43 ศกึ ษาหลักการของแนวคิดเชิงคานวณ การแยกส่วนประกอบและการย่อยปัญหา การหารูปแบบ การ คิดเชิงนามธรรม ตัวอย่างและประโยชน์ของแนวคิดเชิงคานวณเพ่ือแก้ปัญหาในชีวิตประจาวัน ประยุก ต์ใช้ แนวคิดเชิงคานวณในการออกแบบขัน้ ตอนวิธีสาหรับแก้ปัญหา การแก้ปัญหาด้วยคอมพิวเตอร์ การระบุข้อมูล เข้า ข้อมูลออก และเง่ือนไขของปัญหา การออกแบบข้ันตอนวิธี การทาซ้า การจัดเรียงและค้นหาข้อมูล ตัวอย่างการออกแบบข้ันตอนวิธีเพ่ือแก้ปัญหาด้วยคอมพิวเตอร์ การศึกษาตัวอย่างโครงงานทางเทคโนโลยี สารสนเทศ การกาหนดปัญหา ศึกษา วางแผน ดาเนินงาน สรุปผลและเผยแพร่ ในการพัฒนาโครงงานท่ีมี การบรู ณาการร่วมกับวชิ าอนื่ และเช่ือมโยงกับชวี ิตจรงิ รหสั ตวั ช้ีวัด มาตรฐาน ว 4.2 ม.4/1 ว. 4.2 เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ประยุกตใชแนวคดิ เชิงคานวณในการพัฒนาโครงงานท่มี ีการบรู ณาการกับวชิ าอืน่ อยาง สรางสรรค และเช่ือมโยงกบั ชวี ติ จริง รวม 1 ตัวชี้วัด คาอธบิ ายรายวชิ า(เพิม่ เติม)
44 รายวิชา การสร้างเว็บไซตแ์ บบมืออาชีพ กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศ ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรยี นที่ 1 รหสั วชิ า ว30261 เวลา 40 ชว่ั โมง /ภาคเรียน จานวน 1.0 หน่วยกิต ศึกษาความรพู้ น้ื ฐาน การทางานของบล็อก หลกั การออกแบบบล็อกท่ดี ี การสร้างและพฒั นาบลอ็ ก ด้วยโปรแกรมสาเร็จรปู ฝึกปฏบิ ตั ิการออกแบบบล็อก ข้นึ มาใชง้ านให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของงาน สร้างและแก้ไข เนอ้ื หาบนบลอ็ ก สรา้ งลงิ กเ์ มนตู า่ งๆ แทรกไฟล์มลั ติมเี ดียลงในบล็อกรวมทงั้ การอปั โหลดไฟล์ที่สรา้ งขึ้นเพือ่ ใช้ งานได้จรงิ บนเครอื ข่ายอินเทอร์เน็ต และเขยี นรายงานการพัฒนาบลอ็ กในรูปแบบของโครงงานได้ เพื่อใหม้ ีความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกับการสร้างงานกราฟกิ และการออกแบบบลอ็ ก มที กั ษะในการใชง้ าน คอมพวิ เตอร์ในการสร้างชิ้นงาน ตลอดจนการประยุกต์ใช้งานคอมพิวเตอรส์ ร้างงานตา่ งๆ ได้อย่างสรา้ งสรรค์ และมีจิตสานกึ ความรบั ผิดชอบ ผลการเรียนรู้ 1. สามารถอธิบายความหมาย ประโยชน์ ข้อดี ข้อเสีย ประเภทของบล็อก บล็อกซอฟต์แวร์และ เปรียบเทียบบลอ็ กกบั เวบ็ ไซต์ได้ 2. บอกองคป์ ระกอบของบล็อก การออกแบบบล็อก หลกั การออกแบบ และเทคนิคการสร้างบล็อกได้ 3. ออกแบบบล็อกตามเรื่องท่สี นใจได้ 4. สามารถบอกความเป็นมา ประเภท ขอ้ ดีข้อเสยี และสมัครเข้าใชง้ านเวิร์ดเพรสได้ 5. สามารถใช้งานระบบจัดการ เวิร์ดเพรส ดว้ ยแดชบอรด์ หรือหน้าควบคุมได้ 6. สามารถสร้างและแก้ไขเน้ือหาบนบล็อกได้ 7. สามารถแทรกไฟล์มลั ติมเี ดยี ต่างๆ ลงในบล็อกได้ 8. สามารถสร้างลงิ ก์เมนูไปยังเนื้อหาบนบล็อกได้ 9. สามารถตกแต่งเวริ ด์ เพรสดว้ ยวิดเจ็ตและปลัก๊ อนิ ได้ 10. รายงานการพฒั นาเว็บบล็อกในรปู แบบของโครงงานไดอ้ ย่างสรา้ งสรรค์ และมีจิตสานึกความ รบั ผิดชอบ รวมทง้ั หมด 10 ผลการเรยี นรู้
45 คาอธบิ ายรายวิชา(เพ่ิมเติม) รายวชิ า การโปรแกรมเบอ้ื งต้น กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 เวลา 40 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น ภาคเรยี นที่ 2 รหัสวชิ า ว30262 จานวน 1.0 หน่วยกติ ศึกษาหลักการและขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เครื่องมือการออกแบบ โปรแกรม ความเปน็ มาของภาษาคอมพิวเตอร์ โครงสรา้ งภาษาคอมพิวเตอร์ ลกั ษณะเด่นและลักษณะด้อยของ ภาษาคอมพิวเตอร์ ประเภทข้อมูล องค์ประกอบของคาส่ัง การคานวณและเปรียบเทียบข้ันตอนในการทางาน ของโอเปอเรชั่น คานวณคาสั่งต่าง ๆ ในภาษาคอมพิวเตอร์ ฟังก์ชันเบื้องต้น การเขียนโปรแกรมงานต่างๆ โดย ใช้คาสง่ั และฟังกช์ นั เบ้อื งต้นในภาษาใดภาษาหนึ่งกับเครอื่ งไมโครคอมพิวเตอร์ ปฏิบัติการ วิเคราะห์โจทย์ปัญหาการออกแบบโปรแกรม และเขียนโปรแกรมด้วยคาส่ัง ภาษาคอมพวิ เตอร์ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ และทักษะในการวิเคราะห์โจทย์ปัญหา สามารถออกแบบโปรแกรมและ เขียนโปรแกรมใชง้ าน รวมทั้งสามารถนาไปประยกุ ต์ใช้งานได้ ผลการเรยี นรู้ 1. สามารถเลือกใช้โปรแกรมภาษาทเ่ี หมาะสมกับการแกป้ ัญหาได้ 2. อธบิ ายลกั ษณะเด่นและดอ้ ยของโปรแกรมภาษาแตล่ ะประเภทได้ 3. อธบิ ายถึงประเภทขอ้ มูล และองค์ประกอบของคาสง่ั ได้ 4. อธิบายถงึ ขนั้ ตอนการทางานของโอเปอเรชั่น ลาดับความสาคญั ของเครือ่ งหมายได้ 5. สามารถเขียนโปรแกรมเพ่อื แกป้ ัญหาโดยใชค้ าสั่งเบือ้ งตน้ ของภาษาคอมพิวเตอร์ท่ีเลือกได้ 6. สามารถเขียนโปรแกรมโดยใช้โครงสรา้ งคาส่งั แบบมเี งื่อนไขและวนรอบการทางานได้ รวม 6 ผลการเรียนรู้
46 คาอธิบายรายวิชา(พ้นื ฐาน) รายวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ ๑ (เคมี) กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๕ ภาคเรียนที่ ๑ รหสั วิชา ว๓๒๑๐๑ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง/ภาคเรียน จานวน ๑.๐ หนว่ ยกิต ศกึ ษาความรู้ อธิบาย ธาตุ สารประกอบ อะตอม โมเลกุล ไอออน สตู รเคมี ความแตกต่างของ แบบจาลองอะตอมของโบว์กบั แบบจาลองอะตอมแบบกลุ่มหมอก โปตอน นิวตรอน อิเล็กตรอน ไอออนท่ีเกิด จากอะตอมเดยี ว สญั ลักษณน์ ิวเคลียรข์ องธาตุ ไอโซโทป หมู่และคาบของธาตุ ธาตโุ ลหะ อโลหะ ก่ึงโลหะ กลุ่ม ธาตุเรพรเี ซนเททีฟ กลุ่มธาตุแทรนซิซัน ตารางธาตุ สมบตั ิการนาไฟฟา้ การใหแ้ ละรับอเิ ล็กตรอนระหวา่ งธาตุ ในกลมุ่ โลหะกบั อโลหะ ประโยชนแ์ ละอันตรายทเ่ี กดิ จากธาตเุ รพรเี ซเททฟี และธาตุแทรนซิชนั พันธะโคเวเลนต์ พันธะเดีย่ ว พนั ธะคู่ หรือพันธะสาม จานวนคูอ่ ิเลก็ ตรอนะหวา่ งคู่ร่วมพนั ธะจากสูตรโครงสรา้ ง ภาพขวั้ ของ สารทีโ่ มเลกุลประกอบดว้ ย ๒อะตอม พนั ธะไฮโดรเจน สตู รโครงสรา้ ง ความสมั พันธ์ระหวา่ งจุดเดือดของสาร โคเวเลนต์กับแรงดงึ ดูดระหวา่ งโมเลกุลตาม การเกิดพนั ธะไฮโดรเจน สูตรเคมขี องไอออนและสารประกอบไอ ออนิก การละลายแบบแตกตัวไมแ่ ตกตัว สารละลายอเิ ล็กโทรไลต์ นอนอิเล็กโทรไลต์ สารประกอบอนิ ทรยี ์ ประเภทไฮโดรคารบ์ อนอ่ิมตัวไมอ่ ่ิมตวั สตู รโครงสรา้ ง สมบัติทางกายภาพพอลเิ มอร์ มอนอเมอร์ สมบัติความ เป็นกรด-เบส โครงสรา้ งของสารประกอบอนิ ทรีย์ สมบัตกิ ารละลายในตัวทาละลายชนิดต่างๆของสาร ความสัมพนั ธ์ระหว่างโครงสร้าง สมบัติเทอร์มอพลาสติก เทอรม์ อเซต การนาพอลเิ มอรไ์ ปใช้ประโยชน์ ผลกระทบของการใช้ผลิตภัณฑ์พอลเิ มอร์ทมี่ ีค่ต่อส่งิ มชี ีวิตและสง่ิ แวดลอ้ ม สูตรเคมี สารต้ังต้น ผลติ ภณั ฑ์ ความหมายของสญั ลกั ษณ์ในสมการเคมีของปฏกิ ิรยิ าเคมี ผลของความเขม้ ข้น พนื้ ทีผ่ วิ อุณหภูมิ ตวั เรง่ ปฏกิ ิริยาท่มี ีผลตอ่ อัตราการเกิดปฏกิ ิริยาเคมี ปัจจยั ท่ีมีผลตอ่ อัตราการเกิดปฏกิ ิริยาเคมที ี่ใชป้ ระโยชน์ใน
47 ชวี ติ ประจาวันในอุตสาหกรรม สมบัตขิ องสารกมั มนั ตรงั สี คร่ึงชีวติ ปรมิ าณของสารกมั มนั ตรงั สี ประโยชน์ของ สารกัมมนั ตรังสี การปอ้ งกันอันตรายทเี่ กิดจากกัมมันตภาพรังสี โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสืบคน้ ข้อมลู การสังเกต การวเิ คราะห์ การอภิปราย การอธิบาย และการสรุปผล เพ่ือใหผ้ เู้ รยี นเกิดความรู้ ความคิด และความเขา้ ใจ มคี วามสามารถ ในการ ตดั สินใจ ส่อื สารส่ิงท่ีเรยี นรู้และนาความรู้ไปใชใ้ นชีวติ ตนเอง ตลอดจนมจี ติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรมและคา่ นยิ มทีถ่ ูกต้อง รหัสตวั ชวี้ ดั ว ๒.๑/๑, ว๒.๑/๒, ว๒.๑/๓ ,ว ๒.๑/๔, ว๒.๑/๕, ว๒.๑/๖ ,ว๒.๑/๗, ว๒.๑/๘, ว๒.๑/๙ ,ว๒.๑/๑๐, ว๒.๑/๑๑ ,ว ๒.๑/๑๒ ,ว ๒.๑/ ๑๓ ,ว ๒.๑/๑๔ ,ว ๒.๑/๑๕ ,ว ๒.๑/๑๖ ,ว ๒.๑/๑๗ ,ว ๒.๑/๑๘ , ว ๒.๑/๑๙ ,ว ๒.๑/ ๒๐,ว ๒.๑/๒๑ ,ว ๒.๑/๒๒ ,ว ๒.๑/ ๒๓, ว ๒.๑/๒๔ ,ว ๒.๑/๒๕ ตวั ชวี้ ดั ๑. ระบุว่าสารเปน็ ธาตุหรือสารประกอบ และอยู่ใน รูปอะตอม โมเลกลุ หรือไอออนจากสตู รเคมี ๒. เปรียบเทยี บความเหมือนและความแตกตา่ ง ของแบบจาลองอะตอมของโบรก์ ับแบบจาลอง อะตอม แบบกลมุ่ หมอก ๓. ระบจุ านวนโปรตอน นวิ ตรอน และอิเลก็ ตรอน ของอะตอม และไอออนทเี่ กดิ จากอะตอมเดยี ว ๔. เขยี นสัญลักษณน์ ิวเคลียรข์ องธาตุและระบุการ เป็นไอโซโทป ๕. ระบุหมแู่ ละคาบของธาตุและระบุวา่ ธาตเุ ปน็ โลหะ อโลหะ ก่ึงโลหะ กลมุ่ ธาตเุ รพรเี ซนเททีฟ หรอื กลุ่ม ธาตแุ ทรนซิชนั จากตารางธาตุ ๖. เปรียบเทยี บสมบัติการนาไฟฟา้ การให้และรบั อเิ ลก็ ตรอนระหว่างธาตุในกลมุ่ โลหะกับอโลหะ ๗. สืบค้นข้อมลู และนาเสนอตวั อยา่ งประโยชน์และ อันตรายท่ีเกดิ จากธาตเุ รพรีเซนเททฟี และ ธาตุแทรน ซชิ นั ๘. ระบวุ า่ พนั ธะโคเวเลนตเ์ ป็นพันธะเดยี่ ว พนั ธะคู่ หรือพนั ธะสาม และระบจุ านวนคู่อเิ ล็กตรอน ระหวา่ ง อะตอมคูร่ ่วมพนั ธะ จากสูตรโครงสร้าง ๙. ระบสุ ภาพขว้ั ของสารที่โมเลกลุ ประกอบดว้ ย ๒ อะตอม ๑๐. ระบุสารที่เกดิ พันธะไฮโดรเจนได้จากสูตร โครงสรา้ ง ๑๑. อธิบายความสมั พนั ธ์ระหวา่ งจุดเดือดของสาร โคเวเลนต์กับแรงดึงดดู ระหวา่ งโมเลกุลตาม สภาพขวั้ หรอื การเกดิ พันธะไฮโดรเจน ๑๒. เขียนสตู รเคมขี องไอออนและสารประกอบ ไอออนิก ๑๓. ระบวุ ่าสารเกดิ การละลายแบบแตกตวั หรือ ไม่แตกตัว พร้อมใหเ้ หตผุ ลและระบวุ า่ สารละลายทีไ่ ด้ เปน็ สารละลายอิเลก็ โทรไลต์ หรอื นอนอเิ ล็กโทรไลต์ ๑๔. ระบุสารประกอบอนิ ทรยี ์ประเภทไฮโดรคาร์บอน ว่าอม่ิ ตวั หรอื ไม่อมิ่ ตวั จากสูตรโครงสรา้ ง
48 ๑๕. สืบคน้ ข้อมูลและเปรียบเทยี บสมบัติ ทางกายภาพระหว่างพอลเิ มอร์และมอนอเมอร์ ของพอลเิ มอร์ช นิดน้ัน ๑๖. ระบสุ มบัติความเปน็ กรด-เบส จากโครงสร้างของสารประกอบอนิ ทรยี ์ ๑๗. อธิบายสมบตั ิการละลายในตัวทาละลายชนดิ ต่าง ๆ ของสาร ๑๘. วเิ คราะหแ์ ละอธิบายความสัมพนั ธ์ระหว่าง โครงสรา้ งกับสมบัติเทอร์มอพลาสตกิ และ เทอร์มอเซต ของพอลเิ มอรแ์ ละการนา พอลิเมอรไ์ ปใชป้ ระโยชน์ ๑๙. สบื ค้นขอ้ มูลและนาเสนอผลกระทบของการใช้ ผลิตภณั ฑพ์ อลิเมอร์ท่ีมีต่อสิ่งมีชีวิตและ สง่ิ แวดล้อม พร้อมแนวทางป้องกันหรือแก้ไข ๒๐. ระบสุ ูตรเคมีของสารต้ังต้น ผลิตภัณฑ์และ แปลความหมายของสัญลกั ษณใ์ นสมการเคมี ของปฏกิ ิรยิ า เคมี ๒๑. ทดลองและอธิบายผลของความเข้มข้น พื้นที่ผวิ อุณหภมู แิ ละตวั เร่งปฏิกริ ิยา ท่ีมผี ลต่ออัตราการ เกิดปฏกิ ริ ิยาเคมี ๒๒. สืบคน้ ขอ้ มลู และอธิบายปจั จัยทีม่ ผี ลตอ่ อตั รา การเกิดปฏิกิรยิ าเคมที ่ีใชป้ ระโยชนใ์ นชีวิต ประจาวนั หรอื ในอตุ สาหกรรม ๒๓. อธบิ ายความหมายของปฏิกริ ยิ ารีดอกซ์ ๒๔. อธิบายสมบตั ขิ องสารกมั มันตรงั สีและคานวณ ครง่ึ ชีวิตและปรมิ าณของสารกัมมันตรังสี ๒๕. สบื คน้ ขอ้ มูลและนาเสนอตัวอย่างประโยชน์ ของสารกมั มนั ตรงั สีและการป้องกนั อันตราย ท่ีเกดิ จาก กัมมนั ตภาพรงั สี รวมตวั ชวี้ ัด ๒๕ ตวั ชีว้ ัด คาอธิบายรายวชิ า(พื้นฐาน) รายวิชา วิทยาศาสตรก์ ายภาพ 2 (ฟสิ กิ ส์) กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ รหสั วิชา ว 32102 ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 จานวน 1.0 หน่วยกติ เวลา 80 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น ศึกษาความสมั พันธ์ระหว่างแรงกบั การเคลื่อนท่ีของวตั ถุในสนามโน้มถว่ ง สนามไฟฟ้า สนามแม่เหล็ก แรงนวิ เคลียรแ์ ละแรงไฟฟา้ ระหว่างอนุภาคในนิวเคลยี ส ปริมาณต่าง ๆ ทเี่ กย่ี วกบั การ เคลอื่ นทใ่ี นแนวตรง แรง แรงลพั ธ์ และผลของแรงต่อการเคล่ือนที่ของวัตถุ กฎการเคล่อื นที่ การเคล่ือนทแี่ บบโพรเจกไทล์ การเคลื่อนท่ี เปน็ วงกลม และการเคลื่อนทีแ่ บบส่ัน แรงโน้มถ่วงท่เี กีย่ วกับการเคลื่อนทขี่ องวัตถุ แรงแมเ่ หล็กและแรงทาง
49 ไฟฟ้า การเกิดอเี อ็มเอฟ ปฏกิ ิริยานิวเคลียร์ ความสัมพันธ์ระหว่างมวลกบั พลังงาน พลงั งานท่ีได้จากปฏกิ ิรยิ า นวิ เคลียร์ การเปล่ียนพลงั งานทดแทนเป็นพลงั งานไฟฟ้า คลื่นกล ความสัมพันธร์ ะหว่างอัตราเรว็ ความถ่ี และความยาวคล่ืน การเกดิ คลื่นเสยี ง สมบัตขิ องคลนื่ คลืน่ เสียง ความเขม้ เสียง ระดับความเข้มเสยี ง การได้ยิน บีต ดอปเพลอร์ การสัน่ พ้อง คณุ ภาพเสียง มลพษิ ทางเสยี ง และการนาความร้เู รอ่ื งเสยี งไปใช้ประโยชน์ แสงสี และการมองเหน็ แผน่ กรองแสง การผสมแสงสี การผสมสารสี คลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟ้า สเปกตรมั ของคลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ ประโยชนแ์ ละการปอ้ งกันอนั ตรายจากคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า การใช้ประโยชนแ์ ละผลกระทบต่อ ส่งิ มชี ีวิตและส่ิงแวดล้อม โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ การสบื ค้นข้อมูล การสงั เกต การวเิ คราะห์ การอภปิ ราย การอธบิ ายและการสรุปผล เพือ่ ให้ผเู้ รียนเกดิ ความรู้ ความคดิ และความเขา้ ใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ ส่ือสารสง่ิ ที่เรยี นรู้ และนาความรู้ไปใชใ้ นชวี ิตตนเอง หรอื ทาโครงงานเพื่อแกป้ ัญหาหรือพฒั นางาน ตลอดจนมจี ิตวทิ ยาศาสตร์ มีจริยธรรม คุณธรรม และค่านยิ มท่ีถูกตอ้ ง ตวั ชว้ี ดั ว 2.2 ม.5/1- ม.5/10 ว 2.3 ม.5/1-5/12 ว 4.1 ม.5/1 คาอธิบายรายวชิ า(เพ่มิ เติม) รายวิชา ฟิสกิ ส์ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 รหัสวชิ า ว 30203 เวลา 80 ชวั่ โมง/ภาคเรยี น จานวน 2.0 หน่วยกติ
50 ศึกษาการเคล่ือนทแี่ บบฮาร์มอนิกสอ์ ย่างงา่ ย ของวัตถตุ ดิ ปลายสปรงิ และลูกต้มุ อย่างง่าย ความถธี่ รรมชาตขิ องวัตถุ การสั่นพ้อง ธรรมชาติของคลื่น ชนดิ และสว่ นประกอบของคลืน่ การซ้อนทับของ คลืน่ อัตราเรว็ ความถ่ี ความยาวคลนื่ สมบัติของคลื่น ได้แก่ การสะท้อน การหักเห การแทรกสอด และ การเลีย้ วเบน เสียงและการไดย้ ิน ความเข้มเสียง ระดับเสยี ง องค์ประกอบ ของการได้ยิน คณุ ภาพเสยี ง และ มลพษิ ทางเสียง บีต คล่ืนนิ่ง ปรากฏการณด์ อปเพลอร์ คลืน่ กระแทกของเสียง การแทรกสอด การเล้ียวเบน การสะท้อน และการหกั เหของแสง ความลกึ จรงิ และความลึกปรากฏ มุมวกิ ฤตและการสะทอ้ นกลับหมดของ แสง ปรากฏการณ์ธรรมชาติท่เี กย่ี วกบั แสง แสงสี สีของวัตถุ การผสมสารสี การผสมแสงสี และการมองเหน็ สี ของวัตถุ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ การสืบคน้ ข้อมูล การสงั เกต การวิเคราะห์ การอภิปรายการอธบิ ายและการสรุปผล เพ่ือให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความคดิ และความเขา้ ใจ มีความสามารถในการตดั สนิ ใจ สอื่ สารสง่ิ ที่ เรยี นรแู้ ละนาความรู้ไปใชใ้ นชีวิตของตนเอง ตลอดจนมีจติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคา่ นยิ มที่ ถูกต้อง ผลการเรยี นรู้ 1. ทดลอง และอธิบายการเคลื่อนทแี่ บบฮาร์มอนิกอย่างงา่ ยของวตั ถุตดิ ปลายสปรงิ และลกู ตมุ้ อย่าง ง่าย รวมทง้ั คานวณปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง 2. อธบิ ายความถ่ธี รรมชาติของวัตถแุ ละการเกดิ การสน่ั พ้อง 3. อธิบายปรากฏการณ์คลืน่ ชนดิ ของคลื่น ส่วนประกอบของคล่นื การแผข่ องหน้าคล่นื ด้วยหลกั การ ของฮอยเกนส์ และการรวมกันของคลน่ื ตามหลักการซ้อนทับ พร้อมทง้ั คานวณ อตั ราเรว็ ความถี่ และความยาวคลืน่ 4. สังเกต และอธบิ ายการสะท้อน การหักเห การแทรกสอด และการเลี้ยวเบนของคลน่ื ผวิ น้า รวมทงั้ คานวณปรมิ าณต่าง ๆ ท่ีเกยี่ วข้อง 5. สงั เกต และอธิบายการสะท้อน การหกั เห การแทรกสอด และการเล้ียวเบนของคลนื่ ผิวน้า รวมทงั้ คานวณปริมาณตา่ ง ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง 6. อธบิ ายความเข้มเสียง ระดบั เสียง องคป์ ระกอบ ของการได้ยิน คณุ ภาพเสยี ง และมลพิษทาง เสียง รวมทงั้ คานวณปริมาณต่าง ๆ ทเี่ ก่ยี วข้อง 7. ทดลอง และอธบิ ายการเกิดการส่นั พอ้ งของ อากาศในท่อปลายเปิดหนึง่ ด้าน รวมทัง้ สังเกต และ อธิบายการเกดิ บีต คลน่ื น่ิง ปรากฏการณ์ ดอปเพลอร์ คลืน่ กระแทกของเสียง คานวณ ปริมาณ ตา่ ง ๆ ท่เี กีย่ วข้อง และนาความรู้เร่ืองเสยี งไปใชใ้ นชีวติ ประจาวัน 8. ทดลอง และอธิบายการแทรกสอดของแสง ผา่ นสลิตคู่และเกรตติง การเลี้ยวเบนและการแทรก สอดของแสงผา่ นสลติ เดีย่ ว รวมท้ังคานวณปริมาณตา่ ง ๆ ท่เี กีย่ วข้อง
51 9. ทดลอง และอธิบายการสะท้อนของแสงท่ผี ิววตั ถุ ตามกฎการสะท้อน เขยี นรังสขี องแสงและ คานวณตาแหน่งและขนาดภาพของวัตถุ เม่อื แสง ตกกระทบกระจกเงาราบและกระจกเงาทรง กลม รวมท้งั อธิบายการนาความรู้เร่อื งการสะท้อน ของแสงจากกระจกเงาราบ และกระจกเงา ทรงกลมไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวัน 10. ทดลอง และอธิบายความสมั พันธ์ระหว่าง ดรรชนีหกั เห มุมตกกระทบ และมุมหักเห รวมทงั้ อธบิ ายความสัมพนั ธ์ระหวา่ งความลึกจริง และความลึกปรากฏ มุมวิกฤตและการสะท้อนกลบั หมดของแสง และคานวณ ปรมิ าณตา่ ง ๆ ที่เกยี่ วข้อง 11. ทดลอง และเขยี นรงั สีของแสงเพือ่ แสดงภาพที่เกิดจากเลนส์บาง หาตาแหน่ง ขนาด ชนดิ ของ ภาพ และความสัมพันธร์ ะหว่างระยะวตั ถุ ระยะภาพและความยาวโฟกสั รวมท้งั คานวณ ปรมิ าณ ตา่ ง ๆ ทเ่ี กีย่ วข้อง และอธิบายการนา ความรเู้ ร่ืองการหักเหของแสงผ่านเลนส์บางไปใช้ประโยชน์ ในชวี ิตประจาวัน 12. อธิบายปรากฏการณธ์ รรมชาตทิ ีเ่ กย่ี วกบั แสง เช่น ร้งุ การทรงกลด มิราจ และการเหน็ ทอ้ งฟ้า เป็นสีต่าง ๆ ในชว่ งเวลาตา่ งกัน 13. สังเกต และอธิบายการมองเห็นแสงสี สีของวัตถุ การผสมสารสี และการผสมแสงสี รวมทงั้ อธิบาย สาเหตุของการบอดสี รวม 13 ผลการเรยี นรู้
52 คาอธบิ ายรายวิชา(เพิม่ เติม) รายวชิ า ฟิสกิ ส์ 4 ภาคเรียนที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 รหสั วิชา ว 30204 เวลา 80 ช่ัวโมง/ภาคเรียน จานวน 2.0 หน่วยกิต ศึกษาแรงไฟฟา้ และกฎของคูลอมบ์ สนามไฟฟ้า ศกั ยไ์ ฟฟ้า ความจไุ ฟฟ้า กระแสไฟฟ้า และกฎ ของโอห์ม วงจรไฟฟา้ กระแสตรง พลังงานไฟฟ้า และกาลังไฟฟา้ การเปล่ียนพลังงานทดแทนเป็นพลงั งาน ไฟฟ้า รวมทง้ั นาความรู้ไปใช้ประโยชน์ โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ การสบื คน้ ขอ้ มูล การสงั เกต การวิเคราะห์ การอภิปรายการอธบิ ายและการสรปุ ผล เพือ่ ให้ผเู้ รยี นเกดิ ความรู้ ความคิด และความเขา้ ใจ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ สือ่ สารส่ิงท่ี เรยี นรู้และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง ตลอดจนมีจติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ี ถกู ต้อง ผลการเรยี นรู้ 1. ทดลอง และอธบิ ายการทาวัตถทุ ่เี ปน็ กลางทาง ไฟฟา้ ให้มีประจุไฟฟา้ โดยการขัดสกี ันและการ เหนี่ยวนาไฟฟ้าสถติ 2. อธิบาย และคานวณแรงไฟฟ้าตามกฎของ คลู อมบ์ 3. อธิบาย และคานวณสนามไฟฟ้าและแรงไฟฟ้าที่กระทากับอนุภาคทีม่ ีประจุไฟฟา้ ท่ีอยู่ในสนาม ไฟฟา้ รวมทงั้ หาสนามไฟฟ้าลัพธ์เน่ืองจากระบบ จดุ ประจโุ ดยรวมกันแบบเวกเตอร์ 4. อธิบาย และคานวณพลังงานศกั ย์ไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้า และความต่างศักย์ระหวา่ งสองตาแหน่งใด ๆ 5. อธบิ ายส่วนประกอบของตวั เก็บประจุ ความสัมพันธ์ระหว่างประจุไฟฟ้า ความตา่ งศักย์ และความ จุของตวั เก็บประจุ และอธบิ าย พลังงานสะสมในตัวเก็บประจุ และความจสุ มมลู รวมทัง้ คานวณ ปริมาณต่างๆ ท่ีเกี่ยวข้อง 6. นาความรเู้ รือ่ งไฟฟ้าสถติ ไปอธบิ ายหลักการทางาน ของเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนดิ และปรากฏการณ์ ในชวี ติ ประจาวัน
53 7. อธิบายการเคล่ือนท่ีของอเิ ล็กตรอนอสิ ระและกระแสไฟฟา้ ในลวดตัวนา ความสัมพันธ์ระหวา่ ง กระแสไฟฟา้ ในลวดตวั นากับความเรว็ ลอยเลื่อนของอิเล็กตรอนอิสระ ความหนาแนน่ ของ อิเลก็ ตรอนในลวดตัวนาและพ้ืนทหี่ นา้ ตัดของลวดตัวนา และคานวณปริมาณต่าง ๆ ทเี่ กีย่ วข้อง 8. ทดลอง และอธบิ ายกฎของโอหม์ อธิบายความสมั พันธ์ระหวา่ งความตา้ นทานกับความยาว พืน้ ทหี่ นา้ ตดั และสภาพตา้ นทานของตวั นาโลหะท่ีอณุ หภูมคิ งตวั และคานวณปรมิ าณต่าง ๆ ที่ เกย่ี วข้อง รวมทง้ั อธิบายและคานวณความต้านทานสมมูล เม่อื นาตัวต้านทานมาต่อกนั แบบ อนกุ รมและแบบขนาน 9. ทดลอง อธิบาย และคานวณอีเอ็มเอฟของแหล่งกาเนิดไฟฟ้ากระแสตรง รวมท้ังอธบิ ายและ คานวณพลังงานไฟฟ้า และกาลังไฟฟา้ 10. ทดลอง และคานวณอีเอ็มเอฟสมมูลจากการ ตอ่ แบตเตอรีแ่ บบอนกุ รมและแบบขนาน รวมท้ัง คานวณปรมิ าณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในวงจรไฟฟ้ากระแสตรงซึ่งประกอบดว้ ย แบตเตอร่ีและตัว ต้านทาน 11. อธบิ ายการเปลยี่ นพลงั งานทดแทนเปน็ พลังงานไฟฟ้า รวมท้งั สืบคน้ และอภปิ ราย เกี่ยวกบั เทคโนโลยี ทน่ี ามาแก้ปัญหาหรอื ตอบสนองความต้องการทางดา้ นพลงั งาน ไฟฟา้ โดยเนน้ ดา้ น ประสทิ ธิภาพและความคุ้มค่าด้านคา่ ใช้จา่ ย รวม 11 ผลการเรยี นรู้
54 คาอธบิ ายรายวิชา (เพ่ิมเตมิ ) กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์ รายวชิ า ชีววิทยา 3 รหสั วิชา ว30243 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นท่ี 1 จานวน 1.5 หน่วยกติ เวลา60 ชัว่ โมง/ภาคเรยี น ศึกษาเน้ือเย่ือพืช อวัยวะและหน้าที่ของอวัยวะพืช การแลกเปลี่ยนแก๊สและการคายน้าของพืช การ ลาเลียงน้า และสารอาหารของพืช การศึกษาค้นคว้าที่เก่ียวข้องกับการสังเคราะห์ด้วยแสง กระบวนการ สงั เคราะห์ด้วยแสง ปัจจัยบางประการทมี่ ีผลตอ่ การสงั เคราะห์ด้วยแสง วัฎจักรชวี ิตและการสืบพันธ์ุแบบอาศัย เพศของพืชดอก การวัดการเจริญเติบโตของพืช สารควบคุมการเจริญเติบโตการตอบสนองของพืชต่อ ส่งิ แวดลอ้ ม โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์กระบวนการสืบเสาะหาความรู้การสืบค้นข้อมูลการสงั เกตการ วเิ คราะห์การทดลอง การอภิปรายการอธิบายและสรุปเพ่ือให้เกิดความรคู้ วามคิดความเขา้ ใจมคี วามสามารถใน การตัดสินใจส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้และนาความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันมีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรมและ จรยิ ธรรม ผลการเรยี นรู้ 1. อธบิ ายเกยี่ วกับชนิดและลักษณะของเน้ือเยอื่ พืช และเขยี นแผนผังเพ่ือสรุปชนดิ ของเนื้อเย่ือพืช 2. สงั เกตอธบิ าย และเปรียบเทียบโครงสรา้ ง ภายในของรากพชื ใบเลี้ยงเดีย่ วและรากพืชใบเลีย้ งคู่ จากการตดั ตามขวาง
55 3. สงั เกต อธิบาย และเปรียบเทยี บโครงสรา้ ง ภายในของลาตน้ พืชใบเลยี้ งเดี่ยวและลาต้นพชื ใบเลี้ยงคู่ จากการตดั ตามขวาง 4. สังเกต และอธบิ ายโครงสร้างภายในของใบพืช จากการตัดตามขวาง 5. สืบค้นขอ้ มลู สังเกต และอธบิ ายการแลกเปล่ียน แกส๊ และการคายนา้ ของพชื 6. สืบคน้ ขอ้ มูล และอธบิ ายกลไกการลาเลยี งนา้ และธาตุอาหารของพืช 7. สบื ค้นขอ้ มูล อธบิ ายความสาคญั ของธาตุอาหาร และยกตวั อย่างธาตุอาหารทสี่ าคัญทีม่ ผี ลต่อ การเจรญิ เตบิ โตของพืช 8. อธิบายกลไกการลาเลยี งอาหารในพชื 9. สบื คน้ ข้อมลู และสรปุ การศึกษาท่ีได้จากการ ทดลองของนักวิทยาศาสตร์ในอดีตเก่ียวกบั กระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง 10. อธิบายขน้ั ตอนท่เี กิดขน้ึ ในกระบวนการ สงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพชื C3 11. เปรียบเทียบกลไกการตรงึ คารบ์ อนไดออกไซด์ ในพชื C3 พชื C4 และพชื CAM 12. สืบค้นขอ้ มลู อภปิ ราย และสรปุ ปัจจัยความเข้ม ของแสง ความเขม้ ข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ และอณุ หภมู ิทม่ี ผี ลต่อการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง ของพืช 13. อธบิ ายวฏั จกั รชีวติ แบบสลับของพชื ดอก 14. อธบิ ายและเปรยี บเทยี บกระบวนการสรา้ ง เซลล์สบื พันธุเ์ พศผูแ้ ละเพศเมยี ของพืชดอก และ อธบิ ายการปฏสิ นธขิ องพืชดอก 15. อธิบายการเกิดเมลด็ และการเกดิ ผลของพชื ดอกโครงสรา้ งของเมล็ดและผลและยกตัวอยา่ ง การใช้ประโยชนจ์ ากโครงสรา้ งตา่ ง ๆ ของเมลด็ และผล 16. ทดลอง และอธบิ ายเกี่ยวกบั ปจั จัยต่างๆ ที่มี ผลตอ่ การงอกของเมล็ดสภาพพักตัวของเมล็ด และบอกแนวทางในการแก้สภาพพักตวั ของเมลด็ 17. สืบค้นขอ้ มลู อธิบายบทบาทและหน้าที่ของ ออกซนิ ไซโทไคนิน จิบเบอเรลลิน เอทลิ ีนและ กรดแอบไซซิก และอภิปรายเก่ียวกบั การนาไปใช้ประโยชนท์ างการเกษตร ๑๘. สืบค้นขอ้ มลู ทดลอง และอภิปรายเกีย่ วกบั สิง่ เร้าภายนอกทมี่ ผี ลต่อการเจริญเติบโตของพชื รวมทั้งหมด 18 ผลการเรยี นรู้
56 คาอธิบายรายวชิ า (เพิ่มเตมิ ) รายวิชา ชีววิทยา 4 กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 รหสั วิชา ว30244 เวลา 60 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น จานวน 1.5 หน่วยกิต ศึกษาอาหารและการย่อยอาหารของจุลินทรีย์ การย่อยอาหารของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว การย่อย อาหารของสัตว์ การย่อยอาหารของมนุษย์ การสลายสารอาหารระดับเซลล์ การสลายสารอาหารแบบใช้ ออกซิเจน การสลายสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจน ระบบหายใจ โครงสร้างท่ีใช้ในการแลกเปล่ียนแก๊สขอ ง ส่ิงมีชีวิตเซลล์เดียว โครงสร้างท่ีใช้ในการแลกเปล่ียนแก๊สของสัตว์ โครงสร้างที่ใช้ในการแลกเปล่ียนแก๊สของ มนุษย์ ระบบขับถ่ายของสัตว์และระบบขับถ่ายของคน ระบบหมุนเวยี นเลอื ด การลาเลียงสารในรา่ งกายสัตว์ การลาเลยี งสารในร่างกายของคน ระบบนา้ เหลือง ระบบภูมิคุ้มกัน โดยอาศยั กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์กระบวนการสืบเสาะหาความรกู้ ารสืบค้นข้อมูลการสงั เกตการ วิเคราะห์การทดลอง การอภิปรายการอธิบายและสรปุ เพื่อให้เกิดความรูค้ วามคิดความเขา้ ใจมคี วามสามารถใน
57 การตัดสินใจสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนาความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันมีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรมและ จรยิ ธรรม ผลการเรยี นรู้ 1. สืบค้นขอ้ มลู อธิบาย และเปรียบเทยี บโครงสรา้ งและกระบวนการย่อยอาหารของสตั ว์ทีไ่ ม่มี ทางเดนิ อาหาร สัตว์ท่ีมีทางเดินอาหารแบบไม่สมบรู ณ์ และสัตว์ทีม่ ที างเดนิ อาหารแบบสมบรู ณ์ ๒. สังเกต อธิบาย การกินอาหารของไฮดรา และพลานาเรยี 3. อธิบายเก่ียวกับโครงสร้าง หน้าที่ และกระบวนการย่อยอาหาร และการดูดซึมสารอาหารภายใน ระบบยอ่ ยอาหารของมนษุ ย์ ๔. สบื ค้นข้อมลู อธิบาย และเปรยี บเทียบโครงสร้างทท่ี าหน้าทีแ่ ลกเปล่ียนแก๊สของฟองนา้ ไฮดรา พลานาเรยี ไส้เดอื นดนิ แมลง ปลา กบ และนก ๕. สังเกต และอธิบายโครงสร้างของปอดในสัตวเ์ ล้ียงลูกดว้ ยนา้ นม ๖. สบื ค้นขอ้ มลู อธบิ ายโครงสรา้ งทใี่ ช้ในการแลกเปล่ียนแกส๊ และกระบวนการแลกเปล่ียนแก๊ส ของมนษุ ย์ ๗. อธบิ ายการทางานของปอด และทดลองวดั ปรมิ าตรของอากาศในการหายใจออกของมนุษย์ ๘. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิดและระบบหมุนเวียนเลือด แบบปดิ ๙. สังเกต และอธบิ ายทศิ ทางการไหลของเลือดและการเคลือ่ นท่ีของเซลลเ์ ม็ดเลือดในหางปลา และ สรปุ ความสัมพันธร์ ะหวา่ งขนาดของหลอดเลอื ดกับความเร็วในการไหลของเลือด ๑๐. อธบิ ายโครงสร้างและการทางานของหวั ใจและหลอดเลอื ดในมนษุ ย์ ๑๑. สังเกต และอธิบายโครงสร้างหวั ใจของสัตว์เล้ียงลกู ด้วยนา้ นม ทิศทางการไหลของเลือดผ่านหวั ใจ ของมนษุ ย์ และเขยี นแผนผังสรุป การหมนุ เวยี นเลือดของมนษุ ย์ ๑๒. สืบคน้ ขอ้ มูล ระบุความแตกต่างของเซลล์เมด็ เลือดแดง เซลล์เมด็ เลือดขาว เพลตเลต และพลาสมา ๑๓. อธิบายหมู่เลือดและหลักการใหแ้ ละรบั เลอื ดในระบบ ABO และระบบ Rh 14. อธิบาย และสรุปเก่ียวกับส่วนประกอบและหน้าที่ของน้าเหลือง รวมทั้งโครงสร้างและหน้าท่ีของ หลอดน้าเหลอื ง และตอ่ มนา้ เหลือง 15. สบื ค้นขอ้ มูล อธบิ าย และเปรียบเทยี บกลไกการต่อต้านหรอื ทาลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่ จาเพาะและแบบจาเพาะ ๑๖. สืบค้นข้อมลู อธิบาย และเปรยี บเทียบ การสร้างภูมิคุ้มกนั ก่อเองและภมู ิคุ้มกันรับมา ๑๗. สืบค้นข้อมูล และอธิบายเกี่ยวกับความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่ทาให้เกิดเอดส์ ภูมิแพ้ การ สร้างภมู ิตา้ นทานต่อเนอื้ เยื่อตนเอง
58 18. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างและหน้าที่ในการกาจัดของเสยี ออกจากรา่ งกาย ของฟองน้า ไฮดรา พลานาเรยี ไสเ้ ดือนดนิ แมลง และสัตว์มกี ระดูกสนั หลัง 19. อธิบายโครงสรา้ งและหนา้ ทข่ี องไต และโครงสร้างทใี่ ชล้ าเลยี งปัสสาวะออกจากรา่ งกาย ๒๐. อธบิ ายกลไกการทางานของหนว่ ยไต ในการกาจัดของเสยี ออกจากร่างกาย และเขียนแผนผังสรุป ขนั้ ตอนการกาจดั ของเสยี ออกจากรา่ งกายโดยหน่วยไต ๒๑. สืบค้นข้อมูล อธบิ าย และยกตัวอยา่ งเก่ียวกบั ความผดิ ปกติของไตอนั เน่ืองมาจากโรคตา่ ง ๆ รวมทงั้ หมด 21 ผลการเรยี นรู้ คาอธบิ ายรายวิชา(เพม่ิ เติม) รายวชิ า แรงและการเคล่อื นท่ี ภาคเรียนที่ 1 กล่มุ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 รหัสวิชา ว 30273 เวลา 40 ชัว่ โมง/ภาคเรยี น จานวน 1.0 หน่วยกติ
59 ศกึ ษา การวดั ปรมิ าณทางฟสิ ิกส์ เลขนยั สาคัญ ความคลาดเคลื่อนในการวดั การเปลี่ยนหน่วย โดย ใชค้ าอุปสรรค ปริมาณสเกลาร์ ปริมาณเวกเตอร์ ความสัมพนั ธ์ระหวา่ ง ตาแหนง่ การกระจดั ความเรว็ ความเรง่ ของการเคลือ่ นท่ีของวตั ถุในแนวตรงท่มี ีความเรง่ คงตวั จากกราฟและสมการ ค่าความเรง่ โนม้ ถ่วงของ โลก แรงลัพธ์ของแรงสองแรงที่ทามุมต่อกนั การเคลอ่ื นท่ีของนิวตัน กฎความโน้มถว่ งสากล การใช้กฎการ เคลอื่ นท่ีของนิวตันกบั สภาพการเคลื่อนที่ของวัตถุ แรงเสยี ดทานระหว่างผวิ สมั ผัสของวัตถุคู่หน่งึ ๆ ในกรณีที่ วัตถุหยดุ นงิ่ และ วัตถเุ คล่ือนท่ี สมั ประสิทธ์ิความเสียดทานระหวา่ งผวิ สมั ผสั ของวตั ถุคู่หนง่ึ ๆ และนาความรู้ เรอื่ งแรงเสียดทานไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นขอ้ มูล การสังเกต การวิเคราะห์ การอภปิ ราย การอธิบายและการสรุปผล เพ่ือใหผ้ เู้ รยี นเกดิ ความรู้ ความคิด และความเขา้ ใจ มคี วามสามารถในการตดั สินใจ สื่อสารสงิ่ ที่ เรยี นรแู้ ละนาความรู้ไปใชใ้ นชีวติ ตนเอง ตลอดจนมจี ติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านยิ มทถ่ี ูกต้อง ผลการเรยี นรู้ 1. วัดและรายงานผลการวดั ปริมาณทางฟิสิกส์ไดถ้ ูกต้องเหมาะสม โดยนาความคลาดเคลอื่ นในการ วดั มาพจิ ารณาในการนาเสนอผล รวมทัง้ แสดงผลการ ทดลองในรปู ของกราฟ วิเคราะห์และแปลความหมาย จากกราฟเส้นตรงได้ 2. บอกถงึ ปริมาณสเกลาร์ ปริมาณเวกเตอร์ และหาผลรวมของปริมาณเวกเตอร์ได้ 3. ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างตาแหนง่ การกระจัด ความเร็ว และความเรง่ ของการ เคล่อื นท่ีของวตั ถุในแนวตรงที่มคี วามเร่งคงตวั จาก กราฟและสมการ รวมทัง้ ทดลองหาค่าความเรง่ โน้มถว่ งของ โลก และคานวณปริมาณต่าง ๆ ทีเ่ กยี่ วข้องได้ 4. ทดลองและอธิบายการหาแรงลัพธ์ของแรงสองแรงที่ทามมุ ตอ่ กันได้ 5. เขยี นแผนภาพของแรงท่ีกระทาต่อวัตถุอิสระ ทดลองและอธบิ ายกฎการเคลอ่ื นที่ของนิวตนั และ การใช้กฎการเคลือ่ นที่ของนวิ ตันกับสภาพการ เคลอ่ื นท่ีของวตั ถุ รวมท้งั คานวณปริมาณต่าง ๆ ทเ่ี ก่ยี วข้องได้ 6. อธิบายกฎความโน้มถ่วงสากลและผลของสนามโนม้ ถ่วงที่ทาให้วัตถุมีน้าหนกั รวมทัง้ คานวณ ปริมาณต่าง ๆ ที่เกีย่ วข้องได้ 7. วิเคราะห์ อธบิ าย และคานวณแรงเสียดทานระหว่างผวิ สัมผัสของวตั ถุคูห่ น่งึ ๆ ในกรณีทีว่ ตั ถุหยดุ น่ิงและวัตถุเคล่ือนท่ี รวมท้ังทดลองหา สัมประสทิ ธ์คิ วามเสียดทานระหวา่ งผวิ สัมผสั ของวตั ถคุ ่หู นึ่ง ๆ และนา ความรู้เรื่องแรงเสียดทานไปใช้ในชวี ิตประจาวนั ได้ รวม 7 ผลการเรียนรู้
60 คาอธบิ ายรายวิชา(เพ่ิมเติม) รายวชิ าเคมี ๓ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๕ ภาคเรยี นท่ี ๑ รหัสวิชา ว ๓๐๒๔๓ เวลา ๓ ชว่ั โมง/ภาคเรียน จานวน ๑.๕ หนว่ ยกิต อธิบายสมบัติของแก๊ส ความสัมพันธ์ ปริมาตร ความดัน อุณหภูมิของแก๊สท่ีภาวะต่าง ๆ ตามกฎของ บอยล์กฎของชาร์ล กฎของ เกย์–ลูสแซก กฎรวมแก๊ส กฎของ อาโวกาโดร กฎแก๊สอุดมคติ จานวนโมลของ แก๊สในแก๊สผสม กฎความดันย่อยของดอลตัน การแพร่ของแก๊ส ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส อัตราการแพร่ของแก๊ส กฎการแพร่ผ่านของเกรแฮม การประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับสมบัติและกฎต่างๆ ของแก๊ส ปัญหาใน ชีวิตประจาวันและในอุตสาหกรรม อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ทิศทางการชนกันของอนุภาค ความเข้มข้น พื้นท่ีผิวของสารต้ังต้น อุณหภูมิ ตัวเร่งปฏิกิริยา ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจาวัน อุตสาหกรรม ปฏิกิริยาผันกลับได้ การเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของสาร อัตราการเกิดปฏิกิริยาไปข้างหน้า อัตราการเกิดปฏิกิริยาย้อนกลับ สมดุลของปฏิกิริยา ความเข้มข้นของสารที่ภาวะสมดุล ค่าคงท่ีสมดุลของ ปฏิกิริยา ปัจจัยท่ีมีผลต่อภาวะสมดุล หลักของเลอชาเตอลิเอ สมดุลเคมีของกระบวนการท่ีเกิดขึ้นในส่ิงมีชีวิต ปรากฏการณ์ ในธรรมชาตแิ ละกระบวนการในอุตสาหกรรม โดยใช้การเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์การสืบเสาะหาความรู้การสารวจตรวจสอบ สามารถนาความรู้และหลักการไปใช้ประโยชน์เชื่อมโยงอธิบายปรากฏการณ์หรือแก้ปัญหาในชีวิตประจาวัน สามารถจดั กระทาและวิเคราะห์ข้อมูลสื่อสารสิ่งทเ่ี รยี นรู้มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจแก้ปัญหา มจี ิตวทิ ยาศาสตรเ์ ห็นคณุ ค่าของวทิ ยาศาสตรม์ ีจริยธรรมคุณธรรมและคา่ นิยมท่ีเหมาะสม ผลการเรยี นรู้ สาระเคมี ๑. เขา้ ใจโครงสร้างอะตอม การจดั ธาตุในตารางธาตุ สมบตั ิของธาตุ พันธะเคมีและสมบตั ิของสาร แกส๊ และสมบัติของแก๊ส แก๊สและสมบตั ิของแก๊ส ประเภทและสมบัตขิ องสารประกอบอินทรยี แ์ ละพอลเิ มอร์ รวมทัง้ นาความรู้ไปใช้ ผลการเรยี นร้ขู ้อที่ ๑-๖ ๑. อธิบายความสัมพนั ธแ์ ละคานวณปริมาตรความดนั หรืออุณหภูมขิ องแก๊สท่ภี าวะต่าง ๆตามกฎ ของบอยล์กฎของชาร์ล กฎของเกย์–ลูสแซก ๒. คานวณปรมิ าตร ความดัน หรืออุณหภมู ขิ องแก๊สทีภ่ าวะตา่ ง ๆ ตามกฎรวมแกส๊ ๓. คานวณปริมาตร ความดนั อุณหภูมจิ านวนโมลหรอื มวลของแก๊ส จากความสมั พันธต์ ามกฎของอา โวกาโดร และกฎแกส๊ อุดมคติ ๔. คานวณความดนั ย่อยหรอื จานวนโมลของแก๊สในแกส๊ ผสม โดยใช้กฎความดนั ย่อยของดอลตัน
61 ๕. อธิบายการแพร่ของแก๊สโดยใช้ทฤษฎจี ลนข์ องแกส๊ คานวณและเปรยี บเทยี บอัตราการแพรข่ อง แก๊ส โดยใช้กฎการแพรผ่ า่ นของเกรแฮม ๖. สืบค้นข้อมลู นาเสนอตัวอยา่ ง และอธิบายการประยุกตใ์ ช้ความรเู้ กยี่ วกบั สมบตั ิและกฎต่างๆของ แกส๊ ในการอธบิ ายปรากฏการณ์หรอื แกป้ ญั หาในชีวิตประจาวนั และในอตุ สาหกรรม สาระเคมี๒. เข้าใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธ์ในปฏกิ ริ ยิ าเคมี อตั ราการ เกิดปฏิกริ ยิ าเคมี สมดลุ ในปฏกิ ริ ยิ าเคมี สมบัติและปฏกิ ิริยาของ กรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์ เคมไี ฟฟ้า รวมท้ังการนาความรไู้ ปใช้ประโยชน์ ผลการเรียนรขู้ ้อท่ี ๑-๑๓ ๑. ทดลอง และเขียนกราฟการเพ่มิ ขน้ึ หรือลดลงของสารท่ีทาการวัดในปฏิกิรยิ า ๒. คานวณอตั ราการเกิดปฏิกิริยาเคมแี ละเขยี นกราฟการลดลงหรอื เพ่ิมขึน้ ของสารที่ไม่ไดว้ ัดในปฏิกิริยา ๓. เขียนแผนภาพ และอธิบายทิศทางการชนกนั ของอนภุ าคและพลังงานท่สี ง่ ผลต่ออัตราการ เกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี ๔. ทดลอง และอธบิ ายผลของความเข้มขน้ พืน้ ท่ผี วิ ของสารต้งั ตน้ อณุ หภูมแิ ละตัวเรง่ ปฏิกริ ิยาทีม่ ตี ่อ อตั ราการเกดิ ปฏิกิริยาเคมี ๕. . เปรียบเทยี บอตั ราการเกดิ ปฏิกริ ิยาเม่ือมีการเปล่ียนแปลงความเขม้ ข้น พ้นื ทีผ่ ิวของสารตง้ั ตน้ อณุ หภูมแิ ละตวั เรง่ ปฏกิ ริ ิยา ๖. ยกตัวอยา่ ง และอธบิ ายปัจจัยท่มี ีผลตอ่ อัตราการเกิดปฏิกริ ิยาเคมใี นชวี ติ ประจาวนั หรืออุตสาหกรรม ๗. ทดสอบ และอธิบายความหมายของปฏิกิรยิ าผนั กลบั ได้และภาวะสมดุล ๘. อธิบายการเปลยี่ นแปลงความเข้มข้นของสารอัตราการเกิดปฏิกริ ิยาไปข้างหน้า และอัตราการ เกดิ ปฏิกิรยิ าย้อนกลบั เม่ือเริ่มปฏกิ ิริยาจนกระทัง่ ระบบอยู่ในภาวะสมดุล ๙. คานวณคา่ คงทสี่ มดุลของปฏิกริ ยิ า ๑๐.คานวณความเข้มขน้ ของสารที่ภาวะสมดุล ๑๑.คานวณค่าคงท่ีสมดุลหรือความเข้มขน้ ของปฏิกิริยาหลายขั้นตอน ๑๒.ระบปุ จั จยั ทม่ี ีผลต่อภาวะสมดุลและคา่ คงท่ีสมดุลของระบบ รวมทง้ั คาดคะเนการเปล่ียนแปลงที่ เกิดขึน้ เมื่อภาวะสมดลุ ของระบบถูกรบกวน โดยใชห้ ลกั ของเลอชาเตอลิเอ ๑๓.ยกตวั อยา่ ง และอธบิ ายสมดลุ เคมีของกระบวนการทเ่ี กิดขึน้ ในสงิ่ มชี ีวิต ปรากฏการณ์ในธรรมชาติและ กระบวนการในอตุ สาหกรรม รวม ๑๙ ผลการเรียนรู้
62 คาอธิบายรายวิชา(เพิ่มเติม) รายวิชาเคมี ๔ กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๕ ภาคเรยี นท่ี ๒ รหสั วิชา ว๓๐๒๔๔ เวลา ๓ ช่ัวโมง/ภาคเรยี น จานวน ๑.๕ หนว่ ยกิต ศึกษา ทฤษฎีกรด–เบสของอาร์เรเนียส เบรินสเตด–ลาวรี ลิวอิส คู่กรด-เบส การแตกตัว ความแรง ของกรดและเบส ค่า pH ความเข้มข้นของไฮโดรเนียม ไอออน ไฮดรอกไซด์ไอออนของ สารละลายกรดและ เบส ปฏิกิริยาสะเทิน ปฏิกิริยาไฮโดรลซิ ิสของเกลอื การการไทเทรตกรด-เบส สารละลายบัฟเฟอร์ กรด-เบสใน ชวี ิตประจาวัน เลขออกซิเดชนั ปฏิกิริยารดี อกซ์ ตัวรีดิวซ์ ตัวออกซิไดส์ คร่งึ ปฏิกิริยาออกซิเดชัน ครึง่ ปฏกิ ิริยา รดี ักชนั สมการรีดอกซ์ เซลล์เคมีไฟฟา้ สมการเคมขี องปฏิกิรยิ าท่ีแอโนด แคโทด ปฏิกริ ยิ ารวม แผนภาพเซลล์ ค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของเซลล์ เซลล์ปฐมภูมิ เซลล์ทุติยภูมิ การชุบโลหะ การแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้า หลักการทางเคมีไฟฟ้าท่ีใช้ ในการชุบโลหะ การแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้า การทาโลหะให้บริสุทธ์ิ การ ป้องกนั การกัดกร่อนของโลหะ ความกา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยที ี่เก่ียวขอ้ งกบั เซลลเ์ คมไี ฟฟ้าในชวี ติ ประจาวัน โดยใช้การเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์การสืบเสาะหาความรู้การสารวจตรวจสอบ สามารถนาความรู้และหลักการไปใช้ประโยชน์เช่ือมโยงอธิบายปรากฏการณ์หรือแก้ปัญหาในชีวิตประจาวั น สามารถจัดกระทาและวเิ คราะหข์ ้อมูลส่ือสารสิง่ ทเ่ี รยี นรู้มคี วามสามารถในการตัดสินใจแก้ปญั หา มจี ติ วทิ ยาศาสตร์เหน็ คุณค่าของวทิ ยาศาสตร์มีจริยธรรมคุณธรรมและคา่ นยิ มที่เหมาะสม ผลการเรยี นรู้ สาระเคมี๒ เขา้ ใจการเขียนและการดลุ สมการเคมี ปริมาณสมั พนั ธ์ในปฏกิ ริ ยิ าเคมี อัตราการเกิดปฏกิ ิริยา เคมี สมดลุ ในปฏิกิรยิ าเคมี สมบัตแิ ละปฏกิ ริ ิยาของ กรด-เบส ปฏิกิริยารดี อกซ์และเซลล์เคมไี ฟฟ้า รวมทง้ั การนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
63 ผลการเรียนรขู้ อ้ ท่ี ๑ - ๑๙ ๑๔.ระบแุ ละอธิบายวา่ สารเปน็ กรดหรือเบสโดยใช้ทฤษฎีกรด–เบสของอาร์เรเนียสเบรินสเตด–ลาวรีและ ลิวอิส ๑๕.ระบุค่กู รด-เบสของสารตามทฤษฎีกรด-เบสของเบรนิ สเตด-ลาวรี ๑๖. คานวณ และเปรียบเทยี บความสามารถในการแตกตัวหรอื ความแรงของกรดและเบส ๑๗.คานวณค่า pH ความเข้มข้นของไฮโดรเนยี มไอออนหรือไฮดรอกไซด์ไอออนของสารละลายกรดและ เบส ๑๘.เขยี นสมการเคมแี สดงปฏิกริ ยิ าสะเทิน และระบคุ วามเป็นกรด-เบสของสารละลายหลงั การสะเทนิ ๑๙.เขยี นปฏกิ ริ ยิ าไฮโดรลิซิสของเกลือ และระบคุ วามเปน็ กรด-เบสของสารละลายเกลือ ๒๐.ทดลอง และอธบิ ายหลกั การการไทเทรตและเลือกใช้อนิ ดิเคเตอรท์ ีเ่ หมาะสมสาหรับการไทเทรตกรด- เบส ๒๑. คานวณปรมิ าณสารหรือความเข้มขน้ ของสารละลายกรดหรือเบสจากการไทเทรต ๒๒.อธบิ ายสมบัติองคป์ ระกอบ และประโยชนข์ องสารละลายบัฟเฟอร์ ๒๓.สบื ค้นข้อมูลและนาเสนอตวั อยา่ งการใชป้ ระโยชนแ์ ละการแก้ปัญหาโดยใชค้ วามรู้เกีย่ วกบั กรด–เบส ๒๔.. คานวณเลขออกซเิ ดชนั และระบปุ ฏิกิรยิ าที่เปน็ ปฏิกริ ยิ ารีดอกซ์ ๒๕.วิเคราะห์การเปลย่ี นแปลงเลขออกซิเดชนั และระบตุ วั รดี ิวซ์และตวั ออกซิไดส์รวมทงั้ เขียนครึ่งปฏิกริ ิยา ออกซิเดชันและครึ่งปฏิกริ ิยารีดกั ชนั ของปฏกิ ิริยารดี อกซ์ ๒๖.ทดลอง และเปรยี บเทยี บความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์หรือตวั ออกซิไดส์และเขยี นแสดงปฏิกริ ิยารี ดอกซ์ ๒๗.ดุลสมการรดี อกซ์ด้วยการใชเ้ ลขออกซิเดชนั และวธิ คี รึง่ ปฏิกิรยิ า ๒๘.ระบอุ งคป์ ระกอบของเซลล์เคมไี ฟฟา้ และเขยี นสมการเคมีของปฏกิ ิรยิ าที่แอโนดและแคโทด ปฏกิ ริ ยิ า รวม และแผนภาพเซลล์ ๒๙.คานวณค่าศกั ย์ไฟฟ้ามาตรฐานของเซลลแ์ ละระบปุ ระเภทของเซลล์เคมีไฟฟ้า ขวั้ ไฟฟ้าและปฏกิ ิรยิ า เคมที เี่ กดิ ขนึ้ ๓๐.อธบิ ายหลกั การทางาน และเขียนสมการแสดงปฏิกริ ิยาของเซลล์ปฐมภมู แิ ละเซลล์ทุติยภูมิ ๓๑.ทดลองชุบโลหะและแยกสารเคมดี ้วยกระแสไฟฟ้า และอธิบายหลักการทางเคมีไฟฟา้ ที่ใช้ในการชุบ โลหะ การแยกสารเคมดี ้วยกระแสไฟฟ้า การทาโลหะให้บริสุทธิแ์ ละการป้องกนั การกัดกร่อนของ โลหะ ๓๒.. สืบค้นข้อมลู และนาเสนอตัวอยา่ งความกา้ วหน้าทางเทคโนโลยที ี่เกีย่ วข้องกบั เซลลเ์ คมีไฟฟ้าใน ชวี ติ ประจาวนั รวม ๑๙ ผลการเรยี นรู้
64 คาอธิบายรายวิชา(เพม่ิ เติม) รายวิชาพอลิเมอร์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๕ ภาคเรยี นที่ ๒ รหัสวชิ า ว๓๐๒๙๕ เวลา ๒ ชั่วโมง/ภาคเรียน จานวน ๑.๐ หน่วยกิต ศึกษา อธิบาย เปรียบเทียบ นาเสนอข้อมูลระบุประเภทปฏิกิรยิ า การเกิดพอลเิ มอร์ โครงสร้างมอนอ เมอร์พอลิเมอร์ ปฏิกิริยาแบบควบแน่น ปฏิกิริยาแบบเติม หมู่ฟังก์ชันของมอนอเมอร์ ความสัมพันธ์ระหว่าง โครงสร้างของพอลิเมอร์ โครงสร้างแบบเส้น แบบก่ิง แบบร่างแห ของมอนอเมอร์ ภาวะของปฏิกิริยาการเกิด พอลิเมอร์ สมบัติของพอลิเมอร์ จุดหลอมเหลว ความหนาแน่น ความเปราะ ความเหนียว ความยืดหยุ่น การ นาพอลิเมอร์ไปใช้ประโยชน์ พลาสติก พอลิเมอร์เทอร์มอพลาสติก โครงสร้างแบบเส้น แบบก่ิง พอลิเมอร์ เทอรม์ อเซต โครงสร้างแบบร่างแห ผลติ ภัณฑย์ าง การปรบั เปลี่ยนโครงสร้าง การสงั เคราะหพ์ อลิเมอร์ สมบัติ ของพอลิเมอร์ วัลคาไนเซชัน การสังเคราะห์ โคพอลิเมอร์การสังเคราะห์พอลิเมอร์นาไฟฟ้า การปรับปรุง
65 คุณภาพของพอลิเมอร์ ผลิตภัณฑ์ของพอลิเมอร์ การกาจัดผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ ผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและ สง่ิ แวดล้อม โดยใช้การเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์การสืบเสาะหาความรู้การสารวจตรวจสอบ สามารถนาความรู้และหลักการไปใช้ประโยชน์เชื่อมโยงอธิบายปรากฏการณ์หรือแก้ปัญหาในชีวิตประจาวัน สามารถจดั กระทาและวเิ คราะหข์ อ้ มลู สือ่ สารส่ิงท่เี รียนรู้มีความสามารถในการตดั สินใจแกป้ ัญหา มีจิตวทิ ยาศาสตร์เหน็ คณุ คา่ ของวิทยาศาสตร์มีจรยิ ธรรมคณุ ธรรมและค่านิยมทีเ่ หมาะสม สาระเคมี ๑. เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติของ สาร แกส๊ และสมบตั ขิ องแกส๊ ประเภทและสมบัติของ สารประกอบอนิ ทรียแ์ ละพอลิเมอร์ รวมทั้งการนาความรู้ ไปใชป้ ระโยชน์ ผลการเรยี นรู้ ๑. ระบปุ ระเภทของปฏกิ ริ ยิ าการเกดิ พอลิเมอร์ จากโครงสร้างของมอนอเมอร์หรอื พอลิเมอร์ ๒. วเิ คราะห์และอธิบายความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง โครงสร้างและสมบตั ิของพอลเิ มอร์รวมท้ัง การนาไปใช้ ประโยชน์ ๓. ทดสอบ และระบปุ ระเภทของพลาสติก และผลิตภัณฑย์ าง รวมทั้งการนาไปใช้ ประโยชน์ ๔. อธิบายผลของการปรบั เปลี่ยนโครงสรา้ ง และ การสงั เคราะห์พอลิเมอรท์ มี่ ตี ่อสมบตั ิของ พอลเิ มอร์ ๕. สบื คน้ ขอ้ มลู และนาเสนอตวั อยา่ งผลกระทบ จากการใชแ้ ละการกาจัดผลติ ภณั ฑพ์ อลเิ มอร์ และแนวทาง แก้ไข รวม ๕ ผลการเรียนรู้ คาอธิบายรายวิชา(พนื้ ฐาน) รายวิชา วิทยาการคานวณ 2 กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 รหัสวชิ า ว32103 เวลา 20 ช่ัวโมง/ภาคเรียน จานวน 0.5 หนว่ ยกติ
66 นาความรู้ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ สื่อดิจิทลั และเทคโนโลยสี ารสนเทศ มาใช้แก้ปัญหากับ ชีวิตจริง การเพ่ิมมูลค่าให้บริการหรือผลิตภัณฑ์ การเก็บข้อมูลและการจัดเตรียมข้อมูลให้พร้อมกับการ ประมวลผล การวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ การประมวลผลข้อมูล และเคร่ืองมอื การทาข้อมูลใหเ้ ป็นภาพ (data visualization) เช่ น bar chart, scatter, histogram ก า ร เลื อ ก ใช้ แ ห ล่ ง ข้ อ มู ล เ ช่ น data.go.th, wolframalpha, OECD.org , ตลาดหลักทรัพย์ , world economic forum คุณค่าของข้อมูล และศึกษา กรณตี ัวอยา่ งท่ีเกี่ยวกบั การเพ่มิ มลู ค่าให้กับบริการหรือผลติ ภณั ฑท์ ่ใี ชใ้ นชวี ติ จรงิ อย่างสร้างสรรค์ รหสั ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 4.2 ม.5/1 รวม 1 ตวั ชีว้ ัด คาอธบิ ายรายวชิ า(เพิม่ เติม)
67 รายวิชา การจดั การฐานข้อมูลเบอ้ื งตน้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 5 เวลา 20 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น ภาคเรยี นที่ 1 รหัสวิชา ว30264 จานวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษาเกี่ยวกับโปรแกรมการจัดการฐานข้อมูล การวางแผน และออกแบบระบบฐานข้อมูล การจัด รูปแบบจอภาพ การเชื่อมโยงข้อมูล การเขียนโปรแกรมควบคุม ลาดับการทางาน การพิมพ์รายงาน การใช้ แฟม้ โปรแกรมยอ่ ย การตรวจแก้ไขที่ผิด การจัดการแฟม้ ฐานขอ้ มูล กรณศี ึกษาประยกุ ตใ์ นงานดา้ นตา่ งๆ ปฏิบัติการวางแผนและออกแบบระบบฐานข้อมูล จัดรูปแบบจอภาพ เชื่อมโยงข้อมูล เขียน โปรแกรมควบคุมลาดับการทางาน พิมพ์รายงาน ใช้งานแฟ้มโปรแกรมย่อย ตรวจแก้ไขท่ีผิด จัดการแฟ้ม ฐานขอ้ มลู และประยกุ ตใ์ นงานด้านตา่ งๆ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจและมีทักษะเก่ียวกับการวางแผนและออกแบบระบบฐานข้อมูล พัฒนา โปรแกรมควบคมุ การทางาน และสามารถจัดการระบบฐานขอ้ มลู ในงานด้านตา่ งๆ ได้ ผลการเรยี นรู้ 1. มีความรคู้ วามเข้าใจเกยี่ วกบั สว่ นประกอบตา่ งๆ ของโปรแกรมจัดการฐานขอ้ มลู 2. มีความรู้และทักษะเก่ียวกับการสร้าง Project การบันทึก Project การเปิด Project และกาหนด คุณสมบัติเพมิ่ เตมิ ของ Project 3. มีความรู้และทักษะเก่ียวกับการเพิ่มไฟล์โมดูลต่างๆ เข้าไปใน Project การลบไฟล์โมดูลออกจาก Project และการบนั ทกึ ไฟลโ์ มดูลตา่ งๆ ใน Project 4. มีความรู้และทักษะเก่ียวกับการสร้างฟอร์มแบบต่างๆ การเพิ่มเมนูอิดิเตอร์ การใช้งานคอนโทรล ToolBar และคอนโทรล Image List 5. มคี วามรแู้ ละทักษะเก่ยี วกับการใช้งานคอนโทรลต่าง ๆ 6. ความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับชนิดของข้อมูล ตัวแปรและการประกาศค่า ค่าคงที่ และ User_Define Type 7. มีความร้แู ละทกั ษะเกีย่ วกับการใชง้ านคาส่ังควบคุมการทางาน 8. มีความรู้ความเข้าใจเกย่ี วกบั การใชง้ านโปรแกรมย่อยและฟังก์ชนั ทเี่ ตรียมไว้ใหใ้ ชง้ าน 9. มีความรู้และทักษะเกี่ยวกับการเชื่อมโยงไฟล์ฐานข้อมูลด้วย Data Control และการเขียนคาสั่ง โปรแกรมกบั Data Control 10. มคี วามรู้และทักษะเกี่ยวกับการใช้งานคอนโทรลฐานข้อมูลในโปรแกรม Visual Basic 11. มคี วามรู้และทกั ษะเกย่ี วกับการใช้งานคาส่ัง SQL 12. มีความรู้และทักษะเกีย่ วกับการสร้างรายงานด้วย Data Environment 13. ประยกุ ตส์ รา้ งช้ินงานแบบตา่ งๆ ได้
68 รวม 13 ผลการเรียนรู้ คาอธิบายรายวิชา(เพมิ่ เติม) รายวิชา ระบบเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 รหัสวิชา ว30265 เวลา 20 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น จานวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษา วิเคราะห์ พื้นฐานของการส่ือสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ประเภทและประโยชน์ของ เครือข่าย องค์ประกอบของการสื่อสารข้อมูล ส่วนประกอบของเครือข่าย การพิจารณาส่ือสารข้อมูลท่ีเหมาะสม ให้กับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ รูปแบบการเช่ือมโยงเครือข่าย การติดต้ังระบบเครือข่ายแบบกลุ่มงาน การ วางแผนบัญชผี ใู้ ช้งาน การแชร์ไฟล์ข้อมลู การแชรเ์ คร่ืองพมิ พบ์ นเครอื ขา่ ย การตรวจสอบและแก้ไขปัญหาเบอ้ื งต้นท่ี เกิดข้ึนบนเครือข่าย ใช้งานอินเทอร์เน็ตในการสืบค้น การรับ – ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ การติดต่อสื่อสาร ผ่านระบบเครอื ขา่ ย และบรกิ ารต่าง ๆ บนอนิ เทอรเ์ น็ต โดยใช้ทักษะการสารวจ สืบค้น การรวบรวมข้อมูล การตัดสินใจ การคิดวิเคราะห์ การสังเคราะห์ การ จาแนก การฝึกปฏิบัติ กระบวนการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การนาเสนอ และทักษะการนาความรไู้ ปใช้ เพ่ือให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจการสื่อสารข้อมูลและระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ มีทักษะในการ ทางาน สามารถนาไปปฏิบัติในชีวิตประจาวัน มุ่งม่ันในการทางาน มีวินัยใฝ่เรียนรู้ มีคุณธรรมจริยธรรมในการ ใช้เทคโนโลยี และรู้คณุ ค่าการใช้ทรัพยากร ผลการเรยี นรู้ 1. อธิบายความหมายของการส่ือสารข้อมูล ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ประเภทของเครือข่าย และ ประโยชน์ของเครอื ข่าย 2. บอกส่วนประกอบของการสอื่ สารขอ้ มลู และเครือข่ายคอมพิวเตอร์ 3. สามารถพิจารณาสื่อกลางส่งขอ้ มลู ทเ่ี หมาะสมให้กับระบบเครือข่าย 4. วเิ คราะห์รปู แบบการเชือ่ มโยงเครือข่าย และนาไปประยุกต์เพ่อื การออกแบบเครือขา่ ย 5. มที ักษะในการตดิ ตง้ั ระบบเครอื ข่ายแบบกลุ่มงาน (Workgroup) 6. มีทกั ษะในการวางแผนบัญชผี ใู้ ช้ การแชร์ไฟลข์ ้อมูล การแชร์เครือ่ งพมิ พบ์ นเครือข่าย 7. มีทักษะในการบริหารเครอื ข่าย ตรวจสอบและแก้ไขปญั หาเบื้องต้นทเ่ี กิดขนึ้ บนเครอื ข่าย 8. สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตในการสืบค้นข้อมูล การรับ-ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ การติดต่อ ส่ือสาร ผา่ นระบบเครอื ข่าย และใชบ้ ริการตา่ ง ๆ บนอนิ เทอรเ์ นต็
69 รวม 8 ผลการเรียนรู้ คาอธบิ ายรายวชิ า(เพมิ่ เติม) รายวิชา ชา่ งซ่อมบารุงรักษาคอมพิวเตอร์ กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2 รหัสวชิ า ว30263 เวลา 40 ช่ัวโมง/ภาคเรียน จานวน 1.0 หน่วยกติ ศกึ ษาความรทู้ ่วั ไปเก่ยี วกบั คอมพิวเตอร์ ความหมาย ประเภท ขนาดของคอมพวิ เตอร์ ระบบของ คอมพวิ เตอร์ สว่ นประกอบและหน้าทข่ี องคอมพวิ เตอร์ ศึกษาเกีย่ วกับอปุ กรณ์ที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ ซีพียู เมนบอร์ด แรม ฮาร์ดดีสก์ ซีดรี อม การ์ดแสดงผล การด์ เสยี ง เคส จอภาพ คียบ์ อร์ด เมาส์ เคร่อื งพมิ พ์ ลาโพง ตลอดจนสเปคของเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ ศกึ ษาขนั้ ตอนการประกอบเครอื่ ง การตดิ ต้งั CPU การติดต้ังแรม การติดตงั้ เมนบอรด์ และอปุ กรณอ์ น่ื ๆ ท่จี าเป็นในการใชง้ านของเคร่อื งคอมพวิ เตอร์ การตรวจสอบเบือ้ งตน้ หลังจากประกอบเครือ่ ง การตง้ั ค่าในไบออส การติดต้งั ระบบปฏิบตั กิ าร Microsoft Windows กาติดตง้ั Diverและโปรแกรม Utility ตา่ งๆ เพื่อใหม้ ีความร้คู วามเขา้ ใจและทักษะเกยี่ วกับการใช้ การซ่อมแซมและการใช้งานเคร่อื งคอมพวิ เตอร์ ตลอดจน ส่วนประกอบและอุปกรณ์ การประกอบและการตดิ ตงั้ โปรแกรมการใช้งานของเครื่องคอมพิวเตอร์เบอ้ื งตนั ได้ มีนิสยั รักการทางาน มีความคดิ รเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์ มีเจตคตทิ ีด่ ีตอ่ การใช้งานและการบารงุ รักษาเคร่อื งคอมพิวเตอร์ ผลการเรียนรู้ 1. นักเรียนมคี วามรู้พนื้ ฐานเก่ียวกับคอมพิวเตอร์ ความหมาย ประเภท ขนาดของคอมพวิ เตอร์ ระบบของคอมพิวเตอรไ์ ด้ 2. นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกบั สว่ นประกอบและหน้าทขี่ องคอมพวิ เตอร์ ศึกษาเกย่ี วกับอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ได้ 3. นักเรยี นรูจ้ กั เลือกส่วนประกอบของคอมพิวเตอรแ์ ละอุปกรณ์ได้ 4. นักเรยี นวางแผนทางาน และทางานได้อย่างมกี ระบวนการ 5. นักเรียนรูจ้ ักข้นั ตอนการประกอบอปุ กรณ์คอมพิวเตอร์ได้อยา่ งถกู ต้อง
70 6. นักเรยี นปฏบิ ัตติ ามขน้ั ตอนการประกอบอปุ กรณ์คอมพิวเตอรไ์ ด้อยา่ งถกู ต้อง 7. นกั เรยี นสามารถตรวจสอบความพร้อมค่า BIOS ของคอมพวิ เตอรห์ ลงั การประกอบได้ถกู ต้อง 8. นกั เรยี นมีความรใู้ นการเซตค่าและตั้งคา่ ไบออสของอุปกรณ์คอมพิวเตอรไ์ ด้ 9. นักเรียนสามารถปฏบิ ัตติ ามขั้นตอนการติดตัง้ ระบบปฏิบตั กิ ารหลกั ซอฟต์แวรร์ ะบบ (System Software) Windows ไดถ้ กู ต้องสมบรู ณ์ 10. นกั เรียนสามารถปฏบิ ัตขิ ั้นตอนการตดิ ตั้งโปรแกรม Microsoft Office ไดถ้ กู ตอ้ งสมบูรณ์ 11. นกั เรียนมีความรู้เก่ยี วกบั ขน้ั ตอนการตดิ ต้งั ซอฟต์แวรป์ ระยุกต์ (Application Software) 12. นกั เรยี นสามารถตรวจสอบแก้ไขขอ้ บกพร่องหลังจากการติดตั้งระบบ(System Software) และ(Application Software) ไดถ้ กู ต้องและสมบูรณ์สามารถนาไปใชง้ านได้ รวม 12 ผลการเรยี นรู้ คาอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน รายวิชา วิทยาศาสตร์ โลกและอวกาศ 2 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาคเรียนที่ 2 รหัสวิชา ว33102 เวลา 40 ชวั่ โมง/ภาคเรยี น จานวน 1.0 หน่วยกติ ศกึ ษาเก่ยี วกบั การกาเนดิ และการเปล่ยี นแปลงพลังงานสสาร ขนาด อุณหภูมิของเอกภพหลงั เกิด บิกแบงในช่วงเวลาต่าง ๆ ตามวิวัฒนาการของเอกภพ หลักฐานท่ีสนับสนุนทฤษฎีบิกแบงจากความสัมพันธ์ ระหว่างความเร็วกับระยะทางของกาแล็กซี โครงสร้างและองค์ประกอบของกาแล็กซีทางช้างเผือก และระบุ ตาแหน่งของระบบสุริยะ เชื่อมโยงการสังเกตเห็นทางช้างเผือกของคนบนโลก กระบวนการเกิดดาวฤกษ์ โดยแสดงการเปลยี่ นแปลงความดัน อุณหภมู ิ ขนาดจากดาวฤกษ์ก่อนเกดิ จนเป็นดาวฤกษ์ ระบุปจั จัยทส่ี ่งผลต่อ ความสอ่ งสวา่ งของดาวฤกษ์ และความสัมพันธ์ระหว่างความส่องสว่างกับโชติมาตรของดาวฤกษ์ ความสัมพันธ์ ระหว่างสี อุณหภูมิผิวและสเปกตรัมของดาวฤกษ์ ลาดับวิวัฒนาการที่สัมพันธ์กับมวลตั้งต้นและการ เปล่ียนแปลงสมบัติบางประการของดาวฤกษ์ กระบวนการเกิดระบบสุริยะ และการแบ่งเขตบริวารของ ดวงอาทิตย์ และลักษณะของดาวเคราะห์ท่ีเอ้ือต่อการดารงชีวิต โครงสร้างของดวงอาทิตย์ การเกิดลมสุริยะ พายุสุริยะ ปรากฏการณ์หรือเหตกุ ารณท์ ี่เกี่ยวขอ้ งกับผลของลมสรุ ยิ ะ และพายุสรุ ิยะทมี่ ีต่อโลกรวมท้ังประเทศ ไทยการสารวจอวกาศ โดยใช้กล้องโทรทรรศน์ในช่วงความยาวคล่ืนต่าง ๆดาวเทยี ม ยานอวกาศ สถานีอวกาศ และนาเสนอแนวคิดการนาความรทู้ างดา้ นเทคโนโลยีอวกาศมาประยกุ ต์ใช้ ในชวี ติ ประจาวันหรือในอนาคต
71 โดยใช้การเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การวิเคราะห์ การอภิปราย การอธิบาย และการสรุปผล เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความคิด และ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งท่ีเรียนรแู้ ละนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง ตลอดจน มรจติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นิยมท่ีถกู ตอ้ ง มาตรฐาน ว 3.1 ตัวชีว้ ดั ม.6/1, ม.6/2, ม.6/3, ม.6/4, ม.6/5, ม.6/3, ม.6/7, ม.6/8, ม.6/9, ม.6/10 รวม 10 ตวั ชวี้ ดั คาอธิบายรายวิชา(เพม่ิ เติม) รายวิชา ฟิสิกส์ 5 ภาคเรยี นท่ี 1 กลุม่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 6 รหสั วชิ า ว 30205 เวลา 80 ชว่ั โมง/ภาคเรียน จานวน 2.0 หน่วยกติ ศกึ ษา สนามแมเ่ หล็ก แรงแมเ่ หลก็ ท่ีกระทากับประจุไฟฟ้า แรงแมเ่ หล็กทเ่ี กดิ จากกระแสไฟฟ้า ไหลผ่านลวดตัวนาสองเส้นท่ีวางขนานกนั แรงทีก่ ระทาต่อลวดตวั นาทมี่ กี ระแสไฟฟ้าไหลผา่ นและวางอยใู่ น สนามแมเ่ หล็ก การเหน่ยี วนาแม่เหลก็ ไฟฟ้า และกฎของฟาราเดย์ มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง ไฟฟ้า กระแสสลับ คลื่นแม่เหลก็ ไฟฟา้ และการสอื่ สาร ความสัมพนั ธข์ องความร้อนกับการเปลีย่ นอุณหภมู ิและสถานะ ของสสาร สภาพยืดหยุ่นของวัสดุและมอดลุ สั ของยัง ความดนั ในของไหล แรงพยุง และหลัก ของอาร์คมิ ีดิส ความตึงผิวและแรงหนืดของของเหลว ของไหลอดุ มคติ และ สมการแบรน์ ูลลี กฎของแก๊ส ทฤษฎจี ลน์ของแก๊ส อุดมคติและพลงั งานในระบบ รวมทั้ง นาความรู้ไปใช้ประโยชน์
72 โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ การสืบคน้ ขอ้ มูล การสังเกต การวเิ คราะห์ การอภิปรายการอธิบายและการสรุปผล เพอื่ ใหผ้ ้เู รยี นเกิดความรู้ ความคิด และความเขา้ ใจ มีความสามารถในการตดั สินใจ สอ่ื สารสิ่งที่ เรยี นรแู้ ละนาความรู้ไปใช้ในชีวติ ของตนเอง ตลอดจนมีจิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมท่ี ถกู ต้อง ผลการเรยี นรู้ 1.สังเกต และอธิบายเส้นสนามแม่เหลก็ อธบิ าย และคานวณ ฟลกั ซ์แมเ่ หลก็ ในบรเิ วณที่กาหนด รวมทงั้ สงั เกต และอธิบายสนามแม่เหล็กที่เกิดจากกระแสไฟฟา้ ในลวดตวั นาเสน้ ตรง และโซเลนอยด์ 2. อธิบาย และคานวณแรงแมเ่ หล็กทก่ี ระทาต่อ อนุภาคท่ีมีประจไุ ฟฟ้าเคลื่อนทใ่ี นสนามแม่เหล็ก แรง แมเ่ หล็กท่ีกระทาตอ่ เสน้ ลวดทีม่ ีกระแส ไฟฟา้ ผา่ นและวางในสนามแมเ่ หลก็ รศั มีความโคง้ ของ การเคล่อื นที่ เมอ่ื ประจุเคล่อื นทต่ี ้ังฉากกับสนามแม่เหลก็ รวมทงั้ อธิบายแรงระหว่างเสน้ ลวด ตัวนาคขู่ นานทม่ี กี ระแสไฟฟ้า ผา่ น 3. อธบิ ายหลักการทางานของแกลแวนอมเิ ตอร์ และมอเตอร์ไฟฟา้ กระแสตรง รวมทง้ั คานวณ ปริมาณต่างๆ ทเี่ ก่ยี วข้อง 4. อธบิ ายหลักการทางานและประโยชนข์ องเครื่องกาเนิดไฟฟา้ กระแสสลบั 3 เฟส การแปลงอเี อ็ม เอฟของ หมอ้ แปลง และคานวณ ปริมาณตา่ ง ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง 5. อธิบาย และคานวณความตา่ งศกั ย์อารเ์ อ็มเอส และกระแสไฟฟ้าอารเ์ อ็มเอส 6. อธิบายหลกั การทางานและประโยชนข์ องเคร่ืองกาเนดิ ไฟฟา้ กระแสสลบั ๓ เฟส การแปลงอีเอ็ม เอฟของหมอ้ แปลง และคานวณ ปริมาณต่าง ๆ 7. อธิบายการเกิดและลกั ษณะเฉพาะของ คลน่ื แม่เหล็กไฟฟา้ แสงไมโ่ พลาไรส์ แสงโพลาไรส์เชิงเส้น และแผน่ โพลารอยด์ รวมท้งั อธบิ ายการนาคล่ืนแมเ่ หล็กไฟฟา้ ในชว่ งความถี่ต่าง ๆ ไปประยกุ ต์ใชแ้ ละหลักการ ทางานของอปุ กรณท์ ่เี กี่ยวข้อง 8. สบื ค้น และอธิบายการสอื่ สารโดยอาศัยคลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ ในการส่งผ่านสารสนเทศ และ เปรยี บเทยี บการสื่อสารดว้ ยสญั ญาณแอนะล็อกกับสัญญาณดจิ ทิ ัล 9. อธิบาย และคานวณความรอ้ นที่ทาใหส้ สารเปล่ยี นอุณหภูมิ ความร้อนท่ีทาใหส้ สารเปล่ยี นสถานะ และความร้อนทเ่ี กดิ จากการถ่ายโอนตามกฎการอนรุ ักษ์พลังงาน 10. อธิบายสภาพยดื หยุน่ และลกั ษณะการยดื และหดตัวของวัสดุทเ่ี ป็นแท่ง เม่ือถูกกระทาดว้ ยแรงคา่ ตา่ ง ๆ รวมท้งั ทดลอง อธิบายและคานวณความเคน้ ตามยาว ความเครียดตามยาว และมอดุลสั ของยงั และนา ความรเู้ รอ่ื ง สภาพยืดหย่นุ ไปใช้ 11. อธิบาย และคานวณความดันเกจ ความดนั สัมบรู ณ์ และความดนั บรรยากาศ รวมทงั้ อธบิ าย หลักการทางานของแมนอมิเตอร์ บารอมเิ ตอร์ และเคร่ืองอัดไฮดรอลิก 12. ทดลอง อธบิ าย และคานวณขนาดแรงพยงุ จากของไหล
73 13. ทดลอง อธบิ าย และคานวณความตึงผวิ ของ ของเหลว รวมท้ังสงั เกตและอธบิ ายแรงหนืดของ ของเหลว 14. อธบิ ายสมบตั ขิ องของไหลอุดมคติ สมการความต่อเน่ือง และสมการแบร์นลู ลี รวมทงั้ คานวณ ปรมิ าณตา่ ง ๆ ท่เี กี่ยวข้อง และนาความรู้ เก่ยี วกบั สมการความตอ่ เน่ืองและสมการแบร์นูลลี ไปอธิบาย หลกั การทางานของอุปกรณ์ต่าง ๆ 15. อธบิ ายกฎของแก๊สอุดมคตแิ ละคานวณปรมิ าณ ตา่ ง ๆ ทเี่ กยี่ วข้อง 16. อธบิ ายแบบจาลองของแก๊สอดุ มคติ ทฤษฎีจลน์ ของแก๊ส และอตั ราเร็วอารเ์ อ็มเอสของโมเลกุล ของแกส๊ รวมทงั้ คานวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง 17. อธบิ าย และคานวณงานทีท่ าโดยแก๊สในภาชนะปดิ โดยความดันคงตัว และอธิบายความสัมพันธ์ ระหวา่ งความร้อน พลงั งานภายในระบบ และงาน รวมทั้งคานวณปริมาณต่าง ๆ ที่เก่ียวข้อง และนาความรู้ เรอื่ งพลงั งานภายในระบบไปอธิบายหลักการทางานของเครอื่ งใช้ในชีวิต รายวิชา ฟิสกิ ส์ 6 คาอธิบายรายวิชา(เพิ่มเติม) กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์
74 ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นท่ี 2 รหัสวิชา ว 30206 เวลา 80 ชั่วโมง/ภาคเรียน จานวน 2.0 หน่วยกิต ศึกษา สมมติฐานของพลังค์ สเปกตรัมของ อะตอมไฮโดรเจน การแผร่ ังสีของวตั ถุดา ทฤษฎี อะตอมของโบร์ ปรากฏการณ์โฟโตอิเลก็ ทริก ทวภิ าวะของคล่ืนและอนุภาค กมั มันตภาพรงั สี คร่ึงชีวติ แรง นิวเคลยี ร์ เสถยี รภาพของนิวเคลยี ส พลงั งานยึดเหนย่ี ว ปฏิกิริยานวิ เคลียร์ พลังงานนิวเคลียร์ ปฏกิ ริ ิยา นิวเคลยี ร์ ฟิชชนั และฟิวชัน อันตรายและการปอ้ งกันรังสใี นด้านตา่ ง ๆ การคน้ ควา้ วจิ ัยดา้ นฟิสกิ ส์อนภุ าค รวมท้งั นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสบื ค้นข้อมูล การสังเกต การวเิ คราะห์ การอภิปรายการอธบิ ายและการสรุปผล เพื่อให้ผู้เรยี นเกดิ ความรู้ ความคดิ และความเข้าใจ มีความสามารถในการตดั สนิ ใจ สือ่ สารสิง่ ที่ เรียนรแู้ ละนาความรู้ไปใชใ้ นชีวิตของตนเอง ตลอดจนมจี ติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคา่ นยิ มที่ ถูกต้อง ผลการเรยี นรู้ 1. อธิบายสมมตฐิ านของพลังค์ ทฤษฎีอะตอม ของโบร์ และการเกดิ เส้นสเปกตรัมของ อะตอม ไฮโดรเจน รวมท้ังคานวณปริมาณ ตา่ ง ๆ ท่เี กีย่ วข้อง 2. อธบิ ายปรากฏการณ์ โฟโตอเิ ลก็ ทริกและ คานวณพลังงานโฟตอน พลังงานจลนข์ อง โฟโต อเิ ล็กตรอนและฟังก์ชนั งานของโลหะ 3. อธบิ ายทวิภาวะของคลื่นและอนุภาค รวมท้ัง อธบิ าย และคานวณความยาวคลื่นเดอบรอยล์ 4. อธบิ าย และคานวณกัมมนั ตภาพของ นิวเคลยี สกมั มนั ตรังสี รวมท้งั ทดลอง อธิบาย และคานวณ จานวนนิวเคลียสกัมมนั ตภาพรงั สี ทเี่ หลือจากการสลาย และครง่ึ ชวี ิต 5. อธบิ ายแรงนิวเคลียร์ เสถยี รภาพของนวิ เคลียส และพลงั งานยดึ เหน่ียว รวมท้ังคานวณปริมาณ ตา่ ง ๆ ทเ่ี กย่ี วข้อง 6. อธบิ ายปฏกิ ริ ยิ านิวเคลียร์ ฟิชชนั และฟวิ ชัน รวมทัง้ คานวณพลังงานนิวเคลียร์ 7. อธิบายประโยชนข์ องพลังงานนิวเคลยี ร์ และ รังสี รวมทั้งอันตรายและการป้องกนั รังสีในด้านต่าง ๆ 8. อธบิ ายการคน้ คว้าวิจยั ด้านฟิสิกส์อนภุ าค แบบจาลองมาตรฐาน และการใชป้ ระโยชน์ จากการ ค้นควา้ วิจยั ด้านฟสิ กิ ส์อนุภาคในดา้ นต่าง ๆ
75 คาอธบิ ายรายวชิ า (เพิ่มเติม) กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์ รายวิชา ชีววิทยา 5 รหัสวิชา ว30245 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชัว่ โมง/ภาคเรียน จานวน 1.5 หนว่ ยกิต ศกึ ษาการรบั รู้และการตอบสนองของสตั ว์ เซลลป์ ระสาทและการทางานของเซลล์ประสาท ศูนย์ควบคุมระบบประสาท การทางานของระบบประสาท อวัยวะรับความรูส้ ึก การเคล่ือนทีข่ องส่ิงมีชีวิตเซลล์ เดียว สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง สัตว์มีกระดูกสันหลัง การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ การสืบพันธ์ุและอาศัยเพศ กระบวนการสร้างเซลล์สืบพันธเ์ุ พศชายและหญิง การเจริญเติบโตระยะหลังเอ็มบริโอ ต่อมไรท้ ่อ ฮอร์โมนจาก ไร้ท่อแลอวัยวะที่สาคัญ การรักษาดุลยภาพของร่างกายด้วยฮอร์โมน ฟีโรโมน กลไกการเกิดพฤติกรรมของสัตว์ ความสมพันธ์ระหวา่ งพฤตกิ รรมกบั พฒั นาการของระบบประสาท การสือ่ สารระหว่างสตั ว์ โดยอาศัยกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์กระบวนการสืบเสาะหาความรกู้ ารสืบค้นข้อมูลการสงั เกตการ วเิ คราะห์การทดลอง การอภิปรายการอธิบายและสรุปเพอื่ ให้เกิดความรู้ความคิดความเขา้ ใจมีความสามารถใน การตัดสินใจสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้และนาความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันมีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรมและ จริยธรรม ผลการเรียนรู้ 1. สืบคน้ ขอ้ มลู อธิบาย และเปรยี บเทียบโครงสร้างและหนา้ ทีข่ องระบบประสาทของไฮดรา พลานาเรีย ไส้เดือนดิน กงุ้ หอย แมลงและสัตวม์ ีกระดกู สันหลัง 2. อธิบายเกี่ยวกบั โครงสร้างและหนา้ ที่ของเซลลป์ ระสาท 3. อธบิ ายเกย่ี วกับการเปลีย่ นแปลงของศกั ยไ์ ฟฟ้าท่เี ยื่อหมุ้ เซลลข์ องเซลลป์ ระสาท และกลไก การถ่ายทอดกระแสประสาท 4. อธบิ าย และสรุปเกยี่ วกับโครงสร้างของระบบประสาทสว่ นกลางและระบบประสาทรอบนอก 5. สบื ค้นขอ้ มูล อธิบายโครงสร้างและหนา้ ทขี่ องส่วนตา่ ง ๆ ในสมองส่วนหนา้ สมองสว่ นกลาง สมองส่วนหลัง และไขสันหลงั 6. สบื คน้ ข้อมลู อธิบาย เปรยี บเทยี บ และยกตวั อยา่ งการทางานของระบบประสาทโซมาตกิ และ ระบบประสาทอตั โนวตั ิ 7. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างและหน้าท่ีของ ตา หู จมูก ล้ิน และผิวหนังของมนุษย์ ยกตัวอย่าง โรคตา่ ง ๆ ท่เี กี่ยวขอ้ ง และบอกแนวทางในการดแู ลป้องกัน และรกั ษา 8. สังเกต และอธิบายการหาตาแหนง่ ของจดุ บอด โฟเวยี และความไวในการรับสมั ผสั ของผวิ หนัง
76 9. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะที่เก่ียวข้องกับการเคลื่อนท่ี ของแมงกะพรุน หมกึ ดาวทะเล ไส้เดอื นดิน แมลง ปลา และนก ๑0. สืบคน้ ขอ้ มูล และอธบิ ายโครงสรา้ งและหนา้ ท่ีของกระดูกและกล้ามเนื้อทเี่ ก่ียวข้องกับการ เคล่ือนไหวและการเคลือ่ นท่ขี องมนุษย์ ๑1. สงั เกต และอธิบายการทางานของข้อตอ่ ชนดิ ตา่ ง ๆ และการทางานของกล้ามเนอื้ โครงร่าง ทเี่ กยี่ วข้องกับการเคล่อื นไหวและการเคลอื่ นทข่ี องมนุษย์ ๑2. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และยกตัวอย่างการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศและการสืบพันธุ์แบบอาศัย เพศในสัตว์ 13. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะในระบบสืบพันธุ์เพศชายและระบบสืบพันธุ์ เพศหญิง ๑4. อธบิ ายกระบวนการสร้างสเปิร์ม กระบวนการสรา้ งเซลล์ไข่ และการปฏิสนธใิ นมนษุ ย์ 15. อธิบายการเจรญิ เตบิ โตระยะเอ็มบริโอและระยะหลังเอ็มบรโิ อของกบ ไก่ และมนุษย์ 16. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเขียนแผนผังสรุปหน้าท่ีของฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อและเน้ือเย่ือ ที่สร้าง ฮอรโ์ มน 17. สืบค้นข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และยกตัวอย่างพฤติกรรมที่เป็นมาแต่กาเนิดและพฤติกรรมท่ี เกดิ จากการเรียนรขู้ องสตั ว์ 18. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และยกตัวอย่างความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมกับวิวัฒนาการของระบบ ประสาท 19. สบื คน้ ข้อมูล อธิบาย และยกตัวอย่างการสือ่ สารระหว่างสัตวท์ ท่ี าใหส้ ัตวแ์ สดงพฤติกรรม รวมท้งั หมด 19 ผลการเรียนรู้
77 คาอธบิ ายรายวชิ า (เพิ่มเตมิ ) กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ รายวิชา ชีววิทยา6 รหัสวิชา ว30246 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชั่วโมง/ภาคเรียน จานวน 1.5 หนว่ ยกิต ศึกษาความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต กาเนิดของชีวิต อาณาจักรของสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทาง ชวี ภาพในประเทศไทย การสญู เสยี ความหลากหลายทางชวี ภาพ ระบบนิเวศ การเปลยี่ นแปลงแทนท่ี ของส่ิงมีชีวิต การเพ่ิมจานวนประชากร การรอดชีวิตของประชากร ทรัพยากรธรรมชาติ การใช้ประโยชน์ ปญั หา การจัดการ หลกั การอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติ และชนดิ พันธตุ์ า่ งถนิ่ ที่ส่งผลกระทบตอ่ สภาพแวดล้อม โดยอาศยั กระบวนการทางวทิ ยาศาสตรก์ ระบวนการสืบเสาะหาความรกู้ ารสืบค้นข้อมูลการสังเกตการ วิเคราะห์การทดลอง การอภิปรายการอธิบายและสรปุ เพอ่ื ให้เกิดความรคู้ วามคดิ ความเขา้ ใจมีความสามารถใน การตัดสินใจส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้และนาความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันมีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรมและ จรยิ ธรรม ผลการเรียนรู้ ๑. อภิปรายความสาคญั ของความหลากหลายทางชวี ภาพ และความเช่อื มโยงระหวา่ งความ หลากหลายทางพนั ธกุ รรม ความหลากหลายของสปชี ีส์ และความหลากหลายของระบบนเิ วศ ๒. อธบิ ายการเกดิ เซลลเ์ ริ่มแรกของสิ่งมชี วี ติ และววิ ฒั นาการของสงิ่ มีชีวติ เซลลเ์ ดยี ว ๓. อธบิ ายลกั ษณะสาคญั และยกตัวอย่างสิ่งมชี ีวติ กล่มุ แบคทเี รยี สง่ิ มีชวี ติ กลมุ่ โพรทสิ ต์ สง่ิ มชี วี ิต กลุ่มพชื ส่งิ มีชีวิตกลุม่ ฟงั ไจ และส่งิ มีชีวิต กลมุ่ สัตว์
78 ๔. อธบิ าย และยกตวั อยา่ งการจาแนกสิง่ มีชวี ติ จากหมวดหมใู่ หญ่จนถึงหมวดหมยู่ ่อย และวธิ กี ารเขียน ช่ือวิทยาศาสตรใ์ นลาดับข้ันสปชี ีส์ ๕. สร้างไดโคโทมสั คีย์ในการระบุส่ิงมีชีวิตหรอื ตัวอย่างท่ีกาหนดออกเป็นหมวดหมู่ 6. วเิ คราะห์ อธิบาย และยกตัวอยา่ งกระบวนการถา่ ยทอดพลงั งานในระบบนิเวศ 7. อธบิ าย ยกตวั อยา่ งการเกดิ ไบโอแมกนิฟิเคชนั และบอกแนวทางในการลดการเกิด ไบโอแมกนิฟิเคชนั 8. สบื คน้ ขอ้ มลู และเขียนแผนภาพ เพ่ืออธบิ ายวฏั จกั รไนโตรเจน วัฏจกั รกามะถนั และวฏั จักร ฟอสฟอรสั 9. สืบค้นขอ้ มลู ยกตวั อย่าง และอธิบายลกั ษณะของไบโอมทก่ี ระจายอยู่ตามเขตภูมิศาสตรต์ ่าง ๆ บนโลก 10. สืบค้นขอ้ มูล ยกตวั อยา่ ง อธบิ าย และเปรยี บเทยี บการเปลย่ี นแปลงแทนท่แี บบปฐมภูมิ และ การเปล่ียนแปลงแทนท่แี บบทตุ ิยภมู ิ 11. สืบค้นข้อมูล อธบิ าย ยกตวั อยา่ ง และสรปุ เกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของประชากรของส่งิ มชี วี ิต บางชนดิ 12. สืบคน้ ข้อมูล อธิบาย เปรียบเทยี บ และยกตัวอยา่ งการเพ่มิ ของประชากรแบบเอ็กโพเนนเชยี ล และการเพ่มิ ของประชากรแบบลอจิสติก 13. อธิบาย และยกตัวอย่างปัจจัยท่คี วบคุมการเติบโตของประชากร 14. วิเคราะห์ อภิปราย และสรุปปัญหาการขาดแคลนน้า การเกิดมลพิษทางน้า และผลกระทบที่มีต่อ มนุษย์และสิง่ แวดลอ้ ม รวมท้ังเสนอแนวทางการวางแผนการจดั การนา้ และการแก้ไขปญั หา 15. วเิ คราะห์ อภิปราย และสรุปปญั หามลพิษทางอากาศ และผลกระทบทีม่ ตี ่อมนุษย์และ สิง่ แวดลอ้ ม รวมทั้งเสนอแนวทางการแกไ้ ขปัญหา ๑6. วิเคราะห์ อภปิ ราย และสรปุ ปญั หาทีเ่ กิดกับทรัพยากรดนิ และผลกระทบที่มีต่อมนุษย์และ สิง่ แวดลอ้ ม รวมทงั้ เสนอแนวทางการแก้ไขปญั หา ๑7. วิเคราะห์ อภิปราย และสรุปปญั หา ผลกระทบทเี่ กดิ จากการทาลายปา่ ไม้ รวมท้ังเสนอแนวทาง ในการปอ้ งกันการทาลายปา่ ไม้และการอนุรักษ์ป่าไม้ ๑8. วิเคราะห์ อภปิ ราย และสรปุ ปญั หา ผลกระทบที่ทาให้สตั ว์ป่ามจี านวนลดลง และแนวทาง ในการอนรุ กั ษส์ ตั ว์ปา่ รวมทง้ั หมด 18 ผลการเรียนรู้
79 คาอธบิ ายรายวิชา(เพ่มิ เติม) รายวิชาเคมี 5 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 รหสั วิชา ว30225 เวลา 60 ชั่วโมง/ภาคเรียน จานวน 1.5 หนว่ ยกิต ศึกษาเกี่ยวกับสารประกอบอินทรีย์ท่ีมีพันธะเดี่ยว พันธะคู่ หรือพันธะสาม ท่ีพบใน ชีวิตประจาวัน เขียนสูตรโครงสร้างลิวอิส สูตรโครงสร้างแบบย่อ และสูตรโครงสร้างแบบเส้นของ สารประกอบอินทรีย์ ศึกษาโครงสร้างและระบุประเภทของสารประกอบอินทรีย์จากหมู่ฟังก์ชัน เขียนสูตร โครงสร้างและเรียกชื่อสารประกอบอินทรยี ์ประเภทต่างๆ ทม่ี หี มู่ฟังกช์ นั ไมเ่ กนิ 1 หมู่ ตามระบบ IUPAC เขียนไอโซเมอร์โครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์ประเภทต่างๆ เปรียบเทียบจุดเดือดและการละลายในน้า ของสารประกอบอินทรีย์ทีมีหมู่ฟังก์ชัน ประเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนและเขียนผลิตภัณฑ์จาก
80 ปฏิกิริยาการเผาไหม้ ปฏิกิริยากับโบรมีน ปฏิกิริยากับโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต สมการเคมีและการ ทดสอบ ปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชัน ปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชัน ปฏิกิริยาไฮโดรไลซีส การนาสารประกอบ อินทรีย์ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวันและอุตสาหกรรม ศึกษาประเภทของปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์ โครงสร้างและสมบัติของพอลิเมอร์ การนาไปใช้ประโยชน์ ประเภทของพลาสติกและผลิตภัณฑ์ยาง การ ปรับเปลย่ี นโครงสร้าง การสังเคราะห์พอลิเมอร์ สมบัตขิ องพอลิเมอร์ ผลจากการใช้และการกาจัดผลิตภัณฑ์ พอลเิ มอร์และแนวทางแก้ไข โดยอาศัยกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ การสืบคน้ ข้อมลู การสังเกต การวิเคราะห์ การทดลอง การอภิปราย การอธิบาย และสรุป เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความ เขา้ ใจ มคี วามสามารถในการตดั สินใจ สอื่ สารสิ่งทีเ่ รียนรูแ้ ละนาความรไู้ ปประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ ประจาวนั มจี ิตวิทยาศาสตร์ มคี ุณธรรม และจรยิ ธรรม ผลการเรียนรู้ 1. สบื ค้นขอ้ มลู และนาเสนอตัวอย่างสารประกอบอนิ ทรยี ์ท่ีมพี นั ธะเด่ยี ว พันธะคู่ หรอื พันธะสาม ทพ่ี บในชีวิตประจาวนั 2. เขยี นสตู รโครงสร้างลิวอิส สูตรโครงสร้างแบบย่อและสูตรโครงสรา้ งแบบเสน้ ของสารประกอบ อินทรยี ์ 3. วเิ คราะห์โครงสร้าง และระบปุ ระเภทของสารประกอบอินทรยี ์จากหมู่ฟังกช์ นั 4. เขียนสตู รโครงสร้างและเรียกชื่อสารประกอบอนิ ทรียป์ ระเภทตา่ ง ๆ ท่ีมหี มู่ฟงั ก์ชันไม่เกนิ 1 หมู่ ตามระบบ IUPAC 5. เขียนไอโซเมอร์โครงสร้างของสารประกอบอนิ ทรียป์ ระเภทต่าง ๆ 6. วเิ คราะห์ และเปรียบเทยี บจุดเดอื ดและการละลายในนา้ ของสารประกอบอนิ ทรีย์ทม่ี ี หมฟู่ ังกช์ ัน ขนาดโมเลกลุ หรือโครงสร้างต่างกัน 7. ระบุประเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนและเขียนผลติ ภณั ฑจ์ ากปฏกิ ริ ยิ าการเผาไหม้ ปฏิกิรยิ ากับโบรมนี หรือปฏิกิรยิ ากบั โพแทสเซียมเปอรแ์ มงกาเนต 8. เขยี นสมการเคมแี ละอธบิ ายการเกิดปฏกิ ิริยาเอสเทอริฟเิ คชัน ปฏกิ ิรยิ าการสงั เคราะหเ์ อไมด์ ปฏกิ ิริยาไฮโดรลซิ สิ และปฏิกิรยิ าสะปอนนิฟิเคชัน 9. ทดสอบปฏิกิรยิ าเอสเทอริฟิเคชัน ปฏิกิรยิ าไฮโดรลิซิส และปฏกิ ิริยาสะปอนนฟิ เิ คชนั 10. สบื คน้ ขอ้ มูล และนาเสนอตัวอยา่ งการนาสารประกอบอนิ ทรียไ์ ปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวิต ประจาวันและอุตสาหกรรม 11. ระบปุ ระเภทของปฏิกริ ิยาการเกดิ พอลเิ มอร์จากโครงสรา้ งของมอนอเมอรห์ รอื พอลเิ มอร์ 12. วิเคราะห์ และอธิบายความสัมพันธร์ ะหวา่ งโครงสร้างและสมบตั ิของพอลิเมอร์ รวมทั้ง การนาไปใชป้ ระโยชน์ 13. ทดสอบ และระบุประเภทของพลาสตกิ และผลติ ภัณฑ์ยาง รวมทง้ั การนาไปใชป้ ระโยชน์
81 14. อธบิ ายผลของการปรับเปลีย่ นโครงสร้าง และการสงั เคราะหพ์ อลิเมอร์ทม่ี ีต่อสมบตั ิของ พอลเิ มอร์ 15. สบื ค้นขอ้ มูล และนาเสนอตวั อยา่ งผลกระทบจากการใชแ้ ละการกาจัดผลติ ภณั ฑพ์ อลิเมอร์ และแนวทางแก้ไข รวม 15 ผลการเรียนรู้ คาอธบิ ายรายวิชา(เพม่ิ เติม)
รายวชิ าเคมี 6 82 ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ชว่ั โมง/ภาคเรียน กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ รหสั วิชา ว30226 จานวน 1.5 หนว่ ยกิต ศึกษาเก่ยี วกบั การกาหนดปัญหา แนวทางการแก้ปญั หาโดยใช้ความรูท้ างเคมจี ากสถานการณ์ ที่เกิดขนึ้ ในชีวติ ประจาวัน การประกอบอาชีพ หรอื อุตสาหกรรม การบูรณาการความรู้ทางเคมรี ่วมกบั สาขาวชิ าอื่น ศึกษาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรห์ รือกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม โดยเนน้ การ คิดวเิ คราะห์ การแกป้ ญั หาและความคดิ สร้างสรรค์ เพื่อแกป้ ญั หาในสถานการณห์ รือประเด็นที่สนใจ นาเสนอผลงานหรอื ชิ้นงานท่ีได้จากการแกป้ ัญหาในสถานการณ์หรือประเด็นท่ีสนใจโดยใชเ้ ทคโนโลยี สารสนเทศ แสดงหลักฐานการเขา้ ร่วมการสมั มนา การเข้าร่วมประชุมวชิ าการ หรือการแสดงผลงาน ส่ิงประดษิ ฐใ์ นงานนิทรรศการ ผลการเรยี นรู้ 1. กาหนดปัญหา และนาเสนอแนวทางการแก้ปญั หาโดยใช้ความรทู้ างเคมจี ากสถานการณ์ที่เกดิ ข้ึนใน ชีวิตประจาวัน การประกอบอาชีพ หรอื อตุ สาหกรรม 2. แสดงหลักฐานถงึ การบรู ณาการความรทู้ างเคมีรว่ มกับสาขาวิชาอน่ื รวมท้ังทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์หรือกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม โดยเน้นการคดิ วิเคราะห์ การแกป้ ญั หาและความคิด สร้างสรรค์ เพื่อแก้ปัญหาในสถานการณห์ รือประเด็นทส่ี นใจ 3. นาเสนอผลงานหรอื ชิน้ งานทีไ่ ด้จากการแก้ปญั หาในสถานการณ์หรือประเด็นที่สนใจโดยใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศ 4. แสดงหลักฐานการเขา้ รว่ มการสมั มนา การเข้าร่วมประชมุ วชิ าการ หรือการแสดงผลงาน ส่ิงประดษิ ฐใ์ นงานนิทรรศการ รวม 4 ผลการเรยี นรู้
83 คาอธิบายรายวชิ า(เพม่ิ เติม) รายวชิ าปฏกิ ิรยิ าเคมี กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๖ ภาคเรยี นท่ี ๑ รหสั วิชา ว๓๐๒๗๑ เวลา ๒ ช่วั โมง/ภาคเรียน จานวน ๑.๐ หนว่ ยกติ ศกึ ษาอธิบาย สญั ลกั ษณ์ในสมการเคมี สารตั้งตน้ สารผลติ ภัณฑ์ เลขสมั ประสิทธขิ์ องสารตงั้ ต้นสาร ผลิตภัณฑ์ ปจั จัยท่เี กี่ยวข้องในการเกิดปฏิกิริยาเคมี การดุลสมการเคมี ปริมาณของสารในปฏกิ ริ ยิ าเคมี ปริมาณของสารในปฏกิ ิริยาเคมหี ลายข้นั ตอน สารกาหนดปรมิ าณในปฏกิ ริ ยิ าเคมี รอ้ ยละของผลติ ภัณฑใ์ น ปฏกิ ิรยิ าเคมี โดยใชก้ ารเรยี นรดู้ ว้ ยกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรก์ ารสืบเสาะหาความรู้การสารวจตรวจสอบ สามารถนาความรู้และหลกั การไปใชป้ ระโยชน์เช่อื มโยงอธบิ ายปรากฏการณ์หรือแก้ปัญหาในชวี ติ ประจาวัน สามารถจดั กระทาและวิเคราะหข์ ้อมลู สือ่ สารส่ิงท่เี รยี นรู้มคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจแก้ปัญหา มจี ิตวทิ ยาศาสตร์เห็นคุณคา่ ของวทิ ยาศาสตร์มีจริยธรรมคุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม ผลการเรียนรู้ สาระเคมี ๒. เขา้ ใจการเขยี นและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธ์ในปฏิกริ ยิ าเคมี อัตราการเกิด ปฏิกิริยา เคมี สมดลุ ในปฏิกิริยาเคมี สมบัติและปฏกิ ริ ิยาของกรด–เบส ปฏกิ ริ ิยา รดี อกซ์และเซลลเ์ คมีไฟฟ้า รวมทัง้ การ นาความรไู้ ปใช้ประโยชน์ ๑. แปลความหมายสัญลกั ษณ์ในสมการเคมี เขียนและดุลสมการเคมขี องปฏิกิรยิ าเคมี บางชนดิ ๒. คานวณปริมาณของสารในปฏิกริ ิยาเคมี ทเี่ กย่ี วข้องกับมวลสาร ๓. คานวณปรมิ าณของสารในปฏิกิริยาเคมี ที่เก่ียวข้องกบั ความเข้มขน้ ของสารละลาย ๔. คานวณปริมาณของสารในปฏิกริ ยิ าเคมี ทเี่ กยี่ วข้องกับปริมาตรแกส๊ ๕. ระบุสารกาหนดปริมาณ และคานวณปริมาณ สารตา่ ง ๆ ในปฏิกริ ิยาเคมี ๖. ระบุสารกาหนดปริมาณ และคานวณปริมาณ สารต่าง ๆ ในปฏิกริ ิยาเคมี ๗. คานวณผลไดร้ อ้ ยละของผลิตภัณฑใ์ นปฏิกิริยา เคมี
84 รวม ๗ ผลการเรยี นรู้ คาอธิบายรายวชิ า(เพมิ่ เติม) รายวชิ าอตั ราการเกิดปฏกิ ิริยาเคมี กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๖ ภาคเรยี นที่ ๒ รหสั วิชา ว๓๐๒๗๒ เวลา ๒ ช่วั โมง/ภาคเรยี น จานวน ๑.๐ หนว่ ยกิต ศึกษาทดลองอธบิ าย อัตราการเกดิ ปฏิกิริยาเคมี เขยี นกราฟการลดลงหรือเพม่ิ ขนึ้ ของสารในปฏิกริ ิยา เคมี ทศิ ทางการชนกนั ของอนภุ าค พลงั งานทส่ี ง่ ผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิรยิ าเคมี ความเขม้ ข้น พนื้ ทผ่ี วิ สารตั้ง ต้น อุณหภมู ิ ตัวเร่งปฏิกิริยา ปัจจัยท่ีมีต่ออัตราการเกิดปฏิกิรยิ าเคมี การเกิดปฏิกิริยาเคมีในชีวติ ประจาวัน อุตสาหกรรม โดยใช้การเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์การสืบเสาะหาความรู้การสารวจตรวจสอบ สามารถนาความรู้และหลักการไปใช้ประโยชน์เชื่อมโยงอธิบายปรากฏการณ์หรือแก้ปัญหาในชีวิตประจาวัน สามารถจัดกระทาและวเิ คราะห์ขอ้ มลู ส่ือสารสง่ิ ท่ีเรียนรู้มีความสามารถในการตดั สนิ ใจแกป้ ัญหา มจี ติ วิทยาศาสตรเ์ หน็ คณุ ค่าของวทิ ยาศาสตรม์ ีจรยิ ธรรมคุณธรรมและค่านิยมทเ่ี หมาะสม ผลการเรียนรู้ สาระเคมี ๒. เขา้ ใจการเขยี นและการดุลสมการเคมี ปรมิ าณสัมพนั ธ์ในปฏกิ ริ ิยาเคมี อัตราการเกดิ ปฏิกริ ยิ า เคมี สมดุลในปฏกิ ริ ยิ าเคมี สมบตั ิและปฏกิ ิรยิ าของกรด–เบส ปฏกิ ริ ิยา รดี อกซแ์ ละเซลล์เคมีไฟฟ้า รวมทงั้ การ นาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์ ๑. ทดลอง และเขียนกราฟการเพ่มิ ขนึ้ หรือลดลง ของสารท่ีทาการวดั ในปฏกิ ิริยา ๒. คานวณอตั ราการเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมีและเขยี นกราฟ การลดลงหรือเพ่ิมขน้ึ ของสารที่ไม่ได้วัด ในปฏิกริ ยิ า ๓. เขียนแผนภาพ และอธบิ ายทิศทางการชนกนั ของอนุภาคและพลงั งานที่สง่ ผลต่ออัตรา การเกดิ ปฏิกริ ิยา เคมี
85 ๔. ทดลอง และอธบิ ายผลของความเข้มข้น พน้ื ทผี่ วิ ของสารตัง้ ตน้ อุณหภูมิและตัวเร่งปฏกิ ิริยาท่ีมี ตอ่ อตั รา การเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี ๕. เปรยี บเทียบอตั ราการเกดิ ปฏกิ ริ ิยาเม่ือมีการ เปลีย่ นแปลงความเขม้ ขน้ พืน้ ทผี่ วิ ของสารต้งั ต้น อุณหภมู ิและ ตัวเรง่ ปฏกิ ริ ยิ า ๖. ยกตวั อยา่ ง และอธิบายปจั จยั ท่มี ีผลต่ออัตรา การเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมีในชวี ติ ประจาวัน หรืออตุ สาหกรรม รวม ๖ ผลการเรยี นรู้ คาอธิบายรายวชิ า(พน้ื ฐาน) รายวิชา วิทยาการคานวณ 3 กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 เวลา 20 ชวั่ โมง/ภาคเรียน ภาคเรียนท่ี 1 รหสั วิชา ว33103 จานวน 0.5 หน่วยกติ นาเสนอและแบ่งปันข้อมูล เช่น การเขียนบล็อก อัปโหลดวิดีโอ ภาพ อินโฟกราฟิก โดยไม่ สร้างความเดือดร้อนต่อตนเองและผู้อ่ืน การนาเสนอและแบ่งปันข้อมูลอย่างปลอดภัย เช่น ระมัดระวัง ผลกระทบที่ตามมาเมื่อมีการแบ่งปันข้อมูลหรือเผยแพร่ข้อมูล จริยธรรมในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีเกิดใหม่ แนวโน้มในอนาคต การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีด้านต่างๆ ท่ี เก่ียวข้องกับชีวิตประจาวัน เช่น automation, robot, ระบบ smart ต่างๆ, เทคโนโลยีไร้คนขับ อาชีพ เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ (รวมถึงอาชีพเกิดใหม่และอาชีพที่หายไป) เทคโนโลยีสารสนเทศท่ีมีผลกระทบ ต่อการดาเนินชีวิตด้านต่างๆ เช่น สังคม วัฒนธรรม ความเท่าเทียมทางสังคม, การส่ือสารที่สะดวกและดีข้ึน, การเผยแพร่และการกลืนของวัฒนธรรม, พฤติกรรมการอ่าน และการเขียนที่เปลี่ยนไป ผลกระทบของ เทคโนโลยตี ่ออาชีพอืน่ ๆ รหสั ตวั ชี้วดั มาตรฐาน ว 4.2 ม.5/1
86 รวม 1 ตวั ช้ีวัด
87 คาอธิบายรายวชิ า กล่มุ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ คาอธิบายรายวิชา รายวชิ า คณติ ศาสตร์พนื้ ฐาน 1 กลุ่มสาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 รหสั วชิ า ค 31101 เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต ศึกษา ฝกึ ทกั ษะการคิดคานวณ และฝกึ การแก้ปัญหาในสาระตอ่ ไปนี้ เซต เซต การดาเนนิ การของเซต แผนภาพเวนน์-ออยเลอรแ์ ละการแก้ปัญหา
88 ตรรกศาสตรเ์ บ้อื งต้น ประพจน์และตวั เชือ่ ม การหาค่าความจรงิ ของประพจน์ การสร้างตาราง ค่าความจรงิ โดยใช้ทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ในการแกป้ ญั หา การใหเ้ หตุผล การสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ มกี ารเชื่อมโยงความรตู้ ่างๆ ทางคณติ ศาสตร์ และเชือ่ มโยง คณิตศาสตร์กับศาสตร์อนื่ ๆ และมคี วามคิดริเร่มิ สรา้ งสรรค์ โดยใช้กระบวนการเรยี นการสอนแบบ CBL (Creativity Based Learning) เพ่อื การจดั ประสบการณ์ หรือสร้างสถานการณ์ที่ใกลต้ ัว ให้ผเู้ รยี นไดศ้ ึกษาคน้ คว้า โดย ปฏิบตั จิ รงิ อธิบาย สรุป รายงาน นาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคดิ ทกั ษะกระบวนการที่ไดไ้ ปใชใ้ น การเรยี นรแู้ ละพฒั นาสูป่ ระชาคมอาเซยี น ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและงานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน นาไปใช้ในชีวติ ประจาวนั อย่างสรา้ งสรรค์ รวมทง้ั มวี ินัย ซื่อสัตย์สจุ ริต ใฝเ่ รียนรู้ รหสั ตวั ช้ีวัด ค 1.1 ม.4/1 รวม 1 ตวั ชว้ี ดั คาอธิบายรายวชิ า กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
89 รายวิชา คณติ ศาสตรพ์ ้ืนฐาน 2 กล่มุ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 2 รหสั วิชา ค 31102 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต ศึกษา ฝกึ ทกั ษะการคดิ คานวณ และฝึกการแก้ปญั หาในสาระต่อไปน้ี เลขยกกาลัง รากท่ี n ของจานวนจริง เมื่อ n เป็นจานวนนับท่ีมากกว่า 1 เลขยกกาลังท่ีมีเลขช้ี กาลงั เปน็ จานวนตรรกยะ ฟังก์ชัน ความสัมพันธ์และฟังก์ชนั กราฟของความสัมพันธแ์ ละฟังก์ชัน ตัวอย่างของฟังก์ชันที่ ควรร้จู กั การนากราฟไปแก้ปัญหาบางประการ โดยใช้ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อ ความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ มีการเชื่อมโยงความรู้ต่างๆ ทางคณิตศาสตร์ และเชื่อมโยง คณิตศาสตร์กับศาสตร์อ่ืนๆ และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ โดยใช้กระบวนการเรียนการสอนแบบ CBL (Creativity Based Learning) เพื่อการจัดประสบการณ์ หรือสร้างสถานการณ์ท่ีใกล้ตัว ให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้า โดยปฏิบัติจริง อธิบาย สรปุ รายงาน นาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคดิ ทักษะกระบวนการท่ีได้ไป ใช้ในการเรียนรู้และพัฒนาสู่ประชาคมอาเซียน ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน นาไปใช้ในชวี ิตประจาวนั อยา่ งสร้างสรรค์ รวมทัง้ มวี นิ ยั ซอ่ื สตั ยส์ จุ ริต ใฝ่เรียนรู้ รหัสตัวช้ีวดั ค 1.1 ม.5/1, ค 1.2 ม.5/1 รวม 2 ตัวช้วี ัด
90 คาอธิบายรายวิชา รายวชิ า คณิตศาสตร์พืน้ ฐาน 3 กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 รหัสวชิ า ค 32101 เวลา 40 ช่วั โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต ศกึ ษา ฝึกทักษะการคดิ คานวณ และฝกึ การแก้ปัญหาในสาระต่อไปน้ี สถิติ ข้อมูล ตาแหน่งท่ีของข้อมูล ค่ากลาง ค่าการกระจาย การนาเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพและ เชิงปริมาณ การแปลความหมายของค่าสถิติ หลักการนับเบ้ืองต้น หลักการบวกและการคูณ การเรียงสับเปลี่ยนเชิงเส้นกรณีท่ีส่ิงของแตกต่าง กนั ท้ังหมด การจัดหมู่กรณีท่ีสง่ิ ของแตกต่างกนั ทง้ั หมด ความน่าจะเปน็ การทดลองสมุ่ และเหตกุ ารณ์ ความนา่ จะเป็นของเหตกุ ารณ์ โดยใช้ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การส่ือ ความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ มีการเชื่อมโยงความรู้ต่างๆ ทางคณิตศาสตร์ และเช่ือมโยง คณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่นๆ และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ โดยใช้กระบวนการเรียนการสอนแบบ CBL (Creativity Based Learning) เพ่ือการจัดประสบการณ์ หรือสร้างสถานการณ์ท่ีใกล้ตัว ให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้า โดยปฏิบัติจริง อธบิ าย สรปุ รายงาน นาประสบการณ์ดา้ นความรู้ ความคิด ทักษะกระบวนการท่ีได้ไป ใช้ในการเรียนรู้และพัฒนาสู่ประชาคมอาเซียน ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน นาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั อย่างสรา้ งสรรค์ รวมท้งั มีวนิ ยั ซอื่ สัตยส์ จุ รติ ใฝ่เรียนรู้ รหสั ตัวช้ีวัด ค 3.1 ม.6/1, ค 3.2 ม.4/1, ค 3.2 ม.4/2 รวม 3 ตัวชว้ี ัด
91 คาอธบิ ายรายวิชา รายวชิ า คณติ ศาสตร์พ้นื ฐาน 4 กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2 รหสั วิชา ค 32102 เวลา 40 ช่วั โมง จานวน 1.0 หน่วยกติ ศกึ ษา ฝึกทักษะการคดิ คานวณ และฝึกการแก้ปัญหาในสาระต่อไปน้ี ลาดับและอนกุ รม ลาดบั เลขคณติ และลาดับเรขาคณติ อนุกรมเลขคณิตและอนกุ รมเรขาคณิต ดอกเบ้ียและมลู ค่าของเงนิ ดอกเบ้ีย มูลคา่ ของเงิน ค่ารายงวด โดยใช้ทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ ในการแกป้ ัญหา การให้เหตผุ ล การส่ือ ความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ มีการเช่อื มโยงความร้ตู ่างๆ ทางคณิตศาสตร์ และเช่ือมโยง คณิตศาสตร์กบั ศาสตร์อื่นๆ และมีความคิดรเิ ร่ิมสรา้ งสรรค์ โดยใชก้ ระบวนการเรยี นการสอนแบบ CBL (Creativity Based Learning) เพ่อื การจดั ประสบการณ์ หรือสรา้ งสถานการณท์ ี่ใกลต้ วั ให้ผูเ้ รียนได้ศึกษาค้นคว้า โดยปฏบิ ัติจรงิ อธิบาย สรุป รายงาน นาประสบการณ์ดา้ นความรู้ ความคิด ทักษะกระบวนการที่ได้ไป ใชใ้ นการเรียนรแู้ ละพัฒนาสปู่ ระชาคมอาเซยี น ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งและงานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน นาไปใช้ในชีวติ ประจาวนั อย่างสร้างสรรค์ รวมทง้ั มวี ินัย ซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ ใฝ่เรียนรู้ รหสั ตวั ช้ีวัด ค 1.2 ม.5/2, ค 1.3 ม.5/1 รวม 2 ตัวชี้วัด
92 คาอธิบายรายวิชา รายวชิ า คณติ ศาสตรพ์ นื้ ฐาน 5 กลุม่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1 รหสั วิชา ค 33101 เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หน่วยกติ ศึกษา ฝกึ ทักษะการคดิ คานวณ และฝึกการแก้ปัญหาในสาระตอ่ ไปน้ี เซต การแกโ้ จทย์ปญั หา ตรรกศาสตรเ์ บือ้ งต้น การแกโ้ จทยป์ ัญหา เลขยกกาลงั การแก้โจทยป์ ัญหา ฟงั กช์ ัน การแกโ้ จทยป์ ญั หา โดยใช้ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การส่ือ ความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ มีการเชื่อมโยงความรู้ต่างๆ ทางคณิตศาสตร์ และเช่ือมโยง คณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่นๆ และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ โดยใช้กระบวนการเรียนการสอนแบบ CBL (Creativity Based Learning) เพ่ือการจัดประสบการณ์ หรือสร้างสถานการณ์ที่ใกล้ตัว ให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้า โดยปฏิบัติจริง อธบิ าย สรปุ รายงาน นาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคดิ ทักษะกระบวนการที่ได้ไป ใช้ในการเรียนรู้และพัฒนาสู่ประชาคมอาเซียน ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน นาไปใช้ในชวี ิตประจาวนั อย่างสร้างสรรค์ รวมท้งั มีวนิ ัย ซื่อสตั ย์สุจริต ใฝเ่ รียนรู้
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380