169 ภาพท่ี 6.20 การบนั ทกึ งาน การเลกิ ใช้งานโปรแกรม เมื่อเราต้องการเลิกใช้งานโปรแกรม Adobe Photoshop ให้คลิกเลือกคำสั่ง File --> Exit หรอื คลกิ เมาสท์ ี่เคร่ืองหมายกากบาท จากนั้นโปรแกรมจะปดิ โดยอตั โนมตั ิ การปรบั ย่อขยายมมุ มองภาพ การปรับย่อขยายมุมมองภาพ จะใช้เมื่อต้องการปรับมุมมองภาพ ไม่ว่าจะเป็นการย่อขยาย ภาพ การเลอ่ื นดสู ว่ นต่าง ๆ ของภาพ และการหมนุ มมุ มองภาพ เครื่องมอื ย่อขยายมมุ มองภาพ (Zoom Tool) เครื่องมือ Zoom ใช้สำหรับย่อมุมมองภาพให้มีขนาดเล็กลง หรือขยายให้มีขนาดใหญ่ข้ึน ตามความจำเปน็ ในขณะใช้งาน เพ่ือความสะดวกในการตกแต่งภาพ ทำได้โดย เปิดไฟล์ภาพที่ต้องการ ให้คลิกเครื่องมือ Zoom บนกล่องเครื่องมือ แล้วคลิก เมาส์ในบรเิ วณที่ต้องการขยายภาพ หากต้องการย่อภาพใหม้ ีขนาดเล็กลง ให้กดปุ่ม < ALT > ค้างไว้ และคลกิ เมาส์ โดยเมาสจ์ ะเปลี่ยนเปน็ รูป เครอ่ื งมอื เลอื่ นดสู ว่ นตา่ ง ๆ ของภาพ (Hand Tool) เครือ่ งมอื Hand ใชส้ ำหรับเล่ือนดสู ว่ นตา่ ง ๆ ของภาพ ในกรณีทภี่ าพมีขนาดใหญ่ ไม่สามารถ เห็นทุกส่วนได้ในหน้าจอเดียวกัน สามารถใช้งานเครื่องมือนี้ได้ก็ต่อเมื่อภาพถูกขยายเกินขนาดของ หน้าตา่ ง วิธใี ช้ ให้เปดิ ไฟล์ภาพที่ต้องการ คลิกเครือ่ งมือ Hand บนกล่องเคร่อื งมือ แล้วคลิกเมาส์ค้าง ไว้แลว้ ลาก เพื่อเลอื่ นดสู ว่ นตา่ ง ๆ ของภาพในบรเิ วณท่ีต้องการ เครอื่ งมอื หมนุ มมุ มองภาพ (Rotate View Tool) เครือ่ งมือ Rotate View ใช้สำหรับหมุนมมุ มองภาพให้แตกต่างไปจากเดมิ ใชก้ บั การ ปรบั แตง่ ภาพทอ่ี ยใู่ นมมุ ที่ยากตอ่ การแกไ้ ข ทำไดโ้ ดย เปิดไฟลภ์ าพทต่ี อ้ งการ คลิกเครอ่ื งมือ Rotate View บนกลอ่ งเครือ่ งมอื แล้วคลิก เมาสค์ ้างไว้แล้วลาก เพือ่ หมนุ มมุ มองภาพในทิศทางท่ีตอ้ งการ
170 การสรา้ ง Selection ใน Photoshop CS6 ในการปรับแตง่ แก้ไขภาพกราฟกิ ด้วย Photoshop สิ่งที่มีความสำคัญและทำกันบ่อย ๆ คือ การ “เลือก”พื้นที่บางส่วนของภาพ เพื่อใช้คำสั่งต่างๆให้แสดงผลเฉพาะพื้นที่ส่วนที่เลือกไว้ การ “เลือก” พืน้ ที่ใน Photoshop นีเ้ ราเรยี กว่า การสรา้ ง Selection Selection คือ การกำหนดขอบเขตของภาพ เพื่อใช้สำหรับการแก้ไข ปรับแต่งภาพ ใส่เอฟ เฟ็กต์ให้ภาพ ซึ่งเมื่อสร้าง Selection ขึ้นมาแล้ว ใช้คำสั่งเช่นปรับสี ปรับแสง-เงา หรือใส่ฟิลเตอร์ คำส่ังท่ีใช้จะมีผลกับพื้นท่ีทเี่ ลอื กไว้เทา่ น้ัน และการ Selection ยังใช้แยกพื้นท่ีบางส่วนออกมาเพ่ือใช้ ในการตัดต่อภาพไดอ้ ีกด้วย ในโปรแกรม Photoshop คำสงั่ ทีใ่ ชส้ ำหรบั การสร้าง Selection มอี ยู่มากมายให้เลอื กใช้ ซึ่ง ให้ผลการ Selection ที่แตกตา่ งกนั ไป ตามลกั ษณะของการใช้งาน 1. เครอ่ื งมือ Marquee Tool ประกอบด้วย • Rectangular Marquee Tool เป็นการสรา้ งพ้ืนที่เป็นรูป สี่เหลี่ยม ถ้ากด Shift ค้างไวข้ ณะ คลกิ ลากเมา้ สจ์ ะได้รปู สเี่ หลีย่ มจตั รุ ัส • Elliptical Marquee Tool เป็นการสร้างพื้นที่เป็นรูป วงกลมหรือวงรี ถ้ากด Shift ค้างไว้ ขณะคลกิ ลากเมา้ สจ์ ะได้รูปวงกลม • Single Row Marquee Tool เป็นการสร้างพื้นทเ่ี ปน็ รูป เส้นตรงแนวนอน กวา้ ง 1 พกิ เซล • Single Column Marquee Tool เป็นการสร้างพ้นื ท่เี ป็นรปู เสน้ ตรงแนวตงั้ กวา้ ง 1 พเิ ซล ภาพท่ี 6.21 การใชเ้ คร่อื งมือ Marquee Tool 2. เคร่ืองมือ Lasso Tool ประกอบดว้ ย • Lasso Tool เป็นการเลือกแบบอิสระ คอื เลอื กพืน้ ทใี่ นรปู เส้น Free hand ด้วยการคลิกลาก เมาสใ์ ห้เป็นวงรอบพืน้ ท่ีทตี่ อ้ งการ • Polygonal Lasso Tool เปน็ การเลือกแบบสรา้ งขอบเปน็ เสน้ ตรงหลายเหลีย่ ม ดว้ ยการคลิก เมาสเ์ พอ่ื สรา้ งรูปหลายเหล่ียมรอบพื้นท่ที ่ตี อ้ งการ • Magnetic Lasso Tool เป็นการเลอื กเสมือนมีแม่เหลก็ ทีด่ ูดขอบเสน้ เข้าหาตำแหน่งทเี่ ลอื ก โดยอัตโนมัติ
171 ภาพที่ 6.22 การใชเ้ ครอื่ งมอื Lasso Tool 3. เครอื่ งมือ Selection Tool ประกอบด้วย • Quick Selection Tool เปน็ การลบพนื้ หลังทม่ี ีสีตดั กนั อย่างชัดเจน • Magic Wand Tool เปน็ เครือ่ งมอื เลือกดโดยการเลือกเฉพาะสี ภาพท่ี 6.23 การใชเ้ คร่อื งมอื Selection Tool 4. การตัง้ คา่ เคร่อื งมือ Selection
172 ภาพท่ี 6.24 การต้ังค่าเครอื่ งมอื Selection เมือ่ คลกิ เมาส์จะเป็นการสร้าง Selection ขน้ึ ใหม่ สร้าง Selection เพ่มิ ขนึ้ โดยพ้นื ท่ี Selection ก่อนหนา้ จะไม่หายไป แตจ่ ะถูกรวมเข้า ดว้ ยกนั ลบพน้ื ทีข่ อง Selection ออกจาก Selection กอ่ นหนา้ เปน็ การสร้าง Selection ใหมใ่ นพืน้ ที่ Selection เดิม ดว้ ยวธิ ี Intersect จากพ้ืนที่ Selection ที่กำหนดใหม่และ Selection กอ่ นหน้า ทม่ี พี ้นื ท่ีเดยี วกนั Feather ตงั้ คา่ ความเบลอหรือฟุ้งกระจายของขอบ Selection ใช้กำหนดค่าฟุ้งกระจาย หรือความเบลอที่ขอบของ Selection หลังจากที่ไดเ้ ลือกพื้นที่แลว้ จะต้องคัดลอก (Copy),ตดั (Cut), เคลอื่ นยา้ ย(Move) เพ่อื ให้เห็นผลการทำงานของ Feather มหี น่วย เป็นพิกเซล โดยจะสามารถกำหนดค่าของ Feather ได้ตั้งแต่ 0 ถึง 255 pixel ยิ่งใช้ค่ามากขอบ Selection จะยิ่งฟุ้งกระจายมากทำให้ขอบของภาพที่เลือกดูเบลอ หรือนุ่มนวลขึ้น ออปชั่นนี้จะมีอยู่ ในเครื่องมือที่ใช้สร้าง Selection ทุกชนิด ยกเว้นเครื่องมือ Magic Wand และ Quick Selection การกำหนดค่า Feather ทำได้ 2 วธิ ีคือ 1. กำหนดกอ่ นสร้าง Selection โดยพมิ พ์คา่ ลงในช่องหลงั Feather ในออปชั่นบาร์ ภาพที่ 6.25 Feather ในออปชั่นบาร์ 2. กำหนดหลังสรา้ ง Selection ใหใ้ ช้คำสั่ง Select > Modify > Feather จะมีหนา้ ต่าง Feather Selection เปดิ ขึน้ มา ใสค่ ่าท่ีต้องการในช่อง Feather Radius แล้วคลกิ OK
173 ภาพท่ี 6.26 การต้งั คา่ Feather Workshop ท้ายบทเรยี น การตัดภาพพนื้ หลงั อย่างง่าย ภาพท่ี 6.27 การตดั ภาพพื้นหลังอยา่ งงา่ ย 1. ใหน้ ักศกึ ษาเปลยี่ นภาพพ้นื หลงั โดยใชเ้ คร่ืองมอื QUICK SELECTION TOOL สรุป โปรแกรม Photo shop เป็นโปรแกรมในตระกูล Adobe ที่ใช้สำหรับตกแต่งภาพถ่ายและ ภาพกราฟกิ ไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ไมว่ ่าจะเปน็ งานดา้ นสิง่ พมิ พ์ นติ ยสาร และงานด้านมัลตมิ ีเดยี อีก ทั้งยังสามารถ retouching ตกแต่งภาพและการสร้างภาพ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมสูงมากในขณะนี้ เรา
174 สามารถใช้โปรแกรม Photoshop ในการตกแตง่ ภาพ การใส่ Effect ต่าง ๆให้กบั ภาพ และตวั หนังสือ การทำภาพขาวดำ การทำภาพถ่ายเป็นภาพเขยี น การนำภาพมารวมกัน การ Retouch ตกแต่งภาพ เราสามารถเรยี นรู้วธิ กี ารใช้โปรแกรม Adobe Photoshop นี้ไดด้ ว้ ยตัวเอง คุณสามารถท่ีจะ ทำการแกไ้ ขภาพ ตกแต่งภาพ ซอ้ นภาพในรปู แบบต่างๆ ไดอ้ ยา่ งง่ายดาย และสง่ิ ที่ขาดไมไ่ ด้ก็คือ การ ใส่ข้อความประกอบลงในภาพด้วย และเนื่องด้วย Adobe Photoshop มีการพัฒนาโปรแกรมมา อย่างต่อเนอ่ื ง ทำใหเ้ ราจำเป็นต้องศกึ ษาคำสง่ั ตา่ งๆ ให้เข้าใจ แต่ท่ีสำคัญ เมือ่ คณุ เรียนรกู้ ารใชค้ ำสง่ั ใน เวอร์ชนั่ เก่า คุณก็ยงั คงสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเวอร์ชน่ั ใหม่ ๆ ได้ ความสามารถพื้นฐานของ Adobe Photoshop คือ สามารถตกแต่งหรอื แกไ้ ขรปู ภาพ ตัดต่อ ภาพบางส่วน หรือที่เรียกว่า crop ภาพ เปลี่ยนแปลงสีของภาพจากสีหนึ่งเป็นอีกสีหนึ่งได้ สามารถ ลากเส้น แบบฟรีสไตล์ หรอื ใสร่ ูปภาพ ส่เี หลยี่ ม วงกลม หรอื สรา้ งภาพได้อย่างอสิ ระ มีการแบ่งชัน้ ของ ภาพเปน็ Layer สามารถเคล่อื นยา้ ยภาพได้เปน็ อสิ ระต่อกัน การทำ cloning ภาพ หรือการทำภาพซ้ำ ในรปู ภาพเดยี วกัน เพม่ิ เตมิ ขอ้ ความ ใส่ effect ของข้อความได้ Brush หรอื แปรงทาสี ที่สามารถเลือก รูปแบบสำเรจ็ รูปในการสร้างภาพไดแ้ ละอน่ื ๆ อกี มากมาย โปรแกรม Adobe Photoshop CS6 ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบ นอกจากจะมีสีสันสวยงามขึ้น แล้ว ยังจัดการกับพาเนลหรือเครื่องมือที่จัดวางไม่เป็นระเบียบออกไปจากหน้าต่างการทำงาน ค่อนข้างมาก เช่น เพิ่มปุ่มคำสั่งและจัดเรียงปุ่มคำสั่งบางปุ่มใหม่ จึงมีความจำเป็นต้องรู้จักกับ ส่วนประกอบท่ีสำคัญเพ่ือให้สามารถคน้ หาและเรียกใชเ้ ครื่องมือได้อย่างรวดเร็ว คำถามท้ายบท 1. โปรแกรม Adobe Photoshop เป็นโปรแกรมทใี่ ช้ทำอะไร 2. ไฟล์ของโปรแกรม Photoshop cs6 คือะไร 3. การปรบั ขนาดของภาพใชเ้ มนูใด จงอธิบายพอสังเขป 4. นามสกลุ ท่ีนยิ มใชใ้ นการบนั ทกึ งานจากโปรแกรม Adobe Photoshop คืออะไร 5. Resolution คืออะไร 6. โหมดสีในโปรแกรม Adobe Photoshop มีกแ่ี บบ จงอธบิ ายพอสงั เขป 7. หน่วยของความกวา้ งและความสงู ของภาพใน Photoshop คอื อะไร 8. การเลือกสพี นื้ หลงั เป็นแบบ Transparent หมายถึงอะไร 9. การตัง้ ขนาดของภาพเปน็ ขนาด A4 ในโปรแกรม Adobe Photoshop ต้องเลอื กในหมวดใด 10. จงอธบิ ายพอสังเขปเกยี่ วกับความสามารถพน้ื ฐานของ Adobe Photoshop
175 เอกสารอ้างองิ เกยี รตพิ งษ์ บุญจิตร. (2559). Photoshop Creative Retouch. กรงุ เทพฯ: ไอดซี ี พรเี มียร์ ทัศยาภรณ์ เกื้อนุ่น และพรพรรณ แพฝึกฝน. (2555). คู่มือ Adobe Photoshop CS6 +CD. กรงุ เทพฯ: โปรวชิ นั่ ธนั ยพฒั น์ วงศ์รตั น์. (2556). คูม่ อื ใชง้ าน Photoshop CS6. กรงุ เทพฯ: สวสั ดี ไอที ธรรมศักดิ์ เออ้ื รักสกุล. (2556). การใช้โปรแกรมกราฟิก Adobe Photoshop CS6. กรุงเทพฯ: มีเดีย อินเทลลเิ จนซ์ เทคโนโลยี ปิยะ นากสงค์, มณีนุช สมานหมู่ (กองบรรณาธิการ). (2562). ตกแต่งภาพกราฟิก Photoshop CS6 + CCฉบบั สมบรู ณ์. กรงุ เทพฯ: ซิมพลฟิ าย สุภาณี ไกรเทพ, Website. (2561). photoshop cs6. สืบค้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 จาก https://data.bopp-obec.info/emis/news/news_view.php?ID_New=68968 สิทธชิ ยั ประสานวงศ์. (2556). โปรแกรมกราฟกิ Adobe Photoshop CS6. กรุงเทพฯ: ซอฟทเ์ พรส อิศเรศ ภาชนะกาญจน์. (2556). Photoshop CS6 Essential +CD. กรุงเทพฯ: ไอดซี ี พรเี มียร์ Aniket. (2013). Adobe Photoshop CS6. Cited 2021 June 2. Available from: http://stackoverflow.com/questions/14394244/how-exactly-is-a-skin-like- adobe-photoshop-cs6-made
176 แผนการสอนประจำสัปดาห์ที่ 7 หัวขอ้ เร่อื ง การใชง้ าน Adobe Photoshop เบ้ืองต้น ครั้งที่ 2 รายละเอยี ด เนือ้ หาประจำสปั ดาห์ท่ี 6 เนน้ ให้ผูเ้ รียนมีความรคู้ วามเข้าใจเกยี่ วกับ Layer Mask การสร้าง Mask เพื่อใช้กับการแต่งภาพ การปรับแต่งขอบของภาพด้วย Refine Edge หรือ Refine Mask รายละเอียดคยี ล์ ดั ทีใ่ ชก้ บั เคร่ือง IBM PC และ Workshop การออกแบบโบรชัวร์ จำนวนชว่ั โมงที่สอน 4 ชว่ั โมง วตั ถปุ ระสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม 1. เพื่อใหผ้ ู้เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจพน้ื ฐานการใช้งาน Adobe Photoshop 2. เพื่อใหผ้ ้เู รยี นมีความรู้และสามารถในการออกแบบผลงานด้วย Adobe Photoshop 3. เพ่อื ใหผ้ ู้เรียนมีความรแู้ ละสามรถในการประยุกต์ใช้เครือ่ งมือในการออกแบบงานอน่ื ๆ กิจกรรมการเรยี นการสอน 1. ใช้วิธีสอนแบบร่วมมอื โดยอาศัยทักษะและเทคนิคการสอนที่ใหผ้ ู้เรียนแสวงหาความรูด้ ้วย การพงึ่ พาและเกอ้ื กลู กันมีการปรกึ ษาหารืออยา่ งใกล้ชดิ ในประเดน็ ศกึ ษาที่มอบหมาย ผ้สู อน กำหนดและมอบหมายงานให้ผู้เรียนรับผิดชอบเป็นกลุ่มๆ โดยให้ใช้ทักษะปฏิสัมพันธ์ ระหว่างบุคคลและทักษะการทำงานกลุ่ม ความคิดวิเคราะห์ การระดมพลังสมอง และการ แสดงความคิดเห็นที่เหมาะสมพร้อมทง้ั จดั ทำสรุปเป็นผลงานสง่ ผ้สู อน 2. ใช้วิธีสอนแบบแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน โดยอาศัยทักษะและเทคนิคการสอนที่ให้ผู้เรียน ศึกษาประเด็นศึกษาต่าง ๆ ตามใบงานและให้เชื่อมต่อความคิดเห็นและเนื้อหาสาระด้วย เทคนิคการเชอื่ มความรู้ (Jigsaw) จากการปฏบิ ตั ิงานตามที่กำหนดไว้ในใบงานโดยใช้ทักษะ กระบวนการกลุ่มและทกั ษะการสรปุ ความแลว้ จัดทำผลการศกึ ษานำเสนอหน้าชนั้ เรียน โดย ใชส้ อื่ นำเสนอดว้ ยภาพเลื่อน (PowerPoint) ประกอบและผสู้ อนสรปุ ประกอบอกี คร้ัง 3. ใช้วิธีสอนแบบศกึ ษาเรยี นรูด้ ้วยตนเอง โดยให้ผู้เรียนศึกษาข้อมลู จากใบความรู้และเอกสาร ประกอบการเรียนรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศยุคดิจิทัลในธุรกิจบริการอาหารและการ เรียนรูต้ ่าง ๆ ตลอดจนหนงั สือเอกสารและแหล่งเรียนรู้ทีแ่ นะนำและนำความรู้ที่ได้ศึกษามา สรา้ งเป็นผลงานและนำเสนอผลงานและรายงานสง่ ผสู้ อน 4. ใชว้ ธิ ีสอนแบบซิปปา ท่ีเน้นให้ผู้เรียนได้มสี ่วนร่วมในกจิ กรรมการเรียนการสอนท่ีเน้นผู้เรียน เป็นสำคัญโดยให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มศึกษาตามใบความรู้ประเด็นต่าง ๆ และช่วยกันรวบรวม ความรแู้ ละสรา้ งองค์ความรู้ มีปฏิสัมพันธก์ บั สิ่งแวดล้อมและบุคคล มสี ่วนรว่ มทางกายและมี
177 โอกาสเคลอ่ื นไหวรา่ งกาย ในขณะปฏิบัติกิจกรรมลักษณะตา่ ง ๆ ร่วมกันเรียนรู้กระบวนการ คิด กระบวนการแก้ปัญหา การแสวงหาความรู้และการประยุกต์ใช้ โดยนำความรู้ที่ไดจ้ าก การเรยี นรูไ้ ปประยกุ ต์ใชใ้ นสถานการณ์อืน่ หรือเชอื่ มโยงสรา้ งองคค์ วามรู้ท่ีเปน็ สาระใกล้เคียง กันตามทผี่ สู้ อนกำหนดขึ้น 5. ใช้วิธีสอนแบบให้ฝึกและปฏิบัติ โดยผู้สอนมอบหมายให้เรียนได้กระทำซ้ำด้วยการตอบ คำถามทบทวนเพื่อพัฒนาทักษะ และเทคนิคการปฏิบัติจริงในสิ่งที่ได้เรยี นมา โดยมีผู้สอน คอยให้คำปรกึ ษาและคำตอบขอ้ สงสยั ทำใหเ้ ป็นการเรียนรู้จากประสบการณต์ รง ดว้ ยการลง มือกระทำจริง ทำให้เห็นคุณค่าของสิ่งที่เรียนรู้และจำจำเข้าใจสิ่งเรียนรู้ได้ดี สามารถ ถ่ายทอดหรือเชอื่ มโยงการเรยี นรูไ้ ปใชใ้ นสถานการณเ์ ดียวกนั ได้ สอ่ื การเรยี นการสอน 1. เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าเทคโนโลยีสารสนเทศยุคดจิ ิทัลในธรุ กจิ บรกิ ารอาหาร 2. สอ่ื ประกอบการสอนแบบภาพสไลด์ (Power Point) 3. สื่ออปุ กรณ์คอมพิวเตอร์ 4. เอกสารและหนงั สอื อ่านประกอบเพอื่ การศึกษาคน้ ควา้ เพม่ิ เติม 5. การศึกษาเวบ็ ไซตเ์ พิ่มเติมท่ีเก่ียวขอ้ ง แผนประเมินผลการเรียนรู้ 1. ผลการเรียนรู้ 1.1. ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม 1.1.1. มจี ิตสำนกึ และตระหนกั ในการปฏบิ ัตติ ามจรรยาบรรณวิชาชพี 1.1.2. ความมวี นิ ยั ตรงตอ่ เวลา และมคี วามรับผดิ ชอบตอ่ ตนเองและสังคม เคารพกฎระเบียบ และข้อบังคบั ต่าง ๆ ขององคก์ รและสังคม 1.1.3. การตระหนกั ในคุณคา่ ของคุณธรรม จริยธรรม และความซือ่ สัตยส์ ุจรติ 1.1.4. เคารพสิทธิและยอมรบั ฟังความคิดเหน็ ของผู้อ่ืน 1.1.5. การมีจิตสาธารณะ เออื้ เฟือ้ เผอ่ื แผ่ 1.2. ดา้ นความรู้ 1.2.1. มีความรู้ ความเข้าใจ ในหลักการ แนวคิด ทฤษฎี และเนื้อหาสาระสำคัญของ รายวชิ าทเ่ี กี่ยวข้องเพ่ือสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการประกอบวชิ าชพี 1.2.2. มีทักษะ และความชำนาญ ในงานดา้ นวิชาชีพ 1.2.3. สามารถในการนำความรู้มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นบริบททางวิชาการและวชิ าชพี 1.2.4. มีความสามารถในการศึกษาค้นคว้าและพัฒนาความรู้ของตนเองได้ และสามารถ บรู ณาการความรใู้ นศาสตร์ตา่ ง ๆ ทเ่ี กยี่ วข้อง เพอื่ ใชเ้ ปน็ ประโยชน์ในวิชาชพี ได้
178 1.3. ดา้ นทักษะทางปัญญา 1.3.1. สามารถคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เพื่อหาข้อเท็จจริง หรือต้นเหตุของปัญหา และ เสนอแนวทางการแก้ไขได้อย่างสร้างสรรค์ 1.3.2. มีความสามารถในการทำความเข้าใจและประเมินข้อมูล แนวคิดและหลักฐาน ใหม่ๆ จากแหล่งขอ้ มลู ทห่ี ลากหลาย และใช้ขอ้ สรุปท่ไี ด้ในการพัฒนางานในวชิ าชพี 1.3.3. สามารถถ่ายทอดและแลกเปล่ยี นความรู้กับผู้อื่น 1.4. ด้านทกั ษะความสมั พนั ธร์ ะหว่างบคุ คลและความรบั ผิดชอบ 1.4.1. รับผดิ ชอบในการทำงานทีไ่ ด้รบั มอบหมายทงั้ รายบคุ คลและงานกลุ่ม 1.4.2. สามารถปรับตัวในและทำงานร่วมกบั ผอู้ นื่ ทง้ั ในฐานะผู้นำและสมาชิกกลุ่มไดอ้ ย่าง มีประสิทธิภาพ 1.4.3. มคี วามสามารถในการวางตัวและแสดงความคิดเหน็ ได้อยา่ งเหมาะสมกบั บทบาท หน้าที่ และความรบั ผดิ ชอบ 1.4.4. มีบุคลิกภาพทด่ี ี และมีมนษุ ยสมั พันธ์ 1.4.5. มีความสามารถในการวางแผนและรับผิดชอบในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองและ วชิ าชีพอย่างต่อเนื่อง 1.5. ด้านทักษะการคิดวเิ คราะห์เชิงตัวเลขการส่อื สาร และการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ 1.5.1. สามารถนำเทคนคิ ทางสถิติหรือคณิตศาสตร์ เทคโนโลยสี ารสนเทศ และเทคโนโลยี อื่นๆ ท่เี ก่ยี วข้องมาประยุกต์ใชใ้ นการสืบค้น วเิ คราะห์ข้อมูล แปลความหมาย และ เสนอแนวทางในการพัฒนางาน หรอื แก้ไขปัญหาไดอ้ ยางสรา้ งสรรค์ 1.5.2. สามารถสอ่ื สาร สามารถสรปุ ประเดน็ จากสิ่งท่ีได้เหน็ และฟัง ถา่ ยทอดและนำเสนอ ข้อมูลได้อย่างสรา้ งสรรคแ์ ละมีประสิทธิภาพ 1.5.3. สามารถติดตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นวัตกรรม และสถานการณ์โลกโดย ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ 2. วธิ ีประเมินผลการเรียนรู้ 2.1. คณุ ธรรม จรยิ ธรรม 2.1.1. นกั ศึกษาประเมินผลการเรยี นรู้ด้วยตนเอง ก่อนและหลังการเรยี น 2.1.2. ประเมนิ โดยอาจารยจ์ ากการสังเกตพฤตกิ รรมการแสดงออกตามปกติของนักศกึ ษา 2.1.3. ผใู้ ชบ้ ัณฑิตประเมินคุณธรรมจริยธรรมของบณั ฑติ 2.1.4. ประเมนิ ผลพฤติกรรมผ้เู รียนจากการสังเกตในกจิ กรรมตา่ ง ๆ ท้งั ในและนอกชัน้ เรียน ทัง้ ในด้านระเบยี บวินัย ความรบั ผดิ ชอบ การมีนำ้ ใจ ซ่ือสัตย์ มีสมั มาคาราวะ และร้จู กั กาลเทศะ 2.1.5. ประเมินผลผู้เรยี นจากการปฏิบตั ิงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย ทั้งด้านความรบั ผิดชอบ การ ตรงต่อเวลา ความซือ่ สตั ย์ และการมนี ้ำใจเอ้ือเฟ้อื เผือ่ แผ่
179 2.2. ความรู้ 2.2.1. ประเมินผลความรู้ของผู้เรียนจากผลงานระหวา่ งภาค เช่น การบ้าน การเขยี นรายงาน การทดสอบยอ่ ย การนำเสนอรายงานการคน้ คว้าหนา้ ชน้ั เรียน 2.2.2. ประเมินผลความรู้ของผู้เรยี นจากการสอบข้อเขยี น การสอบปฏบิ ัติ 2.2.3. ประเมนิ ผลความร้ขู องบัณฑติ โดยการสำรวจความคดิ เหน็ ของผูใ้ ชบ้ ัณฑิต 2.3. ทักษะทางปัญญา 2.3.1. ประเมินจากผลงานการแกไ้ ขปัญหาท่ีไดร้ ับมอบหมาย 2.3.2. ประเมนิ โดยการสอบขอ้ เขยี นดว้ ยโจทยท์ ต่ี อ้ งใช้ทักษะทางปญั ญา 2.3.3. ประเมินรายงานผลการวิจัย 2.3.4. ประเมนิ จากการปฏิบัตงิ านและกิจกรรมท่ีได้รับมอบหมาย ในการแก้ไขโจทย์ปัญหาท่ี ซับซ้อน 2.4. ทักษะความสมั พันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผดิ ชอบ 2.4.1. มอบหมายนกั ศกึ ษาประเมินตนเองและเพื่อนในกลมุ่ สรุปผลและมกี ารประเมินโดยใช้ เสยี งสว่ นใหญ่ 2.4.2. สังเกตพฤตกิ รรมในช้ันเรยี น 2.4.3. ประเมนิ ผลจากการทำกจิ กรรมและการปฏบิ ตั งิ านทีไ่ ด้รบั มอบหมาย 2.5. ทกั ษะการคิดวเิ คราะหเ์ ชิงตัวเลข การสอ่ื สาร การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ 2.5.1. ประเมินจากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสืบค้นข้อมูลด้วย เทคโนโลยีสารสนเทศท่มี อบหมายแตล่ ะบุคคล 2.5.2. ประเมนิ จากการสอบขอ้ เขยี นในการแก้โจทย์ปญั หาเชงิ ตวั เลขทีไ่ มเ่ คยพบมากอ่ น 2.5.3. ประเมินทกั ษะการสอ่ื สารด้วยภาษาเขยี นจากรายงานแตล่ ะบุคคลหรือรายงานกลุ่มใน ส่วนท่นี ักศกึ ษานั้นรับผิดชอบ 2.5.4. ประเมินทักษะการสื่อสารด้วยภาษาพูดจากพัฒนาการในการนำเสนอรายงานในช้ัน เรยี น การนำเสนอสัมมนา การนำเสนอนิทรรศการโครงงานต่อผู้เยย่ี มชมดว้ ยวาจา 3. สดั สว่ นของการประเมิน ร้อยละ 10 รอ้ ยละ 40 3.1. ด้านคุณธรรม จริยธรรม 3.2. ดา้ นความรู้ ร้อยละ 30 รอ้ ยละ 10 3.3. ด้านทกั ษะทางปัญญา รอ้ ยละ 10 3.4. ดา้ นทักษะความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งบุคคลและความรับผดิ ชอบ 3.5. ดา้ นทักษะการคดิ วเิ คราะห์เชงิ ตวั เลข การสอื่ สาร และการใช้เทคโนโลยี
180 เนื้อหาทีส่ อน การใช้เครอ่ื งมอื TEXT สรา้ งตัวอักษร กลุ่มของเครื่องมือ Text ประกอบด้วย Horizontal Type, Vertical Type, Horizontal Type Mask และ Vertical Type Mask ภาพท่ี 7.1 การใชเ้ คร่ืองมือ TEXT สรา้ งตัวอักษร 1. การใช้ HORIZONTAL TYPE TOOL การสร้างตัวอักษรโดยใช้ Horizontal Type Tool จะเป็นการสร้างตัวอักษรแบบธรรมดา ทว่ั ไป ซึ่งมีขนั้ ตอนดงั น้ี 1) สร้างไฟล์รูปภาพใหม่โดยคลกิ ทีเ่ มนู File -> New เลือกขนาดของพืน้ ที่การทำงานตาม ตอ้ งการ จากนั้นคลิกท่ีป่มุ OK 2) คลิกที่เครื่องมือ Horizontal Type Tool จากนั้นนำไปคลิกบนพื้นที่การทำงานแล้ว พมิ พข์ ้อความลงไป เช่น คำว่า “กราฟิก” 3) ปรับเปล่ยี นรปู แบบขอ้ ความท่ีออปชนั บาร์ ซงึ่ มรี ายละเอียดดังน้ี ภาพท่ี 7.2 การใช้ HORIZONTAL TYPE TOOL
181 2. การใช้ VERTICAL TYPE TOOL การสร้างตัวอักษรโดยใช้ Vertical Type Tool จะเป็นการสร้างตัวอักษรแบบแนวตั้ง ซึ่งมี ขั้นตอนดงั นี้ 1) สร้างไฟล์รูปภาพใหม่โดยคลิกที่เมนู File -> New เลือกขนาดของพื้นที่การทำงานตาม ต้องการ จากนัน้ คลิกที่ปุ่ม OK 2) คลิกที่เครื่องมือ Vertical Type Tool จากนั้นนำไปคลิกบนพื้นที่การทำงานแล้วพิมพ์ ขอ้ ความลงไป เช่น คำวา่ “Vertical” 3) ปรับเปล่ียนออปชนั ตามตอ้ งการ 3. การใช้ HORIZONTAL TYPE MASK TOOL การสร้างตัวอักษรโดยใช้ Horizontal Type Mask Tool จะเป็นการสร้างตัวอักษรแบบ แนวนอนแต่จะเป็นลักษณะการ Selection ข้อความที่พิมพ์ไว้เพื่อให้สามารถเลือกพื้นที่หรือสีของ ขอ้ ความได้ ซึง่ มีข้นั ตอนดงั น้ี 1) เปิดไฟลภ์ าพทต่ี ้องการสรา้ งเปน็ ข้อความ 2) คลิกที่เครื่องมือ Horizontal Type Mask Tool จากนั้นนำไปคลิกบนพื้นที่การทำงาน แล้วพิมพ์ขอ้ ความ เชน่ คำวา่ “GRAPHIC” สงั เกตภาพจะจางลง ดงั รูป 3) กดปุ่ม Alt ที่คียบ์ อรด์ แลว้ คลิกทเี่ ครือ่ งมือ Move Tool เพือ่ คดั ลอกขอ้ ความ จากนัน้ คลิก เมาส์ด้านซ้ายค้างไว้ที่ข้อความแล้วลากไปวางบนตำแหน่งทต่ี ้องการ หรอื 4) คลิกที่เมนู Edit -> Copy แล้วคลิกตำแหน่งที่ต้องการ จากนั้นคลิกที่เมนู Edit ->Paste ผลลพั ธด์ ังภาพ ภาพท่ี 7.3 การใช้ HORIZONTAL TYPE MASK TOOL 4. การใช้ VERTICAL TYPE MASK TOOL การสร้างตวั อักษรโดยใช้ Vertical Type Mask Tool จะเป็นการสร้างตวั อักษรแบบแนวตั้ง มขี ้นั ตอนการใชเ้ หมือนกบั Horizontal Type Mask Tool
182 การปรับแต่งเลเยอร์ใหส้ วยงาม LAYER STYLE การปรับแต่งเลเยอร์ด้วยรูปแบบต่าง ๆ ของเลเยอร์ หรือ ที่เรียกว่า Layer Style นั้น มีอยู่ ด้วยกันหลายแบบ แต่ละแบบเมื่อนำมาใช้ในการปรบั แต่งภาพแล้วจะทำให้ภาพทีอ่ อกมาดูแปลกตา และสวยงาม แต่ละภาพจะใช้ Laye Style ตัวเดยี ว หรอื หลายตัวรวมกัน แลว้ แตค่ วามต้องการในการ แตง่ ภาพของแตล่ ะภาพ หรอื ผแู้ ตง่ ไมก่ ำหนดตายตัว การใช้งาน Layer Style 1) เลือก Layer ทีต่ ้องการ 2) คลิกทีเ่ มนู Layer เลอื ก Layer Style จะพบรายการเมนู 3) คลิกท่รี ายการ Layer Style ท่ตี ้องการ ภาพที่ 7.4 รูปแบบของ Layer Style ตารางที่ 7.1 รปู แบบของ Layer Style คำอธิบาย รูปแบบ Inner Shadow การเพมิ่ เงาใหก้ ับภาพ ลกั ษณะของเงาจะเป็นการเพมิ่ กับสว่ นภายในของ ภาพ Drop Shadow การเพิ่มเงาให้กับภาพ ลักษณะของเงาจะเป็นการเพม่ิ กบั ส่วนภายนอกของ ภาพ Bevel and การเพ่มิ ระดับให้กับภาพ เช่น ความนูน ความโคง้ ความลกึ ความเอยี ง Emboss โดยการใช้แสง และ เงา Outer Glow การเพ่ิมแสงใหก้ ับภาพ ลักษณะของแสงจะเป็นการเพม่ิ กบั สว่ นภายนอก ของภาพ Inner Glow การเพิม่ แสงใหก้ ับภาพ ลกั ษณะของแสงจะเป็นการเพม่ิ กับสว่ นภายในของ ภาพ Color Overlay การเพ่ิมสีใหก้ ับภาพ
183 รูปแบบ คำอธิบาย Gradient Overlay การเพิ่ม Gradient ใหก้ บั ภาพ Pattern Overlay การเพมิ่ Pattern ให้กบั ภาพ Stroke การเพิ่มเส้นขอบใหก้ บั ภาพ Satin การเพ่ิมลวดลายใหก้ บั ภาพ การกำหนดค่าเพมิ่ เติมด้วย Option ตา่ ง ๆ ของ Blending and Layer Style Blending Option : สว่ นน้ตี ้องทำความรู้จัก เพราะ Layer Style แต่ละแบบจะถกู ควบคมุ ดว้ ยส่วนนีอ้ ีกครัง้ หนงึ่ Option การตั้งค่าของ Blending Option และ Layer Style แต่ละแบบ ได้ รวบรวมไวท้ ี่ดา้ นล่างให้แล้ว ต้องการใช้ตัวใหน ก็ให้ดจู ากรายการเหล่านแ้ี ล้วนำมาใช้ปรับแตง่ ภาพ ดังนี้ ตารางที่ 7.2 รูปแบบของ Blending and Layer Style รปู แบบ คำอธิบาย Blend ใช้สำหรบั ต้งั ค่า Blending ใหก้ ับภาพ Mode Opacity ปรับค่าความทึบแสง และ เงา กระทบทุกสว่ นของภาพ Angle ปรบั มุมของแสง หรอื เงา ทมี่ ีผลกับภาพ (90 องศา ถ้าเปรยี บเทียบกับนาฬกิ า จะ เท่ากับ 12 นาฬกิ า) Fill Opacity การปรบั คา่ ความทบึ แสง หรือ เงา แต่จะไม่กระทบถงึ สว่ นทเ่ี ปน็ Layer Style Knockout มีตัวเลือกให้สามแบบ None, Shallow, Deep หนา้ ที่ของมันคือการทำให้มอง ทะลลุ งไปยังเลเยอร์ลา่ งได้ ท้ังนี้การใชง้ านจะตอ้ งร่วมกับการปรับ Fill Opacity ดว้ ย Use Global แสง และ เงา ที่มีผลเหมอื นกนั กบั ทกุ Layer Style (ใชก้ ับ Drop Shadow, Light Inner Shadow, Bevel & Emboss) Distance ระยะของแสง หรือ เงา Chokes ปรับความชัด ความเข้ม ของ แสง หรอื เงา Spread ปรบั ความชดั ความเข้ม ของ แสง หรอื เงา Size ขนาดความเบลอ ความอ่อนโยน ของแสง หรอื เงา Contour เสน้ แสดงลกั ษณะรปู รา่ ง ของ แสง หรือ เงา (รปู ภาพท่แี สดงในไอคอนของ Contour หมายถงึ ลักษณะกราฟ สว่ นที่เปน็ สเี ทา คือ ส่วนของเส้นกราฟ สว่ นท่ี เป็นสีขาว เปน็ ส่วนท่อี ยูน่ อกเหนอื เสน้ กราฟ ด้านซา้ ยแสดงสว่ นทอี่ ยนู่ อกเหนือ ของ Effect ด้านขวาแสดงส่วนท่อี ยู่ในส่วนของ Effect ด้านลา่ งเป็นส่วนของ Transparency ดา้ นบนเปน็ สว่ นของ Opacity Anti-aliased ความเรยี บ ของ แสง หรอื เงา
184 รปู แบบ คำอธบิ าย Noise เปน็ การทำให้ แสง หรอื เงา คล้ายกับการพ่นสเปรย์ Layer ถา้ ไม่เลอื กออปชัน่ น้ี จะทำให้การปรับแต่งของเลเยอรน์ ้ันแสดงเฉพาะส่วนท่ีเป็น Knocks Out Drop Shadow เท่านัน้ Drop Shadow Technique ใช้ควบคมุ ความอ่อนโยน หรือ ความกระด้าง ของ แสง หรือ เงา Range ความกว้างของ เส้นแสดงลักษณะรูปร่าง (Contour) Source ส่วนทเี่ รมิ่ แสดง แสง หรือ เงา Gross การปรบั ท่ีมีผลตอ่ ความสอ่ งสวา่ ง หรือ Luminosity Contour Depth ความลกึ ของ แสง และ เงา Direction ทศิ ทางการแสดงผล ประกอบดว้ ย Up คอื แสง และ เงา จะส่องจากล่างข้ึนบน Down แสดงกลบั กนั ทัง้ นต้ี อ้ งขึ้นอยูก่ ับมุม (Angle) ของ แสง และ เงา ท่ีตั้งค่าไว้ ด้วย Soften ปรบั ค่าความออ่ นโยนในการแสดง Altitude ตำแหน่งความสงู ของ แสง และ เงา ตำแหนง่ ยงิ่ สงู แสง และ เงา ก็จะย่งิ นอ้ ย Highlight ค่า Blend Mode ในส่วนของแสง Mode Shadow ค่า Blend Mode ในส่วนของเงา Mode Position ตำแหนง่ การแสดงผล Fill Type ประเภทท่ีจะเตมิ ให้กบั ภาพ เชน่ เติม สี Gradient หรอื Pattern Color สีทีจ่ ะเตมิ Gradient การเติมสีแบบการไลส่ ี Pattern การเติมภาพดว้ ยรูปแบบ Pattern Texture การใส่ Pattern Scale ขนาดของสี Make การต้ังค่าการปรับ Layer Style แต่ละแบบใหเ้ ป็นค่าเร่มิ ต้น Default Reset to การตัง้ คา่ ใหมส่ ำหรบั ค่า Layer Style ท่ีมกี ารเปลี่ยนแปลง กลบั ไปใช้คา่ เร่ิมต้นท่ี Default โปรแกรมตง้ั ไว้ Style รปู แบบการแสดงของ Bevel and Emboss มดี ้วยกนั หลายแบบ Inner Bevel แสดงจากขอบเขา้ สดู่ ้านใน
185 รปู แบบ คำอธบิ าย Outer แสดงจากขอบออกส่ดู า้ นนอก Bevel Emboss แบง่ การแสดงระหว่างดา้ นใน และ ดา้ นนอก ฝ่ังละ 50% Pillow แสดงผลจากรูปแบบของ Emboss แต่จะะแสดงโดย แสง และ เงา ส่วนละ 50% Emboss ในขอบเดยี วกนั Stroke จะมผี ลตอ่ เมอ่ื รูปนัน้ มีการใส่ Stroke Emboss คยี ์ลดั ของ Photoshop คีย์ลัดโปรแกรม PHOTOSHOP บนแป้นพิมพ์ SHORTCUT PHOTOSHOP เป็นสิ่งสำคัญ สำหรับการใช้งานโปรแกรมตัดต่อภาพอย่าง PHOTOSHOP ถือว่าเป็นพื้นฐานที่จะช่วยให้การใช้ โปรแกรม PHOTOSHOP ได้ง่ายขึ้น สามารถใช้คำสั่งคีย์ลัดหรือ SHORTCUT ใน PHOTOSHOP ได้ ทั้ง WINDOWS และ MAC OS โดยคยี ล์ ดั นี้สามารถใชไ้ ด้ตงั้ แต่เวอร์ชนั่ PHOTOSHOP รุ่น CS แรกๆ ขึ้นไป เพื่อจะได้ง่ายตอ่ การใช้งานไมต่ ้องเลื่อนเมาส์ไปคลิก TOOL ของ PHOTOSHOP ให้ยุ่งยากใน ขณะทกี่ ำลงั ตดั ต่อภาพหรอื ตกแต่งภาพอยู่ ภาพท่ี 7.5 คียล์ ดั โปรแกรม PHOTOSHOP บนแปน้ พิมพ์ ตารางท่ี 7.3 คยี ล์ ัดท่นี ยิ มใชบ้ อ่ ย คำส่ัง คยี ์ลัด คำส่ัง คยี ล์ ัด เปดิ หนา้ ใหม่ Ctrl+N บนั ทกึ สำหรับข้ึนเว็บ (Save for Alt+Shift+Ctrl+S (New) Web)
186 คำสง่ั คยี ล์ ัด คำส่ัง คยี ล์ ดั เปดิ แฟ้ม (Open) Ctrl+O ยอ้ นกลบั 1 ที (Undo) Ctrl+Z บันทกึ (Save) Ctrl+S ย้อนกลับมากกวา่ 1 ที (Step Ctrl+Alt+Z Backward) ยอ้ นไปข้างหนา้ Shift+Ctrl+Z คัดลอก (Copy) Ctrl+C (Step Forward) วาง (Paste) Ctrl+V เลือกทง้ั หมด (Select>>>All) Ctrl+A ไมเ่ ลอื กแล้ว Ctrl+D ย่อ/ขยายขนาดภาพ Ctrl+T (Deselect) รวมเลเยอรล์ งมา Ctrl+E มมุ มองพอดี (Fit on Screen) Ctrl+0 (เลขศนู ย)์ (Merge Down) ซูมเขา้ (Zoom in) Ctrl+(+ +) ซมู ออก (Zoom out) Ctrl+(+ -) ปดิ ไฟลภ์ าพทีเ่ ลิกใช้ Ctrl+W ปดิ ไฟล์ภาพทเี ดียวทงั้ หมด โดย Alt+Ctrl+W งาน (Close) ไมต่ ้องปิดทีละภาพ (Close All) สัง่ พมิ พ์เลยทนั ที Ctrl+P ออกจากโปรแกรม/ปิดโปรแกรม Ctrl+Q (Print) (Exit) ตดั ส่วนท่เี ลือกเอาไว้ รอเพ่ือท่จี ะวาง Ctrl+X ปรบั ขนาดยอ่ /ขยายภาพ Ctrl+T (Cut) ปรบั ความมดื /สวา่ ง Ctrl+L ปรบั ความมืด/สวา่ งอยา่ งละเอียด Ctrl+M ให้กบั ภาพ (Curves) (Levels) ปรบั ค่าสีของภาพ Ctrl+B ปรบั สี เปลย่ี นสี เพ่มิ ความเขม้ Ctrl+U ใหส้ มดลุ (Color ของสี (Hue Saturation) Balance) เปลี่ยนภาพสี เปน็ ขาว-ดำ Shift+Ctrl+U ลบพ้นื ท่ที ี่ Selection Delete (Desaturate) ยกเลิกการ Selection Ctrl+D ลบพทื้ ี่ Selection (Inverse) Shift+Ctrl+T (Deselect) ปรับภาพใหพ้ อดีกับ Ctrl+ศูนย์ ปรบั ภาพเทา่ กบั ของจริง 100% Alt+Ctrl+ศูนย์ หน้าจอ (Fit on (Actual Pixels) Screen)
187 คำส่งั คีย์ลัด คำสง่ั คียล์ ดั เปลยี่ นโหมดการ F ขยายภาพ แต่ หนา้ ตา่ งเทา่ เดมิ Ctrl+บวก มองภาพ (Screen (ZoomIn) Mode) Alt+Ctrl+บวก ย่อภาพ แต่ หน้า Ctrl+ลบ ขยาย ทั้งภาพและหนา้ ตา่ ง Spacebar+แดรก ตางเทา่ เดิม (Zoom Out) Alt+Ctrl+ลบ เล่ือนดภู าพ (Pan) เมา้ ส์ ยอ่ ทั้งภาพและ Ctrl+R ซ่อน/แสดงเส้นไกด์ Ctrl+' หน้าต่าง ซอ่ น/แสดงไม้ บรรทัด การทำงานออกแบบให้ได้ไวขึ้นไม่ใช่แค่การฝึกฝนกระบวนการทำงานและกระบวนกระคิด งานเพียงอย่างเดียว การใช้คีย์ลัดในการทำงานนั้นก็สำคัญไม่แพ้กนั เพราะว่าการทีค่ ีย์ลดั เป็นร้วู ่าคีย์ ลัดปุ่มไหนสามารถใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง จะทำให้การทำงานของเรานั้นทำได้เร็วขึ้นอย่างน่า ประหลาดใจ Workshop ท้ายบทเรยี น การออกแบบเมนสู ำหรบั ร้านอาหาร 1. ใหน้ ักศกึ ษาออกแบบเมนูอาหารรา้ นกาแฟดสุ ติ เสริ ์ฟ ภาพที่ 7.6 ตวั อย่างการออกแบบเมนสู ำหรบั ร้านอาหาร
188 เทคนคิ การออกแบบเมนู เคยสงสัยไหมว่า ทำไมบางครั้ง เราใช้เวลาเลือกอาหารเพียงไม่ถึง 1 นาที แต่บางทีเปิดเมนู พลิกไปพลิกมาอยู่นานก็ตัดสินใจไม่ได้ หรือว่า การออกแบบเมนู ส่งผลต่อการตัดสินใจของเราด้วย เพราะอะไรจงึ เป็นเช่นนนั้ สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะร้านอาหารบางแห่งใช้หลกั จิตวิทยาในการออกแบบเมนู เพื่อช่วย ดงึ ดดู ใหล้ ูกค้าสั่งอาหารไดเ้ ร็วขึน้ มากข้ึน และบางครง้ั ยังชกั จงู ให้ลูกค้าสั่งอาหารจานที่เรากำหนดได้ ด้วย โดยใช้หลักการหลายๆ อย่างเข้ามาประกอบ เช่น การใช้สี การจัดวางองค์ประกอบ การใช้คำ เป็นต้น ฉะนั้นหากเจ้าของธุรกิจท่านใดอยากพัฒนาเมนูของคุณให้มีคุณสมบัติดังกล่าว ลองทำตาม เทคนิคเหลา่ นก้ี ันเลย ภาพท่ี 7.7 เทคนคิ การออกแบบเมนู 1. สีส่อื ความหมายได้มากกวา่ ที่คิด ทฤษฎีสเี ป็นส่ิงที่ผู้ประกอบการร้านอาหารควรศึกษาไว้ เพราะสสี ง่ อิทธิพลต่อการรับรู้ของมนุษย์ ได้มากกว่าที่คิด เช่น สีเขียว สื่อความหมายถึงความสดชื่น จึงควรใช้ประกอบเมนูที่โดดเด่นดา้ นความสด สะอาด สีส้ม ชว่ ยกระตนุ้ ความอยากอาหาร สีเหลอื ง สื่อความหมายถึงความสุข จึงดงึ ดดู สายตาของลูกค้า ได้ดี สีแดง กระตุ้นให้เกดิ การซอ้ื ฉะนั้นจงึ ควรใชก้ ับเมนูที่เราอยากขายมากที่สุด เปน็ ต้น 2. ใช้ทฤษฎสี ามเหลี่ยมทองคำ ข้อน้ไี ม่ใชส่ ถานท่ีนะ แต่เปน็ ทฤษฎีเก่ียวกับการจัดองค์ประกอบท่มี ีช่ือว่า Golden Triangle โดย ปกติแล้วเวลาเรามองเมนูอาหาร สายตาจะตรงไปที่บริเวณกึ่งกลางก่อน จากนั้นจึงค่อยๆ เลื่อนสายตาไป
189 ด้านขวาบน และสุดท้ายจะหยุดทด่ี ้านซ้ายบน เกิดเปน็ สามเหลย่ี มกลับหัว ฉะน้ัน คุณควรใส่เมนูที่โดดเด่น และตอ้ งการให้ลูกค้าส่ังบริเวณ 3 จดุ ยทุ ธศาสตรน์ ้ี รบั รองว่าไดผ้ ลแน่นอน 3. ใชค้ ำอธบิ ายเมนูใหด้ นู า่ ต่ืนตาตืน่ ใจ “จานเด็ด” “Recommend dish” “เปรี้ยวซ่า สะใจ” “กรอบสะท้านโลก” รู้ไหมครับว่า คำอธิบายเหล่านชี้ ่วยกระต้นุ ใหล้ ูกค้าสนใจและอยากสงั่ อาหารได้มากเลยทีเดียว ลองคิดคำเด็ดๆ แล้วใส่ลง ไปในเมนูที่คุณอยากขาย แต่อย่าใส่มากเกินไป เพราะลูกค้าอาจจะสับสนได้ เลือกมาเฉพาะเมนูเด็ดๆ ก็ พอแล้ว 4. เลอื ก 2 เมนเู ดด็ ไว้บนสดุ ของเมนู เคยไหม ดูเมนูมาตั้งนานแต่ย้อนกลับไปสั่ง 2 จานแรกที่อยู่บนสุดของเมนู นี่ถือเป็นพฤติกรรม ส่วนใหญ่ของผู้บรโิ ภคก็ว่าได้ ส่วนตำแหน่งที่ 3 ที่คนนิยมสัง่ รองลงมา คือ บริเวณท้ายสุดของเมนู ฉะนั้น หากจานไหนเด็ดจรงิ (และมกี ำไรมาก) วาง 3 จานนน้ั ไว้ท้งั 3 จุดแบบไมต่ ้องคิดมากเลย 5. ตง้ั ราคาใหด้ ึงดูดใจ เทคนิคการตั้งราคา 199 หรือ 259 หรือ 299 เป็นอีกหนึ่งวิธีที่หลายคนคงคุ้นเคยดี เพราะ ร้านอาหาร (และร้านค้าอื่นๆ) แทบทุกร้านนิยมใช้เทคนิคนี้ เนื่องจากทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าราคาไม่แพง จนเกนิ ไป (แม้จะเพม่ิ อีกแค่ 1 บาทก็ตาม) ฉะนน้ั ถา้ จะเปิดรา้ นก็อย่างลืมนำเทคนิคนไ้ี ปใช้นะ 6. อย่าเยอะ เคยเข้าร้านอาหารแล้วเจอเมนูหนาเป็นเล่ม ละลานตาเป็นร้อยๆ เมนูกันไหม ฟังดูเป็นสิ่งที่ดี ผ้บู รโิ ภคจะได้มีทางเลอื กเยอะๆ แต่จริงๆ แล้วถอื เป็นวธิ กี ารท่ไี ม่คอ่ ยดสี ักเท่าไร เพราะเมนยู ่ิงเยอะ ลูกค้า ยิ่งเลือกไม่ถูก การที่ต้องเลือกอาหาร 1 อย่างจากหลายร้อยอย่าง เป็นใคร ใครก็เครียดนะ อันที่จริงตัว เลขที่เหมาะสมที่สดุ ไมม่ ากเกนิ ไปและนอ้ ยเกินไปคือ ชนิดละ 7 เมนู (อาจแบง่ หมวดเปน็ จานผัด จานทอด ของหวาน ฯลฯ อย่างละ 7 เมนู) เท่านี้ลูกค้าก็เลือกได้อย่างสบายใจ เราก็ไม่ต้องเหนื่อยคิด เหนื่อยทำ เหนื่อยจำ โดยไม่เกดิ ประโยชนอ์ กี ดว้ ย 7. จะเดน่ จะดงั มันต้องมีเรอื่ งราว ใครจะรู้ว่าประวัติของอาหาร มีอิทธิพลต่อผู้ซื้อไม่แพ้รสชาติ (และราคา) เลย เพราะมันทำให้ ลูกค้ารู้สึกว่าอาหารที่เขาซื้อมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น ยิ่งเรื่องราวลึกซึ้งกินใจมากเท่าไร คนก็ยิ่ง “อิน” มาก เท่านั้น ลองยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้ามีร้านพายแอปเปิล 2 ร้านตั้งอยู่ใกล้กัน ร้านหนึ่งใช้ชื่อเมนูว่า พาย แอปเปิล อีกร้านใช้ชื่อว่า พายแอปเปิลของคุณยาย คุณว่า ลูกค้ามีแนวโน้มจะเลือกเดินเข้าร้านไหน มากกว่ากัน 8. ตกแตง่ จานใหส้ วย เพิ่มมลู ค่าอาหาร การตกแต่งจาน ไม่ใช่เพียงแค่การจัดวางอาหารอย่างมีสไตล์เท่านั้น ยังรวมไปถึงการเพิ่ม เสริม เติม แต่งจานน้นั ๆ ดว้ ยวตั ถดุ บิ เกรดพรีเมยี มเล็กๆ นอ้ ยๆ ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าอาหารจานนั้นดูมีคุณค่ามาก
190 ยิ่งขึ้น เช่น ซูชิแซลมอนธรรมดา ลอง Top ด้วยไข่ปลาแซลมอนสักนิด หรือปิดทองลงไปสักหน่อย เพิ่ม วตั ถุดิบเพียงนิดเดยี ว แต่กลบั ทำให้ลูกค้าประทับใจมากขึน้ (แถมอัพราคาให้สงู ขน้ึ ไดอ้ ีกดว้ ย) 9. เลา่ เรอ่ื งราวเกยี่ วกับเมนูลงไปสักนดิ เมนูส่วนใหญ่มักมีคำอธิบายวัตถุดิบเล็กน้อย เพือ่ ให้ลกู ค้าเข้าใจว่าอาหารท่ีพวกเขากำลังจะส่ังมี ส่วนประกอบใดบ้าง โดยปกติแล้วทุกเมนูจะจัดวางในรูปแบบเดียวกัน ไม่มีเมนูไหนโดดเด่นเป็นพิเศษ ฉะนน้ั ลองเลือกเมนูเด็ดๆ มาสกั 2-3 เมนู แลว้ จดั วางให้โดดเด่น แตกตา่ งจากรูปแบบเดิมๆ พร้อมเพิ่มเติม เรอื่ งราวเกี่ยวกับเมนลู งไปสักหน่อย อาหารน้นั กจ็ ะกลายเปน็ เมนูหลกั ที่คนส่งั แทบทุกโตะ๊ ได้ไม่ยาก 10. ให้ข้อมูลลูกคา้ ให้มากหนอ่ ย ขอ้ น้ีเป็นเทคนิคสำหรับร้านอาหารที่ต้องการจำหน่ายไวน์ ซง่ึ มีการแข่งขนั ค่อนข้างสงู โดยเฉพาะ อยา่ งยงิ่ ในตลาดกลุ่ม Hi-end ฉะนั้นเทคนิคสำคัญในการจงู ใจลูกค้าให้เลือกไวน์ที่เราต้องการจำหน่ายคือ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับไวน์ขวดนั้นๆ ให้มากที่สุด เพราะยิ่งเราให้ข้อมูลมากเท่าไร ลูกค้าก็มีแนวโน้มเลือกไวน์ ขวดท่ีเราเสนอมากเท่านัน้ 11. วางเมนูเดด็ ไวบ้ รเิ วณพน้ื ท่ีโล่งๆ ตามธรรมชาติของคน เมือ่ ใช้สายตาอ่านมากไป มักหันไปพักสายตากับพื้นทีว่ ่างๆ ดสู บายตา นัก ออกแบบเมนูจงึ ใช้หลักการน้ีเปน็ ขอ้ ได้เปรียบ หากเจา้ ของร้านอาหารต้องการจำหน่ายอาหารจานไหนเป็น พิเศษ มักจะจัดวางเมนูนั้นไว้ที่พื้นที่ที่ค่อนข้างโล่ง แยกออกจากส่วนที่เป็นตัวอักษร เพราะเป็นส่วนที่ มน่ั ใจได้ว่าลูกคา้ จะต้องหันมาพักสายตาและเห็นเมนนู แ้ี นน่ อน 12. วัสดุทท่ี ำเมนูส่งผลต่อภาพลักษณ์ของร้าน เคยสังเกตไหมวา่ รา้ นอาหารระดบั Hi-end สว่ นใหญ่ มกั ใชแ้ ผ่นหนังหรือกระดาษแขง็ คุณภาพสูง ในการจัดทำเมนู เพราะวัสดุเหล่านี้สะท้อนภาพลักษณ์ของร้านอาหารได้เช่นกัน ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่า อาหารทกุ จานต้องมีคุณภาพสงู ตามวัสดุที่ใช้ทำเมนไู ปดว้ ย 13. มีสว่ นอธบิ ายเมนูเฉพาะ เคยเขา้ ร้านอาหารทีต่ ้ังช่อื เมนูแปลกๆ เช่น ไก่กรอบหมักซอสซปุ เปอร์ หมสู ะท้านโลก กนั บ้างไหม ครับ วิธีนี้ถือเป็นไอเดียการตั้งชื่อเมนูที่น่าสนใจ ดึงดูดให้ลูกค้าอยากสั่งมาลองรับประทานมากขึ้น แต่ กอ่ นท่ีเขาจะส่ังก็ต้องสงสัยกันบ้างว่า เจ้าเมนูเหล่านีม้ ีหน้าตา สว่ นผสมและวิธีการอย่างไร จะให้พนักงาน เราบอกทุกโตะ๊ ก็คงจะเสยี เวลาน่าดู ฉะนน้ั จึงตอ้ งเพมิ่ ส่วนอธิบายเมนขู ึ้นมาสกั หน่อย เพื่อให้ลูกค้ารู้ว่าส่ิง ที่เขาจะสั่งคืออะไร วธิ ีน้จี ะชว่ ยให้เขาตดั สินใจส่งั ได้รวดเร็วยงิ่ ขึ้น ใครจะรู้ว่าเมนูอาหารมีอิทธิพลต่อการสั่งอาหารของลูกค้าได้มากถึงเพียงนี้ ทราบอย่างนี้แล้ว เจ้าของร้านอาหารท่านไหนกำลังจะออกแบบเมนูใหม่หรืออยากจะปรับปรุงเมนูเดิม อย่าลืมนำเทคนิค เหล่านไี้ ปใช้ไดเ้ ลย
191 สรุป โปรแกรม Photo shop เป็นโปรแกรมในตระกูล Adobe ที่ใช้สำหรับตกแต่งภาพถ่ายและ ภาพกราฟิก ไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ ไม่วา่ จะเปน็ งานด้านสงิ่ พิมพ์ นิตยสาร และงานด้านมัลติมเี ดยี อกี ทั้งยังสามารถ retouching ตกแต่งภาพและการสร้างภาพ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมสูงมากในขณะนี้ เรา สามารถใช้โปรแกรม Photoshop ในการตกแต่งภาพ การใส่ Effect ตา่ ง ๆให้กบั ภาพ และตวั หนงั สือ การทำภาพขาวดำ การทำภาพถา่ ยเป็นภาพเขียน การนำภาพมารวมกนั การ Retouch ตกแต่งภาพ เราสามารถเรยี นร้วู ิธีการใชโ้ ปรแกรม Adobe Photoshop นไี้ ดด้ ว้ ยตัวเอง คุณสามารถท่ีจะ ทำการแกไ้ ขภาพ ตกแต่งภาพ ซอ้ นภาพในรปู แบบต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย และสง่ิ ทข่ี าดไมไ่ ดก้ ค็ ือ การ ใส่ข้อความประกอบลงในภาพด้วย และเนื่องด้วย Adobe Photoshop มีการพัฒนาโปรแกรมมา อย่างต่อเนอ่ื ง ทำใหเ้ ราจำเป็นต้องศกึ ษาคำส่ังตา่ งๆ ให้เข้าใจ แต่ท่ีสำคญั เม่ือคณุ เรยี นรู้การใช้คำสงั่ ใน เวอร์ชนั่ เก่า คุณกย็ ังคงสามารถนำไปประยกุ ต์ใช้กับเวอร์ช่ันใหม่ ๆ ได้ ความสามารถพ้ืนฐานของ Adobe Photoshop คอื สามารถตกแต่งหรือแกไ้ ขรปู ภาพ ตดั ต่อ ภาพบางส่วน หรือที่เรียกว่า crop ภาพ เปลี่ยนแปลงสีของภาพจากสีหนึ่งเป็นอีกสีหนึ่งได้ สามารถ ลากเสน้ แบบฟรสี ไตล์ หรือใสร่ ปู ภาพ สเี่ หลย่ี ม วงกลม หรอื สร้างภาพไดอ้ ยา่ งอิสระ มีการแบ่งชัน้ ของ ภาพเป็น Layer สามารถเคล่อื นยา้ ยภาพไดเ้ ปน็ อิสระต่อกนั การทำ cloning ภาพ หรือการทำภาพซำ้ ในรปู ภาพเดยี วกนั เพิม่ เตมิ ข้อความ ใส่ effect ของขอ้ ความได้ Brush หรอื แปรงทาสี ทสี่ ามารถเลอื ก รปู แบบสำเร็จรปู ในการสร้างภาพได้และอน่ื ๆ อกี มากมาย โปรแกรม Adobe Photoshop CS6 ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบ นอกจากจะมีสีสันสวยงามข้ึน แล้ว ยังจัดการกับพาเนลหรือเครื่องมือที่จัดวางไม่เป็นระเบียบออกไปจากหน้าต่างการทำงาน ค่อนข้างมาก เช่น เพิ่มปุ่มคำสั่งและจัดเรียงปุ่มคำสั่งบางปุ่มใหม่ จึงมีความจำเป็นต้องรู้จักกับ สว่ นประกอบท่สี ำคญั เพ่อื ให้สามารถคน้ หาและเรยี กใช้เครื่องมอื ไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ คำถามทา้ ยบท 1. โปรแกรม Adobe Photoshop เปน็ โปรแกรมท่ีใชท้ ำอะไร 2. ไฟล์ของโปรแกรม Photoshop cs6 คือะไร 3. การปรบั ขนาดของภาพใชเ้ มนใู ด จงอธิบายพอสังเขป 4. นามสกุลที่นยิ มใช้ในการบนั ทกึ งานจากโปรแกรม Adobe Photoshop คอื อะไร 5. Resolution คอื อะไร 6. โหมดสีในโปรแกรม Adobe Photoshop มีกแ่ี บบ จงอธิบายพอสังเขป 7. หนว่ ยของความกว้างและความสูงของภาพใน Photoshop คืออะไร 8. การเลือกสีพืน้ หลังเปน็ แบบ Transparent หมายถงึ อะไร 9. การต้ังขนาดของภาพเป็นขนาด A4 ในโปรแกรม Adobe Photoshop ตอ้ งเลือกในหมวดใด 10. จงอธบิ ายพอสงั เขปเกีย่ วกับความสามารถพน้ื ฐานของ Adobe Photoshop
192 เอกสารอ้างองิ เกยี รตพิ งษ์ บุญจิตร. (2559). Photoshop Creative Retouch. กรงุ เทพฯ: ไอดซี ี พรเี มียร์ ทัศยาภรณ์ เกื้อนุ่น และพรพรรณ แพฝึกฝน. (2555). คู่มือ Adobe Photoshop CS6 +CD. กรงุ เทพฯ: โปรวชิ นั่ ธนั ยพฒั น์ วงศ์รตั น์. (2556). คูม่ อื ใชง้ าน Photoshop CS6. กรงุ เทพฯ: สวสั ดี ไอที ธรรมศักดิ์ เออ้ื รักสกุล. (2556). การใช้โปรแกรมกราฟิก Adobe Photoshop CS6. กรุงเทพฯ: มีเดีย อินเทลลเิ จนซ์ เทคโนโลยี ปิยะ นากสงค์, มณีนุช สมานหมู่ (กองบรรณาธิการ). (2562). ตกแต่งภาพกราฟิก Photoshop CS6 + CCฉบบั สมบรู ณ์. กรงุ เทพฯ: ซิมพลฟิ าย สุภาณี ไกรเทพ, Website. (2561). photoshop cs6. สืบค้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 จาก https://data.bopp-obec.info/emis/news/news_view.php?ID_New=68968 สิทธชิ ยั ประสานวงศ์. (2556). โปรแกรมกราฟกิ Adobe Photoshop CS6. กรุงเทพฯ: ซอฟทเ์ พรส อิศเรศ ภาชนะกาญจน์. (2556). Photoshop CS6 Essential +CD. กรุงเทพฯ: ไอดซี ี พรเี มียร์ Aniket. (2013). Adobe Photoshop CS6. Cited 2021 June 2. Available from: http://stackoverflow.com/questions/14394244/how-exactly-is-a-skin-like- adobe-photoshop-cs6-made
193 แผนการสอนประจำสัปดาห์ที่ 8 หวั ข้อเรือ่ ง การใชง้ านโปรแกรม Adobe Illustrator เบอ้ื งต้น รายละเอยี ด เนื้อหาประจำสัปดาห์ท่ี 8 เน้นให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ การใช้งานโปรแกรม Adobe Illustrator เบื้องต้น ส่วนประกอบของเมนูบาร์ การสร้างอาร์ตบอร์ดใหม่ การเปลี่ยนขนาด พื้นที่อาร์ตบอร์ด การเปิดไฟล์งานออกแบบ การใช้เครื่องมือวาดรูปทรงเบื้องต้น คีย์ลัดที่ใช้บ่อย ๆ การบันทกึ ไฟล์ภาพ การพิมพ์ภาพออกทางเคร่อื งพิมพ์ และ Workshop การออกแบบโลโก้เบอื้ งตน้ จำนวนชั่วโมงท่สี อน 4 ชวั่ โมง วัตถุประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม 1. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจกระบวนการพื้นฐานการใช้งานโปรแกรม Adobe Illustrator เบอ้ื งต้น 2. เพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นมีความรูแ้ ละสามารถในการใช้โปรแกรม Adobe Illustrator เบอ้ื งต้น ในการ ออกแบบผลงาน 3. เพ่ือให้ผู้เรยี นมีความรู้และสามรถในการประยุกต์ใชโ้ ปรแกรมในการผลิตงานรูปแบบอืน่ ๆ กจิ กรรมการเรียนการสอน 1. ใช้วิธีสอนแบบร่วมมอื โดยอาศัยทักษะและเทคนิคการสอนที่ใหผ้ ู้เรียนแสวงหาความรูด้ ้วย การพึ่งพาและเกอื้ กลู กันมกี ารปรกึ ษาหารอื อยา่ งใกล้ชดิ ในประเดน็ ศึกษาทม่ี อบหมาย ผ้สู อน กำหนดและมอบหมายงานให้ผู้เรียนรับผิดชอบเป็นกลุ่มๆ โดยให้ใช้ทักษะปฏิสัมพันธ์ ระหว่างบุคคลและทักษะการทำงานกลุ่ม ความคิดวิเคราะห์ การระดมพลังสมอง และการ แสดงความคิดเห็นที่เหมาะสมพร้อมทงั้ จดั ทำสรุปเปน็ ผลงานส่งผสู้ อน 2. ใช้วิธีสอนแบบแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน โดยอาศัยทักษะและเทคนิคการสอนที่ให้ผู้เรียน ศึกษาประเด็นศึกษาต่าง ๆ ตามใบงานและให้เชื่อมต่อความคิดเห็นและเนื้อหาสาระด้วย เทคนิคการเชือ่ มความรู้ (Jigsaw) จากการปฏิบตั ิงานตามที่กำหนดไว้ในใบงานโดยใช้ทักษะ กระบวนการกลมุ่ และทกั ษะการสรปุ ความแลว้ จัดทำผลการศกึ ษานำเสนอหน้าชัน้ เรียน โดย ใช้ส่อื นำเสนอด้วยภาพเลอื่ น (PowerPoint) ประกอบและผสู้ อนสรุปประกอบอกี ครงั้ 3. ใช้วิธีสอนแบบศึกษาเรยี นรู้ด้วยตนเอง โดยให้ผู้เรียนศึกษาข้อมูลจากใบความรู้และเอกสาร ประกอบการเรียนรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศยุคดิจิทัลในธุรกิจบริการอาหารและการ เรยี นร้ตู า่ ง ๆ ตลอดจนหนงั สอื เอกสารและแหล่งเรียนรู้ที่แนะนำและนำความรู้ท่ีได้ศึกษามา สร้างเป็นผลงานและนำเสนอผลงานและรายงานส่งผู้สอน
194 4. ใช้วิธสี อนแบบซปิ ปา ทีเ่ นน้ ให้ผู้เรียนไดม้ สี ว่ นรว่ มในกจิ กรรมการเรียนการสอนท่ีเน้นผู้เรียน เป็นสำคัญโดยให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มศึกษาตามใบความรู้ประเด็นต่าง ๆ และช่วยกันรวบรวม ความรแู้ ละสร้างองค์ความรู้ มปี ฏิสัมพันธ์กับส่งิ แวดล้อมและบคุ คล มสี ่วนร่วมทางกายและมี โอกาสเคลือ่ นไหวรา่ งกาย ในขณะปฏบิ ตั กิ ิจกรรมลกั ษณะต่าง ๆ ร่วมกนั เรียนรู้กระบวนการ คิด กระบวนการแก้ปัญหา การแสวงหาความรู้และการประยุกต์ใช้ โดยนำความรู้ที่ได้จาก การเรียนรู้ไปประยกุ ต์ใชใ้ นสถานการณอ์ นื่ หรือเชอ่ื มโยงสรา้ งองค์ความรูท้ เี่ ป็นสาระใกล้เคียง กันตามที่ผู้สอนกำหนดขนึ้ 5. ใช้วิธีสอนแบบให้ฝึกและปฏิบัติ โดยผู้สอนมอบหมายให้เรียนได้กระทำซ้ำด้วยการตอบ คำถามทบทวนเพื่อพัฒนาทักษะ และเทคนิคการปฏิบัติจริงในสิ่งที่ได้เรยี นมา โดยมีผู้สอน คอยให้คำปรกึ ษาและคำตอบขอ้ สงสยั ทำให้เป็นการเรยี นรู้จากประสบการณ์ตรง ดว้ ยการลง มือกระทำจริง ทำให้เห็นคุณค่าของสิ่งที่เรียนรู้และจำจำเข้าใจสิ่งเรียนรู้ได้ดี สามารถ ถ่ายทอดหรอื เชือ่ มโยงการเรียนรไู้ ปใช้ในสถานการณเ์ ดยี วกันได้ สอื่ การเรยี นการสอน 1. เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศยุคดจิ ทิ ัลในธุรกิจบริการอาหาร 2. สอื่ ประกอบการสอนแบบภาพสไลด์ (Power Point) 3. สอ่ื อปุ กรณค์ อมพิวเตอร์ 4. เอกสารและหนังสืออา่ นประกอบเพอื่ การศึกษาค้นควา้ เพ่มิ เตมิ 5. การศกึ ษาเวบ็ ไซตเ์ พ่มิ เติมท่ีเก่ยี วขอ้ ง แผนประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 1. ผลการเรียนรู้ 1.1. ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม 1.1.1. มีจติ สำนึกและตระหนกั ในการปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชพี 1.1.2. ความมวี ินัย ตรงต่อเวลา และมคี วามรับผิดชอบต่อตนเองและสงั คม เคารพกฎระเบยี บ และข้อบงั คับตา่ ง ๆ ขององค์กรและสังคม 1.1.3. การตระหนกั ในคุณคา่ ของคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และความซอื่ สตั ยส์ ุจรติ 1.1.4. เคารพสทิ ธแิ ละยอมรบั ฟังความคดิ เห็นของผอู้ ื่น 1.1.5. การมจี ติ สาธารณะ เอ้อื เฟื้อเผื่อแผ่ 1.2. ดา้ นความรู้ 1.2.1. มีความรู้ ความเข้าใจ ในหลักการ แนวคิด ทฤษฎี และเนื้อหาสาระสำคัญของ รายวิชาที่เกี่ยวขอ้ งเพื่อสามารถนำมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการประกอบวชิ าชีพ 1.2.2. มที ักษะ และความชำนาญ ในงานดา้ นวิชาชพี 1.2.3. สามารถในการนำความร้มู าประยุกตใ์ ชใ้ นบริบททางวิชาการและวชิ าชพี
195 1.2.4. มีความสามารถในการศึกษาค้นคว้าและพัฒนาความรู้ของตนเองได้ และสามารถ บูรณาการความรู้ในศาสตรต์ ่าง ๆ ท่ีเกีย่ วข้อง เพ่ือใชเ้ ปน็ ประโยชนใ์ นวชิ าชพี ได้ 1.3. ด้านทกั ษะทางปัญญา 1.3.1. สามารถคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เพื่อหาข้อเท็จจริง หรือต้นเหตุของปัญหา และ เสนอแนวทางการแก้ไขได้อย่างสร้างสรรค์ 1.3.2. มีความสามารถในการทำความเข้าใจและประเมินข้อมูล แนวคิดและหลักฐาน ใหม่ๆ จากแหล่งขอ้ มลู ท่ีหลากหลาย และใช้ขอ้ สรปุ ทไ่ี ด้ในการพัฒนางานในวิชาชพี 1.3.3. สามารถถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้อื่น 1.4. ด้านทกั ษะความสัมพันธ์ระหว่างบคุ คลและความรับผิดชอบ 1.4.1. รับผดิ ชอบในการทำงานท่ีได้รบั มอบหมายท้ังรายบคุ คลและงานกลุ่ม 1.4.2. สามารถปรับตัวในและทำงานร่วมกับผอู้ ื่นท้ังในฐานะผู้นำและสมาชิกกลุ่มไดอ้ ย่าง มปี ระสิทธภิ าพ 1.4.3. มคี วามสามารถในการวางตัวและแสดงความคิดเห็นได้อยา่ งเหมาะสมกบั บทบาท หน้าที่ และความรบั ผดิ ชอบ 1.4.4. มบี ุคลกิ ภาพทีด่ ี และมีมนุษยสมั พันธ์ 1.4.5. มีความสามารถในการวางแผนและรับผิดชอบในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองและ วิชาชพี อย่างต่อเนื่อง 1.5. ด้านทักษะการคดิ วเิ คราะหเ์ ชิงตวั เลขการสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 1.5.1. สามารถนำเทคนคิ ทางสถิติหรือคณิตศาสตร์ เทคโนโลยสี ารสนเทศ และเทคโนโลยี อน่ื ๆ ท่เี กี่ยวข้องมาประยกุ ต์ใชใ้ นการสบื คน้ วเิ คราะห์ข้อมลู แปลความหมาย และ เสนอแนวทางในการพฒั นางาน หรือ แก้ไขปัญหาไดอ้ ยางสรา้ งสรรค์ 1.5.2. สามารถสือ่ สาร สามารถสรุปประเดน็ จากสิ่งทไี่ ด้เหน็ และฟัง ถา่ ยทอดและนำเสนอ ข้อมูลได้อย่างสรา้ งสรรคแ์ ละมีประสิทธภิ าพ 1.5.3. สามารถติดตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นวัตกรรม และสถานการณ์โลกโดย ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ 2. วิธปี ระเมินผลการเรียนรู้ 2.1. คุณธรรม จริยธรรม 2.1.1. นักศึกษาประเมินผลการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง ก่อนและหลังการเรยี น 2.1.2. ประเมินโดยอาจารย์จากการสังเกตพฤตกิ รรมการแสดงออกตามปกตขิ องนักศกึ ษา 2.1.3. ผูใ้ ช้บณั ฑิตประเมนิ คุณธรรมจรยิ ธรรมของบณั ฑติ 2.1.4. ประเมินผลพฤติกรรมผูเ้ รียนจากการสังเกตในกิจกรรมต่าง ๆ ทงั้ ในและนอกช้นั เรียน ท้ังในดา้ นระเบยี บวินัย ความรับผดิ ชอบ การมีน้ำใจ ซอ่ื สัตย์ มีสัมมาคาราวะ และรจู้ กั กาลเทศะ 2.1.5. ประเมินผลผู้เรียนจากการปฏิบัติงานที่ไดร้ ับมอบหมาย ทั้งด้านความรบั ผิดชอบ การ ตรงต่อเวลา ความซอื่ สัตย์ และการมีนำ้ ใจเอ้ือเฟือ้ เผ่อื แผ่
196 2.2. ความรู้ 2.2.1. ประเมนิ ผลความรู้ของผู้เรยี นจากผลงานระหวา่ งภาค เช่น การบ้าน การเขยี นรายงาน การทดสอบยอ่ ย การนำเสนอรายงานการค้นควา้ หนา้ ชั้นเรียน 2.2.2. ประเมินผลความรู้ของผู้เรียนจากการสอบข้อเขยี น การสอบปฏิบตั ิ 2.2.3. ประเมนิ ผลความรขู้ องบัณฑติ โดยการสำรวจความคิดเหน็ ของผู้ใชบ้ ณั ฑิต 2.3. ทักษะทางปัญญา 2.3.1. ประเมินจากผลงานการแกไ้ ขปญั หาท่ีได้รบั มอบหมาย 2.3.2. ประเมินโดยการสอบขอ้ เขียนดว้ ยโจทย์ทีต่ ้องใชท้ ักษะทางปญั ญา 2.3.3. ประเมินรายงานผลการวจิ ัย 2.3.4. ประเมนิ จากการปฏิบัตงิ านและกิจกรรมท่ไี ด้รบั มอบหมาย ในการแก้ไขโจทย์ปัญหาท่ี ซบั ซ้อน 2.4. ทกั ษะความสัมพันธร์ ะหว่างบุคคลและความรบั ผดิ ชอบ 2.4.1. มอบหมายนกั ศกึ ษาประเมนิ ตนเองและเพือ่ นในกลุม่ สรุปผลและมีการประเมินโดยใช้ เสยี งสว่ นใหญ่ 2.4.2. สงั เกตพฤติกรรมในช้ันเรียน 2.4.3. ประเมินผลจากการทำกิจกรรมและการปฏบิ ตั ิงานทไ่ี ด้รับมอบหมาย 2.5. ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์เชิงตัวเลข การส่อื สาร การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 2.5.1. ประเมินจากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสืบค้นข้อมูลด้วย เทคโนโลยีสารสนเทศทมี่ อบหมายแตล่ ะบคุ คล 2.5.2. ประเมินจากการสอบข้อเขยี นในการแกโ้ จทย์ปญั หาเชิงตัวเลขที่ไม่เคยพบมากอ่ น 2.5.3. ประเมนิ ทกั ษะการสื่อสารด้วยภาษาเขยี นจากรายงานแต่ละบุคคลหรอื รายงานกลุ่มใน ส่วนทน่ี กั ศกึ ษาน้ันรับผดิ ชอบ 2.5.4. ประเมินทักษะการสื่อสารด้วยภาษาพูดจากพัฒนาการในการนำเสนอรายงานในช้ัน เรยี น การนำเสนอสัมมนา การนำเสนอนทิ รรศการโครงงานตอ่ ผู้เย่ยี มชมดว้ ยวาจา 3. สดั ส่วนของการประเมิน ร้อยละ 10 ร้อยละ 40 3.1. ด้านคุณธรรม จริยธรรม 3.2. ดา้ นความรู้ ร้อยละ 30 รอ้ ยละ 10 3.3. ด้านทักษะทางปัญญา ร้อยละ 10 3.4. ด้านทักษะความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งบคุ คลและความรับผิดชอบ 3.5. ดา้ นทักษะการคิดวเิ คราะห์เชงิ ตวั เลข การสอ่ื สาร และการใชเ้ ทคโนโลยี เน้อื หาท่ีสอน โปรแกรม Adobe Illustrator เป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับการวาดภาพในแบบที่เป็นภาพ ลายเส้น หรือที่เรียกวา่ Vector Graphic ซง่ึ จะแตกต่างจากโปรแกรม Adobe Photoshop ที่เน้นใน เรื่อง ของการแต่งภาพ ดังนั้นในหวั ข้อนี้จึงเน้นหนักไปที่การใช้ เครื่องมือที่เป็น Pen tool เป็นส่วน
197 ใหญ่ ซึ่งโปรแกรม Adobe Illustrator นี้จะนิยมใช้ในงานออกแบบต่าง ๆ เช่น โลโก้ นามบัตร ออกแบบปกหนงั สอื ฉลากสนิ คา้ ฯลฯ โปรแกรมพื้นฐานที่นักออกแบบทุกคนต้องเรียนรู้ในการสร้างงานกราฟิกมี 2 ชนิด คือ โปรแกรมประเภทวาดภาพ และโปรแกรมประเภทตกแตง่ ภาพ ภาพท่ี 8.1 หนา้ ตา่ งโปรแกรม Adobe Illustrator CS6 รูจ้ ักโปรแกรม Adobe Illustrator CS6 เบ้อื งต้น Illustrator คือ โปรแกรมทีใ่ ชใ้ นการวาดภาพ โดยจะสร้างภาพทม่ี ีลกั ษณะเปน็ ลายเส้น หรือ ที่เรียกว่า Vector Graphic จัดเป็นโปรแกรมระดับมืออาชีพที่ใช้กันเป็นมาตรฐานในการออกแบบ ระดับสากลสามารถทำงานออกแบบต่างๆ ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นส่ิงพิมพ์ บรรจุภัณฑ์ เว็บ และ ภาพเคลื่อนไหวตลอดจนการสร้างภาพเพื่อใช้เป็นภาพประกอบในการทำงานอื่นๆ เช่น การ์ตูน ภาพประกอบหนงั สือ เปน็ ต้น ในความเป็นจริงแล้วภาพกราฟฟิกที่เก็บในคอมพิวเตอร์นั้น จะมีวิธีการประมวลผลภาพ 2 แบบแตกตา่ งกันไปตามแตล่ ะโปรแกรมดังนี้ 1. การประมวลผลแบบอาศัยการคำนวณทางคณิตศาสตร์ โปรแกรมเหล่านี้ได้แก่ Photoshop, Corel Photo-paint และ Fireworks เป็นต้น ผลงานสิ่งพิมพ์ต้องการความคมชัด ผลงานออกแบบทางกราฟฟกิ ไดแ้ ก่ แบบการ์ดอวยพร ฯลฯ งานทางดา้ นการต์ นู วาดรปู ไดเ้ ป็นอย่างดี งานเว็บไซตบ์ นอนิ เตอรเ์ น็ต ภาพประกอบตา่ งๆ ที่ปรากฏบนหน้าเว็บ การประมวลผลภาพกราฟฟิกของคอมพิวเตอร์ ตัวอย่างเช่น รูปล้อรถจักรยาน ถ้าเป็นการ เก็บแบบเว็กเตอร์ เครื่องจะเก็บข้อมูลที่เป็นสูตรทางคณิตศาสตร์แต่สามารถอธิบายได้คือ รูปล้อ จักรยาน คือเส้นวงกลมที่เกิดจากการวัดความห่างจากจุดศูนย์กลางจุดหนึ่งไปยังบริเวณรอบๆ ด้วย ระยะห่างทีเท่ากัน โดยมีสีและตำแหน่งของสที ี่แน่นอน ฉะนั้นไม่ว่าเราจะมีการเคลื่อนย้ายที่หรือยอ่
198 ขยายขนาดของภาพ ภาพจะไม่เสียรูปทรงในเชิงเลขาคณิต เช่น โปรแกรม Illustrator ใช้วิธีนี้ในการ เกบ็ เป็นตน้ ตัวอย่างงานกราฟฟิกของภาพแบบเวกเตอร์งานกราฟฟิกในแบบเวกเตอร์นี้จะเป็นลักษณะ ของภาพลายเส้น ซึ่งงานเหล่านี้จะเน้นถึงความ คมชัดของเส้นเป็นหลัก เช่น ภาพโลโก้ ตราบริษัท และภาพลายเส้นแบบคลิปอาร์ต โปรแกรมเหล่านี้ได้แก่ Illustrator, CorelDraw และFreehand เปน็ ตน้ 2. การเก็บและแสดงผลแบบบติ แมพ็ (Bitmap) เปน็ การประมวลผลแบบอาศัยการอ่านค่า สใี นแตล่ ะพกิ เซล ซง่ึ เหมาะกับภาพท่มี โี ทนสีท่ใี กลเ้ คียงกนั เช่น ภาพถา่ ย โปรแกรมPhotoshop ใช้วิธี นี้ การประมวลผลแบบบิตแม็พนี้เราเรียกอีกอย่างว่า Raser image เป็นการเก็บข้อมูลดิบ คือค่า 0 และ 1 ใช้การแสดงผลเป็นพกิ เซล โดยแตล่ ะพิกเซลจะมกี ารเก็บคา่ สีทีเ่ จาะจงในแตล่ ะตำแหนง่ ตัวอย่างงานกราฟฟิกของภาพแบบบิตแม็พ งานกราฟฟิกในแบบบิตแม็พนี้จะเป็นลักษณะ ของภาพ ที่ต้องการปรับแต่งรายละเอียดของสีเป็นหลัก เช่น การซ้อนภาพและการตกแต่งภาพให้ เหนือ Illustrator ทำอะไรได้บ้าง ไมว่ า่ จะเปน็ งานโฆษณา โบร์ชวั ร์ นามบัตร หนังสือ หรอื นิตยสาร เรยี กไดว้ ่าเกือบทุกสิ่งพิมพ์ ที่โปรแกรม Illustrator ได้เข้ามามีบทบาทและช่วยในการใช้สร้างภาพตกแต่ง เว็บไซต์ไม่ว่าจะเป็น Background หรือปุ่มตอบโต้ แถบหัวเรื่องตลอดจน การสร้างภาพสามมิติ การออกแบบปกหนังสอื การออกแบบสกรนี CD-ROM และการออกในการสร้างภาพการ์ตูนต่าง ๆ การใช้งานโปรแกรม Adobe Illustrator CS6 เบอ้ื งต้น 1. สว่ นประกอบของหน้าจอ Illustrator โปรแกรม Adobe Illustrator CS6 ประกอบดว้ ย 4 สว่ นหลัก ได้แก่ menu bar, Toolbox, Panel, และ Artboards Menu Bar Artboards Panel Toolbox ภาพท่ี 8.2 สว่ นประกอบของหน้าจอ Illustrator
199 2. แถบเมนูคำสัง่ (Menu bar) เป็นเมนูคำสั่งหลกั ของโปรแกรม Illustrator แบ่งออกเป็น หมวดหมตู่ า่ ง ๆ ดงั นี้ ภาพที่ 8.3 แถบเมนูคำส่ัง (Menu bar) ตารางท่ี 8.1 แถบเมนูคำส่งั (Menu bar) คำอธบิ าย รปู แบบ File จัดการไฟล์ เช่น สร้างไฟล์ใหม่, เปิดไฟล์ภาพ, บนั ทึกไฟล์ภาพ, Import ไฟล์หรอื Export ไฟล์ Edit แกไ้ ขและปรับแต่งคา่ เบอื้ งต้นของโปรแกรม เชน่ การคัดลอก การวาง เป็นตน้ Object สรา้ งรปู ทรงวตั ถุ เชน่ หมนุ เอียง แปลงวตั ถุ (ตวั อักษร, เส้น) ใหก้ ลายเป็นวตั ถธุ รรมดา รวมท้งั คำสง่ั พิเศษสำหรับลงสแี บบตา่ ง ๆ Type สร้างและปรับแต่งตัวอกั ษร Select จดั การและเลอื กชิ้นส่วนวตั ถุ Effect ใส่เอฟเฟก็ ซแ์ ละแปลงรปู ทรงวัตถุ View รปู แบบแสดงผล เช่น ซูมภาพ แสดงไม้บรรทัด แสดงเส้นกริด หรอื เสน้ ไกด์ Window จดั การพาเนล และปรับ Workspace ให้เหมาะสมกบั การทำงาน Help แสดงความชว่ ยเหลอื ในรูปแบบต่างๆ 3. คอนโทรลพาเนล (Control Panel) เป็นแถบตัวเลือกสำหรับกำหนดค่าต่างๆ ของวัตถุ เพอื่ อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใชใ้ ห้สามารถกำหนดค่าสี ขนาด ตำแหนง่ และคุณสมบตั ิต่างๆ ของวัตถุ ทีเ่ ลอื กไดง้ ่ายข้นึ ภาพที่ 8.4 แถบคอนโทรลพาเนล (Control Panel) 4. กล่องเครื่องมือ (Toolbox) เป็นส่วนที่เก็บรวบรวมเครื่องมือที่ใช้ในการสร้าง การ ปรับแตง่ และการแก้ไขภาพ
200 ภาพท่ี 8.5 แถบกลอ่ งเคร่ืองมือ (Toolbox) 5. พื้นที่การทำงาน (Artboard) เป็นบริเวณที่เราใช้วางวัตถุเพื่อสร้างชิ้นงาน ส่วนพื้นท่ี นอกเหนือจากนั้น (Scratch area) เป็นบริเวณที่เราวางวัตถุแต่ไม่ต้องการให้แสดงในช้ินงานใช้เพื่อพัก วัตถุ หรอื เผื่อไวใ้ ชใ้ นภายหลงั ภาพที่ 8.6 แถบพ้นื ทีก่ ารทำงาน (Artboard)
201 6. พาเนลควบคมุ การทำงาน (Panel) เปน็ หน้าต่างย่อยท่รี วบรวมคณุ สมบตั ิการทำงานของ เครื่องมือต่างๆ ให้เราเลือกปรับแต่งการใช้งานได้ง่ายๆ ไม่ต้องเปิดหาแถบคำสั่ง ซึ่งพาเนลจะถูก จดั เก็บไวใ้ นกรอบจดั เก็บพาเนลดา้ นขวาของหน้าจอ ภาพที่ 8.7 แถบพาเนลควบคุมการทำงาน (Panel) การสรา้ งเอกสารใหม่ คลิกที่เมนู File และคลิก New เพื่อสร้างเอกสารใหม่ดังภาพ กำหนดขนาดเอกสารเปน็ A4 และวาง กระดาษในแนวตงั้ จากนั้นคลกิ ปุ่ม OK ภาพท่ี 8.8 การตัง้ คา่ การสรา้ งเอกสารใหม่ Name สำหรับตัง้ ช่อื ช้ินงาน Profile มีอยดู่ ้วยกันหลายแบบ แตส่ ่วนมากจะเลือกที่ Print Number of Artboards สำหรับเลือกจำนวน Artboard ทตี่ ้องการใชง้ าน ถา้ เลือกมากกวา่ หนง่ึ จะมี ส่วนท่เี กี่ยวขอ้ งเพ่มิ ขน้ึ คือในส่วนของ Grid, Arrange and Layout ใหก้ ำหนดเพ่มิ
202 Spacing ช่องว่างแต่ละ Artboard Column จำนวนคอลมั นท์ ี่ตอ้ งการแสดง Bleed คือการกำหนดพ้ืนท่ีพเิ ศษรอบชน้ิ งาน เหมะกับการกำหนดเพื่อทำ Name Card ถ้าเป็นงานปกติ อาจจะเพิ่มนิด หน่อย เชน่ 0.125 โดยการคลิกที่ลูกศรอันใดกไ็ ด้ เพราะถ้าเราคลิกไอคอน link ท่ีอยู่ด้านหลังไว้ก็จะ ปรับตัวเลขให้เทา่ กันหมดในทุกสว่ น และเมื่อเปิดช้ินงานขน้ึ มาจะเหน็ เสน้ สแี ดงรอบ Artboard Advance ใชส้ ำหรับกำหนด Color Mode ซ่งึ ค่า Default จะเป็น CMYK Raster Effect ควรเลอื ก High (300 ppi) Preview Mode เลอื ก Default สำหรบั ในสว่ น align to pixel grid ไม่ตอ้ งเลือก เมื่อได้หน้าต่างเอกสารใหม่แล้ว ให้คลิกที่เมนู View เพื่อให้โปรแกรมแสดงแถบไม้บรรทัด และเส้นตาราง โดยคลิกที่เมนู Show Grid และคลิกเมนู Rulers และ Show Rulers ในหน้าต่างท่ี แสดงแถบไมบ้ รรทัดและเส้นตารางนก้ี พ็ ร้อมท่จี ะเขา้ สงู่ านในด้านการออกแบบในหัวข้อตอ่ ไป หลกั การทำงานของ Layer เลเยอร์ (Layer) หมายถึง ชั้น โดยในการจัดภาพที่เรียงทบั ซ้อนกนั การทำงานของเลเยอร์มี ลกั ษระคลา้ ยกับการนำแผ่นภาพมาทบั ซ้อนกนั เป็นชน้ั ๆโดยแผ่นภาพแตล่ ะแผ่นเปรียบเสมอื นเลเยอร์ แต่ละเลเยอร์ ซ่งึ เราสามารถทำการซ่อน แสดงผลได้ จากรูปตัวอย่างจะเหน็ ว่า ในขณะทเี่ ราทำงานใน โปรแกรม illustrator กบั รปู ภาพ ในส่วนของเลเยอร์ จะแสดงใหเ้ หน็ วา่ มีการซอ้ นกันของภาพ โดยแต่ ละเลเยอรจ์ ะบอกหมายเลขเลเยอร์ไว้ Layer panel มีหลายส่วนคล้ายกับ Layer ของ โปรแกรม Photoshop เช่นคลิก Create New Layer เพ่ือสร้าง Layer ใหม่ หรือ คลกิ ทชี่ ือ่ Layer เพื่อแก้ไขชื่อ แตม่ ีจดุ ท่ีไม่เหมือนคือ ในส่วน ของ Click to Target คือปุ่มที่อยู่ด้านท้ายของแต่ละ Layer เมื่อคลิกแล้วจะรู้ว่า Object ใดอยู่ตรง ใหนเพราะจะมี Bounding Box แสดงข้นึ มาท่ี Object น้ัน ภาพที่ 8.9 Layer panel
203 การปรับขนาด Layer Thumbnail ทำโดยคลิกทีล่ ูกศรบนแถบ Layer Panel เลือก Panel Option ปรบั แตง่ ในส่วนของ Row Size และอื่นๆ ตามตอ้ งการ ภาพที่ 8.10 การปรับขนาด Layer Thumbnail การย้ายตำแหน่ง Layer ให้คลิกบนพื้นที่ว่างของ Layer ค้างแล้วลากไปไว้ที่ตำแหน่ง ต้องการ การเปลี่ยน Layer เมื่อมีการสร้าง Layer เปล่า ขึ้นมา แล้วต้องการย้าย Layer ที่มีอยู่เดิม มาไว้เพือ่ แยกเปน็ รายการเฉพาะ ทำได้โดยการคลิกค้างตำแแหนง่ วา่ งถัดจากปุ่ม Click to Target จะ มีกรอบสี สี่เหล่ืยมเล็กแสดงให้เห็น จากนั้นคลิกที่กรอบสีนี้ แล้วลากมาไว้ที่ Layer ที่สร้างขึ้น ถ้าเล เยอร์นั้นมกี ารใส่สีไว้ เมอ่ื ยา้ ย Layer มาแลว้ จะเปล่ยี นสีให้ตาม Layer ทส่ี รา้ งไว้ Layer ท่ีถูกนำมาใส่ จะเปน็ Sub Layer ของ Layerทสี่ ร้าง การใสส่ ี และกำหนดคา่ ตา่ งๆ ใหก้ บั Layer ทำได้โดยดับเบ้ิลคลิกบนท่ีว่างของ Layer จะมี หนา้ ต่าง Layer Option แสดงข้ึนมา สามารถเปล่ยี น ช่อื สี และอ่นื ๆ ไดจ้ ากทน่ี ี่ ภาพที่ 8.11 การใสส่ ี และกำหนดค่าต่างๆ ให้กับ Layer การล็อค และ การลบ Layer ให้คลิกช่องที่อยู่ถัดจากไอคอนรูปดวงตาบน Layer จะเป็น การล็อค และปลดลอ็ คกเ็ พียงคลกิ ทเี่ ดิมซ้ำอีกครงั้ สามารถล็อค Sub Layer ไดโ้ ดยไม่ตอ้ งลอ็ ค Layer
204 ใหญ่ หรือถ้าจะล็อคทั้งหมดก็ลอ็ คท่ี Layer ใหญ่ ส่วนการลบ Layer ก็เพียงคลิกที่ Layer นั้นแลว้ มาคลกิ ท่ไี อคอนถงั การจัดการ layer ใน illustrator แม้จะไม่สำคัญมากเท่ากับ photoshop แต่ถ้ามีวัตถุมาก ชิน้ การแยก layer กจ็ ะป้องกนั ความสบั สนในการปรบั และแกไ้ ขไดง้ ่ายขน้ึ การกำหนด Artboards Layout ใชส้ ำหรบั กำหนด Layout ใหก้ ับการสร้าง Artboards หลายชน้ิ ในหน่ึงช้นิ งาน การสรา้ งน้จี ะ ทำขณะที่สรา้ งงานใหม่ แล้วเลือกไอคอนตา่ งๆ ซ่ึงมี 5 แบบดว้ ยกัน เมอื่ เลือกรูปแบบ Layout ได้แล้ว ให้กำหนดความกว้างระหวา่ Artboards ไดจ้ าก Spacing Artboard = ช้ินงานเปล่าตอนทเ่ี ปิดข้ึนมา Artwork = ส่วนตา่ งๆ ทรี่ วมกนั อยบู่ น Artboard เชน่ Object, Path Attribute = ได้แก่ ส่วนของ Fill, Stroke, Effect ตา่ งๆ การ Edit Artboard ทำได้โดยการใช้เมนู File - Document Setup - Edit Artboard การใช้คำสั่งนี้จะให้ Artboard ท่ีมีอยู่ มีผลกบั Artborad Tool รวมทั้งถา้ มกี ารเพ่ิมArtborad ใหม่ก็จะมีผลกับเครื่องมีอ Artborad Tool เชน่ กัน สามารถปรบั เลื่อนตำแหน่ง Artborad ได้ใน Artborad Panel การปรบั ขนาด Artboards ถ้าต้องการเปลี่ยนขนาด Artboards ให้คลิกเลือกเครื่องมือ Artboard Tool (Shift + O) แล้วทำการคลิก Artboard ที่ต้องการปรับเปลี่ยนขนาด จากนั้นลากปรับขนาดได้ตามต้องการ ถ้า ต้องการขนาดที่แน่นอน ให้พิมพ์ตัวเลขที่แถบด้านบน ในส่วนของ W and H และยังสามารถคลิก เลือก Artboard เพอื่ เลอ่ื นตำแหน่งไดอ้ กี ด้วย Selection Tools (V) เป็นเครือ่ งมอื ที่ใชส้ ำหรับการเลือกทั้งหมด เช่น Object, Path ต่างๆ เปน็ ต้น Direction Selection and Group Direction Tool (A) เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเลือก เฉพาะส่วน แต่ถ้าใช้ Group Direction Tool แลว้ ทำการคลิกคร้ังแรก จะเป็นการเลอื กเฉพาะส่วนที่ คลกิ ถ้าคลิกครง้ั ทสี องจะเลือกเพม่ิ สว่ นอนื่ คลกิ คร้ังตอ่ ไปเป็นการเลอื กทงั้ หมด การปรบั เปล่ยี นรูปรา่ ง Transform Object ใช้ Selection Tool คลิกที่ Object นั้น จะทำให้สามารถปรับเปลี่ยนได้โดยการลากปรับ ขนาดของ Bounding Box ทีค่ ลมุ Object โดยให้สังเกตเุ มา้ ส์จะเปล่ียนเป็นหัวลูกศรสองฝ่ัง ถึงจะทำ การลากเปลี่ยนขนาดได้ หรือทำ Rotating ได้ หรือจะคลิกไอคอนเครื่องหมายลูกศรโค้ง นั่นคือ เคร่ืองมือ Rotate Tool (R) มาทำการ Rotate โดยตรงก็ได้เช่นกัน ส่วนถ้าใช้เครื่องมือที่ติดกับ Rotate Tool น่นั คอื Scale Tool (S) เมอ่ื คลกิ ท่ี Object จะไม่เห็น Bounding Box แตส่ ามารถคลิก และปรบั ขนาดไดเ้ ลย
205 การบดิ เบอื นรปู ร่าง Distort Object (Width and Wrap Tool (W)) มีวิธกี ารบิดเบอื นรูปรา่ งอยู่หลายแบบดว้ ยกันท่ีรวมอยู่ในเคร่อื งมือกล่มุ นี้ เช่น Width Tool, Wrap Tool, Twirl Tool, และอ่ืน ๆ ซงึ่ อยใุ่ นเครอื่ งมอื การทำ Distort Object ก่อนการใช้เคร่ืองมือ เหล่านี้ จะต้องคลิกที่ Object นั้นโดยใช้ Selection Tool ก่อน จากนั้นส่วนมากจะทำโดยการคลิก ค้าง หรือ ลากผ่าน Object เพื่อให้เกิดการ Distort ก่อนทำควรเปิด Properties ของเครื่องมือเพื่อ กำหนดคา่ ตามตอ้ งการ เชน่ การปรับขนาดแปรง อตั ราการกระทำและอืน่ ๆ ภาพที่ 8.12 การบดิ เบือนรปู ร่าง Distort Object การทำ Repeating Transforming ถ้าต้องการใช้คำสั่งเพือ่ ให้เกดิ ผลเหมอื นกบั การกระทำคำสั่งก่อนหน้า หลังจากที่ได้ทำคำส่งั นั้นแลว้ เชน่ การ Copy สามารถใช้ คำสง่ั Ctrl + D เพอ่ื ให้เกิดการ Copy ซ้ำได้ การทำ Reflection and Skewing Object ใช้ Selection Tool คลิกที่ Object นั้นแล้วใช้เครื่องมือ Reflect ซึ่งอยู่รวมกับ Rotate Tool จากนัน้ ใหก้ ดปุ่ม Alt ก่อนท่จี ะคลกิ เมอื่ คลิกแล้วจะมีหน้าต่าง Reflect แสดงขึ้นมาเพ่ือทำการ ตั้งค่า โดยสามารถเลือกการ Reflect แบบ Vertical หรือ Horizontal ได้ รวมทั้งสามารถกำหนด องศาไดด้ ้วย ถา้ ตอ้ งการเห็นการเกิดส่วนท่ี Reflect ให้คลิกเลือกที่ Preview ถา้ ตอ้ งการทำ Reflect Object แบบสร้างเพ่ิมใหก้ ดท่แี ถบ Copy จากน้ันกด OK ภาพท่ี 8.13 การทำ Reflection
206 ส่วนการ Skew ทำได้จาก Transform Panel ในส่วนของ Shear หรือจะทำจากเครืองมือ Shear Tool ซ่งึ อยรู่ วมกบั Scale Tool ทำการคลกิ แล้วลากให้เกิดการ Shear ภาพท่ี 8.14 Transform Panel การทำ Align and Distribution objects ใหใ้ ชเ้ มนู Window - Align เพอ่ื เป็นการเปิด Align Panel สว่ นการทำน้นั ตอ้ งเลอื ก Object ที่จะทำการ Align ก่อน แล้วเลือกรูปแบบการ Align ซึ่งจะเกิดการ Align กับ Artboard หรือจะใช้ เครอื่ งมอื บนแถบเมนขู อง Selection tool กไ็ ดเ้ ช่นกัน ภาพที่ 8.15 การทำ Align and Distribution objects การสรา้ ง Swatch Color and Global Swatch Color มีวิธีการทำได้สองแบบ โดยการคลิกที่ Object แล้วมาคลิกไอคอน New Swatch บน Swatch Panel จะได้หน้าต่าง New Swatch ขึ้นมา จากนั้นทำการตั้งชื่อ หรือ คลิกสีบนแถบ เคร่ืองมอื แล้วลากไปท่ี Swatch Panel ก็จะได้สนี ัน้ เก็บไว้ท่ี Swatch Panel ถ้าดับเบ้ิลคลิกท่ีสีน้ัน ก็ จะมีหนา้ ตา่ ง Swatch Option จากนนั้ ให้ต้งั ชื่อ Color ถ้าตอ้ งการสร้างสนี ้ีให้เปน็ แบบ Global ก็ให้ คลกิ เลอื กที่ช่อง Global การเลือกเปน็ แบบ Global จะทำให้กรอบสนี ัน้ มีสัญลักษณ์สามเหลี่ยมท่ีมุม ล่างขวาใหเ้ หน็ ดว้ ย เพราะเมือ่ เปล่ยี นสที ีใ่ ช้ร่วมกนั ใน Object ท่เี ปน็ Global Color ก็จะมีการอปั เดต เปลีย่ นสีให้หมดทกุ Object ทไี่ ด้ใช้ Global Swath Color นี้
207 ภาพท่ี 8.16 การสรา้ ง Swatch Color การลบสีจาก Swatch Panel ก็เพียงแตค่ ลิกทีส่ ีนน้ั แลว้ มาคลิกทรี่ ปู ถัง จะมีหน้าต่างยืนยัน การลบสีนน้ั ให้กดเลือก Yes การสร้าง Color Group ให้ทำการเลือกสีบน Swatch Panel แล้วคลิกที่ไอคอน New Color Group จากนน้ั ทำการต้ังช่ือ การกำหนด Swatch Option ทำได้โดยคลิกสีบน Swatch Panel แล้วมาคลิกที่ไอคอน Swatch Options จากนน้ั ทำการปรบั ตง้ั คา่ สีต่าง การสร้าง Spot Color เหมือนการสร้าง Swath Color แต่เลือกเป็น Spot Color ในแถบ ของ Color Type (ประกอบด้วย Process Color and Spot Color) จะมีสัญลักษณ์ที่ตำแหน่ง เดียวกบั การสรา้ ง Global Color การใช้ Swatch Libraries Menu ไอคอนของ Libraries จะอยู่ที่มุมซ้ายล่างของ Swath Panel ถา้ ต้อการ Importing Swatch ให้คลิกเลือกที่ Other Library แล้วเลอื กไฟล์สีที่บันทึกเก็บไว้ ที่คอมพิวเตอร์ จะได้หน้าต่างสีขึน้ มาที่โปรแกรมอีกหนึง่ อัน ให้ดับเบิ้ลที่โฟลเดอร์สีที่ต้องการก็จะไป สร้างไว้ที่ Ai Swath Color แต่ถ้ามีการเปิดชิ้นงานใหม่จะต้องทำการ Import ใหม่ โดยใช้เมนู Window - Swatch Libraries - Other Libraries เช่นเดิม ถ้าต้องการส่งโฟลเดอร์สีมาเก็บไว้ใช้ที่ โปรแกรม ใหท้ ำการคลิกลกู ศรบนแถบ Swath - Save Swatch Library as ASE or as AI การสร้างตวั หนงั สือ ตัวหนังสือของโปรแกรม Illustrator จะเป็นตัวหนังสือที่สร้างบนเส้น Path ประกอบด้วย Point and Area text และวิธีการใช้งานเหมือนกับโปรแกรม Test in Photoshop การปรับขนาด และ Rotate เมื่อพิมพ์ตัวหนังสือแล้วสามารถปรับขนาดโดยการการใช้ Selection Tool คลิก ที่ Bounding box ลากปรบั ขนาดไดเ้ ลย
208 การสรา้ ง Link Area Text เริ่มแรกให้สร้าง Area text ขึ้นมาหนึ่งอันก่อน จากนั้นเมื่อพิพม์ข้อความใน Area แรกเต็ม แล้วจะเห็นเครืองหมาย + ที่กรอบด้านล่างขวา ให้เปลี่ยนเป็น Selection Tool ก่อน แล้วคลิกที่ Area Text แรก แล้วมาคลิกทเ่ี ครื่องหมาย + จะเหน็ เคร่อื งหมาย Area Text ทีเม้าส์ กใ็ หท้ ำการลาก แถบ Area Text เพ่มิ ใหมไ่ ด้เลย กรณีท่มี ีการสร้างกรอบ Area Text ไวก้ อ่ นแลว้ การ Link ให้คลกิ เครอื่ งหมาย + ของ Area Text แรกแล้วนำไปคลิกกับกรอบ Area Text ที่สรา้ งไวส้ ำหรบั การ Link ได้เลย ภาพที่ 8.17 การสร้าง Link Area Text การยกเลิกการ Link Area Text ให้คลิกที่เครื่องหมายมุมบนซ้ายของ Area Text ท่ี ต้องการยกเลิกการ Link จะเห็นเครื่องหมาย Unlink จากนั้นให้มาคลิกที่เครื่องหมายการ Link ท่ี ด้านลา่ งขวาของ Area Text ทีเ่ ป็นตวั ที่ Link ไว้ การสร้าง Type on Path ใหเ้ ปล่ียนเป็นเครอ่ื งมอื น้ี หรือขณะอยทู่ เ่ี ครือ่ งมือ Type ธรรมดา ให้กดปุ่ม Alt ก็ได้ หลังจากพิมพ์เสร็จแล้วให้เปลี่ยนเป็น Selection Tool ก็จะเห็นสัญลักษณ์ Control Handle ที่ใช้ในการปรับแต่ง การปรับแต่งหรือลากตัวหนังสือ ให้คลิกที่ก้านของ Handle ก้านของ Handle ใช้สำหรับลากเลื่อนตัวหนังสือ และก้านสำหรับเลือนเข้าออกด้านในและ นอก Path ใหน้ ำเมา้ ส์ไป Hover ที่กา้ นแตล่ ะก้าน จะมเี ครื่องหมายบอกไว้ เมื่อเลื่อนตัวหนังสือ แล้วทำให้บางส่วนไม่เห็น แสดงว่าต้องมีการลากเส้นปลายย้อนกลับ มาถงึ จะเหน็ การสรา้ งตวั อักษร 3 มติ ิ ขนั้ ตอนการทำ 1. เปิดเอกสารข้ึนมาใหม่ แลว้ พมิ พต์ วั อักษรตามต้องการพร้อมใส่สตี ามใจชอบ ภาพที่ 8.18 พมิ พ์ตวั อกั ษรตามตอ้ งการ
209 2. ไปท่เี มนู Effect > 3D > Extrude & Bevel ภาพท่ี 8.19 สร้าง Effect 3D 3. จะปรากฏหน้าตา่ งออกมา ให้ปรบั ตงั้ คา่ ดงั ภาพขา้ งลา่ งนี้ แล้วกด OK ภาพที่ 8.20 ตั้งคา่ 3D 4. เสร็จแลว้ จะได้รูปประมาณน้ี
210 ภาพที่ 8.21 ตวั อกั ษร 3 มิติ การวาดเส้นด้วยกล่มุ เคร่อื งมอื Pen Tool เราใชเ้ คร่ืองมือ Pen Tool วาดได้ทงั้ เสน้ ตรงและเส้นโค้งอสิ ระ โดยสามารถควบคุมเครื่องมือ ได้ง่ายและลงรายละเอยี ดไดอ้ ยา่ งแมน่ ยำ เครื่องมอื ในกล่มุ Pen Tool ภาพท่ี 8.22 เราใช้เครือ่ งมือ Pen Tool 1. วาดเส้นตรง เราสามารถใช้ Pen Tool สร้างเส้นตรง โดยกำหนดจุดยึดเพียง 2 จุด คือ จุดเริ่มต้นและจุดปลาย โดยเลือกเครื่องมือ Pen Tool ตัวชี้เมาส์จะเปลี่ยนเป็นรูปให้วาดจุดเริ่มต้น จากนั้นตัวชี้เมาส์จะเปลี่ยนไปเป็น ให้คลิกวาดปลาย เราจะได้เส้นตรงจากนั้นเราสามารถวาดพาธ เพิ่มเติมให้กลายเป็นรูปทรงแบบเปิดหรือแบบปิด โดยให้จุดสิ้นสุดของพาธเป็นจุดเดียวกับจุดเริ่มต้น ของพาธ ซ่ึงตัวช้ีเมาสจ์ ะเปลีย่ นเป็น บอกใหท้ ราบว่าเป็นเสน้ พาธแบบปดิ 2. วาดเสน้ โคง้ เราสามารถใช้ Pen Tool สร้างเสน้ โค้ง โดยกำหนดแขนปรับความโค้งได้ตาม ต้องการดังตัวอย่างต่อไปนีเ้ ส้นโค้งที่มีจุดเชื่อมต่อกันเป็นการเชื่อมต่อกันระหว่างเส้นโค้งกับเส้นโค้ง โดยเม่อื เส้นโค้งเหล่าน้ันเชื่อมต่อกันจะเกดิ เส้นโคง้ ทม่ี ีลักษณะท่แี ตกตา่ งกัน
211 ภาพที่ 8.23 เสน้ path การ Save ชิน้ งาน การ Save Artwork ใช้เมนู File - Save As ทำการตั้งชื่อ ในส่วนของ Save as type ให้เลือกเป็น Adobe Illustrator (*AI) เม่อื คลิก Save จะไปทีห่ นา้ Option ใหป้ ล่อยตามคา่ Default แล้วกด Save การ Save File บางครั้งการที่โปรแกรมที่ใช้นัน้ เปน็ เวอร์ชั่นใหม่กว่าผู้อืน่ ซึ่งใช้เวอร์ช่ันเก่ากวา่ อาจทำให้ไม่ สามารถเปิดชนิ้ งานที่ส่งไปใหไ้ ด้ ดังนัน้ ควรจะมกี ารปรับการ Save ชน้ิ เพอื่ ใหโ้ ปรแกรมรนุ่ เก่ากว่าเปิด ไดโ้ ดยใชเ้ มนู File - Save as เมื่อต้ังชือ่ แลว้ กด Save จากสว่ นน้ีใหเ้ ลือกในสว่ นของ Version ใหเ้ ป็น รุ่นทต่ี ้องการ แต่ถา้ เลือก Version ทตี่ ำ่ กวา่ มากอาจทำให้โปรแกรมตดั Attribute ในเวอรช์ ่ันใหม่ท่ีได้ สรา้ งขึ้นออกไป เพราะฉะนั้นตอนสร้างช้ินงานควรนึกถึงในสว่ นนด้ี ว้ ย ภาพท่ี 8.24 การ Save File
212 การ Saving Template คือการสร้าง Artwork เพื่อให้เป็นต้นแบบแล้วให้ผู้อื่นสามารถนำไปใช้ได้ เช่น Template ของ นามบตั ร ในการสรา้ งน้จี ะต้องทำการลอ็ คเลเยอรข์ อง Object ทีไ่ มต่ อ้ งการให้เปล่ยี นกอ่ นทำการ Save ดังนัน้ ผทู้ ่นี ำไปใช้ จะสามารถแกไ้ ขเฉพาะส่วนทก่ี ำหนดให้เปลยี่ นไดเ้ ท่าน้นั เช่น สามารถเปลี่ยน เฉพาะชือ่ แลว้ ก็สั่งพิมพ์ไดเ้ ลย วิธีการทำโดยใช้เมนู File - Save as Template นามสกุลของงานจะเป็น xxx.ait (adobe illustrator template) ส่วน Save as type กำหนดให้เปน็ Illustrator Template (*AIT) วิธีเปิด Template File ทำโดยใช้เมนู File - New from Template แล้วเลือกรูปแบบท่ี เป็น Preset หรือท่ีได้สร้างไว้มาใช้งาน การ Save ชน้ิ งานให้เปน็ PDF File การส่งงานในรปู แบบน้ดี ที ่ีสุด เพราะสว่ นมากทุกเครือ่ งจะมโี ปรแกรมอ่าน PDF File วิธที ำคือ ใช้เมนู File - Save as - PDF จากนั้นตั้งค่าในส่วนต่างๆ General : Adobe PDF Preset = เลือก เป็น Illustrator Default แต่ถ้าเลือก PDF/X จะเป็นรูปแบบของโรงพิมพ์, ส่วน Press Quality ดี ที่สุด, Smallest File Size เหมาะสำหรับเว็บ Standard = ระบบจะตั้งให้ตามการเลือกค่า Preset Compatibility = เป็นการเลือกรูปแบบโปรแกรมทีใ่ ช้ในการอ่านไฟล์สำหรับส่วนอืน่ ๆ ก็สามารถต้ัง ค่าไดอ้ ีกมามาย เช่น การต้ังค่า Security ลองปรับตั้งคา่ กันดนู ะครบั การ Save for Web วิธีนใ้ี ชเ้ พอ่ื การลดขนาดชิ้นงานให้เล็กลงเพ่ือเหมาะสมกับการใช้งานบนเวบ็ ไซด์ วธิ ีทำโดยการ ใช้เมนู File - Save for Web สามารถ Save เป็นไฟล์อะไรก็ได้ เช่น Jpeg, gif, png แต่ถ้าชิ้นงานมี Gradient ประกอบอยู่ด้วยไม่ควรทำเป็น Gif File จากนั้นกป็ รบั ตัง้ ค่าใหเ้ หมาะสมกับแต่ละประเภท ไฟล์ เพื่อให้ช้ินงานยงั คงรกั ษารายละเอยี ด ความสวยงาม การ Export to be High Resolution Bitmap Image โดยการ Export เป็น TIFF File ซึ่งเหมาะกับงาน Commercial Print วธิ ที ำคอื เปดิ เมนู File - Export - ทำการตง้ั ชอ่ื ชิน้ งาน และเลือกประเภทเป็น TIFF จะมหี น้าต่าง TIFF Option แสดงขึ้นมา เพ่อื ทำการตั้งคา่ ต่าง ๆ ตามภาพ ส่วนถา้ เลือก LZW จะทำให้มกี ารบบี อัดไฟลง์ าน ภาพที่ 8.25 การ Export เป็น TIFF File
213 การเตรียมไฟล์งานกอ่ นสง่ โรงพิมพ์ 1. ปรับโหมดสี CMYK (CMYK Mode) งานที่ต้องการจะส่งให้โรงพมิ พ์เพ่ือพิมพ์ชิ้นงาน ไฟล์งานควรอยู่ในโหมด CMYK เพื่อที่เวลา พมิ พ์ออกมา ผลงานจริงกับสีในจอจะไดต้ รงกนั วิธีตั้งค่าให้เป็น CMYK Mode ใน Illustrator (.ai) ตั้งค่าตั้งแต่ตอนสร้างไฟล์งานใหม่ : เข้า ไปท่ี File > New > หวั ข้อ Advanced > ตรง Color Mode > เลอื ก CMYK ภาพท่ี 8.26 ปรบั โหมดสี CMYK ตัง้ คา่ ตอน Export งาน : เข้าไปท่ี File > Export > เลอื กนามสกลุ ของไฟล์ > หวั ข้อ Image > ตรง Color Mode > เลือก CMYK 2 .ตงั้ คา่ ความละเอยี ดของไฟล์ (File Resolution) ในการออกแบบสิ่งพิมพ์ก่อนจะส่งงานให้โรงพิมพ์ ควรตรวจสอบ Resolution ก่อน ซึ่งมี หน่วยวัดเป็น DPI (Dots Per Inch) หรอื PPI (Pixels Per Inch) ยงิ่ DPI หรือ PPI มาก ความละเอียด และความคมชัดของภาพย่ิงสงู ข้ึนมากตาม ภาพที่แสดงบนจอจะมี Resolution อยู่ที่ 72 DPI แต่ถ้าเป็นงานสิ่งพิมพ์นั้นควรใช้ Resolution อยูท่ ี่ 300 DPI ภาพทไี่ ด้ออกมาจะมคี วามคมชัดและใหร้ ายละเอียดที่ดี วิธีตั้งคา่ Resolution ใน Illustrator (.ai) ตั้งค่าตัง้ แตต่ อนสร้างไฟล์งานใหม่ : เข้าไปที่ File > New > หวั ข้อ Advanced > ตรง Raster Effects > เลือก 300 หมายเหตุ : ไฟลอ์ าจทำใหเ้ ครื่องหนัก แนะนำให้ต้งั Resolution ตอน Export จะดกี วา่ ตั้งค่าตอน Export งาน : เข้าไปที่ File > Export > หัวข้อ Options > ตรง Resolution > เลอื ก 300
214 3. ระยะขอบและระยะตัดตก (Margin & Bleed) ระยะขอบ : ควรวางตวั หนังสอื หรือรูปที่ต้องการพมิ พ์ไว้ใน save zone คือจะอยู่ด้านในของ ของชิ้นงาน (Artboard) เข้ามาสัก 3-4 มม. Save zone คือพื้นที่ที่ปลอดภัยจากการความ คลาดเคลือ่ นในการตดั ชน้ิ งาน ระยะตัดตก : ควรเผื่อพื้นหลังชิ้นงาน (Background) ให้ใหญ่กว่า Artboard สัก 3-4 มม. เพอ่ื กันการเกดิ ขอบขาวหลงั พมิ พแ์ ละความคลาดเคล่อื นในการตัดชิน้ งาน วิธตี ัง้ ค่าหน้ากระดาษ (Artboard) ตงั้ คา่ ตัง้ แตต่ อนสรา้ งไฟล์งานใหม่ : เข้าไปที่ File > New > หัวข้อ Bleed > ตรง Top / Bottom / Left / Right > ใส่ระยะตดั ตกตามต้องการได้เลย เข้าไปท่ี View > Rulers > Show Rulers ทำการลากเส้น Guide Line เพื่อสร้างขอบของงาน โดยการลาก ออกมาจากตรงไม่บรรทัดดา้ นบนหรอื ด้านขา้ ง สว่ นขนาดของพนื้ ที่ในการทำชนิ้ งานสามารถกำหนดได้ เองโดยวดั จากไม้บรรทัด ภาพที่ 8.27 ตง้ั ค่าระยะขอบและระยะตดั ตก การทำงานพวกตัวอักษร, ไฟล์ภาพ หรือ การทำ Vector จะอยู่ในพืน้ ที่ของกรอบสีฟ้า ส่วน พน้ื หลงั หรือ Background จะใหญไ่ ปจนสุดขอบสีแดงทั้ง 4 ดา้ น เพอื่ กันกาดตัดทค่ี ลาดเคล่ือน 4. เปล่ียน Font ให้เปน็ Graphic (Create Outline & Convert to Shape) งานใด ๆ ที่ต้องการส่งให้โรงพิมพ์ทำการพิมพ์ หากมีตัวอักษรอยู่ในงานเพื่อไม่ให้เกิดปญั หา ตัวอกั ษร(Font) เพย้ี น ก่อนสง่ งานให้โรงพมิ พ์ควรแปลงตัวอกั ษร (Font) ใหเ้ ป็น วตั ถุ (Object) กอ่ น ทกุ คร้ัง แตโ่ ปรดจำไว้วา่ เมื่อใดกต็ ามทีค่ ุณทำการแปลงแลว้ น้ัน จะไมส่ ามารถแก้ไขตวั อกั ษรนนั้ ได้อีก ถ้าใช้โปรแกรม Photoshop คำสั่งในการเปลี่ยนคือ Convert to Shape แต่ว่าถ้าใช้ โปรแกรม Illustrator จะช่อื คำส่งั วา่ Create Outline วิธีเปล่ยี น ตัวอกั ษร (Font)ให้เป็น วัตถุ (Object) หลงั จากพมิ พข์ อ้ ความเสรจ็ ให้ คลิดขวาที่ Layer ตัวอกั ษรท่ตี อ้ งการ > เลอื ก Create Outlines
215 ภาพท่ี 8.28 ตัง้ ค่า Create Outline 5. ฝงั ไฟลร์ ปู ภาพ (Include Linked Files) การฝังไฟล์รูปภาพ (Include Linked Files) ในไฟล์งานเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาการเปิด ไฟลง์ าน แล้วโปรแกรมถามหารูป หรือรปู สญู หาย เน่อื งจากเราไมไ่ ด้แนบไฟล์รูปไปให้ดว้ ย แต่หากได้ ทำการฝังไฟลป์ ญั หาแบบน้ีก็จะไมเ่ กิด หมายเหตุ การฝังไฟล์(Include Linked Files) จะเหมาะกับไฟล์งานเล็ก ๆ แต่ถ้าไฟล์งาน ใหญ่ไมค่ วรฝงั ไฟล์ ควรแนบไฟลร์ ูปไปให้ดว้ ยมากกว่า เนื่องจากจะทำใหไ้ ฟลห์ นกั เกินไป วธิ ีฝังไฟล์รูปภาพ สามารถทำไดแ้ ค่เพยี งโปรแกรมเดียวเท่านนั้ กค็ อื Illustrator (.ai) การฝ่ัง ไฟลจ์ ะทำตอน Save ครัง้ แรก หรอื Save As เทา่ นั้น เขา้ ไปท่ี File > เลือก Save หรอื Save As > ตก๊ิ ถกู ท่ี Include Linked Files แป้นลัดของโปรแกรม illustrator cs6 คยี ์ลดั ใน Adobe Illustrator มีจำนวนมาก (เพราะใน panel และเครอื่ งมือแต่ละตวั ก็จะมี วิธีการกดคีย์ซ่อนอยดู่ ้วย ในเน้ือหานีจ้ ะเอามาแค่ทใี่ ช้งานกนั บ่อย ภาพที่ 8.29 แปน้ ลัดของโปรแกรม illustrator cs6
216 ภาพที่ 8.30 Shortcut คีย์ลัดของโปรแกรม illustrator cs6 ตารางท่ี 8.2 Shortcut คียล์ ัด Shortcut คยี ล์ ดั คำอธบิ าย Ctrl + N New \"สรา้ ง\" ไฟล์งานใหม่ Ctrl + O Open \"เปิด\" ไฟลง์ านเดิม F12 Revert (ย้อนกลบั การทำงานไปก่อนที่จะเซฟ) Ctrl + W Close \"ปดิ \" ไฟล์งาน Ctrl + S Save \"บนั ทึก\" ไฟล์งาน Ctrl + Shift + S Save..As ...\"บันทกึ \" ไฟล์งาน เปน็ ชื่อ หรือสกุลอื่น Ctrl + Alt + S Save a Copy (บนั ทกึ และคดั ลอกไปที่....) Ctrl + Shift + Alt + S Save for Web (บนั ทึกเป็นสกุลเว็บเช่น .JPG .GIF .NPG) Ctrl +Alt +P Document Setup (ตัง้ คา่ ไฟลง์ าน) Ctrl + P Print (สั่งพมิ พ์) Ctrl + Q Quit [Exit] (ออกจากโปรแกรม) Ctrl + Z Undo (ยอ้ นกลับการทำงาน) Ctrl + D Transform -> Transform Again (ใชซ้ ้ำคำสงั่ ย้ายวัตถทุ ี่ใชไ้ ปกอ่ น หนา้ )>(คลิกทวี่ ตั ถุและกดคีย)์ Ctrl + G Group (รวมวัตถใุ ห้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน) -->(คลิกเลอื กวตั ถุ \"หลายๆ ชนิ้ \" และกดคีย)์ Ctrl + A Select All (เลือกวัตถุทง้ั หมด) Ctrl + Shift + A Deselect All (\"ยกเลิก\" การเลือกวตั ถุทัง้ หมด)
217 Workshop ท้ายบทเรียน การสร้างดอกไม้ สร้างดอกไมส้ วยๆ ดว้ ยโปรแกรม Adobe Illustrator ง่ายๆ เพยี งไมก่ ่ขี นั้ ตอน มาเรม่ิ ทำกนั ภาพท่ี 8.31 ภาพตัวอย่างการสร้างดอกไม้ ขั้นตอนการทำ 1. เปิดโปรแกรมและสร้างพืน้ ทก่ี ารทำงานขนาด ตามความเหมาะสม จากนน้ั ใหเ้ ลอื กการทำงานกับ Polygon Tool ดงั ภาพตวั อยา่ ง ภาพที่ 8.32 ภาพการทำงานกับ Polygon Tool 2. ใช้ Effect โดยคลกิ ท่ี Effect>Distort & Transform>Pucker & Bloat… ภาพที่ 8.33 ภาพการใช้ Effect
218 ภาพท่ี 8.34 ภาพหลังการใช้ Effect ปรบั แต่ง เมอ่ื ต้งั คา่ ตามกำหนดแลว้ กด OK ภาพหกเหลีย่ มจะเปน็ ภาพดอกไม้ สวยๆ ทันที สรุป Adobe Illustrator เป็นโปรแกรมที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการออกแบบกราฟิก โดยท่ี โปรแกรมนี้มักจะนำไปใช้สำหรบั การวาดภาพ หรือการออกแบบสัญลักษณ์เนื่องจากเปน็ โปรมแกรมที่ ทำงานด้วยระบบ Vector ซึ่งเป็นการสร้างภาพกราฟิกจากการคำนวณของโปรแกรม โดยไม่ จำเป็นต้องกำหนดความละเอียดของภาพทำให้รูปภาพที่วาดจากโปรแกรมนี้มีความคมชัดสวยงาม และยงั สามารถปรับเปลยี่ นขนาดไดห้ ลายคร้งั โดยทคี่ ณุ ภาพของภาพยงั คงเดมิ จุดเด่นของ โปรแกรม Illustrator ภาพที่ได้จากการ วาดภาพ โดยใช้โปรแกรม Illustrator จะมีลักษณะเป็นภาพกราฟิกประเภทเวกเตอร์ ซึ่งจะมีความคมชัดอย่างมาก เนื่องจากลายเส้นของ ภาพ ประเภทเวกเตอร์ จะไมแ่ ตกเหมอื นกบั ภาพบิทแมพ โดยไฟล์ภาพท่ีไดจ้ ากโปรแกรม Illustrator จะได้ภาพทีม่ ีความคมชดั ไฟลท์ ไี่ ด้จะมนี ามสกุลเปน็ .ai, .pdf, .eps ทส่ี ามารถนำไปใชก้ ับโปรแกรมที่ มีความสามารถใน การออกแบบกราฟกิ อื่นๆ ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรม Photoshop, Flash, In Design ฯลฯ ภาพบนคอมพิวเตอร์นั้น มีวิธีการประมวลผล 2 แบบแตกต่างกัน คือ 1) การประมวลแบบ เวกเตอร์ (vector) เป็นการประมวลผลแบบอาศัยการคำนวณทางคณิตศาสตร์ โดยมีสีและตำแหน่ง ของสีที่แน่นอน ฉะนั้นไม่ว่าเราจะเคลื่อนย้าย ย่อ หรือ ขยาย ภาพก็จะไม่เสียรูปทรงทางเรขาคณิต โปรแกรม illustrator เป็นโปรแกรมทปี่ ระมวลผลภาพแบบเวกเตอร์ 2) การประมวลผลแบบบิตแมพ (Bitmap) เป็นการประมวลผลแบบอาศัยค่าสีในแต่ละพิกเซล โดยแต่ละพิกเซลจะมีการเก็บค่าสีที่ เจาะจงในแต่ละตำแหน่ง ซ่ึงเหมาะกบั ภาพท่มี ลี ักษณะแบบภาพถ่าย โปรแกรมทีป่ ระมวลผลภาพแบบ บติ แมพ ไดแ้ ก่ Photoshop , Paint เป็นตน้ โปรแกรม Illustrator ใหเ้ ราสามารถสร้างภาพโดยเริ่มจากหนา้ กระดาษเปลา่ เหมอื นจิตรกร ทเ่ี ขียนภาพลงบนผืนผา้ โดยใน Illustrator จะมีทง้ั ปากกา พู่กนั ดนิ สอ และอปุ กรณก์ ารวาดภาพอน่ื ๆ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423