Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore tripitaka_14

tripitaka_14

Published by sadudees, 2017-01-10 01:15:39

Description: tripitaka_14

Search

Read the Text Version

พระสตุ ตนั ตปฎก ทฆี นกิ าย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาท่ี 365เกดิ ขนึ้ แกพ ระโยคาวจรนัน้ ในอรูปภพนนั้ . ทานกาํ หนดมรรคท่มี ฌี านเปนบาทอยางเดยี ว ดวยประการฉะน้.ี แตพ ระเถระบางเหลา กลา ววา กาํ หนดขันธเ ปนอารมณแหง วปิ ส สนา. บางเหลา กว็ ากําหนดอัธยาศยั บุคคล. บางเหลากว็ า กําหนดวิปสสนา อนั เปน วฏุ ฐานคามิน.ี วนิ จิ ฉัยวาทะของพระเถระเหลานน้ั พึงทราบตามนัยท่ีทา นกลาวไว ในอธกิ ารวาดวยวฏุ ฐานคามินีวปิ ส สนา คัมภีรวิสทุ ธิมรรค.คําวา อย วุจฺจติ ภกิ ขฺ เว สมฺมาสมาธิ ดูกอ นภิกษุท้ังหลาย นีเ้ รยี กวาสมั มาสมาธิ ความวา ธรรมนี้ เบอ้ื งตน เปน โลกยิ ะ เบอ้ื งหลงั เรยี กวาโลกตุ ตระ สัมมาสมาธิ. คําวา อิติ อชฺ ตตฺ  วา หรอื ภายในเปนตน ความวา พจิ ารณาเหน็ธรรมในธรรมท้ังหลาย เพราะกําหนดสัจจะ ๔ ของตน ของคนอ่ืน หรอื เพราะกาํ หนดสัจจะ ๔ ของตนตามกาล ของคนอื่นตามกาลอยา งนอ้ี ยู. สวนความเกดิ และความเสอื่ มในสัจจบรรพนี้ พงึ ทราบโดยความเกดิ และความหมดไปแหงสัจจะ ๔ ตามเปน จรงิ . คําอนื่ นอกจากนี้ มนี ยั ดังกลา วมาแลว . สตกิ ําหนดสัจจะ ๔ เปนอรยิ สัจ แตใ นสัจจบรรพนี้ ตา งกันอยา งเดยี ว คอื พงึ ประกอบความอยางนี้วาสติกําหนดสจั จะ ๔ เปน อารมณ เปน ทุกขสจั เปน ตน แลวพงึ ทราบวา เปนทางปฏิบัตินําออกจากทกุ ขข องภกิ ษุผกู ําหนดสจั จะเปนอารมณ. คาํ ท่เี หลอื ก็เหมอื นกันแล. จบสจั จบรรพ

พระสุตตนั ตปฎ ก ทีฆนกิ าย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนา ท่ี 366 สรุปความ ดวยลําดบั คาํ มีประมาณเพียงเทาน้ี กมั มัฏฐาน ๒๑ คือ อานาปาน-บรรพ ๑ จตอุ ิรยิ าบถบรรพ ๑ จตสุ มั ปชัญญบรรพ ๑ ทวัตดึงสาการ ๑ จตุธาต-ุววฏั ฐานะ ๑ สีวถกิ า ๙ เวทนานปุ ส สนา ๑ จิตตานุปส สนา ๑ นีวรณปริคคหะ ๑ขนั ธปริคคหะ ๑ อายตนปรคิ คหะ ๑ โพชฌงคปริคคหะ ๑ สัจจปริคคหะ ๑. บรรดากัมมฏั ฐาน ๒๑ นั้น กมั มัฏฐาน ๑๑ คือ อานาปาน ๑ ทวัตดงึ -สาการ ๑ สวี ถิกา ๙ เปนอัปปนากัมมัฏฐาน. แตพระมหาสิวเถระ ผรู จนาคมั ภีรทีฆนิกาย กลา ววา พระผมู พี ระภาคเจา ตรสั สวี ถกิ า ๙ โดยอาทีนวานุปสสนา.เพราะฉะน้ัน ตามมตขิ องทาน อานาปานะ และ ทวตั ดึงสาการ ๒ เทาน้นัเปน อัปปนากมั มัฏฐาน. ทเ่ี หลอื เปน อปุ จารกัมมฏั ฐาน ถามวา ความต้งั มนั่เกดิ ในกัมมฏั ฐานน้ันท้ังหมดหรอื ไมเ กดิ ตอบวา ไมใ ชไมเกิด ความต้ังมั่นไมเกดิในอิรยิ าบถสัมปชญั ญะ นวี รณ และโพชฌงค เกิดในกัมมัฏฐานทเ่ี หลือ. สวนพระมหาสิวเถระ กลา ววา ความต้งั มน่ั ยอมเกิดในกัมมฏั ฐานแมเ หลา น้ัน(ท้ังหมด) เพราะพระโยคาวจรนี้ ยอมกําหนดอยางน้ีวา อริ ยิ าบถ ๔ มีแกเราหรือไมหนอ สมั ปชัญญะ ๔ มีแกเ ราหรอื ไมหนอ นีวรณ ๕ มีแกเ ราหรอื ไมหนอ โพชฌงค ๗ มแี กเ ราหรอื ไมห นอดังนี้ เพราะฉะน้นั ความต้งั มั่นยอ มเกดิ ในกัมมัฏฐานทั้งหมด. อานสิ งส คําวา โย หิ โกจิ ภิกขฺ เว ความวา ดูกอนภกิ ษทุ งั้ หลาย ผูใดผหู น่งึ ไมวา ภิกษหุ รอื ภกิ ษุณี อุบาสก หรือ อบุ าสิกา. คําวา เอว ภาเวยฺยความวา พึงเจริญตามลาํ ดับภาวนาทกี่ ลาวมาแลว ตง้ั แตตน . คาํ วา ปาฏิกงฺขความวา พึงหวังได พึงปรารถนาได เปนแนแท. คําวา อฺ า หมายถงึ

พระสตุ ตนั ตปฎ ก ทีฆนิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาที่ 367พระอรหตั . คาํ วา สติ วา อุปาทเิ สเส ความวา เมือ่ อปุ าทิเสสวบิ ากขนั ธที่กเิ ลสมีตัณหาเปน ตนเขาไปยดึ ไวเหลืออยู ยงั ไมส้ินไป. คาํ วา อนาคามติ าแปลวา ความเปนพระอนาคามี. พระผูม พี ระภาคเจา คร้ันทรงแสดง ความที่คําสัง่ สอนเปน ธรรมนําผปู ฏิบตั ิออกจากทกุ ขโ ดย ๗ ป อยางนแ้ี ลว เมอ่ื จะทรงแสดงเวลา (ปฏิบัติ) ท่นี อยไปกวานนั้ อีก จึงตรัสวา ติฏ นตฺ ุ ภกิ ขฺ เวดกู อ นภิกษุทัง้ หลาย ๗ ป จงยกไวด ังนเ้ี ปนตน . กค็ ําน้ันแมทงั้ หมดตรัสโดยเวไนยบคุ คลปานกลาง. แตท่ตี รสั วา บคุ คลรับคาํ สั่งสอนเวลาเชา บรรลคุ ณุ วเิ ศษเวลาเย็น รบั คาํ สัง่ สอนเวลาเยน็ บรรลคุ ุณวิเศษเวลาเชา ดงั นี้ ทรงหมายถงึบุคคลผูมปี ญญาเฉียบแหลม. พระผูมีพระภาคเจาทรงแสดงวา คําสัง่ สอนของเรานาํ ผูปฏบิ ัตอิ อกจากทุกขอ ยางน้ีแลว เมือ่ จะทรงยังเทศนาทท่ี รงแสดง ดว ยธรรมอันเปนยอด คือพระอรหัตใหจ บลงในฐานะ ๒๑ ประการ จึงตรสั วา ดูกอ นภกิ ษทุ ั้งหลาย ทางนีเ้ ปนทางดาํ เนนิ อันเอก เพอ่ื ความหมดจดแหงสัตวท ้งั หลายเพ่อื กา วลวงโสกะ และปริเทวะ เพอ่ื ดบั ทุกขแ ละโทมนสั เพือ่ บรรลุญายธรรมเพ่ือทําใหแจงพระนิพพาน นี้คือ สติปฏฐาน ๔ ดว ยประการฉะนี้ คาํ อันใดอนั เรากลา วแลว อยางน้ี คาํ นนั้ เราอาศัยทางอนั เอกนกี้ ลา วแลว . คาํ ท่เี หลอื อรรถต้นื ทัง้ น้นั แล. ในเวลาจบเทศนา ภกิ ษุสามหม่ืนรปู ดาํ รงอยูในพระอรหัตแล. จบอรรถกถามหาสตปิ ฏฐานสูตรที่ ๙

พระสุตตนั ตปฎก ทฆี นิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนา ท่ี 368

พระสตุ ตันตปฎ ก ทีฆนิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาที่ 369 ๑๐. ปายาสิราชัญญสตู ร วาดว ยประวตั ิพระกุมารกสั สปเถระ [ ๓๐๑] ขาพเจาไดฟ งมาแลวอยา งน้ี :- สมยั หน่งึ ทานพระกุมารกสั สป จาริกไปในแควน โกศล พรอ มดวยภิกษุสงฆหมใู หญป ระมาณ ๕๐๐ รูป มาถงึ เสตัพยนครแหงแควน โกศล อาศัยอยู ณ ปา สีสปาวัน ดานทศิ เหนอื เสตัพยนคร. สมยั นน้ั พระยาปายาสิครอบครองเสตัพยนคร ซงึ่ มปี ศสุ ตั วม าก มหี ญา ไม และนา้ํ มีธญั ญาหารบริบรู ณเปน พระราชโภคทรพั ย ทพ่ี ระเจาปเสนทโิ กศล พระราชทานใหเ ปนบาํ เหน็จความชอบ คร้ังนนั้ พระยาปายาสิเกดิ ความเหน็ ช่ัวอยา งน้วี า แมเ พราะเหตนุ ี้โลกอน่ื ไมม ี สตั วผ ุดเกดิ ไมมี ผลวิบากของกรรมทส่ี ัตวท ําดีทําชั่วไมมี ดงั นี้พวกพราหมณและคฤหบดีชาวเสตพั ยนครไดทราบวา พระสมณกมุ ารกสั สปสาวกของพระสมณโคดม จาริกไปในแควนโกศล พรอ มดว ยพระภกิ ษสุ งฆหมูใหญประมาณ ๕๐๐ รูป มาถึงเสตัพยนคร อาศยั อยู ณ ปา สีสปาวัน ดา นทศิ เหนอื เสตพั ยนคร. กติ ตศิ พั ทอ ันงามของพระสมณกุมารกัสสปขจรไปวาทา นเปนบณั ฑิต ฉลาด มีปญญา เปน พหสู ูต กลา วธรรมไดวจิ ติ ร มีปฏภิ าณดีเปนผูตรัสรูแ ละเปน พระอรหันต การพบเห็นพระอรหนั ตเ ชน นัน้ เปนการด.ีครง้ั นัน้ พราหมณและคฤหบดชี าวเสตัพยนครออกจากเสตพั ยนคร พากันไปเปน หมู ๆ บา ยหนาไปทางดา นทศิ เหนอื ซึง่ สสี ปาวันตง้ั อยู.

พระสตุ ตนั ตปฎก ทฆี นิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาท่ี 370 ทิฏฐขิ องพระยาปายาสิ [๓๐๒] สมัยน้ัน พระยาปายาสิพักผอ นกลางวนั อยู ณ ปราสาทชน้ั บนเห็นพราหมณแ ละคฤหบดชี าวเสตพั ยนคร ออกจากเสตัพยนครเปนหมู ๆ พากนัเดินมงุ หนา ไปทางทศิ เหนอื จงึ เรยี กคนสนทิ มาถามวา นแ่ี นะพอ พราหมณและคฤหบดี ชาวเสตัพยนครเปนหมู ๆ พากนั มงุ หนา ไปทางทิศเหนือ ซึ่งสีสปาวันตงั้ อยทู ําไมกัน. คนสนทิ เรยี นตอบวา ทานเจา ขา มีสมณะช่อื กุมารกสั สป สาวกของพระสมณโคดม จารกิ ไปในแควนโกศล พรอ มดว ยภิกษุสงฆห มใู หญประมาณ ๕๐๐ รปู มาถึงเสตพั ยนคร อาศยั อยู ณ สสี ปาวนั ทางทิศเหนอืเสตัพยนคร กิตตศิ ัพทอนั งามของพระสมณกุมารกัสสปนน้ั ขจรไปวา ทานเปน บณั ฑิต ฉลาด มปี ญ ญา เปนพหสู ตู กลา วธรรมไดว จิ ิตร มปี ฏภิ าณดีเปน ผตู รสั รูและเปนพระอรหนั ต พราหมณและคฤหบดีเหลานั้น เขาไปเพือ่พบเหน็ ทานพระกมุ ารกสั สปน้นั เจา ขา. พระยาปายาสิ จึงสั่งวา นแี่ นะเจาถา อยา งนนั้ เจาจงเขาไปหาพราหมณและคฤหบดชี าวเสตพั ยนคร บอกเขาวาจงรออยกู อน พระยาปายาสิจกั เขา ไปพบทา นสมณกมุ ารกสั สปดว ย แตกอ นทา นพระสมณกุมารกสั สปสอนพวกพราหมณแ ละคฤหบดีชาวเสตัพยนครผเู ขลาไมฉลาด ใหเ ขา ใจวา แมเ พราะเหตนุ ี้ โลกอ่นื มี สตั วผุดเกิดมี ผลวิบากของกรรมทส่ี ตั วท าํ ดที าํ ชว่ั มี นี่แนะเจา โลกอื่นไมม ี สตั วผ ุดเกิดไมม ี ผลวิบากของกรรมที่สัตวท ําดี ทาํ ชว่ั ไมม.ี คนสนิทน้นั รับคําของพระยาปายาสแิ ลว ก็ไปบอกพราหมณแ ละคฤหบดีชาวเสตัพยนคร. ครง้ั นนั้ พระยาปายาสิอันพวกพราหมณและคฤหบดชี าวเสตพั ยนครหอมลอ มแลว กไ็ ปยงั สสี ปาวนั เขา ไปหาทานกุมารกสั สป ช่นื ชมสนทนาปราศรัยกับทานพระกมุ ารกสั สปตามสมควรแลว ก็น่งัณ ท่สี มควรสวนหนงึ่ . สว นพราหมณแ ละคฤหบดชี าวเสตัพยนคร บางพวกกราบทานพระกมุ ารกสั สป แลว นัง่ ณ ทส่ี วนหนึง่ บางพวกชื่นชมสนทนา

พระสตุ ตนั ตปฎ ก ทีฆนิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาท่ี 371ปราศรัยกบั ทา นพระกมุ ารกัสสป แลวก็น่ัง บางพวก กน็ อบนอ มอญั ชลี ไปยงั ทานพระกมุ ารกัสสป แลวน่งั บางพวกประกาศชอ่ื และสกลุ ตนแลว ก็นั่งบางพวกก็นง่ิ แลวนงั่ . พระยาปายาสิ นั่งเรียบรอยแลว กเ็ รียนทานพระกุมาร-กัสสปอยา งน้วี า ทานกสั สปผเู จรญิ ขา พเจามวี าทะมีความเหน็ อยางนีว้ า แมเพราะเหตนุ ี้ โลกอ่นื ไมมี สัตวผ ุดเกิดไมมี ผลวบิ ากของกรรมท่สี ตั วท ําดที ําช่วัไมม .ี พระกมุ ารกัสสปกลา ววา ทานพระยา อาตมาน้ันไดเ ห็นไดย นิ วาทา นพระยามีวาทะมีความเหน็ อยางนี้ เหตไุ ร ทา นพระยาจึงกลาววา แมเพราะเหตุน้ี โลกอื่นไมมี สตั วท ่ผี ุดเกดิ ไมมี ผลวบิ ากของกรรมท่ีสัตวท าํ ดีทําช่วัไมม ี ถาอยา งนัน้ อาตมาจะยอนถามทานพระยาในขอ น้บี าง ทานพระยาพงึตอบตามที่เห็นควร ทา นพระยาจะพึงเขาใจขอนี้อยางไร พระจนั ทรพ ระอาทิตยมอี ยใู นโลกนหี้ รอื โลกอน่ื เปนเทวดาหรอื มนษุ ย. พระยาปายาสติ อบวา ทา นกัสสป พระจันทรพระอาทติ ยมอี ยใู นโลกอื่นไมใชใ นโลกนี้ เปน เทวดาไมใ ชม นษุ ย. พระกมุ ารกสั สป. ทา นพระยา โดยปรยิ ายน้แี หละ จงเหน็ เถิดวาแมเพราะเหตนุ ี้ โลกอืน่ มี สตั วผดุ เกดิ มี ผลวบิ ากของกรรมท่สี ัตวทาํ ดที าํ ชัว่ ม.ี [๓๐๓] พระยาปายาส.ิ ถงึ ทา นพระกสั สปกลา วอยางน้ี กต็ าม แตในขอ นี้ขา พเจา กย็ ังยนื ยนั ความเหน็ วา แมเ พราะเหตนุ ี้ โลกอ่ืนไมม ี สัตวผุด-เกิดไมม ี ผลวบิ ากของกรรมท่สี ตั วท าํ ดที าํ ชั่วไมมี. พระกุมารกสั สป. ทานพระยา ยังมีปรยิ ายที่ยืนยันความเหน็ ของทานพระยาอยูห รอื . พระยาปายาสิ. มีอยูซิ ทา นกสั สป. พระกุมารกสั สป. มีอยูเหมอื นอยางไรเลา ทานพระยา.

พระสุตตันตปฎ ก ทีฆนิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาท่ี 372 วา ดว ยโทษของอกศุ ลกรรมบถ พระยาปายาสิ. ทา นกสั สป ขา พเจามีมติ รสหาย ญาตสิ าโลหิตของขาพเจาในโลกนี้ทฆี่ า สตั ว ลกั ทรพั ย ประพฤตผิ ดิ ในกาม พดู เท็จ พูดสอ เสียดพูดคําหยาบ พดู เพอ เจอ มักได ปองรายเขา เห็นผดิ ตอ มา เขาลม ปว ยประสบทุกข เจบ็ หนกั ขาพเจารวู า เวลานี้ เขาจักไมห ายปวยแน จึงเขาไปหาเขาพูดวา ทา นผูเ จรญิ มีสมณพราหมณพวกหนงึ่ มีวาทะ มีความเห็นอยา งนว้ี า คนทฆ่ี า สัตว ลักทรพั ย ประพฤติผดิ ในกาม พดู เท็จ พูดสอเสียดพดู คาํ หยาบ พูดเพอเจอ มักได ปองรายเขา เห็นผิด ตายแลวจักเกิดในอบายทุคคติ วนิ บิ าต นรก ตัวทา นก็ประพฤติอยา งนน้ั ถา ถอยคําของสมณพราหมณพวกน้ันเปน ความจริงไซร ตัวทา นตายแลวก็จักเกดิ ในอบาย ทุคคติ วนิ บิ าตนรก ถาตัวทานตายแลว พึงไปเกิดในอบายภมู ิน้ันจรงิ ไซร ขอทานพึงกลับมาบอกขาพเจา ทเี ถิดวา แมเพราะเหตุนี้ โลกอนื่ มี สัตวผุดเกดิ มี ผลวบิ ากของกรรมท่สี ัตวทาํ ดที ําชัว่ มี ดว ยวาขาพเจา เชอื่ ถือทา นอยางสนิทใจวาส่ิงใดที่ทานเห็นกเ็ หมือนขาพเจา เหน็ เอง ส่ิงนั้นก็จกั เปนอยางนัน้ แน คนเหลา น้นัรบั คาํ ขา พเจาแลว ก็ไมเ คยกลบั มาบอกเองทั้งไมสง คนมาบอกดว ย ทานกสั สปปรยิ ายนี้นแี่ ล ที่เปน เคร่ืองยืนยันความเหน็ ของขาพเจาท่วี า แมเ พราะเหตนุ ี้โลกอน่ื ไมม ี สตั วผดุ เกดิ ไมม ี ผลวบิ ากของกรรมท่ีสตั วทําดที าํ ช่ัวไมม ี. วาดว ยขอ อปุ มาดวยโจร [๓๐๔] พระกมุ ารกสั สป. ทานพระยา ถาอยา งนนั้ อาตมาจะยอ นถามทานพระยาในขอ นน้ั บาง ทานพระยาพงึ ตอบตามทเี่ หน็ สมควร ทา น-พระยาจะเขา ใจขอ นน้ั อยางไร พวกเจา หนาทข่ี องทานพระยาจับโจรทที่ าํ ผดิ มา

พระสตุ ตนั ตปฎ ก ทฆี นกิ าย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนา ที่ 373แสดงดว ยกลา ววา ทานขอรับ คนนี้เปน โจรทําผดิ ขอไดโ ปรดส่ังลงโทษแกโจรผูน้ตี ามตอ งการดว ย ทา นพระยาจะพึงสั่งวา ถาอยา งนนั้ พวกเจา จงเอาเชอื กท่มี ั่นคงจับมดั มนั เอามอื ไพลห ลงั ใหแนน หนา โกนหัว ตบี ณั เฑาะวพาตระเวนไปทุกถนนทกุ ทาง ๔ แพรง ออกทางประตดู านทศิ ใต แลวจงตัดหัวเสียท่ีตะแลงแกง ทางดา นทศิ ใตพ ระนคร พวกเจา หนาที่รบั คาํ ส่งั แลว กระทง่ันาํ โจรมาน่ังบนตะแลงแกงเตรียมตัดศรี ษะ โจรจะพึงไดรับการขอรอ งผอนผนัจากเจาหนาทีฆ่ า โจรวา ขอนายทา นจงรอจนกวาขา พเจา ไปแจงแกมิตรสหายญาติสาโลหิตทบี่ านหรอื นคิ มโนน เสียกอน หรอื เจา หนาท่ีฆาโจรจะพึงตดั ศีรษะของโจร ทัง้ ทก่ี ําลงั ออนวอนอย.ู พระยาปายาสิ. ทานกสั สป โจรนัน้ จะไมพึงไดร บั การผอ นผันใหรอตดั ศีรษะไวก อ น ท่ีแท เจาหนา ทฆ่ี า โจร ก็จะพึงตัดศีรษะของโจร ท้ังท่รี อ งขออยูเลยทเี ดียว. พระกมุ ารกัสสป. (ทา นพระยา ทั้งโจร ก็เปน มนษุ ย ทงั้ เจา หนา ที่ฆาโจร ก็เปนมนษุ ย) โจรนน้ั กย็ ังไมไดร ับการผอ นผันใหร อการตดั ศีรษะไวก อน มิตรสหายญาติสาโลหติ ของทานพระยา ซึ่งกระทํากรรมชวั่ เหน็ ปานน้นัไปบังเกิดในอบายภมู แิ ลว ไฉนจักไดร บั การผอ นผันจากอบาย นริ ยบาล ซ่ึงไมใชมนษุ ย ใหร อการลงโทษไวจนกวามติ รสหาย ญาติสาโลหิตนน้ั นําความไปบอกทานพระยาแลว กลบั มา เสยี กอ นเลา . โดยปริยายแมนี้ทา นพระยาจงเหน็ เถดิ วาแมเพราะเหตุนโ้ี ลกอน่ื มี สตั วผ ุดเกดิ มี ผลวบิ ากของกรรมทีส่ ัตวท าํ ดีทําช่ัวมี. [๓๐๕] พระยาปายาส.ิ ทานกสั สปกลา วอยางน้กี จ็ รงิ อยู ถึงกระนนั้ขาพเจา กย็ ังยืนยนั ความเหน็ ในขอนวี้ า แมเพราะเหตุนี้ โลกอน่ื ไมมี สตั วผุด-เกดิ ไมม ี ผลวบิ ากของกรรมท่สี ัตวท ําดีทําชว่ั ไมมี.

พระสุตตนั ตปฎ ก ทีฆนกิ าย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาที่ 374 พระกุมารกสั สป. กท็ านพระยายงั มีปรยิ ายยืนยันความเหน็ อยางน้นัอยูอีกหรือ. พระยาปายาสิ. มีซิ ทา นกสั สป. พระกมุ ารกสั สป. ทานพระยา มเี หมือนอยางไรเลา. วาดวยอานสิ งสก ศุ ลกรรมบถ พระยาปายาสิ. ทานกสั สป ขาพเจามีมิตรสหาย ญาตสิ าโลหิตในโลกน้ีที่งดเวน จากการฆา สัตว ลกั ทรัพย ประพฤตผิ ิดในกาม พดู เท็จ พดู สอเสยี ดพูดคําหยาบ พูดเพอ เจอ ไมม กั ได ไมป องรา ยเขา มคี วามเหน็ ชอบ ตอมาเขาลม ปวยประสบทกุ ข เจบ็ หนกั ขา พเจารูว า เวลานี้เขาไมห ายปว ยแน จึงเขาไปหาเขาพดู วา ทานผเู จริญ มีสมณพราหมณพวกหน่งึ มีวาทะมคี วามเหน็อยางน้วี า คนที่งดเวนจากการฆา สัตว ลักทรพั ย ประพฤติผดิ ในกาม พดู เท็จพดู สอ เสียด พูดคาํ หยาบ พูดเพอ เจอ ไมม ักได ไมปองรายเขา มคี วามเห็นชอบตายแลว จักเกดิ ในสุคติโลกสวรรค ตวั ทา นก็พระพฤตอิ ยา งนั้น ถาถอ ยคาํ ของสมณพราหมณพวกนัน้ เปนความจรงิ ไซร ทา นตายไปแลว กจ็ ักเกดิ ในสคุ ติโลกสวรรคแ น ถาทานไปเกิดในสุคติโลกสวรรคจ รงิ ก็ขอทานพงึ กลบั มาบอกขาพเจาทีเถิดวา แมเ พราะเหตุน้ี โลกอ่นื มี สัตวผ ุดเกดิ มี ผลวบิ ากของกรรมทีส่ ัตวทําดที าํ ช่วั มี ดวยวา ขา พเจา เชือ่ ถอื ทา นอยา งสนิทใจวา สงิ่ ใดที่ทานเหน็ ก็เหมือนเราเห็นเอง สง่ิ นน้ั ก็จักเปนอยางนั้นแน คนเหลานัน้รบั คําขาพเจา แลว กไ็ มเ คยกลับมาบอกเอง ทง้ั ไมสงคนมาบอกดวย ทา นกัสสปปรยิ ายนี้นแี่ ล ทเ่ี ปน เครื่องยนื ยนั ความเห็นของขาพเจาท่วี า แมเพราะเหตนุ ้ีโลกอืน่ ไมม ี สตั วผุดเกิดไมมี ผลวิบากของกรรมที่สัตวท ําดีทําชวั่ ไมมี.

พระสตุ ตนั ตปฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนา ท่ี 375 อุปมาดวยคนตกบอ คูถ [๓๐๖] พระกมุ ารกสั สป. ทานพระยา ถา อยา งนนั้ อาตมาจกัอุปมาใหฟง วิญชู นบางพวกในโลกนี้ ยอ มเขาใจอรรถของคาํ ภาษิตดว ยขออุปมา ทานพระยา เปรียบเหมอื นบุรุษจมบอคถู (อุจจาระ) มดิ ศีรษะ ทา น-พระยาจึงส่งั ใหเจาหนา ท่ชี ว ยกนั ดึงบุรษุ น้ันขึน้ มาจากบอคูถ แลวใหเ อาซีกไมไ ผครูดคถู ออกจากตัวของบรุ ุษน้ัน ใหเ อาดนิ สเี หลอื งขัดตวั สามครง้ั ใหเ อานา้ํ มนัชะโลมตัวแลว เอาจณุ (ผง) ละเอียดลูบไลใ หส ะอาดหมดจดสามคร้งั ใหแตงผมและหนวดแลว ใหนําเอาพวงดอกไมเครื่องลบู ไลและผา ที่มีคา มากมอบแกบุรษุ นัน้ แลว นาํ เขาข้นึ ไปยังปราสาทอันดชี ัน้ บน จดั กามคณุ ๕ ไวบาํ เรอ ทา น-พระยาจะเขา ใจขอ นน้ั อยา งไร บุรุษนัน้ อาบน้ําลบู ไลด แี ลว แตงผมและหนวดประดบั อาภรณแ กว มณแี ลวนงุ หม ผาขาวสะอาดอยปู ราสาทอนั ดีช้นั บน เพียบ-พรอ มบําเรอดวยกามคุณ ๕ เขายงั ประสงคจ ะจมลงในบอ คถู นัน้ อกี หรือ. พระยาปายาส.ิ ไมห รอก ทา นกัสสป. พระกุมารกสั สป. เพราะเหตุไรเลา. พระยาปายาส.ิ ทานกสั สป เพราะบอ คูถไมสะอาดเปน ทงั้ สิง่ไมสะอาด ทัง้ นับวา ไมส ะอาด กลน่ิ เหม็น ทง้ั นับวา กลนิ่ เหม็น ทง้ั นาเกลยี ดทัง้ นบั วา นาเกลียด ทัง้ ปฏิกูล ทง้ั นับวาปฏิกลู . พระกมุ ารกสั สป. ทา นพระยาขอน้ันเปรยี บฉันใด ขอนก้ี ็เปรียบฉนั นัน้ เหมือนกัน พวกมนษุ ยทง้ั ไมสะอาดทัง้ นับวาไมส ะอาด ท้งั กล่นิ เหม็นทงั้ นับวา กล่นิ เหมน็ ทง้ั นาเกลียด ท้งั นับวานา เกลยี ด ทงั้ ปฏกิ ลู ทง้ั นบั วา ปฏิกูล. ทานพระยา กลิ่นมนษุ ยคลงุ ขึน้ ไปถึงเทวดาตง้ั รอ ยโยชน. ก็มิตรสหาย ญาตสิ าโลหิตของทา นพระยาประพฤตดิ เี ห็นปานน้ันตายแลว ไปเกิดในสคุ ตโิ ลกสวรรค ยงั จะกลับมาบอกทานพระยาอีกหรือ ทานพระยา โดยปรยิ ายน้แี ล จงเหน็ เถดิ วา แมเ พราะเหตุน้ี โลกอน่ื มีสตั วผดุ เกิดมีผลวิบากของกรรมทีส่ ัตวท ําดีทําชั่วม.ี

พระสตุ ตันตปฎก ทีฆนกิ าย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนา ที่ 376 [๓๐๗] พระยาปายาสิ. ทา นกสั สปกลา วอยางน้ัน ก็จริงอยู ถึงอยา งน้ันในขอนี้ ขา พเจาก็ยงั ยนื ยนั ความเห็นอยอู ยางน้วี า แมเพราะเหตุน้ี โลกอน่ื ไมม ีสัตวผ ุดเกดิ ไมมี ผลวิบากของกรรมทีส่ ัตวทําดที ําช่ัวไมม .ี พระกมุ ารกสั สป. ทา นพระยา ยงั มปี ริยายทีย่ นื ยันความเหน็ ของทานพระยาอยอู กี หรือ มเี ปรยี บเหมือนอยางไรเลา . พระยาปายาสิ. มซี ิ ทา นกสั สป ขาพเจามมี ิตรสหาย ญาตสิ าโลหิตทงี่ ดเวนจากการฆาสัตว ลักทรพั ย ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ และงดเวนจากที่ตงั้ แหง ความประมาท คือ ดื่มนํ้าเมา คือสุราและเมรัย ตอ มาเขาลม ปวยประสบทกุ ขเจ็บหนกั ขาพเจา รูว า เขาจกั ไมหายปว ยแนแ ลว จึงเขา ไปหาเขาพดู วา ทา นผูเจริญ ถา ถอ ยคาํ ของสมณพราหมณพวกนั้นเปน ความจริงวา เมือ่ คนประพฤตดิ เี หน็ ปานนน้ั ตายแลว จักเกดิ ในสุคติโลกสวรรค เปนสหายของเทวดาชนั้ ดาวดึงสด ังน้ีไซร ทา นผเู จรญิ ทา นประพฤตเิ หน็ ปานนนั้ตายแลว ก็พึงบังเกิดในสคุ ตโิ ลกสวรรค เปน สหายของเทวดาชั้นดาวดงึ สแน-นอน ขอทานพึงกลับมาบอกขา พเจาทเี ถดิ วา แมเ พราะเหตนุ โ้ี ลกอนื่ มี สตั ว-ผดุ เกดิ มี ผลวบิ ากของกรรมท่สี ตั วท ําดีทําช่วั มี ดวยวาขา พเจาเช่อื ถือทานอยา งสนทิ ใจวา สิง่ ใดท่ีทานเหน็ ก็เหมือนเราเห็นเอง สิ่งนน้ั จักเปนอยา งนน้ั แนคนเหลา นั้นรบั คาํ ขา พเจา แลว กไ็ มเคยกลับมาบอกเอง ทัง้ ไมส งคนมาบอกดวยทา นกสั สป ปรยิ ายนี้นแ่ี ล เปน เครื่องยนื ยันความเหน็ ของขาพเจา ทว่ี าแมเ พราะเหตนุ ้โี ลกอ่นื ไมมี สัตวผุดเกิดไมมี ผลวบิ ากของกรรมทสี่ ตั วทําดีทําช่วั ไมมี. วา ดว ยอานสิ งสศ ลี ๕ [๓๐๘] พระกมุ ารกสั สป. ทานพระยา ถาอยางนั้น อาตมาจักยอนถามทานพระยาในขอ นี้บาง ทานพระยาพึงตอบตามท่เี ห็นสมควรเถิด.

พระสตุ ตันตปฎ ก ทฆี นิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนา ที่ 377รอ ยปข องมนุษยเปน วนั หนงึ่ คืนหนง่ึ ของเทวดาชน้ั ดาวดงึ ส สามสิบราตรีโดยราตรีนน้ั เปนเดือนหน่งึ สบิ สองเดือนโดยเดือนนั้นเปนปหนง่ึ โดยปนน้ัพนั ปทิพยเ ปน ประมาณอายขุ องเทวดาชนั้ ดาวดึงส มติ รสหายญาติสาโลหิตของทานพระยา ท่ีมีศลี ๕ เหน็ ปานนั้น ตายไปเกดิ ในสุคตโิ ลกสวรรค เปน สหายของเทวดาชั้นดาวดึงสแ ลว ถาพวกเขาคิดวา ตอ เมอ่ื พวกเขาเพรียบพรอ มบําเรออยูดว ยกามคณุ ๕ สักสองวันสองราตรีหรือสกั สามวันสามราตรี แลวคอ ยกลบัไปบอกทา นพระยา ดังนไี้ ซร คนเหลานนั้ จะพึงกลบั ไปบอกทา นพระยาวา แมเพราะเหตุน้ี โลกอืน่ มี สตั วผ ุดเกดิ มี ผลวิบากของกรรมทีส่ ัตวทําดที ําช่ัวมีดังน้หี รอื . พระยาปายาสิ. ไมห รอกทา นกัสสป. เพราะพวกขา พเจาคงจะตายกนัไปเสยี ตงั้ นานแลว แตใครเลาบอกทา นกัสสปวา เทวดาช้ันดาวดึงสม อี ยู หรือเทวดาชั้นดาวดึงสม อี ายยุ นื ถงึ เพียงนั้น ขาพเจา ไมเชื่อทา นกสั สปดอก. อปุ มาดว ยคนตาบอดแตกําเนดิ พระกมุ ารกัสสป. เปรียบเหมอื นบุรษุ ตาบอดแตกาํ เนดิ ไมเห็นสดี าํ สีขาว สีเขยี ว สีเหลอื ง สแี ดง สแี ดงฝาด ไมเห็นท่ีเรียบและไมเ รยี บไมเหน็ รูปดาว พระจันทร พระอาทิตย บุรุษผนู ัน้ พูดวา รูปดํา รปู ขาวรปู เหลอื ง รูปแดง รปู แดงฝาด ที่เรยี บและไมเ รียบ รปู ดาว พระจันทรพระอาทิตย ไมม ี ผเู ห็นรปู ดาํ รูปขาว รปู เขียว รปู เหลือง รปู แดง รูปแดงฝาดทเ่ี รยี บและไมเรยี บ รูปดาว พระจันทรพ ระอาทติ ย กไ็ มม ี ขาพเจา ไมรูไมเ หน็เพราะฉะนั้น สิ่งดังวาน้ัน ไมม ี ดงั นี้ ทา นพระยา บุรุษผูน้นั พดู อยา งนนั้ช่อื วา พูดถูกหรือ. พระยาปายาส.ิ พดู ไมถ กู ดอก ทา นกัสสป เพราะรปู ดังกลา วนนั้

พระสตุ ตันตปฎก ทฆี นิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนา ท่ี 378มีอยู ผเู หน็ ก็มอี ยู บรุ ุษผนู ้นั พูดวา ขาพเจา ไมร ูไมเ ห็น ดังนี้ จงึ ชอื่ วาพดูไมถูก. พระกุมารกัสสป. ขอ นี้กเ็ ปรียบเหมือนฉันนัน้ ทา นพระยา อปุ มาดว ยคนตาบอดแตก ําเนดิ จงึ กลาววา ใครเลาบอกทา นกสั สปวา เทวดาชนั้ดาวดึงสมอี ยู หรอื เทวดาช้ันดาวดงึ สมอี ายยุ ืนถึงเพียงน้นั ขาพเจาไมเ ชอื่ ทา น-กสั สปดอก. ทานพระยา โลกอ่ืนอนั ใคร ๆ ไมพ ึงเห็นไดด วยมงั สจกั ษุอยางที่ทานพระยาเขา ใจดอก. สมณพราหมณทีอ่ าศยั เสนาสนะปาอันสงัด เปนผไู มประมาทมีความเพยี ร มีใจมุงมัน่ ตอ พระนิพพานอยู ชําระทพิ ยจกั ษใุ หบริสุทธ์ิยอมเห็นโลกนีโ้ ลกอืน่ ทงั้ หมูสัตวทผ่ี ดุ เกิดได ดว ยทพิ ยจกั ษุอนั บริสุทธิ์เกินจกั ษมุ นุษย ทานพระยา โลกอ่นื อันผูมที พิ ยจักษพุ ึงเหน็ ไดอ ยางน้ี อันใครๆไมพงึ เห็นดวยมงั สจักษุอยางท่ที านพระยาเขา ใจดอก โดยปริยายนีน้ แ่ี ล ทาน-พระยาจงเห็นเถดิ วา แมเพราะเหตนุ ้ี โลกอ่นื มี สตั วผ ุดเกิดมี ผลวิบากของกรรมทส่ี ตั วทําดีทําช่วั ม.ี [๓๐๙] พระยาปายาสิ. ทานกัสสปกลาวอยา งนกี้ จ็ ริง ถงึ อยา งนัน้ ในขอ นี้ ขาพเจาก็ยังยนื ยนั ความเห็นของขา พเจาที่วา แมเพราะเหตนุ ้ี โลกอืน่ ไมม ีสตั วผ ดุ เกิดไมม ี ผลวบิ ากของกรรมทสี่ ัตวทําดีทาํ ชวั่ ไมม ี. พระกมุ ารกสั สป. ทา นพระยา ยงั มปี ริยายยนื ยันความเหน็ ของทา นพระยาอยูอ ีกหรอื มีเปรยี บเหมอื นอยางไรเลา วา ดว ยสมณพราหมณผมู ศี ลี ธรรม พระยาปายาส.ิ มซี ิ ทานกัสสป ขาพเจาเหน็ สมณพราหมณในโลกนี้ท่ีมศี ีลมีกัลยาณธรรมอยากเปน ไมอ ยากตาย รกั สขุ เกลียดทุกข ขา พเจาน้ันเห็นวา ถา สมณพราหมณท ม่ี ศี ีลมีกลั ยาณธรรมเหลาน้ี รูวา เราตายไปเสียจากโลก

พระสุตตนั ตปฎ ก ทีฆนิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนา ท่ี 379น้ี จกั ประเสรฐิ ไซร ก็จะพึงกนิ ยาพษิ ใชศ สั ตราฆา ตวั ตาย ผกู คอตาย หรอืโดดเหวตายเสยี แตเ พราะเหตทุ ส่ี มณพราหมณเ หลา น้ี ไมร วู าเราตายไปเสยีจากโลกน้ี จักประเสรฐิ ดังนี้ ฉะน้นั สมณพราหมณเหลา นั้น จงึ อยากเปน ไมอยากตาย จึงรกั สขุ เกลียดทุกข ทานกัสสป ปริยายแมนแ้ี ล ที่เปนเครือ่ งยืนยนั ความเห็นของขาพเจาทว่ี า แมเพราะเหตนุ ้ี โลกอน่ื ไมม ี สตั วผุดเกดิ ไมม ีผลวบิ ากของกรรมทีส่ ตั วทําดี ทําชวั่ ไมม .ี อุปมาดว ยพราหมณมีเมียสอง [๓๑๐] พระกมุ ารกสั สป. ทานพระยา ถา อยางนนั้ อาตมาจักอุปมาใหฟ ง ดวยวาวญิ ชู นบางพวกในโลกนี้ ยอ มเขา ใจอรรถแหง คาํ ภาษิตไดดวยขออุปมา. ทานพระยา เรื่องเคยมีมาแลว พราหมณผ หู นึ่งมีภรรยาสองคนภรรยาคนหนึง่ มีบุตรอายุ ๑๐ ขวบ หรอื ๑๒ ขวบ ภรรยาอีกคนหน่งึ มีครรภแก ครง้ั นน้ั พราหมณผูสามีกต็ ายลง. บุตรวัยรุนกพ็ ูดกะแมเลยี้ งวา แมจ าทรพั ย ขา วเปลอื ก เงิน ทองทั้งหมด เปน ของฉนั นะแมนะ แมไมม ีสทิ ธิอะไร ๆ ในทรัพยเ หลา นนั้ เพราะเปน ทรพั ยของบิดาฉัน แมโ ปรดมอบมฤดกแกฉันเถดิ . แมเ ลี้ยงจึงบอกบุตรเลี้ยงวา พอ จงรอจนกวาแมจะคลอดเถดิ นะถาทารกในทองแมเ ปน ชาย ก็จกั มสี ทิ ธิไดสว นหน่ึง ถา เปนหญงิ ก็จักตกเปนปรจิ าริกา ท่ีเจาตอ งใชส อย ครัง้ ทสี่ อง บุตรเลี้ยงกอ็ อนวอนแมเล้ยี งใหมอบมฤดกให แมเ ล้ียงกต็ อบยนื อยูอยา งนนั้ ครั้งทีส่ าม แมเ ลี้ยงขดั ใจก็ความดี เขาหอ งนอ ยแหวะทอง เพ่ือจะรูวา ทารกในทองเปนชายหรอื หญงิ หญิงแมเ ลย้ี งนั้น ก็ทาํ ลายทง้ั ตนเอง ทง้ั ชวี ติ ทัง้ ทารกในครรภ ทง้ั ทรพั ยมฤดก เพราะนางเปนคนเขลา ไมฉลาด แสวงหาทายาทโดยอุบายไมแ ยบคาย ก็ถึงความยอ ยยบั

พระสตุ ตันตปฎก ทีฆนกิ าย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาท่ี 380ฉันใด อปุ มยั ขอ นก้ี ฉ็ ันนน้ั เหมอื นกัน ทา นพระยาเปนคนเขลาไมฉ ลาด แสวงหาโลกอืน่ โดยอุบายไมแ ยบคาย ก็จกั ถงึ ความยอ ยยบั เหมือนพราหมณผี ูนน้ั .ทานพระยา เหลา สมณพราหมณ ผูมีศลี มกี ัลยาณธรรมเปนบัณฑติ ยอ มไมช งิสุกกอนหาม แตรอเวลาสุกเต็มทตี่ างหาก ทานพระยา ชีวิตของสมณพราหมณผูมีศีลมกี ัลยาณธรรม ยังดํารงชวี ิตอยู ยง่ั ยืนยาวนานเพยี งใด กไ็ ดป ระสบบญุเปนอันมากเพยี งนั้น เพราะปฏิบตั ติ นเพ่ือเกือ้ กลู เพื่อความสุขแกค นเปน อันมาก เพือ่ อนุเคราะหโ ลก เพือ่ ประโยชนเ ก้ือกลู ความสุขแกเ ทวดาและมนุษยทั้งหลาย ทา นพระยาโดยปรยิ ายแมนี้แล จงเหน็ เถดิ วา แมเ พราะเหตุน้ี โลกอืน่ มี สตั วผ ดุ เกดิ มี ผลวิบากของกรรมทีส่ ตั วทําดที าํ ชั่วมี. [๓๑๑] พระยาปายาส.ิ ทานกัสสปกลา วอยางน้นั กจ็ ริงดอก ถงึกระนน้ั ในขอนข้ี า พเจา กย็ งั ยืนยนั ความเห็นท่ีวา แมเ พราะเหตุนี้ โลกอื่นไมมีสัตวผ ุดเกดิ ไมม ี ผลวบิ ากของกรรมท่ีสตั วทําดที ําช่ัวไมม.ี พระกุมารกสั สป. ทา นพระยา ยังมปี ริยายทยี่ ืนยนั ความเห็นของทา นพระยาอยูอกี หรือ มปี รยี าย เหมอื นอยา งไรเลา. วาดวยคนหาชีวะจากโจร พระยาปายาส.ิ มีซิ ทา นกสั สป เจาหนา ท่ีของขา พเจาจับโจรผกู ระทาํผิดมาแสดงแกขาพเจา ขอใหส่งั ลงโทษขา พเจาจงึ ส่งั เจา หนา ทีใ่ หเ อาโจรท่ียงั เปนอยูใสลงในหมอ ปด ปากหมอ เสยี เอาหนังสดรัด เอาดินสดพอกปากหมอ ยาใหหนา แลว ใหเ ขายกหมอขึน้ ตั้งเตาติดไฟตม . เม่อื ขา พเจา รวู า โจรนนั้ ตายแลวกส็ ่งั ใหเ ขายกหมอ ลงจากเตา กะเทาะดินแกส ายหนงั ออก เปด ปากหมอ คอย ๆสํารวจดดู วยหมายใจวา จะเห็นชีวะของโจรน้นั ออกไป ขาพเจา ก็ไมเหน็ ชีวะออก

พระสุตตันตปฎก ทฆี นิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาท่ี 381ไปเลย ทานกัสสป ปรยิ ายนี้น่แี ล เปน เครอ่ื งยนื ยนั ความเห็นของขาพเจา ท่ีวาแมเ พราะเหตุน้ี โลกอืน่ ไมม ี สัตวผ ดุ เกิดไมมี ผลวบิ ากของกรรมท่สี ัตวท าํดีทําช่ัวไมมี. อปุ มาดว ยคนนอนฝน พระกมุ ารกสั สป. ทา นพระยา ถาอยา งนัน้ อาตมาจกั ยอนถามทา นพระยา ในขอ นน้ั บา ง ทานพระยาพงึ ตอบตามที่เห็นสมควรเถดิ . ทา นพระยานอนพกั กลางวนั รสู กึ ฝนเห็นสวนท่ีนา รื่นรมย ปา ท่นี า รืน่ รมย ภูมิภาคที่นารนื่ รมณ สระโบกขรณที ี่นา รน่ื รมยบ างไหม. พระยาปายาสิ. รูสึกฝนเหน็ ซิ ทานกัสสป. พระกุมารกสั สป. เวลานน้ั ทัง้ หญิงคอมหญิงเตย้ี เดก็ หญงิ เลนของเลนท้ังหญิงวยั รนุ เฝา ทา นพระยาอยหู รอื . พระยาปายาสิ. อยางนน้ั ซิ ทานกัสสป. พระกมุ ารกัสสป. หญงิ เหลา น้นั เหน็ ชีวะของทา นพระยาท่ีกาํ ลังเขา ไปหรอื กาํ ลังออกไปบางไหมเลา . พระยาปายาสิ. ไมเหน็ ดอก ทา นกัสสป. พระกุมารกสั สป. ทา นพระยา ก็เม่อื ทา นพระยายังเปน อยู หญงิเหลาน้นั กย็ งั เปนอยูยงั ไมแลเห็นชีวะของทานพระยา ทกี่ ําลงั เขาไปหรืออกไปดังนนั้ ทานพระยาจกั แลเหน็ ชวี ะของคนตาย ทก่ี ําลงั เขาไปหรือออกไป อยางไรไดเลา . ทานพระยา โดยปริยาย แมน ีแ้ ลจงเห็นเกดิ วา แมเพราะเหตนุ ้ี โลกอน่ืมี สัตวผดุ เกดิ มี ผลวิบากของกรรมทสี่ ตั วท ําดที าํ ช่วั ม.ี

พระสตุ ตนั ตปฎก ทฆี นกิ าย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาที่ 382 [๓๑๒] พระยาปายาสิ. ทา นกัสสปกลา วอยา งนั้น ก็จรงิ ถงึ อยางน้ันในขอนี้ ขาพเจาก็ยงั ยืนยนั ความเหน็ ท่ีวา แมเ พราะเหตนุ ี้ โลกอ่นื ไมมี สัตวผดุ เกดิ ไมมี ผลวบิ ากของกรรมท่ีสตั วทาํ ดีทําชวั่ ไมม .ี พระกมุ ารกัสสป. ทานพระยายังมีปรยิ ายทเ่ี ปน เคร่ืองยนื ยนั ความเหน็ของทา นพระยาอยูอีกหรอื มปี ริยายเหมอื นอยา งไรเลา . วาดว ยชง่ั น้ําหนกั คนตายกับคนเปน พระยาปายาส.ิ มซี ิ ทานกัสสป เจาหนา ท่ีของขา พเจาจบั โจรทีก่ ระทาํผดิ มาแสดงแกข า พเจา ขอใหส่งั ลงโทษ ขาพเจาจึงส่งั เจา หนา ท่ีใหเอาโจรทีย่ งัเปนอยูมาช่ังน้าํ หนักดว ยตาชงั่ . ใหเอาสายธนู มารดั คอ หายใจไมออกจนตายแลว ใหชง่ั ดว ยตาชัง่ อีกครง้ั หนงึ่ ปรากฏวา ขณะทโ่ี จรนั้นยังเปนอยู นํา้ หนกั เบาออ น และควรแกง าน แตเมอ่ื โจรนนั้ ตายแลว นาํ้ หนกั กลบั หนัก แข็งท่ือไมควรแกง าน ทานกสั สป ปริยายแมนี้แล เปนเครอื่ งยนื ยนั ความเหน็ ของขา พเจาทวี่ า แมเ พราะเหตนุ ้ี โลกอน่ื ไมม ี สัตวผ ุดเกดิ ไมม ี ผลวิบากของกรรมที่สัตวทาํ ดีทําชัว่ ไมมี. อปุ มาดว ยเหล็กรอ นและเยน็ [๓๑๓] พระกุมารกสั สป. ทา นพระยา ถาอยา งนน้ั อาตมาจักอุปมาใหฟง ดว ยวาวิญชู นบางพวกในโลกน้ี ยอ มเขา ใจชดั อรรถของคาํ ภาษติแมดว ยอปุ มา. ทานพระยา เปรยี บเหมือนกอนเหลก็ รอนอยทู ัง้ วัน ท่ีเขาเผาไฟจนลุกโชนโชติชว งแลวชงั่ ดว ยตาช่ัง ตอ มา กอ นเหล็กนนั้ กเ็ ย็นสนทิ แลวช่ังดว ยตาชั่ง เม่ือใดกอนเหล็กจงึ เบา ออ น หรือควรแกงาน เมือ่ ถกู เผารอนโชนโชตชิ ว ง หรอื เมือ่ เย็นสนิทแลว .

พระสุตตันตปฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาท่ี 383 พระยาปายาส.ิ ทา นกสั สป เมอ่ื ใด กอนเหลก็ ยังมีเตโชธาตุ และวาโยธาตุ ถกู เผารอ นโชน โชตชิ วง เม่อื น้ัน มันจะเบาออน และควรแกงานแตเ มือ่ ใดกอนเหลก็ นน้ั ไมมเี ตโชธาตุ และวาโยธาตุ เยน็ สนทิ เมอ่ื นั้นมันจะหนัก แข็งกระดาง ไมควรแกง าน. พระกมุ ารกสั สป. ทานพระยา ขอ นีก้ เ็ ปรียบเหมอื นฉันนั้นน่ันแลเม่ือใด กายน้ีประกอบดวยอายไุ ออนุ และวิญญาณ เม่อื นั้นกายนจ้ี ะเบาออนและควรแกง าน แตเ ม่ือใดกายนไ้ี มป ระกอบดว ยอายุ ไออนุ และวิญญาณ เมือ่ น้ันกายนก้ี จ็ ะหนกั แขง็ ทื่อ และไมควรแกงาน. ทานพระยา โดยปริยายแมน ้แี ลจงเหน็ เถดิ วา แมเ พราะเหตนุ ี้ โลกอืน่ มี สัตวผ ดุ เกิดมี ผลวบิ ากของกรรมท่สี ตั วทําดที ําชัว่ ม.ี วาดว ยคน หาชวี ะของโจรผูต ายแลว [๓๑๔ ] พระยาปายาสิ. ทานกสั สปกลา วอยา งนัน้ ก็จริง ถงึ อยางนัน้ในขอนี้ ขาพเจากย็ ังยืนยนั ความเหน็ ของขาพเจาท่ีวา แมเพราะเหตุน้ี โลกอน่ืไมม ี สตั วผ ุดเกิดไมมี ผลวิบากของกรรมทีส่ ตั วท ําดที าํ ช่วั ไมม ี. พระกุมารกสั สป. ทา นพระยา ยังมปี ริยายที่ยืนยันความเหน็ ของทานพระยาอีกหรือ มปี รยิ ายเหมอื นอยา งไรเลา . พระยาปายาสิ. มีซิ ทา นกัสสป เจา หนาท่ขี องขา พเจาจบั โจรผกู ระทําผดิ มาแสดง ขอใหข า พเจา สงั่ ลงโทษ ขาพเจาจงึ สั่งเจาหนาท่ใี หฆาโจรน้ันมิใหผิวหนงั เน้ือ เอน็ กระดูก เยือ่ ในกระดกู บอบชา้ํ เม่ือโจรน้นั เริม่ จะตายขาพเจา กส็ ่ังเจาหนาท่ีใหผลกั โจรนนั้ ลมลงนอนหงาย ดวยหมายใจวา จะไดเ ห็นชวี ะของเขาออกมาบา ง แตพ วกเรากม็ ิไดเห็นชีวะของเขาออกมาเลย ขาพเจา

พระสุตตนั ตปฎก ทีฆนกิ าย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาที่ 384จึงสั่งเจา หนาท่ใี หจ บั เขาพลกิ คว่าํ ลงบาง พลกิ นอนตะแคงขา งหนึง่ บาง พลกิ -นอนตะแคงอกี ขา งหน่งึ บา ง จักพยงุ ใหย นื ขึน้ บาง จบั เอาหัวลงบา ง ทุบดวยฝา มอื ดว ยกอนดนิ ดว ยทอนไม ดวยศาสตราบาง ลากมาขา งนี้ ลากไปขางโนนลากไปลากมาบาง พวกเรากม็ ิไดเหน็ ชวี ะของเขาออกมาเลย จักษุของเขากอ็ ันน้ันรปู กอ็ นั นน้ั จักษุน้นั กม็ ไิ ดร บั รรู ูป โสตะกอ็ ันน้ัน เสยี งก็อันน้ัน โสตะน้ันก็มไิ ดรบั รเู สียง ฆานะกอ็ ันน้นั กลิน่ ก็อันนั้น ฆานะนน้ั ก็มไิ ดร บั รกู ล่นิ ชิวหาก็อันนนั้ รสกอ็ นั นัน้ ชวิ หานั้นก็มไิ ดร บั รรู ส กายกอ็ นั นั้น ส่ิงทพี่ งึ ถูกตอ งกอ็ ันนั้นกายน้ันกม็ ไิ ดร บั รสู ่ิงท่ีพึงถกู ตองเลย ทา นกัสสป ปริยายแมนแ้ี ล เปนเครื่องยนื ยัน ความเห็นของขา พเจา ที่วา แมเพราะเหตนุ ้ี โลกอ่นื ไมมี สัตวผ ุดเกดิ ไมมีผลวิบากของกรรมที่สัตวท าํ ดที ําชั่วไมมี. อปุ มาดว ยการเปา สังข [๓๑๕] พระกุมารกสั สป. ทา นพระยา ถาอยางนนั้ อาตมาจกัอุปมาใหฟง วิญูชนบางพวกในโลกนี้ ยอ มเขา ใจอรรถของคาํ ภาษิตไดดว ยขออปุ มา. ทานพระยา เรอื่ งเคยมมี าแลว คนเปา สังขผูหนงึ่ ถือสงั ขไปยังชนบทชายแดน เขาไปยังบา นตําบลหนง่ึ ยืนอยูก ลางบา นแลวก็เปา สังข ๓ คร้งัแลววางสงั ขไวท ี่พน้ื ดนิ นั่งลง ณ ท่ีแหง หนง่ึ คราวน้นั พวกผูคนชนบทชายแดนก็คิดกนั วา พวกเราเอย นนั่ มันเสียงอะไรหนอ จึงนา รักใครมวั เมานา จับใจ ตอ งใจอยา งนี้ ชุมนุมกนั แลวก็ไดถ ามคนเปา สังขวา พอ มหาจาํ เริญนัน่ เสยี งอะไรหนอ จึงนารักใครมวั เมานา จบั ใจ ตองใจอยางน.้ี คนเปาสงั ขตอบวา เสยี งทีน่ ารกั ใครม วั เมา นาจบั ใจตอ งใจน่ันนะ เขาเรียกวาเสยี งสงั ขจะคนเหลานัน้ กจ็ ับสงั ขหงายข้ึนแลว สง่ั วา พดู ซิ พอ สงั ข พูดซพิ อ สงั ข. สงั ขนั้น

พระสตุ ตนั ตปฎก ทีฆนกิ าย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาท่ี 385ก็ไมอ อกเสยี งตามท่ีเขาส่งั คนเหลา นนั้ ก็จบั สังขค วํ่าลงบาง ตะแคงซาย ตะแคงขวาบา ง ยกข้ึนตงั้ บา ง ตง้ั เอาหัวลงบา ง ทบุ ดวยฝา มอื ดว ยกอ นดิน ดวยทอนไม ดวยศสั ตราบา ง ลากมาทางนี้ ลากไปทางโนน ลากไปลากมาบา ง ส่งั วาพดู ซพิ อ สังข พดู ซิพอ สงั ข. สังขน้ันกไ็ มออกเสียงอยนู นั่ เอง. ทา นพระยาคนเปา สังขค ิดอยูใ นใจวา คนชาวชนบทชายแดนพวกน้ี ชางเขลาแท คน หาเสยี งสังขโ ดยไมถ กู ทาง จกั พบไดอยางไร. เม่ือคนเหลา น้นั กําลงั เพง พินิจอยูคนเปา สงั ขก ็จับสังขเปา ๓ คร้งั แลว วางสงั ขเดินไปเสีย. ทานพระยา คนชาวชนบทชายแดนเหลา น้นั กค็ ดิ ไดวา เม่อื ใด สงั ขประกอบดว ยคน ๑ ความพยายาม ๑ และลม ๑ เทา น้ัน สังขจึงจะออกเสียงได แตวา เมอ่ื ใด สังขไมประกอบดว ยคน ความพยายามและลม เม่ือนั้น สังขน ก้ี ็ไมอ อกเสียง ขออปุ มาน้นั ฉันใด ทานพระยา ขอ อปุ มัยนี้ก็ฉนั นัน้ เม่อื ใดรา งกายนี้ ประกอบดวยอายุ ๑ ไออนุ ๑ และวิญญาณ ๑ เม่อื นัน้ รางกายนี้ กเ็ ดนิ ไปขางหนา บางถอยกลบั บา ง ยนื บาง น่ังบาง นอนบา ง เห็นรูปทางจักษบุ าง ฟงเสียงทางโสตบา ง สูดกลนิ่ ทางฆานะบา ง ล้ิมรสทางชวิ หาบาง ถูกตองส่งิ ที่พงึ ถกู ตองทางกายบาง รูเรื่องทางมนะบา ง แตวาเม่อื ใด รางกายน้ีไมป ระกอบดว ยอายุไออนุ และวญิ ญาณ เมอื่ นนั้ รา งกายนกี้ ก็ าวไปไมไ ด ถอยกลบั ไมไ ด ยนื ไมไ ดนั่งไมได นอนไมไ ด เหน็ รปู ทางจกั ษุไมได ฟง เสยี งทางโสตะไมไ ด สูดกลนิ่ทางฆานะไมได ลิม้ รสทางชิวหาไมไ ด ถกู ตองส่ิงท่พี ึงถูกตอ งทางกายไมไ ดรเู ร่ืองทางมนะไมได ทา นพระยา โดยปริยายน้ีน่ีแล จงเห็นเถิดวา แมเ พราะเหตุนี้ โลกอนื่ มี สัตวผ ุดเกิดมี ผลวบิ ากของกรรมที่สัตวทําดีทําช่ัวมี. จบปฐมภาณวาร

พระสตุ ตนั ตปฎ ก ทีฆนิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาที่ 386 วาดวยการคนหาชวี ะโจรอีกเรอื่ งหน่งึ [๓๑๖] พระยาปายาส.ิ ทา นกสั สปกลา วอยางนกี้ ็จรงิ ถงึ อยางนน้ัในขอ นี้ ขาพเจายงั ยืนยนั ความเห็นที่วา แมเ พราะเหตุน้ี โลกอืน่ ไมมี สัตวผ ดุ -เกิดไมมี ผลวิบากของกรรมทีส่ ัตวทําดที ําชว่ั ไมมี. พระกมุ ารกสั สป. ทานพระยา ยงั มปี ริยายทย่ี นื ยนั ความเหน็ ของทานพระยาอีกหรอื มีปริยายเหมือนอยางไรเลา . พระยาปายาสิ. มีซิ ทานกัสสป เจา หนาท่ีของขาพเจา จับโจรผกู ระ-ทาํ ผิดมาแสดงแกขา พเจา และขอใหขาพเจาสัง่ ลงโทษ ขา พเจา กส็ ัง่ เจา หนา ที่ใหเ ฉือนผวิ หนังของโจรนน้ั ดว ยหมายจะดชู ีวะของมัน กไ็ มเห็น ใหเฉอื นหนังเฉอื นเอ็น เฉือนกระดูก เฉือนเยอื่ ในกระดูก ก็ไมเหน็ ชีวะของมันเลย. ทาน-กสั สป ปริยายนน้ี ี่แล เปนเครื่องยนื ยนั ความเหน็ ของขาพเจาท่ีวา แมเพราะเหตนุ ี้ โลกอ่ืนไมมี สตั วผ ดุ เกดิ ไมมี ผลวบิ ากของกรรมทีส่ ตั วทําดีทําช่วั ไมม .ี อุปมาดว ยชฏลิ บําเรอไฟ [๓๑๗] พระกุมารกสั สป. ทานพระยา ถา อยา งน้ัน อาตมาจักอุปมาใหฟง ดวยวา วิญูชนบางพวกในโลกน้ี ยอมเขา ใจอรรถของคําภาษิตไดดว ยขอ อุปมา. ทา นพระยา เรอ่ื งเคยมีมาแลว . ชฏิลผูบ าํ เรอไฟผูห น่งึ อาศัยอยู ณ กฏุ ีมุงใบไม ใกลช ายปา. ครั้งนั้น ชนบทแหงหนงึ่ กลายเปน ท่พี ักของหมเู กวยี น ไปเสียแลว. หมเู กวยี นนน้ั พักแรมอยูคืนหนง่ึ ใกล ๆ อาศรมของชฏลิ ผูบาํ เรอไฟน้ันแลวก็ไป. ชฏิลนน้ั คดิ วา ถากระไร เราจะเขาไปยังทห่ี มูเกวยี นพกั อยู อาจพบอุปกรณบ างอยา งในท่ีนน้ั กไ็ ด. ชฏลิ นนั้ ลกุ ขนึ้ แตเชา ตรูเขา ไปยงั ที่ ๆ หมเู กวยี นพกั อยู กพ็ บกมุ ารเล็ก ยงั สดใสนอนหงายอยู

พระสตุ ตนั ตปฎก ทีฆนกิ าย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนา ท่ี 387ซึง่ ถกู ทอดทิ้งไว ณ ท่หี มเู กวยี นพัก คร้นั แลว กค็ ิดวา จะปลอยใหม นุษยต าดาํ ๆตายเสียตอ หนา เรา ซงึ่ กําลงั พบเห็นอยู ไมเปนการสมควร ถากระไร เราจะนาํ ทารกนไ้ี ปชบุ เล้ียงใหเจรญิ เติบโต ดังนีแ้ ลวกน็ ําทารกน้นั ไปยงั อาศรมไปชุบเลี้ยงเจรญิ เตบิ โต กระทง่ั ทารกน้นั อายุได ๑๐ ขวบ หรือ ๑๒ ขวบ. ตอมา ชฏลิผูบําเรอไฟนน้ั เกดิ มีกจิ ธรุ ะบางอยา งในชนบท จึงสงั่ เสียวา ลูกเอย พอ ประสงคจะไปยังชนบท อยทู างน้ี เจา บาํ เรอไฟไวน ะลูก อยาใหไ ฟของเจา ดบั ได ถาไฟของเจา ดับ น้มี ดี นีไ้ ม น้ีไมส ีไฟ จงติดไฟบาํ เรอไฟไวนะลกู . ชฏิลนนั้ พรํา่สอนทารกน้ันอยางนีแ้ ลว ก็ไปยังชนบท. เมื่อเดก็ น้ันเลนเพลนิ ไป ไฟก็ดบัเดก็ นั้นก็คิดวา พอ สอนเราไวอ ยา งนี้วา บาํ เรอไฟไวน ะลูก อยา ไหไฟของเจาดบั นะ ถา ไฟดบั น้ีมีด น้ไี ม นี้ไมส ไี ฟจงติดไฟ บาํ เรอไฟไว ถา กระไร เราจะตดิ ไฟ บําเรอไฟไว ดงั นีแ้ ลว. เดก็ นนั้ กเ็ อามีดถากไมส ีไฟ ดวยหมายใจวาจะพบไฟบา ง. แตเ ดก็ น้ันก็ไมพ บไฟจึงผา ไมสไี ฟเปน ๒ ซกี ๓ ซีก ๔ ซกี ๕ ซกี๑๐ ซกี ๒๐ ซกี ทาํ ใหเปนชิ้นเล็กช้ินนอย แลวเอาใสครกโขลก คร้นั โขลกแลว กโ็ ปรยทลี่ มแรง ๆ ดว ยหมายใจวา จะพบไฟบา ง. แตเ ดก็ นัน้ กไ็ มพ บไฟอยูนั่นเอง. คราวน้นั ชฏลิ ผบู ําเรอไฟน้ัน ทาํ กิจธรุ ะน้นั ในชนบทเสรจ็ แลวก็กลับมา เขา ไปยงั อาศรมถามเด็กนนั้ วา ไฟของเจาดบั เสยี แลวหรือลกู . เดก็ นัน้กต็ อบวา จะ พอ ขามวั เลนเสยี เพลินไฟเลยดับ ขาคิดวาพอ ส่งั ใหขาบําเรอไฟไว และสอนวา เมื่อไฟดับ นีม้ ดี นไ้ี ม นไ้ี มส ีไฟ ใหตดิ ไฟบาํ เรอไฟไว ขา ต้งัใจจะติดไฟบําเรอไฟ จงึ เอามดี ถากไมส ีไฟ ก็ไมพบไฟ จงึ ผาไมสีไฟเปน ๒ซกี ๓ ซกี ๔ ซีก ๕ ซกี ๑๐ ซีก ๒๐ ทาํ เปนชน้ิ เล็กชน้ิ นอย แลว เอาโขลกในครกโขลกแลว กโ็ ปรยในที่ ๆ มีลมแรง ๆ ก็ไมพบไฟจนแลวจนรอด.ชฏลิ ผบู าํ เรอไฟน้นั กค็ ดิ วา เจา เดก็ นีเ้ ขลา ไมฉลาดเสียเลย จกั คน หาไฟโดยอุบายไมแ ยบคายไดอ ยา งไร จงึ จับไมสไี ฟตดิ ไฟตอหนาเดก็ ซึ่งจอ งมองดูอยูแลว

พระสุตตนั ตปฎก ทีฆนกิ าย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนา ท่ี 388พูดกะเดก็ นนั้ วา เขาติดไฟกนั อยา งนไ้ี มเ หมอื นเจาซง่ึ ยังเขลาไมฉ ลาด คนหาไฟโดยอบุ ายไมแ ยบคาย อยางลกู ดอก. ทา นพระยา ขอ อุปมาน้นั ฉันใด ขอ อุปมยั น้ีกฉ็ นั นั้นเหมอื นกนั ทานพระยา เขลาไมฉ ลาด คนหาโลกอน่ื โดยอุบายไมแ ยบคาย โปรดสละความเหน็ ชวั่ นน้ั เสียเถิด ทา นพระยา โปรดสละความเหน็ ช่ัวนัน้ เสยี เกิด ทา นพระยา ขอความเหน็ ช่ัวนนั้ อยาไดม แี กท า นพระยาเพอ่ื สิ่งมใิ ชประโยชนเ ก้อื กลู เพื่อทุกขต ลอดกาลนานเลย. [๓๑๘] พระปายาสิ. ทา นกัสสปกลาวอยางนั้นกจ็ ริง ถงึ อยางน้นั ก็ดีขา พเจาก็ไมอ าจสละความเห็นชัว่ นไ้ี ดด อก ทัง้ พระเจา ปเสนทโิ กศล ท้งั พระ-ราชาภายนอก ยอ มรูจ กั ขา พเจา วา พระยาปายาสิ มวี าทะมคี วามเหน็ อยา งน้วี าแมเ พราะเหตุนี้ โลกอื่นไมมี สัตวผ ุดเกิดไมม ี ผลวิบากของกรรมที่สตั วทําดีทําช่ัวไมมี ดงั น้ี. ทานกัสสป ถา หากวา ขา พเจา จกั สละความเหน็ ชว่ั น้ีไซร ทงั้พระเจา ปเสนทิโกศลทั้งพระราชาภายนอกก็จักกลา วเอากับขาพเจาไดว า พระยา-ปายาสิ ชา งเขลา ไมฉ ลาด ยึดถือความเห็นแตท ่ชี ว่ั ขาพเจาก็จักใชท ิฏฐนิ ้นัดวยความโกรธบา ง ดวยความลบหลูบา ง ดวยความตเี สมอบา ง. อปุ มาดวยนายกองเกวยี น [๓๑๙] พระกุมารกสั สป. ทา นพระยา ถาอยางนั้น อาตมาจัก-อปุ มาใหฟง ดว ยวาวิญชู นบางพวกในโลกน้ี ยอ มเขา ใจอรรถของคําภาษิตดวยขออุปมา. ทา นพระยา เรื่องเคยมมี าแลว . พอคาเกวยี นหมูใหญ มีเกวียนประมาณพนั เลม ออกจากชนบททิศตะวันออก เดินทางไปทิศตะวันตก. กองเกวียนกําลงั เดนิ อยูน้ัน หญา นาํ้ และไม ใบไมสด ก็สิน้ เปลอื งอยา งรวดเรว็ . ในกองเกวยี นน้ัน มีนายกองเกวยี นสองคน คมุ กองเกวยี นคนละหารอ ยเลม. สอง

พระสตุ ตนั ตปฎก ทฆี นิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนา ที่ 389นายกองเกวยี นปรกึ ษากันวา กองเกวียนน้ีใหญ มีเกวยี นถงึ พนั เลม จาํ เราจะแบงกองเกวียนนอี้ อกเปน สองกอง กองละหารอ ยเลม. แลว ท้ังสองนายกองเกวยี นก็แบงกองเกวียนออกเปน สองกองเทา ๆ กนั . นายกองเกวยี นคนหนึง่ ก็บรรทุกหญาไม และนา้ํ เปนอันมากพากองเกวยี นเดนิ ทางไปกอ น. กองเกวียนนั้น เดนิ ทางไปสอง-สามวนั กพ็ บบรุ ษุ ตัวดาํ ตาแดงสะพายแลง ธนู คลอ งพวงมาลยั ดอกโกมุท มผี าเปยกผมเปย ก กาํ ลงั เดินสวนทางมาดวยรถคนั งาม มลี อเปอ นโคลน ครน้ั แลวจึงถามเขาวาพอ มหาจาํ เรญิ ทา นมาแตไ หน. บุรุษตัวดาํตอบวา ขามาแตชนบทโนน. ถามวา จะไปไหนละ . ตอบวา จะไปยังชนบทโนน. ถามวา เมื่อเปนเชนนั้น ในทางกันดารขา งหนาฝนตกชกุ บา งใหม พอมหาจําเรญิ . ตอบวา อยา งน้ันจะ ในทางกนั ดารขา งหนา ฝนตกชุก หนทางก็มนี า้ํ บริบรู ณ หญาไมแ ละน้าํ กม็ มี าก โปรดทิ้งหญา ไมและน้าํ ของเกาเสยี เถิดนายเกวยี นมีภาระเบา จะไปไดเรว็ ๆ ยานพาหนะอยา ลําบากเลย. นายกองเกวียนนนั้ ก็เรียกพวกลูกเกวยี นมาปรึกษาวา พอ คุณ บุรษุ ผนู ี้พูดวา ทางกนั ดารขา งหนา ฝนตกชกุ หนทางมนี ้ําบริบูรณ หญาไมและนา้ํ มมี าก ใหเราทิง้ หญาไมและนํ้าของเกาเสีย เกวยี นบรรทกุ เบาจะไปไดเรว็ ยานพาหนะกไ็ มลาํ บากดังนีแ้ ลว ส่ังลูกเกวียนใหท งิ้ หญา ไมและน้าํ ของเกา เสีย เกวียนกม็ ีภาระบรรทุกเบา พากองเกวียนเดินทางไปในทพ่ี ักกองเกวียนระยะแรก พวกเขาก็ไมเหน็หญาไมแ ละนํ้าในทีพ่ กั กองเกวยี นระยะทสี่ อง-สาม-ส่ี-หา-หก แมร ะยะทเ่ี จ็ดกไ็ มพ บเชนเดียวกัน พวกเขาทัง้ หมดตอ งถงึ ความพินาศยอยยบั ไป ผคู นหรอืปศสุ ตั วท งั้ หลายทมี่ ีอยใู นกองเกวียนน้นั . ยักษผเู ปน อมนษุ ยน ัน้ ก็กนิ เปน ภักษาหมด. เหลือแตก ระดกู เทา น้ัน. นายกองเกวียนคนทสี่ อง รวู ากองเกวยี นทีห่ นึ่งนั้นไปนานแลวกบ็ รรทกุ หญาไมและน้ําเปน อันมาก พากองเกวยี นเดนิ ทางไปกองเกวียนทส่ี องนนั้ เดินทางไปไดสอง-สามวนั ก็ไดพ บบุรษุ ตวั ดําตาแดง

พระสุตตนั ตปฎ ก ทฆี นิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนา ที่ 390สะพายแลงธนู คลองพวงมาลัยดอกโกมทุ ผาเปย กผมเปย ก เดินสวนทางมาดวยรถคนั งาม มลี อ เปอนโคลน ครั้นแลว จึงถามบรุ ุษตวั ดาํ นัน้ วา พอมหา-จําเรญิ ทานมาแตไ หน. บรุ ุษตวั ดาํ ตอบวา ขา มาแตช นบทโนน. ถามวาจะไปไหนละ . ตอบวา จะไปยงั ชนบทโนน. ถามวา ทางกนั ดารขา งหนา มีฝนตกชุกไหม. ตอบวา ฝนตกชกุ เชยี วละ หนทางก็มนี าํ้ บรบิ ูรณ หญาไมและนํา้ก็มีมาก โปรดทงิ้ หญาไมและนํา้ ของเกา เสยี เถดิ จะนาย เกวียนมีภาระเบา ก็จะไปไดเ ร็ว ๆ อยา ใหย านพาหนะลําบาก. คร้งั นน้ั นายกองเกวียนคนนนั้ จึงเรียกพวกลกู เกวยี นมาปรกึ ษาวา พอคุณ บุรุษผนู บ้ี อกวา ทางกนั ดารขา งหนามีฝนตกชกุ หนทางมนี าํ้ บรบิ รู ณ หญาไมแ ละนํา้ มีมากขอใหท ิง้ หญา ไมแ ละน้าํของเกาเสยี เกวียนมีภาระเบา จะไปไดเ บา จะไปไดเ ร็วๆ อยา ใหย านพาหนะลําบาก ดังน้ี พอ คุณ บรุ ษุ ผนู ไี้ มไ ดเ ปน มติ ร ญาติสาโลหิตของเรา ๆจกั เชื่อเขาไดอยางไร เราไมควรท้งิ หญาไมแ ละน้าํ ของเกา แลวสงั่ บรรดาลูกเกวียนใหพ ากองเกวียนไปดวยส่งิ ของตามท่บี รรทุกไวแลว หา มไมใหท้งิ หญาไมและนา้ํ ของเกาเปน อันขาด. พวกลูกเกวียนรับคาํ ส่งั แลว. กพ็ ากองเกวยี นไปพรอ มดว ยส่งิของทบี่ รรทกุ ไว. ไมท ง้ิ ของเกา เลย ในที่ทีพ่ ักกองเกวยี นระยะแรก พวกเขาก็ไมพบหญาไมและนํา้ แมใ นระยะทสี่ อง-สาม-ส-ี่ หา-หก และแมร ะยะท่เี จด็ก็ไมเหน็ หญา ไมและนาํ้ พบแตก องเกวยี นนน้ั ประสบความพินาศยอ ยยบั สน้ิ .พบแตก ระดูกของมนุษยแ ละปศสุ ัตว ทมี่ อี ยูในกองเกวียนนนั้ เทา นัน้ พวกเขาถูกยกั ษผ เู ปน อมนุษยนั้นกินเปน ภกั ษาเสยี หมดสน้ิ . ครัง้ นน้ั นายกองเกวยี นน้ันจงึ เรียกบรรดาลูกเกวยี นมาปรึกษาวา พอ คุณเอย กองเกวยี นน้นั นน่ั แลมนี ายกองเกวียนโงเขลาเปนผูนาํ จงึ ประสบความพนิ าศยอ ยยบั พอคณุ เอย ถาอยางน้นั ส่งิ ของอันใดในกองเกวียนของเรามสี าระนอ ย กจ็ งท้งิ มันเสยี สิ่งใดอนั ใดในกองเกวียนทีห่ นึง่ นม้ี สี าระมาก พวกเรากจ็ งชวยกนั ขนมันไป. พวกลูก

พระสุตตันตปฎ ก ทฆี นกิ าย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนา ที่ 391เกวียนก็ปฏบิ ัตติ ามดวยดี ท้ิงของทีม่ ีสาระนอยเสยี ขนไปแตส ่ิงของท่มี สี าระมาก กข็ า มทางกนั ดารไปโดยสวัสดี เพราะมนี ายกองเกวยี นผูช าญฉลาดเปนผูนาํ . ทานพระยา ขอ อุปมานั้นฉันใด ขออุปมัยน้ีกฉ็ ันน้ันเหมือนกัน ทา นพระยาเปนผเู ขลาไมฉลาด คน หาโลกอ่นื โดยอุบายไมแยบคายกจ็ ักถึงความพินาศยอ ยยบั เปรียบเหมือนบุรุษนายกองเกวียนนนั้ แมพ วกคนทเี่ ช่ือฟงทา นพระยาก็จักพลอยถึงความพนิ าศยอยยบั ไปเหมือนพวกลกู เกวียนฉะน้นั ทา นพระยาโปรดสละความเหน็ ชวั่ นนั้ เสียเถดิ ขอความเหน็ ชว่ั นั้นอยา ไดม ีแกท านพระยาเพือ่ สิ่งท่ไี มเ ปนประโยชนเ กอื้ กลู เพื่อความทุกขตลอดกาลนานเลย. [๓๒๐] พระยาปายาสิ. ทานกสั สปกลาวอยางน้นั ก็จริง ถงึ อยางน้นัขา พเจา กไ็ มอาจสละความเหน็ ชว่ั นไ้ี ดด อก ทัง้ พระเจา ปเสนทโิ กศล ท้ังพระราชาภายนอก ก็ทรงรจู ักขาพเจา วาพระยาปายาสิ มวี าทะมีความเห็นอยางน้วี า แมเพราะเหตุนี้ โลกอ่นื ไมมี สตั วผดุ เกดิ ไมมี ผลวบิ ากของกรรมท่ีสัตวทาํ ดที าํ ชวั่ไมม ี ทา นกัสสป ถาหากวาขาพเจา จกั สละความเหน็ ชั่วนี้เสียไซร ท้งั พระเจาปเสนทิโกศล ท้งั พระราชาภายนอก กจ็ กั ทรงวา กลาวเอาแกข า พเจา วา พระยาปายาสิ ชางเขลา ไมฉ ลาด ยึดถือเอาแตความเห็นท่ีชว่ั ขา พเจากจ็ ะใชทฏิ ฐินนั้ ดวยความโกรธบาง ดวยความลบหลูบา ง ดวยความตเี สมอบาง. อปุ มาดว ยคนเทินหอ คูถ [๓๒๑] พระกมุ ารกัสสป. ทา นพระยา ถาอยา งนั้นอาตมาจกั -อุปมาใหฟ ง ดวยวา วญิ ชู นบางพวกในโลกนี้ ยอมเขา ใจอรรถของคาํ ภาษิตดว ยขอ อปุ มา. ทา นพระยา เรอ่ื งเคยมีมาแลว บรุ ุษผูเลีย้ งสุกรคนหนึ่ง ออกจากบานไปยังบานตาํ บลอืน่ พบคูถทแ่ี หง เปน อนั มากเขาทง้ิ ไวใ นหมบู าน

พระสตุ ตันตปฎ ก ทฆี นกิ าย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนา ที่ 392นน้ั ครั้นแลวจงึ คิดวา คถู แหง ทีเ่ ขาท้ิงไวน ้มี ากพอจะเปน อาหารของสุกรของเราได อยากระนั้นเลย เราจะขนคูถแหงไปจากบา นนี้ ดังน้ีแลว ก็คล่ีผาหม ลงเอาคูถแหงใสแลวผกู เปน หอ ยกเทนิ ไวบ นศรี ษะ ออกเดินไป. ในระหวา งทางเกิดเมฆฝนที่มใิ ชฤ ดูกาลตกลงมาหา ใหญ. เขาเปรอะเปอ นไปดวยคถู ตลอดถึงปลายเล็บเขาเอาหอ คถู ซึ่งลน ไหลเดนิ ไปเรอ่ื ย ๆ พวกผคู นเห็นเขากพ็ ากันพูดวาพอ คุณเจา น่ีเปนบาหรอื เสียจิตไปแลวหรอื เจาเปรอะเปอ นดว ยคถู จนถึงปลายเลบ็ ยังจะนาํ หอคูถท่ไี หลเลอะไปอกี . เขากต็ อบไปบา งวา พวกเจานะซเิ ปนบาหรอื เสียจิต ก็นม่ี ัน เปน อาหารสุกรของขานีน่ า. ทานพระยา ก็ขออุปมานน้ัฉันใด แมขออุปมัยนี้กฉ็ ันนนั้ เหมอื นกัน ทา นพระยานา จะรตู ัววา ทานเหมือนคนเทนิ หอ คูถ ทานพระยาโปรดสละความเหน็ ชว่ั นั้นเสยี เถดิ ทา นพระยาโปรดสละความเหน็ ซ่ัวนน้ั เสียเถิดขอความเห็นช่ัวน้นั อยา ไดมแี กท านพระยา เพอื่ สิ่งไมเ ปน ประโยชนเก้ือกลู เพอ่ื ความทกุ ขตลอดกาลนานเลย. [๓๒๒] พระยาปายาส.ิ ทานกสั สปกลาวอยางนนั้ กจ็ ริง ถึงอยางนัน้ขา พเจา ก็ไมอาจสละความเหน็ ชั่วน้ีไดดอก ท้งั พระเจา ปเสนทิโกศล ทั้งพระราชาภายนอก ยอ มรูวา พระยาปายาสิ มีวาทะมคี วามเห็นอยางนีว้ า แมเพราะเหตุน้ีโลกอ่ืนไมมี สัตวผ ุดเกดิ ไมมี ผลวิบากของกรรมทสี่ ตั วทําดที าํ ชั่วไมม.ี ทา น-กสั สป ถาหากขาพเจาจกั สละความเหน็ ชว่ั นเี้ สยี ไซร ทง้ั พระเจาปเสนทโิ กศลทัง้ พระราชาภายนอก กจ็ กั วา กลา วเอาแกข าพเจา วาพระยาปายาสิ ชา งเขลา ไมฉลาด ยึดถือความเหน็ แตท ีช่ ั่วดงั นี้ ขาพเจากจ็ กั ใชทิฏฐนิ น้ั ดวยความโกรธบา งดวยความลบหลบู าง ดว ยความตเี สมอบาง. อปุ มาดว ยนักเลงสะกา [๓๒๓] พระกุมารกัสสป. ทานพระยา ถาอยาน้นั อาตมาจักอุปมาใหฟง ดว ยวา วญิ ูชนบางพวกในโลกน้ี ยอมเขาใจอรรถของคําภาษิตดว ยขอ

พระสุตตนั ตปฎ ก ทีฆนิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนาที่ 393อุปมา. ทา นพระยา เรือ่ งเคยมมี าแลว นักเลงสะกาสองคนเลนการพนนั สะกากัน นักเลงสะกาคนหนง่ึ กลนื เบี้ยแพท ี่ทอดมาแลวมาอีกเสีย. นักเลงสะกาคนทีส่ อง เหน็ ดงั น้นั จึงกลา วกะนกั เลงสะกาคนท่ีหน่งึ วา เพื่อน เจาชนะขา งเดียวโปรดใหล ูกสะกาแกขา เถดิ ขาจักเซน บูชา. นักเลงสะกาคนท่สี องกร็ บั คําวา ไดซเิ พอื่ น แลว มอบลกู สะกาใหเ พื่อนนกั เลงสะกาคนที่หน่งึ ไป. นักเลงสะกาคนหนึ่งกเ็ อายาพิษอาบลกู สะกา แลวพูดชวนวา มาซิ เพื่อน มาเลนพนนั สะกากัน. นักเลงสะกาคนทีส่ องก็รบั คาํ วา ไดซิเพ่ือน. เพอ่ื นนกั เลงสะกาท้ังสองกเ็ ลนพนันสะกากันเปนหนทสี่ อง. แมในหนทส่ี อง นกั เลงสะกาคนที่สองก็กลืนเบ้ียแพทีท่ อดมาแลวมาเลาอีก. เพือ่ นนกั เลงสะกาคนทห่ี นงึ่ เหน็ ดง่ั น้ัน จงึ กลา วกะเพื่อนนั้นวา [๓๒๔] ลิตตฺ  ปรเมน เตชสา คิลมกขฺ  ปุริโส น พชุ ฌฺ ติ คลิ เร ปาปธตุ ตฺ า กปณา เต กฏก  ภวิสฺสต.ิ บุรุษกลืนกินลูกสะกา ซง่ึ อาบดว ย ยาพษิ มฤี ทธริ์ า ยแรงหารสู กึ ตัวไม นกั เลง ชวั่ ผูนา สงสารกลนื กินยาพิษเขา ไป ความ เรารอนจักตองมแกเจา ดังน.้ี [๓๒๕] ทานพระยา ขออปุ มาน้นั ฉนั ใด ขอ อปุ มยั นีก้ ็ฉันนน้ั เหมอื นกัน ทานพระยานาจะรูตวั วา ทานพระยาเปรียบเหมือนนกั เลงสะกา ทานพระยาโปรดสละความเห็นชั่วนนั้ เสียเถิด ทา นพระยาโปรดสละความเหน็ ชัว่ นนั้ เสียเถดิขอความเห็นชั่วนนั้ อยา ไดม แี กทา นพระยา เพื่อสิ่งมิใชป ระโยชนเ กื้อกูล เพอื่ความทกุ ขตลอดกาลนานเลย.

พระสุตตนั ตปฎ ก ทีฆนิกาย มหาวรรค เลม ๒ ภาค ๒ - หนา ที่ 394 [๓๒๖] พระยาปายาสิ. ทานกัสสปกลา วอยางนน้ั ก็จรงิ ถงึ อยางนน้ัขา พเจา กไ็ มอาจสละความเหน็ ชวั่ นี้ไดด อก ทัง้ พระเจาปเสนทิโกศล ท้งั พระราชาภายนอก กย็ อมรูจ ักวา พระยาปายาสิ มวี าทะ มีความเหน็ อยางนีว้ า แมเพราะเหตนุ ้ี โลกอนื่ ไมม ี สัตวผ ุดเกิดไมม ี ผลวิบากของกรรมทส่ี ัตวทาํ ดที าํ ช่ัวไมมีทานกสั สป ถาหากขาพเจา จักสละความเห็นชัว่ นเ้ี สียไซร ท้ังพระเจาปเสนท-ิโกศล ท้ังพระราชาภายนอก จกั วากลาวเอาแกขา พเจา วา พระยาปายาสิ ชา งเขลาไมฉ ลาด ยดึ ถอื ความเห็นแตทช่ี ัว่ ดังน้ี ขา พเจากใ็ ชทฏิ ฐนิ ัน้ ดว ยความโกรธบา ง ดว ยความลบหลบู าง ดวยความตีเสมอบาง. อปุ มาดวยคนหอบปา น [๓๒๗] พระกมุ ารกสั สป. ทานพระยา ถาอยา งนั้น อาตมาจัก-อปุ มาใหฟ ง ดวยวา วิญูชนบางพวกในโลกน้ี ยอมเขา ใจอรรถแหงคาํ ภาษติดว ยขออปุ มา. ทานพระยา เรอื่ งเคยมมี าแลว ชนบทแหง หน่งึ ตง้ั ข้นึ แลว . ครั้งน้ัน สหายคนหนึง่ พูดชวนสหายคนหนง่ึ วา มาเถดิ เพ่อื น เราจกั ไปทางชนบทนัน้ถาโชคดคี งจะพบทรัพยอ ะไร ๆ ท่ีชนบทแหงนนั้ กนั บา ง. สหายก็รับคาํ วา ไปซิเพ่ือน. สองสหายเขาไปยังทางหมบู า นแหงหนึ่งของชนบท ไดพบปา นเปนอนั มากทเี่ ขาท้ิงไว ณ หมบู า นนั้น ครน้ั แลว กเ็ รยี กเพอ่ื นมาบอกวา เพ่ือนนี้ปา นเปนอันมาก เขาทง้ิ แลว เจา จงมดั หอ ปานของเจา ขา ก็จักมดั หอ ปา นของขาเราสองคนจกั หอบหอ ปานไปกนั นะ. สหายกร็ ับคาํ เอาซเิ พ่ือน แลวหอบหอปานไป. สองสหายหอบหอปา นเขาไปยังทางหมบู านอีกแหง หน่ึง พบดา ยปา นเปนอนั มาก ที่เขาทง้ิ ไว ณ บานแหงน้นั . ครัน้ แลว สหายก็เรยี กสหายมาบอกวาเพือ่ น เราปรารถนาปานเพ่ือประโยชนอ ันใด ประโยชนอ ันนีก้ ็คือ ดา ยปานท่เี ขา












Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook