ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ขัน้ แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี ๕๑ ขั้นนา แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 291 ขั้นสอน กิจกรรมสาคญั วิเคราะห์ และแกโ้ จทยป์ ัญหาแบบหน่ึงข้ันตอน ขนั้ สรุป นกั เรยี นระดมความคิด แลกเปล่ยี นแนวคดิ อภปิ รายร่วมกนั และขยายแนวคดิ ไปสู่ การวัดและประเมินผล การวเิ คราะหโ์ จทย์ปัญหา 2 เคร่ืองหมาย ทาแบบฝึกหัด 1.51 พรอ้ มเฉลยคาตอบ ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรุป ลาดับขน้ั ในการวเิ คราะหแ์ ละแกโ้ จทยป์ ัญหา ประเมินการตอบคาถามและการทาแบบฝึกหดั ประเมนิ ทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตรด์ า้ นการสอ่ื สารสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร์
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๕๑ 292 กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ หนว่ ยยอ่ ยที่ ๑.๔ การบวก ลบ คณู หารระคน ชั้น ป.๔ หน่วยท่ี ๑ เรอ่ื งจานวนนับ และการบวก การลบ การคณู การหาร เวลา ๑ ชัว่ โมง ขอบเขตเน้ือหา กจิ กรรมการเรียนรู้ ส่อื /แหล่งเรียนรู้ โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หาร ข้ันนา 1. บตั รโจทยป์ ัญหา ระคน 1. ครตู ดิ แถบบตั รโจทยป์ ัญหาและใหน้ กั เรยี นอ่านโจทย์พร้อมกัน 2. ธนบัตรจาลอง 3. แบบฝึกหัดที่ 1.51 สาระสาคัญ ฟ้า ฝน รุ้ง และหมอกไปรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารแห่งหน่ึง ค่าอาหารรวม 180 การประเมิน บาท หากทั้งสี่จ่ายเงินรวมกันด้วยธนบัตรฉบับละ 500 บาท จานวน 1 ใบ จะได้รับเงินทอน การแก้โจทย์ปัญหาเร่ิมจาก การทา เท่าไร 1. วธิ ีการ 1.1 สังเกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้ ความเข้าใจปัญหา วางแผนแก้ปัญหา ดาเนินตามแผน และตรวจสอบความ 2. ครอู าจเตรยี มธนบัตรจาลองไวใ้ ห้นกั เรยี นใชใ้ นการแกป้ ัญหา และใชก้ ารถามตอบ 1.2 ตรวจผลงำนจำกแบบฝึกหดั 2. เคร่อื งมอื ถกู ต้องของคาตอบ - ท้ัง 4 คน ตอ้ งจ่ายค่าอาหารเทา่ ไร (ค่าอาหาร 180 บาท) 2.1 แบบฝกึ หัด 1.51 - จ่ายเงินไปกบี่ าท (500 บาท) 2.2 แบบประเมนิ ทกั ษะและ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ - จะหาจานวนเงนิ ทอนได้อยา่ งไร (จานวนเงนิ ท่ีจา่ ย ลบดว้ ย คา่ อาหาร ได้เท่ากับ เงนิ ทอน กระบวนกำรทำงคณติ ศำสตร์ น่ันคือ 500 – 180 = ) ดา้ นความรู้ 3. เกณฑ์ เพื่อให้นักเรียนสามารถวิเคราะห์ - นกั เรียนเขียนประโยคสญั ลกั ษณ์ได้อย่างไร (500 – 180 = ) 3.1 ผลงำนมีควำมถูกตอ้ งไม่น้อยกวำ่ - ให้นักเรียนคานวณหาจานวนเงินทอนท่ีจะได้รับ และตรวจสอบความถูกต้องของคาตอบ ร้อยละ 80 โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับการ บวก ลบ คูณ (อาจนาคา่ อาหารรวมกบั เงนิ ทอน วา่ ได้เทา่ กับเงนิ ทีจ่ ่ายไปหรอื ไม่) 3.2 นกั เรียนได้คะแนนรวมด้ำน หารระคน พร้อมท้ังหาคาตอบและแสดง ทกั ษะและกระบวนกำรทำง ขัน้ สอน วธิ ีทาจากสถานการณท์ ก่ี าหนดให้ได้ 3. ครตู ิดแถบบัตรโจทย์ปัญหาและใหน้ ักเรยี นอ่านโจทย์พร้อมกนั คณติ ศำสตร์ไมน่ ้อยกวำ่ ร้อยละ 60
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๕๑ 293 กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ ชั้น ป.๔ เวลา ๑ ชั่วโมง หนว่ ยท่ี ๑ เร่ืองจานวนนับ และการบวก การลบ การคูณ การหาร หนว่ ยย่อยที่ ๑.๔ การบวก ลบ คูณ หารระคน ดา้ นทกั ษะและกระบวนการทาง ฟ้า ฝน รุ้ง และหมอกไปรับประทานอาหารกลางวันท่ีร้านอาหารแห่งหน่ึง ท้ังสี่คนสั่งข้าวราด คณติ ศาสตร์ กะเพราไก่เหมือนกัน ในเมนูเขียนราคาไว้ จานละ 35 บาท หากทั้งสี่จ่ายเงินรวมด้วยธนบัตร เพ่ือให้นกั เรียนสามารถ ฉบบั ละ 500 บาท จานวน 1 ใบ จะได้รับเงินทอนเทา่ ไร 1. แก้ปัญหา 4. ครถู ามว่า 2. ให้เหตผุ ล - จากโจทย์ข้อนี้ โจทยถ์ ามอะไร (จะไดร้ บั เงนิ ทอนเทา่ ไร) 3. สอ่ื สาร สอื่ ความหมายทาง - นกั เรยี นหาเงินทอนไดอ้ ย่างไร (เงนิ ท่ีจ่ายไป ลบด้วย ค่าอาหารรวม) คณติ ศาสตร์ - นกั เรยี นยังไมท่ ราบอะไร (ค่าอาหารรวม) - นกั เรียนจะหาคา่ อาหารรวม ไดอ้ ย่างไร (คา่ อาหารของท้ัง 4 คน มารวมกัน) 4. การคิดคานวณ - ค่าอาหารของแตล่ ะคนเปน็ เท่าไร (35 บาท) - ดังนัน้ คา่ อาหารรวมเปน็ (4 35 หรือ 35 + 35 + 35 + 35) - นกั เรียนเขียนเปน็ ประโยคสัญลักษณ์ เพ่ือหาเงินทอนไดอ้ ยา่ งไร (500 – (4 35) = ) - นกั เรยี นหาคาตอบได้ ดังน้ี ประโยคสัญลักษณ์ 500 – (4 35) = 500 – (4 35) = 500 – (140) = 360 ดงั น้ัน จะได้รับเงินทอน 360 บาท และตรวจสอบความถูกต้องของคาตอบกบั โจทย์ปญั หา
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลุ่มสาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๕๑ ชัน้ ป.๔ หนว่ ยที่ ๑ เร่อื งจานวนนบั และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ชว่ั โมง 294 หน่วยย่อยที่ ๑.๔ การบวก ลบ คณู หารระคน ไดร้ บั เงินทอน 360 บาท คา่ อาหารของทง้ั 4 คน ราคาจานละ 35 บาท คิดเป็นค่าอาหารรวม 4 35 = 140 บาท เงนิ ทอน 360 บาท รวมกับค่าอาหารรวม 140 บาท ไดเ้ ปน็ เงินทจ่ี า่ ยไป 360 + 140 = 500 บาท ซ่ึงตรงกับโจทย์ แสดงว่า 360 บาท เปน็ คาตอบที่ถูกต้อง 5. ครูกาหนดโจทย์ปัญหาท่ี 3 เพ่ิมเตมิ ใหน้ ักเรียนชว่ ยกันหาคาตอบ ดงั น้ี ฟ้า ฝน รุ้ง และหมอกไปรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ทั้งส่ีคนส่ังข้าวราด กะเพราไก่เหมือนกัน หากทั้งส่ีจ่ายเงินรวมด้วยธนบัตรฉบับละ 500 บาท จานวน 1 ใบ และ ได้รบั เงินทอน 300 บาท แต่ละคนตอ้ งจ่ายคา่ อาหารคนละเท่าไร 6. ถ้านักเรียนไมส่ ามารถวิเคราะหโ์ จทยไ์ ดค้ รูอาจถามคาถามดังต่อไปน้ี - จากโจทย์ขอ้ น้ี โจทยถ์ ามอะไร (แตล่ ะคนตอ้ งจ่ายค่าอาหารคนละเท่าไร) - นกั เรยี นหาคา่ อาหารรวมได้อยา่ งไร (เงินท่ีจา่ ยไป ลบด้วย เงนิ ทอน นัน่ คอื 500 – 300 = 200 บาท) - นักเรียนจะหาค่าอาหารของแต่ละคนได้อยา่ งไร (ค่าอาหารรวม หารด้วย จานวนคน น้นั คือ 200 4 = 50 บาท) - นักเรียนเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ เพ่ือว่าแต่ละคนต้องจ่ายค่าอาหารของแต่ละคน ได้ อยา่ งไร (500 – 300) 4 = )
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๕๑ 295 กล่มุ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ชน้ั ป.๔ เวลา ๑ ช่วั โมง หน่วยท่ี ๑ เร่อื งจานวนนับ และการบวก การลบ การคูณ การหาร หนว่ ยยอ่ ยที่ ๑.๔ การบวก ลบ คณู หารระคน - นักเรียนหาคาตอบได้ ดงั นี้ ประโยคสัญลกั ษณ์ (500 – 300) 4 = (500 – 300) 4 = 200 4 = 50 ดงั น้นั จะต้องจา่ ยคา่ อาหารคนละ 50 บาท และตรวจสอบความถกู ตอ้ งของคาตอบกับโจทย์ปัญหา จา่ ยค่าอาหารคนละ 50 บาท คา่ อาหารของทัง้ 4 คน คนละ 50 บาท คดิ เปน็ ค่าอาหารรวม 4 50 = 200 บาท เงินทอน 300 บาท รวมกบั ค่าอาหารรวม 200 บาท ไดเ้ ป็นเงินทจ่ี า่ ยไป 300 + 200 = 500 บาท ซึง่ ตรงกับโจทย์ แสดงว่า 50 บาท เปน็ คาตอบทถ่ี กู ต้อง 7. ให้นักเรียนทาแบบฝกึ หดั ที่ 1.51 ขั้นสรปุ 8. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ วา่ ในการแกโ้ จทย์ปัญหานน้ั 1) เราควรอ่านโจทย์ปัญหาจนจบให้เข้าใจ หากคาไหนนักเรียนไม่เข้าใจ หรือไม่ทราบ ความหมายใหส้ อบถามจากครู 2) เราต้องวิเคราะห์โจทย์ปัญหาว่า “โจทย์ต้องการให้หาอะไร” และ “โจทยก์ าหนดอะไร ให้บ้าง”
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๕๑ 296 กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๑.๔ การบวก ลบ คูณ หารระคน ชน้ั ป.๔ หนว่ ยที่ ๑ เร่อื งจานวนนบั และการบวก การลบ การคณู การหาร เวลา ๑ ช่วั โมง 3) จากน้ันเราจึงหาวิธีการแก้ปัญหา โดยอาจวิเคราะห์จากคาหรือข้อความในโจทย์ในการ เลือกเครื่องหมาย และลาดบั ในการดาเนินการ และตรวจสอบความถูกตอ้ งของคาตอบกบั โจทยป์ ญั หา
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ขัน้ แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ ๕๒ ขนั้ นา แนวการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ 297 ขน้ั สอน ขัน้ สรุป กิจกรรมสาคญั วิเคราะห์ และแกโ้ จทยป์ ัญหาแบบ 2 เครอ่ื งหมาย การวัดและประเมนิ ผล นกั เรยี นระดมความคิด แลกเปลย่ี นแนวคดิ อภปิ รายร่วมกนั และแกโ้ จทย์ปัญหา 2 เครือ่ งหมาย ทีห่ ลากหลาย ทาแบบฝึกหัด 1.52 พรอ้ มเฉลยคาตอบ ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สรุป ลาดบั ขัน้ ในการวิเคราะหแ์ ละแก้โจทยป์ ญั หา ประเมนิ การตอบคาถามและการทาแบบฝึกหัด ประเมนิ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ด้านการสอื่ สารสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร์
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๕๒ 298 กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ชัน้ ป.๔ หนว่ ยที่ ๑ เรอื่ งจานวนนบั และการบวก การลบ การคูณ การหาร หน่วยยอ่ ยที่ ๑.๔ การบวก ลบ คูณ หารระคน เวลา ๑ ชวั่ โมง ขอบเขตเนื้อหา กจิ กรรมการเรยี นรู้ ส่อื /แหลง่ เรียนรู้ โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หาร ขน้ั นา 1. บัตรโจทย์ปญั หา ระคน 2. กระดาษแผ่นใหญ่ 1. ครูตดิ แถบบตั รโจทยป์ ัญหา ดังน้ี 3. แบบฝกึ หดั 1.52 สาระสาคญั โรงงานผลิตยาแห่งหน่ึงผลิตวิตามิน 3 ชนดิ คือ A B และ C ถา้ โรงงานแห่งนผ้ี ลิตวิตามิน C ได้ การประเมนิ วันละ 287,000 เม็ด ผลิตวิตามิน B ได้ มากกว่าวิตามิน C อยู่ 1,800 เม็ด ผลิตวิตามิน A ได้ การแก้โจทย์ปัญหาเร่ิมจาก การทา น้อยกว่าวติ ามิน B อยู่ 2,900 เม็ด โรงงานนผ้ี ลิตวติ ามิน A ได้วนั ละกี่เม็ด 1. วิธกี าร 1.1 สังเกตการตอบคาถามและรว่ ม ความเข้าใจปัญหา วางแผนแก้ปัญหา ดาเนินตามแผน และตรวจสอบความ 2. ให้นักเรียนอา่ นโจทยพ์ รอ้ มกนั และครูสนทนา ดงั ตอ่ ไปน้ี กจิ กรรมกล่มุ ในห้องเรยี น ถูกต้องของคาตอบ - โรงงานน้ีผลิตวิตามนิ กีช่ นดิ อะไรบ้าง (3 ชนิด คือ A B และ C) - ผลติ วติ ามนิ C ไดว้ ันละเท่าไร (ผลิตได้วนั ละ 287,000 เมด็ ) 2. เครอ่ื งมอื จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ - ผลติ วิตามนิ A ไดว้ ันละเท่าไร (โจทยใ์ หห้ า และทราบวา่ ผลติ ไดน้ อ้ ยกว่าวติ ามิน B อยู่ 2,900 เมด็ ) 2.1 แบบฝกึ หัด 1.52 2.2 แบบประเมินทักษะและ ด้านความรู้ - ผลติ วติ ามนิ B ไดว้ ันละเท่าไร (ผลติ ได้ มากกว่าวติ ามิน C อยู่ 1,800 เม็ด) กระบวนการทางคณิตศาสตร์ เพื่อให้นักเรียนสามารถวิเคราะห์ 3. เกณฑ์ โจทย์ปัญหาเก่ียวกับการ บวก ลบ คูณ ขน้ั สอน 3.1 ผลงานมคี วามถูกต้องไมน่ ้อยกวา่ หารระคน พร้อมทั้งหาคาตอบและแสดง 3. จากโจทย์ปัญหาในข้ันนา ครูและนักเรียนร่วมกันวิเคราะห์และแก้โจทย์ปัญหา โดยครูอาจใช้คาถาม รอ้ ยละ 80 วิธีทาจากสถานการณ์ทกี่ าหนดใหไ้ ด้ กระตนุ้ ดังน้ี 3.2 คะแนนรวม ด้านทกั ษะและ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ไม่นอ้ ย ด้านทักษะและกระบวนการทาง - จะหาไดอ้ ย่างไรวา่ ผลิตวิตามิน B ได้กเี่ มด็ (จานวนทีผ่ ลิตวิตามนิ C ได้ บวกกบั 1,800 เม็ด นัน่ คือ กวา่ ร้อยละ 60 คณติ ศาสตร์ 287,000 + 1,800 = )
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี ๕๒ 299 กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ ชน้ั ป.๔ เวลา ๑ ชว่ั โมง หน่วยท่ี ๑ เรอ่ื งจานวนนบั และการบวก การลบ การคณู การหาร หนว่ ยย่อยที่ ๑.๔ การบวก ลบ คณู หารระคน 1. แกป้ ญั หา - จะหาไดอ้ ย่างไรว่าผลิตวติ ามนิ A ได้ก่เี ม็ด (จานวนท่ีผลิตวิตามิน B ได้ หักออก 2,900 เม็ด น่นั คือ 2. ใหเ้ หตุผล (287,000 + 1,800) – 2,900 = ) 3. ส่ือสาร สื่อความหมายทาง คณติ ศาสตร์ - นักเรยี นเขียนประโยคสัญลกั ษณ์ไดอ้ ย่างไร ((287,000 + 1,800) – 2,900 = ) 4. การคดิ คานวณ - ให้นักเรยี นคานวณหาจานวนวติ ามิน A ทโี่ รงงานแห่งนี้ผลติ ได้ในแต่ละวัน ดงั นี้ ประโยคสญั ลักษณ์ (287,000 + 1,800) – 2,900 = (287,000 + 1,800) – 2,900 = 288,800 – 2,900 = 285,900 ดังนน้ั โรงงานแห่งนีผ้ ลติ วติ ามนิ A ได้วนั ละ 285,900 เมด็ และตรวจสอบความถูกต้องของคาตอบกบั โจทย์ปญั หา โรงงานแห่งนีผ้ ลิตวิตามิน A ได้ 285,900 เม็ด ผลติ วิตามิน B ได้ มากกวา่ วติ ามิน A อยู่ 2,900 เมด็ ดังนนั้ ผลิตวติ ามนิ B ได้ 285,900 + 2,900 = 288,800 เม็ด ผลติ วติ ามนิ B ได้ มากกว่าวติ ามิน C อยู่ 1,800 เมด็ ดงั นัน้ ผลติ วติ ามนิ C ได้ 288,800 - 1,800 = 287,000 เมด็ ผลติ วิตามนิ C ได้ 287,000 เมด็ ซ่งึ ตรงกับโจทย์ แสดงวา่ 287,000 เม็ด เป็นคาตอบท่ถี กู ตอ้ ง 4. ครตู ดิ แถบบัตรโจทย์ปัญหา ดังน้ี ลุงขาวมขี ้าวสารอยู่ 3,705 กิโลกรัม แบง่ ใส่ถงุ ถงุ ละ 15 กโิ ลกรัม แล้วขายถงุ ละ 520 บาท ลงุ ขาวจะขายข้าวสารไดเ้ งนิ ท้ังหมดก่ีบาท
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี ๕๒ 300 กลุ่มสาระการเรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์ หน่วยยอ่ ยท่ี ๑.๔ การบวก ลบ คูณ หารระคน ช้ัน ป.๔ หน่วยท่ี ๑ เรอ่ื งจานวนนบั และการบวก การลบ การคณู การหาร เวลา ๑ ชว่ั โมง 5. ครูและนกั เรยี นร่วมกันวเิ คราะห์และแก้โจทยป์ ญั หา โดยครอู าจใชค้ าถามกระตุ้น ดังตอ่ ไปน้ี - ลงุ ขาวมีขา้ วสารอยเู่ ท่าไร (3,705 กิโลกรัม) - แบง่ ใส่ถุง ถงุ ละเทา่ ไร (15 กโิ ลกรมั ) - จะหาได้อย่างไรว่า ได้ข้าวสารท้ังหมดกี่ถุง (นาน้าหนักข้าวสารที่มีอยู่ หารด้วยน้าหนัก ขา้ วสารในแตล่ ะถุง น่ันคอื 3,705 15 = ) - ขายถงุ ละ เทา่ ไร (520 บาท) - จะหาได้อย่างไรว่า ลุงขาวจะขายข้าวสารได้เงินทั้งหมดก่ีบาท (นาจานวนถุงของข้าวสาร มาคูณด้วยราคาขายแต่ละถุง นั่นคือ (3,705 15) 520 = ) - นกั เรยี นเขยี นประโยคสญั ลักษณไ์ ด้อยา่ งไร ((3,705 15) 520 = ) - ให้นกั เรยี นหาจานวนเงินทีล่ ุงขาวจะไดจ้ ากการขายข้าวสาร ดงั น้ี ประโยคสญั ลักษณ์ (3,705 15) 520 = (3,705 15) 520 = 247 520 = 128,440 ดังน้ัน ลุงขาวขายข้าวได้เงนิ คือ 128,440 บาท และตรวจสอบความถกู ตอ้ งของคาตอบกับโจทย์ปัญหาโดยใช้เคร่ืองคดิ ดงั นี้
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๕๒ ชั้น ป.๔ หนว่ ยท่ี ๑ เรอ่ื งจานวนนบั และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ช่วั โมง 301 หน่วยย่อยที่ ๑.๔ การบวก ลบ คูณ หารระคน ลงุ ขาวขายขา้ วสารได้เงนิ 128,440 บาท ขายไปถงุ ละ 520 บาท ขายข้าวไปทั้งหมดกี่ถงุ ดงั นนั้ ขายข้าวไปท้งั หมด 128,440 520 = 247 ถุง ขา้ วสาร 247 ถงุ ถุงละ 15 กโิ ลกรมั คิดเป็นข้าวสารท้ังหมดกี่กโิ ลกรมั 247 15 = 3,705 ขา้ วสารทั้งหมด 3,705 กโิ ลกรัม ซึง่ ตรงกบั โจทย์ แสดงว่า 3,705 บาท เป็นคาตอบทถี่ ูกต้อง 6. ให้นักเรียนแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน แจกกระดาษแผ่นใหญ่ให้นักเรียนสุ่มหยิบโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คณู หารระคน ดังตอ่ ไปนี้ เพือ่ แสดงวธิ ีคดิ และตรวจคาตอบ พ่อค้าลงทุนซ้ือผลไม้และขนมมาขายเป็นเงิน 2,250 บาท จากน้ันขายสินค้าทั้งสองชนิดจน หมดได้เงินจากการขายผลไม้ 1,735 บาท ได้เงินจากการขายขนม 1,590 บาท พ่อค้าได้กาไร จากการขายของครั้งน้ีเท่าไร ((1,735 + 1,590) – 2,250 = ) (1,075) มีผู้บริจาคเงินเป็นทุนการศึกษาให้โรงเรียนทุนละ 450 บาท จานวน 20 ทุน ถ้านาเงินจานวน ดังกล่าวไปจัดสรรเป็นทุนการศึกษาให้นักเรียน ทุนละ 225 บาท จะมีนักเรียนกี่คนท่ีได้รับ ทนุ การศกึ ษา ((20 × 450) ÷ 225 = ) (40)
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๕๒ ชนั้ ป.๔ หน่วยท่ี ๑ เรอ่ื งจานวนนบั และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ชว่ั โมง 302 หนว่ ยย่อยที่ ๑.๔ การบวก ลบ คูณ หารระคน การประชุมมีผู้เข้าร่วมประชุม 234 คน จ่ายค่าอาหารว่างคนละ 95 บาท ค่าอาหารกลางวัน คนละ 240 บาท คิดเปน็ คา่ ใชจ้ ่ายทงั้ หมดกีบ่ าท (234 × (95 + 240) = ) ซื้อเส้ือ 15 ตัว เป็นเงิน 1,200 บาท ขายไปตัวละ 100 บาท ถ้าขายท้ังหมดจะได้กาไรเท่าไร ((15 × 100) – 1,200 = ) 7. จากนั้นครูใหน้ กั เรยี นออกมานาเสนอ และร่วมกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง 8. ใหน้ ักเรียนทาแบบฝกึ หดั ที่ 1.52 เพม่ิ เตมิ ข้นั สรปุ 9. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปว่าในการแก้โจทย์ปญั หา การแก้โจทย์ปัญหาเริ่มจาก การทาความเข้าใจปัญหา วางแผนแก้ปัญหา ดาเนินตามแผน และตรวจสอบความถูกต้องของคาตอบกบั โจทยป์ ญั หา
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ขน้ั แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๕๓ ข้ันนา แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 303 ข้นั สอน ขั้นสรุป กิจกรรมสาคญั ทบทวนการวเิ คราะห์ และแกโ้ จทยป์ ัญหา การวดั และประเมนิ ผล นักเรยี นระดมความคดิ แลกเปลีย่ นแนวคิด อภปิ รายรว่ มกัน และแกโ้ จทย์ปญั หา 2 เคร่อื งหมาย ที่หลากหลาย และแสดงวธิ ที า ทาแบบฝึกหัด 1.53 พรอ้ มเฉลยคาตอบ ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรุป ลาดับขั้นในการวิเคราะห์และแกโ้ จทยป์ ัญหา และแสดงวธิ ที า ประเมินการตอบคาถามและการทาแบบฝกึ หัด ประเมนิ ทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตรด์ ้านการสอ่ื สารสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร์
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี ๕๓ 304 กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ หน่วยยอ่ ยท่ี ๑.๔ การบวก ลบ คณู หารระคน ช้ัน ป.๔ หนว่ ยท่ี ๑ เรือ่ งจานวนนับ และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ชวั่ โมง ขอบเขตเนอ้ื หา กิจกรรมการเรียนรู้ สือ่ /แหลง่ เรยี นรู้ โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หาร ข้ันนา 1. บัตรโจทย์ปัญหา ระคน 1. ครตู ิดแถบบตั รโจทย์ปญั หา ดังนี้ 2. กระดาษแผ่นใหญ่ 3. แบบฝกึ หดั 1.53 สาระสาคญั จิตรามีเงินอยู่ 21,760 บาท วันน้ีขายทุเรียนได้อีก 139 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 47 บาท การประเมนิ จิตรามเี งินทง้ั หมดเทา่ ไร การแก้โจทย์ปัญหาเริ่มจาก การทา 1. วิธีการ ความเข้าใจปัญหา วางแผนแก้ปัญหา 2. ใหน้ ักเรียนร่วมกนั อา่ นโจทยแ์ ละวิเคราะห์ โดยครูอาจใช้คาถามกระตนุ้ ดังนี้ 1.1 สงั เกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้ ดาเนินตามแผน และตรวจสอบความ - จิตรามเี งินอยู่แล้วกี่บาท (21,760 บาท) 1.2 ตรวจผลงานจากแบบฝึกหดั ถูกตอ้ งของคาตอบ - ขายผลไมอ้ ะไรไดเ้ พิ่มอีก (ทุเรยี น) 2. เครือ่ งมอื - ขายไปกก่ี ิโลกรัม (139 กิโลกรมั ) 2.1 แบบฝกึ หดั 1.53 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ - กิโลกรัมละเท่าไร (47 บาท) 2.2 แบบประเมนิ ทักษะและ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ ด้านความรู้ ขั้นสอน เพ่ือให้นักเรียนสามารถวิเคราะห์ 3. เกณฑ์ โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับการ บวก ลบ คูณ 3. จากโจทย์ปัญหาในข้ันนา ครูให้นักเรียนจับคู่กันเพื่อถามตอบเก่ียวกับปัญหา เพ่ือทาความเข้าใจปัญหา 3.1 ผลงานมคี วามถูกตอ้ งไมน่ ้อยกวา่ หารระคน พร้อมท้ังหาคาตอบและแสดง ดังนี้ ร้อยละ 80 วิธที าจากสถานการณ์ที่กาหนดให้ได้ 3.2 นกั เรยี นไดค้ ะแนนรวมด้าน - จะหาไดอ้ ย่างไรว่า ขายทุเรียนได้เงินเท่าไร (139 × 47 = 6,345 บาท) ทักษะและกระบวนการทาง คณิตศาสตร์ไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ 60 ดา้ นทักษะและกระบวนการทาง - จะหาได้อยา่ งไรวา่ จติ รามเี งนิ ทัง้ หมดเท่าไร (21,760 + 6,345 = 28,105 บาท) คณติ ศาสตร์ - โดยนักเรยี นสามารถแสดงวิธีทาได้ ดังน้ี
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๕๓ 305 กลุม่ สาระการเรียนรูค้ ณติ ศาสตร์ ชั้น ป.๔ เวลา ๑ ช่วั โมง หนว่ ยท่ี ๑ เรอ่ื งจานวนนบั และการบวก การลบ การคูณ การหาร หน่วยยอ่ ยท่ี ๑.๔ การบวก ลบ คณู หารระคน 1. แก้ปัญหา วธิ ที า 47 บาท 2. ใหเ้ หตุผล ขายทุเรยี นไปกิโลกรมั ละ 139 กโิ ลกรมั 3. สื่อสาร ส่ือความหมายทาง ขายทเุ รียนไป 139 × 47 = 6,533 บาท คณติ ศาสตร์ ขายทุเรียนไปเปน็ เงนิ 21,760 บาท 4. การคิดคานวณ จติ รามเี งิน 21,760 + 6,533 = 28,293 บาท รวมจติ รามีเงินทงั้ หมด ตอบ ๒๘,๑๐๕ บาท และตรวจสอบความถูกต้องของคาตอบกับโจทย์ปัญหาโดยเครื่องคิดเลข ดังนี้ จิตรามีเงินทั้งหมด 28,105 บาท หักออกจากท่ีมีอยู่เดิม 21,760 คดิ เปน็ เงนิ จากการขายผลไม้เท่าไร 28,293 - 21,760 = 6,533 นน่ั คือ ขายทเุ รียน คิดเปน็ เงิน 6,533 บาท กโิ ลกรัมละ 47 บาท ขายไปกก่ี โิ ลกรมั 6,533 ÷ 47 = 139 ขายไป 139 กโิ ลกรัม ซ่ึงตรงกับโจทย์ แสดงวา่ 139 กิโลกรมั เปน็ คาตอบทถี่ กู ต้อง 4. ให้นักเรียนแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน แจกกระดาษแผ่นใหญ่ให้นักเรียนสุ่มหยิบโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คณู หารระคน ดังตอ่ ไปน้ี เพอื่ แสดงวิธีคิดและตรวจคาตอบ พ่อสารวจราคาเครือ่ งใช้ไฟฟ้า แต่ลืมจาราคาท้ังหมดไม่ได้ จาได้เพียงว่าโทรทัศน์ราคา 12,500 บาท ตู้เย็นราคาถูกกว่าโทรทัศน์ 4,790 บาท คอมพิวเตอร์ราคาแพงกว่าตู้เย็น 21,700 บาท อยากทราบวา่ คอมพิวเตอรร์ าคากบี่ าท ((12,500 – 4,790) + 21,700 = ) (29,410)
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กล่มุ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี ๕๓ ชนั้ ป.๔ หนว่ ยท่ี ๑ เร่อื งจานวนนบั และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ชว่ั โมง 306 หนว่ ยยอ่ ยที่ ๑.๔ การบวก ลบ คูณ หารระคน หา้ งสรรพสินค้าแห่งหนงึ่ จดั สรรพื้นที่ว่างสาหรับแบ่งเช่าเพื่อขายของ เดมิ แบง่ ไดเ้ ป็น 30 หนว่ ย แต่ละหน่วยมีเน้ือท่ี 75 ตารางเมตร ถ้านาพื้นท่ีทั้งหมดมาจัดสรรใหม่ เป็นหน่วยละ 50 ตาราง เมตร จะจัดสรรไดก้ ี่หน่วย ((30 × 75) ÷ 50 = ) (45) ร้านอาหารแห่งหน่ึง ผู้จัดการร้านได้รับเงินเดือนเป็น 3 เท่าของพนักงานรับรายการอาหาร พนักงานรับรายการอาหารได้รับเงินเดือนมากกว่าพนักงานทาความสะอาด 9,750 บาท ถ้า พนักงานทาความสะอาดได้รับเงินเดือน 10,800 บาท ผู้จัดการร้านจะได้รับเงินเดือนกี่บาท (3 × (10,800 + 9,750) = ) (61,650) พ่อแบ่งเหรียญห้าบาท 1,875 เหรียญ ที่สะสมไว้ ให้ลูก 5 คน คนละเท่า ๆ กัน ถ้าลูกคนโตมี เหรียญห้าบาทอยู่แล้ว 271 เหรียญ เมื่อได้รับจากพ่อมาเพิ่ม ลูกคนโตจะมีเหรียญห้าบาท ทงั้ หมดกเ่ี หรยี ญ (271 + (1,875 ÷ 5) = ) (646) สมพรขายเสื้อ 252 ตัว ราคาตัวละ 125 บาท นาเงินไปฝากธนาคาร 8,700 บาท สมพรเหลือ เงินไว้ใช้จา่ ยเท่าไร ((252 × 125) - 8,700 = ) (22,800)
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลมุ่ สาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์ แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ ๕๓ ชน้ั ป.๔ หน่วยท่ี ๑ เรื่องจานวนนบั และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ชั่วโมง 307 หนว่ ยย่อยท่ี ๑.๔ การบวก ลบ คณู หารระคน พิมพ์หนงั สือ 15,000 เล่ม ขายไปแลว้ 12,000 เล่ม ทเ่ี หลอื นาไปฝากขายตามรา้ นหนังสือ ร้าน ละ 75 เล่ม จะต้องนาหนังสือไปฝากขายกีร่ ้าน ((15,000 – 12,000) ÷ 75 = ) (40) 5. จากนั้นครูใหน้ กั เรียนออกมานาเสนอ และร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง 6. ใหน้ ักเรียนทาแบบฝกึ หัดท่ี 1.53 เพม่ิ เติม ขัน้ สรปุ 7. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันสรปุ วา่ ในการแกโ้ จทย์ปญั หาและแสดงวธิ ที านนั้ การแก้โจทย์ปัญหาเริ่มจาก การทาความเข้าใจปัญหา วางแผนแก้ปัญหา ดาเนินตามแผน และตรวจสอบความถกู ต้องของคาตอบกับโจทยป์ ญั หา
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ข้นั แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ ๕๔ ขน้ั นา แนวการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ 308 ข้นั สอน ขน้ั สรุป กิจกรรมสาคัญ สนทนาเก่ียวกบั โจทยป์ ญั หาทางคณติ ศาสตร์ การวดั และประเมนิ ผล นกั เรยี นวิเคราะหโ์ จทยป์ ญั หาเพ่อื เปน็ แนวทางในการสรา้ งโจทยป์ ญั หาจากประโยคสญั ลักษณ์ เรือ่ งราว และภาพ ทาแบบฝึกหัด 1.54 พรอ้ มเฉลยคาตอบ ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรปุ เก่ียวกบั โจทยป์ ญั หา นกั เรียนสรา้ งโจทยป์ ัญหาจากคาสาคญั ที่กาหนดให้ ประเมนิ การตอบคาถามและการทาแบบฝกึ หดั ประเมนิ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรด์ ้านการสอ่ื สารสอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร์
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ ๕๔ 309 กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ชน้ั ป.๔ หน่วยที่ ๑ เรอ่ื งจานวนนบั และการบวก การลบ การคูณ การหาร หน่วยยอ่ ยที่ ๑.๔ การบวก ลบ คูณ หารระคน เวลา ๑ ชว่ั โมง ขอบเขตเนอ้ื หา กิจกรรมการเรยี นรู้ ส่อื /แหล่งเรยี นรู้ การสร้างโจทย์ปญั หาการบวก ลบ คณู ขั้นนา 1. บตั รโจทย์ปัญหา 1-3 หารระคน 2. กระดาษแผน่ ใหญ่ 1. ครตู ดิ แถบบัตรโจทย์ปัญหาท่นี กั เรยี นเคยทามาแลว้ ดงั ต่อไปน้ี 3. แบบฝกึ หดั ท่ี 1.54 สาระสาคญั 1 ลุงดาเก็บมะม่วงจากสวนได้ 435 กิโลกรัม ขายไปราคากิโลกรัมละ 15 บาท นาเงินไปซ้ือ การประเมนิ ขา้ วสารราคาถงุ ละ 520 บาท จะไดข้ ้าวสารก่ถี ุง เหลอื เงนิ ก่ีบาท 1. โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ โดย 1. วธิ กี าร ส่วนใหญ่มาจากปัญหาท่ีพบเจอได้ใน 1.1 สงั เกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้ ชีวิตประจาวัน 2 เดิมวิชิตมีเงิน 15,600 บาท ขายเสื้อผ้าได้อีก 35 ตัว ราคาตัวละ 175 บาท วิชิตมีเงิน 1.2 ตรวจผลงานจากแบบฝกึ หดั 2. การแก้โจทย์ปัญหาเร่ิมจาก การทา ทง้ั หมดเทา่ ไร 2. เครอ่ื งมอื ความเขา้ ใจปญั หา วางแผนแก้ปัญหา 2.1 แบบฝึกหัด 1.54 ดาเนินตามแผน และตรวจสอบความ 2.2 แบบประเมนิ ทักษะและ ถกู ตอ้ งของคาตอบ 3 พิมพห์ นงั สอื 15,000 เลม่ ขายไปแลว้ 12,000 เลม่ ท่เี หลอื นาไปฝากขายตามรา้ นหนังสือ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ รา้ นละ 75 เล่ม จะต้องนาหนังสอื ไปฝากขายกรี่ ้าน 3. เกณฑ์ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 2. ให้นักเรียนทบทวนว่าโจทย์ปัญหาแต่ละข้อเขียนเป็นประโยคสัญลกั ลักษณ์ได้อย่างไรบ้าง โดยครูคาดหวัง 3.1 ผลงานมคี วามถูกต้องไม่น้อยกว่า ว่าอาจมนี กั เรียนบางคนตอบไดว้ า่ รอ้ ยละ 80 ดา้ นความรู้ 3.2 นกั เรยี นไดค้ ะแนนรวมด้าน เพ่ือให้นักเรียนสามารถสร้างโจทย์ - โจทย์ปญั หา 1 เขียนเปน็ ประโยคสญั ลกั ษณ์ ไดว้ ่า (435 15) 520 = ทักษะและกระบวนการทาง - โจทยป์ ญั หา 2 เขียนเปน็ ประโยคสัญลักษณ์ ได้วา่ 15,600 + (35 175) = คณติ ศาสตร์ไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 60 ปัญหาเก่ียวกับการบวก ลบ คูณ หาร - โจทยป์ ญั หา 3 เขียนเปน็ ประโยคสญั ลักษณ์ ไดว้ ่า (15,000 – 12,000) 75 = ระคนได้อย่างสมเหตุสมผล และสามารถ แก้โจทยป์ ญั หาได้
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕๔ 310 กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ หน่วยย่อยท่ี ๑.๔ การบวก ลบ คูณ หารระคน ช้ัน ป.๔ หน่วยท่ี ๑ เรื่องจานวนนับ และการบวก การลบ การคณู การหาร เวลา ๑ ช่ัวโมง ด้านทักษะและกระบวนการทาง ขั้นสอน คณติ ศาสตร์ เพอ่ื ให้นักเรยี นสามารถ 3. ครชู วนนักเรียนสนทนาว่า ถ้าเราแบง่ โจทยป์ ญั หาออกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือ ส่วนทโ่ี จทยก์ าหนดข้อมลู ให้ 1. แกป้ ญั หา และ สว่ นทีโ่ จทยถ์ าม นกั เรยี นจะสามารถแบ่งโจทยป์ ัญหาออกเปน็ 2 ส่วน ไดอ้ ยา่ งไรบ้าง ยกตวั อยา่ งเช่น 2. ให้เหตผุ ล 1 สว่ นทีโ่ จทย์กาหนดขอ้ มูลมาให้ ลงุ ดาเก็บมะม่วงจากสวนได้ 435 กิโลกรมั 3. ส่อื สาร สอื่ ความหมายทาง ขายไปราคากิโลกรัมละ 15 บาท นาเงนิ ไปซอ้ื ขา้ วสารราคาถงุ ละ 520 บาท คณิตศาสตร์ 4. การคดิ คานวณ ส่วนทโ่ี จทย์ถาม จะได้ขา้ วสารกี่ถงุ เหลอื เงินกบ่ี าท 2 สว่ นทโี่ จทยก์ าหนดข้อมูลมาให้ เดมิ วชิ ติ มเี งนิ 15,600 บาท ขายเส้ือผ้าได้อกี 35 ตัว ราคาตวั ละ 175 บาท สว่ นที่โจทยถ์ าม วิชิตมีเงนิ ทงั้ หมดเท่าไร 3 ส่วนทโ่ี จทยก์ าหนดขอ้ มลู มาให้ พิมพ์หนงั สือ 15,000 เล่ม ขายไปแล้ว 12,000 เลม่ ท่เี หลอื นาไปฝากขายตามรา้ นหนังสือ รา้ นละ 75 เลม่ ส่วนทีโ่ จทย์ถาม จะตอ้ งนาหนงั สอื ไปฝากขายก่ีรา้ น
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๕๔ 311 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ หน่วยยอ่ ยที่ ๑.๔ การบวก ลบ คณู หารระคน ชนั้ ป.๔ หนว่ ยท่ี ๑ เรื่องจานวนนับ และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ช่ัวโมง 4. ให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ว่าจากโจทย์ปัญหา เราสามารถเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ได้ คาสาคัญหรือ ข้อความไหนในประโยคสัญลักษณ์ที่นักเรียนใชใ้ นการเลอื กเครื่องหมาย และลาดับในการดาเนินการ โดยให้ นกั เรียนขดี เสน้ ใต้คาสาคญั นัน้ ๆ ยกตวั อยา่ งเช่น ครอู าจถามว่า 1 ลุงดาเก็บมะม่วงจากสวนได้ 435 กิโลกรัม ขายไปราคากิโลกรัมละ 15 บาท นาเงินไปซื้อ ขา้ วสารราคาถงุ ละ 520 บาท จะไดข้ า้ วสารกถ่ี ุง เหลอื เงนิ กบ่ี าท (435 15) 520 = - คาหรือข้อความสาคัญไหนในโจทย์ที่ทาให้นักเรียนทราบว่า ต้องนา 435 มาคูณกับ 15 (ขายไปราคากโิ ลกรมั ละ) - เหตุใดจึงตอ้ งใส่วงเลบ็ ท่ี 435 15 (เพราะต้องหาก่อนว่าขายมะมว่ งไปได้เงนิ มาเท่าไร) - คาหรือข้อความสาคัญไหนในโจทย์ที่ทาให้นักเรียนทราบว่า ต้องนา จานวนเงินที่ได้จาก การขายมะม่วง มาหารดว้ ย 520 (นาเงินไปซอื้ ข้าวสารราคาถงุ ละ) 2 เดิมวิชิตมีเงิน 15,600 บาท ขายเสื้อผ้าได้อีก 35 ตัว ราคาตัวละ 175 บาท วิชิตมีเงิน ทง้ั หมดเท่าไร 15,600 + (35 175) = - คาหรือข้อความสาคัญไหนในโจทย์ที่ทาให้นักเรียนทราบว่า ต้องนา 35 มาคูณกับ 175 (ขายเสอื้ ผา้ ไดอ้ กี 35 ตัว ราคาตัวละ 175 บาท) - เหตใุ ดจงึ ต้องใส่วงเล็บที่ 35 175 (เพราะตอ้ งหาก่อนว่าขายเสื้อผา้ ไดเ้ งินมาเท่าไร)
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี ๕๔ ช้นั ป.๔ เวลา ๑ ช่วั โมง 312 กลมุ่ สาระการเรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์ หนว่ ยท่ี ๑ เร่อื งจานวนนับ และการบวก การลบ การคณู การหาร หนว่ ยย่อยที่ ๑.๔ การบวก ลบ คณู หารระคน - คาหรือข้อความสาคัญไหนในโจทย์ท่ีทาให้นักเรียนทราบว่า ต้องนา จานวนเงินที่ได้จาก การขายเสอื้ ผ้า มาบวกกบั 15,600 (ขายเสือ้ ผ้าได้อกี ) 3 พิมพ์หนงั สือ 15,000 เลม่ ขายไปแลว้ 12,000 เล่ม ท่เี หลือนาไปฝากขายตามรา้ นหนังสือ ร้านละ 75 เล่ม จะต้องนาหนังสอื ไปฝากขายก่ีรา้ น (15,000 – 12,000) 75 = - คาหรือข้อความสาคัญไหนในโจทย์ที่ทาให้นักเรียนทราบว่า ต้องนา 15,000 มาลบด้วย 12,000 (ขายไปแลว้ ) - เหตุใดจึงต้องใส่วงเล็บที่ 15,000 – 12,000 (เพราะต้องหาก่อนว่ายังเหลือหนังสืออีก เท่าไร) - คาหรือข้อความสาคัญไหนในโจทย์ที่ทาให้นักเรียนทราบว่า ต้องนา จานวนหนังสือที่ เหลอื มาหารดว้ ย 75 (นาไปฝากขายตามร้านหนังสือ ร้านละ 75 เล่ม) 5. ครูแนะนาให้นักเรียนสังเกตคาสาคัญของแต่ละโจทยป์ ัญหา เช่น คาว่า “ขาย” ท่ีปรากฏในโจทย์ ปัญหาท้ัง 3 ข้อ ให้เครือ่ งหมายทต่ี ่างกัน - “ขายไป” ในโจทย์ปญั หา 1 ไดเ้ ครื่องหมาย - “ขายไดอ้ กี ” ในโจทย์ปัญหา 2 ไดเ้ คร่ืองหมาย + - “ขายไปแลว้ ” ในโจทยป์ ญั หา 3 ได้เคร่ืองหมาย – ดังนั้น ในการวิเคราะห์โจทย์นั้น ถ้าเราจะพิจารณาแค่คาสาคัญเพียงอย่างเดียวนั้น อาจทาให้ ตีความหมายไดไ้ ม่ถูกต้อง จงึ ต้องพิจารณาบรบิ ทอ่นื ๆ ที่ใหม้ าในโจทยป์ ญั หาด้วย
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ ๕๔ 313 กลุ่มสาระการเรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์ หน่วยยอ่ ยท่ี ๑.๔ การบวก ลบ คูณ หารระคน ชั้น ป.๔ หนว่ ยท่ี ๑ เรือ่ งจานวนนบั และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ชว่ั โมง 6. ใหน้ กั เรียนแบง่ เปน็ กลุ่ม กลุ่มละ 3 – 4 คน แจกกระดาษแผน่ ใหญ่ให้นักเรียนชว่ ยกนั สร้างโจทย์ปัญหาที่มี คาว่า “ขาย” ซึ่งอาจเป็นโจทยท์ ่มี เี ครอ่ื งหมายเดยี ว หรือ 2 เครื่องหมาย ก็ได้ 7. ใหน้ กั เรียนทาแบบฝึกหดั ที่ 1.54 ข้นั สรปุ 8. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรุปวา่ - โจทย์ปัญหาประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ๆ คือ ส่วนท่ีโจทย์กาหนดข้อมูลมาให้ และ ส่วนท่ี โจทย์ถาม - ในการวิเคราะห์และแก้โจทยป์ ัญหานนั้ ต้องอ่านให้ครบทั้งโจทย์ ถ้าเราจะพิจารณาแค่คา สาคัญเพียงอย่างเดียวนั้น อาจทาให้ตีความหมายได้ไม่ถูกต้อง จึงต้องพิจารณาบริบทอ่ืน ๆ ที่ให้มาในโจทย์ ปญั หาดว้ ย
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ข้ัน แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๕๕ ขน้ั นา แนวการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ 314 ขน้ั สอน ขน้ั สรุป กจิ กรรมสาคัญ สนทนาเกีย่ วกับโจทย์ปญั หาทางคณติ ศาสตร์ การวัดและประเมนิ ผล นกั เรยี นสรา้ งโจทย์ปญั หาจากประโยคสญั ลักษณ์ ทาแบบฝกึ หดั 1.55 พรอ้ มเฉลยคาตอบ ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ เก่ยี วกับการสรา้ งโจทย์ปญั หาประโยคสญั ลักษณ์ ประเมนิ การตอบคาถามและการทาแบบฝึกหัด ประเมินทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ดา้ นการสอ่ื สารสอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร์
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๕๕ 315 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ หนว่ ยยอ่ ยที่ ๑.๔ การบวก ลบ คูณ หารระคน ชั้น ป.๔ หนว่ ยที่ ๑ เรอ่ื งจานวนนบั และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ช่วั โมง ขอบเขตเน้อื หา กิจกรรมการเรยี นรู้ สื่อ/แหล่งเรยี นรู้ ขั้นนา การสร้างโจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คูณ 1. บตั รโจทยป์ ญั หา หารระคนจากประโยคสัญลักษณ์ 2. กระดาษแผ่นใหญ่ 1. ครูติดแถบบัตรโจทยป์ ัญหา 3. สลากประโยคสญั ลักษณ์ 4. แบบฝกึ หดั ที่ 1.55 สาระสาคัญ นับดาวมีเงินอยู่ 5,800 บาท และเม่ือขายน้าผลไม้ไป 135 แก้ว แก้วละ 30 บาท นับดาวมีเงิน การประเมิน 1. โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ โดย รวมทงั้ หมดเทา่ ไร ส่วนใหญ่มาจากปัญหาท่ีพบเจอได้ใน 2. ใหน้ ักเรยี นชว่ ยกนั เขียนเปน็ ประโยคสัญลกั ลักษณ์ (5,800 + (135 30) = ) 1. วธิ ีการ 1.1 สังเกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้ ชีวติ ประจาวนั 2. การแก้โจทย์ปัญหาเร่ิมจาก การทา ข้ันสอน 1.2 ตรวจผลงานจากแบบฝกึ หดั ความเขา้ ใจปัญหา วางแผนแก้ปัญหา 2. เครอ่ื งมือ ดาเนนิ ตามแผน และตรวจสอบความ 3. ครูชวนนักเรียนสนทนาว่า จากโจทย์ปัญหา เราสามารถเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ได้ จากน้ันครู 2.1 แบบฝึกหัด 1.55 ถูกต้องของคาตอบ ยกตัวอย่างประโยคสญั ลักษณ์ เช่น (5,765 + 1,200) - 6,500 = แล้วให้นักเรียนช่วยกันสร้างเป็นโจทย์ 2.2 แบบประเมนิ ทักษะและ ปัญหาและหาคาตอบ เช่น กระบวนการทางคณิตศาสตร์ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ - มีเงินอยู่ 5,765 บาท ขายพวงมาลัยได้เงินมาอีก 1,200 บาท จ่ายค่าเช่าบ้านไป 6,500 3. เกณฑ์ บาท จะเหลือเงนิ กีบ่ าท (จะเหลือเงิน 465 บาท) ดา้ นความรู้ 3.1 ผลงานมีความถูกตอ้ งไม่น้อยกว่า - ลงทุนซื้อแตงโมและส้มโอไป 6,500 บาท ขายแตงโมได้เงิน 5,765 บาท ขายส้มโอได้เงิน ร้อยละ 80 เพ่ือให้นักเรียนสามารถสร้างโจทย์ ปัญหาเกี่ยวกับการบวก ลบ คูณ หาร 1,200 บาท ได้กาไรก่ีบาท (ไดก้ าไร 465 บาท) ครแู นะนาเพิ่มเติมวา่ โจทย์ปัญหาทสี่ รา้ งขน้ึ ตอ้ งมคี วามเป็นไปได้ 3.2 นักเรียนไดค้ ะแนนรวมด้าน ระคนได้อย่างสมเหตุสมผล และสามารถ 4. ครเู ตรยี มสลากประโยคสญั ลกั ษณ์ ดังต่อไปนี้ ทักษะและกระบวนการทาง คณติ ศาสตร์ไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 60
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๕๕ 316 กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๑.๔ การบวก ลบ คูณ หารระคน ชัน้ ป.๔ หน่วยที่ ๑ เรือ่ งจานวนนับ และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ชวั่ โมง แก้โจทย์ปัญหาได้ เมื่อกาหนดเรื่องราว (2,701 + 3,099) 25 = (232) รูปภาพ 80,291 – (435,104 32) = (66,694) (37,459 + 29,375) – 42,795 = (24,039) ดา้ นทักษะและกระบวนการทาง 50,000 - (41,779 + 7,568) = (653) คณิตศาสตร์ (102 180) 30 = (612) 1. แก้ปญั หา 2. ใหเ้ หตุผล 5. ให้นักเรียนแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 – 4 คน แจกกระดาษแผ่นใหญ่ให้นักเรียนช่วยกันสร้างโจทย์ปัญหา จากประโยคสญั ลกั ษณ์ท่ีสุ่มหยิบขน้ึ มาได้ กลุ่มละ 1 ข้อ 3. สอื่ สาร สอ่ื ความหมายทาง 6. จากโจทย์ปัญหาท่ีนักเรียนสร้างข้ึนมาจากประโยคสัญลักษณ์ ให้ครูและนักเรียนร่วมกันพิจารณาความ คณติ ศาสตร์ สมเหตุสมผลของโจทย์ท่ีสร้างข้ึน หากโจทย์ปัญหาใดยังไม่สมเหตุสมผล ครูอาจช่วยนักเรียนปรับแก้ให้มี 4. การคิดคานวณ ความสมเหตสุ มผลมากขนึ้ 7. ใหน้ ักเรียนทาแบบฝึกหัดที่ 1.55 ขน้ั สรปุ 8. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรปุ ว่า - โจทย์ปัญหาประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ๆ คือ ส่วนท่ีโจทย์กาหนดข้อมูลมาให้ และ ส่วนที่ โจทย์ถาม - โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ส่วนใหญม่ าจากปญั หาทพี่ บเจอได้ในชีวติ ประจาวนั
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ข้ัน แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๕๖ ขั้นนา แนวการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ 317 ขัน้ สอน ขัน้ สรุป กจิ กรรมสาคัญ สนทนาเกยี่ วกบั โจทย์ปญั หาทางคณติ ศาสตร์ การวดั และประเมินผล นักเรยี นสรา้ งโจทย์ปัญหาจากเรือ่ งราวและรปู ภาพ ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สรปุ เก่ียวกับการสรา้ งโจทยป์ ัญหาจากเรอ่ื งราวและรูปภาพ ทาแบบฝึกหดั 1.56 พรอ้ มเฉลยคาตอบ ประเมินการตอบคาถามและการทาแบบฝึกหดั ประเมนิ ทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตรด์ า้ นการสอื่ สารสอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร์
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๕๖ 318 กล่มุ สาระการเรียนรูค้ ณติ ศาสตร์ หน่วยยอ่ ยที่ ๑.๔ การบวก ลบ คูณ หารระคน ช้นั ป.๔ หน่วยที่ ๑ เร่อื งจานวนนบั และการบวก การลบ การคณู การหาร เวลา ๑ ชัว่ โมง ขอบเขตเนื้อหา กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอื่ /แหล่งเรียนรู้ การสร้างโจทย์ปญั หาการบวก ลบ คูณ ขั้นนา 1. ภาพนิทานเรื่อง กระต่ายกับเต๋า 2. คลิปวิดีโอเรือ่ ง กระต่ายกบั เต๋า หารระคน จากสถานการณ์ 1. ครเู ลา่ นทิ านเรอื่ งกระต่ายกับเต่าพร้อมภาพประกอบให้นกั เรียนฟงั ดังต่อไปน้ี 3. กระดาษแผน่ ใหญ่ (ทม่ี า: ภาพและเร่อื ง http://www.xn-- 4. แบบฝกึ หัด 1.56 สาระสาคัญ 12cg1cxchd0a2gzc1c5d5a.net/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B9 1. โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ %88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8 การประเมิน ส่วนใหญ่มาจากปัญหาท่ีพบเจอได้ใน %95%E0%B9%88%E0%B8%B2/) 1. วิธีการ ชีวติ ประจาวนั 1.1 สงั เกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้ 2. การแก้โจทย์ปัญหาเริ่มจาก การทา กาลครั้งหน่ึงนานมาแลว้ … 1.2 ตรวจผลงานจากแบบฝึกหัด ความเขา้ ใจปัญหา วางแผนแก้ปัญหา มกี ระต่ายตัวหน่ึง หลงตนเองว่าสามารถวิ่งได้เรว็ มาก ในปา่ 2. เครอ่ื งมือ ดาเนินตามแผน และตรวจสอบความ ท่ีมันอาศัยอยู่แหง่ น้ี ไมม่ ีสตั ว์ตวั ใดทเ่ี อาชนะมนั ได้ ถูกตอ้ งของคาตอบ 2.1 แบบฝกึ หดั 1.56 2.2 แบบประเมนิ ทกั ษะและ จุดประสงค์การเรยี นรู้ วนั หนงึ่ กระตา่ ยได้บังเอิญพบกบั เต่าคลานต้วมเต้ียมผา่ นมา กระบวนการทางคณิตศาสตร์ จงึ พูดจาเยาะเย้ยว่า ดา้ นความรู้ 3. เกณฑ์ 3.1 ผลงานมีความถูกต้องไมน่ ้อยกวา่ เพ่ือให้นักเรียนสามารถสร้างโจทย์ ร้อยละ 80 ปัญหาเก่ียวกับการบวก ลบ คูณ หาร 3.2 นักเรยี นไดค้ ะแนนรวมด้าน ระคนได้อย่างสมเหตุสมผล และสามารถ ทักษะและกระบวนการทาง คณติ ศาสตร์ไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 60
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๕๖ ช้ัน ป.๔ หน่วยท่ี ๑ เรื่องจานวนนบั และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ชัว่ โมง 319 หน่วยย่อยท่ี ๑.๔ การบวก ลบ คูณ หารระคน แก้โจทย์ปัญหาได้ เมื่อกาหนดเรื่องราว “คลานเชอ่ื งชา้ แบบนี้ เมื่อไหรจ่ ะถึงจดุ หมายปลายทาง รูปภาพ คลานชา้ แบบนี้ ต่อให้เจ้าคลานลว่ งหน้าไปกอ่ นเลยครึ่งวนั ขา้ ก็คงวิ่งตามทนั ” ดา้ นทกั ษะและกระบวนการทาง เตา่ ไม่พอใจจงึ ตอบกลบั ไปวา่ “ไมต่ ้องต่อให้ข้า เรามาลอง คณิตศาสตร์ ว่งิ แขง่ กันดูกไ็ ด้” เพ่อื ให้นกั เรียนสามารถ 1. แกป้ ัญหา และการแข่งขันกเ็ ร่ิมขนึ้ กระต่ายวงิ่ ออกสุดฝีเทา้ ตงั้ แต่ 2. ให้เหตุผล จุดเริม่ ตน้ 3. สือ่ สาร สือ่ ความหมายทาง คณติ ศาสตร์ เมือ่ มาถงึ กลางทาง หนั ไปมองไมเ่ ห็นแม้แต่เงาของเจ้าเต่า 4. การคดิ คานวณ เจา้ กระตา่ ยจึงคิดว่า นอนพกั เอาแรงสกั หน่อยดีกวา่ แลว้ ก็ เผลอหลบั ไปจริง ๆ
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ ๕๖ ชัน้ ป.๔ หนว่ ยท่ี ๑ เรือ่ งจานวนนับ และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ชั่วโมง 320 หน่วยยอ่ ยที่ ๑.๔ การบวก ลบ คูณ หารระคน สว่ นเจ้าเต่ายังคงคลานต่อไปด้วยความมงุ่ มั่น อดทน และไม่ ยอ่ ท้อ สว่ นเจา้ กระตา่ ยสะดุ้งตื่นมา เหน็ รอยเท้าเจ้าเต่าผ่านไปจึง รีบวิ่งสดุ ฝีเทา้ แต่กส็ ายไปเสยี แลว้ เพราะที่เสน้ ชยั เจ้าเต่าคลานเข้าเสน้ ชยั ไปแล้ว นิทานเรือ่ งนสี้ อนใหร้ วู้ ่า: ความประมาท ย่อมนามาซงึ่ ความผดิ หวงั พา่ ยแพ้ และ ผูเ้ พียรพยามย่อมประสบผลสาเรจ็ ขัน้ สอน 2. ครแู ละนักเรียนชว่ ยกันสรา้ งโจทยป์ ญั หา เชน่ - จากจุดเรมิ่ ต้นกระต่ายวงิ่ ไดร้ ะยะทาง 500 เมตร แลว้ ย้อนกลับไป 150 เมตร เพื่อดูวา่ เต๋า ยังวิ่งตามอีกแค่ไหน จากนั้นว่ิงต่อไปอีก 800 เมตร รวมแล้วกระต่ายว่ิงห่างจากจุดเร่ิมต้นไปกี่เมตร ((500 – 150) + 800 = ) (1,150) 3. จากนิทานเรื่องกระต่ายกับเต๋า ให้นักเรียนแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 – 4 คน แจกกระดาษแผ่นใหญ่ ให้นักเรยี นช่วยกนั สร้างโจทย์ปัญหาจากประโยคสัญลักษณ์ทีส่ ุ่มหยิบขึ้นมาได้ จานวน 2 ขอ้ โดยมขี ้อกาหนด ว่า โจทย์ปัญหาแต่ละข้อต้องมี 2 เคร่ืองหมาย ที่แตกต่างกัน เช่น บวกกับลบ คูณกับหาร บวกกับคูณ บวกกับหาร ลบกบั คูณ และลบกับหาร ครูยา้ เตอื นว่า โจทย์ปญั หาที่สร้างข้นึ ต้องมคี วามเปน็ ไปได้
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี ๕๖ 321 กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ หน่วยย่อยที่ ๑.๔ การบวก ลบ คณู หารระคน ชั้น ป.๔ หนว่ ยท่ี ๑ เร่อื งจานวนนบั และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ชว่ั โมง 4. ให้นักเรียนสลบั กันวเิ คราะห์และแกโ้ จทยป์ ัญหาของกลุม่ เพ่ือน 5. ให้นักเรียนพิจารณาโจทย์ปัญหาท่ีกลุ่มตนเองสร้างขึ้นว่ากลุ่มเพ่ือนแก้โจทย์ปัญหาได้อย่างที่กลุ่มนักเรียน ตอ้ งการหรือไม่ มตี รงไหนในโจทย์ปญั หาที่ทาให้เพ่ือนเกดิ ข้อสงสัย หรือทาให้เพื่อนเข้าใจผิด แล้วแกไ้ ขโจทย์ ปัญหาของกลุ่มตนเองให้ดขี น้ึ 6. ลองให้เพ่ือนกลุ่มอ่ืนที่ยังไม่เคยแก้โจทย์ปญั หาของกลุ่มนักเรียนมาก่อน วิเคราะห์และแก้โจทย์ปัญหาของ กลมุ่ นกั เรียนอีกครั้ง 7. ให้นักเรียนทาแบบฝกึ หัดท่ี 1.56 ขน้ั สรปุ 8. ครูและนักเรียนรว่ มกันสรุปว่า - โจทย์ปญั หาประกอบดว้ ย 2 สว่ นหลัก ๆ คอื สว่ นท่ีโจทย์กาหนดให้ และสว่ นทีโ่ จทย์ถาม - โจทย์ปญั หาทางคณติ ศาสตร์ โดยส่วนใหญ่มาจากปญั หาทพ่ี บเจอไดใ้ นชวี ติ ประจาวนั
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ขน้ั แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ ๕๗ ขน้ั นา แนวการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ 322 ข้ันสอน ขัน้ สรุป กิจกรรมสาคัญ สนทนาเกี่ยวกับโจทย์ปญั หาทางคณิตศาสตร์ การวดั และประเมินผล นักเรยี นสรา้ งโจทย์ปญั หาจากเร่ืองราวและรูปภาพ ทาแบบฝกึ หดั 1.57 พรอ้ มเฉลยคาตอบ ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรปุ เกี่ยวกับการสรา้ งโจทยป์ ญั หาจากเรอื่ งราวและรูปภาพ ประเมินการตอบคาถามและการทาแบบฝึกหดั ประเมินทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ดา้ นการสอื่ สารสอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร์
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๕๗ 323 กลุม่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ หนว่ ยย่อยท่ี ๑.๔ การบวก ลบ คูณ หารระคน ชนั้ ป.๔ หน่วยท่ี ๑ เร่อื งจานวนนับ และการบวก การลบ การคณู การหาร เวลา ๑ ช่ัวโมง ขอบเขตเน้อื หา กิจกรรมการเรียนรู้ สอ่ื /แหล่งเรียนรู้ การสรา้ งโจทย์ปญั หาการบวก ลบ คณู ข้ันนา 1. แผ่นพับโฆษณาการเดนิ ทางท่องเท่ยี ว 2. กระดาษแผน่ ใหญ่ หารระคน จากภาพ 1. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั ระดมความคิดเกย่ี วกบั สถานที่ หรือสงิ่ ต่าง ๆ ท่นี ักเรียนสามารถพบเจอ เช่น 3. แบบฝึกหดั 1.57 แผน่ พับโฆษณา นักเรียนสามารถนามาสรา้ งเป็นโจทยป์ ญั หาอะไรได้บ้าง สาระสาคัญ ขนั้ สอน การประเมนิ 1. โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ โดย 1. วิธีการ ส่วนใหญ่มาจากปัญหาที่พบเจอได้ใน 2. ครใู ห้นกั เรยี นดูแผ่นพับโฆษณาการเดนิ ทางท่องเทีย่ วประเทศญีป่ นุ่ แล้วช่วยกันสรา้ งโจทยป์ ญั หา เชน่ 1.1 สงั เกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้ ชวี ติ ประจาวัน - ครอบครัวหน่ึง มี พ่อ แม่ และลูก 2 คน เลือกการเดินทางท่องเท่ียวญี่ปุ่น แผน 1.2 ตรวจผลงานจากแบบฝึกหัด 2. การแก้โจทย์ปัญหาเริ่มจาก การทา GHKIX002 และคุณแม่เตรยี มค่าใช้จา่ ยเพม่ิ เติมอกี 25,500 บาท รวมแล้วต้องเตรียมค่าใช้จา่ ยในการเดนิ ทาง 2. เคร่อื งมอื ความเข้าใจปญั หา วางแผนแก้ปัญหา ครง้ั น้กี ีบ่ าท ((4 × 49,900) + 25,500 = ) (225,100) 2.1 แบบฝึกหัด 1.57 ดาเนินตามแผน และตรวจสอบความ (ท่มี า : http://www.gustotour.com/tour/city/88 ณ วันที่ 28 ธนั วาคม 2560) 2.2 แบบประเมินทกั ษะและ ถกู ต้องของคาตอบ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ จุดประสงค์การเรียนรู้ 3. เกณฑ์ 3.1 ผลงานมคี วามถูกต้องไม่น้อยกวา่ ด้านความรู้ ร้อยละ 80 เพื่อให้นักเรียนสามารถสร้างโจทย์ 3.2 นักเรยี นไดค้ ะแนนรวมด้าน ทักษะและกระบวนการทาง ปัญหาเกี่ยวกับการบวก ลบ คูณ หาร คณติ ศาสตร์ไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 60 ระคนได้อย่างสมเหตุสมผล และสามารถ
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แก้โจทย์ปัญหาได้ เมื่อกาหนดเร่ืองราว รูปภาพ 324 ดา้ นทกั ษะและกระบวนการทาง คณิตศาสตร์ เพ่อื ให้นักเรียนสามารถ 1. แก้ปญั หา 2. ใหเ้ หตผุ ล 3. สื่อสาร สอื่ ความหมายทาง คณติ ศาสตร์ 4. การคดิ คานวณ
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี ๕๗ 325 กลมุ่ สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ หน่วยยอ่ ยท่ี ๑.๔ การบวก ลบ คูณ หารระคน ชั้น ป.๔ หนว่ ยที่ ๑ เรอื่ งจานวนนบั และการบวก การลบ การคณู การหาร เวลา ๑ ช่วั โมง 3. จากแผ่นพับโฆษณาการเดินทางท่องเท่ียวประเทศญี่ปุ่น ให้นักเรียนแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 – 4 คน แจกกระดาษแผ่นใหญ่ให้นักเรียนช่วยกันสร้างโจทย์ปัญหาจากประโยคสัญลักษณ์ท่ีสุ่มหยิบข้ึนมาได้ จานวน 2 ข้อ โดยมีข้อกาหนดว่า โจทย์ปัญหาแต่ละข้อต้องมี 2 เคร่ืองหมาย ท่ีแตกต่างกัน เช่น บวกกับลบ คณู กบั หาร บวกกบั คณู บวกกับหาร ลบกบั คูณ และลบกบั หาร ครยู า้ เตอื นวา่ โจทย์ปญั หาทีส่ รา้ งขน้ึ ตอ้ งมคี วามเป็นไปได้ 4. ใหน้ กั เรยี นสลบั กนั วเิ คราะหแ์ ละแกโ้ จทยป์ ัญหาของกลมุ่ เพื่อน 5. ให้นักเรียนพิจารณาโจทย์ปัญหาที่กลุ่มตนเองสร้างข้ึนว่ากลุ่มเพ่ือนแก้โจทย์ปัญหาได้อย่างท่ีกลุ่มนักเรียน ต้องการหรือไม่ มีตรงไหนในโจทย์ปัญหาท่ีทาให้เพื่อนเกิดข้อสงสัย หรือทาให้เพ่ือนเข้าใจผิด แล้วแก้ไข โจทย์ปญั หาของกล่มุ ตนเองให้ดีขึน้ 6. ลองให้เพื่อนกลุ่มอ่ืนที่ยังไม่เคยแก้โจทย์ปัญหาของกลุ่มนกั เรียนมาก่อน วิเคราะห์และแก้โจทย์ปัญหาของ กลุ่มนกั เรียนอีกคร้ัง 7. ให้นักเรยี นทาแบบฝึกหัด 1.57 ขั้นสรปุ 8. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรุปวา่ - โจทยป์ ญั หาประกอบด้วย 2 ส่วนหลกั ๆ คอื ส่วนท่โี จทยก์ าหนดขอ้ มลู มาให้ และ สว่ นทโี่ จทย์ถาม - โจทย์ปญั หาทางคณิตศาสตร์ โดยส่วนใหญ่มาจากปญั หาท่ีพบเจอไดใ้ นชวี ิตประจาวัน
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ขน้ั แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๕๘ ขน้ั นา แนวการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ 326 ขนั้ สอน กิจกรรมสาคัญ ข้นั สรุป สนทนาเกีย่ วกบั การใชจ้ านวน ส่ิงของ แสดงจานวนส่ิงตา่ ง ๆ การวัดและประเมนิ ผล แนะนาสอื่ ใหน้ ักเรียนใชช้ ่วยในการแกป้ ญั หา นาเสนอสถานการณ์ปัญหาทีเ่ กี่ยวข้องกับคา่ เฉลย่ี นกั เรยี นใชส้ ่อื เพอื่ แกส้ ถานการณป์ ัญหา ระดมความคิด แลกเปลี่ยนแนวคิด และอภปิ รายร่วมกัน ทาแบบฝึกหดั 1.58 พรอ้ มเฉลยคาตอบ ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรุปเกี่ยวกับการเฉลย่ี ประเมนิ การตอบคาถามและการทาแบบฝึกหดั ประเมินทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรด์ ้านการสอ่ื สารสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร์
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ ๕๘ 327 กลุม่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ หนว่ ยย่อยที่ ๑.๔ การบวก ลบ คูณ หารระคน ชน้ั ป.๔ หน่วยที่ ๑ เร่ืองจานวนนับ และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ชว่ั โมง ขอบเขตเน้ือหา กจิ กรรมการเรยี นรู้ สือ่ /แหลง่ เรยี นรู้ การเฉลย่ี 1. ตัวนับ ขัน้ นา 2. บัตรโจทย์ปญั หา สาระสาคัญ 1. ใหน้ ักเรียนแบง่ เปน็ กลุ่ม กล่มุ ละ 3-4 คน และแจกตวั นบั ใหก้ ลมุ่ ละ 40-50 ชน้ิ ให้นักเรยี นวางตัวนับเป็น 3. แบบฝึกหดั 1.58 การเฉลี่ย หมายถึง การแบ่งของ 4 แถว แถวละ 10 6 4 และ 8 ดงั รูป การประเมนิ ทั้งหมดเป็นส่วน ๆ ส่วนละเท่า ๆ กัน 1. วิธกี าร สามารถคานวณได้โดย การนาผลบวก 1.1 สงั เกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้ ของจานวนต่าง ๆ หารด้วยจานวนของ 1.2 ตรวจผลงานจากแบบฝกึ หัด จานวนทั้งหมดท่ีนามาบวกกัน และ 2. เครอื่ งมอื ผลหารท่ีได้นั้นเรียกว่า ค่าเฉลี่ย ของ 2.1 แบบฝกึ หดั 1.58 จานวนเหล่านน้ั 2.2 แบบประเมนิ ทกั ษะและ 2. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายว่าตัวนับท้ัง 4 แถว แสดงข้อมูลอะไรได้บ้าง เพ่ือให้นักเรียนเห็นว่าข้อมูล กระบวนการทางคณิตศาสตร์ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ หรือจานวนในแตล่ ะแถวน้ันมีความหมาย ยกตวั อย่างเชน่ - จานวนในแตล่ ะแถวแสดงจานวนเหรียญบาทของเพอื่ น ๆ 4 คน 3. เกณฑ์ ดา้ นความรู้ - จานวนในแตล่ ะแถวแสดงจานวนดนิ สอของเพอื่ น ๆ 4 คน 3.1 ผลงานมีความถูกตอ้ งไมน่ ้อยกวา่ เพื่อใหน้ กั เรียนสามารถ ขั้นสอน รอ้ ยละ 80 1. หาค่าเฉล่ยี ของจานวนชดุ ได้ เมอื่ 3.2 นกั เรียนไดค้ ะแนนรวมด้าน กาหนดจานวนให้ชุดหนึง่ ทกั ษะและกระบวนการทาง 2. แกโ้ จทย์ปญั หาเกย่ี วกบั ค่าเฉลี่ย 3. จากการจดั ตวั นบั ในข้ันนา ครถู ามคาถามว่า - แต่ละแถวมีตัวนับอย่างละเทา่ ไร (แถวท่ี 1 มี 10 แถวที่ 2 มี 6 แถวท่ี 3 มี 4 และแถวที่ 4 คณิตศาสตร์ไม่น้อยกวา่ ร้อยละ 60 มี 8)
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี ๕๘ 328 กลุม่ สาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์ ชน้ั ป.๔ เวลา ๑ ชัว่ โมง หนว่ ยที่ ๑ เร่ืองจานวนนับ และการบวก การลบ การคณู การหาร หน่วยยอ่ ยท่ี ๑.๔ การบวก ลบ คูณ หารระคน ด้านทักษะและกระบวนการทาง - รวมแลว้ มีตวั นับท้งั หมดเท่าไร คิดได้อยา่ งไร (10 + 6 + 4 + 8 = 28) คณิตศาสตร์ - ถ้าตอ้ งการจดั ใหแ้ ตล่ ะแถวมีจานวนตวั นับเท่ากัน สามารถทาไดห้ รอื ไม่ อยา่ งไร เพื่อใหน้ ักเรยี นสามารถ 4. ครใู หน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มจดั ตัวนับ ใหแ้ ต่ละแถวมจี านวนตวั นบั เทา่ กัน 1. แกป้ ญั หา 2. ให้เหตผุ ล 5. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มแลกเปล่ียนวิธีการของกลุ่มตนเอง และร่วมกันอภิปรายว่าวิธีการของแต่ละกลุ่ม เหมอื นหรอื ต่างกันอย่างไร 3. ส่อื สาร ส่ือความหมายทาง คณิตศาสตร์ 6. ครูและนักเรียนร่วมกันจัดตัวนับ ให้ได้แถวละเท่า ๆ กัน ได้เป็น 4 แถว แถวละ 7 ดังรูป เพ่ือให้นักเรียน เห็นว่าเราสามารถโยกย้ายและจัดเรยี งตัวนับใหม่ไดโ้ ดยท่แี ต่ละแถวมีจานวนเท่ากนั 4. การคดิ คานวณ จากนนั้ ครูถามคาถามว่า - มตี ัวนบั ทั้งหมดกี่แถว (4 แถว) - จานวนแถวเทา่ เดิมหรือไม่ (เทา่ เดมิ ) - แต่ละแถวมตี วั นับเทา่ ไร (7) - แต่ละแถวมจี านวนตัวนับเทา่ กันหรือไม่ (เทา่ กนั )
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) กลุ่มสาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี ๕๘ ช้นั ป.๔ หน่วยท่ี ๑ เร่ืองจานวนนบั และการบวก การลบ การคณู การหาร เวลา ๑ ชวั่ โมง 329 หนว่ ยยอ่ ยที่ ๑.๔ การบวก ลบ คณู หารระคน - รวมแลว้ มีตัวนบั เท่าไร คิดอยา่ งไร (4 × 7 = 28) - จานวนตวั นบั รวมเทา่ เดิมหรือไม่ (เทา่ เดมิ ) 7. ครูตดิ บัตรโจทย์ปัญหา ดังน้ี แฝดสี่คนเดินทางไปเที่ยวสวนมังคุด ที่อนุญาตให้เก็บผลท่ีสุกแล้วได้ตามต้องการสายฟ้าเก็บ มังคุดได้ 8 ผล พายุเก็บได้ 7 ผล ทอรุ้งเก็บได้ 6 ผล ส่วนปรายฝนเก็บได้ 8 ผล ทั้ง 4 คน ต้องการแบ่งมังคุดท่เี ก็บมาได้ ใหไ้ ดค้ นละเท่า ๆ กนั จะทาไดห้ รอื ไม่ อยา่ งไร 8. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มใช้การจัดเรียงตัวนับช่วยในการหาคาตอบ จากน้ันแลกเปล่ียนวิธีการคิดของแต่ละ กลุ่ม ครูถามคาถามว่า - แตล่ ะคนมมี ังคดุ คนละเท่าไร (สายฟา้ มี 8 ผล พายมุ ี 7 ผล ทอรุ้งมี 6 ผล และปรายฝนมี 8 ผล) - รวมแล้วมีมังคุดทง้ั หมดเทา่ ไร คดิ ไดอ้ ยา่ งไร (8 + 7 + 6 + 8 = 29) 9. ครูถามคาถามว่า
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๕๘ ชัน้ ป.๔ เวลา ๑ ชว่ั โมง 330 กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ หนว่ ยที่ ๑ เร่อื งจานวนนับ และการบวก การลบ การคณู การหาร หน่วยย่อยที่ ๑.๔ การบวก ลบ คณู หารระคน - เพื่อท่ีจะแบ่งมังคุดทั้งหมดที่เก็บมาได้ ให้ทั้ง 4 คน คนละเท่าๆ กัน จะทาได้หรือไม่ ทา อยา่ งไร จากนัน้ ครใู ห้นักเรยี นแต่ละกลุ่มจดั ตัวนบั ใหแ้ ต่ละแถวมีจานวนตัวนบั เท่ากนั 10. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มแลกเปล่ยี นวิธกี ารของกลมุ่ ตนเอง และร่วมกันอภิปรายวา่ วธิ ีการของแต่ละกลุ่ม เหมอื นหรือตา่ งกนั อย่างไร ซ่งึ นกั เรียนจะเหน็ วา่ ไมส่ ามารถจัดตวั นบั เปน็ 4 แถว แถวละเท่า ๆ กนั ได้ ดังรูป จากนัน้ ครูถามคาถามว่า - แต่ละแถวมีจานวนตวั นบั เท่ากนั หรือไม่ (ไมเ่ ท่ากัน) - นักเรียนจัดตัวนับได้อย่างไรบ้าง (ซึ่งแต่ละกลุ่มอาจได้ไม่เหมือนกัน จัดเป็นแถว 4 แถว แถวละ 7 แต่เหลือตัวนบั อยู่ 1) - รวมแลว้ มีตวั นบั เท่าไร คดิ อยา่ งไร ((4 × 7) + 1 = 29) - ทาไมจึงไม่สามารถจัดตัวนับเป็นแถว แถวละเท่า ๆ กัน ได้ (เพราะ 29 หารด้วย 4 ไม่ลง ตัว) 11. ครชู วนนักเรียนร่วมกันอภิปรายวา่ เหตุใดบางครงั้ สามารถจัดตวั นบั เปน็ แถว แถวละเทา่ ๆ กนั ได้ และ บางครง้ั จึงทาไม่ได้
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๕๘ ชน้ั ป.๔ เวลา ๑ ช่วั โมง 331 กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ หนว่ ยท่ี ๑ เร่อื งจานวนนบั และการบวก การลบ การคณู การหาร หนว่ ยยอ่ ยที่ ๑.๔ การบวก ลบ คณู หารระคน - ถา้ จานวนรวม หารด้วยจานวนแถว ได้ลงตวั จะสามารถจัดตัวนบั เปน็ แถว แถวละเท่า ๆ กันได้ - แตถ่ ้าจานวนรวม หารดว้ ยจานวนแถว ไมล่ งตัว จะไมส่ ามารถจดั ตัวนับเปน็ แถว แถวละ เท่า ๆ กันได้ 12. ครูยกตัวอย่าง ชดุ ของจานวน ดงั ตอ่ ไปนี้ ใหน้ ักเรยี นชว่ ยกนั ใช้ตัวนับ จดั เป็นแถว แถวละเท่ากัน และ รวมกนั อภปิ ราย - 12 8 13 12 และ 10 (จดั ไดเ้ ปน็ 5 แถว แถวละ 11) - 11 9 13 10 และ 11 (อาจมีไดห้ ลายคาตอบ เช่น จดั ได้เปน็ 5 แถว แถวละ 10 และ เหลือตวั นับอยู่ 4 หรอื จดั เป็นแถวละ 11 ได้ 4 แถว และแถวละ 10 ได้ 1 แถว) 13. ให้นักเรียนทาแบบฝกึ หัด 1.58 ขั้นสรุป 14. ครูและนกั เรยี นร่วมกันสรปุ วา่ - สิ่งของท่ีแบ่งเป็นกลุ่ม ๆ กลุ่มละไม่เท่ากัน เราสามารถนาสิ่งของน้ันมาจัดเรียงใหม่ หรือ เกลย่ี ใหมเ่ ปน็ กลุ่มละเท่า ๆ กันได้ ถ้าจานวนสิ่งของท้ังหมด หารดว้ ย จานวนกลุม่ ไดล้ งตัว
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ขั้น แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๕๙ ข้ันนา แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 332 ขั้นสอน ขั้นสรปุ กิจกรรมสาคญั แนะนาสอื่ ให้นักเรียนใช้ชว่ ยในการแก้ปญั หา การวัดและประเมนิ ผล นาเสนอสถานการณ์ปัญหาทีเ่ กี่ยวข้องกับคา่ เฉลย่ี นกั เรียนใชส้ อ่ื เพ่ือแก้สถานการณป์ ญั หา ระดมความคิด แลกเปล่ียนแนวคดิ และอภิปรายร่วมกนั ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรปุ ความหมายของการเฉลย่ี คา่ เฉลย่ี วิธีการหาคา่ เฉล่ยี และคา่ ของจานวนอื่น ๆ ท่ีเก่ียวข้องกบั ค่าเฉลยี่ ทาแบบฝึกหดั 1.59 พรอ้ มเฉลยคาตอบ ประเมนิ การตอบคาถามและการทาแบบฝกึ หัด ประเมินทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ดา้ นการสอ่ื สารสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร์
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๕๙ 333 กลุ่มสาระการเรียนรูค้ ณติ ศาสตร์ หน่วยย่อยที่ ๑.๔ การบวก ลบ คูณ หารระคน ชัน้ ป.๔ หนว่ ยที่ ๑ เรอ่ื งจานวนนบั และการบวก การลบ การคณู การหาร เวลา ๑ ช่ัวโมง ขอบเขตเน้ือหา กจิ กรรมการเรียนรู้ ส่อื /แหลง่ เรียนรู้ ขัน้ นา การเฉล่ีย 1. ตวั นับ 2. บตั รโจทย์ปัญหา สาระสาคญั 1. ใหน้ กั เรยี นแบ่งเปน็ กลมุ่ กลมุ่ ละ 3-4 คน และแจกตัวนับ ให้กลุม่ ละ 150-200 ชน้ิ 3. แบบฝึกหัด 1.59 1. การเฉลี่ย หมายถึง การแบ่งของ 2. ครูติดบัตรโจทย์ปัญหา ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันคิดหาวิธีแก้ปัญหา โดยแต่ละกลุ่มอาจใช้ตัวนับแทนจานวน การประเมิน ทั้งหมดเปน็ สว่ น ๆ สว่ นละเทา่ ๆ กัน ไขไ่ ก่ในแตล่ ะวัน 1. วธิ กี าร สามารถคานวณได้โดย การนา ลงุ ไสวเลีย้ งไกไ่ ข่จานวนหนงึ่ โดยไกจ่ ะไขท่ ุกวัน สาหรบั สปั ดาห์น้ลี ุงไสวเกบ็ ไขไ่ ด้ดังน้ี ผลบวกของจานวนต่าง ๆ หารด้วย วันจนั ทร์ 14 ฟอง 1.1 สงั เกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้ วันองั คาร 21 ฟอง 1.2 ตรวจผลงานจากแบบฝกึ หัด จานวนของจานวนทั้งหมดที่นามา วันพธุ 21 ฟอง 2. เคร่อื งมอื บวกกัน และผลหารท่ีได้นั้นเรียกว่า วนั พฤหสั บดี 28 ฟอง 2.1 แบบฝึกหัด 1.59 ค่าเฉลี่ย ของจานวนเหล่าน้ัน วนั ศกุ ร์ 14 ฟอง 2.2 แบบประเมินทักษะและ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วันเสาร์ 35 ฟอง กระบวนการทางคณิตศาสตร์ ด้านความรู้ และวนั อาทติ ย์ 35 ฟอง 3. เกณฑ์ เพ่อื ใหน้ กั เรียนสามารถ 1. หาคา่ เฉล่ียของจานวนได้ เม่อื ลงุ ไสวทาบญั ชกี ารเก็บไข่เปน็ รายสัปดาห์ และบันทึกดว้ ยวา่ ในหนึ่งสัปดาหเ์ ก็บไข่ได้เฉล่ียวันละ 3.1 ผลงานมีความถูกตอ้ งไมน่ ้อยกว่า กาหนดจานวนใหช้ ุดหนงึ่ กฟ่ี อง ร้อยละ 80 2. แก้โจทย์ปญั หาเก่ยี วกบั ค่าเฉลยี่ ข้ันสอน 3.2 นักเรยี นไดค้ ะแนนรวมด้าน ทักษะและกระบวนการทาง 3. ให้แต่ละกลุ่มแลกเปลี่ยนวิธีการของกลุ่มตนเอง และร่วมกันอภิปรายว่าเหมือนหรือต่างจากกลุ่มอ่ืน ๆ คณิตศาสตร์ไม่น้อยกวา่ ร้อยละ 60 อย่างไร นกั เรยี นอาจได้วิธที ่แี ตกตา่ งกันไป เชน่
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๕๙ 334 กลุ่มสาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ ชนั้ ป.๔ เวลา ๑ ชว่ั โมง หน่วยท่ี ๑ เร่อื งจานวนนบั และการบวก การลบ การคูณ การหาร หนว่ ยย่อยที่ ๑.๔ การบวก ลบ คูณ หารระคน ด้านทักษะและกระบวนการทาง - นาตวั นบั มาจัดเรยี งเปน็ แถว ๆ ตามจานวนไขไ่ ก่ท่ีเก็บได้ในแตล่ ะวัน แล้วพยายามจดั เรียง คณติ ศาสตร์ โยกยา้ ยให้ได้ตัวนับเท่ากนั ในทุก ๆ แถว เพือ่ ให้นักเรยี นสามารถ - ใช้ตัวนับแทนจานวนไข่ไก่ในแต่ละวัน จากนั้นนาตัวนับท้ังหมดมารวมกันเป็นกองเดียว 1. แกป้ ัญหา แล้วนามาแบง่ ออกเป็นกอง 7 กอง กองละเทา่ ๆ กัน 2. ใหเ้ หตุผล จานวนไขไ่ กร่ วมกันได้ 14 + 21 + 21 + 28 + 14 + 35 + 35 = 168 ฟอง 1 สัปดาห์ ต้ังแต่ วนั จันทร์ ถงึ วนั อาทิตย์ รวม 7 วัน 3. ส่อื สาร สือ่ ความหมายทาง คณิตศาสตร์ ดงั น้นั ใน 1 สัปดาห์ เก็บไข่ไกเ่ ฉล่ียวันละ 168 7 = 24 ฟอง 24 เป็น ค่าเฉลี่ยของ 14 21 21 28 14 35 และ 35 4. การคิดคานวณ 5. เมอ่ื นักเรยี นแลกเปล่ียนกันแลว้ ครอู าจใช้คาถามกระตุ้น เชน่ - หากในแต่ละวันของสัปดาห์ เราเก็บไข่ไก่ได้ จานวนมาก ๆ เช่น หลักร้อย หลักพัน นักเรียนคิดว่าวิธกี ารไหนง่ายและสะดวกกว่าในการหาค่าเฉลี่ย (นามารวมเป็นกองเดียว แล้วแบ่งออกเป็น 7 กอง กองละเทา่ ๆ กนั ) - การท่ีนักเรียนนาตัวนับมารวมเป็นกองเดียว มีความหมายว่าอย่างไร (การหาผลบวกของ จานวนไข่ไกท่ ีเ่ ก็บได้ทงั้ หมดใน 1 สัปดาห)์ - การท่นี ักเรยี นนาไขไ่ ก่ทั้งหมดมาแบง่ เป็น 7 กอง กองละเทา่ ๆ กนั มีความหมายว่าอยา่ งไร (นาผลบวกของจานวนไขไ่ กท่ เี่ กบ็ ได้ทง้ั หมดใน 1 สัปดาห์ มาหารดว้ ยจานวนวนั ใน 1 สปั ดาห)์ 6. ครูติดบตั รโจทย์ปญั หา
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕๙ 335 กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๑.๔ การบวก ลบ คูณ หารระคน ชั้น ป.๔ หน่วยท่ี ๑ เร่อื งจานวนนบั และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ชวั่ โมง ผลสอบวิชาคณิตศาสตรข์ องนกั เรียนห้อง A จานวน 8 คน เป็นดังน้ี 3 6 7 8 10 5 8 9 และ ห้อง B จานวน 8 คน เป็นดังนี้ 10 5 8 9 5 7 5 10 หากคณุ ครตู อ้ งการทราบวา่ ห้องไหนได้คะแนนเฉลยี่ สูงกว่ากนั จะมวี ธิ กี ารคิดอย่างไร แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันหาคาตอบ หากนักเรียนยังใช้ตัวนับในการหาคาตอบ ครูอาจใช้ คาถามกระตนุ้ เช่น - การท่ีนักเรียนเอาตวั นบั ทงั้ หมดมารวมกันก่อน คือนักเรียนกาลงั ทาอะไร (หาผลบวกของ จานวนท้งั หมด) - การท่ีนักเรียนแบ่งตวั นบั เป็น 10 กอง คือนักเรยี นตอ้ งการอะไร (นา 10 มาหารผลบวก ของจานวนทง้ั หมด) หอ้ ง A คะแนนรวมเป็น 3 + 6 + 7 + 8 + 10 + 5 + 8 + 9 = 56 คะแนน นกั เรียน หอ้ ง A จานวน 8 คน ดังนั้น คะแนนเฉลย่ี ของนักเรยี นหอ้ ง A 56 8 = 7 คะแนน หอ้ ง B คะแนนรวมเปน็ 10 + 7 + 8 + 9 + 8 + 7 + 5 + 10 = 64 คะแนน นกั เรียน หอ้ ง B จานวน 8 คน ดังนน้ั คะแนนเฉลีย่ ของนกั เรียนหอ้ ง B 64 8 = 8 คะแนน ดังนั้น คะแนนเฉลย่ี ของนกั เรียนห้อง B สงู กว่า คะแนนเฉลยี่ ของนกั เรียนหอ้ ง A
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๕๙ 336 กลุม่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๑.๔ การบวก ลบ คูณ หารระคน ช้ัน ป.๔ หนว่ ยที่ ๑ เรอ่ื งจานวนนบั และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ชัว่ โมง 7. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปว่าในการหาค่าเฉลี่ย เราสามารถทาได้โดย การนาผลบวกของจานวนต่าง ๆ หารด้วยจานวนของจานวนทั้งหมดท่ีนามาบวกกัน เรียกว่า การเฉลี่ยและผลหารท่ีได้น้ันเรียกว่า ค่าเฉลี่ย ของจานวนเหล่านนั้ 8. ใหน้ กั เรียนทาแบบฝกึ หดั 1.59 ขน้ั สรปุ 9. ครูและนักเรียนร่วมกันสรปุ ว่า - การนาผลบวกของจานวนต่าง ๆ หารด้วยจานวนของจานวนทั้งหมดที่นามาบวกกัน เรยี กว่า การเฉล่ียและผลหารทไี่ ด้นน้ั เรยี กวา่ ค่าเฉล่ีย ของจานวนเหล่าน้นั - การแกโ้ จทย์ปญั หาเร่ิมจาก การทาความเข้าใจปัญหา วางแผนแก้ปญั หา ดาเนนิ ตามแผน และตรวจสอบความถูกต้องของคาตอบ - ถ้าโจทย์กาหนดชุดของข้อมูลให้ เราต้องหาผลบวกจานวนเหล่าน้ันก่อน แล้วนามาหาร ด้วยจานวนของขอ้ มูลทีร่ ะบุ
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ข้ัน แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ ๖๐ ข้นั นา แนวการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ 337 ขน้ั สอน กิจกรรมสาคญั ข้นั สรุป นาเสนอสถานการณ์ปัญหาทเี่ ก่ยี วข้องกับคา่ เฉลยี่ การวัดและประเมินผล นกั เรียนแก้สถานการณป์ ัญหา ระดมความคิด แลกเปลีย่ นแนวคดิ และอภปิ รายรว่ มกัน ครูและนักเรยี นรว่ มกันสรุป ความหมายของการเฉลยี่ ค่าเฉลย่ี วิธกี ารหาคา่ เฉลย่ี และคา่ ของจานวนอ่นื ๆ ทีเ่ กย่ี วข้องกบั คา่ เฉลยี่ ทาแบบฝึกหดั 1.60 พรอ้ มเฉลยคาตอบ ประเมนิ การตอบคาถามและการทาแบบฝกึ หดั ประเมนิ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ด้านการสอ่ื สารสอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร์
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๖๐ 338 กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ หนว่ ยยอ่ ยที่ ๑.๔ การบวก ลบ คูณ หารระคน ชัน้ ป.๔ หนว่ ยท่ี ๑ เรือ่ งจานวนนบั และการบวก การลบ การคูณ การหาร เวลา ๑ ชว่ั โมง ขอบเขตเนื้อหา กิจกรรมการเรยี นรู้ ส่อื /แหล่งเรียนรู้ โจทย์ปญั หาเก่ยี วกบั ค่าเฉลย่ี ขั้นนา 1. ตวั นับ 2. บตั รโจทย์ปัญหา สาระสาคัญ 1. ครูตดิ บตั รโจทย์ปญั หา ให้แตล่ ะกลุม่ ช่วยกันคิดหาวธิ แี ก้ปัญหา 3. แบบฝึกหัด 1.60 1. การแก้โจทย์ปัญหาเร่ิมจาก การทา พ่อขับรถพาลูก ๆ ไปเท่ียวทะเล ชั่งโมงท่ี 1 ขับรถได้ระยะทาง 54 กิโลเมตร ช่ังโมงท่ี 2 ขับรถ การประเมนิ ความเขา้ ใจปญั หา วางแผนแก้ปัญหา ได้ระยะทาง 48 กิโลเมตร ช่ังโมงที่ 3 ขับรถได้ระยะทาง 60 กิโลเมตร พ่อขับรถได้ระยะทาง ดาเนินตามแผน และตรวจสอบความ เฉลีย่ ชั่วโมงละก่ีกิโลเมตร 1. วธิ กี าร ถกู ต้องของคาตอบ 2. ให้นกั เรียนรว่ มกนั วิเคราะหแ์ ละแกโ้ จทย์ปญั หา 1.1 สงั เกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้ 2. การเฉลี่ย หมายถึง การแบ่งของ 1.2 ตรวจผลงานจากแบบฝกึ หัด ทั้งหมดเป็นส่วน ๆ ส่วนละเท่า ๆ กัน ขน้ั สอน 2. เคร่ืองมอื 2.1 แบบฝึกหัด 1.60 สามารถคานวณได้โดย การนา 3. จากโจทย์ปัญหาในขั้นนา ครูและนักเรียนร่วมกันวิเคราะห์และแก้โจทย์ปัญหา โดยครูอาจใช้คาถาม 2.2 แบบประเมนิ ทักษะและ ผลบวกของจานวนต่าง ๆ หารด้วย กระตนุ้ ดงั นี้ จานวนของจานวนท้ังหมดท่ีนามา กระบวนการทางคณิตศาสตร์ บวกกัน และผลหารท่ีได้นั้นเรียกว่า คา่ เฉลยี่ ของจานวนเหล่านนั้ - พ่อขับรถไดร้ ะยะทางรวมกี่กิโลเมตร (54 + 48 + 60 = 162 กโิ ลเมตร) 3. เกณฑ์ - พอ่ ใช้เวลาในการขับรถรวมก่ชี ั่วโมง (3 ชัว่ โมง) 3.1 ผลงานมคี วามถูกต้องไมน่ ้อยกวา่ - พ่อขับรถไดร้ ะยะทางเฉล่ยี ชั่วโมงละกีก่ ิโลเมตร (162 3 = 54 กิโลเมตร) รอ้ ยละ 80 - โดยนักเรียนสามารถแสดงวธิ ีทาได้ ดังนี้ 3.2 นกั เรียนไดค้ ะแนนรวมด้าน ทักษะและกระบวนการทาง คณิตศาสตร์ไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 60
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๖๐ 339 กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ชั้น ป.๔ เวลา ๑ ชว่ั โมง หนว่ ยที่ ๑ เร่ืองจานวนนบั และการบวก การลบ การคูณ การหาร หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๑.๔ การบวก ลบ คณู หารระคน จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ วธิ ที า 54 + 48 + 60 = 162 กโิ ลเมตร พ่อขับรถไดร้ ะยะทางรวม 3 ชั่วโมง ดา้ นความรู้ ใชเ้ วลาในการขบั รถรวม เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นสามารถแก้โจทย์ ปัญหาเก่ยี วกับค่าเฉลี่ย พอ่ ขบั รถได้ระยะทางเฉลยี่ ชั่วโมงละ 162 3 = 54 กิโลเมตร ตอบ ๕๔ กโิ ลเมตร ด้านทักษะและกระบวนการทาง คณิตศาสตร์ 4. ใหน้ กั เรยี นแบ่งเปน็ กลุ่ม กลุ่มละ 3 - 4 คน แจกกระดาษแผน่ ใหญ่ใหน้ ักเรยี นเพื่อแสดงวธิ ีคิดและ 1. แก้ปญั หา ตรวจคาตอบ 2. ใหเ้ หตผุ ล 5. ครตู ิดบัตรโจทยป์ ัญหา ให้แต่ละกลมุ่ ช่วยกันคิดหาวิธแี ก้ปัญหา 3. สือ่ สาร สอื่ ความหมายทาง คณติ ศาสตร์ พ่อขับรถพาครอบครัว ไปเที่ยวทะเล ตามแผนท่ีมีระยะทางรวม 648 กิโลเมตร พ่อใช้เวลาขับ 4. การคดิ คานวณ รถท้ังหมด 9 ช่ัวโมง หากเราต้องการทราบว่าพ่อขับรถได้ระยะทางเฉล่ีย ชั่วโมงละกี่กิโลเมตร จะมีวิธีการคดิ อยา่ งไร 6. ครอู าจใช้คาถามกระตุ้น ดังน้ี - พ่อขับรถได้ระยะทางรวมก่ีกิโลเมตร (648 กิโลเมตร) โดยครูอาจเน้นว่า โจทย์ข้อน้ีไม่ได้ บอกระยะทางทีข่ ับรถได้เป็นรายช่วั โมงแตบ่ อกระยะทางรวมมาแล้ว
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำหรบั ครผู ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ (ฉบบั ปรับปรงุ ) แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๖๐ ชั้น ป.๔ เวลา ๑ ช่วั โมง 340 กลุม่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ หน่วยท่ี ๑ เรือ่ งจานวนนับ และการบวก การลบ การคณู การหาร หน่วยยอ่ ยท่ี ๑.๔ การบวก ลบ คูณ หารระคน - พ่อใช้เวลาในการขบั รถรวมกีช่ ว่ั โมง (9 ช่ัวโมง) - พ่อขบั รถได้ระยะทางเฉลย่ี ชั่วโมงละกก่ี โิ ลเมตร (648 9 = 72 กิโลเมตร) 7. ครูตดิ บัตรโจทยป์ ัญหา ลุงไสวจดบันทึกการเก็บไข่ทุกวัน พร้อมท้ังหาค่าเฉลี่ยของไข่ไก่ท่ีเก็บได้ในแต่ละสัปดาห์ไว้ด้วย แต่ลุงสไวทาน้าหยดลงในสมุดจด ทาให้ตัวเลขที่บันทึกจานวนไข่ไก่ท่ีเก็บได้ในสัปดาห์ท่ี 1 น้ัน เลือนหายไป เหลือเพียงจานวนไข่ไก่เฉล่ียที่เก็บไดเ้ พียงจางๆ คือ 32 ฟอง เราจะช่วยลุงไสวหา ไดห้ รือไมว่ า่ ในสปั ดาหท์ ่ี 1 น้ัน ลงุ สไวเกบ็ ไข่ไก่ไดท้ ง้ั หมดกฟ่ี อง 8. ครอู าจใชค้ าถามกระตุน้ ว่า - จากบนั ทึกท่ีเหลืออยู่ จานวนไข่ไก่เฉลย่ี ที่เก็บไดใ้ นสปั ดาห์ที่ 1 คือเท่าไร (32 ฟอง) - ใน 1 สัปดาห์ มีก่วี นั (7 วนั ) - ดงั น้ัน 7 วัน เก็บไขไ่ ก่ไดร้ วมกี่ฟอง (7 32 = 224 ฟอง) 9. ครูตดิ บัตรโจทย์ปญั หา จากการท่ีลุงไสวทาน้าหยดลงในสมุดจด ยังทาให้บันทึกในหน้าถัดไปมีข้อมูลเลือนหายไปอีก คือ บนั ทกึ จานวนไข่ไก่ทเ่ี กบ็ ได้ในสัปดาห์ท่ี 2 น้นั เลือนหายไปเชน่ กัน ให้ตัวเลขที่บนั ทกึ จานวน ไข่ไก่ที่เก็บได้ในวันศุกร์ของสัปดาห์น้ีเลือนหายไป เราจะช่วยลุงไสวหาได้หรือไม่ว่าตัวเลขที่ เลอื นหายไปน้นั คอื จานวนใด
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 496
Pages: