Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore จรินทร์ งามแม้น

จรินทร์ งามแม้น

Published by วิทย บริการ, 2022-07-07 01:55:23

Description: จรินทร์ งามแม้น

Search

Read the Text Version

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 336 มาตรา 17 นอกจากการพ้นตำแหน่งตามวาระ กรรมการตามมาตรา 12 (1) (3) (4) และ (5) พน้ จาก ตำแหนง่ เมือ่ (1) ตาย (2) ลาออก (3) รัฐมนตรีโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องต่อหน้าท่ีมีความประพฤติ เส่ือมเสียหรอื หย่อนความสามารถ (4) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหน่ึงตามมาตรา 13 มาตรา 14 หรือ มาตรา 15 แลว้ แตก่ รณี มาตรา 18 ก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการตามมาตรา 12 (1) (3) (4) และ (5) ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาคณะหนึ่งจำนวนสิบเอ็ดคนจาก คณะกรรมการคุรุสภา ตามมาตรา 12 (2) จำนวนห้าคน และจากผู้แทนสมาคมวิชาการหรือวิชาชีพ ด้านการศึกษาที่เป็นนิติบุคคล ซ่ึงเลือกกันเองจำนวนหกคนทำหน้าที่สรรหาบุคคลที่สมควรเป็น ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการคุรุสภาตามมาตรา 12 (1) และ (3) และจัดให้มีการประชุมคณบดีคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์และการศึกษา เพื่อเลือกกันเองได้ กรรมการตามมาตรา12 (4) รวมท้ังจัดให้มีการเลือกตั้งกรรมการที่มาจากประกอบวิชาชีพทางการ ศกึ ษาของคณะกรรมการคุรสุ ภาตามาตรา 12 (5) ให้คณะกรรมการตามวรรคหน่ึงเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธาน และดำเนินการสรรหา และ เลือกต้งั ใหเ้ ป็นไปตามขอ้ บงั คบั ของคุรุสภา ให้สำนักงานเลขาคุรสุ ภารับผิดชอบดำเนินการในทางธุรการของคณะกรรมการตามวรรคหนง่ึ มาตรา 19 ในกรณีที่กรรมการคุรุภาตามมาตรา 12 (1) และ (3) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบ วาระให้ คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้อื่นซ่ึงได้รับการสรรหาในลำดับถัดไปดำรงตำแหน่งแทนก็ได้และให้ผู้ ได้รบั แต่งตง้ั แทนนั้น อยู่ในตำแหนง่ เท่ากบั วาระทเ่ี หลอื อยู่ของผซู้ ่ึงไตว้ บั แต่งตัง้ ไวแ้ ล้ว ในกรณีที่กรรมการคุรุสภาตามมาตรา 12 (4) และ (5) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระให้ผู้ ได้รับการเลือก หรือเลอื กต้งั ในลำดบั ถัดไป ดำรงตำแหน่งแทนก็ได้และใหอ้ ยู่ในตำแหน่งเท่ากบั วาระท่ี เหลอื อย่ขู องผู้ซ่ึงตนแทน ในกรณีที่มีรายชื่ออยู่ไม่พอเป็นกรรมการตามวรรคหนึ่งและวรรคสองให้ดำเนินการสรรหา คดั เลือก หรือเลอื กตั้งใหม่ตามมาตรา 18 แล้วแตก่ รณี ในกรณีท่ีกรรมการตามมาตรา 12 (1) (3) (4) และ (5) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระให้ กรรมการ จากคุรุสภาท่ีมีอยู่เป็นกรรมการคุรุสภาต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งต้ังกรรมการแทน และใน กรณีท่ีประธานกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระให้กรรมการที่เหลือเลือกผู้ทำหน้าที่ประธาน กรรมการเปน็ การช่ัวคราว มาตรา 20 ใหค้ ณะกรรมการครุ สุ ภามีอำนาจหน้าท่ี ดังตอ่ ไปนี้ (1) ผู้บรหิ ารและดำเนนิ การตามวตั ถุประสงค์และอำนาจหน้าทีข่ องคุรุสภาซ่ึงกำหนดไว้นพระ ราชบญั ญัตินี้ (2) ใหค้ ำปรกึ ษาและแนะนำแก่คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชพี

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 337 (3) พิจารณาวนิ จิ ฉยั อุทธรณค์ ำสั่งของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชพี ตามมาตรา 54 (4) เร่งรดั ให้พนกั งานเจ้าหนา้ ทสี่ ่วนราชการ หรือคณะกรรมการมาตาฐานวิชาชีพ ปฏิบตั ิตาม อำนาจ และหนา้ ท่ที ีก่ ฎหมายกำหนด (5) แต่งต้ังคณะอนุกรรมการเพ่ือกระทำการใด ๆ อันอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ ครุ สุ ภา (6) ควบคุมดูแลการดำเนินนและการบริหารงานท่ัวไป ตลอดจนออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรอื ข้อกำหนดเกย่ี วกบั สำนกั งานเลขาธกิ ารคุรสุ ภาในเรอ่ื ง ดังต่อไปนี้ (ก) การแบ่งส่วนงานของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และขอบเขตหน้าท่ีของสำนักงาน ดงั กล่าว (ข) การกำหนดตำแหน่ง คุณสมบัติเฉพาะ อัตราเงินเดือน ค่าจ้าง และค่าตอบแทนอื่นของ พนักงาน เจ้าหน้าที่ของครุ สุ ภา (ค) การคัดเลือก การบรรจุ การแต่งตั้ง การถอดถอน วินัยและการลงโทษทางวินัย การออกจาก ตำแหน่ง การร้องทุกข์ และการอุทธรณ์การลงโทษของเจ้าหน้าท่ี รวมทั้งวิธีการ เง่ือนไข ในการจ้างพนกั งาน เจ้าหน้าทขี่ องครุสภา (ง) การบรหิ ารและจดั การการเงนิ การพสั ดุ และทรัพย์สนิ ของคุรุสภา (จ) กำหนดอำนาจหนา้ ทีแ่ ละระเบียบเกีย่ วกบั การปฏบิ ัติหน้าที่ของผู้ตรวจสอบภายใน (7) กำหนดนโยบายการบริหารงานและให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงานของสำนักงาน เลขาธิการคุรุสภา (8) ปฏิบตั กิ ารอ่ืนใดตามทกี่ ฎหมายกำหนดให้ไวเ้ ป็นอำนาจ และหนา้ ทีข่ องคณะกรรมการคุรุสภา (9) พจิ ารณาหรือดำเนนิ การในเรือ่ งอ่ืนตามทร่ี ัฐมนตรมี อบหมาย สว่ นท่ี 3 คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชพี มาตรา 21 ให้มคี ณะกรรมการมาตรฐานวชิ าชพี ประกอบด้วย (1) ประธานกรรมการซึง่ รัฐมนตรีแต่งตงั้ จากกรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ิ ในคณะกรรมการคุรสุ ภา (2) กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน เลขาธิการ คณะกรรมการการอาชวี ศึกษา และเลขาธิการคณะกรรมการขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา (3) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนส่ีคน ซ่ึงคณะกรรมการคุรุสภาสรรหาจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มี ความรคู้ วามเช่ียวชาญ และประสบการณส์ งู ดา้ นการศกึ ษา การบรหิ าร และกฎหมาย (4) กรรมการจากคณาจารย์ในคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ หรือการศึกษา ทั้งของรัฐและ เอกชนที่มีการสอนระดับปริญญาในสาขาวิชาครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ หรือการศึกษา ซึ่งเลือกกันเอง จำนวนสองคน (5) กรรมการจากผู้ประกอบวิชาชีพการศึกษาจำนวนทุกคน ซึ่งเลือกต้ังมาจากผู้ประกอบ วิชาชีพทางการศึกษาที่ดำรงตำแหน่งครูที่มีประสบการณ์ด้านการสอนไม่น้อยกว่าสิบปี หรือดำรง ตำแหน่งอาจารย์ 3 หรือมีวิทยฐานะเป็นครูชำนาญการขึ้นไป ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษท่ีดำรง ตำแหน่ง ผู้บริหารสถานศึกษาท่ีมีประสบการณ์ในตำแหน่งไม่น้อยกว่าสิบปี และบุคลากรทางการ ศึกษาอ่นื ทีม่ ีประสบการณ์ในตำแหน่งไม่นอ้ ยกว่าสบิ ปี

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 338 ให้เลขาธิการคุรุสภา เป็นกรมการและเลขานุการการกำหนดให้มีคณะกรรมการมาตรฐาน วิชาชีพอื่นใหเ้ ปน็ ไปตามขอ้ บงั คบั ของครุ ุสภา มาตรา 22 การสรรหา การเลือกและการเลือกตั้งกรรมการมาตรฐานวิชาชีพตามมาตรา 21 (3) (4) และ (5) ให้เป็นไปตามทก่ี ำหนดในข้อบังคับของครุ ุสภา มาตรา 23 กรรมการมาตรฐานวิชาชีพตามมาตรา 21(3) (4) และ (5) ต้องมีคุณสมบัตแิ ละไม่ มีลกั ษณะต้องหา้ มตามมาตรา 13 มาตรา 14 มาตรา 15 แล้วแต่กรณี มาตรา 24 กรรมการมาตาฐานวิชาชีพตามมาตรา 21 (1) (3) (4) และ (5) ให้อยู่ในตำแหน่ง คราวละส่ีปีและอาจได้รับการแต่งต้ังอีก แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้เมื่อครบ กำหนดวาระตามวรรคหนงึ่ ใหก้ รรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่ง เพอ่ื ดำเนนิ การ ตอ่ ไปจนกว่ากรรมการซึ่งไดร้ ับแตง่ ตัง้ ใหมเ่ ขา้ รับหน้าที่ ในกรณีท่ีกรรมการตามวรรคหน่ึงพ้นจกตำแหน่งก่อนครบวาระให้นำความในมาตรา 16 วรรคสองมาใชบ้ ังคบั โดยอนโุ ลม นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามวรรคหน่ึง กรรมการมาตรฐานวิชาชีพตามมาตรา 21 (1) (3) (4) และ (5) พน้ จากตำแหน่งเมือ่ (1) ตาย (2) ลาออก (3) รัฐมนตรีให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าท่ี มีความประพฤติเส่ือมเสียหรือหย่อน ความสามารถ (4) ขาดคุณสมบัตหิ รือลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 13 มาตรา 14 หรือมาตรา 15 แลว้ แต่กรณี (5) คณะกรรมการคุรุสภามีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงสองในสาม ของจำนวนกรรมการ ทัง้ หมดเท่าทีม่ อี ยเู่ พราะบกพร่องต่อหน้าที่ มคี วามประพฤติเส่ือมเสียหรอื หยอ่ นความสามารถ มาตรา 25 คณะกรรมการมาตาฐานวิชาชีพมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) พิจารณาการออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา และการพักใช้หรือ เพกิ ถอนใบอนุญาต (2) กำกบั ดูแลการปฏบิ ัตติ ามมาตรฐานและจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา (3) ส่งเสริม พัฒนา และเสนอแนะคณะกรรมการคุรุสภากำหนดมาตรฐาน และจรรยาบรรณ ในการประกอบวิชาชีพ (4) ส่งเสริม ยกย่องและพัฒนาวิชาชีพไปสู่ความเป็นเลิศในสาขาต่าง ๆ ตามที่กำหนดในข้อบังคับ ของคุรสุ ภา (5) แต่งตั้งท่ีปรกึ ษา คณะอนุกรรมการ หรอื มอบหมายกรรมการมาตรฐานวิชาชพี เพื่อกระทำ การใดอันอยู่ในอำนาจและหนา้ ท่ีของคณะกรรมการมาตรฐานวชิ าชีพ (6) ปฏิบัติการอ่ืนใดตามที่กำหนดไว้ให้เป็นอำนาจ และหน้าท่ีของคณะกรรมการมาตรฐาน วิชาชพี

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 339 (7) พิจารณาหรือดำเนินการในเรื่องอ่ืนตามที่รัฐมนตรีหรือคณะกรรมการครุสภามอบหมาย ใหค้ ณะกรรมการมาตรฐานวิชาชพี เสนอ รายงานการดำเนินงานประจำปีต่อคณะกรรมการคุรุสภาตาม ระเบยี บทีค่ ณะกรรมการครุ ุสภากำหนด ส่วนที่ 4 การดำเนินงานของครุ ุสภา มาตรา 26 ให้คณะกรรมการคุรุสภามีการประชุมอย่างน้อยเดือนละหน่ึงคร้ัง การประชุม คณะกรรมการคุรสุ ภาต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าก่ึงหน่ึงของจำนวนกรรมการทั้งหมด จงึ จะ เป็นองคป์ ระชมุ มติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหน่ึงในการลงคะแนน ถ้า คะแนนเสยี งเท่ากนั ใหป้ ระธานในท่ีประชุมออกเสยี งเพ่ิมขึน้ อีกเสียงหนึง่ เป็นเสียงขี้ขาด มาตรา 27 ในการประชุม ถ้าประธานกรรมการคุรุสภาไม่ยู่ในทีป่ ระชมุ หรือไม่สามารถปฏบิ ัติ หนา้ ท่ีได้ให้ที่ประชมุ เลอื กกรรมการคนหน่ึงเปน็ ประธานในที่ประชมุ มาตรา 28 รฐั มนตรีจะเข้าร่วมประชุมละช้ีแจงแสดงความเห็นในที่ประชุมคณะกรรมการคุรุ สภาหรอื จะส่งความเหน็ เป็นหนงั สือไปยงั คุรุสภาในเรอื่ งใด ๆ กไ็ ด้ มาตร 29 ให้นำความในมาตรา 26 แลมาตรา 27 มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะกรรมการ มาตรฐานวชิ าชีพหรอื คณะอนกุ รรมการโดยอนุโลม มาตรา 30 ในการปฏบิ ัติหน้าท่ีตามพระราชบัญญตั นิ ี้ใหก้ รรมการคุรสุ ภา กรรมการมาตรฐาน วิชาชีพ อนุกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในการควบคุมการประกอบวิชาชีพเป็นเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 31 ให้กรรมการคุรุสภาและคณะกรรมการมาตาฐานวิชาชีพมีอำนาจเรยี กบุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคำหรือแจง้ ให้บุคคลใด ๆ ส่งเอกสารหรือวัตถุพยานท่ีจำเป็นต้องการดำเนินงานตามอำนาจ และหน้าที่ หนังสือเรยี กมาให้ถ้อยคำหรือหนงั สือแจง้ ให้สง่ เอกสารหรอื วตั ถุพยานตามวรรคหน่งึ ตอ้ งระบุ ด้วยวา่ จะให้มาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารหรือวัตถพุ ยานในเร่อื งใด มาตรา 32 ให้กรรมการคุรุสภา กรรมการมาตรฐานวิชาชีพ อนุกรรมการและคณะทำงาน ได้รับเบ้ียประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่นตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด โดยความเห็นชอบของ คณะรัฐมนตรีมาตรา 33 กรรมการคุรุสภาตามมาตรา 12 (3) (4) และ (5) จะดำรงตำแหน่งตาม มาตรา 21 (3) (4) และ (5) และมาตรา 64 (3) และ (4) แล้วแต่กรณีคราวเดียวกันไม่ได้ มาตรา 34 ให้มีสำนกั งานเลขานกุ ารครุ สุ ภามีหน้าท่ี ดังต่อไปนี้ (1) รับผิดชอบเกยี่ วกบั การดำเนินงานของครุ ุสภา (2) ประสานและดำเนินการเกยี่ วกบั กิจการอนื่ ทค่ี รุ สุ ภามอบหมาย (3) จดั ทำรายงานประจำปีเก่ียวกบั การดำเนนิ งานเสนอต่อครุ สุ ภา มาตรา 35 ให้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภามีเลขาธิการคุรุสภาคนหนึ่งบริหารกิจการของ สำนักงานเลขาธิการ รวมทั้งดำเนินการตามท่ีประธานกรรมการคุรุสภา คณะกรรมคุรุสภา ประธาน กรรมการมาตรฐานวิชาชีพ หรือคณะกรรมการมาตรฐานวชิ าชีพมอบหมายคณะกรรมการครุ ุสภาเป็น

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 340 ผู้มีอำนาจสรรหาแต่งตั้ง และถอดถอนเลขาธิการคุรุสภาหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาเลขาธิการคุรุ สภาใหเ้ ป็นไป ตามขอ้ บังคบั มาตรา 36 เลขาธิการคุรุสภาต้องเป็นผู้สามารถทำงานให้แก่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้ เตม็ เวลา และตอ้ งเป็นผูท้ ่มี คี ณุ สมบัติทัว่ ไปและไม่มีลักษณะตอ้ งห้าม ดังตอ่ ไปนี้ (ก) คุณสมบัติท่ัวไป (1) มสี ัญชาติไทย (2) มีอายุไมต่ ำ่ กว่าสามสบิ หาปบี ริบรู ณแ์ ละไม่เกนิ หกสิบห้าปี (3) เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสมารถเหมาะสมกับกิจการของคุรุสภา ตามท่ีกำหนดไว้ใน วตั ถุประสงค์ และอำนาจหนา้ ท่ีตามมาตรา 8 และมาตรา 9 (ข) ลกั ษณะต้องหา้ ม (1) มลี กั ษณะต้องห้ามอยา่ งหนงึ่ อยา่ งใดตามมาตรา 13 (ข) (1) (2) (3) หรอื (4) (2) เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงท่ีสดุ ให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรบั ความผดิ ท่ี ไดก้ ระทำโดยประมาทหรอื ความผดิ ลหุโทษ (3) เป็นผู้มีสว่ นได้เสียในกจิ การท่ีกระทำกบั ครุ ุสภา มาตรา 37 เลขาธิการคุรุสภามีวาระอย่ใู นตำแหน่งคราวละส่ีปีและอาจได้รับการแตง่ ตัง้ อกี แต่ จะดำรงตำแหนง่ เกนิ สองวาระตดิ ต่อกนั ไม่ได้ มาตรา 38 นอกจากการพ้นจากตำแหนง่ ตามวาระเลขาธกิ ารคุรุสภาพน้ จากตำแหน่งเมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก (3) คณะกรมการคุรุสภาให้ออกเพราะบกพร่องต่อหน้าที่มคี วามประพฤติเสื่อมเสียหรือหย่อน ความสามารถ (4) ออกตามกรณีที่กำหนดไวใ้ น ข้อตกลงระหวา่ งคณะกรมการครุ ุสภากับเลขาธิการครุ สุ ภา (5) มีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตาม มาตรา 36 มติของคณะกรรมการครุสภาให้ เลขาธกิ ารครุ ุสภาออกจากตำแหน่งตาม (3) ตอ้ งประกอบด้วย คะแนนเสียงไม่นอ้ ยกว่าสองในสามของ จำนวนกรรมการทง้ั หมดเทา่ ทม่ี อี ยู่ มาตรา 39 เลขาธิการคุรสุ ภามีหน้าท่ีบริการกิจการของสำนกั งานเลขาธิการครุ ุสภาให้เป็นไป ตามกฎหมายวัตถุประสงค์ของคุรุสภา ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด นโยบาย มติและประกาศของ คณะกรรมการคุรุสภาและเป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานเจ้าหน้าที่ทุกตำแหน่ง เว้นแต่ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ ตรวจสอบภายในให้ข้ึนตรงต่อประธานกรรมการคุรุสภา ตามระเบียบที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด รวมท้ังใหม้ ีหนา้ ท่ี ดังตอ่ ไปน้ี (1) ดแู ลรกั ษาทะเบียนผู้ได้รับใบอนญุ าต (2) ควบคมุ ดแู ลทรพั ยส์ ินของครุ สุ ภา (3) เสนอรายงานประจำเก่ียวกับผลการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา รวมท้ังรายงานการเงินและบัญชี ตลอดจนเสนอแผนดำเนินงาน แผนการเงิน และงบประมาณของปี ตอ่ ไปตอ่ คณะกรรมการครุ ุสภาเพื่อพิจารณา

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 341 (4) เสนอความเห็นเก่ียวกับการปรับปรุงกิจการ และการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพและ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของคุรุสภาต่อคณะกรรมการคุรุสภา เลขาธิการคุรุสภาต้องรับผิดชอบต่อ คณะกรรมการคุรุสภาในการบริหารกิจการของสำนักงานเลขาธิการครุ สุ ภา มาตรา 40 เลขาธิการคุรุสภา มอี ำนาจดงั น้ี (1) บรรจุ แต่งตั้ง เล่ือน ลด ตัดเงินเดือน หรือค่าจ้าง ลงโทษทางวินัยพนักงานเจ้าหน้าท่ี ตลอดจนใหพ้ นักงานเจา้ หนา้ ทอี่ อกจากตำแหน่ง ทงั้ น้ี ตามข้อบังคับทคี่ ณะกรรมการคุรสุ ภากำหนด (2) วางระเบียบเก่ียวกับการดำเนินงาน ของสำนักงานเลขาธิการคุรสุ ภาโดยไม่ขัดหรือแย้งกับ ระเบียบขอ้ บงั คบั ข้อกำหนด นโยบาย มตหิ รอื ประกาศท่ีคณะกรรมการคุรุสภากำหนด มาตรา 41 ในกิจการที่เก่ียวกับบุคคลภายนอก ให้เลขาธิการคุรุสภาเป็นผู้แทนของคุรุสภา เพ่ือการน้ีเลขาธิการคุรุสภาจะมอบอำนาจให้บุคคลใดปฏิบัติงานฉพาะอย่างแทนก็ได้ แต่ต้องเป็นไป ตามข้อบังคบั คณะกรรมการคุรุสภากำหนด มาตรา 42 ให้คณะกรรมการคุรุสภาเป็นผู้กำหนดอัตราเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอ่ืน ของเลขาธิการครุ ุสภา โดยความเห็นชอบของคณะรฐั มนตรี ส่วนที่ 5 การประกอบวิชาชพี ควบคุม มาตรา 43 ให้วิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษาเป็นวิชาชีพควบคุม ตามพระราชบัญญตั นิ ้ี การกำหนดวชิ าชีพควบคมุ อนื่ ให้เป็นไปตามท่กี ำหนดในกฎกระทรวง หา้ มมิให้ผู้ไประกอบวชิ าชีพควบคุม โดยไม่ไดร้ บั ใบอนญุ าตตามพระราชบญั ญัตนิ ี้ เว้นแต่กรณี อยา่ งใดอย่างหนึ่ง ดงั ต่อไปน้ี (1) ผู้ที่เข้ามาให้ความรู้แก่ผู้เรียนในสถานศึกษา เป็นคร้ังคราวในฐานะวิทยากรพิเศษทาง การศึกษา (2) ผทู้ ่ีไมไ่ ด้ประกอบวิชาชพี หลักทางด้าน การเรียนการสอนแตใ่ นบางครงั้ ต้องทำหน้าทส่ี อนดว้ ย (3) นักเรียน นักศึกษา หรือผู้รับการฝึกอบรมหรือผู้ได้รับใบอนุญาตปฏบิ ัติการสอนซง่ึ ทำการ ฝึกหัดหรืออบรมในความควบคุม ของผู้ประกอบวิชาชีทางการศึกษาซึ่งเป็นผู้ให้การศึกษาหรือ ฝึกอบรม ทัง้ น้ี ตามหลักเกณฑ์ วธิ กี าร และเงื่อนไขทค่ี ณะกรรมการครุ สุ ภากำหนด (4) ผทู้ ่ีจัดการศกึ ษาตามอธั ยาศัย (5) ผู้ที่ทำหน้าที่สอนในศูนย์การเรียนตามกฎหมาย ว่าด้วย การศึกษาแห่งชาติหรือสถานที่ เรียนท่ีหน่วยงานจัดการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ โรงพยาบาล สถาบันทางการแพทย์สถานสงเคราะห์ และสถาบันสงั คมอื่นเป็นผูจ้ ดั (6) คณาจารย์ ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษาในระดับอุดมศึกษาระดับ ปริญญาท้ังของรัฐและเอกชน (7) ผู้บริหารการศึกษาระดับเหนอื เขตพ้ืนท่กี ารศึกษา (8) บคุ คลอนื่ ตามที่คณะกรรมการครุ สุ ภากำหนด มาตรา 44 ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ระกอบวิชาชีพควบคุม ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ ตอ้ งทำ

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 342 (ก) คณุ สมบัติ (1) มอี ายไุ ม่ต่ำกว่ายี่สบิ ปบี ริบูรณ์ (2) มีปรญิ ญาทางการศึกษา หรอื เทียบเทา่ หรอื มคี ณุ วฒุ อิ นื่ ท่คี รุ สุ ภารับรอง (3) ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาเป็นเวลา ไม่น้อยกว่าหน่ึงปี และผ่านเกณฑ์การประปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขท่ี คณะกรรมการคุรสุ ภากำหนด (ข) ลักษณะต้องห้าม (1) เปน็ ผมู้ คี วามประพฤตเิ ส่อื มเสียหรือบกพรอ่ งในศลี ธรรมอันดี (2) เป็นคนไรค้ วามสามารถหรอื คนเสมอื นไรค้ วามสามารถ (3) เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่คุรุสภาเห็นว่า อาจนำมาซ่ึงความเสื่อมเสียเกียรติศักด์ิแห่ง วชิ าชีพ มาตรา 45 การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต กำหนดอายุใบอนุญาต การต่ออายุ ใบอนุญาต การขอรับใบแทนใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วธิ ีการและเง่ือนไขท่กี ำหนดในข้อบงั คบั ของครุ ุสภา ผู้ขอรับใบอนุญาต ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตหรือผู้ขอรับใบแทนใบอนุญาต ซึ่งคณะกรรมการ มาตรฐานวิชาชีพพิจารณาวินิจฉัยไม่ออกใบอนุญาต ไม่ต่ออายุใบอนุญาต หรือไม่ออกใบแทน ใบอนุญาตตามวรรคหน่ึงอาจอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการคุรุสภาภายในสามสิบวันนับแต่ วันที่ได้รับแจ้งการไม่ต่อใบอนุญาตหรือการไม่ออกใบแทนใบอนุญาตไม่ตัดสิทธิผู้ขอท่ีจะประกอบ วิชาชพี ที่ไดร้ บั อนุญาตตอ่ ไป ทง้ั นี้ จนกวา่ คณะกรรมการคุรสุ ภาจะไดม้ คี ำวินิจฉยั ถึงที่สุด มาตรา 46 ห้ามมิให้ผู้ใดแสดงด้านวิธีใด ๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิหรือพร้อมจะประกอบ วิชาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคุรุภา และห้ามมิให้สถานศึกษารับผู้ไม่ได้รับใบอนุญาตเข้าประกอบ วิชาชพี ควบคมุ ในสถานศึกษา เวน้ แต่จะไตร้ บั อนุญาตจากครุ ุสภา มาตรา 47 ผู้ซ่ึงได้รับใบอนุญาตต้องประกอบวิชาชีพภายใต้บังคับแห่งข้อจำกัดและเงื่อนไข ดามขอ้ บังคบั ของครุ สุ ภา มาดรา 48 ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตต้องประพฤติตนตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ ตามทกี่ ำหนดในข้อบังคับของครุ สุ ภา มาตรา 49 ให้มีขอ้ บงั คับ ว่าด้วย มาตาฐานวชิ าชีพ ประกอบด้วย (1) มาตรฐานความร้แู ละประสบการณ์วิชาชีพ (2) มาตรฐานการปฏบิ ตั ิงาน (3) มาตรฐานการปฏิบัติตน การกำหนดระดับคุณภาพของมาตาฐานในการประกอบวิชาชีพตามวรรคหน่ึง ให้เป็นไปตาม ข้อบังคับของคุรสุ ภา ท้ังนี้ ต้องจดั ให้มีการประเมินระดับคุณภาพของผู้รับใบอนญุ าตอย่างต่อเน่ืองเพื่อ ดำรงไว้ซ่ึงความรู้ ความสมารถ และความชำนาญการ ตามระดับคุณภาพของมาตรฐานในการ ประกอบวิชาชพี ตามหลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ารทคี่ รุ สุ ภากำหนด

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 343 มาตรา 50 มาตาฐานการปฏบิ ัติตน ใหก้ ำหนดเปน็ ขอ้ บังคับ ว่าด้วย จรรยาบรรณของวิชาชพี ประกอบดว้ ย (1) จรรยาบรรณต่อตนเอง (2) จรรยาบรรณตอ่ วชิ าชพี (3) จรรยาบรรณต่อผ้รู ับบริการ (4) จรรยาบรรณต่อผูร้ ว่ มประกอบวชิ าชพี (5) จรรยาบรรณตอ่ สังคม การกำหนดแบบพฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชีพตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับ ของคุรสุ ภา มาตรา 51 บุคคลซ่ึงได้รับความเสียหายจากการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพของผู้ได้รับ ใบอนุญาตมีสทิ ธกิ ลา่ วหาผูไ้ ดร้ บั ใบอนุญาตนน้ั โดยทำเร่อื งยน่ื ต่อคุรสุ ภา กรรมการคุรสุ ภา กรรมการมาตรฐานวชิ าชพี หรอื บคุ คลอ่นื มีสทิ ธิกล่าวโทษผู้ประกอบวชิ าชีพ วา่ ผิดจรรยาบรรณของวชิ าชีพ โดยแจ้งเรอ่ื งต่อครุ ุสภา สิทธิการกล่าวหาตามวรรคหนึ่ง หรือสิทธิการกล่าวโทษตามวรรคสองส้ินสุดลงเมื่อพ้นหนึ่งปี นับแต่วันที่ผู้ได้รับความเสียหายหรือผู้กล่าวโทษรู้เรื่องการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ ดังกล่าวและรูต้ วั ผ้ปู ระพฤติผิด การถอนเร่ืองการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษท่ีได้ยื่นไว้แล้วนั้น ไม่เป็นเหตุให้ระงับการ ดำเนนิ การตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี มาตรา 52 เมื่อคุรุสภาได้รู้เร่ืองการกล่าวหาหรือกล่าวโทษตามมาตรา 51 ให้เลขาธิการครุสภา เสนอเร่อื งดังกล่าวต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชพี โดยไม่ชกั ช้า มาตรา 53 ให้ประธานกรรมการมาตรฐานวชิ าชพี มหี นังสือแจ้งข้อกล่าวหา หรอื ขอ้ กล่าวโทษ พร้อมท้ังส่งสำเนาเรื่องท่ีกล่าวหาหรือกล่าวโทษให้ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งถูกกล่าวหาหรือกล่าวโทษ ล่วงหนา้ ไม่น้อยกว่าสบิ ห้าวันกอ่ นเร่ิมพจิ ารณา ผู้ถูกกล่าวหาหรือถูกกล่าวโทษมีสิทธิทำคำชี้แจงหรือนำพยานหลักฐานใด ๆ ส่งให้คณะกรรมการ มาตร ฐานวิชาชีพ หรืออนุกรรม การภ ายในสิ บห้ าวันนั บแต่วันที่ ได้รับแจ้งจากประธาน กรรมการ มาตรฐานวชิ าชีพ หรอื ภายในเวลาทีค่ ณะกรรมการมาตรฐานวิชาชพี กำหนด มาตรา 54 คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดอย่างใดอย่างหน่ึง ดังต่อไปนี้ (1) ยกข้อกล่าวหา (2) ตักเตอื น (3) ภาคทณั ฑ์ (4) พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามท่ีเห็นสมควร แตไ่ ม่เกนิ ห้าปี (5) เพกิ ถอนใบอนุญาต มาตรา 55 ผู้ได้รับใบอนุญาตซ่ึงคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพวินิจฉัยช้ีขาดตามมาตรา 54 (2) (3) (4) หรือ (5) อาจอุทธรณ์คำวินิจฉัยต่อคณะกรรมการคุรสุ ภาภายในสามสบิ วนั นับแต่วนั ได้รับแจ้ง

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 344 คำวินิจฉัยการอุธรณ์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับของคุรุสภาคำวินิจฉัย ชขี้ าดของคณะกรรมการครุ สุ ภาใหท้ ำเป็นคำสั่งคุรุสภาพร้อมดว้ ยเหตผุ ลของการวนิ ิจฉยั ชข้ี าด มาตรา 56 ห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต ผู้ใดประกอบ วชิ าชีพ ควบคุมหรือแสดงด้วยวิธีใด ๆ ใหผ้ ู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิหรือพร้อมจะประกอบวิชาชีพควบคุม นบั แต่วนั ท่ีทราบคำส่งั พักใชใ้ บอนญุ าตเท่านน้ั มาตรา 57 ผู้ได้รับใบอนุญาตซ่ึงถูกสั่งเพิกถอนจะยื่นขออีกไม่ได้ จนกว่าจะพ้นห้าปีนับแต่ วนั ทีถ่ ูกสั่งเพิกถอน สว่ นที่ 6 สมาชกิ ครุ ุสภา มาตรา 58 สมาชิกของคุรสุ ภามีสองประเภท ดังนี้ (1) สมาชิกสามัญ (2) สมาชิกกติ ติมศักด์ิ การจดทะเบยี นเปน็ สมาชิกให้เป็นไปตามท่ีคุรสุ ภากำหนด มาตร 59 สมาชิกสามัญต้องเป็นผู้ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 13 (ข) (1) (2) และ (3) และเป็นผู้มีใบอนุญาตตามพระราชบญั ญัติน้ี สมาชกิ กิตติมศกั ด์เิ ปน็ ผู้ทรงคุณวฒุ ซิ ึง่ คณะกรรมการครุ สุ ภาแต่งตงั้ โดยมตเิ ปน็ เอกฉันท์ มาตรา 60 สทิ ธิและหน้าที่ของสมาชิกสามญั มดี ังต่อไปน้ี (1) แสดงความเห็นและชักถามเป็น หนังสือเกยี่ วกับกิจการของคุรุสภาต่อคณะกรรมการเพื่อ พจิ ารณา (2) เลือก รบั เลือกตั้ง หรือรับแต่งต้ังเปน็ กรรมการตามมาตรา 12 หรือมาตรา 21 (3) ชำระค่าธรรมเนียมตามประกาศของครุ ุสภา (4) ผดุงไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพและปฏบิ ัติตามพระราชบัญญตั ินสี้ มาชิกกิตตมิ ศกั ด์มิ ีสิทธิ และหน้าทีเ่ ชน่ เดียวกับสมาชิกสามญั เว้นแต่สทิ ธิและหน้าที่ตาม (2) และ (3) มาตรา 61 สมาชิกภาพของสมาชิกยอ่ มสิ้นสดุ เม่อื (1) ตาย (2) ลาออก (3) คณะกรรมการคุรุสภามีมติให้พ้นจากสมาชิกภาพเพราะขาดคุณสมบัติตามมาตรา 59 สำหรับกรณสี มาชกิ สามญั (4) คณะกรรมการคุรสุ ภามมี ติถอดถอนการเปน็ สมาชิกกิตตมิ ศักด์ิ (5) ถกู เพิกถอนใบอนุญาต หมวด 2 คณะกรรมการส่งเสริมสวสั ดกิ ารและสวัสดิภาพครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา ส่วนท่ี 1 บทท่ัวไป มาตรา 62 ให้มีคณะกรรการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษา ทำหน้าที่บริหารงานสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากร ทางการศกึ ษาโดยมีวัตถปุ ระสงค์ ดงั ต่อไปนี้

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 345 (1) ส่งเสริมสวัสดิการ สวัสดิภาพ สิทธิประโยชน์เกื้อกูลอื่น และความม่ันคงของผู้ประกอบ วิชาชพี ทางการศกึ ษาและผูป้ ฏิบัตงิ านด้านการศึกษา (2) ส่งเสรมิ ความสามัคคีและผดุงเกียรติของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาและผู้ปฏิบัติงาน ดา้ นการศกึ ษา (3) ส่งเสรมิ และสนบั สนุนการจัดการศกึ ษาของกระทรวงในเร่อื งสอ่ื การเรียนการสอน วสั ดุอปุ กรณ์ การศกึ ษาและเรือ่ งอื่นที่เกี่ยวกบั การจัดการศกึ ษา (4) ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนา การดำเนินงานด้านสวัสดิการ สวัสดิภาพและผดุงเกียรติของผูป้ ระกอบวิชาชพี ทางการศึกษา มาตรา 63 คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษามี อำนาจหนา้ ที่ดงั ต่อไปน้ี (1) ดำเนินการด้านสวัสดิการ สวัสดิภาพ สิทธิประโยชน์เก้ือกูลอ่ืน และความมั่นคงของผู้ ประกอบวชิ าชีพทางการศึกษาและผู้ปฏบิ ัติงานดา้ นการศึกษา (2) ส่งเสริม สนับสนุน ยกย่อง และผดุงเกียรติของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาและ ผูป้ ฏบิ ตั ิงานดา้ นการศึกษา (3) ส่งเสริมให้ผู้ประกอบวิชาชีพทาการศกึ ษา และผู้ปฏิบัติงานด้านการศึกษาได้รับสวัสดิการ ต่าง ๆ ตามสมควร (4) ให้ความเห็น คำปรึกษาและคำแนะนำในเร่ืองการส่งเสริมสวัสดิการ สวัสดิภาพ สิทธิ ประโยชน์และความม่ันคงของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา และผู้ปฏิบัติงานด้านการศึกษาแก่ หนว่ ยงานทเี่ กยี่ วข้อง (5) ดำเนินงานและบริหารจัดการองค์การจัดหาผลประโยชน์ของสำนักงานคณะกรรมการ สง่ เสริมสวสั ดิการ และสวัสดิภาพครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา (6) ออกข้อบังคับและหลักเกณฑ์ในการดำเนินกิจการ ตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา (7) แต่งต้ังคณะกรรมการ หรือคณะอนุกรรมการ หรือมอบหมายให้กรรมการส่งเสริม สวสั ดิการและสวสั ดิภาพครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาเพ่ือกระทำการใด ๆ แทน (8) สรรหาและแต่งตั้งเลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและ บุคลากรทางการศึกษา (9) ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการบริหารงานสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม สวัสดิการและสวสั ดิภาพครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา มาตรา 64 ให้คณะกรรมการสง่ เสรมิ สวัสดิการและสวสั ดิภาพครแู ละบคุ ลกรทางการศึกษา ประกอบด้วย (1) ปลัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เป็นประธาน (2) กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธกิ ารครุ ุสภา และเลขาธิการคณะกรรมการขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 346 (3) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนสามคน ซ่ึงคณะรัฐมนตรีแต่งต้ังจากผู้ท่ีมีความรู้ ความ เชย่ี วชาญและประสบการณส์ ูงในด้านสวสั ดิการสังคม บรหิ ารธุรกจิ และกฎหมาย ด้านละหนง่ึ คน (4) กรรมการท่ีได้รับการเลือกต้ังจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา จำนวนสิบสองคน ใน จำนวนนี้ต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาท่ีมาจากสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา สถาบัน อาชวี ศกึ ษา สถานศึกษาเอกชนและองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ให้เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นกรรมการและเลขานุการ หลักเกณฑ์และวธิ กี ารสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และหลักเกณฑ์และ วิธีการเลือกตั้งผู้แทนผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ให้เป็นไปตามข้อบังคับของคณะกรรมการ ส่งเสรมิ สวัสดิการและสวสั ดิภาพครูและบคุ ลากรทางการศึกษา มาตรา 65 กรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาตาม มาตรา64 (3) และ (4) ต้องมีคุณสมบัติท่ัวไป และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 13 มาตรา 14 และมาตรา 15แลว้ แตก่ รณี การดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่ง ของกรรมการสง่ เสริมสวัสดิการและสวสั ดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษาตามมาตรา 64 (3) และ (4) ให้นำความในมาตรา 24 มาใช้บังคับโดย อนุโลม มาตรา 66 การประชุมของคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากร ทางการศึกษาใหน้ ำความในมาตรา 26 และมาตรา 27 มาใชบ้ งั คับโดยอนุโลม ส่วนที่ 2 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากร ทางการศกึ ษา มาตรา 67 ให้มีสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากร ทางการศึกษามีฐานะเปน็ นิติบุคล ในกำกับของกระทรวงศกึ ษาธิการมีอำนาจและหนา้ ทดี่ ังต่อไปนี้ (1) รับผดิ ชอบเก่ียวกับการดำเนินงานของคณะกรรมการส่งเสรมิ สวัสดิการและสวัสดภิ าพครู และบุคลากรทางการศกึ ษา (2) ประสานและดำเนินการเก่ียวกับกิจการอื่นที่คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิ ภาพครู และบุคลากรทางการศกึ ษามอบหมาย (3) จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับการดำเนินงานเสนอต่อคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา นอกจากอำนาจละหน้าที่ตามวรรคหน่ึงให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและ สวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษามีอำนาจกระทำกิจการต่าง ๆ ภายในขอบเขตแห่งวัตถุประสงค์ รวมทั้งใหม้ ีอำนาจและหนา้ ท่ี ดงั ตอ่ ไปน้ี (1) ถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครองในทรัพย์สินหรือดำเนินการใด ๆ เก่ียวกับทรัพย์สิน ตลอดจนรับทรัพย์สนิ ทมี่ ีผูอ้ ทุ ศิ ให้ (2) ทำนติ ิกรรมสญั ญาหรือข้อตกลงใด ๆ (3) เขา้ รว่ มลงทนุ กับนิตบิ ุคคลอื่นในกิจการที่เก่ียวกับวัตถุประสงคใ์ นการบริหารงานสำนักงาน คณะกรรมการสง่ เสรมิ สวสั ดิการและสวสั ดภิ าพครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 347 (4) ก้ยู ืมเพื่อประโยชในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในการบรหิ ารงานสำนกั งานคณะกรรมการ สง่ เสรมิ สวัสดิการและสวัสดภิ าพครูและบุคลากรทางการศึกษา (5) สนับสนนุ การปฏบิ ัตงิ านของหน่วยงานอ่นื ทเ่ี กย่ี วข้อง มาตรา 68 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสรมิ สวสั ดิการและสวัสดิภาพครแู ละบุคลากรทางการ ศึกษามีรายได้ ดังต่อไปนี้ (1) เงนิ อุดหนนุ จากงบประมาณแผ่นดนิ (2) เงินค่าบำรงุ และคา่ ธรรมเนยี มต่าง ๆ (3) เงินผลประโยชน์ต่าง ๆ จากการลงทุนและการจัดหาผลประโยชน์ (4) เงินอุดหนุนจากภาคเอกชน หรือองค์กรอ่ืนรวมทั้งจากต่างประเทศหรือองค์กรระหว่าง ประเทศและเงินหรือทรพั ย์สินท่มี ีผู้อุทิศให้ (5) ผลประโยชน์จากการจัดการทรัพย์สิน และการดำเนินกิจการของสำนักงานคณะกรรมการ ส่งเสรมิ สวสั ดิการและสวสั ดิภาพครูและบคุ ลากรทางการศึกษา (6) ดอกผลของเงินและทรพั ยส์ นิ ตาม (2) (3) (4) และ (5) รายได้ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวสั ดิการและสวสั ดิภาพครแู ละบุคลากรทางการ ศึกษาไม่เป็นรายได้ท่ีต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมาย ว่าด้วย เงินคงคลังและกฎหมาย ว่าด้วย วธิ ีการงบประมาณ มาตรา 69 ให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากร ทางการศึกษามีเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการ ศึกษาคนหนึ่งบริหารกิจการของสำนักงาน รวมทั้งดำเนินการตามที่คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวสั ดภิ าพครูและบุคลากรทางการศึกษามอบหมาย คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูละบุคลากรทางการศึกษาเป็นผู้มีอำนาจ สรรหาแต่งตั้งและถอดถอนเลขาธกิ ารคณะกรรมการส่งเสรมิ สวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากร ทางการศกึ ษา มาตรา 70 เลขาธกิ ารคณะกรรมการส่งสริมสวสั ดิการและสวสั ดิภาพครูและบุคลากรทางการ ศึกษาต้องเป็นผู้สามารถทำงานให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและ บคุ ลากรทางการศึกษาไดเ้ ตม็ เวลา และต้องมีคุณสมบัตแิ ละไม่มลี กั ษณะตอ้ งห้ามตามมาตรา 63 เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากทางการศึกษามี วาระอย่ใู นตำแหน่คราวละสี่ปีและอาจได้รบั แตง่ ตัง้ อกี แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไมไ่ ด้ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพ ครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา พน้ จากตำแหนง่ เมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก (3) คณะกรรมการส่งเสริสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ออกเพราะ บกพรอ่ งต่อหนา้ ทม่ี ีความประพฤตเิ สื่อมเสียหรือหย่อนความสามารถ

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 348 (4) ออกตามกรณีที่กำหนดไว้ในข้อตกลระหว่างคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพ ครูและบุคลากรทางการศึกษากับเลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและ บุคลากรทางการศกึ ษา (5) มีลกั ษณะตอ้ งห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา 36 มติของคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาออกจาก ตำแหน่งตาม (3) ต้องประกอบด้วย คะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการท้ังหมด เทา่ ท่ีมอี ยู่ มาตรา 71 เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากร ทางการศึกษามีหน้าที่บรหิ ารกิจการของสำนักงานคณะกรรมการสง่ เสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด นโยบาย มติและประกาศของคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครแู ละบุคลากรทางการ ศกึ ษา และเป็นผ้บู ังคบั บัญชาพนกั งานเจ้าหน้าท่ที ุกตำแหนง่ เวน้ แตผ่ ูด้ ำรงตำแหน่งผู้ตรวจสอบภายใน ให้ ขึ้นตรงต่อประธานกรรมการส่ งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภ าพครูและบุคลากรทาการศึกษ า ตามระเบียบท่ีคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษากำหนด รวมทั้งใหม้ หี น้าทด่ี งั ต่อไปน้ี (1) ควบคุมดูแลทรัพย์สินของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครู และบคุ ลากรทางการศึกษา (2) เสนอรายงานประจำปีเกี่ยวกับผลการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของสำนักงานคณะกรรมการ ส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมท้ังรายงานการเงินและบัญชี ตลอดจนเสนอแผนดำเนินงาน แผนการเงินและงบประมาณของปีต่อไปต่อคณะกรรมการส่งเสริม สวสั ดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อพจิ ารณา (3) เสนอความเห็นเก่ียวกับการปรับปรุงกิจการและการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพและ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ต่อคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการ ศกึ ษา เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิกรและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาต้อง รับผิดชอบต่อคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ในการบริหาร กจิ การของสำนกั งานคณะกรรมการสง่ เสริมสวัสดิการและสวสั ดิภาพครูและบคุ ลากรทางการศึกษา มาตรา 72 เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดกิ ารและสวสั ดิภาพครแู ละบคุ ลากรทางการ ศกึ ษามีอำนาจ ดังนี้ (1) บรรจุ แต่งตั้ง เล่ือน ลด ตัดเงินเดือน หรือจ้าง ลงโทษทางวินัยพนักงานเจ้าหน้าที่ตลอดจน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกจากตำแหน่ง ท้ังน้ี ตามข้อบังคับที่คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและ สวัสดภิ าพคบุคลากรทางการศกึ ษากำหนด

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 349 (2) วางระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินงานของคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพ ครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด นโยบาย มติหรือ ประกาศที่คณะกรรมการสง่ เสรมิ สวสั ดิการและสวัสดิภาพครูและบคุ ลากรทางการศึกษากำหนด มาตรา 73 ในกจิ การทีเ่ กี่ยวกบั บคุ คลภายนอก ให้เลขาธกิ ารคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นผู้แทนของคณะกรรมการส่งเสริมสวัส ดิการและ สวัสดิภาพ และบุคลากรทางการศึกษาเพ่ือการน้ี เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและ สวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษาจะมอบอำนาจให้บุคคลใดปฏิบัติงานเฉพาะอย่างแทนก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการ ศึกษากำหนด มาตรา 74 ให้คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวสั ดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นผู้กำหนดอัตราเงินเดือน และผลประโยชน์ตอบแทนอื่น ของเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริม สวสั ดิการและสวัสดภิ าพครูและบคุ ลากรทางการศึกษา โดยความเหน็ ชอบของคณะรัฐมนตรี หมวด 3 การกำกบั ดูแล มาตรา 75 ให้รฐั มนตรีมอี ำนาจหน้าที่ ดังต่อไปน้ี (1) กำกับดูแลการดำเนินงานของคุรุสภา และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งจัดสรรงบประมาณของรัฐให้คุรุสภาและ สำนกั งานคณะกรรมการส่งเสรมิ สวัสดิการและสวัสดิภาพครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา (2) ส่ังเป็นหนังสือให้กรรมการช้ีแจงข้อเท็จจริงเก่ียวกับกิจการของคุรุสภาและสำนักงาน คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา และจะให้ส่งเอกสาร เกีย่ วกับการดำเนินงาน หรือรายงานการประชุมของคณะกรรมการคุรสุ ภา และคณะกรรมการส่งเสริม สวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศกึ ษาก็ได้ (3) สั่งเป็นหนังสือให้คุรุสภาและคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และ บุคลากรทางการศึกษาระงบั หรือแก้ไขการกระทำใดๆ ท่ีปรากฏว่าขัดต่อวัตถุประสงค์ของคุรุสภา และ คณะกรรมการส่งเสริมสวสั ดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศกึ ษา กฎหมาย หรอื ขอ้ บงั คับ คุรสุ ภา และคณะกรรมการสง่ เสรมิ สวัสดกิ ารและสวัสดิภาพครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา มาตรา 76 ให้คุรุสภาเสนอรายงานประจำปีเก่ียวกับผลการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของคุรุสภา รวมท้ังรายงานการเงินและบัญชี ตลอดจนเสนอแผนดำเนินงาน แผนการเงิน และงบประมาณของปี ตอ่ ไปต่อคณะรัฐมนตรเี พ่ือทราบ มาตรา 77 ให้สำนักงานการตรวจเงนิ แผ่นดินตรวจสอบการปฏิบัติงานด้านการเงินการบัญชี ของครุ ุสภาเป็นประจำทุกปแี ล้วรายงานให้รฐั สภาทราบ หมวด 4 บทกำหนดโทษ มาตรา 78 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 43 ต้องระวังโทษจำคกุ ไมเ่ กินหน่ึงปีหรือปรับไม่เกินสองหม่ืนบาท หรอื ท้ังจำทัง้ ปรบั

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 350 มาตรา 79 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 46 หรือมาตรา 56 ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับ ไม่เกนิ หกหมื่นบาทหรือทั้งจำท้ังปรบั บทเฉพาะกาล มาตรา 80 ในวาระเร่ิมแรกให้คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาเท่าท่ีมีอยู่ตามพระราชบัญญัติ ครู พ.ศ. 2488 ปฏิบัติหน้าท่ีคณะกรรมการคุรุสภาและคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพ ครแู ละบุคลากรทางการศึกษตามพระราชบัญญัตนิ ้ีไปพลางกอ่ น และใหร้ ัฐมนตรีแตง่ ต้ังคณะกรรมการ คณะหนึ่งมีหน้าท่ีดำเนินการให้ได้มาซ่ึงคณะกรรมการคุรุสภาตามมาตรา 12 และคณะกรรมการ ส่งเสริมสวัสดกิ ารและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาตามมาตรา 64 ภายในหนงึ่ ร้อยแปดสิบวัน ประกอบดว้ ย (1) ผ้แู ทนหนว่ ยงานทีเ่ กยี่ วขอ้ งจำนวนห้าคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธกิ ารสภา การศึกษาเลขาธกิ ารคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน เลขาการคณะกรรมการการอุดมศึกษา และ เลขาธกิ ารคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา (2) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนคนจากผู้ท่ีมีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ ในดา้ นการศึกษา มนษุ ยศาสตร์ สงั คมศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีและกฎหมายด้านละหนึ่งคน (3) ผู้แทนสมาคมวิชาชีพด้านการศึกษาที่เป็นนิติบุคคล ซ่ึงเลือกกันเองจำนวนห้าคนให้ คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการและเลือกกรรมการอีกคนหนึ่ง เปน็ เลขานกุ ารของคณะกรรมการ มาตรา 81 ให้คณะกรรมการคุรุสภาตามมาตรา 12 และคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครแู ละบุคลากรทางการศึกษาตามมาตรา 64 ดำเนินการให้มีการแต่งตั้งเลขาธิการคุรุสภา และเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาภายใน สามสิบวันนับแต่วันที่คณะกรรมการคุรุสภา และคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษาได้รับการแต่งต้ัง มาตรา 82 ให้เลขาธิการคุรุสภาตามพระราชบัญญัติครู พ.ศ. 2488 ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ คุรุสภาและเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา และให้รองเลขาธิการคุรุสภาตามพระราชบัญญัติครู พ.ศ. 2488 ปฏิบัติหน้าที่รองเลขาธิการคุรุสภา และรองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามพระราชบญั ญตั นิ ไ้ี ปก่อนจนกว่าจะมีการแต่งต้ังเลขาธกิ ารตามมาตรา 81 ให้เจ้าหน้าท่ีและพนักงานของคุรุสภาตามพระราชบัญญัติครู พ.ศ. 2488 เป็นเจ้าหน้าที่และ พนักงานของคุรุสภาและของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากร ทางการศึกษาตามพระราชบัญญัตินี้ แล้วแต่กรณี โดยให้ดำเนินการใหแ้ ลว้ เสร็จภายในเกา้ สิบวนั ทั้งน้ี ให้ดำรงตำแหน่งและได้รับเงินเดือนค่าจ้าง และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ไม่น้อยกว่าที่ได้รับอยู่ในวันที่ พระราชบัญญัตนิ ้ใี ช้บังคับ หลักเกณฑ์และวธิ ีการโอนเจ้าหน้าท่ีและพนักงานให้เป็นไปตามข้อกำหนดของคณะกรรมการ อำนวยการคุรุสภา ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงความเหมาะสมตามภารกิจของคุรุสภา และสำนักงานคณะกรรมการ สง่ เสริมสวสั ดิการและสวัสดิภาพครูและบคุ ลากรทางการศึกษา

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 351 มาตรา 83 ให้โอนบรรดากิจการ เงิน ทรัพย์สิน หนี้ สิทธิต่าง ๆ ของคุรุสภาตาม พระราชบญั ญตั ิครู พ.ศ. 2488 ดังนี้ (1) องค์การค้าของคุรุสภา และส่วนการลงทุนหรือสวัสดิการไปเป็นของสำนักงาน คณะกรรมการส่งเสรมิ สวัสดิการ และสวสั ดิภาพครแู ละบุคลากรทางการศึกษา (2) ส่วนท่ีนอกเหนือจาก (1) ไปเปน็ ของครุ ุสภา ทัง้ น้ี ให้เป็นไปตามทร่ี ัฐมนตรปี ระกาศกำหนดให้ มี การปรับปรุงการบริหารจัดการขององค์การค้าคุรุสภาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงและมีประสิทธิภาพ สามารถแขง่ ขนั อย่างเสรีได้ มาตรา 84 ผู้ใดเป็นครูซึ่งเป็นสมาชิกของคุรุสภาตามพระราชบัญญัติครู พ.ศ. 2488 อยู่แล้ว ก่อนพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มีสิทธิได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ หลักเกณฑ์และวิธีการ ออกใบอนญุ าตประกอบวิชาชพี ครูให้เป็นไปตามข้อบังคับของคุรุสภา บทบัญญัติ มาตรา 43 ยังมิให้นำมาใช้บังคับจนกว่าคุรุสภาจะออกข้อบังคับกำหนด หลกั เกณฑ์การออกใบอนุญาตประกอบวิชาชพี ครู มาตรา 85 ในวาระเริม่ แรกให้คุรสุ ภาออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูแก่ผู้ประกอบวชิ าชีพ ทางการศึกษาท่ีดำรงตำแหน่งครู ผบู้ รหิ ารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษา อ่ืน และภายในสามปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัติใช้บังคับให้มีการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามข้อบังคับของคุรุสภา ทง้ั น้ี ให้ผูป้ ฏบิ ตั ิงานในตำแหน่งดังกลา่ วมสี ิทธิได้รับใบอนญุ าตตามพระราชบญั ญตั นิ ี้ มาตรา 86 ในวาระเร่ิมแรก มิให้นำความในมาตรา 14 (1) มาใช้บังคับแก่กรรมการคุรุสภา และกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาจนกว่าคุรุสภาจะออก ใบอนญุ าต มาตรา 87 ในวาระเร่ิมแรกของการเลือกกรรมการซ่ึงเป็นผู้แทนจากผู้ดำรงตำแหน่งคณบดี คณะครุศาสตร์ หรือการศึกษาให้เลือกผู้แทนจำวนสี่คนจากสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน จนกวา่ จะมีสถาบนั อุดมศึกษาเอกชนครบจำนวนสามแห่งจึงจะเลอื กผู้แทนตามบทบัญญัติ มาตรา 12 (4) มาตรา 88 ให้วุฒิปริญญาทางการศึกษาหรือปริญญาอ่ืนที่ ก.ค. กำหนดให้เป็นคุณวุฒิที่ใช้ใน การบรรจุและแต่งต้ังเป็นข้าราชการครูก่อนวันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นคุณวุฒิในการขอรับ ใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ทง้ั น้ี ไม่เกนิ สามปีนบั แต่วนั ทพ่ี ระราชบญั ญัตนิ ้ีใชบ้ งั คับ มาตรา 89 ให้สมาชิกคุรุสภาตามพระราชบัญญัติครู พ.ศ. 2488 ท่ีได้รับสิทธิประโยชน์และ สวัสดิการต่าง ๆ อยู่ก่อนพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ คงมีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการนั้น ๆ ตอ่ ไป มาตรา 90 ในระหว่างท่ียังมิได้ออกคำส่ัง ประกาศหรือระเบียบเพ่ือปฏิบัติการตาม พระราชบญั ญตั ินีใ้ ห้นำคำส่ัง ประกาศ หรือระเบียบที่ออกตามพระราชบัญญัติครู พ.ศ. 2488 ซ่ึงไมข่ ัด หรอื แยง้ กบั พระราชบัญญตั ินมี้ าใชบ้ ังคับโดยอนโุ ลม ขอ้ บงั คับคุรสุ ภา ว่าด้วย แบบแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชพี พ.ศ. 2550 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 วรรคหน่ึง (11) (จ) มาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติสภาครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ประกอบกับมติคณะกรรมการคุรุสภาในการประชุมคร้ังท่ี

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 352 2/2550 วันท่ี19 กุมภาพันธ์ 2550 โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คณะกรรมการครุ สุ ภาจึงออกข้อบังคบั ครุ ุสภา ว่าดว้ ย แบบแผนพฤตกิ รรมของวชิ าชพี ไว้ดังตอ่ ไปนี้ ข้อ 1 ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วย แบบแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณ ของวชิ าชพี พ.ศ. 2550” ขอ้ 2 ข้อบงั คับน้ีใหใ้ ชบ้ งั คับตง้ั แตว่ ันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปน็ ต้นไป ข้อ 3 ในข้อบังคับนี้ “แบบแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ” หมายความว่า ประมวลพฤติกรรมที่เป็นตัวอย่างของการประพฤติที่กำหนดข้ึนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพซ่ึงผู้ ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา คือ ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และศึกษานิเทศก์ ต้องหรือพึงประพฤติปฏิบัติตามประกอบด้วย พฤติกรรมที่พึงประสงค์ที่กำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพ ทางการศึกษาต้องหรือพึงประพฤติตามและพฤติกรรมท่ีไม่พึงประสงค์ท่ีกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพ ทางการศึกษาต้องหรือพึงละเว้น \"จรรยาบรรณของวิชาชีพ\" หมายความถึง มาตรฐานการปฏิบัติตนตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วย มาตรฐานวชิ าชีพและจรรยาบรรณของวิชาชพี พ.ศ. 2548 ข้อ 4 ให้ประธานกรรมการคุรุสภารักษการคุรุสภารักษาการข้อบังคับน้ี และให้มีอำนาจออก ระเบียบ ประกาศหรือคำสั่งเพ่ือปฏิบัตติ ามข้อบังคับนี้ รวมทั้งให้มอี ำนาจตีความและวนิ ัยชีข้ าดปัญหา เกย่ี วกับการปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ หมวด 1 แบบแผนพฤตกิ รรมตามจรรยาบรรณของวชิ าชีพครู ส่วนท่ี 1 จรรยาบรรณตอ่ ตนเอง ขอ้ 5 ครูตอ้ งมวี ินัยในตนเอง พัฒนาตนเองด้านวิชาชพี บุคลกิ ภาพและวิสยั ทัศน์ใหท้ ันตอ่ การ พัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยู่เสมอ โดยต้องประพฤติและละเว้นการประพฤติ ตามแบบแผนพฤติกรรม ดังตวั อย่างต่อไปนี้ (ก) พฤตกิ รรมท่ีพงึ ประสงค์ (1) ประพฤตติ นเหมาะสมกับสถานภาพและเปน็ แบบอยา่ งท่ีดี (2) ประพฤตติ นเป็นแบบอยา่ งทดี่ ีในการดำเนินชวี ติ ตามประเพณีและวัฒนธรรมไทย (3) ปฏิบัตงิ านตามหน้าทที่ ี่ได้รบั มอบหมายใหส้ ำเรจ็ อย่างมคี ุณภาพตามเปา้ หมายที่กำหนด (4) ศกึ ษาหาความรู้ วางแผนพฒั นาตนเอง พัฒนางาน และสะสมผลงานอยา่ งสม่ำเสมอ (5) ค้นคว้า แสวงหา และนำเทคนิคด้านวชิ าชีพที่พัฒนาและก้าวหนา้ เป็นท่ียอมรับมาใช้ แกศ่ ิษยแ์ ละผู้รบั บริการใหเ้ กิดผลสัมฤทธทิ์ พี่ งึ ประสงค์ (ข) พฤตกิ รรมทไี่ มพ่ งึ ประสงค์ (1) เก่ียวข้องกับอบายมุขหรือเสพส่ิงเสพติดจนขาดสติหรอื แสดงกิริยาไม่สุภาพเป็นที่น่า รงั เกียจในสงั คม (2) ประพฤติผิดทางชู้สาวหรอื มพี ฤตกิ รรมล่วงละเมิดทางเพศ (3) ขาดความรับผิดชอบ ความกระตอื รือร้น ความเอาใจใส่จนเกดิ ความเสียหายในการปฏิบตั งิ าน (4) ไม่รบั ร้หู รอื ไมแ่ สวงหาความรูใ้ หม่ ๆ ในการจัดการเรยี นรู้ และการปฏิบัตหิ น้าที่ (5) ขัดขวางการพฒั นาองค์กรจนเกิดความเสียหาย

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 353 สว่ นท่ี 2 จรรยาบรรณต่อวิชาชพี ข้อ 6 ครูต้องรัก ศรัทธา ซื่อสัตย์สุจริต รับผิดชอบต่อวิชาชีพ และเป็นสมาชิกท่ีดีขององค์กร วิชาชีพโดยตอ้ งประพฤติและละเวน้ การประพฤตติ นแบบแผนพฤตกิ รรม ดงั ตัวอย่างต่อไปนี้ (ก) พฤตกิ รรมท่ีพึงประสงค์ (1) แสดงความชืน่ ชมและศรทั ธาในคณุ ค่าของวิชาชีพ (2) รักษาชือ่ เสียงและปกปอ้ งศักด์ิศรแี หง่ วชิ าชพี (3) ยกยอ่ งและเชดิ ชเู กียรตผิ ้มู ีผลงานในวชิ าชีพให้สาธารณชนรับรู้ (4) อุทิศตนเพ่อื ความก้าวหน้าของวิชาชพี (5) ปฏบิ ัติหน้าทด่ี ้วยรบั ผดิ ชอบ ซ่ือสตั ยจ์ รติ ตามกฎ ระเบยี บและแบบแผนของทางราชการ (6) เลือกใชห้ ลักวิชาท่ีถูกตอ้ ง สรา้ งสรรค์เทคนคิ วธิ กี ารใหม่ ๆ เพือ่ พัฒนาวชิ าชีพ (7) ใช้องคค์ วามรหู้ ลากหลายในการปฏบิ ัตหิ น้าท่ีและแลกเปล่ียนเรียนรกู้ ับสมาชิกในองค์กร (8) เขา้ รว่ มกจิ กรรมของวิชาชพี หรอื องค์กรอย่างสรา้ งสรรค์ ภาพประกอบที่ 10.3 ครูสอนนักเรียน (ข) พฤตกิ รรมทีไ่ ม่พงึ ประสงค์ (1) ไมแ่ สดงความภาคภมู ใิ จในการประกอบอาชีพ (2) ดูหม่ิน เหยยี ดหยาม ให้ร้ายผรู้ ว่ มประกอบวชิ าชีพ ศาสตรใ์ นวชิ าชพี หรือองคก์ รวิชาชีพ (3) ประกอบการงานอนื่ ทีไ่ มเ่ หมาะสมกับการเป็นผปู้ ระกอบการทางการศึกษา (4) ไม่ซื่อสัตย์สุจริต ไม่รับผิดขอบ หรือไม่ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ หรือแบบแผนของทาง ราชการจนก่อใหเ้ กดิ ความเสยี หาย (5) คัดลอกหรอื นำผลงานของผู้อ่ืนมาเปน็ ของตน (6) ใช้หลักวิชาการท่ีไม่ถูกต้องในการปฏิบัติวิชาชีพ ส่งผลให้ศิษย์หรือผู้รับบริการเกิดความ เสียหาย (7) ใช้ความรู้ทางวิชาการ วิชาชีพ หรืออาศัยองค์กรวิชาชีพแสวงหาประโยชน์เพ่ือ ตนเอง หรอื ผูอ้ น่ื โดยมชิ อบ

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 354 ภาพประกอบที่ 10.4 ครูตนี ักเรียน สว่ นที่ 3 จรรยาบรรณตอ่ ผ้รู บั บรกิ าร ข้อ 7 ครูต้องรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยหลือ ส่งเสริมให้กำลังใจแก่ศิษย์ และผู้รับบริการตาม บทบาทหน้าท่ีโดยเสมอหน้า ครูต้องส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ทักษะ และนิสัยที่ถูกต้องดีงามแก่ศิษย์ และผู้รบั บริการตามบทบาทหน้าท่ีอยา่ งเตม็ ความสามารถด้วยความบรสิ ุทธิใ์ จ ครูต้องประพฤติปฏิบัติ ตนเป็น แบบอย่างท่ีดีทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ ครูต้องไม่กระทำตนเป็นปฏปิ ักษ์ตอ่ ความเจรญิ ทาง กาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์และสังคมของศิษย์และผู้รับบริการ และครูต้องให้บริการด้วยความ จริงใจและเสมอภาค โดยไม่เรียกรับ หรือยอมรับผลประโยชน์จากการใช้ตำแหน่งหน้าท่ีโดยมิชอบ โดยตอ้ งประพฤตแิ ละละเว้นการประพฤติตามแบบแผนพฤติกรรมดังกล่าวต่อไปนี้ (ก) พฤตกิ รรมที่พงึ ประสงค์ (1) ให้คำปรกึ ษาหรอื ชว่ ยเหลอื ศษิ ยแ์ ละผู้รบั บรกิ ารด้วยความเมตตากรณุ าอย่างเตม็ กำลัง ความสามารถและเสมอภาค (2) สนบั สนนุ การดำเนินงานเพือ่ ปกป้องสทิ ธิเด็ก เยาวชน และผู้ด้อยโอกาส (3) ตั้งใจ เสียสละ และอุทิศตนในการปฏิบัติหน้าท่ีเพ่ือให้ศิษย์และผู้รับบริการได้รับการ พฒั นาตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจของแต่ละบคุ คล (4) ส่งเสริมให้ศิษย์และผู้รับบริการสามารถแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเองจากสื่อ อุปกรณ์ และแหลง่ เรยี นรอู้ ย่างหลากหลาย (5) ให้ศิษย์และผู้รับบริการมีส่วนร่วมวางแผนการเรียนรู้และเลือกวิธีการปฏิบัติท่ีเหมาะสม กับตนเอง (6) เสริมสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ศิษย์และผู้รับบริการด้วยการรับฟังความคิดเห็นยกย่อง ชมเชยและให้กำลังใจอยา่ งกลั ยาณมิตร

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 355 (ข) พฤติกรรมทีไ่ มพ่ ึงประสงค์ (1) ลงโทษอยา่ งไมเ่ หมาะสม (2) ไม่ใส่ใจ หรือไม่รับรู้ปัญหาของศิษย์หรือผู้รับบริการ จนเกิดผลเสียหายต่อศิษย์หรือ ผู้รบั รกิ าร (3) ดหู มิน่ เหยยี ดหยามศิษยห์ รือผ้รู ับบริการ (4) เปิดเผยความลบั ของศิษย์หรอื ผรู้ ับบริการ เปน็ ผลใหไ้ ดร้ ับความอับอายหรือเส่อื มเสีย ชื่อเสียง (5) จูงใจโน้มน้าว ยุยงสง่ เสรมิ ใหศ้ ิษยห์ รือผูร้ ับบริการปฏิบตั ขิ ัดต่อศีลธรรมหรือกฎระเบียบ (6) ชักชวนใช้จา้ งศษิ ยห์ รอื ผูร้ ับบริการใหจ้ ัดซื้อจัดหาส่ิงเสพติดหรือเก่ียวข้องกับอบายมุข (7) เรียกร้องผลตอบแทนจากศิษยห์ รือผรู้ ับบรกิ ารในงานตามหรือท่ีที่ต้องให้บริการ สว่ นท่ี 4 จรรยาบรรณตอ่ ผู้ร่วมประกอบวชิ าชพี ขอ้ 8 ครูพึงช่วยเหลือเก้ือกูลซึ่งกันและกันอย่างสร้างสรรค์ โดยยึดมั่นในระบบคุณธรรมสร้าง ความสามัคคีในหมู่คณะโดยพึงประพฤติและละเว้นการประพฤติตามแบบแผนพฤติกรรมดังตัวอย่าง ตอ่ ไปนี้ (ก) พฤติกรรมท่พี งึ ประสงค์ (1) เสยี สละ เอ้ืออาทร และให้ความชว่ ยเหลอื ผู้ร่วมประกอบวิชาชพี (2) มีความรกั ความสามคั คี และร่วมใจกนั ผนึกกำลงั ในการพัฒนาการศึกษา (ข) พฤติกรรมท่ีไม่พงึ ประสงค์ (1) ปิดบังข้อมูลข่าวสารในการปฏิบัติงานจนทำให้เกิดความเสียหายต่องานหรือผู้ร่วม ประกอบวิชาชพี (2) ปฏเิ สธความรบั ผิดชอบโดยตำหนิให้ร้ายผอู้ ืน่ ในความบกพรอ่ งท่ีเกดิ ขึน้ (3) สร้างกลมุ่ อทิ ธิพลภายในองคก์ รหรอื กลั่นแกล้งผรู้ ่วมประกอบวิชาชีพให้เกิดความเสยี หาย (4) เจตนาให้ข้อมูลเท็จทำให้เกิดความเข้าใจผิดหรือเกิดความเสียหายต่อผู้ร่วมประกอบ วชิ าชีพ (5) วพิ ากษ์วิจารณ์ผู้ร่วมประกอบวิชาชีพในเร่ืองทก่ี ่อให้เกดิ ความเสียหายหรอื แตกความ สามัคคี ภาพประกอบท่ี 10.5 ครแู ละผูร้ ว่ มประกอบวิชาชีพ

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 356 ส่วนท่ี 5 จรรยาบรรณต่อสงั คม ศิลปะ วัฒนธรรมปัญญา ส่ิงแวดล้อม รักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม และยึดมั่นในการ ปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยพึงประพฤติและละเว้นการ ประพฤติตามแบบแผน พฤติกรรมดงั ตวั อยา่ ง (ก) พฤติกรรมทีพ่ งึ ประสงค์ (1) ยึดม่ัน สนับสนุนและส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปน็ ประมขุ (2) นำภูมิปัญญาท้องถ่ินและศิลปวัฒนธรรมมาเป็นปัจจัยในการจัดการศึกษาให้เป็น ประโยชน์สว่ นรวม (3) จดั กจิ กรรมส่งเสริมให้ศิษย์เกิดการเรยี นรูแ้ ละสามารถดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจ พอเพียง (4) เป็นผู้นำในการวางแผนและดำเนินการเพ่ืออนุรักษ์ส่ิงแวดล้อมพัฒนาเศรษฐกิจ ภูมิปัญญา ทอ้ งถ่นิ และศิลปวฒั นธรรม (ข) พฤตกิ รรมท่ีไมพ่ ึงประสงค์ (1) ไม่ให้ความร่วมมือหรือสนับสนุนกิจกรรมของชุมชนที่จัดเพ่ือประโยชน์ต่อการศึกษา ทง้ั ทางตรงหรอื ทางอ้อม (2) ไมแ่ สดงความเป็นผู้นำในการอนรุ ักษ์หรือพฒั นาเศรษฐกิจ สงั คม ศาสนา ศลิ ปวฒั นธรรม ภูมปิ ญั ญาหรอื สง่ิ แวดลอ้ ม (3) ไม่ประพฤติตนเปน็ แบบอย่างทีด่ ีในการอนรุ กั ษห์ รอื พฒั นาสิ่งแวดล้อม (4) ปฏิบตั ติ นเป็นปฏปิ ักษ์ต่อวัฒนธรรมอันดีงามของชุมชนหรอื สงั คม 8. ลักษณะของวชิ าชีพควบคมุ วิชาชีพ (profession) หรือวิชาชีพควบคุมเป็นอาชีพให้บริการแก่สาธารณชนท่ีต้องอาศัย ความรู้ความชำนาญเป็นการเฉพาะไม่ซ้ำซ้อนกับวิชาชีพอื่นและมีมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพ โดยผู้ประกอบวิชาชีพต้องฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเพียงพอก่อนที่จะประกอบ วิชาชีพต่างกับอาชพี (Career) ซ่งึ เป็นกิจกรรมที่ต้องทำให้สำเร็จ โดยมุ่งหวังค่าตอบแทนเพื่อการดำรง ชีพเท่าน้ัน วิชาชีพซึ่งได้รับยกย่องให้เป็นวิชาชีพชั้นสูง ผู้ประกอบวิชาชีพย่อมต้องมีความรับผิดขอบ อย่างสูงตามมาเพราะมีผลกระทบต่อผู้รับบริการ และสาธารณชนจึงต้องมีการควบคุมการประกอบ วิชาชีพเป็นพิเศษเพ่ือให้เกิดความมั่นใจต่อผู้รับบริการและสาธารณชน โดยผู้ประกอบวิชาชีพต้อง ประกอบวิชาชีพด้วยวิธีการแห่งปัญญา (Intellectual Method) ได้รับการศึกษาอบรมมาอย่าง เพียงพอ (Long Period of Training) มีอิสระในการใช้วิชาชีพตามมาตรฐานวิชาชีพ (Professional Autonomy) และมีจรรยาบรรณของวิชาชีพ (Professional Ethics) รวมท้ังต้องมีสถาบันวิชาชีพ (Professional institution) หรือองค์กรวิชาชีพ (Professional Organization) เป็นแหล่งกลางใน การสรา้ งสรรค์จรรโลงวิชาชีพ

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 357 9. วิชาชพี ทางการศึกษาเป็นวชิ าชพี ควบคุม วิชาชีพทางการศึกษา นอกจากจะเป็นวิชาชีพช้ันสูงประเภทนึ่งเช่นเดียวกับวิชาชีพขั้นสูงอ่ืน เช่น แพทย์ วิศวกร สถาปนิก ทนายความ พยาบาล สัตวแพทย์ ฯลฯ ซึ่งจะต้องประกอบวิชาชีพเพื่อ บริการต่อสาธารณชนตามบริบทของวิชาชีพนั้น ๆ แล้ว ยังมีบทบาทสำคัญต่อสังคมและความ เจรญิ กา้ วหนา้ ของประเทศ กลา่ วคือ 1. สร้างพลเมืองดีของประเทศ โดยการให้การศึกษาขั้นพื้นฐานท่ีจะทำให้ ประชาชนเป็น พลเมืองดตี ามที่ประเทศชาตติ ้องการ 2. พฒั นาทรพั ยากรมนษุ ย์ เพอ่ื สนองตอบการพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมของประเทศ 3. สืบทอดวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาติจากคนรุ่นหน่ึงไปอีกรุ่นหนึ่งให้มีการรักษา ความเป็นชาตไิ วอ้ ยา่ งม่นั คงยาวนาน จากบทบาทและความสำคัญดังกล่าว พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 จงึ กำหนดแนวทางในการดำเนินงานกำกบั ดูแลรกั ษาและพัฒนาวชิ าชพี ทางการศกึ ษา โดยกำหนดให้มี องค์กรผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา ให้มีอำนาจหน้าที่กำหนดมาตรฐานวิชาชีพ ออกและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ กำกับดูแลให้มีการปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพและ จรรยาบรรณของวิชาชพี รวมทั้งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ซ่ึงเป็น กฎหมายเกยี่ วกบั วชิ าชีพทางการศึกษากำหนดใหว้ ิชาชพี ทางการศึกษาเปน็ วชิ าชีพควบคุม ประกอบดว้ ย 1. วชิ าชพี ครู 2. วิชาชีพผบู้ รหิ ารสถานศึกษา 3. วชิ าชพี ผู้บรหิ ารการศึกษา 4. วิชาชีพควบคุมอ่ืนท่ีกำหนดในกฎกระทรวง (ศึกษานิเทศก์) การกำหนดให้วิชาชีพทางการศึกษาเป็นวิชาชีพควบคุม จะเป็นหลักประกันและคุ้มครองให้ ผู้รับบริการทางการศึกษาได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ รวมท้ังจะเป็นการพัฒนาและยกระดับ มาตรฐานวิชาชีพใหส้ งู ขึน้ 10. การประกอบวิชาชพี ควบคมุ การประกอบวชิ าชีพควบคมุ ครู ผู้บริหารถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่นที่กฎกระทรวง กำหนดให้เป็นวิชาชีพควบคุมต้องประกอบวิชาชีพภายใต้บังคับแห่งข้อจำกัดและเงื่อนไขของคุรุสภา ดังนี้ 1. ต้องได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพโดยย่ืนขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามที่ ครุ ุสภากำหนดผไู้ มไ่ ด้รับอนุญาตหรอื สถานศึกษาทร่ี ับผู้ไม่ได้รบั ใบอนุญาตเข้าประกอบวิชาชีพควบคุม ในสถานศึกษาจะได้รับโทษตามกฎหมาย 2. ต้องประพฤติตนตามมาตฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ รวมทั้งต้องพัฒนาตนเอง อย่างต่อเน่ืองเพื่อดำรงไว้ซึ่งความความสามารถ และความชำนาญการตามระดับ คุณภาพของ มาตรฐานในการประกอบวชิ าชพี

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 358 3.บุคคลผู้ได้รับความเสียหายจากการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพมีสิทธิกล่าวหา หรือกรรมการคุรุสภา กรรมการมาตรฐานวิชาชีพและบุคคลอื่น มีสิทธิกล่าวโทษผู้ประกอบวิชาชีพท่ี ประพฤติผิดจรรยาบรรณได้ 4. เมื่อมีการกล่าวหาหรือกล่าวโทษ คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพอาจวินิจฉัยชี้ขาดให้ ยกข้อกล่าวหา กล่าวโทษ ตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ใบอนุญาต หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบ วชิ าชีพได้ และผถู้ ูกพักใช้หรอื เพกิ ถอนใบอนุญาตไมส่ ามารถประกอบวชิ าชพี ต่อไปได้ วชิ าชีพควบคมุ เป็นวิชาชีพที่สำคัญมีผลกระทบต่อผู้รับบริการ ผู้ประกอบวชิ าชีพ จำต้องได้ มาตรฐาน ท้ังมาตรฐานด้านความรู้ มาตรฐานด้านการปฏิบัติงาน และมาตรฐานด้านการปฏิบัติตน วชิ าชีพครูได้กำหนดให้วิชาชีพทางการศึกษาซึ่งมีลักษณะท่ีเป็นวิชาชีพควบคุม นับเป็นความก้าวหน้า ของวิชาชีพทางการศึกษาและเป็นการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพให้สูงข้ึน อันจะเป็นผลตีต่อ ผู้รับบริการทางการศึกษาท่ีจะได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพและมีมาตรฐานที่สูงข้ึนด้วยซ่ึงจะทำให้ วิชาชีพและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาได้รับความ เชื่อถือ ศรัทธา มีเกียรติและศักด์ิศรีในสังคม ดังน้ัน ผู้จะมาประกอบวิชาชีพครูไม่ว่าจะเป็นครูผู้สอน ผู้บริหารการศึกษา และศึกษานิเทศก์ จะต้อง ตระหนักในวิชาชพี และปฏิบตั ิให้เหมาะสมกับฐานานรุ ูปของวิชาชีพจึงจะกอ่ ให้เกิดศรัทธาความเช่ือมั่น จากผู้รับบริการ ผู้ประกอบวิชาชีพควบคุมตามมาตรา 43 ของพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการ ศึกษา พ.ศ. 2546 เป็นผู้มีสิทธิในการประกอวิชาชีพซึ่งได้แก่ ผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่ง ครู ผู้บริหาร สถานศกึ ษาผบู้ ริหารการศึกษา และบคุ ลากรทางการศกึ ษาอน่ื ผู้ท่ีต้องมีใบอนุญาตประกอบวชิ าชพี ทางการศกึ ษา คอื 1. ครู ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู 2. ผู้บริหารสถานศึกษา ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีครู และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ผู้บรหิ ารสถานศึกษา 3. ผู้บริหารการศึกษา ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ผบู้ รหิ ารการศึกษา 4. บุคลากรทางการศึกษาอ่ืน ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และใบอนุญาตประกอบ วิชาชพี ควบคมุ อ่ืนตามที่กำหนดในกฎกระทรวง สรปุ วิชาชีพควบคุม เป็นวิชาชีพที่สำคัญมีผลกระทบต่อผู้รับบริการ ผู้ประกอบวิชาชีพ จำต้องได้มาตรฐาน ทั้งมาตรฐานด้านความรู้ มาตรฐานด้านการปฏิบัติงาน และมาตรฐานด้านการปฏิบัติตนวิชาชีพครูได้ กำหนดให้วิชาชีพทางการศึกษาซึ่งมีลักษณะท่ีเป็นวิชาชีพควบคุม นับเป็นความก้าวหน้าของวิชาชีพ ทางการศึกษา และเป็นการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพให้สูงขึ้น อันจะเป็นผลดีต่อผู้รับบริการทาง การศึกษาที่จะได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพและมีมาตรฐานที่สูงข้ึนด้วยซ่ึงจะทำให้วิชาชีพและผู้ ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาได้รับความเช่ือถือ ศรัทธา มีเกียรติและศักดิ์ศรีในสังคม ดังน้ัน ผู้จะมา ประกอบวิชาชีพครูไม่ว่าจะเป็นครูผู้สอน ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และศึกษานิเทศก์ จะต้องตระหนักในวชิ าชีพและปฏิบัติใหเ้ หมาะสมกบั ฐานานุรปู ของวชิ าชีพจงึ จะกอ่ ให้เกิดศรัทธาความ เชื่อม่นั จากผ้รู ับบรกิ าร

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 359 กล่าวโดยสรุป คือ มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญของผู้ประกอบวิชาชีพ ซ่ึงจะต้องประพฤปฏิบัติ เพื่อให้เกิดผลดีต่อผู้รับบริการ อันถือเป็นเป้าหมายหลักของการประกอบ วิชาชีพทางการศึกษา ซ่ึงผู้ประกอบวิชาชีพจะต้องศึกษาเพื่อให้เกิดความข้าใจท่ีถูกต้องให้สามารถ นำไปใช้ในการประกอบวิชาชพี ใหส้ มกบั การเป็นวชิ าชพี ชั้นสงู และได้รบั การยอมรบั ยกย่องจากสังคม 11. บทสรปุ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพครูน้ันมีความสำคัญท่ีต้องปฏิบัติและดำเนินงานตามบทบาท หน้าท่ีให้เป็นไปตามกฎหมายท่ีเกี่ยวข้อง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้กฎหมายจึงมี ความสำคัญต่อการดำเนินงานทางการศึกษาคือดังนี้ กฎหมายเป็นเครื่องมือในการดำเนินงานจัด การศึกษาของรัฐและหน้าที่ท่ีเก่ียวข้องให้สามารถจัดการศึกษาเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย ได้อีกท้ังกฎหมายการศึกษาเป็นกรอบการดำเนินงานที่ช่วยให้การบริหารการศึกษาเป็นไปอย่าง เหมาะสมมีประสิทธิภาพ เป็นท่ียอมรับของผู้รับบริการและสังคมและช่วยให้สามารถใช้การศึกษา พัฒนาเด็กและเยาวชนเพ่ือเป็นกำลังสำคญั ในการพัฒนาประเทศทำให้ประชาชนของประเทศเกดิ สิทธิ และหน้าที่เกี่ยวกับการศึกษาทำให้สามารถปฏิบัติตนตามสิทธิและหน้าที่ได้อย่างเหมาะสม ดังน้ัน กฎหมายทางการศึกษาเป็นเคร่อื งมือดำเนินงานเก่ียวกบั การศึกษาของชาติหากขาดกฎหมายแล้วอาจ ทำให้การจัดการศึกษาไม่บรรลวุ ัตถุประสงค์และเปา้ หมายได้ มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษาก็เปน็ อีก เครื่องมือหนึ่งของผู้ประกอบวิชาชีพซึ่งจะต้องประพฤติปฏิบัติ เพ่ือให้เกิดผลดีต่อผู้รับบริการ อันถือ เป็นเป้าหมายหลักของการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพจะต้องศึกษาเพื่อให้ เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้สามารถนำไปใช้ในการประกอบวิชาชีพให้สมกับการเป็นวิชาชีพ ช้นั สงู และไดร้ บั การยอมรบั ยกยอ่ งจากสังคม คำถามทบทวน 1. คำว่า “ครู” ในอุดมคติ มีความหมายว่าอย่างไร 2. คำว่า “อาจารย”์ ในอดุ มคติ มคี วามหมายว่าอยา่ งไร 3. ในระบบการศึกษาที่มีการจัดการศึกษามีสามรูปแบบ คือ การศึกษาในระบบการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จากสังคมไทยในปัจจุบันคิดว่าการเรียนในรูปแบบไหนมีความ เหมาะสมทีส่ ุดเพราะอะไร 4. จากสถานการณ์ ผอ.กอล์ฟ ที่มีการกระทำความผิด ยิงเด็ก ชิงทรัพย์ และศาลส่ังจำคุก จงึ ถูกพจิ ารณาเพิกถอนใบประกอบวิชาชพี มาตรา 54 จากสถานการณ์ข้างตน้ นักศึกษามีความคดิ เห็น อยา่ งไร 5. จากมาตรฐานการปฏิบัติงานในความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและชุมชน มีวิธีการแก้ปัญหา ผูเ้ รยี นอยา่ งไรให้มคี ณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ท่ดี ี 6. นักศึกษามีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเทคโนโลยีเพ่ือการศึกษาในพระราชบัญญัติ การศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

360 เอกสารอา้ งอิง ความหมายของมาตรฐานวิชาชีพทางการศกึ ษา. [ระบบออนไลน์] เข้าถึงได้จาก : https://www.kroobannok.com/30415. สืบคน้ ขอ้ มลู เม่ือวนั ท่ี 30 มกราคม พ.ศ. 2564. จรินทร์ งามแม้น. คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพครู. คณะครศุ าสตร์ มหาวทิ ยาลัย ราชภฏั หมบู่ า้ นจอมบึง. ถวิล (2560). วิชาชพี ควบคมุ ทางการศกึ ษา. [ระบบออนไลน์]. เข้าถงึ ไดจ้ าก : https://www.gotoknow.org/posts/632769. สืบคน้ ขอ้ มูลเมอื่ วันที่ 8 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2564. ผู้ชว่ ยศาตราจารย์ ดร.กัลยาณี พรมทอง. (2560). ความรู้เบื้องต้นเกีย่ วกบั ครู . [ระบบออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.ipebk.ac.th/bep/wp- content/uploads/2017/11/Kanlayanee-B3L01.pdf. สบื คน้ ขอ้ มลู เมื่อวนั ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2564. รองศาสตราจารย์พนู ทรัพย์. (2556). ความหมายและความสำคญั ของครู. [ระบบออนไลน์] เขา้ ถงึ ได้ จาก : http://poon2498.blogspot.com/2013/07/1_5942.html. สืบคน้ ขอ้ มลู เม่ือวนั ท่ี 30 มกราคม พ.ศ. 2564. มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง บทที่ 11 สภาพการณก์ ารพฒั นาวิชาชีพครู 1. การปรบั ตวั เพ่อื การศกึ ษาในยคุ COVID 19 การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID 19) ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและ ความเป็นอยู่ของประชากรท่ัวโลก ทำให้ประชากรท่ัวโลกตื่นตัวและปรับตัวเพื่อความอยู่รอดกับ สถานการณ์ที่เกิดข้ึนในปัจจุบัน หรือท่ีเรียกว่า การก้าวเข้าสู่ยุคของ “New Normal”คำว่า “New Normal” นพ.สุรพล อิสรไกรศิล ราชบัณฑิตยสถาน ได้ให้ความหมายว่า เป็นสถานการณ์หรือ ปรากฏการณ์ที่แตเ่ ดิมเป็นสิ่งที่ไม่ปกติ ผคู้ นไมค่ ุ้นเคย ไม่ใช่มาตรฐาน ต่อมามีเหตุหรือวิกฤตบางอย่าง ทำให้มีการเปลี่ยนแปลง มีผลทำให้สถานการณ์หรือปรากฏการณ์นั้นกลายเป็นส่ิงท่ีปกติและเป็น มาตรฐาน (สุรพล อิสรไกรศีล, 2563) ท่ีเกิดจากสถานการณ์ พฤติกรรม การปฏิบัติต่าง ๆ ท่ีเราไม่ คุ้นเคย หรือเคยเปน็ ส่ิงทผ่ี ดิ ปกตกิ ่อนหนา้ นีแ้ ต่กลายมาเป็นมาตรฐานปกติในปัจจบุ ัน (จันทนี เจรญิ ศรี, 2563) การศึกษาในศตวรรษท่ี 21 จึงมีนโยบายในการพัฒนามนุษย์ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงใน อนาคต คือ การเชื่อมโยงของโลกออนไลน์ เศรษฐศาสตร์เพ่ือเป็นผู้ประกอบการ ความเป็นพลเมืองดี ให้ความสำคัญกับสุขภาพ และรปู้ กป้องดูแลสิ่งแวดล้อม สามารถเรยี นรู้ได้อย่างรวดเร็วในเนื้อหาหลัก และเพ่ิมเติมการเรียนรู้ในด้านของนวัตกรรม เทคโนโลยี รวมท้ังทักษะวิทยาการ และสามารถสร้าง เครือข่ายในระดบั สากล ให้มคี วามรับผิดชอบต่อการเป็นพลเมอื ง เชือ่ มโยงเป็นสหวิทยานำความรู้ใหม่ ผสมกับวัฒนธรรมทีห่ ลากหลาย ใช้เทคโนโลยีควบคกู่ ับการเรยี นรู้ เปล่ียนจากการเรียนในห้องไปส่โู ลก แห่งความจริง ให้สอดคล้องกับการเปล่ียนแปลงของยุคสมัย (Trilling, B.,& Fadel, C., 2009) สรุปความว่า การปรับตัวในการใช้ชีวิตปกติท่ีเราไม่คุ้นเคยในอดีตให้เข้ากับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ในปัจจุบันอย่างมีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพ ให้เป็นไปด้วยความปกติใหม่ควบคู่ไปกับการศึกษา เรียนรู้และทำความเข้าใจเพ่ือคุณภาพชีวิตท่ีดีในสังคมยุคใหม่ ดังนั้นการศึกษาจึงเป็นปัจจัยสำคัญ เพ่ือรองรับการเปล่ียนแปลงที่อาจเกิดข้ึนในอนาคตและปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะ การศึกษาเป็นส่ิงจำเป็นและสำคัญในการดำเนินชีวิตและการปรับตัวเพ่ือการอยู่รอด กระทรวงศึกษาธิการ จงึ ได้ออกนโยบายการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ทดแทน เป็นปัจจัยหนึ่งท่สี ่งผลต่อการปรับตัว ด้านการศึกษา การศึกษาต้องปรับตัวกับวิธีการเรียนการสอนในรูปแบบใหม่ ๆ ผ่านระบบการเรียน การสอนแบบออนไลน์ โดยอาศยั เทคโนโลยีและระบบอนิ เตอรเ์ น็ตเปน็ ตัวขับเคลื่อน ภาพประกอบท่ี 11.1 การศึกษาออนไลน์

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 362 ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบัน ส่งผลต่อการเลื่อนเปิด สถานศึกษา และเกิดการแพร่หลายของแนวทางจัดการเรยี นรู้ออนไลน์ผ่านเครือข่ายอินเทอรเ์ น็ต และ สารสนเทศขึ้นอย่างมากมาย ดังน้ัน ครูผู้สอนในฐานะผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่นักเรียนต่างก็มีการ ปรับตัว และเตรียมทักษะเพอ่ื รับมือกบั แนวทางการจดั การเรียนรู้แบบใหม่อย่างทันท่วงที พร้อมรับกับ สถานการณค์ วามไมแ่ น่นอนทอ่ี าจเกิดขน้ึ ได้อยู่เสมอ 2. ทกั ษะครกู บั การจดั การเรยี นรูอ้ อนไลน์ยคุ ใหม่ ทักษะในการถ่ายทอดความรูข้ องครูท่สี ำคัญอย่างยิ่งในการจัดการเรยี นการสอน สามารถสรุป ไดด้ ังนี้ 2.1 รู้เท่าทนั การใชเ้ ทคโนโลยีเพ่อื การศึกษาและการสร้างสรรค์ เนื่องจากสภาพแวดล้อมในการจัดการเรียนรู้ในห้องเรียนกับการเรียนผ่านเครือข่ายมี ความ ท้าทายท่ีแตกต่างกันอย่างมาก การนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่ือหรือเป็นช่องทางหลักในการ ถ่ายทอดความรู้ และกระบวนการคิด แทนท่ีการถ่ายทอด และรับรู้รับฟังข้อมูลแบบต่อหน้านั้น จงึ ควรจัดเตรียมความพร้อม และทักษะการใชเ้ ทคโนโลยี และโปรแกรมแอพพลิเคชันตา่ ง ๆ เป็นอย่าง ดี สามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับกระบวนการจัดการสอน เพื่อความสะดวก และราบร่ืนในการ ถ่ายทอดองค์ความรู้ หากครูมีทักษะการใช้และความเข้าใจเก่ียวกับเทคโนโลยีดังกล่าวในเบ้ืองต้น ได้แก่ วิธีการใช้งาน ข้อดีหรือจุดเด่น ข้อเสียหรือจุดด้อยของแต่ละโปรแกรมหรือแอพพลิเคชัน ออนไลน์ในการจัดการเรียนการสอน ความรู้เรื่องการเข้าใช้ และเทคนิคการแก้ไขปัญหาระบบ อินเทอร์เน็ตในเบื้องต้น ความเข้าใจในเร่ืองลิขสิทธิ์ และทรัพย์สินทางปัญญาในการคัดลอกนำข้อมูล ของผู้อื่นมาใช้ การออกแบบเน้ือหาการเรียน และช่องทางการสื่อสารที่สอดคล้องกับความสามารถ ของแอพพลิเคชันหรือโปรแกรมออนไลน์เป็นอย่างดี รวมทั้งถ่ายทอดทักษะการใช้งานเทคโนโลยี เหล่าน้ันให้แก่นักเรียนได้มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาขัดข้องที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการจัดการสอน จะทำให้การเรียนการสอนดำเนินการได้อย่างราบร่ืนมากย่ิงข้ึน ซึ่งจะต้องประกอบกับทักษะอ่ืน ๆ ควบคู่กนั อกี ด้วย 2.2 ทักษะการสอื่ สาร ด้วยสภาพแวดล้อมของการเรียนผ่านเครือข่าย และโปรแกรมออนไลน์ต่าง ๆ ท่ีอาจจะ ก่อให้เกิดอุปสรรคในการส่ือสารและการตีความได้ ดังน้ัน ประเด็นเร่ืองทักษะการสื่อสารท่ีชัดเจน ตรงประเด็น และเข้าใจง่าย โดยอาจใช้ภาพ วิดีโอ หรือตัวอย่างสื่อออนไลน์ประเภทอ่ืน ๆ ที่ช่วยให้ นักเรียนเข้าใจได้มากท่ีสุดภายในขอบเขตระยะเวลาที่จำกัด ย่ิงไปกว่านั้นครูควรเพิ่มความถี่ในการ ส่ือสารกับนักเรียน และผู้ปกครองท่ีมากกว่าการส่ือสารในช่วงการจัดการเรียนรู้ในห้องเรียนปกติ ซึ่ง ปรับใช้การสอ่ื สารทั้งแบบทางการ และกึ่งทางการเพื่อสร้างความร่วมมือ และการสนับสนนุ การเรียนรู้ ระหว่างครู นักเรียน และผู้ปกครองให้พัฒนาไปพร้อมกัน ทุกฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันในแนวทาง และ แลกเปล่ียนข้อมูล ความคิดเห็นระหว่างกันเพื่อจัดการเรียนรูท้ ี่มปี ระสิทธิภาพให้มากทส่ี ดุ 2.3 การบริหารและจดั เวลาการเรียนทย่ี ดื หยนุ่ แตม่ ปี ระสิทธิภาพ ประเด็นเรื่องการจัดการเวลาในการเรียน และการนับชั่วโมง ซ่ึงอาจมีความแตกต่างไป จากการจัดเวลาในการเรียนในชั้นเรียนปกติที่ในแต่ละวันจะมีการจัดการเรียนรู้หลากหลายวิชาโดยท่ี

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 363 แต่ละวิชาใช้เวลาไม่เกิน 1 ช่ัวโมง ในทางกลับกัน ความพร้อมในเร่ืองของอุปกรณ์ของนักเรียน บางส่วนท่ีอาจจะต้องพึ่งพาการดูแล และอำนวยความสะดวกจากผู้ปกครอง ก็ต้องมีการปรับเวลา เรียนตามความเห็นชอบร่วมกันภายในช้ันเรียน ทำให้ต้องสื่อสารเร่ืองการจัดการเวลาของการเรียน และการนับชั่วโมงเรียนใหม่ ดังนั้นครูผู้สอนจะต้องทำการบริหารเวลาในการสอนให้เหมาะสม และ มีคุณภาพ อาจพัฒนา และออกแบบการเรียนการสอนที่ใช้เวลาน้อยลงแต่ยังคงเกิดการเรียนรู้ได้ดี ยง่ิ ขึ้น ผ่านการศึกษาจากส่ือต่าง ๆ ที่ครูมอบหมาย หรอื เรยี นรู้ผ่านค้นคว้าข้อมูล ไม่ว่าจะใช้วิธีการใด ก็ตามแต่ต้องยึดตัวผู้เรียนเป็นหลักในการจัดการเรียนการสอน แนวทาง และวิธีการการเรียนรู้ทำให้ นักเรียนที่มีลักษณะการเรียนรู้ และความถนัดที่หลากหลายสามารถพัฒนาทักษะสำคัญจาก กระบวนการทค่ี รอู อกแบบข้ึนทัง้ สิ้น 2.4 การถา่ ยทอดสาระสำคัญของบทเรยี น และการประยุกตใ์ ช้เป็นหลกั เนื่องจากอุปสรรค และข้อจำกัดด้านเวลาในการเรียนรู้ การถ่ายทอด และการฝึกฝนให้ นักเรียนสามารถจับสาระ และทักษะสำคัญอันเป็นใจความหลักของเรื่องบทเรียนน้ัน ถือเป็นอีกหนึ่ง แนวทางท่ีครูผู้สอนจะสามารถจัดการเรียนรู้ภายในระยะเวลาที่จำกัดได้ ปริมาณเวลาหรือการ ถ่ายทอดสาระข้อมูลจากครูท่ีลดน้อยลง จะไม่เป็นปัญหาหรืออุปสรรคในการเรียนรู้ของนักเรียน หากนักเรียนเข้าใจ และมีทักษะในการจับประเด็นหรือสาระสำคัญของเรื่องท่ีเรียน หรือจากส่ือที่ ศึกษาเพิ่มเติมได้ ย่ิงไปกว่าทักษะการจับประเด็นสาระสำคัญแล้วนั้น การฝึกฝนทักษะคิดวิเคราะห์ อย่างมีเหตุมีผล ความกล้าคิดกล้าแสดงออกบนฐานของการศึกษา และความรับผิดชอบต่อหน้าที่ จะ ช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ และพัฒนาต่อยอดทักษะความสามารถด้วยตนเองเป็นอย่างดีเช่นกัน แต่ทั้งน้ีท้ังน้ันครูจะต้องมีการติดตามการเรียนรู้หรือการทำรายงานอยู่เสมอ อาจจะมีการส่ือสารหรือ นัดหมายใหต้ อบขอ้ คำถามหลังจากการศึกษาและคน้ คว้าส่อื ที่ได้มอบหมายให้เป็นระยะ ๆ เปน็ ตน้ 2.5 การปรับแนวทางประเมินผล และใหค้ ำแนะนำท่มี ีคณุ ภาพและเหมาะสม นอกจากทักษะข้างต้นท่ีครูต้องเตรียมความพร้อมต่อการจัดการเรียนรู้ผ่านเครือข่าย ออนไลน์แล้วน้ัน ประเด็นเร่ืองการประเมินผลและให้คำแนะนำเพ่ือการพัฒนานักเรียนได้อย่าง เหมาะสมกับความสามารถและความถนัดของแต่ละคนก็ยังถือเป็นประเด็นท่ีครูผู้สอนจะต้องมีการ จัดการท่ีดี โปร่งใสและเป็นท่ีรับรู้ร่วมกัน อย่างไรก็ตามการประเมินผลหรือการตัดสินผลคะแนนของ นักเรียน อาจจะต้องมีการปรับโครงสร้างคะแนน และลักษณะเนื้อหาตามตัวช้ีวัดท่ีแตกต่างจากที่เคย ใช้ในห้องเรียน ตัวชี้วัดตามหลักสูตรต้องการประเมินนักเรียนในด้านใด ครูจะต้องปรับลักษณะของ งานและการทำกิจกรรมท่ีมอบหมายนั้น ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และตัวชี้วัดมากยิ่งขึ้น เพื่อการ พัฒนานักเรียนไปตามเปา้ หมาย โดยปรบั ใชว้ ิธกี ารท่ีมอบหมายงาน การเตรียมการและการฝึกฝนทักษะของครู ไม่ว่าจะพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยี การสื่อสาร และการถ่ายทอด การเป็นผู้ให้คำปรึกษาที่ดี รวมท้ังความกระตือรือร้นในการบริหาร จัดการปัจจัยท่ีเกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้ และประเมินผลที่เหมาะสมกับสถานการณ์ให้ได้ มากที่สุดเพ่ือปฏิบัติหน้าที่ครู ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพให้แก่นักเรียนโดยก้าวข้าม ขอ้ จำกดั เร่ืองสถานทีแ่ ละอปุ สรรคต่าง ๆ

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 364 3. กระบวนการจัดการเรียนการสอน E-learning แบบออนไลน์ 3.1 การออกแบบและจัดทำบทเรียน E-learning ถือเป็นข้ันตอนท่ีสำคัญที่สุด เรียกได้ว่า เป็น \"หัวใจ\" ของการเรียนการสอนเลยทีเดียว เพราะบทเรียนที่มีคุณภาพสูงจะสามารถพัฒนาผู้เรยี น ให้เกิดการเรียนรู้ได้ดีเท่า ๆ กับหรือมากกว่าการเรียนการสอนในช้ันเรียน ข้ันตอนนี้มีวิธีการดำเนินการ ดังน้ี 3.1.1 การออกแบบบทเรียน เริ่มจากการศึกษา วิเคราะห์หลักสูตรที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ศึกษาสภาพความพร้อมของผู้เรียน เวลาที่ใช้ในการเรียน โอกาสในการเรียนของผู้เรียน จากน้ัน วิเคราะห์ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง คัดเลือกเนื้อหา กำหนดเนื้อหาออกเป็นหน่วยการเรียน กำหนด จุดประสงค์การเรียนรู้แต่ละหน่วย ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้แต่ละหน่วย ส่ือการเรียนรู้ และ แหลง่ เรยี นรู้ทสี่ ำคัญและจำเป็น กำหนดวธิ ีการวดั และประเมินกจิ กรรมของแตล่ ะหน่วยการเรียน 3.1.2 การจัดทำบทเรียน โดยการกำหนดกิจกรรมการเรียนรู้ในแต่ละหน่วยให้ สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ และเนื้อหาท่ีกำหนดไว้ จัดทำส่ือการสอนในรูปแบบต่าง ๆ ท่ี เหมาะสมต่อการเรียนรู้และน่าสนใจ จัดสร้างเครือ่ งมือในการวัดและประเมนิ ผลกิจกรรมหรือผลงานท่ี กำหนดในบทเรียน กำหนดเกณฑ์การวัดและประเมินผลให้ชดั เจน เหมาะสม สอดคล้องกบั เนื้อหาและ กิจกรรม การใช้ข้อความ รปู ภาพ หรอื สัญลักษณ์ใด ๆ ในบทเรียน ต้องคำนึงถึงความถูกต้อง สมบูรณ์ ละเอียดชัดเจนในตัวเอง เน่ืองจาก E-learning ถือเป็นการจัดการเรียนการสอนทางไกลที่ผู้เรียนและ ผสู้ อนอาจไม่มีโอกาสพบปะกนั ดังนัน้ การจดั ทำบทเรียนจึงต้องคำนึงถึงคุณภาพใหม้ าก 3.1.3 การบรรจุบทเรียนลงในระบบ หลังจากที่จัดทำบทเรียนเสร็จเรียบร้อยครบถ้วน แล้ว ก็บรรจุบทเรียนลงในระบบ หรือครูผ้สู อนอาจจัดทำบทเรียนลงในตัวระบบเลยก็ได้ ซง่ึ ทางระบบ สง่ เสรมิ การเรียนรไู้ ดจ้ ดั เตรียมไว้ให้พร้อมแล้ว หากมีรปู แบบข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกสแ์ บบอื่นประกอบ ในบทเรียนด้วย จะต้องมีการ Upload file ดังกล่าวเข้าไปด้วย ซ่ึงจะทำให้ตัวบทเรียนมีความน่าสนใจ มากขึน้ หลังจากที่ได้บรรจุบทเรียนเขา้ ในระบบแลว้ ควรมกี ารทดสอบการใชง้ านของบทเรยี น โดยการ ทดลองเข้าดเู นอื้ หาหลายๆ ครง้ั เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความม่นั ใจมากข้นึ วา่ บทเรียนมคี วามสมบูรณ์พร้อมแลว้ 3.2 การจดั การเรียนรู้ เป็นข้ันตอนของการนำบทเรียนไปใช้ในการจดั การเรยี นการสอน ดังนี้ 3.2.1 การนำเสนอบทเรียน เป็นการนำเสนอข้อมูลเบ้ืองต้นเกี่ยวกับบทเรียน หรือ เรียกว่าเป็นส่วนแนะนำบทเรียน โดยนำเสนอข้อมูลเก่ียวกับ คำอธิบายรายวิชา ผลการเรียนรู้ที่ คาดหวังรายวิชาจุดประสงค์ของแต่ละหน่วยการเรียนรู้ วิธีการเรียน เงื่อนไขการเรียน การนัดหมาย การส่งงาน ช่วงเวลาที่มีการทดสอบ ฯลฯ เพื่อให้ผู้เรียนได้รู้จักและเข้าใจถึงวิธีการใช้บทเรียน ทำให้ การเข้าใช้บทเรียนมปี ระสทิ ธภิ าพในการพฒั นาการเรียนรขู้ องผู้เรียนมากขึ้น 3.2.2 การติดต่อสื่อสาร ติดตามการเรียนในระหว่างเรียนครูผู้สอนอาจนัดหมายเวลา พบปะ เพื่อให้ผู้เรียนได้ปรึกษาปัญหา พบปะ พูดคุย แสดงความคิดเห็นต่อการเรียน หรือครูผู้สอน อาจใช้โอกาสน้ีช้ีแจงบทเรียน แนะนำ ติดตาม ทำการสอน พิจารณางาน แก้ไขงาน รวมถึงตรวจ ผลงานของผเู้ รียนได้

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 365 3.3 การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็นส่วนสำคัญอีกส่วนหน่ึงของกระบวนการจัดการ เรยี นรู้ ซึ่งหลังจากทีผ่ ู้เรยี นเรียนรู้แล้วตอ้ งมกี ารประเมนิ การเรียนรู้ของผูเ้ รียนเพื่อนำผลมาพิจารณาว่า ผู้เรยี นเกดิ การเรียนรหู้ รือไม่ มากน้อยอยา่ งไร การวัดผลการเรยี นรสู้ ามารถกระทำได้ ดังน้ี 3.3.1 การจัดทำแบบทดสอบ โดยการทำแบบทดสอบออนไลน์ ที่ครูผู้สอนจัดทำไว้ ในระบบ ซึ่งมีวิธีการให้ครูผู้สอนสามารถจัดทำได้ในหลาย ๆ รูปแบบ ข้ึนอยู่กับลักษณะของเน้ือหา ความรู้ที่ต้องการวัด การทดสอบอาจทำซ้ำได้หลาย ๆ คร้ัง หรือให้ทำเพียงครั้งเดียวก็ได้ และเมื่อทำ แบบทดสอบเสร็จส้ิน ทางระบบจะทำการประเมินผลการสอบให้ผู้เรียนทราบทันที หรืออาจปรับ ระบบให้ผเู้ รียนทราบในภายหลงั ก็ได้ 3.3.2 การประเมินผลการเรียนรู้ เป็นการประเมินการเรียนรู้ของผู้เรียนในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านความรู้ ความคิด ด้านทักษะ ด้านเจตคติ โดยพิจารณาจากข้อมูลทีร่ วบรวมไว้ ท้ังจากผลงาน ท่ีผู้เรียนจัดทำและส่งให้ประเมินตามที่ผู้สอนกำหนด การทำแบบฝึกหัด แบบทดสอบ รวมถึงการ พิจารณาการเข้าเรียน การส่งงาน ความรับผิดชอบ การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สอนหรือผู้เรียนคนอ่ืน ๆ หรือคุณลักษณะอ่ืน ๆ ตามท่ีได้กำหนดไว้ในบทเรียน ครูผู้สอนจะต้องรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ เพ่อื ทำการประเมินการเรียนรเู้ ปน็ รายบคุ คล 3.3.3 การอนุมัติผลการเรียน หลังจากประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนเรียบร้อยแล้ว ก็แจ้งผลการประเมินการเรียนรู้ให้ผู้เรียนทราบตามระดับ หรือเกณฑ์คุณภาพที่กำหนด ผู้เรียนที่ ไม่ผ่านการประเมินอาจมีการซ่อมเสริมในบางเนื้อหา ผลการเรียนสามารถแจ้งไปยังผู้เรียนทราบได้ โดยตรงเปน็ ลายลักษณอ์ ักษรทางไปรษณยี ์ เพอื่ เป็นหลกั ฐานใหผ้ ู้เรียนเก็บรวบรวมไว้ใช้ในการประเมิน อย่างอื่น ๆ ต่อไปการอนุมัติผลการเรียน จะกระทำในกรณีที่มีการจัดการเรียนการสอนตลอดทั้ง รายวิชา สำหรับรายวิชาท่ีมีการเรียนการสอนออนไลน์เป็นบางบทเรียน หรือบางเนื้อหา ก็อาจ รวบรวมผลการเรียนรู้ที่ได้รวมกับผลการเรียนการสอนปกติก็ได้ ท้ังนี้ข้ึนอยู่กับนโยบายและเง่ือนไข การจดั การเรยี นรู้ E-learning ของสถานศกึ ษาแตล่ ะแหง่ 4. การรวบรวมข้อมูลเพื่อการประเมิน ปรับปรุง และพัฒนาบทเรียน เป็นส่วนของการ พัฒนาบทเรียนออนไลน์แบบครบวงจร บทเรยี นท่ีมีการออกแบบ จัดทำ และนำไปใชแ้ ล้ว ควรที่จะได้ นำผลการใช้และเก็บรวบรวมข้อมูลการใช้จากผู้เรียนมาวิเคราะห์เพ่ือแก้ไข ปรับปรุง พัฒนาบทเรียน ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งข้ึนต่อไป ข้อมูลท่ีเป็นผลการเรียนรู้ของผู้เรียนจะนำมาประเมินประสิทธิผล ของบทเรียน ส่วนในด้านประสิทธิภาพ อาจใช้แบบสอบถามจากผู้เรียนหรือสุ่มตัวอย่างสัมภาษณ์ ผู้เรียนก็ได้ นอกจากครูผู้สอน และผู้เรียนแล้วบุคลากรที่เก่ียวข้องอื่น ๆ ก็สามารถให้ข้อมูล เพ่ือประเมนิ ถึงประสิทธิภาพของบทเรยี นได้ เช่นกัน บุคลากรอื่น ๆ ที่ควรเก็บข้อมูลมาศึกษาร่วมด้วย ไดแ้ ก่ ผูด้ ูแลระบบ ผพู้ ัฒนาโปรแกรม และ ผู้ปกครองนกั เรียน เป็นต้น 4. บทบาทของผู้สอนในออนไลน์ (e–learning) บทบาทของผู้สอนใน e–learning จะเปลี่ยนไปเป็นผู้ให้คำแนะนำ (Guide) เป็นผู้ฝึก (Coach) เป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) และเป็นพี่เลี้ยง (Mentor) ต่อกระบวนการเรียนรู้ ของผเู้ รียน

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 366 สิ่งที่ครตู อ้ งคำนงึ เม่อื ปรบั การสอนมาเป็นออนไลน์ ครูต้องปรับบทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ มากกว่ าจะเป็นผู้นำใน กระบวนการเรยี นรู้ ขอ้ ควรคำนงึ สำหรบั ครู เมือ่ ปรับการสอนมาเปน็ ออนไลน์ มีดงั น้ี 1. อย่าทำให้นักเรยี นเสียเวลา การสอนออนไลน์ไม่ได้หมายความวา่ ครูต้องสอนสดเสมอไป แตค่ รสู ามารถปรับไดต้ ามความ เหมาะสม เชน่ ให้นกั เรยี นอ่าน Slide หรอื ฟังคลิปเสียงที่ครูเตรียมไว้ให้ โดยใหพ้ วกเขาจดั สรรเวลาใน การเรยี นเอง แลว้ ครคู ่อยจัดเวลาสำหรบั สอนสดท้งั ชัน้ เพื่อพดู คยุ ระดมสมอง แลกเปลี่ยนไอเดียกัน ภาพประกอบที่ 11.2 นกั เรียนดูวีดโี อท่ีครเู ตรยี มไวใ้ ห้ 2. ลดความคาดหวงั จากการสอนหนงั สือแบบเดมิ ครูไม่ควรคาดหวังว่านักเรียนจะเข้าเรียนผ่าน Zoom ได้ครบทั้งช้ันเรียน เน่ืองจากนักเรียน แตล่ ะคนอาจมีขอ้ จำกดั บางอยา่ ง เชน่ ทบ่ี า้ นมีอปุ กรณ์ไม่เพียงพอสำหรบั ทกุ คน ทำให้ต้องแบง่ กนั ใช้ หรือบางคนก็อาจไมม่ อี ินเทอรเ์ น็ตใชท้ บ่ี ้าน 3. นักเรียน คือ เจา้ ของการเรยี นรู้ การเรียนออนไลน์ที่นักเรียนใช้เวลากับการเรียนรู้เนื้อหาผ่านสื่อท่ีครูเตรียมไว้ให้ ทำให้ นักเรียนเป็นเจ้าของการเรียนรู้อย่างแท้จริง ซ่ึงเป็นไปได้ยากมากในห้องเรียนจริง ครูที่รู้จักนักเรียนดี จะเข้าใจว่านักเรียนแต่ละคนมีรูปแบบการเรียนรู้ที่ไม่เหมือนกัน หากครูเลือกส่งเนื้อหาบทเรียนใน รูปแบบท่ีเหมาะสมกับการเรียนรู้ของพวกเขา เช่น เกม แบบทดสอบ วิดีโอ แล้วให้นักเรียนใช้เวลา เรียนรู้ด้วยตัวเอง โดยไม่มีข้อจำกัดเหมือนในห้องเรียนอย่างเรื่องเวลา จะทำให้เขาเป็นเจ้าของการ เรียนรู้อย่างแท้จริง 4. ใหท้ ศิ ทางทชี่ ดั เจนกบั ผู้ปกครอง เม่ือนักเรียนสามารถจัดสรรเวลาเองได้ว่า จะเรียนรู้จากบทเรียนที่ครูส่งมาให้เมื่อไรก็ได้ ผู้ปกครองจำเป็นต้องเข้ามาช่วยดูแลเด็ก ๆ ท่ีอาจจะยังควบคุม หรือจัดสรรเวลาให้ตัวเองได้ไม่ดีนัก หรอื ชว่ ยดแู ลขณะทำแบบฝึกหัดต่าง ๆ เช่น คัดลายมอื เขยี นตวั เลข

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 367 ภาพประกอบที่ 11.3 ผปู้ กครองช่วยดูแลเด็กขณะทำแบบฝึกหดั ต่าง ๆ 5. สอนสดแบบไมต่ อ้ งเป็นทางการเหมอื นในหอ้ งเรียนจรงิ ครูกำหนดเวลาทำงานและเวลาพักให้ชัดเจน ให้นักเรียนรู้ว่าช่วงเวลาไหนท่ีพวกเขาสามารถ โทรมาพูดคุย หรือส่งข้อความมาได้ หากต้องการความช่วยเหลือ การสอนสดในแต่ละวันจะทำให้ นกั เรียนยงั คงได้เจอเพ่ือน ๆ และครูเหมือนปกติ ช่วยสร้างบรรยากาศเหมือนวา่ พวกเขาได้ไปโรงเรียน ได้ตามปกติ ภาพประกอบที่ 11.4 สร้างบรรยากาศเหมอื นได้ไปโรงเรียนตามปกติ 6. แตล่ ะวชิ าตา่ งกเ็ หมาะกับรปู แบบการสอนท่ไี ม่เหมือนกนั วิชาภาษาอังกฤษอาจเหมาะกับการเรียนออนไลน์มากท่ีสุด เพราะนักเรียนต้องเขียนหรือคิด เองอยู่แล้ว ในขณะท่ีวิชาคณิตศาสตร์จะเหมาะกับการสอนสดมากกว่า เพราะนักเรียนสามารถต้ัง คำถามและแก้โจทยไ์ ปพร้อม ๆ กนั ได้

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 368 7. ปรับการสอนตามความต้องการของนักเรียน นักเรียนบางคนอาจไม่เหมาะกับการสอนสด ครูควรรู้จักนักเรียนของตัวเองให้มากท่ีสุดว่า ใครเหมาะกับการสอนแบบไหน แลว้ มอี ะไรทีค่ รตู ้องช่วยเหลอื เพ่มิ เติม เพือ่ ใหพ้ วกเขาเรยี นรู้ได้ดีทสี่ ุด 8. ครไู มค่ วรอารมณ์เสีย ครูอาจหงุดหงิดได้ง่าย หากนักเรียนไม่ตั้งใจเรียนขณะท่ีครูกำลังสอน แต่ครูต้องอดทนให้ มากขึ้น โดยเฉพาะในสถานการณท์ ่ีตงึ เครียด และเต็มไปดว้ ยความวติ กกังวลเช่นตอนนี้ 5. สมบตั ิที่ครูควรมี ท่วมกลางการเปล่ยี นแปลงทเี่ กดิ ขึน้ ใหม่ ครูควรมสี มบตดิ งั น้ี 1. ครูตอ้ งยึดหลักเหตุและผล เช่อื ว่าทกุ ส่ิงท่ีคนทำล้วนมีเหตผุ ล เวลาเกดิ ปัญหาครูต้องคุยกับ นกั เรียนก่อน อย่าพงึ่ รบี ตดั สิน 2. ครูต้องมีคุณธรรมจริยธรรม ครูต้องรู้ถูกผิด รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ต้องทำอะไร ควรมุ่งม่ัน ถ่ายทอดความรู้ให้กับนักเรียน ไม่ใช่แค่เนื้อหาวิชา แต่ยังรวมถึงความรู้รอบตัว การปฏิบัติตน สิ่งที่ จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตทุกสิ่งทุกอย่าง สอนอย่างมีความคดิ สร้างสรรค์ ครูยุคใหม่ต้องรู้จักคิดส่ิงใหม่ จดั กจิ กรรมการเรยี นรใู้ หมๆ่ ใหเ้ ดก็ ได้สนกุ สนาน เรียนอยา่ งมคี วามสุข 3. ครูต้องรักในวิชาชีพตัวเอง หมั่นต่อยอดความรู้ของตนเองไปเรื่อย ๆ ต้องไม่หยุดอยู่กับที่ อะไรท่ีเป็นเร่ืองใหม่ สิ่งใหม่ ต้องศึกษาค้นคว้า พัฒนาตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีท่ีมีบทบาท สำคญั มากในตอนนี้และอนาคต ภาพประกอบที่ 11.5 ครูพัฒนาตนเองเกย่ี วกับการใช้เทคโนโลยี บทสรุป ไวรัสโควิด 19 ก่อใหเ้ กิดการเปลี่ยนแปลงข้ึน สง่ ผลถึงการจัดการเรียนการสอนท่ีต้องปรับตัว ทั้งผู้เรียนและผู้สอน ต้องมีการเรียนการสอนแบบ Online ก่อให้เกิดแอพพลิเคชั่นหรือโปรแกรม ต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องกับการติดต่อส่ือสารที่สามารถใช้ได้ทั้งการเรียนการสอน เนื่องจากการเรียนการ สอนต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาเก่ียวข้องครูจึงต้องมีการปรับตัวและพัฒนาตนเองให้เท่าทันเทคโนโลยี

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 369 และออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน และครูต้องคิดค้น กิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ เพ่ือจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพและให้ผู้เรียน ไดร้ ับความรู้สูงสุด 6. ครกู ับการศกึ ษายคุ โลกาภวิ ัฒน์ ในยคุ ปัจจุบันถือว่าเป็นโลกยคุ โลกาภิวัฒนท์ ่ีมกี ารเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเรว็ มกี ารพัฒนาด้าน เทคโนโลยีต่าง ๆ เพ่อื มารองรับการขยายตวั ด้านเศรษฐกิจท่เี พม่ิ ขึ้น ส่งผลให้เกิดการเปลีย่ นแปลงด้าน สงั คมชุมชน ท้ังด้านความคิด วัฒนธรรม เจตคติและค่านิยมต่างๆ ดังน้ันทุกประเทศจึงต้องเตรียมคน ให้พร้อมสำหรับการเปล่ียนแปลง ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จึงได้มีการ ปฏิรปู การศึกษาเพราะเช่ือวา่ การศึกษาคือ การสร้างคน การปฏริ ูปการศึกษาจึงมุ่งเน้นการปฏิรปู การ เรยี นรเู้ ปน็ สำคัญ เพื่อทำให้ผู้เรยี นมีความร้สู ามารถประกอบอาชพี ไดโ้ ดยมีทักษะพื้นฐานที่จำเป็น และ มีจิตใจที่ดีงามพร้อมท่ีจะทำประโยชน์เพ่ือตนเองและสังคม การปฏิรูปการเรียนรู้จะประสบ ความสำเร็จต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร ครู นักเรียน ชุมชน และองค์กร ต่าง ๆ รว่ มกันผลักดันและขับเคลื่อนระบบการศกึ ษาให้เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งปัจจัยหลักท่ีจะทำให้ บรรลุเป้าหมายคือ ครผู ู้สอนท่ีจะต้องเปล่ียนแปลงจากบทบาทเดิมเป็นบทบาทใหม่ โดยมุ่งเน้นผู้เรียน เปน็ สำคญั ครูสามารถวางแผนและจดั หลักสูตรจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ ปฏริ ูปสื่อเทคโนโลยี ใหท้ นั สมัย พฒั นาการวิจยั ในชัน้ เรยี นตลอดจนปฏริ ปู การวัดและประเมินผลได้อยา่ งเหมาะสม การจัดการศึกษาและการเรียนการสอนในปัจจุบันได้เปล่ียนแปลงไปมากในแต่ละสังคมหรือ แต่ละระดับของการจัดการศกึ ษา ท้งั การพัฒนาในรูปแบบของการบรหิ าร การจัดการ โดยเฉพาะอยา่ ง ยิ่งในปัจจุบันซ่ึงเป็นยุคแห่งสังคมข้อมูลสารสนเทศ (The Information Age) หรือที่เรียกกันตามสมัย นิยมว่า “ยุคโลกาภิวัฒน์ (The Globalization)” นั้นได้ส่งผลต่อรูปแบบกระบวนการจัดการศึกษา เป็นอย่างมาก และคงจะต้องมีการพัฒนาปรับระบบหรือรูปแบบกระบวนการต่อไปอย่างไม่หยุดย้ัง เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางสังคม เศรษฐกิจและข้อมูลข่าวสารที่เปล่ียนแปลงไปอย่าง รวดเร็วและต่อเน่ืองนั่นเอง ซ่ึงตัวแปรสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการเปล่ียนแปลงดังกล่าวคือความ เจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีท่ีมีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงในบริบทของสังคม โลกในปัจจุบัน ภาพประกอบท่ี 11.6 เทคโนโลยีดา้ นการศกึ ษา

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 370 ดังนั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่บุคลากรท่ีเกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาทุก ๆ ฝ่ายโดยเฉพาะ ผู้บริหาร นักการศึกษา ครูอาจารย์รวมท้ังตัวผู้เรียนเองจะต้องมีทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ และ ตระหนักในบทบาทหน้าที่ซึ่งคงจะต้องปรับเปลี่ยนไปให้ก้าวทันกับสภาพการณ์ทางสังคมและ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผล ในภาพรวมตอ่ การจัดการศึกษาและการเรียนการสอนในอนาคต 7. ปจั จยั ทส่ี ่งผลกระทบต่อการจัดการศกึ ษายคุ ใหม่ การจัดการศึกษาและการเรียนการสอนทั้งปัจจุบันและในอนาคตจะมีการพัฒนาในรูปแบบ กระบวนการไปในลักษณะเช่นไรน้ัน ได้มีการศึกษาวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ในลักษณะต่าง ๆ โดยนักการศึกษาหลาย ๆ ท่าน ซึ่งได้ข้อสรุปท่ีตรงกันว่าการจัดการศึกษายุคใหม่นั้นคงจะข้ึนอยู่กับ ปัจจยั หรอื องคป์ ระกอบสำคญั ดังตอ่ ไปนี้ 7.1 ภาวะเศรษฐกิจโลก (The Global Economic) ภาวะเศรษฐกิจที่เปล่ียนแปลงไปย่อม ส่งผลต่อกระบวนการจัดการศึกษาของสังคม โดยเฉพาะเศรษฐกิจการลงทุนท่ีเกี่ยวข้องกับด้าน วิทยาการเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น วิทยาการคอมพิวเตอร์ ระบบการส่ือสารทางไกล ซึ่งภาวะทาง เศรษฐกิจเหล่านั้นจะเป็นไปในลักษณะของความร่วมมือด้านการตลาดและการลงทุนระหว่างประเทศ ซ่ึงภาวการณ์ดังกล่าวจะส่งผลต่อรูปแบบของการจัดการศึกษาท่ีรัฐพึงจัดกระทาให้บังเกิดท้ัง ประสิทธิผลและประสิทธิภาพต่อการลงทุน โดยที่รัฐต้องดำเนินการในทุกวิถที างเพ่อื สร้างกาลังคนที่มี ความรู้ความสามารถและมีศักยภาพเพียงพอ มีความสอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจการลงทุนท่ี เปลี่ยนแปลงไป 7.2 ข้อมูลสารสนเทศทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีท่ีทันสมัยและมีประสิทธิภาพ (The Scientific Information Explosion) ซงึ่ เป็นส่ิงทยี่ นื ยนั ชัดเจนไดว้ ่าขอ้ มูลสารสนเทศท่ีเปน็ ปจั จุบัน และทันสมัย มีประสิทธิภาพต่อการปรับใช้ จะส่งผลต่อกระบวนการจัดการเรียนการสอนและ การศกึ ษาของสังคมในหลากหลายรูปแบบ 7.3 พัฒนาการด้านศาสตร์ทางภูมิปัญญา (The Emergence of Cognitive Science) มีการพัฒนาและส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ทางภูมิปัญญาที่หลากหลายแขนง ท้ังน้ีเพื่อนำศักยภาพ ทางภมู ปิ ัญญาที่มอี ยู่หลากหลายแขนงนนั้ มาสรา้ งสรรค์และแก้ไขปญั หาของสงั คมโดยส่วนรวมต่อไป 7.4 การเปล่ียนแปลงความต้องการด้านทรัพยากรมนุษย์ (Changing Human Resources Needs) ซึ่งทรัพยากรมนุษยน์ ับไดว้ ่าเปน็ ปัจจัยสำคัญต่อการสง่ เสริมและพัฒนาการศึกษา โดยเฉพาะ อย่างยิ่งทรัพยากรมนุษย์ในสาขาวชิ าชีพท่ีขาดแคลนทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ท้ังน้ีจึงเป็น ภารกิจหลักของกระบวนการจัดการศึกษาเพ่ือผลิตกำลังคนในสาขาวิชาชีพท่ีขาดแคลนเหล่านั้นให้ เพียงพอกับความตอ้ งการของสงั คมทั้งในภาครัฐและเอกชน 7.5 การปรับระบบโครงสร้างทางการศึกษา (Restructuring Engineering Education) เพ่ือให้สอดคล้องกับสภาพความเปล่ียนแปลงทางสังคม รัฐและผู้เก่ียวข้องทุกฝ่ายจึงต้องจัดให้มี กระบวนการทางการศึกษาและการเรียนการสอนท่ีหลากหลายรูปแบบวิธีการ ตัวอย่างรูปแบบที่ สำคัญ เช่น การจัดสร้างโรงเรยี นแม่แบบ (Magnet School) โดยเนน้ การเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี นอกจากนี้อาจจัดให้มีการจัดต้ังเป็นอุทยาการวิจยั (Research Park) โดยใช้เทคโนโลยีข้ัน

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 371 สูงในการจัดระบบการเรียนการสอนและการศึกษาวิจัยในลักษณะเป็นกลุ่มเครือข่าย (Network) เชื่อมโยงความรรู้ ะหว่างสถาบนั การศึกษา เปน็ ต้น 7.6 ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศ (The Growing Importance of Information and Communication Technology) โดยเฉพาะพัฒนาการความก้าวหน้า ด้านวัสดุอุปกรณ์การสื่อสารทางไกลระบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อใช้ในการจัดการศึกษาและการเรียน การสอน เช่น ระบบการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ระบบ e-Learning และระบบการจัดประชุม ทางไกล (Teleconference) เป็นตน้ 8. คณุ ลกั ษณะของครูในศตวรรษที่ 21 ครูเป็นบุคคลท่ีสังคมให้ความสำคัญและยกย่อง ครูเป็นบุคคลสำคัญในการจัดกระบวนการ เรียนรู้ เป็นบุคคลท่ีส่งเสริมและสร้างสรรค์การเรียนรู้ของผู้เรียนให้มีคุณภาพ คุณภาพของผู้เรียน ขึ้นอยกู่ บั คุณภาพของครู ดร.อ่องจิต เมธยะประภาส (2557) กล่าวว่า \"ครูในยุคศตวรรษท่ี 21 ต้องมีลักษณะ E - Teacher\" ดังน้ี 1. Experience มีประสบการณใ์ นการจัดการเรียนรู้แบบใหม่ 2. Extended มที กั ษะการแสวงหาความรู้ 3. Expended มีความสามารถในการถ่ายทอดหรือขยายความรู้ของตนสู่นักเรียนผ่านสื่อ เทคโนโลยไี ด้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ 4. Exploration มีความสามารถในการเสาะหาและคัดเลือกเนื้อหาความรู้หรือเน้ือหาท่ี ทนั สมัย เหมาะสมและเป็นประโยชนต์ ่อผู้เรยี นผา่ นทางส่ือเทคโนโลยี 5. Evaluation เป็นนักประเมินท่ีดี มีความบริสุทธิ์และยุติธรรม และสามารถใช้เทคโนโลยี ในการประเมินผล 6. End-User เป็นผู้ทใ่ี ช้เทคโนโลยี (user) อยา่ งคุ้มค่า และใช้ได้อยา่ งหลากหลาย 7. Enabler สามารถใชเ้ ทคโนโลยีสรา้ งบทเรยี น 8. Engagement ต้องร่วมมือและแลกเปล่ียนเรียนรู้ซึ่งกันผ่านส่ือเทคโนโลยีจนพัฒนาเป็น เครอื ขา่ ยความรว่ มมอื เช่น เกดิ ชมุ ชนครูบน web 9. Efficient and Effective สามารถใช้ส่อื เทคโนโลยอี ยา่ งมีประสิทธิภาพและประสิทธผิ ล ทั้งในฐานะท่เี ปน็ ผ้ผู ลติ ความรู้ ผ้กู ระจายความรู้ และผู้ใชค้ วามรู้ 9. สมรรถนะของครูผ้สู อนในศตวรรษที่ 21 การพัฒนาสมรรถนะครูไทยในศตวรรษที่ 21 จำเป็นอย่างมาก เพ่ือให้ครูและข้าราชการครู ได้พัฒนาสมรรถนะต่อตัวเองและวิชาชีพ แนวทางการพัฒนาครู สมรรถนะหลัก (Core Competency) 5 ประการ และสมรรถนะตามสายปฏิบัติงาน (Functional Competency) 6 ประการ ครูยุคดิจิทัล การปรับตัว เพ่ือความยั่งยืนในวิชาชีพ เป็นคุณลักษณะของครูยุคใหม่ บุคคลแห่งการเรียนรู้ใน ศตวรรษท่ี 21 กระทรวงศกึ ษาธกิ ารไดก้ ำหนดไว้ ดังนี้

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 372 สมรรถนะหลัก (Core Competency) 5 ประการ ไดแ้ ก่ 1. การมุ่งผลสัมฤทธ์ิของการปฏิบัติงาน (Working Achievement Motivation) คือ ความมุ่งม่ันในการปฏิบัติงานในหน้าท่ีให้มีคุณภาพ ถูกต้อง ครบถ้วนสมบูรณ์ มีความคิดริเร่ิม สร้างสรรค์ โดยมีการวางแผน กำหนดเป้าหมาย ติดตามประเมินผลการปฏิบัติงาน และปรับปรุง พฒั นาประสิทธิภาพและผลงานอยา่ งต่อเน่ือง 2. การบริการท่ีดี (Service Mind) คือ ความตั้งใจและความเต็มใจในการให้บริการ และ การปรับปรุงระบบบริการให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเน่ือง เพื่อตอบสนองความต้องการของ ผ้รู ับบรกิ าร 3. การพัฒนาตนเอง (Self- Development) คือ การศึกษาค้นคว้า หาความรู้ ติดตาม และแลกเปล่ียนเรียนรู้องค์ความรู้ใหม่ ๆ ทางวิชาการและวิชาชีพ มีการสร้างองค์ความรู้และ นวตั กรรม เพื่อพัฒนาตนเอง และพฒั นางาน 4. การทำงานเป็นทีม (Team Work) คือ การให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือ สนับสนุน เสริมแรงให้กำลังใจแก่เพื่อนร่วมงาน การปรับตัวเข้ากับผู้อื่นหรือทีมงาน แสดงบทบาทการเป็นผู้นำ หรือผู้ตามได้อย่างเหมาะสมในการทำงานร่วมกับผู้อ่ืน เพ่ือสร้างและดำรงสัมพันธภาพของสมาชิก ตลอดจนเพื่อพฒั นาการจดั การศึกษาใหบ้ รรลุผลสำเร็จตามเปา้ หมาย 5. จริยธรรมและจรรยาบรรณครู (Teacher’s Ethics and Integrity) คือ การประพฤติ ปฏิบัติตนถูกต้องตามหลักคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพครู เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน และสงั คม เพื่อสรา้ งความศรัทธาในวชิ าชีพครู สมรรถนะตามสายปฏบิ ัตงิ าน (Functional Competency) 6 ประการ ได้แก่ 1. การบริหารหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ (Curriculum and Learning Management) คือ ความสามารถในการสร้างและพัฒนาหลักสูตรการออกแบบการเรียนรู้อย่างสอดคล้องและเป็น ระบบ จัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ใช้และพัฒนาส่ือนวัตกรรมเทคโนโลยี และการวัด ประเมนิ ผลการเรียนรู้ เพอื่ พฒั นาผเู้ รียนอย่างมีประสทิ ธภิ าพและเกิดประสทิ ธผิ ลสงู สดุ 2. การพัฒนาผู้เรียน (Student Development) คือ ความสามารถในการปลูกฝัง คณุ ธรรมจริยธรรม การพฒั นาทักษะชีวิต สุขภาพกาย และสุขภาพจิต ความเป็นประชาธปิ ไตย ความ ภมู ใิ จในความเปน็ ไทย การจัดระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรยี นเพือ่ พฒั นาผู้เรยี นให้มคี ุณภาพ 3. การบริหารจัดการช้ันเรียน (Classroom Management) คือ การจัดบรรยากาศการ เรยี นรู้ การจัดทำขอ้ มูลสารสนเทศและเอกสารประจำช้นั เรยี น/ประจำวิชา การกำกับดูแลช้ันเรียนราย ชั้น/รายวิชา เพอื่ ส่งเสรมิ การเรยี นร้อู ยา่ งมคี วามสุข และความปลอดภัยของผู้เรยี น 4. การวิเคราะห์ สังเคราะห์และวิจัยเพ่ือพัฒนาผู้เรียน (Analysis & Synthesis & Classroom Research) คอื ความสามารถในการทำความเขา้ ใจ แยกประเด็นเปน็ ส่วนย่อย รวบรวม ประมวลหาข้อสรุปอย่างมีระบบและนำไปใช้ในการวิจัยเพ่ือพัฒนาผู้เรียน รวมทั้งสามารถวิเคราะห์ องคก์ รหรืองานในภาพรวมและดำเนนิ การแก้ปัญหา เพอ่ื พฒั นางานอย่างเปน็ ระบบ 5. ภาวะผู้นำ ครู (Teacher Leadership) คือ คุณลักษณะและพฤติกรรมของครูที่แสดง ถึงความเก่ียวข้องสัมพันธ์ส่วนบุคคล และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันทั้งภายในและภายนอก

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 373 ห้องเรียนโดยปราศจากการใช้อิทธิพลของผู้บริหารสถานศึกษา ก่อให้เกิดพลังแห่งการเรียนรู้เพ่ือ พฒั นาการจดั การเรียนรใู้ หม้ ีคณุ ภาพ 6. การสรา้ งความสัมพันธ์และความร่วมมือกับชุมชน (Relationship & Collaborative – Building for Learning Management) คือ การประสานความร่วมมือ สร้างความสัมพันธ์ที่ดี และเครือข่ายกับผู้ปกครอง ชุมชน และองค์กรอื่นๆ ท้ังภาครัฐและเอกชน เพ่ือสนับสนุนส่งเสริมการ จดั การเรียนรู้ 10. ทักษะครูในศตวรรษที่ 21 ทกั ษะครูในศตวรรษท่ี 21 เป็นองค์ประกอบสำคัญทีผ่ ู้สอนควรตอ้ งมีในฐานะครู จำเป็นต้องมี จึงจะสามารถพัฒนาทักษะของตนเอง และผู้เรียนไปยังจุดมุ่งหมายที่ต้องการได้ ครูผู้สอนจะต้องมี ทกั ษะสำคญั สำหรับยุคนี้ที่เรียกวา่ C-Teacher ซงึ่ ได้แก่ Content: ผู้สอนต้องมีความรู้และทักษะในเร่ืองท่ีสอนเป็นอย่างดี เพราะหากผู้สอนไม่ เชยี่ วชาญในเร่ืองที่สอนหรือถ่ายทอด กไ็ ม่สามารถทำให้ผู้เรียนเรยี นรูไ้ ด้บรรลเุ ป้าหมาย Computer (ICT) Integration: ผู้สอนต้องมีทักษะในการใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการ จัดการเรียนการสอน เนื่องจากกิจกรรมการเรียนการสอนที่ใช้เทคโนโลยีจะช่วยกระตุ้นความสนใจ ให้แก่ผู้เรียน ย่ิงถ้าได้ผ่านการออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพจะยิ่งช่วย สง่ เสริมทกั ษะทีต่ อ้ งการได้เปน็ อยา่ งดี ภาพประกอบที่ 11.7 ผู้สอนใชเ้ ทคโนโลยมี าชว่ ยในการจัดการเรยี นการสอน Constructionist: ผู้สอนต้องเข้าใจแนวคิดท่ีว่า ผู้เรียนสามารถสร้างองค์ความรู้ข้ึนได้เอง จากการเช่ือมโยงความรู้เดิมที่มีอยู่เข้ากับความรู้และประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ได้รับ และได้จากการลง มอื ปฏิบตั ิในกิจกรรมต่าง ๆ โดยครูสามารถนำแนวคิดนี้ไปใช้ในการวางแผนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนได้มีโอกาสสร้างความรู้และสร้างสรรค์ชิ้นงานต่าง ๆ ผ่านการประยุกต์ความรู้และ ประสบการณท์ ่ีได้รับจากในชัน้ เรยี นและจากการศึกษาดว้ ยตนเอง

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 374 ภาพประกอบที่ 11.8 ผ้เู รียนสร้างสรรค์ชิ้นงาน Connectivity : ผู้สอนต้องสามารถจัดกิจกรรมให้เชื่อมโยงระหว่างผู้เรียนด้วยกัน ระหว่าง ผู้เรียนกับผู้สอนและระหว่างผู้สอนในสถานศึกษาเดียวกันหรือต่างสถานศึกษา รวมถึงความเชื่อมโยง ร ะ ห ว่ า ง ส ถ า น ศึ ก ษ า แ ล ะ ส ถ า น ศึ ก ษ า กั บ ชุ ม ช น เพื่ อ ส ร้ า ง ส ภ า พ แ ว ด ล้ อ ม ใน ก า ร เรี ย น รู้ ที่ เป็ น ประสบการณ์ตรงให้แกผ่ ู้เรียน ภาพประกอบที่ 11.9 การจัดกจิ กรรมเพ่ือเชื่อมโยงสถานศึกษากับชุมชน Collaboration : ผู้สอนมีบทบาทสำคัญในการจัดการเรียนรู้ในลักษณะการเรียนรู้แบบ ร่วมมือระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียน และระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน เพ่ือฝึกทักษะการทำงานเป็นทีม การเรียนรู้ด้วยตนเอง การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสารสนเทศระหว่างกัน ซึ่งจะส่งผลต่อการ พฒั นาผ้เู รียนในด้านทกั ษะอาชีพและทักษะชวี ติ Communication : ผู้สอนมีทักษะการส่ือสาร ทั้งการบรรยาย การยกตัวอย่าง การเลือกใช้ส่ือ การนำเสนอสื่อ รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมให้เอ้ือตอ่ การเรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผ้เู รียนได้ อย่างเหมาะสมนำไปสคู่ วามเขา้ ใจและสามารถเรียนรู้ได้บรรลเุ ปา้ หมายทก่ี ำหนดไว้

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 375 ภาพประกอบที่ 11.10 ใช้สื่อการเรียนการสอนในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ Creativity : ผู้สอนในศตวรรษที่ 21 จำเป็นต้องสร้างสรรค์กิจกรรรมการเรียนการสอนที่ หลากหลาย แปลกใหมจ่ ัดสภาพแวดล้อมให้เอ้ือต่อการเรียนรู้ของผเู้ รียนโดยเนน้ การเรียนรู้ด้วยตนเอง ให้มากที่สดุ ผ้สู อนตอ้ งเป็นมากกวา่ ผู้ถ่ายทอดความรู้โดยตรงเพียงอย่างเดยี ว Caring : ผสู้ อนต้องมีมุทิตาจิตต่อผู้เรยี น ต้องแสดงออกถึงความรัก ความห่วงใยอย่างจริงใจ ต่อผู้เรียน เพ่ือให้ผู้เรียนเกิดความเช่ือใจส่งผลต่อการจัดสภาพการเรียนรู้ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ซ่ึงเป็น สภาพท่ผี เู้ รยี นจะมีความสุขในการเรียนรู้และจะเรยี นรู้ไดด้ ที ีส่ ุด ครูในฐานะผู้สอนควรให้ความสำคัญกับการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ในขณะเดียวกันตอ้ งไมล่ มื ว่าครูเองก็เปน็ ผู้มีความสำคัญในบทบาททแ่ี ตกต่างกันแตม่ ีเป้าหมายเดียวกัน คือ พัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ มีทักษะและมีเจตคติที่ดีในการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ ด้วย เหตุปัจจัยทางสังคม เทคโนโลยีและการส่ือสารท่ีเปลี่ยนแปลงไปทำให้การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เน้นพัฒนาผเู้ รยี นให้ทนั กับยุคสมยั ทันกับปัญหาทีเ่ กิดขน้ึ ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม สามารถกา้ วผ่าน อุปสรรคต่าง ๆ ท่ีเกิดขึ้นได้ด้วยการใช้ความรู้ ทักษะ และเจตคติที่ได้รับการพัฒนามาจากห้องเรียน และนอกห้องเรยี นโดยมีครทู ำหนา้ ทต่ี ามบทบาทต่าง ๆ อย่างเต็มเปีย่ มดว้ ยประสิทธภิ าพ 11. บทบาทหน้าที่ครใู นศตวรรษท่ี 21 จากการเปล่ียนแปลงหลากหลายทางสังคมในศตวรรษที่ 21 ส่ิงแวดล้อมวิทยาการและ เทคโนโลยีต่าง ๆ ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตสังคมและวิชาชีพของครูอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ครูในยุค ปัจจบุ ันได้มบี ทบาทการเปล่ียนแปลงตามยคุ สมัย ครจู ึงตอ้ งเป็นผพู้ ฒั นาตนเองใหท้ ันต่อความก้าวหน้า ในโลกแห่งข้อมูลข่าวสารอย่างเสมอ สนใจเรียนรู้ในสิ่งใหม่ ๆอยู่เสมอ และนำมาปรับใช้กับการเรียน การสอน การอบรมนักเรียน ให้ตนเองเกิดการพัฒนาอย่างต่อเน่ือง ในโลกปัจจุบันมีการเปล่ียนแปลง อยา่ งรวดเรว็ บทบาทหน้าที่ของครใู นศตวรรษท่ี 21 สามารถสรปุ ได้ดงั นี้ 1. ครูตอ้ งรู้ความตอ้ งการของผู้เรียนและผ้เู รยี นกต็ อ้ งเขา้ ใจจดุ ประสงคข์ องครู 2. ครูตอ้ งใหผ้ ู้เรยี นรูจ้ กั แสวงหาความรรู้ ู้จักใชข้ ้อมลู ทเ่ี ป็นประโยชน์

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 376 3. ครูต้องให้ผู้เรียนใช้อินเทอร์เน็ตและให้ผู้ปกครองช่วยสอดส่องดูแลครูให้คำแนะนำในการ ใชเ้ ครอื่ งมือสอ่ื สารและการใช้ Social Media 4. ครูต้องให้คำปรึกษาแก่ผู้ปกครองนักเรยี นครูเป็นผอู้ ำนวยการจัดกระบวนการเรยี นรู้ให้กับ ผู้เรยี นอย่างถูกต้อง 5. การเรียนรตู้ ้องสรา้ งสรรคส์ ง่ิ ใหม่ๆตดิ ตามข่าวสารนวัตกรรมใหมๆ่ อยู่เสมอ 6. ครตู อ้ งสง่ เสรมิ ให้ผู้เรียนเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ สามารถพง่ึ พาตนเองได้ 7. ครตู อ้ งทำการวิจยั วิจยั ในชัน้ เรียนเพ่อื แก้ปัญหาผู้เรยี น 8. ครูตอ้ งมีบทบาทรว่ มกบั สถานศกึ ษาและชมุ ชนในการจดั การความรขู้ องผู้เรียน 9. ครูตอ้ งรกั ษาวินยั มจี รรยาบรรณ 10. ครูตอ้ งพัฒนาตนเองอยเู่ สมอ ครูมีบทบาทหน้าท่ีสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาของผู้เรียนต้องเป็นคนดีคนเก่งคนทันโลก ครู มืออาชีพต้องมีบทบาทในการจัดความรู้และพัฒนาตนเองอยู่เสมอจึงจะเหมาะสมกับการเป็นครูใน ศตวรรษท่ี 21 12. การยกระดบั คุณภาพครูไทยในศตวรรษที่ 21 ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงบริบทสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการสื่อสาร ปัจจุบันโลกไร้พรมแดนท่ีเป็นไปอย่างต่อเน่ือง รวดเร็วและ รุนแรง การศึกษายังคงเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตมนุษย์และการพัฒนาประเทศท่ี เชื่อมโยงกันท่ัวโลก ให้สามารถดำรงชีวิตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงน้ีได้อย่างย่ังยืน ทั้งที่เป็น การศกึ ษา ในระบบ นอกระบบและตามอัธยาศัย รวมท้ังการศึกษาตลอดชีวิต การจัดระบบการศึกษา ทส่ี นองตอบ ความต้องการของบุคคล สังคม และประเทศชาติมากเท่าไร หมายถึงการพัฒนาคุณภาพการ เรียนรู้ของผู้เรียนให้มีศักยภาพเพิ่มข้ึนเพียงน้ัน บุคคลสำคัญท่สี ุดในกระบวนการพัฒนาการศึกษาและ การพัฒนาการเรียนรู้ ก็คือ “ครู” ครูยังคงเป็นผู้ท่ีมีความหมายและปัจจัยมากท่ีสุดในห้องเรียน และ เป็นผู้ที่มีความสำคัญต่อคุณภาพการศึกษา ท้ังนี้เพราะคุณภาพของผู้เรียนขึ้นอยู่กับคุณภาพของครู (McKinsey, 2007; วรากรณ์ สามโกเศศ, 2553; ดิเรก พรสีมา, 2554) ครูเป็นปัจจัยสำคัญในระดับ โรงเรียนท่ีส่งผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียนมากท่ีสุด จากการทดสอบระดับนานาชาติ ประเทศท่ีมี ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนรู้สูง จะมีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงกว่า ขณะเดียวกันประเทศ ท่ีมีประชากรมีการศึกษาดีมีคุณภาพจะมีความเป็นประชาธิปไตยและเสถียรภาพทางการเมืองและ สังคมสูงกว่า (Hanushek และ Rivkin, 2010) ทำอย่างไร ที่จะให้ครูได้รับการพัฒนาคุณภาพ มีศักยภาพ เป็น “ครูเพ่ือศิษย์” อย่างสมบูรณ์ มีทักษะการเรียนรู้ และต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต เพราะ เป็นการเรียนรู้เพ่ือชีวิตของตนเอง ระหว่างเป็นครูเป็นการเรียนรู้และมีศักดิ์ศรีสำหรับการเป็นครู เพื่อศิษย์และเพื่อการดำรงชีวิตของตนเอง (วิจารณ์ พานิช, 2551; 2557) มีสมรรถนะและความ เช่ียวชาญในการทำงานท่ีประกอบด้วยความรู้ ทักษะ และทัศนคติท่ีดีต่อการทำงานท่ีเน้นทักษะ มากกวา่ ความรู้ (กฤษณพงศ์ กีรติกร, 2557) เปลี่ยนวิธีการสอนที่เน้น “วิชาเปน็ ตัวต้ัง”เป็น “เน้นชวี ิต

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 377 ผู้เรียนเป็นตัวต้ัง” (ประเวศ วะสี, 2553) หรือมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (ราชกิจจานุเบกษา, 2542) อย่างจรงิ จัง มีการพัฒนาวิชาชีพเป็นท่ียอมรบั ของสังคม (ไพฑูรย์ สนิ ลารัตน์, 2557) เป็นครูทีม่ ีค่า คือ เป็นครูท่ีทำงานแต่ไม่ทำเงิน คิดถึงส่วนรวมมากกว่าส่วนตน ค้นคว้าเพ่ิมพูนปัญญา และเป่ียมไปด้วย เมตตากรณุ า (สมุ น อมรวิวฒั น์, 2555) สถานการณ์ครไู ทยปัจจุบนั : ความจำเปน็ ในการยกระดบั และพฒั นาคณุ ภาพครู นับจากอดีตจนถึงปจั จุบัน สงั คมไทยยงั คงให้ ความสำคัญต่อ “ครู” ว่าเปน็ บคุ คลท่จี ะสง่ เสริม และสรรค์สร้างการเรียนรู้ของผูเ้ รียนให้มคี ณุ ภาพ และเมื่อสถานการณก์ ารเรียนรู้เปลย่ี นแปลงไป ท้ังที่ เป็นการเรียนรู้ในระบบ นอกระบบและตามอัธยาศัย ที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตท่ีจำเป็นต้อง ได้รับการส่งเสริมพัฒนาและยกย่องเพื่อร่วมกันปกป้อง และเสริมสร้างการเรียนรู้ของเด็กหรือผู้เรียน ให้เป็นผู้ท่ีมีความรู้ ทักษะ เจตคติ และค่านิยมอันดีงาม รวมทั้งมีคุณธรรมจริยธรรมเป็นคนดีของ ชุมชน สังคม และประเทศชาติ (วรากรณ์ สามโกเมศและคณะ, 2553) สำหรับครูในสถานศึกษาหรือ ครูในระบบปัจจุบันเป็นครูกลุ่มหลักที่ยังคงมีบทบาทสำคัญต่อการเรียนรู้และคุณภาพของผู้เรียน จากสถิติการศึกษาของประเทศไทย ปี 2555-2556 (สำนักงานเลขาธิการ สภาการศึกษา, 2557) มีคร/ู คณาจารย์ รวม 740,199 คน จำแนกเป็น 1. ครรู ะดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และปฐมวัย จำนวน 673,639 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 91 และ 2. คณาจารยร์ ะดับอุดมศึกษา จำนวน 66,650 คน คิดเป็นร้อย ละ 9 ปีการศึกษา 2555 ครูคณาจารย์ดังกล่าวรับผิดชอบผู้เรียนในระบบแต่ละระดับท้ังส้ิน 14,079,980 คน จำแนกเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานและปฐมวัย จำนวน 12,322,197 คน คิดเป็นร้อย ละ87.51 และการศึกษาระดับอุดมศึกษา จำนวน 1,757,783 คน คิดเป็นร้อยละ 12.49 อัตราส่วน นักเรียน/นักศึกษาต่อครู สำหรับการศึกษาข้ันพ้ืนฐานและปฐมวัย คิดเป็น 18.3:1 และ สำหรับ ระดับอุดมศึกษา คิดเป็น 26.4 1: 1 อาจกล่าวได้ว่า อัตราส่วนนักเรียนต่อครู โดยเฉพาะระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐานและปฐมวัยโดยภาพรวมยังคงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานของ ก.ค.ศ. ที่กำหนดไว้คือ 25:1 ท่ีน่าจะเพียงพอต่อความต้องการของสถานศึกษา อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนนักเรียนต่อครู ดังกล่าว ก็ไม่สามารถสะท้อนความหลากลาย ของการจัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐานดังกล่าวท่ีมีพ้ืนท่ี แตกต่างกันทั้งในเมือง ชนบท และชายแดน ที่ยังคงมีครูเกินเกณฑ์ในบางพ้ืนที่ และไม่ครบตามเกณฑ์ ในหลายพ้ืนท่ี รวมทั้งการขาดแคลนครูเชิงคุณภาพตามสาระวิชา เช่น ภาษา วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ บางแห่งไม่มีครูสอนเฉพาะวิชา (สำนักงานเลขาธิการ สภาการศึกษา, 2551; สำนักงานเลขาธิการ วุฒิสภา, 2552; สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมิน คุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน, 2554) ขณะเดียวกัน การขาดแคลนครูเชิงปริมาณในอนาคตจะทวีความรุนแรงย่ิงขึ้น เมื่อครูจะเกษียณใน รอบห้าปีข้างหน้า (2556-2560) ถึง 97,254 คน มีจำนวนระหว่าง ปีละ 10,932 คน ถึง 25,431 คน (สำนักงาน ก.ค.ศ., 2556) หากไม่เตรียมการผลิตท่ีสอดคล้องกับความ ต้องการทั้งเชิงปริมาณและ คุณภาพก็จะส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาของผู้เรียนอย่างหลีกเล่ียงไม่ได้ อีกทั้งคณะกรรมการกำหนด เป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ได้กำหนดให้มีการคืนอัตรา เกษียณ ให้ กระทรวงศึกษาธิการ ไว้เพียงปี 2556 หลังจากนั้น จะคืนให้เพียงร้อยละ 20 ซึ่งจะได้คนื เพยี ง 20,000 อตั ราเท่าน้นั จึงนับเปน็ วกิ ฤตกิ ารณ์และความท้าทายตอ่ ระบบครูและระบบการศึกษาท่ีน่าห่วงใยย่งิ

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 378 การยกระดบั และการพฒั นาครูปจั จบุ ัน ดว้ ยภารกิจและความรับผิดชอบต่อคุณภาพของนักเรียน/นักศึกษาดังกลา่ ว หากจะพิจารณา ถึงวงจรของระบบครปู จั จบุ นั ประกอบไปดว้ ย การผลิตครู การพัฒนา และการใช้ครู พบว่า 1. การผลิตครู มีการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพครูโดยคุรุสภา และมีสถาบันผลิตครูในความ รับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ท้ังภาครัฐ เอกชน และคณะสงฆ์ ถึง 77 แห่ง ปี 2553 ทุกชั้นปี จำนวน 123,070 คน สำเร็จการศึกษา 15,466 คน คิดเป็นร้อยละ 12.56 และ เขา้ ใหม่ 47,436 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 38.54 พบวา่ คุณลักษณะครูท่ีต้องการควรเป็นครูท่ีมีจิตวญิ ญาณ ของความเป็นครูและผู้ให้ มีความรู้ ความสามารถและทักษะในการจัดการเรียนรู้ ผู้อำนวยความ สะดวก นวัตกรรมผู้สร้างแรงบันดาลใจ ตามทันเทคโนโลยี มีคุณธรรม มีความภาคภูมิใจในความเป็น ไทย รู้และเข้าใจอัตลักษณ์ของความเป็นพลเมืองและพลโลก สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง ในศตวรรษท่ี 21 และประชาคมอาเซียน การผลิตครูจึงต้องการการออกแบบที่สอดคล้องกับการ เรียนรแู้ บบใหม่ในศตวรรษท่ี 21 บนพื้นฐานความเป็นไทย ที่ต้องรณรงค์และคดั เลอื กให้คนเก่งคนดมี า เป็นครคู วบคู่กบั การจดั ระบบการตอบแทนที่เหมาะสมและศกั ด์ิศรีของครูมืออาชีพ ท่คี วรปฏริ ูประบบ การผลิตครูของครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ท่ีทันสมัยสอดคล้องกับการเปล่ียนแปลงทางวิทยาการและ ความรู้พลิกรูปแบบของการผลิตและพฒั นาครูให้เป็นผจู้ ดั กระบวนการเรียนรู้ 2. การพัฒนา การพัฒนาครูเป็นหน้าที่ของต้นสังกัด และมีองค์กรกลางด้านนโยบายและ ส่งเสริมการพัฒนาครู (สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา : สคบศ.) ที่ยังคง ต้องการการกระจายการพัฒนาไปทส่ี ถานศึกษาโดยตรง ตามความตอ้ งการการพฒั นาทแ่ี ท้จริงของครู ความเสมอภาคในโอกาสไดร้ บั การพฒั นาระหว่างครูในเมืองและครใู นชนบท ครใู นโรงเรียนขนาดใหญ่ และครูในโรงเรียนขนาดกลางหรือขนาดเล็ก โดยเฉพาะนวัตกรรมการพัฒนาที่หลากหลายท่ีให้ ความสำคัญว่าครูคือผู้เรียน (Teachers as Learners) ท่ีต้องแสวงหาและได้รับการเรียนรู้อย่าง ต่อเนื่องเพื่อศิษย์ท่ีมีคุณภาพ โดยเฉพาะทักษะการจัดการเรียนรู้ท่ีสอดคล้องกับสถานการณ์และ ผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21 เช่น การทำห้องเรียนให้เป็นห้องทำงาน ทักษะปฏิสัมพันธ์ระหวา่ งครูกับศิษย์ ทักษะการตั้งคำถาม ทักษะการออกแบบการเรียนรู้แบบ active learning ทักษะการจัดกิจกรรม ทักษะการให้ข้อมูลย้อนกลับแก่นักเรียนและเพ่ือนครู ทักษะการเรียนรู้เป็นทีม ทักษะการพัฒนา ผูเ้ รยี นให้เปน็ ผูเ้ รียนแบบรจู้ ริง ทกั ษะการพัฒนาผเู้ รยี นให้เปน็ ผกู้ ำกับการเรยี นร้ขู องตนเองได้ ฯลฯ 3. การใช้ครู (การบริหารจัดการครู) มอี งคก์ รบรหิ ารจัดการครโู ดยคณะกรรมการข้าราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) องค์กรวิชาชีพครูโดยคุรุสภา ทำหน้าที่ควบคุมและส่งเสริม มาตรฐานวิชาชีพครู พบว่า ต้องการครูที่สอดคล้องกับความขาดแคลนเชิงปริมาณและคุณภาพและ สามารถกำหนดความต้องการไดเ้ อง โดยเฉพาะครปู ระจำสาระวชิ า ครวู ชิ าเอก การสร้างแรงจงู ใจและ ความภาคภูมิใจในวิชาชีพ การควบคุมมาตรฐานคุณภาพและการพัฒนาวิชาชีพครูที่สอดคล้องกับ สภาพจริง การรักษาและปกป้องสิทธิครู รวมท้ังการประเมินครเู พื่อเลื่อนวิทยฐานะตามสภาพจรงิ และ ผลท่ีเกิดกับผู้เรียนท่ีผูกกับความรู้ความสามารถของครูควรควบคุมมาตรฐานครู ควรปฏิรูประบบการ สอนของครูที่เน้นการคิดวิเคราะห์และมีวิจารณญาณของผู้เรียน การประเมินครูแบบค่าสัมพัทธ์ ที่ให้

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 379 ความสำคัญต่อความเปลี่ยนแปลงสุทธิท่ีเกิดกับปัจจัย (net gain) รวมท้ังภาวะผู้นำของผู้บริหาร และ ธรรมาภิบาล การผลิต การพัฒนา และการใช้ครู ล้วนต้องการการปรับปรุงและพัฒนาที่นำไปสู่การ ยกระดับครูเพื่อคุณภาพของผู้เรียนทั้งสิ้น แม้ว่า ปัจจุบันจะมีข้อเสนอนโยบายการพัฒนาครูจาก องค์กร นโยบายที่เกย่ี วขอ้ งมาแลว้ อย่างต่อเนือ่ งกต็ าม แตก่ ย็ งั ต้องการการเตมิ เต็มในระบบและนำไปสู่ การปฏิบัติให้มากขึ้นอยา่ งเป็นรูปธรรม ทง้ั ด้านการผลิต การพฒั นา และการใช้ครูในโอกาสตอ่ ไป ขอ้ เสนอการยกระดบั คณุ ภาพครใู นศตวรรษที่ 21 เพื่อให้เกิดการยกระดับคุณภาพครูไทยระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐานที่สามารถปฏิบัติได้จริง เป็นครูที่มีคุณภาพ สมควรกำหนดคุณลักษณะครูท่ีมีคุณภาพ ภายใต้แนวคิด หลักการ วิสัยทัศน์ เปา้ ประสงคย์ ุทธศาสตรม์ าตรการ และแนวทาง ดังน้ี คุณลักษณะครูที่มีคุณภาพ คือ 1. เปน็ ผทู้ ี่มีจิตวญิ ญาณของความเป็นครแู ละผใู้ ห้ 2. มคี วามรู้ ความสามารถ และทักษะการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 3. มีทักษะการส่ือสาร 4. อำนวยความสะดวกในการเรยี นรทู้ ี่มปี ระสิทธิภาพ 5. ต่นื รู้ ทันสมัยทันเหตกุ ารณ์ 6. ตามทนั เทคโนโลยีและข่าวสารความกา้ วหนา้ ทางวทิ ยาการและความรู้ 7. สรา้ งแรงบันดาลใจในการเรียนร้ขู องผเู้ รยี น 8. ใฝ่คว้าและแสวงหาความรู้อยา่ งตอ่ เนอื่ ง 9. เป็นแบบอยา่ งทางคณุ ธรรมจริยธรรม และศลี ธรรม 10. รู้และเข้าใจในอัตลกั ษณ์ความเปน็ ชนชาติไทยทีห่ ลากหลาย 11. ภาคภมู ใิ จในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก 12. ยอมรับและเป็นผูน้ ำการเปลย่ี นแปลง 13. มคี วามพร้อมและปรับปรนตอ่ การเปลย่ี นแปลงของโลกและประชาคมอาเซียน แนวคดิ ครูเป็นบุคคลสำคัญที่สุดในกระบวนการเรียนรทู้ ่ีต้องได้รับการยกระดับคุณภาพท้ังระบบและ ต่อเน่ืองท้ังด้านการผลิต การพัฒนา และการใช้ครู อันจะส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียน ประชาชนและ การพฒั นาประเทศในท่ีสดุ หลกั การ ยกระดับคุณภาพครทู ัง้ ระบบ ที่สามารถปฏบิ ตั ไิ ดจ้ ริงท้งั ระยะสนั้ และระยะยาว วสิ ัยทัศน์ ยกระดับครไู ทยใหม้ ีความรอบรู้ ทักษะการจัดการเรียนรู้ เปี่ยมด้วยคณุ ธรรม เปา้ ประสงค์ เพ่ือให้ครูไทยระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นแบบอย่างท่ีดีของศิษย์ มีศักยภาพในการจัดการ เรียนรู้ เปน็ ครูแนวใหมเ่ พอ่ื ศิษย์ทีม่ ีคณุ ภาพ

380 ยทุ ธศาสตร์ เพ่ือให้สอดคล้องกับคุณลักษณะครูที่มีคุณภาพ แนวคิด หลักการ วิสัยทัศน์ เป้าประสงค์ จึงควรกำหนดยทุ ธศาสตร์ ประกอบด้วย มาตรการ แนวทางและผู้รับผดิ ชอบ ดงั นี้ ตารางที่ 11.1 ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 1 การสรา้ งมาตรฐานวิชาชพี ครใู หเ้ ป็นทย่ี อมรบั ท่ี มาตรการ แนวทาง ผู้รบั ผิดชอบ 1 จัดระบบการออก 1.1 จั ด ให้ มี ก าร ส อ บ เพ่ื อ รั บ แ ล ะ ต่ อ คุรุสภา/คณะกรรมการ มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบงใบอนุญาตประกอบ ใบอนญุ าต ประกอบ วชิ าชีพแทนการได้รับแบบ ข้าราชการครูบุคลากร วิชาชีพ เงินเดือน อัตโนมัติ1.2. กำหนดให้ครูทุกคนต้องพัฒนา ทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) และวิททยฐานะ ตนเองทุกปีผลการพัฒนาครูเชื่อมโยงกับผลงาน /ต้นสังกัด เช่น สพฐ. วิทยฐานะและการตอ่ ใบอนุญาตวิชาชีพครู องค์กรปกครองส่วน 1.3 พัฒนาระบบเงินเดือน การตอบแทนครู ทอ้ งถนิ่ /เอกชน ที่เหมาะสม ยึดโยงกับผลงานและผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรยี นของผ้เู รยี น ตามสภาพจริง 1.4 ประเมินผลการทำงานของครูด้วย วิธีการประเมิน แบบค่าสัมพัทธ์ (relative) ที่ คำนึงถึงความต่างระหว่าง ผลผลิตกับปัจจัย (net) 2 จูงใจให้คนเก่งคนดี พัฒนาระบบการจูงใจให้คนเก่งมาเรียนครูและ คุรุสภา/สกอ./สถาบัน เข้าสู่อาชีพครู จัดสรร ตำแหน่งที่เหมาะสมรองรับเมื่อจบ ผลติ ครู และต้นสงั กัด การศึกษาโดยคัดสรร จากผ้มู ีผลการเรยี นระดับ สูงสุดเข้าเรยี นครู 3 ยกย่องและเชิดชู ปรับระบบการยกย่องและเชิดชูเกียรติครูท่ีมี ครุ สุ ภา/ต้นสังกดั เกียรติครูท่ีมีผลงาน ผลงานดีเด่น ด้วยระบบแมวมอง แทนการเสนอ ผู้บริหาสถานศึกษา/ ดเี ด่น คณุ ธรรมและ ตนเองของครู และมีสวัสดิการตอบแทน หน่วยงานทเี่ ก่ียวข้อง จรรยาบรรณ ต่อเนื่อง ตารางที่ 11.2 ยุทธศาสตรท์ ่ี 2 การผลติ ครใู ห้ได้มาตรฐานเพอื่ รองรับการเรยี นรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่ มาตรการ แนวทาง ผรู้ บั ผดิ ชอบ สถาบันผลติ ครู 1 ปฏริ ปู การ 1.1 พฒั นาหลักสูตรทีส่ อดคล้องกบั ครุศาสตร์/ การเรยี นรู้แบบทางความร้แู ละเทคโนโลยี ศกึ ษาศาสตรใ์ ห้ทนั 1.2 พลกิ /พัฒนารูปแบบและวิธีการสอน สมัยกับวิทยาการ ของครูใหเ้ ป็นผจู้ ดั กระบวนการเรยี นรู้ การเรียนรู้ 1.3 จดั ระบบการฝึกสอน และการนิเทศ ให้มปี ระสิทธิภาพ 1.4 สร้างงานวจิ ยั เพือ่ พฒั นาการเรยี นรู้ ท่สี อด

381 ตารางที่ 11.2 (ตอ่ ) ที่ มาตรการ แนวทาง ผู้รบั ผิดชอบ 1.5 พัฒนาใหม่ในศตวรรษที่ 21 คลอ้ งกบั สกอ./ สถาบันผลติ ครู ร่วมกับต้นสงั กัด ววิ ัฒนาการคณาจารยใ์ หม้ ีความก้าวหน้าทาง สถานศึกษาผู้ใชค้ รูเช่น สพฐ องค์กรปกครอง วชิ าการและการ สรา้ งองค์ความรู้ใหม่ สว่ นท้องถนิ่ 1.6 พฒั นาคณาจารยใ์ หม้ ีความก้าวหน้าทาง วิชาการและการ สรา้ งองค์ความรใู้ หม่ มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 2 ลดการผลติ ครู วางแผน ลดและดำเนนิ การตามแผนการผลติ เชิงปริมาณและ ครูท่ี สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของ ผลติ ครู ลดการผลติ สถานศึกษา ทั้งเชิงปรมิ าณและคุณภาพ ครเู ชิง ปริมาณและ โดยเฉพาะสาขาขาดแคลนอย่างมปี ระสิทธิภาพ ผลติ ครู สาขา ขาดแคลนให้ สอดคลอ้ งกับ ความ ตอ้ งการของ สถานศกึ ษา ตารางที่ 11.3 ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 3 การพฒั นาครูให้เกิดทกั ษะการจดั การเรยี นรเู้ พ่ือทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ท่ี มาตรการ แนวทาง ผรู้ ับผิดชอบ 1 ปฏิรปู วธิ ีการพัฒนา 1.1 ลด/ยกเลกิ วิธกี ารพฒั นาทีเ่ น้นการ สถาบันผลติ คร/ู เขต ครใู หส้ อดคล้องกบั อบรม เป็นการพฒั นาครู โดยใชโ้ รงเรยี นเป็น พ้นื ทีก่ ารศึกษา/องค์กร การเรียนร้ใู น ฐาน ให้เกดิ การพัฒนาการเรยี นรู้ของครทู ี่ ปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ / ศตวรรษที่ 21 โรงเรยี น เชน่ จัดระบบการจดั การความรู้ ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา ภายในสถานศกึ ษา จัดตง้ั ชมุ ชนแห่งการเรยี นรู้ สพฐ. /องค์กรปกครอง จดั ต้งั คลนิ ิกครูเพ่ือการเรียนรู้ จัดระบบครูพี่ สว่ นท้องถนิ่ /สถาน เลีย้ ง เพื่อนชว่ ยเพ่ือน การนิเทศภายใน เป็นต้น ศึกษา ผ้บู รหิ ารสถาน 1.2 พัฒนาทักษะการจัดการเรยี นรู้ใน ศกึ ษา รปู แบบและวิธกี ารตา่ ง ๆ ทส่ี อดคล้องกับ สถานการณ์และผู้เรยี น เชน่ การทำห้องเรยี น ให้เปน็ หอ้ งทำงาน ทักษะปฏสิ ัมพันธ์ระหวา่ งครู กบั ศิษย์ ทักษะการตั้งคำถาม ทักษะการ ออกแบบการเรยี นรู้แบบ active learning ทกั ษะการจดั กิจกรรม ทักษะการให้ข้อมูล ย้อนกลับแกน่ กั เรยี นและเพ่ือนครู

382 ตารางที่ 11.3 (ต่อ)มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบงแนวทาง ผู้รบั ผิดชอบ ท่ี มาตรการ 1.3 นำเทคโนโลยมี าใชเ้ พ่ือการพฒั นาโดย สำนักงบประมาณ/ 2 ส่งเสริมความรู้และ พัฒนาระบบ ออนไลน์เพื่อการพัฒนาครูจัดตง้ั ต้นสงั กัด สำนกั งาน การพัฒนาครูตาม คลังเทคโนโลยเี พื่อการพฒั นาใหค้ รสู ามารถใช้ เลขาธกิ ารสภา ความต้องการ บรกิ ารเพ่ือการจัดการเรยี นรไู้ ด้อย่างทนั สมยั การศกึ ษา/คุรุสภา/ และคล่องตวั สถาบันผลติ ครู 1.4 สง่ เสริมการพัฒนาตนเองของครอู ยา่ ง ต่อเนื่อง เชน่ การเขา้ ประชมุ สัมมนา ศึกษาต่อ ดงู านแลกเปลย่ี นเรียนรู้ คน้ คว้า หาความรู้ดว้ ย ตนเอง รับการนิเทศ โดยเฉพาะการเรยี นร้จู าก การปฏบิ ตั งิ านจนเกิดความชำนาญ 1.5 สรา้ งเครอื ข่ายการพฒั นา ท้ังในและนอก สถานศึกษาเพื่อการแลกเปลีย่ นเรียนรู้ เช่น เครอื ข่ายเสมอื นจรงิ (ออนไลน)์ เครอื ขา่ ยครู เฉพาะสาขาวิชา เครอื ข่ายครูสอนดี เครือข่าย ครู ผปู้ กครองและชมุ ชน 2.1 วิจัยและพัฒนานวตั กรรมการเรยี นรู้ และการเรยี นการสอน ของครูให้ทนั สมยั และ สอดคลอ้ งกบั การเปลีย่ นแปลงและ ความกา้ วหน้าทางการศึกษาและการเรียนรู้ อย่างต่อเนอ่ื ง 2.2 จดั ให้มคี ปู องการพัฒนาประจำปีจดั สรร ใหค้ รูแต่ละบุคคล ตามความต้องการเฉพาะให้ ครูทุกคนตอ้ งไดร้ ับการพัฒนาและนำเป็นส่วน หน่งึ ของการประเมนิ ผลงาน ตารางท่ี 11.4 ยุทธศาสตร์ที่ 4 การเสริมสรา้ งประสิทธิภาพการใช้ครู ที่ มาตรการ แนวทาง ผู้รับผดิ ชอบ 1 เตรียมครแู ละ 1.1 จัดใหม้ ีการปฐมนเิ ทศครูใหมแ่ ละทำ ตน้ สงั กัด/ผู้บรหิ าร สนบั สนุนการสอน ความเข้าใจใน ปรัชญา จดุ มุ่งหมาย หลกั สตู ร สถานศึกษา ของครใู หม้ ี และวธิ กี ารเรียนการสอน จติ วิญญาณ และ ประสทิ ธิภาพ ความเป็นครทู ี่ดี 1.2 กำหนดจำนวนนกั เรียนต่อครใู ห้ เหมาะสมและสอดคลอ้ ง กบั การเรยี นการสอน 1.3 พฒั นาและจัดส่ือการสอนทม่ี คี ุณภาพ สอดคล้องกับเนื้อหาสาระวิชา ท้ังท่ีเป็นสอ่ื เน้อื หาและส่ือเทคโนโลยที ่ีทันสมัย

383 ตารางที่ 11.4 (ต่อ) แนวทาง ผรู้ บั ผดิ ชอบ ที่ มาตรการ 2.1 ปรบั เปลยี่ นรปู แบบการสอนของครใู ห้ ตน้ สังกดั /ผู้บริหาร 2 ปฏริ ปู หอ้ งเรยี น เป็นผูจ้ ดั กระบวนการเรียนรู้แทนการสอนแบบ สถานศึกษา ด้ังเดมิ 2.2 จดั ระบบเครือขา่ ยและนิเทศการสอน ภายในสถานศกึ ษา (ห้องเรยี น) ให้มี ประสทิ ธิภาพ มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 2.3 จัดใหม้ ีครตู น้ แบบ (master teachers) เพื่อเปน็ พีเ่ ลย้ี ง และชว่ ยเหลือทางวิชาการ/การ จดั การเรยี นรขู้ องครู ตารางที่ 11.5 ยทุ ธศาสตร์ท่ี 5 การสง่ เสรมิ และพัฒนาสิทธคิ รู ท่ี มาตรการ แนวทาง ผู้รบั ผดิ ชอบ 1 เสริมสร้างสทิ ธิครู จัดตั้งและพฒั นากองทนุ พฒั นาครูคณาจารย์ สำนักงบประมาณ/ และบุคลากร ทางการศกึ ษา เพ่อื สิทธใิ นการ กระทรวงศึกษาธิการ/ ไดร้ บั การส่งเสรมิ และพัฒนาอยา่ งตอ่ เนื่อง ครุ ุสภา 2 รักษาและปกป้อง จัดตั้งองค์กรเพื่อรักษา สนับสนุนและปกป้อง คุรสุ ภา/ต้นสงั กดั สทิ ธคิ รู สทิ ธิครู้เมอื เผชิญกบั สภาวการณเ์ ปลี่ยนแปลง สถานภาพ ภาวะวกิ ฤติ หรือภยันตรายที่มี ผลกระทบต่อการปฏิบัตงิ าน ขวญั กำลงั ใจของ ครู 13. บทสรปุ การจัดการเรียนรใู้ นศตวรรษที่ 21 เนน้ ใหท้ ้ังผเู้ รียนและครกู ้าวหน้าเขา้ สกู่ ารเรียนรู้ไปพรอ้ มๆ กัน ผู้ที่ต้องพัฒนาไมใ่ ช่เพียงผู้เรียนเท่าน้ัน แต่รวมไปถงึ ครูด้วยที่ต้องปรับบทบาทเป็นครใู นศตวรรษที่ 21 โดยการไม่ต้ังตนเป็น “ผูร้ ู้”แตเ่ ป็น “ผูเ้ รียนร”ู้ เรยี นไปพรอ้ มกับผเู้ รยี น ปรบั กระบวนการเรยี นการ สอนเป็น “สอนน้อย เรียนมาก” เรียนรู้จากการปฏิบัติ เรียนรู้จากชีวิตจริง เรียนรู้จากความซับซ้อน และความไม่ชัดเจนของโลกและสังคม รวมไปถึงสร้างความรู้ข้ึนใช้เองและส่งเสริมให้ผู้เรียนสร้าง ความรู้ข้ึนใช้เอง เช่นกัน ครูต้องพัฒนาและปรับเปล่ียนบทบาทเป็น “โค้ช” และการออกแบบการ เรยี นรู้ในศตวรรษที่ 21 คำถามทบทวน 1. การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่ 2019 (COVID 19) ส่งผลกระทบต่อวิชาชีพครู อยา่ งไร 2. ครมู ีการปรับตัวอยา่ งไรเก่ยี วกบั การเรียนการสอนในยคุ COVID 19

384 3. ในการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการจัดการเรียนการสอน ครูควรมีความรู้ความเข้าใจ เกย่ี วกับเทคโนโลยีในเร่อื งใดบา้ ง 4. ครูในยคุ ศตวรรษท่ี 21 หรือ ครใู นยุคโลกาภวิ ัฒน์ จะตอ้ งมีความรกู้ วา้ งไกลในเรือ่ งใด 5. เพราะเหตุใดจงึ ตอ้ งมกี ารยกระดับและพฒั นาคุณภาพครู เอกสารอ้างอิง กชกร มั่นคงเจริญกิจ. (2563). ส่ิงที่ครแู ละผปู้ กครองต้องคำนึง เมอื่ ปรับการสอนมาเปน็ ออนไลน์. [ระบบออนไลน์] เขา้ ถึงไดจ้ าก : https://www.educathai.com. สบื คน้ ข้อมูลเมื่อวันท่ี 29 มกราคม พ.ศ. 2564. กมลชนก แก้วทอง. (2559). กระบวนการจดั การเรียนการสอน E-learning แบบออนไลน์. [ระบบ ออนไลน์] เขา้ ถึงได้จาก : https://sites.google.com/site/kamonchanok561031350. สบื ค้นข้อมูลเมื่อวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2564. กมลวรรณ บัณทิฑติ สาธิสรรค์.(2561). การสะทอ้ นคดิ ของนกั ศกึ ษาสหกิจศึกษา มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีสุรนารี [ระบบออนไลน์]. เข้าถงึ ได้จาก : http://sutir.sut.ac.th สืบค้นข้อมูล เม่ือวันท่ี 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564. บริษทั ครศุ าสตร์ปัญญา จำกัด. (2563). แนวทางการพฒั นาสมรรถนะ ทกั ษะครใู นศตวรรษที่ 21. [ระบบออนไลน์] เขา้ ถึงได้จาก : https://karusatpanya.org. สบื คน้ ข้อมูลเมอ่ื วนั ท่ี 9 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2564. พณิ สดุ า สริ ิธรังศร.ี (2557). แนวทางการพฒั นาสมรรถนะ ทักษะครใู นศตวรรษที่ 21. [ระบบ ออนไลน์] เขา้ ถึงได้จาก : https://www.dpu.ac.th/ces/upload/km/1403847501.pdf. สบื คน้ ข้อมลู เมื่อวนั ท่ี 9 กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. 2564. สุรศกั ดิ์ ปาเฮ. (2560). ครกู ับการศึกษายคุ โลกาภวิ ัตน์. [ระบบออนไลน์] เข้าถงึ ไดจ้ าก : https://sites.google.com/site/nilobonnoeyps/h สบื คน้ ขอ้ มูลเมื่อวนั ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2564. อรวรรณ มงุ คุณดา. (2558). คณุ ลกั ษณะของครูในศตวรรษท่ี 21 จาก [ระบบออนไลน์] เข้าถงึ ได้ จาก : https://www.gotoknow.org/posts/589309. สบื คน้ ขอ้ มูลเม่ือวนั ที่ 9 กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. 2564. มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบงบทที่ 12 การฝึกปฏิบัติ ใช้การสะท้อนคิดเพ่ือนำมาประยุกตใ์ ช้ ในการพฒั นาตนเองในการเป็นครทู ่ีดี การสะท้อนคิดเป็นวิธีการหนึ่งของการจัดการเรียนการสอนที่ช่วยให้ผู้เรียนมีการคิดใคร่ครวญอย่างถ่ีถ้วน เพื่อเปล่ียนประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องท่ีคิดให้เป็นความรู้และการเรียนรู้เกี่ยวกับเร่ืองน้ัน (กาญจนา ธานะ และศิริรัตน์ นิตยวัน, 2556, น. 5) การสะท้อนคิดเป็นรูปแบบหน่ึงของการประเมินผลการเรียนรู้ด้วยตนเอง ของผู้เรียน เพราะการสะท้อนคิดช่วยให้ผู้เรียนมองเห็นประสบการณ์ของตนเองด้วยความตระหนักและมีการ พัฒนามุมมองหรือแนวคิด (วัลภา คุณทรงเกียรติ, 2543, หน้า 35) ดังนั้นหากผู้เรียนได้มีการสะท้อนคิด เก่ยี วกับประสบการณ์ด้วยกระบวนการและวิธีการทีเ่ หมาะสม จะช่วยใหผ้ ู้เรียนได้เรียนร้จู ากประสบการณ์ของ ตนเองทั้งในด้านที่ประสบความสำเร็จและด้านที่มีปัญหาอุปสรรค์ และสามารถนำประสบการณ์ท่ีได้เรียนรู้มา นนั้ ไปพฒั นาตนเองตอ่ ไปในอนาคตและเพื่อพฒั นาตนเองในการเป็นครูทดี่ ี 1. ความหมาย ความสำคญั และประโยชนข์ องการสะท้อนคดิ การสะท้อนคิด (Reflective Thinking) หมายถึง การคิดไตร่ตรองอย่างถ่ีถ้วนในประเด็นท่ีกำลังติด และมีการเรียนรู้เก่ียวกับเร่ืองนั้นจากการสะท้อนทั้งความคิดและความรู้สกึ หรือการนำสง่ิ ที่ได้จากการสะท้อน คิดมาเปลี่ยนประสบการณ์ให้เป็นความรู้ ทำให้มีการมองประสบการณ์เดิมหรือประสบการณ์ท่ีคล้ายกัน ในมุมมองท่ีแตกต่างไปจกในอดีตท่ีผ่านมา และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการรับรู้ และมปี ระสบการณ์การเรยี นรู้ อย่างมีความหมาย โดยความรู้หรือมมุมมองใหม่ท่ีได้มีความรู้เดิมเป็นพื้นฐาน และเกิดการพัฒนาความรู้ใหม่ เพราะการสะท้อนคิดทำให้เกิดความตระหนักและมีความเข้าใจในประสบการณ์ การสะทอ้ นคิดสามารถเกิดขึ้น ได้โดยการอ่านและการได้หยุดคิดทบทวนในส่ิงท่ีได้อ่าน เพื่อทำความเข้าใจในสิ่งที่ได้อ่านมาแล้วนั้น ดังน้ัน การฝึกการสะท้อนคิดอย่างเป็นระบบ และสะท้อนคิดอย่างมีเป้าหมายจะทำให้ได้ผลลัพธ์ในเชิงสร้างสรรค์ ผูส้ ะท้อนคิดสามารถนำการสะท้อนคิดไปใช้ได้อข่างมีประสทิ ธภิ าพมากกว่าการสะท้อนคิดจากส่งิ ทรี่ ู้แลว้ (กนก นุช ชื่นเลิศสกลุ , 2544,น. 36-37: กาญจนา รานะ และศริ ิรัตน์ นติ ยวนั , 2566, น. 1; Lauterbach & Becker, 1996, อา้ งถึงใน วัลภา คุณทรงเกยี รติ, 2543, น. 35) การสะท้อนคิดจากประสบการณ์หรือส่ิงท่ีได้ทำสามารถคิดข้ึนได้ในชีวิตประจำวัน บางครั้งเป็นการ กระทำด้วยความเคยชนิ เปน็ ไปโดยอัตโนมัติหรือไม่รูต้ ัว โดยไม่ได้สังเกตความคิดของตัวเอง จนกระทั่งเมื่อมีการ พิจารณาอย่างมีสติจึงจะพบว่าเกิด \"การสะท้อนคิดผ่านการคิดในใจหรือพูดในใจ\" การคิดในใจเปรียบสมือน การพดู กับตัวเอง ซงึ่ มกั จะมีการถามและตอบคำถาม \"การสะท้อนคิดตามรรมชาติสามารถคิดขึ้นได้ทั้งอย่างจงใจ (รู้ตัว) และไม่จงใจ (ไม่รู้ตัว) เป็นการ สะท้อนคิดด้วยตัวเอง\" หรือ \"การตระหนักรู้ในตนเอง (Self-awareness) และเข้าใจในตนเอง (Self- understanding)\" ดังน้ัน การฝึกสะท้อนคิดด้วยตนเองเป็นประจำจะช่วยให้มีการพัฒนาทักษะการคิด จนกระทั่งเกิดมุมมองหรือแนวคิดใหม่ท่ีได้จากการสะท้อนคิดด้วยตนเอง และสามารถนำส่ิงท่ีได้จากการ สะท้อนคิดไปประยุกต์ใช้กับส่ิงที่จะเกิดข้ึนต่อไปได้ ทำให้มีความเข้าใจตนเองและบุคคลอ่ืนมากข้ึน รวมถึงมี ความเขา้ ใจธรรมชาติความเปน็ มนุษยอ์ ย่างทเ่ี ปน็ จรงิ ซงึ่ เปน็ ระดับความเข้าใจทส่ี ูง (กนกนุช ช่ืนเลิศสกลุ , 2544, หน้า 36 : วัลภา คุณทรงเกียรดิ, 2543, หน้า 35; กาญจนา ธนะ และศิริรัตน์ นิตขวัน, 2556 หน้า 12 : Lauterbach & Becker, หนา้ 996, อ้างถึงในวัลภา คุณทรงเกยี รติ, 2543, หน้า 34)


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook