Ku non MuAng 349 Ku Non Muang is located at Ban Non Muang, Phanom Phrai District, Roi Et Province, Exploring rEligious, away from Ku Ban Kham Phra about 1 kilometer north along the highway no. 2227 (Phanom Phrai-Mahachai Chai), turn left onto the gravel trail, 2 kilometers to Art And CulturAl Works for sustAinAble CulturAl tourism Ban Non Muang School. Ku Non Muang is located on the south side of the school, about 800 meters away. Architectural style of Ku Non Muang has the same structure as Ku Ban Kham Phra. It is a place of brick and mortar construction. There is a square map of the four corners of the base, with a base of about 1.60 meters high. The base is a base with two layers of lotus base. The upper part has a puffed appearance, currently in disrepair the breakdown. The east side of Ku is connected to Sim, with a staircase at the back of the main Buddha statue. The Sim has many small sandstone battlements around it. Evidence about the ancient community that lived in this area has found at Ban Non Muang School. Antiquities found are as follows; large jar shape, light brown coating - light green, clear green lacquer bowl Earthenware, leaves with iron, iron scraps, steel spades and bronze bracelets.
โครงการสืบคน้ 350 งานด้านศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรมสู่เส้นทาง การทอ่ งเท่ียวเชงิ วฒั นธรรมท่ยี งั่ ยืน
351 Exploring rEligious, Art And CulturAl Works for sustAinAble CulturAl tourism
โครงการสืบคน้ 352 งานด้านศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรมสู่เส้นทาง การทอ่ งเท่ียวเชงิ วฒั นธรรมท่ยี งั่ ยืน
กู่บ้านคา� พระ กูบ่ า้ นค�าพระ ตั้งอยทู่ ี่บา้ นค�าพระ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอด็ หา่ งจากตวั 353 อา� เภอพนมไพรไปทางทศิ ใต้ประมาณ 6 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวง หมายเลข 2227 (พนมไพร-มหาชนะชยั ) กตู่ ้ังอยู่ทางด้านทศิ ตะวนั ตก Exploring rEligious, ของถนน ลักษณะของสถาปตั ยกรรม กู่บา้ นค�าพระเป็นศาสนสถาน ขนาดเล็กกอ่ ด้วยอฐิ สอดินฉาบปนู มีแผนผังรปู ส่ีเหลีย่ มจตุรัส ยกมมุ Art And CulturAl Works for sustAinAble CulturAl tourism ออกมาทั้ง 4 ดา้ นท�าเปน็ ช่องคูหา มีประตูทางดา้ นเดยี วคอื ด้าน ทศิ เหนือ อีก 3 ดา้ นเปน็ ประตหู ลอก สว่ นฐานช�ารดุ และทางวัดไดน้ �า กอ้ นศิลาแลงมาถมโดยรอบ เหลือรอ่ งรอยเพยี งฐานบวั ตอ่ ดว้ ยฐาน หนา้ กระดานซ้อนช้ันขึ้นรองรบั องคเ์ รอื นธาตทุ ีผ่ ายออก ส่วนยอด ก่ออฐิ ซอ้ นเหลือ่ มสอบเข้าหากนั ภายในดา้ นตดิ กบั ผนงั มฐี านชกุ ชี กอ่ ด้วยอฐิ ประดิษฐานพระประธานเปน็ พระพทุ ธรปู ยืนฝมี ือชา่ ง พนื้ เมือง มรี อ่ งรอยการบรู ณะใหมบ่ รเิ วณช่องประตดู ้านทศิ ตะวนั ออก และบนั ไดทางข้นึ ด้านหน้ากอ่ ดว้ ยซีเมนต์
โครงการ ืสบ ้คน Ku BAn KhAM PhRA งาน ้ดานศาสนา ิศลปะและ ัวฒนธรรมสู่เส้นทาง Ku Ban Kham Phra, located at Ban Kham Phra, Phanom Phrai การ ่ทองเ ่ทียวเชิง ัวฒนธรรม ี่ทย่ังยืน District, Roi Et Province. Away from the Phanom Phrai district to the south about 6 kilometers along the highway no. 2227 (Phanom 354 Phrai-Maha Chana Chai). Ku is located on the west side of the road. Architecture of Ku Ban Kham Phra is a small place of worship with brick, plastered soil. There is a square map, raise the corners to come out in all 4 areas as a booth. There is a single door on the north side, another 3 sides are the tricked door. The base is damaged and the temple has brought laterite cubes to fill the surrounding area, leaving only traces of the lotus base, followed by the base of the floor, stacked up and supporting the body. As for the brick on the top, overlap each other Inside the wall, adjacent to the base made of brick, enshrined Buddha statue as a standing Buddha statue. There are signs of renovations at the east gate and stairway, at the front was built with cement.
355 Exploring rEligious, Art And CulturAl Works for sustAinAble CulturAl tourism
โครงการสืบคน้ 356 งานด้านศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรมสู่เส้นทาง การทอ่ งเท่ียวเชงิ วฒั นธรรมท่ยี งั่ ยืน
357 Exploring rEligious, Art And CulturAl Works for sustAinAble CulturAl tourism
โครงการ ืสบ ้คนกูโ่ พนวทิ งาน ้ดานศาสนา ิศลปะและ ัวฒนธรรมสู่เส้นทางกูโ่ พนวทิ ตัง้ อยทู่ ่ี บา้ นกกู่ าสงิ ห ์ ตา� บลก่กู าสิงห ์ อ�าเภอเกษตรวสิ ยั จงั หวดั ร้อยเอ็ด กโู่ พนวิท หา่ งจากกู่กาสิงห์มาทาง การ ่ทองเ ่ทียวเชิง ัวฒนธรรม ี่ทย่ังยืนทิศเหนือประมาณ 300 เมตร เปน็ ปราสาทหรือเทวาลัยในศาสนาพราหมณ์ สรา้ งในพุทธศตวรรษท่ี 16 ตามแบบวัฒนธรรม เขมร บนพื้นท่ีชมุ ชนโบราณท่ีอาศัยสืบเน่อื งกันมาต้ังแตส่ มยั กอ่ นประวตั ิศาสตรต์ อนปลาย จากหลักฐานทีพ่ บเป็นกลมุ่ 358 ภาชนะดินเผาใส่กระดกู แบบประเพณีการฝังศพครง้ั ท ี่ 2 ในกลุม่ วฒั นธรรมท่งุ กุลารอ้ งไห้ เดิมกู่โพนวิทสรา้ งขึน้ เพอ่ื อทุ ศิ แด่ พระนารายณ์ กอ่ นทีจ่ ะถกู ปรบั เปล่ยี นเป็นเทวาลยั พระอศิ วร ภายในบริเวณกโู่ พนวทิ ประกอบด้วยฐานปราสาทแบบเขมร 1 แห่ง สร้างหันหนา้ ไปทางทิศตะวันออก และฐานขนาดเลก็ อกี 2 ฐานทางด้านหน้าปราสาท ลกั ษณะสถาปัตยกรรมกโู่ พนวทิ ส่วนฐานปราสาทก่อดว้ ยศลิ าแลง เป็นฐานบวั ยกสงู จากพน้ื ดนิ ประมาณ 2 เมตร ในผงั ส่ีเหลี่ยมจัตรุ ัส ด้านบนเป็นทรายอดั แนน่ กอ่ นปศู ิลาแลง ไม่มีบันไดทางขนึ้ ตอนกลางและบริเวณมุมท้ัง 4 ปรากฏฐานขนาดเลก็ ในผังสเี่ หลย่ี มจัตุรัสมหี ลมุ เสาไมท้ ม่ี ุมฐานทัง้ 4 สว่ นฐานอาคารท่ีสนั นษิ ฐานวา่ เปน็ บรรณาลัยท่ีกอ่ ดว้ ยศิลาแลงในแผงรปู สีเ่ หลีย่ มผืนผ้า การขดุ คน้ ทางโบราณคดใี นพน้ื ทพี่ บแท่นฐานโยนีทม่ี ีช่องเดอื ยรปู 8 เหลี่ยม ส�าหรับใช้ประดิษศวิ ลงึ ค์ และทวารบาลรปู มหากาลซง่ึ มกั พบในเทวสถานพระอศิ วร ปะปนกบั ชิ้นสว่ นประตมิ ากรรมพระนารายณ์ท่ีถกู ทบุ ท�าลายและกระจายทัว่ พนื้ ที่ น�ามาซึ่งข้อสนั นษิ ฐานวา่ เดิมกูโ่ พนวทิ สร้างข้นึ เพ่อื เป็นเทวาลัยของพระนารายณ์มาก่อนในระยะต้นพทุ ธศตวรรษท่ี 16 ภายหลังได้เปลีย่ นเปน็ เทวาลัยของพระอศิ วรในระยะปลายพุทธศตวรรษที่ 16 ขณะนนั้ คงมีการทุบท�าลายประตมิ ากรรม พระนารายณ์และน�าศิวลงึ คม์ าประดิษฐานแทนท่ี
359 Exploring rEligious, Art And CulturAl Works for sustAinAble CulturAl tourism
โครงการสืบคน้ 360 งานด้านศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรมสู่เส้นทาง การทอ่ งเท่ียวเชงิ วฒั นธรรมท่ยี งั่ ยืน
Ku Phonwit Ku Phonwit is located at Ban Ku Ka Sing. Ku Ka Sing Sub-district Kaset Wisai District Roi Et Province. Ku Phonwit 361 is 300 meters to the north away from Ku Ka Sing, is a castle or a temple in Brahmin religion built in the 16th Buddhist century with Buddhist style of Khmer culture on an ancient community area that has been traditionally from the late Exploring rEligious, prehistoric period. From the evidence, found the 2nd batch of burial ceramics in the Thung Kula Rong Hai culture group. The original Ku Phonwit was built to be dedicated to Narai, before being transformed into the god Shiva. Art And CulturAl Works for sustAinAble CulturAl tourism Ku Phonwit area consisting of 1 Khmer castle base, facing east, and two small bases on the front of the castle. Architecture of Ku Phonwit, the castle base is made of laterite as a lotus base raised about 2 meters from the ground in the square plan. The top is packed with sand before paving laterite. No stairs in the middle and in the four corners appearing a small base in the square plan with 4 wooden pillars at the base corner. The base of the building is presumed to be a Bannalai built by lateral stone in a rectangular panel. Archaeological excavations in the area found the base of the vagina with a square-shaped pivot hole for holding Lingering and the guard in form of Mahagarn, which is often found in Shiva temple, mixed with fragments of Vishnu sculptures that were destroyed and scattered throughout the area. It brought to the assumption that the original Ku Phonwit was built as a temple of Phra Narai before the beginning of the 16th Buddhist century, after being transformed into a temple of Lord Shiva in the late 19th Buddhist century. In that time, there is Vishnu sculpture destroying and enshrined the statue.
โครงการสืบคน้ 362 งานด้านศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรมสู่เส้นทาง การทอ่ งเท่ียวเชงิ วฒั นธรรมท่ยี งั่ ยืน
กเู่ มอื งบวั กเู่ มอื งบัว ต้งั อยู่ท ี่ ต.เมืองบวั อ.เกษตรวสิ ัย จ.รอ้ ยเอด็ ชาวเมอื งบวั ในปจั จุบนั น่าจะมกี ารอยู่อาศยั ในทีแ่ หง่ น้ีมาประมาณ 200 ปีมาแลว้ 363 เมอ่ื ครงั้ ท่ีมีการอพยพโยกย้ายผคู้ นมาจากเมอื งเวียงจันทน์ ชาวเมอื งบัวทุกคนทราบว่าหมู่บ้านของตนเปน็ เมอื งเกา่ และมคี วามเชือ่ ว่า เปน็ เมอื งขอม คนเฒา่ คนแก่เลา่ สบื ต่อกันมาวา่ ในอดตี เมืองบวั มีชื่อวา่ เมอื งเท เปน็ เมอื งหนา้ ดา่ นของเมืองสาเกตนคร (ชอ่ื เดิมของ Exploring rEligious, เมืองเกษตรวิสยั )เม่ือมีการตัง้ เมอื งเกษตรวสิ ยั ราว พ.ศ.2415 แลว้ เมอื งเทก็ถูกลดอ�านาจลงตกอยภู่ ายใตอ้ า� นาจการปกครองของ เจา้ เกษตรวไิ ชย (อุปราชเหงา้ ) บ้านดอนส�าโรง ตอ่ มา เมืองเทไดเ้ ปลีย่ นชอื่ เปน็ เมืองบัว โดยตงั้ ตามทมี่ ีหนองน�้าทวั่ ไปในบริเวณน้ี Art And CulturAl Works for sustAinAble CulturAl tourism มดี อกบัวหลายชนิดนน่ั เอง ตัวโบราณสถานกอ่ ดว้ ยศิลาแลง มหี ินทรายประกอบบา้ งในสว่ นท่รี องรับน�้าหนกั ผนงั กอ่ ทึบทงั้ 4 ด้าน ท�าเป็นทางเขา้ ด้านทิศตะวนั ออก เพียงด้านเดยี ว ด้านอ่นื ทา� เป็นประตหู ลอก ซึง่ ยังเหลอื ใหเ้ หน็ ทางด้านทิศใต ้ กูห่ นั หนา้ ไปทางด้านทศิ ตะวันออกมีแนวคูน้�าล้อมรอบ บรเิ วณปราสาทพบทับหลงั รูปพระอินทรท์ รงชา้ งเอราวณั ศลิ ปะขอมแบบบาปวน อายรุ าวพุทธศตวรรษท ่ี 16 ตกอย ู่ 1 ชิ้น ในอดตี เคยมกี าร ขุดบริเวณดา้ นทิศใต้ของปราสาทประธาน พบประติมากรรมรปู บรุ ุษและสตร ี ที่เคยประดิษฐานอยูบ่ นฐานประติมากรรม ที่ต้ังอยู่บริเวณ ด้านหน้าของปราสาทประธาน ปจั จบุ นั ไดห้ ายไปแลว้ ซึ่งชาวบ้านเช่อื กันว่ามคี วามเกย่ี วพันกบั ตา� นานพื้นบ้าน เรือ่ ง สงั ขศ์ ลิ ปช์ ัย และพบ เทวรปู มีศรี ษะเปน็ ช้างล�าตัวเป็นมนษุ ย ์ ซ่ึงน่าจะหมายถงึ พระคเณศ ซึ่งกลุม่ ประตมิ ากรรมรูปบุรุษและสตร ี อาจเปน็ รูปเคารพของพระศิวะและ พระนางอุมา ซง่ึ เป็นวงศ์ของพระคเณศและมักพบร่วมกนั ในโบราณสถานทอี่ ทุ ิศถวายใหพ้ ระศิวะ ดงั นั้นกูเ่ มอื งบวั นา่ จะเป็นศาสนสถาน ในศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกาย รปู แบบศลิ ปะแบบบาปวนตามรปู แบบทบั หลังทย่ี ังปรากฎอย่ ู โดยอาจจะมกี ารดดั แปลงในพทุ ธศตวรรษที่ 18 เนอ่ื งจากใช้ศิลาแลงเป็นวัสดใุ นการก่อสรา้ ง ตามแบบโบราณสถานท่นี ยิ มสรา้ งในชว่ งเวลาดังกล่าว หรอื อาจจะนา� วสั ดุก่อสร้างประเภท หนิ ทราย เช่น ทบั หลังของสมยั ก่อนกลบั มาใชอ้ กี ในราวพทุ ธศตวรรษท ี่ 18 ก็เปน็ ได้ แต่เนอ่ื งจากโบราณสถานแห่งน้ีชา� รดุ หักพงั มาก และยงั ไม่มีการดา� เนินการขดุ แต่งทางโบราณคด ี จงึ ไม่สามารถกา� หนดอายุทีแ่ นน่ อนได้ แตน่ ่าจะมีอายุในชว่ งพุทธศตวรรษท ่ี 17 – 18
โครงการสืบคน้ Ku MuAng BuA งานด้านศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรมสู่เส้นทาง 364 การทอ่ งเท่ียวเชงิ วฒั นธรรมท่ยี งั่ ยืน
Ku Muang Bua is located at Mueang Bua Sub-district, Kaset Wisai District, Roi Et Province. Every citizen of Bua 365 Sub-district knows that their village is an old town, since around 200 years ago, and it is believed to be a Khmer city. Old people told us that in the past Bua town is called Tae, a town on the outskirts of Saket Nakhon. (The original name Exploring rEligious, of Muang Kaset Wisai) When the city of Kaset Wisai was established around 1872, then the city was reduced to power under the administration of Chao Kaset Wichai, Baan Don Samrong. Later, the city of Tae changed its name to Bua City Art And CulturAl Works for sustAinAble CulturAl tourism according to swamps which is common in this area and has lots of lotus. The archaeological site is made of laterite. There is some sandstone in the weight support section, 4 solid walls, the entrance on the east side only, other side is the fake entrance which remains to be seen on the south side. Ku is facing the east side with a moat around. In the castle area, found 1 piece of the lintel of Indra with the Erawan elephant, Bayun Khmer art around the 16th Buddhist century. In the past, it had been excavated on the south side of the main castle. It found sculptures of men and women used to be enshrined on a sculpture base, which is located in front of the Main castle, and currently disappeared. The villagers believed that there was a connection with the local legend about Sang Sin Chai and found an idol statue with a elephant head and a human body which should mean the Kanate god. The group of men and women may be an idol of Shiva and uma which is a family of Kanate god and often found together in ancient monuments dedicated to Shiva. Therefore, Ku Muang Bua should be a place of Hinduism, Kiwisakanism, Baphone Art forms, based on the lintel pattern that still appears. It may have been modified in the 18th Buddhist century because the laterite was used as a construction material according to the ancient style that was popularly built during that time, or may use sandstone construction materials, such as the lintel of olden days, to be used again in the 18th Buddhist century. It is possible, but because of damages to this ruins and no archaeological excavation, therefore, cannot determine the exact age, but should be aged in the 17th-18th Buddhist century.
โครงการสืบคน้ 366 งานด้านศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรมสู่เส้นทาง การทอ่ งเท่ียวเชงิ วฒั นธรรมท่ยี งั่ ยืน
367 Exploring rEligious, Art And CulturAl Works for sustAinAble CulturAl tourism
โครงการสืบคน้ กวู่ ดั ธาตุพนั ขนั งานด้านศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรมสู่เส้นทาง 368 การทอ่ งเท่ียวเชงิ วฒั นธรรมท่ยี งั่ ยืน
กวู่ ัดธาตพุ นั ขัน ตั้งอยู่ท ่ี ต.จ�าปาขัน อ.สวุ รรณภมู ิ จ.รอ้ ยเอด็ เปน็ ศาสนสถานส�าคัญต้ังอยูก่ ลางเมืองจ�าปาขนั อนั เปน็ 369 เมอื งสมัยทวารวดที ีม่ ีผู้คนอาศัยสบื มาต้ังแต่ 2,500-2,000 ปีมาแลว้ ผังเมอื งจา� ปาขันเป็นรูปสีเ่ หลีย่ มผืนผ้า กว้างประมาณ 800 เมตร ยาวประมาณ 2,100 เมตร มีแนวคันดินและคูน�้าล้อมรอบ ภายในเมอื งมีบ่อพนั ขันซง่ึ เป็น บ่อน�้าธรรมชาติ Exploring rEligious, บนลานหนิ ทรายสแี ดง ขนาดกวา้ ง 6 นิ้ว ลึก 12 นิว้ มีน�้าผุดออกมาตลอดเวลา ทง้ั ในบริเวณนยี้ ังเปน็ แหลง่ ผลติ เกลือสนิ เธาว์ ทีส่ า� คญั ทส่ี ุดของพื้นท่ีทงุ่ กลุ ารอ้ งไห้ ตามต�านานพ้ืนบา้ นกลา่ วว่าเป็นสถานที่ซ่งึ พระโมคลานต่อสู้กับพญานาค Art And CulturAl Works for sustAinAble CulturAl tourism ลักษณะสถาปตั ยกรรมกวู่ ดั ธาตพุ นั ขัน เปน็ ปราสาทเขมรที่พบหลกั ฐานการสรา้ งซ้อนทบั กนั หลายสมัย โดยเรมิ่ แรกสรา้ ง ในสมยั ไพรกเมงในพทุ ธศตวรรษท ี่ 12 ตามหลกั ฐานทางโบราณคดที พ่ี บผงั อาคารชนั้ ในสดุ เปน็ รปู สเี่ หลยี่ มผนื ผา้ ยอ่ เกจ็ คล้ายกับฐานของปราสาทองคก์ ลางของกลมุ่ ปราสาทเขานอ้ ย จังหวดั สระแกว้ ที่กา� หนดอายุไว้ในพทุ ธศตวรรษท่ี 12 ตอ่ มา พบการสร้างในสมยั บาปวนทับลงบนฐานเดิม ราวพุทธศตวรรษที่ 16 ลกั ษณะเป็นปราสาทก่ออิฐในผังสี่เหลี่ยม ย่อมมุ สร้างหนั หน้าไปทางทิศตะวันออก ต้งั อยู่บนฐานสงู มีทางเข้าด้านหน้าด้านเดียว ส่วนอกี สามดา้ นเป็นประตหู ลอก ชนั้ หลังคา เหลือเพียง 2 ชัน้ เหนอื ขน้ึ ไปพงั ทลายไม่เหลือหลักฐาน ทั้งนี้โครงสร้างทางสถาปตั ยกรรมของกูว่ ดั ธาตุพันขนั ไดแ้ สดงให้เห็น เทคนคิ การเข้าวงกบประตูแบบมีบ่า ที่ต่างออกไปจากการเลียนแบบวงกบแบบเครื่องไม้ท่นี ยิ มท�ากันก่อนหน้าน้ัน ภายในบริเวณก่วู ัดธาตุพนั ขนั พบศวิ ลงึ ค์ รปู เอกมขุ ลึงค์ ทม่ี สี ว่ นปลายสลักพระพักตร์พระอศิ วร เรยี กวา่ รทุ รภาค ส่วนตอนกลางเป็นรปู แปดเหลี่ยม แทนวษิ ณภุ าค และสว่ นล่างเป็นรปู สเ่ี หล่ียม แทนพรหมภาค อนั เป็นรปู แบบศวิ ลึงค์ ทีพ่ ัฒนาข้ึนระหว่างศิวลึงคร์ ุ่นเกา่ ในพุทธศตวรรษท ่ี 15 กับศิวลึงคร์ นุ่ หลงั ในพุทธศตวรรษที่ 16-17 ทับหลังสลกั เรือ่ ง ทา้ วหิมวนั ตถ์ วายนางปารพตแี ด่พระอิศวร
โครงการสืบคน้ Ku wAt tAt PAn KhAn งานด้านศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรมสู่เส้นทาง 370 การทอ่ งเท่ียวเชงิ วฒั นธรรมท่ยี งั่ ยืน
Ku Wat Tat Pan Khan is located at Champa Khan Subdistrict, Suwannaphum District, Roi Et Province. It is the town of 371 Dvaravati period, where people live from 2,500 to 2,000 years ago. The Champa Khan town plan is rectangular, about 600 meters width and about 2,200 meters length. Within the city, there is a thousand bowls of ponds which are Natural Exploring rEligious, ponds on the red sandstone courtyard, 6 inches wide, 12 inches deep, with water sprinkling out all the time. In this area, it is also the most important rock salt production area in Thung Kula Rong Hai area. According to the folk legend, Art And CulturAl Works for sustAinAble CulturAl tourism it is the place where the Mokhanlana monk fighted the serpent. The architectural style of Ku Wat That Phan Khan temple is a Khmer castle with the evidence of overlapping built in many eras which was originally built in the Primmeng period in the 12th Buddhist century. According to the archaeological evidence that found the innermost floor plan, it is a rectangular shape, similar to the base of the central castle of the Khao Noi castle group in Srakaew Province which was established in the 12th Buddhist century. Later, it was built by Baphone Art repeated on the same base around the 16th Buddhist century. The appearance of a brick castle is castle in the square, facing east, located on a high base with a single front entrance. The other three sides are fake-doors. The roof level is only 2 layers left above the ground. The architectural structure of Ku Wat Tat Phan Khan showed the technique of entering the door with a shoulder that is different from the imitation of the traditional wooden frame. Within Ku Wat Tat Phan Khan temple, found Siwalum, Eak-muk-Lum with the end part engraved with the face of the Lord Shiva called Ruth, the central part is an octagon representing Vishnu, the lower part is a square representing the Brahma, which is a lucid form developed during the old lingering in the 15th Buddhist century, and the later Sivalok in the 16th-19th Buddhist century. The Buddhist lintel engraved with the story of Thao Hiwant offering Miss Paratee a parapet to Lord Shiva.
โครงการสืบคน้ 372 งานด้านศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรมสู่เส้นทาง การทอ่ งเท่ียวเชงิ วฒั นธรรมท่ยี งั่ ยืน
373 Exploring rEligious, Art And CulturAl Works for sustAinAble CulturAl tourism
โครงการสืบคน้ 374 งานด้านศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรมสู่เส้นทางก่อู บู มงุ การทอ่ งเท่ียวเชงิ วฒั นธรรมท่ยี งั่ ยืน
กอู่ ูบมุง ตง้ั อยทู่ ีว่ ัดปา่ สขุ ไพรวลั ย ์ หมู ่ 10 บา้ นข่าใหญ ่ ตา� บลหนองผอื (หวั ช้าง) อา� เภอจตรุ พักตรพิมาน จังหวัดรอ้ ยเอด็ พ้นื ท่ีโบราณ 375 สถานประมาณ 1 ไร ่ 1 งาน 89 ตารางวา กลุม่ โบราณสถานก่อู ูบมุง ปจั จบุ ันเหลอื เพยี งส่วนฐานอาคาร กอ่ ด้วยศิลาแลงและอิฐจ�านวน 4 แห่ง ดงั นี้ Exploring rEligious, โบราณสถานหมายเลข 1 ลักษณะฐานก่อด้วยศิลาแลงอยู่ในผังรปู สี่เหลี่ยมผนื ผา้ ขนาดกวา้ ง ประมาณ 8.80 เมตร ยาวประมาณ Art And CulturAl Works for sustAinAble CulturAl tourism 20 เมตร สงู ประมาณ 50 เซนตเิ มตร สภาพปัจจบุ นั มกี ารเทพน้ื คอนกรีตทบั บริเวณส่วนฐานทง้ั หมดและสร้างหลังคาคลุม โบราณสถานหมายเลข 2 ลักษณะฐานกอ่ ด้วยอิฐและศิลาแลง บรเิ วณฐานด้านทศิ ตะวันตกมีร่องรอยการบากอฐิ เป็นฐานบวั สว่ นบรเิ วณฐานดา้ นทิศใต้พบอาคารกอ่ ดว้ ยศลิ าแลงรปู สเ่ี หลีย่ มจตั ุรสั มรี ่องรอยการฉาบปนู บรเิ วณมุมอาคารด้านทิศตะวันตกเฉยี งใต ้ ส่วนของฐานโบราณสถานมขี นาดกวา้ งประมาณ 5.60 เมตร ยาวประมาณ 11.60 เมตร ความสูงฐานประมาณ 1 เมตร และความสงู จากฐานถงึ ซากอาคาร 2.48 เมตร ฐานโบราณสถานหมายเลข 3 ลักษณะฐานก่อด้วยอฐิ อยูใ่ นผังรูปส่ีเหลย่ี มจตั รุ สั ขนาด 3.10 x 10 เมตร สูงประมาณ 60 เซนติเมตร บรเิ วณก่ึงกลางฐานด้านทศิ ตะวันตกมกี ารกอ่ อิฐย่นื ออกมาเปน็ รปู สเี่ หลยี่ มขนาดกว้างประมาณ 60 เซนตเิ มตร ยาวประมาณ 1.05 เมตร ส่วนขนาดอฐิ ท่ีใช้ในการกอ่ มีขนาดกว้างประมาณ 12 เซนติเมตร ยาวประมาณ 25 เซนตเิ มตร หนาประมาณ 6 เซนตเิ มตร ฐานโบราณสถานหมายเลข 4 ลกั ษณะฐานก่อดว้ ยศลิ าแลงและอิฐ อยู่ในผังรปู สเ่ี หล่ยี มผืนผ้าหันหนา้ ไปทางทศิ ตะวนั ออก ขนาดกวา้ ง ประมาณ 9.20 เมตร ยาวประมาณ 15 เมตร สงู ประมาณ 1 เมตร ขนาดอฐิ ที่ใช้กอ่ มีขนาดกว้าง 12 เซนติเมตร ยาว 23 เซนตเิ มตร หนา 7 เซนตเิ มตร และกวา้ ง 13.5 เซนตเิ มตร ยาว 30 เซนตเิ มตร หนา 8 เซนตเิ มตร สภาพปจั จบุ ันมีการเทพน้ื คอนกรตี ทับสว่ นฐานและ สรา้ งหลังคาคลุม สันนษิ ฐานว่านา่ จะเปน็ โบสถ์ เน่อื งจากการพบพระประธานแต่ชา� รุดแล้ว ทางทอ้ งถิ่นจึงสรา้ งองค์ใหมแ่ ทนองคเ์ ดมิ
โครงการสืบคน้ 376 งานด้านศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรมสู่เส้นทางKu uB-Mung การทอ่ งเท่ียวเชงิ วฒั นธรรมท่ยี งั่ ยืน
Ku ub-Mung is located at Pa Suk Praiwan Temple, Moo 10, Ban Kha Yai, Nong Phue Subdistrict (Hua Chang), 377 Chaturaphak Phiman District, Roi Et. This ancient era building has area of approximately 1 rai 1 ngan 89 square 2-meters. Currently, it was left only the base part of 4 buildings built with laterite and bricks, as follows. Exploring rEligious, Archaeological Site No. 1, the base is made of laterite in a rectangular plan, about 8.80 meters wide, about 20 meters long and about 50 centimeters high. Currently, the entire base has been poured by the concrete and covered by the roof. Art And CulturAl Works for sustAinAble CulturAl tourism Archaeological Site No. 2, the base is made of brick and laterite. The base on the west side has traces of brick notches as a lotus base. On the south side of the base found a square laterite building with signs of plastering at the southwest corner of the building. The base of the archaeological site is about 5.60 meters wide, about 11.60 meters long, about 1.00 meter height, and the height from the base to the remains of the building is 2.48 meters. Archaeological Site No. 3, the base is made of brick in a square shape with size of 3.10 x 10 meters, height of about 60 centimeters. In the center of the base on the west side, there is a brick protruding into a rectangular shape, about 60 cm wide, about 1.05 meters long. The bricks used in the construction are about 12 cm wide, 25 cm long and 6 cm thick. Archaeological Site No. 4, the base is made of laterite and brick in a rectangular layout facing east. The size is about 9.20 meters wide about 15 meters length, and about 1 meter height. length is about 15 meters, height is about 1 meter, the size of bricks used to build is 12 cm wide, 23 cm long, 7 cm thick and 13.5 cm wide, 30 cm length, 8 cm thick. Currently, the base has been poured with concrete and covered by the roof. It was presumed to be a chapel due to the founding of the damaged Buddhist statue, so the local built the new one instead of the original one.
โครงการสืบคน้ 378 งานด้านศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรมสู่เส้นทางกอู่ บู มงุ เจดยี ์บ้านชาติ การทอ่ งเท่ียวเชงิ วฒั นธรรมท่ยี งั่ ยืน
กอู่ บู มงุ เจดยี บ์ า้ นชาต ิ ตง้ั อยใู่ นเขตปา่ สงวนแหง่ ชาต ิ ปา่ อโุ มงคห์ นองแวง บา้ นคฟู า้ ตา� บลกดุ นา�้ ใส อา� เภอพนมไพร จังหวดั ร้อยเอ็ด 379 ห่างจากแม่นา้� ชมี าทางทศิ ใตป้ ระมาณ 100 เมตร พ้ืนที่ดังกลา่ วอย่ใู นความดแู ลของชาวบา้ นคฟู า้ บ้านโคกน้อย บา้ นโคกสีและ บา้ นเจรญิ สขุ จากการสอบถามประวัตพิ ระธาตกุ ู่อูบมุง จากผ้เู ฒา่ ผู้แกเ่ ลา่ ว่า “โดยมขี อมโบราณคณะหน่งึ สนั นิษฐานวา่ เปน็ ชาวพทุ ธ Exploring rEligious, ท่มี ีความเลอื่ มใสในพระพุทธศาสนามาก ไดร้ ับวา่ ขณะน้นั กา� ลังมีการก่อสรา้ งพระธาตุพนม เพอ่ื บรรจพุ ระบรมสารรี ิกธาตุของ สมเดจ็ พระสัมมาสัมพทุ ธเจา้ ท่ีหัวเมืองนครพนม จงึ ไดเ้ กดิ ศรทั ธาต้องการที่จะมีส่วนร่วมในการกอ่ สรา้ งพระธาตุพนมดังกลา่ ว Art And CulturAl Works for sustAinAble CulturAl tourism จึงไดร้ วบรวมสมคั รพรรคพวกจา� นวนหน่ึง รวมกนั เปน็ หมูค่ ณะ ออกเดนิ ทางโดยใช้มา้ ตา่ งววั ต่าง บรรทกุ เคร่อื งสักการบชู าและ สัมภาระแก้วแหวนเงนิ ทองตา่ ง ๆ มากมาย มุ่งหน้าส ู่ หวั เมืองนครพนม เพื่อร่วมกอ่ สรา้ งพระธาตุพนม เมอ่ื เดนิ ทางมาถึงป่าอบู มงุ ก็ได้ทราบขา่ ววา่ พระธาตพุ นมได้สรา้ งเสร็จแลว้ หัวหนา้ คณะไมส่ ามารถนา� พรรคพวกเดินทางกลบั สู่ภูมิล�าเนาได้ จงึ ไดส้ รา้ ง กู่พระธาตุองค์น้ขี ้ึน เม่อื สรา้ งเสร็จแล้วก็ได้บรรจุสง่ิ ของมีค่าตา่ ง ๆ ท่ีสา� คัญ เช่น พระพทุ ธรปู ทองคา� พระพุทธรปู เงนิ พระพทุ ธรปู ศิลา พรอ้ มทง้ั แก้วแหวนเงนิ ทองมากมาย พรอ้ มกันน้ันได้ตัง้ หมู่บ้านขน้ึ ที่นั่นด้วย (ปจั จุบัน กลายเปน็ หม่บู า้ นร้าง ยงั คงมีร่องรอย ของสระนา�้ เกา่ ของหมู่บ้านดงั กล่าว) นอกจากนน้ั ยงั ไดส้ ร้างพระพุทธรปู ศิลาปางมารวชิ ยั ขึน้ อีกองค์หน่งึ มีหน้าตกั กวา้ ง 15 น้ิว สงู 30 นิว้ ประดษิ ฐานไวท้ ี่เจดยี ก์ ู่อบู มงุ ” ต่อมาพระธาตุกูอ่ บู มุง ไดท้ รุดโทรมไปตามกาลเวลา พังทบั ถมพระพุทธรปู ดงั กล่าวเหลอื ให้เหน็ แค่เศยี รเท่าน้ัน พอให้ชาวบ้าน ไดส้ รงน�้าและกราบไหว้ในงานเทศการสรงน้า� พระและเทศกาลสรงก ู่ งานนมี้ ขี ึ้นเปน็ ประจ�าซ่งึ ตรงกับ ขึน้ 15 คา�่ เดอื น 6 ของทุกปี เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2468-2470 พระสมหุ ์พมิ พ ์ (พมิ พ์ ชปุ วา) เจ้าอาวาสวดั บา้ นคฟู ้า (บ้านชาติ) สมยั น้นั ไดน้ �าพระภิกษุสามเณร และชาวบา้ น โดยมีพอ่ ใหญข่ นุ ศักดา (ดา ธะนี) ผู้ใหญบ่ า้ นโคกน้อย ได้ทา� การขดุ พระธาตุอบู มุงเพ่ือบูรณปฏสิ งั ขรณ์ใหม ่ ไดพ้ บ ไหโบราณ 2 ใบ พระพุทธรูปทองคา� 3 องค์ พระพุทธรปู ทกุ องค์จารกึ เปน็ อักษรขอม มีขนาดเทา่ ๆ กนั สูงประมาณ 1 คืบ หนา้ ตกั 2 น้ิว หนกั ประมาณ 6 ตา� ลงึ และพบพระพทุ ธรปู ศิลดา� ปางลีลา สงู ประมาณ 1 ศอก กว้าง 1 ฟตุ ปัจจุบนั พระพทุ ธรปู เหล่านน้ั ได้ถกู โจรกรรมไปหมดแลว้
โครงการสืบคน้ 380 งานด้านศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรมสู่เส้นทางKu uB-Mung chedi BAn chAt การทอ่ งเท่ียวเชงิ วฒั นธรรมท่ยี งั่ ยืน
Ku ub-Mung Chedi Ban Chat is located in the National Forest Reserve Nong Waeng Tunnel Forest Ban Khufa, Kut Nam Sai 381 Subdistrict, Phanom Phrai District, Roi Et Province Away from the Chima River, about 100 meters south, the area is under the care of Khufa villagers, Ban Khok Noi, Ban Khok Si and Ban Charoen Suk. From the inquiry of Phra That Ku u-Mung history. Exploring rEligious, From the elders told him “The ancient Khmer people assumed that they were Buddhists that has a lot of respect for Buddhism has been that at that time there was construction of Phra That Phanom to contain the Buddha’s relics at Nakhon Phanom. Art And CulturAl Works for sustAinAble CulturAl tourism Therefore he had faith in wanting to participate in the construction of Phra That Phanom. Therefore collected a number of followers Collectively Departure using different horses and cows carrying a lot of sacrifices and luggage, glass, various gold silver rings heading to Nakhon Phanom to join the construction of Phra That Phanom. When arriving in the forest of ub Mung was informed that Phra That Phanom had already been completed. The leader of the group is unable to bring the party back to his hometown. Therefore created this Buddha relics when finished, it contained important valuable items such as the golden Buddha image. Silver buddha Stone buddha With many glass rings of gold At the same time, he set up a village there (now a deserted village). There are still traces of the old pond of the village.) In addition, another Buddha statue of Buddha was built. With a 15-inch-wide lap, 30 inches high, enshrined at Ku u-Tab Chedi. Later, Phra That Ku ub-Mung Has deteriorated over time Collapsing the Buddha image, leaving only the head When the villagers were able to bathe and pay homage to the festival, bathing the Buddha images and Songku Festival This event is held regularly which falls on the 15th of the 6th lunar month every year. Around the year 2468-1927, Phra Somu Phim (Pim Chupwa), the abbot of Ban Khufa Temple (Ban Chat), then brought monks, novices and villagers. With the big father, Khun Sakda (Dathani), the village headman, Khok Noi Have excavated the relics of ubat Mung to reinforce the new restoration, found 2 ancient jars, 3 Buddha images, and 3 Buddha images, all inscribed in Khmer script, with the same size, about 1 inch high, 2 inches thick, and found The statue of a black Buddha statue is about 1 cubit tall and 1 foot wide. At present, those Buddha images have been stolen.
โครงการสืบคน้ 382 งานด้านศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรมสู่เส้นทาง การทอ่ งเท่ียวเชงิ วฒั นธรรมท่ยี งั่ ยืน
383 Exploring rEligious, Art And CulturAl Works for sustAinAble CulturAl tourism
โครงการสืบคน้ กู่เมอื งสรวง งานด้านศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรมสู่เส้นทาง 384 การทอ่ งเท่ียวเชงิ วฒั นธรรมท่ยี งั่ ยืน
กู่เมอื งสรวง ต้ังอยู่ท่ีวัดเมอื งสรวงเก่า หมทู่ ่ี 6 บา้ นโนนคอ้ ต�าบลหนองผือ อา� เภอเมืองสรวง จงั หวัดรอ้ ยเอด็ วดั เมอื งสรวงเก่า 385 ตง้ั อย่บู า้ นเลขที่ 99บา้ นโนนค้อ หมู่ท ่ี 6 ตา� บลหนองผือ อา� เภอเมอื งสรวง จงั หวัดรอ้ ยเอ็ด สังกัดคณะสงฆ์มหานกิ าย มีพระมหาสาคร สาคโร (สุเมฆ) อายุ 44 พรรษา 24 เปน็ เจ้าอาวาส ท่ดี ินที่ต้งั วัดมเี น้ือที ่ 100 ไร่ โดยมอี าณาเขตทศิ เหนือ Exploring rEligious, 10 เสน้ จดที่สาธารณประโยชน ์ ทางทศิ ใต้ 10 เสน้ จดท่ีสาธารณประโยชน์ ทางทศิ ตะวันออก 10 เส้น จดท่สี าธารณประโยชน์ ทางทิศตะวนั ตก 10 เส้น จดทสี่ าธารณประโยชน์ Art And CulturAl Works for sustAinAble CulturAl tourism วดั เมืองสรวงเกา่ เดิมชาวบา้ นเรยี กจนตดิ ปากว่าโนนเมืองเพราะเปน็ เมอื งเก่ามากอ่ น ใจกลางเมอื งมซี ากเจดยี เ์ กา่ ฐานล่าง ก่อดว้ ยศิลาแลงขา้ งบนก่อด้วยอฐิ เผาสว่ นยอดพงั ลงมาเหลอื อยู่บางสว่ นสงู ประมาณ 4 เมตร ภายในบริเวณวัดมโี บราณวัตถุ เชน่ ไห หมอ้ กา� ไลข้อมือ ฯลฯ บริเวณโดยรอบมีป่าไมร้ กทึบสลับปา่ ไผ่ ต่อมามจิ ฉาชพี ไดล้ กั ลอบขดุ เจดียท์ า� ให้เจดีย์ไดร้ ับ ความเสียหาย คณะสงฆ์และประชาชนอา� เภอเมอื งสรวงจึงได้ นิมนต์พระมหาสุวชิ อมโร มาเปน็ ผนู้ า� ในการพฒั นา วดั ร้างขึน้ เปน็ วัดมพี ระจ�าพรรษาเป็นการรกั ษาไว้ซึง่ โบราณสถาน ท่านได้น�าพาคณะสงฆ์และประชาชนสรา้ งเสนาสนะเปน็ ถาวรวตั ถุข้นึ จนได้รับการประกาศยกวดั ร้างเป็นวดั มพี ระสงฆ ์ เมือ่ วนั ท ่ี 24 สงิ หาคม พ.ศ. 2531 ก่เู มืองสรวงปรากฏเปน็ กองศิลาแลง ต้ังอยบู่ นฐานเดมิ เปน็ รูปสเ่ี หล่ียมขนาดกว้างประมาณ 8 เมตร ยาวประมาณ 10 เมตร ตัวกู่ก่อดว้ ยอิฐปัจจบุ นั ไม่มรี ูปทรงของสถาปตั ยกรรมปรากฏอยูเ่ ลย โบราณวตั ถุทีพ่ บ พบล�าตวั ของสิงโตหนิ ท่ถี ูกท�าลาย อยดู่ า้ นหน้าและแท่งศิลา แลงรปู กลม ยาวประมาณ 80 เซนติเมตร เจาะรตู้ รงกลางทะลุถึงกนั ซ่ึงไม่ทราบประโยชน์ในการใชส้ อย สภาพทต่ี ง้ั ของกู่เก่า เมอื งสรวงเป็นเนนิ ดิน มที ่รี าบลุม่ ซง่ึ สันนิษฐานว่าเปน็ คเู มืองเดิมล้อมรอบ 2 ชนั้ เป็นรูปวงกลมรเี กอื บสีเ่ หลีย่ ม ปจั จุบันมกี าร ขุดดนิ ปรบั ปรงุ เปน็ หนองน้�าและท�านากนั เปน็ ส่วนใหญ ่ มีปา่ ไม้ข้นึ เปน็ จา� นวนมาก ลกึ ลงไปใต้ดนิ เปน็ ศลิ าแลง เดิมบรเิ วณท่ีตงั้ ของกูเ่ ป็นท่ลี ุ่มมากตอ้ งใช้ดนิ ถมบรเิ วณจึงท�าใหส้ งู ขน้ึ ท�าให้ต้องถมบรเิ วณก�าแพงศิลาแลงทลี่ อ้ มรอบกู่ และท�าให้ไม่สามารถ มองเหน็ กา� แพงได้ในปัจจบุ นั อายสุ มัย ราวพทุ ธศตวรรษท ่ี 16-18
โครงการสืบคน้ Ku MuAng SuAng งานด้านศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรมสู่เส้นทาง 386 การทอ่ งเท่ียวเชงิ วฒั นธรรมท่ยี งั่ ยืน
Ku Muang Suang is located at Mueang Suang Old Temple, Moo 6, Ban Non Kho, Nong Phue Subdistrict, Mueang 387 Suang District Roi Et. Old Suang Temple located at No. 6, Ban Non Kho, Moo 6, Nong Phue Subdistrict, Mueang Suang District Roi et Exploring rEligious, under the Mahanikha clergy, there is Phra Maha Sakorn Sakro (Sukom), aged 44 years, 24, is the abbot. The land of the temple has a land area of 100 rai with 10 northern boundary lines registered at the public interest in the south. Art And CulturAl Works for sustAinAble CulturAl tourism In the east, 10 lines of public interest in the west, 10 lines of public interest. Old Suang Temple Previously, the villagers called to the point that Non Mueang was the old city. The city center has old stupa remains. The lower base is made of laterite, with bricks burned. The top part is broken down, some 4 meters high. Within the temple area there are antiques such as pot jars, wrists, etc. The surrounding area has a dense forest, alternating with bamboo forest. Later, the criminals smuggled the pagoda causing the pagoda to be damaged. The Sangha and the people of Mueang Suang district therefore Nimit Phra Mahasuwit Amaro, became a leader in the development of a deserted temple, a temple dedicated to preserving ancient monuments. He led the monks and the people to build Senasana to the Thawarawuththu until being proclaimed a deserted temple as a temple, with monks on 24 August 1988. Ku Muang Suang appeared as a laterite division. Located on the original base. It is a rectangular shape, about 8 meters long and about 10 meters long. The Ku is made of bricks. Currently, there is no architectural shape. Antiquities found Found the body of the stone lion that had been destroyed In front and laterite-shaped rods of about 80 cm long, penetrating in the middle through each other which does not know the benefits of use. The location of Ku Kao, Muang Suang is a mound. There is a lowland, which is assumed to be the original moat, surrounded by two layers, a circular, almost square. At present, the soil has been excavated to improve as swamps and rice fields. There are many forests. Deep down underground, laterite. Formerly, the location of Ku is very low, requiring soil to fill the area, thus increasing. Causing the reclamation of the laterite wall that surrounds Ku And makes it impossible to see the wall in the current age Around the 16th-18th Buddhist century.
โครงการสืบคน้ 388 งานด้านศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรมสู่เส้นทาง การทอ่ งเท่ียวเชงิ วฒั นธรรมท่ยี งั่ ยืน
389 Exploring rEligious, Art And CulturAl Works for sustAinAble CulturAl tourism
โครงการสืบคน้ 390 งานด้านศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรมสู่เส้นทาง การทอ่ งเท่ียวเชงิ วฒั นธรรมท่ยี งั่ ยืน
เจดยี (์ ธาต)ุ วัดเบญ เจดีย์ (ธาต)ุ วดั เบญ อยทู่ บี่ ้านดอนหอ ตา� บลหวั โทน อา� เภอสุวรรณภูมิ จังหวัดรอ้ ยเอด็ เอกสารกลา่ วว่าสรา้ งขึ้นในสมัย 391 รชั กาลท ี่ 1 โดยกลุ่มชนชาติลาวท่ีอพยพเขา้ มาอาศัยในอีสาน ภายหลังหม่บู ้านได้รา้ งลงไประยะหนึ่งเพราะโรคระบาด ตอ่ มา ปี พ.ศ.2417 พระอาจเปน็ ผ้นู า� ชาวบ้านกลับเข้ามาตัง้ ถ่นิ ฐานอกี คร้งั หน่งึ ทา่ นไดส้ รา้ งวัดบรมธงชยั แทนวดั เบญจท์ ่รี ้างไป Exploring rEligious, และเปลีย่ นช่ือหมู่บา้ นเป็นบ้านหวั โทน แทนช่อื บ้านเบญจท์ ี่เรียกกันมาในอดตี ปัจจบุ นั วดั เบญจต์ ง้ั อยู่ในโรงเรียนหัวโทน พบโบราณสถานส�าคัญ ไดแ้ ก่ สมิ และเจดีย์ Art And CulturAl Works for sustAinAble CulturAl tourism ลักษณะสถาปัตยกรรมสมิ วดั เบญจ ์ สภาพปจั จบุ ันคงเหลือเพยี งสว่ นฐาน สร้างก่ออิฐฉาบปนู หนั หนา้ ไปทางทศิ ตะวนั ออก ตงั้ บนฐานบัวสงู ในผังสีเ่ หลี่ยมผืนผา้ หา่ งจากเจดีย์มาทางทศิ ใตป้ ระมาณ 5 เมตร ลักษณะสถาปตั ยกรรมเจดีย ์ เปน็ เจดยี ท์ รงบัวเหลย่ี มในผังส่เี หลยี่ มจัตุรสั ส่วนฐานแบบเอวขันรบั ส่วนตอนกลางทเ่ี ปน็ บัวเหลยี่ มขนาดใหญ ่ เหนอื ขน้ึ ไปเป็นบวั เหลี่ยมทล่ี ดขนาดลงคั่นด้วยชนั้ กลีบบวั รับปลยี อด ลกั ษณะเช่นเดียวกับ เจดยี ์พระธาตุศรีสองรัก จังหวดั เลย พระธาตดุ อนแกว้ จังหวดั อุดรธานี หรือเจดยี เ์ กา่ วัดกลาง จังหวัดร้อยเอ็ด เอกลักษณข์ องวดั เบญจ์ คือ เจดยี ์ทรงบวั เหลยี่ มฐานเตย้ี ท่ีมกั พบในบริเวณฝั่งซ้ายของแม่นา้� โขง และในเมอื งหลวงพระบาง สอดคลอ้ งกบั ประวตั กิ ารตง้ั ถ่ินฐานในบ้านหัวโทนวา่ ก่อต้งั โดยคนลาวทีอ่ พยพเขา้ มาต้ังถ่นิ ฐานในพ้นื ทีใ่ นสมัยรัชกาลท่ี 1
โครงการสืบคน้ 392 งานด้านศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรมสู่เส้นทาง การทอ่ งเท่ียวเชงิ วฒั นธรรมท่ยี งั่ ยืน
Chedi (TaT) Ben TemPle Chedi (Tat) Ben Temple, located at Ban Don Ho, Hua Thon Subdistrict, Suwannaphum District Roi et The document 393 says that it was built during the reign of King Rama I, by a group of Lao people who migrated to live in the northeast. After the village had been deserted for a while because of the plague later in the year 1917, the monks may be the Exploring rEligious, leaders of the villagers to settle again. He built the Borom Thongchai Temple instead of Wat Ben. And changed the name of the village to Ban Hua Ton Instead of the name of the house Ben called in the past Currently, Ben Temple is Art And CulturAl Works for sustAinAble CulturAl tourism located in Hua Thon School. Found important archaeological sites such as Sim and Pagoda. Architectural style, Temple, Ben Temple The current condition is only the base part. Build a brick facing east. Set on a lotus base high in a rectangle About 5 meters south of the pagoda. Pagoda architecture is a lotus-shaped pagoda in the square As for the waist-tight base, the middle part is a large square lotus. Above it is a square lotus that is reduced in size, separated by a top-grade lotus petal The same style as Chedi Phra That Si Song Rak, Loei Province, Phra That Don Kaeo udon Thani Province Or old temple pagoda Roi Et. The uniqueness of Ben Temple is the low-octagonal lotus-shaped chedi that is often found on the left bank of the Mekong River. And in Luang Prabang In accordance with the history of settlements in Ban Hua Thon that was founded by Lao immigrants who settled in the area during the reign of King Rama I.
โครงการสืบคน้ 394 งานด้านศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรมสู่เส้นทาง การทอ่ งเท่ียวเชงิ วฒั นธรรมท่ยี งั่ ยืน
395 Exploring rEligious, Art And CulturAl Works for sustAinAble CulturAl tourism
โครงการ ืสบ ้คนดอนอูบมุงบา้ นผอื (กอู่ ูบมุง) งาน ้ดานศาสนา ิศลปะและ ัวฒนธรรมสู่เส้นทางดอนอบู มุงบ้านผือ อยู่ท่ีบ้านผอื ต�าบลดูกอ่งึ อา� เภอพนมไพร การ ่ทองเ ่ทียวเชิง ัวฒนธรรม ี่ทย่ังยืน396 จังหวัดรอ้ ยเอ็ด จากการสา� รวจเม่อื วนั ท่ี 9 ตลุ าคม พ.ศ.2556 พบวา่ ดอนอบู มุงบา้ นผอื มีลกั ษณะเป็นเจดยี ก์ อ่ อิฐ เรือนธาตุ ทรงส่เี หลยี่ มจัตุรัสขนาดกว้างยาวดา้ นละ 4 เมตร ส่วนยอดหกั ทลายลงอายุสมัย สมยั รตั นโกสินทร ์ ราวพทุ ธศตวรรษที่ 24
397 Exploring rEligious, Art And CulturAl Works for sustAinAble CulturAl tourism
don uPP Mung, BAn Phue 398 Don upp Mung, Ban Phue located at Ban Phue, Duk uung District, Phanom Phrai District, Roi Et Province From the survey on 9 October 2013, it was found that Don โครงการ ืสบ ้คน ubung, Ban Phue, is a brick pagoda. Ruanthathat, square size, width 4 meters per side Rattanakosin period around the งาน ้ดานศาสนา ิศลปะและ ัวฒนธรรมสู่เส้นทาง 24th Buddhist century. การ ่ทองเ ่ทียวเชิง ัวฒนธรรม ี่ทย่ังยืน
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 582
- 583
- 584
- 585
- 586
- 587
- 588
- 589
- 590
- 591
- 592
- 593
- 594
- 595
- 596
- 597
- 598
- 599
- 600
- 601
- 602
- 603
- 604
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 600
- 601 - 604
Pages: