Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือธรรมศึกษาชั้นโท ปี 2561

คู่มือธรรมศึกษาชั้นโท ปี 2561

Published by suttasilo, 2021-06-27 06:38:00

Description: คู่มือธรรมศึกษาชั้นโท ปี 2561

Keywords: คู่มือธรรมศึกษา,ธรรมศึกษาชั้นโท,2561

Search

Read the Text Version

330 ¤ÙÁ‹ ×͸ÃÃÁÈ¡Ö ÉÒªé¹Ñ â· ปญ หาและเฉลยวิชาอโุ บสถศีล (วินัย) ธรรมศกึ ษาชั้นโท สอบในสนามหลวง วันองั คารท่ี ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๑๕.๐๐ น. ******************** คําส่ัง : จงเลือกคําตอบท่ีถูกท่ีสุดเพียงคําตอบเดียว แลวกากบาทลงในชอง ของขอท่ี ตอ งการในกระดาษคําตอบใหเวลา ๕๐ นาที (๑๐๐ คะแนน) ๑. กุศลสวนพเิ ศษที่คฤหสั ถค วรบําเพ็ญ ค. ประเพณี ง. การอปุ สมบท ใหย ิง่ กวา ศลี ๕ คอื อะไร ? คาํ ตอบ : ข ก. ถวายสงั ฆทาน ข. ฟงเทศน ๕. เพราะเหตใุ ด พระพทุ ธเจา พระธรรม ค. ถอื อโุ บสถ ง. นัง่ สมาธิ พระสงฆ จึงไดช ่ือวา สรณะ ? คําตอบ : ค ก. เปน ทพ่ี งึ่ แกผ นู ับถอื ๒. การรักษาศีล จดั เขา ในศาสนพธิ ี ข. ถอื เปน สิ่งศกั ด์สิ ทิ ธ์ิ ประเภทใด ? ค. เปนท่บี วงสรวงบูชา ก. ทานพิธี ข. บญุ พธิ ี ง. เปนที่บนบานขอพร ค. กุศลพธิ ี ง. ปกิณกะ คาํ ตอบ : ก คําตอบ : ค ๖. โลกไมมพี ระอาทิตยก ็มืดมน คนไมม ี ๓. ขอใดเปน ความเช่ือผดิ ๆ เกย่ี วกับการ พระรตั นตรยั จะเปนอยางไร ? รกั ษาศลี ? ก. ขาดที่พงึ่ ทางกาย ก. ไดพ กั การงาน ข. ขาดที่พึ่งทางใจ ข. ไดทาํ บญุ กศุ ล ค. ขาดหลกั บริหาร ค. ไดช าํ ระจิตใจ ง. ขาดบรวิ ารดูแล ง. ไดช าํ ระบาป คาํ ตอบ : ข คําตอบ : ง ๗. พระธรรม ยอมรกั ษาผูปฏบิ ตั ิอยางไร ? ๔. เขา บา นตองผา นประตู แรกเขา สู ก. ใหม ชี ื่อเสยี ง ข. ใหค นยกยอง พระพทุ ธศาสนาตองเขา ถงึ อะไร ? ค. ใหค นนบั ถอื ง. ไมใหตกทีช่ ่ัว ก. พธิ กี รรม ข. พระรตั นตรยั คําตอบ : ง คมู ือธรรมศึกษา=ช้นั โท 330

ÇªÔ ÒÍØâºÊ¶ÈÕÅ (Ç¹Ô ÂÑ ) 331 ๘. ใครประกาศคําสอนของพระพุทธเจา คาํ ตอบ : ก ใหค นรูจักบาปบุญคุณโทษ ? ๑๓. ความมีศรทั ธาม่นั คงในพระรัตนตรัย ก. พระสงฆ ข. อาชีวก ควรถือใครเปน แบบอยาง ? ค. ปรพิ าชก ง. นิครนถ ก. พระเทวทตั คาํ ตอบ : ก ข. พระวกั กลิ ๙. สรณคมน มคี วามหมายตรงกบั ขอ ใด ? ค. สปุ ปพุทธกุฏฐิ ก. การไหวพ ระสวดมนตท ุกวัน ง. ทา วสกั กะ ข. การถงึ พระรัตนตรัยเปน ทพี่ ง่ึ คาํ ตอบ : ค ค. การถวายขา วพระเปนประจํา ๑๔. การถอื อโุ บสถนอกพทุ ธกาล ง. การบูชาดวยดอกไมธปู เทยี น เนนวิธรี กั ษาในเรอื่ งใด ? คาํ ตอบ : ข ก. อดอาหาร ข. ถือสรณคมน ๑๐. อะไรเปน สาเหตแุ หง การขาดสรณคมน ? ค. ถอื ศีล ๘ ง. รักษาตามกาล ก. เกดิ ข. แก คาํ ตอบ : ก ค. เจ็บ ง. ตาย ๑๕. ขอ ใด ไมมีความเกย่ี วของกบั อุโบสถ คําตอบ : ง นอกพทุ ธกาล ? ๑๑. ขอ ใด เปน ความเศรา หมองแหง สรณคมน ก. อดอาหาร ข. บาํ เพ็ญตบะ เพราะความไมเออื้ เฟอ ? ค. สรณคมน ง. ถือตามกาล ก. ทาํ รายพระศาสดา คําตอบ : ค ข. หา มไหวพ ระพุทธรปู ๑๖. ขอ ใด ไมใ ชอ โุ บสถทจี่ ดั ตามวนั รกั ษา ? ค. นับถอื ศาสดาอนื่ ก. ปกตอิ ุโบสถ ง. ความตายมาปรากฏ ข. ปฏชิ าครอโุ บสถ คําตอบ : ข ค. อริยอโุ บสถ ๑๒. ขอ ใด เปน ความเศรา หมองแหง สรณคมน ง. ปาฏิหาริยอุโบสถ เพราะความสงสยั ? คําตอบ : ค ก. สวรรคมีจรงิ หรอื ๑๗. อโุ บสถทผ่ี สู มาทานตงั้ ใจรกั ษา โดยไม ข. น้ําทว มโลกจรงิ หรือ เห็นแกนอนมากนักตรงกับอุโบสถ ค. โลกรอนจริงหรือ ประเภทใด ? ง. มีคล่ืนยกั ษจ รงิ หรอื ก. โคปาลกอุโบสถ คมู ือธรรมศึกษา=ชั้นโท 331

332 ¤ÙÁ‹ ×͸ÃÃÁÈ¡Ö ÉҪѹé â· ข. ปฏิชาครอุโบสถ ก. ๑ วนั ข. ๓ วนั ค. นคั คัณฐอโุ บสถ ค. ๔ วนั ง. ๓๐ วนั ง. ปาฏหิ าริยอโุ บสถ คาํ ตอบ : ค คาํ ตอบ : ข ๒๒. หากรกั ษาปฏิชาครอโุ บสถในวนั ๘ ค่าํ ๑๘. การถอื อโุ บสถอยา งวธิ ขี องพวกนคิ รนถ วันรับวันสง จะเปนกค่ี า่ํ ? ตรงกบั ขอ ใด ? ก. ๖ ค่าํ ๗ คํา่ ก. ปกตอิ โุ บสถ ข. ๗ คํา่ ๘ ค่ํา ข. โคปาลกอโุ บสถ ค. ๘ คา่ํ ๙ คํ่า ค. อรยิ อโุ บสถ ง. ๗ คํา่ ๙ ค่ํา ง. นคิ คัณฐอุโบสถ คําตอบ : ง คาํ ตอบ : ง ๒๓. ปาฏหิ าริยอโุ บสถ กําหนดใหร กั ษา ๑๙. การถอื อุโบสถ ใหเ วลาลวงไปดวย ตอเนอื่ งกนั ไปนานเทา ไร ? เรอื่ งบญุ กศุ ลเทา นนั้ มอี านสิ งสม ากกวา ก. ๑ วนั ข. ๓ วัน อโุ บสถประเภทอ่นื ตรงกบั ขอ ใด ? ค. ๓ เดอื น ง. ๔ เดือน ก. โคปาลกอุโบสถ คําตอบ : ง ข. อริยอโุ บสถ ๒๔. การถอื ศลี ดว ยวธิ ใี ด เรยี กวา รกั ษาอโุ บสถ ? ค. นคิ คัณฐอุโบสถ ก. กนิ อาหารมงั สวิรัติ ง. ปกตอิ โุ บสถ ข. งดอาหารเวลาวิกาล คาํ ตอบ : ข ค. ไมกนิ เนอ้ื สัตวใหญ ๒๐. คนรบั จา งเลย้ี งโค เปน คาํ เปรยี บเทยี บ ง. ไถชีวติ โคทุกวันพระ อุโบสถประเภทใด ? คาํ ตอบ : ข ก. นิคคัณฐอุโบสถ ๒๕. การถอื ศีลในวันใด ไมเรียกวา รักษาอุโบสถ ? ข. ปกตอิ โุ บสถ ก. วันธรรมดา ข. วัน ๘ คํ่า ค. โคปาลกอโุ บสถ ค. วัน ๑๔ คาํ่ ง. วัน ๑๕ ค่ํา ง. อรยิ อโุ บสถ คําตอบ : ก คําตอบ : ค ๒๖. บุญกศุ ลทไี่ ดจ ากการถอื อุโบสถน้นั ๒๑. ปกติอโุ บสถ กาํ หนดใหร ักษา เกดิ ข้ึนดวยสาเหตุใด ? เดือนหนึง่ กว่ี ัน ? ก. สมาทานศีล คมู ือธรรมศึกษา=ช้นั โท 332

ÇÔªÒÍØâºÊ¶ÈÕÅ (ÇÔ¹ÂÑ ) 333 ข. ต้ังใจสวดมนต ก. พทุ ธบัญญตั ิ ค. งดเวนขอหา ม ข. ธาตุบัญญัติ ง. ถอื จนครบเวลา ค. สาวกบัญญตั ิ คาํ ตอบ : ค ง. วินัยบญั ญัติ ๒๗. วธิ ีสมาทานอโุ บสถทกุ วันนี้ คําตอบ : ก นิยมสมาทานดวยวธิ ใี ด ? ๓๒. วนั ปณณรสี ในคาํ ประกาศอุโบสถ ก. เปลง วาจา ข. ถือเพศ หมายถงึ วนั กค่ี ่ํา ? ค. อธษิ ฐาน ง. ถอื สตั ย ก. วัน ๗ ค่ํา ข. วัน ๘ คํา่ คาํ ตอบ : ก ค. วนั ๑๘ คํ่า ง. วัน ๑๕ คํ่า ๒๘. อุโบสถทีส่ มาทานแลว ไดช ื่อวา มี คําตอบ : ง ศีลบริบูรณ เพราะสาเหตุใด ? ๓๓. คําวา มยํ ภนฺเต ติสรเณน สห ก. ไมละเวน ข. ไมล ะเมดิ อฏ งคฺ สมนนฺ าคตํ อโุ บสถํ ยาจาม ค. ไมครบองค ง. ไมครบวนั เปน คํากลาวอะไร ? คาํ ตอบ : ข ก. อาราธนาศลี ๒๙. พระสงฆใ หศ ลี ๘ แตรับเพียง ๕ ขอ ข. อาราธนาธรรม เรียกวา อโุ บสถอะไร ? ค. บชู าขา วพระ ก. ปกติอโุ บสถ ง. ถวายสงั ฆทาน ข. โคปาลกอโุ บสถ คําตอบ : ก ค. อริยอโุ บสถ ๓๔. ขอใด ไมเ กี่ยวขอ งกับระเบยี บ ง. ไมเ รียกวาอโุ บสถ พิธีถืออุโบสถ ? คาํ ตอบ : ง ก. ประกาศองคอโุ บสถ ๓๐. การถอื อโุ บสถศลี ในสถานที่ไมม ี ข. อาราธนาศีล พระสงฆ จะสมาทานทีไ่ หน ? ค. อาราธนาพระปริตร ก. บา น ข. โรงเรียน ง. สมาทานศลี ค. ปา ชา ง. ไดทกุ ท่ี คําตอบ : ค คาํ ตอบ : ง ๓๕. อโุ บสถของพวกนิครนถน กั บวช ๓๑. อุโบสถอันประกอบดว ยองค ๘ นอกศาสนา มีขอหามอยางไร ? จัดเปนบญั ญัตปิ ระเภทใด ? ก. หามทกุ เรื่อง คมู ือธรรมศึกษา=ชั้นโท 333

334 ¤‹ÁÙ Í× ¸ÃÃÁÈ¡Ö ÉÒªéѹⷠข. หามบางเรอ่ื ง ๔๐. ขอ ใด ไมนับเขาในขอหามของอโุ บสถศลี ค. หา มอดขาว ขอที่ ๗ ? ง. ไมม ีขอ หาม ก. ฟอ นรํา ข. ขับรอง คําตอบ : ข ค. จบั เงนิ ง. แตงตวั ๓๖. คาํ วา อพรหมจรรย ในอโุ บสถศีล คาํ ตอบ : ค ขอ ท่ี ๓ หมายถงึ อะไร ? ก. การลว งประเวณี ๔๑. การถอื อุโบสถศีลขอ ๘ บญั ญัติไว ข. การรองเพลง เพ่ือจุดประสงคใด ? ค. การดม่ื สรุ าเมรยั ก. ไมเ หน็ แกก นิ ง. การอดอาหาร ข. ไมเ ห็นแกน อน คําตอบ : ก ค. ไมเหน็ แกต วั ๓๗. ขาพเจา สมาทานสิกขาบทคอื เวน ง. ไมเ หน็ แกเ ลน จากลอลวงผูอ่นื คอื ศลี ขอ ใด ? คําตอบ : ข ก. ขอ ๑ ข. ขอ ๓ ค. ขอ ๔ ง. ขอ ๓ ๔๒. พระพทุ ธเจา ทรงอนญุ าตใหผถู ือ คําตอบ : ค อโุ บสถศลี น่งั นอนในท่เี ชน ไร ? ๓๘. งดบริโภคอาหารในเวลาวกิ าล ก. สงู ใหญ ข. พอเหมาะ คอื ศลี ขอ ใด ? ค. หลากสี ง. ประหลาด ก. ขอ ๒ ข. ขอ ๓ คําตอบ : ข ค. ขอ ๓ ง. ขอ ๖ คําตอบ : ง ๔๓. เรื่องภายนอกทนี่ ํามาพูดในขณะถอื ๓๙. ประโยชนก ารสมาทานอโุ บสถศีล อุโบสถศีล เรียกวาอะไร ? ขอ ๗ เพื่อตดั ความกังวลใด ? ก. อนุปุพพีกถา ก. การกนิ อาหาร ข. อรยิ มรรคกถา ข. การแตง ตัว ค. ติรจั ฉานกถา ค. การนอนมาก ง. อนโุ มทนากถา ง. การเมาสุรา คาํ ตอบ : ค คาํ ตอบ : ข ๔๔. ในขณะถอื อุโบสถศลี ผสู มาทานควร ปฏบิ ัตติ นอยา งไร ? ก. นกึ ถงึ องคแหง ศีล ข. ทรมานตนใหล ําบาก คมู ือธรรมศึกษา=ช้นั โท 334

ÇªÔ ÒÍØâºÊ¶ÈÕÅ (Ç¹Ô ÑÂ) 335 ค. คลกุ คลอี ยูในกาม ค. เกดิ ในนรกภมู ิ ง. พูดเรื่องทาํ มาหากิน ง. เกิดในอบายภมู ิ คาํ ตอบ : ก คาํ ตอบ : ข ๔๕. ขอใด ไมใชจดุ ประสงคข องการถอื ๔๙. การถอื อุโบสถศลี จะไดร บั ผลมาก ศีลอุโบสถ ? หรอื นอย ข้ึนอยกู ับอะไร ? ก. เพือ่ ผลประโยชน ก. การกระทํา ข. เพ่ือสั่งสมบุญ ข. บญุ บารมี ค. เพื่อฝกในตวั เอง ค. โชควาสนา ง. เพอื่ สงบจิตใจ ง. ชะตากรรม คําตอบ : ก คําตอบ : ก ๔๖. ความต้งั ใจในการถอื อุโบสถศีล ๕๐. อุโบสถศีลท่ีบุคคลรักษาดแี ลว มอี ะไรเปนเครื่องพจิ ารณา ? ยอ มไดร ับผลสงู สุดคืออะไร ? ก. ตั้งใจมาแตบาน ก. ทรัพยสมบัติ ข. ตัง้ ใจมาทําบุญ ข. มนุษยสมบัติ ค. ต้งั ใจงดเวนโทษ ค. สวรรคสมบตั ิ ง. ต้ังใจสวดมนต ง. นิพพานสมบัติ คําตอบ : ค คาํ ตอบ : ง ๔๗. การรักษาอุโบสถศีลเชนไร ชอื่ วา รกั ษาครบตามกาลทกี่ าํ หนด ? ก. เมอ่ื หิวขา ว ข. เมอื่ เปน ไข ค. เมอ่ื ตายลง ง. เมือ่ พนเวลา คําตอบ : ง ๔๘. การถอื อโุ บสถศลี ดว ยจิตผองใส หากตายในขณะน้นั จะมีคติเชนไร ? ก. เกิดในทุคตภิ ูมิ ข. เกดิ ในสุคติภมู ิ คมู ือธรรมศึกษา=ชั้นโท 335

336 ¤‹ÁÙ Í× ¸ÃÃÁÈ¡Ö ÉÒª¹éÑ â· คมู ือธรรมศึกษา=ช้นั โท 336

ÇªÔ Ò àÃÂÕ §¤ÇÒÁᡌ¡Ãз¸ŒÙ ÃÃÁ 337 ÇªÔ Ò àÃÕ§¤ÇÒÁá¡¡Œ Ãз¸ÙŒ ÃÃÁ คมู ือธรรมศึกษา=ชั้นโท 337

338 ¤ÙÁ‹ ×͸ÃÃÁÈÖ¡ÉÒª¹éÑ â· คมู ือธรรมศึกษา=ช้นั โท º·¹íÒ ¾Ø·¸ÈÒʹԡª¹ÁÕ˹ŒÒ·èÕÊíÒ¤ÑÞ«èÖ§ÍÒ¨»ÃÐÁÇšŋÒÇ䴌໚¹ ó »ÃСÒà ¤×Í¡ÒÃÈÖ¡ÉÒËÅÑ¡¸ÃÃÁ¤íÒÊ͹ ¡ÒûÃоÄμÔ»¯ÔºÑμÔμÒÁËÅÑ¡¸ÃÃÁ¤íÒÊ͹ ·èäÕ ´ÈŒ Ö¡ÉÒáÅÇŒ áÅСÒÃà¼ÂἋËÃ×ͺ͡Ê͹ËÅ¡Ñ ¸ÃÃÁ¤Òí Ê͹·èÕμ¹ä´ÈŒ ¡Ö ÉÒáÅÐ »¯ºÔ μÑ áÔ ÅÇŒ ¹¹Ñé ᡼‹ ÍÙŒ ¹è× à¾Í×è ãËÁŒ ¤Õ ÇÒÁÃàÙŒ ¢ÒŒ ã¨áÅйÒí ÁÒ໹š á¹Ç·Ò§»ÃоÄμ»Ô ¯ºÔ μÑ Ô à¾Í×è ¡ÒôíÒçªÇÕ μÔ ·èÕ´Õ§ÒÁ»ÃÒȨҡâ·Éà¡´Ô ¤ÇÒÁÊØ¢á¡‹ªÇÕ ÔμáÅÐ椄 ¤ÁμÍ‹ ä» ¡Ò÷¨èÕ Ðà¼Âá¼Ë‹ Å¡Ñ ¸ÃÃÁ¤Òí Ê͹᡼‹ ÍÙŒ ¹×è ä´ÍŒ ÂÒ‹ §Á»Õ ÃÐÊ·Ô ¸ÀÔ Ò¾ ¹Í¡¨Ò¡ μŒÍ§ÁÕ¤ÇÒÁÃÙŒ¤ÇÒÁࢌÒã¨ã¹¢ŒÍ¸ÃÃÁ¤íÒÊ͹áÅŒÇ Âѧ¨íÒμŒÍ§ÁÕËÅÑ¡áÅÐÇÔ¸Õ·èըР͸ԺÒ¸ÃÃÁà¾×èͼŒÙ¿˜§ËÃ×Í͋ҹ䴌ࢌÒ㨧‹Ò¢Öé¹ ¡‹ÍãËŒà¡Ô´¤ÇÒÁʹ㨷Õè¨ÐÈÖ¡ÉÒ ¾ÃÐÈÒʹÒà¾×Íè ãËÁŒ ¤Õ ÇÒÁÃáŒÙ ÅÐà¢ÒŒ 㨡njҧ¢ÇÒ§ÂèÔ§¢¹éÖ ÇÔªÒàÃÕ§¤ÇÒÁᡌ¡ÃзŒÙ¸ÃÃÁ ¨Ö§à»š¹ÇÔªÒ˹èÖ§¢Í§ËÅÑ¡ÊÙμøÃÃÁÈÖ¡ÉÒ ª¹éÑ â··ÁèÕ ¤Õ ÇÒÁÊÒí ¤ÞÑ à¾ÃÒÐ໹š ÇªÔ Ò·¨èÕ Ðʧ‹ àÊÃÁÔ ã˼Œ àŒÙ ÃÂÕ ¹ä´ÁŒ ¤Õ ÇÒÁÃãÙŒ ¹ËÅ¡Ñ à¡³± áÅÐÇ¸Ô ¡Õ Ò⺤Դ ¾Ô¨ÒóÒáÅдÒí à¹¹Ô ¡ÒÃ͸ºÔ Ò¤ÇÒÁáË‹§à¹éÍ× ËÒ¸ÃÃÁ䴌͋ҧ ÁÕ»ÃÐÊÔ·¸ÔÀÒ¾ ÊÒÁÒö¶‹Ò·ʹàÃÕºàÃÕ§¶ŒÍ¤íÒÊíҹǹ¡ÒÃ͸ԺÒ¢ŒÍ¸ÃÃÁ ÀÒÉÔμ䴌͋ҧÁÕËÅ¡Ñ áÅÐẺἹ Í¹Ñ ¨Ð໹š »ÃÐ⪹á¡¼‹ ÈÙŒ ¡Ö ÉÒáÅСÒÃà¼ÂἋ ¾ÃÐÈÒʹÒμ‹Íä» 338

ÇªÔ Ò àÃÕ§¤ÇÒÁᡌ¡ÃзٸŒ ÃÃÁ 339 ÇÔªÒàÃÕ§¤ÇÒÁá¡¡Œ Ãзٌ¸ÃÃÁª¹éÑ â· เรยี งความแกก ระทธู รรม หมายถงึ การเขยี นอธบิ ายเนอ้ื ความของขอ ความหรอื พทุ ธศาสนสภุ าษติ ใหด าํ เนนิ ไปสมเหตสุ มผล ผอู า นอา นแลว เกดิ ความรู ความเขา ใจและ อยากนาํ ไปปฏิบัติตาม การแตง กระทู คอื การแตง เรยี งความธรรม โดยอธบิ ายหวั ขอ ธรรม (สภุ าษติ ) ที่กําหนดให และหาสุภาษิตอื่น มารับรองกับเนื้อความของบทกระทูตั้งท่ีตนไดอธิบาย มาน้ัน ใหมีเน้ือความที่สัมพันธรับรองกันโดยในชั้นนี้กําหนดใหหาสุภาษิตอื่นมาเชื่อม ๒ สุภาษิต และใหแตง อธิบายตั้งแต ๔ หนากระดาษ (เวนบรรทดั ) ขนึ้ ไป การแตงกระทูธรรมที่ถูกตองตามลักษณะนั้น สนามหลวงแผนกธรรมได กาํ หนดไวในระเบียบการตรวจกระทธู รรมไว ๗ ลักษณะดวยกนั นกั เรยี นจะตอ งแตง ใหถ ูกตอ งตามเกณฑน้ใี หม ากท่สี ุด คือ ๑. แตงใหไดตามกาํ หนด ๔ หนากระดาษเวน บรรทัดข้ึนไป ๒. อางสภุ าษติ ไดตามกฎ (คือนําสภุ าษติ อ่นื มาเชื่อม ๒ สภุ าษติ ขึน้ ไป) และ บอกท่มี าของสุภาษติ นั้นไดถกู ตอ ง ๓. เช่อื มกระทไู ดดี ๔. อธิบายความสมกบั กระททู ต่ี งั้ เอาไว ๕. ใชส าํ นวนเรยี บงาย ภาษาสละสลวย ๖. ใชต ัวสะกดการนั ตไดถกู ตองเปน สว นมาก ๗. สะอาด ไมเปรอะเปอน คมู ือธรรมศึกษา=ชั้นโท 339

340 ¤‹ÙÁÍ× ¸ÃÃÁÈÖ¡ÉҪѹé â· คมู ือธรรมศึกษา=ช้นั โท โครงสรา งแบบอยางการแตง กระทู ธรรมศึกษาช้ันโท (๑)..............................สุภาษิตบทตัง้ .................................. ........................................................................................ ......................................คาํ แปล........................................ ......................................................................................... (๒) ณ บดั นจ้ี กั ไดบ รรยายขยายเนอ้ื ความแหง กระทธู รรมสภุ าษติ ทไ่ี ดล ขิ ติ ไว ณ เบือ้ งตน พอเปน แนวทางแหงการศึกษา และปฏิบตั ิ สืบตอ ไป (๓) คําวา............(อธบิ ายเนอ้ื ความสภุ าษิต)................................................ ............................................................................................................................... ............................................................................................................................. สมดังสุภาษิตทมี่ าใน........(.บ..อ..ก...ท..ม่ี...า.ข..อ..ง..ส..ภุ...า..ษ..ติ..).........วา (๔)................................สภุ าษิตเชอ่ื ม............................(สภุ าษิตเชือ่ มท่ี ๑) ......................................................................................... ....................................คาํ แปล.......................................... ......................................................................................... คาํ วา ...................(อธบิ ายใหม เี นอ้ื ความเชอื่ มโยงสง เสรมิ กระทตู งั้ )............... ................................................................................................................................ .......................................... สมดงั สภุ าษติ ทม่ี าใน...................................................... ...............................วา (บอกทม่ี าของสภุ าษิต) (๕)..................................สุภาษติ เชื่อม..........................(สุภาษติ เชือ่ มท่ี ๒) ........................................................................................... ......................................คําแปล........................................... ............................................................................................ คําวา..............(อธิบายสุภาษิตเชื่อมโดยใหมีเน้ือความรองรับหรือสงเสริม กระทูต้ัง)................................................................................................................. 340

ÇÔªÒ àÃÂÕ §¤ÇÒÁá¡¡Œ Ãз¸ŒÙ ÃÃÁ 341 ............................................................................................................................. (๖) สรปุ ความวา ...................................................................................... ................................................................................. (ประมาณไมเกนิ ๗ บรรทัด) สมดงั พทุ ธศาสนสุภาษิตทไ่ี ดลิขติ ไว ณ เบอ้ื งตนวา (๗)....................................สุภาษิตบทตงั้ หรือกระทูต้ัง............ ............................................................................................. ........................................คําแปล.......................................... ............................................................................................. (๘) มีเนือ้ ความดังที่ไดพรรณนามาดว ยประการฉะน้ี ฯ คมู ือธรรมศึกษา=ชั้นโท 341

342 ¤ÁÙ‹ ×͸ÃÃÁÈ¡Ö ÉÒªéѹⷠ(μÑÇÍÂÒ‹ §) ¾·Ø ¸ÈÒÊ¹ÊØÀÒÉÔμ ËÅ¡Ñ Êμ٠øÃÃÁÈÖ¡ÉҪѹé â· ๑. อตั ตวรรค คอื หมวดตน ๑. อตฺตทตฺถํ ปรตฺเถน พหนุ าป น หาปเย อตตฺ ทตฺถมภิ ฺ าย สทตฺถปสุโต สิยา. บคุ คลไมค วรพลา ประโยชนข องตน เพราะประโยชนผ อู นื่ แมม าก รจู กั ประโยชน ของตนแลว พงึ ขวนขวายในประโยชนของตน ( พทุ ธฺ ) ข.ุ ธ. ๒๕ / ๓๗. ๒. อตตฺ านฺเจ ตถา กยริ า ยถฺมนสุ าสติ สทุ นโฺ ต วต ทเมถ อตฺตา หิ กริ ททุ ฺทโม. ถาสอนผอู ่ืนฉนั ใด พึงทําตนฉันนนั้ ผฝู กตนดีแลว ควรฝกผอู ืน่ ไดยินวาตน แลฝกยาก ( พุทฺธ ) ข.ุ ธ. ๒๕ / ๓๖. ๓. อตตฺ านเมว ปฐมํ ปฏริ ูเป นิเวสเย อถฺมนสุ าเสยฺย น กิลิสเฺ สยยฺ ปณฑฺ ิโต. บัณฑติ พงึ ต้งั ตนไวในคณุ อันสมควรกอ น สอนผูอ่นื ภายหลงั จึงไมม ัวหมอง ( พทุ ธฺ ) ข.ุ ธ. ๒๕ / ๓๖. ๒. กมั มวรรค คอื หมวดกรรม ๔. อตสิ ตี ํ อตอิ ุณหฺ ํ อติสายมทิ ํ อหุ อิติ วสิ สฺ ฏกมฺมนเฺ ต อตฺถา อจฺเจนฺติ มาณเว. ประโยชนท้ังหลายยอมลวงเลยคนผูทอดท้ิงการงาน ดวยอางวาหนาวนัก รอ นนัก เย็นเสยี แลว. ( พุทฺธ ) ท.ี ปาฏิ. ๑๑ / ๑๙๙ . คมู ือธรรมศึกษา=ช้นั โท 342

ÇªÔ Ò àÃÂÕ §¤ÇÒÁᡌ¡ÃзŒ¸Ù ÃÃÁ 343 ๕. อถ ปาปานิ กมมฺ านิ กรํ พาโล น พชุ ฌฺ ติ เสหิ กมฺเมหิ ทมุ ฺเมโธ อคคฺ ทิ ฑโฺ ฒว ตปฺปต.ิ เม่อื คนโงมีปญ ญาทราม ทาํ กรรมชั่วอยกู ไ็ มร ูสกึ เขาเดอื ดรอ น เพราะกรรม ของตนเหมือนถกู ไฟไหม ( พทุ ธฺ ) ขุ. ธ. ๒๕ / ๓๓. ๖. ยาทสิ ํ วปเต พชี ํ ตาทิสํ ลภเต ผลํ กลยฺ าณการี กลยฺ าณํ ปาปการี จ ปาปก.ํ บุคคลหวานพืชเชนใด ยอมไดผลเชนนั้น ผูทํากรรมดี ยอมไดผลดี ผูทํา กรรมชั่ว ยอมไดผลชัว่ ( พทุ ฺธ ) ส.ํ ส. ๑๕ / ๓๓๓. ๗. โย ปพุ เฺ พ กตกลยฺ าโณ กตตโฺ ถ นาวพชุ ฺฌติ อตถฺ า ตสสฺ ปลชุ ชฺ นตฺ ิ เย โหนตฺ ิ อภปิ ตถฺ ติ า. ผใู ด อันผอู ื่นทําความดี ทาํ ประโยชนใหในกาลกอ น แตไ มร ูสกึ (คณุ ของเขา) ประโยชนที่ผูน ั้นปรารถนายอมฉิบหาย ( ทฬหฺ ธมฺมโพธิสตฺต ) ขุ. ชา. สตตฺ ก. ๒๗ / ๒๒๘ . ๘. โย ปุพเฺ พ กตกลฺยาโณ กตตฺโถ มนพุ ุชฌฺ ติ อตถฺ า ตสฺส ปวฑฒฺ นฺติ เย โหนฺติ อภปิ ตฺถติ า. ผใู ด อนั ผูอ่นื ทาํ ความดี ทําประโยชนใ หในกาลกอน ยอ มสํานกึ (คุณของเขา) ไดป ระโยชนท ่ผี ูน้ันปรารถนายอมเจริญ ( ทฬฺหธมมฺ โพธิสตตฺ ) ข.ุ ชา. สตตฺ ก. ๒๗ / ๒๒๘ . ๙. โย ปพุ เฺ พ กรณยี านิ ปจฉฺ า โส กาตุมิจฉฺ ติ วรณุ กฏํ ภฺโชว ส ปจฺฉา อนตุ ปฺปต.ิ คมู ือธรรมศึกษา=ชั้นโท 343

344 ¤‹ÁÙ ×͸ÃÃÁÈÖ¡ÉÒªé¹Ñ â· ผใู ดปรารถนาทาํ กจิ ทค่ี วรทาํ กอ นในภายหลงั ผนู น้ั ยอ มเดอื ดรอ นในภายหลงั ดจุ มาณพ (ผปู ระมาทแลว รบี ) หักไมกุม ฉะนน้ั ( โพธิสตตฺ ) ขุ. ชา. เอก. ๒๗ / ๒๓. ๑๐. สเจ ปุพฺเพกตเหตุ สุขทกุ ขฺ ํ นคิ จฺฉติ โปราณกํ กตํ ปาป ตเมโส มุ จฺ เต อิณํ. ถาประสพสุขทุกข เพราะบุญบาปที่ทําไวกอนเปนเหตุ ชื่อวาเปล้ืองบาปเกา ที่ทําไว ดุจเปลอ้ื งหนฉ้ี ะน้นั ( โพธิสตตฺ ) ข.ุ ชา.ปญฺ ส. ๒๘ / ๒๕. ๑๑. สุขกามานิ ภูตานิ โย ทณเฺ ฑน วหิ ึสติ อตฺตโน สุขเมสาโน เปจฺจ โส น ลภเต สุข.ํ สัตวทั้งหลายยอมตองการความสุข ผูใดแสวงหาสุขเพ่ือตน เบียดเบียนเขา ดวยอาชญา ผูนน้ั ละไปแลว ยอ มไมไ ดส ขุ ( พุทธฺ ) ขุ. ธ. ๒๕ / ๓๒ ๑๒. สขุ กามานิ ภูตานิ โย ทณเฺ ฑน น หสึ ติ อตฺตโน สุขเมสาโน เปจฺจ โส ลภเต สขุ ํ. สตั วท งั้ หลายยอ มตอ งการความสขุ ผใู ดแสวงหาสขุ เพอ่ื ตน ไมเ บยี ดเบยี นเขา ดวยอาชญา ผูน ้นั ละไปแลว ยอมไดสขุ ( พทุ ธ ) ขุ. ธ. ๒๕ / ๓๒ ๕. ขนั ติวรรค คือ หมวดอดทน ๑๓. อตตฺ โนป ปเรสฺจ อตฺถาวโห ว ขนฺตโิ ก สคคฺ โมกขฺ คมํ มคฺคํ อารฬุ โฺ ห โหติ ขนฺตโิ ก. ผมู ขี นั ติ ชอ่ื วา นาํ ประโยชนม าใหท ง้ั แกต นทง้ั แกผ อู น่ื ผทู มี่ ขี นั ตชิ อ่ื วา เปน ผขู น้ึ สทู างไปสวรรคแ ละนพิ พาน ส. ม. ๒๒๒. คมู ือธรรมศึกษา=ช้นั โท 344

ÇªÔ Ò àÃÕ§¤ÇÒÁá¡¡Œ ÃзٸŒ ÃÃÁ 345 ๑๔. เกวลานปํ  ปาปานํ ขนตฺ ิ มลู ํ นิกนตฺ ติ ครหกลหาทีนํ มูลํ ขนติ ขนฺตโิ ก. ขันติ ยอ มตัดรากแหง บาปทัง้ ส้ิน ผูม ีขันตชิ ื่อวายอมขดุ รากแหง ความตเิ ตียน และการทะเลาะกนั เปน ตน ได ส. ม. ๒๒๒ ๑๕. ขนฺตโิ ก เมตตฺ วา ลาภี ยสสสฺ ี สขุ สลี วา ปโย เทวมนุสสฺ านํ มนาโป โหติ ขนตฺ โิ ก. ผมู ีขันตนิ บั วามเี มตตา มลี าภ มยี ศ และมสี ขุ เสมอ ผูมีขนั ติเปนทร่ี ักทชี่ อบใจของเทวดาและมนษุ ยท ง้ั หลาย ส. ม. ๒๒๒ ๑๖. สตถฺ ุโน วจโนวาทํ กโรติเยว ขนตฺ ิโก ปรมาย จ ปชู าย ชินํ ปเู ชติ ขนตฺ โิ ก. ผมู ขี ันติ ช่ือวาทาํ ตามคาํ สอนของพระศาสดา และผมู ขี ันติชือ่ วาบชู าพระชนิ เจา ดว ยบูชาอันยงิ่ ส. ม. ๒๒๒ ๑๗. สีลสมาธคิ ุณานํ ขนตฺ ิ ปธานการณํ สพเฺ พป กุสลา ธมฺมา ขนฺตฺยาเยว วฑฺฒนฺติ เต. ขนั ตเิ ปน ประธาน เปนเหตุ แหงคณุ คอื ศีลและสมาธิ กศุ ลธรรมทัง้ ปวงยอ มเจรญิ เพราะขนั ตเิ ทา นัน้ ส. ม. ๒๒๒ คมู ือธรรมศึกษา=ชั้นโท 345

346 ¤Á‹Ù ×͸ÃÃÁÈÖ¡ÉÒªÑé¹â· ๔. ปญ ญาวรรค คอื หมวดปญญา ๑๘. อปปฺ สสฺ ตุ ายํ ปุรโิ ส พลพิ ทโฺ ทว ชีรติ มํสานิ ตสสฺ วฑฒฺ นฺติ ปฺา ตสฺส น วฑฒฺ ติ. คนผูสดบั นอยน้ี ยอ มแกไ ป เหมือนววั แก อวนแตเนือ้ แตป ญญาไมเจรญิ ( พทุ ธฺ ) ข.ุ ธ. ๒๕/๓๕. ๑๙. ชีวเตวาป สปปฺ ฺโ อป วิตตฺ ปรกิ ขฺ ยา ปฺ าย จ อลาเภน วิตตฺ วาป น ชีวต.ิ ถงึ ส้นิ ทรัพย ผูม ีปญญากเ็ ปน อยไู ด แตอบั ปญ ญาแมมที รพั ยกเ็ ปนอยไู มได ( มหากปฺปน เถร ) ข.ุ เถร. ๒๖/๓๕๐. ๒๐. ปฺวา พทุ ธฺ สิ มปฺ นโฺ น วธิ านวธิ ิโกวโิ ท กาลฺ ู สมยฺู จ ส ราชวสตึ วเส. ผูมีปญญา ถึงพรอมดวยความรู ฉลาดในวิธีจัดการงานรูกาลและรูสมัยเขา พึงอยูในราชการได ( พทุ ธฺ ) ขุ. ชา. มหา. ๒๘ / ๓๓๙. ๒๑. ปฺ า หิ เสฏา กุสลา วทนตฺ ิ นกขฺ ตฺตราชาริว ตารกานํ สลี ํ สริ ี จาป สตจฺ ธมโฺ ม อนวฺ ายิกา ปฺวโต ภวนฺต.ิ คนฉลาดกลา ววา ปญ ญาประเสรฐิ เหมอื นพระจนั ทรป ระเสรฐิ กวา ดาวทงั้ หลาย แมศ ีลสริ ิและธรรมของสัตบรุ ุษยอมไปตามผูมปี ญ ญา ( สรภงฺคโพธสิ ตฺต ) ข.ุ ชา. จตฺตาฬส. ๒๗ / ๕๔๑. คมู ือธรรมศึกษา=ช้นั โท 346

ÇÔªÒ àÃÂÕ §¤ÇÒÁá¡¡Œ Ãзٌ¸ÃÃÁ 347 ๒๒. มตตฺ าสุขปรจิ ฺจาคา ปสเฺ ส เจ วิปลุ ํ สุขํ จเช มตตฺ าสุขํ ธีโร สมฺปสสฺ ํ วปิ ุลํ สขุ .ํ ถาพึงเห็นสุขอันไพบูลย เพราะยอมเสียสละสุขสวนนอย ผูมีปญญา เลง็ เหน็ สุขอันไพบูลย ก็ควรสละสุขสวนนอยเสีย ( พทุ ธฺ ) ข.ุ ธ. ๒๕ / ๕๓. ๒๓. ยสํ ลทฺธาน ทมุ เฺ มโธ อนตถฺ ํ จรติ อตตฺ โน อตฺตโน จ ปเรสฺ จ หึสาย ปฏิปชฺชติ. คนมีปญญาทราม ไดยศแลวยอมประพฤติส่ิงท่ีไมเปนประโยชนแกตน ยอ มปฏิบตั เิ พือ่ เบยี ดเบยี นทง้ั ตนและผูอ น่ื ( หตถฺ าจรยิ ) ขุ. ชา. เอก. ๒๗ / ๔๐.  ๒๔. ยาวเทว อนตถฺ าย ตฺตํ พาลสฺส ชายติ หนตฺ ิ พาลสสฺ สกุ กฺ ํสํ มทุ ฺธํ อสสฺ วิปาตย.ํ ความรูเกิดแกคนพาล ก็เพียงเพื่อความฉิบหาย มันทําสมองของเขาใหเขว ยอ มฆา สวนทข่ี าวของคนพาลเสยี ( พุทฺธ ) ข.ุ ธ. ๒๕ / ๒๔. ๒๕. โย จ วสสฺ สตํ ชเี ว ทุปปฺ โฺ  อสมาหิโต เอกาหํ ชีวิตํ เสยโฺ ย ปฺ วนตฺ สสฺ ฌายิโน. ผใู ดมปี ญ ญาทราม มใี จไมม นั่ คง พงึ เปน อยตู งั้ รอ ยป สว นผมู ปี ญ ญาเพง พนิ จิ มีชวี ติ อยูเพยี งวันเดยี ว ดกี วา ( พทุ ธฺ ) ข.ุ ธ. ๒๕ / ๒๙. คมู ือธรรมศึกษา=ชั้นโท 347

348 ¤‹ÙÁ×͸ÃÃÁÈÖ¡ÉÒªéѹⷠ๕. เสวนาวรรค คือ หมวดคบหา ๒๖. อสนฺเต นปู เสเวยฺย สนฺเต เสเวยฺย ปณฑฺ โิ ต อสนฺโต นริ ยํ เนนฺติ สนโฺ ต ปาเปนตฺ ิ สคุ ตึ. บัณฑิตไมพึงคบอสัตบุรุษ พึงคบสัตบุรุษ เพราะอสัตบุรุษยอมนําไปสูนรก สัตบุรุษยอ มใหถ งึ สุคติ ( โพธิสตฺต ) ข.ุ ชา. วสี . ๒๗ / ๔๓๗. ๒๗. ตครํ ว ปลาเสน โย นโร อปุ นยหฺ ติ ปตตฺ าป สรุ ภี วายนตฺ ิ เอวํ ธีรปู เสวนา. คนหอ กฤษณาดว ยใบไม แมใ บไมก ็หอมไปดวยฉันใด การคบกบั นกั ปราชญ กฉ็ ันน้นั ( โพธิสตฺต ) ข.ุ ชา. วสี . ๒๙ /๔๓๗. ๒๘. น ปาปชนสํเสวี อจจฺ นฺตสขุ เมธติ โคธากลุ ํ กกณฏฺ าว กลึ ปาเปติ อตฺตนํ. ผคู บคนชวั่ ยอ มถงึ ความสขุ โดยสว นเดยี วไมไ ด เขายอ มยงั ตนใหป ระสบโทษ เหมือนกง้ิ กาเขา ฝูงเห้ียฉะน้ัน ( โพธสิ ตฺต ) ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๔๖. ๒๙. ปาปมติ เฺ ต วิวชเฺ ชตฺวา ภเชยฺยุตตฺ มปุคคฺ เล โอวาเท จสสฺ ติฏเยฺย ปตฺเถนฺโต อจลํ สขุ .ํ ผูปรารถนาความสุขที่ม่ันคง พึงเวนมิตรชั่วเสีย คบแตบุคคลสูงสุด และ พงึ ต้ังอยูในโอวาทของทา น ( วิมลเถร ) ขุ. เถร. ๒๖ / ๓๐๙. คมู ือธรรมศึกษา=ช้นั โท 348

ÇªÔ Ò àÃÕ§¤ÇÒÁᡌ¡ÃзŒ¸Ù ÃÃÁ 349 ๓๐. ปตู ิมจฺฉํ กสุ คฺเคน โย นโร อปุ นยหฺ ติ กสุ าป ปตู ิ วายนตฺ ิ เอวํ พาลปู เสวนา. คนหอปลาเนาดวยใบหญาคา แมหญาคาก็พลอยเหม็นเนาไปดวยฉันใด การคบกับคนพาลก็ฉันน้นั ( ราชธตี า ) ข.ุ ชา. มหา. ๒๘ / ๓๐๓. ๓๑. ยาทิสํ กุรเุ ต มิตฺตํ ยาทสิ ฺจูปเสวต,ิ โสป ตาทิสโก โหติ สหวาโส หิ ตาทิโส. คบคนเชน ใดเปน มติ ร และสมคบคนเชน ใด เขากเ็ ปน คนเชน นนั้ เพราะการอยู รวมกันยอมเปนเชน นน้ั ( โพธสิ ตตฺ ) ขุ. ชา. วีส. ๒๗ / ๔๓๗. ๓๒. สทฺเธน จ เปสเลน จ ปฺวตา พหสุ ฺสเุ ตน จ สขิตํ หิ กเรยฺย ปณฺฑโิ ต ภทโฺ ท สปฺปุริเสหิ สงคฺ โม. บัณฑิต พึงทําความเปนเพ่ือนกับคนมีศรัทธา มีศีลเปนที่รัก มีปญญาและ เปนพหสุ ตู เพราะการสมาคมกับคนดี เปน ความเจริญ ( อานนทฺ เถร ) ข.ุ เถร. ๒๖/ ๔๐๔. คมู ือธรรมศึกษา=ชั้นโท 349

350 ¤Ù‹ÁÍ× ¸ÃÃÁÈÖ¡ÉÒª¹éÑ â· ตัวอยา ง เรียงความแกก ระทธู รรมชนั้ โท โย จ วสฺสสตํ ชเี ว ทุปปฺ ฺโ อสมาหิโต เอกาหํ ชีวติ ํ เสยฺโย ปฺ วนฺตสฺส ฌายิโน. ผใู ดมปี ญ ญาทราม มีใจไมมั่นคง พึงเปน อยูตง้ั รอยป สวนผมู ปี ญญาเพง พนิ จิ มีชีวิตอยูส น้ิ วันเดียว ประเสริฐกวา. (พุทฺธ) ขุ. ธ. ๒๕/๒๙ ณ บัดนี้จักไดบรรยายขยายความแหงกระทูธรรมสุภาษิตที่ไดลิขิตไว ณ เบือ้ งตน เพือ่ เปน แนวทางแหง การศึกษาและนําไปปฏิบัตสิ ืบไป คําวา ผูมีปญญาทราม คือ ผูโงเขลา มีใจประกอบดวยอวิชชา ไมรูแจง เห็นจริงตามสภาวะความเปนจริงท่ีเกิดขึ้น ไมรูในหลักของชีวิตวาเปนตามหลัก ของไตรลกั ษณ โดยหลงเขา ใจวา ชวี ิต และสรรพสิ่งทั้งปวง เปนของเทยี่ ง มีความเปน อยูอยางจีรังย่ังยืน ทําใหไมสามารถเขาใจถึงความเปล่ียนแปลงที่เกิดข้ึน เปนเหตุ ใหมีความยึดถือในเรื่องของตัวตน หลงยึดม่ันในชีวิตและสิ่งท้ังปวงวาเปนของเรา เม่ือส่ิงเหลาน้ันเกิดการเปลี่ยนแปลงไปไมเปนไปตามท่ีตนเองตองการ จึงยอมเกิด ความเศรา โศกเสยี ใจ ไมสามารถยอมรับถงึ สง่ิ ท่เี กดิ ขึ้นได อีกประการหนงึ่ คนโงเขลา มักประมาทในการทําความดี โดยมักประกอบกรรมที่ยังตนและคนอื่นใหเดือดรอน ตางจากคนท่ีมีปญญา ซ่ึงเปนผูไมประมาทในชีวิต มองเห็นการทําความดี มีผลเปน ความสุข หลีกเลี่ยงการทําชั่วทั้งปวง ดังน้ัน ผูเปนบัณฑิตจึงใชชีวิตตางจากคนท่ีไมมี ปญ ญาเพราะเลง็ เหน็ ผลทเี่ กดิ ขน้ึ สมดงั พทุ ธภาษติ ทม่ี าในสงั ยตุ ตนกิ าย สคาถวรรค วา ยาทสิ ํ วปเต พชี ํ ตาทสิ ํ ลภเต ผลํ กลยฺ าณการี กลยฺ าณํ ปาปการี จ ปาปกํ บุคคลหวานพืชเชน ใด ยอมไดร บั ผลเชน นนั้ ผูทาํ กรรมดี ยอมไดรบั ผลดี ผทู าํ กรรมชว่ั ยอมไดร ับผลช่ัว. คมู ือธรรมศึกษา=ช้นั โท 350

ÇÔªÒ àÃÕ§¤ÇÒÁᡌ¡ÃзŒÙ¸ÃÃÁ 351 คําวา ผล ในท่ีน้ีคือส่ิงท่ีเกิดขึ้นจากการกระทําหรืออะไรก็ตามที่เกิดข้ึน เนอ่ื งมาจากเหตนุ น้ั ๆ ทา นเปรยี บเสมอื นกบั ชาวนา เมอื่ หวา นขา วลงในแปลงนา ยอ มได รบั ผลคอื ขาวนัน่ เอง หรือชาวสวนที่ปลกู ผลไมไมว า จะเปนมะมว ง ลําใยทเุ รยี น กลวย ผลทีไ่ ดก จ็ ะเปนมะมว ง ลําใย ทุเรยี น กลวย ตามท่ปี ลกู อปุ มานฉี้ นั ใด การทาํ กรรม ก็ฉันน้ัน ใครทํากรรมดียอมไดรับผลดี ใครทํากรรมช่ัว ยอมไดรับผลช่ัว ผลของ การกระทําท่ีเกิดข้ึนน้ันมาจากเหตุแหงการกระทําท่ีตนไดทําแลวน่ันเอง ดังน้ัน บุคคล ผูรูท้ังหลายจึงยินดีในการทําความดี พยายามฝกอบรมตนดวยความไมประมาท และประคองจิตของตนไมใหตกไปในอํานาจของบาปอกุศลธรรมทั้งหลาย สมดังพุทธ ภาษติ ท่มี าในขุททกนกิ าย ธรรมบทวา อปปฺ มาทรตา โหถ สจิตตฺ มนุรกฺขถ ทุคคฺ า อทุ ธฺ รถตฺตานํ ปงฺเก สนโฺ นว กุชฺ โร. ทานทงั้ หลาย จงยินดใี นความไมป ระมาท คอยรกั ษาจิตของตน จงถอนตนจากหลม เหมอื นชา งที่ตกหลม ถอนตนขนึ้ ฉะนน้ั . ผมู ปี ญ ญายอ มเหน็ คณุ ของความไมป ระมาณเหน็ โทษของความประมาทแลว ดาํ รงชวี ติ อยอู ยา งรอบคอบ ไมป ระมาทในการละกายทจุ รติ ประพฤตกิ ายสจุ รติ เปน ตน ตั้งม่ันในกุศลธรรมและเพงพินิจเห็นโทษของกามคุณ ส่ิงยั่วยุทั้งหลาย วาเปนสาเหตุ ใหเกิดความโลภ ความโกรธ ความหลง เปน ตน ยอมไดร บั ความสงบสขุ ท่แี ทจ ริงตาม ทต่ี นปรารถนา สรุปความวา คนมีปญญาทราม ยอมมีชีวิตอยูอยางผูประมาท มีชีวิตอยู เพ่ือทําความเดือดรอนฝายเดียว ย่ิงมีชีวิตอยูนาน ย่ิงสรางบาปอกุศลกรรมไวมาก ซ่ึงตางจากบุคคลผูมีปญญา แมอยูเพียงวันเดียว ก็ประเสริฐกวาคนไมมีปญญา เพราะคนมีปญญา มีชีวิตอยูอยางผูไมประมาท รูสิ่งท่ีควรหรือไมควรประพฤติ เวน สง่ิ ทค่ี วรเวน เปน ผเู พง พนิ จิ พจิ ารณาเหน็ ทกุ สงิ่ อยา งตามความเปน จรงิ บาํ เพญ็ คณุ งาม ความดีเสมอ ยอมมีชีวิตอยูเพื่อประโยชนเก้ือกูลและความสุขแกตนและสังคม สมดังธรรมสุภาษติ ที่ไดล ขิ ติ ไว ณ เบื้องตน วา คมู ือธรรมศึกษา=ชั้นโท 351

352 ¤‹ÙÁÍ× ¸ÃÃÁÈ¡Ö ÉÒªÑé¹â· โย จ วสฺสสตํ ชีเว ทปุ ปฺ ฺโ อสมาหโิ ต เอกาหํ ชวี ิตํ เสยฺโย ปฺวนตฺ สสฺ ฌายโิ น. ผใู ดมปี ญญาทราม มีใจไมมนั่ คง พึงเปน อยูตั้งรอยป สวนผมู ีปญญาเพงพนิ จิ มีชวี ิตอยวู ันเดยี ว ประเสรฐิ กวา. ดังทไี่ ดพ รรณนามาดว ยประการฉะนี้ ฯ คมู ือธรรมศึกษา=ช้นั โท 352

ÇÔªÒ àÃÕ§¤ÇÒÁá¡¡Œ ÃзŒÙ¸ÃÃÁ 353 ¢ÍŒ Êͺ¸ÃÃÁʹÒÁËÅǧ ËÅ¡Ñ ÊÙμøÃÃÁÈ¡Ö ÉÒªÑé¹â· ÇªÔ Ò àÃÕ§¤ÇÒÁá¡¡Œ Ãз¸ÙŒ ÃÃÁ ¾.È. òõõð-òõõò คมู ือธรรมศึกษา=ชั้นโท 353

354 ¤‹ÁÙ Í× ¸ÃÃÁÈ¡Ö ÉҪѹé â· กระทธู รรม ธรรมศกึ ษาชัน้ โท สอบในสนามหลวง วันจันทรที่ ๙ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๐๘.๓๐ น. โย ปพุ เฺ พ กตกลยฺ าโณ กตตโฺ ถ มนุพุชฌฺ ติ อตฺถา ตสสฺ ปวฑฺฒนฺติ เย โหนฺติ อภิปตถฺ ติ า. ผูใ ด อนั ผูอ ่นื ทาํ ความดี ทาํ ประโยชนใหใ นกาลกอ น ยอมสาํ นกึ (คุณของเขา) ได ประโยชนท ี่ผูนั้นปรารถนายอมเจรญิ . (ทฬหฺ ธมมฺ โพธิสตตฺ ) ขุ. ชา. สตฺต. ๒๗/๒๒๘ -------------------- แตงอธิบายเปนทํานองเทศนาโวหาร อางสุภาษิตอื่นมาประกอบไมนอย กวา ๒ ขอ และบอกช่ือคัมภีรท ่ีมาแหงสุภาษิตน้นั ดว ย หามอา งสภุ าษิตซาํ้ ขอ กนั แตจะซํ้าคัมภีรได ไมหาม สุภาษิตท่ีอางมานั้น ตองเรียงเช่ือมความใหติดตอ สมเร่ืองกับกระทตู ั้ง. ชนั้ นี้ กาํ หนดใหเ ขยี นลงในใบตอบ ตั้งแต ๓ หนา (เวน บรรทัด) ข้นึ ไป -------------------- ใหเ วลา ๓ ชั่วโมง คมู ือธรรมศึกษา=ช้นั โท 354

ÇÔªÒ àÃÂÕ §¤ÇÒÁá¡¡Œ ÃзŒÙ¸ÃÃÁ 355 กระทูธรรม ธรรมศึกษาช้ันโท สอบในสนามหลวง วันอังคารที่ ๒๕ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๐๘.๓๐ น. อถ ปาปานิ กมมฺ านิ กรํ พาโล น พุชฺฌติ เสหิ กมเฺ มหิ ทุมเฺ มโธ อคคฺ ทิ ฑฺโฒว ตปฺปติ. เมอ่ื คนโงม ปี ญ ญาทราม ทาํ กรรมชวั่ อยกู ไ็ มร สู กึ เขาเดอื ดรอ น เพราะกรรม ของตน เหมอื นถูกไฟไหม. (พุทธฺ ) ข.ุ ธ. ๒๕/๓๓. -------------------- แตงอธิบายเปนทํานองเทศนาโวหาร อางสุภาษิตอื่นมาประกอบไมนอย กวา ๒ ขอ และบอกชอื่ คัมภีรท ่มี าแหง สุภาษติ นนั้ ดวย หามอา งสุภาษิตซ้ําขอ กนั แตจะซํ้าคัมภีรได ไมหาม สุภาษิตท่ีอางมานั้น ตองเรียงเชื่อมความใหติดตอ สมเร่อื งกบั กระทูต้งั . ชนั้ น้ี กําหนดใหเ ขียนลงในใบตอบ ต้ังแต ๓ หนา (เวนบรรทดั ) ขนึ้ ไป -------------------- ใหเวลา ๓ ชวั่ โมง คมู ือธรรมศึกษา=ชั้นโท 355

356 ¤ÙÁ‹ ×͸ÃÃÁÈ¡Ö ÉҪѹé â· คมู ือธรรมศึกษา=ช้นั โท กระทูธ รรม ธรรมศกึ ษาช้ันโท สอบในสนามหลวง วนั พฤหสั บดที ี่ ๒๙ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๐๘.๓๐ น. สุขกามานิ ภตู านิ โย ทณเฺ ฑน น วหิ สึ ติ อตตฺ โน สุขเมสาโน เปจจฺ โส ลภเต สขุ ํ. สตั วท ง้ั หลายยอ มตอ งการความสขุ ผใู ดแสวงหาสขุ เพอ่ื ตน ไมเ บยี ดเบยี น เขาดวยอาชญา ผนู ัน้ ละไปแลว ยอ มไดสุข. (พทุ ธฺ ) ธ.๒๕/๓๒. -------------------- แตงอธิบายเปนทํานองเทศนาโวหาร อางสุภาษิตอ่ืนมาประกอบไมนอย กวา ๒ ขอ และบอกชือ่ คมั ภรี ท ่มี าแหง สุภาษติ นั้นดว ย หา มอา งสุภาษิตซํา้ ขอ กัน แตจะซํ้าคัมภีรได ไมหาม สุภาษิตที่อางมานั้น ตองเรียงเช่ือมความใหติดตอ สมเร่อื งกบั กระทูตัง้ . ชัน้ นี้ กาํ หนดใหเ ขยี นลงในใบตอบ ตั้งแต ๓ หนา (เวนบรรทดั ) ขน้ึ ไป -------------------- ใหเ วลา ๓ ชว่ั โมง 356

ÇªÔ Ò àÃÂÕ §¤ÇÒÁᡌ¡Ãз¸ÙŒ ÃÃÁ 357 ºÃóҹ¡Ø ÃÁ ÊÒí ¹Ñ¡§Ò¹áÁ¡‹ ͧ¸ÃÃÁʹÒÁËÅǧ ËÅÑ¡ÊÙμøÃÃÁÈÖ¡ÉÒª¹Ñé â· ©ººÑ »ÃºÑ »Ãا ¾·Ø ¸ÈÑ¡ÃÒª òõõ÷ ¾ÁÔ ¾¤ çéÑ ·Õè ñ. ¡Ã§Ø à·¾Ï : âç¾ÁÔ ¾ÁËÒÁ¡Ø¯ÃÒªÇ·Ô ÂÒÅÂÑ , òõõø. ¤³Ò¨ÒÏÊíҹѡ¾ÔÁ¾¾ÔÁ¾àÅÕè§à«Õ§ ˹ѧÊ×ÍàÃÕ¹àªÔ§ºÙóҡÒøÃÃÁÈÖ¡ÉÒªéѹâ·. ¡Ã§Ø à·¾Ï : âç¾ÔÁ¾à ÅèÕ§à«ÂÕ §, òõõò. ¤³Ò¨ÒÃÂʏ Òí ¹¡Ñ ¾ÁÔ ¾à ÅÂèÕ §à«ÂÕ § ˹§Ñ ÊÍ× àÃÂÕ ¹àª§Ô ºÃÙ ³Ò¡ÒÃá¼¹ãËÁ‹ ¸ÃÃÁÈ¡Ö ÉÒª¹éÑ â· ÃÇÁ·¡Ø ÇÔªÒ. ¡Ã§Ø à·¾Ï : âç¾ÁÔ ¾à ÅÂèÕ §à«ÂÕ §, òõôö. ÊÒí ¹Ñ¡§Ò¹áÁ¡‹ ͧ¸ÃÃÁʹÒÁËÅǧ ¤Ù‹ÁÍ× ËÅÑ¡ÊÙμøÃÃÁÈ¡Ö ÉҪѹé â· ÃÇÁ ô ÇªÔ Ò. ¡ÃØ§à·¾Ï : âç¾ÔÁ¾ÁËÒÁ¡Ø¯ÃÒªÇ·Ô ÂÒÅÂÑ , òõõð. ÊÒí ¹¡Ñ §Ò¹áÁ¡‹ ͧ¸ÃÃÁʹÒÁËÅǧ àÃÍè× §Êͺ¸ÃÃÁ¢Í§Ê¹ÒÁËÅǧἹ¡¸ÃÃÁ. ¡Ã§Ø à·¾Ï : âç¾ÔÁ¾ÊíÒ¹¡Ñ §Ò¹¾Ãоط¸ÈÒʹÒá˧‹ ªÒμÔ, òõõö. ÊÒí ¹¡Ñ §Ò¹áÁ¡‹ ͧ¸ÃÃÁʹÒÁËÅǧ àÃÍè× §Êͺ¸ÃÃÁ¢Í§Ê¹ÒÁËÅǧἹ¡¸ÃÃÁ. ¡Ã§Ø à·¾Ï : âç¾ÁÔ ¾Ê Òí ¹¡Ñ §Ò¹¾Ãо·Ø ¸ÈÒʹÒáË‹§ªÒμ,Ô òõõõ. ÊÒí ¹¡Ñ §Ò¹áÁ¡‹ ͧ¸ÃÃÁʹÒÁËÅǧ àÃÍ×è §Êͺ¸ÃÃÁ¢Í§Ê¹ÒÁËÅǧἹ¡¸ÃÃÁ. ¡Ã§Ø à·¾Ï : âç¾ÔÁ¾Ê Òí ¹Ñ¡§Ò¹¾Ãо·Ø ¸ÈÒʹÒá˧‹ ªÒμ,Ô òõõô. Èٹ¾ ÃÐʧ¦¹Ñ¡à¼ÂἋ¸ÃÃÁà¾èÍ× ¾²Ñ ¹ÒÊѧ¤Á ¤Ù‹Á×͸ÃÃÁÈ¡Ö ÉÒªé¹Ñ â·. ¡Ã§Ø à·¾Ï, òõõó. âçàÃÂÕ ¹¾ÃлÃÂÔ μÑ ¸Ô ÃÃÁ Ç´Ñ ¾ÃиÃÃÁ¡Ò ¤Á‹Ù Í× àμÃÂÕ ÁÊͺ¸ÃÃÁÈ¡Ö ÉÒª¹Ñé â·. ¡Ã§Ø à·¾Ï : ºÃÉÔ ·Ñ 梯 ¢ØÁÇÔ·¡ÒþÔÁ¾, òõõó. คมู ือธรรมศึกษา=ชั้นโท 357

358 ¤‹ÁÙ Í× ¸ÃÃÁÈ¡Ö ÉÒª¹éÑ â· คมู ือธรรมศึกษา=ช้นั โท 358


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook