Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เอกสารประกอบการสอนปรับปรุง 2564

เอกสารประกอบการสอนปรับปรุง 2564

Published by nirut jorncharoen, 2022-01-12 14:42:59

Description: เอกสารประกอบการสอนปรับปรุง 2564

Search

Read the Text Version

229 8. ป้ายช่ือข้อมูล (Data Labels) ช่วยให้ง่ายในการดูแท่งกราฟ เลือกตาแหน่งได้ตามต้องการ โดยสว่ นมากจะเลือกไวท้ ีส่ ่วนปลายของแทง่ กราฟ แสดงดงั ภาพที่ 8.44 ภาพที่ 8.44 แสดงการใส่ปา้ ยชื่อข้อมูล ทม่ี า (จรี สทิ ธ์ิ อง้ึ รัตนวงศ์, 2558, หนา้ 253) 9. ตารางข้อมูล (Data Table) ส่วนนี้เป็นการเพิ่มตารางข้อมูลให้แสดงในกราฟด้วย แสดงดัง ภาพท่ี 8.45 ภาพที่ 8.45 แสดงการเพิ่มตารางข้อมูล ทม่ี า (จีรสิทธิ์ อึ้งรัตนวงศ,์ 2558, หน้า 253) การปรับแต่งรายละเอียดของกราฟและแผนภมู ิ จะสามารถช่วยเพ่ิมความน่าสนใจและส่งผลให้ ข้อมูลท่ีต้องการนาเสนอเข้าใจได้ง่ายข้ึน มีส่วนช่วยทาให้การสรุปผลเกิดการเปรียบเทียบความ แตกตา่ งหรอื วเิ คราะห์ขอ้ มลู ท่ีเด่นชัดมากขึ้น นอกจากการสรุปข้อมูลด้วยกราฟและแผนภูมิที่ได้กล่าว ไว้ข้างต้น หากต้องการเพ่ิมประสิทธิภาพในการสรุปผลให้มีฟังก์ชันหรือลูกเล่นที่มากกว่าน้ี สามารถ เลือกใช้งานได้จากเคร่ืองมือท่ีช่ือว่า ไพวอท เทเบ้ิล และไพวอท ชาร์ต ซ่ึงจะได้นาเสนอไว้ในหัวข้อ ต่อไป

230 การสรุปขอ้ มูลด้วยไพวอท เทเบ้ิล และไพวอท ชาร์ต ปัญหาหนึ่งสาหรับการจัดการข้อมูลปริมาณมาก ซ่ึงข้อมูลเหล่านั้นส่วนใหญ่เป็นตัวเลข แล้ว ไม่ทราบว่าจะจัดการข้อมูลเหล่าน้ันเพ่ือสรุปและนาเสนออย่างไรให้เข้าใจง่าย PivotTable และ PivotChart เป็นเครื่องมือท่ีช่วยลดปัญหาเหล่านี้ได้ เคร่ืองมือน้ีมีลักษณะเฉพาะสาหรับงานด้านการ คานวณ สร้างตารางสรุปผลข้อมูลไดร้ วดเร็ว สามารถนามาวิเคราะห์เพ่ือสนับสนุนการตัดสินใจในงาน ทางธรุ กจิ ไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ไพวอท เทเบิ้ล คือ เครอื่ งมือในไมโครซอฟต์ เอ็กเซล ท่ีใช้ในการวิเคราะห์ สรุปผล คานวณ นา ขอ้ มูลจานวนมาก ๆ มาสรุปผล ในรูปแบบของตาราง และยังสามารถนาไปสร้างกราฟ ซ่ึงเรียกว่า ไพ วอท ชาร์ต การวิเคราะห์เบื้องต้น เปรียบเสมือนว่าเป็นการตอบคาถามที่ต้องการแล้วนามาสรุป เช่น ต้องการทราบว่าสินค้าใดขายดที ส่ี ดุ ใครเปน็ คนซื้อ แลว้ ซื้อไปเทา่ ไร เป็นตน้ พ้นื ฐานการสร้างไพวอท เทเบิล้ 1. การคลิกเลือกขอ้ มลู ทีต่ ้องการ แสดงดังภาพท่ี 8.46 ภาพท่ี 8.46 การเลอื กขอ้ มลู ท่มี า (สเุ ทพ โลหณตุ , 2562, หนา้ 34) 2. คลกิ แทบ็ แทรก (Insert) เลือก PivotTable หากยังไมไ่ ดเ้ ลือกข้อมูลท่ีต้องการวเิ คราะห์ใน ข้ันตอนท่ี 1 ใหม้ าระบุแหลง่ ขอ้ มูลในช่องตาราง/ชว่ ง (Table/Range) และเลือกแผน่ งาน (sheet) ที่ ต้องการแสดงผล ในท่ีนี้ระบุเปน็ แผน่ งานใหม่ (New Worksheet) และคลกิ ตกลง (OK) แสดงดงั ภาพที่ 8.47 ภาพท่ี 8.47 การกาหนดข้อมลู ท่ีต้องการวิเคราะห์และตาแหนง่ ท่ตี ้องการวางรายงานวเิ คราะห์ ท่มี า (สุเทพ โลหณุต, 2562, หนา้ 34)

231 3. แสดงผลลพั ธ์ดังภาพที่ 8.48 ภาพท่ี 8.48 หนา้ ต่างการกาหนดไพวอท เทเบ้ลิ ทมี่ า (สุเทพ โลหณตุ , 2562, หน้า 34) 4. คลิกเลือกกาหนดเขตข้อมูลท่ีต้องการนามาแสดงผล (PivotTable Fields) ตาม รายละเอียดทต่ี อ้ งการออกแบบ แสดงดังภาพที่ 8.49 ภาพท่ี 8.49 หนา้ ตา่ งการกาหนดเขตขอ้ มลู ทีต่ ้องการนามาแสดงผล ทีม่ า (สุเทพ โลหณตุ , 2562, หนา้ 34)

232 พืน้ ฐานการสร้างไพวอท ชาร์ต 1. การสร้างไพวอท ชาร์ต (Pivot Chart) โดยนาเมาส์ไปคลิกในพื้นที่ที่เป็นไพวอท เทเบ้ิล (Pivot Table) เลอื กแทรก (Insert) > ไพวอท ชารต์ (Pivot Chart) แสดงดังภาพที่ 8.50 ภาพที่ 8.50 การสร้างไพวอท ชาร์ต ทม่ี า (สเุ ทพ โลหณุต, 2562, หนา้ 35) 2. จากนั้นจะปรากฏหน้าต่างแทรกแผนภูมิ (Insert Chart) ในที่นี้เลือก แบบ คอลัมน์ (Column) แสดงดงั ภาพท่ี 8.51 ภาพท่ี 8.51 หนา้ ต่างแทรกแผนภมู ิ ที่มา (สุเทพ โลหณตุ , 2562, หน้า 35)

233 3. จากนน้ั จะได้ผลลพั ธ์ดงั ภาพท่ี 8.52 ภาพที่ 8.52 ผลลัพธ์การแทรกไพวอท ชาร์ต ท่ีมา (สเุ ทพ โลหณตุ , 2562, หนา้ 36) ตัวอยา่ งการใชโ้ ปรแกรมไมโครซอฟต์ เอก็ เซลในงานธรุ กิจ ด้วยความสามารถของโปรแกรมไมโครซอฟต์ เอ็กเซล ที่มีความสามารถในการจัดการข้อมูลท่ีเป็น ตาราง การวิเคราะห์ข้อมูล การสรุปข้อมูล ซ่ึงต่อไปน้ีผู้เขียนจะแสดงตัวอย่างให้เห็นว่า มีงานประเภท ใดบ้างท่ีสามารถนาโปรแกรมประเภทน้ีไปประยุกต์ใช้แล้วส่งผลต่อประสิทธิภาพที่สูงข้ึนในธุรกิจ มี รายละเอยี ดดงั นี้ 1. ตัวอย่างการพิมพ์ใบเสร็จรับเงิน ผู้เรียนสามารถศึกษาขั้นตอนการทาได้จาก https://www.youtube.com/watch?v=xNp3L_nuY4M หรือสแกน QR-Code ตัวอย่างแสดงดัง ภาพท่ี 8.53 ภาพที่ 8.53 ตวั อยา่ งการพิมพ์ใบเสร็จรับเงิน ที่มา (เดอะ บอยย์ ซีเอส, 2564)

234 2. ตัวอย่างการทาบัญชีรายรับรายจ่าย ผู้เรียนสามารถศึกษาข้ันตอนการทาได้จาก https://www.youtube.com/watch?v=fKz_ywZO42A หรือสแกน QR-Code ตัวอย่างแสดงดัง ภาพที่ 8.54 ภาพที่ 8.54 ตัวอย่างการทาบัญชรี ายรบั รายจ่าย ที่มา (เดอะ บอยย์ ซเี อส, 2563) 3. ตัวอย่างการจัดการสินค้าคงคลัง ผู้เรียนสามารถศึกษาขั้นตอนการทาได้จาก https://www.youtube.com/watch?v=l7d-H1dyASg หรือสแกน QR-Code ตัวอย่างแสดงดัง ภาพท่ี 8.55 ภาพที่ 8.55 ตัวอย่างการจดั การสนิ คา้ คงคลัง ท่ีมา (ผู้ประกอบการรนุ่ ใหมใ่ สใ่ จบญั ชแี ละภาษี, 2564) 4. ตัวอย่างการบันทึกขายสินค้าแบบออนไลน์ ผู้เรียนสามารถศึกษาขั้นตอนการทาได้จาก https://www.youtube.com/watch?v=rNLrzuQ5RAs หรือสแกน QR-Code ตัวอย่างแสดงดัง ภาพที่ 8.56 ภาพท่ี 8.56 ตวั อยา่ งการบันทกึ ขายสินคา้ แบบออนไลน์ ท่มี า (วนั เลซ่ี แบร์, 2561)

235 กล่าวโดยสรุปแล้ว โปรแกรมไมโครซอฟต์ เอ็กเซล เป็นโปรแกรมหน่ึงที่อยู่ในชุดของ ไมโครซอฟต์ออฟฟิศ (Microsoft Office) เป็นโปรแกรมทางด้านตารางคานวณหรือที่เรียกว่า เสปรดชีต (spreadsheet) มีความสามารถในด้านการสรา้ งตาราง การคานวณ การวิเคราะห์ รูปแบบตารางและ กราฟ ซึ่งเหมาะกับงานการรายงานผล ด้านบัญชี การเงิน การวางแผน งบประมาณ สถิติ และ วิศวกรรมศาสตร์ เป็นต้น การใช้งานจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นจะต้องหมั่นฝึกฝนเป็นประจาและ เลือกใชง้ านสตู รและฟงั ก์ชนั ให้ตรงกับงานใหม้ ากทสี่ ุด ก็จะทาให้งานนัน้ ดูเปน็ มอื อาชีพมากข้ึน

236 สรุปท้ายบท ลักษณะทั่วไปของโปรแกรมสาเร็จรูปด้านการวิเคราะห์ข้อมูลในชุดโปรแกรมสานักงานอย่าง โปรแกรมไมโครซอฟต์ เอ็กเซล มีความสามารถในเร่ืองการวิเคราะห์ข้อมูล ตั้งแต่ข้อมูลพื้นฐานการ บวก ลบ คูณ หาร ยกกาลัง จนถึงข้ันสูงท่ีมีการวิเคราะห์สถิติสาหรับงานวิจัย องค์การธุรกิจส่วนใหญ่ แล้วนาโปรแกรมประยุกต์น้ีไปช่วยเพ่ิมประสิทธิภาพการทางานกันอย่างหลากหลาย สาหรับการ จดั การขอ้ มลู ในแผ่นงานและสมุดงานจึงเป็นเรื่องพื้นฐานท่ีสาคัญในการจะเร่ิมต้นใช้งานโปรแกรม ไม่ วา่ จะเปน็ ส่วนประกอบทส่ี าคญั ในการใช้งาน มมุ มองของเอกสาร การบันทึกไฟล์งาน รายละเอียดการ บันทึก ชนิดของไฟล์ การจัดการกับข้อมูลตัวเลข แม้แต่การจัดฟอนต์ ขนาด ตาแหน่ง การจัดแบบ อตั โนมตั ิ ส่ิงสาคัญประการหน่ึงที่ควรมี คือ ทักษะการคานวณ การคานวณลาดับความสาคัญของ เคร่ืองหมายต่าง ๆ การพิมพ์สูตร และฟังก์ชันในลักษณะต่าง ๆ สุดท้ายในบทเรียนได้นาเสนอการ จัดการข้อมูลดว้ ยกราฟจากเอก็ เซล เพ่อื เพ่มิ ประสทิ ธภิ าพการทางานในการสรุปข้อมูลสาหรับผู้บริหาร สาหรับโปรแกรมประยุกต์บนเว็บเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างไมโครซอฟต์เอ็กเซล ปัจจุบันได้มีการ พัฒนาการพร้อมความสามารถใหม่ท่ีมีหน้าตาสวยงาม ทางานร่วมกันได้บนเว็บบราวเซอร์ สามารถ เปดิ และแกไ้ ขข้อมูลในโปรแกรมบนเว็บบราวเซอรไ์ ดท้ ันที เพ่ิมประสิทธิภาพการทางานร่วมกับบริการ คลาวด์ นอกจากน้ียังสามารถใช้งานโปรแกรมได้กับเคร่ืองคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์หน้าจอสัมผัสได้อีกด้วย โปรแกรมประยุกต์ไมโครซอฟต์เอ็กเซลพัฒนามาอยู่ในชุด โปรแกรมสานักงาน ปัจจบุ นั มที ง้ั ฟรี แบบเช่าซอ้ื ต่อเดือนหรือปี และชุดโปรแกรมแบบซ้ือขาด การใช้ งานจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นจะตอ้ งหม่ันฝึกฝนเป็นประจาและเลือกใช้งานสูตรและฟังก์ชันให้ตรงกับ งานใหม้ ากท่สี ดุ ก็จะทาให้งานน้นั ดเู ปน็ มืออาชพี มากขึน้

237 คาถามท้ายบท กิจกรรมดา้ นทฤษฎี ข้อ 1-6 และกิจกรรมด้านปฏบิ ตั ิ ข้อ 7-12 1. โปรแกรมประยุกต์ด้านการวิเคราะหข์ ้อมูลทนี่ ยิ มใช้ คอื โปรแกรมใดในโปรแกรมชดุ สานกั งาน 2. ลกั ษณะทว่ั ไปของโปรแกรมประยกุ ตเ์ พ่ือการวิเคราะห์ข้อมูล มลี กั ษณะอย่างไร 3. การจดั การข้อมลู ในแผน่ งานและสมดุ งาน สามารถจดั การได้อย่างไรบ้าง 4. ลาดับความสาคัญของเคร่อื งหมายทางคณิตศาสตร์ใน Excel เปน็ อยา่ งไร 5. การสรา้ งแผนภูมหิ รือกราฟมีประโยชนอ์ ยา่ งไรสาหรับผ้บู รหิ ารธุรกิจ 6. การเลือกใชก้ ราฟหรอื แผนภูมคิ วรพิจารณาเลอื กจากส่ิงใด 7. จงพิมพข์ ้อมูลต่อไปนแ้ี ละนาไปสร้างแผนภูมิแท่ง แสดงยอดขายของแตล่ ะบุคคล ตกแตง่ แผนภมู ใิ ห้สวยงาม 8. จงพมิ พ์ข้อมูลต่อไปน้ี และคานวณหาคาตอบ 9. จงพิมพข์ ้อมูลต่อไปน้ี และคานวณหาคาตอบ

238 10. จงสรา้ งตารางงานเพื่อทดสอบการใช้งานฟังก์ช่ันต่อไปน้ี 10.1 Datedif 10.2 Vlookup และ Hlookup 10.3 Len, Left, Right, 10.4 Today, Now 10.5 การคานวณขา้ มแผน่ งาน โดยการใช้เคร่ืองหมาย ! 11. จงสรา้ งตารางงานต่อไปนี้ และหาคาตอบหมายเลข (1)-(12) AB C D E บริษัท มง่ั มี จากัด 1 สินคา้ ประเภท A ยอดขายปที แี่ ลว้ (วนั ทีป่ ัจจุบัน) งบประมาณ 2,300 2 งบกาไรขาดทนุ ประจางวดท่ี 3,000 -250 3 หน่วยพนั บาท ยอดท่ีเกิดขึน้ จริง -500 4 2,500 (2) (3) -300 -1,300 -250 5 รายได้จากการขาย (5) 6 รบั คืนสินค้าและส่วนลดจา่ ย (1) (6) 7 ขายสทุ ธิ -1,188 -300 8 ต้นทนุ สนิ คา้ ทข่ี าย -280 -258 9 กาไรข้ันตน้ (4) -22 -284 10 คา่ ใช้จ่ายในการขายและบริหาร (8) -18 11 คา่ ใชจ้ า่ ยในการบรหิ าร -250 (11) (9) 12 คา่ ใช้จ่ายในการขาย -300 (12) 13 ค่าเสอ่ื มราคาทรพั ย์สิน -20 14 รวมค่าใช้จา่ ยในการขายและบริหาร (7) 15 กาไรหลังหกั ค่าใชจ้ า่ ยในการขายและบรหิ าร (10) 12. จงสร้างตารางงานข้อมูลตอ่ ไปนี้ และเรยี งลาดบั ตามคาส่งั รหสั ชื่อ นามสกุล อายุ เพศ วุฒิการศึกษา โทรศพั ท์ ฝ่าย เงนิ เดอื น 201 กษิฐา พร้อมพงษ์ 25 หญิง ปริญญาตรี 02-7330088 ขาย 15000 203 ฐิติยา สวยสุด 27 หญงิ ปรญิ ญาตรี 081-6660011 ขาย 15500 301 ทศพล สขุ ธรรม 26 ชาย ปริญญาตรี 02-54445666 บญั ชี 15000 502 ธรี ะพล คงขา 29 ชาย ปริญญาโท 081-4444333 บุคคล 19000 405 กนิษฐา บญุ กติ ติ 24 หญงิ ปริญญาตรี 081-3333444 การตลาด 15000 12.1 ใหท้ าการเรยี งลาดับฐานขอ้ มูลจาก มากไปน้อย โดยยึด Field หลกั คอื ฝา่ ย 12.2 ให้ทาการเรียงลาดับฐานข้อมูลจาก น้อยไปมาก โดยยึด Field หลักคือ ฝ่ายและเรียงลาดับ Field รอง คอื เงนิ เดือน จาก นอ้ ยไปมาก 12.3 ให้ทาการเรียงลาดับฐานข้อมูลจาก น้อยไปมาก โดยยึด Field หลักคือ ฝ่ายและเรียงลาดับ Field รอง คือ เงินเดอื น จาก นอ้ ยไปมาก และ Field รองตอ่ มา คอื อายุ จาก มากไปนอ้ ย

239 13. จงนาข้อมูลจากตารางข้อ 12 สรุปข้อมลู เป็น PivotTable 14. จงนาขอ้ มลู จากตารางข้อ 12 สรปุ ข้อมลู เปน็ PivotChart 15. ดาวน์โหลดไฟลง์ าน ch03-1 แบบฝึกหดั จากบทเรยี นออนไลน์ ใหป้ ฏบิ ัติตามดังน้ี 15.1 สรา้ ง Pivot Table โดยแสดงข้อมูลความแตกต่างระหว่าง Agro & Food Industry กับ Consumer Products วา่ มมี ลู ค่าแตกต่างกันเท่าไร 15.2 สรา้ ง Pivot Table โดยต้องการทราบมูลคา่ และเปอรเ์ ซ็นต์ผลตอบแทนสะสมของ Agro & Food Industry และ Consumer Products 15.3 ในการสรา้ ง Pivot Table ตอ้ งคานึงถึงความเหมาะสมในการอ่านข้อมลู ท่ีเข้าใจงา่ ย เชน่ การเปลยี่ นชื่อคอลัมน์ให้สือ่ ความหมาย การกาหนดรูปแบบการแสดงตัวเลข การจัดกลุ่มข้อมลู 15.4 สร้าง PivotChart แสดงรายละเอยี ดมลู คา่ ผลตอบแทนของ Agro & Food Industry และ Consumer Products

240 เอกสารอ้างองิ จกั รทิพย์ ชีวพัฒน.์ (2556). รวมสูตรและฟงั ก์ชัน Excel ฉบับสมบรู ณ์. นนทบุรี: ไอดีซีฯ. จรี ะสิทธิ์ อึ้งรตั นวงศ.์ (2558). คมู่ ือใชง้ าน Microsoft Office 2013. กรุงเทพฯ : สวสั ดี ไอท.ี เดอะ บอยย์ ซเี อส. (2563). ทาบญั ชรี ายรับรายจ่าย. คน้ เมอื่ พฤษภาคม 20, 2564, จาก https://www.youtube.com/watch?v=fKz_ywZO42A. _______. (2564). การพิมพ์ใบเสรจ็ รบั เงนิ อย่างงา่ ย. ค้นเมอ่ื พฤษภาคม 20, 2564, จาก https://www.youtube.com/watch?v=xNp3L_nuY4M&t=899s. บญุ เลิศ อรุณพิบลู ย์. (2556). การใช้งานกราฟและแผนภมู ิ. คน้ เมื่อ มีนาคม 18, 2560, จาก http://www.thailibrary.in.th/2013/04/19/chart/. ผู้ประกอบการร่นุ ใหม่ใส่ใจบัญชีและภาษี. (2564). excel ชว่ ยคุมสตอ็ กสนิ คา้ . ค้นเม่ือ พฤษภาคม 20, 2564, จาก https://www.youtube.com/watch?v=l7d-H1dyASg. วนั เลซ่ี แบร์. (2561). ทาบันทกึ การขายออนไลนใ์ น Excel งา่ ย ๆ. คน้ เม่ือ พฤษภาคม 20, 2564, จาก https://www.youtube.com/watch?v=rNLrzuQ5RAs. ศิระ เอกบุตร. (2558). Excel level up.กรุงเทพฯ: อมรนิ ทร์. สุเทพ โลหณุต. (2562). พ้ืนฐาน ประยกุ ต์ใช้ PivotTable PivotChart ใน MS Excel. กรงุ เทพฯ: วติ ตก้ี รุ๊ป. อมั รินทร์ เพช็ รกลุ . (2559). สรา้ งตารางงานและบริหารข้อมลู ดว้ ย Excel 2013 ฉบับสมบรู ณ์. พมิ พค์ รั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: REVIVA.

แผนบริหารการสอนประจาบทที่ 9 การใชโ้ ปรแกรมประยกุ ต์เพอ่ื การนาเสนอขอ้ มลู หัวขอ้ เนอ้ื หา 1. ลกั ษณะทวั่ ไปของโปรแกรมประยกุ ต์เพ่ือการนาเสนอขอ้ มลู 2. การใช้งานโปรแกรมประยุกต์ไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์ 3. เทคนิคการสร้างสือ่ นาเสนอด้วยโปรแกรมไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์ 4. ตัวอยา่ งการใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์ในงานธรุ กิจ วัตถุประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม 1. อธบิ ายลักษณะท่ัวไปของโปรแกรมประยกุ ตเ์ พื่อการนาเสนอขอ้ มูลได้ 2. ปฏิบตั ิการใช้งานโปรแกรมประยุกต์ไมโครซอฟต์ พาวเวอรพ์ อยท์ได้ 3. ประยกุ ตใ์ ช้งานเทคนิคการสรา้ งส่ือนาเสนอดว้ ยโปรแกรมไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์ได้ 4. ประยุกตใ์ ช้งานโปรแกรมไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยทใ์ นงานธุรกิจได้ วิธสี อนและกจิ กรรมการเรยี นการสอน 1. วธิ ีสอน 1.1 วธิ ีสอนแบบบรรยาย 1.2 วธิ สี อนแบบปฏบิ ตั ิ 1.3 วธิ ีสอนแบบอภปิ รายกลุ่ม 2. กจิ กรรมการเรียนการสอน 2.1 ผู้สอนยกตัวอย่างงานทางธุรกิจที่เหมาะสมกับการนาโปรแกรม PowerPoint ไป ประยุกตใ์ ชง้ าน โดยผ้เู รียนพจิ ารณาจากภาพตัวอย่าง ให้ผู้เรียนตอบคาถามโดยผู้สอนเป็นผู้ต้ังคาถาม แลว้ ตอบคาถามในลักษณะแลกเปลย่ี นความคดิ เห็น ร่วมกันสรปุ 2.2 ผู้สอนบรรยายและฝึกปฏิบตั พิ ร้อมกนั ในเร่ืองต่อไปนี้ 2.2.1 ลักษณะทวั่ ไปของโปรแกรมประยุกตเ์ พือ่ การนาเสนอข้อมลู 2.2.2 การใชง้ านโปรแกรมประยกุ ต์ไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์ 2.2.3 เทคนิคการสรา้ งสื่อนาเสนอดว้ ยโปรแกรมไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์ 2.2.4 ตัวอยา่ งการใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์ พาวเวอรพ์ อยท์ในงานธรุ กิจ 2.3 ผู้เรียนทาแบบฝึกปฏิบัติ โดยประยุกต์ใช้งานโปรแกรมสร้างป้ายประชาสัมพันธ์ธุรกิจ ในลักษณะอินโฟกราฟกิ ส์ โดยเลอื กใช้เครอ่ื งมือในโปรแกรมต่าง ๆ ใหเ้ หมาะสม

242 2.4 แบ่งกลุ่มผู้เรียนเพ่ือวิเคราะห์งานนาเสนอว่ามีการเลือกใช้เคร่ืองมืออะไรบ้าง โดยให้ ผเู้ รยี นตงั้ ประเด็นคาถาม เรยี กชือ่ เพื่อนในหอ้ งเรียนเป็นผ้ตู อบ ร่วมกันอภปิ ราย 2.5 ผู้เรยี นศึกษาเนือ้ หาทีเ่ รียนพร้อมเปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนความรูก้ บั เพื่อนในห้องเรียน และตอบคาถามท้ายบท สอ่ื การเรยี นการสอน 1. เอกสารประกอบการสอน รายวชิ า การใชโ้ ปรแกรมประยกุ ตท์ างธรุ กจิ 2. โปรแกรมสาเรจ็ รปู Power Point ประกอบการสอน 2.1 ลกั ษณะทวั่ ไปของโปรแกรมประยุกตเ์ พอ่ื การนาเสนอข้อมลู 2.2 การใชง้ านโปรแกรมประยุกตไ์ มโครซอฟต์ พาวเวอรพ์ อยท์ 2.3 เทคนิคการสรา้ งสือ่ นาเสนอด้วยโปรแกรมไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์ 2.4 ตัวอย่างการใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์ในงานธรุ กจิ 3. ใบงานฝึกปฏบิ ตั ิ 4. โปรแกรมสาเร็จรูป Microsoft office 5. เว็บไซต์ www.mentimeter.com 6. บทเรยี นออนไลน์ www.elearningbynirut.com/moodle/ การวัดผลและประเมินผล 1. สงั เกตการตอบคาถาม 2. สังเกตการอภิปราย 3. ตรวจผลงานการฝกึ ปฏบิ ตั ิ 4. ตรวจผลงานคาถามทา้ ยบท 5. ทดสอบภาคปฏบิ ตั ิการสรา้ งสอ่ื นาเสนออย่างมืออาชีพ

243 บทที่ 9 การใชโ้ ปรแกรมประยกุ ต์เพ่อื การนาเสนอขอ้ มูล โปรแกรมประยุกต์สาหรับการจัดการงานด้านการนาเสนอข้อมูล โปรแกรมในชุดสานักงานที่ เหมาะสมและนิยมใช้งานเพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพในการทางาน คือ โปรแกรมไมโครซอฟต์ พาวเวอร์ พอยท์ (Microsoft PowerPoint) ซ่ึงโปรแกรมดังกล่าวได้ถูกพัฒนาให้มีความสามารถเฉพาะด้านใน เรื่องการนาเสนอข้อมูล นิยมใช้ในการประชุม สัมมนา ส่ือการสอน เน่ืองจากโปรแกรมดังกล่าวมี ความสามารถนาเสนอข้อมูลได้ทั้งข้อความ ภาพ เสียง และ VDO มาจัดร้อยเรียงเป็นเร่ืองราวและ จดั ลาดับให้การนาเสนอออกมาด้วยการเคล่อื นไหวท่ีชวนติดตาม และสร้างความเรา้ ใจตอ่ ผชู้ ม ในบทน้ีจะอธิบายถึง ลักษณะทั่วไปของโปรแกรมประยุกต์เพ่ือการนาเสนอข้อมูล การใช้งาน โปรแกรมประยุกต์ไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์ เทคนิคการสร้างสื่อนาเสนอด้วยโปรแกรม ไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์ และตัวอย่างการใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์ในงานธุรกิจ โดยมรี ายละเอยี ดดังต่อไปนี้ ลกั ษณะทว่ั ไปของโปรแกรมประยุกต์เพื่อการนาเสนอขอ้ มลู โปรแกรมประยุกต์เพ่ือการนาเสนอข้อมูล ลักษณะท่ัวไปแล้วใช้เพ่ือวัตถุประสงค์สาหรับการ นาเสนอข้อมูล ถูกนาไปใช้งานในลักษณะงานประเภทต่าง ๆ มีความสามารถในการแสดง หรือ นาเสนอข้อมูลใหบ้ คุ คลทัว่ ไปไดร้ ับทราบข่าวสารข้อมูล โดยใช้ส่ือต่าง ๆ เพ่ือนาไปใช้ประโยชน์ในการ ประกอบการบรรยายหรืองานประชาสัมพันธ์ เช่น จะต้องนาเสนอเป็นผังงาน ตารางข้อมูล แผนภูมิ รวมไปถึงข้อความรูปภาพ และเสียง หรือส่ือด้านอ่ืน ๆ เข้ามาผสมผสาน ซ่ึงนาเสนอในรูปแบบท่ี น่าสนใจ รวมไปถึงการประยุกต์ใช้กับการบรรยายหน้าชั้นเรียน การนาเสนอผลิตภัณฑ์สินค้าของ พนกั งานขาย นาเสนอยอดขายของลูกน้องต่อผู้บังคับบัญชา โปรแกรมประยุกต์เพื่อการนาเสนอข้อมูลท่ีนิยมใช้งานกันมากท่ีสุดเป็นโปรแกรมไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์ (Microsoft PowerPoint) โปรแกรมนี้ถือได้ว่าเป็นโปรแกรมสาคัญสาหรับใครหลาย คน เพราะเป็นโปรแกรมท่ีใช้สาหรับการบรรยาย หรือนาเสนอข้อมูลให้แก่ผู้ฟัง หรือผู้ชม โดยมี อุปกรณ์ประกอบการบรรยาย ซึ่งนาเสนอผ่านอุปกรณ์อย่างเคร่ืองฉายสไลด์โปรเจคเตอร์ โปรแกรม สามารถนาเสนองานได้หลายรูปแบบ เช่น ภาพนิ่ง ภาพเคล่ือนไหว แผนภูมิ แผนผังองค์กร ไดอะแกรม แทรกไฟล์มลั ตมิ ิเดยี ต่าง ๆ เสียง วิดีโอ สามารถสื่อสารได้หลากหลายแพลตฟอร์ม หลาย อุปกรณ์ สามารถส่ือสารในวงกว้างด้วยงานนาเสนอ สามารถแปลงแฟ้มเป็นรูปแบบ XML Paper Specification (XPS) และ Portable Document Format (PDF) และยังสามารถปรับเปล่ียน กราฟิกได้ตามต้องการ อีกอย่างปัจจุบันได้พัฒนาการโปรแกรมไปจนถึงสนับสนุนการทางานแบบ ออนไลน์ หรือการทางานร่วมกนั เปน็ ทีม (เออารไ์ อที, 2560, หนา้ 1-7) ธัชชัย จาลอง (2561, หน้า 210) อธิบายว่า โปรแกรมนาเสนอข้อมูล ไมโครซอฟต์พาวเวอร์ พอยท์ เป็นโปรแกรมนาเสนอข้อมูลที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เนื่องจากเป็น

244 โปรแกรมใช้งานง่าย และสามารถนาเสนอข้อมูลได้หลายรูปแบบ เช่น การนาเสนอผ่านข้อความ รูปภาพ แผนภูมิ ตาราง และไดอะแกรมต่าง ๆ นอกจากนั้นยังสามารถใส่เสียง คลิปวิดีโอ และเอฟ เฟ็กต์ (effect) การเคล่อื นไหวต่าง ๆ ประกอบการนาเสนอได้อีกดว้ ย ปยิ ะ นาคสงค์ (2558, หน้า 23-25) อธบิ ายว่า โปรแกรมนาเสนอข้อมูล ไมโครซอฟต์พาวเวอร์ พอยท์ เป็นโปรแกรมสาหรับสร้างงานนาเสนอโดยช่วยให้เราสามารถนาข้อมูลที่เป็นทั้งข้อความ ภาพ เสียง และวิดโี อ มาจดั รอ้ ยเรยี งเป็นเรือ่ งราวและจดั ลาดบั ใหน้ าเสนอออกมาดว้ ยภาพเคล่ือนไหวที่ชวน ตดิ ตาม และกระตนุ้ ความสนใจต่อผูช้ มทุกคน ถูกนาไปประยุกตใ์ ช้ในการนาเสนอแผนงาน การประชมุ ในบริษัท ไปจนถึงงานสัมมนา การสร้างส่ือการเรียนการสอนในสถานศึกษา และการสร้างเป็นสื่อ ประชาสัมพันธ์สินค้า หรือองคก์ ร หน่วยงานตา่ ง ๆ สธุ รี ์ นวกลุ (2560, หนา้ 155) อธิบายว่า โปรแกรมนาเสนอข้อมลู ไมโครซอฟตพ์ าวเวอร์พอยท์ เป็นโปรแกรมสาหรับใช้สร้างงานนาเสนอ ทั้งงานนาเสนอผลิตภัณฑ์ สินค้า โครงงาน งบประมาณ แผนงานในไตรมาส ผู้ใช้สามารถใส่ข้อความ รูปภาพ ตาราง แผนภูมิ วิดีโอและอื่น ๆ เพื่อนาเสนอ ข้อมูลผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ โปรเจคเตอร์ ( projector) แท็บเล็ต (taplet) สมาร์ทโฟน (smartphone) หรือเขียนขอ้ มูลนาเสนอบนแผน่ ซีดี ดีวดี ีไดต้ ามต้องการ กล่าวโดยสรุปว่า โปรแกรมนาเสนอข้อมูล ไมโครซอฟต์พาวเวอร์พอยท์ เป็นโปรแกรมสาหรับ ใช้สร้างงานนาเสนอ สามารถนาข้อมูลท่ีเป็นท้ังข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอ มาจัดร้อยเรียงเป็น เร่ืองราวและจัดลาดับให้นาเสนอออกมาด้วยภาพเคลื่อนไหว ถูกนาไปประยุกต์ใช้ในการนาเสนอ แผนงาน การประชมุ ในบริษัท ไปจนถึงงานสัมมนา การสรา้ งสอ่ื การเรียนการสอนในสถานศึกษา และ การสร้างเป็นส่ือประชาสัมพันธ์สินค้า หรือองค์กร หน่วยงานต่าง ๆ นาเสนอข้อมูลผ่า นหน้า จอคอมพิวเตอร์ โปรเจคเตอร์ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน หรือเขียนข้อมูลนาเสนอบนแผ่นซีดี ดีวีดีได้ตาม ต้องการ การใชง้ านโปรแกรมประยุกต์ไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์ โปรแกรมไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์ เป็นหนึ่งในโปรแกรมสาหรับสร้างงานนาเสนอที่ได้รับ ความนยิ ม โดยจะช่วยให้เราสามารถนาขอ้ มลู ที่เปน็ ทง้ั ขอ้ ความ ภาพ เสยี ง และภาพเคลื่อนไหว มาจัด รอ้ ยเรียงเป็นเร่อื งราวและจัดลาดับให้นาเสนอออกมาด้วยการเคลื่อนไหวที่ชวนติดตาม และเร้าความ สนใจตอ่ ผู้ชมทุกคน ดว้ ยเหตนุ ้ีจึงส่งผลใหโ้ ปรแกรมดงั กลา่ วถูกนามาใช้ในงานนาเสนออย่างกว้างขวาง ในกิจกรรมตา่ ง ๆ ดังนี้ (ปิยะ นาคสงค์, 2558, หน้า 23) 1) การนาเสนอแผนงาน 2) การประชมุ บริษัท 3) งานสัมมนา 4) การสรา้ งเปน็ สื่อการเรียนการสอนในสถานศึกษา 5) การสรา้ งเปน็ สื่อประชาสมั พนั ธส์ นิ คา้ หรือองค์กร หน่วยงานต่าง ๆ

245 ภาพท่ี 9.1 โปรแกรมไมโครซอฟต์ พาวเวอรพ์ อยท์ ทม่ี า (ปิยะ นาคสงค์, 2558, หน้า 23) สาหรับเคร่ืองมือพื้นฐานโปรแกรมไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์ ในเอกสารบทน้ีจะกล่าวถึงส่วนสาคัญที่ ควรทราบ ได้แก่ ส่วนประกอบของหน้าจอ มุมมองเอกสาร การสร้างงานนาเสนอ การออกแบบและจัดการสไลด์ การจัดกลุ่มหมวดหมู่งานนาเสนอ การสร้างอัลบ้ัมภาพ แทรกวิดีโอ การตัดต่อวิดีโอ การกาหนดเปล่ียนภาพน่ิง (transition) การกาหนดภาพเคลอ่ื นไหว (animation) การนาเสนองาน (presentation) และการสงั่ พมิ พเ์ อกสาร สว่ นประกอบของหน้าจอโปรแกรมไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์ ส่วนประกอบของหน้าจอโปรแกรมไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์ แสดงดังภาพที่ 9.2 มี รายละเอยี ดดงั น้ี 1. เมื่อเปดิ ขน้ึ มาแล้วจะพบกบั หน้าจอโปรแกรม ตามภาพตวั อยา่ ง โดยมสี ว่ นประกอบดังน้ี  ส่วนทใ่ี ชแ้ สดงแผ่นสไลด์ทงั้ หมด (thumbnails pane)  พน้ื ที่ทใ่ี ช้สรา้ งรายละเอยี ดของสไลด์ (slide pane)  ส่วนทใ่ี ชเ้ ปดิ หนา้ ต่าง (notes) เพ่ือใส่โน้ตหรือข้อความเพิ่มเติมใหก้ ับสไลด์ (notes pane)  ส่วนท่ใี ชเ้ ปิดหนา้ ตา่ ง (comment) เพื่อใสค่ วามคิด (comment pane)    ภาพที่ 9.2 ส่วนประกอบของหนา้ ต่างโปรแกรมไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์ ที่มา (ปยิ ะ นาคสงค์, 2558, หนา้ 27)

246 มมุ มองของเอกสาร 2. มมุ มองของเอกสาร เป็นคาสั่งในการแสดงผลสไลด์ในลักษณะต่าง ๆ เพ่ือให้ความสามารถ ตรวจสอบและแก้ไขสไลด์ได้สะดวกมาข้ึน โดยคลิกเลือกมุมมองได้ที่มุมขวาล่าง โดยในไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์ มีอยู่ด้วยกนั 4 มมุ มอง ดงั นี้ 2.1 มุมมองปกติ (normal) ใช้สาหรับเวลาทางาน แบ่งออกเป็นสองส่วน คือ ส่วนสไลด์ (slide) และส่วนโครงร่าง (outline) 2.2 มมุ มองแบบเรยี งลาดับ (slide Sorter) จดั เรยี งตามลาดับ สามารถปรับเปลยี่ นลาดับได้ 2.3 มุมมองสาหรบั การอ่าน (reading View) เหมาะสาหรับการอา่ น โดยแสดงเต็มหน้าจอ 2.4 มมุ มองสาหรับการนาเสนอ (slide show) แสดงสไลด์โชว์ตามลาดบั หรือกด F5 โดยมีลกั ษณะของแตล่ ะมมุ มอง แสดงดังภาพที่ 9.3-9.6 ภาพที่ 9.3 มมุ มองปกติ ที่มา (ปยิ ะ นาคสงค์, 2558, หนา้ 40) ภาพท่ี 9.4 มมุ มองแบบเรียงลาดับ ที่มา (ปยิ ะ นาคสงค์, 2558, หนา้ 41)

247 ภาพที่ 9.5 มมุ มองสาหรับการอ่าน ท่มี า (ปิยะ นาคสงค์, 2558, หน้า 41) ภาพท่ี 9.6 มุมมองสาหรับการนาเสนอ ที่มา (ปยิ ะ นาคสงค์, 2558, หน้า 42) การสร้างสไลด์ 3. สร้างสไลดเ์ ปล่าด้วยตนเองหรอื ธีม (theme)  คลกิ เลือกสไลดแ์ บบเปลา่ (blank presentation) หรือธีมในแบ็คสเตจ (backstage)  จากนัน้ จะได้สไลดแ์ บบว่างขึน้ มา ถา้ สรา้ งด้วยธีมก็จะแสดงสไลด์แบบธีม โดยทั้งสองขน้ั ตอน แสดงดังภาพท่ี 9.7

248   ภาพท่ี 9.7 ขนั้ ตอนการสร้างงานนาเสนอเปลา่ ทมี่ า (ปยิ ะ นาคสงค์, 2558, หน้า 30) การออกแบบและจัดการสไลด์ หลังจากที่มีการสร้างงานนาเสนอขึ้นมา ลาดับถัดไปจะเป็นการออกแบบและจัดการสไลด์ ซ่ึงได้แก่ การตกแต่ง การเลือกใช้ชุดสี การใส่รหัสป้องกัน การเลือกใช้เค้าโครงสไลด์ (slide layout) การใส่พ้ืนหลัง โดยมีรายละเอียดดงั น้ี (จีรสิทธ์ิ อ้ึงรัตนวงศ์, 2558, หน้า 295-299) 1. การตกแต่งสไลด์ให้สวยงามด้วยธีม สามารถทาได้โดยคลิกเลือกธีม ท่ีต้องการในกลุ่ม themes ในแทบ็ ออกแบบ (DESIGN) แสดงดงั ภาพท่ี 9.8 คลกิ เลอื ก Theme ท่ีตอ้ งการ ภาพท่ี 9.8 ขัน้ ตอนการสรา้ งงานนาเสนอเปลา่ ที่มา (จีรสทิ ธิ์ อง้ึ รตั นวงศ,์ 2558, หนา้ 295)

249 2. การเลือกชุดสี (theme color) ชุดโทนสี หมายถึง สีท่ีแสดงกับข้อความ พื้นหลัง และวัตถุ เช่น ลกู ศร ส่ีเหล่ียม เปน็ ต้น หากต้องการเปล่ียนสขี องธีมสไลด์ให้เปน็ ชดุ สีอ่ืน และมีข้นั ตอนดังนี้ 2.1 คลิกลกู ศรท่ปี ุ่ม ชดุ รูปแบบ (variants) ในแทบ็ ออกแบบ 2.2 คลิกคาสั่ง สี (colors) เพ่อื เลือกชดุ สโี ทนสี 2.3 คลกิ เลือกชดุ โทนสที ่ีตอ้ งการ 2.4 เพียงเทา่ น้ีสไลดก์ จ็ ะเปลี่ยนเป็นชุดโทนสีตามทเ่ี ลอื ก แสดงดังภาพท่ี 9.9 ภาพท่ี 9.9 การเลอื กชดุ สี ชุดโทนสี ท่ีมา (จีรสทิ ธ์ิ อ้ึงรัตนวงศ์, 2558, หนา้ 296) 3. การเลอื กชุดตัวอกั ษร (theme font) ปฏบิ ัติในลักษณะเดยี วกันกบั การเลือกชดุ โทนสี แสดงดงั ภาพที่ 9.10 ภาพที่ 9.10 การเลอื กชุดตวั อกั ษร ท่ีมา (จรี สิทธิ์ อึ้งรัตนวงศ,์ 2558, หน้า 297)

250 4. การเพิ่มสไลด์สามารถเพิ่มดว้ ยอย่างรวดเรว็ 3 วิธี ดังนี้ วิธีที่ 1 คลกิ ปุม่ สรา้ งภาพนง่ิ ใหม่ (new slide) ในแทบ็ หน้าแรก (HOME) วิธีที่ 2 คลิกเมาส์ขวาในสว่ นท่ีใชแ้ สดงแผน่ สไลดท์ ้ังหมด (thumbnails pane) แล้วเลอื ก สรา้ งภาพน่งิ ใหม่ (new slide) วิธที ี่ 3 คลกิ ท่ีส่วนทใ่ี ช้แสดงแผ่นสไลด์ทงั้ หมด (thumbnails pane) แล้วกดแป้นเอนเทอร์ (enter) วิธที ี่ 1 วิธีที่ 2 คลิกที่หน้าต่างแลว้ กดเอนเทอร์ (enter) วธิ ที ี่ 3 ภาพท่ี 9.11 การเพ่มิ สไลด์อย่างรวดเรว็ 3 วิธี ที่มา (จีรสทิ ธิ์ อึ้งรตั นวงศ์, 2558, หนา้ 299) การจดั สไลด์ใหเ้ ป็นหมวดหมู่ นอกจากน้ีแล้วยังมีเทคนิคการในการเพ่ิมส่วนซึ่งเป็นการจัดกลุ่มให้กับงานนาเสนอตามหัวข้อ หรอื เนอื้ หาเพ่อื ให้เกดิ ความสวยงามและเป็นการจัดสไลด์ให้เปน็ หมวดหมู่ มขี น้ั ตอนดังนี้ 1. คลกิ เมาส์ขวาทีส่ ไลด์ทีต่ ้องการเพม่ิ สว่ น (section) 2. เลือกคาส่ัง เพิ่มส่วน (Add Section) เช่น คลิกเลือกสไลด์ที่ 3 เน้ือหาเก่ียวกับ 1. ประวัติ ความเปน็ มา จะทาใหส้ ไลด์ท่ี 3-5 ถกู จัดใหอ้ ยู่ใน ส่วนเดียวกัน 3. การเปล่ียนช่ือส่วนโดยคลิกเมาส์ขวาท่ีข้อความ ส่วนท่ีไม่มีช่ือ (Untitled Section) เลือก คาส่งั เปลยี่ นชือ่ ส่วน (Rename Section) แลว้ พมิ พ์ชอื่ ที่ต้องการได้ เช่น ประวัติความเปน็ มา

251 สาหรับขั้นตอนการเพิ่มส่วนให้กับงานนาเสนอ การตั้งช่ือส่วนและผลการแบ่งส่วน แสดงดัง ภาพที่ 9.12-9.13 ภาพที่ 9.12 ขัน้ ตอนการเพม่ิ ส่วนและต้ังชอื่ ส่วน ทมี่ า (งานพัฒนาสอ่ื ผสม กองเทคโนโลยสี ารสนเทศ มหาวิทยาลยั มหดิ ล, 2560, หนา้ 39) ภาพท่ี 9.13 ผลการแบ่งสว่ นงานนาเสนอ ที่มา (งานพฒั นาสอ่ื ผสม กองเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล, 2560, หน้า 39) การแทรกวตั ถลุ งในสไลด์ นอกจากการแบ่งหมวดหมู่ของงานนาเสนอแล้ว ในงานนาเสนอจะต้องมีการแทรกวัตถุต่าง ๆ ลงไป ซึ่งจะได้อธิบายการทางานกับรูปภาพและส่ือผสม ได้แก่ การสร้างอัลบั้มภาพ แทรกวิดีโอ และ การตดั ต่อวิดโี อ โดยมีรายละเอียดดงั นี้ 1. การสร้างอัลบั้มรูป (Photo Album) คือ นารูปภาพมาประกอบงานนาเสนอในรูปแบบ อัลบั้มเพ่ือให้มีความน่าสนใจ สวย และตกแต่งรูปภาพเพิ่มเติมในการใช้นาเสนองานได้ โดยคลิกแท็บ

252 แทรก (INSERT) คลิกอัลบ้ัมรูป (Photo Album) เลือกคาสั่ง สร้างอัลบ้ัมรูป (New Photo Album) สาหรบั การแทรกอลั บ้มั รูป แสดงดังภาพท่ี 9.14 ภาพท่ี 9.14 การแทรกอัลบม้ั รปู ทีม่ า (งานพฒั นาสื่อผสม กองเทคโนโลยสี ารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหดิ ล, 2560, หน้า 47) จะปรากฏหน้าต่างอัลบั้มรูป (Photo Album) ท่ีเน้ือหาอัลบ้ัมแทรกรูปภาพจาก: (Album Content Insert picture from:) คลิกแฟ้ม/ดิสก์ (File/Disk) เพ่ือนารูปภาพมาสร้างเป็นอัลบั้ม รายละเอียดแสดงดังภาพท่ี 9.15 ภาพท่ี 9.15 การนารูปภาพมาสรา้ งเปน็ อัลบั้ม ทีม่ า (งานพฒั นาสอื่ ผสม กองเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวทิ ยาลยั มหิดล, 2560, หน้า 47) จากนั้นเลือกรูปภาพท่ีต้องการ ตัวอย่างเลือกรูปภาพจากไดร์ฟ E โฟลเดอร์ gallery จานวน 20 รปู ภาพ pic1.jpg่ pic20.jpg เสร็จแลว้ คลิกปมุ่ แทรก รายละเอียดแสดงดงั ภาพท่ี 9.16

253 ภาพที่ 9.16 การเลอื กรูปภาพทตี่ ้องการ ที่มา (งานพฒั นาสือ่ ผสม กองเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหิดล, 2560, หนา้ 48) จะกลับมาท่ีหน้าต่างอัลบั้มรูป และแสดงรายการรูปภาพที่เลือกที่ช่องรูปภาพในอัลบั้ม (Pictures in album) และแสดงตัวอย่างรูปภาพท่ีช่องแสดงตัวอย่าง (Preview) ที่หน้าต่างอัลบั้มรูป สามารถตัง้ ค่าปรบั แต่งการนาเสนอให้น่าสนใจและสวยมากข้นึ รายละเอยี ดแสดงดังภาพท่ี 9.17-9.18 ภาพที่ 9.17 การปรับตง้ั คา่ อลั บม้ั รปู ทมี่ า (งานพัฒนาสอื่ ผสม กองเทคโนโลยสี ารสนเทศ มหาวิทยาลยั มหดิ ล, 2560, หน้า 48)

254 รายละเอยี ดการต้ังค่าปรับแตง่ การนาเสนอให้น่าสนใจและสวยมากข้ึน 1. New Text Box = แทรกขอ้ ความประกอบรูปภาพ โดยจะแทรกสไลดต์ ่อจากสไลดท์ ีถ่ ูกเลือก 2. Picture Options/All picture black and white = การกาหนดสขี าว ดา ใหก้ บั รปู ภาพ 3. Picture Layout = การกาหนดรูปแบบของรปู ภาพ จานวนของรูปภาพที่แสดงบนสไลด์ 4. Frame Shape = การกาหนดรูปร่างกรอบของรูปภาพ 5. ตัง้ ค่ารูปภาพเพิม่ เติม = ใชใ้ นการแกไ้ ขรปู ภาพ เช่น การหมุน การปรบั ความสว่าง ความเข้ม ของรปู ภาพ เมอ่ื Insert ไฟล์รูปภาพ pic1.jpg – pic20.jpg แลว้ ตั้งคา่ ท่ีหนา้ ต่าง Photo Album ดงั นี้ - Album Layout > Picture layout เลือก 4 pictures - Album Layout > Frame shape เลือก Simple Frame, White - Album Layout > Theme คลกิ Browse เลอื ก Facet.thmx เสรจ็ คลิก Select ภาพที่ 9.18 การกาหนดเคา้ โครงอัลบ้ัม ทม่ี า (งานพัฒนาส่อื ผสม กองเทคโนโลยสี ารสนเทศ มหาวทิ ยาลัยมหิดล, 2560, หน้า 49)

255 2. การแทรกวิดโี อ (Insert Video) คือ การนาไฟล์วิดีโอมาแทรกลงบนสไลด์งานนาเสนอ โดย ไฟล์วิดีโอที่สามารถนามาแทรกลงสไลด์นั้น เช่น .wmv .mp4 .mpeg .mov .avi .swf เป็นต้น วิธีการแทรกวิดโี อเพ่ิมสไลด์ที่ 3 โดยคลิก สไลด์ที่ 2 จากน้ัน คลิกคาสั่งสร้างภาพน่ิง (New Slide) ใน แทบ็ หน้าแรก (HOME) รายละเอียดแสดงดงั ภาพท่ี 9.19 ภาพที่ 9.19 การเพม่ิ สไลด์ ท่มี า (งานพฒั นาสอื่ ผสม กองเทคโนโลยสี ารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหดิ ล, 2560, หนา้ 52) หากตอ้ งการเปลยี่ นสไลดท์ ่ี 3 ให้มีรูปแบบเค้าโครง (Layout) ของสไลด์ เป็นแบบ ช่ือเรื่องและ เน้ือหา คลิกสไลด์ที่ 3 แล้วคลิกคาสั่งเค้าโครงที่แท็บหน้าแรก (HOME) เลือก เค้าโครงแบบ ชื่อเร่ือง และเนื้อหา (Title and Content) รายละเอยี ดแสดงดังภาพที่ 9.20 ภาพท่ี 9.20 การเลือกรปู แบบสไลด์ ที่มา (งานพัฒนาสอ่ื ผสม กองเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล, 2560, หน้า 52) จะได้สไลด์ที่ 3 มีรูปแบบเค้าโครง เป็นช่ือเร่ืองและเน้ือหา (Title and Content) จากน้ัน พิมพห์ ัวข้อสไลด์ “1. Video Presentation แนะนามหาวิทยาลัย” แสดงดังภาพท่ี 9.21

256 ภาพที่ 9.21 รปู แบบเคา้ โครงช่อื เรอ่ื งและเนือ้ หา ทม่ี า (งานพฒั นาส่อื ผสม กองเทคโนโลยสี ารสนเทศ มหาวทิ ยาลยั มหิดล, 2560, หนา้ 53) แทรกไฟล์วิดีโอลงบนสไลด์ที่ต้องการ แท็บแทรก (INSERT) > กลุ่มส่ือ (Group Button Media) > วดิ ีโอ (Video) เลือก วดิ ีโอจากแฟม้ (Video on My PC) แสดงดังภาพท่ี 9.22 ภาพที่ 9.22 การแทรกไฟล์วดิ ีโอลงบนสไลด์ ที่มา (งานพัฒนาสือ่ ผสม กองเทคโนโลยสี ารสนเทศ มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล, 2560, หนา้ 53) จะปรากฏหน้าต่างแทรกวิดีโอ (Insert Video) จากน้ันเลือกไฟล์วิดีโอท่ีต้องการ เช่น excellenceEdit02_1.wmv แลว้ คลกิ แทรก (Insert) รายละเอียดแสดงดังภาพที่ 9.23-9.24 ภาพท่ี 9.23 เลอื กไฟล์วดิ โี อที่ต้องการ ทมี่ า (งานพัฒนาสื่อผสม กองเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล, 2560, หนา้ 53)

257 จะได้ไฟลว์ ดิ ีโอแทรกลงสไลด์ท่ี 3 รายละเอียดแสดงดงั ภาพท่ี 9.24 ภาพที่ 9.24 ไฟล์วิดโี อแทรกลงสไลด์ ท่ีมา (งานพัฒนาส่อื ผสม กองเทคโนโลยสี ารสนเทศ มหาวิทยาลยั มหิดล, 2560, หน้า 54) การปรับแตง่ วิดีโอ เมือ่ แทรกไฟล์วดิ โี อแล้วทาการปรับแต่งวิดีโอด้วยการปรับ (Adjust) และรูปแบบวิดีโอ (Video Styles) ท่ีแท็บเครื่องมือวิดีโอ (VIDEO TOOLS) > รูปแบบ (FORMAT) เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับ ไฟลว์ ดิ โี อ โดยการปรับแตง่ วิดโี อ สามารถปรบั คา่ ต่าง ๆ แสดงดงั ภาพที่ 9.25 โดยมรี ายละเอยี ดดังน้ี - การปรบั ความสวา่ ง/ความมืด (Corrections) - การเปล่ยี นสี (Color) - การตง้ั ค่าภาพตวั อยา่ งคลปิ วดิ ีโอ (Poster Frame) - การคืนคา่ การปรับแต่งวิดโี อต่าง ๆ (Reset Design) และการคืนค่าการปรบั ขนาดของวิดีโอ และการปรับแตง่ วิดีโอดว้ ยรูปแบบวดิ โี อ สามารถปรบั ค่าต่าง ๆ ดงั นี้ - มีรูปแบบสาเร็จรูป (Video Styles) ให้เลือกใช้งาน 3 แบบ คือ Subtle, Moderate และ Intense สามารถคลกิ เลอื กรปู แบบเพื่อใชง้ านไดท้ นั ที - การเปลีย่ นรปู รา่ ง (Video Shape) - การใสเ่ ส้นขอบ (Video Border) - การใส่ลักษณะพิเศษVideo (Effects) ภาพที่ 9.25 การปรบั แต่งวิดีโอด้วย Adjust และการปรบั แตง่ วดิ โี อดว้ ย Video Styles ที่มา (งานพัฒนาสื่อผสม กองเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลยั มหดิ ล, 2560, หนา้ 54)

258 ปรับแต่งรูปแบบให้กบั วดิ ีโอ - การตั้งคา่ ภาพตวั อย่างคลิปวดิ ีโอ โดยเลือกจากคลิปวิดีโอ คลิกปุ่ม Play ที่ไฟล์วิดีโอ แสดงดัง ภาพที่ 9.26 ภาพที่ 9.26 การตั้งคา่ ภาพตวั อย่างคลิปวิดีโอ ที่มา (งานพัฒนาส่ือผสม กองเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวทิ ยาลยั มหิดล, 2560, หน้า 55) เลอื กชว่ งเวลาของภาพวดิ ีโอที่ต้องการ แล้วหยุดวิดีโอโดยคลิกที่ปุ่มเล่น (Play) อีกครั้ง จากนั้น ท่ีแท็บเคร่ืองมือวิดีโอ (Ribbon Tabs VIDEO TOOLS) > รูปแบบ (FORMAT) > ปรับ (Adjust) > กรอบภาพโปสเตอร์ (Poster Frame) เลือก กรอบปัจจุบนั (Current Frame) แสดงดงั ภาพท่ี 9.27 ภาพที่ 9.27 เลอื กชว่ งเวลาของภาพวดิ ีโอท่ีต้องการ ท่มี า (งานพฒั นาสื่อผสม กองเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวทิ ยาลยั มหิดล, 2560, หน้า 55) จะได้ภาพช่วงเวลาที่เลือกไว้เป็นภาพตัวอย่างของคลิปวิดีโอ โดยจะปรากฏข้อความ ชุดเฟรม สาหรับโปสเตอร์ (Poster Frame Set) ที่ช่องสเ่ี หล่ยี มข้างปุ่ม เลน่ (Play) แสดงดงั ภาพที่ 9.28

259 ภาพที่ 9.28 ภาพช่วงเวลาท่เี ลือกไวเ้ ปน็ ภาพตวั อยา่ งของคลิปวิดีโอ ท่มี า (งานพฒั นาส่อื ผสม กองเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหดิ ล, 2560, หน้า 56) - การเปลี่ยนรูปร่างให้กับวิดีโอที่แท็บเครื่องมือวิดีโอ (Ribbon Tabs VIDEO TOOLS) > รูปแบบ (FORMAT) > ลักษณะวิดีโอ (Video Styles) > รูปร่างวิดีโอ (Video Shape) ในตัวอย่าง เลือก มุมส่ีเหล่ียมด้านทแยงมุมแบบมน สีขาว (Round Diagonal Corner Rectangle) รายละเอียด แสดงดงั ภาพที่ 9.29 ภาพท่ี 9.29 ภาพช่วงเวลาทเ่ี ลอื กไว้เป็นภาพตัวอยา่ งของคลิปวดิ ีโอ ทมี่ า (งานพฒั นาส่ือผสม กองเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล, 2560, หน้า 56)

260 การเปลี่ยนภาพน่ิงและการกาหนดภาพเคลอ่ื นไหว หลังจากที่เราได้จัดการข้อมูลวัตถุต่าง ๆ ในแผ่นงานนาเสนอแล้ว ข้ันต่อไปก่อนที่จะนาไป นาเสนอ ผู้ใช้งานต้องมีการกาหนดภาพเคลื่อนไหว วิธีการกาหนดภาพเคล่ือนไหวและแบ่งหัวข้อ ออกเป็น 2 เร่ือง คือ การเปลี่ยนภาพนิ่ง (Transition) และการกาหนดภาพเคล่ือนไหว (Animation) โดยมรี ายละเอยี ดดังน้ี 1. การเปล่ียนภาพนิ่ง คือ การเพ่ิมลักษณะพิเศษ การเพ่ิมการเคลื่อนไหวให้กับสไลด์ เพ่ือให้ การนาเสนอในแตล่ ะสไลด์มีความโดดเด่น น่าสนใจมากขึ้น การเปลี่ยนภาพน่ิงทาได้โดยคลิกแท็บการ เปลี่ยน (Ribbon Tab TRANSITION) จะปรากฏรูปแบบต่าง ๆ ของ การเปลี่ยนไปยังภาพนิ่งนี้ (Transitions) ใหเ้ ลือกใชง้ าน หากต้องการดูการเปลย่ี นรูปแบบทงั้ หมดของการเปลี่ยนภาพนิ่งคลิกปุ่ม เพมิ่ เตมิ (More) รายละเอยี ดแสดงดงั ภาพที่ 9.30 ภาพที่ 9.30 ลกั ษณะการเปลี่ยนภาพนิง่ ท่มี า (งานพฒั นาสื่อผสม กองเทคโนโลยสี ารสนเทศ มหาวิทยาลยั มหิดล, 2560, หนา้ 94) 2. การกาหนดภาพเคลื่อนไว (Animation) การเปล่ียนตัวเลือกลักษณะพิเศษ (Effect Options) การกาหนดค่าเพ่ิมเติมด้วย ภาพเคล่ือนไหวข้ันสูง (Advanced Animation) และ ระยะเวลาเคล่ือนไหว (Timing Animation) คือ การสร้างภาพเคล่อื นไวให้กับวัตถุที่อยู่บนสไลด์เพ่ือ เพ่ิมจดุ สนใจและสร้างลกั ษณะพเิ ศษใหก้ ับวตั ถุ เช่น ขอ้ ความรูปภาพ โดยการสร้าง Animation ให้กับ วัตถุทาไดโ้ ดยคลกิ เลือกวตั ถุที่ตอ้ งการจากนัน้ คลิกแทบ็ ภาพเคลื่อนไหว (Ribbon Tab ANIMATIONS) เลือกรูปแบบของการเคล่ือนไหวท่ีต้องการได้จากกลุ่มภาพเคล่ือนไหว (Animation Group) แสดงดัง ภาพท่ี 9.31

261 หรอื คลิกปุ่ม เพ่มิ เติม (More) เพ่อื เลอื กรปู แบบเพม่ิ เติม ภาพที่ 9.31 การเลือกรปู แบบของภาพเคล่ือนไหว ทีม่ า (งานพฒั นาสอ่ื ผสม กองเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหิดล, 2560, หนา้ 100) การกาหนดภาพเคลื่อนไหว สามารถเปลี่ยนตัวเลือกลักษณะพิเศษ (Effect Options) ของ ภาพเคลื่อนไหว (Animation) เพิ่มเติมได้ ท้ังน้ีขึ้นอยู่กับรูปแบบที่เลือกใช้งาน เช่น Animation ลักษณะลอยเข้า (Entrance) รูปแบบคลี่ (Wipe) จะมีลักษณะพิเศษให้เลือกเพิ่มเติม 4 รูปแบบ คือ จากด้านล่าง (From Button) จากด้านซ้าย (From Left) จากด้านขวา (From Right) และ จาก ด้านบน (From Top) สาหรบั การเปลีย่ นลักษณะพิเศษของภาพเคล่ือนไหว แสดงดังภาพท่ี 9.32 ภาพที่ 9.32 การเปลี่ยนลกั ษณะพเิ ศษของการเปลี่ยนภาพเคลื่อนไหว ท่ีมา (งานพฒั นาสื่อผสม กองเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลยั มหดิ ล, 2560, หนา้ 100)

262 การแสดงงานนาเสนอ ในส่วนการแสดงงานนาเสนอ เมื่อสร้างงานนาเสนอเสร็จแล้วและต้องการฉายสไลด์ โดยโปรแกรม จะแสดงลูกเล่นต่าง ๆ ทเ่ี รากาหนดไวใ้ นสไลด์ มี 2 วธิ ี ดงั น้ี วธิ ีท่ี 1 คลิกทีม่ ุมมองการนาเสนอ (Slide Show) หรือกดท่ีปมุ่ F5 โปรแกรมจะนาเสนอต้ังแต่ สไลด์เริ่มต้น วธิ ีที่ 2 มขี ัน้ ตอนดังนี้ 1). คลิกทีแ่ ท็บการนาเสนอภาพนงิ่ (Slide Show) แล้วคลกิ เลือกทป่ี ุ่มคาส่ัง - ตง้ั แตต่ ้น (From Beginning) โปรแกรมจะนาเสนอตั้งแตส่ ไลด์เรมิ่ ตน้ (หรือกดที่ป่มุ F5) - จากสไลด์ปัจจุบัน (From Current Slide) โปรแกรมจะนาเสนอตั้งแต่สไลด์ปัจจุบัน (หรือกดทป่ี ุ่ม Shift + F5) รายละเอยี ดแสดงดังภาพท่ี 9.33 ภาพที่ 9.33 การนาเสนอภาพนงิ่ สไลดป์ ัจจบุ ัน ท่ีมา (ปยิ ะ นากสงค,์ 2558, หนา้ 257) 2) จะปรากฏหน้าจอแสดงงาน Presentation โดยมุมมองน้ีจะมีอยดู่ ว้ ยกนั 2 แบบ ไดแ้ ก่ 2.1 มุมมองสาหรับผู้ชม (Full Screen) เป็นมุมมองแบบเต็มจอ สาหรับฉายข้ึนบนฉาก รับในห้องประชมหรือเชอ่ื มตอ่ จอภาพท่ี 2 มุมมองแบบเตม็ จอ แสดงดงั ภาพท่ี 9.34 ภาพท่ี 9.34 มมุ มองแบบเตม็ จอ ท่ีมา (ปยิ ะ นากสงค์, 2558, หนา้ 258)

263 2.2 มุมมองสาหรับผู้บรรยาย (Speaker View) เป็นมุมมองที่ใส่รายละเอียดต่าง ๆ สาหรับผบู้ รรยาย แสดงดังภาพที่ 9.35 ภาพที่ 9.35 มุมมองสาหรบั ผบู้ รรยาย ที่มา (จีระสิทธิ์ อง้ึ รัตนวงศ์, 2558, หนา้ 327) การนาเสนองานออนไลน์ผา่ นเว็บบราวเซอร์ นอกเหนอื จากการนาเสนองานภายในหอ้ งประชุมแล้ว ปัจจุบันไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์ มี เครื่องรูปแบบใหม่ที่อานวยความสะดวกสบายให้แก่ผู้นาเสนอ โดยผู้นาเสนอไม่ต้องน่ังในห้องประชุม และผู้เข้าร่วมก็ไมต่ ้องนง่ั ในหอ้ งประชมุ เช่นเดยี วกัน ทั้งผู้นาเสนอและผู้เข้าฟังไม่จาเป็นต้องอยู่สถานท่ี เดียวกันก็สามารถเห็นสไลด์ได้ ขอเพียงแค่มีอินเตอร์เน็ตและเครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้น ซ่ึงการ นาเสนอทว่ี า่ น้ี คอื การนาเสนอแบบออนไลน์ ไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์ รุ่นใหม่ มีเคร่ืองมือที่ช่วย ให้งานนาเสนอของเราสามารถนาแสดงขึ้นบนเว็บบราวเซอร์ ผู้นาเสนอและผู้เข้าร่วมน้ันสามารถเห็น การนาเสนอแบบออนไลน์ได้พรอ้ มกันโดยผา่ นเวบ็ บราวเซอร์ ขน้ั ตอนการนาเสนองานออนไลน์ มขี ั้นตอนดังนี้ 1. เปิดไฟล์งานท่ีพรอ้ มสาหรับการนาเสนอออนไลน์ 2. คลิกเลือกแท็บแฟ้ม (File) เลือก แบ่งปัน (Share) – > นาเสนอออนไลน์ (Present Online) 3. คลิกปุ่มนาเสนอออนไลน์( Present Online) รายละเอยี ดแสดงดงั ภาพที่ 9.36

264 ภาพที่ 9.36 ขน้ั ตอนการนาเสนองานออนไลน์ ที่มา (ออฟฟศิ แมนเนอร์ อิน ไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์, 2557) 4. จากน้ันจะเจอกับหน้าต่างเข้าสู่ระบบ ให้ผู้ใช้งาน กรอกอีเมล์ของ Hotmail ในการเข้าสู่ ระบบนาเสนอออนไลน์ (Present Online) จะแสดงหนา้ ต่างขึ้นมาโดยใหผ้ ู้นาเสนอ 5. คัดลอกล้งิ และส่งลิ้งไปให้กบั ผูเ้ ข้าอบรม เมอ่ื ทาการสง่ ล้ิงให้กับผู้เข้าอบรมแล้ว ให้ผู้นาเสนอ คลกิ ท่ี Start Presentation เพ่อื เร่ิมการนาเสนอออนไลน์ รายละเอยี ดแสดงดงั ภาพที่ 9.37 ภาพที่ 9.37 คดั ลอกล้งิ ก์และสง่ ลง้ิ ก์ไปให้กบั ผู้เข้าอบรม ที่มา (ออฟฟศิ แมนเนอร์ อิน ไมโครซอฟต์ พาวเวอรพ์ อยท์, 2557) ในส่วนของผู้เข้าอบรม ใหน้ าลิ้งทไี่ ด้มาจากผู้นาเสนอ คัดลอกและมาวางไวใ้ นแอดเดรส บาร์ (Address bar) หน้าเว็บบราวเซอร์แล้วกดเอน็ เทอร์ (Enter) แสดงดังภาพที่ 9.38 ภาพที่ 9.38 Address bar หน้าเวบ็ บราวเซอร์ ทมี่ า (ออฟฟิศแมนเนอร์ อนิ ไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์, 2557)

265 หลังจากนน้ั ผเู้ ข้ารว่ มก็จะเข้าสหู่ นา้ เวบ็ การนาเสนอโดยผา่ นเวบ็ บราวเซอร์ แสดงดังภาพท่ี 9.39 ภาพที่ 9.39 หน้าเว็บการนาเสนอโดยผ่านเวบ็ บราวเซอร์ ที่มา (ออฟฟิศแมนเนอร์ อิน ไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์, 2557) หากผนู้ าเสนอตอ้ งการหยดุ การนาเสนอออนไลน์ให้กดปุ่มเอสเคป (ESC) ที่แป้นพิมพ์ และคลิก ท่ีจบการนาเสนอออนไลน์ (End online Presentation) เพื่อส้ินสุดการนาเสนอแบบออนไลน์โดย ผ่านเว็บบราวเซอร์ แสดงดงั ภาพท่ี 9.40 ภาพที่ 9.40 ตอ้ งการหยุดการนาเสนอออนไลน์ ที่มา (ออฟฟศิ แมนเนอร์ อนิ ไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์, 2557) การสั่งพมิ พเ์ อกสาร หลังจากทาแบบนาเสนอเสร็จแล้ว ข้ันตอนต่อไปเป็นการส่ังพิมพ์เอกสาร เพื่อนาให้ผู้เข้าร่วมประชุม หรอื ผ้รู บั ฟงั การนาเสนองานของเรา ให้ได้ดูเอกสารนาเสนอทท่ี าไว้ เพือ่ ดูประกอบการนาเสนอ หรือเพื่อให้จด โนต้ ตา่ ง ๆ ลงในเอกสารท่ีให้ โดยการส่งั พมิ พ์สามารถพมิ พ์ได้หลายแบบข้นึ อยกู่ บั ผู้ใช้งานเลือกตามที่ต้องการ โดยจะมที ้งั แบบ 1 สไลด์เตม็ หนา้ แบบ 2 3 4 สไลด์อยใู่ นหนา้ เดยี วกัน หรือจะเป็นหลาย ๆ สไลด์และมีให้จด โน๊ตลงไปดา้ นขา้ ง ๆ ซ่งึ มรี ายละเอียดข้ันตอนดังน้ี 1. เปิดเอกสาร PowerPoint ท่ีต้องการพิมพ์ จากนั้นคลิกที่ File > แล้วเลือก Print > คลิก หัวขอ้ Print Layout แสดงดงั ภาพท่ี 9.41

266 ภาพท่ี 9.41 การเปิดเอกสารที่ตอ้ งการพมิ พ์ ที่มา (ออฟฟิศแมนเนอร์ อนิ ไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์, 2557) 2. จากนั้นจะมีรปู แบบการพมิ พแ์ บบตา่ ง ๆ เลือกรปู แบบการพมิ พ์ตามท่ีต้องการ ดังนี้ 2.1 พิมพ์แบบเต็มหนา้ กระดาษ (Full Page Slides) 2.2 พมิ พ์ 1 สไลด์ตอ่ หนา้ และพิมพโ์ น๊ตไวท้ ีด่ า้ นลา่ ง (ถ้ามี) (Notes Pages) 2.3 พมิ พ์เฉพาะข้อความ และหัวข้อ โดยจะไม่มรี ูปประกอบ (Outline) 2.4 พิมพ์ 1 สไลดต์ อ่ 1 แผ่น แบบไม่เต็มหนา้ (1 Slide) 2.5 พิมพ์ 2 สไลด์ใน 1 แผน่ กระดาษ (2 Slide) 2.6 พมิ พ์ 3 สไลด์ใน 1 แผน่ และจะมีเส้นตีใหเ้ ขยี นโนต๊ ทด่ี ้านขา้ งเพิ่มเตมิ (3 Slide) 2.7 พิมพ์ 4 สไลดใ์ น 1 แผน่ ซึ่งจะไลล่ าดับสไลด์ คือ 1-2 และ 3-4 (4 Slide Horizontal) 2.8 พิมพ์ 6 สไลดใ์ น 1 แผน่ ซง่ึ จะไลล่ าดบั สไลด์ คอื 1-2, 3-4 และ 5-6 (6 Slide Horizontal) 2.9 พมิ พ์ 9 สไลดใ์ น 1 แผน่ ซึ่งจะไล่ลาดบั สไลด์ คือ 1-2-3, 4-5-6 และ 7-8-9 (9 Slide Horizontal) 2.10 พมิ พ์ 4 สไลด์ใน 1 แผ่น ซึ่งจะไล่ลาดบั คอื 1-3 และ 2-4 (4 Slide Vertical) 2.11 พมิ พ์ 6 สไลดใ์ น 1 แผน่ ซึ่งจะไล่ลาดับสไลด์ คอื 1-4, 2-5 และ 3-6 (6 Slide Vertical) 2.12 พมิ พ์ 9 สไลด์ใน 1 แผ่น ซึ่งจะไลล่ าดับสไลด์ คอื 1-4-7, 2-5-8 และ 3-6-9 (9 Slide Vertical) รายละเอียดแสดงดงั ภาพที่ 9.42 ภาพท่ี 9.42 เลอื กรปู แบบการพมิ พ์เอกสารในลกั ษณะต่าง ๆ ท่มี า (ออฟฟิศแมนเนอร์ อนิ ไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์, 2557)

267 กล่าวโดยสรุปว่า การใช้โปรแกรมประยุกต์เพ่ืองานนาเสนอข้อมูล มีพ้ืนฐานการใช้งานสาคัญที่ ควรทราบ คือ ส่วนประกอบของหน้าจอ มุมมองเอกสาร การสร้างงานนาเสนอ การออกแบบและจัดการ สไลด์ การจัดกลุ่มหมวดหมู่งานนาเสนอ การสร้างอัลบ้ัมภาพ แทรกวิดีโอ การตัดต่อวิดีโอ การกาหนด เปล่ียนภาพนิ่ง การกาหนดภาพเคลื่อนไหว การแสดงนาเสนองาน และการสั่งพิมพ์เอกสารการนาเสนอ รายละเอียดต่าง ๆ ข้างต้น ผเู้ ขยี นเพียงนาเสนอเฉพาะสว่ นทสี่ าคัญเท่าน้ัน หากต้องการศึกษาเพ่ิมเติม สามารถศกึ ษาได้จากเอกสารอ้างอิง เทคนคิ การสร้างสือ่ นาเสนอดว้ ยโปรแกรมไมโครซอฟต์ พาวเวอรพ์ อยท์ การนาเสนองานด้วยโปรแกรมไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์ ถือว่าเป็นโปรแกรมพื้นฐานที่ สามารถเรียนรู้การใช้งานได้ไม่ยาก แต่จริง ๆ หลักสาคัญบางครั้งไม่ได้อยู่ที่การออกแบบสื่อนาเสนอ เพียงอย่างเดยี วให้นา่ สนใจ เทคนคิ การนาเสนองานอย่างมีประสิทธิภาพก็เป็นส่วนสาคัญท่ีจะส่งผลให้ ภาพรวมท้ังการนาเสนอและสอ่ื นาเสนอประสบความสาเรจ็ แนวคิดพ้ืนฐานท่ีส่งผลต่อการนาเสนออย่างมีประสิทธิภาพ พบว่า ในการบรรยายแต่ละคร้ัง ผู้ฟังจะฟังเพียง 25%-50% ของเวลาท้ังหมด ความจาระยะส้ันของคนสามารถจดจาได้เพียง 5-7 ประเด็นจากสิ่งท่ีได้ฟังทั้งหมด โดยท่ัวไปจะจาได้เพียง 10% ในสิ่งที่ได้ยิน และ 50% จากการอ่าน สาหรับเทคนิคการสร้างสื่อการนาเสนอผลงานด้วยโปรแกรมไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์ มี รายละเอียดเทคนคิ ท่ีควรทราบเปน็ พ้ืนฐาน ซง่ึ ประกอบด้วยรายละเอยี ดดงั นี้ การเรียงลาดบั ข้อในในการสร้างสื่อนาเสนอจะประกอบด้วยประเด็นท่ีสาคัญที่ควรคานึงถึง คือ อันดับแรกให้คานึงถึง โครงเรื่อง โครงสร้างสไลด์ โดยให้ออกแบบสไลด์ที่ 1 และท่ี 2 เป็นสไลด์นา โดย แบง่ เป็นสไลด์ท่ี 1: ชอ่ื เร่ือง ชื่อผู้นาเสนอ และสไลดท์ ่ี 2: เป็นวัตถุประสงค์ หรือหัวข้อการนาเสนอ แสดง ตวั อยา่ งดังภาพที่ 9.43 ภาพที่ 9.43 แสดงตัวอย่างการวางโครงเรื่อง ท่ีมา (บญุ เลิศ อรุณพิบลู ย์, 2558)

268 เพ่ือให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจง่ายข้ึน ผู้เขียนจะสรุปโครงเรื่องเป็นลาดับ สาหรับการวางโครง เรือ่ ง แสดงดังภาพท่ี 9.44 ภาพที่ 9.44 ลาดบั การวางโครงเรอ่ื ง ทม่ี า (บญุ เลศิ อรณุ พบิ ูลย์, 2558) นอกลาดับโครงเรื่องแล้ว ต่อไปเป็นตัวอย่างการกาหนดหัวข้อสาคัญของสไลด์ เช่น หัวข้อเร่ือง: การ พัฒนาคมู่ อื การฝกึ อบรมการวจิ ัยเพ่อื พัฒนาพ้นื ทส่ี าหรบั บคุ ลากรมหาวิทยาลัย แสดงดังภาพที่ 9.45-9.46 • หัวข้อสาคญั • การฝึกอบรม • การพัฒนาคู่มอื • การวจิ ยั เพือ่ พัฒนาพนื้ ที่ • งานวจิ ัยทเ่ี ก่ยี วข้อง ภาพท่ี 9.45 ตัวอย่างการลาดบั ความสาคญั ของโครงเรื่อง ทีม่ า (บญุ เลศิ อรณุ พิบลู ย์, 2558) ภาพที่ 9.46 ตวั อยา่ งการลาดับวางโครงเรอ่ื ง ทีม่ า (บุญเลิศ อรุณพบิ ลู ย์, 2558)

269 นอกจากการลาดับวางโครงเร่ืองจะเป็นส่ิงสาคัญมากแล้ว การวางโครงสร้างท่ีดีถือว่าเป็นส่วน สาคญั ประการหน่งึ ทผ่ี สู้ รา้ งสือ่ นาเสนอควรใหค้ วามสาคญั 1. การวางโครงสร้างของสไลด์ สาหรับในหัวข้อนี้ผู้เขียนจะนาเสนอลักษณะโครงสร้างสไลด์ที่ดี และไม่ดี เพอื่ ใหเ้ ห็นความแตกตา่ ง 1.1 โครงสร้างของสไลด์ที่ดี จะต้องเน้นแนวคิด “หนึ่งสไลด์ ต่อหนึ่งความคิด” มีการสรุป ประเด็นหรอื สาระสาคญั โดยอยู่ภายใต้เกณฑค์ วบคมุ 3 ประการ คอื  สอ่ื นาเสนอต้องสามารถส่ือความหมายไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ (works)  มกี ารจัดลาดับเนื้อหาเป็นระเบยี บดงู า่ ย ไม่สับสน (organizes)  ต้องสะดดุ ตา น่าสนใจ (attracts) โครงสรา้ งสไลดท์ ด่ี ีจะใช้สไลด์ 1-2 สไลดใ์ นการนาเสนอต่อ 1 นาที เสนอเฉพาะจุดสาคัญไม่ ต้องใช้ประโยคเต็ม แต่ละรายการควรจบในบรรทัดเดียวกันอยู่ระหว่าง 6-8 คาในภาษาอังกฤษ หรือไม่เกิน 10 คาในภาษาไทย นาเสนอรายการสั้น ๆ (bullet Point) ทีละบรรทัด เน้ือหาในแต่ละ สไลด์ไม่ควรเกิน 6 รายการในแต่ละหน้า หากเป็นบรรทัดไม่ควรเกิน 8-10 บรรทัดในแต่ละสไลด์ รายละเอียดแสดงดังภาพท่ี 9.47 ภาพที่ 9.47 ตวั อยา่ งการนบั บรรทัดในการนาเสนอ ทม่ี า (บุญเลศิ อรุณพบิ ูลย์, 2558) หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ให้ใช้เทคนิคการเน้น Main idea ของแต่ละรายการหรือใน พารากราฟด้วยสีที่โดดเด่น ตัวอย่างภาพที่ 9.48 ภาพซ้ายเป็นการวางข้อความลงไปโดยท่ีไม่ได้เน้นสี ตรงจุดท่ีสาคัญ จึงทาให้สไลด์ไม่น่าสนใจ ส่วนภาพขวามีการใช้สีแดงตรงข้อความท่ีต้องการเน้น ความสาคัญ (ในทน่ี ผี้ ูเ้ ขยี นขีดเส้นใต้เปน็ การใช้สีที่โดดเดน่ กวา่ จดุ อื่น)

270 ภาพที่ 9.48 เทคนคิ การเน้น Main idea ของแตล่ ะรายการ ทมี่ า (บุญเลศิ อรุณพบิ ูลย์, 2558) นอกจากนแ้ี ล้วยังมีตัวอย่างข้อความต้นฉบบั กบั การสร้างสไลด์ใหม่ แสดงดังภาพที่ 9.49 เนอื้ หาต้นฉบับ เนอ้ื หาท่ีนาเสนอในลักษณะสือ่ ภาพที่ 9.49 การเตรยี มเนื้อหาเพอ่ื การนาเสนอกับเนื้อหาตน้ ฉบับ ท่มี า (บญุ เลิศ อรณุ พบิ ลู ย์, 2558) ในการออกแบบเนื้อหาให้เน้ือหาอยู่ภายในกรอบนาเสนอ สาหรับเน้ือหาท่ีสาคัญจะต้องอยู่ ภายในพน้ื ท่ใี ช้งาน แสดงดงั ภาพที่ 9.50 ภาพท่ี 9.50 แสดงกรอบขนาดของพน้ื ท่ีสาหรบั เนอ้ื หาท่สี าคัญ ที่มา (บุญเลศิ อรณุ พิบูลย์, 2558)

271 1.2 โครงสร้างของสไลด์ท่ีไม่ดี ในหนึ่งหน้ามีเน้ือหาสาระมากเกินไป ความเร็วในการ นาเสนอไมส่ ัมพันธก์ ารการนาเสนอเนือ้ หา ใช้การนาเสนอแบบเคลอ่ื นไหวทไ่ี มเ่ หมาะสม ภาพท่ี 9.51 ตัวอย่างสไลดท์ ่มี ีเนอ้ื หาสาระมากเกนิ ไปกบั ตัวอย่างท่สี รุปเปน็ หัวข้องา่ ยต่อการนาเสนอ ทมี่ า (บุญเลิศ อรณุ พบิ ลู ย์, 2558) 2. การเลือกใช้ขนาดและแบบตัวอักษรอย่างเหมาะสม เลือกใช้รูปแบบตัวอักษรท่ีมีหัวเพ่ือให้ อ่านงา่ ย ไม่ควรใช้ตวั อกั ษรเกนิ 2 แบบในแต่ละสไลด์ ใช้แบบตัวอักษรมาตรฐาน เช่น Angsana New สาหรับภาษาไทย หรือ Times New Roman สาหรับภาษาอังกฤษ ใช้ลักษณะพิเศษของตัวอักษร เพื่อแบ่งแยกหรือเน้นเนื้อหา เช่น การขีดเส้นใต้ ใส่เงาตัวอักษร ตัวเอียง ซึ่งอักษรตัวเอียง จะใช้ก็ ต่อเม่ือใช้เพ่ือเขียน “อ้างอิง” ใช้เพื่อเน้นเน้ือหา และใช้เขียนชื่อหนังสือ วารสาร นิตยสาร เป็นต้น หรือแม้แต่ไม่ควรใช้ข้อความภาษาอังกฤษแบบตัวใหญ่ท้ังหมด (capitalize) เพราะจะอ่านได้ยาก แสดงดงั ภาพท่ี 9.52 ภาพท่ี 9.52 การใช้ข้อความภาษาอังกฤษพิมพ์ใหญแ่ ละพิมพ์เล็ก ท่ีมา (บุญเลศิ อรณุ พิบูลย์, 2558) สาหรับการกาหนดขนาดอักษรข้อความ ควรใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่เพื่อให้มองเห็นได้ง่าย โดย ใช้ประมาณ 36-50 พอยท์ (point) สาหรับเนือ้ หา และ 54-60 พอยท์ สาหรบั หวั ข้อเร่อื ง 3. การใช้สีตัวอักษรเพ่ือเน้นความแตกต่าง ไม่ควรใช้สีมากเกินไปใช้สีตัวอักษรตัดกับพ้ืนหลัง เช่น ตัวอักษรสีน้าเงินบนพื้นหลังสีขาว ใช้สีตัวอักษรท่ีไม่ตัดกับพ้ืนหลังท่ียากต่อการอ่าน สร้างสรรค์ แต่ไม่น่าสนใจ

272 ภาพที่ 9.53 การใช้แถบสีแบ่งบรรทัดเพื่อใหส้ ไลด์อา่ นได้ง่ายขน้ึ ท่ีมา (บญุ เลิศ อรณุ พบิ ลู ย์, 2558) ในส่วนการเลือกใช้พ้ืนหลังอย่างเหมาะสม ใช้พ้ืนหลังแบบใดแบบหนึ่งคงท่ีในการนาเสนอ สไลดแ์ ต่ละชุด สีของพ้นื หลงั ต้องตดั กบั ตัวอกั ษร ควรใช้พ้ืนหลังสีเข้มกับห้องที่มีผู้ฟังนั่งไม่เกิน 6 เมตร หากไกลกว่านน้ั ไมค่ วรใช้ (ใชส้ สี วา่ งแทน) พืน้ หลังซึ่งมลี วดลายไมค่ วรใช้ท่ีมีลายเยอะจนเกินไป การใช้ พ้ืนหลังท่ีเป็นรูปภาพปรับความเข้ม-ความสว่างของพ้ืนหลังหรือใช้กรอบสีเข้ามาช่วยเพื่อให้มองเห็น ตวั อักษรได้ชัดเจนขน้ึ ภาพท่ี 9.54 การปรับสพี นื้ หลงั ความเข้ม สว่าง และใส่กรอบให้กบั ข้อความ ทมี่ า (บญุ เลศิ อรณุ พิบูลย์, 2558) 4. งานกราฟิกส์ สุภาษิตจีนบอกไว้ว่า “ภาพหน่ึงภาพบอกได้มากกว่าคาพูดหมื่นคา” ควรเปล่ียน ข้อความให้เป็นรูปภาพหรือ รูปแบบอื่นที่น่าสนใจเพื่อช่วยให้เข้าใจได้ง่ายข้ึน เช่น แผนภูมิ แผนภาพ ตารางแสดงสถิติ หลกั ในการเลือกใช้รูปภาพในการนาเสนอ การแทรกรูปภาพ ภาพควรมีความสัมพันธ์กับ เนื้อหา ไม่ควรใช้ภาพตัดปะ (clipart) ปนกับรูปภาพ (photo) ไม่ควรใช้ภาพการ์ตูนเคล่ือนไหว (.gif) สิ่งท่ี ไมเ่ หมาะสม คอื ใช้พื้นหลงั แบบตารางโดยไม่จาเป็น ตัวอักษรขนาดเล็กเกินไปและมากเกินไป สีที่ใช้ยากใน การอา่ น ขาดหวั เรอ่ื ง ให้เงาแบบที่ไม่น่าสนใจ แสดงตัวอยา่ งดังภาพที่ 9.55

273 ภาพท่ี 9.55 ตวั อย่างการแทรกแผนภมู ิทีด่ ีและไมเ่ หมาะสม ที่มา (บญุ เลศิ อรณุ พิบลู ย์, 2558) 5. การสะกด การันต์และไวยากรณ์ พิสูจน์อักษรในสไลด์ การสะกดผิด การใช้คาซ้า ประโยค ผิดไวยากรณ์ ให้ผู้รู้หรือเจ้าของภาษาตรวจทานสไลด์ให้ถูกต้องก่อนนาเสนอ ใช้การปิดสรุปท่ี ประทับใจและได้ใจความ ผู้ฟังสามารถจดจาคาสุดท้ายหรือบทสรุปได้ ใช้การสรุปเพ่ือย้าจุดสาคัญท่ี สไลด์นาเสนอเพื่อการเสนอแนวคิดสาคญั ตอ่ ไป 6. การซักถาม ปิดการนาเสนอด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้ฟังซักถาม เชิญชวนให้ผู้ฟังถามเพ่ือการ ขยายความเขา้ ใจหรอื การแลกเปลี่ยน เล่ียงการปดิ การนาเสนอแบบรวบรัด กลา่ วโดยสรุปว่า การเตรียมผลิตและการใช้สไลด์ จัดทาสไลด์ตามลาดับของเน้ือหา จัดทาเป็น สัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อย (Bullet point) ไม่อัดข้อมูลลงจานวนมากในสไลด์ ในแต่ละหัวข้อควรจบ ในบรรทัดเดียวกัน ใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่ ใช้สีตัวอักษรตัดกับพ้ืนหลัง (background) ของสไลด์ ใช้ ภาพประกอบ อย่าใหเ้ ทคนิคของไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์ แย่งความสาคัญจากผู้นาเสนอ เพราะผู้ นาเสนอ คือ ศนู ย์กลางความสนใจไมใ่ ช่เทคนคิ ทม่ี ากจนเกินพอดี

274 ตัวอย่างการใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์ พาวเวอรพ์ อยทใ์ นงานธุรกิจ ด้วยความสามารถของโปรแกรมไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์ ท่ีมีความสามารถในการนาเสนอ ข้อมูลทั้งที่เป็นข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอ มาจัดร้อยเรียงเป็นเร่ืองราวและจัดลาดับให้นาเสนอ ออกมาด้วยการเคลื่อนไหวที่ชวนติดตาม และกระตุ้นความสนใจต่อผู้ชมทุกคน ซ่ึงต่อไปน้ีผู้เขียนจะ แสดงตวั อย่างใหเ้ หน็ ว่า มงี านประเภทใดบ้างท่สี ามารถนาโปรแกรมประเภทน้ีไปประยุกต์ใช้แล้วส่งผล ตอ่ ประสิทธิภาพทส่ี ูงข้นึ ในธุรกจิ มรี ายละเอยี ดดงั น้ี 1. ตัวอย่างการสร้างแผนผังองค์การ ผู้เรียนสามารถศึกษาขั้นตอนการทาได้จาก https://www.youtube.com/watch?v=PkUXy50aK8o หรือสแกน QR-Code ตัวอย่างแสดงดัง ภาพท่ี 9.56 ภาพท่ี 9.56 ตวั อย่างการสรา้ งแผนผังองคก์ าร ที่มา (PowerPoint Boy, 2564) 2. ตัวอย่างการสร้างโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ธุรกิจร้านอาหาร ผู้เรียนสามารถศึกษาข้ันตอน การทาได้จาก https://www.youtube.com/watch?v=sEkgsGCXjvw หรือสแกน QR-Code ตวั อยา่ งแสดงดงั ภาพท่ี 9.57 ภาพที่ 9.57 ตัวอย่างการสรา้ งโปสเตอรป์ ระชาสมั พันธ์ธรุ กิจรา้ นอาหาร ท่มี า (สุนวิ ิภา บญุ พจน์, 2564)

275 3. ตั ว อ ย่ า ง ก า ร ท า โ ล โ ก้ ธุ ร กิ จ ผู้ เ รี ย น ส า ม า ร ถ ศึ ก ษ า ข้ั น ต อ น ก า ร ท า ไ ด้ จ า ก https://www.youtube.com/watch?v=G-DThVxKOkQ หรือสแกน QR-Code ตัวอย่างแสดงดัง ภาพที่ 9.58 ภาพท่ี 9.58 ตัวอยา่ งการสรา้ งโปสเตอรป์ ระชาสมั พนั ธธ์ ุรกิจร้านอาหาร ทีม่ า (กัญญาณฐั ยึนประโคน, 2563) การนาเสนอข้อมูลนอกจากโปรแกรมไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์ ในปัจจุบันยังพบว่าได้มี โปรแกรมสาเร็จรูปบนเว็บที่ให้บริการท่ีมีความสามารถในลักษณะของการนาเสนอ ซ่ึงมีข้อได้เปรียบ ตรงที่ใช้งานง่าย และไม่ต้องลงโปรแกรม สามารถเรียกใช้งานผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จึงทาให้ โปรแกรมน้ีเป็นที่นิยมและใช้งานกันอย่างแพร่หลาย โปรแกรมน้ีช่ือ แคนวา (canva) ผู้เรียนสามารถ ใช้งานผ่าน www.canva.com ข้อจากัดอยู่ตรงที่เราสามารถใช้งานโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้เพียง 30 วัน หลังจากนั้นเราจะใชง้ านตอ่ อาจตอ้ งเสยี ค่าใชจ้ า่ ยเพ่มิ เติม อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนได้ค้นหาวิธีการสมัครใช้งาน Canva For Education แบบฟรีถาวร จาก เวบ็ ไซต์ https://www.canva.com/th_th/education/ ภาพที่ 9.59 เวบ็ ไซต์ Canva For Education ท่ีมา (canva.com, 2564)

276 โดยวิธีการสมัครศึกษาได้จาก https://www.youtube.com/watch?v=Xy0pCVHSdek หรือสแกน QR-Code ตวั อย่างแสดงดังภาพท่ี 9.60 ภาพท่ี 9.60 วธิ ีการสมัครใช้งาน Canva For Education ทม่ี า (Kru Bombae, 2564) ท้ังโปรแกรมไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์ และโปรแกรมแคนวา จะเป็นโปรแกรมนาเสนอท่ีมี ข้อมลู ท้ังทเ่ี ปน็ ขอ้ ความ ภาพ เสยี ง และวิดโี อ มาจดั รอ้ ยเรียงเป็นเร่ืองราวและจัดลาดับให้นาเสนอ แต่ ยงั มโี ปรแกรมนาเสนอข้อมลู อกี ประเภทหน่งึ ที่ใชส้ าหรับนาเสนอขอ้ มูลทไ่ี ดจ้ ากการวิเคราะห์ข้อมูล คือ โปรแกรมพาวเวอร์ บไี อ (power BI) โปรแกรมพาวเวอร์ บีไอ เป็นเทคโนโลยีใช้วิเคราะห์ข้อมูลและรายงานผลโดยนาเสนอข้อมูลใน รูปแบบแดชบอรด์ (dashboard) เป็นการนาเสนอขอ้ มลู ด้วยภาพเขา้ ใจไดง้ ่ายข้ึน สาเหตุท่ีโปรแกรมนี้ ได้รับความนิยมสูงในยุคดิจิทัล เป็นเพราะว่าโปรแกรมน้ีมีรุ่นท่ีใช้งานได้ไม่เสียค่าใช้จ่าย สามารถ ทดลองใช้งานได้ก่อนแล้วจึงค่อยปรับมาใช้งานรุ่นระดับเช่ียวชาญ โปรแกรมน้ีสามารถดึงข้อมูลจาก แหล่งสื่อสังคมออนไลน์ กูเก้ิล เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม ยูทูบ ต๊ิกต๊อก แล้วนาข้อมูลเหล่าน้ีมา สรุปเพื่อนาเสนอรายงาน สาหรับเว็บไซต์ดาว น์โ หลดโปรแกรม สามารถเข้าได้จาก https://www.microsoft.com/th-th/download/confirmation.aspx?id=58494 การใช้งานเบื้องต้น โปรแกรม Power BI ขั้นพื้นฐาน ผู้เรียนสามารถศึกษาได้จาก https://www.youtube.com/watch?v=fX4nYsaW4Ws หรือสแกน QR-Code ตัวอย่างแสดงดัง ภาพท่ี 9.61 ภาพที่ 9.61 การใชง้ านเบื้องตน้ โปรแกรม Power BI ข้ันพืน้ ฐาน ทีม่ า (DEV บ้านนอก, 2563)

277 กล่าวโดยสรุป โปรแกรมนาเสนอข้อมูลมีหลายโปรแกรมที่เราสามารถเลือกใช้งาน มีท้ังแบบ ติดต้ังบนเคร่ืองคอมพิวเตอร์และแบบบริการบนเว็บไซต์ ทั้งน้ี การเลือกใช้งานต้องคานึงถึงความ เหมาะสมกับงานเป็นหลัก เช่น โปรแกรมพาวเวอร์ บีไอ จะมีความเหมาะสมกับการรายงานผลข้อมูล เชิงปรมิ าณทอี่ อกมาในรูปแบบแดชบอร์ด และโปรแกรมแคนวาที่เป็นโปรแกรมสาเร็จรูปบนเว็บไซต์ท่ี สามารถประยุกต์ใช้นาเสนองานที่ต้องการออกแบบกราฟิกส์ เป็นต้น และส่ิงสาคัญอีกประการของ การนาเสนอข้อมูลควรประยุกต์ใช้เทคนิคของการนาเสนอข้อมูลมาประกอบกับการเลือกใช้โปรแกรม ก็จะยง่ิ สง่ ผลให้งานนาเสนอนัน้ เปน็ ที่น่าสนใจ และสร้างความเขา้ ใจไดง้ า่ ยกบั ผเู้ ขา้ ร่วมรบั ฟัง

278 สรปุ ทา้ ยบท โปรแกรมประยุกต์สาหรับการจัดการงานด้านการนาเสนอข้อมูล โปรแกรมในชุดสานักงานท่ี เหมาะสมและนิยมใช้งานเพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพในการทางาน คือ โปรแกรมไมโครซอฟต์ พาวเวอร์ พอยท์ ซึ่งโปรแกรมดังกล่าวได้ถูกพัฒนาให้มีความสามารถเฉพาะด้านในเรื่องการนาเสนอข้อมูล นิยม ใช้ในการประชุม สัมมนา สอ่ื การสอน เนื่องจากโปรแกรมดังกล่าวมีความสามารถนาเสนอข้อมูลได้ท้ัง ข้อความ ภาพ เสียง และภาพเคล่ือนไหว มาจัดร้อยเรียงเป็นเร่ืองราวและจัดลาดับให้การนาเสนอ ออกมาด้วยการเคล่อื นไหวท่ีชวนตดิ ตาม และสร้างความเรา้ ใจตอ่ ผชู้ ม การใช้โปรแกรม ไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์ นั้น ถ้าผู้ใช้งานสามารถใช้งานเครื่องมือพื้นฐาน ได้อย่างคล่องก็จะสามารถเพ่ิมประสิทธิภาพการทางานให้กับธุรกิจของตนเองได้ ผู้เรียนต้องทาความ เข้าใจในเคร่ืองมือพื้นฐาน ปัจจุบัน ไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์มีเครื่องรูปแบบใหม่ท่ีอานวยความ สะดวกสบายให้แก่ผู้นาเสนอ โดยผู้นาเสนอไม่ต้องน่ังในห้องประชุมและผู้เข้าร่วมก็ไม่ต้องนั่งในห้อง ประชุมเช่นเดียวกัน ท้ังผู้นาเสนอและผู้เข้าฟังไม่จาเป็นต้องอยู่สถานท่ีเดียวกันก็สามารถเห็นสไลด์ได้ ขอเพียงแค่มีอินเตอร์เน็ตและเคร่ืองคอมพิวเตอร์เท่านั้น ซ่ึงการนาเสนอท่ีว่านี้ คือ การนาเสนอแบบ ออนไลน์ PowerPoint รุ่นใหม่ มีเครื่องมือที่ช่วยให้งานนาเสนอของเราสามารถนาแสดงขึ้นบนเว็บ บราวเซอร์ ผนู้ าเสนอและผู้เข้าร่วมน้ันสามารถเห็นการนาเสนอแบบออนไลน์ได้พร้อมกันโดยผ่านเว็บ บราวเซอร์ หลงั จากทไ่ี ดผ้ ลิตงานนาเสนอเสร็จส้ินแล้ว สิ่งสาคัญประการหน่ึง คือ การส่ังพิมพ์เอกสารออก ทางเคร่ืองพิมพ์ ซึ่งอาจต้องพิมพ์ออกมาเพื่อแจกจ่ายให้กับผู้เข้ารับฟังการนาเสนอ นอกจากทักษะ พ้ืนฐานท่ีจาเป็นการใช้โปรแกรมประยุกต์แล้ว เทคนิคการสร้างส่ือนาเสนอ สิ่งที่ควรคานึงถึง ได้แก่ การวางโครงสรา้ งของสไลด์ การเลือกใช้ขนาดและแบบตัวอักษรอย่างเหมาะสม การใช้สีตัวอักษรเพื่อ เน้นความแตกต่าง งานกราฟิกส์ การสะกด การันต์และไวยากรณ์ พิสูจน์อักษรในสไลด์ และการ ซักถาม ปดิ การนาเสนอดว้ ยการเปดิ โอกาสใหผ้ ูฟ้ ังซกั ถาม อยา่ งไรกต็ าม โปรแกรมการนาเสนอข้อมลู ท่ีนอกเหนือจากไมโครซอฟต์ พาวเวอร์พอยท์ ยังมีอีก จานวนมากที่สามารถใช้ทดแทนกันได้ แต่ท้ังนี้ย่อมข้ึนอยู่กับลักษณะข้อมูลน้ันว่ามีความเหมาะสม หรอื ไม่กบั โปรแกรมท่จี ะเลือกใช้ เช่น โปรแกรมพาวเวอร์ บีไอ จะมีความเหมาะสมกับการรายงานผล ข้อมูลเชิงปริมาณท่ีออกมาในรูปแบบแดชบอร์ด และโปรแกรมแคนวาท่ีเป็นโปรแกรมสาเร็จรูปบน เวบ็ ไซต์ท่ีสามารถประยกุ ต์ใช้นาเสนองานทตี่ อ้ งการออกแบบกราฟกิ ส์ เป็นตน้


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook