-๒- รายงานผลการรบั ฟังความคิดเหน็ และรายงานผลการวเิ คราะห์ผลกระทบทอ่ี าจเกิดขน้ึ จากร่างพระราชบัญญัติ สว่ นท่ี ๑ ข้อมูลพื้นฐานของรา่ งพระราชบัญญตั ิ ๑. รา่ งพระราชบัญญตั ิแก้ไขเพิ่มเตมิ ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... กฎหมายใหม่ แก้ไขเพ่ิมเตมิ ยกเลกิ ๒. หลักการและเหตผุ ล ๒.๑ หลกั การ แก้ไขเพม่ิ เติมประมวลกฎหมายอาญา เพอื่ กำหนดความชัดเจนเก่ียวกับลักษณะการกระทำที่เป็น การยยุ งประชาชนอันเปน็ ความผดิ ต่อความมนั่ คงของรฐั ภายในราชอาณาจกั ร (แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ มาตรา ๑๑๖) ๒.๒ เหตุผล โดยที่บทบัญญัตคิ วามผิดเกี่ยวกับการยุยงประชาชนซึง่ เป็นความผิดต่อความม่ันคงของรัฐภายใน ราชอาณาจักร กำหนดขอบเขตการคุ้มครองรัฐหรือกำหนดขอบเขตคุณธรรมทางกฎหมายที่กว้างขวางเกินไป ขาดความชัดเจนในตัวบทบัญญัติ เมื่อมีการบังคับใช้กฎหมายจึงเกิดการตีความเกินความมุ่งหมายห รือ เจตนารมณ์ของกฎหมาย ก่อให้เกิดความวุ่นวายในสังคมขึ้น และเป็นบทบัญญัติที่กระทบต่อเสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลตามรัฐธรรมนูญ อันเป็นการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกตาม ระบอบประชาธปิ ไตย สมควรแกไ้ ขปรบั ปรุงให้การบังคับการใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธภิ าพ มีขอบเขต เหมาะสม ชัดเจน สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และเป็นหลักประกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตาม หลกั นติ ริ ฐั จงึ จำเป็นต้องตราพระราชบัญญตั นิ ี้ ๓. ผ้เู สนอรา่ งพระราชบัญญัติ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร ประชาชนเข้าชอื่ เสนอกฎหมาย นายวรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรกบั คณะ เป็นผู้เสนอ
-๓- สว่ นที่ ๒ การรบั ฟังความคดิ เหน็ และสรุปผลการรบั ฟังความคดิ เห็น ๑. ขอ้ มูลประกอบการรบั ฟังความคิดเห็น ๑. กำหนดความชัดเจนของลักษณะการกระทำที่เป็นการยุยงประชาชนอันเป็นความผิดต่อความ ม่นั คงของรัฐภายในราชอาณาจักร ๒. กำหนดรับรองการกระทำที่เป็นการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนญู มใิ หเ้ ป็นการกระทำความผิด ๒. ผ้เู ก่ยี วข้องที่ได้รับหรอื อาจได้รบั ผลกระทบจากรา่ งพระราชบญั ญัติ ๒.๑ กระทรวงยุติธรรม ๒.๒ สำนกั งานคณะกรรมการสทิ ธมิ นุษยชนแหง่ ชาติ ๒.๓ สำนกั งานศาลยตุ ธิ รรม ๒.๔ สำนักงานอัยการสูงสดุ ๒.๕ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ๒.๖ สำนกั งานสภาความม่ันคงแหง่ ชาติ ๒.๗ สภาทนายความ ในพระบรมราชปู ถมั ภ์ ๒.๘ ประชาชนทวั่ ไป ๓. ประเด็นการรบั ฟังความคิดเห็น ๑. เห็นด้วยหรือไม่ที่กำหนดให้การกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนโดยการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา หรือการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมาย แผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย หรือเพื่อให้เกิดความไม่สงบข้ึน ในราชอาณาจักรถึงขนาดมีการทำร้ายร่างกายหรือก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตของผู้ อื่นหรือประชาชน หรือ ทำลายทรัพยส์ นิ ของทางราชการหรือทรัพย์ท่ีใชห้ รือมีไวเ้ พื่อสาธารณประโยชน์ ต้องระวางโทษจำคุกไมเ่ กินสามปี ๒. เห็นด้วยหรือไม่ที่กำหนดให้การกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนโดยการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา หรือการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน กฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย หรือเพื่อให้เกิดความไม่สงบข้ึน ในราชอาณาจักรถึงขนาดมีการทำร้ายร่างกายหรือก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตของผู้อื่นหรือประชาชน หรือ ทำลายทรัพย์สินของทางราชการหรือทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ ถ้าการกระทำนั้นเป็นการใช้ เสรภี าพตามรฐั ธรรมนญู หรือการแสดงความเห็นหรือติชมโดยสุจริต ไมเ่ ป็นการกระทำความผดิ ตามมาตรานี้ ๔. ระยะเวลาและวิธกี ารการรับฟงั ความคิดเหน็ ๔.๑ ระยะเวลาในการรับฟังความคิดเห็น รับฟังตั้งแต่วันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ รวมระยะเวลา จำนวน ๓๔ วัน
-๔- ๔.๒ วิธีการรบั ฟังความคิดเห็น (๑) ผา่ นระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศของรฐั สภา www.parliament.go.th (๒) ส่งประเด็นไปรับฟงั ผู้ท่ีเก่ียวข้องโดยตรง ประกอบด้วย ๑) กระทรวงยุตธิ รรม ๒) สำนกั งานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๓) สำนกั งานศาลยุตธิ รรม ๔) สำนกั งานอยั การสูงสดุ ๕) สำนกั งานตำรวจแหง่ ชาติ ๖) สำนกั งานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ๗) สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถมั ภ์
-๕- ๕ สรปุ ผลการรบั ฟงั ความคิดเหน็ ๕.๑ ข้อมลู ทัว่ ไปผูร้ ว่ มแสดงความคดิ เห็น จากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภา www.parliament.go.th จำนวน ๒๔ ราย ซึง่ เปน็ ประชาชนท่ัวไป จากการส่งประเดน็ ไปรบั ฟงั ผู้ท่เี กี่ยวข้องโดยตรง ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ องค์กรเอกชน ที่ได้แสดงความคิดเห็นมีจำนวน ๓ หน่วยงาน ประกอบด้วย ๑) สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๒) สำนักงานศาลยตุ ธิ รรม ๓) สำนักงานตำรวจแหง่ ชาติ ๕.๒ ผลการรบั ฟัง ผลการรับฟังผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภา www.parliament.go.th และ จากการสง่ ประเด็นไปรบั ฟงั ผ้ทู ีเ่ ก่ยี วขอ้ งโดยตรง สรปุ ไดเ้ ปน็ รายประเด็นดงั น้ี ๑. เห็นด้วยหรือไม่ที่กำหนดให้การกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนโดยการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา หรือการส่ือความหมายโดยวธิ ีอ่ืน เพื่อให้เกิดการเปล่ียนแปลงใน กฎหมายแผ่นดินหรอื รัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขนื ใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย หรอื เพ่ือให้เกิดความไม่สงบขึ้น ในราชอาณาจักรถึงขนาดมีการทำรา้ ยร่างกายหรือก่อใหเ้ กิดอนั ตรายต่อชีวิตของผู้อื่นหรือประชาชน หรือ ทำลายทรัพย์สนิ ของทางราชการหรอื ทรัพย์ที่ใชห้ รอื มีไวเ้ พ่ือสาธารณประโยชน์ ต้องระวางโทษจำคกุ ไม่เกนิ สามปี เหน็ ดว้ ย ไม่เหน็ ดว้ ย ๑. เป็นการกำหนดโทษที่เหมาะสม ๑. ควรเพิ่มโทษจำคุกเป็นระหว่างห้าปีถึงสิบปี ๒. การกำหนดโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปีเป็นอัตราโทษ เพื่อไม่ใหม้ ผี ูใ้ ดกระทำเป็นเย่ียงอยา่ ง ที่ยาวนานเกินไปควรกำหนดโทษจำคกุ ไมเ่ กนิ สามปี ๒. ควรแยกการแสดงออกทางความคิดเห็น พูด เขียน หรือโดยวิธีอื่นเพื่อการเปลี่ยนแปลงทาง การเมืองและรัฐบาลออกจากการใช้กำลังหรือ ทำลายทรัพย์สินเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ออกจากกัน ๓. ควรกำหนดการกระทำใด ๆ ที่แสดงออกโดย ไม่ไปละเมิดหรือทำลายทรัพย์สินของบุคคลหรือ สถานที่ราชการ ไม่ควรต้องรับโทษจำคุกเพราะเป็น การจำกัดสิทธใิ นการแสดงออกไดอ้ ยา่ งบริบรู ณ์ ๔. ทกุ คนมีสทิ ธขิ น้ั พน้ื ฐานในการแสดงความคิดเห็น จึงไม่ควรกำหนดโทษ
เหน็ ด้วย -๖- ไม่เหน็ ด้วย ๕. เป็นการกำหนดความผิดตามประมวล กฎหมายอาญาท่ีกวา้ งเกนิ ไป ๖. ไม่ควรรับโทษเนื่องจากเป็นสิทธิเสรีภาพของ ประชาชนขั้นพื้นฐาน (ยกเว้นทำร้ายร่างกายต้อง ได้รบั โทษ) ๗. อยากให้มีความโปร่งใสสามารถให้ตรวจสอบ ได้ มิใชอ่ าศัยความผิดตามมาตรา ๑๑๖ มาบงั คับใช้ กับผู้มีความคิดเห็นที่แตกต่าง โดยที่ไม่มีการ ตรวจสอบว่าเรื่องที่พูดจรงิ หรอื ไม่ ถ้าเป็นความจริง ก็ตอ้ งมกี ารพิจารณาลงโทษแก่ผูท้ ่ีถกู กล่าวหาตอ่ ไป ๘. การกระทำความผิดที่มคี วามเป็นอาชญากรรม เล็กน้อย เป็นเรื่องส่วนตัว ส่งผลกระทบต่อผู้ที่ถูก กระทำความผิดโดยตรง หรือมุ่งคุ้มครองผู้เสียหาย เท่านั้น เป็นความผิดเล็กน้อย กฎหมายทั่วไป กำหนดให้เป็นความผิดที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน สามปีและถือว่าเป็นความผิดต่อส่วนตัว การลงโทษ ผู้กระทำผิดอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของ ศาลแขวงซึ่งผู้พิพากษาคนเดียวเป็นองค์คณะมี อำนาจพิจารณาพิพากษาคดี แต่ความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๖ เป็นความผิด ที่เกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ไม่ใช่ความผิดที่ส่งผลกระทบต่อบุคคลใดโดยเฉพาะ การกระทำความผิดส่งผลกระทบต่อประชาชนและ สังคมสว่ นรวม รัฐจึงมหี น้าทค่ี ุ้มครอง ดูแล และเอา ตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ เป็นความผิดที่ กฎหมายถือว่าเป็นความผิดต่อแผ่นดิน และหากมี บุคคลใดถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนหรือกระทำความผิด ตามมาตรา ๑๑๖ ย่อมเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจ ของประชาชน ในการตัดสินคดีจึงควรมีผู้พิพากษา อย่างน้อยสองคนเป็นองค์คณะที่มีอำนาจพิจารณา พิพากษาคดี และเนื่องจากกฎหมายไม่ได้บัญญัติ อัตราโทษขั้นต่ำไว้ ศาลจึงสามารถใช้ดุลพินิจตาม
เหน็ ด้วย -๗- ไม่เหน็ ดว้ ย พฤติการณ์แห่งคดี ความร้ายแรงแห่งการกระทำใน การกำหนดโทษและลงโทษข้นั ตำ่ เพยี งใดก็ได้ ๙. ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๖ วรรคหน่งึ ท่ใี ช้บงั คับอยู่ในปัจจุบัน ได้มีการกำหนด ข้อยกเว้นในกรณีการแสดงความคิดเห็น หรือติชม โดยสุจรติ ไวแ้ ลว้ ๑๐. บทกำหนดโทษท่ีลดลงจากเดิมจากเจ็ดปี เป็นสามปีนั้น อ้างอิงจากหลักการเช่นไรในการ กำหนดอัตราโทษ เมื่อการกระทำความผิดที่ระบุไว้ กระทบต่อความมั่นคง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง กฎหมาย สร้างความปั่นป่วนและกระด้างกระเดื่อง ในหมู่ประชาชนนั้น อัตราโทษย่อมต้องได้สัดส่วน กับการกระทำความผิดตามหลักความได้สัดส่วน (Principle of proportionality) ซึ่งเป็นหลักใน กระบวนการยุติธรรมทางอาญาซึ่งจำเป็นต้อง คำนึงถึงตั้งแต่กระบวนการตรากฎหมายให้การ กระทำใดเป็นความผิด และต้องมีบทกำหนดโทษ เช่นไรจงึ เหมาะสมไดส้ ัดสว่ นกบั ความผิดนน้ั ๑๑. การบัญญัติกฎหมายเพื่อจำกัดเสรีภาพใน การแสดงออกและการแสดงความคิดเหน็ ของบุคคล จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ตามรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๓๔ ที่บัญญัติรับรองเสรีภาพในการ แสดงความคิดเห็น และการจำกัดเสรีภาพดังกล่าว จะกระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่ง กฎหมายที่ตราขึ้นเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของ รัฐหรือเพื่อคุ้มครองสิทธิหรือศีลธรรมอันดีของ ประชาชน หรือเพื่อป้องกันสุขภาพของประชาชน และต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๖ ที่กำหนดให้การ ตรากฎหมายที่มีผลเป็นการจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพ ของบุคคลต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ใน
เหน็ ด้วย -๘- ไมเ่ ห็นด้วย รัฐธรรมนูญ ในกรณีรัฐธรรมนูญมิได้บัญญัติเงื่อนไขไว้ กฎหมายดงั กล่าวตอ้ งไมข่ ัดต่อนติ ิธรรม ไมเ่ พมิ่ ภาระ หรอื จำกดั สทิ ธหิ รือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่ เหตุ และจะกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของ บุคคลมิได้ รวมทั้งต้องระบุเหตุผลความจำเป็นใน การจำกัดสิทธิและเสรีภาพไว้ด้วย นอกจากนี้ การ บัญญัติกฎหมายดังกล่าวควรจะต้องสอดคล้องกับ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิ ทางการเมือง (ICCPR) ท่ีประเทศไทยเป็นภาคีและ พันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตาม โดยเฉพาะที่ได้ บญั ญัติรับรองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและ การแสดงออกและข้อจำกัดสิทธิในเสรีภาพดังกล่าว ไว้ในขอ้ ๑๔ ของกตกิ าดังกล่าว สำหรับการกำหนดองค์ประกอบความผิดฐานน้ี เห็นด้วยว่า ควรกำหนดให้มีความแน่นอนชัดเจนว่า การกระทำในลักษณะเช่นใดเป็นความผิดและ กำหนดโทษไว้ตามหลักไม่มีความผิด ไม่มีโทษ โดย ไม่มีกฎหมาย ซึ่งเป็นหลักประกันสิทธิและเสรีภาพ ของประชาชน จะทำให้ประชาชนหรือผู้อยู่ภายใต้ บังคับของกฎหมายดังกล่าวสามารถทราบได้ว่าการ กระทำเช่นใดเป็นความผิด และทำให้ผู้ใช้อำนาจ ตามกฎหมายซึ่งมีหน้าที่ในการใช้และการตีความ กฎหมายสามารถใช้กฎหมายอาญาเพื่อให้เป็นไป ตามหลักการพื้นฐานของกฎหมายอาญาที่ว่า กฎหมายอาญาต้องมีความแน่นอนชัดเจนและ กฎหมายอาญาต้องตีความโดยเคร่งครัด และการ กำหนดเนื้อความของบทบัญญัตินั้น ควรพิจารณา ไมใ่ ห้ขัดหรือแยง้ กบั รัฐธรรมนญู สอดคล้องกับกติกา ระหว่างประเทศและคำนึงถึงการรักษาความมั่นคง ของรัฐและความสงบเรียบร้อยของสังคม การ คุ้มครองและประกันเสรีภาพในการแสดงความ
เหน็ ด้วย -๙- ไมเ่ หน็ ดว้ ย คิดเห็นของประชาชน และบริบทหรือสถานการณ์ ทางสังคมประกอบกนั ดว้ ย ทั้งนี้ การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญามาตรา ๑๑๖ เป็นการกระทำความผิดใน หมวด ๒ ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายใน ราชอาณาจักร ซึ่งเป็นการกระทำที่มีผลกระทบต่อ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยของ สังคม จึงมีความจำเป็นต้องกำหนดโทษทางอาญา แก่การกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าว แต่ต้อง ดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา ๗๗ ของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติ หลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการ ประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่ กำหนดให้พึงกำหนดโทษเฉพาะความผิดร้ายแรง รวมถึงตอ้ งเป็นไปตามหลกั เกณฑใ์ นมาตรา ๒๑ แห่ง พระราชบัญญัติข้างต้น ที่กำหนดให้หน่วยงานของ รัฐต้องตรวจสอบและพิจารณาจัดทำร่างกฎหมาย โดยกำหนดโทษอาญาสำหรับการกระทำความผิดท่ี (ก) การกระทำนั้นต้องกระทบต่อความมั่นคงหรือ ความปลอดภัยของประเทศ ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประขาชนอย่างร้ายแรง หรือ มีผลกระทบต่อส่วนรวม (ข) เป็นกรณีที่ไม่สามารถ ใช้มาตรการอื่นใดเพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างได้ผล และมีประสิทธิภาพเพียงพอทจ่ี ะใหป้ ระชาชนปฏิบัติ ตามกฎหมายได้ ส่วนจะกำหนดอัตราโทษเพียงใด นน้ั ย่อมตอ้ งคำนึงถงึ ลกั ษณะและความร้ายแรงของ การกระทำความผิด และจำเป็นต้องทำการศึกษา การกำหนดอัตราโทษที่เหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อให้การ บังคับโทษแก่ผู้กระทำความผิดเป็นไปตาม เจตนารมณ์ที่แท้จริงของกฎหมาย การลงโทษได้ สัดส่วนกับการกระทำความผิดตามความร้ายแรงท่ี
เห็นดว้ ย - ๑๐ - ไม่เห็นดว้ ย เกิดขึ้น และต้องคำนึงถึงการให้โอกาสแก่ผู้กระทำ ความผิดในการแกไ้ ขฟ้นื ฟูและกลับตัวด้วย ข้อเสนอแนะเพมิ่ เติม ๑. การกำหนดการกระทำนี้ยังไม่ครอบคลุมไปถึงการแสดงความเห็นโดยวิธีใดในการกระทำ โดยสงบและปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำจึงไม่สมควรจะมีความผิดใดทั้งสิ้น แต่หากการแสดง ความเห็นแล้วเป็นอันตรายต่อผู้อื่นโดยมีการได้รับอันตรายควรจะมีความผิดเสียมากกว่า เพราะในบางคราว คำพูดหรอื การแสดงความเหน็ ตา่ งมักถูกตีความโดยปจั เจกบุคคลซึ่งการกำหนดขอ้ น้ีอาจถูกนำไปใชผ้ ดิ ๒. ควรศึกษากฎหมายของประเทศอังกฤษหรือต่างประเทศที่ปกครองในระบอบ ประชาธปิ ไตย ซึง่ มีการบัญญัติให้ตีความง่าย ๆ และเขา้ ใจตรงกัน สามารถนำมาเป็นแนวทางได้ ๒. เห็นด้วยหรือไม่ที่กำหนดให้การกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนโดยการแสดงความ คิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา หรือการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น เพื่อให้เกิดการ เปล่ียนแปลงในกฎหมายแผน่ ดนิ หรือรัฐบาล โดยใชก้ ำลงั ข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษรา้ ย หรือเพ่ือให้เกิด ความไมส่ งบขึน้ ในราชอาณาจักรถึงขนาดมีการทำร้ายร่างกายหรือก่อให้เกิดอนั ตรายต่อชีวิตของผู้อื่นหรือ ประชาชน หรือทำลายทรัพย์สินของทางราชการหรือทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ ถ้าการ กระทำนั้นเป็นการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ หรือการแสดงความเห็นหรือติชมโดยสุจริต ไม่เป็นการ กระทำความผิดตามมาตรานี้ เหน็ ดว้ ย ไมเ่ ห็นดว้ ย ๑. เพ่อื ให้ประชาชนมีสทิ ธไิ ดแ้ สดงออก ๑. ควรแยกการแสดงออกทางความคิดเห็น พูด ๒. เป็นสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตาม เขียน หรือทางสื่อโดยวิธีอื่นเพื่อการเปลี่ยนแปลงทาง รัฐธรรมนูญที่จะเรียกร้องต่อรัฐบาลหรือหน่วยงาน การเมืองและรัฐบาลออกจากการใช้กำลังหรือทำลาย รฐั ที่ใชภ้ าษีของประชาชน ทรัพย์สนิ เพ่ือการเปล่ยี นแปลงทางการเมืองออกจากกัน ๓. เป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชนขั้นพื้นฐาน ๒. ควรกำหนดให้ชัดเจนเพื่อผู้มีอำนาจบังคับใช้ (ยกเวน้ ทำร้ายร่างกายตอ้ งไดร้ ับโทษ) กฎหมายทำให้เกิดความเสมอภาคและใช้มาตรฐาน ๔. มีข้อความกำกับและคุ้มครองชัดเจนขึ้น หาก เดียวกันทั้งหมดและให้มีความโปร่งใส ตลอดจน เป็นการติชมโดยสุจริตหรือการใช้เสรีภาพในการ สามารถตรวจสอบได้ แ ส ด ง ค ว า ม ค ิ ด เ ห ็ น ต า ม รั ฐ ธ ร ร ม น ู ญ แ ห่ ง ๓. ไมว่ า่ เหตใุ ด การทำรา้ ยร่างกายหรือก่อให้เกิด ราชอาณาจักรไทยจะไม่ถือเป็นความผิด ซ่ึง อันตรายต่อชีวิตของผู้อื่นหรือทำลายทรัพย์สิน ย่อม ประชาชนเป็นผู้จ่ายภาษีย่อมมีสิทธิที่จะแสดงออก เป็นการกระทำอันเลวร้ายจึงไม่ต้องการให้กำหนด ความคิดเห็นของตนตามทางที่กฎหมายเปดิ ช่องทาง ขอ้ ความยกเวน้ ความผดิ จากการกระทำดงั กล่าว ไว้ให้
- ๑๑ - เหน็ ดว้ ย ไม่เห็นดว้ ย ๕. เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ๔. สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย บุคคล ตามรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย และเพ่ือเป็น ย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การลดโอกาสในการใช้บทบัญญัตินี้ในทางทมี่ ิชอบ การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการส่ือ ๖. เพื่อเพิ่มกรอบที่เหมาะสมให้มีความชัดเจน ความหมายโดยวิธีอื่น แต่ถ้าการใช้เสรีภาพส่วน ของตัวบทบัญญัติ บุคคลส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ส่งผล ๗. ทุกคนมีสิทธิขั้นพื้นฐานในการแสดงความ กระทบต่อสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น หรือ คดิ เห็นของตน ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอัน ดีของประชาชนรัฐย่อมมีอำนาจในการจำกัด เสรีภาพดังกล่าว โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติ แห่งกฎหมาย อย่างไรก็ดี หากเป็นการกระทำ ภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือเพื่อ แสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริตแล้ว การ กระทำน้ันก็ย่อมได้รบั การคุ้มครอง โดยถือว่าไม่เป็น ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๖ ซึง่ ได้บัญญตั ไิ วช้ ัดแจ้งอยูแ่ ล้ว ๕. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มาตรา ๑๑๖ วรรคสอง ที่ระบุถึงเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญนั้นมี ความหมายอย่างกว้าง มีกรอบในการแสดง ความเห็นอย่างไรที่แสดงถึงสิทธิเสรีภาพตาม รัฐธรรมนญู ๖. องค์ประกอบความผิดตามร่างบทบัญญัติ ข้างต้นที่กำหนดเจตนาพิเศษว่า โดยใช้กำลังข่มขืน ใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย หรือถึงขนาดมีการทำ ร้ายร่างกายหรือก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต หรือ ทำลายทรพั ยส์ ินของทางราชการหรือทรัพยท์ ่ีใช้หรือ มไี ว้เพื่อสาธารณประโยชน์ ไมน่ ่าจะถือไดว้ ่าเป็นการ ใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญหรือการแสดงความเห็น หรือติชมโดยสุจริต จึงมีข้อสังเกตว่าหากมีการ กระทำในลักษณะดังกล่าวอาจจะไม่สามารถมาอ้าง เปน็ เหตทุ ีจ่ ะได้รับการยกเว้นความผิดได้ นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช
เหน็ ด้วย - ๑๒ - ไม่เหน็ ดว้ ย ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕ ได้บัญญัติรับรองการใช้สิทธิและ เสรีภาพของปวงชนชาวไทยและกำหนดให้ได้รับความ คุ้มครองตามรัฐธรรมนูญตราบเท่าการใช้สิทธิหรือ เสรีภาพเช่นว่านั้น ไม่กระทบกระเทือนหรือเป็น อันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และไม่ละเมิดสิทธิ หรือเสรีภาพของบุคคลอื่น ด้วยเหตุนี้ เมื่อมีการ กระทำที่กระที่กระทบกระเทือนหรือเป็นอันตราย ต่อความความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของ ประชาชน หรือละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคล อื่น และกำหนดให้พระราชบัญญัติกระทำดังกล่าว ไม่เป็นความผิดจึงไม่น่าจะชอบด้วยรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕ ซึ่งจะเป็นผลให้ผู้กระทำความผิดไม่ได้รับความ คุ้มครองตามรฐั ธรรมนญู ๗. กำหนดการกระทำตามมาตรา ๑๑๖ หาก เปน็ การกระทำใดท่ีทำเป็นไปโดยเสรีภาพสิทธิท่ีควร จะได้รับตามระบอบประชาธิปไตยและการแสดง การติชมอย่างสุจริตตรงไปตรงมาและเป็นความจริง ทีเ่ หน็ โดยท่ัวกันเพ่อื ทจ่ี ะให้เกดิ การเปลย่ี นแปลงของ รัฐและแผ่นดินไม่ควรมีความผิด แต่ถ้าหากเป็นการ แสดงความเห็นที่เป็นเท็จบิดเบือนและเป็นอันตราย ต่อผู้อื่นหรือกระทำการที่เป็นอันตรายต่อทรัพย์สิน ของรัฐหรือสาธารณะประโยชน์หากอ้างว่ากระทำ โดยเปน็ สิทธิเสรภี าพตามประชาธิปไตยควรจะมีโทษ ตามความเหมาะสม ขอ้ เสนอแนะเพิม่ เติม ควรเพิ่มเป็นคำว่า “ราชอาณาจักรไทย” เพื่อระบุให้ชัด หากศึกษาคดีอาจารย์ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร ซึ่งทำการใช้สภาปฏิวัติและเปลี่ยนผ่านรัฐบาลและให้กองทัพร่วมมือกับประชาชน สร้าง ประชาธิปไตยซึ่งสันติบาลแจ้งความอาจารย์ประเสริฐ และพรรคพวก ซึ่งผลคำตัดสินปรากฏว่า พฤติกรรม ดงั กลา่ วไม่ได้ทำลายความม่นั คง ดงั นั้น ควรศกึ ษากรณีดังกล่าว ก่อนที่จะระบรุ ายละเอยี ดในมาตรา ๑๑๖ เพื่อ
- ๑๓ - ไม่ให้ใช้อย่างพร่ำเพรื่อ และใช้อย่างมีเหตุผล และได้ผลโดยสมบูรณ์ อีกทั้ง ควรตีความมาตรา ๑๑๖ และ มาตรา ๑๑๓ ให้ชดั เจนว่าทง้ั สองมาตรามอี งค์ประกอบตา่ งกันเชน่ ไร ส่วนท่ี ๓ รายงานผลการวเิ คราะหผ์ ลกระทบอันเกดิ จากร่างพระราชบัญญตั ิ ๑. ความเป็นมา สภาพปัญหา ความจำเปน็ ที่จะต้องตราพระราชบญั ญัติ พระราชบญั ญตั ิใหใ้ ช้ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๓ บัญญัตวิ า่ “ประมวลกฎหมาย อาญาท้ายพระราชบัญญตั นิ ีใ้ ห้ใช้บังคบั ต้ังแตว่ ันท่ี ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๐” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๖ บัญญัติว่า ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความ คิดเห็นหรือตชิ มโดยสุจรติ (๑) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลัง ประทษุ ร้าย (๒) เพื่อให้เกิดความปัน่ ป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดทีจ่ ะกอ่ ความไม่สงบข้ึนใน ราชอาณาจักร หรือ (๓) เพือ่ ให้ประชาชนล่วงละเมดิ กฎหมายแผน่ ดนิ ตอ้ งระวางโทษจำคกุ ไมเ่ กินเจ็ดปี” โดยที่บทบัญญัติความผิดเกี่ยวกับการยุยงประชาชนซึ่งเป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายใน ราชอาณาจักร กำหนดขอบเขตการคุ้มครองรัฐหรือกำหนดขอบเขตคุณธรรมทางกฎหมายที่กว้างขวางเกินไป ขาดความชัดเจนในตัวบทบัญญัติ เมื่อมีการบังคับใช้กฎหมายจึงเกิดการตีความเกินความมุ่งหมายหรือ เจตนารมณ์ของกฎหมาย ก่อให้เกิดความวุ่นวายในสังคมขึ้น และเป็นบทบัญญัติที่กระทบต่อเสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลตามรัฐธรรมนูญ อันเป็นการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกตาม ระบอบประชาธิปไตย สมควรแกไ้ ขปรับปรุงให้การบงั คบั การใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธภิ าพ มีขอบเขต เหมาะสม ชัดเจน สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และเป็นหลักประกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตาม หลกั นติ ิรัฐ จงึ จำเปน็ ต้องตราพระราชบญั ญัติน้ี ๒. ความสอดคล้องของร่างพระราชบญั ญัติ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๗๗ วรรคสาม บัญญัติว่า “รัฐพึง ใช้ระบบอนุญาตและระบบคณะกรรมการในกฎหมายเฉพาะกรณีที่จำเป็น พึงกำหนดหลักเกณฑ์การใช้ ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ของรัฐและระยะเวลาในการดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ที่บัญญัติไว้ในกฎหมายให้ ชดั เจน และพงึ กำหนดโทษอาญาเฉพาะความผิดรา้ ยแรง” ยุทธศาสตร์ชาติเรื่อง ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ กระบวนการ ยุติธรรมเคารพสิทธิมนุษยชนและปฏิบตั ิต่อประชาชนโดยเสมอภาคเพ่ือพัฒนามาตรการอน่ื แทนโทษทางอาญา เพื่อลดทอนความเป็นโทษทางอาญาที่ไม่จำเป็น สร้างความสมดุลระหว่างการบังคับโทษตามคำพิพากษากับ การใหโ้ อกาสผู้ต้องโทษกลับคืนส่สู ังคม เปิดโอกาสให้ภาคสว่ นอ่ืนเข้ามามสี ว่ นรว่ มในการบริหารการบังคับโทษ
- ๑๔ - และการพัฒนาระบบคุมประพฤติในชุมชน รวมทั้ง การใช้กฎหมายอาญาโดยยึดมั่นหลักการตีความโดย เคร่งครัด ไมข่ ยายขอบเขตฐานความผิดใหค้ รอบคลุมการกระทำท่ีแท้จริงแล้วไม่เข้าองคป์ ระกอบ ๓. ประโยชน์ท่ปี ระชาชนและสังคมจะไดร้ ับ เพื่อกำหนดขอบเขตการคุ้มครองรัฐและขอบเขตคุณธรรมทางกฎหมายที่ขาดความชัดเจนในตัว บทบัญญัติ และเพื่อให้การบังคับการใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีขอบเขตเหมาะสม ชัดเจน สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และเป็นหลักประกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามหลักนิติรัฐ ตลอดจนการ กำหนดโทษอาญาให้มีความเหมาะสม ๔. ความสัมพันธห์ รอื ความใกลเ้ คียงกับกฎหมายอื่น รา่ งพระราชบัญญตั ิฉบับน้ี มีความใกลเ้ คียงกบั ๑. ประมวลกฎหมายอาญา ๒. พระราชบัญญัติการรักษาความม่นั คงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ ๓. พระราชกําหนดการบรหิ ารราชการในสถานการณฉ์ ุกเฉนิ พ.ศ. ๒๕๔๘ ๔. พระราชบญั ญตั ิกฎอยั การศึก พระพทุ ธศักราช ๒๔๕๗ ๕. คำแนะนำของคณะกรรมการพฒั นากฎหมาย เรอื่ ง การกำหนดโทษอาญาในกฎหมาย ๕. ผลกระทบโดยรวมท่ีอาจเกิดข้ึนจากกฎหมาย ผลกระทบต่อสังคม อาจจะส่งผลกระทบกระเทอื นหรือเป็นอนั ตรายตอ่ ความมน่ั คงของรฐั ความสงบเรยี บร้อย หรือศลี ธรรมอันดีของประชาชน และละเมดิ สิทธหิ รือเสรภี าพของบุคคลอื่น ๖. การกำหนดให้มีระบบอนุญาต อนมุ ัติหรือการใชด้ ลุ พินิจของเจ้าหน้าที่ มี ไมม่ ี เหตผุ ลและความจำเป็น ๗. การกำหนดใหม้ รี ะบบคณะกรรมการ ไมม่ ี มี เหตผุ ลและความจำเปน็
- ๑๕ - ๘. บทกำหนดโทษ ไมม่ ี โทษทางอาญา โทษทางปกครอง โทษปรับเป็นพนิ ัย โทษอปุ กรณ์ เหตุผลและความจำเปน็ เพื่อกำหนดโทษอาญาให้มีความเหมาะสมและเพื่อให้โอกาสผู้กระทำความผิดได้มีโอกาสกลับตัวเป็น พลเมอื งด.ี ส่วนที่ ๔ การเปิดเผยรายงานผลการรับฟังความคิดเห็นและรายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบอันเกิด จากร่างพระราชบัญญัติ คณะกรรมการรบั ฟังความคดิ เห็นและวิเคราะห์ผลกระทบท่ีอาจเกดิ ขนึ้ จากรา่ งพระราชบัญญัติที่เสนอ โดยสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรหรือผมู้ ีสิทธเิ ลือกตั้ง ไดเ้ ปดิ เผยรายงานผลการรับฟังความคิดเห็นและรายงานผล การวิเคราะห์ผลกระทบอันเกิดจากร่างพระราชบัญญัติ ทางเว็บไซต์รัฐสภา www.parliament.go.th แล้ว ตั้งแตว่ ันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๓ คณะกรรมการรับฟังความคดิ เหน็ และวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดข้นึ จากร่างพระราชบัญญตั ทิ ่ีเสนอโดยสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรหรือผู้มสี ิทธิเลือกต้ัง สำนักงานเลขาธกิ ารสภาผ้แู ทนราษฎร
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 582
- 583
- 584
- 585
- 586
- 587
- 588
- 589
- 590
- 591
- 592
- 593
- 594
- 595
- 596
- 597
- 598
- 599
- 600
- 601
- 602
- 603
- 604
- 605
- 606
- 607
- 608
- 609
- 610
- 611
- 612
- 613
- 614
- 615
- 616
- 617
- 618
- 619
- 620
- 621
- 622
- 623
- 624
- 625
- 626
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 600
- 601 - 626
Pages: