169 หลักสตู รตา้ นทุจรติ ศึกษา เร่ือง การพิทกั ษท์ รัพยากรธรรมชาติ น้าและนา้ บาดาล ส้าหรบั กลุ่มทหาร ต้ารวจ และองคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่น 1. ความเปน็ มาของหลกั สตู ร น้ำเป็นทรัพยำกรธรรมชำติท่ีมีควำมส้ำคัญต่อมนุษย์และส่ิงมีชีวติ ในโลก ท้ังใช้ในกำรอุปโภคบริโภคใน ชีวิตประจ้ำวัน รวมท้ังใช้เพื่อกำรพำณิชย์และกำรอุตสำหกรรมอีกด้วย ดังน้ัน กำรรักษำดูแลรวมถึงกำรสร้ำง จติ สำ้ นึกให้สงั คมมีควำมตระหนักถึงคณุ ค่ำของน้ำจงึ เปน็ เร่ืองที่จ้ำเปน็ ประเทศไทยนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ประชำชนนิยมปลูกบ้ำนอยู่ริมฝ่ังแม่น้ำ ประชำชนบำงรำย ได้มีกำรต่อแพไม้และปลูกเรือนอยู่บนแพไม้เพื่อใช้เป็นท่ีอยู่อำศัยริมล้ำคลอง ท้ังนี้ เพื่อควำมสะดวกจำกกำรใช้น้ำ ในกำรคมนำคมทำงน้ำ กำรท้ำเกษตรกรรม กำรค้ำขำย และบรรยำกำศริมฝง่ั น้ำยังก่อให้เกิดควำมเย็นสบำยแก่ ผู้ท่ีพักอำศัยอยู่ริมฝั่งน้ำ จนกลำยเป็นวิถีชีวิตของคนไทยที่อยู่อำศัยร่วมกับสำยน้ำมำโดยตลอด ต่อมำเมื่อ ประเทศได้มีกำรพัฒนำมำกขึน้ โดยเปลย่ี นจำกสงั คมเกษตรกรรมมำเป็นสังคมอุตสำหกรรมท้ำให้ควำมต้องกำร ใช้พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำจึงมีสูงขึ้น จึงก่อให้เกิดกำรรุกล้ำล้ำน้ำโดยมีกำรปลูกสร้ำงสิ่งล่วงล้ำล้ำน้ำ หรือกำรใช้ประโยชน์ จำกทรัพยำกรจำกแหล่งน้ำมำกย่ิงขน้ึ ในพื้นที่อื่น ๆ ท่ีมิได้อยู่ติดแม่น้ำล้ำคลอง ประชำชนนิยมสูบน้ำบำดำลข้ึนมำใช้เพื่อกำรอุปโภคบริโภค บำงแห่งใช้น้ำบำดำลเพ่ือกำรเกษตรกรรมและอุตสำหกรรม บำงพื้นท่ีมีกำรขุดเจำะแหล่งน้ำบำดำลจำ้ นวนมำก จนก่อให้เกิดปัญหำดินทรุด หรือบำงพื้นที่ได้มีกำรขุดหน้ำดินไปขำยจนพ้ืนที่ดังกล่ำวกลำยเป็นบ่อขนำดใหญ่ จำกนั้นได้มีกำรน้ำขยะมำฝังกลบในบ่อ สง่ ผลให้สำรเคมจี ำกขยะปนเป้ือนลงสนู่ ้ำบำดำล หรอื ไหลซมึ ลงสู่แม่น้ำ ลำ้ คลอง คณะกรรมกำร ป.ป.ช. เคยได้รบั เรอ่ื งกล่ำวหำร้องเรยี นเกี่ยวกบั กำรกำรใชป้ ระโยน์จำกทรัพยำกรน้ำใน ลักษณะละเมิด ไม่ว่ำจะเป็นกำรปลูกส่ิงก่อสร้ำงล่วงล้ำล้ำน้ำ กำรท้ิงส่ิงปฏิกูลลงแหล่งน้ำ หรือกรณีอ่ืน ๆ ที่ส่งผลให้เกิดควำมเสียหำยต่อทรัพยำกรน้ำ โดยมีเจ้ำหน้ำที่ของรัฐกระท้ำควำมผิดฐำนทุจริตต่อหน้ำที่ หรือ กระท้ำควำมผิดต่อต้ำแหน่งหน้ำที่รำชกำร โดยกำรละเลย เพิกเฉย หรือเอื้อประโยชน์ให้แก่เอกชนบำงรำย ซึง่ ไดส้ ่งผลกระทบรำ้ ยแรงต่อควำมม่ันคงทำงสงั คม เศรษฐกจิ และสงิ่ แวดล้อมของประเทศเปน็ อย่ำงมำก ดังนั้น กำรพิทักษ์ทรัพยำกรธรรมชำติ “น้ำและน้ำบำดำล” โดยเฉพำะอย่ำงย่ิง กำรป้องกันกำรทุจริต ท่ีเก่ียวข้องกับประเด็นดังกล่ำว เป็นสิ่งที่คณะกรรมกำร ป.ป.ช. ให้ควำมส้ำคัญ จึงได้สร้ำงหลักสูตรกำรเรียนรู้ ด้ำนกำรป้องกันกำรทุจริต หรือ หลักสูตรต้ำนทุจริตศึกษำ เร่ือง กำรพิทักษ์ทรัพยำกรธรรมชำติ น้ำและน้ำบำดำล ท่ีมีเน้ือหำสอดคล้องและมีประเด็นท่ีเกี่ยวข้องกับสถำนกำรณ์ปัจจุบัน คือ กำรใช้ทรัพยำกรน้ำในลักษณะท่ีเปน็ กำรละเมิด (Abuse) ต่อผลประโยชน์สำธำรณะ เพ่ือให้ผู้เรียนทุกระดับช้ันได้มีควำมตระหนักรู้และร่วมพิทักษ์ ทรัพยำกรน้ำและน้ำบำดำลตำมบทบำทหน้ำท่ีของตน โดยประยุกต์ใช้ STRONG Model ในกำรเรียนกำรสอน ตลอดหลักสูตร โดยเจ้ำพนักงำนของรัฐในกลุ่มทหำร ต้ำรวจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน เป็นผู้ท่ีมี ควำมส้ำคัญและจ้ำเป็นอย่ำงย่ิงท่ีจะต้องเรียนรู้คุณค่ำและควำมส้ำคัญของทรัพยำกรน้ำและน้ำบำดำล เพื่อให้ เกิดควำมรู้สึกหวงแหน และมีส่วนรวมในกำรปกป้องรักษำทรัพยำกรน้ำ ร่วมถึงมีส่วนร่วมในกำรเฝ้ำระวังไม่ให้ เกดิ กำรใช้ทรัพยำกรน้ำไปในทำงทผ่ี ดิ หรอื กำรแสวงหำประโยชน์จำกกำรใช้ทรัพยำกรน้ำเพ่ือประโยชน์ส่วนตน ในชมุ ชน สงั คมใกลต้ ัว
170 2. วัตถปุ ระสงคข์ องหลักสูตร 2.1 เพ่อื ให้มีควำมรู้ควำมเข้ำใจกำรขัดกนั ของผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชนส์ ่วนรวมเกี่ยวกับ กำรใชท้ รัพยำกรน้ำและนำ้ บำดำลในชีวิตจริง 2.2 เพอ่ื ให้มีควำมรู้ควำมเข้ำใจผลประโยชนท์ ับซอ้ น และผลกระทบจำกกำรละเวน้ กำรปฏบิ ัติหน้ำท่ี เกยี่ วกับกำรใช้ทรัพยำกรน้ำและนำ้ บำดำล 2.3 เพอ่ื ใหร้ ูเ้ ท่ำทนั กำรละเมิด หรอื กำรกระทำ้ ควำมผิดเกี่ยวกับกำรใช้ทรัพยำกรนำ้ และนำ้ บำดำลใน ชีวิตจริง 2.4 เพื่อใหม้ คี วำมรู้ควำมเข้ำใจและทักษะในกำรวเิ ครำะห์คุณภำพนำ้ และนำ้ ผลกำรวเิ ครำะห์ไปใช้ ประโยชนต์ ่ออำชีพได้ 2.5 เพอ่ื ใหม้ ีเจตคตหิ วงแหนทรพั ยำกรน้ำและน้ำบำดำล โดยกำรแสดงออกถึงกำรมสี ว่ นร่วมในกำร เฝ้ำระวัง แจ้งเบำะแส กำรกระทำ้ ควำมผดิ เกยี่ วกบั กำรใชท้ รพั ยำกรนำ้ และน้ำบำดำล 2.6 เพ่ือใหส้ ำมำรถรว่ มตรวจสอบและแกไ้ ขกำรละเมดิ ทรพั ยำกรนำ้ และน้ำบำดำลได้อยำ่ งมี ประสิทธภิ ำพ 3. โครงสร้างเนอื หาสาระ ระยะเวลา (ช่วั โมง) ล้าดบั เนอื หาสาระ 3 1 การขัดกนั ระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์ส่วนรวม 3 - STRONG Model - กรอบแนวคิดกำรขัดกนั ระหว่ำงประโยชนส์ ่วนตนกับประโยชนส์ ่วนรวม 6 2 ความเส่ียงและการทุจริตด้านทรัพยากรน้าและนา้ บาดาล 12 - STRONG Model - กรณีศึกษำควำมเสยี่ งและกำรทจุ ริตด้ำนทรัพยำกรน้ำและนำ้ บำดำล - กฎหมำยและกำรขออนุญำต - กำรสอ่ื สำรต่อสงั คมชุมชน - กำรมสี ว่ นรว่ มในกำรตรวจสอบ - ผลจำกกำรละเว้น 3 ผูพ้ ิทกั ษ์สายนา้ - STRONG Model - ปลูกฝงั ควำมรู้สกึ เป็นเจ้ำของ - กำรเฝ้ำระวัง แจง้ เบำะแส - ผลจำกกำรละเว้น - แนวทำงกำรประสำนและดำ้ เนินกำรตำมหนำ้ ทอี่ ้ำนำจ รวม
171 โมเดล STRONG เป็นกำรนำ้ ตัวอกั ษรแรกของศัพทภ์ ำษำองั กฤษที่มีควำมหมำยเชิงบวก จ้ำนวน 6 คำ้ มำประกอบเป็นค้ำศัพท์สื่อควำมหมำยถึง “ควำมแข็งแกร่ง” ของบุคคลและองค์กรในกำรต่อต้ำนกำรทุจริต โดยมีควำมมุ่งหวังให้ชุมชนเกิดจิตพอเพียงต้ำนทุจริต ร่วมกันพัฒนำชุมชนให้ก้ำวไปข้ำงหน้ำด้วยกำรประยุกต์ และบูรณำกำรหลักปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงเข้ำกับควำมโปร่งใส กำรแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนและ ผลประโยชน์ส่วนรวม กำรตระหนักรู้และใส่ใจปัญหำกำรทุจริต และร่วมกันพัฒนำชุมชนให้มีควำมเอื้ออำทร บนพ้ืนฐำนของจริยธรรมและจิตพอเพียง ตลอดจนเกิดเครือข่ำยชุมชนจิตพอเพียงต้ำนทุจริตและเป็นแกนน้ำ สร้ำงวัฒนธรรมไม่ทนต่อกำรทุจริต ซึ่งโมเดล STRONG ได้มีกำรสร้ำงและพัฒนำโดยรองศำสตรำจำรย์ ดร. มำณี ไชยธรี ำนุวฒั ศิริ ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2560 – 2562 แสดงไดด้ ังแผนภำพ ดังน้ี *แผนภาพที่ 1 โมเดล STRONG – จิตพอเพียงตา้ นทจุ ริต ปี พ.ศ. 2562 จำกแผนภำพข้ำงตน้ สำมำรถอธบิ ำยนิยำมเชงิ ปฏบิ ัติกำรได้ดังน้ี (1) พอเพยี ง (Sufficient : S) คำ้ นิยำมปี พ.ศ. 2562 ควำมพอเพียงของปัจเจกบุคคล ย่อมท่ีระดับท่ีแตกต่ำงกันตำมวิธีคิด สภำพควำมพร้อมและ ควำมสำมำรถ รวมทั้งตำมสถำนภำพทำงเศรษฐกจิ และสงั คมของบุคคลและครอบครัว กลไกหลัก คือ ปรับวิธีคิดท่ีแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวมได้อย่ำงถูกต้อง ชัดเจน และเป็นอัตโนมัติจะน้ำไปสู่จิตส้ำนึกท่ีพอเพียง ไม่กอบโกยผลประโยชน์โดยมิชอบ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่เบียด บงั รฐั ไมร่ ับอำมสิ สินบนโดยมิต้องจ้ำกดั ขอบเขตของกำรประกอบอำชีพที่สุจริต สำมำรถหำทรพั ยส์ นิ เงนิ ทองได้ ตำมควำมสำมำรถ ทั้งน้ี โดยไมเ่ ดอื ดร้อนตนเองและผู้อ่ืน
172 (2) โปรง่ ใส (Transparent : T) ค้ำนยิ ำมปี พ.ศ. 2562 ควำมโปร่งใส ทำ้ ให้เห็นภำพหรอื ปรำกฏกำรณ์ชดั เจน กลไกหลัก คือ สร้ำงควำมรคู้ วำมเขำ้ ใจ และวธิ สี งั เกตเกย่ี วกบั ควำมโปร่งใสของโครงกำรต่ำง ๆ (3) ตื่นรู้ (Realize : R) ค้ำนยิ ำมปี พ.ศ. 2562 เมอื่ บคุ คลร้พู ษิ ภัยของกำรทุจริต และไมท่ นท่ีจะเห็นกำรทจุ ริตเกิดข้ึน กลไกหลัก กำรเรียนรู้สถำนกำรณ์กำรทุจริตในพ้ืนที่ ในชุมชน หรือในกรณีที่ปรำกฏกำรทุจริต ขึ้น หรอื กรณีศกึ ษำท่ีเกิดขึ้นมำแล้วและมีค้ำพพิ ำกษำถงึ ท่สี ุดแล้ว (4) ม่งุ ไปขา้ งหน้า (Onward : O) ค้ำนิยำมปี พ.ศ. 2562 กำรไม่มีกำรทุจริตของภำครฐั จะท้ำให้เงินภำษถี กู น้ำไปใชใ้ นกำรพัฒนำอย่ำงเต็มที่ กลไกหลัก คือ กำรปอ้ งกันและกำรป้องปรำม ด้วยกระบวนกำรมีส่วนร่วมในกำรเฝำ้ ระวงั พื้นท่ีที่ มีควำมเสยี่ ง ในกำรทุจริต เชน่ กำรบุกรุกพืน้ ทส่ี ำธำรณะ หรอื เฝำ้ ระวังโครงกำรใหด้ ้ำเนนิ กำรด้วยควำมโปร่งใส (5) ความรู้ (Knowledge : N) ค้ำนยิ ำมปี พ.ศ. 2562 ควำมรดู้ ้ำนต่ำง ๆ มคี วำมจำ้ เป็นตอ่ กำรปอ้ งกนั และป้องปรำมกำรทุจริต กลไกหลัก คือ กำรให้ควำมรู้ในรูปแบบกำรฝกึ อบรม หรอื ให้สอื่ เรยี นรอู้ ย่ำงตอ่ เน่อื ง เช่น (1) ควำมรู้เก่ียวกับรูปแบบกำรทุจริตแบบต่ำง ๆ ท้ังแบบสมัยอดีต แบบปัจจุบัน และแบบที่ อำจจะเกิดข้ึนในอนำคต (2) ควำมร้เู กย่ี วกับกำรทจุ รติ ในตำ่ งประเทศ (3) วิธีกำรป้องกนั - ป้องปรำมแบบตำ่ ง ๆ (4) ควำมรเู้ ก่ียวกำรเฝำ้ ระวัง (5) ควำมรูเ้ กี่ยวกับกฎหมำยท่เี ก่ยี วข้อง (6) เอืออาทร (Generosity : G) คำ้ นิยำมปี พ.ศ. 2562 กำรพัฒนำสงั คมไทยใหม้ ีนำ้ ใจ โอบอ้อมอำรี เอือ้ เฟอื้ เผื่อแผ่ โดยไมม่ ีผลประโยชนต์ อบแทนหรือ หวงั ผลตอบแทน ในฐำนะเพ่อื นมนุษย์ กลไกหลัก กิจกรรมจติ อำสำ ชว่ ยเหลอื บคุ คล ชมุ ชน/สังคมในยำมวิกฤติ หรือกำรร่วมมือในกำร รว่ มพัฒนำชุมชน จำกนิยำมข้ำงต้น STRONG: จิตพอเพียงต้ำนทุจริต จึงหมำยถึง ผู้ท่ีมีควำมพอเพียง ไม่เบียดเบียน ตนเองและผู้อ่ืน (S) มุ่งอนำคตท่ีเจริญทั้งตนเองและส่วนรวม (O) โดยใช้หลักควำมโปร่งใสตรวจสอบได้ (T) พ้ืนฐำนจิตใจมีมนุษยธรรมเอ้อื อำทร ช่วยเหลอื เพื่อนมนษุ ยโ์ ดยไมเ่ ห็นแกป่ ระโยชน์ตำ่ งตอบแทน (G) ให้ ควำมส้ำคัญต่อกำรเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อกำรด้ำรงชีวิตในทำงท่ีชอบ (N) แต่ตื่นรู้เรื่องภัยทุจริตที่ร้ำยแรงส่งผล ต่อสังคม รงั เกียจกำรทุจริตประพฤตมิ ชิ อบทั้งปวง ไม่ยอมทนต่อกำรทุจรติ ทุกรูปแบบ (R)
173 นอกจำกน้ี ในปี พ.ศ. 2562 ได้มีกำรพัฒนำโมเดล STRONG โดยเพ่ิมในเร่ืองของกำรมีส่วนร่วม (Participation) อันเป็นกลไกส้ำคัญในกำรเช่ือมโยงและขับเคล่ือนหลักกำรของโมเดล STRONG ไปสู่กำร ป้องกันกำรทุจริตได้เป็นรูปธรรมอย่ำงมีประสิทธภิ ำพ ซึ่งกำรเผยแพร่หลักกำรของโมเดล STRONG สู่ชุมชนจะ ด้ำเนินกำรโดยส้ำนักงำน ป.ป.ช. ประจ้ำจังหวัด และมีกำรคัดเลือกผู้แทน/ผู้น้ำชุมชนในจังหวัดท่ีมีเครือข่ำยมี ควำมสำมำรถและทักษะในกำรถ่ำยทอดองค์ควำมรู้มำอบรมให้มีควำมรู้ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับโมเดล STRONG กำรน้ำไปประยุกต์ใช้ในกำรกำรต่อต้ำนกำรทุจริต เช่น กำรคิดแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ ส่วนรวม ควำมไม่ทนและควำมอำยต่อกำรทุจริต หลักกำรจิตพอเพียงด้วยวิธีกำรที่เหมำะสม เป็นต้น เพื่อให้ ผู้ได้รับกำรคัดเลือกเป็นโค้ช (coach) ถ่ำยทอดควำมรู้เก่ียวกับหลักกำรของโมเดล STRONG และกำรต่อต้ำน กำรทุจริตให้แก่ผทู้ ่ีอำศัยอยู่ในชุมชน รวมถึงยังมีกำรจดั ต้ังชมรม STRONG เพื่อให้ทุกภำคส่วนมีควำมตระหนกั รเู้ ลง็ เห็นถึงควำมสำ้ คญั ของปญั หำกำรทจุ ริตและมสี ว่ นรว่ มในกำรเฝ้ำระวังและแจง้ เบำะแสกำรทุจรติ
174
17 4. หน่วยการเรยี นรู้ หนว่ ยที่ ชื่อหนว่ ย เวลา จดุ ประสงค์การเรียนรู้ เนือหาสาระ (ช่วั โมง) ทรพั ยากรน้าและน้า บาดาล ก ผ 1 การขัดกันระหวา่ ง 3 - เพือ่ ใหม้ คี วำมรูค้ วำมเข้ำใจ นา้ ผวิ ดิน ST ผลประโยชน์สว่ นตน และผลประโยชน์ กำรขดั กันของผลประโยชน์ - วัฏจักรของน้ำ Mo สว่ นรวม สว่ นตนและผลประโยชน์ - ประเภทของ S ส่วนรวมเก่ยี วกับกำรใช้ แหลง่ น้ำ ควำ ทรพั ยำกรน้ำและน้ำบำดำล - คุณคำ่ และกำรใช้ ควำ ในชีวติ จรงิ ประโยชน์ เชน่ ต่อก - เพอ่ื ใหม้ ีควำมรู้ กำรอปุ โภคบรโิ ภค ทรัพ ควำมเขำ้ ใจผลประโยชน์ กำรอตุ สำหกรรม R ทบั ซอ้ น และผลกระทบ กำรเกษตร จำกกำรละเว้นกำรปฏบิ ตั ิ กำรชลประทำน ในก หน้ำท่เี กี่ยวกับกำรใช้ กำรคมนำคม ประ ทรัพยำกรน้ำและนำ้ บำดำล และกำรท่องเที่ยว สำธ - องค์ประกอบ ส่งิ ป แห ปรมิ ำณ และคณุ ภำพ สง่ิ ก - ควำมแตกต่ำง กระ ระหว่ำงภมู ภิ ำค/ ที่เป ภูมศิ ำสตร์ ลำ้ น นา้ บาดาล N - กำ้ เนดิ น้ำบำดำล กำร - ประเภทแหลง่ นำ้ น้ำ/ บำดำล (ชน้ั ทรำย หนิ บำ้ บ แข็ง หนิ ปนู ) ครัว เกยี่
75 ะ วิธีการจดั การเรยี นรู้ สื่อการเรยี นรู้ แหล่งเรียนรู้ การประเมนิ ผล การทุจรติ / - กำรบรรยำย - เอกสำร - เอกสำรและ - รำยงำนกำรศึกษำ การขัดกนั แหง่ - กำรอภปิ รำยกลมุ่ - กำรต์ นู ขอ้ มูลจำกเวบ็ ไซต์ สว่ นบุคคล/กลมุ่ ผลประโยชน์ - กำรศกึ ษำดูงำน - คลปิ วีดิโอทงั้ สำ้ นักส่งเสรมิ และ แหลง่ นำ้ ผวิ ดินและ ออนไลน์และ บูรณำกำรกำรมี TRONG น้ำบำดำลในพ้นื ที่ ออฟไลน์ ส่วนร่วมต้ำนทุจรติ odel - กิจกรรมสำ้ รวจ - อินโฟ ส้ำนกั งำน ป.ป.ช. S และ G : สถำนกำรณ์น้ำใน กรำฟฟิก ( STRONG ำมพอเพยี งและ ประเทศไทย (ตำม Model) ำมเอ้ืออำทร ประเด็น Hot Issue) - เอกสำรและ กันในกำรใช้ ขอ้ มลู จำกเว็บไซต์ พยำกรน้ำ สำ้ นกั กำรขดั กนั R : ควำมต่ืนรู้ แห่งผลประโยชน์ กำรรกั ษำ สำ้ นักงำน ป.ป.ช. ะโยชน์ - เอกสำรและ ธำรณะ ไมท่ ้ิง ขอ้ มลู จำกเว็บไซต์ ปฏิกลู ลงใน ส้ำนักงำน หลง่ น้ำ ไมส่ ร้ำง ทรัพยำกรน้ำ ก่อสรำ้ งหรอื แหง่ ชำติ (สนทช.) ะทำ้ กำรใด ๆ - เอกสำรและ ป็นกำรล่วงลำ้ ขอ้ มูลจำกเวบ็ ไซต์ น้ำ กรมทรพั ยำกรนำ้ N : ควำมรใู้ น - เอกสำรและ รใช้ทรพั ยำกร ข้อมลู จำกเวบ็ ไซต์ /ควำมรู้ในกำร บัดน้ำเสียจำก วเรือน/ควำมรู้ ยวกับกำรขอ
17 - องค์ประกอบ อน ปริมำณ และคณุ ภำพ น้ำบ - ควำมแตกตำ่ ง และ ระหวำ่ งภมู ภิ ำค/ ส่ือส ภมู ิศำสตร์ -ค - พระรำชบญั ญตั ิ โอก ทรัพยำกรน้ำ พ.ศ. กำร 2561 พัฒ - กฎหมำยเกี่ยวกับ ประ กำรควบคุมคณุ ภำพ ทรพั ทรัพยำกรน้ำ นำ้ บ - กฎหมำยเกีย่ วกบั กำร กำรควบคมุ คณุ ภำพ และ สง่ิ แวดล้อม หรอื ล้ำน การ ผล สว่ น ผล ส่วน -น และ -ก กำร ประ กับ สว่ น
76 กรมทรัพยำกร น้ำบำดำล นญุ ำตขดุ เจำะ - เอกสำรและ บำดำล/ควำมรู้ ขอ้ มลู จำกเว็บไซต์ ะทักษะในกำร กรมชลประทำน สำรกบั คนในชมุ ชน - ห้องสมดุ โรงเรียน ควำมเสย่ี งและ - พิพธิ ภณั ฑ์ใน กำสท่ีจะเกดิ ชุมชน/ท้องถนิ่ รทจุ รติ จำกกำร - ผนู้ ้ำชมุ ชนหรือ ฒนำหรือกำรใช้ ปรำชญ์ชมุ ชน ะโยชน์ดำ้ น พยำกรน้ำและ บำลดำล เชน่ รอนมุ ัติ อนญุ ำต ะกำรละเมดิ อกำรบกุ รุก น้ำสำธำรณะ รขัดกันของ ลประโยชน์ นตัวและ ลประโยชน์ นรวม นยิ ำม ควำมหมำย ะประเภท กรอบแนวคดิ รขัดกันระหว่ำง ะโยชนส์ ว่ นตน บประโยชน์ นรวม
17 2 ความเสยี่ งและการ 3 - เพ่ือให้รูเ้ ท่ำทนั กำร การพัฒนาและ - S ทุจรติ ด้านทรัพยากร น้าและน้าบาดาล ละเมิด หรือกำรกระทำ้ การใช้ประโยชน์ Mo ควำมผิดเกย่ี วกับกำรใช้ น้าผวิ ดิน -ก ทรัพยำกรน้ำและน้ำบำดำล - กำรขดุ ลอกแหล่งนำ้ ผล ในชีวิตจรงิ กำรขุดบ่อ กำรขดุ สระ สว่ - เพอ่ื ใหม้ คี วำมรูค้ วำม - กำรสบู น้ำจำกแหล่ง ผล เข้ำใจและทักษะในกำร น้ำสำธำรณะเพ่อื ทำ้ สว่ วิเครำะหค์ ณุ ภำพน้ำ และ กำรเกษตร -ก น้ำผลกำรวิเครำะหไ์ ปใช้ - กำรคมนำคมทำงน้ำ เส่ยี ประโยชน์ต่ออำชพี ได้ (คลอง แมน่ ้ำ และ จะ ทะเล) จำก - กำรประมง (คลอง หร แม่น้ำ และทะเล) ปร คุณภาพและการใช้ ทร ประโยชนน์ ้าและ น้ำ น้าบาดาลในชุมชน กำ - ผลของกำรพฒั นำ อน ทั้งในเชงิ บวกและ ละ เชิงลบ รุก - กำรใชป้ ระโยชน์น้ำ -ก และน้ำบำดำลใน ผล แต่ละภมู ิภำค การส่อื สาร - กำรส่ือสำรเพ่อื สรำ้ ง ควำมตระหนกั รแู้ ละ ปรบั พฤติกรรม
77 STRONG - กำรบรรยำย - เอกสำร - เอกสำรและ - แบบทดสอบหลงั ขอ้ มูลจำกเวบ็ ไซต์ เรยี นหรือหลงั ทำ้ odel - กำรอภปิ รำยกลุ่ม - คลปิ วีดิโอท้งั สำ้ นักสง่ เสรมิ และ กิจกรรม บูรณำกำรกำรมี - กำรสงั เกตกำร กำรขัดกนั ของ - กำรศกึ ษำดูงำนหรือ ออนไลนแ์ ละ สว่ นรว่ มตำ้ นทจุ รติ ปฏบิ ตั ิงำนกลมุ่ / สำ้ นักงำน ป.ป.ช. กำรอภปิ รำย ลประโยชน์ กำรทำ้ กจิ กรรมส้ำรวจ ออฟไลน์ ( STRONG Model) - กำรสังเกต - เอกสำรและ พฤติกรรม วนตวั และ แหล่งน้ำในชุมชนหรอื - อนิ โฟ ขอ้ มลู จำกเว็บไซต์ - กำรประเมนิ ผลงำน สำ้ นกั กำรขัดกัน และตรวจผลงำน ลประโยชน์ ท้องถ่ิน เช่น แมน่ ้ำ กรำฟฟิก แหง่ ผลประโยชน์ (ส่วนบุคคล/กลมุ่ ) สำ้ นกั งำน ป.ป.ช. - เกณฑ์กำรให้ วนรวม ล้ำคลอง อำ่ งเกบ็ น้ำ - เอกสำรและ คะแนน (Scoring ข้อมลู จำกเวบ็ ไซต์ Rubric) กรณีศกึ ษำควำม แหลง่ นำ้ ประปำชุมชน ส้ำนักงำน ทรัพยำกรน้ำ ยงและโอกำสท่ี ทำ่ เรอื แหลง่ ทำ้ กำร แห่งชำติ (สนทช.) - เอกสำรและ ะเกิดกำรทจุ รติ ประมงในชุมชนหรอื ข้อมลู จำกเวบ็ ไซต์ กรมทรพั ยำกรน้ำ กกำรพัฒนำ ท้องถนิ่ - เอกสำรและ ข้อมลู จำกเวบ็ ไซต์ รอื กำรใช้ กรมทรพยำกร นำ้ บำดำล ระโยชนด์ ำ้ น - เอกสำรและ ข้อมลู จำกเว็บไซต์ รพั ยำกรน้ำและ กรมชลประทำน ำบำลดำล เช่น ำรอนมุ ัติ นุญำต และกำร ะเมดิ หรือกำรบกุ กล้ำนำ้ สำธำรณะ กรณีศกึ ษำ : ลจำกกำรละเวน้
17
78 - เอกสำรและ ขอ้ มูลจำกเวบ็ ไซต์ กรมควบคุมมลพษิ - เอกสำรและ ขอ้ มลู จำกเว็บไซต์ กรมโรงงำน อตุ สำหกรรม - เอกสำรและ ข้อมลู จำกเว็บไซต์ กรมประมง - เอกสำรและ ข้อมลู จำกเวบ็ ไซต์ กรมเจำ้ ทำ่ - เอกสำรและ ขอ้ มลู จำกเว็บไซต์ ส้ำนักงำน ทรพั ยำกรธรรมชำติ และส่ิงแวดลอ้ ม จงั หวดั (ทสจ.) - หอ้ งสมุดโรงเรยี น - พพิ ิธภณั ฑ์ใน ชุมชน/ท้องถนิ่ - ผูน้ ้ำชมุ ชนหรอื ปรำชญ์ชมุ ชน - ชมรม Strong จติ พอเพยี งตำ้ น ทจุ รติ ประจำ้ จงั หวัด
17 3 ผู้พิทักษส์ ายน้า 6 - เพ่อื ใหม้ เี จตคติหวงแหน - ผลกระทบทเ่ี กดิ จำก ST ทรัพยำกรนำ้ และน้ำบำดำล กำรใชแ้ ละพฒั นำที่ไม่ Mo โดยกำรแสดงออกถึงกำรมี ถูกตอ้ ง -ก ส่วนร่วมในกำรเฝ้ำระวัง คว แจง้ เบำะแส กำรกระทำ้ เจ้ำ ควำมผดิ เกย่ี วกับกำรใช้ -ก ทรัพยำกรนำ้ และน้ำบำดำล เปน็ - เพื่อใหส้ ำมำรถร่วม Ro ตรวจสอบและแกไ้ ขกำร -ก ละเมดิ ทรัพยำกรน้ำและน้ำ สำ บำดำลได้อย่ำงมี -ก ประสิทธภิ ำพ แจ (ขน้ั -ผ จำก พัฒ
79 TRONG - บรรยำย - เอกสำร - เอกสำรและ - แบบทดสอบหลัง - ภำพยนตส์ ัน้ ข้อมลู จำกเวบ็ ไซต์ เรยี นหรอื หลังท้ำ odel - อภิปรำยกลมุ่ หรอื คลิปวดี โิ อ สำ้ นกั สง่ เสรมิ และ กจิ กรรม (ทง้ั ออนไลน์ บรู ณำกำรกำรมี - กำรสงั เกตกำร กำรปลุกฝัง และออฟไลน)์ สว่ นรว่ มตำ้ นทจุ ริต ปฏบิ ัตงิ ำนกลมุ่ / - สถำนกำรณ์ สำ้ นกั งำน ป.ป.ช. กำรอภิปรำย วำมรสู้ ึกเป็น ปญั หำ (STRONG Model) - กำรสงั เกต - อินโฟกรำฟฟกิ - เอกสำรและ พฤติกรรม ำของ ขอ้ มูลจำกเวบ็ ไซต์ - รำยงำนกำรศกึ ษำ ส้ำนักงำน สว่ นบคุ คล/กลมุ่ กำรปฏบิ ตั ติ น ทรพั ยำกรนำ้ แหง่ ชำติ (สนทช.) นแบบอย่ำง - เอกสำรและ ข้อมูลจำกเวบ็ ไซต์ ole Model กรมทรัพยำกรน้ำ - เอกสำรและ กำรร่วมกจิ กรรม ข้อมลู จำกเวบ็ ไซต์ กรมทรพยำกร ำธำรณประโยชน์ น้ำบำดำล - เอกสำรและ กำรเฝำ้ ระวงั ข้อมลู จำกเวบ็ ไซต์ กรมเจำ้ ท่ำ จ้งเบำะแส - เอกสำรและ ขอ้ มลู จำกเวบ็ ไซต์ นพื้นฐำน) ส้ำนกั งำน ทรัพยำกรธรรมชำติ ผลกระทบที่เกดิ กกำรใช้และ ฒนำท่ีไมถ่ ูกต้อง
18
80 และสงิ่ แวดล้อม จังหวัด (ทสจ.) - ห้องสมุดโรงเรียน - พิพิธภณั ฑ์ใน ชมุ ชน/ทอ้ งถ่ิน - ผู้นำ้ ชมุ ชนหรอื ปรำชญ์ชุมชน
181 5. แนวทางการจัดการเรียนร้แู ละประเมินผล กิจกรรมกำรจัดกำรเรียนรู้ท่ีเน้นกำรลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing) โดยใช้วิธีกำรศึกษำด้วย ตนเอง กรณีศึกษำ กำรบรรยำย กำรฝึกปฏิบัติรำยบุคคล กำรอภิปรำยกลุ่มย่อย กำรระดมสมอง และกำร น้ำเสนอผลงำน กำรจดั กำรเรียนรู้เชิงรกุ Active learning เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สำ้ คญั กำรจดั กำรเรยี นรู้ท่เี นน้ ควำมแตกต่ำง ระหว่ำงบุคคล สอดคล้องกับพัฒนำกำรทำงสมอง จัดกระบวนกำรเรียนรู้ที่หลำกหลำย กระบวนกำรเรียนรู้ท่ี จ้ำเป็นส้ำหรับกำรเตรียมเข้ำสู่โลกอนำคต เช่น เกม (Game based Learning) โครงงำน (Project based Learning) ปัญหำเป็นฐำน (Problem based Learning) ปรำกฎกำรเป็นฐำน (Phenomenon based Learning) สบื เสำะหำควำมรู้ (Inquiry based Learning) กำรวัดและประเมินผล เนน้ กำรประเมนิ เพ่ือพฒั นำ กำรประเมนิ ตำมสภำพจรงิ เคร่ืองมือประเมินและกลยุทธ์ทำงกำรประเมิน ที่ส่งผลต่อกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้และกำรเรียนรู้ที่ จะช่วยให้เกิดกำรสร้ำงบรรยำกำศในกำรเรียนรู้ให้กับผู้เข้ำรับกำรอบรมได้อย่ำงมีประสิทธิผล อันได้แก่ 1) เกณฑ์ กำรประเมิน (Rubric) 2) กำรประเมินกำรปฏิบัติงำน (Performance based Assessments: PBAs) 3) กำร ประเมินจำกแฟม้ สะสมผลงำน (Portfolios Assessment) 4) กำรประเมินตนเอง (Student self-assessment) 5) กำร ประเมินเพื่อนประเมินเพื่อน (Peer-Assessment) 6) กำรให้ข้อมูลป้อนกลับแก่ผู้เข้ำรับกำรอบรม (Student Response) 6. แนวทางการนา้ หลกั สูตรไปใช้ (1) ทหำร - หลักสตู รตำมแนวทำงกำรรับรำชกำรและหลกั สูตรเพ่ิมพูนควำมรู้ (2) ต้ำรวจ - หลักสตู รฝึกอบรมท่เี ลอ่ื นต้ำแหนง่ สูงขึ้นและหลักสตู รฝึกอบรมอ่นื ๆ (3) บคุ ลำกรองค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน - หลกั สตู รฝึกอบรมท่ีเล่ือนต้ำแหนง่ สงู ขนึ้ และหลกั สตู ร ฝกึ อบรมอืน่ ๆ
182 หลกั สูตรต้านทุจริตศกึ ษา เรอื่ ง การพิทกั ษท์ รพั ยากรธรรมชาติ นา้ และน้าบาดาล สา้ หรบั กลุ่มวิทยากร ป.ป.ช. บุคลากรภาครัฐ และรัฐวสิ าหกจิ 1. ความเป็นมาของหลกั สูตร น้ำเป็นทรัพยำกรธรรมชำติที่มีควำมส้ำคัญต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตในโลก ทั้งใช้ในกำรอุปโภคบริโภค ในชวี ิตประจ้ำวัน รวมทง้ั ใช้เพ่ือกำรพำณิชย์และกำรอุตสำหกรรมอีกด้วย ดังนนั้ กำรรักษำดูแลรวมถึงกำรสร้ำง จติ ส้ำนึกใหส้ งั คมมีควำมตระหนักถงึ คุณคำ่ ของน้ำจงึ เป็นเร่อื งทีจ่ ้ำเป็น ประเทศไทยนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ประชำชนนิยมปลูกบ้ำนอยู่ริมฝ่ังแม่น้ำ ประชำชนบำงรำย ได้มีกำรต่อแพไม้และปลูกเรือนอยู่บนแพไม้เพ่ือใช้เป็นท่ีอยู่อำศัยริมล้ำคลอง ท้ังน้ี เพ่ือควำมสะดวกจำกกำรใช้ น้ำในกำรคมนำคมทำงน้ำ กำรท้ำเกษตรกรรม กำรค้ำขำย และบรรยำกำศริมฝั่งน้ำยังก่อให้เกิดควำมเย็นสบำย แก่ผู้ท่ีพักอำศัยอยู่ริมฝ่ังน้ำ จนกลำยเป็นวิถีชีวิตของคนไทยที่อยู่อำศัยร่วมกับสำยน้ำมำโดยตลอด ต่อมำเมื่อ ประเทศได้มีกำรพัฒนำมำกขึ้น โดยเปล่ียนจำกสงั คมเกษตรกรรมมำเป็นสังคมอุตสำหกรรมท้ำให้ควำมต้องกำร ใช้พ้ืนทร่ี มิ ฝ่ังแม่น้ำจึงมีสูงข้ึน จึงก่อใหเ้ กิดกำรรุกล้ำล้ำน้ำโดยมีกำรปลูกสร้ำงส่ิงล่วงลำ้ ลำ้ น้ำ หรอื กำรใช้ประโยชน์ จำกทรพั ยำกรจำกแหลง่ นำ้ มำกย่งิ ขึ้น ในพ้ืนท่ีอื่น ๆ ท่ีมิได้อยู่ติดแม่น้ำล้ำคลอง ประชำชนนิยมสูบน้ำบำดำลขึ้นมำใช้เพ่ือกำรอุปโภคบริโภค บำงแห่งใช้น้ำบำดำลเพ่ือกำรเกษตรกรรมและอุตสำหกรรม บำงพ้ืนที่มีกำรขุดเจำะแหลง่ น้ำบำดำลจ้ำนวนมำก จนก่อให้เกิดปัญหำดินทรุด หรือบำงพ้ืนที่ได้มีกำรขุดหน้ำดินไปขำยจนพื้นที่ดังกล่ำวกลำยเป็นบ่อขนำดใหญ่ จำกนน้ั ได้มีกำรน้ำขยะมำฝังกลบในบ่อ สง่ ผลให้สำรเคมีจำกขยะปนเปื้อนลงสูน่ ้ำบำดำล หรอื ไหลซึมลงสู่แม่น้ำ ลำ้ คลอง คณะกรรมกำร ป.ป.ช. เคยได้รับเรื่องกล่ำวหำร้องเรียนเกี่ยวกับกำรกำรใช้ประโยชน์จำกทรัพยำกรน้ำ ในลักษณะละเมิด ไม่ว่ำจะเป็นกำรปลูกส่ิงก่อสร้ำงล่วงล้ำล้ำน้ำ กำรท้ิงสิ่งปฏิกูลลงแหล่งน้ำ หรือกรณีอ่ืน ๆ ท่ีส่งผลให้เกิดควำมเสียหำยต่อทรัพยำกรน้ำ โดยมีเจ้ำหน้ำท่ีของรัฐกระท้ำควำมผิดฐำนทุจริตต่อหน้ำที่หรือ กระท้ำควำมผิดต่อต้ำแหน่งหน้ำที่รำชกำร โดยกำรละเลย เพิกเฉย หรือเอ้ือประโยชน์ให้แก่เอกชนบำงรำย ซึ่งได้สง่ ผลกระทบร้ำยแรงตอ่ ควำมมนั่ คงทำงสังคม เศรษฐกจิ และสิ่งแวดลอ้ มของประเทศเปน็ อยำ่ งมำก ดังนั้น กำรพิทักษ์ทรัพยำกรธรรมชำติ “น้ำและน้ำบำดำล” โดยเฉพำะอย่ำงย่ิง กำรป้องกันกำรทุจริต ท่ีเกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่ำว เป็นสิ่งท่ีคณะกรรมกำร ป.ป.ช. ให้ควำมส้ำคัญ จึงได้สร้ำงหลักสูตรกำรเรียนรู้ ด้ำนกำรป้องกันกำรทุจริต หรือ หลักสูตรต้ำนทุจริตศึกษำ เร่ือง กำรพิทักษ์ทรัพยำกรธรรมชำติ น้ำและน้ำบำดำล ท่ีมีเน้ือหำสอดคล้องและมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถำนกำรณ์ปัจจุบัน คือ กำรใช้ทรัพยำกรน้ำในลักษณะท่ีเป็น กำรละเมิด (Abuse) ต่อผลประโยชน์สำธำรณะ เพ่ือให้ผู้เรียนทุกระดับชั้นได้มีควำมตระหนักรู้และร่วมพิทักษ์ ทรัพยำกรน้ำและน้ำบำดำลตำมบทบำทหน้ำที่ของตน โดยประยุกต์ใช้ STRONG Model ในกำรเรียนกำรสอน ตลอดหลักสูตร โดยกลุ่มวิทยำกร ป.ป.ช. บุคลำกรภำครัฐ และรัฐวิสำหกิจ เป็นผู้ท่ีมีควำมส้ำคัญและจ้ำ เป็น อย่ำงย่ิงที่จะต้องเรียนรู้คุณค่ำและควำมส้ำคัญของทรัพยำกรน้ำและน้ำบำดำล เพ่ือให้เกิดควำมรู้สึกหวงแหน และมีส่วนรวมในกำรปกป้องรักษำทรัพยำกรน้ำ ร่วมถึงมีส่วนร่วมในกำรเฝ้ำระวังไม่ให้เกิดกำรใช้ทรัพยำกรน้ำ ไปในทำงทผ่ี ิด หรอื กำรแสวงหำประโยชนจ์ ำกกำรใช้ทรัพยำกรน้ำเพ่ือประโยชน์ส่วนตนในชมุ ชน สงั คมใกล้ตัว
183 2. วตั ถุประสงค์ของหลกั สตู ร 2.1 เพ่ือให้มีควำมรู้ควำมเข้ำใจกำรขัดกันของผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวมเกี่ยวกบั กำรใชท้ รัพยำกรนำ้ และน้ำบำดำลในชีวิตจรงิ 2.2 เพื่อให้มีทักษะในกำรสื่อสำรเพ่ือชี้ประเด็น และน้ำอภิปรำยเพื่อวิเครำะห์กำรขัดกันของ ผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวมเกยี่ วกบั กำรใช้ทรพั ยำกรน้ำและน้ำบำดำล 2.3 เพื่อให้รู้เท่ำทันกำรละเมิด หรือกำรกระท้ำควำมผิดเกี่ยวกับกำรใช้ทรัพยำกรน้ำและน้ำบำดำลใน ชีวิตจรงิ 2.4 เพ่ือให้มีควำมรู้ควำมเข้ำใจและทักษะในกำรวิเครำะห์คุณภำพน้ำ และน้ำผลกำรวิเครำะห์ไปใช้ ประโยชนต์ อ่ อำชพี ได้ 2.5 เพื่อให้มีเจตคติหวงแหนทรัพยำกรน้ำและน้ำบำดำล โดยกำรแสดงออกถึงกำรมีส่วนร่วมในกำร เฝ้ำระวงั แจง้ เบำะแสกำรกระทำ้ ควำมผิดเก่ยี วกบั กำรใช้ทรัพยำกรนำ้ และนำ้ บำดำล 2.6 เพ่ือให้สำมำรถร่วมตรวจสอบและแก้ไขกำรละเมิดทรัพยำกรน้ำและน้ำบำดำลได้อย่ำงมี ประสทิ ธิภำพ 2.7 เพื่อให้มีทักษะในกำรสื่อสำรเพ่ือน้ำอภิปรำยแนวทำงกำรจัดกำรควำมขัดแย้งอย่ำงสันติด้ำนกำร ละเมดิ ทรพั ยำกรน้ำและน้ำบำดำล 3. โครงสร้างเนือหาสาระ ระยะเวลา (ช่ัวโมง) ล้าดบั เนอื หาสาระ 3 1 การขดั กนั ระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์สว่ นรวม 3 - STRONG Model - กรอบแนวคดิ กำรขดั กันระหว่ำงประโยชน์ส่วนตนกับประโยชนส์ ว่ นรวม 6 2 ความเสี่ยงและการทจุ ริตด้านทรพั ยากรนา้ และนา้ บาดาล 12 - STRONG Model - กรณีศกึ ษำควำมเสีย่ งและกำรทจุ ริตด้ำนทรัพยำกรนำ้ และน้ำบำดำล - กฎหมำยและกำรขออนุญำต - กำรส่ือสำรต่อสังคมชมุ ชน - กำรมสี ่วนร่วมในกำรตรวจสอบ 3 ผ้พู ทิ กั ษ์สายนา้ - STRONG Model - ปลกู ฝังควำมรสู้ กึ เป็นเจำ้ ของ - กำรเฝ้ำระวัง แจง้ เบำะแส - กำรสื่อสำร แรงจงู ใจ บคุ ลิกภำพ รวม
184 โมเดล STRONG เปน็ กำรน้ำตัวอกั ษรแรกของศพั ท์ภำษำองั กฤษที่มคี วำมหมำยเชิงบวก จ้ำนวน 6 คำ้ มำประกอบเป็นคำ้ ศัพทส์ อื่ ควำมหมำยถึง “ควำมแข็งแกร่ง” ของบุคคลและองค์กรในกำรตอ่ ต้ำนกำรทุจรติ โดย มีควำมมุ่งหวังให้ชุมชนเกิดจิตพอเพียงต้ำนทุจริต ร่วมกันพัฒนำชุมชนให้ก้ำวไปข้ำงหน้ำด้วยกำรประยุกต์และ บูรณำกำรหลักปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงเข้ำกับควำมโปร่งใส กำรแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนและ ผลประโยชนส์ ว่ นรวม กำรตระหนักรแู้ ละใส่ใจปัญหำกำรทุจรติ และร่วมกันพัฒนำชุมชนใหม้ ีควำมเอื้ออำทรบน พ้ืนฐำนของจริยธรรมและจิตพอเพียง ตลอดจนเกิดเครือข่ำยชุมชนจิตพอเพียงต้ำนทุจริตและเป็นแกนน้ำสรำ้ ง วัฒนธรรมไม่ทนต่อกำรทุจริต ซ่ึงโมเดล STRONG ได้มีกำรสร้ำงและพัฒนำโดยรองศำสตรำจำรย์ ดร. มำณี ไชยธีรำนุวฒั ศิริ ตง้ั แตป่ ี พ.ศ. 2560 – 2562 แสดงได้ดังแผนภำพ ดังน้ี แผนภาพท่ี 1 โมเดล STRONG – จิตพอเพียงตา้ นทจุ รติ ปี พ.ศ. 2562 จำกแผนภำพขำ้ งต้น สำมำรถอธบิ ำยนิยำมเชงิ ปฏบิ ัติกำรไดด้ ังน้ี (1) พอเพียง (Sufficient : S) คำ้ นยิ ำมปี พ.ศ. 2562 ควำมพอเพียงของปัจเจกบุคคล ย่อมที่ระดับที่แตกต่ำงกันตำมวิธีคิด สภำพควำมพร้อมและ ควำมสำมำรถ รวมทั้งตำมสถำนภำพทำงเศรษฐกจิ และสงั คมของบุคคลและครอบครัว กลไกหลัก คือ ปรับวิธีคิดที่แยกแยะผลประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวมได้อย่ำงถูกต้อง ชัดเจน และเป็นอัตโนมัติจะน้ำไปสู่จิตส้ำนึกท่ีพอเพียง ไม่กอบโกยผลประโยชน์โดยมิชอบ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่เบียด บงั รัฐ ไมร่ ับอำมิสสินบนโดยมติ ้องจำ้ กดั ขอบเขตของกำรประกอบอำชีพท่ีสจุ ริต สำมำรถหำทรัพยส์ ินเงินทองได้ ตำมควำมสำมำรถ ทงั้ นี้ โดยไม่เดือดรอ้ นตนเองและผอู้ ืน่
185 (2) โปรง่ ใส (Transparent : T) ค้ำนยิ ำมปี พ.ศ. 2562 ควำมโปร่งใส ทำ้ ให้เห็นภำพหรือปรำกฏกำรณช์ ัดเจน กลไกหลัก คือ สรำ้ งควำมรคู้ วำมเข้ำใจ และวธิ สี ังเกตเกี่ยวกบั ควำมโปร่งใสของโครงกำรต่ำง ๆ (3) ตื่นรู้ (Realize : R) ค้ำนยิ ำมปี พ.ศ. 2562 เมอื่ บคุ คลร้พู ษิ ภัยของกำรทุจรติ และไมท่ นท่ีจะเหน็ กำรทจุ รติ เกิดขึน้ กลไกหลัก กำรเรียนรู้สถำนกำรณ์กำรทุจริตในพื้นท่ี ในชุมชน หรือในกรณีท่ีปรำกฏกำรทุจริต ขึ้น หรอื กรณีศกึ ษำท่ีเกิดขึ้นมำแล้วและมีค้ำพิพำกษำถงึ ท่สี ุดแลว้ (4) ม่งุ ไปขา้ งหน้า (Onward : O) ค้ำนิยำมปี พ.ศ. 2562 กำรไม่มีกำรทุจริตของภำครฐั จะท้ำใหเ้ งนิ ภำษีถกู น้ำไปใชใ้ นกำรพฒั นำอยำ่ งเต็มท่ี กลไกหลัก คือ กำรปอ้ งกันและกำรป้องปรำม ด้วยกระบวนกำรมสี ่วนรว่ มในกำรเฝำ้ ระวงั พ้ืนท่ีที่ มีควำมเสยี่ ง ในกำรทุจริต เชน่ กำรบุกรกุ พืน้ ท่สี ำธำรณะ หรอื เฝ้ำระวงั โครงกำรใหด้ ำ้ เนนิ กำรด้วยควำมโปรง่ ใส (5) ความรู้ (Knowledge : N) ค้ำนยิ ำมปี พ.ศ. 2562 ควำมรดู้ ้ำนต่ำง ๆ มคี วำมจำ้ เปน็ ตอ่ กำรปอ้ งกันและปอ้ งปรำมกำรทจุ ริต กลไกหลัก คือ กำรใหค้ วำมรู้ในรปู แบบกำรฝกึ อบรม หรือใหส้ ่ือเรียนร้อู ย่ำงตอ่ เน่ือง เช่น (1) ควำมรู้เก่ียวกับรูปแบบกำรทุจริตแบบต่ำง ๆ ท้ังแบบสมัยอดีต แบบปัจจุบัน และแบบที่ อำจจะเกิดข้ึนในอนำคต (2) ควำมร้เู กย่ี วกับกำรทจุ ริตในตำ่ งประเทศ (3) วิธีกำรป้องกัน - ป้องปรำมแบบตำ่ ง ๆ (4) ควำมรเู้ ก่ียวกำรเฝำ้ ระวัง (5) ควำมรูเ้ กี่ยวกับกฎหมำยที่เก่ยี วข้อง (6) เอืออาทร (Generosity : G) คำ้ นิยำมปี พ.ศ. 2562 กำรพัฒนำสงั คมไทยใหม้ ีนำ้ ใจ โอบอ้อมอำรี เอ้อื เฟอื้ เผ่ือแผ่ โดยไมม่ ผี ลประโยชน์ตอบแทนหรือ หวงั ผลตอบแทน ในฐำนะเพ่อื นมนุษย์ กลไกหลัก กิจกรรมจติ อำสำ ช่วยเหลอื บุคคล ชุมชน/สังคมในยำมวิกฤติ หรอื กำรร่วมมือในกำร รว่ มพัฒนำชุมชน จำกนิยำมข้ำงต้น STRONG: จิตพอเพียงต้ำนทุจริต จึงหมำยถึง ผู้ที่มีควำมพอเพียง ไม่เบียดเบียน ตนเองและผู้อ่ืน (S) มุ่งอนำคตท่ีเจริญทั้งตนเองและส่วนรวม (O) โดยใช้หลักควำมโปร่งใสตรวจสอบได้ (T) พ้ืนฐำนจิตใจมีมนุษยธรรมเอ้อื อำทร ช่วยเหลอื เพ่อื นมนษุ ยโ์ ดยไมเ่ หน็ แกป่ ระโยชน์ต่ำงตอบแทน (G) ให้ ควำมส้ำคัญต่อกำรเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อกำรด้ำรงชีวิตในทำงท่ีชอบ (N) แต่ต่ืนรู้เรื่องภัยทุจริตท่ีร้ำยแรงส่งผล ต่อสังคม รงั เกียจกำรทุจริตประพฤตมิ ชิ อบท้งั ปวง ไม่ยอมทนต่อกำรทุจริตทกุ รูปแบบ (R)
186 นอกจำกน้ี ในปี พ.ศ. 2562 ได้มีกำรพัฒนำโมเดล STRONG โดยเพ่ิมในเร่ืองของกำรมีส่วนร่วม (Participation) อันเป็นกลไกส้ำคัญในกำรเช่ือมโยงและขับเคลื่อนหลักกำรของโมเดล STRONG ไปสู่กำร ป้องกันกำรทุจริตได้เป็นรูปธรรมอย่ำงมีประสิทธิภำพ ซ่ึงกำรเผยแพร่หลักกำรของโมเดล STRONG สู่ชุมชน จะด้ำเนินกำรโดยส้ำนักงำน ป.ป.ช. ประจ้ำจังหวัด และมีกำรคัดเลือกผู้แทน/ผู้น้ำชุมชนในจงั หวัดที่มีเครอื ขำ่ ย มีควำมสำมำรถและทักษะในกำรถ่ำยทอดองค์ควำมรู้มำอบรมให้มีควำมรู้ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับโมเดล STRONG กำรน้ำไปประยุกต์ใช้ในกำรกำรต่อต้ำนกำรทุจริต เช่น กำรคิดแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ ส่วนรวม ควำมไม่ทนและควำมอำยต่อกำรทุจริต หลักกำรจิตพอเพียงด้วยวิธีกำรท่ีเหมำะสม เป็นต้น เพ่ือให้ผู้ ไดร้ ับกำรคัดเลือกเป็นโคช้ (coach) ถ่ำยทอดควำมรูเ้ ก่ยี วกับหลักกำรของโมเดล STRONG และกำรตอ่ ต้ำนกำร ทุจริตให้แก่ผู้ท่ีอำศัยอยู่ในชุมชน รวมถึงยังมีกำรจัดตั้งชมรม STRONG เพื่อให้ทุกภำคส่วนมีควำมตระหนักรู้ เลง็ เหน็ ถึงควำมส้ำคัญของปัญหำกำรทุจริตและมีส่วนรว่ มในกำรเฝำ้ ระวังและแจง้ เบำะแสกำรทจุ รติ
187
4. หน่วยการเรยี นรู้ 18 หน่วยท่ี ชื่อหน่วย เวลา จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ เนือหาสาระ (ชว่ั โมง) ทรัพยากรนา้ และ นา้ บาดาล ก ผ 1 การขัดกนั ระหว่าง 3 - เพ่อื ให้มีควำมรู้ควำม นา้ ผิวดิน ST ผลประโยชน์สว่ นตน และผลประโยชน์ เข้ำใจกำรขดั กันของ - วฏั จกั รของน้ำ Mo สว่ นรวม ผลประโยชนส์ ว่ นตนและ - ประเภทของแหลง่ น้ำ S ผลประโยชน์สว่ นรวม - คณุ คำ่ และกำรใช้ ควำ เกีย่ วกบั กำรใช้ทรพั ยำกร ประโยชน์ เช่น กำร ควำ น้ำและน้ำบำดำลในชวี ติ อปุ โภคบรโิ ภค ตอ่ จริง กำรอุตสำหกรรม ทร - เพอื่ ใหม้ ีทกั ษะในกำร กำรเกษตร R ส่ือสำรเพอ่ื ชี้ประเดน็ และ กำรชลประทำน ในก นำ้ อภปิ รำยเพ่อื วเิ ครำะห์ กำรคมนำคม ประ กำรขดั กันของผลประโยชน์ และกำรท่องเท่ียว ไม่ท ส่วนตนและผลประโยชน์ - องคป์ ระกอบ ในแ ส่วนรวมเกยี่ วกับกำรใช้ ปรมิ ำณ และคณุ ภำพ ส่งิ ก ทรัพยำกรนำ้ และน้ำบำดำล - ควำมแตกตำ่ ง กระ ระหวำ่ งภูมภิ ำค/ ทเี่ ป ภมู ิศำสตร์ ลำ้ น น้าบาดาล N - กำ้ เนิดนำ้ บำดำล กำร - ประเภทแหล่ง นำ้ / นำ้ บำดำล (ชนั้ ทรำย บ้ำ หนิ แขง็ หนิ ปนู ) ครวั - องคป์ ระกอบ เกยี่ ปริมำณ และคณุ ภำพ อน
88 ะ วิธีการจัดการเรยี นรู้ ส่ือการเรียนรู้ แหลง่ เรยี นรู้ การประเมนิ ผล การทจุ รติ / - เอกสำรและ - รำยงำนกำรศึกษำ ขอ้ มูลจำกเว็บไซต์ ส่วนบุคคล/กลมุ่ การขดั กนั แหง่ สำ้ นกั สง่ เสรมิ และ บรู ณำกำรกำรมี ผลประโยชน์ สว่ นร่วมตำ้ นทุจรติ ส้ำนักงำน ป.ป.ช. TRONG - กำรบรรยำย - เอกสำร ( STRONG Model) odel - กำรอภปิ รำยกลุ่ม - กำรต์ ูน - เอกสำรและ ข้อมูลจำกเวบ็ ไซต์ S และ G : - กำรศกึ ษำดูงำน - คลิปวีดโิ อท้งั สำ้ นกั กำรขดั กนั แหง่ ผลประโยชน์ ำมพอเพียงและ แหลง่ นำ้ ผวิ ดนิ และน้ำ ออนไลน์และ ส้ำนกั งำน ป.ป.ช. - เอกสำรและ ำมเออ้ื อำทร บำดำลในพ้นื ที่ ออฟไลน์ ข้อมูลจำกเวบ็ ไซต์ ส้ำนกั งำน อกนั ในกำรใช้ - กิจกรรมสำ้ รวจ - อนิ โฟ ทรัพยำกรน้ำ แหง่ ชำติ (สนทช.) รพั ยำกรนำ้ สถำนกำรณ์น้ำใน กรำฟฟกิ - เอกสำรและ ข้อมูลจำกเวบ็ ไซต์ R : ควำมตืน่ รู้ ประเทศไทย (ตำม กรมทรพั ยำกรนำ้ - เอกสำรและ กำรรกั ษำ ประเดน็ Hot Issue) ขอ้ มลู จำกเว็บไซต์ ะโยชน์สำธำรณะ ท้งิ ส่ิงปฏกิ ลู ลง แหล่งน้ำ ไม่สรำ้ ง กอ่ สรำ้ งหรือ ะท้ำกำรใด ๆ ปน็ กำรล่วงลำ้ น้ำ N : ควำมรใู้ น รใชท้ รัพยำกร /ควำมรใู้ นกำร ำบดั น้ำเสยี จำก วเรอื น/ควำมรู้ ยวกับกำรขอ นุญำตขุดเจำะน้ำ
18 - ควำมแตกต่ำง บำ ระหวำ่ งภมู ภิ ำค/ แล ภมู ศิ ำสตร์ สื่อ - พระรำชบัญญตั ิ ชมุ ทรัพยำกรนำ้ พ.ศ. -ค 2561 โอก - กฎหมำยเกีย่ วกบั กำร กำรควบคุมคณุ ภำพ พัฒ ทรัพยำกรนำ้ ปร - กฎหมำยเก่ยี วกับ ทร กำรควบคุมคณุ ภำพ นำ้ บ สงิ่ แวดล้อม กำร อน ละ รกุ ล -ร ช่อ ติด ปร แจ การ ผล ส่ว ผล สว่ -น ควำ ปร
89 กรมทรัพยำกร น้ำบำดำล ำดำล/ควำมรู้ - เอกสำรและ ละทกั ษะในกำร ขอ้ มูลจำกเว็บไซต์ อสำรกบั คนใน กรมชลประทำน มชน - หอ้ งสมดุ โรงเรียน ควำมเสี่ยงและ - พพิ ิธภัณฑ์ใน กำสทีจ่ ะเกดิ ชมุ ชน/ทอ้ งถน่ิ รทจุ รติ จำกกำร - ผ้นู ำ้ ชมุ ชนหรอื ฒนำหรอื กำรใช้ ปรำชญ์ชุมชน ระโยชน์ดำ้ น รัพยำกรนำ้ และ บำลดำล เชน่ รอนมุ ตั ิ นญุ ำต และกำร ะเมิดหรอื กำรบุก ล้ำน้ำสำธำรณะ ระบบหรือ องทำงในกำร ดต่อสอบถำม รกึ ษำ หรอื ช้ีชอ่ ง จ้งเบำะแส รขดั กันของ ลประโยชน์ วนตวั และ ลประโยชน์ วนรวม นิยำม ำมหมำย และ ระเภท
19 -ก กำร ปร กบั สว่ น 2 ความเสี่ยงและการ 3 - เพอื่ ให้รเู้ ทำ่ ทันกำร การพฒั นาและ - S ทจุ ริตดา้ นทรัพยากร นา้ และน้าบาดาล ละเมิด หรือกำรกระท้ำ การใชป้ ระโยชน์ Mo ควำมผิดเกี่ยวกับกำรใช้ นา้ ผิวดิน -ก ทรัพยำกรน้ำและน้ำบำดำล - กำรขดุ ลอกแหล่งน้ำ ผล ในชวี ิตจริง กำรขุดบ่อ กำรขดุ สระ สว่ น - เพ่อื ให้มีควำมรู้ควำม - กำรสูบนำ้ จำกแหล่ง ผล เข้ำใจและทักษะในกำร น้ำสำธำรณะเพ่อื ทำ้ สว่ น วเิ ครำะหค์ ุณภำพนำ้ และ กำรเกษตร -ก น้ำผลกำรวเิ ครำะหไ์ ปใช้ - กำรคมนำคมทำงน้ำ เสี่ย ประโยชนต์ อ่ อำชพี ได้ (คลอง แม่น้ำ และ จะเ ทะเล) จำก - กำรประมง (คลอง หร แมน่ ้ำ และทะเล) ปร คุณภาพและการใช้ ทร ประโยชน์น้าและ น้ำบ นา้ บาดาลในชมุ ชน กำร - ผลของกำรพัฒนำ อน ทงั้ ในเชิงบวกและ ละ เชงิ ลบ รกุ ล - กำรใช้ประโยชนน์ ้ำ -ก และน้ำบำดำลในแตล่ ะ จำก ภมู ิภำค
90 กรอบแนวคิด รขดั กันระหว่ำง ระโยชนส์ ่วนตน บประโยชน์ นรวม STRONG - กำรบรรยำย - เอกสำร - เอกสำรและ - แบบทดสอบหลงั ขอ้ มูลจำกเวบ็ ไซต์ เรียนหรอื หลงั ท้ำ odel - กำรอภิปรำยกลมุ่ - คลิปวดี โิ อทั้ง สำ้ นกั สง่ เสรมิ และ กิจกรรม บูรณำกำรกำรมี - กำรสงั เกตกำร กำรขัดกันของ - กำรศึกษำดงู ำนหรอื ออนไลน์และ ส่วนร่วมตำ้ นทุจรติ ปฏบิ ัตงิ ำนกลมุ่ / สำ้ นกั งำน ป.ป.ช. กำรอภิปรำย ลประโยชน์ กำรทำ้ กิจกรรมส้ำรวจ ออฟไลน์ ( STRONG - กำรสงั เกต Model) พฤตกิ รรม นตัวและ แหลง่ น้ำในชมุ ชนหรอื - อินโฟ - เอกสำรและ - กำรประเมินผลงำน ข้อมูลจำกเว็บไซต์ และตรวจผลงำน ลประโยชน์ ท้องถ่นิ เช่น แม่นำ้ กรำฟฟิก ส้ำนกั กำรขดั กนั (ส่วนบคุ คล/กลมุ่ ) แหง่ ผลประโยชน์ นรวม ล้ำคลอง อ่ำงเกบ็ น้ำ ส้ำนกั งำน ป.ป.ช. - เอกสำรและ กรณศี กึ ษำควำม แหล่งน้ำประปำชมุ ชน ขอ้ มลู จำกเว็บไซต์ สำ้ นักงำน ยงและโอกำสที่ ทำ่ เรือ แหลง่ ท้ำกำร ทรัพยำกรน้ำ แห่งชำติ (สนทช.) เกิดกำรทุจรติ ประมงในชมุ ชนหรอื - เอกสำรและ ข้อมลู จำกเว็บไซต์ กกำรพัฒนำ ทอ้ งถิน่ กรมทรพั ยำกรน้ำ รือกำรใช้ ระโยชน์ดำ้ น รัพยำกรน้ำและ บำลดำล เช่น รอนุมตั ิ นุญำต และกำร ะเมดิ หรือกำรบุก ลำ้ น้ำสำธำรณะ กรณีศึกษำ : ผล กกำรละเว้น
19 การสื่อสาร -ร - กำรสอ่ื สำรเพ่ือสรำ้ ง ชอ่ ควำมตระหนกั รแู้ ละ ติด ปรับพฤตกิ รรม ปร แจ
91 - เอกสำรและ ขอ้ มูลจำกเวบ็ ไซต์ ระบบหรือ กรมทรัพยำกร องทำงในกำร น้ำบำดำล ดตอ่ สอบถำม - เอกสำรและ รึกษำ หรือชีช้ อ่ ง ขอ้ มูลจำกเวบ็ ไซต์ จง้ เบำะแส กรมชลประทำน - เอกสำรและ ข้อมลู จำกเวบ็ ไซต์ กรมควบคมุ มลพิษ - เอกสำรและ ขอ้ มูลจำกเว็บไซต์ กรมโรงงำน อตุ สำหกรรม - เอกสำรและ ข้อมูลจำกเว็บไซต์ กรมประมง - เอกสำรและ ขอ้ มลู จำกเว็บไซต์ กรมเจ้ำทำ่ - เอกสำรและ ข้อมูลจำกเวบ็ ไซต์ ส้ำนกั งำน ทรพั ยำกรธรรมชำติ และส่ิงแวดล้อม จงั หวัด (ทสจ.) - หอ้ งสมุดโรงเรยี น
19 3 ผพู้ ทิ กั ษ์สายนา้ 6 - เพือ่ ใหม้ ีเจตคติหวงแหน - ผลกระทบที่เกดิ จำก ST ทรพั ยำกรน้ำและน้ำบำดำล กำรใชแ้ ละพฒั นำที่ Mo โดยกำรแสดงออกถึงกำรมี ไม่ถูกต้อง -ก ส่วนร่วมในกำรเฝ้ำระวัง ควำ แจ้งเบำะแส กำรกระทำ้ เจ้ำ ควำมผดิ เกย่ี วกบั กำรใช้ -ก ทรัพยำกรน้ำและนำ้ บำดำล เปน็ - เพอ่ื ใหส้ ำมำรถร่วม Ro ตรวจสอบและแกไ้ ขกำร -ก ละเมดิ ทรัพยำกรน้ำและนำ้ สำธ บำดำลไดอ้ ย่ำงมี -ก ประสทิ ธภิ ำพ แจ พื้น -ผ จำก พฒั -ร ชอ่ ตดิ ปร แจ
92 - พพิ ิธภัณฑใ์ น ชุมชน/ท้องถนิ่ - ผนู้ ้ำชมุ ชนหรอื ปรำชญ์ชุมชน - ชมรม Strong จติ พอเพยี งตำ้ น ทุจรติ ประจ้ำจังหวัด TRONG - บรรยำย - เอกสำร - เอกสำรและ - แบบทดสอบหลงั odel - อภปิ รำยกลมุ่ - ภำพยนต์สัน้ กำรปลูกฝัง หรือคลิปวดี ิโอ ข้อมลู จำกเว็บไซต์ เรียนหรอื หลงั ทำ้ ำมรสู้ ึกเป็น (ท้ังออนไลน์ ำของ และออฟไลน์) ส้ำนกั ส่งเสรมิ และ กิจกรรม กำรปฏบิ ตั ิตน - สถำนกำรณ์ นแบบอยำ่ ง ปัญหำ บูรณำกำรกำรมี - กำรสงั เกตกำร ole Model - อินโฟ กำรร่วมกิจกรรม กรำฟฟิก ส่วนรว่ มตำ้ นทจุ ริต ปฏิบัติงำนกลมุ่ / ธำรณประโยชน์ กำรเฝ้ำระวงั ส้ำนักงำน ป.ป.ช. กำรอภิปรำย จ้งเบำะแส (ขั้น นฐำน) (STRONG Model) - กำรสังเกต ผลกระทบที่เกดิ กกำรใช้และ - เอกสำรและ พฤตกิ รรม ฒนำท่ไี มถ่ ูกต้อง ระบบหรือ ข้อมูลจำกเวบ็ ไซต์ - รำยงำนกำรศกึ ษำ องทำงในกำร ดต่อสอบถำม สำ้ นกั งำน ส่วนบคุ คล/กลมุ่ รึกษำ หรอื ช้ีชอ่ ง จ้งเบำะแส ทรพั ยำกรน้ำ แหง่ ชำติ (สนทช.) - เอกสำรและ ข้อมูลจำกเว็บไซต์ กรมทรัพยำกรน้ำ - เอกสำรและ ขอ้ มลู จำกเว็บไซต์ กรมทรัพยำกรน้ำ บำดำล
19
93 - เอกสำรและ ข้อมูลจำกเว็บไซต์ กรมเจ้ำท่ำ - เอกสำรและ ขอ้ มูลจำกเวบ็ ไซต์ ส้ำนักงำน ทรพั ยำกรธรรมชำติ และสิง่ แวดล้อม จังหวัด (ทสจ.) - หอ้ งสมุดโรงเรียน - พิพธิ ภัณฑ์ใน ชุมชน/ท้องถ่นิ - ผ้นู ำ้ ชมุ ชนหรอื ปรำชญ์ชมุ ชน
194 5. แนวทางการจดั การเรียนรูแ้ ละประเมินผล กิจกรรมกำรจัดกำรเรียนรู้ท่ีเน้นกำรลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing) โดยใช้วิธีกำรศึกษำด้วย ตนเอง กรณีศึกษำ กำรบรรยำย กำรฝึกปฏิบัติรำยบุคคล กำรอภิปรำยกลุ่มย่อย กำรระดมสมอง และกำร นำ้ เสนอผลงำน กำรจัดกำรเรียนรู้เชิงรุก Active learning เน้นผู้เข้ำรับกำรอบรมเป็นส้ำคัญ กำรจัดกำรเรียนรู้ที่เน้น ควำมแตกต่ำงระหว่ำงบุคคล สอดคล้องกับพัฒนำกำรทำงสมอง จัดกระบวนกำรเรียนรู้ท่ีหลำกหลำย กระบวนกำรเรียนรูท้ ี่จ้ำเป็นส้ำหรับกำรเตรียมเข้ำสู่โลกอนำคต เช่น เกม (Game based Learning) โครงงำน (Project based Learning) ปัญหำเป็นฐำน (Problem based Learning) ปรำกฎกำรเป็นฐำน (Phenomenon based Learning) สืบเสำะหำควำมรู้ (Inquiry based Learning) กำรวดั และประเมินผล เน้นกำรประเมนิ เพือ่ พฒั นำ กำรประเมินตำมสภำพจรงิ เคร่ืองมือประเมินและกลยุทธ์ทำงกำรประเมิน ท่ีส่งผลต่อกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้และกำรเรียนรู้ที่ จะช่วยให้เกิดกำรสร้ำงบรรยำกำศในกำรเรียนรู้ให้กับผู้เข้ำรับกำรอบรมได้อย่ำงมีประสิทธิผล อันได้แก่ 1) เกณฑ์ กำรประเมิน (Rubric) 2) กำรประเมินกำรปฏิบัติงำน (Performance based Assessments: PBAs) 3) กำรประเมิน จำกแฟ้มสะสมผลงำน (Portfolios Assessment) 4) กำรประเมินตนเอง (Student self-assessment) 5) กำรประเมิน เพื่อนประเมินเพ่ือน (Peer-Assessment) 6) กำรให้ข้อมูลป้อนกลบั แกผ่ ู้เข้ำรับกำรอบรม (Student Response) 6. แนวทางการน้าหลกั สูตรไปใช้ 6.1 ใชฝ้ ึกอบรมให้กบั เจ้ำหน้ำทข่ี องส้ำนกั งำน ป.ป.ช. 6.2 ใช้ฝึกอบรมให้กบั โคช้ STRONG : จิตพอเพยี งต้ำนทุจรติ 6.3 ใช้ฝึกอบรมให้กับบคุ ลำกรภำครฐั และรัฐวสิ ำหกิจ
195 หลักสตู รต้านทจุ รติ ศึกษา เร่อื ง การพทิ กั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ น้าและน้าบาดาล สา้ หรับ กลุ่มโคช้ 1. ความเป็นมาของหลกั สตู ร น้ำเป็นทรัพยำกรธรรมชำติที่มีควำมส้ำคัญต่อมนุษย์และส่ิงมีชีวิตในโลก ท้ังใช้ในกำรอุปโภคบริโภคใน ชีวิตประจ้ำวัน รวมทั้งใช้เพ่ือกำรพำณิชย์และกำรอุตสำหกรรมอีกด้วย ดังนั้น กำรรักษำดูแลรวมถึงกำรสร้ำง จิตส้ำนึกให้สงั คมมคี วำมตระหนกั ถงึ คุณค่ำของน้ำจึงเป็นเรือ่ งที่จ้ำเปน็ ประเทศไทยนับต้ังแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ประชำชนนิยมปลูกบ้ำนอยู่ริมฝ่ังแม่น้ำ ประชำชนบำงรำย ได้มีกำรต่อแพไม้และปลูกเรือนอยู่บนแพไม้เพื่อใช้เป็นที่อยู่อำศัยริมล้ำคลอง ทั้งน้ี เพื่อควำมสะดวกจำกกำรใช้ น้ำในกำรคมนำคมทำงน้ำ กำรท้ำเกษตรกรรม กำรค้ำขำย และบรรยำกำศรมิ ฝ่ังน้ำยังกอ่ ให้เกิดควำมเย็นสบำย แก่ผู้ที่พักอำศัยอยู่ริมฝ่ังน้ำ จนกลำยเป็นวิถีชีวิตของคนไทยที่อยู่อำศัยร่วมกับสำยน้ำมำโดยตลอด ต่อมำเม่ือ ประเทศไดม้ ีกำรพัฒนำมำกข้ึน โดยเปลยี่ นจำกสงั คมเกษตรกรรมมำเป็นสังคมอตุ สำหกรรมท้ำให้ควำมต้องกำรใช้ พ้ืนท่ีริมฝั่งแม่น้ำจึงมีสูงข้ึน จึงก่อให้เกิดกำรรุกล้ำล้ำน้ำโดยมีกำรปลูกสร้ำงส่ิงล่วงล้ำล้ำน้ำหรือกำรใช้ประโยชน์ จำกทรัพยำกรจำกแหล่งนำ้ มำกยิ่งขนึ้ ในพื้นที่อื่น ๆ ที่มิได้อยู่ติดแม่น้ำล้ำคลอง ประชำชนนิยมสูบน้ำบำดำลข้ึนมำใช้เพ่ือกำรอุปโภคบริโภค บำงแห่งใช้น้ำบำดำลเพื่อกำรเกษตรกรรมและอุตสำหกรรม บำงพื้นที่มีกำรขุดเจำะแหลง่ น้ำบำดำลจำ้ นวนมำก จนก่อให้เกิดปัญหำดินทรุด หรือบำงพ้ืนที่ได้มีกำรขุดหน้ำดินไปขำยจนพื้นที่ดังกล่ำวกลำยเป็นบ่อขนำดใหญ่ จำกนั้นได้มีกำรน้ำขยะมำฝังกลบในบ่อ สง่ ผลให้สำรเคมีจำกขยะปนเปื้อนลงสู่น้ำบำดำล หรือไหลซึมลงสู่แม่น้ำ ล้ำคลอง คณะกรรมกำร ป.ป.ช. เคยไดร้ บั เรื่องกลำ่ วหำร้องเรยี นเกีย่ วกับกำรกำรใชป้ ระโยน์จำกทรัพยำกรน้ำใน ลักษณะละเมิด ไม่ว่ำจะเป็นกำรปลูกส่ิงก่อสร้ำงล่วงล้ำล้ำน้ำ กำรท้ิงส่ิงปฏิกูลลงแหล่งน้ำ หรือกรณีอ่ืน ๆ ที่ส่งผลให้เกิดควำมเสียหำยต่อทรัพยำกรน้ำ โดยมีเจ้ำหน้ำท่ีของรัฐกระท้ำควำมผิดฐำนทุจริตต่อหน้ำที่หรือ กระท้ำควำมผิดต่อต้ำแหน่งหน้ำท่ีรำชกำร โดยกำรละเลย เพิกเฉย หรือเอื้อประโยชน์ให้แก่เอกชนบำงรำย ซึง่ ได้สง่ ผลกระทบรำ้ ยแรงตอ่ ควำมมั่นคงทำงสงั คม เศรษฐกจิ และส่งิ แวดล้อมของประเทศเป็นอยำ่ งมำก ดังน้ัน กำรพิทักษ์ทรัพยำกรธรรมชำติ “น้ำและน้ำบำดำล” โดยเฉพำะอย่ำงยิ่ง กำรป้องกันกำรทุจริต ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่ำว เป็นสิ่งท่ีคณะกรรมกำร ป.ป.ช. ให้ควำมส้ำคัญ จึงได้สร้ำงหลักสูตรกำรเรียนรู้ ด้ำนกำรป้องกันกำรทุจริต หรือ หลักสูตรต้ำนทุจริตศึกษำ เร่ือง กำรพิทักษ์ทรัพยำกรธรรมชำติน้ำและน้ำบำดำล ท่ีมีเนื้อหำสอดคล้องและมีประเด็นที่เก่ียวข้องกับสถำนกำรณ์ปัจจุบัน คือ กำรใช้ทรัพยำกรน้ำในลักษณะที่เปน็ กำรละเมิด (Abuse)ต่อผลประโยชน์สำธำรณะ เพื่อให้ผู้เรียนทุกระดับชั้นได้มีควำมตระหนักรู้และร่วมพิทักษ์ ทรัพยำกรน้ำและน้ำบำดำลตำมบทบำทหน้ำท่ีของตน โดยประยุกต์ใช้ STRONG Model ในกำรเรียนกำรสอน ตลอดหลักสูตร โดยกลุ่มวิทยำกร ป.ป.ช. บุคลำกรภำครัฐ และรัฐวิสำหกิจ เป็นผู้ท่ีมีควำมส้ำคัญและจ้ำเป็น อย่ำงย่ิงที่จะต้องเรียนรู้คุณค่ำและควำมส้ำคัญของทรัพยำกรน้ำและน้ำบำดำล เพ่ือให้เกิดควำมรู้สึกหวงแหน และมีส่วนรวมในกำรปกป้องรักษำทรัพยำกรน้ำ ร่วมถึงมีส่วนร่วมในกำรเฝ้ำระวังไม่ให้เกิดกำรใช้ทรัพยำกรน้ำ ไปในทำงท่ผี ิด หรอื กำรแสวงหำประโยชน์จำกกำรใชท้ รัพยำกรน้ำเพอ่ื ประโยชนส์ ่วนตนในชมุ ชน สังคมใกลต้ วั
196 2. วัตถปุ ระสงค์ของหลกั สตู ร 2.1 เพ่ือให้มีควำมรู้ควำมเข้ำใจกำรขัดกันของผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวมเก่ียวกบั กำรใชท้ รพั ยำกรน้ำ และน้ำบำดำลในชวี ติ จริง 2.2 เพ่ือให้มีทักษะในกำรส่ือสำรเพื่อชี้ประเด็น และน้ำอภิปรำยเพ่ือวิเครำะห์กำรขัดกันของ ผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชนส์ ่วนรวมเกยี่ วกับกำรใช้ทรพั ยำกรน้ำและน้ำบำดำล 2.3 เพ่อื ใหร้ เู้ ทำ่ ทนั กำรละเมิด หรือกำรกระท้ำควำมผิดเกยี่ วกบั กำรใชท้ รพั ยำกรน้ำ และน้ำบำดำลใน ชวี ิตจรงิ 2.4 เพื่อให้มีควำมรู้ควำมเข้ำใจและทักษะในกำรวิเครำะห์คุณภำพน้ำ และน้ำผลกำรวิเครำะห์ไปใช้ ประโยชนต์ ่ออำชีพได้ 2.5 เพ่ือให้มีเจตคติหวงแหนทรัพยำกรน้ำและน้ำบำดำล โดยกำรแสดงออกถึงกำรมีส่วนร่วมในกำร เฝ้ำระวัง แจ้งเบำะแสกำรใช้ทรพั ยำกรนำ้ และน้ำบำดำล 2.6 เพ่ือให้สำมำรถร่วมตรวจสอบและแก้ไขกำรละเมิดทรัพยำกรน้ำและน้ำบำดำลได้อย่ำงมี ประสิทธิภำพ 2.7 เพ่ือให้มีทักษะในกำรสื่อสำรเพ่ือน้ำอภิปรำยแนวทำงกำรจัดกำรควำมขัดแย้งอย่ำงสันติด้ำนกำร ละเมิดทรัพยำกรน้ำ และนำ้ บำดำล 3. โครงสรา้ งเนือหาสาระ ระยะเวลา (ชัว่ โมง) ล้าดับ เนือหาสาระ 3 1 การขัดกนั ระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม 3 - STRONG Model - กรอบแนวคิดกำรขดั กนั ระหว่ำงประโยชนส์ ่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม 6 2 ความเสยี่ งและการทุจริตด้านทรัพยากรน้าและน้าบาดาล 12 - STRONG Model - กรณีศึกษำควำมเสีย่ งและกำรทุจริตด้ำนทรัพยำกรน้ำและน้ำบำดำล - กฎหมำยและกำรขออนุญำต - กำรส่อื สำรตอ่ สังคมชุมชน - กำรมสี ่วนรว่ มในกำรตรวจสอบ - คณะกรรมกำรลมุ่ น้ำ - บทบำทหนำ้ ที่ของหน่วยงำนทเ่ี กี่ยวข้อง 3 ผพู้ ทิ กั ษ์สายน้า - STRONG Model - ปลูกฝังควำมรู้สกึ เปน็ เจ้ำของ - กำรเฝ้ำระวัง แจ้งเบำะแส (Watch and Voice) - กำรบริหำรจัดกำรควำมขดั แยง้ ในพน้ื ท/่ี กำรประชมุ รว่ มกัน/กำรหำข้อตกลง ร่วมกัน (Win-Win) รวม
197 โมเดล STRONG เป็นกำรน้ำตวั อกั ษรแรกของศพั ท์ภำษำองั กฤษที่มีควำมหมำยเชิงบวก จ้ำนวน 6 ค้ำ มำประกอบเป็นค้ำศัพท์ส่ือควำมหมำยถึง “ควำมแข็งแกร่ง” ของบุคคลและองค์กรในกำรต่อต้ำนกำรทุจริต โดยมีควำมมุ่งหวังให้ชุมชนเกิดจิตพอเพียงต้ำนทุจริต ร่วมกันพัฒนำชุมชนให้ก้ำวไปข้ำงหน้ำด้วยกำรประยุกต์ และบูรณำกำรหลักปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงเข้ำกับควำมโปร่งใส กำรแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนและ ผลประโยชน์ส่วนรวม กำรตระหนกั รแู้ ละใส่ใจปัญหำกำรทุจริต และรว่ มกันพฒั นำชุมชนให้มีควำมเอื้ออำทรบน พื้นฐำนของจริยธรรมและจิตพอเพียง ตลอดจนเกิดเครือข่ำยชุมชนจิตพอเพียงต้ำนทุจริตและเป็นแกนน้ำสรำ้ ง วัฒนธรรมไม่ทนต่อกำรทุจริต ซึ่งโมเดล STRONG ได้มีกำรสร้ำงและพัฒนำโดยรองศำสตรำจำรย์ ดร. มำณี ไชยธรี ำนวุ ัฒศิริ ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2560 – 2562 แสดงไดด้ ังแผนภำพ ดงั นี้ * แผนภาพท่ี 1 โมเดล STRONG – จติ พอเพียงต้านทุจริต ปี พ.ศ. 2562 จำกแผนภำพข้ำงตน้ สำมำรถอธิบำยนยิ ำมเชิงปฏิบตั กิ ำรไดด้ งั น้ี (1) พอเพียง (Sufficient : S) ค้ำนยิ ำมปี พ.ศ. 2562 ควำมพอเพียงของปัจเจกบุคคล ย่อมที่ระดับท่ีแตกต่ำงกันตำมวิธีคิด สภำพควำมพร้อมและ ควำมสำมำรถ รวมทงั้ ตำมสถำนภำพทำงเศรษฐกจิ และสงั คมของบุคคลและครอบครัว กลไกหลัก คือ ปรับวิธีคิดที่แยกแยะผลประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวมได้อย่ำงถูกต้อง ชัดเจน และเป็นอัตโนมัติจะน้ำไปสู่จิตส้ำนึกท่ีพอเพียง ไม่กอบโกยผลประโยชน์โดยมิชอบ ไม่เบียดเบียนผู้อ่ืน ไม่เบียด บังรัฐ ไม่รบั อำมสิ สนิ บนโดยมติ ้องจำ้ กัดขอบเขตของกำรประกอบอำชีพที่สจุ ริต สำมำรถหำทรัพยส์ นิ เงินทองได้ ตำมควำมสำมำรถ ทั้งน้ี โดยไม่เดอื ดร้อนตนเองและผู้อนื่
198 (2) โปรง่ ใส (Transparent : T) ค้ำนยิ ำมปี พ.ศ. 2562 ควำมโปร่งใส ทำ้ ให้เห็นภำพหรอื ปรำกฏกำรณ์ชดั เจน กลไกหลัก คือ สร้ำงควำมรคู้ วำมเขำ้ ใจ และวธิ สี งั เกตเกย่ี วกบั ควำมโปร่งใสของโครงกำรต่ำง ๆ (3) ตื่นรู้ (Realize : R) ค้ำนยิ ำมปี พ.ศ. 2562 เมอื่ บคุ คลร้พู ษิ ภัยของกำรทุจริต และไมท่ นท่ีจะเห็นกำรทจุ ริตเกิดข้ึน กลไกหลัก กำรเรียนรู้สถำนกำรณ์กำรทุจริตในพ้ืนท่ี ในชุมชน หรือในกรณีที่ปรำกฏกำรทุจริต ขึ้น หรอื กรณีศกึ ษำท่ีเกิดขึ้นมำแล้วและมีค้ำพพิ ำกษำถงึ ท่สี ุดแล้ว (4) ม่งุ ไปขา้ งหน้า (Onward : O) ค้ำนิยำมปี พ.ศ. 2562 กำรไม่มีกำรทุจริตของภำครฐั จะท้ำให้เงินภำษถี กู น้ำไปใชใ้ นกำรพัฒนำอย่ำงเต็มที่ กลไกหลัก คือ กำรป้องกันและกำรป้องปรำม ด้วยกระบวนกำรมีส่วนร่วมในกำรเฝำ้ ระวงั พื้นท่ีที่ มีควำมเสยี่ ง ในกำรทุจริต เชน่ กำรบุกรุกพื้นทส่ี ำธำรณะ หรอื เฝำ้ ระวังโครงกำรใหด้ ้ำเนนิ กำรด้วยควำมโปร่งใส (5) ความรู้ (Knowledge : N) ค้ำนยิ ำมปี พ.ศ. 2562 ควำมรดู้ ้ำนต่ำง ๆ มีควำมจำ้ เป็นตอ่ กำรปอ้ งกนั และป้องปรำมกำรทุจริต กลไกหลัก คือ กำรใหค้ วำมรู้ในรูปแบบกำรฝกึ อบรม หรอื ให้สอื่ เรยี นรอู้ ย่ำงตอ่ เน่อื ง เช่น (1) ควำมรู้เก่ียวกับรูปแบบกำรทุจริตแบบต่ำง ๆ ทั้งแบบสมัยอดีต แบบปัจจุบัน และแบบที่ อำจจะเกิดข้ึนในอนำคต (2) ควำมร้เู กย่ี วกับกำรทจุ รติ ในตำ่ งประเทศ (3) วิธีกำรป้องกนั - ป้องปรำมแบบตำ่ ง ๆ (4) ควำมรเู้ ก่ียวกำรเฝำ้ ระวัง (5) ควำมรูเ้ กี่ยวกับกฎหมำยท่เี ก่ยี วข้อง (6) เอืออาทร (Generosity : G) คำ้ นิยำมปี พ.ศ. 2562 กำรพัฒนำสงั คมไทยใหม้ ีนำ้ ใจ โอบอ้อมอำรี เอือ้ เฟอื้ เผื่อแผ่ โดยไมม่ ีผลประโยชนต์ อบแทนหรือ หวงั ผลตอบแทน ในฐำนะเพ่อื นมนุษย์ กลไกหลัก กิจกรรมจติ อำสำ ชว่ ยเหลอื บคุ คล ชมุ ชน/สังคมในยำมวิกฤติ หรือกำรร่วมมือในกำร รว่ มพัฒนำชุมชน จำกนิยำมข้ำงต้น STRONG: จิตพอเพียงต้ำนทุจริต จึงหมำยถึง ผู้ท่ีมีควำมพอเพียง ไม่เบียดเบียน ตนเองและผู้อ่ืน (S) มุ่งอนำคตท่ีเจริญทั้งตนเองและส่วนรวม (O) โดยใช้หลักควำมโปร่งใสตรวจสอบได้ (T) พ้ืนฐำนจิตใจมีมนุษยธรรมเอ้อื อำทร ช่วยเหลอื เพื่อนมนษุ ยโ์ ดยไมเ่ ห็นแกป่ ระโยชน์ตำ่ งตอบแทน (G) ให้ ควำมส้ำคัญต่อกำรเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อกำรด้ำรงชีวิตในทำงท่ีชอบ (N) แต่ตื่นรู้เรื่องภัยทุจริตที่ร้ำยแรงส่งผล ต่อสังคม รงั เกียจกำรทุจริตประพฤตมิ ชิ อบทั้งปวง ไม่ยอมทนต่อกำรทุจรติ ทุกรูปแบบ (R)
199 นอกจำกน้ี ในปี พ.ศ. 2562 ได้มีกำรพัฒนำโมเดล STRONG โดยเพิ่มในเร่ืองของกำรมีส่วนร่วม (Participation) อันเป็นกลไกส้ำคัญในกำรเชื่อมโยงและขับเคลื่อนหลักกำรของโมเดล STRONG ไปสู่กำร ป้องกันกำรทุจริตได้เป็นรูปธรรมอย่ำงมีประสิทธิภำพ ซึ่งกำรเผยแพร่หลักกำรของโมเดล STRONG สู่ชุมชน จะด้ำเนินกำรโดยส้ำนักงำน ป.ป.ช. ประจ้ำจังหวัด และมีกำรคัดเลือกผู้แทน/ผู้น้ำชุมชนในจงั หวดั ท่ีมีเครอื ข่ำย มีควำมสำมำรถและทักษะในกำรถ่ำยทอดองค์ควำมรู้มำอบรมให้มีควำมรู้ควำมเข้ำใจเก่ียวกับโมเดล STRONG กำรน้ำไปประยุกต์ใช้ในกำรกำรต่อต้ำนกำรทุจริต เช่น กำรคิดแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ สว่ นรวม ควำมไม่ทนและควำมอำยต่อกำรทจุ ริต หลักกำรจติ พอเพียงดว้ ยวิธีกำรทเ่ี หมำะสม เปน็ ต้น เพื่อให้ ผู้ ได้รับกำรคดั เลือกเปน็ โค้ช (coach) ถ่ำยทอดควำมรู้เกยี่ วกับหลักกำรของโมเดล STRONG และกำรต่อต้ำนกำร ทุจริตให้แก่ผู้ที่อำศัยอยู่ในชุมชน รวมถึงยังมีกำรจัดต้ังชมรม STRONG เพ่ือให้ทุกภำคส่วนมีควำมตระหนักรู้ เลง็ เหน็ ถงึ ควำมส้ำคญั ของปญั หำกำรทจุ ริตและมสี ่วนรว่ มในกำรเฝำ้ ระวงั และแจง้ เบำะแสกำรทุจริต
200
4. หน่วยการเรยี นรู้ 20 หนว่ ย ช่ือหน่วย เวลา จดุ ประสงค์การเรียนรู้ เนอื หาสาระ ท่ี (ช่วั โมง) ทรัพยากรน้าและ การท 1 การขัดกนั 3 - เพอ่ื ให้มคี วำมร้คู วำม ระหวา่ ง เขำ้ ใจกำรขดั กนั ของ น้าบาดาล การขัด ผลประโยชน์ ผลประโยชนส์ ว่ นตน สว่ นตนและ และผลประโยชน์ ผลปร ผลประโยชน์ สว่ นรวมเกยี่ วกบั กำรใช้ สว่ นรวม ทรพั ยำกรน้ำ และน้ำ น้าผวิ ดิน STRONG บำดำลในชีวิตจรงิ - วฏั จักรของน้ำ S และ G - เพ่ือให้มที ักษะในกำร สือ่ สำรเพอื่ ช้ีประเดน็ - ประเภทของ ควำมพอเพ และนำ้ อภิปรำยเพ่อื วเิ ครำะหก์ ำรขัดกันของ แหลง่ น้ำ ควำมเอ้ืออ ผลประโยชนส์ ว่ นตน และผลประโยชน์ - คุณค่ำและกำรใช้ ต่อกนั ในก สว่ นรวมเกย่ี วกับกำรใช้ ทรพั ยำกรนำ้ และ ประโยชน์ เช่น ทรัพยำกร นำ้ บำดำล กำรอุปโภคบริโภค R : ควำ กำรอุตสำหกรรม กำรรกั ษำป กำรเกษตร สำธำรณะ กำรชลประทำน ปฏิกลู ลงใน กำรคมนำคม ไมส่ รำ้ งสิง่ และกำรท่องเทยี่ ว หรือกระท้ำ - องคป์ ระกอบ ที่เปน็ กำรล ปริมำณ และ N : ควำ คณุ ภำพ ใชท้ รพั ยำก - ควำมแตกต่ำง ควำมรู้ในก ระหวำ่ งภมู ภิ ำค/ น้ำเสยี จำก ภูมศิ ำสตร์ ควำมรเู้ ก่ีย น้าบาดาล อนุญำตขดุ - ก้ำเนิดนำ้ บำดำล น้ำบำดำล/ - ประเภทแหลง่ และทกั ษะ น้ำบำดำล (ชัน้ ทรำย ส่ือสำรกับค หนิ แข็ง หนิ ปูน)
01 วิธีการจดั การเรียนรู้ สือ่ การเรียนรู้ แหลง่ เรียนรู้ การประเมินผล ทจุ ริต/ ดกนั แห่ง ระโยชน์ G Model - กำรบรรยำย - เอกสำร - เอกสำรและ - กำรประเมนิ G : - กำรอภปิ รำยกลมุ่ - กำร์ตูน ข้อมูลจำก ตนเอง (Self พยี งและ - กำรศึกษำดงู ำนแหล่งน้ำ - คลิปวีดโิ อทั้ง เว็บไซตส์ ำ้ นัก Report) เช่น อำทร ผวิ ดินและน้ำบำดำลในพน้ื ที่ ออนไลนแ์ ละ ส่งเสรมิ และ กำรพดู และ กำรใช้ - กิจกรรมสำ้ รวจสถำนกำรณ์ ออฟไลน์ บรู ณำกำรกำร กำรน้ำเสนอ รน้ำ นำ้ ในประเทศไทย (ตำม - อนิ โฟ มสี ่วนร่วมต้ำน - กำรสงั เกต ำมตืน่ รู้ใน ประเดน็ Hot Issue) กรำฟฟกิ ทจุ รติ ส้ำนักงำน พฤตกิ รรม ประโยชน์ ป.ป.ช. ไม่ทงิ้ สิง่ ( STRONG นแหล่งนำ้ Model) งก่อสรำ้ ง - เอกสำรและ ำกำรใด ๆ ข้อมลู จำก ล่วงลำ้ ล้ำน้ำ เวบ็ ไซตส์ ำ้ นกั ำมรใู้ นกำร กำรขดั กันแหง่ กรน้ำ/ ผลประโยชน์ กำรบ้ำบดั ส้ำนกั งำน ป.ป.ช. กครวั เรือน/ - เอกสำรและ ยวกับกำรขอ ข้อมลู จำก ดเจำะ เวบ็ ไซต์ /ควำมรู้ ส้ำนกั งำน ะในกำร ทรพั ยำกรนำ้ คนในชมุ ชน แหง่ ชำติ (สนทช.)
20 - องคป์ ระกอบ - ควำมเสีย่ ปรมิ ำณ และ โอกำสทจี่ ะ คุณภำพ ทุจริตจำกก - ควำมแตกตำ่ ง หรอื กำรใช ระหวำ่ งภมู ภิ ำค/ ด้ำนทรัพย ภมู ศิ ำสตร์ น้ำบำลดำล - พระรำชบญั ญตั ิ อนุมตั ิ อน ทรพั ยำกรนำ้ กำรละเมดิ พ.ศ. 2561 บกุ รกุ ล้ำน - กฎหมำยเกี่ยวกับ - ระบบหร กำรควบคมุ คณุ ภำพ ในกำรตดิ ต ทรพั ยำกรน้ำ ปรึกษำ หร - กฎหมำยเก่ยี วกับ แจ้งเบำะแ กำรควบคมุ คณุ ภำพ สิง่ แวดล้อม การขัดกนั ผลประโยช และผลปร สว่ นรวม - นยิ ำม คว และประเภ - กรอบแน ขดั กนั ระห ประโยชนส์ ประโยชนส์ 2 ความเส่ยี งและ 3 - เพือ่ ใหร้ ้เู ท่ำทันกำร การพฒั นาและ - STRONG การทจุ ริตดา้ น ทรัพยากรนา้ ละเมดิ หรือกำรกระท้ำ การใชป้ ระโยชน์ - กำรขดั ก และนา้ บาดาล ควำมผดิ เกี่ยวกบั กำรใช้ น้าผวิ ดิน ผลประโยช
02 ยงและ - เอกสำรและ ะเกดิ กำร ขอ้ มลู จำก กำรพฒั นำ เว็บไซต์กรม ชป้ ระโยชน์ ทรพั ยำกรน้ำ ยำกรนำ้ และ - เอกสำรและ ล เช่น กำร ข้อมูลจำก นุญำต และ เวบ็ ไซต์กรมทรพ ดหรือกำร ยำกรน้ำบำดำล นำ้ สำธำรณะ - เอกสำรและ รอื ช่องทำง ขอ้ มูลจำก ตอ่ สอบถำม เว็บไซต์กรม รอื ช้ีช่อง ชลประทำน แส - หอ้ งสมดุ โรงเรยี น นของ - พพิ ิธภัณฑ์ใน ชนส์ ว่ นตวั ชมุ ชน/ทอ้ งถ่นิ ระโยชน์ - ผู้นำ้ ชมุ ชนหรือ ปรำชญ์ชุมชน วำมหมำย ภท นวคดิ กำร หว่ำง ส่วนตนกบั สว่ นรวม G Model - กำรบรรยำย - เอกสำร - เอกสำรและ - กำรประเมนิ กันของ ตนเอง (Self ชน์สว่ นตัว - กำรอภปิ รำยกลุ่ม - คลิปวดี โิ อท้ัง ขอ้ มูลจำก Report) เช่น - กำรศกึ ษำดูงำนหรอื กำรทำ้ ออนไลนแ์ ละ เว็บไซตส์ ำ้ นัก กจิ กรรมส้ำรวจแหล่งน้ำใน ออฟไลน์ ส่งเสริมและ
20 ทรพั ยำกรน้ำ และ - กำรขดุ ลอก และผลปร น้ำบำดำลในชวี ิตจริง แหล่งน้ำ กำรขุดบอ่ สว่ นรวม - เพ่ือให้มคี วำมรู้ควำม เข้ำใจและทักษะในกำร กำรขุดสระ - กรณศี ึกษ วิเครำะหค์ ณุ ภำพน้ำ และนำ้ ผลกำรวเิ ครำะห์ - กำรสูบน้ำจำก เส่ยี งและโ ไปใช้ประโยชนต์ ่อ อำชีพได้ แหลง่ น้ำสำธำรณะ เกิดกำรทจุ เพ่อื ท้ำกำรเกษตร พฒั นำหรอื - กำรคมนำคม ประโยชน์ด ทำงน้ำ (คลอง แม่น้ำ ทรพั ยำกร และทะเล) นำ้ บำลดำล - กำรประมง อนมุ ตั ิ อน (คลอง แมน่ ้ำ และ กำรละเมิด ทะเล) บกุ รกุ ล้ำน คุณภาพและการใช้ - กรณศี ึกษ ประโยชน์นา้ และ กำรละเวน้ น้าบาดาลในชุมชน - ระบบหร - ผลของกำรพัฒนำ ในกำรติดต ทงั้ ในเชงิ บวกและ ปรกึ ษำ หร เชิงลบ แจ้งเบำะแ - กำรใช้ประโยชนน์ ้ำ และน้ำบำดำลใน แตล่ ะภมู ภิ ำค การสื่อสาร - กำรส่อื สำรเพ่ือ สรำ้ งควำมตระหนักรู้ และปรบั พฤติกรรม
03 ระโยชน์ ชุมชนหรือท้องถ่ิน เชน่ - อนิ โฟ บรู ณำกำรกำรมี กำรพูด และ แมน่ ้ำ ล้ำคลอง อำ่ งเกบ็ น้ำ กรำฟฟกิ สว่ นร่วมต้ำน กำรนำ้ เสนอ ษำควำม แหลง่ น้ำประปำชมุ ชน ทจุ ริต สำ้ นักงำน - กำรสงั เกต โอกำสที่จะ ท่ำเรือ แหล่งทำ้ กำรประมง ป.ป.ช. พฤติกรรม จริตจำกกำร ในชมุ ชนหรอื ทอ้ งถน่ิ ( STRONG อกำรใช้ Model) ดำ้ น - เอกสำรและ รน้ำและ ขอ้ มลู จำก ล เชน่ กำร เวบ็ ไซตส์ ้ำนัก นุญำต และ กำรขัดกนั แหง่ ดหรือกำร ผลประโยชน์ นำ้ สำธำรณะ ส้ำนกั งำน ป.ป.ช. ษำ : ผลจำก - เอกสำรและ น ข้อมลู จำก รือชอ่ งทำง เว็บไซต์ ต่อสอบถำม สำ้ นักงำน รือชี้ช่อง ทรัพยำกรนำ้ แส แห่งชำติ (สนทช.) - เอกสำรและ ข้อมลู จำก เว็บไซตก์ รม ทรพั ยำกรน้ำ - เอกสำรและ ขอ้ มูลจำก เวบ็ ไซต์
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315