Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 910 เด็กชายพัชรพล ทุ่งมีผล

910 เด็กชายพัชรพล ทุ่งมีผล

Published by jiratchayaoye1606, 2023-04-20 00:41:44

Description: 910 เด็กชายพัชรพล ทุ่งมีผล

Search

Read the Text Version

37 แผนการสอนเฉพาะบุคคล (Individual Implementation Plan : IIP) ช่อื -สกลุ เดก็ ชายพชั รพล ท่งุ มีผล ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ ประเภทความพกิ าร บุคคลท่มี คี วามบกพร่องทางสตปิ ัญญา ทักษะการเรยี นรู้ กลุ่มทักษะ จ าเป็นเฉพาะความบกพร่องทางสตปิ ัญญา ตวั ช้วี ัด สป๑.๑/๑ ส่อื สารไดเ้ หมาะสมกับสถานการณ์ มาตรฐานที่ ๑ คณุ ภาพของผ้เู รยี น ประเดน็ พิจารณา ที่ ๑.๑ ผลการพัฒนาผู้เรยี น ประเด็นพิจารณา ที่ ๑.๒ คุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ของผูเ้ รียน โครงการ/งาน/กจิ กรรมท่สี อดคลอ้ ง ๑. งานชว่ ยเหลอื ระยะแรกเร่ิม พฒั นาศักยภาพและเตรยี มความพรอ้ มในศูนย์ เป้าหมายระยะยาว ๑ ปี ภายใน ๓๑ มนี าคม ๒๕๖๖ เด็กชายพัชรพล สามารถดแู ลตนเองและความปลอดภัยใน ชวี ิตประจ าวันได้ จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรมข้อที่ ๒. เม่ือให้เด็กชายพัชรพล ดูแลตนเองและความปลอดภัยนอกห้องเรียน เด็กชาย พัชรพล สามารถทาได้โดยการปฏิบัติ บอก ช้ี หยิบ หรือรูปแบบการส่ือสารอ่ืน ภายในเดือนมีนาคม ๒๕๖๖ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมขนั้ ตอนท่ี ๔. เมื่อให้บอกวธิ ีระวังตัวในการว่ิงเลน่ เด็กชายพชั รพล สามารถทาไดโ้ ดยการปฏิบัติ บอก ชี้ หยิบ หรอื รูปแบบการสื่อสารอ่นื ไดค้ ะแนนรอ้ ยละ ๖๐ ภายใน ๓๑ สกราคม ๒๕๖๖

38 แผนที่ ๗ เริม่ ใชแ้ ผนวันท่ี ๑ มกราคม ๒๕๖๖ สิน้ สดุ แผนวนั ที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๖ ใชเ้ วลาสอนคาบละ ๒๐ นาที / ช่วั โมง ๑. เนอื้ หา ในชีวิตประจาวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นภายในห้องเรียน หรอื นอกห้องเรียนมีวัสดุอุปกรณ์ที่ ใช้ในชีวิตประจาวันหลายอย่าง เช่นของมีคม ปลายแหลม หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น เม่ือใช้ผิดวิธี ก็จะทาให้เกิดอันตรายได้ หรืออาจมีสถานที่ บ้างแห่งท่ีนักเรียนต้องใช้อย่างระมัดระวัง เช่น บันได สนามเด็กเล่น หรืออันตรายจากสัตว์มีพิษ เป็นต้น ดูแลตนเองและความปลอดภัยในชีวิตการสื่อสารได้ เหมาะสมกบั สถานการณ์กบั บคุ ล ๒. จุดประสงค์ - ผเู้ รยี นบอกวธิ ีระวงั ตัวในการวง่ิ เลน่ ได้ - ผเู้ รยี นสามารถดูแลตนเองให้ปลอดภยั นอกห้องเรียนได้ - ในชวี ิตประจ าวนั ผูเ้ รียนสามารถดูแลตนเองให้ปลอดภัยนอกห้องเรียนได้ ๓. วธิ ีการสอน ๑) ขั้นเตรยี มการสอน - สถานท่ี ได้แก่ ห้องเรียน - สือ่ ได้แก่ คลปิ วดี ีโอเพลง ความปลอดภยั - แบบประเมนิ ไดแ้ ก่ แบบบันทึกผลการเรียนรูต้ ามแผนการสอนเฉพาะบุคคล - ผ้เู รยี น นั่งประจ าโตะ๊ เรียน ๒) ขัน้ นาเสนองาน - ทักทาย สวสั ดีค่ะ - ประเมินความสามารถพ้ืนฐาน นักเรียน“ครูสอบถามนักเรียนมีอะไรบ้างนอกห้องเรียน ของเราท่ีเปน็ อนั ตราย ๓) ขน้ั สอน - สาธิต ครบู อกวิธรี ะวังตัวในการว่งิ เล่น ๑) ไมแ่ ย่งชองกนั ๒) ไมท่ ะเลาะกนั ๓) ระวงั คนเดนิ ไปมา - คาสงั่ “บอกวิธรี ะวังตวั ในการว่ิงเล่น” - เทคนิคการสอน การสอนเชงิ พฤติกรรม การกระตุ้นเตอื น,ตะลอ่ มกลอ่ มเกลา, การเลยี นแบบ - แรงเสริม/รางวลั ค าชมเกง่ มาก

39 ๔) ขั้นประเมนิ - บนั ทึกผลการประเมนิ ลงในแบบบนั ทึกผลการเรยี นรูต้ ามแผนการสอนเฉพาะบุคคล ๔. การวัดและประเมนิ ผล ๑) วิธวี ดั และประเมนิ ผล - การฝึกปฏบิ ัตจิ รงิ ๒) เครอื่ งมอื วัดและประเมนิ ผล - แบบบนั ทึกผลการเรียนร้ตู ามแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล - บนั ทึกหลังการสอน ๕. เกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผล เม่ือใหบ้ อกวิธรี ะวงั ตัวในการวงิ่ เล่นเด็กชายพชั รพล สามารถท าได้โดยการปฏบิ ัติ บอก ชี้ หยบิ หรอื รูปแบบการสื่อสารอืน่ ได้คะแนนร้อยละ ๖๐ ข้นึ ไป ได้ ๔ คะแนน ท าไดเ้ อง ได้ ๓ คะแนน กระตนุ้ เตือนทางทา่ ทาง ได้ ๒ คะแนน กระตุน้ เตือนทางวาจา ท่าทาง ได้ ๑ คะแนน กระตุ้นเตือนทางกาย วาจา ทา่ ทาง ได้ ๐ คะแนน ตอบสนองผิดหรอื ไม่มีการตอบสนอง ความคดิ เหน็ ฝ่ายวิชาการ / ผู้แทน ( √) เปน็ แผนการสอนทดี่ ี เหมาะสม สามารถน าไปใชส้ อนได้ ( ) ควรปรับแก้ ............................................................................................................ ลงชอื่ .................................................................... (นายจกั รพงศ์ หมน่ื สุ) หวั หนา้ งานชว่ ยเหลอื ระยะแรกเร่ิม ฯ ๒๙ / ธนั วาคม / ๒๕๖๕

40 ความคิดเหน็ ของผู้บริหาร หรือผ้ทู ี่ไดร้ บั มอบหมาย ( √) เป็นแผนการสอนที่ดีใชส้ อนได้ ( ) ควรปรับแก้ .............................................................................. ลงช่ือ.................................................................... (นายนภสินธุ์ ดวงประภา) ผู้ชว่ ยผู้อ านวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ ๒๙ / ธนั วาคม / ๒๕๖๕

41 บันทกึ ผลหลังการสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้ ทักษะจาเปน็ เฉพาะความบกพรอ่ งทางสติปญั ญา จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขัน้ ตอนที่ ๔. เมอ่ื ใหบ้ อกวธิ ีระวงั ตวั ในการวงิ่ เลน่ เดก็ ชายพัชรพลสามารถทา ไดโ้ ดยการปฏบิ ตั ิ บอก ช้ี หยิบ หรอื รปู แบบการส่ือสารอ่ืนได้ คะแนนร้อยละ ๖๐ ภายใน ๓๑ มกราคม ๒๕๖๖ วนั ที่ ๓ ๕ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๗ ๑๙ ๒๓ ๒๔ ๒๕ ๒๖ ๒๗ ๓๐ ๓๑ สอน ระดบั คะแนน ๑ ๑ ๑ ๒ ๒ ๒ ๒ ๒ ๒ ๓ ๓ ๓ ๓ ๔ ๔ ๔ ทไี่ ด้ เดก็ ชายพชั รพล สามารถบอกวิธรี ะวังตวั ในการวิง่ เล่นท าไดโ้ ดยกระตนุ้ เตือนทางวาจา ท่าทาง บางครงั้ ระดบั คะแนน ได้ ๔ คะแนน ท าไดเ้ อง ได้ ๓ คะแนน กระตนุ้ เตือนทางท่าทาง ได้ ๒ คะแนน กระตุ้นเตือนทางวาจา ท่าทาง ได้ ๑ คะแนน กระตุ้นเตือนทางกาย วาจา ท่าทาง ได้ ๐ คะแนน ตอบสนองผดิ หรือไม่มีการตอบสนอง หมายเหตุ สังเกตจากการปฏิบตั ิตามล าดับขน้ั ตอนและท าด้วยความคล่องแคล่วม่นั ใจ ลงชอ่ื .................................................ครผู ูส้ อน (นางจริ ชั ยา อินนนั ชัย) ๓๑ / มกราคม / ๒๕๖๖

42 ความคดิ เห็นฝา่ ยวิชาการ / ผู้แทน (√ ) สอนตามแผนการสอนขั้นตอนต่อไป ( ) ควรปรับแก้ ............................................................................................................. ลงชอ่ื ................................................................... (นายจกั รพงศ์ หมืน่ ส)ุ หัวหนา้ งานชว่ ยเหลอื ระยะแรกเรม่ิ ฯ ๓๑ / มกราคม / ๒๕๖๖ ความคิดเหน็ ของผบู้ ริหาร หรือผทู้ ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย (√ ) สอนตามแผนการสอนขั้นตอนต่อไป ( ) ควรปรบั แก้ ............................................................................................................. ลงชอ่ื ................................................................... (นายนภสนิ ธ์ุ ดวงประภา) ผูช้ ว่ ยผู้อ านวยการกลมุ่ บริหารงานวิชาการ ๓๑ / มกราคม / ๒๕๖๖

43 แผนการสอนเฉพาะบุคคล (Individual Implementation Plan : IIP) ช่ือ-สกลุ เดก็ ชายพัชรพล ท่งุ มีผล ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ ประเภทความพกิ าร บุคคลท่ีมีความบกพร่องทางสตปิ ัญญา ทักษะการเรียนรู้ กลุม่ ทักษะ จ าเป็นเฉพาะความบกพร่องทางสติปัญญา ตัวช้ีวดั สป๑.๑/๑ ส่อื สารไดเ้ หมาะสมกับสถานการณ์ มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของผู้เรียน ประเดน็ พิจารณา ที่ ๑.๑ ผลการพฒั นาผ้เู รยี น ประเด็นพจิ ารณา ที่ ๑.๒ คณุ ลักษณะทีพ่ งึ ประสงคข์ องผเู้ รยี น โครงการ/งาน/กิจกรรมทีส่ อดคล้อง ๑. งานชว่ ยเหลอื ระยะแรกเร่ิม พฒั นาศักยภาพและเตรยี มความพรอ้ มในศูนย์ เปา้ หมายระยะยาว ๑ ปี ภายใน ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๖ เดก็ ชายพชั รพล สามารถดแู ลตนเองและความปลอดภัยใน ชวี ิตประจ าวันได้ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี ๒. เมื่อให้เด็กชายพัชรพล ดูแลตนเองและความปลอดภัยนอกห้องเรียน เดก็ ชาย พัชรพล สามารถท าได้โดยการปฏิบตั ิ บอก ชี้ หยบิ หรือรปู แบบการส่อื สารอืน่ ภายในเดือนมีนาคม ๒๕๖๖ จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรมข้นั ตอนท่ี ๕. เม่ือให้บอกวิธีระวังตัวจากคนแปลกหน้าเด็กชายพัชรพล สามารถทาได้โดยการปฏิบัติ บอก ช้ี หยบิ หรือรูปแบบการสื่อสารอ่นื ไดค้ ะแนนร้อยละ ๖๐ ภายใน ๒๘ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๖

44 แผนท่ี ๗ เร่ิมใช้แผนวนั ท่ี ๑ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๖ สน้ิ สดุ แผนวนั ท่ี ๒๘ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๖ ใชเ้ วลาสอนคาบละ ๒๐ นาที / ชวั่ โมง ๑. เนอ้ื หา ในชีวิตประจาวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นภายในห้องเรียน หรือนอกห้องเรียนมีวัสดุอุปกรณ์ที่ ใช้ในชีวิตประจาวันหลายอย่าง เช่นของมีคม ปลายแหลม หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น เมื่อใช้ผิดวิธี ก็จะทาให้เกิดอันตรายได้ หรืออาจมีสถานที่ บ้างแห่งที่นักเรียนต้องใช้อย่างระมัดระวัง เช่น บันได สนามเด็กเล่น หรืออันตรายจากสัตว์มีพิษ เป็นต้น ดูแลตนเองและความปลอดภัยในชีวิตการส่ือสารได้ เหมาะสมกับสถานการณก์ บั บุคล ๒. จดุ ประสงค์ - ผ้เู รียนบอกวธิ รี ะวงั ตัวจากคนแปลกหนา้ ได้ - ผเู้ รียนสามารถดูแลตนเองให้ปลอดภัยนอกห้องเรยี นได้ - ใบชีวติ ประจ าวนั ผู้เรียนสามารถดูแลตนเองให้ปลอดภัย - นอกห้องเรียนได้ ๓. วธิ ีการสอน ๑) ขัน้ เตรียมการสอน - สถานที่ ไดแ้ ก่ ห้องเรียน - สอ่ื ได้แก่ คลปิ วดี ีโอเพลง ความปลอดภยั - แบบประเมนิ ได้แก่ แบบบนั ทึกผลการเรยี นรู้ตามแผนการสอนเฉพาะบุคคล - ผเู้ รียน น่งั ประจ าโตะ๊ เรยี น ๒) ขัน้ นาเสนองาน - ทกั ทาย สวสั ดคี ะ่ - ประเมินความสามารถพ้ืนฐาน นักเรียน“ครูสอบถามนักเรียนมีอะไรบ้างในห้องเรียนของ เราท่เี ปน็ อันตราย ๓) ขั้นสอน - สาธติ ครบู อกวิธีระวังตวั จากคนแปลกหนา้ ๑) ปฏิเสธ ๒) บอกผู้ใหญ่ ๓) วง่ิ หนี - คาส่ัง “บอกวิธีระวังตัวจากคนแปลกหน้า” - เทคนคิ การสอน การสอนเชงิ พฤติกรรม การกระตุ้นเตอื น,ตะล่อมกลอ่ มเกลา, การเลยี นแบบ

45 - แรงเสรมิ /รางวัล ค าชมเก่งมาก ๔) ข้นั ประเมนิ - บนั ทึกผลการประเมนิ ลงในแบบบนั ทึกผลการเรยี นร้ตู ามแผนการสอนเฉพาะบุคคล ๔. การวดั และประเมนิ ผล ๑) วิธวี ัดและประเมินผล - การฝกึ ปฏิบัตจิ รงิ ๒) เคร่ืองมือวดั และประเมินผล - แบบบันทกึ ผลการเรียนรตู้ ามแผนการจดั การศึกษาเฉพาะบุคคล - บนั ทึกหลงั การสอน ๕. เกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผล เม่อื ใหบ้ อกวิธีระวงั ตัวจากคนแปลกหนา้ เด็กชายพัชรพล สามารถท าไดโ้ ดยการปฏบิ ตั ิ บอก ชี้ หยิบ หรอื รูปแบบการสื่อสารอนื่ ได้คะแนนรอ้ ยละ ๖๐ ภายในข้ึนไป ได้ ๔ คะแนน ท าได้เอง ได้ ๓ คะแนน กระตุ้นเตือนทางทา่ ทาง ได้ ๒ คะแนน กระตุ้นเตือนทางวาจา ทา่ ทาง ได้ ๑ คะแนน กระตุ้นเตือนทางกาย วาจา ท่าทาง ได้ ๐ คะแนน ตอบสนองผดิ หรือไม่มีการตอบสนอง ความคดิ เหน็ ฝา่ ยวิชาการ / ผ้แู ทน ( √) เป็นแผนการสอนที่ดี เหมาะสม สามารถน าไปใช้สอนได้ ( ) ควรปรับแก้ ............................................................................................................ ลงชือ่ .................................................................... (นายจกั รพงศ์ หมื่นส)ุ หวั หนา้ งานช่วยเหลอื ระยะแรกเริ่ม ฯ ๓๐ / มกราคม/ ๒๕๖๕

46 ความคิดเหน็ ของผู้บริหาร หรือผ้ทู ี่ไดร้ บั มอบหมาย ( √) เป็นแผนการสอนที่ดีใชส้ อนได้ ( ) ควรปรับแก้ .............................................................................. ลงช่ือ.................................................................... (นายนภสินธ์ุ ดวงประภา) ผู้ช่วยผู้อ านวยการกลมุ่ บริหารงานวชิ าการ ๓๐ / มกราคม / ๒๕๖๕

47 บนั ทกึ ผลหลังการสอน กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ทักษะจาเปน็ เฉพาะความบกพร่องทางสติปัญญา จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรมขนั้ ตอนท่ี ๘. เมื่อใหบ้ อกวิธีระวังตัวจากคนแปลกหน้าเด็กชายพชั รพล สามารถท าได้โดยการปฏิบัติ บอก ช้ี หยบิ หรอื รูปแบบการสื่อสารอน่ื ไดค้ ะแนนรอ้ ยละ ๖๐ ภายใน ๒๘ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๖ วนั ท่ี ๑ ๒ ๓ ๖ ๙ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๒๐ ๒๑ ๒๗ ๒๘ สอน ระดบั คะแนน ๑ ๒ ๒ ๒ ๒ ๒ ๒ ๒ ๓ ๓ ๔ ๔ ๔ ๔ ทไ่ี ด้ เด็กชายพัชรพล สามารถบอกวิธีระวังตวั จากคนแปลกหนา้ ท าได้โดยกระตุ้นเตือนด้วยทา่ ทาง บางครง้ั ระดับคะแนน ได้ ๔ คะแนน ท าได้เอง ได้ ๓ คะแนน กระตนุ้ เตือนทางท่าทาง ได้ ๒ คะแนน กระต้นุ เตือนทางวาจา ทา่ ทาง ได้ ๑ คะแนน กระตุ้นเตือนทางกาย วาจา ทา่ ทาง ได้ ๐ คะแนน ตอบสนองผิดหรือไม่มีการตอบสนอง หมายเหตุ สังเกตจากการปฏิบตั ิตามล าดับข้นั ตอนและท าดว้ ยความคล่องแคล่วมนั่ ใจ ลงชอ่ื .................................................ครผู ู้สอน (นางจิรชั ยา อินนนั ชัย)

48 ความคดิ เห็นฝา่ ยวิชาการ / ผู้แทน (√ ) สอนตามแผนการสอนขั้นตอนต่อไป ( ) ควรปรับแก้ ............................................................................................................. ลงชอ่ื ................................................................... (นายจักรพงศ์ หมืน่ สุ) หัวหน้างานชว่ ยเหลอื ระยะแรกเรมิ่ ฯ ๒๘ / กุมภาพันธ์ / ๒๕๖๖ ความคิดเหน็ ของผบู้ ริหาร หรือผู้ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย (√ ) สอนตามแผนการสอนขั้นตอนต่อไป ( ) ควรปรบั แก้ ............................................................................................................. ลงชอ่ื ................................................................... (นายนภสินธ์ุ ดวงประภา) ผ้ชู ว่ ยผอู้ านวยการกลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ ๒๘ / กมุ ภาพันธ์ / ๒๕๖๖

49 แผนการสอนเฉพาะบุคคล (Individual Implementation Plan : IIP) ชอื่ -สกลุ เด็กชายพชั รพล ทุ่งมีผล ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ ประเภทความพิการ บุคคลท่ีมีความบกพร่องทางสติปัญญา ทักษะการเรียนรู้ กล่มุ ทกั ษะ จ าเป็นเฉพาะความบกพร่องทางสติปญั ญา ตัวชี้วดั สป๑.๑/๑ สอ่ื สารได้เหมาะสมกบั สถานการณ์ มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของผู้เรียน ประเดน็ พจิ ารณา ท่ี ๑.๑ ผลการพฒั นาผูเ้ รยี น ประเดน็ พจิ ารณา ที่ ๑.๒ คุณลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงคข์ องผ้เู รียน โครงการ/งาน/กจิ กรรมทส่ี อดคลอ้ ง ๑. งานชว่ ยเหลอื ระยะแรกเริ่ม พฒั นาศกั ยภาพและเตรยี มความพรอ้ มในศูนย์ เปา้ หมายระยะยาว ๑ ปี ภายใน ๓๑ มนี าคม ๒๕๖๖ เด็กชายพัชรพล สามารถดแู ลตนเองและความปลอดภยั ใน ชีวติ ประจ าวนั ได้ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อท่ี ๒. เมื่อให้เด็กชายพัชรพล ดูแลตนเองและความปลอดภัยนอกห้องเรียน เด็กชาย พัชรพล สามารถทาได้โดยการปฏิบัติ บอก ชี้ หยิบ หรือรูปแบบการส่ือสารอื่น ภายในเดือนมีนาคม ๒๕๖๖ จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรมขั้นตอนที่ ๖. เม่ือใหบ้ อกวิธรี ะวังตวั จากขา้ มถนนเด็กชายพัชรพล สามารถท าไดโ้ ดยการปฏิบตั ิ บอก ช้ี หยบิ หรือรปู แบบการสอื่ สารอน่ื ได้คะแนนร้อยละ ๖๐ ภายใน ภายใน ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๖

50 แผนท่ี ๙ เริม่ ใชแ้ ผนวนั ที่ ๑ มนี าคม ๒๕๖๖ ส้ินสดุ แผนวนั ที่ ๓ มนี าคม ๒๕๖๖ ใชเ้ วลาสอนคาบละ ๒๐ นาที / ช่ัวโมง ๑. เนอื้ หา ในชีวิตประจาวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นภายในห้องเรยี น หรือนอกห้องเรียนมีวดั สดุอุปกรณ์ ท่ีใช้ในชีวิตประจาวันหลายอย่าง เช่นของมีคม ปลายแหลม หรือเคร่ืองใช้ไฟฟ้า เป็นต้น เม่ือใช้ผิดวิธี ก็จะทาให้เกิดอันตรายได้ หรืออาจมีสถานที่ บ้างแห่งท่ีนักเรียนต้องใช้อย่างระมัดระวัง เช่น บันได สนามเด็กเล่น หรืออันตรายจากสัตว์มีพิษ เป็นต้น ดูแลตนเองและความปลอดภัยในชีวิตการสื่อสารได้ เหมาะสมกับสถานการณก์ บั บคุ ล ๒. จุดประสงค์ ผ้เู รียนรจู้ กั วิธีระวังการใชข้ องมคี มในห้องเรยี นได้ ผูเ้ รียนสามารถดูแลตนเองใหป้ ลอดภยั ในห้องเรียนได้ ใบชวี ติ ประจ าวนั ผเู้ รียนสามารถดแู ลตนเองใหป้ ลอดภยั ในห้องเรยี นได้ ๓. วธิ กี ารสอน ๑) ขนั้ เตรยี มการสอน - สถานท่ี ไดแ้ ก่ ห้องเรียน - สอ่ื ได้แก่ คลิปวีดีโอเพลง ความปลอดภัย - แบบประเมนิ ได้แก่ แบบบนั ทกึ ผลการเรียนร้ตู ามแผนการสอนเฉพาะบุคคล - ผ้เู รยี น น่งั ประจ าโต๊ะเรยี น ๒) ขนั้ นาเสนองาน - ทกั ทาย สวสั ดคี ่ะ - ประเมินความสามารถพ้ืนฐาน นักเรียน“ครูสอบถามนักเรียนมีของอะไรบ้างในห้องเรียน ของเราทเี่ ปน็ อันตราย ๓) ขัน้ สอน - สาธิต ครูบอกวิธีระวังการใช้ของมีคม ๑) ใช้ของมีคมให้ถูกหน้าท่ี ๒) ใช้เม่ือมีผู้ใหญ่อยู่ ดว้ ย ๓) ไม่น าของมีคมมาเลน่ ๔) ไมน่ าของมคี มไปท าร้ายเพอื่ น - คาส่ัง “บอกวิธรี ะวงั การใชข้ องมีคม” - เทคนิคการสอน การสอนเชงิ พฤตกิ รรม การกระต้นุ เตอื น,ตะล่อมกล่อมเกลา, การเลยี นแบบ

51 - แรงเสริม/รางวัล ค าชมเก่งมาก ๔) ขั้นประเมนิ - บนั ทึกผลการประเมินลงในแบบบนั ทึกผลการเรยี นรตู้ ามแผนการสอนเฉพาะบุคคล ๔. การวัดและประเมินผล ๑) วิธวี ัดและประเมนิ ผล - การฝกึ ปฏิบตั ิจริง ๒) เคร่ืองมือวดั และประเมินผล - แบบบันทกึ ผลการเรียนร้ตู ามแผนการจดั การศึกษาเฉพาะบุคคล - บนั ทกึ หลังการสอน ๕. เกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผล เมอื่ ใหบ้ อกวธิ รี ะวังตัวจากขา้ มถนนเดก็ ชายพัชรพล สามารถท าได้โดยการปฏบิ ัติ บอก ชี้ หยบิ หรอื รปู แบบการส่ือสารอ่นื ได้คะแนนร้อยละ ๖๐ ขึ้นไป ได้ ๔ คะแนน ท าไดเ้ อง ได้ ๓ คะแนน กระตุ้นเตือนทางทา่ ทาง ได้ ๒ คะแนน กระตุ้นเตือนทางวาจา ท่าทาง ได้ ๑ คะแนน กระตนุ้ เตือนทางกาย วาจา ทา่ ทาง ได้ ๐ คะแนน ตอบสนองผดิ หรอื ไม่มีการตอบสนอง ความคิดเหน็ ฝา่ ยวิชาการ / ผแู้ ทน ( √) เปน็ แผนการสอนทดี่ ี เหมาะสม สามารถน าไปใชส้ อนได้ ( ) ควรปรับแก้ ............................................................................................................ ลงชอื่ .................................................................... (นายจักรพงศ์ หม่ืนส)ุ หวั หน้างานชว่ ยเหลอื ระยะแรกเริ่ม ฯ ๒๘ / กุมภาพันธ์ / ๒๕๖๖

52 ความคิดเหน็ ของผู้บริหาร หรือผ้ทู ี่ไดร้ บั มอบหมาย ( √) เป็นแผนการสอนที่ดีใชส้ อนได้ ( ) ควรปรับแก้ .............................................................................. ลงชอ่ื .................................................................... (นายนภสินธุ์ ดวงประภา) ผู้ช่วยผอู้ านวยการกลมุ่ บริหารงานวชิ าการ ๒๘ / กุมภาพันธ์ / ๒๕๖๖

53 บันทกึ ผลหลังการสอน กลุม่ สาระการเรยี นรู้ ทักษะจาเป็นเฉพาะความบกพร่องทางสติปัญญา จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรมขน้ั ตอนที่ ๖. เม่ือให้บอกวิธีระวงั ตวั จากขา้ มถนนเด็กชายพชั รพล สามารถท า ได้โดยการปฏบิ ตั ิ บอก ช้ี หยิบ หรือรูปแบบการส่ือสารอื่นได้ คะแนนร้อยละ ๖๐ ภายใน ๓๑ มนี าคม ๒๕๖๖ วนั ท่ีสอน ๑ ๒ ๓ ระดับ คะแนนท่ี ๓ ๓ ๓ ได้ เดก็ ชายพัชรพลสามารถบอกวิธีระวังตวั จากข้ามถนนท าไดโ้ดยกระตนุ้ เตือนดว้ ย ท่าทางบางคร้งั ระดบั คะแนน ได้ ๔ คะแนน ท าไดเ้ อง ได้ ๓ คะแนน กระตุ้นเตือนทางท่าทาง ได้ ๒ คะแนน กระตุ้นเตือนทางวาจา ทา่ ทาง ได้ ๑ คะแนน กระตุ้นเตือนทางกาย วาจา ท่าทาง ได้ ๐ คะแนน ตอบสนองผิดหรือไม่มีการตอบสนอง หมายเหตุ สงั เกตจากการปฏบิ ัตติ ามล าดับข้นั ตอนและท าดว้ ยความคลอ่ งแคลว่ ม่ันใจ ลงชอ่ื .................................................ครูผู้สอน (นางจริ ชั ยา อนิ นันชยั ) ๓ / มนี าคม / ๒๕๖๖ ความคิดเหน็ ฝา่ ยวิชาการ / ผู้แทน (√ ) สอนตามแผนการสอนขน้ั ตอนต่อไป

54 ( ) ควรปรับแก้ ............................................................................................................. ลงชอ่ื ................................................................... (นายจักรพงศ์ หมื่นสุ) หวั หนา้ งานชว่ ยเหลอื ระยะแรกเรม่ิ ฯ ๓ / มนี าคม / ๒๕๖๖ ความคิดเหน็ ของผูบ้ รหิ าร หรือผู้ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย (√ ) สอนตามแผนการสอนขน้ั ตอนต่อไป ( ) ควรปรับแก้ ............................................................................................................. ลงช่ือ................................................................... (นายนภสินธุ์ ดวงประภา) ผู้ชว่ ยผู้อ านวยการกลุม่ บริหารงานวิชาการ ๓ / มีนาคม / ๒๕๖๖

55 ภาคผนวก

56

57

58

59

60

61

62

63

64

4

65 ขอ้ มลู นกั เรียนรายบุคคล หอ้ งเรียนมุง่ สดู่ วงดาว ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ๑. ข้อมูลด้านนักเรยี น ๑.๑ ขอ้ มลู ส่วนตัวนักเรียน ชอ่ื -นามสกลุ (ด.ช/ด.ญ/นาย/น.ส)...........พ..ชั..ร..พ...ล....ท..ุ่ง..ม..ีผ..ล................................................... ชอื่ เล่น ......ป..า..ฏ..หิ..า..ร..ยิ ..์ ......... ประเภทความพกิ าร.........บ...ก..พ..ร..่อ..ง..ท..า..ง.ส..ต...ปิ ..ัญ...ญ...า............................................................................................................ เกดิ วันท่.ี .๑...๙..เดือน …เ…มษ...า.ย..น...... พ.ศ. ..๒..๕...๕..๖.... อายุ ...๘........ปี เช้อื ชาติ ..ไ..ท..ย......... สัญชาติ....ไ.ท...ย....... ศาสนา.....พ...ทุ ..ธ.... เลขบัตรประจ าตัวประชาชน.........๑..-.๕.๒...๗..๖...-.๐..๒...๕..๖..๑...-.๕..๙...-.๘....................หมโู่ ลหิต...............-............................................ การจดทะเบยี นคนพกิ าร  ไม่ต้องการจดทะเบียน  ยังไมจ่ ดทะเบยี น  จดทะเบยี นแลว้ ท่ีอยู่ปจั จบุ ัน บ้านเลขที.่ ..๔..๖...........ตรอก/ซอย..-.............หม่ทู .ี่ ....-......ชือ่ หม่บู ้าน/ถนน......-........................................... ต าบล/แขวง.......บ...่อ..แ..ฮ..ว้ .............. อ าเภอ/เขต......เ.ม..ือ..ง..ล...า..ป..า..ง...... จงั หวดั .........ล...า..ป..า..ง........ รหัสไปรษณีย์.......๕..๒...๑..๐..๐...... ๑.๒ ดา้ นสขุ ภาพ ๑) สขุ ภาพกาย  มีสุขภาพรา่ งกายสมบูรณ์แขง็ แรง  เจบ็ ป่วยบอ่ ย (ระบ)ุ ............................................................................  มีโรคประจ าตัว(ระบุ)..............โ.ร..ค..ห...วั .ใ..จ................................................  ป่วยเปน็ โรคร้ายแรง/เร้ือรงั (วณั โรค โรคอว้ น โรคทางเดินหายใจเร้อื รงั (หอบหดื ) โรคหัวใจและหลอดเลอื ด โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตวายเรอ้ื รัง โรคมะเร็ง ภาวะภมู คิ ุ้มกันต่ าโรคเบาหวาน ภาวะบกพร่องทางระบบประสาทอยา่ งรนุ แรง ลมชัก ฯลฯ ระบโุ รค)............................................................... น้ าหนัก........๒..๒................กโิ ลกรมั ส่วนสงู .........๑..๑...๗.................เซนติเมตร  น้ าหนักผดิ ปกตไิ ม่สมั พนั ธ์กับสว่ นสงู หรอื อายุ  นอนติดเตียง ๒) สขุ ภาพจิต/อารมณ์/พฤติกรรม  อารมณด์ ี ยิ้มงา่ ย  มีปฏิสัมพนั ธ์ที่เหมาะสมกับผ้อู น่ื  อารมณห์ งุดหงิดง่าย/โมโหง่าย  ไมม่ ปี ฏิสมั พนั ธก์ ับผู้อ่ืน เช่น เฉยเมย ไม่สบตา  ไมม่ กี ารตอบสนอง/แสดงออกทางอารมณ์  ซึมเศร้า  แยกตวั ออกจากกล่มุ  หวาดระแวง  ไมพ่ บพฤติกรรมท่ีไม่พงึ ประสงค์  พบพฤติกรรมที่ไม่พงึ ประสงคท์ ี่ส่งผลกระทบไม่รนุ แรงต่อตนเอง/ผูอ้ นื่ /ส่ิงของ  พบพฤติกรรมท่ีไม่พึงประสงค์ทส่ี ง่ ผลกระทบรุนแรงต่อตนเอง/ผู้อนื่ /สงิ่ ของ

66 ๑.๓ ด้านการเรยี นรู้ ๑) พัฒนาการ/ความสามารถ  พฒั นาการ/ความสามารถเทยี บเทา่ กับอายุจรงิ  พัฒนาการ/ความสามารถลา่ ช้ากว่าอายจุ รงิ ๑ – ๓ ปี  พฒั นาการ/ความสามารถลา่ ช้ากวา่ อายุจรงิ ๓ ปี ขน้ึ ไป ๒) การชว่ ยเหลือตนเอง  สามารถชว่ ยเหลอื ตนเองได้  สามารถช่วยเหลือตนเองไดบ้ ้าง  ไม่สามารถชว่ ยเหลือตนเองได้ ๑.๔ ด้านสทิ ธิคนพกิ าร/สนับสนุนชว่ ยเหลือจากองค์กรภาครฐั หรือเอกชน ๑) เบยี้ ยังชีพคนพิการ  ได้รับ จ านวน....๑..,.๐...๐..๐...........บาท/เดอื น  ไม่ไดร้ บั เน่ืองจาก................................................................................................................ ๒) บรกิ ารฟ้ืนฟูทางการแพทย์  ไดร้ บั (ระบโุ รงพยาบาล)..........โ.ร..ง..พ..ย..า..บ..า..ล..ล...า..ป..า..ง..................................................................  ไมไ่ ด้รับ เนื่องจาก................................................................................................................ ๓) บรกิ ารเทคโนโลยี สอ่ื ส่ิงอานวยความสะดวก  ได้รบั (ระบสุ ่งิ ที่ได้รบั )................ส..ือ่ ..ค..ูป..อ..ง..ก..า..ร..ศ..ึก..ษ..า.................................................................. (ระบหุ น่วยงานทไี่ ดร้ บั ).........ศ..ูน..ย..์ก..า..ร..ศ..ึก..ษ..า..พ...เิ .ศ..ษ..ป..ร..ะ..จ...า.จ..ัง.ห...ว..ดั ..ล...า..ป..า..ง......................................  ไมไ่ ดร้ บั เน่ืองจาก............................................................................................................... ๔) ทนุ การศึกษา/เงินช่วยเหลืออื่น ๆ  ไดร้ บั (ระบชุ อ่ื ทุนการศึกษา/เงินชว่ ยเหลืออื่น ๆ)................................................................ จ านวน.......................บาท/เดือน  ไมไ่ ด้รบั เนื่องจาก................................................................................................................ ๕) รบั บรกิ ารสวัสดิการทางสังคม  ไดร้ ับ (สง่ิ ทีไ่ ด้รบั เช่น บริการเคสเมเนเจอร์ บริการรบั ส่งไปโรงพยาบาล ฯลฯ ระบุ).......... (หนว่ ยงานทีไ่ ดร้ บั เช่น พมจ. กสศ. ฯลฯ ระบุ )..................................................................  ไม่ได้รบั เน่ืองจาก..........ไ..,ม..ไ่..ด..ข้..อ..ร..ับ.......................................................................................

67 ๒. ขอ้ มูลดา้ นครอบครัว ๒.๑ ขอ้ มลู บิดา  มีชีวิตอยู่  ถึงแก่กรรม  ไมม่ ขี ้อมูล ชื่อ-นามสกลุ บดิ า.........................................................................อาย.ุ ...........ปี เช้อื ชาต.ิ ........................... สญั ชาติ............................. ศาสนา.........................  ไมม่ ีงานท า  มีงานท าอาชีพ...................................................รายได.้ ............................บาท/เดือน ระดับการศกึ ษา  ไมไ่ ดร้ ับการศึกษา  ประถมศึกษา  มธั ยมศึกษา/ปวช  ปวส/อนุปริญญา  ปรญิ ญา ทีอ่ ยปู่ ัจจุบัน  ทีอ่ ยู่เดียวกับนักเรยี น  ทอี่ ยู่ต่างจากนักเรยี น (โปรดกรอกข้อมูล) บ้านเลขท่.ี ....................ตรอก/ซอย...............หมทู่ .่ี ..........ช่ือหมูบ่ า้ น/ถนน................................................... ต าบล/แขวง....................................อ าเภอ/เขต................................... จังหวดั ............................................ รหสั ไปรษณยี ์..............................................เบอร์โทรศพั ท์............................................................................ ๒.๒ ขอ้ มลู มารดา  มีชีวติ อยู่  ถึงแก่กรรม  ไมม่ ขี ้อมลู ชอ่ื -นามสกุล มารดา.......น..า..ง.ส..า..ว..พ..ว..ง..ผ..ก..า....ท..่งุ..ม..ผี..ล...............................อาย.ุ ...๔...๘.....ปี เชอื้ ชาติ........ไ.ท...ย................ สัญชาติ........ไ.ท...ย................. ศาสนา.......พ...ุท..ธ.............  ไมม่ งี านท า  มงี านท าอาชีพ...................................................รายได้.............................บาท/เดือน ระดบั การศึกษา  ไม่ไดร้ ับการศึกษา  ประถมศึกษา มธั ยมศึกษา/ปวช  ปวส/อนปุ รญิ ญา  ปริญญา ทีอ่ ย่ปู ัจจุบัน  ทีอ่ ยเู่ ดยี วกบั นักเรียน  ท่อี ยู่ตา่ งจากนกั เรียน (โปรดกรอกข้อมูล) บ้านเลขท่ี.....................ตรอก/ซอย...............หม่ทู ี.่ ..........ช่ือหมูบ่ า้ น/ถนน................................................... ต าบล/แขวง....................................อ าเภอ/เขต................................... จังหวัด............................................ รหัสไปรษณีย์..............................................เบอรโ์ ทรศัพท.์ ........................................................................... ๒.๓ ข้อมูลผู้ปกครอง  บิดา  มารดา  ผปู้ กครองไมใ่ ช่บิดา/มารดา (โปรดกรอกข้อมลู ) ช่อื -นามสกลุ ผปู้ กครอง.......................................................................อายุ............ปี เช้ือชาต.ิ ....................... สญั ชาติ............................. ศาสนา......................... อาชพี ........................................................................... รายได.้ ......................................บาท/เดือน ระดบั การศกึ ษา  ไมไ่ ด้รบั การศึกษา  ประถมศึกษา  มธั ยมศกึ ษา/ปวช  ปวส/อนปุ ริญญา  ปรญิ ญา

68 ทอ่ี ยู่ปจั จุบนั  ทอ่ี ยู่เดียวกับนักเรียน  ท่ีอยูต่ า่ งจากนกั เรียน (โปรดกรอกข้อมูล) บ้านเลขท่ี.....................ตรอก/ซอย...............หมู่ที่...........ชอื่ หมบู่ า้ น/ถนน................................................... ต าบล/แขวง....................................อ าเภอ/เขต................................... จังหวัด............................................ รหสั ไปรษณยี ์..............................................เบอรโ์ ทรศพั ท.์ ........................................................................... รายได้ครอบครัว  ๑๐๐,๐๐๐ บาท/ปี ข้ึนไป  ๔๐,๐๐๑ – ๙๙,๙๙๙ บาท/ปี  ไมเ่ กนิ ๔๐,๐๐๐ บาท/ปี สภาพความเปน็ อย่ใู นครอบครวั  อยรู่ ว่ มกบั บดิ ามารดา  อย่กู ับบิดา  อยกู่ ับมารดา  อย่กู ับผู้อื่น (ระบ)ุ ....................................................................... สถานภาพของบิดามารดา  อยดู่ ว้ ยกนั  หย่าร้าง  แยกกันอยู่  บิดาถงึ แก่กรรม  มารดาถึงแก่กรรม  บิดา มารดาถงึ แก่กรรม ครอบครัวของนักเรยี นมีสมาชิกทั้งหมด......๒............คน ประกอบด้วย......ม...า.ร..ด..า..,..น..กั..เ.ร..ยี..น............................... บคุ คลในครอบครัวมีการใช้สารเสพตดิ  มี  ไมม่ ี เกีย่ วข้องเป็น...............................กบั นักเรยี น ประเภทสารเสพติดท่ใี ช้คือ  บหุ ร่ี  สรุ า  ยาบ้า  อ่นื ๆ ระบ.ุ ............................ ความถ่ใี นการใชส้ ารเสพติดของบคุ คลในครอบครัว  เป็นประจ า  บางครัง้ บุคคลในครอบครวั เกย่ี วข้องกับการเล่นการพนัน  มี  ไม่มี ความถ่ีในการเลน่ การพนันของบคุ คลในครอบครวั  เปน็ ประจ า  บางครง้ั ภายในครอบครวั มีความขัดแยง้ และมีการใช้ความรุนแรง  มี  ไม่มี บุคคลในครอบครัวเจบ็ ป่วยด้วยโรครุนแรง/เรอ้ื รงั  มี  ไม่มี อาชีพบิดา/มารดา/ผปู้ กครองเสย่ี งตอ่ กฎหมาย  มี ไมม่ ี ๒.๔ ด้านเศรษฐกิจครอบครัว  มรี ายได้เพยี งพอส าหรบั เลย้ี งดูครอบครวั ได้อย่างดี  มีรายได้เพียงพอส าหรับเลย้ี งดูครอบครวั เฉพาะท่จี าเปน็  มีหนส้ี ิน  มรี ายไดเ้ พียงเล็กน้อย ไม่เพยี งพอส าหรับครอบครัว  ไม่มีรายได้เลย ต้องพงึ่ พาผ้อู ื่นทงั้ หมด และมหี น้ีสิน

69 ๒.๕ ดา้ นการคุ้มครองนักเรยี น ๑) การดแู ลเอาใจใส่นักเรยี น  สมาชิกทกุ คนในครอบครัวชว่ ยกันดแู ลเอาใจใสน่ ักเรียนเปน็ ประจ าสม่ าเสมอ  ขาดการดูแลเอาใจใส่/ปล่อยปละละเลยนกั เรียนเป็นบางครง้ั  ขาดการดแู ลเอาใจใส่/ปล่อยปละละเลยนักเรียน/ไมม่ ีผู้ดูแล  นกั เรยี นถกู ล่วงละเมิดทางเพศ  นักเรยี นถกู ท ารา้ ยทารณุ ๒) การชว่ ยเหลือในการพฒั นานกั เรียน  สมาชิกทุกคนในครอบครัวเขา้ ใจ/ร่วมมอื ในการชว่ ยเหลอื ในการพฒั นานกั เรยี นเปน็ อย่างดี  สมาชกิ ในครอบครัวบางคนไม่มีความเขา้ ใจ/ร่วมมือในการช่วยเหลอื ในการพฒั นานักเรียน  สมาชิกทุกคนในครอบครัวขาดความเข้าใจ/รว่ มมือในการช่วยเหลอื ในการพัฒนานักเรยี น ๒.๖ ด้านเจตคตติ อ่ นักเรยี น ครอบครัวมีความคาดหวงั ในการพัฒนานักเรยี น  นักเรยี นสามารถพัฒนาไดแ้ ละมีการแสวงหาความรู้ในการพฒั นานักเรยี นอย่เู สมอ  มคี วามคาดหวังในการพัฒนานกั เรียนแต่ไมม่ ีการแสวงหาความรเู้ พ่ือน ามาพฒั นานักเรียน  ไม่มคี วามคาดหวังในการพัฒนานักเรียนและนกั เรียนเป็นภาระของครอบครวั ๒.๗ ด้านความรู้ ความเข้าใจ ทักษะของผู้ปกครองในการพฒั นานักเรียน ๑) ความรู้ ความเข้าใจ ทักษะของผู้ปกครองในการจัดกิจกรรมเพอ่ื พัฒนานักเรยี น  มีการจัดกจิ กรรมเพ่ือพฒั นานกั เรียนเป็นประจ าทุกวัน  มีการจัดกิจกรรมเพ่ือพัฒนานกั เรยี นเป็นบางครงั้  ไมเ่ คยมีการจัดกจิ กรรมเพ่อื พฒั นานกั เรียน ๒) ความรู้ ความเข้าใจ ทกั ษะของผู้ปกครองในการฝึกด้วยเทคนิค/กจิ กรรม  มกี ารฝกึ ด้วยเทคนิค/กจิ กรรมท่ีหลากหลายเป็นประจ าทุกวนั  มีการฝึกดว้ ยเทคนิค/กิจกรรมเปน็ บางครงั้  ไมเ่ คยฝึกดว้ ยเทคนคิ /กิจกรรม

70 ๓. ขอ้ มูลดา้ นสภาพแวดลอ้ ม ๓.๑ สภาพแวดลอ้ มภายในศูนย์การศึกษาพิเศษประจาจังหวัดลาปาง/หน่วยบริการ ๑) บริเวณภายในห้องเรยี นอาคารเรียน  สภาพแวดล้อมในห้องเรยี น/อาคารเรยี นมีความเหมาะสมกับความต้องการจ าเป็นพเิ ศษของ นักเรยี นและปลอดภยั ตอ่ การด ารงชีวติ  สภาพแวดล้อมในหอ้ งเรยี น/อาคารเรียนบางอยา่ งขาดความเหมาะสมกับความตอ้ งการจ าเปน็ พิเศษของนกั เรยี นแต่ยังสามารถใชไ้ ด้อย่างปลอดภยั ต่อการด ารงชีวิต  สภาพแวดล้อมในห้องเรยี น/อาคารเรียนบางอย่างขาดความเหมาะสมกับความตอ้ งการจ าเป็น พิเศษของนักเรียนและไม่ปลอดภัยต่อการด ารงชวี ิต  สภาพแวดล้อมในหอ้ งเรียน/อาคารเรียนทุกอย่างไมม่ ีความเหมาะสมกบั ความต้องการจ าเป็น พิเศษของนักเรียนและไมป่ ลอดภัยตอ่ การด ารงชีวติ ระบรุ ายละเอยี ดเพม่ิ เติม........................................................................................................................................... ๒) บรเิ วณภายนอกอาคารเรยี น  สภาพแวดล้อมนอกอาคารเรยี นมคี วามเหมาะสมกบั ความต้องการจ าเปน็ พเิ ศษของนักเรียน และปลอดภยั ต่อการดารงชวี ติ  สภาพแวดล้อมนอกอาคารเรยี นบางอยา่ งขาดความเหมาะสมกบั ความต้องการจ าเปน็ พิเศษ ของนักเรยี นแตย่ งั สามารถใช้ได้อย่างปลอดภยั ตอ่ การด ารงชวี ติ  สภาพแวดลอ้ มนอกอาคารเรียนบางอย่างขาดความเหมาะสมกับความต้องการจ าเป็นพิเศษ ของนักเรียนและไม่ปลอดภยั ต่อการดารงชีวิต  สภาพแวดลอ้ มนอกอาคารเรยี นทกุ อยา่ งไม่มีความเหมาะสมกบั ความต้องการจ าปเ น็ พิเศษของ นักเรียนและไม่ปลอดภัยต่อการด ารงชีวติ ระบุรายละเอยี ดเพม่ิ เตมิ ........................................................................................................................................... ๓) ผูเ้ กี่ยวขอ้ ง  คร/ู พเี่ ลย้ี งเด็กพกิ าร/ผปู้ ฏบิ ตั ิงานให้ราชการ ทกุ คนพร้อมให้การช่วยเหลือนกั เรยี น  ครู/พ่ีเล้ียงเดก็ พกิ าร/ผ้ปู ฏบิ ัติงานให้ราชการ บางคนละเวน้ ไมใ่ ห้การชว่ ยเหลือนักเรียน  คร/ู พ่ีเลี้ยงเดก็ พกิ าร/ผู้ปฏบิ ัติงานใหร้ าชการ บางคนรงั เกียจนกั เรยี น  เพือ่ นทุกคนยอมรับ/ใหเ้ ข้ากลุ่มท ากจิ กรรม  เพือ่ นบางคนไม่ยอมรับ/ไม่ให้เข้ากลุ่มท ากจิ กรรม  เพือ่ นทุกคนไมย่ อมรบั /ไม่ใหเ้ ข้ากลุม่ ท ากิจกรรม

71 ๓.๒ สภาพแวดลอ้ มภายในบ้าน ๑) บริเวณภายในบ้าน  สะอาดปลอดภยั เอื้อต่อการพฒั นาศักยภาพนักเรยี น  สะอาดปลอดภยั แต่ไม่เอ้ือตอ่ การพฒั นาศกั ยภาพนักเรียน  ไมส่ ะอาดและไม่ปลอดภัย ๒) บริเวณภายนอกบ้าน  สะอาดปลอดภยั เอื้อตอ่ การพัฒนาศักยภาพนักเรียน  สะอาดปลอดภัยแต่ไม่เอื้อตอ่ การพัฒนาศกั ยภาพนักเรียน  ไมส่ ะอาดและไมป่ ลอดภัย ๓.๓ สภาพแวดลอ้ มภายในชุมชน ๑) เจตคติของชุมชนที่มตี ่อนักเรียนและครอบครัว  เป็นภาระของสังคม  พรอ้ มให้ความชว่ ยเหลือ  ความเชื่อเร่ืองเวรกรรม  มสี ทิ ธิเท่าเทยี มกับคนทว่ั ไป  น่ารงั เกยี จ  คนพกิ ารสามารถพฒั นาได้  ไมส่ นใจ ๒) ความสัมพนั ธ์ของนกั เรยี นกับชุมชน  เปน็ ทีร่ ้จู กั ในชมุ ชน  มสี ว่ นร่วมในชุมชน  เปน็ ทรี่ ักของคนในชุมชน  ชมุ ชนให้ความช่วยเหลือ  ไม่มคี นในชมุ ชนรูจ้ ัก  ไมส่ นใจ  สร้างความเดอื ดร้อนให้คนในชุมชน

72 แบบรวบรวมขอ้ มลู ผเู้ รียน ตามกรอบคิดแนวเชงิ นิเวศ (Ecological System) และกรอบการประเมนิ ของฟานไดจค์ (The Van Dijk Framework for Assessment of Individuals who have Severe Multiple Disabilities) ชอ่ื -นามสกลุ นักเรียน เด็กชายพชั รพล ท่งุ มผี ล ชอื่ เลน่ ปาฏิหาริย์ ระดับชั้น เตรียมความพร้อม ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ประเภทการรบั บริการ ในศูนย์ ชือ่ สถานศึกษา ศูนยก์ ารศึกษาพเิ ศษประจ าจังหวดั ล าปาง อาเภอ เมืองลาปาง จังหวัด ล าปาง ข้อมลู ณ วันที่ ๔ เดอื น กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๕

73 รวบรวมขอ้ มูลผู้เรียน ข้อมูลของผเู้ รยี น ๑. ขอ้ มลู ของผู้เรยี น ชอ่ื -นามสกุลนกั เรยี น เดก็ ชายพชั รพล ทงุ่ มีผล ช่ือเลน่ ปาฏิหารย์ อายุ ๙ ปี เพศ ชาย เช้ือชาติ ไทย ประเภทความพกิ าร บกพร่องทางสตปิ ัญญา โรคประจาตัว โรคหัวใจ  ลักษณะความพกิ าร มโี รคประจาตัวคือโรคหัวใจ เคยได้รับการผ่าตัดรักษาโรคหัวใจมาแล้ว ๑ ครั้ง สามารถเคลื่อนย้ายตนเองได้ อยา่ งอิสระ มลี ักษณะค่อนข้างอารมณ์ดี รา่ เริง ทะเล้น ชอบค าชมและการปรบมือให้ ไมแ่ พย้ า ไม่แพ้อาหาร ชอบกิน อาหารท่ีเป็นข้าว ไม่ชอบกินอาหารที่เป็นเส้น เวลาท่ีเล่นอิสระจะทากิจกรรมได้หลายอย่างแต่ถ้าให้ทาจริงไม่ยอมทา สามารถพูดจาโต้ตอบส่ือสารได้แต่พูดเป็นคาส้ัน ๆ แต่ขี้อาย มีข้อจากัดเรื่องการเข้าห้องน้าและการขับถ่าย ใส่ ผ้าอ้อมสาเร็จรูป ต้องมีคนคอยบอกให้เข้าห้องน้าเพื่อปัสสาวะไม่งั้นจะไม่ยอมเข้า และต้องมีคนคอยยืนเฝ้าขณะท่ี ปัสสาวะในห้องน้าไม่เช่นน้ันจะร้องให้ ไม่สามารถทาความสะอาดหลังการขับถ่าย สามารถใช้ช้อนตักอาหารในการ รบั ประทานอาหารได้แต่หกเลอะเทอะ การอาบน้า การแปรงฟัน และการแตง่ กายตอ้ งมีผชู้ ่วยเหลอื ไม่สามารถท าเอง ได้ ต้องกระตุ้นในการปฏิบัติกิจวัตรประจาวันอยู่เสมอ ช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจาวันได้ต่ากว่าวัยชอบเล่นแบบ รุนแรง เล่นเลียนแบบท่าทางและคาพูดผู้อื่นอย่าง ชอบทาลายของเล่นหรือใช้อย่างไม่ระมัดระวัง เช่นขว้างปาของ เลน่ ดงึ แยกช้นิ ของเล่น เมือ่ เล่นของเล่นแล้วไมเ่ กบ็ เข้าทเ่ี ดิม  พฤติกรรมของผู้เรียน พฤตกิ รรมสว่ นบุคคล นกั เรียนเพิกเฉยเมื่อครูหรอื ผู้ปกครองให้ทากิจกรรม มักพยายามหลีกหนีโดยการทาทีเป็นไม่สนใจหรือไม่ได้ ยนิ ท่ีครูหรือผู้ปกครองส่ัง เช่น การเบือนหน้าหนี หนั หนา้ ไปทางอ่ืน ทากิจกรรมอ่ืนที่ตนเองชอบ หรอื บางครั้งจะหัน กลับมามองครูหรือผู้ปกครองและพูดว่า “ทาไม” มีการตอบสนองทางสังคมไม่เหมาะสม เช่น การแลบลิ้นปลิ้นตา การเตน้ สา่ ยก้นใสผ่ อู้ ื่น ชอบถอดหน้ากากอนามัยที่ตนใส่อยู่มาคาบ และเม่อื หนา้ กากอนามยั เปียกช่มุ ดว้ ยน้ าลายก็จะ เอาโยนทิ้ง ไม่ปฏบิ ัติตามกฎกติกา ระเบียบหรือข้อตกลงของห้องเรียน ชอบทานอาหารที่เปน็ ข้าว แตไ่ ม่ทานอาหารท่ี เปน็ เส้น ชอบดม่ื นำ้ มะพรำ้ มและนมเปรย้ี ว เวลำทเี่ ลิกเรยี นผูป้ กครองมำรบั มกั จะร้องขอยำดมจำกผู้ปกครอง พฤติกรรมการเรยี นรู้ นักเรียนสำมำรถแสดงควำมต้องกำรของตนเอง พูด และจับมือครูหรือผู้ปกครองให้พำไปยังสิ่งท่ีต้องกำร แสดงกำรปฏิเสธโดยกำรพูด และแสดงออกทำงท่ำทำงเช่นกำรใช้มือปดั กำรว่ิงหนี สำมำรถฟังและท้ำตำมค้ำส่ังที่ไม่

74 ซับซ้อน เช่น ยกเก้ำอล้ี ง ล้ำงมือ ล้ำงหน้ำ ถอดเสื้อ ถอดกำงเกง เป็นต้น และสามารถท าตามตัวแบบได้ นักเรียนท้ำ กิจกรรมต่ำง ๆ ได้ด้วยคนเอง แต่หำกเป็นเร่ืองท่ยี ำกก็จะต้องมคี รูหรอื ผู้ปกครองคอยให้ค้ำแนะนำ้ หรอื ช่วยเหลอื เช่น กำรแปรงฟัน กำรท้ำควำมสะอำดร่ำงกำยหลังกำรขับถ่ำย เป็นต้น และสำมำรถท้ำกิจกรรมกำรเรียนรู้โดยใช้กำร เสริมแรงทำงบวกด้วยของทน่ี ักเรยี นชอบ ได้แก่ นมเปรยี้ วดัชมิลล์ นำ้ ผล น้ำมะพรำ้ ว ตุ๊กตำหมี ในระหว่ำงกำรฝึกกำรเรียนรู้นักเรียนสำมำรถเรียนรู้ได้โดยผ่ำนกำรมอง กำรฟัง ท้ำสิ่งที่ง่ำย ๆ ด้วยตนเอง และให้ครูจับมอื ท้ำในสง่ิ ท่ียำก ล้ำดับขน้ั ตอนกำรเรียนหรอื กำรลงมือปฏบิ ัติ จะเร่ิมจำกขนั้ ตอนง่ำย ๆ ไปหำขน้ั ตอนที่ ยำกข้ึนด้วยกำรกระตุ้นเตือนทำงกำยและวำจำ โดยกำรใช้ส่ืออุปกรณ์ที่เป็นของจริงท่ีเหมำะสมกับผู้เรียนใน ชีวิตประจ้ำวันและใช้กำรประสมประสำนทุกวิธีในกำรท้ำกิจกรรมทุกขั้นตอน และสอนท่ีผู้เรียนให้ควำมร่วมมือมำก ทีส่ ุด คอื กำรมีรำงวัลเปน็ แรงเสริม ภาพนกั เรยี น

75 รวบรวมข้อมลู ผูเ้ รยี น ข้อมูลความสามารถผเู้ รยี น  ความสามารถพน้ื ฐานของผู้เรียน จดุ ออ่ น ๑.๑ ความสามารถพน้ื ฐานทางดา้ นรา่ งกาย ๑. เม่ือให้นักเรียนเขียนหนงั สอื นักเรียนจะจับดินสอใน จุดเดน่ ท่าทีผดิ และไมล่ งน้ าหนกั ในการการเขียน ๑. เมอื่ ใหน้ ักเรยี นเขียนหนังสือ นกั เรยี นสามารถจับ ดินสอเพ่ือเขยี นหนงั สือได้ ๒. เม่ือให้นักเรียนเคลื่อนย้ายตนเองไปในท่ีต่าง ๆ ๒. เมื่อให้นักเรียนเคลื่อนย้ายตนเองไปในท่ีต่าง ๆ นกั เรยี นสามารถท าไดโ้ ดดยอิสระ นักเรียนมักจะชนส่ิงกีดขวาง และสะดุดลม้ ไดง้ า่ ย ๓. เม่ือให้นักเรียนขึ้นลงบันไดนักเรียนสามารถทาได้ ๓. นักเรียนไม่สามารถขึ้นลงบันไดโดยท่ีไม่ต้องเกาะ ด้วยการเกาะราว และมคี นจับมอื ราวหรือมคี นจับมือได้

76 รวบรวมขอ้ มลู ผู้เรียน ขอ้ มลู ความสามารถผู้เรยี น ๑.๒ ความสามารถพืน้ ฐานทางด้านอารมณ์ จติ ใจ จดุ เด่น จุดอ่อน ๑. นักเรียนเข้าใจอารมณ์ของตนเองและสามารถ ๑. นักเรียนไม่เข้าใจอารมณ์ของผู้อื่น เมื่อผู้อื่นโกรธ แสดงออกทางท่าทางหรือการส่งเสียงได้ โดยการย้ิม โมโห หรอื ดุด่า ผู้เรยี นไม่เขา้ ใจ นง่ิ เฉย ไม่ตอบสนอง และหัวเราะเมอื่ ได้รบั สิ่งท่ีต้องการ เช่น ได้รบั ขนมหรือ นมเปรี้ยวดัชมิลล์ และแสดงการปฏิเสธเมื่อได้ของท่ีไม่ ต้องการปรือทากิจกรรมที่ไม่ชอบด้วยการแสดงท่าทาง (ผลกั มือคนอื่น หรือ ผลักสงิ่ ของออก) ๒. นักเรียนสามารถขอความช่วยเหลือได้ เช่น เมื่อ ๒. นักเรียนไม่สามารถขอความช่วยเหลือ เม่ือต้องการ ต้องการส่ิงของบางอย่างนักเรียนจะแสดงความ ความช่วยเหลือหรือต้องการส่ิงของบางโดยการออก ต้องการโดยการเรียกชื่อครูหรือช่ือแม่และมองไปทาง เสียงเป็นค าหรอื ชีท้ ี่สิ่งที่ตอ้ งการได้ ส่งิ ทต่ี อ้ งการได้ ๓.นักเรียนรู้จักการรอคอย สำมำรถน่ังเพื่อรอคอยเมื่อ ๓.นกั เรียนไม่สำมำรถนั่งนง่ิ ในขณะรอคอยตำมท่ีผู้ใหญ่ ไดร้ บั คำ้ สั่งใหร้ อ บอก ซ่ึงจะแสดงอำกำรลุกล้ีลุกรนและสง่ เสียงเรยี กคน ทอี่ ยู่ใกล้ ๆ ๔. ผู้เรียนยอมทากิจกรรมตามที่กาหนดให้ได้ทุกครั้ง ๔. เม่ือท ากจิ กรรมเสร็จและครูให้ท ากิจกรรมใหม่ที่ และแสดงความดีใจบอกครูว่าท าเสร็จแล้ว นกั เรียนไม่ชอบนักเรียนจะโวยวาย และก้มหนา้ ฟบุ ลง กบั โต๊ะ

77 รวบรวมขอ้ มูลผ้เู รียน ข้อมูลความสามารถผูเ้ รียน ๑.๓ ความสามารถพน้ื ฐานทางดา้ นสังคม จดุ เด่น จดุ ออ่ น ๑. นกั เรยี นสามารถรับประทานอาหาร โดยการใช้ชอ้ น ๑. นกั เรยี นยงั รบั ประทานอาหารหกเลอะเทอะ และ ตกั อาหารเขา้ เข้าปากไดด้ ้วยตนเอง บางครัง้ กจ็ ะใช้สอ้ มตกั อาหารแทนช้อนและใช้มอื หยบิ อาหารเมื่อครูเผลอ ๒. เม่อื ให้นกั เรยี นถอด เครื่องแต่งกายนักเรยี น ๒. นกั เรยี นไมส่ ามารถสวมใส่เครอ่ื งแตง่ กาย ไดด้ ว้ ย สามารถถอดเองได้ทกุ ข้นั ตอน ตนเอง ๓. นกั เรยี นสามารถลา้ งท าความสะอาดมือได้ดว้ ย ๓. นกั เรยี นไมส่ ามารถล้างท าความสะอาดมือได้ตาม ตนเอง ขน้ั ตอนท่ีถูกต้อง ๔. เมอื่ ใหน้ กั เรยี นท ากจิ กรรมกลมุ่ เช่น กจิ กรรม ๔. ขณะทที่ ากจิ กรรมนกเรยี นมกั จะอย่ไู ม่น่ิง พยายาม วงกลม นักเรยี นสามารถท ากิจกรรมอย่รู ่วมกับเพื่อนได้ จะชวนเพอื่ นคุย บางคร้ังกแ็ กล้งเพ่อื น ตงั้ แต่ตน้ จนจบกิจกรรม

78 รวบรวมขอ้ มูลผู้เรียน ขอ้ มลู ความสามารถผูเ้ รียน ๑.๔ ความสามารถพนื้ ฐานทางด้านสตปิ ัญญา จดุ เด่น จดุ อ่อน ๑. เมื่อครูหรือพ่ีเล้ียงแจกใบงานให้นักเรียน นักเรียน ๑. นักเรยี นจะท าใบงานเสรจ็ เฉพาะเรอ่ื งท่ีชอบเทา่ นั้น จะรีบท าในทนั ที หากใบงานไหนไมช่ อบนกั เรยี นจะท าไม่เสรจ็ และเอา ยัดลงใต้โต๊ะ ๒. เมื่อครูให้ทากิจกรรมวงกลมและมีการเรียกชื่อ ๒. เมื่อครูให้ออกมาแนะนาตัวหน้าห้องเรียน นักเรียน นกั เรยี นจะรีบยกมือแสดงตัวว่ามาเรียน จะท าทา่ อิดออด ไม่ยอมออกมา จนครตู อ้ งเรียกช่ือซ้ า ๓. นักเรียนสามารถจดจาเสียงและใบหน้าของครูท่ี ๓. นักเรยี นไมส่ ามารถจดจาเสยี งและใบหน้าของครูท่ี สอนอย่ใู นศูนยไ์ ด้ทกุ คน สอนอยูน่ อกศูนยไ์ ด้

79 รวบรวมขอ้ มลู ผู้เรยี น ขอ้ มลู ความสามารถผ้เู รยี น ๑.๕ ความสามารถพ้นื ฐานทางดา้ นทักษะจาเปน็ เฉพาะความพกิ าร จดุ เดน่ จุดอ่อน ๑. นกั เรียนสามารถร้แู ละเข้าใจกตกิ าของหอ้ งเรยี น ๑. นักเรียนไม่สามารถปฏิบัติตามกติกาของห้องเรียน ได้ทกุ ขอ้ ๒. นกั เรยี นสามารถพูดเพ่ือการส่อื สารได้ ๒. นกั เรยี นไมส่ ามารถบอกความต้องการเมื่อจะ ขบั ถ่ายได้

80 รวบรวมข้อมูลผ้เู รียน กรอบการประเมิน The Van Dijk Framework การรวบรวมข้อมูลผูเ้ รียนตามกรอบการประเมิน The Van Dijk Framework for Assessment of Individuals who have Severe Multiple Disabilities ๑. การเข้าใกล้-ถอนหนี (Approach-Withdrawal) การดูปฏิกริ ิยาของเดก็ ในการเผชญิ ส่ิงใหม่ ประสบการณ์ บุคคล/สถานที่ ส่ิงของ ความคิด ๑.๑ อะไรทเ่ี ปน็ ตัวช้ีบอกว่าเด็กเขา้ รว่ ม นง่ั หรอื ยนื อยู่ในจัดที่จัดกจิ กรรม และท ากิจกรรม พรอ้ มกับเพ่ือน ๑.๒ อะไรทเ่ี ป็นตัวชบ้ี อกว่าเด็กไม่เขา้ รว่ ม ไม่อยยู่ ังจุดทม่ี ีการจดั กจิ กรรม ไมย่ อมท ากิจกรรม ๑.๓ มอี ะไรทสี่ งั เกตเห็นวา่ จูงใจเด็กบา้ ง เดิน หรอื ว่ิงมายังจุดท่ีเพ่ือนทากจิ กรรมอยุ่พร้อมกบั พดู วา่ “มาแลว้ มาแล้ว” ๑.๔ อะไรท่ีสงั เกตเห็นว่าเดก็ ไมส่ นใจ/หลกี หนบี ้าง รอ้ งไหโ้ วยวาย พยายามจะว่ิงหนพี รอ้ มกบั พูดวา่ “ไมเ่ อา ไม่เอาW ๒. ช่องทางการเรยี นร้ดู า้ นประสาทการรับรู้ (Sensory Learning Channels) ๒.๑ เดก็ รบั ขอ้ มูลได้โดยวธิ ีใดบ้าง การรบั ประสาทสัมผสั ด้านการมองเห็น การไดย้ นิ กายสมั ผัส ดา้ นกล้ามเนื้อเอน็ และข้อตอ่ และดา้ น การเคล่ือนไหว ๒.๒ เดก็ ตอบสนองต่อเสยี งอยา่ งไร มีการรบั รแู้ ละตอบสนองต่อการกระตนุ้ ประสาท สัมผัสทางด้านการได้ยนิ (เสยี ง) ได้อยา่ งเหมาะสม ๒.๓ เดก็ ตอบสนองต่อสิ่งเร้าทางสายตาอย่างไร มีการรบั รแู้ ละตอบสนองต่อการกระตนุ้ ประสาท สมั ผสั ทางด้านการมองเหน็ (สายตา) ได้อยา่ ง เหมาะสม ๒.๔ เด็กตอบสนองต่อการสัมผสั อย่างไร มกี ารรับรแู้ ละตอบสนองต่อการกระตนุ้ ประสาท สมั ผัสทางดา้ นกายสมั ผสั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ๒.๕ เด็กใช้ประสาทสมั ผสั มากกวา่ หน่งึ อย่างในเวลา ใช่ เดยี วกนั หรือไม่ ๒.๖ เดก็ แสดงตัวช้ีแนะการรว่ มหรอื ไมเ่ ข้าร่วมในการ ใช่ ตอบสนองข้อมลู ทางประสาทสัมผสั เฉพาะหรือไม่

81 รวบรวมขอ้ มลู ผู้เรียน กรอบการประเมนิ The Van Dijk Framework ๓. สถานะทางชีวพฤตกิ รรม (Biobehavioral State) ชดุ ของสภาพการณ์ดา้ นชวี พฤตกิ รรมและกายภาพต้ังแต่การนอนหลบั จนถึงการต่ืนนอนและการร้อง ๓.๑ สภาพปัจจบุ นั ของเด็กคอื อะไร มีการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพยี งพอก่อนต่ืนนอนมา โรงเรียนในตอนเชา้ และหลงั จากท ากิจกรรมการ เรยี นเสรจ็ ก็พักรบั ประทานอาหารกลางวนั ใน บางครง้ั มักมีพฤติกรรมแย่งของเพ่ือนเม่ือไม่ได้ในส่ิงที่ ตนต้องการ ๓.๒ เดก็ สามารถควบคุม/เปลย่ี นสภาพของตนได้ ในบางครัง้ มักแสดงพฤติกรรมรอ้ งไหโ้ วยวายเม่ือ หรอื ไม่ ไมไ่ ดใ้ นสิ่งท่ีตนต้องการ ๓.๓ เดก็ ใชเ้ วลาในการต่ืนตวั มากน้อยแค่ไหน ระดบั การตนื่ ตัวมากกว่าเดก็ ปกตใิ นวยั เดยี วกนั มัก อยไู่ ม่นิ่ง ลุกออกจากที่น่ังขณะท ากิจกรรม และชอบ สะกิดเพือ่ นที่นัง่ ข้าง ๆ ๓.๔ มชี ่วงกวา้ งของแตล่ ะสภาพเท่าใดทเี่ ด็กแสดงให้ ประมาณ ๑ - ๒ นาที ในการร้องไหโ้ วยวายเมอ่ื เดก็ เหน็ และมแี บบแผนการเปลย่ี นแปลงอะไรระหว่าง ไมไ่ ด้ในสิง่ ที่ตนเองต้องการ สภาพ ๓.๕ มีตวั แปรอะไรบ้างทกี่ ระทบตอ่ สภาพเด็ก การทพ่ี ่ีเลี้ยงหอ้ งขา้ ง ๆ เดนิ มาหา และดเุ สียงดงั ๔. การตอบสนองปฏิกิริยาตอบสนองของรา่ งกายในสภาพแวดลอ้ ม (Orienting Response) ๔.๑ มีปัจจยั อะไรบา้ งทีท่ าใหเ้ ด็กการตอบสนองไป การดุ/สง่ เสียงดังของพเี่ ล้ยี งเด็กพิการ ในทิศทางนน้ั ไดช้ ดั แจ้ง ๔.๒ เดก็ แสดงการตอบสนองตอ่ ทิศทางออกอย่างไร รอ้ งไห้ และพยายามหลีกหนีจากจดุ น้ัน ๔.๓ ประสาทการรบั รูช้ อ่ งทางใดที่ปรากฏเช่ือมโยง การรบั รู้และตอบสนองต่อการกระตนุ้ ประสาทสมั ผสั กบั การตอบสนอง (ข้อมลู ประสาทการรบั รู้ที่กระตุ้น ทางดา้ นการได้ยิน (เสียง) และการมองเห็น ให้มกี ารตอบสนองและประสาทการรบั รทู้ ่ีใช้ ประโยชน)์

82 รวบรวมข้อมลู ผเู้ รียน กรอบการประเมนิ The Van Dijk Framework ๕. ความจา (Memory) ๕.๑ เดก็ ใช้/คุ้นกับส่ิงเรา้ ที่คุน้ ชินหรอื ไม่ ใช่ ๕.๒ การน าเสนอส่ิงเร้าจาเปน็ ตอ้ งใช้เวลานานหรอื ก่ี ใชเ้ วลาประมาณ ๓ นาที คร้ังก่อนทเ่ี ด็ดจะคนุ้ ชิน ๕.๓ เดก็ เข้าร่วมอกี คร้ังไหมเมื่อเปลี่ยนแปลง เขา้ ร่วม แต่ตอ้ งเริ่มกจิ กรรมด้วยการใหค้ วาม ลักษณะของส่งิ เร้า ช่วยเหลือผา่ นการกระตนุ้ เดก็ ในช่วงแรกของการท า กจิ กรรม ๕.๔ การตอบสองแตงตา่ งไปหรือไม่ แตกต่าง เนื่องจากในช่วงแรกของการท ากิจกรรม ตอ้ งให้ความช่วยเหลือผา่ นการกระตุ้นเตือนทางกาย แต่ในชว่ งหลงั เดก็ จะเริ่มสามารถท ากจิ กรรมได้ด้วย ตนเอง ๕.๕ เดก็ แสดงการตองสนองแตกต่างหรือไม่กับ แตกต่าง บคุ คลท่ีคุ้ยเคยและไม่คุน้ เคย ๕.๕ เดก็ แสดงการรบั รู้หรือไม่วา่ ส่งิ ของน้นั ยังอยแู่ ม้ แตกต่าง ในการแสดงออกกับบุคคลที่คุ้นเคยเด็กจะ จะไม่อยใู่ นสายตาตอนนัน้ ว่งิ เขา้ หา/กอด แต่กับบคุ คลที่ไมค่ ุ้นเคยเด็กมกั จะ หลีกหนีหรือไม่เขา้ ใกล้ ๕.๖ เดก็ เชื่อมโยงเหตุการณ์ที่ก าลงั เผชิญกบั ส่งิ ท่ี รบั รู้ ตามมาไหม ๕.๗ เด็กแสดงการคาดเดาต่อส่ิง/เหตกุ ารณท์ ี่ก าลัง ไม่ได้ เผชญิ หรือไม่ ๕.๘ เดก็ แสดงอาการหรอื ไมเ่ ม่ือสง่ิ ที่เกิดใหม่ไม่ตรง ได้ กบั ความคาดหวัง ๕.๙ เด็กสามารถเรียนรูก้ ิจวัตรง่าย ๆ ได้หรือไม่ ได้ ๕.๑๐ กจิ วตั รที่ให้เดก็ เรียนรู้จ าไดไ้ หม จ าได้ เช่นการถอดรองเท้า ส ารวจตวั เองหน้ากระจก ยา้ ยปา้ ยชอื่ ตนเอง ลา้ งมือดว้ ยเจลแอลกอฮอลก์ ่อน เขา้ ห้องเรียน

83 รวบรวมข้อมลู ผเู้ รียน กรอบการประเมิน The Van Dijk Framework ๖. ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม (Social Interactions) ผู้เรยี นมกั หันไปหา และเขา้ หาบคุ คลท่ีตนคนุ้ เคย ๖.๑ เด็กหนั ไปหาบุคคลหรือไม่ และให้ความไวว้ างใจ ผเู้ รยี นมักเข้าไปหา/กอดบุคคลท่ีไว้วางใจ ๖.๒ เด็กแสดงความผกู พนั ว่ามคี วามปลอดภยั กับ บคุ คลส าคญั ในชีวิตของเขา/เธอหรือไม่ ไม่มี ผเู้ รียนมักหยบิ ของเลน่ ไปจากมือเพ่ือน/ผอู้ ่ืน ๖.๓ เดก็ มสี ่วนรว่ มในการผลัดเปลี่ยนกนั เมื่อเริ่มมี ปฏสิ มั พันธห์ รือไม่ ไมม่ ี ผูเ้ รยี นมักหยิบของเลน่ ไปจากมือเพื่อน/ผู้อื่น ๖.๔ เดก็ มสี ว่ นร่วมในการผลัดเปล่ียนกนั เม่ือคนอนื่ เร่ิมปฏสิ ัมพนั ธ์หรอื ไม่ ไมผ่ ลดั เปล่ยี น ๖.๕ เดก็ ผลดั เปล่ียนก่ีรอบก่อนทีจ่ ะไม่ร่วม ไมม่ ี ๖.๖ เด็กเพิ่มการผลดั เปลยี่ นการมีปฏิสัมพันธ์มาก ขน้ึ เพอ่ื ตอบสนองต่อปฏิสัมพันธข์ องคู่หรือไม่ ๗. การสื่อสาร (Communication) ผู้เรียนมักจะสื่อสารด้วยภาษาพดู ของตนเอง และพดู เลยี นแบบตามค าในท้ายประโยคทผี่ ู้อน่ื พดู ๗.๑ เด็กแสดงใหเ้ ห็นความตงั้ ใจในการสอ่ื สารผ่าน การใชง้ านของสญั ญาณ การเปลง่ เสียง ท่าทาง ฯลฯ ใช่ หรอื ไม่ อธบิ ายการส่ือสารท่ใี ช้ ผเู้ รียนมักจะส่ือสารดว้ ยภาษาพูดของตนเองเป็นส่วน ๗.๒ เดก็ ใชส้ ัญญาณอย่างสอดคลอ้ งกนั หรอื ไม่ ใหญ่ ๗.๓ เดก็ ใชก้ ารสือ่ สารแตกต่างกันหรือไม่ อธบิ าย ได้ การสอ่ื สารและความความหมายทน่ี า่ จะเปน็ ใช่ ๗.๔ เมอ่ื น าเสนอตัวเลือกเด็กตัดสนิ ใจเลอื กหรือไม่ ใช่ เช่น ผเู้ รยี นต่อบลอ๊ กไม้เป็นรปู บ้าน ๗.๕ เดก็ ใชท้ า่ ทางเหมือนบคุ คลทั่วไปใชห้ รือไม่ ๗.๖ เด็กสามารถใช้ของหนึง่ อยา่ งหรอื สัญลกั ษณ์ ใช่ แทนกจิ กรรมหรอื วัตถหุ รือไม่ ๗.๗ เด็กแสดงใหเ้ หน็ ความเข้าใจในการส่ือสารโดย ได้ เช่น ผู้เรียนจะหยบิ ผา้ อ้อมส าเร็จรูปเดนิ มาหาครู ใช้สัญลกั ษณห์ รือไม่ (การได้ยิน ภาพ หรือการ เม่อื กางเกงเปียก สัมผสั ) ๗.๘ เดก็ ใช้การส่อื สารทางสญั ลกั ษณ์หรือไม่ อธิบาย

84 รวบรวมขอ้ มลู ผเู้ รียน กรอบการประเมนิ The Van Dijk Framework ๘. การแก้ปญั หา (Problem solving) ไมแ่ สดง ๘.๑ เดก็ แสดงให้เหน็ สาเหตแุ ละผลกระทบหรือไม่ ๘.๒ เด็กแสดงความเขา้ ใจในวิธกี าร/จุดสิ้นสุดหรือ แสดงความเข้าใจ โดยการแกไ้ ขปญั หาจาก การใชข้ ้นั ตอนกลางเพ่ือแกป้ ัญหาหรอื ไม่ สถานการณน์ ้ าหกบนเก้าอี้ นักเรียนจะไปหยิบผ้าเชด็ โต๊ะท่ตี ากไว้ในห้องน้ ามาเชด็ ๘.๓ เดก็ แสดงความเข้าใจในหนา้ ทีข่ องวัตถุทัว่ ไป เข้าใจ โดยการเลือกใชว้ ัตถุได้ถกู ต้องตามหลักการ หรอื ไม่ ของหน้าท่ี ๘.๔ เด็กมีวธิ ีการแกป้ ญั หาอย่างไร ยกตัวอย่างการแกไ้ ขปัญหาจากสถานการณ์น้ าหก ๘.๕ เดก็ รกั ษาความสนใจและคงอย่กู ับสิง่ น้ันหรือไม่ บนเกา้ อ้ี นักเรยี นจะไปหยบิ ผ้าเชด็ โตะ๊ ะทีต่ ากไว้ใน หอ้ งน้ ามาเชด็ ได้ดว้ ยตนเอง ไมส่ ามารถคงความสนใจไดน้ าน

85 รวบรวมขอ้ มลู ผู้เรยี น กรอบแนวคดิ ตามระบบนเิ วศวทิ ยา (Ecological Framework) ๒. กรอบแนวคดิ ตามระบบนเิ วศวิทยา (Ecological Framework) ๒.๑ ด้านสภาพแวดล้อมของผู้เรยี น (Microsystem)  บคุ คลภายในครอบครวั ท่ีผ้เู รียนไว้วางใจ นักเรยี นอาศยั อยู่บา้ นกบั แม่ก้อยสองคน นักเรยี นจะไวใ้ จแม่ก้อยมากทส่ี ดุ  ลักษณะท่ีอยอู่ าศยั (หอ้ งอะไรบ้าง / ความสะอาด) นกั เรียนพักอาศัยอยู่ท่ีบ้านเช่า ชมุ ชนบ้านดงม่อนกระทิง อ าภเ อเมอื งลาปาง บ้านพกั ของนักเรียนมี ลักษณะของบ้านปูนชั้นเดียว บริเวณหน้าบ้านมีโต๊ะหินอ่อน และมีบริเวณลานกว้าง ๆ ท่ีสามารถวิ่งเล่นได้ ด้านใน บ้านมี ๑ ห้องนอน ๑ ห้องน้า ๑ ห้องครัว ๑ ห้องโถงอยู่ตรงกลางบ้าน บริเวณห้องโถงจะมีที่นอนปูไว้สาหรับให้ นักเรียนนอนดูโทรทัศน์ มีตู้เย็นอยู่ข้างโทรทัศน์ และมีเตาไมโครเวฟอยู่ถัดจากตู้เย็น พื้นห้องน้าเป็นพื้นกระเบ้ือง มี ชักโครกไว้ส าหรบั ขับถ่าย มีเคร่ืองท าน้าอุ่น มีฝักบัว มีหอ้ งครวั อยู่หลังบ้าน มีการจัดเก็บอุปกรณ์ในห้องครัวอย่างเป็น ระเบียบ บริเวณบ้านของผู้เรียนท้ังด้านในและด้านนอกมีความสะอาดเรียบร้อย อากาศถ่ายเทสะดวก มีแสงสว่าง เขา้ ถึง  ลักษณะหอ้ งนา้ (ระบุรายละเอยี ด) ห้องน้ามี ๑ ห้อง อยู่บริเวณในบ้าน พ้ืนห้องน้าเปน็ กระเบื้องพ้นื หยาบภายใน สขุ ภัณฑ์เป็นชักโครก มฝี กั บัว มถี งั น้ าและขนั มเี ครอื่ งท าน้ านุ่อ มชี อ่ งระบายอากาศ  ลกั ษณะห้องนอน (ระบรุ ายละเอียด) ห้องนอนอยู่บริเวณในบ้าน มีความสะอาด มีมุ้งลวดติด หน้าต่างระบายอากาศ ที่นอนมีความกว้าง ขนาด ๖ ฟตุ ไมม่ เี ตียง มกี ารจัดวางของที่เป็นระเบยี บเปน็ สัดส่วน  พื้นทใ่ี นการฝกึ /ทากิจกรรมกบั ผู้เรียน (ระบุรายละเอียด) บริเวณบ้านของนักเรียนนอกบ้านมีโต๊ะหินอ่อนละพ้ืนท่ีเป็นลานกว้างสามารถวิ่งเล่นได้ในการฝึก ดา้ นของวิชาการสามารถใช้พ้ืนทหี่ ้องน่ังเล่นภายในทีแ่ ม่จะปูที่นอนและวางโต๊ะญ่ีปุ่นพร้อมชุดเครอื่ งเขียนในการ ฝึกไว้ให้นักเรียน ในส่วนของการฝึกทักษะการดารงชีวิต มีพ้ืนที่ ห้องครัว ห้องน้า สามารถฝึกการใช้ชีวิตของ ผเู้ รยี นได้ และสามารถใช้ลานหน้าบ้านในการฝกึ การเคล่ือนยา้ ยตนเองไปยังท่ีต่าง ๆ ได้


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook