Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รายวิชาหลักการบัญชีเบื้องต้น

รายวิชาหลักการบัญชีเบื้องต้น

Published by kitthanachon01, 2021-11-25 13:17:20

Description: เอกสารประกอบการสอน หลักการบัญชีเบื้องต้น

Search

Read the Text Version

วิธกี ารบันทึกสินคาคงเหลอื แบบตอ เน่อื ง วธิ ีการบนั ทึกสินคาคงเหลอื เม่อื ส้ินงวด คาเสื่อมราคาสะสม-อาคารโรงงาน คา เสื่อมราคาสะสม-อาคารโรงงาน 5,000 5,000 คา เสื่อมราคาสะสม-เคร่อื งจักร 2,400 คาเสื่อมราคาสะสม-เคร่อื งจักร บนั ทึกคา ใชจายตา งๆในการผลิต 2,400 บนั ทกึ คา ใชจ ายตา งๆในการผลิต 5.1) งานระหวา งทาํ 93,050 5.1)ไมบ ันทึกรายการ คา ใชจายการผลิต 93,050 บันทกึ คา ใชจ า ยการผลิต เขา สูกระบวนการผลิต 6) สนิ คา สาํ เรจ็ รูป 182,000 6) ไมบ ันทกึ รายการ งานระหวางทาํ 182,000 บันทกึ ตน ทุนสนิ คา ทผี่ ลิตเสร็จ 7) ลกู หน้ี 250,000 7) ลกู หนี้ 250,000 ขาย ขาย 250,000 250,000 บนั ทึกการจําหนายสนิ คา บันทึกการจาํ หนายสนิ คา 7.1) ไมบนั ทกึ รายการ 7.1) ตนทุนขาย 170,000 สินคาสาํ เรจ็ รูป 170,000 บนั ทกึ ตน ทนุ สนิ คา ทข่ี าย 7.2) ไมบนั ทกึ รายการ ตนทุนการผลติ 321,050 วัตถุดิบ(ตน งวด) 30,000 งานระหวา งทาํ (ตนงวด) 29,000 ซอ้ื วัตถดุ บิ 70,000 คา แรงงาน 178,000 คาใชจายการผลิต 14,050 บนั ทึกตน ทุนการผลิตเขาสกู ระบวนการผลติ ในวันสนิ้ งวด(ใชต น ทนุ จายจรงิ ) 7.3) ไมบ ันทึกรายการ วตั ถดุ ิบ(ปลายงวด) 32,000 งานระหวา งทํา(ปลายงวด) 107,050 ตน ทนุ การผลติ 110,050 บนั ทึกวัตถุดิบคงเหลอื และงานระหวา งทําคงเหลือใน 323 3821302 หลักการบญั ชเี บ้อื งตน (Fundamental Accounting Principles)

วธิ ีการบันทึกสินคาคงเหลือแบบตอ เนื่อง วิธีการบนั ทึกสินคาคงเหลือเม่ือส้นิ งวด วัน สิ้นงวด กรณีบันทกึ สินคาคงเหลอื แบบตอเนือ่ ง บญั ชีแยกประเภททีเ่ ก่ยี วขอ งกบั การผลิต(บางสว น) มดี ังนี้ ยอดยกมา วัตถุดิบ 68,000 1)เจา หน(้ี ซ้ือ) 30,000 2) งานระหวางทํา 32,000 70,000 ยอดยกไป 100,000 100,000 ยอดยกมา งานระหวา งทาํ 182,000 2)วตั ถุดิบ 29,000 6)สนิ คาสําเรจ็ รูป 107,050 4)คาแรงงาน(คา แรงทางตรง) 68,000 ยอดยกไป 5.1)คาใชจ า ยการผลติ 99,000 289,050 93,050 ยอดยกมา 289,050 170,000 6)งานระหวางทาํ 37,000 สนิ คา สําเรจ็ รูป 25,000 7.1) ตนทุนขาย 207,000 182,000 ยอดยกไป 207,000 3)บัญชีตางๆ คาแรงงาน 99,000 178,000 4)งานระหวา งทํา 79,000 178,000 4)คาใชจายการผลติ 178,000 4)คาแรง(ทางออ ม) คา ใชจ า ยการผลติ 93,050 5)บัญชตี า งๆ 79,000 5.1) งานระหวา งทํา 93,050 14,050 7.1) สินคาสําเร็จรูป 93,050 ตน ทุนขาย 170,000 324 3821302 หลกั การบญั ชเี บ้อื งตน (Fundamental Accounting Principles)

อาจแสดงวงจรการบันทกึ ตน ทุนการผลติ เฉพาะท่ีเกดิ ขนึ้ ในงวดปจ จจบุ นั ไดดงั ภาพท่ี 6.2 การจัดหา การผลติ การเกบ็ รักษา การจัดจาํ หนา ย ปจ จยั การผลิต งานระหวางทาํ สนิ คาสาํ เร็จรูป ตน ทนุ ขาย วัตถดุ ิบ 70,000 68,000 68,000 182,000 182,000 170,000 170,000 99,000 93,050 คาแรง 17,800 99,000 79,000 คาใชจ ายการผลติ 79,000 93,050 14,050 ภาพท่ี 6.2 แสดงวงจรการบันทกึ ตน ทนุ การผลิตท่ีเกดิ ขึ้นในงวดปจจบุ ัน 325 3821302 หลักการบญั ชเี บอ้ื งตน (Fundamental Accounting Principles)

งบตน ทุนการผลิต กรณีบันทกึ สินคาคงเหลอื แบบตอ เนอ่ื ง บรษิ ทั พอเพียง จํากัด หนวย : บาท งบตนทนุ การผลิต 68,000 99,000 สําหรับเดือนส้ินสุด วนั ที่ 30 กนั ยายน 25x9 93,500 260,050 วัตถดุ ิบทางตรงใชไ ป 29,000 คา แรงทางตรง 289.050 คา ใชจ า ยในการผลติ 107,050 ตน ทุนการผลติ 182,000 บวก งานระหวางทาํ ตนงวด ตน ทนุ ทั้งหมดท่ีเกดิ ขึ้น หกั งานระหวา งทาํ ปลายงวด ตน ทุนสนิ คา ท่ผี ลติ บริษัท พอเพียง จาํ กดั งบกาํ ไรขาดทนุ (บางสวน) สําหรับเดือนส้ินสดุ วนั ที่ 30 กนั ยายน 25x9 หนว ย : บาท ขาย 250,000 170,000 หัก ตนทุนขาย 80,000 กาํ ไรขัน้ ตน 326 3821302 หลักการบัญชีเบ้อื งตน (Fundamental Accounting Principles)

กรณบี ันทึกสินคาคงเหลือเม่อื สิน้ งวด บัญชีแยกประเภททเี่ ก่ียวของกบั การผลิต(บางสว น) มีดังน้ี วัตถดุ ิบ ยอดยกมา 30,000 5.2 ตนทนุ การผลิต 30,000 32,000 5.3 ตนทนุ การผลติ 32,000 ยอดยกไป 62,000 (ตรวจนับและบันทกึ ปลายงวด) 70,000 62,000 1 เจา หนี(้ ซอ้ื ) ซ้ือวัตถุดิบ 70,000 5.2 ตน ทนุ การผลิต ยอดยกมา งานระหวางทาํ 29,000 5.3 ตนทุนการผลติ 29,000 5.2 ตน ทนุ การผลิต 107,050 (ตรวจนับและบนั ทึกปลายงวด) 107,050 ยอดยกไป 136,050 7.2วตั ถดุ ิบ(ตน งวด) 136,050 32,000 งานระหวา งทาํ (ตนงวด) 107,050 ซื้อ ตนทนุ การผลติ คาแรง 30,000 7.3 วัตถดุ ิบ(ปลายงวด) 25,000 คา ใชจายการผลิต 29,000 งานระหวางทาํ (ปลายงวด) 37,000 70,000 207,000 ยอดยกมา 178,000 กําไรขาดทุน 14,050 178,000 (ตรวจนบั และบันทกึ ปลายงวด) 178,000 สนิ คา สาํ เร็จรูป 3 บญั ชีตางๆ 25,000 กาํ ไรขาดทุน 14,050 37,000 ยอดยกไป 5 บัญชีตางๆ 207,000 คา แรงงาน 178,000 7.2 ตนทุนการผลติ 178,000 คา ใชจายการผลิต 14,050 7.2 ตนทนุ การผลติ 7.2สนิ คา สําเร็จรูป(ตน งวด) กาํ ไรขาดทนุ 37,000 25,000 สนิ คาสําเร็จรปู (ปลายงวด) 327 3821302 หลกั การบญั ชีเบอ้ื งตน (Fundamental Accounting Principles)

งบตน ทุนการผลิต กรณบี นั ทกึ สินคา คงเหลอื เมอ่ื สิน้ งวด บริษทั พอเพยี ง จํากดั งบตน ทนุ การผลติ สาํ หรับเดอื นส้ินสุด วันท่ี 30 กนั ยายน 25x9 วัตถุดบิ ทางตรงใชไป 30.000 หนวย : บาท วตั ถดุ บิ คงเหลอื ตน งวด 70,000 68,000 ซอ้ื 100,00 วัตถุดิบที่มีอยูท้ังส้นิ 99,000 32,000 93,500 หกั วัตถุดบิ คงเหลอื ปลายงวด 260,050 คาแรงทางตรง 29,000 คาใชจายในการผลิต 289.050 ตนทุนการผลติ 107,050 บวก งานระหวางทําตน งวด 182,000 ตน ทนุ ท้ังหมดท่ีเกดิ ขึน้ หัก งานระหวางทาํ ปลายงวด ตนทุนสนิ คา ทผี่ ลติ บรษิ ัท พอเพียง จาํ กัด งบกาํ ไรขาดทนุ (บางสวน) สําหรบั เดือนสิ้นสุด วนั ที่ 30 กนั ยายน 25x9 หนวย : บาท ขาย 25,000 250,000 182,000 หัก ตนทนุ ขาย 207,000 170,000 สินคา สาํ เร็จรูปตนงวด 37,000 80,000 บวก ตนทุนสินคาท่ีผลิต สนิ คาที่มเี พื่อขาย หกั สินคา สาํ เร็จรปู ปลายงวด กาํ ไรขนั้ ตน 328 3821302 หลกั การบญั ชเี บ้ืองตน (Fundamental Accounting Principles)

สรุป กิจการอุตสาหกรรมหรือกิจการผลิตเปนกิจการที่ทําการผลิตสินคาสําเร็จรูปขึ้นมาเพื่อขาย ในกิจการ อุตสาหกรรม จะบันทึกรายการคาเก่ียว กับการขาย และการดําเนินงาน และรายการคาเกี่ยวกับการผลิตสินคา ใน กิจการอุตสาหกรรมจะมีการบันทึกรายการเก่ียวกับการผลิตสินคา ตั้งแตเมื่อเริ่มจัดหาปจจัยที่เกี่ยวของกับการผลิต การซอ้ื วัตถุดิบ การจางแรงงาน การนําวัตถุดิบมาผลิต จนกระทั่งผลิตเสร็จเปนสินคาสําเร็จรูป การเก็บรักษา ตลอดจน การจําหนายหรือขายสินคาออกไป โดยจะบันทึกบัญชีตนทุนในการผลิตสินคา ไดแก คาวัตถุดิบ คาแรงงาน และ คาใชจา ยในการผลิต และคํานวณตนทนุ การผลติ สินคาสําเร็จรูป ทผี่ ลติ เสร็จเพอ่ื นําไปใชใ นการคํานวณตนทุนสินคาที่ ขาย เมื่อมีการขายสินคา และคํานวณตนทุนสินคาคงเหลือสําหรับสินคาที่ยังคงเหลืออยู เพ่ือนํามาใชในการจัดทํางบ การเงนิ ในวนั สน้ิ งวดบัญชี งบการเงินของกิจการอุตสาหกรรม ประกอบดวยงบดุล งบกําไรขาดทุน และงบตนทุนการผลิต วงจรการ ผลิตสนิ คา ประกอบดว ย การจัดหาปจ จยั การผลติ การผลิต การเก็บรักษา และการจัดจําหนาย ลกั ษณะของการผลติ แบงเปน 2 ลกั ษณะ คอื การผลติ ตามคาํ ส่ังของลกู คา และการผลติ แบบตอเน่อื ง ตนทุนการผลิตสินคา ประกอบดวย คาวัตถุดิบ คาแรงงาน และคาใชจายในการผลิต และ สินคาคงเหลือใน กจิ การอุตสาหกรรม ประกอบดว ย วตั ถดุ ิบ งานระหวา งทาํ และสนิ คา สาํ เร็จรปู 329 3821302 หลักการบัญชเี บอื้ งตน (Fundamental Accounting Principles)

แบบฝกหดั 1. จงอธิบายลักษณะของกจิ การอุตสาหกรรม 2. งบการเงินของกิจการอตุ สาหกรรม ประกอบดวยอะไรบา ง 3. จงอธบิ ายความแตกตา งระหวา งงบการเงินของกิจการอตุ สาหกรรม และกิจการซื้อขายสินคา 4. ตนทนุ การผลิตสินคา จะประกอบดวยอะไรบางจงอธบิ าย 5. จงอธิบาย ขน้ั ตอนในการดาํ เนินงานในกจิ การอุตสาหกรรม 6. การผลติ แบง เปน กล่ี กั ษณะอะไรบาง 7. สินคาคงเหลือในกจิ การอตุ สาหกรรม จะประกอบดว ย อะไรบา ง 8. งานระหวา งทาํ คืออะไรจงอธิบาย 9. วัตถดุ ิบทางตรงคาํ นวณไดอยา งไร 10. ตนทนุ สินคา ทผ่ี ลิตเสรจ็ คํานวณไดอ ยา งไร 11. จงอธิบายขอแตกตางในการบันทึกบัญชีสินคาคงเหลือแบบตอเน่ือง กับการบันทึกบัญชีสินคาคงเหลือเม่ือส้ินงวด ในกิจการอุตสาหกรรม 12. บริษัท ต้ังใจทําดี จํากดั มรี ายละเอยี ดเกี่ยวกบั วัตถุดิบ ดังน้ี วัตถดุ ิบตน งวด 200,000 บาท วตั ถดุ บิ ปลายงวด 120,000 บาท ซื้อสนิ คา 1,280,000 บาท คา ขนสง เขา 30,000 บาท สงคืน 20,000 บาท รับคืน 50,000 บาท สวนลดรับ 75,000 บาท สวนลดจาย 70,000 บาท ใหท ํา: คาํ นวณหา 1. ยอดซ้อื วตั ถดุ บิ สทุ ธิ 2. วตั ถดุ ิบทใ่ี ชไ ปในการผลติ 13. กิจการมงี านระหวา งทําตน งวด 200,000 บาท งานระหวางทําปลายงวด 140,000 บาท สนิ คา สําเรจ็ รูปตน งวด 520,000 บาท สนิ คาสาํ เร็จรปู ปลายงวด 163,000 บาท ตน ทนุ สินคาสินคาสาํ เร็จรูป 1,750,000 บาท ใหทาํ : คํานวณหา ตน ทุนสนิ คาท่ีขาย มมี ูลคาเทา กบั เทา ไร 330 3821302 หลักการบญั ชีเบื้องตน (Fundamental Accounting Principles)

14. บริษัท พอดีจริง จํากัด มีรายละเอียดเกี่ยวกับตนทุนตางๆดังน้ี วัตถุดิบทางตรงที่ใชผลิต 390,000 บาท แรงงาน ทางตรง 456,000 บาท คาแรงงานทางออม 80,000 บาท วัตถุดิบทางออม 120,000 บาท คาสาธารณูปโภค 900,000 บาท คิดเปน ของโรงงาน 80 % อีก 20 % เปน ของสํานกั งาน ใหทาํ : คาํ นวณหา 1. คาใชจ า ยในการผลติ 2. คาใชจ ายในการขายและบรหิ าร 3. ตน ทนุ การผลิต 15. วัตถุดบิ ทางตรงท่ีใชผลติ 967,000 บาท แรงงานทางตรง 590,000 บาท คา ใชจ า ยในการผลิต 499,000 บาท คาใชจ ายในการขายและบรหิ าร 205,000 บาท ง านระหวางทาํ ตน งวด 310,000 บาท งานระหวางทําปลายงวด 180,000 บาท ใหท ํา: คํานวณหา 1. ตน ทุนสินคา สําเรจ็ รปู 2. หากกจิ การผลิตสนิ คาได 200,000 หนว ย ราคาตนทุนการผลิตหนว ยละก่บี าท 16. บริษทั เศรษฐกิจพอเพยี ง จาํ กัดยอดคงเหลือของบัญชตี า งๆตอไปนี้ บัญชวี ัตถดุ ิบ 54,000 บญั ชงี านระหวา งทํา 12,340 บัญชสี ินคา สําเรจ็ รูป 28,200 บญั ชีคา แรงทางตรง 214,000 บญั ชซี อื้ วัตถดุ บิ 236,000 บญั ชคี า แรงทางออ ม 96,000 บญั ชีคา เสือ่ มราคา – อุปกรณส ํานักงาน 72,000 บัญชคี าเสือ่ มราคา - เคร่อื งจักร 51,000 บญั ชคี า เสอื่ มราคา - อาคารโรงงาน 79,000 บญั ชวี ัสดสุ ํานักงานใชไ ป 12,000 บญั ชวี สั ดุส้นิ เปลอื งโรงงานใชไ ป 54,200 บัญชีคาซอ มแซมและบาํ รุงรักษาอปุ กรณส ํานักงาน 10,000 331 3821302 หลักการบญั ชเี บอ้ื งตน (Fundamental Accounting Principles)

บญั ชคี าซอมแซมและบํารุงรักษาโรงงาน 11,300 1,593,540 บญั ชคี านา้ํ คา ไฟโรงงาน 89,000 3000 บัญชีคานํ้าคา ไฟสาํ นกั งาน 43,000 บญั ชเี งนิ เดือนสํานักงาน 250,000 1,596,540 บญั ชคี า นายหนา 120,000 บญั ชคี า โฆษณาและสงเสรมิ การขาย 15,000 บญั ชีคาเครื่องมือเคร่อื งใช 10,000 บัญชีคา ใชจ า ยเบ็ดเตล็ดโรงงาน 5,000 ขาย รับคืน 3,000 คา ขนสงเขา 9,000 สงคืน คา ใชจ า ยในการผลิตอืน่ 25,000 คา ใชจา ยในการขาย 42,300 คา ใชจ า ยในการบรหิ าร 55,200 1,596,540 ในวนั สิ้นงวดบญั ชตี รวจนับสนิ คา คงเหลือมดี งั นี้ บัญชวี ตั ถุดบิ 25,000 บัญชีงานระหวางทํา 11,700 บญั ชสี ินคาสําเร็จรปู 28,200 ใหท ํา: 1) งบตน ทนุ การผลติ สาํ หรบั ปส้ินสุด 31 ธันวาคม 25x8 2) งบกําไรขาดทนุ สําหรบั ปส ิน้ สดุ 31 ธนั วาคม 25x8 17. ตอไปน้ีเปนยอดคงเหลือในงบทดลองกอนปรับปรุงในวันสิ้นงวดบัญชี 31 ธันวาคม 25x8 ของบริษัท อุตสาหกรรมทําความดี จาํ กดั (หนวย : บาท) เดบิต เครดิต เงินสด 76,000 ลูกหนี้ 89,000 คาเผ่ือหนสี้ งสยั จะสญู 2,500 332 3821302 หลกั การบัญชีเบ้อื งตน (Fundamental Accounting Principles)

สินคาสาํ เรจ็ รูป 52,500 199,600 งานระหวา งทํา 22,000 212,000 วตั ถดุ ิบ 30,000 138,000 วสั ดโุ รงงาน 7,000 21,000 วัสดุสํานักงาน 2,000 135,000 ทด่ี นิ 1,000,000 1,000,000 โรงงาน 998,000 146,900 คาเส่ือมราคาสะสม-โรงงาน 1,623,000 เครอ่ื งจักร 530,000 คาเส่อื มราคาสะสม-เครื่องจักร 3,000 รถสงของ 230,000 คา เสือ่ มราคาสะสม-รถสง ของ 3,481,000 เครอ่ื งใชส ํานักงาน 35,000 คา เสื่อมราคาสะสม-เคร่อื งใชส ํานักงาน เจาหนี้ 1,000 ทนุ เรือนหนุ 180,000 กาํ ไรสะสม ขาย 5,500 รับคนื ซอ้ื วตั ถดุ บิ 105,000 คาขนสงเขา 8,000 สงคนื 8,000 คาแรงงานทางตรง 30,000 คา แรงงานทางออม 43,000 คาเบ้ียประกันโรงงาน 29,000 คา ใชจ า ยในการผลิตอนื่ คาใชจายในการขาย 3,481,000 คาใชจ า ยในการบริหาร 26,300 บาท 1 ขอมลู เพ่ิมเติมมีดังนี้ 5,900 บาท สินคา คงเหลอื ส้ินงวด 8,700 บาท สินคา สําเรจ็ รปู 2,000 บาท งานระหวางทํา วตั ถดุ บิ 800 บาท วัสดุโรงงาน 2 วัสดุสาํ นกั งานคงเหลอื สนิ้ งวด 333 3821302 หลักการบัญชีเบือ้ งตน (Fundamental Accounting Principles)

3 ประมาณคาเผอื่ หนส้ี งสยั จะสูญ 5% ของยอดลกู หนสี้ น้ิ งวด 4 คิดคา เส่ือมราคาโรงงาน เคร่อื งจกั ร และเครือ่ งใชส ํานกั งาน ในอตั รา 10% ตอ ป เทา กนั และ รถสงของคิดคา เสือ่ มราคาในอตั รา 20% ตอ ป 5 คาเบี้ยประกันโรงงานถอื เปน คาใชจา ยงวดน้ี 4,000 บาท ใหทํา: 1) งบตนทนุ การผลติ สาํ หรับปสิ้นสุด 31 ธันวาคม 25x8 2) งบกาํ ไรขาดทุนสาํ หรับปส้ินสดุ 31 ธันวาคม 25x8 3) งบดลุ ณ 31 ธันวาคม 25x8 18. ตอไปน้ีเปนยอดคงเหลือในงบทดลองกอนปรับปรุงในวันส้ินงวดบัญชี 31 ธันวาคม 25x8 ของบริษัท อุตสาหกรรมพอดี จาํ กดั (หนว ย : บาท) บัญชีวตั ถดุ ิบ 89,000 บญั ชีงานระหวางทํา 33,500 บญั ชีสินคา สาํ เรจ็ รูป 28,200 บัญชีคาแรงทางตรง 224,000 บญั ชซี ้อื วัตถดุ บิ 356,000 บัญชคี า แรงทางออม 98,500 บญั ชคี า เส่อื มราคา - อปุ กรณส าํ นักงาน 72,000 บญั ชีคา เส่ือมราคา - เครือ่ งจักร 45,000 บัญชคี า เสอื่ มราคา - อาคารโรงงาน 89,000 บัญชวี สั ดสุ าํ นักงานใชไ ป 12,000 บญั ชวี ัสดสุ ิน้ เปลืองโรงงานใชไป 13,500 บญั ชคี าซอมแซมและบาํ รงุ รักษาอปุ กรณส ํานกั งาน 10,000 บัญชีคาซอ มแซมและบํารงุ รักษาโรงงาน 11,300 บัญชีคานาํ้ คาไฟโรงงาน 89,000 บัญชคี า นํา้ คาไฟสาํ นักงาน 43,000 บัญชีเงนิ เดือนสาํ นกั งาน 250,000 บญั ชคี า นายหนา 80,000 บญั ชีคาโฆษณาและสง เสริมการขาย 15,000 บญั ชคี า เครอื่ งมอื เครอ่ื งใช 10,000 บญั ชีคาใชจ า ยเบ็ดเตล็ดโรงงาน 12,000 ขาย 1,682,000 รับคนื 1,000 คาขนสงเขา 9,700 สงคืน 22000 สวนลดรับ 8200 334 3821302 หลกั การบัญชีเบื้องตน (Fundamental Accounting Principles)

คาใชจา ยในการผลิตอนื่ 25,000 คาใชจายในการขาย 40,300 คาใชจา ยในการบรหิ าร 55,200 1,712,200 1,712,200 ขอมูลเพ่ิมเติมมดี ังนี้ สนิ คาคงเหลอื ส้นิ งวด ประกอบดวย สินคาสําเร็จรูป 56,200 บาท งานระหวางทาํ 15,400 บาท วัตถุดบิ 18,700 บาท ประมาณคา เผ่อื หนส้ี งสัยจะสูญ 5% ของยอดลูกหนีส้ ิน้ งวด คิดคาเสอ่ื มราคาโรงงาน เครื่องจักร และเครื่องใชส าํ นกั งาน ในอตั รา 10% ตอป เทากัน และคดิ คา เสื่อมราคารถสง ของในอัตรา 20% ตอป ใหทํา: 1) งบตนทนุ การผลิต สาํ หรบั ปสิน้ สุด 31 ธนั วาคม 25x8 2) งบกาํ ไรขาดทนุ สําหรบั ปส นิ้ สดุ 31 ธนั วาคม 25x8 3) งบดลุ ณ 31 ธันวาคม 25x8 19. บรษิ ทั เพยี งพอ จํากัด ทําการผลิตรองเทาหนังจําหนา ย มีรายการคา บางสวนทเ่ี กดิ ขึ้นในเดอื น ธันวาคม 25x8 ดงั น้ี สินคา คงเหลือ ณ วนั ท่ี 1 ธันวาคม 25x8 ประกอบดวย สินคา สาํ เรจ็ รูป 215,000 งานระหวางทํา 229,000 วัตถุดิบ 130,000 1. ซือ้ วตั ถุดบิ 470,000 บาท เปน เงินเชื่อ 2. ในระหวางเดือน เบิกวัตถดุ ิบไปใช 568,000 บาท 3. คาแรงที่เกดิ ขึน้ ในเดือนน้ี จํานวน 299,000เปน คา แรงทางตรง 259,000 บาท ท่ีเหลือเปนคาแรงทางออม กจิ การหกั ภาษี ณ ท่จี า ย 5% 4. คาใชจายในการผลติ อน่ื ๆมดี ังน้ี คา นาํ้ -คา ไฟฟาโรงงาน 96,000 บาท คา เส่อื มราคา-อาคารโรงงาน 55,000 บาท คา เส่ือมราคา-เครือ่ งจกั ร 22,400 บาท คา ใชจายเบด็ เตลด็ โรงงาน 3,650 บาท 5. ตน ทนุ สินคา ท่ีผลติ เสร็จในเดือนน้เี ทา กับ 782,000 บาท 6. ในระหวา งเดือนขายสินคา เปน เงินเชื่อ 650,000 บาท มีตนทุนขาย 280,000 บาท 7. คาใชจ า ยในการขาย 120,000 บาท และคา ใชจ ายในการบรหิ าร 89,000 บาท ใหท าํ : 1) รายการในสมุดรายวนั ทัว่ ไป 2) งบตน ทุนการผลติ สาํ หรับเดอื นส้นิ สดุ 31 ธันวาคม 25x8 335 3821302 หลกั การบัญชีเบอ้ื งตน (Fundamental Accounting Principles)

3) งบกาํ ไรขาดทุนสําหรับเดอื นสนิ้ สุด 31 ธนั วาคม 25x8 4) งบดุล ณ 31 ธันวาคม 25x8 20. บริษัท พอดี จํากัด ทําการผลิตเสื้อผาสําเร็จรูปจําหนาย มีรายการคาบางสวนที่เกิดข้ึนในเดือน ธันวาคม 25x8 ดงั น้ี สนิ คา คงเหลอื ณ วันท่ี 1 ธันวาคม 25x8 ประกอบดวย สินคาสาํ เร็จรปู 95,000 งานระหวางทาํ 139,000 วัตถุดบิ 67,000 1. ซอ้ื วตั ถุดิบ 452,000 บาท เปน เงนิ เชอ่ื เงื่อนไข 2/10,n/36 2. ในระหวา งเดอื น เบกิ วัตถุดิบไปใช 398,000 บาท 3. สง คนื วัตถดุ ิบทีช่ าํ รดุ 2,000 บาท และชําระหนคี้ าวตั ถดุ ิบที่ซื้อโดยไดรบั สวนลด 4. คาแรงที่เกิดขึ้นในเดือนน้ี จํานวน 229,000 เปนคาแรงทางตรง 198,000 บาท ที่เหลือเปนคาแรง ทางออม กิจการหกั ภาษี ณ ทจ่ี าย 5% 5. คา ใชจายในการผลติ อื่นๆมดี ังน้ี คา นาํ้ 25,000 บาท คาไฟฟา โรงงาน 96,000 บาท คาเส่ือมราคา-อาคารโรงงาน 35,000 บาท คาเส่อื มราคา-เครือ่ งจกั ร 40,000 บาท คา ใชจ ายเบ็ดเตลด็ โรงงาน 13,550 บาท 6. ตนทนุ สินคา ทผี่ ลติ เสรจ็ ในเดอื นนีเ้ ทากบั 562,500 บาท 7. ในระหวางเดือนขายสนิ คาเปน เงนิ เชอ่ื 725,000 บาท มีตน ทุนขาย 350,000 บาท 8. คา ใชจายในการขาย 120,000 บาท และคาใชจ า ยในการบรหิ าร 90,000 บาท ใหท าํ : 1) รายการในสมุดรายวันท่ัวไป 2) งบตน ทุนการผลิต สาํ หรบั เดอื นสิ้นสดุ 31 ธนั วาคม 25x8 3) งบกาํ ไรขาดทุนสําหรบั เดอื นส้นิ สุด 31 ธันวาคม 25x8 4) งบดลุ ณ 31 ธนั วาคม 25x8 336 3821302 หลกั การบัญชีเบอ้ื งตน (Fundamental Accounting Principles)

บทท่ี 7 การวิเคราะหงบการเงนิ งบการเงินที่กจิ การไดจัดทําขึน้ จะเปน ประโยชนตอ ผใู ชงบการเงินโดยทั่วไป อาทเิ ชน ฝายบรหิ าร ผู ถือหุน หรือเจาของกิจการ เจาหนี้หรอื ผใู หก ู ผูตรวจสอบบัญชี เปน ตน ซ่งึ แตล ะฝายทีน่ าํ ไปใชกม็ ีวัตถปุ ระสงค แตกตา งกนั ดงั นัน้ การนํางบการเงินไปใช ควรทาํ การวเิ คราะหงบการนั้นเสียกอน เพอ่ื กอ ใหเ กิดประโยชนสงู สุด กับผูใชง บการเงินน้นั ความหมายของการวเิ คราะหง บการเงนิ การวเิ คราะหงบการเงิน คอื กระบวนการคน หาขอ เทจ็ จริงเกีย่ วกับผลการดําเนินงาน ฐานะการเงิน หรือการเปล่ียนแปลงฐานะการเงินของกิจการ ขอมูลกระแสเงินสด การเปลี่ยนแปลงสวนของผูถือหุน รวมถึง ขอมูลทางการเงินอ่ืนๆ จากรายงานทางการเงิน และขอมูลของกิจการที่เปดเผยไว โดยการนําเคร่ืองมือและ เทคนิคไปแปรสภาพขอมูล แลวนําผลท่ีไดจากการวิเคราะหไปใชประโยชนเพ่ือการวางแผน ควบคุมตัดสินใจ ประเมินผลในกิจกรรมหลักของธุรกิจในดานตางๆ (สมพงษ แกวเจริญไพศาล, 2544, หนา 1-3) ดังนั้นการ วิเคราะหงบการเงินจึงเปนการคนหาขอเท็จจริงเก่ียวกับฐานะและผลการดําเนินงานของกิจการจากงบการเงิน ของกิจการท่ีสนใจ พรอมท้ังนําขอเท็จจริงดังกลาวมาประกอบ การวางแผนควบคุม และตัดสินใจในเรื่องนั้นๆ นอกจากนี้การวิเคราะหง บการเงินยงั เปน การตรวจสอบสถานะทางธุรกจิ ของกิจการนนั้ ๆ ดว ย เทคนิคและวธิ กี ารวิเคราะหง บการเงนิ ของธรุ กจิ เทคนิคและวิธีการวิเคราะหงบการเงินของธุรกิจ สามารถทําการวิเคราะหไดหลายวิธี แตวิธีการ วิเคราะหทเี่ ปน ทน่ี ยิ มใชม ี 3 วิธีดวยกันดงั นี้คือ การวิเคราะหง บการเงินของกจิ การสามารถทาํ การวิเคราะหไดห ลายวิธดี ังนี้ - การวเิ คราะหอัตรารอยละตอ ยอดรวม หรือการวิเคราะหแนวต้ัง - การวเิ คราะหแนวโนม หรือการวิเคราะหแ นวนอน - การวิเคราะหโดยใชอ ัตราสวนทางการเงนิ การวิเคราะหอ ตั รารอ ยละตอ ยอดรวม หรือการวิเคราะหแนวตั้ง เปนการเปรียบเทียบตัวเลขในงบการเงินตัวเลขใดตัวเลขหน่ึงกับยอดรวมหรือยอดใดๆ ในแนวดิ่ง ใหอยูในลักษณะเปนอัตราสวน หรือรอยละ โดยจะเปนการเปรียบเทียบขอมูลในปเดียวกัน ซ่ึงโดยสวนใหญแลว จะนิยมเปรยี บเทียบรายการใดรายการหนึ่งในงบการเงินกบั ยอดรวม เชน อัตราสวนระหวางสินทรัพยหมุนเวียนตอสินทรัพยทั้งส้ิน จะชี้ใหเห็นถึงสัดสวนของสินทรัพยของ กิจการเมือ่ เทยี บกับสินทรพั ยท ง้ั หมด ซึง่ กิจการจะสามารถวางแผนในการใชสินทรัพยใหมีประโยชนยิ่งข้ึนได หรือ สามารถที่จะใชอัตราสวนดังกลาวพยากรณแนวโนมในอนาคตได เปนตน ซ่ึงการวิเคราะหแนวต้ังนี้สามารถ กระทําได 2 รูปแบบ ไดแ ก

1. การวิเคราะหโครงสรางรายการทั้งหมด การวิเคราะหในลักษณะนี้เปนการวิเคราะหโดยนํารายการแตละรายการเปน ตัวต้ังและนํา ยอดรวมของรายการทัง้ หมดเปน ตวั หาร ตัวอยา งการวิเคราะหเ ปนดงั นี้ บริษทั กขค. จาํ กัด งบกาํ ไรขาดทนุ สาํ หรับปส้นิ สุดวันที่ 31 ธันวาคม 25x2 หนว ย:บาท ป25x2 % ขาย (สุทธิ) 1,500,000 100.00 ตนทนุ ขาย 750,000 50.00 กําไรขั้นตน 750,000 50.00 คา ใชจา ยในการขายและบริหาร 350,000 23.33 กําไรจากการดําเนนิ งาน 400,000 26.67 ดอกเบย้ี จาย 200,000 13.33 กําไรกอ นภาษี 200,000 13.34 ภาษี 60,000 4.00 กําไรสทุ ธิ 140,000 9.33 สินทรพั ยห มุนเวียน บริษัท กขค. จาํ กัด % เงนิ สด งบแสดงฐานะการเงนิ ลกู หน้ีการคา (สุทธิ) ณ วนั ท่ี 31 ธนั วาคม 25x2 0.97 สนิ คาคงเหลือ 4.41 คาใชจายจา ยลวงหนา หนว ย : บาท 9.71 ป25x2 0.18 รวมสินทรัพยห มุนเวียน 15.27 สินทรพั ยถาวร (สุทธิ) สินทรพั ย 79.43 สินทรพั ยอ่ืน 5.30 รวมสนิ ทรพั ย 55,000 100.00 250,000 550,000 10,000 865,000 4,500,000 300,000 5,665,000 338 3821302 หลกั การบญั ชีเบื้องตน (Fundamental Accounting Principles)

หนสี้ ินและสว นของผูถอื หุน 260,000 4.59 100,000 1.77 หนีส้ นิ หมุนเวียน 15,000 0.26 เจา หนกี้ ารคา 375,000 6.62 ตวั๋ เงินจา ย 1,750,000 30.89 เจาหนอี้ ่ืน 2,125,000 37.51 รวมหนส้ี นิ หมุนเวียน 1,000,000 17.65 หน้สี ินไมห มนุ เวียนระยะยาว รวมหนสี้ ิน 200,000 3.53 สวนของผูถอื หุน 2,340,000 41.31 3,540,000 62.49 หุนสามญั หุนละ 10 บาท 5,665,000 100.00 (จาํ หนายและชาํ ระครบแลว) สวนเกินมลู คาหุนสามัญ กาํ ไรสะสม รวมสวนของผูถือหุน รวมหนีส้ นิ และสวนของผูถ ือหนุ จากตัวอยางขางตนจะเห็นวาการท่ีจะทําใหอัตราสวนในแนวดิ่งมีความหมายนั้นในงบกําไร ขาดทุนอาจทําไดโดยนําเอารายการแตละรายการเปนตัวต้ังแลวหารดวยยอดขายสุทธิ ซ่ึงจากตัวอยางอธิบายได โดยหากเปรียบเทียบตนทุนขายกับยอดขายจะเห็นวากิจการน้ีมีตนทุนขาย คิดเปนรอยละ 50 ของขายสุทธิ หลังจากหักตนทุนขายแลวกิจการมีกําไรขั้นตนคงเหลืออีกรอยละ 50 เพื่อนําไปชดเชยคาใชจายตางๆ ท่ีเกิดข้ึน โดยคาใชจายในการขายและบริหาร คิดเปนรอยละ 23.33 คงเหลือเปนกําไรจากการดําเนินงานกอนหัก ดอกเบี้ยและภาษีรอยละ 26.67 ซ่ึงหลังจากชําระดอกเบ้ียและภาษีเงินไดแลวกิจการมีกําไรสุทธิคิดเปนรอยละ 9.33 ของยอดขายสุทธิ ดังน้ันกิจการสามารถท่ีจะใชตัวเลขเปรียบเทียบเปนรอยละท่ีกลาวขางตนเพ่ือวางแผน งานในอนาคตกลาวคือ กิจการอาจข้ึนราคาขายสินคา หรือลดตนทุนหรืออาจทําท้ังสองกรณีในขณะที่ควบคุม สัดสวนของคาใชจายตางๆ ใหคงท่ีหรือลดลงก็จะทําใหกิจการสามารถท่ีจะทําใหอัตราสวนของกําไรสุทธิตอ ยอดขายเพิ่มขึ้นได 2. การวิเคราะหโ ครงสรางเฉพาะประเภทรายการ ในการวิเคราะหรายการในปเดียวกัน อาจสามารถวิเคราะหรายการใดรายการหนึ่งเปรียบเทียบ กับยอดรวมยอยของรายการนั้นๆ ก็ได ตัวอยางเชน อาจวิเคราะหหาอัตราสวนของเงินสดเม่ือเทียบกับสินทรัพย หมุนเวียนก็ได ซ่ึงในกรณีน้ีสินทรัพยหมุนเวียนจะเปนสวนซึ่งเทียบเทากับรอยละ 100 สวนเงินสดจะเปนตัวตั้งหรือ ตัวเศษ สัดสวนของเงินสดตอสินทรัพยหมุนเวียนท้ังสิ้นจะเปน รอยละ 6.35 ซึ่งอธิบายความหมายไดวากิจการมีเงิน สดรอยละ 6.35 เม่ือเทียบกับสินทรัพยหมุนเวียน แตหากตองการวิเคราะหสัดสวนของเจาหน้ีการคาตอหนี้สิน หมุนเวียนทั้งส้ิน โดยใชหลักการคํานวณเชนเดียวกับที่คํานวณสัดสวนของเงินสดตอสินทรัพยหมุนเวียนจะไดวา กิจการมีเจาหน้ีการคาคิดเปนรอยละ 69.33 ของหนี้สินหมุนเวียน ดังน้ันจากตัวอยางพบวาสัดสวนของเจาหน้ี การคา มมี ากกวาคร่ึงหนงึ่ ของหน้ีสินหมนุ เวียนตามตวั อยางท่ีปรากฏขา งลางดงั นี้ 339 3821302 หลกั การบัญชีเบื้องตน (Fundamental Accounting Principles)

บริษทั กขค. จํากดั หนวย : บาท % งบแสดงฐานะการเงนิ ป25x2 ณ วนั ท่ี 31 ธันวาคม 25x2 55,000 6.35 250,000 28.90 สนิ ทรพั ย 550,000 63.58 สินทรัพยหมนุ เวียน 10,000 1.17 865,000 100.00 เงนิ สด ลกู หน้ีการคา (สทุ ธิ) 260,000 69.33 สนิ คาคงเหลือ 100,000 26.67 คา ใชจ า ยจายลวงหนา 15,000 4.00 รวมสินทรัพยหมุนเวยี น 375,000 100.00 หน้สี นิ และสว นของผถู ือหุน หน้สี นิ หมนุ เวียน เจา หน้ีการคา ตว๋ั เงินจาย เจา หนีอ้ ่ืน รวมหน้ีสินหมนุ เวียน แตถาตองการท่ีจะเปรียบเทียบงบการเงินของกิจการตั้งแต 2 งวดข้ึนไปอาจทําไดดังนี้ (ทําการ วเิ คราะหแบบโครงสรา งรายการทั้งหมด) บรษิ ัท กขค. จํากัด งบกาํ ไรขาดทนุ เปรียบเทียบ สําหรับปส้ินสุดวนั ท่ี 31 ธนั วาคม 25x2 และ 25x1 ขาย (สุทธิ) ป25x2 % ป25x1 % ตนทุนขาย 1,500,000 100.00 1,000,000 100.00 กําไรขน้ั ตน 50.00 60.00 คา ใชจา ยในการขายและบริหาร 750,000 50.00 600,000 40.00 กาํ ไรจากการดาํ เนนิ งาน 750,000 23.33 400,000 20.00 ดอกเบ้ยี จาย 350,000 26.67 200,000 20.00 กําไรกอ นภาษี 400,000 13.33 200,000 18.00 ภาษี 200,000 13.34 180,000 กําไรสุทธิ 200,000 20,000 2.00 60,000 4.00 0.6 140,000 9.33 6,000 1.40 14,000 340 3821302 หลกั การบัญชีเบอื้ งตน (Fundamental Accounting Principles)

จากตัวอยางหากตองการเปรียบเทียบงบการเงิน 2 งวดจะสามารถเปรียบเทียบกันไดดังน้ี กิจการ มียอดขายเพิ่มขึ้นพรอมทั้งสัดสวนของตนทุนขายท่ีลดลงกลาวคือเทากับรอยละ 60 ในป 25x1 เหลือรอยละ 50 ในป 25+2 ทําใหกิจการมีสัดสวนของกําไรขั้นตนที่สูงข้ึนเปน รอยละ 50 ในป 25x2 จากรอยละ 40 ในป 25x1 แตอยางไรก็ตามกิจการมีสัดสวนของคาใชจายในการขายและบริหารที่สูงข้ึนจากรอยละ 20 ในป 25x1 เปน 23.33 ในป 25x2 นอกจากน้ีกิจการมีสัดสวนของดอกเบี้ยจายลดลงจากรอยละ 18.00 ในป 25x1 เหลือรอยละ 13.33 ในป 25x2 และมสี ดั สวนของภาษีเงินไดท ีส่ งู ขน้ึ จากรอ ยละ 0.6 ในป 25x1 เปนรอยละ 4.0 ในป 25x2 ขอ ควรพจิ ารณาในการวเิ คราะหแนวต้งั 1. รายการในงบดุลทุกรายการจะถูกนํามาคํานวณอัตราสวนท้ังหมด แตอยางไรก็ตามบาง รายการในงบดุลไมไดใชในการดําเนินงานตามปกติทําใหอัตราสวนอาจไมสะทอนถึงความเปนจริงเทาที่ควร ตัวอยางเชน รายไดรอตัดบัญชี รายจายรอตัดบัญชี สินทรัพยอื่นน้ันขอเท็จจริงกิจการไมไดใชประโยชนในการ ดําเนินงาน แตรวมอยูในการคาํ นวณอัตราสว น ดังนัน้ การแปลความหมายของอัตราสวน จึงอาจคลาดเคล่ือน จากความเปนจรงิ 2. รายการบางรายการในงบการเงินอาจมีมูลคาเทาเดิม เมื่อเวลาผานไปรายการอื่นๆ ในงบ การเงินอาจมีมูลคาสูงขึ้นทําใหอัตราสวนของรายการท่ีมีมูลคาเทาเดิมลดลง แตในความเปนจริงผลตอบแทนท่ี ไดรับจากรายการที่มีมูลคาเทาเดิมอาจมากข้ึนก็ได ตัวอยางเชน เงินลงทุนระยะยาวมีมูลคาเทาเดิม แตอาจให ผลตอบแทนท่สี งู ข้นึ กไ็ ด ดงั นน้ั การวิเคราะหควรคํานงึ ถึงผลตอบแทนทไ่ี ดร บั จากเงินลงทนุ ดว ย การวิเคราะหแ นวโนม หรือการวเิ คราะหแ นวนอน เปนการวิเคราะหงบการเงินโดยการเปรียบเทียบงบการเงินของกิจการเดียวกันในหลายๆ งวด บญั ชี ซ่งึ จะแสดงใหเ หน็ ถงึ การเปลี่ยนแปลงของรายการแตละรายการในงบการเงินเปนจํานวนเงินและอัตรารอย ละ การวิเคราะหง บการเงินวิธีนี้จะช้ีใหเห็นถึงการเติบโตของกิจการในดานตางๆ เชน ยอดขาย กําไรสุทธิ เปนตน การวเิ คราะหแ นวนอน หรอื การวิเคราะหแนวโนมสามารถทาํ ได 2 วธิ ี คอื 1. การวิเคราะหเ ปนรอ ยละของงวดกอ น เปนการวิเคราะหเปรียบเทียบงบการเงินของกิจการเดียวกันโดยยึดงบการเงินของปกอนเปน ปฐานเพื่อเทยี บอัตรารอ ยละ โดยคาํ นวณไดด งั นี้ เมื่อวิเคราะหข อมลู ของปท ่ี 2 รอยละทเี่ ปลย่ี น = ขอ มลู ปท ี2 − ขอมลู ปท1ี x100 ขอ มลู ปท 1ี เมอื่ วเิ คราะหข อมูลของปท ี่3 รอยละท่เี ปลี่ยน = ขอ มูลปท ี3 − ขอ มูลปท ี2 x100 ขอมลู ปท ี2 341 3821302 หลักการบัญชีเบอื้ งตน (Fundamental Accounting Principles)

ตอไปน้เี ปน ตัวอยางการคํานวณการวิเคราะหเปนรอ ยละของงวดกอ น บรษิ ทั กขค จาํ กดั งบกาํ ไรขาดทนุ เปรียบเทยี บ สําหรบั ปสิน้ สุดวันท่ี 31 ธันวาคม 25x2 และ 25x1 หนวย:บาท ป25x2 ป25x1 เพม่ิ ข้นึ (ลดลง) รอ ยละ(%) ขาย (สุทธ)ิ 1,500,000 1,000,000 500,000 50.00 ตนทุนขาย 950,000 600,000 350,000 58.33 กําไรขน้ั ตน 550,000 400,000 150,000 37.50 คาใชจายในการขายและบรหิ าร 350,000 200,000 150,000 75.00 กาํ ไรจากการดาํ เนินงาน 200,000 200,000 0 0.00 ดอกเบยี้ จา ย 150,000 160,000 (10,000) (6.25) กําไรกอ นภาษี 50,000 40,000 10,000 25.00 ภาษี 15,000 11,000 4,000 36.36 กําไรสุทธิ 35,000 29,000 6,000 20.69 จากตัวอยางขางตนจะเห็นวางบการเงินของบริษัท กขค จํากัดในป 25x2 มียอดขายเพ่ิม สูงขึ้น 500,000 บาท หรือคิดเปนรอยละ 50.00 มีตนทนุ ขายท่ีสูงขึ้นจํานวน 350,000 บาท หรือรอยละ 58.33 จาก ป 25x1 ซ่ึงจากตัวเลขดังกลาวอาจสันนิษฐานไดวากิจการมี การตลาดท่ีดีข้ึน หรือสินคาของกิจการอาจมีคุณภาพ ทส่ี ูงขน้ึ ทําใหลูกคา สนใจท่ีจะซอ้ื สนิ คา มากข้ึน เปน ตน 2. การวเิ คราะหเปนรอยละของปฐาน เปนการวิเคราะหงบการเงินโดยยึดปที่กิจการดําเนินงานในสภาวะเศรษฐกิจท่ีสมบูรณแบบ ที่สุดเปนปฐาน และใชงบการเงินปที่ตองการวิเคราะหเปรียบเทียบกับปฐานท่ีกลาว จะขอยกตัวอยางโดยใชป 25+1 เปน ปฐาน ตัวอยางการวิเคราะหจ ะเปน ดังน้ี 342 3821302 หลกั การบัญชเี บือ้ งตน (Fundamental Accounting Principles)

บรษิ ัท กขค จาํ กดั งบกําไรขาดทนุ เปรียบเทยี บ สาํ หรับปสน้ิ สุดวนั ท่ี 31 ธันวาคม 25x3 25x2 และ 25x1 ขาย (สุทธิ) ป 25x3 เพ่มิ (ลด) รอ ยละ ป2 5x2 เพ่ิม (ลด) หนว ย:บาท ตน ทนุ ขาย 1,300,000 300,000 30.00 1,500,000 500,000 กําไรขน้ั ตน 300,000 50.00 950,000 350,000 รอ ยละ ป2 5x1 คาใชจายในการขายและ 900,000 -0- 550,000 150,000 50.00 1,000,000 บริหาร 400,000 -0- 58.33 600,000 กาํ ไรจากการ 37.50 400,000 ดําเนนิ งาน 300,000 100,000 50.00 350,000 150,000 ดอกเบย้ี จาย 75.00 200,000 กาํ ไรกอนภาษี 100,000 (100,000) (50.00) 200,000 0 ภาษี 120,000 (40,000) (25.00) 150,000 (10,000) 0.00 200,000 กาํ ไรสทุ ธิ (20,000) (60,000) (150.00) 50,000 10,000 (6.25) 160,000 (11,000) (100.00) 15,000 25.00 40,000 -0- (49,000) (168.97) 35,000 4,000 36.36 11,000 (20,000) 6,000 20.69 29,000 จากตัวอยา งขา งตน จะเห็นวา เม่ือเราเปรียบเทียบงบการเงินป 25x2 และ 25x3 กับงบการเงิน ทถี่ ือวา เปนปฐานซ่งึ กค็ อื ป 25x1 งบการเงินป 25x2 มีภาพรวมท่ีดีขึ้นจากป 25x1 แตงบการเงินป 25x3 กิจการมี ผลการดําเนินงานโดยรวมลดลง สาเหตุอาจเปนเพราะสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของอุตสาหกรรมหรือของ ประเทศมีสภาพท่ีไมคอยดี หรือกิจการมีการบริหารงานไมคอยมีประสิทธิภาพ หรืออีกนัยหนึ่งปฐานท่ีใชในการ คาํ นวณอาจไมใ ชปทมี่ สี ภาวการณทจี่ ะสามารถใชเปนเกณฑวดั เทียบกับปอื่นได ดังน้ันในอนาคตอาจจําเปนตอง ปรบั เปล่ยี นปฐ านตามสภาพแวดลอ มทเี่ ปล่ยี นแปลงไป ขอ ควรพจิ ารณาในการวเิ คราะหแ นวนอน 1. ปฐ านทีใ่ ชควรจะใชปท่ีมีสภาวการณท่ีคอนขางเปนปกติ กลาวคือมีเศรษฐกิจท่ีถือวาสมบูรณ แบบที่สุด และมีการบริหารงานที่ดี ซงึ่ คอนขางยากทจี่ ะเลือกวาปใดสมควรทจ่ี ะใชเ ปน ปฐ านในการวเิ คราะห 2. เม่ือเวลาผานไป สภาพแวดลอมของกิจการก็เปล่ียนแปลงไปจึงจําเปนที่จะตองมีการ ปรับเปล่ียนปฐานใหเขากับสภาพแวดลอมที่เปล่ียนแปลงไป ซ่ึงจากการเปล่ียนปฐานน้ีเองจะทําใหสัดสวนของ การคํานวณตัวเลขในแตละครั้งไมสามารถท่ีจะใชเปรียบเทียบกันได เนื่องจากไมไดคํานวณจากคาปฐานท่ี เหมอื นกัน การวิเคราะหงบการเงนิ โดยใชอัตราสวนทางการเงนิ อัตราสวนทางการเงิน (Financial Ratio) เปนเคร่ืองมือชนิดหน่ึงท่ีใชในการวิเคราะหงบการเงิน เพื่อใชประเมินผลการดําเนินงานและฐานะการเงินของกิจการ หรือใชเพ่ือชวยผูเกี่ยวของกับกิจการท้ังภายใน และภายนอกในการตดั สินใจ กลาวคอื ผูบริหารกิจการอาจใชอัตราสวนทางการเงินเพื่อตัดสินใจในบางเร่ือง เชน ลงทุนเพิ่ม กูเงินเพิ่ม ในขณะเดียวกันเจาหน้ีของกิจการใชอัตราสวนทางการเงินเพื่อติดตามการชําระหน้ี หรือใช 343 3821302 หลักการบัญชเี บ้อื งตน (Fundamental Accounting Principles)

พิจารณาใหกูยืมเพ่ิม โดยอัตราสวนทางการเงินจะคํานวณจากงบการเงินท่ีกิจการมีอยู ซึ่งจะแสดงใหเห็นถึง สภาพคลองของกิจการ ความสามารถในการชําระหน้ีและการกอหนี้ของกิจการประสิทธิภาพในการใชสินทรัพย ของกิจการ และความสามารถในการทํากําไรของกิจการ อัตราสวนทางการเงินโดยปกติสามารถแบงออกไดเปน 4 ประเภท ไดแก 1. อัตราสวนสภาพคลอง (Liquidity Ratio) ใชวัดความสามารถในการใชสินทรัพยหมุนเวียน ของกจิ การเพื่อชําระหนี้สนิ หมนุ เวียนของกจิ การ หรอื ความสามารถในการชาํ ระหนร้ี ะยะสัน้ ของกจิ การ 2. อัตราสวนความสามารถในการใชสินทรัพย (Activity Ratio) ช้ีใหเห็นวากิจการมี ความสามารถในการใชสินทรัพยเพ่ือทําใหเกิดรายไดหรือกําไรไดมากนอยเพียงใด หรือกลาวอีกนัยหนึ่งเปน อตั ราสวนทแี่ สดงใหเหน็ ถงึ ความคุมคาของการใชส นิ ทรัพยข องกิจการ 3. อัตราสวนความสามารถในการกอหนี้ (Leverage Ratio) ใชวัดความ สามารถในการกอ หนี้ หรือภาระหนี้สินท่ีมีอยูของกิจการ และอาจสามารถพยากรณแนวโนมความสามารถในการกอหนี้ของกิจการ ในอนาคตได 4. อัตราสวนความสามารถในการทํากําไร (Profitability Ratio) ใชวัดความสามารถในการ ทํากาํ ไรของกิจการ และแสดงใหเ ห็นถึงนโยบายทางการเงินของกิจการ หลังจากท่ีกิจการคํานวณอัตราสวนทางการเงินไดแลว หากผูบริหารกิจการตองการที่จะประเมิน ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของกิจการในดานตางๆ เชน ความสามารถในการชําระหนี้ระยะสั้นของกิจการ สินทรัพยถาวรของกิจการท่ีใชอยูในปจจุบันสามารถกอใหเกิดกําไรไดมากนอยเทาใด หรือกิจการสามารถทํา กําไรไดเพียงพอตอการชําระหน้ีในอนาคตหรือไม อยางไร และจะสามารถกอหนี้เพ่ิมข้ึนไดอีกเทาใด เปนตน ผูบริหารกิจการจําเปนท่ีจะตองใชอัตราสวนหลายๆ อัตราสวนประกอบกันในการพิจารณาและประเมิน สถานการณของกิจการในดานตางๆ และถึงแมจะคํานวณอัตราสวนทางการเงินของกิจการครบท้ัง 4 ประเภท ตามที่กลาวขางตนแลว กิจการยังจําเปนที่จะตองหาบรรทัดฐานในการอางอิงเพื่อเปนมาตรฐานในการ เปรียบเทียบการดําเนินงานหรือฐานะการเงินของกิจการวาดีขึ้นหรือตองปรับปรุงจากเดิม ซึ่ง คามาตรฐานท่ีใช อางอิงสําหรับวิเคราะหงบการเงินนั้น บางคร้ังอาจใชอัตราสวนท่ีเปนคาเฉลี่ยของอุตสาหกรรมสําหรับอัตราสวน ในแตละประเภท และบางครั้งอาจใชอัตราสวนที่ผานมาของกิจการ หรือบางคร้ังอาจใชท้ังสองคาในการ เปรียบเทียบ ซึ่งหลังจากเปรียบเทียบอัตราสวนท่ีคํานวณไดกับอัตราสวนมาตรฐานหรืออัตราสวนท่ีเปนบรรทัด ฐานแลว อัตราสวนทางการเงินไมใชเครื่องมือเพียงชนิดเดียวท่ีจะสามารถช้ีชัดใหเห็นถึงความสามารถในดาน ตางๆ ของกิจการ กิจการยังจําเปนตองใชเคร่ืองมือทางการเงินตางๆ เพ่ือชวยในการตัดสินใจดวย เชน กิจการ อาจวเิ คราะหง บกระแสเงนิ สด งบกระแสเงนิ ทนุ หมนุ เวยี นประกอบในการตดั สนิ ใจรว มดวยเปน ตน ขอจํากัดของการวเิ คราะหโดยใชอ ัตราสวนทางการเงนิ 1. หลักการบัญชีหรือนโยบายทางการบัญชีของกิจการแตละกิจการแตกตางกัน หรือแมแต กิจการเองก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการบัญชีหรือหลักการบัญชีจากป กอนๆ ก็เปนได ตัวอยางเชน ในป 2546 กิจการ A ใชวิธี FIFO ในการตีราคาสินคาคงเหลือ สวนกิจการ B ใชวิธี LIFO ในการตีราคาสินคา คงเหลือ ดังน้ันการคํานวณอัตราสวนที่มีสินคาคงเหลือเปนสวนประกอบในการคํานวณของกิจการ A และ B จะ แตกตางกนั ซ่งึ ทาํ ใหอัตราสวนทางการเงินของท้ัง 2 กิจการไมสามารถที่จะเปรียบเทียบกันได อีกนัยหนึ่ง กิจการ A ในป 2545ใชวิธีการคํานวณคาเสื่อมราคาแบบยอดลดลง (Double Declining Method) แตในป 2546 เปล่ียน 344 3821302 หลกั การบัญชเี บ้อื งตน (Fundamental Accounting Principles)

มาใชวิธีเสนตรง (Straigth line Method) อัตราสวนทางการเงินของกิจการ A ใน 2 ปท่ีกลาวก็ไมอาจนํามา เปรยี บเทียบกนั ไดเชนกัน 2. การคํานวณอัตราสวนทางการเงินใชขอมูลในอดีตท้ังหมดมาคํานวณ จึงไมสามารถท่ีจะบอก ไดแนช ัดวาในอนาคตกจิ การจะเปน เชน ไร กลาวคือ ไมส ามารถรับประกันเร่ืองตาง ๆ ไดในอนาคต แตจะสามารถ บอกไดเ พียงแคแนวโนม ท่ีควรจะเปน ในอนาคตเทานน้ั 3. คามาตรฐานหรือบรรทัดฐานที่ใชอางอิงในการเปรียบเทียบไมวาจะเปนคาเฉล่ียของ อุตสาหกรรมหรือคาเฉลี่ยในอดีตของกิจการ คํานวณไดจากกิจการในอุตสาหกรรมเดียวกันก็จริง แตกิจการน้ันๆ อาจไมไดมีสัดสวนรายไดและคาใชจายเชนเดียวกันกับกิจการท่ีเรากําลังวิเคราะห กลาวคือ อาจไมไดดําเนิน ธุรกิจเชนเดียวกันกับกิจการที่กําลังวิเคราะห หรือถึงแมดําเนินธุรกิจเชนเดียวกันแตขนาดของกิจการอาจไม เทากัน ตัวอยางเชน เราอาจกําลังวิเคราะหกิจการท่ีขายเสื้อผาสําเร็จรูปภายในประเทศ แตคาเฉลี่ยของ อุตสาหกรรมสวนใหญคํานวณไดจากกิจการท่ีขายเสื้อผาสําเร็จรูปทั้งภายในและตางประเทศ ดังนั้น จึงควร คํานงึ ถึงคา มาตรฐานหรือคาเฉลีย่ ที่ใชอ างองิ ในการเปรยี บเทยี บในการวิเคราะหดว ย ตอไปน้ีเปนโจทยตัวอยา งการคาํ นวณอตั ราสวนทางการเงนิ ของบริษัท กขค จาํ กัด บริษทั กขค. จาํ กัด งบกําไรขาดทนุ เปรยี บเทียบ สาํ หรบั ปส น้ิ สดุ วนั ที่ 31 ธันวาคม 25x2 และ 25x1 หนวย:บาท ป25x2 ป25x1 ขาย (สทุ ธิ) 1,500,000 1,000,000 ตน ทุนขาย 750,000 600,000 กําไรขน้ั ตน 750,000 400,000 คาใชจายในการขายและบรหิ าร 350,000 200,000 กาํ ไรจากการดําเนนิ งาน 400,000 200,000 ดอกเบีย้ จา ย 200,000 180,000 กาํ ไรกอนภาษี 200,000 20,000 ภาษี 60,000 6,000 กาํ ไรสุทธิ 140,000 14,000 345 3821302 หลักการบญั ชเี บื้องตน (Fundamental Accounting Principles)

บรษิ ัท กขค. จาํ กดั งบดุลเปรียบเทียบ ณ วนั ที่ 31 ธันวาคม 25x2 และ 25x1 หนวย : บาท ป25x2 ป25x1 สินทรัพย สินทรัพยหมนุ เวยี น เงนิ สด 55,000 35,000 ลกู หนกี้ ารคา (สุทธ)ิ 250,000 200,000 สนิ คาคงเหลือ 550,000 700,000 คาใชจา ยจายลวงหนา 10,000 12,000 รวมสนิ ทรัพยห มุนเวยี น 865,000 947,000 สินทรัพยถาวร (สุทธ)ิ 4,500,000 4,550,000 สนิ ทรัพยอ ่ืน 300,000 280,000 รวมสนิ ทรพั ย 5,665,000 5,777,000 หนีส้ ินและสว นของผถู ือหุน หนส้ี นิ หมนุ เวียน เจาหนก้ี ารคา 260,000 275,000 ต๋ัวเงินจา ย 100,000 100,000 เจา หนอ้ี ื่น 15,000 13,500 รวมหนี้สนิ หมนุ เวียน 375,000 388,500 หนี้สนิ ระยะยาว 1,750,000 1,700,000 รวมหนส้ี นิ 2,125,000 2,088,500 สว นของผูถอื หนุ หนุ สามัญหุน ละ 10 บาท 1,000,000 1,000,000 (จําหนายและชําระครบแลว ) สว นเกินมลู คา หนุ สามัญ 200,000 200,000 กําไรสะสม 2,340,000 2,488,500 รวมสวนของผถู ือหุน 3,540,000 3,688,500 รวมหนีส้ นิ และสว นของผูถอื หุน 5,665,000 5,777,000 1. อัตราสวนสภาพคลอง (Liquidity Ratio) เปนอัตราสวนท่ีแสดงใหเห็นถึงสภาพคลองระยะ ส้ันของกิจการ กลาวอีกนัยหนึ่งก็คือ อัตราสวนท่ีแสดงใหเห็นถึงความสามารถในการชําระหนี้สินระยะสั้นของ กจิ การ อัตราสวนทจ่ี ัดอยใู นประเภทนี้ ไดแ ก 346 3821302 หลักการบญั ชีเบอ้ื งตน (Fundamental Accounting Principles)

1.1 อัตราสวนเงินทุนหมุนเวียน (Current Ratio) เปนอัตราสวนที่บงบอกใหเห็นถึง ความสามารถในการชําระหนี้สินระยะส้ันของกิจการ กลาวคือ หน้ีสินระยะส้ัน 1 หนวยมีสินทรัพยระยะส้ันที่ สามารถชําระหนี้สนิ ระยะสน้ั ไดทงั้ หมดก่หี นว ย มสี ูตรการคํานวณดงั นี้ Current Ratio = สนิ ทรพั ยหมุนเวยี น หนี้สนิ หมนุ เวียน Current Ratio ป 25x2 = 685,000 = 2.31 เทา 375,000 Current Ratio ป 25x1 = 947,000 = 2.44 เทา 388,500 จากงบการเงินขา งตน อัตราสว นเงนิ ทุนหมนุ เวียนในป 25x2 เทากับ 2.31 เทา ลดลงจากในป 25x1 ซึ่ง อัตราสวนเงินทุนหมุนเวียน เทากับ 2.44 เทา อธิบายไดวา ในป 25x2 บริษัท กขค. จํากัด มีสินทรัพย ระยะส้ันเปน 2.31 เทาของหน้ีสินระยะสั้น กิจการมีสินทรัพย ระยะสั้นเพียงพอตอการชําระหน้ี แตอยางไรก็ตาม อัตราสวนเงินทุนหมุนเวียนในป 25x2 ลดลงจากป 25x1 แสดงวา สภาพคลองในระยะสั้นโดยรวมของกิจการ ลดลง แตอยางไรก็ตามสินทรัพยหมุนเวียนของบริษัท กขค. จํากัด มีสินคาคงเหลือประกอบอยูเปนจํานวนมาก ซึ่งสินคาคงเหลืออาจไมสามารถขายออกไดหมดในระยะส้ัน หรืออาจไดรับการขายเช่ือซึ่งยังไมไดรับเงินสด ในทันที หรือสินทรัพยหมุนเวียนในสวนอื่นๆ นอกเหนือจากสินคาคงเหลือสามารถเปลี่ยนเปนเงินสดไดรวดเร็ว กวา ดังน้ัน หากรวมสินคาคงเหลือเขาไวในการคํานวณสภาพคลองในระยะส้ันของกิจการอาจ เปลี่ยนแปลงไป จากความเปนจริงได และรายการในงบการเงินอีกรายการหนึ่งก็คือ คาใชจายจายลวงหนา ก็เปนเชนเดียวกับ สินคาคงเหลือ ซึ่งคาใชจายจายลวงหนาอาจไมสามารถเปลี่ยนกลับมาเปนเงินสดไดอีก ดังนั้น จึงมีการกําหนด อัตราสวนอีกอัตราสวนขึ้น เพ่ือสะทอนใหเห็นสภาพคลองในระยะส้ันของกิจการไดดีกวา อัตราสวนเงินทุน หมุนเวยี นอัตราสว นนน้ั คือ 1.2 อัตราสวนเงินทุนหมุนเร็ว (Quick Ratio หรือ Acid Test Ratio) เปนอัตราสวนที่ไม นําสินคาคงเหลือและคาใชจายจายลวงหนา และสินทรัพยหมุนเวียนท่ีไมสามารถเปลี่ยนเปนเงินสดไดอีกหรือ เปลยี่ นเปน เงนิ สดไดชารวมไวเ ปนสนิ ทรพั ยหมุนเวียนมีสตู รคํานวณดังน้ี Quick Ratio = สนิ ทรัพยห มนุ เวียน − สินคาคงเหลือ − คาใชจ า ยลว งหนา − สนิ ทรพั ยหมนุ เวยี นอนื ๆที่อาจเปลี่ยนเปน เงนิ สดไดชา หน้สี นิ หมนุ เวียน 305,000 Quick Ratio ป 25x2 = 375,000 = 0.81 เทา Quick Ratio ป 25x1 = 235,000 = 0.60 เทา 388,500 จากงบการเงินขางตน พบวา อัตราสวนเงินทุนหมุนเร็ว ในป 25x2 เทากับ 0.81 และในป 25x1 เทากับ 0.60 จะเห็นวาหากกิจการนับเฉพาะสินทรัพยระยะส้ันท่ีสามารถเปล่ียนเปนเงินสดไดคลองจริงๆ 347 3821302 หลักการบัญชเี บื้องตน (Fundamental Accounting Principles)

โดยไมนับรวมสินคาคงเหลือและคาใชจายจายลวงหนา กิจการมีสินทรัพย หมุนเวียนเปน 0.81 เทาของหนี้สิน หมุนเวียน ในป 25x2 และในป 25x1 ซึ่งเทากับ 0.60 เทา แสดงใหเห็นวาความสามารถในการชําระหน้ีระยะส้ัน ของกจิ การดีข้ึน 2. อัตราสว นความสามารถในการใชสนิ ทรัพย (Activity Ratio) เปนอัตราสวนท่ีแสดงใหเห็นวากิจการสามารถใชสินทรัพยในงบดุลของกิจการในเรื่องตางๆ กอใหเกิดรายไดมากนอยเพียงใด หรืออาจกลาวไดวาเปนอัตราสวนที่แสดงใหเห็นถึงประสิทธิภาพการใช สินทรัพยของกิจการ อัตราสวนท่ีอยูในประเภทนี้จะเปนการเปรียบเทียบระหวางรายการในงบกําไรขาดทุนและ รายการในงบดุล การคํานวณรายการท่ีอยูในงบกําไรขาดทุนเปนรายการที่เกิดขึ้นระหวางป หากเปรียบเทียบกับ เสนจํานวนรายการท่ีเกิดข้ึนในงบดุลจะเปนรายการท่ีเกิดข้ึนเปนชวง แตเม่ือเปรียบเทียบกับรายการที่เกิดข้ึนใน งบดุลเปนรายการที่เกิดขึ้นเปนจุดของเวลา เพราะเน่ืองจากงบดุล เปน ณ วันที่ ดังน้ันรายการของทั้ง 2 งบ การเงินน้ีจึงไมสามารถท่ีจะเปรียบเทียบกันได หากตองการทําใหเปรียบเทียบกันได จะตองทําใหรายการในงบ ดลุ เปนคาเฉลีย่ ซ่ึงเปน การแปลงจดุ เวลาเปน ชว งนัน้ เอง งบแสดงฐานะการเงิน งบกําไรขาดทุน 2.1 อัตราการหมุนของลูกหน้ี (Receivable Turnover) เปนอัตราสวนที่แสดงใหเห็นวา กิจการสามารถใชล ูกหน้ี 1 หนวยของกิจการเปล่ียนเปนยอดขายเชอื่ ไดก ี่เทา หรือกลาวอีกนัยหน่ึงก็คือ อัตราสวน ที่แสดงใหเห็นถึงวา เงินทก่ี จิ การรบั จากลกู หนี้ 1 บาทกอใหเกิดยอดขายไดก ่ีบาทมสี ตู รการคํานวณดงั น้ี อตั ราการหมุนของลกู หนี้ (Receivable Turnover) = ขายเชอื่ (สุทธ)ิ = เทา ลูกหนี้การคา (ถัวเฉลยี่ ) หรอื 250,=010,5(00ล+02กู ,ห020น00ีก้0า,0ร0ค0า )ตนงข=วาดยเ6+ช.26อื่ ล7(ูกสหทุเทนธา)ิ้ีการคาปลายงวด ) 2= อัตราการหมุนของลกู หน้ี ป2 5x ( อัตราการหมุนของลกู หน้ี ป2 5x1 = 1,000,000 = 5 เทา 200,000 จากงบการเงินขางตน อัตราการหมุนของลูกหนี้ ของกิจการในป 25x2 เทากับ 6.67 ครั้ง สําหรับการคํานวณ อัตราการหมุนของลูกหน้ี ของป 25x1 เน่ืองจากไมมีคาลูกหน้ีการคาส้ินป 25x0 หรือลูกหน้ี การคาตนป 25x1 ดังนั้นจึงขอใชยอดสิ้นป 25x1 คํานวณ เพราะคิดวายอดตนปกับยอดส้ินปเทากันไม เปล่ียนแปลง ดังน้ันคา อัตราการหมุนของลูกหน้ีในป 25x1 ของกิจการเทากับ 5 ครั้ง ดังน้ันเมื่อเปรียบเทียบคาท่ี 348 3821302 หลักการบัญชเี บื้องตน (Fundamental Accounting Principles)

คํานวณไดในป 25x2 กับ 25x1 จะพบวา กิจการมีความสามารถในการใชลูกหนี้ไดดีขึ้น แตอยางไรก็ตามกิจการ อาจตอ งการทราบวาใชเ วลาก่ีวนั ท่จี ะสามารถเก็บหนไี้ ด ดังนน้ั กิจการควรคํานึงถงึ 2.2 ระยะเวลาในการเก็บหน้ี (Collection Period) ซ่ึงแสดงใหเห็นวาใน 1 ป กิจการใชเวลา เฉลีย่ ในการเก็บหนีจ้ ากการขาย 1 ครง้ั เปนจํานวนกวี่ ัน มีสตู รการคํานวณดังนี้ ระยะเวลาในการเกบ็ หนี้ (Collection Period) = Re 365 = วัน ceivableTurnover หรอื = 365 (ลกู หขนาี้กยาเรชคอื่ า((สถุทัวธเฉ)ิ ลย่ี )) 365 ระยะเวลาในการเกบ็ หนี้ ป 25x2 = 63.6657 = 54.72 วัน ระยะเวลาในการเก็บหนี้ ป 25x 1 = 5.00 = 73 วนั จากงบการเงินขางตน ระยะเวลาในการเก็บหนี้ ในป 25x2 เทากับ 54.72 วัน ป 25x1 เทากับ 73 วัน ซ่ึงหมายถึงกิจการใชเวลาเฉล่ียประมาณ 54.72 วัน และ 73 วัน ในป 25x2 และป 25x1 ตามลําดับในการเก็บหน้ีจากการขาย 1 คร้ัง แสดงใหเห็นวากิจการมีการบริหารลูกหน้ีที่ดีขึ้น แตอยางไรก็ตาม กิจการควรเปรียบเทียบอัตราการหมุนของลูกหน้ีและระยะเวลาเก็บหน้ีของกิจการท่ีคํานวณไดกับคาเฉลี่ยของ กิจการ และระยะเวลาในการใหเครดิตกับ ลูกหน้ีของกิจการ ถึงแมวาคาท่ีคํานวณไดมีคานอยกวาคาเฉลี่ยของ อุตสาหกรรมและดีกวาปกอน แตหากเปนคาท่ีสูงกวาเครดิตเทอมท่ีใหกับลูกคา การจัดเก็บหน้ีของกิจการยังอยู ในเกณฑท่ีตองปรับปรุง หรือหากพิจารณาแลววาเครดิตเทอมท่ีใหกับลูกคามีระยะเวลาส้ันเกินไป อาจมีการ ปรับเปล่ยี นระยะเวลาในการใหเครดิตใหยาวนานขน้ึ ได 2.3 อตั ราหมุนของสินคา (Inventory Turnover) เปนอตั ราสว นทีแ่ สดงจํานวนครั้งที่กิจการ สามารถขายสินคาคงเหลือออกไปได ซ่ึงเปนการแสดงใหเห็นถึงประสิทธิภาพการใชตนทุนสินคา มีสูตรการ คาํ นวณดังน้ี อัตราหมนุ ของสินคา(Inventory Turnover) = ตน ทนุ ขาย = ครัง้ สนิ คา คงเหลอื (ถวั เฉลีย่ ) หรือ = ตนทนุ ขาย (สินคาคงเหลอื ตนงวด + สนิ คา คงเหลอื ปลายงวด ) 2 750,000 อตั ราหมุนของสนิ คา ป2 5x2= (550,000 + 700,000)/2 = 1.20 คร้งั อัตราหมนุ ของสนิ คา ป25x1 = 600,000 = 0.86 คร้ัง 700,000 349 3821302 หลักการบัญชีเบือ้ งตน (Fundamental Accounting Principles)

สาเหตุที่เปรียบเทียบกับสินคาคงเหลือกับตนทุนขายเปนเพราะสินคา คงเหลือในทาง บัญชีน้ันไมเก่ียวของกับบัญชีขาย แตการลงบัญชีบัญชีสินคาคงเหลือจะเก่ียวของกับบัญชีตนทุนขายมากกวา เพ่ือที่การแปลความหมายจะไดใจความมากกวา ดังนั้น จาก งบการเงินขางตน เราสามารถคํานวณ อัตรา หมุนเร็วของสินคา ไดเทากับ 1.2 ครั้ง และ 0.86 ครั้ง ในป 25x2 และ 25x1 ตามลําดับ ซ่ึงความหมายก็คือ กจิ การสามารถผลติ สินคา ขายไดบอยคร้ังมากข้ึนเม่ือเปรียบเทียบกันระหวาง 2 ป แตอยางไรก็ตาม กิจการก็อาจ ทราบวา ใน 1 ปกจิ การใชเวลาเฉล่ยี ในการขายสนิ คา แตล ะคร้ังกว่ี ัน โดยการคํานวณ 2.4 ระยะเวลาเฉลี่ยในการขายสินคา (Average Days of Sales) ซ่ึงเปนอัตราสวนที่ แสดงใหเห็นวาเม่ือกิจการผลิตสินคาเสร็จสิ้นแลว หรือกิจการซ้ือสินคามาจากผูขายแลวพรอมที่จะขายกิจการจะ ใชเวลาเฉลี่ยในการขายสนิ คา ทีผ่ ลติ เสร็จหรือท่ีซือ้ มาในแตล ะครั้งก่ีวนั มสี ูตรการคาํ นวณดงั นี้ ระยะเวลาเฉลี่ยในการขายสินคา (Average Days of Sales) = 365 = วัน InventoryTurnover หรือ = 365 สินคาคงเหลอื (ถวั เฉล่ีย) หรอื = 365 ตน ทนุ ขาย สินคา คงเหลือ(ถวั เฉลีย่ ) หรอื = 365xสสินคา คงหลือ(ถัวเฉลีย่ ) ตนทุนขาย 365 ระยะเวลาเฉล่ยี ในการขายสินคา ป 25x2 = 1.20 = 304.17 วนั ระยะเวลาเฉล่ียในการขายสนิ คา 25x1 = 365 = 424.42 วนั 0.86 จากงบการเงินขางตนพบวา ระยะเวลาเฉลี่ยในการขายสินคา เทากับ 304.17 และ 424.4 วันในป 25x2 และ 25x1 ตามลําดับ ซึ่งแสดงใหเห็นวากิจการขายสินคาไดชามากถึงแมวาในปจจุบันจะ เร็วกวา ปท ่ีแลวก็ตาม (ระยะเวลาในการขายสินคาแตละคร้ังใชเวลาประมาณ 1 ปถึง 1 ปเศษ) กิจการจึงควรท่ีจะ เรง ระบายสินคา ออกใหมากกวานี้ โดยอาจขยายระยะเวลาในการใหส ินเช่ือกับลกู หน้ี เปน ตน 2.5 อัตราหมุนของสินทรัพยถาวร (Fixed Asset Turnover) เปนอัตราสวนท่ีใชวัด ความสัมพนั ธระหวา งยอดขายกับการลงทนุ ในสินทรพั ยถาวร ซึ่งแสดงใหเห็นถึงความสามารถในการใชสินทรัพย ถาวร 1 บาทของกิจการเพื่อกอใหเ กิดยอดขายเปนจํานวนเทา ใด มสี ตู รการคํานวณ ดังน้ี อตั ราหมุนของสนิ ทรพั ยถ าวร (Fixed Asset Turnover) = ขายเชอ่ื (สุทธ)ิ สินทรัพยถาวรรวม(ถัวเฉลยี่ ) หรอื = ขายเชอ่ื สทุ ธิ ( สนิ ทรัพยถ าวรตน งวด + สนิ ทรพั ยถาวรปลายงวด ) 2 350 3821302 หลักการบัญชีเบอ้ื งตน (Fundamental Accounting Principles)

อัตราหมนุ ของสินทรัพยถ าวร ป 25x2 = 1,500,000 = 0.33 บาท 4,500,000 4,550,000 ) ( + 2 1,000,000 อัตราหมุนของสินทรัพยถาวร ป 25x1 = 4,550,000 = 0.22 บาท จากงบการเงินขางตน อัตราหมุนของสินทรัพยถาวร เทากับ 0.33 และ 0.22 บาทในป 25x2 และ 25x1 ตามลําดับ แสดงใหเห็นวากิจการมีการใชสินทรัพยถาวรกอใหเกิดยอดขายไดดีขึ้น กลาวคือ เมื่อ เปรียบเทียบกับปกอนกิจการสามารถใชสินทรัพยถาวร 1 บาทเพ่ือทําใหเกิดยอดขายไดเพ่ิมขึ้นจาก 0.22 บาท เปน 0.33 บาทแสดงวามีการใชส นิ ทรพั ยถ าวรไดดีข้นึ 2.6 อัตราหมุนของสินทรัพยรวม (Total Asset Turnover) เปนอัตราสวนที่แสดงใหเห็น ถงึ ภาพรวมการใชส ินทรัพยข องกจิ การในการกอ ใหเกิดยอดขายมีสูตรการคาํ นวณดงั น้ี อตั ราหมุนของสินทรพั ยรวม (Total Asset Turnover) = ขายเชอ่ื (สทุ ธ)ิ สนิ ทรัพยร วม(เฉลย่ี ) หรอื = ขายเชอ่ื สทุ ธิ (สินทรัพยต นงวด +2สินทรพั ยปลายงวด) 1,500,000 อตั ราหมุนของสินทรพั ยร วม ป25x2 = 5,665,000 5,777,000 ) = 0.26 บาท ( + 2 1,000,000 อตั ราหมุนของสินทรพั ยรวม ป25x1 = 5,777,000 = 0.17 บาท จากงบการเงินขางตน สามารถคํานวณ อัตราสวนของสินทรัพยรวม ของกิจการไดในป 25x2 เทากับ 0.26 บาทและในป 25x1 เทากับ 0.17 บาท ซึ่งแสดงใหเห็นวากิจการสามารถใชสินทรัพยทั้งหมด ของกิจการเพื่อทําใหเกิดยอดขายไดดีข้ึน กลาวคือ กิจการใชสินทรัพยท้ังหมดของกิจการ 1 บาททําใหเกิด ยอดขายได 0.26 บาท เพิม่ ข้ึนจากเดมิ ท่ีทาํ ใหเ กิดยอดขายไดเ พยี ง 0.17 บาท 3. อตั ราสว นความสามารถในการกอหน้ี (Leverage Ratio) อัตราสวนประเภทน้ีแสดงใหเห็นถึงภาพรวมของความสามารถในการชําระหนี้สินและภาระ ผูกพันของกิจการ และแสดงใหเหน็ ถงึ ศกั ยภาพในการกอหนี้ของกิจการในอนาคตได 3.1 อัตราสวนแหงหนี้ (Debt Ratio) เปนอัตราสวนที่แสดงใหเห็นถึงภาระหน้ีสินที่มีอยูใน ภาพรวมของกิจการ อตั ราสว นประเภทนี้ ไดแ ก 3.1.1 อตั ราสวนหนีส้ นิ ตอ สว นของผถู ือหุน (Debt to Equity Ratio) เปนอัตราสวนที่ แสดงใหเ ห็นวาสวนของผถู อื หนุ ของกิจการแตละบาทมีหน้ีสินอยูก่ีบาท หรือความสามารถในการชําระหน้ีสินของ ผูถือหนุ ของกิจการ มีสตู รการคํานวณดังนี้ อตั ราสว นแหง หนี้ (Debt to Equity Ratio) = หนส้ี ินรวม สว นของผถู ือหุนรวม 351 3821302 หลกั การบญั ชเี บอ้ื งตน (Fundamental Accounting Principles)

อัตราสวนแหง หน้ี ป 25x2 = 2,125,000 = 0.60 เทา อตั ราสวนแหงหนี้ ป 25x1 3,540,000 = 0.57 เทา = 2,088,500 3,688,500 จากงบการเงินขางตน ในป 25x2 กิจการมีอัตราสวน หน้ีสินตอสวนของ ผูถือหุน เทากับ 0.60 เทา และในป 25x1 เทากับ 0.57 เทา แสดงใหเห็นวากิจการมีสวนของผูถือหุนเพียงพอที่จะชําระ หนี้สินไดอีกในอนาคต กลาวอีกนัยหนึ่งก็คือในป 25x2 สวนของผูถือหุนของกิจการ 1 บาท มีภาระหน้ีสินที่ตอง ชาํ ระอยูเ พียง 0.60 บาท ซ่งึ สว นของผูถอื หุนยงั เพียงพอตอ การชาํ ระหนี้ แตหนี้สินของผูถือหุนมากข้ึนกวาป 25x1 เลก็ นอ ย ซึง่ ป 25x1 สวนของผถู อื หุน 1 บาท มีภาระหน้ีสินเพียง 0.57 บาท 3.1.2 อัตราสวนหนี้สินตอสินทรัพยรวม (Debt to Asset Ratio) อัตราสวนนี้เปน อัตราสวนที่ช้ีใหเห็นวากิจการมีสินทรัพยเพียงพอตอการชําระหน้ีหรือไม หรือกลาวอีกนัยหนึ่งก็คือกิจการใช สนิ ทรัพย 1 บาทของกิจการกอ หนี้สินไดม ากนอยเพียงใด มสี ตู รการคาํ นวณดงั น้ี อตั ราสวนหน้สี นิ ตอ สินทรพั ยร วม = หนี้สินรวม = เทา สินทรัพยร วม อัตราสว นหนี้สนิ ตอ สนิ ทรัพยรวม ป 25x2 = 2,125,000 = 0.38 เทา 5,665,000 อตั ราสวนหนีส้ ินตอสนิ ทรัพยร วม ป 25x1 = 2,088,500 = 0.36 เทา 5,777,000 จากการคํานวณ อัตราสวนหน้ีสินตอสินทรัพยรวม ของกิจการในป 25x2 เทากับ 0.38 และในป 25x1 เทากับ 0.36 เทา ซ่ึงใกลเคียงกัน แสดงใหเห็นวากิจการไมไดใชสินทรัพยของกิจการไปกอหน้ี เพ่ิมข้ึน กลาวคือ สินทรัพยของกิจการ 1 บาท ในปกอนมีหน้ีสินอยู 0.36 บาทซ่ึงในปจจุบันก็มีหนี้สินอยู 0.38 บาท ซ่งึ อยใู นเกณฑใ กลเ คียงกนั 3.2 อัตราสวนความสามารถในการชําระดอกเบี้ย (Times Interest Earned) เปน อัตราสวนท่ีแสดงใหเห็นวากําไรจากการดําเนินงานกอนดอกเบ้ียของกิจการเพียงพอที่จะชําระดอกเบ้ียจาย หรือไม และแสดงใหเห็นถึงความสามารถในการชําระดอกเบี้ยจายของกิจการในอนาคตไดหากกิจการมีการกอ หน้ีเพ่ิมข้ึน มสี ูตรการคํานวณดังน้ี อตั ราสว นความสามารถในการชําระดอกเบ้ยี = กาํ ไรกอ นดอกเบ้ยี จาย = เทา ดอกเบี้ยจาย อัตราสว นความสามารถในการชาํ ระดอกเบย้ี ป 25x2 = 400,000 = 2.00 เทา 200,000 อัตราสวนความสามารถในการชําระดอกเบ้ียป 25x1 = 200,000 = 1.11 เทา 180,000 352 3821302 หลักการบัญชีเบอ้ื งตน (Fundamental Accounting Principles)

จากงบการเงินขางตน อัตราสวนความสามารถในการชําระดอกเบี้ย ในป 25x2 เทากับ 2.0 เทา และในป 25x1 เทากับ 1.11 เทา ซ่ึงหมายถึงกิจการมีดอกเบี้ยจายในอัตราที่ลดลงเม่ือเทียบกับ ความสามารถในการทํากาํ ไรของกจิ การ ดังน้ันกิจการจึงอาจทําการกูยืมเพิ่มขึ้นได หรือมีกําไรเหลือเพียงพอท่ีจะ ดําเนินการอื่นใดในอนาคตได 3.3 อัตราสวนความสามารถในการจายเงินปนผล (Dividend Coverage Ratio) อัตราสวนนี้มีความหมายในแงของความเพียงพอของกําไรท่ีจะนํามาใชจายเงินปนผล หลังจากท่ีไดชําระ ดอกเบ้ยี จา ยแลว มีสูตรการคาํ นวณดังนี้ อัตราสวนความสามารถในการจา ยเงนิ ปน ผล = กาํ ไรสุทธิ = เทา เงินปน ผล อัตราสว นความสามารถในการจา ยเงนิ ปน ผล ป 25x2 = 140,000 = 1.40 เทา 100,000 อตั ราสวนความสามารถในการจายเงนิ ปน ผล ป 25x1 = 14,000 = ไมมีขอ มลู เทา 0 สมมติวาในป 25x2 กิจการประกาศจายเงินปนผลในอัตราหุนละ 1.0 บาท คิดเปนเงินปน ผลจายทั้งสิ้น 100,000 บาท และในป 25x1 กิจการไมจายเงินปนผล ดังน้ัน อัตราสวนความสามารถในการ จายเงินปนผล ในป 25x2 เทากับ 140,000/100,000 = 1.40 เทา ซ่ึงหมายถึงกิจการสามารถทํากําไรไดเพียงพอ ตอการจา ยเงินปน ผล หรอื กิจการยงั มกี ําไรเหลือเปน 1.40 เทาของเงินปนผลที่กิจการมีภาระที่จะตองจายใหกับผู ถอื หุน 4. อัตราสวนความสามารถในการทํากาํ ไร (Profitability Ratio) เปนอัตราสวนท่ีแสดงใหเห็นถึงความสามารถในการใชรายการตางๆ ในงบดุลเพ่ือกอใหเกิด กําไร หรือความสามารถในการสรางกําไรของกิจการเมอ่ื เทยี บกบั ยอดขาย 4.1 อตั ราสว นการทํากาํ ไรเมอ่ื เทยี บกับยอดขาย (Profit Margin Ratio) เปนอัตราสวนที่ แสดงใหเห็นถึงการเปรยี บเทียบประสทิ ธิภาพในการทาํ กําไรของกิจการเมอ่ื เทียบกับยอดขาย 4.1.1 อัตรากําไรข้ันตนตอยอดขาย (Gross Profit Margin) เปนอัตราสวนท่ีแสดงให เห็นวายอดขาย 1 บาทกิจการมีความสามารถที่จะหากําไรข้ันตนไดมากนอยเพียงใด หรือกิจการมีประสิทธิภาพ ในการบรหิ ารตน ทุนขายของกจิ การไดม ากนอ ยเพียงใด มสี ตู รการคํานวณดงั นี้ อตั รากาํ ไรข้นั ตน ตอยอดขาย = กําไรขน้ั ตน ขาย อัตรากําไรขั้นตนตอยอดขาย ป25x2 = 750,000 = 50.00 % 1,500,000 อตั รากาํ ไรข้นั ตนตอ ยอดขาย ป25x1 = 4,000,000 = 40.00 % 1,000,000 353 3821302 หลกั การบญั ชเี บ้ืองตน (Fundamental Accounting Principles)

จากงบการเงินขางตน ในป 25x2 กิจการมี กําไรขั้นตนตอยอดขาย เทากับ 50% และใน ป 25x1 กิจการมี กําไรขั้นตนตอยอดขายเทากับ 40% แสดงใหเห็นวากิจการมีอัตราสวนของตนทุนขายที่ลด ตาํ่ ลงทําใหมีกําไรจากการขายสนิ คา กําไรจากการดาํ เนินงานตอยอดขาย (Operating Profit Margin) เปน อตั ราสว นทม่ี ี หลกั การคาํ นวณเชนเดียวกันกับ กาํ ไรขั้นตน ตอยอดขาย แตก ารอธิบายความหมายแตกตางกนั กลา วคือ อตั ราสวนนบี้ งบอกใหเ หน็ วากิจการสามารถสรางกําไรที่ไดห ลังจากหักคาใชจา ยในการขายและบริหารแตกอน หกั ดอกเบ้ียจา ยและภาษีจากการขายไดม ากนอยเพยี งใดมีสูตรการคาํ นวณดังน้ี ออตั ัตรารากกําําไรไจรจาากกกกาารดรดําาํเนเนินินงงาานนตตออยยออดดขขาายย=ป25กxาํ2ไร=จาก1ก,4ข5า0า0ร0ย0ด,,าํ00เ0น00นิ0งาน= 26.67 % อัตรากําไรจากการดําเนินงานตอยอดขาย ป2 5x1 = 200,000 = 20.00 % 1,000,000 ในป 25x2 กิจการมี กําไรจากการดําเนินงานตอยอดขาย เทากับ 26.67% และในป 25x1 เทากับ 20% น่ีแสดงใหเห็นวาในยอดขาย 100 บาทของกิจการ กิจการสามารถสรางกําไรหลังจากหัก คาใชจายตางๆ แลวโดยไมรวมถึงคาใชจายที่เกิดจากกิจกรรมทางการเงินเทากับ 26.67 บาท ซึ่งเพิ่มข้ึนจากป กอ น 4.1.3 อัตรากําไรสุทธิตอยอดขาย (Net Profit Margin) เปนอัตราสวนท่ีแสดงใหเห็นวา กิจการสามารถทํากําไรหลังจากหักคาใชจายท้ังหมดแลวจากยอดขายไดมากนอยเพียงใด มีสูตรการคํานวณ ดงั น้ี อัตรากาํ ไรสทุ ธิตอยอดขาย = กําไรสทุ ธิ ขาย อัตรากาํ ไรสุทธติ อยอดขายป 25x2 = 140,000 = 9.33 % 1,500,000 อัตรากาํ ไรสทุ ธติ อยอดขายป25x1 = 140,000 = 1.40 % 1,000,000 ในป 25x2 กิจการมี กําไรสุทธิตอยอดขาย เทากับ 9.33% และในป 25x1 เทากับ 1.40% ซ่ึงปจจุบันกิจการมีความสามารถในการทํากําไรไดเพิ่มข้ึนเปนอยางมากเมื่อเทียบกับยอดขาย กลาวคือ ในปจจุบันกิจการสามารถทํากําไรหลังจากหักคาใชจายทั้งหมดแลวได 9.33 บาทจากยอดขายจํานวน 100 บาท เพิม่ ขึ้นจากปกอนที่สามารถทาํ ไดเพียง 1.40 บาทจากยอดขาย 100 บาท 4.2 อัตราสวนผลตอบแทนตอสวนของผูถือหุน (Return on Equity หรือ ROE) เปน อัตราสวนที่แสดงใหเห็นวากิจการสามารถใชสวนของผูถือหุนเพ่ือสรางใหเกิดกําไรแกกิจการไดมากนอยเพียงใด หรือกลา วอีกนยั หนงึ่ กค็ อื ผูถอื หุนสามารถท่จี ะไดรบั ผลตอบแทนไดมากนอ ยเพยี งใด มีสูตรการคาํ นวณดงั นี้ 354 3821302 หลักการบัญชเี บือ้ งตน (Fundamental Accounting Principles)

อตั ราสว นผลตอบแทนตอ สวนของผูถอื หนุ (ROE) = กําไรสุทธิ สว นของผถู อื หนุ (ถัวเฉลี่ย) 140,000 อตั ราสวนผลตอบแทนตอสว นของผูถอื หนุ ป 25x2 = ( 3,540,000 3,688,500 = 9.33 % + ) 2 140,000 อตั ราสวนผลตอบแทนตอ สว นของผถู อื หนุ ป2 5x1 = 3,688,500 = 1.40 % ในป 25x2 กิจการมี อัตราสวนผลตอบแทนตอสวนของผูถือหุน เทากับ 3.87% และในป 25x1 กิจการมี อัตราสวนผลตอบแทนตอสวนของผูถือหุน เทากับ 0.38% ซึ่งแสดงใหเห็นวาในป 25x2 ผูถือหุน ของกิจการจะไดรบั ผลตอบแทนมากข้นึ จากป 25x1 4.3 อัตราสวนผลตอบแทนตอสินทรัพยรวม (Return on Assets หรือ ROA) เปน อัตราสวนท่ีแสดงใหเห็นวากิจการสามารถใชสินทรัพยของกิจการเพ่ือทําใหเกิดกําไรไดมากนอยเพียงใด มีสูตร การคาํ นวณดังน้ี อตั ราสว นผลตอบแทนตอสนิ ทรัพยรวม(ROA) = กําไรสุทธิ สนิ ทรัพยร วม(ถัวเฉลีย่ ) อัตราสวนผลตอบแทนตอสินทรัพยรวม ป25x2 = 140,000 = 2.45 % (5,665,000 + 5,777,000)/2 อัตราสวนผลตอบแทนตอ สนิ ทรัพยร วม ป25x1 = 140,000 = 0.24 % 5,777,000 จากการคํานวณ พบวาในป 25x2 กิจการมี อัตราสวนผลตอบแทนตอสินทรัพยรวม = เทากับ 2.45% และป 25x1 กิจการมี อัตราสวนผลตอบแทนตอสินทรัพยรวม เทากับ 0.24% แสดงใหเห็นวา กิจการสามารถใชสินทรัพยท้ังหมดของกิจการทําใหเกิดกําไรไดในอัตราที่สูงขึ้น กลาวคือในป 25x2 กิจการ สามารถสรางกําไรจากสินทรัพย 100 บาทได 2.45 บาท เพิ่มข้ึนจากป 25x1 ท่ีสามารถสรางกําไรไดจาก สินทรัพย 100 บาทไดเพียง 0.24 บาท อยางไรก็ตามบางคร้ังเราอาจเรียก อัตราสวนผลตอบแทนตอสินทรัพย รวม วาเปนอัตราสวนผลตอบแทนจากการลงทุน หรือ Return On Investment (ROI) ซึ่ง อัตราสวนผลตอบแทน ตอ สินทรัพยร วม อาจคาํ นวณไดดังนี้ ROA = Net Profit Margin x Total Asset Turnover หรือ กาํ ไรสทุ ธิ = กาํ ไรสทุ ธิ x ขายเช่อื (สุทธ)ิ สินทรพั ยรวม(ถวั เฉลี่ย) ขาย สินทรพั ยรวม(เฉลี่ย) ดังนน้ั การปรับปรงุ อัตราสวนผลตอบแทนตอ สินทรัพยรวม หรือปรับปรุงประสิทธิภาพใน การใชสินทรัพยของกิจการเพื่อกอใหเกิดกําไร อาจทําไดจากการเพิ่ม กําไรสุทธิตอยอดขาย หรือ อัตราสวนของ สินทรัพยรวม อยา งใดอยา งหน่งึ หรอื ทง้ั สองอยางพรอมๆ กนั นอกจากน้ี กิจการอาจคํานึงถึงอัตราสวนอีกประเภทหน่ึงท่ีชวยใหเห็นถึงนโยบายทาง การเงนิ ของกิจการ ซง่ึ อัตราสว นดังกลา วมีดังนี้ 355 3821302 หลกั การบญั ชีเบือ้ งตน (Fundamental Accounting Principles)

1. กําไรตอ หุน (Earning Per Share) มีสตู รคํานวณดงั น้ี กําไรตอหนุ (Earning Per Share) = กาํ ไรสุทธิ จํานวนหนุ สามัญทอี่ อกจําหนาย กาํ ไรตอ หนุ ในป 25x1 จะเทากับ 14,000/100,000 = 0.14 บาทตอหุน กําไรตอ หนุ ในป 25x2 จะเทา กบั 140,000/100,000 = 1.40 บาทตอหุน จากผลการคํานวณขางตนอธิบายไดวา 1 หุนของกิจการมีกําไรสุทธิปนอยูเทากับ 0.14 บาท ในป 25x1 และ 1.40 บาทในป 25x2 หรืออาจกลาวไดวากิจการสามารถทํากําไรไดเทากับ 0.14 บาทตอ 1 หุน สามญั ในป 25x1 และ 1.40 บาทในป 25x2 2. ราคาตามบัญชตี อ หุน (Book Value Per Share) มีสตู รการคาํ นวณดังนี้ ราคาตามบญั ชตี อหนุ (Book Value Per Share) = หุน สามญั + สว นเกินมูลคาหุนสามัญ + กําไรสะสม จาํ นวนหนุ ทอ่ี อกจาํ หนา ย ราคาตามบัญชีตอหนุ ป2 5x2 = 1,000,000 + 200,000 + 2,340,000 = 35.40 บาท 100,000 ราคาตามบัญชตี อ หุน ป25x1 = 1,000,000 + 200,000 + 2,488,500 = 36.89 บาท 100,000 จากการคํานวณขางตนจะเทากับ 3,540,000/100,000 = 35.40 บาทตอหุนในป 25x2 และ เทากับ 36.89 บาทตอหุนในป 25x1 ซ่ึงหมายความวากิจการหลังจากท่ีหักภาระหน้ีสินออกท้ังสิ้นแลวสามารถ คืนใหแกผูถือหุนสามัญไดหุนละ 35.40 บาทในป 25x2 และ 36.89 ในป 25x1 ซ่ึงสูงกวาราคาตามมูลคาหุน 10 บาท 3. อัตราสวนราคาตลาดตอกําไร (Price-to-Earnings Ratio หรือ P/E Ratio) มีสูตรการ คํานวณดังน้ี P/E Ratio = ราคาตลาดตอหนุ กําไรสุทธติ อ หุน อตั ราสว นราคาตลาดตอ กาํ ไร ป25x2 = 300 = 21.43 เทา 1.40 25 อัตราสวนราคาตลาดตอกาํ ไร ป25x1 = 0.14 = 178.57 เทา จากการคํานวณขางตน สมมติวาราคาตลาดของหุนบริษัท กขค. จํากัดในปจจุบันในป 25x2 เทากับ 30.00 บาท และในป 25x1 ทากับ 25.00 บาท ดังนั้นคา อัตราสวนราคาตลาดตอกําไร ในป 25x2 จะ เทากับ 21.43 เทา และในป 25x1 เทากับ 178.57 เทา กลาวคือ มูลคาของหุนของกิจการในตลาดในป 25x2 มี ความเสี่ยงนอยกวาในป 25x1 เน่ืองจากราคาตลาดของหุนสามัญในป 25x2 คิดเปน 21.43 เทาของกําไรตอหุน ของกิจการ แตในป 25x1 ราคาตลาดของหุนคิดเปน 178.57 เทาของกําไรตอหุนของกิจการ ซ่ึงคอนขางสูงกวา มาก 356 3821302 หลกั การบญั ชเี บอื้ งตน (Fundamental Accounting Principles)

อน่ึง ในการวิเคราะหอ ตั ราสว นทางการเงินทุกประเภท หลังจากท่ีเปรียบเทียบคาที่คํานวณได ระหวางปปจจุบันกับปกอนแลว ยังจําเปนตองเปรียบเทียบกับคามาตรฐานของอุตสาหกรรมท่ีมีธุรกิจและขนาด ใกลเคียงกับกิจการดวย จึงจะทําใหเห็นภาพท่ีแทจริง ซ่ึงบางคร้ัง หากเปรียบเทียบคาที่คํานวณไดภายในกิจการ เองอาจเห็นวาความสามารถในการชําระหน้ีระยะสั้นของกิจการดีข้ึน แตหากคาเฉล่ียของอุตสาหกรรมที่ธุรกิจ ดาํ เนินอยูนั้นมีคา สูงกวาคาทคี่ ํานวณไดม ากๆ กิจการอาจไมสามารถแขงขันกับคแู ขงขันได นอกจากนี้ กิจการยังตองคํานึงถึงขอมูลอ่ืนที่ไมไดบันทึกอยูในรูปของตัวเลข หรือปจจัยเชิง คุณภาพรวมดวย เชน ผูวิเคราะหควรคํานึงถึงหน้ีสินอันอาจเกิดข้ึน หรือศักยภาพในการเติบโตของกิจการใน อนาคตรวมดวย เปนตน ดังน้ัน อัตราสวนจึงเปนเพียงเคร่ืองมือชนิดหน่ึงท่ีชวยในการวิเคราะหเทานั้น เราจึง จําเปนตองอาศัยเคร่ืองมือทางการเงินอ่ืนรวมดวย เชน การวิเคราะหแนวโนม งบประมาณเงินสด งบกระแสเงิน สด งบกระแสเงนิ ทุนหมนุ เวียน เปน ตน จึงจะสามารถตดั สนิ ใจไดอยางถกู ตอ งย่ิงขน้ึ สรุป การวิเคราะหงบการเงิน เปนการคนหาขอเท็จจริงเก่ียวกับฐานะและผลการดําเนินงานของกิจการ โดยนําผลที่ไดมาประกอบการวางแผนควบคุมและตัดสินใจในเรื่องนั้นๆ โดยการวิเคราะหงบการเงินจะมีเทคนิค และวิธีการวเิ คราะหไ ดห ลายวิธี แตวิธีท่ีนยิ มใชม อี ยู 3 วิธดี ังนคี้ อื การวิเคราะหอัตรารอยละตอยอดรวม หรือการวิเคราะหแนวตั้งเปนการเปรียบเทียบตัวเลขในงบ การเงินตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งกับยอมรวมหรือยอดใดๆ ในแนวด่ิงใหอยูในลักษณะเปนอัตราสวนหรือรอยละ โดย จะตอ งเปรียบเทยี บขอ มลู ในปเ ดยี วกัน การวิเคราะหแนวโนมหรือการวิเคราะหแนวนอน เปนการเปรียบเทียบงบการเงินของกิจการ ดําเนินงานในสภาวะเศรษฐกิจท่ีสมบูรณแบบท่ีสุด เปนปฐาน และใช งบการเงินปที่ตองการวิเคราะห เปรียบเทยี บกับปฐ าน การวิเคราะหโดยใชอัตราสวนทางการเงิน เปนการแสดงความสัมพันธระหวาง ขอมูลตัวเลข 2 รายการจากงบดลุ และงบกาํ ไรขาดทุน โดยการเปรยี บเทียบขอ มลู ในปป จจบุ นั กับปทผ่ี านมา 357 3821302 หลักการบัญชีเบ้อื งตน (Fundamental Accounting Principles)

แบบฝก หัด 1. การวิเคราะหงบการเงินหมายถึงอะไร จงอธิบายพอสังเขป 2. การวิเคราะหง บการเงินสามารถทําการวเิ คราะหไดก ี่วธิ อี ะไรบาง จงอธิบายโดยละเอยี ด 3. งบการเงินท่จี ดั ทาํ ขึน้ มีประโยชนต อ ผูใ ดบา ง จงอธบิ ายพรอมยกตวั อยาง 4. ถา จะดูสภาพคลองของกจิ การตอ งใชอ ัตราสวนทางการเงินอะไรบา งจงอธิบาย 5. การวเิ คราะหอ ตั ราสว นทางการเงนิ มีประโยชนตอ ใครบา ง จงอธิบายพรอมยกตัวอยา ง 6. ขอ จํากัดของการวเิ คราะหโดยใชอตั ราสว นทางการเงิน มีอะไรบาง จงอธิบาย 7. อัตราสว นทางการเงนิ ประเภทใดบางทเ่ี จาหนี้ระยะสั้นและฝายบริหารของกิจการจําเปนจะตอง นาํ ไปใชในการวิเคราะหเพ่อื ประโยชนในการตัดสนิ ใจ 8. ตอ ไปนี้งบดุลโดยสรุปของบริษัทดสุ ติ พัฒนา จํากัด ในป 25x7 สินทรพั ย หนสี้ ินและสวนของผูถ อื หุน เงนิ สด 300,000 หน้ีสินหมนุ เวียน 750,000 ลูกหนี้ 600,000 หนี้สินระยะยาว 1,500,000 สนิ คาคงเหลือ 1,350,000 ทนุ เรือนหนุ (หุน ละ 100 บาท) 3,000,000 คา ใชจายลวงหนา 450,000 กําไรสะสม 750,000 ท่ดี ิน อาคารและอุปกรณ (สทุ ธิ) 3,000,000 สนิ ทรัพยอน่ื 300,000 รวมสินทรัพย 6,000,000 6,000,000 ขอ มลู เพ่ิมเติมมีดงั ตอ ไปน้ีในวันตนงวดบญั ชมี ีลูกหนีค้ งเหลอื จํานวน 500,000 บาท สินคา คงเหลือ จาํ นวน 900,000 บาท ในวนั ส้ินงวดบัญชกี จิ การมีกําไรขน้ั ตน 4,800,000 บาท และยอดขาย 12,000,000 บาท ใหทํา คํานวณหาอัตราสวนทางการเงินดงั ตอไปนี้ 1. อตั ราทุนหมนุ เวียน (Current Ratio) 2. อัตราทนุ หมุนเวียนอยางถึงแกน (Quick Ratio) 3. การหมุนเวียนของสินทรพั ยทัง้ หมด (Total Assets Turnover) 4. อัตราสว นของผูถือหุน (Equity Ratio) 5. การหมุนเวยี นของลูกหน้ี (Accounts Receivable Turnover) 6. การหมุนเวียนของสินคาคงเหลือ (Inventory Turnover) 7. มลู คาตามบัญชีตอ หุน (Book Value Per Share) 8. ผลตอบแทนตอ สนิ ทรัพยร วม (Return on Total Asset) ใหคาใชจ ายในการดําเนินงาน เปนจํานวนเงิน 3,200,000 บาท 9. กําไรตอหนุ (Earning Per Share) 358 3821302 หลกั การบัญชเี บอื้ งตน (Fundamental Accounting Principles)

9. ตอ ไปนีเ้ ปน ขอมลู บางรายการในงบการเงินของบริษทั รุงทวี จํากัด และบรษิ ัทรงุ ตะวัน จํากัด ณ วนั ส้นิ งวดบญั ชีป 25x7 บ.รุงทวี จาํ กดั บ. รุงตะวัน จํากัด ขายเชื่อสทุ ธิ 4,800,000 5,950,000 ตนทนุ สินคา ขาย 4,200,000 4,125,000 เงนิ สด 120,000 350,000 ลกู หนี้สทุ ธิ 600,000 700,000 สนิ คา คงเหลือ 1,680,000 8250,000 หนส้ี ินหมุนเวียน 800,000 750,000 สมมติใหยอดลูกหนีส้ ุทธิและสินคาคงเหลือมยี อดถวั เฉลี่ยเทากับวนั สนิ้ ป ใหท าํ : 1. คาํ นวณหาทุนทําการหรือทุนดาํ เนินงาน (Working Capital) 2. คํานวณหาอตั ราทุนหมุนเวียนอยางถงึ แกน 3. คาํ นวณอตั ราการหมุนเวียนของสนิ คาคงเหลอื และระยะเวลาการขายสนิ คาเฉลย่ี 4. คาํ นวณอตั ราการหมนุ เวียนของลกู หนี้ และระยะเวลาเก็บหน้ีเฉลย่ี 5. คํานวณหาระยะเวลาดาํ เนินงานการขายสนิ คาทีจ่ ะไดร บั เปนเงินสด 6. สมมตวิ าทานเปนผูใหส ินเชื่อระยะส้ัน ทานจะอนุมตั ิสินเชื่อใหบ รษิ ัทใดในสองบริษัทน้ี 10. ตอไปนีเ้ ปนงบการเงินของบริษทั ศรีสยาม จํากดั สําหรับป 25x7 และ 25x6 เงนิ สด 25x7 25x6 ลูกหน้ี (สุทธิ) สินคา คงเหลือ 100,000 55,000 เงนิ ลงทนุ ระยะยาว 200,000 180,000 อปุ กรณ (สุทธิ) 540,000 400,000 รวมสนิ ทรัพย 250,000 300,000 เจาหนี้ 1,300,000 1,348,000 ภาษคี า งจา ยและคาใชจ า ยคา งจาย 2,390,000 2,283,000 หุนกู 8 % 300,000 280,000 สวนลํ้ามูลคาหุนกู 98,000 800,000 หุนสามัญ มูลคาหนุ ละ 15 บาท 800,000 800,000 กาํ ไรสะสม 10,500 12,000 รวมหนีส้ นิ และสวนของผูถ อื หุน 300,000 300,000 ขาย (สุทธิ) 881,500 774,500 ตน ทุนสนิ คา ขาย 2,390,000 2,283,000 กาํ ไรขั้นตน 5,000,000 4,500,000 4,000,000 3,825,000 1,000,000 675,000 359 3821302 หลักการบัญชีเบือ้ งตน (Fundamental Accounting Principles)

คา ใชจ า ยดาํ เนนิ งาน (800,000) (526,500) คา ใชจ ายอ่ืน (100,000) (64,000) กําไรจากการขายเงนิ ลงทนุ ระยะยาว กาํ ไรสทุ ธิ 7,000 - 107,000 84,500 เมอ่ื ตนป 25x7 บริษัทจายเงินปน ผลเปนเงินสด 120,000 บาท และจําหนา ยหุนปน ผล 50 % การขาย ทง้ั หมดเปน การขายเชอื่ หุน สามัญของบริษทั มรี าคาตลาด ณ 31 ธนั วาคม 25x6 เทา กบั 30 บาท ตอ หุน และ เทากับ 24.50 บาท ตอหนุ ณ 31 ธันวาคม 25x7 ใหทาํ : ก. ใหทานคํานวณหาอัตราสว นตอไปน้ีในป 25x7 และ 25x6 1. อัตราสว นทนุ หมุนเวยี น (Current Ratio) 2. อัตราสว นทนุ หมุนเวยี นอยางถงึ แกน (Quick Ratio) 3. อตั ราสวนของผูถอื หุน ตอสนิ ทรัพยท งั้ หมด (Equity ratio) 4. อตั ราสวนหน้ีสนิ ตอสนิ ทรัพยทั้งหมด (Debt Ratio) 5. มลู คาตามบัญชีตอหนุ (ใชจํานวนหนุ หลงั จายหุนปน ผลแลว) 6. กําไรตอ หุน (รวมกาํ ไรจากการขายเงินลงทนุ ระยะยาว ในป 25x7 และใชจาํ นวนหนุ หลัง ประกาศจายหุนปน ผลแลว ) 7. อัตราสว นราคาตลาดตอหุนตอกําไรตอ หุน (Price – earning ratio) 8. อตั รากําไรขั้นตน (Gross profit Ratio) 9. อตั ราสว นคาใชจา ยดําเนินงาน 10. อัตราการหมุนเวียนของสนิ คาคงเหลือ (สมมติสินคาคงเหลอื ถัวเฉลยี่ เทากบั 450,000 บาท ทง้ั 2 ป 11. อัตราการหมนุ เวียนของลูกหน้ี (สมมติลูกหนถี้ วั เฉลยี่ ของป 25x6 เทากบั 270,000 บาท) 12. จาํ นวนเทา ของกําไรตอดอกเบย้ี จา ย 13. อตั ราสว นเงนิ ปนผลตอ ราคาตลาดตอ หุน (Dividend yield) ข. จากอตั ราสวนตา งๆ ทคี่ าํ นวณไดใ นขอ ก. ทานจะวิเคราะหโดยใชอ ตั ราสว นอะไรบางและจะตดั สินใจ อยา งไรสําหรับการดาํ เนินงานในกรณีตา งๆ ดังตอไปน้ี 1. ผูลงทุนในหลักทรัพย 2. เจาหน้ีระยะยาว 3. เจา หนก้ี ารคา 4. ฝา ยบรหิ ารของบรษิ ัท 360 3821302 หลกั การบัญชีเบอ้ื งตน (Fundamental Accounting Principles)

บทที่ 8 การวิเคราะหเงนิ ทนุ ดาํ เนินงานและเงินสด งบการเงินมีวัตถุประสงคเพ่ือใหขอมูลเก่ียวกับฐานะการเงินผลการดําเนินงาน และการเปลี่ยนแปลง ฐานะการเงินของกิจการ ซ่ึงจะเปนประโยชนตอผูใชเพื่อตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจขอมูลเหลานี้จะแสดงอยูในงบดุล งบ กําไรขาดทุน งบแสดงการเปลี่ยนแปลงสวนของผูถือหุน งบกระแสเงินสด และหมายเหตุประกอบงบการเงิน โดยงบ กระแสเงินสด (Statement of Cash Flows) จะเปนรายงานที่แสดงใหเห็นถึงขอมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของเงินสด โดยจะแสดงกระแสเงินสดท่ีไดรับเขามา และกระแสเงินสดท่ีจายออกไปในแตละกิจกรรม ที่เกิดข้ึนในระหวางงวด เงิน สดเปนสินทรัพยท ม่ี ีสภาพคลอ งใชเ ปนสอื่ กลางในการแลกเปลี่ยนเงินสดจัดเปนเงินทุนดําเนินงานของกิจการเปนสวนท่ี กิจการจะตองใหความสําคัญและดูแลอยางใกลชิด เนื่องจากกิจการอาจประสบปญหาสภาพคลองเนื่องจากการไมมี เงินสดในการใชจาย และชําระหนี้อาจเปนสาเหตุทําใหกิจการถูกเจาหนี้ฟองรองใหชําระหนี้ได ในบทน้ีจะอธิบาย เกีย่ วกับงบแสดงการหมนุ เวยี น การวิเคราะหเงนิ ทนุ ดาํ เนนิ งานและเงินสดของกิจการ ความหมายของงบแสดงการหมนุ เวียน งบแสดงการหมุนเวียนเปนงบที่แสดงรายละเอียดการเคล่ือนไหวของเงินทุนในระหวางงวดของกิจการ ประกอบดวย 1. งบเฉพาะกําไรขาดทุน (Income Statement) เปนงบแสดงการเพิ่มเขามาและการหมดไปของทรัพยสินอันเกิดจากการขายสินคาหรือบริการใหแก ลูกคาในงวดหน่ึงๆ และผลสุทธิของการเปลี่ยนแปลง คือ กําไรสุทธิ หรือขาดทุนสุทธิ ซ่ึงเปนเงินทุนท่ีเกิดจากการ ดําเนนิ งาน 2. งบแสดงการเปลย่ี นแปลงฐานะการเงิน (Statement of Changes in Financial Position) เปนงบ ที่แสดงการเปลี่ยนแปลงรายการท้ังหมดทงั้ ทรัพยสินถาวร ทรพั ยสนิ หมนุ เวียน หนีส้ นิ และสว นทุน โดยเปนงบทแ่ี สดง การเคลอื่ นไหวของเงนิ ทุนทีห่ มายถงึ สินทรพั ยท้งั สน้ิ 3. งบแสดงแหลงที่มาและการใชไปของเงินทุนดําเนินงานสุทธิ (Statement of Sources and Uses of Net Working Capital) เปนงบท่ีแสดงการเคล่ือนไหวของเงินทุนดําเนินงานสุทธิซ่ึงหมายถึงผลสุทธิ ระหวาง สินทรัพยหมุนเวียนกับหน้ีสินหมุนเวียน เปนเงินทุนดําเนินงานที่เกิดจากการขายสินคาหรือบริการโดยตรงหรือเกิดจาก การเปลีย่ นแปลงของสนิ ทรัพยไ มหมุนเวยี น หน้ีระยะยาวและสวนทุน 4. งบแสดงการรับและจายเงินสด (Statement of Cash Receipts and Disburements)หรืองบ กระแสเงินสดเปนงบที่แสดงรายละเอียดการเคล่ือนไหวของเงินทุนในระหวางงวดโดยผานบัญชีเงินสดท่ีเกิดขึ้น โดยเฉพาะ หรอื อกี นัยหนึง่ คือรายการที่เกดิ ขนึ้ ในบัญชเี งนิ สดน่นั เอง ความหมายของเงนิ ทุนดําเนนิ งาน เงินทุนดําเนินงาน (Working Capital)หมายถึง เงินทุนดําเนินงานสุทธิ (Net working capital) เงินทุน ดําเนินงานสุทธิเปนสวนเกินของสินทรัพยหมุนเวียนท่ีมีมากกวาหนี้สินหมุนเวียน เงินทุนดําเนินงานเปนรายการท่ีเกิด จากการดําเนินงานเปนสวนใหญ หรือเกิดเพราะรอบการดําเนินงาน (Operating cycle) เชน ซื้อสินคาดวยเงินสด ขาย

สินคาไดกลายเปนลูกหนี้ และเปลี่ยนจากลูกหนี้เปนเงินสดโดยการเรียกเก็บเงินจากลูกหน้ี แลวนําไปซื้อสินคาอีกเปน อยางน้ีเร่อื ย ๆ ไป สามารถเขยี นเปนสมการคํานวณไดดงั นี้ เงนิ ทนุ ดําเนินงานสุทธิ = สินทรัพยหมุนเวยี น - หนส้ี ินหมุนเวียน ประโยชนของการวเิ คราะหเ งนิ ทนุ ดาํ เนนิ งาน การวิเคราะหเงินทุนดําเนินงาน จะใหขอมูลท่ีเกี่ยวของและมีประโยชน ทําใหรูวา กิจการควรจะวาง แผนการจดั หาทรพั ยากร มาใชใ นการดาํ เนนิ งานหรือลงทุนโดยวิธีใด ควรจะเลือกการลงทุนหรือซื้อทรัพยสินประเภทใด จึงจะไดป ระโยชนสูงสุด ควรวางแผนการใชทรัพยากรหรือใชเงินทุนอยางไร ควรจะกําหนดการวางแผนไถถอนชําระหนี้ ระยะยาวและกาํ หนดนโยบายการจา ยเงินปน ผลท่ีเหมาะสม เปนตน การวิเคราะหเงินทุนดําเนนิ งาน อาจทาํ ไดจ ากการจดั ทํางบแสดงการเปลย่ี นแปลงเงนิ ทุนดาํ เนนิ งานสทุ ธิ งบทีแ่ สดงแหลง ท่ีมาของทนุ ดาํ เนนิ งาน และงบกระแสเงนิ สด ดังตอ ไปน้ี งบแสดงการเปล่ียนแปลงเงินทุนดําเนินงานสุทธิ (Statement of Changes in Net Working Capital) การทํางบแสดงการเปล่ียนแปลงเงินทุนดําเนินงานสุทธิ เปนการหารายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงในรายการตางๆ ในสวนทเ่ี ปนสนิ ทรัพยห มนุ เวียนและหนีส้ นิ หมุนเวยี นที่มกี ารเพิ่มขึ้นหรอื ลดลงในระหวางงวดเทาไร การทํางบแสดงการ เปล่ียนแปลงเงินทุนดําเนินงานจะนํางบดุลอยางนอย 2 ป มาเปรียบเทียบกัน ถาสินทรัพยหมุนเวียนเปล่ียนแปลง เพ่ิมข้ึน จะทําใหเงินทุนดําเนินงานเพ่ิมข้ึน ถาหนี้สินหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงเพ่ิมขึ้น จะทําใหเงินทุนดําเนินงานลดลง เนื่องจากเงนิ ทนุ ดําเนนิ งานสทุ ธิ เทา กับสนิ ทรพั ยห มุนเวยี นหกั ดวยหนีส้ นิ หมุนเวยี น สามารถสรุปผลการเปล่ียนแปลงได ดงั นี้ สินทรัพยห มุนเวยี นเปล่ยี นแปลงเพมิ่ ขนึ้ จะทําใหเ งนิ ทุนดําเนินงานเปลี่ยนแปลงเพม่ิ ข้ึน สินทรพั ยหมนุ เวยี นเปลีย่ นแปลงลดลง จะทําใหเงนิ ทนุ ดาํ เนินงานเปลี่ยนแปลงลดลง หนสี้ ินหมนุ เวียนเปลี่ยนแปลงเพ่ิมขนึ้ จะทาํ ใหเ งนิ ทนุ ดาํ เนนิ งานเปลยี่ นแปลงลดลง หนส้ี นิ หมนุ เวียนเปลยี่ นแปลงลดลง จะทาํ ใหเงนิ ทนุ ดําเนนิ งานเปลีย่ นแปลงเพ่มิ ข้ึน งบแสดงแหลงท่ีมาและการใชไปของทุนดําเนินงานเปนงบท่ีแสดงแหลงท่ีมาของทุนดําเนินงานวา ไดเงินทุนดําเนินงานมาจากแหลงใด และการใชทุนดําเนินงาน ซ่ึงเกิดจากการเปล่ียนแปลงของสินทรัพยไมหมุนเวียน หน้ีสนิ ระยะยาวและสวนทุน ผลทไี่ ดคือเงินทุนดําเนินงานเพมิ่ ขนึ้ หรือลดลง แหลงทมี่ าของทุนดําเนนิ งาน (Sources of Net Working Capital) สาเหตุที่ทาํ ใหท นุ ดําเนินงานเพ่ิม ไดแ ก การลดลงของสนิ ทรัพยไมหมุนเวียน (non current assets) กับการเพม่ิ ข้ึนของหน้รี ะยะยาวและสว นทนุ โดยเกดิ จากรายการดังน้ี 1. การดําเนินงานแลว มกี าํ ไรเกิดขึ้นหรือกาํ ไรสทุ ธิจากการดําเนินงาน 2. การทเ่ี จาของกจิ การลงทุนเพิ่มหรอื เพม่ิ ทนุ 3. การกูยมื ระยะยาว 4. การขายหลักทรัพยร ะยะยาว หรือเงินลงทุนในบริษัทยอย 5. การขายสินทรัพยไมหมนุ เวียนของกจิ การ แหลงใชไปของทนุ ดําเนนิ งาน (Uses of Net Working Capital) สาเหตทุ ่ที าํ ใหท ุนดําเนนิ งานลด ไดแก การเพิม่ ข้ึนของสินทรัพยไมห มุนเวยี น (non current assets) และการลดลงของหนร้ี ะยะยาวและสว นทุน โดย เกิดจากรายการดงั นี้ 362 3821302 หลกั การบัญชเี บอื้ งตน (Fundamental Accounting Principles)

1. การดาํ เนินงานแลว ขาดทุนหรือมผี ลขาดทุนสุทธิ 2. การซ้ือสินทรัพยไมหมุนเวียนเพ่ิมข้ึน หรือลงทุนในบริษัทยอยเพิ่มข้ึน 3. การไถถอนหน้รี ะยะยาวหรือชําระหนรี้ ะยะยาว 4. การซ้ือหุนของกจิ การกลบั คืนมา 5. การจา ยเงินปนผลเปน เงินสด ตอไปนี้เปนของ งบแสดงการเปลี่ยนแปลงทุนดําเนินงานและแสดงแหลงที่มาและแหลงใชไปของทุน ดําเนนิ งาน บริษทั ...จาํ กัด งบแสดงการเปล่ียนแปลงทุนดําเนินงาน สําหรบั ระยะเวลา .... สิน้ สดุ วันที่ .... เดือน......ป..... สินทรัพยหมุนเวียน 25x2 25x1 เงนิ ทนุ ดาํ เนนิ งาน เงินสด เพมิ่ ขึ้น ลดลง เงินลงทุนช่ัวคราว xx xx ลกู หนี้ xx xx (บาท) สนิ คาคงเหลอื xx xx คาใชจ ายลว งหนา xx xx xx xx xx xx รวม xx xx หนีส้ ินหมนุ เวียน เงนิ เบิกเกนิ บญั ชีธนาคาร xx xx เจา หน้ีการคา xx xx คาใชจ ายคางจา ย xx xx xx xx รวม xx xx เงนิ ทุนดาํ เนนิ งานสุทธิ เงนิ ทนุ ดําเนนิ งานเพ่ิมขน้ึ (ลดลง) 363 3821302 หลักการบญั ชเี บือ้ งตน (Fundamental Accounting Principles)

บรษิ ทั ...จาํ กัด งบแสดงแหลง ที่มาและแหลงใชไปของทนุ ดําเนินงาน สาํ หรบั ระยะเวลา .... สิ้นสดุ วันท่ี .... เดอื น......ป..... แหลงทม่ี าของเงนิ ทนุ ดําเนินงาน xx กําไรสทุ ธิ xx บวก คาเสอ่ื มราคาสนิ ทรพั ย xx xx ขาดทนุ จากการขายสนิ ทรัพย หกั กาํ ไรจากการขายสนิ ทรพั ย รบั จากการกยู มื ระยะยาว xx xx รบั จากการขายสนิ ทรัพย xx รวม xx xx แหลงใชไ ปของทนุ ดาํ เนนิ งาน xx xx จายเงินปนผลเปน เงินสด ซื้อสนิ ทรัพย รวม เงนิ ทนุ ดาํ เนินงานเพ่ิมข้ึน(ลดลง) ตอไปน้ีเปนตัวอยางการจัดทํางบแสดงการเปลี่ยนแปลงทุนดําเนินงานและแสดงแหลงท่ีมาและแหลงใชไป ของทนุ ดาํ เนนิ งาน ตวั อยางท่ี 8.1 ประธานของบริษัท ศภุ กร จํากดั ตอ งการทจี่ ะทราบทนุ ดําเนนิ งานสุทธิเพียงพอที่จะซอื้ สินทรัพยถาวร และเครือ่ งมือแบบทนั สมัยหรอื ไม เขาจึงตองการรายงานแสดงการเพ่มิ ขนึ้ หรือลดลงของทนุ ดาํ เนินงาน สุทธิ ในชวงระยะเวลา 1 ป ส้นิ สดุ 31 ธนั วาคม 25x8 โดย งบกําไรขาดทนุ สาํ หรับปดําเนินงานสิน้ สุด 31 ธนั วาคม 25x8 มีดงั นี้ ขายสุทธิ 112,900 465,400 ตน ทุนขาย 8,500 273,200 กําไรขน้ั ตน 3,100 192,200 คา ใชจ า ยดาํ เนินงาน 1,100 คาเสอ่ื มราคา – อุปกรณ 26,300 151,900 ขาดทุนจากการขายอุปกรณ 40,300 ดอกเบ้ียจา ย 364 ภาษเี งนิ ได กําไรสุทธิ 3821302 หลกั การบัญชีเบอ้ื งตน (Fundamental Accounting Principles)

งบดุลเปรียบเทียบสําหรบั ป 25x7 และ 25x8 เปน ดังน้ี 25x8 25x7 สินทรพั ย 35,870 32,410 34,620 21,000 สนิ ทรพั ยหมุนเวียน 51,420 47,230 เงนิ สด 53,860 51,370 เงินทนุ ชั่วคราว 3,350 2,240 ลกู หนี้ สนิ คาคงคลงั 83,400 48,500 คาใชจ า ยลว งหนา 262,520 202,750 สินทรัพยไมห มนุ เวียน อุปกรณส ทุ ธิ 25,000 30,000 รวม 46,840 47,620 8,730 8,480 หนสี้ ินและสวนของผถู ือหุน หนี้สนิ หมนุ เวียน 40,000 - เงนิ กธู นาคาร (ชําระภายใน 60 วนั ) เจา หนี้ 60,000 60,000 คาใชจ ายอ่นื ๆ คา งจาย 81,950 56,650 หน้ีสินไมหมุนเวยี น 262,520 202,750 ตว๋ั เงินจา ย (ครบกาํ หนด 1 มิ.ย. 50) สวนของผูถือหุน ทนุ เรือนหนุ กําไรสะสม รวม รายละเอียดเพิ่มเติม 1. อุปกรณไดข ายไปในระหวางป 25x8 โดยมรี าคาทนุ 20,400 บาท และมีคาเส่อื มราคาสะสม 14,800 2. ไมม ีการปรับปรุงรายการอื่นใดในบัญชีกําไรสะสม นอกจากจา ยเงนิ ปนผลใหแ กผถู ือหนุ 3. คาเส่ือมราคาสะสม ป 25x7 มจี าํ นวน 24,100 บาท และป25x8มจี ํานวน 17,800 บาท 365 3821302 หลกั การบัญชเี บือ้ งตน (Fundamental Accounting Principles)

บรษิ ัท ศภุ กร จํากัด งบแสดงการเปลย่ี นแปลงเงินทนุ ดําเนินงาน สาํ หรบั ระยะเวลา 1 ปส นิ้ สดุ วันท่ี 31 ธนั วาคม 25x8 ทนุ ดาํ เนนิ งาน 25x8 25x7 เพิ่ม ลด สนิ ทรพั ยหมนุ เวียน (บาท) เงินสด เงินทนุ ช่ัวคราว 35,870 32,410 3,460 ลูกหนี้ สินคาคงเหลือ 34,620 21,000 13,620 คา ใชจ า ยลว งหนา 51,420 47,230 4,190 รวม หน้สี ินหมุนเวียน 53,860 51,370 2,490 เงนิ กธู นาคาร เจาหน้ี 3,350 2,240 1,110 คา ใชจ า ยอื่น ๆ คา งจาย 179,120 154,250 รวม 25,000 30,000 5,000 46,840 47,620 780 8,730 8,480 80,570 86,100 250 เงินทนุ ดาํ เนินงานสทุ ธิ 98,550 68,150 เงินทนุ ดําเนนิ งานเพม่ิ ขน้ึ 30,400 30,650 30,650 จากงบแสดงการเปลี่ยนแปลงเงินทุนดําเนินงานบริษัท ศุภกร จํากัด พบวาเงินทุนดําเนินงานสุทธิเพ่ิมข้ึนจํานวน 30,400 บาท อาจคาํ นวณหาการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนดําเนินงานไดจากการเปรียบเทียบเงินทุนดําเนินงานตนป กับ เงนิ ทุนดาํ เนนิ งานสิน้ ปว า มกี ารเปลย่ี นแปลงเพิ่มข้นึ หรอื ลดลงอยา งไร จากขอ มลู บรษิ ัท ศภุ กร จํากดั เงินทุนดําเนินงาน ตนปมีจํานวนเทากับ 98,550 บาท เงินทุนดําเนินงานสิ้นปมีจํานวนเทากับ 68,150 บาท ดังนั้นเงินทุนดําเนินงานสุทธิ เพม่ิ ขน้ึ จํานวนเทา กับ 30,400 บาท 366 3821302 หลกั การบัญชเี บื้องตน (Fundamental Accounting Principles)

บรษิ ัท ศุภกร จํากดั งบแสดงแหลงท่ีมาและแหลงใชไ ปของทนุ ดําเนินงาน สําหรบั ระยะเวลา 1 ปส น้ิ สดุ วันท่ี 31 ธันวาคม 25x8 แหลงทีม่ าของทุนดาํ เนินงาน 40,300 (บาท) กําไรสทุ ธิ 8,500 บวก คา เสอ่ื มราคา – อุปกรณ 3,100 51,900 40,000 ขาดทุนจากการขายอุปกรณ 25,000 (1) จากการกูยมื ระยะยาว (ต๋วั เงนิ จาย) 94,400 จากการขายอุปกรณ 15,000 (3) รวม 49,000 (2) 64,000 แหลง ใชไปของทุนดําเนนิ งาน 30,400 จายเงินปน ผลเปน เงินสด จากการซอื้ อุปกรณ รวม ทุนดาํ เนินงานสุทธิเพิม่ ข้ึน แสดงการคาํ นวณประกอบดังนี้ 20,400 (1) ราคาขายอปุ กรณ: 14,800 5,600 อุปกรณขายราคาทนุ 3,100 หัก คาเสื่อมราคาสะสม 2,500 ราคาตามบญั ชี หัก ขาดทุนจากการขายอุปกรณ 72,600 20,400 ∴ ราคาขายอุปกรณ 52,200 (2) ราคาทนุ อปุ กรณทซี่ ้อื ระหวา งป 101,200 49,000 ราคาทนุ อุปกรณต นป (48,500+24,100) หัก ราคาทุนอปุ กรณสว นทข่ี าย ราคาทุนอปุ กรณกอนซอ้ื ราคาทุนอปุ กรณส น้ิ ป (83,400+17,800) ∴ ราคาทุนอปุ กรณท่ีซ้ือระหวางป 367 3821302 หลกั การบัญชีเบอ้ื งตน (Fundamental Accounting Principles)

หรอื 83,400 ราคาสุทธอิ ุปกรณส้ินป 48,500 ราคาสทุ ธอิ ปุ กรณต นป 34,900 เพ่ิมข้นึ 5,600 บวก ราคาสทุ ธิอุปกรณท ขี่ าย 40,500 8,500 บวกคา เส่ือมราคาระหวา งป 49,000 ∴ ราคาทุนของอปุ กรณทซ่ี ือ้ ระหวา งป 56,650 (3) เงินปน ผลจาย 40,300 กําไรสะสมตนป 96,950 บวกกาํ ไรสุทธริ ะหวางป 81,950 กาํ ไรสะสมสิน้ ป (กอ นจา ยปน ผล) 15,000 หกั กาํ ไรสะสมสิ้นป (ในงบดลุ ) ∴ จายปน ผลระหวางป ตัวอยางท่ี 8.2 ตัวอยางการจัดทํางบแสดงแหลงท่ีมาและแหลงใชไปของทุนดําเนินงาน จากขอมูล ของบริษัทดาว เหนือ จาํ กัด ประกอบดวย งบดลุ งบกําไรขาดทุน และรายละเอยี ดเพิ่มเติม ดังนี้ รายละเอียดเพิ่มเตมิ ประกอบการพิจารณา 1. ซอื้ ทดี่ ินและอปุ กรณเ ปน เงนิ สดในระหวางป 2. ไมมีการขายอปุ กรณใ นระหวา งป 3. ขายเงนิ ลงทุนระยะยาวไดร บั เงินสด 95,000 บาท 4. ออกจาํ หนายหุนสามัญเปนเงนิ สด จาํ นวน 3,000 หุน ราคาหุนละ 50 บาท 5. ประกาศจายเงนิ ปนผล จาํ นวน 73,600 บาท 368 3821302 หลกั การบญั ชเี บ้ืองตน (Fundamental Accounting Principles)

บรษิ ทั ดาวเหนอื จาํ กัด งบแสดงฐานะการเงินเปรียบเทยี บ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25x4 และ 25x5 31 ธ.ค. 25x5 31 ธ.ค. 25x4 สนิ ทรพั ย 57,800 123,500 เงนิ สด 93,400 108,900 65,000 ลูกหนกี้ ารคา (สุทธ)ิ 125,000 - สินคา คงเหลือ 146,500 278,600 (87,400) เงินลงทนุ ระยะยาว - 546,400 ทด่ี นิ 145,000 74,000 6,000 อุปกรณ 367,600 15,700 70,000 คา เสอื่ มราคาสะสม – อปุ กรณ (110,900) 200,000 180,700 รวม 766,600 546,400 หนส้ี นิ และสวนของผถู ือหุน 724,700 423,100 เจา หนี้การคา 82,400 301,600 คาใชจ ายในการดําเนินงานคางจา ย 6,700 126,400 175,200 เงินปนผลคา งจาย 18,400 30,000 ทุนหนุ สามญั (@ 10 บาท) 100,000 205,200 73,200 สวนเกนิ มูลคาหนุ สามญั 320,000 กําไรสะสม 239,100 รวม 766,600 บริษทั ดาวเหนอื จาํ กดั งบกําไรขาดทนุ สําหรับระยะเวลา 1 ปส นิ้ สุดวันที่ 31 ธนั วาคม 25x5 ขาย ตนทนุ ขาย กาํ ไรขน้ั ตน คา ใชจ ายในการเนนิ งาน : คาเสอ่ื มราคาอุปกรณ 23,500 คาใชจ ายดําเนนิ งานอน่ื ๆ 102,900 กําไรจากการดําเนินงาน รายไดแ ละคาใชจายอ่นื ๆ รายไดอื่น กาํ ไรจากการขายเงินลงทุนระยะยาว กําไรกอ นภาษีเงนิ ได ภาษีเงินได 369 3821302 หลักการบัญชเี บ้ืองตน (Fundamental Accounting Principles)

กาํ ไรสุทธิ 132,000 จากขอ มูล ของบรษิ ัทดาวเหนอื ในป 25x5 คาํ นวณการเปล่ียนแปลงของทนุ ดําเนินงานไดดงั นี้ 25x5 25x4 สินทรพั ยห มุนเวยี น เงนิ สด 93,400 57,800 ลูกหนก้ี ารคา (สทุ ธิ) 125,000 123,500 สินคาคงเหลอื 146,500 364,900 108,900 290,200 หนส้ี นิ หมุนเวียน เจาหนี้การคา 82,400 74,000 คาใชจ ายในการดําเนินงานคา งจา ย 6,700 89,100 6,000 80,000 เงนิ ทนุ ดําเนนิ งานสทุ ธิ 275,800 210,200 ดงั น้ัน เงนิ ทนุ ดาํ เนนิ งานเพ่มิ ข้ึน 65,600บาท ( = 275,800 – 210,200 ) จัดทํางบแสดงการเปลย่ี นแปลงเงินทุนดําเนินงาน ไดดงั นี้ บรษิ ัทดาวเหนอื จํากดั งบแสดงการเปล่ยี นแปลงเงนิ ทนุ ดาํ เนนิ งาน สาํ หรับระยะเวลา 1 ปสนิ้ สุดวันที่ 31 ธันวาคม 25x8 ทุนดาํ เนินงาน 25x5 25x4 เพิม่ ลด สนิ ทรพั ยห มนุ เวยี น เงนิ สด 93,400 57,800 35,600 ลกู หน(้ี สทุ ธ)ิ 125,000 123,500 1,500 สินคาคงเหลือ 146,500 108,900 37,600 รวม 346,900 290,200 หน้สี ินหมุนเวียน 82,400 74,000 8,400 เจาหนกี้ ารคา 6,700 6,000 700 คาใชจายในการดําเนนิ งานคา งจาย รวม 89,100 80,000 เงนิ ทนุ ดําเนินงานสุทธิ 275,800 210,200 เงินทนุ ดาํ เนินงานเพิ่มข้นึ 65,600 74,700 74,700 370 3821302 หลักการบัญชเี บอ้ื งตน (Fundamental Accounting Principles)

จัดทาํ งบแสดงแหลงทมี่ าและแหลงใชไ ปของทุนดําเนินงานจากขอ มลู ของบรษิ ทั ดาวเหนือ ไดดงั น้ี บรษิ ัทดาวเหนอื จาํ กัด งบแสดงแหลง ทีม่ าและแหลง ใชไ ปของทุนดําเนินงาน สําหรบั ระยะเวลา 1 ปส ิน้ สดุ วันท่ี 31 ธันวาคม 25x5 แหลง ทม่ี าของทุนดาํ เนินงาน กาํ ไรสุทธิ 132,000 บวก คา เสอื่ มราคา-อปุ กรณ 23,500 หัก กาํ ไรขายเงินลงทุนระยะยาว (30,000) 125,500 เงนิ สดรับจากการขายเงินลงทุนระยะยาว 95,000 เงนิ สดรับจากการขายหุนสามัญ 150,000 370,500 แหลงใชไ ปของทนุ ดาํ เนินงาน เงนิ สดจายซอ้ื อุปกรณ 89,000 เงนิ สดจายซือ้ ท่ีดิน 145,000 เงินสดจา ยปนผล 70,900 304,900 เงนิ ทนุ ดําเนินงานเพมิ่ ขึน้ 65,600 งบกระแสเงินสด งบกระแสเงินสด (Statement of Cash Flows) หมายถึง งบแสดงการเปลี่ยนแปลงของเงินสดที่ กิจการไดมาและใชไปในรอบระยะบัญชีหน่ึงของกิจการ ซึ่งเปนการแสดงใหทราบถึงการเปล่ียนแปลงท่ีเกิดขึ้นของเงิน สด และรายการเทียบเทาเงินสดของกิจการโดยจําแนกกระแสเงินสดเปนกระแสเงินสดจาก 3 กิจกรรม ไดแก กิจกรรม ดําเนินงาน กจิ กรรมลงทุน และกิจกรรมจดั หาเงนิ ประโยชนของงบกระแสเงนิ สด สําหรับผูบริหาร งบกระแสเงินสดเปนเสมือนเคร่ืองมือที่ใชในการประเมินผลการดําเนินงานท่ีผานมาท้ัง ดานการทํางบประมาณดานการลงทุน ซึ่งจะทําใหผูบริหารทราบถึงแหลงที่มาและแหลงใชไปของเงินสด วากิจการ ไดรับเงินสดมาจากแหลงใด มีเงินสดเพียงพอท่ีจะใชจายในการดําเนินงานปกติหรือไม เพียงพอที่จะขยายการลงทุน จายชําระหนี้คืนใหแกเจาหน้ี และเพียงพอท่ีจะจายเงินปนผลแกผูลงทุน งบกระแสเงินสดสามารถใหขอมูลเพื่อแก ผูบริหารของกิจการเพ่ือใชในการวิเคราะหกิจการไดวา ทําไมกิจการไมมีความคลองตัว ทั้ง ๆ ที่กิจการมีกําไรจํานวน มาก ทําไมกิจการถูกฟองลมละลายในขณะท่ีกิจการดําเนินงานมีผลกําไร เพราะเหตุใดกิจการที่มีความคลองตัวและ ดําเนินงานตอไปไดท้ัง ๆ ท่ีกิจการแสดงผลขาดทุน ทําไมเงินสดของกิจการจึงลดลงอยางมาก ทําไมกิจการสามารถซ้ือ สนิ ทรพั ยเพ่มิ ข้นึ จํานวนมาก โดยไมม ีการกอ หนี้เพม่ิ หรอื ออกจาํ หนายหนุ เพ่มิ สําหรับนักลงทุน เจาหน้ีหรือผูใหกู และผูสนใจในการดําเนินงานของกิจการ งบกระแสเงินสดจะเปน เครื่องมือใชในการประเมินประสิทธภิ าพในการสรา งกําไร ใชป ระเมนิ ความสามารถในการจา ยชําระหน้ีท่ีจะครบกําหนด ในอนาคต ตลอดจนใชป ระเมินความสามารถของกิจการในการจา ยเงนิ ปนผล ตามมาตรฐานการบัญชีฉบับท่ี25 เร่ืองงบกระแสเงินสด ไดใหคํานิยามศัพทท่ีสําดัญเกี่ยวกับงบกระแส เงนิ สด ดังน้ี 371 3821302 หลักการบญั ชเี บือ้ งตน (Fundamental Accounting Principles)

เงินสด หมายถึง เงนิ สดในมอื และเงินฝากธนาคารประเภทจายคืนเม่อื ทวงถาม รายการเทียบเทาเงินสด (Cash Equivalents) หมายถึง เงินลงทุนระยะส้ันที่มีสภาพคลองสูงซึ่งพรอม ทจ่ี ะเปลย่ี นเปน เงินสดในจํานวนทท่ี ราบได และมีความเส่ียงตอการเปลี่ยนแปลงในมลู คานอย หรือไมมนี ัยสําคญั กระแสเงินสด (Cash Flows) หมายถึง การไดมาและการใชไปของเงินสดและรายการเทียบเทาเงินสด กระแสเงินสดจะไมร วมถงึ การเคลือ่ นไหวเปล่ยี นแปลงเพ่ิมข้ึนหรอื ลดลงของรายการท่ีประกอบกนั ขึ้นเปนรายการเงินสด หรือรายการเทียบเทาเงนิ สด กิจกรรมดําเนินงาน (Operating Activities) หมายถึง กิจกรรมหลักท่ีกอใหเกิดรายไดของกิจการและ กจิ กรรมอื่นท่ไี มใ ชก ิจกรรมลงทนุ หรือกิจกรรมจดั หาเงนิ กิจกรรมลงทุน (Investing Activities) หมายถึง การซ้ือและจําหนายสินทรัพยระยะยาวและเงินลงทุน อ่ืนซงึ่ ไมรวมอยูในรายการเทียบเทา เงนิ สด กิจกรรมจัดหาเงิน (Financing Activities) หมายถึง กิจกรรมท่ีมีผลใหเกิดการเปล่ียนแปลงในขนาด และองคประกอบของสว นของเจาของและสวนกูยมื ของกิจการ การวเิ คราะหเ งินสดเปน การหาความเคล่อื นไหวของเงนิ สดที่เกิดขน้ึ ในงวดหน่งึ ๆ โดยการจดั ทํางบ กระแสเงินสดหรืองบแสดงการรับและจายเงนิ สดทีเ่ กิดขึน้ จากการดาํ เนนิ ตามปกติ สว นหนึ่งกับเงนิ สดทไี่ ดรบั หรอื จา ย ไปที่ไมไ ดเ กดิ จากการดาํ เนินงานตามปกติหรือการเคลื่อนไหวเกี่ยวกบั สนิ ทรัพยไมห มนุ เวยี นและหนร้ี ะยะยาวอีกสวน หนง่ึ ความสมั พันธข องเงนิ สดกบั รายการอ่นื ในงบการเงิน สามารถสรปุ ไดดงั น้ี เงินสดกบั สนิ ทรัพยจ ะเปล่ียนแปลงในทิศทางตรงกันขา ม คือถาสินทรพั ยลดลงทําใหเงิน สดเพมิ่ ข้ึน และถา สินทรพั ยเพ่มิ ข้ึนทําใหเงนิ สดลดลง เงินสดกับหน้ีสินและทุน จะเปล่ียนแปลงในทิศทางเดียวกัน คือ ถาหนี้สินหรือทุนเพิ่ม จะ ทาํ ใหเ งนิ สดเพม่ิ ขึน้ และถาถา หนส้ี นิ หรอื ทุนลดลง จะทาํ ใหเ งนิ สดลดลง จากคํานิยามดังกลาวจะจําแนกกระแสเงินสดท่ีเกิดขนในระหวางงวดบัญชีตามการตัดสินใจทางดาน การเงินเปน 3 กิจกรรม ไดแก กระแสเงินสดจากกิจกรรมดําเนินงาน กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน และกระแสเงิน สดจากกิจกรรมจัดหาเงนิ 1. กระแสเงินสดจากกิจกรรมดําเนินงาน (Cash Flows from Operating Activities) เปนกระแส เงินสดที่เกิดจากกิจกรรมหลักที่กอใหเกิดรายไดและรายจายหลักของกิจการ กิจกรรมดําเนินงานจะแสดงใหเห็นถึง ความสามารถในการดําเนินงานของกิจการในการกอใหเกิดกระแสเงินสด ซึ่งเปนผลมาจากรายการตางๆ และ เหตุการณท่ีเกิดข้ึนในการคํานวณกําไรสุทธิ (Net Income) ในงบกําไรขาดทุนซ่ึงแสดงใหเห็นถึงความสามารถของ กิจการในการกอใหเกิดกระแสเงินสดเพียงพอท่ีจะใชในการดําเนินงาน จายชําระหนี้จายเงินปนผลหรือจายเพื่อการ ลงทนุ ใหมโดยไมตอ งพ่งึ แหลง เงินทุนจากภายนอก ตัวอยา งของกระแสเงนิ สดจากกิจกรรมดําเนินงาน เงินสดรบั จากการขายสินคา หรือใหบรกิ าร เงนิ สดรบั จากรายไดอ ืน่ ๆ (เงินปน ผลรบั และดอกเบ้ียรับ) เงนิ สดรบั จากลกู หน้ี เงนิ สดจา ยใหพนกั งานเปน คาจางเงนิ เดือน เงินสดจายคาซ้ือสนิ คาหรอื บรกิ าร เงินสดจา ยเจา หนี้การคา 372 3821302 หลกั การบญั ชีเบ้อื งตน (Fundamental Accounting Principles)


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook