Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิชาภาษาไทย ป.3

วิชาภาษาไทย ป.3

Published by juthamanee.suksawai, 2023-02-18 15:17:46

Description: วิชาภาษาไทย ป.3

Search

Read the Text Version

แผนการจดั การเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท 13301 ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2565 โดย นางสาวยศวดี หอมขจร ครูอตั ราจ้าง โรงเรียนบ้านนาวัง สังกดั สำนกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาชลบุรี เขต 3 กระทรวงศกึ ษาธิการ

คำนำ การจัดทำแผนการจัดการเรยี นรู้นับเป็นวธิ ีหน่งึ ที่ทำให้ครผู ูส้ อนได้มีการเตรียมการสอนล่วงหน้าก่อนที่ จะทำการสอนจริง โดยมีการเตรียมเนื้อหาเตรียมกิจกรรม เตรียมสื่อการเรียนการสอน รวมทั้งวิธีการวัดผล ประเมนิ ผลซึ่งการเตรียมการสอนจะชว่ ยให้ครูผสู้ อนมีความพร้อมที่จะสอนให้ ผ้เู รียนบรรลุตามจุดมุ่งหมายของ หลักสูตร การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ฉบับนี้ ผู้จัดทำได้ศึกษาค้นคว้าหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560) เอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์หลักสูตร จัดทำกำหนดการสอน โครงสร้างรายวิชา และหารูปแบบการทำแผนการจัดการเรียนรู้โดยเน้นให้ผู้เรียนได้ เรียนผ่านกระบวนการคิดด้วยตนเอง โดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อมของผู้เรียน โรงเรียน และชุมชนเป็นหลัก แผนการจัดการเรียนรู้ฉบับนี้ เป็นแผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จัดทำไว้เพื่อสะดวกต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทุกปีการศึกษา ผู้ที่จะ นำไปใชค้ วรอา่ นคำชแ้ี จงการใช้แผนการจดั การเรยี นรใู้ ห้เขา้ ใจก่อนนำไปใช้จริง ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนการจัดการเรียนรู้ฉบับนี้จะช่วยให้การเรียนการสอน กลุ่มสาระการ เรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ดำเนินไปด้วยดี และทำให้ผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถ มีทักษะ กระบวนการและมีคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคต์ รงตามจดุ มุ่งหมายของหลกั สตู รต่อไป ยศวดี หอมขจร

สารบญั หนา้ เรอื่ ง ก ตารางวเิ คราะหแ์ ผนการจดั การเรยี นรู้ ข คำอธบิ ายรายวชิ า ค โครงสร้างรายวชิ าภาษาไทย 1 หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 12 คำทใ่ี ช้ ฑ ฤ ฤๅ 1 5 แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1 เรื่องลักษณะของคำทีใ่ ช้ ฑ ฤ 9 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2 เรื่องคำท่ีใช้ ฑ 13 แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 3 เรื่องคำที่ใช้ ฤ ฤๅ 16 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 4 เรือ่ งสนุกกับคำท่ีใช้ ฑ ฤ ฤๅ 20 แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 5 เรอื่ งสนกุ กับคำที่ใช้ ฑ ฤ ฤๅ 23 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 เรอื่ งสนุกกับคำท่ีใช้ ฑ ฤ ฤๅ 26 แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 7 เรอ่ื งสรปุ ผลเรียนรู้ คำท่ีใช้ ฑ ฤ ฤๅ หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 13 คำพอ้ ง 27 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่องลักษณะของคำพอ้ ง 31 แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2 เรื่องรู้จกั คำพ้องรูป 35 แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 3 เรอ่ื งคำพ้องเสยี ง 39 แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 4 เรอ่ื งสนกุ กับการอ่านออกเสียงคำพ้องรูปและคำพอ้ งเสยี ง 43 แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 5 เรื่องเรียนร้คู วามหมายของคำพอ้ งเสียงรอบตวั เรา 46 แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 6 เรอ่ื งฝกึ ฝน อา่ น เขียน คำพ้องรปู และพ้องเสียง 48 แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 7 เรื่องสรุปผลเรียนรู้ คำพ้องรูปและพ้องเสียง 49 หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 14 ชนิดของคำ...ทำหลายหนา้ ท่ี 53 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1 เรอ่ื งลกั ษณะของคำนาม คำสรรพนาม และคำกริยา 56 แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 2 เร่อื งคำนาม... เรียกตามหน้าที่ 59 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 3 เรอ่ื งคำสรรพนาม...ใช้แทนช่ือ 62 แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4 เรือ่ งคำกริยา...สื่ออาการ 66 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เรื่องคำนาม คำสรรพนาม และคำกรยิ าใชใ้ นการเขยี น 69 แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 6 เรื่องใฝ่ใจเรียนร้.ู ..ปริศนาคำทาย 71 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 7 เรื่องสรปุ ผลเรยี นรู้ ชนิดของคำ...ทำหลายหน้าที่ 72 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 15 การใชพ้ จนานุกรม 77 แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1 ลกั ษณะการใชพ้ จนานกุ รม 80 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 2 หลักการใช้พจนานุกรม...เรียงตามพยัญชนะ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 3 หลักการใช้พจนานกุ รม...เรียงตามสระ

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 4 หลกั การใช้พจนานกุ รม...เรยี งตามวรรณยกุ ต์ 84 แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 5 การใชพ้ จนานกุ รมในชีวิตประจำวนั 87 แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 6 ใฝใ่ จฝกึ ฝน...การใชพ้ จนานุกรม 90 แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 7 สรุปผลเรียนร.ู้ ..การใชพ้ จนานกุ รม 94 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 16 การแตง่ ประโยคเพื่อการส่ือสาร 96 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1 ประโยคบอกเล่า 97 แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2 ประโยคปฏเิ สธ 101 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 3 ประโยคคำถาม 105 แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 4 ประโยคคำสงั่ 113 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 5 ประโยคขอร้อง 117 แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 6 ใฝ่ใจฝึกฝน...การแต่งประโยคเพอ่ื การส่ือสาร 120 แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 7 สรุปผลเรยี นร.ู้ ..การแตง่ ประโยคเพื่อการสือ่ สาร 123 หน่วยการเรียนรู้ที่ 17 คำคลอ้ งจองและคำขวัญ 126 แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1 คำคล้องจองทม่ี ีสระเดียวกันไมม่ ีตวั สะกด 127 แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 2 คำคลอ้ งจองทมี่ ีตวั สะกดในมาตราเดยี วกัน 131 และเสยี งสระเหมือนกัน 135 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3 คำคลอ้ งจองเขียนเปน็ สภุ าษิต 139 แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 4 มาสนกุ กบั คำขวัญ 144 แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 5 คำคล้องจองแต่งคำขวัญจำให้แม่น 148 แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 6 ใฝใ่ จฝกึ ฝน...คำคล้องจองและคำขวญั 151 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 7 สรุปผลเรยี นร้.ู ..คำคลอ้ งจองและคำขวัญ 154 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 18 ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถนิ่ 155 แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1 ลักษณะของภาษาถิ่น 159 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2 ความหมายของคำภาษาถน่ิ 163 แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3 สมั พันธภ์ าษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่ิน 167 แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 4 มาสนุกกนั หนาภาษาถิ่น 170 แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 5 ภาษาถิน่ รอบตัวเรา 174 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 ใฝ่ใจฝกึ ฝน...ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่ิน 177 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 7 สรปุ ผลการเรียนรู.้ ..ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่ิน 180 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 19 การอา่ น 181 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 การอา่ นคำแนะนำในชีวติ ิประจำวนั 184 แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2 ขอ้ ควรปฏิบัติในการรบั ประทานอาหาร

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 มารยาทในการรบั ประทานอาหาร 188 แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4 การอ่านประกาศ ปา้ ยโฆษณา และคำขวญั 191 แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 5 การอ่านแผนภาพและแผนที่ 195 แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 6 การอ่านแผนภูมิ 199 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 7 มารยาทท่ดี ีในการอ่าน 202 หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 20 การเขยี น 204 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1 การฝึกคดั ลายมือ 205 แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2 การวางพยัญชนะ สระ และวรรณยกุ ต์ 209 แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 3 การคดั ลายมือตวั บรรจงเต็มบรรทัด 212 แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 4 การเขียนบรรยายเหตกุ ารณป์ ระจำวนั 215 แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 5 การเขยี นบรรยายสง่ิ ทพ่ี บเห็น 218 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 6 การเขียนบรรยายโรงเรียน 221 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 7 การเขียนบรรยายภาพ 224 แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 8 การเขยี นบันทึกเหตุการณ์ประจำวัน 227 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 การเขียนบันทกึ กจิ กรรมประจำวัน 230 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 10 วนั หน่ึงทีจ่ ดจำ 234 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 11 รูปแบบจดหมายลาครู 237 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 12 การเขียนจดหมายลาครู 240 แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 13 จินตนาการของเรา 243 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 14 วิธกี ารเขยี นเรอ่ื งตามจนิ ตนาการ 246 แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 15 จินตนาการจากภาพ 249 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 16 จินตนาการกับความสขุ 252 แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 17 เขยี นดีต้องมีมารยาท 256 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 21 การฟงั การดู และการพูด 259 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1 เรือ่ งหลักการฟังและดเู พอ่ื จับใจความ 260 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 2 เร่ืองการฟังเพลงและดภู าพประกอบ 263 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3 เร่อื งการฟงั และดขู ่าวประจำวัน 266 แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 4 เรื่องหลกั การพดู ทด่ี ี 269 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 5 เรื่องการพูดแนะนำตนเอง 272 แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 6 เรอื่ งการพดู แนะนำสถานท่ใี นโรงเรียนและชมุ ชน 275 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 เรื่องการเลา่ ประสบการณใ์ นชีวิตประจำวนั 278 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 8 เรื่องการพูดสอ่ื สารในชวี ิตประจำวนั 281 แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 9 เรือ่ งการเลา่ ประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน 2 284

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 10 เร่ืองการเล่าประสบการณใ์ นชีวติ ประจำวัน3 287 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 11 เรอ่ื งการพูดแนะนำเชิญชวนเกี่ยวกับการปฏบิ ตั ติ น 290 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 เรอื่ งมารยาทในการฟัง การดู และการพูด 293

ตารางวิเคราะหแ์ ผนการจัดการเรียนรู้รายช กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไ มาตรฐานการเรียนรูแ้ ละ สาระท่ี ๑ การอ่าน สาระท่ี ๒ ตวั ชีว้ ดั การเขียน หน่วยการเรยี นรู้ ท ๑.๑ ท ๒.๑ ๑๒๓ ๔ ๕๖๗๘๙๑๒๓ ๔ ๕ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ สระไทย...ใชป้ ระสมคำ หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๒ มำตรำ ก กำ...รู้ว่ำไม่มี ตวั สะกด หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ มำตรำ กง กม เกย เกอว... ตวั สะกดกำหนดเสียง หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๔ มำตรำ กก กน กบ กด... ตวั สะกดหลำยตวั

ช่วั โมงกบั มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชี้วัด ไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 สาระท่ี ๕ สาระท่ี ๓ การฟัง สาระท่ี ๔ วรรณคดี การดู และการพดู หลักการใช้ภาษาไทย และ วรรณกรรม ท ๓.๑ ท ๔.๑ ท ๕.๑ ๖๑ ๒๓ ๔ ๕๖๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖๑ ๒ ๓ ๔    

สาระท่ี ๑ การอ่าน สาระท่ี ๒ การเขียน ท ๑.๑ ท ๒.๑ ๑๒๓ ๔ ๕๖๗๘๙๑๒๓ ๔ ๕ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ วรรณยกุ ต.์ ..สนุกกบั กำรผนั อกั ษร หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๖ ควบกล้ำ...คำท่ีมี ร ล ว หน่วยการเรียนรู้ที่ ๗ อกั ษรนำ...ทำให้เสียง ตำ่ งไป หน่วยการเรียนรู้ที่ ๘  คำที่ประวิสรรชนียแ์ ละคำที่ ไมป่ ระวิสรรชนีย์ หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๙ คำที่ใช้ บนั บรร รร

สาระท่ี ๕ สาระที่ ๓ การฟัง สาระที่ ๔ วรรณคดี การดู และการพดู หลกั การใช้ภาษาไทย และ วรรณกรรม ท ๓.๑ ท ๔.๑ ท ๕.๑ ๖๑ ๒๓ ๔ ๕๖๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖๑ ๒ ๓ ๔     

สาระท่ี ๑ การอ่าน สาระท่ี ๒ การเขียน ท ๑.๑ ท ๒.๑ ๑๒๓ ๔ ๕๖๗๘๙๑๒๓ ๔ ๕  หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๐ ตวั กำรันต.์ ..น้นั ไมอ่ อกเสียง หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑๑   คำท่ีมีพยญั ชนะและสระ ไมอ่ อกเสียง หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑๒   คำท่ีใช้ ฑ ฤ ฤๅ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๓   คำพอ้ ง หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑๔ ชนิดของคำ...ทำหลำย หนำ้ ท่ี หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑๕ กำรใชพ้ จนำนุกรม

สาระท่ี ๕ สาระที่ ๓ การฟัง สาระที่ ๔ วรรณคดี การดู และการพดู หลักการใช้ภาษาไทย และ วรรณกรรม ท ๓.๑ ท ๔.๑ ท ๕.๑ ๖๑ ๒๓ ๔ ๕๖๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖๑ ๒ ๓ ๔    

สาระท่ี ๑ การอ่าน สาระท่ี ๒ การเขยี น ท ๑.๑ ท ๒.๑ ๑๒๓ ๔ ๕๖๗๘๙๑๒๓ ๔ ๕ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๖    กำรแต่งประโยคเพอ่ื กำร  สื่อสำร หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑๗ คำคลอ้ งจอง-คำขวญั หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑๘ ภำษำไทยมำตรฐำน... ภำษำถิ่น หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑๙ กำรอำ่ น เร่ืองที่ ๑ เครื่องหมำย วรรคตอนและอกั ษรยอ่ เร่ืองท่ี ๒ กำรอ่ำน จบั ใจควำม เรื่องที่ ๓ กำรอำ่ นขอ้ เขียน เชิงอธิบำย

สาระท่ี ๕ สาระท่ี ๓ การฟัง สาระที่ ๔ วรรณคดี การดู และการพดู หลกั การใช้ภาษาไทย และ วรรณกรรม ท ๓.๑ ท ๔.๑ ท ๕.๑ ๖๑ ๒๓ ๔ ๕๖๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖๑ ๒ ๓ ๔   

สาระท่ี ๑ การอ่าน สาระท่ี ๒ การเขยี น ท ๑.๑ ท ๒.๑ ๑๒๓ ๔ ๕๖๗๘๙๑๒๓ ๔ ๕ เร่ืองท่ี ๔ กำรอำ่ นขอ้ มูลจำก  แผนภำพ แผนที่ และ  แผนภูมิ เร่ืองท่ี ๕ บทอำขยำน  เรื่องท่ี ๖ มำรยำทใน กำรอ่ำน   หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒๐  กำรเขยี น  เรื่องท่ี ๑ กำรคดั ลำยมือ เร่ืองท่ี ๒ กำรเขียนบรรยำย เร่ืองท่ี ๓ กำรเขียนบนั ทึก ประจำวนั เรื่องท่ี ๔ กำรเขียนจดหมำย ลำครู

สาระที่ ๕ สาระที่ ๓ การฟัง สาระท่ี ๔ วรรณคดี การดู และการพดู หลักการใช้ภาษาไทย และ วรรณกรรม ท ๓.๑ ท ๔.๑ ท ๕.๑ ๖ ๑ ๒๓ ๔ ๕๖๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖๑ ๒ ๓ ๔     

สาระที่ ๑ การอ่าน สาระที่ ๒ การเขยี น ท ๑.๑ ท ๒.๑ ๑๒๓ ๔ ๕๖๗๘๙๑๒๓ ๔ ๕ เรื่องที่ ๕ กำรเขียนเร่ืองตำม  จินตนำกำร เรื่องที่ ๖ มำรยำทในกำร เขยี น หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๒๑ กำรฟัง กำรดู และกำรพดู เรื่องที่ ๑ กำรจบั ใจควำมจำก กำรฟังและดู เร่ืองที่ ๒ กำรพดู สื่อสำร ในชีวติ ประจำวนั เร่ืองที่ ๓ มำรยำทในกำรฟัง กำรดู และกำรพูด

สาระที่ ๕ สาระที่ ๓ การฟัง สาระท่ี ๔ วรรณคดี การดู และการพดู หลักการใช้ภาษาไทย และ วรรณกรรม ท ๓.๑ ท ๔.๑ ท ๕.๑ ๕ ๖ ๑๒๓ ๔ ๕๖๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖๑ ๒ ๓ ๔      

คำอธบิ ายรายวชิ า ท 13301 ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 เวลาเรียน 100 ชวั่ โมง ศึกษาและฝึกอ่านออกเสียงและบอกความหมายของคำพื้นฐาน คำที่ใช้เรียนรู้ในกลุ่มสาระ การเรียนรู้อื่น คำคล้องจอง ข้อความ และบทร้อยกรองง่าย ๆ อ่านจับใจความจากสื่อต่าง ๆ แล้วสามารถ ตั้ง คำถามและตอบคำถามเชิงเหตุผล ลำดับเหตุการณ์และคาดคะเนเหตุการณ์ โดยระบุเหตุผลประกอบ สรุป ความรู้และขอ้ คิดจากเร่ืองที่อ่าน เพื่อนำไปใช้ในชีวติ ประจำวัน อา่ นหนงั สอื ตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอและ นำเสนอเรื่องที่อ่าน อ่านข้อเขียนเชิงอธิบาย และปฏิบัติตามคำสั่งหรือข้อแนะนำ อ่าน ข้อมลู จากแผนภาพ แผนที่ และแผนภมู ิ และมีมารยาทในการอา่ น คดั ลายมอื ตวั บรรจงเตม็ บรรทดั ตามรูปแบบ การเขียนตัวอักษรไทย เขียนบรรยายเกี่ยวกับลักษณะของคน สัตว์ สิ่งของ สถานท่ี ได้อย่าง ชัดเจน เขียน บันทึกประจำวัน เขียนจดหมายลาครู เขียนเรื่องตามจินตนาการจากคำ ภาพ และหัวข้อที่กำหนด และมี มารยาทในการเขียน จับใจความจากเรื่องที่ฟังและดูทั้งที่เป็นความรู้และความบันเทิง โดยสามารถเล่า รายละเอยี ด บอกสาระสำคัญ ตั้งคำถาม ตอบคำถาม พูดแสดงความคดิ เหน็ และความรู้สึกจากเร่ืองท่ีฟังและดู พูดแนะนำตนเอง พูดแนะนำสถานทใ่ี นโรงเรยี นและในชุมชน พดู แนะนำเชิญชวนเกีย่ วกบั การปฏิบตั ิตนในด้าน ต่าง ๆ เล่าประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน พูดในโอกาสต่าง ๆ เช่น ขอร้อง ทักทาย ขอบคุณ ขอโทษ ปฏิเสธ ซักถาม และมมี ารยาทในการฟัง การดู และ การพดู เขยี นสะกดคำและบอกความหมายของคำ ใช้พจนานุกรม ค้นหาความหมายของคำ ระบุชนิดและหน้าที่ของคำนาม คำสรรพนาม และคำกริยาในประโยค แต่งประโยค เพื่อการส่ือสาร ได้แก่ ประโยคบอกเล่า ประโยคปฏิเสธ ประโยคคำถาม ประโยคขอร้อง ประโยคคำส่ัง แต่งคำ คลอ้ งจองและ คำขวัญ และเลือกใช้ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่นได้เหมาะสมกับกาลเทศะ ระบุข้อคิดที่ได้ จากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน รู้จักเพลงพื้นบา้ นและเพลงกล่อมเด็กเพื่อปลกู ฝงั ความชื่นชมวัฒนธรรมทอ้ งถิน่ และท่องจำบทอาขยาน ตามที่ กำหนดและบทรอ้ ยกรองท่มี ีคุณคา่ ตามความสนใจ กิจกรรมการเรียนรู้เน้นให้ผู้เรียนฝึกทักษะการใช้ภาษา ทั้งการอ่าน การเขียน การฟัง การดู และการ พดู ทอี่ ย่บู นพ้ืนฐานของหลกั ภาษา โดยใช้กระบวนการกล่มุ และการระดมสมองเป็นหลัก เพื่อให้เกิดความเข้าใจหลักภาษา เกิดทักษะในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร สามารถนำไปใช้ใน ชวี ิตประจำวันได้ มคี วามช่นื ชม เหน็ คุณคา่ ภมู ปิ ัญญาไทยและภูมใิ จในภาษาประจำชาติ รหัสตวั ชี้วดั ท ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙ ท ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖ ท ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖ ท ๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖ ท ๕.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔ รวมทัง้ หมด ๓๑ ตัวช้ีวัด

โครงสร้างการจดั หนว่ ยการเรยี นรู้ เวลา กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๓ เรียน (ช่ัวโมง) ภาคเรยี นที่ ๒ เวลาเรยี น ๑๐๐ ช่วั โมง ๗ หน่วยการเรียนรู้ ๗ ๗ หลกั ภำษำและกำรใชภ้ ำษำไทย ๗ หน่วยกำรเรียนรู้ที่ ๑๒ คำท่ีใช้ ฑ ฤ ฤๅ ๗ หน่วยกำรเรียนรู้ที่ ๑๓ คำพอ้ ง ๗ หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี ๑๔ ชนิดของคำ...ทำหลำยหนำ้ ที่ ๗ หน่วยกำรเรียนรู้ที่ ๑๕ กำรใชพ้ จนำนุกรม หน่วยกำรเรียนรู้ที่ ๑๖ กำรแตง่ ประโยคเพื่อกำรส่ือสำร ๒ หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี ๑๗ คำคลอ้ งจองและคำขวญั ๒ หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี ๑๘ ภำษำไทยมำตรฐำนและภำษำถิ่น หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี ๑๙ กำรอำ่ น ๑ เรื่องท่ี ๑ กำรอ่ำนขอ้ เขยี นเชิงอธิบำย ๔  กำรอำ่ นคำขวญั ประกำศ และป้ำยโฆษณำ เร่ืองท่ี ๔ กำรอ่ำนขอ้ มลู จำกแผนภำพ แผนท่ี และแผนภูมิ ๑ หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี ๒๐ กำรเขียน ๒ เรื่องที่ ๔ กำรเขียนจดหมำยลำครู ๒ เรื่องท่ี ๕ กำรเขยี นเรื่องตำมจินตนำกำร ๓ ๖ หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี ๒๑ กำรฟัง กำรดู และกำรพูด ๑ เรื่องท่ี ๒ กำรพูดส่ือสำรในชีวิตประจำวนั  กำรแนะนำตนเอง ๕  กำรแนะนำสถำนที่ในโรงเรียน ๕  กำรแนะนำ เชิญชวนเกี่ยวกบั กำรปฏิบตั ิตนในดำ้ นตำ่ งๆ  กำรเลำ่ ประสบกำรณ์ในชีวิตประจำวนั  กำรพดู ในโอกำสต่ำง ๆ เร่ืองที่ ๓ มำรยำทในกำรฟัง กำรดู และกำรพูด วรรณคดีและวรรณกรรม หน่วยกำรเรียนรู้ที่ ๕ บทเพลงท่ีขบั ขำน หน่วยกำรเรียนรู้ที่ ๖ ศรศิลป์ ไม่กินกนั

หน่วยกำรเรียนรู้ที่ ๗ ปริศนำพำสนุก ๒ หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี ๘ ควำมสุขจำกกำรทำควำมดี ๒



แผนการจัดการเรียนรู้ 1 กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย หน่วยการเรียนรู้ที่ 12 เรื่องคำทใี่ ช้ ฑ ฤ ฤๅ ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 3 แผนการเรียนรทู้ ี่ 1 เรือ่ งลกั ษณะของคำทีใ่ ช้ ฑ ฤ สอนวนั ท่ี 1 เดือนพฤศจกิ ายน พ.ศ.2565 เวลา 1 ช่ัวโมง ภาคเรียนที่ 2 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความร้แู ละความคิดเพื่อนำไปใชต้ ัดสินใจ แก้ปัญหาในการ ดำเนนิ ชวี ติ และมีนิสัยรกั การอ่าน ตัวช้ีวดั ท ๑.๑ ป. ๓/๑ อ่านออกเสียงคำ ข้อความ เรื่องสน้ั ๆ และบทรอ้ ยกรองง่าย ๆ ได้ถูกต้อง คล่องแคล่ว ท ๑.๑ ป. ๓/๒ อธิบายความหมายของคำและข้อความที่อา่ น มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลัง ของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ขิ องชาติ ตัวชีว้ ัด ท ๔.๑ ป. ๓/๑ เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ๑. บอกลักษณะของคำที่ใช้ ฑ ฤ ฤๅ (K) ๒. จำแนกคำท่ีใช้ ฑ ฤ ฤๅ (P) ๓. กระตอื รือรน้ ในการร่วมกจิ กรรม (A) สาระสำคญั ฑ อ่านออกเสยี งได้ ๒ เสียง คือ เสียง ด และเสยี ง ท ฤ ออกเสียงได้ ๓ เสียง คือ รึ ริและ เรอ ส่วน ฤๅ อ่านวา่ รือ เมื่อประสมคำความหมายจะเปลี่ยนไป สาระการเรยี นรู้ ลกั ษณะของคำทใ่ี ช้ ฑ ฤ ฤๅ สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น ๑. ความสามารถในการสือ่ สาร

2 - ทักษะการอ่าน - ทกั ษะการเขียน - ทักษะการฟัง การดู และการพูด ๒. ความสามารถในการคดิ - การใหเ้ หตุผล - การคดิ สังเคราะห์ - การจำแนก - การสรปุ ความรู้ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ใฝ่เรยี นรู้ ตัวชว้ี ดั ที่ ๔.๑ ตง้ั ใจ เพียรพยายามในการเรียนและเข้าร่วมกจิ กรรมการเรียนรู้ ชน้ิ งาน/ภาระงาน ผลงานการเขยี นคำทใ่ี ช้ ฑ ฤ ฤๅ คำถามทา้ ทาย คำที่ใช้ ฑ ฤ ฤๅ เกดิ ขึ้นได้อยา่ งไร การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ ๑.ให้นกั เรียนเลน่ เกมอักษรปริศนา โดยครอู า่ นความหมายของคำให้ฟัง ให้นกั เรยี นยกมือตอบ หากนักเรียนตอบถูกให้ออกมาเขียนคำนั้นบนกระดานทีละคำจนครบ ดงั น้ี ๐ ผู้มอบไม้เทา้ วิเศษให้แก่สดุ สาคร (พระฤๅษี) ๐ ดาวทมี่ ีแสงสวา่ งในตัวเอง (ดาวฤกษ์) ๐ บ้านหลงั ใหญ่ดโู อ่โถง (คฤหาสน)์ ๐ เดอื นท่มี ีพิธีแรกนาขวัญ (พฤษภาคม ) ๐ อำนาจศักดส์ิ ิทธิ์ (ฤทธิ์) ๐ ผมู้ ปี ญั ญา มคี วามรู้ (บัณฑิต) ๐ ชอื่ เคร่ืองหมายสำหรบั ฆ่าตัวอกั ษรท่ีไม่ออกเสียง (ทัณฑฆาต) ๒. ใหน้ ักเรยี นอา่ นออกเสยี งคำเหลา่ นน้ั บนกระดาน ช่วยกนั ตรวจสอบการเขียนคำแตล่ ะคำ ถา้ ไม่ถกู แก้ให้ถูกต้อง ครชู วนสนทนา โดยใหน้ ักเรียนสงั เกตคำแต่ละคำ ครูใชค้ ำถาม ดังนี้ ๐ คำวา่ “พระฤๅษี” ฤๅ ออกเสยี งอย่างไร (รือ ) ๐ คำวา่ “ดาวฤกษ์ ” ฤ ออกเสียงอย่างไร (เรอ )

3 ๐ คำว่า “คฤหาสน์” ฤ ออกเสียงอยา่ งไร (รึ ) ๐ คำว่า “พฤษภาคม” ฤ ออกเสยี งอย่างไร (รึ) ๐ คำว่า “ ฤทธ์ิ ” ฤ ออกเสียงอย่างไร (ริ ) ๐ คำว่า “บัณฑิต” ฑ ออกเสยี งอยา่ งไร (ด ) ๐ คำวา่ “ทณั ฑฆาต” ฑ ออกเสียงอย่างไร ( ท ) ๐ ดงั น้ัน สรุปว่า ฤๅ ออกเสยี งไดก้ เ่ี สียง ( ๑ เสียง คอื รือ ) ๐ ฤ ออกเสยี งได้กี่เสียง ( ๓ เสียง คอื รึ ริ เรอ ) ๐ ฑ ออกเสยี งได้กี่เสยี ง ( ๒ เสียง คือ ด และ ท ) ๓. ให้นักเรยี นเติม ฑ ฤ ฤๅ ลงในชอ่ งวา่ งใหเ้ ปน็ คำที่ตรงกับความหมายท่ีกำหนด ๔. ใหน้ ักเรียนนำคำจากเกมอักษรปรศิ นาฝึกอ่านคำ โดยครูติดบตั รคำบนกระดาน ให้อาสาสมคั ร ออกมาเขียนคำอ่าน ๕.ครแู ละนกั เรียนชว่ ยกนั ตรวจคำตอบพรอ้ ม ๆ กนั แลว้ อา่ นออกเสียงคำอกี ครั้งหนงึ่ ๖.ครเู ขียนคำบนกระดานให้นักเรยี นเตมิ ตัวอักษรท่ีหายไปลงในช่องว่างให้เป็นคำท่ีถูกต้อง ดังนี้ ๑) พ _ ศจิกายน ๒) อม _ ต ๓) ห _ ทยั ๔) _ ดู ๕) มณ _ า ๖) บณั _ ต ๗) _ ทธิ์ ๘) ก _ ษณา ๙) ท _ ษฎี ๑๐) _ ษี ๗. ครูและนกั เรียนชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกต้องของคำ และอา่ นออกเสียงคำใหถ้ ูกต้อง ๘. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดงั น้ี ๏ คำทใ่ี ช้ ฑ ฤ ฤๅ เกิดขน้ึ ได้อย่างไร สื่อการเรียนรู้ ๑. เกมอักษรปริศนา ๒. บัตรคำ การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ๑. วิธีการวดั และประเมนิ ผล

4 ๑) สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเขา้ รว่ มกิจกรรม ๒) ตรวจผลงานของนักเรียน ๒. เครอ่ื งมือ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรม ๓. เกณฑก์ ารประเมนิ การประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรม ผ่านต้ังแต่ ๒ รายการ ถือว่า ผา่ น ผา่ น ๑ รายการ ถือว่า ไมผ่ า่ น

แผนการจัดการเรยี นรู้ 5 กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 12 เรอ่ื งคำทใ่ี ช้ ฑ ฤ ฤๅ ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 3 แผนการเรยี นร้ทู ี่ 2 เรือ่ งคำทีใ่ ช้ ฑ สอนวันที่ 2 เดือนพฤศจกิ ายน พ.ศ.2565 เวลา 1 ช่ัวโมง ภาคเรียนที่ 2 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพือ่ นำไปใชต้ ดั สนิ ใจ แก้ปญั หาในการ ดำเนนิ ชวี ติ และมนี สิ ยั รักการอ่าน ตัวช้ีวัด ท ๑.๑ ป. ๓/๑ อ่านออกเสียงคำ ข้อความ เรื่องสัน้ ๆ และบทร้อยกรองง่าย ๆ ได้ถกู ต้อง คล่องแคลว่ ท ๑.๑ ป. ๓/๒ อธิบายความหมายของคำและข้อความท่ีอ่าน มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตวั ชีว้ ัด ท ๔.๑ ป. ๓/๑ เขยี นสะกดคำและบอกความหมายของคำ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ (A) ๑. อธบิ ายคำท่ใี ช้ ฑ (K) ๒. อ่านและเขยี นคำท่ีใช้ ฑ (P) ๓. เหน็ ความสำคัญในการอา่ นและเขียนคำทใ่ี ช้ ฑ สาระสำคญั ฑ เปน็ พยญั ชนะตัวท่ี ๑๗ ออกเสยี งได้ ๒ เสยี ง คอื เสียง ด และเสียง ท สาระการเรียนรู้ ลกั ษณะของคำท่ีใช้ ฑ สมรรถนะของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร - ทกั ษะการอ่าน

6 - ทักษะการเขียน - ทักษะการฟัง การดู และการพูด ๒. ความสามารถในการคิด - การให้เหตุผล - การคดิ วเิ คราะห์ - การจำแนก - การสรุปความรู้ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ ตวั ชวี้ ัดท่ี ๔.๑ ต้ังใจ เพยี รพยายามในการเรยี นและเขา้ รว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้ ชิน้ งาน/ภาระงาน ผลงานการแต่งประโยคจากคำที่ใช้ ฑ คำถามทา้ ทาย คำทใี่ ช้ ฑ ทำอะไรไดบ้ ้าง การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ ๑. ใหน้ ักเรยี นร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คำถามท้าทาย ดังนี้ ๏ คำทใ่ี ช้ ฑ ทำอะไรได้บา้ ง ๒. ครตู ิดบตั รคำและแถบประโยค บนกระดาน ดงั น้ี ใหน้ ักเรียนเลอื กคำท่ีกำหนดให้เตมิ ลงในช่องว่างใหไ้ ดใ้ จความ บณั ฑติ มณฑป มณฑา กณุ ฑล ทณั ฑสถาน ๑) ช่อื ไมพ้ มุ่ ชนิดหนงึ่ มกี ลิ่นหอม (มณฑา) ๒) หนุมานมี เป็นของวิเศษติดตวั มา (กุณฑล) ๓) รถยนตค์ นั ใหญ่บรรทกุ ผ้ตู อ้ งขังไป (ทณั ฑสถาน) ๔ ) ขอให้ ทกุ คนเข้าแถวหน้าหอประชุม (บัณฑติ ) ๕) ท่ีเพ่งิ สรา้ งเสร็จสวยงามมาก (มณฑป)

7 ๓. อาสาสมัครนักเรยี นอ่านบัตรคำ ๑ คน ให้เพ่ือนอ่านตาม อาสาสมคั รอา่ นคำถามข้อละ ๑ คน หลงั จากนนั้ ใหน้ ักเรียนจับคู่คิดรว่ มกันวา่ แต่ละข้อจะเติมคำอะไร สมุ่ คำตอบทลี ะข้อ ถา้ ตอบถูกให้นกั เรยี นเติม ลงในช่องวา่ ง จนครบท้ัง ๕ ข้อ สนทนากับนักเรียนว่าใครตอบถูกหมดบ้าง ใครไม่ถูกเลยบา้ ง และให้นักเรียน อ่านประโยคหรือข้อความท่สี มบูรณ์พร้อมกันอีกครั้งหน่งึ ให้อ่านครั้งละ ๔ – ๕ คน และส่มุ ให้อา่ นคนเดียว จนนักเรียนอ่านถกู ต้องคล่องแคล่ว ๔. ให้นักเรยี นสังเกตคำจากประโยคทลี ะประโยค โดยครใู ช้คำถามใหน้ กั เรยี นตอบทีละคน ดังนี้ ๐ ใหน้ ักเรยี นออกมาเขยี นคำอ่านและอา่ นพรอ้ มกนั คำท่ใี ช้ ฑ ท้งั ๕ คำ คือ มณฑา อา่ นวา่ มน – ทา ทณั ฑสถาน อ่านวา่ ทัน – ทะ – สะ – ถาน กณุ ฑล อ่านว่า กนุ – ทน บณั ฑิต อ่านวา่ บัน – ดดิ มณฑป อ่านว่า มน – ดบ ๐ ดงั น้ันสรุปไดว้ า่ คำท่ใี ช้ ฑ ออกเสยี งไดก้ ่ีเสียง ( ๒ เสียง คอื ด และ ท ) ๐ คำวา่ “มณฑา” หมายถึงอะไร (ไมพ้ ุ่มชนดิ หนึ่งมีกลิ่นหอม) ๐ คำวา่ “ กณุ ฑล” หมายถึงอะไร (ตุ้มหู) ๐ คำวา่ “ ทณั ฑสถาน” หมายถงึ อะไร (เรอื นจำพเิ ศษ ใช้เปน็ ท่คี มุ ขังผู้ต้องขังเฉพาะแต่ละประเภท) ๐ คำว่า “ บัณฑติ ” หมายถึงอะไร (ผู้ทรงความรู้, ผู้มีปัญญา) ๐ คำวา่ “ มณฑป” หมายถึงอะไร (เรอื นยอดขนาดใหญ่ มีรปู สเ่ี หลย่ี มจตั ุรัส) ๕. ครชู วนนกั เรยี นสนทนาถึงคำท่นี ักเรียนตอบได้ นกั เรียนรู้คำมาก่อนจากประสบการณ์เดมิ แต่ถา้ จะ มีนกั เรียนบางคนไมม่ ปี ระสบการณ์ไม่สามารถตอบได้ ครูและเพ่ือนชวนสนทนาเกยี่ วกับความหมาย ของคำ เร่อื งราวในประโยคหรือข้อความ เช่น เรือ่ งที่เกย่ี วกับหนมุ าน ครูอาจซักถามวา่ ทราบจากไหน นักเรยี น อาจจะทราบจากพ่อ แม่ ผู้ปกครองเล่าให้ฟงั หรอื จากการดูโทรทัศน์ ๖. ให้นกั เรียนศกึ ษาความรเู้ ร่ืองคำทใ่ี ช้ ฑ ให้นกั เรยี นอา่ นในใจ ๑ เที่ยว อา่ นออกเสียงพร้อมกัน ๗. ให้นกั เรยี นแตง่ ประโยคหรือข้อความจากคำท่ใี ช้ ฑ คนละ ๕ ประโยค โดยคำที่ใช้ ฑ แต่ละข้อ ไมซ่ ำ้ กัน ส่อื การเรยี นรู้ ๑. แถบประโยค ๒. บัตรคำ การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ๑. วธิ ีการวัดและประเมนิ ผล ๑) สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในการเขา้ รว่ มกิจกรรม

8 ๒) ตรวจผลงานของนักเรยี น ๒. เครอ่ื งมือ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรม ๓. เกณฑก์ ารประเมนิ การประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรม ผ่านตง้ั แต่ ๒ รายการ ถอื ว่า ผ่าน ผ่าน ๑ รายการ ถอื วา่ ไมผ่ า่ น

แผนการจดั การเรียนรู้ 9 กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 12 เรือ่ งคำที่ใช้ ฑ ฤ ฤๅ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 แผนการเรยี นรทู้ ่ี 3 เรอ่ื งคำท่ใี ช้ ฤ ฤๅ สอนวันที่ 3 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2565 เวลา 1 ชั่วโมง ภาคเรียนท่ี 2 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพ่อื นำไปใชต้ ัดสนิ ใจ แก้ปญั หาในการ ดำเนินชวี ติ และมีนิสยั รักการอา่ น ตัวชวี้ ดั ท ๑.๑ ป. ๓/๑ อา่ นออกเสียงคำ ข้อความ เรื่องสนั้ ๆ และบทร้อยกรองง่าย ๆ ไดถ้ กู ต้อง คลอ่ งแคล่ว ท ๑.๑ ป. ๓/๒ อธบิ ายความหมายของคำและข้อความที่อา่ น มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลัง ของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชาติ ตวั ชวี้ ดั ท ๔.๑ ป. ๓/๑ เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. อธบิ ายคำทใ่ี ช้ ฤ ฤๅ (K) ๒. อา่ นและเขียนคำทีใ่ ช้ ฤ ฤๅ (P) ๓. เห็นความสำคัญในการอ่านและเขียนคำที่ใช้ ฤ ฤๅ (A) สาระสำคญั ฤ เมือ่ ใช้เขียนเปน็ พยญั ชนะต้น หรือประสมกับพยัญชนะอนื่ ออกเสยี งได้ ๓ เสยี ง คือ รึ ริ เรอ สว่ น ฤๅ อา่ นว่า รือ หมายถึง หรือ อะไร ไม่ใช่ แตเ่ มื่อประสมกับคำหรือพยางค์ ความหมายจะเปลย่ี นไป สาระการเรียนรู้ ลกั ษณะของคำท่ีใช้ ฤ ฤๅ สมรรถนะของผู้เรียน ๓. ความสามารถในการสือ่ สาร

10 - ทักษะการอา่ น - ทกั ษะการเขียน - ทกั ษะการฟัง การดู และการพดู ๔. ความสามารถในการคิด - การให้เหตุผล - การจดั ระบบความคิดเป็นแผนภาพ - การจำแนก - การสรปุ ความรู้ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ ตวั ชีว้ ดั ที่ ๔.๑ ตั้งใจ เพยี รพยายามในการเรียนและเขา้ รว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้ ช้นิ งาน/ภาระงาน ผลงานการเขยี นคำที่ใช้ ฤ ฤๅ คำถามท้าทาย คำทีใ่ ช้ ฤ ฤๅ มีความสำคัญอย่างไร การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ ๑. ครูติดแผนภมู บิ ทร้อยกรองหรือเขียนบนกระดาน และอา่ นให้นกั เรียนฟงั ดังน้ี ดม่ื นำ้ อมฤต มฤตยูไมก่ ล้ำกลาย หฤทยั ไม่วางวาย คงอยู่ไดด้ ว้ ยฤทธา แกน่ ไมก้ ฤษณา ฤๅษเี สกสาวโสภา นฤมลมีดวงตา ดังมฤคาในพงไพร จรุ ีพร มุนีโมไนย ๒. ให้นกั เรยี นอ่านบทร้อยกรองพร้อมกนั ๑ – ๒ เทีย่ ว ให้อา่ นครัง้ ละ ๔ – ๕ คน และสุม่ ให้อา่ น คนเดียว จนนกั เรียนอา่ นถูกต้องคล่องแคล่ว ให้นักเรยี นสงั เกตจังหวะการอ่านบทรอ้ ยกรอง ท้งั ร้อยแก้วและ ทำนองเสนาะ ๓. ให้นกั เรียนสงั เกตคำจากบทร้อยกรอง โดยครใู ช้คำถามใหน้ ักเรยี นตอบทลี ะคน ดงั นี้ ๐ บทร้อยกรองน้ีสอื่ ใหเ้ หน็ อะไร (เรื่องของคำที่ใช้ ฤ ฤๅ) ๐ จากบทรอ้ ยกรองนี้มีคำที่ใช้ ฤ กค่ี ำ คำใดบา้ ง (๗ คำคอื อมฤต, มฤตยู, หฤทัย,ฤทธา, กฤษณา, นฤมล, มฤคา )

11 ๐ คำอะไรท่ีออกเสยี งได้ท้งั ริ และ รึ (อมฤต) ๐ จากบทรอ้ ยกรองน้ีมคี ำท่ีใช้ ฤๅ กคี่ ำ คำใดบ้าง ( ๑ คำ คือ ฤๅษ)ี ๔. ครเู ขยี นคำทีใ่ ช้ ฤ ฤๅ ทั้ง ๘ คำบนกระดาน ให้นกั เรียนอา่ นพร้อมกนั ๑ – ๒ เท่ยี ว และขออาสาสมคั ร ออกมาเขียนคำอ่านคนละ ๑ คำ บนกระดาน ครูและนกั เรียนชว่ ยกันตรวจสอบความถกู ต้องของการเขยี นคำ อ่านและใหอ้ า่ นทีละคำพร้อมกันอีกคร้ังหนงึ่ สุ่มให้นักเรียนอ่านทีละคนจนนกั เรียนอา่ นคล่อง ครูและนักเรียน ชว่ ยกนั สรปุ ว่า ฤ เมื่อใช้เขยี นเปน็ พยัญชนะต้น หรือประสมกับพยัญชนะอน่ื ออกเสียงได้ ๓ เสยี ง คือ รึ ริ เรอ ส่วน ฤๅ อ่านวา่ รือ หมายถงึ หรือ อะไร ไมใ่ ช่ แตเ่ มือ่ ประสมกับคำหรอื พยางค์ ความหมายจะเปล่ียนไป ดงั นี้ คำ คำอ่าน ความหมาย อมฤต อำ – มะ – ริด หรือ อำ – มะ – ไม่ตาย รึด มฤตยู มะ – รึด – ตะ – ยู ความตาย หฤทัย หะ – รึ – ไท หวั ใจ, ใจ ฤทธา รดิ – ทา อำนาจศักดิ์สิทธิ์ กฤษณา กรดิ – สะ – หนา สว่ นของเนอ้ื ไม้ซึ่งมสี ีดำ นฤมล นะ – รึ – มน ไมม่ ีมลทนิ มฤคา มะ – รึ – คา กวาง ฤๅษี รอื – สี นกั บวชทีอ่ ยู่ในปา่ ๕. ครูถามความหมายของคำแต่ละคำ คำไหนทีน่ ักเรยี นตอบไม่ได้ลองเดาหรือคาดคะเนว่า คำน้ันหมายถึงอะไร ๖. ครูให้นกั เรียนสำรวจช่ือและนามสกลุ ของตนเองว่ามีคำใดบ้างที่มีคำทีใ่ ช้ ฤ ฤๅ ถ้ามีให้ออกไปเขียนบน กระดานและขีดเส้นใต้ คำท่ีใช้ ฤ ฤๅ อ่านใหเ้ พ่ือนฟัง ๗. ใหน้ กั เรียนศกึ ษาความรเู้ รื่อง คำท่ีใช้ ฤ ฤๅ ใหน้ ักเรยี นอา่ นในใจ ๑ เทย่ี ว อ่านออกเสียงพร้อมกัน ๘. ครูเขยี นตัวอักษรบนกระดานให้นกั เรยี นเรียงตัวอักษรให้เป็นคำท่ีใช้ ฤ ฤๅ ท่ีถกู ต้อง ๑) ก ม ร พ ร ฤ ติ  .............................. (พฤตกิ รรม) ๒) ฎี ษ ท ฤ  ............................... (ทฤษฎี) ๓) ษ์ ก ฤ  ...............................(ฤกษ)์ ๔) ษ า ฤ พ ก  ................................(พฤกษา) ๕) ค พ ษ ฤ ภ า ม  ................................(พฤษภาคม) ๖) ดู ฤ  ................................(ฤดู) ๗) ษี ฤๅ  ................................(ฤๅษ)ี ๘) ย ส า ฤๅ  ...............................(ฤๅสาย)

12 ๙) ทั ฤ ย  .............................. .(ฤทัย) ๑๐) ท ธ์ิ ฤ  ............................. (ฤทธ)ิ์ ๙. ใหน้ กั เรยี นร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คำถามท้าทาย ดงั น้ี ๏ คำทใี่ ช้ ฤ ฤๅ มคี วามสำคัญอย่างไร สอ่ื การเรยี นรู้ แผนภูมบิ ทรอ้ ยกรอง การวดั และประเมินผล ๑. วิธกี ารวดั และประเมินผล ๑) สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเข้าร่วมกจิ กรรม ๒) ตรวจผลงานของนักเรียน ๒. เครอ่ื งมือ แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรม ๓. เกณฑก์ ารประเมนิ การประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรม ผ่านตัง้ แต่ ๒ รายการ ถอื ว่า ผา่ น ผ่าน ๑ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน

แผนการจัดการเรยี นรู้ 13 กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 12 เรอื่ งคำท่ีใช้ ฑ ฤ ฤๅ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 3 แผนการเรียนร้ทู ่ี 4 เรอ่ื งสนุกกบั คำท่ใี ช้ ฑ ฤ ฤๅ สอนวันที่ 4 เดือนพฤศจกิ ายน พ.ศ.2565 เวลา 1 ช่ัวโมง ภาคเรียนท่ี 2 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคดิ เพ่อื นำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการ ดำเนนิ ชีวิต และมนี ิสัยรักการอา่ น ตัวช้วี ดั ท ๑.๑ ป. ๓/๑ อ่านออกเสียงคำ ข้อความ เร่ืองสน้ั ๆ และบทรอ้ ยกรองง่าย ๆ ได้ถกู ต้อง คลอ่ งแคล่ว ท ๑.๑ ป. ๓/๒ อธบิ ายความหมายของคำและข้อความท่ีอ่าน มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ ตัวชวี้ ดั ท ๔.๑ ป. ๓/๑ เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ๑. ยกตวั อยา่ งคำทีใ่ ช้ ฑ ฤ ฤๅ (K) ๒. อ่านออกเสยี งและเขียนคำท่ีใช้ ฑ ฤ ฤๅ ในชีวิตประจำวนั (P) ๓. เห็นความสำคญั ของคำที่ใช้ ฑ ฤ ฤๅ ในชวี ิตประจำวัน (A) สาระสำคัญ ในชวี ิตประจำวันมีหลายคำทใ่ี ช้ ฑ ฤ ฤๅ สาระการเรยี นรู้ คำทใี่ ช้ ฑ ฤ ฤๅ ในชวี ติ ประจำวนั สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น ๕. ความสามารถในการสอื่ สาร - ทกั ษะการอ่าน

14 - ทกั ษะการเขยี น - ทักษะการฟัง การดู และการพูด ๖. ความสามารถในการคิด - การใหเ้ หตผุ ล - การจดั ระบบความคดิ เปน็ แผนภาพ - การจำแนก - การสรุปความรู้ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ มงุ่ มัน่ ในการทำงาน ตัวชี้วัดที่ ๖.๑ ตงั้ ใจและรับผิดชอบในการปฏิบัตหิ นา้ ที่การงาน ตวั ชว้ี ดั ท่ี ๖.๒ ทำงานด้วยความเพียรพยายามและอดทนเพ่อื ใหง้ านสำเร็จตามเปา้ หมาย รกั ความเป็นไทย ตัวชีว้ ัดที่ ๗.๒ เหน็ คณุ ค่าและใชภ้ าษาไทยในการสอ่ื สารได้อย่างถกู ต้องและเหมาะสม ช้นิ งาน/ภาระงาน ผลงานการแตง่ คำคลอ้ งจองโดยใช้คำ ฑ ฤ ฤๅ คำถามท้าทาย รอบ ๆ ตัวนักเรียนมคี ำทีใ่ ช้ ฑ ฤ ฤๅ บ้างหรือไม่ อย่างไร การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ ๑. ครูติดแผนภมู ิคำคลอ้ งจองหรือเขียนบนกระดาน และอ่านใหน้ กั เรยี นฟงั ดังนี้ พระบิณฑบาต คฤหาสนส์ วย ดว้ ยไม้กฤษณา ฤทธาฤๅษี ๒. ใหน้ ักเรยี นอา่ นคำคล้องจอง ๔ พยางค์ พร้อมกัน ๑ – ๒ เทีย่ ว โดยใหน้ ักเรยี นจับคกู่ ันปรบมือ ๔ ครั้ง ครั้งที่ ๑ปรบมือตัวเองพรอ้ มกับพูดว่า พระ ครั้งที่ ๒ มือซ้ายตบมือขวาเพื่อน มือขวาตบมือซา้ ยเพอ่ื น พร้อมกับ พูดวา่ บิน ครง้ั ท่ี ๓ ปรบมอื ตัวเองพร้อมกบั พูดว่า ทะ ครัง้ ที่ ๔ มือซา้ ยตบมือขวาเพ่ือน มอื ขวาตบมือซ้ายเพ่ือน พรอ้ มกับพูดวา่ บาด ใหอ้ า่ นครง้ั ละ ๔ – ๕ คน และสุม่ ให้อา่ นคนเดยี ว จนนกั เรียนอ่านถกู ตอ้ งคลอ่ งแคล่ว ๓. ให้นกั เรียนสงั เกตคำคลอ้ งจอง โดยครูใชค้ ำถาม ใหน้ ักเรยี นตอบทลี ะคน ดังน้ี ๐ คำคลอ้ งจองนี้ส่อื ให้เห็นอะไร (เรือ่ งของคำท่ีใช้ ฑ ฤ ฤๅ) ๐ จากคำคลอ้ งจองนี้มีคำที่ใช้ ฑ ก่ีคำ คำใดบา้ ง ( ๓ คำ คือ บิณฑบาต, มณฑา, บัณฑติ ) ๐ คำทใ่ี ช้ ฑ คำไหนบา้ งออกเสยี ง ท (บณิ ฑบาต, มณฑา) ๐ คำทีใ่ ช้ ฑ คำไหนบ้างออกเสยี ง ด (บัณฑติ )

15 ๐ จากคำคล้องจองนี้มคี ำที่ใช้ ฤ กีค่ ำ คำใดบ้าง ( ๖ คำ คอื คฤหาสน์, กฤษณา, ฤทธา, ฤกษ,์ ฤทัย, พฤกษา) ๐ คำทใ่ี ช้ ฤ คำไหนบา้ งออกเสียง ริ (กฤษณา, ฤทธา) ๐ คำที่ใช้ ฤ คำไหนบา้ งออกเสยี ง รึ (คฤหาสน์, ฤทยั ,พฤกษา ) ๐ คำที่ใช้ ฤ คำไหนบา้ งออกเสียง เรอ (ฤกษ)์ ๐ จากบทรอ้ ยกรองน้ีมคี ำทใ่ี ช้ ฤๅ กี่คำ คำใดบา้ ง ( ๑ คำ คอื ฤๅษี) ๔. ครใู ห้นักเรยี นอ่านคำคลอ้ งจองอีกคร้งั หนึ่งและชวนสนทนาถึงคำท่คี ลอ้ งจองหรือสมั ผัสกนั เช่น บาตรกับหาสน์, สวยกับดว้ ย, หนากบั ธา, ษกี ับมี ๕.ให้นกั เรยี นศกึ ษาคำศพั ท์พื้นฐาน...ฝกึ อ่านฝกึ เขียน ใหน้ ักเรยี นอา่ นในใจ ๑ เทย่ี ว อา่ นออกเสยี ง พร้อมกนั ๖. ใหน้ กั เรยี นเติมคำคล้องจองให้สมั ผสั กับคำท่ีกำหนดให้ โดยใช้คำ ฑ ฤ ฤๅ ดงั นี้ ๑) ..................ราตรี ( มณฑา,พฤกษา ฯลฯ) ๒) คดั สรร ................... (บณั ฑติ ,บณั เฑาะว์ ฯลฯ) ๓) .................. คนสวย ( มณฑล,นฤมล ฯลฯ) ๔) ...................ใจดี (ฤทยั , หฤทยั ) ๕) พิลกึ .................. (พฤกษา) ๗ . ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชค้ ำถามท้าทาย ดังน้ี ๏ รอบ ๆ ตวั นักเรยี นมคี ำที่ใช้ ฑ ฤ ฤๅ บา้ งหรอื ไม่ อย่างไร สอ่ื การเรียนรู้ แผนภมู คิ ำคล้องจอง การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ๑. วธิ ีการวัดและประเมนิ ผล ๑) สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขา้ รว่ มกิจกรรม ๒) ตรวจผลงานของนักเรียน ๒. เคร่ืองมอื แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรม ๓. เกณฑก์ ารประเมิน การประเมินพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม ผ่านตัง้ แต่ ๒ รายการ ถือวา่ ผา่ น ผ่าน ๑ รายการ ถอื ว่า ไม่ผ่าน

แผนการจัดการเรยี นรู้ 16 กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 12 เรือ่ งคำทีใ่ ช้ ฑ ฤ ฤๅ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 แผนการเรียนรู้ท่ี 4 เรื่องสนุกกับคำทใ่ี ช้ ฑ ฤ ฤๅ สอนวนั ที่ 7 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2565 เวลา 1 ช่ัวโมง ภาคเรยี นที่ 2 มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคดิ เพอ่ื นำไปใชต้ ัดสินใจ แก้ปญั หาในการ ดำเนนิ ชีวติ และมีนิสยั รกั การอ่าน ตัวชี้วดั ท ๑.๑ ป. ๓/๑ อา่ นออกเสียงคำ ข้อความ เร่ืองส้นั ๆ และบทร้อยกรองง่าย ๆ ไดถ้ ูกต้อง คล่องแคล่ว ท ๑.๑ ป. ๓/๒ อธบิ ายความหมายของคำและข้อความท่ีอ่าน มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ขิ องชาติ ตวั ชีว้ ดั ท ๔.๑ ป. ๓/๑ เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๑. บอกประโยชน์ของคำทีใ่ ช้ ฑ ฤ ฤๅ (K) ๒. อา่ นและเขียนบทรอ้ ยกรองโดยใช้ ฑ ฤ ฤๅ (P) ๓. เหน็ ความสำคญั ของคำที่ใช้ ฑ ฤ ฤๅ ในการแตง่ บทร้อยกรอง (A) สาระสำคญั คำทใี่ ช้ ฑ ฤ ฤๅ นำมาแตง่ บทร้อยกรองไดอ้ ย่างสนกุ สนาน สาระการเรยี นรู้ แต่งบทร้อยกรองโดยใช้คำ ฑ ฤ ฤๅ สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน ๗. ความสามารถในการสื่อสาร - ทกั ษะการอา่ น

17 - ทักษะการเขยี น - ทักษะการฟงั การดู และการพดู ๘. ความสามารถในการคิด - การให้เหตุผล - การจำแนก - การสรปุ ความรู้ ๙. ความสามารถในการแกป้ ญั หา ๑๐.ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ ตัวชว้ี ัดที่ ๔.๑ ตั้งใจ เพียรพยายามในการเรยี นและเข้าร่วมกจิ กรรมการเรยี นรู้ รักความเป็นไทย ตวั ชีว้ ดั ท่ี ๗.๒ เหน็ คณุ ค่าและใช้ภาษาไทยในการสอ่ื สารได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ช้ินงาน/ภาระงาน ผลงานการเขยี นบทร้อยกรอง คำถามท้าทาย คำทีใ่ ช้ ฑ ฤ ฤๅ มีความจำเปน็ ต่อคำประพันธ์อย่างไรบ้าง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑. ครูติดแผนภมู บิ ทรอ้ ยกรอง หรอื เขียนบนกระดาน ดงั น้ี มณโฑนางกบ ดาบสฤๅษี ฤทธาฤทธี ฤดีฤดู มณฑามณฑล กุณฑลตุ้มหู ดาวมฤตยู ผรู้ ู้บณั ฑติ จรุ ีพร มุนีโมไนย ๒. ใหน้ กั เรียนอา่ นบทร้อยกรองพร้อมกัน ๑ – ๒ เทย่ี ว ให้อา่ นครัง้ ละ ๔ – ๕ คน และสุ่มให้อ่านคนเดียว จน นักเรียนอา่ นถกู ต้องคล่องแคลว่ ทง้ั รอ้ ยแกว้ และทำนองเสนาะ ใหน้ ักเรยี นสงั เกตจังหวะการอา่ นบทร้อยกรอง ๓. ใหน้ ักเรยี นสงั เกตคำจากบทร้อยกรอง โดยครใู ชค้ ำถาม ดังน้ี ๐ บทรอ้ ยกรองนี้สอ่ื ใหเ้ หน็ อะไร (เรือ่ งของคำที่ใช้ ฑ ฤ ฤๅ) ๐ จากคำคลอ้ งจองนี้มีคำทีใ่ ช้ ฑ กค่ี ำ คำใดบา้ ง ( ๕ คำ คอื มณโฑ, มณฑา, มณฑล,

18 กุณฑล, บัณฑิต) ๐ คำท่ีใช้ ฑ คำไหนบา้ งออกเสยี ง ท (มณโฑ, มณฑา, มณฑล, กณุ ฑล) ๐ คำทใ่ี ช้ ฑ คำไหนบ้างออกเสียง ด (บณั ฑติ ) ๐ จากคำคลอ้ งจองน้ีมคี ำท่ีใช้ ฤ ก่คี ำ คำใดบา้ ง ( ๕ คำ คอื ฤทธา, ฤทธี, ฤดี, ฤดู, มฤตยู) ๐ คำทใ่ี ช้ ฤ คำไหนบ้างออกเสยี ง ริ (ฤทธา, ฤทธ)ี ๐ คำทใ่ี ช้ ฤ คำไหนบ้างออกเสียง รึ (ฤดู, ฤดี, มฤตย)ู ๐ จากบทรอ้ ยกรองนี้มีคำที่ใช้ ฤๅ ก่ีคำ คำใดบา้ ง ( ๑ คำ คอื ฤๅษี) ๔. ครูให้นักเรยี นอ่านบทร้อยกรองอีกคร้งั หน่ึงและบอกนกั เรียนวา่ กลอนสที่ นี่ ักเรียนอา่ นมี ๒ บท และมคี ำทส่ี ัมผัสกันของกลอนส่ี โดยให้ดแู ผนผงั กลอนสี่เป็นการทบทวนจากทเี่ คยเรียนมาแล้ว ๕. แบ่งกลมุ่ นกั เรียนเป็น ๕ กล่มุ ให้แต่ละกลุ่มเขียนกลอนส่ี กล่มุ ละ ๑ บท โดยใหม้ ีคำทใ่ี ช้ ฑ ฤ ฤๅ ลงในกระดาษแผน่ ใหญ่ ใหเ้ วลากลุ่มละ ๓๐ นาที ๖. นำกระดาษแผ่นใหญต่ ิดหน้าช้นั เรียน ตัวแทนกลมุ่ แตล่ ะกล่มุ อา่ นกลอนสท่ี ่ีเขยี นใหเ้ พือ่ นฟงั ครแู ละนักเรยี น ชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ งของการเขียนคำ ครูแสดงความชืน่ ชมนักเรยี นแต่ละกลุ่มที่มีความสามารถใน การเขียนบทร้อยกรอง ๗. ครใู หน้ กั เรยี นเขียนกลอนสค่ี นละ ๑ บท ให้มีคำทใ่ี ช้ ฑ ฤ ฤๅ อย่างน้อย ๔ คำ ๘. ให้นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค้ ำถามท้าทาย ดงั นี้ ๏ คำที่ใช้ ฑ ฤ ฤๅ มีความจำเป็นตอ่ คำประพันธ์อยา่ งไรบ้าง สอ่ื การเรียนรู้ ๑. แผนภูมิบทรอ้ ยกรอง ๒. กระดาษแผน่ ใหญ่ ๓. ปากกาเคมี การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ ๑. วิธีการวดั และประเมินผล ๑) สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรม ๒) สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุม่ ๓) ตรวจผลงานของนักเรียน ๒. เครอ่ื งมือ ๑) แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรม ๒) แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุม่ ๓. เกณฑก์ ารประเมิน ๑) การประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรม

19 ผา่ นตั้งแต่ ๒ รายการ ถอื วา่ ผา่ น ผา่ น ๑ รายการ ถือวา่ ไมผ่ ่าน ๒) การประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม คะแนน ๙ - ๑๐ ระดบั ดีมาก คะแนน ๗ - ๘ ระดบั ดี คะแนน ๕ - ๖ ระดับ พอใช้ คะแนน ๐ - ๔ ระดบั ควรปรับปรงุ

แผนการจัดการเรียนรู้ 20 กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 12 เรื่องคำที่ใช้ ฑ ฤ ฤๅ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 3 แผนการเรยี นรทู้ ี่ 4 เรอื่ งสนุกกับคำทใี่ ช้ ฑ ฤ ฤๅ สอนวนั ท่ี 8 เดอื นพฤศจิกายน พ.ศ.2565 เวลา 1 ชั่วโมง ภาคเรยี นท่ี 2 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคิดเพอื่ นำไปใชต้ ัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต และมนี ิสยั รักการอ่าน ตัวชว้ี ัด ท ๑.๑ ป. ๓/๑ อ่านออกเสียงคำ ข้อความ เรื่องสนั้ ๆ และบทร้อยกรองง่าย ๆ ไดถ้ ูกต้อง คลอ่ งแคล่ว ท ๑.๑ ป. ๓/๒ อธบิ ายความหมายของคำและข้อความที่อ่าน มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๒.๑ใชก้ ระบวนการเขียนเขยี นส่ือสาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขียนเรอื่ งราวใน รูปแบบต่าง ๆ เขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นคว้า อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ ตัวชวี้ ดั ท ๒.๑ ป. ๓/๑ คัดลายมอื ตวั บรรจงเตม็ บรรทัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ขิ องชาติ ตวั ชี้วดั ท ๔.๑ ป. ๓/๑ เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ๑. เขา้ ใจและอธบิ ายความหมายของคำทีใ่ ช้ ฑ ฤ ฤๅ (K) ๒. อธบิ ายความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ( K) ๓. อ่านออกเสียง คำ ข้อความ เรือ่ งสัน้ และบทร้อยกรองท่ใี ช้ ฑ ฤ ฤๅ ได้อยา่ งคล่องแคลว่ (P) ๔. มั่นใจในการนำคำทม่ี ีตัวการนั ต์มาใชใ้ นชีวติ ประจำวัน (A) สาระสำคญั การอ่านออกเสยี งคำ ข้อความ เรอื่ งสน้ั และบทร้อยกรองโดยคำที่ใช้ ฑ ฤ ฤๅ

21 สาระการเรียนรู้ ใชค้ ำ ฑ ฤ ฤๅ ในการอ่านออกเสียง คำ ข้อความ เรื่องส้ัน และบทรอ้ ยกรอง สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน ๑๑.ความสามารถในการสอื่ สาร - ทกั ษะการอา่ น - ทักษะการเขยี น - ทักษะการฟงั การดู และการพดู ๑๒.ความสามารถในการคิด - การให้เหตผุ ล - การจัดระบบความคดิ เปน็ แผนภาพ - การจำแนก - การปฏบิ ัติ - การสรปุ ความรู้ ๑๓.ความสามารถในการแกป้ ญั หา ๑๔.ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ ตวั ชว้ี ดั ที่ ๔.๑ ต้ังใจ เพยี รพยายามในการเรยี นและเข้าร่วมกจิ กรรมการเรยี นรู้ รกั ความเป็นไทย ตวั ชวี้ ดั ที่ ๗.๒ เหน็ คุณคา่ และใช้ภาษาไทยในการสื่อสารได้อย่างถกู ต้องและเหมาะสม ชน้ิ งาน/ภาระงาน ๑. ใบงาน เร่อื ง การเขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ๒. ใบงาน เรื่อง การคัดลายมือคำท่ีใช้ ฑ ฤ ฤๅ คำถามท้าทาย นำคำทีใ่ ช้ ฑ ฤ ฤๅ ไปใช้ทำอะไรได้บ้าง การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ ๑. แบง่ กลุม่ นักเรียนเปน็ ๒ กล่มุ ใหน้ กั เรยี นเข้าแถวตอนแล้วครูแบ่งกระดานเปน็ ๒ สว่ น

22 ใหน้ กั เรียนเล่นเกมแข่งเขียนคำที่ใช้ ฑ ฤ ฤๅ วิธีเล่น เมอื่ ครูบอกว่าเริ่มคนท่ี ๑ ออกมาเขยี นแล้วกลบั ไปเข้า แถวตอ่ จากคนสุดท้ายไปเร่ือยจนกว่าครบู อกหมดเวลา ให้เวลาในการเล่นเกม ๑๐ นาที พอครบู อกหมดเวลา ครูและนกั เรยี นชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกต้องของการเขยี นคำ กลุ่มไหนเขยี นไดม้ ากกว่า และถูกต้องเป็นฝ่ายชนะ ๒. ให้นักเรียนอา่ นออกเสยี งคำที่นกั เรยี นเขยี นพร้อมกนั และถามความหมายของคำทน่ี กั เรยี นเขยี น ครคู อยสังเกตขณะนักเรียนเขียนวา่ ใครเขียนไม่ถูกบ้างหรือบอกความหมายไม่ได้ จะไดด้ ูแลหรือ ซอ่ มเสริมต่อไป ๓. ให้นักเรียนทำใบงานที่ ๒๖ เรื่อง การเขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ และใบงานที่ ๒๗ เรอ่ื ง การคัดลายมือคำท่ใี ช้ ฑ ฤ ฤๅ แลว้ ร่วมกันตรวจสอบความถกู ต้อง ๔. ให้นักเรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดงั น้ี ๏ นำคำทีใ่ ช้ ฑ ฤ ฤๅ ไปใช้ทำอะไรได้บา้ ง สอื่ การเรียนรู้ ใบงาน การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ ๑. วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล ๑) สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกจิ กรรม ๒) สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม ๓) ตรวจใบงานที่ ๒๖ – ๒๗ ๒. เครือ่ งมอื ๑) แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม ๒) แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม ๓. เกณฑก์ ารประเมิน ๑) การประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม ผา่ นตงั้ แต่ ๒ รายการ ถอื ว่า ผา่ น ผ่าน ๑ รายการ ถอื ว่า ไม่ผ่าน ๒) การประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คะแนน ๙ – ๑๐ ระดับ ดมี าก คะแนน ๗ – ๘ ระดับ ดี คะแนน ๕ – ๖ ระดบั พอใช้ คะแนน ๐ – ๔ ระดบั ควรปรับปรงุ

แผนการจัดการเรียนรู้ 23 กล่มุ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย หน่วยการเรียนรู้ท่ี 12 เรอ่ื งคำท่ใี ช้ ฑ ฤ ฤๅ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 แผนการเรยี นรู้ท่ี 7 เร่อื งสรปุ ผลเรียนรู้ คำท่ีใช้ ฑ ฤ ฤๅ สอนวนั ที่ 9 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2565 เวลา 1 ช่ัวโมง ภาคเรียนท่ี 2 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความรแู้ ละความคิดเพอ่ื นำไปใชต้ ัดสินใจ แกป้ ัญหาในการดำเนนิ ชวี ิต และมนี ิสยั รักการอา่ น ตัวช้วี ัด ท ๑.๑ ป. ๓/๑ อา่ นออกเสยี งคำ ข้อความ เร่ืองสน้ั ๆ และบทรอ้ ยกรองง่าย ๆ ไดถ้ ูกต้อง คลอ่ งแคลว่ ท ๑.๑ ป. ๓/๒ อธบิ ายความหมายของคำและข้อความท่ีอ่าน มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขยี นเขยี นสื่อสาร เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ และเขยี นเร่ืองราวใน รปู แบบตา่ ง ๆ เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้าอย่างมปี ระสิทธภิ าพ ตัวชว้ี ัด ท ๒.๑ ป. ๓/๕ เขยี นเรอื่ งตามจินตนาการ มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลัง ของภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ป. ๓/๑ เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ๑. สรปุ ความรเู้ รอ่ื งคำที่ใช้ ฑ ฤ ฤๅ (K) ๒. นำคำทีใ่ ช้ ฑ ฤ ฤๅ มาใชใ้ นการสอ่ื สารอย่างถูกตอ้ ง ( P) ๓. ปฏิบัติตนในการอ่านออกเสยี งและการเขียนได้ถูกต้อง (A) สาระสำคัญ คำทใ่ี ช้ ฑ ฤ ฤๅ ช่วยให้การสอ่ื สารมปี ระสิทธภิ าพ สาระการเรยี นรู้

24 การใช้คำท่ีใช้ ฑ ฤ ฤๅ ในการส่อื สาร สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน ๑๕.ความสามารถในการสอื่ สาร - ทกั ษะการอา่ น - ทกั ษะการเขียน - ทักษะการฟงั การดู และการพดู ๑๖.ความสามารถในการคดิ - การจดั ระบบความคิดเป็นแผนภาพ - การคดิ สังเคราะห์ - การสรุปความรู้ ๑๗.ความสามารถในการแกป้ ญั หา ๑๘.ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ ตัวชี้วัดท่ี ๔.๑ ต้งั ใจ เพยี รพยายามในการเรยี นและเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ รักความเป็นไทย ตัวช้ีวัดที่ ๗.๒ เหน็ คุณค่าและใชภ้ าษาไทยในการสอื่ สารได้อย่างถกู ต้องและเหมาะสม ช้นิ งาน/ภาระงาน แผนภาพความคิดสรปุ ความรู้เร่ือง คำที่ใช้ ฑ ฤ ฤๅ คำถามท้าทาย คำทใ่ี ช้ ฑ ฤ ฤๅ มีความจำเปน็ ในการอ่านการเขยี นอย่างไรบา้ ง การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ ๑. ใหน้ ักเรียนร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คำถามทา้ ทาย ดงั น้ี ๏ คำทีใ่ ช้ ฑ ฤ ฤๅ มคี วามจำเปน็ ในการอ่านการเขียนอย่างไรบ้าง ๒. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๕ กลุ่มนั่งเป็นวงกลม ให้นักเรียนแต่ละคนคิดคำท่ีใช้ ฑ ฤ ฤๅ โดยไม่ซำ้ กัน ให้แต่ละคนคิดประโยคหรือข้อความคนละ ๑ ประโยค เล่นรอบวงโดยตกลงกันว่าจะเริ่มที่ใคร ประโยคท่ี แตล่ ะคนพดู ให้เพือ่ นฟงั เมื่อพูดจบทุกคนจะไดเ้ ร่ืองราวท่ีต่อเน่ืองกนั ต้งั ชื่อเรอ่ื ง เขียนลงกระดาษ แผน่ ใหญ่ พรอ้ มวาดภาพระบายสีประกอบติดที่หน้าชน้ั เรยี น นำเสนอทีละกลมุ่

25 ๓. ชว่ ยกันตรวจสอบความถูกต้องของคำที่เขยี น และอ่านให้เพอ่ื นฟงั ให้เพอื่ นอา่ นตาม ๔. ให้นกั เรยี นทำกจิ กรรมเสริมทักษะการเรยี นรู้ โดยเลือกคำทใี่ ช้ ฑ ฤ ฤๅ ท่กี ำหนดอย่างน้อย ๓ คำ มาแต่งเรื่อง แล้วนำมาแลกเปลย่ี นกนั อา่ น ๕.ให้นกั เรียนเขียนสรุปความรูเ้ ร่อื ง คำที่ใช้ ฑ ฤ ฤๅ ส่ือการเรียนรู้ ๑. กระดาษแผน่ ใหญ่ ๒. ปากกาเคมี ๓. สี การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ ๑. วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผล ๑) สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเข้าร่วมกจิ กรรม ๒) สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเข้ารว่ มกจิ กรรมกล่มุ ๒. เครอ่ื งมอื ๑) แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรม ๒) แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุม่ ๓. เกณฑก์ ารประเมิน ๑) การประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรม ผา่ นตงั้ แต่ ๒ รายการ ถอื ว่า ผ่าน ผ่าน ๑ รายการ ถอื วา่ ไมผ่ า่ น ๒) การประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม คะแนน ๙ - ๑๐ ระดบั ดมี าก คะแนน ๗ - ๘ ระดบั ดี คะแนน ๕ - ๖ ระดบั พอใช้ คะแนน ๐ - ๔ ระดับ ควรปรับปรุง

26 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๑๓ คาพอ้ ง เวลา ๗ ช่วั โมง แผนผงั การเรียนรู้แบบบรู ณาการ วิทยาศาสตร์ • คาท่เี ป็น สง่ิ แวดลอ้ ม รอบตวั คณิตศาสตร์ คาพ้อง สุขศึกษาและพลศึกษา • การแบ่งกลมุ่ • ระเบียบแถว • จานวนนบั • เกม สังคมศึกษา ศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม • การวาดภาพระบาย • ประเพณี วฒั นธรรม สี • การเคาะจงั หวะ • การรอ้ งเพลง • ตอ่าัวนชอีว้อัดกเสยี งคำ ขอ้ ความ เรื่องส้ัน ๆ และบทร้อยกรองง่าย ๆ ได้ถกู ต้อง คลอ่ งแคล่ว (ท ๑.๑ ป. ๓/๑) • อธบิ ายความหมายของคำและขอ้ ความที่อา่ น (ท ๑.๑ ป. ๓/๒) • คัดลายมือตัวบรรจงเตม็ บรรทัด (ท ๒.๑ ป. ๓/๑) • เขยี นสะกดคำและบอกความหมายของคำ (ท ๔.๑ ป. ๓/๑)

แผนการจัดการเรียนรู้ 27 กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 13 เร่ืองคำพ้อง ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 3 แผนการเรยี นรทู้ ี่ 1 เรื่องลกั ษณะของคำพอ้ ง สอนวนั ที่ 10 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2565 เวลา 1 ชั่วโมง ภาคเรียนท่ี 2 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคดิ เพอ่ื นำไปใชต้ ดั สินใจ แก้ปัญหาในการดำเนนิ ชีวติ และมีนสิ ยั รักการอ่าน ตัวชีว้ ดั ท ๑.๑ ป.๓/๑ อ่านออกเสียงคำ ข้อความ เรื่องสั้น ๆ และบทร้อยกรองง่าย ๆ ได้ถกู ต้อง คล่องแคลว่ ท ๑.๑ ป.๓/๒ อธบิ ายความหมายของคำและข้อความท่ีอา่ น จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๑. บอกลกั ษณะของคำพ้อง (K) ๒. จำแนกคำพ้องรปู และคำพ้องเสยี ง (P) ๓. กระตือรอื ร้นในการรว่ มกิจกรรม (A) สาระสำคญั คำพ้อง คือ คำท่ีมกี ารเขียนหรืออ่านออกเสยี งเหมือนกนั แบ่งเป็น ๒ ชนดิ คือ คำพ้องรูปและคำพอ้ ง เสียงคำพ้องรปู มลี ักษณะคือเขยี นเหมือนกนั อา่ นออกเสยี งต่างกัน ความหมายต่างกนั คำพ้องเสียงมลี กั ษณะ คืออา่ นออกเสียงเหมอื นกนั เขียนตา่ งกนั ความหมายตา่ งกัน สาระการเรยี นรู้ ลกั ษณะของคำพอ้ งรูปและคำพอ้ งเสยี ง สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น ๑. ความสามารถในการสื่อสาร - ทกั ษะการอ่าน - ทกั ษะการเขียน - ทักษะการฟัง การดู และการพดู ๒. ความสามารถในการคิด - การให้เหตุผล

28 - การจำแนก - การสรปุ ความรู้ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ ตวั ช้วี ัดท่ี ๔.๑ ต้ังใจ เพียรพยายามในการเรียนและเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ ชิ้นงาน/ภาระงาน ผลงานการเขยี นคำอา่ นและความหมายที่เป็นคำพ้องรปู และคำพ้องเสียง ลงในสมดุ แบบฝึกหดั ของนักเรยี น คำถามทา้ ทาย คำพ้องรปู และคำพอ้ งเสยี งเกิดข้นึ ได้อย่างไร การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ ๑. ครตู ิดแผนภมู ิเร่ืองบนกระดานใหน้ ักเรียนอา่ นในใจ ๑ เทยี่ ว และขออาสาสมัครอา่ นนำให้ เพือ่ น ๆ อ่านตาม ดังนี้ เพลาเย็นวันศกุ ร์ พ่อขบั รถยนต์พาแม่กับฉนั ไปบ้านยา่ ซ่ึงเป็นบ้านไทยโบราณใตถ้ นุ สูงมีเสาไมก้ ลมใหญ่ ฉนั มี ความสุขมากท่ีไดไ้ ปเท่ยี วบา้ นยา่ ฉันไปเลน่ ว่าวปักเป้าที่สนามหญา้ หน้าบา้ นยา่ กบั ดำเพือ่ นรักซง่ึ มีรูปร่างผอม กรอด ตน่ื เช้าวนั เสารห์ ลังจากรบั ประทานอาหารเชา้ ท่ีมรี สชาติอร่อย ฉนั กบั ดำไปวา่ ยน้ำ เล่นทีค่ ลองหลังบ้าน ในคลองมีปลาปักเป้ามาก พอ่ บอกให้ระวัง ริมคลองมตี น้ ไม้ใหญ่ ดำชีใ้ ห้ดูนกกรอดตวั เล็ก ๆ น่ารกั ฉนั เล่นสนกุ กับดำท้งั วันเพราะเพลารถยนต์ของพ่อเสีย พ่อต้องรอให้ชา่ งมาซ่อมใหเ้ สร็จก่อน ๒. เมื่อนักเรียนอ่านจบ อาสาสมัครอาจจะอ่านคำบางคำไม่ได้ ครตู ้องคอยบอกคำอา่ นทถ่ี ูกตอ้ ง และชวน นักเรยี นสนทนาถึงคำที่เขียนเหมือนกนั หรือเขียนไมเ่ หมอื นกันแต่อ่านออกเสียงเหมอื นกัน โดยให้นกั เรยี น สังเกตคำแต่ละคำ ครูใช้คำถาม ดงั นี้ ๏ คำท่ีมรี ปู เหมือนกันมีคำใดบ้าง (เพลา, ปรัก, กรี, เสมา) ๏ คำที่มเี สยี งเหมือนกนั มีคำใดบ้าง (การ กาล และกาญจน์, โจทก์ โจทย์ และโจษ, พัก พักตร์ และพรรค, สุข สกุ และศกุ ร)์ ๓. ครชู ใ้ี ห้ดคู ำว่า เพลาเยน็ และเพลารถยนต์พ่อเสีย สองคำนเี้ ขียนเหมือนกันแตอ่ ่านไมเ่ หมือนกนั ครใู หน้ กั เรยี นอา่ นคำแรก อ่านว่า เพ – ลา หมายถึง เวลา สว่ นคำท่สี อง อ่านว่า เพลา หมายถงึ แกนล้อหมนุ ๏ คำว่า ปรัก คำแรกอา่ นว่า ปรกั หมายถึง เงนิ ส่วนคำที่สอง อ่านวา่ ปะ – หรกั หมายถึง หกั ๏ คำวา่ เสมา อ่านว่า เส – มา คือ เครอ่ื งหมายบอกเขตโบสถ์ ถ้าอ่านว่า สะ – เหมา หมายถึง หญา้ ๔. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปวา่ คำท่ีเขียนเหมือนกัน แตอ่ ่านออกเสยี งตา่ งกันและมคี วามหมายต่างกนั เรา เรียกวา่ คำพ้องรูป


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook