ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๐ ชัน้ ป.๔ หนว่ ยท่ี ๑ เรือ่ งจานวนนบั และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ช่วั โมง 241 หน่วยย่อยท่ี ๑.๓ กำรคณู กำรหำร ข้นั สอน จำกประโยคสัญลักษณ์กำรหำร ดงั นี้ 3. ครแู ละนักเรียนช่วยกนั หำจำนวนนับที่แทน ÷ 17 = 12 จำกประโยคสญั ลกั ษณ์กำรหำรให้หำวำ่ จำนวนใดหำรดว้ ย 17 แลว้ ไดผ้ ลลพั ธ์เป็น 12 นกั เรยี นมี วธิ ีกำรหำจำนวนนบั ท่แี ทน ไดอ้ ย่ำงไร วิธีทา เนือ่ งจำก ÷ 17 = 12 จะได้ = 17 × 12 = 204 จำนวนนบั ทแ่ี ทน คอื 204 ตอบ ๒๐๔ - นักเรยี นมีวิธตี รวจสอบได้อย่ำงไร (นำ 17 ไปหำร 204 จะได้ 12 ดงั น้นั 204 ÷ 17 = 12) 4. นกั เรยี นช่วยกันหำจำนวนนับที่แทน จำกประโยคสัญลกั ษณ์กำรหำร ดงั น้ี 145 ÷ = 5 วิธีทา เน่อื งจำก 145 ÷ = 5 และ 145 = 5 × จะได้ = 145 ÷ 5 = 29 จำนวนนบั ที่แทน คือ 29 ตอบ ๒๙ - นกั เรยี นมีวิธตี รวจสอบได้อยำ่ งไร (นำ 29 ไปหำร 145 จะได้ 5 ดงั นั้น 145 ÷ 29 = 5)
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี ๔๐ ช้ัน ป.๔ หน่วยท่ี ๑ เรื่องจานวนนบั และการบวก การลบ การคณู การหาร เวลา ๑ ช่วั โมง 242 หน่วยยอ่ ยที่ ๑.๓ กำรคณู กำรหำร 5. แบง่ นักเรยี นออกเป็นกลุ่ม กล่มุ ละ 3 – 4 คน ให้แต่ละกลุ่ม หำจำนวนนับที่แทน จำกประโยคสญั ลกั ษณ์กำรหำรดังน้ี ÷ 34 = 6 - นักเรยี นอ่ำนประโยคสญั ลกั ษณ์กำรหำรได้อยำ่ งไร (34 ไปหำรจำนวนนบั ใด มคี ่ำเทำ่ กับ 6) นักเรยี นแต่ละกลุ่มแสดงวิธีทำในกระดำษท่ีครแู จกให้ เมอ่ื ทำเสรจ็ แล้วแต่ละกลุม่ สง่ ตัวแทนนำเสนอ ผลงำน ต่อจำกน้นั ครูตรวจสอบผลงำนแต่ละกล่มุ ดังนี้ วธิ ที า เนอื่ งจำก ÷ 34 = 6 จะได้ = 34 × 6 = 204 จำนวนนบั ท่ีแทน คอื 204 ตอบ ๒๐๔ นกั เรียนสำมำรถตรวจสอบคำตอบได้อย่ำงไร (นำ 34 ไปหำร 204 ได้ 6 ดงั นัน้ 204 ÷ 34 = 6) 6. นักเรยี นทำแบบฝึกหัด 1.40 ขอ้ 1 – 4 เป็นกำรบ้ำน ขนั้ สรุป 7. ครแู ละนักเรยี นช่วยกันสรุปควำมสัมพนั ธ์ระหว่ำงกำรคูณและกำรหำรได้วำ่ - ตัวตั้ง = ตัวหำร × ผลหำร - เรำสำมำรถหำค่ำของตัวไม่ทรำบคำ่ ในประโยคสญั ลักษณ์กำรหำรได้โดยใชค้ วำมสมั พันธข์ อง กำรคณู และกำรหำร
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๔๑ แนวการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ 243 ข้นั นำ เขยี นประโยคสญั ลกั ษณจ์ ำกสถำนกำรณท์ ี่กำหนดให้ ข้นั สอน วเิ ครำะห์และหำคำตอบของโจทยป์ ัญหำกำรคูณ กำรหำร ทำแบบฝึกหดั 1.41 พรอ้ มเฉลยคำตอบ ข้ันสรุป ครูและนกั เรยี นชว่ ยกนั สรุปวำ่ กำรแกโ้ จทยป์ ญั หำจำเป็นตอ้ งทำควำมเข้ำใจปัญหำแลว้ วิเครำะห์โจทย์ปัญหำเปน็ ขน้ั ตอน เพือ่ เป็นกำรวำงแผนแกป้ ญั หำ หำคำตอบ แล้วตรวจสอบควำมสมเหตสุ มผลของคำตอบทไี่ ด้ กำรวัดและประเมนิ ผล ประเมินกำรตอบคำถำมและกำรทำแบบฝึกหัด ประเมินทกั ษะและกระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ดำ้ นกำรสอ่ื สำรสอ่ื ควำมหมำยทำงคณิตศำสตร์
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลุม่ สาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๔๑ ชั้น ป.๔ หนว่ ยที่ ๑ เร่ืองจานวนนบั และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ช่วั โมง 244 หน่วยยอ่ ยท่ี ๑.๓ กำรคูณกำรหำร ส่ือ/แหลง่ เรียนรู้ ขอบเขตเนือ้ หา กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. แบบฝึกหัด 1.41 โจทย์ปัญหำกำรคณู กำรหำร ข้นั นา 2. แถบโจทยป์ ญั หำ สาระสาคญั 1. นักเรยี นพิจำรณำสถำนกำรณโ์ จทยป์ ัญหำตอ่ ไปน้ี แลว้ ตอบคำถำม การประเมิน 1. กำรสอนโจทย์ปัญหำ ครคู วรฝึกให้ 1. วธิ กี าร นกั เรยี นทำควำมเขำ้ ใจปัญหำแล้ว 1. แมค่ ้ำซอ้ื รองเท้ำมำ 60 คู่ แลว้ ซื้อมำเพ่มิ อีก 35 คู่ แมค่ ำ้ มีรองเทำ้ ทัง้ หมดกี่คู่ วิเครำะหโ์ จทย์ปัญหำน้ันเป็นข้ันตอน จำกสถำนกำรณ์เขยี นเปน็ ประโยคสญั ลักษณ์เพ่ือหำคำตอบได้อยำ่ งไร 1.1 สงั เกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้ เพ่ือเป็นกำรวำงแผนแก้ปญั หำ (60 + 35 = ) 1.2 ตรวจผลงำนจำกแบบฝึกหัด 2. นักเรียนดำเนินกำรแก้ปัญหำ หำ 2. เครอื่ งมอื คำตอบ และตรวจสอบว่ำคำตอบ 2. แม่คำ้ มีรองเทำ้ 95 คู่ ขำยไป 12 คู่ แมค่ ้ำเหลือรองเท้ำก่ีคู่ 2.1 แบบประเมินทักษะและ สมเหตสุ มผลหรือไม่ เพื่อเปน็ กำร จำกสถำนกำรณ์เขียนเปน็ ประโยคสญั ลักษณ์เพื่อหำคำตอบได้อยำ่ งไร ตรวจสอบเบือ้ งตน้ ว่ำ คำตอบมีควำม (95 – 12 = ) กระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ เปน็ ไปไดห้ รือไม่ อย่ำงไร 2.2 แบบฝึกหัด 1.41 3. แม่คำ้ ขำยรองเทำ้ คลู่ ะ 99 บำท จำนวน 12 คู่ แม่คำ้ ได้เงินทงั้ หมดก่บี ำท 3. เกณฑ์ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ จำกสถำนกำรณเ์ ขียนเป็นประโยคสญั ลักษณ์เพื่อหำคำตอบได้อย่ำงไร 3.1 ผลงำนมีควำมถกู ต้อง ดา้ นความรู้ (12 × 99 = ) ไม่น้อยกวำ่ ร้อยละ 80 เพื่อให้นกั เรยี นสำมำรถ วเิ ครำะห์ 4. แม่ค้ำใชเ้ งนิ 1,188 บำท ซ้อื รองเทำ้ 12 คู่ รำคำคู่ละเทำ่ ๆ กัน 3.2 คะแนนรวมด้ำนทักษะและ โจทยป์ ญั หำ หำคำตอบ โจทย์ปัญหำ รองเท้ำรำคำคู่ละก่บี ำท เกีย่ วกับกำรคณู และกำรหำร พร้อมท้งั จำกสถำนกำรณเ์ ขยี นเปน็ ประโยคสัญลักษณ์เพ่ือหำคำตอบได้อยำ่ งไร กระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ ตระหนักถึงควำมสมเหตสุ มผล หรือ (1,188 12 = ) ไมน่ ้อยกวำ่ ร้อยละ 60 ควำมถกู ต้องของคำตอบ
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๔๑ ชั้น ป.๔ หน่วยที่ ๑ เร่อื งจานวนนบั และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ชั่วโมง 245 หน่วยยอ่ ยท่ี ๑.๓ กำรคณู กำรหำร ดา้ นทกั ษะกระบวนการทาง ขั้นสอน คณิตศาสตร์ 2. ครูติดแถบโจทยป์ ัญหำ ให้นกั เรียนวิเครำะหโ์ จทย์ และตอบคำถำมดงั นี้ เพ่ือใหน้ กั เรยี นสามารถ แม่คำ้ ขำยเสอื้ ได้ 55 ตัว เส้ือรำคำตวั ละ 279 บำท 1. แกป้ ญั หา แม่คำ้ ขำยเสอื้ ไดเ้ งินเทำ่ ใด 2. ใหเ้ หตุผล ครูตง้ั คำถำมเพ่ือฝึกกำรวิเครำะห์ดังนี้ 3. สอ่ื สารและสือ่ ความหมายทาง - สิ่งท่โี จทย์ถำมคืออะไร (จำนวนเงินท่ไี ดจ้ ำกกำรขำยเสื้อ) - สง่ิ ท่ีโจทย์บอกคืออะไร (จำนวนเส้ือท่ีขำยได้ 55 ตัว เส้ือรำคำตวั ละ 279 บำท) คณิตศาสตร์ - จะหำเงนิ ที่ไดจ้ ำกกำรขำยเส้ือไดอ้ ย่ำงไร (นำจำนวนเสือ้ ทีข่ ำยได้ คณู กับรำคำเส้ือ) - ทำไมจงึ ใชก้ ำรคูณ (เงินท่ีไดจ้ ำกกำรขำยเสื้อแตล่ ะตัวจะเพ่ิมขน้ึ คร้งั ละ 279 บำท) - เขยี นประโยคสญั ลักษณไ์ ด้อย่ำงไร (55 279 = ) - แมค่ ้ำขำยเสื้อไดเ้ งินเท่ำใด (15,345 บำท) - นกั เรียนตรวจสอบควำมสมเหตุสมผลของคำตอบไดอ้ ยำ่ งไร ถ้ำขำยเสือ้ 10 ตวั จะไดเ้ งนิ เท่ำใด (2,790 บำท) ถ้ำขำยเสื้อ 50 ตวั จะได้เงนิ เท่ำใด (13,950 บำท) ถำ้ ขำยเสอื้ 5 ตัว จะได้เงินเทำ่ ใด (1,395 บำท) ดงั นัน้ ขำยเส้อื 55 ตวั จะไดเ้ งิน 13,950 + 1,395 = 15,345 เปน็ คำตอบทถ่ี ูกตอ้ ง ในกำรหำคำตอบ ครแู นะนำประมำณคำตอบก่อน เพ่ือใหน้ ักเรียนทรำบว่ำ คำตอบท่ีได้ ใกลเ้ คยี งกบั จำนวนใด
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ ๔๑ ช้นั ป.๔ หนว่ ยที่ ๑ เร่อื งจานวนนบั และการบวก การลบ การคณู การหาร เวลา ๑ ช่วั โมง 246 หนว่ ยย่อยท่ี ๑.๓ กำรคณู กำรหำร เช่น 55 ใกล้เคียง 60 279 ใกลเ้ คยี ง 280 ซ่ึง 60 280 = 16,800 ดงั นนั้ คาตอบควรใกลเ้ คียง 16,800 - จะตรวจสอบได้อย่างไรวา่ 15,345 เป็นคาตอบทีถ่ ูกต้อง (ตรวจสอบความถกู ต้องด้วยเครอ่ื งคิดเลขจะได้ 55 279 = 15,345) 3. นกั เรียนพิจารณาและอ่านโจทย์ปัญหาที่ครูตดิ บนกระดานดา พร้อมชว่ ยกนั วเิ คราะหโ์ จทย์และ หาคาตอบดังน้ี ผู้ใจบญุ นำเงินมำ 18,750 บำท ตอ้ งกำรแจกเงินให้นกั เรยี นคนละ 150 บำท จะแจกเงนิ ใหน้ กั เรียนได้กี่คน ครูต้งั คาถามเพ่ือฝกึ การวเิ คราะห์โจทยด์ ังน้ี - สงิ่ ท่โี จทยถ์ ามคืออะไร (จานวนนกั เรยี นท่ีไดร้ บั เงิน) - สิง่ ท่โี จทย์บอกคอื อะไร (จานวนเงินท่มี ี 18,750 บาท จานวนเงนิ ท่ีแจกให้นกั เรยี นคนละ 150 บาท) - จะหาจานวนนักเรยี นท่ไี ดร้ ับเงินได้อย่างไร (นาจานวนเงนิ ทัง้ หมด หารดว้ ย จานวนเงินท่ีให้นกั เรยี นแต่ละคน) - ทาไมจงึ ใชก้ ารหาร (จานวนเงนิ ที่มีอยู่จะลดไปครั้งละ 150 บาท) - เขยี นประโยคสัญลกั ษณ์ได้อย่างไร (18,750 ÷ 150 = ) - แจกให้นักเรียนได้กี่คน (125 คน)
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ ๔๑ ช้ัน ป.๔ หน่วยที่ ๑ เรื่องจานวนนบั และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ช่ัวโมง 247 หน่วยย่อยท่ี ๑.๓ กำรคณู กำรหำร - นกั เรยี นจะตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบได้อย่างไร ( - ให้เงินนกั เรียนคนละ 150 บาท ถ้าใหน้ ักเรียน 100 คน จะต้องใช้เงินไปเทา่ ไร (15,000 บาท) - ถ้าใหเ้ งนิ นกั เรียน 50 คน จะใช้เงินไป (7,500 บาท) - ถ้าให้เงนิ นักเรยี น 25 คน จะใช้เงินไป (3,750 บาท) ดังน้ัน เงิน 18,750 บาท ใหน้ ักเรียนคนละ 150 บาท จะใหน้ ักเรียนไดท้ ้ังหมด 125 คน (15,000 + 3,750) เป็นคาตอบทถ่ี ูกต้อง หรอื ใชก้ ารประมาณคาตอบทใ่ี กลเ้ คยี ง 18,750 ใกลเ้ คยี ง 20,000 150 ใกลเ้ คียง 200 ซง่ึ 20,000 ÷ 200 = 100 ดังน้นั คาตอบควรใกลเ้ คยี ง 100 ) - จะตรวจสอบได้อยา่ งไรวา่ 125 เป็นคาตอบทถ่ี ูกต้อง (ตรวจสอบความถกู ต้องดว้ ยเครื่องคิดเลขจะได้ 18,750 ÷ 150 = 125) 4. แบง่ นักเรยี นออกเป็นกลมุ่ กลมุ่ ละ 3 – 4 คน ใหแ้ ต่ละกลุ่มวเิ คราะหโ์ จทย์ และหาคาตอบจาก โจทยป์ ญั หา ดังน้ี พอ่ ค้ำซ้ือกงุ้ มำขำย 125 กิโลกรัม กุ้งรำคำกิโลกรมั ละ 350 บำท พอ่ คำ้ ต้องจ่ำยเงินทั้งหมดเท่ำใด ดำรำมเี งนิ 360 บำท ใช้เงินวันละเทำ่ ๆ กนั 24 วัน ดำรำใชเ้ งนิ วันละเทำ่ ใด
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๔๑ ชน้ั ป.๔ หน่วยท่ี ๑ เร่อื งจานวนนับ และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ชัว่ โมง 248 หน่วยยอ่ ยท่ี ๑.๓ กำรคูณกำรหำร เมือ่ นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ วิเครำะห์โจทยเ์ สร็จแลว้ ส่งตวั แทนเสนอผลงำน ครูและนักเรียนช่วยกันตรวจสอบควำมถูกตอ้ ง 5. ให้นักเรยี นทำแบบฝึกหดั 1.41 จำนวน 2 ขอ้ เป็นกำรบ้ำน ขน้ั สรปุ 6. ครนู ักเรยี นรว่ มกนั อภิปรำยสรปุ ดังนี้ กำรแก้โจทยป์ ญั หำ จำเปน็ ตอ้ งวิเครำะห์โจทย์ว่ำ - สิง่ ท่ีโจทยถ์ ำมคอื อะไร - ส่ิงทโ่ี จทยบ์ อกคอื อะไร - จะหำคำตอบไดโ้ ดยวธิ ีใด - เขียนเปน็ ประโยคสญั ลกั ษณ์ไดอ้ ยำ่ งไร - คำตอบคืออะไร - ควำมสมเหตสุ มผลของคำตอบเป็นอยำ่ งไร และตรวจสอบคำตอบ
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๔๒ แนวการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ 249 ข้นั นำ ทบทวนกำรวิเครำะห์โจทยป์ ัญหำกำรคณู กำรหำร ขน้ั สอน วเิ ครำะหแ์ ละหำคำตอบของโจทยป์ ญั หำกำรคณู กำรหำร ทำแบบฝกึ หัด 1.42 พรอ้ มเฉลยคำตอบ ขั้นสรปุ ครูและนกั เรยี นช่วยกนั สรุปว่ำ กำรแกโ้ จทยป์ ญั หำจำเป็นตอ้ งทำควำมเข้ำใจปญั หำแลว้ วเิ ครำะหโ์ จทย์ปัญหำเปน็ ข้ันตอน เพอ่ื เปน็ กำรวำงแผนแกป้ ัญหำ หำคำตอบ แลว้ ตรวจสอบควำมสมเหตสุ มผลของคำตอบทไ่ี ด้ กำรวัดและประเมินผล ประเมินกำรตอบคำถำมและกำรทำแบบฝึกหัด ประเมนิ ทกั ษะและกระบวนกำรทำงคณติ ศำสตรด์ ้ำนกำรสอื่ สำรสอื่ ควำมหมำยทำงคณติ ศำสตร์
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๔๒ ชั้น ป.๔ หน่วยที่ ๑ เร่ืองจานวนนบั และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ชั่วโมง 250 หน่วยย่อยที่ ๑.๓ กำรคูณกำรหำร ขอบเขตเน้ือหา กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอื่ /แหล่งเรียนรู้ โจทยป์ ัญหำกำรคูณและกำรหำร ขั้นนา 1. แถบโจทย์ปัญหำ 2. แบบฝกึ หัด 1.42 สาระสาคญั 1. ครทู บทวนการแก้กำรโจทยป์ ัญหำ โดยครตู ดิ แถบโจทยป์ ัญหำใหน้ ักเรียนวเิ ครำะหโ์ จทย์และหำคำตอบ กำรแกโ้ จทย์ปญั หำ เร่มิ จำกกำรทำ การประเมิน ดังน้ี 1. วธิ ีการ ควำมเข้ำใจปัญหำ วำงแผนแก้ปญั หำ แอนแบ่งขนมจีบ 300 ชิ้น ใหเ้ ด็ก 60 คน คนละเท่ำ ๆ กัน เดก็ จะได้รบั ขนมจบี ดำเนินกำรตำมแผน แสดงวธิ ีทำ และ 1.1 สังเกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้ ตรวจสอบควำมสมเหตุสมผลของ คนละก่ชี ้ิน 1.2 ตรวจผลงำนจำกแบบฝึกหดั คำตอบ 2. เครอื่ งมอื นกั เรยี นตอบคำถำม ดังน้ี 2.1 แบบประเมนิ ทักษะและ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ - สิง่ ที่โจทยถ์ ำมคืออะไร ดา้ นความรู้ กระบวนกำรทำงคณติ ศำสตร์ (จำนวนขนมจบี ทเ่ี ดก็ แตล่ ะคนจะได้รับ) 2.2 แบบฝึกหดั 1.42 เพื่อใหน้ ักเรียนสำมำรถ วิเครำะห์ - ส่งิ ท่ีโจทย์บอกคืออะไร 3. เกณฑ์ โจทย์ปัญหำ หำคำตอบ แสดงวิธีทำ 3.1 ผลงำนมีควำมถกู ต้อง โจทยป์ ัญหำเกย่ี วกบั กำรคณู และกำร (แอนแบ่งขนมจีบ 300 ชิ้น ให้เดก็ 60 คน คนละเท่ำ ๆ กนั ) หำร พร้อมทั้งตระหนักถึงควำม - จะหำจำนวนขนมจีบทเี่ ดก็ แต่ละคนจะได้รบั ได้อย่ำงไร ไมน่ อ้ ยกวำ่ ร้อยละ 80 สมเหตุสมผล หรอื ควำมถูกต้องของ 3.2 คะแนนรวมด้ำนทักษะและ คำตอบ (นำจำนวนขนมจบี ท้งั หมด หำรดว้ ยจำนวนเด็ก) - ทำไมจึงใช้กำรหำร (แอนแบง่ ขนมจีบใหเ้ ด็ก คนละเทำ่ ๆ กัน) กระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ - เขยี นเปน็ ประโยคสัญลกั ษณ์ได้อยำ่ งไร (300 ÷ 60 = ) ไมน่ ้อยกว่ำร้อยละ 60 - เดก็ จะได้รบั ขนมจบี คนละกช่ี ิ้น (5 ชนิ้ ) ขั้นสอน 2. จำกกจิ กรรมข้อ 1 นักเรยี นเขยี นประโยคสัญลักษณ์และช่วยกนั แสดงวิธที ำ โดยใหน้ ักเรียนบอกส่ิงที่ จะเขียน แล้วครูเขยี นบนกระดำนดำ ดังนี้ ประโยคสัญลกั ษณ์ 300 ÷ 60 =
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๔๒ ช้ัน ป.๔ หน่วยที่ ๑ เรอ่ื งจานวนนบั และการบวก การลบ การคณู การหาร เวลา ๑ ชัว่ โมง 251 หนว่ ยย่อยที่ ๑.๓ กำรคณู กำรหำร ดา้ นทักษะกระบวนการทาง วธิ ที า แอนมีขนมจบี 300 ชิ้น คณติ ศาสตร์ ให้เดก็ 60 คน เดก็ จะไดร้ บั ขนมจีบคนละ 300 ÷ 60 = 5 ชน้ิ เพอ่ื ให้นักเรยี นสำมำรถ ตอบ ๕ ชน้ิ 1. แก้ปัญหำ นักเรยี นตรวจสอบควำมสมเหตสุ มผลของคำตอบได้อยำ่ งไร ( เดก็ 1 คน ได้รับขนมจบี 5 ชิน้ เดก็ 10 คน ได้รบั ขนมจบี 50 ชนิ้ 2. ใหเ้ หตุผล ดังน้ัน เด็ก 60 คน ไดร้ บั ขนมจีบ 300 ชน้ิ เปน็ คำตอบทถี่ ูกต้อง ) 3. ส่อื สารและสอ่ื ความหมายทาง - จะตรวจสอบอย่ำงไรวำ่ 5 เป็นคำตอบท่ีถกู ต้อง คณติ ศาสตร์ (ตรวจสอบควำมถูกต้องดว้ ยเคร่ืองคดิ เลขจะได้ 300 ÷ 60 = 5) 3. นกั เรียนพิจำรณำและอ่ำนโจทยป์ ัญหำ พรอ้ มช่วยกันวิเครำะห์โจทย์ แสดงวิธีทำจำกแถบโจทยป์ ญั หำ ดงั นี้ ร้ำนคำ้ ขำยเน้ือไก่ 45 กิโลกรัม รำคำกโิ ลกรมั ละ 145 บำท จะไดร้ บั เงนิ ทง้ั หมดเท่ำใด ครูต้งั คำถำมเพื่อฝกึ กำรวิเครำะห์โจทย์ และแสดงวธิ ีทำ ดังนี้ - จำกสถำนกำรณ์โจทย์ปัญหำ เขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ได้อย่ำงไร (45 × 145 = ) - โจทย์บอกอะไรให้บ้ำง เพือ่ เขียนแสดงวธิ ีทำ วธิ ีทา รำ้ นคำ้ ขำยเน้ือไก่ 45 กิโลกรมั เนอ้ื ไกร่ ำคำกิโลกรมั ละ 145 บำท ร้ำนคำ้ จะไดเ้ งิน 45 × 145 = 6,525 บำท ตอบ ๖,๕๒๕ บำท
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลมุ่ สาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๔๒ ชนั้ ป.๔ หน่วยที่ ๑ เรื่องจานวนนับ และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ช่ัวโมง 252 หนว่ ยย่อยที่ ๑.๓ กำรคูณกำรหำร - นกั เรียนตรวจสอบควำมสมเหตสุ มผลได้อย่ำงไร ถ้ำขำยเน้อื ไก่ 10 กิโลกรัม จะไดเ้ งินเท่ำใด (1,450 บำท) ถ้ำขำยเนื้อไก่ 40 กโิ ลกรัม จะไดเ้ งินเทำ่ ใด (5,800 บำท) ถำ้ ขำยเนอ้ื ไก่ 5 กิโลกรัม จะได้เงินเท่ำใด (725 บำท) ดงั นั้น ขำยเนื้อไก่ 45 กโิ ลกรมั จะไดเ้ งิน 5,800 + 725 = 6,525 เปน็ คำตอบทถี่ กู ต้อง - จะตรวจสอบได้อย่ำงไรวำ่ 6,525 เปน็ คำตอบท่ีถกู ต้อง (ตรวจสอบควำมถูกตอ้ งด้วยเครอื่ งคิดเลขจะได้ 45 × 145 = 6,525) 4. แบ่งนักเรยี นออกเป็นกลุ่ม กลมุ่ ละ 3 – 4 คน ใหแ้ ต่ละกล่มุ รว่ มกนั วิเครำะหโ์ จทย์ และแสดงวิธีทำ จำกโจทยป์ ญั หำดังนี้ พ่อคำ้ มขี ้ำวสำร 4,250 กโิ ลกรมั นำมำแบ่งใส่กระสอบ กระสอบละ 50 กโิ ลกรัม จะได้ขำ้ วสำรกกี่ ระสอบ นมกล่องรำคำโหลละ 75 บำท ถำ้ นำรีต้องกำรซื้อไปถวำยพระ 120 โหล จะจ่ำยเงินเท่ำไร นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ แสดงวธิ ที ำเสรจ็ แล้ว ส่งตัวแทนเสนอผลงำน ครูและนกั เรียนช่วยกนั ตรวจสอบควำมถูกต้อง 5. ให้นักเรยี นทำแบบฝกึ หัด 1.42 จำนวน 2 ข้อ
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลุม่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๔๒ ชน้ั ป.๔ หนว่ ยท่ี ๑ เร่อื งจานวนนับ และการบวก การลบ การคณู การหาร เวลา ๑ ช่วั โมง 253 หน่วยย่อยที่ ๑.๓ กำรคณู กำรหำร ข้นั สรปุ 6. ครูและนักเรยี นร่วมกนั อภิปรำยสรุป ดงั นี้ กำรแกโ้ จทย์ปัญหำ จำเป็นตอ้ งวเิ ครำะห์โจทย์ว่ำ - สิ่งทโ่ี จทย์ถำมคืออะไร สิ่งทีโ่ จทย์บอกคอื อะไร จะหำคำตอบได้ด้วยวธิ ใี ด เขียนเปน็ ประโยคสญั ลกั ษณ์ได้อยำ่ งไร พร้อมท้ังเขียนแสดงวิธีทำ โดยเขียนสิ่งที่โจทยบ์ อกให้ครบ แล้วคดิ คำนวณหำคำตอบ และตรวจสอบควำมสมเหตุสมผลและควำมถกู ต้องของคำตอบ
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๔๓ แนวการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ 254 ข้นั นำ ทบทวนกำรวิเครำะห์โจทยป์ ัญหำกำรคณู กำรหำร ขน้ั สอน วเิ ครำะหแ์ ละหำคำตอบของโจทยป์ ญั หำกำรคณู กำรหำร ทำแบบฝกึ หัด 1.43 พรอ้ มเฉลยคำตอบ ขั้นสรปุ ครูและนกั เรยี นช่วยกนั สรุปว่ำ กำรแกโ้ จทยป์ ญั หำจำเป็นตอ้ งทำควำมเข้ำใจปญั หำแลว้ วเิ ครำะหโ์ จทย์ปัญหำเปน็ ข้ันตอน เพอ่ื เปน็ กำรวำงแผนแกป้ ัญหำ หำคำตอบ แลว้ ตรวจสอบควำมสมเหตสุ มผลของคำตอบทไ่ี ด้ กำรวัดและประเมินผล ประเมินกำรตอบคำถำมและกำรทำแบบฝึกหัด ประเมนิ ทกั ษะและกระบวนกำรทำงคณติ ศำสตรด์ ้ำนกำรสอื่ สำรสอื่ ควำมหมำยทำงคณติ ศำสตร์
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลุม่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี ๔๓ ชัน้ ป.๔ หน่วยที่ ๑ เรอื่ งจานวนนบั และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ชัว่ โมง 255 หน่วยย่อยท่ี ๑.๓ กำรคณู กำรหำร ขอบเขตเนื้อหา กจิ กรรมการเรียนรู้ สื่อ/แหลง่ เรยี นรู้ โจทย์ปัญหำกำรคณู และกำรหำร ขนั้ นา 1. แถบโจทย์ปญั หำ 2. แบบฝกึ หดั 1.43 สาระสาคัญ 1. ครทู บทวนกำรแกโ้ จทย์ปญั หำ โดยครูตดิ แถบโจทยป์ ัญหำ ใหน้ กั เรียนวเิ ครำะหโ์ จทย์ และแสดงวธิ ที ำ กำรแกโ้ จทย์ปัญหำ เร่ิมจำกกำรทำ ดังน้ี แมซ่ อื้ ส้มมำทำบญุ บำ้ น 25 กิโลกรมั รำคำกิโลกรมั ละ 55 บำท การประเมนิ 1. วิธกี าร ควำมเข้ำใจปัญหำ วำงแผนแกป้ ญั หำ แมจ่ ำ่ ยเงินไปทงั้ หมดเทำ่ ใด ดำเนนิ กำรตำมแผน แสดงวิธีทำ 1.1 สงั เกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้ พร้อมทั้งตรวจสอบควำมสมเหตุสมผล นกั เรยี นตอบคำถำม ดังน้ี 1.2 ตรวจผลงำนจำกแบบฝึกหดั ของคำตอบ - สิ่งที่โจทยถ์ ำมคืออะไร 2. เครอ่ื งมือ 2.1 แบบประเมนิ ทักษะและ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ (จำนวนเงินท่ีแม่ซื้อส้มทั้งหมด) ดา้ นความรู้ - ส่งิ ท่ีโจทย์บอกคอื อะไร กระบวนกำรทำงคณติ ศำสตร์ 2.2 แบบฝกึ หัด 1.43 เพ่อื ใหน้ ักเรยี นสำมำรถ วิเครำะห์ (แมซ่ อ้ื ส้ม 25 กิโลกรมั สม้ รำคำกโิ ลกรมั ละ 55 บำท) 3. เกณฑ์ โจทย์ปัญหำ หำคำตอบ แสดงวิธีทำ - หำจำนวนเงนิ ท่แี มซ่ ้ือสม้ ทัง้ หมดได้อยำ่ งไร 3.1 ผลงำนมคี วำมถูกต้อง โจทย์ปัญหำเกยี่ วกบั กำรคณู และ กำรหำร พรอ้ มทงั้ ตระหนกั ถงึ (นำจำนวนส้มท่ซี ้อื ทั้งหมด คณู กบั รำคำส้ม) ไม่น้อยกว่ำร้อยละ 80 ควำมสมเหตสุ มผล หรือควำมถูกต้อง - ทำไมจึงใช้กำรคูณ (เงินท่ีจ่ำยในกำรซอื้ ส้มแต่ละกิโลกรมั จะเพ่ิมข้ึน คร้งั ละ 55 บำท) 3.2 คะแนนรวมด้ำนทักษะและ ของคำตอบ - เขียนเปน็ ประโยคสัญลกั ษณ์ได้อยำ่ งไร (25 × 55 = ) - แม่จ่ำยเงินทั้งหมดก่ีบำท (1,375 บำท) กระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ - นักเรยี นตรวจสอบควำมสมเหตุสมผลของคำตอบได้อยำ่ งไร ไม่น้อยกว่ำร้อยละ 60 (สม้ รำคำกิโลกรมั ละ 55 บำท ถ้ำซ้ือส้ม 10 กโิ ลกรมั จะจ่ำยเงนิ 550 บำท ซ้ือสม้ 20 กโิ ลกรัม จ่ำยเงิน 1,100 บำท ซ้ือส้ม 5 กิโลกรมั จำ่ ยเงนิ 275 บำท
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลมุ่ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๔๓ ชนั้ ป.๔ หน่วยท่ี ๑ เรอ่ื งจานวนนับ และการบวก การลบ การคณู การหาร เวลา ๑ ชั่วโมง 256 หนว่ ยย่อยท่ี ๑.๓ กำรคณู กำรหำร ด้านทกั ษะกระบวนการทาง ดังนนั้ ซ้ือส้ม 25 กิโลกรัม จำ่ ยเงนิ 1,375 บำท คณิตศาสตร์ - จะตรวจสอบอยำ่ งไรวำ่ 1,375 บำท เป็นคำตอบทถี่ ูกต้อง เพ่อื ใหน้ ักเรยี นสำมำรถ (ตรวจสอบควำมถกู ต้องดว้ ยเคร่อื งคิดเลขจะได้ 25 × 55 = 1,375) 1. แก้ปญั หำ ขน้ั สอน 2. ให้เหตุผล 3. สือ่ สำรและส่อื ควำมหมำยทำง 2. นักเรียนอ่ำนแถบโจทย์ปัญหำท่คี รูตดิ บนกระดำนดำ ดังน้ี คณิตศำสตร์ แมซ่ อ้ื ส้มมำจำนวนหน่ึง รำคำกโิ ลกรัมละ 55 บำท แมจ่ ำ่ ยเงินไป 1,375 บำท แมซ่ ื้อส้มมำก่ีกโิ ลกรมั นักเรียนช่วยกันตอบคำถำม ดังน้ี - ส่ิงที่โจทยถ์ ำมคืออะไร (จำนวนสม้ ท่ีแม่ซื้อ) - ส่งิ ท่โี จทย์บอกคืออะไร (แมจ่ ำ่ ยเงนิ ซื้อส้มไป 1,375 บำท สม้ รำคำกโิ ลกรมั ละ 55 บำท) - จะหำจำนวนส้มท่ีซ้อื มำได้อยำ่ งไร (นำจำนวนเงินทซ่ี ือ้ ส้ม หำรด้วยรำคำสม้ ) - ทำไมจงึ ใช้กำรหำร (จำนวนเงนิ ท่ซี อื้ สม้ จะลดลงคร้ังละ 55 บำท) - เขยี นเป็นประโยคสัญลกั ษณ์ไดอ้ ย่ำงไร (1,375 ÷ 55 = ) - แม่ซื้อสม้ มำกีก่ โิ ลกรัม (25 กโิ ลกรมั ) - นักเรียนตรวจสอบควำมสมเหตุสมผลของคำตอบได้อย่ำงไร (ส้มรำคำกโิ ลกรัมละ 55 บำท ซ้ือ 10 กโิ ลกรมั จะจ่ำยเงนิ 550 บำท ซื้อ 20 กิโลกรัม จำ่ ยเงนิ 1,100 บำท ซื้อ 5 กโิ ลกรมั จ่ำยอกี 275 บำท ดังน้ัน ซื้อส้ม 25 กิโลกรัม จำ่ ยเงิน 1,375 บำท หรือมเี งิน 1,375 บำท จำ่ ยค่ำส้มครง้ั ละ 1 กิโลกรัม เปน็ เงิน 55 บำท ถำ้ 10 กโิ ลกรัม จ่ำยไป 550 บำท ถำ้ ซือ้ 20 กิโลกรมั จำ่ ย 1,100 บำท และอีก 5 กโิ ลกรมั จ่ำย 275 บำท ดังนั้น เงนิ 1,375 บำท จ่ำยเงิน ซื้อส้มไปท้ังหมด 25 กิโลกรมั )
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำาหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๔๓ ช้ัน ป.๔ หนว่ ยท่ี ๑ เรอ่ื งจานวนนบั และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ชวั่ โมง 257 หนว่ ยย่อยที่ ๑.๓ กำรคูณกำรหำร - จะตรวจสอบอย่ำงไรว่ำ 25 กิโลกรมั เปน็ คำตอบที่ถกู ต้อง (ตรวจสอบควำมถกู ต้องด้วยเคร่อื งคิดเลขจะได้ 1,375 ÷ 55 = 25) - นักเรียนเขยี นแสดงวิธีทำไดอ้ ย่ำงไร วธิ ีทา แมซ่ ้ือส้มมำรำคำกโิ ลกรมั ละ 55 บำท แมจ่ ่ำยเงนิ ค่ำซอ้ื สม้ ไปท้ังหมด 1,375 บำท ดงั น้นั แม่ซือ้ สม้ มำทั้งหมด 1,375 ÷ 55 = 25 กิโลกรัม ตอบ ๒๕ กโิ ลกรมั 3. แบง่ นกั เรยี นออกเป็นกล่มุ กล่มุ ละ 3 – 4 คน ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มร่วมกันวเิ ครำะห์โจทย์และแสดงวิธีทำจำก โจทย์ปัญหำ ดงั นี้ ครนู ำฝร่ังจำนวนหน่งึ มำจัดใส่ถงุ ถงุ ละ 10 ผล ได้จำนวน 15 ถุง ครูนำฝร่ังมาจัดใสถ่ งุ กี่ผล แมค่ ำ้ ซ้ือเสอ้ื มำจำนวนหนง่ึ เสื้อรำคำตัวละ 150 บำท แม่ค้ำจำ่ ยเงนิ ไป 4,500 บำท แมค่ ้ำซื้อเสอ้ื มำทัง้ หมดก่ีตัว นกั เรยี นแต่ละกลุม่ แสดงวิธที ำเสร็จแล้ว ส่งตวั แทนเสนอผลงำน ครแู ละนักเรยี นช่วยกนั ตรวจสอบควำมถูกต้อง 4. ให้นกั เรียนทำแบบฝกึ หดั 1.43 จำนวน 2 ขอ้
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๓ ชัน้ ป.๔ หน่วยท่ี ๑ เรอื่ งจานวนนบั และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ช่วั โมง 258 หน่วยยอ่ ยที่ ๑.๓ กำรคูณกำรหำร ข้นั สรุป 5. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั อภิปรำยสรปุ ดังน้ี กำรแก้โจทยป์ ญั หำ จำเป็นต้องวิเครำะหโ์ จทยว์ ่ำ - ส่ิงทโ่ี จทยถ์ ำมคืออะไร - ส่งิ ที่โจทย์บอกคืออะไร - จะหำคำตอบไดโ้ ดยวธิ ใี ด - เขียนเปน็ ประโยคสัญลกั ษณ์ได้อยำ่ งไร พรอ้ มท้งั เขยี นแสดงวิธีทำ โดยเขยี นสงิ่ ทีโ่ จทย์บอกใหค้ รบ แล้วคิดคำนวณหำคำตอบและ ตรวจสอบควำมสมเหตสุ มผลและควำมถูกต้องของคำตอบ
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๔๔ แนวการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ 259 ขนั้ นำ ทบทวนกำรแกโ้ จทย์ปญั หำกำรคณู โดยนกั เรยี นชว่ ยกนั วเิ ครำะหโ์ จทย์แสดงวธิ ที ำ ขัน้ สอน กำรสร้ำงโจทย์ปญั หำ (สรำ้ งจำกภำพ จำกประโยคสญั ลกั ษณ์ และจำกคำตอบทก่ี ำหนด) ข้ันสรุป ทำแบบฝกึ หัด 1.44 พรอ้ มเฉลยคำตอบ กำรวัดและประเมินผล ครูและนกั เรยี นชว่ ยกันสรปุ ว่ำ กำรสร้ำงโจทยป์ ัญหำกำรคณู กำรหำรจำกภำพ ประโยคสญั ลกั ษณ์ และจำกคำตอบ ท่กี ำหนด จำเปน็ ตอ้ งมสี งิ่ ทีโ่ จทย์ถำมและสง่ิ ทโ่ี จทยบ์ อกวำ่ คอื อะไร และตอ้ งสร้ำงใหส้ อดคล้องกบั กำรดำเนนิ กำร และเลอื กใช้สถำนกำรณ์ใหเ้ หมำะสมกบั จำนวนที่กำหนด ประเมนิ กำรตอบคำถำมและกำรทำแบบฝกึ หัด ประเมนิ ทกั ษะและกระบวนกำรทำงคณติ ศำสตร์ดำ้ นกำรสอื่ สำรสอื่ ควำมหมำยทำงคณิตศำสตร์
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลุม่ สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี ๔๔ ช้ัน ป.๔ หนว่ ยท่ี ๑ เรอ่ื งจานวนนบั และการบวก การลบ การคณู การหาร เวลา ๑ ชัว่ โมง 260 หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๑.๓ กำรคูณกำรหำร สื่อ/แหลง่ เรยี นรู้ ขอบเขตเนื้อหา กิจกรรมการเรียนรู้ 1. แถบโจทย์ปัญหำ กำรสรำ้ งโจทย์ปญั หำ (สร้ำงจำก ขน้ั นา 2. รูปภำพสินค้ำ 3. แบบฝกึ หัด 1.44 ภำพ จำกประโยคสญั ลักษณ์ และจำก 1. ทบทวนกำรแก้โจทยป์ ญั หำกำรคูณ โดยนักเรียนชว่ ยกันวิเครำะห์โจทย์แสดงวิธีทำ คำตอบที่กำหนด) จำกแถบโจทยป์ ญั หำ ดังนี้ การประเมนิ 1. วธิ กี าร สาระสาคญั แมค่ ้ำขำยผักคะน้ำไป 28 กิโลกรมั รำคำกโิ ลกรมั ละ 45 บำท แม่คำ้ ขำยคะนำ้ ได้เงนิ ทัง้ หมดกบ่ี ำท กำรแก้โจทย์ปญั หำ เรมิ่ จำกกำรทำ 1.1 สังเกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้ นกั เรยี นตอบคำถำม ดังน้ี 1.2 ตรวจผลงำนจำกแบบฝึกหัด ควำมเขำ้ ใจปัญหำ วำงแผนแกป้ ัญหำ - สงิ่ ที่โจทย์ถำมคืออะไร 2. เครื่องมือ ดำเนนิ กำรตำมแผน แสดงวิธีทำ และ 2.1 แบบประเมนิ ทักษะและ ตรวจสอบควำมสมเหตสุ มผล (จำนวนเงนิ ทไี่ ด้จำกกำรขำยคะน้ำ) - สิง่ ท่ีโจทย์บอกคอื อะไร กระบวนกำรทำงคณติ ศำสตร์ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 2.2 แบบฝึกหัด 1.44 ดา้ นความรู้ (แมค่ ้ำขำยคะนำ้ 28 กโิ ลกรัม รำคำกโิ ลกรมั ละ 45 บำท) 3. เกณฑ์ - จะหำจำนวนเงินทไ่ี ด้จำกกำรขำยคะน้ำได้อย่ำงไร 3.1 ผลงำนมีควำมถกู ต้อง เพ่ือใหน้ ักเรยี นสำมำรถ สร้ำงโจทยป์ ัญหำกำรคูณและกำรหำร (นำจำนวนคะน้ำท่ขี ำยไปคูณกบั รำคำคะน้ำ) ไม่น้อยกว่ำร้อยละ 80 จำกสถำนกำรณ์ท่ีกำหนดให้ พรอ้ มทั้ง - ทำไมจงึ ใชก้ ำรคูณ (เงนิ ท่ีขำยคะนำ้ แต่ละกิโลกรมั จะเพ่ิมข้ึนคร้งั ละ 45) 3.2 คะแนนรวมด้ำนทักษะและ หำคำตอบและแสดงวิธที ำ - เขยี นประโยคสัญลักษณ์ได้อย่ำงไร (28 × 45 = ) - แม่ค้ำขำยคะน้ำได้เงินเทำ่ ใด (1,260 บำท) กระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ - นกั เรียนตรวจสอบควำมสมเหตุสมผลของคำตอบได้อยำ่ งไร ไม่นอ้ ยกวำ่ ร้อยละ 60 ถำ้ ขำยคะนำ้ 10 กิโลกรัม จะได้เงินเท่ำใด (450 บำท) ขำยคะนำ้ 20 กิโลกรมั จะได้เงนิ เทำ่ ใด (900 บำท) ขำยคะน้ำ 8 กโิ ลกรมั จะไดเ้ งินเท่ำใด (360 บำท) ดงั นน้ั ขำยคะน้ำ 28 กิโลกรัม จะไดเ้ งนิ เทำ่ ใด (1,260 บำท)
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำาหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๔๔ ชน้ั ป.๔ หนว่ ยท่ี ๑ เรื่องจานวนนบั และการบวก การลบ การคณู การหาร เวลา ๑ ชวั่ โมง 261 หน่วยย่อยท่ี ๑.๓ กำรคูณกำรหำร ด้านทกั ษะกระบวนการทาง - จะตรวจสอบได้อยำ่ งไรว่ำ 1,260 เป็นคำตอบท่ีถูกต้อง คณติ ศาสตร์ (ตรวจสอบควำมถูกต้องดว้ ยเคร่อื งคดิ เลขจะได้ 28 × 45 = 1,260) เพื่อใหน้ กั เรียนสำมำรถ 1. แก้ปัญหำ นักเรยี นสรปุ และแสดงวธิ ีทำได้อย่ำงไร 2. ใหเ้ หตุผล วธิ ที า แม่คำ้ ขำยคะน้ำไป 28 กโิ ลกรมั 3. สอ่ื สำรและส่อื ควำมหมำยทำง คะน้ำรำคำกิโลกรมั ละ 45 บำท คณติ ศำสตร์ แมค่ ้ำขำยคะน้ำได้เงินทงั้ หมด 28 × 45 = 1,260 บำท ตอบ ๑,๒๖๐ บำท ขน้ั สอน 2. ครูกำหนดภำพใหน้ ักเรียนชว่ ยกันสรำ้ งโจทยป์ ัญหำ นกั เรียนช่วยกันสร้ำงโจทยก์ ำรคูณ เช่น หม้อหุงข้ำว รำคำใบละ 249 บำท ถ้ำพ่อค้ำต้องกำรซ้ือหม้อหุงขำ้ ว 12 ใบ จะต้องจำ่ ยเงนิ กี่บำท นกั เรียนช่วยกนั แสดงวิธีทำ วิธีทา หมอ้ หุงข้ำวรำคำใบละ 249 บำท พอ่ ค้ำซ้ือหม้อหุงข้ำว 12 ใบ พอ่ ค้ำตอ้ งจ่ำยเงิน 12 × 249 = 2,988 บำท ตอบ ๒,๙๘๘ บำท
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๔๔ ช้นั ป.๔ หนว่ ยที่ ๑ เรอื่ งจานวนนับ และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ชัว่ โมง 262 หนว่ ยย่อยที่ ๑.๓ กำรคณู กำรหำร นักเรียนช่วยกนั สรำ้ งโจทยก์ ำรหำร เช่น หม้อหุงข้ำว รำคำใบละ 249 บำท ถำ้ พ่อค้ำจ่ำยเงนิ ซื้อหม้อหุงข้ำว 5,976 บำท พ่อคำ้ ซ้ือหม้อหุงข้ำวก่ีใบ นักเรียนชว่ ยกันแสดงวิธีทำ วิธที า หม้อหุงขำ้ วรำคำใบละ 249 บำท พอ่ ค้ำจำ่ ยเงินซื้อหม้อหงุ ข้ำว 5,976 บำท พอ่ ค้ำซ้ือหม้อหุงขำ้ ว 5,976 ÷ 249 = 24 ใบ ตอบ ๒๔ ใบ 3. ครูกำหนดประโยคสัญลักษณ์กำรคูณ และกำรหำร ใหน้ ักเรยี นสรำ้ งโจทยแ์ ละแสดงวิธที ำ 1) 60 × 148 = โจทยป์ ัญหำ เช่น กำงเกงรำคำตวั ละ 148 บำท แม่ค้ำซ้ือมำ 60 ตัว แม่ค้ำต้องจ่ำยเงนิ ก่บี ำท (8,880 บำท) 2) 1,620 ÷ 45 = โจทยป์ ัญหำ เช่น ครมู ีเงิน 1,620 บำท แจกให้นกั เรียนคนละ 45 บำท นักเรยี นจะไดร้ ับเงนิ ทั้งหมดกี่คน (36 คน) 4. แบ่งกลมุ่ นกั เรียน สรำ้ งโจทยป์ ญั หำกำรคณู ท่ีมคี ำตอบเป็น 2,000 พร้อมแสดงวิธีทำ นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ เสนอผลงำน ครตู รวจสอบควำมถูกต้อง ตอ่ จำกนนั้ ใหน้ กั เรยี นทำแบบฝกึ หดั 1.44 จำนวน 3 ขอ้
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๔๔ ช้นั ป.๔ หนว่ ยที่ ๑ เร่อื งจานวนนับ และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ช่วั โมง 263 หนว่ ยย่อยที่ ๑.๓ กำรคณู กำรหำร ขน้ั สรุป 5. ครูและนักเรยี นช่วยกันสรุปการสรา้ งโจทยป์ ญั หาการคูณ การหารจากภาพ ประโยคสญั ลกั ษณ์ และ จากคาตอบที่กาหนด จาเป็นต้องมสี ง่ิ ทโ่ี จทยถ์ ามและสิง่ ท่ีโจทยบ์ อกว่าคืออะไร และต้องสร้างให้ สอดคล้องกบั การดาเนนิ การ และเลอื กใชส้ ถานการณ์ให้เหมาะสมกบั จานวนท่กี าหนด
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี ๔๕ แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 264 ขัน้ กิจกรรมสาคัญ ข้ันนา ครนู ำเสนอสถำนกำรณป์ ญั หำทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกำรบวก ลบ คูณ หำรระคน แบบมี 1 วงเล็บ ข้นั สอน นักเรยี นระดมควำมคดิ แลกเปลีย่ นแนวคดิ และอภปิ รำยร่วมกันเกยี่ วกับกำรบวก ลบ คูณ หำรระคน แบบมี 1 วงเลบ็ ขัน้ สรปุ ทำแบบฝกึ หดั 1.45 พรอ้ มเฉลยคำตอบ ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปเกยี่ วกับกำรบวก ลบ คูณ หำรระคน แบบมี 1 วงเล็บ การวัดและประเมินผล ประเมินกำรตอบคำถำมและกำรทำแบบฝกึ หดั ประเมินทักษะและกระบวนกำรทำงคณติ ศำสตร์ด้ำนกำรสอื่ สำรสอ่ื ควำมหมำยทำงคณติ ศำสตร์
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๔๕ 265 กลุม่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๑.๔ กำรบวก ลบ คูณ หำรระคน ช้ัน ป.๔ หนว่ ยท่ี ๑ เรอ่ื งจานวนนับ และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ช่ัวโมง ขอบเขตเนอื้ หา กจิ กรรมการเรียนรู้ ส่ือ/แหล่งเรียนรู้ กำรบวก ลบ คณู หำรระคน แบบมี 1 ขน้ั นา 1. แถบบตั รโจทยป์ ญั หำ วงเล็บ 1. ครูติดแถบบตั รโจทยป์ ญั หำ ให้นักเรียนช่วยกันคดิ แก้ปัญหำ 2. แถบบตั รโจทยก์ ำรบวก ลบ คูณ หำร ระคน แบบ 1 วงเล็บ สาระสาคญั พ่อแบง่ เหรยี ญห้ำบำท 9 เหรียญ ทสี่ ะสมไว้ ให้ลูก 3 คน คนละเท่ำ ๆ กัน ถ้ำลกู คนโตมีเหรียญ ห้ำบำทอยแู่ ลว้ 5 เหรยี ญ ลกู คนโตจะมีเหรียญห้ำบำททั้งหมดกเี่ หรียญ 3. กระดำษแผน่ ใหญ่ใหน้ ักเรียนทำงำน กำรบวก ลบ คูณ หำรระคน แบบมี กล่มุ เพ่ือนำเสนอ วงเล็บ ตอ้ งหำผลลัพธ์ในวงเล็บกอ่ น 2. ครูถำมคำถำมเพม่ิ เติม เชน่ - พ่อแบง่ เหรียญห้ำบำทให้ลูกคนละกเ่ี หรยี ญ (3 เหรียญ) คิดไดอ้ ย่ำงไร (9 3) 4. แถบบัตรโจทย์เพ่ือพฒั นำควำมรู้สกึ เชิงจำนวน 5. แบบฝึกหัด 1.45 จดุ ประสงค์การเรียนรู้ - จำกโจทย์ ลกู คนโตมเี หรียญหำ้ บำทอยแู่ ล้วกี่เหรียญ (5 เหรยี ญ) การประเมิน - ดงั น้นั ลกู คนโตมีเหรยี ญหำ้ บำททั้งหมดกี่เหรยี ญ คดิ ได้อย่ำงไร (3 + 5 = 8) ด้านความรู้ ครชู วนนักเรียนคุยเพ่มิ เติมวำ่ ในกำรแกโ้ จทย์ปญั หำนั้น 1. วธิ กี าร เพื่อให้นักเรียนสำมำรถหำผลลัพธ์ - ข้นั ที่ 1 นกั เรียนต้องคำนวณหำอะไรกอ่ น (พ่อแบง่ เหรยี ญหำ้ บำทใหล้ กู คนละกี่เหรียญ) 1.1 สังเกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้ - ขั้นท่ี 2 หำว่ำลูกคนโตมีเหรียญหำ้ บำททั้งหมดก่ีเหรยี ญ โดยนำผลลัพธข์ องขั้นที่ 1 มำบวก ของโจทย์กำรบวก ลบ คูณ หำรระคน กบั จำนวนเหรยี ญหำ้ ท่ลี ูกคนโตมอี ยแู่ ลว้ 1.2 ตรวจผลงำนจำกแบบฝึกหัด - ดงั นน้ั เรำสำมำรถเขยี นเป็นประโยคสญั ลกั ษณ์ได้ว่ำ (9 3) + 5 = เรำใสว่ งเล็บเพ่ือ 2. เครื่องมือ แบบมี 1 วงเลบ็ 2.1 แบบประเมินทกั ษะและ ระบวุ ่ำใหห้ ำผลลัพธ์ในวงเล็บกอ่ น กระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ 2.2 แบบฝึกหดั 1.45 ข้ันสอน 3. เกณฑ์ 3. ครูติดแถบโจทย์กำรบวก ลบ คณู หำรระคน แล้วให้นักเรียนชว่ ยกันหำผลลัพธ์ เช่น 3.1 ผลงำนมคี วำมถูกตอ้ งไม่น้อยกวำ่ รอ้ ยละ 80
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๔๕ 266 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ชัน้ ป.๔ หนว่ ยที่ ๑ เรื่องจานวนนบั และการบวก การลบ การคูณ การหาร หน่วยย่อยที่ ๑.๔ กำรบวก ลบ คูณ หำรระคน เวลา ๑ ช่วั โมง ดา้ นทกั ษะและกระบวนการทาง 1 1,254 - (450 + 226) = (578) 3.2 นักเรียนไดค้ ะแนนรวมด้ำน คณติ ศาสตร์ ทกั ษะและกระบวนกำรทำง เพ่ือใหน้ กั เรยี นสำมำรถ 2 (1,254 - 450) + 226 = (1,030) คณติ ศำสตร์ไมน่ ้อยกว่ำร้อยละ 60 ให้นักเรยี นพจิ ำรณำแถบบตั รโจทย์ ขอ้ 1 และ 2 และผลลัพธท์ ไ่ี ด้ จะเห็นวำ่ โจทยท์ ัง้ สองข้อเป็น 1. ใหเ้ หตุผล จำนวนเดียวกนั ทง้ั สำมจำนวน และหำผลลพั ธโ์ ดยวิธีลบกบั วธิ ีบวก แต่ใส่วงเลบ็ ตำ่ งกันจะไดผ้ ลลัพธต์ ่ำงกัน 2. สอื่ สำร ส่อื ควำมหมำยทำง ครูตดิ แถบโจทย์กำรบวก ลบ คูณ หำรระคน เพมิ่ เตมิ แล้วใหน้ กั เรียนชว่ ยกนั หำผลลัพธ์ เชน่ คณิตศำสตร์ 3. กำรคดิ คำนวณ 3 (800 ÷ 25) × 4 = (124) 4 800 ÷ (25 × 4) = (8) เชน่ เดยี วกบั โจทยข์ ้อ 3 และข้อ 4 กำรใส่วงเล็บที่ตำ่ งกนั จะไดผ้ ลลพั ธ์ต่ำงกัน จำกน้ัน ครูสรุปว่ำ กำรบวก ลบ คูณ หำรระคน ต้องกำรผลลัพธ์ในวงเล็บก่อนเสมอ ซ่ึงถือเป็น ข้อตกลงร่วมกัน 4.ครแู จกกระดำษแผ่นใหญแ่ ละใหแ้ บ่งกลมุ่ นักเรียนใหฝ้ กึ ทำโจทย์กำรบวก ลบ คูณ หำรระคน เชน่ 1) (254 - 20) ÷ 2 = (117) 2) (12 × 70) ÷ 10 = (84) 3) 20,654 – ( 4,598 + 12,450) = (3,606) 4) 3,500 ÷ (125 + 375 ) = (7) 5) 95 × (250 - 175) = (7,125)
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี ๔๕ ช้นั ป.๔ เวลา ๑ ชวั่ โมง 267 กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ หนว่ ยที่ ๑ เร่อื งจานวนนบั และการบวก การลบ การคูณ การหาร หน่วยยอ่ ยท่ี ๑.๔ กำรบวก ลบ คูณ หำรระคน โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสุ่มหยิบโจทย์เพ่ือแสดงวิธีคิดและนำเสนอ จำกน้ันครูและนักเรียนท้ังห้อง ช่วยกันตรวจสอบควำมถกู ตอ้ ง และใชค้ ำพูดเสรมิ แรงเมอ่ื นักเรียนทำถูกหรือทำผดิ และครคู วรเน้นใหน้ ักเรียนได้ตระหนักถึงควำมสมเหตสุ มผลของคำตอบ เช่น (254 - 20) ÷ 2 = 117 พจิ ำรณำ 254 – 20 มีค่ำใกลเ้ คียง 250 – 20 = 230 ซง่ึ 230 ÷ 2 = 115 ดังนัน้ (254 - 20) ÷ 2 ควรมีคำ่ ใกลเ้ คียง 115 5. ครูติดแถบโจทย์ให้นักเรยี นเติมเคร่ืองหมำย > หรือ < หรือ = เพ่อื พฒั นำควำมรู้สึกเชงิ จำนวน โดยไม่ต้อง คิดคำนวณ เช่น 1) (312 × 14) + 138 (312 × 15) + 38 ครอู ำจใชค้ ำถำมกระตุ้น เช่น - จำกแถบโจทยบ์ นกระดำน ผลลัพธ์ด้ำนซำ้ ยหรือด้ำนขวำมำกกวำ่ กัน (ด้ำนขวำ) - เพรำะเหตุใดผลลัพธ์ดำ้ นขวำจงึ มำกกวำ่ (เพรำะในวงเล็บทำงด้ำนซ้ำย คูณด้วย 14 แตใ่ น วงเล็บทำงด้ำนขวำ คูณด้วย 15 และถึงแม้ว่ำทำงด้ำนซ้ำยจะบวกดว้ ยจำนวนที่มำกกว่ำทำงด้ำนขวำอยู่ 100 แตผ่ ลลพั ในวงเลบ็ ของทำงด้ำนขวำมำกกว่ำอยู่ 3 รอ้ ยกว่ำ ดงั นัน้ ผลลพั ธ์ด้ำนขวำจงึ มำกกว่ำ) หำกนักเรียนตอบไม่ได้ ครอู ำจชว่ ยแนะนำ เช่น - ลองพิจำรณำผลลัพธ์ในวงเลบ็ ว่ำ ทำงดำ้ นซำ้ ยหรอื ทำงด้ำนขวำมำกกว่ำ (ดำ้ นขวำ) - มำกกวำ่ กันอยู่เทำ่ ไร (3 ร้อยกวำ่ ๆ) - จำนวนทน่ี ำมำบวกตำ่ งกนั อยูเ่ ท่ำไร (100 พอดี) - เมอ่ื นำมำบวกกับจำนวนทอี่ ยใู่ นวงเล็บแลว้ ด้ำนไหนมีมำกกว่ำกัน (ด้ำนขวำ) ครอู ำจติดแถบบตั รโจทย์เพ่อื พฒั นำควำมรสู้ ึกเชงิ จำนวนเพิ่มเติม เชน่
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๔๕ ช้ัน ป.๔ หน่วยที่ ๑ เรื่องจานวนนับ และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ชั่วโมง 268 หน่วยยอ่ ยที่ ๑.๔ กำรบวก ลบ คณู หำรระคน 2) (546 - 59) × 83 (446 - 159) × 83 และใช้คำถำมกระต้นุ ในทำนองเดยี วกัน 6. ครูให้นกั เรียนทำแบบฝึกหัดที่ 1.45 เพิ่มเติม ขนั้ สรุป 7. ครูและนกั เรียนรว่ มกันสรปุ เกย่ี วกบั กำรหำผลลัพธก์ ำรบวก ลบ คณู หำรระคน แบบมวี งเลบ็ ต้องหำ ผลลัพธใ์ นวงเลบ็ ก่อน
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี ๔๖ แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 269 ขัน้ กิจกรรมสาคัญ ข้ันนา ครนู ำเสนอสถำนกำรณป์ ญั หำทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกำรบวก ลบ คูณ หำรระคน แบบมี 2 วงเล็บ ข้นั สอน นักเรยี นระดมควำมคดิ แลกเปลีย่ นแนวคดิ และอภปิ รำยร่วมกันเกยี่ วกับกำรบวก ลบ คูณ หำรระคน แบบมี 2 วงเลบ็ ขัน้ สรปุ ทำแบบฝกึ หดั 1.46 พรอ้ มเฉลยคำตอบ ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปเกยี่ วกับกำรบวก ลบ คูณ หำรระคน แบบมี 2 วงเล็บ การวัดและประเมินผล ประเมินกำรตอบคำถำมและกำรทำแบบฝกึ หดั ประเมินทักษะและกระบวนกำรทำงคณติ ศำสตร์ด้ำนกำรสอื่ สำรสอ่ื ควำมหมำยทำงคณติ ศำสตร์
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๔๖ 270 กลุม่ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๑.๔ กำรบวก ลบ คณู หำรระคน ช้ัน ป.๔ หนว่ ยที่ ๑ เร่อื งจานวนนบั และการบวก การลบ การคณู การหาร เวลา ๑ ชวั่ โมง ขอบเขตเน้ือหา กจิ กรรมการเรียนรู้ สื่อ/แหลง่ เรยี นรู้ กำรบวก ลบ คณู หำรระคน แบบมี 2 ข้ันนา 1. แถบบัตรโจทยป์ ัญหำ 2. กระดำษแผ่นใหญ่ วงเล็บ 3. แถบบตั รโจทย์กำรบวก ลบ คูณ หำร 1. ครูติดแถบบัตรโจทยป์ ญั หำ แลว้ ใหน้ ักเรยี นชว่ ยกันคิดแก้ปญั หำ ระคน แบบ 2 วงเล็บ สาระสาคัญ ครแู จกสมดุ ใหน้ ักเรียน คนละ 6 เล่ม ให้นกั เรียน 5 คน และแจกสมุดใหน้ ักเรยี น คนละ 4 เลม่ 4. แบบฝึกหัด 1.46 ใหน้ ักเรยี น 7 คน ครูแจกสมดุ รวมก่เี ลม่ กำรบวก ลบ คูณ หำรระคน แบบมี วงเลบ็ ต้องหำผลลพั ธ์ในวงเล็บกอ่ น 2. ครถู ำมคำถำมเพม่ิ เติม เชน่ การประเมนิ จุดประสงค์การเรียนรู้ - ครแู จกสมดุ ใหน้ ักเรยี น คนละ 6 เลม่ ใหน้ ักเรียน 5 คน ครตู ้องใช้สมุดก่ีเลม่ (5 6 = 30 เลม่ ) 1. วธิ กี าร 1.1 สังเกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้ ด้านความรู้ - ครูแจกสมดุ ให้นักเรยี น คนละ 4 เลม่ ใหน้ ักเรยี น 7 คน ครูตอ้ งใช้สมุดกีเ่ ลม่ (7 4 = 28 เล่ม) เพื่อให้นักเรียนสำมำรถหำผลลัพธ์ - รวมแล้วครแู จกสมดุ ไปทง้ั หมดกีเ่ ล่ม (30 + 28 = 58) 1.2 ตรวจผลงำนจำกแบบฝึกหัด ครูชวนนักเรียนคยุ เพ่ิมเติมวำ่ ในกำรแก้โจทย์ปญั หำน้ัน 2. เคร่ืองมือ ของโจทย์กำรบวก ลบ คูณ หำรระคน - ข้ันที่ 1 นักเรียนตอ้ งคำนวณหำอะไรกอ่ น 2.1 แบบประเมินทกั ษะและ แบบมี 2 วงเล็บ (ครูตอ้ งใชส้ มดุ กี่เลม่ เพอื่ แจกให้นกั เรยี น 5 คน คนละ 6 เลม่ ) กระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ - ข้ันที่ 2 นกั เรยี นคำนวณหำอะไรตอ่ (ครตู ้องใช้สมดุ กเ่ี ลม่ เพือ่ แจกใหน้ กั เรยี น 7 คน คนละ 4 เล่ม) 2.2 แบบฝึกหัด 1.46 - ข้ันที่ 3 ต้องทำอย่ำงไรจึงจะได้จำนวนสมุดทั้งหมดท่ีครูแจกไป (นำจำนวนสมุดที่ได้จำกข้ันท่ี 1 3. เกณฑ์ และ ขน้ั ที่ 2 มำบวกกนั ) 3.1 ผลงำนมคี วำมถูกต้องไม่น้อยกว่ำ - ดงั นน้ั นกั เรยี นเขยี นประโยคสักษลักษณ์นไี้ ด้อย่ำงไร (5 6) + (7 4) = ร้อยละ 80
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี ๔๖ 271 กลุม่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ชนั้ ป.๔ เวลา ๑ ชวั่ โมง หนว่ ยที่ ๑ เรือ่ งจานวนนบั และการบวก การลบ การคูณ การหาร หน่วยย่อยที่ ๑.๔ กำรบวก ลบ คณู หำรระคน 3.2 นักเรยี นไดค้ ะแนนรวมด้ำน ด้านทักษะและกระบวนการทาง ขน้ั สอน ทกั ษะและกระบวนกำรทำง คณิตศาสตร์ คณติ ศำสตร์ไมน่ ้อยกวำ่ ร้อยละ 60 เพอื่ ให้นักเรยี นสำมำรถ 3. ครูอธิบำยเพิ่มเติมว่ำ จำกประโยคสัญลักษณ์นี้ (5 6) + (7 4) = นักเรียนได้เห็นแล้วว่ำเรำใส่ วงเลบ็ เพ่อื ระบุวำ่ ให้หำผลลัพธ์ในวงเลบ็ ก่อน และโจทยน์ ้เี ป็นกำรบวก ลบ คณู หำรระคน ท่ีมี 2 วงเลบ็ และ 1. ใหเ้ หตผุ ล รว่ มกนั สรุปกบั นกั เรียนวำ่ ถำ้ ตอ่ ไปเจอโจทย์ปัญหำลักษณะน้ี จะตอ้ งหำคำตอบในวงเลบ็ กอ่ น 2. ส่อื สำร ส่อื ควำมหมำยทำง คณติ ศำสตร์ 4. ครูตดิ แถบบัตรโจทยป์ ญั หำ แลว้ ให้นกั เรียนชว่ ยกันคิดแก้ปญั หำ 3. กำรคิดคำนวณ บ้ำนของอำรยำเป็นสวนผลไม้ วันน้ีทุกคนในครอบครัวช่วยกันเก็บแตงโมและส้มโอไปขำย มี แตงโม 250 ผล และส้มโอ 150 ผล แตงโมขำยผลละ 25 บำท และส้มโอขำยผลละ 40 บำท ถำ้ ขำยผลไมห้ มด ครอบครวั ของอำรยำจะได้เงินก่บี ำท 5. ครูถำมคำถำมเพมิ่ เตมิ เชน่ - ขำยแตงโม 250 ผล ผลละ 25 บำท ได้เงนิ ก่ีบำท (250 25 = 6,250 บำท) - ขำยสม้ โอ 150 ผล ผลละ 40 บำท ได้เงนิ กี่บำท (150 40 = 6,000 บำท) - ขำยผลไมท้ งั้ หมดไดเ้ งนิ เท่ำไร (6,250 + 6,000 = 12,250 บำท) - เขยี นประโยคสักษลักษณ์น้ไี ดอ้ ย่ำงไร (250 × 25) + (150 × 40) = 6. ใหน้ กั เรียนแบ่งเปน็ กลมุ่ กลุ่มละ 3-4 คน แจกกระดำษแผ่นใหญใ่ หน้ กั เรยี นสมุ่ หยิบโจทย์กำรบวก ลบ คูณ หำรระคน ที่มี 2 วงเลบ็ ดังตอ่ ไปน้ี 1) (12,500 ÷ 25) + (3,500 – 1,440) = (2,560) 2) (990 + 2,010) ÷ (150 × 4) = (5)
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๔๖ 272 กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ หน่วยยอ่ ยที่ ๑.๔ กำรบวก ลบ คณู หำรระคน ชั้น ป.๔ หน่วยที่ ๑ เรือ่ งจานวนนับ และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ชั่วโมง 3) (9,932 – 885) – (323 ÷ 19) = (9,030) 4) (5,400 ÷ 15) + (22 × 14) = (668) 7. จำกน้นั ครูให้นักเรียนออกมำนำเสนอ และร่วมกนั ตรวจสอบควำมถกู ต้อง 8. ให้นักเรียนทำแบบฝกึ หดั ท่ี 1.46 เพม่ิ เติม ขั้นสรุป 9. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเก่ียวกับกำรแก้โจทย์กำรบวก ลบ คูณ หำรระคน ถ้ำโจทย์ข้อใดมีวงเล็บ ต้อง หำผลลพั ธ์ในวงเลบ็
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ข้ัน แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ ๔๗ ขน้ั นา แนวการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ 273 ขั้นสอน กจิ กรรมสาคญั ครนู ำเสนอโจทย์กำรบวก ลบ คูณ หำรระคน แบบไมม่ ีวงเลบ็ ขน้ั สรุป นักเรยี นสังเกต ระดมควำมคดิ แลกเปลี่ยนแนวคดิ และอภปิ รำยรว่ มกันเกย่ี วกับกำรบวก ลบ คณู หำรระคน การวัดและประเมินผล แบบไมม่ ีวงเลบ็ ทำแบบฝกึ หดั 1.47 พรอ้ มเฉลยคำตอบ ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันสรุปเก่ียวกบั กำรบวก ลบ คณู หำรระคน แบบไมม่ ีวงเล็บ ประเมินกำรตอบคำถำมและกำรทำแบบฝกึ หดั ประเมนิ ทักษะและกระบวนกำรทำงคณติ ศำสตรด์ ้ำนกำรสอ่ื สำรสอื่ ควำมหมำยทำงคณิตศำสตร์
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลมุ่ สาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๔๗ ชนั้ ป.๔ หนว่ ยที่ ๑ เร่ืองจานวนนับ และการบวก การลบ การคณู การหาร เวลา ๑ ชัว่ โมง 274 หน่วยยอ่ ยที่ ๑.๔ กำรบวก ลบ คณู หำรระคน ขอบเขตเน้ือหา กจิ กรรมการเรียนรู้ สื่อ/แหล่งเรยี นรู้ กำรบวก ลบ คูณ หำรระคน แบบไม่ ข้ันนา 1. แถบบตั รโจทยป์ ัญหำกำรบวก ลบ มวี งเล็บ คณู หำรระคน แบบไมม่ ีวงเล็บ 1. ครูติดแถบโจทยบ์ วก ลบ คูณ หำรระคน ใหน้ ักเรยี นหำคำตอบ ดังต่อไปน้ี 2. แบบฝกึ หดั 1.47 สาระสาคัญ 1) 8 – 4 + 4 = การประเมิน 2) 11 – 5 + 3 = กำรหำผลลัพธ์ของโจทย์กำรบวก 1. วธิ ีการ 3) 12 ÷ 3 × 2 = 1.1 สงั เกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้ ลบ คูณ หำรระคน แบบไม่มีวงเล็บ ถ้ำ 4) 20 ÷ 10 × 2 = 1.2 ตรวจผลงำนจำกแบบฝึกหดั 2. เครือ่ งมือ เป็นกำรบวกและกำรลบอยู่ด้วยกัน หรือ 5) 3 × 4 ÷ 2 = 2.1 แบบประเมนิ ทกั ษะและ กระบวนกำรทำงคณติ ศำสตร์ ถ้ำเป็นกำรคูณและกำรหำรอยู่ด้วยกัน 2. ครสู ุ่มเลือกนักเรียนให้บอกคำตอบ ซง่ึ บำงกรณนี กั เรียนอำจได้คำตอบแตกต่ำงกนั เช่น 2.2 แบบฝึกหัด 1.47 ต้องทำตำมลำดับจำกซ้ำยไปขวำ ถ้ำเป็น 1) ตอบ 8 หรือ 0 3. เกณฑ์ กำรบวก ลบ คูณและหำรอยู่ด้วยกัน 2) ตอบ 9 หรอื 3 3.1 ผลงำนมีควำมถูกต้องไม่น้อยกวำ่ ต้องทำตวั ดำเนนิ กำรคูณและหำรก่อนตัว 3) ตอบ 8 หรือ 2 รอ้ ยละ 80 ดำเนินกำรบวกและลบเสมอ 4) ตอบ 4 หรอื 1 5) ตอบ 6 3. ครูชี้ให้นักเรียนสังเกตว่ำเพรำะเหตุใดแต่ละคนจงึ ได้คำตอบไม่เหมือนกัน แล้วแบบนี้จะทำอย่ำงไร ใครถูก 3.2 นักเรียนได้คะแนนรวมด้ำน ใครผดิ ทักษะและกระบวนกำรทำง ขัน้ สอน คณติ ศำสตร์ไมน่ ้อยกวำ่ ร้อยละ 60 4. ใหน้ กั เรียนแตล่ ะคนท่ีตอบแตกต่ำงกันในแตล่ ะขอ้ อธบิ ำยวธิ คี ดิ
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี ๔๗ 275 กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ หนว่ ยย่อยที่ ๑.๔ กำรบวก ลบ คูณ หำรระคน ช้นั ป.๔ หนว่ ยที่ ๑ เร่อื งจานวนนับ และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ช่วั โมง จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 5. ครตู งั้ คำถำม สื่อ/แหลง่ เรียนรู้ ดา้ นความรู้ - ที่เพ่ือนได้คำตอบแตกต่ำงกัน เป็นเพรำะอะไร (ครูควรช้ีแนะให้นักเรียนคิดว่ำ เพรำะหำ 1. แถบบัตรโจทยป์ ัญหำกำรบวก ลบ เพื่อให้นักเรียนสำมำรถหำผลลัพธ์ ผลลพั ธโ์ ดยเริ่มจำกตวั ดำเนนิ กำรทีต่ ่ำงกนั ) คณู หำรระคน แบบไม่มีวงเล็บ ของโจทย์กำรบวก ลบ คูณ หำรระคน - แล้วโจทย์แบบนี้ แตกต่ำงจำกโจทย์กำรบวก ลบ คูณ หำรระคนท่ีผ่ำนมำอย่ำงไร (ท่ีผ่ำน 2. แบบฝึกหดั 1.47 แบบไมม่ วี งเล็บ มำจะมวี งเล็บให้ แต่โจทยเ์ หล่ำนี้ไมม่ วี งเล็บ) ดา้ นทักษะและกระบวนการทาง - ถำ้ โจทย์ท่ีไมม่ ีวงเล็บ เรำจะรไู้ ด้อยำ่ งไรว่ำควรหำผลลัพธโ์ ดยเริ่มจำกตัวดำเนนิ กำรใดก่อน การประเมิน คณิตศาสตร์ (นกั เรยี นอำจจะมีท้ังที่รแู้ ละไม่รู้ ครูควรอธบิ ำยวำ่ ถ้ำเรำไม่มขี ้อตกลงรว่ มกนั เรำก็จะได้คำตอบท่ีแตกต่ำงกัน 1. วธิ กี าร เพื่อให้นักเรยี นสำมำรถ ดงั น้นั เรำควรจะมีข้อตกลงร่วมกันท่เี ป็นท่ียอมรบั กนั ท่วั โลก) 1.1 สงั เกตกำรตอบคำถำมและรว่ ม 1. ให้เหตุผล 2. สือ่ สำร สื่อควำมหมำยทำง 6. ครชู วนนักเรยี นสนทนำว่ำ สำหรับโจทย์ทั้ง 5 ขอ้ น้ัน หำกเรำเริม่ คำนวณจำกซ้ำยไปขวำตำมลำดับ เรำจะ กจิ กรรมกลุ่มในห้องเรยี น 2. เครอื่ งมือ คณิตศำสตร์ ได้ผลลัพธท์ เ่ี หมอื นกันหรือไม่ แล้วให้นักเรยี นคิดหำคำตอบดว้ ยกำรทำจำกซ้ำยไปขวำ จะได้ว่ำ 3. กำรคดิ คำนวณ 2.1 แบบฝึกหดั 1.47 1) 8 – 4 + 4 = 4 + 4 = 8 2) 11 – 5 + 3 = 6 + 3 = 9 3. เกณฑ์ 3) 12 ÷ 3 × 2 = 4 × 2 = 8 3.1 ผลงำนมคี วำมถูกต้องไมน่ ้อยกว่ำ 4) 20 ÷ 10 × 2 = 2 × 2 = 4 ร้อยละ 80 5) 3 × 4 ÷ 2 = 12 ÷ 2 = 6 3.2 นกั เรยี นไดค้ ะแนนรวมด้ำน เป็นคำตอบท่ถี ูกตอ้ ง ทกั ษะและกระบวนกำรทำง 7. ครูและนักเรียนร่วมกนั สรุปเกีย่ วกับกำรแกโ้ จทย์กำรบวก ลบ คณู หำรระคน ทไี่ ม่มีวงเล็บ วำ่ คณติ ศำสตร์ไม่น้อยกว่ำร้อยละ 60 - ถำ้ เป็นกำรบวกและกำรลบอยู่ดว้ ยกนั ต้องทำตำมลำดับจำกซำ้ ยไปขวำ - ถ้ำเป็นกำรคณู และกำรหำรอยูด่ ว้ ยกัน ต้องทำตำมลำดับจำกซ้ำยไปขวำ
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลุม่ สาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์ แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ ๔๗ ชัน้ ป.๔ หน่วยที่ ๑ เรอ่ื งจานวนนับ และการบวก การลบ การคณู การหาร เวลา ๑ ชัว่ โมง 276 หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๑.๔ กำรบวก ลบ คณู หำรระคน 8. ใหน้ ักเรียนแบ่งเปน็ กล่มุ กลุ่มละ 3-4 คน แจกกระดำษแผน่ ใหญใ่ ห้นักเรียนสุ่มหยิบโจทย์กำรบวก ลบ คณู หำรระคน ท่ีไมม่ ีวงเล็บ ดงั ตอ่ ไปนี้ 1) 24,987 – 3,525 + 45,900 = (67,362) 2) 11,098 – 5,123 + 398 = (6,373) 3) 3,185 ÷ 13 × 62 = (15,190) 4) 20,120 ÷ 10 × 24 = (48,288) 5) 136 × 42 ÷ 21 = (272) 9. จำกนนั้ ครูใหน้ ักเรยี นออกมำนำเสนอ และรว่ มกันตรวจสอบควำมถกู ตอ้ ง 10. ให้นกั เรยี นทำแบบฝกึ หดั ที่ 1.47 เพม่ิ เติม ขัน้ สรปุ 11. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรุปเก่ียวกับกำรแก้โจทย์กำรบวก ลบ คูณ หำรระคน ที่ไม่มีวงเล็บ ว่ำ - ถำ้ เปน็ กำรบวกและกำรลบอยดู่ ว้ ยกนั ตอ้ งทำตำมลำดบั จำกซ้ำยไปขวำ - ถ้ำเปน็ กำรคูณและกำรหำรอยูด่ ้วยกัน ตอ้ งทำตำมลำดับจำกซำ้ ยไปขวำ
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๔๘ แนวการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ 277 ขั้น กิจกรรมสาคัญ ขั้นนา ครูนำเสนอโจทย์กำรบวก ลบ คูณ หำรระคน แบบไมม่ วี งเลบ็ ขั้นสอน นักเรียนระดมควำมคดิ แลกเปลยี่ นแนวคดิ และอภิปรำยร่วมกันเกย่ี วกบั กำรบวก ลบ คณู หำรระคน แบบไมม่ วี งเลบ็ ทำแบบฝกึ หัด 1.48 พรอ้ มเฉลยคำตอบ ขั้นสรุป การวัดและประเมนิ ผล ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สรปุ เกีย่ วกบั กำรบวก ลบ คณู หำรระคน แบบไมม่ ีวงเล็บ ประเมนิ กำรตอบคำถำมและกำรทำแบบฝกึ หดั ประเมินทกั ษะและกระบวนกำรทำงคณิตศำสตรด์ ำ้ นกำรสอ่ื สำรสอ่ื ควำมหมำยทำงคณติ ศำสตร์
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๘ 278 กลุ่มสาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ หนว่ ยย่อยท่ี ๑.๔ กำรบวก ลบ คูณ หำรระคน ช้นั ป.๔ หน่วยท่ี ๑ เรอ่ื งจานวนนบั และการบวก การลบ การคณู การหาร เวลา ๑ ช่ัวโมง ขอบเขตเน้ือหา กิจกรรมการเรยี นรู้ ส่ือ/แหล่งเรยี นรู้ กำรบวก ลบ คูณ หำรระคน แบบไม่ ขนั้ นา 1. แถบบัตรโจทยป์ ญั หำกำรบวก ลบ มีวงเล็บ 1. ครตู ิดแถบโจทย์บวก ลบ คูณ หำรระคน ให้นักเรียนหำคำตอบ ดงั ต่อไปน้ี คูณ หำรระคน แบบไมม่ วี งเล็บ 2. แบบฝึกหัด 1.48 สาระสาคัญ 1) 7 + 5 × 3 = การประเมนิ กำรหำผลลัพธ์ของโจทย์กำรบวก 2) 13 – 2 × 3 = 1. วิธกี าร 3) 45 - 12 ÷ 3 = 1.1 สงั เกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้ ลบ คูณ หำรระคน แบบไม่มีวงเล็บ ถ้ำ 4) 20 + 10 ÷ 2 = 1.2 ตรวจผลงำนจำกแบบฝกึ หัด 2. เครอื่ งมอื เป็นกำรบวกและกำรลบอยู่ด้วยกัน หรือ 5) 18 ÷ 2 + 6 × 3= 2.1 แบบประเมนิ ทักษะและ ถ้ำเป็นกำรคูณและกำรหำรอยู่ด้วยกัน 2. ครูสุม่ เลือกนักเรยี นใหบ้ อกคำตอบ ซง่ึ นกั เรียนอำจได้คำตอบท่แี ตกตำ่ งกัน เช่น กระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ 1) ตอบ 36 หรอื 22 2.2 แบบฝกึ หดั 1.48 ต้องทำตำมลำดับจำกซ้ำยไปขวำ ถ้ำเป็น 2) ตอบ 33 หรอื 7 กำรบวก ลบ คูณและหำรอยู่ด้วยกัน 3) ตอบ 11 หรอื 41 ต้องทำตวั ดำเนนิ กำรคูณและหำรก่อนตัว 4) ตอบ 15 หรือ 25 3. เกณฑ์ ดำเนินกำรบวกและลบเสมอ 5) ตอบ 45 หรอื 27 หรือ อ่นื ๆ 3.1 ผลงำนมคี วำมถูกต้องไมน่ ้อยกวำ่ 3. ครูช้ีให้นักเรียนสงั เกตว่ำเพรำะเหตุใดแต่ละคนจงึ ได้คำตอบไม่เหมือนกัน แล้วแบบน้ีจะทำอย่ำงไร ใครถูก ร้อยละ 80 ใครผิด 3.2 นักเรียนไดค้ ะแนนรวมด้ำน ทักษะและกระบวนกำรทำง ขน้ั สอน คณติ ศำสตร์ไมน่ ้อยกว่ำร้อยละ 60 4. ใหน้ ักเรยี นแต่ละคนที่ตอบแตกตำ่ งกันในแต่ละขอ้ อธิบำยวิธีคดิ
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๘ 279 กลุม่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ช้ัน ป.๔ เวลา ๑ ชว่ั โมง หน่วยที่ ๑ เรื่องจานวนนบั และการบวก การลบ การคณู การหาร หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๑.๔ กำรบวก ลบ คณู หำรระคน จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 5. ครตู ั้งคำถำม ด้านความรู้ - โจทย์ในคร้ังนี้ ต่ำงจำกโจทย์ไม่มีวงเล็บท่ีเรำเคยเจอมำครั้งท่ีแล้วอย่ำงไร (คร้ังท่ีแล้วมี เพื่อให้นักเรียนสำมำรถหำผลลัพธ์ เฉพำะกำรบวกและกำรลบอยู่ด้วยกัน หรือ กำรคูณและกำรหำรอยู่ด้วยกัน แต่ครั้งนี้กำรบวก ลบ คูณและ ของโจทย์กำรบวก ลบ คูณ หำรระคน หำรอยดู่ ว้ ยกนั ) แบบไม่มวี งเล็บ - แล้วถ้ำโจทย์เป็นกำรบวกและกำรลบอยู่ด้วยกัน หรือ ถ้ำเป็นกำรคูณและกำรหำรอยู่ ด้านทกั ษะและกระบวนการทาง ดว้ ยกนั เรำตอ้ งคำนวณอยำ่ งไร (ต้องทำตำมลำดบั จำกซ้ำยไปขวำ) คณติ ศาสตร์ - แล้วครั้งน้ี ทำไมยังมีเพ่ือนได้คำตอบแตกต่ำงกัน เป็นเพรำะอะไร (ครูควรชี้แนะให้ เพือ่ ให้นกั เรยี นสำมำรถ นักเรียนคิดว่ำ เพรำะบำงคนทำตำมข้อตกลงจำกซ้ำยไปขวำ แต่บำงคนทำกำรคูณและกำรหำรก่อน แล้วจึง 1. ใหเ้ หตุผล ทำตำมลำดับจำกซำ้ ยไปขวำ) 2. ส่ือสำร สอื่ ควำมหมำยทำง - แล้วที่ถูกควรทำอย่ำงไร ครูแนะนำนักเรียนว่ำเรำควรมีข้อตกลงเพิ่มเติมวำ่ กำรแก้โจทยท์ ่ี คณิตศำสตร์ มีตัวดำเนินท้ังบวก ลบ คูณ และหำร อยู่ด้วยกัน ก็มีข้อตกลงร่วมกันก็คือ ต้องทำตัวดำเนินกำรคูณและหำร 3. กำรคดิ คำนวณ ก่อนตัวดำเนนิ กำรบวกและลบเสมอ 6. ครูชวนนกั เรียนสนทนำว่ำ สำหรับโจทย์ทงั้ 5 ข้อ นั้น หำกเรำทำตำมขอ้ ตกลง จะไดว้ ่ำ 1) 7 + 5 × 3 = 7 + 15 = 22 2) 13 – 2 × 3 = 13 – 6 = 7 3) 45 - 12 ÷ 3 = 45 – 4 = 41 4) 20 + 10 ÷ 2 = 20 + 5 = 25 5) 18 ÷ 2 + 6 × 3= 9 + 18 = 27 เปน็ คำตอบท่ีถูกต้อง
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๔๘ 280 กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ หน่วยยอ่ ยที่ ๑.๔ กำรบวก ลบ คูณ หำรระคน ชั้น ป.๔ หน่วยท่ี ๑ เร่อื งจานวนนบั และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ชั่วโมง 7. ให้นักเรยี นแบ่งเป็นกล่มุ กลมุ่ ละ 3-4 คน แจกกระดำษแผ่นใหญใ่ ห้นกั เรยี นส่มุ หยบิ โจทย์กำรบวก ลบ คูณ หำรระคนทไ่ี ม่มี) ดังตอ่ ไปน้ี 1) 2,487 + 52 × 45 = (4,827) 2) 13,011 – 2,325 × 3 = (6,036) 3) 4,585 - 434 ÷ 62 = (4,578) 4) 12,012 + 225 ÷ 25 = (12,021) 5) 1365 ÷ 15 + 231 ÷ 21 = (102) 8. จำกน้นั ครูใหน้ กั เรยี นออกมำนำเสนอ และรว่ มกันตรวจสอบควำมถกู ตอ้ ง 9. ใหน้ กั เรียนทำแบบฝกึ หดั ที่ 1.48 เพม่ิ เตมิ ขั้นสรปุ 10. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรปุ เกีย่ วกบั กำรแก้โจทย์กำรบวก ลบ คูณ หำรระคน ท่ีไม่มีวงเลบ็ วำ่ - ถ้ำเปน็ กำรบวกและกำรลบอยดู่ ้วยกัน ตอ้ งทำตำมลำดับจำกซำ้ ยไปขวำ - ถำ้ เป็นกำรคณู และกำรหำรอยู่ด้วยกัน ต้องทำตำมลำดับจำกซ้ำยไปขวำ - ถ้ำเปน็ กำรบวก ลบ คูณและหำรอย่ดู ว้ ยกัน ต้องทำตวั ดำเนินกำรคูณและหำรกอ่ น ตวั ดำเนนิ กำรบวกและลบเสมอ
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ ๔๙ แนวการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ 281 ข้นั กิจกรรมสาคัญ ขนั้ นา ครนู ำเสนอโจทย์กำรบวก ลบ คณู หำรระคน แบบมวี งเลบ็ และไมม่ วี งเลบ็ ข้นั สอน ขัน้ สรุป นักเรียนระดมควำมคิด แลกเปลี่ยนแนวคดิ และอภิปรำยรว่ มกันเกยี่ วกับกำรบวก ลบ คณู หำรระคน แบบไมม่ วี งเลบ็ การวัดและประเมินผล ทำแบบฝกึ หัด 1.49 พรอ้ มเฉลยคำตอบ ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรปุ เกย่ี วกบั กำรบวก ลบ คูณ หำรระคน แบบไม่มีวงเล็บ ประเมินกำรตอบคำถำมและกำรทำแบบฝึกหดั ประเมนิ ทกั ษะและกระบวนกำรทำงคณติ ศำสตรด์ ้ำนกำรสอื่ สำรสอื่ ควำมหมำยทำงคณิตศำสตร์
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๔๙ 282 กลุม่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ ช้นั ป.๔ หนว่ ยท่ี ๑ เร่อื งจานวนนับ และการบวก การลบ การคณู การหาร หนว่ ยย่อยที่ ๑.๔ กำรบวก ลบ คูณ หำรระคน เวลา ๑ ชวั่ โมง ขอบเขตเนื้อหา กจิ กรรมการเรยี นรู้ ส่อื /แหล่งเรียนรู้ ขน้ั นา กำรบวก ลบ คณู หำรระคน 1. แถบบัตรโจทย์ปัญหำกำรบวก ลบ คณู หำรระคน สาระสาคัญ 1. ครทู บทวนกำรบวก ลบ คูณ หำรระคน ทงั้ แบบมวี งเลบ็ และไม่มวี งเลบ็ โดยครตู ิดแถบบตั รโจทย์ 2. แบบฝกึ หัด 1.49 1. กำรหำผลลัพธข์ องโจทย์กำรบวก 7,980 – 4,911 + 515 ÷ 5 7,980 – 4,911 + (515 ÷ 5) การประเมิน ลบ คูณ หำรระคน แบบมีวงเล็บ ต้องหำ แลว้ ใหน้ กั เรียนชว่ ยกันหำผลลพั ธ์พรอ้ มเปรยี บเทียบคำตอบ 1. วธิ กี าร ผลลัพธใ์ นวงเลบ็ ก่อน ข้นั สอน 1.1 สังเกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้ 2. กำรหำผลลัพธ์ของโจทยก์ ำรบวก 2. ให้นักเรียนบอกคำตอบพร้อมอธิบำยวิธีคิด โดยครูร่วมตรวจสอบควำมถูกต้องและทบทวนหลักกำรของ 1.2 ตรวจผลงำนจำกแบบฝกึ หัด ลบ คูณ หำรระคนแบบไม่มีวงเล็บ ถ้ำ กำรแกโ้ จทยก์ ำรบวก ลบ คูณ หำรระคน 2. เคร่อื งมอื เป็นกำรบวกและกำรลบอยู่ด้วยกัน หรือ 3. จำกโจทย์ทำงด้ำนซำ้ ย คือ 7,980 – 4,911 + 515 ÷ 5 ครูถำมคำถำม 2.1 แบบประเมนิ ทักษะและ กระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ - นักเรียนจะเร่ิมต้นหำคำตอบอย่ำงไร (มีกำรลบ บวก และหำรอยู่ด้วยกัน ต้องทำตัว 2.2 แบบฝึกหดั 1.49 ถ้ำเป็นกำรคูณและกำรหำรอยู่ด้วยกัน ต้องทำตำมลำดับจำกซ้ำยไปขวำ ถ้ำเป็น ดำเนนิ กำรหำรก่อน จะได้วำ่ 7,980 – 4,911 + 103) 3. เกณฑ์ กำรบวก ลบ คูณและหำรอยู่ด้วยกัน - เมื่อทำตัวดำเนินกำรหำรแล้ว นักเรียนจะทำอย่ำงไรต่อไป (มีกำรบวกและกำรลบอยู่ 3.1 ผลงำนมีควำมถูกต้องไม่น้อยกว่ำ รอ้ ยละ 80 ตอ้ งทำตวั ดำเนนิ กำรคูณและหำรก่อนตัว ดว้ ยกัน ตอ้ งทำตำมลำดบั จำกซ้ำยไปขวำ จะไดว้ ่ำ 7,980 – 4,911 + 103 = 3,069 + 103 = 3172) 3.2 นกั เรียนได้คะแนนรวมด้ำน จำกโจทย์ทำงด้ำนขวำ คือ 7,980 – 4,911 + (515 ÷ 5) มีทั้งท้ังแบบมีวงเล็บ และไม่มีวงเล็บ ครู ดำเนินกำรบวกและลบเสมอ ถำมคำถำม ทกั ษะและกระบวนกำรทำง - นักเรยี นจะเริ่มตน้ หำคำตอบอยำ่ งไร (หำผลลัพธใ์ นวงเลบ็ ก่อน) คณิตศำสตร์ไม่น้อยกว่ำร้อยละ 60 - นกั เรียนเหลอื จำนวนนอกวงเล็บ และกำรดำเนนิ กำรอะไรบำ้ ง (7,980 – 4,911 + 103) - นักเรียนจะหำคำตอบต่อไปอยำ่ งไร (หำผลบวกกอ่ น แล้วตำมดว้ ยหำผลลบ)
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๔๙ 283 กลมุ่ สาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ ช้ัน ป.๔ เวลา ๑ ชั่วโมง หนว่ ยที่ ๑ เร่ืองจานวนนบั และการบวก การลบ การคณู การหาร หน่วยยอ่ ยท่ี ๑.๔ กำรบวก ลบ คูณ หำรระคน จุดประสงค์การเรยี นรู้ จำกคำตอบท่นี ักเรียนได้ ครถู ำมคำถำมต่อว่ำ ด้านความรู้ - จำกโจทย์ 7,980 – 4,911 + 515 ÷ 5 และ 7,980 – 4,911 + (515 ÷ 5) เทำ่ กันหรือไม่ เพ่ือให้นักเรียนสำมำรถหำผลลัพธ์ (เท่ำกัน) ของโจทยก์ ำรบวก ลบ คณู หำรระคน 4. ครูยกตวั อย่ำงเพ่ิมเติม ให้นักเรียนหำคำตอบ - 2,420 ÷ 11 + 9 × 120 - 95 = ดา้ นทักษะและกระบวนการทาง แล้วครกู ำหนดวงเล็บในรปู แบบท่หี ลำกหลำย ให้นักเรียนหำคำตอบ ไดแ้ ก่ คณติ ศาสตร์ - (2,420 ÷ 11) + 9 × 120 - 95 = เพื่อให้นกั เรยี นสำมำรถ - 2,420 ÷ (11 + 9) × 120 - 95 = 1. ให้เหตผุ ล - 2,420 ÷ 11 + (9 × 120) - 95 = - 2,420 ÷ 11 + 9 × (120 – 95) = 2. ส่อื สำร สอื่ ควำมหมำยทำง คณิตศำสตร์ 5. ให้นักเรียนเปรียบเทียบคำตอบที่ได้ แล้วอธิบำยประกอบกับหลักกำรของกำรแก้โจทย์กำรบวก ลบ คูณ หำรระคน ซึง่ ยังต้องเนน้ ตำมหลกั กำรแกโ้ จทย์กำรบวก ลบ คณู หำรระคนทง้ั แบบมีวงเล็บและไม่มวี งเล็บ 3. กำรคิดคำนวณ 6. ใหน้ กั เรยี นแบ่งเปน็ กลุม่ กลมุ่ ละ 3-4 คน แจกกระดำษแผ่นใหญใ่ หน้ กั เรยี นสุ่มหยบิ โจทย์กำรบวก ลบ คณู หำรระคน ดงั ต่อไปนี้ 1) (450 + 125) × 25 = 2) 12 × 70 ÷ 10 + 2,517 = 3) (728 ÷ 13) + 412 × 15 = 4) 12,350 – 75 × (15 + 66) = 7. จำกน้นั ครใู ห้นกั เรียนออกมำนำเสนอ และรว่ มกนั ตรวจสอบควำมถูกตอ้ ง 8. ให้นักเรียนทำแบบฝึกหดั ที่ 1.49 เพ่ิมเตมิ
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๔๙ ชนั้ ป.๔ หน่วยที่ ๑ เรอื่ งจานวนนบั และการบวก การลบ การคณู การหาร เวลา ๑ ช่วั โมง 284 หนว่ ยยอ่ ยที่ ๑.๔ กำรบวก ลบ คูณ หำรระคน ขน้ั สรปุ 8. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรุปเกี่ยวกบั กำรแกโ้ จทยก์ ำรบวก ลบ คูณ หำรระคน - กำรแก้โจทย์กำรบวก ลบ คูณ หำรระคน แบบมีวงเล็บ ต้องหำผลลัพธ์ในวงเล็บก่อน - กำรแกโ้ จทยก์ ำรบวก ลบ คณู หำรระคน แบบไม่มีวงเลบ็ ถ้ำเปน็ กำรบวกและกำรลบอยู่ ด้วยกัน หรือ ถ้ำเป็นกำรคูณและกำรหำรอยู่ด้วยกัน ต้องทำตำมลำดับจำกซ้ำยไปขวำ ถ้ำเป็นกำรบวก ลบ คูณและหำรอยู่ดว้ ยกนั ต้องทำตวั ดำเนนิ กำรคณู และหำรก่อนตวั ดำเนนิ กำรบวกและลบเสมอ
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ขน้ั นำ แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๕๐ ข้นั สอน แนวการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ 285 ข้นั สรปุ กำรวัดและประเมนิ ผล ทบทวนการบวก การลบจานวนนบั กจิ กรรมการเรียนการสอนการคานวณมากกวา่ หนึ่งขน้ั ตอนโดยใชเ้ ครอื่ งคิดเลข แบบฝึกหัด 1.50 สรปุ การคานวณโดยใชเ้ คร่ืองคิดเลข ประเมินจำกกำรตอบคำถำมและกำรทำแบบฝึกหัด ประเมินทักษะและกระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ ด้ำนกำรสอื่ สำรสอื่ ควำมหมำยทำงคณติ ศำสตร์ ประเมนิ จำกกำรแกป้ ญั หำ กำรใหเ้ หตุผล
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำาหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลุม่ สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๕๐ ช้นั ป.๔ หนว่ ยที่ ๑ เร่ืองจานวนนบั การบวก การลบ การคณู การหาร เวลา ๑ ชั่วโมง 286 หน่วยย่อยที่ ๑.๔ การบวก ลบ คูณ หารระคน สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ขอบเขตเน้ือหา กิจกรรมการเรียนรู้ 1. เครือ่ งคิดเลข การคานวณโดยใช้เครอ่ื งคดิ เลข ขน้ั นา 2. แผนภาพแสดงวธิ กี ดเครื่องคิดเลข 3. แบบฝกึ หดั 1.50 สาระสาคัญ 1. ครูทบทวนกำรหำผลลัพธ์ของกำรบวก กำรลบ กำรคณู และกำรหำร จำกโจทย์ทค่ี รเู ขียนบนกระดำน ใหน้ ักเรียนหำผลลัพธโ์ ดยใช้เครอื่ งคิดเลข เชน่ การประเมิน การคดิ คานวณโดยใชเ้ ครื่องคิดเลข 1. วธิ กี าร ตามลาดับของการกดปุ่ม 1) 30,436,067 7,862,426 = □ (22,573,641) 1.1 สงั เกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้ จุดประสงค์การเรยี นรู้ 2) 9,698,589 + 40,076,231 = □ (49,774,820) 1.2 ตรวจแบบฝกึ หัด ดา้ นความรู้ 2. เครอื่ งมอื 3) 8,132 × 621 = □ (5,049,972) 2.1 แบบฝกึ หัด 1.50 เพื่อให้นักเรยี นสำมำรถคดิ 2.2 แบบประเมินทักษะและ คานวณโดยใช้เคร่อื งคดิ เลขพรอ้ มทง้ั 4) 81,534 ÷ 321 = □ (254) ตระหนกั ถึงความสมเหตุสมผล ครูสุม่ ตรวจสอบคำตอบของนักเรียนเปน็ รำยบคุ คลและแกไ้ ขขอ้ บกพรอ่ ง กระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ ดา้ นทักษะและกระบวนการทาง 3. เกณฑ์ คณติ ศาสตร์ ขนั้ สอน 3.1 ผลงำนมีควำมถกู ต้อง เพ่ือให้นักเรียนสำมำรถส่ือสำร 2. ครจู ดั กิจกรรมกำรเรยี นกำรสอนเร่ืองใช้เครื่องคิดเลขหำผลลัพธ์ของกำรบวก ลบ คูณ หำรระคน ไม่นอ้ ยกว่ำร้อยละ 80 สือ่ ควำมหมำยทำงคณติ ศำสตร์ โดยใหน้ กั เรียนพิจำรณำโจทยท์ ค่ี รเู ขยี นบนกระดำน ดังน้ี 3.2 นักเรียนได้คะแนนรวมดา้ น (2,047 23) 87 = ทักษะและกระบวนการทาง ครูและนักเรียนร่วมกนั อภิปรำยขนั้ ตอนกำรหำผลลพั ธจ์ ำกกำรคิดคำนวณ จะตอ้ งหำผลลพั ธ์ในวงเลบ็ คณิตศาสตร์ไมน่ ้อยกว่า กอ่ น (2,047 23) แล้วนำไปบวกกบั 87 ร้อยละ 60 ดังนน้ั ในกำรหำผลลัพธ์ของ (2,047 23) 87 นักเรยี นจะตอ้ งกดปุ่มเครื่องคิดเลขดังน้ี ดงั นัน้ (2,047 23) 87 = 176
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำาหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กล่มุ สาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๕๐ ชัน้ ป.๔ หนว่ ยท่ี ๑ เร่อื งจานวนนบั การบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ช่ัวโมง 287 หน่วยยอ่ ยท่ี ๑.๔ การบวก ลบ คูณ หารระคน 3. ครูให้นกั เรยี นฝกึ ปฏิบัตใิ ชเ้ ครือ่ งคดิ เลขหำผลลพั ธ์ของ 1) (675 28) 8,421 = จะต้องกดปุ่มเครื่องคิดเลขเพื่อหำผลลัพธข์ อง (675 28) 8,421 ดังน้ี ดังนน้ั (675 028) 8,421 = 10,479 2) 24,946 (168 75) = ครูและนักเรยี นร่วมกนั อภิปรำยกำรหำผลลพั ธ์ของ 24,946 (168 75) ซ่งึ จะไดว้ ่ำเคร่อื งคดิ เลข จะคำนวณตำมลำดบั ของกำรกดปุ่ม ดังนน้ั ในกำรหำผลลพั ธ์ของ 24,946 (168 75) นักเรียนจะต้องกดป่มุ เคร่ืองคิดเลขดังนี้ ดังนั้น 24,946 (1068 75) =37,546 ครใู ห้นักเรียนตรวจสอบผลลพั ธ์ท่ีได้กบั เพื่อนข้ำงเคยี งว่ำถูกต้องหรอื ไม่ ถ้ำไมถ่ กู ตอ้ งครูต้องสอนเสรมิ หรือใหฝ้ ึกกำรคำนวณโดยใช้เครื่องคดิ เลขเพิม่ เติม 4. ใหน้ กั เรียนฝกึ ปฏบิ ัติใช้เคร่อื งคิดเลขหำผลลพั ธ์ของ 34,786 (125 80) = ครูและนักเรยี นร่วมกันอภปิ รำยกำรหำผลลัพธ์ของ 34,786 (125 80) จะไดว้ ่ำ 34,786 เปน็ ตัวตั้ง และ (125 80) เปน็ ตัวลบ ครแู บ่งนกั เรียนเป็น 2 กลุ่ม ให้นกั เรยี นกลุ่มแรกหาผลลัพธ์โดยการคิดคานวณ
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำาหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ ๕๐ ชนั้ ป.๔ หนว่ ยที่ ๑ เรอื่ งจานวนนับ การบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ช่ัวโมง 288 หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๑.๔ การบวก ลบ คณู หารระคน ซง่ึ จะได้ 34,786 (125 80) = 34,786 – 10,000 = 24,786 ใหน้ ักเรียนกล่มุ ที่สองใช้เคร่อื งคิดเลขคานวณตามลาดับของการกดปุ่ม 34,786 125 80 ซ่งึ หมายถึง (34,786 125) 80 ให้นักเรียนพจิ ารณาผลลัพธ์ท่ีได้เทา่ กบั ผลลพั ธจ์ ากการคิด คานวณหรอื ไม่ ใครผดิ ใครถูก ครแู นะนาการคานวณมากกว่าหน่ึงข้ันตอนโดยใช้เครอ่ื งคดิ เลขตรวจสอบคาตอบ นอกจากการกดปุ่ม ตามลาดับการคานวณ จะต้องใชป้ มุ่ จดจาการคานวณเพิม่ เตมิ ดังนี้ หมายถงึ จดจาจานวนกอ่ นทีจ่ ะกดปุ่มนี้ เพ่ือนาไปเปน็ ตัวต้ังหรือตัวบวกในคร้ังต่อไป หมายถึง จดจาจานวนก่อนทจี่ ะกดปุ่มนี้ เพ่ือนาไปเปน็ ตวั ลบในครงั้ ต่อไป หมายถึง รวมผลลพั ธ์ทง้ั หมด (บางเครื่องอาจใชป้ ุม่ แทน) ดงั นน้ั วธิ กี ดเคร่ืองคดิ เลขเพ่ือหาผลลัพธ์ ขน้ั ท่ี 1 จะได้ 34,786 เป็นตวั ตงั้ ขน้ั ที่ 2 จะได้ผลคูณเปน็ ตัวลบ ข้นั ที่ 3 หรอื จะไดผ้ ลลัพธท์ ัง้ หมด ดงั น้นั 34,786 (125 80) = 24,786 ครูแนะนาเพม่ิ เติมว่า หลังจากใช้งาน หรอื แลว้ อย่าลมื กดป่มุ หรอื CE/C เพ่ือยกเลิกการใชง้ าน
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำาหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ ๕๐ ชั้น ป.๔ หน่วยที่ ๑ เรอื่ งจานวนนับ การบวก การลบ การคณู การหาร เวลา ๑ ชั่วโมง 289 หนว่ ยย่อยที่ ๑.๔ การบวก ลบ คูณ หารระคน ครใู ห้นกั เรยี นตรวจสอบผลลัพธท์ ไี่ ด้กับเพื่อนขา้ งเคยี งวา่ ถูกตอ้ งหรอื ไม่ 5. ใหน้ กั เรียนฝึกปฏิบตั ิการใช้เครอื่ งคิดเลขไปพร้อม ๆ กับครูเพม่ิ เตมิ ดังนี้ (45 726) (9,400 25) = ตัวต้ัง ตวั บวก ให้นกั เรยี นกดเครือ่ งคดิ เลขดังนี้ ขน้ั ที่ 1 4 5 7 2 6 จะไดผ้ ลคูณเป็นตัวตัง้ ขัน้ ท่ี 2 9 4 0 0 2 5 จะได้ผลหารเป็นตัวบวก ข้ันท่ี 3 หรอื จะได้ผลลัพธท์ ้ังหมด ดงั นัน้ (45 726) (9,400 25) = 33,046 หลังจากใชง้ านปมุ่ และ หรือ แลว้ อยา่ ลืมกดป่มุ หรือ CE/C เพ่ือยกเลิกการใชง้ าน 5. ครแู นะนำกำรใช้เครือ่ งคิดเลขหำเศษจำกกำรหำรไม่ลงตัว โดยครูเขยี น 3,452÷ 40 ใหน้ ักเรยี นหำ ผลหำรโดยใชเ้ คร่ืองคิดเลขแล้วตอบคำถำม 1) ถ้ำใชเ้ ครื่องคิดเลขหำผลหำรของ 3,452÷ 40 จะได้คำตอบเท่ำไร (86.3) 2) 3,452÷ 40 ได้ผลหำรลงตวั หรือไม่ (ไมล่ งตวั )
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๕๐ ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ช้นั ป.๔ เวลา ๑ ช่ัวโมง 290 หน่วยท่ี ๑ เร่อื งจานวนนบั การบวก การลบ การคณู การหาร หน่วยย่อยท่ี ๑.๔ การบวก ลบ คูณ หารระคน ง 3) จำกคำตอบ 86.3 หมำยควำมวำ่ อยำ่ งไร (3,452÷ 40 ได้ 86 เหลือเศษ จำนวนหน่ึง) ครแู นะนำวำ่ เรำสำมำรถหำเศษได้ โดย นำผลหำร (86) คูณกบั ตวั หำร (40) ไปลบออกจำกตวั ตัง้ (3,452) ผลลบทไี่ ด้จะเท่ำกับเศษ ครใู หน้ ักเรยี นตรวจสอบ เน่อื งจำก 3,452 - (86×40) = 12 ดังนัน้ 3,452÷ 40 ได้ 86 เศษ 12 6. ใหน้ ักเรียนฝึกใชเ้ ครอ่ื งคดิ เลขหำผลลัพธเ์ พิ่มเติม แลว้ ตรวจสอบผลลัพธก์ ับเพื่อนๆ 1) (574 12) + (4,650 – 2,037) = (9,501)……………………………………. 2) (19,845 35) × (2,509 – 1,953) = (315,252)……………………………………. 3) (97,124 123,468) – (909 × 28) = (195,140)……………………………………. ใหน้ กั เรียนทำแบบฝกึ หัดที่ 1.50 ขอ้ 1- 10 ครแู ละนักเรยี นชว่ ยกันตรวจสอบผลลพั ธแ์ ละแก้ไข ข้อบกพร่อง ข้นั สรุป 6. ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรุปเกยี่ วกับการคานวณมากกว่าหนงึ่ ขนั้ ตอนโดยใชเ้ ครือ่ งคดิ เลขคานวณ ตามลาดบั ของการกดปุ่ม
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 496
Pages: