Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore tripitaka_14

tripitaka_14

Published by sadudees, 2017-01-10 01:15:39

Description: tripitaka_14

Search

Read the Text Version

พระสตุ ตันตปฎก ทีฆนกิ าย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนา ที่ 157สริ ิของพระเจา จักรพรรดกิ ไ็ มได เสวยสิรขิ องพระอินทร มาร และ พรหมก็ไมไ ด จะบรรลปุ จเจกโพธิญาณก็ไมไ ด จะบรรลสุ มั มาสัมโพธญิ าณก็ไมไ ดอยางน้ีแลว ชอ่ื วา ยอ มสาํ รอกความใครในความเปนสตรี สว นผูท ี่คิดวา ธรรมดาความเปนบรุ ษุ นย้ี ่งิ ใหญป ระเสริฐสูงสุด เพราะผดู าํ รงอยใู นความเปนบรุ ุษน้ีสามารถถึงพรอมซ่ึงสมบตั เิ หลา น้ี อยางนี้แลว ชอื่ วา ยอมทําความเปนบุรษุ ใหมีแมนางก็ไดทาํ อยา งนนั้ เพราะฉะนน้ั จงึ กลา ววา สาํ รอกความใครจ ติ ในความเปนสตรแี ลว ทําจติ บุรษุ ใหม ีดัง่ น.้ี คําวา กายคนธรรพเลว คือ พวกคน-ธรรพเลว คือ ลามก. ถามวา ก็พวกเธอเหลา นนั้ ลว นแตมีศลี บริสุทธ์ิ ทําไมจงึ เกดิ ขึ้นในเทวโลกนน้ั เลา . ตอบวา เพราะความพอใจมากอน. เลามาวา แตกอนมาทนี่ นั่ แหละเปนทีท่ ่เี คยอยมู าแลวของพวกนนั้ เพราะฉะน้นั จงึ เกดิ ข้นึในที่นน้ั ดวยสามารถแหง ความพอใจ. คําวา ท่ีบาํ รุง ไดแก โรงสําหรับบํารุง.คาํ วา บําเรอ ไดแ กก ารปรนเปรอ. คนธรรพเ หลานน้ั ยอมมา ดว ยคดิ วาพวกเราจะบําเรอดว ยการขับ และ การบรรเลง. คาํ วา ตกั เตือน คือใหสติ. เลากนั มาวา เมื่อโคปกเทพบุตรเหน็คนธรรพเหลา นนั้ จึงใครครวญวา เทวบตุ รเหลาน้ีมรี ศั มีเหลือเกิน ทํากรรมอะไรไวห นอจงึ ไดม า ไดเ หน็ วา เปนพวกภิกษุ จากนั้นก็ใครค รวญอกี วาพวกภกิ ษุ มปี กติทําใหบริบูรณในศลี ทงั้ หลาย หรอื ไม ไดเห็นวา มปี กติทาํ ใหบรบิ ูรณ ใครครวญตอไปวา มีปกตทิ ําใหบริบรู ณก เ็ ถอะ คณุ พเิ ศษอยางอืน่ มีหรอื ไมมี ไดเ หน็ วา เปน พวกมีปกตไิ ดฌ าน ใครค รวญตอไปอกี วาถงึ มีปกติไดฌานก็ชา งเถอะ. เปนชาวไหนกัน ไดเหน็ วา เปน ผมู ารบั บาตรประจาํตระกลู ของเราน่นั เอง จงึ คิดวา ธรรมดาผมู ีศีลบริสทุ ธ์ิยอมเกดิ ในเทวโลกหกชั้นในช้ันทตี่ องการ แตพวกนไี้ มเ กิดในเทวโลกช้ันสูง ธรรมดาผูไดฌ านยอมเกดิในพรหมโลก แตพวกน้ีไมเกดิ ในพรหมโลก สว นตวั เราตัง้ อยใู นโอวาทของ

พระสตุ ตนั ตปฎก ทีฆนกิ าย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนา ท่ี 158พวกนี้ เกิดเปนบตุ รที่บัลลังกข องทา วสกั กะ จอมทวยเทพผเู ปนเจา แหง เทวโลกพวกนี้เกิดในหมูคนธรรพท่ีเลว ขน้ึ ช่ือวา พวกคนธรรพนั่น ใคร ๆ เขากเ็ จอแตเปน พวกบุคคลท่ีเอากระดูกมาเจาะ (คลองคอ) เตน กนั ไปเตนกันมาเทาน้ันเองจงึ เตือนดว ยคํา เปน ตนวา ช่ือวา เอาหนา ไปไวไหน. ในบทเหลาน้นั คาํ วา เอาหนาไปไวไ หน ความวา เมื่อพระผมู พี ระภาคเจา ทรงหันพระพักตรม าแสดงธรรมอยู พวกทา นมัวเอาหนาไปไวไ หน หรือ มัวแตส ง ใจไปทีอ่ ่ืน มองน่ันมองน่ี หรือมัวแตห ลับอย.ู คาํ วา รูปทีไ่ มน า ดูเสยี เลย คือไมเหมาะทจี่ ะเหน็สภาพทีไ่ มนา ด.ู คาํ วา พวกสหธมั มกิ คอื ผูป ระพฤตธิ รรม ไดแ ก ทาํ บุญในศาสนา ของพระศาสดาองคเ ดียวกัน. คําวา แหง เทพบตุ รเหลาน้นั พระเจา ขา ความวา แหงเทพบตุ รเหลา นั้น ผูท ถ่ี ูกโคปกเทพบตุ รกลาวอยางน้ันแลว ตกั เตอื นอกี ดวยคําเปนตน วาโอ ! พวกทา น ชา งไรยางอาย ชางไมมคี วามขายหนา เทพสองทา นกลบั ไดสตใิ นทันทีทันใดทีเดียว. คําวา หมูพรหมปโุ รหิต คือไดยนิ วา เทพบุตรเหลา นน้ั พากันคดิ วา ขึน้ ชอ่ื วาพวกนกั ฟอ น ทีฟ่ อ นรํา ขบั รอง ดีดสตี เี ปามาแลว ก็ตอ งไดคา จางรางวัล สว นโคปกเทพบุตรนี้ ตงั้ แตเวลาที่เราเหน็ เอาแตป ะทเุ ปรยี๊ ะ ๆ เหมอื นเอาเกลือโรยใสเตาไฟ น้มี ันอะไรกนั หนอ เมื่อใครค รวญตอไป ก็เหน็ วา ตนเปน สมณะ มศี ลี บรสิ ุทธิ์ ไดฌานและกเ็ ปน ผรู ับบาตรประจาํ ตระกลู ของโคปกเทพบตุ รนนั้ เสยี ดวย แลว มาทราบวา ธรรมดาผูม ศี ลีบริสทุ ธ์ิ ยอมเลือกเกิดในเทวโลกทงั้ ๖ ชนั้ ได ผูไดฌานกย็ อมเกดิ ในพรหมโลก(แต) พวกเรา ท้ังในเทวโลกช้ันสงู ท้ังในพรหม หาไดเกดิ ไดไ ม โคปกเทพบุตรน้ี เคยเปน สตรีตง้ั อยใู นโอวาทของพวกเรา ยงั ไดเ กิดสูง พวกเราเปนภกิ ษปุ ระพฤติพรหมจรรยใ นพระผมู พี ระภาคเจา เกิดในพวกคนธรรพท เ่ี ลวเหตนุ น้ั โคปกเทพบุตรน้ี จงึ ขมพวกเราอยา งน้ีได จงึ ตางก็ยอมฟงถอ ยคาํ

พระสุตตันตปฎก ทีฆนกิ าย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาท่ี 159ของโคปกเทพบตุ รนัน้ . ในเทพทัง้ สามทา นนั้น สองทา นกลับไดความระลึกถงึฌานที่ ๑ เอาฌานเปนบาทแลวกพ็ จิ ารณาสงั ขาร ต้ังอยูในอนาคามิผลนน่ั แล.ทนี ั้น อัตภาพชนิดทองเทีย่ วในกามซง่ึ เปนสภาพทเ่ี ล็กนอยของพวกทา นเหลานัน้ทรงอยูไมไหว ฉะนน้ั ทนั ใดนัน่ เอง ทา นก็เคลอื่ นไปเกดิ ในชั้นพรหมปุโรหิตและกายของพวกเขาทีอ่ ยใู นชน้ั พรหมปโุ รหติ นนั้ กเ็ กดิ แลว เพราะเหตุนั้นทา วสักกะจงึ ตรสั วา พระเจาขา แหง เทพบุตรเหลา นนั้ ผทู ีโ่ คปกเทพบุตรตกั เตอื นแลว เทพสองทา นกลับไดส ติในทนั ทที นั ใดทีเดยี ว เขา ถงึ หมพู รหมปุโรหิตแลว ดงั นี้ . ในคาํ เหลา นน้ั คาํ วา ในทนั ทที นั ใด ทเี ดียว คือ กลับไดส ติในอัตภาพน้นั เอง. พงึ เห็นอธบิ ายในคาํ นัน่ อยา งนีว้ า ก็ยังอยใู นทนี่ ้ันนัน่ เอง.เคลื่อนแลวกลับไดก ายเปนพรหมปุโรหติ . คอื สรีระเปน พรหมปโุ รหิต. คาํ วาแตเทวบุตรทา นหนงึ่ คอื เทพบุตรทา นหนงึ่ ทําลายความตดิ ใจยงั ไมไดกอ็ ยูครองกาม คือ ยงั อยูประจํา คือ ยังอาศัยอยใู นกามาวจรภพนั่นเอง. คําวา และบาํ รุงสงฆ คอื บํารุงสงฆดวย คาํ วา เปนธรรมดีคือ ดวยความท่พี ระธรรมเปนธรรมด.ี คําวา เขาถึงไตรทิพ คอื เกดิ ในไตรทพิไดแ ก ไตรทศบรุ ี. คาํ วา เขาอาศยั อยใู นหมนู ักดนตรี คือเปนผูเขา อยูอาศยั ในหมคู นธรรพ. คําวา ก็พวกเราผูท่ีเม่อื กอ นเปน มนษุ ย คือ เมื่อกอนนพี้ วกเราผทู ่ีเปน มนุษย. พงึ ประกอบกบั คํานีว้ า ขาพเจาบํารงุ ดว ยขาวนา แลวทราบใจความ. คําวา ยังไดชาํ ระเทา คอื เขาไปใกลเทา แลวทั้งบูชาดวยการเพ่มิ การลา งเทาและการทาเทา ท้ังไหวทเี่ ทา. คาํ วา ในนิเวศนของตน คอืในเรอื นของตน. สาํ หรับบทน้ี กต็ องเอาไปเชอ่ื มกบั บทวา บํารุงแลว น้ีเหมือนกัน. คําวา พึงรใู นเฉพาะตัว คอื พงึ รูไดด วยตัวเอง. คําวา สภุ าษิตท้งัหลายของพวกพระอริยะ คือ สุภาษติ ทั้งหลายของพระผูม พี ระภาคพทุ ธเจา

พระสุตตันตปฎก ทีฆนกิ าย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาท่ี 160ที่พวกทานกลา วอย.ู คําวา แตส ว นพวกทานน่งั ใกลผ ปู ระเสรฐิ คอื นงั่ อยูใกลพระผูมพี ระภาคพทุ ธเจาผสู ูงสุด. บทวา อันยอดเยี่ยม คือ หรือ ในพระพทุ ธศาสนา. บทวา พรหมจรรย ไดแก ความประพฤติท่ปี ระเสรฐิ สดุ .บทวา ความอบุ ัตขิ องพวกทา น ไดแก ความเขา ถึงของพวกทาน. คําวาเมื่อขาพเจา อยูในอาคาร ไดแ ก เมอื่ ขาพเจา ยงั อยกู ลางเรือน. คําวา สวฺ าชชฺตดั บทวา โส อชชฺ แปลวา โคปกเทพบุตรน้ัน ในวนั นี้. ทา นเรยี กโคปกะวา สาวกพระโคดม ในที่นีว้ า อันสาวกพระโคดม.คาํ วา มาพรอมแลว คอื ประชุมกันแลว. คําวา เอาเถดิ มาเรงพยายามกันเถิด คอื เอาเถิด มาขะมกั เขมน พยายามกนั เถิด. คาํ วา โน ในบทวาพวกเราอยา มาเปนผูร บั ใชเ ขาเลย นเี้ ปนเพียงคาํ ทแี่ ทรกเขามาเทาน้นั .ความหมายกค็ อื พวกเราอยามาเปน ผรู ับใชของผอู ่นื เลย. ในคาํ วา คําสัง่ สอนของพระโคดม น้ี โดยปกติทานเรยี กปฐมฌานท่ีไดน ่ันเองวา คาํ สั่งสอนของพระโคดม หมายความวา อนสุ รณ คือ ตามระลึกถงึ ปฐมฌานนน้ั . คําวาพรากจติ ทง้ั หลาย คือ พรากพวกจติ ทีป่ ระกอบดว ยกามคุณหา อยา ง. คําวาโทษในเหลากาม คือ ไดเ ห็นโทษในกามท้ังหลายดว ยปฐฌานเพราะอํานาจการขม เพราะอาํ นาจการตดั ไดข าด ทานเหลา น้ันไดเหน็ ท้ังเคร่ืองประกอบคือ กาม และเครื่องผกู คอื กาม ทช่ี ่ือวา กาม สญั โญชน ดว ยมรรคทสี่ าม.คําวา เปนเครือ่ งประกอบของผมู บี าป หมายความวา เปนเคร่ืองประกอบเปนเครือ่ งผกู ของผมู ีบาป คือ ของมาร. คาํ วา พน ไปไดยาก คือยากท่ีจะกาวขา มไปได. คําวา หมเู ทพรวมทง้ั พระอินทร รวมท้ังประชาบดีความวา ผทู ่ีทําพระอินทรใ หเ ปนหัวหนา แลวเขา ไปชอื่ วา รวมทัง้ พระอนิ ทรผูท่ที าํ ประชาบดีเทวราชใหเ ปนหวั หนาแลว เขาไปช่อื วา รวมทง้ั ประชาธบิ ดี.คําวา เขา ไปในสภา ความวา เขา ไปนง่ั ในท่ปี ระชุม. คาํ วา ผูกลา คือ

พระสตุ ตนั ตปฎก ทฆี นกิ าย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาท่ี 161ผูกลาหาญ. คําวา คลายกําหนัด คือ ปราศจากกําหนดั . คาํ วา กระทาํ ธรรมท่ีปราศจากมลทิน คือ กระทําไดแกทาํ อนาคามิมรรคทไ่ี มมมี ลทนิ ใหเกิดขนึ้ .คาํ วา ตัดกามคณุ ทลี่ ะเอียด เหมือนชาง คอื ตัดเครอ่ื งประกอบคือกามและเครอื่ งผกู พนั ไดแลว กก็ า วลว งพวกเทพช้ันดาวดงึ สไ ป. คําวา ทรงเกดิ ความสลด คือ แกท า วสกั กะ ผูทรงเกิดความสลดคาํ วา ผูครอบงํากาม คอื ผูท รงครอบงาํ กามแมท ั้งสองอยา ง. คาํ วา ผูเส่ือมจากสติ คอื ผูเวนจากความระลกึ ถึงฌาน. คาํ วา แหงสามทานน้ันคอื ในสามทา นน้ัน . คาํ วา ทา นหนึง่ ยังอยูในภพนั้น คือ ที่เปนผยู ังอยูในพวกช้นั เลวน้ัน มเี พียงผเู ดยี วเทาน้ัน. คาํ วา มปี กตติ ามระลึกถึงทางแหงความตรสั รู คอื มีปกติตามระลึกถงึ อนาคามิมรรค. คาํ วา ยอ มดูถกู แมแตพ วกเทพ คอื ดูหม่นิ ไดแ กก ดเทวโลกแมทัง้ สองชน้ั ใหตาํ่ ลง เพราะความทต่ี นตงั้ ม่ันดว ยอุปจารสมาธแิ ละอปั ปนาสมาธิ จงึ เอาฝุนท่ตี ิดเทา ตนมาโปรยใสศรี ษะพวกเทวดา เหาะไปในอากาศได. คําวา ผปู ระกาศธรรมเปน เชน น้ใี นศาสนานี้ คือ หมูสาวกเปน ผูประกอบพรอมดว ยคณุ สมบตั ิเหลานซ้ี ึง่ เปนคุณสมบตั ิของผูท ่ปี ระกาศธรรมเห็นปานนใ้ี นพระศาสนานี้. คําวา ใคร ๆ ท่ีเปนสาวกยอมไมส งสยั อะไรในขอนัน้ คือ ในสาวกเหลา นั้น ใคร ๆแมแตเปนสาวกรูปเดียวก็ไมส งสัยในพระพุทธเจา เปนตน หรือในความเปน ทิศทง้ั สี่ เปนผูไ มต ดิ ขดั ไมย ดึ ม่ันในทศิ ทั้งหมดอยู. บัดนีเ้ มือ่ จะทรงสรรเสรญิพระคณุ ของพระผมู ีพระภาคเจา จึงตรสั วา ขอนมัสการพระพุทธเจา ผูทรงขามหวงน้ําไดแ ลว ตัดความลงั เลไดแ ลว ผูทรงชาํ นะ ผเู ปนจอมชน ดังน.้ี ในบทเหลานน่ั คาํ วา ผูตัดความลงั เลไดแลว คอื ตัดความสงสยั ไดแลว . คําวา ผูเปนจอมชน คอื ผูสงสุดในโลกท้ังหมด. คําวา ธรรมใดของพระองค คือ ธรรมของพระองคใ ด. คําวา ทานเหลา นัน้ ไดถ ึงแลว คือ

พระสตุ ตันตปฎ ก ทีฆนกิ าย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาที่ 162เทพบตุ รเหลานน้ั ไดบ รรลุแลว . คําวา กายพรหมปโุ รหติ คือ เม่อื พวกขาพระพทุ ธเจากําลังดูอยูน ้นั กก็ ลายสรีระเปน พรหมปุโรหิต. มีคาํ ทีท่ าวสักกะทรงขยายไวด ังนี้วา เทพเหลา นนั้ ทราบธรรมของพระองคใ ดแลว ในสามทา นนนั้ทา นทงั้ สองน้นั ไดถ งึ คณุ พเิ ศษ ขณะท่ีพวกขาพระองคเห็นกนั อยูน้นั กบ็ รรลุกายเปน พรหมปุโรหิตแลว ไดบ รรลคุ ุณพเิ ศษคอื มรรคผล ทานผูนิรทกุ ข ถงึพวกขา พระองคก็มาเพอ่ื บรรลุธรรมนั้น. คาํ วา มาแลว คอื ถงึ พรอมแลว.คําวา พวกขา พระองคท ี่พระผมู ีพระภาคเจา ไดประทานพระโอกาสแลว จะพงึ ทลู ถามปญหา ทา นผูนริ ทกุ ข หมายความวา ถา พระผูม ีพระภาคเจาจะประทานพระโอกาส ทนี น้ั ทานผนู ิรทุกข พวกขา พระองคผูท ี่พระผมู พี ระภาคเจาไดประทานพระโอกาสแลว กจ็ ะพงึ ทลู ถามปญหา. คําวา ยกั ษ (พระอินทร) น้ี เปน ผบู รสิ ทุ ธ์มิ านานแลวแล คอืเปน ผูบริสทุ ธ์ิ บรสิ ทุ ธดิ์ จี าํ เดิมแตกาลนานแลว . กาลนานเทา ไร. นานจําเดมิแตครัง้ เปน มาฆมาณพในหมูบา นมจละ แควน มคธ คร้ังพระพุทธเจา ยงั ไมทรงเกดิ ขึ้นมาแลว . ดงั มีเรอ่ื งเลา มาวา คร้งั น้ัน วันหนึง่ มาฆมาณพนน้ั ลุกข้นึแตเ ชาตรูแ ลว ไปสูที่ทาํ งานประจาํ หมูบา นของพวกคนกลางหมูบา น เอาปลายเทาน่ันแหละเข่ยี กอนดนิ และขยะมลู ฝอยออกไป ทําทีซ่ ่ึงตนยนื ใหน า รน่ื รมย.คนอนื่ กม็ ายืนในทน่ี นั้ . ดวยเหตเุ พยี งเทานั้นเอง เขากก็ ลับไดค วามระลกึ จึงถางทเี่ ทาวงสนามกลางหมบู า นแลว ก็ขนทรายมาเกล่ียลง ขนเอาฟนมากอ ไฟในเวลาหนาว. ทั้งหนมุ สาวและผเู ฒาผูแ กก พ็ ากันมาน่งั ในที่น้นั . ตอมาวนั หนงึ่ เขาเกิดความคิดวา เมื่อเราไปเมืองก็เหน็ พระราชาและขาราชการช้นั ผูใหญเ ปน ตนคนท้ังหลายตางกก็ ลาวกนั วา ในพระจนั ทรและพระอาทติ ยเ หลา นน้ั ตางกม็ ีเทพบุตรช่ือจันทร เทพบตุ รชอ่ื สูรย พวกเหลา น้ันทําอะไรหนอจึงไดส มบตั ิ

พระสตุ ตันตปฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาที่ 163เหลาน้.ี ตอมาจงึ คดิ ไดวา สง่ิ อื่นไร ๆ ไมมี ตอ งทําบุญเทานั้น แลวคดิวา ถึงเราเองก็ตอ งทําบุญท่ีใหสมบตั อิ ยา งนเี้ หมอื นกัน. เขาจึงลุกขน้ึ ต้ังแตเ ชาตรู ดม่ื ขาวตมแลวก็ถือเอาพราขวานเสยี มและสากไปทีท่ างใหญสแ่ี ยก เอาสากงดั กอนหินใหไหวแลว กล้งิ ไป เอาไมม าสอดใสเ พลายาน ปราบทีข่ รุขระใหเ รียบราบแลว กส็ รา งศาลาตรงทางใหญส ่แี พรง ขดุ สระบัว ผูกสะพานทาํ งานอยางน้ตี ลอดวัน ตะวันตกจึงกลบั บา น. มีคนอ่ืนถามเขาวา เพ่อื นมาฆะ คุณออกไปตง้ั แตเ ชา ตกเย็นจึงมาจากปา คุณทํางานอะไร. ผมทาํ บญุ ถางทางไปสวรรค. ชื่อวา บญุ น้ี คอื อะไรกันเพื่อน. คุณไมร ูจ กั หรือ. เออ ผมไมรจู ัก. เวลาไปเมอื งทา นเคยเห็น พวกราชาและขา ราชการชั้นผใู หญเปน ตนหรือ. เคยเห็นครับ พวกนนั้ ทําบุญแลวจึงไดต าํ แหนงน้ัน ผมเองก็จะทํางานที่ใหส มบัติอยางน้ันบาง คณุ เคยฟงไหมวา เทพบุตรช่อื จันทร เทพบตุ รชือ่ สูรย. เออ เคยฟง. ผมก็จะถางทางไปสวรรคน ้ัน. เออกบ็ ุญกรรมนี้ เหมาะสําหรบั คุณเทานนั้ หรือสําหรบั คนอ่ืนก็เหมาะดวย. บุญน้ัน ไมกดี กนั ใคร ๆ หรอก. ถาอยางน้ัน พรุงน้ี เวลาไปปาคุณเรยี กผมดวยนะ. วนั รุงขึน้ เขาก็พาคนน้ันไป. ดว ยประการฉะน้ี ในหมูบา นนน้ั จึงมคี นอยใู นวยั ฉกรรจรวมสามสบิ สามคน ทกุ คนลว นแตเปนไปตามนายมาฆะท้ังนั้น. พวกเขาเทยี่ วทําบุญเปน เอกฉนั ท วนั ใดไปเมื่อจะปราบทางใหราบปราบวันเดยี วเทา นัน้ เมื่อจะขุดสระบวั สรา งศาลา สรางสะพานก็ใหเ สร็จในวนั เดยี วเทานั้น. ตอ มา ผูใหญบ านของพวกเขากค็ ดิ วา แตก อน เมือ่ พวกน้ียังดมื่ เหลาและยงั ฆา สัตวเ ปน ตน เรายอมไดท รพั ยดว ยอาํ นาจกหาปณะเล็กนอ ยเปนตน บางดวยอาํ นาจภาษีอาชญาบตั รบา ง เดี๋ยวน้ี ตั้งแตพ วกนท้ี ําบุญ รายไดจํานวน

พระสตุ ตันตปฎ ก ทีฆนกิ าย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาที่ 164นัน้ ก็ขาดไป เอาละ เราจะทําลายพวกนั้นในราชตระกูล จึงเขาเฝาพระราชากราบทลู วา มหาราช ขาพระพทุ ธเจาพบกองโจร. ราชา. ทไี่ หนกัน พอ. ผใู หญบ าน. ในหมูบา นขา พระพุทธเจา . ราชา. โจรชนดิ ไหนกนั พอ . ผใู หญบ าน. ชนดิ ทาํ ผดิ ตอพระราชา พระองค. ราชา. ชาตอิ ะไร. ผูใหญบ าน. ชาติชาวบาน พระองค. ราชา. ชาวบานจะทาํ อะไรได เมอ่ื เธอรเู ชนนัน้ ทาํ ไมจงึ ไมบอกเรา. ผูใหญบ าน. มหาราช ท่ีไมก ราบทลู เพราะกลัวพระอาชญา บดั นี้ขอพระองคอ ยา พงึ ลงพระอาชญาแกข า พระพุทธเจา . ลาํ ดับนั้น พระราชาทรงคดิ วา ผูใหญบ านนีร้ องเสียงดงั จึงทรงเชอ่ื จึงตรัสวา ถา อยางน้ัน เธอนน่ั แหละจงไป นําพวกโจรเหลา นั้นมา แลว กป็ ระทานกาํ ลงั สงไป. ผูใหญบา นนน้ั ก็ไปลอ มพวกนน้ั ขณะทท่ี าํ งานประจําวันในปาเสรจ็ แลวนั่งรบั ประทานอาหารเย็นกลางหมูบานแลว กําลงั ปรึกษากนั วา พรงุ นพ้ี วกเราจะทํางานอะไร จะปราบทางใหเสมอกัน จะขดุ สระ หรอื จะผกู สะพาน แลวสําทบั ไปวา อยา ขยับเขย้ือนนะ นคี่ ําส่งั ในหลวง มัดแลวก็จูงไป. ลําดบั นนั้ พวกผูห ญงิ ของคนเหลาน้ัน ไดฟ ง วา นัยวา พวกสามีของพวกเราเปน โจรขบถตอ พระราชา เจา หนาทเี่ ขาหาวาเปน โจร จงึ มดั นําออกไป จงึ พดู วา พวกนเ้ี ปน คนโกงมานานแลว แตล ะวันๆ มีแตพดู วา ทําบญุแลว กไ็ ปปาทาเดียว งานการทุกอยางเสอื่ มทรามหมด ในเรอื นจะหาอะไรกา วหนาสักนิดกไ็ มม ี มดั ใหดี นําไปใหด ี. แมผ ใู หญบา น ก็นําพวกเขาไปแสดง

พระสุตตนั ตปฎ ก ทีฆนิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาท่ี 165แดพระราชา. พระราชายังไมท ันไดท รงสอบสวนเลย ตรสั วา จงใหช า งเหยยี บ.เมอ่ื พวกเขาถูกนาํ ไป มาฆะพูดกบั คนนอกนีว้ า เพ่อื น พวกคุณจะทําตามคาํของผมไดไหม. เม่อื ทาํ ตามคําของคณุ น่นั แหละ พวกเราจึงถงึ ภยั ถึงเชน นน้ั กเ็ ถอะเรากย็ งั ทําตามคาํ ของคุณ วา แตค ณุ เถอะ จะใหพวกเราทําอะไร พรรคพวกวา. เพ่ือน มาเถอะ น่เี ปนเรอ่ื งท่ีเกี่ยวกับผทู ี่ทองเทีย่ วในวัฏฏะ ก็พวกทา นเปน โจรหรือ มาฆะชี้แจง และถามพรรคพวก. พวกเราไมใชโจร พรรคพวกตอบอยา งแข็งขนั . ช่ือวาการกระทาํ สจั จะเปน ท่ีพง่ึ ของโลกนี้ ฉะนนั้ ถา พวกเราแมทั้งหมดเปนโจร ขอใหช า งจงเหยยี บ ถา ไมเ ปน โจร อยาเหยยี บ ขอใหพวกคุณจงกระทําสัจจะดังท่ีวา มาน้ี มาฆะแนะนาํ . พวกเขาก็ไดท าํ อยางนัน้ . ชา งแมแ ตจะเขา ใกลกไ็ มได รองพลาง หนไี ปพลาง แมจะเอาเหลก็แหลม หอก และขอสบั สักเทา ไรก็รัง้ ไวไ มอ ย.ู พวกควาญชางจึงไป กราบทลูพระราชาวา พวกขา พระพุทธเจาขบั ชางเขา ไปใกลไมได. ถา อยางนัน้ กเ็ อาเสอื่ ลําแพนคลมุ ปดขา งบนพวกมันแลว ใหเ หยียบซิพระราชาตรัสสั่ง. เมื่อครอบเส่ือลาํ แพนไวขา งบนแลว เจาชางกย็ งิ่ รองเปน สองเทา พลางก็หนีไป. พระราชาทรงฟงแลว กท็ รงมีรับสง่ั ใหเ รยี กตวั การยุแหยม าแลวตรัสวาพอ ชา งมนั ไมอยากเหยียบ. ทราบดว ยเกลา ขอเดชะ มาณพผเู ปนหวั หนารมู นต น่ันเปนอาน-ุภาพของมนตแทเ ทยี ว ผใู หญบานสนองพระดํารัสและกราบทูลใสความตอ.

พระสตุ ตันตปฎ ก ทีฆนิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนา ท่ี 166 พระราชาทรงมรี ับสัง่ ใหหัวหนานน้ั เขาเฝาแลว ตรสั ถามวา เขาวา แกมีมนตหรือ. ขอเดชะ ขา พระพุทธเจา ไมมมี นต แตพวกขา พระพทุ ธเจาไดกระทาํสจั จกิริยาไววา ถาพวกเราเปน โจรของพระราชา ขอใหเ หยียบเถดิ ถาไมเ ปนโจร ขออยา เหยียบ นั่นเปน อํานาจของสจั จกิริยาของพวกขา พระพุทธเจา. ราชา. แลวก็ พวกพอ กระทํางานอะไร. หัวหนา . พวกขา พระพุทธเจา ปราบทางที่ขรุขระใหเ รียบ สรา งศาลาในทางใหญส ี่แยก ขดุ สระบวั ผกู สะพาน ขอเดชะ พวกขาพระพุทธเจา เที่ยวสรางบญุ กรรมเห็นปานน้.ี ราชา. ผูใหญบา นยุยงพวกพอเพอื่ อะไร ? หัวหนา. เวลาท่พี วกขา พระพทุ ธเจาประมาท เขายอ มไดสง่ิ นแี้ ละสงิ่ นี้เวลาไมป ระมาท สงิ่ นั้นกไ็ มมี ดว ยเหตุน้จี ึงยุยง. ราชา. พอ ชางเชอื กน้ี เปน ดิรัจฉาน แมมนั ก็ยงั รคู ณุ ของพวกพอ ขาเองแมเปน มนุษย ก็ไมรู ขา ขอยกหมบู านทอ่ี ยขู องพวกพอเปนหมบู านปลอดภาษีทีใ่ ครๆ มาเกบ็ ไมไ ดแลว ใหแ กพวกพอนีแ้ หละอีก ถึงชางน้ีกจ็ งเปนของพวกพอ เหมือนกนั สว นตวั การยุแหยข อมอบใหเปน ทาสของพวกพอ นแี่ หละ ตั้งแตนไ้ี ป ขอใหพวกพอ จงทําบุญเพื่อขาบางนะ ตรสั แลวก็พระราชทานพระราชทรพั ยใหแ ลว ก็ทรงปลอยไป. พวกเขารับพระราชทรัพยแ ลว กเ็ ปล่ียนเวรข้นึ ชา งกันไป พลางปรกึ ษากนั วา เพ่ือนเอย ธรรมดาวาบญุ กรรม เปนของทีต่ องทําเพ่ือประโยชนแ หงภพในอนาคต เพราะบุญน้ันของพวกเราใหผ ลในอตั ภาพน้ีแหละเหมอื นอุบลเขียวที่ผลิดอกออกผลภายในนํา้ บดั น้ี พวกเราจะทาํ บญุ ใหยิ่งข้นึ ไป.

พระสตุ ตนั ตปฎ ก ทฆี นกิ าย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนา ท่ี 167พวกเราจะทําอะไร ? เราทาํ ส่ิงถาวรในทางใหญส ีแ่ ยกแลว สรางศาลาสําหรบัพกั ของมหาชน. แตก ับพวกผหู ญิงจะไมยอมใหม ีสว นรวม เพราะเม่ือพวกเราถูกเจา หนาทีห่ าวาเปน โจรจับพาไป ในพวกผูหญงิ แมคนเดยี ว ก็ไมท ําแมแ ตเพยี งเอาใจชว ย มแี ตสง เสรมิ วามดั ดี ๆ จบั ดี ๆ เพราะฉะนน้ั พวกเราจะไมยอมใหผ หู ญงิ เหลานัน้ มีสว นรวม. พวกเขากพ็ ากนั ไปเรือนตนใหขาวสามสิบสามกอน นาํ หญาสามสิบสามกาํ แกช าง. ท้ังหมดน้นั ก็เตม็ ทอ งชาง. พวกเขาเขาปาตดั ไม. ชา งกล็ ากเอาไมท่ตี ัดแลว ๆ มาวางไวทท่ี างเกวยี น. พวกเขาชวยกนัถากไม เร่มิ สรางศาลา. มาฆะ มีภรรยาอยูในเรอื นส่ีคน คอื นางสชุ าดา นางสธุ รรมา นางสุจิตรา นางสุนนั ทา. นางสธุ รรมาถามชา งไมวา พอ ! พวกเพอื่ นเหลาน้ัน เชาก็ไป ตกเย็นจึงมา พวกเขาทาํ งานอะไร. ทาํ ศาลา แม. พอ ! ขอใหทา นชวยทําใหดิฉนั มสี ว นรว มในศาลาดว ยคนซิ. พวกเพ่ือนเหลาน้ีกลาววา พวกเราจะไมยอมใหพ วกผหู ญงิ มีสว นรวม. นางไดใหเงินชา งไมแ ปดกหาปณะดวยพดู วา เอาเถอะ พอ ขอใหท า นชว ยหาอุบายอยางใดอยา งหนงึ่ ทาํ ใหดฉิ นั มีสว นรว มดวย.เขากลาววา ตกลง แม แลวก็ถือเอามีดและเอาขวานอยางเร็วไปยืนกลางหมูบา นตะโกนเสียงดงั ๆ วา คณุ ! วนั น้เี วลาปา นนี้แลว ยงั ไมออกกนั อกี หรอื ? รวู าข้ึนสูท างกันหมดแลว จึงวา พวกคุณจงลวงหนา ไปกอน ผมมีความจาํ เปน ตองลา ชา แลวก็ใหพวกน้ันลวงหนาไปกอ น แลวเดนิ ไปทางอืน่ ตัดไมสาํ หรับใชเปนชอฟา ถากไสแลว ขนมาไวท เ่ี รอื นนางสุธรรมาแลว สั่งนางวา ทานพึงใหขนออกไปได ในวันทผ่ี มแจง ไปวา จงใหเ ถดิ . ตอ มาเม่อื เสรจ็ งานเก่ียวกบั เครอ่ื งเครา และเมอื่ ทําเครื่องผูกที่ยึด การยกเสา การประกอบข่อื และที่ติดชอฟา ตัง้ แตปราบพนื้ ทเ่ี สร็จแลว ชา งไมนนั้ กน็ ่งั

พระสตุ ตันตปฎ ก ทีฆนิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาท่ี 168ณ ที่สําหรับตดิ ชอฟา ยกไมจ ันทนั ทง้ั สท่ี ิศ พดู วา โอ ! มลี มื ไปอยา งหน่ึงเสยีแลว. คณุ มอี ะไรทีไ่ มล ืมเลา ? ลมื ทัง้ หมดนนั่ แหละ. แลว จะเอาไมจนั ทนั เหลาน้ไี ปต้งั ไวต รงไหน ? ควรจะไดช อฟา มา. พอคณุ เอย บดั นี้ เราอาจไดทไ่ี หนเลา. อาจไดในเรอื นแหง สกุลทง้ั หลาย ลองเที่ยวถามดซู ิ. พวกเขาก็เขา ไปถามในหมูบ าน แลว มายนื ที่ประตูเรือนนางสธุ รรมาถามวา ในเรอื นนีม้ ชี อ ฟาไหม.นางบอกวา มี. เชิญรับคาไป. ไมร ับคาหรอก ถา พวกคุณยอมใหด ฉิ นั มสี วนรว มดว ย ดฉิ ันจะให. มาเถอะ พวกเราจะไมยอมทาํ ใหผูหญิงมีสวนรวม พวกเราจะไปปาแลว ตดั ไม วาแลว กพ็ ากันออกไป. แตนั้นพวกเขาเมื่อถูกชา งไมถ ามวา เปนอยางไร พอไดช อ ฟาไหม ? ก็แจงความขอนั้น. ชา งไมน ่งั อยูทีต่ ดิ ชอ ฟาอยางเดิมเงยมองดูอากาศแลว พูดวา ทา นผูเจริญ วันนี้ ฤกษดี เลยฤกษน ้แี ลว ปอื่น จึงจะสามารถได และพวกคุณก็จะนาํ เอาเครอ่ื งเครามาลาํ บากดวย เคร่อื งเคราเหลา นั้น เอามากองไว ตลอดป กจ็ ะเนา ผุในท่ีนี้นี่เอง เวลาเกิดในเทวโลกก็จงยอมใหศาลามมุ หนง่ึ แกนางเถิด ไปเอาชอ ฟา นัน้ มาเถิด. แมนางสุธรรมานั้นตลอดเวลาทีพ่ วกนั้นยงั ไมมาอีก ไดส ง่ั ใหฉ ลตุ วั หนงั สอื วา ศาลาหลงั นช้ี ่ือสุธรรมา ไวทีพ่ ืน้ ลา งชอ ฟา แลวเอาผา ใหมมาพนั ตงั้ ไว. เมื่อพวกคนงานมาแลว กลา ววา ชว ยนําเอาชอ ฟามา เทา ทีจ่ ะเปน ได.พวกเราจะทาํ ใหคณุ นายมสี วนรว มดว ย. นางกน็ ําออกมา ส่งั วา พอ ทั้งหลาย !อยาเพง่ิ เอาผา นอี้ อกนะคะ จนกวายงั ไมข น้ึ ไมจนั ทันไดแ ปดหรือสิบหกทอนกอนแลว ก็ใหไ ป. พวกนนั้ กร็ ับวา ตกลง ครัน้ ยกไมจนั ทนั ขนึ้ เสร็จแลว กเ็ อาผาออก.เพ่อื นบานสําคัญคนหนงึ่ เงยหนาขึ้นขา งบนเหน็ ตวั หนังสอื จงึ พดู วา นีอ่ ะไร ?แลว ใหไปตามคนที่อา นหนังสือออกมาแสดง. คนนน้ั กอ็ า นวา ศาลาหลงั น้ีชอ่ื สธุ รรมา. พวกเขากร็ อ งเอะอะวา เอาออกไปทา น ต้ังแตต น มา เม่อื สรา งศาลา

พระสตุ ตนั ตปฎ ก ทีฆนิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาที่ 169พวกเราไมไ ดแ มแ ตชือ่ นางน้ีเอาไมช อ ฟาแคศอกแลว ใหทําศาลาดว ยชอ่ื ตัว.เมือ่ พวกเขากาํ ลังรองเอะอะอยนู ่ันเอง ชา งไมก ส็ อดไมจันทันแลวตอกสลกั เปนอนั เสรจ็ งานสรางศาลา. เขาแบง ศาลาเปนสามสวน คือ สว นหนงึ่ ทาํ เปนทพ่ี กัพวกคนใหญคนโต สวนหน่งึ สําหรับพวกคนยากคนจน อกี สว นหนึ่งสําหรับผูเจบ็ ปวย. สามสิบสามคนปกู ระดานสามสิบสามแผนแลวใหส ัญญาณชา งวาอาคนั ตกุ ะมาน่ังบนแผน กระดานท่ีผใู ดปไู ว เจา จงพาเขาไปตงั้ ไวท เ่ี รือนของเจาของแผน กระดานนั่นแหละ ใหก ารนวดเทา ใหก ารนวดหลัง ของขบเคย้ี วของกนิ และทน่ี อน ทั้งหมดแกอาคันตกุ ะนั้น จะเปน ภาระของเจา ของแผนกระดานนั่นแหละ. ชางก็พาแขกท่ีมาแลว นําไปสูเ รือนของเจาของแผน กระดานนัน่ เอง.วันนนั้ เจา ของแผนกระดานน้นั กจ็ ดั การท่พี งึ ทาํ แกแ ขกนัน้ ในที่ไมไกลศาลา มาฆมาณพปลกู ตน ทองหลางไว. และทโ่ี คนไมน ้นัลาดแผน หนิ ไว. แมภ รยิ าของเขาทช่ี ือ่ สนุ นั ทาก็ใหขุดสระบัวไวใกล ๆ. นางสุจิตรา ปลกู พุมไมด อก. สว นเมยี หลวงเอาแตเทีย่ วสองกระจกตกแตง รางกายเทา นน้ั . มาฆะพดู กบั นางวา นอ ง แมสธุ รรมานี้ เขามสี ว นแหงศาลา แมสนุ ันทา เขาใหขดุ สระบวั และก็แมส จุ ิตราเขาก็ปลกู พมุ ไมด อก สว นนอ งยงั ไมมีบุญกรรม นอ งจงทําบญุ สักอยางเถอะทีร่ ัก. นางตอบวา พีท่ ําเพราะเหตใุ คร ท่พี ี่ทํากเ็ พ่อื นองเหมือนกันมใิ ชห รือ ? แลวก็เอาแตหมกมนุ กับการแตง ตวั ทา เดียว. เม่อื มาฆะดํารงอยจู นตลอดอายแุ ลว กเ็ คล่อื นจากมนุษยโลกนัน้ ไปเกดิเปนทาวสกั กะในชน้ั ดาวดึงส. คนเพ่อื นบานทั้งสามสบิ สามคนตายแลว ก็เปนเทพบตุ รสามสบิ สามองคเ กดิ ในสํานกั ของทาวสกั กะนัน้ เอง. ปราสาทชื่อไพช-ยนตของทา วสกั กะ ผุดข้นึ สงู ตงั้ เจ็ดรอยโยชน. ธง ผุดข้นึ สงู ดังสามรอ ยโยชน.ดว ยผลของไมท องหลาง เกิดตน ปารฉิ ัตร มีปริมณฑลโดยรอบสามรอยโยชน

พระสตุ ตนั ตปฎ ก ทฆี นกิ าย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนา ที่ 170ลาํ ตน กวางสบิ หา โยชน. ดว ยผลแหง แผน หิน เกดิ หนิ เหมอื นผา ขนสัตวสเี หลืองหกสิบโยชนท ีโ่ คนปาริฉัตร. ดว ยผลแหง ไมชอ ฟาของนางสธุ รรมา เกิดเทวสภาชอื่ สธุ รรมาสามรอ ยโยชน. ดวยผลแหง สระบัวของนางสุนันทา เกดิ สระบัวชอื่นนั ทาหาสบิ โยชน. ดว ยผลแหงสวนพุมไมดอกของนางสจุ ิตรา เกดิ อุทยานช่ือจิตรลดาวนั หกสบิ โยชน. ทา วสักกะผูเปนราชาแหงเทพ ประทบั น่ังบนบลั ลังกทองโยชนหน่งึ ในสุธรรมาเทวสภา มเี ศวตฉตั รสามโยชนก างก้ัน แวดลอ มไปดวยเทพบุตรเหลาน้นัดวยเทพธดิ าเหลาน้ัน ดว ยนางฟอน ๒๕ โกฏแิ ละดว ยหมเู ทวดาในเทวโลกสองชัน้ เมอ่ื ตรวจดมู หาสมบัติ ก็ทรงเห็นสตรีสามคนเหลานน้ั ทรงดูวา สามคนนี้ปรากฏกอ น สชุ าดาอยูไหน ทรงเห็นวา นางน้ไี ปเกิดเปน นางนกยางตวั หนึ่งในซอกเขาเพราะไมย อมทาํ ตามคาํ เรา แลวทรงลงจากเทวโลกเสด็จไปสูสาํ นกั นาง. พอนางเห็นเทานั้น แหละก็จาํ ไดเ ลยกม หนา. ทา วสักกะจึงตรสั วา เ จา ผูเขลา บัดนี้ ไฉนจึงไมย อมยกหัวขน้ึ ละ เจา ไมทาํ ตามคําเรา เอาแตแตงเนอื้ แตง ตวั ทาํ ใหเ สียเวลา สมบตั ิอันยง่ิ ใหญเ กดิ แลว แกนางสุธรรมานางสุนนั ทา. และนางสจุ ิตรา จงมาดูสมบัติพวกเราสิ แลว ก็ทรงพาไปเทวโลกทรงปลอ ยท่ีสระบวั ชอื่ นนั ทาแลว เสดจ็ ประทบั น่ังบนบัลลงั ก. พวกนางนกั ฟอนกราบทูลถามวา มหาราช ทลู กระหมอ มเสด็จไปไหน. พระองคแ มไ มทรงอยากจะบอก เมอ่ื ถกู พวกนางเหลานนั้ บบี คั้นหนักเขา ก็ตรสั วา ไปสสู าํ นกัสชุ าดา. นาฏกา. มหาราช นางเกดิ ทไ่ี หน. ส. ที่เชิงซอกเขา. นาฏกา. เดีย๋ วน้อี ยูไหน. ส. ฉนั ปลอ ยไวที่สระบวั ชื่อนนั ทา.

พระสตุ ตันตปฎ ก ทีฆนกิ าย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนา ท่ี 171 นาฏกา. มาเถดิ ทานผเู จริญ พวกเราไปดเู จา แมของพวกเรา แลวทั้งหมดก็พากันไปทน่ี ั้น. นางสุชาดาน้นั แตก อ นมา ถือตัววา เปน ใหญก วา เขาหมด. บัดนี้ชัน้แตพ วกหญิงนักฟอน เมอื่ เห็นนางเขา ก็พากันพดู จาเยาะเยยเอาเปน ตน วา ดูเถิดทาน ปากเจา แมพวกเราอยา งกะหลาวแทงปู. นางเกิดอึดอดั เหลอื เกนิ จงึ ทลู ทา วสกั กะ ผเู ปน ราชาของเทพวามหาราช วมิ านทอง วมิ านเงิน หรอื นันทาโปกขรณีเหลาน้ี จกั ทําอะไรแกห มอนฉัน มหาราช ชาติภูมิเทานั้นแหละท่เี ปนสขุ ของหมสู ตั วโปรดปลอยหมอ มฉันไวท่เี ชงิ ซอกเขาน้นั ตามเดมิ เถิด. ทาวสกั กะ ทรงปลอยนางไวที่นนั้ แลว ตรสั วา เจาจะทาํ ตามคาํ ของฉันไหม. นางทลู ถามวา จะทาํ ตามมหาราช. ทา วสกั กะ จึงตรสั วา เจาจงรับศีลหารักษาอยา ใหข าด ไมก ว่ี ันฉันจะทาํ เจา ใหใหญก วานางเหลา นั้น . นางกไ็ ดท ําอยา งนัน้ . ลว งไปไดส องสามวนัทาวสักกะ ทรงคดิ วา นางรักษาศลี ไดไ หมหนอ จึงเสด็จไปจําแลงเปน ปลาหงายทอ ง ลอยบนหลงั นํ้าขางหนา นาง. นางคิดวา คงเปนปลาตาย จงึ ไปจกิ เอาที่หัว. ปลากระดิกหาง. นางคดิ วา ชะรอยปลายังเปน แลว กป็ ลอยน้าํ ไป. ทา วสกั กะประทับยนื ทอ่ี ากาศ ตรัสวา สาธุ สาธุ เจารกั ษาสิกขาบทได ฉนั จะทําเจาผูร กั ษาไดอ ยางน้ใี หเปน หวั หนา ของพวกนางละครเทวดาโดยไมน านทเี ดียว.นางมีอายุ ๕๐๐ ป. แมแ ตวันเดยี วกไ็ มไดอ าหารเต็มทอง แมจ ะเหยี่ วแหงแหงผากรว งโรยอยู กไ็ มทําใหศลี ขาด เมอ่ื ตายแลว ก็เกดิ ในเรือนชางหมอ ในกรงุ พาราณส.ี เมอื่ ทา วสักกะทรงตรวจดวู า เกิดทไี่ หน กท็ รงเห็น ทรงคดิ วา เรายังนํานางมาทน่ี ้ีจากที่น้นั ไมได เราจะใหค วามเปนไปแหง ชวี ติ แกนาง จึงทรงเอาฟก

พระสตุ ตันตปฎ ก ทฆี นิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาท่ี 172ทองทองคําบรรทุกยานนอ ยไปจนเต็ม จาํ แลงเพศเปน คนแก นง่ั ในทามกลางหมูบา น รอ งวา พวกทา นจงมาเอาฟกทอง. พวกชาวบา นโดยรอบมากลา ววา จงใหมาพอ . คนแกพดู วา ฉนั จะใหแ กคนผูรกั ษาศีล. พวกทานรักษาศีลกนั ไหม. พวกคนก็วา พอเอย พวกเราไมร ูวา ศลี เปนอยา งไร ตาจงขายเถอะ ตาเฒา พดู วาฉันจะใหแ กผ รู ักษาศลี เทานน้ั . พวกคนพูดวา มาซิทา น เฒาขายฟกทองน้เี ปนใครกนั แลวกก็ ลบั กันหมด. เด็กหญงิ คนนนั้ ก็ถามวา แม ทานไปเพือ่ ตอ งการฟกทอง ทาํ ไม จงึ กลบั มามือเปลาละ. พวกหญงิ เหลานัน้ ตอบวา หนูเอยเฒา ขายฟก ทองเปนใคร แกพดู วา ฉนั จะใหแกผ รู กั ษาศลี แมเดก็ หญงิ รักษาศลี แลว ยอ มควรไดฟก ทองนีเ้ ปนแน พวกเราไมรูจักศีลเลย. นางคิดวา คงจะนํามาเพื่อเราเปน แน จึงไปแลว พูด พอ จา โปรดใหฟก ทอง. อินทร. เจา รกั ษาศลี หรอื แมห นู. ด.ญ. คะ พอ หนูรักษาศลี คะ . อนิ ทร. ขาก็นําเอาฟกทองนี้มาเพือ่ หนเู ทา นั้น แลว กต็ ั้งไวพรอ มกับยานนอยท่ีประตเู รอื นแลวเสด็จหลีกไป. แมน างกร็ ักษาศีลตลอดชวี ิต จตุ แิ ลวก็เกดิ เปน ธดิ าของเวปจิตติอสรู . เพราะผลของศีล นางจงึ เปนผทู ่นี า เลอื่ มใส.ทา วเวปจติ ติคดิ วา เราจะทําววิ าหมงคลแกล ูกสาว จึงใหพ วกอสูรประชุมกนั . ทาวสกั กะทรงตรวจดูวา เกดิ ทไี่ หน ทรงเหน็ วา เกิดในภพอสูรวนั น้จี ะทาํ ววิ าหมงคลแกนาง ทรงคดิ วา บดั น้ี เราควรทาํ อยา งใดอยา งหนง่ึแลว นาํ นางมา จึงไปทรงนิรมิตเพศเปน อสูรแลว ประทับยนื ในระหวางพวกอสูร. พระบดิ าตรสั วา พอ อนญุ าตใหล ูกเลือกสามี แลวก็ประทานพวงดอกไมทม่ี อื ของนาง ตรัสวา ลกู ตอ งการผูใด ก็จงซัดดอกไมบ นผูน้ัน. เมอื่ นางตรวจดูก็เห็นทาวสกั กะ เกิดความรกั เพราะเคยอยูรว มกันมาแตปางกอน กําหนดวา นเี้ ปนสามขี องเรา แลวกซ็ ดั พวงไปบนเขา. ทาวสกั กะนั้น ก็ทรงจบั แขน

พระสุตตนั ตปฎ ก ทฆี นิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนา ท่ี 173นางเหาะไปบนอากาศ. ขณะน้ันพวกอสรู ก็จําได. พวกอสูรเหลาน้ัน รองไปวาจบัจับเฒา สกั กะไว เปน ศตั รูพวกเรา พวกเราจะไมยอมใหเ จาสาวแกเฒาสักกะนน้ัแลวตางกต็ ดิ ตามไป. ทา วเวปจติ ติตรสั ถามวา ใครนําไป. เฒา สักกะ มหาราชพวกอสูรตอบ. ในบรรดาผทู เ่ี หลอื ทา วสกั กะนเี้ ทา นั้น ประเสรฐิ สดุ ออกไปทา วเวปจิตตติ รสั . เมอื่ ทา วสกั กะพานางไปแลว กท็ รงต้ังไวในตําแหนงหัวหนานางฟอ น ๒๕ โกฎิ. นางทลู ขอพรตอ ทา วสกั กะวา มหาราช ในเทวโลกนี้หมอ นฉนั ไมม มี ารดา บดิ า หรือพนี่ องชายหญิง พระองคเสดจ็ ไปท่ีใด ๆ โปรดพาหมอมฉนั ไปในทนี่ ั้น ๆ ดวยมหาราช. ทา วสักกะประทานพระปฏิญาณวาตกลง. พระผมู พี ระภาคเจา เมื่อทรงเห็นความที่ทาวสักกะน้นั เปน ผูหมดจด ต้ังแตค รง้ั เปนมาฆมาณพในหมูบา นมจล ดังทวี่ า มาน้ี จึงตรสั วา ยกั ษน ี้เปนผหู มดจดตลอดกาลนานแลวแล. คําวา ประกอบดวยประโยชน คืออาศยั ผลอาศยั เหตุ. จบ ภาณวารท่ี ๑ บทวา มอี ะไรเปน เคร่อื งประกอบไว คือ มอี ะไรเปน เครือ่ งผกูไดแ กเ ปน ผูถูกเคร่ืองผกู อะไรผูกเอาไว. บทวา กายมาก คอื ชนมาก. บทวาไมมีเวร คอื ไมมคี วามกระทบกระท่ัง. บทวา ไมมอี าชญา คือพน จากอาชญาคืออาวุธและอาชญาคือธน.ู บทวา ไมมขี า ศึก คือไมมีศตั ร.ู บทวา ไมมีความพยาบาท ไดแ กปราศจากโทมนัส. บทวา พงึ เปนผไู มมีเวรอยูคือ ยอ มใหทาน ยอ มทําการบูชาแลว ปรารถนาวา โอห นอ ขอใหพวกเราพงึ เปนผไู มมเี วรอยกู ับใคร ๆ เถดิ ขอใหพ วกเราพึงไมกอ ความกาํ เรบิ ใหเ กดิในใคร ๆ แลว ใชส อยของทถ่ี อื เอาดวยนิ้วมือพรอมกับคนหนึ่งพนั เถดิ .บทวา และยอมมแี กพวกเขาดวยประการฉะนี้ คือ และก็ความปรารถนาน้ี

พระสตุ ตันตปฎก ทฆี นิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนา ที่ 174ยอมมีแกพวกเขาดว ยประการฉะน้.ี บทวา และก็เมือ่ เปน เชน นั้น คอื เม่ือความปรารถนาอยางนนั้ แมม อี ย.ู บทวา มรี ิษยาและความตระหนเี่ ปนเคร่อื งประกอบเขาไว คอื ความรษิ ยามคี วามสนิ้ ไปแหง สมบัติของอื่นเปนลกั ษณะ และความตระหนอี่ นั มีความทนไมไดตอ ความท่สี มบตั ขิ องตนเปนของทัว่ ไปกับพวกคนเหลา อนื่ เปน ลักษณะ. ชือ่ วา ผูม คี วามริษยาและความตระหน่ีเปน เครอื่ งประกอบเขา ไว เพราะความริษยาและความตระหนี่เปนเครอื่ งประกอบเขาไวข องพวกเขา. นเี้ ปน ความยอ ในทน่ี ี้ . สวนควาษริษยาและความตระหนอ่ี ยางพสิ ดาร ไดกลาวไวเสรจ็ แลว ในอภิธรรม. สําหรับในเร่ืองความตระหน่ีน้ี เพราะความตระหนท่ี ีอ่ ยู สัตวไมวาเปน ยกั ษห รอื เปนเปรตตา งก็เทยี่ วใชศ รี ษะทูนขยะของท่อี ยนู น้ั เอง เพราะความตระหนี่ตระกลู เมือ่ บุคคลเห็นผูทกี่ าํ ลังทาํ ทานเปน ตน แกผ อู ่ืนในตระกูลน้ันกค็ ดิ วา ตระกูลของเรานแ้ี ตกแลว หนอ ถึงกับกระอกั เลอื ดบา ง ถายทอ งบางไสข าดเปนทอนนอ ยใหญท ะลักออกมาบา ง. เพราะความตระหนล่ี าภ ผูเกิดตระหนใี่ นลาภของสงฆห รอื ของหมู บรโิ ภคเหมือนบรโิ ภคของสวนบคุ คลเกิดเปน ยกั ษบ า ง เปรตบาง งเู หลอื มขนาดใหญบา ง. กเ็ พราะความตระหน่ีวรรณแหง สรรี ะและวรรณแหง คณุ และเพราะความตระหน่ีการศกึ ษาเลาเรยี นบคุ คลจะกลา วชมแตค ณุ ของตัวเองเทา นั้น หากลา วชมคุณของคนเหลาอ่ืนไมกลาวอยูแตโ ทษน้นั ๆ วา คนนี้ มดี ีอะไร และจะไมใหการศึกษาเลาเรยี นอะไรๆแกใคร ๆ พูดแตโ ทษวา คนน้ขี ีเ้ หร และบาบอ. อีกอยา งหนง่ึ ดว ยความตระหนี่ท่ีอยู เขายอ มไหมใ นเรอื นโลหะ. ดวยความตระหนต่ี ระกูล เขายอมเปน ผูมลี าภนอ ย. ดวยความตระหนลี่ าภ เขายอมเกิดในคูถนรก. ดว ยความตระหนวี่ รรณ เมือ่ เกดิ ในภพ จะไมม วี รรณ. ดวยความตระหนีธ่ รรม เขายอ มเกิดในนรกขเ้ี ถา .

พระสตุ ตันตปฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาท่ี 175 ก็แล ความริษยาและความตระหนี่ที่เปนเคร่อื งประกอบ (สตั วไ วในภพ) น้ี จะละไดก ด็ ว ยโสดาปต ติมรรค. ตลอดเวลาที่ยงั ละมนั ไมไ ด เทวดาและมนุษย แมป รารถนาความเปนผูไมมเี วรเปน ตน อยกู ต็ าม ก็หาไดร อดพนไปจากเวรเปน ตนไมเ ลย. บทวา ขา พระองคขามความสงสยั ในปญหาน้ีไดแลว ความวา ทาวสกั กะตรสั วา ในปญ หาน้ี เพราะฟง พระดํารัสของพระองค ขาพระองคจึงขา มความสงสยั ไดแลว. ทา วสกั กะไมไดท รงแสดงความท่ีทรงขา มความสงสัยไดด วยอํานาจมรรค. คําวา ความสงสัยทตี่ องถามวาอยางไร ๆ ปราศไปแลว คอื ความสงสัย แมน ้วี า อยางไรนี้น้อี ยางไร ปราศไปแลว . คํามี เคา มลู เปนตน มใี จความอันไดกลาวไวเสรจ็ แลว. บทวามที ี่ชอบและทช่ี งั เปนเคา มูล คอื ความตระหน่ีมีสัตวแ ละสังขารอนั เปน ทรี่ ักเปน เคามลู รษิ ยามสี ตั วแ ละสังขารอนั ไมเปนทรี่ ักเปน เคามลู หรือทั้งสองกม็ ีทงั้ สองเปนเคามูล. กส็ าํ หรับนกั บวช ลกู ศษิ ยลกู หาเปน ตน สําหรับชาวบานลกู เปน ตน หรือสตั วก ม็ ชี า งมา เปนตน ยอ มเปนทรี่ กั เปนทห่ี ยอกลอ เปนท่ียดึ ถือวาของเรา. เม่อื ไมเหน็ พวกเหลานน้ั แมครูเ ดยี วก็ทนไมได. เมอื่ เขาไดเหน็ คนอ่ืนผูไดสัตวท ่นี ารักอยา งนั้นก็เกดิ รษิ ยา ถกู คนอน่ื ขอสตั วน ้นั เองวาพวกเรามงี านบางอยางดวยสัตวน้ี โปรดใหยมื สักครเู ถิด กใ็ หไ มได กลาววาเขาจะเหนือ่ ยหรือเขาจะกลุม แลวกเ็ กิดความตระหนี.่ ดว ยประการฉะนี้ ก็เปนอนั วา ความริษยาและความตระหน่ีแมท งั้ สอง มีสตั วอ นั เปนทร่ี ักเปนเคา มลู .กแ็ หละ สาํ หรบั ภิกษุบรขิ ารมบี าตรและจีวรเปน ตน หรือสําหรบั ชาวบา นอุปกรณมเี คร่อื งประดับ เปนตน ยอ มเปน ทร่ี ักทีช่ ื่นใจ. เมื่อเขาเหน็ ส่ิงชนดิ นัน้กาํ ลังเกิดแกคนอ่ืน กเ็ กิดความรษิ ยาวา โอหนอ ขอสง่ิ เหน็ ปานนี้ ไมพ ึงมแี กคนนนั้ และแมถกู ขอก็เกดิ ความตระหนี่วา แมพวกเรากําลังรกั ยงั ใชสอยสิ่งนี้

พระสุตตนั ตปฎก ทีฆนกิ าย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนา ที่ 176อยู ยังใหไ มไ ดห รอก. ดวยประการฉะน้ี กเ็ ปน อันวา แมค วามริษยาและความตระหนที่ งั้ สอง ยอมมีสังขารอนั เปน ทรี่ ักเปนเคา มลู . แตเ มอ่ื ไดสตั วแ ละสังขารประการทก่ี ลา วมาแลว นัน้ แตเ ปนชนดิ ทไ่ี มน า รกั เลย ถงึ แมวาสตั วและสงั ขารเหลานัน้ ไมเ ปน ทีช่ ่ืนใจเขา แมอยา งนั้นก็ตาม เพอื่ ใหพวกกิเลสท่ตี รงกันขามเปนไปได ก็กระทาํ ความรษิ ยาวา เวนขา เสียแลว ใครอื่น เปน ผไู ดส ัตวและสงั ขารเห็นปานนี้ หรอื ถูกขอยมื ก็ไมใ ห ยอมกระทาํ ความหวง. ดวยประการฉะนี้ ก็เปนอนั วา ความริษยาและความตระหน่ีแมทั้งสองยอ มมีสตั วแ ละสังขารอันไมเปนทร่ี ักเปนเคามูล. พึงทราบวินจิ ฉัยในบทวา มคี วามพอใจเปนเคามลู น.ี้ ความพอใจมี ๕ อยา งคือ ความพอใจในการแสวงหา ความพอใจในการไดเ ฉพาะความพอใจในการใชสอย ความพอใจในการสะสม ความพอใจในการสละ.ความพอใจในการแสวงหาเปน ไฉน คอื คนบางคนในโลกนี้ เกดิ ความพอใจไมอมิ่ ยอ มแสวงหารูป เสียง กลน่ิ รส ยอ มแสวงหาสง่ิ ท่พี ึงถูกตอง ยอ มแสวงหาทรพั ย นี้ความพอใจในการแสวงหา. ความพอใจในการไดเฉพาะเปนไฉน คอื คนบางคนในโลกนี้ เกดิ ความพอใจไมอ มิ่ ยอมไดเ ฉพาะรูปเสียง กลิ่น รส ยอมไดเ ฉพาะสง่ิ ที่พงึ ถกู ตอง ยอ มไดเฉพาะทรัพย นีค้ วามพอใจในการไดเ ฉพาะ. ความพอใจในการใชส อยเปนไฉน คือ คนบางคนในโลกน้ี เกิดความพอใจไมอ ิ่ม ยอมใชสอยรปู เสียง กลิ่น รส ยอ มใชส อยส่ิงทีพ่ งึ ถูกตอง ยอมใชส อยทรพั ย นคี้ วามพอใจในการใชส อย. ความพอใจในการสะสมเปน ไฉน คือ คนบางคนในโลกนี้ เกดิ ความพอใจไมอ ่มิ ยอ มทาํ การสะสมทรพั ย ดวยคดิ วา จะมใี นคราววิบัติ นี้ความพอใจในการสะสม.ความพอใจในการสละเปน ไฉน คือ คนบางคนในโลกนี้ เกิดความพอใจไมอ มิ่ยอ มจา ยทรพั ยแกพลชาง พลมา พลรถ ขมังธนู ดว ยคดิ วา คนเหลาน้ี จัก

พระสตุ ตันตปฎ ก ทฆี นิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนา ท่ี 177รกั ษา จกั คมุ ครอง จักรัก จกั แวดลอมเรา น้คี วามพอใจในการสละ. ความพอใจแมท ้งั ๕ อยา งน้ี ในท่ีนีเ้ ปนเพียงตัณหาเทา นนั้ เอง. พระผูมพี ระภาคเจาทรงหมายเอาความพอใจน้ัน จึงไดตรสั คาํ น้.ี พึงทราบวินิจฉยั ในบทวา มคี วามตรกึ เปนเคา มูล นี้. ความตรกึทเี่ กดิ จากความรสู ึกตระหนักแนท ีต่ รัสไวอยางนว้ี า อาศยั ลาภเกดิ ความรูสกึตระหนักแน๑ ชือ่ วา ความตรึก. คาํ วา ความรูสึกตระหนกั แน คอื ความรูสึกตระหนกั แน มีสองอยา งคอื ความรสู ึกตระหนกั แนค อื ตณั หา และความรูสกึ ตระหนกั แนคือทิฎฐิ. ตณั หาวิปรติ ๑๐๘ ชนดิ ช่ือวา ความรสู กึ ตระหนักแนคือตณั หา ความเหน็ ๖๒ อยา ง ชื่อวา ความตระหนักแนค ือทฏิ ฐิ ก็ดวยประการฉะนี้ จงึ ไมม ีการช้ีขาดลงไปวานา ใครไ มนาใคร และนา รกั ไมนา รักดวยอาํ นาจความตระหนักแนคอื ตัณหา ท่กี ลาวมาแลว อยา งน้ัน เพราะสง่ิ นั้นเองเปนของนาใครสาํ หรบั บางคน ไมนาใครส าํ หรบั บางคน เหมือนการชขี้ าดในไสเดือนมฤคและเนือ้ เปนตนของพระราชาในสว นภมู ภิ าค และพระราชาในประเทศสวนกลาง ก็เม่ือวัตถุทไี่ ดรับมาน้ันถกู ช้ีขาดดวยความตระหนักแนค อื ตัณหาแลวจึงจะมกี าร ชีช้ ดั ลงไปดวยความรสู ึกตระหนกั แนค ือความตรึกวา เปนของรปูเทา น้ี เทานเี้ ปน ของเสยี ง เปน ของกลิ่นเทา น้ี เทานเี้ ปน ของรส เปน ของสง่ิท่ีพงึ ถกู ตองเทา นี้ เทาน้เี ปนของเรา เปนของเขาเทา น้ี เทา น้จี ะเก็บไว จะใหเทา น.้ี เพราะเหตุนั้น พระผมู ีพระภาคเจาจึงตรัสวา จอมทวยเทพ ความพอใจน้ีเอง มคี วามตรึกเปน เคามลู ดงั น้ี . คาํ วา มีสว นความสําคญั ทีป่ ระกอบดวยธรรมเครอื่ งเนิ่นชาเปน เคามูล คือ ธรรมเครอ่ื งเนนิ่ ชา มี ๓ อยางคือ ธรรมเคร่ืองเน่นิ ชาคอืตณั หา ธรรมเครื่องเนิน่ ชาคือมานะ ธรรมเครื่องเนิ่นชา คอื ทิฏฐิ. ใน ๓อยาง๑. ท.ี ม. มหานิทานสุตตฺ ๗๔

พระสตุ ตนั ตปฎ ก ทฆี นกิ าย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนา ท่ี 178นั้น ตัณหาวิปรติ ๑๐๘ อยา ง ชอื่ วา ธรรมเครือ่ งเนนิ่ ชาคอื ตณั หา มานะ ๙อยา ง ช่ือวา ธรรมเครอื่ งเนิน่ ชา คอื มานะ ทฏิ ฐิ ๖๒ ชนดิ ชอ่ื วา ธรรมเครือ่ งเน่ินชา คือทฏิ ฐิ. ในธรรมเคร่อื งเนิ่นชาเหลา นนั้ ในที่นที้ า นหมายเอาธรรมเครอื่ งเนนิ่ ชา คอื ตัณหา. ท่เี รยี กวา ธรรมเครอ่ื งเนน่ิ ชา เพราะอรรถวา กระไร.ทเี่ รยี กวา ธรรมเครื่องเน่นิ ชา เพราะอรรถวา ใหถึงอาการของคนมัวเมาประมาท.ความสําคัญ ทป่ี ระกอบดวยธรรมเครื่องเนนิ่ ชา น้นั ชอื่ วา ปปญจสญั ญา (ความสาํ คัญท่คี ลกุ เคลาไปดว ยธรรมเครอื่ งเนน่ิ ชา ). สวนเรียกวา สงั ขา เหมอื นในคําเปน ตนวา กส็ วนแหง ธรรมเครอ่ื งเน่นิ ชา มคี วามสาํ คญั เปน เคา มลู .๑ ดวยประการฉะนี้ คําวา มสี ว นความสาํ คญั ทป่ี ระกอบดว ยธรรมเครื่องเนิน่ ชา เปนเคามูล จงึ หมายความวา ความตรกึ มสี วนแหงความสําคญั ทปี่ ระกอบดว ยธรรมเครอ่ื งเน่นิ ชา เปน เคามูล. คาํ วา ขอปฏบิ ตั ิใหเ ขาถงึ ความสมควรแกก ารดบั โดยไมเ หลอืแหง สว นความสําคญั ทปี่ ระกอบดวยธรรมเคร่อื งเนิน่ ชา ความวา ความดับโดยไมเหลอื ไดแ กค วามสงบระงับอันใดแหงสวนความสําคญั ทปี่ ระกอบไปดวยเครอ่ื งเนนิ่ ชานี้ ทา วสกั กะยอ มทูลถามทางพรอมทง้ั วิปส สนาคือ ความเหมาะสมแหง ความดับโดยไมเหลือนัน้ และขอ ปฏิบตั ิใหถ ึงในความดับโดยไมเหลือน้ัน. ลาํ ดับน้นั พระผูมพี ระภาคเจา ทรงเร่ิมเวทนา ๓ อยางแกทา วสักกะน้นั วา และอาตมภาพโสมนสั . ถามวา กพ็ ระผมู ีพระภาคเจา ตรัสแตขอ ท่ีทลู ถามขอทไ่ี มทูลถาม ขอทมี่ คี วามตอเน่ือง ขอ ทไี่ มมคี วามตอเนือ่ งหรอื . ตอบวาตรัสแตขอ ท่ีทูลถามเทา น้นั ไมใชขอทีไ่ มท ูลถาม ตรัสขอ ท่ีมีความตอเนือ่ งเทานัน้ไมใ ชขอ ทไ่ี มม คี วามตอเนื่อง. จริงอยูสาํ หรับเทวดาทงั้ หลาย อรปู ปรากฏกวาโดยความเปน รปู ถึงแมในอรปู เวทนากป็ รากฏกวา . เพราะเหตไุ ร. เพราะกาย๑. ขุ. สุตฺตนปิ าต ๔๑๑

พระสตุ ตันตปฎ ก ทีฆนิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาท่ี 179ทเ่ี กิดจากธลุ ใี นนาํ้ (กรชั กาย) ของพวกเทวดา เปนของละเอียด รปู ท่เี กดิ จากกรรมเปน ของมกี าํ ลัง เพราะความทก่ี ายอนั เกิดแตธุลีในนํ้าเปน ของละเอียด(และ) เพราะรูปทีเ่ กิดจากกรรมเปนของมกี าํ ลงั ถา กาวลวงอาหารแมมือ้ เดยี วพวกเทวดาก็ต้ังอยไู มไ ด ยอ มแหลกไปเหมอื นกอ นเนยใสบนแผนหินท่รี อ น.พึงทราบถอ ยคาํ ทัง้ หมดตามนัยท่ีกลาวแลวในพรหมชาลสูตรน้นั แล. เพราะฉะน้ัน พระผูมีพระภาคเจาจงึ ทรงเรม่ิ เวทนาทัง้ ๓ อยา งแกทาวสกั กะ. กแ็ หละกมั มฏั ฐานมี ๒ อยางคือ รปู กมั มฏั ฐานและอรปู กัมมฏั ฐาน.จะเรียกกมั มัฏฐานนน้ั เองวา การกาํ หนดรปู และการกําหนดอรปู ก็ได. ในกัมมฏั ฐาน ๒ อยา งนนั้ รูปปรากฏแกผใู ด พระผูมพี ระภาคเจาเมื่อจะทรงทาํการกาํ หนดธาตุ ๔ ใหพ สิ ดารแกผูน้ันดวยอาํ นาจเอาใจใสโ ดยยอ หรือดว ยอาํ นาจเอาใจใสโดยพิสดาร ก็ตรสั รปู กมั มฎั ฐาน อรปู ปรากฏแกผ ใู ด ก็ตรสั อรูปกมั มัฏฐานแกผนู ั้น และเมื่อจะตรัสอรปู ก็ทรงแสดงรูปกัมมัฏฐานอันเปนท่ีตงั้ของอรูปนนั้ จงึ ตรสั . แตส ําหรบั พวกเทวดา ทรงทราบวาอรูปปรากฏ จงึ ทรงเรมิ่ เวทนาดว ยอํานาจอรปู กมั มฏั ฐาน. ก็ความต้งั มนั่ ในอรปู กมั มัฏฐานมี ๓ อยา งคือ ดว ยอํานาจผสั สะ ดวยอาํ นาจเวทนา ดวยอํานาจจิต. อยางไร คือ สาํ หรบั บางคนเมอ่ื รับเอารปู กมั มัฏฐานไปจะโดยสังเขป หรือโดยพสิ ดารกต็ าม ยอ มมคี วามตกไปเปน อยางยงิ่ ในชั้นแรกของจิตและเจตสิกทงั้ หลายในอารมณนัน้ ผัสสะเกิดถูกตองอารมณนัน้ อยูยอ มเปนของปรากฏ. สําหรับบางคน เวทนาเกดิ ตามเสวยอารมณน น้ั อยูยอมเปน ของปรากฏ. สําหรับบางคนวิญญาณท่เี กดิ ขนึ้ รแู จง อารมณน ้นั อยูยอมเปนของปรากฏ. ในความตัง้ ม่นั ทง้ั ๓ อยา งนน้ั ผูใดมีผสั สะแจมแจง แมผ นู ้นั ไมใชจะเกิดข้นึ แตผ สั สะอยา งเดยี วเทาน้ัน พรอมกบั ผัสสะนั้น แมเวทนาทต่ี ามเสวย

พระสุตตันตปฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาที่ 180อารมณน้นั เองอยูกย็ อ มเกิดขึน้ ดว ย ถงึ สญั ญาทจ่ี าํ อารมณนน้ั อยู ถึงเจตนาท่ีคดิ อารมณน ั้นอยู ถงึ วญิ ญาณท่ีรแู จง อารมณนั้นอยู กย็ อ มเกดิ ขึน้ ดวย จึงชื่อวายอมรวบถือเอาหมวดเจตสิกธรรมทม่ี ผี ัสสะเปนทีห่ าเหมือนกัน ดวยประการฉะน.้ี ผูใดมเี วทนาแจมแจง แมผ ูน้ันก็ยอมช่ือวา รวบถือเอาหมวดเจตสกิ ธรรมท่ีมผี สั สะเปน ทีห่ า อีกเหมอื นกนั เพราะมใิ ชแตเ วทนาอยา งเดยี วเทา นั้น ยอ มเกดิ ขึ้นพรอมกบั เวทนานัน้ ยงั มีผัสสะเกิดข้ึนกระทบอารมณนั้นเองอยู ยงั มีสญั ญาที่จาํ อารมณ ยังมเี จตนาทีค่ ดิ อารมณ ยังมีวิญญาณทร่ี ูแ จง อารมณน ้นั อยูเกดิ ขน้ึ ดว ย. สาํ หรับผูท ่ีมีวญิ ญาณแจม แจง แมนัน้ ก็ยอ มชื่อวารวบถอื เอาหมวดเจตสิกธรรมที่มผี ัสสะเปนที่หาอีกเหมือนกันนน่ั แหละ เพราะมิใชเ กดิ ขนึ้แตวญิ ญาณอยา งเดยี วเทานนั้ พรอมกับวญิ ญาณนัน้ กย็ ังมีผสั สะท่ีเกิดขน้ึกระทบอารมณน้ันเองอยู ยังมเี วทนาทต่ี ามเสวยอารมณ ยงั มสี ญั ญาที่จาํ อารมณยังมเี จตนาทีค่ ิดอารมณเกดิ ขนึ้ ดว ย. เม่ือเขาใครค รวญอยวู า ธรรมหมวดทม่ี ผี สั สะเปน ท่ีหาเหลา น้ี อาศัยอะไร กย็ อมรชู ดั วา อาศัยที่ตง้ั . ช่ือวา ท่ตี ั้ง ก็คอื รา งกาย (ทเ่ี กิดจากละอองในนาํ้ ) ทท่ี า นหมายเอากลา ววา ก็แลวิญญาณของเรานี้อาศยั อยใู นรางกายน้ีเก่ียวของในรางกายน้ี. โดยใจความกค็ ือเขายอมรูชัดทง้ั ภูตรปู และอปุ าทารูป.เมือ่ รชู ัดวา ที่ต้งั ในรางกายนีเ้ ปน รปู หมวดทมี่ ีผสั สะเปนท่ีหา เปน นามอยา งนี้ก็ชอื่ วายอ มเหน็ สักวา เปน นามรปู เทาน้นั . และนามรปู ก็เปน เพียงขนั ธหาคอื รูปในทนี่ เ้ี ปนรปู ขนั ธ และนามกเ็ ปนขันธทีไ่ มมีรูปทงั้ ๔. ก็ขันธหา ที่พนไปจากนามรปู หรอื นามรูปท่พี น ไปจากขนั ธห า หามอี ยูไม. เมือ่ เขาไตรตรองวา ขันธหา เหลา นม้ี ีอะไรเปน เหตุ ก็ยอมเหน็ วา มอี วชิ ชาเปน ตน เปน เหตุแตน น้ั เม่ือไตรตรองถึงปจ จยั และสงิ่ ทเ่ี กดิ เพราะปจจัยจนรูวา นอกเหนือไปจากปจจยั และส่ิงที่เกิดจากปจจยั นัน้ แลว ไมม สี ัตว หรอื บุคคลอืน่ มแี ตก ลุม

พระสุตตนั ตปฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาท่ี 181สงั ขารลว น ๆ เทา น้นั เอง แลวกย็ กขึน้ สไู ตรลักษณด วยอาํ นาจนามรูปพรอมกับปจ จัย เที่ยวพิจารณาวา ไมเ ท่ียง ทนไมไ ด ไมม ีอะไรเปน ตวั ตน ตามลาํ ดับแหง วปิ ส สนา. เขาหวงั การแทงตลอดอยวู า วันน้ี วนั นี้ ในวันเหน็ ปานนั้นเมื่อได ฤดเู ปนทีส่ บาย บคุ คลเปน ทีส่ บาย อาหารเปนทีส่ บาย หรอื การฟงธรรมเปน ทีส่ บายแลว กน็ ัง่ โดยบัลลังกเดียวเทานนั้ คร้นั ใหว ิปสสนาถึงยอดแลว ก็ยอ มตงั้ อยใู นอรหัตตผล. โคปกเทพเทพบตุ รบอกกัมมฏั ฐานจนถงึอรหัตแกทา นท้งั สามเหลานอี้ ยางนแี้ ล. แตใ นทน่ี ี้ เม่อื พระผูมีพระภาคเจา จะทรงบอกอรูปกมั มัฏฐาน กท็ รงแสดงดวยเวทนาเปน หวั ขอ . เมอื่ พระองคจ ะแสดงดวยอํานาจผสั สะ หรือดว ยอํานาจวญิ ญาณจะไมมคี วามแจมแจงแกท าวสกั กะนี้ แตจ ะปรากฏเหมือนความมดื . แตด วยอาํ นาจเวทนา จงึ จะแจม แจง . เพราะเหตุไร. เพราะการเกิดเวทนาข้นึ เปนของแจม แจง แลว . จรงิ อยู การเกิดสขุ และทกุ ขเวทนาขึ้นเปนสง่ิ แจม แจงแลว. เม่อื ความสขุ เกดิ ข้นึ ทั่วทง้ั รา งกเ็ กดิ กระเพอ่ื ม ขม อยูซาบซา ซมึ ซาบ เหมอื นใหก นิ เนยใสที่ชําระรอ ยคร้ัง เหมือนกาํ ลงั ทาน้ํามันท่ีเจียวรอยคร้งั เหมอื นกาํ ลังเอานาํ้ พันหมอมาดับความเรา รอน เปลง วาจาวา สุขหนอ สขุ หนอ อยูนนั่ แหละ. เม่ือเกดิ ความทกุ ขข นึ้ ทว่ั ทง้ั รางก็เกดิกระเพื่อม ขมอยู ซูซา ซมึ ซาบเหมือนเขาสูกระเบอื้ งรอน เหมือนเอานา้ํ ทองแดนเหลวมารด เหมอื นโดนมดั คบเพลงิ ไมในปาทีม่ ีหญา และไมใ หญ ๆที่แหง ครา่ํ ครวญวา ทกุ ขห นอ ทกุ ขห นอ อยูน่นั แล. สขุ และทุกขเวทนาเกิดขึน้ ปรากฏดงั วา มานี้. สว นอทุกขมสุขเวทนา ชแ้ี จงยากเหมือนกะถกู ความมดื ครอบงาํ . อทกุ ขมสขุ เวทนานนั้ เพราะหลีกสขุ และทุกขไ ป จึงมอี าการเปนกลางดวยอํานาจเปน ปฏิปกษต อ สุขและทกุ ข ดงั นี้ เมื่อถอื เอาโดยนัย จึงจะแจม แจง . เหมือนอะไร พรานเนอื้ เดนิ ไปตามรอยเทา เนือ้ ที่ขึ้นหลังแผนหนิ ใน

พระสตุ ตันตปฎก ทฆี นิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนา ท่ี 182ระหวางแลวหนไี ปไดเห็นรอยเทาที่สวนนบ้ี า ง สวนอืน่ บา งของหลังแผน หนิแมต รงกลางไมเห็นก็ยอมรไู ดโ ดยนยั วา มนั คงจะขึ้นทางนีแ้ ลวลงทางนี้ไปโดยประเทศน้ี ตรงกลางบนหลงั แผน หนิ ฉนั ใด กก็ ารเกิดสขุ เวทนาขึ้นยอ มเปน สิ่งแจม แจงเหมอื นรอยเทา ตรงทีเ่ นือ้ มนั ขนึ้ การเกิดขน้ึ แหง ทกุ ขเวทนากเ็ ปนส่ิงแจม แจง เหมือนรอยเทา ตรงท่ีเนอ้ื มนั ลง เมอ่ื ถอื เอาโดยนยั วา เพราะหลีกสุขและทกุ ขไป อทุกขมสขุ เวทนานน้ั จึงมีอาการเปนกลางดว ยอํานาจเปนปฏปิ กษตอ ทงั้ สขุ และทกุ ข กย็ อ มเปนของแจมแจง เหมือนการถอื เอาโดยนยั วา มนั ขึน้ตรงน้ี ลงตรงนี้ แลว ไปอยางนี้ ฉนั น้ัน. ครน้ั ตรสั รปู กัมมัฏฐานไวกอนอยางนแี้ ลว พระผมู พี ระภาคเจา กท็ รงพลิกแพลงแสดงอรปู กมั มัฏฐานดว ยอํานาจเวทนาในภายหลัง. และก็ไมใชทรงแสดงอยางน้ีอยา งเดยี วในที่น้เี ทานนั้ หากแตท รงแสดงรปู กัมมัฏฐานกอนในพระสตู รไมใชนอยอยา งน้ีคอื ในมหาสติปฏฐานสตู ร จฬู ตัณหาสงั ขยสูตรมหาตัณหาสงั ขยสตู ร จุลลเวทลั ลสตู ร มหาเวทัลลสูตร รัฏฐปาลสตู ร มาคนั ทยิ -สตู ร ธาตวุ ิภังคสตู ร อเนญชสปั ปายสูตร (และ) ในเวทนาสังยตุ ทงั้ หมดแลว จงึ ทรงพลกิ แพลงแสดงอรูปกัมมัฏฐานดวยอํานาจเวทนาในภายหลัง. และก็ในพระสตู รเหลานน้ั ฉันใด แมในสกั กปญหสูตรนี้ ก็ฉนั นั้น ครง้ั แรกทรงแสดงรปู กมั มฏั ฐาน แลวภายหลงั จึงทรงพลิกแพลงแสดงอรปู กมั มัฏฐานดวยอาํ นาจเวทนา. สําหรับในสกั กปญหสตู รนี้ รปู กมั มัฏฐานพระผูมพี ระภาคเจาทรงยอ เพียงเปนอารมณข องเวทนาเทา น้นั ฉะน้ัน ในบาลีจึงไมม ียกขึ้นมา.เพื่อจะทรงแสดงขอ ทีเ่ ปนหลกั สําหรบั ตั้งมน่ั ดวยอํานาจของเวทนา ทีแ่ จม แจงแกท า วสักกะนัน้ นนั่ เอง ในอรปู กัมมัฏฐาน พระผมู ีพระภาคเจา จงึ ตรัสคําเปนตนวา จอมทวยเทพ อาตมภาพกลา วโสมนสั ดังน้.ี ในบทเหลา นน้ั บทวา สองอยา ง คือสองชนดิ หมายความวา โดยสวนสอง. คําวา ไมพ ึงเสพโสมนัสเห็นปานนี้ คือไมพงึ เสพโสมนัสที่

พระสุตตันตปฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนา ที่ 183อาศยั เรือนเห็นปานนี้. ช่อื วาโสมนสั ทอี่ าศยั เรอื น ไดแ กโ สมนัสท่ีอาศยั กามคุณเปน ไปในทวาร ๖ อยา งน้ีคือ ในเวทนาเหลาน้นั โสมนสั ทอี่ าศัยเรอื น ๖ อยางอยา งเปน ไฉน เมอ่ื บคุ คลพิจารณาเห็นการไดเ ฉพาะซ่งึ รปู ที่พึงรูแจงไดดวยตาที่นารัก. นาใคร นาพอใจ นา ชน่ื ใจ ท่ีเกีย่ วกับเหยอ่ื ของโลก โดยความไดเฉพาะ หรอื เมอ่ื ตามระลึกถงึ รูปที่เคยไดเฉพาะเมอ่ื กอ น ซึ่งลวงไปแลว ดับไปแลว แปรปรวนไปแลว จงึ เกดิ โสมนัสขึ้น โสมนสั เหน็ ปานนี้ใด นีเ้ รียกวาโสมนัสทอี่ าศยั เรอื น๑ ดังน้ีเปน ตน . คําวา พึงเสพโสมนัสเห็นปานนี้ คือพึงเสพโสมนัสท่อี าศยั การออกจากเรอื นเหน็ ปานนี.้ ช่ือวาโสมนสั ทีอ่ าศยั การออกจากเรือน ไดแกโ สมนัสทีเ่ กิดขน้ึ แกผ ูเกิดโสมนสั วา เราไดขวนขวายวปิ สสนาแลว ผสู ามารถเรงเรา ใจใหขวนขวายเร่มิ ตงั้ วปิ ส สนาดวยอํานาจไตรลกั ษณม ีความไมเ ท่ยี งเปน ตนในอารมณทนี่ า รกั ซึ่งมาสูคลองในทวารทั้ง ๖ อยางน้ีเปน ตน วา ในเวทนาเหลา นัน้ โสมนัสทอ่ี าศัยการออกจากเรอื น ๖ อยางเปนไฉน กแ็ ลเมือ่ บุคคลมารคู วามทรี่ ปู ทั้งหลายไมเ ทยี่ ง แปรปรวนไป คลายไปดบั ไป แลว เหน็ รปู นั้นดวยปญ ญาทีถ่ กู ตอ งตามทเี่ ปน จริงอยูอยา งนี้วา รูปท้งัหลายท้งั เม่ือกอนและบดั น้ี รปู เหลานน้ั ท้งั หมด ไมเทีย่ ง ทนอยไู มไดมคี วามแปรปรวนเปนธรรมดา จงึ เกดิ โสมนัสขนึ้ โสมนสั เหน็ ปานนใ้ี ดนี้เรยี กวาโสมนสั ท่อี าศัยการออกจากเรอื น. คําวา พึงเสพ คือ โสมนสั ท่เี กิดขึ้นดว ยอํานาจการออกจากเรอื น ดว ยอํานาจวิปสสนา ดวยอํานาจการตามระลึกถึง ดวยอาํ นาจฌานท่หี น่งึ เปนตน น้ี ชื่อวา พงึ เสพ. ในบทเหลาน้ัน บทวา หากโสมนัสใด มคี วามตรึก มคี วามตรองคอื ในโสมนัสที่อาศัยการออกจากเรอื น แมนน้ั ก็ตอ งรูว าโสมนัสท่ีเกิดขึน้ ดวยอาํ นาจการออกจากเรอื น ดว ยอํานาจวิปสสนา ดว ยอาํ นาจการตาม๑. ม.อ.ุ สฬายตนวิภงคฺ สตุ ตฺ ๓๖๙.

พระสุตตนั ตปฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนา ที่ 184ระลกึ ถงึ และดว ยอาํ นาจแหง ฌานที่หนงึ่ นัน้ เปนโสมนัสท่ยี ังมีความตรึก ยังมีความตรอง. บทวา หากโสมนัสใดไมม คี วามตรึก ไมมีความตรอง คือสว นโสมนสั ท่เี กิดดว ยอํานาจฌานทีส่ องและท่สี ามนน้ั ก็ตอ งรูวา เปนโสมนสั ที่ไมมคี วามตรกึ ไมม คี วามตรอง. คําวา เหลาใด ไมม คี วามตรึก ไมม ีความตรอง ประณีตกวา ความวา แมใ นโสมนสั ทง้ั สองน้ี โสมนัสท่ไี มมีความตรึก ไมมีความตรองนน้ั ประณีตกวา . ดว ยคําน้ี เปน อนั ทา นกลา วถึงอะไร. กลา วถึงอรหัตตผลของสองทาน. อยา งไร จรงิ อยูภิกษรุ ปู หน่งึ เม่อื เริ่มต้ังวปิ ส สนาในโสมนัสทย่ี งั มคี วามตรกึ ยังมีความตรอง แลว กม็ าใครค รวญวาโสมนัสน้อี าศัยอะไร กท็ ราบชดั วา อาศัยทต่ี ้ัง แลว กต็ ง้ั อยใู นอรหตั ตผลโดยลําดับตามนัยที่กลา วแลวในหมวดอนั มีผัสสะเปนท่หี านนั่ แหละ. รูปหนงึ่ เร่มิ ต้ังวปิ ส สนาในโสมนสั ทไ่ี มมีความตรึก ไมม คี วามตรองแลว ก็ตั้งอยใู นอรหัตตผลตามนยั ท่ีกลาวแลวเหมอื นกัน. แมในโสมนัสที่ตงั้ ม่นั เหลา นัน้ โสมนัสทไี่ มม คี วามตรกึ และไมม ีความตรอง ประณตี กวา ท่ียังมีความตรกึ และยังมีความตรอง โสมนัสวิปส สนาที่ไมมีความตรกึ และไมมีความตรอง ประณตี กวา แมโ สมนสั วิปส สนาทมี่ คี วามตรึกและมคี วามตรอง โสมนัสผลสมาบัตทิ ไี่ มมคี วามตรกึ และไมมคี วามตรองเทาน้ันที่ประณตี กวา โสมนัสผลสมาบัติทย่ี งั มคี วามตรกึ และยงั มีความตรอง. เพราะเหตนุ ัน้ พระผมู พี ระภาคเจา จงึ ตรสั วา เหลาใดไมม ีความตรึกไมมคี วามตรอง ประณีตกวา ดังน.้ี คําวา ไมพ งึ เสพโทมนัสเหน็ ปานนี้ ความวา ไมพ ึงเสพโทมนสัทีอ่ าศัยเรือนเหน็ ปานน้.ี ที่ช่อื วา โทมนัสอันอาศยั เรอื นไดแ ก โทมนสั ท่อี าศัยกามคุณซ่ึงเกดิ แกผูต รึกอยวู า เราไมตามเสวยแลว จกั ไมตามเสวย ยอ มไมตามเสวย ซ่งึ อฏิ ฐารมณในทวารทง้ั ๖ อยา งน้วี า ในเวทนาเหลานั้น โทมนัสท่ี

พระสตุ ตันตปฎ ก ทีฆนิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนา ที่ 185อาศัยเรือน ๖ อยา งเปน ไฉน เมื่อบุคคลพิจารณาเหน็ การไมไดเ ฉพาะซึ่งรปู ที่นารกั นา ใคร นาพอใจ นาชนื่ ใจ ซึ่งเกี่ยวกบั เหย่ือของโลก ทพี่ งึ รแู จง ไดดวยตาโดยความไมไดเฉพาะ หรือเมื่อตามระลกึ ถึงรปู ทไี่ มเคยไดเฉพาะ เมือ่ ซึง่ ลว งไปแลว ดับไปแลว แปรปรวนไปแลว จงึ เกิดโทมนสั ขน้ึ โทมนัสเห็นปานนี้ใด นเี้ รยี กโทมนัสทอ่ี าศัยเรือน ดงั นี้เปนตน . คําวา พงึ เสพโทมนัสเห็นปานนี้ คือ พงึ เสพโทมนัสทอ่ี าศัยการออกจากเรือนเห็นปานนี้. ท่ีชื่อวา โทมนสัท่ีอาศัยการออกจากเรอื น ไดแก โทมนัสทีเ่ กดิ แกผทู ่ไี มส ามารถเพือ่ จะเรง เขา ใจใหขวนขวายเขาไปตัง้ ความอยากไดในธรรมคอื อริยผล กลาวคอื ความหลุดพนช้ันเย่ยี ม แลวเริ่มต้ังวิปสสนาดวยอํานาจไตรลักษณม คี วามไมเทีย่ งเปน ตนเพอ่ืบรรลุอริยผลนั้น ผตู ามเศรา ใจวา เราไมส ามารถเพอื่ จะเรงเราใจใหขวนขวายวิปส สนามาตลอดปกษแ มน ี้ ตลอดเดอื นแมน ี้ ตลอดปแมน้ี แลวบรรลุอรยิภูมไิ ด ในอารมณทนี่ า รกั อนั มาสูคลองในทวารทงั้ ๖ อยา งน้วี า ในเวทนาเหลา นัน้ โทมนสั ทอ่ี าศัยการออกจากเรือนเปน ไฉน กแ็ ล เมอ่ื บุคคลมารูความทีร่ ปู ทั้งหลายไมเ ท่ยี ง แปรปรวนไป คลายไป ดับไปแลว เห็นรูปน้นั ดว ยปญญาท่ถี ูกตอ งตามทเ่ี ปนจรงิ อยอู ยางนี้วา รปู ทั้งหลาย ท้งั เมื่อกอนและบัดนี้เหลา ใด รูปเหลา นัน้ ท้ังหมด ไมเทย่ี ง ทนอยูไ มไ ด มีความแปรปรวนเปนธรรมดา แลว จงึ เขาไปตั้งความอยากไดใ นความหลุดพนชน้ั เย่ยี มวา ชื่อวาเมื่อไรหนอ เราจึงจะเขาถงึ อายตนะน้ันแลว แลอยู คอื อายตนะทพ่ี วกพระอรยิ เจาในบดั นี้ ยอ มเขา ถงึ แลว แลอย.ู เมอื่ เขาไปตง้ั ความอยากไดในความหลุดพน ชน้ัเยย่ี ม ดังทว่ี ามานี้ โทมนัสก็ยอ มเกิดขน้ึ เพราะความอยากไดเปนปจจัย.โทมนสั เหน็ ปานนี้ใด นเ้ี รยี กวา โทมนัสที่อาศัยการออกจากเรือน ดังนี้เปนตน.คําวา พงึ เสพ คือ โทมนสั ท่ีเกิดขึ้นดว ยอาํ นาจการออกจากเรอื น ดว ยอํานาจ

พระสตุ ตันตปฎ ก ทีฆนกิ าย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาท่ี 186วปิ ส สนา ดวยอาํ นาจ การตามระลึกถงึ ดวยอํานาจฌานท่ีหนงึ่ เปนตนน้ี ชื่อวาเปนโทมนัสทพี่ งึ เสพ. ในคาํ เหลานนั้ คําวา หากโทมนัสใด ยงั มีความตรึก ยังมคี วามตรอง คือ ในโสมนสั ท้งั สองอยา งแมนนั้ โทมนสั ทอ่ี าศยั เรือนเทา นัน้ ทช่ี อ่ืวาโทมนสั ยงั มีความตรึก ยงั มีความตรองอย.ู สว นโทมนัสที่เกดิ ขึน้ ดวยอาํ นาจการออกจากเรือน ดว ยอํานาจวปิ ส สนา ดวยอาํ นาจการตามระลึกถึง ดว ยอาํ นาจฌานท่ีหนึ่งและฌานทสี่ อง พึงทราบวาเปน โทมนสั ที่ยงั มีความตรึกและยังมคี วามตรองอยู. สวนโดยทาํ นองอยา งตรงขึน้ ชอื่ วา โทมนสั ทีไ่ มม ีความตรึกและไมมีความตรองไมม.ี สําหรบั อินทรียค อื โทมนัส เปนอกุศลโดยสว นเดียวเทานน้ั และยังมีความตรกึ และยงั มคี วามตรองดว ย. แตด วยอาํ นาจความเขาใจของภิกษุน้ัน ทานจึงกลาววา อนิ ทรียคอื โทมนสั ยังมคี วามตรึกและยังมคี วามตรอง และวา ท่ไี มม ีความตรึกและไมม ีความตรอง ดงั น้.ี ตอไปนี้ เปน นัยในเร่อื งโทมนสั น้ัน คือในกรณนี ีภ้ กิ ษถุ ือเอาธรรมทยี่ งั มีความตรึกและยังมีความตรอง และธรรมท่ีไมม ีความตรึกและไมม ีความตรองอันเปนธรรมทีม่ ีโทมนสั เปนปจ จยั และธรรมคอื มรรคและผลท่ีเกดิ ข้นึ มีโทมนัสเปน ปจจยั น่ันเอง วา เปน โทมนัสเพราะอํานาจเหน็ การปฏบิ ัติของภกิ ษุเหลา อ่นื แลวกม็ าคิดวา เมอ่ื ไรหนอแล เราจึงจักเริม่ ตง้ั วปิ สสนาในโทมนสั ที่ยังมีความตรึกและยังมคี วามตรองไดเ สียที เม่อื ไรเราจงึ เร่มิ ตัง้ วิปสสนาในโทมนัสที่ไมม คี วามตรึกและไมม คี วามตรองไดเ สยี ที และคดิ อีกวา เมื่อไรหนอแล เราจึงจักใหผ ลสมาบัตใิ นโทมนัสท่ยี งั มคี วามตรึกและยังมีความตรองเกิดไดเสียที เมอื่ ไรเราจงึ จกั ใหผลสมาบตั ิในโทมนัสทีไ่ มมคี วามตรกึ และไมม ีความตรองเกิดไดเ สยี ที แลวก็ถอื ขอ ปฏบิ ตั ิตลอดสามเดอื น หกเดือนหรอื เกา เดือนเม่อื ถอื ขอ ปฏบิ ัติตลอดสามเดือน ในเดอื นแรกเดินเสียหน่งึ ยาม สองยามทํา

พระสตุ ตนั ตปฎก ทีฆนกิ าย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาท่ี 187โอกาสแกการหลบั ในเดือนกลางเดนิ เสียสองยาม ทําโอกาสแกการหลับหน่ึงยาม ในเดอื นสดุ ทายใหรางกายเปน ไปดว ยการเดนิ จงกรมและการน่งั เทานน้ั เองถาแบบน้ัน บรรลุพระอรหัตนน้ั กด็ ไี ป. ถา ไมบ รรลุ เธอก็ถือขอ ปฏบิ ัตปิ ระเภท๖ เดอื น ใหวเิ ศษ (ขน้ึ ไปอีก) แมในขอปฏบิ ัติประเภท ๖ เดือนน้ัน ทกุ สองเดอื น ๆ กป็ ฏบิ ตั ิตามนยั ท่กี ลาวแลว เม่ือไมสามารถสําเรจ็ พระอรหตั ได ก็ยดึหลกั ปฏิบัตชิ นดิ เกาเดือนใหวิเศษ (ยิง่ ข้นึ ไปอกี ) แมในหลักปฏิบัติชนิดเกาเดือนนัน้ ทกุ สามเดือน ๆ ก็ปฏบิ ัตอิ ยางน้นั แหละ เม่อื ไมสามารถบรรลคุ วามเปนพระอรหันตได (และ) เม่อื พจิ ารณาวา โอห นอ ! เราไมไดปวารณาแบบวสิ ทุ ธิปวารณา พรอ มกับพวกเพ่อื นพรหมจรรยเ สียแลว ความโทมนสั กย็ อมเกิดขึ้น. สายนาํ้ ตา กไ็ หลพรู เหมอื นสายนํ้าตาของพระมหาสิวเถระผูอยูท่เี งื้อมเขาทา ยหมูบา น. เลา กนั วา พระเถระสอนหมใู หญ ๑๘ หมู พวกภกิ ษุสามหมน่ื รปูต้ังอยใู นโอวาทของทา นบรรลอุ รหัตแลว . ตอมามีภกิ ษุรปู หน่งึ มารําพึงวาภายในตวั เรากอ น มีคุณประมาณไมได คุณของอาจารยเ ราเปน อยางไรหนอแลกําลังราํ พึงอยูกเ็ ห็นความเปนปถุ ุชน จึงคิดวา อาจารยพวกเราเปน ที่พง่ึ ของคนเหลา อืน่ (แต) ไมสามารถเพื่อจะเปน ทีพ่ ่ึงของตนได เราจะใหโ อวาทแกทา นแลว กเ็ หาะมาลงใกลวัด เขาไปหาอาจารยผนู ั่งในทพ่ี กั กลางวนั แสดงวตั รแลวก็น่ังในทคี่ วรสว นหนึ่ง. พระเถระกลา ววา ดูกอ นผูถือการบณิ ฑบาตเปน วตั รคณุ มาเพราะเหตุไร. ภิกษ.ุ ขาแตท านผเู จริญ กระผมเปนผมู าแลว ดวยคิดวา จักเอา อนุโมทนา สกั บทหนึง่ . เถระ. คงจะไมม โี อกาสหรอกคุณ ภิกษุ. ทา นขอรบั กระผมจะเรยี นถามในเวลายนื ท่โี รงตรึก

พระสตุ ตนั ตปฎก ทีฆนกิ าย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาท่ี 188เถระ. ในทีน่ ้ัน พวกคนอน่ื ก็จะถาม.ภิกษุ. ในทางเท่ยี วบณิ ฑบาตละ ขอรับ.เถระ. แมในทางนน้ั พวกคนอน่ื กจ็ ะถาม.ภิกษ.ุ ในท่ีนงุ ผาสองชัน้ ในที่หมสงั ฆาฏิ ในทน่ี าํ เอาบาตรออกใน เวลาเที่ยวไปในหมบู านแลวดื่มขา วตมในโรงฉนั ละขอรบั .เถระ. ในท่นี นั้ ๆ ก็จะมีพวกเถระทางอรรถกถาบรรเทาความสงสยั ของตน.ภกิ ษุ. กระผมจะเรียนถามในเวลาออกจากภายในหมบู า น ขอรบั .เถระ. แมในทน่ี ัน้ กจ็ ะมคี นพวกอืน่ ถาม คุณ.ภิกษุ. ทานขอรับในระหวา งทาง ทานขอรบั ในเวลาเสร็จการฉนั ใน โรงอาหาร ทา นขอรับ ในเวลาลา งเทา ในเวลาลา งหนา ในที่ พกั กลางวนั .เถระ. ต้ังแตนน้ั ไปจนถงึ สวาง กจ็ ะมพี วกอ่ืนอีกถาม คุณ.ภกิ ษุ. ในเวลาเอาไมสฟี นแลว ไปสทู ่ีลางหนา ขอรบั .เถระ. ตอนน้ัน พวกอื่น กจ็ ะถาม.ภิกษุ. ในเวลาลา งหนา แลวมาละ ขอรับ.เถระ. แมในตอนนนั้ พวกอ่นื ก็จะถาม.ภกิ ษุ. ในเวลาเขาเสนาสนะแลวนง่ั ละ ขอรับ.เถระ. แมใ นตอนนน้ั พวกอื่น กจ็ ะถาม.ภกิ ษุ. ทานขอรบั มนั นาจะเปน โอกาสและเวลาของพวกผทู ่ลี า งหนา เสรจ็ แลวเขา สเู สนาสนะ ใหสามสบ่ี ัลลังกไดรับความอบอุนแลว ทาํ งานดวยความเอาใจใสอยา งมเี หตุผลมใิ ชห รอื ทานขอรับ ทานจะไมไดแ มแตข ณะแหง ความตาย ทา นจงเปน เหมอื นแผน

พระสตุ ตันตปฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาท่ี 189 กระดานเถิด ขอรับ ทานจงเปนทีพ่ ่ึงของคนอ่นื เถิด ขอรับ ทา นไมอ าจเพื่อจะเปน ท่ีพ่ึงของตน กระผมไมมีความตอ งการ ดวยการอนุโมทนาของทาน วาแลว ก็ไดเหาะไปในอากาศ. พระเถระทราบวา งานเก่ยี วกบั การศกึ ษาเลาเรียนของภิกษรุ ูปนีไ้ มมีแตเธอมาดว ยคดิ วา จะเปนผสู ่ังสอนเรา แลง คดิ วา บดั น้จี ะไมม ีโอกาสเวลาใกลร งุ เราจะไป แลวก็เก็บบาตรจีวรไวใ กล ๆ สอนธรรมตลอดยามตนและยามกลางคนื ยงั รุง ขณะท่ีพระเถระรูปหนึ่งเรียนอุทเทศแลว จะออกไปในยามสดุ ทา ย กถ็ อื บาตรจวี รออกไปดวยกนั กบั พระเถระน้ันนนั่ เอง พวกศษิ ย(อันเตวาสิก) ทน่ี ่งั เขาใจวา อาจารย ออกไปดว ยธุระบางอยา งนานแลว. พระเถระท่ีออกไปก็ทาํ ความเขา ใจวา เปน ภิกษทุ ี่รว มอาจารยกัน บางรปู นน่ั เอง. ไดยินวา พระเถระ คิดวา ช่ือวา ความเปนพระอรหันตสาํ หรบั คนช้ันเรา จะอะไรหนักหนาเลา แคส องสามวันเทา นัน้ แหละ ก็จะสําเรจ็ แลว จงึ จะกลับมา ดังน้ีจงึ ไมบอกพวกลกู ศษิ ยเ ลย ในวันขึน้ สบิ สามคาํ่ เดือนแปดไปสเู งือ้ มเขาทายหมูบา น เมอ่ื ขึ้นสูท ่ีจงกรมแลว เอาใจใสกมั มัฏฐาน ในวันนั้นยงั ถอื เอาพระ-อรหตั ผลไมได. เม่อื ถึงวนั อโุ บสถ กค็ ดิ วา เรามาแลว ดว ยคดิ วา โดยสองสามวัน เราจะเอาพระอรหัตผลใหได กย็ งั เอาไมไ ด สามเดอื นกเ็ หมอื นสามวนั นนั่ แหละ คอยถึงวันมหาปวารณากอ นจะรู ถึงเขา พรรษาแลวกย็ งั เอาไมไ ด. ในวนั ปวารณาทานคิดวา เรามาแลว ดว ยคิดวา โดยสองสามวนั เราจะเอาพระอรหตั ผลใหไ ด น่กี ็ตั้งสามแลว ก็ยงั ไมสามารถจะเอาได สว นพวกเพื่อนพรหมจรรย จะปวารณาชนดิ วิสุทธปิ วารณากัน เมอ่ื ทานคดิ อยางนน้ัสายนํ้าตาก็หลงั่ ไหล. จากน้นั ทา นคดิ วา มรรคผล จะไมเ กิดขึ้นเพราะอิรยิ าบถ ๔ของเราบนเตียง ถา เดีย๋ วน้ยี งั ไมบ รรลุพระอรหตั ผล เราจะไมยอมเหยยี ดหลัง






















Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook