๑๕ครู ครดู วงเนตร ดรุ ยิ พันธุ์ ดา้ นศลิ ปกรรม ภูมิปญั ญาไทย 400
ครดู วงเนตร ดุริยพนั ธ์ุ ๑๕ครู ด้านศิลปกรรม ภมู ปิ ัญญาไทย 401 ดเนพชตรนรำ�้ ไีเอทกย ครสู เุ ทพ วงศก์ ำ� แหง ศลิ ปนิ แหง่ ชำต ิ กลำ่ วไวต้ อนหนง่ึ ในกำรเสวนำงำน “๖๐ พรรษำ องค์เอกอัครวศิ ษิ ฏศลิ ปินปิ่นสยำม” ทพี่ ิพธิ บำงล�ำพู เม่อื วนั ท่ี ๕ กันยำยน ๒๕๕๘ ว่ำ “..ผมเขา้ มาอยบู่ างลา� พกู อ่ นรอ้ งเพลงอดั แผน่ เสยี งไมน่ าน ..หลงั บา้ นผม อยใู่ กลบ้ า้ นดรุ ยิ พนั ธ์ุ ของครเู หนย่ี วไมก่ ส่ี บิ เมตร ตอนนน้ั ทา่ นยงั มชี วี ติ อยู่ เดนิ ไปอกี หนอ่ ยก็ถงึ บา้ นดุริยประณีต พอได้ยินเสียงซอ้ มปพ่ี าทย์ดังมาถึงบ้าน ที่ วยั ไลเ่ ลย่ี กนั กม็ หี ลายคน เหน็ หนา้ เหน็ ตาแทบทกุ วนั ชอบพอคนุ้ เคยกนั ทง้ั นน้ั ..เรารักนับถือกันเหมือนญาติ.. ขอบคุณพ่ีสุดจิตต์ที่ต้ังมูลนิธิดุริย ประณีตข้ึนมา ลูกหลานช่วยกันรักษาเพลงไทยต่อจากบรรพบุรุษไว้ได้นาน ถึงรอ้ ยปี น่าภูมิใจ.. ผมยังจา� เรอื่ งราวดีๆ มคี วามหลังกับบ้านบางลา� พใู หเ้ ลา่ ได้อีกมากมาย..”
๑๕ครู ครูดวงเนตร ดรุ ยิ พันธุ์ ด้านศิลปกรรม ภูมปิ ัญญาไทย 402 แน่นอนว่า ณ บา้ นบางลา� พู ปจั จุบนั คอื บริเวณถนน พระอาทิตย ์ ยา่ นบางลา� ภู แหง่ นี้ ย่อมมี ครดู วงเนตร ดรุ ิย พนั ธุ์ ทายาทคนท่ี ๓ ของพ่อเหนย่ี ว แม่แชม่ ช้อย ดุรยิ พนั ธุ ์ ครูและนักรอ้ งเอก กองการสังคตี กรมศิลปากร ในจา� นวนพี่ น้องท้งั หมด ๖ คน โดยมีพี่น้องที่เป็นนกั รอ้ งทมี่ ชี ื่อเสียงคอื ครูสุรางค์ ดุรยิ พันธ ุ์ และครูนฤพนธ์ ดรุ ยิ พันธ์ ุ รวมอยดู่ ้วย ครูดวงเนตร ดรุ ิยพนั ธ์ุ เกดิ เม่อื เกดิ วันศุกร์ ขนึ้ ๗ ค�่า เดือน ๘ ปเี ถาะ ตรงกับ วนั ท ่ี ๒๓ มิถนุ ายน พ.ศ. ๒๔๘๒ ณ บ้านดุรยิ ประณตี หลงั วดั สังเวชวศิ ยาราม เร่ิมเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษาจากโรง เรียนวราวุฒิวิทยาลัย ศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอน ตน้ ที่โรงเรียนเบญจมราชาลยั จนจบมัธยมศึกษาปที ี่ ๓ ใน พทุ ธศกั ราช ๒๔๙๙ แลว้ เขา้ ศกึ ษาตอ่ ทโี่ รงเรยี นเขมะสริ อิ นสุ สรณ ์ ไดเ้ พยี ง ๑ ป ี กห็ ยดุ พกั การเรยี น หมอ่ มเจา้ พนู ศรเี กษม เกษมศร ี ทรงจับให้เปน็ พระเอกละครของโรงเรยี นประเภท ร้องเองร�าเอง ท�าให้เกิดแรงจูงใจหัดขับร้องกับครูแช่มช้อย ดุริยพันธ์ ุ ผมู้ ารดา มาแตน่ ัน้
ครูดวงเนตร ดุรยิ พนั ธุ์ ๑๕ครู ด้านศลิ ปกรรม ภมู ปิ ัญญาไทย 403 จากนั้นในเวลาต่อมาเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียน สตรีวัดระฆัง ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาค พิเศษ วุฒิพิเศษมัธยม (พ.ม.) จนจบการศึกษาใน พทุ ธศักราช ๒๕๒๕ แล้วเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญา ตร ี ครศุ าสตรบณั ฑติ (คบ.) จากวทิ ยาลยั ครสู วนสนุ นั ทา (มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา) จบการศึกษาใน พทุ ธศักราช ๒๕๒๙ โดย ครแู ชม่ ช้อย ดุริยพนั ธ์ุ ผูม้ ารดา เรมิ่ ต่อเพลง วางพื้นฐานทางร้องของพระยาเสนาะดุริยางค์ (แช่ม สุนทรวาทิน)ให้เช่นเดียวกับลูกหลานในบ้าน และน�า ไปประกวดขบั รอ้ งเพลงไทยระดบั มธั ยมจนไดร้ บั รางวลั ชนะเลศิ ๓ ป ี ตอ่ จากพ่สี าว คือ ครูสุรางค ์ ดุริยพันธุ์ ครดู วงเนตรเปน็ ผทู้ ตี่ อ่ เพลงไดเ้ รว็ และจดจา� แมน่ ยา� ไม่ช้าไม่นานก็ได้เพลงเถาเพลง ๓ ช้ันไว้พอตัว ครูสืบ สดุ (ไก่) ดรุ ยิ ประณตี เหน็ หลานสาวมใี จกลา้ ต่อสกู้ ลา้ แสดงออกจงึ มอบหมายใหเ้ ปน็ นกั รอ้ งประชนั วงปพ่ี าทย์ ไม้แข็ง คณะดุริยประณตี เพม่ิ ข้นึ อกี คนหน่ึง
๑๕ครู ครดู วงเนตร ดรุ ยิ พันธุ์ ด้านศิลปกรรม ภมู ิปญั ญาไทย 404 เม่อื ครโู ชติ ดุรยิ ประณตี ท�าเพลงสรุ ิโยทัย เถา ใหแ้ ม่สุด จิตต์ ดรุ ิยประณีต เปน็ ผู้ขบั ร้อง ตอ่ มานา� เพลงจากละครสมิง พระรามอาสา ทยอยทา� ออกมาเป็นเพลงเถา เชน่ เพลงพม่า กา� ชับ เถา เพลงสรอ้ ยทะแย เถา ใหค้ รสู รุ างค์ ดรุ ยิ พนั ธ์ุ ขับ รอ้ ง ไล่ๆ กันนั้นมีเพลงบางนางเกร็ง เพลงตะละแมศ่ ร ี เถา ก็ ถงึ คราวทค่ี รดู วงเนตร ไดแ้ สดงความสามารถทเี่ วทสี งั คตี ศาลา ของกรมศิลปากรบา้ ง โดยมคี รูโชตเิ ปน็ ผ้ตู ่อทางรอ้ ง มีครูสืบ สุด(ไก่) ปรับเข้าทางปี่พาทย์มอญไม้แข็ง ซ่ึงประสบความ สา� เร็จดว้ ยดี หลงั จากนนั้ ครูสืบสดุ (ไก)่ ระดมตอ่ เพลงเสภา ทั้งเพลง เถา เพลง ๓ ชั้น สา� หรับประชนั วงให้หลานสาวอย่างเร่งดว่ น มุ่งใช้งานได้ทันที ระหว่างนั้นได้นักระนาดเอกอนาคตไกล เปน็ ศษิ ยเ์ ข้าบ้านบางลา� พอู กี คนคอื ครปู ๊ดื สพุ จน ์ โตสง่า ซึ่ง ครไู ก่รักมาก ทุ่มเทถา่ ยทอดให้ทกุ กระบวนยุทธ หวังให้ช่วย ผอ่ นแรงงานระนาด เพอ่ื มเี วลาพอแตง่ เพลงหรอื ทา� ทางเดย่ี ว ใหมๆ่ ได้มากข้ึน และตอ่ มาครปู ด๊ื ไมท่ า� ใหพ้ อ่ ไกผ่ ดิ หวงั ขนึ้ เปน็ นกั ระนาด เอกคนธงนา� วงดรุ ยิ ประณตี แทนพอ่ ไกไ่ ดท้ นั ควนั หลงั ประสบ อุบตั ิเหตถุ งึ แก่กรรมกะทันหนั ทว่ี งั นอ้ ย
ครูดวงเนตร ดรุ ยิ พนั ธ์ุ ๑๕ครู ดา้ นศิลปกรรม ภมู ปิ ญั ญาไทย 405 ด้วยเหตุท่ีครูดวงเนตร ดุริยพันธุ์ เกิดในครอบครัวนัก ดนตรีไทย และขับร้องเพลงไทยเดิมที่มีชื่อเสียงเป็นทุนเดิม อยู่แลว้ เพียงแตใ่ นวัยเดก็ มไิ ดส้ นใจดนตรีไทยเท่าใดนกั ชอบ แต่เป่าหบี เพลงฝรั่ง กอปรกับบิดาไม่ตอ้ งการให้ลกู มาเป็นนกั รอ้ งเหมอื นตน เพราะเห็นถงึ ความยากลา� บาก จนกระทง่ั อายไุ ด ้ ๑๖ ป ี บดิ าถงึ แกก่ รรม เมอ่ื พทุ ธศกั ราช ๒๔๙๘ จงึ ไดเ้ รมิ่ ศกึ ษาการขบั รอ้ งเพลงไทย และดว้ ยพรสวรรค์ ทม่ี อี ย ู่ คอื นา้� เสยี งไพเราะ แจม่ ใส และแหลมสงู ทา� ใหส้ ามารถ ขับร้องเพลงไทยไดอ้ ยา่ งไพเราะ ในเวลาน้ัน ได้เร่ิมฝึกหัดกับครอบครัวอย่างจริงจัง โดย เร่ิมฝึกหัดในตอนเช้าก่อนไปโรงเรียน และหลังจากเลิกเรียน กจ็ ะกลบั มาตอ่ เพลงและฝกึ ซอ้ มเพม่ิ เตมิ เพลงไทยทไี่ ดร้ บั การ ถ่ายทอดจากมารดามกั เปน็ เพลงแรก คือ เพลงทองย่อน จากนั้นก็เริ่มฝึกหัดเพลงเถากับครอบครัวเรื่อยมา เช่น ครูโชติ ดรุ ิยประณีต ครูชม รงุ่ เรอื ง เป็นตน้ ในเวลาตอ่ มา จึง ได้มีโอกาสเรียนเพลงละครกับครูสุดา เขียววิจิตร (สกุลเดิม ดรุ ิยประณตี ) ซึง่ เปน็ ป้าแท้ ๆ และเพลงเกรด็ จาก ครสู ุดจิตต์ ดรุ ยิ ประณตี โดยไดร้ บั การศกึ ษาทงั้ วธิ กี ารขบั รอ้ งและบทเพลง
๑๕ครู ครูดวงเนตร ดุรยิ พันธุ์ ดา้ นศลิ ปกรรม ภมู ปิ ัญญาไทย 406 ในพทุ ธศกั ราช ๒๕๐๑ ไดม้ โี อกาสรว่ มบนั ทกึ เสยี ง กบั วงดนตรคี ณะเสรมิ มติ รบรรเลง จงึ ไดม้ โี อกาสศกึ ษา แนวทางการขบั รอ้ ง และบทเพลงของทางฝง่ั ธนบรุ จี าก ครูฉวีวรรณ เปลย่ี นทนั ผล เช่น เพลงไอยเรศ ๓ ชนั้ เปน็ ตน้ นอกจากน้ี ยังได้ศึกษาวิธีการขับร้อง และ บทเพลงจาก ครูชลอรัตน์ อ่วมหร่าย เช่น เพลงเท วาประสิทธ์ิ เถา เป็นต้น ซึ่งครูทั้งสองท่านน้ีล้วนแต่ เป็นนักร้องท่ีมีช่ือเสียงของส�านักดนตรีไทย ในสาย ของบ้านฝั่งธนบุรี คือ สายของจางวางทั่ว พาทย โกศล ปี ๒๕๐๓ ครูดวงเนตร ดุริยพันธุ์ สมรสกับ คุณสพุ จน์ โตสงา่ ที่บ้าน ๑๑๑ ของพ่อเหนี่ยว
ครูดวงเนตร ดรุ ยิ พนั ธ์ุ ๑๕ครู ดา้ นศิลปกรรม ภูมปิ ัญญาไทย 407 ขณะนน้ั แมเ่ ชอ่ื ม ไดต้ อ่ อายรุ าชการเปน็ ผเู้ ชย่ี วชาญทาง คตี ศลิ ป ์ ทา� หนา้ ทถ่ี า่ ยทอดเพลงโขนละครทง้ั หลายทงั้ ปวงท่ี ทา่ นไดไ้ วใ้ หแ้ กค่ รดู วงเนตร หลานสาวไวท้ งั้ หมด ไดท้ างรอ้ ง เพลง เพื่อฟังความไพเราะหรือขับกล่อมในราชส�านักจาก มารดาไว้เช่นกนั กอรป์ กับครูดวงเนตร เป็นผฝู้ ักใฝ่หาความ ร้อู ยู่เสมอ จงึ เข้าไปเปน็ ศษิ ยเ์ รียนเพลงห่นุ กระบอกจาก แม่ ละมอ่ ม อศิ รางกรู ณ อยธุ ยา ไวท้ กุ กระบวนแบบใหเ้ ชน่ เดยี ว กับครูสดุ จิตต์ ดรุ ิยประณตี ท่ีไดไ้ วก้ อ่ นหนา้ น้ี ครูดวงเนตรกับครูสุพจน์ นักระนาดผู้มีช่ือเสียง มี ทายาทด้วยกนั ๓ คน ปี ๒๕๐๖ ได้ทายาทแฝดชายหญงิ คอื ณรงค์ฤทธ์ิ-ปิยะธิดา โตสง่า (ปิงปอง-แอปเปิ้ล) ปี ๒๕๐๙ เป็นชาย ชอ่ื ชยั ยุทธ โตสงา่ (ป๋อม) บตุ รชายทงั้ สอง เปน็ นกั ดนตรีไทยท่มี ชี ่อื เสียง ซึ่งชยั ยทุ ธ ได้ตัง้ วงปพ่ี าทย์ คือ วง “ปอ๋ ม บอยไทย”
๑๕ครู ครดู วงเนตร ดรุ ยิ พันธุ์ ดา้ นศิลปกรรม ภูมิปัญญาไทย 408 คุณณรงค์ฤทธิ์ - ประดษิ ฐา โตสง่า ผโู้ ด่งดังมาจากบท “ขนุ อนิ ” ในภาพยนตรไ์ ทยเรอ่ื ง “โหมโรง” ไดเ้ ขยี นผา่ นทาง บลอ็ ค โอเค เนชัน่ คอลมั น์ โลกใบน้ีดนตรีไทย - ครดู วงเนตร ดรุ ิยพันธุ์ ไว้ถงึ ๓ ตอน ด้วยกนั เม่ือ ๖ เม.ย. ๒๕๕๓ ขออนุญาตนา� บางช่วงบางตอนมาบนั ทกึ ไว้ ณ ทนี่ ้ี ดงั น้ี “ ....ทา่ นผ้อู ่านบางทา่ นอาจจะสงสัยว่า ทา� ไมผมถึงรวู้ ่า ครดู วงเนตร เป็นคนขบ้ี ่น ก็คอื ความจรงิ ท่านเป็นมารดาของ ผมเองแหละครบั โดยทา่ นแต่งงานกบั ครูสุพจน์ โตสงา่ บิดา ของผมเอง เมื่อปี ๒๕๐๓ โดยครูดวงเนตร ดรุ ิยพนั ธ์ุ นนั้ จบ การศึกษาระดบั ไฮสคูล ที่ โรงเรยี นเขมะสริ ิอนุสสรณ์ และ มาจบ วิทยาลยั ครสู วนสนุ นั ทา ในระดบั ปริญญาตรี โดยคร้งั แรกได้บรรจเุ ป็นขา้ ราชการครูท่ี โรงเรยี นสายปัญญา ตัง้ แต่ พ.ศ. ๒๕๐๓ ก่อนทีก่ องการสงั คีต กรมศิลปากร จะขอตัวให้ ท่านมาประจ�าอยู่ท่ีกองการสังคีต ในต�าแหน่ง คีตศิลปิน ๓ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๑ และก็อยู่รบั ใชต้ น้ สงั กัด มาจนกระทงั่ ปลด เกษียณเมอ่ื ปีพ.ศ. ๒๕๔๒
ครดู วงเนตร ดรุ ยิ พันธ์ุ ๑๕ครู ด้านศลิ ปกรรม ภมู ิปญั ญาไทย 409 แต่ด้วยตน้ สงั กัดท่เี ปล่ียนชอ่ื เปน็ สา� นักการสังคีต กรม ศิลปากร เห็นคุณงามความดีท่ีไม่เคยขาดหรือลาราชการ นอกจากเจบ็ ปว่ ย ประกอบกบั องคค์ วามรใู้ นการขบั รอ้ งเพลง ไทยท่มี ากล้น จงึ ได้ให ้ ครดู วงเนตร ด�ารงต�าแหน่ง ผ้ชู า� นาญ การขบั รอ้ งเพลงไทย หรอื บอกงา่ ยๆ วา่ จา้ งตอ่ จนถงึ ปจั จบุ นั นี้นั่นเอง และนอกจากที่ท่านได้เป็นผู้ช�านาญการของกรม ศิลปากรแล้ว ในปัจจบุ นั ก็เป็น อาจารยพ์ เิ ศษ อยู่ท่ีโรงเรยี น เตรยี มอดุ มศกึ ษา สถาบนั บณั ฑติ พฒั นศลิ ป ์ และทส่ี า� คญั กค็ อื ชมรมหนุ่ กระบอกของ ม.เทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสนิ ทร์ หรอื โรงเรยี นเพาะชา่ งเดมิ น่ันแหละครับ ครูดวงเนตร ดุริยพันธุ์ มีสายเลือดของนักร้องเพลง ไทยเดิมอยู่เตม็ ตวั จงึ ท�าให้มีพรสวรรคอ์ ยา่ งเต็มเป่ียม ด้วย เสียงร้องที่ไมม่ ีใครเหมอื นและไมเ่ หมอื นใคร ประกอบกบั มี ความขยันหม่ันเพียรในการเรียนรู้และฝึกขับร้องตามแบบ ฉบบั ของคนโบราณ จงึ ท�าใหค้ รดู วงเนตรน้ันรอ้ งเพลงเถาได้ มากกว่า ๒๐๐ เพลง ซ่งึ ในปจั จบุ นั กค็ งจะหายาก
๑๑๕๕คครรู ู ครูดวงเนตร ดรุ ยิ พันธุ์ ด้านศิลปกรรม ภมู ิปญั ญาไทย 410 หลังจากที่ร้องเพลงเถาจนช�านาญ ครูดวงเนตร จึงได้มาฝากตัวเป็น ลกู ศษิ ย์ กับ ครูละม่อม อศิ รางกูร ณ อยุธยา เพอื่ ศกึ ษาและฝึกฝนการขบั รอ้ งเพลงหนุ่ กระบอก ครลู ะมอ่ มเปน็ นกั รอ้ งเพลงหนุ่ กระบอกโดยตรง และ มชี ่อื เสียงมากที่สดุ ทา่ นมเี ทคนิคที่เปน็ จดุ เดน่ คือ การร้องทเ่ี รียกวา่ รอ้ ง ครวญ ทใ่ี หอ้ ารมณโ์ ศกเศรา้ ในบทโศก และครลู ะมอ่ มกไ็ ดถ้ า่ ยทอดวชิ าการ ขับรอ้ งใหแ้ กค่ รดู วงเนตร อยา่ งมไิ ด้ปิดบัง จงึ ท�าให้ ครดู วงเนตร เป็นนัก รอ้ งเพลงห่นุ กระบอกที่มีเทคนิคในการรอ้ งบทโศกมากท่ีสดุ และ ต่อจำก นน้ั ครูดวงเนตร กไ็ ปฝำกตวั เปน็ ศษิ ย์ของ ครูเจริญใจ สนุ ทรวำทนิ แต่ จะเป็นลกั ษณะใด ของกำรขับร้องเพลงหุ่นกระบอก คงต้องติดตำมใน ฉบบั หนำ้ ซึง่ เป็นฉบบั ท ี่ ๓ หรือไตรภำคและตอนจบ...”
ครูดวงเนตร ดรุ ิยพันธ์ุ ๑๕ครู ดา้ นศิลปกรรม ภมู ปิ ัญญาไทย 411 ท่านมีเทคนิคท่ีเป็นจุดเด่น คือ การร้องท่ีเรียกว่า ร้องครวญ ท่ีให้อารมณ์โศกเศร้าในบทโศก และครูละม่อมก็ได้ถ่ายทอด วิชาการขับร้องให้แก่ครูดวงเนตร อย่างมิได้ปิดบัง จึงท�าให้ ครดู วงเนตร เปน็ นกั รอ้ งเพลงหนุ่ กระบอกทมี่ เี ทคนคิ ในการรอ้ ง บทโศกมากทสี่ ุด “....หลังจากที่ครูดวงเนตรได้เร่ิมการขับร้อง เพลงหนุ่ กระบอกกบั ปรมาจารยข์ องหนุ่ กระบอก กค็ อื ครูละมอ่ ม อิศรางกรู ณ อยธุ ยา แล้วต่อจากนน้ั ทา่ น ไปฝากตวั เปน็ ลกู ศษิ ย ์ ครเู จรญิ ใจ สนุ ทรวาทนิ ศลิ ปนิ แหง่ ชาต ิ โดยใหศ้ กึ ษาการรอ้ งเพลงหนุ่ กระบอกในรปู แบบของละครดึกด�าบรรพ์ และท่ีส�าคัญได้ฝากตัว เป็นลูกศิษยข์ อง ครูชืน้ สกุลแก้ว ศลิ ปนิ แหง่ ชาติ ได้ รับการถ่ายทอดลีลาการขับร้องประกอบการเชิดหุ่น ท่ีเรยี กวา่ ตลกหุ่น ซงึ่ ถอื ว่าเป็นหัวใจส�าคัญของการ แสดงหุ่นกระบอก รวมถึงการร้องเพลงหุ่นกระบอก ในดา้ นตา่ งๆ จนหมดกระบวนทา่ และยงั ไดศ้ กึ ษาการ เชดิ หุ่นข้นั พน้ื ฐานอีกด้วย
๑๕ครู ครดู วงเนตร ดรุ ยิ พนั ธุ์ ดา้ นศลิ ปกรรม ภูมิปัญญาไทย 412 เรียกว่า ครูดวงเนตรได้รับการถ่ายทอด การขับรอ้ งเพลงหุ่นกระบอกจาก 3 ปรมาจารย์ ก็ คอื ครลู ะมอ่ ม อศิ รางกูร ณ อยธุ ยา ตามดว้ ย ครเู จรญิ ใจ สนุ ทรวาทิน และสดุ ทา้ ยก็คอื ครูชน้ื สกุลแกว้ ซง่ึ รายหลงั จัดวา่ เป็นตระกลู ของการเชิดหุ่นกระบอกโดยแทจ้ รงิ และถ้าย้อนหลังไปประมาณ ๔๐ กว่าปี คณะหุ่น กระบอกของครชู ้ืน สกุลแกว้ จะเป็นทโี่ ดง่ ดังมากที่สุด และ เชน่ กนั ถา้ ยอ้ นไปอกี ประมาณ ๗๐ ป ี คณะหนุ่ กระบอกของ ครเู ปยี ก ประเสรฐิ กลุ ซง่ึ เปน็ บดิ าของครชู น้ื สกลุ แกว้ กเ็ ปน็ คณะหนุ่ กระบอกทม่ี ีช่ือเสยี งมากท่ีสดุ เช่นกัน ครูดวงเนตร ดุริยพันธ์ นอกจากจะได้ศึกษาเพลงหุ่น กระบอกจาก ๓ ปรมาจารย์แล้ว กย็ ังได้เป็นนกั ร้องประจา� ติดตามครูชื้น สกุลแก้ว ไปแสดงในงานที่ต่างๆ มากมาย ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นประสบการณ์ท่ีได้จากการปฏิบัติ และท่ี ส�าคัญได้เห็นครูช้ืน สกุลแก้ว เชิดหุ่นกระบอกด้วยตัวของ ท่านเอง ซ่ึงนักร้องคนอื่นๆ จะหาโอกาสได้ขับร้องและให้ ครชู น้ื เปน็ คนเชดิ หนุ่ นน้ั ไดย้ ากยงิ่ จรงิ ๆ เพราะในปจั จบุ นั ครู ชนื้ เสยี ชวี ติ ไปหลายปแี ลว้ และดเู หมอื นวา่ คณะหนุ่ กระบอก ของครกู จ็ ะเลิกแสดงไปแลว้
ครดู วงเนตร ดุรยิ พนั ธุ์ ๑๕ครู ด้านศลิ ปกรรม ภูมปิ ัญญาไทย 413 และหลังจากน้ัน ครูดวงเนตรก็กลายเป็นนักร้อง เพลงหุ่นกระบอกประจ�าอยู่คณะหุ่นกระบอกหลายต่อ หลายคณะ เช่น คณะชเู ชิด ช�านาญศิลป คณะครูวงษ์ รวมสุข คณะเทิดศลิ ป รวมศิลป คณะครูรัตน คณะบา้ น ตกุ๊ ตนุ่ หนุ่ ไทย รวมถงึ คณะหนุ่ กระบอกของโรงเรยี นเพาะ ชา่ ง และอาจจะบอกไดว้ า่ ครดู วงเนตรเปน็ นกั รอ้ งทคี่ ณะ หนุ่ กระบอกเกอื บทกุ คณะต้องการตัว และทสี่ า� คญั ทสี่ ดุ กค็ อื ไดม้ โี อกาสไปเผยแพรก่ ารขบั รอ้ งหนุ่ กระบอก และ การแสดงนาฏศลิ ปก์ บั ตน้ สงั กดั ในประเทศตา่ งๆ เกอื บๆ ๓๐ ประเทศ เรียกว่าในทวีปยุโรปไปมาครบทกุ ประเทศ ยกเวน้ ประเทศท่เี กดิ ใหม่จากประเทศรัสเซยี
๑๕ครู ครูดวงเนตร ดรุ ิยพนั ธุ์ ด้านศลิ ปกรรม ภมู ิปญั ญาไทย 414 เนอ่ื งด้วยมีน�้าเสียง และลีลาการขับรอ้ งทไ่ี พเราะ นา่ ฟังเปน็ เอกลักษณ์ ทงั้ ยัง เปน็ ผเู้ ชยี่ วชาญ และชา� นาญในการขบั รอ้ งเพลงไทยทกุ ประเภท และโดยเฉพาะ อยา่ งยงิ่ เพลงหนุ่ กระบอก จนถอื ไดว้ า่ เปน็ ขมุ คลงั ความรขู้ องเพลงหนุ่ กระบอก ในปจั จบุ ันเลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้จึงท�าให้ครูดวงเนตรมีประสบการณ์ใน การร้องเพลงหุ่นกระบอก และกลายเป็นลีลาการร้องท่ี เชย่ี วชาญเปน็ เอกลกั ษณข์ องตวั เอง จงึ ทา� ใหท้ า่ นเปน็ เบอร์ ๑ ในการร้องเพลงหุ่นกระบอกของเมืองไทยในยุคนี้ และ ท่ีส�าคัญคือ มีน�้าเสียงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการร้อง เพลงหนุ่ กระบอก ซง่ึ ตรงนต้ี วั ผมเองไดฟ้ งั ทา่ นรอ้ งแลว้ โดย ตอนแรกมคี วามรสู้ กึ วา่ ทา่ นเปน็ นกั รอ้ งเพลงหนุ่ กระบอก ที่ รอ้ งแลว้ ให้อารมณต์ ่างๆ ได้ด ี แตเ่ พียงเทา่ นี.้ ..” ขณะนั้น ครูดวงเนตร ดุริยพันธุ์ ล่วงเข้าสู่วัย ๗๑ ปีแล้ว แต่ก็คงยังไปท�างานอยู่ท่ีคณะการสังคีต กรม ศิลปากร และจะมีลูกศิษย์ไปเรียนขับร้องอยู่ที่น่ันและที่ บา้ น บา้ นเลขท่ี ๘๓ ถนนล�าพู ต�าบลสามพระยา อา� เภอ พระนคร กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๐๐ โดยไมค่ ดิ คา่ ตอบ แทนใดๆ ทงั้ ส้นิ ”
ครดู วงเนตร ดรุ ิยพนั ธ์ุ ๑๕ครู ด้านศลิ ปกรรม ภมู ปิ ัญญาไทย 415 ผลงานขบั รอ้ งของครดู วงเนตร ดรุ ยิ พนั ธ ์ุ นนั้ มมี ากมาย ทงั้ ในกรมศลิ ปากรและบนั ทกึ ไวภ้ ายนอกโดยเฉพาะ“คณะ เสริมมติ รบรรเลง” ของ คณุ เสรมิ สาลคิ ปุ ต์ อดีตรองอธบิ ดี กรมทดี่ ินรว่ มกับครูสุรางค ์ ดุรยิ พนั ธ์ุ พ่สี าว ผลงานเหลา่ น้ี สามารถหาฟังได้ในห้องสมุดสถาบันการศึกษาและมีแพร่ หลายอยใู่ น YouTube มากพอสมควร ครดู วงเนตรไดเ้ คยกลา่ วถงึ แนวทางการขบั รอ้ งของตวั ครูเองว่าจะเหมือนคุณพ่อ คือ ครเู หน่ียว ดุรยิ พันธุ์ โดยฟัง จากเทปเก่าๆ ทเ่ี คยอัดไว้ ปจั จบุ ันนี้ ในวงการของการแสดงหนุ่ กระบอก วงการ ดนตรีไทย คตี ศิลป์ และผชู้ มการแสดงหรือแมแ้ ต่ในวงการ ของนาฏศิลป์ ท่ีได้ไปร้องประกอบการแสดงจึงรู้จักครู ดวงเนตรกนั เป็นอย่างดี เน่ืองดว้ ยมีน�้าเสียง และลลี าการ ขบั รอ้ งทไี่ พเราะ นา่ ฟงั เปน็ เอกลกั ษณ ์ ทง้ั ยงั เปน็ ผเู้ ชย่ี วชาญ และช�านาญในการขับร้องเพลงไทยทุกประเภท และโดย เฉพาะอย่างยิ่งเพลงหุ่นกระบอก จนถือได้ว่าเป็นขุมคลัง ความรขู้ องเพลงหุน่ กระบอกในปัจจุบันเลยทีเดียว
๑๕ครู ครูดวงเนตร ดุริยพนั ธุ์ ด้านศิลปกรรม ภูมิปัญญาไทย 416 ส่วนลูกศิษย์ทุกคนจะรู้จักครูดวงเนตรกันดี ในนาม “ ครูน้อย” “ แม่น้อย” หรือ “ ย่าน้อย” ซ่ึงเป็นชื่อเล่นที่ใน ครอบครวั เรยี กกนั ตงั้ แตเ่ ดก็ โดยทา่ นไดอ้ ทุ ศิ ตนเพอ่ื ถา่ ยทอด วชิ าทางดา้ นการขบั รอ้ งเพลงไทยและเพลงหนุ่ กระบอกในแก่ ท่ลี กู ศิษย์ โดยไมเ่ รียกรอ้ งเงินทองหรอื สงิ่ ตอบแทนใดๆ จาก ลูกศิษย์ท่ีมาศึกษาหาความรู้เลยแม้แต่น้อย เพราะท่านได้ ถอื วา่ เปน็ ความสขุ ทไี่ ดเ้ ผยแพรส่ บื ทอดศาสตรแ์ ละศลิ ปท์ เี่ ปน็ เอกลกั ษณ์ของชาติใหด้ �ารงคงอยคู่ ู่แผน่ ดินไทย ครูดวงเนตรเป็นผู้ที่มีอัธยาศัยดี และร่าเริงแจ่มใสอยู่ เปน็ นจิ ใครไดฟ้ งั ไดค้ ยุ ดว้ ยกเ็ กดิ ความประทบั ใจ ทา่ นมคี วาม สนทิ สนมกบั ครสู รุ างคพ์ ส่ี าวของทา่ นอยา่ งมาก เสยี งของทา่ น ทั้งสองนั้นคล้ายกันมาก จนต้องแยกแยะจากวิธีการขับร้อง เลยทีเดียว เมอื่ ครงั้ ไดเ้ ขา้ รบั ราชการ เปน็ ครใู นโรงเรยี นสายปญั ญา ไดฝ้ กึ หดั ขบั ไมบ้ ณั เฑาะว ์ เพลงบหุ ลนั ลอยเลอื่ น เพลงหกบท กับครูอุดม อรุณรัตน์ ได้ฝึกเพลงเถา เพลงละครประเภท ต่างๆ เพ่ิมเติมกับครูจันทนา พิจิตรคุรุการ ในระยะนี้ได้มี โอกาสร่วมงานการขับร้อง ออกอากาศทางสถานีวิทยุกรม ประชาสัมพันธ์ ในนามคณะศิษย์ครูสุดา และในนามคณะ ดรุ ิยพนั ธ์ุ อยู่เป็น ประจ�า
ครูดวงเนตร ดุรยิ พันธุ์ ๑๕ครู ดา้ นศิลปกรรม ภมู ิปญั ญาไทย 417 ตอ่ มาไดโ้ อนมาเขา้ รบั ราชการทส่ี า� นกั การสงั คตี กรม ศลิ ปากร ปฏบิ ตั ิหน้าที่เป็นคตี ศลิ ปิน ในกลมุ่ ดรุ ยิ างคไ์ ทย ร่วมขบั ร้องเพลงไทยกับคตี ศลิ ปิน ในงานเผยแพร่ ณ โรง ละครแห่งชาติ ในระหวา่ งนน้ั ครดู วงเนตรกไ็ ด้แลกเปลยี่ นเรียนรกู้ บั เพื่อนคีตศิลปิน มีโอกาสฝากตัวเป็นศิษย์ กับครูละม่อม อิศรางกูร ณ อยธุ ยา ไดร้ ับการถา่ ยทอดกลวิธีการขบั ร้อง เพลงประกอบการแสดงหุ่นกระบอก แบบโบราณ ไดเ้ ข้า พิธกี ารรบั มอบ โดยมีการตระเตรียมดอกไมธ้ ูปเทียน ผล ไมส้ ามชนดิ พร้อมเงินกา� นล หกบาท นอกจากนไี้ ดน้ า� เครอ่ื งดนตร ี ไดแ้ ก ่ ซออ ู้ ฉงิ่ กลองตกุ และกลองแตวใส่ถาด เข้ารว่ มในพิธดี ว้ ย การฝึกหดั เร่ิม จากฝกึ รอ้ งบทไหวค้ รหู นุ่ กระบอกแบบโบราณในเพลงชา้ ป่ี จากนนั้ จงึ ถา่ ยทอดกลวธิ กี ารรอ้ ง การแทรกเสยี งเออ้ื นของ บทโศกเศรา้ เสยี ใจ ทเ่ี รยี กวา่ “ครวญ” ซง่ึ ตอ้ งฝกึ ฝนอยา่ ง ต่อเนื่อง
๑๕ครู ครดู วงเนตร ดรุ ยิ พันธุ์ ด้านศิลปกรรม ภูมิปญั ญาไทย 418 กลวิธีดังกล่าว ครูจะถ่ายทอดให้ว่าโศกแค่ ไหน และ จะครวญแค่ไหนจึงจะเหมาะสม ซึ่งต้องใช้การฝึกฝนอย่าง ตอ่ เนื่อง ในด้านเพลงหุ่นกระบอกนี้ยังได้รับ การถ่ายทอด เพม่ิ เตมิ จากครเู จรญิ ใจ สนุ ทรวาทิน ศลิ ปินแหง่ ชาติ โดยได้ รับการถา่ ยทอดเพลงหุน่ กระบอกทางดกึ ด�าบรรพ ์ จากน้ันในพุทธศักราช ๒๕๒๒ ก็ได้ฝากตัวเป็นศิษย์ กบั ครชู นื้ สกุลแกว้ ศลิ ปินแหง่ ชาติ ได้รับการ ครอบครหู ุ่น กระบอก และได้รับการถ่ายทอดกลวิธีการขับร้องประกอบ การเชดิ ห่นุ กระบอก โดยเฉพาะตัวตลก ท่ีมีความสนกุ สนาน ขบขัน เพ่มิ เติม ครูได้ร่วมขับร้องเพลงไทยให้กับกรมศิลปากรเนื่องใน โอกาสพเิ ศษ อาท ิ เชน่ การแสดงมหรสพสมโภช งานพระราช พธิ ีพระราชทานเพลงิ พระบรมศพ สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนีในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ ขับร้องประกอบการแสดงมหรสพบวงสรวงพระสยาม เทวาธิราช ภายในพระบรมมหาราชวัง เปน็ ประจา� ในเดือน เมษายนของทกุ ปี เปน็ ตน้
ครูดวงเนตร ดุริยพนั ธ์ุ ๑๕ครู ดา้ นศลิ ปกรรม ภูมปิ ญั ญาไทย 419 ปฏิบัติงานในส�านักการสังคีต กรมศิลปากร ด้วย ความต้ังใจ มีวิริยะ อุตสาหะ อย่างเต็มความสามารถ ทั้งในด้านการขับร้อง และการถ่ายทอดความรู้ให้กับ คีตศิลปินรุ่นเยาวข์ องกล่มุ ดุริยางคไ์ ทย เม่อื เกษียณอายุ ราชการ ในพ.ศ. ๒๕๔๓ ได้รับเชิญให้เป็นผู้เช่ียวชาญ ชา� นาญการดา้ นคตี ศลิ ปไ์ ทย ใหค้ �าปรกึ ษา และถา่ ยทอด ความรดู้ า้ นการขบั รอ้ งเพลงไทยใหก้ บั คตี ศลิ ปนิ ของกลมุ่ ดรุ ิยางค์ไทย ส�านกั การสังคีต กรมศลิ ปากร แล้วในสุดท้าย บ้านดุริยประณีตแห่งบ้านบางล�าพู ได้สญู เสยี ครูดวงเนตร ดรุ ยิ พนั ธ์ุ ท่ีไดร้ บั การยกย่องจาก สา� นกั งานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ใหเ้ ปน็ ครูภูมิปญั ญาไทย ด้านศิลปกรรม ผู้เชีย่ วชาญทาง คีตศลิ ปข์ องกรมศลิ ปากร สิรอิ ายุได ้ ๗๘ ปี ๑๑ วนั ผ้มู ี ความรู้ท้ังเพลงโขนละคร เพลงหุ่นกระบอก เพลงเถา เพลง ๓ ชน้ั เพลงประชัน จนเป็นท่ีรกู้ ันว่าเปน็ ตเู้ พลงที่ เกบ็ เพลงขบั รอ้ งทง้ั เกา่ และใหมไ่ วม้ ากกวา่ ผใู้ ดในแผน่ ดนิ กว็ า่ ได ้ เมอ่ื เวลา ๙ นาฬกิ าเศษ วนั องั คารท ี่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ที่โรงพยาบาลศริ ริ าช
๑๕ครู ครดู วงเนตร ดุริยพนั ธ์ุ ดา้ นศิลปกรรม ภูมิปัญญาไทย 420 กำรท่ีครูดวงเนตร ดุริยพันธุ์ เป็นบุคคลผู้ทรง ภมู ปิ ญั ญำด้ำนศลิ ปกรรม (คีตศิลป์ไทย) เป็นผู้สรำ้ งสรรค์ และสืบสำนภูมิปัญญำดังกล่ำวมำอย่ำงต่อเน่ือง จนเป็น ที่ยอมรับของสังคมและชุมชน จึงได้รับกำรยกย่องเชิดชู เกียรติจำกส�ำนักงำนเลขำธิกำรสภำกำรศึกษำ ให้เป็นครู ภูมิปัญญำไทย เพ่ือท�ำหน้ำที่ถ่ำยทอดภูมิปัญญำในกำร จัดกำรศึกษำท้ังกำรศึกษำในระบบ กำรศึกษำนอกระบบ และกำรศึกษำตำมอธั ยำศัย “เราทุกคนท้ังรักและสุดอาลัย กับการจากไปของ ครูดวงเนตร ดุรยิ พันธุ์ ครภู มู ิปญั ญาไทย ด้านศลิ ปกรรม (คตี ศิลปไ์ ทย) ครูผทู้ รงความรู้ท้ังเพลงโขนละคร เพลงหนุ่ กระบอก เพลงเถา เพลง ๓ ชนั้ เพลงประชนั แหง่ บา้ นดรุ ยิ พนั ธ์ุ ทรี่ กั ษามรดกเพลงไทยตอ่ จากบรรพบรุ ษุ ไวไ้ ดน้ านถงึ รอ้ ยปี ซงึ่ เรอื่ งราวทงั้ หมดนี้ เปน็ เพยี งเสย้ี วหนงึ่ ของชวี ติ ครู เท่าน้นั ” ที่อยปู่ จั จุบนั ๑๑๑ แขวงวดั สามพระยา เขตพระนคร กรงุ เทพฯ ๑๐๑๒๐
ครดู วงเนตร ดุรยิ พันธุ์ ๑๕ครู ดา้ นศลิ ปกรรม ภมู ปิ ญั ญาไทย 421 เพชรน้�าเอกดนตรไี ทย เกิดในครอบครัวนักดนตรีไทย “บ้านดุริยประณีต” มีสายเลือด คีตศิลป์ คุ้นเคยกับเสียงฝึกซ้อม ทั้งร้อง เล่น กอปรกับมีพรสวรรค์ ใฝ่รู้ใฝ่เรยี น มีน�า้ เสียงไพเพราะ แจ่มใส และแหลมสูง ครดู วงเนตร ดุริยพนั ธ์ ครภู ูมปิ ญั ญาไทย รุน่ ที่ ๖ ได้รว่ มเปน็ ศิษย์ เรยี นรู้ ฝกึ หดั วิธีขับร้องและบทเพลงจากบรมครูและคีตศิลป์ มาโดยตลอด จน เชยี่ วชาญการขบั รอ้ งเพลงไทยทกุ ประเภท โดยเฉพาะเพลงหนุ่ กระบอก ไดเ้ ข้าร่วมปฏบิ ัติงานในสา� นักการสงั คีต กรมศิลปากร รบั เชิญเปน็ ผู้ เชี่ยวชาญด้านคีตศิลป์ไทย ถ่ายทอดการขับร้องเพลงไทยให้เยาวชน รุน่ หลงั มาโดยตลอด
๑๕ครู ครดู วงเนตร ดุริยพันธ์ุ ด้านศิลปกรรม ภมู ปิ ัญญาไทย 422
ครูบุญตนั สทิ ธไิ พศาล ๑๕ครู ด้านอตุ สาหกรรมและหตั ถกรรม ภมู ปิ ัญญาไทย 423 ครบู ญุ ตนั สทิ ธิไพศาล ครภู มู ปิ ัญญาไทย ดา้ นอตุ สาหกรรม และหัตถกรรม
๑๕ครู ครูบุญตัน สทิ ธิไพศาล ด้านอตุ สาหกรรมและหตั ถกรรม ภมู ิปญั ญาไทย 424
ครบู ุญตัน สิทธิไพศาล ๑๕ครู ดา้ นอตุ สาหกรรมและหัตถกรรม ภมู ิปญั ญาไทย ¹Ñ¡µÕ´Òº 425 จากสลา่ ร่นุ แรกแห่งบ้านขามแดง ครบู ญุ ตนั สทิ ธิไพศาล ผสู้ ืบทอดวิชาตมี ีดและดาบโบราณ “สลา่ ยคุ แรกตอ่ เนอื่ งมาถงึ ยคุ กลางของบา้ นขามแดง หา้ งฉตั ร จงั หวดั ลา� ปาง ไมเ่ หลอื แลว้ ละ่ ผมกแ็ คเ่ ปน็ สลา่ ตอนปลายแลว้ ละ่ ครบั ชาว บ้านทน่ี ่ที า� มดี กันมาไมต่ �า่ กวา่ ๑๑๓ ปีแลว้ และท�ากันแทบทุกหลงั คาเรอื น มี เตายอ่ มกวา่ ๙๐ เตา ทกุ วนั นีเ้ หลอื อยู่ไม่กี่เตา เตาตน้ นน้ั อยทู่ บ่ี า้ นพ่อหลวง แนน่ มีมาต้งั แตป่ ี พ.ศ. ๒๔๔๕ แลว้ ”
๑๕ครู ครูบุญตนั สทิ ธไิ พศาล ดา้ นอุตสาหกรรมและหัตถกรรม ภูมิปญั ญาไทย 426 ครบู ุญตนั สิทธิไพศาล หรอื คนทีน่ ัน่ เรียกครูว่า “โกเนยี้ ว” ทกั ทายดว้ ยคา� สวสั ดพี รอ้ มรอยยมิ้ เมอ่ื พบกนั หลงั เทยี่ งในวนั ทนี่ ดั หมาย กอ่ นจะเออ้ื นเอย่ ประโยคดงั กลา่ วในเชงิ เหมอื นรวู้ า่ จะมอี ยู่ ในใจของคนมาเยอื น บนโต๊ะมีภาพร่างมีรูปลักษณ์เหมือนพระแสงของ้าวใน ประวตั ศิ าสตรว์ างไว้ คงเปน็ งานสา� คญั ของครทู ไ่ี ดร้ บั เปน็ การบา้ น อดใจไมไ่ ดจ้ งึ ถามไปดว้ ยความอยากรู้ นจี่ นิ ตนาการหรอื เปลา่ หรอื มแี บบมา ไดค้ วามกระจา่ งว่า บางครั้งก็มีแบบมา แต่พระแสงของ้าวน่ีไม่มีแบบมา มันไม่ทวนยันมาเป็นตัวเสริมตัวนี้อีกทีหนึ่ง มันก็ออกมา ลักษณะน้ี ใช้ดันหนึ่งยันคู่ต่อสู้ออกไปแล้วใช้ง้าวดึงเข้ามา ซึ่งนักรบในสมัยก่อนพอดึงมาเสียหลัก เขาก็ใช้หอกซัดไป แลว้ จะไมถ่ กู เพราะวา่ นงั่ หลงั ชา้ ง อาวธุ จะทว่ มหวั ไอท้ ว่ี าง อาวุธเป็นลักษณะนี้ อาวุธเป็นตับเลย อาวุธทั้งนัน้ เลย มนั จะต้องเป็นอย่างน้ี ครูออกท่าทางก�าด้ามจับท่ียื่นลง มาจากดา้ มทสี่ มมตเิ ปน็ พระแสงของา้ ว ในเชงิ จนิ ตนาการการทา� ศกึ บนหลงั ชา้ ง ในประวตั ศิ าสตรช์ าตไิ ทยภาพทย่ี งิ่ ใหญ่ ขณะเดียวกนั กางภาพทไี่ ดม้ าประกอบ ดว้ ยความรสู้ กึ รกั และหวงแหนในศลิ ปะและจติ วญิ ญาณการตดี าบ จนกระทง่ั สล่ามาเอย่ ปากว่า สามารถออกไปท�ามีดเองได้แล้ว จงึ ออกมาเปิดเตาใหญ่ ทบี่ ้านและรบั คนงานมาท�ามดี ด้วยกนั ทีส่ �าคัญคอื เน้นงานฝีมือเปน็ หลัก
ครูบญุ ตัน สทิ ธไิ พศาล ๑๕ครู ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม ภมู ปิ ัญญาไทย 427 “อนั นจี้ ะอยใู่ นคมั ภรี ว์ ดั พระธาตสุ โุ ทน อ�าเภอเด่นชยั จังหวัดแพร่ ครบู ามนตรี คือ ครภู ูมปิ ญั ญารนุ่ หนง่ึ บอกมา และพระแสง ของ้าวน่ี ทางจังหวัดเขาให้งานมา จึงต้อง ไมใ่ หผ้ ดิ ” น่ี คื อ ค ว า ม เ ป ็ น ป ร า ช ญ ์ แ ล ะ ประสบการณ์ ของครูภูมิปัญญาไทย ด้าน อุตสาหกรรมและหัตถกรรม ท่ีมีฝีมือเป็นท่ี เลื่องลือในการตีมีดและมีดดาบโบราณกว่า ๔๐ ปี ผู้สืบทอดวิชาท�ามีดจากสล่ามาต้ังแต่ อายุ ๑๓ ปี สล่ารุ่นแรกของบา้ นขามแดง ดว้ ยความร้สู กึ รักและหวงแหนใน ศิลปะและจิตวิญญาณการตีดาบ จนกระทั่งสล่ามาเอ่ยปากว่า สามารถออก ไปท�ามีดเองไดแ้ ลว้ จึงออกมาเปดิ เตาใหญท่ ่บี ้านและรับคนงานมาทา� มดี ด้วย กัน ท่สี า� คัญคอื เน้นงานฝมี อื เปน็ หลกั ทว่า กวา่ โกเนย้ี วจะหันมาจริงจังกับการท�ามีดกล็ ว่ งเข้าปี พ.ศ. ๒๕๒๙ ผมเรยี นหนงั สอื ในโรงเรยี นซนิ ซนิ โรงเรยี นจนี ทเ่ี ชยี งใหม่ กอ่ นยา้ ยไปเรยี น หนังสือท่ีห้างฉัตร ล�าปาง แล้วก็ย้ายไปอยู่กับเตี่ยที่ไปเป็นผู้ จดั การโรงเลอ่ื ย ทตี่ า� บลแมข่ า่ อา� เภอฝางศนู ยข์ องอ.ไชยปราการ เชียงใหม่ อายุตามเกณฑ์สมัยน้ัน ๙ ขวบ พอเข้า ป.๑ โรงเรยี นชอ่ งฟา้ ซนิ เซงิ วาณชิ บา� รงุ วทิ ยา ทจี่ งั หวดั เชยี งใหม่ เขาใหข้ น้ึ ป.๓ เลย เพราะเรยี นภาษาจีนกลาง เราเปน็ หมดแลว้ เมอ่ื จบ ป.๔ แลว้
๑๕ครู ครูบุญตนั สิทธิไพศาล ดา้ นอุตสาหกรรมและหตั ถกรรม ภูมิปญั ญาไทย 428 “เตย่ี บอกกบั ผมวา่ คอ่ ย ๆ ใชน้ ะสตางค์ เงนิ หายาก ผม เต่ียบอกกับผมว่า ค่อย ๆ กลับมาคดิ แลว้ คดิ อกี เรากโ็ ตแล้วน่อี ะไร ๆ เรากท็ า� ได้ เลย ใชน้ ะสตางค์ เงนิ หายาก ผม หนจี ากโรงเรยี น ไมเ่ รียนแล้ว มาทา� โรงสที ห่ี มู่บา้ นขามแดง กลับมาคิดแล้วคิดอีก เราก็ หา้ งฉตั ร ลา� ปาง ตรงนแ้ี หละ” ครเู ลา่ เรอ่ื งราวของชว่ งชวี ติ ท่ี โตแล้วนี่อะไร ๆ เราก็ท�าได้ เปน็ จดุ หกั เหกอ่ นเขา้ สกู่ ารเปน็ สลา่ มอื หนง่ึ แหง่ เลยหนจี ากโรงเรยี น ไมเ่ รยี น บา้ นขามแดง แล้ว มาท�าโรงสีที่หมู่บ้าน ขามแดง ห้างฉัตร ล�าปาง ต่อมาได้น้องชายมาช่วยท�าโรงสี ผมก็ไป ตรงนี้แหละ หดั ตีดาบกบั ครทู ่นี ี่ สอนใหฟ้ รอี ยา่ ง ต้ังแต่อายุ ผม ๑๓ - ๑๔ เรยี นตมี ดี เหลก็ แบบเดก็ ๆ ทตี่ อ้ ง อยกู่ บั ความระอขุ องความรอ้ นจากเตาเผาและ เหล็กท่ีหนัก นอกจากนี้ยังต้องใช้แรงทั้งความ ขยัน อดทน รักษาขนบธรรมเนียมประเพณี ตงั้ แต่ยังไม่รู้เรอื่ งอะไรเลยจนเป็นทกุ อยา่ งและ คอ่ ย ๆ ชา� นาญขน้ึ ตอนนนั้ เลม่ ละ ๓ บาท ดาบ เลม่ ละ ๕ บาท สมัยกอ่ นน�้ามนั ดีเซล ลติ รละ ๑.๕๐ บาท แลว้ ยุคน้ันก็ขายดาบได้ดมี าก
ครบู ุญตัน สิทธิไพศาล ๑๕ครู ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม ภมู ปิ ัญญาไทย 429 ไหวค้ รเู หลก็ พอ่ ปเู่ พชรฉลกู ณั ฑ์ หนงึ่ ใน ๑๐ พระฤาษี บรมครดู า้ นพระเวทย์ สล่าตีดาบ พิธีกรรมทุกอย่าง ต้องมีการไหว้ครูเหล็ก พ่อปู่เพชรฉลู กณั ฑ์ บรมครูใหญด่ ้านพระเวทย์ และนาฏศิลป์ ทรงถือเพศ เป็นโยคี มีตบะแรงกล้า เลขยนั ต์ ต่าง ๆ ก็คือ องคเ์ ดียวกันกบั พระวษิ ณุกรรม ท่ีทางภาคใต้หนังตะลุงถอื ว่า ทา่ นเปน็ ครูหนงั ภาคกลางถอื วา่ ทา่ นเปน็ ครโู ขน ครลู เิ ก ครดู นตรี ครลู ะคร ของ นกั แสดง ตา่ ง ๆ และครดู า้ นงานชา่ ง เปน็ หนงึ่ ใน ๑๐ พระฤาษี ทต่ี อ้ งอัญเชิญเป็นประธาน เคร่ืองบวงสรวง “ ส�ำหรับสลำ่ ตดี ำบ ก็มีหมำกทสี่ บั ๆ เครือหนึง่ แลว้ มดั เปน็ พวง ผำ้ ขำว ผ้ำแดง สตำงค์ ๑ บำท บุหร่ี ๓ ม้วน แล้วก็ ไฟแช็ค แค่นน้ั ไม่มีพธิ สี งฆ์ แลว้ กข็ นึ้ ขนั วนั สงกรำนต์ คอื ปหี นงึ่ กต็ อ้ ง เลี้ยงเจ้ำเตำหน่ึงครงั้ ต้องมีไก่ มีเหลำ้ มผี ลละ หมำกรำกไม้ อญั เชญิ พอ่ ปเู่ พชรฉลกู ณั ฑ์ ลงมำ รับสิง่ ทล่ี ูกหลำนท�ำให้” หลวงปู่ส่ังไว้ไม่ให้ไปเป็นลูกจ้างใคร สิบ น้ิวให้ท�ามาหากินเอาคนเดียว ไม่ต้องมาให้ นายจ้างมาดา่ มาบีบอะไรต่าง ๆ นานา ไม่ตอ้ ง เปน็ อสิ รภาพ เรากเ็ ล้ียงท่าน เรากอ็ ญั เชญิ ท่าน
๑๕ครู ครบู ญุ ตัน สิทธิไพศาล ด้านอตุ สาหกรรมและหตั ถกรรม ภูมิปญั ญาไทย 430 ที่บรรพบรุ ษุ ส่งั สอนมา ครบู ายกต็ อ้ ง(อารัตนา) เอาใครเป็นใครเราก็ไม่รู้ โดยท�าตามส่ิงท่ีท่าน สอน อญั เชญิ ครตู น้ ชา่ งคนแรกทส่ี บื วชิ าให้ ครู กลาง แล้วก็ครปู ลาย คือ ครเู พ่ิงเสยี ไป ส่วนครูบุญตันอย่างผม จะเป็นครูย่อย การตเี หลก็ หากครอบครแู ลว้ อยา่ งผมการตดี าบ มนั จะไปแบบเหมอื นมพี ลงั อะไร บางอย่างบอกให้ตไี ปเรื่อยๆ ไร้แรงทจ่ี ะไปขัดขนื และมนั จะค่อยขน้ึ รปู สวยขน้ึ ๆ ของมนั เอง ไมใ่ ชค่ ดิ ตงั้ ใจวา่ จะตอ้ งตใี หเ้ ปน็ แบบอยา่ งนอี้ ยา่ งนน้ั แลว้ จะได้ แตเ่ ขา จะมีของเขาเอง มนั วบู ขนึ้ มาเอง และมีความสวยงามทีอ่ อกมา คอื ครทู ่ตี ้องสอนต่อไปอีก ครูดาบ ที่เกง่ ทส่ี ดุ หม่บู ้านนีก้ ็ คอื สล่ามา ใคร ๆ กต็ อ้ งมาขึน้ กับ พ่อมาหมด เกง่ สดุ ในหมบู่ ้านขามแดง แตท่ ่าน เสียชวี ติ ไปเม่ือ ๒๐ ปีแล้ว ผมโชคดีท่ีออกจากโรงเรียนแล้วมาเช่าที่ บา้ นของครมู า ทา� โรงสอี ยใู่ นบา้ นบรมครู ไดไ้ หว้ ครูเสร็จก่อนท่ีท่านจะเสีย และได้มอบดาบให้ ซ่ึงหากผู้ใดได้รับมอบเท่ากับเป็นการสืบทอด เจตนาท�าดาบ โดยดูแลว้ วา่ เปน็ คนดี มีฝีมือใน วิชา ผมก็ตอ้ งสอนตอ่ ไป หากผมจะเลกิ กม็ อบ ใหค้ นที่เกง่ ทส่ี ดุ ครกู จ็ ะอยู่ทเ่ี ขา ใคร ๆ ท่ที �า ดาบก็ต้องขึ้นครูท่ีนั้น โดยไม่ได้บอกและไม่ได้ บังคับ เมื่อเราได้รับมาเท่ากับได้เป็นครูคนต่อ ไปแล้ว
ครูบญุ ตัน สิทธิไพศาล ๑๕ครู ด้านอตุ สาหกรรมและหัตถกรรม ภูมปิ ญั ญาไทย 431 ดังนั้น การที่ใครไม่กราบก็ไม่ว่า ไม่บังคับ ใครท�าไดก้ เ็ จริญ ทุกอย่างอยทู่ ี่เรา เราตอ้ งเคารพ นบั ถอื ครู ทา� มาหากนิ กจ็ ะชว่ ยใหง้ านไมม่ อี ปุ สรรค ราบรื่น ไม่มีอุบัติเหตุต่อผู้คนหรือระหว่างการ ทา� งาน ใครทไี่ ม่เช่อื เรือ่ งอยา่ งนก้ี ไ็ ม่วา่ กนั หลายๆ เตาท่ีกระเด็นถูกขาทะลุเลย เกิดอุบัติเหตุแบบไม่ คาดคดิ แบบหนักหรอื เบา ตอ้ งแบกกันไปหาหมอ รักษา รักษาหายแล้วเป็นบุ๋มเลย หมอเขา้ ต้องตดั เน้ือสุกท้ิง มันมีเยอะเรื่องท่ีไม่น่าเชื่อที่ว่าเกิดข้ึน เยอะ ทั้ง ๆ ท่ี ช่างตีดาบแต่ละคนล้วนมีความ ชา� นาญ ฝึกฝนในการตีดาบมาอยา่ งดี ดังน้ัน การเข้ามากราบบรรพบุรุษ ซ่ึงเป็น บรมครคู รบู าอาจารย์ ของครดู าบกใ็ หม้ ากราบทนี่ ี้ ศษิ ยค์ นใหมม่ า ครกู ต็ อ้ งจดุ ธปู บอกเขาวา่ มลี กู ศษิ ย์ ใหมม่ า ขอใหท้ า่ นคมุ้ ครองในขณะทที่ า� งานตเี หลก็ ตดั เหลก็ ไม่ให้กระเด็นใส่ ชา่ งคนไหนเมอื่ ผ่านการ ไหว้ครูแล้วจะท�างานได้อย่างราบร่ืน เพราะมีครู คมุ้ ครอง “กำรตีเหลก็ หำกครอบครแู ลว้ อย่ำงผมกำร ตีดำบ มันจะไปแบบเหมือนมีพลังอะไรบำงอย่ำง บอกใหต้ ไี ปเรอื่ ย ๆ ไรแ้ รงทจี่ ะไปขดั ขนื และมนั จะ คอ่ ยข้ึนรูป สวยขึน้ ๆ ของมนั เอง ไมใ่ ชค่ ิดตงั้ ใจว่ำ จะตอ้ งตใี หเ้ ปน็ แบบอย่ำงนอ้ี ยำ่ งนนั้ แลว้ จะได้ แต่ เขำจะมีของเขำเอง มันวูบขึ้นมำเอง และมีควำม สวยงำมทอ่ี อกมำ
๑๕ครู ครบู ญุ ตนั สิทธไิ พศาล ดา้ นอุตสาหกรรมและหตั ถกรรม ภมู ิปญั ญาไทย ในคติความเชอ่ื “ช่างต”ี จะขึ้นรูปตีเหลก็ 432 เฉพาะวันพฤหสั เท่าน้นั เพราะวนั พฤหสั ถือวา่ เป็น “วันครู” ซึ่งหมายถึง การบูชาครูและ บรรพบุรุษท่ีถา่ ยทอดวชิ าให้ สว่ นความเชอ่ื อกี อย่างหนง่ึ คอื วนั อาทิตย์ จะงดลับคมมดี เชอื่ กันว่า วันอาทิตย์ มีดจะกินมือผู้ลับ หรืออาจ ถูกคมมีดบาดไดง้ า่ ยนัน่ เอง” ครูบอกว่า ดาบ ๑ เล่ม ใช้เวลาไม่น้อย กว่า ๓ วัน ดาบและมีดทุกเล่มมีชีวิตและจิต วิญญาณอยู่ในทุกข้ันตอน ช่างฝีมือที่น่ีจึงได้ รับค่าตอบแทนค่อนข้างสูง คนละไม่ต่�ากว่า ๑,๐๐๐ บาทต่อวัน งานตีมีดและดาบถือว่า เป็นศาสตร์และ ศิลปท์ ่ีควรค่าแก่การสืบทอดอนรุ ักษไ์ ว้ เพราะ นอกจากจะเปน็ อาชพี ทสี่ ง่ เสรมิ ศลิ ปวฒั นธรรม ไทยแล้ว ยังเป็นช่องทางสร้างรายได้ให้กับคน ท้องถิน่ ท่ีน่าภาคภมู ใิ จ ตีดาบซามูไร ความงดงามท่ีซ่อนกริบอยู่ในคม ท่ีชาวอาทิตย์อุทัยหลงไหล ศลิ ปะฝมี อื สยามชน กวา่ ๒ ทศวรรษ งานทา� มอื ในทกุ ขนั้ ตอนผา่ นครบู ญุ ตนั หน่งึ ในครูภมู ิปญั ญาไทย ที่ตีดาบด้วยหัวใจ
ครูบุญตัน สิทธิไพศาล ๑๕ครู ด้านอตุ สาหกรรมและหตั ถกรรม ภูมปิ ัญญาไทย 433 ผมวาดแบบไว้เพอ่ื จะตีเปน็ ดาบไวเ้ ยอะมาก ทุกอย่างต้องค้นคว้า ศกึ ษามากมาย แตท่ กุ อย่างตอ้ งระเบดิ ออกมาจากขา้ งใน ปัญหาใหญ่ คือ วาดแล้วจะตีออกมาไดม้ ั้ย อย่างเช่น ผมวาดแบบพระแสงของ้าว เขียนแบบออกมาแล้วเพื่อจะตีออกมาให้เหมือนของจริง ไม่ใช่ว่าจะ ท�าไดเ้ ลย ต้องขอครูท่านก่อน แลว้ ตงั้ จติ ตไี ปเหอะ ๆเด๋ียวครูก็เข้ามา ชว่ ยแบบไมร่ ตู้ วั ไมร่ สู้ กึ วา่ เหนอ่ื ยและมนั จะสวยขนึ้ ไปของมนั เองอยา่ ง คาดไม่ถงึ ตีไปโดยที่ไมต่ อ้ งไปบังคบั เหมอื นนางรา� ท่ไี ปตามจังหวะเอง บางทอี าจจะสวยกว่า ไม่แข็งกระด้าง” ตีดาบซามูไร ความงดงามที่ซ่อนกริบอยู่ในคม ที่ชาวอาทิตย์ อทุ ัยหลงไหลศลิ ปะฝมี อื สยามชน กว่า ๒ ทศวรรษ งานท�ามือในทุก ขน้ั ตอนผา่ นครูบญุ ตัน หนง่ึ ในครภู ูมปิ ญั ญาไทย ทต่ี ดี าบดว้ ยหัวใจ ทุกวนั นีค้ รูยังตดี าบซามไู รส่งญีป่ ุน่ อยู่ “ท�ำกับญี่ปุ่นมำ ๒๐ กว่ำปีแล้ว ตอนน้ีก็ยังท�ำอยู่ ครั้งแรกพวก ญ่ปี นุ่ มำนั่ง สงั่ ผมตซี ำมไู รบอกเอำอย่ำงนอี้ ยำ่ งนั้นนะ เอำเหล็กลงมำ ใหผ้ มตี ผมกล็ งตี พอผมตีได้สำมส่ีไฟ คอื เผำเหลก็ แดงข้นึ ตี ๆ เทำ่ นั้น แหละ เขำยกใหเ้ ลย ผมไมใ่ ชอ่ เิ ลก็ ทรคิ เชยี ล คณุ คอื อเิ ลก็ ทรคิ เชยี ล เขำ กไ็ ม่ตอ้ งดูเลย จะเอำกเ่ี ล่มโทรมำ กเ็ ป็นแบบนั้นไป เวลำตดี ำบน่ีเหมอื นองค์ลง เป็นสมำธิชนดิ หน่งึ ทเ่ี รำทำ� ลงไป ใคร จะพูดก็หัวเรำะ ท�ำไปไม่เครียด ท�ำอยู่ทุกวันนี้ก็ไม่เครียด ไม่โกรธไม่ เครียด ใครจะได้ดียังไงก็ไม่อิจฉำตำร้อน ผมก็ท�ำของจนเสร็จของเรำ ตำ่ งคนต่ำงอุปนิสยั อำชีพก็เหมือนกันต่ำงไปปนี ป่ำยแลว้ แตเ่ ขำ อยทู่ ี่ เขำชอบ เขำชอบแบบน้นั กต็ อ้ งปลอ่ ยเขำไป ไปจนสดุ ทำงจนไมไ่ ดด้ ”ี
๑๕ครู ครูบญุ ตนั สิทธิไพศาล ดา้ นอตุ สาหกรรมและหตั ถกรรม ภูมปิ ญั ญาไทย 434 ครูเอื้อมไปหยิบดาบดาบ ซามูไรเล่มงามที่วางอยู่ข้างๆ ขึ้น มาให้จับ ให้ท้ังความรู้สึกน่าเกรง ขามท่ามกลางความงดงามท่ีซ่อนอยู่ ในความกริบคม น่ีคือ งานท�ามือผ่าน ทกุ ข้นั ตอนของบญุ ตนั สิทธไิ พศาล หรอื โกเนยี้ ว สลา่ ทา� มดี คนดงั แหง่ บา้ นขามแดง ตา� บลห้างฉัตร อ�าเภอหา้ งฉัตร วา่ กนั วา่ ฝมี อื ของโกเนยี้ วในการทา� ดาบ ซามไู รตามขนบของชาวญปี่ นุ่ ทกุ ประการนน้ั ไม่ เปน็ รองใครในโลก ทไี่ ดร้ บั การยกย่องว่า “ตดี าบ ดว้ ยหวั ใจ” คอื การใสใ่ จและประณตี บรรจงทกุ ราย ละเอยี ด เลอื กใชว้ สั ดทุ ม่ี คี ณุ ภาพดที ส่ี ดุ โดยเฉพาะการ ตมี ดี ดาบทรงโบราณตา่ ง ๆ เชน่ ดาบปลายแหลม ดาบ ปลายตัด ดาบหวั บัว ขั้นตอนการผลติ ดาบซามูไร ทแ่ี ท้จรงิ เป็นศิลปะขั้นสงู ใน ระยะเวลา ๑ เดอื นจงึ สามารถผลติ ดาบซามไู รได้เพยี ง ๒ เลม่ เทา่ นน้ั ความพเิ ศษเฉพาะของดาบซามไู ร ทบ่ี า้ นครู นบั เปน็ หนง่ึ เดียวในประเทศไทยท่ีชาวญี่ปุ่นรู้จักและไว้วางใจ ขอให้ช่วยผลิต ในขัน้ ตอนของการตีดาบ เหลาเจียร พร้อมดา้ ม เพื่อน�าสง่ ออกไปสู่ กระบวนการขนึ้ ลายคมดาบซามไู รที่ประเทศญ่ปี นุ่ ตอ่ ไป แมแ้ ตด่ าบใบขา้ วซงึ่ เปน็ ดาบอกี รปู แบบหนงึ่ ของดาบเมอื ง ตามตา� รา ดาบแห่งล้านนา อาวุธประจ�ากายชายชาติทหารในอดีต ปัจจุบันเป็นงาน ศลิ ปท่คี วรค่า กเ็ ปน็ ฝมี อื ตดี าบจากครู “ผมไม่หวงวิชำ ไม่ว่ำเรื่องของกำรตีดำบและดูเน้ือเหล็ก และย้�ำลูกศิษย์ทุก คนเม่อื เปน็ งำนแลว้ เสมอว่ำ ท�ำอะไรก็ไดห้ มดแล้ว จะไปท�ำขำยกอ็ ยำ่ มกั ง่ำย ให้ ยึดฝีมือ ท้ังวตั ถุดบิ เหล็กทกุ ช้ิน มดี ทกุ ดำ้ มตอ้ งเนน้ เหล็กมันคุณภำพสงู ” ครเู อ้อื ม ไปหยิบดาบทว่ี างไวข้ า้ งๆ ท่ีเตรยี มส่งให้ผ้สู ่งั ทา� ใหด้ ู
ครบู ญุ ตัน สิทธิไพศาล ๑๕ครู ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม ภมู ิปัญญาไทย 435 ผมไมห่ วงวชิ า ไมว่ า่ เรอื่ งของการตดี าบและดเู นอ้ื เหลก็ และยา�้ ลกู ศษิ ย์ทกุ คนเม่อื เป็นงานแล้วเสมอว่า ทา� อะไรกไ็ ด้หมดแลว้ จะไป ท�าขายกอ็ ย่ามกั ง่าย ใหย้ ึดฝมี ือ ทงั้ วัตถดุ ิบ เหล็กทกุ ชิ้น มีดทกุ ด้ามต้องเนน้ เหล็กมนั คณุ ภาพสูง ดาบ ๑ เล่ม ใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๓ วัน ดาบและมีดทุกเล่มมีชีวิตและจิต วิญญาณอยใู่ นทกุ ขนั้ ตอน การท�ามดี แต่ละเลม่ กใ็ ชว่ ่าจะละเลยข้ันตอนสา� คญั ใด ๆ ได้ เร่มิ จากจัดหาถา่ นส�าหรับเผาเหล็ก ซ่งึ ต้องใช้ถา่ นจากไม้สกั หรอื ไม้เต็ง ไม้รงั จึงจะดี สว่ น เหลก็ ทีจ่ ะน�ามาใชก้ ็ต้องเป็นเหล็กกลา้ เนน้ ไปท่เี หล็กแหนบ เมอ่ื ได้เหลก็ มากน็ �าไปตัดใหใ้ กล้ เคยี งกบั ประเภทของมีดท่จี ะท�ามากทสี่ ดุ เมอื่ เอาเขา้ เตาเผาแลว้ ตอ้ งรอใหเ้ หลก็ แดงจนใกลจ้ ะถงึ จดุ หลอมเหลว กน็ า� ออกมาขน้ึ รปู มดี ดว้ ยการตี แตง่ ให้สวย เจยี ให้คม มาถึงขัน้ ตอนชุบใหก้ ลา้ น�าไปเผาอกี รอบแลว้ ชุบน้�า เหล็กจึงจะ คม จากนน้ั นา� ไปใสด่ ้าม หากอยากใหม้ ีดคมสดุ ๆ กต็ อ้ งนา� ไปลบั กับหนิ อีกคร้งั หน่ึง เทา่ นก้ี ็จะได้ มีดท่ีคมกริบเลยทีเดียว ท�าให้ชาวบ้านอีกหลายส่วนมีรายได้จากกระบวนการผลิตดาบ ล้วนมีทักษะในการทา� ด้าม ปลอกที่ท�าจากไม้สักเก่า ผู้สูงอายุท่ีถักหวายเป็น ครูจะซ้ือเส้นหวายคุณภาพดีส่งไปให้ถัก ส่วน ประกอบอนื่ ๆของดา้ มก็ใช้ทองเหลอื งหลอ่ ประกอบเป็นเครอ่ื งตกแต่งด้ามใหส้ วยงาม มคี ุณคา่ มี สายดาบทีผ่ ลิตจากฝ้ายแดงจากชาวเชยี งตงุ ประกอบเป็นดาบไทยท่ีมีลกั ษณะสง่างามสมคณุ ค่า
๑๕ครู ครบู ญุ ตัน สทิ ธิไพศาล ดา้ นอุตสาหกรรมและหัตถกรรม ภมู ปิ ัญญาไทย 436 ครูจะใช้ K๙๙๐ ของเยอรมัน เหล็กท่ี ค่อนข้างแพง หรอื เป็นเหล็กที่ครเู รียกวา่ เหล็ก อังกฤษ หรอื เหล็กหวั แดง จะมีความแข็ง และ ทนต่อการเป็นสนิมได้ดีกว่าเหล็กแหนบทั่วไป นา� ไปผา่ นขน้ั ตอนการเผา ๗๕๐ องศาเซลเซยี ส แต่อย่างนี้ต้องรู้ว่าแหนบรถเชฟโลเรต เป็น เหลก็ ท่หี ลดุ สเปค เอามาท�ามดี เกษตรได้สบาย ตรงน้ีครูเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ไหม เลย กโิ ลละ ๓๐ บาท เอามาทา� มีดเกษตรเล่ม ให้เดก็ เข้ามาไหม ๘๐๐ - ๙๐๐ บาท พอขายได้ เกรดท่รี องลงมา มแี หนบรถก็มมี าสดา้ ร่นุ พดู ไปแล้ว เราเหมอื นเปิดร้อยเปอรเ์ ซน็ ต์ แรก เหล็กท่ผี สมดี หลกั ใหญ่จะดูทเี่ ขาโฆษณา แต่ไม่มีคนมาศึกษา กศน.ก็มีแต่ผู้หญิงมาสอง บริษัทใหญ่เขาจะท�าสัญลักษณ์ไว้ให้รู้ว่า เป็น สามคน ผู้ชายไมม่ ีเลย ท้งั ๆ ท่งี านนม้ี ันไมใ่ ช่ เหล็กแตกทางขวาง แตกทางยาวแบบคลื่น งานผู้หญิง แล้วผู้หญิงมาตีมีด คงไม่ใช่ มัน ทะเล และคลน่ื นา้� แตกแบบฟนั เลอ่ื ย แตกแบบ คนละงาน ผมก็แปลกใจว่า ผู้ชายหายไปไหน ลายนา้� แตกแบบฟันปลา ถ้าไม่ม่นั ใจจรงิ ๆ ก็ ประมาณ ๒๐ ปีที่แลว้ ผ้วู ่าอุตรดติ ถ์ โปรโมท เอาเหล็กไปเทสต์ท่ีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เหลก็ นา�้ พเี้ ลม่ ใหญ่ ผมนแี่ หละลงหลอ่ ให้ ทา� ไม้ กลว้ ยน�า้ ไท พอดูเขาจะร้ไู ดท้ ันที มาเป็นแบบรูปมีด จากนั้นจึงค่อย ๆ เทเหล็ก หลอ่ ผวู้ ่าบอกตีไดไ้ หม มนั ตีไมไ่ ด้ ใครจะคีบได้ ตอ้ งเอารถเครนมาหนบี แลว้ ผมกท็ า� ไมไ่ ดส้ งู ตง้ั ๙ เมตร ผมก็เลยบอกเอาไปหล่อแล้วเอาไปท�า ผู้ วา่ กไ็ ปเชญิ นกั ศกึ ษามาทงั้ หมด ไปบอกโรงเรยี น ช่างมา ผหู้ ญิงทัง้ น้ันเลย การท�า ถา้ ไมม่ เี ตาก็ ต้องหาเตา เริ่มท�าโรงเรือน ท�าโรงเรือนเสร็จ แลว้ กต็ อ้ งไปหาทอ่ นไมม้ า ไปหาเหลก็ มา ไปซอื้ สบู ลมมาปน่ั ตง้ั ไฟแลว้ กเ็ อาถา่ นใสเ่ อาเหลก็ เผา เผาเสรจ็ แลว้ จะเอารปู รา่ งอะไรกว็ า่ กนั ไป ตกี ใ็ ห้ ไป ตอนหลงั กถ็ ามเยอะพอแลว้
ครูบุญตนั สทิ ธไิ พศาล ๑๕ครู ด้านอตุ สาหกรรมและหตั ถกรรม ภูมปิ ัญญาไทย ครูท�าอยา่ งน้มี าก่ีปี 437 ท�ามาตั้งแต่ ๑๓ แลว้ ก็หยุดไป ๑๐ ปี ไปอยูซ่ าอุดีมาสบิ ปี ไปเปน็ ชา่ งไมด้ ว้ ย เฟอรน์ เิ จอรพ์ วกนผี้ มออกแบบ ไปดขู องชาวบา้ นไมเ่ หมอื น ผม ซาอสุ ั่งไมม้ าจากอิตาลี เรากต็ อ้ งศึกษาไม้เขา เป็นไมย้ างพาราขาว ๆ อีกอย่าง หนงึ่ ไมแ้ ขง็ สขี าว ไมแ้ ดงกไ็ มม้ ะคา่ แดงไปเลย ถา้ เปน็ ไมช้ น้ั หนงึ่ วงกบประตเู ปน็ ไม้ มะฮอกกานี มันซือ้ มาทุกอยา่ ง เกรดเอท้งั นัน้ สบิ ปผี มอยบู่ า้ นเชา่ พอผมทา� งานไดส้ ามปกี ม็ าซอื้ ตรงนแ้ี ลว้ คอ่ ย ๆ ทา� บา้ นที่ นี่ไปเรอื่ ยๆ ออกแบบเองหมด ทีก่ อ็ ยูน่ ้นู สิบปงี านหมด ใจจรงิ จะอย่ตู อ่ อกี หา้ ปี มา แลว้ กต็ ้องกระชมุ่ กระชวย หมดหนหี้ มดสนิ แล้ว ได้เงนิ มาก้อนหนึ่งกต็ ้องมาก้สู อง สามลา้ น ก็มาทนเอา มาก็ค่อย ๆ ปั่นขึน้ กว่าจะอยูต่ ัวได้กเ็ หนือ่ ยเหมอื นกนั อาชีพนี้ตดี าบแบบครูมีอีกเยอะไหม มีนอ้ ยแลว้ ครับ นอ้ ยลง ลูกศิษยท์ ่อี อกไปมักจะเดนิ ผิดทาง เรียนไปแล้วไปท�ามีดสไตล์ฝร่ัง ท�าซามูไรขาย ถามว่าใครจะซื้อไปใช้ ได้แต่บอกลูกศิษย์ทุกคนว่า อย่า เดินผดิ ทางนะ่ ใหเ้ น้นท่ีเกษตรเราไว้ เดยี๋ วนีใ้ ครจะมาท�า มีดเกษตร เอาไปท่งุ ไปนาหละนี่ ดาบไทยเรากเ็ น้น อันนี้ ชาวนาเขาใชไ้ ดม้ ดี หวั ตดั เอาลงนาได้ ดาบไทยมปี ลายตดั กับปลายแหลม
๑๕ครู ครูบุญตัน สิทธิไพศาล ด้านอตุ สาหกรรมและหัตถกรรม ภูมิปญั ญาไทย 438 ดาบพม่าเหมือนของเราไหม ไมเ่ หมอื นกนั ดาบพมา่ หลงั มาตรง นา้� หนกั ท�ามาก็เยอะแล้ว เคยมี มันฟันไม่เฉือน ดาบไทยฟันไปแล้วความ สัญญาณท่ีเหมือนอาถรรพ์ อ่อนน้อมมันมีในตัว ฟันแล้วเฉือน มีดมัน มาสัมผสั บา้ งไหม ตอ้ งแอน่ ๆ ดาบพมา่ เวลาฟนั มนั ไมห่ นกั มนั คลา้ ยๆ มนั ห่นั พมา่ มันตรงมนั ไม่ราบ ถา้ มันไม่มีครับ ที่เรามาถูกต้องมนต์ขลังที่ เราดมู นั จะมสี ามสว่ น พอเราฟนั ปบุ๊ มนั จะมี ท�าให้เราเจ็บป่วยล้า ไม่มีครับ เราไหว้ครู สว่ นเดยี ว สองสว่ นไปทา� งานอกี สว่ นตกี ลบั ให้ถูก ความปลอดภัยก็สูง อยู่ดีมีสุข เงิน เราใชง้ านทา� ใหร้ เู้ พราะผมชาวสวน ผมเอา ไม่มีก็แจ้งได้ บอกเขาได้ แต่ก่อนผมไม่ ทุกอย่าง ดูน�า้ หนกั สามในหน่งึ ได้อยู่ เช่ือหรอก ตอนหลังผมเพิ่งเช่ือว่ามีจริง บอกเลยพ่อปู่ เงินผมหมด แป๊บหนึ่งเงิน เหมอื นผมตเี หลก็ คอ้ นเหลก็ มนั สอง เข้า ฝรั่งมาซ้ือทีส่ีห้าหม่ืน พูดออกไปนี่ กิโลครึ่งยกเล่นๆ หนักมาก แต่พอไปตี คนไม่ถามก็ไม่พูด เพราะมันเป็นสิ่งที่มอง เหล็กมันกระดอน หนักทีเดยี ว เรามหี นา้ ไม่เห็น แต่เราประสบว่าเป็นจริง ผมไม่ได้ ทป่ี ระคองสามในหนง่ึ มนั กลบั มา คอ้ นเกบ็ เล่นคาถาอาคมอะไร มสี ักหน่อยเดียว คือ งานหนักหนึ่งกิโล ถ้าพูดถึงจ�านวนดาบ พระพุทธเจ้าครอบโลก ที่ทา� น่ีประมาณเดือนหน่ึง ๕๐ เลม่ ทีท่ �า เสร็จอาจจะมากกว่านน้ั น่พี ูดถงึ ขาย เรา ถือวา่ มาตรฐาน ๕๐ เล่ม ดาบตอนนี้เป็นศาสตราวุธ ข้ึนบ้าน ใหม่ก็เอาไปน�าขึ้น ศาสตราวุธก็มีหอก มี ดาบ ถ้ามีหอกก็เอาด้วย ที่น่ีเราท�าหอก ท�าดาบพระพุทธรูป สะพายดาบไปด้วย ขึ้นบ้านใหม่ คือเขาว่า ปราบเสนียดจัญไร ท้ังหลาย สิ่งอัปมงคล เขาถือแบบนั้น แต่ ผมไม่รู้ แล้วคนตามหลังต้องหาบข้าวหาบ อาหารตามมา
ครบู ญุ ตนั สทิ ธิไพศาล ๑๕ครู ด้านอตุ สาหกรรมและหัตถกรรม ภมู ิปัญญาไทย 439 เมื่อลูกหลานไม่ยอมสืบทอด จะ สืบตอนสามสิบสี่สิบ ก�าลังวังชา กไ็ มม่ แี ลว้ ครูคิดอย่างไร ครเู อาความรเู้ ร่ืองน้มี าจากไหน คนหนุ่มมันไม่มีแล้ว ถ้าทางด้านครู ก็สันนิษฐาน สังเกตจากที่เอาควายไถ ภูมิปัญญามีส่วนสนับสนุนด้านใดด้านหน่ึงได้ ตั้งแต่ผมเป็นเด็ก บ้านพ่อมาเขาก็ท�ามาตลอด ผมว่าเด็กมันคงหวนกลับมาเยอะ แต่เราไม่มี หนา้ นากต็ อ้ งไปช่วยเขาท�านา ถา้ เขาขาดคนก็ คนสนับสนุน ปัญหาใหญ่มันเกิดที่แรงงานเงิน ไปช่วยเขา ท�านาก็ต้องท�าพร้อมกันหมด คน เด๋ียวนี้ขนาดผม ท�านายังไม่มีคน คนไทยไม่รู้ ก็เลยหาไม่ได้ หาคนจา้ งไมไ่ ด้ เราอยกู่ บั เขาก็ เปน็ อะไรไปเจอแตค่ นตา่ งชาติ ต่างภาษา เสีย ตอ้ งชว่ ย ใจเราไมไ่ ปกไ็ ดเ้ ขาไมไ่ ดบ้ งั คบั ผมเปน็ หายนะ คนสะสมทกุ อยา่ งในสมองใหร้ วู้ า่ เขาทา� กนั ยงั ไง คนไทยไม่ยอมทา� งานไม่รเู้ พราะอะไร จะ ต้องทา� ให้ไดฝ้ ึก เอาคา่ แรงสงู นา ๑๕ คน วนั น้ี ๔,๐๐๐ - ๕,๐๐๐ ผมไปยนื ดเู ขาทา� มดี คมเฉยี บใหน้ ายทหาร บาท คนละ ๔๐๐ - ๕๐๐ บาท ที่นเ้ี รามาดูแล้ว ครง้ั แรกผมไมเ่ คยทา� เลยประมาณ ๓๐ ปี ตลอด วา่ ขา้ วเอาออกมาขายตอนนีเ้ ลยได้ ๑๑ บาท ๓๐ ปีไม่เคยท�าเรื่องเกษตรเลย เขาท�ามีด แลว้ ของเราไดอ้ ยเู่ บด็ เสรจ็ หมนื่ กโิ ล ผมมาดแู ลว้ แหลมคม ได้มาเลม่ หน่งึ ก็เอาไปดงึ ก่ิงไมท้ ีบ่ า้ น วา่ คา่ แรงทา� นาเบด็ เสรจ็ สห่ี มน่ื ปหี นงึ่ ใชเ้ กษตร นายทหาร ไปดเู ขาทา� ต้นกลา้ ท�ายังไง ไปเอา อินทรีย์ เราท�าไว้กิน ข้าวหลังบ้านมีร้อยกว่า จากไหน ไปเรียนแปป๊ เดยี ว ผมมาถงึ กท็ า� เลย กระสอบ ไม่มมี อด เพราะไม่ใชย้ าฆา่ แมลง เรา ใชป้ ยุ๋ อนิ ทรยี ์ ตวั นี้ ๑๐ ไรใ่ ชป้ ยุ๋ ไปสามกระสอบ แทบจะไม่ได้ใส่ด้วยซ�้า แต่ต้องบูรณะดินอยู่ เร่ือย ๆ ไม่ให้มันแข็งตัว ถ้าเราใช้ปุ๋ยอย่างอ่ืน มันเปน็ เคมี ดนิ จะแขง็ ถ้าแตกก็แตกลกึ เลย ที่ นีม่ ันไม่มีแตก มันเป็นเกลด็
๑๕ครู ครบู ุญตนั สิทธิไพศาล ดา้ นอตุ สาหกรรมและหตั ถกรรม ภูมปิ ญั ญาไทย 440 ตรงน้ีก็เป็นเพิงให้น้องชายมาอยู่ มาท�างานด้วยกัน ผมก็ จ่ายเงินตลอด รายวันแล้วก็ให้ตอนปลายปีอีก แบ่งเปอร์เซ็นต์ ให้ ผมให้มีดเล่มละ ๕๐๐ หน่ึงจ่ายสด คนไหนจะมาท�าก็มา แต่ ขอล่วงหน้าไม่ให้เพราะมันได้แล้วไม่มีมาเลย หายไปหลายหม่ืน กว่าจะฉลาดขึ้นมา หายไปหลายแสน ตามก็ไม่มา และท�าเฉย เลย มันมีติดผมต้ังแต่ ๓,๐๐๐ ลงมา เพราะผมก็ไม่กล้าให้มาก เหมือนกัน ตอนน้ีไม่มีแรง ลูกหลานก็ไม่มีมีเงินแล้วจะเอาไป ให้นะ พูดสักค�าก็ยังดีใจ น่ีท�าเฉย ผมก็ต้ังกฎเจ็บไข้ได้ป่วยจะ ไม่ให้แม้แต่บาทเดียว แต่ถ้าเจ็บป่วยในงานเรารับผิดชอบให้ อันนี้ต้องมคี วามอดทน อดร้อน ถา้ เราผา่ นความรอ้ น อดทนได้ มันเป็นตน้ ทุนแรงงานอย่างเดียว เราไม่ตอ้ ง ลงทนุ เปดิ รา้ นขายของ อนั นรี้ บั รองวา่ วชิ านอี้ าชพี นม้ี นั เล้ยี งตวั เองสง่ ลูกถงึ ปริญญาได้ เตาแตล่ ะเตา ครูใชไ้ ม้ ใชถ้ า่ นหรอื ใช้อะไร ใชถ้ า่ น ถา่ นตวั นต้ี อนนมี้ นั ไมม่ ไี มแ้ ลว้ ตอ้ งเอาถา่ นไมส้ กั หวั มนั ทเ่ี อาไมเ้ คลยี รงิ่ เขาตดั ทง้ิ กม็ ชี าวบา้ นในปา่ เขาไปเกบ็ แลว้ เอามาเผา เอามาให้ บางทเี รากต็ อ้ ง เอารถไปขนเอา ถงุ ละ ๖๐ บาท ตอนก่อนถุงละ บาทห้าสิบ ไมส้ ักเปน็ ถ่านทด่ี ี กว่าถ่านพวกไม้มะขาม มันดีมันให้แสงไฟแรงแบบถ่านหุงต้ม แต่ตัวน้ีมันเกี่ยว กบั ถา่ นหุงตม้ มันเป็นถ่านรว้ั ถ่านจากเศษไม้ ฉะน้ันมนั ดตี รงทีเ่ ราเป่า ถ้าเป็นไม้ มะขาม ไมป้ ระดู่ ไมอ้ ย่างดี ๆ เราเปา่ ไม่ได้ พอโดนลม มันแตก มนั ระเบิด แต่ ถา่ นไมส้ กั มนั ไมม่ ี มนั เปน็ ไมแ้ บบเนอ้ื ไมม้ นั แนน่ เกนิ ไปแลว้ มนั แตก แตถ่ า่ นแบบ เราพอมนั เป็นไฟก็เอาเหล็กไปแทง ๆ ขดุ หลุมไวใ้ ห้มันไหมไ้ ปเรอื่ ย
ครบู ุญตัน สิทธิไพศาล ๑๕ครู ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม ภูมิปญั ญาไทย 441 กว่าจะรู้ว่า ไมส้ กั ดี โบราณจรงิ ๆ ทผี่ มเรม่ิ ทา� มดี เนยี้ เปน็ พวกไม้ ผมก็ทดสอบหมด ตอนนี้อยู่ในมัน เต็งรงั สมยั น้ีมันไมม่ ีแล้วครับ ผมมีแต่ต้นเท่าแขน สมองทงั้ หมด เรมิ่ แรก ผมกลวั ไมไ่ ดก้ นิ กต็ อ่ เท่าขาแล้วมันเผาถ่านไม่ได้ เอามาเผาตีเหล็กไม่ ตรงกิ่งยาวพอมันตายรู้แล้วว่าไม่ได้ ตอน ได้ มันเป็นยางเอาเหล็กขน้ึ มาตดิ หนบึ เลย พอเอา น้ีต่อน้ิวคร่ึงจากล�าต้นต่อนิ้วครึ่งได้ผล ทุก ความรอ้ นก็นอ้ ยลง ตอ้ งใช้เวลา อนั นตี้ อ้ งมคี วาม ชนิด วิธีต่อยอดต้นไม้น้ิวครึ่งแล้วผ่าหมาก อดทน อดรอ้ น ถ้าเราผ่านความรอ้ น อดทนได้ มนั เลย ผ่า ๆ เสยี บแลว้ เอาพลาสเทปพัน แล้ว เปน็ ตน้ ทนุ แรงงานอยา่ งเดยี ว เราไมต่ อ้ งลงทนุ เปดิ เอาถงุ คลุม ๑๕ วนั ลองแอบดูกอ่ นถา้ มัน ร้านขายของ อนั นร้ี ับรองวา่ วิชานอ้ี าชพี นม้ี นั เล้ียง เขยี ว มันเรม่ิ แตกใบแล้ว เอายอดระหว่าง ตวั เองส่งลกู ถึงปรญิ ญาได้ ปานกลางท่ีไม่ถึงกับด�า เขียวอ่อนเกินก็ไม่ ได้ ลองจนช�านาญจนเปน็ หมด ลองไดห้ มด สมเดจ็ พระเทพฯ ทา� เรอื่ งพนั ธกุ รรมพชื ตอน นี้พยายามส่งเสริมให้เกษตรปลูกพืชปลูกอะไร ตอนนี้ก็เลยมีทั้งมะม่วง กระท้อน ที่ รกั ษาพรรณ สมนุ ไพรบา้ ง สวนของสมเดจ็ พระเทพ ท�าสวนท�าบา้ น มอี ยู่ ๘ ไรค่ รึ่ง สปก.มีอยู่ เนยี้ เยอะแยะ อนั นกี้ เ็ นน้ ในเรอื่ งของยาสมนุ ไพรไม่ ๖ ไร่ นาติด สปก.มอี ยู่ ๒ ไรค่ รึง่ ทซ่ี ื้อนา ใชเ้ คมี ใหเ้ ดก็ มาเรยี นรู้ ใหเ้ กษตรใชว้ ธิ ธี รรมชาตใิ ห้ ใหม่อีก ๑๐ ไร่ทุกอย่างไม่ใช้เคมี บางคน มากทสี่ ดุ ครูเคยไดย้ ินใชไ่ หมครบั เอาฮอร์โมนมาพ่นไม่ให้มันร่วง ให้มันสวย ผมไม่ใช้ ได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น แจกแล้วยัง เคยครับ ตอนนี้ส่วนมากก็ต้องใช้แบบนี้ ใช้ เหลือขาย นา้� ควันไม้ ถ้าหมกั แลว้ ดินมันไม่ ธรรมชาติเยอะๆ เพราะเราเอาปุ๋ยนู้นปุ๋ยน้ีมาใส่ ยยุ่ มันเหมือนธรรมชาตขิ องปา่ มันจะดีขึ้น เวลาเราไถนา ดินมันไม่ยุ่ย ดินมันติดเป็นก้อนๆ เดย๋ี วด๋าว ฝนมากด็ ีขน้ึ ฝนไปกต็ าย ปหี นา้ พวกปยุ๋ เคมมี นั เหมอื นซเี มนต์ มนั ไปทา� ใหด้ นิ เกาะ ฝนมาเกดิ ใหมอ่ กี มนั จะเปน็ อยา่ งนน้ั ไป ไม้ กันเปน็ ลกู เรามันยนื ตน้ เท่าที่ฟังครูมาเข้ากับเศรษฐกิจพอเพียงของ ในหลวง ทที่ รงพยายามบอกถงึ คา� วา่ พอเพยี งเปน็ อย่างไง ครูก็มีสวนมีนา ท่ีเล่ามาท้ังหมดเกิดจาก การสังเกตและตอ่ ยอด
๑๕ครู ครบู ญุ ตัน สิทธไิ พศาล ดา้ นอตุ สาหกรรมและหตั ถกรรม ภมู ิปญั ญาไทย 442 ตอนน้ีผมก็ใช้อย่างท่ีในหลวงท่าน มีพระราชด�ารัส ปลูกสามอย่างได้ส่ี อย่าง ก็ใช้อย่างนี้และก�าลังจะใช้ระบบ กระฉอก ระบบอากาศเคร่ืองสูบน�้า สญุ ญากาศ ได้ผลลงในเฟส เขาท�าอย่าง นี้มันดูดได้ ผมมาคิดดูแล้วมันได้ ลงทุน ประมาณของเราไม่ใหญ่โต ถังเบนซินสัก สองลกู กไ็ ดแ้ ลว้ ศกึ ษาจากเฟสบคุ๊ แลว้ กม็ า สงั เกตเครอ่ื งสบู นา�้ เรา แตผ่ มยงั ไมไ่ ดท้ า� นะ รอนาอะไรเสร็จกอ่ นจะทดลองดู มันต้องได้
ครบู ญุ ตัน สิทธไิ พศาล ๑๕ครู ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม ภมู ปิ ัญญาไทย 443 พอ่ ของเราบอกแลว้ ให้ทกุ คนท�าอะไรกไ็ ด้ ให้พอกิน ก่อนไปพึง่ คนอ่ืน ถา้ มนั ไม่มจี ะกนิ จริงๆ มเี ยอะท่ีพ่ึง คนไทยด้วยกนั ไม่ใจจืดใจด�าหรอก คนไทยมนี ้�าใจพรอ้ มชว่ ยเหลอื กัน ครูหว่ งอะไรตอนนี้ อยากจะเตือนไวว้ ่า คนไทยเราควรจะหนั กลับมาทา� อาชีพหลักของตวั เองไว้ ดา้ นเกษตร อย่าทิง้ ท�าไว้ อยา่ ใหต้ ่างประเทศเขา้ มากนิ กันหมดเลย เด๋ียวนีเ้ พือ่ น บ้านต่างชาติมาแย่งท�ากันหมดแล้ว ต่อไปคนไทยจะเอาอะไรกิน ไม่จ้ีก็ปล้น ท�านดิ ๆ ก็จะเอาเปน็ หมื่นเปน็ พัน ในหลวง รชั กาลท่ี ๙ พ่อของเราบอกแล้ว ใหท้ ุกคนทา� อะไรก็ได้ ให้พอกนิ กอ่ นไปพ่ึงคนอ่นื ถา้ มนั ไมม่ จี ะกินจรงิ ๆ มีเยอะทพ่ี ึง่ คนไทยดว้ ยกนั ไม่ใจจืดใจดา� หรอก คนไทยมนี า้� ใจพรอ้ มชว่ ยเหลอื กนั อยา่ งผมยงั ใหเ้ ลย เขาไมม่ อี ะไรหมดแลว้ ทุกอยา่ งเลย ไม่มีจะกินผมให้ แต่กินแลว้ คณุ ตอ้ งทา� นะ ถา้ ไม่เปน็ ผมกจ็ ะสอนให้ ตอ้ งรจู้ กั ทา� มาหากิน เราช่วยได้ก็ช่วย ทุกวันนีผ้ มใหว้ ชิ าเขาไป ผมขอเพียงให้ทุก คนทา� กนิ ไมต่ อ้ งไปเปน็ ข้ขี ้า ไปเอาประวตั ิท่าน ร.๕ มาอา่ นเลย ปลดทาสแลว้ เจ้า ยงั นเ้ี ขา้ ไปซกุ หัวเป็นทาสอีก
๑๕ครู ครบู ุญตัน สิทธิไพศาล ด้านอตุ สาหกรรมและหตั ถกรรม ภมู ิปัญญาไทย 444 เรื่องเกษตร ในทุกวันน้ีเด็กก็ไม่เอาแล้ว ปาปาจงไช่ มามาจงไช่ เกลอเกลอจงไช่ ไม่รจู้ ะพูดยังไง ปญั หาใหญท่ ี่สดุ กค็ ือ อยากจะ วอเยียจงไช่ ให้คนไทยทั้งหมดกลับมาเปลี่ยนจิตใจกลับมา แปลว่า พ่อปลูกผกั แมป่ ลกู ผัก พกี่ ป็ ลูก ประกอบอาชพี เช่น ปู่ ยา่ ตา ทวด เถอะ เรา ผัก ฉนั กห็ ัดปลกู ผัก ก็จะดีข้ึน แต่มันไม่ยอมกันตรงนี้แหละมันเป็น เคร่อื งคดิ เลขไมม่ ี สองหน่ึงสอง สองสอง โรคอะไรไม่รู้ พอมีทรัพย์สมบัติหน่อยก็เอาไป ส่ี ไมม่ คี รบั เรอื่ งเครอ่ื งคดิ เลข เดยี๋ วนจี้ นี ยงั สอน ผอ่ นรถ ผอ่ นทา� ไมรถละ่ เรายงั ไมม่ ที ใี่ ชง้ าน ผม เหมือนเดิมหนังสือเล่มเดิมเลย เร่ิมต้นอันเดิม ทา� งานมาแทบตายจนอายุ ๗๐ เพิง่ กล้าซือ้ รถ สอนมาตั้งแต่ดึกด�าบรรพ์เลย ท�างาน ท�างาน มาใช้งาน เมื่อก่อนนี้มีเงินแต่ไม่กล้าซื้อไม่รู้จะ ให้เป็นไมม่ คี �าว่าสอน แตง่ หน้า เดก็ ของจนี ไมม่ ี เอาไปทา� อะไร ซือ้ มาจอดท้ิงไว้ วนั ดคี ืนดีเพื่อน ของจีนจะสอน เขาสอนไปเร่อื ย เขาจะดทู ่เี รา ญาติมายืมหน่อย มันก็พัง เรากเ็ อามาใช้ถ้าเรา เรียน ดทู หี่ นังสือเขียน จ�าเป็น นี่คือ ตัวตนของโกเน้ียว สล่าบุญตัน เราจะทา� ยงั ไงใหเ้ ดก็ มารกั การเกษตร เมอื่ สิทธไิ พศาล แห่งหมู่บ้านขามแดง ห้างฉัตร บอกเด็กปลูกอันนี้หน่อย อันน้ีหน่อยก็ไม่เอา จ.ลา� ปาง ครภู มู ปิ ญั ญาไทย รุ่นท่ี ๕ ดา้ น วิชาตัวน้ีมันต้องอยู่ในพ้ืนฐานแบบ อุตสาหกรรมและหัตถกรรม ของ สภา นักเรียนตั้งแต่เตรียมอนุบาลไปเลย เตรียม การศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ประจ�าปี อนุบาลไม่มีวิชาตัวน้ี ผมไปนั่งดูหลาย ๆ พุทธศักราช ๒๕๔๙ โรงเรียนมาแล้วผิด ผิดมาก ๆ เลย ตอนสมัย ผมเป็นนักเรียนไม่ได้สอนแบบนี้ โรงเรียนจีน ท่ีอยู่ปัจจุบัน : ๑๓๙ ม.๖ ต.ห้างฉัตร เขาเขยี นไวใ้ นหนงั สอื เหมอื นกันทุกแห่ง อ.ห้างฉัตร จ.ลา� ปาง ๕๒๑๙๐
ครูบญุ ตัน สิทธไิ พศาล ๑๕ครู ดา้ นอุตสาหกรรมและหัตถกรรม ภูมปิ ญั ญาไทย 445 ฝึกตีดาบ “ตดี าบดว้ ยหวั ใจ” แห่งบา้ นขามแดง เมืองรถม้า โกเนยี้ ว : ครบู ญุ ตนั สทิ ธไิ พศาล “ตดี าบดว้ ยหวั ใจ” ทช่ี าวอาทติ ย์ อทุ ยั ชืน่ ชมในฝมี อื ส่ังผลิตดาบซามไู รมากวา่ ๒ ทศวรรษ งานตมี ดี และดาบ เปน็ ศาสตร์และศิลป์ท่ีทรงคณุ ค่าแกก่ ารอนรุ กั ษแ์ ละสบื ทอด ครบู ญุ ตนั ครภู มู ปิ ญั ญาไทย รนุ่ ที่ ๕ ผใู้ สใ่ จและประณตี ในทกุ ขน้ั ตอน ตั้งแต่เลอื กใช้วสั ดทุ ่มี ีคณุ ภาพดีท่สี ดุ ใช้ถา่ นไม้สกั เพือ่ เผาดาบ
๑๕ครู ครบู ญุ ตนั สทิ ธไิ พศาล ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม ภมู ิปญั ญาไทย 446 ครู ๑๕ทอ่ี ยู่ ภูมปิ ัญญาไทย ครบู ญุ ตนั สทิ ธไิ พศาล ท่อี ยปู่ ัจจุบัน : ๑๓๙ ม.๖ ต.ห้างฉัตร อ.หา้ งฉตั ร จ.ลา� ปาง ๕๒๑๙๐ ครูกติ ติ อนนั ต์แดง ที่อย่ปู ัจจบุ ัน : ๑๐๔ ม. ๑๒ ต.วงั ตะกอ อ.หลงั สวน จ.ชมุ พร ๘๖๑๑๐ ครูกชี า วิมลเมธี ทอ่ี ยู่ปัจจุบัน : ๑๗/๑ วดั ศาลามชี ยั ถ.ราชดา� เนิน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ๘๐๐๐๐ ครขู วญั ดิน สงิ หค์ �า ท่อี ยปู่ ัจจุบนั : ๒๗๑ ม.๑๕ ต.กระแซง อ.กนั ทรลกั ษ์ จ.ศรีสะเกษ ๓๓๑๑๐ ครคู า� พนั อ่อนอุทัย ที่อยปู่ จั จบุ ัน : ๑๖๒ ม. ๑ ต.นาดี อ.ด่านซา้ ย จ.เลย ๔๒๑๒๐ ครูจินดา บุษสระเกษ ทอ่ี ยู่ปจั จบุ ัน : ๓ ม.๒ ต.บ้านใหม่ อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา ๓๐๔๑๐ ครูดวงเนตร ดุริยพนั ธุ์ ทอ่ี ยปู่ จั จบุ นั : ๑๑๑ แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรงุ เทพฯ ๑๐๑๒๐ ครูถนอม ศริ ิรักษ์ ทอ่ี ยูป่ จั จบุ ัน : ๔๒ ม.๔ ต.จะทงิ พระ อ.สทงิ พระ จ.สงขลา ๙๐๑๙๐
ครูบุญตัน สิทธไิ พศาล ๑๕ครู ดา้ นอตุ สาหกรรมและหัตถกรรม ภมู ิปญั ญาไทย 447 ครทู องใบ แท่นมณี ทอ่ี ยปู่ จั จบุ ัน : ๙/๕ ม.๖ ต.ตน้ มะม่วง อ.เมือง จ.เพชรบรุ ี ๗๖๐๐๐ ครูพงษเ์ ทพ เพยี รทา� ทอ่ี ย่ปู ัจจบุ นั : ๑๓๒ ม.๓ ต.กู่จาน อ.คา� เขื่อนแก้ว จ.ยโสธร ๓๕๑๑๐ ครูไพบลู ย์ พันธ์เมอื ง ทอ่ี ยู่ปัจจุบนั : ๙๗/๕ ม.๓ ต.ทะเลทรพั ย์ อ.ปะทิว จ.ชุมพร ๘๖๑๖๐ ครูมารศรี วนาโชติ ทอ่ี ยปู่ ัจจบุ ัน : ๒๑๕ ม.๑๒ ต.บ้านกาด อ.แมส่ ะเรียง จ.แม่ฮอ่ งสอน ๕๘๑๑๐ ครเู ลก็ กุดวงคแ์ ก้ว ท่ีอย่ปู จั จุบัน : ๒๓๔ ม.๕ บ้านบวั ต.กุดบาก อ.กดุ บาก จ.สกลนคร ๔๗๑๘๐ ครวู ฒุ ิ วฒุ ิธรรมเวช ที่อยปู่ ัจจบุ ัน : ๗๑/๙๓ ถ.เพชรเกษม ๘๑/๒ แขวงหนองคา้ งพลู เขตหนองแขม กทม. ๑๐๑๖๒ ครูสมบูรณ์ แวน่ วชิ ยั ที่อยปู่ ัจจุบนั : ๒/๑ ถ.เพลนิ ฤดี ต.ทา่ อิฐ อ.เมอื ง จ.อุตรดติ ถ์ ๕๓๐๐๐
๑๕ครู ครบู ญุ ตนั สิทธไิ พศาล ดา้ นอตุ สาหกรรมและหตั ถกรรม ภูมิปัญญาไทย 448 คณะผู้จัดทำ� ทปี่ รึกษา ทปี่ รึกษาพเิ ศษประจาำ สำานักนายกรฐั มนตรี l นายชยั พฤกษ์ เสรีรกั ษ์ เลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา l นายสุภทั ร จำาปาทอง รองเลขาธิการสภาการศึกษา (๖ มิ.ย. ๖๐ - ๓๐ ก.ย. ๖๑) l นายชัยยศ อ่มิ สวุ รรณ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา l นางวัฒนาพร ระงับทกุ ข์ รองเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา l นายสมศักด์ิ ดลประสิทธิ์ รองผู้อาำ นวยการโครงการอนรุ ักษพ์ นั ธุกรรมพชื l นายพรชัย จุฑามาศ อนั เน่ืองมาจากพระราชดาำ รฯิ (อพ.สธ.) l นายสำาเนา เน้อื ทอง ผู้อาำ นวยการสำานกั มาตรฐานการศึกษาและ l นางปยิ รษั ฎ์ ปรญิ ญาพงษ์ เจริญทรพั ย์ พฒั นาการเรียนรู้ l นางสาววัลภา เลก็ วฒั นานนท์ เลขานุการคณะกรรมการ อพ.สธ. นกั วชิ าการศกึ ษาชำานาญการพิเศษ บรรณาธกิ าร l นางสาวพฒุ สิ าร์ อคั คะพู l นางสาวปยิ ะมาศ เมดิ ไธสง ผ้จู ัดทำา l นางสาวปิยะมาศ เมิดไธสง l นายเสกสรร สทิ ธาคม l นายวชิ เทพ ฦาชาฤทธ์ิ ปก/ศิลปะรปู เลม่ l นายธนวัฒน์ ฦาชาฤทธิ์ ผปู้ ระสานงาน l นางมนวุ ดี สมบรู ณท์ รพั ย์ l นางสาวปยิ ะมาศ เมดิ ไธสง l นางสาววรากร สายแกว้ l นางสาวบศุ รา บญุ เกดิ พมิ พท์ ี่ บรษิ ทั อมรนิ ทร์พริ้นตง้ิ แอนด์พับลชิ ชิ่ง จาำ กดั (มหาชน) ๓๗๖ ถนนชยั พฤกษ์ (บรมราชชนน)ี เขตตลิ่งชนั กรุงเทพฯ ๑๐๑๗๐ โทรศพั ท์ ๐-๒๔๒๒-๙๐๐๐, ๐-๒๘๘๒-๑๐๑๐ โทรสาร ๐-๒๔๓๓-๒๗๔๒, ๐-๒๔๓๔-๑๓๘๕
โครงการอนรุ กั ษพ นั ธกุ รรมพชื อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี สนองพระราชดำริ โดย สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ๙๙/๒๐ ถนนสุโขทยั แขวงดุสติ กรุงเทพมหานคร ๑๐๓๐๐ โทร. ๐๒ ๖๖๘ ๗๑๒๓ E - mail : [email protected]
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450