119 - คำนวณหาภาษี 7% ของสนิ คา้ - คำนวณในชอ่ งรวมราคา - คำนวณราคาสนิ ค้าสงู สุด - คำนวณราคาสนิ ค้าต่ำสดุ - คำนวณราคาเฉล่ีย - คำนวณหาเงนิ ทอน ตวั อยา่ งผลลัพธข์ ้อมูล ภาพท่ี 4.61 การคำนวณหาคา่ ต่างๆ สรุป Excel เป็นเครือ่ งมอื ทม่ี ีประสิทธภิ าพอย่างยง่ิ ในการดึงความหมายทีซ่ ่อนอยู่ในข้อมูลจำนวน มากออกมา แต่ยังทำงานได้ดีสำหรับการคำนวณอย่างง่ายและการติดตามข้อมูลเกือบทุกชนิดด้วย เช่นกัน กุญแจสำคัญของความสามารถทั้งหมดนั้น คือ ตารางของเซลล์ เซลล์อาจมีข้อมูลตัวเลข ข้อความ หรือสูตร คุณใส่ข้อมูลในเซลล์ จากนั้นจดั กลุ่มข้อมลู เหล่านั้นเป็นแถวและคอลัมน์ ซึ่งทำให้ คุณสามารถเพิ่มข้อมูล เรียงลำดับและกรองข้อมูลนั้น ใส่ข้อมูลลงในตาราง และสร้างแผนภูมิที่ สวยงามได้ ลองมาดขู น้ั ตอนพ้นื ฐานที่จะช่วยให้คุณเริ่มตน้ ใช้งานได้ Excel ช่วยให้คุณสามารถใช้เทมเพลตที่มีอยู่ภายใน เพื่อนำไปใช้แม่แบบกำหนดเองของคุณ เอง และคน้ หาจากเทมเพลตบน Office.com ทีห่ ลากหลาย Office.com มกี ารเลอื กความกว้างเป็นท่ี นิยม Excel เทมเพลต รวมถึงงบประมาณ Excel เป็นโปรแกรมสามัญประจำเครื่องที่มีประโยชน์ มากมาย ใชช้ ่วยงานทางธุรกจิ ไดม้ ากมาย หากใชไ้ ดอ้ ยา่ งคล่องแคล่ว และใช้งานความสามารถของมัน ได้อย่างครบถ้วน เพื่อท่จี ะไดน้ ำไปประยุกตใ์ ช้งานในทางธรุ กจิ ต่อไปได้
120 คำถามทา้ ยบท 1. เซลลท์ ่กี ำลังใชง้ านอยู่ เรยี กวา่ อะไร 2. จงอธิบายข้ันตอนการแทรกรูปภาพ 3. สว่ นประกอบใด คอื ไฟล์เอกสารที่เปรียบเสมอื นสมุด 1 เลม่ ทป่ี ระกอบด้วยกระดาษหลาย ๆ หนา้ 4. ถา้ ต้องการไปท่ีหน้า Backstage View ตอ้ งคลกิ ท่ีคาส่ังใด 5. ชอ่ งของเซลลท์ เ่ี ป็นจุดตัดระหวา่ งแถวและคอลัมน์ เรยี กว่าอะไร 6. ถ้าเราเขยี นสูตรในช่อง A2 วา่ =A1 หมายถึงอะไร 7. หากข้อมลู ใน A1 มีคำวา่ dog (พิมพ์เลก็ ) และ A2 มคี ำว่า DOG (พมิ พใ์ หญ่) เมือ่ เราลอง ตรวจสอบวา่ ทัง้ สองช่องเท่ากันหรอื ไม่ ดว้ ยการเขยี นวา่ =A1=A2 จะได้คำตอบวา่ อะไร? เพราะอะไร 8. หากเราเขยี นว่าสูตรวา่ =12345&\" บาท\" จะได้คำตอบเป็นข้อมูลประเภทไหน 9. การใช้ Fill Handle แบบลากปกติ เปรยี บเสมอื นการใช้คำสงั่ อะไร 10. ถ้าอยากสรา้ ง Dropdown List ควรจะใช้เครอ่ื งมอื อะไร
121 เอกสารอา้ งอิง ดวงพร เกยี๋ งคำ. (2560). คูม่ ือใชง้ าน Excel 2016 ฉบับสมบูรณ์. นนทบรุ ี : ไอดีซฯี . ดโี ฟบิส, เวบ็ ไซต.์ (ม.ป.ป.). วิเคราะหย์ อดขายแบบง่ายๆ ด้วย Excel. สืบคน้ เมื่อ 2564, มถิ นุ ายน 4 เขา้ ถึงได้จาก: https://www.d4biz.com/data-and-analytics/very-basic-sales- analysis-with-excel/ ดโี ฟบิส, เวบ็ ไซต์. (ม.ป.ป.). รวมเทคนคิ เลือก Chart ในการทำ Data Visualization ให้เหมาะกบั การวเิ คราะห์. สบื ค้นเม่อื 2564, มิถุนายน 4 เข้าถึงได้จาก: https://www.d4biz.com/data-and-analytics/select-chart-for-data-visualization- and-analysis/ นันทนี แขวงโสภา. (2561). สอนการใช้ Excel ให้เปน็ เซยี น. กรงุ เทพฯ: โปรวชิ นั่ สกอร่าชปิ (อริสา เจเค), เวบ็ ไซต.์ (2017). 10 สดุ ยอดเทคนิคการใช้ Excel ทท่ี กุ คนควรร้เู อาไว้ ชวี ิต จะงา่ ยขนึ้ อกี หลายเท่าแน่ๆ. การผลติ สอ่ื สงิ่ พมิ พ์ทางธรุ กจิ ดว้ ยคอมพวิ เตอร์. สบื คน้ เมอื่ 2564, มถิ ุนายน 4 เข้าถงึ ไดจ้ าก: https://www.scholarship.in.th/10-best-trick-for- excel-program/
122 แผนการสอนประจำสปั ดาห์ท่ี 5 หัวข้อเรื่อง การใช้งาน Microsoft PowerPoint เพื่อการนำเสนอแบบมือ อาชีพ รายละเอียด เนื้อหาประจำสัปดาห์ที่ 5 เน้นให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับส่วนประกอบของ Microsoft PowerPoint การใช้งานจัดการงานเอกสารด้วย Microsoft PowerPoint และการ ประยกุ ตใ์ ชง้ าน Microsoft PowerPoint ในธุรกิจการบริการอาหาร จำนวนชั่วโมงท่ีสอน 4 ชวั่ โมง วัตถปุ ระสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม 1. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้ Microsoft PowerPoint เบือ้ งต้น 2. เพ่อื ใหผ้ ้เู รียนมคี วามรูแ้ ละสามารถประยุกต์ใช้ Microsoft PowerPoint ในการทำงานได้ 3. เพ่ือให้ผ้เู รียนมคี วามรู้และสามารถจัดการงานเอกสารได้ กิจกรรมการเรยี นการสอน 1. ใช้วิธีสอนแบบแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน โดยอาศัยทักษะและเทคนิคการสอนที่ให้ผู้เรียน ศึกษาประเด็นศึกษาต่าง ๆ ตามใบงานและให้เชื่อมต่อความคิดเห็นและเนื้อหาสาระด้วย เทคนิคการเช่อื มความรู้ (Jigsaw) จากการปฏิบตั ิงานตามท่ีกำหนดไว้ในใบงานโดยใช้ทักษะ กระบวนการกลมุ่ และทกั ษะการสรุปความแล้วจัดทำผลการศกึ ษานำเสนอหน้าชัน้ เรียน โดย ใชส้ ่ือนำเสนอดว้ ยภาพเล่ือน (PowerPoint) ประกอบและผูส้ อนสรุปประกอบอีกครั้ง 2. ใช้วิธีสอนแบบศึกษาเรยี นรูด้ ้วยตนเอง โดยให้ผู้เรียนศึกษาข้อมูลจากใบความรู้และเอกสาร ประกอบการเรียนรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศยุคดิจิทัลในธุรกิจบริการอาหารและการ เรียนร้ตู ่าง ๆ ตลอดจนหนงั สือเอกสารและแหลง่ เรียนรู้ที่แนะนำและนำความรู้ที่ได้ศึกษามา สร้างเป็นผลงานและนำเสนอผลงานและรายงานส่งผู้สอน 3. ใช้วิธีสอนแบบซิปปา ท่เี นน้ ให้ผ้เู รียนไดม้ สี ว่ นรว่ มในกจิ กรรมการเรียนการสอนท่ีเน้นผู้เรียน เป็นสำคัญโดยให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มศึกษาตามใบความรู้ประเด็นต่าง ๆ และช่วยกันรวบรวม ความร้แู ละสรา้ งองค์ความรู้ มีปฏิสัมพันธ์กบั ส่งิ แวดลอ้ มและบคุ คล มีสว่ นรว่ มทางกายและมี โอกาสเคล่ือนไหวร่างกาย ในขณะปฏบิ ตั ิกิจกรรมลักษณะต่าง ๆ รว่ มกนั เรียนร้กู ระบวนการ คิด กระบวนการแก้ปัญหา การแสวงหาความรู้และการประยุกต์ใช้ โดยนำความรู้ที่ไดจ้ าก
123 การเรียนร้ไู ปประยกุ ตใ์ ชใ้ นสถานการณอ์ ่นื หรือเชือ่ มโยงสร้างองคค์ วามรทู้ เ่ี ปน็ สาระใกล้เคียง กันตามทผ่ี ้สู อนกำหนดขึ้น 4. ใชว้ ิธีสอนแบบใหฝ้ ึกหัดและปฏิบัติ โดยผู้สอนมอบหมายใหผ้ ู้เรยี นไดก้ ระทำซ้ำด้วยการ ตอบคำถามทบทวนเพ่อื พัฒนาทกั ษะ และเทคนคิ การปฏบิ ัตจิ รงิ ในส่งิ ที่ไดเ้ รยี นมา สอื่ การเรียนการสอน 1. เอกสารประกอบการสอนรายวิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศยคุ ดิจิทลั ในธุรกิจบริการอาหาร 2. สื่อประกอบการสอนแบบภาพสไลด์ (Power Point) 3. สือ่ อปุ กรณค์ อมพิวเตอร์ 4. เอกสารและหนงั สอื อา่ นประกอบเพอื่ การศึกษาคน้ คว้าเพิม่ เตมิ 5. การศึกษาเว็บไซต์เพม่ิ เติมทเี่ ก่ียวข้อง แผนประเมินผลการเรยี นรู้ 1. ผลการเรียนรู้ 1.1. ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม 1.1.1. มจี ติ สำนึกและตระหนักในการปฏิบัติตามจรรยาบรรณวชิ าชพี 1.1.2. ความมวี นิ ยั ตรงตอ่ เวลา และมีความรบั ผดิ ชอบตอ่ ตนเองและสังคม เคารพกฎระเบยี บ และข้อบังคับต่าง ๆ ขององค์กรและสงั คม 1.1.3. การตระหนกั ในคณุ คา่ ของคุณธรรม จรยิ ธรรม และความซ่อื สัตย์สจุ รติ 1.1.4. เคารพสทิ ธิและยอมรบั ฟงั ความคดิ เห็นของผูอ้ ่นื 1.1.5. การมีจิตสาธารณะ เอ้ือเฟ้ือเผื่อแผ่ 1.2. ดา้ นความรู้ 1.2.1. มีความรู้ ความเข้าใจ ในหลักการ แนวคิด ทฤษฎี และเนื้อหาสาระสำคัญของ รายวิชาทเ่ี ก่ียวข้องเพ่อื สามารถนำมาประยุกตใ์ ช้ในการประกอบวชิ าชพี 1.2.2. มีทักษะ และความชำนาญ ในงานด้านวชิ าชีพ 1.2.3. สามารถในการนำความร้มู าประยุกต์ใชใ้ นบริบททางวชิ าการและวิชาชพี 1.2.4. มีความสามารถในการศึกษาค้นคว้าและพัฒนาความรู้ของตนเองได้ และสามารถ บรู ณาการความรใู้ นศาสตร์ตา่ ง ๆ ท่เี ก่ยี วข้อง เพอื่ ใชเ้ ปน็ ประโยชน์ในวิชาชพี ได้ 1.3. ดา้ นทกั ษะทางปัญญา 1.3.1. สามารถคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เพื่อหาข้อเท็จจริง หรือต้นเหตุของปัญหา และ เสนอแนวทางการแก้ไขได้อย่างสร้างสรรค์ 1.3.2. มีความสามารถในการทำความเข้าใจและประเมินข้อมูล แนวคิดและหลักฐาน ใหม่ๆ จากแหล่งขอ้ มลู ทีห่ ลากหลาย และใช้ขอ้ สรุปทไี่ ด้ในการพฒั นางานในวชิ าชพี 1.3.3. สามารถถ่ายทอดและแลกเปล่ียนความรู้กับผู้อื่น
124 1.4. ด้านทักษะความสมั พันธร์ ะหว่างบุคคลและความรบั ผดิ ชอบ 1.4.1. รบั ผิดชอบในการทำงานที่ได้รบั มอบหมายทั้งรายบคุ คลและงานกลุ่ม 1.4.2. สามารถปรบั ตัวในและทำงานร่วมกบั ผอู้ ่ืนทง้ั ในฐานะผู้นำและสมาชกิ กลุ่มไดอ้ ย่าง มีประสิทธภิ าพ 1.4.3. มคี วามสามารถในการวางตัวและแสดงความคดิ เห็นได้อยา่ งเหมาะสมกบั บทบาท หน้าท่ี และความรับผดิ ชอบ 1.4.4. มีบุคลกิ ภาพท่ดี ี และมมี นุษยสัมพันธ์ 1.4.5. มีความสามารถในการวางแผนและรับผิดชอบในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองและ วชิ าชีพอย่างต่อเนอ่ื ง 1.5. ด้านทกั ษะการคิดวเิ คราะห์เชิงตัวเลขการสอื่ สาร และการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ 1.5.1. สามารถนำเทคนคิ ทางสถิติหรอื คณิตศาสตร์ เทคโนโลยสี ารสนเทศ และเทคโนโลยี อื่นๆ ที่เก่ยี วข้องมาประยุกต์ใชใ้ นการสืบค้น วเิ คราะห์ข้อมลู แปลความหมาย และ เสนอแนวทางในการพฒั นางาน หรอื แก้ไขปัญหาไดอ้ ยางสรา้ งสรรค์ 1.5.2. สามารถสอ่ื สาร สามารถสรปุ ประเดน็ จากสิ่งทีไ่ ด้เห็นและฟัง ถา่ ยทอดและนำเสนอ ข้อมูลได้อย่างสรา้ งสรรคแ์ ละมปี ระสิทธิภาพ 1.5.3. สามารถติดตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นวัตกรรม และสถานการณ์โลกโดย ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ 2. วธิ ีประเมินผลการเรียนรู้ 2.1. คณุ ธรรม จรยิ ธรรม 2.1.1. นักศึกษาประเมนิ ผลการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง ก่อนและหลงั การเรยี น 2.1.2. ประเมนิ โดยอาจารยจ์ ากการสังเกตพฤตกิ รรมการแสดงออกตามปกติของนักศกึ ษา 2.1.3. ผ้ใู ช้บัณฑิตประเมินคุณธรรมจรยิ ธรรมของบัณฑติ 2.1.4. ประเมินผลพฤติกรรมผ้เู รียนจากการสงั เกตในกิจกรรมตา่ ง ๆ ทง้ั ในและนอกช้ันเรียน ทั้งในดา้ นระเบยี บวินยั ความรบั ผดิ ชอบ การมนี ำ้ ใจ ซื่อสตั ย์ มีสมั มาคาราวะ และรู้จกั กาลเทศะ 2.1.5. ประเมินผลผู้เรียนจากการปฏิบัติงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย ทั้งด้านความรบั ผิดชอบ การ ตรงต่อเวลา ความซือ่ สตั ย์ และการมีน้ำใจเอ้ือเฟอื้ เผ่อื แผ่ 2.2. ความรู้ 2.2.1. ประเมนิ ผลความรู้ของผู้เรียนจากผลงานระหว่างภาค เช่น การบ้าน การเขียนรายงาน การทดสอบยอ่ ย การนำเสนอรายงานการคน้ ควา้ หน้าชัน้ เรยี น 2.2.2. ประเมนิ ผลความรู้ของผู้เรยี นจากการสอบข้อเขยี น การสอบปฏิบัติ 2.2.3. ประเมนิ ผลความรขู้ องบัณฑิตโดยการสำรวจความคิดเหน็ ของผู้ใช้บัณฑิต 2.3. ทักษะทางปัญญา 2.3.1. ประเมินจากผลงานการแกไ้ ขปัญหาทีไ่ ด้รับมอบหมาย 2.3.2. ประเมินโดยการสอบข้อเขยี นดว้ ยโจทย์ทต่ี ้องใช้ทักษะทางปัญญา
125 2.3.3. ประเมินรายงานผลการวิจยั 2.3.4. ประเมินจากการปฏิบัตงิ านและกิจกรรมทไ่ี ด้รับมอบหมาย ในการแก้ไขโจทย์ปัญหาที่ ซับซ้อน 2.4. ทกั ษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ 2.4.1. มอบหมายนกั ศกึ ษาประเมนิ ตนเองและเพอื่ นในกลุ่ม สรปุ ผลและมกี ารประเมินโดยใช้ เสียงส่วนใหญ่ 2.4.2. สงั เกตพฤตกิ รรมในชน้ั เรยี น 2.4.3. ประเมินผลจากการทำกจิ กรรมและการปฏบิ ตั ิงานทไ่ี ด้รับมอบหมาย 2.5. ทักษะการคิดวิเคราะหเ์ ชิงตัวเลข การสื่อสาร การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ 2.5.1. ประเมินจากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสืบค้นข้อมูลด้วย เทคโนโลยสี ารสนเทศท่ีมอบหมายแต่ละบุคคล 2.5.2. ประเมินจากการสอบขอ้ เขยี นในการแกโ้ จทยป์ ญั หาเชงิ ตวั เลขทีไ่ มเ่ คยพบมาก่อน 2.5.3. ประเมนิ ทักษะการสือ่ สารดว้ ยภาษาเขยี นจากรายงานแตล่ ะบุคคลหรอื รายงานกลุ่มใน ส่วนทน่ี ักศึกษานน้ั รบั ผิดชอบ 2.5.4. ประเมินทักษะการสื่อสารด้วยภาษาพูดจากพัฒนาการในการนำเสนอรายงานในช้ัน เรยี น การนำเสนอสมั มนา การนำเสนอนิทรรศการโครงงานตอ่ ผ้เู ยยี่ มชมดว้ ยวาจา 3. สดั ส่วนของการประเมนิ รอ้ ยละ 10 ร้อยละ 40 3.1. ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ร้อยละ 30 3.2. ดา้ นความรู้ 3.3. ด้านทกั ษะทางปญั ญา ร้อยละ 10 รอ้ ยละ 10 3.4. ด้านทักษะความสมั พนั ธ์ระหว่างบุคคลและความรับผดิ ชอบ 3.5. ดา้ นทกั ษะการคดิ วิเคราะหเ์ ชิงตวั เลข การสอื่ สาร และการใช้เทคโนโลยี เน้อื หาท่ีสอน การนำเสนอ หรือเรียกตามศัพท์ภาษาอังกฤษว่า การพรีเซนเตชัน (Presentation) มักเรียก ติดปากสั่นๆ ว่า การพรีเซนต์ คือการบรรยายเพ่ือนำเสนอหรือโน้มน้าวผู้ฟังดว้ ยขอ้ มูลต่างๆ โดยการ นำเสนอท่ีดีต้องมขี อ้ มลู ทีถ่ ูกต้อง กระชบั ถูกตอ้ ง และเข้าใจไดง้ า่ ย PowerPoint เป็นเป็นโปรแกรมทีใ่ ช้ทำงานนำเสนอบนเครือ่ งคอมพิวเตอร์ โดยเราสามารถ พิมพ์ข้อความ แทรกรปู แทรกเสียง ตลอดจนแทรกวิดโี อลงในงานนำเสนอ พรอ้ มทั้งยังสามารถจัดทำ ลูกเล่นต่างๆ ในระหว่างนำเสนอได้อีกด้วย หลักการของโปรแกรม PowerPoint คือ การจำลองการ ทำงานของเครื่องฉายสไลด์ โดยข้อมูลทีใ่ ชใ้ นการนำเสนอจะถกู เก็บอยู่ในสไลด์ (Slide) แตล่ ะสไลด์จะ ประกอบไปด้วยข้อความ กราฟ ตาราง รูปภาพ ไดอะแกรม หรือภาพเคลื่อนไหวต่างๆ ในปัจจุบัน โปรแกรม PowerPoint ไดเ้ ขา้ มามบี ทบาทกับการนำเสนอเป็นอย่างมากไม่ว่าจะใชน้ ำเสนองาน การ ประชุม สัมมนา ตลอดจนถึงแวดวงการศึกษาก็นำมาใช้อย่างแพร่หลาย เช่น อาจารย์ใช้เป็นสื่อช่วย สอน นักศึกษาใช้สำหรบั นำเสนองานกับอาจารย์ เป็นต้น โดยตัวโปรเเกรมน้ันสามารถนำส่ือเหล่าน้ีมา
126 ผสมผสานไดอ้ ย่างลงตัวและมีประสิทธภิ าพมากท่สี ุด รจู้ ัก Microsoft PowerPoint PowerPoint เปน็ โปรเเกรมในการนำเสนอได้ในหลายรูปเเบบ ไม่ว่าจะเป็นนำเสนอเเบบเป็น อักษร ภาพ หรือเสียง โดยตัวโปรเเกรมนั้นสามารถนำสื่อเหล่านี้มาผสมผสานได้อย่างลงตัวและมี ประสทิ ธภิ าพมากทสี่ ุด ภาพท่ี 5.1 โปรเเกรมในการนำเสนอ ลักษณะการของโปรเเกรม PowerPoint การทำงานในรูปของภาพนิ่ง (slide) คือ เเผ่นเอกสารเดี่ยว ๆ ที่เเสดงสิ่งต่าง ๆ ได้แก่ ตัวอักษร กราฟ ตาราง รปู ภาพ หรอื อนื่ ๆ และสามารถเเสดงสไลด์ลงบนแผน่ กระดาษหรือเครื่องฉาย ข้ามศรีษะ หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องฉาย โปรแกรม Microsoft PowerPoint เป็น โปรแกรมสั่งงานคอมพิวเตอร์ที่ถูกออกแบบมาให้ใช้กับงานด้านการนำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ (presentation) ในลักษณะคล้าย ๆ กับการฉายสไลด์ (slide show) โดยเราสามารถใช้คำสั่งของ PowerPoint สร้างแผ่นสไลด์ที่มีรูปภาพและข้อความบรรยายเร่ืองราวทีต่ ้องการจะนำเสนอได้อย่าง รวดเร็ว พร้อมทั้งกำหนดลักษณะแสงเงา และลวดลายสีพื้นให้สไลด์แต่ละแผ่น มีความสวยงาม นา่ สนใจย่ิงข้ึน นอกจากน้ี เรายังสามารถกำหนดรปู แบบการฉายสไลด์แต่ละแผ่นอย่างตอ่ เน่ือง และใช้ เทคนิคพิเศษในการแสดงข้อความแต่ละบรรทัด เพื่อให้ผู้ชมการฉายสไลด์ค่อย ๆ เห็นข้อความ บรรยายและภาพเหลา่ นี้ทลี ะขัน้ ๆ อยา่ งต่อเนือ่ งกันเป็นเรอ่ื งราวตามระยะเวลาทเ่ี รากำหนดไว้
127 ประโยชนข์ องโปรแกรม PowerPoint 1. สามารถสร้างงานนำเสนอได้ แม้ว่าจะไม่เคยสร้างงานนำเสนอมาก่อน เนื่องจากจะมีระบบ ช่วยเหลือ (office assistant) ใน PowerPoint ซง่ึ จะคอยแนะนำหลักการในการสร้างงานนำเสนอ อย่างเปน็ ข้ันตอน และสามารถเลอื กสมี าใชก้ ับสไลด์และจัดองค์ประกอบทางศิลป์ได้โดยอัตโนมัติ 2. ในสว่ นการนำเสนอภาพนง่ิ สามารถท่ีจะนำองคป์ ระกอบมลั ตมิ ีเดีย เช่น การนำเอฟเฟค เสยี ง ดนตรี และวีดโี อ มาใชป้ ระกอบรว่ มได้ 3. นอกจากสง่ิ ทไี่ ดเ้ ตรียมมานำเสนอแล้ว ยงั สามารถใช้ PowerPoint เตรียมเอกสาร ประกอบคำบรรยายและในขณะทมี่ กี ารนำเสนองาน ก็สามารถใชเ้ มาส์วาดเส้นบนสไลด์ทแี่ สดงอยูใ่ น ขณะน้นั เพอ่ื เน้นประเดน็ สำคญั ได้ 4. สามารถท่ีจะดดั แปลงงานนำเสนอทเี่ ป็นไฟล์ PowerPoint เป็นสไลด์ 35 ม.ม. เพ่อื ใช้ นำเสนอผ่านเครือขา่ ยอนิ เทอร์เน็ต หรอื เครอื ข่ายอินทราเนต็ ภายในองค์กรได้ แนวทางการสรา้ งงานนำเสนอ การนำเสนอท่ีดีควรทำอย่างเป็นขั้นตอน โดยเริ่มจากการวางโครงร่างของงาน จากนั้นจึงลง รายละเอียดและจดั ทำสไลด์เพือ่ นำเสนองานเป็นไปอย่างรวดเรว็ จงึ ควรทำตามขน้ั ตอนดังต่อไปนี้ 1. การวางโครงร่าง ก่อนเริ่มเตรียมงานนำเสนอ ควรมีความชัดเจนในสิ่งทีต่ ้องการนำเสนอ โดยศึกษากลุ่มผู้ฟังว่ามีลักษณะเช่นไร การเริ่มเตรียมงานนำเสนอโดยการวางโครงร่าง เป็นการ ถ่ายทอดความคิดของผู้นำเสนอเป็นแนวทางทำให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับงานที่จะนำเสนอ ซึ่งจะ ชว่ ยให้ไม่พลาดหวั ข้อสำคญั ที่ตอ้ งนำเสนอ นอกจากนน้ั การวางโครงร่างยังเปรียบเสมอื นแผนที่ในการ ดำเนินเร่อื ง จะไดม้ ีความม่นั ใจว่าการนำเสนอผลงานนัน้ ไดผ้ ลลัพธ์ตรงตามจุดประสงค์ทวี่ างไว้ 2. การลงรายละเอียดเนื้อหา หลังจากวางโครงร่างตั้งแต่เริ่มจนจบแล้ว ต่อไปเป็นการลง รายละเอียดในหัวข้อต่าง ๆ โดยมุ่งเน้นท่ี กลุ่มผู้ชมเป็นหลักว่าสไลด์ที่จะนำเสนอต้องมีเนื้อหา หรือ รปู แบบการนำเสนอแบบใดจงึ จะเหมาะสม ซ่งึ ตอ้ งพิจารณาตงั้ แตอ่ งค์ประกอบต่าง ๆ ท่ใี ช้ อาทิ ภาพ สี และแนวการนำเสนอ เช่น การบรรยายเชิงวิชาการ ควรให้โทนสีของสไลด์สอดคล้องกับเนื้อหาท่ี เนน้ ไปทางสาระและข้อมูล 3. การใส่ข้อความ รูปภาพ กราฟ หรืออื่น ๆ ในสไลด์ เป็นขั้นตอนที่นำเอาสิ่งต่าง ๆ ที่ ต้องการนำเสนอมาใส่ในสไลด์แต่ละแผ่น โดยขั้นตอนนี้อาจจะไม่ต้องประณีตเกี่ยวกับความสวยงาม มากนกั แต่ควรเน้นให้มีเนื้อหามีความครบถว้ นสมบรู ณ์ และมคี วามสอดคล้องกนั ท้งั ข้อความ รูปภาพ และกราฟ 4. การปรับแต่งสไลด์ให้มีสีสันสวยงาม หลังจากที่ได้ใส่ข้อความที่ต้องการนำเสนอแล้ว ต่อไปจะต้องทำการปรับแต่งตัวอักษร สีที่ใช้กับสไลด์ และรูปแบบขององค์ประกอบต่าง ๆ ที่แสดง เพื่อใหส้ ไลด์ดูสวยงามและน่าตดิ ตาม เช่น การใช้ข้อความอักษร ศิลป์ให้เงากบั วัตถุ กำหนดภาพสาม มิติ เป็นตน้ 5. การเพิ่มความน่าสนใจให้กับสไลด์ในขณะนำเสนอ กรณีใช้คอมพิวเตอร์ในการนำเสนอ สไลด์ กอ็ าจนำเทคนิคในการเปลยี่ นแผ่นสไลด์มาใช้ เนือ่ งจากมีมากมายหลายแบบให้เลอื กใช้ เพ่อื เพม่ิ ความน่าสนใจใหก้ ับการนำเสนอขอ้ มลู ได้
128 6. เตรียมการนำเสนองานจรงิ หลงั จากได้งานนำเสนอที่สมบูรณ์แลว้ ก่อนถงึ เวลาท่ีจะต้อง นำเสนอ ควรซ้อมการพูดให้เข้ากับแผ่นสไลด์ที่เตรียม ควรมีการจับเวลาที่ใช้นำเสนอด้วยเพื่อจะได้ ทราบเวลาบรรยายจรงิ และจะไดป้ รบั ลดให้เหมาะสมยง่ิ ข้ึน 7. การเตรียมเอกสารประกอบการบรรยายแจกผู้เข้ารับฟัง สิ่งที่สำคัญอกี อย่างหนึ่งที่ขาด ไม่ได้คือ จัดพิมพ์เอกสารประกอบการบรรยาย แจกให้ผู้เข้าฟังจะทำให้ไม่ต้องเสียเวลาในการจด บนั ทึกสง่ิ ที่ไดน้ ำเสนอไป หลักการทำงานของโปรแกรม Microsoft PowerPoint จะสร้างเอกสารเปน็ แผน่ ๆ คล้ายกับ แผ่นโปร่งใส โดยในแผ่นงานนั้นสามารถพิมพ์ข้อความ แทรกภาพประกอบ แทรกตาราง เติมสี และ ออกแบบองค์ประกอบแผ่นงานใหส้ วยงามไดห้ ลากหลายรูปแบบ แผ่นงานแตล่ ะแผน่ จะเรียกว่า สไลด์ (slide) โดยแต่ละไฟล์สามารถสร้างสไลดไ์ ดจ้ ำนวนมากเพียงพอที่จะสร้างงานนำเสนอได้ เราสามารถ จะลบ เพ่ิม แทรก หรือเคล่ือนย้ายสลบั หน้ากันไปมาได้ ความหมายของการนำเสนอขอ้ มลู การนำเสนอข้อมูล (presentation) หมายถึง การสื่อสารเพื่อเสนอข้อมูล ความรู้ ความ คิดเห็น หรือความต้องการไปสู่ผู้รับสาร โดยใช้เทคนิคหรอื วิธีการต่าง ๆ อันจะทาให้บรรลุสำเร็จตาม จุดมุ่งหมายของการนำเสนอ หลักการพ้ืนฐานของการนำเสนอ 1. การดึงดูดความสนใจ โดยการออกแบบและเลือกองคป์ ระกอบต่าง ๆ ให้น่าสนใจ เช่น สี พ้ืน สีและขนาดของตวั อกั ษร รปู ประกอบ ตอ้ งเหมาะสมสวยงาม 2. ความชดั เจนและความกระชับของเน้ือหา ส่วนทีเ่ ปน็ ข้อความตอ้ งสัน้ แตไ่ ด้ใจความชัดเจน สว่ นทเ่ี ปน็ ภาพประกอบตอ้ งมีความสมั พนั ธอ์ ยา่ งสรา้ งสรรค์กบั ข้อความทต่ี ้องการสือ่ ความหมาย 3. ความเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น กลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กต้องใช้สีสด ๆ และภาพ การ์ตูนมีความเหมาะสม ถ้ากลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ใหญ่ ต้องเน้นการนำเสนอเรื่องวิชาการหรือธุระกิจ และใช้ภาพประกอบทีเ่ หมาะสม ความหมายของแตล่ ะสว่ นหนา้ จอของโปรแกรม (Interface) ก่อนทจ่ี ะทำงานกับโปรแกรม Microsoft PowerPoint คุณจะตอ้ งรจู้ ักกบั ส่วนประกอบของ หน้าจอโปรแกรมก่อน เพ่ือจะได้เข้าใจถึงสว่ นต่างๆ ที่จะกล่าวอ้างถงึ ในเอกสารเล่มนไี้ ดง้ ่ายขนึ้
129 ภาพท่ี 5.2 สว่ นหน้าจอของโปรแกรม ทมี่ า: กรรณกิ าร์ ประเสรฐิ วุฒกิ ลุ , 2560. แทบ็ Ribbon พ้ืนฐานของ PowerPoint 1. หน้าแรก (Home) แท็บเครื่องมือทั่วไป เช่น เพิ่มสไลด์ใหม่, เปลี่ยนเค้าโครงสไลด์, รูปแบบข้อความ, การจัด ตำแหน่ง, รปู วาด, การก็อปป,้ี การวาง และการคน้ หาข้อความในสไลด์ ภาพที่ 5.3 แทบ็ Ribbon หน้าแรก (Home) 2. แทรก (Insert) แท็บเครื่องมือกลุ่มแทรกออบเจ๊กต่าง ๆ เช่น รูปภาพ, ตาราง, กราฟ, รูปร่าง, SmartArt, ขอ้ คดิ เหน็ , กล่องข้อความ, วิดีโอ, ไฟล์เสียง และสญั ลักษณ์ตา่ งๆ
130 ภาพท่ี 5.4 แท็บ Ribbon แทรก (Insert) 3. ออกแบบ (Design) แท็บเครื่องมือกลุ่มออกแบบ เช่น เลือกชุดธีม, เลือกโทนสี, ขนาดของสไลด์, กำหนดสีพ้ืน สไลด์ และขนาดสไลด์ ภาพที่ 5.5 แท็บ Ribbon ออกแบบ (Design) 4. การเปลีย่ น (Transitions) แท็บเครื่องมือที่ใช้กำหนดการเปลี่ยนแผ่นสไลด์เวลานำเสนอ เช่น เลือกเอฟเฟ็กต์, กำหนด เสยี ง, ตง้ั เวลา และเลือกวธิ ีการนำเสนอ ภาพท่ี 5.6 แท็บ Ribbon การเปลีย่ น (Transitions) 5. ภาพเคล่ือนไหว (Animations) แทบ็ เคร่ืองมอื กำหนดภาพเคลอ่ื นไหวของออบเจ็กต์เมื่อนำเสนอ เชน่ เลอื กเอฟเฟ็กต์, เลือก วธิ ีการแสดง, เลอื กวธิ กี ารเลน่ , ต้งั เวลาเล่นและจดั ลำดบั การเคลอื่ นไหว ภาพที่ 5.7 แท็บ Ribbon ภาพเคลือ่ นไหว (Animations)
131 6. การนำเสนอสไลด์ (Slide Show) แท็บเครอ่ื งมอื การนำเสนอสไลด์ เชน่ เร่มิ นำเสนอจากสไลดไ์ หน, ตง้ั ค่าการนำเสนอ, ทดสอบ เวลาทีจ่ ะนำเสนอ, บนั ทกึ เวลา และการเลือกจอภาพในขณะนำเสนอ ภาพที่ 5.8 แทบ็ Ribbon การนำเสนอสไลด์ (Slide Show) 7. รีววิ (Review) แท็บเครื่องมือรีวิวหรือตรวจทาน เช่น การพิสูจน์อักษร, การแปลภาษา, แทรกข้อคิดเห็น, เปรียบเทียบเอกสาร และลงิ คไ์ ปท่ี OneNote ภาพที่ 5.9 แท็บ Ribbon รีวิว (Review) 8. มมุ มอง (View) แท็บเครื่องมือเปลี่ยนมุมมองสไลด์ เช่น มุมมองสไลดแ์ บบต่างๆ , มุมมองสี, มุมมองขาวดำ, เส้นกรดิ , แสดงไม้บรรทัด และการสลับ/จัดเรยี งหน้าตา่ งงานนำเสนอ ภาพที่ 5.10 แท็บ Ribbon มมุ มอง (View) 9. Contextual Tab แทบ็ เครื่องมือพเิ ศษท่ีสมั พนั ธ์กับการเลือกออบเจก็ ต์ เพอ่ื ใชจ้ ัดการกบั ส่ิงท่ีเลอื กนน้ั เช่น เม่ือ เลือกรูปภาพจะแสดงแท็บ Picture Tools และแท็บ Format ที่มีคำสั่งในการจัดรูปแบบให้กับ รูปภาพ หรือ SmartArt Tools, Chart Tools, Table Tools และ Drawing Tools เป็นตน้
132 ภาพที่ 5.11 แทบ็ Ribbon Contextual Tab การใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint เบอ้ื งตน้ เมือ่ เปิดโปแกรม PowerPoint เขา้ มาครั้งแรก โปรแกรมจะใหเ้ ลือกการเริม่ ต้นสรา้ งงาน จะมี ทั้งพรีเซนเตชันเปล่าแบบสไลด์ว่าง ๆ พรีเซนต์แบบธีม (theme) ที่มีการออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน ของสไลดเ์ อาไว้แล้ว ภาพที่ 5.12 เปดิ โปแกรม PowerPoint ครั้งแรก จะได้สไลดแ์ ผ่นเริม่ ต้นแบบว่างเปล่า และดา้ นขวาจะแสดง design ideas รูปแบบ การจัดวางแต่ละสไลดใ์ หผ้ ู้ใชไ้ ด้เลือก
133 ภาพที่ 5.13 สไลดแ์ ผน่ เริ่มต้นแบบ 1. การเลือกสรา้ งพรีเซนเตชันจากชุดธมี (Theme) หากผู้ใชไ้ ม่ตอ้ งการสร้างสไลด์ดว้ ยตนเอง ผ้ใู ชอ้ าจเลือกใช้ชดุ ธีมแม่แบบที่มีในหน้า New ได้ ซึ่งพรีเซนเตชันแบบชดุ ธมี (theme) คอื โครงร่างการจัดหน้าสไลด์เอาไว้แลว้ สามารถนำมาใช้โดยใส่ เน้อื หาลงไปไดเ้ ลย หรือจะปรบั แตง่ เพ่ิมเตมิ ได้ ภาพที่ 5.14 การเลอื กสร้างพรเี ซนเตชันจากชุดธีม
134 2. การเพ่มิ สไลดแ์ ผ่นใหม่ (New Slide) เมอ่ื สร้างไฟล์พรเี ซนต์ใหม่เขา้ มา โดยปกตจิ ะมีสไลดแ์ ผ่นหัวเรอื่ งมาแคแ่ ผน่ เดียว หากต้องการ เพิ่มเน้ือหาก็ต้องเพิ่มสไลด์แผ่นอื่น ๆ เข้ามา โดยจะเลือกรูปแบบเลย์เอาต์การจัดวางเนือ้ หาได้หลาย แบบ เช่น แบบ Title and Content คือ มีข้อความหัวเรื่อง และมีกรอบข้อความย่อยแบบบุลเล็ต (bullet) รายการ เป็นต้น ภาพท่ี 5.15 การเพ่มิ สไลดแ์ ผ่นใหม่ 3. การเปล่ียนเค้าโครงสไลด์ (Slide Layout) เค้าโครงสไลด์ หรือ Slide Layout คือ การจัดวางเนื้อหาในสไลด์ เช่น Title Slide (สไลด์แผ่นชื่อ เร่ือง), Title and Content (ช่อื เร่ืองกับเนอ้ื หา) ท้งั นี้กข็ น้ึ อยกู่ ับเนอื้ หาทจี่ ะใส่ลงไปในสไลด์แต่ละแผ่น ว่า ลักษณะใด ก็เลือกเคา้ โครงใหเ้ หมาะสมได้ ภาพท่ี 5.16 การเปลีย่ นเค้าโครงสไลด์
135 4. การบนั ทกึ ไฟลพ์ รีเซนเตชนั (Save) การสร้างงานพรีเซนเตชัน ควรมีการบันทึกไฟล์ตั้งแต่เริ่มสร้างสไลด์ได้ตั้งแต่แผ่นแรก เพ่ือ ความปลอดภยั กรณที โ่ี ปรแกรมมปี ัญหาหรือไฟฟา้ ดบั จากนั้นกต็ ้องมกี ารบนั ทกึ เป็นระยะๆ การบนั ทกึ คร้ังแรกจะทำได้หลายแบบดังนี้ วิธที ำโดยการคลิกท่ีแท็บ File เลอื ก save หรือ save as แล้วเลอื กท่อี ยู่ในกาสรจัดเก็บ เช่น บันทึกลบงเครื่องคอมพิวเตอร์ เลือกโฟล์เดอร์ที่ต้องการจะบันทึก ตั้งชื่อไฟล์ และเลือกนามสกุลท่ี ต้องการ หลงี จากนั้นกดปุ่ม save ไฟล์ท่ีถกู บนั ทกึ ชื่อแล้ว ช่อื ไฟล์ทห่ี วั ไฟล์จะเปลีย่ นไปตามทีไ่ ด้ต้งั ไว้ ภาพที่ 5.17 การบันทกึ ไฟล์พรีเซนเตชัน เคล็ดลับ หากต้องการนำไฟล์ไปใช้ที่อื่นโดยไม่ให้ตัวอักษรเพี้ยน ให้เลือกที่แท็บ tool แล้ว เลือกที่ save option ในหัวข้อ Preserve fidelity when sharing this presentation ให้ติ๊กท่ี Embed fonts in the file แล้วเลอื ก Embed all character (best for editing by other people) แล้วกด OK กด save ไฟล์นน้ั 5. การเพิ่มรูปภาพในสไลด์ การเพิ่มรูปภาพอยู่ที่แทบ็ insert และไปทีเ่ มนู picture เลือกรูปจากโฟล์เดอร์ในเครือ่ งคลกิ เลือก this device.. แล้วเลือกโฟล์เดอร์ที่เก็บภาพ จากนั้นเลือกรูปที่ต้องการ เมื่อเสร็จสิ้นรูปจะ ปรากฏในสไลด์ เมื่อเลือกรูปได้จะปรากฏแท็บจัดการรูปภาพ คือ Picture format และแท็บ Design idea ซง่ึ แทบ็ Picture format สามารถจัดการพ้นื หลังรูปภาพ จะใช้ไดผ้ ลเมอื่ รูปน้ันเป็นสีพื้น สามารถปรับ สี แสง เอฟเฟคภาพ ปรับความเข้มของภาพ ปรับการบีบอัดภาพ เปลี่ยนรูปภาพโดยไม่ต้องใช้การกด insert ใหม่ ใส่กรอบรูปภาพ ปรับขนาด และหากไม่ต้องการที่ปรับก็สามารถ reset กลับมาเป็นค่า เดมิ ได้
136 แท็บ Design idea เป็นการจัดการวางรูปแบบภาพและข้อความให้ดูสวยงามมากขึ้น ผู้ใช้ สามารถเลอื กไดต้ ามความชอบ ภาพท่ี 5.18 การเพ่มิ รูปภาพในสไลด์ 6. การเพมิ่ ตาราง (Table) การเพมิ่ ตารางจะอยใู่ นแทบ็ insert จากนนั้ เลือกเมนู table สามารถเลือกรปู แบบตารางจาก ทแ่ี สดง หรอื เลือกระบุจำนวนแถว และคอลัมน์ จากเมนู insert table หรือ draw table หรอื Excel spreadsheet กไ็ ด้ หรือสามารถเลือกสร้างตารางจากในสไลด์ได้โดยกดที่รูปตาราง และระบุจำนวนแถวและ คอลัมนท์ ีต่ อ้ งการสร้าง หลงั จากนน้ั กด OK เมอื่ ได้ตารางตามที่ตอ้ งการจะปรากฏแท็บเมนู Table Design ซงึ่ สามารถปรบั สไตล์ตารางที่ มีรปู แบบ สตี า่ งๆ หรอื สามารถปรับสี รปู แบบเสนต้ ารางได้ และจะปรากฏแท็บ layout เพอ่ื ให้สำหรับ จดั การรปู แบบของข้อมลู ในตารางทเี ราสร้างได้ ภาพที่ 5.19 การเพ่มิ รูปภาพในสไลด์
137 7. การเพิม่ SmartArt Graphic ภาพที่ 5.20 การเพิ่ม SmartArt Graphic การเพิ่ม SmartArt Graphic หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Diagram คือการแสดงข้อมูลใน รูปแบบของรูปภาพ หรือ กราฟฟิก ที่มีลำดับขั้นตอน เป็นการแสดงความสัมพันธ์ของข้อมูล ทำให้ สามารถเขา้ ใจไดง้ า่ ยย่งิ ขึ้น และด้วยรูปแบบของ SmartArt ให้คลิกเลอื กแท็บ insert จะปรากฏรบิ บอนคลิกเลอื ก SmartArt จะปรากฏหนา้ ต่างให้เลือก รปู แบบทตี่ ้องการ ประกอบดว้ ย ➢ List หรอื รายการ ➢ Process หรอื กระบวนการ หรือ workflow ➢ Cycle หรือ วงกลม แสดงความสมั พนั ธ์ท่ตี ่อเนื่องกัน ➢ Hierarchy หรือ ลำดบั ชนั้ เชน่ แผนผังองคก์ ร (Organization Chart) ➢ Relationship หรอื ความสมั พนั ธ์ และขัดแยง้ กนั ➢ Matrix หรือ เมทรกิ ซ์ แสดงความสมั พนั ธข์ องกลุม่ ข้อมลู ยอ่ ย ➢ Pyramid หรอื พีระมดิ แสดงลำดบั ชั้นของข้อมลู จากบนลงลา่ ง หรอื จากลา่ งสบู่ น เม่อื เลือกรูปแบบทีต่ ้องการไดแ้ ล้ว SmartArt จะสร้างใหอ้ ตั โนมัตใิ นเอกสารของเราทันที ผู้ใช้ สามารถปรบั แตง่ ข้อความตามต้องการ 8. การสรา้ ง Slide Master Slide Master คือ การปรับแต่งโครงสร้างของสไลด์แลว้ เก็บไว้ใชใ้ นภายหลัง บางครั้งที่การ จัดวางตำแหน่งของเอกสารนำเสนอจะมีส่วนของหัวข้อ ส่วนขอเนื้อหา และส่วนของสื่อ เช่น ตาราง รูปภาพและกราฟตา่ ง ๆ ต้องมานั่งจัดเรียงองค์ประกอบของสไลด์ทกุ ครัง้ มันก็อาจจะทำให้เสยี เวลา Slide Master จงึ เข้ามาชว่ ยให้คุณสามารถเก็บคา่ การจัดวางต่าง ๆ ของไสลด์ได้ เพียงคลิกเดียวสไลด์
138 ว่างเปล่ากจ็ ะถูกจดั วางโครงสรา้ งเสร็จในขั้นตอนเดียว แต่ก่อนท่ีจะทำแบบนั้นได้ เราต้องมารู้จักการ ใชง้ าน Slide Master กนั ก่อน เปิดหน้าเอกสารเปล่าขึ้นมาแล้วคลิกเลือกที่เมนู View ในหัวข้อ Presentation Views ให้ คลกิ ที่ปุม่ Slide Master ภาพที่ 5.21 การ Slide Master เมื่อเข้ามายังเมนู Slide Master ให้คลิกที่ปุ่ม Insert Slide Master ในหัวข้อ Edit Master ชุด Slide Master ใหม่ก็จะปรากฏขึ้นมาในหน้าต่างด้านซ้ายมือ ถ้าไม่ต้องการ Layout ของ Slide Master ที่สร้างขึ้นใหม่สามารถกด Ctrl ค้างแล้วเลือกไฮไลท์ที่ layout นั้นแล้วกดปุ่ม Delete ท่ี คยี บ์ อรด์ Layout ท่ีเลือกก็จะถูกลบออกไป ภาพท่ี 5.22 การ Insert Slide Master ใหม่
139 เลือก layout ที่ตอ้ งการแก้ไขทห่ี น้าต่างด้านซา้ ยมือ แลว้ ก็ทำการแก้ไขรูปแบบของ Layout ในแบบที่เราตอ้ งใชบ้ ่อยๆ ที่หน้าต่างด้านขวามือ ถ้าต้องการแทรกรูปแบบของสื่อตา่ งๆ เช่น รูปภาพ chart หรอื ตาราง ใน Slide Master ไม่สามารถคลกิ เลอื กเมนู Insert ปกติได้ ต้องคลิกเลือกที่ Insert Placeholder ในหัวข้อ Master Layout จากนั้นจะมีรายการแทรกปรากฏขึ้นมาแล้วเลือกที่สื่อท่ี ตอ้ งการจะแทรกลงไป ถ้าต้องการเปลี่ยนธีมให้กับ Slide Master ให้คลิกที่ปุ่ม Themes ในหัวข้อ Edit Theme เลือก theme ที่ต้องการ มันจะสร้าง Slide Master ชุดใหม่จากนั้นก็ค่อยเข้าไปปรับแต่ง Layout ตามที่ ต้องการ (ไม่สามารถเลือก Theme ให้กับ Slide Master ที่ตกแต่ง Layout ไปแล้วได้ แต่ก็ สามารถเข้าไปเปลีย่ นพ้นื หลงั ของ Slide Master เกา่ ได้ ภาพที่ 5.23 การเปลย่ี นธีม (Theme) 9. การสรา้ งขอ้ ความ นอกจากการพมิ พข์ อ้ ความปกติแลว้ ผใู้ ช้สามารถใชง้ านเคร่อื งมอื และลกั ษณะพเิ ศษใหม่ ๆ ใน การสรา้ งงานนำเสนอได้ 9.1 การสร้างขอ้ ความโดยใช้ Text box ซ่ึงปรากฏในริบบอน insert 1. คลิกแท็บ Insert เลือกปุ่ม Text box 2. Drag วางบนพ้ืนที่ว่างของสไลด์พมิ พ์ขอ้ มลู ไดท้ นั ที ภาพท่ี 5.24 การสร้างขอ้ ความโดยใช้ Text box
140 9.2 การสร้างขอ้ ความโดยการใช้ WordArt เมอ่ื คุณต้องกำรขอ้ ความทส่ี วยงามกว่าปกติ ใหส้ ร้างโดยการใช้ WordArt มีขั้นตอนดังน้ี 1. คลิกแทบ็ Insert เลอื กปม WordArt 2. คลกิ แบบที่ต้องกำร จะแสดงกรอบดงั รูป ภาพท่ี 5.25 การสรา้ งข้อความโดยใช้ WordArt 10. การสร้าง AutoShape ถ้าต้องการวาดรปู เอง ใชเ้ ครอื่ งมอื AutoShape เขา้ มาช่วยในการทำงาน มีขัน้ ตอนดังน้ี 1. คลกิ แทบ็ Insert เลือกคำสั่ง Shapes 2. คลิกเลอื กรปู ท่ีตอ้ งการวาด แล้ว drag ลงบนพ้ืนท่ีในสไลด์ ภาพที่ 5.26 การสรา้ ง AutoShape 11. การสรา้ งรูปภาพ (Picture/ClipArt) ในกรณที ่คี ุณตอ้ งการเลอื กรูปภาพจากแฟม้ งานอื่น เลอื กจากคำส่ัง Picture มีขั้นตอนดงั น้ี 1. คลิกแท็บ Insert เลือกคำสั่ง Picture จะมีแหล่งให้เลือกภาพมาใช้งาน 3 แหล่ง คือ จากเครื่องคอมพิวเตอร์ จากเว็บ stock ภาพถ่าย และจากเว็บออนไลน์ซึ่งสามารถค้นหาโดยใช้ เวบ็ ไซต์ Bing ในระบบ 2. จะปรากฏไดอะล็อกบอ็ กซ์ Insert Picture
141 ภาพที่ 5.27 การสรา้ งรูปภาพในงาน นอกจากภาพทั่วไปแล้วใน PowerPoint เวอร์ชั่นนี้ สามารถเพิ่มภาพจากการทำ screen shot ดงั รูป ภาพท่ี 5.28 การสร้างรูปภาพจาก screen shot การเพิ่มภาพ icon บนริบบอน insert คลิกเลือก Icons จะปรากฏหน้าต่าง Icons ซ่ึง สามารถค้นหาเพมิ่ เติมไดอ้ ีกจากทป่ี รากฏให้เหน็ ภาพที่ 5.29 การเพ่ิมรปู ภาพจาก Icons
142 12. การกำหนดการเคลอ่ื นไหวในขณะเปลี่ยนหนา้ สไลด์ (Slide Transition) หลังจำกที่สร้างสไลด์เสร็จแล้ว เพื่อให้กำรนำเสนอผลงานดูน่าสนใจข้ึน คุณสามารถกำหนด Effect การ เคล่อื นไหวของสไลดแ์ ตล่ ะหนา้ ได้ มีข้ันตอนดังนี้ 1. คลกิ แถบ Ribbon ช่อื Transitions สว่ นนี้ท่แี ถบ Scrollbar คลกิ ป่มุ ลกู ศรลง จะ ปรากฏแบบของ Effect การเล่อื นสไลดใ์ หเ้ ลอื ก ดงั รูป ภาพที่ 5.30 การเพ่ิม Effect การเล่ือนสไลด์ 2. นำเมาส์ใปชท้ี ี่ Transition แต่ละแบบ จะแสดงตวั อย่างบนสไลด์ปัจจุบนั ทันที ให้ คลิกเลอื กแบบทตี่ อ้ งการ 3. กำหนดเสียงและความเร็วในขณะเปลี่ยนสไลด์ หลังจากเลือก Transition แล้ว ต้องการกำหนดรายละเอยี ดเพมิ่ เติม โดยคลิกปุ่มลกู ศรลงของช่อง Sound เลือกเสยี งที่ตอ้ งการ ดงั รปู ภาพท่ี 5.31 การเพม่ิ Sound 4. ทชี่ อ่ ง Duration เลอื กความเรว็ ในการเปลี่ยนสไลด์ หลังจากนน้ั คลิกปุ่ม Apply To All เพื่อให้ทำกับสไลดท์ งั้ หมด ถ้าต้องการทำกับสไลดห์ น้าเดยี วกไ็ มต่ ้องเลอื กปุ่มนี้
143 ภาพที่ 5.32 การเลือกความเร็วในการเปลี่ยนสไลด์ 5. ตง้ั เวลาการเปลยี่ นสไลด์ เมือ่ กำหนด Effect และรายละเอยี ดอ่ืนๆ แล้ว ตอ้ งการ กำหนดเวลาในการเปล่ยี นสไลด์ โดย ที่ส่วนของ Advance Slide มใี หเ้ ลอื ก 2 แบบ คอื • On mouse click สไลดจ์ ะเปลี่ยนหน้าเมอ่ื ใช้เมาทค์ ลิก • ต้งั เวลาโดยกำหนดเวลา สไลด์จะเปลีย่ นอัตโนมตั ิ ภาพที่ 5.33 ตวั อย่างการตัง้ เวลาอตั โนมัติ 13. การกำหนดการเคล่ือนไหวใหก้ บั วัตถุ เมื่อคุณทำการพิมพ์ข้อความ สร้างรูปภาพ ตาราง หรือวัตถุ (object) อื่นๆ ในสไลด์ แล้ว ตอ้ งการกำหนด Animation ใหก้ ับ Object นั้นวธิ กี ารนีเ้ ปน็ วิธที ่ีง่ายและรวดเรว็ มขี ้ันตอนดงั นี้ 1. คลกิ แถบ Ribbon ชอื่ Animations สว่ นนี้ท่ีแถบ Scrollbar คลิกปมุ่ ลูกศรลง จะ ปรากฏแบบของ Animations ให้เลือก
144 ภาพท่ี 5.34 การกำหนด Animation ให้กับ Object 2. เปิดสไลด์หน้าที่จะกำหนด Animation คลิกเลือก ข้อความหรือวัตถุที่ต้องการ แล้วคลิกเลือกแบบ Animation ทต่ี ้องการใหก้ ับ Object 3. การกำหนด Animations แบบกำหนดเองให้กับแต่ละข้อความและวตั ถุ ให้คลิก เลือกข้อความหรือวตั ถทุ ่ีจะกำหนด Animations คลิกเลอื กแบบท่ีต้องการ ท่แี ทบ็ Animations คลิก เลือก Animations จะปรากฏแถบ Animations Pane ด้านขวา ภาพท่ี 5.35 การกำหนด Animation แบบกำหนดเอง 4. เมื่อเลือกแบบ Animations ของข้อความและวัตถุแล้ว ต้องการ กำหนด รายละเอียดเพิ่มเตมิ มี 2 วิธี คอื วิธีท่ี 1 ที่แถบ Animation Pane ด้านขวา จะแสดงคำส่ังในสวนของ Modify ใหเ้ ปลีย่ นแปลง รายละเอียด วิธีที่ 2 คลิกปุ่มลูกศรลงของชื่อ Animation ที่เลือก แล้วคลิกคำสั่ง Animation Pane จะ ปรากฏหนา้ ต่างของ Effect Options
145 ภาพที่ 5.36 การกำหนด Effect Options 5. เมื่อกำหนดรายละเอียดในหัวข้อต่าง ๆ แล้วคลิกปุ่ม OK ทดลองแสดงตัวอย่าง ของ Animation โดยการคลิกปุ่ม Play หรือป่มุ Slide Show 14. การกำหนดคณุ สมบัตติ า่ ง ๆ ของจดุ เชื่อมโยง เมือ่ เลอื กตำแหนง่ ชอ่ื ไฟล์, เวบ็ ไซต์, E-mail Address, อื่นๆ ทจ่ี ะ link แล้ว ต้องการกำหนด รายละเอยี ดเพม่ิ เติม มีขน้ั ตอนดงั น้ี 1. คลกิ แท็บ insert เลอื ก link แล้วเลือก insert Link ภาพท่ี 5.37 การ insert Link 2. เมื่อคลิก insert Link จะปรากฏหน้าต่าง insert hyperlink เพื่อเลือกการ เช่อื มโยงข้อความ ซึง่ มี 3 รปู แบบ
146 ภาพที่ 5.38 การกำหนดคุณสมบัติต่าง ๆ ของจุดเช่ือมโยง แบบที่ 1 จะเชอ่ื มโยงกับเวบ็ ไซต์ ใหก้ รอกเว็บไซต์ที่ต้องการจะให้แสดงเม่ือคลิกข้อความท่ีได้ เลือกในชอ่ ง Address แลว้ กด ok แบบที่ 2 คอื การเช่ือมโยงกบั สไลด์ในเอกสารภายใน PowerPoint ทกี่ ำลงั ทำ ให้เลือกสไลด์ ทต่ี อ้ งการ แบบท่ี 3 คือ การเช่อื มโยงกบั เอกสารท่ีตอ้ งการสร้างใหม่ แบบที่ 4 คือ การเชือ่ มโยงกบั การสร้างอเี มล สำหรบั ปุ่ม screenTip เปน็ การกำหนดขอ้ ความอธิบายเพิ่มเตมิ (จะกำหนดหรอื ไม่ กไ็ ด้) ภาพที่ 5.39 การกำหนดข้อความอธบิ ายเพิม่ เติม 15. การกำหนดการนำเสนอ ในการนำเสนอผลงาน คุณสามารถเลือกชนิดของการแสดงผลได้ มีขั้นตอนดังน้ี 1. คลิกแท็บ Slide Show เลือกปุ่ม set up slide show จะปรากฎหน้าต่างให้ กำหนดรายละเอียด
147 ภาพที่ 5.40 การกำหนดรายละเอยี ด Slide Show 2. ต้องการกำหนดลักษณะการนำเสนอ เลือกจากในส่วนของ Show Type ประกอบด้วย 3 ประเภท คือ 1) เปน็ การนำเสนอผลงานแบบเต็มจอ 2) เป็นการนำเสนอผลงานแบบหน้าต่าง 3) เปน็ การนำเสนอผลงานแบบ Touch Screen หลังจากที่เลือกชนิดของการแสดงผล คุณสามารถกำหนดตัวเลือกในการนำเสนอผลงานได้ โดยกำหนดที่หนา้ ต่าง Setup Show ให้กำหนดตวั เลือกการนำเสนอจากส่วนของ Show Options 1) ตัวเลอื กที่ 1 คือ เมือ่ มกี ารกำหนด Slide Transition เปน็ Automatic ใหท้ ำการวนซ้ำไป เรื่อย ๆ จนกว่าจะกดปุม่ Esc 2) ตวั เลือกท่ี 2 คือ เปน็ การนำเสนอสไลด์โดยไม่ show เสียงบรรยาย 3) ตัวเลอื กที่ 3 คอื เป็นการนำเสนอสไลด์โดยไม่ show animation 4) ตวั เลือกที่ 4 คอื เลือกสขี องปากกา เป็นค่า Default 5) ตวั เลือกที่ 5 คอื เลอื กสีของเลเซอร์พอ้ ยเตอร์ เปน็ ค่า Default กำหนดจำนวนสไลด์ที่ต้องการนำเสนอ หลังจากที่กำหนดตัวเลือกของการนำเสนอแล้ว คุณ สามารถกำหนดจำนวนสไลด์ที่ต้องการนำเสนอผลงานได้ โดยที่หน้าต่าง Setup Show ให้กำหนด จำนวนสไลดท์ ่ตี ้องการนำเสนอจากสว่ นของ Show slides ประกอบดว้ ย 1) all คือ แสดงผลกำรนำเสนอสไลด์ทง้ั หมด 2) From… to… คือ เลอื กแสดงเฉพาะสไลดห์ น้าทตี่ ้องการ จากหน้า … ถงึ … 3) custom show: คอื เลอื กแสดงเฉพาะสไลดท์ ี่กำหนดใน Custom show
148 ภาพที่ 5.41 การกำหนดรายละเอยี ดจำนวนสไลด์ท่ตี ้องการนำเสนอ Workshop ทา้ ยบทเรียน 1. ให้นักศึกษาสร้าง Slide Master และมีการปรับแต่งโครงสร้างของสไลด์แล้วเก็บไว้ใช้ในภายหลัง และจัดทำข้อมูลสำหรับการนำเสนอในประเด็นที่นักศึกษาสนใจเกี่ยวกับ เทคโนโลยีสารสนเทศยุค ดิจทิ ลั ในธุรกิจบรกิ ารอาหาร ภาพท่ี 5.42 การสร้าง Slide Master
149 สรุป PowerPoint เป็นโปรเเกรมในการนำเสนอได้ในหลายรูปเเบบ ไม่ว่าจะเป็นนำเสนอ เเบบ เป็นอกั ษร ภาพ หรอื เสยี ง โดยตวั โปรเเกรมนั้นสามารถนำสอ่ื เหล่าน้มี าผสมผสานได้ อย่างลงตวั และมี ประสทิ ธภิ าพมากทส่ี ุด การทำงานในรปู ของภาพนง่ิ (slide) คอื เเผ่นเอกสารเด่ียว ๆ ท่ีเเสดงส่ิงต่าง ๆ ตวั อักษร กราฟตาราง รปู ภาพ หรอื อน่ื ๆ และสามารถเเสดงสไลด์ลงบนแผ่นกระดาษหรือเครื่องฉาย ขา้ มศรษี ะ หรอื หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรอื เครื่องฉาย การนำเสนอหรือพรีเซนเตชั่น (Presentation) คือการนำเสนอให้แก่ผู้ฟังโดยอาจมอี ุปกรณ์ ประกอบการบรรยาย เช่น การศึกษา การเรียนการสอน งานสัมมนา งานธุรกิจ การนำเสนอรายงาน ของนักเรียน การนำเสนอสินค้าของพนักงานขาย การนำเสนอรายงาน หรือการแสดงระบบการ ทำงานในองค์กร เป็นต้น การเตรียมอุปกรณ์สาหรับการนำเสนอน้ันค่อนข้างยุ่งยากเพราะต้องใช้สื่อ ประกอบการบรรยายมากมาย เช่น แผ่นป้าย แผนภูมิ ฯลฯ แต่ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์ได้เข้ามามี บทบาทช่วยในการเตรียมงานนำเสนอเหล่าน้ีได้เป็นอยา่ งดี เราสามารถนำเสนอผ่านทางจอโทรทัศน์ โปรเจ็คเตอร์และเว็บไซต์ได้อีกด้วย ซึ่งโปรแกรมที่ได้รับความนิยมและสามารถสร้างงานนำเสนอได้ ตัง้ แต่งานนำเสนอ ส่วนตัว ใชใ้ นงานธรุ กิจ และการศึกษา เพราะการนำเสนอข้อมูลท่ีสวยงาม เนื้อหา ที่หลากหลายท้ังขอ้ ความ รูปภาพ ตัวเลข กราฟ สถิติ แผนงาน เสียง วิดีโอคลิป ทำได้ง่ายไมซ่ ับซอ้ น และ โปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 ยงั ใชง้ านระบบสัมผัส Touch Screen ไดเ้ ตม็ รูปแบบ ประโยชน์และจุดเด่นของโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 คือ ใช้งานง่ายสามารถ สร้าง แก้ไข และเพิ่มเติมเนื้อหาได้สะดวก สนับสนุนมัลติมีเดีย รูปภาพ วิดีโอ และเสียง ประยุกต์ใช้ งานได้หลายรูปแบบ เช่น ตู้คอมพิวเตอร์นำเสนอข้อมูล นำเสนอข้อมูลบนจอภาพและสั่งพิมพ์ใน รูปแบบเอกสาร และบันทึกไฟลใ์ นรปู แบบตา่ ง ๆ เชน่ รปู ภาพ เว็บเพจ เสนอบนอินเทอร์เนต็ คำถามท้ายบท 1. มุมมองใดที่แสดงสไลด์ทงั้ หมดแบบย่อเพ่ือจัดการกบั สไลด์ 2. การเลอื กใชอ้ ปุ กรณด์ จิ ิทลั มาชว่ ยในการนำเสนองานมีประโยชนอ์ ย่างไร 3. ถ้าตอ้ งการนำเสนอผลงาน เริ่มทีส่ ไลดแ์ รกควรกดปุ่มใด 4. พื้นท่ีการทำงานของโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 เรียกวา่ อะไร 5. ส่วนใดของโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 ทีแ่ สดงชอ่ื ไฟลแ์ ละชอื่ โปรแกรม 6. โปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 เป็นโปรแกรมประเภทใด 7. หน้าทข่ี องแถบริบบอนคืออะไร 8. อธบิ ายข้นั ตอนการปดิ โปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 9. จงอธบิ ายการสร้าง slide master มาพอสังเขป 10. จงอธบิ ายการกำหนดการเคลอ่ื นไหวในขณะเปลี่ยนหนา้ สไลด์
150 เอกสารอา้ งอิง กรรณกิ าร์ ประเสริฐวฒุ กิ ลุ . (2560). เอกสารประกอบการเรยี น เร่อื งการสรา้ งงานดว้ ยโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016. สบื ค้นเมื่อ 2563, มถิ นุ ายน 16 เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: http://www.satriwit3.ac.th/files/140331099093869_19062213130025.pdf ดวงพร เกีย๋ งคำ. (2560). คูม่ อื ใช้งาน PowerPoint 2016 ฉบบั บสมบรู ณ.์ นนทบรุ ี : ไอดีซฯี . พันจนั ทร์ ธนวัฒนเสถยี ร และกองบรรณาธิการ. (2561). Windows 10 Office 2016 ฉบับสมบูรณ.์ กรุงเทพฯ : ซิมพลฟี าย. สุธีร์ นวกุล. (2560). คู่มอื ใช้งาน Windows 10 & Office 2016. กรงุ เทพฯ : ซเี อด็ ยเู คช่นั . เสาวลักษณ์ สาเนยี ง. (2561). ฉบับเร่ิมต้นกำรใช้งาน Microsoft Office 2016. กรงุ เทพฯ : ลคั กี้บคุ๊ ส.์ อมั รินทร์ เพ็ชรกุล. (2560). Office 2016 ฉบับสมบรู ณ.์ กรงุ เทพฯ : รไี วว่า. Doug Lowe. (2015). PowerPoint 2016 For Dummies. New York, United States : John Wiley & Sons Inc.
151 แผนการสอนประจำสปั ดาหท์ ี่ 6 หัวขอ้ เรอ่ื ง การใช้งาน Adobe Photoshop เบ้ืองต้น ครั้งที่ 1 รายละเอยี ด เนื้อหาประจำสัปดาห์ท่ี 6 เน้นให้ผู้เรียนมคี วามรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกับส่วนประกอบหลักของ โปรแกรม Photoshop ลักษณะการจดั องค์ประกอบบนหน้าจอ การสรา้ งกระดาษออกแบบใหม่ การ บันทึกเพื่อจัดเก็บไฟล์ ส่วนการสรา้ ง Selection ใน Photoshop และ Workshop การออกแบบสื่อ ประชาสัมพนั ธ์บนออนไลน์ จำนวนช่ัวโมงท่ีสอน 4 ชว่ั โมง วัตถปุ ระสงค์เชิงพฤติกรรม 1. เพ่อื ใหผ้ เู้ รียนมคี วามรู้ความเขา้ ใจพน้ื ฐานการใช้งาน Adobe Photoshop 2. เพื่อให้ผเู้ รียนมีความรู้และสามารถในการออกแบบผลงานด้วย Adobe Photoshop 3. เพื่อใหผ้ ู้เรยี นมคี วามรู้และสามรถในการประยกุ ตใ์ ช้เครือ่ งมอื ในการออกแบบงานอ่ืนๆ กจิ กรรมการเรยี นการสอน 1. ใช้วิธีสอนแบบโครงงาน โดยอาศัยทักษะและเทคนิคการอธิบายเพื่อสร้างความเข้าใจ โดย ผู้สอนมอบหมายให้ผู้เรียนจัดทำโครงงานเกี่ยวกับการสร้างงานการ์ตูน แอนิเมชันสร้าง ภาพยนตร์ส้ัน เพ่ือใหผ้ ูเ้ รยี นสามารถเชอ่ื มโยงความรู้ปฏิบัตกิ ิจกรรมการเรียนรู้ด้วยการลงมือ ปฏิบตั ิดว้ ยตนเอง มกี ารวางแผนการทำงาน มีกระบวนการทำงานอย่างมีขนั้ ตอน โดยใช้ทักษะ กระบวนการคิด การสรุปความหลงั จากน้นั จัดทำเปน็ เอกสารรายงานตามรูปแบบท่ีกำหนดส่ง ผู้สอน พร้อมทั้งจัดนำเสนอผลงานในรูปแบบของนิทรรศการให้ผู้อื่นได้ศึกษาโดยมีผู้สอนให้ คำแนะนำแนวทางท่ถี ูกตอ้ ง 2. ใช้วิธีสอนแบบศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยให้ผู้เรียนศึกษาข้อมูลจากใบความรู้และเอกสาร ประกอบการสอนรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศยุคดิจทิ ัลในธุรกจิ บริการอาหารและแหล่งการ เรียนรตู้ า่ งๆตลอดจนหนงั สือเอกสารและแหลง่ การเรียนรูท้ แี่ นะนำและนำความรูท้ ีไ่ ด้ศึกษามา สร้างเป็นผลงานและนำเสนอผลงานและรายงานส่งผ้สู อน 3. ใชว้ ิธีสอนแบบรว่ มมือ โดยอาศัยทักษะและเทคนิคการสอนที่ใหผ้ เู้ รยี นแสวงหาความรู้ด้วยการ พึ่งพาและเกื้อกูลกัน มีการปรึกษาหารืออย่างใกล้ชิดในประเด็นศึกษาที่มอบหมาย ผู้สอน กำหนดและมอบหมายงานให้ผู้เรียนรับผิดชอบเป็นกลุ่มๆ โดยให้ใชท้ กั ษะปฏิสัมพันธ์ระหว่าง บุคคลและทกั ษะการทำงานกลุ่ม ความคดิ วิเคราะห์ การระดมพลงั สมอง และการแสดงความ คดิ เห็นที่เหมาะสมพรอ้ มทั้งจดั ทำสรุปเป็นผลงานส่งผู้สอน
152 4. ใช้วิธีสอนแบบซปิ ปา ที่เน้นให้ผู้เรียนได้มสี ่วนรว่ มในกิจกรรมการเรียนการสอนที่เนน้ ผู้เรียน เป็นสำคัญโดยให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มศึกษาตามใบความรู้ประเด็นต่าง ๆ และช่วยกันรวบรวม ความรแู้ ละสรา้ งองค์ความรู้ มีปฏิสมั พันธก์ ับสงิ่ แวดล้อมและบุคคล มีสว่ นร่วมทางกายและมี โอกาสเคลื่อนไหวร่างกาย ในขณะปฏิบัติกิจกรรมลักษณะต่าง ๆ ร่วมกันเรียนรูก้ ระบวนการ คิด กระบวนการแก้ปัญหา การแสวงหาความรู้และการประยกุ ต์ใช้ โดยนำความรู้ทีไ่ ดจ้ ากการ เรียนรูไ้ ปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์อืน่ หรือเช่ือมโยงสรา้ งองค์ความรู้ที่เป็นสาระใกล้เคียงกนั ตามที่ผู้สอนกำหนดข้นึ 5. ใช้วิธสี อนแบบใหฝ้ ึกและปฏิบัติ เก่ยี วกับการตดั ต่อเสยี ง การตดั ตอ่ วีดีโอและการสร้างการ์ตูน แอนิเมชันโดยผูส้ อนมอบหมายใหผ้ ู้เรยี นได้กระทำซำ้ ด้วยการตอบคำถามทบทวนเพื่อพัฒนา ทักษะ และเทคนคิ การปฏบิ ัติจริงในส่ิงท่ไี ด้เรียนมา โดยมผี สู้ อนคอยให้คำปรึกษาและตอบข้อ สงสัยทำให้เป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ด้วยการลงมือกระทำจริง ทำให้เห็นคุณค่า ของส่ิงทเ่ี รยี นรู้และจดจำเข้าใจสงิ่ ทเี่ รียนรไู้ ดด้ ี สามารถถา่ ยทอดหรอื เช่ือมโยงการเรียนรู้ไปใช้ ในสถานการณ์เดยี วกนั ได้ สอ่ื การเรียนการสอน 1. เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศยคุ ดิจทิ ัลในธรุ กจิ บริการอาหาร 2. สื่อประกอบการสอนแบบภาพสไลด์ (Power Point) 3. สอ่ื อปุ กรณ์คอมพวิ เตอร์ 4. เอกสารและหนงั สอื อา่ นประกอบเพื่อการศึกษาค้นควา้ เพิม่ เติม 5. การศึกษาเว็บไซตเ์ พิม่ เตมิ ที่เกยี่ วขอ้ ง แผนประเมินผลการเรียนรู้ 1. ผลการเรยี นรู้ 1.1. ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม 1.1.1. มจี ิตสำนึกและตระหนกั ในการปฏบิ ตั ิตามจรรยาบรรณวิชาชีพ 1.1.2. ความมีวินยั ตรงตอ่ เวลา และมคี วามรบั ผิดชอบต่อตนเองและสงั คม เคารพกฎระเบยี บ และข้อบังคบั ตา่ ง ๆ ขององคก์ รและสังคม 1.1.3. การตระหนักในคุณคา่ ของคณุ ธรรม จริยธรรม และความซอ่ื สตั ย์สจุ ริต 1.1.4. เคารพสิทธิและยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผูอ้ น่ื 1.1.5. การมีจิตสาธารณะ เออ้ื เฟอื้ เผ่อื แผ่ 1.2. ด้านความรู้ 1.2.1. มีความรู้ ความเข้าใจ ในหลักการ แนวคิด ทฤษฎี และเนื้อหาสาระสำคัญของ รายวชิ าท่เี กย่ี วข้องเพือ่ สามารถนำมาประยกุ ต์ใชใ้ นการประกอบวิชาชพี 1.2.2. มที ักษะ และความชำนาญ ในงานด้านวิชาชพี 1.2.3. สามารถในการนำความรู้มาประยุกต์ใชใ้ นบรบิ ททางวิชาการและวชิ าชพี
153 1.2.4. มีความสามารถในการศึกษาค้นคว้าและพัฒนาความรู้ของตนเองได้ และสามารถ บูรณาการความรู้ในศาสตรต์ ่าง ๆ ท่ีเกีย่ วข้อง เพ่ือใชเ้ ปน็ ประโยชนใ์ นวชิ าชพี ได้ 1.3. ด้านทกั ษะทางปัญญา 1.3.1. สามารถคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เพื่อหาข้อเท็จจริง หรือต้นเหตุของปัญหา และ เสนอแนวทางการแก้ไขได้อย่างสร้างสรรค์ 1.3.2. มีความสามารถในการทำความเข้าใจและประเมินข้อมูล แนวคิดและหลักฐาน ใหม่ๆ จากแหล่งขอ้ มลู ท่ีหลากหลาย และใช้ขอ้ สรปุ ทไ่ี ด้ในการพัฒนางานในวิชาชพี 1.3.3. สามารถถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้อื่น 1.4. ด้านทกั ษะความสัมพันธ์ระหว่างบคุ คลและความรับผิดชอบ 1.4.1. รับผดิ ชอบในการทำงานท่ีได้รบั มอบหมายทง้ั รายบคุ คลและงานกลุ่ม 1.4.2. สามารถปรับตัวในและทำงานร่วมกับผอู้ ื่นท้ังในฐานะผู้นำและสมาชิกกลุ่มไดอ้ ย่าง มปี ระสิทธภิ าพ 1.4.3. มคี วามสามารถในการวางตัวและแสดงความคิดเห็นได้อยา่ งเหมาะสมกบั บทบาท หน้าที่ และความรบั ผดิ ชอบ 1.4.4. มบี ุคลกิ ภาพทีด่ ี และมีมนุษยสมั พันธ์ 1.4.5. มีความสามารถในการวางแผนและรับผิดชอบในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองและ วิชาชพี อย่างต่อเนื่อง 1.5. ด้านทักษะการคดิ วเิ คราะหเ์ ชิงตวั เลขการสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 1.5.1. สามารถนำเทคนคิ ทางสถิติหรือคณิตศาสตร์ เทคโนโลยสี ารสนเทศ และเทคโนโลยี อน่ื ๆ ท่เี กี่ยวข้องมาประยุกต์ใชใ้ นการสบื ค้น วเิ คราะห์ข้อมลู แปลความหมาย และ เสนอแนวทางในการพฒั นางาน หรือ แก้ไขปัญหาไดอ้ ยางสรา้ งสรรค์ 1.5.2. สามารถสือ่ สาร สามารถสรุปประเดน็ จากสิ่งทไี่ ด้เหน็ และฟัง ถา่ ยทอดและนำเสนอ ข้อมูลได้อย่างสรา้ งสรรคแ์ ละมีประสิทธภิ าพ 1.5.3. สามารถติดตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นวัตกรรม และสถานการณ์โลกโดย ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ 2. วิธปี ระเมินผลการเรียนรู้ 2.1. คุณธรรม จริยธรรม 2.1.1. นักศึกษาประเมินผลการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง ก่อนและหลังการเรยี น 2.1.2. ประเมินโดยอาจารย์จากการสังเกตพฤตกิ รรมการแสดงออกตามปกตขิ องนักศกึ ษา 2.1.3. ผูใ้ ช้บณั ฑิตประเมนิ คุณธรรมจรยิ ธรรมของบณั ฑติ 2.1.4. ประเมินผลพฤติกรรมผูเ้ รียนจากการสังเกตในกิจกรรมต่าง ๆ ทงั้ ในและนอกชั้นเรียน ท้ังในดา้ นระเบยี บวินัย ความรับผดิ ชอบ การมีน้ำใจ ซอ่ื สัตย์ มีสมั มาคาราวะ และรู้จกั กาลเทศะ 2.1.5. ประเมินผลผู้เรียนจากการปฏิบัติงานที่ไดร้ ับมอบหมาย ทั้งด้านความรบั ผิดชอบ การ ตรงต่อเวลา ความซอื่ สัตย์ และการมีนำ้ ใจเออ้ื เฟือ้ เผ่อื แผ่
154 2.2. ความรู้ 2.2.1. ประเมินผลความรู้ของผู้เรียนจากผลงานระหว่างภาค เช่น การบ้าน การเขียนรายงาน การทดสอบยอ่ ย การนำเสนอรายงานการคน้ คว้าหนา้ ช้นั เรยี น 2.2.2. ประเมินผลความรู้ของผู้เรยี นจากการสอบข้อเขยี น การสอบปฏบิ ัติ 2.2.3. ประเมนิ ผลความร้ขู องบัณฑติ โดยการสำรวจความคดิ เหน็ ของผูใ้ ช้บณั ฑิต 2.3. ทักษะทางปัญญา 2.3.1. ประเมินจากผลงานการแกไ้ ขปัญหาทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย 2.3.2. ประเมนิ โดยการสอบขอ้ เขยี นดว้ ยโจทยท์ ต่ี อ้ งใช้ทักษะทางปญั ญา 2.3.3. ประเมินรายงานผลการวิจัย 2.3.4. ประเมนิ จากการปฏิบัติงานและกิจกรรมท่ีได้รบั มอบหมาย ในการแก้ไขโจทย์ปัญหาท่ี ซับซ้อน 2.4. ทักษะความสมั พันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผดิ ชอบ 2.4.1. มอบหมายนกั ศกึ ษาประเมินตนเองและเพื่อนในกลมุ่ สรุปผลและมีการประเมินโดยใช้ เสยี งสว่ นใหญ่ 2.4.2. สังเกตพฤตกิ รรมในช้ันเรยี น 2.4.3. ประเมนิ ผลจากการทำกจิ กรรมและการปฏบิ ตั ิงานทีไ่ ด้รบั มอบหมาย 2.5. ทกั ษะการคิดวเิ คราะหเ์ ชิงตัวเลข การส่อื สาร การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ 2.5.1. ประเมินจากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสืบค้นข้อมูลด้วย เทคโนโลยีสารสนเทศที่มอบหมายแตล่ ะบุคคล 2.5.2. ประเมนิ จากการสอบขอ้ เขยี นในการแก้โจทย์ปัญหาเชงิ ตวั เลขทีไ่ ม่เคยพบมากอ่ น 2.5.3. ประเมินทกั ษะการสอ่ื สารด้วยภาษาเขยี นจากรายงานแตล่ ะบคุ คลหรือรายงานกลุ่มใน ส่วนท่นี ักศกึ ษานั้นรับผิดชอบ 2.5.4. ประเมินทักษะการสื่อสารด้วยภาษาพูดจากพัฒนาการในการนำเสนอรายงานในช้ัน เรยี น การนำเสนอสัมมนา การนำเสนอนทิ รรศการโครงงานต่อผู้เยย่ี มชมดว้ ยวาจา 3. สดั สว่ นของการประเมิน ร้อยละ 10 ร้อยละ 40 3.1. ด้านคุณธรรม จริยธรรม 3.2. ดา้ นความรู้ รอ้ ยละ 30 ร้อยละ 10 3.3. ด้านทกั ษะทางปัญญา ร้อยละ 10 3.4. ดา้ นทักษะความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งบุคคลและความรับผดิ ชอบ 3.5. ดา้ นทักษะการคดิ วเิ คราะห์เชิงตวั เลข การส่อื สาร และการใช้เทคโนโลยี
155 เนือ้ หาที่สอน ความเป็นมาของ Adobe Photoshop Photoshop เปน็ โปรแกรมของบรษิ ัท Adobe (อ่านว่า อะ-โด-บ)้ี ซง่ึ เป็นผ้พู ัฒนาซอฟต์แวร์ ด้านกราฟกิ และอตุ สาหกรรมการพิมพ์รายสำคัญ รวมถงึ เปน็ ผู้คดิ คน้ ภาษา Postscript และไฟล์แบบ PDF (Portable Document Format) ที่ใช้กันในวงการพิมพ์และการจัดรูปแบบเอกสารบน อินเตอรเ์ น็ตด้วย ดังนั้น โปรแกรม Photoshop สามารถทำงานรว่ มและแลกเปลีย่ นไฟล์กับโปรแกรม อื่น ๆ ที่ใช้ทำงานด้วยกราฟิกได้อย่างกว้างขวาง เช่น โปรแกรม illustrator, PageMaker และ Acrobat ซง่ึ ท้งั หมดนเ้ี ป็นของบริษัท Adobe เช่นกนั โปรแกรม Photoshop ออกเวอร์ชั่นแรกในปี 1990 และได้รับการพัฒนาต่อเนื่องเรื่อย ๆ เปน็ เวอร์ชัน่ 2, 2.5, 3, 4, 5, 5.5, 6, 7, CS2, CS3, CS4, CS5, CS6 จนกระทงั่ ล่าสุด คอื เวอร์ชน่ั CC ในขณะนี้ โดยมีขีดความสามารถใหม่ ๆ สำหรับการจัดการกับภาพขึ้นมาอีกตัวหนึ่ง คือ Adobe Bridge CS6 ซง่ึ เปน็ โปรแกรมที่ใชส้ ำหรับจัดการภาพถ่ายของเรา ซ่งึ ทาหนา้ ทีเ่ หมือนกบั การทำงานใน Explorer หรือบางอย่างอาจจะทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำ เช่น การจัดกลุ่มภาพ การแสดงรายละเอียดของ ภาพ เช่น กล้องที่ใช้ถ่ายด้วยเลนส์แบบไหน โฟกัสเท่าไร เป็นต้น และที่สำคัญคือสามารถดูตัวอย่าง ไฟล์ภาพของ Photoshop นามสกุล .psd ได้ โดยไม่ต้องเปิดดูในโปรแกรม Photoshop และยังมี คำส่ังอตั โนมัตทิ ี่สามารถเลอื กใชก้ บั ไฟล์ภาพได้อีกด้วย ภาพท่ี 6.1 โปรแกรม Photoshop CS6 ทีม่ า: สภุ าณี ไกรเทพ. Website. 2561.
156 ความสามารถของโปรแกรม Adobe Photoshop CS6 ความสามารถของโปรแกรม Photoshop แบ่งเป็น 2 เรื่อง คือ แกไ้ ขตกแต่งภาพถา่ ย : งานน้ี เป็นงานถนัดของ Photoshop เช่น การแก้ไขภาพที่มีให้สว่างการลบ ริ้วรอยที่ไม่ต้องการออกจาก ภาพ รวมถึงการนาภาพหลายๆ ภาพมารวมกัน รวมถึงการตัดต่อ โดยส่วนนี้จะเรียกว่าการรีทัช ออกแบบ สร้างสรรค์งานกราฟิก : ใช้ Photoshop ช่วยสร้างภาพสามมิติเรื่องของการขีด เขียน ออกแบบสร้างงานกราฟกิ เชน่ การวาดภาพตัวการต์ นู หรือการออกแบบสือ่ ส่ิงพิมพช์ นดิ ต่างๆ 1. งานออกแบบสิ่งพมิ พ์ การใช้โปรแกรม Photoshop ช่วยในงานออกแบบสิ่งพิมพ์ทุกชนิด เช่น การออกแบบภาพ สามมติ ิ, ออกแบบโลโก้, แบนเนอร์, โบรชัวร์, นามบัตร, ใบปลิว, แผ่นพับ, หนังสอื , แคต็ ตาล็อกสินค้า, โปสเตอร์, ปา้ ยโฆษณา, และป้ายหน้าร้าน สามารถใช้โปรแกรม Photoshop ในการออกแบบตกแตง่ 2. งานออกแบบเวบ็ ไซต์ การออกแบบเวบ็ ไซต์ต้องมภี าพกราฟิกที่สวยงามน่าสนใจทั้งการตกแตง่ ดว้ ยภาพขนาดต่างๆ การสร้างโลโก้ประกอบเว็บไซต์ การสร้างตัวอักษรซึ่งการทำงานเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องใช้โปรแกรม Photoshop ช่วยในการออกแบบ 3. งานแกไ้ ขซ่อมแซมภาพ ภาพต้นฉบบั ทเี่ ราได้มาในบางครั้งมีขอ้ บกพร่องหลาย ๆ อยา่ ง เช่น ภาพมืดเกินไปภาพมีรอย ขรุขระหรือมี Noise, ภาพเบลอเกินไป เป็นตน้ การทจี่ ะนำภาพท่มี ขี ้อบกพร่องมาใช้งานจำเป็นต้องทำ การแกไ้ ขและซ่อมแซมภาพกอ่ น เพือ่ ให้ภาพมีความสมบรู ณเ์ หมาะสมกับงาน 4. งานตัดตอ่ ดัดแปลงภาพหรือสร้างสรรค์งานกราฟกิ สมยั ใหม่ งานกราฟิกปัจจุบันผสานเข้ากับการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ใส่ของปกซีดี ปฏิทินตั้งโต๊ะหน้า จอคอมพิวเตอร์ เว็บไซต์ หนังสือปกวารสาร นิตยสาร การ์ด ป้ายประชาสัมพันธ์ เครื่องหมาย สัญลักษณ์งานเหล่านี้ก็เกิดจากการใช้งานโปรแกรมช่วยในการออกแบบนาภาพมาสร้างสรรค์งาน กราฟกิ ท่ีสวยงาม มีประโยชน์ใชส้ อย ตลอดจนมแี นวคิดในการออกแบบท่ีดี คณุ สมบัตคิ อมพิวเตอร์ทีต่ ดิ ตั้ง Photoshop การสรา้ งภาพกราฟิกโดยใช้ Photoshop ควรคำนึงถงึ ทรัพยากรของเครือ่ งคอมพิวเตอร์ด้วย เพื่อใหก้ ารสร้างงานกราฟกิ เป็นไปด้วยความสะดวก ความต้องการของระบบเบ้ืองตน้ CPU Pentium III ขน้ึ ไปหรือเทียบเท่า RAM 128 MB ข้นึ ไป Hard Disk 1.2 BG เป็นอยา่ งต่ำ ระบบปฏบิ ตั ิการ Windows 98, ME, 2000, XP หรือ Windows NT Monitor ควรมคี วามละเอยี ดในการแสดงผลอย่างนอ้ ย 800 x 600 pixel การ์ดแสดงสีได้ต้งั แต่ 256 สีข้นึ ไป
157 รจู้ กั โปรแกรม Photoshop cs6 การเรียกใช้งานโปรแกรม การเข้าสู่โปรแกรม Photoshop cs6 หลังจากที่มีการติดตั้งตัว โปรแกรมแล้ว เริ่มเข้าสโู่ ปรแกรมโดยเริ่มต้นจาก ไปที่ ปุ่ม start > All program > โฟลเดอร์ Adobe master collection cs6 > Adobe Photoshop CS 6 ดังรปู ภาพที่ 6.2 การเรยี กใชง้ านโปรแกรม หมายเหตุ Adobe Photoshop CS 6 จะมีทั้ง 36 bit และ 64 bit คือ Adobe Photoshop CS 6 จะเป็น 32 bit สว่ น Adobe Photoshop CS 6 (64 bit) จะเป็น 64 bit การเลอื กใช้แนะนำ ถ้าเคร่อื ง 32 bit ใหใ้ ช้ Adobe Photoshop CS 6 และถ้าเคร่ือง 64 bit ใหใ้ ช้ Adobe Photoshop CS 6 (64 bit) หากเป็นเวอร์ช่ันอื่น Function แตล่ ่ะตวั อาจจะไม่ได้อยู่ท่ี เดยี วกัน เมอ่ื เราเขา้ โปรแกรมมาแล้วจะเจอหนา้ ต่างการทำงานของโปรแกรม Photoshop cs6 ซ่ึงจะ ประกอบไปด้วย Menu bar , option bar, Tool bar, Palette ตา่ ง ๆ ในการใชง้ านแต่องค์ประกอบ ก็จะแตกตา่ งกันไป
158 ภาพท่ี 6.3 หนา้ ตา่ งการทำงานของโปรแกรม Photoshop cs6 1. สว่ นประกอบหลักของโปรแกรม Photoshop CS6 โปรแกรม Adobe Photoshop CS6 ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบ นอกจากจะมีสีสันสวยงามขึ้น แล้ว ยังจัดการกับพาเนลหรือเครื่องมือที่จัดวางไม่เป็นระเบียบ ออกไปจากหน้าต่างการทำงาน ค่อนข้างมาก เช่น เพิ่มปุ่มคำสั่งและจัดเรียงปุ่มคำสั่งบางปุ่มใหม่ จึงมีความจำเป็นต้องรู้จักกับ ส่วนประกอบทีส่ ำคัญเพอ่ื ให้สามารถค้นหาและเรยี กใช้เครื่องมอื ได้อยา่ งรวดเรว็ สำหรับหน้าต่างโปรแกรม Adobe Photoshop CS6 ประกอบไปด้วยพาเนลและกล่อง เครื่องมือที่วางอยูบ่ นพ้ืนทีว่ ่างซึ่งเปรียบเสมือนกับโต๊ะทำงาน ดังนั้นจึงสามารถเคลื่อนย้ายตำแหน่ง พาเนลและเครื่องมอื ไปยังจุดที่ต้องการได้ ส่วนประกอบสำคัญของหน้าต่างโปรแกรม มีรายละเอียด ดงั น้ี 1) แถบเมนคู ำสัง่ (Menu Bar) เปน็ จุดรวบรวมชดุ คำส่งั ทใี่ ช้สำหรบั เรียกคำสัง่ ตา่ ง ๆ เพ่อื ใช้จดั การไฟล์ภาพหรือตกแต่งภาพ ภาพที่ 6.4 แถบเมนูคำสัง่ แถบเมนูคำสั่งประกอบไปดว้ ยทั้งหมด 10 เมนูคำสั่ง โดยแสดงชือ่ เมนูคำสั่งและรปู แบบการ ทำงาน
159 ตารางท่ี 6.1 รปู แบบการทำงานของแถบเมนูคำส่ัง เมนคู ำสง่ั รูปแบบการทำงาน File สำหรับจัดการกับไฟล์ภาพในลกั ษณะต่าง ๆ เชน่ สร้างไฟลง์ านใหม่ เปิดไฟลภ์ าพ บนั ทกึ ไฟล์งาน นำเข้าหรือส่งออกไฟล์เพอ่ื ทำงานในลักษณะอืน่ ๆ Edit สำหรับแกไ้ ขภาพ เช่น ตดั คดั ลอก วาง รวมถงึ ปรบั แต่งคา่ เบือ้ งตน้ ของโปรแกรม Image สำหรับจัดการภาพ เช่น แก้ไขความสวา่ งหรือสขี องภาพให้สมดลุ ยงิ่ ขน้ึ รวมถงึ ใช้ สำหรับยอ่ ขยายขนาดภาพ และกำหนดขนาดพืน้ ทีก่ ารทำงานของภาพ Layer สำหรับจัดการเกี่ยวกบั เลเยอร์ เชน่ การสร้างเลเยอรใ์ หม่ การรวมเลเยอร์ การแปลง เลเยอร์ การจัดการกบั เลเยอรข์ องไฟลล์ กั ษณะต่าง ๆ รวมถึงการจดั การรายละเอียด ของภาพในเลเยอร์นนั้ ๆ Type สำหรับจัดการและปรบั แต่งเกีย่ วกบั ขอ้ ความ เชน่ ปรบั แตง่ สขี ้อความ ปรบั แต่งขอบ ข้อความ หรือการเปลี่ยนข้อความให้เปน็ ภาพ Select สำหรับปรบั แตง่ การเลอื กพื้นที่ บันทกึ และเรยี กพื้นทที่ ี่เลอื กมาใช้งาน รวมถึงคำสง่ั สำหรับการเลือกพื้นทเี่ พ่ือใหไ้ ดผ้ ลลพั ธท์ ด่ี ยี ิง่ ขึน้ Filter สำหรบั ปรับแตง่ ภาพใหม้ ีรูปแบบทีน่ ่าสนใจยงิ่ ข้ึน บิด ดัดปรับรูปทรงรปู แบบต่าง ๆ ให้กับภาพ View สำหรับเลอื กรปู แบบการแสดงผล เช่น ยอ่ ขยายภาพ แสดงไม้บรรทัด เส้นกริด หรือ เสน้ ไกด์ Window สำหรับเลอื กเปดิ ปิดพาเนล รวมถงึ กำหนดรปู แบบการแสดงหน้าต่างในแบบต่าง ๆ Help ใช้สำหรับแสดงความชว่ ยเหลือเกยี่ วกบั การใช้เครื่องมือหรอื คำสั่งในรูปแบบต่าง ๆ 2) แถบตัวเลือก (Options Bar) เป็นส่วนที่ใช้ในการปรับแต่งค่าการทำงานของ เครื่องมอื ต่าง ๆ การกำหนดคา่ ในแถบตวั เลอื กจะเปลย่ี นไปตามเครื่องมือที่ใชง้ านอยู่ ภาพท่ี 6.5 แถบตวั เลอื ก (Options Bar) 3) กล่องเครื่องมือ (Toolbox) เป็นส่วนที่ใช้เก็บเครื่องมือพื้นฐานในการทำงาน ใน โปรแกรม สามารถเรียกใช้ชุดเครอ่ื งมอื ย่อยโดยการคลิกรูปสามเหลี่ยมทม่ี ุมด้านลา่ ง
160 ภาพท่ี 6.6 แถบกล่องเครื่องมือ (Toolbox) เครื่องมือพื้นฐานบนกล่องเครื่องมือของโปรแกรม Adobe Photoshop CS6 ได้แบ่ง การ ทำงานออกเป็นหมวดหมหู่ รอื เปน็ กลมุ่ ยอ่ ย ๆ ตารางท่ี 6.2 เครื่องมือพน้ื ฐานของโปรแกรม Adobe Photoshop CS6 ภาพเคร่อื งมือ ชื่อเคร่ืองมือ ภาพเครอื่ งมือ ชอื่ เคร่ืองมือ Move Tool 1. Rectangular Marquee Tool 1. Lasso Tool 2. Elliptical 2. Polygonal Lasso Tool Marquee Tool 3. Magnetic Lasso Tool 3. Single Row Marquee Tool 1. Crop Tool 4. Single Column 2. Perspective Crop Marquee Tool Tool 3. Slice Tool 1. Quick Selection 4. Slice Select Tool Tool 2. Magic Wand Tool 1. Spot Healing Brush Tool 1. Eyedropper Tool 2. Healing Brush Tool 2. Color Sampler 3. Patch Tool Tool 3. Ruler Tool 4. Note Tool 1. Clone Stamp Tool 2. Pattern Stamp Tool
161 ภาพเครือ่ งมอื ชื่อเครอ่ื งมือ ภาพเครอื่ งมือ ช่อื เคร่อื งมอื 4. Content-Aware Move 1. Blur Tool Tool 2. Sharpen Tool 1. Eraser Tool 3. Smudge Tool 2. Background Eraser Tool 1. Brush Tool 3. Magic Eraser Tool 2. Pencil Tool 1. Dodge Tool 3. Color 2. Burn Tool Replacement Tool 3. Sponge Tool 4. Mixer Brush To 1. Gradient Tool 1. History Brush Tool 2. Paint Bucket 2. Art History Brush Tool Tool 1. Horizontal Type 1. Pen Tool Tool 2. Freeform Pen Tool 2. Vertical Type 3. Add Anchor Point Tool Tool 3. Horizontal Type 4. Delete Anchor Point Mask Tool Tool 4. Vertical Type 5. Convert Point Tool Mask Tool 1. Rectangle Tool 1. Path Selection Tool 2. Rounded 2. Direct Selection Tool Rectangle Tool 3. Ellipse Tool 1. Hand Tool 4. Polygon Tool 5. 2. Rotate View Tool Line Tool Foreground/Background 6. Custom Shape Tool 1. Standard Screen Zoom Tool Mode 2. Full Screen Mode Edit in Standard with Menu Bar Mode/ 3. Full Screen Mode Edit in Quick Mask Mode
162 4) แถบชื่อเรื่อง (Title Bar) เป็นส่วนที่แสดงชื่อไฟล์ภาพที่เปิดใช้งานอยู่ สำหรับ โปรแกรม Adobe Photoshop CS6 แถบชื่อเร่อื งจะเรียงกนั เปน็ แท็บ (Tab) ภาพท่ี 6.7 แถบช่ือเร่ือง (Title Bar) 5) แถบสถานะ (Status Bar) เป็นส่วนที่แสดงคุณสมบัติเกี่ยวกับภาพ เช่น เปอรเ์ ซน็ ตใ์ นการย่อขยายไฟล์ภาพ ขนาดไฟลภ์ าพ เปน็ ต้น ภาพที่ 6.8 แถบสถานะ (Status Bar) 6) พื้นที่ใช้งาน (Working Area) เป็นส่วนที่ใช้ในการสร้างงานกราฟิก โดยการเปิด ไฟล์ภาพเพ่อื แกไ้ ขบนพนื้ ที่ใชง้ าน หรอื วาดภาพใหมล่ งไปบนพ้นื ท่ีใช้งาน ภาพท่ี 6.9 พื้นที่ใชง้ าน (Working Area)
163 7) พาเนล (Panel) ใช้สำหรับจดั การกับภาพ โดยแยกออกเปน็ หมวดหมู่ เช่น พาเนล สำหรับเลือกสี พาเนลสำหรับปรับแต่งความสว่าง เป็นต้น พาเนลแต่ละแบบมีหน้าที่และการใช้งาน แตกตา่ งกันออกไป โดยสามารถเลอื กเปิดหรือปิดพาเนลได้จากเมนูคำสง่ั Window ตวั อย่างพาเนลท่ี นยิ มใช้ มีดงั นี้ 7.1 Navigator ใช้ปรับมุมมองของภาพ โดยคลิกเลือกบริเวณ Zoom Slider เพือ่ ย่อขยายมมุ มองภาพ ภาพที่ 6.10 พาเนล Navigator ใช้ปรับมุมมองของภาพ 7 . 2 Color ใช้ก ำหน ดสีพ ื้น หน ้า ( Foreground) และ สีพ ื้น ห ลั ง (Background) โดยการเลือ่ นแถบสีเพ่อื ปรบั แตง่ ตามต้องการ ภาพที่ 6.11 พาเนล Color ใชก้ ำหนดสีพน้ื หนา้ 7.3 Adjustments ใช้ปรับแต่งสีให้กับภาพ เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องหรือสีท่ี ผดิ เพ้ียน
164 ภาพที่ 6.12 พาเนล Adjustments ใชป้ รับแตง่ สี 7.4 Layers ใชค้ วบคมุ การใชง้ านเลเยอรต์ า่ ง ๆ ทีเ่ กิดจากการสร้างช้ินงาน ภาพที่ 6.13 พาเนล Layers ใชค้ วบคุมการใช้งานเลเยอร์ 7.5 History ทำหน้าที่ในการเก็บรายละเอียดขัน้ ตอนการทำงานทั้งหมดที่ ผา่ นมา เพอ่ื อำนวยความสะดวกเมอ่ื ต้องการย้อนกลับไปใชค้ ำสัง่ เก่าหรือย้อนดูการทำงานทผ่ี า่ นมา ภาพที่ 6.14 พาเนล History เกบ็ รายละเอียดขั้นตอนการทำงาน การสรา้ งและกำหนดขนาดไฟลง์ านใหม่ ในกรณีที่เราต้องการสร้างไฟล์งานใหม่ ให้คลิกเมนู File -> New และให้ผู้ใช้กำหนดขนาด ของไฟล์งานใหม่ โดยระบุ ชื่อไฟล์งาน ในช่อง Name ขนาดความสูงความกว้างของพื้นที่ทำงาน ใน ส่วน Image Size ตามความต้องการ กำหนดลักษณะพื้นหลัง ในส่วน Contents โดย White (สี ขาว), Background Color (สีท่เี รากำหนด), Transparent (สีพื้นแบบ - โปร่งใส, ไม่แสดงสีพืน้ โล่ง)
165 การเปิดไฟลใ์ หมข่ ึ้นมาทำงาน Click ท่เี มนู File แล้วเลือกคำสัง่ New หรือกด Ctrl + N จะปรากฏหนา้ ตา่ ง New ภาพที่ 6.15 การเปดิ ไฟลใ์ หม่ โดยระบุรายละเอยี ดโปรเจคงาน Name ต้ังช่ือให้กบั งาน Preset ช่องสำหรบั เลือกพนื้ ท่ี ทโ่ี ปรแกรมกำหนดมาให Width ความกว้าง ซ่งึ มหี น่วยต่าง ๆ เชน่ Pixel, เซนติเมตร, นิ้ว Height ความสูง ซงึ่ มีหนว่ ยต่าง ๆ เช่น Pixel, เซนตเิ มตร, นวิ้ Resolution คา่ ความละเอียด (ซ่งึ ความละเอยี ดบนหนา้ จอ = 72) color mode เลือกชนิดของระบบสี ในสว่ นของ Preset คอื สว่ นท่ี Photoshop ได้กำหนดคา่ มาตรฐานไว้ให้ในเบ้ืองต้นแล้ว จะ เป็นขนาดปกติท่ีใชก้ นั บอ่ ย ๆ เชน่ Clipboard คอื สว่ น Preset ที่เปน็ ขนาดเท่ากับขนาดใน Clipboard ทีเ่ ราคดั ลอก (Copy) ไว้ Default Photoshop Size คือ ส่วน Preset ท่ีเปน็ ขนาดมาตรฐานของโปรแกรม U.S. Paper คอื สว่ น Preset ท่ีเป็นขนาดมาตรฐานของกระดาษทีใ่ ช้ในประเทศ สหรฐั อเมรกิ า เชน่ Letter Legal Tabloid เป็นต้น International Paper คือ สว่ น Preset ท่ีเป็นขนาดมาตรฐานของขนาดกระดาษที่ใชก้ ัน เป็นสากล เชน่ ขนาด A3 A4 A5 A6 เปน็ ตน้ Photo คือ ส่วน Preset ที่เป็นขนาดมาตรฐานของกระดาษอัดรูปภาพตามร้านอดั ภาพทว่ั ไป ใช้ในกรณที ่ีต้องการนำภาพไปอัดหรอื ขยายท่รี ้าน Web คอื สว่ น Preset ท่ีเป็นขนาดมาตรฐานในการทำงานเว็บไซต์ ซ่ึงกจ็ ะเปน็ ขนาดของ หน้าจอการแสดงผลของคอมพวิ เตอร์
166 Mobile & Devices คือ ส่วน Preset ท่ีเป็นขนาดมาตรฐานของอปุ กรณพ์ กพา โทรศพั ท์มือถอื หรอื แทบ็ เลต็ (Tablet) เปน็ ต้น Film & Video คือ ส่วน Preset ท่ีเปน็ ขนาดมาตรฐานในการแสดงผลของวดิ โี อภาพ ใช้ใน การต้ังค่าสำหรับรูปภาพท่จี ะนำไปใช้รว่ มกับงานวดิ ีโอเป็นหลกั Custom คอื สว่ นทเี่ ราสามารถกำหนดค่าตา่ งๆ ได้เอง การเปิดไฟลภ์ าพ เมื่อเรามีรูปภาพ เช่น ภาพถ่าย ซึ่งต้องการนามาปรับแต่งเพิ่มเติม เราจะต้องทำการเปิด ไฟล์รูปภาพนั้นขึ้นมา จากน้ันคอ่ ยกำหนดรูปแบบการปรบั แต่งตามความต้องการ การเปดิ ไฟลร์ ูปภาพทำไดโ้ ดยคลิกที่เมนู File -> Open จะปรากฏหนา้ ต่าง Open จากน้ัน คลิกเลอื กชอื่ ไฟลร์ ูปภาพท่ตี ้องการ เมื่อไดภ้ าพท่ตี ้องการแลว้ ใหค้ ลิกท่ปี ุ่ม Open ถา้ ต้องการยกเลิกให้ คลกิ ที่ปมุ่ Cancel การเปิดไฟล์ใหม่ขึ้นมาทำงาน Click ที่เมนู File แล้วเลือกคำสั่ง Open หรือกด Ctrl + O จะปรากฏหนา้ ต่างเพอ่ื หาไฟล์ขน้ึ ใหไ้ ฟลภ์ าพทเี่ ราต้องการ ภาพที่ 6.16 การเปดิ ไฟล์ภาพ การย่อ-ขยายภาพ ในกรณีท่เี ราต้องการแก้ไขขนาดรูปภาพท่ีเราได้เปิดข้นึ มาให้ตรงกับความต้องการให้คลิกที่ เมนู Image -> Image Size จะปรากฏวินโดว์ Image Size จากนั้นให้กำหนดขนาดของรูปภาพเปิด ภาพท่เี ราตอ้ งการจะยอ่ หรือขยายขนาดด้วยโปรแกรม Photoshop CS 6 ไปทเ่ี มนู Image => Image Size หรอื กดป่มุ Alt+Ctrl=I จากรปู จะได้ค่าดงั น้ี - Pixel Dimensions จะมีขนาดอยู่ 306.8 k ทขี่ นาดกวา้ งยาว 283 x 370 pixel - Document Size จะอยทู่ ่ี 9.99 x 13.04 cm (เราสามารถปรบั เปลย่ี นหน่วยเปน็ นิ้ว, %, mm หรืออยา่ งอ่นื ก็ได้) - Resolution โดยทั่วไปถ้าเป็นรูปที่ใช้ตาม web social ต่าง ๆ เรามักจะใช้แค่ 72 ppi (pixel per inch) แต่ถ้าเป็นตามขนาดงานพมิ พ์แลว้ ส่วนนี้ควรจะสูง ๆ ไวก้ ่อน เพื่อความละเอยี ดของ งานของเรา
167 - ควรจะเลือก Constrain Proportions ไว้ทกุ ครั้ง เพอื่ ทจี่ ะคงอัตราส่วน กวา้ ง-ยาว เอาไว้ ภาพที่ 6.17 การแก้ไขขนาดรูปภาพ ในการเซฟไฟล์ โปรแกรม Photoshop CS6 จะถามเราอกี คร้งั ในเรอื่ งของคุณภาพไฟล์ ว่า จะเอาขนาดไหน โดยคา่ ย่งิ มาก ขนาดไฟล์ก็จะใหญ่ขึน้ ตาม ภาพที่ 6.18 การ save ไฟล์ การปรับพืน้ ทกี่ ารทำงานด้วยคำส่งั Canvas Size Canvas Size เป็นคำสั่งทีใ่ ช้ในการปรับเพ่ิมหรือลดพื้นที่การทำงานในทิศทางท่ีกำหนด โดย ปกติเมื่อทำการเปิดไฟล์ภาพพื้นที่การทำงาน (Canvas) จะมีขนาดเท่ากับพื้นที่ของภาพ (Image) หน้าตา่ งการปรบั พนื้ ท่กี ารทำงานดว้ ยคำส่งั Canvas Size
168 ภาพท่ี 6.19 การปรับพ้ืนทีก่ ารทำงานดว้ ยคำสัง่ Canvas Size สว่ นที่ 1 current size คือ แสดงขนาดปัจจบุ ันของภาพก่อนปรับพ้ืนท่ีการทำงาน ส่วนที่ 2 New size คือ ใช้กำหนดขนาดพื้นที่การทำงานใหม่ โดยกำหนดค่า ความกว้าง Width: และค่าความสูง Height: พร้อมท้งั กำหนดหนว่ ยวัดให้กบั ภาพ เช่น Pixels, Inches หรือ cm เป็นตน้ สว่ นท่ี 3 Anchor คอื ใช้กำหนดทศิ ทางการปรับขนาดพ้ืนท่กี ารทำงาน สว่ นท่ี 4 Canvas extension color คอื ใช้กำหนดสพี น้ื หลงั ใหก้ ับพน้ื ท่ีการทำงานท่เี พิม่ ขึ้น การบนั ทกึ งาน การแก้ไขไฟล์ภาพโดยการสร้างกราฟิก เพิ่มการตัดต่อ หรือเปลี่ยนแปลงลักษณะของไฟล์ ภาพท่มี ผี ลกับโครงสร้างเดิมของภาพ เมือ่ เลือกคำสงั่ File > Save จะแสดงหนา้ ต่าง Save As ข้ึนมา โดยจะเลือกรปู แบบของไฟลเ์ ป็น Photoshop (*.PSD, *.PDD) เป็นค่าพ้ืนฐานดงั น้ี ** คุณสมบัติของไฟล์ PSD จะเก็บรายละเอียดการทำงานต่าง ๆ เช่น เลเยอร, ฟอนต์ และ เส้นพาธ ไว้ได้อย่างครบถ้วนช่วยให้การนำไฟล์ภาพกลับมาแก้ไขทำไดง้ า่ ย ในขณะที่ไฟล์ประเภทอืน่ จะเก็บขอ้ มูลเหลา่ นไ้ี มไ่ ด้ หรือไดเ้ พียงบางส่วน การบนั ทึกไฟลท์ บั ของเดมิ การเปิดไฟล์ภาพมาตกแต่งสี, แสงเงา หรือกำหนดค่าเอฟเฟ็กต์ให้กับภาพ แต่ไม่ได้ใช้คำส่ัง เกี่ยวกับการสร้างเลเยอร์ (เลเยอร์ คือ ชั้นที่จัดวางรูปภาพ) หรือสร้างกราฟิกอื่น ๆ เพิ่มเติมในภาพ เมื่อเลือกคำสั่ง File > Save โปรแกรมจะให้บันทึกทับชื่อไฟล์เดิม รูปแบบเดิม (จะไม่มี ไดอะลอ็ กบ๊อกซ์ Save As เปิดข้ึนมา หากไมต่ อ้ งการให้ทับไฟลเ์ ดิม ต้องคลิกเลอื กคำสงั่ File > Save As เอง) การบนั ทึกเปน็ ไฟลร์ ปู แบบอนื่ ๆ นอกจากการบนั ทึกเป็นไฟล์ .psd และบนั ทึกลงในรปู แบบของไฟล์ตน้ ฉบันเดมิ แลว้ ยังบนั ทึก ไฟล์ภาพ เก็บไว้ในรูปแบบอื่น ๆ ได้ตามต้องการ โดยคลิกเลือกคำสั่ง File > Save As แล้วเลือก รูปแบบของไฟลใ์ นชอ่ ง Format ซ่งึ จะมรี ปู แบบไฟลใ์ ห้เลอื กหลายแบบดังภาพ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423