รายงานผลการรับฟงั ความคิดเห็น และรายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบทอี่ าจเกิดจากรา่ งพระราชบัญญัติ สว่ นท่ี ๑ ขอ้ มูลพื้นฐานของรา่ งพระราชบญั ญตั ิ ๑. รา่ งพระราชบญั ญัติข้อมลู ข่าวสารสาธารณะ พ.ศ. .... กฎหมายใหม่ แก้ไขเพิ่มเติม ยกเลิก ๒. หลักการและเหตผุ ล ๒.๑ หลักการ ปรับปรุงกฎหมายว่าดว้ ยขอ้ มลู ข่าวสารของราชการ ๒.๒ เหตผุ ล โดยท่ีพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ได้ใช้บังคับมาเป็น เวลานาน จึงมีบทบัญญัติและมาตรการบางประการท่ีไม่เหมาะสมหรือสอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้มีการรับรองสิทธิของบุคคลและชุมชนในการรับทราบและ เข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยงานของรัฐตามท่ีกฎหมายบัญญัติ โดยกาหนด หน้าท่ีของรัฐ ให้ต้องเปิดเผยข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยงานของรัฐที่มิใช่ข้อมูล เกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐหรือเป็นความลับของทางราชการตามท่ีกฎหมายบัญญัติ และต้องจัดให้ประชาชน เข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารดังกล่าวได้โดยสะดวก อีกท้ัง เพื่อให้สอดรับกับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม ดิจทิ ลั ที่มกี ารเช่ือมโยงเทคโนโลยีทาให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมลู หรือข่าวสารสาธารณะไดโ้ ดยสะดวกและ มีประสิทธิภาพ ลดความเหล่ือมล้าในการเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะ อันเป็นการเปิดโอกาสให้ภาค ประชาชนมสี ่วนร่วมในการรับทราบและตรวจสอบการดาเนินงานของภาครฐั ซงึ่ จะทาให้การปอ้ งกันปญั หาการ ทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐมีประสิทธิภาพ การปฏิบัติราชการมีธรรมาภิบาล มีการกากับดูแล ตรวจสอบการดาเนินงานภาครัฐให้เป็นไปอย่างโปร่งใส รวมทั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิทราบการ ดาเนินงานของภาครัฐที่อาจจะมีผลกระทบต่อสิทธิหรือกาหนดหน้าท่ีอย่างใด ๆ แก่ประชาชนอันเป็นการ พิทกั ษส์ ทิ ธปิ ระโยชน์ของประชาชนจากคาส่ังทางปกครองหรือการกระทาทางปกครองต่าง ๆ ของเจา้ หน้าท่ีรัฐ โดยมีการใช้ระบบปฏิบัติการท่ีมีเทคโนโลยีสารสนเทศทันสมัยมาเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ จงึ จาเปน็ ต้องตราพระราชบัญญัตนิ ้ี ๓. ผู้เสนอร่างพระราชบัญญตั ิ สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร ประชาชนเขา้ ชอื่ เสนอกฎหมาย นายวรภพ วริ ยิ ะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับคณะ เปน็ ผู้เสนอ ส่วนที่ ๒ การรบั ฟงั ความคิดเห็นและสรปุ ผลการรับฟังความคดิ เหน็ ๑. ขอ้ มูลประกอบการรับฟังความคดิ เหน็
-2- ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ เพ่ือให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลหรือ ข่าวสารได้โดยสะดวก ลดความเหล่ือมล้าในการเข้าถึงข้อมูล มีส่วนร่วมในการรับทราบและตรวจสอบการ ดาเนินงานของภาครัฐ โดยมีการใช้ระบบปฏิบัติการที่มีเทคโนโลยีสารสนเทศทันสมัยมาเพ่ิมประสิทธิภาพใน การปฏิบัติราชการ โดยยกเลิกพระราชบญั ญตั ขิ อ้ มูลขา่ วสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ๑. บทนิยาม กาหนดนิยามคาว่า “ข้อมูลข่าวสาร” “ข้อมูลข่าวสารของราชการ” “ข้อมูลข่าวสาร สาธารณะ” “หน่วยงานของรัฐ” “เจ้าหน้าท่ีของรัฐ” “เอกชนซึ่งมีข้อมูลข่าวสารสาธารณะ” “ข้อมูลส่วน บุคคล” และ “ดจิ ทิ ลั ” ๒. การจัดทาและเปิดเผยขอ้ มลู ข่าวสารสาธารณะ จัดต้ังสานักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารสาธารณะข้ึนในสานักงานปลัดสานัก นายกรัฐมนตรี ทาหน้าที่ปฏิบัติงานใหแ้ ก่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารสาธารณะ และกาหนดให้สานักงานสภา ความม่ันคงแห่งชาติ มหี น้าที่ปฏิบัติงานให้แกค่ ณะกรรมการขอ้ มูลความลบั ราชการ กาหนดรายการข้อมูลข่าวสารสาธารณะท่ีหน่วยงานของรัฐต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ และ กาหนดข้อมลู ขา่ วสารสาธารณะท่ีอยา่ งน้อยหน่วยงานของรัฐต้องส่งลงประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา ให้หน่วยงานของรัฐจัดทาและเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาธารณะของหน่วยงานของรัฐตาม รายการทก่ี าหนดไว้ในรูปแบบข้อมูลดิจิทัล รวมถึงตอ้ งจดั เก็บข้อมูลข่าวสารของราชการในรปู แบบข้อมูลดิจิทัล และจัดเก็บในฐานข้อมูลหรือระบบเทคโนโลยีสารสนเทศบนระบบดิจิทัล และต้องจัดให้มีสถานท่ีติดต่อและ เจ้าหน้าทข่ี อ้ มูลขา่ วสารสาธารณะ ให้เอกชนซ่ึงมีข้อมูลข่าวสารสาธารณะ มีหน้าท่ีจัดทาและเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ตามรายการท่ีกาหนดโดยเร็วที่สุดในรูปแบบข้อมูลดิจิทัล โดยกาหนดรูปแบบข้อมูล ช่องทาง ความเร็วในการ เปดิ เผย ความถ่ีในการปรบั ปรงุ ขอ้ มูลให้ทนั สมัย ๓. การเขา้ ตรวจดขู อ้ มูลขา่ วสารของประชาชน ให้มีการย่ืนคาขอในการเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารสาธารณะหรือข้อมูลข่าวสารราชการ กาหนดรูปแบบและระยะเวลาส่งมอบสาเนาข้อมูลข่าวสาร การเรียกเก็บค่าธรรมเนียม การปฏิเสธคาขอ และ การให้คาแนะนาในการยน่ื คาขอต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอ่ืน ๔. การปรับปรุงข้อมลู ข่าวสารสาธารณะหน่วยงานของรฐั หรือเอกชนซ่ึงมีข้อมูลขา่ วสาร สาธารณะ ให้มีการย่ืนคาขอให้หน่วยงานของรัฐ หรือเอกชนซ่ึงมีข้อมูลข่าวสารสาธารณะเพ่ิม ปรับปรุง รายการข้อมูลข่าวสารสาธารณะ หรอื ส่งมอบข้อมลู ข่าวสารของราชการหรือข้อมลู ข่าวสารสาธารณะให้ถูกต้อง ครบถ้วน รวมถึงการร้องเรียนกรณีได้รับการปฏิเสธหรือไม่ปฏิบัติตามคาขอโดยไม่มีเหตุอันสมควรภายใน ระยะเวลาท่ีกาหนด และกาหนดระยะเวลาการพิจารณาคาร้องเรียนของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร สาธารณะ ๕. ขอ้ มลู ความลับราชการ กาหนดรายละเอียดเก่ียวกับประเภทและชั้นของข้อมูลความลับราชการ รวมถึงการกาหนด ระยะเวลาการเปลี่ยนข้อมูลความลับราชการเป็นข้อมูลข่าวสารสาธารณะ คือ ลับที่สุด (๗๕ ปี) ลับมาก (๒๐ ปี) และลับ (๑๐ ปี) กาหนดหลักเกณฑ์ในการจัดชั้นความลับ การยกเลิกช้ันความลับ การขยาย ระยะเวลาในการเปิดเผยได้ไม่เกินคราวละ ๓ ปี แต่จะขยายระยะเวลาจนเกินความจาเป็นไม่ได้ และการ เผยแพร่บนระบบเครอื ข่ายสารสนเทศหรือเวบ็ ไซต์ การจดั ทาดัชนแี ละรกั ษาคุ้มครองข้อมูล กาหนดใหม้ ีการย่ืน
-3- คาขอให้แก้ไข ปรับปรุง ข้อมูล รวมถึงการร้องเรียนกรณีได้รับการปฏิเสธหรือไม่ปฏิบัติตามคาขอภายใน ระยะเวลาที่กาหนด กาหนดระยะเวลาการพิจารณาคาร้องเรียนของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารสาธารณะ กาหนดเร่ืองการพิจารณาข้อมูลความลับราชการในการพิจารณาคดีของศาล และกาหนดให้นายกรัฐมนตรีมี อานาจเขา้ ถึงขอ้ มูลความลับราชการทุกชัน้ ความลบั ๖. การคุม้ ครองข้อมูลสว่ นบุคคล ให้มีการจัดระบบข้อมูลส่วนบุคคลและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การออกระเบียบ การจัดระบบข้อมูล การห้ามเปิดเผยข้อมูลโดยปราศจากความ ยินยอม การเปิดเผยข้อมูลด้วยการเชื่อมโยงหรือแลกเปลีย่ นข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างหนว่ ยงานของรัฐ หากมีข้อมูลส่วนบุคคลรวมอยู่ด้วยต้องแจ้งให้คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารสาธารณะทราบ รวมทั้ง กาหนด หลักเกณฑ์และวิธีการจัดให้มีการรักษาความม่ันคงปลอดภัยของข้อมู ลส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการ คุ้มครองขอ้ มลู สว่ นบุคคล ๗. การสง่ มอบข้อมูลขา่ วสารของราชการที่เปน็ เอกสารจดหมายเหตุ กาหนดหลักเกณฑ์ในการจัดทาทะเบยี นเอกสารจดหมายเหตุข้อมูลข่าวสารของราชการ และ การเก็บรักษาไว้เอง รวมท้ังการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อทาหน้าท่ีประเมินคุณค่า และจัดทาทะเบียนเอกสาร จดหมายเหตุ ๘. คณะกรรมการขอ้ มลู ขา่ วสารสาธารณะ ให้มีคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิจานวน ๘ คน และ ผู้แทนจากหน่วยงานของรัฐจานวน ๕ คน และให้ปลัดสานักนายกรัฐมนตรีแต่งต้ังข้าราชการเป็นเลขานุการ จานวน ๑ คน และผู้ช่วยเลขานุการ จานวน ๒ คน มีหน้าท่ีและอานาจในการออกระเบียบ กาหนดนโยบาย ส่งเสริม สนับสนุน เสนอความเห็น กาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เพ่ิมเติม แก้ไข หรือยกเลิก ส่ังให้หน่วยงานหรอื บุคคลส่งข้อมูลหรือเอกสาร ออกคาส่ังให้หน่วยงานของรัฐหยุดเผยแพร่ หรือแก้ไขข้อมูลข่าวส ารสาธารณะ พิจารณาและวินิจฉัยคาร้อง แต่งต้ังคณะอนุกรรมการ อนุมัติคาขอผ่อนผันในการเปิดเผยข้อมูล จัดทารายงาน เสนอคณะรัฐมนตรี และปฏิบัติการอนื่ ตามทีก่ ฎหมายกาหนด กาหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ รวมถึงให้มีวาระการดารง ตาแหน่งคราวละ ๔ ปี นับแต่วนั ท่ีได้รับแตง่ ต้งั และอาจได้รบั แตง่ ตัง้ ใหมไ่ ด้แต่ต้องไม่เกนิ สองวาระ และการพ้น จากตาแหนง่ ๙. คณะกรรมการสรรหากรรมการขอ้ มูลขา่ วสารสาธารณะผูท้ รงคุณวฒุ ิ ให้มีคณะกรรมการสรรหากรรมการขอ้ มลู ข่าวสารสาธารณะผทู้ รงคณุ วฒุ ิ ประกอบด้วยผแู้ ทน จากพรรคการเมืองพรรคร่วมรัฐบาล และผู้แทนจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ฝ่ายละ ๔ คน และกาหนดหลักเกณฑ์ และวิธกี ารคดั เลอื กกรรมการขอ้ มูลขา่ วสารสาธารณะผู้ทรงคุณวุฒิ ๑๐. คณะกรรมการข้อมลู ความลบั ราชการ ให้มีคณะกรรมการข้อมูลความลับราชการ ประกอบด้วย รัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรี มอบหมายเป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงกลาโหม ผู้แทนสานักข่าวกรองแห่งชาติ ผู้แทนสานักงาน ผู้ตรวจการแผ่นดิน เลขาธิการสภาความม่ันคงแห่งชาติ โดยให้เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ แต่งต้ัง ขา้ ราชการเปน็ เลขานุการ จานวน ๑ คน และผูช้ ว่ ยเลขานุการ จานวน ๒ คน มหี น้าทแ่ี ละอานาจออกประกาศ หรือระเบียบเพ่ือกาหนดวิธีการรักษาคุ้มครอง รวบรวมจัดเก็บและรับรองดัชนี ติดตามและตรวจสอบการ เปิดเผยข้อมลู ความลบั ราชการ แต่งต้ังคณะอนุกรรมการ และปฏบิ ัติการอ่ืนใด
-4- ๑๑. บทกาหนดโทษ กาหนดบทคุ้มครองเจ้าหน้าท่ีรัฐผู้กระทาการโดยสุจริต กาหนดบทลงโทษกรณีไม่ปฏิบัติตาม คาสั่งของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารสาธารณะ และกาหนดโทษกรณีเอกชนซึ่งมีข้อมูลข่าวสารสาธารณะไม่ ปฏบิ ัติตามคาสั่งของคณะกรรมการข้อมลู ข่าวสารสาธารณะ หรือไมเ่ ปดิ เผยข้อมลู ข่าวสารสาธารณะ ๒. ผู้เกยี่ วขอ้ งทไี่ ด้รบั หรอื อาจได้รับผลกระทบจากร่างพระราชบัญญัติ ๒.๑ หนว่ ยงานของรฐั ทไี่ ม่ใช่รฐั วสิ าหกจิ และองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ ประกอบดว้ ย (๑) สว่ นราชการ (ราชการสว่ นกลาง และราชการสว่ นภูมภิ าค) (๒) หน่วยงานของรฐั สภา ศาลยตุ ิธรรม ศาลปกครอง ศาลรฐั ธรรมนญู องค์กรอสิ ระตาม รฐั ธรรมนูญ และองคก์ รอัยการ (๓) องคก์ ารมหาชน ๒.๒ สานกั งานคณะกรรมการข้อมูลขา่ วสารของราชการ ๒.๓ องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ๒.๔ หนว่ ยงานของรฐั ประเภทรฐั วิสาหกจิ ๒.๕ มหาวิทยาลัยหรอื สถาบันอดุ มศกึ ษาของรัฐซ่ึงไม่เปน็ ส่วนราชการและอยใู่ นกากบั ของรฐั ๒.๖ องค์กรควบคมุ การประกอบวชิ าชีพ ๒.๗ พรรคการเมอื ง ๒.๘ ภาคเอกชน (๑) ที่ใช้อานาจหรือได้รับมอบให้ใช้อานาจแทนหนว่ ยงานรฐั (๒) ที่ไดร้ บั สมั ปทานจากหน่วยงานของรัฐ (๓) ทไ่ี ด้ทาสญั ญารว่ มลงทนุ กบั หนว่ ยงานของรัฐ (๔) ท่เี ป็นผู้ประกอบธุรกจิ ซึ่งมอี านาจเหนอื ตลาด (๕) ทหี่ นว่ ยงานของรฐั มีทนุ หรือถอื หุ้นอยู่ด้วย (๖) ทรี่ บั บริจาคและได้รับสิทธิลดหยอ่ นหรอื ยกเว้นภาษอี ากร ๒.๙ ประชาชนท่วั ไป ๓. ประเด็นการรบั ฟงั ความคิดเห็น ๓.๑ ทา่ นเห็นดว้ ยกบั การปรบั ปรุงนยิ ามใหอ้ งคก์ ารมหาชน ศาลรัฐธรรมนูญ องคก์ รอิสระตาม รัฐธรรมนูญ องค์กรอัยการ มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐซึ่งไม่เป็นส่วนราชการและอยู่ในกากับ ของรัฐ เป็นหน่วยงานของรัฐตามร่างกฎหมายนี้ นอกเหนือไปจากหน่วยงานของรัฐตามท่ีกาหนดไว้ใน พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ และมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามร่างกฎหมายนี้ หรือไม่ อย่างไร ๓.๒ ท่านเห็นด้วยกับการกาหนดนิยามคาว่า “เอกชนซึ่งมีข้อมูลข่าวสารสาธารณะ” และให้ เอกชนซ่งึ มีขอ้ มลู ขา่ วสารสาธารณะ มหี นา้ ทตี่ อ้ งปฏบิ ตั ติ ามรา่ งกฎหมายน้ี หรอื ไม่ อยา่ งไร ๓.๓ ท่านเห็นด้วยหรือไม่ กับการจัดตั้งสานักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารสาธารณะขึ้น ในสานกั งานปลัดสานกั นายกรัฐมนตรี ทาหนา้ ทป่ี ฏิบตั ิงานให้แก่คณะกรรมการข้อมลู ขา่ วสารสาธารณะ รวมถึง การกาหนดให้สานักงานสภาความม่ันคงแห่งชาติ มีหน้าท่ีปฏิบัติงานให้แก่คณะกรรมการข้อมูลความลับ ราชการ
-5- ๓.๔ ท่านเห็นด้วยกับรายการข้อมูลข่าวสารสาธารณะที่หน่วยงานของรัฐต้องเปิดเผยต่อ สาธารณะ และข้อมูลข่าวสารสาธารณะท่ีอย่างน้อยหน่วยงานของรัฐต้องส่งลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามท่กี าหนดไวใ้ นรา่ งกฎหมายนห้ี รือไม่ อย่างไร ๓.๕ ท่านเห็นด้วยกับการกาหนดให้หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่ในการจัดทาและเปิดเผยข้อมูล ข่าวสารสาธารณะตามรายการท่ีกาหนดไว้ในร่างกฎหมายน้ี รวมถึงต้องจัดเก็บข้อมูลข่าวสารของราชการใน รูปแบบข้อมูลดิจิทัล และต้องจัดให้มีสถานที่ติดต่อและเจ้าหน้าที่ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ตามที่กาหนดไว้ใน ร่างกฎหมายนี้หรอื ไม่ อยา่ งไร ๓.๖ ท่านเห็นด้วยกับการกาหนดให้เอกชนซึ่งมีข้อมูลข่าวสารสาธารณะ มีหน้าท่ีจัดทาและ เปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ตามรายการข้อมูลข่าวสารสาธารณะของเอกชนโดยเรว็ ที่สดุ ในรูปแบบข้อมูล ดิจทิ ลั ตามรา่ งกฎหมายนห้ี รือไม่ อย่างไร ๓.๗ ท่านเห็นด้วยกับการกาหนดใหบ้ ุคคลไมว่ ่าจะมสี ว่ นได้เสียหรือไม่ มีสิทธเิ ขา้ ตรวจดูข้อมูล ข่าวสารสาธารณะ รวมถึงหลักเกณฑ์และระยะเวลาการส่งมอบสาเนาข้อมูลข่าวสาร การเรียกค่าธรรมเนียม การปฏิเสธคาขอ รวมถึงการให้คาแนะนาในการยื่นคาขอต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอ่ืน ตามที่กาหนดไว้ในร่าง กฎหมายนีห้ รอื ไม่ อยา่ งไร ๓.๘ ท่านเห็นด้วยกับการกาหนดให้บุคคลไม่ว่าจะมีส่วนได้เสียหรือไม่ มีสิทธิย่ืนคาขอต่อ หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนซ่ึงมีข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ให้เพิ่ม ปรับปรุง เปล่ียนแปลง รายการ หรือให้ เปิดเผย หรือส่งมอบข้อมูลข่าวสารใหถ้ ูกต้อง ครบถ้วน และสามารถร้องเรียนกรณีปฏิเสธหรือไม่ปฏิบัติตามคา ขอ รวมถึงกาหนดระยะเวลาพิจารณาคาร้องเรียนของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ตามที่กาหนดไว้ ในร่างกฎหมายนห้ี รือไม่ อย่างไร ๓.๙ ท่านเห็นด้วยกับการกาหนดรายละเอียดเกี่ยวกับประเภทและชั้นของข้อมูลความลับ ราชการ รวมถึงการกาหนดระยะเวลาการเปล่ียนข้อมูลความลับราชการเป็นข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ตามที่ กาหนดไว้ในร่างกฎหมายน้ีหรอื ไม่ อยา่ งไร ๓.๑๐ ท่านเห็นด้วยกับการกาหนดให้หน่วยงานของรัฐ มีหน้าท่ีจัดทาและเปิดเผยรายการ ข้อมูลความลับราชการ และเผยแพร่บนระบบเครือข่ายสารสนเทศหรือเว็บไซต์ รวมถึงมีหน้าท่ีในการจัดทา ดัชนี และรกั ษาคมุ้ ครองขอ้ มลู ตามรา่ งกฎหมายนหี้ รือไม่ อยา่ งไร ๓.๑๑ ท่านเห็นด้วยกับการกาหนดให้บุคคลไม่ว่าจะมีส่วนได้เสียหรือไม่ มีสิทธิย่ืนคาขอให้ แก้ไข ปรบั ปรงุ ขอ้ มูล รายการข้อมลู ความลบั ราชการว่าไม่เขา้ เงอ่ื นไขของข้อมูลความลับราชการ และสามารถ ร้องเรียนต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารสาธารณะภายใน ๓๐ วันนับแต่วันท่ีได้ยื่นคาขอ ในกรณีที่เจ้าหน้าท่ี ของรัฐปฏิเสธหรือไม่ปฏิบัติตามคาขอ และให้คณะกรรมการพิจารณาคาร้องเรียนให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับคาร้องเรียน หากมีกรณีจาเป็นให้ขยายเวลาออกไปได้ แต่ต้องแสดงเหตุผล และรวมเวลา ท้งั หมดแล้วตอ้ งไมเ่ กิน ๖๐ วนั ตามรา่ งกฎหมายนี้หรือไม่ อย่างไร ๓.๑๒ ท่านเห็นด้วยกับการกาหนดการพิจารณาข้อมูลความลับราชการในการพิจารณาคดี ของศาล รวมถึงการกาหนดให้นายกรัฐมนตรีมีอานาจเข้าถึงข้อมูลความลับราชการทุกชั้นความลับ ตามร่าง กฎหมายนีห้ รือไม่ อยา่ งไร ๓.๑๓ ท่านเห็นด้วยกับการกาหนดให้หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่ปฏิบัติเก่ียวกับการจัดระบบ ข้อมูลส่วนบุคคล ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบคุ คล ตามร่างกฎหมายน้ี หรือไม่ อย่างไร ๓.๑๔ ท่านเหน็ ดว้ ยกบั การกาหนดให้หนว่ ยงานของรัฐต้องปฏิบัติเกีย่ วกับการจดั ระบบข้อมูล สว่ นบคุ คล ตามที่กาหนดไวใ้ นร่างกฎหมายน้ี หรอื ไม่ อย่างไร
-6- ๓.๑๕ ทา่ นเหน็ ดว้ ยกับการกาหนดหา้ มไมใ่ หห้ น่วยงานของรฐั เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ใน ความควบคุมดูแล โดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือของเจ้าของข้อมูล เว้นแต่เข้าข้อยกเว้น ตามท่ีร่าง กฎหมายน้ีกาหนดไว้หรอื ไม่ อยา่ งไร ๓.๑๖ ท่านเห็นด้วยกับการเปิดเผยข้อมูลด้วยการเชื่อมโยงหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลทาง อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างหน่วยงานของรัฐ หากมีข้อมูลส่วนบุคคลรวมอยู่ด้วยต้องแจ้งให้คณะกรรมการข้อมูล ข่าวสารสาธารณะทราบ รวมถึงหลักเกณฑ์และวิธีการจัดให้มีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วน บคุ คล ตามทีก่ าหนดไวร้ ่างกฎหมายนหี้ รอื ไม่ อย่างไร ๓.๑๗ ท่านเห็นด้วยกับการกาหนดหลักเกณฑ์การส่งมอบข้อมูลข่าวสารให้หอจดหมายเหตุ รวมถึงการกาหนดให้มีการคัดเลือกผทู้ รงคุณวฒุ ิดา้ นวัฒนธรรมและประวตั ิศาสตร์ของชาติ การศึกษา และการ วิจัย และผู้แทนกรมศิลปากรตามบญั ชรี ายช่อื ท่ีกรมศิลปากรประกาศกาหนด เพือ่ ทาหนา้ ท่ีประเมนิ คณุ คา่ และ จัดทาทะเบยี นเอกสารจดหมายเหตุ ตามรา่ งกฎหมายนีห้ รอื ไม่ อยา่ งไร ๓.๑๘ ท่านเห็นด้วยกับการกาหนดให้มีคณะกรรมการสรรหากรรมการข้อมูลข่าวสาร สาธารณะผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีที่มาจากผู้แทนพรรคการเมืองพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคร่วมฝ่ายค้าน ฝ่ายละ ๔ คน ทาหน้าท่ีสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ รวมถึงการคัดเลือกกรรมการข้อมูลข่าวสารสาธารณะผู้ทรงคณุ วุฒิ ตามท่กี าหนดไวร้ ่างกฎหมายนี้ หรอื ไม่ อยา่ งไร ๓.๑๙ ท่านเห็นด้วยกับการกาหนดให้คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารสาธารณะ มีอานาจเข้าไป ในสถานท่ีของผู้ครอบครองหรือควบคุมดูแลข้อมูล เพ่ือดาเนินการตรวจสอบข้อมูลข่าวสารของราชการและ ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ตามรา่ งกฎหมายน้หี รือไม่ อยา่ งไร ๓.๒๐ ท่านเห็นด้วยกับการกาหนดให้หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนซึ่งมีข้อมูลข่าวสาร สาธารณะ ต้องปฏิบัติตามคาส่ังหรือคาวินิจฉัยของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารสาธารณะภายใน ๗ วัน หรือ ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกาหนด รวมถึงการดาเนินการกรณีไม่ปฏิบัติตาม ตามร่างกฎหมายนี้หรือไม่ อย่างไร ๓.๒๑ ท่านเห็นด้วยกับการกาหนดให้ผู้ท่ีไม่เห็นด้วยกับคาวินิจฉัยของคณะกรรมการข้อมูล ขา่ วสารสาธารณะ อาจฟอ้ งคดีตอ่ ศาลปกครองสูงสดุ ได้ ตามรา่ งกฎหมายนีห้ รือไม่ อย่างไร ๓.๒๒ ท่านเห็นด้วยกับการกาหนดให้คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารสาธารณะเปิดเผยข้อมูล ข่าวสาร แทนหนว่ ยงานของรัฐและเอกชนซึ่งมขี ้อมูลขา่ วสารสาธารณะในกรณีทหี่ นว่ ยงานของรัฐหรือเอกชนไม่ ปฏบิ ตั ติ ามคาวินิจฉยั โดยไม่มีเหตอุ นั สมควร ตามร่างกฎหมายน้หี รอื ไม่ อยา่ งไร ๔. ระยะเวลาและวิธีการการรับฟังความคดิ เห็น ๔.๑ ระยะเวลาในการรับฟงั ความคิดเหน็ วนั ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ถึงวนั ท่ี ๕ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๔ รวมระยะเวลา จานวน ๙๒ วนั ๔.๒ วิธีการรบั ฟังความคิดเห็น (๑) ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของรฐั สภา www.parliament.go.th
-7- (๒) สง่ ประเด็นไปรบั ฟงั ผู้ท่เี กยี่ วขอ้ งโดยตรง ประกอบดว้ ย ๒.๑ หน่วยงานของรัฐท่ีไม่ใช่รัฐวิสาหกิจและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย (๑) ส่วนราชการ (ราชการสว่ นกลาง และราชการส่วนภมู ิภาค) (๒) หน่วยงานของรัฐสภา ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอสิ ระตามรัฐธรรมนญู และองค์กรอัยการ (๓) องค์การมหาชน ๒.๒ สานกั งานคณะกรรมการข้อมูลขา่ วสารของราชการ ๒.๓ องคก์ รปกครองสว่ นท้องถนิ่ ๒.๔ หน่วยงานของรฐั ประเภทรัฐวสิ าหกจิ ๒.๕ มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐซ่ึงไม่เป็นส่วนราชการและอยู่ใน กากบั ของรัฐ ๒.๖ องค์กรควบคมุ การประกอบวิชาชีพ ๒.๗ พรรคการเมอื ง ๒.๘ ภาคเอกชน
-8- ๕ สรปุ ผลการรบั ฟังความคิดเห็น ๕.๑ ข้อมลู ท่ัวไปผรู้ ว่ มแสดงความคดิ เห็น จากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภา www.parliament.go.th มีผู้เข้าเย่ียม ชมเว็บไซต์ จานวน ๑,๔๙๒ ราย และมีผู้แสดงความคิดเห็น จานวน ๕ ราย โดยมีรายละเอียดผู้แสดง ความคิดเห็นดงั นี้ (๑) เพศ ชาย จานวน ๔ คน หญิง จานวน ๑ คน (๒) อายุ (ปี) ๒๐ หรือตา่ กว่า จานวน ๑ คน ๔๑ – ๕๐ จานวน ๑ คน ๕๑ – ๖๐ จานวน ๓ คน (๓) ระดบั การศึกษา มัธยมศึกษา/ปวช./ปวส. จานวน ๑ คน ปริญญาตรี จานวน ๓ คน สูงกวา่ ปริญญาตรี จานวน ๑ คน (๔) อาชีพ รบั ราชการ/รฐั วิสาหกิจ จานวน ๓ คน ขา้ ราชการบานาญ จานวน ๑ คน นักเรียน/นกั ศกึ ษา จานวน ๑ คน (๕) ท่านเกี่ยวขอ้ งกบั ร่างพระราชบัญญัตนิ ี้ในฐานะใด ส่วนราชการ จานวน ๓ คน กรมสง่ เสรมิ การปกครองทอ้ งถน่ิ จานวน ๑ คน ประชาชนทั่วไป จานวน ๑ ราย จากการสง่ ประเดน็ ไปรบั ฟงั ผู้ทีเ่ กยี่ วข้องโดยตรง ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ องค์กรเอกชน ท่ีได้แสดงความคิดเห็นมี จานวน ๒๒๙ ราย ประกอบดว้ ย ๑) กระทรวงการต่างประเทศ ๒) กระทรวงยตุ ิธรรม ๓) กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครวั ๔) กรมทางหลวงชนบท ๕) กรมส่งเสรมิ อุตสาหกรรม ๖) กรมพินิจและค้มุ ครองเด็กและเยาวชน ๗) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง ๘) กรมการขนส่งทางบก ๙) กรมสนบั สนุนบริการสุขภาพ ๑๐) กรมชลประทาน ๑๑) กรมกาลังพลทหารบก
-9- ๑๒) สานกั งานบริหารหนสี้ าธารณะ ๑๓) สานกั งานกจิ การยตุ ิธรรม ๑๔) กรมโรงงานอตุ สาหกรรม ๑๕) สานักเลขาธกิ ารนายกรัฐมนตรี ๑๖) สานักงานประกนั สังคม ๑๗) กรมพลศึกษา ๑๘) สถาบนั มาตรวิทยาแห่งชาติ ๑๙) กรมพฒั นาพลงั งานทดแทนและอนุรกั ษ์พลงั งาน ๒๐) สานกั งานกองทุนน้ามันเช้ือเพลงิ ๒๑) กระทรวงยตุ ิธรรม ๒๒) สานักงานปลดั สานกั นายกรฐั มนตรี ๒๓) กรมท่าอากาศยาน ๒๔) สานกั งานเศรษฐกจิ การคลงั ๒๕) สานกั งานคณะกรรมการดจิ ทิ ัลเพอ่ื เศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ ๒๖) สานักเลขาธิการคณะรฐั มนตรี ๒๗) สานักงานสถิตแิ หง่ ชาติ ๒๘) กรมวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ ๒๙) กรมทรัพยากรนา้ บาดาล ๓๐) กรมควบคุมมลพษิ ๓๑) กระทรวงคมนาคม ๓๒) สานักงานทรัพยากรน้าแหง่ ชาติ ๓๓) ธนาคารอสิ ลามแห่งประเทศไทย ๓๔) กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ๓๕) กรมการข้าว ๓๖) บรษิ ัท ท่าอากาศยานไทย จากัด (มหาชน) ๓๗) สานักงานพฒั นารัฐบาลดิจทิ ลั (องคก์ ารมหาชน) ๓๘) กรมการทอ่ งเท่ียว ๓๙) กรมกจิ การเด็กและเยาวชน ๔๐) กรมคุ้มครองสทิ ธิและเสรภี าพ ๔๑) สานักงานคณะกรรมการพิเศษเพ่ือประสานงานโครงการอนั เนื่องมาจากพระราชดาริ ๔๒) กรมการขนส่งทางราง ๔๓) กรมสอบสวนคดพี ิเศษ ๔๔) สถาบนั นติ วิ ิทยาศาสตร์ ๔๕) กรมการแพทย์ ๔๖) สานกั งานมาตรฐานสนิ คา้ เกษตรและอาหารแห่งชาติ ๔๗) กรมธุรกิจพลังงาน ๔๘) สานักงานราชบัณฑิตยสภา ๔๙) กระทรวงการท่องเทยี่ วและกฬี า
มหาชน) - 10 - ๕๐) กรมโยธาธกิ ารและผังเมือง ๕๑) สานักงานสภาความมนั่ คงแห่งชาติ ๕๒) สานกั งาน ก.พ. ๕๓) สานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม ๕๔) กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความม่ันคงของมนุษย์ ๕๕) สถาบันเทคโนโลยีป้องกนั ประเทศ ๕๖) กรมการศาสนา ๕๗) กรมควบคุมโรค ๕๘) กรมสวสั ดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงาน ๕๙) กรมราชทัณฑ์ ๖๐) สานกั งานพัฒนาเศรษฐกจิ จากฐานชวี ภาพ (องคก์ ารมหาชน) ๖๑) การประปาสว่ นภมู ภิ าค ๖๒) การรถไฟแหง่ ประเทศไทย ๖๓) การประปานครหลวง ๖๔) จงั หวัดลพบุรี ๖๕) สานกั งานพิพธิ ภัณฑเ์ กษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การ ๖๖) การไฟฟ้าสว่ นภมู ภิ าค ๖๗) สานกั งานปลดั กระทรวงกลาโหม ๖๘) มหาวทิ ยาลัยศรีนครนิ ทรวโิ รฒ ๖๙) มหาวิทยาลยั แมฟ่ า้ หลวง ๗๐) มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยสี ุรนารี ๗๑) มหาวิทยาลยั ทักษิณ ๗๒) มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ๗๓) มหาวิทยาลยั แม่โจ้ ๗๔) สถาบันการพยาบาลศรสี วรนิ ทิรา สภากาชาดไทย ๗๕) มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล ๗๖) มหาวิทยาลยั เชียงใหม่ ๗๗) มหาวิทยาลยั นวมินทราธริ าช ๗๘) มหาวิทยาลยั พะเยา ๗๙) กองทนุ เงินให้กยู้ มื เพื่อการศึกษา ๘๐) สานักงานคณะกรรมการสิทธมิ นุษยชนแห่งชาติ ๘๑) สานกั งานอัยการสงู สุด ๘๒) สานักงานรัฐมนตรีกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ๘๓) องคก์ ารสุรา กรมสรรพสามิต ๘๔) สานกั งานพฒั นาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยแี หง่ ชาติ ๘๕) บริษัท อสมท จากดั (มหาชน) ๘๖) กรมบังคับคดี
- 11 - ๘๗) สานกั งานมาตรฐานผลติ ภณั ฑอ์ ุตสาหกรรม ๘๘) สานกั งานการปฏริ ูปทดี่ นิ เพอ่ื เกษตรกรรม ๘๙) กรมคมุ ประพฤติ ๙๐) สานักงบประมาณ ๙๑) กรมพฒั นาธุรกิจการค้า ๙๒) สานกั งานคณะกรรมการสขุ ภาพแห่งชาติ ๙๓) สานักงานพระพทุ ธศาสนาแห่งชาติ ๙๔) สานกั งานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ๙๕) สานกั งานนโยบายและแผนการขนสง่ และจราจร ๙๖) กรมทรัพย์สินทางปญั ญา ๙๗) ธนาคารออมสิน ๙๘) สานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ๙๙) กรมการจดั หางาน ๑๐๐) สถาบนั วิจยั ระบบสาธารณสุข ๑๐๑) กรมประมง ๑๐๒) สานกั งานปรมาณูเพือ่ สนั ติ ๑๐๓) กรมทรพั ยากรธรณี ๑๐๔) องคก์ ารจัดการนา้ เสยี ๑๐๕) กรมฝนหลวงและการบนิ เกษตร ๑๐๖) กรมการคา้ ภายใน ๑๐๗) กรมการคา้ ตา่ งประเทศ ๑๐๘) สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการ ทางาน (องคก์ ารมหาชน) ๑๐๙) กรมสรรพสามิต ๑๑๐) สานกั งานสง่ เสรมิ วิสาหกจิ ขนาดกลางและขนาดยอ่ ม ๑๑๑) กรมปศสุ ัตว์ ๑๑๒) สานักงานเลขาธิการสภาการศกึ ษา ๑๑๓) สถาบันวจิ ัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยแี ห่งประเทศไทย ๑๑๔) จงั หวดั สระบรุ ี (สานักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนษุ ยจ์ ังหวัดสระบรุ ี) ๑๑๕) จงั หวัดพระนครศรอี ยุธยา ๑๑๖) จงั หวดั ปทุมธานี ๑๑๗) จังหวดั ลาปาง ๑๑๘) จงั หวดั นครศรธี รรมราช ๑๑๙) จงั หวัดนนทบรุ ี ๑๒๐) จงั หวดั อา่ งทอง ๑๒๑) สานักงานเกษตรและสหกรณจ์ ังหวดั ชยั นาท ๑๒๒) จงั หวดั สมทุ รสงคราม ๑๒๓) จงั หวัดแม่ฮอ่ งสอน
- 12 - ๑๒๔) กรมพฒั นาสงั คมและสวสั ดกิ าร ๑๒๕) กรมธนารกั ษ์ ๑๒๖) ส่วนราชการจังหวัดตรัง จานวน ๒๓ หนว่ ย ๑๒๗) จังหวัดรอ้ ยเอ็ด ๑๒๘) จังหวดั สงขลา ๑๒๙) จงั หวัดระนอง ๑๓๐) จงั หวดั อุทยั ธานี ๑๓๑) จงั หวดั เพชรบุรี ๑๓๒) สานกั งานปศุสตั ว์จังหวดั กาฬสินธุ์ ๑๓๓) สานกั งานการปฏิรปู ท่ีดนิ จงั หวัดกาฬสินธ์ุ ๑๓๔) อาเภอนามน จังหวัดกาฬสนิ ธุ์ ๑๓๕) จังหวัดหนองบวั ลาภู ๑๓๖) จงั หวัดพจิ ติ ร ๑๓๗) สานกั งานสภานโยบายการอดุ มศึกษา วทิ ยาศาสตร์ วิจัยและนวตั กรรมแห่งชาติ ๑๓๘) สภาทนายความ ๑๓๙) สานักงานสตั วแพทยสภา ๑๔๐) สภาวิศวกร ๑๔๑) สภาสถาปนกิ ๑๔๒) สภาเทคนคิ การแพทย์ ๑๔๓) สานักงานส่งเสรมิ การจดั ประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ๑๔๔) สานกั งานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องคก์ ารมหาชน) ๑๔๕) ศูนย์คณุ ธรรม (องค์การมหาชน) ๑๔๖) องค์การบรหิ ารจดั การก๊าซเรอื นกระจก (องค์การมหาชน) ๑๔๗) สานักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) ๑๔๘) สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาอัญมณแี ละเครือ่ งประดบั แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ๑๔๙) สถาบันวิจยั ดาราศาสตร์แหง่ ชาติ ๑๕๐) สถาบันวจิ ัยและพฒั นาพืน้ ท่ีสูง (องค์การมหาชน) ๑๕๑) สานักงานนวตั กรรมแหง่ ชาติ (องคก์ ารมหาชน) ๑๕๒) สานกั งานรับรองมาตรฐานและประเมนิ คณุ ภาพการศึกษา ๑๕๓) สถาบันวคั ซีนแหง่ ชาติ ๑๕๔) พรรคเพือ่ ไทย ๑๕๕) พรรคคนงานไทย ๑๕๖) พรรคพลงั สหกรณ์ ๑๕๗) พรรคแผน่ ดนิ ไทย ๑๕๘) กลมุ่ เซ็นทรลั ๑๕๙) บริษทั จัดการและพฒั นาทรพั ยากรน้าภาคตะวนั ออก จากดั (มหาชน) ๑๖๐) บรษิ ทั เจรญิ โภคภณั ฑอ์ าหาร จากัด (มหาชน) ๑๖๑) การทางพเิ ศษแหง่ ประเทศไทย
- 13 - ๑๖๒) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ๑๖๓) บรษิ ัท ทีโอที จากดั (มหาชน) ๑๖๔) การยาสบู แหง่ ประเทศไทย ๑๖๕) บริษัท ไปรษณยี ไ์ ทย จากดั ๑๖๖) การรถไฟฟา้ ขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ๑๖๗) การยางแหง่ ประเทศไทย ๑๖๘) การท่าเรอื แห่งประเทศไทย ๑๖๙) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแหง่ ประเทศไทย ๑๗๐) องคก์ ารสวนพฤกษศาสตร์ ๑๗๑) กระทรวงดิจิทลั เพื่อเศรษฐกจิ และสงั คม ๑๗๒) กรมอุตนุ ยิ มวทิ ยา ๑๗๓) สานกั งานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมลู ส่วนบคุ คล ๑๗๔) สานักงานพฒั นาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส์ ๑๗๕) สานักงานสง่ เสริมเศรษฐกิจดิจทิ ัล ๑๗๖) เทศบาลเมืองมุกดาหาร ๑๗๗) องคก์ ารบริหารส่วนจังหวัดปราจนี บุรี ๑๗๘) เทศบาลเมืองกุฉนิ ารายณ์ ๑๗๙) องค์การบริหารสว่ นจังหวดั ชัยภูมิ ๑๘๐) องค์การบรหิ ารส่วนจังหวัดเพชรบรุ ี ๑๘๑) องคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัดกาญจนบรุ ี ๑๘๒) องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี ๑๘๓) องค์การบรหิ ารสว่ นจังหวดั สมุทรปราการ ๑๘๔) องค์การบริหารสว่ นจงั หวดั พระนครศรีอยธุ ยา ๑๘๕) องค์การบรหิ ารส่วนจังหวดั ชลบรุ ี ๑๘๖) เทศบาลเมอื งบางระจัน ๑๘๗) องค์การบรหิ ารสว่ นจังหวดั หนองบัวลาภู ๑๘๘) องคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั นครราชสีมา ๑๘๙) องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวัดนนทบรุ ี ๑๙๐) องคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวัดสุรินทร์ ๑๙๑) สานักงานศาลยตุ ธิ รรม ๑๙๒) สานักงานศาลรฐั ธรรมนญู ๑๙๓) กระทรวงสาธารณสุข ๑๙๔) กรมเชือ้ เพลงิ ธรรมชาติ ๑๙๕) สานักงานรฐั มนตรี กระทรวงกลาโหม ๑๙๖) สานกั งานคณะกรรมการคุม้ ครองผู้บรโิ ภค ๑๙๗) กรมอทุ ยานแห่งชาติ สตั วป์ ่า และพันธพ์ุ ืช ๑๙๘) สานักงานคณะกรรมการการเลอื กตั้ง ๑๙๙) สถาบันพระปกเกล้า
- 14 - ๒๐๐) กรมเจ้าท่า ๒๐๑) กรมป่าไม้ ๒๐๒) สานกั งานคณะกรรมการนโยบายรฐั วิสาหกิจ ๒๐๓) สานักงานเลขาธกิ ารครุ ุสภา ๒๐๔) กระทรวงพลังงาน ๒๐๕) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ๒๐๖) สานักงานสรรพากรพน้ื ทก่ี าฬสินธุ์ ๒๐๗) กรมประชาสัมพันธ์ ๒๐๘) สานักงานนโยบายและแผนพลังงาน ๒๐๙) สานกั งานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ ๒๑๐) สานกั งานศิลปวัฒนธรรมรว่ มสมยั ๒๑๑) กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย ๒๑๒) องค์การคลงั สินค้า ๒๑๓) การเคหะแห่งชาติ ๒๑๔) กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ๒๑๕) สานกั งานปลัดกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๒๑๖) สานกั งานเลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎร ๒๑๗) สานักงานเลขาธิการวุฒสิ ภา ๒๑๘) สานักขา่ วกรองแหง่ ชาติ ๒๑๙) กรมสรรพากร ๒๒๐) สานักศาลปกครอง ๒๒๑) สานักงาน ป.ป.ช. ๒๒๔) กรมศลุ กากร ๒๒๕) สานกั งานผูต้ รวจการแผน่ ดิน ๒๒๖) กรมวิชาการเกษตร ๒๒๗) สานักงานเลขาธิการทันตแพทยสภา ๒๒๘) กรมวทิ ยาศาสตร์บริการ ๒๒๙) สานักงานตารวจแห่งชาติ ๕.๒ ผลการรับฟงั ผลการรับฟังผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภา www.parliament.go.th และจากการส่งประเดน็ ไปรบั ฟงั ผทู้ ่เี กี่ยวขอ้ งโดยตรง สรุปไดเ้ ป็นรายประเด็นดงั น้ี ๑. ท่านเห็นด้วยกับการปรับปรุงนิยามให้องค์การมหาชน ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กร อิสระตามรฐั ธรรมนญู องคก์ รอัยการ มหาวทิ ยาลยั หรอื สถาบันอดุ มศึกษาของรัฐซึ่งไม่เป็นส่วนราชการและ อยู่ในกากับของรัฐ เป็นหน่วยงานของรัฐตามร่างกฎหมายนี้ นอกเหนือไปจากหน่วยงานของรัฐตามท่ี กาหนดไว้ในพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ และมีหน้าท่ีต้องปฏิบัติตามร่าง กฎหมายน้ี หรือไม่ อยา่ งไร
- 15 - เห็นด้วย ไมเ่ หน็ ด้วย - เห็นด้วย (กรมทางหลวงชนบท) - ไม่เห็นด้วย ๑ หน่วยงาน ไม่เป็นการกระจาย (กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์) (กรมทรัพยากรน้า อานาจในการปฏิบัติราชการ (ส่วนราชการจังหวัด บาดาล) (กรมควบคุมมลพิษ) (สานักงานราช ตรัง) บณั ฑิตยสภา) (สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ) - ไม่เห็นด้วยในส่วนท่ีครอบคลุมไปในส่วนของศาล (จังหวัดลพบุรี) (สานักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิม และศาลรัฐธรรมนูญ เพราะแม้ว่าในพระราชบัญญัติ พระเกียรตพิ ระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องคก์ าร จะกาหนดว่า “เฉพาะในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับการ มหาชน)) (การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) (มหาวิทยาลัย พิจารณาพิพากษาคดี” ก็ตามแตใ่ นทางปฏิบัตินน้ั ยงั ศรีนครินทรวิโรฒ) (มหาวิทยาลัยแม่โจ้) (จังหวัด ไม่มีความชัดเจนและยังไม่แน่ชัดว่าข้อมูลข่าวสารท่ี พ ร ะ น ค ร ศ รี อ ยุ ธ ย า ) (ส านั กงานรั ฐมน ตรี จากศาลฯ ท่ีว่าสามารถเปิดเผยไดน้ นั้ แค่ไหน อยา่ งไร กระทรวงศึกษาธิการ) (จังหวัดนนทบุรี) (จังหวัด และจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อคู่ความและอาจต้อง อ่างทอง) (สภาเทคนิคการแพทย์) (ศูนย์คุณธรรม คานึงถึงการแบ่งอานาจของฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่าย (องค์การมหาชน)) (พรรคพลังสหกรณ์) (บริษัท บริหารและฝ่ายตุลาการเป็นสาคัญด้วย (กรม ไปรษณีย์ไทย จากัด) (เทศบาลเมืองมุกดาหาร) ประชาสัมพนั ธ์) (องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี) (เทศบาล - ควรกาหนดนิยามให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกันกับ เมืองบางระจัน) (องค์การบริหารส่วนจังหวัด กฎหมายฉบับอ่ืนซ่ึงเช่ือมโยงสัมพันธ์ กัน เช่น หนองบัวลาภู) (องค์การบริหารส่วนจังหวัด พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา นครราชสีมา) (องค์การบริหารส่วนจังหวัด คดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๓ “มาตราใน นนทบุรี) (สานักงานคณะกรรมการคุ้มครอง พระราชบัญญตั ิ ผู้บรโิ ภค) (สานักงานตารวจแหง่ ชาต)ิ “หน่วยงานทางปกครอง” หมายความว่า กระทรวง - ทาให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการรับทราบ ทบวง กรม ส่วนราชการท่ีเรียกชื่ออย่างอ่ืนและมี และตรวจสอบการดาเนินการต่าง ๆ ของภาครัฐใหม้ ี ฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วน ความโปร่งใสได้กว้างขวางมากย่ิงขึ้น รวมทั้งเกิด ท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจท่ีตั้งข้ึนโดยพระราชบัญญัติหรือ ความชดั เจนในเรือ่ งความหมายของหนว่ ยงานของรัฐ พระราชกฤษฎีกา หรือหน่วยงานอ่ืนของรัฐ และให้ ป้องกันการตีความไม่จาเป็นต้องออกกฎหมายเพ่ือ ความหมายรวมถึงหน่วยงานท่ีได้รับมอบหมายให้ใช้ ก า ห น ด ห น่ ว ย ง า น เ พิ่ ม เ ติ ม ( ก ร ม ส่ ง เ ส ริ ม อานาจทางปกครองหรือได้ดาเนินกิจการทาง อุตสาหกรรม) ปกครอง - หากข้อมูลท่ีเปิดเผยเกิดประโยชน์ต่อสาธารณะ “เจ้าหน้าทข่ี องรัฐ” หมายความว่า เพื่อความโปร่งใสในการดาเนินงานของหน่วยงาน (๑) ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง คณะบุคคลหรือผู้ท่ี ของรัฐ (กรมการขนส่งทางบก) ปฏบิ ัติงานในหนว่ ยงานทางปกครอง - สง่ ผลให้มกี ารบงั คบั ใชท้ เ่ี ป็นแบบมาตรฐานเดยี วกัน (๒) คณะกรรมการวินิจฉัยข้อพิพาท คณะกรรมการ (กรมสนบั สนุนบริการสขุ ภาพ) หรือบุคคลซ่ึงมีกฎหมายให้อานาจในการออกกฎ - เป็นหน่วยงานท่ีครอบครองหรือควบคุมดูแลข้อมูล คาส่ัง หรอื มตใิ ด ๆ ท่ีมผี ลกระทบต่อบคุ คล และ ข่าวสารสาธารณะอยู่แล้ว (กรมชลประทาน) (๓) บุคคลที่อยู่ในบังคับบัญชาหรือในกากับดูแลของ - หน่วยงานที่ปรับปรุงเพิ่มเติมเป็นหน่วยงานทาง หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าท่ีของรฐั ตาม (๑) ปกครองใช้อานาจทางปกครองและบริการสาธารณะ หรือ (๒)...” (กรมวทิ ยาศาสตร์บรกิ าร) (กรมโรงงานอตุ สาหกรรม)
- 16 - - เพ่ือใหค้ รอบคลมุ ถงึ หน่วยงานท่ีไม่เป็นส่วนราชการ และอยู่ในกากับของรฐั (กรมพลศึกษา) - เพราะเป็นหน่วยงานท่ีมีข้อมูลข่าวสารของราชการ และข้อมูลข่าวสารสาธารณะ จึงควรมีกฎหมายที่ รองรับการครอบครองหรือควบคุมดูแล การใช้ การ เปดิ เผยขอ้ มลู (สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ) - เพ่ือให้การบังคับใช้กฎหมายครอบคลุมหน่วยงาน ของรัฐอย่างท่ัวถึง (สานักงานกองทุนน้ามัน เชอื้ เพลิง) - องค์กรเหล่านี้เป็นเหมือนหนว่ ยงานราชการอยู่แล้ว (กระทรวงยตุ ิธรรม) - เพอ่ื ให้สอดคลอ้ งการจัดองคก์ ารของรฐั รูปแบบใหม่ (สานกั งานสถิตแิ หง่ ชาติ) - เห็นด้วยกับการปรับปรุงคานิยาม (กระทรวง คมนาคม) (องค์การบรหิ ารส่วนจงั หวดั สุรนิ ทร์) - ทาให้ประชาชนและภาคเอกชนสามารถรับทราบ และเข้าถึง ข้ อ มูล ข่าว สาร สาธ าร ณ ะ ใ น ก า ร ครอบครองของหน่วยงานรัฐได้มากข้ึน (ธนาคาร อสิ ลามแห่งประเทศไทย) - หน่วยงานของรัฐในทุกองค์กรต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และอยู่ภายใต้กฎหมายเสมอกัน (กรมการข้าว) - เพื่อให้มีการตรวจสอบการดาเนินงานของ หน่วยงานของรัฐประเภทอ่ืนได้อย่างครอบคลุม (บริษัท ท่าอากาศยานไทย จากัด (มหาชน)) - รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๔๑ (๑) “บุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิ ๑) ได้รับทราบและ เข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครอง ของหน่วยงานของรัฐตามท่ีกฎหมายบัญญัติ...” และ ในหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ มาตรา ๕๙ “รัฐต้อง เปิดเผยข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครอง ของหนว่ ยงานของรัฐที่มิใช่ขอ้ มลู เกยี่ วกับความม่ันคง ของรัฐหรือเป็นความลับของทางราชการตามท่ี กฎหมายบัญญัติ และต้องจัดให้ประชาชนเข้าถึง ข้อมูลหรือข่าวสารดังกล่าวได้โดยสะดวก” นอกจาก จะเป็นการรับรองสิทธิของบุคคลในการได้รับทราบ และเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในความ ครอบครองของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ
- 17 - รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถ่ินแล้ว ยังมี เจตนารมณ์เพ่ือคุ้มครองสิทธิการเข้าถึงข้อมูล ข่าวสารสาธารณะของประชาชนอีกด้วย ซึ่งเป็น หน้าที่ของรัฐต้องอานวยความสะดวกแก่ประชาชน ในการขอตรวจสอบหรือขอข้อมูลข่าวสารสาธารณะ (กรมคมุ้ ครองสิทธแิ ละเสรีภาพ) - เหมาะสมแลว้ (การประปาส่วนภมู ภิ าค) - ให้หน่วยงานต้องอยู่ภายใต้ร่างกฎหมายฉบับนี้ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลของหน่วยงานที่ไม่ เคยได้กาหนดไว้ในคานิยาม และมาตรา ๔๑ ของ รัฐธรรมนูญกาหนดให้ประชาชนมีสิทธิได้รับทราบ และเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณะท่ีอยู่ในความ ครอบครองของหน่วยงานของรัฐ ดังนั้น หน่วยงาน ข อ ง รั ฐ จึ ง ค ว ร มี ค ว า ม ห ม า ย อ ย่ า ง ก ว้ า ง ข ว า ง ครอบคลุมถึงหน่วยงานของรัฐรูปแบบอ่ืนที่ไม่จากัด เพียงตามนิยามของกฎหมายเดิม ซ่ึงหน่วยงานของ รัฐเหล่าน้ีมีอานาจตามกฎหมายจัดต้ังเฉพาะให้ใช้ อ า น า จ ข อ ง รั ฐ แ ล ะ มี อ า น า จ เ ห นื อ ป ร ะ ช า ช น ประชาชนจึงควรจะตรวจสอบการใช้อานาจและ เ ข้ า ถึ ง ข้ อ มู ล ข่ า ว ส า ร ส า ธ า ร ณ ะ ที่ อ ยู่ ใ น ค ว า ม ครอบครองได้ (การประปานครหลวง) - เห็นด้วยกับการปรับปรุงนิยาม (มหาวิทยาลัยแม่ ฟา้ หลวง) - มหาวิทยาลัยเป็นหน่วยงานท่ีมีข้อมูลต่าง ๆ และ เพื่อให้มีกรอบหรือมาตรฐานในการปฏิบัติเกี่ยวกับ การเผยแพรข่ ้อมลู ข่าวสาร (มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยี สรุ นาร)ี - การให้สิทธิประชาชนรับรู้ข้อมูลข่าวสารถือเป็น ส่วนหนึ่งในการบริหารภาครัฐให้เกิดความโปร่งใส ป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ ทุกหน่วยงาน ควรจะต้องเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร แต่การกาหนดให้ ศาลเปิดเผยต้องเฉพาะส่วนท่ีไม่เกี่ยวข้องกับการ พิจารณาคดี (มหาวิทยาลยั ทักษิณ) - ถือว่านิยามได้ครบถ้วนตามหน่วยงานของรัฐท่ีมอี ยู่ ในเวลาน้ี (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร)์ - มีหน่วยงานท่ีจัดต้ังตามรัฐธรรมนูญเพิ่มมากขึ้น สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และมีความทันสมัยมาก
- 18 - ยิ่งข้ึน (สถาบัน การพยาบาลศ รีสวริน ทิรา สภากาชาดไทย) - มหาวิทยาลัยมหิดลซ่ึงมีฐานะเป็นมหาวิทยาลัยใน กากับของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการ เคยได้รับการ พิจารณาวินิจฉัยให้เป็นหน่วยงานของรัฐที่ต้องถือ และปฏิบัติตามกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการ ด้ ว ย เ ห ตุ ผ ล ว่ า ยั ง ต้ อ ง ไ ด้ รั บ เ งิ น ส นั บ ส นุ น จ า ก งบประมาณ การปฏบิ ตั ิงานตามอานาจและหน้าท่ียัง อยใู่ นกากับของรฐั (มหาวิทยาลัยมหิดล) - หน่วยงานท่ีกาหนดขึ้นเพ่ิมเติมเป็นหน่วยงานท่ีใช้ อ า น า จ ข อ ง รั ฐ เ ช่ น เ ดี ย ว กั บ ส่ ว น ร า ช ก า ร (มหาวิทยาลยั นวมนิ ทราธริ าช) - เน่ืองจากทุกองค์กรจะได้รับข้อมูลข่าวสาร สาธารณะท่ที ั่วถึง และมสี ทิ ธิในการปฏิบัติท่เี ทา่ เทียม กัน (มหาวทิ ยาลัยพะเยา) - เป็นการกาหนดควบคุมหน่วยงานต่าง ๆ มีหน้าที่ ต้องปฏิบัติตามร่างกฎหมายน้ี (องค์การสุรา กรม สรรพสามิต) - หน่ว ยงานที่เพ่ิมข้ึนมาเป็นหน่วยงานที่ใช้ งบประมาณแผ่นดินและมีข้อมูลข่าวสารสาธารณะท่ี ควรจะต้องเผยแพร่ (สานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแหง่ ชาติ) - ทาให้เกิดความชัดเจนและครอบคลุมท้ังหน่วยงาน ราชการและหน่วยงานอ่ืน ๆ มากย่ิงข้ึน (กรมบังคับ คดี) - การปรับปรงุ คานิยามเฉพาะในส่วนองค์การมหาชน น้ัน เห็นด้วยท่ีจะทาการเปิดเผยเป็นหลัก และการ ปกปิดเป็นข้อยกเว้น ตามหลักการและเหตุผลของ กฎหมายเดิมเช่นเดียวกับส่วนราชการ (สถาบัน ส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดลอ้ มในการทางาน (องค์การมหาชน)) - เป็นหน่ว ยงานของรัฐ ตามร่างกฎหมายน้ี (สานกั งานเกษตรและสหกรณจ์ ังหวัดชยั นาท) - คานิยามครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมดแล้ว (จังหวัด สมุทรสงคราม) - การปรับปรุงคานิยาม “หน่วยงานของรัฐ” จะ ครอบคลุมถึงหน่วยงานของรัฐทั้งหมด (จังหวัด แมฮ่ ่องสอน )
- 19 - - หน่วยงานดังกล่าวมีภารกิจหน้าท่ีอันกระทบต่อ สิทธิของประชาชนจึงควรเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร สาธารณะซ่ึงถือเป็นการกากับติดตามการทางาน ท่ี จะช่วยป้องกันปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบ นามาซ่ึงการคุ้มครองสิทธิของประชาชนต่อไปได้ (กรมพฒั นาสงั คมและสวัสดิการ) - เห็นด้วย ๒๒ หน่วยงาน หน่วยงานดังกล่าว เก่ียวข้องกับข้อมูลสาธารณะ (ส่วนราชการจังหวัด ตรัง) - เป็นหน่วยงานหรือองค์กรที่ใช้อานาจปกครองหรือ ดาเนินกิจการทางปกครองหรือดาเนินกิจการ ส า ธ า ร ณ ะ ห รื อ บ ริ ก า ร ส า ธ า ร ณ ะ แ ท น รั ฐ ต า ม หลักการ open data ข้อมูลข่าวสารของราชการ ที่ ไม่ใช่ข้อมูลความลับและไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล จะ เป็นข้อมูลข่าวสารสาธารณะ จาเป็นต้องเปิดเผยต่อ สาธารณะโดยไม่ตอ้ งร้องขอ (จงั หวัดร้อยเอด็ ) - ถือเป็นหน่วยงานของรัฐท่ีมีการจัดเก็บข้อมูล ขา่ วสาร (จงั หวัดสงขลา) (จงั หวัดระนอง) - เป็นหนว่ ยงานที่มีความเกย่ี วขอ้ งกับประชาชน และ มีข้อมูลข่าวสารที่จาเป็นต้องเผยแพร่ให้ประชาชน ไดร้ บั ทราบและถอื ปฏบิ ตั ิ (จังหวดั อุทยั ธานี) - จะมหี น่วยงานทีป่ ระชาชนสามารถตรวจสอบขอ้ มูล ข่าวสารได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น โดยเฉพาะองค์การ มหาชน องค์กรอิสระ สถาบันอุดมศึกษา เป็นต้น ซึ่ง เป็นหน่วยงานที่ประชาชนให้ความสนใจทาให้ ภาพลักษณ์ของหน่วยงานของรัฐมีความน่าเช่ือถือ และโปร่งใสเพ่ิมมากขึน้ (จังหวัดเพชรบุรี) - องค์กรดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากเงิน งบประมาณแผ่นดินเหมือนกับส่วนราชการอื่น ส ม ค ว ร ต้ อ ง ป ฏิ บั ติ ต า ม ก ฎ ห ม า ย เ ห มื อ นกัน (สานักงานปศุสัตว์จังหวัดกาฬสนิ ธ์)ุ - มีภารกิจท่ีเกี่ยวข้องกับการใช้อานาจรัฐและจัดทา บริการสาธารณะซ่ึงมีผลกระทบต่อสิทธิหน้าที่ของ ประชาชนส่วนใหญ่ (สานักงานการปฏิรูปที่ดิน จงั หวัดกาฬสนิ ธุ์) - ทาให้ประชาชนสามารถตรวจสอบและติดตามการ ดาเนินงานของหน่วยงานดังกล่าวได้ (อาเภอนามน จังหวดั กาฬสินธุ์)
- 20 - - เพ่ือให้ประชาชนมีโอกาสอย่างกว้างขวางในการ รั บ รู้ ข้ อ มู ล ข่ า ว ส า ร ส า ธ า ร ณ ะ อั น เ ก่ี ย ว กั บ ก า ร ดาเนินการใด ๆ ของหน่วยงานดังกล่าว (จังหวัด หนองบัวลาภ)ู - เพราะหน่วยงานมีข้อมูลข่าวสารของราชการที่อาจ มีผลกระทบต่อประชาชนหรือสังคมส่วนรวมซึ่งควร เปดิ เผยใหส้ งั คมไดร้ บั รู้ (จังหวัดพิจิตร) - เห็นด้วยกับการปรับปรุงนิยาม (สานักงานสภา นโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวตั กรรมแหง่ ชาต)ิ - เพ่ือให้ครอบคลุมถึงหน่วยงานของรัฐท่ีมีอยู่ใน ปัจจุบันมากย่ิงข้ึน (สานักงานรับรองมาตรฐานและ ประเมนิ คุณภาพการศกึ ษา) - หน่วยงานของรัฐที่กาหนดข้ึนใหม่เป็นหน่วยงาน ข อ ง รั ฐ ท่ี ต้ อ ง ด า เ นิ น ก า ร ต า ม ก ฎ ห ม า ย เ ช่ น กั น (สถาบนั วคั ซนี แห่งชาติ) - ที่ผ่านมามีข้อสงสัยว่าองค์กรใดอยู่ภ ายใต้ พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ การกาหนดนยิ ามในร่างพระราชบญั ญตั นิ ี้ จะ ช่วยลดการตีความและทาให้การบังคับใช้กฎหมาย ชัดเจนข้ึน และหน่วยงานดังกล่าวมีรายรับหรือเงิน สนับสนุนจากงบประมาณแผ่นดินอีกทั้งครอบครอง ข้อมลู ข่าวสารอนั สาคัญท่ีเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ (พรรคเพื่อไทย) - เห็นพ้อง การปรับปรุงนิยามให้ทั้ง ๕ องค์กร มี ความจาเป็นอย่างมากโดยเฉพาะมหาวิทยาลัยหรือ สถาบนั อดุ มศึกษา (พรรคแผ่นดินไทย) - เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญซ่ึงมีภารกิจตามมาตรา ๓ ของรัฐธรรมนูญในการดาเนินเพ่ือประโยชน์ ส่ ว น ร ว ม ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ช า ติ แ ล ะ ค ว า ม ผ า สุ ก ข อ ง ประชาชนเป็นหลัก จึงควรตอ้ งเปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสาร ให้ประชาชนมีโอกาสในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของ รัฐเพ่ือให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นและ ใช้สิทธิตามกฎหมายได้ถูกต้อง อย่างไรก็ดี การ ดาเนินการของมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษา ดังกลา่ วก็อยู่ภายใต้กฎหมายเอกชน ดงั นนั้ จึงไมค่ วร อยู่ในนิยามของหน่วยงานรัฐ (บริษัท เจริญโภค ภณั ฑ์อาหาร จากดั (มหาชน))
- 21 - - เนื่องจากร่างพระราชบัญญัตินี้มีเค้าโครงตาม กฎหมายเดิม ซ่ึงในส่วนที่เก่ียวข้องกับ บมจ.ทีโอที เห็นว่าสามารถปฏิบัติตามได้ (บริษัท ทีโอที จากัด (มหาชน) - สอดรับกับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม ดิจิทัล ท่ีมีการเชื่อมโยงเทคโนโลยีทาให้เข้าถึงข้อมูล หรือข่าวสารสาธารณะได้โดยสะดว ก แล ะมี ประสิทธิภาพ ลดความเหล่ือมล้าในการเข้าถึงข้อมูล (การยาสบู แห่งประเทศไทย) - ซึ่งจะครอบคลุมหน่วยงานของรัฐต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น (การยางแหง่ ประเทศไทย) - หน่วยงานดังกล่าวมีความเก่ียวข้องและต้องติดต่อ กบั หนว่ ยงานราชการอน่ื ๆ (การท่าเรือแห่งประเทศ ไทย) - ข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานดังกล่าวอาจเกี่ยวข้อง กับประชาชน ซ่ึงเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชน เข้าถึงขอ้ มูลหรือข่าวสารดังกลา่ วไดโ้ ดยสะดวก (การ ไฟฟ้าฝา่ ยผลติ แหง่ ประเทศไทย) - ไม่ขัดข้องกับการปรับปรุงนิยามให้มีความชัดเจน และครอบคลมุ มากข้ึน (สานักงานส่งเสรมิ เศรษฐกิจ ดิจทิ ลั ) - ทาให้เกิดความชดั เจนในเร่ืองความหมายของคาวา่ หน่วยงานของรัฐ ทาให้ไม่เกิดปัญหาการตีความว่า หน่วยงานใดเป็นหน่วยงานของรัฐหรือไม่ (องค์การ บรหิ ารสว่ นจงั หวดั ปราจีนบรุ ี) - สามารถตรวจสอบข้อมูลตามกฎหมายฉบับนี้ได้ (เทศบาลเมอื งกฉุ นิ ารายณ์) - นอกจากจะเป็นการรับรองหลักสิทธิเสรีภาพของ ประชาชนแล้ว ยังสอดคล้องกับหลักการใน บทบัญญัติมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญ (องค์การ บริหารสว่ นจงั หวดั สมทุ รปราการ) - เป็นการเปดิ โอกาสให้ประชาชนมสี ิทธิในการเข้าถึง ข้ อ มู ล ข่ า ว ส า ร ข อ ง ห น่ ว ย ง า น ข อ ง รั ฐ ม า ก ขึ้ น (กระทรวงสาธารณสุข) - ทาให้มีความชัดเจนและเหมาะสมในการบังคับใช้ กฎหมายมากยงิ่ ขึน้ (กรมเช้ือเพลิงธรรมชาติ) - ถือเป็นหน่วยงานท่ีมีส่วนงานในการจัดเก็บข้อมูลท่ี เป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล ซึ่งมีหน้าที่ในการให้
- 22 - ข้อมูลภาครัฐต่อประชาชน (สานักงานรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหม) - เพ่ือให้คานิยามครอบคลุมหน่วยงานของรัฐมากขน้ึ (กรมอทุ ยานแห่งชาติ สัตวป์ า่ และพนั ธ์พุ ืช) - ทาให้ประชาชนเข้าถึงรับทราบข้อมูลหรือข่าวสาร การดาเนินงานของภาครัฐได้มากขึ้น ซ่ึงในส่วนของ สานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งน้ันก็เป็น หน่วยงานของรัฐตามบทนิยามที่กาหนดในกฎหมาย เดิมอยู่เดิมแล้ว (สานักงานคณะกรรมการการ เลอื กตั้ง) - เป็นการขยายขอบข่าย ทาให้เกิดความครอบคลุม หน่วยงานรัฐที่ยังไม่เคยถูกนิยามมาก่อน เพ่ิมเข้ามา ในกฎหมายน้ีจะเป็นประโยชน์มากข้ึน (สถาบัน พระปกเกลา้ ) - มีความครอบคลุมและครบถ้วน เนื่องจากเป็นการ ปรับปรุงนิยามหน่วยงานของรัฐให้สอดคล้องกับ สภาวการณ์ในปัจจุบัน (สานักงานเลขาธิการคุรุ สภา) - เห็นด้วย ตามบทนิยามคาว่า “หน่วยงานของรัฐ” ซงึ่ กาหนดไวต้ ามมาตรา ๔ (กระทรวงพลงั งาน) - แต่เดิมนิยามคาว่า “หน่วยงานของรัฐ” ตาม กฎหมายเดิมนั้นจะให้คาจากัดความไว้ค่อนข้างแคบ ซึ่งในบางครั้งก็มีปัญหาอยู่เสมอว่าองค์กรมหาชนท่ี จัดต้ังขึ้นภายหลังจากท่ีกฎหมายข้อมูลข่าวสารของ ราชการออกมาใช้บังคับแล้วน้ัน กฎหมายท่ีเก่ียวกับ การจัดต้ังหน่วยงานหรือองค์กรดังกล่าวขึ้น ก็ได้มี การกาหนดอยู่แล้วให้เป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งก็ถือ ปฏิบัติตามกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการด้วย นอกจากน้ีองค์กรบางองค์กรที่จัดตั้งขึ้นได้มีการ กาหนดให้อย่ใู นกากับดูแลของรฐั มนตรฯี ซึง่ ก็ถือเป็น ราชการส่วนกลาง ในกากับดูแลของกระทรวงนั้น ๆ มีปัญหาว่าจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายฉบับน้ีด้วย หรอื ไม่ ดงั นนั้ เพ่ือให้การนยิ ามคาวา่ หนว่ ยงานรัฐทุก หน่วยงานปฏิบัติให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน (ธนาคารอาคารสงเคราะห์) - เพือ่ ใหค้ รอบคลุมถึงหน่วยงานหรือองคก์ รท่ีมขี ้อมูล สาธารณะอื่น ๆ ท่ีกฎหมายเดิมมิได้กาหนดไว้ และ
- 23 - เพ่ือให้มีความหมายกว้างมากขึ้น (สานักงาน สรรพากรพ้ืนท่ีกาฬสินธุ์) - เห็นด้วยในส่วนที่พระราชบัญญัติน้ีท่ีมีการขยาย เขตอานาจครอบคลุมหน่วยงานภาครัฐอื่นด้วย(กรม ประชาสัมพนั ธ)์ - จะทาให้การกาหนดหน่วยงานของรัฐมีความ ครอบคลุมมากย่ิงขึ้น (สานักงานนโยบายและแผน พลงั งาน) - เพ่ือให้การจัดทา เปิดเผย และเก็บรักษาข้อมูล ข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของ รัฐ และการเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารดังกล่าวของ ประชาชนเป็นมาตรฐานเดียวกัน นอกจากน้ี หน่วยงานดังกล่าวก็ถือเป็นหน่วยงานของรัฐตาม กฎหมายอยู่แล้ว (กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสงั คม) - เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนได้มีส่วนร่วมใน การรับทราบและตรวจสอบการดาเนินงานของ หน่วยงานอื่นนอกเหนือไปจากหน่วยงานของรัฐตาม นิยามท่ีกาหนดไว้ในกฎหมายเดิม (สานักงานสภา พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาต)ิ - ข้อมลู ข่าวสารสาธารณะท่กี าหนดไวใ้ นรา่ งกฎหมาย ฉบับนี้ เป็นข้อมูลที่รัฐควรเปิดเผยให้ประชาชน รับทราบ (สานักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมยั ) - หนว่ ยงานดังกล่าวเปน็ หนว่ ยงานทม่ี ีการดาเนินงาน ซึ่งเป็นภารกิจของรัฐหรือเก่ียวข้องกับประโยชน์ สาธารณะ ดังน้ัน ข้อมูลข่าวสารสาธารณะที่อยู่ใน ความครอบครองของหน่วยงานดังกล่าว จึงควร เผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ (กรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภยั ) - ทาให้เกิดความชัดเจนในเร่ืองความหมายของคาวา่ “หน่วยงานของรัฐ” ท่ีมีความครอบคลุมหน่วยงาน ต่าง ๆ มากขึ้นกว่าเดิม และทาให้ไม่เกิดปัญหาการ ตีความว่าหน่วยงานใดเป็นหน่วยงานของรัฐหรือไม่ (การเคหะแห่งชาต)ิ - องค์การมหาชนเป็นองค์กรประเภทหนึ่งที่จัดต้งั ขน้ึ โดยมีภาครัฐสนับสนุนในเรื่องงบประมาณการ ดาเนินงาน เพ่ือทาบริการสาธารณะหรือมีภารกิจ เฉพาะด้านบางประการท่ีกฎหมายกาหนด ศาล
- 24 - รัฐธรรมนูญ เป็นองค์กรท่ีมีอานาจหน้าที่หลาย ประการ เช่น วินิจฉัยคดีเก่ียวกับรัฐธรรมนูญหรือ กฎหมายให้เปน็ ไปด้วยความรวดเรว็ สอดคลอ้ ง และ เป็นธรรม ปราศจากอคติท้ังปวง คุ้มครองสิทธิ เสรีภาพของประชาชน จึงมีความสอดคล้องกับร่าง พระราชบัญญัตินี้ องค์กรอิสระตามศาลรัฐธรรมนูญ หลายหน่วยงานมีบทบาทหน้าที่สาคัญในการป้องกนั ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เพ่ือความ สจุ ริต โปรง่ ใส ตรวจสอบได้ จึงควรถกู ตรวจสอบด้วย เช่นกัน เม่ืออานาจฝ่ายหน่ึงอยู่เหนือฝ่ายหน่ึง และ อีกฝ่ายหน่ึงก็มีข้ันตอนในการลดอานาจของอีกฝ่าย ตามท่ีรัฐธรรมนูญได้ให้ไว้ องค์กรอัยการเป็น หน่วยงานสาคัญในกระบวนการยุติธรรม และ มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐซ่ึงไม่เป็น ส่วนราชการและอยู่ในกากับของรัฐจึงควรท่ีจะถูก ตรวจสอบได้เช่นกัน ดังน้ัน บันทึกหลักการและ เหตุผลร่างพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารสาธารณะ พ.ศ. .... มวี ัตถปุ ระสงคเ์ พ่ือเปดิ โอกาสใหป้ ระชาชนมี ส่ ว น ร่ ว ม ใ น ก า ร รั บ ท ร า บ แ ล ะ ต ร ว จ ส อ บ ก า ร ดาเนินงานของภาครัฐ ซึ่งทาให้การป้องกันปัญหา ก า ร ทุ จ ริ ต แ ล ะ ป ร ะ พ ฤ ติ มิ ช อ บ เ ป็ น ไ ป อ ย่ า ง มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ แ ล ะ ป ฏิ บั ติ ร า ช ก า ร อ ย่ า ง มี ธรรมาภบิ าล หน่วยงานหรอื องค์กรต่าง ๆ ทีก่ ล่าวมา ข้างต้นมีบทบาทและอานาจหน้าที่อันสาคัญยิ่ง จึง ควรถูกกาหนดไว้ในคานิยาม “หน่วยงานของรัฐ” (กรมส่งเสรมิ วฒั นธรรม) - เป็นการกาหนดให้หน่วยงานของรัฐมีหน้าท่ีต้อง ปฏิบัติตามกฎหมายท่ีเกี่ยวข้องให้มีความชัดเจนขึ้น นอกเหนือจากท่ีมีการกาหนดไว้ในกฎกระทรวง (สานักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม) - กรณีที่ผ่านมามีข้อสงสัยว่าองค์กรใดอยู่ภายใต้ พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ การกาหนดนยิ ามลงไปในร่างพระราชบัญญัติ จะช่วยลดการตีความของกฎหมายและทาให้การ บังคับใช้กฎหมายชัดเจนข้ึน (สานักงานเลขาธิการ สภาผ้แู ทนราษฎร)
- 25 - - เปน็ การกาหนดบทนิยามของคาวา่ “หนว่ ยงานของ รัฐ” ให้มีความหมายท่ีกว้างขวางและชัดเจนมาก ยิ่งขึ้นซ่ึงจะส่งผลให้หน่วยงานที่เพ่ิมข้ึนดังกล่าวต้อง อยู่ภายใต้การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาธารณะด้วย และเพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาในการตีความทาง ก ฎ ห ม า ย ที่ อ า จ เ กิ ด ขึ้ น ใ น ภ า ย ห ลั ง ป ร ะ ก อ บ กั บ เมื่อพิจารณาแล้ว เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในการ รับรู้ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ (สานักงานเลขาธิการ วุฒสิ ภา) - เป็นการเพิ่มเติมนิยามคาว่า “หน่วยงานของรัฐ” ให้ครอบคลุมกับหน่วยงานของรัฐท่ีมีอยู่จริงใน ปจั จบุ ันมากข้ึน เน่ืองจากคานิยามคาวา่ “ หนว่ ยงาน ของรฐั ” ตามกฎหมายเดิมยงั ไม่ครอบคลุมหน่วยงาน ของรัฐที่เกิดข้ึนใหม่ในปัจจุบันเพียงพอ เน่ืองจากใน ขณะนั้น (ปี ๒๕๔๐) องคก์ รอิสระบางแหง่ ในปัจจุบัน เช่น องค์กรอัยการยังไม่ได้เป็นองค์กรอิสระ แต่อยู่ ภายใต้สังกัดสานักนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ แหงราชอาณาจักรไทย ฉบับปพี ทุ ธศักราช ๒๕๔๐ ที่ ใช้บังคับอยู่ในเวลานั้น และมหาวิทยาลัยของรัฐที่แต่ เดิมสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย ก็ออกนอกระบบมา เป็นมหาวิทยาลัยในกากับของรัฐมากข้ึน เป็นต้น ดังน้ัน การกาหนดนิยามคาว่า “หน่วยงานของรัฐ” ใ ห้ ค ร อ บ ค ลุ ม ห น่ ว ย ง า น ดั ง ก ล่ า ว ด้ ว ย ก็ จ ะ เ ป็ น ประโยชน์ (กรมวิชาการเกษตร) - ประชาชนและหน่วยงานอื่นจะได้รับทราบข้อมูล ข่าวสารของหน่วยงานดังกล่าว อีกท้ังแสดงถึงความ โปร่งใสในการทางานของหน่วยงานดังกล่าวด้วย ให้ ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติฉบับน้ีตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ (ความเหน็ จากเว็บไซต์) ข้อเสนอแนะเพ่ิมเตมิ - ควรเพิ่มเติมเป็น องค์กรอัยการเฉพาะส่วนที่ไม่เกี่ยวกับการพิจารณาคดี (กรม ทรพั ยากรทางทะเลและชายฝง่ั ) - องคก์ รตลุ าการมคี วามอสิ ระในการพจิ ารณาพิพากษาอรรถคดี จงึ ควรกาหนดขอบเขต การเปิดเผยข้อมลู ให้ชดั เจน (กรมสนบั สนนุ บรกิ ารสขุ ภาพ) - เป็นกรณีที่กฎหมายจะบัญญัติให้มีผลใช้บังคับกับหน่วยงานของรัฐที่เพิ่มเข้ามา ซึ่งมี ผลเป็นการเพ่ิมหน้าท่ีให้หน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติให้อยู่ภายใต้กฎหมายดังกล่าว ดังน้ัน จึงสมควรท่ีจะต้อง สอบถามความคิดเห็นไปยังหน่วยงานของรัฐดังกล่าวก่อน ท้ังนี้ เพ่ือประโยชน์ต่อการนามาประกอบการรับฟัง
- 26 - ความคิดเห็นของร่างกฎหมายฉบับน้ีและกระบวนการตรากฎหมายในทุกขั้นตอน (สานักเลขาธิการ นายกรฐั มนตรี) - หนว่ ยงานอิสระมกี ฎหมายรฐั ธรรมนญู กาหนดไวอ้ ยแู่ ลว้ (สานักงานประกนั สังคม) - นิยาม ศาลและศาลรัฐธรรมนูญเฉพาะในส่วนท่ีไม่เก่ียวกับการพิจารณาพิพากษาคดี ควรมีการอธิบายความหมายให้ชัดเจนกว่านี้ ว่าหน่วยงานใดภายใต้ศาลและศาลรัฐธรรมนูญที่ต้องปฏิบัติตาม รา่ งพระราชบัญญัตฯิ (กรมพฒั นาพลังงานทดแทนและอนุรกั ษ์พลังงาน) - ควรตดั คาว่า “ศาลรฐั ธรรมนญู ” ออก เนือ่ งจากเป็นสว่ นหนึ่งขององค์กรศาล ซึง่ คาว่า “ศาล” ในบทนยิ ามดงั กล่าวได้ครอบคลุมถึงศาลรฐั ธรรมนูญอยู่ดว้ ยแลว้ เหมือนเช่นทีป่ รากฏในหมวด ๑๐ ของ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย ที่ครอบคลุมถึงศาลทุกประเภท (ศาลยุตธิ รรม ศาลปกครอง ศาลทหาร และ ศาลรฐั ธรรมนญู ) (สานกั งานทรพั ยากรน้าแหง่ ชาต)ิ - คณะกรรมาธิการอาจพิจารณาเพิ่มเติมนิยามของรัฐวิสาหกิจให้ชัดเจนว่าต้องการจะให้ หมายถึงรัฐวิสาหกิจประเภทใด เพราะรัฐวิสาหกิจในระบบกฎหมายไทยมีความหมายแตกต่างกันไปตาม กฎหมายแต่ละฉบับ และควรเพ่ิมคาว่า “หน่วยงานอิสระของรัฐ” ในคานิยามต่อจาก “องค์กรอิสระตาม รัฐธรรมนูญ” เช่นเดียวกับกฎหมายเดิม เพื่อให้หน่วยงานท่ีเป็นอิสระของรัฐอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับน้ีโดย อัตโนมตั ิ (มหาวิทยาลัยแมฟ่ า้ หลวง) - ไม่ขัดข้องที่จะกาหนดให้มหาวิทยาลัยเป็นหน่วยงานของรัฐตามร่างพระราชบัญญัติน้ี แต่อย่างไรก็ตาม (ตามกรอบคาถามข้อ ๗) ตามคานิยาม “ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ” อาจเกิดการกระทบสิทธิ ของบุคคลที่เก่ียวข้อง ท้ังน้ี เนื่องจากเมื่อข้อมูลของมหาวิทยาลัยเก็บรักษาอยู่เป็นข้อมูลข่าวสารสาธารณะท่ี ต้องเปิดเผยให้กับทุก ๆ คน แม้จะไม่มีส่วนได้เสียและไม่ได้มีการรอ้ งขอ อาทิเช่น (๑) ข้อมูลพ้ืนฐานท้ังหลายท่ี เก่ียวข้องกับนักศึกษารวมตลอดถึงประวัติต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องกับการศึกษาของนักศึกษา ประวัติสุขภาพ หรือ ประวัติด้านอ่ืน ๆ (๒) ข้อมูลพื้นฐานท่ีเก่ียวข้องกับประวัติของผู้ป่วย หรือผู้ที่มาใช้บริการทางการแพทย์ หรือ บริการเกี่ยวกับสขุ ภาพของประชาชนทั่วไปท่ีมหาวิทยาลัยใช้บริการ (๓)ข้อมูลพ้ืนฐานท่ีเกี่ยวข้องกับประชาชน ชุมชน องค์กรต่าง ๆ ที่มหาวิทยาลัยไปให้บริการทางวิชาการ (๔) ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนางานวิจัยที่ กาลังดาเนินการเพื่อจดสิทธิบัตร หรือที่จะได้รับการคุ้มครองในงานอันมีลิขสิทธ์ิซึ่งตามรา่ งพระราชบัญญัติไม่มี กลไกการค้มุ ครองผทู้ ี่จะได้รบั ผลกระทบจากการเปดิ เผยข้อมลู ดังกลา่ ว (มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่) - นิยาม “ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล” รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลซึ่งกาหนดมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไว้ค่อนข้างเคร่งครัด ประกอบกับการฟ้องคดีของ กองทุนฯ เป็นการดาเนินการตามสัญญากู้ยืมเงินของกองทุนฯ ซ่ึงถือเป็นคดีผู้บริโภค ดังน้ัน ผู้กู้ยืมเงินย่อม ไดร้ ับความค้มุ ครองตามกฎหมายคุ้มครองผู้บรโิ ภคอีกฉบับหนง่ึ ดว้ ย (กองทุนเงินใหก้ ู้ยืมเพอ่ื การศึกษา) - ยังมีหน่วยงานของรัฐบางประเภทท่ีนิยามดังกล่าวอาจยังไม่ครอบคลุมถึงตามหลักการ จาแนกประเภทหน่วยงานของรัฐในกากับของฝ่ายบริหารท่ีกาหนดโดยสานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบ ราชการ (ก.พ.ร.) (สานักงานสภานโยบายการอดุ มศกึ ษา วิทยาศาสตร์ วจิ ัยและนวัตกรรมแหง่ ชาติ) - ตามร่างมาตรา ๔ หน่วยงานของรัฐไม่ควรหมายความรวมถึง องค์กรควบคุมการประกอบ วิชาชพี เน่อื งจากเป็นองค์กรเอกชนและจดั ตัง้ ขึ้นตามพระราชบัญญัติบังคับใช้เปน็ การเฉพาะ มวี ตั ถุประสงค์ใน การก่อตั้งและอานาจหน้าท่ีไว้ชัดแจ้งอยู่แล้ว และเป็นการป้องกันไม่ให้รัฐเข้ามาแทรกแซงการใช้อานาจของ องค์กรหรอื นาเอกสารข้อมลู ไปเผยแพร่อันจะส่งผลกระทบต่อการประกอบวชิ าชีพหรือประชาชนผูเ้ กี่ยวข้องกับ องค์กรควบคุมประกอบวิชาชีพน้ัน ๆ และให้สอดคล้องกับนิยามความหมายเจ้าหน้าท่ีของรัฐ ตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบญั ญัติบตั รประจาตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ ด้วย (สภาทนายความ)
- 27 - - หลักการจาแนกประเภทหน่วยงานของรัฐในกากับของฝ่ายบริหาร ข้อ ๕ (๑) ระบุว่า สภา วิชาชีพ เป็นหน่วยงานท่ีมิใช่หน่วยงานของรัฐแต่ใช้อานาจรัฐในการดาเนินกิจกรรม จัดต้ังข้ึนตาม พระราชบญั ญัติวชิ าชีพเฉพาะเพ่ือจัดตัง้ สภาวชิ าชีพ มีฐานะเป็นนติ บิ ุคคลทาหน้าที่ควบคุมการประกอบวิชาชีพ การขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาต รับรองวิทยฐานะของสถาบันท่ีทาการสอน รับรองปริญญา ประกาศนยี บัตรในวิชาชพี นนั้ ๆ บริหารงานในรูปแบบคณะกรรมการท่มี ีอานาจหนา้ ท่ีในการบรหิ ารกิจการของ สภาวิชาชีพตามวัตถุประสงค์การจัดต้ัง ไม่รวมถึงการดาเนินงานอื่น ๆ ในลักษณะเอกชน ดังนั้น การขอข้อมูล ขา่ วสารของประชาชนในกรณีของสภาวิชาชีพ จึงควรบัญญัตคิ รอบคลุมเฉพาะข้อมลู ข่าวสารทเี่ กยี่ วข้องกับการ พิจารณาและการออกคาสั่งทางปกครอง เพื่อให้สอดคล้องกับอานาจและหน้าท่ีตามพระราชบัญญัติจัดตั้งสภา วชิ าชพี ตอ่ ไป (สภาวศิ วกร) - กรณีเพิ่ม “องค์กรอัยการ” เป็นหน่วยงานของรัฐ ควรกาหนดให้เป็นสานักงานเลขาธิการ สานักงานอัยการสูงสุด ซ่ึงเป็นหน่วยงานราชการธุรการหรืออาจกาหนดเป็นองค์กรอัยการเฉพาะในส่วนที่ไม่ เกย่ี วกบั การดาเนนิ คดี การเพ่มิ “ศาลรัฐธรรมนูญ” แยกจาก “ศาล” อาจทาให้เกดิ ปัญหาการตีความเนื่องจาก เดิมหมายถงึ ศาลทกุ ประเภท อาจเกิดการสบั สนในการตคี วามว่า “ศาล” หมายรวมถึง ศาลปกครอง ศาลทหาร ด้วยหรือไม่ ดังนั้น หากร่างพระราชบัญญัติน้ีกาหนดขอบเขตคาจากัดความ “หน่วยงานของรัฐ” ให้กว้างขวาง กวา่ ท่ีเคยกาหนดในกฎหมายเดิม อาจจะสง่ ผลกระทบต่อความเป็นอสิ ระและความยุติธรรมในการพิจารณาคดี ต่าง ๆ ของศาลและศาลรัฐธรรมนญู จึงควรทบทวนการกาหนดนิยามให้รดั กุม และควรจากัดเฉพาะหน่วยงาน ของรัฐในกากับของรัฐบาลเท่าน้ัน สาหรับหน่วยงานของรัฐท่ีไม่ได้เป็นส่วนหน่ึงของหน่วยงานในกากับของ รัฐบาล ควรกาหนดให้เปน็ อานาจหน้าที่ของผูบ้ ังคับบญั ชาสูงสุดขององค์กรนน้ั ๆ เปน็ ผูพ้ ิจารณาหรอื กาหนดให้ ข้อมูลใดเป็นข้อมูลข่าวสารสาธารณะตามแนวทางของร่างพระราชบัญญัติจะเหมาะสมกว่า และจะทาให้ไม่มี ปญั หาในทางปฏิบัติ (สานกั งานส่งเสริมการจดั ประชุมและนทิ รรศการ (องค์การมหาชน)) - คานิยามในมาตรา ๔ \"ข้อมูลข่าวสาร” ควรระบุข้อความเพิ่มเติมในนิยาม ทานอง ยกเว้น ข้อมูลข่าวสารที่เป็นความลับ หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลท่ีต้องห้ามเปิดเผยตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคล หรือข้อมูลทางทะเบียนท่ีประชาชนทั่วไปสามารถคัดถ่ายเอกสารได้อยู่แล้ว เช่น งบการเงินนิติบุคคล บัญชรี ายชอ่ื ผ้ถู อื หุ้น เปน็ ต้น เพ่ิมข้อยกเวน้ ให้ชัดเจน (กล่มุ เซ็นทรลั ) - คานิยามในมาตรา ๔ \"ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ” คานิยามกว้างเกินไป ขาดความชัดเจนว่า ข้อมูลข่าวสารใดท่ีต้องเปิดเผยให้ประชาชนทราบเพราะจะเป็นภาระเกินสมควรต่อผู้ครอบครองหรือผู้ ควบคมุ ดูแล (กลมุ่ เซ็นทรัล) - รา่ งมาตรา ๔ นยิ ามคาว่า \"ขอ้ มูลสว่ นบคุ คล” หมายความรวมถงึ ขอ้ มลู ส่วนบคุ คลของผู้ท่ีถึง แก่กรรมแล้วด้วย แตกต่างจากนิยาม \"ข้อมูลส่วนบุคคล” ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ท่ีไมร่ วมถงึ ข้อมลู ของผู้ถงึ แก่กรรมดว้ ย ดังน้นั ควรมีการอธบิ ายถึงเจตนารมณ์และวัตถุประสงค์ใน การกาหนดความแตกต่างของคานิยามดังกล่าวร่วมด้วย ทั้งน้ี เพื่อให้เกิดความชัดเจนแก่ผู้ปฏิบัติงานในการ บงั คับใชแ้ ละการปฏิบตั ติ ามกฎหมายทั้งสองฉบบั (สานักงานพฒั นาธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์) - นิยามข้อมูลข่าวสารสาธารณะตามร่างมาตรา ๔ เป็นนิยามท่ีกว้าง มิได้ระบุรายการข้อมูล ข่าวสารท่ีต้องเปิดเผยให้ชัดเจน หากร่างพระราชบัญญัตินี้บังคับใช้จะครอบคลุมถึงนิติบุคคลที่หน่วยงานรัฐมี ทนุ หรือถือห้นุ อยดู่ ว้ ย ซง่ึ ในกรณีนีห้ ากเปน็ สานกั งานสง่ เสริมเศรษฐกจิ ดิจิทลั จะตอ้ งบงั คบั ใช้กบั วิสาหกจิ เร่ิมต้น ด้านดิจิทัล (Digital Startup) กับการช่วยเหลือหรือการอุดหนุนการพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานเกี่ยวกับการ พัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัลภาคเอกชนที่สานักงานฯ ร่วมลงทุนอยู่ด้วย ซึ่งการดาเนินงานของ
- 28 - เอกชนดังกล่าวมีลักษณะแขง่ ขันอยู่ในตลาดจะมีหนา้ ที่ต้องเปิดเผยข้อมูลอะไรบ้าง ในลักษณะใด ในรา่ งมาตรา ๑๓ การจดั ทาและเปดิ เผยข้อมูลข่าวสารสาธารณะของเอกชนก็มไิ ด้ระบรุ ายการข้อมูลข่าวสารทีต่ ้องเปิดเผยให้ ชัดเจน (สานกั งานสง่ เสริมเศรษฐกิจดิจิทลั ) - นิยามในร่างมาตรา ๔ หรือหมวด ๓ ไม่ปรากฏว่าได้ระบุประเภทข้อมูลผู้ป่วยเป็น \"ข้อมูล ข่าวสารสาธารณะ” หรอื ไม่ และควรระบถุ ึงข้อมลู และการบริหารดูแลข้อมลู ทเี่ ก่ียวข้องกับทางการแพทย์ หรือ สถานพยาบาลท่ีดูแลผู้ป่วย และข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ป่วย) ด้วย เพราะในร่างพระราชบัญญัตินี้ไม่ได้ระบุหรือ อธบิ ายประเภทข้อมลู กลุ่มนี้ (สานักงานสง่ เสริมเศรษฐกิจดิจทิ ลั ) - ตามร่างมาตรา ๔ บัญญัติคานิยาม \"ข้อมูลข่าวสาร” อาจไม่ครบถ้วน ควรเพ่ิมรายละเอียด เก่ียวกับข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบของข้อมูลในโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ตไว้ด้วย เพ่ือให้เกิดความชัดเจน ควรเพ่ิม รายละเอยี ดใหช้ ดั เจน เพอ่ื ลดการตีความทางด้านกฎหมาย (องคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั ชลบรุ ี) - การกาหนดนิยาม “หน่วยงานของรัฐ” ตามมาตรา ๔ ให้หมายความรวมถึงรัฐวิสาหกิจโดย ไม่ไดก้ าหนดนยิ ามของรฐั วิสาหกิจไว้ในรา่ งพระราชบัญญตั ิข้อมูลขา่ วสารสาธารณะฯ ด้วย อาจทาใหเ้ กิดปัญหา ในการตีความเก่ียวกับขอบเขตการบังคับใช้กฎหมายในอนาคต (สานักงานคณะกรรมการนโยบาย รฐั วสิ าหกิจ) - เพื่อให้การกาหนดนิยามหน่วยงานของรัฐมีความครอบคลุม เห็นควรปรับปรุงเพ่ิมเติมดังน้ี “หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ส่วนราชการสังกัดรัฐสภา ศาลเฉพาะในส่วนท่ีไม่เกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาคดี องค์กรอิสระตาม รัฐธรรมนูญ องค์กรอัยการ มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐซ่ึงไม่เป็นส่วนราชการและอยู่ในกากับ ของรัฐ องค์กรควบคุมการประกอบวิชาชีพ หน่วยงานอิสระของรัฐ และหน่วยงานอ่ืนของรัฐตามที่กาหนดใน กฎกระทรวง (สานักงานนโยบายและแผนพลังงาน) - “หน่วยงานของรัฐ” ตามร่างพระราชบัญญัติ บรรยายลักษณะหน่วยงานของรัฐในลักษณะ ขยายความมากกวา่ บทนิยามของกฎหมายเดิม ทาใหเ้ กดิ ความชดั เจนในความหมายของ คาว่าหน่วยงานของรัฐ ทาให้ไม่เกิดปัญหาการตีความว่าหน่วยงานใดเป็นหน่วยงานของรัฐหรือไม่ อีกทั้งไม่มีการบัญญัติให้มีการออก กฎกระทรวงเพ่ือกาหนดหน่วยงานของรัฐเพ่ิมเติมได้เหมือนเช่นกฎหมายเดิม การท่ีร่างพระราชบัญญัติ กาหนดให้หน่วยงานของรัฐรวมถึงหน่วยงานเอกชนได้รับสัมปทานหรือดาเนินกิจการสาธารณะหรือบริการ สาธารณะแทนรัฐ หรือที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อานาจทางการปกครองหรือให้ดาเนินกิจการทางปกครองย่อม เป็นการแสดงให้เห็นชัดเจนวา่ รา่ งกฎหมายฉบับนี้ใชบ้ ังคบั รวมไปถึงข้อมูลข่าวสารท่ีอยู่ในความครอบครองของ ภาคเอกชนซึ่งได้รับมอบหมายให้ใช้อานาจทางปกครองหรือให้ดาเนินกิจการทางปกครองทาให้ประชาชน สามารถมีส่วนร่วมในการรับทราบ และตรวจสอบการดาเนินการต่าง ๆ ของภาครัฐมากขึ้น (องค์การ คลังสนิ ค้า) - นิยาม “หน่วยงานของรัฐ” ตามกฎหมายเดิมได้กาหนดให้ศาลเฉพาะในส่วนท่ีไม่เก่ียวกับ การพิจารณาพิพากษาคดี องค์กรควบคุมการประกอบวิชาชีพ หน่วยงานอิสระของรัฐ และหน่วยงานอ่ืนตามท่ี กาหนดไว้ในกฎกระทรวงเป็นหน่วยงานที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายข้อมูลข่าวสารไว้แล้ว กรณีการเพ่ิมนิยามให้ องค์การมหาชน ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอัยการ และหน่วยงานอื่น ๆ ตามข้อ ๑ เป็นหน่วยงานที่ต้องปฏิบัติ ตามร่างกฎหมายน้ี ควรพิจารณาจากโครงสร้าง อานาจหน้าที่ และภารกิจ ว่ามีความจาเป็นที่จะต้องใช้
- 29 - กฎหมายขอ้ มูลขา่ วสาร เป็นกลไกให้หนว่ ยงานเปิดเผยข้อมูลหรือไม่ ซึง่ เมื่อพิจารณาภารกิจของหนว่ ยงานท่ีจะ กาหนดเป็น “หน่วยงานของรัฐ” เพิ่มเติมน้ัน นอกเหนือจาก “องค์การมหาชน และมหาวิทยาลัยหรือ สถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการและอยู่ในกากับของรัฐ” แล้ว ส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานบังคับใช้ กฎหมาย หน่วยวินิจฉัยตัดสินช้ีขาด หรือหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบการดาเนินการภาครัฐ และการ บรหิ ารราชการแผน่ ดิน การกาหนดให้เปน็ “หนว่ ยงานของรัฐ” จงึ ควรพจิ ารณาให้ครบทุกมติ ิ เน่อื งจากจะต้อง มีการปฏิบัติต่อข้อมูลข่าวสารสาธารณะและข้อมูลความลับของราชการ ซึ่งอาจมีผลกระทบในทางปฏิบัติ ที่จะ ใหภ้ ารกจิ ไม่บรรลวุ ัตถปุ ระสงค์ ไมเ่ กดิ ประสิทธิภาพ กระทบสทิ ธสิ ว่ นบุคคล หากต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติใน รา่ งกฎหมายฉบับน้ี (สานักข่าวกรองแห่งชาติ) - ควรกาหนดนยิ าม “หนว่ ยงานของรัฐ” ในรา่ งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารสาธารณะ พ.ศ. .... ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ กฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลัง และกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวกาหนด ประเภทหนว่ ยงานของรฐั สาหรบั การตรวจสอบการบรหิ ารราชการแผ่นดนิ อย่างโปร่งใสและมหี ลกั ธรรมาภิบาล และครอบคลุมหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งข้ึนตามท่ีกฎหมายกาหนด ควรปรับปรุงให้ครอบคลุมหน่วยงานของรัฐ ดงั ต่อไปน้ี (๑) หน่วยงานราชการสว่ นกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการสว่ นท้องถนิ่ (๒) องคก์ ารมหาชน (๓) รัฐวสิ าหกจิ (๔) สว่ นราชการสังกัดรฐั สภา (๕) ศาลเฉพาะในสว่ นทไ่ี มเ่ ก่ียวกับการพจิ ารณาพิพากษาคดี (๖) องค์กรควบคมุ การประกอบวชิ าชีพ (๗) หน่วยงานอสิ ระของรัฐ (๘) หน่วยงานหรือคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อานาจทางปกครองหรือให้ดาเนิน กิจการทางปกครอง (๙) หน่วยงานเอกชนทไี่ ดร้ ับมอบให้ดาเนนิ กิจการแทนรฐั (๑๐) หนว่ ยงานอน่ื ตามท่ีกฎหมายกาหนด (สานกั งานผู้ตรวจการแผ่นดิน) ๒. ท่านเห็นด้วยกับการกาหนดนิยามคาว่า “เอกชนซึ่งมีข้อมูลข่าวสารสาธารณะ” และ ให้เอกชนซง่ึ มีขอ้ มลู ขา่ วสารสาธารณะ มีหนา้ ทตี่ ้องปฏบิ ตั ิตามร่างกฎหมายนี้ หรือไม่ อย่างไร เหน็ ด้วย ไม่เห็นด้วย - เห็นด้วย (กรมทางหลวงชนบท) - เป็นการสร้างภาระให้แก่เอกชน (สานักงาน (กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์) (กรมทรัพยากรน้า ประกนั สังคม) บาดาล) (กรมควบคุมมลพิษ) (กรมการข้าว) - ไม่เห็นด้วยกับร่างมาตรา ๔ ท่ีกาหนดให้เอกชนซึ่ง (สานักงานราชบัณฑิตยสภา) (จังหวัดลพบุรี) มขี ้อมลู ข่าวสารสาธารณะมหี น้าท่ีต้องปฏิบัติตามร่าง (การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) (มหาวิทยาลัยแม่โจ้) กฎหมายนี้ เนื่องจากอาจเป็นการกระทบต่อเสรีภาพ (สานักงานรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ) (บริษัท ในการประกอบอาชีพของบุคคลและบางข้อมูลเป็น อสมท จากัด (มหาชน)) (มหาวิทยาลัยศรีนครินท ข้อมูลความลับทางการค้า ตลอดจนอาจเป็นข้อมูลที่
- 30 - รวิโรฒ) (จังหวัดพระนครศรีอยุธยา) (จังหวัด ซา้ ซ้อนกบั ทีห่ น่วยงานของรฐั มีหน้าทตี่ ้องปฏบิ ัติตาม นนทบรุ ี) (จังหวดั อ่างทอง) (สภาเทคนคิ การแพทย์) ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวอยู่แล้ว (สานักงานสถิติ ( ส า นั ก ง า น ส่ ง เ ส ริ ม ก า ร จั ด ป ร ะ ชุ ม แ ล ะ แหง่ ชาติ) นิทรรศการ (องค์การมหาชน)) (ศูนย์คุณธรรม - ตามคานิยามมาตรา ๔ “เอกชนซึ่งมีข้อมูลข่าวสาร (องค์การมหาชน)) (พรรคพลังสหกรณ์) (บริษัท สาธารณะ” (๕) ท่ีหน่วยงานของรัฐมีทุนหรือถือหุ้น ไปรษณีย์ไทย จากัด) (เทศบาลเมืองมุกดาหาร) ด้วย กรณีนี้ควรกาหนดสัดส่วนการมีทุนหรือถือหุ้น (องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี) (เทศบาล ของหนว่ ยงานของรฐั (ธนาคารอิสลามแห่งประเทศ เมืองบางระจัน) (องค์การบริหารส่วนจังหวัด ไทย) หนองบัวลาภู) (องค์การบริหารส่วนจังหวัด - ไมเ่ ห็นด้วย ๓ หนว่ ยงาน อาจมีการใช้ข้อมูลในการ นครราชสีมา) (องค์การบริหารส่วนจังหวัด ทาลายคู่แข่งธุรกิจ และเป็นภาระเอกชน (ส่วน นนทบรุ ี) (สานักงานตารวจแห่งชาติ) ราชการจงั หวดั ตรงั ) - เห็นด้วย ในหลักการให้เอกชนต้องปฏิบัติตาม - ไม่สมควรเพราะเอกชนย่อมมีสิทธิได้รับการ (กรมสง่ เสริมอุตสาหกรรม) คุ้มครองเป็นกรณีพิเศษเพราะถือว่าไม่ใช่ส่วน - เพ่ือให้สอดรับกับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและ ราชการอาจเป็นการละเมิดสิทธิได้ (สานักงานปศุ สังคมดิจิทัล ทาให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลหรือ สัตว์จงั หวัดกาฬสนิ ธ)์ุ ข่าวสารได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากย่ิงข้ึน - ไม่เห็นด้วยกับนิยามท่ีครอบคลุมถึงบุคคลหรือนิติ (กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง) บุคคลเอกชนซ่ึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจซ่ึงมีอานาจ - เห็นด้วย แต่ต้องมีกระบวนการตรวจสอบและ เหนือตลาด เน่ืองจากไม่ได้มีการดาเนินการเพ่ือ กลน่ั กรองวา่ เร่อื งใดต้องเปิดเผย เพื่อมใิ หก้ ระทบต่อ ประโยชน์ของรัฐและไม่ได้มีข้อมูลข่าวสารสาธารณะ การดาเนินการของภาคเอกชนและการรักษา ไว้ในความครอบครอง อีกท้ังอยู่ภายใต้การกากับ ความลับทางการค้าหรือธุรกิจ (กรมการขนส่งทาง ของพระราชบญั ญตั ิการแขง่ ขนั ทางการค้าโดยเฉพาะ บก) แล้ว นอกจากน้ี ไม่เห็นด้วยท่ีคานิยามครอบคลุมถึง - เพราะนอกจากความโปร่งใสแล้ว ยังเป็นการ บุคคลหรือนิติบุคคลเอกชนท่ีรับบริจาคและได้รับ คุ้มครองประชาชนโดยท่ัวไปอีกด้วย (กรมสนับสนนุ สิทธิลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีอากร ตามกฎหมายว่า บริการสุขภาพ) ด้วยภาษีอากร เนื่องจากไม่ได้มีการดาเนินการเพ่ือ - ปัจจุบันรัฐมีโครงการพัฒนาร่วมกับเอกชนมากขึ้น ประโยชน์ของรัฐและไม่ได้มีข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ดังนน้ั เพ่ือใหก้ ารดาเนนิ งานเปน็ ไปอย่างโปรง่ ใสและ ไว้ในความครอบครอง อีกทั้งหากบุคคลทั่วไป ป้องกันการทุจริต เอกชนดังกล่าวจึงต้องเปิดเผย ต้องการทราบข้อมูลสาธารณะดังกล่าวก็สามารถขอ ข้ อ มู ล ที่ ไ ด้ ร่ ว ม ล ง ทุ น กั บ ภ า ค รั ฐ ด้ ว ย ( ก ร ม ข้อมูลที่เปิดเผยจากหน่วยงานรัฐท่ีเก่ียวข้องได้ ชลประทาน) เอกชนจึงไม่จาเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชน - จะได้มีผลใช้บังคับครอบคลุมทั้งหน่วยงานของรัฐ รับทราบ (บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จากัด และเอกชน อีกทั้งเน่ืองจากกลุ่มเอกชนท่ีมีข้อมูล (มหาชน)) ข่าวสารสาธารณะ สมควรเปิดเผยข้อมูลตาม - นิยามและการบังคับใช้ยังไม่ชัดเจน ดังนั้น อาจ ค ว า ม ลั บ ข อ ง ชั้ น ค ว า ม ลั บ ( ก ร ม โ ร ง ง า น ส่งผลให้ขัดกับสนธิสัญญาระหว่างประเทศได้ เช่น อตุ สาหกรรม) สนธิสัญญาด้านทรัพย์สินทางปัญญา (กรมเช้ือเพลิง - เพ่ือให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณะที่ ธรรมชาติ) อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของเอกชน - ตามนิยาม “เอกชนซึ่งมีข้อมูลข่าวสารสาธารณะ” นนั้ ใน (๓) (๔) เอกชนอาจจะไดร้ บั ผลกระทบ เพราะ
- 31 - ลดความเหล่ือมล้าในการเข้าถึงข้อมูล (กรมพล ในการดาเนินการทางธุรกิจย่อมมีกลยุทธ์และอาจ ศึกษา) กระทบกับกฎหมายที่เก่ียวกับความลับทางการค้า - เพราะข้อมูลข่าวสารสาธารณะท่ีเอกชนมีความ อาทิ พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. เก่ียวข้องควรได้รับการควบคุมดูแลด้วย (สถาบัน ๒๕๔๕ พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็น มาตรวิทยาแห่งชาติ) ตน้ (สานกั งานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร) - เป็นการกาหนดให้ทุกหน่วยงานท่ีมีข้อมูลข่าวสาร - เอกชนที่มีข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ยังไม่ชัดเจนว่า สาธารณะอยู่ในบังคับท่ีต้องปฏบิ ัตติ ามกฎหมายดว้ ย เป็นข้อมูลระดับไหน แต่ถ้าเป็นข้อมูลทั่วไป เช่น เชน่ เดียวกนั กับหน่วยงานของรฐั (สานกั งานกองทุน ข้อมูลการลงทนุ ผลกาไรขาดทุน หรอื การจัดตง้ั การ น้ามันเชอ้ื เพลงิ ) อนุญาตสัมปทาน มีกฎหมายฉบับเฉพาะฉบับอ่ืนที่ - เป็นข้อมูลสาธารณะสามารถเปิดเผยได้อยู่แล้ว บั ง คั บ ใ ห้ เ อ ก ช น ต้ อ ง เ ปิ ด เ ผ ย อ ยู่ แ ล้ ว ( ก ร ม (กระทรวงยุติธรรม) วทิ ยาศาสตรบ์ รกิ าร) - เห็นด้วยกับการปรับปรุงคานิยาม (กระทรวง คมนาคม) - การเปิดโอกาสให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร สาธารณะซ่ึงอยู่ในความครอบครองของเอกชน จะ ทาให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นและรับรู้ ถึงสทิ ธิหน้าท่ขี องตนอย่างเต็มท่เี พือ่ ท่จี ะปกปักรักษา ประโยชน์ของตน โดยมีข้อยกเว้นว่าข้อมูลข่าวสาร ดงั กลา่ วหากมีการเปิดเผยแลว้ ต้องไม่ก่อใหเ้ กิดความ เสียหายต่อประเทศชาติหรือต่อประโยชน์ที่สาคัญ ของเอกชน (กรมคุ้มครองสทิ ธิและเสรีภาพ) - เหมาะสมแล้ว (การประปาสว่ นภูมภิ าค) - เห็นด้วยในหลักการท่ีเอกชนรายใดครอบครอง ข้อมูลข่าวสารสาธารณะอยู่ ก็ควรเปิดเผยข้อมูลน้ัน ให้ประชาชนทั่วไปทราบ เพ่ือให้ประชาชนสามารถ ตรวจสอบการดาเนินงานได้ และจะได้เข้าถึงข้อมูลที่ เอกชนได้มีไว้ เพ่อื ประโยชน์ในการเขา้ ของประชาชน (การประปานครหลวง) - เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบการดาเนินงานของ เอกชนได้ (มหาวทิ ยาลยั แมฟ่ า้ หลวง) - เป็นการกาหนดกรอบการปฏิบัติของเอกชนเพื่อ ประโยชน์สาธารณะได้ (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุร นารี) - บางกรณีเอกชนอาจครอบครองข้อมูลข่าวสาร ส า ธ า ร ณ ะ ซ่ึ ง โ ด ย ห ลั ก ก า ร ต้ อ ง มี ก า ร เ ปิ ด เ ผ ย (มหาวทิ ยาลยั ทกั ษณิ ) - เม่ือมีสภาพเป็นเอกชนก็จริงแต่ถือว่าได้มี ส่วนประกอบของอานาจรัฐเข้ามาสัมพันธ์ด้วย
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 582
- 583
- 584
- 585
- 586
- 587
- 588
- 589
- 590
- 591
- 592
- 593
- 594
- 595
- 596
- 597
- 598
- 599
- 600
- 601
- 602
- 603
- 604
- 605
- 606
- 607
- 608
- 609
- 610
- 611
- 612
- 613
- 614
- 615
- 616
- 617
- 618
- 619
- 620
- 621
- 622
- 623
- 624
- 625
- 626
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 600
- 601 - 626
Pages: