เสรีภาพในการชมุ นมุ โดยสงบและปราศจากอาวุธตามบทบญั ญัตแิ หง่ กฎหมาย 159 ลดค่าทองคำ� ลงรอ้ ยละ 50 เพอ่ื ให้รัฐบาลสามารถออกพนั ธบัตรให้แก่ประชาชนได้28 การแก้ปัญหาในประการท่ีสองคือ การแก้ไขความเดือดร้อนเฉพาะหน้าในเรื่องการ ว่างงาน ประธานาธิบดี Roosevelt ได้จัดต้ังคณะกรรมการต่างๆ เพ่ือจัดหางาน และคมุ้ ครองแรงงาน ได้แก ่ Work Progress Administration (WPA), Civilian Conservation, และ National Youth Administration ทงั้ หมดนเ้ี พอ่ื การสรา้ งงาน และฝึกอบรมวชิ าชีพให้แก่ประชาชน ในขณะเดยี วกนั มกี ารแกไ้ ขระบบการผลติ ทงั้ ดา้ นเกษตรกรรมและอตุ สาหกรรม ท่ีมีปัญหาผลผลิตล้นตลาด และราคาตกต�่ำใน ค.ศ. 1933 โดยการออกกฎหมาย ควบคุม จ�ำกัดการปลูกพืชผลทางการเกษตร (Agricultural Adjust Act : AAA) และกฎหมายห้ามการล้มละลายของเกษตรกร (Farm Bankruptcy Act) โดยรัฐเขา้ แทรกแซง ลดอัตราดอกเบี้ย และออกเครดิตเป็นประกันเงินกู้ให้แก่เกษตรกร การด�ำเนินการดังกล่าวท�ำให้กลุ่มอนุรักษ์นิยม (โดยมากเป็นกลุ่มที่สนับสนุนพรรค รพี ับลิกัน) ไม่เหน็ ด้วยและนำ� เรอ่ื งนฟ้ี ้องไปท่ีศาลสงู ว่า เปน็ การแทรกแซงเศรษฐกิจ และระบบตลาดเสรี ศาลสงู มคี ำ� พพิ ากษาวา่ การทร่ี ฐั บาลนำ� ระบบการจำ� กดั การผลติ มาใช้เป็นการกระท�ำท่ีขัดกับรัฐธรรมนูญ29 รัฐบาลแก้ไขโดยการเปล่ียนมาเป็นการ ช่วยเหลือเกษตรกรโดยการออกกฎหมายอนุรักษ์และการจัดสรรที่ดิน (Soil Conservation and Domestic Allotment Act)30 ในด้านการช่วยเหลือแก่ ภาคอุตสาหกรรม รัฐบาลได้เสนอให้มีกฎหมายฟื้นฟูอุตสาหกรรม (National Industrial Recovery Act : NIRA) ทก่ี ำ� หนดใหเ้ จา้ ของโรงงานอาจตง้ั ราคาสนิ คา้ เองได้ แตต่ อ้ งมกี ารจา่ ยคา่ แรงใหแ้ กล่ กู จา้ ง โดยมเี กณฑก์ ารคำ� นวณทสี่ อดคลอ้ งกบั ผลกำ� ไร มอี อกกฎหมายชว่ ยเหลอื กรรมกร เชน่ การกำ� หนดมาตรฐานคา่ แรงทเี่ ปน็ ธรรม (Fair Labor Standards Act of 1938) นับเป็นอีกหน่ึงผลงานของการต่อสู้เรียกร้อง การคมุ้ ครองแรงงานและการจา่ ยคา่ แรงทเ่ี ปน็ ธรรม โครงการ New Deal สนิ้ สดุ ลงใน ค.ศ. 1938 28 ในระยะยาว รัฐบาลเสนอให้มีการจัดเก็บภาษีผู้ท่ีมีรายได้มากกว่าห้าล้านเหรียญต่อปีในอัตราท่ีสูงถึง รอ้ ยละ 75 ขณะทม่ี กี ารจดั ประกนั สงั คมและการจา่ ยเบย้ี เลยี้ งใหมแ่ กค่ นชรา คนพกิ ารและการอนเุ คราะห์ แมแ่ ละเด็ก 29 United States v. Butler 6 January 1936. 30 อนันตช์ ัย จนิ ดาวฒั น์, ประวตั ิศาสตรอ์ เมริกา, หน้า 752.
160 เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวธุ ตามบทบัญญัตแิ หง่ กฎหมาย เม่อื เกดิ สงครามโลกคร้งั ที่ 2 ในช่วงแรก สหรัฐอเมรกิ าประกาศตวั เป็นกลาง ในสงคราม และภายหลังประกาศเข้าร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตรอย่างเป็นทางการ เมื่อถูกโจมตีที่ Pearl Harbor เดือนธันวาคม ค.ศ. 1941 ช่วงสงครามมีผลท�ำให้ กระตนุ้ เศรษฐกจิ ในประเทศใหก้ ลบั ดขี น้ึ จากคนวา่ งงานเปน็ จำ� นวนมาก ผชู้ ายถกู สง่ ใหไ้ ปรบในขณะทผ่ี หู้ ญงิ เขา้ ไปทำ� หนา้ ทใ่ี นโรงงานอตุ สาหกรรมเพอ่ื เรง่ ผลติ สนิ คา้ และ อาวุธ ในช่วงปลายสงคราม ประธานาธิบดี Roosevelt ถึงแก่อสัญกรรมในเดือน เมษายน ค.ศ. 1945 ก่อนหน้าท่ีจะยุติสงครามในช่วงไม่กี่เดือนต่อมา ในช่วงหลัง สงครามโลกคร้ังที่ 2 สหรัฐอเมริกาเข้าร่วมการจัดต้ังสันนิบาตชาติและองค์การ สหประชาชาต3ิ 1 กอ่ นที่สหรัฐอเมริกาจะก้าวเข้าสชู่ ่วงของการเคลอื่ นไหวเพอื่ พทิ ักษ์ สทิ ธแิ ละเสรภี าพ ในขณะที่ประเทศกา้ วเขา้ สู่ภาวะสงครามเย็น 4.1.2 ชว่ งทสี่ อง – ระยะ ค.ศ. 1945 – 1964 ยุคแหง่ ความรุนแรงและ ความเงียบกับแสงสว่างทป่ี ลายอุโมงค์ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่สหรัฐอเมริกาฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจตกต�่ำ ทหารอเมริกันท่ีไปรบเดินทางกลับบ้าน การเกิดข้ึนของคนรุ่นใหม่ของอเมริกันชน (Baby Boom) และลทั ธบิ รโิ ภคนยิ มในยคุ ทศวรรษที่ 1950 จากเดมิ ทคี่ นอพยพเขา้ ไป หางานท�ำในเมือง ในยุคนี้การเติบโตของ ชานเมืองเร่ิมมีมากขึ้นพร้อมกับรถยนต์ และระบบขนส่งมวลชน ท�ำให้การขยายตัวของเมืองมาสู่ชานเมือง อุตสาหกรรม รถยนต์ ร้านอาหาร และท่ีพัก Hotel เกิดข้ึนมาก รวมทั้งเครอ่ื งใชแ้ ละเครอื่ งอำ� นวย ความสะดวกในครวั เรอื นมมี ากขนึ้ ประธานาธบิ ดีHarryS.Trumanจากพรรคเดโมแครต เสนอกฎหมายเพ่ือเยียวยาทหารผ่านศึก และเพ่ือให้ปรับสภาพให้กลับคืนสู่สังคม ในการใชช้ วี ติ แบบพลเรอื นได้ Servicemen’s Readjustment Act 1944 (GI Bill of Rights) กฎหมายฉบับนี้ได้บังคับใช้ในช่วง ค.ศ. 1945-195532 ถึงแม้จะสิ้นสุด สงครามแลว้ เมอ่ื สงครามเยน็ สอ่ เคา้ เพม่ิ ความรนุ แรง รฐั บาลมงุ่ เนน้ เกย่ี วกบั ความมน่ั คง ภายในมากขึ้น โดยใน ค.ศ. 1947 National Security Act Central Intelligence Agency (CIA) ต่อมาใน ค.ศ. 1952 สหรัฐอเมริกามีส่วนสนับสนุนอย่างส�ำคัญใน สงครามเกาหลี 31 เรอ่ื งเดยี วกนั , หนา้ 815. 32 สมร นิติทัณฑ์ประภาศ, ประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา ค.ศ. 1865-1945 ยุคหลังสงครามกลางเมือง- สงครามโลกครัง้ ที่ 2, หนา้ 6-7.
เสรภี าพในการชมุ นุมโดยสงบและปราศจากอาวุธตามบทบัญญตั ิแหง่ กฎหมาย 161 ภาวะสงครามเย็นเริ่มมีมากขึ้น พร้อมกับความกลัวคอมมิวนิสต์ระบาดไป ในวงกว้าง จากการนำ� ของ Joseph McCarthy สมาชิกวฒุ ิสภาพรรครพี บั ลิกนั จาก รัฐวิสคอนซิน ที่หยิบยกประเด็นข้ึนอธิปรายในสภา33 กล่าวหาว่า เจ้าหน้าท่ีรัฐใน กระทรวงต่างประเทศกว่า 200 กว่าคนฝักใฝ่ในลัทธิคอมมิวนิสต์ ส่งผลให้ ประธานาธิบดี Truman ต้องมีค�ำสั่งให้มีการสืบประวัติเจ้าหน้าท่ีรัฐที่มีส่วนพัวพัน ในกรณดี งั กลา่ ว ผลทำ� ใหเ้ จา้ หนา้ ทเ่ี กอื บ 3 แสนคนถกู สอบสวน ผลคอื เจา้ หนา้ ทขี่ อง สหรัฐอเมริกา 2,000 คน ถูกส่งกลับประเทศและบังคับให้ลาออก และ 200 คน ถกู ลงโทษจำ� คกุ หรอื ประหารชวี ติ ในสงั คมอเมรกิ นั ขณะนน้ั มคี วามกลวั ตอ่ อทิ ธพิ ลของ McCarthy สง่ ผลใหเ้ กดิ ความเงยี บปกคลมุ ทว่ั ไป เรยี กภาวะของการปา้ ยสี ความกลวั คอมมวิ นสิ ตแ์ ละการใสร่ า้ ยกนั ดว้ ยขอ้ หาฝกั ใฝใ่ นคอมมวิ นสิ ตใ์ นยคุ นว้ี า่ “ลทั ธแิ มคคาธ”ี (McCarthyism)34 สหรัฐอเมริกาเข้าไปมีบทบาทในทางการเมืองระหว่างประเทศ เช่น วิกฤตการณท์ เ่ี กดิ ขึ้นในอียิปตใ์ น ค.ศ. 195735 และตอ่ มาโดยเฉพาะในสงคราม อินโดจีนที่เริ่มข้ึนในทศวรรษ 1950 นโยบายต่างประเทศหลักของสหรัฐอเมริกา ในยุคสงครามเย็นเป็นไปตามท่ีประธานาธิบดี Dwight D. Eisenhower ประกาศ ตอ่ รฐั สภาวา่ 36 สหรฐั อเมรกิ าพรอ้ มจะใหค้ วามชว่ ยเหลอื ทางดา้ นทหารตอ่ ประเทศใดๆ ท่ีร้องขอความช่วยเหลือมาเพ่ือต่อต้านการรุกรานจากประเทศท่ีถูกครอบง�ำด้วย ลทั ธคิ อมมิวนสิ ต์ เรียก หลกั ปฏบิ ตั เิ ชน่ นี้ว่า Eisenhower Doctrine ดา้ นการสง่ เสรมิ เศรษฐกจิ ประธานาธบิ ดี Truman ตอ้ งการสบื ทอดแผนการ ฟื้นฟูเศรษฐกิจของประธานาธิบดี Roosevelt โดยการเสนอนโยบาย Fair Deal เพ่ือจัดหางานและจัดสร้างที่อยู่อาศัยให้แก่คนยากจน ขึ้นอัตราค่าแรงขั้นต่�ำ และ ขยายระบบประกนั สงั คม รวมไปถงึ แนวทางการอนรุ กั ษท์ รพั ยากรสง่ิ แวดลอ้ ม การโอน พลังงานปรมาณูมาเป็นของรัฐ และการคุ้มครองให้สิทธิเสมอภาคแก่คนสีผิว (CommitteeonCivilRights1946)อยา่ งไรกด็ ีแนวคดิ ดงั กลา่ วไดถ้ กู คดั คา้ นอยา่ งมาก จากกลมุ่ อนรุ กั ษน์ ยิ ม37 ทใ่ี นรฐั สภามเี สยี งของพรรครพี บั ลกิ นั เพมิ่ จำ� นวนมากขนึ้ จาก 33 สมร นติ ิทณั ฑป์ ระภาศ, “ยุคเงียบ”, (กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร,์ 2532), หน้า 59-65. 34 อนนั ตช์ ยั จินดาวัฒน์, ประวตั ศิ าสตรอ์ เมรกิ า, หน้า 818 – 819. 35 วิกฤตการณ์ข้อขัดแย้งที่คลองสุเอช ที่อังกฤษและฝร่ังเศสเข้าไปมีส่วนผัวพันด้วย โดยสหรัฐอเมริกา พยายามยุติข้อขัดแยง้ โดยสงบ เพอ่ื ปอ้ งกันไมใ่ ห้โซเวียตขยายอทิ ธิพลมาในตะวันออกกลาง 36 สมร นติ ทิ ัณฑ์ประภาศ, ประวัติศาสตร์สหรัฐอเมรกิ า หลังสงคราม สงครามโลกครง้ั ที่ 2 ค.ศ. 1945- ปจั จุบัน, (กรงุ เทพฯ: สำ� นักพิมพม์ หาวิทยาลัยเกษตรศาสตร,์ 2553), หน้า 117. 37 สมร นติ ทิ ัณฑ์ประภาศ, “ยคุ เงยี บ”, หน้า 9-10.
162 เสรีภาพในการชมุ นมุ โดยสงบและปราศจากอาวุธตามบทบัญญตั แิ หง่ กฎหมาย กระแสความเปล่ียนแปลงของประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาล ท�ำให้ การเสนอกฎหมายตามแนวคดิ ของรัฐบาลเปน็ ไปได้ยากมาก บทบาททางด้านความเป็นธรรม เสมอภาคทางสังคม เกิดความเคลื่อนไหว ของกลมุ่ ปกป้องสิทธขิ องคนผิวสี จนน�ำมาส่กู ารมีค�ำพิพากษา Brown v. Board of Education of Topeka 1952 ภายใต้บทบาทของหัวหนา้ ผพู้ พิ ากษาศาลสูง Earl Warren ท่ีถูกแต่งตั้งโดย ประธานาธิบดี Eisenhower การบังคับใช้ค�ำพิพากษา กอ่ ใหเ้ กดิ ความรนุ แรงจากกลุม่ คนขาวทยี่ งั คงยึดตดิ อยู่กบั white supremacy และ การเหยียดผิว มลรัฐทางใต้ 5 รัฐได้ปฏิเสธที่จะใช้บังคับค�ำพิพากษาศาลสูง ท�ำให้ รัฐบาลตอ้ งเสนอกฎหมายออกมา 42 ฉบับ เพอ่ื นำ� ไปสกู่ ารยกเลิกการแบ่งแยกสีผิว ใน ค.ศ. 1957 Ku Klux Klan (KKK) ไดก้ อ่ ความรนุ แรงตอ่ คนผวิ ดำ� 38 การตอ่ สเู้ พอื่ ความ เสมอภาคเป็นไปอย่างต่อเนอ่ื งเพอ่ื การเปลย่ี นแปลงสงั คมจาก ค.ศ. 1955-1968 ความเคลอ่ื นไหวทางการเมอื งเมอื่ สนิ้ สดุ การด�ำรงตำ� แหนง่ ของประธานาธบิ ดี Eisenhower จากพรรครพี บั ลกิ นั การเมอื งกลบั มาสกู่ ารนำ� ของพรรคเดโมแครตโดย ประธานาธิบดี John F. Kennedy บรรยากาศทางการเมืองเข้าสู่แนวทางของ กลมุ่ เสรนี ยิ ม ในสว่ นของกจิ การภายในประเทศ รฐั บาลเพม่ิ การสนบั สนนุ สทิ ธเิ สรภี าพ ของประชาชนและการสร้างรัฐสวสั ดกิ ารมากขนึ้ 39 เช่น ในชว่ ง ค.ศ. 1961 ไดเ้ สนอ กฎหมายการจัดสร้างอาคารสงเคราะห์ให้แก่ผู้สูงอายุและคนชั้นกลาง (Housing Act และ Area Redevelopment Act) รวมถงึ การการฝกึ อาชพี ให้แกค่ นว่างงาน (Manpower Retraining Act) ในขณะที่ประธานาธิบดี Kennedy พยายามสนับสนุนการเคล่ือนไหว เพอ่ื ความเสมอภาคของชาวแอฟรกิ นั อเมรกิ นั และยดึ แนวทางของเสรนี ยิ มในประเทศ อยา่ งไรกด็ ี เมอื่ พจิ ารณาถงึ บทบาทของสหรฐั อเมรกิ าภายใตก้ ารนำ� ของประธานาธบิ ดี Kennedy ท่ีอยู่ในภาวะสืบเน่ืองของสงครามเย็นท�ำให้การเมืองระหว่างประเทศ อยใู่ นภาวะตงึ เครยี ด นบั ตงั้ แตก่ ารเกดิ วกิ ฤตเกยี่ วกบั ควิ บา40 มาจนถงึ การเกดิ สงคราม เวียดนามท่ีสหรัฐอเมริกาเข้าไปมีบทบาทในฐานะผู้น�ำของกลุ่มประเทศเสรีนิยม กระแสการต่อต้านสงครามจากกลุ่มนักเคล่ือนไหวภายในประเทศเริ่มก่อตัวมากขึ้น เรื่อยๆ 38 เรอ่ื งเดียวกนั , หน้า 85-87. 39 เรือ่ งเดียวกัน, หนา้ 197. 40 เร่อื งเดียวกนั , หน้า 208.
เสรีภาพในการชุมนมุ โดยสงบและปราศจากอาวุธตามบทบัญญตั ิแห่งกฎหมาย 163 การแข่งขันกับกลุ่มประเทศตะวันออก ในช่วงสงครามเย็น การพัฒนาทาง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็เป็นอีกมิติหนึ่งท่ีสหรัฐอเมริกา จ�ำเป็นต้องพัฒนา เทคโนโลยี โดยเฉพาะในด้านอวกาศและพัฒนาเก่ียวกับปรมาณู จากการท่ีโซเวียต ส่งยานอวกาศ Sputnik ขึ้นไปส�ำรวจอวกาศ ท�ำให้สหรัฐอเมริกาต้องเร่งพัฒนา เทคโนโลยีเข้ามาแข่งขันกับโซเวียต รัฐบาลต้องเร่งนโยบายด้านการศึกษาและ สนบั สนุนงบประมาณให้กับการสง่ ยานอวกาศ Apollo 11 ขึน้ ไปท่ีดวงจนั ทร์ เหตุการณ์ต่อสู้เคลื่อนไหวเพ่ิมความรุนแรงมากขึ้น เมื่อประธานาธิบดี Kennedy ถูกลอบสังหารเม่ือ 22 พฤศจกิ ายน ค.ศ. 1963 หลังจากอยูใ่ นต�ำแหนง่ เพียงสามปี รองประธานาธบิ ดี Lyndon B. Johnson ทำ� หน้าท่ีประธานาธบิ ดตี อ่ และด�ำเนินนโยบายภายใต้แนวคิดเสรีนิยมและสนับสนุนการเคล่ือนไหวของภาค ประชาสงั คม 4.1.3 ช่วงทสี่ าม – ระยะ ค.ศ. 1964 – 1980 ยุคแหง่ การเรียกรอ้ งและ ความรุนแรง ในชว่ งทสี่ ามของบรบิ ททางสงั คม และเศรษฐกจิ ของสหรฐั อเมรกิ า เปน็ ชว่ งทมี่ ี ความเปล่ียนแปลงทั้งภายในและภายนอกประเทศ การเคลื่อนไหวด้านสิทธิและ เสรีภาพของแอฟรกิ นั อเมรกิ ันจากการต่อสู้ดว้ ยความสงบไปจนถงึ ความรุนแรง และ บทบาทของสหรฐั อเมรกิ าต่อการสรา้ งจกั รวรรดินยิ มออกไปส่ภู มู ภิ าคตา่ งๆ ในโลก ความเคลอื่ นไหวทางดา้ นการสนบั สนนุ สทิ ธแิ ละเสรภี าพของประชาชน เรม่ิ จาก การท่ีประธานาธิบดี Johnson จากพรรคเดโมแครต ขึ้นด�ำรงต�ำแหน่งต่อจาก ประธานาธบิ ดี Kennedy ไดเ้ สนอนโยบายปฏริ ปู สงั คมอเมรกิ นั ใหเ้ ปน็ สงั คมทย่ี ง่ิ ใหญ่ (Great Society) เมอื่ เปรยี บเทยี บกบั นโยบายการหาเสยี งของ Barry M. Goldwater วุฒิสมาชิกขวาจัดจากพรรครีพับลิกัน ซ่ึงคัดค้านกฎหมายสิทธิพลเมือง ต่อต้าน กฎหมายประกนั สงั คมและโจมตกี ารใชจ้ า่ ยเงนิ ในโครงการรฐั สวสั ดกิ ารเปน็ การใชจ้ า่ ย ฟมุ่ เฟอื ย จงึ ทำ� ใหเ้ สยี คะแนนเสยี งจากรฐั ทางใตไ้ ป41 และแมแ้ ตก่ ลมุ่ อนรุ กั ษน์ ยิ มกย็ งั รบั ไมไ่ ดก้ บั นโยบายทแี่ ขง็ กรา้ วในทางระหวา่ งประเทศทคี่ นอเมรกิ นั กลวั วา่ จะนำ� ไปสู่ สงครามโลกครั้งที่ 3 การด�ำเนินนโยบายของประธานาธิบดี Johnson เพ่ือให้สังคมอเมริกันเป็น Great Society คือ การทำ� ให้เป็นสังคมท่ีทกุ คนมีเสรีภาพ ดังน้นั นโยบายหลักคือ 41 เรื่องเดยี วกัน, หน้า 225-226.
164 เสรภี าพในการชมุ นมุ โดยสงบและปราศจากอาวธุ ตามบทบัญญตั แิ หง่ กฎหมาย ความเสมอภาคของคนในสงั คม ไมว่ ่าจะเป็นผิวสใี ดก็ตาม งานหลกั ท่ีต้องด�ำเนนิ การ คือการเสนอกฎหมายเพื่อสิทธิของพลเมือง (Civil Rights Act of 1964) รวมถึง กฎหมายท่ีให้สทิ ธิในการเลอื กตงั้ อยา่ งเสมอภาคกนั (Voting Rights Act of 1965) นอกจากนน้ั ยงั มกี ารประกาศสงครามกบั ความยากจน โดยการยกระดบั คณุ ภาพชวี ติ ของคนยากจน สง่ เสรมิ การศกึ ษาและปรบั ปรงุ สวสั ดกิ ารเกย่ี วกบั ทอ่ี ยอู่ าศยั คา่ รกั ษา พยาบาลและการสาธารณสขุ นอกจากการมงุ่ เนน้ ความเปน็ อยขู่ องประชาชนมากขนึ้ ทง้ั ทางดา้ นคณุ ภาพชีวิตและสงิ่ แวดลอ้ ม ทรพั ยากรธรรมชาติ ซ่งึ เปน็ ที่ช่ืนชอบของ คนท่ัวไป การเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิทธิในความเสมอภาคทั้งในด้านสีผิวและ ความเสมอภาคทางเพศ เปน็ แรงผลกั ดนั นโยบายของรฐั บาลทสี่ ำ� คญั ซงึ่ รฐั บาลใหก้ าร สนับสนุนการเรียกร้องน้ีอย่างต่อเน่ืองเพื่อต่อสู้กับกลุ่มอนุรักษ์นิยมในท้องถิ่น42 อย่างไรก็ดี การจัดการนโยบายเช่นนี้ก่อภาระทางการเงินให้แก่รัฐบาลอย่างมาก ในขณะท่ีเมื่อรัฐสภาต้องสนับสนุนงบทางด้านกลาโหมท่ีสหรัฐอเมริกาท�ำสงคราม เวยี ดนาม43 ในขณะทก่ี ารชมุ นมุ ตอ่ ตา้ นการท�ำสงครามเวียดนามเพิ่มขึน้ อย่างมาก การต่อสู้เรียกร้องของกลุ่มแอฟริกันอเมริกันทั้งท่ีเป็นกลุ่มสันติวิธีและกลุ่มท่ี ใชค้ วามรนุ แรง ตาตอ่ ตา ฟนั ตอ่ ฟนั เชน่ กลมุ่ Black Panther และผนู้ ำ� Malcolm X กลุม่ เรยี กรอ้ งสทิ ธิสตรี กลุม่ ต่อตา้ นสงครามและกลุม่ นกั ศกึ ษา มีการสือ่ โดยเฉพาะ ดนตรีในการสะท้อนความต้องการ มีศิลปินนักร้อง เช่น John Lennon และ Bob Dylan คนรนุ่ หนมุ่ สาวออกมาแสดงความเหน็ ทางการเมอื งอยา่ งเสรี ดงั ทม่ี กี ารเรยี ก การเคล่ือนไหวของยุคบุปผาชน44 มหาวิทยาลัยกลายเป็นแหล่งที่นักศึกษาออกมา เรียกรอ้ งความเปน็ ธรรมในสงั คม สงครามเวยี ดนามท่ียืดเย้อื จนกระทง่ั ประธานธบิ ดี Johnson หมดวาระการ ดำ� รงตำ� แหนง่ ใน ค.ศ. 1968 และตดั สนิ ใจไมล่ งชงิ ตำ� แหนง่ อกี วาระหนง่ึ ในปนี ไ้ี ดเ้ กดิ ความรนุ แรงขน้ึ ประปราย หลงั จากการลอบสงั หาร Martin Luther King Jr. ตามดว้ ย การลอบสังหาร Robert F. Kennedy การจลาจลเกิดขึ้นตามเมืองต่างๆ ทั้งจาก ประเด็นความเสมอภาคของแอฟรกิ ันอเมรกิ ัน การตอ่ ต้านสงคราม รวมไปถงึ ความ เสมอภาคระหวา่ งเพศ การชมุ นมุ เรยี กรอ้ งในประเดน็ ตา่ งๆ มกั จะนำ� ไปสกู่ ารจลาจล และยตุ ดิ ้วยการปราบปรามท่ีใช้ความรุนแรง 42 เรื่องเดยี วกัน, หนา้ 250-258. 43 เร่อื งเดียวกัน, หน้า 230. 44 เรื่องเดยี วกนั , หนา้ 264-265.
เสรภี าพในการชมุ นุมโดยสงบและปราศจากอาวุธตามบทบญั ญัติแหง่ กฎหมาย 165 การเลือกตั้งในปลาย ค.ศ. 1968 ประธานาธิบดี Richard Nixon จาก พรรครีพับลิกันได้รับเลือกตั้งต�ำแหน่ง สืบต่อการท�ำสงครามเวียดนามก่อให้เกิด ผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจ ท�ำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ ราคาสินค้าต่างๆ สูงข้ึน คา่ ครองชพี ของประชาชนสงู ขนึ้ จากแนวทางของพรรครพี บั ลกิ นั ทส่ี นบั สนนุ ภาคธรุ กจิ ตามจดุ ยืนของฝ่ายอนรุ ักษ์นิยม ประธานาธบิ ดี Nixon ประกาศลดคา่ เงินดอลลาร์ เพื่อให้ภาคธุรกิจแข่งขันในตลาดโลกได้ รวมถึงการควบคุมค่าแรงและราคาสินค้า ในดา้ นความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งประเทศกบั ภาวะสงคราม ประธานาธบิ ดี Nixon ประกาศ นโยบายใหค้ วามชว่ ยเหลอื แกป่ ระเทศตา่ งๆ ทขี่ อรอ้ งมาเพอ่ื ตอ่ ตา้ นลทั ธคิ อมมวิ นสิ ต์ ไมว่ า่ จะเปน็ ความชว่ ยเหลอื ทางเศรษฐกจิ หรอื ทางทหาร แตจ่ ะไมม่ กี ารสง่ ทหารของ สหรัฐอเมริกาไปร่วมรบโดยตรง ดังน้ัน ใน ค.ศ. 1969 สหรัฐอเมริกาจึงเร่ิมถอน ก�ำลังทหารออกจากเวียดนาม แต่ความรุนแรงในสงครามยังคงด�ำเนินต่อไปทั้งการ ทง้ิ ระเบดิ และการสงั หารหมใู่ นเวยี ดนามและกมั พชู าจนถงึ ค.ศ.1973ทม่ี กี ารลงนามใน สนธิสัญญาหยดุ ยิงปารสี (Paris Accords) ยงั ไมอ่ าจหยดุ ย้งั การระดมทิ้งระเบดิ ของ สหรฐั อเมรกิ า ท่ีกัมพูชาได้ จนกระท่งั รฐั สภาสหรฐั อเมริกา ไมส่ ามารถสนบั สนนุ การ ท�ำสงครามในเวียดนามและกัมพูชาได้อีกต่อไป45 นับได้ว่าสหรัฐอเมริกาพ่ายแพ้ สงครามนี้เมื่อกองทัพของเวียดนามเหนือได้เข้าไปในไซง่อนอย่างเป็นทางการเม่ือ เดือนเมษายน ค.ศ. 1975 ในระหวา่ งด�ำรงตำ� แหนง่ ประธานาธบิ ดีของ Richard Nixon เกดิ เหตุการณ์ จารกรรมข้อมูลและติดต้ังเคร่ืองดักฟังในอาคารวอเตอร์เกต ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1972 มนี กั ขา่ วเรม่ิ ทำ� การสบื สวนหาขอ้ เทจ็ จรงิ พบวา่ มเี จา้ หนา้ ทร่ี ะดบั สงู ของ รฐั บาลที่มาจากพรรครพี บั ลกิ ันมีสว่ นรู้เหน็ และปกปิดข้อมูลในกรณดี งั กลา่ ว รวมถงึ ประธานาธบิ ดี Nixon ดว้ ย ตามมาดว้ ยกรณกี ารใชเ้ งนิ ของรฐั ไปเพอ่ื ประโยชนส์ ว่ นตวั รฐั สภาดำ� เนนิ การเพอ่ื ถอดถอนประธานาธบิ ดีNixonออกจากตำ� แหนง่ แตป่ ระธานาธบิ ดี จงึ ชงิ ลาออกเสยี กอ่ นเมอื่ วนั ที่ 8 สงิ หาคม ค.ศ. 197446 รองประธานาธบิ ดี Gerald Ford ขึ้นด�ำรงต�ำแหน่งประธานาธิบดีแทน และงานแรกที่ท�ำคือ การนิรโทษกรรมให้แก่ Richard Nixon ผลจากคดวี อเตอร์เกทท�ำให้รัฐสภาสหรัฐอเมรกิ า ออกกฎหมายมา ปรบั ปรงุ ระบบการเลอื กตง้ั รวมถงึ การทำ� งานเกย่ี วกบั การสบื ราชการลบั ของทง้ั CIA และ FBI ใหม้ คี วามโปร่งใสมากข้นึ 45 เร่ืองเดียวกัน, หน้า 275-284. 46 เรื่องเดียวกัน, หนา้ 302.
166 เสรีภาพในการชมุ นุมโดยสงบและปราศจากอาวธุ ตามบทบญั ญตั ิแห่งกฎหมาย จดุ ยนื ทสี่ ำ� คญั ของประธานาธบิ ดี Ford อยา่ งหนง่ึ คอื การเปน็ นกั การเมอื งขวาจดั ท่ีไม่สนใจข้อเรียกร้องประท้วงของประชาชนและสิทธิพลเมืองทั้งยังสนับสนุน การทหารอย่างเต็มที่ ในขณะที่สภาพเศรษฐกิจยุครัฐบาลของประธานาธิบดี Ford ประสบปัญหาจากกลุ่มประเทศ OPEC ประกาศขึ้นราคาน้�ำมัน และต้องเผชิญกับ ภาวะเงนิ เฟ้อที่เรมิ่ มมี าตัง้ แตต่ น้ ทศวรรษ 1960 สภาพทว่ั ไปของสงั คมสหรฐั อเมรกิ า ในทศวรรษ 1970 สภาพความเสอื่ มโทรม ของทรพั ยากรและปญั หาสง่ิ แวดลอ้ มเรม่ิ เกดิ ขนึ้ จากผลกระทบจากการพฒั นาประเทศ ทง้ั ทางดา้ นการเกษตรและอตุ สาหกรรม การใชส้ ารเคมแี ละการกอ่ ตวั ของมลพษิ ตา่ งๆ เรมิ่ แสดงออกใหเ้ หน็ ชดั เจนขนึ้ ความเคลอื่ นไหวทางดา้ นการอนรุ กั ษส์ งิ่ แวดลอ้ มเกดิ ขน้ึ พร้อมกับการต้งั องคก์ รกำ� หนดนโยบายสิ่งแวดลอ้ ม (Environmental Protection Agency) นอกจากนี้ทางด้านสังคม ครอบครัวของคนอเมริกันเร่ิมหันมาสู่สภาพ ครอบครัวยุคใหม่ท่ีเกิดปัญหาการหย่าร้างมากข้ึน47 สตรีมีบทบาทในฐานะหัวหน้า ครอบครัว หรือการต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกหลังจากการหย่าร้าง จ�ำนวนผู้สูงอายุมี สดั สว่ นมากขนึ้ ประชากรวยั เดก็ ลดจำ� นวนลงจากการลดลงของอตั ราการเกดิ การอพยพ ของประชากรจากยุโรปลดจ�ำนวนลง ในขณะท่ีสัดส่วนการอพยพเข้าประเทศของ คนละตินอเมริกันมีมากขึ้น โดยเฉพาะคนต่างด้าวลักลอบเข้าประเทศ48 รวมไปถึง ปญั หาขององคก์ รอาชญากรรมและปัญหายาเสพตดิ ใน ค.ศ. 1973 ศาลสงู สหรฐั อเมริกาไดม้ ีค�ำพิพากษาในคดี Roe v. Wade49 ทถ่ี อื วา่ การทำ� แทง้ เปน็ สทิ ธสิ ว่ นบคุ คล ภายใตก้ ระบวนการทางกฎหมายทช่ี อบธรรม ตามรฐั ธรรมนญู บทแก้ไขเพิ่มเตมิ มาตรา 14 คดีนีถ้ อื เปน็ อกี หน่งึ เหตกุ ารณ์ทส่ี ่งผล ตอ่ การเคลอ่ื นไหวทางดา้ นสทิ ธสิ ตรี และทางดา้ นสทิ ธใิ นการมชี วี ติ อยทู่ กี่ ลมุ่ อนรุ กั ษ์ นยิ มพยายามจะพลกั ดนั ใหม้ กี ารแกไ้ ขการวางบรรทดั ฐานของศาลในคดนี ี้ นบั ตง้ั แตน่ นั้ มาจนถึงปัจจุบันก็ยังคงมีความพยายามจะแก้ไขกฎหมาย (ค�ำพิพากษาของศาลสูง ซึง่ มีผลเสมือนรฐั ธรรมนูญ) นี้อยู่ การเพมิ่ จ�ำนวนประชากรของชาวเมก็ ซกิ นั อเมรกิ นั มมี ากขน้ึ และรองลงมาคอื คนเอเชยี เชน่ จนี ญป่ี นุ่ และเวยี ดนาม ในขณะทช่ี นเผา่ พน้ื เมอื งในสหรฐั อเมรกิ า เรม่ิ มี ความเคลื่อนไหวในการเรียกร้องสิทธิของตนเองจากการเห็นตัวอย่างของแอฟริกัน 47 ลเู ธอรเ์ อส.ลดึ ตก์ ้ี (บก.), การสรา้ งอเมรกิ า: สงั คมและวฒั นธรรมของสหรฐั แปลโดย สคุ นธ์ พลภทั รพจิ ารณ์ (บก.), หนา้ 402-411. 48 สมร นิตทิ ณั ฑป์ ระภาศ, “ยุคเงียบ”, หน้า 314-315. 49 Roe v. Wade, 410 U.S. 113 (1973).
เสรภี าพในการชมุ นมุ โดยสงบและปราศจากอาวุธตามบทบญั ญตั แิ หง่ กฎหมาย 167 อเมรกิ นั พรอ้ มกบั การเคลอื่ นไหวเกยี่ วกบั สทิ ธขิ องชนเผา่ พนื้ เมอื งในกระแสโลกดว้ ย ในแถบตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา เริ่มมีบทบาทของกลุ่มชนเผ่าดั้งเดิมท่ี เรยี กร้องสิทธิและทวงคืนดนิ แดนทีเ่ คยเป็นของพวกเขามาก่อน50 ในการเลือกต้ังปี ค.ศ. 1976 ประธานาธิบดี Jimmy Carter จากพรรค เดโมแครต ชนะการเลอื กตงั้ ในภาพลกั ษณข์ องคนเรยี บงา่ ยและสนบั สนนุ สทิ ธเิ สรภี าพ ของประชาชน การสนับสนุนการเรียกร้องของแอฟริกันอเมริกัน และแต่งต้ัง นักเคล่ือนไหวด้านสิทธิ เช่น Andrew Young เป็นตัวแทนของสหรัฐอเมริกาใน องค์การสหประชาชาต5ิ 1 ความเคล่อื นไหวของกล่มุ สทิ ธิสตรแี ละกรรมกร ได้รับการ ตอบสนองมากข้ึนกว่าในยุคของประธานาธิบดี Ford โดยเฉพาะในประเด็นความ เสมอภาคและสวสั ดิการในการท�ำงาน การขน้ึ ค่าแรง จากปัญหาวิกฤตพลังงาน รัฐบาลเสนอแนวทางการแก้ปัญหาราคาน้�ำมัน เชอื้ เพลงิ สงู โดยหนั มาใชพ้ ลงั งานนวิ เคลยี ร์ แตก่ ลบั เกดิ ปญั หาโรงงานนวิ เคลยี รร์ ะเบดิ ที่รัฐเพนซิลเวเนีย ใน ค.ศ. 1979 จากการต่อสู้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของ สหรฐั อเมรกิ า ทำ� ใหส้ หรฐั อเมรกิ าตอ้ งเขา้ ไปเกย่ี วขอ้ งกบั การเมอื งในตะวนั ออกกลาง มากขึ้น พรอ้ มกบั สะกัดกั้นการรกุ คืบของโซเวียตในภมู ิภาคตะวันออกกลางไปจนถึง อัฟกานิสถาน แนวโน้มและท่าทีของสหรัฐอเมริกาต่อสภาพการเปลี่ยนแปลงใน สังคมโลก ประธานาธิบดี Carter ส่งเสริมบทบาทของสหรัฐอเมริกา ในฐานะของ ความชว่ ยเหลอื ด้านมนุษยธรรม และเป็นเวทีให้เพือ่ หาทางยตุ คิ วามขัดแยง้ ระหวา่ ง ประเทศ เชน่ กรณสี นั ตภิ าพในตะวนั ออกกลาง52 รวมถงึ การเจรจาตดิ ตอ่ การคา้ กบั จนี โดยรองนายกรฐั มนตรี เตง้ิ เส่ยี วผิง สภาพสังคมในตอนปลายของทศวรรษที่ 1960 ผู้คนเริ่มอ่อนล้าจาก ความรุนแรงทมี่ มี าตง้ั แต่ต้นทศวรรษ 1960 ซ่งึ มีการตอ่ สเู้ รียกร้องสิทธิในด้านต่างๆ และเกิดความรุนแรงขึ้นตลอดเวลา คนอเมริกันเร่ิมหันมาพิจารณาตัวเองมากข้ึน การพจิ ารณาและใสใ่ จกบั ตวั เองมากขนึ้ ทงั้ เรอ่ื งทางการปรบั ปรงุ ตวั สภาพจติ ใจและ รา่ งกาย การหนั มาใสใ่ จและดูแลสขุ ภาพของตัวเองของผู้คน จึงมผี ้เู รียกยคุ สมัยนี้วา่ Me Decade53จากยคุ ทเ่ี ปดิ และปดิ ดว้ ยฝา่ ยเสรนี ยิ มทพี่ ยายามสง่ เสรมิ การเรยี กรอ้ ง สิทธแิ ละความเสมอภาค สันติภาพของโลกตามแนวคิดประชาธิปไตย ภายใตส้ ภาพ 50 สมร นติ ิทัณฑ์ประภาศ, “ยคุ เงยี บ”, หน้า 326-327. 51 เร่ืองเดยี วกัน, หนา้ 343. 52 เรื่องเดยี วกัน, หนา้ 357. 53 เร่ืองเดยี วกนั , หนา้ 366.
168 เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวธุ ตามบทบญั ญตั แิ ห่งกฎหมาย ของสงครามเย็นระหว่างสหรัฐอเมริกาและโซเวียต ท�ำให้สังคมอเมริกันเร่ิมอ่อนล้า และหันกลับมาสู่ยุคอนุรักษ์นิยมในสมัยของประธานาธิบดี Ronald Reagan ที่ได้ รับเลือกตั้งและเริ่มเข้าสู่ต�ำแหน่งอย่างเป็นทางการเม่ือ 20 มกราคม ค.ศ. 198154 ภายใต้สถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศท่ีนักการทูตของ สหรฐั อเมริกาถูกจับเปน็ ตวั ประกนั ในอหิ รา่ น และสภาพเศรษฐกจิ ท่ยี ่�ำแยจ่ ากภาวะ เงินเฟอ้ อตั ราการว่างงานสูง การชงิ ตำ� แหนง่ ของประธานาธบิ ดี Carter จงึ พา่ ยแพ้ แก่ประธานาธิบดี Reagan อย่างถลม่ ถลาย 4.1.4 ช่วงทส่ี ี่ – ระยะ ค.ศ. 1980 – 2001 ในชว่ งทสี่ น่ี เี้ ปน็ ยคุ ทส่ี หรฐั อเมรกิ าตกอยภู่ ายใตก้ ารนำ� ของพรรครพี บั ลกิ นั เปน็ สว่ นใหญ่ บทบาทตา่ งๆ ทงั้ ทางดา้ นเศรษฐกจิ สงั คมและการเมอื งตกอยใู่ นแนวทางของ กลมุ่ อนรุ กั ษน์ ยิ มเปน็ หลกั เร่ิมจากการปรบั ปรุงประเทศของประธานาธบิ ดี Reagan โดยปรบั นโยบายเศรษฐกจิ แนวอนรุ กั ษน์ ยิ ม ใหม้ กี ารกระตนุ้ การผลติ จากการลดภาษี และควบคุมทางด้านการเงินเพ่ือลดภาวะเงนิ เฟ้อ ตัดภาระคา่ ใชจ้ ่ายในภาครัฐ และ ลดกฎเกณฑต์ า่ งๆ ทไ่ี มจ่ ำ� เปน็ ลง มผี เู้ รยี กแนวนโยบายของประธานาธบิ ดี Reagan วา่ Reaganomics55 จากการแกป้ ญั หาเศรษฐกจิ ไดอ้ ยา่ งสมดลุ ทำ� ใหไ้ ดร้ บั เลอื กตง้ั อยา่ ง ทว่ มทน้ ในสมยั ทสี่ องตอ่ มาดว้ ย ในทางกลบั กนั ของการดำ� เนนิ นโยบายเชน่ นที้ ำ� ใหล้ ด การช่วยเหลอื โครงการ Medicaid และ Food Stamps การศึกษาและสง่ิ แวดล้อม ลงอย่างมาก คงไว้เพียงโครงการประกันสังคมและการประกันสุขภาพ ในขณะที่ งบประมาณสำ� หรบั การทหารทรี่ ัฐใหก้ ารสนบั สนุนอยา่ งเต็มที่ ในด้านนโยบายต่างประเทศ ประธานาธิบดี Reagan ให้ความส�ำคัญกับ การทหารมาก โดยการทุ่มการแข่งขันทางอาวุธกับสหภาพโซเวียต สนับสนุนการ ต่อต้านคอมมิวนิสต์ในท่ีต่างๆ เร่ิมจากการเข้าไปแทรกแซงในอัฟกานิสถานเพ่ือ ตอ่ ต้านโซเวยี ต รวมถึงใหก้ ารสนบั สนุนทางอาวธุ และการฝึกใหแ้ ก่กลุม่ Mujahidin เพื่อต่อสู้กับโซเวียต56 การด�ำเนินนโยบายต่างประเทศในเชิงรุกเพ่ือยุติสงครามเย็น 54 The White House website:“Ronald Reagan: the 40th President of the United States of America” (online), Available from: http://www.whitehouse.gov/about/presidents/ronaldreagan/ 55 WilliamA.Niskanen,“Reaganomics”, The Concise Encyclopedia of Economics 1988, (online), Available from: http://www.econlib.org/library/Enc1/Reaganomics.html 56 Stephen S. Rosenfeld, “The Reagan Doctrine: The Guns of July”, Foreign Affairs by Council on Foreign Relations, Spring 1986, 64(4).
เสรภี าพในการชุมนมุ โดยสงบและปราศจากอาวธุ ตามบทบัญญตั แิ ห่งกฎหมาย 169 โดยสหรัฐอเมริการ่วมมืออย่างใกล้ชิดกับอังกฤษ ภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี Margaret Thatcher ดังเช่นการท่ีอังกฤษสนับสนุนสหรัฐอเมริกา ในท่ีประชุม สหประชาชาตวิ า่ เปน็ การกระทำ� เพอ่ื ปอ้ งกนั ตวั เอง จากการทอ่ี งั กฤษยอมใหใ้ ชฐ้ านทพั อากาศขององั กฤษ เพอ่ื ให้สหรฐั อเมรกิ ายงิ ถลม่ ลิเบยี ใน ค.ศ. 1986 ซง่ึ ขณะน้ันอยู่ ภายใตก้ ารปกครองของ Muammar Gaddafi57 และในท้ายทส่ี ุดความพยายามของ ประธานาธิบดี Reagan เพ่ือยุติสงครามเย็นโดยการแสดงเชิงสัญลักษณ์จากการ กล่าวปราศรัย ณ ก�ำแพงเบอร์ลิน เมือ่ วนั ท่ี 12 มิถุนายน ค.ศ. 1987 เรียกร้องให้ ประธานาธิบดี Mikhail Gorbachev ออกมารว่ มมือกันในการยตุ สิ งครามเยน็ และ ลดการแขง่ ขนั ในทางอาวธุ นิวเคลยี ร์ และมีการเจรจาหลายคร้งั ก่อนจะมีการลงนาม ในขอ้ ตกลง Intermediate – Range Nuclear Forces (INF) Treaty กำ� แพงเบอรล์ นิ ถกู รื้อถอนในเดอื นพฤศจกิ ายน ค.ศ. 1989 ภายหลงั จากทีป่ ระธานาธบิ ดี Reagan พ้นวาระการด�ำรงต�ำแหน่ง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการยุติสงครามเย็น และมีการ ประกาศยตุ สิ งครามเยน็ อยา่ งเปน็ ทางการในวนั ที่ 3 ธนั วาคม ค.ศ. 198958 สองปกี อ่ นท่ี สหภาพโซเวียตจะลม่ สลาย ในระหวา่ งการดำ� รงตำ� แหนง่ ประธานาธบิ ดี Reagan มโี อกาสไดเ้ สนอแตง่ ตง้ั ผู้พิพากษาศาลสูงถึง 3 คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลสูงท่ีเป็น ผหู้ ญงิ คนแรกของสหรฐั อเมริกา Sandra Day O’Connor59 ซึ่งเป็นผู้พพิ ากษาทมี่ ี แนวคดิ หวั กา้ วหนา้ ในหมนู่ กั อนรุ กั ษน์ ยิ ม ผลจากการบรหิ ารประเทศของประธานาธบิ ดี Reagan ท�ำให้สถานภาพทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาดีข้ึน ถึงแม้ว่าจะท�ำให้ ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนมีมากข้ึนก็ตาม แต่บทบาทท่ีส�ำคัญคือ นโยบาย การตา่ งประเทศและการยุตสิ งครามเย็น ประธานาธิบดีต่อมายังคงเป็นพรรครีพับลิกัน คือ ประธานาธิบดี George H.W. Bush ที่เคยดำ� รงตำ� แหนง่ รองประธานาธบิ ดี ขึน้ มาด�ำรงตำ� แหน่งและสืบสาน งานตอ่ เนื่อง เชน่ การยตุ ิสงครามเย็น ซงึ่ ได้ลงนามใน Strategic Arms Reduction Treaties (START I) 57 “Libya: Fury in the Isolation Ward”, Time, August 23, 1982; “1986:US Launches Air-strike on Libya”, BBC News. April 15, 2008. 58 “1989: Malta Summit Ends Cold War”, BBC News. December 3, 1989. 59 Weisman, Steven R, “Reagan Nominating Woman, an Arizona Appeals Judge, to Serve on Supreme Court”, The New York Times. July 7, 1981
170 เสรภี าพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธตามบทบญั ญตั ิแห่งกฎหมาย หลังจากการยุติสงครามเย็นไม่นาน สหรัฐอเมริกาก็ยังคงมีบทบาทในด้าน การทหาร โดยการแทรกแซงในสงครามอ่าวเปอร์เซีย Golf War ที่อิรักบุกคูเวต เดอื นสงิ หาคม ค.ศ. 1990 และสหรฐั อเมรกิ าเปน็ ผนู้ ำ� ในการบกุ อริ กั ภายใตป้ ฏบิ ตั กิ าร ชอื่ Operation Desert Storm ในเดอื นมกราคม ค.ศ. 1991 การดำ� เนนิ งานทางทหาร ดังกล่าวได้รับผลตอบรับจากชาวอเมริกันอย่างกว้างขวาง แต่ในทางการด�ำเนิน นโยบายภายในประเทศของประธานาธิบดี Bush Sr.60 กลับไม่เป็นที่นิยมของ คนอเมริกันจนกระทั่งไม่ได้รับการเลือกตั้งกลับเข้ามาในวาระท่ีสอง61 โดยเฉพาะ อย่างย่ิงการกล่าวในพิธีเข้ารับต�ำแหน่งประธานาธิบดีว่าจะไม่มีการข้ึนภาษีอย่าง เด็ดขาด แต่ในหลังจากน้ันท่ีรัฐสภาเสียงข้างมากจากพรรคเดโมแครตผลักดัน ใหม้ กี ารขึ้นภาษี ท�ำให้คะแนนนยิ มลดลงอยา่ งรวดเร็ว ถงึ แมจ้ ะเปน็ ประธานาธบิ ดจี ากพรรครพี บั ลกิ นั ประธานาธบิ ดี Bush Sr. มกี าร เสนอกฎหมายเพ่ือลดความเหล่ือมล้�ำและช่วยเหลือผู้ยากจนอยู่หลายฉบับ เช่น American with Disabilities Act of 1990 และ Civil Rights Act of 1991 ซ่งึ ในครั้งแรกประธานาธิบดี Bush Sr. คัดคา้ นกฎหมาย Civil Rights Act of 1990 เน่ืองจากความกังวลเก่ียวกับการก�ำหนดโควต้าในการจ้างงานบนพื้นฐานของสีผิว แตภ่ ายหลงั รฐั สภาปรบั ปรงุ กฎหมายดงั กลา่ วจนผา่ นความเหน็ ชอบ จากการบรหิ ารงาน ของประธานาธิบดี Bush Sr. เกย่ี วกับการสง่ เสรมิ สิทธิความเสมอภาค แนวทางของการร่วมมือทางเศรษฐกิจของอเมริกาเหนือ (หรือ North American Free Trade Agreement : NAFTA) ไดร้ ิเรม่ิ ในสมยั ของประธานาธิบดี Bush Sr. ร่วมกบั นายกรัฐมนตรี Brian Mulroney ของแคนาดา เพ่ือประโยชน์ทาง การค้า ในขณะทีม่ ีผู้คัดค้านว่าการเขตการคา้ เสรีนีจ้ ะท�ำให้คนอเมรกิ ันต้องเสีย่ งกบั การตกงานมากขนึ้ 62 ข้อตกลงดงั กล่าวมีการลงนามโดยประธานาธิบดี Bill Clinton สหรฐั อเมรกิ าภายใตก้ ารบรหิ ารของประธานาธบิ ดี Clinton นบั จาก ค.ศ. 1993 จนถงึ ค.ศ. 2001 จากพรรคเดโมแครตท่อี ยใู่ นวาระสองสมัย นำ� สหรัฐอเมริกาเข้าสู่ 60 ในทนี่ ีจ้ ะเรียกประธานาธิบดี George H.W. Bush วา่ ประธานาธบิ ดี Bush Sr. เพื่อแยกความแตกต่างกบั ประธานาธบิ ดี George W. Bush ผเู้ ป็นลกู 61 White House. George H.W. Bush: the 41st President. (online), Available from: http://www. whitehouse.gov/about/presidents/georgehwbush/ 62 Human Rights Watch, “Treading Away Rights: The Unfulfilled Promise of NAFTA’s Labor Side Agreement”, report April 2001 Volume 13, No. 2(B). (online), Available from: http:// www.hrw.org/reports/2001/nafta/index.htm#TopOfPage
เสรภี าพในการชุมนมุ โดยสงบและปราศจากอาวธุ ตามบทบญั ญตั แิ หง่ กฎหมาย 171 ยคุ ท่ีมีภาวะทางเศรษฐกจิ ค่อนขา้ งมเี สถียรภาพในช่วงหน่งึ ถงึ แม้วา่ ใน ค.ศ. 1994 พรรครีพับลกิ นั จะครองเสียงข้างมากในสภาก็ตาม63 บทบาทในการสนับสนุนเกี่ยวกับสิทธิของประธานาธิบดี Clinton จากการ ขาดเสียงสนบั สนนุ ของรฐั สภา โครงการปฏิรปู ระบบสขุ ภาพท่จี �ำเปน็ ตอ้ งอาศัยการ ผา่ นกฎหมายจากรฐั สภาตอ้ งลม้ เหลวลง อยา่ งไรกด็ ี นโยบายหลกั ของประธานาธบิ ดี Clinton ยังคงอยู่บนพ้ืนฐานของเสรีนิยม คือ การให้ความช่วยเหลือด้านสุขภาพ และการอนรุ กั ษส์ งิ่ แวดลอ้ ม เชน่ การเสนอกฎหมาย Clean Air Act of 1990 รวมถงึ การนำ� นโยบาย Don’t Ask, Don’t Tell มาใชใ้ นกระทรวงกลาโหม ทบ่ี คุ คลไมจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งประกาศ sexuality ของตนเองเพอ่ื กรอกในประวตั ิของการรบั ราชการทหาร64 และตอ่ มาใน ค.ศ. 1996 มีการออกกฎหมาย Defense of Marriage Act (DOMA) ท่ีก�ำหนดให้การแต่งงานหมายถึงการมีผลผูกพันตามกฎหมายที่ชายและหญิงจะมา สมรสกันได้65 แม้ว่าในภายหลังประธานาธิบดี Clinton จะแสดงบทบาทในการ สนบั สนนุ การแตง่ งานของคนเพศเดยี วกนั และเรยี กรอ้ งใหศ้ าลสงู มคี ำ� พพิ ากษากลบั หลกั ในกฎหมาย DOMA ท่ีมกี ารหา้ มการแตง่ งานของคนเพศเดียวกัน ความสมั พนั ธก์ บั ตา่ งประเทศของสหรฐั อเมรกิ าภายใตก้ ารนำ� ของประธานาธบิ ดี Clinton เปน็ ไปดว้ ยดี มกี ารไปเยอื นประเทศตา่ งๆ เพอื่ เผยแพรค่ วามสมั พนั ธท์ างการทตู และการค้า แต่ความรุนแรงและความเกลียดชังคนอเมริกันเร่ิมก่อตัวขึ้นโดยมีการ ก่อการร้ายต่อสถานท่ีต่างๆ ของสหรัฐอเมริกา เช่น การวางระเบิดที่ Oklahoma ใน ค.ศ. 1995 และการวางระเบดิ ที่ Centennial Olympic Park ใน ค.ศ. 1996 และ การวางระเบดิ สถานทตู สหรฐั อเมรกิ าทแ่ี ทนซาเนยี และเคนยา่ ใน ค.ศ. 1998 เปน็ ตน้ และในยคุ นเี้ รมิ่ มกี ารใชอ้ นิ เตอรเ์ นต็ อยา่ งแพรห่ ลาย การผลติ สนิ คา้ และการตดิ ตอ่ ถงึ กนั เปน็ ไปโดยสะดวกมากยง่ิ ขนึ้ การบรหิ ารจดั การหนแ้ี ละงบประมาณของสหรฐั อเมรกิ า เปน็ ไปดว้ ยดใี นปลาย ค.ศ. 2000 และการเตรยี มตวั รบั กบั วกิ ฤต Y2K แตก่ ไ็ มม่ ปี รากฏ ความเสียหายดังท่ีคาดไว้ ในตลาดหุ้นเกิดการผันผวนของหุ้นไฮ-เทค ท�ำให้เรียก ภาวะการณค์ รงั้ นว้ี า่ Dot-com Boom กอ่ นเศรษฐกจิ ของสหรฐั อเมริกาจะเริม่ เขา้ สู่ ภาวะถดถอยใน ค.ศ. 2001 63 The White House, Bill Clinton: the 42nd President. (online), Available from: http://www. whitehouse.gov/about/presidents/williamjclinton/ 64 Department of Defense, Medical and Public Health Law Site, DoD Directives, NUMBER 1304.26, December 21, 1993. (online), Available from: http://biotech.law.lsu.edu/blaw/ dodd/corres/html2/d130426x.htm 65 Public Law 104 - 199 - Defense of Marriage Act.
172 เสรภี าพในการชุมนมุ โดยสงบและปราศจากอาวธุ ตามบทบญั ญัตแิ หง่ กฎหมาย รัฐสภาสหรัฐอเมริกาเสนอการไต่สวนเพ่ือถอดถอนประธานาธิบดี Clinton จากข่าวอ้ือฉาว ด้วยข้อหาปกปิดข้อเท็จจริง แต่ผลจากการลงมติว่าปราศจาก ความผดิ 66 4.1.5 ชว่ งปัจจุบนั ตน้ ศตวรรษที่ 21 สหรัฐอเมรกิ าในช่วงต้นของศตวรรษที่ 21 มีการเปลยี่ นกลับมาสูก่ ารบริหาร ประเทศภายใตพ้ รรครีพับลกิ ัน ซ่งึ นบั เปน็ เรอื่ งปกติของการเมอื งภายใน ที่หลงั จาก การบริหารประเทศภายใต้พรรคเดโมแครตสองสมัย ก็ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงมาสู่ พรรครีพบั ลกิ นั ภายใตก้ ารน�ำของประธานาธิบดี George W. Bush ซ่งึ นับเป็นการ เร่ิมต้นที่ท้าทายมากที่สุดของประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาเมื่อเกิดการก่อ วนิ าศกรรม ทม่ี กี ารจเี้ คร่ืองบนิ โดยสารน�ำไปพุ่งชนตกึ World Trade Center เปน็ ท่ี รจู้ กั กนั ในชอื่ 9/11 เนอ่ื งจากเกดิ ในวนั ท่ี 11 กนั ยายน ค.ศ. 2001 นบั แตเ่ กดิ เหตกุ ารณ์ สหรัฐอเมริกาประกาศภาวะฉุกเฉิน และตั้งองค์กรข้ึนมาเพ่ือจัดการป้องกันภัย คือ Department of Homeland Security67 สรา้ งมาตรการเขม้ งวดในการรกั ษาความ ปลอดภยั ภายในประเทศ รวมทงั้ การประกาศสงครามกบั การกอ่ การรา้ ยดว้ ยการบกุ เข้าไปในอัฟกานิสถาน โดยอา้ งวา่ เป็นการก�ำจัดแนวร่วมปีศาจ (Axis of Evil) และ เพือ่ คน้ หาตัว Osama bin Laden มาลงโทษ68 ตามด้วยการบกุ เขา้ ไปในอิรกั น�ำตวั Saddam Hussein มาขนึ้ ศาลในขอ้ หาอาชญากร และการอา้ งวา่ อริ กั มอี าวธุ ชวี ภาพท่ี ร้ายแรงซ่อนอยู่ ซงึ่ ไมเ่ คยปรากฏหลกั ฐานทีย่ ืนยันการกล่าวอ้างนี้อย่างชัดเจน69 สังคมอเมริกันตกอยู่ภายใต้ความกลัวการก่อวินาศกรรมต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้น รวมท้งั มาตรการรักษาความปลอดภยั ท่ีเข้มงวดขึน้ กระทบต่อสทิ ธแิ ละเสรภี าพของ ประชาชน เชน่ การเดนิ ทางโดยเฉพาะทางเครอื่ งบนิ 70 ทมี่ ผี โู้ ตแ้ ยง้ วา่ เปน็ การละเมดิ ตอ่ สิทธคิ วามเป็นส่วนตัว ในขณะท่คี วามเปลยี่ นแปลงเกยี่ วกบั ความเปน็ อยสู่ ่วนตวั ของ 66 “Clinton impeached”. BBC News Online. December 19, 1998. 67 Department of Homeland Security, Creation of the Department of Homeland Security. (online), Available from: http://www.dhs.gov/creation-department-homeland-security 68 หนึ่งทศวรรษหลังจากการประกาศสงครามกับการก่อการร้าย สหรัฐอเมริกาได้ก�ำจัดตัวการที่เป็นศัตรู หมายเลขหน่งึ คอื Bin Laden เม่ือวันที่ 2 พฤษภาคม 2011 ปดิ ฉากสงครามกบั การก่อการร้าย 69 “Inquiry told Iraq could not ‘use’ chemical weapons”, BBC News Online, November 25, 2009. 70 Bill of Rights Institute. “Airport Scanners and the Fourth Amendment”; Debra Cassens Weiss. “Airport Body Scans Not a Fourth Amendment Violation, Appeals Court Says” ABC Journal July 15, 2011.
เสรภี าพในการชุมนมุ โดยสงบและปราศจากอาวุธตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย 173 คนอเมรกิ นั หนั เขา้ หาสอ่ื social media มากขน้ึ นโยบายของรฐั บาลทใ่ี หค้ วามสำ� คญั ต่อการศึกษาที่ต้องเสมอภาคกันไม่ว่าจะเป็นเด็กท่ีมาจากครอบครัวฐานะยากจนใน โครงการ No Child Left Behind Act of 200171 (NCLB) แตใ่ นบางดา้ นของสงั คม โดยเฉพาะปัญหาในการบริหารจัดการโรงเรียนยังคงมีปัญหาของการกระจาย งบประมาณไปยังโรงเรียนท่ีตั้งอยู่ในชุมชนยากจน72 ปัญหาของความรุนแรงใน สังคมอเมริกันมีให้เห็นอยู่เป็นระยะ เช่น การท่ีนักเรียนใช้อาวุธปืนยิงในลักษณะ การสังหารหมู่ในโรงเรียนเกิดขึ้นต่อเน่ือง นับต้ังแต่เหตุการณ์ที่นักเรียนในโรงเรียน Columbine High School73, Santana High School74, Virginia Tech75, Northern Illinois University76, Sandy Hook Elementary School77 สะท้อนความรนุ แรง ในสังคมอเมริกันท่ียังไมม่ ที างแก้ สหรฐั อเมรกิ าประสบปญั หาเกย่ี วกบั ภยั ธรรมชาตอิ ยโู่ ดยเฉพาะในฤดมู รสมุ ทม่ี ี พายแุ รงเขา้ ในทางภาคตะวนั ออกเฉยี งใตข้ องประเทศ เชน่ Hurricane Katrina ทพ่ี ดั เขา้ ในเมอื ง New Orleans, Louisiana รวมไปถงึ Mississippi และ Alabama ในเดอื น สิงหาคม ค.ศ. 2005 รฐั บาลกลางตอ้ งใชท้ หารเข้าไปช่วยบรรเทาความเสยี หายและ ฟน้ื ฟโู ครงสรา้ งของเมอื ง แตส่ ภาพกย็ งั ฟน้ื ตวั ไดช้ า้ เมอื งกลายเปน็ เมอื งรา้ ง เสอื่ มโทรม และผ้ทู ไี่ มม่ ที างเลอื ก ไมอ่ าจอพยพออกไปหาทอี่ ยใู่ หมไ่ ดต้ อ้ งทนอย่ตู ามยถากรรม78 สะทอ้ นภาพของความอ่อนแอทางสงั คมในด้านหน่งึ ของประเทศมหาอ�ำนาจ ปัญหาด้านเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกากลับมาอีกครั้งหนึ่งในช่วงปลาย ค.ศ. 2007 จากราคาน�้ำมันที่สูงขึ้น และสภาพเศรษฐกิจการเงินของโลกท่ีผันผวน 71 Public Law 107-110, 115 Stat. 1425. No Child Left Behind Act of 2001 72 ลเู ธอรเ์ อส.ลดึ ตก์ ้ี (บก.), การสรา้ งอเมรกิ า: สงั คมและวฒั นธรรมของสหรฐั แปลโดย สคุ นธ์ พลภทั รพจิ ารณ์ (บก.), หนา้ 472-481. 73 นกั เรียน 2 คน ยงิ เพื่อนนกั เรียนและครูในโรงเรียน เสียชีวติ 15 บาดเจบ็ 21 เม่อื วนั ที่ 20 เมษายน 1999 ท่ีเมือง Columbine Colorado, 74 นักเรียน ยงิ เพอ่ื นนักเรยี น เสยี ชวี ติ 2 บาดเจ็บ 13 เม่ือวันท่ี 5 มีนาคม 2001 ท่ีเมือง Santee, California. 75 นกั ศึกษาในวทิ ยาลัย ยงิ เพื่อนนกั ศกึ ษาและอาจารย์ เสียชีวติ 33 บาดเจ็บ 25 เมือ่ 16 เมษายน 2007 ท่ีเมอื ง Blacksburg, Virginia 76 อดีตนักศึกษา ยิงนักศึกษาในมหาวิทยาลัย เสียชีวิต 6 บาดเจ็บ 21 เม่ือวันที่ 14 กุมพาพันธ์ 2008 ท่เี มอื ง DeKalb, Illinois 77 ชายคนหนง่ึ บกุ เขา้ ไปในโรงเรยี นยงิ นกั เรยี นและครใู นโรงเรยี นหลงั จากทยี่ งิ มารดาของตนเสยี ชวี ติ เสยี ชวี ติ 28 บาดเจบ็ 2 เมอ่ื วนั ท่ี 14 ธันวาคม 2012 ทเ่ี มือง Newton, Connecticut 78 Committee on Homeland Security and Governmental Affairs, “Hurricane Katrina: A Nation Still Unprepared”, special report to the United States Senate, May 1, 2006.
174 เสรภี าพในการชมุ นุมโดยสงบและปราศจากอาวุธตามบทบญั ญตั แิ หง่ กฎหมาย ท�ำให้ตลาดหนุ้ สหรฐั อเมรกิ าเกดิ วกิ ฤตไปด้วย ในเดือนกนั ยายน ค.ศ. 2008 บริษัท Lehman Brothers ล้มละลาย นับเปน็ การลม้ ละลายครงั้ ใหญ่ในสหรฐั อเมริกา ทางดา้ นการเมอื ง การรณรงคเ์ ลอื กตง้ั เปน็ ของพรรคเดโมแครต เมอ่ื ค.ศ. 2008 ไดร้ บั ความสนใจมากในการหาเสยี ง เนอ่ื งจากฝา่ ยทางพรรครพี บั ลกิ นั ทค่ี ะแนนนยิ ม ตกลงมากจากประชาชนกลุ่มเสรีนิยมซ่ึงไม่พอใจการจัดการกับการก่อการร้ายของ ประธานาธิบดี Bush ที่เข้าไปโจมตีประเทศต่างๆ และทุ่มงบประมาณไปกับ ด้านความมั่นคงอย่างมากมาย ดังน้ันความนิยมของประชาชนจึงหันกลับมาสู่ พรรคเดโมแครต ซึ่งมีผู้ชิงต�ำแหน่งตัวแทนจากพรรคสองคนคือ Barack Obama วฒุ สิ มาชกิ จาก Chicago ในนามตวั แทนของคนผวิ สี และ Hillary Clinton วฒุ สิ มาชกิ จาก New York ในนามตวั แทนของกลมุ่ สตรีทงั้ สองมคี วามนยิ มใกลเ้ คยี งกนั จนในทสี่ ดุ Barack Obama ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตลงชิงต�ำแหน่ง ประธานาธบิ ดี และไดร้ ับเลือกต้งั ในท่สี ุด นโยบายของประธานาธิบดี Barack Obama ทส่ี ำ� คัญคือ การจัดสวัสดิการ ด้านสุขภาพที่ต้องใช้เงินมหาศาล และการฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจซ่ึงเสนอจ�ำนวนเงิน สงู ถึง 787 พันลา้ นเหรียญ เพ่อื ดำ� เนินโครงการกระตนุ้ เศรษฐฏิจ นโยบายดงั กลา่ ว ทำ� ให้เกิดกระแสตอ่ ต้านจากกลมุ่ อนรุ ักษน์ ิยม ที่ต้องการใหร้ ัฐบาลมบี ทบาทท่จี ำ� กดั และเปดิ โอกาสใหเ้ ปน็ เสรภี าพของบคุ คลในการบรโิ ภค เรยี กแนวรว่ มการตอ่ ตา้ นนว้ี า่ Tea Party เลียนแบบการประท้วงในสมัยก่อนเม่ือตั้งประเทศใหม่ๆ ที่คนอเมริกัน ประทว้ งต่อตา้ นการเกบ็ ภาษีที่กดขี่ของอังกฤษ ทีเ่ รียกวา่ Boston Tea Party และ จากการเลอื กตง้ั สมาชกิ ใหมข่ องรฐั สภาในเดอื นพฤศจกิ ายน ค.ศ. 2010 ทำ� ใหจ้ ำ� นวน สมาชกิ จากพรรครพี บั ลกิ นั เพมิ่ จำ� นวนมากขน้ึ ในทงั้ สองสภา ทำ� ใหโ้ ครงการตา่ งๆ ของ รัฐบาลผ่านรัฐสภาได้ยากข้ึน จนกระท่ังเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินท่ีท�ำให้รัฐบาล ไม่สามารถกู้เงินใน ความผันผวนทางตลาดหุ้นของสหรัฐอเมริกาตกต่�ำมากในเดือน สิงหาคม ค.ศ. 2011 ประธานาธิบดี Obama ได้รับการเลือกตั้งอีกเป็นคร้ังที่ 2 ใน ค.ศ. 2012 เพอ่ื ดำ� เนนิ งานตามนโยบายตอ่ ไปในขณะทรี่ ฐั สภายงั เปน็ เสยี งขา้ งมาก จากพรรครีพับลกิ นั 4.1.6 ลกั ษณะและอทิ ธพิ ลจากสภาพทางสงั คม เศรษฐกจิ และการเมอื งตอ่ การเคลอ่ื นไหวและชมุ นมุ ของคนอเมรกิ นั จากการศกึ ษาถงึ สภาพตา่ งๆ ของสงั คมทแี่ บง่ เปน็ 5 ชว่ งระยะเวลา ทจี่ ดั อยใู่ น ชว่ งสงั คมสมยั ใหมข่ องสหรฐั อเมรกิ าทมี่ คี วามเปลยี่ นแปลงในโครงสรา้ ง ซงึ่ มลี กั ษณะ ดงั น้ี
เสรีภาพในการชมุ นมุ โดยสงบและปราศจากอาวธุ ตามบทบัญญัติแหง่ กฎหมาย 175 ประการแรก การแบ่งกลุ่มคนออกเป็นสองพวกท่ีมีบทบาทต่อการก�ำหนด นโยบายและใช้สิทธิในการเลือกตั้งแล้วจัดต้ังสถาบันทางการเมืองท่ีมีผลต่อการ กำ� หนดนโยบายสาธารณะ คอื กลมุ่ อนรุ กั ษน์ ยิ ม ทย่ี ดึ มนั่ ในการปฏบิ ตั ติ ามวถิ ดี งั้ เดมิ เน้นการจ�ำกัดบทบาทของรัฐ มักจะเป็นกลุ่มที่มีฐานะ เคร่งศาสนาและมีบทบาท ในสังคมอยู่แล้วจึงไม่ต้องการให้รัฐเข้ามาแทรกแซงมากนัก ส่วนใหญ่เป็นผู้นิยม พรรครีพับลิกันและกลุ่มเสรีนิยมคือ กลุ่มท่ีเน้นสิทธิ ความเสมอภาคและเสรีภาพ โดยเฉพาะการใหส้ ิทธิน้แี ก่คนท่เี ปน็ ผูถ้ กู กดข่ีในสงั คม เชน่ กรรมกร ผ้หู ญิง คนผิวสี เป็นตน้ กลุม่ เสรนี ยิ มยงั ใหค้ วามส�ำคัญกับการก�ำหนดนโยบายท่ีตนเห็นวา่ เปน็ ธรรม เช่น การต่อต้านสงครามและการอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อม ซึ่งโดยมาเป็นฐานเสียงให้แก่ พรรคเดโมแครต คนทง้ั สองกลมุ่ น้ี ไมว่ า่ จะเปน็ พวกอนรุ กั ษห์ รอื เสรนี ยิ ม ทส่ี ว่ นใหญจ่ ะชน่ื ชอบ นโยบายไปในทางทพ่ี วกตนเหน็ วา่ ถกู ตอ้ งเหมาะสม แตก่ ไ็ มไ่ ดย้ ดึ ตดิ อยใู่ นพรรคการเมอื ง หรอื ตวั บคุ คลดงั นนั้ ทง้ั สองกลมุ่ นพ้ี รอ้ มทจี่ ะเลกิ ใหก้ ารสนบั สนนุ หรอื หนั กลบั ไปเหน็ ดว้ ย กบั โครงการหรอื นโยบายอยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ ตามทตี่ นเหน็ สมควร หรอื แมแ้ ตเ่ กดิ ความ เบอ่ื หนา่ ยจากการบรหิ ารงานทยี่ าวนาน กอ็ าจจะเปลยี่ นไปเลอื กพรรคการเมอื งหรอื นโยบายอกี ดา้ นหนง่ึ ได้ ทำ� ใหพ้ รรคการเมอื งและผทู้ ต่ี อ้ งการโนม้ นา้ วความเหน็ สว่ นใหญ่ ของสงั คมไม่สามารถท�ำอะไรตามอำ� เภอใจได้ การนำ� เสนอโครงการต่างๆ ตอ้ งมกี าร แสดงให้เหน็ ถงึ ความชอบธรรมของโครงการนนั้ ด้วย ประการทส่ี อง ประเด็นท่ีท�ำให้คนอเมรกิ ันลุกขนึ้ มาเคล่อื นไหว ลำ� ดบั แรกคอื ประเด็นเร่ืองการเงนิ และเศรษฐกิจ เชน่ ปญั หาการวา่ งงาน ปัญหาด้านการเงนิ เช่น การเกบ็ ภาษี ดงั น้นั การจดั การทางสังคมทีผ่ ่านมาจะตอ้ งมกี ารรักษาสมดลุ ระหวา่ ง การช่วยเหลือคนยากจน และการรักษาสถานะของคนรวย ประเด็นรองลงมาคือ เรอื่ งเกยี่ วกบั สทิ ธิ เชน่ สทิ ธคิ วามเสมอภาค ตอ่ การเลอื กปฏบิ ตั ิ ระหวา่ งเพศ หรอื สผี วิ ประการท่ีสาม วิธีการขับเคลื่อนสังคม ผ่านทางโครงการท่ีต้องใช้กฎหมาย ในการตอ่ สกู้ นั ผา่ นโครงสรา้ งหลกั การเรยี กรอ้ งกดดนั การประกาศตอ่ ตา้ นกฎหมาย หรอื ไมเ่ หน็ ดว้ ยกบั คำ� ตดั สนิ ของศาล ความพยายามแกไ้ ขกฎหมายทก่ี ดข ี่ แตบ่ างครงั้ การเดินตามกรอบของกฎหมายก็ถกู ละเมดิ เชน่ การประกาศไมย่ อมรบั ค�ำพิพากษา ของศาลสูง รวมไปถงึ การใช้ความรุนแรงในการเคล่ือนไหว รวมไปถงึ หน่วยงานและ องค์กรที่อยู่แวดล้อมในบริบททางสังคม เศรษฐกิจและการเมืองในสหรัฐอเมริกา หลักๆ คือ องค์กรฝ่ายบริหารที่ก�ำหนดนโยบาย นิติบัญญัติที่ออกกฎหมายมาเพ่ือ คมุ้ ครองหรอื จำ� กดั สทิ ธใิ นการชมุ นมุ รวมไปถงึ องคก์ รศาลทเี่ ปน็ ผตู้ ดั สนิ นำ� กฎหมาย
176 เสรภี าพในการชุมนมุ โดยสงบและปราศจากอาวธุ ตามบทบัญญัติแหง่ กฎหมาย มาบังคับใช้รวมถึงค�ำพิพากษาที่มีผลเป็นกฎหมายสูงสุดในตัวเองด้วย นอกจากนี้ ยงั มอี งค์กรเอกชนที่ชว่ ยในการเขา้ มาสง่ เสรมิ สิทธิในดา้ นตา่ งๆ 4.2 รูปแบบและแนวโน้มของการชุมนุม การเคลอื่ นไหวเพอ่ื แสดงความเหน็ ของคนอเมรกิ นั ผา่ นการชมุ นมุ เพอ่ื แสดงออก และคุ้มครองสิทธิในด้านอ่ืนๆ ของพวกเขา การศึกษาถึงรูปแบบและลักษณะของ การชมุ นมุ กเ็ ปน็ การแสดงออกซง่ึ เสรภี าพในการแสดงออกและเสรภี าพในการชมุ นมุ ไปดว้ ยในตวั ส่วนท่ีสองนจี้ ะจดั กลุ่มการชมุ นมุ ออกเป็น 4 ประเด็น ได้แก่ 1) แรงงาน และการจ้างงาน 2) ความเสมอภาคทางเพศ 3) สิทธเิ สมอภาคของสผี ิว และ 4) สทิ ธิ ของสว่ นรวม เชน่ การตอ่ ตา้ นนโยบายของรฐั การตอ่ ตา้ นสงคราม การตอ่ ตา้ นโลกาภวิ ตั น์ และการชุมนมุ เก่ยี วกบั สง่ิ แวดล้อม 4.2.1 การชมุ นุมเรียกร้องเกีย่ วกบั แรงงานและการจ้างงาน (Labor) การชมุ นมุ ทมี่ เี ปา้ หมายเพอ่ื เรยี กรอ้ งความเปน็ ธรรมเกยี่ วกบั ปญั หาการวา่ งงาน และการจา้ งงาน เชน่ ปญั หาคา่ จา้ งแรงงานและสวสั ดกิ าร สภาพการทำ� งาน สว่ นใหญ่ การชมุ นมุ เรยี กร้องจากกล่มุ ผู้ใชแ้ รงงานนจ้ี ะอยใู่ นชว่ งทีภ่ าวะเศรษฐกิจตกตำ่� ทำ� ให้ เกิดคนว่างงานเป็นจ�ำนวนมาก ในการก่อตัวของระบบเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกา ก่อนหน้าทศวรรษ 1900 น้ัน มีการชุมนุมเรียกร้องของกรรมกรและชาวนามาเป็น ระยะ โดยเฉพาะในช่วงท่ีเกดิ วิกฤตเศรษฐกิจ79 ในชว่ งก่อนหน้านนั้ การนัดหยุดงาน (strike) อาจถกู ฟอ้ งคดีหรือถกู ปรบั ได้ แต่ไม่ถึงขนาดว่ามกี ฎหมายกำ� หนดห้ามหรอื บญั ญตั อิ ยา่ งชดั เจนวา่ ผดิ กฎหมาย80 แตว่ า่ การเรยี กรอ้ งขนึ้ คา่ แรงมกั จะถกู มองวา่ เปน็ การสมคบกันเพ่ือเรยี กร้องขึ้นคา่ แรง (conspiracy to raise wages) และการมอี คติ กับสหภาพแรงงานเสมือนว่าเป็นอาชญากรรม การรวมตัวกันของสหภาพแรงงาน 79 Frances Fox Piven& Richard A. Cloward, Poor People’s Movements: Why They Succeed, How They Fail, (New York: Pantheon, 1977). 80 ในปี 1677 คนขับรถ 12 คน ถูกปรับเนือ่ งจากการเข้ารว่ มกนั นัดหยุดงาน ใน New York City รวมถงึ ในยคุ อาณานคิ ม การเรยี กรอ้ งดา้ นแรงงานมอี ยปู่ ระปรายและชว่ั ครงั้ ชว่ั คราวเทา่ นนั้ ไมม่ กี ารเจรจาตอ่ รอง มีคดีเกิดขึ้นว่าคนงาน ช่างไม้ถูกฟ้องเป็นคดีอาญาเนื่องมาจากการนัดหยุดงาน เหตุเกิดท่ี Savannah, Georgia ใน ค.ศ. 1746: อ้างองิ ใน Common ii-iii ในยคุ กอ่ นหนา้ ทศวรรษ 1900 มคี ดที ต่ี ดั สนิ วา่ การเรยี กรอ้ งขนึ้ คา่ แรงถอื เปน็ การกระทำ� ทผี่ ดิ กฎหมาย เชน่ Commonwealth v. Pullis 1806 แต่หลังจากน้ันมคี ดเี ก่ียวกบั สหภาพแรงงาน Commonwealth v. Hunt, 45 Mass. 111 (1842) เป็นคดีท่ีรับรองวา่ การรวมตัวกันเป็นสหภาพ เป็นส่งิ ทกี่ ระทำ� ได้
เสรภี าพในการชมุ นุมโดยสงบและปราศจากอาวุธตามบทบญั ญัตแิ ห่งกฎหมาย 177 ยคุ แรกของสหรฐั อเมรกิ า หลงั จากการจดั ตง้ั ประเทศ คอื Knights of Labor ทจ่ี ดั ตง้ั ขน้ึ เมือ่ ค.ศ. 1869 ท่ีมีการนัดหยดุ งานใน ค.ศ. 1886 ทีน่ บั ได้ว่าเป็นการนัดหยดุ งานที่ ประสบความสำ� เร็จในด้านการระดมจัดตัง้ กลุม่ โดยการจดั การนดั หยดุ งาน ทั้งหมด 1,400 แหง่ โดยการเขา้ รว่ มจากคนงานทงั้ หมด 600,000 คน จากทง้ั คนงานการรถไฟ คนงานเหมืองแร่และองค์กรร่วมหลากหลายกระจายไปท่ัวท้ังประเทศ ข้อเรียกร้อง ของการนัดหยุดงานในคร้ังน้ีคือ การจ�ำกัดช่ัวโมงการท�ำงานเป็น 8 ชั่วโมงต่อวัน แต่การนำ� ของ Knights of Labor กต็ ้องลม้ เหลวเน่ืองจากการพยายามจะรวบรวม มากเกินไปท�ำให้ไม่สามารถจัดการได้81 การชุมนุมประท้วงของกลุ่มที่โรงงาน McCormick จากแนวรว่ มทร่ี วมเขา้ มาอยใู่ น Knights of Labor เมอื่ ตำ� รวจพยายาม สลายการชมุ นมุ โดยสงบเกดิ ระเบดิ ขน้ึ มตี ำ� รวจเสยี ชวี ติ 7คนและผบู้ าดเจบ็ จำ� นวนมาก แต่จากเหตุการณ์ดังกล่าว Knights of Labor ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และ ถูกมองว่าเป็นพวกอนาธิปไตย (anarchists) สมาชิกของ Knights of Labor สลายตวั แลว้ เปลย่ี นไปอยใู่ นกลมุ่ เคลอ่ื นไหวทล่ี ดระดบั ความรนุ แรงลง และเปน็ กลมุ่ ท่ี ได้รับความเช่ือถือมากขึ้น เช่น กลุ่ม Railroad Brotherhoods และ American Federation of Labor Unions82 ในงานวจิ ยั น้ี เรมิ่ นำ� การเคลอื่ นไหวของกลมุ่ แรงงานนบั ตง้ั แตย่ คุ progressive era ทอ่ี ยใู่ นชว่ ง ค.ศ. 1890-1920 ทมี่ รี ะบบการผลติ อตุ สาหกรรมเฟอ่ื งฟู เกดิ โรงงาน อตุ สาหกรรมหนกั ระบบรถไฟ ขนสง่ ขา้ มประเทศ กลมุ่ คนชน้ั กลางพฒั นาธรุ กจิ เอกชน และความเคล่ือนไหวทางการเมืองของชาวนาและกรรมกรใน Midwest และ ภาคตะวันตกของประเทศต้องการให้รัฐบาลออกกฎเกณฑ์ในทางเศรษฐกิจเพื่อเป็น หลักประกันให้เกิดการประกอบกิจการและธุรกิจที่แข่งขันเสรี ประธานาธิบดี Roosevelt ตอ่ มา ประธานาธบิ ดี Wilson มกี ารออกกฎหมาย Interstate Commerce Act 1887 เพอื่ ควบคมุ การรถไฟ และออกกฎหมาย Sherman Antitrust Act 189083 เพอ่ื หา้ มไมใ่ หเ้ กดิ การควบคมุ ตลาดภายใตอ้ ตุ สาหกรรมอยา่ งหนง่ึ แตเ่ พยี งอยา่ งเดยี ว 81 William C. Birdsall, “The Problem of Structure in the Knights of Labor”. Industrial and Labor Relations Review 6 (4) (July 1953): 532–546. 82 Glen A. Gildemeister, “The Founding of the American Federation of Labor,” Labor History, 22 (2), (Spring 1981): 262-70. 83 กฎหมายน้ีเป็นพ้ืนฐานให้กับหลักการป้องกันการผูกขาดมาจนถึงปัจจุบัน มีบทบัญญัติในการบังคับให้ แตกบริษัทไมใ่ หม้ ีขนาดใหญจ่ นเกินไป อันจะนำ� มาซง่ึ การผูกขาด เช่นในกรณีของ Standard Oil
178 เสรภี าพในการชุมนมุ โดยสงบและปราศจากอาวธุ ตามบทบัญญตั ิแห่งกฎหมาย 1) Pullman Strike 1894 ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจหลังในทศวรรษ 1890 มีการนัดหยุดงานครั้งใหญ่ เรียกวา่ Pullman Strike ตามชือ่ ของบริษทั Pullman Palace Car Company เมือง Chicago, รัฐ Illinois ที่ลดค่าแรงของคนงานในบริษัท คนงานซึ่งไม่พอใจ เขา้ รว่ มกบั the American Railway Union (ARU) นดั หยดุ งาน และควำ่� บาตรรถของ บรษิ ทั ทงั้ หมดทใ่ี ชใ้ นการรถไฟ ใน ค.ศ. 1894 คนงานทง้ั หมด 125,000 คน ทท่ี �ำงาน ในสถานรี ถไฟทงั้ หมด 29 แหง่ ตา่ งผละงาน จากการดำ� เนนิ งานของบรษิ ทั Pullman รฐั บาลพยายามจดั การกบั การควำ�่ บาตรของคนงาน โดยการขอคำ� สง่ั ศาลในการหา้ ม ผู้น�ำคนงานสนับสนุนการคว่�ำบาตรในทุกกรณี84 โดยอาศัยอ�ำนาจจากกฎหมาย Sherman Anti-Trust Act ผนู้ �ำคนงานเพิกเฉยต่อคำ� สง่ั ศาลดงั กลา่ ว กองทหารของ รฐั บาลกลางเขา้ มาจดั การสลายการนดั หยุดงานน้นั โดยใช้ก�ำลงั ทหาร 2,000 นาย เขา้ สลายการนดั หยดุ งานนนั้ มคี นงานเสยี ชวี ติ 13คนบาดเจบ็ 57คนมลู คา่ ความเสยี หาย ในทรัพย์สนิ ประมาณ 340,000 เหรียญสหรฐั ผ้นู �ำคนงานถกู จ�ำคกุ 6 เดอื น ข้อหา ฝ่าฝนื ค�ำสั่งศาล ARU สลายตวั ไป85 จากการเตบิ โตของอุตสาหกรรมการรถไฟ มกี ารรวมตัวของคนงานการรถไฟ ใน ค.ศ. 1901 มีสหภาพการรถไฟ Railroad Brotherhoods เปน็ การรวมกลุ่มจาก ทงั้ ส้นิ 17 กลมุ่ 86 กิจกรรมท่ีให้ความชว่ ยเหลือ เชน่ ประกันภัย แผนการด้านสขุ ภาพ และการเจรจากบั หนว่ ยงานเกยี่ วกบั การจดั ระเบยี บในการเปน็ สมาชกิ และฌาปนกจิ สงเคราะห์เปน็ ตน้ การรวมกลมุ่ กนั ของสหภาพแรงงานการรถไฟในค.ศ.1916ทขี่ วู่ า่ จะ ทำ� การนัดหยดุ งานทัว่ ประเทศ สง่ ผลใหเ้ กิดกฎหมายระดับประเทศ (federal law) Adamson Act of 1916 ให้ค่าจ้าง 10 ช่ัวโมงตอ่ การท�ำงาน 8 ช่วั โมงตอ่ วัน87 มีการ กำ� หนดชวั่ โมงการทำ� งาน8ชว่ั โมงตอ่ วนั และกำ� หนดใหม้ คี า่ จา้ งลว่ งเวลาสำ� หรบั คนงาน การรถไฟ ที่ท�ำงานระหว่างมลรัฐต่างๆ หลังสงครามโลกคร้ังท่ี 1 สหภาพแรงงาน 84 ศาลสูงมคี ำ� สง่ั ในคดี In re Debs 1895 ไปในทางสนบั สนุนคำ� สั่งศาลในกรณี Pullman Strike ว่ารัฐบาล มอี ำ� นาจในการออกกฎและคำ� สง่ั ในการควบคมุ จดั การการพาณชิ ยร์ ะหวา่ งมลรฐั (interstate commerce) 85 Harvey Wish, “The Pullman Strike: A Study in Industrial Warfare,” Journal of the Illinois State Historical Society 32(3) (1939): 288-312. 86 สหภาพหลกั ๆ เชน่ Brotherhood of Locomotive Engineers (BLE), Order of Railway Conductors, Brotherhood of Locomotive Firemen, Brotherhood of Railroad Trainmen 87 Adamson Act, Sept. 3, 5, 1916, ch. 436, 39 Stat. 721.45 U.S.C. § 65 (กฎหมายฉบบั นถี้ กู ยกเลกิ ไป ใน ค.ศ. 1996).
เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวธุ ตามบทบัญญตั ิแหง่ กฎหมาย 179 การรถไฟเสนอแนวคดิ ใหร้ วบรวมกจิ การรถไฟใหเ้ ปน็ กจิ การของรฐั และนดั หยดุ งาน ทว่ั ประเทศใน ค.ศ. 1919 ขอ้ เสนอและการนดั หยดุ งานนล้ี ม้ เหลว และการเคลอื่ นไหว ของสหภาพการรถไฟก็หยุดไปในทศวรรษ 1920 2) Coal Strike 1900 – 1902 และ 1919 กลมุ่ ของแรงงานจากคนงานในเหมอื งแร่ เชน่ Western Federation of Miners (WFM)จดั ตง้ั ขนึ้ ในค.ศ.1893 ซง่ึ รวมกบั กลมุ่ theWesternLaborUnionในภายหลงั เปลี่ยนช่ือเปน็ American Labor Union เปน็ กลุ่มหวั กา้ วหนา้ และสังคมนยิ มจัด ไปจนถงึ นยิ มอนาธปิ ไตย ในภายหลงั พฒั นาเปน็ United Steelworkers of America การเรยี กรอ้ งของกลมุ่ คนงานในเหมอื งแรใ่ นชว่ ง ค.ศ. 1900-1902 กอ่ ใหเ้ กดิ ผลกระทบ ต่อนโยบายของรฐั บาลประธานาธิบดี Roosevelt ทีต่ กลงประนปี ระนอมในการให้ คา่ แรงเพมิ่ ขนึ้ และลดชว่ั โมงในการทำ� งาน แตไ่ มย่ นิ ยอมในการรบั รองตวั แทนในการ ต่อรองของสหภาพแรงงาน88 3) Danbury Hatters’ Case1902 เหตกุ ารณ์ทีส่ ่งผลต่อการรวมตวั กันชุมนมุ ประทว้ งของคนงาน ใน ค.ศ. 1902 Hatters’ Union เปน็ สหภาพทเี่ รยี กรอ้ งใหม้ กี ารควำ่� บาตรการซอื้ หมวก ซง่ึ เปน็ สนิ คา้ จากโรงงานท่ีไม่มีสหภาพคนงาน ใน Connecticut เจ้าของโรงงานคือ Dietrich Loewe ยนื่ ฟอ้ งตอ่ ศาลวา่ การกระทำ� ดงั กลา่ วเปน็ ความผดิ ในการรวมตวั กนั ขดั ขวาง และละเมดิ ตอ่ สทิ ธใิ นการคา้ ตามกฎหมาย Sherman Antitrust Act ใน ค.ศ. 1908 ศาลสงู สหรฐั อเมรกิ าตัดสินคดี Loewe v. Lawlor89 หรอื ท่ีเรยี กว่ากรณี Danbury Hatters’ Case ศาลตัดสินว่าสหภาพต้องอยู่ภายใต้ค�ำส่ังของศาลตามกฎหมาย ดงั กลา่ วและตอ้ งรบั ผดิ ชอบตอ่ ความเสยี หายทเ่ี กดิ ขน้ึ จากการเรยี กรอ้ งใหค้ วำ่� บาตรนนั้ การตดั สนิ คดดี งั กลา่ วกอ่ ปญั หาตอ่ การรวมตวั และการเคลอื่ นไหวของสหภาพคนงาน เป็นอย่างมาก ต่อมามีการออกกฎหมาย Clayton Act of 1914 สว่ นหนง่ึ ของกฎหมายน้ี มงุ่ หวงั เพอ่ื จะใหก้ ารเรยี กรอ้ งของสหภาพแรงงาน เปน็ ขอ้ ยกเวน้ การกระทำ� ทตี่ อ้ งหา้ ม ตามกฎหมายป้องกันการผูกขาด และสร้างหลักการพ้ืนฐานทางกฎหมายเกี่ยวกับ คนงานว่า มนุษย์ไม่ใช้สินค้าหรือวัตถุในการค้าพาณิชย์ แต่อย่างไรก็ดี ศาลยังคง 88 Robert H. Wiebe, “The Anthracite Strike of 1902: A Record of Confusion”, Mississippi Valley Historical Review 48 (2) (September 1961): 229-251. 89 Loewe v. Lawlor, 208 U.S. 274 (1908), 235 U.S. 522 (1915).
180 เสรีภาพในการชมุ นมุ โดยสงบและปราศจากอาวุธตามบทบญั ญตั แิ ห่งกฎหมาย ตีความไปในทางบ่ันทอนการรวมตัวของสหภาพแรงงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการ ชมุ นมุ เคลอ่ื นไหวของผใู้ ชแ้ รงงานดว้ ย สง่ ผลใหก้ จิ กรรมตา่ งๆ ของสหภาพแรงงานอยู่ ภายใต้เงื่อนไขของการป้องกันการผกู ขาด จนใน ค.ศ. 1932 รัฐมีการออกกฎหมาย Norris-La Guardia Act ที่ชว่ ยคุม้ ครองการเคลือ่ นไหวของสหภาพแรงงานให้ดีขึ้น 4) Industrial Workers of the World Strike 1912 สหภาพแรงงานของคนงานในโรงงานอตุ สาหกรรมจดั ตงั้ ขนึ้ ในชอื่ Industrial Workers of the World (IWW) ใน ค.ศ.1905 สว่ นใหญข่ องสมาชกิ สหภาพอยใู่ นทาง ตะวันตกของสหรฐั อเมริกา เริ่มจากกลุ่มเหมืองแร่ โรงเลื่อย โรงงานเครอื่ งกระป๋อง กรรมกรทา่ เรอื และโรงงาน ทอผา้ ใน ค.ศ. 1912 มกี ารรวมตวั กนั ชุมนุมนัดหยุดงาน ประมาณสองหมน่ื คนและในค.ศ.1917สมาชกิ สหภาพคนงานAgriculturalWorkers Organization ซ่ึงเป็นกลุ่มภายใน IWW ได้ชุมนุมชาวนาประมาณหนึ่งแสนคน ในตอนกลางของสหรัฐอเมริกา 5) Great Railroad Strike of 1922 การนดั หยดุ งานของคนงานรถไฟทวั่ ประเทศ เมอื่ วนั ท่ี 1 กรกฎาคม ค.ศ. 1922 ทนั ทที ม่ี กี ารนดั หยดุ งาน คณะกรรมการพนกั งานการรถไฟ (Railroad Labor Board) ประกาศตดั เงนิ เดอื นพนกั งานทกุ คน คนละ 7 ¢ ไมว่ า่ จะเขา้ รว่ มในการประทว้ งหรอื ไม่ ก็ตาม การรถไฟจ้างคนงานเข้าแทนพนักงานที่นัดหยุดงานทันทีเกือบ 400,000 ตำ� แหนง่ เพม่ิ ความไมพ่ อในและทำ� ใหค้ วามขดั แยง้ รนุ แรงมากขนึ้ ในวนั ที่ 1 กนั ยายน ค.ศ. 1922 ศาลสหรฐั อเมรกิ ามคี ำ� สง่ั หา้ มการนดั หยดุ งาน “Daugherty Injunction” สงั่ หา้ มกจิ กรรมทกุ อยา่ ง นบั ตงั้ แตก่ ารหยดุ งาน การชมุ นมุ การปดิ ลอ้ มโรงงาน ผลของ การเคลอ่ื นไหวครงั้ นี้ในบางสถานตี อ้ งปดิ ทำ� การชว่ั คราวในขณะทบ่ี างแหง่ มกี ารเจรจา ระหวา่ งผู้ค้าทต่ี อ้ งการใช้การขนสง่ สนิ ค้า มกี ารเจรจาในระดบั ทอ้ งถน่ิ เพอ่ื ขอเปดิ ใช้ ทางรถไฟ การประท้วงคร้ังน้ีค่อยๆ สลายไปในที่สุด แต่สร้างความตึงเครียดและ ความขดั แยง้ อยา่ งรนุ แรงระหวา่ งการรถไฟและผดู้ ำ� เนนิ กจิ การเกย่ี วขอ้ งกบั การรถไฟ เปน็ ระยะเวลานาน ในชว่ งทศวรรษ 1920 เปน็ ชว่ งทีภ่ าวะเศรษฐกจิ กระเตอื้ งขึ้น การรวมตวั กนั ของกลุ่มผู้ใช้แรงงานไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหวนัก รวมไปถึงความรู้สึกของรัฐและ ผู้ประกอบการท่ีต่อต้านการรวมกลุ่มเคล่ือนไหวของแรงงาน กลุ่มนายจ้างประสบ ความส�ำเร็จในการสร้างภาพทางลบให้แก่สหภาพแรงงาน สมาชิกสหภาพแรงงาน
เสรภี าพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธตามบทบญั ญตั ิแห่งกฎหมาย 181 ลดจำ� นวนลง ผนู้ �ำแรงงานคนส�ำคญั เสยี ชีวิต หลายๆ ปัจจยั น้ที ำ� ให้การรวมกลุ่มและ เคล่ือนไหวลดลง หลงั จากนนั้ สหรฐั อเมรกิ าเกดิ วกิ ฤตทางเศรษฐกจิ อกี ครงั้ ใน ค.ศ. 1929 ธรุ กจิ ผปู้ ระกอบการตอ้ งเสยี่ งกบั การบรหิ ารกจิ การอยา่ งมาก จำ� เปน็ ตอ้ งลดเงนิ เดอื นลกู จา้ ง จ�ำนวนคนว่างงานเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 25 ถึงแม้ว่าสหภาพแรงงานจะไม่ได้มีการ เคลอ่ื นไหวใดๆ แตป่ ระชาชนผวู้ า่ งงานกลบั มกี ารรวมตวั กนั อยา่ งอตั โนมตั ิ โดยมกี าร เดนิ ขบวนในเมืองอุตสาหกรรมใหญๆ่ เช่น New York, Detroit, San Francisco, และ Washington D.C. ใน ค.ศ. 1930 ใน ค.ศ. 1932 รัฐสภาออกกฎหมาย The Norris-La Guardia Act เมอ่ื 23 มนี าคม ค.ศ. 1932 ในสมยั ของประธานาธบิ ดี Herbert Hoover ซงึ่ เปน็ ผลจาก ความพยายามผลักดันจากกลุ่มสหภาพแรงงาน American Federation of Labor ทเ่ี จรจาตอ่ รองเปน็ เวลามากกวา่ 5 ปี กฎหมายฉบบั นเ้ี รยี กสน้ั ๆ วา่ Anti-Injunction Bill เนอื่ งจากมเี ปา้ หมายเพอ่ื คมุ้ ครองการเคลอ่ื นไหวของสหภาพแรงงานจากคำ� สงั่ ระงบั หรือห้ามการชุมนุมเคล่ือนไหวในระหว่างที่มีความขัดแย้งทางด้านแรงงาน แม้ว่า กฎหมายฉบับน้ีจะมีผลใช้บังคับต่อศาลของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกาเท่าน้ัน แต่กลุ่มแรงงานก็มีการผลักดันให้แต่ละมลรัฐออกกฎหมายภายในของตนเองเพ่ือ รบั เอาหลักการนไ้ี ปใช้ ประธานาธบิ ดีRooseveltเสนอรฐั สภาเพอื่ ออกกฎหมายNationalIndustrial Recovery Act (NIRA) 1933 ส่วนหนึ่งเป็นการคุ้มครองสิทธิของลูกจ้างในการ รวมตัวกันเป็นสหภาพ และก�ำหนดค่าจ้างข้ึนต่�ำ ช่ัวโมงการท�ำงาน แม้ว่า NIRA จะถกู ศาลสงู ชว้ี า่ กฎหมายนข้ี ดั ตอ่ รฐั ธรรมนญู แตก่ ารตรากฎหมายดงั กลา่ วกก็ ระตนุ้ ให้แรงงานตืน่ ตวั ในการเรียกรอ้ งสิทธขิ องผ้ใู ช้แรงงาน 6) Ford Hunger March 1932 การเคล่ือนไหวของกลุ่มผู้ตกงานจากอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ เดินขบวน จากเมอื ง Detroit สเู่ มอื ง Dearborn ในรฐั Michigan เมอ่ื วนั ท่ี 7 มนี าคม ค.ศ. 1932 จากการเดนิ ขบวนดงั กลา่ ว ตำ� รวจและหนว่ ยรักษาความปลอดภยั ของบริษทั Ford Motor Company ยงิ ลกู จ้างท่รี ว่ มเดินขบวนเสียชวี ิต 4 คน บาดเจบ็ กว่า 60 คน ต่อมามีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว เสียชีวิตอีก 5 คน ในการชุมนุม Frank Murphy นายกเทศมนตรเี มอื ง Detroit ตดั สนิ ใจใหม้ กี ารเดนิ ขบวนได้ แมว้ า่ จะไมไ่ ด้ มกี ารอนญุ าตอยา่ งเปน็ ทางการ เมอ่ื มกี ารเรมิ่ เดนิ ขบวน ผนู้ ำ� การชมุ นมุ ซง่ึ เปน็ สมาชกิ ของพรรคคอมมิวนิสต์ขึ้นกล่าวปราศรัยเรียกร้อง 14 ข้อ ให้ Henry Ford
182 เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธตามบทบญั ญตั ิแห่งกฎหมาย จ้างผู้ตกงาน ให้สวัสดิการด้านสุขภาพแก่คนงาน ยกเลิกการสอดแนมและการจ้าง หน่วยรักษาความปลอดภัย และให้สิทธิในการรวมตัวเป็นสหภาพ การเดินขบวน เปน็ ไปดว้ ยความสงบ จนกระทง่ั เดนิ ไปถงึ เมอื ง Dearborn ทเ่ี จา้ หนา้ ทตี่ ำ� รวจตดั สนิ ใจ ยงิ แกส๊ นำ�้ ตา และเรม่ิ ทบุ ตกี ลมุ่ ผเู้ ดนิ ขบวนดว้ ยกระบอง กลมุ่ ผเู้ ดนิ ขบวนตอบโตด้ ว้ ย การปาก้อนหินใส่ต�ำรวจ ต�ำรวจและหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยของบริษัท Ford เรมิ่ ยงิ ผชู้ มุ นมุ ดว้ ยปนื พก และเมอื่ สถานการณร์ นุ แรงขน้ึ มกี ารใชป้ นื กลในการ ยงิ ใสก่ ลมุ่ ผู้ชุมนุม90 ส่ือหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นบางฉบับรายงานข่าวว่า มีการยิงใส่กลุ่มผู้ชุมนุมโดย คอมมิวนิสต์ท่ีซ่อนอยู่ด้านหลังของต�ำรวจ คดีน้ีมีการตัดสินโดยลูกขุน ซ่ึงลงความ เหน็ วา่ ตำ� รวจกระทำ� การโดยชอบแลว้ การทต่ี ำ� รวจเรมิ่ ใชแ้ กส๊ นำ�้ ตาในการสลายการ ชุมนุมถือเป็นการเริ่มสลายการชุมนุมสมควรแล้ว ต่อมาเมื่อมีการยิงกันเกิดขึ้น เพอ่ื ปกปอ้ งการคกุ คามในชวี ิตและทรพั ยส์ ินจากอันตรายท่ีใกล้จะถงึ 7) Flint Sit-Down Strike 1936 – 1937 การเคลอ่ื นไหวเรยี กรอ้ งของกลมุ่ แรงงานทนี่ บั ไดว้ า่ ประสบความสำ� เรจ็ ในการ เรียกร้อง คือ Flint Sit-Down Strike91 ของคนงานท่ีบริษัท General Motors ทจี่ ดั การประทว้ งโดยกลมุ่ สหภาพแรงงานชอื่ United Automobile Workers (UAW) กลุ่มสหภาพน้ีได้เตรียมตัวเพ่ือเคล่ือนไหวนานพอสมควรก่อนหน้าน้ัน เน่ืองจาก โรงงาน GM มีระบบสอดแนมกลุ่มผู้ใช้แรงงานอย่างเข้มงวด UAW ได้โอกาส เคลอื่ นไหวเมอื่ ลกู จา้ งสองคนของ GM ถกู ไลอ่ อก UAW เรยี กรอ้ งใหม้ กี ารเจรจา และ วางแผนปดิ โรงงานของ GM ที่ เมอื ง Flint, Michigan ในวนั ท่ี 30 ธนั วาคม ค.ศ. 1936 UAW เรยี กประชมุ กลมุ่ ผใู้ ชแ้ รงงานตอนเทย่ี ง เพอื่ กระจายขา่ วการนดั ประทว้ งครง้ั นี้ การประท้วงท�ำโดยการนัดหยุดงานและน่ังประท้วงในโรงงานและกันไม่ให้มีการ ด�ำเนินการผลิตได้ ลูกจ้างที่นั่งประท้วงในโรงงานเพ่ือป้องกันไม่ให้นายจ้างปลด พนกั งานและจา้ งคนงานชดุ ใหม่เข้าทำ� งาน ผู้พิพากษามีค�ำสั่งให้ลูกจ้างที่ท�ำการประท้วงออกจากโรงงาน แต่ UAW สบื พบว่า ผพู้ พิ ากษาน้ีเป็นผถู้ ือหุ้นอย่ใู นบริษทั GM กวา่ สองแสนเหรียญ จึงท�ำให้ 90 Maurice Sugar, The Ford Hunger March. Ann Fagan Ginger, ed (Berkeley, CA: Meiklejohn Civil Liberties Institute, 1980). 91 Sidney Fine, “The General Motors Sit-Down Strike: A Re-examination,” American Historical Review 70(3), (1965): 691–671.
เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธตามบทบัญญตั ิแห่งกฎหมาย 183 ผพู้ พิ ากษานขี้ าดคณุ สมบตั ทิ จี่ ะเขา้ มาเกยี่ วขอ้ งกบั คดี หรอื มคี ำ� สงั่ ไดต้ ำ� รวจพยายาม บกุ เขา้ ไปในโรงงาน แต่ลกู จ้างที่อยภู่ ายในกพ็ ยายามป้องกนั และใชส้ ายยางดับเพลิง ในการตา้ นตำ� รวจ แมว้ า่ รองประธานาธบิ ดี Garner พยายามเสนอใหม้ กี ารแทรกแซง โดยรฐั บาลในเหตุการณน์ ้ี แต่ประธานาธิบดี Roosevelt ไม่เหน็ ดว้ ย ตอ่ มา ศาลมี ค�ำส่ังห้ามไม่ให้ยึดโรงงานและสั่งให้หยุดประท้วง แต่กลุ่มแรงงานก็ไม่สนใจค�ำสั่ง ศาลน้ีแต่อย่างใด สถานการณ์บังคับให้ GM ต้องเปิดการเจรจากับกลุ่มตัวแทน จาก UAW ตวั แทนของ GM ปฏเิ สธทจี่ ะอยใู่ นหอ้ งเจรจาเดยี วกบั ตวั แทนผใู้ ชแ้ รงงาน ผวู้ า่ การรฐั Frank Murphy จงึ ดำ� เนนิ การเปน็ ตวั กลางในการเจรจา ทงั้ สองฝา่ ยตกลง กนั ได้เมื่อวันที่ 11 กมุ ภาพันธ์ ค.ศ. 193792 ผลจากความส�ำเรจ็ ของ Flint Sit-Down Strike ทำ� ให้เกดิ การรวมกล่มุ และเคลอ่ื นไหวของผใู้ ชแ้ รงงานมากขึน้ ยคุ ตอ่ มาหลงั สงครามโลกคร้งั ที่ 2 มกี ารออกกฎหมาย Taft-Hartley Act of 194793 ทจี่ ำ� กดั การดำ� เนนิ การของสหภาพแรงงานเพอื่ เปน็ การตอบโตก้ ารนดั หยดุ งาน ในช่วงสงครามของกลุ่มคนงานในเหมืองแร่และกลุ่มคนงานในอุตสาหกรรมเหล็ก รถยนต์และอุตสาหกรรมหนักอ่ืนๆ ซ่ึงรัฐมองว่าก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ เปน็ อยา่ งมาก ผเู้ สนอกฎหมายนค้ี อื วฒุ สิ มาชกิ Robert Taft และสมาชกิ สภาผแู้ ทน Fred Hartley จากพรรครพี ับลิกันทช่ี นะการ veto จากประธานาธิบดี Truman ท่ีเรียกกฎหมายฉบับนี้ว่า “Slave-Labor Bill” นอกจากน้ีในภาวะสงครามเย็น การเคลอ่ื นไหวของกลมุ่ แรงงานทม่ี กั จะมกี ารแทรกซมึ ของกลมุ่ ซา้ ยทน่ี ยิ มคอมมวิ นสิ ต์ อยบู่ า้ ง แตก่ ารดำ� เนนิ งานสว่ นใหญข่ องสหภาพแรงงานพยายามระวงั ในเรอ่ื งนี้ โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง เม่ือรัฐมีนโยบายที่เข้มงวดขึ้นเก่ียวกับการกระท�ำอันเป็นคอมมิวนิสต์และ การใหข้ ้อมลู ทางราชการ ในชว่ งหลงั ทศวรรษ 1960 การเตบิ โตของแรงงานในภาคการเกษตรมมี ากขน้ึ โดยเฉพาะทางตะวนั ตกของประเทศและการเกดิ ขนึ้ ของแรงงาน Hispanic มกี ารตง้ั United Farm Workers ใน California นอกจากนก้ี ารเคลอื่ นไหวของสหภาพแรงงาน ของภาคเอกชนลดบทบาทลง ในขณะทแ่ี รงงานในภาครฐั เพมิ่ มากขนึ้ เชน่ สหภาพครู American Federation of Teachers (AFT) โดยเฉพาะในชว่ งทีผ่ า่ นมาเกิดวิกฤต งบประมาณของรัฐท�ำให้สถานะทางการเงินของรัฐกระทบต่อการจ้างงานในภาครัฐ 92 “The 1936 - 37 Flint, Michigan Sit-Down Strike” BBC. (online), Available from: http://www. bbc.co.uk/dna/place-london/A672310 93 Labor Management Relations Act of 1947 29 U.S.C. § 401-531.
184 เสรภี าพในการชุมนมุ โดยสงบและปราศจากอาวุธตามบทบญั ญัตแิ หง่ กฎหมาย มากขึ้น และอีกปัจจัยหนึ่งท่ีส่งผลต่อการเคลื่อนไหวทางด้านผู้ใช้แรงงาน คือ การเขา้ รว่ มใน NAFTA ทำ� ใหป้ ญั หาการอพยพเขา้ ของแรงงานจาก Mexico มมี ากขน้ึ อย่างไรก็ดี การชุมนุมประท้วงทางด้านแรงงานและการจ้างงานมีแนวโน้มลดลง เมอื่ เทยี บกบั ดา้ นความเสมอภาคทางเพศและการเลอื กปฏบิ ตั อิ นั เนอ่ื งมาจากเชอ้ื ชาติ และสีผวิ ความต้องการของกลมุ่ แรงงานในยคุ แรกๆ ได้บญั ญตั ริ บั รองโดยกฎหมาย เช่น คา่ จ้างขน้ั ตำ่� ช่ัวโมงการท�ำงานและสวัสดกิ าร ค่าชดเชย ท่นี ่าสังเกตคอื อัตรา คนว่างงาน ซึ่งอาจมีอยู่ในช่วงภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ แต่การชุมนุมเพ่ือเรียกร้องมี ไม่มากนักเม่ือเทยี บกบั ในอดตี 4.2.2 การชุมนุมเรียกร้องเกี่ยวกับความเสมอภาคทางเพศ (Gender Equality) การเคลอ่ื นไหวทมี่ กี ารชมุ นมุ เรยี กรอ้ งในสหรฐั อเมรกิ ากลมุ่ ทสี่ องทเ่ี กดิ ขน้ึ อยู่ คอื ในประเดน็ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั เพศภาวะ โดยเฉพาะเรอื่ งความเสมอภาคทางเพศ เรม่ิ จาก การเรียกร้องสิทธิเสมอภาคในการเลือกต้ัง สิทธิเสมอภาคและโอกาสในการท�ำงาน สิทธิในเน้ือตัวร่างกายและอนามัยเจริญพันธุ์ และการเรียกร้องสิทธิของกลุ่มเพศ หลากหลาย 1) Suffrage Parade 1912 การเคลอื่ นไหวเรยี กสทิ ธเิ ลอื กตง้ั เรม่ิ จากการกอ่ ตงั้ สมาคม National Woman Suffrage Association โดย Susan B. Anthony และ Elizabeth Cady Stanton มีเปา้ หมายเบือ้ งตน้ ในการแก้ไขรฐั ธรรมนูญให้ผูห้ ญิงมีสิทธเิ ลอื กตัง้ 94 ใน ค.ศ. 1920 มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในบทแก้ไขเพ่ิมเติมท่ี 19 ให้สิทธิในการเลือกตั้งเสมอภาค ทั้งชายและหญิงการเรียกร้องนน้ี ับตง้ั แต่การจัดตงั้ สมาคม และมีการรณรงคม์ าเปน็ ระยะเวลายาวนาน รวมถงึ การเดนิ พาเหรดใน ค.ศ. 1912 ที่ New York City 2) Women’s Liberation 1970 การเดินขบวนเพ่ือสนับสนุนการปลดปล่อยผู้หญิงจากการกดขี่ เป็นการ รวบรวมผู้หญิงที่แตกต่างกันท้ังในฐานะและสีผิวให้มาร่วมกันเพ่ือความเสมอภาค ทางเพศระหว่างชายและหญิง การเรียกร้องให้มีการจ้างงานที่เป็นธรรมและโอกาส ในการเขา้ ทำ� งานเท่าเทยี มกัน 94 Alan Brinkley, The Unfinished Nation: A Concise History of the American People, 3rd ed., (Boston: McGraw-Hill College, 2000), pp. 638-640.
เสรภี าพในการชมุ นุมโดยสงบและปราศจากอาวธุ ตามบทบญั ญตั ิแห่งกฎหมาย 185 3) Women’s Strike for Equality 1970 การรวมกลุ่มกันของผู้หญิงเพ่ือผลักดันในเร่ืองความเท่าเทียมกันในโอกาส ในการทำ� งาน มีการจดั ตั้งกล่มุ ชอื่ National Organization for Women (NOW) มกี ารนดั ชมุ นมุ เพอื่ ประทว้ งที่ New York city และตามทต่ี า่ งๆ ทว่ั ประเทศ มผี เู้ ขา้ รว่ ม ประมาณ 20,000 คน การชมุ นมุ กระจายไปตามทต่ี า่ งๆ ทว่ั ประเทศและในรปู แบบที่ หลากหลาย เชน่ ที่ Detroit ผหู้ ญงิ เขา้ ไปนงั่ ประทว้ ง (sit-in) ในหอ้ งนำ้� ชาย เพอื่ เรยี กรอ้ ง ใหม้ ีการจัดสวสั ดิการและสง่ิ อำ� นวยความสะดวกให้เทา่ เทียมกนั ระหวา่ งหญงิ ชาย 4) March for Life สทิ ธใิ นอนามยั เจรญิ พนั ธข์ุ องผหู้ ญงิ เรม่ิ ขน้ึ เมอ่ื Margaret Sanger เปดิ คลนิ กิ เพอื่ คมุ กำ� เนดิ ในเขต Brooklyn, New York ใน ค.ศ. 1919 แตถ่ กู จบั หลงั จากดำ� เนนิ การ ไดเ้ พยี ง 10 วนั หลงั จากน้นั เธอไดน้ �ำคดีขึน้ สศู่ าลและชนะคดี และเปิดด�ำเนินการ รบั ปรกึ ษาเกย่ี วกบั การคมุ ก�ำเนดิ ตอ่ มาใน ค.ศ. 1923 การเคลอ่ื นไหวเพอ่ื สทิ ธใิ นการ ตดั สนิ ใจเกย่ี วกบั อนามยั เจรญิ พนั ธข์ุ องผหู้ ญงิ ตอ่ มา Margaret Sanger กอ่ ตง้ั American Birth Control League ใน ค.ศ. 1921 ต่อมาหนว่ ยงานอาหารและยาไดร้ บั รองให้มี การใชย้ าคมุ กำ� เนดิ ได้ตอ่ มาในค.ศ.1973ศาลสงู สหรฐั อเมรกิ าตดั สนิ คดีRoev.Wade95 ให้สิทธิในการตัดสินใจท�ำแท้งได้ ค�ำพิพากษาน้ีมีผลท�ำให้ยกเลิกกฎหมายห้ามการ ทำ� แทง้ ในหลายๆ มลรฐั ผลท่ตี ามมาคอื การเคลอื่ นไหวของกลมุ่ ตอ่ ต้านการทำ� แทง้ หรือ pro life กลมุ่ ทีไ่ มเ่ หน็ ดว้ ยกบั การท�ำแท้ง (Pro Life Group) มกี ารเดินขบวนครง้ั แรก เมอ่ื วนั ท่ี 22 มกราคม ค.ศ. 1974 และมกี ารจดั ทกุ ป9ี 6 รวมถงึ การรณรงคแ์ ละดำ� เนนิ การ ใหม้ กี ารแกไ้ ขรฐั ธรรมนญู หรอื การน�ำคดขี นึ้ สศู่ าลสงู สหรฐั อเมรกิ าเพอ่ื พยายามใหม้ ผี ล กลับคำ� พพิ ากษาในคดี Roe v. Wade การตอ่ ต้านการทำ� แท้ง การชมุ นุมของกลมุ่ ที่ เรยี กรอ้ งให้มกี ารหยดุ การทำ� แท้งมีขึ้นทุกปี 5) Stonewall Riots 1969 ความเคล่ือนไหวของกลุ่มเพศหลากหลาย (LGBT) มีมาต้ังแต่ต้นทศวรรษ 1960 โดย เรยี กร้องให้มกี ารปฏิบตั ิที่ดตี อ่ ผทู้ ี่มีความหลากหลายทางเพศ การชมุ นุม น�ำโดย East Coast Homophile Organization (ECHO) รูปแบบของกิจกรรมคือ การชมุ นมุ หนา้ สถานทที่ ำ� การและชปู า้ ยแสดงขอ้ เรยี กรอ้ ง เหตกุ ารณข์ องการชมุ นมุ ท่ี 95 Roe v. Wade, 410 U.S. 113 (1973). 96 March for Life, (online), Available from: http://marchforlife.org/
186 เสรภี าพในการชมุ นมุ โดยสงบและปราศจากอาวุธตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย Stonewall Inn ท่ี Greenwich Village เมอื ง New York City เมอื่ วนั ที่ 28 มถิ นุ ายน ค.ศ. 1969 เปน็ การชมุ นมุ ท่สี บื เนื่องติดต่อกนั ของกลมุ่ เพศหลากหลาย เพอ่ื ตอบโต้ การการท่ตี �ำรวจบุกเข้าไปใน Stonewall Inn ซง่ึ เป็นของมาเฟยี ทมี่ ีกิจกรรมต่างๆ เช่น การค้ายาเสพติดและโสเภณีชาย ความตึงเครียดระหว่างต�ำรวจและกลุ่มเพศ หลากหลายเกิดขน้ึ หลายสัปดาห์ และมีการจดั ตั้งกลมุ่ เคลือ่ นไหวเพ่ือสนบั สนุนให้มี การยอมรบั ความหลากหลายทางเพศมากยง่ิ ขนึ้ จนกระทงั่ เกดิ การเดนิ ขบวน Gay Pride ครง้ั แรกขนึ้ เมอื่ 28 มถิ นุ ายน ค.ศ. 1970 ที่ Los Angeles, Chicago, และ New York สว่ นหน่ึงเพอ่ื เปน็ การระลกึ ถงึ เหตจุ ลาจลท่ี Stonewall ดว้ ย 6) White Night Riots 1979 ความเคลอื่ นไหวของกลมุ่ เพศหลากหลายที่ San Francisco, California มกี าร กระทบกระทงั่ กบั เจา้ หนา้ ทตี่ ำ� รวจของ San Francisco เปน็ พนื้ ฐานเดมิ อยู่ การชมุ นมุ ของผปู้ ระทว้ งประมาณ5,000คนจากกลมุ่ เพศหลากหลายในกรณกี ารฟอ้ งDanWhite ในขอ้ หาฆา่ นายกเทศมนตรเี มอื ง San Francisco และทปี่ รกึ ษา การตดั สนิ คดดี งั กลา่ ว ส่งผลให้มีการชุมนุมของกลุ่มเพศหลากหลาย และน�ำไปสู่การจลาจลในวงกว้างข้ึน ทั้งๆ ทเ่ี หตุการณเ์ รม่ิ จากการชมุ นุมโดยสงบ ทต่ี อนหลงั เกดิ ความรนุ แรงข้ึนตามมา 7) Same-Sex Marriage Demonstration การชมุ นมุ เพอ่ื แสดงความคดิ เหน็ ของกลมุ่ ทงั้ ในทางทเ่ี หน็ ดว้ ยและไมเ่ หน็ ดว้ ย กับการท่ีกฎหมายรับรองการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน97 โดยมากการชุมนุมเพื่อ แสดงความคดิ เหน็ ในประเดน็ นจ้ี ะเปน็ ไปโดยสงบ และไมก่ อ่ ผลกระทบใดๆ ตอ่ สงั คม การเรยี กรอ้ งทตี่ อ้ งการใหเ้ กดิ ประสทิ ธผิ ลสว่ นใหญเ่ ปน็ การ Lobby ตอ่ ผมู้ สี ว่ นในการ ลงความเหน็ ตอ่ การออกกฎหมายเป็นส่วนใหญ่ ข้อสังเกตจากการชุมนุมเพื่อเรียกร้องสิทธิความเสมอภาคทางเพศมีความ หลากหลาย ในระยะแรก การเรยี กรอ้ งสทิ ธทิ างกฎหมาย เชน่ สทิ ธใิ นการเลอื กตงั้ และ ความเสมอภาคในการทำ� งาน เปน็ ไปโดยราบรนื่ รปู แบบทแี่ สดงออกในการชมุ นมุ เชน่ การเดินพาเหรด เปน็ ไปโดยสงบ และไม่มีผเู้ หน็ ตา่ งเทา่ ใดนัก แต่ผลสมั ฤทธ์ิจากการ ชมุ นมุ มคี อ่ นขา้ งนอ้ ย นอกจากการแสดงพลงั วา่ มจี ำ� นวนผสู้ นบั สนนุ เปน็ จำ� นวนมาก ซ่ึงจะส่งผลให้ผู้ก�ำหนดนโยบายและออกกฎหมายได้ตระหนักถึงคะแนนเสียงและ ความนยิ มของตวั เองในการกำ� หนดนโยบาย แตก่ ารเคลอ่ื นไหวชมุ นมุ ในประเดน็ อนื่ ๆ 97 Public Law 104-199 - Defense of Marriage Act. (online), Available from: http://www.gpo. gov/fdsys/pkg/PLAW-104publ199/content-detail.html
เสรภี าพในการชมุ นุมโดยสงบและปราศจากอาวธุ ตามบทบัญญัติแหง่ กฎหมาย 187 ทเ่ี กย่ี วข้องกับประเดน็ ทางเพศ เชน่ การท�ำแท้ง สิทธขิ องกลุ่มเพศหลากหลาย และ การแตง่ งานของเพศเดยี วกนั จะมที ง้ั ในกลมุ่ ทเี่ หน็ ดว้ ยและไมเ่ หน็ ดว้ ยกบั ประเดน็ นน้ั เข้ามาเป็นคูต่ รงข้ามในการเคลื่อนไหว การเรียกร้องสทิ ธโิ ดยการชมุ นุมบางคร้งั เกิด ความรนุ แรงขน้ึ ตามมา การต่อสทู้ างความคดิ ยังคงด�ำเนนิ ต่อไป ดังนั้น รูปแบบของ การชุมนุมเพื่อสร้างความต่ืนตัวและความเข้าใจต่อสาธารณะจึงเป็นรูปแบบท่ีมี แนวโน้มทจี่ ะมกี ารชมุ นมุ ตอ่ ไปเรือ่ ยๆ 4.2.3 การชมุ นุมเรยี กร้องสิทธเิ สมอภาคของสผี วิ (Racial Equality) ก่อนหน้า ค.ศ. 1955 การกดขี่และเหยียดผิวในสหรัฐอเมริกามีรุนแรงมาก แม้มีการยกเลิกการมีทาสแล้ว แต่ในสังคมยังมีการใช้ความรุนแรงในการจัดการกับ คนผวิ ดำ� ทลี่ กุ ขนึ้ มา โดยมศี าลเตยี้ จดั การกบั คนผวิ ดำ� ทถ่ี กู กลา่ วหาวา่ ละเมดิ กฎเกณฑ์ ทางสงั คม เชน่ ขโมยของหรอื ลว่ งเกนิ ผหู้ ญงิ ผวิ ขาว จะมี mob คนผวิ ขาวจดั การลงโทษ โดยการแขวนคอคนผิวด�ำ เรียกการกระท�ำเช่นนี้ว่า lynching law ยุคน้ีเรียกว่า Jim Crow era ดงั นนั้ คนผวิ ดำ� จงึ ตกอยภู่ ายใตค้ วามกลวั 98 การชมุ นมุ เรยี กรอ้ งจงึ แทบ เป็นไปไมไ่ ด้เลย ใน ค.ศ. 1865 มกี ารกอ่ ตงั้ the Ku Klux Klan เปน็ กลุม่ ของ white supremacy ทเ่ี ชอื่ วา่ คนผวิ ขาวนน้ั เหนอื กวา่ คนผวิ สี ใน ค.ศ. 1896 ศาลสงู ตดั สนิ คดี Plessy v. Ferguson ทำ� ใหก้ ารเลอื กปฏบิ ตั กิ บั คนผวิ สโี ดยกฎหมาย การเคลอื่ นไหวของ คนผวิ ดำ� เรมิ่ กอ่ ตวั ขนึ้ เปน็ รปู รา่ งจากการกอ่ ตงั้ องคก์ ร National Association for the Advancement of Colored People (NAACP)99 เร่ิมจากการสง่ เสริมให้คนผิวดำ� เรยี นกฎหมายมกี ารตอ่ สกู้ นั ทางกฎหมายตอ่ มาจนกระทงั่ สามารถตอ่ สใู้ นคดีBrownv. Board of Education ใน ค.ศ. 1954 การเคลอื่ นไหวของคนแอฟรกิ นั อเมรกิ นั จงึ เรมิ่ ขน้ึ ใน ค.ศ. 1955 เร่ิมจากการท่ี Rosa Park ถูกจบั เน่ืองจากไมย่ อมลกุ ให้ทนี่ ่ังแก่ผูช้ าย ผวิ ขาวบนรถโดยสาร ทำ� ใหเ้ กดิ การเคลอ่ื นไหวเรยี กรอ้ งใหร้ ถโดยสารไมม่ กี ารแบง่ แยก สผี วิ Montgomery Bus Boycott 1956 ตอ่ มาใน ค.ศ. 1960 มกี ารรณรงคเ์ พอื่ ยกเลกิ การแบง่ แยกสผี วิ ในรา้ นอาหาร โดยการรเิ รมิ่ ของStudentNonviolentCoordinating Committee (SNCC) เปน็ การเคลอ่ื นไหวโดยไมใ่ ชค้ วามรนุ แรง มกี ารรณรงคท์ เ่ี รยี กวา่ Student Sit – In และในปีต่อมา ค.ศ. 1961 กลมุ่ ของนักศกึ ษารเิ รม่ิ โดยการท้าทาย 98 John Dittmer, Local People: The Struggle for Civil Rights in Mississippi (Chicago: University of Illinois Press, 1995). 99 Carol Anderson, Eyes off the Prize: The United Nations and the African American Struggle For Human Rights, 1944-1955 (New York: Cambridge, 2003).
188 เสรภี าพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธตามบทบัญญตั ิแหง่ กฎหมาย การแบง่ แยกสผี วิ ในรถโดยสารสาธารณะระหวา่ งมลรฐั ตา่ งๆ โดยกลมุ่ นกั ศกึ ษาเรยี กวา่ Congress of Racial Equality (CORE) รว่ มกบั SNCC จดั กลมุ่ อาสาสมคั รกวา่ พนั คน ท้ังผิวขาวและผวิ ด�ำเดนิ ทางร่วมกนั จากรฐั ตอนเหนอื มาถงึ ทางใต้ เพอ่ื เรยี กรอ้ งใหม้ ี การบังคับใชก้ ฎหมายตามคำ� พิพากษาของศาลสูง เรียกการรณรงค์น้วี ่า Freedom Rider 1) Little Rock 1957 การเคล่ือนไหวชุมนุมท่ีเกี่ยวข้องกับสิทธิความเสมอภาคในสีผิว ในโรงเรียน ในเดอื นกนั ยายน ค.ศ. 1957 นกั เรยี นแอฟรกิ นั อเมรกิ นั สอบเขา้ เรยี นในโรงเรยี น Little Rock Central High School ทร่ี ฐั Arkansas ปรากฏวา่ ผวู้ า่ การรฐั ขอใหห้ นว่ ยรกั ษา ความปลอดภัยแหง่ ชาติ National Guard เข้ามากนั ไมใ่ หน้ ักเรียนทง้ั 9 คน เขา้ เรียน มีการชุมนุมของคนผิวขาวด้วยความไม่พอใจ และต่อต้านการเข้าเรียนรวมกันของ เดก็ แอฟรกิ นั อเมรกิ นั ในโรงเรยี นทเ่ี ปน็ ของคนผวิ ขาว NAACP เรยี กรอ้ งใหป้ ระธานาธบิ ดี Eisenhower แทรกแซงการต่อตา้ นของผู้ว่าการรฐั ท่ไี ม่ยอมปฏิบัติตามค�ำพพิ ากษา ของศาลสงู ทตี่ อ้ งไมแ่ บง่ แยกสผี วิ ในโรงเรยี น ประธานาธบิ ดี Eisenhower จำ� ใจตอ้ งสง่ National Guard เพื่อคุม้ กนั นักเรยี นท้งั 9 คน เข้าเรยี น ปอ้ งกนั จากการคุกคามของ mob คนผวิ ขาวทชี่ มุ นมุ ประทว้ งอยนู่ อกโรงเรยี น ทา้ ยทสี่ ดุ เมอื่ สนิ้ ปกี ารศกึ ษา โรงเรยี น ได้ปดิ ตวั เอง โดยไมย่ อมรวมนักเรียนผิวสเี ขา้ มาในโรงเรยี น100 2) James Meredith in Mississippi University 1962 James Meredith นักศึกษาแอฟริกันอเมริกันที่จะเข้าศึกษาต่อใน มหาวิทยาลัย101 แตผ่ ู้วา่ การรฐั Ross Barnett ไม่ยอม และประกาศแบ่งแยกสีผวิ ในรัฐ Mississippi ศาลภูมิภาคที่ 5 (Fifth U.S. Circuit Court of Appeals) มีคำ� สงั่ ปรับผูว้ ่าการรฐั วันละ 10,000 เหรียญสหรัฐ ในฐานที่ไมย่ อมรบั Meredith เข้าลงทะเบียนเรยี น ต่อมาในวนั ท่ี 30 กันยายน ค.ศ. 1962 อัยการสงู สดุ Robert Kennedy สง่ กองกำ� ลงั ทหารสว่ นกลาง U.S. Marshals คมุ้ ครอง Meredith ใหเ้ ขา้ ไป ในมหาวทิ ยาลยั ฝงู ชนผวิ ขาวชมุ นมุ ประทว้ งและขวา้ งปาทหารทคี่ มุ้ กนั มเี สยี ชวี ติ 2 คน ในจำ� นวนนนั้ มผี สู้ อื่ ขา่ วฝรง่ั เศสรวมอยดู่ ว้ ย ทหารถกู ยงิ บาดเจบ็ 28 คน ผบู้ าดเจบ็ อนื่ ๆ 100 Juan Williams, Eyes on the Prize: American’s Civil Rights Years 1954-1965 (New York: Penguin Books, 2002), pp. 91-103. 101 Juan Williams, Eyes on the Prize: American’s Civil Rights Years 1954-1965 (New York: Penguin Books, 2002), p. 214.
เสรีภาพในการชมุ นมุ โดยสงบและปราศจากอาวธุ ตามบทบัญญัตแิ หง่ กฎหมาย 189 อีก 160 คน ประธานาธิบดี Kennedy มีค�ำสัง่ บงั คับให้ผูว้ า่ การรฐั ดำ� เนนิ การเพ่ือยุติ การกอ่ จลาจลน้ี 3) Birmingham 1963 ภายใตก้ ารน�ำของ Southern Christian Leadership Conference (SCLC) การรณรงคใ์ หย้ กเลกิ การแบง่ แยกสผี วิ ในรา้ นอาหาร โบสถ์ รวมถงึ สถานทส่ี าธารณะ ต่างๆ การชุมนุมถูกสั่งห้ามโดยค�ำส่ังศาล ผู้ชุมนุมตั้งใจจะใช้วิธีการคัดค้านค�ำสั่งน้ี โดยการชมุ นมุ ในวนั ที่ 12 เมษายน ค.ศ. 1963 และในทส่ี ดุ กผ็ ชู้ มุ นมุ จำ� นวนมากถกู จบั รวมถึง Martin Luther King, Jr. ด้วย และเป็นท่มี าของบทความ Letter from Birmingham Jail ในวนั ท่ี 2 พฤษภาคม ค.ศ. 1963 หลงั จากท่ี King ไดร้ บั การปลอ่ ยตวั การรณรงค์เดินขบวนเพื่อต่อต้านค�ำสั่งศาลได้เกิดขึ้นอีก โดยผู้ชุมนุมกว่า 600 คน รวมถึงเด็กนกั เรียนกวา่ 1,000 คน ทีฝ่ ึกซ้อมการชุมนมุ แบบอหิงสา nonviolence เขา้ รว่ มการเดนิ ขบวนจากโบสถไ์ ปจงึ ถงึ City Hall ผเู้ ดนิ ขบวนทง้ั หมดถกู จบั วนั รงุ่ ขนึ้ มกี ารรวมตวั และเดินขบวนอกี ผ้วู า่ การรัฐ Eugene “Bull” Connor ใช้สนุ ัขต�ำรวจ และทอ่ ฉดี นำ้� สำ� หรบั การดบั เพลงิ สลายการชมุ นมุ ภาพดงั กลา่ วถกู แพรก่ ระจายไปถงึ ความรนุ แรงทตี่ ำ� รวจใชใ้ นการสลายฝงู ชน ประธานาธบิ ดี Kennedy เขา้ แทรกแซงโดย เป็นคนกลางในการเจรจา ได้ข้อตกลงในการตั้งกรรมการข้ึนเพื่อน�ำไปสู่การยกเลิก การแบ่งแยกสีผิวในสถานที่สาธารณะ ผลสืบเน่ืองจากการบังคับให้มีการยกเลิก การแบ่งแยกดังกล่าว มีการปาระเบิดท่ีท�ำการของ SCLC และโบสถ์ของแอฟริกัน อเมริกัน ท�ำให้เดก็ 4 คน เสียชวี ติ 4) March on Washington 1963 ความเคลื่อนไหวเพ่ือขจัดการเลือกปฏิบัติโดยการเหยียดผิวจัดการรณรงค์ เพื่อสร้างความตระหนกั ใหแ้ กส่ งั คม102 แกนน�ำคอื A. Philip Randolph เริ่มมกี าร เดนิ ขบวนใน ค.ศ. 1941 ทม่ี เี ปา้ หมายเพอ่ื ขจดั การเลอื กปฏบิ ตั ใิ นการจา้ งงานในสมยั ประธานาธบิ ดี Roosevelt ตอ่ มา ใน ค.ศ. 1963 มกี ารจดั ใหม้ กี ารเดนิ ขบวนอกี ครง้ั หนงึ่ ในสมัยประธานาธิบดี Kennedy ซ่ึงในเร่ิมแรกไม่เห็นด้วยกับการเดินขบวนนี้ เพราะเกรงวา่ จะกระทบตอ่ การเสนอกฎหมายเรอื่ งสทิ ธพิ ลเมอื ง แตเ่ มอื่ ผจู้ ดั ยนื ยนั วา่ จะจดั ประธานาธบิ ดจี งึ เหน็ วา่ ควรจะมกี ารหาแนวรว่ มในการรณรงคโ์ ดยชวน Union Auto Worker (UAW) เขา้ ร่วมดว้ ย การเดินขบวนครั้งนนี้ บั ว่าประสบความสำ� เร็จ 102 Clayborne Carson, In Struggle: SNCC and the Black Awakening of the 1960s (Cambridge: Harvard University Press, 1995), p. 83.
190 เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวธุ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย มผี เู้ ขา้ รว่ มสองถงึ สามแสนคน มคี ำ� ปราศรยั “I Have a Dream” ทม่ี อี ทิ ธพิ ลตอ่ สำ� นกึ ของสาธารณะถึงความไม่เป็นธรรมจากการเหยียดผวิ 5) Selma to Montgomery Marches 1965 กลุ่มเคล่อื นไหวเพือ่ สิทธใิ นการเลอื กตั้งของแอฟริกันอเมริกัน นำ� โดย SNCC วางแผนการเดนิ รณรงคเ์ พอ่ื ใหค้ นแอฟรกิ นั อเมรกิ นั ออกมาใชส้ ทิ ธเิ ลอื กตง้ั 103 เรม่ิ จาก Selma, Alabama และไปสนิ้ สดุ ที่ Montgomery เมอื งหลวงของ Alabama ระยะทาง ประมาณ 87 กโิ ลเมตร มผี เู้ ขา้ รว่ มประมาณ 600 คน ซง่ึ นายอำ� เภอ Selma ไมเ่ หน็ ดว้ ย กับการเดินขบวนน้ี หลังจากเร่ิมเดินขบวนด้วยความสงบได้ไม่นาน ต�ำรวจและ เจ้าหน้าที่ก็ใช้ต�ำรวจข่ีม้าเข้าโจมตีผู้เดินขบวน และตีด้วยกระบอง และแก๊สน�้ำตา มผี เู้ ดนิ ขบวนตอ้ งนำ� สง่ โรงพยาบาลอยา่ งนอ้ ย 16 คน สอื่ มวลชนกระจายขา่ วของการ สลายการชมุ นมุ ในครง้ั นี้ สองสปั ดาหต์ อ่ มา ผชู้ มุ นมุ ขอค�ำสงั่ คมุ้ ครองจากศาลในการ ห้ามไม่ให้ต�ำรวจสลายการชุมนุม และท�ำการเดินขบวนรณรงค์โดยไม่มีเหตุการณ์ รนุ แรง แตห่ ลงั จากการเดนิ ขบวน มกี ารลอบทำ� รา้ ยแกนนำ� ผชู้ มุ นมุ โดยกลมุ่ คนทอ้ งถนิ่ ผวิ ขาว ทำ� ใหแ้ กนนำ� เสยี ชวี ติ ทโ่ี รงพยาบาลในเวลาตอ่ มา และมกี ารลอบยงิ ผเู้ ดนิ ขบวน ขณะนัง่ รถกลบั Selma มผี ูเ้ สียชีวิตจากเหตกุ ารณ์ดงั กล่าว 6) Black Panther – Black Power กลมุ่ เคลอื่ นไหวเพอ่ื สทิ ธขิ องคนแอฟรกิ นั อเมรกิ นั นอกจากจะใชส้ นั ตวิ ธิ ใี นการ เคล่ือนไหวเชน่ Martin Luther King แลว้ ยังมีกลุม่ เคลือ่ นไหวที่เหน็ ว่าแนวทางของ King ไมส่ ามารถประสบความสำ� เรจ็ ได้ และเชอื่ วา่ ตอ้ งใชว้ ธิ ตี าตอ่ ตาฟนั ตอ่ ฟนั กบั การ ต่อส้เู พอื่ ความเสมอภาค แกนน�ำทีส่ �ำคญั ได้แก่ Malcolm X ตวั แทนจากองค์กรชอ่ื Nation of Islam เปน็ องคก์ รของชาวแอฟรกิ นั อเมรกิ นั ทเ่ี ปน็ มสุ ลมิ ซง่ึ เปน็ แกนนำ� ท่ี ตอ้ งการแบง่ แยก ไมต่ อ้ งการเขา้ ไปรว่ มอยใู่ นสงั คม โดยเนน้ แนวทางการปอ้ งกนั ตวั เอง104 อยา่ งไรกด็ ี การออกมาเคลอื่ นไหวของ Malcom X นบั วา่ ไดผ้ ลพอสมควร หลงั จากท่ี มกี ารปราศรยั ของเขามกั จะมกี ารตอบสนองเพอื่ ใหก้ ารลดการเลอื กปฏบิ ตั ไิ ดด้ ขี น้ึ เชน่ มกี ารออกกฎหมายหรอื แนวทางในการขจดั การเลอื กปฏบิ ตั ิ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ หลงั จากการลอบสังหาร King ใน ค.ศ. 1968 เปน็ การจุดชนวนให้เกิดการจลาจลและ 103 Juan Williams, Eyes on the Prize: American’s Civil Rights Years 1954-1965 (New York: Penguin Books, 2002), pp. 252-269. 104 Clayborne Carson, In Struggle: SNCC and the Black Awakening of the 1960s, p. 215.
เสรภี าพในการชมุ นมุ โดยสงบและปราศจากอาวธุ ตามบทบัญญัตแิ หง่ กฎหมาย 191 ใชค้ วามรนุ แรงในการแสดงออกถงึ ความไมพ่ อใจของกลมุ่ แอฟรกิ นั อเมรกิ นั และมกี าร หนั มาใชค้ วามรุนแรงเพือ่ แกป้ ญั หา105 การชุมนุมเพ่ือเรียกร้องให้ยุติการเลือกปฏิบัติอันเน่ืองมาจากความแตกต่าง ทางสีผิว ยังคงมีอยู่บางตามเหตุการณ์ท่ีเกิดความไม่เป็นธรรมขึ้น เช่น กรณีของ เดก็ วยั รนุ่ แอฟรกิ นั อเมรกิ นั Trayvon Martin ทถ่ี กู เจา้ หนา้ ทร่ี กั ษาความปลอดภยั ยงิ เสยี ชวี ติ ในขณะทเี่ ดนิ ออกไปซอื้ ของในเวลากลางคนื สรา้ งความไมพ่ อใจใหแ้ กช่ มุ ชน แอฟริกันอเมริกันที่ต้องการเห็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนั้นรับผิดชอบต่อ การกระทำ� แตก่ ารตอ่ สคู้ ดใี นศาลปรากฏวา่ ศาลยกฟอ้ ง สรา้ งความไมพ่ อใจใหแ้ กป่ ระชาชน ทว่ั ไปทอี่ อกมาเรยี กรอ้ งความเปน็ ธรรมใหแ้ กค่ ดนี ี้ มกี ารชมุ นมุ ประทว้ งตามทตี่ า่ งๆ อยู่ เพอ่ื เรยี กรอ้ งใหม้ กี ารดำ� เนนิ คดอี ยา่ งยตุ ธิ รรม และขยายการพจิ ารณาถงึ การเลอื กปฏบิ ตั ิ อนั เนอื่ งมาจากสผี วิ หรอื เชอื้ ชาติ (race) อาจขยายไปถงึ การชมุ นมุ เรยี กรอ้ งของกลมุ่ ชน เผา่ พนื้ เมือง (aboriginal people) หรือกล่มุ แมกซกิ ันอเมริกัน (Hispanic) การเรยี กรอ้ งความเสมอภาคในทางชาตพิ นั ธ์ุ(racialequality)ในภาพรวมทพ่ี บ จากกรณีศึกษาท่ียกมานี้ จะเห็นว่ามีตัวแทนของรัฐบาลมลรัฐและมวลชนท้องถ่ิน ที่มีแนวคิดต่อต้านการเคล่ือนไหว ถึงแม้จะมีการรับรองสิทธิความเสมอภาคในทาง กฎหมายรฐั ธรรมนญู และมคี ำ� พิพากษาของศาลท่ีให้ยุตกิ ารแบง่ แยกอันเนอื่ งมาจาก เชอื้ ชาตหิ รอื สผี วิ แตก่ ม็ กี ารตอ่ ตา้ นกฎหมายสงู สดุ นนั้ มกี ารปะทะและใชค้ วามรนุ แรง เขา้ สลายการชมุ นุมเรียกร้องโดยสงบ จนตอ้ งอาศัยกำ� ลงั ทหารเข้าระงบั เหตุ แต่ก็ยงั ไม่มีการใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้เคล่ือนไหวหลังจากเหตุการณ์ชุมนุมยุติแล้ว การชว่ ยเหลอื ใหผ้ ชู้ มุ นมุ แสดงออกถงึ การเรยี กรอ้ งสทิ ธขิ องกลมุ่ นมี้ คี วามชว่ ยเหลอื จาก ระดับรัฐบาลกลางที่เข้าใจและเห็นใจผู้ที่ออกมาเรียกร้องในประเด็นของสีผิว เนอื่ งมาจากการเคล่อื นไหวในระดับนโยบายขององคก์ รเคล่ือนไหวดว้ ย เหมือนเป็น การต่อรองกับคะแนนเสียงในการเลอื กต้งั ครั้งต่อไป จงั หวะการเคลื่อนไหวของกล่มุ แอฟรกิ นั อเมรกิ ันจงึ ไปดว้ ยกนั กับการเปน็ ฐานเสยี งใหแ้ กพ่ รรคเดโมแครต 4.2.4 การชุมนมุ เรยี กร้องเพอ่ื สทิ ธิของส่วนรวม การชุมนุมเพื่อเรียกร้องในกลุ่มสุดท้ายนี้เป็นการรวมของประเด็นต่างๆ ใน ขอ้ เรยี กรอ้ งอนั เปน็ ประเดน็ สาธารณะ เชน่ การตอ่ ตา้ นสงคราม การเรยี กรอ้ งเกยี่ วกบั 105 Jules Witcover, The Year the Dream Died: Revisiting 1968 in America (New York: Warner Company, 1997).
192 เสรีภาพในการชมุ นุมโดยสงบและปราศจากอาวุธตามบทบญั ญตั แิ หง่ กฎหมาย สงิ่ แวดลอ้ ม และการตอ่ ตา้ นโลกาภวิ ตั นซ์ ง่ึ ถกู มองวา่ เปน็ การเอารดั เอาเปรยี บคนจน และสร้างชอ่ งว่างระหวา่ งคนรวยและคนจนมากขน้ึ เปน็ เรื่องของการคอรปั ช่ันและ ความโลภของสถาบันการเงนิ เป็นต้น 1) Anti-War in Vietnam 1960s การต่อต้านสงครามเวียดนามเป็นกระแสของความเคลื่อนไหวท่ีใช้แนวทาง สนั ตวิ ธิ มี าใชใ้ นการชมุ นมุ เรยี กรอ้ ง องคก์ รทจ่ี ดั การเคลอ่ื นไหวบางครงั้ เปน็ กลมุ่ เดยี ว กบั กลุ่มเรยี กรอ้ งความเสมอภาคทางเชอ้ื ชาติ เชน่ SNCC รว่ มกับองค์กร Students for a Democratic Society (SDS) จดั การเดนิ ขบวนเมอื่ วนั ท่ี 17 เมษายน ค.ศ. 1965 มผี เู้ ข้ารว่ มประมาณ 25,000 คน และในวันท่ี 27 พฤศจิกายน ค.ศ. 1965 มกี ารจัด เดินขบวนอีก เรียกชื่อวา่ March on Washington for Peace in Vietnam จัดโดย Committee for a Sane Nuclear Policy (SANE) ปตี ่อมามกี ารจัดเดินขบวนอกี ในวันที่ 16 พฤษภาคม ค.ศ. 1966 และมกี ารจัดชุมนมุ กระจายไปตามมหาวิทยาลยั ตา่ งๆ ทว่ั ประเทศ เชน่ UC Berkley, Chicago, Columbia University, Oklahoma State University, University of Washington รวมถงึ การเดนิ ขบวนใน ค.ศ. 1967 ที่มกี ารเดนิ ไปที่ Pentagon ดว้ ย106 2) Kent State Shooting 1970 การชุมนุมประท้วงสงครามโดยการรณรงค์เก่ียวกับการท�ำสงครามของ สหรัฐอเมริกาในเขมร ตามนโยบายของประธานาธิบดี Nixon นักศึกษาเดินขบวน อย่างสงบต่อต้านสงคราม ใน Kate State University ที่เมือง Kent รัฐ Ohio ในวนั ที่4พฤษภาคมค.ศ.1970107 ตำ� รวจของรฐั ไดก้ ราดยงิ ปนื กลเขา้ ไปในกลมุ่ นกั ศกึ ษา ทไ่ี ม่มอี าวุธ ทำ� ใหน้ ักศึกษาเสยี ชวี ติ 4 คน บาดเจบ็ 9 คน จากเหตกุ ารณ์นก้ี ่อใหเ้ กดิ ความไม่พอใจอย่างมาก และเรียกร้องให้มีการชุมนุมท่ัวประเทศเพ่ือให้เกิดการ รบั ผดิ ชอบตอ่ เหตกุ ารณท์ เี่ กดิ ขน้ึ มกี ารเรยี กรอ้ งใหน้ กั ศกึ ษา student strike มผี เู้ ขา้ รว่ ม 106 Vietnam War, “ 100,000 People March on the Pentagon”, This Day in History (October 21, 1967), (online), Available from: http://www.history.com/this-day-in-history/100000-people- march-on-the-pentagon 107 Jerry M. Lewis & Thomas R. Hensley, “The May 4 Shootings at Kent State University: The Search for History Accuracy”, The Ohio Council for the Social Studies Review, 34 (1) (Summer 1998): 9–21. website: http://dept.kent.edu/sociology/lewis/lewihen.htm
เสรีภาพในการชุมนมุ โดยสงบและปราศจากอาวธุ ตามบทบญั ญตั แิ ห่งกฎหมาย 193 ประมาณสี่แสนคน มีการฟ้องคดีต่อศาลเพื่อหาคนรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ครั้งน้ี ในขณะทหี่ นว่ ยรกั ษาความปลอดภยั อา้ งวา่ เปน็ การปอ้ งกนั ตวั ศาลยกฟอ้ งเนอ่ื งจาก หลักฐานไม่พอ เหตุการณ์ในการยิงคร้ังนี้ท�ำให้รัฐต้องทบทวนวิธีการควบคุมฝูงชน ของหน่วยรักษาความปลอดภยั ของรฐั 3) Anti-Nuclear Protests กลุ่มต่อต้านสงคราม ในยุคสงครามเย็นมีการเคลื่อนไหวเพ่ือคัดค้านการ ใชอ้ าวธุ นวิ เคลยี ร์ มกี ารชมุ นมุ ครง้ั ใหญ่ เมอื่ เดอื นพฤษภาคม ค.ศ.1979 ท่ีWashington D.C. มผี เู้ ขา้ รว่ มการชมุ นมุ ประมาณ 65,000 คน ในเดอื นมถิ นุ ายน ค.ศ. 1982 มผี ชู้ มุ นมุ คัดคา้ นการใชอ้ าวธุ นวิ เคลียร์ที่ Central Park ในเมอื ง New York City มีประมาณ หนึง่ ลา้ นคน ใน ค.ศ. 1983 มีผ้ชู ุมนุมตอ่ ต้านอาวุธนวิ เคลยี รป์ ระมาณ 50 แหง่ ทว่ั สหรฐั อเมรกิ า ตอ่ มาใน ค.ศ. 1986 กลมุ่ ผชู้ มุ นมุ ประมาณ หนง่ึ รอ้ ยคน เดนิ ขบวนจาก Los Angeles Washington D.C. โดยใชช้ อื่ วา่ the Great Peace March for Global Nuclear Disarmament และในทศวรรษ 1980 มีการประท้วงที่สถานที่ทดลอง อาวุธนิวเคลียร์ท่ี Nevada อยู่เป็นระยะๆ ผู้ชุมนุมถูกจับกุมทั้งท่ีเป็นการประท้วง โดยปราศจากอาวุธ ใน ค.ศ. 2005 มีการชุมนุมต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์ ประมาณ 40,000 คน เดินขบวนผ่านส�ำนักงานขององค์การสหประชาชาติที่ New York เนอื่ งในวาระ 60 ปี การทงิ้ ระเบดิ ปรมาณทู ฮี่ โิ รชมิ าและนางาซากิ ถอื เปน็ การเดนิ ขบวน ตอ่ ต้านอาวุธนิวเคลียร์ทีใ่ หญท่ ี่สุดในหลายทศวรรษทผี่ า่ นมา 4) Beating of Rodney King Riot 1992 การชมุ นมุ ประทว้ งตอ่ เหตกุ ารณท์ ่ี Rodney King แอฟรกิ นั อเมรกิ นั ทถี่ กู ตำ� รวจ Los Angeles 4 คนซอ้ ม ในขณะทอี่ กี คนหนึง่ ยืนดูอยู่เฉยๆ หลังจากที่ King ขบั รถ เกนิ ความเรว็ ท่กี ฎหมายกำ� หนด เม่ือวนั ท่ี 3 มนี าคม ค.ศ. 1991 มคี นถา่ ยวีดโี อไว้ คดขี น้ึ สศู่ าล ลูกขุน 8 ต่อ 4 ตดั สินวา่ ต�ำรวจไมม่ ีความผิด ศาลยกฟอ้ ง กรณดี งั กล่าว จดุ ระเบดิ การชมุ นมุ ประทว้ งครงั้ ใหญใ่ น ค.ศ. 1992 ท่ี Los Angeles การจลาจลทำ� ให้ มผี เู้ สยี ชวี ติ 53คนบาดเจบ็ 2,383คนเหตไุ ฟไหม้ 7,000แหง่ ธรุ กจิ เสยี หาย3,100 แหง่ มลู คา่ ความเสยี หายกวา่ หนง่ึ พนั ลา้ นเหรยี ญสหรฐั การจลาจลขยายไปตามเมอื งใหญๆ่ ใกลเ้ คยี ง ศาลนำ� คดขี น้ึ สกู่ ารพจิ ารณาอกี ครง้ั หนง่ึ ตดั สนิ วา่ เจา้ หนา้ ที่ 2 คนมคี วามผดิ ในขณะที่อีก 2 คน ไม่มีความผิด King ต้องออกทีวีเพ่ือขอร้องให้ยุติความรุนแรง หลงั จากจบคดี King ไดร้ บั ค่าเสยี หาย 3.8 ลา้ นเหรียญ
194 เสรีภาพในการชมุ นุมโดยสงบและปราศจากอาวธุ ตามบทบญั ญตั ิแห่งกฎหมาย 5) Anti-globalization, Seattle 1999 ผชู้ ุมนุมรวมตวั กันเพอ่ื ประทว้ ง ในการประชุมขององค์กรการค้าโลก World Trade Organization ทจ่ี ดั ขนึ้ ทเี่ มอื ง Seattle เมอื่ วนั ที่ 3 พฤศจกิ ายน ค.ศ. 1999108 ผู้ชุมนมุ ประมาณ 40,000 คน รวมตวั กันหน้าท่ีจัดประชมุ โดยประณามการค้าว่า เปน็ ตวั การทำ� ใหเ้ กดิ ชอ่ งวา่ งระหวา่ งคนรวยและคนจนมากยงิ่ ขน้ึ การชมุ นมุ น้ี ทำ� ให้ พธิ ีเปิดตอ้ งเล่ือนออกไป นายกเทศมนตรีประกาศภาวะฉกุ เฉนิ ต�ำรวจปราบจลาจล เข้ามาสลายการชุมนุม ด้วยแก๊สน้�ำตา ผู้ชุมนุมประมาณ 600 คนถูกจับ ผู้ชุมนุม ท�ำลายร้านค้าท่ีเป็นสัญลักษณ์ของทุนนิยม เช่น ร้าน Starbucks และ Nike โดยการทุบกระจก 6) Tea Party 2009 ฝา่ ยตอ่ ตา้ นนโยบายของประธานาธบิ ดีObamaรวมตวั กนั ชมุ นมุ เพอ่ื แสดงออก ถงึ การตอ่ ตา้ นนโยบายรฐั สวสั ดกิ ารของรฐั บาลทต่ี อ้ งใชเ้ งนิ ภาษไี ปในการใชจ้ า่ ย มกี าร ใชก้ ารรณรงคโ์ ดยเรยี กวา่ Tea Party เหมอื นในสมยั ทส่ี หรฐั อเมรกิ ายงั เปน็ อาณานคิ ม ของอังกฤษ การชุมนุมของกลุ่มเป็นไปโดยสงบ มีการกระจายในการจัดชุมนุม มีการปราศรัย เช่น Sara Palin จากพรรครีพับลิกันขึ้นกล่าวโจมตีนโยบายของ ประธานาธบิ ดี ผลกระทบจากการเคลื่อนไหวน้ีไมแ่ น่ชัดนกั แตม่ กี ารเลอื กตง้ั สมาชกิ รัฐสภาและพรรครีพับลิกันได้รับเลือกตั้งเข้าไปเป็นจ�ำนวนมาก ท�ำให้รัฐบาลจาก พรรคเดโมแครตประสบปัญหาในการเสนอกฎหมายท่ีต้องใช้ในการด�ำเนินนโยบาย ผ่านสภาด้วยความล�ำบากมากขึ้น 7) Occupy Wall Street 2011 กลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อคัดค้านการคอรัปช่ันและความโลภของการค้าการลงทุน และนโยบายของรัฐบาลในเรื่องการเงินการลงทุน มีผู้ไปรวมตัวกันเพ่ือแสดงออกที่ Battery Park New York City โดยมจี ดุ มงุ่ หมายทจ่ี ะเขา้ ไปปดิ ยดึ Wall Street ทเ่ี ปน็ สญั ลักษณข์ องทนุ นยิ ม การค้าและการเงิน ในวันท่ี 17 กนั ยายน ค.ศ. 2011 ผชู้ ุมนมุ ประมาณ 3,000 คน เข้าไปปักหลักชุมนุมที่ Zuccotti Park เพ่ือเรียกร้องความ เสมอภาคทางเศรษฐกิจ โดยการต่อต้านระบบทุนนิยมและโลกาภิวัตน์ท่ีส่งเสริม 108 Alex Tizon “Monday, Nov. 29”, The Seattle Times, (December 5, 1999), (online), Available from: http://community.seattletimes.nwsource.com/archive/?date=19991205&slug = 2999667
เสรีภาพในการชมุ นมุ โดยสงบและปราศจากอาวุธตามบทบญั ญตั แิ หง่ กฎหมาย 195 เฉพาะกลุ่มทุนขนาดใหญ่ และละเลยความส�ำคัญของผู้ใช้แรงงาน จนกระท่ังถูก เจา้ หนา้ ทต่ี �ำรวจสลายการชมุ นมุ ในวันท่ี 15 พฤศจกิ ายน ค.ศ. 2011109 8) Keystone Pipeline Protesters 2014 การคดั คา้ นของกลมุ่ อนรุ กั ษท์ ตี่ อ่ ตา้ นโครงการทอ่ กา๊ ซ Keystone ทจี่ ะมกี าร วางทอ่ กา๊ ซจาก Alberta, Canada มาจนถึง Nebraska, Illinois และไปส้ินสดุ ที่ Texas กลมุ่ อนรุ กั ษอ์ อกมาชมุ นมุ คดั คา้ นหนา้ ทำ� เนยี บขาวถกู จบั 110 ผปู้ ระทว้ งสว่ นใหญ่ เป็นนกั ศึกษา ซงึ่ เรมิ่ การชมุ นุมคัดคา้ นโครงการท่อก๊าซ Keystone เป็นการชุมนุม อยา่ งสงบ แตผ่ ชู้ มุ นมุ เรม่ิ ประทว้ งหนา้ ทำ� เนยี บขาว เจา้ หนา้ ทต่ี ำ� รวจไดเ้ ตอื นผชู้ มุ นมุ วา่ หากมีการกีดขวางทางเท้าหรือการผูกตัวเองไว้กับร้ัวของท�ำเนียบอาจจะถูกจับและ ด�ำเนินคดีได้ ผู้ชุมนุมได้กระท�ำการตามที่เจ้าหน้าท่ีต�ำรวจได้ห้ามไว้จึงถูกต�ำรวจจับ การชมุ นมุ นค้ี าดหวงั จะทำ� ใหป้ ระธานาธบิ ดี Obama ยกเลกิ โครงการทอ่ กา๊ ซ Keystone ซึ่งกลมุ่ ผชู้ ุมนุมเห็นวา่ จะเป็นสาเหตุทำ� ให้โลกรอ้ น จากการรวบรวมการชุมนุมเรียกร้องในเร่ืองอ่ืนๆ ท่ีผู้ชุมนุมเห็นว่าเพื่อความ เป็นธรรมในสังคม ซึ่งเร่ืองท่ีเรียกร้องอาจไม่ได้เก่ียวข้องกับผลประโยชน์ของตัวเอง โดยตรง แต่เป็นไปเพ่ือความเช่ือและจุดยืนทางอุดมการณ์ของผู้ชุมนุม จ�ำนวนของ ผเู้ ขา้ รว่ มชมุ นมุ อาจจะมจี �ำนวนมาก เชน่ การชมุ นมุ ตอ่ ตา้ นอาวธุ นวิ เคลยี รท์ สี่ ามารถ มีคนเข้าร่วมเกือบล้านคน หรือจ�ำนวนน้อย ซึ่งในบางคร้ังเป็นเพียงการกางเต็นท์ ประท้วงอยู่หน้าท�ำเนียบขาว การปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับ สถานท่ี เช่น การชมุ นุมคัดคา้ น WTO ทมี่ ีการสลายการชมุ นมุ ดว้ ยแกส๊ น�้ำตา ซ่ึงมี ขอ้ สงั เกตวา่ เปน็ เพอ่ื รกั ษาหนา้ ตาของประเทศ เนอ่ื งจากมตี วั แทนจากประเทศตา่ งๆ เข้าร่วมประชุม WTO ด้วย การชุมนุมคัดค้านสงครามเวียดนามท่ียืดเย้ือยาวนาน มกี ารสลายการชมุ นมุ อยา่ งรนุ แรงเปน็ บางครง้ั โดยเฉพาะกบั ผชู้ มุ นมุ ทเี่ ปน็ นกั ศกึ ษา โดยส่งใหญ่ผู้ชุมนุมมักจะชมุ นมุ ต่อตา้ นโครงการหรือนโยบายของรฐั เปน็ หลกั ดงั น้นั จงึ ถอื ว่ารฐั เป็นฝา่ ยตรงข้ามกบั ผู้ชุมนมุ ในขณะเดยี วกันก็เปน็ ผจู้ ัดการใหก้ ารชมุ นมุ ดำ� เนนิ ไปโดยราบร่นื 109 Colin Moynihan & Elizabeth A. Harris, “Suring Back Into Zuccotti Park, Protester Are Cleared by Police” The New York Times (December 31, 2011). (online), Available from: http:// cityroom.blogs.nytimes.com/2011/12/31/protesters-surge-back-into-zuccotti-park/ 110 “Keystone XL pipeline protesters arrested at White House”, CBC (March 02, 2014); “Keystone pipeline protesters arrested outside White House,” FoxNews.com (March 02, 2014)
196 เสรภี าพในการชมุ นมุ โดยสงบและปราศจากอาวุธตามบทบัญญตั ิแห่งกฎหมาย 4.2.5 ขอ้ สังเกตในการชุมนมุ รูปแบบตา่ งๆ จากการศึกษาถึงการชุมนุมเรียกร้องจากกลุ่มต่างๆ สี่กลุ่มในสหรัฐอเมริกา เปน็ ภาพสะทอ้ นทงั้ ในเรอ่ื ง class จากการพจิ ารณาจากการเรยี กรอ้ งของกลมุ่ แรงงาน เรื่อง gender จากการเรียกร้องเกี่ยวกับประเด็นเพศภาวะ เร่ือง race จากการ ไม่เลือกปฏิบัติอันเนื่องมาจากสีผิวและ globalization ในเร่ืองของการค้าเสรีและ ส่ิงแวดล้อมการเคลื่อนไหวของแต่ละกลุ่ม ในบางครั้งให้การช่วยเหลือและเป็นแนว ร่วมกนั เช่น กลุม่ แรงงานท่เี รียกร้อง ซ่ึงก็จะมแี รงงานในกลมุ่ ของแอฟริกนั อเมริกัน และกลุ่มผู้หญิงรวมอยู่ในการเคลื่อนไหวนั้นด้วย และมีการช่วยเหลือในการชุมนุม ในรปู ขององค์กรไม่ใชเ่ พียงแค่บคุ คลเข้าร่วมเทา่ นัน้ หรือตวั อยา่ งจากการเดนิ ขบวน March on Washington ของแอฟรกิ ันอเมรกิ ัน เพ่อื เรียกรอ้ งสิทธเิ สมอภาคในการ ทำ� งานของคนแอฟรกิ ันอเมริกนั กม็ กี ลุ่มองคก์ รของแรงงานเข้ามาชว่ ยรณรงค์ด้วย รูปแบบของการแสดงข้อเรียกร้องหรือรณรงค์ อาจมีลักษณะที่หลากหลาย เช่น การ Sit-In ในกรณขี องความพยายามจะยกเลิกการแบง่ แยกสผี ิวในร้านอาหาร และกรณี Freedom Rides ซงึ่ เปน็ การเดินทางในรถโดยสารสาธารณะท่มี กี ารร่วม ขบวนเดินทางทั้งกลุ่มคนต่างสีผิว เพื่อเป็นการรณรงค์ให้สังคมได้ตระหนักถึงการ เลอื กปฏิบัติบนพนื้ ฐานของสผี วิ หรือการกางเต็นท์ของคนกลุ่มเล็กๆ ท่ีหนา้ ทำ� เนียบ ประธานาธิบดี หรือการอดอาหารประท้วงของคนกลุ่มหนึ่งหรือการคว�่ำบาตร ไม่ใช้สินค้าหรือบริการ ล้วนแล้วแต่เป็นกิจกรรมท่ีแสดงออกถึงข้อเรียกร้องท้ังสิ้น (demonstration) หากจะจ�ำกัดขอบเขตของการแสดงออกน้ีมาเป็นการชุมนุมท่ีมี คนจำ� นวนหนงึ่ มารวมตวั กนั เพอื่ ดำ� เนนิ กจิ กรรมบางอยา่ งในการแสดงถงึ ขอ้ เรยี กรอ้ ง ของกลุ่มกิจกรรมในการชุมนุม เร่ิมจาการเดินขบวนหรือเดินพาเหรด ซ่ึงถือว่าเป็น รูปแบบการชุมนุมท่ีเป็นไปโดยความสงบมากท่ีสุด นอกจากน้ันยังมีรูปแบบท่ี แพรห่ ลายของกลมุ่ เคลอื่ นไหวดา้ นแรงงาน คอื การนดั หยดุ งาน รวมถงึ การปดิ โรงงาน โดยไม่ให้คนเข้าไปท�ำงานได้ เพ่ือป้องกันไม่ให้นายจ้างท�ำการปลดคนงานที่นัด หยดุ งานออก รปู แบบนเ้ี ปน็ รปู แบบทคี่ อ่ นขา้ งรนุ แรง เนอื่ งจากนายจา้ งจะตอ้ งหาทาง เพอ่ื ท่ีจะยุติการชมุ นุมใหไ้ ด้โดยเรว็ ทส่ี ดุ หรือแมแ้ ต่การใชค้ วามรนุ แรงเพือ่ สลายการ ชุมนุมหรอื การนดั หยุดงานน้ัน สว่ นมากแลว้ การชมุ นมุ มกั จะเรม่ิ ตน้ ดว้ ยความสงบ ปราศจากอาวธุ ยกเวน้ กรณี ของ Black Panther ทเ่ี ปน็ กลมุ่ ทส่ี นบั สนนุ ความรนุ แรง นอกจากนน้ั การเคลอ่ื นไหว เรียกร้องส่วนใหญ่จะเป็นไปโดยสงบปราศจากอาวุธ มีข้อสังเกตว่า กลุ่มท่ีต่อต้าน การท�ำแท้ง บางคร้ังใช้ความรุนแรงหลังจากการชุมนุม เช่น การท�ำร้ายแพทย์ผู้ท่ี ทำ� แทง้ ใหก้ ับผู้หญิง หรือการทำ� ลายคลินกิ ท�ำแทง้
เสรีภาพในการชุมนมุ โดยสงบและปราศจากอาวุธตามบทบัญญตั ิแห่งกฎหมาย 197 จากการเรมิ่ ชมุ นมุ ทเ่ี ปน็ การชมุ นมุ โดยสงบและปราศจากอาวธุ อาจยกระดบั ขนึ้ เปน็ การจลาจลได้ หากกลมุ่ ผชู้ มุ นมุ ถกู กระทำ� โดยเจา้ หนา้ ทเ่ี ขา้ สลายผชู้ มุ นมุ เมอื่ ถงึ ระดับของการจลาจล มกั เกดิ ความเสียหายกบั สถานทรี่ อบข้าง เช่น การทุบกระจก หน้ารา้ นคา้ เผา อาคาร สถานที่ใกลเ้ คยี ง การด�ำเนินการตอบโต้กับการชุมนุมโดยฝ่ายเจ้าหน้าท่ีรัฐ ผู้มีอ�ำนาจในการ ดูแลความสงบเรียบร้อย มักใช้วิธีการสองทาง คือ การใช้ค�ำสั่งศาลในการห้ามการ ชุมนุมหรือเดินขบวน สองคือการใชก้ �ำลงั ในการสลายการชมุ นุม และทางสดุ ทา้ ยท่ี ดูเหมือนจะก่อความเสียหายน้อยท่ีสุดคือ การจับผู้ชุมนุมไปขังไว้ช่ัวคราว วิธีการนี้ จะใชไ้ ม่ได้ผลเท่าใดนักกับการชมุ นมุ ที่มจี �ำนวนผู้เข้ารว่ มเป็นจ�ำนวนมาก ข้อสังเกตในการป้องกันไม่ให้มีการชุมนุม คือ การใช้ค�ำส่ังศาล ซึ่งบางครั้ง เปน็ การใช้อำ� นาจตามกฎหมายอนื่ ๆ เช่น กฎหมายปอ้ งกันการผกู ขาด เป็นตน้ ข้อสังเกตประการสุดท้ายคือ การตอบโต้ของเจ้าหน้าที่รัฐต่อการชุมนุม การคำ� นงึ ถงึ ฐานเสยี งตอ่ การเลอื กตงั้ ในครง้ั ตอ่ ไป จะเปน็ ปจั จยั ในการตดั สนิ ใจปฏบิ ตั ิ ต่อผู้ชุมนุม เช่น การที่ประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน ซ่ึงมีแนวคิดอนุรักษ์นิยม เป็นส่วนใหญ่ จะไม่ค่อยค�ำนึงถึงการชุมนุมของกลุ่มแรงงานหรือแอฟริกันอเมริกัน เทา่ ใดนกั ในขณะทตี่ อ้ งการเอาใจกลมุ่ นายจา้ งมากกวา่ ในขณะทป่ี ระธานาธบิ ดจี าก พรรคเดโมแครตจะค�ำนึงถึงฐานเสียงที่เป็นคนยากจนและต้องการความช่วยเหลือ ทางด้านรัฐสวัสดิการสูง ดังน้ัน การด�ำเนินการกับผู้ชุมนุมจะมีการประนีประนอม มากกว่า ในขณะท่ีการจัดการกับผู้ชุมนุมของเจ้าหน้าที่ระดับมลรัฐจะข้ึนอยู่กับ ฐานเสยี งของรัฐน้นั ๆ หากเปน็ รฐั ทางใต้ ซึ่งผูว้ ่าการรฐั ตอ้ งการหาเสียงกับคนผิวขาว ซ่ึงในขณะที่มีการเคลื่อนไหวของคนแอฟริกันอเมริกันน้ัน กลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่มีสิทธิ ในการเลือกต้ังในความเป็นจริงมากนัก ผู้ว่าการรัฐที่เป็นคนผิวขาว มักจะเป็น พวกขวาจดั และอนรุ กั ษน์ ยิ ม ดงั นนั้ จะมกี ารตอบโตก้ บั การชมุ นอุ ยา่ งรนุ แรง เพอ่ื เอาใจ ฐานเสยี งของตนทเี่ ปน็ คนผวิ ขาว และในขณะเดยี วกนั กเ็ ปน็ ผชู้ มุ นมุ อยอู่ กี ฝง่ั หนงึ่ ของ การคัดคา้ นการคำ� พิพากษาทหี่ ้ามไมใ่ หม้ กี ารแบง่ แยกสีผวิ การเรียกร้องของผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ในยุคแรกๆ จะเป็นการเรียกร้องให้มีสิทธิ ทางกฎหมาย หรอื ใหม้ กี ารคมุ้ ครองสทิ ธทิ างกฎหมายของตน เชน่ กฎหมายคมุ้ ครอง แรงงาน กฎหมายในเร่อื งความเสมอภาค ป้องกันไม่ใหเ้ ลือกปฏบิ ตั ิ ดังน้นั ในระยะ หลงั น้ี เมอื่ มกี ารบญั ญตั กิ ฎหมายตามทเ่ี รยี กรอ้ งไปแลว้ ประเดน็ การเรยี กรอ้ งจงึ หมดไป และหันมาต่อสู้กับการบังคับใช้กฎหมายในทางปัจเจกบุคคลมากกว่าคือ การน�ำคดี ขน้ึ สศู่ าล ในกลมุ่ ทก่ี ารเรยี กรอ้ งของตนยงั ไมส่ ำ� เรจ็ ในรปู ของกฎหมาย เชน่ การเรยี กรอ้ ง
198 เสรภี าพในการชุมนมุ โดยสงบและปราศจากอาวธุ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ไม่ให้มีการท�ำแท้ง หรือการเรียกร้องให้มีกฎหมายรับรองการแต่งงานของคนเพศ เดยี วกัน การเรยี กร้องกจ็ ะดำ� เนินต่อไป ในอนาคต การเรยี กรอ้ งมแี นวโนม้ จะเปน็ การเรยี กรอ้ งตอ่ นโยบายของรฐั บาล มากขึ้น เช่น การจัดการเก่ียวกับการต่อต้านสงคราม การจัดการส่ิงแวดล้อม และ การแสดงความเหน็ ตอ่ นโยบายการเงินของรัฐ 4.3 กฎหมายทเี่ ก่ยี วขอ้ งกบั การรับรองและจำ� กัดเสรีภาพในการชมุ นุม บทบญั ญตั ขิ องกฎหมายในสหรฐั อเมรกิ ามกี ารรบั รองถงึ เสรภี าพในการชมุ นมุ ไวภ้ ายใต้เสรภี าพในการแสดงออกท่ไี ดร้ ับการรบั รองอยใู่ นรฐั ธรรมนญู ซ่ึงถือว่าเปน็ หลกั ประกนั วา่ รฐั จะไมส่ ามารถออกกฎหมายมาละเมดิ สทิ ธดิ งั กลา่ วได้ อยา่ งไรกต็ าม การใชเ้ สรภี าพนน้ั มขี อบเขตจำ� กัดอยู่ และในภายหลงั มีเหตุผลอ่ืนๆ ตามมาในการ กำ� หนดขอบเขตของเสรีภาพในการชมุ นุม เช่น เพื่อความมน่ั คงปลอดภัย หรอื ตอ้ ง ไม่เป็นการกระท�ำท่ีก่อความไม่สงบ หรือการกระท�ำท่ีละเมิดสิทธิของผู้อ่ืน ดังนั้น ในส่วนน้ีจะแยกการพิจารณาออกเป็นการบัญญัติกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิและ เสรภี าพในการชุมนมุ กับกฎหมายท่ีจ�ำกดั สทิ ธิและเสรภี าพในการชมุ นุม 4.3.1 หลักหมายท่ีคุม้ ครองสทิ ธิและเสรภี าพในการชมุ นุม กฎหมายหลักที่คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในการชุมนุมในสหรัฐอเมริกา คือ รัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา หลักการพื้นฐานของเสรีภาพในการชุมนุม และ การแสดงความคิดเห็นถือเป็นสิทธิในทางการเมือง ที่จะเป็นหลักประกันว่าการ ใช้อ�ำนาจรัฐจะเป็นไปด้วยความยุติธรรม ตามเจตนารมณ์ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญ (Founder) Thomas Jefferson ได้เขียนไว้ในหลักประกันสิทธิและเสรีภาพของ ประชาชนภายใตร้ ฐั ธรรมนญู สหรฐั อเมรกิ า ซง่ึ ความเปน็ มาของการสรา้ งความเปน็ รฐั บนพน้ื ฐานของสทิ ธแิ ละเสรภี าพทสี่ มั พนั ธอ์ ยา่ งลกึ ซงึ้ กบั จติ วญิ ญาณประชาชาตแิ ละ ประวตั ศิ าสตร์ ทถี่ อื เปน็ รากฐานสำ� คญั ของอดุ มคตขิ องประชาชน และระบบกฎหมาย ของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะอย่างย่ิงการแสดงถึงความเป็นเสรีชนในค�ำประกาศ อิสรภาพของสหรฐั อเมริกา111 111 ดงั ความตอนหนงึ่ ในคำ� ประกาศอสิ รภาพของสหรฐั อเมรกิ า “ ...คนทกุ คนถกู สรา้ งขน้ึ มาอยา่ งเทา่ เทยี มกนั วา่ ทกุ คนไดร้ บั สทิ ธทิ ง้ั หลายจากพระผสู้ รา้ ง (พระเจา้ ) อนั เปน็ สทิ ธทิ ไี่ มอ่ าจพรากไปได้ อนั ไดแ้ ก่ สทิ ธใิ นชวี ติ อสิ รภาพ และสทิ ธใิ นการแสวงหาความสขุ และเพอ่ื รกั ษาสทิ ธเิ หลา่ นนั้ รฐั บาลนนั้ จะมาจากการจดั ตงั้ จาก ประชาชน โดยใชอ้ ำ� นาจปกครองภายใตค้ วามยินยอมของปวงชน...” แปลความจาก The Declaration of Independence: A Transcription, IN CONGRESS, July 4, 1776.
เสรภี าพในการชุมนมุ โดยสงบและปราศจากอาวธุ ตามบทบัญญัตแิ หง่ กฎหมาย 199 จากการท่ีผู้มีส่วนส�ำคัญในการร่างรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา และรณรงค์ ใหม้ มี ลรฐั ตา่ งๆ ให้สัตยาบนั เพ่อื รับรองรัฐธรรมนญู น้ี มกี ารจัดท�ำเอกสารเผยแพร่ ท่เี รียกวา่ Federalist Papers เพอ่ื เปน็ การเผยแพรใ่ หป้ ระชาชนไดเ้ หน็ ถึงรปู แบบ ของรฐั ธรรมนญู ทด่ี ำ� เนนิ การรา่ งอยู่112 โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ James Madison ผมู้ สี ว่ น สำ� คญั ในการสนบั สนนุ รา่ งคำ� ประกาศสทิ ธแิ ละเสรภี าพของประชาชน (Bill of Rights) ซ่ึงเอกสารนี้ถือว่าเป็นส่วนหน่ึงของรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกาด้วย113 โดยเฉพาะ อย่างย่ิงใน the First Amendment ท่ีมีหลักการส�ำคัญสืบทอดมาจาก Magna Carta และ Bill of Rights ขององั กฤษดว้ ย114 ระบบกฎหมายของสหรฐั อเมรกิ าสมั พนั ธก์ บั ระบบการเมอื งการปกครองแบบ สหพันธ์รฐั (Federal State) ซ่ึงมจี ะมรี ัฐบาลกลาง (Federal Government) และ รัฐบาลมลรัฐ (State Government) ซ่ึงจะมีรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกาเป็น กฎหมายสูงสุดก�ำหนดโครงสร้างและการใช้อ�ำนาจของรัฐ115 แม้ว่ารัฐบาลมลรัฐจะ มีอ�ำนาจในตัวเองและมีรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และศาลของตนเอง แต่ก็จะไม่อาจ ด�ำเนินการใดขัดหรือแย้งกับส่ิงท่ีก�ำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกาได้ จึงถือว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดที่จะเป็นหลักประกันสิทธิและเสรีภาพให้แก่ ประชาชน เนือ้ หาของกฎหมายทรี่ บั รองสิทธิในการชุมนุมนนั้ คอื Bill of Rights บัญญตั ิ อยูใ่ นบทแกไ้ ขเพม่ิ เติมมาตรา 1 (First Amendment) ใน ค.ศ. 1791 : “รฐั สภาจะตอ้ งไมบ่ ญั ญัตกิ ฎหมาย เพอ่ื สถาปนาศาสนา หรือห้ามการปฏิบัติ ตามศาสนาโดยเสรี หรอื จำ� กดั เสรภี าพในการพดู หรอื การพมิ พ์ หรอื สทิ ธขิ อง ประชาชนในการชมุ นมุ โดยสงบ และสทิ ธทิ จี่ ะยน่ื เรอื่ งราวรอ้ งทกุ ขต์ อ่ รฐั บาล”116 112 ดรู ายละเอยี ดเพ่มิ เติมได้ท่ี อเล็กซานเดอร์ แฮมิลตัน, เจมส์ เมดิสัน และ จอห์น เจย์, เดอะเฟเดอรลั ลสิ ต์ เปเปอร:์ เอกสารความคดิ ทางการเมืองอเมรกิ ัน สมบัติ จนั ทรวงศ์ (บก.แปล) (กรุงเทพฯ: สำ� นักพิมพ์ ธรรมศาสตร์, 2530). 113 Federalist No. 84 by Alexander Hamilton; และมกี ารขยายความเพ่ือเปิดโอกาสให้มีการตีความ เพอื่ บงั คบั คมุ้ ครองสทิ ธทิ เี่ ขยี นไวใ้ น Bill of Rights ไดอ้ ยา่ งกวา้ งขวาง จากขอ้ เสนอของ Thomas Jefferson ดังปรากฏอยูใ่ น the Ninth Amendment 114 Gordon T. Belt, “The First Amendment in the Colonial Press” First Amendment Center (May 2011). 115 ดเู พมิ่ เตมิ ใน มานติ ย์ จมุ ปา, ความรเู้ บอื้ งตน้ เกยี่ วกบั กฎหมายสหรฐั อเมรกิ า (กรงุ เทพฯ: วญิ ญชู น, 2553), หนา้ 62-66. 116 “Congress shall make no law respecting an establishment of religion, or prohibiting the free exercise thereof; or abridging the freedom of speech, or of the press; or the right of the people peaceably to assemble, and to petition the government for a redress of grievances.” U.S. Const. Amend. I.
200 เสรีภาพในการชมุ นุมโดยสงบและปราศจากอาวธุ ตามบทบญั ญตั ิแหง่ กฎหมาย บทแกไ้ ขเพมิ่ เตมิ มาตรา 1 น ้ี คอื สทิ ธใิ นการพดู เขยี น พมิ พ์ อยา่ งเสรี (right of freespeechandoffreepress)ซง่ึ ในบางครง้ั เรยี กรวมวา่ “เสรภี าพในการแสดงออก” (freedom of expression) ถือเป็นหลักประกันสิทธิที่ส�ำคัญท่ีถูกก�ำหนดไว้อยู่ใน กลุ่มของเสรีภาพของประชาชน การชุมนุมโดยสงบหรือเสรีภาพในการรวมตัวและ การยน่ื ขอ้ เรยี กรอ้ ง (freedom of assembly and petition) กถ็ อื เปน็ การแสดงออก อย่างหน่ึง117 ในการที่จะเรียกร้องให้สาธารณะได้สนใจต่อความ อยุติธรรมท่ีกลุ่ม ผเู้ รยี กร้องต้องการน�ำเสนอ และแก้ไขเปลยี่ นแปลง การชมุ นมุ โดยสงบนี้ประชาชน ต้องกระท�ำโดยการเคารพต่อกฎหมายและด�ำเนินการอย่างรอบคอบและเคารพต่อ สิทธิของผอู้ ่นื ดว้ ย118 ขอบเขตของผทู้ สี่ ามารถอา้ งเสรภี าพในการแสดงออกนี้ ไมจ่ ำ� กดั วา่ จะตอ้ งเปน็ พลเมืองอเมริกันเท่าน้ัน คนต่างด้าวและผู้หย่อนความสามารถ รวมไปถึงนิติบุคคล เชน่ สหภาพ และสมาคม กส็ ามารถอา้ งสทิ ธนิ ไี้ ดเ้ ชน่ กนั 119 ทางดา้ นผทู้ ตี่ อ้ งเคารพตอ่ เสรภี าพในการแสดงออกน้ี รฐั ธรรมนญู ของสหรฐั อเมรกิ า รบั รองไวอ้ ยา่ งกวา้ งขวางมาก โดยถือว่าการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพนี้ ผูกพันทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นองค์กร นิติบัญญัติหรือบริหารหรือตุลาการ ไม่ว่าจะในระดับสหพันธรัฐหรือมลรัฐที่ต้อง ไมล่ ะเมดิ เสรภี าพดังกล่าว รวมถึงบคุ คลท่ัวไปกต็ ้องเคารพเสรภี าพในการแสดงออก ของผอู้ นื่ ดว้ ย120 ทงั้ นขี้ น้ึ อยกู่ บั แตล่ ะมลรฐั วา่ จะกำ� หนดไวใ้ นรฐั ธรรมนญู ของมลรฐั วา่ บุคคลท่ัวไปต้องไม่กระท�ำการใดที่เป็นการละเมิดเสรีภาพในการแสดงออก เช่น ใน New Jersey และ Ohio มกี ารรบั รองในกฎหมายวา่ บุคคลหรือกลุ่มบคุ คลต้อง ไมเ่ ขา้ ไปแทรกแซงเสรภี าพในการแสดงออกของบคุ คลอนื่ 121 ท่ี Hawaii มกี ารกำ� หนด ให้รัฐมีหน้าท่ตี ้องรับผิดชอบต่อการกระท�ำของบุคคลทั่วไป เพ่ือป้องกนั ไม่ใหบ้ ุคคล ไปละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกของผู้อ่ืน ดังน้ัน รฐั จึงต้องด�ำเนินการเพ่อื สง่ เสรมิ ใหม้ ีการเคารพสิทธิดังกลา่ ว122 117 16B Corpus Juris Secundum (C.J.S.) Constitutional Law § 792 (June 2014). 118 Bill of Rights Institute, “First Amendment: Freedom of Assembly (1791), (online), Available from: http://billofrightsinstitute.org 119 16B Corpus Juris Secundum (C.J.S.) Constitutional Law § 790 (June 2014). 120 16B Corpus Juris Secundum (C.J.S.) Constitutional Law § 791 (June 2014). 121 Ibid 122 ในตัวอย่างที่ยกมาข้างต้น เช่น New Jersey, Ohio และ Hawaii แสดงถึงมลรัฐที่ให้ความส�ำคัญแก่ การคมุ้ ครองเสรภี าพในการแสดงออกของบคุ คลในเชงิ รกุ แตใ่ นบางมลรฐั เชน่ Arkansas,California,Idaho, Illinois, Nebraska, Nevada, New Hampshire, North Dakota และ Wisconsin ไมม่ กี ารบญั ญตั อิ ยใู่ น รัฐธรรมนญู ของมลรฐั ท่กี ำ� หนดใหใ้ ห้บุคคลท่วั ไป ห้ามแทรกแซงเสรภี าพในการแสดงออกของผู้อ่ืน
เสรภี าพในการชุมนมุ โดยสงบและปราศจากอาวธุ ตามบทบญั ญตั แิ ห่งกฎหมาย 201 ลักษณะของการแสดงออกท่ีจะได้รับการคุ้มครองนี้ ไม่จ�ำกัดว่าจะต้องเป็น การพูดหรือเขียนเท่านั้น อาจเป็นสิทธิท่ีจะไม่แสดงความเห็นด้วย เช่น สิทธิที่จะ ไมพ่ ดู นอกจากนย้ี งั รวมถงึ การกระทำ� เชน่ การกระทำ� เชงิ สญั ลกั ษณ์ หรอื พฤตกิ รรมที่ แสดงออกแลว้ สอ่ื สารไดเ้ สมอื นกบั การพดู เชน่ การควำ่� บาตร (Boycott)123 อยา่ งไรกด็ ี มขี อ้ สังเกตว่าหากเป็นการกระทำ� ทแ่ี สดงออกถึงความคิดเหน็ ด้วยนน้ั อาจมีเงอื่ นไข ทจี่ ะถกู จำ� กดั ไดม้ ากกวา่ การพดู เพยี งอยา่ งเดยี ว ดงั จะไดก้ ลา่ วในหวั ขอ้ ตอ่ ไปเกยี่ วกบั ขอ้ จำ� กดั เสรีภาพในการชุมนุม (4.3.2) นอกจากการคุ้มครองเสรีภาพในการชุมนุมที่อยู่ภายใต้ขอบเขตเดียวกันกับ เสรภี าพในการแสดงออก (freedom of expression – free speech and free press) ซ่ึงจดั อยูใ่ นสทิ ธิส่วนบุคคล (personal right) แลว้ ยังมกี ารคุม้ ครองเสรภี าพในการ ชมุ นมุ ในอกี มติ หิ นงึ่ ทก่ี ็ยังถอื วา่ อยู่ภายใตเ้ สรีภาพในการแสดงออก แต่เจาะจงไปใน สว่ นของการรวมกลมุ่ เพอ่ื แสดงออกถงึ ความเหน็ ของบคุ คลได้ เปน็ สทิ ธใิ นการชมุ นมุ โดยเสรแี ละสงบโดยถกู กฎหมายและเสรภี าพในการเสนอเรอื่ งรอ้ งเรยี น (the right of free and peaceable assembly for lawful purposes and the right to petition the government for a redress of grievances) ซ่ึงจัดวา่ เป็นสทิ ธิเสรภี าพภายใต้ บทแกไ้ ขเพม่ิ เติมมาตรา 1 (First Amendment) เหมือนกัน124 จากการท่ีรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา ได้รับรองเสรีภาพในการแสดงออกไว้ ในตวั กฎหมายสงู สดุ ของประเทศซง่ึ มผี ลผกู พนั ทกุ องคก์ รของรฐั ใหต้ อ้ งเคารพสทิ ธนิ ้ี และบุคคลผู้ถูกกระทบสิทธิสามารถน�ำสิทธินั้นไปบังคับใช้ได้จริงในศาล โดยเฉพาะ ศาลสงู ของสหรัฐอเมริกา (US Supreme Court) หลักการข้างตน้ ตา่ งๆ น้นั เปน็ การ วางหลักกฎหมายท่ีศาลสูงของสหรัฐอเมริกา ท่ีมีค�ำพิพากษาก�ำหนดไว้ในแต่ละคดี จากการที่สหรัฐอเมริกา มีระบบกฎหมายแบบ Case Law ซึ่งค�ำพิพากษาถือเป็น ที่มาหลักของกฎหมาย จึงท�ำให้การตีความบทแก้ไขเพ่ิมเติมมาตรา 1 (First Amendment) เป็นที่มาหลักของกฎหมาย และมีล�ำดับศักดิ์ในระดับเดียวกับ กฎหมายรฐั ธรรมนญู ดว้ ย จงึ มผี ลผกู พนั ทว่ั ประเทศทง้ั ในระดบั รฐั บาลกลาง และระดบั มลรฐั ทง้ั หมด125 ตวั อยา่ งคำ� พพิ ากษาทแ่ี สดงถงึ นยั ยะในการบงั คบั ใชก้ ฎหมายเกยี่ วกบั การชุมนมุ จะได้กล่าวโดยละเอียดในหัวข้อ 4.4 ตอ่ ไป 123 16B Corpus Juris Secundum (C.J.S.) Constitutional Law § 793 (June 2014). 124 16B Corpus Juris Secundum (C.J.S.) Constitutional Law § 973 (June 2014). 125 Kathleen M. Sullivan & Gerald Guntheer, Constitutional Law (New York: Foundation Press, 2001), pp. 6-10.
202 เสรภี าพในการชมุ นุมโดยสงบและปราศจากอาวธุ ตามบทบญั ญัติแหง่ กฎหมาย 4.3.2 หลักกฎหมายทเี่ ป็นขอ้ จ�ำกัดในการชมุ นุม แม้ว่าจะมีการรับรองเสรีภาพในการชุมนุมภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่บางครั้ง การใช้อ�ำนาจรัฐในการด�ำเนินภารกิจ เช่น การให้บริการสาธารณะ ด�ำเนินการ สาธารณูปโภค การให้สวัสดิการรวมไปถึงการรักษาความสงบเรียบร้อย และความ ม่ันคง ไดม้ ีการบญั ญตั กิ ฎหมายตา่ งๆ และมกี ารกำ� หนดขอ้ ห้ามบางประการซึ่งอาจ เป็นข้อจ�ำกัดตอ่ เสรีภาพในการชุมนุมได้ โดยทว่ั ไป รฐั อาจจะออกขอ้ กำ� หนดบางอยา่ งทอ่ี าจเขา้ มาจำ� กดั เสรภี าพในการ แสดงออก แตม่ กั จะเปน็ การด�ำเนนิ การกอ่ นทจี่ ะมกี ารกระท�ำนนั้ ๆ (prior restraint) เช่น ออกระเบียบว่าต้องมีการขออนุญาตก่อนด�ำเนินการหรือมีการกลั่นกรอง (censorship) มากกว่าจะเป็นการที่ปล่อยให้มีการกระท�ำแล้วค่อยมายึดหรือห้าม หรือจับกุมภายหลัง126 แม้ว่าข้อจ�ำกัดล่วงหน้านี้ (prior restraint) ไม่ถือว่าขัดกับ รฐั ธรรมนญู ในเรอื่ งเสรภี าพในการแสดงออกโดยตรงกต็ าม แตก่ ารเปดิ โอกาสใหใ้ ชไ้ ด้ ในกรณที เ่ี ปน็ พเิ ศษจรงิ ๆ127 หากมกี ารยกขอ้ จำ� กดั นข้ี น้ึ มาเปน็ คดรี อ้ งตอ่ ศาล ศาลจะ ทำ� หนา้ ทตี่ รวจสอบอยา่ งเขม้ งวด ในการพจิ ารณาวา่ กฎหมาย ระเบยี บขอ้ บงั คบั หรอื คำ� สง่ั ทม่ี ขี น้ึ กอ่ นนน้ั เปน็ การขดั รฐั ธรรมนญู เนอื่ งจากละเมดิ สทิ ธเิ สรภี าพตามมาตรา 1 น้หี รอื ไม1่ 28 หลักการทั่วไปท่ีจะท�ำให้กระบวนการท่ีท�ำให้ข้อจ�ำกัดล่วงหน้า (prior restraint) นี้ สามารถบงั คับใช้ได้โดยไมข่ ดั ต่อรฐั ธรรมนูญ ก็ตอ่ เมอื่ มเี ง่ือนไขในการ ออกขอ้ จำ� กดั อยา่ งสมเหตสุ มผล และในการดำ� เนนิ การจะตอ้ งประกอบไปดว้ ยวธิ กี าร 2 ขอ้ ได้แก่ การแจง้ ใหป้ ระชาชนได้ทราบถึงข้อจ�ำกัดนี้ ก่อนที่จะมีการกระทำ� และ จะตอ้ งมีการรับฟงั ขอ้ เรยี กรอ้ งของประชาชนเหลา่ น้ีดว้ ย129 ในการแสดงความคดิ เหน็ ทไี่ ดร้ บั การคมุ้ ครองนี้ มกั จะเปน็ ประเดน็ ขอ้ ถกเถยี ง ในเรอ่ื งสาธารณะและใชพ้ น้ื ท่ี สถานทส่ี าธารณะในการแสดงออก เชน่ สวนสาธารณะ ทางสาธารณะ รวมไปถงึ เวทสี าธารณะ เชน่ สถานโี ทรทศั น์ และวทิ ยสุ าธารณะ เพอ่ื เปน็ ช่องทางเผยแพร่ข้อมูลกระจายไปยังสังคมในวงกว้าง หากพิจารณาในทางกลับกัน การเขา้ ไปใชพ้ ้นื ท่ีนอกเหนอื จากพ้นื ทสี่ าธารณะ (ในที่น้ี ถอื ว่ายังเป็นพนื้ ท่ีซ่งึ รฐั เปน็ เจา้ ของ แต่ไม่ใชพ่ นื้ ทสี่ �ำหรบั สาธารณชนสามารถเขา้ ไปใช้ได้ เชน่ สถานทีใ่ ชเ้ พ่อื ทาง 126 16B Corpus Juris Secundum (C.J.S.) Constitutional Law § 808 (June 2014). 127 16B Corpus Juris Secundum (C.J.S.) Constitutional Law § 809 (June 2014). 128 16B Corpus Juris Secundum (C.J.S.) Constitutional Law § 810 (June 2014). 129 16B Corpus Juris Secundum (C.J.S.) Constitutional Law § 811 (June 2014).
เสรีภาพในการชุมนมุ โดยสงบและปราศจากอาวุธตามบทบัญญัตแิ ห่งกฎหมาย 203 ราชการโดยเฉพาะ) ทตี่ อ้ งมกี ารขออนญุ าต มกั จะมขี อ้ พจิ ารณาวา่ จะเขา้ ใชพ้ นื้ ทเ่ี พอื่ วตั ถปุ ระสงคอ์ ยา่ งไรและอาจมกี ารไมอ่ นญุ าตใหใ้ ชพ้ น้ื ทน่ี นั้ หากการกระทำ� นนั้ (ในทนี่ ี้ หมายถึงท้ังเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น รวมไปถึงเสรีภาพในการชุมนุมด้วย) จะเป็นการแทรกแซงการใช้พื้นที่โดยปกติ130 เช่น การปิดห้องเรียนในมหาวิทยาลัย หรือการนัดหยุดงานของพนักงานการไฟฟ้า หรือการรถไฟ เป็นต้น การอนุญาต หรือไม่อนุญาตให้ใช้สถานที่ในการแสดงออกถึงเสรีภาพน้ี จึงมีข้อจ�ำกัดจากมิติของ การเขา้ ใช้สถานท่ดี ว้ ย รฐั มอี ำ� นาจในการออกระเบยี บในการใชส้ ถานทส่ี าธารณะได้ เชน่ การกำ� หนด ลกั ษณะกจิ กรรม และเวลาในการเขา้ ใชส้ ถานทเี่ พอ่ื เสรกี ารแสดงออก131 เชน่ รฐั สามารถ ออกเทศบัญญัตเิ พอ่ื กำ� หนดใหข้ ออนุญาตใช้สถานท่แี ละมีคา่ ธรรมเนียมในการขอใช้ สถานที่สาธารณะเพ่ือจัดชุมนุม ถือว่าเป็นข้อจ�ำกัดที่มีขึ้นก่อนการใช้สิทธิ (prior restraint) ทสี่ ามารถกระทำ� ได ้ แตใ่ นการบงั คบั ใชต้ อ้ งถอื วา่ เสรภี าพในการแสดงออก เป็นหลักท่ัวไปที่รัฐต้องให้ความคุ้มครอง ส่วนการออกข้อจ�ำกัดก่อนการใช้สิทธิน้ัน (prior restraint)132 แม้ว่าโดยท่ัวไปจะถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่หากมีเหตุผล อันสมควร ก็สามารถออกข้อจ�ำกัดได้ (prior restraint) โดยต้องมีความชัดเจน และมที างเลือกหรอื ทางออกอื่นให้แก่ประชาชนด้วย133 ในกรณีของการแสดงความคิดเหน็ ในสถานที่ส่วนบุคคล เช่น โรงแรม หอพัก หรอื สถานทใี่ หบ้ รกิ ารของเอกชน เชน่ คลนิ กิ รบั ทำ� แทง้ รฐั สามารถออกกฎหมายหรอื ระเบยี บขนึ้ มาเพอื่ คมุ้ ครองสทิ ธสิ ว่ นบคุ คลได้ โดยถอื วา่ เปน็ ขอ้ จำ� กดั กอ่ นการใชส้ ทิ ธิ (prior restraint) ทไ่ี มข่ ัดต่อรฐั ธรรมนูญ134 สามารถท�ำออกระเบียบมาได้ ขอ้ สงั เกตเพมิ่ เตมิ ในกรณที เ่ี สรภี าพในการแสดงออกอาจเขา้ ไปกระทบกบั สทิ ธิ ในความเปน็ อยอู่ ยา่ งสงบสขุ เชน่ การใชเ้ ครอื่ งขยายเสยี ง รฐั สามารถออกเทศบญั ญตั ิ เพื่อจ�ำกัดการใช้เคร่ืองขยายเสียงที่จะส่งเสียงดังและสร้างความร�ำคาญแก่บุคคล ท่ัวไป โดยมีการจ�ำกัดเป็นบางช่วงเวลาหรือในบางสถานท่ี ซึ่งเทศบัญญัติท�ำนองนี้ ไม่ถือว่าเป็นการจ�ำกัดเสรีภาพในการแสดงออก แต่ต้องเป็นการใช้บังคับระเบียบ โดยท่ัวไปท่ีไม่เลือกปฏิบตั ิเฉพาะกล่มุ ใดกลุ่มหนง่ึ 135 130 16B Corpus Juris Secundum (C.J.S.) Constitutional Law § 841 (June 2014). 131 16B Corpus Juris Secundum (C.J.S.) Constitutional Law § 842 (June 2014). 132 Ibid; U.S.C.A. Const. Amend. 1. Surita v. Hyde, 665 F. 3d 860 (7th Cir. 2011). 133 16B Corpus Juris Secundum (C.J.S.) Constitutional Law § 843 (June 2014). 134 16B Corpus Juris Secundum (C.J.S.) Constitutional Law § 845 (June 2014). 135 16B Corpus Juris Secundum (C.J.S.) Constitutional Law § 846 (June 2014).
204 เสรีภาพในการชมุ นุมโดยสงบและปราศจากอาวุธตามบทบัญญตั ิแห่งกฎหมาย เมื่อพิจารณาถึงเสรีภาพในการชุมนุม นอกจากจะมีลักษณะเช่นเดียวกันกับ เสรีภาพในการแสดงออกก็ตาม ย่ิงไปกว่าน้ัน การชุมนุมยังมีลักษณะเฉพาะของ การรวมกลมุ่ ดงั นนั้ การจำ� กดั สทิ ธโิ ดยรฐั เชน่ การออกระเบยี บต่างๆ เกี่ยวกบั การ เข้าเป็นสมาชิกขององค์กร หรือสหภาพต่างๆ เพ่ือเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลง ทางด้านการเมืองหรือเศรษฐกิจสามารถท�ำได้ หากมีเหตุผลอันสมควร เพื่อรักษา ความเรียบร้อย หรือความสงบสุขของสังคม โดยท่ีไม่ถึงขนาดที่เป็นการตัดสิทธิ ในการชุมนุมทั้งหมด136 อ�ำนาจรัฐที่อาจด�ำเนินการจ�ำกัดเสรีภาพในการชุมนุมนี้ เรยี กวา่ เปน็ Police Power ซงึ่ เปน็ อำ� นาจในการจดั การของรฐั อยา่ งไรกต็ าม การใช้ อำ� นาจรฐั กย็ งั ตอ้ งอยบู่ นพน้ื ฐานของหลกั นติ ธิ รรม (due process) ดว้ ย เชน่ การทรี่ ฐั บังคบั ให้เปิดเผยชอื่ สมาชิกขององคก์ รทท่ี �ำการเคลอ่ื นไหว จดั การชมุ นมุ ถือวา่ เปน็ ค�ำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย137 ซึ่งในการใช้กฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ในการแสดงออกและเสรีภาพในการชุมนุมเชอื่ มโยงกับบทแก้ไขเพ่มิ เตมิ มาตรา 14 (Fourteenth Amendment) – Due Process โดยมหี ลกั การพ้ืนฐานว่า รัฐตอ้ งใช้ อ�ำนาจภายใต้กระบวนการท่ีถูกต้อง ชอบธรรม ไม่มีการเลือกปฏิบัติไม่ว่าจะเป็น ในด้านชนชัน้ เพศ หรอื เชอ้ื ชาติ ในยุคปัจจุบัน การบัญญัติกฎหมายที่มีเน้ือหาจ�ำกัดเสรีภาพในการชุมนุม แอบแฝงอยู่ ไมว่ า่ จะโดยตง้ั ใจหรอื ไมก่ ต็ าม เชน่ กฎหมายปอ้ งกนั การผกู ขาด กฎหมาย ว่าด้วยการกอ่ การร้าย กฎหมายอาญาวา่ ด้วยเรือ่ งการกอ่ ความไมส่ งบ กรณลี า่ สุดท่ี รฐั บาลเสนอกฎหมายทกี่ ระทบตอ่ การเสรภี าพในชมุ นมุ โดยสงบ คอื กฎหมายเกย่ี วกบั การปอ้ งกนั การบกุ รกุ (Trespass Bill) ทบี่ ญั ญตั วิ า่ การกระทำ� ทเ่ี ปน็ การรวบกวน หรอื การกระทำ� ทกี่ อ่ ความไมส่ งบแกก่ จิ การของรฐั บาลหรอื การทำ� งานของเจา้ หนา้ ท่ี ถอื วา่ เป็นความผิด และหนว่ ยสบื ราชการลบั (secret service) สามารถเข้าไปตรวจสอบ ผูส้ ง่ สัญญาณกระจายเสียงหรือแพรภ่ าพสสู่ าธารณะได1้ 38 การออกกฎหมายเพอ่ื คมุ้ ครองสาธารณะจากการกอ่ ความไมส่ งบอาจเปน็ การ จ�ำกัดเสรีภาพในการชุมนุมได้ รวมไปถึงการให้อ�ำนาจแก่เจ้าหน้าท่ีในการปราบ จลาจล เมื่อการชุมนุมโดยสงบน้ันมักจะถูกสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรง เช่น 136 16B Corpus Juris Secundum (C.J.S.) Constitutional Law § 975 (June 2014). 137 Ibid; National Ass’n for Advancement of Colored People v. State of Ala. ex. rel. Patterson, 357 U.S. 449, 78 S. Ct. 1163, 2 L. Ed. 2d 1488 (1958). 138 Paul Samakow, “Anti-Occupy” law ends American’s right to protest”, The Washington Times, (Wednesday, August 1, 2012)
เสรีภาพในการชมุ นุมโดยสงบและปราศจากอาวธุ ตามบทบญั ญัตแิ หง่ กฎหมาย 205 การทำ� เกินกว่าเหตุของเจา้ หน้าท่ี รวมถึงการใช้กฎหมายอาญาในการจบั กมุ ผ้ชู ุมนมุ และใช้มาตรการทางแพ่งในการเรียกร้องค่าเสียหายจากการชุมนุมซึ่งถือว่าเป็น กฎหมายท่สี ามารถเขา้ มาจำ� กัดเสรภี าพในการชุมนมุ ได้ เมื่อพิจารณาดูจากกฎหมายทีค่ มุ้ ครองเสรภี าพในการชมุ นมุ โดยสงบ จะเป็น กฎหมายหลักเพียงบทบัญญัติเดียว คือ ในบทแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 1 ซึ่งได้มีการ บัญญัติไว้และเปิดโอกาสให้มีการตีความให้เข้ากับข้อเท็จจริงได้อย่างกว้างขวาง ในขณะท่ีกฎหมายที่เข้ามาจ�ำกัดเสรีภาพนั้น อาจเป็นกฎหมายล�ำดับรองลงมา บทบาททสี่ ำ� คญั จงึ อยทู่ กี่ ารตคี วามและการใชก้ ฎหมายขององคก์ รรฐั ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง เชน่ ศาลยุตธิ รรมหรอื อยั การและเจา้ หน้าที่ตำ� รวจ 4.4 บทบาทและอ�ำนาจหน้าท่ขี องฝา่ ยตลุ าการ หรอื องค์กรท่ที ำ� หน้าท่วี นิ ิจฉัย ในเร่ืองสทิ ธเิ สรีภาพในการชมุ นุม การพิจารณาถึงการตีความและใช้บังคับกฎหมายเกี่ยวกับเสรีภาพในการ ชุมนุมโดยสงบในหัวขอ้ นี้ จะพิจารณาจากคำ� พพิ ากษาของศาลสงู ของสหรฐั อเมรกิ า (U.S. Supreme Court of Justice) ซึ่งไดแ้ ยกกลุ่มของคำ� พิพากษา ซ่งึ เปน็ กรณี ท่ีมีประเด็นเกี่ยวข้องกับการชุมนุม และได้แยกออกเป็นสองกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มท่ีมี คำ� พพิ ากษาไปในทางทค่ี มุ้ ครองสทิ ธิ และกลมุ่ ทม่ี กี ารใชแ้ ละตคี วามไปในทางทจ่ี ำ� กดั สทิ ธใิ หแ้ คบลง ในแตล่ ะกลมุ่ นผี้ วู้ จิ ยั เลอื กมากลมุ่ ละ 6 คดี เพอื่ ใหเ้ หน็ ถงึ ประเดน็ ของ การเรยี กรอ้ งของผชู้ มุ นมุ ลกั ษณะของกลมุ่ ผชู้ มุ นมุ และลกั ษณะการดำ� เนนิ การของรฐั ตอ่ จดั การกบั ผู้ชุมนุม 4.4.1 การใชก้ ฎหมายไปในทางคุ้มครองสิทธแิ ละเสรภี าพในการชุมนุม ในการตดั สนิ ของศาลสงู สหรฐั อเมรกิ า เปน็ การวางบรรทดั ฐาน และหลกั กฎหมาย ในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในการชุมนุม ท้ังในการตัดสินว่าข้อจ�ำกัดล่วงหน้า (prior restraint) ท่รี ัฐไดอ้ อกมา รวมถงึ การปฏิบัติต่อบุคคลทเี่ ขา้ มารว่ มชุมนมุ เช่น การเข้าสลายผู้ชุมนุม หรือการจับกุมผู้ชุมนุม เป็นการระเบียบหรือการกระท�ำน้ัน เป็นการขัดตอ่ รฐั ธรรมนูญ ซง่ึ ถอื เปน็ การคุม้ ครองเสรีภาพในการชุมนมุ ดังน้ี 1) Hague v. Committee for Industrial Organization 1939139 กลมุ่ แรงงานในนาม Congress of Industrial Organizations (CIO) ซงึ่ เปน็ สหภาพแรงงานในของภาคอตุ สาหกรรม ทำ� การชมุ นมุ ประทว้ งในชว่ งเศรษฐกจิ ถดถอย 139 Hague v. Committee for Industrial Organization, 307 U.S. 496 (1939)
206 เสรภี าพในการชมุ นมุ โดยสงบและปราศจากอาวธุ ตามบทบญั ญัตแิ หง่ กฎหมาย ในมลรัฐ New Jersey นายกเทศมนตรี Frank Hague ประกาศใช้เทศบญั ญตั ิเพอ่ื หา้ มการประชมุ ของกลุ่มแรงงาน ในสถานท่ีสาธารณะ และหา้ มการเผยแพร่ข้อมลู ของกลุม่ CIO ศาลช้ันตน้ ตดั สินคมุ้ ครองการประชุมของกลุ่ม CIO นายกเทศมนตรี Frank Hague อทุ ธรณต์ อ่ ศาลสูง ศาลสงู สหรฐั อเมริกา มีค�ำพพิ ากษาวา่ เทศบัญญตั ิ ทนี่ ายกเทศมนตรที ส่ี งั่ หา้ มการชมุ นมุ ของลกู จา้ ง ในทส่ี าธารณะ ถอื เปน็ คำ� สง่ั ทไี่ มช่ อบ เนื่องจากขัดต่อเสรีภาพในการชมุ นมุ 2) Thornhill v. Alabama 1940140 Byron Thornhill ผู้น�ำแรงงานท้องถ่ิน ในมลรัฐ Alabama ถูกจบั ในฐานะ ทเ่ี ป็นหัวหนา้ ชกั ชวนให้มกี ารนัดหยดุ งานและปดิ ก้ันทางเข้าสู่โรงงาน ตามกฎหมาย ของมลรฐั ทหี่ า้ มไมใ่ หแ้ รงงานผละงาน และชมุ นมุ ปดิ กน้ั โรงงาน เนอื่ งจากถอื เปน็ การ ขดั ขวางการดำ� เนนิ กจิ การธรุ กจิ กอ่ ใหเ้ กดิ ความเสยี หายตอ่ โรงงาน Thornhill ตอ่ สู้ วา่ การนดั หยดุ งานนเ้ี ปน็ การชมุ นมุ โดยสงบ ศาลอทุ ธรณต์ ดั สนิ วา่ กฎหมายของมลรฐั ชอบแล้ว Thornhill จึงอุทธรณ์ต่อศาลสูง ศาลสูงสหรัฐอเมริกา มีค�ำพิพากษาว่า กฎหมายของมลรัฐท่ีออกมาห้ามไม่ให้มีการชุมนุมหน้าสถานประกอบการของกลุ่ม สหภาพแรงงาน กฎหมายของมลรฐั นน้ั ละเมดิ เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ 3) Edwards v. South Carolina 1963141 กลุ่มนักเรียนแอฟริกันอเมริกัน ในโรงเรียนมัธยมและวิทยาลัยในเมือง Columbia มลรฐั South Carolina รวมกลมุ่ กนั อยา่ งสงบ เพอื่ เรยี กรอ้ งสทิ ธเิ สมอภาค ทางเชอื้ ชาติ (สผี ิว) ในการเคลื่อนไหวต่อสูเ้ พื่อสิทธิพลเมอื ง การชมุ นมุ จัดอยหู่ น้าท่ี ทำ� การของผวู้ า่ การรฐั เมอ่ื เรมิ่ มกี ารรวมกลมุ่ กนั ของผชู้ มุ นมุ เจา้ หนา้ ทตี่ ำ� รวจไดแ้ จง้ ใหก้ ลมุ่ ผชู้ มุ นมุ สลายตวั ภายใน 15 นาที แตผ่ ชู้ มุ นมุ ไมป่ ฏบิ ตั ติ าม และกลบั จบั กลมุ่ กนั ร้องเพลง และเดินขบวน เจ้าหน้าที่ต�ำรวจจึงเข้าจับกุมผู้ชุมนุม 187 คน ในข้อหา อาชญากรรมทท่ี ำ� ลายความสงบ(crimeofbreachofthepeace)ศาลสงู สหรฐั อเมรกิ า ตัดสินว่าการท่ีผู้ชุมนุมเดินขบวน ผ่านหน้าที่ท�ำการของผู้ว่าการรัฐ แม้จะเป็นการ กระทำ� ท่ีขดั ขืน ไม่ฟงั ค�ำส่ังของเจ้าหน้าท่ีให้สลายการเดนิ ขบวน จงึ ถกู ต�ำรวจเขา้ ไป จบั ผูช้ ุมนุมไปก็ตาม แต่การทีเ่ จ้าหนา้ ทีข่ องรัฐจบั ผ้ชู ุมนมุ ที่เดินขบวนโดยสงบ ศาลมี คำ� ตดั สนิ วา่ การจบั กมุ นนั้ ถอื เปน็ การละเมดิ ตอ่ เสรภี าพในการชมุ นมุ โดยสงบ เปน็ การ ละเมิดต่อบทแกไ้ ขเพิม่ เตมิ มาตรา 1 และมาตรา 14 140 Thornhill v. Alabama, 310 U.S. 88 (1940) 141 Edwards v. South Carolina, 372 U.S. 229 (1963)
เสรภี าพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวธุ ตามบทบัญญัตแิ ห่งกฎหมาย 207 4) Cox v. Louisiana 1965142 กรณีเกิดขึ้นจากนักเรียน 23 คน จากวิทยาลัยของกลุ่มแอฟริกันอเมริกัน ทีท่ ำ� การประทว้ งในรา้ นอาหารที่มกี ารแบง่ แยกสีผวิ ท่เี มอื ง Baton Rouge มลรฐั Louisiana นักเรียนทั้งหมดจึงถูกจับ นักบวช B. Elton Cox ได้ระดมผู้ประท้วง 2,000 คน รวมตวั กนั ทหี่ นา้ ทที่ ำ� การศาลของมลรฐั อนั เปน็ สถานทซ่ี ง่ึ นกั เรยี นทง้ั 23 คน ถูกขังอยู่ ต�ำรวจอนุญาตให้มีการชุมนุมได้เฉพาะฝั่งด้านตรงข้ามของที่ท�ำการศาล เทา่ นนั้ การชมุ นมุ เปน็ ไปโดยสงบ มกี ารรอ้ งเพลงในทช่ี มุ นมุ และกลมุ่ นกั เรยี นทถ่ี กู จบั อยู่ก็ร้องเพลงตอบจากในท่ีคุมขัง ในระหว่างการชุมนุมของกลุ่มสนับสนุนแอฟริกัน อเมริกัน มีกลุ่มอเมริกันผิวขาวรวมตัวกันประมาณ 100-300 คน เพ่ือต่อต้าน การเคล่ือนไหวของกลุ่มแรก เจ้าหน้าท่ีต�ำรวจประกาศให้สลายการชุมนุม และใช้ แก๊สนำ�้ ตาบงั คับให้สลายการชุมนมุ ศาลสูงสหรฐั อเมริกาตดั สินว่า มลรฐั ไม่สามารถ บังคับใช้กฎหมายที่ก�ำหนดว่าการชุมนุมโดยสงบ เป็นการท�ำลายความสงบของ สังคมได้ 5) Shuttlesworth v. Birmingham 1969143 สาธคุ ุณ Fred Shuttlesworth ผู้นำ� กลุ่มเคลื่อนไหวเพือ่ สทิ ธิเสมอภาคของ แอฟริกันอเมริกันที่เมือง Birmingham มลรัฐ Alabama เป็นแกนน�ำผู้ชุมนุม แอฟรกิ นั อเมรกิ นั 52 คน เดนิ ขบวน แตภ่ ายใตก้ ฎหมายของมลรฐั Alabama การจะ เดินขบวนได้ต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการของเมืองเสียก่อน ซ่ึงในการ เดินขบวนคร้ังนี้ ได้ยื่นขออนุญาตไปแล้ว แต่คณะกรรมการเมือง มีความเห็นว่า ไม่มีทางอนุญาตให้ผู้ชุมนุมกลุ่มน้ี สามารถมาเคลื่อนไหวในเมืองนี้อย่างเด็ดขาด ผู้น�ำในการเดินขบวนถูกจบั เน่อื งจากท�ำการเดินขบวนโดยไมไ่ ด้รับอนุญาต สาธุคณุ Shuttlesworth น�ำเรื่องฟ้องศาล คดไี ปถงึ ศาลสงู สหรฐั อเมริกา ศาลมคี �ำตดั สินวา่ การใช้กฎหมายดังกล่าวเป็นการละเมิดเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ เนื่องจาก คณะกรรมการเมอื งไดใ้ ชด้ ลุ พนิ จิ อยา่ งไมม่ ขี อบเขต การไมอ่ นญุ าตใหม้ กี ารเดนิ ขบวนนี้ ไม่ได้เก่ียวข้องกับการขัดขวางทางจราจร แต่เป็นการปิดก้ันการแสดงความคิดเห็น ของผ้ชู มุ นมุ แตอ่ ยา่ งเดียว 142 Cox v. Louisiana, 379 U.S. 536 (1965) 143 Shuttlesworth v. Birmingham, 394 U.S. 147 (1969)
208 เสรีภาพในการชมุ นมุ โดยสงบและปราศจากอาวุธตามบทบญั ญัตแิ ห่งกฎหมาย 6) McCullen v. Coakley 573 U.S. (2014)144 จากกรณีท่ีมกี ลุ่มความขดั แย้งสองกลมุ่ ใหญ่ๆ ในสหรัฐอเมรกิ า เก่ียวกับการ ท�ำแท้ง โดยที่กลุ่มผู้คัดค้านการท�ำแท้งมักจะไปชุมนุมในบริเวณท่ีมีคลินิกท�ำแท้ง มีการปิดกั้นทางท่ีจะเข้าสู่คลินิก มีการแจกใบปลิวต่อต้านการท�ำแท้ง ท�ำให้ผู้มา ใช้บริการและเจ้าหน้าท่ีของคลินิกท�ำแท้ง อยู่ในภาวะท่ีหวาดกลัว ในหลายมลรัฐ จึงมีการออกกฎหมายออกมาห้ามไม่ให้มีการชุมนุมใกล้คลินิกท�ำแท้งมากจนเกินไป ในกรณีดังกล่าว กลุ่มผู้คัดค้านการท�ำแท้งได้ย่ืนฟ้องต่อศาลว่ากฎระเบียบดังกล่าว เป็นการขัดต่อเสรีภาพในการชุมนุม ศาลสูงสหรัฐอเมริกา มีค�ำพิพากษาเม่ือวันท ่ี 26 มิถุนายน ค.ศ. 2014 วา่ กฎหมายของมลรฐั Massachusetts ท่กี �ำหนดให้กลุ่ม ผู้ชุมนุมประท้วง ต้องอยู่ในระยะห่างจากคลินิกท�ำแท้งเป็นระยะประมาณ 35 ฟุต หรือท่ีเรียกว่า buffer zone ถือว่าเป็นกฎหมายท่ีขัดต่อรัฐธรรมนูญ145 อย่างไรก็ดี หลังจากมีค�ำพิพากษาน้ีออกมา มีกลุ่มผู้สนับสนุนการท�ำแท้งได้ชุมนุมกันเพื่อ แสดงความไมเ่ หน็ ดว้ ยตอ่ ค�ำพพิ ากษานี้ และเหน็ วา่ กฎหมายดงั กลา่ วเปน็ การคมุ้ ครอง ผ้หู ญงิ และแพทย์ผ้ทู �ำแทง้ ใหห้ ญิงเหลา่ น้ัน จากเหตุการณ์ความรุนแรงทีเ่ กิดข้ึน เชน่ การบุกยงิ แพทย์ในคลนิ กิ ท�ำแทง้ ในหลายๆ มลรฐั 146 โดยสรปุ ตัวอย่างของท้ัง 6 คดีนี้ มีผลท�ำให้กฎหมาย คำ� สงั่ หรอื การกระทำ� ของเจ้าหน้าท่ีรัฐท่ีห้ามไม่ให้มีการชุมนุม ศาลสูงสหรัฐอเมริกาตัดสินว่าเป็นการ ละเมดิ เสรภี าพในการชุมนมุ ตามบทแกไ้ ขเพมิ่ เตมิ มาตรา 1 ซงึ่ เท่ากบั เปน็ การขดั รฐั ธรรมนญู และใช้บังคบั ไมไ่ ด ้ นอกเหนอื จากคำ� พพิ ากษาของศาลสงู สหรฐั อเมรกิ าแลว้ คดที อ่ี ยใู่ นการตดั สนิ ของศาลมลรัฐ แมย้ งั จะไมไ่ ด้เปน็ คดถี งึ ท่สี ดุ ส่ศู าลสงู สหรฐั อเมริกา ท่ีจะส่งผลใหเ้ ปน็ กฎหมายบังคับใช้ทั่วประเทศก็ตาม แต่ก็เป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวทาง 144 McCullen v. Coakley 573 U.S. __(2014). 145 ค�ำพิพากษาในคดีน้ีถือเป็นคดีส�ำคัญท่ีกลับหลักค�ำพิพากษาของศาลสูงสหรัฐอเมริกา ในคดี Frisby v Schultz,. 487 U.S. 474 (1988) ที่ศาลสงู สหรฐั อเมรกิ า ตัดสนิ วา่ เทศบญั ญตั ิของเมือง Brookfield, มลรัฐ Wisconsin ท่ีก�ำหนดให้กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านการท�ำแท้งต้องไม่เข้าไปใกล้ หรือท�ำการปิดกั้น ในบริเวณของคลินิกท�ำแท้ง ซ่ึงเป็นสถานท่ีของบุคคล เทศบัญญัติดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นการละเมิดต่อ เสรภี าพในการแสดงออก และเสรภี าพในการชมุ นุม 146 Tara Culp-Ressler, “The Supreme Court Just Made It Hader For Women To Exercise Their Right To Choose” Think Progress, (online), Available from: http://thinkprogress. org/health/2014/06/26/3452966/buffer-zones-scotus/ (26 June 2014)
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 582
- 583
- 584
- 585
- 586
- 587
- 588
- 589
- 590
- 591
- 592
- 593
- 594
- 595
- 596
- 597
- 598
- 599
- 600
- 601
- 602
- 603
- 604
- 605
- 606
- 607
- 608
- 609
- 610
- 611
- 612
- 613
- 614
- 615
- 616
- 617
- 618
- 619
- 620
- 621
- 622
- 623
- 624
- 625
- 626
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 600
- 601 - 626
Pages: