ระสงค์ ษากับการสื่อสารได้ อสารได้ ทางภาษาได้ ารส่อื สารในสงั คมปจั จุบนั ได้
๓.๑ คว • การใช้ภาษาเพ่อื การติดตอ่ ส่อื สารใ พฤติกรรมอย่างใด อย่างหนงึ่ ของม รบั รู้สาร ซึ่งเกดิ ขึน้ ภายใตส้ ภาวะแ ออกไป โดยอย่บู นพน้ื ฐานของคว ท้ังของผูท้ าการสื่อสารและผู้ร้สู าร
วามนา ในปัจจุบนั เปน็ ผลมาจากการแสดง มนุษย์ทอ่ี าศยั กระบวนการสง่ และ แวดลอ้ มเฉพาะเรอื่ งท่แี ตกตา่ งกนั วามต้องการบวกกับความพึงพอใจ รเป็นหลัก
๓.๒ ความสัมพันธ์ระห ๓.๒.๑ ความสมั พนั ธ์ด้านความหมาย ความหมาย ซึง่ เกิดข้ึนในกร คือความพยายามทจี่ ะเขา้ ถงึ เนือ้ หาข และรับรตู้ รงกนั ๑. ภาษา คือ เสยี งหรอื กิรยิ า ๒. การสื่อสาร คือ การติดต่อ ต่างๆ ซึง่ จะทาให้ฝา่ ยหนง่ึ รบั รู้ความ ๒.๑ การตดิ ตอ่ กันร ๒.๒ การรับร้คู วามห ๒.๓ การตอบสนอง
หวา่ งภาษากบั ส่ือสาร ย ระบวนการใช้ภาษากับการสอื่ สาร ของภาษา เพ่ือใหเ้ กิดความเข้าใจ าอาการท่ีทาความเขา้ ใจกนั ได้ อกันระหว่างมนุษยด์ ้วยวธิ กี าร มหมาย ระหว่างมนษุ ย์ หมายรว่ มกัน ง
๓.๒ ความสมั พันธร์ ะห ๓.๒.๒ ความสัมพันธ์ดา้ นวัตถุประสง ๑.เพ่ือให้ความร้แู ละขอ้ มูลข ๒.เพอื่ ใหค้ วามสุข ความบนั ๓.เพื่อให้เกิดความคดิ ริเร่ิมส ๔.เพือ่ ให้เกดิ ความติดตอ่ ปร ร่วมกนั
หวา่ งภาษากับสื่อสาร งค์ ข่าวสาร นเทงิ และความสบายใจ สรา้ งสรรคส์ ิง่ ใหมๆ่ ระสานงานและสร้างสรรค์งาน
๓.๒ ความสัมพันธ์ระห ๓.๒.๓ ความสมั พนั ธด์ า้ นบทบาทแล ๑.บทบาทและหน้าที่ของผู้ท ๑.๑ มคี วามรู้เก่ยี วกบั สา ๑.๒ กาหนดจุดมุง่ หมาย ๑.๓ คานงึ ถงึ ความสามา ๑.๔ มีความจริงใจ ปราร ๑.๕ ร้จู ักเลือกใชส้ ่อื อยา่
หวา่ งภาษากบั สอ่ื สาร ละหน้าท่ี ทาการสอื่ สาร ารหรอื เน้ือหาท่ตี นตอ้ งการ ยของเนอื้ หาและมีเจตนา ารถ และความพรอ้ มในการรบั รสู้ าร รถนาดี มนี ้าใจและมีใจทีเ่ ปดิ กวา้ ง างเหมาะสมต่อการนาเสนอสาร
๓.๒ ความสัมพันธ์ระห ๓.๒.๓ ความสมั พันธ์ด้านบทบาทแล ๒.บทบาทและหน้าทข่ี องผรู้ ๒.๑ มคี วามสามารถในก ๒.๒ มคี วามรู้พ้ืนฐานทา ๒.๓ มีความพร้อม สนใจ ๒.๔ มที ัศนคติทด่ี ี มคี วา ๒.๕ มีสมาธิในการรับส
หว่างภาษากบั สอื่ สาร ละหน้าที่ รับสาร การกาหนดรูค้ วามหมายของสาร างด้านภาษาและกระตอื รอื รน้ จ และใสใ่ จทจี่ ะรับรเู้ รอื่ งราว ามคดิ ริเรมิ่ สรา้ งสรรค์ สาร
๓.๓ ทักษะการใชภ้ า ๓.๓.๑ ทักษะในการคดิ คิดฝัน คดิ ใครค่ รวญ คิดแก้ปญั หา คดิ สร้างสรรค์
าษาเพ่อื การส่อื สาร
๓.๓ ทักษะการใชภ้ า ๓.๓.๒ ทกั ษะในการแสดงความคดิ เห ๑.รวบรวมข้อมลู ทงั้ หมดจา ๒.พิจารณาแยกแยะ ๓.มีใจกว้างยอมรบั ความจร ๔.แสดงความคิดเหน็ ด้วยจิต
าษาเพื่อการสือ่ สาร ห็น ากการฟัง การสังเกต การพดู คุย ริง ยึดหลกั ธรรมธปิ ไตย ตเมตตา ปราศจากอคติ
๓.๓ ทกั ษะการใช้ภา ๓.๓.๓ ทกั ษะในการฟัง ๑.ควรรกู้ ่อนวา่ ผพู้ ดู กาลงั พ ๒.ควรพจิ ารณาวา่ ผพู้ ดู มีคว ๓.ควรพจิ ารณาวา่ ผพู้ ดู มอง ๔.ไม่ควรใหช้ ่ือเสยี งของผพู้
าษาเพ่อื การสอื่ สาร พดู หรือส่ือสารเรอ่ื งอะไร วามรใู้ นเรื่องนน้ั อยา่ งไร งข้ามประเดน็ อะไรบ้าง พดู หรอื เจตคติทต่ี นมตี อ่ ผู้พดู
๓.๓ ทักษะการใช้ภา ๓.๓.๔ ทกั ษะในการถาม การซกั ถาม คอื ปัจจัยบ่งช้ีท สาร ทกั ษะในการถามถือเปน็ ศาสตร เรยี นรตู้ ลอดกาล จงรจู้ ักตั้งคาถาม
าษาเพื่อการส่ือสาร ที่แสดงออกถงึ ความสนใจของผรู้ บั รู้ ร์แห่งความเขา้ ใจสงู สดุ เพอ่ื ทจ่ี ะ
๓.๓ ทกั ษะการใช้ภา ๓.๓.๕ ทักษะในการตอบ การซกั ตอบ คอื การอธบิ าย ข้อเทจ็ จริง เพื่อแกข้ อ้ สงสยั ตอ่ ประเด ควรรีบรอ้ นตอบหากยังไม่มคี วามเขา้ พอ ควรพจิ าณาแยกแยะประเด็นปญั ๑.ควรนาเสนอเนอื้ หาที่นา่ สนใจ ๒. ๓.ควรใชถ้ อ้ ยคาภาษาที่สุภาพ ๔.คว ๕.ควรระมดั ระวังเรอื่ งความคดิ แบง่ แ
าษาเพอื่ การสอ่ื สาร ยหรือช้ีแจงข้อมลู ต่างๆไปตาม ด็นปญั หาของผซู้ กั ถาม ผูถ้ กู ถามไม่ าใจตอ่ ประเดน็ ปัญหาอย่างชัดเจน ญหา หาสาเหตุหรอื ทมี่ าของปญั หา .ควรใชข้ อ้ มลู หลกั ฐานประกอบ วรรักษามารยาทในการพดู แยกคนฟงั คนพูด
๓.๔ การเปล่ยี น ๓.๔.๑ การขยายตวั ของภาษา (กาช ๑.เกดิ จากการแปรเสยี ง ๓.เกดิ จากเปลี่ยนเสยี ง ๕.เกดิ จากการประสมคา ๗. เกิดจากเปลย่ี นต้งั คาใหม
นแปลงทางภาษา ชัย ทองหลอ่ ) ๒.เกิดจากการแปรความ ๔. เกดิ จากเปลย่ี นความ ๖. เกิดจากเปลี่ยนตาแหนง่ ม่ ๘. เกดิ จากการนาภาษาอ่ืน
๓.๔ การเปล่ียน ๓.๔.๒ ปจั จยั แวดลอ้ มตา่ งๆ (ปรชี า ๑.การเมืองและประวัตศิ าสต ๒.ความสมั พนั ธท์ างเชื้อชาต ๓.การแลกเปลย่ี นทางวฒั นธ ๔. วิทยาการสมัยใหม่ ๖.การคา้ หรอื เศรษฐกจิ ๘.วรรณกรรมและส่อื มวลช
นแปลงทางภาษา ทิชนิ พงศ์) ตร์ ติ ธรรม ๕.ศาสนาและปรชั ญา ๗.ความนยิ ม ชน ๙.ความเจริญของบ้านเมอื ง
๓.๕ ภาษากับการส ๓.๕.๑ การใช้ภาษาไทยในยคุ ปัจจุบ ก๊ิก จอย เจนิ่ ซวิ ๓.๕.๒ การส่อื สารในยคุ ปัจจบุ ัน ๑) จดหมายอิเลคทรอนิกส ๒) การสบื คน้ ข้อมลู แบบเค ๓) การโอนย้ายขอ้ มูล (Fil ๔) การแลกเปลีย่ นขา่ วสาร ๕) การเข้าไปใชเ้ คร่อื งระย ๖) การสนทนาผา่ นเครอื ข
สื่อสารในยคุ ปจั จุบัน บนั ว ส์ (Electronic Mail) ครอื ขา่ ยใยแมงมมุ (World Wide Web : WWW) le Transfer Protocol : FTP) ร (Usenet) ยะไกล (Telnet) ขา่ ย (Telk หรือ Chat)
๓.๔ การเปล่ยี น สรุปทา้ ยบท การใช้ภาษาเพ่ือการสื่อส ท่ีน่าสนใจหลายประการเร่ิมต้ัง ของเทคโนโลยีการสื่อสารที่ไหลเวีย ความต้องการรับรู้ข้อมูลข่าวสารข ระบบข้อมูลข่าวสารที่เกิดข้ึนนั้น จึง รบั ไปเสยี ทั้งหมด ไม่เช่นนั้นก็จะกลา ทนั ข่าวสาร
นแปลงทางภาษา ารในยุคปัจจุบัน มีประเด็นศึกษา แต่การปรารภเรื่องความเจริญ ยนอยู่อย่างท่วมท้น เพราะเกิดจาก องมนุษย์ท่ีเพิ่มสูงข้ึนอย่างรวดเร็ว งดูเป็นเรื่องจาเป็นที่ต้องรู้ และต้อง ายเป็นคนตกยุค ล้าหลัง หรือตามไม่
วตั ถุประสงคก์ ารเรยี นประจาบท ๑.อธิบายความหมายและความสาค ๒.อธบิ ายภาษาและการส่อื สารทางพ ๓.บอกพทุ ธวธิ ีการส่อื สารของพระพ ๔. อธิบายพุทธวธิ กี ารสอนได้
คญั ของพระพุทธศาสนากับการสือ่ สารได้ พระพทุ ธศาสนาผา่ นสอ่ื ต่างๆได้ พุทธเจ้าได้
เมื่อพระพุทธศาสนาอุบัติขึ้นมาใ คาส่ังสอนของพระองค์ได้คอบคลุม ของมนษุ ย์ในดา้ นสอื่ สาร การรบั สาร ก เหน็ พระพุทธเจ้า เหน็ ถงึ ประโยชนอ์ นั ปฏิบตั ไิ ด้ สาธยายส่อื ถงึ พทุ ธบรษิ ทั ของ
ในโลกน้ี พุทธจริยวัตรของพระพุทธเจ้า มถึงการสื่อสาร ทฤษฏีการส่ือสาร การพดู การฟงั การไดด้ ู การไดฟ้ งั การได้ นพึงเกิดแก่โลกจึงได้นาหลักธรรมทีจ่ ะพึง งพระองค์
๔.๒.๑ ความหมายของพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนา คือ คาสั่งสอนขอ ของมนุษยชาติขนึ้ สู่ความบริสุทธส์ิ ะอาด ( และความเขา้ ใจแจม่ แจง้ (ปญั ญา) ๔.๒.๒ ความหมายของการส่ือสาร การสอ่ื สาร ( communication ดา้ นต่างๆ เป็นตัวนาความเปล่ียนแปลงมา เกดิ ความ เปลยี่ นแปลงทัศนคตแิ ละยอมร ให้สงู ขึ้นมีคณุ ภาพและมีความสุขมากขน้ึ
า องพระพทุ ธเจ้า ซ่งึ แนะนาใหย้ กฐานะ (ศีล) ความสงบระงบั (สมาธ)ิ ) เปน็ เคร่ืองมอื ทส่ี าคญั ในกาพฒั นา าสู่สังคม เป็นเคร่อื งมอื กระต้นุ เรง่ เรา้ ให้ รับขอ้ มลู ขา่ วสารให้มรการยกระดบั จติ ใจ
๔.๒.๓ ความสาคัญของพระพทุ ธศาส พระองค์ไดท้ รงวางหลักสาคญั แ ทเ่ี รียกวา่ “โอวาทปาติโมกข”์ ถือเป็นหัวใจของธรรมทแี่ สดง แหง่ ความเพยี รพยายาม ไม่ใชศ่ าสนาแ แห่งความห่วงกังวล ทุกสิ่งทกุ อย่างเปน็ พระองคไ์ ดท้ รงแสดงไว้อย่าง “ แม้อตดี ปัจจบุ ันหรืออนาคต พระอร ตรสั เรื่องกิริยา และตรัสเร่อื งความเพยี
สนาเพอื่ การสอื่ สาร แหง่ การสือ่ สารสาระธรรมของพระองค์ งให้เห็นวา่ พระพทุ ธศาสนาเป็นศาสนา แหง่ การอ้อนวอนปรารถนาหรือศาสนา นเหตุเปน็ ปจั จัย งชัดเจน ในเกสกมั พลสูตร โดยตรัสวา่ รหันตสมั มาสัมพทุ ธเจ้าก็ตรัสเรอ่ื งกรรม ยร”
ภาษา คอื พาหะใหเ้ นอื้ หาขอ โดยอาศัยภาษาสญั ลกั ษณ์เปน็ สอื่ กลาง เขา้ ใจในหลักภาษา และความหมายกอ่ นน้ั มหี ลายคาทซี่ ้าซอ้ นกบั ภาษาท่ีคนท ๔.๓.๑ การใช้ภาษาและการสอื่ สารเช พระองค์ใชภ้ าษาบาลใี ช้ในการ และประชาชนทว่ั ไป
องสารเกาะเกย่ี วจากผ้สู ง่ สารไปสู่ผู้รบั สาร งโดยเฉพาะศาสนา ซง่ึ ตอ้ งอาศยั ความ อนการสือ่ สาร ภาษาธรรมะทค่ี นไทยไดฟ้ ัง ทว่ั ไปใช้ ชิงพทุ ธ รสอ่ื สารในพุทธกาลในการสั่งสอนสาวก
*พระพทุ ธเจ้าทรงใชภ้ าษาในระดับต *ภาษาที่ตคี วามตามอกั ษร คอื ภาษาท *ภาษาท่รี ะดับอุปมาอุปไมย คอื ภาษ *ภาษาระดับนามธรรม คือ ภาษาทใ่ี ช *ภาษาระดบั อภิธรรม คือ ภาษาเหนอื
ต่างๆ ๔ ระดับ ท่วี ่าไปตามความหมายของอักษร ษาซอ่ นนัย ความหมายแฝงอยู่ ชใ้ นทางศาสนา อโลก เปน็ ภาษาโลกตุ ตรธรรม
๔.๓.๒ การสื่อสารมขุ ปาฐะสู่พระไตรป เรยี กว่า “ มขุ ปาฐ” (oraltradi เริม่ มีการจดบนั ทึกไวเ้ ปน็ อกั ษร คอื ตน้ การตีความ การถือเอาศัพท์ การอธิบาย การตคี วามแตกต่างกนั เป็นปัญหาในกา พจน์ ในคมั ภีรพ์ ระพุทธศาสนาคือพระไ ก. การใช้ภาษาพูดในพระไตรปิฏก ภาษาพูดในพระไตรปฎิ กการพดู หลักในการส่ือสารของพระพทุ ธเจา้ เพรา สอบถามหรอื โต้ตอบกบั พระองค์ส่วนมา ในสมัยนนั้ เป็นแบบส่ือบุคคล จงึ เปน็ ศา ใดมีปัญหาใหพ้ ระองคต์ ดิ สนิ โดยอาศัยธ
ปฏิ ก iton) แตห่ ลังจากทาสังคายนาครง้ั ที่ ๔ นกาเนิด การเกดิ สบื ทอดภาษาอักษรซึง่ มี ยของ พระอรรถกถาจารย์ ฎกี า ยอ่ มมี ารถือเอาเป็นมตใิ นความหมายภาษาพทุ ธ ไตรปิฎก ก ดหรือการสือ่ สารในสมยั พุทธกาล เปน็ าะเปน็ การเผชิญหน้ากับผู้คนทเี่ ข้ามา าก พระองค์จะตรสั เอง การเผยแผธ่ รรม าลยุติธรรมเพราะเวลาใครหรอื สาวกองค์ ธรรมเปน็ ท่ยี ตุ ิและเป็นเป้าหมายสงู สุด
ข. การใชภ้ าษาเขียนในพระไตรปฎิ ก *ภาษาคือเครือ่ งมือในการถา่ ยทอดค เพอื่ สะท้อนความจรงิ ความตอ้ งกา *ภาษาพูดและภาษาเขียน นอกจาก ใชภ้ าษาเปน็ ส่อื ในการบันทกึ จารึก การถา่ ยทอดจากรุ่นไปสู่อีกรนุ่ ได้ *ภาษาเกิดจากการเหน็ การจาได้ เร แล้วสอื่ สะทอ้ นภาพน้ัน พอพูดทหี ล
ความจรงิ ของเจตนา อารมณข์ องมนุษย์ ารให้ผอู้ ื่นรับรู้ กเราใช้ภาษาในการสือ่ สารแล้ว เรายัง กเรื่องราวต่างๆเปน็ หลักฐานภาษาใน รยี กว่าสญั ญา แล้วเก็บเอาไวภ้ ายใน ลังก็นึกได้
๔.๓.๓ การส่อื สารผ่านทางพระพทุ ธศ *ในการเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนา ได้เ ต่างๆ ทางเทคโนโลยี ส่ือทางศิลปะ พระพุทธศาสนาเปน็ พืน้ ฐาน เม่อื พ ได้แทนคาพูด แบง่ ประเภทตา่ งๆได ๑.ส่อื บุคคล ไดแ้ ก่ การสื่อสาร ร่างกายหรือการแต่งกาย เป็นตน้ ๒.สื่อสญั ลกั ษณ์ ได้แก่ สญั ญา ตัวกลางหรอื พาหะนาสารจากผ้สู ง่ สา ๓.สือ่ ทางวัฒนธรรม ไดแ้ ก่ กา ทศั นคติ พฤตกิ รรม ศิลปหัตถกรรม ด
ศาสนา เจริญรงุ่ เรอื งแผข่ ยายไปทั่วโลก ได้ใชส้ ื่อ ะ วฒั นธรรม ประเพณีทมี่ ี พบเห็นจะสามารถอธบิ ายสือ่ ทางศาสนา ด้ รดว้ ยอากปั กิริยา การเคลื่อนไหวของ าณ หรอื เครอ่ื งหมายตา่ งๆเปน็ ารไปยงั ผู้รบั สาร ารท่คี วามรู้ ประสบการณ์ ค่านยิ ม ดนตรฯี ลฯ
๔.๓.๔ การสอ่ื สารพระพุทธศาสนาผา่ *งานด้านสถาปัตยกรรม เชน่ โบสถ ซมุ้ ประตู องค์ประกอบเหลา่ นขี้ องวดั แต่ผ้คู นท่ีเข้าไปกจ็ ะพึงรจู้ ักปฏิบตั ติ นเ ๔.๓.๕ การสอ่ื สารพระพทุ ธศาสนาผ *พระพุทธรูปมกี ารถ่ายทอดรูปแทน ของมหาบรุ ุษ ผมู้ ีบญุ าธิการ เปน็ เคร เช่น ดอกบวั สถปู ธรรมจักร รอยพร พทุ ธประวตั ิ และชาดกนทิ าน
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445