Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore (4) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

(4) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

Published by agenda.ebook, 2020-08-27 04:32:45

Description: (4) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 2 ครั้งที่ 26-27 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันที่ 2-3 กันยายน 2563

Search

Read the Text Version

สรปุ ทศั นคตขิ องประชาชนของการชมุ นมุ ขดี เส้นตายไลเ่ ผด็จการ TOP POSITIVE ทศั นคติของประชาชน TOP NEGATIVE ประเดน็ ท่มี กี ารพดู ถึง เชิงบวก มากท่ีสดุ คือ ประเดน็ ทีม่ กี ารพดู ถึง เชงิ ลบ มากทสี่ ดุ คอื ถกู ใหก้ าลังใจผชู้ มุ นมุ และขอใหป้ ลอดภัย และ หลอกออกมา ไมม่ ีความคดิ เปน็ ของตนเอง ขอบคุณที่ออกมาเรียกรอ้ งประชาธิปไตยเปน็ และสร้างความเดอื ดรอ้ นใหผ้ อู้ ืน่ ควรนาเวลา ความหวงั ของชาติ ไปทาอยา่ งอื่นดกี วา่ ออกมาชุมนุม ทศั นคตเิ ชงิ บวก ทัศนคตเิ ชงิ ลบ 22% 19% ทศั นคตเิ ชงิ ทวั่ ไป 59% TOP NEUTRAL ประเดน็ ท่ีมกี ารพดู ถึง เชิงทวั่ ไป มากที่สดุ คือ ประเดน็ การชุมนมุ ขีดเส้นตายไลเ่ ผดจ็ การ และ พดู ถึงขอ้ เรยี กรอ้ งตา่ งๆ

สรปุ ทศั นคตขิ องประชาชนตอ่ การแสดงออกทางการเมอื งของนกั เรยี น TOP POSITIVE ทศั นคตขิ องประชาชน TOP NEGATIVE ประเด็นท่ีมีการพูดถึง เชิงบวก มากทส่ี ดุ ประเดน็ ท่ีมีการพดู ถงึ เชิงลบ มากท่สี ุด คือให้กาลังใจนกั เรียนท่ีแสดงสญั ลกั ษณ ์ คือการตอ่วา่ครใู นโรงเรยี นท่หี ้ามนกั เรยี น เพอื่ แสดงจุดยืนทางการเมือง แสดงออกทางการเมือง ทศั นคตเิ ชงิ ลบ 21% ทศั นคตเิ ชงิ บวก 38% ทศั นคตเิ ชงิ ทวั่ ไป 41% TOP NEUTRAL ประเดน็ ทม่ี ีการพดู ถึง เชงิ ทวั่ ไป มากที่สดุ คอื มกี ารประชาสมั พันธท์างช่องทาง ออนไลนเ์ชญิ ชวนทากจิ กรรมดงั กล่าว รว่มกัน

สรปุ ทศั นคตขิ องประชาชนตอ่ การการชมุ นมุ ภาคนี กั เรยี น KKC TOP POSITIVE ทัศนคตขิ องประชาชน TOP NEGATIVE ประเด็นท่มี ีการพูดถึง เชิงบวก มากทสี่ ดุ ทัศนคตเิ ชงิ ลบ ประเดน็ ทม่ี ีการพดู ถึง เชิงลบ มากทีส่ ดุ คอื ใหก้าลงั ใจนักเรียนที่ออกมาชุมนมุ 19% คือวพิ ากษว์จิ ารณ ์ครูถงึ พฤตกิ รรมท่มี ี เรยี กร้องสิทธเิ สรีภาพของตนเอง การคุกคามนักเรยี นในการแสดงออก ทางการเมือง ทัศนคตเิ ชงิ บวก ทศั นคตเิ ชงิ ทว่ั ไป 51% 30% TOP NEUTRAL ประเดน็ ท่มี กี ารพูดถงึ เชงิ ทว่ั ไป มากทส่ี ดุ คอื ใหส้ทิ ธิเสรีภาพแกน่ักเรยี นในการ แสดงจดุ ยืนทางการเมอื ง

สรุปทศั นคติของประชาชนของกจิ กรรม flash mob ลอ่ งเรอื เพอ่ื เสรี (ภาพ) TOP POSITIVE ทัศนคตขิ องประชาชน TOP NEGATIVE ประเดน็ ทมี่ กี ารพดู ถงึ เชงิ บวก มากทสี่ ุด คือ ทศั นคตเิ ชงิ ลบ ประเดน็ ที่มกี ารพดู ถงึ เชิงลบ มากที่สดุ คือ สนบั สนนุ และใหก้ าลงั ใจนกั ศกึ ษาทอ่ี อกมา เหนบ็ แนมวา่ คนมารว่ มกจิ กรรมนอ้ ย และ เรยี กรอ้ งความถกู ตอ้ ง 4% สรา้ งความวนุ่ วาย ทัศนคตเิ ชงิ บวก ทศั นคตเิ ชงิ ทว่ั ไป 41% 55% TOP NEUTRAL ประเดน็ ที่มกี ารพดู ถงึ เชิงทว่ั ไป มากทีส่ ดุ คือ ประเดน็ กิจกรรม flash mob ล่องเรอื เพอ่ื เสรี (ภาพ) ที่มหาวิทยาลัยมหดิ ล

สรปุ ทัศนคติของประชาชนตอ่ การชมุ นมุ ทจ่ี งั หวดั นครราชสมี า TOP POSITIVE ทัศนคติของประชาชน TOP NEGATIVE ประเดน็ ทมี่ กี ารพดู ถึง เชิงบวก มากท่สี ุด คอื ประเดน็ ท่ีมกี ารพดู ถงึ เชงิ ลบ มากที่สดุ คอื ใหก้ าลังใจประชาชนทเี่ ข้ารว่ มการชมุ นมุ มกี ารวพิ ากษว์ จิ ารณ์ เสยี ดสี ถงึ การบริหาร ประเทศของรฐั บาล ทศั นคตเิ ชงิ บวก ทัศนคตเิ ชงิ ลบ 44% 22% ทศั นคตเิ ชงิ ทว่ั ไป 34% TOP NEUTRAL ประเดน็ ทีม่ กี ารพดู ถงึ เชงิ ทวั่ ไป มากทส่ี ุด คอื มกี ารประชาสมั พนั ธท์ างชอ่ งทางออนไลน์ เชิญชวนทากิจกรรมดงั กลา่ วรว่ มกนั

สรุปทศั นคติของประชาชนของกจิ กรรมขอนแกน่ พอกนั ที จัดมอ็ บไล่ แมง่ เลย TOP POSITIVE ทศั นคตขิ องประชาชน TOP NEGATIVE ประเดน็ ทม่ี กี ารพดู ถึง เชิงบวก มากที่สุด คือ ทัศนคตเิ ชงิ ลบ ประเดน็ ทมี่ กี ารพดู ถึง เชงิ ลบ มากท่ีสดุ คือ ใหก้ าลังใจ และสนับสนนุ ผูช้ มุ นุมทีอ่ อกมา 8% สร้างความวนุ่ วาย และเป็นการชมุ นุมทไ่ี ร้ แสดงจุดยืน เรยี กร้องประชาธิปไตย ประโยชน์ ทศั นคตเิ ชงิ บวก 36% ทัศนคตเิ ชงิ ทว่ั ไป 56% TOP NEUTRAL ประเดน็ ทม่ี กี ารพดู ถึง เชิงทว่ั ไป มากท่ีสุด คือ ประเดน็ กิจกรรมขอนแก่นพอกนั ที จดั มอ็ บไล่ แม่งเลย

ภาคผนวก จ.

















































รายงานการพิจารณาศึกษา เร่ือง “การปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายของโครงการก่อสร้างทางรถไฟยกระดบั และถนนยกระดับในเขตกรุงเทพมหานคร และการใช้ประโยชนท์ ด่ี ินของการรถไฟแหง่ ประเทศไทย (โฮปเวลล์)” ของ คณะกรรมาธกิ ารการกฎหมาย การยตุ ิธรรมและสิทธมิ นษุ ยชน สภาผแู้ ทนราษฎร กลมุ่ งานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสทิ ธิมนุษยชน สานกั กรรมาธิการ ๒ สานักงานเลขาธกิ ารสภาผู้แทนราษฎร







ก รายนามคณะกรรมาธกิ าร รายนามคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยตุ ธิ รรมและสิทธิมนษุ ยชน ดังนี้ ๑. นายสิระ เจนจาคะ ประธานคณะกรรมาธกิ าร ๒. นายสุทศั น์ เงนิ หมนื่ ประธานท่ปี รึกษาคณะกรรมาธกิ าร ๓. นายชวลิต วชิ ยสุทธิ์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนท่ีหนึง่ ๔. นางศรีสมร รัศมฤี กษเ์ ศรษฐ์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนท่สี อง ๕. นายชัยวัฒน์ เปา้ เปยี่ มทรพั ย์ รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนที่สาม ๖. นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ส่ี ๗. รอ้ ยตารวจเอก อรณุ สวสั ดี รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนทห่ี า้ ๘. นายคมเดช ไชยศวิ ามงคล รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนทีห่ ก ๙. นายศาสตรา ศรีปาน โฆษกคณะกรรมาธิการ ๑๐. นายรงั สมิ ันต์ โรม โฆษกคณะกรรมาธกิ าร ๑๑. นายนิรมิต สจุ ารี โฆษกคณะกรรมาธิการ ๑๒. นายอาดลิ นั อาลอี ิสเฮาะ กรรมาธิการ ๑๓. นายสงิ หภณ ดีนาง กรรมาธิการ ๑๔. นายชยั ยนั ต์ ผลสวุ รรณ์ กรรมาธกิ าร ๑๕. นายกมลศักด์ิ ลวี าเมาะ เลขานุการคณะกรรมาธิการ

ข รายนามคณะทางาน ๑. นายพีระพันธ์ุ สาลีรฐั วิภาค เปน็ ประธานคณะทางาน ๒. นายชาญชัย อิสระเสนารกั ษ์ เปน็ คณะทางาน ๓. นายโกวิทย์ ธารณา เปน็ คณะทางาน ๔. นายพีระภัฏ บญุ เจริญ เปน็ คณะทางาน ๕. นางนงภรณ์ รงุ่ เพช็ รวงศ์ เป็นคณะทางาน

ค บทสรปุ ผู้บรหิ าร คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน มีหน้าท่ีและอานาจตาม ขอ้ บงั คับการประชมุ สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙๐ (๑) กระทากจิ การ พิจารณาสอบหาข้อเทจ็ จรงิ หรอื ศึกษาเร่ืองใด ๆ ที่เก่ียวกับการดาเนินการตามแนวนโยบายด้านกฎหมาย การยุติธรรม สิทธิมนุษยชน สทิ ธิชมุ ชน สทิ ธิในกระบวนการยุตธิ รรม และความเปน็ ธรรมในระยะเปล่ียนผ่าน ดังน้ัน เพ่ือเป็นการศึกษาปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมายกรณีข้อพิพาทในโครงการ ให้เอกชนลงทุนก่อสร้างทางรถไฟยกระดับในเขตกรุงเทพมหานคร โดยได้รับสิทธิสัมปทานเดินรถระบบรถไฟ ชุมชน (Community Train) และทางด่วนยกระดับสาหรับรถยนต์ หรือท่ีเรียกว่า “โครงการโฮปเวลล์” ท่ีศาลปกครองสูงสุดมีคาพิพากษาให้กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย ชาระเงินให้กับ บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จากัด เป็นเงินกว่า ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท ตามคาชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ว่ามีข้อเท็จจริงและความเป็นมาเป็นประการใด รวมทั้งการดาเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นไปโดยถูกต้อง ตามกฎหมายหรือไม่ เพียงใด จึงเป็นเรื่องสาคัญท่ีเกี่ยวข้องกับการดาเนินการตามแนวนโยบายด้านกฎหมายและ การยุติธรรมอันเป็นประโยชน์ของแผ่นดินและประชาชน ประกอบกับข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และปัญหา ข้อพิพาทในกรณีนี้ไม่ค่อยปรากฏต่อสาธารณชน จึงทาให้ประชาชนขาดความรู้ความเข้าใจท่ีถูกต้อง สมควรที่ คณะกรรมาธิการฯ จะพึงต้องศึกษาความเป็นมา ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และปัญหาข้อพิพาทต่าง ๆ เพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบข้อเท็จจริง และเพื่อเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาให้รัฐบาลและหน่วยงานที่ เกย่ี วขอ้ งต่อไป คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธมิ นษุ ยชน จึงมมี ตติ ง้ั คณะทางานพิจารณา ศึกษาการปฏิบัติตามกฎหมายกรณีโครงการโฮปเวลล์ เพื่อศึกษาข้อเท็จจริงในประเด็นต่าง ๆ ท้ังข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายเพ่ือให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นกลาง ซ่ึงสามารถสรุปข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ท้ังจาก บุคคล เจ้าหน้าท่ีและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง รวมท้ังจากเอกสารและพยานหลักฐานต่าง ๆ ท่ีได้รับจาก บุคคลและหนว่ ยงานท่ีเก่ียวขอ้ ง บัดน้ี คณะกรรมาธิการได้พิจารณาศึกษาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมายเรื่องดังกล่าว โดยได้จัดทารายงานการพิจารณาศึกษาการปฏิบัติตามกฎหมายของโครงการก่อสร้างทางรถไฟยกระดับ และ ถนนยกระดับในเขตกรุงเทพมหานครและการใช้ประโยชน์ท่ีดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (โฮปเวลล์) โดยได้ขอ้ สรปุ และข้อเสนอแนะ ดังน้ี ๑. ข้อเสนอแนะให้พิจารณาแก้ไขพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. ๒๕๔๕ ให้มี ความละเอียดชัดเจนมากขึ้นโดยเฉพาะขั้นตอนและวิธีการในการปฏิบัติงานของสานักงานอนุ ญาโตตุลาการ ผ้ทู จี่ ะทาหน้าท่ีอนุญาโตตุลาการ และอายุความการรับพจิ ารณาข้อพิพาทของคณะอนุญาโตตลุ าการในประเด็น ระหว่างสัญญาทางแพ่งและสัญญาทางปกครองให้ชัดเจน รวมท้ังให้แก้ไขพระราชบัญญัติจัดต้ังศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ เพื่อกาหนดการใช้อานาจหน้าท่ีของผู้บริหารศาลปกครองและ ท่ีประชุมใหญ่ของตุลาการศาลปกครองสูงสุดในการออกระเบียบหลักเกณฑ์ เกี่ยวกับ การปฏิบัติหน้าท่ีของ ตุลาการศาลปกครองต้องไม่เป็นการขัดแยง้ หรือมีลักษณะเสมือนหนง่ึ เปน็ การแก้ไขหลักเกณฑ์ตา่ ง ๆ ที่กาหนด ไวใ้ นพระราชบัญญตั จิ ัดตั้งศาลปกครองและวิธพี จิ ารณาคดี พ.ศ. ๒๕๔๒ ๒. เห็นควรปรับปรุงการปฏิบัติงานของสานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีในส่วนที่เกี่ยวกับการ ติดตามการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีของกระทรวงและหน่วยงานที่เก่ียวข้องให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี โดยสม่าเสมอและเคร่งครัด รวมท้ังควรออกระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติของ กระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานราชการต่าง ๆ ในกรณีท่ีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับมติคณะรัฐมนตรีให้สอบถาม

ง มายังสานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสมอ ท้ังนี้ เพ่ือความถูกต้องชัดเจนของความเข้าใจมติคณะรัฐมนตรี และ เพื่อเปน็ แนวทางปฏบิ ตั ขิ องส่วนราชการต่างๆ ท่ีเป็นแนวทางเดียวกันทง้ั หมด ๓. ผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการพบว่า มีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเบื้องต้นที่เป็น พิรุธบ่งช้ีให้น่าเชื่อว่ามีการกระทาอันมีลักษณะเป็นการทุจริตประพฤติมิช อบของผู้เกี่ยวข้องกับโครงการ โฮปเวลล์มาตง้ั แต่ตน้ จนปจั จุบัน ท้ังภาคการเมือง ภาครัฐ และเอกชน ซึง่ อาจจะมีผลตอ่ ความผกู พันตามสัญญา สัมปทานโครงการโฮปเวลล์ และการปฏิบัติตามคาพิพากษาศาลปกครองสูงสุด โดยเฉพาะควรตรวจสอบและ ทบทวนจานวนเงินค่าใช้จ่ายในการดาเนินการโครงการโฮปเวลล์ของ บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จากัด ตามหลักฐานใบเสร็จรับเงินที่ บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จากัด อ้างอิงและนามาประกอบคาเสนอข้อ พิพาทต่ออนุญาโตตุลาการให้มีความถูกต้อง เน่ืองจากพบว่าการเม่ือการรถไฟแห่งประเทศไทยทาการ ตรวจสอบแลว้ ปรากฎว่ามีจานวนเงินตามใบเสร็จรับเงินท่ีถูกต้องเพียงประมาณ ๑,๗๓๒ ล้านบาทเท่าน้ัน ทั้งน้ี เพ่ือเป็นการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของแผ่นดินและของประชาชน คณะกรรมาธิการขอเสนอแนะให้รัฐบาล พจิ ารณาดาเนินการตามกฎหมายกับ บริษทั โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จากัด และบุคคลต่าง ๆ ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง โดย ควรท่ีจะให้หนว่ ยงานภาครฐั ที่มีอานาจหนา้ ทีด่ าเนินการตรวจสอบข้อเทจ็ จริง ขอ้ กฎหมาย และพยานหลักฐาน ต่าง ๆ และดาเนินการตามกฎหมายต่าง ๆ กับผู้กระทาความผิด หากพบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานท่ี เพียงพอต่อไปโดยด่วน และควรให้กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานราชการต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องกับกรณี โครงการโฮปเวลล์ทั้งหมด ตรวจสอบและทบทวนการดาเนินการต่าง ๆ ของตนเองว่ามีข้อบกพร่องหรือ ผดิ พลาดประการใดบา้ งและให้หน่วยงานดงั กลา่ วดาเนินการแก้ไขข้อบกพร่องหรือผิดพลาดนั้นโดยด่วนท่สี ดุ

สารบญั หนา้ ก รายนามคณะกรรมาธิการ ข รายนามคณะทางาน ค บทสรุปผู้บรหิ าร จ สารบัญ ๒ ๓ ๑. ความเปน็ มา ๓ ๒. วธิ กี ารพจิ ารณาศึกษา ๓ ๓. หน่วยงานและเอกสารทเ่ี กี่ยวขอ้ ง ๖ ๖ ๓.๑ หน่วยงานที่เก่ยี วข้อง ๒๓ ๔. ผลการพจิ ารณา ๕๑ ๕๑ ๔.๑ รายละเอยี ดความเป็นมา ๔.๒ ข้อกฎหมาย ข้อเทจ็ จริง และข้อพริ ุธ ๕๔ ๕. ข้อสงั เกตประเด็นสาคัญ ๕๕ ๕.๑ การบอกเลิกสญั ญาสัมปทานเม่อื วนั ท่ี ๒๗ มกราคม ๒๕๔๑ ๕๕ ๔.๒ การเปล่ยี นแปลงผู้ถอื หุ้นใหญ่ของ บรษิ ทั โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จากดั ๕๕ เม่ือ พ.ศ. ๒๕๔๘ ๕๕ ๖. ข้อสังเกตดา้ นกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ๕๖ ๕๘ ๖.๑ อายุความการยน่ื เสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตลุ าการ ๖.๒ การแก้ไขเปล่ยี นแปลงอายุความฟ้องคดสี ัญญาทางปกครอง เมื่อวันท่ี ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ๖.๓ การดาเนนิ การพจิ ารณาชีข้ าดของอนญุ าโตตลุ าการ ๖.๔ การพจิ ารณาในช้ันศาลปกครอง ๗. ข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธกิ าร

รายงานการพิจารณาศกึ ษาการปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายของโครงการก่อสรา้ งทางรถไฟยกระดบั และ ถนนยกระดบั ในเขตกรุงเทพมหานคร และการใช้ประโยชนท์ ด่ี ินของการรถไฟแหง่ ประเทศไทย (โฮปเวลล์) ของ คณะกรรมาธกิ ารการกฎหมาย การยตุ ิธรรมและสทิ ธิมนุษยชน สภาผแู้ ทนราษฎร --------------------------------------- ตามท่ีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดท่ี ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งท่ี ๒๑ (สมัยสามัญประจาปีคร้ังท่ีหน่ึง) วันพุธที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๒ ท่ีประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติต้ังคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้มีหน้าที่และอานาจตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙๐ (๑)คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน มีหน้าที่และอานาจกระทา กิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เก่ียวกับการดาเนินการตามแนวนโยบายด้านกฎหมาย การยตุ ิธรรม สิทธมิ นุษยชน สิทธชิ ุมชน สทิ ธใิ นกระบวนการยุติธรรม และความเปน็ ธรรม ประกอบด้วย ๑. นายปิยบตุ ร แสงกนกกุล ประธานคณะกรรมาธิการ ๒. นายสทุ ัศน์ เงนิ หมนื่ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ๓. นายชวลติ วชิ ยสทุ ธ์ิ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนทส่ี อง ๔. นายสิระ เจนจาคะ รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนที่สาม ๕. นางสาวพรรณิการ์ วานชิ รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนทสี่ ี่ ๖. นายวิสิทธิ์ พทิ ยาภรณ์ รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนท่ีห้า ๗. นายคมเดช ไชยศิวามงคล รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หก ๘. นายพีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค ทปี่ รึกษาประจาคณะกรรมาธิการ ๙. นายศาสตรา ศรปี าน โฆษกคณะกรรมาธิการ ๑๐. นายรงั สมิ นั ต์ โรม โฆษกคณะกรรมาธกิ าร ๑๑. ร้อยตารวจเอก อรุณ สวัสดี โฆษกคณะกรรมาธกิ าร ๑๒. นายนริ มิต สุจารี โฆษกคณะกรรมาธิการ ๑๓. นายจุลพันธ์ อมรววิ ฒั น์ กรรมาธกิ าร ๑๔. นายอาดลิ นั อาลอี สิ เฮาะ กรรมาธิการ ๑๕. นายกมลศกั ดิ์ ลวี าเมาะ เลขานุการคณะกรรมาธกิ าร นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ต้ังแต่วันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๒ ทาให้ความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและความเป็นกรรมาธิการฯส้ินสุดลง ต่ อมา ในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดท่ี ๒๕ ปีท่ี ๑ ครั้งที่ ๑๘ (สมัยสามัญประจาปีคร้ังท่ีสอง) วันท่ี ๑๕ มกราคม ๒๕๖๓ ที่ประชุมเห็นชอบให้ตั้ง นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ เป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสทิ ธิมนษุ ยชน แทนนายพรี ะพันธุ์ สาลรี ฐั วิภาค หลังจากนัน้ นายปิยบตุ ร แสงกนกกุล และนางสาว พรรณิการ์ วานิช ได้พ้นจากตาแหน่งเมื่อวันศุกร์ที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ต่อมานายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้ขอ ลาออกจากการเป็นกรรมาธิการในวันที่ ๑๒ มถิ ุนายน ๒๖๖๓ หลังจากนั้น ในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดท่ี ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งท่ี ๖ (สมัยสามัญประจาปี ครั้งท่ีหน่ึง) เป็นพิเศษ ในวันพฤหัสบดีท่ี ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๓ ที่ประชุมเห็นชอบให้ตั้งนายชัยวัฒน์ เป้าเป่ียมทรัพย์ นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ และนายสิงหภณ ดีนาง เป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและ สิทธมิ นษุ ยชน แทนนายปิยบุตร แสงกนกกลุ และนางสาวพรรณิการ์ วานชิ

๒ อน่ึง ในคราวการประชมุ คณะกรรมาธกิ ารการกฎหมาย การยตุ ธิ รรมและสิทธิมนษุ ยชน คร้ังท่ี ๓๓ วันพธุ ท่ี ๒๔ มิถนุ ายน ๒๕๖๓ ทท่ี ่ีประชมุ มมี ติแตง่ ต้งั ตำแหนง่ ต่ำง ๆ ของคณะกรรมำธิกำร ดงั นี้ ๑. นายสริ ะ เจนจาคะ ประธานคณะกรรมาธกิ าร ๒. นายสุทศั น์ เงินหมื่น ประธานท่ีปรกึ ษาคณะกรรมาธิการ ๓. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึง่ ๔. นำงศรีสมร รัศมีฤกษเ์ ศรษฐ์ รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนที่สอง ๕. นายชัยวฒั น์ เป้าเปี่ยมทรพั ย์ รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนทส่ี าม ๖. นายวสิ ิทธิ์ พิทยาภรณ์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนท่สี ่ี ๗. ร้อยตารวจเอก อรุณ สวัสดี รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนทหี่ า้ ๘. นายคมเดช ไชยศิวามงคล รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนที่หก ๙. นายศาสตรา ศรีปาน โฆษกคณะกรรมาธกิ าร ๑๐. นายรงั สิมนั ต์ โรม โฆษกคณะกรรมาธิการ ๑๑. นายนริ มติ สจุ ารี โฆษกคณะกรรมาธกิ าร ๑๒. นายอาดลิ นั อาลอี สิ เฮาะ กรรมาธิการ ๑๓. นายสงิ หภณ ดีนาง กรรมาธิการ ๑๔. นายชยั ยนั ต์ ผลสุวรรณ์ กรรมาธิการ ๑๕. นายกมลศกั ดิ์ ลีวาเมาะ เลขานกุ ารคณะกรรมาธกิ าร ท้ังนี้ เม่ือวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๒ คณะกรรมาธิการฯ มีมติตั้งคณะทางานพิจารณาศึกษา การปฏิบัตติ ามกฎหมายกรณีโฮปเวลล์ เพ่อื พจิ ารณาศึกษาข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และการปฏิบัติตามกฎหมายต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องในโครงการให้เอกชนลงทุนก่อสร้างทางรถไฟยกระดับในเขตกรุงเทพมหานคร โดยได้รับสิทธิสัมปทาน เดินรถระบบรถไฟชุมชน (Community Train) และทางด่วนยกระดับสาหรับรถยนต์ (โครงการโฮปเวลล์) รวมทั้ง เพ่อื เสนอขอ้ เสนอแนะทพี่ งึ ปฏบิ ัตติ ่อรัฐบาลและหนว่ ยงานที่เกยี่ วข้อง ประกอบดว้ ยบุคคลดงั ตอ่ ไปน้ี ๑. นายพรี ะพันธ์ุ สาลรี ฐั วิภาค ประธานคณะทางาน ๒. นายชาญชยั อิสระเสนารกั ษ์ คณะทางาน ๓. นายโกวิทย์ ธารณา คณะทางาน ๔. นายพรี ะภฏั บุญเจรญิ คณะทางาน ๕. นางนงภรณ์ รงุ่ เพช็ รวงศ์ คณะทางาน บัดน้ี คณะกรรมาธิการฯ ได้ดาเนินการพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษาการปฏิบัติตาม กฎหมายของโครงการก่อสร้างทางรถไฟยกระดับ และถนนยกระดับในเขตกรุงเทพมหานครและการใช้ประโยชน์ ที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (โฮปเวลล์) เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอรายงานผลการศึกษาเรื่องดังกล่าวต่อ สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาต่อไป ๑. ความเปน็ มา วันท่ี ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๒ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผแู้ ทนราษฎร ได้พิจารณาศึกษากรณีทศ่ี าลปกครองสูงสดุ ในคดพี ิพาทระหว่างกระทรวงคมนาคมและการรถไฟ แห่งประเทศไทย กับ บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จากดั ในโครงการให้เอกชนลงทุนก่อสรา้ งทางรถไฟยกระดับ ในเขตกรุงเทพมหานคร โดยได้รับสิทธิสัมปทานเดินรถระบบรถไฟชุมชน (Community Train) และทางด่วน ยกระดับสาหรับรถยนต์ ท่ีเรียกว่า “โครงการโฮปเวลล์” มีคาพิพากษาให้กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่ง ประเทศไทยชาระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยให้ บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จากัด เป็นเงินกว่า ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท ตามคาชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ คณะกรรมมาธิการฯ มีความเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับประโยชน์ สาคัญของแผน่ ดินสมควรจะต้องศึกษาข้อเท็จจรงิ และข้อกฎหมายท่ีเกี่ยวขอ้ งให้ละเอียดมากขึ้น เพ่ือหาแนวทางใน

๓ การป้องกันมิให้เกิดปัญหาเช่นกรณีน้ีอีก รวมทั้งเพื่อเสนอแนะรัฐบาลและหน่วยงานที่เก่ียวข้องถึงแนวทางท่ีพึง ปฏิบัติต่อไป คณะกรรมมาธิการฯ จึงมีมติต้ังคณะทางานพิจารณาศึกษาการปฏิบัติตามกฎหมายกรณีโฮปเวลล์ (คณะทางานฯ) เพ่ือพจิ ารณาศึกษาข้อเท็จจรงิ ขอ้ กฎหมาย และการปฏิบตั ิตามกฎหมายต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง รวมทั้ง เพ่ือพจิ ารณาเสนอขอ้ เสนอแนะที่พึงปฏิบัตติ ่อรฐั บาลและหน่วยงานทเ่ี กี่ยวข้อง คณะทางานฯ มีการประชุมศึกษาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย รวมทั้งการปฏิบัติตามกฎหมาย ตา่ ง ๆ ในโครงการโฮปเวลล์ รวมทง้ั ส้ิน ๖ ครั้ง และเชญิ อดีตเจา้ หน้าท่ีของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาให้ข้อเท็จจริง ๑ ท่าน ทั้งนี้ คณะทางานฯ ได้ศึกษาข้อเท็จจริงจากเอกสารและพยานหลักฐาน ต่าง ๆ ที่ได้รับจากบุคคลและหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องดังกล่าว เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการสรุปความคิดเห็น เสนอต่อ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เพ่ือจะได้จัดทารายงานการพิจารณาศึกษาเร่ือง ดงั กลา่ วเสนอตอ่ สภาผูแ้ ทนราษฎรเพื่อพิจารณาตอ่ ไป ๒. วิธีการพิจารณาศึกษาของคณะทางานฯ คณะทางานพิจารณาศึกษาการปฏิบัติตามกฎหมายกรณีโฮปเวลล์ ในคณะกรรมาธิการการ กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้ศึกษาขอ้ เทจ็ จรงิ ขอ้ กฎหมาย และพยานหลักฐานท่ี เกิดข้ึนในการดาเนินโครงการโฮปเวลล์ตั้งแต่เร่ิมต้นโครงการจนถึงการตรวจสอบข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และ ปัญหาต่าง ๆ โดยคณะทางานตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน “กรณีโฮปเวลล์” ตามคาสั่งสานัก นายกรัฐมนตรี ที่ ๑๔๓/๒๕๖๒ ลงวนั ท่ี ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๒ โดยเชิญหน่วยงานที่เกยี่ วข้องมาร่วมประชุมและให้ ศึกษาข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย ตลอดจนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาท่ีเกิดข้ึนจากโครงการ โฮปเวลลร์ วมทงั้ สน้ิ เปน็ จานวน ๖ คร้ัง ดงั นี้ คร้งั ท่ี ๑ วันท่ี ๒๕ ตลุ าคม ๒๕๖๒ ครง้ั ที่ ๒ วันที่ ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๖๒ ครั้งท่ี ๓ วนั ที่ ๑ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๒ ครง้ั ที่ ๔ วันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ครั้งท่ี ๕ วนั ที่ ๑๔ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๒ ครั้งท่ี ๖ วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ นอกจากน้นั คณะทางานฯ ยังได้รับข้อมูลเพ่ิมเติมทั้งจากคณะทางานตรวจสอบและรวบรวม พยานหลักฐาน “กรณีโฮปเวลล์” ท่ีต้ังข้ึนตามคาสั่งสานักนายกรัฐมนตรี ท่ี ๑๔๓/๒๕๖๒ ลงวันท่ี ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๒ และจากคณะทางานศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาความเสียหายของรฐั ในโครงการระบบขนส่งทางรถไฟยกระดับ ในกรุงเทพมหานคร (คดโี ฮปเวลล)์ และโครงการทางด่วนสายบางปะอิน – ปากเกร็ด (คดี BEM) ที่ต้ังขึ้นตามคาส่ัง กระทรวงคมนาคม ที่ ๒๔๘/๒๕๖๒ ลงวันที่ ๒๖ สงิ หาคม ๒๕๖๒ (และทีแ่ กไ้ ขเพ่มิ เติม) อีกดว้ ย พจิ ารณา ดงั น้ี ๓. หน่วยงานและเอกสารทเี่ ก่ียวข้อง คณะทางานฯ ได้ดาเนินการโดยเชิญหน่วยงานมาศึกษาข้อมูล ข้อเท็จจริงและประกอบการ ๓.๑ หน่วยงานท่ีเกยี่ วข้อง ๑) สานักงานเลขาธกิ ารคณะรัฐมนตรี ๑. นายปญั ญาพล ศรเี รอื งแกว้ รองเลขาธกิ ารคณะรฐั มนตรี ๒. นางสาวณฐั ินี พรหมประสิทธ์ิ นกั วิเคราะห์นโยบายและแผนชานาญการ

๔ ๒) สถาบนั อนญุ าโตตลุ าการ ๑. นายพรภทั ร์ ตันติกลุ านนั ท์ ผู้อานวยการบรหิ ารสถาบนั อนญุ าโตตุลาการ / ผ้พู ิพากษาศาลชั้นตน้ ประจาสานกั ประธานศาลฎกี า ๒. นางสาววิชญา แก้วเกดิ นติ กิ รปฏิบัติการ สานกั งานศาลยุตธิ รรม ๓) การรถไฟแห่งประเทศไทย ๑. นายเติมสทิ ธิ์ บุญณรงค์ รองผู้อานวยการฝ่ายดา้ นการบัญชี ๒. นายสยมภู ฤทธิว์ ิรฬุ ห์ หวั หน้าสานักงานอาณาบาล ๓. นางขวญั จติ ตระการเหงย่ี ม หัวหนา้ งานประมวลบัญชี ๔. นายสุทธริ กั ษ์ ย้มิ ยัง หวั หนา้ งานนิตกิ รรม ๕. นายสุขี ผอ่ งอาไพ หวั หน้าแผนกบรหิ ารงานทว่ั ไป ๖. นายเล็ก อุตสา่ ห์ ผู้ว่าคดี ๗. นางสาววรี ณันท์ ดวงชน่ื พนักงานการบัญชี ๖ ๔) สานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ๑. นางภทั รา โชว์ศรี รองผ้วู ่าการตรวจเงนิ แผน่ ดิน ๒. นางสาวบรรลูน ศริ สิ ิงห์สงั ชัย ผอู้ านวยการสานักตรวจสอบการเงินและ บริหารพัสดุท่ี ๑๑ ๓. สบิ ตารวจตรหี ญงิ สุวภิ าภรณ์ ศุภประเสริฐ นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินชานาญการพิเศษ ๔. นางสาวนิภาวรรณ ประเสริฐศราวุธ นกั วิชาการตรวจเงินแผ่นดินชานาญการ ๕) กรมบัญชกี ลาง ๑. นางกิตติมา อังกนิ นั ทน์ ผอู้ านวยการกองละเมดิ และแพ่ง ๒. นางสาวนพพร อุณาภาค ผู้เชี่ยวชาญด้านละเมิดและแพ่ง ๓. นางสาวชลธิชา นวลนอ้ ย รักษาการในตาแหน่งผูอ้ านวยการกลุม่ งานละเมดิ และแพง่ ๒

๕ ๖) กรมพัฒนาธุรกิจการคา้ ๑. นายพนู พงษ์ นัยนาภากรณ์ รองอธบิ ดีกรมพฒั นาธุรกจิ การคา้ ๒. นายจิตรกร ว่องเขตกร นิติกรเชี่ยวชาญ ๓. นายวรวิทย์ สิงห์อินทร์ ผู้อานวยการกองบริหารการประกอบธุรกจิ ของ ชาวตา่ งชาติ ๔. นางเดือนรงุ่ สถิตย์ชยั วัฒนา นติ กิ รชานาญการพิเศษ ๕. นางสาวสุกัญญา ถนอมกล่อม นติ กิ รชานาญการพิเศษ ๗) สานักงานคณะกรรมการสง่ เสรมิ การลงทนุ ๑. นายโชคดี แกว้ แสง รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทนุ ๒. นางสาวปุณยนชุ มีกาลงั ผ้อู านวยการกลมุ่ กฎหมาย ๓. นายธรรมรัตน์ รัตนพันธ์ นติ ิกร ๘) สานกั งานคณะกรรมการนโยบายรฐั วสิ าหกจิ ๑. นายทพิ ย อุทยั สาง ผเู้ ชีย่ วชาญเฉพาะด้านเพม่ิ มูลค่ารฐั วสิ าหกิจ ๒. นางสาวฐติ ิพร บญุ โสภาค นักวิเคราะห์รฐั วิสาหกิจชานาญการ ๙) สานกั งานป้องกนั และปราบปรามการฟอกเงนิ ๑. นายเทพสุ บวรโชติดารา ผู้อานวยการกองขา่ วกรองทางการเงนิ ๒. รอ้ ยตารวจเอก คณุ กฤต แก้วสุขสุด นักสืบสวนสอบสวนปฏบิ ตั ิการ ๑๐) สานกั งานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการ ทุจรติ ในภาครฐั ๑. นางอรวรรณ ทลู มณี นิตกิ รชานาญการ ๒. นายวสวัตติ์ ปัญญาจริ ภาส นติ กิ รปฏบิ ัตกิ าร ๓. นางสาวฐติ ภิ า กุลนวิ ฒั เจริญ นติ กิ รปฏิบตั ิการ

๖ ๑๑) กรมสอบสวนคดีพเิ ศษ ๑. พันตารวจตรี ยุทธนา แพรดา ผูอ้ านวยการกองคดีการเงนิ การธนาคารและ การฟอกเงนิ ๒. พนั ตารวจโท สายณั ห์ พรอ้ มสินทรัพย์ รองผอู้ านวยการกองคดีความมั่นคง ๓. พนั ตารวจโทหญงิ พรทพิ ย์ ล.วรี ะพรรค ผอู้ านวยการกองคดีความผดิ เก่ยี วกับการเสนอราคา ต่อหนว่ ยงานของรัฐ ๑๒) กรมสรรพากร ๑. นายปิ่นสาย สุรัสวดี ทป่ี รึกษาดา้ นยุทธศาสตรแ์ ละการจัดเกบ็ ภาษี (กล่มุ ธรุ กรรมทางการเงนิ การธนาคาร) ๒. นายศภุ ชยั บารงุ ศรี นกั วิชาการสรรพากรชานาญการพเิ ศษ รักษาการในตาแหน่งนติ กิ รเชย่ี วชาญ ๓. นางสาวเสาวนยี ์ มแี สง นกั วิชาการภาษีเช่ียวชาญ ๔. นางพมิ พอ์ ร ยิ้มประเสริฐ นกั วิชาการภาษีชานาญการพิเศษ ๕. นายรังสรรค์ หลวงเมือง นติ กิ รชานาญการพเิ ศษ ๖. นายตฤบดี ฤทธเิ รอื งเดช นติ กิ รชานาญการ รกั ษาการในตาแหน่งนติ ิกรชานาญการพิเศษ ๑๓) ผู้เกี่ยวข้อง นายสวุ ัฒน์ วาณสี บุ ตุ ร อดตี ขา้ ราชการสานกั งานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ ๔. ผลการพิจารณาของคณะกรรมาธกิ ารฯ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาศึกษาการปฏิบัติตามกฎหมายของโครงการก่อสร้างทางรถไฟ ยกระดับ และถนนยกระดับในเขตกรุงเทพมหานครและการใช้ประโยชน์ท่ีดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (โฮปเวลล)์ ตามรายงานของคณะทางานฯ เสร็จเรียบร้อยแล้ว มีมตเิ ห็นชอบดว้ ยกับคณะทางานฯ สรปุ ได้ดังน้ี ๔.๑ รายละเอียดความเปน็ มาของโครงการโฮปเวลล์ ๔.๑.๑ จุดเริม่ ตน้ โครงการไม่เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี โครงการโฮปเวลล์ หรือ โครงการให้เอกชนลงทุนก่อสร้างทางรถไฟยกระดับ โดยได้รับสัมปทานเดินรถระบบรถไฟชุมชน (Community Train) และทางด่วนยกระดับสาหรับรถยนต์ เร่ิมต้นจาก การทคี่ ณะรฐั มนตรมี ีมติเมอ่ื วนั ท่ี ๑๙ กันยายน ๒๕๓๒ เห็นชอบในหลักการใหก้ ระทรวงคมนาคมไปดาเนนิ การให้มี การก่อสร้างทางรถไฟยกระดับในเขตกรุงเทพมหานครโดยให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน รวม ๓ ตอน หรือ ๓ เส้นทาง คือ กรุงเทพฯ-บางซ่ือ , ยมราช-มักกะสัน และมักกะสัน-แม่น้า ระยะทางท้ังสิ้น ๑๓ กิโลเมตร เงินลงทุน ๒,๐๐๐ ล้าน

๗ บาท ตามท่ีกระทรวงคมนาคมเสนอ ตามหนังสือกระทรวงคมนาคม ด่วนที่สุด ที่ คค ๐๒๐๔/๑๓๔๖๓ ลงวันท่ี ๑๒ กันยายน ๒๕๓๒ ต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในขณะนั้น (นายมนตรี พงษ์พานิช) ได้ออกคาส่ังกระทรวง คมนาคม ท่ี ๒๘๓/๒๕๓๒ ลงวันท่ี ๖ ตุลาคม ๒๕๓๒ แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาดาเนินโครงการให้เอกชน ลงทุนก่อสร้างทางรถไฟยกระดับ โดยได้รับสัมปทานเดินรถระบบรถไฟชุมชน (Community Train) และทางด่วน ยกระดับสาหรับรถยนต์ (โครงการโฮปเวลล์) ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธานกรรมการ รอง ปลดั กระทรวงคมนาคม (ฝ่ายการขนส่งทางบก) เป็นรองประธานกรรมการ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย อธบิ ดี กรมทางหลวง อธิบดกี รมขนส่งทางบก กรรมการผจู้ ัดการใหญ่บริษัท ขนสง่ จากดั เปน็ กรรมการ และมีผูแ้ ทนการ รถไฟแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการและเลขานกุ าร (คณะกรรมการดาเนินโครงการฯ) มหี น้าที่กาหนดรูปแบบและ คัดเลือกเส้นทางท่ีเหมาะสมท่ีจะประกาศเชิญชวนให้เอกชนมาลงทุน พร้อมกาหนดเง่ือนไขต่าง ๆ (TOR) และ พจิ ารณาคัดเลอื กเอกชนผู้สนใจมาลงทุนโครงการโฮปเวลล์มีรายละเอียดท่จี ะต้องศึกษาและตรวจสอบพ้นื ที่ทจ่ี ะทา โครงการมากมาย แต่คณะกรรมการดาเนินโครงการฯ กลับมีการประชุมหารือกันเพียงหนึ่งครั้งเม่ือวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๓๒ ก็สามารถกหนดเส้นทาง รปู แบบ และเงื่อนไขที่จะประกาศเชิญชวนเอกชนผู้สนใจมาลงทุน (TOR) ได้ หลังจากนั้นก็ประกาศเชิญชวนให้เอกชนท่ีสนใจโครงการโฮปเวลล์มาซื้อซองเพื่อเสนอเงื่อนไขการดาเนินการใน วันท่ี ๑๖ ตุลาคม ๒๕๓๒ โดย TOR ได้กาหนดให้ผู้ลงทุนสร้างทางรถไฟยกระดับบนชั้นท่ี ๑ และทางรถยนต์ ยกระดับอยู่ชั้นท่ี ๒ รวม ๔ ตอน หรือ ๔ เส้นทาง มีกาหนดระยะเวลาสัมปทาน ๓๐ ปี ไม่นับรวมระยะเวลา ก่อสรา้ งประมาณ ๓ – ๕ ปี ซง่ึ ตอ้ งถือวา่ TOR ดังกล่าวกาหนดรายละเอียดโครงการให้สทิ ธเิ อกชนท่ีสนใจโครงการ มากกว่าหลักการตามมติคณะรัฐมนตรีวันท่ี ๑๙ กันยายน ๒๕๓๒ กล่าวคือ เพ่ิมเส้นทางอีก ๑ ตอน หรือ ๑ เส้นทาง คือ ตอนมักกะสัน-หัวหมาก และมีระยะทางรวมเพิ่มข้ึนจาก ๑๓ กิโลเมตรเป็น ๒๓.๓ กิโลเมตร ทั้งยัง กาหนดให้มีโครงการทางยกระดับสาหรับรถยนต์เพิ่มเติมข้ึนจากมติคณะรัฐมนตรีวันท่ี ๑๙ กันยายน ๒๕๓๒ โดยไมไ่ ดข้ ออนุมตั คิ ณะรัฐมนตรีก่อนท่จี ะดาเนนิ การเลย ๔.๑.๒ บริษัท โฮปเวลล์ โฮลดิ้ง จากัด (ฮ่องกง) ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ดาเนิน โครงการโฮปเวลล์โดยไมช่ อบ ในวันท่ีกาหนดให้เอกชนท่ีสนใจโครงการโฮปเวลล์มาซื้อซองเพ่ือเสนอเง่ือนไข การดาเนินการคือวนั ที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๓๒ น้ัน มีเอกชนสนใจซ้ือซองเสนอเง่อื นไขดาเนินโครงการโฮปเวลล์ จานวน ๔ ราย คอื ๑) บริษัท Hopewell Holdings Ltd. (Hong Kong) หรือ บริษัท โฮปเวลล์ โฮลดง้ิ จากดั (ฮ่องกง) ๒) บริษัท International Contract and Consulting Services Co., Ltd. ๓) บรษิ ทั Modular Construction & Supply Co., Ltd. และ ๔) บริษทั สยาม เอบีซี จากดั กาหนดให้ย่ืนซองขอ้ เสนอดาเนินโครงการโฮปเวลล์ในวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๓๓ แต่กลับมีผู้ยื่นซองข้อเสนอเพียงรายเดียว คือ บริษัท Hopewell Holding Limited (Hong Kong) หรือ บริษัท โฮปเวลล์ โฮลดิ้ง จากัด (ฮ่องกง) ซ่ึงเป็นบริษัทหรือนิติบุคคลต่างด้าวท่ีจดทะเบียนจัดต้ังข้ึนท่ีเมืองฮ่องกง ท้ังน้ี ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๒๑ (ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะน้ัน) กาหนดว่าหากการ ประกวดราคาคร้ังใด ไม่มีผู้เสนอราคาหรือมีผู้เสนอราคารายเดียว ต้องเสนอยกเลิกการประกวดราคาคร้ังน้ัน เพ่ือ ดาเนินการประกวดราคาใหม่ ยิ่งกว่าน้ัน ในการย่ืนข้อเสนอดาเนินโครงการโฮปเวลล์ของ บริษัท โฮปเวลล์ โฮลด้ิง จากัด (ฮ่องกง) ก็ยังมีปัญหาเกี่ยวกับหลักประกันการเสนอเง่ือนไขดาเนินโครงการของ บริษัท โฮปเวลล์ โฮลดิ้ง จากัด (ฮ่องกง) อีก เน่ืองจากหลักฐานการประกันดังกล่าวของธนาคารพาณิชย์ ที่ บริษัท โฮปเวลล์ โฮลด้ิง จากัด (ฮ่องกง) นามายื่นเสนอต่อคณะกรรมการดาเนินโครงการฯ ตามเง่ือนไขการย่ืนข้อเสนอดาเนินโครงการฯ ก็มี ข้อขัดข้องและผิดระเบียบราชการ แต่คณะกรรมการดาเนินโครงการฯ กลับเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง

๘ คมนาคมในขณะน้ันอนุมัติให้ บริษัท โฮปเวลล์ โฮลด้ิง จากัด (ฮ่องกง) ออกหนังสือของ บริษัท โฮปเวลล์ โฮลด้ิง จากัด (ฮ่องกง) ค้าประกันตนเองประกอบกับหนังสือค้าประกันของธนาคารพาณิชย์ได้ ซึ่งไม่เป็นไปตามระเบียบ และวิธีการปฏิบตั ิราชการที่ถูกต้อง โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในขณะน้ันได้ใชอ้ านาจส่ังการและอนุมัติ ให้ดาเนินการต่อไปได้ ทาให้คณะกรรมการดาเนินโครงการฯ สามารถเปิดซองข้อเสนออ่ืน ๆ ของ บรษิ ัท โฮปเวลล์ โฮลดิ้ง จากัด (ฮ่องกง) มาพิจารณาต่อไปไดต้ ามกระบวนการคัดเลือก และในท่ีสุดคณะกรรมการดาเนินโครงการฯ ก็ได้พิจารณาเลือกให้ บริษัท โฮปเวลล์ โฮลดิ้ง จากัด (ฮ่องกง) ซ่ึงเป็นผู้ย่ืนข้อเสนอเพียงรายเดียวเป็นผู้ดาเนิน โครงการโฮปเวลล์ ทั้ง ๆ ทเี่ ป็นการผดิ ระเบยี บและวธิ ีการปฏิบตั ริ าชการ นอกจากนั้น ยังปรากฏด้วยว่า บริษัท โฮปเวลล์ โฮลด้ิง จากัด (ฮ่องกง) เสนอ ท่ีจะทาโครงการโฮปเวลล์เกินกว่าที่กาหนดไว้ใน TOR และเกินกว่ามติคณะรัฐมนตรีวันท่ี ๑๙ กันยายน ๒๕๓๒ ด้วยการเสนอทาโครงการรวมท้ังสิ้น ๗ ตอน หรือ ๗ เส้นทาง ระยะทางรวมท้ังสิ้น ๖๓.๓ กิโลเมตร มากกว่า หลักการตามมติคณะรัฐมนตรีวนั ที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๓๒ ที่กาหนดไว้เพยี ง ๓ ตอน หรือ ๓ เส้นทาง ระยะทาง ๑๓ กิโลเมตร และมากกว่าที่คณะกรรมการดาเนินโครงการฯ กาหนดไว้ใน TOR รวมท้ังส้ิน ๔ ตอน หรือ ๔ เส้นทาง ระยะทางรวมทง้ั สิ้น ๒๓.๓ กิโลเมตร ตอ่ มาวันท่ี ๖ มีนาคม ๒๕๓๓ นอกจากนั้น บริษัท โฮปเวลล์ โฮลดิ้ง จากัด (ฮ่องกง) ยังเป็นนิติบคุ คลต่างด้าว ท่ีจดทะเบียนจัดต้ังบริษัทที่เมืองฮ่องกง ในขณะท่ีโครงการโฮปเวลล์เป็นธุรกิจหรือกิจการ “ขนส่งทางบก” ตาม บญั ชี ข. ท้ายประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๘๑ ลงวันท่ี ๒๔ พฤศจกิ ายน ๒๕๑๕ ว่าด้วยการประกอบธรุ กจิ ของคน ต่างดา้ ว ท่ีห้ามมใิ ห้คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างดา้ วประกอบธุรกิจ “ขนสง่ ทางบก” ก่อนได้รบั อนุญาตจากรัฐบาล โดยข้อเท็จจริงปรากฎว่า ในขณะท่ี บริษัท โฮปเวลล์ โฮลด้ิง จากัด (ฮ่องกง) ย่ืนซองเสนอเง่ือนไขดาเนินโครงการ โฮปเวลล์น้ัน บริษัท โฮปเวลล์ โฮลด้ิง จากัด (ฮ่องกง) ยังไม่เคยได้รับอนุญาตจากรัฐบาลไทยให้ประกอบธุรกิจ “ขนส่งทางบก” ตามบัญชี ข. ท้ายประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๘๑ ได้ ดังนั้น บริษัท โฮปเวลล์ โฮลดิ้ง จากัด (ฮ่องกง) จึงไม่มีสิทธิตามกฎหมายท่ีจะยื่นเสนอเงื่อนไขดาเนินโครงการโฮปเวลล์ได้ และคณะกรรมการดาเนิน โครงการฯ ก้ไม่มีอานาจที่จะรับซองเสนอเงื่อนไขดาเนินโครงการของ บริษัท โฮปเวลล์ โฮลด้ิง จากัด (ฮ่องกง) ไว้พิจารณาได้ด้วย ดังน้ัน จึงต้องถือว่าการยื่นซองเสนอเงื่อนไขดาเนินโครงการโฮปเวลล์ของ บริษัท โฮปเวลล์ โฮลดิง้ จากดั (ฮอ่ งกง) เป็นการกระทาที่มิชอบและเปน็ โมฆะมาแตต่ น้ อยา่ งไรกต็ าม ตอ่ มารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในขณะนั้นไดร้ ายงานให้ คณะรัฐมนตรีทราบว่า บริษทั โฮปเวลล์ โฮลดงิ้ จากดั (ฮ่องกง) เปน็ ผู้ท่ไี ดร้ ับเลอื กให้ดาเนินโครงการโฮปเวลล์ ๔.๑.๓ คณะรัฐมนตรีไม่เคยมีมติอนุมัติให้ บริษัท โฮปเวลล์ โฮลด้ิง จากัด (ฮ่องกง) และ บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จากัด ได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นการบังคับใช้หลักเกณฑ์ของประกาศ คณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๘๑ ลงวนั ท่ี ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๑๕ วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๓๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในขณะน้ันมี หนังสือกระทรวงคมนาคม ท่ี คค ๐๒๐๗/๗๓๖๕ ลงวันท่ี ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๓๓ ถึง นายกรัฐมนตรีในขณะน้ัน เพ่ือรายงานผลการเจรจากับ บริษัท โฮปเวลล์ โฮลด้ิง จากัด (ฮ่องกง) ต่อคณะรัฐมนตรี และขอให้คณะรัฐมนตรี พิจารณาอนมุ ัติ ๓ เรือ่ ง คอื เร่ืองที่ ๑ ขออนุมัติให้ บริษัท โฮปเวลล์ โฮลดิ้ง จากัด (ฮ่องกง) เป็นผู้ลงทุน ก่อสร้างทางรถไฟยกระดับในเขตกรุงเทพมหานคร โดยได้รับสัมปทานเดินรถระบบรถไฟชุมชน (Community Train) และทางด่วนยกระดับสาหรับรถยนต์ ตามผลการเจรจากับ บริษัท โฮปเวลล์ โฮลด้ิง จากัด (ฮ่องกง) หรือ โครงการโฮปเวลล์ เรื่องที่ ๒ ขออนุมัติเง่ือนไขการขอรับการสนับสนุนสิทธิประโยชน์ให้ บริษัท โฮปเวลล์ โฮลดิ้ง จากดั (ฮ่องกง) รวม ๔ ข้อ คือ

๙ ๑) ขอรบั สทิ ธิส่งเสริมการลงทุนสูงสุดภายใต้พระราชบัญญัติสง่ เสริมการลงทุน พ.ศ. ๒๕๒๐ และสิทธิประโยชน์เพ่ิมเติมภายใต้มาตรา ๓๕ แก่โครงการท้ังหมด ซ่ึงได้แก่ ทางรถไฟยกระดับ ทางรถไฟชมุ ชน ทางด่วนยกระดับสาหรับรถยนต์ และการพัฒนาทีด่ นิ ของการรถไฟแหง่ ประเทศไทย ๒) ขอรับสิทธิยกเว้น ตามข้อ ๒ ของประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๘๑ เรอ่ื ง กาหนดหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ๓) ขอยกเว้นการเก็บภาษีหัก ณ ท่ีจ่ายสาหรับดอกเบ้ียและค่าธรรมเนียมของ เงนิ กรู้ ะยะยาวท่ี บริษทั โฮปเวลล์ โฮลดิ้ง จากดั (ฮ่องกง) จะต้องชาระให้แกส่ ถาบนั การเงนิ ในต่างประเทศ ๔) เนื่องจากแนวทางการกอ่ สรา้ งทางรถไฟยกระดับ รถไฟชุมชน และทางด่วน ยกระดับสาหรับรถยนต์จะมีบางจุดที่อยู่นอกเขตที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยและจาเป็นต้องจัดหาเพ่ิมเติม ดังนั้น ในกรณีท่ีแนวทางก่อสร้างล้าเข้าไปในเขตทางหรือพ้ืนที่ซ่ึงอยู่ในความดูแลของหน่วยราชการอ่ืน จึงขอให้ รัฐบาลสนับสนุนให้หน่วยราชการนั้น ๆ ให้ความอนุเคราะห์พ้ืนท่ีดังกล่าวให้แก่บริษัท โฮปเวลล์ โฮลดิ้ง จากัด (ฮ่องกง) โดยทาความตกลงกันต่อไป ส่วนในกรณีท่ีแนวทางกอ่ สร้างล้าเข้าไปในเขตที่ดินของเอกชน ก็ขอให้รัฐบาล ช่วยอานวยความสะดวก โดย บรษิ ทั โฮปเวลล์ โฮลดงิ้ จากดั (ฮอ่ งกง) จะเป็นผ้อู อกคา่ ใชจ้ ่ายตา่ ง ๆ ทงั้ หมด เรื่องท่ี ๓ ขออนุมัติให้กระทรวงคมนาคมมีอานาจดาเนินการและลงนามใน สญั ญาสมั ปทานทก่ี รมอยั การตรวจแก้ไขแลว้ แทนรฐั บาล นายกรัฐมนตรีสั่งการเมื่อวันท่ี ๔ มิถุนายน ๒๕๓๓ ให้คณะกรรมการรัฐมนตรี ฝา่ ยเศรษฐกจิ พิจารณาข้อเสนอดงั กลา่ วของกระทรวงคมนาคมก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพจิ ารณาต่อไป ต่อ ม า ค ณ ะ กร ร ม ก าร รั ฐ ม น ตรี ฝ่ าย เศ รษ ฐ กิ จ ป ร ะชุ ม พิ จ าร ณ า ค าขอ ข อ ง กระทรวงคมนาคมท้ัง ๓ เรื่องข้างต้นในการประชุมคร้ังที่ ๕/๒๕๓๓ วันท่ี ๘ มิถุนายน ๒๕๓๓ มีมติ ๒ ข้อ ตามบันทึกข้อความของสานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ นร (รศก.) ๐๙๐๗/๒๓๕ ลงวนั ที่ ๑๑ มิถนุ ายน ๒๕๓๓ ดงั น้ี มติข้อที่ ๑ เห็นชอบตามท่ีกระทรวงคมนาคมเสนอโครงการให้เอกชนลงทุน ก่อสร้างทางรถไฟยกระดับในเขตกรุงเทพมหานคร โดยได้รับสัมปทานเดินรถระบบรถไฟชุมชน (Community Train) และทางด่วนยกระดับสาหรับรถยนต์ ตามผลการเจรจากับ บริษัท โฮปเวลล์ โฮลด้ิง จากัด (ฮ่องกง) โดยให้ กระทรวงคมนาคมมีอานาจลงนามในสญั ญาสัมปทานที่กรมอัยการตรวจแก้ไขแลว้ แทนรัฐบาล ท้งั นี้ คณะกรรมการ รัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจพิจารณามีมติข้อที่ ๑ นี้ โดยรวมเอาคาขอของกระทรวงคมนาคมเร่ืองที่ ๑ และเรื่องที่ ๓ ไว้ในมติเดยี วกนั ของคณะกรรมการรฐั มนตรฝี า่ ยเศรษฐกจิ มติข้อท่ี ๒ เง่ือนไขท่ีกระทรวงคมนาคมเสนอขอให้รัฐบาลให้การสนับสนุน บริษัท โฮปเวลล์ โฮลดิ้ง จากัด (ฮ่องกง) ๔ ข้อ ในคาขอเรื่องที่ ๒ นั้น คณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ พจิ ารณาแลว้ มมี ติให้เพียง ๒ ขอ้ คอื คาขอข้อ ๑ และขอ้ ๓ เท่านั้น กล่าวคือ ข้อท่ี ๑. เรื่องการขอรับสิทธิส่งเสริมการลงทุน อนุมัติให้ได้รับการส่งเสริม สูงสุดภายใต้ พระราชบัญญัติสง่ เสริมการลงทนุ ตามประเภทและหลักเกณฑ์ของการลงทุนทีค่ ณะกรรมการสง่ เสริม การลงทนุ กาหนด ข้อท่ี ๓. เร่ืองการขอยกเว้นการเก็บภาษีหัก ณ ท่ีจ่ายสาหรับดอกเบี้ยและ ค่าธรรมเนียมของเงินกู้ระยะยาว ท่ี บริษัท โฮปเวลล์ โฮลด้ิง จากัด (ฮ่องกง) ต้องชาระให้แก่สถาบันการเงินใน ต่างประเทศ ให้กระทรวงการคลังพจิ ารณาและประสานงานตอ่ ไป ส่วนคาขออกี ๒ ข้อในเร่ืองที่ ๒ คือคาขอข้อ ๒ และข้อ ๔ นั้น คณะกรรมการ รัฐมนตรฝี า่ ยเศรษฐกิจไมไ่ ด้มีมติอนมุ ัตใิ หไ้ ว้และไม่ได้กลา่ วถึงไว้ดว้ ย ไดแ้ ก่ ข้อที่ ๒. การขอรับสิทธิยกเว้น ตามข้อ ๒ ของประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๘๑ เรื่อง กาหนดหลกั เกณฑก์ ารประกอบธรุ กิจของคนต่างด้าว และ

๑๐ ข้อท่ี ๔. การอานวยความสะดวกในกรณีที่แนวทางก่อสร้างอาจล้าเข้าไปใน เขตทางหรือพน้ื ทีซ่ ่งึ อยู่ในความดแู ลของหนว่ ยราชการอ่นื หรือของเอกชน ดงั น้ัน ตามหลกั ปฏิบัติของสานกั งานเลขาธิการคณะรัฐมนตรแี ละตามแนวทาง ที่ถือปฏิบัติของหน่วยงานต่าง ๆ ในการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี จึงจะต้องถือว่าคณะกรรมการรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจครั้งท่ี ๕/๒๕๓๓ เมื่อวันท่ี ๘ มิถุนายน ๒๕๓๓ ไม่มีมติอนุมติให้สิทธิประโยชน์แก่ บริษัท โฮปเวลล์ โฮลด้ิง จากัด (ฮ่องกง) ตามคาขอในเร่ืองที่ ๒ ข้อ ๒ และข้อ ๔ ดังกล่าวน้ัน เท่ากับว่าคณะกรรมการรัฐมนตรี ฝา่ ยเศรษฐกิจไม่มีมติอนุมัติให้ยกเว้นหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวตามข้อ ๒ ของประกาศ คณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๒๘๑ ลงวันท่ี ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๑๕ ให้แก่ บรษิ ัท โฮปเวลล์ โฮลดิ้ง จากดั (ฮ่องกง) แตอ่ ย่าง ใด หมายความว่า บริษัท โฮปเวลล์ โฮลด้ิง จากัด (ฮ่องกง) จะต้องดาเนินการขออนุญาตจากรัฐบาลเพื่อที่จะสามารถ ประกอบธุรกิจ “ขนส่งทางบก” ตามบัญชี ข. ท้ายประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๘๑ ต่อไปอีก อีกท้ังมติคณะกรรมการ รัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ครั้งที่ ๕/๒๕๓๓ เม่ือวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๓๓ นั้น ก็เป็นมติท่ีเกี่ยวข้องกับ บริษัท โฮปเวลล์ โฮลดิ้ง จากัด (ฮ่องกง) เป็นการเฉพาะตัวเท่านั้น ไม่ใช่มติที่เก่ียวข้องกับ บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จากัด แต่ประการใดทั้งสิ้น ดังนั้น ผู้เร่ิมก่อการจัดตั้ง บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จากัด และกรมทะเบียนการค้า (ปัจจุบันคือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า) กระทรวงพาณิชย์ หรือบุคคล หรือหน่วยงานอ่ืนใด จึงไม่อาจนา มติคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจครั้งท่ี ๕/๒๕๓๓ วันท่ี ๘ มิถุนายน ๒๕๓๓ น้ีไปใช้เป็นประโยชน์ให้แก่ บริษทั โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จากดั ได้ ไมว่ ่าในกรณใี ด ๆ ท้งั ส้ิน ต่อมาวันท่ี ๑๑ มิถุนายน ๒๕๓๓ สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะเลขานุการของคณะกรรมการรฐั มนตรฝี า่ ยเศรษฐกจิ มบี ันทกึ ขอ้ ความ ท่ี นร (รศก.) ๐๙๐๗/๒๓๕ ลงวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๓๓ ถึงนายกรัฐมนตรี เพ่ือรายงานผลการประชุมและมติคณะกรรมการ รัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจครั้งท่ี ๕/๒๕๓๓ วันท่ี ๘ มิถุนายน ๒๕๓๓ ดังกล่าว ซ่ึงนายกรัฐมนตรีได้ส่ังการให้เสนอ มตคิ ณะกรรมการรฐั มนตรีฝ่ายเศรษฐกิจดังกลา่ วน้นั ตอ่ ทป่ี ระชุมคณะรฐั มนตรพี ิจารณาตอ่ ไป ต่อมาวันท่ี ๒๐ มิถุนายน ๒๕๓๓ คณะรัฐมนตรีพิจารณามีมติอนุมัติตาม มติคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ครั้งที่ ๕/๒๕๓๓ วันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๓๓ ตามหนังสือสานักเลขาธิการ คณะรฐั มนตรี ที่ นร ๐๒๐๒/ว (ล) ๙๒๒๕ ลงวันท่ี ๒๐ มิถุนายน ๒๕๓๓ จึงต้องถือว่าคณะรฐั มนตรีมีมติอนุมัติให้ สิทธิประโยชน์แก่ บริษัท โฮปเวลล์ โฮลด้ิง จากัด (ฮ่องกง) ตามข้อเสนอของกระทรวงคมนาคมเพียง ๒ ข้อ จากท่ี ขอมาท้ังหมด ๔ ข้อเช่นเดียวกับมติของคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ คร้ังท่ี ๕/๒๕๓๓ วันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๓๓ คอื คาขอในเร่ืองท่ี ๒ ข้อ ๑ และข้อ ๓ กลา่ วคือ ๑) เร่ืองการขอรับสิทธิส่งเสริมการลงทุน ให้ได้รับการส่งเสริมสูงสุดภายใต้ พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน ตามประเภทและหลักเกณฑ์ของการลงทุนที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กาหนด (คาขอข้อ ๑ ในเร่อื งท่ี ๒) และ ๒) เร่ืองการขอยกเว้นการเก็บภาษีหัก ณ ท่ีจ่ายสาหรับดอกเบี้ยและ ค่าธรรมเนียมของเงินกู้ระยะยาว ท่ี บริษัท โฮปเวลล์ โฮลดิ้ง จากัด (ฮ่องกง) ต้องชาระให้แก่สถาบันการเงินใน ต่างประเทศ โดยใหก้ ระทรวงการคลังพจิ ารณาและประสานงานต่อไป (คาขอขอ้ ๓ ในเรือ่ งที่ ๒) จึงต้องถือว่าคณะรัฐมนตรีไม่มีมติอนุมัติคาขอสิทธิประโยชน์ให้ บริษัท โฮปเวลล์ โฮลดงิ้ จากดั (ฮ่องกง) ของกระทรวงคมนาคมในเรื่องท่ี ๒ ขอ้ ๒ และข้อ ๔ กลา่ วคือ ๑) การขอรับสิทธิยกเว้นหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตามข้อ ๒ ของประกาศของคณะปฏิวตั ิ ฉบับที่ ๒๘๑ เรื่อง กาหนดหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (คาขอข้อ ๒ ในเรอื่ งที่ ๒) และ ๒) การขอการอานวยความสะดวกในกรณีที่แนวทางก่อสร้างอาจล้าเข้าไปในเขต ทางหรือพ้ืนท่ซี งึ่ อยใู่ นความดแู ลของหน่วยราชการอ่ืนหรือของเอกชน (คาขอข้อ ๔ ในเรื่องท่ี ๒)


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook