102 จ ะ พ ้ น จ า ก ก า ร เ ป ็ น เ จ ้ า ห น ้ า ท่ี ข อ ง รั ฐ ก ่ อ น ห รื อ ห ลั ง ทคี่ ณะกรรมการ ป.ป.ช. ไดม้ ีมติวินจิ ฉยั มลู ความผิด เว้นแต่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะมีมติเม่ือพ้นกําหนดเวลาตาม มาตรา ๔๘ แล้ว แต่ไม่เป็นการตัดอํานาจคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทจี่ ะดาํ เนนิ การเพือ่ ดําเนนิ คดอี าญาต่อไป สําหรับผู้ถูกกล่าวหาซึ่งไม่มีกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับเก่ียวกับวินัยเมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. มมี ตวิ ่าผู้ถกู กลา่ วหาได้กระทาํ ความผดิ ในเรอ่ื งทีถ่ กู กล่าวหานั้น ให้ส่งสํานวนการไต่สวนไปยังผู้บังคับบัญชา หรือผู้มีอํานาจ แต่งต้ังถอดถอนเพ่ือดําเนินการตามหน้าท่ีและอํานาจ ตอ่ ไป ในการส่งสํานวนการไต่สวนเพ่ือดําเนินการทาง วินัยกับผู้ถูกกล่าวหา คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือ ประธานกรรมการ อาจมอบหมายให้เลขาธิการ หรือผู้ที่ ได้รบั มอบหมายเปน็ ผูด้ ําเนินการแทนก็ได้ กรณมี ีพยาน มาตรา ๙๙ ในการพจิ ารณาลงโทษทางวนิ ยั ตาม หลักฐานใหม ่ คําวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. หากผู้บังคับบัญชา อันแสดงไดว้ า่ ห รื อ ผู ้ มี อํ า น า จ แ ต ่ ง ต้ั ง ถ อ ด ถ อ น มี พ ย า น ห ลั ก ฐ า น ใ ห ม ่ ผ้ถู ูกกล่าวหา อันแสดงได้ว่าผู้ถูกกล่าวหามิได้มีการกระทําความผิด ตามท่ีกล่าวหาหรือกระทําความผิดในฐานความผิดท่ีแตกต่าง มิได้มกี าร จากท่ีถูกกล่าวหา ให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอํานาจแต่งตั้ง กระทาํ ความผิด ถอดถอน มีหนังสือพร้อมเอกสารและพยานหลักฐานถึง คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้พิจารณาทบทวน
103 มติน้ันได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเร่ืองจาก คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ในการพิจารณา ทบทวนตามวรรคหน่ึง ใหค้ ณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณา พยานหลักฐานโดยละเอียด เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเป็นประการใดให้แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอํานาจ แต่งตั้งถอดถอนทราบเพื่อดําเนินการต่อไปตามมติของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มาตรา ๑๐๐ ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอํานาจ กรณี แต่งต้ังถอดถอนหรือผู้ใดไม่ดําเนินการตามมาตรา ๙๘ ผู้บังคับบญั ชา โดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้ถือว่าผู้บังคับบัญชาหรือ หรือผู้มีอ�ำนาจ ผู้มีอํานาจแต่งต้ังถอดถอนจงใจปฏิบัติหน้าท่ีขัดต่อ แตง่ ต้ังถอดถอน กฎหมาย หรอื กระทาํ ผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตามกฎหมาย ไม่ด�ำเนนิ การ พจิ ารณาโทษ ระเบียบ หรือข้อบังคับว่าด้วยการบริหารงานบุคคล ทางวนิ ยั ของผถู้ ูกกลา่ วหาน้นั ในกรณตี ามวรรคหนง่ึ หรอื ในกรณที คี่ ณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่าการดําเนินการทางวินัยไม่ถูกต้องหรือ ไม่เหมาะสม ให้เสนอความเห็นไปยังนายกรัฐมนตร ี และให้นายกรัฐมนตรีมีอํานาจสั่งการตามท่ีเห็นสมควร หรือในกรณีจําเป็น คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะขอให้ คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วย ระเบียบข้าราชการพลเรือน หรือคณะกรรมการอื่นซึ่งม ี หน้าท่ีควบคุมดูแลการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ
104 ห รื อ ข ้ อ บั ง คั บ ว ่ า ด ้ ว ย ก า ร บ ริ ห า ร ง า น บุ ค ค ล สํ า ห รั บ เจ้าหน้าท่ีของรัฐ หรือคณะกรรมการที่ทําหน้าที่บริหาร รัฐวิสาหกิจ หรือผู้สั่งแต่งต้ังกรรมการ อนุกรรมการ ลูกจ้างของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ แล้วแต่กรณี พิจารณาดําเนินการตามหน้าที่และอํานาจให้ ถูกต้อง เหมาะสมต่อไปก็ได้ เว้นแต่ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหา ผู้นั้นเป็นข้าราชการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ข้าราชการตุลาการ ศาลปกครองตามกฎหมายว่าด้วยการจัดต้ังศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง หรือข้าราชการอัยการตาม กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ ให้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. แจ้งความเห็นไปยังประธานกรรมการ ตุลาการศาลยุติธรรม ประธานกรรมการตุลาการศาลปกครอง หรอื ประธานกรรมการอยั การ แลว้ แต่กรณ ี ผู้ถูกลงโทษ มาตรา ๑๐๑ ผู้ซ่ึงถูกลงโทษตามมาตรา ๙๘ มีสิทธฟิ อ้ งคดีต่อ ท่ีมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครอง จะฟ้องคดีต่อศาล ศาลปกครอง ปกครองภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ถูกลงโทษโดยไม่ต้อง อุทธรณ์ตามกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับว่าด้วย การบริหารงานบุคคลของผู้ถูกลงโทษนั้น หรือจะดําเนินการ อุทธรณ์ดุลพินิจในการกําหนดโทษของผู้บังคับบัญชาตาม กฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับว่าด้วยการบริหารงาน บคุ คลของผถู้ กู ลงโทษน้นั ก่อนกไ็ ด้
105 ในกรณีที่ผู้ถูกลงโทษนําคดีไปฟ้องต่อศาล ปกครองโดยมิได้ฟ้องคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ศาล ปกครองแจ้งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบ และให้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีสิทธิขอเข้ามาเป็นคู่กรณี ในคดดี ้วยได ้ หมวด ๕ การดําเนินการเกย่ี วกับทรพั ย์สิน ส่วนที่ ๑ การยน่ื บัญชที รพั ยส์ ินและหนสี้ นิ และการตรวจสอบ มาตรา ๑๐๒ ในการดําเนินการตามมาตรา การย่นื บัญชี ๒๘ (๓) อย่างน้อยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องกําหนด ทรพั ยส์ นิ และหนส้ี นิ ให้ผู้ดํารงตําแหน่งดังต่อไปน้ี ต้องย่ืนบัญชีทรัพย์สินและ ของผดู้ �ำรงต�ำแหนง่ หนี้สินของตน คู่สมรส และบุตร ท่ียังไม่บรรลุนิติภาวะ ทางการเมอื ง ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตุลาการศาล (๑) ผดู้ าํ รงตําแหน่งทางการเมือง รฐั ธรรมนญู ผู้ด�ำรงต�ำแหนง่ ในองคก์ รอสิ ระ ฯลฯ (๒) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (๓) ผู้ดํารงตาํ แหนง่ ในองค์กรอิสระ
106 (๔) ข้าราชการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วย ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ซึ่งดํารงตําแหน่ง ตั้งแต่อธิบดผี พู้ พิ ากษาข้ึนไป (๕) ข้าราชการตุลาการศาลปกครองตามกฎหมาย ว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง ซ่งึ ดาํ รงตาํ แหน่งต้ังแตอ่ ธบิ ดีศาลปกครองชั้นต้นข้ึนไป (๖) ข้าราชการอัยการตามกฎหมายว่าด้วย ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการซึ่งดํารงตําแหน่งตั้งแต่ อธิบดีอยั การข้ึนไป (๗) ผดู้ ํารงตําแหนง่ ระดับสูง (๘) ตําแหน่งอื่นตามที่กฎหมายอื่นกําหนดให้ มหี นา้ ที่ย่ืนบัญชที รพั ยส์ นิ และหน้สี นิ (๙) ผู้บริหารท้องถ่ิน รองผู้บริหารท้องถ่ิน ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่น ตามที่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. กาํ หนด คู่สมรสตามวรรคหน่ึงให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่ง อยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสด้วย ทั้งน้ี ตามหลกั เกณฑท์ ่คี ณะกรรมการ ป.ป.ช. กาํ หนด การยน่ื บญั ชี มาตรา ๑๐๓ เจ้าพนักงานของรัฐตําแหน่งใด ทรัพยส์ ินและหนี้สิน จะต้องย่ืนบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และ ของเจ้าพนักงาน บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ ของรฐั เป็นไปตามท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด โดยให้นํา
107 ความในวรรคสองของมาตรา ๑๐๒ มาใช้บังคับด้วยโดย อนุโลม มาตรา ๑๐๔ เม่ือคณะกรรมการ ป.ป.ช. การเผยแพร่ กําหนดให้ผู้ดํารงตําแหน่งใดต้องย่ืนบัญชีทรัพย์สิน และ บญั ชที รัพย์สนิ หนี้สินตามมาตรา ๑๐๒ และมาตรา ๑๐๓ แล้ว ให้เผยแพร่ และหน้ีสิน ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป และให้แจ้งให้หน่วยงาน ต้นสังกดั ทราบดว้ ย มาตรา ๑๐๕ การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหน้ีสิน การย่นื ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ยื่นพร้อมหลักฐาน บญั ชที รพั ยส์ ิน ท่ีพิสูจน์ความมีอยู่จริงของทรัพย์สินและหน้ีสิน รวมทั้ง และหนี้สินต่อ หลักฐานการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในรอบปีภาษ ี คณะกรรมการ ป.ป.ช. ท่ีผ่านมา โดยในกรณียื่นเป็นเอกสารผู้ย่ืนจะต้องลง ลายมือชื่อรับรองความถูกต้องกํากับไว้ในบัญชีทรัพย์สิน และหน้ีสิน และสําเนาหลักฐานที่ย่ืนไว้ทุกหน้า พร้อมทั้ง จัดทํารายละเอียดของเอกสารประกอบบัญชีทรัพย์สิน และหนสี้ นิ ทยี่ นื่ ดว้ ย ทง้ั น ้ี ทรพั ยส์ นิ และหนสี้ นิ ทตี่ อ้ งแสดง รายการ ให้รวมทั้งทรัพย์สินและหน้ีสินในต่างประเทศ และให้รวมถึงทรัพย์สินของบุคคลดังกล่าวท่ีมอบหมาย ให้อยู่ในความครอบครองหรือดูแลของบุคคลอ่ืนไม่ว่า โดยทางตรงหรอื ทางออ้ มด้วย หลักเกณฑ์ ระยะเวลา การขยายระยะเวลา วิธีการย่ืนบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน และหลักฐานประกอบ
108 ตามวรรคหน่ึงให้เป็นไปตามท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด โดยอาจกําหนดให้ย่ืนด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ การกําหนดดังกล่าวให้คํานึงถึงวิวัฒนาการของเทคโนโลยี ที่เหมาะสมกับรูปแบบและวิธีการใช้อิเล็กทรอนิกส์แทน การใช้เอกสารได้ด้วย รวมทั้งให้สอดคล้องกับกฎหมาย ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ระยะเวลาท่ีกําหนดให้ ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหน้ีสินดังกล่าวต้องไม่น้อยกว่า หกสิบวนั การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหน้ีสินตามวรรคหน่ึง ให้ย่นื ตามกําหนด ดงั ต่อไปน้ี (๑) ตําแหน่งตามมาตรา ๑๐๒ (๑) (๒) (๓) และ (๙) ให้ย่ืนเม่ือเข้ารับตําแหน่ง และพ้นจาก ตําแหน่ง (๒) ตําแหน่งตามมาตรา ๑๐๒ (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) และตําแหน่งอื่นที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด นอกจาก (๑) ให้ย่ืนเม่ือเข้ารับตําแหน่งและเมื่อพ้นจาก การเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และทุกสามปีตลอดเวลาท่ียัง ดํารงตาํ แหน่งเปน็ เจา้ หนา้ ที่ของรฐั ในกรณีตาม (๑) ถ้าพ้นจากตําแหน่งและได้รับ แต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งเดิมหรือตําแหน่งใหม่ ภายใน หน่ึงเดือน ผู้น้ันไม่ต้องย่ืนบัญชีทรัพย์สินและหน้ีสินกรณี พ้นจากตําแหน่งและกรณีเข้าดํารงตําแหน่งใหม่ แต่ไม่ ต้องหา้ มท่ีผนู้ ั้นจะยื่นเพือ่ เป็นหลักฐาน
109 ในกรณีตาม (๑) หรือ (๒) ถ้าเจ้าพนักงาน ของรัฐผู้ใดได้รับแต่งต้ังให้ดํารงตําแหน่งอ่ืนใด ที่มีหน้าที่ ต้องย่ืนบัญชีทรัพย์สินและหน้ีสินด้วย เจ้าพนักงานของรัฐ ผู้น้ันไม่ต้องย่ืนบัญชีทรัพย์สินและหน้ีสินใหม่ แต่ไม่ต้อง ห้ามท่ผี นู้ ัน้ จะย่นื เพื่อเปน็ หลักฐาน มาตรา ๑๐๖ เพื่อประโยชน์ในการมีส่วนร่วม การเปิดเผยบญั ชี ของประชาชนในการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน แสดงรายการ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีแสดงรายการ ทรพั ย์สินและ ทรัพย์สินและหนี้สิน ท่ีต้ังของอสังหาริมทรัพย์ และ หน้สี ินเพ่อื เอกสารประกอบของผูด้ าํ รงตาํ แหนง่ ตามมาตรา ๑๐๒ (๑) ประโยชน์ในการ มีสว่ นร่วมของ เฉพาะนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประชาชน และสมาชิกวุฒิสภา และบุคคลตามมาตรา ๑๐๒ (๒) (๓) (๗) และ (๙) รวมทั้งของคู่สมรสและบุตรที่ยัง ไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าว ให้ประชาชนทราบ เป็นการท่ัวไปโดยเร็ว แต่ต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วัน ท่ีครบกําหนดต้องยื่นบัญชีดังกล่าว โดยบัญชีแสดง รายการทรัพย์สินและหนี้สิน ที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ แ ล ะ เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ต ้ อ ง ไ ม ่ ร ะ บุ ถึ ง ร า ย ล ะ เ อี ย ด ทางทะเบียนของทรัพย์สิน และภาพถ่ายทรัพย์สินหรือ ข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่จําเป็นหรือท่ีอาจก่อให้เกิด อันตรายต่อเจ้าของข้อมูลได้ ท้ังน้ี ตามหลักเกณฑ์ท่ี คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด โดยการเผยแพร่ ให้กาํ หนดช่วงระยะเวลาในการดาํ เนนิ การทีช่ ัดเจน
110 การเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ของบุคคลตามมาตรา ๑๐๒ (๙) ตําแหน่งใด ให้เป็นไป ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด ในกรณีท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่าการเปิดเผย ขอ้ มูลตามวรรคหนึง่ อาจก่อให้เกดิ อันตรายตอ่ เจ้าของข้อมูล ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดําเนินการลบหรือตัดทอนหรือ ทําโดยประการอ่ืนใด ท่ีไม่เป็นการเปิดเผยข้อมูลน้ันก่อน การเปิดเผยให้ประชาชนทราบเป็นการท่ัวไปได้ โดยแจ้ง ให้ผ้ยู ่ืนทราบถงึ การดาํ เนนิ การดังกลา่ ว กรณีมี มาตรา ๑๐๗ เม่ือมีการแต่งต้ังหรือสั่งให้เจ้าหน้าที่ การแตง่ ตง้ั ของรัฐพ้นจากตําแหน่งที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด หรือส่งั ให้ ใ ห ้ ต ้ อ ง ยื่ น บั ญ ชี ท รั พ ย ์ สิ น แ ล ะ ห น้ี สิ น ใ น ห น ่ ว ย ง า น ใ ด เจา้ หนา้ ท่ขี องรัฐ ให้หัวหน้าหน่วยงานน้ันแจ้งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบ พ้นจากต�ำแหน่ง ภายในสามสิบวันนับแต่วันท่ีมีการแต่งตั้งหรือสั่งให้พ้นจาก ก�ำหนดใหต้ ้องย่ืน บญั ชที รัพยส์ นิ ตําแหน่ง ทั้งน้ี เว้นแต่กรณีของเจ้าหน้าที่ของรัฐท่ีได้รับ และหน้ีสนิ เลือกตั้ง ให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะ เป็นผแู้ จง้ มาตรการป้องกนั มาตรา ๑๐๘ บัญชีทรัพย์สินและหนี้สินท่ีมี การเปล่ียนแปลง ผู้ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สํานักงานจัดให้ ขอ้ ความหรอื มีมาตรการป้องกันมิให้มีการเปล่ียนแปลงข้อความหรือ เอกสาร เอกสารได ้
111 มาตรา ๑๐๙ ผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและ กรณไี ม่ย่ืน หน้ีสินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้ใดไม่ย่ืนบัญชีแสดง บัญชที รัพยส์ นิ รายการทรัพย์สินและหนีส้ ินตามเวลาทีก่ ําหนด ให้สาํ นักงาน และหนีส้ นิ ตาม มีหนังสือแจ้งให้บุคคลดังกล่าวทราบ โดยทางไปรษณีย์ เวลาทก่ี �ำหนด ตอบรับหรือทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมทั้ง กําหนดเวลาท่ีขยายให้ซ่ึงต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันท่ี ได้รับแจ้ง และในกรณีที่มีความจําเป็นอาจขยายระยะ เวลาไดอ้ ีกไมเ่ กินสามสบิ วนั เมื่อปรากฏว่าบัญชีทรัพย์สินและหน้ีสินหรือ เอกสารประกอบที่ได้รับมาตามวรรคหน่ึงไม่ครบถ้วน หรือมีข้อมูลคลาดเคล่ือน และไม่มีพฤติการณ์อันเช่ือได้ว่า มีเจตนาปกปิดทรัพย์สินหรือหนี้สิน ให้เลขาธิการหรือ ผู้ที่เลขาธิการมอบหมายแจ้งให้บุคคลดังกล่าวดําเนินการ ให้ครบถ้วนหรือถูกต้องภายในระยะเวลาที่เลขาธิการ กาํ หนด เม่ือครบกําหนดระยะเวลาตามวรรคหน่ึงหรือ วรรคสองแล้ว ถ้าบุคคลดังกล่าวยังไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สิน ย่ืนไม่ครบถ้วนหรือมีข้อมูลคลาดเคลื่อน และ มีพฤติการณ์อันเชื่อได้ว่ามีเจตนาปกปิดทรัพย์สินหรือ หน้ีสิน ให้สํานักงานเสนอเร่ืองให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดาํ เนนิ การตามมาตรา ๑๑๔ ต่อไป
112 การตรวจสอบ มาตรา ๑๑๐ ในการตรวจสอบทรัพย์สินและ ทรพั ยส์ ินและ หนี้สิน ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดําเนินการตรวจสอบ หน้สี ิน ความถูกต้องและความมีอยู่จริงของทรัพย์สินและหนี้สิน ตามบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินท่ียื่นไว้ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. คร้ังแรก และเมื่อมีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหน้ีสิน คร้ังต่อ ๆ ไป ให้ตรวจสอบถึงความเปล่ียนแปลงของ ทรัพย์สนิ และหน้ีสินดว้ ย การดําเนินการตามวรรคหน่ึง คณะกรรมการ ป.ป.ช. อาจมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือ พนักงานไต่สวน ดําเนินการตรวจสอบตามวรรคหน่ึงก่อน เสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. พจิ ารณากไ็ ด้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลาท่ีจะต้องตรวจสอบหรือพิจารณาข้อโต้แย้ง ให้แล้วเสร็จ และเงื่อนไขท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกาศ กําหนด เพอ่ื ประโยชนใ์ นการตรวจสอบทรพั ยส์ นิ และหนสี้ นิ ให้นําความในมาตรา ๓๔ และมาตรา ๓๘ มาใช้บังคับ กับการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินด้วยโดยอนุโลม และให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือพนักงานไต่สวน มีอํานาจ ตามมาตรา ๓๔ (๑) (๒) และ (๓) ด้วย การเปดิ เผย มาตรา ๑๑๑ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๐๖ ให้ ผลการตรวจสอบ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยผลการตรวจสอบ ทรพั ย์สินและ ทรัพย์สินและหน้ีสินของผู้ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หน้ีสนิ กําหนดให้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามพระราช
113 บัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ให้ประชาชนทราบเป็นการ ทวั่ ไป การเปิดเผยดงั กล่าวใหเ้ ปดิ เผยว่าผิดปกติหรอื ไม่ ในกรณีที่มีการเปิดเผยผลการตรวจสอบว่าไม่พบ เหตุผิดปกติ การเปิดเผยเช่นนั้นไม่เป็นการตัดอํานาจ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่จะดําเนินการตรวจสอบเพิ่มเติม ใ น ก ร ณี ท่ี มี เ ห ตุ อั น ค ว ร ส ง สั ย ข อ ง ค ว า ม ถู ก ต ้ อ ง ห รื อ ความมอี ย่จู รงิ ขน้ึ ในภายหลัง มาตรา ๑๑๒ ในการตรวจสอบทรัพย์สินและ การตรวจสอบ หนสี้ นิ ใหค้ ณะกรรมการ ป.ป.ช. มอี าํ นาจสงั่ ใหห้ นว่ ยงาน ทรัพยส์ ิน หนี้สิน ของรฐั สถาบนั การเงนิ หรอื บคุ คลใดทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ตรวจสอบ และแจง้ ผลให้ ความถูกต้องหรือความมีอยู่จริงตามท่ีปรากฏในรายการ คณะกรรมการ ทรัพย์สินและหน้ีสินท่ียื่นไว้ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ป.ป.ช. ทราบ หรือทรัพย์สินหรือหน้ีสินอ่ืนใดที่มิได้แจ้งไว้ในบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สิน และแจ้งผลให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบ ภายในระยะเวลา ท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด โดยมิให้นําบทบญั ญตั ิของกฎหมายทหี่ า้ มหนว่ ยงานใดเปิด เผยข้อมูล ในความครอบครองมาใช้บังคับกับการแจ้ง ขอ้ มูลดังกลา่ ว มาตรา ๑๑๓ ในกรณีที่ผลการตรวจสอบความ ผลการตรวจสอบ เปล่ียนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สินพบว่า มีพฤติการณ์ ทรัพยส์ ินและหนส้ี นิ ร�่ำรวยผิดปกติ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดําเนินการ พบวา่ มีพฤติการณ์ ไต่สวนเพอื่ รอ้ งขอใหท้ รพั ยส์ ินตกเป็นของแผน่ ดนิ ต่อไป ร่�ำรวยผดิ ปกติ
114 ผ้มู ีหน้าทยี่ ่นื มาตรา ๑๑๔ เมื่อปรากฏว่าผู้มีหน้าที่ย่ืนบัญชี บัญชที รัพย์สนิ ทรัพย์สินและหน้ีสินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้ใดจงใจ และหนสี้ ินจงใจไม่ ไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หรือจงใจยื่นบัญชีแสดง ยน่ื บัญชที รัพย์สิน รายการทรัพย์สินหรือหน้ีสินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงท่ีควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์ และหนี้สิน อันควรเช่ือได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงท่ีมาแห่งทรัพย์สินหรือ หน้ีสินน้ัน ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. กรรมการหรือ พนักงานเจ้าหน้าที่ท่ีได้รับมอบหมาย แจ้งข้อกล่าวหา ให้ผู้นั้นทราบ และกําหนดระยะเวลาตามสมควรท่ีผู้น้ัน จะมาช้ีแจงข้อกล่าวหา ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด แล้วนําเสนอ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพ่อื พิจารณาตอ่ ไป กรณีตามวรรคหน่ึง หากคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่าผู้ใดจงใจไม่ย่ืนบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและ หนี้สิน หรือจงใจย่ืนบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สิน ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้ง ให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่ แสดงท่ีมาแห่งทรัพย์สิน หรือหน้ีสิน ให้ดําเนินการ ดังตอ่ ไปน้ ี (๑) กรณีเป็นบุคคลตามมาตรา ๑๐๒ (๑) (๒) (๓) และ (๙) ให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองเพื่อวินิจฉัย ท้ังน้ี ให้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง
115 มี อํ า น า จ พิ จ า ร ณ า แ ล ะ พิ พ า ก ษ า ค ดี ข อ ง บุ ค ค ล ต า ม มาตรา ๑๐๒ (๙) ดว้ ย (๒) กรณีเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ยกเว้นเจ้าหน้าท่ีของรัฐ ตามมาตรา ๑๐๒ (๙) ให้เสนอเร่ืองต่อศาลอาญา คดีทุจรติ และประพฤติมิชอบเพ่อื วินจิ ฉัย ในการดําเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาตามวรรคสอง ให้นําความในมาตรา ๘๐ มาตรา ๘๑ และมาตรา ๘๖ มาใชบ้ งั คบั ดว้ ยโดยอนโุ ลม ส่วนท่ ี ๒ การดําเนินการกรณรี ่ำ� รวยผดิ ปกต ิ มาตรา ๑๑๕ เมอื่ ความปรากฏตอ่ คณะกรรมการ การด�ำเนินการกับ ป.ป.ช. ไม่ว่าเพราะเหตุมีการกล่าวหาหรือเพราะคณะ เจ้าพนกั งานของรัฐ กรรมการ ป.ป.ช. มีเหตุอันควรสงสัยว่าเจ้าพนักงานของรัฐ กรณีร�่ำรวยผดิ ปกติ ผู้ใดร่�ำรวยผิดปกติให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดําเนินการ ไตส่ วนโดยพลนั การกล่าวหาและการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามวรรคหน่ึง ให้น�ำความในหมวด ๒ การไต่สวน มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม เว้นแต่จะมีการบัญญัติไว้ เป็นการเฉพาะในส่วนนี ้
116 การไตส่ วน มาตรา ๑๑๖ ในการไต่สวนและมีความเห็น และมคี วามเหน็ หรือวินิจฉัยว่าผู้ใดร่�ำรวยผิดปกติ ให้คณะกรรมการ หรอื วนิ จิ ฉยั ว่า ป.ป.ช. มีอํานาจตรวจสอบที่มาของทรัพย์สินและหน้ีสิน ผู้ใดร่าํ รวยผิดปกติ การเคล่ือนไหวทางการเงิน หรือการทําธุรกรรมของ บุคคลน้ัน และดําเนินการอ่ืนใดเพ่ือให้ได้ข้อเท็จจริงมา ประกอบการวินิจฉัย และในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาได้ยื่น บัญชีทรัพย์สินและหน้ีสินไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการย่ืนต่อ คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรอื เป็นการยื่นตามมาตรา ๑๓๐ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. นําบัญชีทรัพย์สินและหน้ีสิน มาพิจารณาเพื่อเทียบเคียงกับทรัพย์สินที่มีอยู่ในขณะ ดําเนินการไต่สวน ประกอบกับรายได้และรายจ่าย และการเสียภาษีเงินได้ของผู้น้ัน และเพื่อประโยชน์แห่งการนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอํานาจส่ังให้ผู้ถูกกล่าวหา ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหน้ีสินตามรายการและภายในระยะ เวลาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด ไม่ว่าผู้น้ันจะได้ เคยยน่ื บญั ชที รพั ยส์ นิ และหนส้ี นิ มากอ่ นแลว้ หรอื ไมก่ ต็ าม ระยะเวลาท่ีกําหนดตามวรรคหนึ่ง ต้องไม่น้อย กว่าสามสิบวนั แตไ่ ม่เกินหกสิบวัน เม่ือคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดําเนินการไต่สวน ตามวรรคหนึ่งแล้ว แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะถึงแก่ความตาย กไ็ มต่ ดั อาํ นาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทจี่ ะดาํ เนนิ การ ตรวจสอบต่อไป แต่ต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน สองปีนับแต่วนั ทผ่ี ูน้ น้ั ถึงแก่ความตาย
117 มาตรา ๑๑๗ เมื่อผู้ถูกกล่าวหาได้รับแจ้ง ผถู้ ูกกลา่ วหา ข้อกล่าวหาว่าร�่ำรวยผิดปกติแล้วให้ผู้ถูกกล่าวหามีหน้าที่ ได้รบั แจ้งข้อกลา่ วหา พสิ จู น์หรอื แสดงท่มี าของรายได้หรอื ทรัพย์สินของตน วา่ ร่ํารวยผิดปกติ มาตรา ๑๑๘ ในกรณีท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณไี ต่สวน ไต่สวนแล้วและมีความเห็นว่าผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง และมีความเหน็ วา่ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กร ร่าํ รวยผิดปกติ อิสระร่�ำรวยผิดปกติ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่งรายงาน สํานวนการไต่สวน เอกสาร พยานหลักฐาน และความเห็น ไปยังอัยการสูงสุดภายในสามสิบวันนับแต่วันท่ีมีมต ิ เพ่ือให้อัยการสูงสุดดําเนินการย่ืนคําร้องต่อศาลฎีกาแผนก คดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองเพื่อขอให้ศาล สั่งให้ทรัพย์สินน้ันรวมทั้งบรรดาทรัพย์สินหรือประโยชน ์ อ่ืนใดท่ีได้มาแทนทรัพย์สินนั้นตกเป็นของแผ่นดินเพราะ ร�่ำรวยผิดปกติ โดยให้นําความในมาตรา ๘๔ มาใช้ บังคบั ดว้ ยโดยอนุโลม มาตรา ๑๑๙ เมื่ออัยการสูงสุดได้รับสํานวนคดี การด�ำเนนิ การ ตามมาตรา ๑๑๘ แล้ว ให้อัยการสูงสุดดําเนินการย่ืน ย่ืนค�ำร้องขอ คําร้องขอต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ตอ่ ศาลเพอ่ื ขอ ทางการเมืองเพ่ือขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ใหท้ รพั ยส์ ิน ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันท่ีได้รับเร่ืองจากคณะกรรมการ ตกเป็นของแผ่นดนิ ป.ป.ช. และให้นําความในมาตรา ๗๗ มาใช้บังคับด้วย โดยอนุโลม
118 ในคดีร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ให้ผู้ถูกกล่าวหามีภาระการพิสูจน์ที่ต้องแสดงให้ศาล เห็นว่าทรัพยส์ ินดังกลา่ วมไิ ด้เกดิ จากการร่ำ� รวยผดิ ปกต ิ การดําเนินคดีหรือการร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็น ของแผ่นดนิ ใหไ้ ดร้ ับการยกเวน้ ค่าธรรมเนียมศาล กรณี มาตรา ๑๒๐ ในกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดี ศาลประทับ อาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ประทับฟ้องคดี ฟอ้ งคดแี ละกรณี ตามมาตรา ๑๑๙ ให้นําความในมาตรา ๘๑ มาใช้บังคับด้วย ศาลพิพากษาให้ โดยอนโุ ลม ทรัพยส์ ินตกเปน็ ในกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมืองพิพากษาให้ทรัพย์สินตกเป็นของ ของแผ่นดนิ แผ่นดินเพราะร่�ำรวยผิดปกติ ให้ริบทรัพย์สินที่ผู้นั้นได้มา จากการกระทําความผิด รวมทั้งบรรดาทรัพย์สิน หรือ ประโยชน์อื่นใดที่ได้มาแทนทรัพย์สินน้ันตกเป็นของ แผน่ ดิน ให้นําความในมาตรา ๘๒ มาใช้บังคับกับกรณี ร�ำ่ รวยผิดปกติด้วย ในกรณีท่ีอัยการสูงสุดยื่นคําร้องขอตามมาตรา ๑๑๙ สาํ หรบั บคุ คลอนื่ ทมี่ ใิ ชผ่ ดู้ าํ รงตาํ แหนง่ ทางการเมอื ง ตลุ าการ ศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ ในฐานะเป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนด้วย ให้ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองมีอํานาจ พจิ ารณาและพิพากษาคดสี ําหรบั บุคคลดงั กล่าวได้ด้วย
119 มาตรา ๑๒๑ ในกรณที มี่ คี าํ พพิ ากษาหรอื คาํ สงั่ กรณีมีค�ำพิพากษา ของศาลถึงที่สุดให้ยกคําร้องด้วยเหตุที่ผู้ดํารงตําแหน่ง หรอื ค�ำสงั่ ถงึ ท่สี ดุ ทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดํารงตําแหน่ง ให้ยกค�ำรอ้ ง ในองค์กรอิสระ ไม่ได้ร�่ำรวยผิดปกติตามที่ถูกกล่าวหา ดว้ ยเหตไุ มไ่ ด้ ใหน้ ําความในมาตรา ๘๖ มาใชบ้ ังคับดว้ ยโดยอนโุ ลม ร�่ำรวยผดิ ปกติ มาตรา ๑๒๒ ในกรณีท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีไตส่ วน ไต่สวนและวินิจฉัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐร�่ำรวยผิดปกต ิ และวินจิ ฉัยวา่ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่งรายงาน สํานวนการไต่สวน เจา้ หนา้ ที่ของรัฐ เอกสาร พยานหลักฐาน และความเห็นไปยังอัยการ ร�่ำรวยผิดปกติ สูงสุดภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีมติ เพื่อให้อัยการสูง สุดดําเนินการยื่นคําร้อง ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและ ประพฤติมิชอบ เพื่อขอให้ศาลส่ังให้ทรัพย์สินท่ีร�่ำรวย ผิดปกติตกเป็นของแผ่นดินต่อไป และให้นําความใน มาตรา ๘๓ มาตรา ๘๔ มาตรา ๑๑๙ มาตรา ๑๒๐ และมาตรา ๑๒๑ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม ในกรณีเจ้าหน้าท่ีของรัฐตามวรรคหนึ่งเป็น ผู้ดํารงตําแหน่งอัยการสูงสุด ให้ประธานกรรมการย่ืนคําร้อง ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เพ่ือขอให้ศาล สั่งให้ทรัพย์สินที่ร�่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดินต่อไป โดยให้น�ำความในมาตรา ๘๐ มาใช้บังคับด้วยโดย อนโุ ลม
120 ในกรณีตามวรรคหน่ึงให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. แจ้งคําวินิจฉัยพร้อมด้วยข้อเท็จจริงโดยสรุป ไปยัง ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอํานาจแต่งตั้งถอดถอนของผู้ถูกกล่าวหา ภายในสามสิบวันนับแต่วันท่ีวินิจฉัย เพ่ือสั่งลงโทษไล่ออก ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง โดยให้ถือว่ากระทํา การทุจรติ ตอ่ หน้าท ี่ ความในวรรคสามมิให้ใช้บังคับกับผู้ถูกกล่าวหา ที่เป็นข้าราชการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ข้าราชการตุลาการ ศาลปกครองตามกฎหมายว่าด้วยการจัดต้ังศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง หรือข้าราชการอัยการตาม กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ ในกรณีท่ี คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนและวินิจฉัยว่าข้าราชการ ดังกล่าวร�่ำรวยผิดปกติ ให้แจ้งให้ประธานกรรมการแจ้งไปยัง ประธานกรรมการตลุ าการศาลยตุ ิธรรม ประธานกรรมการ ตุลาการศาลปกครอง หรือประธานกรรมการอัยการ แล้วแต่กรณี เพื่อพิจารณาดําเนินการตามกฎหมายว่าด้วย ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม กฎหมาย ว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง ห รื อ ก ฎ ห ม า ย ว ่ า ด ้ ว ย ร ะ เ บี ย บ ข ้ า ร า ช ก า ร ฝ ่ า ย อั ย ก า ร แลว้ แต่กรณตี อ่ ไป และในกรณีที่มีการส่งั ใหพ้ น้ จากราชการ ให้ถือว่าเป็นการให้พ้นจากราชการเพราะกระทําการทุจริต ต่อหน้าท ่ี
121 ในกรณีท่ีผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้บริหารท้องถ่ิน รองผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น หรือ สมาชิกสภาท้องถิ่น ให้ส่งคําวินิจฉัยพร้อมด้วยข้อเท็จจริง โดยสรุปไปยังผู้มีอํานาจส่ังให้พ้นจากตําแหน่ง เพื่อสั่งให้ พ้นจากตําแหน่งภายในหกสิบวันนับแต่วันท่ีได้รับแจ้ง และใหถ้ อื ว่าผถู้ ูกกลา่ วหากระทําการทุจริตตอ่ หน้าท่ี ให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอํานาจแต่งต้ังถอดถอน ตามวรรคสาม หรือผู้มีอํานาจสั่งให้พ้นจากตําแหน่งตาม วรรคห้า มีอํานาจส่ังไล่ออกหรือดําเนินการถอดถอนได้ โดยไม่ต้องสอบสวนหรือขอมติจากคณะรัฐมนตรี หรือ ความเห็นชอบจากองค์กรบริหารงานบคุ คล มาตรา ๑๒๓ ในกรณีท่ีมีคําพิพากษาอันถึงที่สุด กรณมี ี ของศาลให้ยกคําร้องขอด้วยเหตุท่ีเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ได ้ ค�ำพิพากษา ร่ํารวยผิดปกติตามที่ถูกกล่าวหา และถ้าผู้ถูกกล่าวหา ถึงทีส่ ุดให้ ไดถ้ กู ไลอ่ อกหรอื ถกู ถอดถอน ตามมาตรา ๑๒๒ วรรคสาม ยกค�ำรอ้ งขอ หรือวรรคห้า ให้ผู้บังคับบัญชา หรือผู้มีอํานาจแต่งตั้งถอดถอน ด้วยเหตุที่ เจา้ หนา้ ทขี่ องรัฐ หรือผู้มีอํานาจส่ังให้พ้นจากตําแหน่ง แล้วแต่กรณ ี ไม่ไดร้ ่�ำรวย สั่งเพิกถอนคําส่ังไล่ออกหรือถอดถอนโดยเร็ว และผู้น้ัน ผิดปกติ มีสิทธิได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน หรือประโยชน์ อ่ืนใดที่พึงได้รับถ้ามิได้ถูกไล่ออกหรือถูกถอดถอน ท้ังน้ี ตามระเบยี บบรหิ ารงานบคุ คลหรอื มตคิ ณะรฐั มนตรกี าํ หนด ในกรณีตามวรรคหนึ่ง ถ้าผู้ถูกกล่าวหาเป็น ข้าราชการตามมาตรา ๑๒๒ วรรคสี่ การจะดําเนินการ
122 อย่างใดให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการตุลาการ ศาลยุติธรรม คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง หรือ คณะกรรมการอยั การ แลว้ แต่กรณ ี กาํ หนด การดําเนินการตามวรรคหน่ึงและวรรคสองให้ผู้นั้น ได้รับความเป็นธรรมตามกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับ ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลสําหรับผู้ถูกกล่าวหานั้น ๆ ในกรณีที่ไม่มีกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับดังกล่าว ให้ดําเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ ในการดําเนินการ ดังกล่าวห้ามไม่ให้หน่วยงานของรัฐยกอายุความใดข้ึนอ้าง อันจะเป็นเหตุให้ไม่สามารถให้ความเป็นธรรมแก่บุคคล ดงั กลา่ วได้ การโอนหรอื มาตรา ๑๒๔ การโอนหรือการกระทําใด ๆ การกระท�ำใด ๆ เก่ียวกับทรัพย์สินของเจ้าพนักงานของรัฐท่ีได้กระทําหลังจาก เก่ยี วกบั ทรพั ยส์ นิ คณะกรรมการ ป.ป.ช. สั่งให้เจ้าพนักงานของรัฐผู้นั้น แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ถูกกล่าวหาตาม มาตรา ๑๑๖ ถ้าคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรืออัยการสูงสุด แล้วแต่กรณี มีคําขอโดยทําเป็นคําร้อง ศาลมีอํานาจ สง่ั เพิกถอนการโอนหรอื ระงับการกระทาํ นน้ั ๆ ได้ เว้นแต่ ผู้รับโอน หรือผู้รับประโยชน์จะแสดงให้เป็นที่พอใจ แ ก ่ ศ า ล ว ่ า ต น ไ ด ้ รั บ โ อ น ท รั พ ย ์ สิ น ห รื อ ป ร ะ โ ย ช น ์ น้ั น มาโดยสจุ ริตและมีค่าตอบแทน
123 มาตรา ๑๒๕ ถ้าศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่ง ศาลมีค�ำพพิ ากษา ให้ทรัพย์สินของผู้ใดซึ่งถูกกล่าวหาว่าร่�ำรวยผิดปกต ิ หรือค�ำสงั่ ตกเป็นของแผ่นดิน ให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของ ใหท้ รพั ยส์ นิ ตกเป็น แผ่นดินตั้งแต่วันท่ีศาลมีคําพิพากษา หากไม่สามารถ ของแผน่ ดิน บังคับเอาแก่ทรัพย์สินเหล่านั้นได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ให้บังคับเอาแก่ทรัพย์สินอ่ืนของผู้ถูกกล่าวหาได้ ภายใน ร ะ ย ะ เ ว ล า สิ บ ป ี นั บ แ ต ่ วั น ท่ี ศ า ล มี คํ า พิ พ า ก ษ า ถึ ง ท่ี สุ ด แต่ต้องไม่เกินมูลค่าของทรัพย์สินท่ีศาลส่ัง ให้ตกเป็นของ แผ่นดนิ ในกรณีที่มีคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาล ถึงที่สุดแล้ว หากปรากฏว่ามีการโอนหรือการกระทําใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินก่อนหรือหลังมีคําพิพากษาหรือคําส่ัง อันเป็นเหตุให้ไม่สามารถบังคับคดีเอากับทรัพย์สินท่ีถูกศาลสั่ง ให้ตกเป็นของแผ่นดินได้ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอํานาจยื่นคําร้องต่อศาลเพื่อเพิกถอนการโอนน้ันได ้ หากไม่สามารถเพิกถอนการโอนน้ันได้เพราะเหตุแห่ง การแปลงสภาพหรือเหตุอื่น ให้ดําเนินการตามมาตรา ๘๔ โดยอนโุ ลม
124 หมวด ๖ การขดั กันระหวา่ งประโยชน์สว่ นบุคคล กบั ประโยชน์ส่วนรวม ห้ามมิให้ มาตรา ๑๒๖ นอกจากเจ้าพนักงานของรัฐ กรรมการ ป.ป.ช. ที่รัฐธรรมนูญกําหนดไว้เป็นการเฉพาะแล้ว ห้ามมิให้ ผูด้ �ำรงต�ำแหน่ง กรรมการ ผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ และ ในองคก์ รอิสระและ เจ้าพนักงานของรัฐท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกาศ เจ้าพนักงานของรฐั กําหนด ดําเนินกิจการดงั ต่อไปน้ี (๑) เป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญา ด�ำเนินกจิ การ ที่ ทํ า กั บ ห น ่ ว ย ง า น ข อ ง รั ฐ ท่ี เ จ ้ า พ นั ก ง า น ข อ ง รั ฐ ผู ้ น้ั น ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะท่ีเป็นเจ้าพนักงานของรัฐซ่ึงมีอํานาจ ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในการกํากับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบหรือดําเนินคดี (๒) เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วน ห รื อ บ ริ ษั ท ท่ี เ ข ้ า เ ป ็ น คู ่ สั ญ ญ า กั บ ห น ่ ว ย ง า น ข อ ง รั ฐ ท่ีเจ้าพนักงานของรัฐผู้น้ันปฏิบัติหน้าท่ีในฐานะที่เป็น เจ้าพนักงานของรัฐซึ่งมีอํานาจไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ในการกํากับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบหรือดําเนินคดี เว้นแต่จะเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชน จํากัดไมเ่ กนิ จาํ นวนท่คี ณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด
125 (๓) รับสัมปทานหรือคงถือไว้ซ่ึงสัมปทานจากรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือ ราชการส่วนท้องถ่ิน หรือเข้าเป็นคู่สัญญากับรัฐ หน่วย ราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วน ท้องถ่ิน อันมีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอน หรือเป็น หุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทท่ีรับสัมปทาน หรือเข้าเป็นคู่สัญญาในลักษณะดังกล่าว ในฐานะที่เป็น เจ้าพนักงานของรัฐซ่ึงมีอํานาจไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ในการกํากับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบหรือดําเนินคดี เว้นแต่จะเปน็ ผ้ถู ือหนุ้ ในบริษทั จาํ กัดหรอื บรษิ ทั มหาชนจาํ กัด ไม่เกนิ จาํ นวนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด (๔) เข้าไปมีส่วนได้เสียในฐานะเป็นกรรมการ ที่ปรึกษา ตัวแทน พนักงานหรือลูกจ้างในธุรกิจของเอกชน ซึ่งอยู่ภายใต้การกํากับ ดูแล ควบคุม หรือตรวจสอบ ของหน่วยงานของรัฐท่ีเจ้าพนักงานของรัฐผู้นั้นสังกัดอยู่ หรือปฏิบัติหน้าท่ีในฐานะเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ซ่ึงโดย สภาพของผลประโยชน์ของธุรกิจของเอกชนนั้นอาจขัด หรือแย้งต่อประโยชน์ส่วนรวม หรือประโยชน์ทางราชการ ห รื อ ก ร ะ ท บ ต ่ อ ค ว า ม มี อิ ส ร ะ ใ น ก า ร ป ฏิ บั ติ ห น ้ า ท่ี ข อ ง เจา้ พนักงานของรัฐผนู้ ัน้ ให้นําความในวรรคหน่ึง มาใช้บังคับกับคู่สมรส ของเจ้าพนักงานของรัฐตามวรรคหนึ่งด้วย โดยให้ถือว่า
126 การดําเนินกิจการของคู่สมรสเป็นการดําเนินกิจการของ เจ้าพนักงานของรัฐ เว้นแต่เป็นกรณีท่ีคู่สมรสนั้นดําเนินการ อยูก่ อ่ นที่เจา้ พนักงานของรฐั จะเขา้ ดํารงตาํ แหน่ง คู่สมรสตามวรรคสองให้หมายความรวมถึงผู้ซ่ึง อยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสด้วย ท้งั น ี้ ตามหลกั เกณฑท์ ี่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด เจ้าพนักงานของรัฐท่ีมีลักษณะตาม (๒) หรือ (๓) ต้องดําเนินการไม่ให้มีลักษณะดังกล่าว ภายใน สามสบิ วนั นบั แตว่ นั ที่เข้าดํารงตาํ แหน่ง มาตรา ๑๒๗ ห้ามมิให้กรรมการ ผู้ดํารง ตําแหน่งในองค์กรอิสระ ผู้ดํารงตําแหน่งระดับสูงและ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. กาํ หนด ดาํ เนินการใดตามมาตรา ๑๒๖ (๔) ภายในสองปี นบั แตว่ ันท่พี ้นจากตําแหน่ง ห้ามมใิ ห้ มาตรา ๑๒๘ ห้ามมิให้เจ้าพนักงานของรัฐผู้ใด เจา้ พนกั งานของรฐั รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดอันอาจคํานวณเป็นเงินได้ รบั ทรัพย์สนิ หรือ จากผู้ใด นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ ประโยชน์อนื่ ใด ตามกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ ที่ออกโดยอาศัยอํานาจ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เว้นแต่การรับทรัพย์สินหรือ ประโยชนอ์ ่นื ใดโดยธรรมจรรยาตามหลักเกณฑแ์ ละจํานวน ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด
127 ความในวรรคหน่ึงมิให้ใช้บังคับกับการรับ ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือญาติท่ีให้ตามประเพณี หรือตามธรรมจรรยาตาม ฐานานุรูป บทบัญญัติในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับกับการรับ ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดของผู้ซึ่งพ้นจากการเป็น เจ้าพนักงานของรัฐมาแล้วยงั ไม่ถงึ สองปีดว้ ยโดยอนโุ ลม มาตรา ๑๒๙ การกระทําอันเป็นการฝ่าฝืน การกระท�ำ บทบัญญัติในหมวดนี้ให้ถือว่าเป็นการกระทําความผิด อันเปน็ การฝ่าฝืน ต่อตําแหน่งหน้าท่ีราชการหรือความผิดต่อตําแหน่งหน้าท่ี บทบญั ญตั ิ ในการยตุ ธิ รรม ในหมวดนี้ หมวด ๗ การสง่ เสรมิ การปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ มาตรา ๑๓๐ ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐท่ีไม่ต้องย่ืน การย่ืน บัญชีทรัพย์สินและหน้ีสินตามมาตรา ๔๒ มาตรา ๑๐๓ บญั ชที รพั ยส์ นิ และมาตรา ๑๕๘ ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อหัวหน้า และหน้ีสิน ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐที่ตน เจ้าหนา้ ทขี่ องรฐั สังกัดหรือปฏิบัติงานอยู่ ทั้งนี้ ตามที่ก�ำหนดในพระราช กฤษฎกี า
128 บทบญั ญตั ิตามวรรคหน่งึ ไม่ใชบ้ ังคับกับเจา้ หนา้ ที่ ของรัฐที่มิได้มีเงนิ เดือนและตําแหนง่ ประจํา ในกรณีท่ีเจ้าหน้าท่ีของรัฐตามวรรคหนึ่งดํารง ตําแหน่งหลายตําแหน่ง ให้ยื่นบัญชีทรัพย์สินสําหรับ ตาํ แหนง่ ท่ปี ฏิบตั หิ น้าทเี่ ป็นประจําเพยี งตําแหน่งเดยี ว บัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นตามวรรคหน่ึง ให้เก็บรักษาไว้ท่ีหน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าท่ีของรัฐผู้นั้น สังกัดอยู่ และให้ถือเป็นความลับในราชการท่ีจะเปิดเผย มิได้ เว้นแต่จะส่งมอบให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามท่ี คณะกรรมการ ป.ป.ช. ร้องขอ หรือเมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนดให้ผู้ดํารงตําแหน่งน้ัน ต้องย่ืนบัญชี ทรัพย์สินและหน้ีสินตามมาตรา ๑๐๓ หรือเม่ือมีกรณี ที่จะตอ้ งดําเนนิ การสอบสวนทางวนิ ัยแกเ่ จา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ผนู้ ้ัน ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐย้ายไปสังกัดหน่วยงาน ของรัฐแห่งใหม่ ให้หน่วยงานของรัฐท่ีผู้น้ันสังกัดอยู่เดิม ส่งมอบบัญชีทรัพย์สินและหน้ีสินของผู้น้ันให้แก่หน่วยงาน ของรัฐท่ีเจ้าหน้าท่ีของรัฐผู้นั้นไปสังกัดใหม่ ทั้งน้ี ภายใน สามเดือนนับแต่วันที่เจ้าหน้าที่ผู้นั้นพ้นจากหน่วยงาน ของรฐั นัน้ ระยะเวลาการยื่น แบบรายการ หลักเกณฑ ์ วิธีการยื่นและการเก็บรักษาบัญชีทรัพย์สินและหน้ีสิน ตามวรรคหน่ึงให้เป็นไปตามท่ีกําหนดในพระราชกฤษฎีกา ซ่ึงต้องคํานึงถึงการตรวจสอบได้ ความสะดวก และ
129 ไม่สร้างภาระจนเกินจําเป็น ในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว จะยกเว้นเจ้าหน้าท่ีของรัฐที่จ้างมาเป็นการชั่วคราว หรือ เจ้าหน้าท่ีของรัฐบางประเภท ให้ไม่ต้องย่ืนบัญชีทรัพย์สิน และหนสี้ นิ ตามวรรคหนึ่งกไ็ ด ้ ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามพระราช กฤษฎกี าตามวรรคหน่ึงและวรรคหก มาตรา ๑๓๑ ในกรณีท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณคี ณะ เหน็ วา่ คดใี ดสมควรจดั ใหม้ มี าตรการคมุ้ ครอง ชว่ ยเหลอื แก่ กรรมการ ป.ป.ช. ผู้กล่าวหา ผู้เสียหาย ผู้ทําคําร้อง ผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ จัดให้มีมาตรการ ผู้ให้ถ้อยคําหรือผู้ที่แจ้งเบาะแสหรือข้อมูลใดเก่ียวกับ คุม้ ครองชว่ ยเหลอื การปฏิบัติหน้าท่ีของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้คณะ กรรมการ ป.ป.ช. ให้ความคุ้มครอง ช่วยเหลือแก่บุคคล ดังกล่าว โดยให้นํากฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพยาน ในคดีอาญามาใช้บังคับโดยอนุโลม และให้อํานาจของ รัฐมนตรีตามกฎหมายดังกล่าวเป็นอํานาจของคณะ กรรมการ ป.ป.ช. ในการดําเนินการดังกล่าว ให้คณะ กรรมการ ป.ป.ช. มีอํานาจกําหนดมาตรการอ่ืนใด ที่สมควรเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ที่จะต้องได้รับ การคุ้มครองช่วยเหลือ และมีอํานาจสั่งให้เจ้าพนักงาน ตาํ รวจหรือเจา้ หน้าท่อี ื่นชว่ ยดําเนินการตามท่จี าํ เปน็ ได้ การดําเนินการตามวรรคหนึ่งต้องได้รับความ ยินยอมจากผทู้ ่จี ะไดร้ บั ความค้มุ ครองหรือชว่ ยเหลือก่อน
130 กรณีเกิด ในกรณีเกิดความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย ความเสยี หาย อนามัย ช่ือเสียง ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหน่ึงอย่างใดของ แก่ชีวติ ร่างกาย บุคคลตามวรรคหนึ่ง หรือคู่สมรส ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน อนามัย ชื่อเสยี ง หรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบุคคลดังกล่าว เพราะมีการกระทําผิดอาญาโดยเจตนา เนื่องจาก ทรัพยส์ นิ การดําเนินการหรือการให้ถ้อยคําหรือแจ้งเบาะแสหรือข้อมูล ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้บุคคลน้ันหรือทายาทมีสิทธิ ยน่ื คาํ รอ้ งตอ่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพอื่ ขอรบั คา่ ทดแทน เท่าท่ีจําเป็นและสมควรตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง พยานในคดีอาญาด้วย กรณี ในกรณีท่ีบุคคลตามวรรคหน่ึง เป็นเจ้าหน้าท่ี เจา้ หนา้ ท่ขี องรฐั ของรัฐและคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่า การดําเนินการ แจ้งเบาะแส หรือให้ถ้อยคํา หรือแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลของบุคคล ที่เป็นประโยชน์ ดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อการป้องกันและปราบปราม การทุจริตอย่างยิ่ง และสมควรได้รับยกย่องให้เป็น และสมควร แบบอย่างแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนโดยท่ัวไป ไดร้ ับการยกยอ่ ง ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เสนอคณะรัฐมนตรีเพ่ือ การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนและระดับตําแหน่งให้แก่ บุคคลน้ันเป็นกรณีพิเศษ ท้ังนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด โดยความ เห็นชอบของคณะรฐั มนตรี
131 มาตรา ๑๓๒ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๓๕ ผู้ใด กรณผี แู้ จง้ ถ้อยค�ำ แจ้งถ้อยคําหรือแจ้งเบาะแสแก่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรอื เบาะแส หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ทราบว่ามีการกระทําความผิด กระท�ำโดยสจุ รติ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญน้ี ถ้าได้กระทํา โดยสจุ ริตยอ่ มไดร้ บั ความคมุ้ ครองไมต่ ้องรบั ผดิ ทง้ั ทางแพ่ง และทางอาญา มาตรา ๑๓๓ ในกรณีบุคคลตามมาตรา ๑๓๑ กรณผี ใู้ ห้ถอ้ ยค�ำ วรรคหนึ่ง เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ เมื่อบุคคลนั้น หรือแจง้ เบาะแส ร้องขอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าหากยังคงปฏิบัติ ถกู กลนั่ แกลง้ หรือ หน้าท่ีในสังกัดเดิมต่อไป อาจถูกกล่ันแกล้งหรือได้รับ ได้รับการปฏบิ ตั ิ การปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมอันเนื่องจากการกล่าวหา โดยไมเ่ ปน็ ธรรม หรือการให้ถ้อยคําหรือแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลนั้นและ คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่ามีพยานหลักฐาน เบ้ืองต้นอันควรเช่ือได้ว่าน่าจะมีเหตุดังกล่าว ให้เสนอ ต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาส่ังการให้ได้รับความคุ้มครอง หรือมีมาตรการอ่ืนใดตามท่ีเห็นสมควรต่อไป และอาจ เสนอให้มีการกําหนดตําแหน่งและสิทธิประโยชน์อื่น เพ่ือ คุ้มครองบุคคลนั้นในหน่วยงานของรัฐอื่น ท่ีไม่ต่�ำกว่าระดับ และตําแหน่งทบ่ี ุคคลดงั กล่าวเคยดาํ รงตําแหน่งอยู่เดมิ มาตรา ๑๓๔ ในกรณีที่เจ้าพนักงานของรัฐผู้ใด กรณมี ีสว่ นเกีย่ วขอ้ ง มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทําความผิดเพราะถูกผู้บังคับ กับการกระท�ำ บัญชาส่ังการให้ทํา ถ้าได้ทําหนังสือโต้แย้งหรือให้ผู้บังคับ ความผดิ เพราะถูก บัญชาทบทวนคําสั่งหรือให้ยืนยันคําสั่งแล้ว หรือได้แจ้ง ผู้บังคับบัญชาสง่ั การ
132 ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบถึงเบาะแส ข้อมูล หรือ ข้อเท็จจริงภายในสามสิบวันนับแต่วันท่ีได้กระทําการน้ัน ใหเ้ จ้าพนักงานของรฐั ผ้นู ั้นไม่ต้องรับโทษ บุคคล มาตรา ๑๓๕ บุคคลใดซึ่งมีส่วนเก่ียวข้อง มีส่วนเกีย่ วขอ้ ง ในการกระทําความผิดกับเจ้าพนักงานของรัฐ หากได้ให้ ในการกระท�ำ ถ้อยคํา หรือแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลอันเป็นสาระสําคัญ ความผิดกับ ใ น ก า ร ที่ จ ะ ใ ช ้ เ ป ็ น พ ย า น ห ลั ก ฐ า น ใ น ก า ร วิ นิ จ ฉั ย ชี้ มู ล เจา้ พนักงานของรัฐ ก า ร ก ร ะ ทํ า ผิ ด ข อ ง เ จ ้ า พ นั ก ง า น ข อ ง รั ฐ ร า ย อ่ื น ห รื อ ผู้ถูกกล่าวหารายอื่นน้ันและคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็น สมควรจะกันผู้นั้นไว้เป็นพยานโดยไม่ดําเนินคดีก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. กาํ หนด เม่ือคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้กันบุคคล ตามวรรคหน่ึงไว้เป็นพยานแล้ว ห้ามมิให้ดําเนินคดีอาญา หรือดําเนินการทางวินัยกับบุคคลซึ่งถูกกันไว้เป็นพยานน้ัน และบุคคลน้ันอาจได้รับความช่วยเหลือได้ตามสมควร จนคดีถึงที่สุด เว้นแต่บุคคลน้ันฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ วิธีการ หรอื เงื่อนไขการกนั ไวเ้ ปน็ พยาน ตามวรรคหนง่ึ การคุ้มครองตามวรรคสอง ย่อมได้รับความคุ้มครอง ทั้งตําแหน่งของพยานท่ีดํารงอยู่และการเลื่อนข้ันเงินเดือน รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่นด้วย เว้นแต่บุคคลนั้นไม่สมควร ได้รับการคุ้มครองเม่ือคํานึงถึงพฤติการณ์และสภาพ ของการกระทาํ ผดิ แลว้ หรอื ฝา่ ฝนื เงอื่ นไขการกนั ไวเ้ ปน็ พยาน
133 มาตรา ๑๓๖ เมอ่ื ผบู้ งั คบั บญั ชาของเจา้ พนกั งาน การด�ำเนนิ การ ของรัฐมีคําสั่งให้ดําเนินการสอบสวนทางวินัยแก ่ สอบสวนทางวนิ ยั เจ้าพนักงานของรัฐในความผิดฐานทุจริตต่อหน้าท่ี แกเ่ จา้ พนกั งาน ให้แจ้งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบภายในสามสิบวัน ของรฐั ในความผดิ นบั แตว่ นั ทม่ี คี าํ สง่ั ในกรณเี ชน่ นนั้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ฐานทุจริตต่อหน้าท่ี จ ะ ส่ั ง ใ ห ้ ผู ้ บั ง คั บ บั ญ ช า ร า ย ง า น ค ว า ม คื บ ห น ้ า แ ล ะ ผลของการดาํ เนนิ การ หรอื จะใหส้ ง่ เรอื่ งใหค้ ณะกรรมการ ป.ป.ช. เพ่ือดําเนินการต่อไปก็ได้ และให้นําความในมาตรา ๖๖ มาใช้บังคบั ดว้ ยโดยอนุโลม มาตรา ๑๓๗ ในการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณ ี รางวลั ของผู้ช้ีช่อง ที่มีการกล่าวหาว่าเจ้าพนักงานของรัฐร�่ำรวยผิดปกติ แจง้ เบาะแสหรือ หากผู้ใดชี้ช่อง แจ้งเบาะแส หรือให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริง ใหข้ ้อมลู หรอื เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือหนี้สินของผู้ถูกกล่าวหา หรือ ขอ้ เท็จจริง ผู้ถูกตรวจสอบ รวมท้ังตัวการ ผู้ใช้หรือผู้สนับสนุน ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. และการชี้ช่อง แจ้งเบาะแส หรือให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นผลให้ทรัพย์สิน ท่ีร�่ำรวยผิดปกตินั้นตกเป็นของแผ่นดิน โดยคําสั่งถึงท่ีสุด ของศาลแล้ว ผู้นั้นอาจได้เงินรางวัลจากกองทุนป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติก็ได้ ทั้งนี้ ตามระเบียบ ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด
134 หมวด ๘ ความร่วมมือกับต่างประเทศ อ�ำนาจหน้าท่ี มาตรา ๑๓๘ ในการดําเนินการด้านการต่างประเทศ ด�ำเนนิ การ เพ่ือการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ให้คณะกรรมการ ด้านต่างประเทศ ป.ป.ช. มีหนา้ ท่ีและอาํ นาจในเร่อื งดงั ต่อไปนี ้ ของคณะกรรมการ (๑) เป็นหน่วยงานกลางในการดําเนินการ เพ่ือให้ความร่วมมือระหว่างประเทศตามพันธกรณ ี ป.ป.ช. และข้อตกลงระหว่างประเทศในการตอ่ ต้านการทุจรติ (๒) ดําเนินการตามคําร้องขอความช่วยเหลือ จากต่างประเทศในคดีทุจริตในกรณีท่ีผู้ประสานงานกลาง ตามกฎหมายว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศในเร่ือง ทางอาญาส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดําเนินการ หรือ พิจารณาให้ความช่วยเหลือกับต่างประเทศในคดีทุจริต ซึ่งมิใช่คําร้องขอความช่วยเหลือตามกฎหมายว่าด้วย ความร่วมมือระหว่างประเทศในเรือ่ งทางอาญา การด�ำเนนิ การกับ มาตรา ๑๓๙ เ ม่ื อ ค ว า ม ป ร า ก ฏ ต ่ อ ค ณ ะ เจา้ หน้าท่ีของรัฐ กรรมการ ป.ป.ช. ไม่ว่าจะมีการกล่าวหาหรือไม่ ว่าเจ้าหน้าท่ี ต่างประเทศ ของรัฐต่างประเทศ เจ้าหน้าท่ีขององค์การระหว่าง ท่ีกระท�ำความผดิ ประเทศ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง กระทําความผิดตาม มาตรา ๑๗๓ มาตรา ๑๗๔ มาตรา ๑๗๕ หรือ
135 มาตรา ๑๗๖ คณะกรรมการ ป.ป.ช. อาจพิจารณาส่งเรื่องให้ หน่วยงานต่างประเทศที่มีหน้าที่และอํานาจรับไปดําเนินคดี ตามกฎหมายของประเทศนั้นก็ได้ ท้ังน้ี ในการประสาน ความร่วมมือระหว่างประเทศให้ดําเนินการตามกฎหมาย ว่าด้วยการนน้ั มาตรา ๑๔๐ เม่ือมีการร้องขอความช่วยเหลือ กรณมี กี ารร้องขอ จากต่างประเทศตามกฎหมายว่าด้วยความร่วมมือระหว่าง ความชว่ ยเหลือ ประเทศในเรื่องทางอาญา เพ่ือให้ดําเนินการกับเจ้าหน้าที่ จากตา่ งประเทศ ของรัฐต่างประเทศ เจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ ตามกฎหมาย หรือบุคคลใด ว่ามีการกระทําความผิดตามมาตรา ๑๗๓ วา่ ด้วยความรว่ มมอื ระหว่างประเทศ มาตรา ๑๗๔ มาตรา ๑๗๕ มาตรา ๑๗๖ หรือมาตรา ๑๗๗ ในเรอ่ื งทางอาญา ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอํานาจไต่สวนและวินิจฉัย หรือดาํ เนินการอ่ืนตามที่ไดร้ บั การรอ้ งขอได ้ ความผิดตามมาตรา ๑๗๒ มาตรา ๑๗๓ มาตรา ๑๗๔ มาตรา ๑๗๕ มาตรา ๑๗๖ และ มาตรา ๑๗๗ ถ้าผู้มีสัญชาติไทยหรือเจ้าพนักงานของรัฐ เป็นผู้กระทํา หรือกระทําต่อผู้มีสัญชาติไทยหรือ เจ้าพนักงานของรัฐ แม้จะกระทํานอกราชอาณาจักร จะต้องรับโทษในราชอาณาจักร และให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอํานาจไต่สวนและมีความเห็นหรือวินิจฉัย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ได้ ทั้งน้ี การประสานความร่วมมือเพื่อประโยชน์แห่งการไต่สวน
136 แ ล ะ มี ค ว า ม เ ห็ น ห รื อ วิ นิ จ ฉั ย ใ ห ้ เ ป ็ น ไ ป ต า ม ก ฎ ห ม า ย วา่ ดว้ ยการน้นั ในการดําเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้นําความในมาตรา ๘๓ มาตรา ๘๔ และมาตรา ๘๕ มาใช้บังคับกับทรัพย์สินที่ต้องริบด้วยโดยอนุโลม แต่มิให้นํา บทบัญญัติที่บัญญัติให้ทรัพย์สินที่ริบตกเป็นของแผ่นดิน มาใช้บังคับ ในกรณีเช่นน้ัน การดําเนินการกับทรัพย์สิน ท่ีริบให้เป็นไปตามข้อตกลงกบั ประเทศที่รอ้ งขอ หมวด ๙ สาํ นักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจรติ แหง่ ชาต ิ ส�ำนักงาน ป.ป.ช. มาตรา ๑๔๑ ให้มีสํานักงานคณะกรรมการ ป้องกนั และปราบปรามการทุจรติ แห่งชาต ิ เรยี กโดยยอ่ ว่า “สํานักงาน ป.ป.ช.” เป็นส่วนราชการและมีฐานะเป็น นิติบุคคล รบั ผดิ ชอบขนึ้ ตรงต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. อ�ำนาจหนา้ ทขี่ อง มาตรา ๑๔๒ สํานักงานมีหน้าท่ีและอํานาจ ส�ำนักงาน ป.ป.ช. ดงั ตอ่ ไปน ้ี
137 (๑) รับผิดชอบงานธุรการ และดําเนินการเพื่อ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. บรรลุภารกิจและหน้าที่ ตาม ท่ีกําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญน้ีและกฎหมายอื่น (๒) อํานวยความสะดวก ประสานงาน ให้ ความร่วมมือ ส่งเสริม และสนับสนุนการปฏิบัติงาน ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และกรรมการ (๓) ประสานงานและให้ความร่วมมือระหว่าง ประเทศเกยี่ วกับการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ ริต (๔) ดําเนินการหรือจัดให้มีการรวบรวม วิเคราะห์ ศึกษาวิจัย และเผยแพร่ข้อมูลและความรู้เก่ียวกับ การทุจริตและประพฤติมิชอบและอันตรายของการทุจริต และประพฤติมิชอบท้ังในภาครฐั และภาคเอกชน (๕) ส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนรวมตัวกัน เพื่อมีส่วนร่วมในการรณรงค์ให้ความรู้ ต่อต้าน หรือ ชี้เบาะแส ตามกลไกที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด ตามมาตรา ๓๓ (๖) เสนอแนะและให้คําปรึกษาแก่หน่วยงาน ราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการ ส่วนท้องถิ่น หรือเจ้าพนักงานของรัฐ หรือภาคเอกชน เกยี่ วกบั การปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ ริต
138 (๗) จัดทําระบบสารสนเทศของข้อมูลเก่ียวกับ เร่ืองท่ีอยู่ในระหว่างการดําเนินการของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึง่ อยา่ งน้อยต้องระบผุ ้รู บั ผิดชอบและความคืบหน้า ของการดําเนินการของแต่ละเร่ือง เพ่ือกรรมการจะได้ ตรวจสอบไดต้ ลอดเวลา (๘) ปฏิบัติการอ่ืนตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมาย และตามทีก่ ฎหมายบญั ญตั ิ ในการดําเนินการตาม (๖) สํานักงานต้องตอบ ข้อหารือภายในสามสิบวัน เว้นแต่ในกรณีท่ีมีเหตุจําเป็น อันไม่อาจดําเนินการให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาดังกล่าว ประธานกรรมการอาจขยายระยะเวลาออกไปตามท่ีจําเป็น ได้แต่รวมแล้วต้องไมเ่ กินเกา้ สิบวนั อ�ำนาจในการ มาตรา ๑๔๓ ในการกํากับดูแลสํานักงาน ให้ ออกระเบยี บหรือ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอํานาจออกระเบียบ หรือ ประกาศเก่ยี วกับ ประกาศในเรือ่ งดังต่อไปน้ ี การบรหิ ารงาน (๑) การจัดแบ่งส่วนงานภายในของสํานักงาน ของส�ำนกั งาน และขอบเขตหน้าที่ของส่วนงานดังกลา่ ว (๒) การบริหารและจัดการการเงินและทรัพย์สิน การงบประมาณ และการพสั ดุของสาํ นกั งาน (๓) การวางระเบยี บวา่ ดว้ ยการจดั ทาํ การเปดิ เผย การเผยแพร่ การเก็บรักษา และการทําลายเอกสาร และข้อมูลท่ีอยู่ในความครอบครองของคณะกรรมการ
139 ป.ป.ช. และสํานักงาน ท้ังนี้ ในการเผยแพร่ข้อมูล ให้ จัดทําสาํ หรับคนพิการทจี่ ะสามารถเข้าถึงได้ด้วย (๔) วางระเบียบเก็บรักษาและบริหารจัดการ พยานหลักฐานของกลางในคดีและทรัพย์สิน รวมทั้ง การจําหน่าย การมอบหมายให้ผู้อ่ืนเก็บรักษา หรือ จําหน่ายทรัพยส์ ินดังกล่าว (๕) กาํ หนดหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารจา่ ยคา่ เบยี้ เลยี้ ง ค่าท่ีพัก ค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายอ่ืน และค่าตอบแทนของ พยานบุคคลหรือผู้ซ่ึงช่วยปฏิบัติหน้าท่ีตามคําร้องขอ ของพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจาก คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการปฏิบัติหน้าท่ีตามพระราช บญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญนี้ (๖) วางระเบียบเก่ียวกับการแต่งต้ังคณะ กรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะบุคคล เพื่อช่วย เหลือคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงานในการปฏิบัติ หน้าที่ท่ีไม่ใช่การไต่สวน และกําหนดเบี้ยประชุมให้แก่ บุคคลที่ไดร้ ับแต่งตั้งดังกลา่ ว (๗) วางระเบียบเก่ียวกับการกําหนดเบี้ยประชุม ของคณะกรรมการไต่สวนตามมาตรา ๕๑ คณะกรรมการ ตามมาตรา ๓๓ วรรคสอง และคณะอนุกรรมการตาม มาตรา ๓๓ วรรคสาม
140 การด�ำเนินการตาม (๑) ต้องคํานึงถึงความมี ประสทิ ธภิ าพ ความคุ้มค่า และความคลอ่ งตัว ระเบียบหรือประกาศตามวรรคหน่ึง ให้ประธาน กรรมการเป็นผู้ลงนามและเมื่อไดป้ ระกาศในราชกจิ จานเุ บกษา แลว้ ให้ใช้บงั คับได ้ อ�ำนาจหนา้ ท่ี มาตรา ๑๔๔ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็น บริหารงานบุคคล องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสํานักงาน ทําหน้าท่ี ออกระเบียบ เก่ียวกับการบริหารงานบุคคลของสํานักงาน มีอํานาจ หรือประกาศ ออกระเบียบหรือประกาศในเรอื่ งดงั ต่อไปน้ี (๑) การกําหนดตําแหน่ง อัตราเงินเดือน เงินเพ่ิมพิเศษสําหรับตําแหน่ง และค่าตอบแทนหรือ สิทธิและประโยชน์อ่ืนของเลขาธิการ ข้าราชการ พนกั งานราชการ และลกู จา้ งของสํานกั งาน (๒) การคดั เลอื ก การบรรจ ุ การแตง่ ตงั้ การโอน การถอดถอน คุณสมบัติและลกั ษณะต้องห้าม การกําหนด มาตรฐานทางจริยธรรม สมรรถภาพ การประเมินผล การปฏิบัติงาน การดําเนินการสอบสวนทางวินัย การออกจาก ตําแหน่ง การร้องทุกข์และการอุทธรณ์การลงโทษ และ ก า ร อื่ น ใ ด อั น เ ก่ี ย ว กั บ ก า ร บ ริ ห า ร ง า น บุ ค ค ล สํ า ห รั บ เลขาธิการ ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง ของสํานักงาน รวมทั้งวิธีการและเงื่อนไข ในการจ้าง พนกั งานราชการและลกู จา้ งของสํานกั งาน
141 (๓) การรักษาราชการแทน การปฏิบัติราชการแทน และการรกั ษาการในตาํ แหนง่ ของขา้ ราชการของสาํ นกั งาน (๔) วันเวลาทํางาน วันหยุดราชการตามประเพณี และวันหยดุ ราชการประจาํ ปี (๕) การกําหนดเครื่องแบบและการแต่งเคร่ือง แบบของกรรมการ เลขาธิการ ข้าราชการ พนักงาน ราชการ และลกู จา้ งของสํานกั งาน (๖) การจ้างและการแต่งต้ังบุคคลเพื่อเป็น ท่ีปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ หรือเป็นผู้ชํานาญการเฉพาะด้าน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติราชการของสํานักงาน รวมตลอดทั้งค่าจ้าง หรือค่าตอบแทนอื่นให้แก่บุคคล ดังกล่าว (๗) การจัดสวัสดิการหรือการสงเคราะห์อื่นแก่ เลขาธิการ ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง ของสํานกั งาน (๘) การรักษาทะเบียนประวัติและควบคุมการ เกษยี ณอายุของขา้ ราชการสํานักงาน การกําหนดตําแหน่งตาม (๑) อย่างน้อยต้อง กําหนดให้มีตําแหน่งผู้ช่วยพนักงานไต่สวน และพนักงาน ไต่สวน โดยผู้ช่วยพนักงานไต่สวนและพนักงานไต่สวน ต้องมีคุณสมบัติเฉพาะตําแหน่ง ตามมาตรา ๑๔๖ (๑) ดว้ ย
142 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่งให้คณะ กรรมการ ป.ป.ช. แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิจากบุคคล ภายนอก ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ด้านการ บริหารและการจัดการ หรือด้านการงบประมาณ จํานวน ไม่เกินสามคน ร่วมเป็นกรรมการ โดยให้เลขาธิการเป็น กรรมการและเลขานุการ และอาจแต่งต้ังข้าราชการ สํานักงาน จํานวนไม่เกินสามคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ ท้ังนี้ อาจแต่งต้ังคณะอนุกรรมการเพ่ือกํากับดูแลหรือ พิจารณาคําร้องทุกข์หรือคําอุทธรณ์ท่ีเป็นอิสระ และอาจ แต่งต้ังคณะอนุกรรมการเพ่ือปฏิบัติการใด ๆ ตามท่ี ได้รับมอบหมาย หรือทําหน้าท่ีในคณะอนุกรรมการสามัญ ประจํากระทรวงตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการ พลเรือนด้วยก็ได้ โดยมีองค์ประกอบและหน้าที่และอํานาจ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะ องค์กรกลางบรหิ ารงานบคุ คลของสํานักงานกาํ หนด ในการออกระเบียบหรือประกาศเกี่ยวกับ การบริหารงานบุคคลตามวรรคหน่ึง ให้คํานึงถึงความ เท่ียงธรรม ขวัญและกําลังใจของบุคลากร โดยเฉพาะ การกําหนดตาม (๑) ต้องคํานึงถึงค่าครองชีพ และ ความเพียงพอในการดํารงชีพ และภาระความรับผิดชอบ ท่ีแตกต่างกันของข้าราชการ พนักงานราชการ และ ลกู จา้ งแต่ละสายงานและระดับดว้ ย
143 ระเบียบหรือประกาศตามวรรคหนึ่ง ให้ประธาน กรรมการเป็นผู้ลงนาม และเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา แลว้ ใหใ้ ชบ้ งั คับได ้ ให้นํากฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน มาใช้บังคับกับวินัยและการลงโทษทางวินัยแก่พนักงาน เจา้ หน้าทีด่ ้วยโดยอนโุ ลม การปฏิบัติหน้าที่องค์กรกลางบริหารงานบุคคล ของสํานักงาน และคณะอนุกรรมการท่ีได้รับแต่งต้ัง ให้มี สิทธิได้รับค่าเบี้ยประชุมเช่นเดียวกับ ก.พ. หรือ อ.ก.พ. วิสามญั แลว้ แตก่ รณี ในส่วนท่ีเก่ียวกับการนํากฎหมายว่าด้วยระเบียบ ข้าราชการพลเรือนมาใช้บังคับโดยอนุโลม คําว่า “ก.พ.” ให้หมายถึง “คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะองค์กร กลางบริหารงานบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช.” และ คําว่า “ส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการรับผิดชอบ ในการปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี” ให้หมายถึง “สาํ นักงาน ป.ป.ช.” มาตรา ๑๔๕ ข้าราชการสํานักงาน ได้แก่ ขา้ ราชการ บุคคลซึ่งได้รับบรรจุและแต่งตั้งให้เป็นข้าราชการ ตาม ส�ำนักงาน พระราชบญั ญัติประกอบรฐั ธรรมนญู นี ้ ให้ข้าราชการสํานักงานเป็นข้าราชการตาม กฎหมายว่าด้วยกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ และ
144 ให้มีสทิ ธไิ ดร้ ับบําเหนจ็ บาํ นาญ และสทิ ธปิ ระโยชน์ต่าง ๆ ตามกฎหมายวา่ ด้วยการนนั้ การจ่ายเงินเดือนและเงินประจําตําแหน่ง ให้เป็น ไปตามระเบยี บทีก่ ําหนด การก�ำหนด มาตรา ๑๔๖ ตาํ แหนง่ ของขา้ ราชการสาํ นกั งาน ต�ำแหน่ง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด โดยให้ ขา้ ราชการ จําแนกประเภทตาํ แหนง่ ดังตอ่ ไปน ้ี ส�ำนกั งาน ป.ป.ช. (๑) ข้าราชการสํานักงาน สาขากระบวนการ ยุติธรรม ต้องเป็นผู้มีพ้ืนความรู้สําเร็จการศึกษาระดับ ต้ังแต่ปริญญาโททางกฎหมายข้ึนไป หรือสอบไล่ได้เป็น เนติบัณฑิตตามหลักสูตรของสํานักอบรมศึกษากฎหมาย แห่งเนติบัณฑิตยสภา หรือสําเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ทางกฎหมายและปริญญาสาขาอื่น อันจะยังประโยชน์ต่อ การปฏิบัติงานของสํานักงาน ทั้งน้ี จะต้องมีความรู้และ ประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ในการไต่สวนและวินิจฉัยคดี หรือการให้ความเห็นทางกฎหมาย หรือการดําเนินคด ี ในชั้นศาล ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด (๒) ข้าราชการสํานักงานประเภททั่วไป ให้ จําแนกประเภทตําแหน่งตามสาขาอาชีพและตามภารกิจ ของลกั ษณะงานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย ทง้ั น ี้ โดยจะมตี าํ แหนง่ ประเภทวิชาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการ พลเรือนด้วยก็ได้
145 ในส่วนของตําแหน่งทางบริหารตาม (๑) และ (๒) ให้เป็นไปตามท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกาศ กาํ หนด คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะแต่งต้ังเลขาธิการ รองเลขาธิการ ผู้ช่วยเลขาธิการ และผู้ดํารงตําแหน่ง ระดับผู้อํานวยการ หรือตําแหน่งท่ีเทียบเท่าในสํานักงาน ให้เป็นหัวหน้าพนักงานไต่สวนด้วยก็ได้ ท้ังน้ี ตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด มาตรา ๑๔๗ มาตรฐานทางจริยธรรมท่ีกําหนด ระบุโทษการฝา่ ฝืน ตามมาตรา ๑๔๔ (๒) ต้องระบุด้วยว่าการฝ่าฝืน หรือ หรอื ไมป่ ฏิบัติ ไม่ปฏบิ ตั ติ ามจะตอ้ งไดร้ บั โทษอย่างใด ตามมาตรฐาน ในกรณีท่ีมีเหตุอันควรสงสัย โด ย มี หลักฐาน ทางจริยธรรม ตามสมควรว่าข้าราชการหรือลูกจ้างของสํานักงานผู้ใด กระทําการใดโดยไม่สุจริตหรือเอ้ือประโยชน์หรือกล่ันแกล้ง ผู้ใดในการปฏิบัติหน้าท่ี ให้ดําเนินการทางวินัยโดยเร็ว และในระหว่างนั้น ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ย้ายผู้น้ัน ให้พ้นจากตําแหน่งหน้าท่ีหรือจากท้องที่ท่ีผู้น้ันปฏิบัติ หนา้ ทอ่ี ยู่ทันที ให้นําความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมาใช้บังคับ แก่เลขาธิการด้วยโดยอนุโลม โดยให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอํานาจสง่ั ให้หยดุ ปฏบิ ตั หิ นา้ ทีไ่ ว้พลางกอ่ นได้
146 เลขาธิการ มาตรา ๑๔๘ ให้สํานักงานมีเลขาธิการเป็น ส�ำนกั งาน ป.ป.ช. ผู้บังคับบัญชาข้าราชการและลูกจ้างของสํานักงาน และ รับผิดชอบการปฏิบัติงานของสํานักงาน ขึ้นตรงต่อ คณะกรรมการ ป.ป.ช. คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะกําหนด ให้มีรองเลขาธิการ ผู้ช่วยเลขาธิการ หรือตําแหน่งอื่น ท่ีเทียบเทา่ เปน็ ผูช้ ว่ ยสงั่ และปฏบิ ัตริ าชการด้วยกไ็ ด้ วิธีการได้มาซ่ึงเลขาธิการให้เป็นไปตามท ี่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด เม่ือมีกรณีท่ีจะแต่งต้ังเลขาธิการ รองเลขาธิการ หรือตําแหน่งอ่ืนท่ีเทียบเท่าให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เสนอเร่ืองต่อนายกรัฐมนตรีเพ่ือนําความกราบบังคมทูล เพอ่ื ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งต้งั ต่อไป คณุ สมบตั ขิ อง มาตรา ๑๔๙ เลขาธิการต้องเป็นผู้มีความ เลขาธกิ ารและวาระ ซื่อสัตย์สุจริตเป็นท่ีประจักษ์ ปฏิบัติหน้าท่ีและใช้อํานาจ การด�ำรงต�ำแหนง่ โดยสจุ ริต เทยี่ งธรรม กล้าหาญ เปน็ กลาง มีจริยธรรมที่ดี และปราศจากอคติทั้งปวง และมีคุณวุฒิ ประสบการณ์ และความเช่ียวชาญอันจะเป็นประโยชน์แก่การปฏิบัติงาน ของสํานกั งานตามทีค่ ณะกรรมการ ป.ป.ช. กาํ หนด เลขาธิการมีวาระการดํารงตําแหน่งห้าปีนับแต่วันท่ี ไดร้ บั แตง่ ต้ัง และให้ดํารงตําแหนง่ ไดเ้ พยี งวาระเดยี ว การพ้นจาก มาตรา ๑๕๐ นอกจากการพ้นจากตําแหน่ง ต�ำแหน่ง ตามวาระแลว้ เลขาธิการพน้ จากตาํ แหน่งเมอ่ื เลขาธกิ าร (๑) ตาย
147 (๒) พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบําเหน็จ บํานาญข้าราชการ หรือเพราะขาดคุณสมบัติ หรือ มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๔๔ (๒) (๓) ลาออก (๔) คณะกรรมการ ป.ป.ช. เสนอเรื่อง ต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อนําความกราบบังคมทูลเพ่ือทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตาํ แหน่งเพราะไม่ผ่านการประเมิน ตามระเบยี บหรือประกาศท่อี อกตามมาตรา ๑๔๔ (๒) กรณีท่ีเลขาธิการพ้นตําแหน่งตามวาระแต่ยัง ไม่พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบําเหน็จบํานาญ ข้าราชการ หรือพ้นจากตําแหน่งก่อนครบวาระตาม วรรคหนงึ่ (๓) และ (๔) ใหบ้ คุ คลดงั กลา่ วดาํ รงตาํ แหนง่ ทป่ี รกึ ษาประจาํ สาํ นกั งาน หรอื ตาํ แหนง่ อนื่ ใดซง่ึ มตี าํ แหนง่ เทียบเทา่ มาตรา ๑๕๑ เลขาธิการมีหน้าท่ีและอํานาจ อ�ำนาจหน้าที่ ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานโดยท่ัวไปของสํานักงาน ของเลขาธิการ ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ และ มติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และให้มีหน้าท่ีและอํานาจ ดังตอ่ ไปน้ีด้วย (๑) บรรจุ แต่งต้ัง โอน ถอดถอน เลื่อน เงินเดือนหรือค่าจ้าง ลงโทษทางวินัยข้าราชการ พนักงานราชการ หรือลูกจ้างของสํานักงาน ตลอดจน ให้ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของสํานักงาน
148 ออกจากตําแหน่ง ท้ังนี้ ตามระเบียบของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามมาตรา ๑๔๔ (๒) (๒) วางระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน ข อ ง สํ า นั ก ง า น เ ท ่ า ท่ี ไ ม ่ ขั ด กั บ ร ะ เ บี ย บ ห รื อ ป ร ะ ก า ศ หรือมตขิ องคณะกรรมการ ป.ป.ช. (๓) หน้าท่ีและอํานาจตามที่กําหนดไว้ใน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญน้ีหรือกฎหมายอ่ืน และตามทีค่ ณะกรรมการ ป.ป.ช. กาํ หนด อ�ำนาจ มาตรา ๑๕๒ ในกิจการของสํานักงานที่เก่ียวข้อง ของเลขาธกิ าร กับบุคคลภายนอก ให้เลขาธิการเป็นผู้แทนของสํานักงาน ในกิจการ เพื่อการน้ี เลขาธิการจะมอบอํานาจให้บุคคลใดปฏิบัติ ที่เกย่ี วขอ้ งกบั ราชการเฉพาะอย่างแทนก็ได้ ทั้งน้ี ต้องเป็นไปตาม บคุ คลภายนอก ระเบียบท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด โดยประกาศ ในราชกจิ จานเุ บกษา ในการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นกิจการ สําคัญเกี่ยวกับการงบประมาณของสํานักงาน และ กิจการอ่ืนใดที่มีผลต่อการปฏิบัติภารกิจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด ให้เลขาธิการขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. กอ่ น
149 มาตรา ๑๕๓ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. การเสนอ เสนองบประมาณรายจ่ายเพื่อจัดสรรเป็นเงินอุดหนุน งบประมาณ ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสํานักงานไว้ในร่างพระราช รายจ่ายเพื่อ บัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีหรือร่างพระราช จัดสรรเป็นเงิน บญั ญตั ิงบประมาณรายจา่ ยเพม่ิ เตมิ แล้วแต่กรณ ี อุดหนนุ ของ คณะกรรมการ ในกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่า ป.ป.ช. และ งบประมาณรายจ่ายที่ได้รับการจัดสรรให้ไม่เพียงพอ ส�ำนกั งาน ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เสนอคําขอแปรญัตต ิ ต่อคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณของสภาผู้แทน ราษฎรได้โดยตรง ในการเสนองบประมาณรายจ่ายตามวรรคหน่ึงและ วรรคสอง ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. แจ้งให้คณะรัฐมนตรี ทราบถึงรายได้และทรพั ยส์ นิ ที่มีอยดู่ ว้ ย มาตรา ๑๕๔ เมื่อพระราชบัญญัติงบประมาณ จัดท�ำงบประมาณ รายจ่ายประจําปีหรือพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย รายจา่ ยประจ�ำปี เพ่ิมเติมตามมาตรา ๑๕๓ ใช้บังคับแล้ว ให้สํานักงาน เผยแพรใ่ ห้ จัดทํางบประมาณรายจ่ายประจําปี เพื่อขอความเห็นชอบ ประชาชนทราบ จากคณะกรรมการ ป.ป.ช. และเผยแพร่ให้ประชาชน ทราบเป็นการทัว่ ไป การใช้จ่ายเงินของสํานักงานต้องเป็นไปตาม การใชจ้ ่ายเงิน ที่ระบุไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจําปีตามวรรคหนึ่ง เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นการเฉพาะกรณี
150 การเบิก ในการเบิกงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร งบประมาณ ให้สํานักงานส่งข้อมูลคําขอเบิกงบประมาณต่อกรมบัญชีกลาง โดยให้ระบุจํานวนเงินที่จะต้องใช้ในแต่ละงวด งวดละสามเดือน แ ล ะ ใ ห ้ ก ร ม บั ญ ชี ก ล า ง สั่ ง จ ่ า ย เ งิ น ใ ห ้ แ ก ่ สํ า นั ก ง า น ภายในสามวันก่อนวันข้ึนงวดใหม่ แต่ในกรณีที่สํานักงาน มีความจําเป็นต้องใช้เงินมากกว่าที่ได้แจ้งไว้ในงวดใด ให้กรมบัญชีกลางจา่ ยให้ตามทีส่ าํ นักงานร้องขอ ทรพั ย์สิน มาตรา ๑๕๕ ทรัพย์สินของสํานักงานไม่อยู ่ ส�ำนกั งาน ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีและผู้ใดจะยกอายุความ ข้นึ เปน็ ขอ้ ต่อส้มู ิได้ การจัดท�ำงบดลุ มาตรา ๑๕๖ ให้สํานักงานจัดทํางบดุล งบการเงิน งบการเงิน และ และบัญชีทําการ ส่งผู้สอบบัญชีภายในเก้าสิบวันนับแต ่ บัญชีท�ำการ วันสน้ิ ปบี ัญช ี ส่งผู้สอบบญั ชี ให้สํานกั งานการตรวจเงนิ แผน่ ดินเป็นผู้สอบบญั ชี ของส�ำนักงาน โดยให้ทําการตรวจสอบรับรองบัญชี และ การเงินทุกประเภทของสํานักงาน โดยแสดงให้เห็นด้วย ว่าการใช้จ่ายดังกล่าวเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ประหยัด ได้ผลตามเป้าหมาย มีประสิทธิภาพ เกิดผลสัมฤทธ ิ์ และคุ้มค่าเพียงใดแล้วทํารายงานเสนอผลการสอบบัญชี ต่อรัฐสภาและคณะรัฐมนตรีโดยไมช่ ักช้า
151 มาตรา ๑๕๗ ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วย การให้มี ใช้ และ อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง พกพาอาวุธปืน และส่ิงเทียมอาวุธปืน และกฎหมายว่าด้วยการควบคุม เคร่ืองกระสนุ ปืน ยุทธภัณฑ์ เพ่ือประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ตาม อุปกรณท์ ีเ่ กีย่ วขอ้ ง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญน้ี ให้กรรมการ กรรมการ กบั ความปลอดภยั เท่าท่จี �ำเปน็ ไต่สวน หัวหน้าพนักงานไต่สวน พนักงานไต่สวน ในการปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ี และพนักงานเจ้าหน้าท่ี มี ใช้ และพกพาอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ยุทธภัณฑ์ และอุปกรณ์เกี่ยวข้อง เพื่อความปลอดภัยเท่าที่จําเป็น ท้ังนี้ การมี การใช้ และ การพกพาอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ยุทธภัณฑ์ และ อุปกรณ์เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กาํ หนด มาตรา ๑๕๘ ใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ทต่ี ง้ั แตร่ ะดบั ก�ำหนดให้ ผู้อํานวยการกองขึ้นไป ผู้ช่วยพนักงานไต่สวน พนกั งาน ผูม้ ีต�ำแหน่งและ ไต่สวน หัวหน้าพนักงานไต่สวน และพนักงานเจ้าหน้าท่ี หนา้ ทเ่ี กย่ี วกบั ซ่ึงมีตําแหน่งและหน้าที่เก่ียวกับการตรวจสอบทรัพย์สิน การตรวจสอบ และหน้ีสิน มีหน้าท่ีย่ืนบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน ทรัพยส์ ินและ หนี้สิน มีหน้าที่ คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ รวมทั้งทรัพย์สิน ย่นื บญั ชที รัพยส์ นิ ที่มอบหมายให้อยู่ในความครอบครองหรือดูแลของบุคคลอ่ืน และหน้สี ิน ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพ่ือตรวจสอบและเปิดเผยผลการตรวจสอบทรัพย์สิน และหนี้สิน ในการตรวจสอบดังกล่าว เพื่อให้เกิดธรรมาภิบาล และเป็นการป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน ์
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423