในการสร้าง คะแนน องค์ประกอบย่อย เพื่อให้ได้ตัวแปรใหมน่ าไปวิเคราะห์เพ่อื พฒั นาตัวแปรการบรหิ ารงานวชิ าการของ ผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ภาคกลาง สาหรับ โมเดลด้านกระบวนการบริหารงานวิชาการ (MANA) ไดค้ ะแนนองค์ประกอบ (Factor score) ทงั้ 4 ตวั ดงั สมการ TEA = ((.68xTEA_19)+(.77xTEA_20)+(.69xTEA_21)+(.70xTEA_22) +(.74xTEA_23)+(.68xTEA_24))/6 DEV = ((.69xDEV_25)+(.66xDEV_26)+(.73xDEV_27)+(.75xDEV_28))/4 RES = ((.72xRES_29)+(.72xRES_30)+(.70xRES_31)+(.75xRES_32) +(.69xRES_33))/5 EDU = ((.77xEDU_34)+(.76xEDU_35)+(.78xEDU_36)+(.76xEDU_37) +(.54xEDU_38))/5

191 3) โมเดลกิจกรรมการเรียนรู้ (LEAR) ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยนั ของโมเดลกิจกรรมการเรยี นรู้ (LEAR) แสดงใน ตารางที่ 4.18 ผลการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ์ระหว่างกันของตัวแปร 3 ตัวแปรใน องค์ประกอบกิจกรรมการเรียนรู้ แสดงในตารางที่ 4.19 และการสร้างโมเดลกจิ กรรมการเรียนรู้ (LEAR) แสดงในภาพท่ี 4.10 ภาพท่ี 4.10 โมเดลวเิ คราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันขององค์ประกอบยอ่ ยกิจกรรมการเรียนรู้ (LEAR) จากภาพที่ 4.10 ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของโมเดลกิจกรรมการเรยี นรู้ (LEAR) พบว่า โมเดลมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ดีมาก เม่ือพิจารณาจากค่าไค- สแควร์ (2) เท่ากับ 44.703 ค่าองศาอิสระ (df) เท่ากับ 33 ค่านัยสาคัญทางสถิติ (P-value) เท่ากับ 0.084 ไม่มีนัยสาคัญทางสถิติ และค่าดัชนีวัดระดับความสอดคล้อง (GFI) เท่ากับ .990 มีค่าดัชนีวัด ระดับความสอดคล้องเหมาะสมที่ปรบั แกแ้ ล้ว (AGFI) เท่ากับ .969 และคา่ ความคลาดเคลอ่ื นในการประมาณ คา่ พารามเิ ตอร์ (RMSEA) เท่ากับ .023

192 ตารางที่ 4.18 ผลการวเิ คราะหอ์ งค์ประกอบเชิงยืนยนั ของโมเดลกิจกรรมการเรยี นรู้ (LEAR) องค์ประกอบ ตวั แปร เมทริกซ์น้าหนกั สมั ประสทิ ธ์ิ สมั ประสทิ ธิ์ ความคลาด ย่อย LEA_39 องค์ประกอบมาตรฐาน พยากรณ์ คะแนน เคลอื่ นของ λ SE t (R2) องคป์ ระกอบ (FS) ตวั แปร (e) 0.59 .08 11.88** 0.35 0.08 0.37 LEA LEA_40 0.64 .08 12.53** 0.41 0.12 0.32 LEA_41 0.63 .07 14.35** 0.40 0.11 0.31 LEA_42 0.66 - - 0.44 0.12 0.31 BOO_43 0.77 .09 10.40** 0.59 0.21 0.25 BOO_44 0.76 .09 10.43** 0.58 0.09 0.27 BOO BOO_45 0.83 .09 10.66** 0.69 0.21 0.19 BOO_46 0.79 .09 10.62** 0.62 0.22 0.25 BOO_47 0.80 - - 0.64 0.55 0.25 USI_48 0.64 .07 14.25** 0.41 0.09 0.34 USI_49 0.72 .05 21.44** 0.52 0.19 0.31 USI USI_50 0.70 .06 16.42** 0.50 0.26 0.26 USI_51 0.68 .06 17.30** 0.47 0.05 0.27 USI_52 0.74 - - 0.55 0.07 0.22 Chi-Square= 44.703, df = 33, p = 0.084, GFI = 0.990, AGFI = 0.969, RMSEA = 0.023 **p < .01 เมื่อพิจารณาในรายละเอียดของโมเดลย่อยตามตารางท่ี 4.18 และภาพท่ี 4.10 พบว่า องค์ประกอบย่อยมคี า่ นา้ หนักองคป์ ระกอบของตัวแปรท้งั 14 ตวั มคี ่าเป็นบวก มคี ่าต้งั แต่ 0.59-0.83 ซง่ึ เกนิ เกณฑ์ท่กี าหนด คอื 0.30 และมีนยั สาคญั ทางสถติ ิที่ระดับ .01 ทุกค่า ซึง่ แสดงให้เห็นว่าตัวแปร เหล่านี้เป็นตัวแปรที่สาคัญขององค์ประกอบย่อยทั้ง 3 องค์ประกอบ ซึ่งนอกจากจะพิจารณา ค่านา้ หนักองค์ประกอบมาตรฐานแล้ว ยังสามารถพิจารณาได้จากค่าสัมประสิทธ์ิความแปรปรวนของ ตัวแปรสังเกตได้ของแต่ละองค์ประกอบ ซึ่งส่วนใหญ่มีค่ามากกว่า 0.50 และจากผลการวิเคราะห์ องคป์ ระกอบย่อยมีรายละเอียด ดังนี้

193 1) ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบย่อยการพัฒนาและส่งเสริมให้มีแหล่งเรียนรู้ (LEA) ซึ่งวัด ดว้ ยตัวแปร LEA_39 - LEA_42 มนี า้ หนักองคป์ ระกอบตามมาตรฐานระหว่าง 0.59-0.66 มีนยั สาคัญทาง สถิติที่ระดับ .01 ทุกค่า ซึ่งตัวแปรทุกตัวมีค่าน้าหนกั องค์ประกอบมาตรฐานมากกวา่ 0.30 แสดงว่าตัว แปรทุกตัวมีความสาคัญในการสนับสนุนองค์ประกอบย่อยในการพัฒนาและส่งเสริมให้มีแหล่งเรียนรู้ (LEA) โดยตัวแปรท่ีมีค่าน้าหนักองค์ประกอบมากที่สุด คือ ผู้บริหารมีการดาเนินการในการจัดหา สารวจ รวบรวมข้อมูล จัดทาทะเบียนแหล่งการเรียนรู้ในทุกกลุ่มสาระ (LEA_42) และตัวแปรที่มีค่า น้าหนักองค์ประกอบน้อยที่สุด คือ ผู้บริหารมีการจัดแหล่งเรียนรู้ท้ังภายในและภายนอกสถานศึกษา อย่างหลากหลายและพอเพียงเพื่อให้นกั เรียนได้ไปฝึกประสบการณ์ในแหล่งการเรยี นรู้ (LEA_39) และมีค่าสมั ประสทิ ธกิ์ ารพยากรณ์ (R2) เท่ากับ 0.35, 0.41, 0.40, และ 0.44 ตามลาดบั 2) ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบย่อยในการคัดเลือกหนังสือแบบเรียนเพื่อใช้ใน สถานศึกษา (BOO) ซึ่งวัดด้วยตัวแปร BOO_43-BOO_47 มีน้าหนักองค์ประกอบตามมาตรฐาน ระหว่าง 0.76-0.83 มีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 ทุกค่า ซ่ึงตัวแปรทุกตัวมีค่าน้าหนักองค์ประกอบ มาตรฐานมากกว่า 0.30 แสดงว่าตัวแปรทุกตัวมีความสาคัญในการคัดเลือกหนงั สือแบบเรียนเพ่อื ใชใ้ น สถานศึกษา (BOO) โดยตัวแปรท่ีมีค่าน้าหนักองค์ประกอบมากที่สุด คือ ผู้บริหารมีการตรวจสอบ คุณภาพของหนงั สอื มีความชัดเจน สวยงาม ความถูกตอ้ งเป็นจริงและมปี ระโยชน์ (BOO_45) และตัวแปร ที่มคี า่ น้าหนักองค์ประกอบน้อยท่ีสุด คือ ผบู้ ริหารให้ครูมีส่วนรว่ มในกระบวนการคัดเลือกหนงั สือเรียน ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ ใหม้ ีคุณภาพสอดคล้องกับหลักสูตรและระบตุ วั ชีว้ ัดไวอ้ ยา่ งชัดเจน (DEV_44) และมีค่าสัมประสิทธ์ิ การพยากรณ์ (R2) เทา่ กับ 0.59, 0.58, 0.69, 0.62 และ 0.64 ตามลาดบั 3) ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบย่อยในการพัฒนาและใช้ส่ือเทคโนโลยีเพ่ือการศึกษา (USI) ซึ่งวัดด้วยตัวแปร USI_48-USI_52 มีน้าหนักองค์ประกอบตามมาตรฐานระหว่าง 0.64-0.74 มนี ัยสาคัญทางสถิติท่รี ะดับ .01 ทกุ ค่า ซึง่ ตวั แปรทุกตัวมีค่าน้าหนักองค์ประกอบมาตรฐานมากกว่า 0.30 แสดงว่าตวั แปรทุกตัวมีความสาคญั ในการสนบั สนุนองค์ประกอบย่อยในการพฒั นาและใช้สอ่ื เทคโนโลยี เพื่อการศึกษา (USI) โดยตัวแปรที่มีค่าน้าหนักองค์ประกอบมากที่สุด คือ ผู้บริหารมีการสรุปผลการนิเทศ ในการใชส้ ่ือเทคโนโลยีเพ่อื นาไปปรับปรุง พฒั นาคณุ ภาพการจัดการเรียนรขู้ องครู เพือ่ ให้เกิดประโยชน์ ต่อผู้เรยี น (USI_52) และตวั แปรท่ีมีคา่ น้าหนักองค์ประกอบน้อยทส่ี ุด คือ ผบู้ รหิ ารมีการส่งเสรมิ ให้ครู ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการเรียนรู้ โดยมีการจัดหาสอื่ นวตั กรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรยี นรู้ให้ อย่างเหมาะสม (USI_48) และมีค่าสัมประสิทธิ์การพยากรณ์ (R2) เท่ากับ 0.41, 0.52, 0.50, 0.47 และ 0.55 ตามลาดับ

194 ตารางที่ 4.19 ผลการวิเคราะหค์ ่าความสมั พนั ธ์ระหวา่ งตวั แปร 3 ตัวแปรในองคป์ ระกอบ กิจกรรมการเรยี นรู้ (LEAR) องค์ประกอบย่อย LEA BOO USI LEA 1.00 BOO 0.66 1.00 USI 0.92 0.73 1.00 จากตารางที่ 4.19 พบว่าองค์ประกอบย่อยแต่ละองค์ประกอบในโมเดลกิจกรรมการเรียนรู้ (LEAR) มีความสัมพันธ์กันทุกองค์ประกอบ มีค่าสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ์ต่าสุดถึงสูงสุดตั้งแต่ 0.66- 0.92 ผู้วิจัยได้นาค่าน้าหนักองค์ประกอบที่ได้จากการวิเคราะห์ครั้งน้ีไปใช้ในการสร้างคะแนน องค์ประกอบย่อย เพ่ือให้ได้ตัวแปรใหม่นาไปวเิ คราะห์เพอ่ื พฒั นาตัวแปรการบรหิ ารงานวิชาการของ ผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ภาคกลาง สาหรับ โมเดลด้านกระบวนการบริหารงานวิชาการ (ACAD) ได้คะแนนองค์ประกอบ (Factor score) ท้ัง 3 ตัว ดังสมการ LEA = ((.59xLEA_39)+(.64xLEA_40)+(.63xLEA_41)+(.66xLEA_42))/4 BOO = ((.77xBOO_43)+(.76xBOO_44)+(.83xBOO_45)+(.79xBOO_46) +(.80xBOO_47))/5 USI = ((.64xUSI_48)+(.72xUSI_49)+(.70xUSI_50)+(.68xUSI_51)+(.74xUSI_52))/5

195 4) โมเดลการมสี ่วนรว่ มในการศกึ ษา (PART) ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของโมเดลการมีส่วนร่วมในการศึกษา (PART) แสดงในตารางที่ 4.20 ผลการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างกันของ 3 ตัวแปรใน องค์ประกอบการมสี ว่ นรว่ มในการศกึ ษา แสดงในตารางท่ี 4.21 และการสร้างโมเดลการมีส่วนรว่ มใน การศึกษา (PART) แสดงในภาพท่ี 4.11 ภาพท่ี 4.11 โมเดลวเิ คราะห์องค์ประกอบเชงิ ยนื ยนั ขององค์ประกอบยอ่ ยการมีส่วนร่วมในการศึกษา จากภาพท่ี 4.11 ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของโมเดลการมีส่วนร่วมใน การศึกษา (PART) พบว่า โมเดลมีความสอดคล้องกลมกลืนกบั ข้อมูลเชงิ ประจกั ษ์ดีมาก เม่อื พิจารณา จากค่าไค-สแควร์ (2) เท่ากับ 56.372 ค่าองศาอิสระ (df) เท่ากับ 46 ค่านัยสาคัญทางสถิติ (P-value) เท่ากับ 0.141 ไม่มีนัยสาคัญทางสถิติ และค่าดัชนีวัดระดับความสอดคล้อง (GFI) เท่ากับ .987 มีค่า ดชั นวี ดั ระดบั ความสอดคลอ้ งเหมาะสมที่ปรับแก้แล้ว (AGFI) เทา่ กบั .975 และคา่ ความคลาดเคลื่อนใน การประมาณค่าพารามิเตอร์ (RMSEA) เท่ากับ .018

196 ตารางที่ 4.20 ผลการวเิ คราะหอ์ งค์ประกอบเชิงยนื ยันของโมเดลการมีส่วนรว่ มในการศึกษา (PART) องคป์ ระกอบ ตวั แปร เมทริกซน์ า้ หนกั สัมประสทิ ธิ์ สมั ประสิทธิ์ ความคลาด ยอ่ ย องค์ประกอบมาตรฐาน พยากรณ์ คะแนน เคลอื่ นของ λ SE t (R2) องค์ประกอบ (FS) ตวั แปร (e) COM_53 0.72 .05 18.39** 0.51 0.10 0.27 COM_54 0.66 .05 16.74** 0.43 0.06 0.30 COM COM_55 0.66 .05 16.78** 0.43 0 0.32 COM_56 0.71 .05 18.19** 0.50 0.12 0.30 COM_57 0.76 - - 0.57 0.11 0.24 COO_58 0.77 .06 18.94** 0.59 0.14 0.25 COO_59 0.78 .06 19.57** 0.60 0.11 0.24 COO COO_60 0.79 .05 19.97** 0.62 0.13 0.21 COO_61 0.81 .05 20.09** 0.65 0.19 0.20 COO_62 0.72 - - 0.52 0.08 0.27 SUP_63 0.70 .05 17.71** 0.48 0.18 0.25 SUP SUP_64 0.79 .05 19.82** 0.63 0.23 0.19 SUP_65 0.78 - - 0.61 0.23 0.19 Chi-Square= 56.372, df = 46, p = 0.141, GFI = 0.987, AGFI = 0.975, RMSEA = 0.018 **p < .01 เมื่อพิจารณาในรายละเอียดของโมเดลย่อยตามตารางที่ 4.20 และภาพท่ี 4.11 พบว่า องค์ประกอบยอ่ ยมีคา่ น้าหนกั องค์ประกอบของตวั แปรทง้ั 13 ตัว มีค่าเป็นบวก มีค่าต้งั แต่ 0.66-0.81 ซง่ึ ตวั แปรทุกตัวมคี า่ น้าหนกั องค์ประกอบมาตรฐานมากกว่า 0.30 และมีนยั สาคัญทางสถิติท่ีระดบั .01 ทุกค่า แสดงให้เห็นว่าตัวแปรเหล่านี้เป็นตัวแปรที่สาคัญขององค์ประกอบย่อยท้ัง 3 องค์ประกอบ ซึ่ง นอกจากจะพิจารณา ค่าน้าหนักองค์ประกอบมาตรฐานแล้ว ยังสามารถพิจารณาได้จากค่าสัมประสิทธิ์ ความแปรปรวนของตัวแปรสงั เกตได้ของแต่ละองค์ประกอบ ซ่งึ ส่วนใหญ่มีคา่ มากกว่า 0.50 และจาก ผลการวเิ คราะหอ์ งคป์ ระกอบยอ่ ยมีรายละเอียด ดังนี้

197 1) ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบย่อยการส่งเสริมชุมชนให้มีความเข้มแข็งทางวิชาการ (COM) ซึง่ วดั ดว้ ยตัวแปร COM_53- COM_57 มีนา้ หนักองค์ประกอบตามมาตรฐานระหว่าง 0.66-0.76 มีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 ทุกค่า ซ่ึงตัวแปรทุกตัวมีค่าน้าหนักองค์ประกอบมาตรฐานมากกวา่ 0.30 แสดงว่าตัวแปรทุกตัวมีความสาคัญในการสนับสนุนองค์ประกอบย่อยในการส่งเสริมชุมชนใหม้ ี ความเข้มแข็งทางวิชาการ (COM) โดยตัวแปรที่มีค่านา้ หนักองค์ประกอบมากท่ีสุด คือ มีการสรุปรายงาน ผล ปรับปรุง แก้ไขเพื่อพัฒนาความรู้วิชาการสู่ชุมชน (COM_57) และตัวแปรท่ีมีค่าน้าหนัก องค์ประกอบนอ้ ยทส่ี ุด คือ ผบู้ ริหารมีการส่งเสรมิ ความเข้มแขง็ กบั ชมุ ชนโดยการจัดกระบวนการเรียนรู้ ร่วมกับชุมชน (COM_53) และมีค่าสัมประสิทธ์ิการพยากรณ์ (R2) เท่ากับ 0.51, 0.43, 0.43, 0.50 และ 0.57 ตามลาดับ 2) ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบย่อยในการประสานความร่วมมือในการพัฒนาวิชาการ กบั สถานศึกษาและองค์กรอ่ืน (COO) ซึ่งวัดด้วยตัวแปร COO_58-COO_62 มีน้าหนกั องค์ประกอบ ตามมาตรฐานระหวา่ ง 0.72-0.81 มีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 ทุกค่า ซ่ึงตัวแปรทุกตัวมีค่าน้าหนัก องค์ประกอบมาตรฐานมากกว่า 0.30 แสดงว่าตวั แปรทุกตวั มคี วามสาคัญในการประสานความร่วมมือใน การพฒั นาวชิ าการกบั สถานศึกษาและองคก์ รอน่ื (COO) ตัวแปรที่มคี ่าน้าหนกั องค์ประกอบมากที่สุด คอื ผบู้ รหิ ารมีการจัดกิจกรรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพ่อื ส่งเสรมิ การพัฒนาทางวิชาการและวัฒนธรรม เพื่อให้สถานศึกษาเป็นแหล่งวิทยาการของชุมชน (COO_61) และตัวแปรท่ีมีค่าน้าหนักองค์ประกอบ น้อยทีส่ ดุ คอื ผูบ้ รหิ ารมีการสร้างและเปดิ โอกาสให้ชมุ ชนทอ้ งถนิ่ หรอื สถาบันอ่นื เขา้ มามสี ่วนรว่ มในการจัด กิจกรรมพัฒนาด้านวิชาการ (COO_62) และมีค่าสัมประสิทธ์ิการพยากรณ์ (R2) เท่ากับ 0.59, 0.60, 0.62, 0.65 และ 0.52 ตามลาดับ 3) ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบย่อยในการส่งเสริมและสนับสนุนงานวชิ าการแกบ่ ุคคล ครอบครัว องค์กร หน่วยงาน สถานประกอบการ และสถาบันอื่นท่ีร่วมจัดการศึกษา (SUP) ซึ่งวัด ด้วยตัวแปร SUP_63-SUP_65 มีน้าหนักองค์ประกอบตามมาตรฐานระหว่าง 0.70-0.79 มีนัยสาคัญ ทางสถติ ิทรี่ ะดับ .01 ทกุ ค่า ซึ่งตวั แปรทกุ ตวั มคี ่าน้าหนกั องค์ประกอบมาตรฐานมากกว่า 0.30 แสดงว่าตัว แปรทุกตัวมีความสาคญั ในการสนับสนุนองค์ประกอบยอ่ ยในการสง่ เสริมและสนับสนนุ งานวิชาการแก่ บุคคล ครอบครัว องค์กร หน่วยงาน สถานประกอบการ และสถาบันอื่น (SUP) โดยตัวแปรท่ีมีค่า น้าหนักองค์ประกอบมากที่สุด คือ ผู้บริหารจัดให้มีการส่งเสริมสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ร่วมกัน ระหว่างสถานศึกษากับบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กร หน่วยงาน สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอ่ืนเป็นประจา (SUP_64) และตัวแปรที่มีค่าน้าหนักองค์ประกอบน้อยที่สุด คือ ผู้บริหารจัดให้มีการเสริมสร้างความรู้ ความคิด และทักษะทางวิชาการ เพ่ือพัฒนาทักษะทางวชิ าชีพ และคณุ ภาพชีวิตประชาชนในชมุ ชนท้องถน่ิ (SUP_63) และมคี ่าสัมประสิทธิ์การพยากรณ์ (R2) เทา่ กับ 0.48, 0.63, และ 0.61 ตามลาดับ

198 ตารางท่ี 4.21 ผลการวิเคราะห์ค่าความสมั พันธ์ระหว่างตวั แปร 3 ตวั แปรในองค์ประกอบ การมีส่วนร่วมในการศึกษา (PART) องค์ประกอบยอ่ ย COM COO SUP COM 1.00 COO 0.93 1.00 SUP 0.87 0.79 1.00 จากตารางที่ 4.21 พบว่าองค์ประกอบย่อยแต่ละองค์ประกอบในโมเดลการมีส่วนร่วมใน การศึกษา (PART) มคี วามสมั พนั ธ์กนั ทกุ องค์ประกอบ มคี ่าสมั ประสทิ ธ์สิ หสมั พันธต์ ่าสดุ ถงึ สงู สุดต้ังแต่ 0.79-0.93 ผู้วิจัยได้นาค่าน้าหนักองค์ประกอบที่ได้จากการวิเคราะห์ครั้งน้ีไปใช้ในการสร้างคะแนน องค์ประกอบย่อย เพื่อให้ได้ตัวแปรใหม่นาไปวิเคราะห์เพือ่ พฒั นาตัวแปรการบริหารงานวิชาการของ ผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ภาคกลาง สาหรับ โมเดลด้านการมีส่วนร่วมในการศึกษา (PART) ได้คะแนนองค์ประกอบ (Factor score) 3 ตัว ดัง สมการ COM = ((.72xCOM_53)+(.68xCOM_54)+(.66xCOM_55)+(.71xCOM_56) +(.76xCOM_57))/5 COO = ((.77xCOO_58)+(.78xCOO_59)+(.79xCOO_60)+(.81xCOO_61) +(.72xCOO_62))/5 SUP = ((.70xSUP_63)+(.79xSUP_64)+(.78xSUP_65))/3 5) โมเดลควบคุมคุณภาพการศกึ ษา (QUAL) ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของโมเดลควบคุมคุณภาพการศึกษา (QUAL) แสดงในตารางที่ 4.22 ผลการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างกันของ 3 ตัวแปรใน องค์ประกอบควบคุมคุณภาพการศึกษา แสดงในตารางที่ 4.23 และการสร้างโมเดลควบคุมคุณภาพ การศึกษา (QUAL) แสดงในภาพท่ี 4.12

199 6 ภาพท่ี 4.12 โมเดลวิเคราะหอ์ งคป์ ระกอบเชงิ ยืนยันขององคป์ ระกอบยอ่ ยควบคมุ คุณภาพการศกึ ษา จากภาพที่ 4.12 ผลการวเิ คราะหอ์ งคป์ ระกอบเชงิ ยืนยนั ของโมเดลควบคมุ คณุ ภาพการศกึ ษา (QUAL) พบว่า โมเดลมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ดีมาก เมื่อพิจารณาจากค่าไค- สแควร์ (2) เท่ากับ 54.107 คา่ องศาอิสระ (df) เท่ากับ 49 ค่านัยสาคัญทางสถิติ (P-value) เท่ากับ 0.286 ไม่มีนัยสาคัญทางสถิติ และค่าดัชนีวัดระดับความสอดคล้อง (GFI) เท่ากับ .989 มีค่าดัชนีวัดระดับ ความสอดคล้องเหมาะสมท่ีปรบั แก้แล้ว (AGFI) เท่ากบั .976 และค่าความคลาดเคล่อื นในการประมาณ ค่าพารามิเตอร์ (RMSEA) เท่ากับ .012

200 ตารางท่ี 4.22 ผลการวเิ คราะหอ์ งค์ประกอบเชิงยืนยันของโมเดลควบคุมคณุ ภาพการศกึ ษา (QUAL) องค์ประกอบ ตวั แปร เมทรกิ ซ์น้าหนกั สัมประสทิ ธิ์ สัมประสทิ ธิ์ ความคลาด ย่อย องค์ประกอบมาตรฐาน พยากรณ์ คะแนน เคล่ือนของ GUI_66 λ SE t (R2) องค์ประกอบ (FS) ตวั แปร (e) GUI GUI_67 0.76 .13 12.60** 0.80 .13 12.85** 0.57 0.13 0.28 GUI_68 0.76 .12 12.40** 0.65 0.18 0.20 GUI_69 0.53 - - 0.58 0.14 0.24 0.28 0.04 0.37 ASS_70 0.74 .05 19.69** 0.55 0.23 0.24 ASS_71 0.80 .05 20.51** 0.64 0.22 0.19 ASS ASS_72 0.76 .05 20.47** 0.58 0.15 0.24 ASS_73 0.80 .05 21.78** 0.64 0.22 0.18 ASS_74 0.78 - - 0.61 0.16 0.20 ASS_75 0.75 .05 20.09** 0.57 0.19 0.22 EVA_76 0.77 .05 20.23** 0.60 0.33 0.22 EVA EVA_77 0.72 .06 17.17** 0.52 0.17 0.27 EVA_78 0.78 .06 18.37** 0.61 0.27 0.20 EVA_79 0.74 - - 0.55 0.09 0.24 Chi-Square= 54.107, df = 49, p = 0.286, GFI = 0.989, AGFI = 0.976, RMSEA = 0.012 **p < .01 เมื่อพิจารณาในรายละเอียดของโมเดลย่อยตามตารางท่ี 4.22 และภาพที่ 4.12 พบว่า องคป์ ระกอบย่อยมีคา่ น้าหนักองคป์ ระกอบของตวั แปรทัง้ 14 ตัว มีค่าเป็นบวก มคี ่าตัง้ แต่ 0.53-0.80 ซงึ่ เกินเกณฑ์ท่ีกาหนด คือ 0.30 และมีนยั สาคัญทางสถิติท่รี ะดับ .01 ทุกค่า ซ่งึ แสดงให้เหน็ วา่ ตัวแปร เหล่านี้เป็นตัวแปรที่สาคัญขององค์ประกอบย่อยทั้ง 3 องค์ประกอบ ซึ่งนอกจากจะพิจารณา ค่าน้าหนักองค์ประกอบมาตรฐานแล้ว ยงั สามารถพจิ ารณาได้จากค่าสัมประสิทธิ์ความแปรปรวนของ ตัวแปรสังเกตได้ของแต่ละองค์ประกอบ ซึ่งส่วนใหญ่มีค่ามากกว่า 0.50 และจากผลการวิเคราะห์ องค์ประกอบย่อยมีรายละเอยี ด ดงั นี้

201 1) ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบย่อยการแนะแนวการศึกษา (GUI) ซ่ึงวัดด้วยตัวแปร GUI_66 - GUI_69 มนี า้ หนกั องคป์ ระกอบตามมาตรฐานระหวา่ ง 0.53-0.80 มนี ยั สาคญั ทางสถติ ิทีร่ ะดับ .01 ทุกคา่ ซึง่ ตวั แปรทุกตัวมคี ่าน้าหนกั องค์ประกอบมาตรฐานมากกว่า 0.30 แสดงว่าตวั แปรทุกตัวมี ความสาคัญในการสนับสนุนองค์ประกอบย่อยในการแนะแนวการศึกษา (GUI) โดยตัวแปรที่มีค่า นา้ หนักองค์ประกอบมากท่ีสุด คอื ไดแ้ ก่ ผู้บริหารมกี ารจัดระบบการแนะแนวทางวิชาการและวิชาชีพ โดยเช่ือมโยงกับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน (GUI_67) และตัวแปรท่ีมีค่าน้าหนกั องค์ประกอบน้อย ที่สุด คือ ผู้บริหารมีการประสานความร่วมมือ แลกเปล่ียนเรียนรู้ประสบการณ์ด้านการแนะแนวกบั โรงเรียนอ่ืนหรือหนว่ ยงานภายนอกอนื่ ๆ (GUI_69) และมีค่าสัมประสิทธิ์การพยากรณ์ (R2) เท่ากับ 0.57, 0.65, 0.58, และ 0.28 ตามลาดบั 2) ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบย่อยในการประกันคุณภาพภายในและมาตรฐาน การศึกษา (ASS) ซึ่งวัดด้วยตัวแปร ASS_70-ASS_75 มีน้าหนักองค์ประกอบตามมาตรฐานระหวา่ ง 0.74-0.80 มีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทุกค่า ซ่ึงตัวแปรทุกตัวมีค่าน้าหนักองค์ประกอบมาตรฐาน มากกว่า 0.30 แสดงว่าตัวแปรทุกตัวมีความสาคัญในการประกันคุณภาพภายในและมาตรฐาน การศึกษา (ASS) โดยตัวแปรที่มีค่าน้าหนักองค์ประกอบมากที่สุด คือ ผู้บริหารมีการประเมินผล การดาเนินงานแผนงานและประกันคุณภาพโดยมีหลักฐานให้ตรวจสอบได้ (ASS_71) และผ้บู ริหาร มกี ารตรวจสอบและทบทวนคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเน่ืองด้วยการสนับสนนุ ให้ครู ผู้ปกครอง ชมุ ชน เข้ามามีส่วนร่วม (ASS_713 ตัวแปรท่ีมีค่าน้าหนักองค์ประกอบน้อยท่ีสุด คือ ผู้บริหารมีการแต่งต้ัง คณะกรรมการในการจัดทาระบบประกันคุณภาพภายในโรงเรียนตามมาตรฐานการศึกษาที่กาหนด (ASS_70) และมีค่าสัมประสิทธิ์ การพยากรณ์ (R 2) เท่ากับ 0.55, 0.64, 0.58, 0.64, 0.61 และ 0.57 ตามลาดบั 3) ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบย่อยในการวัดผล ประเมนิ ผล และการเทยี บโอนการศึกษา (EVA) ซ่ึงวัดด้วยตัวแปร EVA_76-EVA_79 มีนา้ หนกั องค์ประกอบตามมาตรฐานระหวา่ ง 0.72-0.78 มนี ยั สาคญั ทางสถติ ทิ ่ีระดับ .01 ทุกคา่ ซ่งึ ตวั แปรทุกตวั มคี ่าน้าหนักองค์ประกอบมาตรฐานมากกว่า 0.30 แสดงว่าตัวแปรทุกตัวมีความสาคัญในการสนับสนุนองค์ประกอบย่อยในการวัดผล ประเมินผล และการเทยี บโอนการศึกษา (EVA) โดยตวั แปรทมี่ ีค่าน้าหนกั องค์ประกอบมากที่สุด คอื ผ้บู รหิ ารมกี ารพัฒนา เคร่ืองมือและนาเทคโนโลยีมาใช้ในการดาเนินการเก่ียวกับการวัดและประเมินผลให้ได้มาตรฐาน (EVA_78) และตัวแปรที่มีค่าน้าหนักองค์ประกอบน้อยที่สุด คือ ผู้บริหารจัดให้มีการประเมินผลการเรียน ทุกช่วงชั้นและจัดให้มีการซ่อมเสริมกรณีท่ีมีผู้เรียนไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน (EVA_77) และมีค่า สัมประสิทธ์ิการพยากรณ์ (R 2) เทา่ กับ 0.60, 0.52, 0.61, และ 0.55 ตามลาดับ

202 ตารางที่ 4.23 ผลการวิเคราะหค์ า่ ความสัมพันธ์ระหว่างตวั แปร 3 ตัวแปรในองคป์ ระกอบ ควบคุมคณุ ภาพการศกึ ษา (QUAL) องค์ประกอบยอ่ ย GUI ASS EVA GUI 1.00 ASS 0.68 1.00 EVA 0.86 0.68 1.00 จากตารางที่ 4.23 พบว่าองค์ประกอบย่อยแต่ละองค์ประกอบในโมเดลควบคุมคุณภาพ การศึกษา (QUAL) มีความสัมพันธ์กันทุกองค์ประกอบ มีค่าสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ์ต่าสุดถึงสูงสุด ตงั้ แต่ 0.68-0.86 ผู้วิจัยได้นาค่าน้าหนักองค์ประกอบท่ีได้จากการวิเคราะห์คร้ังน้ีไปใช้ในการสร้างคะแนน องค์ประกอบย่อย เพื่อให้ได้ตัวแปรใหม่นาไปวิเคราะห์เพอื่ พฒั นาตัวแปรการบรหิ ารงานวิชาการของ ผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ภาคกลาง สาหรับ โมเดลควบคมุ คุณภาพการศึกษา (QUAL) ไดค้ ะแนนองค์ประกอบ (factor score) ทง้ั 3 ตัว ดงั สมการ GUI = ((.76xGUI_66)+(.80xGUI_67)+(.76xGUI_68)+(.53xGUI_69))/4 ASS = ((.74xASS_70)+(.80xASS_71)+(.76xASS_72)+(.80xASS_73) +(.78xASS_74)+(.75xASS_75))/6 EVA = ((.77xEVA_76)+(.72xEVA_77)+(.78xEVA_78)+(.74xEVA_79))/4 จากตารางท่ี 4.15 - 4.23 และภาพที่ 4.8 - 4.12 ซึ่งได้แสดงผลการวิเคราะห์องค์ประกอบ เชงิ ยนื ยนั ของโมเดลทั้ง 5 โมเดล พบวา่ ทกุ โมเดลมีสมมตฐิ านการวิจัยสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ดีมาก นอกจากนี้ค่าน้าหนักองค์ประกอบของตัวแปรมีนัยสาคัญทางสถิติทุกค่า แสดงว่าตัวแปรท้ังหมดนี้ เป็นตัวแปรท่ีสาคัญขององค์ประกอบการบรหิ ารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมธั ยมศึกษา สังกัด สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ภาคกลาง และผลการวิเคราะห์สามารถสร้างคะแนน องค์ประกอบ (Factor score) ตัวแปรการบรหิ ารงานวิชาการของผบู้ ริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกดั สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐาน ภาคกลาง จานวน 17 ตวั ดงั สมการ PLA = ((.81xPLA_1)+(.78xPLA_2)+(.75xPLA_3)+(.75xPLA_4))/4 ORG = ((.58xORG_5)+(.62xORG_6)+(.73xORG_7)+(.74xORG_8)+(.82xORG_9) +(.79xORG_10))/6 LOC = ((.73xLOC_11) + (.79xLOC_12) + (.71xLOC_13))/3

203 SCH = ((.78xSCH_14)+(.65xSCH_15)+(.73xSCH_16)+(.76xSCH_17)+(.69xSCH_18))/5 TEA = ((.68xTEA_19)+(.77xTEA_20)+(.69xTEA_21)+(.70xTEA_22) +(.74xTEA_23)+(.68xTEA_24))/6 DEV = ((.69xDEV_25)+(.66xDEV_26)+(.73xDEV_27)+(.75xDEV_28))/4 RES = ((.72xRES_29)+(.72xRES_30)+(.70xRES_31)+(.75xRES_32)+(.69xRES_33))/5 EDU = ((.77xEDU_34)+(.76xEDU_35)+(.78xEDU_36)+(.76xEDU_37) +(.54xEDU_38))/5 LEA = ((.59xLEA_39)+(.64xLEA_40)+(.64xLEA_41)+(.63xLEA_42))/4 BOO = ((.77xBOO_43)+(.76xBOO_44)+(.83xBOO_45)+(.79xBOO_46)+(.80xBOO_47))/5 USI = ((.64xUSI_48)+(.72xUSI_49)+(.70xUSI_50)+(.68xUSI_51)+(.74xUSI_52))/5 COM = ((.72xCOM_53)+(.68xCOM_54)+(.66xCOM_55)+(.71xCOM_56)+(.76xCOM_57))/5 COO = ((.77xCOO_58)+(.78xCOO_59)+(.79xCOO_60)+(.81xCOO_61)+(.72xCOO_62))/5 SUP = ((.70xSUP_63)+(.79xSUP_64)+(.78xSUP_65))/3 GUI = ((.76xGUI_66)+(.80xGUI_67)+(.76xGUI_68)+(.53xGUI_69))/4 ASS = ((.74xASS_70)+(.80xASS_71)+(.76xASS_72)+(.80xASS_73) +(.78xASS_74)+(.75xASS_75))/6 EVA = ((.77xEVA_76)+(.72xEVA_77)+(.78xEVA_78)+(.74xEVA_79))/4 3.2 ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยนื ยันอันดับสองของรูปแบบการบริหารงานวิชาการของ ผ้บู ริหารโรงเรยี นมัธยมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน ภาคกลาง การวิเคราะห์ในขั้นตอนนี้มีวตั ถุประสงค์เพื่อทดสอบความสอดคล้องของโมเดลโครงสร้าง การบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ภาคกลาง กับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันอันดับสองจากตัวแปรใหม่ 17 ตัวแปร ซ่ึงได้จากสเกลองค์ประกอบที่สรา้ งขึ้น และองค์ประกอบหลัก 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1) การดาเนินงาน (OPER) 2) กระบวนการบริหารงานวิชาการ (MANA) 3) กิจกรรมการเรียนรู้ (LEAR) 4) การมสี ่วนร่วมในการศึกษา (PART) และ 5) ควบคุมคุณภาพการศึกษา (QUAL) โดยนามา วิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันอันดับสองเพียงครั้งเดียว ซึ่งได้แสดงโมเดลการวิเคราะห์ องค์ประกอบเชิงยืนยันอันดับสองการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัด สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ภาคกลาง ดังแสดงในภาพที่ 4.13

204 PLA ORG LOC OPER SCH TEA DEV MANA RES EDU Academi LEA c BOO LEAR USI COM COO PART SUP GUI ASS QUAL EVA ภาพที่ 4.13 แบบจาลองโมเดลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันอันดับสองการบรหิ ารงานวิชาการ ของผบู้ ริหารโรงเรียนมธั ยมศึกษา สังกดั สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน ภาคกลาง ก่อนการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันอันดับสอง ผู้วิจัยได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง สเกลองค์ประกอบย่อยหรือตัวแปรใหม่ทั้ง 17 ตัวแปร เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของเมทริกซ์ สหสัมพันธ์ที่จะนาไปวิเคราะห์องค์ประกอบ รวมถึงการวิเคราะห์ค่าสถิติของค่าสถิติของ Bartlett (Bartlett’s test of Sphericity) และค่าดชั นีไกเซอร์-ไมเยอร-์ ออลคิล (Kaiser-Mayer-Olkin Measurers of Sampling Adequacy : MSA) เพอื่ พจิ ารณาว่าองคป์ ระกอบมีความเหมาะสมหรือไม่ ดงั ตารางท่ี 4.24

ตารางท่ี 4.24 ค่าสัมประสทิ ธส์ิ หสมั พนั ธแ์ บบเพยี รส์ นั ของตัวแปรการบรหิ สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน ภาคกล ตัวแปร PLA ORG LOC SCH TEA DEV RES PLA 1.000 ORG .628** 1.000 1.000 1.000 1.000 1.000 LOC .634** .580** 1.000 .704** .708** .770** .828** SCH .694** .630** .653** .756** .604** .759** .805** TEA .719** .760** .623** .673** .640** .672** .589** DEV .612** .594** .740** .668** .593** .649** .811** RES .561** .578** .735** .611** .840** .800** .616** EDU .620** .604** .715** .643** .650** .574** .585** LEA .518** .597** .633** .732** .569** .587** .548** BOO .627** .788** .595** .531** .613** .520** .779** USI .600** .710** .789** .549** .534** .765** .599** COM .490** .627** .561** .486** .664** .618** .831** COO .506** .660** .528** .682** .671** .828** SUP .467** .669** .512** .617** .647** GUI .612** .599** .683** .649** ASS .629** .700** .536** EVA .603** .564** .785** หมายเหตุ ** หมายถงึ p<0.01

205 หารงานวิชาการของผบู้ รหิ ารโรงเรยี นมัธยมศึกษา ลาง EDU LEA BOO USI COM COO SUP GUI ASS EVA 1.000 1.000 1.000 1.000 1.000 1.000 1.000 1.000 1.000 1.000 .778** .560** .681** .588** .754** .674** .519** .694** .614** .583** .681** .539** .611** .683** .647** .569** .793** .776** .680** .595** .613** .605** .674** .511** .667** .659** .520** .775** .674** .583** .637** .576** .612** .623** .570** .560** .734** .650** .814** .836** .651** .595** .672** .696** .801** 205

206 จากตารางท่ี 4.24 ผลการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันของตัวแปร การบริหารงานวชิ าการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศกึ ษา ขั้นพื้นฐาน ภาคกลาง พบว่าองค์ประกอบย่อยท้ัง 17 องค์ประกอบ มีความสัมพันธ์กันเชิงบวกอย่างมี นัยสาคญั ทางสถิติท่รี ะดับ .01 (p< .01) โดยตัวแปรที่มีความสมั พันธ์สงู ที่สุด คอื การจดั การเรยี นการสอน ในสถานศกึ ษา (TEA) และการคัดเลือกหนังสือแบบเรียนเพ่ือใช้ในสถานศึกษา (BOO) คอื มีคา่ สัมประสทิ ธ์ิ สหสัมพันธ์เท่ากับ .840 ส่วนตัวแปรที่มีความสัมพันธ์กันน้อยท่ีสุดคือ การวางแผนงานด้านวิชาการ (PLA) และการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิชาการแก่บุคคล ครอบครัว องค์กร หน่วยงาน สถาน ประกอบการ และสถาบันอื่นที่ร่วมจัดการศึกษา (SUP) คือ มีค่าสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ์เท่ากับ .467 ซึ่งมคี ่ามากกว่า 0.30 และมีนยั สาคัญทางสถติ ทิ ุกคู่ เมื่อพิจารณาค่า Bartlett’s test of Sphericity มีค่าเท่ากับ 12379.508 (p = .000) แสดงว่า เมทริกซ์สหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรแตกต่างจากเมทริกซ์เอกลักษณ์อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ และ ค่าดัชนีไกเซอร-์ ไมเยอร์-ออลคิล (Kaiser-Mayer-Olkin Measurers of Sampling Adequacy MSA) มี คา่ เทา่ กบั 0.955 แสดงว่าตวั แปรสงั เกตได้ทั้งหมดมีความสมั พนั ธก์ ันมากพอและอยู่ในเกณฑ์ท่ใี ชไ้ ด้ จึง ไดน้ าไปวิเคราะหป์ ัจจัยองคป์ ระกอบดงั ตารางท่ี 4.25 ตารางที่ 4.25 คา่ สถิติ Baertlett และค่าดชั นไี กเซอร์-ไมเยอร์-ออลคิล (Kaiser-Mayer-Olkin Measurers of Sampling Adequacy) ของโมเดลการบริหารงานวชิ าการของผู้บริหาร โรงเรยี นมธั ยมศกึ ษา สังกดั สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน ภาคกลาง โมเดล Baertlett test Kaiser-Mayer-Olkin of P- Measurers of การบริหารงานวิชาการของผู้บรหิ ารโรงเรยี น value Sampling Adequacy มัธยมศึกษา สงั กดั สานักงานคณะกรรมการ Sphericity การศกึ ษาข้ันพื้นฐาน ภาคกลาง (MSA) 12379.508 .000 .955 จากตารางท่ี 4.25 ผลการวเิ คราะห์ พบว่า เมทรกิ ซ์สหสัมพนั ธ์ระหวา่ งตัวแปรแตกต่างจาก เมทริกซ์เอกลกั ษณ์ อยา่ งมนี ัยสาคญั ทางสถติ ิทีร่ ะดับ .01 โดยคา่ Baertlett test of Sphericity มคี า่ เท่ากับ 12379.508 ซึ่งมีค่าความน่าจะเป็นน้อยกว่า .01 (p< .01) ส่วนค่า Kaiser-Mayer-Olkin Measurers of Sampling Adequacy : MSA มีค่าเท่ากับ .955 โดยมีค่ามากกว่า .80 แสดงว่าตัวแปร

207 มีความสัมพันธ์กันดีมาก สามารถนาไปวิเคราะห์องค์ประกอบได้ ซึ่งเป็นไปตามขอ้ เสนอของคิม และมัชเลอร์ ได้เสนอไว้ว่า ถ้ามีค่ามากกว่า .80 แสดงว่าข้อมูลมีความเหมาะสมที่จะวิเคราะห์ องค์ประกอบได้ และถา้ มีค่าน้อยกวา่ .50 แสดงวา่ ข้อมลู ไม่เหมาะสมท่ีจะวิเคราะห์องคป์ ระกอบ (Hair และคณะ อ้างถึงใน สภุ มาส อังศโุ ชติ และคณะ, 2557 หน้า 98) ผลการวิเคราะหอ์ งค์ประกอบเชิงยืนยนั อนั ดับท่ีสองดว้ ยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพือ่ พฒั นา ตัวแปรการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการ การศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน ภาคกลาง ดังแสดงในตารางที่ 4.27 และภาพท่ี 4.14 ภาพท่ี 4.14 ผลโมเดลวิเคราะห์องคป์ ระกอบเชิงยนื ยันอนั ดบั สองของตัวแปรการบริหารงานวิชาการ ของผูบ้ รหิ ารโรงเรียนมธั ยมศึกษา สงั กัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน ภาคกลาง

208 จากภาพที่ 4.14 ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันอันดับสองของการบริหารงาน วิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ภาคกลาง พบว่า โมเดลมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ดีมาก เมื่อพิจารณาจากค่าไค-สแควร์ (2) เท่ากับ 1.829 ค่าองศาอิสระ (df) เท่ากับ 6 ค่านัยสาคัญทางสถิติ (P-value) เท่ากับ 0.935 ไม่มี นัยสาคญั ทางสถิติ และค่าดชั นวี ัดระดับความสอดคลอ้ ง (GFI) เทา่ กบั 1.000 มคี ่าดชั นวี ัดระดับความ สอดคล้องเหมาะสมท่ีปรับแก้แล้ว (AGFI) เท่ากับ .992 และค่าความคลาดเคลื่อนในการประมาณ ค่าพารามเิ ตอร์ (RMSEA) เท่ากบั .000 ตารางท่ี 4.26 ผลการวเิ คราะหอ์ งค์ประกอบเชิงยนื ยันอนั ดบั สองของตัวแปรการบริหารงานวชิ าการของ ผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน ภาคกลาง เมทรกิ ซ์นา้ หนกั สัมประสิทธิ์ สมั ประสิทธิ์ ความคลาด องค์ประกอบ องค์ประกอบ พยากรณ์ คะแนน เคลอื่ นของ λ SE t (R2) องคป์ ระกอบ (FS) ตัวแปร (e) การวเิ คราะหอ์ งคป์ ระกอบเชงิ ยนื ยันอนั ดับสอง องค์ประกอบหลักการดาเนนิ งาน (OPER) PLA 0.75 .06 17.70** 0.56 0.10 0.17 ORG 0.70 - - 0.50 -0.08 0.17 LOC 0.85 .09 13.86** 0.71 0.15 0.10 SCH 0.80 .06 18.47** 0.64 0.05 0.12 การวิเคราะหอ์ งค์ประกอบเชงิ ยืนยนั อันดับสอง องคป์ ระกอบหลักกระบวนการบรหิ ารงานวิชาการ (MANA) TEA 0.79 .05 16.68** 0.62 0.33 0.13 DEV 0.84 .04 23.97** 0.70 -0.01 0.10 RES 0.87 .04 27.62** 0.76 0.05 0.09 EDU 0.91 - - 0.82 0.22 0.07 การวเิ คราะหอ์ งคป์ ระกอบเชิงยนื ยันอันดับสอง องคป์ ระกอบหลักกิจกรรมการเรียนรู้ (LEAR) LEA 0.85 .04 23.09** 0.72 0.30 0.09 BOO 0.72 .04 20.35** 0.52 0.00 0.20 USI 0.94 - - 0.89 0.72 0.04

209 ตารางที่ 4.26 (ต่อ) เมทริกซ์นา้ หนัก สมั ประสทิ ธ์ิ สัมประสิทธ์ิ ความคลาด องค์ประกอบ องค์ประกอบ พยากรณ์ คะแนน เคลื่อนของ λ SE t (R2) องค์ประกอบ (FS) ตัวแปร (e) การวเิ คราะหอ์ งค์ประกอบเชิงยนื ยนั อันดบั สอง องคป์ ระกอบหลกั การมสี ว่ นร่วมในการศึกษา (PART) COM 0.87 .05 23.86** 0.75 0.36 0.09 COO 0.87 .05 23.71** 0.76 0.35 0.10 SUP 0.78 - - 0.61 0.21 0.14 การวิเคราะห์องคป์ ระกอบเชงิ ยนื ยันอันดบั สอง องค์ประกอบหลักควบคมุ คุณภาพการศกึ ษา (QUAL) GUI 0.87 .04 24.72** 0.76 0.03 0.09 ASS 0.74 .05 16.37** 0.55 0.08 0.16 EVA 0.83 - - 0.68 -0.19 0.11 การวเิ คราะหอ์ งคป์ ระกอบเชิงยนื ยนั อนั ดบั สอง OPER 0.97 - - 0.94 - - MANA 0.99 .09 15.30** 0.99 - - LEAR 0.99 .07 20.45** 0.99 - - PART 0.80 .05 18.86** 0.65 - - QUAL 1.00 .08 15.24** 1.00 - - Chi-Square= 1.829, df = 6, p = 0.935, GFI = 1.000, AGFI = 0.992, RMSEA = 0.000 ** P < .01 จากตารางท่ี 4.26 เม่อื พิจารณาในรายละเอยี ดของโมเดลแลว้ พบวา่ นา้ หนกั องค์ประกอบ ของตัวแปรท้ัง 5 องค์ประกอบหลักมีค่าเป็นบวก มีค่าตั้งแต่ 0.80 – 1.00 และมีนัยสาคัญทางสถิติที่ ระดบั .01 ทุกคา่ เรยี งลาดับจากค่านา้ หนักองคป์ ระกอบมากไปหานอ้ ย คอื ควบคมุ คุณภาพการศึกษา (QUAL) มคี ่านา้ หนักองค์ประกอบเท่ากับ 1.00 กระบวนการบริหารงานวิชาการ (MANA) กับกิจกรรม การเรียนรู้ (LEAR) มีค่าน้าหนักองค์ประกอบเท่ากัน คือ 0.99 การดาเนินงาน (OPER) มีค่าน้าหนัก องค์ประกอบเทา่ กบั 0.97 และการมสี ว่ นร่วมในการศึกษา (PART) 0.80

210 เนื่องจากการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันอันดับสอง จะไม่รายงานค่าสัมประสิทธิ์ คะแนนองคป์ ระกอบ ผวู้ ิจัยจึงได้นาค่าน้าหนกั องคป์ ระกอบสาหรับตวั แปรของการบริหารงานวชิ าการ ของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ภาคกลาง จานวน 5 องค์ประกอบ มาสร้างสเกลองค์ประกอบตัวแปรของการบริหารงานวิชาการของผู้บริหาร โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ภาคกลาง แทนค่า สมั ประสทิ ธคิ์ ะแนนองคป์ ระกอบ ซึ่งท้งั สองค่านีใ้ ห้ความหมายในทานองเดยี วกัน ดังสมการ ACADEMIC = ((0.97xOPER)+(0.99x MANA)+(0.99x LEAR)+(0.80xPART) +(1.00xQUAL))/5 ตารางท่ี 4.27 คา่ สมั ประสิทธิส์ หสมั พนั ธ์ระหวา่ งกนั ขององคป์ ระกอบ 5 องคป์ ระกอบของ รูปแบบการบรหิ ารงานวชิ าการของผบู้ ริหารโรงเรยี นมัธยมศึกษา สังกดั สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน ภาคกลาง (ACADEMIC) องค์ประกอบย่อย OPER MANA LEAR PART QUAL ACADEMIC OPER 1.00 MANA 0.87** 1.00 LEAR 0.88** 0.92** 1.00 PART 0.78** 0.74** 0.75** 1.00 QUAL 0.83** 0.90** 0.86** 0.76** 1.00 ACADEMIC 0.93** 0.96** 0.95** 0.86** 0.94** 1.00 ** P < .01 จากตารางท่ี 4.27 พบว่าองค์ประกอบย่อยแต่ละองค์ประกอบในรูปแบบการบริหารงาน วิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ภาคกลาง (ACADEMIC) มคี วามสมั พนั ธ์กนั ทุกองคป์ ระกอบ มีคา่ สมั ประสทิ ธ์ิสหสัมพันธ์ระหว่าง 0.74-0.96 3.3 น้าหนักองค์ประกอบ (Factor loading) ขององค์ประกอบหลัก องคป์ ระกอบย่อยและ รูปแบบการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน ภาคกลาง ผลการวิเคราะห์ข้อมูลในส่วนน่ีเป็นการนาเสนอผลการวิเคราะห์เพื่อตรวจสอบความ สอดคล้องกลมกลืนของโมเดลมาคัดเลือกตัวแปรท่ีแสดงว่ามีค่าความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้างหรือค่า

211 น้าหนักองค์ประกอบ (Factor loading) ตามเกณฑ์ดังนี้ 1) เท่ากับหรือมากกว่า 0.7 สาหรับ องค์ประกอบหลัก (Farrell & Rudd, 2011) และ 2) เท่ากับหรือมากกวา่ 0.30 สาหรับองค์ประกอบ ยอ่ ยและตัวแปร (Tacq,1997 อา้ งถงึ ใน วลิ าวัลย์ มาคุ้ม, 2549) รายละเอยี ดดังตารางที่ 4.28 ตารางที่ 4.28 นา้ หนักองคป์ ระกอบ (Factor loading) ขององค์ประกอบหลัก องค์ประกอบยอ่ ยของ รปู แบบการบรหิ ารงานวชิ าการของผ้บู รหิ ารโรงเรียนมธั ยมศกึ ษา สังกดั สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน ภาคกลาง การบริหาร องค์ λ องค์ λ ตัวแปร λ งานวิชาการ ประกอบหลัก ประกอบย่อย การบรหิ ารงาน วชิ าการของ ดาเนินงาน (OPER) Pla_1 0.81 ผบู้ ริหารโรงเรียน มัธยมศึกษา การวางแผนงาน Pla_2 0.78 สงั กัดสานกั งาน วชิ าการ (Pla) 0.79 Pla_3 0.75 คณะกรรมการ การศกึ ษา Pla_4 0.75 ขนั้ พื้นฐาน ภาคกลาง 0.97 การจดั ทาระเบียบ และ Org_5 0.58 แนวปฏิบตั งิ านวชิ าการ 0.70 Org_6 0.62 (Org) Org_7 0.73 Org_8 0.74 Org_9 0.82 Org_10 0.79 การพัฒนากรอบ Loc_11 0.73 หลกั สตู รระดับท้องถ่นิ 0.85 Loc_12 0.79 (Loc) Loc_13 0.71 Sch_14 0.78 การพัฒนาหลักสตู ร Sch_15 0.65 ของสถานศกึ ษา 0.80 Sch_16 0.73 (Sch) Sch_17 0.76 Sch_18 0.69 Tea_19 0.68 Tea_20 0.77

212 ตารางที่ 4.28 (ต่อ) การบริหาร องค์ องค์ ตัวแปร λ งานวชิ าการ ประกอบหลกั λ ประกอบยอ่ ย λ กระบวนการบริหาร Tea_21 0.69 งานวิชาการ (MANA) การจัดการเรยี น Tea_22 0.70 การสอนในสถานศึกษา 0.79 Tea_23 0.74 กจิ กรรมการเรยี นรู้ Tea_24 0.68 (LEAR) (Tea) Dev_25 0.69 Dev_26 0.66 0.99 Dev_27 0.73 Dev_28 0.75 การพัฒนากระบวน 0.84 Res_29 0.72 การเรยี นรู้ (Dev) Res_30 0.72 Res_31 0.70 การวิจัยเพอ่ื พฒั นา 0.87 Res_32 0.75 คณุ ภาพการศกึ ษา Res_33 0.69 Edu_34 0.77 (Res) Edu_35 0.76 Edu_36 0.78 การนิเทศการศึกษา 0.91 Edu_37 0.76 (Edu) Edu_38 0.54 Lea_39 0.59 การพัฒนาและส่งเสรมิ Lea_40 0.64 ให้มแี หลง่ เรยี นรู้ 0.85 Lea_41 0.63 (Lea) Lea_42 0.66 Boo_43 0.77 0.99 การคัดเลอื กหนังสอื 0.72 Boo_44 0.76 (Boo) Boo_45 0.83 Boo_46 0.79 Boo_47 0.80

213 ตารางท่ี 4.28 (ต่อ) องค์ λ องค์ λ ตัวแปร λ ประกอบหลัก ประกอบย่อย การบรหิ าร งานวิชาการ Usi_49 0.72 การพัฒนาและใชส้ ่ือ 0.94 Usi_50 0.70 เทคโนโลยี (Usi) Usi_51 0.68 Usi_52 0.74 Com_53 0.72 การส่งเสริมชุมชนให้มี Com_54 0.66 ความเขม้ แขง็ ทาง 0.87 Com_55 0.66 วชิ าการ (Com) Com_56 0.71 Com_57 0.76 การมสี ่วนร่วมใน 0.80 การประสานความ Coo_58 0.77 การศกึ ษา (PART) รว่ มมือในการพัฒนา 0.87 Coo_59 0.78 วชิ าการ (Coo) Coo_60 0.79 Coo_61 0.81 Coo_62 0.72 การส่งเสรมิ และ Sup_63 0.70 สนับสนนุ งานวชิ าการ 0.78 Sup_64 0.79 แกบ่ คุ คลฯ (Sup) Sup_65 0.78 Gui_66 0.76 การแนะแนวการศึกษา 0.87 Gui_67 0.80 (Gui) Gui_68 0.76 Gui_69 0.53 ควบคุมคณุ ภาพ 1.00 Ass_70 0.74 การศกึ ษา (QUAL) การประกนั คุณภาพ 0.74 Ass_71 0.80 ภายใน (Ass) Ass_72 0.76 Ass_73 0.80 Ass_74 0.78 Ass_75 0.75

214 ตารางที่ 4.28 (ต่อ) การบริหาร องค์ λ องค์ λ ตวั แปร λ งานวชิ าการ ประกอบหลกั ประกอบยอ่ ย การวดั ผล ประเมนิ ผล 0.83 Eva_77 0.72 (EVA) Eva_78 0.78 Eva_79 0.74 จากตารางที่ 4.28 พบว่า ค่าน้าหนักองค์ประกอบ (Factor loading) ของตัวแปร จานวน 5 องค์ประกอบหลัก มีค่าเป็นบวก มีค่าตั้งแต่ 0.80 – 1.00 และมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทุกค่า เรียงลาดับจากค่าน้าหนักองค์ประกอบมากไปหาน้อย คือ ควบคุมคุณภาพการศึกษา (QUAL) มีค่าน้าหนักองค์ประกอบเท่ากับ 1.00 กิจกรรมการเรียนรู้ (LEAR) มีค่าน้าหนัก องคป์ ระกอบเท่ากับ 0.99 กระบวนการบริหารงานวชิ าการ (MANA) มคี ่าน้าหนกั องคป์ ระกอบเท่ากับ 0.99 การดาเนินงาน (OPER) มีค่าน้าหนักองค์ประกอบเท่ากับ 0.97 และการมีส่วนร่วมในการศึกษา (PART) มีค่าน้าหนักองค์ประกอบเท่ากับ 0.80 ค่าน้าหนักองค์ประกอบขององค์ประกอบย่อยท้ัง 5 องค์ประกอบย่อย มีค่าเป็นบวกและมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 ทุกค่า โดยแยกแต่ละ องคป์ ระกอบย่อย สรุปได้ ดงั นี้ 1) องค์ประกอบหลักดาเนินงาน (OPER) น้าหนักองค์ประกอบมีค่าเป็นบวก มีค่าตั้งแต่ 0.70 – 0.85 และมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 ทุกค่า เรียงลาดับจากค่านา้ หนกั องค์ประกอบมาก ไปหาน้อย คือ การพัฒนากรอบหลักสูตรระดับท้องถ่ิน (Loc) มีค่าน้าหนักองค์ประกอบเท่ากับ 0.85 การพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษา (Sch) มีค่าน้าหนักองค์ประกอบเท่ากับ 0.80 การวางแผนงาน วิชาการ (Pla) มีค่าน้าหนักองค์ประกอบเท่ากับ 0.75 และการจัดทาระเบียบ และแนวปฏิบัติงาน วิชาการ (Org) มีค่านา้ หนกั องคป์ ระกอบเท่ากบั 0.70 2) องค์ประกอบหลักกระบวนการบริหารงานวิชาการ (MANA) น้าหนักองค์ประกอบมีค่า เป็นบวก มคี า่ ตงั้ แต่ 0.79 –0.91 และมนี ัยสาคัญทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั .01 ทกุ ค่า เรียงลาดบั จากค่านา้ หนัก องค์ประกอบมากไปหาน้อย คือ การนิเทศการศึกษา (Edu) ค่าน้าหนักองค์ประกอบเท่ากับ 0.91 การวิจัย เพ่ือพัฒนาคุณภาพการศึกษา (Res) ค่าน้าหนักองค์ประกอบเท่ากับ 0.87 การพัฒนากระบวนการ เรียนรู้ (Dev) คา่ น้าหนักองคป์ ระกอบเท่ากับ 0.84 และการจดั การเรยี นการสอนในสถานศึกษา(Tea) คา่ นา้ หนักองค์ประกอบเทา่ กับ 0.79

215 3) องค์ประกอบหลักกิจกรรมการเรียนรู้ (LEAR) น้าหนักองค์ประกอบมีค่าเป็นบวก มีค่า ต้งั แต่ 0.72–0.94 และมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั .01 ทุกคา่ เรียงลาดบั จากค่าน้าหนักองค์ประกอบ มากไปหาน้อย คือ การพัฒนาและใช้ส่ือเทคโนโลยี (Usi) ค่าน้าหนักองค์ประกอบเท่ากับ 0.94 การพัฒนา และส่งเสริมให้มีแหล่งเรียนรู้ (Lea) ค่าน้าหนักองค์ประกอบเท่ากับ 0.85 และการคัดเลือกหนังสือ (Boo) ค่านา้ หนักองค์ประกอบเทา่ กับ 0.72 4) องค์ประกอบหลกั การมีส่วนร่วมในการศึกษา (PART) น้าหนักองค์ประกอบมีค่าเป็นบวก มีค่าต้ังแต่ 0.78 – 0.87 และมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทุกค่า เรียงลาดับจากค่าน้าหนัก องค์ประกอบมากไปหานอ้ ย คือ การส่งเสริมชุมชนให้มีความเข้มแข็งทางวิชาการ (Com) ค่าน้าหนัก องคป์ ระกอบเทา่ กับ คอื 0.87 การประสานความร่วมมือ (Coo) คา่ น้าหนักองคป์ ระกอบเท่ากับ 0.87 และการส่งเสรมิ และสนบั สนุนงานวชิ าการแก่บคุ คล (Sup) ค่าน้าหนักองค์ประกอบเทา่ กับ คอื 0.78 5) องค์ประกอบหลักควบคุมคุณภาพการศึกษา (QUAL) นา้ หนกั องค์ประกอบมีค่าเป็นบวก มีค่าต้ังแต่ 0.74 – 0.87 และมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 ทุกค่า เรียงลาดับจากค่าน้าหนัก องค์ประกอบมากไปหาน้อย คือ การแนะแนวการศึกษา (Gui) ค่าน้าหนักองค์ประกอบเท่ากัน คือ 0.87 การวัดผล ประเมินผล (EVA) ค่าน้าหนักองค์ประกอบเท่ากับ 0.83 และการประกันคุณภาพ ภายใน (Ass) ค่าน้าหนักองค์ประกอบเท่ากัน คือ 0.74 และค่าน้าหนักองค์ประกอบของรูปแบบ ท้ังหมด 79 ตวั แปร มคี า่ เปน็ บวก มีคา่ ตง้ั แต่ 0.53 – 0.83 และมีนยั สาคัญทางสถติ ทิ ร่ี ะดับ .01 ทุกคา่ 3.4 ข้อเสนอแนะเก่ียวกับการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สงั กดั สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน ภาคกลาง ในแต่ละองค์ประกอบ จากข้อเสนอแนะของแบบสอบถามผ้วู ิจยั ได้วเิ คราะห์ สังเคราะห์ แล้วสรุปดังตารางที่ 4.29 ตารางท่ี 4.29 ข้อเสนอแนะจากแบบสอบถามเกยี่ วกบั การบริหารงานวิชาการในแต่ละองคป์ ระกอบ องคป์ ระกอบท่ี ขอ้ เสนอแนะ ข้อคิดเห็นอ่ืน ๆ 1. การวางแผนงานวชิ าการ ผบู้ รหิ ารควรมีการวางแผนงานวชิ าการใหส้ อดคล้องกบั วัตถุประสงค์หรือ นโยบายหลักและควรได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศกึ ษา 2. การจดั ระเบียบและแนว ผบู้ ริหารต้องประยกุ ต์ใช้ความรู้ หลกั การ และทฤษฎใี นการบริหารงาน ปฏบิ ัติในงานวชิ าการ และนาไปใช้ประโยชน์ในงานวิชาการ เพือ่ ให้บรรลุเปา้ หมายทต่ี ้ังไว้ 3. การพัฒนากรอบ ผู้บริหารควรมีการสารวจขอ้ มูลพืน้ ฐานของผเู้ รยี นในชมุ ชนวา่ มีความ หลกั สูตรระดบั ทอ้ งถ่นิ ตอ้ งการพฒั นาด้านใดเพ่มิ เตมิ ตามหลกั สตู รแกนกลาง รายวิชานั้นตอ้ ง สอดคลอ้ งกบั บรบิ ทของชมุ ชน

216 ตารางที่ 4.29 (ตอ่ ) องคป์ ระกอบท่ี ขอ้ เสนอแนะ ข้อคดิ เหน็ อ่ืน ๆ 4. หลกั สตู รสถานศกึ ษา ผู้บริหารควรส่งเสรมิ แนวคดิ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งส่กู ารปฏิบัติ โดยบูรณาการสกู่ ารเรยี นการสอนทุกกลุ่มสาระการเรยี นรู้ โดยครผู ูส้ อน จะต้องยดึ ตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา 5. การจัดการเรยี น ผู้บริหารควรจัดใหม้ กี ารสอนเสรมิ รายวิชาเพ่ิมเติมและมุ่งเน้นการสอน การสอน ความสามารถเฉพาะทาง สาหรับผู้เรยี นทม่ี ีความถนัดพิเศษในแตล่ ะดา้ น 6. การพฒั นากระบวน ผู้บริหารควรมีนโยบายให้ครผู ู้สอนจัดทาแผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่พฒั นา การเรยี นรู้ กระบวนการเรียนร้บู รู ณาการกบั STEM และกระบวนการ Active Learning 7. การวจิ ยั เพื่อพัฒนา ผูบ้ รหิ ารควรสนบั สนุนให้ครทู าวจิ ัย เพอ่ื นามาพัฒนาหรือแกป้ ัญหาใน คณุ ภาพการศึกษา การเรียนการสอน เพอื่ สนบั สนุนพัฒนาผู้เรยี นไดต้ รงตามวตั ถปุ ระสงค์ และสามารถนาไปพฒั นาการเรยี นรูไ้ ด้ 8. การนิเทศศึกษา ผ้บู รหิ ารควรจดั ให้มีการนเิ ทศครูจากศกึ ษานิเทศก์ของสานกั งานเขตพ้นื ที่การ ศกึ ษา และครูท่มี ีความรู้ เชี่ยวชาญในกลมุ่ สาระน้ัน ๆ อยา่ งน้อยปลี ะครั้ง 9. การพฒั นาและ ผ้บู ริหารควรมีการส่งเสริมให้มีแหล่งเรยี นรู้ แหลง่ สืบค้นข้อมลู แหลง่ ศกึ ษาดู ส่งเสิรมแหล่งเรยี นรู้ งานทั้งภายในและภายนอก มีระบบอินเตอร์เนต็ ไรส้ ายให้ครอบคลุมทกุ พืน้ ที่ 10. การวดั ผล ผู้บรหิ ารควรจดั ใหม้ กี ารวดั ผล ประเมินผลตามสภาพจรงิ ควรมีเคร่ืองมือ ประเมนิ ผล ในการวัดผล ประเมนิ ผล เพอื่ ใชป้ ระเมินบคุ ลกิ ภาพและความถนดั ผูเ้ รยี น 11. การพฒั นาและใช้สอื ผู้บรหิ ารควรพฒั นาห้องสมุด ส่อื สง่ิ พมิ พ์ สื่ออิเล็กทรอนิกสแ์ หลง่ อา้ งองิ เทคโนโลยีการศึกษา และสง่ิ อานวยความสะดวก สาหรับการจัดการเรยี นรู้อยเู่ สมอ 12. การสง่ เสรมิ ชมุ ชน ผู้บรหิ ารควรสนบั สนนุ ให้มกี ารแลกเปล่ียนประสบการณร์ ะหว่างโรงเรียน ในมีความเข้มแข็ง ชมุ ชน และเปิดโอกาสให้ชมุ ชนมสี ่วนร่วมในการพัฒนางานวิชาการใหเ้ ข้มแขง็ 13. การประสานความ ผบู้ รหิ ารควรมีการประสานความร่วมมือดา้ นงานวิชาการกับองค์กรอื่น ๆ ร่วมมอื ในงานวชิ าการ ซ่ึงมีความสาคัญและจาเป็นอย่างยิ่งในการสรา้ งความเขา้ ใจและขอ้ ตกลง ในการพฒั นางานวชิ าการกับองคก์ รอื่น ๆ 14. การสง่ เสริมและ ผู้บริหารควรมีการบันทึกความรว่ มมอื หรอื มีเอกสารหลกั ฐานอ่นื ๆ ท่แี สดงถึง สนบั สนนุ งานวิชาการ ความร่วมมอื ในการจดั เสน้ ทางการศกึ ษาตามศกั ยภาพผู้เรยี นอยา่ งเป็นระบบ 15. ระบบประกัน ผูบ้ รหิ ารควรใชร้ ะบบวงจรการพัฒนาคุณภาพของเดมม่ิง (PCDA) คณุ ภาพการศกึ ษา ในการดาเนินงานจัดโครงสรา้ งและกจิ กรรม ตามแผนพฒั นาสถานศึกษา

217 ตารางท่ี 4.29 (ต่อ) องค์ประกอบท่ี ข้อเสนอแนะ ข้อคดิ เห็นอ่ืน ๆ 16. การแนะแนวเพอื่ ควรให้ผู้เรียนทาแบบทดสอบวัดแววบุคคิลภาพ ความถนัดด้านต่าง ๆ เพ่อื ทีจ่ ะไดท้ ราบถึงศักยภาพและความถนัดพิเศษในแต่ละด้าน รวมถึงจัดให้ การศึกษา มแี ฟ้มสะสมผลงานและผลการประเมนิ บุคลิกภาพความถนดั ของผเู้ รียน ผบู้ ริหารควรเปิดโอกาสใหส้ านักพิมพต์ ่าง ๆ แจง้ ความประสงค์มานาเสนอ 17. การคดั เลอื กหนงั สือ หนงั สอื เรียน เพอ่ื ที่จะได้มีการคดั เลอื กอย่างหลากหลาย สอดคลอ้ งกับ หลกั สตู รของโรงเรียนและตวั ชวี้ ัดควรให้ครูผสู้ อนเนน้ คนคัดเลอื กหนังสอื ดว้ ย จากข้อเสนอแนะดังกล่าว ผู้วิจัยได้นามาปรับสานวนตัวแปรของการบริหารงาน วิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัด สพฐ. และเพ่ือเป็นแนวทางในการวิจัยต่อไป 4.3 ขั้นตอนที่ 3 : ผลการประเมนิ และรับรองรปู แบบจากผูเ้ ชี่ยวชาญและผ้ทู รงคุณวฒุ ิ ขั้นตอนท่ี 3 น้ีเพื่อตอบวัตถุประสงค์ข้อท่ี 3 เพื่อประเมินและรับรองโครงร่างรูปแบบท่ี พัฒนาข้ึนในประเด็นความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ พร้อมท้ัง ข้อเสนอแนะ จากผู้เช่ียวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ จานวน 17 รูป/คน (ภาพผู้เชี่ยวชาญในการประเมิน และรบั รอง ภาคผนวก ฏ หน้า 358) ดงั ตารางท่ี 4.30 ตารางท่ี 4.30 ผลค่าเฉล่ยี และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานในประเด็นดา้ นความถูกตอ้ ง (Accuracy) พจิ ารณาในประเด็น S.D. ระดบั 1. เปน็ รปู แบบทม่ี สี าระ/ประเดน็ ครอบคลุมครบถว้ นถกู ตอ้ ง 4.41 0.61 มาก 2. เป็นรปู แบบทมี่ ีวตั ถปุ ระสงค์ชดั เจน 4.39 0.55 มาก 3. เปน็ รูปแบบทีม่ ีข้นั ตอนการใช้ชัดเจน 4.38 0.57 มาก 4. เปน็ รูปแบบมีที่มาจากแหล่งข้อมูลในการได้มาซ่งึ ขอ้ มูลอยา่ งชดั เจน 4.52 0.63 มากที่สดุ 5. เป็นรูปแบบท่ีมีการรวบรวมขอ้ มูลจากเครือ่ งมือและแหลง่ ขอ้ มูล 4.50 0.62 มากท่ีสุด 6. เป็นรูปแบบท่ีมีการวิเคราะห์ขอ้ มูลทงั้ เชิงปริมาณและ 4.40 0.58 มาก เชงิ คณุ ภาพทีส่ มบรู ณแ์ ละชดั เจน รวมเฉล่ียดา้ นความถูกต้อง 4.43 0.59 มาก

218 จากตารางท่ี 4.30 ผลประเมนิ และรับรองจากผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ จานวน 17 รปู /คน มีความคิดเห็นพิจารณาในประเด็นด้านความถูกต้อง พบว่า เป็นรูปแบบมีที่มาจากแหล่งข้อมูลในการ ได้มาซึ่งข้อมูลอย่างชัดเจน อยู่ในระดับมากท่ีสุด มีคะแนนค่าเฉลี่ยสูงสุด ( = 4.52, S.D. = 0.63) รองลงมาคอื เปน็ รูปแบบที่มกี ารรวบรวมข้อมูลจากเคร่ืองมอื และแหล่งข้อมูลท่ีหลากหลาย อยใู่ นระดับ มากท่ีสุด ( = 4.50, S.D. = 0.62) และมีคะแนนค่าเฉล่ียน้อยที่สุด คือ เป็นรูปแบบท่ีมีข้ันตอนการใช้ ชัดเจน ( = 4.38, S.D. = 0.57) มีคะแนนค่าเฉล่ียโดยรวมเท่ากับ ( = 4.43, S.D. = 0.59) แสดงว่า เปน็ รูปแบบที่พัฒนาขึน้ ได้รบั การประเมนิ และรบั รองในด้านความถูกต้องอยูใ่ นระดบั มาก ตารางท่ี 4.31 ผลค่าเฉล่ยี และสว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐานในประเด็นดา้ นความเหมาะสม (Propriety) พจิ ารณาในประเดน็ S.D. ระดบั 7. เป็นรูปแบบที่คานงึ ถงึ กฎหมาย 4.42 0.56 มาก 8. เปน็ รูปแบบที่คานึงถงึ การรักษาสิทธขิ องผเู้ กีย่ วขอ้ ง 4.40 0.52 มาก 9. เปน็ รปู แบบที่ใหค้ วามเปน็ ธรรมกบั ผทู้ ม่ี สี ่วนเกี่ยวขอ้ ง 4.45 0.58 มาก ทกุ ฝา่ ยหรือทุกกล่มุ รวม 4.42 0.55 มาก จากตารางที่ 4.31 ผลประเมนิ และรับรองจากผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวฒุ ิ จานวน 17 รูป/คน มีความคิดเห็นพิจารณาในประเด็นด้านความเหมาะสม พบว่า เป็นรูปแบบท่ีให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่มี ส่วนเก่ียวข้องทุกฝ่ายหรือทุกกลุ่ม อยู่ในระดับมาก มีคะแนนค่าเฉลี่ยสูงสุด ( = 4.45, S.D. = 0.58) รองลงมาคือ เป็นรูปแบบที่คานึงถึงกฎหมาย อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉล่ียเท่ากับ ( = 4.42, S.D. = 0.56) และมีคะแนนค่าเฉลี่ยน้อยท่ีสุด คือ เป็นรูปแบบท่ีคานึงถึงการรักษาสิทธิของผู้เกี่ยวข้อง ( = 4.40, S.D. = 0.52) มคี ะแนนคา่ เฉล่ียโดยรวมเท่ากับ ( = 4.42, S.D. = 0.55) แสดงว่า เปน็ รปู แบบที่พฒั นาขนึ้ ไดร้ บั การประเมินและรบั รองในดา้ นความเหมาะสมอยใู่ นระดบั มาก

219 ตารางท่ี 4.32 ผลคา่ เฉลยี่ และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานในประเดน็ ด้านความเป็นไปได้ (Feasibility) พิจารณาในประเด็น S.D. ระดบั 10. เปน็ รูปแบบท่ีสามารถนารูปแบบไปปฏิบัติไดจ้ รงิ 4.47 0.60 มาก 11. เปน็ รปู แบบที่มีทรัพยากรเพียงพอที่จะปฏิบตั ิได้ 4.39 0.58 มาก 12. เป็นรปู แบบท่ีปลอดจากภาวะเสี่ยงทจ่ี ะเกิดขึ้น 4.36 0.54 มาก 13. เป็นรปู แบบที่มกี ฏ ระเบยี บ ข้อบังคบั และกฎหมาย 4.38 0.57 มาก ที่เอื้อให้ปฏบิ ตั ิได้ รวม 4.40 0.57 มาก จากตารางที่ 4.32 ผลประเมนิ และรับรองจากผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ จานวน 17 รูป/คน มี ความคดิ เห็นพจิ ารณาในประเด็นดา้ นความเป็นไปได้ พบว่า เปน็ รูปแบบที่สามารถนารูปแบบไปปฏิบัติ ได้จริง อยู่ในระดับมาก มีคะแนนค่าเฉล่ียสูงสุด ( = 4.47, S.D. = 0.60) รองลงมาคือ เป็นรูปแบบที่มี ทรัพยากรเพียงพอท่ีจะปฏิบัติได้ อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ( = 4.39, S.D. = 0.58) และมี คะแนนค่าเฉล่ียน้อยท่ีสุด คือ เป็นรูปแบบที่ปลอดจากภาวะเส่ียงที่จะเกิดขน้ึ ( = 4.36, S.D. = 0.54) มีคะแนนค่าเฉลี่ยโดยรวมเท่ากับ ( = 4.40, S.D. = 0.57) แสดงว่า เป็นรูปแบบที่พัฒนาข้ึนได้รับ การประเมนิ และรบั รองในด้านความเปน็ ไปได้อยใู่ นระดบั มาก ตารางที่ 4.33 ผลคา่ เฉล่ีย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานในประเด็นด้านความเปน็ ประโยชน์ (Utility) พจิ ารณาในประเดน็ S.D. ระดับ 14. เป็นรปู แบบท่ีการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้รปู แบบ 4.39 0.53 มาก 15. เป็นรปู แบบที่ชว่ ยกระตุ้นให้เกดิ การพัฒนาดา้ นการบรหิ าร 4.38 0.51 มาก 16. เปน็ รูปแบบที่ให้สารสนเทศทเ่ี ปน็ ประโยชน์สาหรบั ผู้ปฏิบัติ 4.40 0.55 มาก 17. เป็นรูปแบบท่ีจะเกิดผลดตี อ่ สถานศกึ ษา หนว่ ยงาน 4.48 0.58 มาก ที่เก่ยี วขอ้ งผ้รู ับผดิ ชอบ ผมู้ สี ่วนไดส้ ่วนเสยี และชุมชน รวม 4.41 0.54 มาก รวมค่าเฉลย่ี ในทุกดา้ น 4.42 0.56 มาก

220 จากตารางที่ 4.33 ผลประเมินและรับรองจากผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวฒุ ิ จานวน 17 รูป/คน มีความคิดเห็นพิจารณาในประเด็นด้านความเป็นประโยชน์ พบว่า เป็นรูปแบบท่ีจะเกิดผลดีต่อ สถานศึกษา หน่วยงานที่เก่ียวข้องกับผู้รับผิดชอบ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และชุมชน อยู่ในระดับมาก มีคะแนนค่าเฉล่ียสูงสุด ( = 4.48, S.D. = 0.58) รองลงมาคือ เป็นรูปแบบที่ให้สารสนเทศที่เป็น ประโยชน์สาหรับผู้ปฏิบัติ อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ( = 4.40, S.D. = 0.55) และมีคะแนน ค่าเฉล่ียน้อยท่ีสุด คือ เป็นรูปแบบท่ีช่วยกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาด้านการบริหารจัดการ ( = 4.38, S.D. = 0.51) มคี ะแนนค่าเฉลยี่ โดยรวมเท่ากบั ( = 4.41, S.D. = 0.54) แสดงว่า เปน็ รูปแบบทีพ่ ัฒนาขน้ึ ไดร้ บั การประเมนิ และรับรองในด้านความเป็นประโยชน์อยูใ่ นระดับมาก สรุปได้ว่า การประเมินและรับรองรูปแบบการบริหารงานของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ภาคกลาง จากผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ จานวน 17 รปู /คน พบว่า รปู แบบการบริหารงานของผู้บรหิ ารโรงเรียนมัธยมศกึ ษา สงั กัดสานกั งานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคกลาง ท่ีพัฒนาข้ึนมีความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และ ความเป็นประโยชน์ ผู้บริหารสถานศึกษาสามารถนาไปใช้การพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพงาน วิชาการของโรงเรียนในสังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่มัธยมศึกษา เขต 3-10 ซึ่งผลการประเมินและรับรอง อยู่ในระดบั มาก มีคะแนนค่าเฉล่ียในภาพรวมเท่ากับ ( = 4.42 S.D. = .56) ซ่งึ ถอื ได้ว่าเปน็ การรับรอง รูปแบบโดยผู้เชยี่ วชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ ขอ้ เสนอแนะจากผู้เช่ยี วชาญและผู้ทรงคุณวฒุ ิในการประเมนิ และรับรอง จากการสังเคราะห์ข้อสรุปความคิดเห็นในข้อเสนอแนะเพิม่ เติมในแต่ละองค์ประกอบหลัก จากผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ เกี่ยวกับการพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการของผู้บริหาร โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ภาคกลาง ผู้วิจัยได้สรุป ความคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะ ดงั น้ี 1. การดาเนินงาน ผ้เู ช่ยี วชาญและผทู้ รงคุณวฒุ มิ ีความคดิ เห็นว่า การดาเนินงานเปน็ บทบาท ของผบู้ ริหารโรงเรียนจะต้องพ่งึ ปฏิบตั ิ เพอ่ื ใหโ้ รงเรียนดาเนินภารกจิ ของตนไปสเู่ ป้าหมายท่วี างไว้ และ เป็นการวางแนวทางในการดาเนินงานให้บุคลากรของโรงเรียนได้ปฏิบัติงานตามกรอบงาน และกรอบ เวลาที่กาหนด รวมท้ังมีการประเมินผลเพ่ือปรับปรุงระเบียบและแนวปฏิบัติงานให้มีความเหมาะสมและ สอดคล้องกับสถานการปัจจุบันมากย่ิงขึ้น นอกจากน้ีหลักสูตรสถานศึกษาจะเป็นเคร่ืองยืนยัน ความสาเร็จที่ผู้บริหารจะยึดถือและนาไปใช้ประโยชน์ในแนวทางการดาเนินงานให้ตรงกับ วัตถปุ ระสงค์และครอบคลุมครบถ้วนทง้ั ระบบ

221 2. กระบวนการบรหิ ารงานวิชาการ ผเู้ ชยี่ วชาญและผู้ทรงคุณวุฒิมีความคดิ เหน็ วา่ กระบวนการ บริหารงานมีการกาหนดบทบาทในด้านต่าง ๆ ไว้อย่างครอบคลุม อาทิ การกากับ ดูแล และติดตาม การจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน โดยมกี ารเนน้ ท้งั การสรา้ งบรรยากาศเอื้อตอ่ การเรยี น การมุ่งส่คู วาม เปน็ เลิศ ให้ความสนใจต่อนักเรียนพิการ ดอ้ ยโอกาสทางการศึกษา นอกจากน้ยี ังมีการรายงานผลการเรียน ให้ผู้ปกครองทราบ เพื่อเป็นการร่วมมือกันในการส่งเสริมผู้เรียน และมีการรวบรวมและเผยแพร่ ผลงานวิจัยของผู้บริหารเพ่ือใหเ้ ปน็ ที่รจู้ กั และสามารถนาไปใชใ้ หเ้ ปน็ ประโยชน์ในด้านวชิ าการ 3. กิจกรรมการเรียนรู้ ผู้เช่ียวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิมีความคิดเห็นว่า กิจกรรมการเรียนรู้ เป็นกิจกรรมท่ีองค์ประกอบมีความครอบคลุมประเด็นสาคัญมีผลต่อการพัฒนาการเรียนการสอน นอกจากความรทู้ ่เี ปน็ เอกสาร เน้ือหาแลว้ โรงเรียนจะตอ้ งมีการพัฒนาและส่งเสรมิ ให้มแี หล่งเรียนรู้ใน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพิ่มเติม นอกจากนี้โรงเรียนจะต้องส่งเสริมให้ครูผลิต จัดทาการใช้ส่ือ นวัตกรรมเทคโนโลยีต่าง ๆ ให้ทันกับยุคโลกาภิวัตน์ เพื่อให้มีส่ือท่ีมีคุณภาพตรงกับความต้องการ เพราะ นกั เรยี นตอ้ งเรียนรู้ เรยี นคดิ เรียนทา และเรยี นแกป้ ัญหา 4. การมีส่วนรว่ มในการศึกษา ผูเ้ ชีย่ วชาญและผู้ทรงคุณวุฒิมีความคิดเห็นว่า ผูบ้ ริหารโรงเรียน ต้องอาศยั การมีส่วนร่วมทุกฝา่ ย ซง่ึ ในยคุ ปัจจุบันโรงเรียนตอ้ งสร้างเครือข่ายทางการศกึ ษา ทั้งในส่วน ของชุมชน ผูป้ กครอง องคก์ รทงั้ ภายในและภายนอก เขา้ มาร่วมด้วยช่วยกันในการขับเคล่ือนการศึกษาให้ บรรลุเป้าหมาย นอกจากนี้การบริหารงานวิชาการยังมีประโยชน์ในด้านการให้บริการวิชาการคืนสู่ สงั คม ชมุ ชน เพ่ือพัฒนาความรู้ใหเ้ กดิ ความเข้มแขง็ ทางวิชาการ 5. ควบคุมคุณภาพการศึกษา ผู้เช่ียวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิมีความคิดเห็นว่า การควบคุม คุณภาพการศึกษาจะเป็นตัวกาหนดในการดาเนินงานเปน็ ไปอย่างมีทิศทาง และสามารถกาหนดระดับ คณุ ภาพของการบรหิ ารงานวชิ าการได้ นอกจากน้ี ยังมีระบบการประกันคณุ ภาพในสถาบันการศึกษา อาทิ การจัดทาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา และมีการทบทวนการประกันคุณภาพโดย การประเมินผลการดาเนินงานเพือ่ ปรบั ปรุงและพัฒนาต่อไป จากการประเมินและรับรองความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็น ประโยชน์ จากผ้เู ช่ียวชาญและผ้ทู รงคณุ วฒุ ิ จานวน 17 รปู /คน พบว่า ควรให้ผปู้ กครองและนกั เรียนผู้ มีส่วนได้ส่วนเสียมีส่วนร่วมในการวางแผนงานวิชาการด้วย เพราะ งานวิชาการถือเป็นงานท่ีมี ความสาคัญที่สุดและเป็นหัวใจหลักของการจัดการศึกษา ซ่ึงผู้บริหารโรงเรียน คณะครู และผู้มีส่วน เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ต้องมีความรู้ความเข้าใจและให้ความสาคัญโดยการมีส่วนร่วมในการวางแผน กาหนดแนวทางปฏิบัติ การประเมินผล และการปรับปรุงแก้ไขอย่างเป็นระบบและต่อเน่ือง ดังน้ัน ผู้เช่ียวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิมีความคิดเห็นสอดคล้องกันว่า เป็นรูปแบบท่ีมีความถูกต้อง ความ เหมาะสม ความเปน็ ไปได้ และความเป็นประโยชน์ สามารถใช้ในการพฒั นาและปรับปรุงคุณภาพงาน

222 วชิ าการของโรงเรยี นในสงั กัดสานักงานเขตพื้นทีม่ ัธยมศึกษา เขต 3-10 ใหไ้ ดม้ าตรฐานตอ่ ไป ซงึ่ ถอื ว่า เปน็ การรับรองรปู แบบโดยผู้เชยี่ วชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ จากการสรุปผลและขั้นตอนการวิจัย ผู้วิจัยได้นาผลการวิจัยมาปรับแก้ไขและนาเสนอ รูปแบบการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน ภาคกลาง ดงั ภาพที่ 4.15 รูปแบบการบรหิ ารงานวิชาการของผ้บู ริหารโรงเรียน 2. กระบวนการบริหารงานวิชาการ 1. การดาเนนิ งาน 4. การมีสว่ นร่วมในการศึกษา ประกอบด้วย ประกอบด้วย ประกอบด้วย 1. การเรยี นการสอนในสถานศึกษา 1. การวางแผนงานวิชาการ 1. การส่งเสริมชุมชนใหม้ ีความ 2. การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ 2. การจดั ทาระเบียบและแนว 3. การวจิ ยั เพื่อคณุ ภาพการศกึ ษา เขม้ แข็งทางวิชาการ 4. การนเิ ทศการศกึ ษา ปฏิบตั เิ กี่ยวกับงานวิชาการ 2. การส่งเสรมิ สนับสนุนงาน 3. กรอบหลักสูตรระดบั ทอ้ งถ่ิน 3. ควบคมุ คุณภาพการศึกษา 4. การพัฒนาหลกั สูตรสถานศึกษา วชิ าการแก่บุคคล ครอบครวั ประกอบด้วย 3. ประสานความร่วมมือในการ 1. การแนะแนวการศึกษา รูปแบบการบริหารงาน 2. การประกันคณุ ภาพภายใน วิชาการของผบู้ ริหาร พัฒนาวิชาการกบั สถาบนั อื่น ๆ 3. การวดั ผล ประเมนิ ผล และดาเนิน โรงเรียนมธั ยมศึกษา 5. กิจกรรมการเรียนรู้ การเทียบโอนการศกึ ษา สังกดั สานักงาน ประกอบดว้ ย คณะกรรมการการศึกษา 1. พฒั นาและส่งเสรมิ แหล่งเรยี นรู้ ข้นั พืน้ ฐาน ภาคกลาง 2. การคดั เลอื กหนงั สือแบบเรยี น 3. การพฒั นาและใชส้ ื่อเทคโนโยลี ภาพท่ี 4.15 รูปแบบการบรหิ ารงานวชิ าการของผู้บรหิ ารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกดั สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน ภาคกลาง

บทที่ 5 สรปุ อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ การวิจัยเร่ือง “รูปแบบการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัด สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ภาคกลาง” มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษา องค์ประกอบของการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ภาคกลาง 2) เพื่อสร้างรูปแบบการบริหารงานวิชาการของ ผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน ภาคกลาง และ 3) เพื่อประเมินและรับรองรูปแบบการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัด สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ภาคกลาง การวิจัยครั้งน้ีเป็นการวิจัยเชิงปริมาณและ เชิงคุณภาพ (Mixed Methods Research) ประชากรและกลุ่มตัวอย่างท่ีใช้ในการวิเคราะห์คร้ังน้ี ได้แก่ โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 3-10 ภาคกลาง เปน็ หน่วยวเิ คราะห์ (Unit of Analysis) จานวน 428 โรง ได้กลมุ่ ตัวอย่าง จานวนทัง้ สน้ิ 201 โรง และผ้ใู หข้ ้อมูลในการวิจัยคร้งั นี้ ได้แก่ ผู้อานวยการโรงเรียน รองผู้อานวยการกลุ่มบริหารวิชาการ หัวหน้างานวิชาการ และครูผู้สอน รวม ทั้งหมด 676 คน ใน 21 จังหวัด คือ นนทบุรี ปทุมธานี สระบุรี พระนครศรีอยธุ ยา ชัยนาท อ่างทอง ลพบุรี สิงหบุรี ฉะเชิงเทรา สมทุ รปราการ ปราจีนบรุ ี สระแก้ว นครนายก ราชบุรี กาญจนบรุ ี นครปฐม สพุ รรณบุรี ประจวบครี ีขนั ธ์ เพชรบรุ ี สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม ประจาปีการศึกษา 2560 เครอื่ งมอื ท่ีใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบสัมภาษณ์ไมม่ ีโครงสร้าง (Unstructured interview) แบบสอบถามและแบบตรวจสอบรายการ (Check list) ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา ตาแหน่ง หน้าที่ในปัจจุบัน และประสบการณ์ในการทางาน ตอนที่ 2 แบบสอบถามวัดระดับการบริหารงาน วิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา เป็นแบบมาตรวัดประเมินค่า (Rating scale) ใน 5 ดา้ น คือ 1) การดาเนินงาน 2) กระบวนการบริหารด้านวิชาการ 3) กิจกรรมการเรียนรู้ 4) การมีส่วนร่วมใน การศึกษา และ 5) ควบคุมคุณภาพการศึกษา สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าความถี่ (Frequencies) คา่ รอ้ ยละ (Percentage) คา่ เฉลย่ี (Means) ค่าสว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน (S.D.) คา่ สมั ประสิทธ์กิ ารกระจาย ในการคัดเลือกตัวแปรในการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงาน คณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ภาคกลาง วิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของตัวแปรเพ่ือ พจิ ารณาความสัมพันธ์ของตัวแปรก่อนท่จี ะนาไปวิเคราะห์องคป์ ระกอบเชิงสารวจ (Exploratory factor analysis : EFA) และวิเคราะห์ข้อมูลเพ่ือตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลการวิจัยข้อมูลเชิง

224 ประจักษ์ด้วยวิธีการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (Confirmatory factor analysis : CFA) ค่าสถิติที่ใช้ในการตรวจสอบความสอดคล้องโมเดลการวิจัยกับข้อมูลเชิงประจักษ์ คือ ค่าไค-สแควร์ (Chi-square statistics) มีค่าตา่ หรอื ไม่มนี ยั สาคญั ทางสถิติมคี วามนา่ จะเป็นหรือค่า P-value สูงกว่า 0.05 ค่าดัชนีความกลมกลืนหรือค่า GFI (Goodness-of-fit index) มีค่าตั้งแต่ 0.90-1.00 ดัชนีวัด ความกลมกลืนที่ปรับแล้ว (Adjusted goodness-of-fit index : AGFI) มีค่าต้ังแต่ 0.90-1.00 และค่าราก ที่สองของค่าเฉลี่ยความคลาดเคล่ือนกาลังสองของการประมาณค่าพารามิเตอร์ (Root mean square error of approximation : RMSEA) มคี ่าตา่ กว่า 0.05 โดยใช้โปรแกรมสาเร็จรูป การประเมินและรับรอง รูปแบบการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการ การศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน ภาคกลาง เปน็ การสมั ภาษณ์เชงิ ลึก (In-depth Interview) จากผเู้ ชี่ยวชาญและ ผู้ทรงคุณวุฒิ จานวน 17 รปู /คน 5.1 สรปุ ผลการวจิ ยั การสรุปผลการวิจยั คร้งั น้ี ผู้วจิ ัยไดเ้ สนอผลการวิเคราะหข์ ้อมลู ตามรายละเอยี ด ดังน้ี 5.1.1 ผลการวิเคราะห์ค่าสถิตพิ น้ื ฐาน ผลการวเิ คราะห์ค่าสถติ ิพ้ืนฐานเพอื่ ให้ทราบลักษณะสถานภาพท่ัวไปของกลมุ่ ตัวอยา่ งและ การแจกแจงของตัวแปร โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ผลการวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพของกลุ่ม ตัวอย่าง และผลการวิเคราะห์สถิติพ้ืนฐานของรูปแบบการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียน มัธยมศกึ ษา สังกัดสานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ภาคกลาง มีดังน้ี ผลการวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพของกลุ่มตัวอย่างท่ีเก็บรวบรวมข้อมูลท้ังหมดมีจานวน 676 คน ส่วนใหญเ่ ปน็ เพศชาย จานวน 418 คน (ร้อยละ 61.83) มีอายรุ ะหว่าง 30 - 40 ปี มากท่ีสุด จานวน 223 คน (ร้อยละ 32.99) มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีมากที่สุด จานวน 398 คน (ร้อยละ 58.88) และดารงตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียน รองผู้อานวยการกลุ่มงานวิชาการ หัวหน้างานวิชาการ และครผู ้สู อน มจี านวนเท่ากัน จานวน 169 คน (ร้อยละ 25.00) ผลการวิเคราะห์ค่าสถิติพ้ืนฐานของรูปแบบการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียน มัธยมศึกษา สงั กัดสานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคกลาง มคี ่าเฉล่ีย และค่าสัมประสิทธ์ิ การกระจาย ในแตล่ ะองคป์ ระกอบหลัก ดังนี้ องค์ประกอบหลักท่ี 1 การดาเนินงาน (OPER) ผ่านเกณฑ์ท่ีกาหนดทุกตัวแปร เมื่อพิจารณา ตามตวั แปรขององค์ประกอบยอ่ ย พบว่า ผู้บรหิ ารมกี ารจัดทารา่ งระเบยี บและแนวปฏิบตั ิเกี่ยวกับงาน

225 ด้านวิชาการของสถานศึกษา มีค่าเฉล่ียสูงสุดเท่ากับ 4.08 รองลงมาคือ ผู้บริหารมีการดาเนินงาน ในการศึกษาวิเคราะห์ระเบียบและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับงานด้านวิชาการของสถานศึกษา มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.06 ผู้บริหารมีการจัดทาโครงสร้างหลักสูตรที่สอดคล้องกับ วิสัยทัศน์ เป้าหมาย จุดเน้นของหลักสูตรสถานศึกษา โดยมีความเหมาะสมกับศักยภาพของผู้เรียน มีค่าเฉลี่ยต่าสุด เท่ากับ 3.88 และผู้บริหารมีการนาหลักสูตรสถานศึกษาไปใช้ในทุกระดับชั้นเรียนและมีการส่งเสริม การเรียนรู้ของนักเรียนอย่างหลากหลาย มีค่าสัมประสิทธิ์การกระจายมากที่สุดเท่ากับ 19.95 องค์ประกอบหลักท่ี 2 กระบวนการบริหารงานวิชาการ (MANA) ผ่านเกณฑ์ที่กาหนดทุกตัว แปร เม่อื พิจารณาตามตัวแปรขององค์ประกอบยอ่ ย พบว่า ผู้บริหารมีการประสานหัวหน้ากลุ่มสาระทุก กลุ่มการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาส่ือการเรยี นการสอนให้ทันสมัยและสอดคล้องกับเนื้อหา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด เท่ากับ 4.02 รองลงมาคือ ผู้บริหารมีการรายงานผลในการจัดการเรียนรู้ให้นักเรียนและผู้ปกครอง ทราบ มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.00 ผู้บริหารมีการสรุป ติดตาม รายงานและนาผลการประเมินไปใช้ในการ ปรับปรุง และพัฒนาการใช้นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้และมีการเผยแพร่แก่ผู้เกี่ยวข้อง มีค่าเฉลี่ยต่าสุด เท่ากับ 3.85 และผู้บริหารมีการใช้เหตุผลการนิเทศการศึกษาเพื่อเป็นการพัฒนาปรับปรุงวิธีการทางาน ของแตล่ ะบคุ คลใหม้ ีคุณภาพ มีค่าสมั ประสิทธ์ิการกระจายมากทีส่ ุดเท่ากับ 20.41 องค์ประกอบหลักที่ 3 กิจกรรมการเรียนรู้ (LEAR) ผ่านเกณฑ์ท่ีกาหนดทุกตัวแปร เม่ือ พิจารณาตามตัวแปรขององค์ประกอบย่อย พบว่า ผู้บริหารมีการจัดทาและตรวจพิจารณาคุณภาพ หนังสือเรียน หนังสืออ่านประกอบ ใบงาน แบบฝึกหัด ใบความรู้ เพ่ือใช้ประกอบการเรียนการสอน มี ค่าเฉลี่ยสูงสุดเท่ากับ 4.06 รองลงมาคือ ผู้บริหารมีการจัดระบบข้อมูลแหล่งการเรียนรู้ในโรงเรียน หรือในท้องถิ่น ให้เอ้ือต่อการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียนหรือสถานศึกษาของตนเอง มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.04 ผู้บริหารมีการสรุปผลการนิเทศ นาผลการนิเทศไปปรับปรุง พัฒนา คุณภาพการจัดการเรียนรู้ของ ครูให้เกดิ ประโยชนส์ ูงสดุ ตอ่ ผูเ้ รยี น มคี ่าเฉล่ยี ต่าสุดเทา่ กับ 3.83 และผู้บริหารมีการติดตาม ประเมินผล รายงานผลการใช้หนังสือเรียนเพื่อพัฒนางานด้านสื่อการสอน มีค่าสัมประสิทธิ์การกระจายมากที่สุด เท่ากบั 19.89 องค์ประกอบหลักที่ 4 การมีส่วนร่วมในการศึกษา (PART) ผ่านเกณฑ์ที่กาหนดทุกตัว แปร เมอ่ื พิจารณาตามตวั แปรขององค์ประกอบย่อย พบว่า ผู้บริหารจัดให้มกี ารส่งเสรมิ สนับสนุนให้ มีการจัดกจิ กรรมการเรยี นรรู้ ว่ มกันระหวา่ งสถานศกึ ษากับบคุ คล ครอบครวั ชุมชน องคก์ ร หน่วยงาน สถานประกอบการ และสถาบนั อื่นเป็นประจา มีค่าเฉลี่ยสูงสุดเท่ากับ 4.04 รองลงมาคือ ผู้บริหารมี การสรุป ติดตาม ประเมินและรายงานผลการส่งเสริมสนับสนุนและให้บริการด้านวิชาการ เพ่ือนามา พัฒนาในงานด้านวิชาการ มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.02 ผู้บริหารมีการสรุปผล รายงาน ปรับปรุงแก้ไขเพื่อ พัฒนาความรูว้ ชิ าการส่ชู มุ ชน มคี า่ เฉลี่ยตา่ สดุ เทา่ กบั 3.85 และผบู้ รหิ ารมีการวางแผนกาหนดนโยบายและ

226 มีการระดมทรัพยากรในการประสานความร่วมมือในการพัฒนางานวิชาการกับสถาบันอื่น มีค่า สัมประสิทธ์ิการกระจายมากที่สุดเท่ากับ 19.89 องค์ประกอบหลักท่ี 5 ควบคุมคุณภาพการศึกษา (QUAL) ผ่านเกณฑ์ท่ีกาหนดทุกตวั แปร เม่ือพิจารณาตามตัวแปรขององค์ประกอบย่อย พบว่า ผู้บริหารมีการประเมินผลการดาเนินงาน แผนงานและประกันคุณภาพโดยมีหลักฐานให้ตรวจสอบได้ มีค่าเฉลี่ยสูงสุดเท่ากับ 3.98 รองลงมา คือ ผู้บริหารมีการนาผลการวิเคราะห์ไปใช้ในการปรับปรุงพัฒนาการดาเนินงานแผนงานและประกนั คุณภาพ มคี า่ เฉล่ียเท่ากับ 3.97 ผู้บรหิ ารมีการนาผลการประเมินมาตรวจสอบ ปรับปรุง แก้ไข เพ่ือพัฒนา ในการวัดผล ประเมินผล และเทียบโอนการศึกษา มีคา่ เฉลีย่ ต่าสุด เท่ากบั 3.91 และผบู้ ริหารมีการแต่งตั้ง ครูรับผิดชอบเป็นลายลักษณ์อักษรในการดาเนินการแนะแนวมีค่าสัมประสิทธิ์การกระจายมากที่สุด เท่ากับ 19.85 เม่ือพิจารณาตัวแปรทกุ ตัวมคี ่าเฉล่ียและค่าสัมประสิทธิ์การกระจายผ่านเกณฑท์ ีก่ าหนด ซึง่ มคี ่าเฉลยี่ เท่ากับหรือมากกว่า 3.00 และมีค่าสัมประสิทธกิ์ ารกระจายเท่ากับหรือต่ากว่า 20 % ผู้วิจยั ได้ ทาการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของเมทริกซ์สหสัมพันธ์ที่จะ นาไปใชว้ เิ คราะหอ์ งคป์ ระกอบ 5.1.2 ผลการศึกษาองค์ประกอบของรูปแบบการบริหารงานวิชาการของผู้บริหาร โรงเรียนมธั ยมศึกษา สงั กัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน ภาคกลาง ผลการวิเคราะหใ์ นสว่ นนี้เพอ่ื ตอบวัตถปุ ระสงคก์ ารวิจยั ขอ้ ท่ี 1 ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี เอกสาร ตารา งานวิจัยท่ีเก่ียวข้อง และจากการสัมภาษณ์ ผู้เช่ียวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิในด้านการบริหารการศึกษา แล้วทาการวิเคราะห์ สังเคราะห์เพ่ือให้ได้ กรอบแนวคิดและพิจารณาตัวแปรที่มีความเหมาะสมของตัวแปรในแต่ละองค์ประกอบ ผลจาก การศกึ ษาดงั กล่าว พบวา่ ได้ร่างองคป์ ระกอบ 17 องค์ประกอบ 115 ตวั แปร 5.1.3 ผลการวิเคราะห์รูปแบบการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สงั กัดสานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน ภาคกลาง ผลการวเิ คราะหใ์ นส่วนน้ีเพื่อตอบวัตถุประสงค์การวิจยั ขอ้ ท่ี 2 จากผลการวิเคราะห์รูปแบบการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัด สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน ภาคกลาง ในข้นั ตอนน้ีเป็นการพัฒนาด้วยการวิเคราะห์ องค์ประกอบเชิงสารวจ (EFA) และวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (CFA) ในการวิเคราะห์ องคป์ ระกอบเชงิ สารวจ (EFA) ได้ 5 องคป์ ระกอบหลัก คือ 1) การดาเนินงาน 2) กระบวนการบริหารงาน วิชาการ 3) กิจกรรมการเรียนรู้ 4) การมีส่วนร่วมในการศึกษา และ 5) ควบคุมคุณภาพการศึกษา จากน้ัน

227 ทาการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันอันดับแรก พบว่า รูปแบบการบริหารงานวิชาการของผู้บริหาร โรงเรียนมธั ยมศกึ ษา สงั กัดสานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน ภาคกลาง ตามแนวคิด ทฤษฎี และกรอบแนวคิดในการวิจัยมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชงิ ประจกั ษ์และมนี ัยสาคญั ทางสถิติทุกค่า ใน การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันอันดับสอง พบว่า ควบคุมคุณภาพการศึกษา มีค่าเฉลี่ยมากท่ีสุด รองลงมา คือ กระบวนการบริหารด้านวิชาการ กิจกรรมการเรียนรู้ การดาเนินงาน และการมีส่วนร่วมใน การศึกษา ตามลาดบั มีค่าสถิตไิ ค-สแควร์ = 1.829, DF = 6, P-value = .935, GFI = 1.00, AGFI = .992 และ RMSEA = .000 แสดงวา่ รูปแบบมีความสอดคลอ้ งกบั ขอ้ มูลเชิงประจักษ์และไม่มีนยั สาคญั ทางสถิติ สรปุ ได้ว่า รปู แบบการบริหารงานวิชาการของผบู้ ริหารโรงเรียนมธั ยมศึกษา สงั กดั สานกั งาน คณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน ภาคกลาง ท่สี ร้างข้ึนจากแนวคดิ ทฤษฎี มีความสอดคล้องกับข้อมูล เชงิ ประจักษ์ และมคี วามถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และเป็นประโยชนต์ ่อสานักงานเขตพืน้ ที่ การศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 3-10 ประกอบไปด้วย 5 องคป์ ระกอบหลัก 17 องค์ประกอบย่อย มคี า่ สถิติไค- สแควร์สัมพัทธ์ (CMIN/DF) = .55 ค่าระดับการยอมรับไม่มีนัยสาคัญ (P-value = .935) ค่า ความคลาดเคลื่อนในการประมาณค่าพารามิเตอร์ (RMSEA) = .000 ค่าดัชนีวัดระดับความกลมกลนื (GFI) = 1.00 ค่าดัชนีความความกลมกลืนท่ีปรับแล้ว (AGFI) = .992 ค่าน้าหนักองค์ประกอบหลักมี ค่าระหว่าง 0.80-1.00 องค์ประกอบย่อยมีค่าระหว่าง 0.70-0.94 และค่าน้าหนักของตัวแปรมีค่า ระหว่าง 0.53-0.83 เป็นไปตามเกณฑท์ ่กี าหนด ผลการวิเคราะหค์ ่าสถิตขิ องแต่ละองค์ประกอบ มดี งั น้ี ผลการวเิ คราะห์องค์ประกอบเชงิ ยืนยนั (Confirmatory Factor Analysis : CFA) ค่าสถิติ ท่ใี ช้ในการทดสอบโมเดล คอื คา่ ไค-สแควร์ (Chi-square statistics : 2) มีคา่ เทา่ กบั 1.829 คา่ องศา อสิ ระ (df) เท่ากับ 6 มีค่านยั สาคญั ทางสถิติ (P-value) เท่ากับ 0.935 ซึ่งมีค่าสูงกว่า 0.05 แสดงให้ เห็นว่ามีค่าความแตกต่างอย่างไม่มีนัยสาคัญทางสถิติ หมายถึง รูปแบบการบริหารงานวิชาการของ ผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคกลาง มีความ สอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ นอกจากน้ียังสามารถพิจารณาค่าดัชนีวัดความกลมกลืนหรือความ สอดคล้องอื่น ๆ ได้อีก เช่น ค่า GFI (Goodness-of-fit index) และค่า AGFI (Adjusted goodness-of-fit index) มีค่าเข้าใกล้ 1 ผลการวิเคราะห์ได้ ค่า GFI เท่ากับ 1.00 และค่า AGFI เท่ากับ .992 ซ่ึงมีค่าเข้า ใกล้ 1 แสดงให้เห็นว่ารูปแบบการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงาน คณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ภาคกลาง มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ และค่าราก ที่สองของค่าเฉลี่ยความคลาดเคล่ือนกาลังสองของการประมาณค่าพารามิเตอร์ (Root mean square error of approximation : RMSEA) มีค่าเท่ากับ .000 ซ่ึงต่ากว่า 0.05 แสดงว่าโมเดลมีความ สอดคลอ้ งกับข้อมลู เชงิ ประจกั ษ์ในระดับดี และคา่ น้าหนักองคป์ ระกอบของตัวแปรท้งั 5 องค์ประกอบ หลกั มีค่าเปน็ บวกมีค่าตง้ั แต่ 0.80-1.00 ซึ่งไม่มนี ัยสาคัญทางสถิตทิ ร่ี ะดบั .01 ทกุ ค่า

228 จากการวิเคราะหก์ ารตรวจสอบโมเดลในการพฒั นารูปแบบการบริหารงานวชิ าการของผู้บริหาร โรงเรียนมัธยมศกึ ษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน ภาคกลาง เป็นการพัฒนาด้วย การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันอันดับสอง ก่อนทาการวิเคราะห์ผู้วิจัยได้ทาการวิเคราะห์ ความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบย่อย 17 องค์ประกอบ พบว่า ค่าสหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรมี ความสัมพันธ์กนั อยา่ งมนี ัยสาคญั ทางสถิตทิ ีร่ ะดับ 0.01 (p <0.01) ทุกองค์ประกอบ ซ่ึงแสดงให้เห็นว่า องค์ประกอบย่อย 17 องคป์ ระกอบ มคี วามเหมาะสมที่เปน็ องค์ประกอบยอ่ ยการบริหารงานวิชาการของ ผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน ภาคกลาง ซ่ึงสรุปได้ ดังนี้ 1) ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันอันดับแรก พบว่า โมเดลตามกรอบแนวคิดใน การวิจัยสอดคล้องกบั ขอ้ มูลเชงิ ประจกั ษ์และไม่มีนยั สาคญั ทางสถติ ิ 2) ผลการวเิ คราะหอ์ งค์ประกอบเชงิ ยนื ยันอนั ดับสอง พบวา่ ทุกองค์ประกอบของการบริหารงาน วชิ าการของผูบ้ ริหารโรงเรยี นมธั ยมศกึ ษา สงั กดั สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พื้นฐาน ภาคกลาง มีนัยสาคัญทางสถิติ โดยตัวแปรรวมสาหรับการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ภาคกลาง มีองค์ประกอบหลัก 5 องค์ประกอบ หลัก ได้แก่ 1) การดาเนินงาน 2) กระบวนการบริหารงานวิชาการ 3) กิจกรรมการเรียนรู้ 4) การมี ส่วนร่วมในการศึกษา และ 5) ควบคุมคุณภาพการศึกษา และจากการวิเคราะห์ทางสถิติ พบว่า ในแต่ละ องค์ประกอบหลักโดยเรียงค่าน้าหนักองค์ประกอบหลักจากมากไปหาน้อยที่สุด ได้แก่ ควบคุมคุณภาพ การศึกษา กระบวนการบริหารงานวิชาการ กิจกรรมการเรียนรู้ การดาเนินงาน และการมีส่วนร่วมใน การศึกษา ตามลาดับ 5.1.4 ผลการประเมินและรับรองรูปแบบการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียน มัธยมศกึ ษาสังกัดสานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน ภาคกลาง ผลการวเิ คราะห์ในสว่ นนีเ้ พื่อตอบวัตถุประสงค์การวิจัยข้อท่ี 3 ผลประเมินและรับรองจากผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ จานวน 17 รูป/คน ที่มีความคิดเห็น ในดา้ นความถกู ต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ ของรปู แบบการบริหารงาน วิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคกลาง สรปุ รายละเอยี ดประเดน็ ในแตล่ ะดา้ น ดังน้ี ประเด็น ด้านความถูกต้อง พบว่า เป็นรูปแบบมีที่มาจากแหล่งข้อมูลในการได้มาซึ่งข้อมูล อย่างชัดเจน อยู่ในระดับมากที่สุด มีคะแนนค่าเฉลี่ยสูงสุด ( = 4.52, S.D. = 0.63) รองลงมาคือ เป็น รูปแบบทม่ี กี ารรวบรวมขอ้ มูลจากเครอื่ งมือและแหลง่ ขอ้ มูลท่ีหลากหลาย อยู่ในระดับมากท่ีสุด ( = 4.50, S.D. = 0.62) และมีคะแนนค่าเฉล่ียน้อยท่ีสุด คือ เป็นรูปแบบที่มีขั้นตอนการใช้ชัดเจน ( = 4.38, S.D. = 0.57)