รายงานผลการรบั ฟงั ความคิดเห็นและรายงานผลการวิเคราะห์ ผลกระทบท่อี าจเกดิ จากรา่ งพระราชบัญญัติ ส่วนที่ ๑ ขอ้ มูลพนื้ ฐานของรา่ งพระราชบญั ญตั ิ ๑. รา่ งพระราชบัญญตั ิแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับท่ี ..) พ.ศ. .... กฎหมายใหม่ แกไ้ ขเพิ่มเติม ยกเลิก ๒. หลกั การและเหตุผล ๒.๑ หลกั การ แกไ้ ขเพมิ่ เติมประมวลกฎหมายอาญา ดงั ตอ่ ไปนี้ (๑) แกไ้ ขเพ่ิมเติมบทนิยามคาว่า “การกระทาชาเรา” (แก้ไขเพมิ่ เติมมาตรา ๑ (๑๘)) (๒) ยกเลกิ เหตฉุ กรรจข์ องความผิดฐานอนาจาร (ยกเลกิ มาตรา ๒๗๘ วรรคสอง วรรคสามและวรรคสี่ และมาตรา ๒๗๙ วรรคส่ี วรรคหา้ วรรคหก และวรรคเจด็ และแก้ไขเพิม่ เตมิ มาตรา ๒๘๑) (๓) กาหนดความผดิ ฐานคุกคามทางเพศ (เพม่ิ มาตรา ๒๘๔/๑ และมาตรา ๒๘๔/๒) ๒.๒ เหตุผล เนื่องในปัจจุบันมีการกระทาความผิดทางเพศในหลายรูปแบบ และเป็นการกระทาต่อบุคคลทุกวัย ทุกเพศ รวมถึงผู้มีความหลากหลายทางเพศ อันเป็นการกระทาที่ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งร่างกายและจิตใจ ของผู้ถูกกระทา ดังน้ัน จึงสมควรแก้ไขเพ่ิมเติมบทนิยามคาว่า “การกระทาชาเรา” เพ่ือให้ครอบคลุมถึงการ กระทาความผิดในพฤติการณ์ต่าง ๆ ท่ีมีความหลากหลาย และเนื่องจากในปัจจุบันปัญหาการคุกคามทางเพศ มีเพิ่มข้ึนอย่างรวดเร็วและทวีความรุนแรงยิ่งข้ึน ซึ่งกฎหมายที่มีการกาหนดให้การกระทาในลักษณะดังกล่าว มีความผิดนั้น มีเพียงความผิดฐานก่อความเดือดร้อนราคาญซ่ึงเป็นความผิดฐานลหุโทษและยังไม่ตรงกับ ลักษณะของการกระทาท่ีเป็นการคุกคามทางเพศโดยตรง สมควรกาหนดให้การคุกคามทางเพศเป็นความผิด ทางอาญา เพื่อเปน็ การลงโทษผู้กระทาความผดิ และปรามมใิ ห้เกดิ การกระทาความผดิ ข้นึ ๓. ผู้เสนอรา่ งพระราชบัญญัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประชาชนเข้าชอื่ เสนอกฎหมาย นางสาวพัชรินทร์ ซาศิริพงษ์ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร กับคณะ เป็นผูเ้ สนอ ส่วนที่ ๒ การรับฟังความคิดเหน็ และสรปุ ผลการรับฟงั ความคิดเห็น ๑. ข้อมูลประกอบการรับฟังความคิดเห็น เน่ืองในปัจจุบันมีการกระทาความผิดทางเพศในหลายรูปแบบ และเป็นการกระทาต่อบุคคลทุกวัย ทุกเพศ รวมถึงผู้มีความหลากหลายทางเพศ อันเป็นการกระทาที่ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งร่างกายและจิตใจ ของผู้ถูกกระทา ดังน้ัน จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคาว่า “การกระทาชาเรา” เพื่อให้ครอบคลุมถึงการ กระทาความผิดในพฤติการณต์ ่าง ๆ ท่ีมคี วามหลากหลาย และเน่อื งจากในปจั จุบันปัญหาการคกุ คามทางเพศมี เพิ่มข้ึนอย่างรวดเร็วและทวีความรุนแรงย่ิงข้ึน ซึ่งกฎหมายที่มีการกาหนดให้การกระทาในลักษณะดังกล่าวมี
-3- ความผดิ นัน้ มีเพียงความผิดฐานก่อความเดือดร้อนราคาญซึ่งเปน็ ความผิดฐานลหุโทษและยังไม่ตรงกับลักษณะ ของการกระทาท่ีเป็นการคุกคามทางเพศโดยตรง สมควรกาหนดให้การคุกคามทางเพศเป็นความผิดทางอาญา เพื่อเปน็ การลงโทษผ้กู ระทาความผดิ และปรามมิใหเ้ กดิ การกระทาความผิดขนึ้ สาระสาคญั ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับท่ี ..) พ.ศ. .... มีสาระสาคัญสรุปได้ ดงั นี้ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ดังต่อไปน้ี (๑) แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคาว่า “การกระทาชาเรา” โดยกาหนดบทนิยาม “การกระทาชาเรา” หมายความวา่ การกระทาเพ่ือสนองความใคร่ของผกู้ ระทา โดยการใช้อวัยวะเพศหรือสงิ่ อื่นใดของผ้กู ระทาหรือ ของผู้อนื่ ล่วงล้าอวยั วะเพศ ทวารหนกั หรอื ชอ่ งปากของผกู้ ระทา (รา่ งมาตรา ๓) (๒) ยกเลิกความผิดฐานอนาจารโดยใช้วัตถุหรืออวัยวะอ่ืนซ่ึงมิใช่อวัยวะเพศล่วงล้า อวัยวะเพศหรือ ทวารหนักของบุคคล เนื่องจากเป็นความผิดฐานข่มขืนกระทาชาเราตามการแก้ไขนิยามในร่างมาตรา ๓ โดย การยกเลิกมาตรา ๒๗๘ วรรคสอง วรรคสาม วรรคสี่ มาตรา ๒๗๙ วรรคสี่ วรรคห้า วรรคหก วรรคเจ็ด และ แก้ไขเพ่ิมเติม มาตรา ๒๘๑ (๑) แห่งประมวลกฎหมายอาญา (ร่างมาตรา ๔ รา่ งมาตรา ๕ และร่างมาตรา ๖) (๓) กาหนดการคุกคามทางเพศให้เป็นความผิดในมาตรา ๒๘๔/๑ และกาหนดให้การคุกคามทางเพศ ต่อเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี และต่อผู้อ่ืนโดยอาศัยเหตุท่ีผู้กระทามีอานาจเหนือผู้ถูกกระทาอันเนื่องจาก ความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชา นายจ้าง หรือผู้มีอานาจเหนือประการอื่นเป็นเหตุฉกรรจ์ในมาตรา ๒๘๔/๑ วรรคสอง และในมาตรา ๒๘๔/๒ (รา่ งมาตรา ๗) ๒. ผู้เก่ยี วขอ้ งท่ีได้รับหรอื อาจไดร้ บั ผลกระทบจากร่างพระราชบัญญตั ิ หน่วยงานของรฐั ๑. ศาลยุติธรรม ๒. สานักงานอัยการสงู สดุ ๓. สานกั งานตารวจแห่งชาติ ภาคเอกชน สภาทนายความ ภาคประชาสังคม ๑. มลู นธิ ิปวณี าหงสกลุ เพ่ือเด็กและสตรี ๒. มูลนธิ เิ พอ่ื นหญิง ๓. มลู นิธิผ้หู ญงิ ๔. สมาคมสง่ เสรมิ สถานภาพสตรี ๕. มูลนธิ เิ พ่อื การพฒั นาเด็ก ช่วยเหลอื เด็กถกู ทาร้าย ทารณุ กรรมหรือถูกเอาเปรยี บ ๖. มูลนธิ ิศูนยพ์ ทิ ักษส์ ทิ ธเิ ดก็ ๓. ประเดน็ การรบั ฟังความคิดเหน็ ๓.๑ ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการแก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคาว่า “การกระทาชาเรา” โดยกาหนดบท นิยาม “การกระทาชาเรา” หมายความว่า การกระทาเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทา โดยการใช้อวัยวะเพศ หรอื สิง่ อืน่ ใดของผกู้ ระทาหรือของผูอ้ นื่ ล่วงลา้ อวัยวะเพศ ทวารหนกั หรือชอ่ งปากของผกู้ ระทา (ร่างมาตรา ๓) ๓.๒ ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการยกเลิกความผิดฐานอนาจารโดยใช้วัตถุหรืออวัยวะอ่ืนซึ่งมิใช่อวัยวะ เพศล่วงล้า อวัยวะเพศหรือทวารหนักของบุคคล เนื่องจากเป็นความผิดฐานข่มขืนกระทาชาเราตามการแก้ไข นยิ ามในรา่ งมาตรา ๓ โดยการยกเลิกมาตรา ๒๗๘ วรรคสอง วรรคสาม วรรคส่ี มาตรา ๒๗๙ วรรคสี่ วรรคห้า
-4- วรรคหก วรรคเจ็ด และแกไ้ ขเพ่ิมเติม มาตรา ๒๘๑ (๑) แห่งประมวลกฎหมายอาญา (ร่างมาตรา ๔ ร่างมาตรา ๕ และร่างมาตรา ๖) ๓.๓ ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการกาหนดการคุกคามทางเพศให้เป็นความผิดในมาตรา ๒๘๔/๑ และ กาหนดให้การคุกคามทางเพศต่อเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี และต่อผู้อื่นโดยอาศัยเหตุท่ีผู้กระทามีอานาจเหนือ ผู้ถูกกระทาอันเนื่องจากความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชา นายจ้าง หรือผู้มีอานาจเหนือประการอ่ืน เป็นเหตุฉกรรจ์ ในมาตรา ๒๘๔/๑ วรรคสอง และในมาตรา ๒๘๔/๒ (ร่างมาตรา ๗) ๓.๔ ข้อคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ (ถา้ ม)ี ๔. ระยะเวลาและวธิ ีการการรบั ฟงั ความคดิ เห็น ๔.๑ ระยะเวลาในการรับฟงั ความคิดเห็น ตงั้ แตว่ ันที่ ๒๗ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓ ถึงวนั ที่ ๓ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔ รวมระยะเวลา จานวน ๖๓ วนั ๔.๒ วธิ ีการรับฟังความคดิ เห็น ๔.๒.๑ ผ่านระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศของรฐั สภา www.parliament.go.th ๔.๒.๒ สง่ ประเด็นไปรบั ฟงั ผ้ทู ี่เกย่ี วข้องโดยตรง ประกอบดว้ ย ๑) ศาลยตุ ิธรรม ๒) สานักงานอัยการสูงสุด ๓) สานกั งานตารวจแหง่ ชาติ ๔) สภาทนายความ ๕) มูลนิธิปวีณาหงสกลุ เพื่อเด็กและสตรี ๖) มูลนธิ ิเพือ่ นหญิง ๗) มูลนธิ ผิ ้หู ญิง
-5- ๘) สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี ๙) มลู นิธเิ พอ่ื การพัฒนาเด็ก ช่วยเหลอื เด็กถกู ทาร้าย ทารุณกรรมหรือถกู เอาเปรียบ ๑๐) มลู นิธิศูนย์พทิ ักษ์สทิ ธเิ ด็ก ๕. สรุปผลการรับฟงั ความคิดเห็น ๕.๑ ขอ้ มูลทัว่ ไปผ้รู ่วมแสดงความคดิ เห็น จากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภา www.parliament.go.th จานวน ๒ ราย ซึ่งเป็น ประชาชนทั่วไป ๕.๒ จากการส่งประเดน็ ไปรับฟังผ้ทู ่ีเกีย่ วขอ้ งโดยตรง สว่ นราชการ หนว่ ยงานของรฐั องค์กรเอกชน ท่ีไดแ้ สดงความคิดเหน็ มี จานวน ๖ ราย ประกอบดว้ ย ๑) ศาลยตุ ธิ รรม ๒) สานักงานศาลยตุ ิธรรม ๓) สานกั งานอยั การสงู สดุ ๔) สานกั งานตารวจแหง่ ชาติ ๕) มูลนธิ ิปวีณาหงสกลุ เพอื่ เดก็ และสตรี ๔.๒ ผลการรบั ฟงั ผลการรับฟังผ่านระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศของรัฐสภา www.parliament.go.th และจาก การสง่ ประเด็นไปรบั ฟงั ผทู้ เี่ กยี่ วข้องโดยตรง สรปุ ได้เปน็ รายประเด็นดังนี้ ๔.๒.๑ ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการแก้ไขเพ่ิมเติมบทนิยามคาว่า “การกระทาชาเรา” โดย กาหนดบทนิยาม “การกระทาชาเรา” หมายความว่า การกระทาเพ่ือสนองความใคร่ของผู้กระทา โดยการใช้ อวัยวะเพศหรือส่ิงอ่ืนใดของผู้กระทาหรือของผู้อื่นล่วงล้าอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้กระทา (ร่างมาตรา ๓) ไมเ่ หน็ ด้วย ๑. การบีบหน้าอก แต่ไม่ได้มีการสอดใส่ก็ถือว่าเป็นการกระทาชาเรา เว้นแต่ท่านว่าหน้าอก คืออวัยวะเพศ ประชาชน ๒. ไม่ควรแก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคาว่า “การกระทาชาเรา” ท่ีจะกาหนดบทนิยาม “การ กระทาชาเรา” ให้หมายความว่า การกระทาเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทา โดยการใช้อวัยวะเพศหรือสิ่งอ่ืน ใดของผู้กระทาหรือของผู้อื่นล่วงล้าอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้กระทา เน่ืองจากปัจจุบัน พระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับท่ี ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้ปรับปรุงบทนิยามคาว่า “กระทาชาเรา” ไว้ชัดเจนและสอดคล้องกับลักษณะการกระทาชาเนาตามธรรมชาติแล้ว สานักงานอัยการ สูงสุด ๓. การกระทาความผดิ ทม่ี ีความเปน็ อาชญากรรมเล็กน้อย เปน็ เรอ่ื งส่วนตัว สง่ ผลกระทบตอ่ ผู้ ที่ถูกกระทาความผิดโดยตรง หรือมุ่งคุ้มครองผู้เสียหายเท่าน้ัน เป็นความผิดเล็กน้อย กฎหมายโดยท่ัวไป กาหนดให้เป็นความผิดที่มีอัตราโทษจาคุกไม่เกินสามปีและถือว่าเป็นความผิดต่อส่วนตัว การลงโทษผู้กระทา ผิดอยู่ในอานาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลแขวงซ่ึงผู้พิพากษา คนเดียวเป็นองค์คณะมีอานาจพิจ าร ณา พิพากษาคดี แต่ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๖ เป็นความผิดที่เก่ียวกับความม่ันคงของรัฐ ภายในราชอาณาจักร ไม่ใชค่ วามผดิ ท่สี ่งผลกระทบต่อบุคคลใดโดยเฉพาะ การกระทาความผดิ ส่งผลกระทบต่อ ประชาชนและสังคมส่วนรวม รัฐจึงมีหน้าที่คุ้มครอง ดูแล และเอาตัวผู้กระทาความผิดมาลงโทษ เป็นความผดิ ที่กฎหมายถือว่าเป็นความผิดต่อแผ่นดิน และหากมีบุคคลถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนหรือกระทาความผิดตามมาตรา ๑๑๖ ย่อมเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ในการตัดสินคดีจึงควรมีผู้พิพากษาอย่างน้อยสองคนเป็น
-6- องค์คณะท่ีมีอานาจพิจารณาพิพากษาคดี และเนื่องจากกฎหมายไม่ได้บัญญัติอัตราโทษข้ันต่าไว้ ศาลจึง สามารถใช้ดุลพินิจตามพฤติการณ์แห่งคดี ความร้ายแรงแห่งการกระทาในการกาหนดโทษและลงโทษข้ันต่า เพียงใดกไ็ ด้ สานักงานศาลยตุ ธิ รรม เห็นดว้ ย เห็นด้วยในหลักการที่จะแก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามของคาว่า “การกระทาชาเรา” ให้กว้างขวาง และครอบคลุมมากย่ิงข้ึน เพ่ือให้มีผลในการดาเนินคดีกับผู้กระทาความผิด แต่โดยท่ีสถานการณ์การกระทา ความผิดเก่ียวกับเร่ืองเพศในปัจจุบันที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพ่ือเด็กและสตรี ได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือน้ัน พบว่า การกระทาความผิดมีความรุนแรงและหลากหลายมากข้ึน ท้ังในด้านจานวนคดีที่เกิดขึ้น อายุของ ผู้ถูกกระทาท่ีมีตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงผู้สูงอายุ และลักษณะของการกระทาความผิดท่ีมีความหลากหลายมากข้ึน ดังนั้น จงึ มีข้อเสนอแนะ ดงั นี้ ๑. สมควรกาหนดช่วงอายุของผู้ถูกกระทา เพ่ือกาหนดลักษณะของการกระทาความผิดและ โทษ ให้แตกต่างกัน เป็น ๔ กลมุ่ คอื กลุ่มทห่ี น่งึ ต้งั แต่แรกเกิด แตไ่ มเ่ กนิ ๕ ปี กลุ่มท่ีสอง อายุ ๕ ปีข้ึนไปแต่ไมเ่ กิน ๑๐ ปี กลุ่มทีส่ าม อายุ ๑๐ ปขี ้ึนไปแตไ่ มเ่ กิน ๑๕ ปี กล่มุ ท่สี ี่ ต้งั แต่อายุ ๑๕ ปีขึน้ ไป โดยมีเหตุผลว่า กลุ่มที่ ๑ และกลุ่มที่ ๒ เป็นกลุ่มของเด็กที่มีความเปราะบางมากที่สุดทั้ง สภาพร่างกายและจิตใจ ไม่สามารถเข้าใจในสิ่งที่ถูกกระทา และไม่สามารถร้องขอความช่วยเหลือ ขัดขืนหรือ ป้องกันตนเองจากการกระทาได้ ไม่ว่าจะมีการกระทาท่ีเป็นการล่วงล้าหรือไม่ล่วงล้าอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้ถูกกระทา ถ้าเป็นการกระทากับร่างกายของเด็กเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทาแล้ว ย่อมจะต้องมีผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจของเด็กไม่แตกต่างกัน จึงสมควรกาหนดให้การกระทาท่ีจะถือว่า เป็นการกระทาชาเราในเด็กสองกลุ่มนี้ แม้จะมิได้มีการล่วงล้าอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของ ผู้ถูกกระทา ก็ให้ถือว่าเป็นการกระทาชาเราเช่นเดียวกัน โดยสมควรกาหนดโทษให้กลุ่มท่ีหนึ่งมีโทษหนักว่า กลุ่มท่สี อง ส่วนกลุ่มที่สาม และกลุ่มทีสี่ อาจกาหนดให้เฉพาะการกระทาท่ีเป็นการล่วงล้าอวัยวะเพศ ทวารหนัก และช่องปากของผู้ถูกกระทา ให้ถือเป็นการกระทาชาเรา แต่สมควรกาหนดโทษในกลุ่มท่ีสาม ให้หนกั กวา่ กลุ่มท่ีสี่ อย่างไรก็ดี เพื่อให้บทบัญญัติของกฎหมายมีความชัดเจนแน่นอน สมควรจะต้องมีการ พิจารณากาหนดถ้อยคาให้รอบคอบรัดกุม เน่ืองจากเป็นกฎหมายที่มีโทษในทางอาญา และการกาหนดว่าการ ใช้อวัยวะเพศหรือส่ิงอ่ืนใดของผู้กระทาหรือผู้อ่ืนล่วงล้าอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปาก “ของผู้กระทา” นั้น น่าจะมีความคลาดเคล่ือนหรือไม่ ซึ่งท่ีถูกต้องควรใช้คาว่า “ของผู้ถูกกระทา” มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพ่ือ เด็กและสตรี ๔.๒.๒ ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการยกเลิกความผิดฐานอนาจารโดยใช้วัตถุหรืออวัยวะอ่ืนซึ่ง มใิ ช่อวัยวะเพศลว่ งลา้ อวัยวะเพศหรือทวารหนักของบุคคล เน่อื งจากเปน็ ความผดิ ฐานข่มขืนกระทาชาเราตาม การแกไ้ ขนิยามในรา่ งมาตรา ๓ โดยการยกเลิกมาตรา ๒๗๘ วรรคสอง วรรคสาม วรรคสี่ มาตรา ๒๗๙ วรรคสี่ วรรคห้า วรรคหก วรรคเจ็ด และแก้ไขเพ่ิมเติม มาตรา ๒๘๑ (๑) แห่งประมวลกฎหมายอาญา (ร่างมาตรา ๔ ร่างมาตรา ๕ และร่างมาตรา ๖) ไม่เห็นด้วย ๑. ต้องการความกระจ่าง การกระทาอนาจารคือการ Sexually Harassment หรือไม่ หาก ไมใ่ ช่ก็ไมเ่ หน็ ดว้ ยเพราะไมค่ รอบคลุม ประชาชน
-7- ๒. ไม่ควรยกเลิกความผิดฐานอนาจารโดยใช้วัตถุหรืออวัยวะอื่นซ่ึงมิใช่อวัยวะเพศล่วงล้า อวัยวะเพศ หรือทวารหนักของบุคคล เนื่องจากปจั จุบนั มีพระราชบัญญตั ิแก้ไขเพมิ่ เติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึง่ นอกจากจะได้มีการปรับปรุงบทนิยามคาวา่ “กระทาชาเรา” ไว้ชัดเจนและสอดคล้อง กับลักษณะการกระทาชาเนาตามธรรมชาติแล้ว ยังได้ปรับปรุงบทบัญญัติความผิดเก่ียวกับเพศบางประการ เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายและเพื่อใหค้ วามคุ้มครองบุคคลซึง่ ถูกกระทาทางเพศกลุม่ ต่าง ๆ มากยงิ่ ขน้ึ สานักงานอัยการสงู สุด ๓. สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทยบุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การ พูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น แต่ถ้าการใช้เสรีภาพส่วนบุคคลส่งผล กระทรงต่อความมั่นคงของรัฐ ส่งผลกระทบต่อสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น หรือส่งผลกระทบต่อความสงบ เรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนรัฐย่อมมีอานาจในการจากัดเสรีภาพดังกล่าว โดยอาศัยอานาจตาม บทบัญญัติแห่งกฎหมาย อย่างไรก็ดี หากเป็นการกระทาภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือเพ่ือแสดง ความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริตแล้ว การกระทานั้นก็ย่อมได้รับการคุ้มครอง โดยถือว่าไม่เป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๖ ซงึ่ ได้บญั ญตั ไิ ว้ชัดแจง้ อยแู่ ล้ว สานักงานศาลยุตธิ รรม เห็นดว้ ย เห็นด้วยในหลักการตามที่ได้ให้เหตุผลและข้อสังเกตไว้ในข้อ ๑ ข้างต้นแล้ว มูลนิธิปวีณา หงสกุลเพอื่ เดก็ และสตรี ๔.๒.๓ ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการกาหนดการคุกคามทางเพศให้เป็นความผิดในมาตรา ๒๘๔/๑ และกาหนดให้การคุกคามทางเพศต่อเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี และต่อผู้อื่นโดยอาศัยเหตุท่ีผู้กระทามี อานาจเหนือผู้ถูกกระทาอันเนื่องจากความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชา นายจ้าง หรือผู้มีอานาจเหนือ ประการอน่ื เป็นเหตฉุ กรรจ์ ในมาตรา ๒๘๔/๑ วรรคสอง และในมาตรา ๒๘๔/๒ (รา่ งมาตรา ๗) ไมเ่ ห็นดว้ ย ๑. แม้จะเกิดแผลใจกับผู้ถกู กระทาในเด็กมากกว่า แต่ไม่ควรกาหนดอายุ สังคมต้องการความ เทา่ เทียม ในการค้มุ ครองความปลอดภัยเทา่ ๆ กัน ประชาชน เหน็ ดว้ ย ๒. เห็นชอบในหลักการท่ีจะกาหนดความผิดฐานคุกคามทางเพศ ให้เป็นความผิดในมาตรา ๒๘๔/๑ และกาหนดความผิดและโทษ เป็นเหตุฉกรรจ์ ในมาตรา ๒๔๑/๑ วรรคท้าย และในมาตรา ๒๘๔/๒ ตามร่างมาตรา ๗ แต่ไม่เห็นด้วยที่จะนิยามคาว่า “การคุกคามทางเพศ” ไว้ในมาตรา ๒๘๔/๑ วรรคสอง ตามร่างมาตรา ๗ แต่ควรกาหนดนิยามความหมายคาว่า “การคุกคามทางเพศ” ไว้ในมาตรา ๑ แห่งประมวล กฎหมายอาญา โดยแก้ไขเพิ่มเติม ความหมายของคาว่า “การคุกคามทางเพศ” เป็น (๑๙) แห่งมาตรา ๑ จะถูกต้องเหมาะสมกว่า ท้ังนี้ นิยามความหมายของคาว่า “การคุกคามทางเพศ” ต้องชัดเจนเพ่ือไม่ให้เกิด ปัญหาการตีความว่าการกระทาใดจะเป็นความผดิ อาญาฐานคกุ คามทางเพศหรอื ไม่ สานกั งานอยั การสงู สดุ ๓. เห็นด้วยในหลักการกับการเพิ่มบทบัญญัติที่เก่ียวกับการคุกคามทางเพศ ซ่ึงเป็นหลักการ ที่ดีท่ีจะให้ความคุ้มครองกับประชาชนที่ถูกคุกคามทางเพศ ซ่ึงปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายท่ีเข้มงวดมารองรับ ในการกระทาความผิดในลักษณะดังกล่าว มีเพียงความผิดลหุโทษซ่ึงไม่มีผลเป็นการป้องกันและปราบปราม ผู้กระทาความผิดแต่อย่างใด ทั้งที่ในปัจจุบันมีประชาชนถูกคุกคามทางเพศในลักษณะต่างๆ จานวนมาก จงึ สมควรกฎหมายแกไ้ ขเพ่มิ เติมกฎหมายทีใ่ ชบ้ ังคับอยูใ่ นขณะนี้ อย่างไรก็ดี การกาหนดลักษณะของการกระทาความผิด ว่าการกระทาในลักษณะใดที่จะถือว่า เป็นการคุกคามทางเพศนัน้ จะต้องพจิ ารณาให้เกิดความรอบคอบ มิเช่นนั้นจะไมไ่ ดผ้ ลตามท่ีประสงคแ์ ต่จะเป็น การให้อานาจแกเจ้าหน้าท่ีของรัฐในการใช้ดุลพินิจท่ีกว้างขวางจนอาจจะทาให้เกิดปัญหาการใช้อานาจหน้าที่ โดยมชิ อบหรอื โดยทุจริตได้
-8- “การคุกคามทางเพศตามวรรคหน่งึ หมายความวา่ การกระทาไม่วา่ โดยทางกาย วาจา การสง่ เสียง การแสดงอากัปกิริยาท่าทาง การแสดงหรือสื่อสารด้วยวิธีการอ่ืนใด ไม่ว่าจะกระทาต่อหน้า หรือกระทาโดย การสอื่ สารทีส่ อ่ ไปในทางเพศเปน็ เหตุใหผ้ ู้อืน่ ได้รบั ความเดือนร้อนราคาญ อบั อาย หรือถกู เหยยี ดหยาม รวมถึง การติดตาม รังความ หรือการกระทาใดที่ก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยทางเพศต่อผู้อื่น” มูลนิธิปวีณาหงสกุล เพ่อื เด็กและสตรี ๔.๒.๔ ขอ้ คดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะอื่น ๆ (ถ้าม)ี ๑. การบีบหัวไหล่ การจับมือ การสัมผัสร่างกาย หากอีกฝ่ายไม่ยินยอมหรือไม่ถูกกละเทศะ ถอื เปน็ การคกุ คามทั้งส้นิ ประชาชน ๒. การแก้ไขถอ้ ยคาบทบัญญตั ิมาตรา ๑๑๖ แหง่ ประมวลกฎหมายอาญาในปจั จุบันให้มีความ ชัดเจนยิ่งข้ึน ย่อมเป็นประโยชน์ในการใช้และตีความกฎหมาย จากัดการใช้ดุลพินิจ อีกทั้งยังเป็นการรับรอง และคุ้มครองใหป้ ระชาชนมีสิทธิและเสรภี าพในการแสดงความคดิ เห็นและสอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศ ว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Right : ICCPR) ขอ้ ๑๘ วา่ ด้วยการคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออก อยา่ งไรก็ตาม การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาดังกล่าวเปน็ เรื่องสาคัญที่มผี ลกระทบในวงกว้าง จึงเหน็ ควรมกี ารศกึ ษาวิจัย วิเคราะหผ์ ลกระทบที่อาจเกิดข้ึนจากการแก้ไขกฎหมายและสัมฤทธจิ์ ากการบังคับใช้ มาตราดังกล่าว ประกอบสถิติและแนวคาพิพากษาในเรื่องดังกล่าวอย่างรอบด้านเพ่ือประกอบการพิจารณา โดยละเอยี ดรอบคอบตอ่ ไป กระทรวงยุตธิ รรม ๓. สานักงานศาลยุตธิ รรมพจิ ารณาแลว้ เห็นว่า ประเด็นที่ ๑ ถ้อยคาในบทนิยามของคาว่า “กระทาชาเรา” มีลักษณะเป็นการนาถ้อยคา ในมาตรา ๒๗๖ วรรคสอง ตามพระราชบัญญตั แิ ก้ไขเพิม่ เติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับท่ี ๑๙) พ.ศ. ๒๕๕๐ มาปรับปรุงใหม่ โดยเพ่ิมเนื้อหาในกรณีการใช้ส่ิงอื่นใดล่วงล้าช่องปากของผู้อ่ืน นอกเหนือจากอวัยวะเพศ หรือทวารหนัก ทง้ั นี้ มขี อ้ สงั เกต คอื ประการแรก ในกรณีการใช้อวัยวะเพศหรือสิ่งอ่ืนใดของผู้อื่นล่วงล้าอวัยวะเพศ หรือทวาร หนักของผู้ถูกกระทา อาจมีลักษณะเป็นพฤติการณ์ของการเป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน ซ่ึงมีกฎหมาย บัญญตั ิรองรบั อยู่แลว้ จงึ ไม่มคี วามจาเป็นทต่ี ้องกาหนดไว้ในบทนิยาม ประการที่สอง นิยามคาว่า “กระทาชาเรา” ตามกฎหมายปัจจุบันที่กาหนดว่าโดยใช้อวัยวะ เพศของผู้กระทาล่วงล้าอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น คาว่า “ล่วงล้า” เป็นพฤติการณ์ที่ผู้ชาย เทา่ น้ันสามารถเป็นตัวการ ขัดแยง้ กบั ถ้อยคาตามมาตรา ๒๗๖ ท่ีกาหนดว่า “ผใู้ ดขม่ ขืนกระทาชาเราผู้อื่น...” ท่ี ผหู้ ญิงอาจเป็นตัวการได้ ประเด็นท่ี ๒ เห็นว่ามีความเก่ียวเนื่องกับประเด็นท่ี ๑ ซึ่งจาเป็นที่จะต้องกาหนดถ้อยคา หรือความหมายในบทนยิ ามให้ชดั เจนเสยี กอ่ น ประเด็นที่ ๓ เห็นว่าบทนิยามคาว่าการคุกคามทางเพศตามร่างมาตรา ๒๘๔/๑ วรรคสอง มีความหมายกว้างไม่ชัดเจนอาจมีปัญหาในการตีความ เนื่องจากการกระทาบางอย่างตามบทนิยามอาจเป็น ความผิดฐานกระทาชาเนา ความผดิ ฐานกระทาอนาจาร ความผดิ ฐานหมิ่นประมาท ความผิดฐานดูหมน่ิ ซ่งึ หน้า ความผิดฐานก่อความเดือดร้อนราคาญ หรือความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทาความผิดเก่ียวกับ คอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ จงึ ควรกาหนดถ้อยคาหรือความหมายใหช้ ดั เจน ๔. รา่ งพระราชบัญญัติแก้ไขเพมิ่ เตมิ ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับท่.ี .) พ.ศ. .... เปน็ การแกไ้ ข เพ่ิมเติมมาตรา ๑๑๖ แห่งประมวลกฎหมายอาญา เพ่ือกาหนดความชัดเจนเกี่ยวกับลักษณะการกระทาท่ีเป็น การยุยงประชาชนอันเป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ปรับปรุงให้การบังคับใช้
-9- กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีขอบเขต เหมาะสม ชัดเจน สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และเป็น หลักประกันสิทธิและเสรภี าพของประชาชนตามหลกั นิตริ ฐั สานกั งานศาลยตุ ธิ รรม ๕. ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๖ (ฉบับปัจจุบัน) จึงเป็นบทบัญญัติที่กาหนดความผิด และโทษไวอ้ ยา่ งชดั เจนและเหมาะสม กับท้ังเป็นบทบัญญตั ิของกฎหมายทจ่ี าเป็น เพือ่ รักษาความม่นั คงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิหรือเสรภี าพของบุคคลอื่น เพ่อื รกั ษาความสงบเรียบรอ้ ยหรือศลี ธรรมอันดีของประชาชน และ เป็นบทบัญญัติท่ีมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไป ไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหน่ึงเป็นการเฉพาะเจาะจง จึงเห็นว่า ไม่มีความจาเป็นต้องตราร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ทั้งนี้ ตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย และพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทาร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของ กฎหมาย พ.ศ. ๒๕๖๒ สานักงานศาลยุติธรรม ๖. สมควรแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๗ ทวิ และมาตรา ๒๗๗ ตรี แห่งประมวล กฎหมายอาญาเพ่ือจัดกลุ่มเด็กท่ีถูกกระทาชาเราเสียในคราวเดียวกัน ท้ังน้ี เพ่ือให้การแก้ไขปัญหาการล่วง ละเมิดทางเพศได้รับการแก้ไขท่ีตรงกับสภาพปัญหาท่ีปรากฏอยู่ในปัจจุบันและจะทาให้กฎหมายมีความ สมบูรณ์มากยิง่ ขึ้น สว่ นที่ ๓ รายงานผลการวเิ คราะห์ผลกระทบอนั เกดิ จากรา่ งพระราชบญั ญัติ ๑. ความเป็นมา สภาพปัญหา ความจาเปน็ ที่จะต้องตราพระราชบญั ญัติ เนื่องในปัจจุบันมีการกระทาความผิดทางเพศในหลายรูปแบบ และเป็นการกระทาต่อบุคคลทุกวัย ทุกเพศ รวมถึงผู้มีความหลากหลายทางเพศ อันเป็นการกระทาท่ีก่อให้เกิดความเสียหายทั้งร่างกายและจิตใจ ของผู้ถูกกระทา ดังนั้น จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคาว่า “การกระทาชาเรา” เพ่ือให้ครอบคลุมถึงการ กระทาความผิดในพฤติการณต์ ่าง ๆ ท่ีมคี วามหลากหลาย และเนอื่ งจากในปัจจุบนั ปัญหาการคุกคามทางเพศมี เพ่ิมขึ้นอย่างรวดเร็วและทวีความรุนแรงย่ิงขึ้น ซ่ึงกฎหมายที่มีการกาหนดให้การกระทาในลักษณะดังกล่าวมี ความผดิ นั้น มเี พยี งความผดิ ฐานกอ่ ความเดือดร้อนราคาญซ่ึงเปน็ ความผิดฐานลหโุ ทษและยังไมต่ รงกับลักษณะ ของการกระทาที่เป็นการคุกคามทางเพศโดยตรง สมควรกาหนดให้การคุกคามทางเพศเป็นความผดิ ทางอาญา เพ่อื เป็นการลงโทษผ้กู ระทาความผดิ และปรามมิให้เกดิ การกระทาความผดิ ขน้ึ ๒. ความสอดคล้องของร่างพระราชบัญญัติ รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย ……………………… ยทุ ธศาสตรช์ าติ ดา้ น ................................ แผนปฏิรปู ประเทศ เร่อื ง ……………………… แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ ................................. ๓. ประโยชนท์ ปี่ ระชาชนและสงั คมจะไดร้ บั กาหนดให้การคุกคามทางเพศเป็นความผิดทางอาญา เพอ่ื เป็นการลงโทษผู้กระทาความผิดและปรามมิ ใหเ้ กดิ การกระทาความผิดขึน้ เพอื่ ให้สงั คมและประชาชนมคี วามปอลดภัยในชีวติ และรา่ งกายย่ิงขน้ึ ๔. ความสมั พนั ธ์หรือความใกล้เคียงกบั กฎหมายอืน่ ร่างพระราชบญั ญตั ิฉบบั น้ีมคี วามสัมพันธ์กับประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเปน็ กฎหมายหลัก ๕. ผลกระทบโดยรวมทอ่ี าจเกิดขนึ้ จากกฎหมาย ๕.๑ ผลกระทบต่อเศรษฐกจิ ไม่มี ๕.๒ ผลกระทบต่อสงั คม ไม่มี ๕.๓ ผลกระทบต่อสง่ิ แวดล้อมหรอื สขุ ภาวะ ไมม่ ี
- 10 - ๕.๔ ผลกระทบอืน่ ที่สาคัญ ไมม่ ี ๕. การกาหนดให้มีระบบอนุญาต อนุมัติหรอื การใช้ดลุ พินจิ ของเจา้ หน้าที่ มี ไม่มี ๖. การกาหนดใหม้ รี ะบบคณะกรรมการ ไมม่ ี มี ๗. บทกาหนดโทษ ไมม่ ี โทษทางอาญา โทษทางปกครอง โทษปรับทางพนิ ัย โทษอปุ กรณ์ เหตุผลและความจาเปน็ เนื่องจากในปัจจุบันปัญหาการคุกคามทางเพศมีเพ่ิมข้ึนอย่างรวดเร็วและทวีความรุนแรงย่ิงขึ้น ซ่ึง กฎหมายที่มีการกาหนดใหก้ ารกระทาในลกั ษณะดังกล่าวมีความผดิ นัน้ มีเพียงความผิดฐานก่อความเดอื ดร้อน ราคาญซ่ึงเป็นความผิดฐานลหุโทษและยังไม่ตรงกับลักษณะของการกระทาที่เป็นการคุ กคามทางเพศโดยตรง สมควรกาหนดให้การคุกคามทางเพศเป็นความผิดทางอาญา เพื่อเป็นการลงโทษผู้กระทาความผิดและปราม มิให้เกิดการกระทาความผดิ ขนึ้ ส่วนที่ ๔ การเปดิ เผยรายงานผลการรับฟังความคดิ เห็นและรายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบอันเกิดจาก รา่ งพระราชบญั ญตั ิ ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร รั บ ฟั ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น แ ล ะ วิ เ ค ร า ะ ห์ ผ ล ก ร ะ ท บ ท่ี อ า จ เ กิ ด ข้ึ น จ า ก ร่ า ง พระราชบัญญัติท่ีเสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้มีสิทธเิ ลือกตั้ง ได้เปิดเผยรายงานผลการรบั ฟังความ คิดเห็นและรายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบอันเกิดจากร่างพระราชบัญญัติ ทางเว็บไซต์รัฐสภา www.parliament.go.th แล้วตง้ั แตว่ ันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ คณะกรรมการรับฟังความคิดเห็นและวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกดิ ข้นึ จากร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรหรือผู้มีสทิ ธิเลอื กต้งั สานักงานเลขาธกิ ารสภาผู้แทนราษฎร
รายงานผลการรับฟงั ความคิดเห็นและรายงานผลการวเิ คราะห์ ผลกระทบที่อาจเกดิ จากร่างพระราชบัญญตั ิ สว่ นที่ ๑ ข้อมูลพนื้ ฐานของร่างพระราชบญั ญัติ ๑. รา่ งพระราชบญั ญตั ิกองทุนสารองเล้ียง พ.ศ. .... กฎหมายใหม่ แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ ยกเลกิ ๒. หลกั การและเหตผุ ล ๒.๑ หลกั การ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญตั ิกองทุนสารองเล้ียงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐ ดงั ตอ่ ไปน้ี ๑. กาหนดให้ลูกจ้างต้องเป็นสมาชิกของกองทุนสารองเลี้ยงชีพท่ีนายจ้างจัดต้ังขึ้น (แก้ไข เพ่ิมเตมิ มาตรา ๕) ๒. การจ่ายเงินสะสมของลูกจ้างและการจ่ายเงินสมทบของนายจ้างต้องเป็นไปตามอัตราท่ี กาหนดในข้อบังคับของกองทุน โดยจะต้องไม่ต่ากว่าอัตราท่ีคณะกรรมการการออมเพื่อการเกษียณแห่งชาติ กาหนด” (แกไ้ ขเพิ่มเติมวรรคหนงึ่ และวรรคสองของมาตรา ๑๐) ๓. ในกรณีที่เห็นว่าท้องท่ีหน่ึงท้องที่ใดเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ สาธารณภัย หรือเหตุการณ์ใดท่ี ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ให้คณะกรรมการการออมเพื่อการเกษียณแหง่ ชาติมีอานาจกาหนด เงื่อนไขใดๆ เพื่อให้ลูกจ้างหรือนายจ้างหยุดหรือเล่ือนการส่งเงินสะสมหรือเงินสมทบเข้ากองทุนได้คราวละ ไมเ่ กินหน่งึ ปี (แก้ไขเพิ่มเตมิ มาตรา ๑๐/๑) ๔. ให้คณะกรรมการการออมเพ่ือการเกษียณแห่งชาติ มีอานาจและหน้าที่กากับและควบคุม โดยทัว่ ไปเพื่อใหเ้ ปน็ ไปตามบทบัญญัตแิ ห่งพระราชบญั ญตั ิน้ี (แก้ไขเพม่ิ เตมิ มาตรา ๑๒) ๕. คุ้มครองสิทธิในกองทุนสารองเลี้ยงชีพของลูกจ้างเพิ่มเติมในกรณีลูกจ้างสิ้นสมาชิกภาพ กรณีทนี่ ายจ้างถอนตวั จากกองทนุ หลายนายจ้างและยังมิได้จดั ให้มีกองทุนใหม่ หรือกองทนุ เลิก (แก้ไขเพ่ิมเติม วรรคหนง่ึ ของมาตรา ๒๓ มาตรา ๒๓/๒ และมาตรา ๒๓/๔) ๖. เพิ่มเติมกรณีนายจ้างทุกคนจัดให้มีกองทุนสารองเล้ียงชีพแก่ลูกจ้างภายในระยะเวลา สามปแี ละได้กาหนดอตั ราเงนิ สะสมและสมทบสาหรบั เก้าปีแรก ๒.๒ เหตุผล โดยที่จะกาหนดให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการการออมเพ่ือการเกษียณแห่งชาติขึ้น เพื่อ กาหนดนโยบายและบริหารจัดการกองทุนต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพและเป็นเอกภาพ ตามกฎหมายว่าด้วย คณะกรรมการการออมเพ่ือการเกษียณแห่งชาติ ดังน้ัน เพ่ือให้การดาเนินงานของกองทุนสารองเล้ียงชีพ สอดคล้องกับกฎหมายดังกล่าวและอยู่ภายใต้การกากับดูแลของคณะกรรมการการออมเพื่อกา รเกษียณ แห่งชาติ จึงสมควรแก้ไขเพ่ิมเติมพระราชบัญญัติกองทุนสารองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐ ในเร่ืองเก่ียวกับการให้ นายจ้างจัดใหม้ กี องทนุ สารองเลยี้ งชีพสาหรบั ลูกจ้าง อานาจหนา้ ทใ่ี นการกากับดแู ลของคณะกรรมการการออม
-2- เพื่อการเกษียณแห่งชาติ การกาหนดอัตราในการจ่ายเงินสะสมและสมทบ ตลอดจนสิทธิของลูกจ้าง จงึ จาเป็นตอ้ งตราพระราชบญั ญัตนิ ี้ ๓. ผู้เสนอรา่ งพระราชบัญญัติ สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร ประชาชนเขา้ ช่ือเสนอกฎหมาย นายพิสิฐ ล้อี าธรรม สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร กับคณะ เป็นผเู้ สนอ สว่ นท่ี ๒ การรบั ฟงั ความคดิ เหน็ และสรุปผลการรับฟงั ความคิดเหน็ ๑. ข้อมูลประกอบการรับฟังความคิดเห็น โดยท่ีจะกาหนดให้มกี ารจดั ตั้งคณะกรรมการการออมเพื่อการเกษยี ณแห่งชาติข้นึ เพอื่ กาหนด นโยบายและบริหารจัดการกองทุนต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพและเป็นเอกภาพ ตามกฎหมายว่าด้วย คณะกรรมการการออมเพื่อการเกษียณแห่งชาติ ดังนั้น เพ่ือให้การดาเนินงานของกองทุนสารองเลี้ยงชีพ สอดคล้องกับกฎหมายดังกล่าวและอยู่ภายใต้การกากับดูแลของคณะกรรมการการออมเพื่อการเกษียณ แห่งชาติ จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกองทุนสารองเล้ียงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐ ในเรื่องเกี่ยวกับการให้ นายจ้างจดั ให้มีกองทนุ สารองเลี้ยงชพี สาหรับลกู จ้าง อานาจหน้าทีใ่ นการกากับดูแลของคณะกรรมการการออม เพือ่ การเกษียณแห่งชาติ การกาหนดอตั ราในการจ่ายเงินสะสมและสมทบ ตลอดจนสทิ ธิของลกู จา้ ง จึงได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัตกิ องทนุ สารองเลย้ี งชีพ (ฉบบั ท่ี ..) พ.ศ. .... ขน้ึ สาระสาคญั ๑. แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๕ โดยกาหนดให้นายจ้างซึ่งเป็นนิติบุคคลและมีลูกจ้างต้ังแต่ ๑ คน ขึน้ ไป ต้องจัดใหม้ ีกองทุนสารองเล้ียงชพี แก่ลูกจ้าง เพือ่ เป็นหลกั ประกันในกรณีท่ลี กู จา้ งตาย ออกจากงาน หรอื ลาออกจากกองทุน โดยลูกจ้างจ่ายเงินสะสมและนายจ้างจ่ายเงินสมทบตามเกณฑ์ท่ีกาหนดไว้ในข้อบังคับของ กองทุนน้ัน ซึ่งจะจัดตั้งเป็นกองทุนนายจ้างเดียวหรือกองทุนหลายนายจ้าง และอาจมีนโยบายการลงทุน นโยบายเดยี วหรือหลายนโยบายก็ได้ ๒. แก้ไขเพ่ิมเติมมาตรา มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่งและวรรคสอง โดยกาหนดให้ลูกจ้างจ่ายเงิน สะสมเข้ากองทุนโดยให้นายจ้างหักจากค่าจ้างทุกคร้ังท่ีมีการจ่ายค่าจ้าง การจ่ายเงินสะสมของลูกจ้างและการ จา่ ยเงินสมทบของลกู จ้างต้องไมต่ ่ากว่าที่คณะกรรมการการออมเพื่อการเกษยี ณแห่งชาติกาหนด ๓. แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา มาตรา ๑๐/๑ โดยให้ในกรณีท่ีเห็นว่าท้องที่หนึ่งท้องที่ใดเกิดวิกฤต เศรษฐกจิ สาธารณภยั หรือเหตุการณ์ใดทสี่ ง่ ผลกระทบต่อสถานการณท์ างเศรษฐกจิ ให้คณะกรรมการการออม เพ่ือการเกษียณแห่งชาติมีอานาจกาหนดประเภทธุรกิจ ระยะเวลา หรือเงื่อนไขใด เพื่อให้ลูกจ้างหรือนายจ้าง หยดุ หรือเลอ่ื นการส่งเงนิ สะสมหรือเงินสมทบเขา้ กองทุนได้คราวละไม่เกนิ หน่งึ ปี ๔. แกไ้ ขเพิ่มเติมมาตรา ๑๒ โดยใหค้ ณะกรรมการการออมเพื่อการเกษียณแห่งชาติ มอี านาจ และหน้าที่กากับและควบคุมโดยทั่วไปเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติน้ี และคณะกรรมการ การออมเพ่ือการเกษียณแห่งชาติอาจมอบอานาจให้หน่วยงานใดในสังกัดปฏิบัติหน้าที่แทน และจะมอบหมาย ให้แตง่ ตง้ั พนักงานของหน่วยงานน้นั เปน็ พนักงานเจา้ หน้าที่เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบญั ญตั นิ ้ีก็ได้ ๕. แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๓ กาหนดให้ลูกจ้างสิ้นสมาชิกภาพเพราะเหตุซึ่งมิใช่ตาย ทุพพล ภาพ เกษียณอายุ หรือเหตุอ่ืนตามที่คณะกรรมการการออมเพื่อการเกษียณแห่งชาติกาหนด ผู้จัดการกองทุน ต้องคงเงินของลูกจ้างไว้ โดยลูกจ้างและนายจ้างไม่ต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน และให้จ่ายเงินออกจาก กองทุนแก่กองทุนใหม่หรือกองทุนอื่นใดอันมีวัตถุประสงค์เป็นการออมเพื่อการเกษียณของลูกจ้างโดยให้จ่าย
-3- รวมทงั้ หมดในคราวเดียวภายในสามสิบวันนบั แต่วนั ทเี่ ข้าเป็นสมาชิกของกองทนุ ใหม่ ท้ังน้ี ตามหลักเกณฑ์และ วิธีการทน่ี ายทะเบียนประกาศกาหนด ๖. แก้ไขเพ่ิมเตมิ มาตรา ๒๓/๒ โดยเม่อื ลกู จ้างรายใดสิ้นสมาชิกภาพตามข้อบงั คับของกองทุน ด้วยเหตุเกษียณอายุ ให้ผู้จัดการกองทุนจ่ายเงินจากกองทุนแก่ลูกจ้างเป็นงวด และให้ลูกจ้างรายนั้นยังคงเป็น สมาชิกของกองทุนต่อไปได้ตามระยะเวลาที่กาหนดในข้อบังคับของกองทุน โดยลูกจ้างอาจประสงค์นาส่งเงิน สะสมเข้ากองทุนต่อไปก็ได้ ทั้งนี้ เงินสะสมคงค้างของลูกจ้างและเงินสะสม ให้กองทุนนาไปลงทุนต่อได้ความ สมคั รใจของลูกจา้ ง ๗. แก้ไขเพ่มิ เตมิ มาตรา ๒๓/๔ ในกรณีที่นายจ้างถอนตวั จากกองทนุ หลายนายจ้างและยังมิได้ จดั ใหม้ กี องทุนใหม่ หรอื ลกู จา้ งสิน้ สมาชิกภาพเพราะออกจากงานไม่ว่าดว้ ยเหตุใด หรือกองทุนเลิก หากลูกจ้าง ได้แสดงเจตนา ให้ผู้จัดการกองทุนหรือผู้ชาระบัญชีโอนเงินท้ังหมดท่ีคงไว้ในกองทุน หรือเงินท่ีเหลือจากการ ขอรับเงินเป็นงวด ไปยังกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพหรือกองทุนอื่นที่มีวัตถุประสงค์เพ่ือเป็นหลักประกันใน กรณีการชราภาพ ให้ผู้จัดการกองทุนหรือผู้ชาระบัญชีดาเนินการตามที่ลูกจ้างได้แสดงเจตนาไว้ โดยท่ีนาย ทะเบียนอาจประกาศกาหนดวธิ กี ารและเงื่อนไขไวด้ ว้ ยก็ได้ ๘. เพิ่มเติมบทเฉพาะกาล โดยกาหนดให้นายจ้างจัดตั้งกองทุนสารองเลี้ยงชีพแก่ลูกจ้างให้ แล้วเสรจ็ ภายในระยะเวลาสามปี โดยกาหนดอัตราจ่ายเงินสะสมและเงนิ สมทบสาหรบั กรณีดังกลา่ วไวด้ ว้ ย ๙. กาหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติเพ่ือ ควบคุมดูแลการจดั ตั้งกองทนุ สารองเล้ียงชพี ใหเ้ ป็นไปตามบทเฉพาะกาล ๒. ผเู้ กย่ี วข้องทไ่ี ด้รับหรืออาจได้รับผลกระทบจากรา่ งพระราชบญั ญตั ิ หน่วยงานของรัฐ ๑. กระทรวงการคลัง ๒. กระทรวงแรงงาน ๓. สานักงานคณะกรรมการกากับหลกั ทรัพยแ์ ละตลาดหลักทรพั ย์ (กลต.) ภาคเอกชน ๑. บรษิ ทั หลักทรพั ย์จดั การกองทุน (บลจ.) ๒. สหภาพแรงงาน ๓. ประเด็นการรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ๓.๑ ท่านเห็นด้วยหรอื ไม่กับการกาหนดให้นายจ้างซ่ึงเป็นนติ ิบุคคลและมีลกู จ้างตั้งแต่ ๑ คน ขึ้นไป ต้องจดั ใหม้ ีกองทุนสารองเลีย้ งชพี แก่ลูกจา้ ง เพ่อื เปน็ หลกั ประกนั ในกรณที ีล่ กู จา้ งตาย ออกจากงาน หรอื ลาออกจากกองทุน โดยลูกจ้างจ่ายเงินสะสมและนายจ้างจ่ายเงินสมทบตามเกณฑ์ที่กาหนดไวใ้ นข้อบังคับของ กองทุนนั้น ซ่ึงจะจัดตั้งเป็นกองทุนนายจ้างเดียวหรือกองทุนหลายนายจ้าง และอาจมีนโยบายการลงทุน นโยบายเดียวหรอื หลายนโยบายก็ได้ ๓.๒ ท่านเห็นด้วยหรอื ไม่กับการกาหนดให้ลกู จ้างจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนโดยใหน้ ายจ้างหัก จากค่าจ้างทุกคร้ังท่ีมีการจ่ายค่าจ้าง การจ่ายเงินสะสมของลูกจ้างและการจ่ายเงินสมทบของลูกจ้างต้องไม่ต่า กวา่ ท่ีคณะกรรมการการออมเพื่อการเกษยี ณแหง่ ชาตกิ าหนด ๓.๓ ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการกาหนดให้ในกรณีที่เห็นว่าท้องท่ีหน่ึงท้องท่ีใดเกิดวิกฤต เศรษฐกิจ สาธารณภัย หรอื เหตกุ ารณใ์ ดที่ส่งผลกระทบต่อสถานการณท์ างเศรษฐกิจ ให้คณะกรรมการการออม เพื่อการเกษียณแห่งชาติมีอานาจกาหนดประเภทธุรกิจ ระยะเวลา หรือเงื่อนไขใด เพื่อให้ลูกจ้างหรือนายจ้าง หยดุ หรือเลอ่ื นการส่งเงินสะสมหรือเงินสมทบเขา้ กองทุนได้คราวละไมเ่ กินหนงึ่ ปี
-4- ๓.๔ ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการกาหนดให้คณะกรรมการการออมเพื่อการเกษียณแห่งชาติ มีอานาจและหน้าท่ีกากับและควบคุมโดยทั่วไปเพ่ือให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติน้ี และ คณะกรรมการการออมเพื่อการเกษยี ณแห่งชาติอาจมอบอานาจให้หน่วยงานใดในสังกัดปฏบิ ัตหิ น้าที่แทน และ จะมอบหมายให้แต่งตั้งพนักงานของหน่วยงานนั้นเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่เพ่ือปฏิบัติการให้เป็นไปตาม พระราชบญั ญตั นิ ้ีกไ็ ด้ ๓.๕ ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการกาหนดให้ลูกจ้างส้ินสมาชิกภาพเพราะเหตุซึ่งมิใช่ตาย ทุพพลภาพ เกษียณอายุ หรือเหตุอื่นตามท่ีคณะกรรมการการออมเพ่ือการเกษียณแห่งชาติกาหนด ผู้จัดการ กองทุนต้องคงเงินของลูกจ้างไว้ โดยลูกจ้างและนายจ้างไม่ต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน และให้จ่ายเงินออก จากกองทุนแก่กองทุนใหม่หรือกองทุนอื่นใดอันมีวัตถุประสงค์เป็นการออมเพ่ือการเกษียณของลูกจ้างโดยให้ จ่ายรวมทัง้ หมดในคราวเดียวภายใน ๓๐ วนั นับแต่วันท่ีเข้าเป็นสมาชกิ ของกองทุนใหม่ ๓.๖ ทา่ นเหน็ ด้วยหรือไม่กับการกาหนดว่าเม่ือลูกจ้างรายใดส้ินสมาชิกภาพตามข้อบังคับของ กองทุนด้วยเหตุเกษียณอายุ ให้ผู้จัดการกองทุนจ่ายเงินจากกองทุนแก่ลูกจ้างเป็นงวด และให้ลูกจ้างรายนั้น ยังคงเป็นสมาชิกของกองทุนต่อไปได้ตามระยะเวลาท่ีกาหนดในข้อบังคับของกองทุน โดยลูกจ้างอาจประสงค์ นาส่งเงินสะสมเข้ากองทุนต่อไปก็ได้ ทั้งน้ี เงินสะสมคงค้างของลูกจ้างและเงินสะสม ให้กองทุนนาไปลงทุนต่อ ไดค้ วามสมคั รใจของลกู จา้ ง ๓.๗ ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการกาหนดให้ในกรณีที่นายจ้างถอนตัวจากกองทุนหลาย นายจ้างและยังมิได้จัดให้มีกองทุนใหม่ หรือลูกจ้างส้ินสมาชิกภาพเพราะออกจากงานไม่ว่าด้วยเหตุใด หรือ กองทุนเลิก หากลูกจ้างได้แสดงเจตนา ให้ผู้จัดการกองทุนหรือผู้ชาระบัญชีโอนเงินท้ังหมดที่คงไว้ในกองทุน หรอื เงินทเี่ หลือจากการขอรบั เงนิ เป็นงวด ไปยังกองทุนรวมเพ่ือการเลยี้ งชีพหรือกองทนุ อื่นที่มวี ตั ถปุ ระสงค์เพื่อ เป็นหลักประกันในกรณีการชราภาพ ให้ผู้จัดการกองทุนหรือผู้ชาระบัญชีดาเนินการตามที่ลูกจ้างได้แสดง เจตนาไว้ โดยที่นายทะเบยี นอาจประกาศกาหนดวธิ ีการและเงื่อนไขไว้ดว้ ยก็ได้ ๓.๘ ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการกาหนดให้นายจ้างจัดตั้งกองทุนสารองเล้ียงชีพแก่ลูกจ้างให้ แลว้ เสร็จภายในระยะเวลาสามปี โดยกาหนดอตั ราจา่ ยเงนิ สะสมและเงินสมทบสาหรบั กรณีดังกล่าวไวด้ ว้ ย ๓.๙ ขอ้ คดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ ๔. ระยะเวลาและวธิ กี ารการรบั ฟงั ความคิดเหน็ ๔.๑ ระยะเวลาในการรับฟงั ความคิดเห็น ตงั้ แตว่ นั ที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๓ ถงึ วนั ท่ี ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๓ รวมระยะเวลา จานวน ๕๓ วัน ๔.๒ วิธกี ารรับฟงั ความคิดเห็น (๑) ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของรฐั สภา www.parliament.go.th
-5- (๒) ส่งประเดน็ ไปรับฟังผู้ที่เก่ยี วข้องโดยตรง ประกอบด้วย ๑. กระทรวงการคลงั ๒. กระทรวงแรงงาน ๓. สานกั งานคณะกรรมการกากบั หลักทรัพย์และตลาดหลกั ทรพั ย์ (กลต.) ๔. บริษัทหลักทรพั ย์จดั การกองทนุ (บลจ.) ๕. สหภาพแรงงาน ๕. สรุปผลการรับฟงั ความคิดเห็น ๕.๑ ขอ้ มลู ทว่ั ไปผู้ร่วมแสดงความคดิ เหน็ จากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภา www.parliament.go.th จานวน ๑๓ ราย จากการส่งประเด็นไปรบั ฟงั ผทู้ ่เี ก่ียวข้องโดยตรง ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ องค์กรเอกชน ท่ไี ดแ้ สดงความคิดเหน็ มี จานวน ๓ ราย ประกอบดว้ ย (๑) กระทรวงการคลัง (๒) กระทรวงแรงงาน (๓) สานักงานคณะกรรมการกากับหลักทรัพยแ์ ละตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ๕.๒ ผลการรบั ฟงั ผลการรับฟังผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของรฐั สภา www.parliament.go.th และจาก การสง่ ประเด็นไปรับฟงั ผูท้ ่เี กี่ยวข้องโดยตรง สรุปได้เป็นรายประเดน็ ดังน้ี ๑. ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการกาหนดให้นายจ้างซึ่งเป็นนิติบุคคลและมีลูกจ้างต้ังแต่ ๑ คนข้ึนไป ต้องจัดให้มีกองทุนสารองเลี้ยงชีพแก่ลูกจ้าง เพื่อเป็นหลักประกันในกรณีท่ีลูกจ้างตาย ออกจาก งาน หรือลาออกจากกองทุน โดยลูกจ้างจ่ายเงนิ สะสมและนายจ้างจ่ายเงนิ สมทบตามเกณฑ์ท่ีกาหนดไวใ้ น ข้อบังคับของกองทุนน้ัน ซึ่งจะจัดตั้งเป็นกองทุนนายจ้างเดียวหรือกองทุนหลายนายจ้าง และอาจมี นโยบายการลงทนุ นโยบายเดียวหรอื หลายนโยบายกไ็ ด้ เหน็ ดว้ ย (๑) สร้างความมั่นคงแก่ลูกจ้างแต่การนาเงินเข้าควรเพื่อส่วนของรัฐเพื่อไม่ให้เป็นภาระของ นายจ้างเกนิ ไป (ประชาชน) (๒) เงินกองทุนสารองเล้ียงชีพแกล่ ูกจ้าง เพอ่ื เปน็ หลักประกันการเกษียณ ลาออก ซ่งึ เป็นการ สะสมเงนิ ออมชนดิ หนึ่งทช่ี ่วยแบ่งเบาภาระขณะทล่ี ูกจ้างไดว้ า่ งงานลง ไม่ว่ากรณใี ด ๆ อยา่ งนอ้ ยกม็ เี งินที่สะสม
-6- ซึ่งเป็นตัวเลขท่ีสามารถคานวณได้แน่นอนว่า เงินนี้สามารถนาไปวางแผนการใช้จ่ายภายในอนาคตหลังจากวัย เกษียณ หรอื อนื่ ๆ (ประชาชน) (๓) เปน็ สวสั ดิการ (ประชาชน) (๔) เพ่ือให้ทุกคนทีเ่ ป็นลกู จา้ งมีโอกาสเข้าถึงกองทนุ ได้เสมอภาคกันทุกอาชีพ (ประชาชน) (๕) เพอ่ื ให้ลกู จ้างทุกคนมกี องทุนสารองเลีย้ งชพี (ประชาชน) (๖) เพ่ือให้แรงงานได้มีโอกาสเข้าถึงระบบการออม และลดภาระต่อภาครัฐในระยะยาว (ประชาชน) (๗) เนื่องจากที่ผ่านมาตลอด 30 ปี ที่มีการจัดตั้งกองทุนสารองเล้ียงชีพการให้นายจ้างสมัคร ใจจัดต้ังกองทุนสารองเล้ียงชีพ มีนายจ้างไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นหากไม่มีการบังคับจะทาให้แรงงานใน ระบบไม่สามารถเข้าถึงระบบการออมเพื่อการเกษียณได้ทุกคน และส่งผลต่อรัฐและสังคมที่จะเป็นภาระอย่าง มากในอนาคต (ประชาชน) (๘) ควรมีสวัสดิการให้กับพนักงาน หรือลูกจ้าง เมื่อเกิดการจ้าง แต่ข้อนี้ก็มีช่องโหว ตรงท่ี นายจา้ งไมข่ น้ึ ทะเบียนวา่ เปน็ นายจ้าง ลกู จางก็จะไมม่ ีสวัสดกิ าร (ประชาชน) (๙) กองทุนสารองเลย้ี งชพี เป็นกองทุนภาคสมัครใจหากจะปรับเปลย่ี นเปน็ การออมภาคบังคับ ควรกาหนดระยะเวลาให้นายจา้ ง ลกู จา้ ง ได้เตรียมความพร้อมในการบริหารการออม เช่น ใหก้ ิจการทมี่ ลี ูกจ้าง ตง้ั แต่ ๒๐ คนขึน้ ไป เข้าระบบกองทุนในปีที่ ๑ กจิ การทม่ี ลี ูกจ้างตั้งแต่ ๑๐ คนขึน้ ไปเข้าระบบกองทุนในปีที่ ๔ และกิจการท่ีมีลูกจ้างต้ังแต่ ๑ คนขึ้นไป เข้าระบบกองทุนในปีท่ี ๖ เพื่อให้สอดคล้องกับร่างพระราชบัญญัติ กองทุนบาเหน็จบานาญแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งเป็นกฎหมายการออมภาคบังคับที่เสนอโดยกระทรวงการคลัง ทั้งนี้ เม่ือกฎหมายการออมภาคบังคับมีผลบังคับใช้ กระทรวงแรงงานจะได้ปรับปรุงพระราชบัญญัติคุ้มครอง แรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ เพ่ือยกเลิกบทบัญญัติเกี่ยวกับการกาหนดให้ลูกจ้างเป็นสมาชิกของกองทุนสงเคราะห์ ลูกจ้างเพื่อลดความซ้าซ้อนและมีกฎหมายเพียงเท่าท่ีจาเป็น ตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ (กระทรวงแรงงาน) (๑๐) การกาหนดให้ลูกจา้ งจ่ายเงินสะสมและนายจา้ งจา่ ยเงินสมทบตามเกณฑ์ท่ีกาหนดไวใ้ น ข้อบังคับของกองทุน อาจมีผลกระทบต่อนายจ้างสถานประกอบการขนาดเล็กในการจัดต้ังกองทุนและการ จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนสารองเลี้ยงชีพตามอัตราท่ีกาหนดไว้ เน่ืองจากนายจ้างมีหน้าท่ีนาส่งเงินสมทบเข้า กองทุนประกันสังคม ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ และกองทุนเงินทดแทนตาม พระราชบญั ญตั ิเงนิ ทดแทน พ.ศ. ๒๕๓๗ (กระทรวงแรงงาน) ๒. ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการกาหนดให้ลูกจ้างจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนโดยให้นายจ้าง หักจากค่าจ้างทุกครั้งท่ีมีการจ่ายค่าจ้าง การจ่ายเงินสะสมของลูกจ้างและการจ่ายเงินสมทบของลูกจ้าง ตอ้ งไมต่ า่ กว่าที่คณะกรรมการการออมเพ่ือการเกษียณแห่งชาตกิ าหนด เห็นดว้ ย ไม่เห็นด้วย (๑) การกาหนดให้ลูกจ้างจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุน เน่ืองจากพระราชบัญญัติกองทุนสารองเลี้ยงชีพ โดยให้นายจ้างหักจากค่าจ้างทุกคร้ังท่ีมีการจ่าย พ.ศ. ๒๕๓๐ ได้มีการกาหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ คา่ จ้าง ตอ้ งอย่ใู นเกณฑ์ทล่ี ูกจ้างสามารถจา่ ยได้ หรือ เกี่ยวกับกองทุนสารองเล้ียงชีพไว้อยู่แล้ว เช่น อัตรา คณะกรรมการอาจมีการกาหนดเกณฑ์ท่ีจะจ่ายเพ่ิม เงินสะสมของลูกจ้าง, หลักเกณฑ์การจ่ายเงินสมทบ เ ป็ น ก ร ณี พิ เ ศ ษ ต า ม ค ว า ม ส มั ค ร ใ จ ต า ม ที่ ของนายจ้าง, อานาจหน้าท่ีของคณะกรรมการ คณะกรรมการกาหนด ซ่ึงปัจจุบันการหัก 3% ของ กองทุนสารองเลี้ยงชีพในการบริหารเงินของกองทุน, หน่วยงานท่ีมีอานาจกากับดูแลการบริหารจัดการ
-7- เหน็ ด้วย ไมเ่ ห็นด้วย เงินเดือนเป็นการเหมาะสมแล้ว สาหรับเศรษฐกิจ กองทุนสารองเลี้ยงชีพ เป็นต้น ดังนั้น การออก ของประเทศ ณ ปจั จุบัน (ประชาชน) กฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการการออมเพื่อการ (๒) หากไม่หักจากค่าจ้างจะไมม่ ีรายได้สว่ นอืน่ มาหัก เกษยี ณแหง่ ชาตขิ ้ึนมาอีกฉบับ เพ่ือให้คณะกรรมการ (๓) เป็นการออมในอนาคต (ประชาชน) การออมเพ่ือการเกษียณแห่งชาติทาหน้าที่ในการ (๔) เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นและเหมาะสม และ กาหนดหลกั เกณฑ์เกย่ี วกับการบริหารจัดการกองทุน ส า ม า ร ถ ใ ห้ ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ฯ ก า กั บ ดู แ ล ได้ สารองเล้ียงชีพ รวมถึงการกากับดูแลการบริหาร (ประชาชน) จดั การกองทุนสารองเล้ียงชีพ อาจมคี วามซ้าซ้อนกับ (๕) ควรหักจากบญั ชีเงินเดอื นออกไปเลย เพราะหาก หลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในกฎหมายที่บังคับใช้อยู่แล้วใน ไม่หักเลยการปล่อยให้นาเงินส่งเอง ลูกจา้ งอาจจะไม่ ปจั จุบนั (สานกั งานคณะกรรมการกากับหลกั ทรัพย์ มีวินยั ในการส่ง และจะเกิดปัญหาตามมาภายหลังได้ และตลาดหลักทรพั ย์ (กลต.)) (ประชาชน) (๖) เพื่อให้มีความยืดหยุ่นและเหมาะสมกับ สถานการณ์เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ต้องการให้ ลูกจ้างมีการออมเงินเพ่ือการเกษียณ รวมทั้งสอดรับ กับการส่งเสริมให้คณะกรรมการการออมเพื่อการ เกษียณแห่งชาตมิ ีเอกภาพในการกากับดูแล เหน็ ด้วย เพื่อให้มีความยืดหยุ่นและเหมาะสมกับสถานการณ์ เป็นไปตามเจตนารมณ์ทตี่ ้องการให้ลูกจ้างมกี ารออม เงินเพ่ือการเกษียณ รวมทง้ั สอดรับกับการสง่ เสริมให้ คณะกรรมการการออมเพื่อการเกษียณแห่งชาติ มี เอกภาพในการดแู ลกากับ (ประชาชน) ๓. ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการกาหนดให้ในกรณีท่ีเห็นว่าท้องที่หนึ่งท้องท่ีใดเกิดวิกฤต เศรษฐกจิ สาธารณภัย หรือเหตกุ ารณใ์ ดที่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกจิ ใหค้ ณะกรรมการการ ออมเพ่ือการเกษียณแห่งชาติมีอานาจกาหนดประเภทธุรกิจ ระยะเวลา หรือเง่ือนไขใด เพื่อให้ลูกจ้างหรือ นายจ้างหยุดหรือเล่อื นการส่งเงินสะสมหรือเงนิ สมทบเข้ากองทุนได้คราวละไมเ่ กนิ หนึ่งปี เห็นด้วย (๑) จะสามารถบรรเทาความเดอื ดรอนและภาระนายจ้าง ลูกจ้าง -เป็นการแบ่งเบาภาระของ ลกู จา้ งในระดบั หนง่ึ ในสภาวะวกิ ฤตเศรษฐกจิ สาธารณภยั ต่าง ๆ (๒) เป็นการลดภาระลกู จา้ งแต่ขอให้รัฐเพิม่ ในส่วนนี้แทน (๓) เพ่ือแบ่งเบาภาระผู้ประกอบการในช่วงเวลาวิกฤต รวมทั้งช่วยลดความเสี่ยงการเลิก กองทุน (๔) เพราะจะได้มสี ภาพคล่องทางการเงินมากข้นึ เช่น ปจั จบุ ันทเ่ี กิดปญั หาของการระบาดเชอ้ื ไวรัส (๕) เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและภาระหนักของนายจ้างและลูกจ้าง ทั้งนี้ กฎหมายเดิมให้ อานาจรัฐมนตรกี ระทรวงการคลังดาเนนิ การไดอ้ ยู่แล้ว (๖) เพราะจะทาให้คณะกรรมการการออมเพื่อการเกษียณแหงชาติ มีเอกภาพในการดูแล กากบั ซง่ึ น่าจะมีประสิทธภิ าพสงู กว่าให้ส่วนราชการที่ไม่ใช่เจ้าของเงินออม
-8- (๗) ใช้แนวคิดราชการมากากับการออมออมเพื่อการเกษียณดูแลกากับเช่นปัจจุบันในภาวะ วิกฤติ รายได้ลดลง ควรใหล้ กู จา้ งลดหรอื หยดุ การออมไดใ้ นระยะเวลาที่เหมาะสม ๔. ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการกาหนดให้คณะกรรมการการออมเพื่อการเกษียณแห่งชาติ มีอานาจและหน้าท่ีกากับและควบคุมโดยท่ัวไปเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ และ คณะกรรมการการออมเพื่อการเกษียณแห่งชาติอาจมอบอานาจให้หน่วยงานใดในสังกัดปฏิบัติหน้าที่แทน และจะมอบหมายให้แต่งตั้งพนกั งานของหน่วยงานน้ันเป็นพนักงานเจ้าหนา้ ท่ีเพ่ือปฏิบัติการให้เป็นไปตาม พระราชบญั ญัตนิ กี้ ็ได้ เหน็ ดว้ ย ไม่เหน็ ด้วย (๑) จะไม่เสียโอกาสในการลงทุน -เพ่ือความสะดวก (๑) ควรจะมีการกากับที่เดียวกับกองทุนรวม เพราะ ในการประสานงานในระดับพื้นที่ของแต่ละจังหวัด การลงทุนหรือนโยบายใกล้เคียงกัน ถ้ามีคนกากับ (ประชาชน) แยกกันอาจทาให้เกิดข้อผิดพลาด (ประชาชน) (๒) เพอ่ื ใหม้ หี น่วยงานเพื่อตรวจสอบการบริหารและ (๒) เนื่องจากพระราชบัญญัติกองทุนสารองเล้ียงชีพ การทางาน (ประชาชน) พ.ศ. ๒๕๓๐ ได้มีการกาหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ (๓) เพื่อให้เกิดการปฏิบัติงานแทน และไม่หยุดชะงกั เก่ียวกับกองทุนสารองเลี้ยงชีพไว้อยู่แล้ว เช่น อัตรา ต่อการบริการ ควรที่จะมีอานาจในการแต่งต้ังผู้มา เงินสะสมของลูกจ้าง, หลักเกณฑ์การจ่ายเงินสมทบ รบั ผิดชอบแทนได้ (ประชาชน) ของนายจ้าง, อานาจหน้าท่ีของคณะกรรมการ (๔) เพ่ือให้เกิดประสิทธิภาคในการกากับดูแล จาก กองทุนสารองเล้ียงชีพในการบริหารเงินของกองทนุ , คณะกรรมการผู้ทาหน้าที่โดยตรง และ ไม่ให้ หน่วยงานท่ีมีอานาจกากับดูแลการบริหารจัดการ หน่วยงานที่ไม่ได้ทาหน้าที่โดยตรงสามารถเข้ามา กองทุนสารองเลี้ยงชีพ เป็นต้น ดังน้ัน การออก แทรกแซงได้ (ประชาชน) กฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการการออมเพื่อการ (๕) เพราะจะทาให้คณะกรรมการการออมเพื่อการ เกษียณแห่งชาติข้ึนมาอีกฉบบั เพอื่ ใหค้ ณะกรรมการ เกษียณแห่งชาติมีเอกภาพในการดูแลและกากับ ซ่ึง การออมเพ่ือการเกษียณแห่งชาติทาหน้าท่ีในการ นาจะมีประสิทธิภาพสูงกว่าให้สวนราชการท่ีไม่ใช่ กาหนดหลกั เกณฑ์เกยี่ วกบั การบริหารจัดการกองทุน เจาของเงินออมและใช้แนวคิดราชการมากากับการ สารองเลี้ยงชีพ รวมถึงการกากับดูแลการบริหาร ออมเพ่ือการเกษียณดูแล กากับเช่นปัจจุบั น จัดการกองทนุ สารองเลย้ี งชีพ อาจมีความซ้าซ้อนกับ (ประชาชน) หลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในกฎหมายท่ีบังคับใช้อยู่แล้วใน (๖) เพราะจะทาให้คณะกรรมการการออมเพื่อการ ปัจจบุ ัน (สานกั งานคณะกรรมการกากบั หลกั ทรัพย์ เกษียณแห่งชาติ มีเอกภาพในการดูแลกากับ ซึ่ง และตลาดหลักทรพั ย์ (กลต.)) น่าจะมีประสิทธิภาพสูงกว่าให้ส่วนราชการที่ไม่ใช่ เจ้าของเงินออม และใช้แนวคิดราชการมากากับการ ออมออมเพ่ือการเกษียณดูแลกากับเช่นปัจจุบัน แต่ ต้องโปร่งใสตรวจสอบได้และเสมอภาค (ประชาชน)
-9- ๕. ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการกาหนดให้ลูกจ้างส้ินสมาชิกภาพเพราะเหตุซึ่งมิใช่ตาย ทุพพลภาพ เกษียณอายุ หรือเหตุอื่นตามที่คณะกรรมการการออมเพื่อการเกษียณแห่งชาติกาหนด ผู้จัดการกองทุนต้องคงเงินของลูกจ้างไว้ โดยลูกจ้างและนายจ้างไม่ต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน และให้ จ่ายเงนิ ออกจากกองทุนแกก่ องทุนใหม่หรือกองทนุ อืน่ ใดอันมวี ัตถปุ ระสงค์เปน็ การออมเพ่ือการเกษียณของ ลูกจา้ งโดยให้จ่ายรวมทั้งหมดในคราวเดียวภายใน ๓๐ วนั นับแตว่ ันท่ีเขา้ เปน็ สมาชิกของกองทุนใหม่ เห็นด้วย ไม่เหน็ ด้วย (๑) เป็นการออมระยะยาวและตรงตามวตั ถุประสงค์ (๑) ควรมีช่องให้กับลูกจ้างว่าต้องการจะคงเงินไว้ใน อยา่ งแทจ้ รงิ ในการออมเพื่อการเกษยี ณ (ประชาชน) กองทุนต่อไปหรือไม่ หรือหากลูกจ้างคนนั้นออกจาก (๒) เพ่ือให้ลูกจ้างออมต่อไปในแหล่งลงทุนท่ี บริษัทเดิม และไม่ได้ทางานต่อ หรือต้องออกไปดูแล ปลอดภัยและมีผลตอบแทนท่ีมั่นคงตลอด ไป พ่อแม่ท่ีแก่ชรา ลูกจ้างก็ไม่สามารถทางานกับบริษัท (ประชาชน) อื่น ๆ ต่อได้ แต่ถ้าวันเวลาในการจ่ายเงินคราวเดียว (๓) เพ่ือให้เงินออมดังกล่าวจะถูกถอนออกไปใช้ ให้กับลูกจ้าง ไม่ควรเกิน ๓๐ วัน ปัจจุบัน กองทุน ประโยชน์หลังจากผู้ออมเกษียณอายุจริงตาม สารองเล้ียงชีพ ส่วนของมหาวิทยาลัยรามคาแหง เจตนารมณ์ของการจัดต้งั กองทุนฯ (ประชาชน) กาหนดให้ลูกจ้างที่สมัครเป็นสมาชิกกองทุนแล้ว หากลาออกจากการเป็นสมาชิก ไม่สามารถกลับเข้า ไปเป็นสมาชิกอีกได้ ดังนั้น พ.ร.บ. ควรท่ีจะต้องให้ ลูกจ้าง พนักงาน สามารถกลับเข้าไปเป็นสมาชิกได้ อีก อาจจะกาหนดห้วงเวลาในการกลับเข้าเป็น สมาชิกใหม่ หรือกาหนดว่าเข้าได้อีก ๑ ครั้ง ดังน้ัน ข้อน้ีฝากให้ผู้พิจารณาช่วยกาหนดออกมาให้เป็นคุณ แก่ลูกจ้าง พนกั งานดว้ ย (ประชาชน) (๒) เพราะกองทุนสารองควรจ่ายเม่ือเกษียณเท่าน้ัน ควรย้ายไปบริหารเพ่ือให้เกิดประโยชน์แก่สมาชิก หากมกี ารถอนออกหลักประกันความม่ันคงย่อมหมด ไป (ประชาชน) ๖. ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการกาหนดว่าเมื่อลูกจ้างรายใดส้ินสมาชิกภาพตามข้อบังคับ ของกองทุนด้วยเหตุเกษียณอายุ ให้ผู้จัดการกองทุนจ่ายเงินจากกองทุนแก่ลูกจ้างเป็นงวด และให้ลูกจ้าง รายน้ันยังคงเป็นสมาชิกของกองทุนต่อไปได้ตามระยะเวลาท่ีกาหนดในข้อบังคับของกองทุน โดยลูกจ้าง อาจประสงค์นาส่งเงินสะสมเข้ากองทุนต่อไปก็ได้ ทั้งนี้ เงินสะสมคงค้างของลูกจ้างและเงินสะสม ให้ กองทนุ นาไปลงทนุ ต่อได้ความสมคั รใจของลกู จา้ ง เห็นดว้ ย ไม่เหน็ ด้วย (๑) ปัจจุบันอัตราผลตอบแทนจากเงินฝากต่ามาก ผู้ (๑) ควรจะเปิดทางเลือกให้ลูกจ้างสามารถรับเป็น ออมสิ้นสมาชิกภาพไม่มีแหล่งลงทุนท่ีปลอดภัยและ เงินกอ้ นเดยี วเม่ือเกษียณไดด้ ้วย (ประชาชน) ได้ผลตอบแทนท่สี งู อยา่ งสมา่ เสมอ (ประชาชน) (๒) ควรให้ถอนหรือแบ่งบางส่วนและควรประกัน (๒) ลกู จ้างยงั สามารถจะออมตอ่ ได้หากยังมศี ักยภาพ ผลตอบแทนแก่สมาชิก (ประชาชน) (ประชาชน) (๓) ควรให้เป็นไปตามความต้องการของลูกจ้างว่า (๓) เพื่อให้กองทุนมีส่วนช่วยในการบริหารเงินออม ต้องการจะรับเงินเป็นก้อนหรอื เป็นงวด เพราะความ ให้สมาชิกผู้เกษียณมีความประสงค์ รวมท้ังสามารถ จาเปน็ ของแตล่ ะบคุ คลไมเ่ หมือนกัน (ประชาชน)
- 10 - เหน็ ด้วย ไมเ่ หน็ ดว้ ย สะสมเงินออมเพ่ิมเติมได้หากตนเองมีศักยภาพท่ีจะ (๔) กรณีกาหนดให้ลูกจ้างเกษียณอายุตามข้อบังคับ ทาได้เพ่ือให้ตนเองมีความม่ันใจว่าจะมีเงินเพียง ของกองทุนและกาหนดให้จ่ายเงินจากกองทุนแก่ พอที่จะใช้ในวัยเกษียณท่ีอาจยาวนานกว่าที่ ลูกจ้างเป็นงวด เห็นว่าข้อกาหนดเก่ียวกับการ คาดหมายในอนาคต (ประชาชน) จ่ า ย เ งิ น ห รื อ รั บ เ งิ น ก อ ง ทุ น ข อ ง ลู ก จ้ า ง ใ น ก ร ณี (๔) เพื่อให้กองทุนมีส่วนช่วยในการบริหารเงินออม ดังกล่าวตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสารองเล้ียงชีพ ให้สมาชิกผู้เกษียณมีความประสงค์ รวมทั้งสามารถ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินจาก สะสมเงินออมเพ่ิมเติมได้หากตนเองมีศักยภาพที่จะ กองทุนเป็นงวดหรือทั้งหมดในคราวเดียวซ่ึงเป็น ทาได้ (ประชาชน) ทางเลือกและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของลูกจ้างใน (๕) เพอื่ ใหต้ นเองมีความมัน่ ใจว่าจะเงินเพียงพอที่จะ การบริหารจัดการเงินออม จึงไม่เห็นด้วยท่ีกาหนด ใช้ในวัยเกษียณท่ีอาจยาวนานกว่าท่ีคาดหมายใน วิธีการจ่ายเงินเป็นงวดให้ลูกจ้างเพียงวิธีเดียว อนาคต (ประชาชน) (กระทรวงแรงงาน) ๗. ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการกาหนดให้ในกรณีท่ีนายจ้างถอนตัวจากกองทุนหลาย นายจ้างและยังมิไดจ้ ดั ให้มีกองทุนใหม่ หรือลกู จ้างสน้ิ สมาชิกภาพเพราะออกจากงานไมว่ า่ ด้วยเหตุใด หรอื กองทุนเลิก หากลูกจ้างได้แสดงเจตนา ให้ผู้จัดการกองทุนหรือผู้ชาระบัญชีโอนเงินทั้งหมดที่คงไว้ใน กองทุน หรือเงินที่เหลือจากการขอรับเงินเป็นงวด ไปยังกองทุนรวมเพ่ือการเล้ียงชีพหรือกองทุนอ่ืนท่ีมี วตั ถุประสงค์เพ่ือเปน็ หลักประกนั ในกรณีการชราภาพ ใหผ้ ู้จัดการกองทนุ หรือผชู้ าระบญั ชดี าเนนิ การตามท่ี ลกู จา้ งได้แสดงเจตนาไว้ โดยทน่ี ายทะเบียนอาจประกาศกาหนดวิธกี ารและเง่ือนไขไว้ดว้ ยกไ็ ด้ เห็นดว้ ย (๑) ทาให้เงินออมมีความต่อเน่อื ง -สร้างความม่ันคงในเงินออมท่ีมีผลตอบแทนให้ได้ตลอดไป (ประชาชน) (๒) หากลกู จ้างได้แสดงเจตนา ควรเปน็ เช่นนน้ั (ประชาชน) (๓) เพอื่ สรา้ งความม่ันคงแก่สมาชิก (ประชาชน) (๔) เพ่ือให้การออมเพ่อื การเกษียณมีความต่อเน่ือง (ประชาชน) ๘. ทา่ นเห็นด้วยหรือไม่กบั การกาหนดใหน้ ายจ้างจดั ตง้ั กองทนุ สารองเลี้ยงชีพแก่ลูกจ้างให้ แลว้ เสรจ็ ภายในระยะเวลาสามปี โดยกาหนดอตั ราจ่ายเงนิ สะสมและเงนิ สมทบสาหรับกรณดี ังกลา่ วไว้ด้วย เห็นด้วย (๑) ควรจดั ต้ังใหเ้ ร็วทส่ี ุด ออมกอ่ นไดผ้ ลตอบแทนก่อน (ประชาชน) (๒) เป็นชว่ งระยะเวลาที่เหมาะสมอยา่ งย่งิ (ประชาชน) (๓) เป็นชว่ งเวลาของการเปล่ยี นผ่านและการปรับตัวท่เี หมาะสม (ประชาชน) ๙. ขอ้ คิดเหน็ และข้อเสนอแนะอน่ื ๆ (๑) การที่รัฐไม่ช่วยสมทบคือการขึ้นค่าแรงทางอ้อม โดยไม่ผ่านคณะกรรมการค่าจ้างน่ันเอง เจตนาท่ดี อี าจถูกมองเป็นอยา่ งอ่ืน (ประชาชน) (๒) เงินส่วนน้ี เป็นส่วนท่ีซ้าซ้อนกับ ประกันสังคม ซ่ึงปัจจุบัน ประกันสังคมก็ซ้าซ้อนกับ หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในส่วนสุขภาพอยู่แล้ว ถ้าเก็บเงินส่วนน้ีประกันสังคมจะย่ิงเป็นส่วนงานท่ีซ้าซ้อน มากขึ้นไปอีก ในระยะเริ่มต้น สาหรับวิสาหกิจเพื่อสังคม และบริษัทขนาดเล็ก (SME และ Start up) อาจจะมี การเล่อื นบงั คับใช้กฎหมายไปกอ่ น เพ่อื ใหม้ กี ารเตรยี มความพร้อมในด้านตา่ ง ๆ ใหค้ รบถ้วน (ประชาชน)
- 11 - (๓) ควรจะกาหนด ในกรณีจ่ายเป็นรายวัน หรือรายสัปดาห์ ควรจะกาหนด สัปดาห์ละครั้ง หรือ ๒ สปั ดาห์ตอ่ ครั้ง หรอื เดือนละครัง้ (ประชาชน) (๔) ถ้าจะจ่าย ระบบการจ่ายไม่ควรเพิ่มภาระของทางจ่าย เช่น จ่ายผ่านประกันสังคมที่เดียว หรือจ่ายผ่านสรรพากรที่เดียว แล้วหน่วยงานนั้นก็โอนเงินไปให้กันเอง อย่าเพิ่มภาระ หรือต้องมีต้นทุนต้ัง สานกั งาน เพอ่ื รบั เงนิ กอ้ นน้เี พิม่ เตมิ (ประชาชน) (๕) คณะกรรมการการออมเพ่ือการเกษียณแห่งชาติ ควรจัดต้ังศูนย์กลางกองทุนการเกษียณ ระดับประเทศ เพ่ือเป็นตัวกลางในการ โอนเงินจากกองทุนสารองเลี้ยงชีพไประบบอื่น ๆ เช่น กองทุน ประกันสงั คม กองทุนทดแทน กองทนุ บาเหนจ็ บานาญขา้ ราชการ (ประชาชน) (๖) การมีเวลาให้แล้วเสร็จ ควรเป็นไปเน่ืองจากให้ผู้ประกอบการเตรียมตัว ทยอยทาเป็น ขน้ั ตอน ไมใ่ ชเ่ พือ่ ใหห้ น่วยงานรฐั เตรียมตวั ไปจนถงึ เส้นตาย (ประชาชน) (๗) การเข้ากองทนุ ฯ ปัจจุบันสามารถเข้าไดเ้ ลย หากนายจ้างมคี วามพร้อม ดังนนั้ ควรกาหนด ไว้ไมเ่ กิน ๑ - ๒ ปี (ประชาชน) (๘) เป็นการแก้ไขหลักการของพระราชบัญญัติกองทุนสารองเล้ียงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐ และ ท่ีแก้ไขเพิ่มเติม จากการออมภาคสมัครใจเป็นภาคบังคับ ซ่ึงนอกจากจะไม่สอดคล้องกับหลักการของ พระราชบัญญัติฯ ที่มีวัตถุประสงค์ให้กองทุนสารองชีพเป็นกองทุนภาคสมัครใจแล้ว การกาหนดให้นายจ้าง ทุกรายต้องจัดต้ังกองทุนสารองเลี้ยงชีพ และลูกจ้างต้องเป็นสมาชิกกองทุนสารองเลี้ยงชีพท่ีนายจ้างจัดต้ังข้ึน จะเป็นการเพ่ิมภาระและต้นทุนให้กับนายจ้างขนาดเล็กที่มีข้อจากัดด้านค่าใช้จ่ายและบุคลากรท่ีจะรองรับ ระบบงานในการจดั ตง้ั กองทุนสารองเล้ยี งชพี ของตนเอง (กระทรวงการคลงั ) (๙) มีความซ้าซ้อนในเชิงหลักการกับร่างพระราชบัญญัติกองทุนบาเหน็จบานาญแห่งชาติ พ.ศ. .... ท่มี ีวตั ถุประสงค์เพ่ือจดั ต้ังกองทุนการออกสาหรับแรงงานในระบบเพอ่ื การเกษยี ณอายสุ าหรับนายจ้าง ที่ไม่ประสงค์จะจัดตั้งกองทุนสารองเลี้ยงชีพขึ้นเอง ซ่ึงกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการเสนอร่างเข้าสู่การ พจิ ารณาของคณะรัฐมนตรี (กระทรวงการคลงั ) (๑๐) การกาหนดให้คณะกรรมการการออมเพ่ือการเกษียณแหง่ ชาติเป็นผมู้ ีอานาจและหน้าที่ กากับและควบคุมโดยทั่วไป และเป็นผู้มีอานาจในการกาหนดประเภทธุรกิจ ระยะเวลาหรือเงื่อนไขใด เพื่อให้ ลูกจ้างหรือนายจ้างหยุดหรือเลื่อนการส่งเงินสะสมหรือเงินสมทบเข้ากองทุนในกรณีท่ีท้องที่หนึ่งท้องที่ใดเกิด วิกฤติเศรษฐกิจ สาธารณภัย หรือเหตุการณ์ใดท่ีส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ แต่ใน พระราชบัญญัติฯ กาหนดให้เป็นอานาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซ่ึงเห็นว่าข้อกาหนดเดิมใน พระราชบัญญัติฯ มีความเหมาะสมอยู่แล้ว เนื่องจากรัฐมนตรวี ่าการกระทรวงการคลังเปน็ รฐั มนตรีผู้รักษาการ ตามพระราชบัญญัติฯ อีกทั้ง เป็นผู้ดูแลภาพรวมเศรษฐกิจการคลังของประเทศ และอยู่ในคณะรัฐมนตรีซ่ึงจะ ได้รับทราบสถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจและสาธารณภัยในลาดับแรก ๆ (กระทรวงการคลัง) (๑๑) สานักงาน ก.ล.ต. อยู่ระหว่างพิจารณาปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนสารอง เลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐ (“พ.ร.บ. PVD”) โดยได้แต่งต้ังคณะทางานพัฒนาศักยภาพกองทุนสารองเล้ียงชีพ (“คณะทางานฯ”) ขึ้น ประกอบด้วยผู้แทนจากสานักงานเศรษฐกิจการคลัง สมาคมกองทุนสารองเล้ียงชีพ สมาคมบริษัทจัดการลงทุน และผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและระบบบาเหน็จบานาญเพ่ือร่วมกันวิเคราะห์ปญั หา และเสนอแนวทางแก้ไข เพ่ือให้กองทุนสารองเล้ียงชีพ (“PVD”) ซ่ึงเป็นภาคสมัครใจสามารถชว่ ยใหป้ ระชาชน ท่ีเป็นลูกจ้างมี PVD เพียงพอที่จะรองรับความต้องการใช้เงินในวัยเกษียณได้เพ่ิมขึ้น และสอดคล้องรองรับการ จัดตั้งกองทุนบาเหน็จบานาญแห่งชาติ (“กบช.”) ตามร่างพระราชบัญญัติ กบช. ท่ีกระทรวงการคลังยกร่างได้ อย่างมปี ระสิทธิภาพ ซงึ่ ในการประชุมคณะทางานฯ ดังกล่าว ได้มีการพจิ ารณาแนวคดิ ของร่างพระราชบัญญัติ กองทุนสารองเล้ียงชีพฯ ท่ีคณะอนุกรรมาธิการการเงิน การคลัง ในคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบัน
- 12 - การเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร อยู่ระหว่างร่างด้วย (สานักงานคณะกรรมการกากับหลักทรัพย์ และตลาดหลกั ทรัพย์ (กลต.)) (๑๒) มีความจาเป็นในการจัดให้มีระบบบาเหน็จบานาญที่ครอบคลุมนายจ้างและลูกจ้าง ทุกราย ตามหลกั การของร่างพระราชบัญญัติ กบช. โดยให้สามารถใช้ PVD เป็นทางเลือกแทนการเขา้ กบช. ได้ และมีคณะกรรมการนโยบายบาเหน็จบานาญแห่งชาติ (คนบ.) เป็นผู้กากับดูแล กาหนดนโยบายและแผนงาน ของกองทุนการออมเพ่ือการเกษียณของประชาชน ซึ่งกลไกดังกล่าวจะสามารถช่วยดึงให้นายจ้างและลูกจ้าง เข้ามาสู่ระบบ สามารถติดตามการจ่ายเงินสมทบและเงินสะสมเข้ากองทุน และดูแลการบริหารจัดการการ ลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนการบังคับให้นายจ้างและลูกจ้างทุกราย ต้องจัดให้มีหรือเจ้าเป็นสมาชิก กองทุนสารองเลี้ยงชีพภาคบังคับตามร่างพระราชบัญญัติฯ ท่ีเสนอ ซ่ึงมีวัตถุประสงค์เพ่ือให้ประชาชนที่เป็น ลูกจา้ งมีเงนิ เพียงพอทจ่ี ะรองรับความต้องการใช้เงนิ ในวัยเกษียณเช่นกัน อาจมีขอ้ จากัดในทางปฏิบัติเนื่องจาก ตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสารองเล้ียงชีพปัจจุบัน กาหนดให้มีคณะกรรมการกองทุนท่ีมีท้ังตัวแทนนายจ้าง และตัวแทนลูกจ้าง ทาหน้าท่ีตัดสินใจแทนสมาชิกในการเลือกนโยบายการลงทุน คัดเลือกและติดตามการ ดาเนินงานของผู้จัดการกองทุน ซ่ึงนายจ้างขนาดเล็กอาจมีข้อจากัดในการจัดต้ังคณะกรรมการกองทุนที่มี ความรู้ ความเข้าใจการลงทุนเพียงพอที่จะสามารถเลือกนโยบายการลงทุน หรือติดตามการลงทุนใหส้ มาชิกได้ อย่างเหมาะสม ทั้งน้ี การที่ร่างพระราชบัญญัติ กบช. มีคณะกรรมการท่ีทาหน้าที่นี้ให้แทนคณะกรรมการ กองทุนของนายจ้างลูกจ้างทุกราย จึงจะช่วยให้มีผู้ท่ีมีความรู้ความเชี่ยวชาญช่วยจัดการคัดเลือกและติดตาม การลงทุนได้ (สานักงานคณะกรรมการกากบั หลักทรพั ยแ์ ละตลาดหลักทรพั ย์ (กลต.)) (๑๓) ในระบบ PVD ปัจจุบัน นายจ้างแต่ละรายสามารถเลือกผู้จัดการกองทุนสารองเล้ียงชพี ของตนเองได้ ขอ้ มลู นายจา้ งและลูกจ้างจึงกระจายไปยังผ้จู ัดการและกองทนุ จานวนมาก ดงั น้นั จงึ ไมส่ ามารถ ติดตามตรวจสองได้ว่า นายจา้ งทกุ รายซึ่งเป็นนิตบิ ุคคลและมลี ูกจา้ งตัง้ แต่ ๑ คนขน้ึ ไปและลกู จ้างทกุ นาย ได้จดั ให้มีหรือเป็นสมาชิก PVD รวมท้ังได้จัดส่งเงินสมทบ หรือเงินสะสมครบถ้วนแล้ว หรือไม่ ซ่ึงหากไม่มีกลไกทีจ่ ะ ทาให้สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ อาจทาให้ไม่สามารถดูแลให้นายจ้างและลูกจ้างมี PVD ได้จริงตามเจตนารมณ์ของร่างกฎหมาย ซึ่งการมี กบช. ท่ีกาหนดให้นายจ้างและลูกจ้างทุกรายส่งเงินสมทบ และเงินสะสมเข้ากองทุนกลาง เพ่ือรวมข้อมูลไว้ท่ีเดียว (โดยมีข้อมูลมาจากระบบ PVD ด้วย) จะทาให้ติดตาม ดูแลได้มีประสิทธิภาพ (สานกั งานคณะกรรมการกากับหลักทรพั ย์และตลาดหลกั ทรพั ย์ (กลต.)) (๑๔) สาหรับประเด็นการโอนการกากับดูแล PVD ไปอยู่ภายใต้คณะกรรมการการออมเพื่อ การเกษียณแห่งชาติที่เสนอให้จัดตั้งขึ้นใหม่เพื่อดูแลให้การกาหนดนโยบายและการกากับดูแล PVD และ กองทุนอื่นที่มีวัตถุประสงค์เพ่ือรองรับการเกษียณมีเอกภาพเป็นไปในทิศทางสอดคล้องกันนั้น สานักงานมี ขอ้ สังเกตว่า อาจทาใหเ้ กิดความซ้าซอ้ น และเปน็ ภาระต่อผู้ประกอบธรุ กิจ โดยสานกั งานเป็นผ้กู ากบั ดูแลบริษัท จัดการซ่ึงบริหารกองทุนรวมและ PVD อยู่แล้ว นอกจากน้ี สานักงานมีแนวทางที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการ คุ้มครองสมาชิกให้มีประสิทธิภาพย่ิงข้ึนและเป็นไปตามมาตรฐานสากลด้วย โดยการพิจารณาปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ. PVD ต่อไป (สานักงานคณะกรรมการกากบั หลักทรัพยแ์ ละตลาดหลักทรพั ย์ (กลต.)) ส่วนที่ ๓ รายงานผลการวเิ คราะหผ์ ลกระทบอนั เกดิ จากรา่ งพระราชบญั ญัติ ๑. ความเปน็ มา สภาพปัญหา ความจาเปน็ ท่จี ะต้องตราพระราชบัญญัติ โดยทีจ่ ะกาหนดให้มีการจดั ต้ังคณะกรรมการการออมเพื่อการเกษยี ณแห่งชาติขึน้ เพื่อกาหนด นโยบายและบริหารจัดการกองทุนต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพและเป็นเอกภาพ ตามกฎหมายว่าด้วย คณะกรรมการการออมเพ่ือการเกษียณแห่งชาติ ดังน้ัน เพ่ือให้การดาเนินงานของกองทุนสารองเล้ียงชีพ สอดคล้องกับกฎหมายดังกล่าวและอยู่ภายใต้การกากับดูแลของคณะกรรมการการออมเพ่ือการ เกษียณ
- 13 - แห่งชาติ จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกองทุนสารองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐ ในเรื่องเก่ียวกับการให้ นายจ้างจดั ให้มกี องทนุ สารองเลี้ยงชีพสาหรับลูกจ้าง อานาจหนา้ ทใี่ นการกากบั ดูแลของคณะกรรมการการออม เพอ่ื การเกษยี ณแห่งชาติ การกาหนดอัตราในการจ่ายเงนิ สะสมและสมทบ ตลอดจนสิทธิของลูกจา้ ง ๒. ความสอดคล้องของร่างพระราชบัญญัติ ร่างพระราชบัญญัติพระราชบัญญัติกองทุนสารองเลี้ยงชีพ (ฉบับท่ี ..) พ.ศ. .... มีความ สอดคลอ้ งกบั พระราชบญั ญตั กิ องทนุ สารองเลี้ยงชพี พ.ศ. ๒๕๓๐ ๓. ประโยชน์ท่ีประชาชนและสังคมจะไดร้ บั ไม่มี ๔. ความสัมพนั ธห์ รอื ความใกล้เคยี งกบั กฎหมายอื่น รา่ งพระราชบัญญัติพระราชบญั ญัตกิ องทนุ สารองเล้ียงชีพ (ฉบับท่ี ..) พ.ศ. .... มคี วามสัมพันธ์ กับพระราชบัญญตั ิกองทนุ สารองเล้ยี งชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐ ซึง่ เป็นกฎหมายหลักทใี่ ชบ้ งั คบั อยู่ ๕. ผลกระทบโดยรวมที่อาจเกดิ ข้ึนจากกฎหมาย ๕.๑ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ไม่มี ๕.๒ ผลกระทบต่อสังคม ไม่มี ๕.๓ ผลกระทบต่อสง่ิ แวดลอ้ มหรือสขุ ภาวะ ไม่มี ๕.๔ ผลกระทบอนื่ ที่สาคัญ การแก้ไขหลักการของพระราชบัญญัติกองทุนสารองเล้ียงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐ และที่แก้ไข เพิ่มเติม จากการออมภาคสมัครใจเป็นภาคบังคับ จะไม่สอดคล้องกับหลักการของพระราชบัญญัติฯ ท่ีมี วัตถุประสงค์ให้กองทุนสารองชีพเป็นกองทุนภาคสมัครใจ และการกาหนดใหน้ ายจา้ งทุกรายต้องจดั ตั้งกองทุน สารองเล้ียงชีพ และลูกจ้างต้องเปน็ สมาชกิ กองทุนสารองเล้ยี งชพี ที่นายจ้างจัดตั้งขึ้น จะเป็นการเพิ่มภาระและ ต้นทนุ ใหก้ ับนายจา้ งขนาดเล็กทม่ี ีข้อจากัดด้านคา่ ใช้จา่ ยและบุคลากรท่ีจะรองรับระบบงานในการจัดต้ังกองทุน สารองเลี้ยงชพี ของตนเอง ๖. การกาหนดใหม้ รี ะบบอนุญาต อนุมัติหรอื การใช้ดลุ พินิจของเจ้าหนา้ ท่ี มี ไมม่ ี ๗. การกาหนดใหม้ รี ะบบคณะกรรมการ มี ไม่มี ๘. บทกาหนดโทษ ไม่มี โทษทางอาญา โทษทางปกครอง โทษปรบั ทางพนิ ัย โทษอปุ กรณ์
- 14 - สว่ นท่ี ๔ การเปดิ เผยรายงานผลการรับฟงั ความคดิ เห็นและรายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบอันเกิดจาก ร่างพระราชบญั ญตั ิ ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร รั บ ฟั ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น แ ล ะ วิ เ ค ร า ะ ห์ ผ ล ก ร ะ ท บ ท่ี อ า จ เ กิ ด ข้ึ น จ า ก ร่ า ง พระราชบัญญตั ิทีเ่ สนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ได้เปดิ เผยรายงานผลการรบั ฟังความ คิดเห็นและรายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบอันเกิดจากร่างพระราชบัญญัติ ทางเว็บไซต์รัฐสภา www.parliament.go.th แลว้ ตั้งแตว่ นั ท่ี ๑๙ มถิ ุนายน ๒๕๖๓ คณะกรรมการรับฟังความคดิ เหน็ และวเิ คราะห์ผลกระทบท่ีอาจเกิดขึ้น จากร่างพระราชบัญญัตทิ ี่เสนอโดยสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรหรือผู้มสี ิทธิเลือกต้ัง สานักงานเลขาธิการสภาผูแ้ ทนราษฎร
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 582
- 583
- 584
- 585
- 586
- 587
- 588
- 589
- 590
- 591
- 592
- 593
- 594
- 595
- 596
- 597
- 598
- 599
- 600
- 601
- 602
- 603
- 604
- 605
- 606
- 607
- 608
- 609
- 610
- 611
- 612
- 613
- 614
- 615
- 616
- 617
- 618
- 619
- 620
- 621
- 622
- 623
- 624
- 625
- 626
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 600
- 601 - 626
Pages: