พระเจ้าจนั ทรภาณุแห่งอาณาจกั รตามพรลงิ ค์ 89 คมั ภรี ร์ าชรตั นากรยะอา้ งวา่ มกี องทพั บกุ รกุ มาจากตมลงิ คมุ แตพ่ ระนาม ของพระเจ้าจันทรภาณุไม่มีการกล่าวถึง๑๑ คัมภีร์ดัมพเดณิ-อัสนะ กล่าวว่าพระองค์มาจากตมลิงคมุ๑๒ กล่าวโดยสรุปชื่อท้ังหลายเหล่าน้ี ล้วนเป็นไวพจน์ของค�ำว่า “ตามพรลิงคะ” ซ่ึงเป็นดินแดนของพระเจ้า จันทรภาณุ ด้วยเหตนุ ้นั จงึ มิจำ� เปน็ ต้องพิสจู น์อนั ใดอกี ตอ่ ไป ปรณวิตานะยืนยันพระเจ้าจันทรภาณุตามคัมภีร์หัตถนคัลลวิหาร วังสะนั้นว่าเป็นพระนามเดียวกับมหาราชแห่งซาบักหรือศรีวิชัย ดังนัก เขียนชาวอาหรับอ้างถึง๑๓ คัมภีร์หัตถนคัลลวิหารวังสะพรรณนา พระลักษณะของพระเจ้าจนั ทรภาณุไวว้ ่า เสมือนพญาราชสีห์ตวั มกี ำ� ลัง มากกว่าช้างตัวติดสัตว์ พระองค์เป็นราชาแห่งอาณาจักรน้อยใหญ่ เดชานภุ าพของพระองคไ์ มม่ ใี ครตา้ นทานได้ พระองคท์ ำ� ใหโ้ ลกทงั้ ปวงชมุ่ เย็นเพราะทรงสงเคราะห์โลกและพระศาสนา ทรงสั่งสมกองทัพอัน เกรียงไกร ผู้ทรงตัดสินพระทัยแน่วแน่ว่าจะยึดครองทรัพย์สมบัติกล่าว คอื ความเปน็ อธปิ ตั ยเ์ หนอื เกาะลงั กา ผเู้ สดจ็ มาจากอาณาจกั รตมั พลงิ คะ พร้อมกษตั ริย์สามันตราชเป็นบริวารตดิ ตามมาเป็นจ�ำนวนมาก๑๔ ค�ำวา่ “กษัตริยส์ ามนั ตราช” นัน้ ปรณวติ านะไดอ้ ธบิ ายเสรมิ ราย ละเอียดตามวรรณคดีว่า ตัวเราผู้เป็นใหญ่เหมือนมหาราชแห่งซาบัก ทรงเดชานุภาพและมากพร้อมด้วยทรัพย์ศฤงคาร ได้รับการสดุดีจาก นกั ภมู ศิ าสตรช์ าวอาหรบั วา่ เปน็ เสมอื นผคู้ รอบครองชนดงั้ เดมิ บดั นที้ ำ� ให้ ความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรศรีวิชัยส่ันคลอน ผู้ทรงพระนามว่า จนั ทรภาณุ ซง่ึ นกั ประวตั ศิ าสตรล์ ว้ นสดดุ กี ติ ตศิ พั ท๑์ ๕ ความคดิ เหน็ ของ ปรณวติ านะดงั กลา่ วไมส่ อดคลอ้ งกบั เนอ้ื หาของคมั ภรี ห์ ตั ถนคลั ลวหิ ารวงั สะ หรอื วา่ ประวตั ศิ าสตรร์ ว่ มสมยั ของดนิ แดนอษุ าคเนยเ์ ลย โดยเฉพาะเรอ่ื ง ราวบริเวณเมืองนครศรีธรรมราชของประเทศไทย
90 ศรีลงั กาและอษุ าคเนย์ คมั ภรี ห์ ตั ถนคลั ลวหิ ารวงั สะแตง่ ขนึ้ สมยั พระเจา้ ปรากรมพาหทุ ่ี ๒ ผู้นิพนธ์มีนามว่าพระอโนมทัสสีเถระ ด�ำรงต�ำแหน่งเป็นอาจารย์ของ พระองค์เองจึงได้รับสิทธิพิเศษกล่าวคือความชื่นชม๑๖ กล่าวกันว่า พระเจา้ ปรากรมพาหนุ นั้ ทรงมคี วามผกู พนั ใกลช้ ดิ กบั วดั หตั ถนคลั ลวหิ าร ซ่ึงสมัยน้ันพระอโนมทัสสีเถระเป็นสมภารเจ้าวัด๑๗ จึงเป็นธรรมดาว่า พระเถระผู้ได้รับราชูปถัมภ์เป็นอย่างดี ย่อมจะสดุดีและพรรณนา เดชานุภาพของศิษย์แห่งตน อีกท้ังสรรเสริญความย่ิงใหญ่ของอริราช ศัตรูผู้พ่ายแพ้ต่อพระเจ้าปรากรมพาหุ ความจริงแล้วผู้นิพนธ์น้ัน ปรารถนาจะยกยอ่ งความยงิ่ ใหญข่ องกษตั รยิ แ์ หง่ ตน อกี มมุ หนงึ่ พระสงฆ์ ท้ังหลายผู้ผ่านความยากล�ำบาก สมัยศรีลังกาอยู่ภายใต้การปกครอง ของกษัตริย์ต่างถ่ินมายาวนาน การท่ีพระเจ้าปรากรมพาหุสามารถ ปลดแอกบ้านเมืองจากษัตริย์ต่างถิ่นได้ ย่อมปรากฏเสมือนเป็นกษัตริย์ มหาราชผู้ย่ิงใหญ่ พระเถระผู้นิพนธ์คัมภีร์เล่มน้ี จึงเสริมแต่งเร่ืองราว ความเป็นวีรบุรุษอย่างวิจิตรอลังการ การวิเคราะห์เน้ือหาคัมภีร์หัตถน คัลลวิหารวงั สะจงึ ต้องพจิ ารณาดว้ ยความละเอียดรอบคอบ และไมค่ วร ยอมรับพระเจ้าจันทรภาณุเพียงเพราะว่าเป็นกษัตริย์มหาราชแห่งซาบัก ดังกล่าวถึงแลว้ นั้น การจะยอมรับความจริงน้ันเช่นเห็นควรสืบค้นประวัติศาสตร์ตาม พรลิงค์เสยี กอ่ น เซเดส์ (Coedes) ระบุว่าอาณาจักรตามพรลิงค์ปกครองโดย พระเจา้ จนั ทรภาณุ ซง่ึ ตง้ั อยบู่ รเิ วณเมอื งนครศรธี รรมราช๑๘ แบรดเดลล์ (Braddell) แยง้ วา่ แมบ้ รเิ วณเมอื งนครศรธี รรมราช จะเปน็ สว่ นหนง่ึ ของ อาณาจักรตามพรลิงค์ก็จริง แต่ศูนย์กลางของอาณาจักรอยู่ที่เขตกวน
พระเจ้าจนั ทรภาณแุ ห่งอาณาจกั รตามพรลิงค์ 91 ตนั ตรงจุดเริ่มตน้ ของแมน่ ้�ำช่ือวา่ เตม็ เบลงิ ค์๑๙ สว่ นโวลเตอร์ไดส้ �ำรวจ ประวตั ศิ าสตรข์ องอาณาจกั รอยา่ งละเอยี ดแลว้ ยนื ยนั วา่ การพสิ จู นท์ าง ภูมศิ าสตร์ของอาณาจกั รตามพรลงิ ค์ช้ชี ดั ว่า เป็นหัวเมอื งชายทะเลรอบ อา่ วบา้ นดอนบรเิ วณชอ่ งแคบของคาบสมทุ รมาเลย์ หวั เมอื งเหลา่ นนั้ เปน็ อาณาเขตของนครศรธี รรมราช การขยายอาณาเขตของอาณาจักรยาว ออกไปทางทศิ เหนอื หรอื ทศิ ใต้ เฉพาะทศิ ใตอ้ าจผา่ นทางอาณาจกั รลงั กา สุกะ ซ่ึงนักวชิ าการอ้างว่าอยบู่ ริเวณจังหวดั ปัตตานี สว่ นด้านทิศเหนอื อาจจะทอดยาวไปถึงถึงไชยาหรือไกลกว่าน้ัน๒๐ สรุปคืออาณาเขตของ อาณาจักรตามพรลิงค์อยู่บริเวณคาบสมุทรมาเลย์ โดยมีเมือง นครศรธี รรมราชเปน็ ศนู ย์กลางการปกครอง คร้ันเม่ือพระเจ้าจันทรภาณุทรงตัดสินพระทัยยกทัพเข้าบุกรุก เกาะลงั กาทง้ั สองครงั้ นน้ั สนั นษิ ฐานวา่ อาณาจกั รตามพรลงิ คน์ า่ จะแยก เป็นอิสระจากจักรวรรดิศรีวิชัยเรียบร้อยแล้ว เซเดส์ยืนยันว่าพระเจ้า จนั ทรภาณมุ ใิ ชก่ ษตั รยิ อ์ าณาจกั รศรวี ชิ ยั แมจ้ ะสงสยั กนั วา่ คาบสมทุ รมา เลย์อยู่ภายใต้การปกครองของศรีวิชัยก็ตาม๒๑ กรอมเคยแสดงความ เห็นไว้ว่าพระเจ้าจันทรภาณุเป็นกษัตริย์พระองค์หนึ่งของอาณาจักรศรี วชิ ยั แตต่ อ่ มาเหน็ ดว้ ยกบั เซเดส๒์ ๒ โวลเตอร์ (Wolters) ไดท้ ำ� การศกึ ษา อาณาจักรตามพรลิงค์อย่างละเอียด แล้วสรุปว่าอาณาจักรแห่งนี้เป็น รัฐอิสระจนถึงพุทธศตวรรษที่ ๑๕ หลักฐานยืนยันความเห็นของ โวลเตอร์คือจารึกภาษาสันสกฤตแห่งนครศรีธรรมราช ซ่ึงระบุปี พุทธศักราช ๑๓๑๘ ข้อความของจารึกอ้างถึงศรีวิชัยอย่างชัดเจน และระบุอีกว่าศรีวิชัยมีอ�ำนาจเหนือตามพรลิงค์๒๓ ภายหลังการบุกรุก คาบสมุทรมาเลย์ของพระเจ้าราเชนทรโจฬะ บทบาททางการเมืองของ อาณาจักรศรีวิชัยเหนือคาบสมุทรมาเลย์หายไป และอาณาจักรตาม
92 ศรลี งั กาและอุษาคเนย์ พรลิงค์ได้แยกตนเป็นอิสระก่อนพระเจ้าจันทรภาณุจะเข้าครอบครอง บริเวณนี้๒๔ ส่วนจารึกของพระเจ้าจันทรภาณุซึ่งระบุปีพุทธศักราช ๑๗๗๓ กย็ นื ยนั วา่ พระองคท์ รงปกครองเปน็ อสิ ระ๒๕ การเหน็ แยง้ ของ ปรณวติ านะซงึ่ ยดึ เอาเฉพาะหลกั ฐานในคมั ภรี ห์ ตั ถนคลั ลวหิ ารวงั สะชใ้ี ห้ เห็นว่า เน้นความส�ำคัญเฉพาะพระเจ้าปรากรมพาหุแห่งลังกาเท่าน้ัน โดยไม่มีข้อมูลทางประวัติศาสตร์ด้านอ่ืนมายืนยัน การอ้างว่าพระเจ้า จันทรภาณุเป็นกษัตริย์มหาราชแห่งซาบักจึงไม่สมเหตุสมผล หรือการ ยืนยันว่าการตัดสินพระทัยยกทัพบุกรุกเกาะลังกาทั้งสองคร้ัง เพราะ พระเจ้าจันทรภาณุได้รับการสนับสนุนจากกษัตริย์ศรีวิชัยก็ขาดความ สมเหตสุ มผลเช่นเดยี วกนั ๒๖ เหตใุ ดพระเจา้ จนั ทรภาณุจงึ ยกทพั เขา้ โจมตเี กาะลงั กาซงึ่ ไกลจาก คาบสมทุ รมาเลย์ คมั ภรี จ์ ลุ วงศม์ ไิ ดก้ ลา่ วถงึ สาเหตกุ ารบกุ รกุ ครง้ั แรก เพยี งระบวุ า่ ผู้โจมตีอ้างว่าเป็นชาวพุทธ๒๗ ส่วนการบุกรุกครั้งที่สอง คัมภีร์จุลวงศ์ ระบุว่าพระเจ้าจันทรภาณุได้ส่งพระราชสาสน์ถึงกษัตริย์ลังกาความว่า ข้าพระองค์จะยึดเอาตรีสิงหล ข้าพระองค์จะมิปล่อยพระองค์ให้หลุดมือ ไป จงมอบพระเขีย้ วแกว้ บาตรของพระพทุ ธเจา้ และอาณาจกั รลงั กา หากพระองคไ์ ม่ประทานก็ตอ้ งท�ำสงครามกัน๒๘ ข้อความคร้ังหลงั แสดง วา่ พระเจา้ จนั ทรภาณตุ อ้ งการสง่ิ ศกั ดส์ิ ทิ ธเิ์ กย่ี วกบั พระพทุ ธเจา้ แตค่ มั ภรี ์ จลุ วงศไ์ มร่ ะบอุ ยา่ งชดั เจนตงั้ แตส่ งครามครง้ั แรก ยกเวน้ เฉพาะขอ้ ความ วา่ เปน็ ชาวพทุ ธเทา่ นนั้ สนั นษิ ฐานวา่ ผบู้ นั ทกึ ตำ� นานอาจเกดิ อาการลงั เล ในการยอมรับว่าพระเจ้าจันทรภาณุเป็นชาวพุทธ เพราะไม่ม่ันใจจุด
พระเจ้าจันทรภาณุแห่งอาณาจกั รตามพรลิงค์ 93 ประสงคก์ ารท�ำสงครามของพระองค๒์ ๙ จารึกวดั หัวเวียงไชยายืนยนั ว่า พระเจา้ จนั ทรภาณเุ ปน็ ชาวพทุ ธจรงิ เพราะมคี ำ� สรรเสรญิ พระองคว์ า่ ทรง ถวายความสะดวกสบายแด่พระศาสนาของพระพุทธเจ้า๓๐ นับจากพทุ ธศตวรรษที่ ๑๖ เป็นตน้ มา อิทธิพลพระพทุ ธศาสนา นิกายเถรวาทของลังกา ได้แพร่หลายไปยังดินแดนน้อยใหญ่บริเวณ อุษาคเนย์ จึงเป็นเหตุให้พระสงฆ์พม่าไทยและนครศรีธรรมราชเดินทาง มาศรลี ังกา เพอ่ื ศกึ ษาเรยี นรจู้ ารตี ปฏิบัตทิ างศาสนา๓๑ การเดินทางไป ศรีลังกาของพระสงฆ์แห่งอษุ าคเนยก์ ็ดี พระสงฆช์ าวสิงหลผู้เดนิ ทางไป เผยแผพ่ ระศาสนายังดินแดนอุษาคเนย์กด็ ี ไดน้ �ำคัมภรี ์พระไตรปิฎกและ คัมภีร์อรรถกถาพร้อมท้ังอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุไปด้วย เพราะ ศรีลงั กาเปน็ ทีร่ ู้จกั แพรห่ ลายวา่ บริบรู ณ์ด้วยพระบรมสารีรกิ ธาตุ เฉพาะ เมืองนครศรีธรรมราชแห่งตามพรลิงค์นั้น อิทธิพลของชาวสิงหลเป็นที่ รู้จักกันเป็นอย่างดี๓๒ จึงเป็นสาเหตุให้พระเจ้าจันทรภาณุปรารถนา พระบรมสารรี กิ ธาตจุ ากกษตั รยิ ล์ งั กา บางทพี ระบรมสารรี กิ ธาตอุ าจเปน็ นัยทางการเมืองก็เป็นได้ พระเจ้าจันทรภาณุอาจทรงปรารถนาแผ่ พระเดชานุภาพ ซ่ึงเชื่อว่าสามารถปกป้องคุ้มครองบ้านเมืองและสร้าง ความรุ่งเรืองแก่อาณาจักรแห่งตน อีกท้ังเป็นการสร้างความแข็งแกร่ง เพม่ิ อำ� นาจความเปน็ กษตั รยิ ์ คมั ภรี ช์ นิ กาลมาลปี กรณร์ ะบวุ า่ พระเจา้ สริ ธิ รรม และกษตั รยิ แ์ หง่ อาณาจกั รสโุ ขทยั ไดร้ ว่ มมอื กนั ทลู ขอพระพทุ ธปฏมิ าจาก เกาะลงั กา ประเดน็ นอี้ าจเปน็ มติ ทิ างการเมอื งกเ็ ปน็ ได๓้ ๓ ความตอ้ งการ พระบรมสารรี กิ ธาตจุ ากศรลี งั กาอาจเปน็ สาเหตหุ นง่ึ ซง่ึ กระตนุ้ ใหพ้ ระเจา้ จนั ทรภาณุยกทัพบกุ โจมตเี กาะลังกาครงั้ แรก
94 ศรีลงั กาและอุษาคเนย์ การบกุ รกุ โจมตเี กาะลงั กาครงั้ แรกของพระเจา้ จนั ทรภาณไุ มม่ แี รง หนุนทางการเมืองแต่อย่างใด หากพระองค์ปรารถนาจะขยายดินแดน ยอ่ มสามารถใชอ้ ำ� นาจและทรพั ยากรภายในอาณาจกั รของพระองค์ โดย ไมม่ คี วามยงุ่ ยาก๓๔ สมยั จกั รพรรดศิ รวี ชิ ยั ปกครองคาบสมทุ รมาเลยน์ นั้ อาณาจกั รตามพรลงิ คแ์ ละเกาะนอ้ ยใหญต่ า่ งดำ� รงอยใู่ นลกั ษณะพนั ธมติ ร สันนิษฐานว่าพระเจ้าจันทรภาณุน่าจะเรียนรู้ประสบการณ์เช่นน้ัน ถาม ว่าพระองคโ์ จมตีเกาะลังกาเพราะเหตผุ ลทางการคา้ หรือไม่ ข้อมูลเกี่ยว กบั เรอ่ื งนไี้ มม่ กี ลา่ วถงึ แตอ่ ยา่ งใด แตค่ วามจรงิ คอื อาณาจกั รตามพรลงิ ค์ ตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าผ่านคอคอดกระ แม้จักรวรรดิศรีวิชัยจะหมด อ�ำนาจลงแต่อาณาจักรตามพรลิงค์ก็ยังด�ำเนินการค้าทางทะเลอยู่๓๕ นบั จากพทุ ธศตวรรษที่ ๑๖ เปน็ ตน้ มา ชาวอาหรบั มสี ว่ นสำ� คญั ทางการ ค้ากับจีนและชาติตะวันตก๓๖ และมีสัมพันธ์ภาพใกล้ชิดกับอาณาจักร ศรีวิชัยและบางอาณาจักรตลอดเส้นทางจนถึงจีน โดยเฉพาะเส้นทาง ผา่ นศรวี ชิ ยั และทา่ เรอื ของศรลี งั กา๓๗ ถามวา่ พระเจา้ จนั ทรภาณตุ อ้ งการ เปลย่ี นเสน้ ทางการคา้ ขา้ มคอคอดกระหรอื ไม่ เพระเปน็ เสน้ ทางของพอ่ คา้ อาหรับผ่านไปสู่ดินแดนอุษาคเนย์ ประเด็นนี้ไม่สามารถหาหลักฐานมา พสิ จู นไ์ ด้ จงึ สนั นษิ ฐานวา่ เพราะแรงกระตนุ้ ทางศาสนานน้ั เองเปน็ เหตใุ ห้ พระองคบ์ ุกโจมตเี กาะลงั กา ระยะเวลาการบกุ รกุ เกาะลงั กาครงั้ แรกค่อนขา้ งชัดเจน คัมภีร์จุลวงศ์ระบุว่าตรงกับปีที่สิบเอ็ดแห่งการครองราชย์ของ พระเจ้าปรากรมพาหุ๓๘ สอดคล้องกบั คัมภีร์ปชู าวลิยะ๓๙ เคร์ิน (Kern) เห็นชอบตามหนังสือต�ำนานวิทยาของวิเจสิงหะจึงยืนยันว่าตรงกับปี พทุ ธศกั ราช ๑๗๙๔ เพราะขาดความรเู้ พยี งพอเกยี่ วกบั กษตั รยิ ล์ งั กา๔๐
พระเจ้าจันทรภาณแุ ห่งอาณาจักรตามพรลิงค์ 95 กรอมและเฟอร์รานก็เห็นด้วยเช่นกัน๔๑ สอดคลอ้ งกับความถูกต้องของ ฮวนวันดูบเรอิลและหนังสือต�ำนานวิทยาของวิเจสิงหะ๔๒ เซเดส์ระบุ ว่าการบุกรุกครั้งแรกตรงกับปีพุทธศักราช ๑๗๗๙๔๓ แต่ต่อมาเชื่อ ตามตำ� นานของไกเกอรจ์ ึงเปล่ยี นใหม่ว่าตรงกับปพี ุทธศักราช ๑๗๙๐ ส่วนพุทธศักราช ๑๗๗๙ เป็นปีแห่งการครองราชย์ของพระเจ้า ปรากรมพาหทุ ี่ ๒๔๔ หากยดึ เอาปที สี่ บิ เอด็ แหง่ การครองราชยว์ า่ เปน็ การ บุกรุกโจมตีของพระเจ้าจันทรภาณุ น่าจะตรงกับปีพุทธศักราช ๑๗๙๐๔๕ คมั ภรี จ์ ลุ วงศร์ ะบวุ า่ พระเจา้ ปรากรมพาหทุ รงมชี ยั เหนอื อรริ าชศตั รู คราวน้ันพระองค์โปรดแต่งตั้งพระโอรสของพระกนิษฐาผู้กล้าหาญ พระนามว่าเจ้าชายวีรพาหุ ให้เป็นแม่ทัพเข้าต่อสู้กับกองทัพชาวะกะ ดังความว่าพระราหูผู้เกร้ียวกราดพระนามว่าวีรพาหุ ผู้มีกิริยาอันน่า เกรงขามได้ท�ำลายศัตรูทั้งสิ้น กล่าวคือพระเจ้าจันทรภาณุท่ามกลาง สมรภมู ิ พระองคร์ บั สง่ั ใหท้ หารหาญชาวสงิ หลประจำ� การตามคา่ ยคปู ระตู รบ แลว้ เขา้ โจมตที หารชาวะกะ นกั รบชาวสงิ หลผมู้ ากฝมี อื เปน็ นกั ยงิ ธนู ผเู้ ชย่ี วชาญแมน่ ยำ� ทา่ มกลางสมรภมู ทิ หารชาวะกะไดย้ งิ สวนดว้ ยลกู ธนู อาบยาพษิ ดงั หา่ ฝน แตเ่ จา้ ชายไดเ้ คลอื่ นไปขา้ งหนา้ เสมอื นการตอ่ สขู้ อง พระราม ทรงสงั หารทหารชาวะกะเปน็ จำ� นวนมากเหมอื นพระรามสงั หาร พวกยกั ษ์ ลมเวลมั ภะนามวา่ วรี พาหนุ นั้ ทรงพลานภุ าพยงิ่ นกั ทรงตดิ ตาม ทหารชาวะกะอยา่ งไมล่ ดละ ทรงทำ� ใหอ้ าณาเขตแหง่ เกาะลงั กาปลอดภยั จากอรริ าชศตั รู ครน้ั แลว้ พระองคไ์ ดเ้ สดจ็ ดำ� เนนิ ไปยงั เทวนคระหรอื นคร แหง่ เทพ ทรงบชู าเทพเจา้ ผมู้ ดี อกบวั เปน็ ฐาน โปรดใหป้ ระดบั ประดาบชู า เทพเจา้ อยา่ งยงิ่ ใหญ่ ครนั้ แลว้ ทรงเสดจ็ กลบั ไปยงั เมอื งชมั พดุ โทณิ แลว้ เขา้ เฝา้ พระเจา้ ปรากรมพาหพุ รอ้ มกราบทลู ทกุ สงิ่ อยา่ ง คราวนนั้ กษตั รยิ ์ ลังกาทรงช่ืนชมยนิ ดยี ่งิ นัก๔๖
96 ศรีลงั กาและอษุ าคเนย์ ปรณวิตานะได้ศึกษารายละเอียดจากคัมภีร์จุลวงศ์แล้วกล่าวว่า พระเจ้าจันทรภาณุได้ยกพลขึ้นฝั่งทางท่าเรือตอนใต้ สมรภูมิจึงเกิดข้ึน ทางตอนใต้ของเกาะลังกา หลักฐานคือเจ้าชายวีรพาหุเสด็จไปเทวาลัย เทวนคระ๔๗ เพ่ือถวายการบูชาเทพอุบลวัณหลังมีชัยเหนือพระเจ้า จันทรภาณุแล้ว แต่คัมภีร์จุลวงศ์มิได้กล่าวถึงสถานท่ียกพลข้ึนฝั่งของ พระเจ้าจนั ทรภาณุ ระบเุ พยี งวา่ พระองคเ์ ข้าโจมตที กุ ทิศทาง ท่าเรือส�ำคัญของศรีลังกาสมัยอดีตคือ มหาติตถะ (มานตัย) สูกรติตถะ (อูราโตฏะ) และโคณคามกะปัฏฏนะ (ตรินโคมาลี)๔๘ ก่อนการมาของพระเจ้าจันทรภาณุ บันทึกของผู้บุกรุกเป็นผลงานของ ชาวอนิ เดยี อนทุ วปี และสว่ นใหญน่ ยิ มขน้ึ ฝง่ั บรเิ วณทา่ เรอื ทางตอนเหนอื ของเกาะ แต่พระเจ้าจันทรภาณุจากคาบสมุทรมาเลย์กลับยกทัพข้ึนฝั่ง บริเวณท่าเรือทางตอนใต้ สันนิษฐานว่าทางตอนเหนือของศรีลังกาอยู่ ภายใต้การครอบครองของพระเจ้ามาฆะ พระเจ้าจันทรภาณุผู้ต้องการ พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งสมัยน้ันอยู่ในอารักขาของ พระเจ้าปรากรมพาหุ อีกท้ังอาณาจักรตามพรลิงค์อยู่ทางตอนใต้ของ ศรีลังกาจึงเลือกท่าเรือทางตอนใต้๔๙ หรือท่าเรือทางตอนใต้อาจเป็นที่ รูจ้ กั เป็นอย่างดีของพอ่ ค้าจากดินแดนอุษาคเนย์ ท่าเรอื หัมบันโตฏะอาจ จะไมค่ นุ้ ทางภมู ศิ าสตรด์ งั้ เดมิ เรอื สำ� เภาของชาวอนิ โดนเี ชยี ซง่ึ แลน่ ผา่ น ไปมาระหวา่ งอนิ เดยี และหวั เมอื งชายทะเลของดนิ แดนอษุ าคเนย์ อาจจะ แวะพกั เกาะลงั กาตามเสน้ ทางนี้ คำ� วา่ “สมั ปนั ” อาจเปน็ ชอ่ื เดมิ ของทา่ เรือหัมบันโตฏะ หลักฐานของพ่อค้าชาวอาหรับระบุว่าบริเวณทางตอน ใต้ของเกาะลังกาดังเช่นกอลล์ กลายเป็นศูนย์กลางการค้าส�ำคัญ และ จารกึ ภาษาจนี ทเ่ี มอื งกอลลก์ ช็ ใ้ี หเ้ หน็ วา่ พอ่ คา้ ชาวจนี นยิ มทา่ เรอื แหง่ น๕้ี ๐
พระเจ้าจนั ทรภาณุแห่งอาณาจกั รตามพรลงิ ค์ 97 ด้วยเหตุนั้น ท่าเรือทางตอนใต้ของเกาะลังกาจึงเป็นที่รู้จักอย่างดีของ พอ่ คา้ จากดนิ แดนอษุ าคเนย์ และเชอ่ื วา่ พระเจา้ จนั ทรภาณอุ าจจะยกทพั ขน้ึ ฝ่ังท่ที า่ เรือทางตอนใตเ้ ป็นแน่ หากยอมรับว่าพระเจ้าจันทรภาณุข้ึนฝั่งบริเวณท่าเรือทางตอนใต้ ก็ต้องพบกับเง่ือนปมปัญหาอ่ืนอีก ประวัติศาสตร์สมัยหลังระบุว่าพวก ชาวะกะไดต้ ิดต่อกบั พระเจา้ มาฆะ ซึ่งสมยั นั้นอาณาจักรของพระองคอ์ ยู่ ทางตอนเหนอื สดุ ของเกาะ หากพวกชาวะกะขนึ้ ฝง่ั ทที่ า่ เรอื ตอนเหนอื และ ท�ำการสู้รบบริเวณตอนเหนือ และหากพ่ายแพ้ต่อกษัตริย์ลังกาย่อม เปน็ การงา่ ยในการถอยรน่ ไปอาศยั พระเจา้ มาฆะ แตห่ ากทำ� การสรู้ บทาง ตอนใต้ย่อมยากต่อการติดต่อกับพระเจ้ามาฆะ เช่ือว่าแม้พระเจ้า จันทรภาณุจะยกทัพขึ้นฝั่งทางตอนใต้ก็จริง พระองค์ก็อาจติดต่อกับ กษัตริย์ทางตอนเหนือหลังจากพ่ายแพ้พระเจ้าปรากรมพาหุแล้ว เหตุ เพราะทรงมีกองทพั เรอื ย่อมง่ายต่อการถอยรน่ ไปทางตอนเหนอื คมั ภรี จ์ ลุ วงศร์ ะบวุ า่ ความพยายามครง้ั แรกของพระเจา้ จนั ทรภาณุ ลม้ เหลว หลกั ฐานเกยี่ วกบั การใชล้ กู ศรอาบยาพษิ และเครอื่ งยนตส์ ำ� หรบั ยงิ ชใี้ หเ้ หน็ วา่ ชาวชาวะกะมอี าวธุ ทรงอานภุ าพดกี วา่ ชาวสงิ หล แตจ่ ำ� นวน ทหารชาวสิงหลน่าจะมีจ�ำนวนมากกว่า กองทัพชาวะกะนั้นยุ่งยาก ล�ำบากกับการเคล่ือนพลทางทะเล ซึ่งภูมิล�ำเนาอยู่ไกลโพ้นกล่าวคือ คาบสมทุ รมาเลย์ หรืออาจจะไมค่ ุน้ เคยกบั ภมู ิประเทศของลงั กา ตรงกนั ขา้ มกบั ทหารสิงหลผยู้ ดึ ยุทธศาสตรท์ ด่ี ีกว่าทหารชาวะกะผู้บกุ รกุ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งพระเจา้ จนั ทรภาณกุ บั ศรลี งั กาเหน็ ควรศกึ ษา จากจารกึ ของอินเดยี ตอนใต้
98 ศรลี ังกาและอษุ าคเนย์ จารึกของพระเจ้าชฏาวรมันสุนทรปัณฑยะ (พ.ศ.๑๗๙๔- ๑๘๑๑) ระบวุ า่ ปที เี่ จด็ แหง่ การครองราชย์ พระองคไ์ ดบ้ กุ รกุ เกาะลงั กา แตไ่ มป่ รากฏระยะเวลาแนช่ ดั กลา่ วถงึ เพยี งวา่ พระเจา้ สนุ ทรปณั ฑยะทรง บังคับกษัตริย์ลังกาให้ส่งส่วยเป็นอัญมณีอันมีค่าและช้างจ�ำนวนมาก๕๑ จารึกพระเจ้าชฏาวรมันวรี ปัณฑยะ (พ.ศ. ๑๗๙๖-๑๘๑๘) ระบุว่า พ.ศ.๑๘๐๖ และ พ.ศ.๑๘๐๗ ทรงให้บุกรุกเกาะลังกาอีกคร้ัง หลักแรกของศิลาจารึกระบุถึงปีท่ีสิบแห่งการครองราชย์ของพระเจ้าวีร ปณั ฑยะ (พ.ศ.๑๘๐๖) อธบิ ายวา่ พระองคท์ รงยนิ ดที สี่ ามารถยดึ ครอง อแี ลมและแตง่ ตงั้ ศาวกะใหค้ รองราชย์๕๒ สว่ นจารกึ ปรศสั ตกิ ฑุ มุ ยิ มาลยั ระบุว่าปีท่สี ิบเอ็ดแห่งการครองราชย์ของพระเจา้ วรี ปณั ฑยะ พระองค์ได้ สงั หารหนึง่ ในสองของกษตั รยิ ์ศรีลังกา พร้อมยึดกองทัพ รถม้า ทรัพย์ สมบัติ บลั ลังก์ มงกุฎ สรอ้ ยขอ้ เท้า สรอ้ ยคอ ฉตั รและสมบัติแหง่ ราช ตระกูลเหล่าอ่ืน ทรงยกธงแห่งชัยชนะเหนือโกณมาลัยและตรีกูฏคิร๕ิ ๓ จารึกหลักเดียวกันนี้ยังระบุอีกว่าบุตรของกษัตริย์ชาวะกะ (ศาวกัน มอินดัน) ผู้เคารพช่ือฟังและยอมรับพระเจ้าวีรปัณฑยะ ได้รับต�ำแหน่ง แล้วฟื้นฟูอาณาจักรศรีลังกาอีกครั้งหน่ึง ซึ่งเดิมปกครองโดย พระราชบดิ า๕๔ จารึกปัณฑยะเหล่าน้ีระบุว่ากษัตริย์ปัณฑยะบุกรุกเกาะลังกาสอง ครั้ง คร้ังแรกสมัยพระเจ้าสุนทรปัณฑยะและคร้ังสองสมัยพระเจ้า วีรปัณฑยะ ท้ังสองคร้ังท�ำสงครามกับพระเจ้าปรากรมพาหุท่ี ๒ แห่ง อาณาจกั รดมั พเดณิยะ อนิ ทรปาละ (K. Indrapala) ไดแ้ สดงความเหน็ ว่า การทำ� สงครามคร้งั แรกน่าจะตรงกบั ปพี ุทธศักราช ๑๘๐๑ ผเู้ ป็น แม่ทัพคือพระเจ้าสุนทรปัณฑยะ แต่มิได้ท�ำสงครามกับพระเจ้าปรากรม
พระเจ้าจันทรภาณแุ ห่งอาณาจักรตามพรลงิ ค์ 99 พาหแุ หง่ อาณาจกั รดมั พเดณยิ ะ พระองคท์ รงรณรงคส์ งครามกบั กษตั รยิ ์ แห่งชาวะกะผู้ปกครองส่วนอ่ืนของเกาะลังกา อินทรปาละอ้างว่าคัมภีร์ จุลวงศ์มิได้กล่าวถึงการบุกรุกครั้งน้ีเลย๕๕ ด้วยเหตุน้ัน ผู้ถวายเครื่อง บรรณาการแกพ่ ระจกั รพรรดปิ ณั ฑยะคอื กษัตรยิ ช์ าวะกะ ถามวา่ กษตั รยิ ช์ าวะกะปกครองสว่ นหนง่ึ ของเกาะลงั กาหมายถงึ ทใ่ี ด? ปรณวติ านะเชอ่ื วา่ กษตั รยิ ช์ าวะกะคอื พระเจา้ จนั ทรภาณ๕ุ ๖ แตต่ อ่ มาได้เปล่ียนความคิดและยืนยันว่ากษัตริย์พระองค์นี้คือพระเจ้ามาฆะ เพราะพระองค์เป็นเจา้ ชายชาวมาลยนั ๕๗ แตค่ วามจริงคอื พระเจ้ามาฆะ มิใช่เจ้าชายมาลยัน ทรงเป็นกษัตริย์เชื้อสายแห่งแคว้นกาลิงคะจาก อินเดีย การอ้างว่าพระองค์เป็นกษัตริย์ชาวะกะย่อมไม่ถูกต้อง กษัตริย์ ชาวะกะนน้ั นา่ จะหมายถงึ พระเจา้ จนั ทรภาณุ เพราะเปน็ ชาวะกะพระองค์ เดยี วทอ่ี า้ งถงึ สมยั น้ี๕๘ หากวเิ คราะหจ์ ารกึ ปณั ฑยะยอ่ มตคี วามไดว้ า่ แม้ พระเจ้าจันทรภาณุจะทรงพ่ายแพ้ แต่มิได้เดินทางออกจากเกาะลังกา พระองค์ทรงรักษาที่ม่ันบริเวณด้านเหนือของเกาะ ประเด็นน้ีสอดคล้อง กบั ขอ้ สนั นษิ ฐานการโจมตเี กาะลงั กาครงั้ แรกของพระเจา้ สนุ ทรปณั ฑยะ ขณะนนั้ พระเจา้ จนั ทรภาณอุ าจเปน็ กษตั รยิ พ์ นื้ เมอื งและนา่ จะถวายเครอื่ ง บรรณาการแกจ่ กั รวรรดิปณั ฑยะ หลักฐานแห่งหนึ่งระบุว่ากษัตริย์ชาวะกะกับด้านเหนือสุดของ ศรลี งั กาสอดคล้องกบั ภมู ิศาสตร์ คัมภีร์สิงหลช่ือว่ากเฑียมโปตัสได้ระบุชื่อคามนิคมเขตของ อาณาจกั รทงั้ สาม รวมถงึ ชาวะคามะในเขตปหิ ฏิ ริ ะฏะดว้ ย๕๙ ชาวะคามะ
100 ศรีลังกาและอุษาคเนย์ คอื จฟั ฟน์ าเพราะมรี ากศพั ทม์ าจากชาวะกะ ผเู้ สนอความคดิ นคี้ นแรกคอื โคดรงิ ตนั และถดั มาเปน็ ปรณวติ านะ เพราะสนใจภาพภมู ศิ าสนาบางแหง่ บนคาบสมทุ รจฟั ฟน์ า และบรรจรุ ากศพั ทช์ าวะกะ จรวกั จเจริ (ชาวะกะเจริ หมายถึงการต้ังรกรากของชาวะกะ) และจวโกตเต (ชาวะกะโกฏฏัย หมายถึงป้อมปราการชาวะกะ) ศพั ท์ระหวา่ งความหมายยังมกี ารใชอ้ ้าง ถงึ จากคมั ภรี ย์ าฬปาณ-วยั ปวะ-มาลยั คมั ภรี โ์ กกลิ ะสนั เดศยะและคมั ภรี ์ กเฑียมโปตัส๖๐ พิเคราะห์แล้วเห็นว่าคาบสมุทรจัฟฟ์นาและบริเวณที่ เช่ือมกันเล็กน้อย เป็นส่วนสัมพันธ์กับชาวะกะ จึงยืนยันได้ว่าถูกต้อง เพราะขอ้ มูลสอดคล้องกับจารกึ ปณั ฑยะ สมยั พระเจา้ จนั ทรภาณโุ จมตเี กาะลงั กาครง้ั แรกนนั้ พระเจา้ มาฆะ ได้ครอบครองอาณาจักรจัฟฟ์นาแล้ว๖๑ แต่ไม่มีหลักฐานใดยืนยันว่า พระเจา้ จนั ทรภาณตุ ดิ ตอ่ กบั พระเจา้ มาฆะหรอื ไม่ อนิ ทรปาละเหน็ วา่ หาก พิสูจน์ว่ากษัตริย์ชาวะกะซ่ึงปรากฏในจารึกปัณฑยะเป็นพระเจ้า จนั ทรภาณจุ รงิ กส็ ามารถเชอ่ื มโยงกษตั รยิ แ์ หง่ คาบสมทุ รมาเลยพ์ ระองค์ นี้ได้ ครั้นพระองค์ทรงพ่ายแพ้สงครามกับชาวสิงหลคราวแรกน้ัน พระองค์ได้หนีไปอยู่บริเวณอาณาจกั รตอนเหนอื สนั นษิ ฐานวา่ พระองค์ อาจด�ำรงต�ำแหน่งผู้สามารถครองราชย์สืบต่อ อาจเป็นที่ชื่นชอบของ พระเจ้ามาฆะจึงได้ร้ังต�ำแหน่งอุปราช หรือว่าพระองค์ทรงพลานุภาพ เสมอพระเจ้ามาฆะ หากเป็นเช่นนั้น เม่ือพระเจ้าจันทรภาณุยกทัพมา โจมตเี กาะลงั กาครง้ั ถดั มา พระองคน์ า่ จะทรงเปน็ กษตั รยิ เ์ หนอื อาณาจกั ร จัฟฟน์ าเรยี บร้อยแลว้ ๖๒ หลักฐานเบ้ืองต้นยืนยันชัดเจนแล้วว่าจุดประสงค์การบุกรุกเกาะ ลังกาคร้ังแรกของพระเจ้าจันทรภาณุคือต้องการยึดครองพระบรม
พระเจ้าจันทรภาณุแห่งอาณาจกั รตามพรลิงค์ 101 สารรี กิ ธาตุ พระองคม์ ไิ ดต้ อ้ งการขยายอาณาเขตดว้ ยการเขา้ ครอบครอง เกาะลังกาแต่อย่างใด หลังจากพ่ายแพ้ครั้งแรกแล้วพระองค์อาจท�ำ สัญญากับพระเจ้ามาฆะว่า หากร่วมมือกันย่อมมีชัยเหนือพระเจ้า ปรากรมพาหุ พระเจ้ามาฆะเองทรงต้องการยึดคืนอาณาเขตเดิมของ พระองค์ ประเด็นน้ีเองน่าจะเป็นเหตุให้พระเจ้ามาฆะตัดสินพระทัยร่วม มือกับกษัตริยช์ าวะกะ แต่ข้อตกลงยงั ไมเ่ กดิ ผลพระเจา้ มาฆะไดส้ วรรคต เสยี กอ่ น พระเจา้ จนั ทรภาณจุ งึ ครอบครองอาณาจกั รสบื แทน สนั นษิ ฐาน วา่ เหตทุ พ่ี ระเจา้ จนั ทรภาณคุ รอบครองอาณาจกั รสบื แทนนนั้ เหตเุ พราะ พระเจา้ มาฆะไมม่ รี ชั ทายาท ขณะตระเตรยี มกองทพั อยนู่ น้ั พระเจา้ จนั ทร ภาณตุ อ้ งเผชญิ กบั การโจมตขี องกษตั รยิ ป์ ณั ฑยะอยา่ งรนุ แรงจนตอ้ งยอม แพ้ แต่ยังปกครองบริเวณทางตอนเหนือของเกาะในฐานะเป็นเมืองขึ้น ของทมิฬปัณฑยะ จึงสันนิษฐานว่าการท�ำสงครามบุกรุกอาณา จักรดัมพเดณิยะครั้งท่ีสองนั้น พระเจ้าจันทรภาณุน่าจะใช้อาณาจักร จัฟฟน์ าเป็นแหล่งสะสมก�ำลงั พล คัมภีร์ชินกาลมาลีปกรณ์ระบุว่ากษัตริย์แห่งนครศรีธรรมราชและ สุโขทัยได้ขอพระพุทธรูปสิงหล๖๓ โดยส่งมากับราชทูตสิงหล เซเดส์ตั้ง ขอ้ สงั เกตวา่ ครน้ั พา่ ยแพส้ งครามคราวแรก พระเจา้ จนั ทรภาณุ (กษตั รยิ ์ แห่งสิริธรรมนคร) ได้รับพระพุทธรูปจากเกาะลังกาเป็นนัยสันติวิธี พระองคพ์ รอ้ มกษตั รยิ แ์ หง่ สโุ ขทยั จงึ ตระเตรยี มพธิ ตี อ้ นรบั พระพทุ ธรปู ๖๔ ตรงนี้เกิดค�ำถาม ๒ ประเด็น หนง่ึ นนั้ คือพระเจา้ จนั ทรภาณโุ จมตเี กาะ ลังกาหนแรก กษัตริย์สิงหลยินดีมอบพระบรมสารีริกธาตุแก่ศัตรูจริง หรอื ไม่ อกี หนง่ึ นน้ั เหตใุ ดพระเจา้ จนั ทรภาณจุ งึ บกุ โจมตเี กาะลงั กาอกี ครง้ั หลงั จากเปน็ มติ รและไดร้ บั พระบรมสารรี กิ ธาตแุ ลว้ คำ� ถามดงั กลา่ วยาก ตอ่ การเฉลยเพราะขอ้ มูลหลกั ฐานเทา่ ท่มี อี ย่นู อ้ ยนัก
102 ศรีลังกาและอุษาคเนย์ เอเชยี ในสายตาของชาวตะวนั ตก (คดั ลอกภาพจาก www.antiquemps- fair.com) ดนิ แดนอษุ าคเนยใ์ นสายตาของชาวตะวนั ตก (คดั ลอกภาพจาก www.anti- quemaps-fair.com)
พระเจ้าจันทรภาณแุ ห่งอาณาจกั รตามพรลงิ ค์ 103 อนุสาวรีย์พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชหรือพระเจ้าจันทรภาณุ เมืองนครศรีธรรมราช (คัดลอกภาพจาก www.google.co.th/maps) ซากกำ� แพงเมอื งนครศรีธรรมราช (คดั ลอกภาพจาก www.pantip.com)
104 ศรีลงั กาและอุษาคเนย์ หอพระศิวะเมืองนครศรีธรรมราช สัญลักษณ์คติความเชื่อของลัทธิไศวนิกาย (คัดลอก ภาพจาก www.pantip.com) หอพระนารายณ์เมืองนครศรีธรรมราช สัญลักษณ์คติความเชื่อของลัทธิไวษณพนิกาย (คัดลอกภาพจาก www.pantip.com)
พระเจ้าจนั ทรภาณุแห่งอาณาจกั รตามพรลงิ ค์ 105 พระพทุ ธรปู เกา่ ภายในวดั พระบรมธาตไุ ชยาราชวรวหิ าร เมอื งไชยา (คดั ลอกภาพจาก www. pantip.com) พระบรมธาตุไชยา วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวหิ าร เมืองไชยา (คดั ลอกภาพจาก www. pantip.com
106 ศรีลงั กาและอุษาคเนย์ เซเดสแ์ สดงความเหน็ ประเดน็ นว้ี า่ หลงั ทรงพา่ ยแพศ้ กึ คราวแรกนนั้ พระเจ้าจันทรภาณุได้เดินทางกลับอาณาจักรตามพรลิงค์ หลักฐานคือ จารกึ ปณั ฑยะอา้ งถงึ พระโอรสของพระองค์ สนั นษิ ฐานวา่ เมอื่ พระเจา้ วรี ปณั ฑยะสง่ กองทพั เขา้ โจมตอี าณาจกั รจฟั ฟน์ านนั้ พระโอรสของพระเจา้ จันทรภาณุเป็นผู้ครอบครองบริเวณตอนเหนือเกาะลังกา คราวเม่ือ พระองค์บุกรุกเกาะลังกาคร้ังแรก พระเจ้าจันทรภาณุทรงมอบหมายให้ พระโอรสท�ำหน้าท่ีดูแลแทน คร้ันพระเจ้าวีรปัณฑยะบุกรุกโจมตีอาณา จักรจัฟฟ์นาแล้ว บริเวณส่วนน้ีจึงเป็นประเทศราชของทมิฬปัณฑยะ สนั นษิ ฐานวา่ ตราบใดทกี่ ษตั รยิ ป์ ณั ฑยะยงั ครอบครองอาณาจกั รจฟั ฟน์ า อยู่ อำ� นาจของพระเจา้ จนั ทรภาณกุ ็ถอื วา่ ปลอดภยั หลกั ฐานมไิ ด้ยนื ยนั ว่าทมิฬปัณฑยะได้ทิ้งกองทัพไว้หรือไม่ ต่อมาพระเจ้าจันทรภาณุได้ยก กองทพั มาจากอาณาจกั รตามพรลงิ ค์ พรอ้ มเตรยี มสรรพกำ� ลงั เพอ่ื บกุ รกุ เกาะลังกาเป็นครั้งที่สอง อาจเป็นไปได้ว่าก่อนออกจากเกาะลังกา พระองค์ทรงมอบหมายให้พระโอรสปกครองดูแล ด้วยหวังว่าพระโอรส สามารถคมุ้ ครองอาณาจกั รกอ่ นทจ่ี ะองคจ์ ะเตรยี มกองทพั จากอาณาจกั ร ตามพรลงิ ค์ คัมภีร์ชินกาลมาลีปกรณ์ระบุว่าพระเจ้าโรจราชหรือพ่อขุนศรี อินทราทิตย์แห่งอาณาจักรสุโขทัย ได้เสด็จมาสิริธรรมนครเพราะ ปรารถนาจะเหน็ ทะเล๖๕ สนั นษิ ฐานวา่ พระองคเ์ สดจ็ มาพบพระเจา้ จนั ทร ภาณุหลังจากพระองค์เสด็จกลับอาณาจักรสุโขทัยแล้ว พระเจ้าจันทร ภาณอุ าจจะยงั ไมพ่ รอ้ มทจี่ ะสง่ ราชทตู ไปทลู ขอพระพทุ ธปฏมิ าจากกษตั รยิ ์ สิงหล เพราะเหตุการณ์หลังจากการบกุ รุกคร้งั แรกไมน่ าน แตค่ รนั้ ทรง ทราบว่ากษัตริย์แห่งสุโขทัยประสงค์พระพุทธปฏิมาจริง พระเจ้า จนั ทรภาณจุ งึ ทรงแนะนำ� กษตั รยิ แ์ หง่ สโุ ขทยั ใหส้ ง่ ราชทตู ไปขอกบั กษตั รยิ ์
พระเจ้าจนั ทรภาณแุ ห่งอาณาจกั รตามพรลิงค์ 107 ลงั กา ราชทตู ชดุ นั้นจงึ ไปในนามอาณาจกั รสุโขทัย เพราะกษัตรยิ ์สงิ หล เป็นปรปักษ์กับพระเจ้าจันทรภาณุ แต่มิได้เป็นอริราชศัตรูกับกษัตริย์ สุโขทัย สันนิษฐานว่าครานั้นกษัตริย์สิงหลทรงยินดีเสด็จออกรับ คณะราชทตู ผสู้ นใจพทุ ธศาสนา และอาจจะมอบถวายพระพทุ ธปฏมิ าแด่ คณะราชทตู เพอื่ อญั เชญิ ไปยงั อาณาจกั รสโุ ขทยั หากคณะราชทตู คราว นั้นมีตัวแทนของพระเจ้าจันทรภาณุร่วมเดินทางไปด้วย พระองค์อาจ แนะนำ� ราชทตู ให้เดนิ ทางไปอาณาจักรทางตอนเหนอื และพระโอรสของ พระองคน์ า่ จะทราบถงึ แผนการบุกรุกเกาะลงั กาคร้งั ทสี่ อง พร้อมกันนนั้ คณะราชทตู น่าจะนำ� ราชสาสน์กลับมาถวายพระองคด์ ้วย สงครามสยามลงั กาคร้งั ท่ี ๒ คมั ภรี ์จลุ วงศพ์ รรณนาการบกุ รกุ ครง้ั ท่ีสองว่า สมัยนั้นผเู้ ปน็ ใหญ่ กวา่ นกิ รชนพระนามวา่ จนั ทรภาณุ หลงั จากเสยี หายวอดวายเพราะพา่ ย แพจ้ ากการรณรงคส์ งครามหนแรกแลว้ ไดร้ วบรวมทหารหาญชาวทมฬิ ปัณฑยะและทมฬิ โจฬะ จนมที หารทมิฬเข้ารว่ มเป็นกองทพั ใหญ่ ไดข้ ้ึน ฝั่งท่ีท่ามหาติตถะพร้อมด้วยเหล่าทหารชาวะกะ หลังจากเคลื่อนทัพมา จากด้านเหนือและมีชัยเหนือชาวสิงหลท่ีอาศัยอยู่ในเมืองปดีและเมือง กุรุนดิและเมืองอ่ืน ได้ยกทัพมุ่งหน้าสู่สุภคิริแล้วทรงปลูกค่ายคูประตูรบ จากนนั้ ไดส้ ง่ ราชสาสนถ์ งึ กษตั รยิ ส์ งิ หลวา่ “ขา้ พระองคจ์ ะยดึ เอาตรสี งิ หล จะไม่ปล่อยพระองค์ ข้าพระองค์จะจับพระองค์พร้อมกับพระเขี้ยวแก้ว และบาตรอีกท้ังอาณาจักร หากพระองค์ไม่ยอมสวามิภักดิ์จะต้องท�ำ สงคราม”๖๖ ขณะพระเจา้ จนั ทรภาณขุ น้ึ ฝง่ั ทม่ี หาตติ ถะดา้ นเหนอื ของเกาะลงั กา นนั้ เมอื งกรุ นุ ดแิ ละเมอื งปดดี งั อา้ งหมายถงึ กนุ ธนรู แ์ ละปดวยิ ะทางเหนอื
108 ศรีลังกาและอุษาคเนย์ ของเกาะ หลักฐานดังกล่าวชี้ให้เห็นว่ากษัตริย์ชาวะกะได้ควบคุมท่าเรือ มหาตติ ถะเรยี บรอ้ ยแลว้ จากนน้ั ไดแ้ ผอ่ ำ� นาจจากอาณาจกั รจฟั ฟน์ าลง ใตผ้ ่านอาณาจักรสงิ หล ปรณวิตานะจงึ ยนื ยันวา่ สมยั ยกทพั บกุ รุกครง้ั ท่ี สองพระเจ้าจันทรภาณุเป็นผู้เข้มแข็งมาก๖๗ ส�ำหรับการเชิญชวนชาว สิงหลให้หันมาเป็นพรรคพวกน้ัน พุทธศาสนาอาจจะเป็นปัจจัยหนุนส่ง พระองค์ เพราะสมยั พระเจ้ามาฆะปกครองทางตอนเหนือน้ัน พระพุทธ ศาสนาขาดการเหลียวแล แม้ภายหลังพระเจ้าจันทรภาณุทรงพ่ายแพ้ คราวสงครามหนแรกแล้ว ดินแดนทางตอนเหนือเป็นส่วนหนึ่งของ อาณาจักรสิงหลเพียงนามเทา่ นั้น พระเจา้ ปรากรมพาหอุ าจจะไม่มีเวลา ฟน้ื ฟพู ระศาสนาหลงั จากมชี ยั สงครามหนแรกแลว้ เหตเุ พราะทรงวนุ่ วาย อยู่กับภายในอาณาจักรและหัวเมืองรอบนอก หลักฐานระบุว่าพระเจ้า ปรากรมพาหุโปรดให้ปฏิสังขรณ์เมืองโปโฬนนารุวะ หลังจากช�ำนะ พระเจา้ จนั ทรภาณคุ รง้ั ทสี่ องแลว้ เมอื่ ชาวพทุ ธสงิ หลทางตอนเหนอื ขาด ผปู้ กครองชาวพทุ ธเปน็ เวลานาน จงึ พากนั ยอมรบั พระเจา้ จนั ทรภาณวุ า่ เป็นกษัตริยแ์ หง่ ตน เพราะทรงอ้างวา่ เป็นชาวพทุ ธแท้จริง หลักฐานชี้ให้เห็นแล้วว่าผู้บุกรุกเกาะลังกาหนสองน้ี มิได้สนใจ เฉพาะสิ่งศักด์ิสิทธ์ิเท่านั้น แต่ยังต้องการยึดครองอาณาจักรด้วย เหตุ เพราะพระองค์ทรงครอบครองอาณาจักรจัฟฟ์นาตอนเหนือ น่าจะเป็น เหตุผลให้พระองค์ต้องการยึดครองอาณาจักรอื่นด้วย๖๘ ตอนท้าย พทุ ธศตวรรษท่ี ๑๘ อาณาจกั รสโุ ขทยั เรอื งอำ� นาจขนึ้ อาณาจกั รขนาด เลก็ เหลา่ อนื่ ตามชายแดนตา่ งออ่ นนอ้ มตอ่ อาณาจกั รสโุ ขทยั สน้ิ หลกั ฐาน หลายแหง่ อา้ งถงึ การขยายดนิ แดนของอาณาจกั รสโุ ขทยั เหนอื คาบสมทุ ร มาเลย์ กล่าวคืออาณาจกั รตามพรลงิ ค๖์ ๙ คัมภรี ์ชนิ กาลมาลีปกรณ์ระบุ วา่ กษตั รยิ แ์ หง่ อาณาจกั รสโุ ขทยั ไดเ้ สดจ็ ไปยงั อาณาจกั รตามพรลงิ คบ์ อ่ ย
พระเจ้าจนั ทรภาณแุ ห่งอาณาจกั รตามพรลิงค์ 109 ครั้ง หลักฐานดังกล่าวช้ีให้เห็นถึงความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างสอง อาณาจกั รเปน็ อยา่ งดี สนั นษิ ฐานวา่ พระเจา้ จนั ทรภาณทุ รงลว่ งรเู้ หตบุ าง อย่าง จึงต้องการแสวงหาอาณาจักรอื่น และเกาะลังกาน่าจะจูงใจ พระองคม์ ากกวา่ แหง่ อน่ื เพราะเปน็ สถานทรี่ จู้ กั แพรห่ ลายวา่ เปน็ ดนิ แดน แห่งพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท สถานสถิตแห่งพระบรมสารีริกธาตุ และเทวาลยั อนั ศกั ดส์ิ ทิ ธ์ิ ความปรารถนาเปน็ กษตั รยิ บ์ นเกาะอนั ศกั ดส์ิ ทิ ธิ์ และการครอบครองพระบรมสารีริกธาตุอันทรงคุณค่า น่าจะเป็นสาเหตุ ให้พระองค์ปรารถนายึดครองอาณาจักรสิงหล ส่วนชาวพุทธผู้ติดตาม พระองค์อาจจะมั่นใจว่าพระองค์เป็นผู้ปกป้องพระศาสนาจริง อิทธิพล ของอาณาจักรสุโขทัยน่าจะเป็นสาเหตุหลักท�ำให้พระเจ้าจันทรภาณุ ตัดสนิ พระทยั บุกรุกโจมตอี าณาจักรสงิ หละเป็นครง้ั ที่สอง ระยะเวลาการบุกรกุ ครง้ั ท่สี องมีปัญหามาก เซเดสร์ ะบุว่าตรงกบั ปีพทุ ธศักราช ๑๗๙๙ เพราะค�ำนวณตาม คัมภีร์ชนิ กาลมาลีปกรณ์ ซ่ึงระบวุ า่ หลงั จากล่วงแลว้ ๑๘๐๐ ปีแห่ง พุทธปรินิพพาน พระเจ้าโรจราชหรือพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ทรงครอง ราชย์เหนือเมืองสุโขทัย๗๐ ถือว่าเป็นเหตุการณ์เดียวที่อ้างถึงในคัมภีร์ เทียบเป็นพุทธศักราชประมาณ ๑๗๙๙ คัมภีร์ชินกาลมาลีปกรณ์ พรรณนาวา่ พระเจา้ สริ ธิ รรมและพระเจา้ โรจราชไดส้ ง่ คณะราชทตู ไปเกาะ ลังกา แต่มิได้กล่าวถึงการบุกรุกเกาะลังกาของพระเจ้าสิริธรรมเลย (พระเจ้าจนั ทรภาณุ)๗๑ จึงไมส่ ามารถทราบไดว้ า่ กษตั รยิ ส์ องพระองคไ์ ด้ ส่งคณะราชทูตไปลังกาปีน้ันหรือไม่ แม้จะเป็นปีเดียวกันก็ไม่ทราบได้ว่า ตรงกบั การบกุ รกุ โจมตเี กาะลังกาครง้ั ที่สองหรอื ไม่ เพราะคัมภรี ช์ นิ กาล มาลีปกรณ์มิได้กล่าวถึง จึงคาดเดาเอาว่าการท�ำสงครามครั้งที่สองน่า
110 ศรลี งั กาและอษุ าคเนย์ จะเกดิ ขนึ้ ภายหลงั สองสามปลี ว่ งแลว้ ๗๒ ดว้ ยเหตดุ งั กลา่ ว หลกั ฐานจาก คัมภีร์ชินกาลมาลีปกรณ์จึงมิได้กล่าวถึงระยะเวลาการบุกรุกเกาะลังกา คร้งั ที่สองของพระเจ้าจนั ทรภาณุแตอ่ ย่างใด คมั ภีรจ์ ลุ วงศ์ซงึ่ เปน็ ตำ� นานหลกั ไมไ่ ดก้ ล่าวถงึ ประเด็นนเ้ี ลย สว่ น คมั ภรี ป์ ชู าวลยิ ะระบวุ า่ เจา้ ชายวชิ ยั พาหแุ ละเจา้ ชายวรี พาหไุ ดเ้ สดจ็ ไปยงั เมอื งโปโฬนนารวุ ะ ซงี่ ตรงกบั ปที ย่ี สี่ บิ หกแหง่ การครองราชยข์ องพระเจา้ ปรากรมพาหุ (พ.ศ.๑๘๐๕) หลังจากพระเจ้าจันทรภาณุพ่ายแพ้ สงครามแลว้ ๗๓ และคมั ภรี เ์ ลม่ เดยี วกนั ยงั กลา่ วเสรมิ อกี วา่ พระเจา้ จนั ทร ภาณไุ ดบ้ กุ รกุ เกาะลงั กาครงั้ ทสี่ อง หลงั จากเจา้ ชายวชิ ยั พาหไุ ดข้ น้ึ ครอง ราชย์เหนืออาณาจักรดัมพเดณิยะแล้ว๗๔ หากถือเอาตามจารึกแห่งอลุ ตนวุ ระเทวาลยั พระเจา้ ปรากรมพาหุทรงประสบกับโรครา้ ยท่รี กั ษาไม่ได้ ในปพี ทุ ธศกั ราช ๑๘๐๑ และการปกครองบ้านเมืองจึงทรงมอบหมาย ให้เป็นภารธุระแก่เจ้าชายวิชัยพาหุ ผู้เป็นพระโอรสพระองค์ใหญ่๗๕ หลักฐานจากจารึกและคัมภีร์ปูชาวลิยะระบุว่าการบุกรุกเกาะลังกาของ พระเจ้าจนั ทรภาณเุ กิดข้ึนระเหว่างพุทธศกั ราช ๑๘๐๑-๑๘๐๕ คมั ภรี ป์ ชู าวลยิ ะระบอุ กี วา่ พระเจา้ ปรากรมพาหไุ ดร้ อ้ งขอใหเ้ จา้ ชาย วิชยั พาหผุ เู้ ปน็ ราชโอรส ให้ด�ำเนินการสิ่งทีพ่ ระองค์ไมส่ ามารถท�ำสำ� เร็จ ได้ กล่าวคือการบรู ณะมหาสถูปแห่งเมืองอนุราธปรุ ะ การยดึ ครองเมือง โปโฬนนารวุ ะเพอ่ื ประดษิ ฐานพระเขย้ี วแกว้ ในวหิ ารอนั เกา่ แก่ เปน็ ตน้ ๗๖ ดเู หมอื นวา่ เจา้ ชายวชิ ยั พาหไุ มไ่ ดเ้ สดจ็ ไปยงั เมอื งโปโฬนนารวุ ะจนกระทง่ั พระองคม์ ชี ยั เหนอื พระเจา้ จนั ทรภาณุ การบรู ณะเมอื งโปโฬนนารวุ ะอาจ มิได้เกิดขึ้นทันที ขณะพระราชบิดาทรงรักษาโรคร้าย๗๗ สันนิษฐานว่า เจ้าชายวิชัยพาหุอาจจะเสด็จไปเมืองโปโฬนนารุวะ หลังจากพระเจ้า
พระเจ้าจันทรภาณุแห่งอาณาจกั รตามพรลงิ ค์ 111 จันทรภาณุสวรรคตแล้วไม่นาน จึงค�ำนวณว่าการบุกรุกเกาะลังกาของ พระจันทรภาณุครง้ั นนี้ ่าจะประมาณปีพทุ ธศักราช ๑๘๐๔-๑๘๐๕ ย้อนกลับไปหาจารึกปัณฑยะอีกครั้ง จารึกหลักน้ีอ้างว่าพระเจ้า ชฏาวรมนั วรี ปณั ฑยะ ไดช้ นะเหนอื กษตั รยิ ช์ าวะกะ (พระเจา้ จนั ทรภาณ)ุ และพระองคม์ ไิ ดร้ บั ความชว่ ยเหลอื จากพระเจา้ ปรากรมพาหเุ ลย กษตั รยิ ์ ปัณฑยะอ้างถึงการบุกรุกของพระองค์และการมอบมงกุฎแก่สาวะกะ จารกึ หลักนตี้ รงกบั ปพี ุทธศักราช ๑๘๐๖ และ ๑๘๐๗ ความสำ� เร็จ ครั้งน้ีมิได้อ้างถึงในจารึกแห่งใดของพระองค์ ซึ่งสร้างข้ึนตอนต้นแห่งปี พุทธศักราช ๑๘๐๕๗๘ ด้วยเหตุนั้น เหตุการณ์อาจเกิดขึ้นในปี พุทธศักราช ๑๘๐๕ หรือ ๑๘๐๖ คมั ภรี ์ปชู าวลิยะอา้ งว่า หลังจาก เจา้ ชายวชิ ยั พาหทุ รงมชี ยั เหนอื พระเจา้ จนั ทรภาณแุ ลว้ ไดเ้ สดจ็ เขา้ ไปยงั เมอื งโปโฬนนารวุ ะ ซงึ่ ตรงกบั ปที ย่ี ส่ี บิ หกแหง่ การครองราชยข์ องพระเจา้ ปรากรมพาหุ ด้วยเหตุน้ัน จึงสันนิษฐานว่าพุทธศักราช ๑๘๐๕ ตรงกบั ปีทีพ่ ระเจา้ จนั ทรภาณุบกุ รกุ เกาะลงั กาเปน็ ครั้งท่ีสอง กองทัพของพระเจ้าจันทรภาณุมีการจัดวางเป็นระบบ คัมภีร์จุล วงศ์ระบุว่าพระองคม์ ที หารชาวทมิฬจำ� นวนมาก ลว้ นมาจากอาณาจกั ร โจฬะอาณาจักรปัณฑยะและอาณาจักรเหล่าอื่น๗๙ อินทรปาละเห็นว่า พระองค์มิได้น�ำทหารเหล่านี้มาจากอินเดียใต้ แต่เกณฑ์เฉพาะผู้อยู่บน เกาะลงั กาเท่านนั้ ๘๐ การตคี วามเชน่ นดี้ เู หมอื นวา่ ถกู ตอ้ ง เพราะหากพระเจา้ จนั ทรภาณุ ตั้งมั่นดีแล้วในอาณาจักรจัฟฟ์นา ก่อนเตรียมตัวเข้าโจมตีอาณาจักร สิงหล กต็ อ้ งมีชาวทมิฬตัง้ รกรากเป็นจำ� นวนมาก จนพระองคส์ ามารถ เกณฑ์เข้าเป็นทหารได้ ความจริงคือก่อนนั้นพระเจ้ามาฆะได้บุกรุก
112 ศรลี ังกาและอษุ าคเนย์ เกาะลังกาพร้อมทหารชาวทมิฬอันเข้มแข็ง และคร้ันพระองค์ยึดครอง โปใฬนนารุวะแล้ว ทรงครอบครองอาณาเขตตอนเหนือของศรีลังกา พรอ้ มทหารชาวทมฬิ เหลา่ นนั้ ๘๑ ทหารทมฬิ เหลา่ นอี้ าจจะทำ� หนา้ ทขี่ ณะ พระองค์ครอบครองเมืองโปโฬนนารุวะ และสมัยต่อมาพระองค์ย้ายไป ปกครองหัวเมืองคาบสมุทรจัฟฟ์นา พวกทหารก็น่าจะติดตามพระองค์ ไปดว้ ย ต่อมาคร้ันพระเจ้าจันทรภาณทุ รงรับมรดกตอ่ จากพระเจ้ามาฆะ แล้ว ทหารชาวทมิฬจึงท�ำหน้าที่รับใช้กษัตริย์พระองค์ใหม่ ต่อมาภาย หลงั ครนั้ พระเจา้ สนุ ทรปณั ฑยะเขา้ ยดึ อาณาจกั รจฟั ฟน์ า ทหารชาวทมฬิ เหล่าน้ีก็ยังท�ำหน้าที่ภายใต้การปกครองของพระเจ้าจันทรภาณุเช่นเดิม และทหารเหลา่ นเ้ี องปรากฏเปน็ หลกั ฐานวา่ สนบั สนนุ พระเจา้ จนั ทรภาณุ บุกรุกอาณาจักรสิงหล จึงเป็นไปไม่ได้ว่าพระองค์ได้เกณฑ์ทหารรับจ้าง ชาวทมฬิ มาจากอินเดียใต้ หากเปรียบเทียบข้อมูลในคัมภีร์จุลวงศ์และหลักฐานจากจารึก ปัณฑยะก็จะพบว่า ข้อมูลทั้งสองแห่งอ้างถึงเหตุการณ์เดียวกัน โดยช้ี ว่ากษัตริย์สิงหลและกษัตริย์ปัณฑยะต่างอ้างชัยชนะเหนือพระเจ้า จันทภาณุเหมือนกัน สันนิษฐานว่าพระเจ้าปรากรมพาหุและพระเจ้า วรี ปณั ฑยะคงรว่ มมอื กนั จนชำ� นะกษตั รยิ ช์ าวะกะ๘๒ จารกึ กฑุ มุ ยิ ามาลยั กล่าวถึงการร้องขอความช่วยเหลือของเสนาบดีศรีลังกา แต่ไม่ระบุว่า เร่ืองใด๘๓ หากเปรียบเทียบหลักฐานท้ังหมดจะเห็นว่า เสนาบดีท่านน้ี อัญเชิญพระราชสาสน์ของพระเจ้าปรากรมพาหุมามอบถวายกษัตริย์ ปัณฑยะ เพื่อเชิญพระองค์เข้าแทรกแซงสงคราม๘๔ กษัตริย์สิงหลขอ ความชว่ ยเหลอื กษตั รยิ ป์ ณั ฑยะเพราะเหน็ วา่ พระเจา้ จนั ทรภาณนุ น้ั เปน็ สามนั ตราชของกษัตริยป์ ัณฑยะ หากเป็นเชน่ นั้นจรงิ ไซร้หมายความวา่
พระเจ้าจันทรภาณแุ ห่งอาณาจกั รตามพรลงิ ค์ 113 กษตั รยิ ป์ ณั ฑยะทรงทำ� สงครามกบั กษตั รยิ ผ์ อู้ ยภู่ ายใตอ้ ำ� นาจของพระองค์ เอง จารึกของพระเจ้าวีรปัณฑยะอ้างว่ากษัตริย์ชาวะกะ ได้ทรยศต่อ ค�ำสงั่ ของพระองคพ์ ร้อมประพฤติเลวทราม สันนิษฐานว่าสมัยเป็นเมือง ขน้ึ ของกษตั รยิ ป์ ณํ ฑยะนน้ั พระเจา้ จนั ทรภาณไุ ดข้ ออนญุ าตยกทพั บกุ รกุ อาณาจกั รชาวสงิ หลแลว้ แตค่ ำ� ขอไมไ่ ดร้ บั การตอบสนอง หรอื วา่ กษตั รยิ ์ ปัณฑยะไม่ต้องการเห็นประเทศราชมีอ�ำนาจ เพราะอาจจะแข่งอ�ำนาจ กับพระองค์บริเวณอาณาจักรจัฟฟ์นา กษัตริย์ชาวะกะคงปฏิเสธค�ำส่ัง ของพระองค์ด้วยการบุกรุกโจมตีอาณาจักรสิงหล ความไม่เชื่อฟัง ดังกล่าวสอดคล้องกับการร้องขอของพระเจ้าปรากรมพาหุ หรืออีก ประการหน่ึง พระเจ้าจันทรภาณุอาจงดถวายเคร่ืองราชบรรณาการแก่ กษตั ริย์ปัณฑยะ แต่สดุ ท้ายพระองคต์ อ้ งถวายเคร่อื งราชบรรณาการอีก หลายเท่า เพราะกองทัพของพระองค์พ่ายแพ้ต่อกองทัพของพระเจ้า วรี ปัณฑยะและพระเจา้ ปรากรมพาหุ จารกึ กุฑมุ ยิ ยามาลัยระบวุ า่ กษัตริย์ปณั ฑยะโปรดใหเ้ รยี กเกบ็ ส่วย จากษตั รยิ พ์ ระองคอ์ น่ื แหง่ เกาะลงั กา๘๕ สนั นษิ ฐานวา่ กษตั รยิ พ์ ระองคน์ ้ี คงมใิ ชใ่ ครอนื่ นอกจากพระเจา้ ปรากรมพาหุ ครนั้ พระองคไ์ ดข้ อความชว่ ย เหลือแล้ว กษัตริย์ปัณฑยะคงพิจารณาให้พระองค์เป็นผู้อยู่ใต้การ ปกครอง คัมภีร์จุลวงศ์ระบุว่าเจ้าชายวิชัยพาหุและเจ้าชายวีรพาหุ ได้ ตอ่ สกู้ บั กองทพั อนั ยง่ิ ใหญเ่ หมอื นสงครามของพระราม คราวนน้ั กษตั รยิ ์ ปัณฑยะอาจจะช่วยเหลือจนชาวสิงหลมีชัย แต่หากถือตามต�ำนาน พระเจ้าจันทรภาณุได้ทรงหลบหนีไป ส่วนสตรีอันเป็นท่ีรักของพระองค์ ช้างมา้ ดาบและศาสตราวธุ ตลอดถงึ ทรัพยส์ มบตั ิท้ังหมดถูกชาวสิงหล ยึดครอง๘๖ จารึกของพระเจ้าวีรปัณฑยะกล่าวถึงการจับพระเจ้าจันทร
114 ศรลี งั กาและอษุ าคเนย์ ภาณุและอ้างถึงเหตุการณ์คล้ายกัน๘๗ การอธิบายทรัพย์สมบัติของ กษตั รยิ ช์ าวะกะนน้ั ชใ้ี หเ้ หน็ ความจรงิ วา่ การบกุ รกุ ครงั้ ทสี่ องของพระเจา้ จนั ทรภาณุ เกดิ ขึน้ หลังจากพระองค์ไดต้ ัง้ มั่นดว้ ยดแี ล้วในศรีลงั กา ผลของการบุกรุกครั้งที่สองกลายเป็นหายนะของพระเจ้า จนั ทรภาณุ จารกึ ของพระเจา้ วรี ปณั ฑยะระบวุ า่ กษตั รยิ ช์ าวะกะถกู สงั หาร ในสนามรบ๘๘ แต่หากถือตามรายละเอียดของคัมภีร์จุลวงศ์ซึ่งระบุว่า เจ้าชายวิชัยพาหุได้ขับไล่ผู้เป็นใหญ่เหนือนรชน คือพระเจ้าจันทรภาณุ จนพา่ ยแพห้ นไี ปอยา่ งไรก้ ารปอ้ งกนั ๘๙ คมั ภรี ป์ ชู าวลยิ ะอา้ งถงึ อยา่ งเชอ่ื มนั่ วา่ พระองคถ์ กู สงั หารในสงคราม๙๐ สว่ นคมั ภรี ห์ ตั ถนคลั ลวหิ ารวงั สะ อ้างวา่ พระองคถ์ กู ทำ� ลายโดยชาวสิงหล๙๑ จากหลกั ฐานอา้ งอิงจำ� นวน มากเหลา่ นเ้ี หน็ ตรงกนั วา่ พระเจา้ จนั ทรภาณสุ วรรคตในสงครามระหวา่ ง การบกุ รกุ ครงั้ ทส่ี อง สว่ นพระโอรสของพระองคม์ ไิ ดห้ นอี อกไปจากเมอื ง จัฟฟ์นา จึงสรุปได้ว่าอาณาจักรตามพรลิงค์ของพระเจ้าจันทรภาณุล่ม สลาย และสดุ ท้ายกลายเป็นเมอื งขึ้นของอาณาจักรสโุ ขทยั อารยจกั รวรัตแิ หง่ อาณาจักรจัฟฟ์นา การสวรรคตของพระเจา้ จนั ทรภาณหุ มายถงึ ความลม้ เหลวในการ รวบรวมเกาะลังกา กษัตริย์ปัณฑยะได้มอบหมายให้โอรสของพระเจ้า จันทรภาณุข้ึนครองบลั ลังก์เหนือเมอื งจัฟฟน์ า โดยอา้ งว่าพระโอรสควร ปกครองอาณาจักร ซึ่งเป็นของพระราชบิดาเพื่อรักษาอาณาจักรสืบต่อ และกษัตริย์สิงหลควรจะเห็นด้วยกับพระราชด�ำรัสนี้ตราบเท่านาน จนกว่าการคุ้มครองของพระองค์จะไม่เป็นการข่มขู่ บัดนี้ประวัติศาสตร์ ของจัฟฟ์นากลายเป็นความมืดมนคลุมเครือ เน่ืองจากขาดข้อมูลเชิง ประวัติศาสตร์สมัยน้ี และไม่รู้ถึงการล่มสลายของกษัตริย์ชาวะกะ เพื่อ
พระเจ้าจนั ทรภาณแุ ห่งอาณาจกั รตามพรลิงค์ 115 อธบิ ายการเกิดขนึ้ ของราชวงศถ์ ดั มานามวา่ อารยจักรวรตั ิ ซ่ึงมกี ารอา้ ง ถึงในต�ำนานและหลักฐานทางวรรณคดหี ลายเล่ม ก่อนที่จะเข้าครอบครองอาณาจักรจัฟฟ์นาน้ัน เดิมราชวงศ์ อารยจักรวรัติเป็นขุนนางของกษัตริย์ปัณฑยะในเขตต�ำบลรัมนัด มากอ่ น๙๒ หลกั ฐานอา้ งองิ เกา่ สดุ เกย่ี วกบั ราชวงศอ์ ารยจกั รวรตั พิ บเหน็ ในคมั ภรี จ์ ลุ วงศ์ ซงึ่ ระบวุ า่ หลงั การสวรรคตของพระเจา้ ภวู เนกพาหทุ ี่ ๑ (พ.ศ.๑๘๑๕-๑๘๒๗) บ้านเมืองต้องเผชิญกับทุพภิกขภัย กษัตริย์ หา้ พนี่ อ้ งผปู้ กครองอาณาจกั รปณั ฑยะไดจ้ ดั สง่ เหลา่ ทหาร ภายใตก้ ารนำ� ของเสนาบดีผู้ใหญ่นามว่าอารยจักรวรัติ พากันยกทัพขึ้นเกาะลังกา และท�ำลายบ้านเรือนตลอดเส้นทาง จากน้ันยกทัพมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง สภุ คริ ิหรือยาปวุ ะในปัจจบุ นั ได้ยึดเอาพระเข้ียวแก้วพรอ้ มทง้ั สมบตั อิ นั มี คา่ ทง้ั หมด จากนน้ั เดนิ ทางกลบั อาณาจกั รปณั ฑยะแลว้ มอบถวายทกุ สง่ิ อย่างแด่พระเจ้ากุลเศขระ (พ.ศ.๑๘๑๑-๑๘๕๑) ผู้เป็นเสมือน พระอาทิตย์สาดแสงต้องดอกบวั อันเบง่ บานบนกา้ นแหง่ กษตั รยิ ม์ หาราช ชาวปัณฑ๙ุ ๓ หากถือตามหลกั ฐานของสงิ หล ระยะเวลาการยกทพั เข้า โจมตีเกาะลงั กาครั้งนี้ ไมม่ กี ษัตริย์สิงหลพระองค์ใดครองราชยเ์ ลย๙๔ การพรรณนาเร่ืองการบุกรุกซ่ึงปรากฏในต�ำนานน่าสนใจมาก ปรณวิตานะเห็นว่าข้อมูลอันทรงคุณค่าของผู้บันทึกต�ำนานส�ำหรับการ บกุ รกุ ครง้ั นค้ี อื ไมม่ กี ารประณามผบู้ กุ รกุ เลย ตา่ งพากนั เคารพศาสนสถาน ของชาวพทุ ธอย่างศรทั ธาย่ิง หลกั ฐานอ้างอิงอันน่าชื่นชมเกีย่ วกบั นาม ของผนู้ ำ� นอ้ ยกวา่ การประดบั ประดาทางวรรณคดี แตร่ าชวงศป์ ณั ฑยะได้ ละทงิ้ คำ� เรยี กอยา่ งชนื่ ชมเสยี ดเู หมอื นวา่ การบกุ รกุ ครงั้ นผ้ี บู้ นั ทกึ ตำ� นาน ไมไ่ ดใ้ หค้ วามสนใจเท่าที่ควร และความเข้มข้นของผบู้ ันทึกต�ำนานเกี่ยว
116 ศรลี ังกาและอษุ าคเนย์ กับเหตุการณ์เช่นน้ี ยืนยันว่าเป็นเมืองยาปหุวะและบริเวณบุกรุกอยู่ ภายใตก้ ารควบคมุ ของบคุ คลเฉพาะ ซงึ่ นกั ประวตั ศิ าสตรย์ อ่ มมเี หตผุ ลที่ จะแสดงความร้สู กึ ถงึ การเป็นปรปักษ์๙๕ หากถอื ตามแนวคดิ ของปรณวติ านะจะเหน็ วา่ ผบู้ นั ทกึ ตำ� นาน มไิ ด้ ต่อต้านท่าทีของเสนาบดีอารยจักรวรัติผู้บุกรุก เพราะได้ช่วยเหลือชาว สิงหลท�ำสงครามกับกษัตริย์ชาวะกะทางตอนเหนือ๙๖ หลักฐานระบุว่า พระเจ้าภูวเนกพาหทุ ่ี ๑ ไดย้ า้ ยเมืองหลวงไปยงั ยาปหุวะ เน่อื งจากถูก ข่มขู่จากอาณาจักรตอนเหนือ เม่ืออ�ำนาจของกษัตริย์ชาวะกะเข้มแข็ง ขนึ้ แตค่ รนั้ เมอ่ื กษตั รยิ ส์ งิ หลสวรรคตแลว้ อาณาจกั รถกู ทงิ้ เพราะไรผ้ นู้ ำ� ท่ีเข้มแข็ง กษัตริย์ชาวะกะแห่งอาณาจักรจัฟฟ์นาจึงถือโอกาสแก้แค้น ความพา่ ยแพข้ องพระราชบดิ า พระองคจ์ งึ บกุ รกุ อาณาจกั รสงิ หลและยดึ ครองพระบรมสารรี กิ ธาตแุ ละสง่ิ ของมคี า่ เหลา่ อนื่ ขนุ นางชาวสงิ หลอาจ จะรอ้ งขอความชว่ ยเหลอื จากกษตั รยิ ป์ ณั ฑยะอกี ครง้ั เหมอื นเคยทำ� แลว้ คราวเมื่อพระเจ้าจันทรภาณุบุกรุกเกาะลังกาครั้งที่สอง กษัตริย์แห่ง ปณั ฑยะอาจสง่ เสนาบดอี ารยจกั รวรตั ิ พรอ้ มกบั กองทพั อนั ยงิ่ ใหญใ่ หม้ า ชว่ ยชาวสงิ หล และขณะยกพลขน้ึ ฝง่ั นนั้ อาณาจกั รยาปหวุ ะอาจจะอยใู่ น ก�ำมือของผู้บุกรุกแลว้ เสนาบดอี ารยจกั รวรัติได้ทำ� การต่อสู้จนมีชยั ชนะ เหนือกษัตริย์ชาวะกะ คราวน้ีเองกษัตริย์ชาวะกะอาจจะสวรรคตใน สมรภมู ิ แตก่ ารคาดเดาเชน่ นเี้ ปน็ เพยี งสมมตฐิ านเทา่ นน้ั อกี ทง้ั คมั ภรี จ์ ลุ วงศ์เองก็ไม่กล่าวถึงกษัตริย์ชาวะกะท�ำสงครามกับอารยจักรวรัติแต่ อยา่ งใด นบั จากนเี้ ปน็ ตน้ ไปไมม่ คี มั ภรี เ์ ลม่ ใดกลา่ วถงึ กษตั รยิ ช์ าวะกะอกี เลย สนั นษิ ฐานวา่ อวสานของกษตั รยิ ช์ าวะกะผปู้ กครองอาณาจกั รจฟั ฟน์ า น่าจะเกิดข้นึ ภายหลังจากการโจมตขี องเสนาบดอี ารยจักรวรตั ิ
พระเจ้าจนั ทรภาณุแห่งอาณาจกั รตามพรลิงค์ 117 คาดเดาเอาว่าพระราชโอรสของพระเจ้าจันทรภาณุน่าจะพบกับ ชะตากรรมเหมอื นพระราชบดิ า หรอื ถกู เสนาบดอี ารยจกั รวรตั ขิ บั ไลอ่ อก จากเกาะลังกา ซึ่งต่อมาเสนาบดีท่านน้ีกลายเป็นผู้ปกครองจัฟฟ์นา หากพระราชโอรสของพระเจา้ จนั ทรภาณหุ ลบหนไี ดจ้ รงิ กษตั รยิ ป์ ณั ฑยะ นา่ จะไมแ่ ตง่ ตง้ั ใหเ้ ปน็ กษตั รยิ อ์ กี ตอ่ ไป เพราะมปี ระสบการณส์ องครง้ั กอ่ น หนา้ นน้ั แลว้ กษตั รยิ ป์ ณั ฑยะอาจจะแตง่ ตงั้ เสนาบดอี ารยจกั รวรตั ใิ หเ้ ปน็ สามันตราชปกครองอาณาจักรทางตอนเหนือของศรลี งั กาสบื ต่อ ตอ่ มา ครนั้ พระเจา้ ปรากรมพาหไุ ดเ้ สดจ็ ไปเยอื นอาณาจกั รปณั ฑยะเพอ่ื อญั เชญิ พระเขยี้ วแกว้ มาเกาะลงั กา๙๗ กษตั รยิ ป์ ณั ฑยะนา่ จะใชร้ าโชบายดว้ ยการ ขออาณาจักรทางตอนเหนือ ให้เสนาบดีอารยจักรวรัติปกครองภายใต้ การควบคมุ ดแู ลของทมฬิ ปณั ฑยะ พระเจา้ ปรากรมพาหคุ งไมม่ ที างเลอื ก นอกจากยอมรบั โดยดุษฎี เหตเุ พราะพระองคเ์ องกข็ ึน้ อยกู่ ับความพอใจ ของกษัตริย์ปัณฑยะ เนื่องจากเป็นผู้ครอบครองพระเข้ียวแก้ว จึงไม่ สามารถอ้างสทิ ธ์ดิ ้วยสถานภาพอันใด๙๘ หากถือตามความเห็นของปรณวิตานะ การปกครองอาณาจักร จฟั ฟน์ าของกษตั รยิ ช์ าวะกะ มไิ ดส้ น้ิ สดุ เพราะการบกุ รกุ ของเสนาบดอี ารย จักรวรัติ๙๙ ปรณวิตานะอ้างว่ากษัตริย์ชาวะกะนั้นนอกจากปกครอง อาณาจักรจัฟฟ์นาแล้ว ยังมีอ�ำนาจควบคุมเหนืออาณาจักรสิงหล และครองอ�ำนาจจนกระท่ังถึงพุทธศตวรรษที่ ๒๑ การค้นคว้าอย่าง ละเอยี ดของปรณวิตานะพรอ้ มยนิ ดกี ารแย้งแตห่ ามผี ูค้ ัดคา้ นไม่ จากน้นั เขาเห็นว่าคือราชวงศ์สวุฬุซ่ึงก่อต้ังโดยพระเจ้าวิชัยพาหุท่ี ๕ สังกัด ตระกลู ชาวะกะ๑๐๐ ปรณวติ านะพยายามชใ้ี หเ้ หน็ วา่ เสนาบดอี ารยจกั รวรตั ิ รู้จักกันในช่ือว่าสวุฬุ โดยอ้างจารึกหลักหน่ึงซึ่งระบุวันเวลาว่า เป็น
118 ศรลี งั กาและอษุ าคเนย์ ปีทีส่ ามแห่งการครองราชย์ของพระเจา้ วิกรมพาหุท่ี ๓ (พ.ศ.๑๘๗๘- ๑๘๘๔) จารึกหลักนี้พบท่ีคลคเนวิหารแห่งหมู่บ้านแมดวะละ ต�ำบล หาริสปัตตุ เขตเมืองแคนดี ปรณวิตานะอ่านจารึกหลักนี้ว่า ๑) ศรี สิริสังฆโบ ศรี วิกรมบาหุ ๒) จักรวรัติ-สวามิน-วหันเสฏะ ตุนวนุ อดุ ุวปปุระ ๓) อฏ (วกะ สะ) อัฑานเยน สิงคุรวุ าณะ บลวติ ะ มาตะเล ดุมบะระ ๔) สคมะ-ตุนรฏะ ส(ว)ฬุ-ปติ ม (ร) ตตัณฑัม-เปรุมาฬุน- วหันเส และ ๕) มาฑิคยะ ปวราเดนะ บมุณัน เตนุวะระ มลฑล นาฑุว-ลันตารุ๑๐๑ ปรณวิตานะยืนยันว่า “มรัตตาณฑัม-เปรุมาฬุม-วหันเส” ซึ่ง ปรากฏในจารึกหลักน้ีคือพระเจ้าอารยจักรวรัติ สอดคล้องกับช่ือมาร ตณั ฑะที่ปรากฏในคัมภรี ์ยาฬปานะ-เวปวะ-มาลยั ๑๐๒ จงึ สรปุ ว่าพระเจา้ อารยจกั รวรัตสิ งั กดั ตระกูลสวุฬุ จากนนั้ ปรณวติ านะไดว้ เิ คราะหศ์ พั ทว์ า่ “สวุฬุ” โดยย�้ำว่ามีความหมายเดียวกันกับชาวะกะ ดังความว่า ศพั ทว์ า่ “สวฬ”ุ ตามความเหน็ ของขา้ พเจา้ เปน็ ศพั ทม์ คี วามหมายเหมอื น ชาวะกะ ค�ำวา่ “ชาวะ” ออกส�ำเนยี งแบบทมฬิ เปน็ จาวะหรือศาวะบ่งถงึ อาฬ์หมายถึงบุคคล ส่วนความคล้ายคลึงกันของศัพท์ “มลยาฬิ” มา จาก “มลยะ-อาฬ์” ศพั ทว์ ่า “สาวาฬหิ รอื สาวาฬ”์ อาจจะบง่ ถงึ บุคคล หน่งึ จากเช้ือชาตชิ าวะกะ สระสุดท้ายวา่ ณะ นา่ จะไดร้ บั อทิ ธพิ ลมาจาก ภาษาเตลกุ ุ ซง่ึ เป็นภาษาของกษตั ริย์ชาวะกะแหง่ คาบสมทุ รมาเลย์ พระเจ้ามาฆะผู้เสด็จมาจากมาเลเชียพร้อมกับทหารชาวมาเลย์ จ�ำนวนมาก และหากพระองค์สถาปนาอาณาจักรบริเวณตอนเหนอื ของ ลงั กา อาณาจกั รน้ันอาจจะเป็นชาวะกะหรอื สาวาฬ์ อาณาบรเิ วณตอน
พระเจ้าจันทรภาณุแห่งอาณาจกั รตามพรลงิ ค์ 119 เหนือยอ่ มรู้จักชือ่ นีเ้ ป็นอย่างดี อกี ประการหนึง่ เสนาบดอี ารยจกั รวรตั ิ ผู้มาจากราเมศวรัมได้อภิเษกสมรสกับสตรีชาวชาวะกะผู้ปกครอง อาณาจักรตอนเหนือมาก่อน และลูกหลานชาวชาวะกะอาจเรียก บุรพกษตั รยิ ว์ า่ สาวาฬหิ รอื สาวฬุ ฉายาวา่ สวฬุปติอา้ งถงึ อารยจักรวรัติ ในจารึกแมดวละถือว่าเป็นค�ำอธิบายสมเหตุสมผล โดยตีความบนพื้น ฐานว่าเช้ือพระวงศ์ของอารยจักรวรัติซึ่งมาจากราเมศวรัมได้อภิเษก สมรสกบั สตรีชาวชาวะกะ๑๐๓ หลกั ฐานตรงนท้ี ำ� ใหป้ รณวติ านะสรปุ วา่ หลงั จากมสุ ลมิ เขา้ ทำ� ลาย อนิ เดยี ใตแ้ ลว้ เสนาบดอี ารยจกั รวรตั ไิ ดย้ กทพั เขา้ โจมตอี าณาจกั รจฟั ฟน์ า และได้เข้าพิชิตอาณาจักรสิงหลตามความคิดแห่งตน หรือว่าด้วยการ แนะนำ� ของตระกลู สวฬุ ุ จากนนั้ พระองคไ์ ดต้ งั้ ราชวงศส์ วฬุ เุ ปน็ ผปู้ กครอง เหนือเกาะลังกา ส�ำหรับการคุ้มครองรักษาอาณาจักรนั้น พระองค์เอง ท�ำหน้าที่ในฐานะเป็นกษัตริย์และมีสิทธิรวบรวมหัวเมืองน้อยใหญ่ และได้ท�ำสัญญากับพระญาติฝ่ายพระมารดา พร้อมกับตระกูลชาวะกะ ซง่ึ เคยอยู่ภายใตก้ ารปกครองของกษตั ริย์ชาวะกะ บทความของปรณวิตานะมากด้วยสมมติฐานโดยมีการพิสูจน์ ซ่ึงส่วนใหญ่เป็นการสันนิษฐานและการตีความศัพท์อันไม่แน่นอน โดย เฉพาะการพิสจู น์ศัพทว์ า่ “สวุฬุ” นักวิชาการบางคนเช่นอินทรปาละได้ โต้แย้งการตีความศัพท์ โดยวิเคราะห์สมมติฐานของปรณวิตานะว่า ประเด็นน้ีดูเหมือนจะเป็นแนวคิดเกินจริง ข้อแรกการพิสูจน์ศัพท์ว่า “มัตตาณฑมั ” แหง่ จารกึ แมดวะละ ซ่ึงปรณวติ านะอา้ งวา่ เป็นอารยจกั ร วรตั ิแหง่ จฟั ฟ์นานั้นไมถ่ กู ต้อง แมว้ ่าศพั ทน์ ี้จะมีรากศัพท์มาจาก “สวุฬุ
120 ศรีลงั กาและอุษาคเนย์ ปติ” แห่งศัพท์ว่า “ชาวะ” เป็นการตีความท่ีแหลมคมก็จริง แต่ความ ถกู ตอ้ งคอื ศพั ทว์ ่า “ชาวะ” หากออกเสยี งในภาษาทมฬิ จะเป็น “จาวะ หรอื ศาวะ” แตค่ วามคลา้ ยคลงึ ของศพั ทท์ ำ� ใหเ้ ปน็ ธาตแุ รกของ “สาวาฬ”ิ ผิดพลาดทันที ศัพท์ว่า “มลยาฬิ” มิได้มาจากศัพท์ว่า “มลยะ” และ “อาฬ” แตม่ าจาก “มลยาฬมั ” ศพั ทน์ เี้ ปน็ ชอื่ ภาษาทมฬิ ใชส้ ำ� หรบั เกรฬะ หมายถึงท่ีราบ เช่นเดียวกันกับศัพท์ “วังกาฬิ” (ภาษาเบงกาลี) ซ่ึงมี รากศพั ทม์ าจาก “วังกาฬมั ” (บงั กาฬะ-เบงกลั ) ไมม่ ใี ครกลา่ วว่าศัพท์ “วังกาฬัม” มีรากศัพท์มาจาก “วังกะ” (วังคะ) และ “อาฬ์” แม้จะ ปรากฏเห็นเชงิ ตรรกะ รากศัพทข์ อง “สวฬุ” ปรากฏเหน็ ในคมั ภีร์ภาษา สงิ หล ซึ่งมนี ักปราชญต์ คี วามหลายทิศทาง แตไ่ มพ่ บเห็นในคมั ภีร์ภาษา ทมิฬแม้เล่มเดียว เกิดความสงสัยว่าอารยจักรวาทินน้ันเป็นต�ำแหน่ง หรือไม่ ส่วนจารึกอ้างว่าเป็นนามแฝงมาจาก “รัตตาณฑัม” เป็นเรื่อง เสียหายร้ายแรง ปรณวิตานะยอมรับว่าการสร้างจารึกมีสภาพเสียหาย อยา่ งมาก และจากแถวทห่ี กเหลอื เพยี งตวั หนงั สอื สองสามตวั พออา่ นได้ และบางตวั ในแถวแรกมลี กั ษระรางเลือน ศพั ท์ว่า “สวฬปุ ติ” ซึง่ ปรากฏ ในแถวที่สี่และสองอักษรแห่งศัพท์น้ีกล่าวคือ วะ และ วิ ก็ไม่ชัดเจน ด้วยเหตนุ ัน้ จึงไม่สามารถม่ันใจศัพท์ “สวฬุปติ” และศัพท์อน่ื ได๑้ ๐๔ ไม่มีข้อมูลภาษาสิงหลหรือภาษาทมิฬเกี่ยวกับเร่ืองราวของอารย จกั รวรตั ิ ซงึ่ สามารถอา้ งถงึ นาม “สวฬปุ ต”ิ หากเกย่ี วขอ้ งระหวา่ งตระกลู อารยจกั รวรตั แิ ละราชวงศส์ วฬจุ รงิ ผบู้ นั ทกึ ตำ� นานภาษาทมฬิ นา่ จะอา้ ง ถงึ ดว้ ยความภมู ใิ จเปน็ แน่ อกี ทง้ั ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งราชวงศส์ วฬุ แุ ละ กษัตริย์อารยจักรวรัติเป็นเพียงมิตรเท่านั้น๑๐๕ ด้วยเหตุนั้น จึงอ้างได้ เพยี งความเปน็ อสิ ระและเปน็ พนั ธมติ รกบั อารยจกั รวรตั เิ ทา่ นนั้ หลกั ฐาน บางแห่งอ้างว่าชาวชาวะกะเก่ียวข้องกับพระเจ้าปรากรมพาหุมหาราช
พระเจ้าจันทรภาณุแห่งอาณาจกั รตามพรลงิ ค์ 121 แตห่ าหลกั ฐานพสิ จู นไ์ ดย้ ากนกั เชน่ เดยี วกบั พระเจา้ ปรากรมพาหมุ หาช ไมไ่ ดเ้ กยี่ วขอ้ งกบั ชาวชาวะกะ หลกั ฐานภาษาสงิ หลเกย่ี วกบั ราชวงศส์ วฬุ ุ ซง่ึ เกย่ี วขอ้ งกบั อารยจกั รวรตั กิ ไ็ มพ่ บเหน็ ผเู้ ขยี นเหน็ ดว้ ยกบั อนิ ทรปาละ ซงึ่ ระบวุ า่ กษตั รยิ ส์ วฬุ มใิ ชช่ าวะกะ เชอื่ กนั วา่ ชาวชาวะกะแหง่ อาณาจกั ร จฟั ฟน์ ามาถงึ กาลอวสาน พรอ้ มกบั การบกุ รกุ ของอารยจกั รวรตั ิ ซงึ่ ตรง กบั การครองราชยข์ องพระเจา้ กลุ เศขระ ผเู้ ปน็ พระเจา้ จกั รพรรดปิ ณั ฑยะ จากการวิเคราะห์เบ้ืองต้นสรุปได้ว่า พระเจ้าจันทรภาณุได้บุกรุก เกาะลังกาคร้ังแรกในปีพุทธศักราช ๑๗๙๐ แต่หลังจากพ่ายแพ้ต่อ พระเจ้าปรากรมพาหุแล้ว ไม่ได้เดินทางไปไหน ได้เสด็จหนีไปยังอาณา จกั รจฟั ฟน์ าซง่ึ สมยั นน้ั อยภู่ ายใตก้ ารปกครองของพระเจา้ มาฆะ พระเจา้ มาฆะน้ันอาจจะป้องกันอาณาจักส�ำหรับพระองค์เอง ครั้นเม่ือพระเจ้า สนุ ทรปณั ฑยะบกุ รกุ เกาะลงั กา พระเจา้ จนั ทรภาณตุ อ้ งยอมแพแ้ ละถวาย เครื่องราชบรรณาการ แต่ต่อมาทรงมีอ�ำนาจมากข้ึนพระองค์จึงบุกรุก อาณาจักรสิงหลอีกคร้ัง พระเจา้ ปรากรมพาหุไดข้ อความชว่ ยเหลอื จาก พระเจา้ วรี ปณั ฑยะจนไดช้ ำ� นะพระเจา้ จนั ทรภาณุ แมพ้ ระเจา้ จนั ทรภาณุ จะสญู เสยี ชวี ติ ในสงคราม แตก่ ษตั รยิ แ์ หง่ ปณั ฑยะไดป้ ฏเิ สธยกอาณาจกั ร ทางตอนเหนือให้แก่พระเจ้าปรากรมพาหุ โปรดแต่งตั้งพระโอรสของ พระเจา้ จนั ทรภาณใุ หเ้ ปน็ กษตั รยิ แ์ ทน เนอ่ื งจากเคยเปน็ ผปู้ กครองอาณา จักรจัฟฟ์นามาก่อน และเป็นต�ำแหน่งผูกขาดส�ำหรับพระองค์หลักฐาน เหล่านี้ท�ำให้เชื่อว่าโอรสชาวะกะพระองค์นี้เป็นผู้ข่มขู่กษัตริย์สิงหล แต่ ต่อมาพระองค์ทรงปกป้องอาณาจักรด้วยความช่วยเหลือของ กษัตริย์ปัณฑยะ ซ่ึงมาพร้อมกับผู้น�ำมากความสามารถคือ อารยจักรวรัติ สุดท้ายอารยจักรวรัติได้ครอบครองอาณาจักรจัฟฟ์นา เพราะราโชบายของกษัตริย์ปัณฑยะ ต่อมาเม่ือจักรวรรดิปัณฑยะ
122 ศรลี ังกาและอษุ าคเนย์ ลม่ สลายเพราะการบกุ รกุ ทำ� ลายอนิ เดยี ใตข้ องนกั รบมสุ ลมิ บรเิ วณจฟั ฟน์ า กลายเปน็ อาณาจกั รอสิ ระภายใตพ้ ระเจา้ อารยจกั รวรตั ิ นบั แตน่ น้ั เปน็ ตน้ มาถือว่าเป็นการสิ้นสุดของกษัตริย์ชาวะกะผู้ปกครองตอนเหนือของ ศรลี งั กา
พระเจ้าจนั ทรภาณุแห่งอาณาจักรตามพรลงิ ค์ 123 การท�ำยุทธหัตถีเพ่ือแย่งชิงพระเขี้ยวแก้ว ภาพจิตรกรรมต�ำนานพระบรมธาตุ นครศรีธรรมราช วดั วงั ตะวันตก เมืองนครศรีธรรมราช การอัญเชิญพระเข้ียวแก้วไปเกาะลังกา ภาพจิตรกรรมต�ำนานพระบรมธาตุ นครศรธี รรมราช วัดวังตะวันตก เมืองนครศรีธรรมราช
124 ศรลี งั กาและอุษาคเนย์ พระบรมธาตุนครศรีธรรมราชและเจดีย์บริวาร วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร (คัดลอก ภาพจาก www.pantip.com) เจดีย์ภายในวิหารโพธ์ิลังกา วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลศิลปะ แบบลงั กา
พระเจ้าจนั ทรภาณุแห่งอาณาจักรตามพรลงิ ค์ 125 พระสวุ รรณมาลกิ เจดยี ศ์ รรี ตั นมหาธาตุ วดั พะโคะ จงั หวดั สงขลา (คดั ลอกภาพจาก www. facebook.com/Watphakho.fanpage) พระพทุ ธรปู เกา่ รอบฐานพระสวุ รรณมาลกิ เจดยี ศ์ รรี ตั นมหาธาตุ วดั พะโคะ จงั หวดั สงขลา (คดั ลอกภาพจาก www.pantip.com)
126 ศรีลงั กาและอุษาคเนย์ พระบรมธาตุเจดีย์เขียนบางแก้ว วัดเขียนบางแก้ว อ�ำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ศนู ยค์ ณะสงฆส์ ายปา่ แก้วสมัยอดีต (เออื้ เฟ้ือภาพโดยศิษย์วิสารโท) พระพุทธรูปเก่าภายในระเบียงคตรอบพระบรมธาตุเจดีย์เขียนบางแก้ว วัดเขียนบางแก้ว อ�ำเภอเขาชยั สน จังหวดั พัทลุง (เออ้ื เฟ้ือภาพโดยศิษย์วสิ ารโท)
พระเจ้าจนั ทรภาณแุ ห่งอาณาจกั รตามพรลงิ ค์ 127 เชงิ อรรถ ๑ Cv, LXXXIII, 36-51; LXXXVIII, 62ff; Pjv, ed. Suraweera, pp.117-18; Hvu (P.T.S.), 32; Rjv,ed. Pemananda, p.71; Kuveni Sihala Dambadeni-asna, ed. Gnanavimala, pp.32-36. ๒ Cv, LXXXIII, 36-39. ๓ Krom, ‘De Ondergang van Criwijaya’ Mededeelingen der Koninklijke Nederlandsche Akademise van Wetenschappen (Amsterdam), Vol. LXII, No.5 (1926), pp.151-171. ๔ Ferrand, ‘L’empire Sumatranais de Crivijaya’, JA, Vol.XX, p.229. ๕ Coedes, ‘Le royaume de Crivijaya’, BEFEO, Vol. XVIII (1918), pp.1-36, text and translation of the inscription, pp.32-33. ๖ Coedes, ‘A propos de la chute du royaume de Crivijaya’ BKI, Vol.LXXIII (1927), pp.459-72. ๗ BEFEO, Vol.XVIII (1918), p.32. ๘ Hvv (P.T.S.), p.32. ๙ Elu-Attanagaluvamsaya, ed. P. Ariyaratna (Colombo, 1932), p.45. ๑๐ Elu-Attanagaluvamsaya, ed. R. Tennakoon (Colombo, 1954), p.71. ๑๑ Rajaratnakaraya, ed. P. N. Tisera (Colombo, 1929), p.37. ๑๒ Kuveni- Sihala saha Dambadeni-asna, ed. Gnanavimala, pp.32, 35.
128 ศรลี งั กาและอษุ าคเนย์ ๑๓ Paranavitana, Ceylon and Malaysia, p.78. ๑๔ Hvv (P.T.S.), p.32. Translation of the passage by Paranavitana, Ceylon and Malaysia, p.78. ๑๕ Paranavitana, Ceylon and Malaysia, p.78. ๑๖ ผู้แต่งอ้างว่าคาถาอารัมภบทนั้นแต่งตามค�ำอาราธนาของพระ อโนมทัสสเี ถระผ้เู ปน็ อาจารย์ Hvv, p.1. อาจารยท์ ่านนีย้ ืนยันวา่ เปน็ พระมหาเถระรูปเดียวกับพระเถระท่ีเสนาบดีประติราชเทวะอ้างถึง ซึ่ง เสนาบดีท่านนี้รับพระราชโองการจากพระเจ้าปรากรมพาหุที่ ๒ ให้ สรา้ งอาคารสามชนั้ ทว่ี ดั อตั ตนคลั ลวหิ าร C., LXXXVI, 37-39. Geiger, Cv, tr. pt. 2, p.174, note 1; Malalasekera, The Pali Literature of Ceylon, p.219. ๑๗ Cv, LXXXV, 73ff., LXXXVI, 37-39; Hvv, pp.32-33. ๑๘ Coedes, BEFEO, Vol.XVIII (1918), pp.16-18; Coedes, BKI, Vol. LXXXIII (1927), p.463; Coedes, The Indianized States, p.184. ๑๙ Dato Sri Roland Braddell, ‘Notes on Ancient Times in Malaya’, JMBRAS, Vol. XXIII, pt.3 (1950), p.33. ๒๐ Wolters, ‘Tambralinga’, BSOAS, Vol. XXI (1958), p.587. ๒๑ Coedes, BKI, Vol, LXXXIII (1927), pp.459-72). ๒๒ Krom, Hindoe-Javaansche Geschiedenis, 2nd ed. (The Hague, 1931), p.335. ๒๓ Wolters, BSOAS, Vol.XXI (1958), pp.597 ff. ๒๔ Ibid., p.597. ๒๕ Coedes, BKI, Vol. LXXXIII (1927), pp.462ff.
พระเจ้าจันทรภาณแุ ห่งอาณาจกั รตามพรลงิ ค์ 129 ๒๖ ประวัติศาสตร์ศรีวิชัยชี้ว่าว่าสมัยน้ีอาณาจักรศรีวิชัยประสบปัญหา ภายใน เพราะเจ้าเมืองน้อยใหญ่พยายามแยกตนเป็นอิสระ Nilakanta Sastri, History of Srivijaya, pp.95-101; Coedes, The Indianized States, pp.158, 168, 184-88. ๒๗ Cv, LXXXIII, 37. ๒๘ Ibid., LXXXVIII, 65-66. ๒๙ UHO, Vol.I, pt.2, p.623; Liyanagamage, The Decline of Polonnaruva and the Rise of Dambadeniya, p.137. ๓๐ Coedes, BEFEO, Vol.XVIII, (1918), p.32; Nilakanta Sastri, History of Srivijaya, p.133. ๓๑ See infra, chapters III and IV. ๓๒ See infra, pp.85-86. ๓๓ Jinakalamali (P.T.S.), pp.86-91. ๓๔ Liyanagamage, op.cit., p.138. ๓๕ Hirth and Rockhill, Chau Ju-Kua, pp.60 ff. ๓๖ G.F. Hourani, Arab Seafaring in ghe Indian Ocean in Ancient and Early Mediaeval Times (Princeton, 1951), pp.52-53; P. Wheatley, The Golden Khersonese (Kual Lumpur, 1961), pp. 25-29; G.R. Tibbetts, ‘Early Muslim Traders in South-east Asia’, JMBRAS, Vol.XXX (1957), pp. 1 ff. ๓๗ Tibbetts, op.cit., p.27.
130 ศรีลังกาและอษุ าคเนย์ ๓๘ Cv, LXXXIII, 36. ๓๙ Pjv, ed. Suraweera, p.117. ๔๐ BKI, Vol.LXXVII, p.83, note 1. หนแรกเครนิ เ์ ชอื่ วา่ พระเจา้ ปรากรม พาหทุ อี่ า้ งถงึ ในคมั ภรี จ์ ลุ วงศเ์ กยี่ วกบั การบกุ รกุ ของพระเจา้ จนั ทรภาณุ คือพระเจ้าปรากรมพาหุที่ ๓ BKI, Vol.XLVI (1896), pp.240-43. ๔๑ Krom, ‘De Ondergang van Criwijaya’, op.cit., p.8; Ferrand, ‘L’empire Sumatranais de Crivijaya’, op.cit., pp.172-73. ๔๒ Report on the Epigraphy of the Presidency of Madras (1899), p.11. ๔๓ Coedes, BKI, Vol. LXXXIII, pp.464ff. ๔๔ Coedes, The Indianized States, p.185. ๔๕ Nilakanta Satri, ‘The Ceylon Expedition of Jatavarman Vira Pandya’, 8th All. Ind. Or. Conf. (1937), pp.517ff; Nilakanta Sastri, ‘Srivijaya, Candrabhanu and Vira Pandya’, TBG, Vol. LXXVII (1937), pp. 263ff; UHC, Vol.I, pt.2, pp.620-21; Liyanagamage, op. cit., p.136. ๔๖ Cv, LXXXIII, 41-51. ๔๗ Paranavitana, Ceylon and Malaysia, p.75. เทวนครหรือเทวนุ ทระ อยทู่ างตอนใตส้ ดุ ของศรลี งั กา เปน็ ศนู ยก์ ลางอนั ยง่ิ ใหญข่ องการจารกิ นับแต่อดีตกาล เทวาลัยแห่งน้ีเป็นสถานสถิตของเทพอุบลวัน คัมภีร์มหาวงศ์ระบุว่าพระองค์ได้รับมอบหมายจากท้าวสกั กเทวราชให้ ท�ำหน้าท่ีปกปักรักษาเกาะลังกา Mv, VII, 3-5. เทพเจ้าองค์นี้คือ เทพวษิ ณุ
พระเจ้าจันทรภาณุแห่งอาณาจกั รตามพรลงิ ค์ 131 ๔๘ B.J. Perera, CHJ, Vol.1, No.2 (1951), pp.109 ff. ๔๙ Liyanagamage,op.cit., p.139. ๕๐ EZ, Vol. III, pp.331-341; CHJ, Vol.I, No.2 (1951), pp.115ff; UHC, Vol.I, pt.2, p.708. ๕๑ This inscription is found at Tiruppunduritti in the Tanjore District. Annual Report of Epigraphy, Southern Circle (ARE), Madras Government (1894), No.166; 8th All.Ind. Or. Conf., op.cit., p.508; TBG, Vol. LXXVII, p.254; Nilakanta Sastri, The Pandya Kindgom (London, 1929), pp.16-162. ๕๒ ARE (1895), No.185; ARE (1906), No.356; ARE (1916) No.588; 8th All. Ind. Or. Conf., op.cit., p.508; TBG, Vol. LXXXVII, p.254. The chronology of the Later Pandyas is characterized by overlapping dates. Therefore we could see Jatvarman Vira Pandya ruling along with Jatavarman Sundara Pandya, The Struggle for Empire, ed. R. C. Majumadar (Bombay, 1957), p.258. ๕๓ TBG, Vol. LXXVII, pp.256-7, 265-68; 8th All, Ind. Or. Conf. op.cit., pp.511ff., 523-25; Nilakanta Sastri, History of Srivijaya, pp.13-34. ๕๔ Ibid. ๕๕ Indrapala, ‘Dravidian Settlement in Ceylon and the Beginning of the Kingdom of Jaffna’, Ph.D. Thesis (University of London, 1965, unpublished), pp.446ff. ๕๕ UHC, Vol. I, pt.2, p.627. ๕๗ Paranavitana, Ceylon and Malaysia, p.90.
132 ศรีลังกาและอษุ าคเนย์ ๕๘ Indrapala, Ph.D. Thesis, p.466. ๕๙ Tri-Simhale Kadaim ha Vitti, ed. A. J. W. Warambee (Kandy, 1926), p.21. ๖๐ Yalpana3vaipava-malai, ed. K. H. De Silva (Maharagama, 1956), p.35; H.W. Codrington, A Short History of Ceylon, p.38; UHC, Vol. I, pt.2, p.626; Kokila-sandesaya, ed. P.S. Perera (Colombo, 1906), v.236; Paranavitana, Ceylon and Malaysia, pp.118-19. ๖๑ Paranavitana, ‘The Arya Kingdom in North Ceylon,’ JCBRAS, NS, Vol.VIII, pt.2 (1961), pp.191-92; Indrapala, Ph.D. Thesis, p.456. ๖๒ Indrapala, Ph.D. Thesis, p.458. ๖๓ Jinakalamali (P.T.S.), pp.86-88. ๖๔ Coedes, ‘A propose de la chute du royaume de Crivijaya’, BKI, Vol. LXXXII, p.465. ๖๕ Jinakalamali (P.T.S.), p.87. ๖๖ Cv, LXXXVIII, 62-67. ๖๗ UHC, Vol. I, pt.2, p. 626. ๖๘ Ibid., p.627. ๖๙ Coedes, Recueil des inscriptions du Siam, Vol. I, p.48; Coedes, The Indianized States, pp.204ff. ๗๐ Jinakalamali (P.T.S.), p.87.
พระเจ้าจันทรภาณุแห่งอาณาจกั รตามพรลิงค์ 133 ๗๑ Liyanagamage, op.cit., p.135. ๗๒ Ibbid. ๗๓ Pjv, ed. Suraweera, p.137. ๗๔ Ibid., pp.130ff. ๗๕ Sir. D. B. Jayatilaka, Simhala Sahitya Lipi (Colombo, 1965), pp.63, 70-71; UHC, Vol. I, pt. 2, p.625. ๗๖ Pjv, ed. Suraweera, pp.131-32. ๗๗ Liyanagamage, op.cit., p.152. ๗๘ Indrapala, Ph.D. Thesis, p.445. ๗๙ Cv, LXXXVIII, 62-63. ๘๐ Indrapala, Ph.D. Thesis, p.452. ๘๑ Cv, LXXX, 76-78; LXXXI, 14; Pjv, ed. Suraweera, pp.108-109. ๘๒ UHC, Vol. I, pt.2, p.627; Liyanagamage, op.cit., p.158; Indrapala, Ph.D. Thesis, pp.450ff. ๘๓ Nilakanta Sastri, 8th All. Ind. Or. Conf. (1937), pp.511, 524-25; Nilakanta Sastri, TBG, Vol. LXXVII (1937), pp.266-68. ๘๔ UHC, Vol. I, pt.2, p.627; Liyanagamage, op.cit., pp. 149-50; Indrapala, Ph.D. Thesis, pp.449-50. ๘๕ 8th All. Ind. Or. Conf. (1937), pp. 524-26; TBG, Vol. LXXVII, (1937), pp. 267-68.
134 ศรีลงั กาและอษุ าคเนย์ ๘๖ Cv, LXXXVIII, 74-75. ๘๗ TBG, Vol. LXXVII (1937), pp. 256, 266-68; 8th All. Ind. Or. Conf. (1937), pp. 511, 524-26. ๘๘ Ibid. ๘๙ Cv, LXXXVIII, 73. ๙๐ Pjv, ed. Suraweera, p.117. ๙๑ Hvv, (P.T.S.), p.32. ๙๒ Their inscription are found engraved on the walls of the temple at Tirippullani, SII, Vol. VIII, Nos. 396 and 398. ๙๓ Cv, XC, 43-47. ๙๔ Dalada-sirita, ed. W. Sorata (Colombo, 1961), p.45; UHC, Vol.I, pt.2, p.631. ๙๕ UHC, Vol. I, pt. 2, pp.631-32. ๙๖ Ibid. ๙๗ Ibid., p.632. ๙๘ Cv, XC, 51-55; UHC, Vol. I. pt.2, p.635. ๙๙ Paranavitana , Ceylon and Malaysia, pp.129-132. ๑๐๐ Ibid. ๑๐๑ Paranavitana, ‘The Arya Kingdom in North Ceylonn’, JCBRAS, Ns, Vol. VII. Pt. 2 (1961), p.198, note 88; Paranavitana, Ceylon
พระเจ้าจนั ทรภาณุแห่งอาณาจกั รตามพรลงิ ค์ 135 and Malaysia, p.129, note 44; Godakumbura accepts the same reading. EZ, Vol.V, pt. 3 (1965), No.47, p.464. ๑๐๒ Paranavitana, JCBRAS, NS, Vol. VII, pt. 2, p.198; Paranavitana, Ceylon and Malaysia, p.129. ๑๐๓ JCBRAS, NS, Vol. VII, pt. 2, p.199; Ceylon and Malaysia, pp.129-30. This ‘Savulu’ has been interprieted as the name of a village. D.B. Jayatilaka, Simaha Sahitya Lipi, p.113. ๑๐๔ Indrapala, Ph.D. Thesis, pp.454-55. ๑๐๕ UHC, Vol. I, pt. 2, 642 ff.
136 ศรลี งั กาและอษุ าคเนย์
บทนำ� 137
บรรยายภาพ : ภาพจิตรกรรมต�ำนานพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช วัดวังตะวันตก เมอื งนครศรธี รรมราช
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404