Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เอกสารประกอบการสอน - เทคโนโลยีสารสนเทศยุคดิจิทัลในธุรกิจบริการอาหาร

เอกสารประกอบการสอน - เทคโนโลยีสารสนเทศยุคดิจิทัลในธุรกิจบริการอาหาร

Published by jirajitsupa, 2022-08-15 08:56:58

Description: เอกสารประกอบการสอน - เทคโนโลยีสารสนเทศยุคดิจิทัลในธุรกิจบริการอาหาร

Search

Read the Text Version

219 ซ่งึ เราสามารถนำมาใช้สร้างงานได้หลากหลายรูปแบบ เชน่ งานสื่อส่งิ พมิ พ์ โบรชัวร์ นามบัตร หนังสือ งานออกแบบทางกราฟิก โลโก้ งานด้านการ์ตนู งานดา้ นเวบ็ ไซต์ คำถามท้ายบท 1. จงระบคุ ุณสมบัติของโปรแกรม Adobe Illustrator 2. จงอธบิ ายจดุ เดน่ ของโปรแกรม Adobe Illustrator 3. นามสกุลของโปรแกรม Illustrator คืออะไร 4. Transform Tool คือกลมุ่ คำส่ังเก่ยี วกบั อะไร 5. เราวาดภาพการต์ นู ง่ายๆ ได้โยใช้เครือ่ งมือใดใน illustrator 6. Illustrator แบง่ การใช้งานไดก้ ปี่ ระเภท จงอธบิ ายพอสังเขป 7. จงอธบิ ายการเตรียมไฟลง์ านก่อนสง่ โรงพิมพ์พอสงั เขป

220 เอกสารอ้างอิง ณฐั พชั ร์ หลวงพล. (2556). การใช้โปรแกรมกราฟกิ Adobe Illustrator CS6. กรุงเทพฯ: มีเดีย อนิ เทลลิเจนซ์ เทคโนโลยี ธนชั สร จิตตเ์ นอื่ ง. (2556). คมู่ ือใชง้ าน Illustrator CS6. กรงุ เทพฯ: สวัสดี ไอที. ปิยะ นากสงค์ และมนสั สินี ล่ำสนั เทียะ. (2563). วาดลายเส้น เวกเตอร์ ภาพเหมือน ภาพการ์ตูน คลปิ อาร์ต Illustrator CS6 + CC 2020 ฉบับสมบูรณ์. กรงุ เทพฯ: ซมิ พลฟิ าย. ปยิ ะบตุ ร สทุ ธดิ ารา และอนนั วาโซะ. (2553). เรียนรูก้ ารทำงานกราฟกิ ดีไซน์สิง่ พมิ พ์แบบมอื อาชีพ (Graphic Design Artwork Photoshop + Illustrator). นนทบรุ ี: ไอดีซี พรเี มียร์. มนสั สนิ ี ล่าสนั เทยี ะ. (ม.ป.ป.). Workshop Illustrator CS6 Graphic Design +CD. กรุงเทพฯ: ซมิ พลฟิ าย. วรเกษมสันต์ สิรศิ ุภรัชต์. (2556). สร้างสรรคง์ านกราฟกิ ให้โดดเดน่ สะดุดตาดว้ ย Adobe Illustrator CS6. กรุงเทพฯ: เนต็ ดไี ซน์ พับลชิ ช่ิง

221 แผนการสอนประจำสัปดาห์ท่ี 9 หัวข้อเร่ือง การสร้างสอ่ื VDO Presentation ด้วยโปรแกรม Adobe Premier เบ้ืองต้น คร้งั ที่ 1 รายละเอียด เนื้อหาประจำสัปดาห์ที่ 9 เน้นให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ความหมายของวิดีโอ คลิป ขั้นตอนการผลิตวิดีโอคลิป เรียนรู้ซอฟต์แวร์และการตัดต่อวิดีโอคลิป และ Workshop วาง แผนการผลติ วิดีโอ รา่ งสตอรี่บอรด์ (storyboard) จำนวนชัว่ โมงท่ีสอน 4 ชวั่ โมง วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจกระบวนการสร้างสื่อ VDO Presentation ด้วย โปรแกรม Adobe Premier เบอื้ งตน้ 2. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้และสามารถประยุกต์ใช้โปรแกรมในการสร้างสื่อ VDO Presentation เบอื้ งต้นได้ 3. เพอ่ื ใหผ้ ูเ้ รียนมีความรแู้ ละสามรถในการออกแบบ วางแผน ร่างสตอรีบ่ อร์ด (storyboard) ในการผลิตวดิ ีโอ กิจกรรมการเรยี นการสอน 1. ใช้วิธีสอนแบบร่วมมือ โดยอาศัยทักษะและเทคนิคการสอนที่ใหผ้ ู้เรียนแสวงหาความรูด้ ้วย การพ่งึ พาและเกอื้ กูลกนั มีการปรึกษาหารอื อยา่ งใกลช้ ดิ ในประเด็นศึกษาทีม่ อบหมาย ผ้สู อน กำหนดและมอบหมายงานให้ผู้เรียนรับผิดชอบเป็นกลุ่มๆ โดยให้ใช้ทักษะปฏิสัมพันธ์ ระหว่างบุคคลและทักษะการทำงานกลุ่ม ความคิดวิเคราะห์ การระดมพลังสมอง และการ แสดงความคดิ เห็นที่เหมาะสมพร้อมทง้ั จดั ทำสรปุ เปน็ ผลงานส่งผ้สู อน 2. ใช้วิธีสอนแบบแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน โดยอาศัยทักษะและเทคนิคการสอนที่ให้ผู้เรียน ศึกษาประเด็นศึกษาต่าง ๆ ตามใบงานและให้เชื่อมต่อความคิดเห็นและเนื้อหาสาระด้วย เทคนิคการเชื่อมความรู้ (Jigsaw) จากการปฏบิ ัติงานตามที่กำหนดไว้ในใบงานโดยใช้ทักษะ กระบวนการกลุ่มและทักษะการสรุปความแลว้ จัดทำผลการศึกษานำเสนอหน้าช้ันเรียน โดย ใชส้ ื่อนำเสนอดว้ ยภาพเลือ่ น (PowerPoint) ประกอบและผสู้ อนสรปุ ประกอบอกี คร้ัง 3. ใช้วิธีสอนแบบศึกษาเรยี นรูด้ ้วยตนเอง โดยให้ผู้เรียนศึกษาข้อมูลจากใบความรู้และเอกสาร ประกอบการเรียนรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศยุคดิจิทัลในธุรกิจบริการอาหารและการ

222 เรียนรตู้ า่ ง ๆ ตลอดจนหนังสอื เอกสารและแหล่งเรยี นรู้ท่ีแนะนำและนำความรู้ท่ีได้ศึกษามา สรา้ งเปน็ ผลงานและนำเสนอผลงานและรายงานสง่ ผสู้ อน 4. ใชว้ ธิ ีสอนแบบซปิ ปา ท่ีเนน้ ใหผ้ ้เู รียนไดม้ ีส่วนรว่ มในกิจกรรมการเรียนการสอนท่ีเน้นผู้เรียน เป็นสำคัญโดยให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มศึกษาตามใบความรู้ประเด็นต่าง ๆ และช่วยกันรวบรวม ความร้แู ละสร้างองคค์ วามรู้ มปี ฏสิ ัมพันธก์ บั ส่งิ แวดล้อมและบุคคล มีส่วนร่วมทางกายและมี โอกาสเคลอ่ื นไหวรา่ งกาย ในขณะปฏบิ ตั กิ ิจกรรมลักษณะต่าง ๆ รว่ มกันเรยี นรู้กระบวนการ คิด กระบวนการแกป้ ัญหา การแสวงหาความรู้และการประยุกต์ใช้ โดยนำความรู้ที่ไดจ้ าก การเรียนรู้ไปประยกุ ตใ์ ช้ในสถานการณ์อน่ื หรือเชอื่ มโยงสร้างองคค์ วามรู้ทเ่ี ปน็ สาระใกล้เคียง กนั ตามทผี่ สู้ อนกำหนดขึน้ 5. ใช้วิธีสอนแบบให้ฝึกและปฏิบัติ โดยผู้สอนมอบหมายให้เรียนได้กระทำซ้ำด้วยการตอบ คำถามทบทวนเพื่อพัฒนาทักษะ และเทคนิคการปฏิบัติจริงในสิ่งที่ได้เรียนมา โดยมีผู้สอน คอยให้คำปรกึ ษาและคำตอบขอ้ สงสยั ทำใหเ้ ป็นการเรยี นร้จู ากประสบการณต์ รง ดว้ ยการลง มือกระทำจริง ทำให้เห็นคุณค่าของสิ่งที่เรียนรู้และจำจำเข้าใจสิ่งเรียนรู้ได้ดี สามารถ ถา่ ยทอดหรือเชอื่ มโยงการเรยี นรไู้ ปใช้ในสถานการณเ์ ดียวกนั ได้ ส่อื การเรียนการสอน 1. เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศยคุ ดิจทิ ลั ในธุรกจิ บรกิ ารอาหาร 2. สื่อประกอบการสอนแบบภาพสไลด์ (Power Point) 3. ส่ืออุปกรณค์ อมพวิ เตอร์ 4. เอกสารและหนังสืออา่ นประกอบเพือ่ การศกึ ษาคน้ คว้าเพม่ิ เติม 5. การศกึ ษาเว็บไซตเ์ พ่มิ เติมทเ่ี กยี่ วข้อง แผนประเมินผลการเรียนรู้ 1. ผลการเรียนรู้ 1.1. ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม 1.1.1. มีจิตสำนกึ และตระหนักในการปฏิบัตติ ามจรรยาบรรณวชิ าชพี 1.1.2. ความมวี ินัย ตรงต่อเวลา และมคี วามรับผิดชอบต่อตนเองและสงั คม เคารพกฎระเบียบ และข้อบงั คับตา่ ง ๆ ขององคก์ รและสงั คม 1.1.3. การตระหนกั ในคณุ คา่ ของคุณธรรม จริยธรรม และความซือ่ สัตยส์ จุ รติ 1.1.4. เคารพสิทธแิ ละยอมรับฟงั ความคดิ เห็นของผู้อ่นื 1.1.5. การมจี ติ สาธารณะ เออื้ เฟอ้ื เผื่อแผ่ 1.2. ด้านความรู้ 1.2.1. มีความรู้ ความเข้าใจ ในหลักการ แนวคิด ทฤษฎี และเนื้อหาสาระสำคัญของ รายวิชาท่เี กยี่ วข้องเพอื่ สามารถนำมาประยกุ ตใ์ ช้ในการประกอบวิชาชพี 1.2.2. มีทกั ษะ และความชำนาญ ในงานด้านวชิ าชพี

223 1.2.3. สามารถในการนำความร้มู าประยกุ ต์ใชใ้ นบริบททางวชิ าการและวิชาชพี 1.2.4. มีความสามารถในการศึกษาค้นคว้าและพัฒนาความรู้ของตนเองได้ และสามารถ บูรณาการความรใู้ นศาสตรต์ า่ ง ๆ ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง เพื่อใชเ้ ป็นประโยชน์ในวชิ าชีพได้ 1.3. ด้านทกั ษะทางปญั ญา 1.3.1. สามารถคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เพื่อหาข้อเท็จจริง หรือต้นเหตุของปัญหา และ เสนอแนวทางการแก้ไขได้อย่างสร้างสรรค์ 1.3.2. มีความสามารถในการทำความเข้าใจและประเมินข้อมูล แนวคิดและหลักฐาน ใหม่ๆ จากแหล่งขอ้ มลู ท่ีหลากหลาย และใช้ขอ้ สรปุ ท่ีได้ในการพฒั นางานในวชิ าชพี 1.3.3. สามารถถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้อื่น 1.4. ด้านทกั ษะความสัมพันธ์ระหว่างบคุ คลและความรบั ผิดชอบ 1.4.1. รับผิดชอบในการทำงานที่ได้รบั มอบหมายทัง้ รายบคุ คลและงานกลุ่ม 1.4.2. สามารถปรับตวั ในและทำงานร่วมกับผอู้ ่ืนทั้งในฐานะผู้นำและสมาชกิ กลุ่มไดอ้ ย่าง มีประสิทธิภาพ 1.4.3. มคี วามสามารถในการวางตวั และแสดงความคดิ เหน็ ได้อยา่ งเหมาะสมกบั บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ 1.4.4. มีบุคลิกภาพที่ดี และมมี นษุ ยสัมพนั ธ์ 1.4.5. มีความสามารถในการวางแผนและรับผิดชอบในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองและ วิชาชพี อย่างต่อเนอื่ ง 1.5. ด้านทกั ษะการคิดวิเคราะหเ์ ชงิ ตัวเลขการสือ่ สาร และการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ 1.5.1. สามารถนำเทคนคิ ทางสถิติหรอื คณิตศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และเทคโนโลยี อื่นๆ ที่เกย่ี วข้องมาประยกุ ต์ใชใ้ นการสืบค้น วเิ คราะห์ข้อมูล แปลความหมาย และ เสนอแนวทางในการพฒั นางาน หรือ แก้ไขปัญหาไดอ้ ยางสรา้ งสรรค์ 1.5.2. สามารถสอื่ สาร สามารถสรปุ ประเด็นจากส่ิงท่ีได้เหน็ และฟัง ถา่ ยทอดและนำเสนอ ข้อมลู ได้อย่างสรา้ งสรรคแ์ ละมปี ระสิทธภิ าพ 1.5.3. สามารถติดตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นวัตกรรม และสถานการณ์โลกโดย ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ 2. วิธปี ระเมนิ ผลการเรียนรู้ 2.1. คณุ ธรรม จริยธรรม 2.1.1. นกั ศกึ ษาประเมินผลการเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง ก่อนและหลงั การเรียน 2.1.2. ประเมนิ โดยอาจารย์จากการสงั เกตพฤติกรรมการแสดงออกตามปกติของนกั ศกึ ษา 2.1.3. ผูใ้ ชบ้ ณั ฑิตประเมินคุณธรรมจรยิ ธรรมของบณั ฑิต 2.1.4. ประเมนิ ผลพฤติกรรมผู้เรียนจากการสังเกตในกิจกรรมต่าง ๆ ทัง้ ในและนอกชั้นเรียน ทงั้ ในด้านระเบียบวนิ ัย ความรับผิดชอบ การมีน้ำใจ ซ่ือสัตย์ มีสมั มาคาราวะ และรู้จัก กาลเทศะ

224 2.1.5. ประเมินผลผู้เรียนจากการปฏิบตั ิงานที่ได้รับมอบหมาย ทั้งด้านความรับผิดชอบ การ ตรงตอ่ เวลา ความซ่ือสตั ย์ และการมนี ้ำใจเออ้ื เฟือ้ เผอ่ื แผ่ 2.2. ความรู้ 2.2.1. ประเมินผลความรู้ของผู้เรยี นจากผลงานระหวา่ งภาค เช่น การบา้ น การเขยี นรายงาน การทดสอบยอ่ ย การนำเสนอรายงานการคน้ ควา้ หน้าชน้ั เรยี น 2.2.2. ประเมินผลความรู้ของผู้เรยี นจากการสอบข้อเขียน การสอบปฏบิ ัติ 2.2.3. ประเมนิ ผลความรู้ของบัณฑิตโดยการสำรวจความคิดเห็นของผู้ใชบ้ ัณฑติ 2.3. ทักษะทางปัญญา 2.3.1. ประเมนิ จากผลงานการแกไ้ ขปัญหาท่ไี ด้รับมอบหมาย 2.3.2. ประเมินโดยการสอบข้อเขียนด้วยโจทย์ทตี่ อ้ งใช้ทกั ษะทางปญั ญา 2.3.3. ประเมินรายงานผลการวจิ ัย 2.3.4. ประเมนิ จากการปฏิบัติงานและกิจกรรมท่ีได้รบั มอบหมาย ในการแก้ไขโจทย์ปัญหาท่ี ซบั ซ้อน 2.4. ทกั ษะความสมั พันธร์ ะหวา่ งบุคคลและความรับผดิ ชอบ 2.4.1. มอบหมายนกั ศกึ ษาประเมนิ ตนเองและเพ่อื นในกลุ่ม สรปุ ผลและมีการประเมินโดยใช้ เสียงส่วนใหญ่ 2.4.2. สงั เกตพฤติกรรมในชน้ั เรียน 2.4.3. ประเมินผลจากการทำกจิ กรรมและการปฏิบตั ิงานที่ได้รับมอบหมาย 2.5. ทักษะการคิดวเิ คราะห์เชงิ ตัวเลข การส่ือสาร การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ 2.5.1. ประเมินจากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสืบค้นข้อมูลด้วย เทคโนโลยีสารสนเทศท่ีมอบหมายแตล่ ะบุคคล 2.5.2. ประเมินจากการสอบข้อเขียนในการแกโ้ จทยป์ ญั หาเชงิ ตัวเลขทไ่ี มเ่ คยพบมากอ่ น 2.5.3. ประเมนิ ทักษะการสอื่ สารดว้ ยภาษาเขยี นจากรายงานแต่ละบุคคลหรือรายงานกลุ่มใน สว่ นทนี่ ักศกึ ษานนั้ รับผิดชอบ 2.5.4. ประเมินทักษะการสื่อสารด้วยภาษาพูดจากพัฒนาการในการนำเสนอรายงานในช้ัน เรยี น การนำเสนอสัมมนา การนำเสนอนิทรรศการโครงงานต่อผู้เย่ยี มชมด้วยวาจา 3. สดั สว่ นของการประเมนิ รอ้ ยละ 10 รอ้ ยละ 40 3.1. ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ร้อยละ 30 3.2. ดา้ นความรู้ 3.3. ด้านทักษะทางปญั ญา รอ้ ยละ 10 รอ้ ยละ 10 3.4. ด้านทักษะความสมั พนั ธ์ระหว่างบคุ คลและความรบั ผิดชอบ 3.5. ดา้ นทกั ษะการคิดวเิ คราะหเ์ ชิงตัวเลข การส่ือสาร และการใชเ้ ทคโนโลยี

225 เนื้อหาท่สี อน วีดีโอ ได้กลายเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของมัลติมีเดีย เนื่องจากนำเสนอข้อมูลหรือใช้เป็น ส่ือกลางในการเรียนรผู้ า่ นระบบเครือข่ายคอมพวิ เตอร์ได้เปน็ อย่างดี วดิ ีโอยังถือเป็นองค์ประกอบหน่ึง ท่ีใช้ในการเชอ่ื มต่อกับองคป์ ระกอบต่างๆ ภายในมลั ตมิ เี ดยี และเปน็ เคร่ืองมอื ประสิทธิภาพสูงในการ ชั ก น ำให้ ผู ้ น ำให้ ผู้ ชมมีคว ามรู ้สึ ก ร่ วมกั บสื ่อ ได้ เป็น อย ่ างดีภาย ในมั ลติมี เดีย และเคร ื ่อ งมือ ที่มี ประสิทธิภาพสูง โดยเนื้อหาจะนำเสนอ ชนิดของวีดีโอระบบของวีดีทัศน์ในปัจจุบัน คุณสมบัติและ รปู แบบไฟลว์ ิดีโอ ข้ันตอนการผลติ และโปรแกรมสำหรับจดั การวิดีโอ ความเปน็ มาของวดิ ีโอ วิดีโอเปน็ สอ่ื ท่นี ิยมนำมาใช้กับงานมลั ตมิ ีเดีย เน่ืองจากเปน็ สอื่ ทม่ี ีการรวมสอื่ อ่ืนๆ ไวด้ ้วยกนั อย่างสมบูรณ์ทั้งภาพเคลื่อนไหวที่สามารถแสดงขั้นตอนการทำงานของสิ่งต่าง ๆ ได้ เสียงที่เพิ่ม อรรถรสให้กับสื่อ ภาพนิ่งที่บอกเล่าเรื่องราวความรู้สึกได้เป็นอย่างดี ข้อความที่สามารถสื่อ ความหมายในเชงิ นามธรรมได้ ลักษณะการทำงานของวิดีโอ กล้องวิดีโอเป็นการนำเอาหลักการของแสงที่ว่า “แสงตก กระทบกบั วัตถแุ ลว้ สะท้อนสเู่ ลนส์ในดวงตาของมนษุ ย์ทำให้เกิดการมองเหน็ ” มาใชใ้ นการสร้างภาพ ร่วมกับวงจรอิเล็กทรอนิกส์ แล้วบันทึกภาพเป็นสัญญาณ Analog จากนั้นสง่ สัญญาณไปทีเ่ ทปวดี ีโอ (VCR : Videocassette recorder) โดยการแปลงสัญญาณเป็น Digital แล้วบันทึกลงบนอุปกรณ์ บันทึกข้อมูลด้วยหลักการของสนามแม่เหล็ก การบันทึกจะต้องทำผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า “หัวเทป วดิ โี อ” ซึ่งสามารถบันทึกไดท้ ้งั ภาพ (Video track) เสยี ง (Audio track) และขอ้ มลู ควบคมุ การแสดง ภาพ (Control Track) ภาพที่ 9.1 How VCRs Work ทม่ี า: Brain Marshall. 2000.

226 ชนิดของวีดีโอ วดิ โี อทใ่ี ช้งานในปัจจบุ ันสามารถแบ่งออกได้ 2 ชนดิ คอื วดิ ีโอแบบแอนะล็อกและวิดโี อแบบ ดจิ ิทลั 1. วิดโี อแบบแอนะล็อก เป็นวิดโี อทท่ี ำการบนั ทกึ ข้อมูลภาพและเสยี งใหอ้ ยู่ในรปู ของสัญญาณไฟฟ้า หรอื สัญญาณคล่นื ด้วยกล้องถา่ ยถ่ายวิดโี อ ได้แก่ วดิ ีโอระบบ VHS (Video Home System) หรอื Hi8 ซงึ่ เปน็ ระบบแอนะลอ็ ก ภาพท่ี 9.2 VHS Tapes ทม่ี า: Sophia Bennett. 2015. 2. วิดโี อแบบดจิ ทิ ัล เป็นวิดโี อทท่ี ำการบนั ทึกข้อมูลภาพและเสียงในรูปภาพและเสียงในรูปสัญญาณ ดิจิทัล คือ 0 กับ 1 จึงทำให้สามารถบันทึกข้อมูลลงบนฮาร์ดดิสก์ซีดีรอม ดีวีดี) บลูเรย์ หรือ อปุ กรณ์บนั ทกึ ข้อมูลอ่ืนๆ ที่มขี นาดเลก็ แตม่ ีความจุสงู ได้ เนื่องจากปัจจุบนั มีเทคโนโลยีในการบีบ อดั ให้ข้อมูลมขี นาดเล็กลงและการตดต่อข้อมูลภาพและเสียงในระบบดิจทิ ัลน้นั ทำได้ง่ายเนื่องจาก สามารถนำเข้าและส่งออกข้อมูลได้ง่ายโดยมีคุณภาพในภาพยังคมชัดเหมือนต้นฉบับ สามารถ ส่งผลผ่านในการเล่นไฟล์วิดีโอและสามารถเล่นกลับไปกลับมาได้โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาในการ ย้อนกลับไปม้วนเทปเหมือนในระบบแอนะล็อก ด้วยเหตุนี้จึงเป็นวิดีโอในระบบแอนะล็อกได้รับ ความนยิ มน้อยลง ภาพท่ี 9.3 เครื่องอา่ นแผน่ บลูเรยแ์ บบพกพารุ่นใหม่จากซมั ซงุ ทมี่ า: Overclockzone, Website. 2011.

227 ระบบของวิดโี อ ระบบวิดีโอมีความสัมพันธ์การนำไฟล์วดิ ีโอไปเผยแพร่ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งไฟล์วิดีโอนัน้ ๆ จะสามารถเปิดกับโทรทัศน์หรือเครื่องเล่นได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการกำหนดค่าของระบบวิดีโอใน ขั้นตอนการตัดต่อด้วย ซึ่งระบบวิดีโอสามารถแบ่งได้เป็น ระบบ NTSC ระบบ PAL ระบบ SECAM และระบบ HDTV โดยนำเสนอรายละเอียดดังนี้ ภาพที่ 9.4 Television encoding systems ท่ีมา: Wikipedia, Website. n.d. 1. ระบบ NTSC เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในด้านโทรทัศน์และวิดีโอในสหรัฐจัดตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1940 เป็นการเข้ารหัสข้อมูลแบบสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ กำหนดให้สร้างภาพด้วยเส้นใน แนวนอน 525 เสน้ ตอ่ เฟรม ในอตั ราการแสดงภาพ 30เฟรมต่อวนิ าทีมสี ี 16 ลา้ นสี 2. ระบบ PAL (Phase Alternate Line) เปน็ ระบบการกระจายสญั ญาณของโทรทศั น์ที่พฒั นาขึ้น โดยวิศวกรชาวเยอรมันชือ่ Walter Bruch ในปี 1963 กำหนดให้สร้างภาพด้วยเส้นในแนวนอน 625 เส้นต่อเฟรมในอัตราการแสดงภาพ 25 เฟรมต่อวนิ าที 3. ระบบ SECAM (Sequential Color and Memory) เป็นมาตรฐานของการแพร่สัญญาณ โทรทัศนแ์ ละวิดีโอที่พฒั นาดว้ ยท่ปี ระเทศฝรั่งเศสเริ่มใช้ครัง้ แรกเมือ่ ปี 1967 กำหนด ให้สร้างภาพ ดว้ ยเส้น 625 ตอ่ เส้นเฟรม ในอตั รา 25เฟรมต่อวินาที 4. ระบบ HDTV (High Definition Television) เป็นเทคโนโลยีของการแพร่ภาพโทรทัศน์ใน ระบบดิจิทัลที่ถกู พฒั นาขึน้ มา เพือ่ แสดงภาพที่มรี ายละเอียดสูง คือ 1280×720 พกิ เซล

228 ภาพที่ 9.5 HDTV Features ทมี่ า: Olin Coles. 2008. คณุ สมบัตขิ องวดิ โี อ ไฟล์วิดีโอที่ได้จากการถ่ายทำภาพยนตร์หรือจากสื่อบันทึกต่าง ๆ หรือไฟล์หลังการตัดต่อ วิดีโอเสร็จแล้วนั้น จะมีคุณสมบัติของไฟล์ที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจน เพื่อให้สามารถนำไฟล์วดิ ีโอไปใช้ งานไดม้ ีประสทิ ธิภาพและตรงตามคุณสมบัตขิ องไฟลด์ ั้งเดิม ควรคำนึงถึงสงิ่ ดงั นี้ 1. อตั ราความเร็วในการแสดงผลภาพ (Frame Rate) ความเร็วในการแสดงภาพเคล่อื นไหวต่อหนงึ่ หนว่ ยเวลา มหี น่วยเปน็ เฟรมต่อวินาที (fps) โดย คา่ Frame Rate ทีจ่ ะทำใหเ้ กิดภาพยนตร์ได้ จะตอ้ งมคี า่ ประมาณ 7 – 10 fps ค่าของ Frame Rate ต้นฉบับ ควรจะมีค่าเทา่ กบั Frame Rate ของชิ้นงานสดุ ท้ายหลังการแปลงไฟล์ภาพยนตร์เพือ่ นำไป เผยแพร่ เพ่ือใหก้ ารแสดงผลมีความถกู ตอ้ งไม่สะดุด 2. การแบ่งชว่ งเวลา (Time-based) การแบ่งช่วงเวลาในการตัดต่อออกเป็นส่วนๆ ใน 1 วินาที โดยค่านี้จะมีความสัมพันธ์กับ Frame Rate คือ ค่าของการแบ่งช่วงเวลาจะต้องเท่ากับค่าของ Frame Rate เพื่อให้การแสดงผล ภาพมีความถูกตอ้ งและไมส่ ะดดุ ขณะนำไปเผยแพร่ 3. อัตราการบีบอัดข้อมลู และภาพเสียง (Data Rate) อตั ราการส่งขอ้ มลู เพื่อแสดงผลภาพเคลอื่ นไหวในระบบดิจิตอล ซึง่ เป็นคา่ เดียวกบั คำว่า “Bit Rate (ความเร็วในการส่งข้อมูล)” โดยมีหน่วยย่อยท่ีสุดคือ บิตต่อวินาที (bps) การกำหนดค่า Data Rate นี้ หากกำหนดให้มีค่ามาก จะทำให้คุณภาพของไฟล์วิดีโอสูง แต่ข้อเสียก็คือจะกินเนื้อที่ใน ฮารด์ ดิสก์มาก 4. ค่าความละเอยี ดและอัตราของการแสดงผล (Aspect Ratio) ขนาดของเฟรม เป็นขนาดของความกว้าง x ความยาวของเฟรม ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับค่า Aspect Ratio โดยตรงเน่ืองจาก Aspect Ratio คือ อัตราส่วนความยาว : ความกว้างของเฟรม เช่น Aspect Ratio เทา่ กบั 4 : 3 หมายความว่าเราตอ้ งกำหนดขนาดของเฟรมในการแสดงผลเปน็ (1024

229 : 768), (800 : 600), (640 : 480) ขนาดของเฟรมจะส่งผลต่อความคมชัดของการแสดงภาพ หากเรา กำหนดขนาดเฟรมให้มีขนาดเล็กเกนิ ไปเม่อื นำมาแสดงผลกต็ ้องนำมาขยาย ซง่ึ ถา้ ขยายเกนิ ขนาดมาก ไปจะทำให้เม็ดสีแตกภาพที่ได้จะไม่คมชัด เราจึงต้องกำหนดขนาดของเฟรมให้มีขนาดพอดีกับการ แสดงผลดว้ ย 5. การบบี อดั ขอ้ มูล (Compression) ไฟล์วิดีโอเป็นการแสดงภาพที่มีความตอ่ เนื่อง จึงทำให้ไฟล์มีขนาดใหญ่ จึงต้องมีการบีบอัด ข้อมูล เพื่อให้ขนาดไฟล์เล็กลง เรียกว่า “Codec” ไฟล์วิดีโอที่มีการเข้ารหัสที่เราได้ยินบ่อย ๆ ก็คือ MPEG-1, MPEG-2, MPEG-4 หรอื DIV4 เปน็ ตน้ ข้นั ตอนการผลติ วดิ ีโอ 1. วางโครงเรื่อง ขั้นตอนแรกในการผลิตวิดีโอจะต้องวางแผน โดยขั้นตอนนี้จะเป็นการวางแผน ออกแบบเรอ่ื งราว ซ่ึงสามารถจำแนกได้ดงั น้ี 1.1 การร่างเนื้อเรื่อง เป็นเหตุการณ์หรือเรื่องราวที่เกิดขึ้นโดยมีจุดเริ่มต้นและดำเนินไปยัง จดุ สน้ิ สดุ 1.2 เรื่องย่อ เป็นเรื่องย่อขนาดสั้นซึ่งอาจเขียนเป็นโครงเรื่องเป็นจุดเริ่มต้นของภาพยนตร์ เน้ือ เรื่องต้องมีความน่าสนใจและมีการตั้งคำถามว่า จะมีอะไรเกิดขึ้นและสามารถพัฒนาขยาย เปน็ โครงเรอื่ งใหญ่ได้ 1.3 โครงเรื่องขยาย เป็นการเล่าเรื่องลำดับเหตุการณ์อย่างมีเหตุผลโครงเรื่องจะประกอบด้วย เหตุการณ์หลกั และเหตุการณร์ อง 1.4 ตวั ละคร มีหนา้ ท่ีดำเนนิ เหตุการณ์จากจุดเร่ิมตน้ ไปยงั จดุ สน้ิ สุดของเรื่อง 1.5 บทสนทนา เป็นถ้อยคำทีก่ ำหนดให้แตล่ ะตัวละครได้ใช้แสดงโตต้ อบกันใชบ้ อกถึงอารมณ์ใน การดำเนินเรือ่ ง และสื่อสารกบั ผู้ชม 1.6 บทภาพหรือสตอรี่บอร์ด เป็นการนำภาพยนตร์มาลำดับและที่อธิบายด้วยภาพ ซึ่งสามารถ แนวทางสำหรับการถ่ายทำ อีกทั้งยังช่วยให้ทีมงานใช้เป็นวิธีการคาดคะแนนภาพล่วงหน้า กอ่ นการถา่ ยทำว่าเมอื่ ภาพถ่ายเสร็จแล้วภาพยนตรจ์ ะออกมาเปน็ ลักษณะใด โดยสตอร่บี อร์ด จะประกอบไปด้วย ตัวละคร ตำแหน่งของตัวละคร บทสนทนา เวลาในแต่ละฉาก เสียงทใ่ี ช้

230 ภาพที่ 9.6 KFC storyboards ท่ีมา: Chubbychee. 2013. 2. การเตรียมงาน เป็นขั้นตอนรองลงมาจากการวางแผน โดยขั้นตอนนี้จะเป็นการจัดหาสถานท่ี คดั เลือกนกั แสดงกอ่ นถ่ายทำจริง 3. การถา่ ยทำ เป็นขัน้ ตอนการผลติ วดิ ีโอ โดยจะถา่ ยทำจากบทภาพยนตรห์ รือสตอร่ีบอร์ดที่เขียนไว้ และบันทึกไว้ในภาพตดั ตอ่ โดยมากจะถา่ ยทำในห้องสตูดโิ อ และนอกสถานท่ี 4. การตัดต่อ ขั้นตอนนี้คือการนำไฟล์จากการถ่ายภาพมาตัดต่อส่วนเฉพาะที่ต้องการตามบท ภาพยนตร์ ลำดบั ภาพและเสียง ใสเ่ ทคนคิ พเิ ศษตา่ ง ๆ ใสเ่ พลงประกอบภาพยนตร์ เสียงเอฟเฟกต์ ต่างๆ ใส่หัวเรื่อง ใส่รายละเอียดต่าง ๆ เละรายชื่อผู้สนับสนุนภาพยนตร์ในส่วนท้ายเรื่องหรือ เรยี กวา่ เครดิต และรวมไปถึงการแปลไฟล์ต่างๆ ประเภทของการตดั ต่อภาพยนตร์ 1. การตัดต่อแบบ linear คือ การตัดต่อจากเทปวิดีโอ โดยนำเทปมาเรียงตามลำดับเรื่อง ผ่าน เครื่องเล่นเทปอย่างน้อย 2 ตัว เพื่อทำการบันทึกเทปต้นฉบับไปยังเทปเปล่า การตัดต่อนั้นต้อง เรมิ่ จากตน้ เรื่องไปจนจบ ไมส่ ามารถกระโดยข้ามไปทำในส่วนอน่ื ๆ 2. การตัดต่อแบบ Non-Linear เป็นการตัดต่อที่พัฒนามาจาการตัดต่อแบบ linear โดยมุ่งแก้ไข ปัญหาที่ไม่สามารถตัดต่อตามจุดต่างๆ หรือ แก้ไขแบบกระโดดไปมาได้ จุดเด่นคือ จะใช้ คอมพิวเตอร์เป็นหลัก สามารถแก้ไขหรือเลือกตัดต่อจุดใดก่อนก็ได้ และยังรองรับการจดั ทำเป็น ส่อื ในรปู แบบดิจติ อลได้ดอี ีกด้วย การตดั ต่อแบบ Non-Linear กำลังไดร้ บั ความนยิ มจากนักตดั ต่อ

231 ทวั่ ไป เนอ่ื งจากสามารถตัดตอ่ ผ่านคอมฯ รวมทั้งอุปกรณ์ตา่ งๆ ในปัจจบุ นั ล้วนแต่สนับสนุนการ ตดั ต่อแบบ Non-Linear ท้ังสน้ิ เชน่ กล้องดิจิตอลวิดีโอ การด์ ตัดตอ่ เคร่อื งเขียน CD การแปลงวิดีโอแบบแอนะล็อกเปน็ ดิจทิ ลั การนำวิดีโอแบบแอนะล็อกมาใช้บนคอมพิวเตอร์จำเป็นต้องแปลงให้อยู่รูปแบบดิจทิ ัลก่อน กระบวนการแปลงสญั ญาณนีจ้ ะเก่ยี วขอ้ งกบั อุปกรณ์ ได้แก่ อุปกรณส์ ำหรับการจดั เก็บข้อมูล อปุ กรณ์ สำหรับแคปเจอร์ ขนาดภาพในการสร้างวิดีโอ การสรา้ งภาพยนตร์ขนาดภาพเป็นองค์ประกอบที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวให้กับเน้ือเรื่องได้ เป็นอย่างดีโดยสามารถทำให้ผู้ชมเข้าใจถึงอารมณ์และความรู้สึกที่ตัวละครต้องการสื่อออกมาโดยมี รายละเอียดดังนี้ 1. ภาพระยะใกลม้ าก 2. ภาพระยะใกล้ 3. ภาพระยะปานกลาง 4. ภาพระยะไกล 5. ภาพระยะไกลมาก ฟอร์แมตของไฟล์วดิ โี อประเภทต่างๆ 1. ไฟล์ AVI เป็นไฟลม์ าตรฐานทว่ั ไปของไฟล์วิดีโอ มคี วามคมชัดสงู แต่ข้อเสยี งคือมีขนาดใหญ่ 2. ไฟล์ MPEG เป็นที่นิยมเนื่องจากไฟล์มีขนาดเล็ก และคุณภาพหลากหลาย ตั้งแต่คมชัดที่สุด จนถึงอยู่ในเกณฑ์ท่ีรบั ได้ แบง่ เป็น MPEG-1, MPEG-2, MPEG-4 2.1. MPEG-1 : VHS Quality และใช้กับ VCD ดว้ ยไฟล์มขี นาดเล็กที่สดุ 2.2. MPEG-2 : DVD Standard ไฟล์มีขนาดใหญ่ แต่คุณภาพคมชัดสูงเมื่อเทียบกับไฟล์ตระกูล MPEG เดียวกัน 2.3. MPEG-4 : Web Format คุณภาพสงู ใกล้กับ ดีวีดีแต่มีขนาดไฟลเ์ ลก็ กวา่ 3. ไฟล์ WMV เป็นฟอร์แมตไฟลม์ าตรฐานของระบบปฏบิ ตั กิ าร Windows ท่ีมีคณุ ภาพการแสดงผล ทด่ี ี นิยมนำมาเผยแพรก่ ันบนอนิ เทอร์เนต็ 4. ไฟล์ RM เป็นฟอรแ์ มตไฟลข์ องโปรแกรม Real One Player ท่ีนิยมใช้เผยแพรก่ นั บทอนิ เทอร์เน็ต 5. ไฟล์ MOV เป็นฟอร์แมตไฟล์ของโปรแกรม QuickTime ผลิตขึ้นเพื่อใช้กับเครื่อง Apple แต่ สามารถเปดิ บนระบบปฏิบตั กิ าร Windows ไดเ้ ชน่ กนั รูปแบบไฟล์เสียง รูปแบบของการบีบอัดไฟล์เสียงจะมี 2 วิธี คือ “Lossless Compression”เป็นไฟล์เสียงที่ รักษาข้อมูลอย่างครบถ้วน ไม่มีการสูญหายของข้อมูล ส่วนอีกวธิ ีคือ Lossy Compression เป็นไฟล์

232 เสยี งทต่ี ดั ข้อมูลเสียงบางสว่ นออก ทำใหร้ ายระเอยี ดเสียงบางส่วนหายไป โดยไฟล์เสียแต่ละชนิดจะมี รายละเอียด รปู แบบการบบี อัดขอ้ มลู และลักษณะการนำไปใช้งานทีต่ า่ งกนั ไฟลเ์ สยี งประเภท .wav ถกู สร้างโดยบริษัท Microsoftและ IBM เปน็ ไฟล์ท่ีสนับสนุนการใช้ งานบนเครื่องพีซีมากกว่าบนเครื่องแมคอินทอช และมีการใช้งานอยู่ค่อนข้างมากในระบบเครือขา่ ย เพอ่ื สนองตอบความต้องการทีจ่ ะสง่ ผา่ นข้อมูลเสียงไปใช้งานบนเวลิ ดไ์ วด์เว็บ (WWW) Linear Pulse Code Modulation (LPCM) เปน็ วธิ ีการแปลงข้อมูลเสยี งจากสัญญาณแอ นะล็อกเป็นสัญญาณดิจิตอลแล้วทำการบันทึกข้อมูลลงบน CD โดยตรงตามมาตรฐาน Red Book ซ่ึง วิธกี ารนีใ้ ช้สำหรับบันทึก CD เพลงทวั่ ไป สามารถเล่นได้นาน 76 นาที รูปแบบ CD-1 (Compact Disc-Interactive) ได้รับการพฒั นาตามมาตรฐาน Red Book โดยบริษัทฟิลปิ ส์ ซง่ึ ใช้วิธีการแปลงสญั ญาณที่เรียกว่า Adaptive Delta Pulse Code Modulation” (ADPCM) ทำให้สามารถบันทึกเสียงแบบสเตอริโอได้อย่างถูกต้องนานถึง 2 ชั่วโมงหรือบันทึกเสียง แบบโมโนไดน้ านถงึ 20 ช่วั โมง ภายในแผ่น CD เพยี งแผน่ เดยี ว รูปแบบของแฟ้มข้อมูล MIDI สามารถใช้ได้ทั้ง 2 ระบบ (แมคอินทอช และวินโดว์) พัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ PC ทุกชนิด โดยที่ระบบของแมคอินทอชจะต้องมี อุปกรณ์นำเข้าและแสดงผล Midi เพื่อช่วยในการทำงานด้วยแฟ้มข้อมูลแบบ MIDI จะจัดเก็บอยู่ใน แฟม้ ข้อมลู ทม่ี ีนามสกลุ .MID รปู แบบไฟล์ MPEG เป็นไฟลเ์ สียงทพ่ี ัฒนามาจากมาตรฐานภาพเคล่ือนไหว MPEG (Motion Picture Experts Group) ไฟลป์ ระเภทนี้ มีการบีบอดั ขอ้ มูล 3 ระดับ ซงึ่ ทำให้ไฟล์มคี ุณภาพเสียงที่ดี ข้ึน เม่อื นำมาเลน่ ในขณะทย่ี งั รักษาขนาดไฟลใ์ ห้เลก็ ลง โปรแกรมสำหรับการจดั การไฟลเ์ สยี ง โปรแกรมสำหรับการจดั การกับไฟล์เสียงในที่น้ีจะแบ่งเป็น โปรแกรมสำหรับการตัดต่อเสยี ง และโปรแกรมสำหรับการเล่นไฟลเ์ สยี ง โปรเเกรมสำหรับการตดั ตอ่ เสยี ง Audacity เป็นโปรแกรมตัดต่อเสียงนำมาใช้ทำริงโทนได้ สามารถใช้โปรแกรมนี้ในการ Cut/Copy/Paste ชนิ้ ส่วนขอองเสียง ระบบตดั เสยี งรบกวน Shortcut เพือ่ ความสะดวกในการใชง้ าน รองรับไฟล์ FLAC อยา่ งเตม็ รปู แบบสามารถกูข้ ้อคืนได้

233 ภาพท่ี 9.7 Audacity ท่มี า: Sourceforge, Website. n.d. Nero WaveEditor ตัดต่อไฟล์เสียง สามารถใส่เสียงแปลกๆ เข้าไปในไฟล์เสียงที่ต้องการ ดัดแปลง หรือเลือกที่จะใส่เอฟเฟกต์ที่ตัวโปรแกรมมีมาให้ โปรแกรม Nero WaveEditor ยังแสดง คลืน่ ความถ่ขี องเสยี ง และกราฟท่จี ะแสดงความดงั ของเสยี งเพลงในแต่ละช่วงให้ได้ ภาพท่ี 9.8 WaveEditor ทมี่ า: Softpedia, Website. n.d. Sound Forge Audio Studio เป็นโปรแกรมที่เกิดขึ้นมาเฉพาะทาง โดยเน้นไปทางด้าน เสียงโดยตรง มีความสามารถที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น โปรแกรมอัดเสียง โปรแกรมทำเพลง หรือ โปรแกรมปรับเสยี งต่างๆ โดยโปรแกรมนถ้ี ูกพัฒนาขนึ้ ดว้ ยค่าย SONY สามารถนำโปรแกรมน้ีไปสร้าง สตูดิโอบันทึกเสียงแบบมอื อาชีพได้ไม่ยาก หากต้องการบนั ทึกเสียงก็เพียงนำไมโครโฟนมาต่อเข้ากบั คอมพวิ เตอรแ์ ละทำการอัดเสียงด้วยโปรแกรมนไี้ ด้เลย ซงึ่ โปรแกรมนี้ยังสามารถบันทกึ เสียงต่างๆ ได้ อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสียงกีต้าร์ เสียงคีย์บอร์ด และเสียงจากเครื่องดนตรีประเภทอื่นๆ

234 นอกจากนโ้ี ปรแกรมน้ียงั มีเครือ่ งมือทชี่ ่วยให้คุณปรับแตง่ เสียงและใส่เอฟเฟกต์ลกู เลน่ ต่างๆ เข้าไปใน ไฟลเ์ สยี งทีอ่ ัดไดด้ ว้ ย ภาพท่ี 9.9 Sound Forge Audio Studio ทม่ี า: Sonycreativesoftware, Website. n.d. Adobe Audition เป็นโปรแกรมที่ถูกพัฒนาให้นำมาใช้งานในด้านของเสียง หรือออดิโอ อาทิเช่น การอดั เสยี ง การตดั ต่อเสยี ง การแก้ไขเสียง เพมิ่ เสียงหนกั เสียงเบา หรือเอฟเฟกตต์ า่ งๆ ใน การใช้งาน มีคุณสมบัติพิเศษแถมเข้ามาด้วย โดยการนำไฟล์รูป หรือไฟล์วีดีโอเพื่อนำมาประกอบใน การมิกซ์เสยี งไดด้ ว้ ย ที่สำคัญโปรแกรมนยี้ งั ถูกออกแบบมาให้สามารถปรับแต่งไฟล์ออดิโอได้มากกว่า 2 ไฟลพ์ รอ้ มกนั ในการนำไฟล์เข้ามาใช้งานก็ทำได้งา่ ย เพยี งการดึง และลากมาใส่โดยตรงภายในแถบ ไฟล์พาแนล (Tap File Panel) หรอื จะกดที่เมนใู นสว่ นบนของโปรแกรมกไ็ ด้เชน่ กนั ภาพท่ี 9.10 Adobe Audition ทีม่ า: Thaiware, Website. n.d.

235 โปรแกรมสำหรบั การเล่นไฟลเ์ สยี ง AIMP 3.10.1051 RC 2 เป็นเทคโนโลยกี ารถอดรหสั เสยี ง ให้ไฟล์เสยี ง MP3 และยังรองรับ การปรับแต่งเสียงจาก EQ ได้หลายแบรนด์ นอกจากนี้ยังรองรับการเล่นไฟล์เพลงที่หลากหลายทั้ง MP3 OGG AC3 ACC FLC WAV และยังฟงั เพลงจากไฟล์ VDO แบบ MP4 ได้ ภาพท่ี 9.11 Adobe Audition ทมี่ า: Freewarelands. Website. 2012. iTunes เป็นโปรแกรมที่ผลิตโดยบริษัท Apple ที่ใช้สำหรับการเล่นไฟล์มัลติมีเดียประเภท วดิ โี อ เพลง รปู ภาพ สำหรับระบบปฏิบตั ิการ OS Windows มหี นา้ ทีส่ ำคญั ในการเชอ่ื มต่อข้อมลู ภาพท่ี 9.12 iTunes ทมี่ า: Theregister, Website. 2012.

236 Winamp เป็นโปรแกรมสำหรับเล่นไฟล์ Multimedia เกือบทุกชนิด เช่น ไฟล์ MP3 MP2 MPG MID IT XM M3U PLS ASX CDA VOC WAV และ CD-AUDIO และมีระบบค้นหาเนื้อเพลง ออนไลนใ์ นขณะกำลังเลน่ เพลงอยอู่ ย่างอัตโนมตั ิ ภาพที่ 9.13 Winamp ทม่ี า: Softonic. Website. 2007. สรปุ วิดีโอ เป็นองค์ประกอบสำคัญของมัลติมีเดีย เนื่องจากนำเสนอข้อมูลข่าวสารและเป็น เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงในการชักนำให้ผู้ชมมีความรู้สึกร่วมกับสื่อไปยังดี โดยวิดีโอสามารถ นำเสนอข้อความ ภาพน่งิ ภาพเคล่อื นไหว เสยี ง ไดพ้ รอ้ มๆกนั โดยสามารถแบ่งชนิดของวิดีโอได้เป็น 2ชนดิ คอื วิดีโอแบบแอนะล็อก และวดิ ีโอแบบดจิ ิทัล โดยวดิ โี อเกิดจากการนำภาพมาเรยี งต่อกันหรือ เรียกว่า เฟรม แล้วแสดงผลอย่างตอ่ เนื่องด้วยความเร็วที่กำหนด โดยอัตราการแสดงผลภาพพื้นฐาน จะอยูท่ ี่ 25 ภาพตอ่ นินาทีหรือเฟรมตอ่ วินาที ระบบวิดโี อมีความสัมพันธก์ ารนำไฟลว์ ิดโี อไปเผยแพร่ใน รูปแบบต่างๆ ซ่ึงระบบวิดีโอสามารถแบง่ ได้เป็น ระบบ NTSC ระบบ PAL ระบบ SECAM และระบบ HDTV ไฟลว์ ิดีโอทไ่ี ด้จากการถ่ายทำภาพยนตร์หรือจากส่ือบันทึกต่าง ๆ หรือไฟลห์ ลังการตัดต่อวิดีโอ เสรจ็ แลว้ น้ัน จะมคี ุณสมบัตขิ องไฟล์ทเ่ี ปน็ เอกลักษณ์ชัดเจน เพ่อื ให้สามารถนำไฟล์วิดีโอไปใช้งานได้มี ประสิทธภิ าพและตรงตามคุณสมบตั ิของไฟลด์ ั้งเดมิ ขั้นตอนการผลิตวิดีโอประกอบไปด้วย การวางโครงเรื่อง การเตรียมงาน การถ่ายทำ และ การตัดต่อ ซึ่งการตัดต่อสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ การตัดต่อแบบ Linear และการตัดต่อ แบบ Non-Linear ส่วนการบันทึกไฟลว์ ดิ ีโอสามารถแบบรูปแบบของไฟลว์ ิดีโอไดเ้ ปน็ ตน้ การนำวิดีโอ แบบแอนะล็อกมาใช้บนคอมพิวเตอร์จำเป็นต้องแปลงให้อยู่รูปแบบดิจิทัลก่อน กระบวนการแปลง สัญญาณนี้จะเก่ยี วข้องกับอุปกรณ์ ได้แก่ อปุ กรณ์สำหรับการจัดเก็บข้อมูล อปุ กรณ์สำหรับแคปเจอร์

237 โปรแกรมสำหรับการจัดการวิดีโอในที่นี้จะแบ่งเป็น โปรแกรมสำหรับการตัดต่อวิดีโอและโปรแกรม สำหรบั การเล่นไฟล์วดิ โี อ คำถามท้ายบท (Workshop) 1. จงอธิบายชนิดของวีดโี อแตล่ ะประเภท 2. จงอธิบายความแตกต่างของระบบของวิดีโอแตล่ ะประเภท 3. จงอธิบายข้ันตอนการผลิตวดิ ีโอ พอสังเขป 4. จงอธิบายความแตกต่างของประเภทของการตัดต่อภาพยนตร์ 5. จงยกตวั อยา่ งโปรแกรมสำหรบั ตัดต่อภาพยนตร์ 6. จงอธบิ ายการเขา้ สโู่ ปรแกรมและการสรา้ งโปรเจคงานใหมด่ ้วยโปรแกรม Adobe Premiere 7. จงอธบิ ายการสร้าง Sequence หรือพนื้ ทีก่ ารทำงานภายใน Project ด้วยโปรแกรม Adobe Premiere 8. จงอธิบายวธิ ีการนำวีดโิ อคลปิ เข้ามาทำงานใน Project ดว้ ยโปรแกรม Adobe Premiere 9. จงอธิบายการตดั ตอ่ วีดิโอคลปิ และเสยี งด้วยโปรแกรม Adobe Premiere 10. จงอธิบายการ Export ไฟล์ดว้ ยโปรแกรม Adobe Premiere เพือ่ นำไปใช้งาน

238 เอกสารอ้างอิง จฑุ ามาศ จวิ ะสงั ข์. (2559). ตัดตอ่ งานภาพยนตรแ์ ละวิดโี อแบบมืออาชีพดว้ ย Premiere Pro CS6 + CC ฉบับสมบรู ณ์. กรุงเทพฯ: ซมิ พลฟิ าย ทวศี กั ด์ิ กาญจนสุวรรณ. (2552). เทคโนโลยีมัลติมเี ดีย (Multimedia Technology). กรุงเทพฯ: เคที พี คอมพ์ แอนด์ คอนซลั ท์ ทวศี กั ดิ์ กาญจนสุวรรณ. (2548). Multimedia ฉบบั พื้นฐาน. กรุงเทพฯ: เคพที ี คอมพ์ แอนด์ คอน ซลั ท.์ ธันยพัฒน์ วงศร์ ตั น์. (2556). ค่มู ือการใชง้ าน Premiere Pro CS6. กรุงเทพฯ: สวัสดี ไอที Brain Marshall. (2000). How VCRs Work. Cited 2021 June 17. Available from: http://electronics.howstuffworks.com/vcr2.htm Chubbychee. (2013). KFC storyboards. Cited 2021 June 18. Available from: http://chubbychee.deviantart.com/art/KFC-storyboards-359574434 Cyberlink, Website. (n.d.). PowerDirector 13 Ultra. Cited 2021 June 18. Available from: http://www.cyberlink.com/products/powerdirector-ultra/features_en_US.html Metalarcade, Website. (n.d.). Sony Vegas Pro 12. Cited 2021 June 18. Available from: http://metalarcade.net/2014/01/sony-vegas-pro-12-review/ Nigel Chapman, Jennifer Chapman. (2009). Digital Multimedia 3ed. Chichester: John Wiley & Sons (Asia) Pte Ltd Olin Coles. (2008). HDTV Features. Cited 2021 June 18. Available from: http://archive.benchmarkreviews.com/index.php?option=com_content&task=v iew&id=248&Itemid=68&limit=1&limitstart=1 Oliver Peters. (2012). Adobe Premiere Pro CS6. Cited 2021 June 18. Available from: https://digitalfilms.wordpress.com/2012/06/24/adobe-premiere-pro-cs6/ Overclockzone, Website. (2011). เครือ่ งอ่านแผน่ บลูเรย์แบบพกพารนุ่ ใหม่จากซมั ซงุ . สบื คน้ เม่ือ 2564, มิถนุ ายน 14 เข้าถงึ ได้จาก: http://www.overclockzone.com/forums/showthread.php Sophia Bennett. (2015). VHS Tapes. Cited 2021 June 18. Available from: http://recyclenation.com/2015/01/how-to-recycle-vhs-tapes Wikipedia, Website. (n.d.). Television encoding systems. Cited 2021 June 18. Available from: https://en.wikipedia.org/wiki/NTSC

239 แผนการสอนประจำสัปดาห์ท่ี 10 หวั ข้อเรอ่ื ง การสร้างสอื่ VDO Presentation ดว้ ยโปรแกรม Adobe Premier เบื้องตน้ ครั้งที่ 2 รายละเอยี ด เนอ้ื หาประจำสัปดาหท์ ่ี 10 เน้นให้ผูเ้ รยี นมคี วามรู้ความเขา้ ใจเกยี่ วกับ ซอฟต์แวร์และการตัด ต่อวิดีโอคลิป การบันทึกวดิ ีโอ การนำวดิ ีโอไปใช้งาน การนำวิดีโอลงในเครือข่ายสังคมออนไลน์ และ Workshop การตัดตอ่ วดิ ีโอ จำนวนช่ัวโมงท่ีสอน 4 ชัว่ โมง วตั ถปุ ระสงค์เชงิ พฤตกิ รรม 1. เพอ่ื ให้ผูเ้ รยี นมคี วามรู้ความเข้าใจและสามารถอธบิ ายซอฟตแ์ วรแ์ ละการตัดตอ่ วิดีโอคลปิ ได้ 2. เพื่อใหผ้ ู้เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจและสามารถนำขัน้ ตอนการผลิตวิดีโอไปสร้างวิดโี อได้ 3. เพือ่ ใหผ้ เู้ รยี นมคี วามรแู้ ละสามารถแปลงไฟล์วีดโิ อได้ 4. เพื่อให้ผู้เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจและสามารถนำวิดีโอลงในเครอื ข่ายสงั คมออนไลน์ ไดอ้ ย่าง เหมาะสม กจิ กรรมการเรยี นการสอน 1. ใช้วิธีสอนแบบโครงงาน โดยอาศัยทักษะและเทคนิคการอธิบายเพื่อสร้างความเข้าใจ โดย ผ้สู อนมอบหมายให้ผูเ้ รยี นจดั ทำโครงงานเกีย่ วกับการสร้างงานภาพยนตร์ สร้างภาพยนตร์ส้ัน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้ปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติด้วย ตนเอง มีการวางแผนการทำงาน มีกระบวนการทำงานอย่างมีขั้นตอน โดยใช้ทักษะ กระบวนการคดิ การสรุปความหลังจากน้ันจัดทำเป็นเอกสารรายงานตามรูปแบบท่ีกำหนดส่ง ผู้สอน พร้อมทั้งจัดนำเสนอผลงานในรูปแบบของนิทรรศการให้ผู้อื่นได้ศึกษาโดยมีผู้สอนให้ คำแนะนำแนวทางทีถ่ ูกตอ้ ง 2. ใช้วิธีสอนแบบศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยให้ผู้เรียนศึกษาข้อมูลจากใบความรู้และเอกสาร ประกอบการสอนรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศยุคดิจิทัลในธรุ กจิ บรกิ ารอาหารและแหล่งการ เรียนรตู้ า่ งๆตลอดจนหนังสอื เอกสารและแหลง่ การเรยี นรู้ที่แนะนำและนำความรู้ทีไ่ ด้ศึกษามา สร้างเป็นผลงานและนำเสนอผลงานและรายงานส่งผสู้ อน 3. ใชว้ ธิ ีสอนแบบรว่ มมือ โดยอาศัยทกั ษะและเทคนคิ การสอนทใ่ี ห้ผูเ้ รยี นแสวงหาความรดู้ ้วยการ พึ่งพาและเกื้อกูลกัน มีการปรึกษาหารืออย่างใกล้ชิดในประเด็นศึกษาที่มอบหมาย ผู้สอน กำหนดและมอบหมายงานให้ผู้เรียนรับผิดชอบเปน็ กลุ่มๆ โดยใหใ้ ช้ทักษะปฏิสัมพันธ์ระหว่าง

240 บคุ คลและทกั ษะการทำงานกลุ่ม ความคดิ วิเคราะห์ การระดมพลังสมอง และการแสดงความ คิดเห็นท่เี หมาะสมพรอ้ มทง้ั จัดทำสรุปเปน็ ผลงานสง่ ผสู้ อน 4. ใช้วิธีสอนแบบซิปปา ที่เน้นให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียน เป็นสำคัญโดยให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มศึกษาตามใบความรู้ประเด็นต่าง ๆ และช่วยกันรวบรวม ความรู้และสร้างองค์ความรู้ มปี ฏิสัมพนั ธ์กับสิง่ แวดล้อมและบุคคล มสี ว่ นร่วมทางกายและมี โอกาสเคลื่อนไหวร่างกาย ในขณะปฏิบัติกิจกรรมลักษณะต่าง ๆ ร่วมกันเรียนรู้กระบวนการ คิด กระบวนการแกป้ ญั หา การแสวงหาความรแู้ ละการประยกุ ต์ใช้ โดยนำความรทู้ ่ีไดจ้ ากการ เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณอ์ ื่นหรือเช่ือมโยงสรา้ งองค์ความรู้ท่ีเป็นสาระใกล้เคียงกนั ตามทีผ่ สู้ อนกำหนดขึ้น 5. ใชว้ ิธสี อนแบบให้ฝึกและปฏิบัติ เก่ยี วกับการตัดต่อเสียง การตัดต่อวดี ีโอโดยผู้สอนมอบหมาย ให้ผู้เรียนได้กระทำซ้ำด้วยการตอบคำถามทบทวนเพื่อพัฒนาทักษะ และเทคนิคการปฏิบัติ จรงิ ในสิ่งท่ไี ดเ้ รียนมา โดยมผี ู้สอนคอยใหค้ ำปรกึ ษาและตอบข้อสงสัยทำให้เป็นการเรียนรู้จาก ประสบการณ์ตรง ด้วยการลงมือกระทำจริง ทำให้เห็นคุณค่าของสิ่งที่เรียนรูแ้ ละจดจำเข้าใจ สิง่ ทีเ่ รียนร้ไู ด้ดี สามารถถ่ายทอดหรือเชื่อมโยงการเรียนรู้ไปใช้ในสถานการณ์เดยี วกันได้ สือ่ การเรยี นการสอน 1. เอกสารประกอบการสอนรายวิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศยคุ ดิจทิ ลั ในธรุ กิจบริการอาหาร 2. สอ่ื ประกอบการสอนแบบภาพสไลด์ (Power Point) 3. ส่อื อปุ กรณค์ อมพวิ เตอร์ 4. เอกสารและหนังสอื อา่ นประกอบเพอื่ การศึกษาคน้ ควา้ เพ่ิมเติม 5. การศกึ ษาเว็บไซต์เพิ่มเติมที่เก่ยี วขอ้ ง แผนประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 1. ผลการเรียนรู้ 1.1. ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม 1.1.1. มีจติ สำนึกและตระหนักในการปฏบิ ตั ิตามจรรยาบรรณวิชาชพี 1.1.2. ความมวี นิ ยั ตรงตอ่ เวลา และมีความรับผิดชอบต่อตนเองและสงั คม เคารพกฎระเบยี บ และข้อบงั คับตา่ ง ๆ ขององค์กรและสงั คม 1.1.3. การตระหนักในคณุ ค่าของคณุ ธรรม จริยธรรม และความซ่อื สัตย์สจุ ริต 1.1.4. เคารพสิทธิและยอมรับฟงั ความคดิ เหน็ ของผอู้ นื่ 1.1.5. การมจี ิตสาธารณะ เออื้ เฟ้อื เผือ่ แผ่ 1.2. ด้านความรู้ 1.2.1. มีความรู้ ความเข้าใจ ในหลักการ แนวคิด ทฤษฎี และเนื้อหาสาระสำคัญของ รายวชิ าทีเ่ กยี่ วข้องเพื่อสามารถนำมาประยกุ ต์ใชใ้ นการประกอบวิชาชีพ 1.2.2. มที ักษะ และความชำนาญ ในงานด้านวชิ าชีพ

241 1.2.3. สามารถในการนำความร้มู าประยุกต์ใช้ในบรบิ ททางวชิ าการและวิชาชพี 1.2.4. มีความสามารถในการศึกษาค้นคว้าและพัฒนาความรู้ของตนเองได้ และสามารถ บูรณาการความรใู้ นศาสตรต์ า่ ง ๆ ท่เี กี่ยวขอ้ ง เพอ่ื ใชเ้ ป็นประโยชน์ในวิชาชีพได้ 1.3. ด้านทกั ษะทางปญั ญา 1.3.1. สามารถคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เพื่อหาข้อเท็จจริง หรือต้นเหตุของปัญหา และ เสนอแนวทางการแก้ไขได้อย่างสร้างสรรค์ 1.3.2. มีความสามารถในการทำความเข้าใจและประเมินข้อมูล แนวคิดและหลักฐาน ใหม่ๆ จากแหล่งขอ้ มลู ท่ีหลากหลาย และใช้ขอ้ สรปุ ท่ีได้ในการพฒั นางานในวชิ าชพี 1.3.3. สามารถถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้อื่น 1.4. ด้านทกั ษะความสัมพันธร์ ะหว่างบคุ คลและความรบั ผิดชอบ 1.4.1. รับผิดชอบในการทำงานที่ได้รบั มอบหมายท้งั รายบุคคลและงานกลุ่ม 1.4.2. สามารถปรับตวั ในและทำงานร่วมกับผอู้ ื่นทั้งในฐานะผู้นำและสมาชิกกลุ่มไดอ้ ย่าง มีประสิทธิภาพ 1.4.3. มคี วามสามารถในการวางตวั และแสดงความคดิ เห็นได้อยา่ งเหมาะสมกบั บทบาท หน้าที่ และความรบั ผิดชอบ 1.4.4. มบี ุคลิกภาพที่ดี และมมี นษุ ยสัมพนั ธ์ 1.4.5. มีความสามารถในการวางแผนและรับผิดชอบในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองและ วิชาชพี อย่างต่อเน่ือง 1.5. ด้านทกั ษะการคิดวิเคราะหเ์ ชงิ ตัวเลขการสอ่ื สาร และการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ 1.5.1. สามารถนำเทคนิคทางสถิติหรอื คณิตศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และเทคโนโลยี อื่นๆ ที่เกย่ี วข้องมาประยกุ ต์ใชใ้ นการสืบค้น วเิ คราะห์ข้อมลู แปลความหมาย และ เสนอแนวทางในการพฒั นางาน หรือ แก้ไขปัญหาไดอ้ ยางสรา้ งสรรค์ 1.5.2. สามารถสอื่ สาร สามารถสรปุ ประเด็นจากส่ิงท่ีได้เหน็ และฟัง ถา่ ยทอดและนำเสนอ ข้อมูลได้อย่างสรา้ งสรรคแ์ ละมปี ระสิทธภิ าพ 1.5.3. สามารถติดตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นวัตกรรม และสถานการณ์โลกโดย ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ 2. วิธปี ระเมนิ ผลการเรียนรู้ 2.1. คณุ ธรรม จริยธรรม 2.1.1. นักศกึ ษาประเมินผลการเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง ก่อนและหลงั การเรียน 2.1.2. ประเมนิ โดยอาจารย์จากการสงั เกตพฤตกิ รรมการแสดงออกตามปกติของนกั ศึกษา 2.1.3. ผูใ้ ช้บณั ฑิตประเมินคุณธรรมจรยิ ธรรมของบัณฑติ 2.1.4. ประเมนิ ผลพฤติกรรมผู้เรียนจากการสงั เกตในกิจกรรมต่าง ๆ ทัง้ ในและนอกช้ันเรียน ทงั้ ในด้านระเบียบวินัย ความรับผดิ ชอบ การมีนำ้ ใจ ซ่ือสัตย์ มีสมั มาคาราวะ และรู้จัก กาลเทศะ

242 2.1.5. ประเมินผลผู้เรียนจากการปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย ทั้งด้านความรับผิดชอบ การ ตรงต่อเวลา ความซอื่ สัตย์ และการมนี ้ำใจเอ้อื เฟ้ือเผอื่ แผ่ 2.2. ความรู้ 2.2.1. ประเมินผลความรู้ของผู้เรียนจากผลงานระหว่างภาค เชน่ การบา้ น การเขยี นรายงาน การทดสอบย่อย การนำเสนอรายงานการค้นคว้าหน้าชัน้ เรยี น 2.2.2. ประเมนิ ผลความรู้ของผู้เรียนจากการสอบขอ้ เขียน การสอบปฏิบัติ 2.2.3. ประเมนิ ผลความรู้ของบณั ฑติ โดยการสำรวจความคดิ เหน็ ของผู้ใชบ้ ัณฑติ 2.3. ทกั ษะทางปัญญา 2.3.1. ประเมนิ จากผลงานการแก้ไขปัญหาทีไ่ ด้รับมอบหมาย 2.3.2. ประเมินโดยการสอบข้อเขยี นดว้ ยโจทย์ทตี่ อ้ งใชท้ กั ษะทางปัญญา 2.3.3. ประเมินรายงานผลการวจิ ัย 2.3.4. ประเมนิ จากการปฏิบัติงานและกิจกรรมท่ีได้รบั มอบหมาย ในการแก้ไขโจทย์ปัญหาท่ี ซับซ้อน 2.4. ทกั ษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผดิ ชอบ 2.4.1. มอบหมายนกั ศึกษาประเมินตนเองและเพ่อื นในกลุม่ สรปุ ผลและมีการประเมินโดยใช้ เสยี งส่วนใหญ่ 2.4.2. สังเกตพฤตกิ รรมในชนั้ เรียน 2.4.3. ประเมินผลจากการทำกิจกรรมและการปฏิบตั ิงานที่ได้รบั มอบหมาย 2.5. ทักษะการคิดวิเคราะห์เชงิ ตัวเลข การสือ่ สาร การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ 2.5.1. ประเมินจากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสืบค้นข้อมูลด้วย เทคโนโลยีสารสนเทศทมี่ อบหมายแต่ละบุคคล 2.5.2. ประเมนิ จากการสอบข้อเขียนในการแกโ้ จทย์ปญั หาเชิงตวั เลขทไ่ี มเ่ คยพบมากอ่ น 2.5.3. ประเมินทักษะการสอ่ื สารดว้ ยภาษาเขียนจากรายงานแต่ละบุคคลหรอื รายงานกลุ่มใน ส่วนทน่ี กั ศกึ ษานน้ั รับผดิ ชอบ 2.5.4. ประเมินทักษะการสื่อสารด้วยภาษาพูดจากพัฒนาการในการนำเสนอรายงานในช้ัน เรียน การนำเสนอสัมมนา การนำเสนอนิทรรศการโครงงานตอ่ ผเู้ ยีย่ มชมดว้ ยวาจา 3. สัดสว่ นของการประเมนิ รอ้ ยละ 10 รอ้ ยละ 40 3.1. ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม ร้อยละ 30 3.2. ด้านความรู้ 3.3. ดา้ นทกั ษะทางปัญญา รอ้ ยละ 10 รอ้ ยละ 10 3.4. ด้านทกั ษะความสัมพันธร์ ะหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ 3.5. ด้านทักษะการคิดวเิ คราะหเ์ ชงิ ตวั เลข การส่ือสาร และการใชเ้ ทคโนโลยี

243 เน้อื หาท่ีสอน โปรแกรมสำหรับการจดั การวิดีโอ โปรแกรมสำหรับการจัดการวิดีโอในที่นี้จะแบ่งเป็น โปรแกรมสำหรับการตัดต่อวิดีโอและ โปรแกรมสำหรับการเล่นไฟล์วิดีโอ 1. Adobe Premiere Pro โปรแกรมตัดตอ่ หนังระดับมอื อาชพี ท่ที ัว่ โลกยอมรบั เปน็ โปรแกรมหลกั ในการตัดต่อไฟล์วดี โี อ ซง่ึ ก็ใชง้ านได้ง่าย มีลกู เล่นและอปุ กรณ์ครบครนั ภาพท่ี 10.1 Adobe Premiere Pro CS6 ทม่ี า: Oliver Peters. 2012. 2. โปรแกรม Sony Vegas โปรแกรมทถ่ี ูกพฒั นามาเพือ่ งานตดั ต่อภาพยนตร์ และเสยี ง โดยในหน่ึง โปรแกรมน้ีรองรับและสนบั สนุนไฟล์รูปแบบไฟล์ จงึ สามารถใชง้ านรว่ มกับโปรแกรมอน่ื ๆ ได้อย่าง มากมาย และโปรแกรมให้ผลงานที่มีระดับสูงได้ เช่น วีดีโอระดับ Full HD หรือ เสียงระดับ HQ VBR Studio Audio ได้ ภาพที่ 10.2 Sony Vegas Pro 12 ทม่ี า: Metalarcade, Website. n.d.

244 3. โปรแกรม CyberLink PowerDirector น้ี สามารถนำเอาคลปิ วดี โิ อ ตา่ งๆมาตัดต่อใหมไ่ ด้อย่าง งา่ ยดายและยงั มเี อฟเฟกต์ให้เลือกมากมาย ภาพท่ี 10.3 PowerDirector 13 Ultra ทมี่ า: Cyberlink, Website. n.d. พ้ืนฐานการทำงานของ Adobe Premiere Pro CS 6 สเปคของเครอื่ งท่สี ามารถลงโปรแกรมได้ สำหรบั การติดตงั้ โปรแกรม Adobe Premiere Pro CS6 • ระบบปฏิบัตกิ าร Windows • หนว่ ยประมวลผล Intel core2Duo หรอื AMD Phenom*II ที่รองรบั ระบบ 64 บติ • หน่วยความจำา แรมขนั้ ต่ำ 4 GB (แนะนำ 8 GB) • พื้นที่ฮาร์ดดิสก์ 10 GB สำหรับการติดตั้งโปรแกรมและควรเป็นฮาร์ดดิสก์รุ่น7200 RPM สำหรับการตดั ตอ่ และแปลงไฟล์ • การ์ดแสดงผล แสดงผลได้ไม่ต่ำกว่า 1280*900 พิกเซล และรองรับมาตรฐาน OpenGL2 Adobe certified GPU • พอร์ตเชื่อมต่อ OHCI-compatible IEEE 1394 สำหรับการนำไฟล์ DV และ HDV เข้ามา ทำงาน และการ Export งาน • การด์ เสยี ง รองรับ ASIO protocol หรือ Microsoft Windows Driver • อุปกรณแ์ ละโปรแกรมเสรมิ ไดรฟ์ DVD-RW รองรับ dual-layer DVDs หรอื Blu-ray Writer ที่สามารถเขียนแผ่น DVD+-R / Blu-ray ได้โปรแกรม QuickTime 7.6.6 เชื่อมต่อกับ อนิ เทอรเ์ นต็

245 การใช้ Adobe Premiere CS6 เบื้องต้น การเปิดใช้โปรแกรม Adobe Premiere Pro CS 6ขน้ึ มาใช้งานสามารถทำไดด้ งั นี้ 1. คลิกปุ่มเมนู Star > All Program > Adobe Premiere Pro CS6 จากนั้นจะปรากฏจอแนะนำ (Splash Screen) จากนั้นจะแสดงหน้าตา่ ง Welcome to Adobe Premiere Pro CS6 ขึน้ มา ภาพท่ี 10.4 หน้าตา่ ง Welcome to Adobe Premiere Pro CS6 สว่ นประกอบของหนา้ ตา่ ง Adobe Premiere Pro CS6 ที่สำคญั มี 2 สว่ น A. เปดิ โปรเจก็ ตล์ ่าสุดท่เี รียกใชง้ าน (Recent Projects) ใช้ส หรับเปิดโปรเจ็กต์ล่าสุดท่ี เรยี กใช้งาน โดยจะเรยี งลำดบั จากท่ีเปิดล่าสดุ กอ่ น แต่ถ้าเปน็ การเปิดโปรแกรมขึ้นมาเปน็ คร้ังแรกและ ยังไมเ่ คยเรยี กใช้งานกไ็ ม่แสดงช่อื โปรเจ็กต์ใด ๆ ขนึ้ มาในส่วนนี้ B. คำสัง่ ทีใ่ ช้งานบ่อย ๆ ในส่วนนีจ้ ะเปน็ คำสงั่ ทใี่ ช้งานบอ่ ย ๆ เปรียบเสมอื นทางลดั ทำใหก้ าร ทำงานรวดเรว็ ข้ึน ประกอบดว้ ย • New Projectสรา้ งโปรเจก็ ต์ ขน้ึ มาใหม่ • Open Projectเปิดโปรเจ็กต์อื่นตามที่ต้องการ นอกเหนือจากโปรเจ็กต์ ล่าสุดใน Recent Projects • Help เรยี กดูสว่ นช่วยเหลอื การใช้งานโปรแกรม ส่วนประกอบของหน้าจอโปรแกรม Adobe Premiere Pro CS6 สำหรับพื้นที่ทำงานของ Adobe Premiere Pro CS6 สว่ นใหญจ่ ะมีหน้าตาคล้ายคลึงกบั โปรแกรม Adobe After Effects แต่

246 มีบา้ งส่วนประกอบเพ่มิ เตมิ ขนึ้ มาเพ่อื ให้สะดวกและเหมาะสมต่อการตัดตอ่ วิดโี อทร่ี วดเรว็ กว่าเดิม ซ่ึง ประกอบไปด้วยส่วนต่าง ๆ ดังน้ี การสรา้ งโปรเจคงานใหม่ 1. คลกิ New Project เพ่ือสร้างโปรเจคใหม่ ดงั ภาพข้างลา่ ง ภาพท่ี 10.5 หน้าตา่ งการสรา้ งโปรเจคงานใหม่ 2. หนา้ ตา่ ง New Project แสดงขน้ึ จากนั้น ทำการกำหนดคา่ ตา่ ง ๆ ดังภาพขา้ งลา่ ง ภาพที่ 10.6 หนา้ ต่างการกำหนดค่าโปรเจคงานใหม่

247 กำหนด Folder สำหรับจัดเก็บโปรเจคช้ินงานที่ Location กำหนดชื่อโปรเจคช้ินงานที่ Name แล้วคลิก OK จากนั้น โปรแกรมจะแสดงหน้าต่าง New Sequence ขึ้นมา กำหนดรูปแบบ การใชง้ าน จากน้นั คลิก OK ภาพท่ี 10.7 หน้าตา่ ง New Sequence รูปแบบท่ีนยิ มเลือกใช้มีดงั น้ี 1) DV-PAL เป็นโปรเจคสำหรับทำงานกับฟุตเทจของไฟล์จากกล้อง DV หรือ Mini DV ที่ รองรบั ระบบวดี ีโอ PAL มีคา่ Frame Rate เทา่ กบั 25 frames/second • Standard 32 KHz PAL มา รฐาน มขี นาดเฟรมเทา่ กบั 720x576 ด้วยอตั ราส่วนพกิ เซล 4:3 • Widescreen 32 KHz PAL แบบ Widescreen มีขนาดเฟรมเท่ากับ 720x576 ด้วย อัตราส่วนพิกเซล 16:9 2) HDV เป็นโปรเจคสำหรบั ทำงานกบั ฟตุ เทจของไฟล์จากกลอ้ ง HDV ซึ่งปัจจบุ ันมีกล้องชนิด นมี้ ากขน้ึ จากนนั้ จะปราฏหนา้ ต่างโปรแกรมเพอ่ื ทำการตดั ต่อ

248 A E D B FG C ภาพท่ี 10.8 สว่ นประกอบของหนา้ ตา่ งโปรแกรม ส่วนประกอบของหนา้ ต่างโปรแกรม A คอื Menu Bar ชุดคำสั่งสำหรับควบคมุ การทำงานของโปรแกรม B คอื Tool เครื่องมอื ทใี่ ช้ในการทำงานตัดต่อ C คอื Panel Project พืน้ ที่สำหรบั จัดเกบ็ คลปิ วดี ีโอ คลปิ เสยี ง ภาพ D คอื Panel Source Monitor พ้นื ที่แสดงภาพไฟลต์ ้นฉบับที่เลือกมาจาก Panel Project E คอื Panel Program Monitor พนื้ ทีแ่ สดงผลของช้นิ งานทตี่ ัดตอ่ บน Panel Timeline F คอื Panel Timeline พนื้ ทส่ี ำหรับการตดั ตอ่ G คือ Panel Audio Master Meter แสดงระดบั ความดงั ของเสียง การนำวีดโิ อคลปิ เข้ามาทำงานใน Project 1. คลกิ ทีช่ ุดคำสงั่ File > Import > เลือก Folder ท่ีจัดเกบ็ วดี ิโอคลิป > Open

249 ภาพท่ี 10.9 การนำวีดิโอคลปิ เขา้ มาทำงานใน Project 2. ลากวีดิโอคลิปที่ต้องการตัดต่อลงใน Panel Timeline ดังภาพ แล้วจะปรากฏหน้าต่าง ถามการตั้งค่าวิดีโอกับ sequence ที่ได้ตั้งค่าไว้ก่อนหน้า หากยังคงเลือกตาม sequence ก่อนหนา้ ให้เลอื ก keep exiting sequence ภาพที่ 10.10 การนำวดี โิ อคลิปเขา้ มา timeline 3. ลากเสยี งทตี่ อ้ งการตัดต่อลงใน Panel Timeline จะไดเ้ ป็นเส้นสีเขียวๆ ดงั ภาพ

250 ภาพที่ 10.11 การนำคลปิ เสยี งเขา้ มา timeline การตดั ต่อวีดโิ อคลิปและเสยี ง 1. คลกิ ท่ีเคร่ืองมือดงั หมายเลข 1 แลว้ นำเคร่ืองมือไปคลกิ ที่วีดิโอคลิปท่ีต้องการตัดออกจาก กัน จะเห็นเป็นแถบสีน้ำเงินเข้ม แล้วกดปุม่ Delete ที่คีย์บอรด์ เพือ่ ลบส่วนทีไ่ มต่ ้องการออกไป และ ใชเ้ ครื่องมอื เดียวกนั กบั ทีใ่ ชใ้ นการตัดวดี ีโอคลิปตัดเสยี งใหม้ ีความยาวพอดีกบั วดี ิโอคลิป 1 ภาพท่ี 10.12 การตัดคลิปท่ีไม่ต้องการออก การ Export ไฟล์ เพือ่ นำไปใชง้ าน 1. คลิกเมนู File > Export > Media

251 ภาพที่ 10.13 การ Export ไฟล์ เพือ่ นำไปใชง้ าน 2. กำหนดค่าดังภาพ และคลกิ ป่มุ Export รอจนกระทัง่ ครบ 100 เปอร์เซน็ เป็นอันเสร็จส้ิน การตัดต่อวีดิโอคลิปด้วย Adobe Premiere Pro เบื้องต้น ไฟล์จะถูกจัดเก็บในพืน้ ที่บันทึกงานที่ถูก กำหนดไว้ต้งั แตต่ อนตั้งคา่ sequence ภาพท่ี 10.14 การกำหนดคา่ สำหรบั Export ไฟล์ เพื่อนำไปใช้งาน

252 สรุป วิดีโอ เป็นองค์ประกอบสำคัญของมัลติมีเดีย เนื่องจากนำเสนอข้อมูลข่าวสารและเป็น เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงในการชักนำให้ผู้ชมมีความรู้สึกร่วมกับสื่อไปยังดี โดยวิดีโอสามารถ นำเสนอขอ้ ความ ภาพนงิ่ ภาพเคลือ่ นไหว เสียง ได้พรอ้ มๆกัน โดยสามารถแบ่งชนิดของวิดีโอได้เป็น 2ชนดิ คือ วดิ โี อแบบแอนะล็อก และวิดีโอแบบดจิ ิทลั โดยวดิ ีโอเกิดจากการนำภาพมาเรยี งต่อกันหรือ เรียกว่า เฟรม แล้วแสดงผลอย่างตอ่ เนื่องด้วยความเร็วที่กำหนด โดยอัตราการแสดงผลภาพพื้นฐาน จะอยู่ท่ี 25 ภาพตอ่ นินาทหี รือเฟรมตอ่ วินาที ระบบวดิ โี อมีความสัมพันธ์การนำไฟลว์ ิดโี อไปเผยแพร่ใน รปู แบบตา่ งๆ ซ่งึ ระบบวดิ โี อสามารถแบง่ ได้เปน็ ระบบ NTSC ระบบ PAL ระบบ SECAM และระบบ HDTV ไฟล์วดิ ีโอทีไ่ ดจ้ ากการถ่ายทำภาพยนตรห์ รอื จากส่ือบันทกึ ต่าง ๆ หรือไฟล์หลงั การตัดต่อวิดีโอ เสรจ็ แลว้ นัน้ จะมีคุณสมบัตขิ องไฟล์ที่เปน็ เอกลกั ษณ์ชัดเจน เพ่ือให้สามารถนำไฟลว์ ดิ ีโอไปใช้งานได้มี ประสิทธภิ าพและตรงตามคุณสมบตั ขิ องไฟลด์ งั้ เดมิ ขั้นตอนการผลิตวิดีโอประกอบไปด้วย การวางโครงเรื่อง การเตรียมงาน การถ่ายทำ และ การตัดต่อ ซึ่งการตัดต่อสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ การตัดต่อแบบ Linear และการตัดต่อ แบบ Non-Linear ส่วนการบนั ทึกไฟล์วิดีโอสามารถแบบรูปแบบของไฟล์วิดีโอไดเ้ ปน็ ตน้ การนำวิดีโอ แบบแอนะล็อกมาใช้บนคอมพิวเตอร์จำเป็นต้องแปลงให้อยู่รูปแบบดิจิทัลก่อน กระบวนการแปลง สญั ญาณนจี้ ะเก่ียวข้องกับอุปกรณ์ ไดแ้ ก่ อุปกรณ์สำหรับการจัดเก็บขอ้ มูล อุปกรณ์สำหรับแคปเจอร์ โปรแกรมสำหรับการจัดการวิดีโอในที่นี้จะแบ่งเป็น โปรแกรมสำหรับการตัดต่อวิดีโอและโปรแกรม สำหรับการเล่นไฟลว์ ิดโี อ คำถามท้ายบท 1. จงอธบิ ายชนดิ ของวดี โี อแตล่ ะประเภท 2. จงอธบิ ายความแตกต่างของระบบของวิดีโอแตล่ ะประเภท 3. จงอธิบายข้นั ตอนการผลิตวดิ ีโอ พอสังเขป 4. จงอธิบายความแตกต่างของประเภทของการตดั ต่อภาพยนตร์ 5. จงยกตัวอย่างโปรแกรมสำหรับตดั ตอ่ ภาพยนตร์ 6. จงอธิบายการเข้าสูโ่ ปรแกรมและการสรา้ งโปรเจคงานใหมด่ ้วยโปรแกรม Adobe Premiere 7. จงอธบิ ายการสรา้ ง Sequence หรือพืน้ ท่ีการทำงานภายใน Project ดว้ ยโปรแกรม Adobe Premiere 8. จงอธบิ ายวิธีการนำวีดิโอคลปิ เขา้ มาทำงานใน Project ด้วยโปรแกรม Adobe Premiere 9. จงอธิบายการตดั ต่อวีดิโอคลปิ และเสยี งดว้ ยโปรแกรม Adobe Premiere 10. จงอธบิ ายการ Export ไฟล์ดว้ ยโปรแกรม Adobe Premiere เพื่อนำไปใชง้ าน

253 เอกสารอ้างอิง จฑุ ามาศ จวิ ะสงั ข์. (2559). ตัดตอ่ งานภาพยนตรแ์ ละวิดโี อแบบมืออาชีพดว้ ย Premiere Pro CS6 + CC ฉบับสมบรู ณ์. กรุงเทพฯ: ซมิ พลฟิ าย ทวศี กั ด์ิ กาญจนสุวรรณ. (2552). เทคโนโลยีมัลติมเี ดีย (Multimedia Technology). กรุงเทพฯ: เคที พี คอมพ์ แอนด์ คอนซลั ท์ ทวศี กั ดิ์ กาญจนสุวรรณ. (2548). Multimedia ฉบบั พื้นฐาน. กรุงเทพฯ: เคพที ี คอมพ์ แอนด์ คอน ซลั ท.์ ธันยพัฒน์ วงศร์ ตั น์. (2556). ค่มู ือการใชง้ าน Premiere Pro CS6. กรุงเทพฯ: สวัสดี ไอที Brain Marshall. (2000). How VCRs Work. Cited 2021 June 17. Available from: http://electronics.howstuffworks.com/vcr2.htm Chubbychee. (2013). KFC storyboards. Cited 2021 June 18. Available from: http://chubbychee.deviantart.com/art/KFC-storyboards-359574434 Cyberlink, Website. (n.d.). PowerDirector 13 Ultra. Cited 2021 June 18. Available from: http://www.cyberlink.com/products/powerdirector-ultra/features_en_US.html Metalarcade, Website. (n.d.). Sony Vegas Pro 12. Cited 2021 June 18. Available from: http://metalarcade.net/2014/01/sony-vegas-pro-12-review/ Nigel Chapman, Jennifer Chapman. (2009). Digital Multimedia 3ed. Chichester: John Wiley & Sons (Asia) Pte Ltd Olin Coles. (2008). HDTV Features. Cited 2021 June 18. Available from: http://archive.benchmarkreviews.com/index.php?option=com_content&task=v iew&id=248&Itemid=68&limit=1&limitstart=1 Oliver Peters. (2012). Adobe Premiere Pro CS6. Cited 2021 June 18. Available from: https://digitalfilms.wordpress.com/2012/06/24/adobe-premiere-pro-cs6/ Overclockzone, Website. (2011). เครือ่ งอ่านแผน่ บลูเรย์แบบพกพารนุ่ ใหม่จากซมั ซงุ . สบื คน้ เม่ือ 2564, มิถนุ ายน 14 เข้าถงึ ได้จาก: http://www.overclockzone.com/forums/showthread.php Sophia Bennett. (2015). VHS Tapes. Cited 2021 June 18. Available from: http://recyclenation.com/2015/01/how-to-recycle-vhs-tapes Wikipedia, Website. (n.d.). Television encoding systems. Cited 2021 June 18. Available from: https://en.wikipedia.org/wiki/NTSC

254 แผนการสอนประจำสัปดาห์ที่ 11 หวั ข้อเร่ือง การประยกุ ต์ใชง้ านแอปพลเิ คชนั บนมือในการสร้างสอ่ื วดิ ที ศั น์ รายละเอยี ด เนือ้ หาประจำสัปดาห์ท่ี 11 เนน้ ให้ผเู้ รียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ แนะนำแอปพลิเคชัน ในการสร้างสื่อประเภทวิดีโอ แนะนำการใช้แอปพลิเคชัน Kinemaster ในการสร้างวิดีทัศน์ การ เผยแพร่วิดีทัศน์ลงในเครือข่ายสังคมออนไลน์ และ Workshop การตัดต่อวิดีโอด้วยแอปพลิเคชัน Kinemaster จำนวนช่วั โมงทีส่ อน 4 ชวั่ โมง วัตถุประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม 1. เพอ่ื ให้ผเู้ รียนมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกับแอปพลิเคชนั ในการสรา้ งสือ่ ประเภทวิดโี อ 2. เพ่อื ใหผ้ ้เู รียนมีความร้แู ละสามารถในการใชแ้ อปพลิเคชนั Kinemaster ในการสรา้ งวดิ ที ัศน์ ได้ 3. เพือ่ ให้ผเู้ รียนมีความรแู้ ละสามรถในการเผยแพรว่ ิดีทศั น์ลงในเครอื ข่ายสงั คมออนไลน์ได้ กิจกรรมการเรยี นการสอน 1. ใช้วิธีสอนแบบร่วมมือ โดยอาศัยทักษะและเทคนิคการสอนที่ให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้ด้วย การพง่ึ พาและเก้ือกลู กันมกี ารปรกึ ษาหารืออย่างใกล้ชิดในประเด็นศึกษาท่ีมอบหมาย ผสู้ อน กำหนดและมอบหมายงานให้ผู้เรียนรับผิดชอบเป็นกลุ่มๆ โดยให้ใช้ทักษะปฏิสัมพันธ์ ระหว่างบุคคลและทักษะการทำงานกลุ่ม ความคิดวิเคราะห์ การระดมพลังสมอง และการ แสดงความคิดเห็นท่ีเหมาะสมพรอ้ มท้งั จัดทำสรปุ เป็นผลงานส่งผสู้ อน 2. ใช้วิธีสอนแบบแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน โดยอาศัยทักษะและเทคนิคการสอนที่ให้ผู้เรียน ศึกษาประเด็นศึกษาต่าง ๆ ตามใบงานและให้เชื่อมต่อความคิดเห็นและเนื้อหาสาระด้วย เทคนคิ การเช่ือมความรู้ (Jigsaw) จากการปฏบิ ตั งิ านตามที่กำหนดไว้ในใบงานโดยใช้ทักษะ กระบวนการกลมุ่ และทกั ษะการสรุปความแลว้ จัดทำผลการศกึ ษานำเสนอหน้าชั้นเรียน โดย ใช้ส่ือนำเสนอด้วยภาพเล่อื น (PowerPoint) ประกอบและผ้สู อนสรปุ ประกอบอีกครัง้ 3. ใช้วิธีสอนแบบศกึ ษาเรยี นรูด้ ้วยตนเอง โดยให้ผู้เรียนศึกษาข้อมลู จากใบความรู้และเอกสาร ประกอบการเรียนรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศยุคดิจิทัลในธุรกิจบริการอาหารและการ เรยี นร้ตู ่าง ๆ ตลอดจนหนงั สอื เอกสารและแหลง่ เรียนรู้ที่แนะนำและนำความรู้ท่ีได้ศึกษามา สร้างเปน็ ผลงานและนำเสนอผลงานและรายงานสง่ ผู้สอน

255 4. ใช้วิธสี อนแบบซปิ ปา ที่เน้นให้ผเู้ รียนไดม้ ีสว่ นร่วมในกจิ กรรมการเรียนการสอนท่ีเน้นผู้เรียน เป็นสำคัญโดยให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มศึกษาตามใบความรู้ประเด็นต่าง ๆ และช่วยกันรวบรวม ความรแู้ ละสร้างองค์ความรู้ มปี ฏิสมั พันธ์กับสงิ่ แวดล้อมและบุคคล มีส่วนรว่ มทางกายและมี โอกาสเคลือ่ นไหวรา่ งกาย ในขณะปฏิบัตกิ จิ กรรมลักษณะต่าง ๆ รว่ มกันเรียนรู้กระบวนการ คิด กระบวนการแกป้ ัญหา การแสวงหาความรู้และการประยุกต์ใช้ โดยนำความรู้ที่ได้จาก การเรียนรู้ไปประยกุ ต์ใชใ้ นสถานการณอ์ ่นื หรือเชอ่ื มโยงสร้างองค์ความร้ทู เี่ ป็นสาระใกล้เคียง กันตามที่ผู้สอนกำหนดขนึ้ 5. ใช้วิธีสอนแบบให้ฝึกและปฏิบัติ โดยผู้สอนมอบหมายให้เรียนได้กระทำซ้ำด้วยการตอบ คำถามทบทวนเพื่อพัฒนาทักษะ และเทคนิคการปฏิบัติจริงในสิ่งที่ได้เรียนมา โดยมีผู้สอน คอยให้คำปรกึ ษาและคำตอบขอ้ สงสัยทำให้เปน็ การเรยี นรู้จากประสบการณต์ รง ดว้ ยการลง มือกระทำจริง ทำให้เห็นคุณค่าของสิ่งที่เรียนรู้และจำจำเข้าใจสิ่งเรียนรู้ได้ดี สามารถ ถ่ายทอดหรอื เชือ่ มโยงการเรยี นรไู้ ปใชใ้ นสถานการณ์เดียวกนั ได้ สอื่ การเรยี นการสอน 1. เอกสารประกอบการสอนรายวิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศยคุ ดิจิทัลในธรุ กิจบรกิ ารอาหาร 2. สอื่ ประกอบการสอนแบบภาพสไลด์ (Power Point) 3. สอ่ื อปุ กรณค์ อมพิวเตอร์ 4. เอกสารและหนังสืออา่ นประกอบเพอื่ การศึกษาค้นคว้าเพมิ่ เติม 5. การศกึ ษาเวบ็ ไซตเ์ พิม่ เติมท่ีเกย่ี วขอ้ ง แผนประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 1. ผลการเรียนรู้ 1.1. ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม 1.1.1. มีจติ สำนึกและตระหนกั ในการปฏบิ ัตติ ามจรรยาบรรณวชิ าชพี 1.1.2. ความมวี ินัย ตรงต่อเวลา และมคี วามรับผิดชอบต่อตนเองและสงั คม เคารพกฎระเบยี บ และข้อบงั คับต่าง ๆ ขององค์กรและสังคม 1.1.3. การตระหนกั ในคุณค่าของคุณธรรม จรยิ ธรรม และความซือ่ สัตย์สุจรติ 1.1.4. เคารพสทิ ธแิ ละยอมรับฟงั ความคดิ เห็นของผอู้ ่นื 1.1.5. การมจี ติ สาธารณะ เอ้อื เฟือ้ เผอ่ื แผ่ 1.2. ดา้ นความรู้ 1.2.1. มีความรู้ ความเข้าใจ ในหลักการ แนวคิด ทฤษฎี และเนื้อหาสาระสำคัญของ รายวิชาที่เกี่ยวขอ้ งเพื่อสามารถนำมาประยกุ ต์ใช้ในการประกอบวิชาชีพ 1.2.2. มที ักษะ และความชำนาญ ในงานดา้ นวิชาชีพ 1.2.3. สามารถในการนำความรมู้ าประยกุ ตใ์ ช้ในบรบิ ททางวชิ าการและวชิ าชีพ

256 1.2.4. มีความสามารถในการศึกษาค้นคว้าและพัฒนาความรู้ของตนเองได้ และสามารถ บรู ณาการความร้ใู นศาสตรต์ า่ ง ๆ ทีเ่ กย่ี วข้อง เพอื่ ใชเ้ ป็นประโยชนใ์ นวชิ าชพี ได้ 1.3. ดา้ นทักษะทางปญั ญา 1.3.1. สามารถคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เพื่อหาข้อเท็จจริง หรือต้นเหตุของปัญหา และ เสนอแนวทางการแก้ไขได้อย่างสร้างสรรค์ 1.3.2. มีความสามารถในการทำความเข้าใจและประเมินข้อมูล แนวคิดและหลักฐาน ใหม่ๆ จากแหล่งขอ้ มูลที่หลากหลาย และใช้ขอ้ สรุปที่ได้ในการพฒั นางานในวิชาชพี 1.3.3. สามารถถ่ายทอดและแลกเปลย่ี นความรู้กับผู้อื่น 1.4. ด้านทกั ษะความสมั พันธ์ระหว่างบคุ คลและความรบั ผดิ ชอบ 1.4.1. รบั ผดิ ชอบในการทำงานทีไ่ ด้รบั มอบหมายทง้ั รายบคุ คลและงานกลุ่ม 1.4.2. สามารถปรับตัวในและทำงานร่วมกบั ผอู้ ืน่ ท้งั ในฐานะผู้นำและสมาชกิ กลุ่มไดอ้ ย่าง มปี ระสิทธิภาพ 1.4.3. มคี วามสามารถในการวางตัวและแสดงความคิดเห็นได้อยา่ งเหมาะสมกบั บทบาท หน้าที่ และความรบั ผิดชอบ 1.4.4. มีบคุ ลกิ ภาพท่ีดี และมีมนุษยสมั พันธ์ 1.4.5. มีความสามารถในการวางแผนและรับผิดชอบในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองและ วชิ าชีพอย่างต่อเน่ือง 1.5. ดา้ นทักษะการคิดวิเคราะหเ์ ชิงตัวเลขการส่อื สาร และการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ 1.5.1. สามารถนำเทคนคิ ทางสถิติหรอื คณิตศาสตร์ เทคโนโลยสี ารสนเทศ และเทคโนโลยี อนื่ ๆ ท่เี ก่ยี วข้องมาประยุกต์ใชใ้ นการสบื ค้น วเิ คราะห์ข้อมูล แปลความหมาย และ เสนอแนวทางในการพัฒนางาน หรือ แก้ไขปัญหาไดอ้ ยางสรา้ งสรรค์ 1.5.2. สามารถสอ่ื สาร สามารถสรปุ ประเด็นจากส่ิงที่ได้เห็นและฟัง ถา่ ยทอดและนำเสนอ ข้อมลู ได้อย่างสรา้ งสรรคแ์ ละมปี ระสทิ ธิภาพ 1.5.3. สามารถติดตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นวัตกรรม และสถานการณ์โลกโดย ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ 2. วิธีประเมินผลการเรียนรู้ 2.1. คณุ ธรรม จรยิ ธรรม 2.1.1. นักศึกษาประเมนิ ผลการเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง กอ่ นและหลังการเรยี น 2.1.2. ประเมนิ โดยอาจารย์จากการสังเกตพฤตกิ รรมการแสดงออกตามปกติของนักศกึ ษา 2.1.3. ผูใ้ ชบ้ ณั ฑิตประเมินคุณธรรมจริยธรรมของบัณฑติ 2.1.4. ประเมนิ ผลพฤติกรรมผู้เรียนจากการสังเกตในกิจกรรมต่าง ๆ ทงั้ ในและนอกช้ันเรียน ทัง้ ในดา้ นระเบียบวินยั ความรับผดิ ชอบ การมีนำ้ ใจ ซอื่ สตั ย์ มสี มั มาคาราวะ และรู้จัก กาลเทศะ 2.1.5. ประเมินผลผู้เรียนจากการปฏิบตั ิงานที่ได้รับมอบหมาย ทั้งด้านความรบั ผิดชอบ การ ตรงต่อเวลา ความซอ่ื สัตย์ และการมีนำ้ ใจเอื้อเฟ้อื เผ่ือแผ่

257 2.2. ความรู้ 2.2.1. ประเมินผลความรู้ของผู้เรยี นจากผลงานระหวา่ งภาค เช่น การบ้าน การเขยี นรายงาน การทดสอบย่อย การนำเสนอรายงานการคน้ คว้าหน้าชั้นเรียน 2.2.2. ประเมนิ ผลความรู้ของผู้เรียนจากการสอบข้อเขียน การสอบปฏิบัติ 2.2.3. ประเมินผลความร้ขู องบัณฑติ โดยการสำรวจความคดิ เหน็ ของผ้ใู ช้บัณฑติ 2.3. ทกั ษะทางปญั ญา 2.3.1. ประเมินจากผลงานการแก้ไขปัญหาทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย 2.3.2. ประเมนิ โดยการสอบขอ้ เขยี นดว้ ยโจทยท์ ต่ี อ้ งใชท้ กั ษะทางปญั ญา 2.3.3. ประเมินรายงานผลการวิจยั 2.3.4. ประเมนิ จากการปฏิบัติงานและกิจกรรมท่ีได้รบั มอบหมาย ในการแก้ไขโจทย์ปัญหาท่ี ซับซ้อน 2.4. ทกั ษะความสมั พันธร์ ะหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ 2.4.1. มอบหมายนักศึกษาประเมินตนเองและเพ่ือนในกลมุ่ สรปุ ผลและมกี ารประเมินโดยใช้ เสยี งส่วนใหญ่ 2.4.2. สงั เกตพฤติกรรมในช้นั เรียน 2.4.3. ประเมินผลจากการทำกจิ กรรมและการปฏิบตั งิ านทไี่ ด้รบั มอบหมาย 2.5. ทักษะการคิดวเิ คราะห์เชงิ ตัวเลข การสือ่ สาร การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ 2.5.1. ประเมินจากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสืบค้นข้อมูลด้วย เทคโนโลยีสารสนเทศที่มอบหมายแตล่ ะบคุ คล 2.5.2. ประเมนิ จากการสอบข้อเขียนในการแกโ้ จทย์ปัญหาเชิงตัวเลขทไี่ ม่เคยพบมาก่อน 2.5.3. ประเมินทักษะการสื่อสารดว้ ยภาษาเขียนจากรายงานแต่ละบุคคลหรือรายงานกลุ่มใน ส่วนท่นี ักศกึ ษานนั้ รบั ผิดชอบ 2.5.4. ประเมินทักษะการสื่อสารด้วยภาษาพูดจากพัฒนาการในการนำเสนอรายงานในชั้น เรียน การนำเสนอสัมมนา การนำเสนอนทิ รรศการโครงงานตอ่ ผ้เู ยยี่ มชมดว้ ยวาจา 3. สัดส่วนของการประเมิน ร้อยละ 10 รอ้ ยละ 40 3.1. ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม 3.2. ดา้ นความรู้ ร้อยละ 30 รอ้ ยละ 10 3.3. ด้านทกั ษะทางปญั ญา รอ้ ยละ 10 3.4. ดา้ นทักษะความสมั พันธร์ ะหว่างบคุ คลและความรับผิดชอบ 3.5. ด้านทกั ษะการคิดวิเคราะหเ์ ชิงตวั เลข การสอื่ สาร และการใช้เทคโนโลยี เนอื้ หาท่สี อน Application (แอพพลิเคชั่น) หรือที่ทุกคนเรียกกันสั้นๆ ว่า App (แอพ) มันคือ โปรแกรมท่ีอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ ที่ออกแบบมาสำหรับ Mobile (โมบาย) Tablet (แท็บ เล็ต) หรอื อุปกรณเ์ คลอื่ นที่ ทีเ่ รารูจ้ ักกัน ซ่ึงในแต่ละระบบปฏบิ ตั กิ ารจะมผี ูพ้ ัฒนาแอพพลิเคชั่นข้ึนมา

258 มากมายเพื่อให้ตรงกับความตอ้ งการของผู้ใช้งาน ซึ่งจะมีให้ดาวน์โหลดทั้งฟรีและจ่ายเงิน ทั้งในด้าน การศึกษา ดา้ นกรสื่อสารหรอื แม้แต่ดา้ นความบันเทิงต่างๆ เปน็ ตน้ โมบายแอพฯ จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ Native Application, Hybrid Application และ Web Application Native App (เนทีฟ แอพ) คือ Application ที่ถูกพัฒนามาด้วย Library (ไลบรารี่) หรือ SDK (เอส ดี เค) เคร่อื งมือทเ่ี อาไวส้ ำหรับพัฒนาโปรแกรมหรือแอพพิเคชัน่ ของ OS Mobile (โอ เอส โมบาย) นั้น ๆ โดยเฉพาะ อาทิ Android (แอนดรอยด์) ใช้ Android SDK (แอนดรอยด์ เอส ดี เค), IOS (ไอ โอ เอส) ใช้ Objective c (ออปเจคทฟี ซี), Windows Phone (วินโดว์ โฟน) ใช้ C# (ซีฉาบ) เปน็ ตน้ Hybrid Application (ไฮบริด แอพพลิเคชั่น) คือ Application ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาด้วย จดุ ประสงค์ ท่ีต้องการใหส้ ามารถ รนั บนระบบปฏิบัติการได้ทกุ OS โดยใช้ Framework (เฟรมเวิร์ก) เขา้ ชว่ ย เพอื่ ให้สามารถทำงานได้ทกุ ระบบปฏิบัติการ Web Application (เว็บ แอพพลิเคชั่น) คือ Application ที่ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อเป็น Browser (บราวเซอร)์ สำหรับการใชง้ านเว็บเพจต่างๆ ซึ่งถูกปรบั แต่งใหแ้ สดงผลแต่สว่ นทจ่ี ำเป็น เพ่อื เป็นการลดทรัพยากรในการประมวลผล ของตัวเครื่องสมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ต ทำให้โหลดหน้า เวบ็ ไซต์ไดเ้ ร็วขึน้ อีกทั้งผ้ใู ชง้ านยังสามารถใช้งานผ่าน อนิ เตอร์เน็ตและอินทราเน็ต ในความเรว็ ตํ่าได้ บริษัทต่าง ๆ ที่ให้บริการผ่านทางอินเตอร์เน็ต มักจะสร้างแอพพลิเคชั่นของตนเองเพื่อให้ ลูกค้าหรือคนที่สนใจเข้าถึงได้ง่ายกว่าการเปิดเข้าไปในเว็บไซต์ เพราะแอพพลิเคชั่นมีความเร็วท่ี เหนือกวา่ หลายเท่า ข้อได้เปรียบหลกั ๆ ของการใช้แอพพลิเคช่นั แทนระบบทว่ั ไปบนเว็บไซต์ คือมันมี ความเร็วกว่าเว็บไซตบ์ นมอื ถือถงึ 1.5 เทา่ มันชว่ ยจดั เกบ็ เรยี บเรยี งข้อมูลไว้ในอุปกรณข์ องคณุ ไว้อย่าง เปน็ ระบบ ในขณะท่ีสามารถดึงขอ้ มูลออกมาแสดงได้ในชัว่ พรบิ ตา ในขณะทค่ี วามปลอดภัยเปน็ สงิ่ สำคญั ท่ีผู้บริโภคคำน่งึ ถึงมากทีส่ ุด แอพมือถือสามารถให้ผู้ใช้ กำหนดตั้งค่าไดอ้ ย่างชัดเจนตง้ั แตต่ ้น ว่าจะเปดิ เผยขอ้ มลู ในส่วนใดบา้ งเชน่ ที่อยู่อเี มล์ เบอร์โทรติดต่อ การเข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้ เพราะการมี แอพพลิเคชนั่ ทปี่ ลอดภยั และผ้ใู ช้จะตัดสนิ ใจดาวโ์ หลดมาใช้งานได้งา่ ยขึ้น แอพมือถือการเขา้ ถึงขอ้ มูลทีง่ ่าย และรวดเรว็ ผใู้ ช้มักจะเข้าถึงได้ทันทีโดยการแตะเพียงครั้ง เดยี ว พวกมันจะแสดงเนอ้ื หารวดเร็วนำเสนอข้อมลู ผ่านการจดั เก็บข้อมูลแบบออฟไลน์ หรือออนไลน์ แอพบางตัว เช่น ธนาคาร เกม และข่าว สามารถทำงานได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เช่นการโหลด รายการขา่ วหรือเกมทส่ี ามารถอ่านหรอื เล่นได้โดยไม่ตอ้ งเชื่อมตอ่ อินเทอรเ์ น็ตนั้นเปน็ อะไรท่ียอดเย่ียม มาก ดงั นนั้ หลายธรุ กจิ จงึ ค้นหาเคร่ืองมือในการอำนวยความสะดวกให้กับตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ประกอบการธุรกิจมอื ใหม่ ทตี่ อ้ งการความรวดเร็ว เข้าถงึ งา่ ย ใช้งานง่าย และไมม่ ีเวลา แอปพลิเคชัน จะช่วยพวกเขาได้เป็นอย่างดี สำหรับบทเรียนนี้จึงนำเสนอแอปพลิเคชัน Kinemaster ที่ช่วยในการ จัดการวิดที ศั นใ์ นการนำเสนอธรุ กจิ สื่อประชาสมั พันธ์

259 ความรูพ้ ้นื ฐานในการสรา้ งการสรา้ ง \"วดี โี อ / หนงั ส้ัน\" ปัจจุบันสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาของไทยจัดการเรียนการสอนเปิดสาขาภาพยนตร์ กนั มาก ในระหวา่ งเรียนและเม่ือจบออกไปทำงาน นกั ศึกษาและบัณฑติ เหล่านนั้ ได้ผลติ ภาพยนตร์ส้ัน หลายเรื่อง แล้วส่งไปประกวดตามเทศกาลภาพยนตร์กันมากมาย มีผู้ชนะประกวดใช้สนามเหล่านี้ แนะนำศักยภาพของตนเพื่อเข้าสู่วงการอาชีพ เมื่อก่อนภาพยนตร์สั้นหาดูยากมักมีฉายตามศูนย์ วฒั นธรรม หรอื หอศิลป์ปัจจุบัน บา้ นเราจัด film festival บอ่ ยๆ ภาพยนตรส์ ัน้ ก็สามารถหาดูได้ง่าย ขึ้น ภาพยนตร์ ภาพยนตร์ คือ เปน็ กระบวนการบันทึกภาพด้วย ฟลิ ์ม แลว้ นำออกฉายในลักษณะที่แสดงให้ เห็นภาพเคลือ่ นไหว ภาพที่ปรากฏบนฟิล์มภาพยนตร์หลังจากผา่ นกระบวนการถ่ายทำแล้วเปน็ เพยี ง ภาพน่งิ จำนวนมาก ท่ีมอี ริ ิยาบทหรือแสดงอาการเคลื่อนไหวเปลีย่ นแปลงไปทีละน้อยตอ่ เนอ่ื งกัน เป็น ช่วงๆ ตามเรื่องราวที่ได้รับการถา่ ยทำและตัดต่อมา ซึ่งอาจเป็นเรื่องราวหรือเหตุการณ์ที่เกดิ ขึ้นจรงิ หรอื เป็นการแสดงให้เหมอื นจริง หรอื อาจเปน็ การแสดงและสร้างภาพจากจินตนาการของผู้สรา้ งกไ็ ด้ ไม่ว่าจะเป็นชนิด ฟิล์มเนกาทีฟ (negative) หรือ ฟิล์มโพซิทีฟ (positive) ซึ่งได้ถูกถ่าย อัด หรือ กระทำด้วยวธิ ใี ด ๆ ใหป้ รากฏรูปหรือเสียงหรือท้งั รปู และเสียง เป็นเรื่องหรือเหตุการณ์ หรือข้อความ อันจักถ่ายทอดรูปหรือเสียง หรือทั้งรูปและเสียงได้ด้วยเครื่องฉายภาพยนตร์หรือเครื่องอย่างอื่น ทำนอง เดยี วกัน และหมายความตลอดถึงฟิล์มซง่ึ ได้ถกู ถ่าย อดั หรือทำด้วยวิธีใด ๆ ให้ปรากฏสี เพ่ือ อดั ลงในฟลิ มช์ นิดดงั กล่าว เป็นสาขาที่สรา้ งสรรค์ผลงานทางศิลปะในรูปของภาพเคลือ่ นไหว และเป็น ส่วนหน่ึงของอุตสาหกรรมบันเทงิ ความหมายของคำวา่ \"ภาพยนตรส์ ั้น\" ไม่มีคำจำกดั ความของคำว่า \"ภาพยนตร์สั้น\" (short narrative หรือ short film) ที่แน่ชัดว่า คอื อะไร แตอ่ นุโลมกนั ว่าถ้าภาพยนตร์น้ันมคี วามยาวต่ำกว่าหนึง่ ช่ัวโมง ถือว่าเป็นภาพยนตร์ส้ันทั้งส้ิน เช่น ภาพยนตร์สั้นๆ (short narrative หรือ short film) ภาพยนตร์สารคดี (documentary film) ภาพยนตร์กึ่งสารคดี (docu-drama) ภาพยนตร์การ์ตูน (animation) ภาพยนตร์ศิลปะ (art film) ภาพยนตร์ทดลอง (experimental film) ภาพยนตร์เพื่อการศึกษา (educational film) ภาพยนตร์ โฆษณาทางโทรทัศน์ (television commercial) ฯลฯ ศิลปะภาพเคลื่อนไหว (motion graphic) มิว สคิ วดิ โี อฯลฯ แต่ในทีน่ ้ี สว่ นใหญ่จะพูดถึงภาพยนตร์ศิลปะและภาพยนตรเ์ รื่องสน้ั ๆ จุดเด่นของภาพยนตร์สั้นนั้นก็คือ จะมีอิสระในการแสดงออกทั้งเนื้อหาจะวิพากษ์วิจารณ์ การเมือง ศาสนา วัฒนธรรม หรือสังคมอย่างรุนแรงก็ได้ เนื่องจากภาพยนตร์สั้นมักจะฉายชมกัน เฉพาะกลุ่ม ส่วนรูปแบบจะวิจิตรพิสดารอย่างไรก็ได้ ดูเข้าใจยากก็ได้เข้าใจง่ายก็ได้ ซ่ึ งต่างจาก ภาพยนตร์เรอ่ื งยาวทีจ่ ะต้องดูเข้าใจง่าย เปน็ เรอ่ื งราวทีน่ า่ ติดตามและใช้ดารามีชือ่ แสดงนำ สอดคล้อง กับความตอ้ งการของตลาดไม่มีฉากอันไม่เหมาะสมท่ีทำให้ถกู เซนเซอร์ ภาพยนตรส์ ัน้ ที่มีอิสระในการ แสดงออกน่ีเอง จงึ เปน็ ภาพยนตร์ทเ่ี ป็นทีน่ ยิ มของคนรกั ศิลปะโดยท่ัวไป

260 ข้อสังเกตที่เด่นชัดอีกอย่างหนึ่งของภาพยนตร์สั้นนั้นก็คือ มักจะมีประเด็นนำเสนอไม่ สลับซับซ้อน มีตัวละครหลักเพียง 1-2 ตัว มีตัวประกอบไม่มาก ภาพยนตร์สั้นมักลงทุนไม่สูงนัก เนือ่ งจากไม่ไดท้ ำเพ่อื ฉายตามโรงภาพยนตร์ สำหรับในตา่ งประเทศที่วงการศิลปะเจริญกว่าเมืองไทย จะมีช่องทางนำเสนอผลงานหลาย เช่น พิพิธภัณฑ์ เทศกาลภาพยนตร์ โรงเรียนภาพยนตร์ หอศิลป์ ศูนย์วัฒนธรรมต่างๆ บางครั้งจำหน่ายได้ด้วย เช่น ขายให้หอสมุด และหอศิลป์ ที่ซื้อภาพยนตร์ ประเภทน้ีสะสมไว้ สำหรับประเทศไทยโอกาสในการแสดงฝีมือและความคดิ ยังไม่แพรห่ ลายนกั ส่วน ใหญจ่ ะทำกนั เองดูในกลมุ่ ผู้สนใจกนั แตอ่ ยา่ งไรก็ตามระยะหลงั ๆ มกี ารจัดประกวดภาพยนตร์สั้นมาก ขึ้น ไม่วา่ จะเป็นผลงานของนักศึกษาหรอื บณั ฑิตทจ่ี บไปแลว้ เพ่ือเผยแพรผ่ ลงานเหล่านั้น การสร้างวีดีโอ การสร้างคลิปวีดีโอนั้น แม้ว่าเรามาภาพต้นฉบับดีๆ วีดีโอสวยๆ มีเสียงเพลงเพราะๆ มี คอมพิวเตอรแ์ ละโปรแกรมท่ีดี ก็ใช่ว่าเราจะสร้างงานออกมาแล้วจะดีไปด้วย ความน่าสนใจของคลิป วีดีโอ ต้องอาศัยจินตนาการ, ความคิดสร้างสรรค์ ในทุกๆ ขั้นตอนของกระบวนการ\"ผลิต\" โดย หลักการทางทฤษฎแี ล้วประกอบด้วย 3 ขั้นตอน หรอื 3 P (Letter Planet, 2559) 1. Pre-Production คือ การเตรียมการกอ่ นการผลิต 2. Production คือ การดำเนนิ การถา่ ยทำ 3. Post-Production คือ การตดั ต่อและการนำเสนอ ดังนั้น การจะสร้างงานออกมาให้ดีและเป็นที่น่าสนใจ เราจำเป็นต้องเตรียมการในเรื่อง เหล่านี้Concept & Theme และ Script & Story Board 1. ขั้นก่อนการผลิต (Pre-Production) นับเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งก่อน เรม่ิ ทำการผลิตภาพยนตร์ ไดแ้ ก่การเตรยี มข้อมูล การกำหนดหรือเคา้ โครงเร่ือง การประสานงาน กอง ถ่ายกบั สถานที่ถ่ายทำ ประชุมวางแผนการผลติ การเขยี นสคริปต์ การจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์การถ่าย ทำ อุปกรณ์การบันทึกเสียง ห้องบันทึกเสียง ห้องตัดต่อ อุปกรณ์ประกอบฉาก อุปกรณ์แสง การ เตรียม ทีมงาน ทกุ ฝ่าย การเดิน ทาง อาหาร ท่ีพกั ฯลฯ หากจัดเตรยี มรายละเอียดในขน้ั ตอนนไ้ี ดด้ ี ก็ จะส่งผลให้ขั้นตอนการผลิตทาได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้นดังนั้น Pre-Production เป็นขั้นตอนท่ี ผู้อำนวยการสร้างหรือนายทุนหนงั สว่ นใหญ่ให้ความสำคัญเปน็ อันดับหนึ่ง เนื่องจากเปน็ ขัน้ ตอนท่มี ี ส่วนอย่างมากที่จะชี้เป็นชี้ตายได้ว่าหนงั จะออกมาดีหรือไม่ช่วง พรี-โพร จะเป็นช่วงทีห่ นังเริ่มก่อเคา้ เป็นรปู เป็นร่างจากเรือ่ งที่ไดร้ ับการอนุมตั ิสร้างจากนายทนุ

261 ภาพท่ี 11.1 Pre-Production ทีม่ า: Princezip, Website. 2012. 2. ขนั้ ตอนการผลติ (Production) เปน็ ข้ันตอนการดำเนินการถา่ ยทำภาพยนตร์(ออกกอง) ทีมงานผูผ้ ลติ ได้แก่ ผกู้ ำกับภาพยนตร์ ชา่ งภาพ ช่างไฟ ชา่ งเทคนคิ เสยี ง ชา่ งศิลป์ ผแู้ ตง่ หน้าทำผม ผู้ ฝึกซ้อมนักแสดง รวมทั้งการบันทึกเสียงตามที่กำหนดไว้ในสคริปต์ ขั้นตอนนี้อาจมีการถ่ายทำแก้ไข หลายคร้งั จนเป็นทพี่ อใจ (take) นอกจากนอ้ี าจจำเป็นต้องเกบ็ ภาพ/เสยี งบรรยากาศทัว่ ไป ภาพเฉพาะ มุมเพ่มิ เตมิ เพ่อื ใช้ในการขยายความ (insert) เพอ่ื ให้ผชู้ มไดเ้ ห็นและเขา้ ใจรายละเอียดมากยง่ิ ขนึ้ ภาพท่ี 11.2 Production ท่มี า: Princezip. Website. 2012. 3. ขั้นตอนหลังการผลิต (Post Production) เป็นขั้นตอนการตัดต่อเรียบเรียงภาพและ เสยี งเข้าไวด้ ้วยกันตามสคริปตห์ รือเนอื้ หาของเรื่อง ขั้นตอนนจี้ ะมีการใส่กราฟกิ และเทคนิคพิเศษภาพ

262 การเชอ่ื มต่อ ภาพ/ฉาก อาจมีการบันทกึ เสียงในห้องบนั ทึกเสยี ง เพิม่ เตมิ อีกก็ได้ อาจมีการนำดนตรี มาประกอบ เรื่องราวเพือ่ เพิม่ อรรธรสในการรับชมยิ่งขึ้น ขั้นตอนนี้ส่วนใหญ่จะดำเนนิ การอยู่ในหอ้ ง ตดั ต่อ มีเฉพาะ คนตัดตอ่ (Editor) ผกู้ ำกบั ภาพยนตรแ์ ละชา่ งเทคนคิ ท่เี กีย่ วขอ้ งเทา่ นั้น ภาพที่ 11.3 Post-Production ท่มี า: Princezip. Website. 2012. Concept & Theme เป็นการกำหนดแนวคิดและทิศทางของคลิปวีดีโอเรา รวมถึงรูปแบบในการนำเสนอ เช่น คลิป\"ส่งเสริมการปัน่ จกั รยานเพ่ือการทอ่ งเท่ียว\" มี Concept คอื ตอ้ งนำเสนอความสนกุ สนานในการ ปน่ั จักรยานไปทอ่ งเท่ยี วสถานที่ต่างๆ ดังนัน้ Theme ของเรื่องนีก้ ็คอื สถานท่ีและเสน้ ทาง ท่ีสวยงาม ซ่งึ จะสง่ ผลตอ่ Script และ Storyboard จะต้องดำเนินไปในทิศทางเดยี วกัน Script สครปิ ต์ หรอื บท คอื รายละเอยี ดของตวั ละคร, ฉาก, มุมกล้อง, การตัดต่อ, ตัวหนังสือ, เสียง ประกอบ ฯลฯ ทุกอย่างตอ้ งระบุในสครปิ ต์ทั้งหมด เพื่อให้ได้ผลลพั ธ์ตามท่ตี ้องการ Story board ตามหลกั การของการสรา้ งภาพยนตร์ เปน็ ภาพวาดแบบรา่ ง ทส่ี รา้ งขึ้นจากสคริปต์ หากระบุ รายละเอียดได้มาก การทำงานจะสะดวกมากขึ้น ในทางอุตสาหกรรมภาพยนตร์ จะสร้างเป็น ภาพเคลอื่ นไหวแบบ 3D-Animation บันทึกเสียงประกอบแบบภาพยนตรจ์ ริงๆ แต่สำหรับระดับเราๆ สร้างคลิปวีดีโออัพขึ้น Youtube คงไม่ต้องถึงขนาดนั้น เอาแบบง่ายๆ ก็คือภาพ sketch ใน shot ต่างๆ พร้อมคำบรรยาย หรือ บทสนทนา เป็นการช่วยลำดับเหตุการณ์ ส่วนประกอบของ Story Board ได้แก่ ตัวละคร / ฉาก / เรื่องราว, มมุ กล้อง, เสียง / คำบรรยาย, เวลา

263 ขั้นตอนสำหรบั การเขยี นบทภาพยนตร์ 1. การค้นคว้าหาข้อมูล (research) เป็นขั้นตอนการเขียนบทภาพยนตร์อันดับแรกที่ต้องทำ ถอื เปน็ ส่ิงสำคญั หลงั จากเราพบประเดน็ ของเรื่องแล้ว จึงลงมือค้นคว้าหาข้อมูลเพ่ือเสริมรายละเอียด เรอ่ื งราวทีถ่ กู ต้อง จรงิ ชดั เจน และมีมติ ิมากข้ึน คณุ ภาพของภาพยนตรจ์ ะดหี รือไมจ่ งึ อยทู่ ่ีการคน้ คว้า หาข้อมูล ไม่ว่าภาพยนตรน์ ้ันจะมเี นอื้ หาใดกต็ าม 2. การกำหนดประโยคหลักสำคัญ (premise) หมายถึงความคิดหรือแนวความคิดที่ง่าย ๆ ธรรมดา ส่วนใหญ่มักใช้ตั้งคำถามว่า “เกิดอะไรขึ้นถ้า...” (what if) ตัวอย่างของ premise ตาม รูปแบบหนังฮอลลีวู้ด เช่น เกิดอะไรขึ้นถ้าเรื่องโรเมโอ & จูเลียตเกิดขึ้นในนิวยอร์ค คือ เรื่อง West Side Story เปน็ ตน้ 3. การเขียนเรื่องย่อ (synopsis) คือเรื่องย่อขนาดสั้น ที่สามารถจบลงได้ 3-4 บรรทัด หรือ หนึ่งยอ่ หน้า หรืออาจเขียนเป็น story outline เป็นร่างหลังจากท่ีเราค้นคว้าหาข้อมูลแล้วกอ่ นเขยี น เปน็ โครงเร่อื งขยาย (treatment) 4. การเขียนโครงเรื่องขยาย (treatment) เป็นการเขียนคำอธิบายของโครงเรื่อง (plot) ใน รูปแบบของเรื่องสั้น โครงเรื่องขยายอาจใช้สำหรับเป็นแนวทางในการเขียนบทภาพยนตร์ที่สมบูรณ์ บางครั้งอาจใช้สำหรับยื่นของบประมาณได้ด้วย และการเขียนโครงเรื่องขยายท่ีดีต้องมีประโยคหลกั สำคัญ (premise) ที่ง่ายๆ น่าสนใจ 5. บทภาพยนตร์ (screenplay) สำหรับภาพยนตร์บันเทิง หมายถงึ บท (script) ซีเควนส์หลัก (master scene/sequence)หรือ ซีนาริโอ (scenario) คือ บทภาพยนตร์ที่มีโครงเร่ือง บทพูด แต่มี ความสมบูรณ์น้อยกว่าบทถ่ายทำ (shooting script) เป็นการเล่าเรื่องที่ได้พัฒนามาแล้วอย่างมี ขั้นตอน ประกอบ ด้วยตัวละครหลักบทพูด ฉาก แอ็คชั่น ซีเควนส์ มีรูปแบบการเขียนที่ถูกต้อง เช่น บทสนทนาอยู่กึ่งกลางหน้ากระดาษฉาก เวลา สถานที่ อยู่ชิดขอบหน้าซ้ายกระดาษ ไม่มีตัวเลข กำกบั ชอ็ ต และโดยหลักทว่ั ไปบทภาพยนตรห์ นง่ึ หน้ามคี วามยาวหน่ึงนาที 6. บทถา่ ยทำ (shooting script) คือบทภาพยนตร์ทเี่ ป็นขนั้ ตอนสุดทา้ ยของการเขยี น บทถ่าย ทำจะบอกรายละเอียดเพิม่ เติมจากบทภาพยนตร์ (screenplay) ได้แก่ ตำแหนง่ กลอ้ ง การเช่ือมช็อต เช่น คัท (cut) การเลือนภาพ (fade) การละลายภาพ หรือการจางซ้อนภาพ (dissolve) การ กวาดภาพ (wipe) ตลอดจนการใช้ภาพพิเศษ (effect) อื่น ๆ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีเลขลำดับช็อต กำกับเรยี งตามลำดบั ต้งั แต่ช็อตแรกจนกระท่งั จบเร่อื ง 7. บทภาพ (storyboard) คือ บทภาพยนตร์ประเภทหนึ่งที่อธิบายด้วยภาพ คล้ายหนังสือ การ์ตนู ให้เหน็ ความต่อเนอ่ื งของช็อตตลอดท้งั ซีเควนสห์ รือทง้ั เรื่องมคี ำอธิบายภาพประกอบ เสยี งต่าง ๆ เช่น เสยี งดนตรี เสยี งประกอบฉาก และเสยี งพดู เปน็ ต้น ใช้เปน็ แนวทางสำหรบั การถ่ายทำ หรือใช้ เป็นวิธีการคาดคะเนภาพล่วงหน้า (pre-visualizing) ก่อนการถ่ายทำว่า เมื่อถ่ายทำสำเร็จแลว้ หนัง จะมรี ูปร่างหนา้ ตาเปน็ อย่างไร ซ่ึงบริษัทของ Walt Disney นำมาใชก้ ับการผลติ ภาพยนตรก์ าร์ตูนของ บริษทั เป็นครง้ั แรก โดยเขียนภาพเหตกุ ารณ์ของแอ็คช่ันเรยี งตดิ ตอ่ กนั บนบอร์ด เพอื่ ใหค้ นดเู ข้าใจและ มองเห็นเรื่องราวล่วงหน้าได้ก่อนลงมือเขียนภาพ ส่วนใหญ่บทภาพจะมีเลขที่ลำดับช็อตกำกับไว้ คำ บรรยายเหตุการณ์ มุมกลอ้ ง และอาจมีเสียงประกอบด้วย

264 การเขยี น shooting script 1. ภาพระยะไกลมากหรือระยะไกลสุด (Extreme Long Shot / ELS) ได้แก่ ภาพที่ถ่าย ภายนอกสถานท่โี ลง่ แจง้ มกั เนน้ พื้นท่หี รือบรเิ วณทีก่ ว้างใหญไ่ พศาล เม่ือเปรียบ เทยี บกับสัดส่วนของ มนษุ ย์ทม่ี ีขนาดเล็ก ภาพ ELS ส่วนใหญใ่ ช้สำหรบั การเปิดฉากเพอ่ื บอกเวลาและสถานท่ี อาจเรียกว่า Establishing Shot กไ็ ด้ เปน็ ช็อตทแ่ี สดงความยิง่ ใหญ่ของฉากหลงั ภาพท่ี 11.4 Extreme Long Shot ทม่ี า: Princezip. Website. 2012. 2. ภาพระยะไกล (Long Shot /LS) เป็นภาพที่ค่อนข้างสับสนเพราะมีขนาดที่ไม่แน่นอน ตายตวั บางครัง้ เรียกภาพกว้าง (Wide Shot) เวลาใชอ้ าจกินความต้งั แตภ่ าพระยะไกลมาก (ELS) ถึง ภาพระยะไกล (LS) ซึ่งเป็นภาพขนาดกว้างแตส่ ามารถเห็นรายละเอียดของฉากหลังและผู้แสดงมาก ขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับภาพระยะไกลมาก หรือเรียกว่า Full Shot เป็นภาพกว้างเห็นผู้แสดงเตม็ ตัว ตัง้ แต่ศรี ษะจนถงึ สว่ นเทา้ ภาพที่ 11.5 Long Shot ท่ีมา: Princezip, Website. 2012.

265 3. ภาพระยะไกลปานกลาง (Medium Long Shot / MLS) เปน็ ภาพที่เห็นรายละเอยี ด ของ ผแู้ สดงมากขนึ้ ตัง้ แต่ศรี ษะจนถงึ ขา หรือหัวเข่า ซงึ่ บางครงั้ ก็เรยี กว่า Knee Shot เป็นภาพท่ีเห็นตัวผู้ แสดงเคล่อื นไหวสัมพันธ์กับฉากหลงั หรือเห็นเฟอรน์ ิเจอร์ ในฉากน้ัน ภาพท่ี 11.6 Medium Long Shot ทม่ี า: Princezip. Website. 2012. 4. ภาพระยะปานกลาง (Medium Shot /MS) เป็นขนาดทม่ี ีความหลากหลายและมีชื่อเรียก ได้หลายช่ือเช่นเดยี วกัน แต่โดยปกตจิ ะมขี นาดประมาณตง้ั แตห่ นึง่ ในสถ่ี ึงสามในส่ีของรา่ งกาย บางครั้ง เรียกว่า Mid Shot หรอื Waist Shot กไ็ ด้ เป็นชอ็ ตที่ใชม้ ากสุดอนั หนึง่ ภาพยนตร์ ภาพท่ี 11.7 Medium Shot ท่มี า: Princezip. Website. 2012.

266 5. ภาพระยะใกลป้ านกลาง (Medium Close-Up / MCU) เปน็ ภาพแคบ คลอบคลุมบริเวณ ตั้งแต่ศีรษะถงึ ไหล่ของผู้แสดง ใช้สำหรับในฉากสนทนาทีเ่ หน็ อารมณ์ความรู้สึกทีใ่ บหนา้ ผู้แสดงร้สู ึก เด่นในเฟรม บางคร้ังเรียกว่า Bust Shot มขี นาดเทา่ รปู ป้นั ครึง่ ตวั ภาพท่ี 11.8 Medium Close-Up ท่ีมา: Princezip. Website. 2012. 6. ภาพระยะใกล้ (Close-Up / CU) เป็นภาพที่เห็นบริเวณศีรษะและบริเวณใบหน้า ของผู้ แสดง มีรายละเอียดชัดเจนขึ้น เช่น ริ้วรอยบนใบหน้า น้ำตา ส่วนใหญ่เน้นความรู้สึกของผู้แสดงท่ี สายตา แววตา เป็นช็อตที่นิ่งเงียบมากกว่าให้มีบทสนทนา โดยกล้องนำคนดูเข้าไปสำรวจตัวละคร อยา่ งใกล้ชดิ ภาพที่ 11.9 Close-Up ท่ีมา: Princezip. Website. 2012.

267 7. ภาพระยะใกล้มาก (Extreme Close-Up /ECU หรือ XCU) เป็นภาพที่เน้นส่วนใด ส่วน หนงึ่ ของร่างกาย เช่น ตา ปาก เทา้ มอื เป็นตน้ ภาพจะถูกขยายใหญ่บนจอ เหน็ รายละเอียดมาก เป็น การเพ่ิมการเลา่ เร่ืองในหนงั ใหไ้ ด้อารมณม์ ากขน้ึ ภาพที่ 11.10 Extreme Close-Up ทม่ี า: Princezip. Website. 2012. 8. มุมสายตานก (Bird's-eye view) มุมชนิดนี้มักเรียกทับศัพท์ทำให้เข้าใจ มากกว่า เป็นมุม ถ่ายมาจากด้านบนเหนือศีรษะ ทำมุมตั้งฉากเป็นแนวดิ่ง 90 องศากับผู้แสดง เป็นมุมมองที่เราไม่ คนุ้ เคยในชวี ิตประจำวัน จงึ เป็นมุมท่ีแปลก แทนสายตานกทอี่ ยบู่ นทอ้ งฟา้ ภาพท่ี 11.11 Bird's-eye view ที่มา: Princezip. Website. 2012.

268 แนะนำแอปพลเิ คชันในการสร้างสื่อประเภทวดิ โี อ 1. ADOBE PREMIERE RUSH แอพตัดต่อวีดีโอที่ใคร ๆ ก็ต้องรู้จักอย่าง Adobe Premiere Pro รูปแบบมือถือในช่ือ Adobe Premiere Rush ที่เครมตัวเองว่าเป็นโปรแกรมตัดต่อวีดีโอแบบ All in one มีแอปมี ความสามารถตั้งแตก่ ารเรมิ่ ต้นถ่ายคลิปวีดีโอ และนำคลปิ นนั้ มาตัดต่อ เม่อื ตดั เสร็จกส็ ามารถเผยแพร่ ลง Social Media ได้ทันที เรียกอีกอย่างว่าเป็นแอปที่มีทุกอย่างครบ Eco System ของงานตัดต่อ สามารถ Download ได้ท้ังระบบปฏิบัติการ Android, iOS จุดเด่น • แอปตดั ตอ่ วดิ โี อสามารถถ่าย, ตัดต่อ และแชรไ์ ดท้ ันที • สามารถนำไฟล์ตดั ตอ่ ไปตัดต่อแบบขา้ มแพลตฟอรม์ ได้ • ใช้งานงา่ ย ไม่ซับซอ้ น มอื ใหมใ่ ช้เวลาศกึ ษาไมน่ าน • โปรแกรมตัดตอ่ วดี ีโอฟรี ไมม่ ีลายนำ้ ภาพท่ี 11.12 แอปพลิเคชนั ADOBE PREMIERE RUSH ท่ีมา: อชริ วฒั น์ เจอื สวัสดิ์, เวบ็ ไซต์. 2564 2. KINEMASTER VIDEO EDITOR แอพตดั ต่อยอดนิยมอย่าง KineMaster ทผี่ ใู้ ช้ดาวน์โหลดไปใช้กนั เยอะมากจนทางผู้พัฒนามี งบสามารถพัฒนาแอพเพิ่มเติมให้ดีย่ิงขึน้ ไปอีก ทว่าหลังตัดต่อเสร็จจะมีลายนำ้ ติดมาด้วยเสมอ หาก อยากเอาลายน้ำออกก็จำเปน็ ตอ้ งเสยี เงินเพิ่ม สามารถ Download ได้ทงั้ ระบบปฏบิ ตั ิการ Android, iOS จดุ เดน่ • ฟเี จอร์ต่าง ๆ และเอฟเฟคในการตัดต่อมีเยอะมาก เมอ่ื เทยี บกบั แอปตดั ต่อวิดีโอบน โทรศัพทต์ วั อื่นๆ