Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผน ม.2 เทอม 2

แผน ม.2 เทอม 2

Published by adsadawut somboonchai, 2021-02-28 00:53:23

Description: แผน ม.2 เทอม 2

Search

Read the Text Version

8. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้ เครือ่ งมือ เกณฑ์ แบบฝกึ หัด รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 1. หนังสอื เรยี น แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ รายบุคคล 2. แบบฝึกหัด 9. การวดั และประเมนิ ผล 9.1 การวัดผล วิธีการ ตรวจแบบฝึกหัด สังเกตพฤติกรรมการทางาน รายบุคคล 9.2 การประเมนิ ผล ประเด็นการ ระดบั คณุ ภาพ ประเมิน 4 32 1 1. เกณฑ์การ (ดมี าก) (ตอ้ งปรบั ปรุง) ประเมนิ การทา ทาแบบฝกึ หัดได้ (ด)ี (กาลังพฒั นา) ทาแบบฝกึ หดั ได้ แบบฝึกหดั อยา่ งถูกต้องร้อย อย่างถกู ต้องตา่ กว่า 2. เกณฑ์การ ละ 90 ข้นึ ไป ทาแบบฝึกหดั ได้ ทาแบบฝึกหดั ได้ รอ้ ยละ 60 ประเมินความ ใชร้ ปู ภาษา และ ใชร้ ูป ภาษา และ สามารถในการ สญั ลกั ษณท์ าง อย่างถูกตอ้ งรอ้ ยละ อยา่ งถูกตอ้ งร้อยละ สญั ลักษณ์ทาง สื่อสาร สอื่ คณิตศาสตร์ในการ คณติ ศาสตร์ในการ ความหมายทาง สอ่ื สาร 80 - 89 60 - 79 สื่อสาร คณิตศาสตร์ ส่อื ความหมาย ส่อื ความหมาย สรุปผล และ ใช้รปู ภาษา และ ใช้รปู ภาษา และ สรุปผล และ 3. เกณฑ์การ นาเสนอได้อยา่ ง นาเสนอไมไ่ ด้ ประเมนิ ความ ถกู ตอ้ ง ชัดเจน สญั ลักษณท์ าง สัญลกั ษณ์ทาง สามารถในการ ใช้ความร้ทู าง เชือ่ มโยง ใช้ความรู้ทาง คณติ ศาสตร์ในการ คณิตศาสตรใ์ นการ คณิตศาสตร์เปน็ คณิตศาสตรเ์ ปน็ เครอ่ื งมือในการ เคร่อื งมือในการ ส่อื สาร ส่อื สาร เรียนรู้คณิตศาสตร์ เรยี นรู้คณิตศาสตร์ สอ่ื ความหมาย สอื่ ความหมาย สรุปผล และ สรปุ ผล และ นาเสนอได้ถกู ตอ้ ง นาเสนอได้ถกู ต้อง แต่ขาดรายละเอียด บางสว่ น ท่ีสมบรู ณ์ ใช้ความรทู้ าง ใชค้ วามรทู้ าง คณิตศาสตร์เปน็ คณติ ศาสตรเ์ ป็น เครื่องมือในการ เคร่อื งมอื ในการ เรยี นรู้คณติ ศาสตร์ เรยี นรู้คณติ ศาสตร์

ประเดน็ การ ระดับคณุ ภาพ ประเมนิ 43 2 1 4. เกณฑก์ าร (ต้องปรบั ปรงุ ) ประเมินความ (ดมี าก) (ดี) (กาลงั พฒั นา) เนื้อหาต่าง ๆ หรือ สามารถในการ ศาสตร์อืน่ ๆ และ ให้เหตุผล เนอ้ื หาต่าง ๆ หรือ เน้ือหาต่าง ๆ หรือ เนือ้ หาตา่ ง ๆ หรือ นาไปใชใ้ นชีวิตจริง 5. เกณฑ์การ ศาสตรอ์ ่นื ๆ และ ศาสตรอ์ นื่ ๆ และ ศาสตร์อน่ื ๆ และ รับฟังและให้เหตุผล ประเมนิ ความมุ สนับสนนุ หรือ มานะในการทา นาไปใชใ้ นชีวติ จรงิ นาไปใชใ้ นชวี ติ จรงิ นาไปใช้ในชีวิตจริง โตแ้ ย้งไมไ่ ด้ ความเข้าใจ ปญั หาและ ไดอ้ ยา่ งสอดคล้อง ไดบ้ างสว่ น ไมม่ คี วามต้งั ใจและ แก้ปญั หาทาง พยายามในการทา คณิตศาสตร์ เหมาะสม ความเข้าใจปัญหา และแก้ปัญหาทาง รบั ฟงั และให้ รบั ฟังและใหเ้ หตผุ ล รับฟังและใหเ้ หตุผล คณิตศาสตร์ ไม่มี ความอดทนและ เหตุผลสนบั สนุน สนับสนนุ หรือ สนับสนุน หรอื ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรค จนทาใหแ้ ก้ปญั หา หรอื โต้แยง้ เพือ่ โต้แยง้ เพือ่ นาไปสู่ โต้แยง้ แตไ่ ม่ ทางคณิตศาสตรไ์ ด้ ไม่สาเรจ็ นาไปสู่ การสรุป การสรปุ โดยมี นาไปสู่การสรุปที่มี โดยมขี ้อเทจ็ จริง ข้อเทจ็ จรงิ ทาง ขอ้ เท็จจรงิ ทาง ทางคณติ ศาสตร์ คณิตศาสตร์รองรับ คณิตศาสตร์รองรบั รองรบั ไดอ้ ย่าง ได้บางส่วน สมบรู ณ์ มีความตัง้ ใจและ มคี วามต้ังใจและ มคี วามตงั้ ใจและ พยายามในการทา พยายามในการทา พยายามในการทา ความเข้าใจปญั หา ความเข้าใจปญั หา ความเขา้ ใจปญั หา และแกป้ ญั หาทาง และแกป้ ัญหาทาง และแก้ปญั หาทาง คณิตศาสตร์ มี คณติ ศาสตร์ แต่ไม่ คณิตศาสตร์ แตไ่ ม่ ความอดทนและไม่ มคี วามอดทนและ มคี วามอดทนและ ท้อแทต้ อ่ อุปสรรค ท้อแท้ต่ออปุ สรรค ท้อแท้ต่ออปุ สรรค จนทาใหแ้ กป้ ัญหา จนทาใหแ้ กป้ ัญหา จนทาให้แก้ปัญหา ทางคณติ ศาสตร์ได้ ทางคณติ ศาสตรไ์ ด้ ทางคณิตศาสตรไ์ ด้ สาเร็จ ไม่สาเรจ็ เล็กนอ้ ย ไม่สาเร็จเป็นสว่ น ใหญ่ 6. เกณฑ์การ มีความมงุ่ ม่ันใน มีความมงุ่ มน่ั ในการ มคี วามมุ่งมัน่ ในการ มีความมงุ่ มั่นในการ ประเมินความ การทางานอยา่ ง ทางานอยา่ ง ทางานอยา่ ง ทางานแตไ่ มม่ ีความ มงุ่ มัน่ ในการ รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ ส่งผลให้ ทางาน ประสบผลสาเร็จ งานไมป่ ระสบ

ประเด็นการ ระดับคุณภาพ ประเมิน 43 2 1 (ต้องปรับปรงุ ) (ดมี าก) (ด)ี (กาลงั พฒั นา) ผลสาเรจ็ อยา่ งที่ ควร เรียบรอ้ ย ครบถว้ น ประสบผลสาเรจ็ ประสบผลสาเร็จ สมบูรณ์ เรียบรอ้ ยสว่ นใหญ่ เรยี บรอ้ ยส่วนน้อย 10. บนั ทึกผลหลงั การจดั การเรยี นรู้ 10.1 สรปุ ผลหลังการจดั การเรียนรู้ 1. นกั เรียนจานวน..................คน ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู.้ .....................คน คิดเป็นร้อยละ.................. ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนร้.ู .................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ.................. นกั เรยี นนีไ่ มผ่ ่าน มีดงั นี้ 1............................................................ 2............................................................ 3............................................................ 4............................................................ 5............................................................ 6............................................................ แนวทางแก้ไขนักเรียนท่ีไม่ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 2. นักเรียนมคี วามรู้ความเขา้ ใจในคณติ ศาสตร์ (K) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 3. นกั เรยี นเกิดทักษะทางคณิตศาสตร์ (P) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 4. นักเรียนมีคณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์ (A) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 10.2 ปญั หา อปุ สรรค และแนวทางแก้ไข .......................................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................................

10.3 ขอ้ เสนอแนะ ........................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ลงชอื่ ........................................................... (..........................................................) ตาแหน่ง.............................................. 11. ความคิดเห็นของหวั หนา้ สถานศกึ ษา/ ผทู้ ไี่ ดร้ บั มอบหมาย 1. ความเหมาะสมของกจิ กรรม ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรงุ ........................................................................................................................................ 2. ความเหมาะสมของเนื้อหา ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ........................................................................................................................................ 3. ความเหมาะสมของเวลา ดมี าก ดี พอใช้ ปรับปรงุ ........................................................................................................................................ 4. ความเหมาะสมของสื่อ ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................

5. ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ .................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่ือ........................................................... (..........................................................) ตาแหน่ง..............................................

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 60 สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ รายวิชา คณิตศาสตร์พน้ื ฐาน รหัสวิชา ค 22102 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2562 หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 5 การแยกตัวประกอบของพหุนามดกี รสี อง เรอ่ื ง แบบทดสอบท้ายบท เวลา 1 ชั่วโมง วันท่ี............. เดอื น........................................ พ.ศ. ................... ครูผู้สอน........................................................... 1. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจและวิเคราะห์แบบรูป ความสัมพันธ์ ฟงั ก์ชนั ลาดับและอนกุ รม และนาไปใช้ 2. ตวั ช้ีวัดชัน้ ปี เขา้ ใจและใชก้ ารแยกตัวประกอบของพหุนามดกี รสี องในการแก้ปัญหาคณติ ศาสตร์ ( ค 1.2 ม.2/2) 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรยี นสามารถแยกตัวประกอบของพหนุ ามดกี รีสองท่ีเป็นผลต่างของกาลงั สองซงึ่ เขียนอยูใ่ นรปู A2 – B2 เม่อื A และ B เปน็ พหนุ า (K) 2. มีความสามารถในการส่อื สาร สอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร์ (P) 3. มคี วามสามารถในเชื่อมโยงความรู้ทางคณิตศาสตร์ (P) 4. มคี วามสามารถในการให้เหตุผล (P) 5. มคี วามมุมานะในการทาความเขา้ ใจปญั หาและแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ (A) 6. มีความมุ่งม่ันในการทางาน (A) 4. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน 1. มีความสามารถในการส่ือสาร 2. มีความสามารถในการแก้ปัญหา 3. มคี วามสามารถในการคิดสร้างสรรค์

5. สาระสาคญั 1. การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสอง ไดต้ ัวประกอบเปน็ พหนุ ามดีกรหี น่ึงทม่ี ีพจน์เหมือนกนั แตม่ ีเครื่องหมายระหว่างพจน์ต่างกัน เรยี กพหุนามดีกรสี องท่ีมีลกั ษณะเชน่ น้ีวา่ พหนุ ามดีกรสี องที่เป็นผลต่าง ของกาลังสอง 2. ในกรณีทว่ั ไป ถ้าให้ A แทนพจนห์ นา้ และ B แทนพจนห์ ลงั จะแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรี สองทเ่ี ป็นผลตา่ งของกาลังสองไดต้ ามสูตร ดังนี้ A2 – B2 = (A + B)(A – B) 6. สาระการเรียนรู้ การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรสี อง 7. กิจกรรมการเรียนรู้ ครูใหน้ นกั เรียนทาแบบทดสอบท้ายบทเร่ืองการแยกตัวประกอบของพหนุ ามดกี รีสอง เพอ่ื วัดความรู้ ความเขา้ ใจเรื่องการแยกตัวประกอบของพหนุ ามดกี รสี อง 8. สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้ แบบทดสอบท้ายบทเร่ืองการแยกตวั ประกอบของพหนุ ามดกี รีสอง 9. การวัดและประเมินผล 9.1 การวัดผล วธิ ีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์ รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ตรวจแบบทดสอบท้ายบทเรอื่ งการ แบบทดสอบท้ายบทเร่ืองการ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ แยกตัวประกอบของพหนุ ามดีกรีสอง แยกตวั ประกอบของพหนุ ามดกี รี สอง สงั เกตพฤตกิ รรมการทางาน แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางาน รายบคุ คล รายบุคคล

9.2 การประเมนิ ผล ประเดน็ การ ระดบั คุณภาพ ประเมนิ 4 32 1 1. เกณฑ์การ (ดีมาก) (ต้องปรบั ปรุง) ประเมนิ การทา ทาแบบทดสอบได้ (ด)ี (กาลงั พัฒนา) ทาแบบทดสอบได้ แบบทดสอบ อยา่ งถกู ตอ้ งรอ้ ย อย่างถูกตอ้ งตา่ กวา่ ทา้ ยบท ละ 90 ขนึ้ ไป ทาแบบทดสอบได้ ทาแบบทดสอบได้ รอ้ ยละ 60 2. เกณฑก์ าร ประเมนิ ความ อยา่ งถกู ตอ้ งรอ้ ยละ อย่างถูกต้องร้อยละ ใชร้ ปู ภาษา และ สามารถในการ สัญลกั ษณ์ทาง สอื่ สาร ส่อื 80 - 89 60 - 79 คณติ ศาสตรใ์ นการ ความหมายทาง สือ่ สาร คณติ ศาสตร์ ใช้รปู ภาษา และ ใชร้ ูป ภาษา และ ใชร้ ูป ภาษา และ สอ่ื ความหมาย สัญลักษณ์ทาง สญั ลักษณ์ทาง สัญลกั ษณ์ทาง สรปุ ผล และ 3. เกณฑก์ าร คณิตศาสตรใ์ นการ คณติ ศาสตร์ในการ คณิตศาสตรใ์ นการ นาเสนอไม่ได้ ประเมนิ ความ สือ่ สาร ส่ือสาร ส่อื สาร สามารถในการ สอื่ ความหมาย ส่อื ความหมาย สื่อความหมาย ใช้ความรูท้ าง เชือ่ มโยง สรุปผล และ สรุปผล และ สรุปผล และ คณิตศาสตรเ์ ป็น นาเสนอไดอ้ ยา่ ง นาเสนอไดถ้ ูกตอ้ ง นาเสนอได้ถกู ตอ้ ง เครอื่ งมอื ในการ 4. เกณฑ์การ ถูกตอ้ ง ชัดเจน แตข่ าดรายละเอียด บางส่วน เรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ประเมินความ เนือ้ หาต่าง ๆ หรอื สามารถในการ ทส่ี มบูรณ์ ใช้ความรทู้ าง ศาสตรอ์ ่นื ๆ และ ใหเ้ หตุผล ใชค้ วามรู้ทาง ใชค้ วามรู้ทาง คณิตศาสตรเ์ ปน็ นาไปใช้ในชีวิตจริง คณติ ศาสตรเ์ ปน็ คณิตศาสตรเ์ ป็น เคร่อื งมือในการ เคร่อื งมอื ในการ เครอื่ งมอื ในการ เรียนรู้คณิตศาสตร์ รับฟังและให้เหตุผล เรียนรู้คณิตศาสตร์ เรียนรคู้ ณิตศาสตร์ เน้ือหาต่าง ๆ หรือ สนบั สนนุ หรอื เนอ้ื หาต่าง ๆ หรอื เน้อื หาตา่ ง ๆ หรอื ศาสตรอ์ น่ื ๆ และ โตแ้ ยง้ ไมไ่ ด้ ศาสตรอ์ น่ื ๆ และ ศาสตรอ์ ืน่ ๆ และ นาไปใช้ในชวี ิตจริง นาไปใช้ในชวี ิตจรงิ นาไปใชใ้ นชีวิตจรงิ ได้อยา่ งสอดคลอ้ ง ได้บางสว่ น รบั ฟังและใหเ้ หตุผล เหมาะสม สนบั สนุน หรือ รับฟงั และให้ รบั ฟังและใหเ้ หตุผล โตแ้ ยง้ แต่ไม่ นาไปส่กู ารสรุปที่มี เหตผุ ลสนับสนุน สนบั สนนุ หรือ ขอ้ เท็จจริงทาง คณิตศาสตรร์ องรับ หรือโตแ้ ย้ง เพอื่ โตแ้ ย้ง เพ่ือนาไปสู่ นาไปสู่ การสรปุ การสรุปโดยมี โดยมขี อ้ เทจ็ จริง ข้อเท็จจรงิ ทาง ทางคณติ ศาสตร์

ประเดน็ การ 4 ระดบั คณุ ภาพ 1 ประเมิน (ดมี าก) 32 (ต้องปรับปรงุ ) รองรบั ได้อยา่ ง (ดี) (กาลงั พัฒนา) 5. เกณฑ์การ คณติ ศาสตรร์ องรับ ไมม่ ีความตง้ั ใจและ ประเมนิ ความมุ สมบรู ณ์ พยายามในการทา มานะในการทา ได้บางสว่ น ความเขา้ ใจปญั หา ความเข้าใจ มคี วามต้ังใจและ และแกป้ ัญหาทาง ปญั หาและ พยายามในการทา มคี วามตง้ั ใจและ มคี วามต้งั ใจและ คณิตศาสตร์ ไม่มี แกป้ ญั หาทาง ความเข้าใจปญั หา พยายามในการทา พยายามในการทา ความอดทนและ คณิตศาสตร์ และแก้ปญั หาทาง ความเข้าใจปัญหา ความเขา้ ใจปัญหา ทอ้ แท้ต่ออุปสรรค คณติ ศาสตร์ มี และแกป้ ัญหาทาง และแก้ปัญหาทาง จนทาให้แกป้ ญั หา ความอดทนและไม่ คณติ ศาสตร์ แต่ไม่ คณิตศาสตร์ แตไ่ ม่ ทางคณติ ศาสตรไ์ ด้ ท้อแทต้ อ่ อปุ สรรค มคี วามอดทนและ มีความอดทนและ ไมส่ าเรจ็ จนทาให้แก้ปัญหา ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรค ทอ้ แทต้ อ่ อปุ สรรค ทางคณติ ศาสตรไ์ ด้ จนทาใหแ้ ก้ปัญหา จนทาให้แกป้ ัญหา สาเร็จ ทางคณิตศาสตรไ์ ด้ ทางคณิตศาสตร์ได้ ไม่สาเร็จเล็กนอ้ ย ไมส่ าเรจ็ เป็นส่วน ใหญ่ 6. เกณฑก์ าร มคี วามมงุ่ ม่นั ใน มคี วามม่งุ ม่ันในการ มคี วามมงุ่ มัน่ ในการ มคี วามมุ่งม่นั ในการ ประเมินความ การทางานอยา่ ง ทางานอยา่ ง ทางานอย่าง ทางานแตไ่ ม่มีความ มุ่งมัน่ ในการ รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ ส่งผลให้ ทางาน ประสบผลสาเร็จ ประสบผลสาเรจ็ ประสบผลสาเร็จ งานไม่ประสบ เรยี บรอ้ ย ครบถ้วน เรียบรอ้ ยส่วนใหญ่ เรยี บรอ้ ยสว่ นนอ้ ย ผลสาเร็จอยา่ งที่ สมบูรณ์ ควร 10. บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้ 10.1 สรปุ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้ 1. นกั เรียนจานวน..................คน ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู.้ .....................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ.................. ไม่ผ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรู้..................คน คดิ เป็นร้อยละ.................. นกั เรยี นน่ีไมผ่ า่ น มดี งั น้ี 1............................................................ 2............................................................ 3............................................................ 4............................................................ 5............................................................ 6............................................................

แนวทางแก้ไขนักเรยี นท่ไี ม่ผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้ ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 2. นกั เรียนมคี วามรคู้ วามเข้าใจในคณิตศาสตร์ (K) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 3. นักเรยี นเกดิ ทักษะทางคณติ ศาสตร์ (P) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 4. นกั เรียนมคี ณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์ (A) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 10.2 ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 10.3 ขอ้ เสนอแนะ ........................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ลงช่ือ........................................................... (..........................................................) ตาแหน่ง..............................................

11. ความคิดเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา/ ผทู้ ่ีไดร้ ับมอบหมาย 1. ความเหมาะสมของกจิ กรรม ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................ 2. ความเหมาะสมของเนื้อหา ดมี าก ดี พอใช้ ปรับปรงุ ........................................................................................................................................ 3. ความเหมาะสมของเวลา ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................ 4. ความเหมาะสมของสื่อ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรงุ ........................................................................................................................................ 5. ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ .................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่อื ........................................................... (..........................................................) ตาแหน่ง..............................................

ภาคผนวก 1. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล (ทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร)์ 2. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล (คูณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์) 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล (ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร)์ ที่ ช่ือ – สกลุ มีความ สามารถใน มีความ สามารถใน มคี วาม สามารถใน รวม การสอ่ื สาร สือ่ การเชอ่ื มโยง การใหเ้ หตผุ ล 12 คะแนน ความ หมายทาง คณติ ศาสตร์ 4321 4321 4321

เกณฑก์ ารให้คะแนน ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ = ดีมาก ให้ 4 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั = ดี ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั = พอใช้ ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง = ปรับปรงุ ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 10 - 12 ดีมาก 7–9 ดี 4–6 พอใช้ 1–3 ปรบั ปรุง ลงชื่อ.......................................................ผู้ประเมนิ (......................................................) ..................../.........................../..................

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล (คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์) มคี วามมมุ านะใน ท่ี ชื่อ – สกุล การทาความเข้าใจ มีความมุ่งมัน่ ใน รวม ปัญหาและ การทางาน 8 คะแนน แกป้ ัญหาทาง คณิตศาสตร์ 43214321

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ = ดมี าก ให้ 4 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครงั้ = ดี ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั = พอใช้ ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมนอ้ ยคร้งั = ปรับปรงุ ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ 7-8 ดีมาก 5-6 ดี 3-4 พอใช้ 1-2 ปรับปรงุ ลงช่อื .......................................................ผู้ประเมนิ (......................................................) ..................../.........................../..................

แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม กลุ่มที่.................................................. สมาชิกของกลุ่ม 1. ................................................................................................................... 2. .................................................................................................................. 3. .................................................................................................................. 4. .................................................................................................................. 5. .................................................................................................................. 6. .................................................................................................................. ลาดบั พฤตกิ รรม คณุ ภาพการปฏบิ ัติ ที่ 4 3 21 1 มีสว่ นรว่ มในการแสดงความคิดเห็น 2 มคี วามกระตือรือรน้ ในการทางาน 3 รบั ผิดชอบในงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย 4 มีข้ันตอนในการทางานอย่างเป็นระบบ 5 ใชเ้ วลาในการทางานอยา่ งเหมาะสม รวม ลงชือ่ .......................................................ผู้ประเมนิ (......................................................) ..................../.........................../..................

เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ = ดีมาก ให้ 4 คะแนน ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครัง้ = ดี ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั = พอใช้ ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครงั้ = ปรับปรุง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 17-20 ดมี าก 13-16 ดี 9-12 พอใช้ 5-8 ปรับปรงุ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook