232 ภำพท่ี 27 กวางทดลองหมายเลข 703 กอ่ นการทดลอง ภำพที่ 28 กวางทดลองหมายเลข 704 กอ่ นการทดลอง
233 ผลกำรวเิ ครำะหข์ ้อมลู โครงกำรยอ่ ยท่ี 4 1 ผลกำรดำเนินงำน การให้อาหารกวางภายในฟาร์ม กาหนดเวลาการให้อาหาร 2 ช่วงเวลา คือ เวลา 8.00 น. และ เวลา 16.00 น. โดยประมาณ โดยมพี นักงานเดินเข้าไปในคอกนาหญ้าหยิบหญา้ เทลงในกระบะ ลอ้ ยาง โดยอาศัยการประมาณการจากน้าหนกั ตัวกวางที่อย่ใู นภายในคอกทัง้ หมดและให้อาหาร 10% ของน้าหนักตัว อาจจะมากน้อยข้ึนอยู่กับช่วงการเจริญเติบโตของกวางด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ทางภักดี ฟาร์มยังไม่มีเคร่ืองช่ังน้าหนักกวาง จึงใช้ประสบการณ์ในการประมาณการน้าหนักกวางด้วยสายตา โดยพจิ ารณาจากขนาดและรูปร่างของกวาง เนือ่ งจากบรเิ วณโดยรอบของฟาร์มเป็นเนนิ และมบี รเิ วณ กว้าง การให้อาหารกวางแต่ละครั้ง/วัน จึงไม่ค่อยสะดวก ใช้เวลาในการนาอาหารเข้าไปในคอก ค่อนข้างนาน ดังน้ัน งานวิจัยน้ีมีแนวคิดในการออกแบบและพัฒนาโปรแกรมการให้อาหารกวาง อัตโนมัติเพ่ือลดปัญหาในการใช้แรงงานคน ประหยัดเวลา สะดวก ทาให้สามารถลดต้นทุนในการ ดาเนนิ ธุรกจิ ได้ ดงั นี้ 1) การออกแบบเคร่ืองให้อาหารกวางประกอบด้วยตัวถังสาหรับใส่อาหารภายในถังมีแกน หมุน ช่องจ่ายอาหารมีลิ้นเปิด/ปิดควบคุมโดยมอเตอรไ์ ฟฟ้าโดยจ่ายอาหารหรือปล่อยหญ้าไดน้ ้าหนัก ตามทก่ี าหนดไวแ้ ละจะหยุดจา่ ยเมื่อปล่อยอาหารไดต้ ามน้าหนักท่กี าหนดไว้ 2) สายพานลาเลียงออกแบบเพ่ือรองรับอาหารท่ีถูกปล่อยลงมา ประกอบด้วย มอเตอร์ สายพานลาเลียง ซ่ึงมชี ่องรองรับอาหารท่ีออกแบบให้กวางสามารถก้มกินอาหารได้ สายพานลาเลยี ง ทางานโดยเล่ือนไปเร่ือยตามอัตราความเร็วของมอเตอร์ ซึ่งเล่ือนสายพานขึ้นอยู่กับปริมาณอาหารท่ี ปลอ่ ยจ่ายลงมา 3) โปรแกรม/ระบบการส่งั จ่ายอาหารอัตโนมตั ิ มีคณุ สมบตั ดิ ังน้ี - สามารถต้งั เวลาลว่ งหนา้ เพอ่ื สงั่ จา่ ยอาหารได้ - มีไฟแสดงสถานะการทางานของเครื่อง (on/off) - สามารถส่งั จา่ ยอาหารผ่านระบบเครอื ข่ายได้ (ระยะไกล) - กาหนดปริมาณนา้ หนกั ของอาหารท่ีต้องการจ่ายได้ 4) เครือ่ งชัง่ น้าหนักกวาง ออกแบบตดิ กับกล่องภายในโรงจดั การของฟารม์ เมื่อกวางเดินเข้า มาภายในกล่อง เครื่องอ่านสัญญาณจะอ่านรหัสประจาตัวกวางและจับตัวเลขน้าหนักตัวกวาง แล้ว แสดงผลข้ึนจอภาพเพอื่ บอกใหท้ ราบวา่ กวางตวั นีช้ ่อื ว่าอะไร มีน้าหนกั เท่าไร เปน็ ต้น 5) ข้อมูลจากการชั่งน้าหนักตัวจะถูกส่งไปยังระบบฐานข้อมูลเพ่ือเก็บเป็นข้อมูลการ เจริญเตบิ โต โดยมรี ะบบสารสนเทศเพื่อการจัดการงานฟารม์ เก็บขอ้ มลู ควบคู่กันไป
234 6) ระบบสารสนเทศเพ่อื การจัดการงานฟาร์มทาหน้าท่ีบันทึกขอ้ มูลกวาง เชน่ ข้อมูลประวัติ กวาง (ประกอบด้วย ชื่อพ่อพันธ์ุ ช่ือแม่พันธุ์ สายพันธ์ุ วันเดือนปีเกิด เป็นต้น) ข้อมูลการฉีดวัคซีน ขอ้ มลู การตดั เขา ขอ้ มลู การผสมพนั ธ์ุ ข้อมลู การเจริญเติบโต จากผลการวิจัยการพัฒนาโปรแกรมการให้อาหารกวางอัตโนมัติมีความสะดวกในการใช้งาน และการให้อาหารกวางมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ทาให้ประหยัดเวลา ประหยัดแรงงานพนักงานหรือ ผปู้ ฏบิ ตั ิงานงานฟารม์ ในการนาอาหารไปใหก้ วางในแตล่ ะครง้ั
ผลกำรวเิ ครำะห์ข้อมูลโครงกำรย่อยที่ 5 ในการศกึ ษาวิจยั ครัง้ น้ี มีวัตถุประสงคก์ ารวิจัย 1) พฒั นาสอื่ การเรยี นรู้ เร่อื งการเลย้ี งกวางเชงิ พาณิชย์ ในรูปแบบการ์ตูนแอนิเมชัน 3 มิติ ในรูปแบบ 3 ภาษา (ไทย อังกฤษ จีน) โดยได้รับผลการประเมินความพึง พอใจจากผรู้ ับการถา่ ยทอดอย่างน้อยอยู่ในระดับดี และ 2) ศกึ ษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิการรับรู้ของผู้รบั การ ถ่ายทอดองค์ความรู้กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมโดยวิธกี ารสอนแบบบรรยายกบั วิธีการสอนโดยใช้ส่ือการ์ตูน แอนเิ มชันเป็นหลัก สาหรบั เกษตรกรในชมุ ชน ต.วงั นกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก และผทู้ ี่สนใจเร่ืองการเล้ียง กวางเชิงพาณชิ ย์ มีกลุ่มตัวอย่าง คอื เกษตรกรในชมุ ชน ต.วังนกแอน่ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก และผู้ทส่ี นใจเร่ือง การเล้ียงกวางเชิงพาณิชย์ จานวน 50 คน โดยผู้วิจัยได้ทาการทดลองและวิเคราะห์ขอ้ มูลสามารถสรปุ ผลตาม สมมุตฐิ าน ดังนี้ 4.1 คณุ ภาพของส่อื การเรยี นรู้ เร่ืองการเลีย้ งกวางเชงิ พาณชิ ยใ์ นรูปแบบการต์ ูนแอนิเมชนั 3 มติ ิ ใน รูปแบบ 3 ภาษา (ไทย องั กฤษ จีน) อยู่ในระดับดี 4.2 ผลการเปรียบเทยี บผลสมั ฤทธิ์ทางการรับรู้ของผรู้ บั การถ่ายทอดองค์ความรกู้ ลมุ่ ทดลองและกลุ่ม ควบคมุ ก่อนเรียนและหลงั เรยี นแบบบรรยายกบั แบบใช้ส่ือการต์ นู แอนิเมชนั เปน็ หลัก 4.3 ผลการประเมินความพึงพอใจจากผู้รับการถ่ายทอดโดยใช้สื่อการ์ตูนแอนิเมชันเป็นหลัก อยู่ใน ระดับดี 4.1 คณุ ภำพของสือ่ กำรเรยี นรู้ เรือ่ งกำรเลยี้ งกวำงเชิงพำณชิ ย์ในรูปแบบกำรต์ นู แอนิเมชนั 3 มิติ ใน รูปแบบ 3 ภำษำ (ไทย อังกฤษ จนี ) 4.1.1 พัฒนาส่อื การเรียนรู้ เร่อื งการเลี้ยงกวางเชงิ พาณิชยใ์ นรปู แบบการ์ตนู แอนิเมชัน 3 มติ ิ ใน รูปแบบ 3 ภาษา (ไทย อังกฤษ จีน) มขี ้นั ตอน ดังนี้ 4.1.1.1 กาหนดขอบเขตของเนื้อเรื่องและเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกจาก ผูป้ ระกอบการภักดีฟาร์ม ผู้ดแู ลและเลี้ยงกวาง และผู้ทรงคุณวุฒิร่วมกับการลงภาคสนาม รวมทง้ั ศึกษาค้นคว้า ข้อมูลจากตารา เอกสารวิชาการบทความท่ีเกี่ยวข้อง เพ่ือนามาทาต้นแบบสื่อองค์ความรู้ เร่ืองการเล้ียงกวาง เชงิ พาณชิ ย์ สาหรบั การการเขียนบทการ์ตนู แอนเิ มชนั 4.1.1.2 ออกแบบและพัฒนาส่ือการ์ตูนแอนิเมชัน 3 มิติ เรื่องการเล้ียงกวางเชิงพาณิชย์ โดยใชห้ ลกั การผลิตสื่อ 3P คือ 1) ข้นั ก่อนการผลติ (Pre-Production) 2) ขั้นการผลติ (Production) และ 3) ข้ันหลังการผลิต (Post-Production) โดยใช้การมีส่วนร่วมของผู้วิจัย ผู้ประกอบการภักดีฟาร์ม และ ผูท้ รงคุณวฒุ ใิ นการแลกเปลี่ยนความคดิ เหน็ ตรวจสอบความเท่ียงตรงด้านเนื้อหาและการดาเนนิ เร่ือง ด้านการ ออกแบบตัวละคร ฉาก และเสียงประกอบ ตลอดจนด้านคุณค่าและประโยชน์ที่ได้รับ จนได้ต้นแบบร่างส่ือ การต์ นู แอนิเมชัน 3 มิติ หลงั จากนั้นนาไปทาการศกึ ษาความคดิ เหน็ ของผเู้ ชี่ยวชาญประเมินคณุ ภาพ ดา้ น เนื้อหา จานวน 3 ท่าน ด้านการออกแบบสื่อวีดิทัศน์ จานวน 4 ท่าน และด้านการใช้ภาษา จานวน 3 ท่าน รวมผู้เช่ียวชาญในการประเมินคุณภาพการต์ ูนแอนิเมชัน 3 มิติ ในรปู แบบ 3 ภาษา (ไทย องั กฤษ จนี ) ทั้งหมด 10 ท่าน ดังแสดงในตารางที่ 4.1.1 ตำรำงที่ 4.1.1 ผลกำรประเมินคุณภำพสอ่ื กำรต์ ูนแอนิเมชัน 3 มิติ เรอื่ งกำรเลย้ี งกวำงเชิงพำณิชย์ รายการท่ปี ระเมนิ Mean SD. ระดบั คณุ ภาพ ด้านเนอ้ื หาและการดาเนินเรอื่ ง
236 1. เน้ือหาสอดแทรกความรู้เร่อื งการเลี้ยงกวาง 4.7 .458 ดมี าก 2. เนื้อหามีความชัดเจน เป็นลาดับขั้น เข้าใจง่าย 4.6 .489 ดมี าก 3. เนื้อหามคี วามสนุกสนาน ชวนตดิ ตาม 4.4 .489 4. เนื้อหาเหมาะสมกับกลมุ่ เป้าหมาย 4.7 .458 ดี 5. เนอื้ หามคี วามทันสมยั และถูกต้องกบั ความเป็นจริง 4.7 .458 ดมี าก 4.62 .470 ดมี าก รวม ดมี าก 4.6 .489 ด้านการออกแบบตัวละคร ฉาก และเสียงประกอบ 4.3 .640 ดีมาก 6. ตวั ละครมีความสวยงาม และน่าสนใจ 4.6 .489 ดี 7. ฉากมีความสวยงามเหมาะสม 4.4 .663 8. ภาพประกอบสอื่ สารความหมายไดต้ รงกบั เนื้อหา 4.4 .489 ดมี าก 9. ขนาดของตัวอักษรมคี วามเหมาะสม 4.8 .4 ดี 10. สขี องตวั อักษรมคี วามเหมาะสม 4.5 .5 ดี 11. เสยี งบรรยายมคี วามสมบูรณ์ชัดเจนตลอดท้ังเร่อื ง 4.7 .458 12. เสียงดนตรีประกอบมีความเหมาะสม 4.6 .489 ดีมาก 13. ระยะเวลาในการดาเนนิ เรอื่ งเหมาะสม ดี 14. ภาพรวมของการจัดวางตัวละคร ฉาก และภาพประกอบมี 4.54 .513 ดีมาก ความเหมาะสม 5.0 0 ดีมาก 4.6 .489 รวม 4.6 .489 ดีมาก 5.0 0 ด้านคณุ คา่ และประโยชนท์ ไ่ี ดร้ ับ 4.80 .244 ดมี าก 15. สามารถใช้เป็นแหลง่ เรียนร้ไู ด้ 4.62 .441 ดมี าก 16. สามารถนาความรู้ทีไ่ ด้รบั ไปประยกุ ต์ใช้ใหเ้ กดิ ประโยชนไ์ ด้ ดมี าก 17. สามารถนาความรไู้ ปเผยแพร่/ถ่ายทอดแก่บคุ คลที่สนใจได้ ดมี าก 18. ภาพรวมคุณคา่ และประโยชนไ์ ด้รบั ดมี าก ดีมาก รวม สรปุ ภาพรวมคณุ ภาพของสือ่ การต์ นู แอนิเมชนั จากตารางท่ี 4.1.1 จากการประเมนิ คุณภาพการ์ตูนแอนิเมชัน 3 มิติ เรอ่ื งการเลี้ยงกวางเชิงพาณิชย์ โดยผู้เชี่ยวชาญท้ัง 10 ท่าน พบว่า คุณภาพการ์ตูนแอนิเมชนั 3 มิติ เรื่องการเลย้ี งกวางเชิงพาณิชย์ มีคุณภาพ อยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.62 ซ่ึงด้านที่มีผลการประเมินคุณภาพสูงท่ีสุดคือ ด้านคุณค่าและ ประโยชน์ทีไ่ ด้รับ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.80 รองลงมาคือ ดา้ นเน้ือหาและการดาเนนิ เร่อื ง มีคา่ เฉลี่ยเท่ากับ 4.62 และด้านการออกแบบตัวละคร ฉาก และเสยี งประกอบ มคี า่ เฉลย่ี เท่ากบั 4.54 เม่ือพิจารณาด้านคุณค่าและประโยชน์ที่ได้รับ โดยรวมมีคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.80 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าส่ือการ์ตนู แอนิเมชนั 3 มติ ิฯ สามารถใชเ้ ป็นแหล่งเรียนรู้ได้ และภาพรวม คุณคา่ และประโยชน์ได้รับ มีค่าเฉลยี่ มากทส่ี ุดเทา่ กับ 5.0 รองลงมาคือ สามารถนาความรู้ท่ีไดร้ ับไปประยกุ ตใ์ ช้ ใหเ้ กิดประโยชนไ์ ด้ และสามารถนาความรไู้ ปเผยแพร/่ ถ่ายทอดแก่บุคคลทสี่ นใจได้ มีค่าเฉล่ียเทา่ กับ 4.6 เมื่อพิจารณาด้านเน้ือหาและการดาเนินเร่ือง โดยรวมมีคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.62 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าส่ือการ์ตูนแอนิเมชัน 3 มิติฯ มีเนื้อหาสอดแทรกความรู้เรื่องการเลี้ยง
237 กวาง เนื้อหาเหมาะสมกับกลุ่มเปา้ หมาย และเนื้อหามีความทนั สมยั และถูกตอ้ งกับความเปน็ จริง มีคา่ เฉลีย่ มาก ท่ีสุดเท่ากับ 4.7 รองลงมาคือ เนื้อหามีความชัดเจน เป็นลาดับขั้น เข้าใจง่าย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.6 และ เน้อื หามีความสนกุ สนาน ชวนตดิ ตาม มีคา่ เฉลี่ยเท่ากับ 4.4 เม่ือพจิ ารณาด้านการออกแบบตัวละคร ฉาก และเสยี งประกอบ โดยรวมมีคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก มคี า่ เฉล่ยี เท่ากบั 4.54 เมอ่ื พิจารณาเป็นรายขอ้ พบวา่ สอ่ื การ์ตนู แอนิเมชัน 3 มิติฯ ในเรอื่ งของเสียงบรรยายมี ความสมบูรณ์ชัดเจนตลอดท้ังเรื่อง มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดเท่ากับ 4.8 รองลงมาคือ ระยะเวลาในการดาเนินเร่ือง เหมาะสม มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.7 ตัวละครมีความสวยงาม และน่าสนใจ ภาพประกอบส่ือสารความหมายได้ ตรงกับเน้ือหา และภาพรวมของการจดั วางตวั ละคร ฉาก และภาพประกอบมีความเหมาะสม มีค่าเฉลีย่ เท่ากับ 4.6 เสยี งดนตรปี ระกอบมคี วามเหมาะสม มีค่าเฉลี่ยเทา่ กบั 4.5 ขนาดของตัวอักษรมีความเหมาะสม และสีของ ตัวอักษรมีความเหมาะสม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.4 และฉากมีความสวยงามเหมาะสม มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.3 ตามลาดับ
238 4.2 ผลกำรเปรียบเทยี บผลสัมฤทธิ์ทำงกำรรับรู้ของผู้รับกำรถ่ำยทอดองค์ควำมรู้กลมุ่ ทดลองและ กลุม่ ควบคมุ กอ่ นเรยี นและหลงั เรยี นแบบบรรยำยกบั แบบใช้ส่อื กำร์ตูนแอนิเมชันเปน็ หลกั ตำรำงที่ 4.2.1 ผลสัมฤทธ์ทิ ำงกำรรบั รู้ของผู้รับกำรถำ่ ยทอดองค์ควำมร้กู ลมุ่ ทดลองและกลุ่มควบคมุ ก่อน เรียนและหลงั เรยี นแบบบรรยำยกับแบบใช้สื่อกำรต์ นู แอนเิ มชันเป็นหลัก วธิ ีบรรยาย (20 คะแนน) ใชส้ ือ่ การ์ตูน (20คะแนน) คนที่ กอ่ นเรยี น หลงั เรียน ∑D ∑D2 กอ่ นเรียน หลังเรยี น ∑D ∑D2 7 49 18 10 24 9 16 12 144 11 121 29 6 -3 -9 4 16 10 100 7 49 37 4 -3 -9 3 14 9 81 6 36 48 14 6 36 7 17 18 324 8 64 57 9 24 6 13 7 49 9 81 68 14 6 36 9 18 9 81 8 64 77 14 7 49 7 13 4 16 7 49 85 14 9 81 1 19 12 144 12 144 94 13 9 81 5 13 6 36 10 100 10 10 13 39 7 14 12 144 7 49 11 8 14 6 36 4 13 4 16 9 81 12 10 13 39 7 16 5 25 6 36 13 5 13 8 64 10 18 215 2083 14 7 14 7 49 9 13 15 7 12 5 25 7 14 16 4 9 5 25 3 15 17 5 9 4 16 6 18 18 7 11 4 16 7 13 19 8 10 24 4 14 20 10 12 24 2 14 21 8 13 5 25 8 15 22 5 8 39 10 14 23 4 9 5 25 7 16 24 2 10 8 64 10 15 25 1 9 8 64 9 15 ผลรวม 113 717 ผลรวม
239 ตำรำงที่ 4.2.2 กำรเปรียบเทียบผลสมั ฤทธ์ิทำงกำรรับร้ขู องผูร้ บั กำรถ่ำยทอดองค์ควำมรู้ก่อนเรยี นดว้ ย วิธกี ารสอนแบบบรรยายกบั แบบใช้การ์ตูนแอนเิ มชนั เปน็ หลกั ดว้ ยสถติ ิ Independent Sample t-test ผู้รับการถา่ ยทอดองคค์ วามรู้ จานวน Mean S.D. t P-Value กลุ่มควบคุม 25 6.56 2.382 -.170 .866 กลุ่มทดลอง 25 6.44 2.599 จากตารางจะเห็นได้ว่า ผู้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ก่อนเรียนท้ังสองวิธีการสอนมีผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรยี นทแี่ สดงด้วยค่าเฉลีย่ ท่ใี กลเ้ คยี งกัน ทาใหน้ ยั สาคัญทางสถิตไิ ม่แตกตา่ งกัน ตำรำงที่ 4.2.3 กำรเปรยี บเทียบผลสมั ฤทธ์ิทำงกำรรับรขู้ องผู้รบั กำรถ่ำยทอดองค์ควำมรู้หลังเรียนด้วย วิธกี ารสอนแบบบรรยายกับแบบใช้การ์ตูนแอนิเมชันเป็นหลัก ดว้ ยสถติ ิ Independent Sample t-test ผรู้ ับการถา่ ยทอดองค์ความรู้ จานวน Mean S.D. t P-Value กลุ่มควบคมุ 25 11.08 2.753 5.984 .000** กลมุ่ ทดลอง 25 15.04 1.837 ** ระดบั นัยสาคญั ท่ี 0.01 จากตารางจะเห็นได้ว่า ผู้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้หลังเรียนทั้งสองวิธีการสอนมีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรยี นท่แี ตกตา่ งกัน โดยกลุ่มทดลองมีคะแนนคา่ เฉลี่ยท่ีสงู กว่าอยา่ งมีนัยสาคัญทางสถติ ิที่ระดับ .01 ตำรำงท่ี 4.2.4 กำรเปรยี บเทยี บผลสมั ฤทธท์ิ ำงกำรรับรู้ของผ้รู ับกำรถ่ำยทอดองค์ควำมรู้กลมุ่ ควบคุมกอ่ น เรยี นและหลังเรียนดว้ ยวธิ ีการสอนแบบบรรยายกบั แบบใช้การ์ตนู แอนิเมชันเป็นหลกั ดว้ ยสถิติ Dependent Sample t-test การเปรยี บเทยี บ จานวน Mean S.D. ΣD ΣD2 t P-Value กอ่ นเรียน 25 6.56 2.382 113 717 -7.114 .000** หลงั เรยี น 25 11.08 2.753 ** ระดบั นัยสาคญั ที่ 0.01 จากตารางจะเห็นได้วา่ ผรู้ บั การถ่ายทอดองค์ความรู้กลมุ่ ควบคุมมีผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนหลงั เรยี นสูง กว่ากอ่ นเรยี น อย่างมนี ัยสาคัญทางสถติ ิท่รี ะดับ .01 ตำรำงท่ี 4.2.5 กำรเปรียบเทยี บผลสัมฤทธิ์ทำงกำรรบั รขู้ องผู้รบั กำรถำ่ ยทอดองค์ควำมรู้กลุ่มทดลองกอ่ น เรียนและหลังเรยี นดว้ ยวิธกี ารสอนแบบบรรยายกับแบบใช้การ์ตูนแอนเิ มชนั เปน็ หลัก ดว้ ยสถิติ Dependent Sample t-test การเปรยี บเทียบ จานวน Mean S.D. ΣD ΣD2 t P-Value กอ่ นเรยี น 25 6.44 2.599 215 2083 -13.771 .000** หลังเรยี น 25 15.04 1.837 ** ระดับนัยสาคัญท่ี 0.01
240 จากตารางจะเห็นได้วา่ ผ้รู บั การถ่ายทอดองค์ความรู้กล่มุ ทดลองมผี ลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นหลงั เรยี นสูง กว่ากอ่ นเรยี น อย่างมนี ยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดับ .01 4.3 ควำมพงึ พอใจของผู้รับกำรถำ่ ยทอดโดยใช้สื่อกำรต์ ูนแอนเิ มชนั เป็นหลกั อยูใ่ นระดบั ดี ตำรำงที่ 4.3.1 ควำมพงึ พอใจของผ้รู บั กำรถ่ำยทอดองค์ควำมรูโ้ ดยใช้สอ่ื กำรต์ ูนแอนิเมชัน 3 มิติ เรื่องกำร เลี้ยงกวำงเชิงพำณิชย์เป็นหลกั รายการท่ปี ระเมิน Mean SD. แปรผล 1. ตัวละครมีความสวยงาม 4.68 .466 มากที่สดุ 2. ตัวละครมคี วามน่าสนใจและดงึ ดูดใจ 4.60 .565 มากที่สดุ 3. ฉากมีความสวยงามเหมาะสม 4.48 .699 มาก 4. การใช้แสง และโทนสีมีความเหมาะสม 4.60 .632 มากทส่ี ดุ 5. การดาเนินเรื่องของการต์ ูนแอนเิ มชนั มคี วามสนุกสนาน 4.48 .640 มาก เป็นลาดับข้ัน เข้าใจง่าย 6. เสยี งบรรยายและเสียงดนตรปี ระกอบมีความเหมาะสม 4.60 .632 มากท่ีสุด 7. ระยะเวลาในการดาเนนิ เรื่องเหมาะสม 4.52 .640 มากที่สุด 8. การต์ ูนแอนิเมชนั เรื่องการเล้ียงกวางเชงิ พาณิชยช์ ว่ ย 4.32 .733 มาก เพ่ิมพนู ความรูท้ างภาษาตา่ งประเทศของท่านได้ดยี ง่ิ ขนึ้ 9. ทา่ นสามารถนาความรูท้ ี่ไดร้ ับจากเร่ืองการเลี้ยงกวางเชงิ 4.48 .699 มาก พาณชิ ยน์ ีไ้ ปถา่ ยทอดใหผ้ อู้ ่นื ได้ 10. ทา่ นมคี วามประทบั ใจตอ่ การ์ตูนแอนิเมชันเรอ่ื งการเล้ยี ง 4.56 .697 มากท่สี ดุ กวางเชิงพาณิชย์ สรปุ ภาพรวมความพงึ พอใจ 4.53 .640 มากที่สุด จากตารางที่ 4.3.1 จากการประเมินความพึงพอใจสอื่ การ์ตูนแอนิเมชัน 3 มิติ เรื่องการเลย้ี งกวางเชิง พาณิชย์จากผู้เข้ารว่ มรับการถา่ ยทอดเทคโนโลยที ้งั 25 ท่าน พบว่า ผเู้ ข้าร่วมรบั การถ่ายทอดเทคโนโลยีโดยใช้ สื่อการ์ตูนแอนเิ มชนั 3 มิติ เรอ่ื งการเลย้ี งกวางเชงิ พาณิชย์ มีความพึงพอใจอย่ใู นระดับมากทส่ี ุด มีคา่ เฉลยี่ รวม เท่ากับ 4.53 ซ่ึงรายการที่มีความพึงพอใจมากที่สุดคือ ตัวละครมีความสวยงาม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.68 รองลงมาคือ ตัวละครมีความน่าสนใจและดึงดูดใจ การใช้แสงและโทนสีมีความเหมาะสม และเสียงบรรยาย และเสียงดนตรีประกอบมีความเหมาะสม มีค่าเฉล่ียเทา่ กับ 4.60 ท่านมีความประทับใจต่อการ์ตูนแอนิเมชัน เร่ืองการเลี้ยงกวางเชิงพาณชิ ย์ มคี ่าเฉลย่ี เท่ากับ 4.56 ระยะเวลาในการดาเนนิ เรื่องเหมาะสม มคี ่าเฉลี่ยเทา่ กับ 4.52 ฉากมีความสวยงามเหมาะสม การดาเนินเรื่องของการ์ตูนแอนิเมชันมีความสนุกสนาน เป็นลาดับขั้น เข้าใจง่าย และท่านสามารถนาความรู้ท่ีได้รับจากเร่ืองการเลี้ยงกวางเชิงพาณิชย์น้ีไปถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้ พาณิชย์ มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.48 และการ์ตูนแอนิเมชันเร่ืองการเล้ียงกวางเชิงพาณิชย์ช่วยเพ่ิมพูนความรู้ทาง ภาษาต่างประเทศของท่านได้ดียิง่ ขนึ้ มีคา่ เฉล่ยี เทา่ กบั 4.32 ตามลาดับ
241 ผลกำรวิเครำะหข์ อ้ มลู โครงกำรยอ่ ยที่ 6 การวิจัยน้ีเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาผลกระทบของธุรกิจการผลิตกวางเชิง พาณิชย์ต่อผ้มู ีส่วนได้ส่วนเสีย และผลกระทบและคุณค่าจากการใชอ้ งค์ความรู้ในส่วนของการพัฒนาสูตรและ กระบวนการผลิตอาหารกวางท่มี ตี ่อผู้ประกอบการ รวมไปถึงศกึ ษาพฤติกรรมการท่องเทย่ี วและความพึงพอใจ ของนักท่องเท่ียวต่อผู้ประกอบการผลิตกวางเชิงพาณิชย์เพื่อหาแนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้มีความ เป็นเอกลักษณ์และยั่งยืน ผู้วิจัยได้ทาการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลท่ีได้มาจากแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ และการสนทนากลุม่ นาขอ้ มูลมาจัดระเบยี บ และทาการวเิ คราะหข์ ้อมลู ดังน้ี 4.1 แบบสอบถาม (Questionnaire) สาหรับสอบถามนักท่องเที่ยว แยกออกเป็น 4 ส่วน ประกอบด้วย ส่วนท่ี 1 ข้อมลู ทวั่ ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนที่ 2 พฤติกรรมการท่องเท่ียว ส่วนที่ 3 ความ พงึ พอใจของนักท่องเที่ยวตอ่ สถานทที่ ่องเทยี่ วและส่วนที่ 4 แนวทางการพัฒนาแหล่งทอ่ งเท่ยี วเปน็ แหลง่ เรียนรู้ ซง่ึ แบบสอบถามส่วนที่ 1,2 และ 4 เป็นคาถามปลายปิด (Closed-end Questions) ส่วนแบบสอบถามส่วนที่ 3 เป็นคาถามประเภทระดับ (Scaled-Response Questions) มีข้อคาถามรวม 15 ข้อ โดยนาไปเก็บข้อมูล จากการสอบถามนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเท่ียว ณ ภักดีฟาร์ม ตาบลวังนกแอ่น อาเภอวังทอง จังหวัด พิษณุโลก จานวน 97 คน ในช่วงเดือนธันวาคมพ.ศ.2561 ถึงเดือนธันวาคม 2562 ผลการวิจัยมีรายละเอียด ดังตอ่ ไปน้ี ส่วนที่ 1 ขอ้ มลู ทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถำม ตำรำงท่ี 1 แสดงจำนวนและร้อยละของเพศของผตู้ อบแบบสอบถำม เพศ จานวน(คน) ร้อยละ ชาย 45 46.39 หญงิ 52 53.61 รวม 97 100 จากตารางท่ี 1 พบว่านักท่องเที่ยวที่ตอบแบบสอบถามเป็นเพศชาย จานวน 45 คน คิดเป็น รอ้ ยละ 46.39 และเป็นเพศหญงิ จานวน 52 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 53.61 ตำรำงที่ 2 แสดงจำนวนและรอ้ ยละจำแนกตำมอำยุของผตู้ อบแบบสอบถำม อายุ จานวน(คน) รอ้ ยละ ต่ากวา่ หรือเทา่ กับ 20 ปี 4 4.12 21-30 ปี 21 21.65 31-40 ปี 37 38.15 41-50 ปี 25 25.77 51-60 ปี 6 6.19 60 ปขี น้ึ ไป 4 4.12 รวม 97 100
242 ตารางที่ 2 พบว่านักท่องเที่ยวท่ีตอบแบบสอบถามส่วนใหญม่ ีอายรุ ะหว่าง 31-40 ปี จานวน 37 คน คิดเปน็ ร้อยละ 38.15 รองลงมา มอี ายุระหวา่ ง 41-50 ปี จานวน 25 คน คดิ เป็นร้อยละ 25.77 ตำรำงที่ 3 แสดงจำนวนและรอ้ ยละจำแนกตำมทอ่ี ยอู่ ำศัยปจั จุบนั ของผู้ตอบแบบสอบถำม ท่อี ยู่อาศยั จานวน(คน) รอ้ ยละ ภาคเหนอื 53 54.64 ภาคกลาง 15 15.47 ภาคตะวนั ออก 2 2.06 ภาคตะวันตก 4 4.12 ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื 2 2.06 ภาคใต้ 0 กรุงเทพหรอื ปรมิ ณฑล 21 0 97 21.65 รวม 100 ตารางท่ี 3 พบว่าท่ีอยู่อาศัยในปัจจุบันของนักท่องเท่ียวที่ตอบแบบสอบถาม ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ใน ภาคเหนือ จานวน 53 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 54.64 รองลงมาคือ กรงุ เทพหรือปรมิ ณฑล จานวน 21 คน คดิ เป็น ร้อยละ 21.65 สว่ นที่ 2 พฤตกิ รรมกำรทอ่ งเท่ยี ว ตำรำงที่ 4 แสดงจำนวนและร้อยละจำแนกตำมช่วงระยะเวลำเดินทำงมำเที่ยวของผู้ตอบ แบบสอบถำม ชว่ งระยะเวลาเดนิ ทางมาเทยี่ ว จานวน (คน) รอ้ ยละ กุมภาพนั ธ์-พฤษภาคม 34 35.05 มิถนุ ายน-กันยายน 8 8.25 ตุลาคม-มกราคม 55 56.70 97 100 รวม ตารางท่ี 4 พบว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเดินทางมาท่องเท่ียวช่วงเดือนตุลาคม-เดือนมกราคม จานวน 55 คน คดิ เป็นร้อยละ 56.70 เดือนกุมภาพันธ์-เดอื นพฤษภาคม จานวน 34 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 35.05 และเดือนมิถุนายน-เดือนกนั ยายน จานวน 8 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 8.25
243 ตำรำงท่ี 5 แสดงจำนวนและรอ้ ยละจำแนกตำมพำหนะทใ่ี ช้ในกำรเดนิ ทำงของผ้ตู อบ แบบสอบถำม พาหนะที่ใช้ จานวน(คน) รอ้ ยละ ในการเดนิ ทางมาเทยี่ ว รถยนต์ส่วนตวั 78 80.41 รถจกั รยานยนต์ 16 16.49 รถจกั รยาน 3 3.10 รถโดยสารประจาทาง 0 รถบริการนาเทย่ี ว 0 0 อืน่ ๆ (ระบุ) 0 0 97 0 รวม 100 ตารางที่ 5 พบว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญใ่ ช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นพาหนะในการเดินทาง จานวน 78 คน คิดเป็นร้อยละ 80.41 รองลงมา คือ รถจักรยานยนต์ จานวน 16 คน คิดเป็นร้อยละ 16.49 และรถจักรยาน จานวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 3.10 ตำรำงท่ี 6 แสดงจำนวนและร้อยละจำแนกตำมเวลำทีใ่ ช้ในกำรท่องเที่ยว (ต่อ 1 คร้ัง)ของผ้ตู อบ แบบสอบถำม เวลาที่ใช้ในการทอ่ งเทีย่ ว จานวน(คน) ร้อยละ (ตอ่ 1 ครง้ั ) 1 วนั 32 32.99 2-3 วัน 55 56.70 3-4 วนั 6 6.19 มากกว่า 5 วนั 4 4.12 97 100 รวม ตารางท่ี 6 พบว่านักท่องเท่ียวส่วนใหญ่จะใช้เวลา ในการท่องเท่ียวในแต่ละคร้ัง ประมาณ 2-3 วัน จานวน 55 คน คิดเป็นร้อยละ 56.70 รองลงมาคือ 1 วัน จานวน 32 คน คิดเป็นร้อยละ 32.99 และ 3-4 วัน จานวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 6.19
244 ตำรำงที่ 7 แสดงจำนวนและรอ้ ยละจำแนกตำมลกั ษณะกำรเดินทำงของผู้ตอบแบบสอบถำม ลกั ษณะการเดนิ ทาง จานวนผู้ตอบ(คน) รอ้ ยละ คนเดียว 6 6.19 ครอบครวั 64 65.98 กลมุ่ เพือ่ น 27 27.83 บริษัทนาเท่ยี ว 0 0 97 100 รวม ตารางท่ี 7 พบว่าลกั ษณะการเดนิ ทางของนักทอ่ งเทย่ี ว ส่วนใหญม่ าเป็นกลมุ่ ครอบครัวจานวน 64 คน คิดเป็นร้อยละ 65.98 รองลงมาคือมากับกลุ่มเพื่อน จานวน 27 คน คิดเป็นร้อยละ 27.83 และเดินทางมา คนเดียว จานวน 6 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 6.19 ตำรำงที่ 8 แสดงจำนวนและร้อยละจำแนกตำมค่ำใช้จ่ำยในกำรท่องเท่ียวเฉล่ียต่อคนของผู้ตอบ แบบสอบถำม ค่าใช้จ่ายในการทอ่ งเทย่ี ว จานวน(คน) รอ้ ยละ เฉลย่ี ตอ่ คน 21 21.65 ต่ากว่าหรอื เท่ากับ 1,000 บาท 62 63.92 1,001 – 3,000 บาท 9 9.28 3,001 – 5,000 บาท 5 5.15 5,000 บาทขึน้ ไป 97 100 รวม ตารางที่ 8 พบว่าในการเดินทางนักท่องเท่ียวมีค่าใช้จ่ายต่อคนอยู่ท่ี 1,001 – 3,000 บาท จานวน 62 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 63.92 และต่ากวา่ หรือเท่ากับ 1,000 บาท จานวน 21 คน คิดเป็นร้อยละ 21.65 และ 3,001 – 5,000 บาท จานวน 9 คน คดิ เป็นร้อยละ 9.28
245 ตำรำงท่ี 9 แสดงจำนวนและร้อยละจำแนกตำมเหตุผลท่ีนักท่องเท่ียวเลือกมำท่องเท่ียว ณ ภักดี ฟำร์ม เหตุผลที่เลือกมาเท่ยี ว จานวน(คน) ร้อยละ 30 30.9 สถานท่ีท่องเทย่ี วมีกิจกรรมการ ทอ่ งเทย่ี วท่ีน่าสนใจและ 48 49.5 หลากหลาย 19 19.6 สถานที่ทอ่ งเท่ียวมีความเป็น เอกลักษณ์ 0 0 97 100 สถานท่ีท่องเทีย่ วมีความสะดวก และรวดเรว็ ในการเดนิ ทาง อืน่ ๆ รวม ตารางที่ 9 พบวา่ เหตผุ ลทีน่ ักท่องเท่ียวเลือกมาทอ่ งเทยี่ ว ณ ภักดีฟาร์ม ส่วนใหญ่ใหเ้ หตุผลว่าสถานท่ี ท่องเที่ยวมีความเป็นเอกลักษณ์ จานวน 48 คน คิดเป็นร้อยละ 49.5 รองลงมา สถานท่ีท่องเท่ียวมีกิจกรรม การท่องเที่ยวที่น่าสนใจและหลากหลาย จานวน 30 คน คิดเป็นร้อยละ 30.9 และ สถานท่ีท่องเท่ียวมีความ สะดวกและรวดเร็วในการเดนิ ทาง จานวน 19 คน คิดเป็นร้อยละ 19.6
246 สว่ นที่ 3 ควำมพึงพอใจของนักทอ่ งเที่ยวต่อแหลง่ ท่องเทีย่ ว ตำรำง 10 แสดงคำ่ เฉล่ียและส่วนเบ่ียงเบนมำตรฐำนของควำมพงึ พอใจของนกั ท่องเท่ยี วต่อแหลง่ ทอ่ งเที่ยว ขอ้ รายการ X̅ SD การแปลผล ดา้ นสถานที่และสิ่งอานวยความสะดวก 1 การจดั สถานทีม่ คี วามสวยงาม สะอาด เปน็ ระเบียบ 4.16 0.61 มาก 2 มีสาธารณปู โภคขั้นพน้ื ฐาน(ไฟฟา้ /น้า/สุขา) เหมาะสมและ 4.08 0.53 มาก เพียงพอ 3 มจี ดุ ทง้ิ ขยะเพียงพอและจดั การขยะอยา่ งเหมาะสม 4.04 0.52 มาก 4 อาหารและเครื่องด่ืมสะอาดถกู หลกั อนามัย 3.94 0.57 มาก 5 อาหารและเคร่อื งด่ืมราคาเหมาะสมกบั ปริมาณและ 3.98 0.54 มาก คณุ ภาพ ภาพรวมดา้ นสถานทีแ่ ละส่ิงอานวยความสะดวก 4.04 0.55 มาก ด้านกจิ กรรมการท่องเที่ยว 1 กิจกรรมการท่องเทีย่ วหลากหลาย 4.10 0.53 มาก 2 กจิ กรรมมคี วามเป็นเอกลักษณน์ ่าสนใจ 4.30 0.66 มากท่ีสดุ 3 กจิ กรรมการท่องเทีย่ วเป็นมติ รกบั สิง่ แวดล้อม 4.18 0.58 มาก 4 ผลติ ภัณฑ/์ สนิ ค้า/ของทร่ี ะลึกหลากหลาย 3.91 0.52 มาก ภาพรวมดา้ นกจิ กรรมการท่องเทยี่ ว 4.12 0.57 มาก ดา้ นการใหบ้ ริการ 1 มนษุ สมั พันธแ์ ละความมีมติ รไมตรตี ่อนักท่องเทีย่ ว 4.20 0.64 มาก 2 การให้ขอ้ มูล/คาแนะนาเก่ียวกบั สถานท่ีหรือกจิ กรรมการ 4.15 0.49 มาก ทอ่ งเทย่ี ว 3 การชว่ ยเหลอื อานวยความสะดวกแกน่ กั ทอ่ งเที่ยว 4.08 0.65 มาก ภาพรวมดา้ นการให้บรกิ าร 4.14 0.59 มาก ด้านการคมนาคม 1 มปี า้ ยหรอื สญั ลักษณ์บอกทางท่ชี ัดเจน 4.03 0.51 มาก 2 มีความสะดวกรวดเร็วในการเดนิ ทาง 3.98 0.56 มาก 3 สภาพถนนอยูใ่ นเกณฑ์ดี เสน้ ทางมคี วามปลอดภยั 4.01 0.53 มาก ภาพรวมดา้ นการคมนาคม 4.01 0.53 มาก สรุปภาพรวมความพงึ พอใจต่อแหลง่ ทอ่ งเทยี่ ว 4.07 0.56 มาก จากตาราง 10 พบว่านักท่องเที่ยว มีความพึงพอใจโดยภาพรวมต่อแหล่งท่องเท่ียว ในระดับมากมี ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.07 หากพิจารณาภาพรวมรายด้าน พบว่า นักท่องเที่ยวมีความพึงพอใจด้านการให้บริการ มากท่ีสุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.14 รองลงมาคือด้านกิจกรรมการท่องเท่ียว มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.12 ด้านสถานท่ี
247 และสิ่งอานวยความสะดวก มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.04 และด้านการคมนาคม มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.01 และหาก พจิ ารณาแยกย่อยในรายละเอียดแต่ละด้าน พบว่า ประเด็นทีน่ ักท่องเท่ียวมีความพึงพอใจมากที่สุด 3 อันดับ แรกคือ การมีกิจกรรมการท่องเที่ยวที่มีความเป็นเอกลักษณ์น่าสนใจ มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.30 ความมีมนุษ สมั พนั ธ์และความมีมิตรไมตรีของผ้ใู ห้บรกิ ารตอ่ นกั ทอ่ งเท่ียว มีค่าเฉลี่ยเทา่ กับ 4.20 และการจัดสถานทีม่ คี วาม สวยงาม สะอาดเป็นระเบยี บ มีคา่ เฉล่ยี เท่ากบั 4.16 สว่ นประเด็นทีม่ ีความพึงพอใจน้อยที่สุด คือ ผลติ ภัณฑ์/ สินค้า/ของท่ีระลึกหลากหลาย มคี ่าเฉลี่ยเทา่ กบั 3.91 สว่ นที่ 4 แนวทำงกำรพัฒนำแหลง่ ทอ่ งเที่ยวเปน็ แหล่งกำรเรียนรู้ จากการสารวจความคิดเห็นของนักท่องเท่ียวเร่ืองแนวทางการพัฒนาภักดีฟาร์มเป็นแหล่งเรียนรู้ พบว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีความคิดเห็นว่าภักดีฟาร์มสามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ได้คิดเป็นร้อยละ 91 ของจานวนผู้ตอบแบบสอบถาม และไมส่ ามารถพัฒนาเป็นแหล่งเรยี นรไู้ ด้คิดเปน็ รอ้ ยละ 9 ตำรำง 11 แสดงร้อยละของกำรแนะนำส่ิงสนับสนุนเพื่อพัฒนำแหล่งท่องเท่ียวเป็นแหล่งเรียนรู้ (นกั ทอ่ งเที่ยวสำมำรถเลอื กตอบได้มำกกวำ่ 1 ข้อ) ข้อ คาถาม ความคดิ เห็น(ร้อยละ) 1 สอ่ื หรือขอ้ มลู องคค์ วามรู้ 77.3 2 ส่ือเทคโนโลยสี ารสนเทศ 43.3 3 พื้นท่ีสาหรับจัดกจิ กรรมส่งเสริมการเรยี นรู้ 35.1 4 วทิ ยากร 11.3 ตาราง 11 พบว่า นักท่องเท่ียวเสนอสิ่งสนับสนุนในพัฒนาแหล่งท่องเท่ียวสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้ เรียงตามลาดับดังนี้ ส่ือหรือข้อมูลองค์ความรู้ ร้อยละ 77.3 ส่ือเทคโนโลยีสารสนเทศ ร้อยละ 43.3 พื้นที่ สาหรบั จัดกจิ กรรมส่งเสริมการเรยี นรู้ 35.1 และวทิ ยากร ร้อยละ 11.3 4.2 แบบสัมภำษณ์ (Interview Form) ครั้งท่ี 1 แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ประกอบด้วยส่วนท่ี 1 ขอ้ มูลท่ัวไปของผู้ตอบแบบสัมภาษณ์ ส่วนที่ 2 ข้อคาถามผลกระทบของธุรกิจการผลติ กวางเชิงพาณิชย์ต่อผู้มี สว่ นไดส้ ว่ นเสีย สว่ นท่ี 3 ขอ้ คาถามความเครียดวิตกกังวลจากธรุ กิจการผลิตกวางเชงิ พาณิชย์ และส่วนท่ี 4 ข้อ คาถามการมสี ่วนร่วมกบั ธุรกิจการผลิตกวางเชงิ พาณชิ ย์ นาไปสัมภาษณ์กลุ่มตัวอยา่ ง คือ กลุ่มชาวบา้ น ตาบล วังนกแอ่น อาเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก จานวน 50 คน เพ่ือศึกษาผลกระทบของธุรกิจการผลิตกวาง เชิงพาณิชย์ต่อผู้ประกอบการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กรณีศึกษา ภักดีฟาร์ม อาเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ผลการวจิ ัยมีรายละเอียด ดงั ตอ่ ไปนี้
248 สว่ นท่ี 1 ขอ้ มลู ทัว่ ไปของผตู้ อบแบบสมั ภำษณ์ ตำรำงท่ี 12 แสดงจำนวนและรอ้ ยละของเพศของผตู้ อบแบบสมั ภำษณ์ เพศ จานวน(คน) รอ้ ยละ ชาย 16 32 หญิง 34 68 รวม 50 100 ตารางที่ 12 พบว่าผู้ตอบแบบสัมภาษณ์เป็นเพศหญิงจานวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 68 และเป็น เพศชายจานวน 16 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 32 ตำรำงท่ี 13 แสดงจำนวนและรอ้ ยละจำแนกตำมอำยุของผ้ตู อบแบบสมั ภำษณ์ อายุ จานวน(คน) ร้อยละ ต่ากวา่ หรือเทา่ กับ 20 ปี 1 2 21-30 ปี 3 6 31-40 ปี 3 6 41-50 ปี 17 34 51-60 ปี 12 24 61-70 ปี 10 20 71-80 ปี 4 8 50 100 รวม ตารางที่ 13 พบว่า ผู้ตอบแบบสัมภาษณ์ส่วนใหญม่ ีอายุ 41-50 ปี จานวน 17 คน คดิ เป็นร้อยละ 34 รองลงมาอายุ 51-60 ปี จานวน 12 คน คิดเปน็ ร้อยละ 24 และอายุ 61-70 ปี จาวน 10 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 20 ตำรำงท่ี 14 แสดงจำนวนและร้อยละจำแนกตำมระยะเวลำในกำรอำศัยอยู่หมู่ที่ 9 ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พษิ ณุโลก ของผู้ตอบแบบสมั ภำษณ์ ระยะเวลา จานวน(คน) ร้อยละ ต่ากว่า 10 ปี 6 12 11-20 ปี 7 14 21-30 ปี 7 14 31-40 ปี 16 32 41-50 ปี 13 26 51-60 ปี 1 2 50 100 รวม
249 ตารางท่ี 14 พบว่าผู้ตอบแบบสัมภาษณ์ส่วนใหญอ่ าศัยอยู่หมู่ท่ี 9 ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณโุ ลก สว่ นใหญ่ 31-40 ปี คิดเป็นร้อยละ 32 รองลงมา 41-50 ปี คิดเป็นร้อยละ 26 และ 11-20 ปี และ 21-30 ปี คิดเปน็ ร้อยละ 14 ตำรำงท่ี 15 แสดงจำนวนและร้อยละจำแนกตำมอำชพี ของผตู้ อบแบบสัมภำษณ์ อาชพี จานวน(คน) รอ้ ยละ ทานา 0 0 ทาสวน 18 36 ทาไร่ 12 24 ข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ 0 0 พนักงานบริษทั เอกชน 0 0 รบั จา้ งท่วั ไป 16 32 ธรุ กิจส่วนตัว 2 4 วา่ งงาน 2 4 อ่ืน ๆ (ระบุ) 0 0 50 100 รวม ตารางที่ 15 พบว่า ผู้ตอบแบบสัมภาษณ์ส่วนใหญ่มีอาชีพทาสวน จานวน18 คน คิดเป็นร้อยละ 36 รองลงมามีอาชีพรับจ้างท่ัวไป จานวน 16 คน คิดเป็นร้อยละ 32 และอาชีพทาไร่ จานวน 12 คน คิดเป็น รอ้ ยละ 24 ตำรำงท่ี 16 แสดงจำนวนและร้อยละจำแนกตำมกำรศึกษำสูงสุดของผตู้ อบแบบสมั ภำษณ์ การศึกษา จานวน(คน) รอ้ ยละ ไมไ่ ด้รับการศกึ ษา 3 6 ประถมศึกษา 40 80 มัธยมศึกษาตอนตน้ 4 8 มัธยมศึกษาตอนปลาย 0 0 อนปุ รญิ ญาหรือเทียบเท่า 2 4 ปริญญาตรี 1 2 สูงกวา่ ปรญิ ญาตรี 0 0 50 100 รวม ตาราง 16 พบว่า ผ้ตู อบแบบสัมภาษณ์ส่วนใหญม่ ีการศึกษาอยใู่ นระดับ ประถมศึกษา จานวน 40 คน คิดเป็นร้อยละ 80 รองลงมามัธยมศึกษาตอนต้น จานวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 8 และไม่ได้รับการศึกษา จานวน 3 คน คิดเปน็ ร้อยละ 6
250 ตำรำงที่ 17 แสดงจำนวนร้อยละจำแนกตำมรำยได้รวมท้ังครอบครัวต่อปีของผู้ตอบแบบ สัมภำษณ์ รายได้เฉลีย่ ตอ่ ปี จานวน(คน) รอ้ ยละ ต่ากวา่ หรอื เทา่ กบั 10,000 บาท 1 2 10,001 - 20,000 บาท 2 4 20,001- 30,000 บาท 3 6 30,001- 40,000 บาท 9 18 40,001 - 50,000 บาท 14 28 50,001 – 60,000 บาท 2 4 60,001 – 70,000 บาท 3 6 70,001 – 80,000 บาท 3 6 80,001 – 90,000 บาท 8 16 100,000 บาทขึน้ ไป 5 10 50 100 รวม ตารางที่ 17 พบว่าผู้ตอบแบบสัมภาษณ์ส่วนใหญ่มีรายได้รวมท้ังครอบครัวเฉล่ียต่อปี ปีละ 40,001- 50,000 บาท คดิ เป็นรอ้ ยละ 28 รองลงมามีรายได้เฉล่ียต่อปี ปลี ะ 30,001- 40,000 บาท จาวน 9 คน คิดเป็น ร้อยละ 18 และ 80,001 – 90,000 บาท จานวน 8 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 16 ตำรำงที่ 7 แสดงจำนวนร้อยละจำแนกตำมจำนวนสมำชิกในครอบครัว(ท่อี ำศัยอยู่หมู่ 9 ต.วงั นก แอ่น) จานวนสมาชกิ ในครอบครัว จานวน(คน) รอ้ ยละ 1-3 คน 17 34 4-6 คน 29 58 7-9 คน 4 8 10 คนขึน้ ไป 0 0 50 100 รวม ตารางท่ี 18 พบว่า ผูต้ อบแบบสมั ภาษณ์สว่ นใหญม่ ีสมาชิกในครอบครัวที่อาศัยอยหู่ มู่ 9 ต.วังนกแอ่น ส่วนใหญ่สมาชิกในครอบครัว จานวน 4-6 คน จานวน คิดเป็นร้อยละ 58 รองลงมามีสมาชิกในครอบครัว 1-3 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 34 และ 7-8 คน จานวน 4 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 8
251 ตำรำงท่ี 19 แสดงจำนวนและร้อยละจำแนกกำรเป็นสมำชิกในกลุ่มส่งเสริมอำชีพของผตู้ อบแบบ สัมภำษณ์ ท่านได้เปน็ สมาชกิ ในกลมุ่ ส่งเสริม จานวน(คน) ร้อยละ อาชีพใดหรอื ไม่ แปรรูปผลไม้ 12 เกษตร(แม่บ้านเกษตรกร) 3 6 แม่บา้ นซาตะเคยี น 24 ยางพาราบ้านรักไทย 24 ทาขนม แม่บา้ นสาธติ แปรรูป 1 2 วิสาหกิจชมุ ชน บัวสวรรค์ 1 2 ธ.ก.ส 1 2 ไม่เป็น 39 78 รวม 50 100 ตารางที่ 19 พบว่า ผู้ตอบแบบสัมภาษณ์ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นสมาชิกในกลุ่มส่งเสริมอาชีพ จานวน 39 คน คิดเป็นร้อยละ 78 รองลงมาเป็นสมาชกิ ส่งเสรมิ อาชีพเกษตร(แมบ่ า้ นเกษตรกร) จานวน 3 คน คิดเป็นร้อย ละ 6 และเปน็ สมาชิกกลุม่ แม่บา้ นซาตะเคียนและยางพาราบา้ นรักไทย จานวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 4 ตำรำงท่ี 20 แสดงจำนวนและร้อยละจำแนกกำรรจู้ ักภกั ดีฟำรม์ ของผตู้ อบแบบสัมภำษณ์ ท่านรู้จักภักดีฟารม์ หรือไม่ จานวน (คน) ร้อยละ ร้จู ัก 50 100 ไมร่ ูจ้ ัก 0 0 50 100 รวม ตารางท่ี 20 พบว่า ผู้ตอบแบบสมั ภาษณ์ทัง้ หมด รจู้ กั ภักดฟี าร์มจานวน 50 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 100 ส่วนที่ 2 ขอ้ คำถำมผลกระทบของธุรกจิ กำรผลิตกวำงเชงิ พำณิชย์ตอ่ ผูม้ ีส่วนได้ส่วนเสยี ผู้ให้ข้อมูลสาคัญท้ังหมดทราบว่าภักดีฟาร์มดาเนินธุรกิจเกี่ยวกับฟาร์มกวาง มีร้านกาแ ฟและ ร้านอาหาร มีลานสาหรบั กางเต็นทพ์ กั แรม ในส่วนของผลกระทบจากการมภี ักดฟี าร์มในพื้นท่ดี ้านเศรษฐกจิ น้ัน ผใู้ หข้ ้อมูลสาคัญ มคี วามคิดเห็นสอดคลอ้ งกนั ว่ามีจานวนนักท่องเที่ยวเขา้ มาในชุมชนมากขึน้ ทาให้มีรายไดเ้ พิ่ม มากขนึ้ จากการขายผลผลติ เช่น ร้านขายผลไม้ รา้ นขายอาหาร เป็นต้น ผู้ใหข้ ้อมูลสาคัญบางส่วนไดร้ บั จ้างงาน จากภักดฟี าร์มในช่วงฤดูการท่องเท่ียวช่วงเดอื นตุลาคม –มกราคม หรือนาผลผลติ เข้าไปจาหนา่ ยในภักดฟี าร์ม เช่น ผัก ผลไม้ งานฝีมือ เป็นต้น นอกจากน้ีลูกหลานของผู้ให้ข้อมูลสาคัญบางคนได้รับการจ้างงานจากภักดี ฟาร์มใหท้ างานในร้านกาแฟหรอื ร้านขายผลิตภัณฑ์จากกวางเปน็ งานพเิ ศษนอกเหนือจากเวลาเรยี นหรอื ช่วงปิด ภาคเรียน ในดา้ นสังคมภกั ดีฟาร์มมีสว่ นร่วมในกิจกรรมทางสังคมของชมุ ชนเกือบทุกกิจกรรม โดยสว่ นใหญเ่ ข้า มาร่วมเป็นผู้สนับสนุนกิจกรรมทางสังคมอย่างต่อเนื่องภักดีฟาร์มมี เช่น กิจกรรมทางศาสนา กิจกรรมการ
252 บาเพ็ญประโยชน์ เปน็ ต้น ผู้ให้ขอ้ มลู สาคญั ส่วนใหญใ่ ห้ขอ้ มลู วา่ ภกั ดีฟารม์ มีการจัดการด้านส่งิ แวดล้อม ในส่วน ของขยะไม่มีกล่ินรบกวนชุมชนรอบๆฟาร์ม และหากมีการจัดการแสดงคอนเสิร์ตหรือการแสดงอ่ืนในช่วง เทศกาลต่างๆ ทางฟาร์มจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และเกิดเสียงรบกวนเลก็ น้อย แตไ่ ม่ดกึ จนเกินไป ส่วนใหญจ่ ะ เลิกประมาณ 22.00 นาฬกิ า สว่ นที่ 3 ข้อคำถำมควำมเครยี ดวิตกกงั วลจำกธรุ กจิ กำรผลิตกวำงเชงิ พำณิชย์ ในช่วง 1 ปีท่ีผ่านมา การดาเนินธุรกิจของภักดีฟาร์มไม่สร้างความเดือดร้อน ราคาญแก่ผู้ให้ข้อมูล สาคญั และท้ังหมดเห็นด้วยที่มีฟาร์มกวางในพ้ืนที่ เนอ่ื งจากมีผลกระทบเชงิ บวกต่อชมุ ชน เช่น ด้านเศรษฐกิจ ดา้ นสงั คม เป็นตน้ ส่วนท่ี 4 ขอ้ คำถำมกำรมีสว่ นร่วมกบั ธรุ กิจกำรผลติ กวำงเชิงพำณิชย์ ผู้ให้ขอ้ มลู สาคัญต้องการเข้าไปมสี ่วนร่วมกบั ภกั ดีฟาร์มในด้านต่างๆ สรปุ ดังนี้ 1. ด้านรายได้ กล่าวคือ ต้องการเข้าไปทางานภายในฟาร์ม เช่น การทางานร้านกาแฟ รา้ นอาหาร การดูแลกวางและฟาร์มโดยรอบ เป็นต้น และบางส่วนต้องการนาผลผลิตเข้าไปจาหน่ายในฟาร์ม เชน่ ผลไม้ ผัก เป็นตน้ 2. ด้านการท่องเที่ยว กล่าวคือ ต้องการเป็นเครือข่ายด้านการท่องเท่ียว การจัดโปรแกรมการ ท่องเที่ยวร่วมกนั เช่น การทัวร์ชมกวางและต่อด้วยการชมสวนผลไม้ การท่องเทยี่ วเชิงเกษตร เป็นตน้ 3. ด้านอาหารกวาง กล่าวคือ ต้องการผลิตอาหารสาหรับกวาง เพ่ือส่งขายให้ภักดีฟาร์ม เช่น มันสาปะหลงั หญา้ เป็นต้น 4.3 แบบสัมภำษณ์ (Interview Form) ครั้งที่ 2 แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ส่วนท่ี 1 ข้อมูลทั่วไปของ ผู้ตอบแบบสัมภาษณ์ ส่วนที่ 2 ข้อคาถามการนาผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ต่อชุมชน ส่วนท่ี 3 ข้อคาถาม นาผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ส่วนที่ 4 ความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยี นาไปเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการภักดีฟาร์ม เกษตรกร และผู้สนใจจานวน 50 คน เพ่ือศึกษา ผลกระทบและคุณค่าของการใช้องคค์ วามร้จู ากการพัฒนาสูตรและกระบวนการผลิตอาหารกวาง กรณีศึกษา ภกั ดฟี าร์ม อาเภอวงั ทอง จงั หวดั พษิ ณุโลก ผลการวจิ ยั มีรายละเอียด ดังตอ่ ไปน้ี
253 สว่ นท่ี 1 ขอ้ มลู ท่วั ไปของผ้ตู อบแบบสัมภาษณ์ ผใู้ ห้ขอ้ มูลคนสาคญั เปน็ เพศชาย จานวน 44 คน เพศหญิง จานวน 6 คน มอี ายุโดยเฉล่ยี ที่ 45 ปี ตำรำงท่ี 21 แสดงจำนวนและรอ้ ยละจำแนกตำมอำชีพของผู้ตอบแบบสมั ภำษณ์ อาชพี จานวน(คน) ร้อยละ ทานา 1 2 ทาสวน 22 44 ทาไร่ 15 30 ข้าราชการ/รฐั วิสาหกิจ 0 0 พนกั งานบรษิ ทั เอกชน 0 0 รับจา้ งทัว่ ไป 9 18 ธรุ กิจสว่ นตัว 2 4 วา่ งงาน 1 2 อื่น ๆ (ระบ)ุ 0 0 50 100 รวม ตารางท่ี 21 พบว่า ผู้ให้ข้อมูลคนสาคัญ ส่วนใหญ่มีอาชีพทาสวน จานวน 22 คน คิดเป็นร้อยละ 44 รองลงมามีอาชีพทาไร่ จานวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 30 และอาชีพรับจ้างท่ัวไป จานวน 9 คน คิดเป็น ร้อยละ 18 ตำรำงท่ี 22 แสดงจำนวนและร้อยละจำแนกตำมกำรศกึ ษำสูงสุดของผ้ตู อบแบบสมั ภำษณ์ การศกึ ษา จานวน(คน) รอ้ ยละ ไม่ได้รบั การศกึ ษา 4 8 ประถมศกึ ษา 12 24 มัธยมศึกษาตอนตน้ 21 42 มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 7 14 อนปุ รญิ ญาหรือเทยี บเท่า 4 8 ปริญญาตรี 2 4 สูงกวา่ ปรญิ ญาตรี 0 0 50 100 รวม ตาราง 22 พบว่า ผู้ให้ข้อมูลคนสาคัญ ส่วนใหญ่มีการศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จานวน 21 คน คิดเป็นร้อยละ 42 รองลงมาประถมศึกษา จานวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 24 และมัธยมศึกษา ตอนปลาย จานวน 7 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 6
254 สว่ นท่ี 2 ข้อคำถำมกำรนำผลงำนวจิ ยั ไปใชป้ ระโยชน์ต่อชุมชน ผู้ให้ข้อมูลคนสาคัญ ได้แสดงความคิดเห็นต่อการถ่ายทอดเทคโนโลยี ในครั้งนี้ ว่าเป็น กิจกรรมการถ่ายทอดให้ความรู้ท่ีมีประโยชน์และนาไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพได้ เป็นกิจกรรมท่ี น่าสนใจ ได้เห็นการทางานของเครื่องต่าง ๆ ที่นามาถ่ายทอดและได้ทดลองใช้ ทาให้เข้าใจถึงขั้นตอนการใช้ เครื่องมือต่าง ๆ ได้อยา่ งละเอียดและทุกข้ันตอน และทราบถึงกระบวนการทางานของอุปกรณ์เคร่ืองมือที่ลด แรงงานและลดต้นทุนในการผลิตอาหารกวาง นอกจากน้ีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ยังได้แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับ การใช้ประโยชน์ของเคร่อื งตา่ งๆ สตู รอาหาร และสื่อการเรยี นรู้กระบวนการผลติ หญา้ แหง้ ปลอดภยั และอาหาร อัดเม็ดในระบบการผลิตกวางเชงิ พาณชิ ยแ์ ยกออกเปน็ ประเดน็ ดงั นี้ 1. เครอ่ื งสับหญ้าแหง้ ทางานไดอ้ ย่างรวดเร็ว ทาใหห้ ญ้าแหง้ มีขนาดที่เหมาะสมกบั การ กนิ อาหารของกวาง มีขนาดเหมาะสม สามารถเคลือ่ นย้ายไดโ้ ดยใช้แรงงานคน ประหยัดเวลา ลดแรงงานคน 2. เคร่ืองอบลดความชื้นของหญ้าอาหารสัตว์ เป็นเครือ่ งท่ีลดความเสยี หายท่ีเกิดขึ้นกับ หญ้าอาหารสัตว์ เชน่ การกาจัดเชื้อรา ทาใหย้ ืดอายุของหญา้ อาหารสัตว์ สามารถในการประยุกใช้กับอาชพี อื่น ได้ เชน่ การอบลดความชน้ื ผลไม้แหง้ ตามฤดกู าล การอบลดความชื้นดอกไม้เพื่อนามาทาถงุ บุหงา เปน็ ตน้ 3. เครื่องฆ่าเชื้อด้วยพลาสมา ทาให้กวางได้รับอาหารท่ีปลอดภัยจากส่ิงแปลกปลอม สามารถนาไปประยกุ ต์ใชก้ ับการฆ่าเชอ้ื ในสง่ิ ประจาวันได้ 4. เครื่องให้อาหารกวางอัตโนมัติ ทาให้กวางได้รับปริมาณอาหารท่ีเหมาะสมกบั ขนาด ตวั และน้าหนัก เกษตรกรผู้เลี้ยงกวางประหยดั เวลาในการให้อาหาร ควบคุมปริมาณของหารกวางได้ สามารถ นาไปประยุกตใ์ ช้กบั การเลีย้ งสัตว์ประเภทเดยี วกันได้ 5. การใช้ประโยชน์จาก สูตรอาหารกวางผสมเสร็จ (TMR) ผู้ให้ข้อมูลสาคัญ แสดง ความคิดเห็นว่าการใช้สูตรอาหารกวางสาเร็จทาใหก้ วางได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน ผู้ประกอบการเลี้ยงกวาง เกดิ ความสะดวก ในการเตรยี มอาหารกวางอย่างเหมาะสม ทาให้ไดร้ ับผลผลิตจากกวางทีม่ คี ุณภาพ 6. ส่ือการเรียนรู้กระบวนการผลิตหญ้าแห้งปลอดภัยและอาหารอัดเม็ดในระบบการ ผลิตกวางเชิงพาณิชย์ ในส่วนของการ์ตูนแอนิเมชัน 3 ภาษา (ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน) ผู้เข้าร่วม กจิ กรรม เกิดความเขา้ ใจเก่ียวกับระบบการเล้ียงกวางเชงิ พาณชิ ย์ สามารถสร้างแรงบนั ดาลใจในการเลี้ยงกวาง ให้กับเด็ก ๆ และผสู้ นใจ สร้างความสนกุ และเพลิดเพลนิ ในการในการชมการ์ตนู พรอ้ มท้ังได้รับความรู้เกย่ี วกับ การเล้ียงกวาง ส่วนหนังสือการ์ตูนการเล้ียงกว้างเชิงภาณิชย์ 3 ภาษา(ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน) เป็นหนงั สอื ทอ่ี า่ นแล้วเข้าใจงา่ ย รปู ภาพสวยงาม และชดั เจน ให้ความเพลดิ เพลินในการอ่าน เพราะทั้งรูปแบบ การจัดวาง รูปภาพน่าสนใจ สวยงาม เหมาะกบั การสร้างจินตนาการให้ความร้สู าหรบั เดก็ ๆ ส่วนที่ 3 ข้อคาถามนาผลงานวิจยั ไปใชป้ ระโยชน์เชิงพาณชิ ย์ ผู้ให้ข้อมูลคนสาคัญ แสดงความคิดเห็นต่อนาผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยให้ ความเห็นวา่ เครื่องอบลดความช้ืนของหญา้ แห้งอาหารสัตว์ สามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการอบลดความช้นื ของ ผักและผลไม้ตามฤดูกาล เพ่ือเป็นการถนอมอาหารหรือแปรรูปอาหาร เคร่ืองฆ่าเชื้อด้วยพลาสมา สามารถ นาไปฆ่าเช้ือ ผัก ผลไม้ที่แปรรูปแล้วเพื่อเป็นการยืดอายุในการเก็บและลดความเสียหายจากสภาพอากาศ
255 และได้เรียงลาดับโดยเร่ิมจากเคร่ืองอบแห้งลดความช้ืนของหญ้าอาหารสัตว์ เคร่ืองฆ่าเช้ือด้วยพลาสมา เคร่ืองสบั หญา้ แหง้ และเคร่ืองให้อาหารกวางอัตโนมัติสามารถพัฒนาตอ่ ยอดเชงิ พาณิชย์ได้ สว่ นท่ี 4 ควำมพงึ พอใจต่อกำรจดั กิจกรรมกำรถ่ำยทอดเทคโนโลยี ตำรำง 23 แสดงค่ำเฉล่ียและส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำนของควำมพึงพอใจต่อกำรจัดกิจกรรมกำร ถำ่ ยทอดเทคโนโลยี ข้อ รายการ X̅ SD การแปลผล ด้านการให้บริการของเจา้ หน้าท/่ี วทิ ยากร 1 เจ้าหน้าที่ให้บรกิ ารด้วยรอยยิม้ /สภุ าพ/เป็นมิตร/อัธยาศัยดี 4.96 0.20 มากที่สุด 2 เจา้ หน้าที่ให้การบริการดว้ ยความสะดวกรวดเร็ว 4.92 0.34 มากที่สุด 3 เจา้ หน้าท่ีดูแลเอาใจใส่ กระตอื รือรน้ เตม็ ใจบรกิ าร 4.94 0.31 มากที่สุด 4 เจ้าหนา้ ที่ใหค้ าแนะนา หรอื ตอบขอ้ ซักถามได้เปน็ อย่างดี 4.96 0.28 มากที่สุด 5 วิทยากรสามารถถ่ายทอดความรูไ้ ดอ้ ย่างชัดเจน/เข้าใจงา่ ย 4.94 0.31 มากทส่ี ุด 6 วทิ ยากรสามารถถ่ายทอดความรู้ไดอ้ ย่างชดั เจน/เขา้ ใจง่าย 4.88 0.48 มากทส่ี ดุ ภาพรวมดา้ นการให้บริการของเจา้ หน้าท่/ี วิทยากร 4.93 0.32 มากทส่ี ุด ดา้ นกระบวนการ ขนั้ ตอนการใหบ้ ริการ 1 มีการบริการอยา่ งเป็นระบบและเป็นขนั้ ตอนเพื่อสะดวกใน มากทีส่ ุด การตดิ ตอ่ เขา้ รับการถา่ ยทอดเทคโนโลยี 4.98 0.14 2 มีการกาหนดระยะเวลา/สถานที/่ หลักสูตรที่ถ่ายทอด มากท่สี ุด เทคโนโลยอี ย่างชัดเจน 4.96 0.20 3 เนอ้ื หาตรงกบั ความต้องการ 4.92 0.34 มากที่สุด 4 มีส่อื /อปุ กรณ์ประกอบการถา่ ยทอดเทคโนโลยีที่ทันสมยั / มากที่สุด พร้อมใช้งาน 4.92 0.34 5 ได้รบั การถ่ายทอดเทคโนโลยีทงั้ ภาคทฤษฎีและปฏบิ ัติ มากที่สุด ควบคู่กัน 4.92 0.34 6 มีเอกสารจกประกอบการถ่ายทอดเทคโนโลยี 4.92 0.34 มากที่สุด 7 มกี ารประเมินผลการถ่ายทอดเทคโนโลยี 4.92 0.34 มากท่ีสุด ภาพรวมด้านกระบวนการ ขัน้ ตอนการใหบ้ ริการ 4.93 0.29 มากทส่ี ดุ ด้านสิ่งอานวยความสะดวก 1 สถานทีใ่ ห้บริการ/ถ่ายทอดเทคโนโลยี/สะอาด เป็น มากที่สดุ ระเบยี บ 4.98 0.14 2 สถานทใ่ี หบ้ ริการ/ถา่ ยทอดเทคโนโลย/ี ห้องปฏบิ ตั กิ าร มากที่สุด เหมาะสมพรอ้ มใชง้ าน 4.96 0.20 3 ความชัดเจนของป้ายตา่ งๆ (เชน่ ปา้ ยประชาสัมพันธ์ ป้าย มากที่สดุ บอกสถานท่ีถ่ายทอดเทคโนโลยี) 4.96 0.20
256 4 สามารถนาความรู้ท่ไี ดจ้ ากการถ่ายทอดเทคโนโลยีไปใช้ มากทีส่ ุด ประโยชนไ์ ด้จริง 4.90 0.42 ภาพรวมดา้ นสิ่งอานวยความสะดวก 4.95 0.23 มากทส่ี ดุ ด้านคุณภาพการใหบ้ รกิ าร 1 ได้รบั ความคุ้มค่า/การได้รบั ประโยชน์จากการเข้ารบั การ มากทส่ี ุด ถา่ ยทอดเทคโนโลยี 4.96 0.20 2 สามารถนาความรู้ที่ได้จากการถ่ายทอดเทคโนโลยีไปใช้ มากทสี่ ุด ประโยชน์ได้ 4.92 0.40 ภาพรวมดา้ นคุณภาพการให้บริการ 4.94 0.29 มากทสี่ ดุ สรุปภาพรวมความพงึ พอใจภาพรวม 4.93 0.28 มากทีส่ ุด จากตาราง 23 พบว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยี มีความพึงพอใจภาพรวมต่อ การจัดกิจกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยี ในระดับมากท่ีสุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.93 หากพิจารณาภาพรวมราย ด้าน พบว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยีมีความพึงพอใจ ด้านส่ิงอานวยความสะดวกมากท่ีสุด มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.95 ด้านคุณภาพการให้บริการมีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.94 ด้านการให้บริการของเจ้าหน้าท่ี/ วิทยากร และด้านกระบวนการ ข้นั ตอนการให้บรกิ าร มีคา่ เฉล่ยี เทา่ กบั 4.93 4.4 กำรสนทนำกลมุ่ (Focus Group Discussion) กบั ผู้ประกอบกำรภักดฟี ำรม์ ผู้นำชุมชน และ ชาวบ้านท่ีสนใจเข้ามามีส่วนร่วมกับผปู้ ระกอบการธรุ กิจการผลิตกวางเชิงพาณิชย์ในการพัฒนาการท่องเที่ยว จานวน 15 คน และไดก้ าหนดประเด็นทตี่ ้องการศึกษาวจิ ัย ดังน้ี ประเด็นที่ 1 สภาพชมุ ชนในอดตี ทผี่ ่านมาและปจั จุบัน ประเดน็ ที่ 2 การรับรขู้ องชุมชนจากการมีฟารม์ กวางในพื้นท่ี ประเด็นท่ี 3 แนวทางการพฒั นาฟาร์มกวางในพ้นื ทใี่ หเ้ ปน็ แหล่งเรยี นรู้ เม่อื นาคาตอบจากการสมั ภาษณม์ าวิเคราะหเ์ น้ือหา ได้ผลการศกึ ษาดงั น้ี ประเด็นที่ 1 ผู้เข้าร่วมการสนทนากลุ่มได้ให้ข้อมูลถึงสภาพชุมชนในอดีตท่ีผ่านมา ว่า ประชาชนประกอบอาชีพหาของป่า และทาการเกษตรแบบต้นทุนต่า มีผลผลิตสูง ไม่พึ่งพาสารเคมี ชาวบ้าน ปลูกผักกินเอง เลี้ยงไก่ เล้ียงเป็ด ลดค่าใช้จ่าย ชาวบ้านมีความรักสามัคคี ทางานแบบเอาแรงกัน มีความ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ฝนตกตามฤดูกาล ฤดูแล้งก็ไม่แห้งแล้ง ส่วนสภาพในปัจจุบันหมู่บ้านมีขนาด ใหญข่ ึ้น สาธารณูปโภคขน้ั พ้ืนฐานถนน ไฟฟ้า ประปาครอบคลมุ ประชาชนในพนื้ ทสี่ ่วนใหญ่มีอาชพี เกษตรกร ทาสวนยางพารา ไร่มนั สาปะหลัง และสวนผลไมต้ ามฤดกู าล เชน่ ลาไย ทเุ รียน มะม่วง เงาะ เป็นต้น ผลไม้ส่วน ใหญ่จะมีพ่อค้าคนกลางมารับไปจาหน่าย ประชาชนวัยทางานส่วนใหญ่มักย้ายถ่ินฐานไปทางานที่ กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ในหมู่บ้านส่วนมากเป็นครอบครัวขยาย มีสถานศึกษาในชุมชนต้ังแต่ระดับ ปฐมวัยจนถึงมัธยมศึกษาตอนต้น มีการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมประเพณีท่ีวัดซาตะเคียน ปัญหาที่พบใน ชมุ ชน คือ การขาดแคลนน้า อันมีสาเหตุเน่ืองมาจาก ฝนไม่ตกตามฤดูกาล อ่างเก็บน้าไมส่ ามารถกกั เก็บน้าได้ ตามปริมาณท่ีควรจะเป็น จากปัญหาดังกล่าว ทาให้ต้นทุนในการผลิตสูงขึ้น เกิดปัญหาหน้ีสินตามมา ทาให้ ชาวบา้ นบางราย มกี ารขายทดี่ นิ ทากนิ ให้กบั นายทุน และเปลยี่ นจากการเปน็ เกษตรกรเปน็ อาชพี รับจ้างทว่ั ไป ประเด็นท่ี 2 ผู้เข้าร่วมการสนทนากลุ่มทุกคนรับรู้ว่ามีฟาร์มกวางในพื้นท่ี และทราบถึง ลักษณะการทาธุรกิจว่าเป็นฟาร์มกวางท่ีเป็นการท่องเท่ียวและเชิงพาณิชย์ ผู้ร่วมสนทนาบางคนเคยเข้าไปมี
257 ส่วนร่วมในภักดีฟาร์ม เช่น การนาผลผลิตทางการเกษตรเข้าไปจาหน่าย บุตรหลานไปรับจ้างทางานในภักดี ฟาร์มและร้านอาหาร เป็นตน้ ทงั้ นี้ ผูเ้ ขา้ ร่วมการสนทนากลุม่ ยังได้กล่าวไปในทศิ ทางเดียวกนั วา่ ผปู้ ระกอบการ ภกั ดีฟาร์มให้ความร่วมมือกับชุมชนในกิจกรรมทางสังคมต่าง ๆเป็นอย่างดี และมีความสัมพันธ์อนั ดีกับชุมชน มาโดยตลอด และทางผปู้ ระกอบการภักดฟี าร์ม ได้ใหข้ ้อมูลเพมิ่ เตมิ ว่าต้องการมสี ่วนร่วมในการสนับสนนุ คนใน ชุมชน เพอ่ื เปน็ รว่ มเป็นส่วนหน่งึ ในการพฒั นาชมุ ชนอีกทางหนง่ึ ประเด็นที่ 3 ผู้เข้าร่วมการสนทนากลุ่ม เห็นด้วย กับผลการวิจัยท่ีได้จาการสอบถาม นกั ท่องเที่ยวถงึ แนวทางการพัฒนาภักดีฟาร์มใหเ้ ป็นแหล่งเรยี นรู้ เน่ืองจากเหน็ วา่ ทางชุมชนเองมปี ระวัติความ เป็นมา หลักฐานทางประวัติศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และปัจจุบันเรื่องราวต่าง ๆกาลังจะเลือน หายไปกับคนรุ่นเก่าที่สูงอายุแล้ว ทางผู้ประกอบการภักดีฟาร์ม มีความยินดีที่จะให้ใช้พ้ืนท่ีของตนเองเป็น แหล่งเรียนรู้ ในการเก็บรวบรวมองค์ความรู้เร่ืองกวาง ประวัติความเป็นมาของชุมชนหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆใน ชมุ ชน เพราะภักดีฟาร์มถือเป็นฟาร์มกวางแห่งแรกและแห่งเดียวในจงั หวัดพิษณุโลก ทม่ี ีระบบบรหิ ารจดั การ ท้ังในเชิงพาณิชย์ และเชิงท่องเที่ยว ที่มนี ักท่องเที่ยวจานวนมากให้ความสนใจเข้ามาท่องเท่ียว อันจะถอื เป็น การประชาสัมพันธ์ชุมชนได้อีกช่องทางหนึ่ง จากข้อมูลข้างต้น ผู้ร่วมการสนทนากลุ่ม จึงได้เสนอแนวทางใน การสรา้ งแหลง่ เรยี นรู้ คือเริ่มจากการศึกษาสารวจและรวบรวมข้อมลู นาขอ้ มูลท่ีได้มาจัดรวบรวมและเลอื กสื่อ ในการนาเสนอ จัดกิจกรรมหรือสถานที่สาหรับส่งเสริมการเรียนรู้ของนักท่องเท่ียว และสร้างกิจกรรมการ ทอ่ งเท่ียวเพิ่มเติม
258 บทที่ 5 สรุป อภิปลำยผล และขอ้ เสนอแนะ สรปุ อภปิ ลำยผลและขอ้ เสนอแนะโครงกำรย่อยที่ 1 การวิจัยครั้งน้ี ใช้การวิจยั เชงิ พรรณนา มุ่งเน้นศึกษาเกี่ยวกับโซ่อุปทานการผลิตอาหารกวาง เชิงพาณิชย์ในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษารูปแบบ ปัญหาอุปสรรค แนวปฏิบัติท่ีดีในการจัดการ ด้านโลจิสติกส์ของผู้มีส่วนได้เสียในโซ่อุปทาน ต้ังแต่ต้นน้า ถึง ปลายน้า ได้แก่ เกษตรกรผู้ปลูกพืชสด ผู้ผลิต อาหาร ผจู้ าหน่ายอาหาร และผู้ประกอบการฟารม์ เพาะเลี้ยงกวาง รวมทงั้ สารวจอุปสงค์ อุปทาน และประเมิน ความม่ันคงด้านอาหารเพ่ือการเพาะเลี้ยงกวางเชิงพาณิชย์ในประเทศไทย นาข้อมูลทั้งหมดมาสรุปเพื่อให้ ข้อเสนอแนะแก่ผู้มีส่วนได้เสียและผู้เกี่ยวข้อง สาหรับใช้ในการพัฒนาปรับปรุงการจัดการในห่วงโซ่อุปทาน อาหารกวาง สาหรบั ธุรกิจการผลติ กวางเชงิ พาณิชยใ์ นประเทศไทย การวิจัยน้ี เก็บรวบรวมขอ้ มูลจาก 2 แหล่ง คือ ข้อมูลปฐมภูมิ เกบ็ รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ ผู้มีส่วนได้เสียในโซ่อุปทานการผลิตอาหารกวาง เชิงพาณิชย์ในประเทศไทย ตั้งแต่ต้นน้า ถึง ปลายน้า ได้แก่ เกษตรกรผู้ปลูกพืชสด ผู้ผลิตอาหาร ผู้จาหน่าย อาหาร และผปู้ ระกอบการฟาร์มเพาะเล้ียงกวาง เก่ียวกบั รปู แบบ ปญั หาอุปสรรค แนวปฏบิ ัติทด่ี ใี นการจดั การ ด้านโลจิสติกส์ อุปสงค์ และอุปทานด้านอาหาร สาหรับการเพาะเลี้ยงกวางเชิงพาณิชย์ และข้อมูลทุติยภูมิ เก็บรวบรวมข้อมูลเผยแพร่ของหน่วยงานราชการและเอกชน ท่ีเกี่ยวข้องกับโซ่อุปทานและการจัดการโลจิ สติกส์อาหารกวางทีผ่ ลิตเชงิ พาณิชยท์ ้งั ในและตา่ งประเทศ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยนี้ ใช้แบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ตรวจสอบ คณุ ภาพของเคร่ืองมือ วดั ความตรงเชงิ เนื้อหา โดยผูเ้ ช่ียวชาญ และใช้การวิเคราะห์ข้อมูล 2 ประเภท คือการ วเิ คราะห์ข้อมูลเชิงปรมิ าณ ดาเนนิ การวิเคราะหข์ อ้ มลู โดยใชอ้ งค์ความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ ไดแ้ ก่ ข้อมลู ด้านอุป สงค์และอุปทานเกีย่ วกับปริมาณและราคาของอาหารเพาะเล้ียงกวางเชงิ พาณิชยใ์ นประเทศไทย โดยข้อมูลด้าน อุปสงค์ ได้แก่ ความต้องการซื้ออาหารเพาะเล้ียงกวางในตลาด และข้อมูลด้านอุปทาน ได้แก่ ความต้องการ จาหนา่ ยอาหารเพาะเลีย้ งกวางในตลาด นามาเปรียบเทยี บและวัดความม่ันคงของอาหารสาหรบั การเพาะเลีย้ ง กวางเชิงพาณิชย์ในประเทศไทย และการวเิ คราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ได้แก่ การวิเคราะห์และสังเคราะห์องค์ ความรู้ โดยใช้การประชุมแบบมีส่วนร่วมระหว่างผู้เชี่ยวชาญ ผู้มีส่วนได้เสียและนักวิจัยเพื่อให้ได้ข้อมูล แผนภาพห่วงโซ่อุปทานการผลิตอาหารกวางเชิงพาณิชย์ในประเทศไทย ข้อมูลขั้นตอนและกระบวนการ ปญั หาอปุ สรรคและแนวปฏิบัตทิ ด่ี ีในการจัดการกจิ กรรมด้านโลจสิ ติกส์ ของผู้มสี ่วนได้เสียในหว่ งโซ่ และข้อมูล การวิเคราะห์สภาพธุรกิจในภาพรวมของห่วงโซ่ โดยใช้หลักการ SWOT Analysis และ TOWS Matrix เพ่ือ เสนอแนวทางในการพัฒนาปรับปรุงโซ่อุปทานและการจัดการโลจิสติกส์ สาหรับการจัดการโซ่อุปทานอาหาร กวาง สาหรับธุรกิจการผลติ กวางเชิงพาณชิ ยใ์ นประเทศไทย สามารถสรปุ ผลการวิจยั ไดด้ งั นี้ ผลการวิจยั พบว่า จากขอ้ มูลในส่วนของอุปสงค์ อุปทาน และผลการสารวจความพอเพียงด้านอาหาร เพาะเล้ยี งกวางของผู้ประกอบการ พบว่า ปริมาณอาหารประเภทพืชสด ได้แก่ หญ้า กล้วย ฝกั ฉาฉา และพืช อ่นื ๆ มีความพอเพยี งในชว่ งฤดูฝน-ฤดูหนาว เปน็ ระยะเวลา 6-8 เดอื น ซึ่งผปู้ ระกอบการจะปลูกพืชสดดังกล่าว ในพืน้ ท่ีฟาร์มเพาะเลี้ยงเอง และจดั ซื้อจากเกษตรกรในพื้นที่ สว่ นในชว่ งฤดูแลง้ ระยะเวลาประมาณ 4-6 เดอื น ผูป้ ระกอบการ จะจัดซื้อหญ้าแห้ง ได้แก่ หญ้าแพงโกลา่ แห้งอัดกอ้ น จากศูนย์วิจยั และพัฒนาอาหารสัตว์ และ เกษตรกรผู้ปลกู หญา้ แพงโกล่าจาหน่าย ภายในจังหวัดหรือจังหวดั ใกล้เคียง ซ่งึ ปริมาณหญ้ามีความพอเพยี งต่อ
259 ความตอ้ งการ โดยข้อมลู ปี 2563 พบวา่ อุปสงค์หญ้าแพงโกล่าแหง้ สาหรบั การเล้ยี งกวาง มีจานวนรวม 5,511 ตนั และอุปทานหญ้าแพงโกล่าแหง้ ของเกษตรกรผู้ปลูกหญ้าแพงโกล่าจาหน่าย มีจานวนรวม 23,775 ตัน จึง ประเมินได้ว่า ปรมิ าณอาหารมคี วามเพยี งพอตอ่ การเพาะเลย้ี งกวางเชงิ พาณิชย์ การเพาะเลี้ยงกวางเชิงพาณิชย์ของผู้ประกอบการในเขตภาคเหนือ ผลการวจิ ัยข้อมูลการจัดการด้าน อาหารเพาะเล้ียงกวาง พบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ใช้อาหารหลักประเภท หญ้าแพงโกล่าและอาหารข้น (อาหารสาเร็จรูปสาหรับเลี้ยงโค) คิดเป็นร้อยละ 30.0 โดยต้องซ้ือหญ้าแพงโกลาและอาหารข้น(อาหาร สาเร็จรูปสาหรบั เลี้ยงโค) จากแหล่งจาหนา่ ยภายนอกทัง้ หมด ซ่ึงผู้ประกอบการไม่สามารถผลิตเองไดเ้ ลย การ ให้อาหารเสริมในการเพาะเลี้ยงกวาง ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ใช้อาหารเสริมประเภท ผลไม้ เช่น กล้วย และ ผลไมใ้ นท้องถิ่นตามฤดกู าล คิดเป็นร้อยละ 57.1 ส่วนท่ีเหลอื ใชอ้ าหารเสริมประเภทพืชอนื่ เช่น ใบกระถนิ และ ฝักฉาฉา ซึ่งผู้ประกอบการสามารถปลูกพืชอาหารเสริมได้เองในพ้ืนที่เฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 40 ของปริมาณ อาหารเสริมทั้งหมด แต่ไม่เพียงพอตลอดท้ังปี ทาให้ต้องซื้อเพิ่มเติมจากแหล่งจาหน่ายภายนอกเฉล่ียคิดเป็น ร้อยละ 60 ของปริมาณอาหารเสริมท้ังหมด และมีผปู้ ระกอบการบางรายให้อาหารข้น(อาหารสาเรจ็ รปู สาหรับ เลย้ี งโค) เปน็ อาหารเสริมเฉลย่ี คดิ เป็นรอ้ ยละ 10 ของปรมิ าณอาหารเสริมทัง้ หมด ส่วนผ้ปู ระกอบการท่ีใหห้ ญ้า รูซี่เป็นอาหารเสริม สามารถปลูกได้ในพื้นท่ี แต่ไมเ่ พียงพอตลอดท้ังปี ซึ่งเมื่อหญ้าหมดลง ผู้ประกอบการจะไม่ จดั ซื้อจากแหล่งภายนอก โดยใช้อาหารประเภทอื่นทดแทน ปรมิ าณหญ้ารูซี่ที่ให้เป็นอาหารเสริมเฉล่ียคิดเป็น ร้อยละ 10 ของปริมาณอาหารเสริมท้ังหมด ผู้ประกอบการในเขตภาคกลางใช้อาหารหลักได้แก่ พืชสด ประเภทหญ้า คิดเป็นค่าเฉล่ีย ร้อยละ 76.5 รองลงมา คือ พืชตากแห้ง คิดเป็นค่าเฉล่ีย ร้อยละ 10.5 และ อาหารสาเร็จรปู ได้แก่ อาหารข้น คิดเปน็ ค่าเฉลย่ี รอ้ ยละ 9.0 ตามลาดบั วธิ ีการให้อาหารประเภทหญา้ จะจัดกองไว้บนพ้ืนดินหรือในตะแกรงยกสูง ส่วนอาหารข้นจะใสไ่ ว้ใน ภาชนะ ปัญหาสว่ นใหญใ่ นดา้ นอาหารเพาะเล้ียงกวาง ที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายใน ได้แก่ ตน้ ทนุ ค่าอาหาร และค่าแรงงานสูง การขาดอุปกรณ์ เครื่องจักร และเงินทุน ส่วนอุปสรรคที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายนอก ได้แก่ ราคาอาหารสัตว์และคา่ ขนสง่ สูงขน้ึ การจัดการปัญหาของผู้ประกอบการ จาแนกเป็น (P-Planning) การวางแผน พบว่า มีการวาง แผนการจัดหาอาหารกวาง เพ่ือลดตน้ ทุน วางแผนการจัดหาเงนิ ทุนสาหรบั การจดั ซอ้ื อปุ กรณ์ เครื่องจักร และ ท่ดี ินสาหรบั การขยายงาน (O-Organizing) การจัดโครงสร้างองค์กรเป็นแบบตามหนา้ ท่ี และจัดหาแรงงานจาก คนในท้องถิ่น (D-Directing) การติดต่อประสานงานภายในองคก์ รเป็นไปอย่างใกล้ชดิ มีเครือข่ายและพันธมติ ร ทางการคา้ และ (C-Controlling) มีการควบคุมและตดิ ตามผลการทางานอย่างสม่าเสมอ จากการประเมินปัจจัยภายใน (IFE Matrix) และปัจจัยภายนอก (EFE Matrix) สามารถทาการ วเิ คราะห์ TOWS Matrix ได้ดงั นี้ ผลการประเมนิ ปัจจัยภายใน (IFE Matrix) ไดค้ ะแนนถว่ งน้าหนัก = 2.46 อยู่ในสว่ นของ จุดอ่อน (W) ผลการประเมินปัจจัยภายนอก (EFE Matrix) ได้คะแนนถว่ งนา้ หนกั = 2.60 อยใู่ นสว่ นของ โอกาส (O) การวิเคราะหก์ ลยทุ ธ์โดยวิธี TOWS Matrix จงึ อย่ใู นช่องกลยุทธ์ WO จุดอ่อนกับโอกาส คอื กลยุทธ์เชงิ แก้ไข โดยทโี่ ซ่อปุ ทานควรใชก้ ลยทุ ธ์เชงิ แก้ไข เป็นการขจดั จดุ อ่อนโดยใช้โอกาส ไดม้ าจากการนาข้อมูลการประเมนิ สภาพแวดลอ้ ม ท่ีเป็นจุดอ่อน และโอกาส มาพจิ ารณารว่ มกนั เพือ่ จะนามากาหนดเปน็ กลยุทธใ์ นเชิงแกไ้ ข ไดแ้ ก่ 1)กลยุทธ์การลดตน้ ทนุ 2)กลยุทธ์การเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพการผลิต และ 3)กลยทุ ธก์ ารประชาสมั พันธแ์ ละ สง่ เสริมการตลาด
260 แนวทางในการจัดการด้านอาหารเพาะเล้ียงกวางเชิงพาณิชย์ ได้ดังน้ี 1)ดาเนินการจัดต้ังกลุ่มผู้ เพาะเล้ียงกวางเชิงพาณิชย์ เพ่ือสร้างความเข้มแข็งท้ังในด้านการเพาะเลี้ยงและการจัดการด้านอาหาร 2)ทา ข้อตกลงด้านการผลติ พืชอาหารระหว่างผู้ประกอบการกบั เกษตรกรในพ้นื ท่ี เพ่ือลดคา่ ใช้จา่ ยในการขนส่ง และ มีปรมิ าณอาหารที่เพยี งพอกับความตอ้ งการในการเพาะเล้ยี ง 3)จัดซื้ออาหารข้น ในนามกลุ่มผู้เพาะเล้ียงกวาง ซึ่งจะทาให้มีปริมาณการส่ังซื้อสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วยต่าลง 4)วิจัยและพัฒนาสูตรอาหาร เครื่องมือ เครื่องจักร ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการด้านอาหารเพาะเล้ียงกวาง โดยสามารถดาเนินการร่วมกับหน่วยงาน ภาครัฐ สถาบันการศึกษาและหน่วยงานภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการพัฒนาด้านการจัดการอาหารเพาะเล้ียง กวางอย่างครบวงจร 5)ปรับปรุงสภาพดินและภูมปิ ระเทศ เพื่อให้เหมาะสมกบั การปลกู พืชอาหารสัตว์และการ เพาะเล้ียงกวาง โดยสามารถดาเนนิ การขอคาแนะนาได้จากหน่วยงานภาครัฐที่เกยี่ วข้อง 6)จัดเตรียมแหลง่ น้า ให้เพียงพอต่อการปลูกพืชอาหารสัตว์และการเพาะเลี้ยงกวาง โดยในแต่ละพ้ืนท่ีมีความแตกต่างกัน จึงต้อง เลือกดาเนินการให้เหมาะสมในแต่ละพ้ืนที่และ 7)ควรเสนอโครงการเก่ียวกับการเพาะเลี้ยงกวางเชิงพาณิชย์ เข้าสู่หน่วยงานระดับจังหวัด ระดับภาคหรอื ระดบั ประเทศ เพื่อใหเ้ กิดการกาหนดนโยบายและการขับเคล่ือน อย่างเปน็ รปู ธรรม อภิปรำยผล จากผลการวิจัยมีประเด็นในการอภิปรายผล คือ ผลการวิจัย พบว่า ผู้ประกอบการใช้อาหารหลักใน การเพาะเล้ียง คือ อาหารประเภทพืชสด ได้แก่ หญ้าเนเปียร์ หญ้าขน หญ้าแพงโกล่า โดยให้อาหารประมาณ รอ้ ยละ 10 ของน้าหนักตัว ซ่ึงสอดคล้องกบั ผลการวิจัยของธนั ยพร ช่างเสนาะ (2556, หนา้ 59) ท่ที าวิจัยเร่อื ง ระบบการดาเนินงานและปจั จัยแห่งความสาเร็จธุรกิจการเพาะเลีย้ งกวางของสมาชกิ สหกรณ์กวางแห่งประเทศ ไทย จากัด ที่พบว่าผู้ประกอบการ ได้แบ่งการให้อาหารออกเป็น 2 ช่วง คือในช่วงเช้าและกลางวัน แต่บาง ฟาร์มใหใ้ นช่วงเช้าและเย็น ปรมิ าณของอาหารให้คือตามนา้ หนกั ตัวกวาง คอื รอ้ ยละ 10 ของนา้ หนกั ตวั อาหาร ที่ใช้เล้ียง แบ่งไดเ้ ป็น 2 ประเภท คืออาหารหยาบ เช่น หญ้า ถั่ว พืชอาหารสตั ว์ต่าง ๆ เช่น หญา้ หมัก ข้าวโพด กระถนิ ผู้ประกอบการควรมพี ืชอาหารสัตวส์ ารองไว้ให้เพียงพอ ถา้ กวางไดร้ บั อาหารหยาบท่มี คี ณุ ภาพเพียงพอ แล้วจะชว่ ยลดตน้ ทุนคา่ อาหารข้น หญ้าทใี่ ช้ในการเลี้ยงกวาง ไดแ้ ก่ หญ้าแพงโกลา่ รูซ่ี และหญา้ ขน
261 สรปุ อภิปลำยผลและข้อเสนอแนะโครงกำรย่อยที่ 2 จากผลการทดลองและวเิ คราะห์ผล โครงการวจิ ัยเรื่องการประยกุ ตใ์ ช้กระบวนการทางด้านวศิ วกรรม ในการผลิตอาหารแห้งปลอดภัยสาหรับธรุ กิจการผลิตกวางเชิงพาณชิ ย์ สามารถสรุปผลการวิจยั ตามกิจกรรมได้ ดังต่อไปน้ี 5.1 สรปุ ผลกำรวจิ ัยกำรพฒั นำเครือ่ งสับหญ้ำท่ีสำมำรถควบคุมขนำดของหญ้ำอำหำรสัตว์ที่มีต้นทุนกำร ผลิตตำ่ การทดสอบความเร็วของตัวป้อนวัสดุ สาหรับหญ้าเนเปียร์ท่ีความเร็วรอบที่ 400 รอบต่อนาที พบว่า ปริมาณการสับหญ้าได้นอ้ ยกว่าความเรว็ รอบท่ี 600 รอบตอ่ นาที แต่ความเรว็ รอบของใบมีดความเร็วรอบคงที่ 1,100 รอบต่อนาที สาหรับผักตบชวาสามารถสับได้ปริมาณท่ีดีกว่าการสับหญ้าเนเปียร์ และความเร็วของลูก รดี เนื่องจากผกั ชวาลาตน้ ส้ันและประกอบด้วยนา้ มากจึงทาการสบั ได้ปรมิ าณมาก และสาหรบั การสับหญา้ แพง โกล่าเพือ่ ใช้ในการผลิตอาหารกวางพบวา่ หญ้าแพงโกล่าแห้งที่นามาสับมีความเหนียวทาใหก้ ารสบั ไมค่ ่อยขาด ในครั้งเดยี ว จึงมีความจาเป็นตอ้ งทาการสบั ซา้ ท้งั การทดลองทค่ี วามเรว็ รอบของเครื่อง 400 รอบต่อนาที และ ความเรว็ รอบ 600 รอบตอ่ นาที และการวเิ คราะหเ์ พื่อประกอบการตัดสนิ ใจในการเลือกกระบวนการผลติ โดยให้เครอ่ื งสับทางานวันละ 2 ช่ัวโมง เป็นเวลา 365 วัน หรือ 730 ชั่วโมง เครื่องสับหญ้าสามารถผลิตได้ 450 กิโลกรัมต่อชั่วโมง คิดเป็น ตน้ ทุนการผลิตต่อหน่วยเท่ากบั 0.35 บาท/กิโลกรัม ดังน้ันต้นทุนการผลิตต่อหน่วยกิโลกรัม เท่ากับ 0.0426 บาท 5.2 สรปุ ผลกำรวิจยั กระบวนกำรอบแห้งลดควำมชื้นของหญำ้ อำหำรสตั ว์ดว้ ยคลนื่ ไมโครเวฟร่วมกับระบบ ลมร้อน การประยุกต์ใช้เคร่ืองอบแห้งด้วยไมโครเวฟร่วมกับลมร้อนแบบสายพานลาเลียง แบ่งการทดลอง ออกเป็น 3 กรณี ได้แก่ การอบแห้งด้วยลมร้อน การอบแห้งด้วยไมโครเวฟ และการอบแห้งด้วยไมโครเวฟ ร่วมกับลมร้อน ผลการทดสอบ พบว่า การอบแห้งด้วยไมโครเวฟ เมื่อมีการใช้กาลังไฟที่สูงขึ้นทาให้เกิดความ ร้อนสะสมในตัวอย่างพืชอาหารสัตว์จงึ ทาใหเ้ กิดความเสียหายและมีรอยไหม้ และการอบแห้งด้วยลมรอ้ น การ อบแห้งด้วยระยะเวลาท่ีกาหนดปริมาณความชื้นของพืชอาหารสัตว์ลดลงไดเ้ พียงเล็กนอ้ ยเทา่ น้ันซ่งึ ทาให้อายุ การเก็บรักษาส้ันลง ดังนั้นการประยุกต์ใช้การอบแห้งด้วยไมโครเวฟร่วมกับลมร้อนสาหรับพืชอาหารสัตว์จึง สามารถลดความชนื้ ได้เหมาะสมทส่ี ุด โดยมีสภาวะที่เหมาะสมสาหรับการอบแห้ง คือ กาลังไฟฟ้า 800 วัตต์ อุณหภูมิลมร้อน 60 องศา เซลเซียส ระยะเวลาสายพานลาเลียง 10 นาที ซึ่งสามารถลดความชื้นได้ร้อยละ 88 มาตรฐานเปียก (ค่าที่ เหมาะสมสาหรับพืชอาหารสัตวแ์ หง้ ) มีอตั ราการสิ้นเปลอื งพลังงานเพียง 2.9988 MJ/kg และผลการตรวจสอบ คุณภาพหญ้าแพงโกล่าท่ีผ่านกระบวนการอบด้วยวิธีการอบแห้งด้วยลมร้อนร่วมกับไมโครเวฟมีร้อยละค่า ความช้ืนอยู่ในมาตรฐานหญ้าแพงโกล่าแห้ง (ความชื้นน้อยกว่า 15%) ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเท่ากับร้อยละ 6.27 มีค่า ร้อยละของโปรตีนอยู่ในมาตรฐานหญ้าแพงโกลา่ แห้ง (โปรตีนมากกว่า 13%) ซ่งึ มคี า่ เฉล่ยี เทา่ กับรอ้ ยละ 13.66 และ มีค่าร้อยละของ ADF อยู่ในมาตรฐานหญ้าแพงโกล่าแห้ง (ADF มากกว่า 35%) ซ่ึงมีค่าเฉลี่ยเท่ากับร้อย ละ 40.50 ดังนั้นการประยุกต์ใช้การอบแห้งด้วยไมโครเวฟร่วมกับลมร้อนเปน็ วธิ ีการที่มีประสิทธิภาพสามารถ ลดระยะเวลาในการอบแห้งได้ และเหมาะสมกบั กลุม่ เกษตรกร สหกรณ์ และวสิ าหกิจชุมชน
262 5.3 สรปุ ผลกำรวิจยั กระบวนกำรผลติ หญ้ำเพอื่ อำหำรสัตว์โดยประยกุ ต์ใช้เทคโนโลยพี ลำสมำเพื่อยกระดับ คณุ ภำพและควำมปลอดภยั ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีพลาสมาเพ่ือการผลิตหญ้าอาหารสัตว์ พบว่าเคร่ืองสามารถสร้าง แรงดันไฟฟ้า กระแสสลับความถ่ีสูง ท่ีแรงดันไฟฟ้าด้านออกสูง 27.3 kV ที่ค่าความถ่ีไฟฟ้าเฉลี่ย 5.279 kHz และ ระดับค่าอุณหภูมิท่ีตรวจวัดได้ตลอดช่วงแรงดันทดลองพบว่ามีค่าสูงท่ีสุดเท่ากับ 40.4 องศาเซลเซียส ซ่ึงผลที่ได้ สามารถนาแนวทางผลการทดลองเครอ่ื งท่ไี ดไ้ ปปรบั ใช้เพ่อื ทดสอบกับการศึกษาความเป็นไปได้ในการลดเชอ้ื โรค ทีส่ ามารถพบไดใ้ นหญา้ ที่เปน็ พชื อาหารสัตว์ จากผลการทดสอบการให้พลาสมาสาหรับเชื้อ E. Coli พบว่าที่ระยะห่าง (Gap Distance) 1 cm มี แนวโน้มใหค้ ่าเฉลี่ยท่ีดีที่สุด ในระดับแรงดันปอ้ นเข้าท่ีมีสมรรถนะท่ีดีพบว่าค่าสูงสุดเกิดซ้าท่ี 250 V แต่ทง้ั น้ีอาจ ต้องมีการทดสอบซ้าเพิ่มเตมิ เนื่องจากผลของอุณหภูมิอาจสูงเกินกว่า 40 C (อาจต้องปรับมาทดสอบซ้าเพิ่มที่ ประมาณ 240 V) สาหรับระยะเวลาในการให้พลาสมาที่มีผลเฉลี่ยดีท่ีสุดอยู่ที่ 2 นาที และสาหรับผลการ ทดสอบการให้พลาสมาสาหรับเชื้อ Salmonella พบวา่ ที่ระยะห่าง (Gap Distance) 1 cm มีแนวโน้มให้คา่ เฉล่ีย ที่ดีท่ีสุด ในระดับแรงดันป้อนเข้าท่ีมีสมรรถนะที่ดีพบว่าค่าสูงสุดเกิดซ้าที่ 150 V สาหรับระยะเวลาในการให้ พลาสมาท่มี ีผลเฉล่ยี ดีท่ีสดุ อยู่ที่ 4 นาที จากผลการทดลองน้ีสามารถสรุปได้ว่าผลการพลาสมามีอิทธิพลต่อการลดลงของเช้ือโรคทั้ง E. Coli และ Salmonella ในลักษณะเวลา ระดับพลาสมาทใ่ี ห้ และระยะห่างของพลาสมากับตวั เชือ้ โรค
263 สรุป อภิปลำยผลและขอ้ เสนอแนะโครงกำรย่อยที่ 3 การพฒั นาการเลีย้ งกวางในจังหวดั พิษณโุ ลกโดยใช้อาหารผสมเสรจ็ (TMR) เปรียบเทียบกับ การใช้อาหารขน้ ลูกโค โดยใช้กวางทดลองเพศผสู้ ายพันธ์รุ ซู ่าจานวน 8 ตวั อายเุ ฉลี่ย 4 ปี นา้ หนักเริ่มต้นเฉลี่ย 70.5 กิโลกรัม ใช้ระยะเวลาในการทดลอง 30 วัน ผลการทดลองพบว่า กวางกลุ่มท่ีได้รับอาหารผสมเสร็จมี น้าหนักสุดท้ายเฉลี่ย 80.2 กิโลกรัม (p<0.05) และกลุ่มที่ได้รับอาหารข้นลูกโคมีน้าหนักสุดท้ายเฉลี่ย 71.4 กโิ ลกรมั ลักษณะทางกายภาพของกวางโดยการใหค้ ะแนนร่างกายกวางพบว่า ก่อนการทดลองกวางมีคะแนน ร่างกายเฉลี่ยเทา่ กับ 2.5 ท้งั สองกลมุ่ หลังการทดลองกวางกลุ่มที่ไดร้ ับอาหารข้นลูกโคและกลุ่มท่ไี ดร้ ับอาหาร ผสมเสรจ็ มีคะแนนร่างกายเฉลี่ย 3.5 การศกึ ษาความสูง น้าหนักสุดทาย และคุณคาทางอาหารของหญาแพงโกลาโดยใชมลู สัตว กากไบโอ แกส และปุยยูเรีย โดยใชแผนการทดลองแบบ Randomized Complete Block Design (RCBD) แบงเปน 4 บล็อกคือ อายุของหญา 7, 14, 21 และ 35 วัน โดยมสี ง่ิ ทดลอง 6 กลุมทดลอง คอื กลุมท่ี 1 ควบคมุ กลุมท่ี 2 มูลสุกร กลุม ที่ 3 มูลโคนม กลุมที่ 4 กากไบโอแกส กลุมท่ี 5 มลู กวาง และกลุมท่ี 6 ปยุ ยเู รยี โดยใสลงในแปลง ทดลอง ขนาด 2X2 เมตร ทั้งหมด 24 แปลงทดลอง ตามอัตราการใสปุยโดยยึดหลักวิชาการ คือ กลุมท่ี 1 ควบคุม (ไมใส , กลมุ ท่ี 2 มลู สกุ ร (1.5 กิโลกรมั ) กลุ่มท่ี 3 มลู โคนม (2.5 กิโลกรัม) กลุมท่ี 4 กากไบโอแกส (5 กิโลกรมั ) กลุมท่ี 5 มูลกวาง (4 กิโลกรัม) และกลุมท่ี 6 ปุยยเู รีย (0.05 กิโลกรัม) ผลการทดลองพบวา ความสูง ของหญาแพงโกลาที่อายุ 7, 14, 21 และ 35 วัน หญาแพงโกลาท่ี ไดรับมูลโคนมมีความสูงที่สุด รองลงมาคือ กากไบโอแกส และต่าสุดคือกลุมควบคุม น้าหนักสุดทายของหญาแพงโกลาท่ีไดรับ มูลโคนมมีคาสูงที่สุด ส วนกลุมควบคุมมีนา้ หนกั สุดทายต่าที่สดุ แตกตางกนั อยางมีนัยสาคัญทางสถติ ิ (P<0.05) ผลการวิเคราะหคุณค าทางโภชนะของหญาแพงโกลา พบวา หญาที่ไดรับมูลสุกรมีคาโปรตีนสูงท่ีสุดคือ 10.24 เปอรเซน็ ต และกลุ่ม ควบคุมมีคาโปรตีนต่าสุด คือ 7.65 เปอรเซ็นต แตกตางกันอยางมีนัยสาคัญทางสถิติ (P<0.05) หญาแพงโกล าท่ไี ดรบั ปุยยูเรยี มี คา NDF สงู ที่สุดคือ 66.30 เปอรเซ็นต และหญาที่ไดรบั มูลสุกรมีคา ADF ตา่ ทสี่ ุดคือ 34.62 เปอรเซ็นต
264 สรปุ อภปิ ลำยผลและขอ้ เสนอแนะโครงกำรย่อยที่ 4 1. สรุปผลกำรดำเนนิ งำน การพัฒนาโปรแกรมให้อาหารกวางอัตโนมตั ิสาหรบั ธุรกจิ กวางเชงิ พาณชิ ย์ มีวตั ถปุ ระสงค์ในการ ดาเนนิ งานวิจัยดังน้ี 1. พฒั นาโปรแกรมอัตโนมัตคิ วบคมุ การใหอ้ าหารกวาง อยา่ งนอ้ ย 1 โปรแกรม 2. สรา้ ง/พัฒนาเคร่ืองให้อาหารกวางสาหรบั รองรบั การทางานของโปรแกรมอัตโนมตั คิ วบคมุ การให้ อาหารกวาง 3. เปรียบเทียบประสิทธิภาพการทางานระหว่างโปรแกรมอัตโนมัติควบคุมการให้อาหารกวางที่ พฒั นาข้นึ กบั วธิ กี ารให้อาหารแบบด้ังเดิม ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้การพัฒนาเคร่ืองให้อาหารกวางสาหรับรองรับการทางานของโปรแกรม อตั โนมตั ิควบคุมการให้อาหารกวางที่พฒั นามีประสิทธภิ าพการทางานสามารถกาหนดปรมิ าณอาหาร ต้ังเวลา การให้อาหาร ระบบมีไฟแสดงสถานะการทางานของเครื่อง สามารถลดต้นทุนการผลิตในส่วนของค่าแรง (คนงานให้อาหาร) และส่วนตา่ งมูลค่าของอาหารที่กวางควรได้รับบนพื้นฐานความต้องการอาหารร้อยละ 10 ของน้าหนักตัวต่อวัน นอกจากนั้น ระบบและเคร่ืองให้อาหารกวางดังกล่าว ยังอาจสามารถนามาใช้เป็น ตน้ แบบของการบริหารจัดการระบบผลติ กวางเชิงพาณชิ ย์ตลอดโซอ่ ุปทาน และสามารถนาไปขยายผลหรอื ส่ง ต่อองค์ความรู้สู่ฟาร์มกวางอื่น ๆ ภายในประเทศไทยได้ สง่ ผลใหเ้ กิดการยกระดับคณุ ภาพ รวมถึงการควบคุม กระบวนการผลิตและตน้ ทนุ การผลติ ในธุรกจิ การผลิตกวางเชิงพาณิชย์ตอ่ ไปในอนาคต 2. อภิปรำยผล การพฒั นาโปรแกรมให้อาหารกวางอตั โนมตั สิ าหรับธุรกจิ กวางเชงิ พาณชิ ย์ สามารถที่จะนาเครอื่ งให้ อาหารกวางน้ีไปประยุกตใ์ ช้กบั การใหอ้ าหารกับสัตว์ชนิดนี้ แตท่ ง้ั น้ตี ้องมกี ารพิจารณาถงึ พฤติกรรมการกนิ ของ สัตวแ์ ต่ละชนดิ 3. บทเรยี นสำคัญของกำรดำเนินงำน - 4. ปัญหำและอุปสรรค ช่วงฤดูฝนจะเปน็ ชว่ งเวลาทเ่ี ป็นอปุ สรรคใ์ นการดาเนินโครงการไมว่ ่าจะเปน็ ในเร่อื งการเกบ็ รวบรวม ขอ้ มูล หรือการทดสอบเครอ่ื ง 5. ข้อเสนอแนะ ระบบการทางานที่พัฒนาขน้ึ เป็นระบบทใ่ี ชไ้ ฟฟ้าในการทางาน หากมพี ฒั นาปรับปรุงเพอื่ ให้เครอื่ ง สามารถลดตน้ ทุนให้ผู้ประกอบการได้ในระยะยาว ควรจะมกี ารนาโซลา่ เซลมาประยุกต์ในงานฟารม์ เพ่อื เป็น การประหยัดพลงั งานต่อไป
265 สรุป อภิปลำยผลและข้อเสนอแนะโครงกำรย่อยที่ 5 จากผลการศึกษาวจิ ัยเร่อื ง การพัฒนาส่ือการเรียนรู้ เรือ่ งการเล้ยี งกวางเชิงพาณิชย์ ในรปู แบบการ์ตูน แอนิเมชัน 3 มิติ ในรูปแบบ 3 ภาษา (ไทย อังกฤษ จีน) กรณีศกึ ษาภกั ดฟี าร์ม อ.วังทอง จ.พิษณุโลก สามารถ สรุปได้ว่า 1. การพัฒนาสอ่ื การ์ตูนแอนิเมชัน 3 มิติ เร่ืองการเลี้ยงกวางเชิงพาณชิ ย์ ในรูปแบบ 3 ภาษา (ไทย อังกฤษ จีน) ผู้วิจัยได้นาข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกของผู้ประกอบการภักดีฟาร์ม ผู้ดูแลและเลี้ยงกวาง ผทู้ รงคุณวุฒริ ่วมกบั การลงภาคสนามมาสังเคราะห์และรวบรวมองคค์ วามรู้ เพื่อกาหนดแนวทางและขอบเขต ในการพัฒนาส่ือการ์ตนู แอนิเมชัน 3 มติ ิฯ นอกจากนี้ ผูว้ ิจยั ได้ศึกษาตารา เอกสารวิชาการทีเ่ ก่ียวข้อง สง่ ผลให้ ไดแ้ นวทางในการพฒั นาส่อื การต์ นู แอนเิ มชัน 3 มติ ิฯ ที่สอดคล้องกับการใช้งานและใชไ้ ด้จรงิ ตามความต้องการ และจากการประเมินคุณภาพส่ือการ์ตูนแอนิเมชัน 3 มิติฯ ของผู้เช่ียวชาญด้านเนื้อหา ด้านการออกแบบส่ือ วีดิทัศน์ และด้านการใช้ภาษา จานวน 10 ท่าน พบว่าผู้เช่ียวชาญประเมินคุณภาพสื่อการ์ตูนแอนเิ มชัน 3 มิติ เร่ืองการเลี้ยงกวางเชิงพาณิชย์ อยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.62 ซ่ึงสอดคล้องกับ บุญชม ศรีสะอาด (2545) ท่ีกล่าวว่า เกณฑ์การประเมนิ ประสิทธิภาพของส่ือวีดทิ ัศน์จากผู้เชี่ยวชาญจะต้องมีค่าความเหมาะสม เฉล่ียอยู่ในระดับ 3.50 ข้ึนไป ซ่ึงหมายความว่าใช้ไดแ้ ละมคี ุณภาพดี ท้ังนี้อาจเป็นเพราะส่อื การ์ตูนแอนิเมชัน 3 มิติฯ ผู้วิจัยได้นาเสนอเน้ือหาท่ีมีความน่าสนใจ สอดแทรกความรู้ เล่าเร่ืองชัดเจน ง่ายต่อการเข้าใจ การ ออกแบบตวั ละคร ฉาก และเสียงประกอบมคี วามเหมาะสม สวยงาม ตลอดจนสามารถใชเ้ ปน็ แหล่งเรยี นรู้ และ นาความรู้ท่ไี ด้ไปถ่ายทอดและประยุกต์ใชใ้ ห้เกดิ ประโยชนไ์ ดอ้ ีกดว้ ย ดงั ที่ กิดานนั ท์ มลิทอง (2548:196) กล่าว ว่า การพัฒนาสือ่ มัลติมีเดยี ที่มที ้งั ภาพนง่ิ ภาพเคลอ่ื นไหว เสียงบรรยาย ตวั อักษรจะชว่ ยดึงดูดความสนใจ และ ทาให้ผู้เรียนไม่เบื่อหน่าย ในขณะเดียวกนั ผู้เรียนก็จะเกิดความรู้ในเร่ืองที่เรียนอีกด้วย สอดคล้องกับงานวิจัย ของ อมีนา ฉายสุวรรณ และชุมพล จันทรฉ์ ลอง (2559) ท่ีพัฒนาสื่อการ์ตูนแอนิเมชัน เร่ืองพนี่ ้องออมเงิน ซึ่ง พบว่าผลการประเมินคุณภาพการ์ตูนแอนิเมชัน เร่ืองพี่นอ้ งออมเงิน ท่ีประเมินโดยผู้เช่ียวชาญ ท้งั 3 ด้าน คือ ดา้ นเนอื้ หาของการ์ตูน ด้านภาพและเสียง ด้านเทคนคิ อยูใ่ นระดบั ดี มคี ่าเฉล่ยี รวมเท่ากับ 4.33 สอดคล้องกับ งานวิจยั ของ นราทร ประมวญรฐั การ และปญุ ญรตั น์ ปุญญา (2561) การพัฒนาแอนิเมชนั สามมติ ปิ ระกอบการ เรียนชีววิทยา เรื่อง อาณาจักรสัตว์ : ไฟลัมแพลทีเฮลมินเทสและไฟลัมเนมาโทดา ซ่ึงพบว่า ผลการประเมิน คุณภาพการ์ตนู แอนิเมชนั 3 มติ ิ ประกอบการเรียนชีววิทยา ท่ีประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ รวมคุณภาพท้ัง 3 ดา้ น อยู่ในระดับดี มีค่าเฉลย่ี รวมเท่ากับ 4.02 และสอดคลอ้ งกับงานวจิ ัยของ ชุมพล จันทร์ฉลอง (2561) ที่พัฒนา การ์ตูนแอนิเมชัน 2 มิติ เรื่องรักษ์ผืนป่า ผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซ่ึงพบว่า ผลการประเมินคุณภาพ การ์ตนู แอนิเมชัน เรอื่ งรกั ษ์ผืนป่า ผ่านระบบเครือข่ายคอมพวิ เตอร์ ท่ีประเมินโดยผเู้ ชี่ยวชาญ รวมคุณภาพท้ัง 3 ดา้ น อยูใ่ นระดับดมี าก มีค่าเฉล่ียรวมเทา่ กบั 4.62 2. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า การรับรู้ของผู้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องการเลี้ยงกวางเชิง พาณชิ ย์ ท่เี รยี นโดยใชส้ อื่ การ์ตูนแอนิเมชนั (คา่ เฉลีย่ = 15.04) สูงกวา่ แบบท่ีเรียนโดยวิธีการบรรยาย (ค่าเฉลี่ย = 11.08) อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทั้งน้ีเป็นเพราะการสอนโดยใช้สื่อวีดิทัศน์ในรูปของการ์ตูน แอนิเมชัน 3 มติ ฯิ ทผี่ ู้วิจัยสรา้ งขน้ึ ประกอบไปด้วยภาพเคล่ือนไหว ฉาก เสียงบรรยายและเสยี งดนตรปี ระกอบ ท่ชี ่วยกระตุ้นและสรา้ งความสนใจให้กบั ผู้เรียนทาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีประสทิ ธิภาพ สามารถเขา้ ใจ เน้ือหาที่ยุ่งยากและซับซ้อนได้ง่ายข้ึนในระยะเวลาที่จากัด ทั้งยังช่วยสร้างเสริมประสบการณ์และเพ่ิมขีด ความสามารถทางการเรยี นรู้ ส่งผลให้ผเู้ รียนผลสัมฤทธิท์ างการเรียนของผู้เรยี นสงู ขน้ึ กว่าการสอนแบบบรรยาย สอดคล้องกับงานวจิ ัยของ ปรวิ รรต สมนกึ (2558) ที่พัฒนานวัตกรรมการเรยี นการสอนโดยใช้ส่ือวิดทิ ัศน์ เพ่ือ
266 เพ่ิมผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนเร่ือง “ผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยว” โดยทาการเปรียบเทยี บผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ของนักศึกษากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ด้วยวิธีการสอนโดยใช้ส่ือวีดิทัศน์กับวิธีการสอนแบบปกติ ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักศึกษาท่ีเรียนโดยสื่อวีดิทัศน์สูงกว่านักศึกษาท่ีเรียนโดยวิธี ปกติ อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 และสอดคล้องกับงานวิจัยของ สุคนธ์ทิพย์ สุภาจันทร์ (2557) ที่ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการสอนทใี่ ชส้ อื่ การสอน E-Book และการสอนปกติ วชิ าการวิเคราะห์ ข้อมูลทางธุรกิจ โดยทาการเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักศึกษากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ดว้ ยวิธีการสอนแบบใช้สื่อการสอน E-Book กับวิธีการสอนปกติ ผลการวิจัยพบว่า ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนของ นักศึกษาที่เรียนโดยใช้สื่อการสอน E-Book สูงกว่านักศึกษาท่ีเรียนโดยวิธีปกติ อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ ระดบั .05 3. ผ้รู ับการถ่ายทอดองค์ความรูม้ ีความพึงพอใจต่อวิธีการสอนโดยใช้สื่อการ์ตูน 3 มิติ เรื่องการเล้ียง กวางเชิงพาณิชย์ อยู่ในระดับมากท่ีสุด มคี ่าเฉล่ียรวมเท่ากับ 4.53 เน่ืองมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดย วิธีการใช้สื่อการ์ตูนแอนิเมชัน 3 มิติ ผู้เรียนได้เห็นถึงประโยชน์ท่ีได้รับจากการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง เสริมประสบการณ์ในเรื่องการเลี้ยงกวาง การเพ่ิมพูนทักษะภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน) ตลอดจนการนาความรู้ท่ีได้รับไปถ่ายทอดให้กับผู้อื่น สิ่งเหล่าน้ีถือเป็นส่วนสาคัญที่ช่วยจูงใจให้ผู้เรียนเกิด ความสุข ความสนใจและไม่รู้สึกเบื่อหน่ายในการเรียนรู้ อันจะนามาซ่ึงความพอใจและเกิดเจตคติท่ีดีต่อการ เรียน สอดคล้องกับ Good (1973:320) และสาโรจน์ ไสยสมบัติ (2534:39) ได้กล่าวไว้ว่า ความพึงพอใจ เกิดข้นึ หรือไมน่ น้ั ขนึ้ อยู่กบั กระบวนการจัดการเรียนรู้ประกอบกบั ระดับความรู้สึกและทัศนคตทิ ่ีบุคคลนน้ั มตี ่อ สิง่ น้ัน สอดคลอ้ งกบั ชุมพล จนั ทรฉ์ ลอง และอมีนา ฉายสุวรรณ (2559) ไดศ้ ึกษา เรือ่ งการ์ตูนแอนิเมชัน เร่อื ง เทพ 3 ฤดูกับการลดโลกร้อน ซ่ึงพบว่าผลการประเมินความพงึ พอใจของผู้สนใจทมี่ ีต่อการ์ตูนแอนิเมชนั เรื่อง เทพ 3 ฤดูกับการลดโลกร้อน ที่ประเมินโดยกลุ่มตัวอย่าง รวมคุณภาพท้ัง 3 ด้านมีค่าเฉล่ียรวมเป็น 4.10 ซ่ึง ระดบั คุณภาพอยู่ในระดับดี ข้อเสนอแนะ 1. สาหรับผสู้ นใจธรุ กิจฟาร์มเลีย้ งกวาง แต่ไมม่ ีองคค์ วามรูส้ ามารถนาสือ่ การ์ตูนแอนเิ มชัน 3 มิติ เรอื่ งการเลี้ยงกวางเชงิ ท่พี ัฒนาข้นึ มาศกึ ษาการเรียนรู้วิธีการเลี้ยงกวางเบือ้ งต้นได้ดว้ ยตนเอง 2. สาหรับผู้ประกอบการภกั ดีฟาร์ม สามารถนาสื่อการ์ตูนแอนิเมชัน 3 มิติ เรื่องการเลี้ยงกวาง เชิงพาณิชย์ท่ีพัฒนาขึ้นมาไปต่อยอดในเรื่องของการสร้างแหล่งการเรียนรู้ภายในฟาร์ม เพื่อถ่ายทอดองค์ ความรูแ้ ก่นักท่องเทยี่ วและผทู้ ี่สนใจ 3. สาหรับนักศึกษามหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา สามารถนาสื่อการ์ตนู แอนเิ มชัน 3 มิติ เร่ืองการเลีย้ งกวางเชิงพาณิชยท์ ีพ่ ัฒนาขึ้นมาไปเพ่มิ ขดี ความสามารถทางการเรยี นรู้ไดด้ ้วยตนเอง
267 สรุป อภิปลำยผลและข้อเสนอแนะโครงกำรย่อยท่ี 6 การวิจัยน้ีเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาผลกระทบของธุรกิจการผลิตกวางเชิง พาณิชย์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และผลกระทบและคุณค่าจากการใช้องค์ความรู้ในส่วนของการพัฒนาสูตรและ กระบวนการผลิตอาหารกวางท่ีมตี ่อผู้ประกอบการ รวมไปถึงศกึ ษาพฤติกรรมการท่องเท่ยี วและความพงึ พอใจ ของนักท่องเท่ียวต่อผู้ประกอบการผลิตกวางเชิงพาณิชย์เพื่อหาแนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้มีความ เปน็ เอกลกั ษณ์และยง่ั ยนื ผู้วจิ ยั ได้ทาการสรุปและอภปิ รายผล ดังน้ี 1. แบบสอบถาม (Questionnaire) สาหรับสอบถามนักท่องเท่ียว แยกออกเป็น 4 ส่วน ประกอบด้วย ส่วนท่ี 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนที่ 2 พฤติกรรมการท่องเที่ยว ส่วนที่ 3 ความ พงึ พอใจของนกั ท่องเท่ียวตอ่ สถานทที่ ่องเทย่ี วและส่วนท่ี 4 แนวทางการพัฒนาแหล่งทอ่ งเทยี่ วเปน็ แหล่งเรียนรู้ ซ่งึ แบบสอบถามส่วนท่ี 1,2 และ 4 เป็นคาถามปลายปิด (Closed-end Questions) ส่วนแบบสอบถามส่วนท่ี 3 เป็นคาถามประเภทระดับ (Scaled-Response Questions) มีข้อคาถามรวม 15 ข้อ โดยนาไปเก็บข้อมูล จากการสอบถามนักท่องเท่ียวท่ีเดินทางมาเท่ียว ณ ภักดีฟาร์ม ตาบลวังนกแอ่น อาเภอวังทอง จังหวัด พิษณุโลก จานวน 97 คน ในช่วงเดือนธันวาคมพ.ศ.2561 ถึงเดอื นธันวาคม 2562 สรุปและอภิปรายผล ดังน้ี จากการศึกษาพฤติกรรมการท่องเที่ยวท่ีมีต่อผู้ประกอบการผลิตกวางเชิงพาณิชย์ กรณีศึกษา ภักดีฟาร์ม ตาบลวังนกแอ่น อาเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลกนั้น ผลการวิจัย พบวา่ นักท่องเท่ียวสว่ นใหญ่จะมี อายุระหว่าง 31-40 ปี รองลงมามีอายุระหวา่ ง 41-50 ปีส่วนใหญ่มีภูมิลาเนาในภาคเหนือ โดยจะเดินทางมา ท่องเที่ยวช่วงเดือนตุลาคมถึงมีนาคม ซ่ึงตรงกับฤดูหนาวมักจะใช้เวลาในการท่องเท่ียวในแต่ละคร้ังประมาณ 2-3 วัน นักท่องเท่ียวส่วนใหญ่เดินทางมากับครอบครัว และใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นพาหนะในการเดินทาง โดยแต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวอยู่ที่คนละ 1,000-3,000 บาท ผลการวิจัยที่ได้สอดคล้องกับ สานักงานสถิติแห่งชาติ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (2560) ที่ได้ทาการสารวจพฤติกรรมการเดินทาง ท่องเท่ียวของชาวไทยในรอบปี 2559 พบว่า ผู้ท่ีเดินทางท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางท่องเที่ยวกับครอบครัว/ ญาติ ผู้ท่ีเดินทางแบบไม่พักค้างคืนส่วนใหญ่จะเดินทางวันเสาร์-อาทิตย์ ส่วนผู้ที่เดินทางแบบพักค้างคืนส่วน ใหญ่จะเดินทางช่วงวนั หยดุ เทศกาล ผู้เดนิ ทางท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมที่จะเดินทางด้วยพาหนะส่วนตวั /รถยนต์ โดยใชค้ ่าใช้จ่ายในการเดนิ ทางท่องเที่ยวต่อคร้งั ตอ่ คน พบว่า อยูท่ ีป่ ระมาณ 2,753 บาท นอกจากนน้ั ยังเหน็ ได้ ว่า ช่วงอายุของนักท่องเท่ียวเป็นลักษณะของวัยทางานซ่ึงสอดคล้องกับ จินดารัตน์ โพธิ์นอก (2557) ท่กี ล่าวว่า ประชากรวัยแรงงาน (Working-age Population) ในประเทศไทย คือ ประชากรอายุ15-59 ปีที่มี รายได้คอ่ นขา้ งมัน่ คง และมีการวางแผนการไปเทีย่ วร่วมกบั ครอบครัว ในสถานที่ท่องเทยี่ วที่ไม่ไกลจากแหล่ง ภมู ิลาเนาของตนมากนัก ซึ่งน่าจะมีปัจจัยมาจากค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการเดินทาง โดยเดินทางไปในชว่ ง วันหยุดสุดสัปดาห์หรือช่วงเทศกาลต่าง ๆ และจากการเดินทางร่วมกับครอบครัว จึงทาให้เลือกใช้รถยนต์ สว่ นตัวซึ่งมีความสะดวกสบายในการเดินทางและสามารถแวะท่องเทยี่ วในสถานที่อ่ืน ๆ ได้อีกด้วย ประเด็นนี้ สอดคล้องกับพืน้ ท่ีต้งั ของภักดีฟารม์ ซึง่ มีเขตติดตอ่ กับสถานที่ท่องเทยี่ วทีม่ ชี อ่ื เสยี งเชน่ บา้ นรักไทย ตาบลชมพู
268 อาเภอเนินมะปราง และยังเป็นทางผ่านที่สามารถเดินทางท่องเท่ียวต่อไปยังอาเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซ่ึงมักจะมีกิจกรรมและฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคมเช่นเดียวกัน ส่วนเหตุผลที่ นักท่องเท่ียวเลือกมาท่องเท่ียว ณ ภักดีฟาร์ม ส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่าภักดีฟาร์มมีความเป็นเอกลักษณ์ จานวน 48 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 49.5 รองลงมา คือ มกี ิจกรรมการท่องเที่ยวทนี่ ่าสนใจและหลากหลาย จานวน 30 คน คิด เปน็ ร้อยละ 30.9 จากเหตุผลข้างตน้ เป็นไปได้วา่ ภักดีฟาร์ม ถือเปน็ ฟาร์มกวางแห่งแรกและแห่งเดียวในจังหวัด พิษณุโลก และได้ดาเนินธุรกจิ การ ผลิตกวางครบวงจรทั้งเชิงพาณิชย์และเชิงท่องเท่ียว จึงนับได้ว่าเป็นแหล่ง ท่องเท่ียวที่มคี วามเป็นเอกลกั ษณ์ ผสมผสานการทอ่ งเท่ยี วในหลายรูปแบบ ความพึงพอใจของนักทอ่ งเท่ียวที่มีตอ่ ผู้ประกอบการผลติ กวางเชิงพาณชิ ย์ กรณศี กึ ษา ภักดีฟาร์ม ตาบลวังนกแอ่น อาเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลกน้ัน ผลวิจัยพบว่า นักท่องเท่ียวที่เดินทางมาเที่ยวมีความพึง พอใจในระดับมาก มีค่าเฉล่ียเทา่ กับ 4.07 หากพิจารณาภาพรวมรายด้าน พบว่า นักท่องเที่ยวมีความพึงพอใจ ดา้ นการให้บริการมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.14 รองลงมาคือด้านกิจกรรมการท่องเท่ียว มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.12 ด้านสถานที่และสิ่งอานวยความสะดวก มีคา่ เฉลี่ยเท่ากบั 4.04 และด้านการคมนาคม มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.01 และผลการวิจัยแยกย่อยในรายละเอียดแต่ละด้าน พบวา่ นกั ทอ่ งเที่ยวมีความพงึ พอใจในการมกี ิจกรรม การท่องเท่ียวท่ีมีความเป็นเอกลักษณ์น่าสนใจ มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.30 ความมีมนุษสัมพันธ์และความมีมิตร ไมตรีของผู้ให้บริการตอ่ นกั ท่องเท่ยี ว มีค่าเฉลย่ี เทา่ กบั 4.20 การจัดสถานท่มี คี วามสวยงาม สะอาดเปน็ ระเบียบ มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.16 และการมีป้ายหรือสัญลักษณ์บอกทางท่ีชัดเจน มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.03 ซึ่งจาก ผลการวิจัยข้างต้น มีความเป็นไปได้ว่าสภาพแวดล้อมของภักดีฟาร์ม ท่ีต้ังอยู่ในบริเวณเชิงเขามีอากาศเย็น สบายตลอดทั้งปี และมีการจัดสถานท่ีและบริเวณโดยรอบด้วยต้นไม้ ดอกไม้ ทุ่งหญ้ากว้าง มีกระโจมสไตล์ อินเดยี นแดง รวมไปถงึ ทีน่ ั่งบริเวณรา้ นอาหารและร้านกาแฟ สามารถชมกวางและวิวทิวทัศนโ์ ดยรอบได้อย่าง สวยงามส่วนกิจกรรมการทอ่ งเที่ยวนั้นมีเอกลักษณ์และน่าสนใจ เน่อื งจากภักดีฟาร์ม ถือฟาร์มกวางแห่งแรก และแห่งเดียวในจังหวัดพิษณุโลก ที่เปิดโอกาสให้นกั ทอ่ งเท่ยี วสมั ผัสใกล้ชิดกบั กวางสายพันธ์ุต่าง ๆ มกี ิจกรรม “จิบกาแฟ แลกวาง” การให้อาหารกวางแบบใกล้ชิด เป็นต้น กิจกรรมเหล่านี้นอกจากจะเป็นที่ชื่นชอบของ เยาวชนท่มี าท่องเท่ียวกับครอบครัวแล้ว ยงั เป็นการสรา้ งเสริมประสบการณเ์ รียนรู้ทนี่ ่าสนใจ นอกจากน้ี ในช่วง เทศกาลปีใหม่ ต้ังแต่เดอื นธันวาคมจนถึงต้นเดือนมกราคม จะมีกิจกรรมแสดงดนตรีโฟล์คซอง ดนตรเี พ่ือชีวิต งานคาวบอยไนท์ การแสดงและการจาหน่ายสนิ ค้าผลิตภัณฑอ์ นิ เดยี นแดง เป็นต้น ในสว่ นของการคมนาคมนั้น ภกั ดีฟาร์มมีป้ายและสัญลักษณ์บอกเส้นทางที่ชัดเจนตลอดเส้นทาง ตง้ั แต่แยกทางเข้าถนนหมายเลข 12 สาย พิษณุโลก-หล่มสัก และอีกเสน้ ทางหน่ึง คือ ทางทีข่ ึ้นจากต.บ้านมุง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ข้อมูลดังกลา่ ว เป็นไปในทศิ ทางเดียวกับปจั จัยท่ีมผี ลต่อพฤติกรรมการเลอื กสถานท่ที อ่ งเที่ยวของนักท่องเทีย่ วชาวไทย ในการ เลือกสถานท่ีท่องเท่ียวแบบมนุษย์สร้างขึ้น ซ่ึงเป็นงานวิจัยของ เฉลิมรัชต เข็มราช (2558) ที่พบว่า การจัด สภาพแวดลอ้ มทั้งภายนอกและภายในใหส้ วยงาม สะอาด สะดวกสบาย รม่ รน่ื เหมาะสมกับการพักผอ่ น รวมทั้ง ในส่วนของบุคลากรให้บริการนักท่องเท่ียวท่ีมีจิตบริการที่ดี มีมนุษสัมพันธ์ เต็มใจให้บริการและตอบคาถาม เป็นส่วนหน่ึงในความต้องการของนักท่องเท่ียว และหากต้องการให้การท่องเท่ียวเป็นไปอย่างยั่งยืน และให้
269 นักท่องเท่ียวกลับมาเท่ียวอีกครั้ง ควรมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเท่ียวและให้บริการเชิงรุกในแบบ ครอบครัว ในส่วนของกิจกรรมการทอ่ งเที่ยวเกย่ี วกบั “กวาง” ซงึ่ ถือได้ว่าเปน็ เอกลักษณข์ องภักดีฟาร์ม ควรมี การสร้างกิจกรรมท่มี ีความหลากหลายและเพิ่มจุดเด่นมากยิ่งขึน้ เช่นเดียวกับฟารม์ ท่มี ีช่อื เสียงในการทอ่ งเทย่ี ว ระดับประเทศแห่งอืน่ ๆ จากงานวิจัยของ ปิรนั ธ์ ชณิ โชติ และพทิ กั ษ์ ศิรวิ งศ์ (2559) ที่ได้ทาการศึกษาเส้นทาง สู่ความสาเร็จ“ฟาร์มแกะในตานาน ซีนเนอร่ี วินเทจ ฟาร์ม” และพบว่าจุดเด่นของฟาร์ม Scenery ให้ความสาคัญมากในด้านการจ้างปศุสัตว์ การดูแล การรักษาโรค การฉีดวัคซีน อนามัยในฟาร์ม การพัฒนา สายพันธุ์ และการพัฒนาฟาร์มให้ได้มาตรฐาน เพ่ือให้เป็นฟาร์มแกะปลอดโรคแห่งแรกในประเทศไทย ที่ได้ รับรองจากกรมปศุสัตว์ และนอกจากนี้ Scenery Vintage Farm ยังเพิ่มเติมกิจกรรมที่เกี่ยวกับแกะอีก มากมาย เชน่ โชวส์ นุ ขั ต้อนแกะ โชวต์ ัดขนแกะ ซ่งึ เปน็ รปู แบบกิจกรรมที่นามาจากประเทศนวิ ซแี ลนด์ เปน็ แห่ง แรกและแหง่ เดียวในประเทศไทยที่มีกิจกรรมในลักษณะนี้ จากการสารวจความคิดเห็นนักทอ่ งท่องเที่ยวต่อการพัฒนาแหล่งทอ่ งเท่ยี วให้เป็นแหล่งการ เรียนรู้นกั ทอ่ งเทย่ี วส่วนใหญ่ เห็นด้วยว่าสามารถพฒั นาได้ โดยนักท่องเท่ียวได้เสนอสง่ิ สนับสนุนในการพัฒนา แหล่งเรียนรู้ ตามลาดับความสาคัญจากมากที่สุดไปน้อยท่ีสุด ดังนี้ ส่ือหรือข้อมูลองค์ความรู้ สื่อเทคโนโลยี สารสนเทศ พ้ืนท่สี าหรับจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ และวิทยากร ซงึ่ สอดคลอ้ งกบั พรรณงาม ใจรักษศักด์ิ (2561) ที่ได้กล่าวถึง องค์ประกอบสาคัญของแหล่งเรียนรู้ว่ามี 4 องค์ประกอบสาคัญ คือ 1) สถานท่ีที่เป็น แหล่งเรียนรู้ 2) ครู อาจารย์ ผู้เช่ียวชาญ ผู้รู้ ปราชญ์ในด้านต่าง ๆ 3) ส่ือการเรียนรู้ 4) แหล่งเรียนรู้ทาง เทคโนโลยีสารสนเทศ 2. แบบสัมภาษณ์ (Interview Form) คร้ังท่ี 1 แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ประกอบด้วยส่วนท่ี 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสัมภาษณ์ ส่วนท่ี 2 ข้อคาถามผลกระทบของธุรกิจการผลิตกวางเชิงพาณิชยต์ ่อผู้มี ส่วนไดส้ ่วนเสยี ส่วนท่ี 3 ขอ้ คาถามความเครียดวิตกกงั วลจากธุรกจิ การผลิตกวางเชิงพาณิชย์ และส่วนท่ี 4 ข้อ คาถามการมีส่วนร่วมกับธุรกิจการผลิตกวางเชิงพาณชิ ย์ นาไปสัมภาษณก์ ลุ่มตัวอยา่ ง คอื กลุ่มชาวบ้าน ตาบล วังนกแอ่น อาเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก จานวน 50 คน เพ่ือศึกษาผลกระทบของธุรกิจการผลิตกวาง เชิงพาณิชย์ต่อผู้ประกอบการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กรณีศกึ ษา ภักดีฟาร์ม อาเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก สรุปและอภิปรายผล ดงั น้ี ผใู้ หข้ ้อมูลคนสาคัญ เป็นเพศหญิงจานวน 34 คน และเป็นเพศชายจานวน 16 คน ส่วนใหญ่มี อายุ 41-50 ปี ไดอ้ าศัยอยหู่ มู่ท่ี 9 ต.วังนกแอน่ อ.วงั ทอง จ.พิษณโุ ลก สว่ นใหญ่ 31-40 ปี และมอี าชีพทาสวน รองลงมามีอาชีพรับจ้างทั่วไป การศึกษาอยู่ในระดับประถมศึกษา จานวน 40 คน รองลงมามัธยมศึกษา ตอนต้น จานวน 4 คน รายได้รวมท้ังครอบครัวเฉล่ียต่อปี ปีละ 40,001-50,000 บาท และมีสมาชิกใน ครอบครัวท่ีอาศัยอยู่หมู่ 9 ต.วังนกแอ่น จานวน 4-6 คน ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นสมาชิกในกลุ่มส่งเสริมอาชีพ และผู้ตอบแบบสมั ภาษณท์ ั้งหมด รู้จักภักดีฟารม์ โดยผู้ใหข้ ้อมูลสาคญั ทั้งหมด ทราบว่าภักดีฟาร์มดาเนินธุรกิจ เก่ยี วกบั ฟาร์มกวาง มีรา้ นกาแฟและร้านอาหาร มลี านสาหรับกางเต็นทพ์ ักแรม ในส่วนของผลกระทบจากการ
270 มีภักดีฟาร์มในพื้นท่ีด้านเศรษฐกิจน้ัน ผู้ให้ข้อมูลสาคัญ มีความคิดเห็นสอดคล้องกันว่ามีจานวนนักท่องเท่ียว เข้ามาในชุมชนมากขึ้น ทาให้มีรายได้เพ่ิมมากข้ึนจากการขายผลผลิต เช่น ร้านขายผลไม้ ร้านขายอาหาร เป็นต้น ผู้ให้ข้อมูลสาคัญบางส่วนได้รับจ้างงานจากภักดีฟาร์มในช่วงฤดูการท่องเที่ยวช่วงเดือนตุลาคม – มกราคม หรือนาผลผลิตเขา้ ไปจาหน่ายในภักดีฟาร์ม เชน่ ผกั ผลไม้ งานฝีมอื เป็นต้น นอกจากน้ีลกู หลานของ ผู้ใหข้ อ้ มูลสาคัญบางคนได้รับการจ้างงานจากภกั ดีฟาร์มใหท้ างานในรา้ นกาแฟหรือรา้ นขายผลิตภัณฑจ์ ากกวาง เปน็ งานพิเศษนอกเหนอื จากเวลาเรยี นหรอื ช่วงปิดภาคเรยี น ในด้านสังคมภกั ดีฟาร์มมีสว่ นร่วมในกิจกรรมทาง สงั คมของชุมชนเกอื บทุกกิจกรรม โดยส่วนใหญ่เข้ามาร่วมเป็นผูส้ นับสนุนกจิ กรรมทางสังคมอยา่ งต่อเนื่องภกั ดี ฟาร์มมี เช่น กิจกรรมทางศาสนา กิจกรรมการบาเพ็ญประโยชน์ เปน็ ต้น ผู้ให้ขอ้ มูลสาคญั สว่ นใหญ่ให้ข้อมูลว่า ภักดีฟาร์มมีการจัดการด้านส่ิงแวดล้อม ในส่วนของขยะไม่มีกลิ่นรบกวนชุมชนรอบๆฟาร์ม และหากมีการ จดั การแสดงคอนเสิร์ตหรือการแสดงอืน่ ในชว่ งเทศกาลต่างๆ ทางฟารม์ จะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และเกิดเสียง รบกวนเล็กน้อย แต่ไม่ดึกจนเกินไป ส่วนใหญ่จะเลิกประมาณ 22.00 นาฬิกา โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา การดาเนินธุรกิจของภักดีฟาร์มไม่สร้างความเดือดร้อน ราคาญแก่ผู้ให้ข้อมูลสาคัญ และทั้งหมดเห็นด้วยท่ีมี ฟาร์มกวางในพ้นื ท่ี เนอื่ งจากมีผลกระทบเชงิ บวกตอ่ ชุมชน เชน่ ด้านเศรษฐกจิ ดา้ นสังคม เปน็ ตน้ ผูใ้ ห้ขอ้ มูลสาคัญต้องการเข้าไปมีส่วนรว่ มกับภักดีฟารม์ ในด้านรายได้ กล่าวคือ ตอ้ งการเข้าไป ทางานภายในฟาร์ม เช่น การทางานร้านกาแฟ ร้านอาหาร การดูแลกวางและฟาร์มโดยรอบ เป็นต้น และบางส่วนต้องการนาผลผลิตเข้าไปจาหน่ายในฟาร์ม เช่น ผลไม้ ผกั เปน็ ต้น ด้านการทอ่ งเท่ียว คือ ต้องการ เป็นเครือขา่ ยด้านการท่องเที่ยว การจัดโปรแกรมการทอ่ งเท่ียวรว่ มกัน เช่น การทัวร์ชมกวางและต่อด้วยการ ชมสวนผลไม้ การท่องเทย่ี วเชงิ เกษตร เป็นตน้ และด้านอาหารกวาง กลา่ วคือ ต้องการผลติ อาหารสาหรบั กวาง เพ่อื ส่งขายใหภ้ กั ดฟี ารม์ เช่น มนั สาปะหลงั หญ้า เป็นต้น 3. แบบสมั ภาษณ์ (Interview Form) ครัง้ ที่ 2 แบง่ ออกเปน็ 4 ส่วน ส่วนที่ 1 ข้อมลู ทั่วไปของ ผู้ตอบแบบสัมภาษณ์ ส่วนที่ 2 ข้อคาถามการนาผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ต่อชุมชน ส่วนที่ 3 ข้อคาถาม นาผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ส่วนท่ี 4 ความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยี นาไปเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการภักดีฟาร์ม เกษตรกร และผู้สนใจจานวน 50 คน เพื่อศึกษา ผลกระทบและคุณค่าของการใช้องคค์ วามร้จู ากการพัฒนาสูตรและกระบวนการผลิตอาหารกวาง กรณีศึกษา ภกั ดีฟารม์ อาเภอวงั ทอง จงั หวัดพษิ ณุโลก สรปุ และอภปิ รายผล ดงั นี้ ผู้ให้ข้อมูลคนสาคัญเป็นเพศชาย จานวน 44 คน เพศหญิง จานวน 6 คน มีอายุโดยเฉลี่ยที่ 45 ปี ส่วนใหญ่มีอาชีพทาสวน รองลงมามีอาชีพทาไร่ และอาชีพรับจ้างท่ัวไป การศึกษาอยู่ในระดับ มัธยมศกึ ษาตอนต้น รองลงมาระดบั ประถมศกึ ษา ในส่วนการนาผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ต่อชุมชน ผู้ให้ข้อมูลคนสาคญั ได้แสดงความคดิ เห็น ต่อการถ่ายทอดเทคโนโลยี ในครั้งนี้ วา่ เปน็ กิจกรรมการถ่ายทอดให้ความรู้ที่มปี ระโยชน์และนาไปประยุกต์ใช้
271 ในการประกอบอาชีพได้ เป็นกิจกรรมท่ีน่าสนใจ ได้เห็นการทางานของเครื่องต่าง ๆ ที่นามาถ่ายทอดและได้ ทดลองใช้ ทาให้เข้าใจถึงข้ันตอนการใช้เครื่องมือต่าง ๆ ได้อย่างละเอียดและทุกข้ันตอน และทราบถึง กระบวนการทางานของอปุ กรณ์เคร่อื งมือทล่ี ดแรงงานและลดต้นทุนในการผลิตอาหารกวาง นอกจากน้ี ยงั ได้ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ของเครื่องต่าง ๆ สูตรอาหาร และสื่อการเรียนรูก้ ระบวนการผลิต หญ้าแห้งปลอดภัยและอาหารอัดเม็ดในระบบการผลิตกวางเชิงพาณิชย์แยกออกเป็นประเด็นดังน้ี เคร่ืองสับ หญ้าแห้ง ทางานได้อย่างรวดเร็ว ทาให้หญ้าแห้งมีขนาดที่เหมาะสมกับการกินอาหารของกวาง มีขนาด เหมาะสม สามารถเคล่ือนย้ายได้โดยใช้แรงงานคน ประหยัดเวลา ลดแรงงานคน เคร่ืองอบลดความชื้นของ หญา้ อาหารสัตว์ เปน็ เคร่ืองทีล่ ดความเสียหายทเี่ กดิ ขน้ึ กับหญา้ อาหารสัตว์ เช่น การกาจัดเชอ้ื รา ทาให้ยดื อายุ ของหญ้าอาหารสัตว์ สามารถในการประยุกใช้กับอาชีพอ่ืนได้ เช่น การอบลดความชื้นผลไม้แห้งตามฤดูกาล การอบลดความช้ืนดอกไม้เพ่ือนามาทาถุงบุหงา เปน็ ต้น เครื่องฆ่าเช้ือด้วยพลาสมา ทาให้กวางได้รับอาหารท่ี ปลอดภัยจากส่ิงแปลกปลอม สามารถนาไปประยุกต์ใช้กับการฆ่าเช้ือในส่ิงประจาวันได้เคร่ืองให้อาหารกวาง อัตโนมัติ ทาให้กวางได้รับปริมาณอาหารที่เหมาะสมกับขนาดตัวและน้าหนัก เกษตรกรผู้เลี้ยงกวาง ประหยัดเวลาในการให้อาหาร ควบคุมปริมาณของหารกวางได้ สามารถนาไปประยุกต์ใช้กับการเล้ียงสัตว์ ประเภทเดียวกันได้ การใช้ประโยชน์จากสูตรอาหารกวางผสมเสรจ็ (TMR) ผู้ให้ข้อมลู สาคัญแสดงความคิดเห็น ว่าการใช้สูตรอาหารกวางสาเร็จทาให้กวางได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน ผู้ประกอบการเลี้ยงกวางเกิดความ สะดวก ในการเตรียมอาหารกวางอย่างเหมาะสม ทาให้ได้รับผลผลิตจากกวางที่มีคุณภาพสื่อการเรียนรู้ กระบวนการผลิตหญ้าแห้งปลอดภัยและอาหารอัดเม็ดในระบบการผลิตกวางเชิงพาณิชย์ ในส่วนของการ์ตูน แอนิเมชัน 3 ภาษา (ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน) ผู้ให้ข้อมูลคนสาคัญ เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับระบบ การเลี้ยงกวางเชิงพาณิชย์ สามารถสร้างแรงบันดาลใจในการเล้ียงกวางให้กับเด็ก ๆ และผู้สนใจ สร้างความ สนุกและเพลิดเพลินในการในการชมการ์ตูนพร้อมท้ังไดร้ ับความรู้เกี่ยวกบั การเลี้ยงกวาง ส่วนหนังสือการ์ตูน การเล้ียงกว้างเชิงภาณิชย์ 3 ภาษา(ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน) เป็นหนังสือท่ีอ่านแล้วเข้าใจง่าย รูปภาพสวยงาม และชัดเจน ให้ความเพลิดเพลินในการอ่าน เพราะท้ังรูปแบบการจัดวาง รูปภาพน่าสนใจ สวยงาม เหมาะกบั การสรา้ งจินตนาการให้ความรสู้ าหรบั เด็ก ๆ ผู้ให้ข้อมูลคนสาคัญ แสดงความคิดเห็นต่อนาผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยให้ ความเหน็ ว่าเครื่องอบลดความชื้นของหญ้าแห้งอาหารสตั ว์ สามารถนาไปประยุกตใ์ ช้ในการอบลดความช้นื ของ ผักและผลไม้ตามฤดูกาล เพ่ือเป็นการถนอมอาหารหรือแปรรูปอาหาร เครื่องฆ่าเช้ือด้วยพลาสมา สามารถ นาไปฆ่าเชื้อ ผัก ผลไม้ท่ีแปรรูปแล้วเพ่ือเป็นการยืดอายุในการเก็บและลดความเสียหายจากสภาพอากาศ และได้เรียงลาดับโดยเร่ิมจากเครื่องอบแห้งลดความชื้นของหญ้าอาหารสัตว์ เครื่องฆ่าเช้ือด้วยพลาสมา เคร่ืองสับหญ้าแห้ง และเคร่อื งให้อาหารกวางอตั โนมตั สิ ามารถพัฒนาตอ่ ยอดเชิงพาณิชย์ได้ 4. การสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) กับผู้ประกอบการภักดีฟาร์ม ผู้นาชุมชน และชาวบ้านท่ีสนใจเข้ามามีส่วนร่วมกับผู้ประกอบการธุรกิจการผลิตกวางเชิงพาณิชย์ในการพัฒนาการ ท่องเทย่ี ว จานวน 15 คน และได้กาหนดประเด็นท่ีตอ้ งการศกึ ษาวจิ ัย ดังนี้
272 ประเด็นที่ 1 สภาพชมุ ชนในอดตี ท่ีผา่ นมาและปจั จบุ ัน ประเดน็ ท่ี 2 การรบั ร้ขู องชมุ ชนจากการมีฟาร์มกวางในพน้ื ท่ี ประเดน็ ท่ี 3 แนวทางการพฒั นาฟารม์ กวางในพืน้ ทใ่ี ห้เป็นแหล่งเรียนรู้ สรุปและอภิปรายผลจากการสนทนากลุ่ม เพื่อหาแนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวสู่การ เป็นแหล่งเรียนรู้ พบว่าจากสภาพของชุมชน อันประกอบด้วย สถานที่ต้ัง การประกอบอาชีพของประชาชน ในพ้ืนที่ สถานทีท่ ่องเทย่ี วที่สาคัญท้ังทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ กิจกรรมการท่องเที่ยวต่าง ๆ ของบ้าน ซาตะเคียนหมูท่ ี่ 9 ต.วังนกแอน่ อ.วังทอง อันเป็นสถานทีต่ ั้งของภักดีฟาร์ม ประกอบกบั การรับรู้ของชุมชนถึง การมีฟาร์มกวางในพ้ืนที่ รวมไปถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างชุมชนและผู้ประกอบการภักดีฟารม์ เป็นปัจจัย เสริมทสี่ าคัญในการสร้างความร่วมมือพัฒนาภักดีฟาร์มสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้ อนั จะเปน็ การพัฒนาศักยภาพ แหล่งท่องเที่ยวในชุมชน ท่ีเกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ ผู้นาชุมชน ปราชญช์ ุมชน ประชาชนในชุมชน และนกั ทอ่ งเทย่ี ว การจดั การทอ่ งเทยี่ วโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนน้ี ยอ่ ม นามาซึ่งผลกระทบทางบวกของชุมชน ดังผลการวิจัยของ รุ่งรัตน์ หัตถกรรม และคณะ (2560) ท่ีได้ ทาการศึกษาเร่ืองการพฒั นาองค์ประกอบและตวั ช้ีวัดความสุขมวลรวมของการจัดการการทอ่ งเทีย่ วโดยชุมชน ก่อให้เกิดผลกระทบทางบวกของชุมชน ดังน้ี 1) เป็นส่วนสนับสนุนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยชุมชน ความอยู่รอดของชุมชนข้ึนอยู่กับฐานทรัพยากรธรรมชาติ วถิ ีชวี ิตและวฒั นธรรมของชุมชน 2) มีสว่ นสนบั สนุน การฟืน้ ฟวู ฒั นธรรมท้องถ่นิ วถิ ชี วี ติ และวฒั นธรรมเปน็ ส่ิงทีบ่ อกถึงอัตลักษณค์ วามเป็นชมุ ชน ความเขม้ แข็งของ ชมุ ชนจะทาให้ชมุ ชนสามารถปรับตัวให้อยู่ในสังคม โดยท่ียงั คงอนุรักษ์วัฒนธรรมและประยกุ ตใ์ หส้ อดคล้องกับ ยุคสมัย มีการสืบทอดสู่คนรุ่นหลังได้อย่างต่อเน่ือง 3) มีส่วนสนับสนุนการพัฒนาคนความภาคภูมิใจในความ เป็นท้องถ่ินหรือชาติพันธ์ุ ความร่วมมือและความสามัคคีของคนในชุมชน 4) การท่องเที่ยวโดยชุมชนมีส่วน สนบั สนนุ เศรษฐกิจชุมชนและคุณภาพชวี ติ คนท้องถน่ิ การท่องเทีย่ วเป็นการดงึ คนจากภายนอกมาเรยี นร้ชู ุมชน เช่นเดียวกับการศึกษาวิจัยรูปแบบท่ีส่งผลต่อความสาเร็จของการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างย่ังยืนของ ชุมชนบางกระเจา้ จังหวดั สมุทรปราการ ของจฑุ าธปิ ต์ จันทรเ์ อียด และคณะ (2561) ได้กล่าวไว้วา่ การจัดการ ท่องเท่ียวอย่างย่ังยืน จะสาเร็จได้พื้นที่ตอ้ งมีศักยภาพในทรัพยากรการท่องเท่ียว บุคคลท่ีจัดการท่องเที่ยว ส่ิง อานวยความสะดวกในการท่องเที่ยว นอกจากน้ี ความยั่งยืนท่ีเกิดได้นั้นต้องมีการพัฒนาอยา่ งมีส่วนร่วมของ คนในชมุ ชนดว้ ยการร่วมคิด รว่ มวางแผนร่วมดาเนินการ ร่วมแบ่งปันผลประโยชน์และร่วมในการประเมินผล กิจกรรม ซ่ึงจากการสนทนากลุ่ม จึงได้เกดิ แนวทางในการสร้างแหล่งเรียนรู้ จากขอ้ คิดเห็นของผู้ร่วมสนทนา กลุ่ม เสนอให้มกี ารศึกษา สารวจและรวบรวมข้อมูลเรื่องกวาง ดา้ นประวตั ิความเป็นมาและแหล่งท่องเที่ยวใน ชุมชน จากหลายแหล่งไม่วา่ จะเป็นจากหนังสือ ตารา ผเู้ ช่ียวชาญหรือการสัมภาษณ์ผู้สูงอายุในชุมชน และนา ข้อมูลท่ีได้มาจัดรวบรวมและนาเสนอในรูปแบบท่ีเหมาะสมผ่านส่ือต่าง ๆ เช่น หนังสือส่ิงพิมพ์ เทคโนโลยี สารสนเทศ เป็นต้น และจัดให้มลี านกจิ กรรมหรือสถานท่สี าหรับสง่ เสริมการเรยี นรู้ของนักท่องเท่ยี ว โดยสร้าง กิจกรรมและเส้นทางการท่องเที่ยวท่ีมีความเช่อื มโยงกบั แหล่งท่องเทีย่ วอนื่ ในชุมชน โดยมงุ่ หวงั ใหเ้ ป็นสิง่ ดงึ ดูด ให้นักท่องเท่ียวได้ใช้เวลาในการท่องเท่ียว เพ่ือเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนอีกช่องทางหน่ึง จากแนวทาง
273 ข้างต้น ผู้ร่วมสนทนากลุ่มได้เสนอน้ัน น่าจะเป็นส่วนสาคัญในการการพัฒนาภักดีฟาร์มให้เป็นแหล่งเรียนรู้ท่ี น่าสนใจ เช่นเดียวกับฟาร์มต่างๆที่มีชื่อเสียงท่ีเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและรวบรวมความรู้ที่หลายหลาย ดังแนวทางการบริหารของฟาร์มโชคชัย โดย โชค บูลกุล (2556) กรรมการผู้จัดการ บริษัทฟาร์มโชคชัย ได้ กลา่ วถึงการดาเนินธุรกิจท่องเทย่ี วของฟารม์ โชคชยั ในอดีตทผี่ ่านมา เปน็ การท่องเท่ียวเชิงเกษตรที่มุ่งนาเสนอ เพียงกิจกรรมที่เกิดข้ึนในธุรกิจฟาร์มโคนมแบบครบวงจร เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เขา้ มาสัมผัสเรียนรู้วิถี ชีวิตของเกษตรกรฟาร์มโคนม และกิจกรรมต่าง ๆ ท่ีเกิดข้ึนจริงภายในฟาร์มปศุสัตว์ ต่อมานาแนวคิด Agro- Eco-Knowledge & CSR Tour มาสรา้ งอตั ลักษณ์ของการท่องเที่ยวฟาร์มโชคชยั ในปจั จุบนั ซงึ่ นอกเหนอื จาก การนาเสนอกจิ กรรมที่เกดิ ข้นึ ในธุรกิจฟารม์ โคนมแบบครบวงจรแลว้ ยังได้พัฒนาสอดแทรกและนาเสนอสาระ กจิ กรรม ในแง่มุมของการอนุรกั ษ์ธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม หลกั การคดิ หลกั การทางาน หลกั การดาเนนิ ธุรกิจ รวมถึงการทาการเกษตร แบบเป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อม โดยมุ่งหวังเพื่อจุดประกายให้นักท่องเท่ียวเกิดแรง บันดาลใจ และหันมาให้ความสนใจกับเร่อื งราวตา่ ง ๆ รอบตวั
บรรณานุกรม กชกร เป้าสวุ รรณ, ธนภัทร ปจั ฉิม และสจุ ิตรา ฉายปญั ญา. (2550). ความคาดหวังและความพงึ พอใจตอ่ การ มาศกึ ษาต่อที่มหาวิทยาลัยราชภฏั สวนดสุ ิต ศูนย์สโุ ขทัย. กรุงเทพฯ: สถาบนั วจิ ัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดสุ ิต. กรมทรัพยส์ นิ ทางปญั ญา. 2560. ระบบสบื คน้ ขอ้ มูลสทิ ธบิ ัตรออนไลน.์ แหล่งทม่ี า : http:// patentsearch.ipthailand.go.th/DIP2013/simplesearch.php. วันทส่ี บื ค้น 18 กนั ยายน 2560 กรมปศุสัตว์. (2548). การเลีย้ งกวาง. พิมพค์ รงั้ ที่ 2. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พช์ ุมนมุ สหกรณก์ ารเกษตร แหง่ ประเทศ ไทย จากัด. กรมปศุสตั ว์. (2556). ข้อมูลจานวนเกษตรกรและปศสุ ตั วใ์ นประเทศไทย ประจาปี 2555. [เอกสารเผยแพร]่ . กรงุ เทพฯ: กรมปศุสตั ว.์ กรมปศุสัตว์. 2547. เทคนคิ การใหอ้ าหารโคนม. โรงพมิ พช์ ุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทสไทย จากัด. 21 หนา้ . กรมปศุสัตว์. 2556. ข้อมูลจานวนเกษตรกรและปศุสตั ว์ในประเทศไทย ประจาปี 2555. กลุ่มสารสนเทศและ ข้อมูลสถติ ิ ศนู ย์สารสนเทศ กรมปศสุ ตั ว.์ กรองกาญจน์ อรุณรตั น.์ (2536). ชดุ การเรยี นการสอน. ภาควชิ าเทคโนโลยกี ารศกึ ษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม.่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2560). แผนพัฒนาการท่องเทีย่ ว ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2560-2564). สืบค้น 2 มนี าคม 2563, จากhttps://www.mots.go.th/download/article/article_20170320150102.pdf กล่มุ เผยแพรแ่ ละประชาสมั พนั ธ์ สานักพฒั นาปศสุ ตั วแ์ ละถา่ ยทอดเทคโนโลย.ี 2547. การตรวจวเิ คราะห์ คุณภาพอาหารสัตว์ เพอ่ื การเสริมสร้างมาตรฐานคณุ ภาพชวี ิต. กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์, กรงุ เทพฯ. กองปศสุ ัตว์สมั พันธ์. 2545. การเล้ียงกวาง. กรมปศสุ ัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กรุงเทพฯ. กองหารสัตว์. 2560. สารพษิ ในพืชอาหารสัตว์. สานกั พัฒนาอาหารสัตว์. กรมปศสุ ตั ว์, ปทมุ ธาน.ี กาญจนา สุคัณธสริ ิกลุ . 2553. ผลกระทบของธรุ กิจแหง่ นวตั กรรมทีม่ ตี ่อผลการดําเนินงานของธรุ กิจขนาด กลางและขนาดยอ่ มในประเทศไทย. รายงานผลการวิจยั สาขาวชิ าเทคโนโลยีการจัดการ สํานักวิชา เทคโนโลยีสงั คม มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีสนุ าร.ี การทอ่ งเทย่ี วแหง่ ประเทศไทย. (2562). แผนปฏิบตั กิ ารส่งเสริมการท่องเท่ียวประจาํ ปี 2562. สืบค้น 2 มีนาคม 2563, จากhttp://www.oic.go.th/FILEWEB/CABINFOCENTER2/DRAWER073/GENERAL/ DATA0000/00000064.PDF กดิ านันท์ มลทิ อง. (2548). เทคโนโลยกี ารศึกษาและนวตั กรรม. กรุงเทพฯ: อรณุ การพิมพ.์ โครงการสารานุกรมไทยสาหรับเยาวชน. 2560. คุณภาพของอาหารสัตว.์ แหล่งท่มี า http://saranukromthai.or.th/sub/book/book.php?book=14&chap=4&page=t14-4- infodetail04.html. 10 กันยายน 2560. จิตราภรณ์ ชง่ั กรสิ . (2559). การพัฒนาส่อื วดี ทิ ศั น์เพอื่ การเรยี นร้ตู ามแนวคดิ Flipped Classroom เร่อื ง การตรวจร่างกาย รายวชิ าการประเมนิ ภาวะสขุ ภาพ. วทิ ยานพิ นธ์ปรญิ ญาศกึ ษาศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาวชิ าเทคโนโลยีและส่ือสารการศึกษา. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชงคลธัญบรุ ี.
275 จนิ ดารัตน์ โพธิน์ อก. (2557). กลมุ่ อายุ. สบื คน้ 10 เมษายน 2563, จาก http://www.royin.go.th/?knowledges=กลมุ่ อายุ-๑๓-พฤศจิกายน-๒ จฑุ าธิปต์ จันทรเ์ อยี ด, อังสุมาลิน จาํ นงชอบ, ณัฏฐพัชร มณีโรจน,์ และวุฒพิ งษ์ ทองก้อน. (2560). รูปแบบที่ ส่งผลต่อความสาํ เรจ็ ของการจดั การท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยนื ของชมุ ชนบางกระเจ้า จังหวดั สมุทรปราการ. Christian University of Thailand Journal, 24(4), 548-561. เจษฎา อดุ มกิจมงคล. 2554. รายงานการศึกษาอุตสาหกรรมเครอื่ งจักรกลการเกษตร. สานักงานเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม, กระทรวงอตุ สาหกรรม. หนา้ 1-6. เฉลิมรัชต เขม็ ราช. (2558). ปจั จยั ทีม่ ผี ลต่อพฤติกรรมการเลือกสถานที่ท่องเท่ียวของนักทอ่ งเที่ยวชาวไทยใน การเลอื กสถานท่ีท่องเทย่ี วแบบมนุษย์สรา้ งขึ้น: กรณศี กึ ษา อาํ เภอชะอาํ จงั หวัดเพชรบุรี และอาํ เภอ หัวหิน จงั หวดั ประจวบคีรีขนั ธ.์ วารสารมหาวทิ ยาลัยพายพั , 25(2), 37-53. ชวาล แพรัตกุล. (2552). เทคนคิ การวดั ผล.พมิ พ์คร้งั ท่ี 7. กรงุ เทพมหานคร : มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ. ชัยณรงค์ คนั ธพนิต , เฉลยี ว ศาลากิจ . (2543). การทาํ ฟาร์มกวางรซู า เพอ่ื ขยายพนั ธ์ุและผลิตเขากวางออ่ น. กรงุ เทพมหานคร : สํานักงานคณะกรรมการวจิ ยั แห่งชาติ. ชยั ณรงค์ คันธพนิต. (2548). เลย้ี งกวางในคอกก็รวยได้แม้จะใชพ้ ้ืนท่นี อ้ ย. สืบค้น 27 กนั ยายน 2560, จาก http://www.ku.ac.th/e-magazine/aug48/agri /deer.htm ชุติพงศ์ พนั ธส์ุ มบตั ิ. (2559). การพฒั นาส่ือการต์ ูนแอนเิ มชัน่ 3 มิติ โดยใชเ้ ทคนคิ การนาเสนอแบบเลา่ นิทานเป็นฐาน เรือ่ งการบริโภคอาหารสาหรบั เดก็ ปฐมวยั . วทิ ยานิพนธ์ปรญิ ญาวิทยาศาสตร มหาบัณฑติ . สาขาวิชาส่ือนฤมิต. มหาวิทยาลยั มหาสารคาม. ชุมพล จันทร์ฉลอง และอมีนา ฉายสุวรรณ. (2559). การ์ตูนแอนิเมชัน เรื่องเทพ 3 ฤดู กับการลดโลกร้อน. วารสารวิจัยและพัฒนา วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถมั ภ์ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. 11(2): 111-119. ชุมพล จันทร์ฉลอง. (2561). การพัฒนาการ์ตูนแอนิเมชัน 2 มิติ เร่ืองรักษ์ผืนป่า ผ่านระบบเครือข่าย คอมพวิ เตอร์. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทศั น์ (มนษุ ยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร)์ , 8(2), 93-103. โชค บูลกลุ . (2556). เข้าใจวิถี \"เกษตรกรรมสีเขียว\" ผ่านการทอ่ งเทย่ี วฟาร์มโชคชยั . วารสารบริหารธรุ กจิ เศรษฐศาสตร์ และการสือ่ สาร, 8(1), 14-16. ฐาปนา ฉ่นิ ไพศาล. (2559). องคก์ ารและการจัดการ. นนทบรุ :ี บรษิ ทั ธนธัชการพมิ พ์ จากดั . ดนัย ม่วงแก้ว. (2552). Flash Cartoon Animation. นนทบุรี: ไอดซี ี อินโฟ ดสิ ทริบวิ เตอร์ เซน็ เตอร์ จากดั . ดวงกมล สรรไพโรจน.์ (2551). พฒั นาส่อื การเรยี นรูอ้ อนไลน์ แบบสถานการณ์จาลอง เร่อื งภาวะโลกรอ้ น สาหรบั นักเรียนชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6. วทิ ยานิพนธ์ปรญิ ญาการศึกษามหาบณั ฑิต. สาขาวิชา เทคโนโลยีและสือ่ สารการศกึ ษา, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวทิ ยาลัยนเรศวร. ทวีศกั ด์ิ กาญจนสุวรรณ. (2552). เทคโนโลยมี ัลติมีเดีย. กรงุ เทพฯ: เคทพี ี คอมพ์ แอนด์ คอนซัลท.์ ทพิ วรรณ หลอ่ สวุ รรณรตั น.์ (2549). องค์การแหง่ ความรู้:จากแนวคดิ ส่กู ารปฏิบตั ิ. กรุงเทพฯ: รัตนไตร. ทิศนา แขมมณี. (2544). 14 วิธีการสอนสาหรบั ครูมืออาชีพ. กรุงเทพฯ: จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย. ไทยอาชีพ เสรมิ รายได้ อาชพี อสิ ระ งานฝีมอื ธรุ กจิ SMEs แฟรนไชส์. 2560. หญา้ แพงโกล่า. แหลง่ ท่มี า http://www.thaiarcheep.com/หญ้าแพงโกลา่ -ราคาสูงขาย.html, 15 กันยายน 2560.
276 ธนั ยพร ชา่ งเสนาะ. (2556). ระบบการดาเนินงานและปจั จยั แหง่ ความสาเร็จธรุ กิจการเพาะเลี้ยงกวางของ สมาชกิ สหกรณ์กวางแห่งประเทศไทย จากัด. วทิ ยานพิ นธบ์ ริหารธุรกจิ มหาบัณฑติ สาขาวชิ าการ ประกอบการ บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวิทยาลยั ศลิ ปกร. นราทร ประมวญรัฐการ และปุญญรัตน์ ปุญญา (2561) การพัฒนาแอนิเมชันสามมิติประกอบการเรียน ชีววิทยา เรื่อง อาณาจักรสัตว์ : ไฟลัมแพลทีเฮลมินเทสและไฟลัมเนมาโทดา. วารสารวิทยาการ สารสนเทศและเทคโนโลยีประยุกต์ 1(2): 93-102. นนั ทวัฒน์ เตยี วศิริมงคล และไพบูลย์ ดาวสดใส. 2559. การพัฒนาต่อยอดธุรกิจองค์กรฟาร์มไกไ่ ขข่ องบริษทั พลวทิ ยาฟาร์ม จํากัด. วารสารวทิ ยาลยั บัณฑิตศึกษาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแกน่ 9 (2) กรกฎาคม - ธันวาคม 2559 นิคม ทาแดง, กอบกุล ปราบประชา และอานวย เดชชัยศรี. (2545). เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อการเรียนรู้. กรงุ เทพฯ: หา้ งหุ้นสว่ นจากดั ภาพพมิ พ์. นิพนธ์ คณุ ารักษ์. (2556). การออกแบบบุคลิกลกั ษณะเพือ่ ผลติ ภาพยนตรแ์ อนเิ มชนั ประเภทนิยาย วทิ ยาศาสตรด์ ้วยทฤษฎีสัญศาสตร์. วทิ ยานิพนธป์ รญิ ญาศลิ ปกรรมศาสตรด์ ุษฎีบณั ฑิต สาขาวชิ า ศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย. นมิ ติ โอสถเจริญ. (2551). วิธกี ารถ่ายทอดความร้ขู องหลวงประดิษฐไ์ พเราะ (ศร ศิลปบรรเลง). วิทยานพิ นธ์ ปริญญาศลิ ปศาสตร์มหาบัณฑติ , บัณฑิตวทิ ยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั . นสิ าชล ทองแยม้ . (2528). แนวคิดเก่ียวกับผลกระทบ. กรงุ เทพฯ : มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยพี ระเจ้าเกลา้ พระ นครเหนือ. นชุ จรนิ ทร์ แกว้ วงวาล. (2556). การใช้ส่อื แอนเิ มชั่นเพือ่ เสริมสร้างการเรียนรูเ้ ร่ือง ผงั งานในวิชาหลกั การ ออกแบบและพฒั นาโปรแกรมของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชพี ชน้ั สงู . เชียงใหม:่ วิทยาลัย เทคโนโลยโี ปลเิ ทคนิคลานนา ชียงใหม่. บริษทั มติชน จากดั (มหาชน). 2560. หญ้าเนเปยี ร.์ .แหลง่ ที่มา https://www.technologychaoban.com/news-slide/article_5016/, 15 กันยายน 2560. บริษทั อบุ ลฟอเรจซีด จากัด. 2560. หญ้ากนิ น.ี แหล่งทีม่ า https://www.ubonforageseeds.com/th/seeds/mombasa/, 15 กนั ยายน 2560. บริษทั เอนกการชา่ ง จากัด. 2558. เครื่องตดั -สบั . แหลง่ ทีม่ า http://www.an-anek.com/pro- detail.php?id=57, 15 กนั ยายน 2560. บญุ ชม ศรสี ะอาด. (2545). การวิจยั เบ้อื งต้น (พมิ พ์คร้งั ที่ 7). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาสน์ จากดั . บุญชม ศรสี ะอาด. (2553). การวิจยั เบอ้ื งต้น (พมิ พค์ รั้งท่ี 8). กรงุ เทพฯ: สวุ รี ิยาสาส์น จากดั . บุญเรียง ขจรศิลป. (2527). หลักการวัดผลและประเมินผลการศึกษา. พิมพครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: ภาควชิ าการศกึ ษา คณะศกึ ษาศาสตร มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์. ปกรณ์กิตศ์ หาญณรงคศ์ ักด.์ิ (2555). การออกแบบตัวละคร [เวบ็ บลอ็ ก]. สบื คน้ 20 กันยายน 2560, จาก https://www.gotoknow.org/posts/427700 ประเวศ วะสี. (2548). การจัดการความรู้ : กระบวนการปลดปล่อยมนุษย์สู่ศักยภาพ เสรีภาพ และ ความสขุ . กรงุ เทพฯ: สถาบันส่งเสริมการจัดการความรเู้ พื่อสังคม. ประสิทธ์ิ ตงยิ่งศริ ิ. (2542). ตรวจสอบและการวิเคราะห์โครงการ. กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยูเคชั่น.
277 ปริวรรต สมนึก. (2558). การพัฒนานวตั กรรมการเรยี นการสอนโดยใชส้ ือ่ วีดทิ ัศน์ เพ่อื เพิม่ ผลสัมฤทธทิ์ างการ เรียน เร่อื งผลติ ภัณฑ์การทอ่ งเท่ยี ว. วารสารวิชาการท่องเทีย่ วไทยนานาชาติ, 11(1), 4 - 17. ปริ นั ธ์ ชิณโชติ, และพิทักษ์ ศิรวิ งศ์. (2559). เสน้ ทางสูค่ วามสาํ เรจ็ “ฟาร์มแกะในตาํ นาน ซีนเนอรี่ วนิ เทจ ฟารม์ ”. วารสาร Veridian E-Journal มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร, 9(1), 981-983. เปลง่ ยศ สกลกติ ิวัฒน์. (2544). การศึกษาผลกระทบของการเปล่ียนแปลงทางเทคโนโลยที ่ีมีต่อการผลติ ข้าว : กรณีศึกษาของประเทศไทย: จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . ผดงุ ศักด์ิ รตั นเ์ ดโช. 2551. พื้นฐานการให้ความร้อนด้วยไมโครเวฟ. สานกั พมิ พ์มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร.์ กรุงเทพมหานคร. พรธดิ า วเิ ชยี รปญั ญา. (2547). การจัดการความรู้ : พ้นื ฐานและการประยุกตใ์ ช้ \"แนวคิดเบือ้ งต้นเก่ียวกบั การจัดการความร้\"ู . กรุงเทพมหานคร: ธรรกมลการพิมพ์. พรรณงาม ใจรักษศ์ กั ด.์ิ (2561). นวตั กรรมกํารจัดการเรยี นรูเ้ ชงิ บูรณาการนอกห้องเรยี น: เปดิ หอ้ งเรยี นสู่ แหล่งเรยี นร.ู้ วารสารครศุ าสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั , 46(3), 436-455. พชั ราภรณ์ นันทยิ า. 2547. การพฒั นาเคร่อื งสับตะไคร้. ภาควชิ าวศิ วกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกาแพงแสน. หนา้ 7-8. พานิช อนิ ตะ๊ และคณะ เร่อื ง การออกแบบห้องฆ่าเชอ้ื แบบใช้สนามไฟฟา้ แบบพัลส์สาหรบั กระบวนการพาส เจอร์ไรซอ์ าหารเหลว วารสารวิจัยและพฒั นา, มจธ. 35: 2, 253-267, 2555. พิกลุ พงษก์ ลาง. 2559. แนวทางการลดตน้ ทนุ ผลติ ของการปลกู ข้าว. วารสารเกษตรศาสตรธ์ ุรกิจประยุกต.์ ปี ท่ี 10 ฉบับที่ 13. หนา้ 17- 26. ISSN: 1906-0254. พชิ ติ ฤทธิ์จรูญ. (2545). การวิจัยเพอื่ พฒั นาการเรียนรู:้ ปฏิบัตกิ ารวิจยั ในชัน้ เรียน (พมิ พ์ครั้งท่ี 3). กรงุ เทพฯ : ครุศาสตร์มหาวิทยาลยั ราชภัฏพระนคร. พริ พงศ์ ลิม้ ประสิทธิว์ งศ์. 2546. การส่งกาลังจากมอเตอร์เพอ่ื ขบั โหลด. Industrial Technology Review 10(115): 114-121. ภักดี พานรุ ัตน์. ผู้ประกอบการภักดีฟารม์ . สมั ภาษณ์, 4 พฤศจิกายน 2562. ภกั ดี พานุรตั น์. ผู้ประกอบการภกั ดฟี าร์ม. สมั ภาษณ์, 8 ธนั วาคม 2561. ภัควฒั น์ ใจโชติ, นิคม บวั ทอง, พลากร อนุ่ พนั ธ,์ พิพัฒนพ์ งษ์ บรรลุ, ธนราช คาเคน และ สุรยิ ะ แก้วคา. 2556. เครอื่ งย่อยกงิ่ ไม้และวัชพืช. โครงงานวิทยาศาสตร.์ แผนกวิชาช่างกลโรงงาน, วทิ ยาลยั เทคนคิ ศรสี ะเกษ. หน้า 6-23. ภทั รา นคิ มานนท.์ (2543). การประเมินผลการเรียน (พิมพค์ ร้งั ท่ี 3). กรุงเทพฯ : อักษราพิพฒั น์. มงคล ต่นุ เฮ้า, กลวชั ร ทิมนิ กุล และ รงั สทิ ธ์ิ ศริ ิมาลา. 2554. ออกแบบและพัฒนาเครือ่ งห่ันยอ่ ยตน้ ถั่วลสิ ง. วารสารแก่นเกษตร 39 ฉบับพิเศษ 3 : 60-65. มณี อัชวรานนท์ พรชัย วงศ์วาสนา จิตรภาณ อินทวงศ์ ธงชัย ช่วยสถิตย์ จิระวุฒ นาเค แพรพิไล เจริญสิทธ์ิ กองคา วีระศักดิ์ มะประสิทธ์ิ และธวัชชัย ทวตี า. 2563. ความสัมพันธ์ระหว่างน้าหนักเขากวางอ่อน และน้าหนักตัวของกวางที่เลี้ยงในฟารม์กวางมหาวิทยารามคาแหง. วารสารวิจัยรามคา แหง (วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี). 23(1): 1-16. มนต์ชัย เทียนทอง. (2548). สถิติและวิธีการวิจัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศ. กรุงเทพฯ: สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าพระนครเหนือ.
278 เมธา วรรณพัฒน์ และฉลอง วชิราภากร. 2533. เทคนิคการให้อาหารโคเน้ือและโคนม. ขอนแก่น : ภาควิชา สตั วบาล คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลยั ขอนแก่น. ราชบัณฑติ ยสถาน. (2546). พจนานุกรมราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ.2542. กรุงเทพฯ: นานมีบคุ๊ . รา้ นค้าออนไลน์ LnwShop.com. 2560. เครื่องสับหญ้าเนเปยี ร์. แหล่งทม่ี า http://supyanepier.lnwshop.com, 19 กันยายน 2560. รงุ่ รัตน์ หัตถกรรม, ราเมศร์ พรหมชาติ, นรินทร์ เจตธํารง, วีรากร รัตกลู , และกนกเกล้า แกลว้ กลา้ . (2560) การพัฒนาองค์ประกอบและตวั ช้ีวดั ความสุขมวลรวมของการจดั การการท่องเทยี่ วโดยชุมชน. วารสาร สหวิทยาการจัดการ, 1(1), 99-108. ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2543). เทคนิคการวัดผลการเรียนรู พิมพคร้ังที่ 2. กรุงเทพมหานคร: สวุ รี ยิ าสาสน. วจิ ิตร ภกั ดีรตั น์. (2525). วิทยุกระจายเสียงวิทยโุ ทรทัศน์กบั การศึกษา. กรงุ เทพมหานคร: บารเ์ ทอร์อ๊อฟ เซ็นต์. วิทยา ฉินชิยานนท์ และสนั่น เหลียงไพบูลย์. 2548. คู่มือการเพาะเล้ียงกวาง. กลุ่มงานเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า สานกั อนุรกั ษส์ ัตว์ป่า กรมอทุ ยานแหง่ ชาติสัตว์ปา่ และพนั ธุพ์ ชื . 45 หน้า. วิทยาลัย, มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวโรฒิ มหาสารคาม. ศรีพาวรรณ อนิ ทวงค์. (2551). การพฒั นาสอื่ แอนเิ มชันเพอื่ การรณรงค์การทอ่ งเท่ยี วเชิงนเิ วศ. การค้นควา้ แบบอิสระ หลกั สูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสอ่ื ศิลปะและการออกแบบสอ่ื , บณั ฑิตวิทยาลัย มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่ ศริ ประภา คลังทอง, ศิรวิ ไิ ล อนุกูลประชา, จาตพุ งศ์ วาฤทธิ์, ไพรชั ต์ ดฐิ คณารกั ษก์ ลุ และศวิ ะ อัจฉรยิ วริ ิยะ. 2459. การอบแห้งใบหอมสับแบบไมโครเวฟ- ฟลูอิไดเซชัน. วารสารวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่,13(2), 8-15. ศิริเพ็ญ อง้ึ สทิ ธพิ ูนพร, กุมารี ลาภอาภรณ์. (2559). “กระบวนการจัดการความรูผ้ ่านการถ่ายทอดความรแู้ ละ ภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนฮากกาออนไลน์: ความสาเร็จและความท้าทาย”. วารสารภาษาและ วฒั นธรรม 35: 203-225. ศิริลักษณ์ คลองข่อย. (2555). การพัฒนานิทานการต์ นู แอนิเมชนั เรอ่ื งอยู่อยา่ งพอเพียงสาหรับเด็กปฐมวยั . วิทยานิพนธ์ สาขาวชิ าเทคโนโลยแี ละการส่อื สารการศกึ ษา, คณะครุศาสตร์อตุ สาหกรรม มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลธญั บุร.ี ศวิ ฤทธิ์ พงศกรรังศลิ ป์. (2555). สภาพแวดลอ้ มทางธุรกิจ. พมิ พ์ครงั้ ที่ 2 ศูนย์หนังสือจฬุ า ศภุ ลักษณ์ ชติ วรกลุ และคณะ. 2559. ผลของแก๊สพลาสมาต่อการยบั ยงั้ การเจริญของเชอื้ รา Pestalotiopsis sp. ในสภาพห้องปฏิบัตการ. วารสารวทิ ยาศาสตร์เกษตร 47:3 (พเิ ศษ) : 75-78. ศูนยเ์ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สาร กรมปศุสตั ว์, 2557. ขอ้ มลู เกษตรกร/ปศุสัตว์. แหลง่ ทีม่ า http://ict.dld.go.th/th2/index.php/th/report/11-report-thailand-livestock, 9 กันยายน 2560. สมคิด บางโม. (2558). องค์การและการจดั การ. พิมพ์ครัง้ ท่ี 7. กรุงเทพฯ: บรษิ ทั จูน พบั ลิชชิ่ง จากดั . สมชาติ โสภณรณฤทธ.์ิ 2540. การอบแหง้ เมล็ดพชื และอาหารบางประเภท. พิมพ์คร้ังที่ 7. คณะพลงั งาน และวัสดุ, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกลา้ ธนบุรี, กรงุ เทพมหานคร.
279 สมพร เช้อื พันธ์. (2547). การเปรยี บเทียบผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นคณิตศาสตร์ของนักเรยี นช้ันมัธยมศกึ ษา ปที ่ี3 โดยใชว้ ิธีการจัดการเรียนการสอนแบบสรา้ งองค์ความรู้ด้วยตนเองกบั การจัดการเรยี นการ สอนตามปกติ. วทิ ยานพิ นธ์หลกั สตู รและการสอน. พระนครศรอี ยุธยา: บณั ฑิตวทิ ยาลยั สถาบนั ราช ภฏั พระนครศรอี ยุธยา. สหกรณ์กวางแห่งประเทศไทย จากัด. (2561). รายชอ่ื สมาชกิ ของสหกรณก์ วางแหง่ ประเทศไทย จากัด ปี 2561. [เอกสารเผยแพร]่ . นครปฐม: สหกรณก์ วางแห่งประเทศไทย จากัด. สานติ ย์ หนนู ิล, วิโรจน์ เจษฎาลักษณ และจนั ทนา แสนสุข. (2559). ความรับผิดชอบตอ่ สังคมขององค์กร ธุรกจิ :ปจั จยั เชิงสาเหตุและผลลัพธ.์ วารวารสารวิทยาลยั ดุสิตธานี, ปีท่ี10 ฉบับที่2 เดอื นกรกฎาคม- ธันวาคม 2559. สาโรช ไสยสมบัติ. (2534). ความพึงพอใจในการทางานของครอู าจารยโรงเรยี นมธั ยมศกึ ษา สังกัดกรม สามญั ศกึ ษา จังหวดั รอยเอ็ด. วทิ ยานิพนธิ์การศกึ ษามหาบัณฑิต, สาขาการบรหิ ารการศึกษา, บณั ฑิต สานักงานพฒั นาเศรษฐกจิ จากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน). 2555. คู่มือธุรกจิ กวาง. พิมพ์ที่บ.เอน็ บี บี กรุ๊ป จากัด, กรงุ เทพมหานคร. 66 หน้า. สานักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องคก์ ารมหาชน). 2560. หญ้ารูซี.่ แหล่งท่ีมา . แหล่งที่มา http://www.biogang.net/plant_view.php?uid=57152&id=211649, 15 กนั ยายน 2560. สํานักงานพฒั นาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ. (2554). คมู่ ือการดาํ เนนิ ธุรกจิ การเพาะเลยี้ งกวางเชงิ พาณิชย์. กรุงเทพฯ: บริษทั เอน็ บบี กี รุ๊ป จํากัด. สานักงานมาตรฐานสนิ ค้าเกษตรและอาหารแหง่ ชาติ. 2556. มาตรฐานสนิ ค้าเกษตร หญ้าแพงโกล่าแห้ง. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กรงุ เทพฯ. สํานกั งานสถติ ิแหง่ ชาติ และการทอ่ งเทีย่ วแห่งประเทศไทย. (2560). การสํารวจพฤติกรรมการเดินทาง ท่องเท่ยี วของชาวไทย พ.ศ.2560 ในรอบปี 2559 (รายงานผลการวจิ ัย). กรงุ เทพ: สํานกั สถิตพิ ยากรณ์ สํานักงานสถติ ิแหง่ ชาติ. สานักพัฒนาอาหารสตั ว.์ 2560. พืชอาหารสัตว์. กรมปศุสัตว์, ปทมุ ธาน.ี สริ พิ ร ทพิ ย์คง. (2545). หลักสตู รและการสอนคณติ ศาสตร์. กรุงเทพฯ: พฒั นาคุณภาพวิชาการ. สิวาวุธ สุทธ.ิ (2555). การจดั การนวัตกรรมและสารสนเทศ (ออนไลน์). เขา้ ถงึ ได้จาก https://www.gotoknow.org/posts/338714 วนั ทส่ี ืบคน้ 18 มถิ นุ ายน 2563 สุคนธ์ทพิ ย์ สภุ าจันทร.์ (2557). การเปรยี บเทียบผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนโดยการสอนท่ใี ชส้ ่อื การสอน E-Book และการสอนปกติ วิชาการวเิ คราะหข์ ้อมลู ทางธุรกิจ. วารสารสถาบนั วิจยั ญาณสังวร, 5(1), 57-66. สุมาลี ชัยเจริญ. (2545). ทฤษฎีการออกแบบการสอนในกระบวนทัศนใ์ หม่. ภาควิชาเทคโนโลยกี ารศกึ ษา, มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น หฐั ณัฐ นาคไพจิตร. (2557). การวเิ คราะหอ์ งค์ประกอบการออกแบบคาแรก็ เตอร์ดีไซนเ์ พ่ือกลุ่มเป้าหมาย. วารสารมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตรม์ หาวทิ ยาลัยมหาสารคาม, 33(4), 199- 208. อ นั น ต์ ว ง ษ์ พ านิ ช . (2 5 4 9 ). ห ลั ก แ ล ะ เท ค นิ ค ก าร ว าง แ ผ น . พิ ม พ์ ค รั้ งท่ี 7 .ก รุง เท พ ฯ : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อนุชา เสรีสุชาติ. (2548). การบริหารการผลิตภาพยนตร์แอนิเมชัน. กรุงเทพฯ: คณะวารสารศาสตร์และ สอ่ื สารมวลชน มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์.
280 อภิพงศ์ ปิงยศ. (2559). การสรา้ งส่ือแอนเิ มชัน. สบื ค้น 15 ธันวาคม 2562. จาก https://apipong.weebly.com/uploads/5/3/5/8/53586393/bs212_ch10_animation.pdf. อมีนา ฉายสุวรรณ และชมุ พล จันทรฉ์ ลอง. (2559). การพัฒนาการ์ตนู แอนเิ มชัน่ เรื่องพนี่ ้องออมเงนิ . วารสาร วจิ ัยและพฒั นาวไลอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถมั ภ์. สาขามนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ ปีท่ี 11(2) : 193-203. อรรถพร คาคม. (2546). การให้บรกิ ารสนิ เชื่อของธนาคารอาคารสงเคราะห์:ศึกษาจากความคดิ เหน็ ของ ผ้ใู ช้บรกิ ารฝา่ ยกิจการสาขากรุงเทพและปริมณฑล. วทิ ยานิพนธศ์ ิลปศาสตร มหาบัณฑติ สาขาวิชา รัฐศาสตร์, บัณฑิตวทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร.์ อรรถพล นมุ่ หอม และ ฤทธิชยั อศั วราชันย.์ 2550. คล่ืนแม่เหล็กไฟฟา้ พลงั งานความรอ้ นรูปแบบใหม่. Food Focus Thailand Magazine. ปที ี่ 2 ฉบบั ท่ี 16 หนา้ 28- 33. อรรถพล นมุ่ หอม และ ฤทธิชยั อศั วราชนั ย.์ 2551. กระบวนการอบแห้งในอุตสาหกรรมอาหาร. Food Focus Thailand Magazine. ปีที่ 3 ฉบับที่ 25 หนา้ 21- 25. อัจฉรตั น์ สุวรรณภกั ด.ี (2563). การเพาะเลย้ี งกวาง ฉบบั ประชาชน. สืบค้น 18 กรกฎาคม 2563, จาก http://www.eto.ku.ac.th อัจฉรา วงศโ์ สธร. (2544). การทดสอบและประเมินผลการเรียนการสอนภาษาองั กฤษ. (พมิ พค์ ร้งั ที่ 3) กรุงเทพฯ: สานกั พมิ พ์จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั . อานุภาพ เส็งสาย ปรัชญา สังวรกาญจน์ และเสนอ วงกลม. 2547. ผลการใช้หญ้าหมักหรือหญ้าแห้งเป็น อาหารหยาบเลี้ยงกวางรูซ่า. รายงานผลงานวิจัยประจาปี 2547 กองอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ.์ หน้า 454 – 462. อํานวย วงษ์พานิช (2549). การศึกษาผลกระทบทางสังคม อันเน่ืองมาจากโครงการก่อสร้างท่อส่งก๊าซ ธรรมชาติท่มี ีผลต่อประชาชนตามแนวท่องส่งก๊าซธรรมชาติ : กรณศี กึ ษาในพนื้ ที่ อําเภอพานทอง และ อาํ เภอเมือง จังหวัดชลบุรี. วทิ ยานิพนธ์ รป.ม.(รัฐประศาสนาศาสตร์). ชลบรุ ี : วิทยาลัยบรหิ ารรฐั กิจ มหาวทิ ยาลยั บรู พา อาไพ ไชยแก้ว. (2563). หลกั การจัดการ. สบื คน้ 3 กรกฎาคม 2563, จาก https://sites.google.com/site/aunripreya456/10-krabwnkar-cadkar Alibas, I. 2007. Microwave, air and combined microwave-air-drying parameters of pumpkin slices. LWT 40:1445-1451. Arslan, D and Özcan, M.M. 2010. Study the effect of sun, oven and microwave drying on quality of onion slices. LWT 43: 1121-1127. Artnaseaw, A., Theerakulpisut, S., and Benjapiyaporn, C. 2010. Development of a vacuum heat pump dryer for drying chili. Biosystems Engineering, 105, 130–138. Assawarachan, R. and A. Noomhorm. 2008. Effect of Operating Condition on the Kinetic of Color Change of Concentrated Pineapple Juice by microwave Vacuum Operation. Journal of Food Agriculture and Environment, volume 63, page 47-53. Bala, B.K. and Janjai, S. (2009). Solar drying of fruits, vegetables, spices, medicinal plants and fish: Developments and Potentials, International Solar Food Processing Conference 2009, 1-24.
281 Canadian Nuclear Association. 2015. Ionizing Radiation. แหล่งทีม่ า https://cna.ca/issues- policy/radiation/what-is-radiation/. Cheng, W.M., G.S.V. Raghavan, M. Ngadi and N. Wang. 2006. Microwave power control strategies on the drying process I: Development and evaluation of new microwave drying system. Journal of Food Engineering. 76:188-194. Dhayal, M.; Lee, S.-Y.; Park, S.-U., 2006. Using low-pressure plasma for Carthamus tinctorius L. seed surface modification. Vacuum 80, 499. Dye Thomas R. (1982). Understanding Publie Policy. New Jersey : Prentice Hall. Feng, H. Tang, J., Cavalieri, R. P. and Plumb, O. A. 2001. Heat and mass transport in microwave drying of porous materials in spouted bed. A.I.Ch.E. Journal 47(7): 1499- 1512.) Filatova, I., et al., 2013. Plasma seeds treatment as a promising technique for seed germination improvement. 31st ICPIG, July 14-19, Granada, Spain, 1-4. Giri, S.K., Prasad, S., 2007. Drying kinetics and rehydration characteristics of microwave- vacuum and convective hot air-dried mushrooms. Journal of Food Engineering. 78 (2), 512-521. Good, Carter V. (1973). Dictionary of Education. 3rd ed. New York : McGraw – Hill Book Inc.Kinder, James S. (1965). Using Audio – Visual Meterials in Education. New York : American Book Co. Hippler R, Pfau S, Schmidt M, Shoenbach KH, 2001. Low temperature plasma physics. Wiley, Berlin. Karatas, F. and F. Kamisli. 2007. Variation of vitamins (A, C and E) and MDA in apricots dried in IR and microwave. Journal of Food Engineering. 78:662-668. Kathiravan, K., Harpreet, K.K., Soojin J., Joseph, I. and Ali, D. (2008). Infrared heating in food processing: an overview. Comprehensive Reviews in Food Science and Food Safety, 7, 2-13. Kelly, R.W. and G.H. Moore. 1978. Reproductive performance in farmed red deer. In: D.R.Drew, Ed. Advances in deer farming. 46 pp. Editorial Services Ltd., Wellington. Koichi, T., 2010. Agricultural and food processing applications of pulsed power and plasma technologies, The Institute of Electrical Engineers of Japan, Vol.130, 963-971. Maskan, M. 2001. Kinetics of colour change of kiwifruits during hot air and microwave drying. Journal of Food Engineering 48: 169-175. Maskan, M., 2000. Microwave/air and microwave finish drying of banana. Journal of Food Engineering 44, 71-78. Nagasaki Atomic Bomb Museum. 2009. Mechanism of Radiation. Source http://nagasakipeace.jp/english/kids/kaisetsu/hoshasen.html. 12 September 2017. Nathakaranakul, A., Jaiboon, P., and Soponronnarit, S. (2010). Far-infrared radiation assisted drying of longan fruit. Journal of Food Engineering, 100(4), 662-668.
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376