Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรสถานศึกษา รวม ไฟล์ 2565

หลักสูตรสถานศึกษา รวม ไฟล์ 2565

Published by Guset User, 2022-07-26 06:18:06

Description: หลักสูตรสถานศึกษา รวม ไฟล์ 2565

Search

Read the Text Version

๒๙๙ ศพั ท์ท่ีเกี่ยวข้องกับตัวชี้วัดสาระเทคโนโลยี ท่ี ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ความหมาย ๑. การใชล๎ ิขสทิ ธข์ิ องผอ๎ู ื่นโดย fair use การนาส่อื หรือขอ๎ มูลทีเ่ ปน็ ลิขสทิ ธิ์ ของผ๎ูอนื่ ไปใชโ๎ ดยชอบดว๎ ยกฎหมาย ชอบธรรม ภายใตเ๎ งือ่ นไขบางประการ เชํน ๑) นาไปใช๎ในการศกึ ษา หรือการค๎า ๒. การตรวจและแกไ๎ ข debugging ๒) งานนั้นเปน็ งานวิชาการ หรอื บนั เทิง ขอ๎ ผดิ พลาด data processing ๓) คดั ลอกเพยี งสวํ นนอ๎ ย หรอื คดั ลอก จานวนมาก ๓. การประมวลผลข๎อมูล ๔) ทาให๎เจา๎ ของเสียผลประโยชน์ ทางการเงนิ มากน๎อยเพยี งใด ๔. การรวบรวมขอ๎ มลู data collection ๕. ขอ๎ มูลปฐมภูมิ primary data กระบวนการในการคน๎ หา ข๎อผิดพลาดของโปรแกรม เพ่ือแก๎ไข ๖. เทคโนโลยี technology ให๎ทางานได๎ถูกต๎อง การดาเนินการตาํ ง ๆ กับข๎อมูล เพอ่ื ใหไ๎ ด๎ผลลพั ธท์ ่ีมคี วามหมาย และ มีประโยชนต์ อํ การนาไปใช๎งานมาก ย่งิ ข้นึ กระบวนการในการรวบรวมข๎อมลู ที่ เก่ียวข๎องจากแหลงํ ข๎อมลู ตําง ๆ ขอ๎ มูลทรี่ วบรวมโดยตรงจาก แหลํงข๎อมูลขน้ั ต๎น โดยอาจใชว๎ ธิ ีการ สังเกต การทดลอง การสารวจ การ สมั ภาษณ์ สิ่งท่ีมนษุ ย์สรา๎ งหรือพัฒนาข้ึน ซง่ึ อาจเปน็ ได๎ทง้ั ชนิ้ งาน หรือวิธกี าร เพอ่ื ใชแ๎ ก๎ปญั หาสนองความต๎องการ หรอื เพ่ิมความสามารถในการทางาน ของมนษุ ย์ ๗. แนวคดิ เชงิ คานวณ computational thinking กระบวนการในการแก๎ปัญหา การคิด วเิ คราะหอ์ ยํางมีเหตุผลเป็นข้ันตอน เพอ่ื หาวธิ ีการแกป๎ ัญหาในรูปแบบท่ี สามารถนาไปประมวลผลได๎

๓๐๐ ท่ี ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ความหมาย ๘. แนวคิดเชิงนามธรรม abstraction ๙. ระบบทางเทคโนโลยี technological system การพจิ ารณารายละเอยี ดทส่ี าคัญ ของปญั หา แยกแยะสาระสาคัญออก ๑๐. เหตผุ ลเชงิ ตรรกะ logical reasoning จากสวํ นทไี่ มํสาคัญ ๑๑. เหตผุ ลวิบตั ิ กลํุมของสํวนตาํ ง ๆ ตั้งแตสํ องสวํ น ๑๒. อตั ลกั ษณ์ ขน้ึ ไป ประกอบเขา๎ ดว๎ ยกัน และ ๑๓. อลั กอริทึม ทางานรํวมกนั เพื่อใหบ๎ รรลุ ๑๔. แอปพลเิ คชัน วตั ถปุ ระสงค์ โดยในการทางานของ ระบบทางเทคโนโลยีจะประกอบไป ดว๎ ย ตวั ปอู น (input) กระบวนการ (process) และผลผลติ (output) ท่ี สัมพนั ธ์กัน นอกจากน้รี ะบบทาง เทคโนโลยอี าจมีข๎อมลู ย๎อนกลับ (feedback) เพือ่ ใชป๎ รับปรุงการ ทางานได๎ตามวัตถุประสงค์ การใช๎เหตุผล กฎ กฎเกณฑ์ หรอื เงอ่ื นไขทีเ่ กี่ยวข๎อง เพื่อแก๎ปัญหาได๎ ครอบคลุมทกุ กรณี logical fallacy การใช๎เหตุผลทีผ่ ิดพลาด ไมอํ ยบูํ น Identity พน้ื ฐานของความจรงิ ไมํมีนา้ หนัก algorithm สมเหตุสมผลมาสนับสนุน หรือช้ีนา ขอ๎ สรปุ ทีผ่ ดิ ใหด๎ ูนําเช่ือถือ ลักษณะเฉพาะหรือข๎อมูลสาคัญทบี่ งํ บอกถงึ ความเป็นตวั ตนของบุคคล หรือสิง่ ใดส่ิงหนึ่ง เชนํ ชอ่ื บัญชีผูใ๎ ช๎ ใบหน๎า ลายนิ้วมือ ข้นั ตอนในการแก๎ปญั หาหรือการ ทางาน โดยมลี าดบั ของคาสงั่ หรอื วธิ ีการที่ชัดเจน ทค่ี อมพวิ เตอร์ สามารถปฏบิ ัตติ ามได๎ software application ซอฟตแ์ วรป์ ระยุกต์ ที่ทางานบน คอมพวิ เตอร์ สมารต์ โฟน แท็บเล็ต หรอื อุปกรณ์เทคโนโลยอี นื่ ๆ

301 กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ทาไมตอ้ งเรียนสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม สังคมโลกมีการเปลีย่ นแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลา กลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ ังคมศึกษา ศาสนา และ วัฒนธรรม ช่วยใหผ้ เู้ รยี นมีความรู้ ความเขา้ ใจ ว่ามนษุ ย์ดารงชีวติ อยา่ งไร ทงั้ ในฐานะปจ๎ เจกบคุ คล และ การอยู่รว่ มกันในสงั คม การปรับตวั ตามสภาพแวดลอ้ ม การจัดการทรัพยากรท่ีมอี ยู่อย่างจากัด นอกจากนี้ ยังชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นเข้าใจถึงการพัฒนา เปลี่ยนแปลงตามยุคสมยั กาลเวลา ตามเหตุป๎จจยั ต่างๆ ทาใหเ้ กิด ความเขา้ ใจในตนเอง และผ้อู ่ืน มีความอดทน อดกล้นั ยอมรบั ในความแตกต่าง และมีคุณธรรม สามารถนา ความรู้ไปปรับใช้ในการดาเนินชวี ติ เปน็ พลเมืองดีของประเทศชาติ และสงั คมโลก เรียนรูอ้ ะไรในสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมว่าด้วยการอยู่ร่วมกันในสังคม ที่มีความ เช่ือมสัมพันธ์กัน และมีความแตกต่างกันอย่างหลากหลาย เพื่อช่วยให้สามารถปรับตนเองกับบริบท สภาพแวดลอ้ ม เปน็ พลเมืองดี มีความรบั ผดิ ชอบ มีความรู้ ทักษะ คุณธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสม โดย ไดก้ าหนดสาระต่างๆไว้ ดังน้ี  ศาสนา ศีลธรรมและจริยธรรม แนวคิดพ้ืนฐานเกี่ยวกับศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ การนาหลักธรรมคาสอนไปปฏิบัติในการพัฒนา ตนเอง และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข เป็นผู้กระทาความดี มีค่านิยมที่ดีงาม พัฒนาตนเองอยู่เสมอ รวมทง้ั บาเพญ็ ประโยชน์ต่อสงั คมและส่วนรวม  หน้าท่ีพลเมือง ระบบการเมืองการปกครองในสังคมป๎จจุบันการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ลักษณะและความสาคัญ การเป็นพลเมืองดี ความ แตกต่างและความหลากหลายทางวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ ปลูกฝ๎งค่านิยมด้านประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สิทธิ หน้าที่ เสรีภาพการดาเนินชีวิตอย่างสันติสุขในสังคมไทยและสังคม โลก  เศรษฐศาสตร์ การผลิต การแจกจ่าย และการบริโภคสินค้าและบริการ การบริหารจัดการ ทรพั ยากรท่มี อี ยู่อย่างจากัดอย่างมีประสิทธิภาพ การดารงชีวิตอย่างมีดุลยภาพ และการนาหลักเศรษฐกิจ พอเพียงไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั  ประวัติศาสตร์ เวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ วิธีการทางประวัติศาสตร์ พัฒนาการของ มนุษยชาติจากอดีตถึงป๎จจุบัน ความสัมพันธ์และเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์ต่างๆ ผลกระทบท่ีเกิดจาก เหตุการณ์สาคัญในอดีต บุคคลสาคัญที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆในอดีต ความเป็นมาของชาติ ไทย วัฒนธรรมและภมู ิป๎ญญาไทย แหลง่ อารยธรรมทสี่ าคัญของโลก  ภูมิศาสตร์ ลักษณะของโลกทางกายภาพ ลักษณะทางกายภาพ แหล่งทรัพยากร และ ภูมิอากาศของประเทศไทย และภูมิภาคต่างๆ ของโลก การใช้แผนท่ีและเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ความสัมพันธ์กันของส่ิงต่างๆ ในระบบธรรมชาติ ความสัมพันธ์ของมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และสงิ่ ทมี่ นษุ ยส์ รา้ งขึ้น การนาเสนอข้อมูลภูมสิ ารสนเทศ การอนรุ ักษส์ ิ่งแวดล้อมเพ่ือการพฒั นาท่ยี ั่งยืน

302 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ ๑ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม มาตรฐาน ส ๑.๑ รู้ และเข้าใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือ ศาสนาท่ีตนนับถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดม่ัน และปฏิบัติตาม หลกั ธรรม เพื่ออย่รู ่วมกนั อย่างสันตสิ ุข มาตรฐาน ส ๑.๒ เข้าใจ ตระหนกั และปฏบิ ัตติ นเป็นศาสนกิ ชนที่ดี และธารงรักษาพระพุทธศาสนา หรอื ศาสนาทตี่ นนบั ถอื สาระท่ี ๒ หนา้ ที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดาเนินชวี ติ ในสงั คม มาตรฐาน ส ๒.๑ เข้าใจและปฏิบัติตนตามหนา้ ท่ขี องการเปน็ พลเมืองดี มคี ่านิยมท่ีดงี าม และ ธารงรักษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดารงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทย และ สังคมโลกอย่างสันตสิ ุข มาตรฐาน ส ๒.๒ เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมป๎จจุบัน ยึดม่ัน ศรัทธา และธารง รกั ษาไวซ้ ่งึ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมขุ สาระที่ ๓ เศรษฐศาสตร์ มาตรฐาน ส.๓.๑ เขา้ ใจและสามารถบรหิ ารจัดการทรัพยากรในการผลติ และการบรโิ ภคการใช้ ทรพั ยากรที่มีอย่จู ากัดได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพและค้มุ คา่ รวมทั้งเขา้ ใจ หลกั การของเศรษฐกิจพอเพียง เพ่อื การดารงชีวติ อยา่ งมีดลุ ยภาพ มาตรฐาน ส.๓.๒ เขา้ ใจระบบ และสถาบนั ทางเศรษฐกิจตา่ ง ๆ ความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกจิ และความจาเปน็ ของการร่วมมอื กันทางเศรษฐกจิ ในสงั คมโลก สาระท่ี ๔ ประวตั ิศาสตร์ มาตรฐาน ส ๔.๑ เข้าใจความหมาย ความสาคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถ ใชว้ ิธกี ารทางประวัติศาสตรม์ าวเิ คราะหเ์ หตุการณ์ตา่ งๆ อย่างเป็นระบบ มาตรฐาน ส ๔.๒ เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงป๎จจุบัน ในด้านความสัมพันธ์และ การเปลี่ยนแปลงของเหตกุ ารณอ์ ย่างตอ่ เนื่อง ตระหนักถึงความสาคัญและสามารถ วิเคราะห์ผลกระทบทเ่ี กดิ ขน้ึ มาตรฐาน ส ๔.๓ เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิป๎ญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจและธารงความเป็นไทย

303 สาระท่ี ๕ ภมู ศิ าสตร์ เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธ์ของสรรพส่ิงซึ่งมีผล ต่อ มาตรฐาน ส ๕.๑ กันและกันในระบบของธรรมชาติ ใช้แผนท่ีและเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ในการ คน้ หาวิเคราะห์ สรุป และใช้ขอ้ มูลภมู สิ ารสนเทศอย่างมีประสิทธภิ าพ มาตรฐาน ส ๕.๒ เข้าใจปฏสิ ัมพันธร์ ะหว่างมนษุ ยก์ ับสภาพแวดลอ้ มทางกายภาพที่กอ่ ใหเ้ กิด การสรา้ งสรรคว์ ฒั นธรรม มีจติ สานกึ และมีสว่ นร่วมในการอนุรักษ์ ทรัพยากร คุณภาพผูเ้ รียน และส่ิงแวดล้อม เพ่อื การพฒั นาที่ยง่ั ยนื จบชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๓  ได้เรียนรู้เร่ืองเก่ียวกับตนเองและผู้ท่ีอยู่รอบข้าง ตลอดจนสภาพแวดล้อมในท้องถ่ิน ท่ีอยู่ อาศัย และเช่อื งโยงประสบการณไ์ ปสโู่ ลกกว้าง  ผู้เรียนได้รับการพัฒนาให้มีทักษะกระบวนการ และมีข้อมูลท่ีจาเป็นต่อการพัฒนาให้เป็น ผ้มู ีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ประพฤติปฏิบัติตามหลักคาสอนของศาสนาท่ีตนนับถือ มีความเป็นพลเมืองดี มี ความรบั ผดิ ชอบ การอยูร่ ว่ มกันและการทางานกับผอู้ น่ื มสี ่วนร่วมในกจิ กรรมของห้องเรียน และได้ฝึกหัด ในการตัดสนิ ใจ  ได้ศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน และชุมชนในลักษณะการบูรณาการ ผู้เรียนได้เข้าใจแนวคิดเก่ียวกับป๎จจุบันและอดีต มีความรู้พื้นฐานทางเศรษฐกิจได้ข้อคิดเกี่ยวกับรายรับ- รายจา่ ยของครอบครัว เข้าใจถึงการเป็นผผู้ ลิต ผู้บริโภค ร้จู กั การออมขั้นตน้ และวธิ กี ารเศรษฐกจิ พอเพยี ง  ได้รับการพัฒนาแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หน้าที่พลเมือง เศรษฐศาสตร์ ประวตั ิศาสตร์ และภมู ปิ ญ๎ ญา เพอ่ื เปน็ พ้ืนฐานในการทาความเขา้ ใจในข้นั ท่ีสูงต่อไป  จบช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๖  ได้เรียนรู้เรื่องของจังหวัด ภาค และประทศของตนเอง ทั้งเชิงประวัติศาสตร์ ลักษณะทาง กายภาพ สังคม ประเพณี และวัฒนธรรม รวมท้ังการเมืองการปกครอง สภาพเศรษฐกิจโดยเน้นความเป็น ประเทศไทย  ไดร้ ับการพฒั นาความรู้และความเขา้ ใจ ในเร่อื งศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม ปฏิบัติตนตามหลัก คาสอนของศาสนาที่ตนนับถอื รวมทง้ั มีสว่ นรว่ มศาสนพิธี และพธิ กี รรมทางศาสนามากย่ิงขึ้น  ได้ศึกษาและปฏิบัติตนตามสถานภาพ บทบาท สิทธิหน้าท่ีในฐานะพลเมืองดีของท้องถิ่น จังหวัด ภาค และประเทศ รวมท้ังได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมตามขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม ของ ท้องถนิ่ ตนเองมากยิง่ ข้นึ  ไดศ้ กึ ษาเปรยี บเทียบเรือ่ งราวของจงั หวดั และภาคต่างๆของประเทศไทยกับประเทศเพ่ือนบ้าน ได้รบั การพฒั นาแนวคิดทางสงั คมศาสตร์ เก่ียวกับศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หน้าที่พลเมือง เศรษฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และภูมิศาสตร์เพื่อขยายประสบการณ์ไปสู่การทาความเข้าใจ ในภูมิภาค ซีกโลก

304 ตะวันออกและตะวันตกเก่ียวกับศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมความเช่ือ ขนบธรรมเนียม ประเพณี วฒั นธรรม การดาเนนิ ชีวติ การจัดระเบียบทางสังคม และการเปล่ียนแปลงทางสังคมจากอดีตสปู่ ๎จจุบัน จบชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี ๓  ได้เรียนรู้และศึกษาเก่ียวกับความเป็นไปของโลก โดยการศึกษาประเทศไทยเปรียบเทียบ กับประเทศในภูมภิ าคตา่ งๆในโลก เพอ่ื พฒั นาแนวคิด เรอ่ื งการอยรู่ ่วมกันอย่างสนั ตสิ ขุ  ได้เรียนรู้และพัฒนาให้มีทักษะที่จาเป็นต่อการเป็นนักคิดอย่างมีวิจารณญาณได้รับการพัฒนา แนวคิด และขยายประสบการณ์ เปรียบเทียบระหว่างประเทศไทยกับประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ ในโลก ได้แก่ เอเชีย โอเชียเนีย แอฟริกา ยุโรป อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ในด้านศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม ความเชื่อ ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม การเมืองการปกครอง ประวัติศาสตร์และ ภมู ิศาสตร์ ดว้ ยวิธีการทางประวัติศาสตร์ และสงั คมศาสตร์  ได้รับการพัฒนาแนวคิดและวิเคราะห์เหตุการณ์ในอนาคต สามารถนามาใช้เป็นประโยชน์ ในการดาเนนิ ชีวติ และวางแผนการดาเนนิ งานได้อยา่ งเหมาะสม

305 แผนการนาหลกั สูตรตา้ นทุจริตศึกษาสู่การปฏิบตั ิในสถานศึกษา ๑. จดั ทาแผนการดาเนินการหลกั สูตรตา้ นทุจริตศึกษาสู่การปฏิบตั ิในสถานศึกษา ๒. แต่งต้งั คณะกรรมการดาเนินการ ๓. ประชุมช้ีแจงเพื่อสร้างความรู้ความเขา้ ใจ และตระหนกั ในความสาคญั ของการดาเนินการ ๔. ดาเนินการนาหลกั สูตรตา้ นทุจริตศึกษา สู่การจดั การเรียนการสอน ๔.๑ กาหนดแนวทางการนาไปใช้ จากการนาไปใช้ ๕ รูปแบบน้นั รูปแบบท่ีสามารถ ดาเนินการไดจ้ ริงโรงเรียนบา้ นเกษตรสมบูรณ์ไดเ้ หมาะสมที่สุดไดแ้ ก่ - รูปแบบที่ ๒ การบูรณาการการเรียนการสอนกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คม ศึกษา ศาสนา ฯ ในทุกระกบั ช้นั - จดั ในกิจกรรมพฒั นาผเ้ รียนในทุกระกบั ช้นั - รูปแบบท่ี ๕ จดั เป็นกิจกรรมเสริมหลกั สูตร หรือบูรณาการกบั วถิ ีชีวติ ใน สถานศึกษา ๔.๒ ดาเนินการวเิ คราะห์หลกั สูตรตา้ นทุจริตศึกษากบั กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ ๔.๓ วเิ คราะห์หลกั สูตรตา้ นทุจริตศึกษาไปจดั ทากิจกรรมเสริมหลกั สูตรหรือบูรณาการ กบั วถิ ีชีวติ ใน สถานศึกษาท่ีเหมาะสมกบั บริบทของสถานศึกษา ๔.๔ ปรับหลกั สูตรสถานศึกษา และหลกั สูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม ศึกษาฯ ๔.๕ จดั ทาแผนการจดั การเรียนรู้บูรณาการตา้ นทุจริตศึกษา และสื่อการสอน ๔.๖ จดั ทาแนวการวดั และประเมินผลจากการจดั การเรียนการสอน และกิจกรรมเสริม หลกั สูตร หรือ บูรณาการกบั วถิ ีชีวติ ในสถานศึกษา ๕. นาสู่การจดั การเรียนการสอน และการจดั กิจกรรมเสริมหลกั สูตร หรือบูรณาการกบั วิถีชีวิต ใน สถานศึกษา ๖. ดาเนินการวดั และประเมินผล ๗. สรุปรายงานผล สะทอ้ นปัญหา และนาขอ้ มูลสู่การพฒั น การบูรณาการในกิจกรรมพฒั นา ผเู้ รียน ๑. กิจกรรมแนะแนว หน่วยการเรียนรู้ที่นาไปจดั ในกิจกรรมแนะแนวไดแ้ ก่ - หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์ ส่วนรวม - หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจริต - หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ STRONG จิตพอเพียงตา้ นทุจริต - หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ พลเมืองกบั ความรับผดิ ชอบตอ่ สงั คม ๒. กิจกรรมนกั เรียน หน่วยการเรียนรู้ท่ีนาไปจดั ในกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ยวุ กาชาด ชุมนุม

306 ไดแ้ ก่ - หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน ส่วนรวม - หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจริต - หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๓ STRONG จิตพอเพียงตา้ นทุจริต - หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ พลเมืองกบั ความรับผดิ ชอบตอ่ สังคม ๓. กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ หน่วยการเรียนรู้ที่นาไปจดั ในการเรียนการสอน IS ๓ ไดแ้ ก่ - หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๒ ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจริต - หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ STRONG จิตพอเพียงตา้ นทุจริต - หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๔ พลเมืองกบั ความรับผดิ ชอบตอ่ สังคม

307 ตวั ชีว้ ดั และสาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระท่ี ๑ ศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม มาตรฐาน ส ๑.๑ รู้ และเข้าใจประวตั ิ ความสาคญั ศาสดา หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนา ท่ีตนนบั ถอื และศาสนาอื่น มีศรัทธาทถ่ี ูกต้อง ยดึ มน่ั และปฏิบัติตามหลกั ธรรม เพอ่ื อยรู่ ่วมกันอยา่ งสนั ติสขุ ช้ัน ตวั ชีว้ ัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง ป.๑ ๑. บอกพุทธประวัติ หรอื ประวตั ิของ  พุทธประวตั ิ ศาสดาทตี่ นนบั ถือโดยสังเขป  ประสตู ิ  ตรสั รู้  ปรนิ ิพพาน ๒. ช่นื ชมและบอกแบบอย่างการดาเนิน  สามเณรบณั ฑิต ชีวิตและขอ้ คิดจากประวตั ิสาวก ชาดก/  วณั ณุปถชาดก เรอื่ งเลา่ และศาสนิกชนตวั อย่างตามที่  สุวัณณสามชาดก กาหนด  พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั ภมู ิพลอดุลยเดช  เจา้ พระยาสุธรรมมนตรี (หนูพร้อม) ๓. บอกความหมาย ความสาคัญ และ  พระรัตนตรัย เคารพพระรัตนตรัย ปฏิบตั ิตามหลกั ธรรม  ศรทั ธา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โอวาท ๓ในพระพุทธศาสนา หรอื  โอวาท ๓ หลักธรรมของศาสนาที่ตนนบั ถือตามท่ี  ไม่ทาช่ัว กาหนด o เบญจศลี  ทาความดี ° เบญจธรรม ° สงั คหวัตถุ ๔ ° กตัญํูกตเวทตี อ่ พ่อแม่ และ ครอบครัว ° มงคล ๓๘ - ทาตัวดี - ว่างา่ ย - รบั ใช้พอ่ แม่  ทาจิตใหบ้ รสิ ุทธิ์ (บริหารจติ และเจรญิ ป๎ญญา)  พุทธศาสนสุภาษิต  อตตฺ า หิ อตตฺ โน นาโถ ตนแลเป็นทพ่ี ึ่งของตน  มาตา มติ ตฺ สเก ฆเร มารดาเปน็ มติ รในเรอื นของตน

308 ชน้ั ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ๔. เหน็ คุณคา่ และสวดมนต์ แผเ่ มตตา  ฝึกสวดมนต์และแผ่เมตตา มีสตทิ ี่เปน็ พื้นฐานของสมาธิใน  รู้ความหมายและประโยชนข์ องสติ พระพุทธศาสนา หรอื การพัฒนาจติ ตาม  ฟ๎งเพลงและรอ้ งเพลงอย่างมสี ติ แนวทางของศาสนาทต่ี นนับถือ  เล่นและทางานอย่างมสี ติ ตามที่กาหนด  ฝึกให้มสี ตใิ นการฟง๎ การอ่าน การคิด การถามและการเขียน ป.๒ ๑. บอกความสาคัญของพระพทุ ธศาสนา  พระพุทธศาสนาเป็นเอกลักษณ์ของ หรอื ศาสนาท่ีตนนับถือ ชาตไิ ทย ๒. สรปุ พุทธประวัตติ ั้งแต่ประสูติจนถงึ การ  สรปุ พุทธประวตั ิ ออกผนวชหรอื ประวัติศาสดาทต่ี นนบั ถือ  ประสูติ ตามท่ีกาหนด o เหตกุ ารณ์หลังประสูติ o แรกนาขวัญ o การศกึ ษา o การอภิเษกสมรส o เทวทตู ๔ o การออกผนวช ๓. ชน่ื ชมและบอกแบบอย่างการดาเนนิ  สามเณรราหลุ ชีวิตและขอ้ คดิ จากประวัตสิ าวก ชาดก/  วรุณชาดก เร่ืองเล่าและศาสนิกชนตัวอย่างตามที่  วานรนิ ทชาดก กาหนด  สมเดจ็ พระญาณสงั วร (ศขุ ไกเ่ ถ่ือน)  สมเดจ็ พระญาณสงั วร สมเด็จพระสังฆราช (เจรญิ สุวฑฒฺ โน) ๔. บอกความหมาย ความสาคัญ และ  พระรตั นตรัย เคารพพระรตั นตรัย ปฏบิ ัตติ ามหลกั ธรรม  ศรทั ธา โอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนา หรือ  โอวาท ๓ หลกั ธรรมของศาสนาทีต่ น  ไม่ทาช่วั นบั ถือตามทกี่ าหนด °เบญจศีล  ทาความดี ° เบญจธรรม ° หิริ-โอตตปั ปะ ° สังคหวัตถุ ๔ ° ฆราวาสธรรม ๔ ° กตัญํูกตเวทตี ่อครู อาจารย์ และ โรงเรียน ° มงคล ๓๘ - กตญั ํู - สงเคราะห์ญาติพี่น้อง

309 ชั้น ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง  ทาจิตใหบ้ ริสทุ ธ์ิ (บรหิ ารจิตและเจริญ ปญ๎ ญา)  พุทธศาสนสุภาษติ  นิมติ ตฺ สาธรุ ปู าน กตํฺญ กตเวทิตา ความกตัญญ กตเวทเี ปน็ เครอ่ื งหมาย ของคนดี  พฺรหฺมาติ มาตาปิตโร มารดาบดิ าเปน็ พรหมของบุตร ๕. ชืน่ ชมการทาความดีของตนเอง บุคคล  ตวั อย่างการกระทาความดีของตนเอง ในครอบครวั และในโรงเรียน ตามหลัก และบุคคลในครอบครวั และในโรงเรยี น ศาสนา (ตามสาระในข้อ ๔) ๖. เห็นคุณคา่ และสวดมนต์ แผเ่ มตตา  ฝกึ สวดมนตไ์ หว้พระและแผ่เมตตา มสี ติที่เปน็ พืน้ ฐานของสมาธใิ นพระพุทธ-  รคู้ วามหมายและประโยชน์ของสตแิ ละ ศาสนา หรอื การพฒั นาจิตตามแนวทาง สมาธิ ของศาสนาทีต่ นนบั ถอื ตามท่ีกาหนด  ฝึกสมาธิเบอื้ งตน้  ฝกึ สติเบ้ืองตน้ ดว้ ยกิจกรรมการ เคล่ือนไหวอย่างมีสติ  ฝึกให้มสี มาธิในการฟ๎ง การอา่ น การคดิ การถาม และการเขยี น ๗. บอกช่อื ศาสนา ศาสดา และ  ชื่อศาสนา ศาสดา และคัมภรี ์ของ ความสาคัญของคมั ภีร์ของศาสนาท่ีตนนับ ศาสนาต่าง ๆ ถอื และศาสนาอ่นื ๆ  พระพุทธศาสนา o ศาสดา : พระพทุ ธเจ้า o คมั ภรี ์ : พระไตรปฎิ ก  ศาสนาอสิ ลาม o ศาสดา : มุฮัมมัด o คมั ภีร์ : อลั กุรอาน  ครสิ ต์ศาสนา o ศาสดา : พระเยซู o คัมภีร์ : ไบเบิล  ศาสนาฮินดู o ศาสดา : ไมม่ ศี าสดา o คัมภรี ์ : พระเวท พราหมณะ อุปนิษทั อารัณยกะ

ชนั้ ตวั ช้วี ดั 310 ป.๓ ๑. อธบิ ายความสาคัญของพระพทุ ธศาสนา สาระการเรียนรู้แกนกลาง หรือศาสนาที่ตนนับถือ ในฐานะที่เปน็  ความสัมพันธ์ของพระพุทธศาสนากับการ รากฐานสาคญั ของวฒั นธรรมไทย ดาเนินชีวิตประจาวัน เชน่ การสวดมนต์ การทาบญุ ใส่บาตร การแสดงความเคารพ การใช้ภาษา  พระพุทธศาสนามีอทิ ธพิ ลต่อการ สร้างสรรคผ์ ลงานทางวัฒนธรรมไทยอนั เกดิ จากความศรัทธา เช่น วัด ภาพวาด พระพทุ ธรปู วรรณคดี สถาป๎ตยกรรมไทย ๒. สรุปพทุ ธประวตั ิตัง้ แต่การบาเพ็ญเพยี ร  สรปุ พทุ ธประวตั ิ (ทบทวน) จนถงึ ปรินิพพาน หรอื ประวตั ิของศาสดาที่  การบาเพ็ญเพยี ร ตนนบั ถอื ตามที่กาหนด  ผจญมาร  ตรสั รู้ ๓. ช่ืนชมและบอกแบบอยา่ งการดาเนนิ  ปฐมเทศนา ชวี ิตและข้อคดิ จากประวัตสิ าวก ชาดก/  ปรินิพพาน เร่ืองเลา่ และศาสนิกชนตวั อย่าง ตามท่ี กาหนด  สามเณรสงั กจิ จะ  อารามทูสกชาดก ๔. บอกความหมาย ความสาคัญของ  มหาวาณชิ ชาดก พระไตรปิฎก หรือคมั ภีร์ของศาสนาท่ีตน  สมเด็จพระพฒุ าจารย์ (โต พรฺ หฺมรส)ี นบั ถือ  สมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ มหาราช  ความสาคญั ของพระไตรปิฎก เชน่ เปน็ แหล่งอ้างองิ ของหลกั ธรรมคาสอน

311 ชั้น ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ๕. แสดงความเคารพพระรตั นตรยั และ  พระรตั นตรัย ปฏบิ ัติตามหลักธรรมโอวาท ๓ ใน  ศรทั ธา พระพทุ ธศาสนา หรือหลักธรรมของศาสนา  โอวาท ๓ ทีต่ นนับถือตามท่ีกาหนด  ไมท่ าช่วั ° เบญจศีล  ทาความดี °เบญจธรรม °สติ-สัมปชัญญะ °สงั คหวัตถุ ๔ °ฆราวาสธรรม ๔ ° อัตถะ ๓ (อตั ตัตถะ, ปรตั ถะ, อภุ ยตั ถะ) ° กตญั ํูกตเวทีตอ่ ชุมชน, ส่งิ แวดล้อม °มงคล ๓๘ - รจู้ ักให้ - พดู ไพเราะ - อยูใ่ นสิ่งแวดล้อมทด่ี ี  ทาจติ ใหบ้ ริสทุ ธิ์ (บรหิ ารจติ และเจริญ ป๎ญญา)  พทุ ธศาสนสภุ าษติ  ททมาโน ปิโย โหติ ผ้ใู หย้ อ่ มเป็นที่รัก  โมกฺโข กลยฺ าณยิ า สาธุ ๖. เห็นคณุ คา่ และสวดมนต์ แผ่เมตตา เปล่งวาจาไพเราะให้สาเร็จประโยชน์ มีสติท่เี ปน็ พ้ืนฐานของสมาธใิ น พระพุทธศาสนา หรือการพฒั นาจติ  ฝกึ สวดมนต์ ไหวพ้ ระ สรรเสรญิ คณุ ตามแนวทางของศาสนาทตี่ นนับถอื ตามทก่ี าหนด พระรตั นตรัยและแผ่เมตตา  รคู้ วามหมายและประโยชนข์ องสตแิ ละ สมาธิ  รู้ประโยชนข์ องการฝกึ สติ  ฝึกสมาธิเบ้ืองต้นด้วยการนับลมหายใจ  ฝึกการยืน การเดนิ การนง่ั และ การนอน อย่างมีสติ  ฝึกใหม้ ีสมาธใิ นการฟง๎ การอ่าน การคิด การถาม และการเขยี น

ชั้น ตวั ชีว้ ดั 312 ๗. บอกชื่อ ความสาคัญและปฏิบตั ติ น ได้อย่างเหมาะสมต่อศาสนวัตถุ สาระการเรียนรู้แกนกลาง ศาสนสถาน และศาสนบุคคลของศาสนา  ชอื่ และความสาคัญของศาสนวัตถุ อ่นื ๆ ศาสนสถานและ ศาสนบุคคล ป.๔ ๑. อธบิ ายความสาคัญของพระพทุ ธศาสนา ในพระพทุ ธศาสนา ศาสนาอิสลาม หรือศาสนาทต่ี นนับถือ ในฐานะเป็นศนู ย์ ครสิ ต์ศาสนา ศาสนาฮนิ ดู รวมจิตใจของศาสนกิ ชน  การปฏบิ ตั ติ นที่เหมาะสมต่อศาสนวตั ถุ ศาสนสถานและศาสนบคุ คลในศาสนา อนื่ ๆ  พระพุทธศาสนา ในฐานะที่เป็น เคร่อื งยึดเหนย่ี วจิตใจ  เป็นศูนยร์ วมการทาความดี และพฒั นา จิตใจ เช่น ฝึกสมาธิ สวดมนต์ ศึกษาหลักธรรม  เป็นท่ีประกอบศาสนพธิ ี (การทอดกฐนิ การทอดผา้ ปุา การเวียนเทียน การทาบุญ)  เป็นแหลง่ ทากิจกรรมทางสงั คม เช่น การจดั ประเพณีท้องถ่นิ การเผยแพร่ ข้อมลู ข่าวสารชุมชน และ การส่งเสริมพฒั นาชุมชน ๒. สรปุ พทุ ธประวัตติ ั้งแตบ่ รรลุธรรมจนถงึ  สรุปพุทธประวัติ (ทบทวน) ประกาศธรรม หรอื ประวตั ศิ าสดาทต่ี นนับ  ตรัสรู้ ถือตามท่ีกาหนด  ประกาศธรรม ไดแ้ ก่ ๓. เหน็ คณุ ค่า และปฏบิ ัติตนตาม ° โปรดชฎลิ แบบอย่างการดาเนนิ ชีวติ และข้อคิดจาก ° โปรดพระเจา้ พมิ พิสาร ประวตั ิสาวก ชาดก/เรือ่ งเลา่ และ ° พระอัครสาวก ศาสนิกชนตัวอยา่ ง ตามทีก่ าหนด ° แสดงโอวาทปาฏโิ มกข์  พระอุรุเวลกัสสปะ ๔. แสดงความเคารพ พระรัตนตรัย  กุฏิทูสกชาดก ปฏิบัติตามไตรสิกขาและหลักธรรมโอวาท  มหาอุกกุสชาดก ๓ ในพระพุทธศาสนา หรือหลักธรรมของ  สมเดจ็ พระมหิตลาธเิ บศร อดุลยเดช ศาสนาที่ตนนบั ถือตามทกี่ าหนด วกิ รม พระบรมราชชนก  สมเด็จพระศรีนครนิ ทราบรมราชชนนี  พระรตั นตรัย o ศรัทธา ๔  พระพุทธ ° พทุ ธคุณ ๓

313 ชั้น ตวั ช้ีวดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง  พระธรรม ° หลักกรรม  พระสงฆ์  ไตรสิกขา  ศลี สมาธิ ปญ๎ ญา  โอวาท ๓  ไม่ทาชว่ั o เบญจศลี o ทุจรติ ๓  ทาความดี o เบญจธรรม o สุจริต ๓ o พรหมวิหาร ๔ o กตญั ํูกตเวทตี อ่ ประเทศชาติ o มงคล ๓๘ - เคารพ - ถ่อมคน - ทาความดใี หพ้ ร้อมไวก้ ่อน  ทาจิตให้บริสุทธ์ิ (บริหารจิตและเจริญปญ๎ ญา)  พุทธศาสนสภุ าษติ  สุขา สงฺฆสสฺ สามคคฺ ี ความพรอ้ มเพรยี งของหมู่ใหเ้ กดิ สขุ  โลโกปตถฺ มภฺ กิ า เมตตฺ า เมตตาธรรม ค้าจุนโลก ๕. ชืน่ ชมการทาความดีของตนเอง บุคคล  ตัวอย่างการกระทาความดขี องตนเองและ ในครอบครวั โรงเรยี นและชมุ ชนตามหลกั บุคคลในครอบครัว ในโรงเรยี น และใน ศาสนา พรอ้ มทั้งบอกแนวปฏิบัตใิ นการ ชุมชน ดาเนนิ ชวี ติ ๖. เห็นคณุ คา่ และสวดมนต์ แผ่เมตตา  สวดมนตไ์ หว้พระ สรรเสรญิ มสี ติท่ีเป็นพนื้ ฐานของสมาธใิ น คณุ พระรตั นตรัยและแผเ่ มตตา พระพทุ ธศาสนา หรือการพฒั นาจติ  รูค้ วามหมายของสติสมั ปชัญญะ สมาธิ ตามแนวทางของศาสนาที่ตนนับถือ และป๎ญญา

314 ชั้น ตัวชีว้ ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ตามทก่ี าหนด  รู้วิธปี ฏบิ ตั ิของการบรหิ ารจิตและเจรญิ ปญ๎ ญา  ฝกึ การยนื การเดิน การนั่ง และการนอน อย่างมสี ติ  ฝกึ การกาหนดรู้ความรสู้ กึ เม่ือตาเห็นรูป หูฟ๎งเสยี ง จมกู ดมกล่นิ ลน้ิ ล้มิ รส กาย สัมผสั ส่ิงท่ีมากระทบ ใจรับรธู้ รรมารมณ์  ฝกึ ให้มีสมาธิในการฟง๎ การอ่าน การคดิ การถาม และการเขียน ๗. ปฏิบตั ิตนตามหลักธรรมของศาสนาท่ี  หลักธรรมเพือ่ การอยู่ร่วมกนั อย่าง ตนนบั ถอื เพือ่ การอยู่รว่ มกันเป็นชาตไิ ด้ สมานฉันท์ อยา่ งสมานฉันท์ o เบญจศลี – เบญจธรรม o ทจุ ริต ๓ – สุจรติ ๓ o พรหมวหิ าร ๔ o มงคล ๓๘ - เคารพ - ถอ่ มตน - ทาความดีให้พร้อมไว้ก่อน o พุทธศาสนสุภาษติ : ความพร้อมเพรียง ของหมู่ใหเ้ กดิ สุข เมตตาธรรมค้าจุน โลก  กตัญํูกตเวทตี ่อประเทศชาติ ๘. อธบิ ายประวัตศิ าสดาของศาสนาอืน่ ๆ  ประวัติศาสดา โดยสังเขป o พระพุทธเจ้า o มฮุ ัมมัด o พระเยซู ป.๕ ๑. วิเคราะห์ความสาคัญของ  มรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รบั จาก พระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนบั ถอื ใน พระพทุ ธศาสนา ฐานะทเี่ ปน็ มรดกทางวฒั นธรรมและหลัก o มรดกทางด้านรปู ธรรม เชน่ ในการพฒั นาชาติไทย ศาสนสถาน โบราณวตั ถุ สถาป๎ตยกรรม

315 ชั้น ตวั ชวี้ ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง o มรดกทางด้านจิตใจ เช่น หลักธรรม คาสง่ั สอน ความเชื่อ และคณุ ธรรมต่าง ๆ  การนาพระพุทธศาสนาไปใช้เป็นแนวทาง ในการพฒั นาชาติไทย o พัฒนาด้านกายภาพ และส่ิงแวดลอ้ ม เช่น ภาวนา ๔ (กาย ศีล จติ ป๎ญญา) ไตรสิกขา (ศลี สมาธิ ปญ๎ ญา) และอริยสจั สี่ o พฒั นาจติ ใจ เชน่ หลกั โอวาท ๓ (ละความชวั่ ทาดี ทาจติ ใจให้ บรสิ ุทธ์)ิ และการบริหารจติ และเจริญ ปญ๎ ญา ๒. สรุปพุทธประวัติตั้งแตเ่ สด็จ  สรปุ พุทธประวัติ (ทบทวน) กรุงกบิลพสั ดจุ์ นถึงพุทธกจิ สาคญั  โปรดพระพุทธบิดา (เสด็จกรงุ กบิลพสั ดุ์) หรอื ประวัติศาสดาท่ตี นนับถือตามที่  พทุ ธกจิ สาคญั ได้แก่ โลกัตถจริยา กาหนด ญาตัตถจริยา และพทุ ธตั ถจริยา ๓. เหน็ คุณคา่ และประพฤติตนตาม  พระโสณโกฬิวสิ ะ แบบอยา่ งการดาเนนิ ชีวิตและขอ้ คิดจาก  จฬู เสฏฐิชาดก ประวัติสาวก ชาดก/เร่ืองเลา่ และ  วณั ณาโรหชาดก ศาสนกิ ชนตวั อย่าง ตามท่กี าหนด  สมเด็จพระสงั ฆราช (สา)  อาจารยเ์ สถียร โพธนิ นั ทะ ๔. อธิบายองค์ประกอบ และความสาคัญ  องคป์ ระกอบของพระไตรปิฎก ของพระไตรปิฎก หรือคมั ภรี ์ของศาสนาที่  พระสุตตันตปิฎก ตนนบั ถือ  พระวนิ ัยปิฎก  พระอภธิ รรมปฎิ ก  ความสาคญั ของพระไตรปิฎก ๕. แสดงความเคารพพระรัตนตรัย  พระรัตนตรัย และปฏบิ ัติตามไตรสิกขาและหลักธรรม o ศรัทธา ๔ โอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนาหรือ  พระพทุ ธ หลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ o พทุ ธจริยา ๓ ตามทกี่ าหนด  พระธรรม o อรยิ สัจ ๔ o หลกั กรรม  พระสงฆ์  ไตรสิกขา  ศลี สมาธิ ปญ๎ ญา  โอวาท ๓

316 ชั้น ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง  ไม่ทาชั่ว o เบญจศีล อบายมุข ๔  ทาความดี o เบญจธรรม o บุญกิริยาวัตถุ ๓ o อคติ ๔ o อทิ ธบิ าท ๔ o กตัญํูกตเวทีตอ่ พระพุทธศาสนา o มงคล ๓๘ - ใฝุรู้ ใฝเุ รียน - การงานไม่อากลู - อดทน  ทาจติ ใหบ้ ริสทุ ธ์ิ (บรหิ ารจติ และเจริญ ป๎ญญา)  พทุ ธศาสนสภุ าษติ  วิริเยน ทกุ ขฺ มจเฺ จติ คนจะล่วงทกุ ขไ์ ด้เพราะความเพยี ร  ปํญฺ า โลกสฺมิ ปชโฺ ชโต ป๎ญญา คือ แสงสวา่ งในโลก ๖. เหน็ คณุ คา่ และสวดมนต์แผเ่ มตตา  สวดมนต์ไหว้พระ สรรเสริญ มีสตทิ เ่ี ปน็ พ้ืนฐานของสมาธิใน คุณพระรตั นตรัยและแผ่เมตตา พระพุทธศาสนา หรือการพฒั นาจิตตาม  รู้ความหมายของสติสัมปชญั ญะ แนวทางของศาสนาท่ตี นนบั ถือตามท่ี สมาธิและปญ๎ ญา กาหนด  รู้วิธีปฏิบัตแิ ละประโยชน์ของ การบริหารจิตและเจริญปญ๎ ญา  ฝึกการยืน การเดิน การนงั่ และ การนอน อย่างมีสติ  ฝึกการกาหนดรู้ความรู้สึก เมอ่ื ตา เหน็ รปู หฟู ๎งเสียง จมูกดมกลิน่ ล้ิน ลิ้มรส กายสมั ผัสสง่ิ ท่ีมากระทบใจรบั รู้ ธรรมารมณ์  ฝกึ ใหม้ สี มาธิในการฟ๎ง การอ่าน การคิด การถามและการเขียน  โอวาท ๓ (ตามสาระการเรยี นรูข้ อ้ ๕) ๗. ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของศาสนาท่ี ตนนบั ถอื เพอ่ื การพัฒนาตนเองและ สิ่งแวดลอ้ ม

317 ชั้น ตวั ชว้ี ัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง ป.๖ ๑. วิเคราะหค์ วามสาคัญของพระพุทธ-  พระพทุ ธศาสนาในฐานะเป็นศาสนา ศาสนาในฐานะเปน็ ศาสนาประจาชาติ ประจาชาติ เช่น เปน็ เอกลักษณข์ อง หรือความสาคัญของศาสนาท่ีตนนับถือ ชาตไิ ทย เปน็ รากฐานทางวัฒนธรรม ไทย เป็นศนู ย์รวมจติ ใจ เป็นมรดก ทางวัฒนธรรมไทย และเปน็ หลัก ในการพัฒนาชาติไทย ๒. สรปุ พุทธประวัติต้งั แต่ปลงอายสุ ังขาร  สรปุ พุทธประวตั ิ (ทบทวน) จนถงึ สังเวชนียสถาน หรอื ประวตั ิศาสดาที่  ปลงอายสุ งั ขาร  ป๎จฉมิ สาวก ตนนบั ถือตามท่ีกาหนด  ปรนิ ิพพาน  การถวายพระเพลงิ  แจกพระบรมสารีรกิ ธาตุ  สังเวชนียสถาน ๔ ๓. เหน็ คณุ คา่ และประพฤติตนตาม  พระราธะ แบบอยา่ งการดาเนนิ ชีวิตและขอ้ คิดจาก  ทฆี ีติโกสลชาดก ประวตั ิสาวก ชาดก/เรอ่ื งเล่า และ  สพั พทาฐิชาดก ศาสนิกชนตัวอยา่ งตามท่ีกาหนด  พ่อขุนรามคาแหงมหาราช  สมเด็จพระมหาสมณเจา้ กรม-พระปรมา นชุ ิตชโิ นรส  พระรัตนตรยั ๔. วิเคราะห์ความสาคญั และเคารพ o ศรทั ธา ๔ พระรัตนตรัย ปฏบิ ัติตามไตรสกิ ขาและ หลักธรรมโอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนา  พระพุทธ หรือหลกั ธรรมของศาสนาที่ตน o พุทธกจิ ๕ นับถอื ตามท่กี าหนด  พระธรรม o อรยิ สัจ ๔ o หลกั กรรม  พระสงฆ์  ไตรสิกขา  ศลี สมาธิ ปญ๎ ญา  โอวาท ๓  ไมท่ าชั่ว o เบญจศลี o อบายมุข ๖ o อกศุ ลมูล ๓  ทาความดี o เบญจธรรม o กุศลมลู ๓ o พละ ๔ o คารวะ ๖ o กตญั ํกู ตเวทีตอ่ พระมหากษัตรยิ ์

318 ชั้น ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง o มงคล ๓๘ - มวี นิ ยั - การงานไม่มีโทษ - ไมป่ ระมาทในธรรม  ทาจติ ใหบ้ ริสทุ ธ์ิ (บริหารจิตและเจริญ ปญ๎ ญา)  พุทธศาสนสภุ าษิต  สจฺเจน กิตฺตึ ปปฺโปติ คนจะไดเ้ กียรติดว้ ยสัจจะ  ยถาวาที ตถาการี พดู เช่นไร ทาเชน่ นนั้ ๕. ชนื่ ชมการทาความดีของบุคคลใน  ตวั อย่างการกระทาความดีของบุคคล ประเทศตามหลักศาสนา พร้อมทง้ั บอก ในประเทศ แนวปฏบิ ัติในการดาเนนิ ชวี ติ ๖. เห็นคุณค่าและสวดมนต์แผ่เมตตา และ  สวดมนตไ์ หวพ้ ระ สรรเสริญ บรหิ ารจติ เจรญิ ปญ๎ ญา มีสตทิ ี่เปน็ พ้ืนฐาน คณุ พระรตั นตรัยและแผเ่ มตตา ของสมาธใิ นพระพุทธศาสนา หรือการ พัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนา  รูค้ วามหมายของสตสิ มั ปชญั ญะ ทตี่ นนับถือ ตามท่ีกาหนด สมาธแิ ละปญ๎ ญา  รวู้ ธิ ีปฏิบตั แิ ละประโยชน์ของ การบรหิ ารจิตและเจรญิ ป๎ญญา  ฝกึ การยืน การเดิน การนง่ั และ การนอนอย่างมีสติ  ฝกึ การกาหนดร้คู วามรู้สึกเมอื่ ตาเห็น รปู หฟู ๎งเสียง จมูกดมกลน่ิ ลน้ิ ลมิ้ รส กายสัมผสั สิง่ ทม่ี ากระทบ ใจรบั รู้ ธรรมารมณ์  ฝกึ ให้มีสมาธใิ นการฟง๎ การอ่าน การคิด การถาม และการเขียน ๗. ปฏิบตั ิตนตามหลักธรรมของศาสนา  หลักธรรม : อรยิ สัจ ๔ หลกั กรรม ทต่ี นนับถือ เพ่ือแกป้ ๎ญหาอบายมขุ และ ส่ิง  โอวาท ๓ : เบญจศลี – เบญจธรรม เสพติด อบายมุข ๖ อกุศลมลู ๓ กุศลมลู ๓ ๘. อธิบายหลกั ธรรมสาคัญของศาสนาอ่นื ๆ  หลักธรรมสาคญั ของศาสนาต่าง ๆ โดยสังเขป  พระพุทธศาสนา : อริยสัจ ๔ โอวาท ๓ ฯลฯ  ศาสนาอิสลาม : หลักศรทั ธา

319 ชนั้ ตวั ชว้ี ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง หลกั ปฏิบตั ิ หลักจรยิ ธรรม  คริสตศ์ าสนา : บัญญัติ ๑๐ ประการ ๙. อธบิ ายลักษณะสาคญั ของศาสนพธิ ี  ศาสนพิธขี องศาสนาตา่ ง ๆ พิธีกรรมของศาสนาอืน่ ๆ และปฏบิ ตั ิตนได้  พระพทุ ธศาสนา อยา่ งเหมาะสมเม่ือต้องเขา้ รว่ มพธิ ี o ศาสนพิธที ่ีเปน็ พทุ ธบัญญตั ิ เช่น บรรพชา อปุ สมบท o ศาสนพธิ ที ีเ่ กย่ี วเน่ืองกับ พระพทุ ธศาสนา เชน่ ทาบุญพิธีเนอ่ื งใน วันสาคญั ทางศาสนา o ศาสนาอสิ ลาม เชน่ การละหมาด การถือศลี อด การบาเพญ็ ฮจั ญ์ ฯลฯ o คริสต์ศาสนา เชน่ ศลี ลา้ งบาป ศลี อภัยบาป ศีลกาลัง ศลี มหาสนทิ ฯลฯ o ศาสนาฮนิ ดู เชน่ พิธศี ราทธ์ พิธีบูชา เทวดา ม.๑ ๑. อธบิ ายการเผยแผ่พระพุทธศาสนา หรอื  การสังคายนา ศาสนาทต่ี นนับถือสปู่ ระเทศไทย  การเผยแผ่พระพทุ ธศาสนาเข้าสู่ ประเทศไทย ๒. วิเคราะหค์ วามสาคญั ของ  ความสาคัญของพระพทุ ธศาสนาตอ่ พระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาทต่ี นนับถือ ที่ สงั คมไทยในฐานะเป็น มีตอ่ สภาพแวดล้อมในสังคมไทย รวมทั้ง  ศาสนาประจาชาติ การพัฒนาตนและครอบครวั  สถาบันหลักของสังคมไทย  สภาพแวดล้อมทีก่ ว้างขวาง และ ครอบคลุมสังคมไทย  การพฒั นาตนและครอบครัว  สรุปและวิเคราะห์ พุทธประวตั ิ ๓. วเิ คราะหพ์ ทุ ธประวัติตงั้ แตป่ ระสูติ  ประสตู ิ จนถึงบาเพ็ญทกุ รกิริยา หรือประวัติ  เทวทูต ๔ ศาสดาที่ตนนับถอื ตามที่กาหนด  การแสวงหาความรู้  การบาเพ็ญทกุ รกริ ยิ า ๔. วิเคราะห์และประพฤติตนตาม  พุทธสาวก พุทธสาวกิ า แบบอยา่ งการดาเนนิ ชวี ิตและขอ้ คิดจาก  พระมหากสั สปะ ประวตั สิ าวก ชาดก/เรื่องเล่า และศาสนกิ  พระอบุ าลี ชนตวั อยา่ งตามท่ีกาหนด  อนาถบิณฑิกะ  นางวสิ าขา

320 ชั้น ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง  ชาดก  อัมพชาดก  ติตตริ ชาดก ๕. อธิบายพุทธคณุ และข้อธรรมสาคญั ใน  พระรตั นตรัย กรอบอริยสจั ๔ หรือหลักธรรมของ  พทุ ธคณุ ๙ ศาสนาที่ตนนบั ถือ ตามท่ีกาหนด เห็น คุณค่าและนาไปพฒั นาแกป้ ญ๎ หาของ  อริยสัจ ๔ ตนเองและครอบครัว  ทกุ ข์ (ธรรมที่ควรร)ู้ o ขันธ์ ๕ - ธาตุ ๔  สมทุ ัย (ธรรมทค่ี วรละ) o หลกั กรรม - ความหมายและคณุ ค่า o อบายมุข ๖  นโิ รธ (ธรรมท่คี วรบรรล)ุ o สขุ ๒ (กายกิ , เจตสกิ ) o คิหิสขุ  มรรค (ธรรมท่คี วรเจริญ) o ไตรสกิ ขา o กรรมฐาน ๒ o ปธาน ๔ o โกศล ๓ o มงคล ๓๘ -ไมค่ บคนพาล - คบบณั ฑติ - บชู าผูค้ วรบชู า  พทุ ธศาสนสุภาษิต  ย เว เสวติ ตาทโิ ส คบคนเช่นใดเป็นคนเชน่ นั้น  อตตฺ นา โจทยตฺตาน จงเตือนตน ด้วยตน  นิสมฺม กรณ เสยฺโย ใคร่ครวญก่อนทาจึงดี  ทุราวาสา ฆรา ทกุ ขฺ า เรอื นทคี่ รองไมด่ ีนาทุกข์มาให้ ๖. เหน็ คุณคา่ ของการพัฒนาจิต เพ่อื การ  โยนิโสมนสกิ าร เรียนรแู้ ละการดาเนนิ ชีวิต ดว้ ยวิธคี ดิ แบบ  วิธคี ดิ แบบคุณคา่ แท้ – คุณคา่ เทยี ม โยนิโสมนสกิ ารคือวธิ ีคิดแบบคณุ ค่าแท้ –  วิธีคิดแบบคุณ - โทษและทางออก

321 ชั้น ตวั ช้ีวัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง คณุ ค่าเทียม และวิธีคดิ แบบคุณ – โทษ และทางออก หรอื การพัฒนาจติ ตาม แนวทางของศาสนาท่ีตนนบั ถือ ๗. สวดมนต์ แผเ่ มตตา บรหิ ารจิตและ  สวดมนต์แปล และแผ่เมตตา เจริญป๎ญญาดว้ ยอานาปานสติ หรอื ตาม  วธิ ีปฏิบตั ิและประโยชน์ของการบริหารจติ แนวทางของศาสนาที่ตนบั ถือตามท่ี กาหนด และเจรญิ ป๎ญญา การฝึกบริหารจิตและ เจรญิ ปญ๎ ญาตามหลักสตปิ ๎ฎฐานเนน้ อานาปานสติ  นาวธิ กี ารบรหิ ารจติ และเจริญป๎ญญาไปใช้ ในชีวติ ประจาวัน ๘. วิเคราะห์และปฏบิ ัติตนตามหลักธรรม  หลักธรรม (ตามสาระการเรยี นร้ขู ้อ ๕) ทางศาสนาท่ีตนนับถือ ในการดารงชีวิต แบบพอเพยี ง และดูแลรักษาส่งิ แวดลอ้ ม  ศาสนกิ ชนของศาสนาตา่ ง ๆ มีการ เพอ่ื การอยรู่ ่วมกันไดอ้ ย่างสนั ตสิ ุข ประพฤติปฏบิ ตั ติ นและวิถีการดาเนนิ ชวี ติ ๙. วเิ คราะห์เหตผุ ลความจาเป็นที่ทุกคน แตกตา่ งกนั ตามหลักความเชื่อและคาสอน ตอ้ งศึกษาเรยี นรู้ศาสนาอื่นๆ ของศาสนาท่ตี นนับถือ ๑๐. ปฏบิ ัติตนตอ่ ศาสนิกชนอื่นใน  การปฏิบตั ิอยา่ งเหมาะสมต่อศาสนิกชนอน่ื สถานการณ์ต่างๆไดอ้ ย่างเหมาะสม ในสถานการณต์ ่างๆ ๑๑. วิเคราะห์การกระทาของบุคคลที่เปน็  ตวั อยา่ งบุคคลในท้องถ่ินหรือประเทศท่ี แบบอย่างด้านศาสนสัมพนั ธ์ และนาเสนอ ปฏิบตั ิตนเปน็ แบบอย่างด้านศาสนสัมพันธ์ หรือมีผลงานดา้ นศาสนสัมพนั ธ์ แนวทางการปฏบิ ัติของตนเอง ม.๒ ๑. อธิบายการเผยแผ่พระพทุ ธศาสนา หรือ  การเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาเขา้ สปู่ ระเทศ ศาสนาทีต่ นนับถือสู่ประเทศ เพ่อื นบา้ นและการนบั ถือพระพุทธ -ศาสนา เพอ่ื นบา้ น ของประเทศเพ่ือนบ้านในปจ๎ จุบัน ๒. วิเคราะห์ความสาคัญของพระพุทธ-  ความสาคัญของพระพุทธศาสนาทชี่ ่วย ศาสนา หรอื ศาสนาทต่ี นนบั ถือท่ชี ่วย เสริมสรา้ งความเข้าใจอันดีกับประเทศ เสริมสรา้ งความเข้าใจอนั ดีกบั ประเทศ เพื่อนบา้ น เพื่อนบ้าน ๓. วิเคราะห์ความสาคัญของ  ความสาคัญของพระพทุ ธศาสนาตอ่ พระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาทต่ี นนบั ถือใน สังคมไทยในฐานะเปน็ ฐานะทีเ่ ปน็ รากฐานของวัฒนธรรม  รากฐานของวฒั นธรรม เอกลักษณ์ของชาติและมรดกของชาติ  เอกลกั ษณ์และ มรดกของชาติ

322 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง ๔. อภิปรายความสาคญั ของพระพุทธ -  ความสาคญั ของพระพุทธศาสนากับ ศาสนา หรอื ศาสนาทต่ี นนบั ถือกบั การพัฒนาชมุ ชนและการจัดระเบยี บสังคม การพฒั นาชุมชนและการจดั ระเบียบสงั คม ๕. วเิ คราะหพ์ ุทธประวัตหิ รือประวัติ  สรปุ และวเิ คราะห์ พุทธประวัติ ศาสดาของศาสนาที่ตนนับถือตามท่ี กาหนด  การผจญมาร ๖. วเิ คราะห์และประพฤติตนตาม  การตรสั รู้ แบบอยา่ งการดาเนินชวี ติ และขอ้ คิดจาก ประวตั ิสาวก ชาดก/เร่ืองเล่าและ  การสง่ั สอน ศาสนกิ ชนตัวอยา่ งตามท่ีกาหนด  พระสารบี ตุ ร  พระโมคคลั ลานะ ๗. อธิบายโครงสร้าง และสาระสงั เขปของ  นางขุชชตุ ตรา พระไตรปฎิ ก หรอื คัมภีร์ของศาสนาทตี่ น  พระเจา้ พิมพสิ าร นบั ถือ  มติ ตวนิ ทกุ ชาดก  ราโชวาทชาดก  โครงสรา้ ง และสาระสงั เขปของ พระวนิ ัยปิฎก พระสุตตนั ตปิฎก และพระอภิธรรมปฎิ ก ๘. อธิบายธรรมคณุ และข้อธรรมสาคญั ใน  พระรตั นตรยั กรอบอรยิ สจั ๔ หรือหลักธรรมของศาสนา  ธรรมคณุ ๖ ท่ตี นนับถือ ตามท่ีกาหนด เห็นคุณค่า และนาไปพฒั นา แกป้ ๎ญหาของชมุ ชนและ  อริยสจั ๔ สงั คม  ทกุ ข์ (ธรรมที่ควรรู้) o ขนั ธ์ ๕ - อายตนะ  สมทุ ยั (ธรรมทีค่ วรละ) o หลักกรรม - สมบัติ ๔ - วิบัติ ๔ o อกศุ ลกรรมบถ ๑๐ o อบายมุข ๖  นโิ รธ (ธรรมทคี่ วรบรรลุ) o สุข ๒ (สามิส, นริ ามสิ )  มรรค (ธรรมที่ควรเจริญ) o บพุ พนิมิตของมชั ฌิมาปฏิปทา o ดรุณธรรม ๖ o กลุ จริ ัฏฐิตธิ รรม ๔

323 ชั้น ตวั ชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง o กุศลกรรมบถ ๑๐ o สติป๎ฏฐาน ๔ o มงคล ๓๘ - ประพฤติธรรม - เวน้ จากความช่วั - เวน้ จากการดม่ื นา้ เมา  พุทธศาสนสุภาษิต  กมมฺ ุนา วตตฺ ตี โลโก สตั วโ์ ลกยอ่ มเปน็ ไปตามกรรม  กลฺยาณการี กลฺยาณ ปาปการี จ ปาปก ทาดีได้ดี ทาช่ัว ได้ช่ัว  สุโข ปํุ ญฺ สฺส อุจฺจโย การส่งั สม บุญนาสขุ มาให้  ปูชโก ลภเต ปชู วนทฺ โก ปฏิวนทฺ น ผู้บูชาเขา ย่อมได้รับการบูชา ตอบ ผู้ไหว้เขาย่อมได้รบั การไหวต้ อบ ๙. เห็นคุณค่าของการพฒั นาจิตเพื่อการ  พัฒนาการเรียนรดู้ ว้ ยวิธีคดิ แบบโยนโิ ส- เรียนรแู้ ละดาเนนิ ชีวติ ดว้ ยวธิ คี ดิ แบบ มนสกิ าร ๒ วิธี คือ วิธีคดิ แบบอุบายปลกุ โยนโิ สมนสิการคอื วธิ คี ดิ แบบอบุ ายปลุก เรา้ คณุ ธรรม และวิธีคิดแบบอรรถธรรม เรา้ คุณธรรม และวธิ คี ิดแบบอรรถธรรม สัมพนั ธ์ สมั พนั ธ์ หรือการพฒั นาจิตตามแนวทาง ของศาสนาทตี่ นนับถอื ๑๐. สวดมนต์ แผ่เมตตา บริหารจิตและ  สวดมนต์แปล และแผ่เมตตา เจรญิ ปญ๎ ญาด้วยอานาปานสติ หรอื ตาม  รแู้ ละเขา้ ใจวิธีปฏบิ ตั ิและประโยชน์ของ แนวทางของศาสนาท่ตี นนับถือ การบริหารจิตและเจรญิ ป๎ญญา  ฝกึ การบรหิ ารจิตและเจริญป๎ญญาตามหลัก สตปิ ฎ๎ ฐาน เนน้ อานาปานสติ  นาวิธีการบริหารจติ และเจริญปญ๎ ญา ไปใช้ ในชีวิตประจาวนั ๑๑.วิเคราะห์การปฏบิ ัติตนตามหลักธรรม  การปฏิบตั ติ นตามหลกั ธรรม (ตามสาระ ทางศาสนาที่ตนนบั ถือ เพ่ือการดารงตน การเรยี นรู้ ขอ้ ๘.) อยา่ งเหมาะสมในกระแสความเปลย่ี นแปลง ของโลก และการอยรู่ ่วมกนั อยา่ งสันตสิ ุข ม. ๓ ๑. อธบิ ายการเผยแผพ่ ระพุทธศาสนา หรือ  การเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาเขา้ สู่ประเทศ ศาสนาทีต่ นนับถือสปู่ ระเทศต่างๆ ทว่ั โลก ต่าง ๆ ท่ัวโลก และการนบั ถือ พระพุทธศาสนาของประเทศเหล่าน้ัน

324 ชั้น ตัวชวี้ ดั สาระการเรียนร้แู กนกลาง ในป๎จจุบัน ๒. วิเคราะห์ความสาคญั ของ  ความสาคัญของพระพุทธศาสนาในฐานะที่ พระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาทต่ี นนับถือใน ช่วยสรา้ งสรรค์อารยธรรมและความสงบสุข ฐานะท่ีชว่ ยสรา้ งสรรค์อารยธรรม และ ใหแ้ ก่โลก ความสงบสุขแกโ่ ลก ๓. อภิปรายความสาคญั ของ  สัมมนาพระพุทธศาสนากับปรัชญาของ พระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาทีต่ นนบั ถือ เศรษฐกจิ พอเพยี งและการพัฒนาอยา่ ง กบั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งและ ย่งั ยนื (ทีส่ อดคล้องกับหลักธรรมในสาระ การพฒั นาอยา่ งยง่ั ยืน การเรียนรู้ ข้อ ๖ )  ศกึ ษาพุทธประวตั จิ ากพระพุทธรูปปาง ๔. วิเคราะห์พุทธประวัตจิ ากพระพทุ ธรูป ต่าง ๆ เช่น ปางต่างๆ หรอื ประวตั ศิ าสดาทตี่ นนบั ถือ o ปางมารวิชัย ตามทีก่ าหนด o ปางปฐมเทศนา o ปางลีลา o ปางประจาวันเกดิ  สรุปและวเิ คราะห์พุทธประวตั ิ  ปฐมเทศนา  โอวาทปาฏโิ มกข์ ๕. วเิ คราะหแ์ ละประพฤติตนตาม  พระอญั ญาโกณฑัญญะ แบบอย่างการดาเนินชีวติ และข้อคิดจาก  พระมหาปชาบดเี ถรี ประวตั สิ าวก ชาดก/เรอื่ งเลา่ และ  พระเขมาเถรี ศาสนิกชนตวั อย่าง ตามที่กาหนด  พระเจ้าปเสนทโิ กศล  นนั ทวิ ิสาลชาดก  สุวัณณหงั สชาดก  พระรัตนตรัย ๖. อธิบายสังฆคณุ และข้อธรรมสาคัญใน  สังฆคุณ ๙ กรอบอริยสจั ๔ หรือหลักธรรมของ ศาสนาท่ีตนนบั ถือตามทกี่ าหนด  อริยสัจ ๔  ทุกข์ (ธรรมทค่ี วรรู้) o ขันธ์ ๕ -ไตรลกั ษณ์  สมุทัย (ธรรมที่ควรละ) o หลักกรรม -วฏั ฏะ ๓ -ปป๎ญจธรรม ๓ (ตัณหา มานะ ทฎิ ฐิ)  นโิ รธ (ธรรมท่คี วรบรรลุ) o อตั ถะ ๓  มรรค (ธรรมท่ีควรเจริญ) o มรรคมีองค์ ๘

325 ชั้น ตวั ช้วี ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง o ป๎ญญา ๓ o สัปปุริสธรรม ๗ o บญุ กริ ยิ าวตั ถุ ๑๐ o อบุ าสกธรรม ๗ o มงคล ๓๘ - มศี ิลปวิทยา - พบสมณะ - ฟ๎งธรรมตามกาล - สนทนาธรรมตามกาล  พทุ ธศาสนสภุ าษติ  อตฺตา หเว ชติ เสยฺโย ชนะตนนน่ั แลดกี วา่  ธมฺมจารี สุข เสติ ผู้ประพฤตธิ รรมย่อมอยู่เปน็ สุข  ปมาโท มจฺจุโน ปท ความประมาทเปน็ ทางแหง่ ความตาย  สสุ ฺสูส ลภเต ปํญฺ ผู้ฟ๎งดว้ ยดยี ่อมได้ป๎ญญา  เรอื่ งน่ารู้จากพระไตรปฎิ ก : พทุ ธ ปณธิ าน ๔ ในมหาปรนิ ิพพานสูตร ๗. เหน็ คุณคา่ และวเิ คราะห์การปฏบิ ัติตน  การปฏิบัติตนตามหลกั ธรรม (ตามสาระ ตามหลักธรรมในการพัฒนาตน การเรยี นรู้ ข้อ ๖.) เพ่ือเตรียมพร้อมสาหรับการทางาน และการมคี รอบครัว ๘. เห็นคณุ คา่ ของการพัฒนาจิตเพ่ือการ  พัฒนาการเรียนร้ดู ว้ ยวิธคี ิดแบบ โยนิโสมนสิการ ๒ วธิ ี คือ วธิ คี ดิ แบบ เรียนร้แู ละดาเนนิ ชวี ิต ดว้ ยวิธคี ดิ แบบ อริยสจั และวิธคี ดิ แบบสบื สาวเหตปุ จ๎ จยั โยนโิ สมนสิการคือ วิธีคดิ แบบอริยสัจ และ วิธคี ิดแบบสบื สาวเหตปุ จ๎ จยั หรือ การพฒั นาจติ ตามแนวทางของศาสนาที่ตน นบั ถือ ๙. สวดมนต์ แผเ่ มตตา บริหารจิตและ  สวดมนต์แปล และแผเ่ มตตา เจริญป๎ญญาดว้ ยอานาปานสติ หรือตาม  รู้และเข้าใจวธิ ปี ฏิบตั ิและประโยชนข์ องการ แนวทางของศาสนาทตี่ นนับถือ บรหิ ารจิตและเจริญป๎ญญา  ฝึกการบริหารจิตและเจรญิ ป๎ญญาตามหลัก สติป๎ฎฐานเน้นอานาปานสติ  นาวิธีการบรหิ ารจิตและเจริญปญ๎ ญา ไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั

326 ช้นั ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ๑๐. วิเคราะห์ความแตกต่างและยอมรบั  วิถกี ารดาเนินชีวิตของศาสนกิ ชนศาสนา วถิ กี ารดาเนินชวี ิตของศาสนกิ ชนในศาสนา อืน่ ๆ อ่นื ๆ สาระท่ี ๑ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม มาตรฐาน ส ๑.๒ เข้าใจ ตระหนกั และปฏบิ ตั ิตนเปน็ ศาสนิกชนที่ดี และธารงรกั ษาพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนบั ถือ ช้ัน ตวั ช้วี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ป.๑ ๑. บาเพ็ญประโยชน์ต่อวัด หรือศาสน  การบาเพ็ญประโยชนต์ ่อวดั หรอื ศาสน สถานของศาสนาท่ีตนนบั ถือ สถาน  การพัฒนาทาความสะอาด  การบริจาค  การรว่ มกจิ กรรมทางศาสนา ๒. แสดงตนเป็นพุทธมามกะ หรือแสดงตน  การแสดงตนเป็นพทุ ธมามกะ เปน็ ศาสนกิ ชนของศาสนาที่ตนนับถอื  ขัน้ เตรยี มการ  ขั้นพิธีการ ๓. ปฏิบัตติ นในศาสนพธิ ี พิธกี รรม และวัน  ประวัติโดยสังเขปของวนั สาคัญทาง สาคญั ทางศาสนา ตามท่ีกาหนดไดถ้ ูกตอ้ ง พระพุทธศาสนา  วนั มาฆบูชา  วันวิสาขบูชา  วนั อาสาฬหบูชา  วนั อฏั ฐมีบชู า  การบชู าพระรตั นตรยั ป.๒ ๑. ปฏบิ ัตติ นอย่างเหมาะสมต่อสาวกของ  การฝกึ ปฏิบตั มิ รรยาทชาวพทุ ธ ศาสนาทต่ี นนับถือ ตามทก่ี าหนดไดถ้ ูกตอ้ ง  การพนมมือ  การไหว้  การกราบ  การนงั่  การยืน การเดนิ ๒. ปฏิบัติตนในศาสนพธิ ี พิธีกรรม และ  การเขา้ รว่ มกิจกรรมและพิธีกรรม ท่ี วันสาคญั ทางศาสนา ตามท่ีกาหนดได้ เกี่ยวเนือ่ งกบั วันสาคญั ทางพุทธศาสนา ถูกต้อง  ระเบียบพิธกี ารบูชาพระรัตนตรัย  การทาบุญตักบาตร

327 ชัน้ ตวั ชีว้ ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ป.๓ ๑. ปฏบิ ตั ติ นอยา่ งเหมาะสมต่อสาวก  ฝกึ ปฏบิ ัติมรรยาทชาวพทุ ธ ศาสนสถาน ศาสนวัตถุของศาสนาทีต่ นนับ  การลุกข้ึนยนื รับ ถือ ตามที่กาหนดได้ถูกต้อง  การต้อนรับ  การรบั – สง่ ส่ิงของแก่พระภิกษุ  มรรยาทในการสนทนา  การสารวมกิรยิ ามารยาท การแตง่ กายที่เหมาะสมเม่อื  อยใู่ นวดั และพุทธสถาน  การดูแลรักษาศาสนวัตถุและ ศาสนสถาน ๒. เหน็ คณุ ค่า และปฏิบตั ิตนในศาสนพิธี  การอาราธนาศีล พิธกี รรม และวันสาคัญทางศาสนา ตามที่  การสมาทานศีล กาหนดได้ถูกต้อง  เคร่ืองประกอบโตะ๊ หมบู่ ูชา การจดั โตะ๊ หมู่บูชา ๓. แสดงตนเป็นพุทธมามกะ หรือแสดงตน  ความเป็นมาของการแสดงตนเปน็ เปน็ ศาสนกิ ชนของศาสนาที่ตนนบั ถือ พทุ ธมามกะ  การแสดงตนเป็นพุทธมามกะ  ข้ันเตรยี มการ  ขัน้ พิธีการ ป.๔ ๑. อภปิ รายความสาคัญ และมีส่วนร่วมใน  ความรูเ้ บอ้ื งต้นและความสาคญั ของ การบารุงรักษาศาสนสถานของศาสนาที่ ศาสนสถาน ตนนบั ถอื  การแสดงความเคารพตอ่ ศาสนสถาน  การบารงุ รกั ษาศาสนสถาน ๒. มมี รรยาทของความเปน็ ศาสนกิ ชนที่ดี  การปฏิบัตติ นทเ่ี หมาะสมตอ่ พระภกิ ษุ ตามท่กี าหนด  การยืน การเดิน และการน่ังที่เหมาะสม ในโอกาสตา่ ง ๆ ๓. ปฏิบตั ติ นในศาสนพธิ ี พิธีกรรมและวนั  การอาราธนาศลี สาคัญทางศาสนา ตามที่กาหนดไดถ้ ูกต้อง  การอาราธนาธรรม  การอาราธนาพระปรติ ร  ระเบียบพธิ ีและการปฏิบัติตนในวนั ธรรม สวนะ ป.๕ ๑. จัดพธิ ีกรรมตามศาสนาที่ตนนบั ถอื  การจัดพธิ กี รรมท่เี รียบง่าย ประหยัด อยา่ งเรยี บง่าย มปี ระโยชน์ และปฏบิ ตั ติ น มปี ระโยชน์ และถูกตอ้ งตามหลกั ทาง

328 ช้นั ตัวช้ีวดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ถูกตอ้ ง ศาสนาท่ตี นนับถือ ๒. ปฏิบัติตนในศาสนพิธี พิธกี รรม และวนั  การมสี ่วนร่วมในการจดั เตรียมสถานท่ี สาคัญทางศาสนา ตามท่ีกาหนด และ ประกอบศาสนพธิ ี พิธีกรรมทางศาสนา อภิปรายประโยชน์ทีไ่ ดร้ ับจากการเขา้ ร่วม  พธิ ีถวายสังฆทาน เครื่องสังฆทาน กิจกรรม  ระเบียบพธิ ใี นการทาบุญงานมงคล  ประโยชน์ของ การเข้าร่วมศาสนพิธี พิธกี รรมทางศาสนา หรือกิจกรรม ในวันสาคญั ทางศาสนา ๓. มีมรรยาทของความเปน็ ศาสนกิ ชนทด่ี ี  การกราบพระรัตนตรยั ตามท่ีกาหนด  การไหวบ้ ดิ า มารดา ครู/อาจารย์ ผู้ทเ่ี คารพนบั ถอื  การกราบศพ ป.๖ ๑. อธิบายความรู้เกี่ยวกับสถานที่ตา่ งๆ  ความรเู้ บ้ืองตน้ เก่ียวกบั สถานท่ตี ่าง ๆ ในศาสนสถาน และปฏิบตั ิตนไดอ้ ย่าง ภายในวดั เช่น เขตพทุ ธาวาส สงั ฆาวาส เหมาะสม  การปฏิบตั ติ นทเ่ี หมาะสมภายในวัด ๒. มีมรรยาทของความเป็นศาสนิกชนที่ดี  การถวายของแก่พระภิกษุ ตามท่ีกาหนด  การปฏิบัตติ นในขณะฟง๎ ธรรม  การปฏบิ ตั ติ นตามแนวทางของ พทุ ธศาสนกิ ชน เพ่ือประโยชน์ต่อ ศาสนา ๓. อธบิ ายประโยชนข์ องการเข้าร่วมใน  ทบทวนการอาราธนาศลี อาราธนาธรรม ศาสนพธิ ี พธิ กี รรม และกิจกรรมใน และอาราธนาพระปริตร วันสาคัญทางศาสนา ตามที่กาหนด และ  พธิ ที อดผ้าปุา ปฏบิ ตั ิตนไดถ้ ูกตอ้ ง  พิธีทอดกฐนิ  ระเบยี บพิธใี นการทาบุญงานอวมงคล  การปฏบิ ัตติ นท่ีถกู ต้องในศาสนพธิ ี พิธกี รรม และวนั สาคัญทางศาสนา เชน่ วนั มาฆบชู า วนั วสิ าขบูชา วนั อัฐมีบูชา วันอาสาฬหบูชา วนั ธรรมสวนะ  ประโยชนข์ องการเข้ารว่ มในศาสนพธิ /ี พิธีกรรม และวนั สาคัญทางศาสนา ๔. แสดงตนเปน็ พุทธมามกะ หรอื แสดงตน  การแสดงตนเปน็ พทุ ธมามกะ

329 ชน้ั ตวั ชวี้ ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง เปน็ ศาสนิกชนของศาสนาท่ีตนนับถือ ° ข้ันเตรียมการ ° ข้นั พธิ กี าร ม.๑ ๑. บาเพญ็ ประโยชนต์ ่อศาสนสถานของ  การบาเพ็ญประโยชน์ และ ศาสนาท่ีตนนบั ถือ การบารงุ รกั ษาวดั ๒. อธิบายจริยวตั รของสาวกเพื่อเปน็  วถิ ีชวี ติ ของพระภิกษุ แบบอย่างในการประพฤตปิ ฏิบัติ และ  บทบาทของพระภิกษุในการเผยแผ่ ปฏิบตั ติ นอย่างเหมาะสมต่อสาวกของ พระพุทธศาสนา เช่น การแสดงธรรม ศาสนาทีต่ นนับถือ ปาฐกถาธรรม การประพฤติตนให้เปน็ แบบอย่าง  การเขา้ พบพระภกิ ษุ  การแสดงความเคารพ การประนมมือ การไหว้ การกราบ การเคารพ พระรตั นตรยั การฟง๎ เจริญ พระพุทธมนต์ การฟ๎งสวด พระอภิธรรม การฟง๎ พระธรรมเทศนา ๓. ปฏบิ ตั ติ นอย่างเหมาะสมต่อบุคคลต่างๆ  ปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อเพอื่ นตาม ตามหลกั ศาสนาท่ตี นนับถือ ตามที่ หลกั พระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับ กาหนด ถือ ๔. จดั พธิ ีกรรม และปฏบิ ัติตนใน  การจัดโตะ๊ หมู่บชู า แบบ หมู่๔ หมู่ ๕ หมู่ ศาสนพิธี พธิ กี รรมได้ถูกต้อง ๗ หมู่๙  การจุดธปู เทยี น การจัดเครื่องประกอบ โตะ๊ หมู่บชู า  คาอาราธนาต่างๆ ๕. อธิบายประวัติ ความสาคัญ และ  ประวตั แิ ละความสาคญั ของวันธรรม ม.๒ ปฏบิ ตั ติ นในวันสาคญั ทางศาสนา สวนะ วนั เข้าพรรษา วนั ออกพรรษา ท่ีตนนบั ถือ ตามท่ีกาหนด ได้ถกู ต้อง วนั เทโวโรหณะ  ระเบียบพิธี พิธีเวยี นเทียน การปฏิบตั ิตน ในวันมาฆบูชา วันวิสาขบชู า วันอฏั ฐมี บชู า วนั อาสาฬหบชู า วนั ธรรมสวนะ และเทศกาลสาคญั ๑. ปฏบิ ตั ิตนอยา่ งเหมาะสมต่อบุคคล  การเปน็ ลูกทด่ี ี ตามหลกั ทิศเบื้องหน้า ใน ตา่ ง ๆ ตามหลกั ศาสนาทต่ี นนับถอื ตามท่ี ทศิ ๖ กาหนด

330 ชั้น ตวั ชี้วัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ๒. มีมรรยาทของความเปน็ ศาสนกิ ชนทีด่ ี  การตอ้ นรบั (ปฏสิ ันถาร) ตามที่กาหนด  มรรยาทของผเู้ ปน็ แขก  ฝึกปฏิบตั ิระเบยี บพิธี ปฏบิ ัติตอ่ พระภกิ ษุ การยนื การใหท้ ี่น่ัง การเดนิ สวน การสนทนา การรับส่ิงของ  การแตง่ กายไปวัด การแต่งกายไปงาน มงคล งานอวมงคล ๓. วิเคราะหค์ ุณคา่ ของศาสนพิธี และ  การทาบญุ ตักบาตร ปฏิบตั ติ นไดถ้ ูกต้อง  การถวายภตั ตาหารสง่ิ ของที่ควรถวาย และสิง่ ของต้องหา้ มสาหรบั พระภิกษุ  การถวายสงั ฆทาน เครอ่ื งสงั ฆทาน  การถวายผ้าอาบนา้ ฝน  การจัดเครื่องไทยธรรม เครือ่ งไทยทาน  การกรวดน้า  การทอดกฐนิ การทอดผา้ ปาุ ๔. อธบิ ายคาสอนท่เี ก่ยี วเนื่องกบั  หลักธรรมเบื้องต้นท่ีเกย่ี วเนอ่ื งใน วนั สาคญั ทางศาสนา และปฏิบัตติ น วนั มาฆบชู า วันวสิ าขบชู า ไดถ้ ูกตอ้ ง วันอัฏฐมีบชู า วันอาสาฬหบูชา  วนั ธรรมสวนะและเทศกาลสาคญั  ระเบยี บพธิ แี ละการปฏิบัติตน ในวันธรรมสวนะ วนั เขา้ พรรษา วันออกพรรษา วันเทโวโรหณะ ๕. อธบิ ายความแตกต่างของศาสนพิธี  ศาสนพธิ /ี พิธีกรรม แนวปฏบิ ัติของ พิธีกรรม ตามแนวปฏิบัติของศาสนาอ่ืนๆ ศาสนาอื่น ๆ เพอื่ นาไปสู่การยอมรบั และความเขา้ ใจซึง่ กนั และกัน ม.๓ ๑. วเิ คราะห์หน้าท่แี ละบทบาทของสาวก  หนา้ ทข่ี องพระภิกษุในการปฏิบัติ และปฏบิ ตั ิตนต่อสาวก ตามที่กาหนดได้ ตามหลักพระธรรมวนิ ยั และจริยวัตร ถกู ต้อง อย่างเหมาะสม  การปฏิบัตติ นต่อพระภกิ ษใุ นงาน ศาสนพธิ ีท่บี า้ น การสนทนา การแต่งกาย มรรยาทการพดู กับพระภกิ ษตุ ามฐานะ ๒. ปฏิบตั ิตนอย่างเหมาะสมต่อบุคคล  การเปน็ ศษิ ย์ท่ดี ี ตามหลักทศิ เบื้องขวา ใน ต่าง ๆ ตามหลักศาสนา ตามทีก่ าหนด ทิศ ๖ ของพระพุทธศาสนา ๓. ปฏบิ ตั ิหน้าท่ขี องศาสนกิ ชนทด่ี ี  การปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ีชาวพุทธตามพุทธ

331 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ปณธิ าน ๔ ในมหาปรินพิ พานสูตร ๔. ปฏิบตั ติ นในศาสนพิธพี ิธกี รรมได้ถูกตอ้ ง  พิธที าบุญ งานมงคล งานอวมงคล  การนมิ นต์พระภกิ ษุ การเตรียมทตี่ ัง้ พระพุทธรปู และเครอ่ื งบชู า การวงดา้ ย สายสญิ จน์ การปลู าดอาสนะ การเตรยี ม เครื่องรับรอง การจดุ ธปู เทียน  ข้อปฏบิ ตั ิในวนั เลยี้ งพระ การถวายขา้ ว พระพทุ ธ การถวายไทยธรรม การกรวดนา้ ๕. อธิบายประวัติวันสาคัญทางศาสนา  ประวัติวันสาคัญทางพระพทุ ธศาสนาใน ตามท่ีกาหนดและปฏบิ ัตติ นไดถ้ กู ต้อง ประเทศไทย  วนั วิสาขบูชา (วนั สาคัญสากล)  วันธรรมสวนะและเทศกาลสาคญั  หลกั ปฏิบตั ิตน : การฟ๎งพระธรรม เทศนา การแต่งกายในการประกอบ ศาสนพธิ ที ีว่ ัด การงดเวน้ อบายมขุ  การประพฤติปฏบิ ตั ิในวนั ธรรมสวนะ และเทศกาลสาคญั ๖. แสดงตนเปน็ พทุ ธมามกะ หรือ  การแสดงตนเปน็ พุทธมามกะ แสดงตนเปน็ ศาสนิกชนของศาสนา  ข้นั เตรียมการ ทตี่ นนบั ถือ  ขน้ั พธิ ีการ ๗. นาเสนอแนวทางในการธารงรักษา  การศกึ ษาเรียนรูเ้ ร่ืององคป์ ระกอบของ ศาสนาที่ตนนับถือ พระพทุ ธศาสนา นาไปปฏบิ ัตแิ ละเผย แผต่ ามโอกาส  การศกึ ษาการรวมตัวขององค์กร ชาวพทุ ธ  การปลกู จิตสานกึ ในดา้ นการบารุงรกั ษา วัดและพทุ ธสถานให้เกิดประโยชน์

332 สาระที่ ๒ หนา้ ทีพ่ ลเมือง มาตรฐาน ส ๒.๑ เข้าใจและปฏบิ ตั ติ นตามหน้าท่ีของการเปน็ พลเมืองดี มีคา่ นยิ มท่ดี งี ามและธารงรักษา ประเพณีและวฒั นธรรมไทย ดารงชวี ติ อย่รู ว่ มกนั ในสงั คมไทยและสังคมโลกอย่างสนั ตสิ ุข ชั้น ตัวชี้วดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ป.๑ ๑. บอกประโยชนแ์ ละปฏิบัติตนเป็น  การเป็นสมาชกิ ทดี่ ีของครอบครัวและ สมาชกิ ที่ดขี องครอบครัวและโรงเรยี น โรงเรียน เช่น  กตญั ํูกตเวทแี ละเคารพรับฟ๎ง คาแนะนาของพ่อแม่ ญาติผใู้ หญ่ และครู  รจู้ ักกล่าวคาขอบคุณ ขอโทษ การไหวผ้ ้ใู หญ่  ปฏบิ ัตติ าม ขอ้ ตกลง กติกา กฎ ระเบยี บ ของครอบครวั และ โรงเรียน  มสี ่วนร่วมในกิจกรรมของ ครอบครัวและโรงเรียน  มีเหตผุ ลและยอมรบั ฟ๎งความ คิดเหน็ ของผูอ้ ื่น  มรี ะเบยี บ วินยั มนี ้าใจ  ประโยชนข์ องการปฏิบัตติ นเป็นสมาชกิ ที่ ดขี องครอบครวั และโรงเรียน ๒. ยกตัวอย่างความสามารถและความดี  ลกั ษณะความสามารถและลกั ษณะ ความดี ของตนเอง ผู้อื่นและบอกผลจากการ ของตนเองและผูอ้ ่นื เชน่ กระทาน้ัน - ความกตญั ํูกตเวที - ความมรี ะเบียบวินยั - ความรับผิดชอบ - ความขยนั - การเอ้อื เฟื้อเผือ่ แผ่และ ชว่ ยเหลือผอู้ นื่ - ความซ่อื สตั ย์สุจริต - ความเมตตากรุณา  ผลของการกระทาความดี เชน่ - ภาคภูมิใจ - มคี วามสขุ - ไดร้ ับการชน่ื ชม ยกย่อง

333 ชนั้ ตัวชวี้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๒ ๑. ปฏิบตั ิตนตามข้อตกลง กติกา กฎ  ขอ้ ตกลง กติกา กฎ ระเบียบ หน้าทีท่ ่ี ระเบียบและหน้าทที่ ่ีต้องปฏิบัตใิ น ต้องปฏิบตั ิในครอบครัว โรงเรยี น สถานท่ี ชีวติ ประจาวนั สาธารณะ เช่น โรงภาพยนต์ โบราณสถาน ฯลฯ ๒. ปฏบิ ตั ติ นตนตามมารยาทไทย  มารยาทไทย เชน่ การแสดงความเคารพ การยนื การเดิน การนงั่ การนอน การทกั ทาย การรบั ประทาน ๓. แสดงพฤตกิ รรมในการยอมรับความคดิ  การยอมรบั ความแตกต่างของคนใน ความเชอื่ และการปฏิบัติของบุคคลอืน่ ที่ สงั คม ในเร่อื ง ความคิด ความเชื่อ แตกตา่ งกันโดยปราศจากอคติ ความสามารถและการปฏิบัตติ นของ บุคคลอนื่ ท่ี แตกต่างกนั เช่น - บุคคลย่อมมีความคดิ ท่ีมีเหตผุ ล - การปฏิบตั ิตนตามพธิ กี รรมตาม ความ เช่ือของบคุ คล - บุคคลย่อมมีความสามารถแตกต่าง กนั - ไมพ่ ดู หรือแสดงอาการดูถูกรงั เกยี จ ผอู้ ื่น ในเร่อื งของรูปรา่ งหนา้ ตา สผี ม สีผิว ท่แี ตกตา่ งกัน ๔. เคารพในสิทธิ เสรภี าพของผู้อน่ื  สิทธสิ ว่ นบุคคล เช่น - สทิ ธแิ สดงความคดิ เห็น - สทิ ธเิ สรภี าพในร่างกาย - สิทธใิ นทรพั ย์สิน ป.๓ ๑. สรปุ ประโยชนแ์ ละปฏบิ ตั ติ นตาม  ประเพณีและวฒั นธรรมในครอบครัว ประเพณแี ละวัฒนธรรมในครอบครัวและ เชน่ การแสดงความเคารพและการเชอ่ื ฟ๎ง ทอ้ งถิน่ ผใู้ หญ่ การกระทากจิ กรรมร่วมกัน ใน ครอบครวั  ประเพณแี ละวัฒนธรรมในทอ้ งถิน่ เช่น การเขา้ ร่วมประเพณที างศาสนา ประเพณี เกยี่ วกับการดาเนินชวี ิต ประโยชน์ ของการปฏบิ ตั ิตนตามประเพณีและ วัฒนธรรมในครอบครัวและท้องถ่นิ

334 ชนั้ ตวั ช้วี ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๒. บอกพฤตกิ รรมการดาเนินชีวติ ของ  พฤตกิ รรมของตนเองและเพื่อน ๆ ตนเอง และผู้อ่นื ที่อยูใ่ นกระแสวฒั นธรรม ในชีวิตประจาวัน เช่น การทักทาย ท่หี ลากหลาย การทาความเคารพ การปฏิบัตติ าม ศาสนพธิ ี การรบั ประทานอาหาร การใช้ ภาษา (ภาษาถนิ่ กบั ภาษาราชการ และ ภาษาอื่นๆ ฯลฯ )  สาเหตทุ ี่ทาให้พฤติกรรมการดาเนนิ ชวี ิต ๓. อธบิ ายความสาคญั ขอวันหยดุ ราชการ ในป๎จจุบันของนักเรยี น และผู้อน่ื แตกตา่ ง ทส่ี าคัญ กัน  วนั หยุดราชการทสี่ าคญั เชน่ - วันหยุดเกยี่ วกบั ชาตแิ ละ พระมหากษัตริย์ เช่น วันจักรี วันรัฐธรรมนญู วันฉัตรมงคล วนั เฉลิมพระชนมพรรษา - วนั หยดุ ราชการเกยี่ วกับศาสนา เชน่ วันมาฆบชู า วันวสิ าขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา - วนั หยดุ ราชการเก่ยี วกบั ประเพณแี ละ วฒั นธรรม เชน่ วันสงกรานต์ วนั พชื มงคล ๔. ยกตัวอย่างบคุ คลซ่ึงมผี ลงานท่เี ป็น  บคุ คลทีม่ ผี ลงานเปน็ ประโยชนแ์ ก่ชมุ ชน ประโยชนแ์ กช่ ุมชนและท้องถ่ินของตน และท้องถิน่ ของตน  ลกั ษณะผลงานทเ่ี ปน็ ประโยชน์แกช่ มุ ชน และท้องถน่ิ ป.๔ ๑. ปฏบิ ตั ติ นเป็นพลเมืองดีตามวถิ ี  การเข้าร่วมกจิ กรรมประชาธปิ ไตยของ ประชาธปิ ไตยในฐานะสมาชิกที่ดขี อง ชุมชน ชุมชน เช่น การรณรงค์การเลือกตง้ั  แนวทางการปฏิบัติตนเปน็ สมาชิกท่ีดี ของชุมชน เชน่ อนรุ กั ษส์ ่ิงแวดลอ้ ม สาธารณสมบตั ิ โบราณวตั ถุและ โบราณสถาน การพัฒนาชมุ ชน ๒. ปฏิบัตติ นในการเป็นผู้นาและผตู้ าม ที่  การเปน็ ผู้นาและผ้ตู ามท่ีดี ดี - บทบาทและความรับผิดชอบของผู้นา - บทบาทและความรับผิดชอบของผู้ตาม หรอื สมาชกิ - การทางานกลุ่มให้มปี ระสิทธิผลและ ประสทิ ธภิ าพ และประโยชน์ของการ ทางานเปน็ กลุ่ม

335 ชน้ั ตัวชีว้ ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ๓. วเิ คราะหส์ ทิ ธพิ นื้ ฐานท่ีเด็กทุกคน  สทิ ธพิ นื้ ฐานของเด็ก เชน่ สทิ ธิทจ่ี ะมชี ีวิต พงึ ไดร้ ับตามกฎหมาย สทิ ธิท่จี ะไดร้ ับการปกปูอง สิทธิ ที่ จะได้รบั การพัฒนา สิทธทิ ี่จะมี ส่วนร่วม ๔. อธบิ ายความแตกต่างทางวัฒนธรรม  วฒั นธรรมในภาคต่างๆ ของไทย ของกลุม่ คนในทอ้ งถน่ิ ทแี่ ตกต่างกัน เช่น การแต่งกาย ภาษา อาหาร ๕. เสนอวิธกี ารทจ่ี ะอยู่รว่ มกันอยา่ ง  ป๎ญหาและสาเหตุของการเกิดความ สนั ตสิ ุขในชวี ติ ประจาวัน ขดั แยง้ ในชวี ิตประจาวัน  แนวทางการแกป้ ๎ญหาความขัดแยง้ ดว้ ย สนั ตวิ ธิ ี ป.๕ ๑. ยกตวั อยา่ งและปฏิบัตติ นตาม  สถานภาพ บทบาท สิทธิเสรภี าพ สถานภาพ บทบาท สทิ ธิเสรภี าพ และ  หนา้ ทข่ี องพลเมืองดี เชน่ เคารพ เทิดทนู หนา้ ที่ในฐานะพลเมืองดี สถาบนั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ อนรุ ักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ อนรุ กั ษ์ ศลิ ปวฒั นธรรม ปฏิบัตติ ามกฎหมาย  คณุ ลกั ษณะของพลเมอื งดี เช่น เหน็ แก่ ประโยชน์สว่ นรวมมากกวา่ ประโยชน์ส่วน ตน มีความรับผดิ ชอบ เสียสละ ๒. เสนอวธิ ีการปกปูองคุ้มครองตนเอง  เหตกุ ารณท์ ่ลี ะเมิดสิทธเิ ดก็ ในสงั คมไทย หรอื ผอู้ นื่ จากการละเมิดสทิ ธเิ ดก็  แนวทางการปกปูองคุ้มครองตนเองหรอื ผู้อน่ื จากการละเมิดสิทธิเด็ก  การปกปอู งคุ้มครองสทิ ธิเดก็ ในสงั คมไทย ๓. เหน็ คณุ คา่ วัฒนธรรมไทยที่มผี ลตอ่ การ  วฒั นธรรมไทย ที่มผี ลตอ่ การดาเนนิ ชวี ิต ดาเนินชีวติ ในสังคมไทย ของคนในสังคมไทย  คณุ คา่ ของวฒั นธรรมกบั การดาเนินชวี ติ ๔. มีสว่ นรว่ มในการอนรุ ักษ์และเผยแพร่  ความสาคัญของภูมปิ ญ๎ ญาท้องถน่ิ ภมู ปิ ญ๎ ญาท้องถนิ่ ของชมุ ชน  ตัวอยา่ งภมู ิปญ๎ ญาท้องถ่ินในชมุ ชน ของ ตน  การอนรุ ักษ์และเผยแพร่ภูมิป๎ญญา ท้องถน่ิ ของชมุ ชน

336 ชน้ั ตัวช้วี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ป.๖ ๑. ปฏิบตั ิตามกฎหมายทเ่ี กีย่ วข้องกบั  กฎหมายทีเ่ ก่ยี วข้องกับชีวติ ประจาวันเช่น ชวี ติ ประจาวนั ของครอบครวั และชมุ ชน - กฎหมายจราจร - กฎหมายทะเบยี นราษฎร - กฎหมายยาเสพติดให้โทษ - เทศบญั ญตั ิ ข้อบัญญตั ิ อบต. อบจ.  ประโยชน์ของการปฏิบัติตนตามกฎหมาย ดงั กลา่ ว ๒. วเิ คราะห์การเปล่ยี นแปลงวัฒนธรรม  ความหมายและประเภทของวัฒนธรรม ตามกาลเวลาและธารงรักษาวัฒนธรรม อนั  การเปลี่ยนแปลงวฒั นธรรมตาม ดีงาม กาลเวลาท่มี ผี ลต่อตนเองและสังคมไทย  แนวทางการธารงรักษาวัฒนธรรมไทย ๓. แสดงออกถงึ มารยาทไทยได้เหมาะสม  ความหมายและสาคัญของมารยาทไทย ถกู กาลเทศะ  มารยาทไทยและมารยาทสงั คม เชน่ การแสดงความเคารพ การยนื การเดิน การนงั่ การนอน การรับของส่งของ การรับประทานอาหาร การแสดงกิรยิ า อาการ การทกั ทาย การสนทนา การใช้ คาพดู ๔. อธบิ ายคณุ ค่าทางวัฒนธรรมที่แตกต่าง  ประโยชน์และคณุ ค่าทางวัฒนธรรม กันระหว่างกลุ่มคนในสังคมไทย  ความแตกตา่ งทางวฒั นธรรมระหวา่ งกลุ่ม คนภาคตา่ งๆ ในสงั คมไทย  แนวทางการรักษาวัฒนธรรม ๕. ตดิ ตามข้อมูล ข่าวสาร เหตุการณต์ ่าง ๆ  ข้อมูล ขา่ วสาร เหตกุ ารณ์ต่าง ๆ เช่น ในชีวิตประจาวนั เลือกรับและใชข้ ้อมลู วิทยโุ ทรทศั น์ หนังสอื พมิ พ์ แหลง่ ขา่ วตา่ ง ขา่ วสารในการเรยี นรไู้ ด้เหมาะสม ๆ สถานการณจ์ ริง  ประโยชนจ์ ากการตดิ ตามขอ้ มูล ขา่ วสาร เหตกุ ารณต์ า่ งๆ  หลักการเลอื กรับและใช้ขอ้ มลู ข่าวสาร จากสื่อต่างๆ รวมทัง้ สือ่ ทไ่ี ร้พรมแดน ม.๑ ๑. ปฏิบตั ิตามกฎหมายในการคมุ้ ครอง  กฎหมายในการคมุ้ ครองสิทธขิ องบคุ คล สิทธิของบคุ คล - กฎหมายการคุ้มครองเดก็ - กฎหมายการศึกษา - กฎหมายการคุ้มครองผูบ้ ริโภค - กฎหมายลิขสทิ ธ์ิ  ประโยชนข์ องการปฏบิ ตั ิตนตามกฎหมาย การค้มุ ครองสิทธิของบคุ คล

337 ชนั้ ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง ๒. ระบุความสามารถของตนเอง  บทบาทและหน้าที่ของเยาวชนทม่ี ตี ่อ ในการทาประโยชนต์ ่อสงั คมและ สังคมและประเทศชาติ โดยเน้นจติ ประเทศชาติ สาธารณะ เชน่ เคารพกติกาสังคม ปฏิบัติตนตามกฎหมาย มสี ว่ นรว่ มและ รับผดิ ชอบในกจิ กรรมทางสงั คม อนุรกั ษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ รักษา ๓. อภิปรายเกี่ยวกับคุณคา่ ทางวัฒนธรรม สาธารณประโยชน์ ท่ีเป็นปจ๎ จัยในการสร้างความสมั พนั ธท์ ด่ี ี  ความคลา้ ยคลึงและความแตกตา่ งระหว่าง หรอื อาจนาไปสคู่ วามเข้าใจผิดต่อกนั วฒั นธรรมไทยกับวัฒนธรรมของประเทศใน ภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออก เฉยี งใต้  วัฒนธรรมที่เป็นปจ๎ จยั ในการสรา้ ง ความสมั พันธท์ ดี่ ี หรืออาจนาไปสูค่ วาม เข้าใจผิดตอ่ กนั ๔. แสดงออกถงึ การเคารพในสทิ ธิของ  วิธีปฏิบตั ติ นในการเคารพในสทิ ธขิ อง ตนเองและผู้อื่น ตนเองและผอู้ ื่น  ผลท่ีไดจ้ ากการเคารพในสิทธิของตนเอง และผอู้ ่นื ม.๒ ๑. อธบิ ายและปฏบิ ตั ติ นตามกฎหมายท่ี  กฎหมายที่เกยี่ วข้องกบั ตนเอง ครอบครัว เกย่ี วข้องกับตนเอง ครอบครวั ชมุ ชนและ เช่น - กฎหมายเกย่ี วกบั ความสามารถของ ประเทศ ผู้เยาว์ - กฎหมายบตั รประจาตวั ประชาชน - กฎหมายเพง่ เกยี่ วกับครอบครวั และ มรดก เชน่ การหมัน้ การสมรส การรบั รองบตุ ร การรับบตุ รบุญธรรม และมรดก  กฎหมายทเ่ี กีย่ วกับชมุ ชนและประเทศ - กฎหมายเก่ยี วกับการอนรุ ักษ์ธรรมชาติ และส่งิ แวดล้อม - กฎหมายเกย่ี วกบั ภาษีอากร และกรอก แบบแสดงรายการ ภาษีเงินได้บุคคล ธรรมดา - กฎหมายแรงงาน

338 ชั้น ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ๒. เห็นคุณค่าในการปฏิบตั ิตนตาม  สถานภาพ บทบาท สทิ ธิ เสรีภาพ สถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรภี าพ หน้าที่ หน้าท่ีในฐานะพลเมืองดีตามวถิ ี ในฐานะพลเมืองดตี ามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย ประชาธิปไตย  แนวทางสง่ เสรมิ ให้ปฏิบตั ิตนเปน็ พลเมืองดีตามวถิ ีประชาธปิ ไตย ๓. วิเคราะห์บทบาท ความสาคัญ และ  บทบาท ความสาคัญและความสมั พันธ์ ความสมั พนั ธ์ของสถาบนั ทางสงั คม ของสถาบันทางสงั คม เชน่ สถาบัน ครอบครัว สถาบนั การศึกษา สถาบัน ศาสนา สถาบันเศรษฐกจิ สถาบนั ทางการเมืองการปกครอง ๔.อธบิ ายความคลา้ ยคลงึ และความ  ความคล้ายคลงึ และความแตกต่างของ แตกต่างของวัฒนธรรมไทย และ วัฒนธรรมไทย และวัฒนธรรมของ วฒั นธรรมของประเทศในภูมิภาคเอเชีย ประเทศในภมู ิภาคเอเชียวฒั นธรรม เพ่ือนาไปสคู่ วามเข้าใจอนั ดีระหว่างกัน เปน็ ป๎จจยั สาคัญในการสรา้ งความเขา้ ใจ อันดีระหวา่ งกนั ม.๓ ๑. อธบิ ายความแตกต่างของการกระทา  ลักษณะการกระทาความผดิ ทางอาญา ความผิดระหวา่ งคดีอาญาและคดีแพง่ และโทษ  ลกั ษณะการกระทาความผดิ ทางแพ่ง และโทษ  ตวั อย่างการกระทาความผดิ ทางอาญา เช่น ความผดิ เกยี่ วกับทรัพย์  ตัวอย่างการทาความผดิ ทางแพ่ง เชน่ การทาผดิ สญั ญา การทาละเมดิ ๒. มีส่วนร่วมในการปกปูองคุ้มครองผู้อ่นื  ความหมาย และความสาคัญของสิทธิ ตามหลกั สทิ ธมิ นุษยชน มนุษยชน  การมสี ว่ นรว่ มคุ้มครองสิทธมิ นุษยชน ตามรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย ตามวาระและโอกาสทเ่ี หมาะสม ๓. อนรุ กั ษว์ ัฒนธรรมไทยและเลอื กรบั  ความสาคญั ของวัฒนธรรมไทย วฒั นธรรมสากลทีเ่ หมาะสม ภมู ิป๎ญญาไทยและวัฒนธรรมสากล  การอนุรักษว์ ัฒนธรรมไทยและ ภมู ิป๎ญญาไทยท่เี หมาะสม  การเลือกรับวัฒนธรรมสากลที่เหมาะสม

339 ชัน้ ตัวชว้ี ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ๔. วิเคราะห์ป๎จจยั ทีก่ อ่ ใหเ้ กดิ ปญ๎ หาความ  ปจ๎ จัยท่กี ่อใหเ้ กิดความขัดแย้ง เช่น ขัดแย้งในประเทศ และเสนอแนวคิดใน การเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ การลดความขัดแย้ง สังคม ความเช่ือ  สาเหตปุ ๎ญหาทางสงั คม เชน่ ป๎ญหา ส่งิ แวดล้อม ป๎ญหายาเสพตดิ ป๎ญหา การทุจริต ป๎ญหาอาชญากรรม ฯลฯ  แนวทางความร่วมมอื ในการลดความ ขดั แย้งและการสร้างความสมานฉนั ท์ ๕. เสนอแนวคิดในการดารงชีวติ อยา่ งมี  ปจ๎ จัยที่ส่งเสรมิ การดารงชีวติ ใหม้ ี ความสุขในประเทศและสังคมโลก ความสขุ เช่น การอยรู่ ่วมกนั อยา่ งมี ขันตธิ รรม หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เหน็ คุณค่าในตนเอง รุ้จักมอง โลกในแงด่ ี สร้างทกั ษะทางอารมณ์ รจู้ กั บรโิ ภคดว้ ยปญ๎ ญา เลอื กรบั -ปฏเิ สธข่าว และวตั ถุต่างๆ ปรับปรุงตนเองและส่งิ ตา่ งๆใหด้ ีข้ึนอยเู่ สมอ

340 สาระท่ี ๒ หนา้ ที่พลเมือง มาตรฐาน ส ๒.๒ เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมป๎จจุบัน ยึดม่นั ศรัทธาและธารงรักษา ไวซ้ ึง่ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมุข ชน้ั ตวั ชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๑ ๑. บอกโครงสรา้ ง บทบาทและหน้าท่ขี อง  โครงสร้างของครอบครวั และความสัมพนั ธ์ สมาชกิ ในครอบครวั และโรงเรียน ของบทบาท หน้าท่ีของสมาชิกในครอบครวั  โครงสร้างของโรงเรียน ความสัมพนั ธข์ อง บทบาท หน้าที่ของสมาชกิ ในโรงเรยี น ๒. ระบุบทบาท สทิ ธิ หนา้ ท่ขี องตนเองใน  ความหมายและความแตกตา่ งของอานาจ ครอบครัวและโรงเรยี น ตามบทบาท สทิ ธิ หนา้ ท่ีในครอบครวั และ โรงเรยี น  การใช้อานาจในครอบครวั ตามบทบาท สิทธิหน้าท่ี ๓. มสี ่วนรว่ มในการตัดสินใจและทา  กิจกรรมตามกระบวนการประชาธิปไตยใน กิจกรรมในครอบครวั และโรงเรียนตาม ครอบครวั เช่น การแบ่งหน้าที่ความ กระบวนการประชาธิปไตย รบั ผดิ ชอบในครอบครัว การรับฟง๎ และ แสดงความคดิ เห็น  กจิ กรรมตามกระบวนการประชาธปิ ไตยใน โรงเรยี น เชน่ เลอื กหัวหนา้ ห้อง ประธาน ชมุ นุม ประธานนักเรียน ป.๒ ๑. อธบิ ายความสัมพันธข์ องตนเอง และ  ความสัมพันธ์ของตนเอง และสมาชกิ ใน สมาชิกในครอบครวั ในฐานะเป็นสว่ นหนงึ่ ครอบครัวกับชมุ ชน เช่น การช่วยเหลอื ของชุมชน กิจกรรมของชุมชน ๒. ระบผุ ู้มบี ทบาท อานาจในการตัดสินใจ  ผมู้ บี ทบาท อานาจในการตัดสนิ ใจ ในโรงเรียน และชุมชน ในโรงเรยี น และชมุ ชน เช่น ผบู้ รหิ าร สถานศึกษา ผู้นาท้องถ่ิน กานัน ผใู้ หญ่บ้าน ป.๓ ๑. ระบบุ ทบาทหน้าท่ีของสมาชกิ ของ  บทบาทหนา้ ท่ีของสมาชกิ ในชุมชน ชุมชนในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง  การมีสว่ นรว่ มในกิจกรรมตา่ ง ๆ ตาม ๆ ตามกระบวนการประชาธิปไตย กระบวนการประชาธปิ ไตย ๒. วิเคราะหค์ วามแตกตา่ งของ  การออกเสยี งโดยตรงและการเลอื กตัวแทน กระบวนการการตดั สินใจในชั้นเรยี น/ ออกเสยี ง โรงเรยี นและชุมชนโดยวิธกี ารออกเสยี ง โดยตรงและการเลือกตวั แทนออกเสยี ง

341 ชั้น ตวั ช้ีวัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๓. ยกตวั อยา่ งการเปลย่ี นแปลงในชั้น  การตัดสินใจของบุคคลและกลุ่มท่มี ผี ลตอ่ เรียน/โรงเรยี นและชมุ ชนทเ่ี ป็นผลจากการ การเปล่ยี นแปลงในชั้นเรยี น โรงเรยี น และ ตัดสินใจของบคุ คลและกลุ่ม ชุมชน - การเปลี่ยนแปลงในชัน้ เรียน เชน่ การเลือกหวั หนา้ หอ้ ง การเลือก คณะกรรมการหอ้ งเรียน - การเปลย่ี นแปลงในโรงเรียน เช่น เลือก  ประธานนักเรยี น เลือกคณะกรรมการ นกั เรียน  การเปล่ียนแปลงในชมุ ชน เช่น การเลือก ผใู้ หญ่บา้ น กานนั สมาชกิ อบต. อบจ. ป.๔ ๑. อธบิ ายอานาจอธปิ ไตยและความสาคัญ  อานาจอธิปไตย ของระบอบประชาธปิ ไตย  ความสาคญั ของการปกครองตามระบอบ ประชาธิปไตย ๒. อธิบายบทบาทหนา้ ท่ีของพลเมอื งใน  บทบาทหนา้ ที่ของพลเมืองในกระบวนการ กระบวนการเลือกต้ัง เลอื กต้งั ท้ังก่อนการเลือกต้ัง ระหวา่ งการ เลอื กต้งั หลงั การเลือกตั้ง ๓. อธิบายความสาคัญของสถาบัน  สถาบันพระมหากษตั รยิ ์ในสังคมไทย พระมหากษัตริยต์ ามระบอบประชาธิปไตย  ความสาคญั ของสถาบันพระมหากษตั รยิ ์ใน อันมีพระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมขุ สังคมไทย ป.๕ ๑. อธิบายโครงสรา้ ง อานาจ หน้าทแ่ี ละ  โครงสร้างการปกครองในท้องถน่ิ เชน่ ความสาคญั ของการปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ อบต. อบจ. เทศบาล และการปกครอง พิเศษ เช่น พัทยา กทม.  อานาจหน้าท่ีและความสาคัญของ การปกครองสว่ นท้องถน่ิ ๒. ระบุบทบาทหนา้ ท่ี และวิธีการเข้าดารง  บทบาทหนา้ ที่ และวิธกี ารเขา้ ดารงตาแหนง่ ตาแหน่งของผ้บู ริหารท้องถิน่ ของผบู้ รหิ ารท้องถิ่น เช่นนายก อบต. นายกเทศมนตรี นายก อบจ. ผวู้ ่า ราชการ กทม. ๓. วเิ คราะห์ประโยชน์ทช่ี มุ ชน จะไดร้ บั  องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ กับบริการ จากองค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ สาธารณประโยชนใ์ นชมุ ชน ป.๖ ๑. เปรียบเทยี บบทบาท หน้าที่ของ  บทบาท หนา้ ที่ ขององค์กรปกครองส่วน องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ และรฐั บาล ทอ้ งถ่นิ และรัฐบาล ๒. มสี ว่ นรว่ มในกจิ กรรมตา่ งๆ ทสี่ ง่ เสรมิ  กจิ กรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริม ประชาธปิ ไตย ประชาธปิ ไตยในท้องถนิ่ และประเทศ ในท้องถน่ิ และประเทศ

342 ชั้น ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง ๓. อภิปรายบทบาท ความสาคญั ในการใช้  การมสี ว่ นในการออกกฎหมาย ระเบียบ สทิ ธอิ อกเสยี งเลือกตง้ั ตามระบอบ กติกา การเลือกตั้ง ประชาธิปไตย  สอดสอ่ งดูแลผู้มพี ฤตกิ รรมการกระทาผิด การเลือกตงั้ และแจ้งตอ่ เจา้ หนา้ ที่ ผรู้ บั ผดิ ชอบ  ตรวจสอบคุณสมบตั ิ  การใชส้ ิทธิออกเสียงเลือกตง้ั ตามระบอบ ประชาธปิ ไตย ม.๑ ๑. อธิบายหลักการ เจตนารมณ์ โครงสรา้ ง  หลกั การ เจตนารมณ์ โครงสรา้ ง และ และสาระสาคัญของรัฐธรรมนญู แห่ง สาระสาคัญของรัฐธรรมนญู แห่ง ราชอาณาจกั รไทย ฉบบั ป๎จจบุ นั ราชอาณาจกั รไทย ฉบับปจ๎ จุบนั โดยสังเขป ๒. วเิ คราะหบ์ ทบาทการถ่วงดุลของ  การแบง่ อานาจ และการถว่ งดลุ อานาจ อานาจอธิปไตยในรฐั ธรรมนญู แห่ง อธปิ ไตยทั้ง ๓ ฝาุ ย คอื นิตบิ ญั ญตั ิ บรหิ าร ราชอาณาจักรไทย ฉบบั ป๎จจุบัน ตุลาการ ตามท่รี ะบใุ นรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทยฉบับปจ๎ จบุ ัน ๓. ปฏิบตั ิตนตามบทบัญญตั ขิ อง  การปฏบิ ัติตนตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย ฉบบั รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับ ปจ๎ จบุ นั ที่เกยี่ วข้องกับตนเอง ป๎จจุบัน เก่ยี วกับสทิ ธิ เสรภี าพและหนา้ ที่ ม.๒ ๑. อธิบายกระบวนการในการตรา  กระบวนการในการตรากฎหมาย กฎหมาย - ผมู้ ีสิทธิเสนอร่างกฎหมาย - ขนั้ ตอนการตรากฎหมาย - การมีสว่ นรว่ มของประชาชนใน กระบวนการตรากฎหมาย ๒. วเิ คราะห์ข้อมลู ข่าวสารทางการเมือง  เหตุการณ์ และการเปล่ยี นแปลงสาคัญของ การปกครองทมี่ ีผลกระทบต่อสังคมไทย ระบอบการปกครองของไทย สมยั ปจ๎ จุบนั  หลกั การเลอื กข้อมูล ข่าวสาร ม.๓ ๑. อธบิ ายระบอบการปกครองแบบตา่ งๆ  ระบอบการปกครอง แบบต่างๆ ทีใ่ ช้ในยุค ทใ่ี ชใ้ นยคุ ป๎จจบุ นั ปจ๎ จุบัน เชน่ การปกครองแบบ  เผด็จการ การปกครองแบบประชาธปิ ไตย  เกณฑ์การตัดสินใจ ๒. วิเคราะห์ เปรยี บเทยี บระบอบการ  ความแตกต่าง ความคลา้ ยคลึงของการ ปกครองของไทยกับประเทศอ่ืนๆ ท่ีมกี าร ปกครองของไทย กับประเทศอ่ืนๆ ที่มี ปกครองระบอบประชาธิปไตย การปกครองระบอบประชาธิปไตย

343 ชน้ั ตัวชี้วัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ๓. วิเคราะหร์ ฐั ธรรมนูญฉบับป๎จจบุ ันใน  บทบญั ญัตขิ องรัฐธรรมนญู ในมาตราตา่ งๆ มาตราต่างๆ ท่ีเกี่ยวข้องกบั การเลอื กตงั้ ทีเ่ ก่ยี วข้องกบั การเลือกตง้ั การมสี ว่ นรว่ ม การมีส่วนรว่ ม และการตรวจสอบการใช้ และการตรวจสอบการใชอ้ านาจรัฐ อานาจรัฐ  อานาจหน้าท่ีของรัฐบาล  บทบาทสาคญั ของรัฐบาลในการบริหาร ราชการแผน่ ดนิ  ความจาเป็นในการมรี ฐั บาลตามระบอบ ประชาธปิ ไตย ๔. วิเคราะห์ประเด็น ป๎ญหาที่เปน็  ประเด็น ป๎ญหาและผลกระทบทเ่ี ป็น อปุ สรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตยของ อปุ สรรคตอ่ การพฒั นาประชาธิปไตยของ ประเทศไทยและเสนอแนวทางแก้ไข ประเทศไทย  แนวทางการแกไ้ ขปญ๎ หา สาระที่ ๓ เศรษฐศาสตร์ มาตรฐาน ส ๓.๑ เข้าใจและสามารถบรหิ ารจัดการทรัพยากรในการผลติ และการบริโภค การใช้ ทรัพยากร ทมี่ อี ยู่จากัดได้อย่างมปี ระสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทัง้ เข้าใจหลักการของ เศรษฐกจิ พอเพยี ง เพื่อการดารงชีวิตอย่างมดี ลุ ยภาพ ช้นั ตัวช้วี ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ป.๑ ๑. ระบสุ ินคา้ และบรกิ ารที่ใช้ประโยชนใ์ น  สนิ คา้ และบรกิ ารที่ใช้อยู่ในชวี ิตประจาวนั ชวี ิตประจาวนั เชน่ ดนิ สอ กระดาษ ยาสีฟ๎น  สินคา้ และบรกิ ารท่ีไดม้ าโดยไม่ใช้เงนิ เชน่ มี ผ้ใู ห้หรอื การใช้ของแลกของ  สนิ คา้ และบรกิ ารที่ได้มาจากการใช้เงินซื้อ  ใช้ประโยชน์จากสนิ คา้ และบริการให้ค้มุ คา่ ๒. ยกตัวอยา่ งการใชจ้ ่ายเงินในชีวิต  การใชจ้ ่ายเงนิ ในชีวิตประจาวนั เพื่อซือ้ สินค้า ประจาวนั ทไี่ ม่เกินตัวและเห็นประโยชน์ และบรกิ าร ของการออม  ประโยชน์ของการใชจ้ า่ ยเงนิ ท่ีไม่เกนิ ตวั  ประโยชน์ของการออม  โทษของการใช้จา่ ยเงินเกนิ ตวั  วางแผนการใช้จา่ ย

344 ชั้น ตวั ชวี้ ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ๓. ยกตวั อย่างการใช้ทรัพยากรใน  ทรพั ยากรท่ีใช้ในชีวิตประจาวนั เชน่ ดินสอ ชวี ิตประจาวนั อย่างประหยดั กระดาษ เส้อื ผา้ อาหาร  ทรพั ยากรส่วนรวม เช่น โตะ๊ เกา้ อ้ี นักเรยี น สาธารณูปโภคตา่ ง ๆ  วธิ กี ารใช้ทรัพยากรทงั้ ของส่วนตัวและ สว่ นรวมอยา่ งถกู ต้อง และประหยดั และ คมุ้ คา่ ป.๒ ๑. ระบุทรพั ยากรที่นามาผลิตสินคา้ และ  ทรัพยากรท่ีนามาใช้ในการผลิตสินคา้ และ บรกิ ารที่ใช้ในชีวิตประจาวัน บรกิ ารท่ใี ช้ในครอบครวั และโรงเรยี น เช่น ดนิ สอและกระดาษทผี่ ลติ จากไม้ รวมทัง้ เครอ่ื งจักรและแรงงานการผลติ  ผลของการใชท้ รัพยากรในการผลิตที่ หลากหลายทม่ี ตี ่อราคา คุณค่าและประโยชน์ ของสินค้าและบริการ รวมทั้งสิ่งแวดล้อม ๒. บอกที่มาของรายได้และรายจ่ายของ  การประกอบอาชีพของครอบครวั ตนเองและครอบครวั  การแสวงหารายไดท้ ่สี ุจริตและเหมาะสม  รายได้และรายจ่ายในภาพรวมของครอบครวั  รายได้และรายจา่ ยของตนเอง ๓. บนั ทกึ รายรบั รายจา่ ยของตนเอง  วธิ กี ารทาบญั ชีรายรบั รายจ่ายของตนเอง อย่างง่าย ๆ  รายการของรายรับท่เี ป็นรายไดท้ เ่ี หมาะสม และไม่เหมาะสม  รายการของรายจ่ายทเ่ี หมาะสมและ ไมเ่ หมาะสม ๔. สรุปผลดีของการใชจ้ ่ายทีเ่ หมาะสมกบั  ทีม่ าของรายได้ท่ีสจุ ริต รายได้และการออม  การใชจ้ ่ายทีเ่ หมาะสม  ผลดขี องการใชจ้ ่ายท่ีเหมาะสมกบั รายได้  การออมและผลดขี องการออม  การนาเงนิ ทเ่ี หลือมาใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ เชน่ การช่วยเหลอื สาธารณกุศล

345 ชนั้ ตวั ชว้ี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ป.๓ ๑. จาแนกความตอ้ งการและความจาเป็น  สินคา้ ท่ีจาเปน็ ในการดารงชวี ติ ที่ เรียกวา่ ในการใช้สนิ ค้าและบรกิ ารในการดารง ปจ๎ จยั ๔ ชีวิต  สนิ ค้าท่เี ปน็ ความต้องการของมนุษย์อาจ เป็นสินค้าทจี่ าเปน็ หรือไมจ่ าเป็นตอ่ การ ดารงชวี ิต  ประโยชน์และคุณค่าของสนิ คา้ และบรกิ าร ทีส่ นองความต้องการของมนุษย์  หลักการเลือกสินค้าที่จาเป็น  ความหมายของผ้ผู ลติ และผบู้ รโิ ภค ๒. วิเคราะหก์ ารใช้จ่ายของตนเอง  ใชบ้ ัญชีรบั จ่ายวิเคราะห์การใช้จ่ายทจี่ าเป็น และเหมาะสม  วางแผนการใชจ้ ่ายเงนิ ของตนเอง  วางแผนการแสวงหารายไดท้ ่ีสุจรติ และ เหมาะสม  วางแผนการนาเงินที่เหลือจ่ายมาใชอ้ ยา่ ง เหมาะสม ๓.อธิบายไดว้ ่าทรพั ยากรที่มีอยจู่ ากดั มผี ล  ความหมายของผผู้ ลิตและผู้บริโภค ตอ่ การผลิตและบริโภคสนิ คา้ และบริการ  ความหมายของสนิ ค้าและบรกิ าร  ป๎ญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจท่เี กิดจากความ หายากของทรัพยากรกบั ความตอ้ งการของ มนษุ ยท์ ี่มไี มจ่ ากดั ป.๔ ๑. ระบุปจ๎ จัยทม่ี ีผลต่อการเลือกซื้อสินค้า  สินค้าและบริการที่มอี ยู่หลากหลายในตลาดท่ี และบริการ มีความแตกตา่ งด้านราคาและคณุ ภาพ  ป๎จจัยที่มผี ลตอ่ การเลอื กซ้ือสินค้าและบริการ ทม่ี ีมากมาย ซึง่ ข้นึ อยู่กับผ้ซู อื้ ผู้ขาย และ ตัวสนิ คา้ เช่น ความพึงพอใจของผซู้ ้ือ ราคา สินค้า การโฆษณา คณุ ภาพของสนิ ค้า ๒. บอกสิทธพิ ้นื ฐานและรักษา  สทิ ธิพ้นื ฐานของผบู้ ริโภค ผลประโยชนข์ องตนเองในฐานะผู้บรโิ ภค  สินค้าและบริการที่มเี ครื่องหมายรับรอง คณุ ภาพ  หลักการและวิธีการเลือกบรโิ ภค ๓. อธบิ ายหลกั การของเศรษฐกิจพอเพียง  หลักการของเศรษฐกิจพอเพยี ง และนาไปใชใ้ นชีวิตประจาวันของตนเอง  การประยกุ ต์ใชเ้ ศรษฐกจิ พอเพียงในการ ดารงชีวติ เชน่ การแตง่ กาย การกนิ อาหาร การใชจ้ ่าย

346 ชน้ั ตัวช้วี ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ป.๕ ๑. อธิบายปจ๎ จัยการผลิตสินคา้ และบรกิ าร  ความหมายและประเภทของป๎จจัยการผลิต ประกอบด้วย ทดี่ นิ แรงงาน ทุนและ ผู้ประกอบการ  เทคโนโลยใี นการผลติ สินค้าและบริการ  ปจ๎ จัยอื่น ๆ เช่น ราคานา้ มัน วัตถุดิบ  พฤติกรรมของผบู้ รโิ ภค  ตวั อยา่ งการผลิตสินคา้ และบริการที่มอี ยู่ใน ท้องถนิ่ หรอื แหลง่ ผลิตสินค้าและบรกิ ารใน ชมุ ชน ๒. ประยุกต์ใช้แนวคดิ ของปรัชญาของ  หลักการปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกจิ พอเพยี งในการทากิจกรรม  การประยกุ ต์ใช้ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ตา่ ง ๆ ในครอบครวั โรงเรียนและชุมชน ในกิจกรรมต่าง ๆ ในครอบครัว โรงเรียนและ ชมุ ชน เชน่ การประหยดั พลังงานและ ค่าใชจ้ ่ายในบา้ น โรงเรยี น การวางแผนการ ผลติ สนิ ค้าและบริการเพ่ือลดความสูญเสียทุก ประเภท การใช้ภิป๎ญญาทอ้ งถน่  ตัวอยา่ งการผลติ สินค้าและบริการในชุมชน เชน่ หนง่ึ ตาบลหนง่ึ ผลิตภณั ฑ์หรือโอท๊อป ๓. อธบิ ายหลักการสาคัญและประโยชน์  หลกั การและประโยชนข์ องสหกรณ์ ของสหกรณ์  ประเภทของสหกรณ์โดยสังเขป  สหกรณ์ในโรงเรียน (เน้นฝกึ ปฏิบตั จิ รงิ )  การประยุกต์หลกั การของสหกรณม์ าใชใ้ น ชีวติ ประจาวนั ป.๖ ๑. อธบิ ายบทบาทของผู้ผลิตที่มีความ  บทบาทของผผู้ ลติ ท่มี ีคุณภาพ เชน่ รับผดิ ชอบ คานงึ ถงึ ส่งิ แวดลอ้ ม มจี รรยาบรรณ ความรับผดิ ชอบต่อสังคม วางแผนกอ่ นเร่มิ ลง มอื ทากจิ กรรมต่าง ๆ เพื่อลดความผิดพลาด และการสูญเสยี ฯลฯ  ทศั นคติในการใชท้ รัพยากรอยา่ งมี ประสิทธภิ าพและประสทิ ธิผล  ประโยชนข์ องการผลิตสินคา้ ทีม่ ีคุณภาพ ๒. อธบิ ายบทบาทของผ้บู รโิ ภค  คุณสมบัตขิ องผบู้ ริโภคท่ีดี ที่รู้เท่าทัน  พฤติกรรมของผ้บู ริโภคท่ีบกพร่อง  คณุ คา่ และประโยชนข์ องผบู้ รโิ ภคทรี่ เู้ ท่าทันที่ มตี ่อตนเอง ครอบครวั และสงั คม

ชั้น ตวั ชีว้ ดั 347 ๓. บอกวธิ ีและประโยชน์ของการใช้ ทรพั ยากรอยา่ งย่ังยนื สาระการเรยี นรู้แกนกลาง  ความหมาย และความจาเป็นของทรัพยากร  หลกั การและวิธีใช้ทรพั ยากรใหเ้ กดิ ประโยชน์ สูงสดุ (ลดการสญู เสียทุกประเภท)  วิธีการสร้างจติ สานึกใหค้ นในชาตริ คู้ ุณค่าของ ทรพั ยากรทม่ี ีอยู่จากดั  วางแผนการใช้ทรัพยากร โดยประยุกต์เทคนิค และวิธีการใหม่ ๆ ให้เกิดประโยชนแ์ กส่ งั คม และประเทศชาติ และทันกับสภาพทาง เศรษฐกิจและสังคม ม.๑ ๑. อธบิ ายความหมายและความสาคัญ  ความหมายและความสาคัญของ ของเศรษฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น  ความหมายของคาวา่ ทรัพยากรมีจากัดกับ ความต้องการมีไมจ่ ากัด ความขาดแคลน การเลือกและค่าเสียโอกาส ๒. วิเคราะหค์ า่ นยิ มและพฤติกรรมการ  ความหมายและความสาคญั ของการบริโภค บริโภคของคนในสังคมซง่ึ สง่ ผลต่อ เศรษฐกจิ ของชมุ ชนและประเทศ อย่างมปี ระสิทธิภาพ  หลกั การในการบรโิ ภคที่ดี  ป๎จจยั ทม่ี ีอิทธพิ ลต่อพฤติกรรมการบริโภค  ค่านยิ มและพฤติกรรมของการบริโภคของคน ในสังคมป๎จจบุ นั รวมท้ังผลดแี ละผลเสียของ พฤติกรรมดังกล่าว ๓. อธบิ ายความเป็นมาหลกั การและ  ความหมายและความเป็นมาของปรัชญาของ ความสาคญั ของปรัชญาของเศรษฐกิจ เศรษฐกจิ พอเพยี ง พอเพยี งต่อสงั คมไทย  ความเป็นมาของเศรษฐกิจพอเพยี ง และ หลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวรวมทัง้ โครงการตาม พระราชดาริ  หลกั การของเศรษฐกจิ พอเพยี ง  การประยกุ ตใ์ ชป้ รัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ใน การดารงชีวติ  ความสาคญั คณุ คา่ และประโยชนข์ องปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงต่อสังคมไทย

348 ชนั้ ตัวชี้วัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง ม.๒ ๑. วิเคราะห์ปจ๎ จัยที่มผี ลต่อการลงทุนและ  ความหมายและความสาคัญของการลงทนุ การออม และการออมตอ่ ระบบเศรษฐกจิ  การบริหารจัดการเงินออมและการลงทนุ ภาคครวั เรือน  ปจ๎ จยั ของการลงทุนและการออมคือ อัตรา ดอกเบยี้ รวมทั้งป๎จจยั อืน่ ๆ เช่น ค่าของเงิน เทคโนโลยี การคาดเดาเก่ยี วกับอนาคต  ปญ๎ หาของการลงทนุ และการออมใน สังคมไทย ๒. อธบิ ายปจ๎ จัยการผลติ สินค้าและบรกิ าร  ความหมาย ความสาคัญ และหลกั การผลิต และปจ๎ จยั ที่มีอทิ ธิพลตอ่ การผลติ สินคา้ สนิ ค้าและบรกิ ารอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ และบริการ  สารวจการผลิตสนิ ค้าในท้องถน่ิ วา่ มกี ารผลิต อะไรบา้ ง ใช้วิธีการผลติ อย่างไร มปี ๎ญหา ด้านใดบา้ ง  มีการนาเทคโนโลยีอะไรมาใชท้ ีม่ ีผลต่อ การผลติ สินค้าและบริการ  นาหลักการผลติ มาวิเคราะห์การผลติ สินค้า และบริการในท้องถิ่นทงั้ ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอ้ ม ๓. เสนอแนวทางการพัฒนาการผลิตใน  หลักการและเปูาหมายปรัชญาของเศรษฐกิจ ทอ้ งถน่ิ ตามปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง พอเพียง  สารวจและวิเคราะห์ปญ๎ หาการผลิตสินคา้ และบรกิ ารในทอ้ งถนิ่  ประยกุ ต์ใชป้ รัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งใน การผลติ สินคา้ และบริการในท้องถ่ิน ๔. อภปิ รายแนวทางการคุ้มครองสทิ ธขิ อง  การรักษาและคุ้มครองสิทธปิ ระโยชนข์ อง ตนเองในฐานะผบู้ รโิ ภค ผู้บรโิ ภค  กฎหมายคุ้มครองสิทธผิ ้บุ ริโภคและหนว่ ยงาน ทเี่ ก่ยี วข้อง  การดาเนินกิจกรรมพิทักษ์สทิ ธิและ ผลประโยชนต์ ามกฎหมายในฐานะผ้บู รโิ ภค  แนวทางการปกปูองสิทธิของผบู้ รโิ ภค


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook