แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู – รากที่งอกจากเมล็ดถั่วเขียวและเมล็ดข้าวโพดมีลักษณะใด (แนวคำตอบ รากของเมล็ดถั่ว เขยี วมีขนาดใหญ่และมีรากขนาดเล็กแตกออกจากรากขนาดใหญ่ สว่ นรากของเมลด็ ข้าวโพดมีขนาดเล็กจำนวน มากงอกจากเมลด็ ) (3) ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเนน้ ใหน้ กั เรียนเข้าใจว่า พืชใบเลี้ยงคู่มีใบ เลย้ี ง 2 ใบ และมีรากแก้วงอกจากเมลด็ ส่วนพชื ใบเล้ยี งเด่ยี วมใี บเลย้ี ง 1 ใบ และมรี ากฝอยงอกจากเมล็ด 4) ข้ันขยายความรู้ (Elaboration) ครใู หน้ ักเรียนสร้างผลงานศิลปะจากการพิมพ์ลายเส้นใบของพืชใบเลยี้ งเดี่ยวและพืชใบเล้ียงคู่จากนั้นนำ ผลงานมานำเสนอหน้าหอ้ งเรียน 5) ขน้ั ประเมิน (Evaluation) (1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีจุดใดบา้ งที่ยังไม่ เข้าใจหรอื ยังมีข้อสงสัย ถ้ามี ครชู ว่ ยอธิบายเพม่ิ เตมิ ใหน้ ักเรียนเข้าใจ (2) นกั เรียนร่วมกันประเมินการปฏบิ ตั ิกิจกรรมกลมุ่ ว่ามปี ัญหาหรืออปุ สรรคใดและไดแ้ กไ้ ขอยา่ งไรบ้าง (3) ครแู ละนกั เรียนร่วมกันแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกับประโยชน์ทีไ่ ดร้ บั จากการปฏิบตั ิกจิ กรรมและการ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ (4) ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยถามคำถามนักเรยี น เชน่ – พืชใบเลีย้ งเดี่ยวมลี กั ษณะสำคญั อะไร – พืชใบเลีย้ งคู่มีลกั ษณะสำคญั อะไร ขั้นสรปุ ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปเก่ียวกับพชื ใบเลี้ยงเดย่ี วและพชื ใบเล้ยี งคู่ โดยร่วมกันเขยี นเป็นแผนท่ี ความคดิ หรือผงั มโนทศั น์ 10. ส่ือการเรยี นรู้ 1. รปู หรอื ตน้ ถ่วั เขียวและต้นข้าวโพด 2. ใบกจิ กรรมเสรมิ การเรียนรู้ท่ี 2 เปรียบเทยี บจำนวนใบเล้ียงของพชื ใบเล้ยี งเดยี่ วและพืชใบเลย้ี งคู่ 3. สีนำ้ จานสี และพกู่ ัน 4. คมู่ ือการสอน วิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 4 5. สอ่ื การเรยี นรู้ PowerPoint รายวิชาพ้ืนฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 6. แบบฝึกทักษะรายวิชาพ้นื ฐาน วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 4 7. หนังสอื เรยี นรายวิชาพืน้ ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีที่ 4
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู 11. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ ดา้ นความรู้ (K) ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) จติ วทิ ยาศาสตร์ (A) 1. ซกั ถามความร้เู รื่องพชื ใบเลยี้ งคู่ 1. ประเมนิ ทักษะกระบวนการ และพชื ใบเลย้ี งเด่ยี ว 1. ประเมินเจตคตทิ าง ทางวทิ ยาศาสตรโ์ ดยใช้แบบ วิทยาศาสตรเ์ ป็นรายบคุ คล วัดทกั ษะกระบวนการทาง 2. ตรวจชนิ้ งานหรอื ภาระงานของ โดยการสังเกตและใชแ้ บบวัด วทิ ยาศาสตร์ กจิ กรรมฝกึ ทักษะระหว่างเรยี น เจตคตทิ างวทิ ยาศาสตร์ 2. ประเมินทักษะการคดิ โดย 2. ประเมนิ เจตคตติ ่อ การสังเกตการทำงานกลมุ่ วทิ ยาศาสตร์เปน็ รายบุคคล โดยการสงั เกตและใช้แบบวัด 3. ประเมนิ ทักษะการ เจตคตติ อ่ วทิ ยาศาสตร์ แก้ปญั หาโดยการสังเกตการ ทำงานกลุ่ม 4. ประเมนิ พฤติกรรมในการ ปฏบิ ัติกจิ กรรมเป็น รายบุคคลหรอื รายกลมุ่ โดย การสังเกตการทำงานกลุ่ม
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู 12. บันทึกผลหลงั การจดั การเรียนรู้ 12.1 สรปุ ผลหลังการจัดการเรยี นรู้ 1. นกั เรยี นจำนวน..................คน ผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู.้ .....................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ.................. ไม่ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรยี นร.ู้ .................คน คดิ เป็นร้อยละ.................. นักเรยี นน่ไี มผ่ ่าน มีดงั น้ี 1............................................................ 2............................................................ 3............................................................ 4............................................................ 5............................................................ 6............................................................ แนวทางแก้ไขนักเรยี นท่ีไมผ่ า่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ............................................................................................................................. ......................... .......................................................................................................... ............................................ 2. นกั เรยี นมีความร้คู วามเข้าใจ (K) ............................................................................................................................. ......................... ...................................................................................................................................................... 3. นกั เรยี นมีความร้เู กิดทกั ษะ (P) ................................................................................................. ..................................................... ............................................................................................................................. ......................... 4. นกั เรยี นมีเจตคติ ค่านยิ ม คณุ ธรรมจริยธรรม (A) ............................................................................................................................... ....................... ............................................................................................................ .......................................... 12.2 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 12.3 ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงช่ือ.................................................. (นางอมลสริ ิ คำฟู) ตำแหนง่ ครูผ้ชู ่วย
แผนการจัดการเรยี นรู้วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 12 สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ รหัสวชิ า ว14101 ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เรอ่ื ง พชื ใบเล้ียงเดี่ยวและพืชใบเลี้ยงคู่ (2) เวลา 1 ชวั่ โมง ครูผ้สู อน นางอมลสิริ คำฟู ********************************************************************************** 1. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สาร พันธุกรรม การเปล่ยี นแปลงทางพันธุกรรมทมี่ ีผลต่อสง่ิ มชี วี ิต ความหลากหลายทางชวี ภาพ และวิวัฒนาการของ สง่ิ มีชีวิต รวมทั้งนำความรูไ้ ปใช้ประโยชน์ 2. ตัวชี้วัดชั้นปี จำแนกพืชออกเปน็ พืชดอกและพชื ไมม่ ีดอกโดยใชก้ ารมีดอกเป็นเกณฑ์ โดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมได้ (ว 1.3 ป. 4/2) 3. จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. สังเกตและจำแนกพชื ดอกเป็นพืชใบเลยี้ งเดี่ยวและพืชใบเลย้ี งคู่ได้ (K) 2. มีความสนใจใฝ่รู้หรอื อยากรู้อยากเห็น (A) 3. พอใจในประสบการณ์การเรียนรูท้ ี่เกยี่ วกับวทิ ยาศาสตร์ (A) 4. ทำงานรว่ มกับผู้อนื่ อย่างสร้างสรรค์ (A) 5. สอ่ื สารและนำความรู้เร่อื งพชื ใบเล้ยี งเดี่ยวและพืชใบเล้ยี งคู่ไปใชใ้ นชีวิตประจำวันได้ (P) 4. สาระสำคัญ พืชดอกมีลักษณะภายนอกบางประการที่แตกต่างกัน เมื่อใช้ลักษณะภายนอกที่สำคัญเป็นเกณฑ์ สามารถจำแนกพชื ดอกเป็น 2 กลุ่ม คอื พืชใบเลย้ี งเดยี่ วและพืชใบเลีย้ งคู่ 5. สาระการเรียนรู้ ความหลากหลายของพืช – พืชดอก 6. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 1. มวี นิ ยั 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มุ่งม่นั ในการทำงาน 4. มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ 7. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคดิ 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะ/กระบวนการและทกั ษะในการดำเนนิ ชวี ติ 5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ิชาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู 8. ชน้ิ งานหรือภาระงาน สำรวจพชื ใกล้ตวั 9. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ ข้นั นำเขา้ สบู่ ทเรียน 1) ครูทบทวนความรเู้ ดมิ เกย่ี วกับพืชใบเลี้ยงคู่และพชื ใบเลีย้ งเดี่ยว โดยการใหน้ ักเรยี นยกตวั อย่างพืชใบ เลี้ยงเดี่ยวและพืชใบเลี้ยงคู่ที่รู้จัก พร้อมกับให้เหตุผลประกอบว่า พืชชนิดนั้นเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวหรือพืชใบ เลย้ี งคู่ เพราะอะไร (แนวคำตอบ มะม่วงเป็นพืชใบเลีย้ งค่เู พราะเสน้ ใบเปน็ แบบรา่ งแห และพุทธรกั ษาเปน็ พชื ใบ เลยี้ งเดี่ยวเพราะเส้นใบเป็นแบบขนาน) 2) นกั เรียนชว่ ยกันตอบคำถามและแสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกับคำตอบของคำถาม เพือ่ เช่ือมโยงไปสู่การ เรยี นร้เู ร่อื ง พืชใบเล้ียงเดีย่ วและพชื ใบเลีย้ งคู่ ขัน้ จดั กจิ กรรมการเรียนรู้ จัดกจิ กรรมการเรียนรโู้ ดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ซึ่งมีขน้ั ตอนดงั น้ี 1) ข้นั สรา้ งความสนใจ (Engagement) (1) ครูกระตุ้นนักเรียนโดยการถามคำถามว่า ถ้านักเรียนจะจำแนกพืชเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวหรือพืชใบ เลี้ยงคู่จะสังเกตจากส่วนใด เพราะอะไร (แนวคำตอบ สังเกตจากใบ เพราะมองเห็นได้ชัดเจนและง่ายต่อการ สังเกต) (2) นกั เรยี นร่วมกันอภิปรายเกย่ี วกบั คำตอบจากคำถามของครตู ามประสบการณ์ของนักเรียน 2) ขัน้ สำรวจและค้นหา (Exploration) (1) แบ่งกล่มุ นกั เรยี น ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมท่ี 3 สำรวจพืชใกลต้ วั แตล่ ะกลมุ่ ปฏิบัตกิ ิจกรรมตามขั้นตอนท่ีได้ วางแผนไว้ ดงั นี้ – แบ่งกลุ่มนกั เรยี นกลมุ่ ละ 5 – 6 คน – ออกสำรวจใบของพืชบริเวณโรงเรียน – บันทึกผลการสำรวจและวาดรูปใบของพืชที่สำรวจได้ ระบุชื่อต้นไม้ จำแนกเป็นพืชใบเลี้ยง เดย่ี วหรอื พืชใบเลยี้ งคู่ (2) ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรยี นขณะปฏบิ ัตกิ ิจกรรม โดยครูเดินดูรอบๆ บริเวณที่สำรวจและเปิด โอกาสใหน้ กั เรยี นทุกคนซักถามเมื่อมปี ัญหา 3) ขั้นอธบิ ายและลงขอ้ สรุป (Explanation) (1) นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ส่งตวั แทนกลมุ่ นำเสนอผลการปฏิบตั กิ ิจกรรมหน้าหอ้ งเรยี น (2) นกั เรยี นและครูรว่ มกันอภปิ รายและหาขอ้ สรปุ จากการปฏบิ ัติกจิ กรรม โดยใช้แนวคำถาม ต่อไปนี้ – นักเรียนใช้อะไรเปน็ เกณฑ์ในการจำแนกพืชเป็นพืชใบเลีย้ งเด่ียวและพชื ใบเลี้ยงคู่ (แนวคำตอบ การเรียงตวั ของเส้นใบ) – พชื ใบเล้ยี งเด่ยี วและพชื ใบเลี้ยงคู่มีลักษณะใบแตกต่างกันอย่างไร (แนวคำตอบ พชื ใบเล้ียงเดี่ยว มีเสน้ ใบขนาน สว่ นพชื ใบเลี้ยงคู่มีเส้นใบแบบรา่ งแห) – ยกตัวอย่างพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและพืชใบเลี้ยงคู่มาอย่างละ 3 ชนิด (แนวคำตอบ พืชใบเลี้ยงเดี่ยว เชน่ พุทธรักษา ไผ่ และกลว้ ย พืชใบเลย้ี งคู่ เช่น ตำลงึ โพ และมะนาว) (3) ครูและนักเรยี นร่วมกันสรปุ ผลการปฏิบตั ิกิจกรรม โดยครูเน้นให้นกั เรียนเขา้ ใจว่า พืชใบเลีย้ งเด่ยี ว
แผนการจัดการเรยี นรูว้ ิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู และพืชใบเลี้ยงคู่มีลักษณะการเรียงของเส้นใบแตกต่างกัน โดยพืชใบเลี้ยงเดี่ยวมีเส้นใบเรียงขนานกัน ส่วนพืช ใบเล้ียงคมู่ เี ส้นใบเรยี งเป็นรา่ งแห 4) ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) (1) ครูเชื่อมโยงความรู้อาเซียน โดยครูยกตัวอย่างพืชทีเ่ ป็นพืชใบเลี้ยงคู่และพืชใบเลี้ยงเดี่ยว และถาม นักเรยี นวา่ ทราบหรือไม่วา่ พืชชนิดนีเ้ ป็นพชื ท่สี รา้ งรายไดใ้ ห้กับประเทศใดบา้ ง เชน่ • ข้าวเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ซึ่งข้าวเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของไทย มาเลเซีย เมียนมา กัมพูชา อนิ โดนีเซีย และฟลิ ิปปนิ ส์ • ยางพาราเป็นผลิตภัณฑ์จากต้นยางพารา ซึ่งเป็นพืชใบเลี้ยงคู่ และเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของ ไทย อนิ โดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวยี ดนาม • พริกไทยเป็นพชื ใบเล้ยี งคู่ซ่ึงเป็นสนิ คา้ ส่งออกที่สำคญั ของมาเลเซยี เวยี ดนาม และกัมพชู า
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้น ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู (4) นักเรียนค้นคว้าคำศัพท์ภาษาต่างประเทศเกี่ยวกับพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและพืชใบเลี้ยงคู่ จากหนังสือ เรยี นภาษาตา่ งประเทศหรอื อนิ เทอร์เนต็ และนำเสนอใหเ้ พอื่ นฟงั คดั คำศัพทพ์ ร้อมคำแปลลงในสมุดสง่ ครู 5) ขัน้ ประเมิน (Evaluation) (1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีจุดใดบ้างที่ยังไม่ เข้าใจหรอื ยังมขี อ้ สงสัย ถา้ มี ครูชว่ ยอธบิ ายเพิม่ เติมให้นักเรียนเข้าใจ (2) นกั เรยี นร่วมกนั ประเมนิ การปฏิบตั กิ จิ กรรมกลุม่ ว่ามีปัญหาหรืออปุ สรรคใดและได้แกไ้ ขอยา่ งไรบ้าง (3) ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับประโยชน์ทไี่ ดร้ ับจากการปฏบิ ตั ิกิจกรรมและการ นำความรไู้ ปใช้ประโยชน์ (4) ครทู ดสอบความเข้าใจของนกั เรยี นโดยถามคำถามนักเรยี น เช่น – พชื ใบเลยี้ งเดย่ี วกับพืชใบเลย้ี งคมู่ ีสิง่ ใดท่ีแตกตา่ งกนั – เสน้ ใบเรยี งขนานกนั รากเปน็ ระบบรากฝอย เปน็ ลักษณะของพชื ชนิดใด – แผ่นใบกว้าง เส้นใบประสานกันเป็นร่างแห ลำต้นไม่มีข้อปล้อง มีรากเป็นระบบรากแก้ว เป็น ลกั ษณะของพชื ชนดิ ใด ขั้นสรุป 1) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและพืชใบเลี้ยงคู่ โดยร่วมกันเขียนเป็นแผนท่ี ความคดิ หรอื ผงั มโนทัศน์ 2) ครมู อบหมายให้นักเรียนไปศึกษาค้นคว้าเนื้อหาของบทเรียนชว่ั โมงหน้าเพ่ือจดั การเรียนรู้ครั้งต่อไป โดยให้นกั เรียนศึกษาค้นคว้าล่วงหน้าในหวั ข้อหน้าทีข่ องส่วนต่างๆ ของพืช โดยใช้ใบงาน สงั เกตก่อนเรียน 3 ที่ ครจู ัดเตรียมไวใ้ ห้ประกอบการศกึ ษาค้นควา้ 3) ครอู ธบิ ายข้นั ตอนการปฏบิ ัติกจิ กรรมและมอบหมายให้นักเรยี นไปปฏบิ ัติกิจกรรมทบ่ี ้าน พร้อมทงั้ ให้ นักเรียนเตรียมประเด็นคำถามทีส่ งสัยมาอย่างน้อยคนละ 1 คำถาม เพื่อนำมาอภิปรายร่วมกันในห้องเรียนครัง้ ตอ่ ไป 10. สื่อการเรียนรู้ 1. ใบกจิ กรรมที่ 3 สำรวจพชื ใกลต้ วั 2. ใบงานสงั เกตก่อนเรียน 3 3. หนังสอื เรยี นภาษาตา่ งประเทศหรืออนิ เทอรเ์ น็ต 4. คมู่ ือการสอน วทิ ยาศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 4 5. สอ่ื การเรียนรู้ PowerPoint รายวชิ าพน้ื ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 6. แบบฝกึ ทกั ษะรายวิชาพืน้ ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 4 7. หนังสือเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐาน วิทยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 4
แผนการจัดการเรยี นร้วู ชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู 11. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ดา้ นความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรมและ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) จิตวทิ ยาศาสตร์ (A) 1. ซกั ถามความรเู้ รื่องพชื ใบเลย้ี ง 1. ประเมินทักษะกระบวนการ เดย่ี วและพืชใบเล้ยี งคู่ 1. ประเมนิ เจตคติทาง ทางวทิ ยาศาสตร์โดยใชแ้ บบ วทิ ยาศาสตรเ์ ปน็ รายบคุ คล วัดทกั ษะกระบวนการทาง 2. ตรวจชิ้นงานหรอื ภาระงานของ โดยการสังเกตและใชแ้ บบวดั วิทยาศาสตร์ กิจกรรมฝึกทกั ษะระหว่างเรียน เจตคติทางวทิ ยาศาสตร์ 2. ประเมินทักษะการคิดโดย 2. ประเมินเจตคติตอ่ การสงั เกตการทำงานกลุ่ม วิทยาศาสตร์เป็นรายบุคคล โดยการสังเกตและใชแ้ บบวัด 3. ประเมินทักษะการ เจตคติตอ่ วิทยาศาสตร์ แกป้ ญั หาโดยการสงั เกตการ ทำงานกลมุ่ 4. ประเมนิ พฤติกรรมในการ ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมเปน็ รายบุคคลหรือรายกลุ่มโดย การสงั เกตการทำงานกลุ่ม
แผนการจัดการเรยี นร้วู ชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู 12. บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรียนรู้ 12.1 สรปุ ผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1. นกั เรียนจำนวน..................คน ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู.้ .....................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ.................. ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรยี นร.ู้ .................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ.................. นกั เรยี นนีไ่ มผ่ า่ น มีดงั น้ี 1............................................................ 2............................................................ 3............................................................ 4............................................................ 5............................................................ 6............................................................ แนวทางแก้ไขนักเรยี นที่ไมผ่ า่ นจุดประสงค์การเรียนรู้ ....................................................................................... ............................................................... ............................................................................................................................. ......................... 2. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ (K) ............................................................................................................................. ......................... .......................................................................................................... ............................................ 3. นักเรยี นมคี วามรเู้ กิดทักษะ (P) ............................................................................................................................. ......................... ...................................................................................................................................................... 4. นกั เรียนมเี จตคติ ค่านยิ ม คณุ ธรรมจริยธรรม (A) .................................................................................. .................................................................... ............................................................................................................................. ......................... 12.2 ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 12.3 ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงช่อื .................................................. (นางอมลสิริ คำฟู) ตำแหนง่ ครูผชู้ ว่ ย
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้น ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 13 สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ รหัสวิชา ว14101 ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4 หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 1 เร่อื ง หนา้ ที่ของส่วนตา่ ง ๆ ของพืช (1) เวลา 1 ชวั่ โมง ครูผ้สู อน นางอมลสริ ิ คำฟู ********************************************************************************** 1. มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออก จากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ 2. ตัวชี้วัดชัน้ ปี บรรยายหนา้ ท่ีของราก ลำตน้ ใบ และดอกของพืชดอกโดยใช้ขอ้ มูลทรี่ วบรวมได้ (ว 1.2 ป. 4/1) 3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. อธบิ ายหน้าทขี่ องสว่ นตา่ ง ๆ ของพชื ได้ (K) 2. มคี วามสนใจใฝร่ หู้ รอื อยากรูอ้ ยากเหน็ (A) 3. พอใจในประสบการณก์ ารเรยี นร้ทู ี่เกีย่ วกับวิทยาศาสตร์ (A) 4. ทำงานรว่ มกบั ผู้อ่นื อยา่ งสรา้ งสรรค์ (A) 5. สื่อสารและนำความรูเ้ รอ่ื งหน้าทข่ี องสว่ นต่างๆ ของพืชไปใช้ในชวี ติ ประจำวนั ได้ (P) 4. สาระสำคญั พืชเป็นสงิ่ มีชีวติ ท่มี สี ว่ นประกอบภายนอก ไดแ้ ก่ ราก ลำต้น ใบ ดอก และผล 5. สาระการเรียนรู้ หนา้ ทีข่ องส่วนตา่ ง ๆ ของพืช 6. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ 1. มีวนิ ัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. มีจติ วทิ ยาศาสตร์ 7. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น 1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ัน ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู 8. ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน 1. สงั เกตกอ่ นเรยี น 3 2. สบื ค้นขอ้ มลู เกย่ี วกบั หนา้ ท่ขี องสว่ นตา่ ง ๆ ของพชื 9. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ ขน้ั นำเข้าสบู่ ทเรยี น 1) ครถู ามคำถามนกั เรียนเพื่อกระตุน้ ความสนใจ เช่น – นักเรียนชอบพืชหรือไม่ เพราะอะไร (แนวคำตอบ ชอบ เพราะใช้เป็นอาหารได้และทำให้รู้สึก สดช่นื ) – นักเรียนปลูกพืชชนิดใดไว้ที่บ้าน แต่ละชนิดมีลักษณะใด (แนวคำตอบ ชบาและเข็ม มีลักษณะ คล้ายกนั คอื มีใบสีเขียว ลำตน้ ตงั้ ตรง มดี อก และมรี ากแก้ว) 2) นักเรียนช่วยกันอภิปรายและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบจากคำถาม เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การ เรยี นร้เู ร่ือง หน้าที่ของสว่ นตา่ งๆ ของพชื ขน้ั จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ จดั กจิ กรรมการเรียนรโู้ ดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process) มขี นั้ ตอนดงั น้ี 1) ข้นั สรา้ งความสนใจ (Engagement) (1) ครูให้นักเรียนนำใบงาน สังเกตก่อนเรียน 3 ที่ครูมอบหมายให้ไปเรียนรู้ลว่ งหน้าทีบ่ ้านมาอภิปราย รว่ มกันในชน้ั เรียน (2) ครูตรวจสอบว่านักเรียนทำกิจกรรมที่ได้รับมอบหมายไปหรือไม่ โดยตรวจสอบจากการจดบันทึก ของนกั เรยี น และถามคำถามเกย่ี วกบั กิจกรรม ดังน้ี – นกั เรียนรู้จักพืชชนดิ ใดบ้าง (แนวคำตอบ ชบา มะลิ ตำลงึ และมะพรา้ ว) – พืชมีส่วนประกอบท่ีสำคญั อะไรบ้าง (แนวคำตอบ ราก ลำตน้ ใบ ดอก และผล) (3) ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนตั้งประเด็นคำถามที่นักเรียนสงสัยจากการทำกิจกรรมอย่างน้อยคนละ 1 คำถาม ซึ่งครใู หน้ ักเรยี นเตรยี มมาล่วงหน้า และใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั ตอบและแสดงความคดิ เหน็ (4) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับกิจกรรม สังเกตก่อนเรียน 3 โดยครูช่วยอธิบายให้นักเรียน เขา้ ใจวา่ พืชมีสว่ นประกอบทีส่ ำคญั ไดแ้ ก่ ราก ลำตน้ ใบ ดอก และผล 2) ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) (1) ครใู หน้ ักเรียนศึกษาเรื่องหน้าท่ีของส่วนตา่ งๆ ของพืชจากใบความร้หู รอื ในหนังสือเรียน โดยครูช่วย อธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า เมื่อนักเรียนเพาะเมล็ด รากจะเริ่มงอกมาเป็นลำดับแรก จากนั้นจึงมีใบและลำต้น งอกออกมาเป็นต้นกล้าเล็ก ๆ และเจริญเติบโตเปน็ พืชท่ีมขี นาดใหญ่ขึ้น จนมีดอกและผล ซึ่งแต่ละส่วนของพืช ทำหนา้ ทแี่ ตกตา่ งกนั (2) แบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5 – 6 คน สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับหน้าที่ของส่วนต่างๆ ของพืชโดยดำเนินการ ตามข้นั ตอนดงั นี้ – แต่ละกลุ่มวางแผนการสืบค้นข้อมูล โดยแบ่งหัวข้อหน้าที่ของส่วนต่างๆ ของพืชเป็นหัวขอ้ ย่อย เช่น หนา้ ท่ีของราก ลำตน้ ใบ และดอก ให้สมาชิกแต่ละกลุ่มช่วยกันสืบค้นตามหัวข้อท่กี ำหนด
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู – สมาชิกแตล่ ะกลุ่มชว่ ยกนั สืบคน้ ข้อมูลตามหัวข้อท่กี ลุ่มของตนเองรับผดิ ชอบโดยการสืบค้นจาก หนงั สอื วารสาร สารานุกรมวทิ ยาศาสตร์ สารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชน และอนิ เทอร์เน็ต – สมาชกิ กลุ่มนำข้อมูลทส่ี ืบค้นได้มารายงานให้เพื่อนๆ สมาชกิ ในกลุม่ ฟัง รวมทั้งร่วมกันอภิปราย ซักถามจนคาดว่าสมาชกิ ทุกคนมคี วามร้คู วามเข้าใจที่ตรงกัน – สมาชกิ กล่มุ ช่วยกันสรปุ ความรู้ท่ีไดท้ ั้งหมดเป็นผลงานของกลุม่ (3) ครูคอยแนะนำช่วยเหลอื นักเรียนขณะปฏิบัติกจิ กรรม โดยครเู ดินดรู อบ ๆ ห้องเรียนและเปิดโอกาส ใหน้ ักเรียนทกุ คนซักถามเม่อื มปี ญั หา 3) ข้นั อธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation) (1) นักเรียนแตล่ ะกลุ่มส่งตัวแทนกลุ่มนำเสนอผลการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมหน้าหอ้ งเรียน (2) นักเรยี นและครรู ว่ มกนั อภิปรายและหาข้อสรปุ จากการปฏบิ ัติกิจกรรม โดยใชแ้ นวคำถาม ตอ่ ไปนี้ – รากของพชื ทำหน้าที่อะไร (แนวคำตอบ ดดู ซับน้ำและแร่ธาตุข้นึ ไปยงั ลำตน้ ) – ลำต้นของพืชทำหนา้ ท่ีอะไร (แนวคำตอบ ลำเลยี งนำ้ และอาหารไปยงั ส่วนตา่ ง ๆ ของพืช) – ใบของพืชทำหนา้ ทอ่ี ะไร (แนวคำตอบ สร้างอาหาร) – ดอกของพืชทำหน้าทีอ่ ะไร (แนวคำตอบ สืบพนั ธุแ์ ละสรา้ งผลและเมลด็ ) – ผลของพืชทำหน้าทีอ่ ะไร (แนวคำตอบ ผลมีเมล็ดทำหน้าท่ีขยายพนั ธุ์) (3) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า พืชมี ส่วนประกอบที่สำคัญ คือ ราก ลำต้น ใบ ดอก และผล โดยแต่ละส่วนทำหน้าที่แตกต่างกันเพื่อช่วยให้พืช เจรญิ เตบิ โตและขยายพันธไ์ุ ด้ 4) ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) แบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 5 – 6 คน สังเกตและบรรยายพืชที่ข้ึนอยู่บริเวณโรงเรียนว่ามีส่วนประกอบ อะไรบ้าง และแต่ละส่วนทำหน้าที่อะไร แล้วนำมาเล่าให้เพื่อนฟัง ซึ่งครูอธิบายเพิ่มเติม โดยครูเน้นให้นักเรียน เขา้ ใจว่า พืชแต่ละชนิดมีส่วนประกอบท่ีสำคญั คอื ราก ลำต้น ใบ ดอก และผล โดยพืชแตล่ ะชนดิ อาจมีลักษณะ ของส่วนประกอบแตกตา่ งกนั แต่สว่ นประกอบนน้ั ทำหนา้ ทีเ่ หมือนกัน 5) ข้ันประเมนิ (Evaluation) (1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีจุดใดบ้างที่ยังไม่ เขา้ ใจหรอื ยังมขี อ้ สงสยั ถา้ มี ครชู ่วยอธิบายเพม่ิ เติมให้นกั เรียนเข้าใจ (2) นกั เรยี นรว่ มกันประเมินการปฏิบตั ิกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออปุ สรรคใดและไดแ้ ก้ไขอย่างไรบา้ ง (3) ครแู ละนักเรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั ประโยชน์ท่ไี ด้รับจากการปฏิบัติกิจกรรมและการ นำความรไู้ ปใช้ประโยชน์ (4) ครูทดสอบความเข้าใจของนกั เรยี นโดยถามคำถามนักเรยี น เช่น – พืชมีส่วนประกอบสำคัญอะไรบา้ ง – ถ้าพืชไม่มใี บจะส่งผลต่อพชื ลกั ษณะใด – ถ้าพชื ไมม่ ีรากจะสง่ ผลต่อพชื ลักษณะใด ขนั้ สรปุ ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สรุปเกย่ี วกบั หน้าท่ีของสว่ นต่าง ๆ ของพชื โดยร่วมกนั เขยี นเป็นแผนที่ความคิด หรอื ผงั มโนทศั น์
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู 10. สื่อการเรยี นรู้ 1. ใบงานสังเกตก่อนเรยี น 3 2. หนงั สือ วารสาร สารานุกรมวทิ ยาศาสตร์ สารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชน และอินเทอรเ์ นต็ 3. คมู่ อื การสอน วิทยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 4. สือ่ การเรียนรู้ PowerPoint รายวิชาพืน้ ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4 5. แบบฝึกทกั ษะรายวิชาพ้ืนฐาน วิทยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 6. หนงั สือเรยี นรายวิชาพื้นฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 11. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ ดา้ นความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรมและ ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P) จติ วิทยาศาสตร์ (A) 1. ซักถามความรเู้ ร่ืองหนา้ ท่ีของ 1. ประเมนิ ทักษะการคดิ โดย ส่วนต่าง ๆ ของพืช 1. ประเมนิ เจตคตทิ าง การสงั เกตการทำงานกลมุ่ วทิ ยาศาสตร์เปน็ รายบุคคล 2. ตรวจช้นิ งานหรอื ภาระงานของ โดยการสังเกตและใช้แบบวัด 2. ประเมินพฤติกรรมในการ กจิ กรรมฝกึ ทกั ษะระหวา่ งเรียน เจตคตทิ างวทิ ยาศาสตร์ ปฏบิ ัติกิจกรรมเปน็ รายบคุ คลหรอื รายกลุ่มโดย 2. ประเมนิ เจตคติต่อ การสงั เกตการทำงานกล่มุ วิทยาศาสตรเ์ ปน็ รายบคุ คล โดยการสังเกตและใช้แบบวดั เจตคตติ ่อวิทยาศาสตร์
แผนการจัดการเรยี นรูว้ ิชาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้น ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู 12. บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรยี นรู้ 12.1 สรปุ ผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1. นกั เรียนจำนวน..................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนร้.ู .....................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................. ไม่ผ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรู.้ .................คน คิดเป็นรอ้ ยละ.................. นกั เรยี นน่ีไมผ่ ่าน มีดังน้ี 1............................................................ 2............................................................ 3............................................................ 4............................................................ 5............................................................ 6............................................................ แนวทางแก้ไขนักเรียนท่ีไมผ่ ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ............................................................................................................................. ......................... ...................................................................................................................................................... 2. นักเรียนมีความรูค้ วามเขา้ ใจ (K) ............................................................................................................................. ......................... .................................................................................................................................. .................... 3. นกั เรียนมีความร้เู กิดทกั ษะ (P) ...................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ......................... 4. นกั เรียนมเี จตคติ ค่านิยม คุณธรรมจรยิ ธรรม (A) ............................................................................................................................. ......................... ....................................................................................... ............................................................... 12.2 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 12.3 ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงชือ่ .................................................. (นางอมลสิริ คำฟ)ู ตำแหนง่ ครผู ูช้ ว่ ย
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 14 สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า วิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว14101 ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 เรอ่ื ง หนา้ ทีข่ องส่วนตา่ ง ๆ ของพชื (2) เวลา 1 ชวั่ โมง ครผู สู้ อน นางอมลสิริ คำฟู ********************************************************************************** 1. มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสง่ิ มีชีวิต หนว่ ยพ้ืนฐานของสง่ิ มีชีวติ การลำเลยี งสารเข้าและออกจาก เซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ 2. ตัวช้ีวัดช้ันปี บรรยายหนา้ ที่ของราก ลำตน้ ใบ และดอกของพชื ดอกโดยใช้ข้อมลู ทีร่ วบรวมได้ (ว 1.2 ป. 4/1) 3. จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. อธบิ ายหนา้ ทีข่ องสว่ นตา่ ง ๆ ของพืชได้ (K) 2. มคี วามสนใจใฝร่ ู้หรืออยากรอู้ ยากเห็น (A) 3. พอใจในประสบการณก์ ารเรยี นรทู้ ีเ่ กี่ยวกับวิทยาศาสตร์ (A) 4. ทำงานร่วมกบั ผอู้ ่ืนอยา่ งสรา้ งสรรค์ (A) 5. สอื่ สารและนำความรเู้ รื่องหนา้ ท่ีของสว่ นตา่ ง ๆ ของพืชไปใช้ในชีวติ ประจำวนั ได้ (P) 4. สาระสำคญั พืชเป็นส่ิงมีชีวิตทม่ี สี ว่ นประกอบภายนอก ไดแ้ ก่ ราก ลำตน้ ใบ ดอก และผล 5. สาระการเรยี นรู้ หน้าทขี่ องสว่ นตา่ ง ๆ ของพชื 6. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ 1. มวี นิ ัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมน่ั ในการทำงาน 4. มีจติ วทิ ยาศาสตร์ 7. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคดิ 3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา 4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะ/กระบวนการและทกั ษะในการดำเนนิ ชวี ิต 5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู 8. ชิ้นงานหรอื ภาระงาน สร้างผลงานศิลปะจากสว่ นต่าง ๆ ของพชื 9. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1) ครูทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับหน้าทีข่ องส่วนต่าง ๆ ของพืช โดยครูให้นักเรียนบอกหน้าที่ของส่วน ตา่ ง ๆ ของพชื มาคนละ 1 สว่ น (แนวคำตอบ รากทำหนา้ ทด่ี ดู ซบั นำ้ และแรธ่ าตขุ น้ึ ไปยงั ลำตน้ ) 2) นักเรยี นชว่ ยกนั ตอบคำถามและแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกับคำตอบของคำถาม เพื่อเชือ่ มโยงไปสู่การ เรียนรู้เร่อื ง หน้าทข่ี องสว่ นตา่ ง ๆ ของพืช ขั้นจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ จัดกจิ กรรมการเรยี นรโู้ ดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ซง่ึ มีข้นั ตอนดงั น้ี 1) ขัน้ สรา้ งความสนใจ (Engagement) (1) ครูกระตุ้นนักเรียนโดยการถามคำถามว่า ส่วนต่าง ๆ ของพืชแต่ละชนิดเหมือนหรือแตกต่างกันใน เร่ืองใด (แนวคำตอบ เหมอื นกันในเรื่องหน้าท่ี แต่อาจมลี กั ษณะภายนอกแตกต่างกนั ) (2) นักเรียนร่วมกนั อภปิ รายเก่ียวกับคำตอบจากคำถามของครูตามประสบการณ์ของนกั เรยี น 2) ข้นั สำรวจและค้นหา (Exploration) (1) ครูใหน้ ักเรียนสร้างผลงานศิลปะจากสว่ นต่าง ๆ ของพืช โดยใหน้ ักเรยี นสำรวจบริเวณโรงเรียนและ รวบรวมส่วนต่าง ๆ ของพืชที่สำรวจได้ จากนั้นออกแบบผลงานศิลปะจากส่วนตา่ ง ๆ ของพืชที่รวบรวมได้และ ลงมอื ทำ แลว้ ให้นำผลงานของแต่ละคนมาจดั แสดง (2) ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรยี นขณะปฏบิ ัติกจิ กรรม โดยครูเดนิ ดรู อบ ๆ หอ้ งเรยี นและเปิดโอกาส ใหน้ ักเรียนทกุ คนซักถามเมือ่ มีปญั หา 3) ข้ันอธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation) (1) นักเรยี นแต่ละกล่มุ สง่ ตวั แทนกลมุ่ นำเสนอผลการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมหนา้ หอ้ งเรยี น (2) นกั เรียนและครูร่วมกนั อภิปรายและหาขอ้ สรุปจากการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม โดยใชแ้ นวคำถาม ต่อไปนี้ – นกั เรยี นสรา้ งผลงานศลิ ปะทีม่ ีชือ่ วา่ อะไร (แนวคำตอบ ป่าแสนสวย) – สว่ นตา่ งๆ ของพืชทใ่ี ชม้ ีอะไรบ้าง (แนวคำตอบ ใบ ก่งิ เมล็ด และดอก) (3) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า พืชมี ส่วนประกอบหลักเหมอื นกนั แตม่ ลี กั ษณะแตกตา่ งกนั ตามชนิดของพชื 4) ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration) นักเรียนค้นคว้าคำศัพท์ภาษาต่างประเทศเกี่ยวกับหน้าที่ของส่วนต่างๆ ของพืช จากหนังสือเรียน ภาษาต่างประเทศหรืออินเทอร์เน็ต และนำเสนอให้เพื่อนในห้องฟัง แล้วคัดคำศัพท์พร้อมทั้งคำแปลลงสมุดสง่ ครู
แผนการจัดการเรยี นรูว้ ชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้น ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู 5) ข้ันประเมนิ (Evaluation) (1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีจุดใดบ้างที่ยังไม่ เขา้ ใจหรอื ยงั มีข้อสงสัย ถ้ามี ครูชว่ ยอธิบายเพ่มิ เตมิ ใหน้ ักเรียนเข้าใจ (2) นกั เรียนร่วมกันประเมินการปฏบิ ัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใดและไดแ้ ก้ไขอย่างไรบา้ ง (3) ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั ประโยชน์ทไ่ี ด้รบั จากการปฏบิ ตั ิกิจกรรมและการ นำความรไู้ ปใช้ประโยชน์ (4) ครูทดสอบความเขา้ ใจของนักเรยี นโดยถามคำถามนักเรยี น เช่น – พชื แตล่ ะชนดิ มลี ักษณะของใบเหมือนหรือแตกต่างกัน – พชื แต่ละชนิดมีลักษณะของดอกเหมือนกนั หรือไม่ ขนั้ สรปุ ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปเกี่ยวกบั หน้าท่ีของสว่ นตา่ ง ๆ ของพชื โดยร่วมกันเขียนเป็นแผนท่ีความคิด หรือผังมโนทัศน์ 10. สื่อการเรยี นรู้ 1. กาว 2. สไี มห้ รือปากกาสีเมจกิ 3. หนงั สือเรยี นภาษาตา่ งประเทศหรอื อินเทอร์เนต็ 4. คู่มือการสอน วทิ ยาศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 4 5. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint รายวิชาพ้ืนฐาน วิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 4 6. แบบฝกึ ทักษะรายวิชาพน้ื ฐาน วิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 7. หนังสอื เรียนรายวชิ าพนื้ ฐาน วิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 11. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ ดา้ นความรู้ (K) ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) จิตวิทยาศาสตร์ (A) 1. ซักถามความร้เู รื่องหนา้ ท่ีของ 1. ประเมนิ ทักษะกระบวนการ ส่วนต่าง ๆ ของพืช 1. ประเมนิ เจตคตทิ าง ทางวิทยาศาสตรโ์ ดยใชแ้ บบ วิทยาศาสตร์เป็นรายบคุ คล วดั ทักษะกระบวนการทาง 2. ตรวจชน้ิ งานหรือภาระงานของ โดยการสงั เกตและใช้แบบวดั วทิ ยาศาสตร์ กิจกรรมฝึกทกั ษะระหวา่ งเรียน เจตคตทิ างวทิ ยาศาสตร์ 2. ประเมินทักษะการคดิ โดย 2. ประเมินเจตคติตอ่ การสังเกตการทำงานกลุ่ม วทิ ยาศาสตร์เป็นรายบุคคล โดยการสังเกตและใช้แบบวัด 3. ประเมนิ พฤติกรรมในการ เจตคตติ ่อวทิ ยาศาสตร์ ปฏิบัติกิจกรรมเป็น รายบุคคลหรือรายกลมุ่ โดย การสงั เกตการทำงานกล่มุ
แผนการจัดการเรยี นรูว้ ิชาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้น ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู 12. บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรยี นรู้ 12.1 สรปุ ผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1. นกั เรียนจำนวน..................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนร้.ู .....................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................. ไม่ผ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรู.้ .................คน คิดเป็นรอ้ ยละ.................. นกั เรยี นน่ีไมผ่ ่าน มีดังน้ี 1............................................................ 2............................................................ 3............................................................ 4............................................................ 5............................................................ 6............................................................ แนวทางแก้ไขนักเรียนท่ีไมผ่ ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ............................................................................................................................. ......................... ...................................................................................................................................................... 2. นักเรียนมีความรูค้ วามเขา้ ใจ (K) ............................................................................................................................. ......................... .................................................................................................................................. .................... 3. นกั เรียนมีความร้เู กิดทกั ษะ (P) ...................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ......................... 4. นกั เรียนมเี จตคติ ค่านิยม คุณธรรมจรยิ ธรรม (A) ............................................................................................................................. ......................... ....................................................................................... ............................................................... 12.2 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 12.3 ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงชือ่ .................................................. (นางอมลสริ ิ คำฟ)ู ตำแหนง่ ครผู ูช้ ่วย
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 15 สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ รหัสวชิ า ว14101 ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 4 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 เร่ือง การลำเลยี งน้ำและแร่ธาตุ (1) เวลา 1 ชว่ั โมง ครูผู้สอน นางอมลสริ ิ คำฟู ********************************************************************************** 1. มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ ใจสมบตั ิของส่ิงมชี ีวติ หน่วยพนื้ ฐานของสิง่ มชี วี ติ การลำเลยี งสารเข้าและออกจาก เซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ 2. ตวั ช้ีวัดชัน้ ปี บรรยายหน้าท่ีของราก ลำต้น ใบ และดอกของพชื ดอกโดยใช้ขอ้ มลู ท่รี วบรวมได้ (ว 1.2 ป. 4/1) 3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. อธบิ ายหนา้ ท่ขี องทอ่ ลำเลียงน้ำได้ (K) 2. สงั เกตการลำเลียงนำ้ และแร่ธาตขุ องพืชได้ (K) 3. มีความสนใจใฝร่ หู้ รืออยากรอู้ ยากเหน็ (A) 4. พอใจในประสบการณ์การเรียนร้ทู ่ีเกย่ี วกบั วิทยาศาสตร์ (A) 5. ทำงานรว่ มกบั ผอู้ ืน่ อย่างสรา้ งสรรค์ (A) 6. สอื่ สารและนำความรู้เร่อื งการลำเลยี งน้ำและแรธ่ าตไุ ปใชใ้ นชวี ติ ประจำวันได้ (P) 4. สาระสำคญั พืชมีท่อลำเลียงน้ำทำหนา้ ท่ีลำเลียงน้ำและแรธ่ าตุทรี่ ากดูดซับจากดินไว้แลว้ ลำเลียงต่อไปยังส่วนต่างๆ ของพชื 5. สาระการเรยี นรู้ หน้าท่ีของส่วนต่าง ๆ ของพืช – การลำเลียงน้ำและแรธ่ าตุ 6. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 1. มีวินยั 2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. มุ่งม่นั ในการทำงาน 4. มีจติ วทิ ยาศาสตร์ 7. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น 1. ความสามารถในการสือ่ สาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะ/กระบวนการและทกั ษะในการดำเนนิ ชวี ิต
แผนการจัดการเรยี นรูว้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู 8. ชิ้นงานหรือภาระงาน ทดลองการลำเลยี งนำ้ และแร่ธาตุของพืช 9. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรียน 1) ครทู บทวนความรขู้ องนักเรียนโดยการถามคำถามวา่ – รากของพืชทำหนา้ ท่ีอะไร (แนวคำตอบ ดูดซบั นำ้ และแรธ่ าตุขึน้ ไปยังลำต้น) – ลำต้นของพืชทำหนา้ ทอ่ี ะไร (แนวคำตอบ ลำเลยี งน้ำและแรธ่ าตุไปยงั ส่วนตา่ งๆ ของพชื ) 2) ครูถามคำถามเพิ่มเติมกับนักเรียนว่า น้ำและแร่ธาตุที่รากของพืชดูดซับจากดินถูกลำเลียงไปยังลำ ต้นไดอ้ ย่างไร (แนวคำตอบ โดยทอ่ ลำเลียงน้ำภายในรากและลำตน้ ) 3) นักเรียนชว่ ยกนั ตอบคำถามและแสดงความคดิ เห็น เพอื่ เชื่อมโยงไปส่กู ารเรียนรู้เรอื่ ง การลำเลียงน้ำ และแรธ่ าตุ ขั้นจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ จดั กจิ กรรมการเรยี นรูโ้ ดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ซง่ึ มขี ั้นตอนดังน้ี 1) ขน้ั สรา้ งความสนใจ (Engagement) (1) ครูนำแกว้ ใส่น้ำหวานสีแดงและแก้วเปล่ามาตั้งที่ความสูงคนละระดับ โดยวางแกว้ ใส่น้ำหวานสีแดง ไว้ที่ระดับต่ำกว่า แล้วถามนักเรียนว่า ถ้านักเรียนต้องการนำน้ำหวานสีแดงไปใส่แก้วเปล่าโดยห้ามยกแก้ว นักเรยี นจะทำวิธใี ด (แนวคำตอบ ใช้หลอดดูดหรือใชท้ ่ปี ัม๊ น้ำท่มี ีลักษณะเปน็ ท่อ) (2) นกั เรยี นรว่ มกันอภปิ รายเก่ยี วกับคำตอบจากคำถามของครูตามประสบการณ์ของนักเรยี น 2) ขัน้ สำรวจและค้นหา (Exploration) (1) ครูให้นักเรียนศึกษาเรื่องการลำเลียงน้ำและแร่ธาตุจากใบความรู้หรือในหนังสือเรียน โดยครูช่วย อธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า น้ำและแร่ธาตุที่รากของพืชดูดซับจากดินถูกลำเลียงไปยังลำต้นได้โดยผ่านท่อ ลำเลียงนำ้ ซ่ึงมีลักษณะคลา้ ยการดูดน้ำผ่านหลอดเพอ่ื ลำเลียงนำ้ จากท่ีตำ่ ขน้ึ ส่ทู ี่สงู (2) แบ่งกลมุ่ นักเรียน กลมุ่ ละ 5 – 6 คน ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมที่ 4 ทดลองการลำเลียงนำ้ และแร่ธาตุของพืช แต่ละกลุ่มปฏบิ ัติกจิ กรรมตามขัน้ ตอนท่ีได้วางแผนไว้ ดงั นี้ ขนั้ ที่ 1 กำหนดปญั หา – พืชมีเน้ือเย่อื ท่ใี ช้ในการลำเลยี งนำ้ และแรธ่ าตุหรือไม่ ขนั้ ท่ี 2 ต้ังสมมุตฐิ าน – เมื่อแช่ตน้ เทียนในนำ้ สแี ดงน่าจะเห็นสีแดงปรากฏในตน้ เทียน ขัน้ ท่ี 3 ทดลอง – ใสน่ ำ้ สีแดง (สีผสมอาหาร) ลงในแกว้ ทีเ่ ตรียมไว้ประมาณ 3 ของแก้ว 4 – ใส่ต้นเทียนที่มีรากติดอยู่ (ซึ่งได้ล้างน้ำให้สะอาดแล้ว) ลงไปในแก้วที่มีน้ำสีแดง จากนั้นตั้งทิ้งไว้ ประมาณ 30 นาที – สังเกตและบันทกึ การเปล่ียนแปลงทเี่ กิดข้ึนกบั ตน้ เทยี น – ใช้มีดตัดลำต้นของต้นเทียนตามแนวขวาง (ก) หลังจากนั้นเฉือนเป็นแผ่นบางๆ วางบนกระจกสไลด์ แลว้ ใช้แว่นขยายส่องดู สังเกตลกั ษณะของลำต้นและวาดรปู
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู – ใช้มีดตัดลำต้นของต้นเทียนตามแนวยาว (ข) แล้วใช้แว่นขยายส่องดู สังเกตลักษณะของลำต้นและ วาดรปู ขั้นที่ 4 วิเคราะหผ์ ลการทดลอง – แปลความหมายขอ้ มูลทไี่ ดจ้ ากตารางบันทกึ ผลการทดลอง – นำข้อมูลทไ่ี ด้มาพิจารณาเพ่อื อธบิ ายวา่ เปน็ ไปตามท่นี กั เรียนต้ังสมมุตฐิ านไวห้ รอื ไม่ ขนั้ ท่ี 5 สรปุ ผลการทดลอง – นักเรยี นร่วมกนั สรปุ ผลการทดลองแล้วเขียนเป็นรายงานสรปุ ผลการทดลองส่งครู (3) ครคู อยแนะนำชว่ ยเหลือนักเรยี นขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครเู ดนิ ดรู อบๆ ห้องเรยี นและเปิดโอกาส ให้นกั เรยี นทกุ คนซักถามเมื่อมปี ัญหา 3) ขนั้ อธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation) (1) นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มนำเสนอผลการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมหนา้ หอ้ งเรียน (2) ครูและนกั เรียนร่วมกันอภิปรายผลการปฏบิ ตั ิกิจกรรมโดยใช้แนวคำถาม เช่น – ต้นเทยี นเกิดการเปลีย่ นแปลงลกั ษณะใด (แนวคำตอบ รากของตน้ เทยี นมีสีแดงก่อน จากน้ันลำ ตน้ กิง่ กา้ น และเสน้ ใบจึงมีสแี ดงตามลำดบั ) – นักเรียนสงั เกตเห็นอะไรบา้ ง เมือ่ ใช้แวน่ ขยายส่องดูลำต้นท่ตี ัดตามแนวขวางและแนวยาว (แนว คำตอบ เมื่อใช้แว่นขยายส่องดูลำต้นทีต่ ดั ตามแนวขวางจะสังเกตเห็นกลุ่มสีแดงอยูร่ อบลำต้น เมื่อใช้แว่นขยาย สอ่ งดลู ำต้นท่ตี ัดตามแนวยาวจะสังเกตเหน็ ท่อยาวสแี ดงอยทู่ างด้านข้างของลำต้น) – นักเรียนสามารถสรุปทิศทางการลำเลียงน้ำและแร่ธาตุของพืชได้หรือไม่ และสังเกตจากอะไร (แนวคำตอบ ได้ โดยการลำเลียงน้ำและแร่ธาตุของพืชมที ิศทางจากรากไปยังลำตน้ และส่วนต่างๆ ของพืช โดย สงั เกตจากการเคลื่อนท่ขี องน้ำสีแดงท่เี คล่ือนท่จี ากรากไปยังลำตน้ ก่ิง ก้าน และใบ ตามลำดับ) (3) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า พืชลำเลียงน้ำ และแรธ่ าตจุ ากรากไปยังสว่ นตา่ ง ๆ ของพชื ผา่ นทางท่อลำเลียงนำ้ 4) ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration) (1) ครูนำรูปภาพตัดขวางบริเวณลำต้นและรากของพืชที่จุ่มในน้ำสีแดงพร้อมกับภาพขยายท่อลำเลียง น้ำมาให้นักเรียนดู แล้วอธิบายเพิ่มเติมกับนักเรียนว่า ภายในลำต้นและรากมีท่อลำเลียงน้ำอยู่เป็นกลุ่ม ทำ หน้าท่ีลำเลียงน้ำและแร่ธาตจุ ากรากไปยังสว่ นต่าง ๆ ของพชื โดยการจดั เรียงตวั ของท่อลำเลียงนำ้ ในลำต้นและ รากจะแตกต่างกัน ดงั นี้
แผนการจัดการเรยี นร้วู ชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ัน ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู • ทอ่ ลำเลียงนำ้ บริเวณลำต้นจะแยกเปน็ กล่มุ ๆ และจดั เรยี งอยู่ท่บี รเิ วณขอบของลำต้น • ทอ่ ลำเลยี งนำ้ บรเิ วณรากจะรวมเป็นกล่มุ เดียวกนั และมีลกั ษณะเป็นแฉกอยตู่ รงกลางของราก (2) นักเรยี นและครรู ่วมกันสรปุ ความสำคญั ของท่อลำเลียงนำ้ วา่ ทอ่ ลำเลียงนำ้ ทำหน้าที่ลำเลียงน้ำและ แร่ธาตเุ พ่ือให้พชื นำไปใช้ในกจิ กรรมต่างๆ ของพชื เชน่ การสรา้ งอาหารท่ีใบหรอื การสรา้ งเน้ือเยอ่ื ต่างๆ 5) ขน้ั ประเมนิ (Evaluation) (1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีจุดใดบ้างที่ยังไม่ เขา้ ใจหรอื ยงั มขี อ้ สงสยั ถา้ มี ครชู ่วยอธบิ ายเพ่ิมเติมให้นักเรียนเขา้ ใจ (2) นกั เรยี นรว่ มกนั ประเมนิ การปฏิบตั ิกิจกรรมกลมุ่ ว่ามปี ัญหาหรอื อปุ สรรคใดและได้แกไ้ ขอยา่ งไรบ้าง (3) ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับประโยชน์ทไี่ ด้รบั จากการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมและการ นำความรไู้ ปใช้ประโยชน์ (4) ครทู ดสอบความเขา้ ใจของนักเรียนโดยถามคำถามนกั เรยี น เชน่ – พชื ลำเลียงนำ้ และแรธ่ าตุจากดินขนึ้ สู่ลำต้นทางใด – เนือ้ เยอ่ื ทใ่ี ช้ลำเลียงน้ำและแร่ธาตใุ นพชื มลี กั ษณะอย่างไร
แผนการจัดการเรยี นร้วู ิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู ขัน้ สรปุ ครูและนักเรยี นรว่ มกันสรุปเก่ียวกบั การลำเลยี งนำ้ และแร่ธาตุ โดยร่วมกนั เขียนเป็นแผนที่ความคิดหรือ ผังมโนทัศน์ 10. ส่ือการเรยี นรู้ 1. ใบกิจกรรมที่ 4 ทดลองการลำเลียงน้ำและแร่ธาตุของพืช 2. แกว้ ใสน่ ำ้ หวานสีแดงและแก้วเปล่า 3. หลอดดูดและปั๊มน้ำขนาดเลก็ 4. รปู ภาพตดั ขวางบรเิ วณลำตน้ และรากของพชื ทจ่ี มุ่ ในนำ้ สแี ดง 5. รปู ขยายทอ่ ลำเลียงนำ้ 6. ค่มู ือการสอน วทิ ยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 7. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint รายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 4 8. แบบฝกึ ทกั ษะรายวิชาพนื้ ฐาน วิทยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 9. หนังสือเรียนรายวชิ าพ้นื ฐาน วิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4 11. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ด้านความรู้ (K) ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) จติ วิทยาศาสตร์ (A) 1. ซกั ถามความรู้เรื่องการลำเลยี ง 1. ประเมินทักษะกระบวนการ นำ้ และแร่ธาตุ 1. ประเมนิ เจตคติทาง ทางวิทยาศาสตรโ์ ดยใช้แบบ วทิ ยาศาสตรเ์ ปน็ รายบุคคล วดั ทกั ษะกระบวนการทาง 2. ตรวจช้นิ งานหรือภาระงานของ โดยการสงั เกตและใช้แบบวัด วิทยาศาสตร์ กจิ กรรมฝึกทักษะระหว่างเรียน เจตคติทางวทิ ยาศาสตร์ 2. ประเมินทักษะการคดิ โดย 2. ประเมินเจตคติตอ่ การสงั เกตการทำงานกล่มุ วทิ ยาศาสตร์เป็นรายบุคคล โดยการสังเกตและใช้แบบวดั 3. ประเมินทักษะการ เจตคตติ อ่ วทิ ยาศาสตร์ แก้ปญั หาโดยการสังเกตการ ทำงานกลมุ่ 4. ประเมินพฤติกรรมในการ ปฏิบตั ิกิจกรรมเป็น รายบุคคลหรือรายกลมุ่ โดย การสังเกตการทำงานกลุ่ม
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู 12. บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรียนรู้ 12.1 สรปุ ผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1. นกั เรียนจำนวน..................คน ผ่านจดุ ประสงค์การเรยี นร.ู้ .....................คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................. ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนร.ู้ .................คน คิดเปน็ ร้อยละ.................. นกั เรยี นนีไ่ มผ่ า่ น มีดังน้ี 1............................................................ 2............................................................ 3............................................................ 4............................................................ 5............................................................ 6............................................................ แนวทางแก้ไขนักเรยี นท่ีไมผ่ า่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ............................................................................................................................. ......................... ............................................................................................................................. ......................... 2. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ (K) ............................................................................................................................. ......................... .......................................................................................................... ............................................ 3. นักเรยี นมคี วามรเู้ กิดทักษะ (P) ............................................................................................................................. ......................... ...................................................................................................................................................... 4. นกั เรียนมเี จตคติ ค่านยิ ม คณุ ธรรมจรยิ ธรรม (A) .................................................................................. .................................................................... ............................................................................................................................. ......................... 12.2 ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 12.3 ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงชอ่ื .................................................. (นางอมลสริ ิ คำฟู) ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย
แผนการจัดการเรยี นรู้วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 16 สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ รหัสวชิ า ว14101 ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 เร่ือง การลำเลยี งนำ้ และแร่ธาตุ (2) เวลา 1 ชว่ั โมง ครผู ู้สอน นางอมลสริ ิ คำฟู ********************************************************************************** 1. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัตขิ องสิง่ มีชวี ติ หนว่ ยพ้ืนฐานของสง่ิ มีชวี ติ การลำเลยี งสารเข้าและออกจาก เซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ 2. ตัวชี้วัดชั้นปี บรรยายหน้าท่ขี องราก ลำต้น ใบ และดอกของพืชดอกโดยใชข้ ้อมูลท่ีรวบรวมได้ (ว 1.2 ป. 4/1) 3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. อธบิ ายหนา้ ท่ีของทอ่ ลำเลยี งน้ำได้ (K) 2. สงั เกตการลำเลียงน้ำและแร่ธาตขุ องพืชได้ (K) 3. มคี วามสนใจใฝ่รู้หรืออยากรู้อยากเหน็ (A) 4. พอใจในประสบการณก์ ารเรียนร้ทู ่เี กยี่ วกับวทิ ยาศาสตร์ (A) 5. ทำงานร่วมกบั ผูอ้ ื่นอย่างสร้างสรรค์ (A) 6. สื่อสารและนำความรเู้ รอ่ื งการลำเลยี งนำ้ และแร่ธาตุไปใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้ (P) 4. สาระสำคญั พืชมีท่อลำเลียงนำ้ ทำหน้าท่ีลำเลียงน้ำและแรธ่ าตุทีร่ ากดูดซับจากดินไว้แล้วลำเลียงต่อไปยังส่วนต่างๆ ของพืช 5. สาระการเรียนรู้ หนา้ ท่ีของสว่ นต่าง ๆ ของพชื – การลำเลียงน้ำและแร่ธาตุ 6. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ 1. มวี ินยั 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมัน่ ในการทำงาน 4. มีจิตวทิ ยาศาสตร์
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู 7. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น 1. ความสามารถในการส่ือสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา 4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะ/กระบวนการและทักษะในการดำเนินชีวิต 5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 8. ช้นิ งานหรือภาระงาน สังเกตดอกไม้เปลย่ี นสี 9. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ ข้ันนำเข้าสู่บทเรยี น 1) ครูทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับการลำเลียงน้ำและแร่ธาตุ โดยการให้นักเรียนอธิบายว่า น้ำและแร่ ธาตทุ ร่ี ากของพืชดูดซับจากดินถูกลำเลยี งไปยังลำต้นไดอ้ ยา่ งไร (แนวคำตอบ ภายในรากและลำต้นของพืชมีท่อ ลำเลียงนำ้ รากจึงดดู ซับนำ้ และแรธ่ าตจุ ากดนิ และลำเลียงไปยังลำต้นผ่านท่อลำเลียงนำ้ ได)้ 2) นกั เรียนช่วยกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั คำตอบของคำถาม เพอ่ื เช่อื มโยงไปสู่การ เรียนรูเ้ ร่ือง การลำเลยี งน้ำและแร่ธาตุ ข้ันจดั กิจกรรมการเรียนรู้ จดั กจิ กรรมการเรียนรูโ้ ดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ซง่ึ มีข้ันตอนดังนี้ 1) ขน้ั สร้างความสนใจ (Engagement) (1) ครูกระตุ้นนักเรยี นโดยถามคำถามว่า เราสามารถนำความรูเ้ รือ่ ง การลำเลียงน้ำและแรธ่ าตุของพชื มาใช้ประโยชนอ์ ะไรได้บา้ ง (แนวคำตอบ การรดน้ำต้นไม้ไมจ่ ำเปน็ ต้องรดท่ีใบเนื่องจากใบไม่ไดท้ ำหนา้ ท่ีดดู ซับ นำ้ ขึ้นสู่ลำต้น) (2) นักเรยี นรว่ มกนั อภปิ รายเก่ยี วกับคำตอบจากคำถามของครตู ามประสบการณ์ของนกั เรยี น 2) ขั้นสำรวจและคน้ หา (Exploration) (1) แบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 5 – 6 คน ปฏิบัติกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ที่ 3 ดอกไม้เปลี่ยนสี แต่ละ กลุม่ ปฏิบตั ิกิจกรรมตามขนั้ ตอนท่ีได้วางแผนไว้ ดังนี้ – เตมิ น้ำลงในขวด 3 ใบทเ่ี ตรยี มไว้จนเกอื บเต็ม แลว้ หยดสีผสมอาหารสีแดง สีมว่ ง และสฟี า้ ขวด ละ 1 สี ประมาณขวดละ 3 – 4 หยด – ใช้กรรไกรตัดปลายก้านดอกไมส้ ีขาว 3 ดอก แล้วนำไปแชใ่ นขวดน้ำผสมสีขวดละ 1 ดอก – ตั้งดอกไม้ไว้ 1 คนื สังเกตการเปลี่ยนแปลงของสดี อกไมแ้ ละบันทึกผล (2) ครคู อยแนะนำชว่ ยเหลอื นักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดรู อบๆ ห้องเรยี นและเปิดโอกาสให้ นักเรยี นทุกคนซกั ถามเมอ่ื มปี ญั หา
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู 3) ขน้ั อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation) (1) นกั เรยี นแต่ละกลุม่ ส่งตัวแทนกลุ่มนำเสนอผลการปฏิบตั กิ ิจกรรมหน้าห้องเรียน (2) นกั เรียนและครูรว่ มกันอภปิ รายและหาข้อสรปุ จากการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม โดยใช้แนวคำถาม ตอ่ ไปน้ี – ถ้าไม่มีดอกไม้สีขาว นักเรยี นจะใชด้ อกไม้สีใดแทน เพราะอะไร (แนวคำตอบ ดอกไม้ที่มีสีอ่อน เพราะจะไดเ้ หน็ การเปลีย่ นแปลงทีช่ ดั เจน) – ดอกไมข้ องนกั เรยี นมีการเปล่ียนแปลงสีหรือไม่ เพราะอะไร (แนวคำตอบ เปลย่ี นแปลง เพราะ ทอ่ ลำเลียงนำ้ ในกา้ นดอกลำเลยี งน้ำสีขึน้ ส่สู ว่ นของดอกที่อยูด่ ้านบน) – นกั เรียนไดป้ ระโยชน์อะไรจากการทำกิจกรรมน้ี (แนวคำตอบ นำความรู้เร่อื งการลำเลยี งนำ้ และ แรธ่ าตมุ าใช้ยอ้ มสดี อกไม้ตามท่ีตอ้ งการ) (3) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการปฏิบตั ิกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า สีจะถูกลำเลยี ง ไปตามทอ่ ลำเลียงน้ำไปยงั กลีบดอก กลีบดอกจึงถกู ยอ้ มด้วยสที ่ตี ้องการ 4) ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration) (1) ครูเชื่อมโยงความรู้เข้ากับหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยให้นักเรียนสืบค้นวิธีรดน้ำต้นไม้ที่ถูกต้อง เพอื่ ใหน้ กั เรียนได้รู้จักพึ่งพาตนเองด้านทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม คอื การรูจ้ กั ใชน้ ำ้ ในการรดน้ำต้นไม้ อย่างชาญฉลาดและรอบคอบเพ่ือให้เกดิ ประโยชนส์ ูงสดุ และยั่งยืน โดยคำนงึ ถงึ หลกั การทางวทิ ยาศาสตรว์ า่ พืช ลำเลียงน้ำผา่ นทางท่อลำเลยี งน้ำ เพ่อื นำไปใชใ้ นกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ดงั น้ี – ควรรดน้ำต้นไม้จากต้นที่อยู่ไกลที่สุดก่อนเพื่อดึงสายยางให้มีความยาวพอสำหรับรดน้ำทุก บริเวณ ถ้าดึงสายยางยาวไม่พอทำให้ต้องทิ้งสายยางที่มีน้ำไหลไว้แล้วกลับไปดึงสายยางให้ยาวมากขึ้น การทำ เช่นนี้ทำให้สูญเสยี น้ำโดยเปล่าประโยชน์ – รดน้ำต้นไม้ในระยะต่ำ เพราะส่วนที่พืชใช้ในการดูดซับน้ำไปเลี้ยงลำต้น คือ ราก การรดน้ำ ตน้ ไมใ้ ห้ใบชุม่ น้ำมากเกินไปไมช่ ว่ ยใหพ้ ืชดดู ซบั นำ้ เข้าสลู่ ำต้นได้ – สังเกตดนิ บรเิ วณที่จะรดน้ำตน้ ไม้ ถา้ ดนิ ชนื้ อยู่แล้วไม่ควรรดเพิ่มอีกในปริมาณมาก เพราะถ้าพืช ที่ได้รับน้ำมากเกินไปจะทำให้รากเน่าและตาย ซึ่งนอกจากจะทำให้สูญเสียน้ำแล้ว ยังต้องสูญเสียเงินในการซอ้ื พชื ต้นใหม่อีก – ควรรดน้ำต้นไม้ในเวลาก่อน 9 โมงเช้า เนื่องจากเวลาเที่ยงและบ่ายแดดจะแรง น้ำระเหยออก จากดินเร็ว พืชดูดซับน้ำไม่ทันจึงเหี่ยวเร็ว ทำให้ต้องรดน้ำต้นไม้ซ้ำ และถ้ารดน้ำต้นไม้กลางคืนก็จะไม่มีแดดที่ พชื ใชใ้ นการสังเคราะหด์ ้วยแสง ดงั นั้น เวลากอ่ น 9 โมงเชา้ จงึ เปน็ เวลาทเี่ หมาะสมท่สี ดุ (2) นักเรียนค้นคว้าคำศัพท์ภาษาต่างประเทศเกี่ยวกับการลำเลียงน้ำและแร่ธาตุจากหนังสือเรียน ภาษาต่างประเทศหรืออินเทอร์เน็ต และนำเสนอให้เพื่อนในห้องฟัง แล้วคัดคำศัพท์พร้อมทั้งคำแปลลงสมุดสง่ ครู 5) ขนั้ ประเมิน (Evaluation) (1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาวา่ จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีจุดใดบา้ งที่ยังไม่ เขา้ ใจหรอื ยังมขี อ้ สงสยั ถา้ มี ครูช่วยอธิบายเพม่ิ เตมิ ใหน้ กั เรียนเข้าใจ (2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบตั ิกิจกรรมกลมุ่ ว่ามปี ญั หาหรอื อปุ สรรคใดและได้แก้ไขอย่างไรบา้ ง (3) ครูและนักเรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั ประโยชน์ท่ีได้รับจากการปฏิบตั ิกจิ กรรมและการ นำความรูไ้ ปใช้ประโยชน์
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู (4) ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยถามคำถามนกั เรียน เช่น – ท่อลำเลียงน้ำมที ศิ ทางการลำเลยี งลักษณะใด – การจัดเรยี งตัวของท่อลำเลียงนำ้ มลี ักษณะใด – ท่อลำเลยี งนำ้ มีความสำคญั ตอ่ การเจริญเตบิ โตของพชื เพราะอะไร ข้นั สรปุ ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเก่ยี วกับการลำเลยี งนำ้ และแรธ่ าตุ โดยร่วมกันเขยี นเปน็ แผนทีค่ วามคิดหรือ ผังมโนทัศน์ 10. ส่ือการเรยี นรู้ 1. ใบกจิ กรรมเสรมิ การเรยี นรู้ท่ี 3 ดอกไม้เปลย่ี นสี 2. หนังสอื เรยี นภาษาตา่ งประเทศหรืออนิ เทอรเ์ น็ต 3. คมู่ อื การสอน วทิ ยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 4. สอ่ื การเรยี นรู้ PowerPoint รายวิชาพ้ืนฐาน วทิ ยาศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 4 5. แบบฝกึ ทกั ษะรายวิชาพืน้ ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 4 6. หนงั สือเรียนรายวชิ าพ้ืนฐาน วิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 11. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรมและ ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P) จิตวทิ ยาศาสตร์ (A) 1. ซกั ถามความรู้เรื่องการลำเลยี ง น้ำและแร่ธาตุ 1. ประเมนิ เจตคตทิ างวทิ ยาศาสตร์ 1. ประเมินทักษะกระบวนการ 2. ตรวจชิ้นงานหรือภาระงานของ เป็นรายบคุ คลโดยการสังเกต ทางวิทยาศาสตร์โดยใช้แบบ กจิ กรรมฝกึ ทกั ษะระหวา่ งเรยี น และใชแ้ บบวัดเจตคติทาง วัดทักษะกระบวนการทาง วทิ ยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ 2. ประเมนิ เจตคตติ ่อวิทยาศาสตร์ 2. ประเมินทักษะการคดิ โดย เปน็ รายบคุ คลโดยการสังเกต การสงั เกตการทำงานกล่มุ และใช้แบบวดั เจตคติตอ่ 3. ประเมนิ ทักษะการ วทิ ยาศาสตร์ แกป้ ญั หาโดยการสังเกตการ ทำงานกล่มุ 4. ประเมนิ พฤติกรรมในการ ปฏิบัติกจิ กรรมเป็น รายบคุ คลหรือรายกลุม่ โดย การสังเกตการทำงานกลมุ่
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู 12. บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้ 12.1 สรปุ ผลหลังการจดั การเรียนรู้ 1. นกั เรียนจำนวน..................คน ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนร.ู้ .....................คน คดิ เป็นร้อยละ.................. ไม่ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนร้.ู .................คน คดิ เป็นร้อยละ.................. นกั เรยี นน่ไี มผ่ า่ น มีดังนี้ 1............................................................ 2............................................................ 3............................................................ 4............................................................ 5............................................................ 6............................................................ แนวทางแก้ไขนักเรยี นท่ีไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ ............................................................................................................................. ......................... ...................................................................................................................................................... 2. นักเรียนมคี วามรูค้ วามเขา้ ใจ (K) ............................................................................................................................. ......................... .................................................................................................................................. .................... 3. นักเรยี นมีความรู้เกดิ ทกั ษะ (P) ............................................................................................................................. ......................... .......................................................................................................... ............................................ 4. นกั เรยี นมเี จตคติ ค่านิยม คุณธรรมจรยิ ธรรม (A) ............................................................................................................................. ......................... ........................................................................................................................................ .............. 12.2 ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 12.3 ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงช่ือ.................................................. (นางอมลสิริ คำฟู) ตำแหนง่ ครผู ชู้ ว่ ย
แผนการจัดการเรยี นรูว้ ิชาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 17 สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า วิทยาศาสตร์ รหสั วิชา ว14101 ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 4 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 เรอื่ ง การคายนำ้ ของพชื (1) เวลา 1 ชว่ั โมง ครผู ้สู อน นางอมลสิริ คำฟู ********************************************************************************** 1. มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออก จากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ 2. ตัวชี้วัดช้นั ปี บรรยายหน้าทีข่ องราก ลำตน้ ใบ และดอกของพืชดอกโดยใชข้ อ้ มลู ที่รวบรวมได้ (ว 1.2 ป. 4/1) 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. สังเกตและอธิบายการคายนำ้ ของพืชเกิดขน้ึ ที่ใบได้ (K) 2. มคี วามสนใจใฝ่รู้หรอื อยากรอู้ ยากเห็น (A) 3. พอใจในประสบการณ์การเรยี นรู้ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ (A) 4. ทำงานร่วมกบั ผู้อ่ืนอย่างสร้างสรรค์ (A) 5. สอื่ สารและนำความรเู้ รือ่ งการคายน้ำของพชื ไปใชใ้ นชีวิตประจำวันได้ (P) 4. สาระสำคญั การคายน้ำของพชื เกดิ ข้ึนท่ใี บมากทส่ี ุด พืชคายนำ้ เพื่อลดอุณหภมู ทิ ่ีใบพืช รวมทัง้ ทำให้เกดิ การลำเลียง น้ำและแร่ธาตจุ ากดินเข้าสู่ราก และจากรากไปสู่สว่ นตา่ ง ๆ ของพชื 5. สาระการเรยี นรู้ หนา้ ทขี่ องสว่ นตา่ ง ๆ ของพืช – การคายน้ำของพชื 6. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ 1. มวี ินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุง่ มนั่ ในการทำงาน 4. มีจติ วิทยาศาสตร์ 7. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น 1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปญั หา 4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะ/กระบวนการและทักษะในการดำเนินชีวิต
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้น ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู 8. ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน สงั เกตการคายนำ้ ของพชื 9. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรียน 1) ครถู ามคำถามเก่ยี วกับชวี ิตประจำวนั ของนกั เรยี น เช่น – นักเรียนต้องดื่มน้ำทุกวันหรือไม่ เพราะอะไร (แนวคำตอบ ทุกวัน เพราะร่างกายต้องการน้ำ เพ่ือใหร้ ะบบตา่ ง ๆ ของร่างกายทำงานได้เป็นปกต)ิ – ในวนั ทีน่ กั เรยี นดื่มนำ้ มากกวา่ ปกติ รา่ งกายของนักเรยี นมกี ารขับน้ำสว่ นเกินหรอื ไม่ ลักษณะใด (แนวคำตอบ มีการขบั น้ำสว่ นเกนิ ออกจากร่างกายโดยการปสั สาวะ) 2) นกั เรียนชว่ ยกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็น เพื่อเชอื่ มโยงไปส่กู ารเรยี นรู้เร่ือง การคายนำ้ ของพชื ขัน้ จัดกิจกรรมการเรยี นรู้ จดั กิจกรรมการเรียนรู้โดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ซง่ึ มีขนั้ ตอนดงั น้ี 1) ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) (1) ครูกระตุน้ นกั เรียนโดยการถามคำถามต่อไปนี้ – นักเรียนรดน้ำพืชทุกวันหรือไม่ เพราะอะไร (แนวคำตอบ ทุกวัน เพราะพืชใช้น้ำในการสร้าง อาหารและช่วยใหพ้ ืชไมเ่ หย่ี ว) – พืชมีการกำจัดน้ำส่วนเกนิ ออกจากลำตน้ หรือไม่ และกำจดั ทางใด (แนวคำตอบ พืชมีการกำจัด น้ำส่วนเกนิ ออกจากลำตน้ โดยกำจัดทางใบ) (2) นกั เรยี นรว่ มกันอภิปรายเกี่ยวกับคำตอบจากคำถามของครตู ามประสบการณ์ของนักเรียน 2) ขนั้ สำรวจและค้นหา (Exploration) (1) ให้นักเรียนศึกษาเรื่องการคายน้ำของพืชจากใบความรู้หรือในหนังสือเรียน โดยครูช่วยอธิบายให้ นักเรยี นเขา้ ใจว่า พชื นำน้าํ ทีล่ ำเลยี งดว้ ยท่อลำเลียงน้าํ มาใช้สำหรบั การสรา้ งอาหารและการดำรงชีวิตเพียงส่วน หนึ่ง นำ้ สว่ นเกนิ ทีพ่ ืชดดู ซับจากดนิ พืชจะกำจดั ออกทางใบและบางส่วนของก่ิง (2) แบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 5 – 6 คน ปฏิบัติกิจกรรมที่ 5 สังเกตการคายน้ำของพืช แต่ละกลุ่ม ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตามข้นั ตอนท่ไี ดว้ างแผนไว้ ดังนี้ – นำต้นไม้ที่ปลูกในกระถางมา 1 ตน้ แลว้ ทำการเด็ดใบออกจากกง่ิ ไม้ 1 กง่ิ – นำถุงพลาสติกใสที่แห้งครอบกิ่งไม้ที่มีใบ และอีกใบหนึ่งครอบกิ่งไม้ที่เด็ดใบออก และผูกรวบ ถงุ พลาสตกิ ใสแต่ละใบดว้ ยเชือกบรเิ วณโคนให้แน่น – รดนำ้ ต้นไม้เล็กน้อยแลว้ นำกระถางไว้กลางแดดเปน็ เวลา 30 นาที – วาดรูปทส่ี งั เกตได้เมื่อเร่ิมวางกระถางไว้กลางแดด – สังเกตการเปล่ียนแปลงที่เกิดข้ึนภายในถุงพลาสติกใสทกุ ๆ 10 นาที และวาดรปู (3) ครคู อยแนะนำชว่ ยเหลือนักเรียนขณะปฏิบตั ิกิจกรรม โดยครเู ดินดรู อบๆ ห้องเรียนและเปิดโอกาส ใหน้ ักเรียนทุกคนซักถามเมื่อมปี ญั หา
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู 3) ข้นั อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) (1) นักเรียนแตล่ ะกลุ่มนำเสนอผลการปฏิบตั กิ จิ กรรมหน้าหอ้ งเรยี น (2) ครูและนักเรยี นร่วมกนั อภปิ รายผลการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมโดยใช้แนวคำถาม เช่น – การเปลี่ยนแปลงทีเ่ กิดขึ้นแสดงถึงการกำจัดน้ำของพืชได้หรือไม่ สังเกตจากอะไร (แนวคำตอบ ได้ โดยสงั เกตจากการเกดิ ไอน้ำบนถงุ ทคี่ ลมุ กิ่งไม้ ซงึ่ แสดงถงึ การลำเลยี งน้ำผา่ นก่งิ ไม้และถูกกำจัดออก) – จากการปฏิบัตกิ ิจกรรม สรปุ ได้ว่าพชื กำจัดน้ำทางใด สังเกตจากอะไร (แนวคำตอบ พชื กำจดั น้ำ ออกมากทางใบและบางส่วนของกิ่ง โดยสังเกตจากการเกิดไอน้ำบนถุงที่คลมุ กิ่งไม้ที่ไม่ได้เด็ดใบออกมีมากกวา่ ไอนำ้ ท่เี กิดขน้ึ บนถุงที่คลุมกิง่ ไม้ท่ีได้เด็ดใบออก) (3) ครูและนักเรียนรว่ มกันสรุปผลการปฏิบัตกิ จิ กรรม โดยครูเนน้ ใหน้ กั เรียนเข้าใจวา่ พืชมกี ารกำจัดน้ำ ออกมากทางใบและบางสว่ นของกิ่ง 4) ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration) ครูอธิบายเรื่องน่ารู้ ใบไม้เปลี่ยนสี โดยให้นักเรียนเข้าใจว่า เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว บริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำ ของประเทศไทยหรือต่างประเทศที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส พืชบางชนิดจะมีการผลัดใบเพื่อลดการ สูญเสียน้ำ เนื่องจากในฤดูหนาวมีความแห้งแล้ง ปริมาณน้ำที่พืชนำมาใช้ได้มีน้อยลงมาก พืชจึงต้องลดอัตรา การคายน้ำด้วยการผลัดใบ เช่น ใบเมเปลิ บนดอยอา่ งขางจะเร่ิมเปลยี่ นสีเม่ืออุณหภูมิของอากาศลดลงและหลุด รว่ งไปเม่ือเขา้ สฤู่ ดหู นาว 5) ขน้ั ประเมิน (Evaluation) (1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาวา่ จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีจุดใดบ้างที่ยังไม่ เขา้ ใจหรือยงั มีข้อสงสยั ถา้ มี ครูช่วยอธิบายเพิ่มเตมิ ใหน้ ักเรียนเขา้ ใจ (2) นกั เรยี นรว่ มกนั ประเมนิ การปฏบิ ตั ิกิจกรรมกลมุ่ ว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใดและได้แกไ้ ขอยา่ งไรบ้าง (3) ครแู ละนักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั ประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏบิ ตั ิกิจกรรมและการ นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ (4) ครูทดสอบความเขา้ ใจของนกั เรียนโดยถามคำถามนักเรยี น เชน่ – พืชมกี ารคายน้ำทางใด – พืชมกี ารคายนำ้ เพราะอะไร ข้นั สรุป ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สรปุ เกยี่ วกับการคายน้ำของพืช โดยรว่ มกันเขียนเป็นแผนที่ความคิดหรือผังมโน ทัศน์ 10. สื่อการเรยี นรู้ 1. ใบกจิ กรรมที่ 5 สงั เกตการคายน้ำของพืช 2. รูปใบเมเปิลบนดอยอา่ งขางเปลยี่ นสี 3. คู่มือการสอน วทิ ยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 4 4. สอ่ื การเรียนรู้ PowerPoint รายวชิ าพ้ืนฐาน วิทยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 5. แบบฝึกทกั ษะรายวิชาพ้นื ฐาน วิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 4 6. หนังสอื เรียนรายวิชาพน้ื ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4
แผนการจัดการเรยี นรู้วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู 11. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ ดา้ นความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรมและ ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P) จติ วิทยาศาสตร์ (A) 1. ซักถามความรู้เร่ืองการคายน้ำ 1. ประเมินทักษะกระบวนการ ของพืช 1. ประเมินเจตคตทิ าง ทางวิทยาศาสตร์โดยใชแ้ บบ วิทยาศาสตรเ์ ปน็ รายบุคคล วดั ทักษะกระบวนการทาง 2. ตรวจชนิ้ งานหรอื ภาระงานของ โดยการสังเกตและใชแ้ บบวัด วิทยาศาสตร์ กจิ กรรมฝกึ ทักษะระหว่างเรียน เจตคตทิ างวทิ ยาศาสตร์ 2. ประเมนิ ทักษะการคิดโดย 2. ประเมินเจตคตติ อ่ การสงั เกตการทำงานกลมุ่ วิทยาศาสตร์เปน็ รายบุคคล โดยการสงั เกตและใช้แบบวัด 3. ประเมนิ ทักษะการ เจตคตติ อ่ วทิ ยาศาสตร์ แกป้ ญั หาโดยการสงั เกตการ ทำงานกลุ่ม 4. ประเมนิ พฤติกรรมในการ ปฏิบตั ิกจิ กรรมเป็น รายบุคคลหรอื รายกลมุ่ โดย การสงั เกตการทำงานกลุ่ม
แผนการจัดการเรยี นรูว้ ชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ัน ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู 12. บันทึกผลหลงั การจดั การเรยี นรู้ 12.1 สรุปผลหลงั การจัดการเรยี นรู้ 1. นกั เรียนจำนวน..................คน ผา่ นจุดประสงค์การเรียนรู้......................คน คิดเป็นรอ้ ยละ.................. ไม่ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้..................คน คิดเปน็ ร้อยละ.................. นักเรยี นนีไ่ ม่ผา่ น มีดังนี้ 1............................................................ 2............................................................ 3............................................................ 4............................................................ 5............................................................ 6............................................................ แนวทางแก้ไขนักเรียนที่ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ............................................................................................................................. ......................... ............................................................................................................................... ....................... 2. นักเรยี นมีความรูค้ วามเขา้ ใจ (K) ...................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ......................... 3. นักเรียนมคี วามรูเ้ กิดทักษะ (P) ............................................................................................................................. ......................... ................................................................................................... ................................................... 4. นกั เรยี นมเี จตคติ ค่านิยม คุณธรรมจรยิ ธรรม (A) ............................................................................................................................. ......................... ................................................................................................................................. ..................... 12.2 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 12.3 ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงชอ่ื .................................................. (นางอมลสิริ คำฟ)ู ตำแหนง่ ครูผชู้ ว่ ย
แผนการจัดการเรยี นรู้วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ัน ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 18 สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์ รหสั วิชา ว14101 ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เรือ่ ง การคายน้ำของพืช (2) เวลา 1 ชวั่ โมง ครูผ้สู อน นางอมลสริ ิ คำฟู ********************************************************************************** 1. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออก จากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ 2. ตัวช้ีวัดชั้นปี บรรยายหนา้ ทีข่ องราก ลำต้น ใบ และดอกของพชื ดอกโดยใชข้ ้อมูลทร่ี วบรวมได้ (ว 1.2 ป. 4/1) 3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. สงั เกตและอธิบายการคายน้ำของพืชเกิดขน้ึ ท่ีใบได้ (K) 2. มีความสนใจใฝ่รู้หรอื อยากรู้อยากเห็น (A) 3. พอใจในประสบการณ์การเรยี นร้ทู ีเ่ ก่ยี วกับวิทยาศาสตร์ (A) 4. ทำงานร่วมกบั ผอู้ น่ื อย่างสรา้ งสรรค์ (A) 5. สอ่ื สารและนำความรเู้ ร่อื งการคายนำ้ ของพชื ไปใช้ในชีวิตประจำวนั ได้ (P) 4. สาระสำคญั การคายน้ำของพืชเกิดข้ึนทีใ่ บมากที่สดุ พืชคายน้ำเพ่ือลดอณุ หภูมิท่ีใบพชื รวมทัง้ ทำให้เกิดการลำเลียง น้ำและแร่ธาตจุ ากดินเข้าสูร่ าก และจากรากไปสู่ส่วนต่างๆ ของพชื 5. สาระการเรียนรู้ หน้าทีข่ องส่วนต่าง ๆ ของพืช – การคายน้ำของพชื 6. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ 1. มีวนิ ยั 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 3. มุง่ ม่นั ในการทำงาน 4. มีจติ วิทยาศาสตร์ 7. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคดิ 3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ิชาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู 8. ชิ้นงานหรอื ภาระงาน สงั เกตปากใบผ่านกลอ้ งจลุ ทรรศน์ 9. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเขา้ ส่บู ทเรยี น 1) ครูทบทวนเรื่องการคายน้ำของพืชโดยถามคำถามว่า ใบของพืชทำหน้าที่อะไรบ้าง (แนวคำตอบ สร้างอาหารและคายนำ้ ) 2) นกั เรยี นชว่ ยกนั ตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกย่ี วกับคำตอบของคำถาม เพอ่ื เช่ือมโยงไปสู่การ เรียนรเู้ ร่อื ง การคายน้ำของพชื ขน้ั จดั กจิ กรรมการเรียนรู้ จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้โดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ซ่ึงมีข้นั ตอนดังนี้ 1) ข้นั สร้างความสนใจ (Engagement) (1) ครูกระตนุ้ นกั เรยี นโดยการถามคำถามวา่ บรเิ วณทเี่ กิดการคายน้ำของพชื มีลักษณะใด (แนวคำตอบ เป็นชอ่ งขนาดเล็กอยู่ระหวา่ งเซลลท์ ่ีมลี กั ษณะคลา้ ยเมลด็ ถว่ั ประกบกนั ) (2) นักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายเก่ียวกบั คำตอบจากคำถามของครูตามประสบการณ์ของนกั เรียน 2) ขนั้ สำรวจและค้นหา (Exploration) (1) ให้นักเรียนศึกษาเรื่องการคายน้ำของพืชจากใบความรู้หรือในหนังสือเรียน โดยครูช่วยอธิบายให้ นักเรียนเข้าใจวา่ การคายนำ้ ของพชื เกิดขึน้ ทใ่ี บเป็นส่วนมาก โดยส่วนทเี่ กดิ การคายน้ำ เรียกว่า ปากใบ (2) แบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 5 – 6 คน แต่ละกลุ่มช่วยกันสังเกตปากใบ โดยการส่องด้วยกล้อง จุลทรรศน์จากสไลด์สำเร็จรูปของปากใบ พร้อมทั้งวาดภาพลักษณะที่สังเกตได้ (ครูเตรียมกล้องจุลทรรศน์และ ปรบั กำลงั ขยายที่เหมาะสมใหก้ ับนกั เรียน) (3) ครูคอยแนะนำชว่ ยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดนิ ดรู อบๆ หอ้ งเรยี นและเปิดโอกาส ใหน้ ักเรยี นทุกคนซักถามเม่อื มีปญั หา 3) ข้นั อธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation) (1) นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มส่งตวั แทนกลุ่มนำเสนอผลการปฏบิ ตั ิกิจกรรมหนา้ ห้องเรียน (2) นักเรียนและครรู ว่ มกันอภิปรายและหาขอ้ สรุปจากการปฏบิ ตั ิกิจกรรม โดยใชแ้ นวคำถาม ต่อไปน้ี – นกั เรียนมองเห็นปากใบด้วยตาเปลา่ หรอื ไม่ เพราะอะไร (แนวคำตอบ มองไมเ่ ห็น เพราะปากใบ มขี นาดเลก็ มาก) – กล้องจลุ ทรรศนท์ ำหน้าที่อะไร (แนวคำตอบ ขยายภาพขนาดเล็กทตี่ ามองไมเ่ ห็นให้มขี นาดใหญ่ ข้ึนจนตาเรามองเห็นชดั เจน) – ปากใบมลี กั ษณะใด และพบบริเวณใด (แนวคำตอบ ปากใบมลี ักษณะเป็นรเู ล็กๆ ระหวา่ งเซลล์ ท่เี หมือนเมล็ดถวั่ ประกบกัน และพบกระจายท่วั ท้ังใบ) (3) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า ปากใบมีขนาด เลก็ มาก มลี ักษณะเปน็ รูเลก็ ๆ กระจายท่ัวท้งั ใบ เพอื่ ควบคมุ การคายนำ้ ของพืช
แผนการจัดการเรยี นร้วู ิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู 4) ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) (1) ครูใหน้ ักเรียนดูรปู การทำงานของปากใบขณะเกดิ การคายน้ำของพืช แล้วอธิบายเพม่ิ เตมิ วา่ เมือ่ พืช มีน้ำส่วนเกิน ปากใบจะเปิดและคายน้ำออกในรูปของไอน้ำ และถ้าพืชมีน้ำในลำต้นน้อยเกินไป ปากใบจะปิด เพ่ือลดการสูญเสยี น้ำ การคายนำ้ ทำใหพ้ ืชดูดซับนำ้ เขา้ มาใหม่และลำเลียงไปยงั ส่วนต่างๆ ของพืชเพื่อทดแทนน้ำท่ีสูญเสียไป พืชจึงได้รับน้ำเพื่อนำไปใช้ในการเจริญเติบโตตลอดเวลา การคายน้ำ การดูดซับน้ำ และการลำเลียงน้ำจึงมี ความสมั พันธ์กัน นอกจากน้ี ปากใบยังเป็นบริเวณทอ่ี ากาศสามารถเขา้ สพู่ ืชหรือออกจากพืชได้อีกด้วย (2) นักเรียนค้นคว้าคำศัพท์ภาษาต่างประเทศเกี่ยวกับการคายน้ำของพืช จากหนังสือเรียน ภาษาต่างประเทศหรืออินเทอร์เน็ต และนำเสนอให้เพื่อนในห้องฟัง แล้วคัดคำศัพท์พร้อมทั้งคำแปลลงสมุดส่ง ครู 5) ขน้ั ประเมนิ (Evaluation) (1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีจุดใดบ้างที่ยังไม่ เข้าใจหรอื ยงั มขี ้อสงสยั ถา้ มี ครูช่วยอธบิ ายเพ่ิมเตมิ ให้นกั เรียนเข้าใจ (2) นักเรียนรว่ มกนั ประเมินการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมกล่มุ วา่ มปี ญั หาหรอื อปุ สรรคใดและได้แกไ้ ขอยา่ งไรบ้าง (3) ครแู ละนักเรยี นร่วมกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับประโยชน์ท่ไี ดร้ ับจากการปฏิบัติกจิ กรรมและการ นำความรูไ้ ปใช้ประโยชน์ (4) ครูทดสอบความเข้าใจของนกั เรียนโดยถามคำถามนกั เรียน เช่น – การเปิด – ปิดของปากใบมคี วามสัมพันธก์ ับการคายน้ำลกั ษณะใด – การคายนำ้ ของพชื สัมพันธก์ ับการลำเลยี งน้ำเพราะอะไร ขนั้ สรปุ ครูและนกั เรียนรว่ มกันสรปุ เกีย่ วกบั การคายน้ำของพชื โดยร่วมกนั เขยี นเปน็ แผนที่ความคิดหรือผังมโน ทัศน์
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ิชาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู 10. สื่อการเรียนรู้ 1. กล้องจลุ ทรรศน์และสไลด์สำเรจ็ รปู ของปากใบ 2. รปู การทำงานของปากใบขณะเกดิ การคายน้ำของพืช 3. หนงั สือเรียนภาษาต่างประเทศหรอื อนิ เทอร์เนต็ 4. คู่มือการสอน วิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4 5. สอื่ การเรยี นรู้ PowerPoint รายวิชาพื้นฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 6. แบบฝึกทกั ษะรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 7. หนงั สอื เรียนรายวิชาพนื้ ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 11. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและ ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P) จติ วิทยาศาสตร์ (A) 1. ซักถามความรู้เรื่องการคายน้ำ 1. ประเมนิ ทักษะการคิดโดย ของพชื 1. ประเมนิ เจตคตทิ าง การสังเกตการทำงานกลมุ่ วิทยาศาสตร์เปน็ รายบคุ คล 2. ตรวจชนิ้ งานหรอื ภาระงานของ โดยการสังเกตและใชแ้ บบวัด 2. ประเมนิ พฤติกรรมในการ กิจกรรมฝกึ ทกั ษะระหว่างเรยี น เจตคตทิ างวิทยาศาสตร์ ปฏิบตั ิกจิ กรรมเปน็ รายบคุ คลหรอื รายกลุ่มโดย 2. ประเมนิ เจตคตติ อ่ การสงั เกตการทำงานกลุ่ม วทิ ยาศาสตร์เป็นรายบคุ คล โดยการสังเกตและใช้แบบวดั เจตคติต่อวิทยาศาสตร์
แผนการจัดการเรยี นรูว้ ชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ัน ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู 12. บันทึกผลหลงั การจดั การเรยี นรู้ 12.1 สรุปผลหลงั การจัดการเรยี นรู้ 1. นกั เรียนจำนวน..................คน ผา่ นจุดประสงค์การเรียนรู้......................คน คิดเป็นรอ้ ยละ.................. ไม่ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้..................คน คิดเปน็ ร้อยละ.................. นักเรยี นนีไ่ ม่ผา่ น มีดังนี้ 1............................................................ 2............................................................ 3............................................................ 4............................................................ 5............................................................ 6............................................................ แนวทางแก้ไขนักเรียนที่ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ............................................................................................................................. ......................... ............................................................................................................................... ....................... 2. นักเรยี นมีความรูค้ วามเขา้ ใจ (K) ...................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ......................... 3. นักเรียนมคี วามรูเ้ กิดทักษะ (P) ............................................................................................................................. ......................... ................................................................................................... ................................................... 4. นกั เรยี นมเี จตคติ ค่านิยม คุณธรรมจรยิ ธรรม (A) ............................................................................................................................. ......................... ................................................................................................................................. ..................... 12.2 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 12.3 ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงชอ่ื .................................................. (นางอมลสิริ คำฟ)ู ตำแหนง่ ครูผชู้ ว่ ย
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้น ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 19 สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า วิทยาศาสตร์ รหสั วชิ า ว14101 ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เรอ่ื ง การสรา้ งอาหารของพืช เวลา 1 ชว่ั โมง ครผู ้สู อน นางอมลสิริ คำฟู ********************************************************************************** 1. มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ ใจสมบัตขิ องส่งิ มีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิง่ มชี วี ติ การลำเลยี งสารเขา้ และออกจาก เซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ 2. ตัวช้ีวดั ชัน้ ปี บรรยายหนา้ ท่ขี องราก ลำต้น ใบ และดอกของพชื ดอกโดยใชข้ อ้ มลู ท่ีรวบรวมได้ (ว 1.2 ป. 4/1) 3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายการสรา้ งอาหารของพชื ได้ (K) 2. มคี วามสนใจใฝ่รู้หรืออยากรอู้ ยากเห็น (A) 3. พอใจในประสบการณก์ ารเรยี นรูท้ ่เี กย่ี วกับวิทยาศาสตร์ (A) 4. ทำงานรว่ มกบั ผูอ้ ่ืนอยา่ งสรา้ งสรรค์ (A) 5. ส่อื สารและนำความรู้เรอื่ งการสร้างอาหารของพืชไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั ได้ (P) 4. สาระสำคญั พืชสร้างอาหารเองได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสง โดยสารสำคัญที่ช่วยในการสังเคราะห์ด้วยแสง คือ คลอโรฟิลล์ ซึ่งมีสเี ขยี วและพบมากทใ่ี บ 5. สาระการเรียนรู้ หน้าท่ขี องสว่ นตา่ ง ๆ ของพืช – การสร้างอาหารของพชื 6. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 1. มวี นิ ัย 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 3. มุง่ มั่นในการทำงาน 4. มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ 7. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน 1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 2. ความสามารถในการคดิ 3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 8. ชิ้นงานหรือภาระงาน สบื ค้นข้อมูลเกีย่ วกับการสรา้ งอาหารของพืช
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู 9. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขน้ั นำเข้าสู่บทเรยี น 1) ครถู ามคำถามนกั เรยี นเกี่ยวกบั การกนิ อาหารของนักเรยี นหรอื สัตว์เลี้ยง เช่น – นักเรียนกินอาหารทุกวันหรือไม่ และอาหารที่ชอบคืออะไร (แนวคำตอบ กินอาหารทุกวัน อาหารทชี่ อบ คอื ขา้ วผดั ) – นักเรียนเลี้ยงสัตวเ์ ลี้ยงหรือไม่ นักเรียนให้สัตวเ์ ลี้ยงกินอะไร (แนวคำตอบ เลี้ยง ให้แมวกินปลา ทูตม้ ) 2) นักเรียนช่วยกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็น เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การเรียนรู้เรื่อง การสร้าง อาหารของพืช ขั้นจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ จัดกจิ กรรมการเรยี นรู้โดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ซงึ่ มขี ้นั ตอนดังนี้ 1) ขนั้ สรา้ งความสนใจ (Engagement) (1) ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรยี นโดยถามคำถาม เชน่ – พืชต้องได้รับอาหารเหมือนกับคนและสัตว์หรือไม่ เพราะอะไร (แนวคำตอบ พืชต้องได้รับ อาหาร เพราะพชื ต้องใชพ้ ลงั งานในการทำกิจกรรมต่างๆ เหมือนกับคนและสตั ว์) – ถ้าพืชไม่ได้รับอาหารจะส่งผลกระทบต่อพืชลักษณะใด (แนวคำตอบ พืชจะเจริญเติบโตช้าลง และตายในทส่ี ุด) (2) นกั เรียนรว่ มกันอภิปรายเกี่ยวกบั คำตอบจากคำถามของครตู ามประสบการณ์ของนักเรยี น 2) ขัน้ สำรวจและค้นหา (Exploration) (1) ให้นกั เรยี นศึกษาเรื่องการสร้างอาหารของพชื จากใบความรู้หรือในหนังสือเรยี น โดยครูช่วยอธิบาย ให้นกั เรยี นเขา้ ใจวา่ พชื มีใบทใี่ ช้ในการสรา้ งอาหาร พืชจึงไม่ต้องได้รับอาหารจากการกินส่งิ มีชวี ติ อื่นเป็นอาหาร เหมอื นคนและสัตว์ โดยใบทำหนา้ ท่สี ร้างอาหารใหก้ ับพืช (2) แบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 5 – 6 คน สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างอาหารของพืชโดยดำเนินการ ตามข้ันตอนดงั น้ี – แต่ละกลุ่มวางแผนการสืบคน้ ข้อมูล โดยแบ่งหัวข้อการสร้างอาหารของพืชเป็นหัวข้อย่อย เช่น สารท่ีช่วยในการสร้างอาหารของพชื สารเริ่มต้นทีใ่ ช้ในการสร้างอาหารของพืช และผลิตภัณฑท์ ี่ไดจ้ ากการสร้าง อาหารของพืช ใหส้ มาชิกแตล่ ะกลมุ่ ช่วยกนั สบื ค้นตามหวั ขอ้ ทก่ี ำหนด – สมาชิกแตล่ ะกลุ่มช่วยกันสบื คน้ ข้อมูลตามหวั ข้อท่ีกลุ่มของตนเองรบั ผิดชอบโดยการสืบค้นจาก หนงั สอื วารสาร สารานกุ รมวทิ ยาศาสตร์ สารานกุ รมไทยสำหรับเยาวชน และอนิ เทอรเ์ น็ต – สมาชกิ กลมุ่ นำข้อมูลท่สี บื คน้ ได้มารายงานให้เพ่ือน ๆ สมาชกิ ในกล่มุ ฟงั รวมทั้งร่วมกันอภปิ ราย ซกั ถามจนคาดวา่ สมาชิกทกุ คนมีความร้คู วามเข้าใจท่ีตรงกัน – สมาชกิ กลมุ่ ชว่ ยกนั สรปุ ความรู้ที่ไดท้ งั้ หมดเป็นผลงานของกลมุ่ (3) ครูคอยแนะนำชว่ ยเหลือนักเรยี นขณะปฏิบตั ิกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบๆ ห้องเรียนและเปิดโอกาส ใหน้ กั เรียนทกุ คนซักถามเม่อื มปี ัญหา
แผนการจัดการเรยี นร้วู ชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู 3) ข้นั อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation) (1) นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มสง่ ตัวแทนกลุ่มนำเสนอผลการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมหน้าห้องเรยี น (2) นักเรียนและครูร่วมกันอภปิ รายและหาข้อสรปุ จากการปฏิบัตกิ จิ กรรม โดยใช้แนวคำถาม ต่อไปนี้ – สารที่ช่วยในการสร้างอาหารของพืชคืออะไร พบมากที่ใด (แนวคำตอบ สารสีเขียว เรียกว่า คลอโรฟลิ ล์ พบมากท่บี ริเวณใบ) – สารเริ่มต้นที่ใช้ในการสร้างอาหารของพืชคืออะไร (แนวคำตอบ น้ำและแก๊ส คารบ์ อนไดออกไซด)์ – ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการสร้างอาหารของพชื คอื อะไร (แนวคำตอบ น้ำตาลและแกส๊ ออกซเิ จน) (3) ครแู ละนกั เรียนร่วมกันสรปุ ผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยครเู นน้ ให้นักเรยี นเข้าใจว่า การสร้างอาหาร ของพืช เรียกว่า การสังเคราะห์ด้วยแสง เกิดขึ้นเมื่อพลังงานแสงจากดวงอาทิตย์ช่วยให้น้ำสามารถจับกับแก๊ส คาร์บอนไดออกไซดก์ ลายเป็นนำ้ ตาล แก๊สออกซิเจน และนำ้ 4) ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration) (1) ครูให้นักเรียนดูรูปการสงั เคราะห์ด้วยแสงของพืชในหนังสือเรียน พร้อมกับอธิบายถึงความสมั พนั ธ์ ของการคายน้ำ การดูดซับน้ำ และการลำเลียงน้ำและแรธ่ าตุว่ามผี ลต่อการนำนำ้ ไปใชใ้ นการสังเคราะห์ดว้ ยแสง (2) นักเรียนค้นคว้าคำศัพท์ภาษาต่างประเทศเกี่ยวกับการสร้างอาหารของพืช จากหนังสือเรียน ภาษาต่างประเทศหรืออินเทอร์เน็ต และนำเสนอให้เพื่อนในห้องฟัง แล้วคัดคำศัพท์พร้อมทั้งคำแปลลงสมุดสง่ ครู 5) ข้นั ประเมนิ (Evaluation) (1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาวา่ จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีจุดใดบ้างที่ยังไม่ เข้าใจหรือยงั มขี อ้ สงสัย ถา้ มี ครชู ว่ ยอธิบายเพิ่มเตมิ ให้นักเรยี นเขา้ ใจ (2) นกั เรยี นรว่ มกนั ประเมินการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมกลุม่ วา่ มปี ัญหาหรอื อปุ สรรคใดและได้แก้ไขอยา่ งไรบา้ ง (3) ครูและนักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับประโยชน์ทไ่ี ด้รบั จากการปฏิบัติกจิ กรรมและการ นำความร้ไู ปใช้ประโยชน์ (4) ครูทดสอบความเข้าใจของนกั เรยี นโดยถามคำถามนกั เรียน เช่น – พืชสรา้ งอาหารเองไดเ้ พราะอะไร – อาหารท่ีพชื สรา้ งได้คอื อะไร ขน้ั สรปุ ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการสร้างอาหารของพืช โดยร่วมกันเขียนเป็นแผนที่ความคิดหรือ ผงั มโนทัศน์ 10. สื่อการเรียนรู้ 1. หนงั สอื วารสาร สารานกุ รมวิทยาศาสตร์ สารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชน และอินเทอร์เนต็ 2. หนงั สอื เรียนภาษาตา่ งประเทศ 3. คมู่ อื การสอน วิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 4 4. สอ่ื การเรยี นรู้ PowerPoint รายวชิ าพน้ื ฐาน วิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4 5. แบบฝึกทกั ษะรายวิชาพ้ืนฐาน วิทยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 6. หนังสือเรยี นรายวิชาพื้นฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 4
แผนการจัดการเรยี นรู้วิชาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู 11. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรมและ ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P) จิตวทิ ยาศาสตร์ (A) 1. ซกั ถามความร้เู ร่ืองการสรา้ ง อาหารของพืช 1. ประเมินเจตคตทิ างวิทยาศาสตร์ 1. ประเมนิ ทักษะการคิดโดย 2. ตรวจช้ินงานหรือภาระงานของ เป็นรายบุคคลโดยการสังเกต การสังเกตการทำงานกลุ่ม กิจกรรมฝึกทกั ษะระหวา่ งเรยี น และใชแ้ บบวัดเจตคติทาง 2. ประเมนิ พฤติกรรมในการ วิทยาศาสตร์ ปฏิบตั กิ จิ กรรมเป็น 2. ประเมนิ เจตคติต่อวิทยาศาสตร์ รายบคุ คลหรอื รายกลมุ่ โดย เปน็ รายบคุ คลโดยการสังเกต การสงั เกตการทำงานกล่มุ และใชแ้ บบวัดเจตคติตอ่ วทิ ยาศาสตร์
แผนการจัดการเรยี นรู้วิชาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ัน ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู 12. บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรยี นรู้ 12.1 สรปุ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้ 1. นกั เรียนจำนวน..................คน ผา่ นจุดประสงค์การเรียนรู้......................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ.................. ไม่ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นร.ู้ .................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ.................. นักเรียนนี่ไมผ่ ่าน มีดงั น้ี 1............................................................ 2............................................................ 3............................................................ 4............................................................ 5............................................................ 6............................................................ แนวทางแก้ไขนักเรยี นที่ไมผ่ ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ............................................................................................................................. ......................... ............................................................................................................................... ....................... 2. นักเรยี นมีความรูค้ วามเขา้ ใจ (K) ...................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ......................... 3. นักเรยี นมีความรเู้ กดิ ทกั ษะ (P) ............................................................................................................................. ......................... ...................................................................................................................................................... 4. นกั เรยี นมเี จตคติ ค่านิยม คณุ ธรรมจรยิ ธรรม (A) ............................................................................................................................. ......................... ............................................................................................................................. ......................... 12.2 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 12.3 ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงช่อื .................................................. (นางอมลสริ ิ คำฟ)ู ตำแหนง่ ครูผ้ชู ว่ ย
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ัน ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 20 สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า วิทยาศาสตร์ รหัสวชิ า ว14101 ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรือ่ ง การจำแนกส่ิงมีชีวติ (1) เวลา 1 ชวั่ โมง ครูผูส้ อน นางอมลสิริ คำฟู ********************************************************************************** 1. มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ ใจสมบัติของสง่ิ มชี วี ิต หนว่ ยพนื้ ฐานของสิ่งมีชีวติ การลำเลยี งสารเข้าและออกจาก เซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ 2. ตวั ช้ีวัดชน้ั ปี บรรยายหนา้ ที่ของราก ลำตน้ ใบ และดอกของพืชดอกโดยใชข้ อ้ มูลท่ีรวบรวมได้ (ว 1.2 ป. 4/1) 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. ระบหุ น้าทข่ี องคลอโรฟิลล์ได้ (K) 2. ทดลองและตรวจสอบได้วา่ พืชสร้างอาหารในส่วนของใบท่มี คี ลอโรฟลิ ล์ (K) 3. มคี วามสนใจใฝ่ร้หู รอื อยากรู้อยากเห็น (A) 4. พอใจในประสบการณก์ ารเรียนรทู้ เ่ี ก่ยี วกบั วิทยาศาสตร์ (A) 5. ทำงานรว่ มกับผอู้ น่ื อยา่ งสร้างสรรค์ (A) 6. ส่ือสารและนำความรู้เรอ่ื งคลอโรฟลิ ลก์ บั การสร้างอาหารของพืชไปใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้ (P) 4. สาระสำคัญ คลอโรฟลิ ล์เป็นสารสีเขยี วในใบพชื ทำหน้าทีช่ ว่ ยใหพ้ ืชเกิดการสังเคราะห์ด้วยแสง 5. สาระการเรยี นรู้ หนา้ ทขี่ องสว่ นตา่ ง ๆ ของพืช – การสรา้ งอาหารของพชื 6. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ 1. มวี นิ ัย 2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. มุง่ มน่ั ในการทำงาน 4. มีจติ วิทยาศาสตร์ 7. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน 1. ความสามารถในการส่อื สาร 2. ความสามารถในการคดิ 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 4. ความสามารถในการใชท้ ักษะ/กระบวนการและทกั ษะในการดำเนนิ ชวี ติ 8. ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน ทดลองคลอโรฟิลล์จำเป็นตอ่ การสังเคราะหด์ ้วยแสงของพืช
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ิชาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู 9. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ ข้นั นำเขา้ ส่บู ทเรียน 1) ครทู บทวนความรู้เกี่ยวกบั การสร้างอาหารของพืช โดยการถามคำถาม เช่น – สว่ นของพืชทีท่ ำหน้าท่ีสร้างอาหารคืออะไร (แนวคำตอบ ใบ) – พชื สามารถสรา้ งอาหารเองได้เพราะอะไร (แนวคำตอบ เพราะพืชมีคลอโรฟลิ ล์ที่ใช้ในการสร้าง อาหาร) 2) นกั เรียนชว่ ยกันตอบคำถามและแสดงความคดิ เห็น เพอื่ เช่ือมโยงไปส่กู ารเรยี นรู้เร่ือง คลอโรฟิลล์กับ การสร้างอาหารของพชื ขน้ั จัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ จัดกจิ กรรมการเรยี นรู้โดยใช้กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ซึง่ มขี ้ันตอนดงั นี้ 1) ข้นั สร้างความสนใจ (Engagement) (1) ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนโดยถามคำถามว่า นักเรียนมีวิธีใดที่ใช้พิสูจน์ว่า คลอโรฟิลล์มี ส่วนสำคัญในการสงั เคราะห์ด้วยแสง (แนวคำตอบ ทำการทดลองว่าใบส่วนทีม่ สี ีเขียวมีแป้งสะสมอยหู่ รอื ไม่) (2) นกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายเกีย่ วกับคำตอบจากคำถามของครูตามประสบการณ์ของนักเรยี น 2) ข้ันสำรวจและค้นหา (Exploration) (1) ให้นักเรยี นศกึ ษาเรื่องคลอโรฟิลล์กบั การสร้างอาหารของพชื จากใบความรู้หรือในหนังสือเรยี น โดย ครูชว่ ยอธิบายให้นกั เรยี นเขา้ ใจวา่ คลอโรฟลิ ล์ในใบมีสว่ นสำคัญในการสังเคราะห์ด้วยแสง (2) แบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 5 – 6 คน ปฏิบัติกิจกรรมที่ 6 ทดลองคลอโรฟิลล์จำเป็นต่อการ สงั เคราะหด์ ้วยแสงของพืช แต่ละกลุ่มปฏบิ ัติกจิ กรรมตามขน้ั ตอนทไ่ี ด้วางแผนไว้ ดงั น้ี ขั้นที่ 1 กำหนดปัญหา – บรเิ วณใบทไี่ มม่ ีคลอโรฟิลล์จะเกิดการสังเคราะหด์ ว้ ยแสงหรือไม่ ขัน้ ท่ี 2 ตั้งสมมุตฐิ าน – เมื่อหยดสารละลายไอโอดีนลงบนส่วนของใบท่ีมีสีเขียว สีของใบน่าจะเปลี่ยนแปลง แต่ส่วนที่เป็น รอยดา่ งไม่นา่ จะเปล่ยี นแปลง ขัน้ ท่ี 3 ทดลอง – ใสแ่ ป้งจำนวนเล็กน้อยลงในจานหลุม 3 ช่อง แล้วหยดสารละลายไอโอดนี สังเกตและบนั ทกึ ผล – นำใบด่างมาวาดรูปและระบายสตี ามท่ีเห็นจรงิ 1 2 – เทน้ำกลั่นลงในบีกเกอร์ที่เตรียมไว้ประมาณ ของบีกเกอร์ ต้มจนเดือดแล้วจึงใส่ใบด่าง ต้มต่อ ประมาณ 3–4 นาที – นำใบที่ต้มแล้วใส่ในหลอดทดลองท่ีบรรจเุ อทานอล จากนั้นนำไปใสใ่ นบีกเกอร์อีกใบทีบ่ รรจุน้ำเดือด ต้มจนกว่าใบจะซดี เปน็ สขี าว – นำใบที่ต้มจนซีดขาวแล้วมาล้างน้ำสะอาดและวางบนจานแก้ว คลี่ใบออก ใช้หลอดหยดดูด สารละลายไอโอดีน แลว้ หยดลงบนใบใหท้ ว่ั ท้ิงไว้สกั ครู่ วาดรูปและระบายสกี ารเปล่ยี นแปลง ข้ันท่ี 4 วิเคราะห์ผลการทดลอง – แปลความหมายข้อมูลทไี่ ด้จากตารางบันทึกผลการทดลอง
แผนการจัดการเรยี นรู้วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู – นำข้อมลู ทไ่ี ด้มาพจิ ารณาเพ่ืออธบิ ายว่าเป็นไปตามท่นี ักเรียนตั้งสมมุติฐานไว้หรือไม่ ขน้ั ที่ 5 สรปุ ผลการทดลอง – นกั เรียนรว่ มกันสรปุ ผลการทดลองแลว้ เขยี นเป็นรายงานสรุปผลการทดลองส่งครู (3) ครคู อยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกจิ กรรม โดยครเู ดนิ ดูรอบๆ ห้องเรยี นและเปิดโอกาส ให้นักเรียนทุกคนซักถามเมื่อมีปญั หา 3) ขั้นอธบิ ายและลงขอ้ สรุป (Explanation) (1) นักเรียนแต่ละกลมุ่ ส่งตวั แทนกลุ่มนำเสนอผลการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมหนา้ ห้องเรยี น (2) นกั เรยี นและครูรว่ มกันอภิปรายและหาขอ้ สรุปจากการปฏิบตั กิ จิ กรรม โดยใช้แนวคำถาม ตอ่ ไปน้ี – เมื่อหยดสารละลายไอโอดีนลงบนแปง้ เกิดการเปลี่ยนแปลงลกั ษณะใด (แนวคำตอบ สารละลาย ไอโอดนี เปลย่ี นสีจากสีน้ำตาลเป็นสนี ำ้ เงนิ ) – เมื่อหยดสารละลายไอโอดีนลงบนใบด่างเกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะใด (แนวคำตอบ บริเวณ ใบท่ีเคยมสี เี ขียว สารละลายไอโอดนี เปลยี่ นสีจากสนี ำ้ ตาลเปน็ สนี ้ำเงิน) – คลอโรฟิลล์เป็นปัจจัยในการสังเคราะห์ด้วยแสงหรือไม่ สังเกตจากอะไร (แนวคำตอบ คลอโรฟิลล์เป็นปัจจัยในการสังเคราะห์ด้วยแสง โดยสังเกตจากการเปลี่ยนสีของสารละลายไอโอดีน เมื่อหยด สารละลายไอโอดีนลงบนแป้ง สารละลายไอโอดีนเปลี่ยนสีจากสีน้ำตาลเป็นสีน้ำเงินเหมือนกับการหยด สารละลายไอโอดีนลงบนใบ ซึ่งสารละลายไอโอดีนก็เปลี่ยนสีจากสีน้ำตาลเป็นสีน้ำเงินในส่วนของ ใบที่มี คลอโรฟลิ ล์) (3) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า คลอโรฟิลล์ทำ หน้าที่ช่วยใหพ้ ืชเกิดการสังเคราะห์ดว้ ยแสง ซึ่งผลิตภณั ฑ์ทีเ่ กิดขึ้น คือ น้ำตาลที่เปลี่ยนไปเป็นแป้งและสะสมท่ี ใบ 4) ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration) (1) ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า น้ำตาลที่พืชสร้างขึ้นจะถูกลำเลียงไปตามส่วนต่าง ๆ หรือเปลี่ยนไปเป็นแป้ง เพื่อนำไปสะสมไว้ตามส่วนต่างๆ ของพืชในภายหลัง เมื่อพืชต้องการนำน้ำตาลมาใช้จึงเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล อีกครง้ั (2) ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า พืชไม่ได้มีการสังเคราะห์ด้วยแสงที่บริเวณใบเท่านั้น ที่ลำต้นหรือรากที่มีสี เขียวก็สามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้ เนื่องจากมีคลอโรฟิลล์ซึ่งเป็นสารสีเขียว แต่การสังเคราะห์ด้วยแส งส่วน ใหญ่เกิดขน้ึ ท่ใี บซึ่งพบคลอโรฟิลล์มากทีส่ ดุ 5) ข้นั ประเมิน (Evaluation) (1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีจุดใดบ้างที่ยังไม่ เขา้ ใจหรอื ยงั มขี อ้ สงสยั ถา้ มี ครูชว่ ยอธิบายเพม่ิ เติมใหน้ กั เรยี นเข้าใจ (2) นกั เรยี นร่วมกนั ประเมินการปฏิบตั กิ ิจกรรมกล่มุ วา่ มีปัญหาหรอื อปุ สรรคใดและได้แกไ้ ขอยา่ งไรบ้าง (3) ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั ประโยชน์ท่ีไดร้ ับจากการปฏบิ ัติกจิ กรรมและการ นำความรไู้ ปใช้ประโยชน์ (4) ครูทดสอบความเขา้ ใจของนักเรียนโดยถามคำถามนกั เรยี น เชน่ – การสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ไดผ้ ลติ ภณั ฑเ์ ปน็ อะไร – การทดสอบใดแสดงไดว้ ่าบรเิ วณทม่ี ีสีเขียวของใบเกดิ การสงั เคราะห์ดว้ ยแสง
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้น ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู ข้ันสรุป ครูและนกั เรียนรว่ มกนั สรุปเกี่ยวกับคลอโรฟิลลก์ ับการสร้างอาหารของพชื โดยร่วมกันเขียนเป็นแผนที่ ความคดิ หรอื ผังมโนทศั น์ 10. สื่อการเรียนรู้ 1. ใบกิจกรรมที่ 6 ทดลองคลอโรฟิลลจ์ ำเปน็ ตอ่ การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพชื 2. คมู่ อื การสอน วทิ ยาศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 4 3. แบบฝึกทกั ษะรายวชิ าพน้ื ฐาน วิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 4. หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพน้ื ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 4 11. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ ดา้ นความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรมและ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) จิตวทิ ยาศาสตร์ (A) 1. ซักถามความรเู้ ร่ืองคลอโรฟิลล์ 1. ประเมนิ ทักษะกระบวนการ กบั การสรา้ งอาหารของพืช 1. ประเมนิ เจตคติทาง ทางวทิ ยาศาสตรโ์ ดยใชแ้ บบ วทิ ยาศาสตรเ์ ป็นรายบคุ คล วดั ทักษะกระบวนการทาง 2. ตรวจชิ้นงานหรือภาระงานของ โดยการสังเกตและใชแ้ บบวัด วิทยาศาสตร์ กจิ กรรมฝกึ ทักษะระหว่างเรียน เจตคติทางวิทยาศาสตร์ 2. ประเมินทักษะการคิดโดย 2. ประเมินเจตคติต่อ การสังเกตการทำงานกลุ่ม วทิ ยาศาสตรเ์ ปน็ รายบุคคล โดยการสังเกตและใชแ้ บบวัด 3. ประเมินทักษะการ เจตคตติ อ่ วิทยาศาสตร์ แกป้ ัญหาโดยการสงั เกตการ ทำงานกล่มุ 4. ประเมนิ พฤติกรรมในการ ปฏิบัตกิ ิจกรรมเปน็ รายบุคคลหรือรายกลมุ่ โดย การสงั เกตการทำงานกลุ่ม
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ัน ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู 12. บันทึกผลหลงั การจดั การเรยี นรู้ 12.1 สรุปผลหลงั การจัดการเรยี นรู้ 1. นกั เรียนจำนวน..................คน ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู.้ .....................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................. ไม่ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู.้ .................คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................. นักเรยี นนีไ่ ม่ผา่ น มีดงั นี้ 1............................................................ 2............................................................ 3............................................................ 4............................................................ 5............................................................ 6............................................................ แนวทางแก้ไขนักเรียนที่ไมผ่ ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้ ............................................................................................................................. ......................... ............................................................................................................................... ....................... 2. นักเรยี นมีความรูค้ วามเขา้ ใจ (K) ...................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ......................... 3. นักเรียนมคี วามรูเ้ กิดทักษะ (P) ............................................................................................................................. ......................... ................................................................................................... ................................................... 4. นกั เรยี นมเี จตคติ ค่านยิ ม คุณธรรมจรยิ ธรรม (A) ............................................................................................................................. ......................... ................................................................................................................................. ..................... 12.2 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 12.3 ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงชอ่ื .................................................. (นางอมลสิริ คำฟ)ู ตำแหนง่ ครูผู้ช่วย
แผนการจัดการเรยี นรูว้ ชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้น ป.4 นางอมลสริ ิ คำฟู แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 21 สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ รหัสวชิ า ว14101 ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 1 เรือ่ ง คลอโรฟิลลก์ บั การสร้างอาหารของพชื (2) เวลา 1 ชวั่ โมง ครผู สู้ อน นางอมลสิริ คำฟู ********************************************************************************** 1. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบตั ิของส่ิงมชี ีวติ หนว่ ยพนื้ ฐานของส่ิงมีชวี ติ การลำเลียงสารเข้าและออกจาก เซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ 2. ตัวชี้วัดช้นั ปี บรรยายหนา้ ท่ีของราก ลำตน้ ใบ และดอกของพชื ดอกโดยใช้ขอ้ มูลทรี่ วบรวมได้ (ว 1.2 ป. 4/1) 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธบิ ายและสรุปได้ว่าพืชมกี ารเก็บสะสมอาหารไว้ตามสว่ นต่าง ๆ ของพชื (K) 2. มีความสนใจใฝร่ หู้ รอื อยากรู้อยากเหน็ (A) 3. พอใจในประสบการณก์ ารเรียนรู้ทีเ่ กีย่ วกบั วทิ ยาศาสตร์ (A) 4. ทำงานร่วมกบั ผอู้ นื่ อยา่ งสรา้ งสรรค์ (A) 5. สอ่ื สารและนำความรเู้ ร่อื งคลอโรฟลิ ลก์ บั การสร้างอาหารของพืชไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวันได้ (P) 4. สาระสำคญั พืชเก็บสะสมอาหารไวต้ ามส่วนต่าง ๆ ของพชื ทั้งในรปู ของน้ำตาลและแปง้ 5. สาระการเรียนรู้ หน้าทีข่ องสว่ นตา่ ง ๆ ของพชื – การสรา้ งอาหารของพชื 6. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 1. มวี นิ ยั 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุง่ ม่นั ในการทำงาน 4. มีจิตวทิ ยาศาสตร์ 7. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการส่อื สาร 2. ความสามารถในการคดิ 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402