Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ✍️ กวีวัจน์วรรณนา วรรคทองในวรรณคดีไทย พร้อมประวัติและคำอธิบาย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน

✍️ กวีวัจน์วรรณนา วรรคทองในวรรณคดีไทย พร้อมประวัติและคำอธิบาย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน

Description: ✍️ กวีวัจน์วรรณนา วรรคทองในวรรณคดีไทย พร้อมประวัติและคำอธิบาย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน

Search

Read the Text Version

๓๐ จำ� ใจจำ� จากเจ้า จำ� จร จ�ำนิราศแรมสมร แมร่ า้ ง เพราะเพ่ือจักไปรอน อรริ าช แลแม ่ จ�ำทุกข์จำ� เทวศว้าง สวาดวิ า้ หว่ันถวลิ �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 193 8/8/2557 BE 3:09 PM

กวีวัจน์วรรณนา ทม่ี าของวรรคทอง ลลิ ติ ตะเลงพา่ ย ผ้แู ตง่ สมเดจ็ พระมหาสมณเจา้ กรมพระปรมานชุ ติ ชโิ นรสทรงพระนพิ นธ์ โดยมพี ระองคเ์ จา้ กปติ ถาขตั ตยิ กมุ าร พระราชโอรสในพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั เปน็ ผชู้ ว่ ยในการนพิ นธ์ ป/ี สมัยท่แี ตง่ ระหว่าง พ.ศ. ๒๓๗๔-๒๓๗๘ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระ นง่ั เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ประเภทของวรรณคดี ลลิ ติ ตะเลงพา่ ยจดั เปน็ วรรณคดยี อพระเกยี รติ คอื วรรณคดที ม่ี งุ่ สรรเสริญพระเกียรติพระมหากษัตริย์ซ่ึงได้แก่สมเด็จพระนเรศวร มหาราช รปู แบบค�ำประพนั ธ์ ลลิ ติ ตะเลงพา่ ยแตง่ เปน็ ลลิ ติ สภุ าพ ประกอบดว้ ยรา่ ยสภุ าพและ โคลงสภุ าพทมี่ ที ง้ั โคลงสอง โคลงสาม และโคลงสี่ มสี มั ผสั ระหวา่ งรา่ ย กบั โคลงหรอื ระหวา่ งโคลงกบั รา่ ยทเี่ รยี กวา่ “เขา้ ลลิ ติ ” วตั ถปุ ระสงค/์ โอกาสในการแต่ง สมเดจ็ พระมหาสมณเจา้ กรมพระปรมานชุ ติ ชโิ นรสทรงพระนพิ นธ์ ลิลิตตะเลงพ่ายเพ่ือเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช วรี กษตั รยิ ผ์ กู้ อบกเู้ อกราชของชาตไิ ทย ดงั ทท่ี รงระบไุ วใ้ นรา่ ยตอนตน้ เรอื่ งวา่ ...บรรหารเหตแุ ผน่ ภู ชพู ระยศเจา้ หลา้ อยคู่ งุ ฟา้ คงุ ดนิ เฉกเพลงพณิ ไพเราะ ... เฉลมิ พระเกยี รตผิ า่ นเผา้ เจา้ จกั รพรรดแิ ผน่ สยาม สมญานาม นฤเบศ นเรศวรนรนิ ทร.์ .. 194 8/8/2557 BE 3:09 PM �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 194

จ�ำใจจ�ำจากเจ้า จ�ำจร ลิลิตตะเลงพา่ ย นอกจากนใ้ี นโคลงตอนทา้ ยเรอ่ื ง สมเดจ็ พระมหาสมณเจา้ กรมพระ ปรมานุชิตชิโนรสยังทรงระบุไว้ด้วยว่า พระองค์ทรงพระนิพนธ์ลิลิต ตะเลงพา่ ย เนอื่ งในโอกาสทพ่ี ระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรง ปฏสิ งั ขรณว์ ดั พระเชตพุ นวมิ ลมงั คลาราม ดงั ความวา่ บรรจงเสาวเลขแลว้ หลายคงุ ขวบฤๅ ปางปน่ิ ธเรศอำ� รงุ โลกเลยี้ ง ทำ� นกุ เชตพุ น เผดมิ ตกึ เตม็ เอย อาวาสอาจเพง่ เพยี้ ง แผน่ ฟา้ มาเสมอ เนอ้ื หาของบทประพันธ์ เนื้อความส่วนใหญ่ของลิลิตตะเลงพ่ายกล่าวถึงเหตุการณ์ใน ประวัติศาสตร์ไทยที่กวีน�ำมาจากพระราชพงศาวดาร โดยเริ่มตั้งแต่ สมเดจ็ พระนเรศวรเสดจ็ ขนึ้ ครองราชสมบตั ใิ น พ.ศ. ๒๑๓๓ ในครง้ั นนั้ พระเจา้ หงสาวดนี นั ทบเุ รงไดม้ พี ระบรมราชโองการใหพ้ ระโอรส คอื พระมหาอปุ ราชายกทพั มาตไี ทย เพราะทรงเหน็ วา่ เปน็ โอกาสอนั ดที จ่ี ะเอาชนะไทยไดง้ า่ ยเนอื่ งจากไทยกำ� ลงั ผลดั แผน่ ดนิ อาจมกี าร แยง่ ชงิ ราชสมบตั จิ นเกดิ ความระสำ่� ระสาย พระมหาอปุ ราชามทิ รงเตม็ พระทยั ทจ่ี ะยกทพั มาดว้ ยทรงตระหนกั ในพระปรชี าสามารถทางการ รบของสมเด็จพระนเรศวร อีกท้ังโหรหลวงยังท�ำนายว่าพระองค์มี เคราะหร์ า้ ยจนอาจถงึ แกส่ น้ิ พระชนม์ แตเ่ นอ่ื งจากมอิ าจขดั พระบรม- ราชโองการของพระเจา้ หงสาวดไี ด้ พระมหาอปุ ราชาจงึ เสดจ็ ยกทพั มาและได้ทรงกระท�ำยุทธหัตถีกับสมเด็จพระนเรศวรจนพระมหา อปุ ราชาพา่ ยแพส้ น้ิ พระชนมช์ พี เมอ่ื เสรจ็ ศกึ แลว้ สมเดจ็ พระนเรศวรทรง พจิ ารณาโทษแมท่ พั นายกองทตี่ ามเสดจ็ ไมท่ นั ทำ� ใหพ้ ระองคแ์ ละพระ อนุชาต้องทรงสู้ศึกท่ามกลางกองทัพพม่าโดยมีเพียงควาญช้างและ กลางชา้ งตามเสดจ็ ไปเทา่ นน้ั สมเดจ็ พระวนั รตั แหง่ วดั ปา่ แกว้ ไดก้ ราบ บังคมทูลขอพระราชทานอภัยโทษแก่เหล่าแม่ทัพนายกอง สมเด็จ �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 195 195 8/8/2557 BE 3:09 PM

กวีวัจน์วรรณนา 8/8/2557 BE 3:09 PM พระนเรศวรจึงได้พระราชทานอภัยโทษให้ตามท่ีกราบทูลขอ และมี พระบรมราชโองการให้แม่ทพั นายกองเหลา่ น้ันแก้ตัวโดยการยกทัพ ไปตเี มอื งทวาย มะรดิ และตะนาวศรี หลงั จากนนั้ เนอื้ ความกลา่ วถงึ เหตกุ ารณท์ เ่ี มอื งเชยี งใหมส่ ง่ สารมาขอเปน็ ไมตรกี บั ฝา่ ยไทย และจบ ดว้ ยการสรรเสรญิ พระเกยี รตขิ องพระนเรศวรทท่ี รงเปน็ กษตั รยิ ท์ เ่ี พยี บ พรอ้ มดว้ ยทศพธิ ราชธรรมทำ� ใหก้ รงุ ศรอี ยธุ ยามคี วามเจรญิ รงุ่ เรอื งและ ประชาชนอยกู่ นั อยา่ งเปน็ สขุ วรรคทองบทที่ยกมาข้างต้นน้ี เป็นเหตุการณ์ตอนพระมหา อปุ ราชาทรงรำ่� ลาพระสนมกอ่ นเสดจ็ ยกทพั ไปรบ อนั เปน็ เนอื้ หาทก่ี วี ทรงจนิ ตนาการแทรกเขา้ มาเพอื่ แสดงใหเ้ หน็ ความทกุ ขข์ องพระมหา อปุ ราชาทต่ี อ้ งจากนางอนั เปน็ ทรี่ กั ไปทำ� ศกึ ทต่ี นตระหนกั ดวี า่ แทบจะ ไมม่ โี อกาสไดร้ บั ชยั ชนะ ความหมายของวรรคทอง พระมหาอปุ ราชาตรสั กบั พระสนมผเู้ ปน็ ทร่ี กั วา่ พระองคม์ ไิ ดท้ รง ปรารถนาทจี่ ะเดนิ ทาง แตจ่ ำ� พระทยั ทจี่ ะตอ้ งจากนางทงั้ หลายเพราะ ตอ้ งไปทำ� ศกึ เพอ่ื แผน่ ดนิ การจากกนั ในครง้ั นท้ี ำ� ใหพ้ ระองคเ์ กดิ ความ ทกุ ขค์ วามเศรา้ โศกเปน็ อยา่ งยง่ิ เพราะพระองคจ์ ะตอ้ งเดนิ ทางดว้ ย ความอา้ งวา้ งและหวาดหวน่ั พระทยั จงึ ทำ� ใหพ้ ระองคย์ ง่ิ ทวคี วามคดิ ถงึ ทม่ี ตี อ่ นางทงั้ หลายมากขน้ึ ความดเี ด่น วรรคทองนม้ี คี วามดเี ดน่ ดา้ นการสรรคำ� ทใี่ หเ้ สยี งสมั ผสั อนั ไพเราะ และความหมายที่ลกึ ซึ้งสะเทือนอารมณ์ มกี ารเลน่ สมั ผัสพยัญชนะ อยา่ งแพรวพราวทกุ บาท โดยเฉพาะในบาทแรกวา่ “จำ� ใจจำ� จากเจา้ จำ� จร” ทเี่ ปน็ การเลน่ เสยี ง /จ/ ทกุ คำ� สว่ นในบาทที่ ๒ “จำ� นริ าศแรมสมร แมร่ า้ ง” มกี ารเลน่ สมั ผสั พยญั ชนะอกี ๒ เสยี ง ไดแ้ ก่ เสยี ง /ร/ และ /ม/ ในคำ� วา่ “ราศ-แรม-รา้ ง” และคำ� วา่ “สมร-แม”่ สมั ผสั พยญั ชนะ เสยี ง /ร/ ในบาทที่ ๒ นย้ี งั ตอ่ เนอื่ งไปถงึ บาทที่ ๓ ในคำ� วา่ “รอน-อรริ าช” 196 �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 196

จ�ำใจจ�ำจากเจ้า จ�ำจร ลิลิตตะเลงพา่ ย และบาทสุดท้าย “จ�ำทุกข์จ�ำเทวศว้าง สวาดิว้าหว่ันถวิล” ก็มีการ เลน่ สมั ผสั พยญั ชนะเกอื บตลอดทง้ั บาท ไดแ้ ก่ คำ� วา่ “ทกุ ข-์ เทวศ” และ “วา้ ง-(ส)วาสด-ิ วา้ -หวนั่ -(ถ)วลิ ” ความไพเราะทางดา้ นเสยี งสมั ผสั ของโคลงทง้ั บทนส้ี อดประสาน กลมกลนื กบั การสอื่ ความหมายและการสรา้ งอารมณส์ ะเทอื นใจอยา่ ง มีเอกภาพและมีวรรณศิลป์ดีเยี่ยม เน่ืองจากวรรคทองบทน้ีเป็นบท ลาของพระมหาอุปราชาผู้จ�ำใจจากพระสนมที่รักไปท�ำศึกท่ีตนเอง หวาดหวั่น ความรู้สึกของพระองค์จึงเต็มไปด้วยความทุกข์ระทมใจ และความหว่ งหาอาลยั นางผเู้ ปน็ ทรี่ กั ดว้ ยเกรงวา่ อาจเปน็ ครงั้ สดุ ทา้ ย ทพ่ี ระองคจ์ ะไดอ้ ยรู่ ว่ มกบั นาง การซำ้� คำ� วา่ “จำ� ” ถงึ ๖ ครง้ั ไดแ้ ก่ “จำ� ใจ” “จำ� จาก” “จำ� จร”“จำ� นริ าศ” “จำ� ทกุ ข”์ และ “จำ� เทวศ” ชว่ ยเนน้ ความรสู้ กึ ของพระมหาอปุ ราชาอยา่ งชดั เจนวา่ การเดนิ ทางในครง้ั นเี้ ปน็ สง่ิ ทฝี่ นื พระทยั ของพระองคเ์ ปน็ อยา่ งยงิ่ เมอื่ ประกอบกบั การหลากคำ� ในความหมายวา่ “จาก” อกี ๕ คำ� ไดแ้ ก่ “จาก” “จร” “นริ าศ” “แรม” และ “รา้ ง” การซำ้� คำ� และการหลากคำ� ทงั้ ๒ ชดุ นจ้ี งึ มคี วามเชอื่ มโยงท่ี มไิ ดก้ อ่ ใหเ้ กดิ ความไพเราะทางดา้ นเสยี งสมั ผสั เทา่ นน้ั แตย่ งั แสดงให้ เหน็ สภาวะความบบี คนั้ ในจติ ใจของพระองคท์ เ่ี กดิ จากความขดั แยง้ ระหวา่ งความปรารถนาสว่ นตวั และหนา้ ทท่ี มี่ ตี อ่ บา้ นเมอื ง เนอ่ื งจาก การเดนิ ทางในครง้ั นเี้ ปน็ การทำ� ศกึ ทพ่ี ระองคเ์ กรงวา่ จะไมม่ ชี วี ติ รอด กลบั มา การรำ่� ลาในครง้ั นจี้ งึ เปน็ การลาจากทพี่ ระองคต์ ระหนกั ดวี า่ อาจเปน็ การลาครงั้ สดุ ทา้ ย การแจกแจงคำ� ทเี่ กย่ี วเนอ่ื งกบั ความรสู้ กึ ใน บาทสดุ ทา้ ย อนั ไดแ้ ก่ “ทกุ ข”์ “เทวษ” “วา้ ง” “วา้ ” “หวน่ั ” และ “ถวลิ ” จงึ ชว่ ยเนน้ ยำ้� สภาพจติ ใจของพระมหาอปุ ราชาทม่ี ที ง้ั ความทกุ ขร์ ะทม ใจ ความอา้ งวา้ งวา้ เหว่ ความหวน่ั วติ ก และความถวลิ หาผเู้ ปน็ ทร่ี กั ให้ ชดั เจนยงิ่ ขนึ้ บทลาทเี่ ปย่ี มไปดว้ ยความทกุ ขร์ ะทมของพระมหาอปุ ราชาบทนจี้ งึ เปน็ โคลงอนั ไพเราะทส่ี รา้ งความสะเทอื นอารมณผ์ อู้ า่ นไดด้ ยี งิ่ และ ทำ� ใหโ้ คลงบทนเ้ี ปน็ วรรคทองทต่ี ราตรงึ อยใู่ นใจผอู้ า่ นมาแสนนาน 197 �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 197 8/8/2557 BE 3:09 PM

�������������� 5 of 5_140809_CC.indd 198 8/8/2557 BE 3:09 PM

๓๑ หนาวนำ้� คา้ งพร่างพรมจะห่มเสือ้ พออนุ่ เนอื้ นอนสนิทพิสมยั ถึงลมวา่ วหนาวยิ่งจะผิงไฟ แต่หนาวใจจำ� กล้นั ทุกวันคืน แม้มคี ชู่ ชู ดิ สนิทนมุ่ เหมอื นหอ่ หุม้ ผา้ ทิพย์สักสบิ ผืน หอมบุปผามาลัยไมย่ ่งั ยนื ไม่ชูชื่นเชน่ รสพจมาน �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 199 8/8/2557 BE 3:09 PM

กวีวัจน์วรรณนา 8/8/2557 BE 3:09 PM ท่ีมาของวรรคทอง พระอภยั มณี ผแู้ ต่ง สนุ ทรภู่ ปี/สมยั ทแ่ี ต่ง เรมิ่ แตง่ ในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั จนถงึ ปลายรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระนงั่ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ประเภทของวรรณคดี เรอื่ งพระอภยั มณจี ดั เปน็ นทิ านคำ� กลอน คอื วรรณคดนี ทิ านทแ่ี ตง่ ดว้ ยกลอนเพลงหรอื กลอนเพลงยาวตลอดทงั้ เรอ่ื ง รปู แบบคำ� ประพนั ธ์ กลอนเพลง วัตถปุ ระสงค์/โอกาสในการแตง่ สุนทรภู่เริ่มแต่งเร่ืองพระอภัยมณีในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั เพอ่ื เลยี้ งชวี ติ ขณะตอ้ งโทษจำ� คกุ ราว พ.ศ. ๒๓๖๔ จนเมอ่ื พน้ โทษกลบั เขา้ รบั ราชการกไ็ ดแ้ ตง่ ตอ่ อกี แลว้ หยดุ ไป ตอ่ มาเมอื่ สนุ ทรภอู่ อกบวช ในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระนงั่ เกลา้ เจา้ อยู่ หวั จงึ ไดแ้ ตง่ ตอ่ ตามรบั สง่ั ของพระองคเ์ จา้ ลกั ขณานคุ ณุ แลว้ ไดห้ ยดุ ไป อกี ครง้ั กอ่ นจะแตง่ ตอ่ ไปอกี ตามรบั สงั่ ของกรมหมน่ื อปั สรสดุ าเทพใน ชว่ งปลายรชั กาลท่ี๓โดยแตง่ ตอ่ จนถงึ ตอนพระอภยั มณอี อกบวช(เลม่ ท่ี ๔๙) ตอนตอ่ จากนนั้ เขา้ ใจวา่ เปน็ สำ� นวนของกวอี น่ื พระอภยั มณีเป็นบทประพันธเ์ รอ่ื งยาวทสี่ ดุ ของสนุ ทรภู่ นับเป็น ตอนได้ ๖๔ ตอน พระอภยั มณเี ปน็ นทิ านคำ� กลอนทส่ี นกุ สนาน เตม็ ไปดว้ ยจนิ ตนาการและความแปลกใหม่ สำ� นวนกลอนไพเราะ จงึ ได้ รบั ยกยอ่ งจากวรรณคดสี โมสรเมอื่ พ.ศ. ๒๔๕๙ ใหเ้ ปน็ ยอดของนทิ าน คำ� กลอน 200 �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 200

หนาวน�้ำค้างพร่างพรมจะห่มเส้ือ พระอภัยมณี เนือ้ หาของบทประพนั ธ์ พระอภยั มณี เปน็ เรอ่ื งราวของพระอภยั มณี โอรสทา้ วสทุ ศั นแ์ ละ นางปทมุ เกสรแหง่ กรงุ รตั นา เรอ่ื งเรม่ิ ตน้ เมอ่ื พระอภยั มณแี ละอนชุ า คอื ศรสี วุ รรณออกเดนิ ทางไปศกึ ษาเลา่ เรยี นวชิ า พระอภยั มณเี รยี นวชิ า เปา่ ปจ่ี นเชยี่ วชาญ สามารถเปา่ ปส่ี ะกดคนและสตั วไ์ ด้ สว่ นศรสี วุ รรณ เรยี นวชิ ากระบกี่ ระบอง เมอ่ื ทา้ วสทุ ศั นท์ ราบวา่ โอรสทงั้ สองไมไ่ ดเ้ รยี น วชิ าสำ� หรบั กษตั รยิ ก์ ก็ รวิ้ และขบั ไลอ่ อกจากเมอื ง พระอภยั มณแี ละศร-ี สวุ รรณเดนิ ทางพเนจรไปจนไดพ้ บกบั พราหมณว์ เิ ชยี ร โมรา และสานน พราหมณข์ อใหพ้ ระอภยั มณเี ปา่ ปใ่ี หฟ้ งั เสยี งปอ่ี นั ไพเราะสะกดใหท้ กุ คนหลบั ใหล นางผเี สอื้ สมทุ รไดย้ นิ เสยี งปจ่ี งึ ตดิ ตามเสยี งมาจนพบพระ อภยั มณแี ละเกดิ หลงรกั จงึ อมุ้ พระอภยั มณไี ปทถี่ ำ้� ของตน นางแปลง กายเป็นมนุษย์และขอให้พระอภัยมณีเป็นสามี เมื่อศรีสุวรรณและ พราหมณท์ ง้ั สามฟน้ื คนื สตกิ แ็ ลน่ เรอื ออกตดิ ตามหาพระอภยั มณไี ป จนถงึ เมอื งรมจกั ร ศรสี วุ รรณไดพ้ บรกั และอภเิ ษกกบั นางเกษราธดิ า เจา้ เมอื งรมจกั ร และมธี ดิ าดว้ ยกนั ชอื่ อรณุ รศั มี พระอภยั มณมี โี อรสกบั นางผเี สอื้ สมทุ รชอ่ื สนิ สมทุ ร ซง่ึ เปน็ เดก็ มี กำ� ลงั มาก วนั หนง่ึ สนิ สมทุ รลอบออกไปเทยี่ วเลน่ แลว้ ไลจ่ บั พอ่ เงอื กมา ได้ พอ่ เงอื กจงึ ชว่ ยออกอบุ ายพาพระอภยั มณแี ละสนิ สมทุ รหนี ฝา่ ย นางยกั ษต์ ามมาทนั จงึ จบั พอ่ เงอื กแมเ่ งอื กกนิ สว่ นพระอภยั มณกี บั นางเงอื กและสนิ สมทุ รเดนิ ทางตอ่ ไปจนถงึ เกาะแกว้ พสิ ดาร ทง้ั สาม ไดร้ บั ความชว่ ยเหลอื จากพระฤๅษจี นรอดพน้ จากนางผเี สอ้ื มาได้ ตอ่ มาพระอภยั มณไี ดน้ างเงอื กเปน็ ชายา ฝา่ ยเมอื งผลกึ มกี ษตั รยิ ช์ อ่ื ทา้ วสลิ ราชซง่ึ มมี เหสชี อ่ื นางมณฑา ทง้ั สองมธี ดิ าชอ่ื สวุ รรณมาลี วนั หนง่ึ นางสวุ รรณมาลอี อกไปทอ่ งทะเลกบั พระบดิ า เรอื ของนางถกู คลน่ื ลมซดั ไปถงึ เกาะแกว้ พสิ ดาร พระอภยั - มณหี ลงรกั นางสวุ รรณมาลตี ง้ั แตแ่ รกเหน็ สว่ นสนิ สมทุ รกถ็ กู ชะตากบั นางจงึ ขอเปน็ บตุ รบญุ ธรรม พระฤๅษชี ว่ ยชท้ี างกลบั เมอื งใหท้ า้ วสลิ ราช พระอภยั มณขี อโดยสารเรอื ไปดว้ ยและฝากนางเงอื กซงึ่ กำ� ลงั ตง้ั ครรภ์ �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 201 201 8/8/2557 BE 3:09 PM

กวีวัจน์วรรณนา 8/8/2557 BE 3:09 PM ไวก้ บั พระฤๅษี นางผเี สอ้ื สมทุ รตามเรอื ของทา้ วสลิ ราชมาและทำ� ใหเ้ รอื ลม่ ทา้ วสลิ ราชสน้ิ พระชนม์ พระอภยั มณพี ลดั จากนางสวุ รรณมาลแี ละ สนิ สมทุ รไปยงั เกาะอกี แหง่ หนง่ึ นางผเี สอ้ื สมทุ รไดต้ ดิ ตามไปพระอภยั - มณจี งึ เปา่ ปส่ี งั หารนางผเี สอ้ื จนสนิ้ ชวี ติ สว่ นนางสวุ รรณมาลกี บั สนิ - สมทุ รไดข้ ออาศยั ไปกบั เรอื โจรสลดั โจรสลดั อยากไดน้ างสวุ รรณมาลี เปน็ ภรรยาทำ� ใหข้ ดั แยง้ กบั สนิ สมทุ ร สนิ สมทุ รรบชนะหวั หนา้ ไดข้ น้ึ เปน็ นายโจรแลว้ ลอ่ งเรอื เขา้ ไปถงึ กรงุ รมจกั ร ไดพ้ บกบั ศรสี วุ รรณและทราบ วา่ เปน็ อาหลานกนั ศรสี วุ รรณพาสนิ สมทุ รและอรณุ รศั มอี อกเรอื ตาม หาพระอภยั มณี ทง้ั หมดไดพ้ บกบั อศุ เรนคหู่ มน้ั ของสวุ รรณมาลซี งึ่ ได้ ชว่ ยพระอภยั มณไี ว้ สนิ สมทุ รไมย่ อมคนื นางสวุ รรณมาลใี หอ้ ศุ เรน จงึ เกดิ รบพงุ่ กนั และขบั ไลอ่ ศุ เรนไปได้ เมอื่ กลบั ถงึ เมอื งผลกึ พระอภยั - มณไี ดข้ น้ึ ครองเมอื งและตอ่ มาไดน้ างสวุ รรณมาลเี ปน็ มเหสี มธี ดิ าแฝด ชอื่ สรอ้ ยสวุ รรณกบั จนั ทรส์ ดุ า สว่ นศรสี วุ รรณทลู ลากลบั เมอื งรตั นา โดยพาสนิ สมทุ รและอรณุ รศั มกี ลบั ไปดว้ ย ฝา่ ยนางเงอื กซง่ึ อาศยั อยู่ กบั พระฤๅษที เี่ กาะแกว้ พสิ ดารไดใ้ หก้ ำ� เนดิ โอรสของพระอภยั มณคี อื สดุ สาคร สดุ สาครออกตามหาพระบดิ าไปถงึ เมอื งการเวกและไดเ้ ปน็ โอรสบญุ ธรรมของเจา้ เมอื ง อุศเรนยกทัพมาโจมตีเมืองผลึกแต่แพ้พระอภัยมณีและตายใน สงคราม เจา้ ลงั กาซงึ่ เปน็ พระบดิ าของอศุ เรนตรอมใจตายตามโอรส ทำ� ใหน้ างละเวงวณั ฬาขนษิ ฐาของอศุ เรนตอ้ งขน้ึ ครองเมอื งลงั กาแทน โดยมสี งั ฆราชบาทหลวงเปน็ ทปี่ รกึ ษา นางละเวงแคน้ ใจคดิ ทำ� ศกึ กบั เมอื งผลกึ อกี ครงั้ จงึ ใหช้ า่ งวาดรปู ตนเองพรอ้ มลงมนตรเ์ สนห่ ส์ ง่ ไปตาม เมอื งตา่ ง ๆ เพอื่ ใหช้ ว่ ยนางรบตามคำ� แนะนำ� ของสงั ฆราชบาทหลวง พระอภยั มณเี หน็ รปู นางละเวงกถ็ กู มนตรเ์ สนห่ จ์ นไมเ่ ปน็ อนั ทำ� ศกึ นาง สุวรรณมาลีจึงขอให้ศรีสุวรรณกับสินสมุทรมาช่วย ในขณะเดียวกัน สุดสาครท่ีอยู่เมืองการเวกมานานก็คิดออกตามหาพระอภัยมณี มี เสาวคนธแ์ ละหสั ไชยซงึ่ เปน็ ธดิ าและโอรสเจา้ เมอื งการเวกตามมาดว้ ย เมอื่ ถงึ เมอื งผลกึ กเ็ ขา้ ชว่ ยแกเ้ สนห่ ใ์ หพ้ ระอภยั มณไี ดส้ ำ� เรจ็ และชว่ ยรบ กองทพั ขา้ ศกึ จนแตกพา่ ยไป 202 �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 202

หนาวน�้ำค้างพร่างพรมจะห่มเส้ือ พระอภัยมณี พระอภยั มณตี ดั สนิ ใจยกทพั ไปทำ� ศกึ ทกี่ รงุ ลงั กาเพอื่ ตดั ตน้ ตอแหง่ สงคราม ไมว่ า่ นางละเวงสง่ ทพั ใดไปรบกแ็ พส้ นิ้ จงึ ใชว้ ธิ ที ำ� เสนห่ ใ์ หเ้ หลา่ กษตั รยิ ห์ ลงใหล ในทสี่ ดุ ทงั้ พระอภยั มณี ศรสี วุ รรณ สนิ สมทุ ร และ สดุ สาครกถ็ กู เสนห่ ข์ องสตรเี มอื งลงั กาจนหมด นางสวุ รรณมาลจี งึ ตอ้ ง ยกทพั มาชว่ ยทำ� ศกึ แทนแตไ่ มป่ ระสบผล ทงั้ สองฝา่ ยรบกนั อยา่ งยดื เยอ้ื ในทสี่ ดุ พระฤๅษมี าชว่ ยแกเ้ สนห่ แ์ ละเทศนาไกลเ่ กลย่ี จนทงั้ หมด ละความพยาบาทยอมคนื ดกี นั พระอภยั มณแี ละนางสวุ รรณมาลพี รอ้ ม ดว้ ยเหลา่ กษตั รยิ ท์ ง้ั หลายเดนิ ทางกลบั เมอื ง แตน่ างละเวงไปดว้ ยไมไ่ ด้ เพราะตอ้ งอยปู่ กครองบา้ นเมอื งตอ่ ไป ต่อมาสินสมุทรได้ครองคู่กับอรุณรัศมี สุดสาครได้ครองคู่กับ เสาวคนธ์ หสั ไชยไดค้ รองคกู่ บั สรอ้ ยสวุ รรณและจนั ทรส์ ดุ า เมอ่ื ทา้ ว สทุ ศั น์กบั นางปทุมเกสรสน้ิ พระชนม์ พระอภัยมณี ศรีสวุ รรณ และ สนิ สมทุ รเดนิ ทางไปปลงพระศพทก่ี รงุ รตั นา มงั คลา โอรสนางละเวงซงึ่ ครองกรงุ ลงั กา ยกทพั มารบกบั เมอื งผลกึ อกี พระอภยั มณเี ปา่ ปส่ี ะกด ทพั จนสงครามยตุ ิ เมอื่ การศกึ และความวนุ่ วายตา่ ง ๆ สงบลง พระ อภยั มณเี กดิ ความรสู้ กึ สงั เวชและเบอื่ หนา่ ยความขดั แยง้ ระหวา่ งมเหสี จงึ ออกบวชเปน็ ฤๅษี นางละเวงตดั สนิ ใจเปลยี่ นศาสนาและออกบวช ตามพรอ้ มกบั นางสวุ รรณมาลี ทง้ั สามไปบำ� เพญ็ เพยี รอยทู่ เ่ี ขาสงิ คตุ ร์ วรรคทองบทนอ้ี ยใู่ นตอนนางยพุ าผกาและนางสลุ าลวี นั สองพน่ี อ้ ง ทน่ี างละเวงรบั ไวเ้ ปน็ บตุ รบี ญุ ธรรมขบั กลอ่ มนางละเวงเพอ่ื ใหน้ างคลาย ความเศรา้ หมองในชะตาชวี ติ ของตน ความหมายของวรรคทอง บทขบั กลอ่ มนางละเวงบทนม้ี เี นอื้ ความกลา่ ววา่ หากความหนาวนน้ั เกดิ ขน้ึ เพราะนำ้� คา้ งทพ่ี รา่ งพรมลงมายามดกึ กย็ งั อาจประทงั หรอื แกไ้ ข ใหอ้ บอนุ่ หลบั สบายไดด้ ว้ ยการสวมเสอื้ ผา้ หากความหนาวนน้ั เกดิ ขน้ึ จากลมวา่ วทพี่ ดั ผา่ นมา กย็ งั อาจประทงั ใหค้ ลายหนาวไดด้ ว้ ยการผงิ ไฟ แตส่ ำ� หรบั ความหนาวใจนน้ั เปน็ สง่ิ ทแี่ กไ้ ขไดย้ าก ผทู้ ห่ี นาวใจจำ� ตอ้ งทน ทรมานทกุ วนั ทกุ คนื ทางเดยี วทจี่ ะแกค้ วามหนาวใจนไ้ี ด้ คอื มคี นรกั ไว้ 203 �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 203 8/8/2557 BE 3:09 PM

กวีวัจน์วรรณนา 8/8/2557 BE 3:09 PM ชดิ ใกล้ เพราะคนรกั จะใหค้ วามอบอนุ่ ราวกบั หม่ กายดว้ ยผา้ ทพิ ยถ์ งึ ๑๐ ผนื กลน่ิ หอมของดอกไมท้ ง้ั หลายลว้ นแตไ่ มน่ านกจ็ างหาย มอิ าจสรา้ ง ความชน่ื บานใจเทยี บเทา่ กบั รสแหง่ ถอ้ ยคำ� ของคนรกั ได้ ความดีเด่น วรรคทองท่ียกมานี้ดีเด่นในด้านการพรรณนาความรู้สึก อา้ งวา้ งเปลา่ เปลย่ี วของผทู้ ไ่ี รค้ แู่ ละความอบอนุ่ ชนื่ บานของการมคี น รกั ไดอ้ ยา่ งไพเราะคมคาย กวเี รมิ่ ตน้ ดว้ ยการกลา่ วถงึ ความหนาวทาง กายวา่ เปน็ ความหนาวแตเ่ พยี งภายนอกทส่ี ามารถหาสง่ิ มาบรรเทาหรอื แกไ้ ขไดไ้ มย่ ากนกั ดงั เชน่ ความหนาวเยน็ จากนำ้� คา้ งทอ่ี าจประทงั ดว้ ย เสอ้ื ผา้ และผา้ หม่ หรอื ความหนาวเยน็ จากลมวา่ วทอ่ี าจประทงั ดว้ ยการ ผงิ ไฟ การยกความเปรยี บทเี่ ทยี บเคยี งกบั ความหนาวจาก “นำ�้ คา้ ง” และ “ลมวา่ ว” ยงั มนี ยั วา่ ความหนาวกายเหลา่ นเ้ี ปน็ สงิ่ ทเ่ี กดิ ขนึ้ เพยี ง ชว่ั ครง้ั ชว่ั คราว เชน่ ความหนาวเยน็ จากนำ้� คา้ งทเ่ี กดิ ขนึ้ เฉพาะในยาม คำ่� คนื หรอื ความหนาวเยน็ จากลมวา่ วทเ่ี กดิ ขนึ้ เพยี งชว่ งตน้ ฤดหู นาว แต่ความ “หนาวใจ” น้ันเป็นความหนาวเปล่าเปลี่ยวที่ผู้ไร้คู่จ�ำต้อง ทนกลำ้� กลนื ทกุ วนั ทกุ คนื การใชค้ ำ� วา่ “หนาวใจจำ� กลน้ั ทกุ วนั คนื ” จงึ เปน็ การใชค้ ำ� ทส่ี นั้ กระชบั แตใ่ หภ้ าพและอารมณท์ ช่ี ดั เจนของผทู้ ขี่ าด คนรกั ดงั นนั้ ทางเดยี วทจ่ี ะแกอ้ าการ “หนาวใจ” ได้ คอื มคี นรกั ไวช้ ดิ ใกล้ คำ� วา่ “ชชู ดิ สนทิ นมุ่ ” เปน็ คำ� ทใ่ี หค้ วามรสู้ กึ ชดั เจนวา่ การทไ่ี ดแ้ นบ ชดิ กบั คนรกั นน้ั เปน็ ความนมุ่ อนุ่ ทพ่ี เิ ศษยงิ่ กวา่ การบรรเทาความหนาว ดว้ ยวธิ อี นื่ การมคี นรกั จงึ ใหค้ วามอบอนุ่ เสมอื นกบั ได้ “หอ่ หมุ้ ผา้ ทพิ ย์ สกั สบิ ผนื ” การใชค้ วามเปรยี บกบั “ผา้ ทพิ ย”์ แสดงใหเ้ หน็ วา่ การไดใ้ กล้ ชดิ กบั คนรกั มไิ ดใ้ หเ้ พยี งความอบอนุ่ เชน่ เดยี วกบั การหม่ ผา้ อนื่ ๆ หาก แตเ่ ปน็ ความรสู้ กึ อบอนุ่ ทพี่ เิ ศษยง่ิ ราวกบั ไดส้ มั ผสั สงิ่ อนั เปน็ “ทพิ ย”์ เม่ือใช้ค�ำว่า “ผ้าทิพย์สักสิบผืน” จึงยิ่งแสดงความพิเศษของความ สุขท่ีเกิดจากการได้ใกล้ชิดกับคนรักให้มากยิ่งข้ึนจนมิอาจพรรณนา ได้ นอกจากนี้ การกลา่ วถงึ ความหอมของดอกไมท้ มี่ อิ าจเทยี บเทา่ รส แหง่ ถอ้ ยคำ� ของคนรกั ไดน้ นั้ ยงั เปน็ การชว่ ยเสรมิ นยั ของความอบอนุ่ จากคนรกั อกี ประการหนงึ่ ดว้ ยวา่ นอกจากความอบอนุ่ ทางกายแลว้ 204 �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 204

หนาวน�้ำค้างพร่างพรมจะห่มเส้ือ พระอภัยมณี คนรกั ยงั ใหค้ วามอบอนุ่ ทางใจจากถอ้ ยคำ� ทใี่ หค้ วามอบอนุ่ ชน่ื บานใจ ไปตลอดแมใ้ นยามทมี่ ไิ ดอ้ ยชู่ ดิ ใกล้ รสแหง่ ถอ้ ยคำ� ของคนรกั จงึ เปน็ “รส” ทจ่ี รรโลงใจเนนิ่ นานยง่ิ กวา่ รสหอมของดอกไมท้ งั้ หลายทค่ี งอยู่ เพยี งไมน่ าน ความเปรยี บทค่ี มคายประกอบกบั การเลอื กสรรถอ้ ยคำ� ทใี่ ห้ ความไพเราะทงั้ ดา้ นความหมายและเสยี งสมั ผสั อนั แพรวพราวในแบบ ของสนุ ทรภู่ ทำ� ใหค้ ำ� ประพนั ธ์ ๒ บทนเี้ ปน็ วรรคทองทปี่ ระทบั ใจและ ตราตรงึ อยใู่ นความทรงจำ� ของผอู้ า่ นมานานแสนนาน �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 205 205 8/8/2557 BE 3:09 PM

�������������� 5 of 5_140809_CC.indd 206 8/8/2557 BE 3:09 PM

๓๒ โคควายวายชีพได้ เขาหนัง เป็นส่งิ เป็นอนั ยงั อยไู่ ซร้ คนเด็ดดับสูญสัง- ขารรา่ ง เปน็ ชือ่ เปน็ เสียงได้ แต่ร้ายกบั ดี �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 207 8/8/2557 BE 3:09 PM

กวีวัจน์วรรณนา ท่ีมาของวรรคทอง ประชมุ โคลงโลกนติ ิ ผูแ้ ต่ง สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาเดชาดศิ ร ป/ี สมัยท่ีแต่ง พ.ศ.๒๓๗๔-๒๓๗๘ในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระนงั่ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ประเภทของวรรณคดี โคลงบทนเี้ ปน็ วรรณคดคี ำ� สอน คอื วรรณคดที มี่ เี นอื้ หามงุ่ แสดงคติ ปรชั ญาในการดำ� เนนิ ชวี ติ จรยิ ธรรม หรอื ขอ้ ประพฤตปิ ฏบิ ตั ขิ องคนใน สงั คมกวอี าจนำ� คำ� สอนมาจากคา่ นยิ มความเชอื่ หลกั ธรรมทางศาสนา หรอื ประสบการณช์ วี ติ รูปแบบคำ� ประพันธ์ โคลงสสี่ ภุ าพ วัตถุประสงค/์ โอกาสในการแตง่ ใน พ.ศ. ๒๓๗๔ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระ กรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหบ้ รู ณปฏสิ งั ขรณว์ ดั พระเชตพุ นวมิ ลมงั คลาราม ท้ังยังมีพระราชประสงค์ให้รวบรวมสรรพวิชาความรู้ของไทยอัน มีมาแต่โบราณมาจารึกลงบนแผ่นศิลา เพ่ือสืบทอดภูมิปัญญา ไทยและเผยแพร่ความรู้ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและศึกษาได้ โดยง่ายและเท่าเทียมกัน ในการน้ีทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร (ขณะด�ำรงพระ ยศเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนเดชอดิศร) รวบรวมและช�ำระ โคลงโลกนิติส�ำนวนเก่า แล้วน�ำมาจารึกบนแผ่นศิลาประดับไว้ บริเวณศาลาทิศของพระมณฑป เพ่ือเป็นโอวาทสอนใจประชาชน ดงั โคลงบทแรกทว่ี า่ 208 8/8/2557 BE 3:09 PM �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 208

โคควายวายชีพได้ เขาหนัง โคลงโลกนิติ อญั ขยมบรมนเรศรเ์ รอื้ ง รามวงศ์ พระผา่ นแผน่ ไผททรง สบื ไท้ แสวงยง่ิ สงิ่ สดบั องค ์ โอวาท หวงั ประชาชนให ้ อา่ นแจง้ คำ� โคลง โคลงโลกนติ สิ ำ� นวนของสมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยา เดชาดศิ ร ทงั้ สน้ิ ๕๙๓ บท มที ง้ั ทปี่ รบั ปรงุ แกไ้ ขมาจากโคลงโลกนติ ิ สำ� นวนเดมิ และทที่ รงพระนพิ นธข์ นึ้ ใหม่ เมอ่ื มกี ารจารกึ เผยแพรใ่ น วดั พระเชตพุ นวมิ ลมงั คลาราม ทำ� ใหโ้ คลงโลกนติ สิ ำ� นวนนเ้ี ปน็ ทรี่ จู้ กั กวา้ งขวางกวา่ สำ� นวนอน่ื เนอ้ื หาของบทประพันธ์ โคลงโลกนิตพิ ระนพิ นธ์สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยา เดชาดศิ รมที ม่ี าจากโคลงโลกนติ สิ ำ� นวนเกา่ ซง่ึ สนั นษิ ฐานวา่ นา่ จะแตง่ ขน้ึ กอ่ นสมยั กรงุ รตั นโกสนิ ทร์ ดงั จะเหน็ ไดจ้ ากโคลงโลกนติ บิ ทท่ี ๒ วา่ ครรโลงโลกนติ นิ ี้ นมนาน มแี ตโ่ บราณกาล เกา่ พรอ้ ง เปน็ สภุ ษติ สาร สอนจติ กลดงั่ สรอ้ ยสอดคลอ้ ง เวย่ี ไวใ้ นกรรณ คำ� สอนในโคลงโลกนติ มิ ที ม่ี าจากคมั ภรี โ์ บราณตา่ ง ๆ ทเี่ ผยแพรเ่ ขา้ มาในสงั คมไทยเปน็ เวลาชา้ นาน เชน่ โลกนตี ิ โลกนยั ธรรมบท ฯลฯ คำ� วา่ “โลกนติ ”ิ หมายถงึ ระเบยี บแบบแผนของโลก เนอื้ หาของโคลง โลกนติ มิ หี ลากหลายมที ง้ั เนอ้ื หาทแ่ี สดงสจั ธรรมความเปน็ จรงิ ของโลกเชน่ ความไมเ่ ทยี่ ง ความซบั ซอ้ นของจติ ใจมนษุ ย์ และเนอ้ื หาทใ่ี หค้ ตเิ กย่ี ว กบั การดำ� เนนิ ชวี ติ และชแี้ นะแนวทางในการประพฤตติ น เชน่ การพดู การคบคน การใฝห่ าความรู้ ฯลฯ �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 209 209 8/8/2557 BE 3:09 PM

กวีวัจน์วรรณนา ความหมายของวรรคทอง วัวควายเมื่อตายไปแล้วยังเหลือร่างกายส่วนต่าง ๆ ให้ผู้อ่ืนใช้ ประโยชนไ์ ด้ เชน่ เขากบั หนงั แตม่ นษุ ยเ์ มอื่ สนิ้ ชวี ติ แลว้ รา่ งกายกด็ บั สญู ไป คงเหลอื เพยี งความดหี รอื ความชว่ั ทจ่ี ะปรากฏสบื ไป ความดเี ดน่ โคลงบทนด้ี เี ดน่ ในดา้ นกลวธิ กี ารนำ� เสนอแนวคดิ เกยี่ วกบั คณุ คา่ ของชวี ติ มนษุ ย์ โดยการนำ� สตั วม์ าเปรยี บเทยี บกบั มนษุ ย์ เพอ่ื แสดงให้ เหน็ วา่ หากบคุ คลไมร่ จู้ กั สรา้ งประโยชนใ์ หแ้ กผ่ อู้ น่ื หรอื สงั คมโดยรวม ชวี ติ ของผนู้ น้ั กจ็ ะไรค้ า่ และสชู้ วี ติ สตั วไ์ มไ่ ด้ โดยธรรมชาติแล้ว สัตว์ย่อมมีสติปัญญาด้อยกว่ามนุษย์ จึงไม่ สามารถรคู้ ดิ ทจี่ ะสรา้ งสรรคป์ ระโยชนย์ ง่ิ ใหญไ่ ด้ แตส่ ตั วเ์ หลา่ นกี้ ย็ งั มปี ระโยชนต์ อ่ มนษุ ยใ์ นหลาย ๆ ดา้ น กวหี ยบิ ยกววั ควายมาเปรยี บ เทยี บ เพราะววั ควายเปน็ สตั วท์ ส่ี ามารถใชเ้ ปน็ แรงงานและอาหารของ มนษุ ยไ์ ด้ แมเ้ มอ่ื สตั วเ์ หลา่ นต้ี ายไปแลว้ กย็ งั เหลอื เขาและหนงั ใหไ้ ดใ้ ช้ ประโยชนต์ อ่ ไปไดอ้ กี สว่ นมนษุ ยเ์ ปน็ ผทู้ ไี่ ดช้ อ่ื วา่ มปี ญั ญาเหนอื กวา่ สตั ว์ หากไมร่ จู้ กั ใชส้ ตปิ ญั ญาในทางสรา้ งสรรค์ กจ็ ะไมก่ อ่ ประโยชนใ์ ด ๆ เลย ทงั้ ยงั อาจกอ่ ใหเ้ กดิ โทษอกี ดว้ ย ดงั นน้ั มนษุ ยจ์ งึ ควรรจู้ กั ใชก้ ำ� ลงั กาย และกำ� ลงั ปญั ญาของตนสงั่ สมคณุ ความดแี ละสรา้ งสรรคป์ ระโยชนใ์ ห้ แกโ่ ลก เพราะสงิ่ นเ้ี ทา่ นน้ั ทจี่ ะคงอยตู่ อ่ ไปเมอ่ื มนษุ ยจ์ ากโลกนไ้ี ปแลว้ 210 8/8/2557 BE 3:09 PM �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 210

โคควายวายชีพได้ เขาหนัง โคลงโลกนิติ �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 211 211 8/8/2557 BE 3:09 PM

�������������� 5 of 5_140809_CC.indd 212 8/8/2557 BE 3:09 PM

๓๓ นิจจาเจ้าวันทองนอ้ งพอี่ า พจ่ี �ำหน้าเน้ือน้องไดท้ ุกแหง่ นจิ จาใจช่างกระไรมาแปลกแปลง เอามือคล�ำแลว้ ยงั แคลงอยคู่ ลบั คลา้ ย เจ้าลืมนอนซอ่ นพมุ่ กระท่มุ ต่�ำ เดด็ ใบบอนชอ้ นนำ้� ทีไ่ รฝ่ า้ ย พเ่ี ค้ียวหมากเจา้ อยากพ่ียังคาย แขนซา้ ยคอดแลว้ เพราะหนุนนอน �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 213 8/8/2557 BE 3:09 PM

กวีวัจน์วรรณนา 8/8/2557 BE 3:09 PM ท่ีมาของวรรคทอง เสภาเรอ่ื งขนุ ชา้ งขนุ แผน ตอน ๑๗ ขนุ แผนขน้ึ เรอื นขนุ ชา้ ง ไดน้ าง แกว้ กริ ยิ า ผ้แู ตง่ พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั ป/ี สมัยท่แี ตง่ ในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั ประเภทของวรรณคดี ขนุ ชา้ งขนุ แผนจดั เปน็ วรรณคดปี ระเภทเสภา คอื วรรณคดที แ่ี ตง่ ดว้ ยกลอนเสภา มจี ดุ ประสงคเ์ พอ่ื ใชข้ บั เสภาซงึ่ เปน็ การขบั ทมี่ จี งั หวะ และทำ� นองเฉพาะและมกั ใชก้ รบั เปน็ เครอื่ งประกอบจงั หวะเนอ้ื หาของ เสภามหี ลากหลาย เชน่ นทิ าน ตำ� นาน พงศาวดาร คำ� สอน รูปแบบคำ� ประพนั ธ์ กลอนเสภา วตั ถุประสงค/์ โอกาสในการแต่ง เรื่องขุนช้างขุนแผนเป็นเร่ืองท่ีนิยมน�ำมาเล่าและขับเป็นเสภา ตง้ั แตส่ มยั กรงุ ศรอี ยธุ ยา มอี ยหู่ ลายสำ� นวน ในสมยั ตน้ รตั นโกสนิ ทร์ พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหแ้ ตง่ บทเสภาขนุ ชา้ งขนุ แผนขน้ึ ใหมห่ ลายตอน พระองคท์ รงพระราช- นพิ นธ์ ๔ ตอน และ พระราชทานตอนอน่ื ๆ ใหเ้ จา้ นายและกวรี าชสำ� นกั เชน่ กรมหมนื่ เจษฎาบดนิ ทร์ สนุ ทรภชู่ ว่ ยกนั แตง่ บทเสภาทแ่ี ตง่ ขน้ึ ใหมน่ ใ้ี ชข้ บั ถวายตอนทรงเครอ่ื งใหญ่ (ตดั ผม) ทำ� ใหเ้ กดิ ธรรมเนยี มขบั เสภาถวายขณะทรงเครอื่ งใหญใ่ นรชั กาลตอ่ ๆ มา สว่ นการแตง่ บทเสภา ขนุ ชา้ งขนุ แผนขน้ึ ใหมม่ ตี อ่ มาจนถงึ สมยั พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั เสภาเรอ่ื งขนุ ชา้ งขนุ แผน ตอน “ขนุ แผนขน้ึ เรอื นขนุ ชา้ ง ไดน้ างแกว้ กริ ยิ า” อนั เปน็ ทมี่ าของวรรคทองขา้ งตน้ น้ี เปน็ บทพระราชนพิ นธใ์ น 214 �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 214

นิจจาเจ้าวันทองน้องพี่อา ขุนชา้ งขนุ แผน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ซ่ึงทรงพระราชนิพนธ์ขึ้น ในคราวทโ่ี ปรดเกล้าฯ ใหม้ ีการแต่งบทเสภาเรื่องนี้ข้ึนใหมใ่ นรชั สมยั ของพระองค์ เน้ือหาของบทประพันธ์ เสภาเรอื่ งขนุ ชา้ งขนุ แผนเปน็ เรอื่ งราวความรกั สามเสา้ ระหวา่ งพลาย แกว้ นางพมิ พลิ าไลย และขนุ ชา้ ง ซงึ่ เปน็ เพอ่ื นรกั กนั ตง้ั แตย่ งั เดก็ และ อาศยั อยแู่ ถบสพุ รรณบรุ แี ละกาญจนบรุ ี เมอื่ พลายแกว้ อายไุ ด้ ๑๕ ปี ไดบ้ วชเณรและมาจำ� พรรษาทส่ี พุ รรณบรุ ี ทำ� ใหไ้ ดพ้ บและรกั กบั นางพมิ โดยมนี างสายทองพเ่ี ลยี้ งนางพมิ เปน็ แมส่ อื่ ตอ่ มาไมน่ านพลายแกว้ กบั นางพมิ กแ็ ตง่ งานกนั หลงั แตง่ งานเพยี ง ๒ วนั พลายแกว้ ตอ้ งไปราชการ สงคราม ระหวา่ งนนั้ นางพมิ ปว่ ยหนกั จงึ เปลยี่ นชอื่ เปน็ วนั ทองเพอ่ื แก้ เคลด็ ขนุ ชา้ งซง่ึ แอบหลงรกั นางวนั ทองมาตง้ั แตเ่ ดก็ ใชอ้ บุ ายบงั คบั ให้ นางวนั ทองแตง่ งานกบั ตน แตน่ างไมย่ อมเขา้ หอ หลงั จากพลายแกว้ ชนะศกึ และไดบ้ รรดาศกั ดเ์ิ ปน็ ขนุ แผน กเ็ ดนิ ทางกลบั มาหานางวนั ทอง พรอ้ มกบั พานางลาวทองภรรยาอกี คนหนงึ่ ซง่ึ ไดม้ าจากการทำ� ศกึ กลบั มาด้วย เมื่อนางวันทองได้พบนางลาวทอง จึงเกิดความหึงหวงและ ทะเลาะววิ าทกนั นางวนั ทองกลา่ ววาจาตดั เยอื่ ใยขนุ แผน ทำ� ใหข้ นุ แผน โกรธและตดั ขาดนางวนั ทอง นางจงึ จำ� ตอ้ งตกเปน็ ภรรยาของขนุ ชา้ ง ตอ่ มาขนุ ชา้ งใสค่ วามขนุ แผนวา่ หนรี าชการระหวา่ งฝากเวรกบั ขนุ ชา้ ง และไปเย่ียมนางลาวทองท่ีเจ็บป่วย จนพระพันวษากร้ิวและลงโทษ ขนุ แผนโดยการรบิ ลาวทองไป ทำ� ใหข้ นุ แผนเจบ็ แคน้ ขนุ ชา้ ง จงึ มาลกั นางวนั ทองจากเรอื นขนุ ชา้ งแลว้ พาหนเี ขา้ ปา่ หลงั จากนน้ั ไมน่ านนาง วนั ทองกต็ ง้ั ครรภ์ ขนุ แผนไมอ่ ยากใหน้ างลำ� บากจงึ ยอมออกจากปา่ มา รบั โทษ ระหวา่ งทขี่ นุ แผนตดิ คกุ อยนู่ น้ั ขนุ ชา้ งมาลกั นางวนั ทองกลบั ไป อกี ตอ่ มานางวนั ทองคลอดลกู ชอื่ พลายงาม เมอ่ื ขนุ ชา้ งรวู้ า่ พลายงาม เปน็ ลกู ของขนุ แผน กล็ วงพลายงามไปฆา่ แตผ่ พี รายของขนุ แผนชว่ ย ชวี ติ พลายงามไวไ้ ด้ นางวนั ทองเปน็ หว่ งลกู กลวั จะถกู ขนุ ชา้ งทำ� รา้ ย อกี จงึ สง่ พลายงามไปอยกู่ บั นางทองประศรผี เู้ ปน็ ยา่ ทกี่ าญจนบรุ ี เมอื่ พลายงามเตบิ ใหญไ่ ดเ้ ขา้ รบั ราชการและทลู ขอพระราชทานอภยั โทษ 215 �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 215 8/8/2557 BE 3:09 PM

กวีวัจน์วรรณนา 8/8/2557 BE 3:09 PM แกข่ นุ แผน ตอ่ มาพลายงามกบั ขนุ แผนอาสาไปทำ� สงครามกบั พระเจา้ เชยี งใหมจ่ นชนะ พลายงามจงึ ไดเ้ ลอื่ นยศเปน็ พระไวย วนั หนงึ่ พระไวย คดิ ถงึ นางวนั ทองผเู้ ปน็ แม่ จงึ ไปลกั นางจากขนุ ชา้ งมาอยกู่ บั ตนและ ขนุ แผน ขนุ ชา้ งไปกราบทลู ฟอ้ งรอ้ งจนเกดิ เปน็ คดคี วามใหญโ่ ต พระ พนั วษาจงึ ใหน้ างวนั ทองเลอื กวา่ จะอยกู่ บั ขนุ ชา้ ง ขนุ แผน หรอื พระไวย แตน่ างเลอื กไมไ่ ด้ ทำ� ใหพ้ ระพนั วษากรวิ้ และสงั่ ประหารชวี ติ นางวนั ทอง เปน็ อนั สน้ิ สดุ ความรกั สามเสา้ ระหวา่ งขนุ แผน นางวนั ทอง และขนุ ชา้ ง เน้ือเร่ืองช่วงหลังของเสภาขุนช้างขุนแผนเป็นเร่ืองราวของรุ่น ลูกขุนแผนคือพระไวย (พลายงาม) และพลายชุมพล (ลูกของ ขุนแผนกับนางแก้วกิริยา) และกล่าวถึงเร่ืองรักสามเส้าของพระ ไวย นางศรีมาลา กับนางสร้อยฟ้าว่า นางสร้อยฟ้าภรรยาน้อยให้ เถรขวาดท�ำเสน่ห์จนพระไวยหลงฟั่นเฟือนท�ำร้ายนางศรีมาลา ภรรยาหลวงกบั พลายชมุ พลนอ้ งชาย พลายชมุ พลจบั เสนห่ น์ างสรอ้ ย- ฟา้ ไดแ้ ละแกไ้ ขใหพ้ ระไวยฟน้ื คนื สติ นางจงึ ถกู ขบั ออกจากอยธุ ยา ตอ่ มาเถรขวาดคดิ แคน้ จงึ แปลงเปน็ จระเขเ้ ขา้ มากอ่ ความวนุ่ วายในเมอื ง กรงุ แตถ่ กู พลายชมุ พลจบั ไดแ้ ละถกู ตดั สนิ ประหารชวี ติ วรรคทองท่ียกมาน้ีอยู่ในเน้ือเร่ืองตอนขุนแผนเจ็บแค้นขุนช้างท่ี ทำ� ใหต้ นตอ้ งพรากจากนางลาวทองและเรอ่ื งทแ่ี ยง่ นางวนั ทองไปเปน็ ภรรยา จงึ บกุ มาลกั นางวนั ทองจากเรอื นขนุ ชา้ ง ความหมายของวรรคทอง วรรคทองบทนเ้ี ปน็ คำ� พดู ของขนุ แผนกลา่ วตดั พอ้ นางวนั ทองตอน ทนี่ างวันทองผวาตน่ื ข้ึนแลว้ โผเขา้ กอดขนุ แผนดว้ ยคดิ วา่ เปน็ ขุนช้าง ครน้ั ไดส้ ตริ วู้ า่ เปน็ ขนุ แผน นางกต็ กใจสะบดั มอื หนี ขนุ แผนตดั พอ้ นาง วนั ทองวา่ ตนเองยงั คงจดจำ� รปู รา่ งหนา้ ตาของนางวนั ทองไดไ้ มเ่ คย ลมื แตน่ างวนั ทองกลบั แปรเปลย่ี นลมื ขนุ แผนไปเสยี สนิ้ แมก้ ระทง่ั ได้ จบั ตอ้ งเนอ้ื ตวั ของขนุ แผน กย็ งั สงสยั และจำ� ไมไ่ ดท้ นั ทวี า่ นคี่ อื ขนุ แผน นางคงจะลืมความหลังเม่ือคร้ังเคยแอบพลอดรักกันที่ไร่ฝ้ายใต้ต้น กระทมุ่ พมุ่ ตำ�่ ทเ่ี คยเดด็ ใบบอนมาชอ้ นนำ้� ดมื่ ดว้ ยกนั ไปเสยี แลว้ เมอ่ื 216 �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 216

นิจจาเจ้าวันทองน้องพี่อา ขนุ ช้างขนุ แผน ครงั้ ทย่ี งั รกั กนั หวานชน่ื นน้ั ขนุ แผนเคย้ี วหมากอย่นู างวนั ทองอยากกนิ หมาก ขนุ แผนกย็ งั ยอมคายหมากใหท้ นั ทดี ว้ ยความรกั ยามนอนขนุ แผนกใ็ ห้ นางหนนุ แขนซา้ ยนอนตา่ งหมอนทกุ คำ�่ คนื จนแขนแทบจะคอด ความ หลงั อนั หวานชนื่ ทง้ั หมดนนี้ างวนั ทองคงลมื เลอื นไปหมดสน้ิ แลว้ ความดเี ด่น วรรคทองนมี้ คี วามดเี ดน่ หลายประการ ประการแรก ดเี ดน่ ในฐานะ เป็นบทตัดพ้อต่อว่าที่มีท้ังความอ่อนหวานนุ่มนวลและเสียดแทงใจ อยา่ งเจบ็ ปวดในเวลาเดยี วกนั ในดา้ นความออ่ นหวานนมุ่ นวลจะเหน็ วา่ กวใี ชถ้ อ้ ยคำ� ทส่ี อ่ื ถงึ ความรกั ใครอ่ าลยั อาวรณอ์ ยา่ งลกึ ซงึ้ ของขนุ แผนท่ี มตี อ่ นางวนั ทองผเู้ ปน็ อดตี ภรรยา เชน่ เรยี กนางวา่ “เจา้ ”“นอ้ ง”“นอ้ ง พี่อา” และตัดพ้อนางโดยเลือกหยิบยกความหลังเม่ือครั้งที่เคยรัก กนั อยา่ งหวานชน่ื ทส่ี ดุ มารำ� พนั คอื ความหลงั ตอนทพี่ ลายแกว้ กบั นาง พมิ ลอบพลอดรกั ครงั้ แรกทไ่ี รฝ่ า้ ย ความหลงั ทค่ี รงั้ หนง่ึ เมอ่ื นางอยาก กนิ หมาก พลายแกว้ ซงึ่ มหี มากอยเู่ พยี งคำ� เดยี วในปาก กย็ งั ยอมสละ ใหน้ างพมิ ทนั ที อนั แสดงถงึ ความเสนห่ ากนั อยา่ งทสี่ ดุ ของทงั้ คู่ และ ความหลงั ทพี่ ลายแกว้ ใชแ้ ขนซา้ ยใหน้ างหนนุ นอนตา่ งหมอนทกุ คำ่� คนื ดว้ ยความรกั จนแขนแทบจะคอดกวิ่ ความหลงั ทข่ี นุ แผนเลอื กมารำ� พนั ตัดพ้อนางวันทองท้ังหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ขุนแผนยังคงรักและ อาลยั อาวรณน์ างวนั ทองอยา่ งยง่ิ สอดคลอ้ งกบั คำ� พดู ทก่ี ลา่ ววา่ “จำ� หนา้ เนอื้ นอ้ งไดท้ กุ แหง่ ” ซง่ึ มไิ ดส้ อ่ื ความหมายเพยี งวา่ ยงั คงจำ� รปู รา่ ง หนา้ ตาของนางไดเ้ ทา่ นน้ั แตย่ งั สอ่ื นยั ลกึ ซงึ้ วา่ ขนุ แผนยงั คงจดจำ� ความ สมั พนั ธอ์ นั ใกลช้ ดิ ระหวา่ งตนกบั นางไดไ้ มล่ มื เลอื น ขณะทบี่ ทตดั พอ้ ตอ่ วา่ นม้ี คี วามออ่ นหวานจบั ใจ กม็ นี ยั ยะทเี่ สยี ด แทงใจนางวนั ทองดว้ ยเชน่ กนั โดยทไี่ มต่ อ้ งใชถ้ อ้ ยคำ� รนุ แรงหรอื หยาบ คายแมแ้ ตน่ อ้ ย ขนุ แผนยกความหลงั อนั แสนหวานมารำ� พนั ในลกั ษณะ ตัดพ้อซึ่งสร้างความเจ็บปวดแก่นางวันทองได้อย่างลึกซึ้งว่าขณะท่ี ตนเองจดจำ� อดตี ไดท้ กุ อยา่ ง นางวนั ทองกลบั เปน็ ฝา่ ยท่ี “แปลกแปลง” และ “ลมื ” ความรกั ทง้ั หมดไปเสยี สน้ิ ขนาดไดจ้ บั เนอื้ ตอ้ งตวั ขนุ แผน 217 �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 217 8/8/2557 BE 3:09 PM

กวีวัจน์วรรณนา กย็ งั “แคลงอยคู่ ลบั คลา้ ย” จำ� ชายผเู้ ปน็ รกั แรกไมไ่ ด้ ถอื เปน็ ถอ้ ยคำ� แฝงการตำ� หนอิ ยา่ งรนุ แรงวา่ นางเปน็ ผหู้ ญงิ ทมี่ จี ติ ใจโลเลและลมื งา่ ย ความดีเด่นอีกประการหน่ึงของวรรคทองน้ีคือ การเล่นเสียง สัมผัสในท้ังสัมผัสพยัญชนะและสัมผัสสระท�ำให้เกิดเสียงเสนาะ ไพเราะ ตวั อยา่ งการเลน่ เสยี งสมั ผสั พยญั ชนะ เชน่ “หนา้ -เนอื้ -นอ้ ง” “แปลก-แปลง” “คลำ� -แคลง-คลบั -คลา้ ย” ฯลฯ ตัวอย่างการเลน่ เสยี งสมั ผสั สระ เชน่ “ใจ-(กระ)ไร” “นอน-ซอ่ น” “พมุ่ -(กระ)ทมุ่ ” “หมาก-อยาก” ฯลฯ วรรคทองบทน้ีจึงเป็นบทพิโรธวาทังหรือบทตัดพ้อต่อว่าท่ีดีเด่น ทงั้ ความไพเราะและการสอื่ ความหมายทลี่ กึ ซงึ้ จบั ใจ โดยใชถ้ อ้ ยคำ� ท่ี ออ่ นหวานนมุ่ นวลแตเ่ สยี ดแทงหวั ใจผฟู้ งั อยา่ งรนุ แรงในเวลาเดยี วกนั สะทอ้ นใหเ้ หน็ มติ อิ ารมณอ์ นั ซบั ซอ้ นและสมจรงิ ของผพู้ ดู วา่ มที งั้ ความ รกั อาลยั อาวรณ์ ผดิ หวงั เจบ็ แคน้ และเสยี ใจระคนกนั ทำ� ใหบ้ ทกลอน นตี้ ราตรงึ อยใู่ นใจผอู้ า่ นตลอดมา 218 8/8/2557 BE 3:09 PM �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 218

นิจจาเจ้าวันทองน้องพี่อา ขุนชา้ งขนุ แผน �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 219 219 8/8/2557 BE 3:09 PM

�������������� 5 of 5_140809_CC.indd 220 8/8/2557 BE 3:09 PM

๓๔ ไทยรวมกำ� ลังต้ังมั่น สามารถปอ้ งกนั ขนั แข็ง ถงึ แมว้ า่ ศตั รูผู้มีแรง มายุทธ์แยง้ กจ็ ะปลาตไป ขอแต่เพยี งไทยเราอย่าผลาญญาต ิ รว่ มชาตริ ว่ มจติ เป็นขอ้ ใหญ ่ ไทยอยา่ มุ่งรา้ ยท�ำลายไทย จงพร้อมใจพร้อมกำ� ลังระวงั เมือง ใหน้ านาภาษาเขานยิ ม ชมเกยี รตยิ ศฟูเฟ่ือง ชว่ ยกันบำ� รงุ ความรงุ่ เรอื ง ให้ชอ่ื ไทยกระเดื่องท่ัวโลกา ชว่ ยกันเต็มใจใฝผ่ ดุง บำ� รงุ ทงั้ ชาตศิ าสนา ใหอ้ ยจู่ นสิน้ ดนิ ฟา้ วัฒนาเถิดไทย ไชโย ! �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 221 8/8/2557 BE 3:09 PM

กวีวัจน์วรรณนา 8/8/2557 BE 3:09 PM ทีม่ าของวรรคทอง บทละครพดู คำ� กลอนเรอื่ งพระรว่ ง ผแู้ ตง่ พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ปี/สมยั ทีแ่ ต่ง พ.ศ. ๒๔๖๐ ในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ประเภทของวรรณคดี พระร่วงเปน็ บทละครพูดค�ำกลอน คือแต่งด้วยกลอนสภุ าพเป็น ส่วนใหญ่ มีบทเจรจาบางตอนแต่งเป็นร้อยแก้วที่มีสัมผัสส่งรับกัน คลา้ ยรา่ ยแทรกอยบู่ า้ ง รูปแบบค�ำประพนั ธ์ กลอนสภุ าพ วัตถปุ ระสงค์/โอกาสในการแตง่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์บท ละครพูดค�ำกลอนเรื่องพระร่วงโดยทรงปรับปรุงจากพระราชนิพนธ์ กลอนบทละครเรอื่ งขอมดำ� ดนิ สำ� นวนทใ่ี ชส้ ำ� หรบั เลน่ ละครรำ� เพอ่ื พระราชทานใหส้ มาชกิ เสอื ปา่ รกั ษาดนิ แดนนำ� ไปแสดงไดง้ า่ ยขน้ึ ดงั ท่ี ปรากฏในพระบรมราชาธบิ ายในฉบบั พมิ พค์ รง้ั แรกวา่ “สมาชกิ เสอื ปา่ รกั ษาดนิ แดนไดแ้ สดงปรารถนาจกั ใครเ่ ลน่ เรอ่ื ง ‘พระรว่ ง’ ซง่ึ เหน็ วา่ เปน็ เรอื่ งปลกุ ใจคนไทยเราอยา่ งดเี รอื่ ง ๑ แตบ่ ทกลอนทขี่ า้ พเจา้ ไดแ้ ตง่ ไวก้ อ่ นน้ี เปน็ บทสำ� หรบั เลน่ ละครรำ� อยา่ งแบบเกา่ จงึ่ ยากทสี่ มาชกิ เสอื ปา่ จะเลน่ ได้ เพราะเกยี่ วแกก่ ารตอ้ งใชบ้ ทรำ� อยา่ งทา่ ละคร ซงึ่ เปน็ ของยากแกผ่ ทู้ ม่ี ไิ ดเ้ คยฝกึ หดั ดว้ ยเหตฉุ ะนี้ ขา้ พเจา้ จงึ่ ไดค้ ดิ แตง่ ขน้ึ ใหมเ่ ปน็ แบบละครพดู คำ� กลอน เพอื่ ใหส้ ะดวกแกผ่ ทู้ ไี่ มไ่ ดเ้ คยฝกึ หดั รำ� ละครแบบเกา่ เลน่ ได”้ เรอ่ื งพระรว่ งเปน็ พระราชนพิ นธท์ พ่ี ระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงปรบั ปรงุ ดดั แปลงใหมห่ ลายครงั้ ในตา่ งวาระ เรอื่ งพระรว่ ง 222 �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 222

ไทยรวมก�ำลังต้ังม่ัน พระร่วง สำ� นวนแรกใชช้ อื่ วา่ “ขอมดำ� ดนิ ” ทรงพระราชนพิ นธเ์ มอ่ื พ.ศ. ๒๔๕๔ เพอ่ื ใชแ้ สดงในตำ� นานเสอื ปา่ โดยทรงพระราชนพิ นธเ์ ปน็ เพยี งโครงเรอื่ ง มใิ ชเ่ นอื้ เรอื่ งสมบรู ณ์ พระรว่ งสำ� นวนท่ี ๒ มชี อื่ วา่ “ขอมดำ� ดนิ ” เชน่ เดียวกับส�ำนวนแรก ทรงพระราชนิพนธ์ข้ึนเป็นกลอนบทละครเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๔ เพอื่ แสดงจดุ กำ� เนดิ ของชาตไิ ทยและความมานะพยายาม ของบรรพบรุ ษุ ไทยทร่ี ว่ มกนั สรา้ งชาตบิ า้ นเมอื งใหเ้ ปน็ ปกึ แผน่ มนั่ คง เรอื่ งพระรว่ งสำ� นวนท่ี ๓ ใชช้ อ่ื เรอ่ื งวา่ “พระรว่ ง” ทรงพระราชนพิ นธ์ ขนึ้ โดยใชโ้ ครงเรอื่ งเดมิ แตป่ รบั ปรงุ ดดั แปลงใหม้ ลี กั ษณะของบทละคร พดู พระรว่ งสำ� นวนนเ้ี ปน็ ทรี่ จู้ กั แพรห่ ลายกวา่ สำ� นวนอน่ื ดงั ปรากฏวา่ วรรคทองจากเรอ่ื งพระรว่ งลว้ นมาจากสำ� นวนน้ี พระรว่ งสำ� นวนสดุ ทา้ ย ทรงพระราชนพิ นธเ์ มอ่ื พ.ศ. ๒๔๖๗ โดยทรงปรบั ปรงุ มาจากสำ� นวนที่ ๓ ใหเ้ ปน็ บทละครรอ้ งเพอ่ื ใหเ้ ขา้ กบั ความนยิ มละครรอ้ งแบบโอเปรา่ ของตะวนั ตกในขณะนนั้ เนื้อหาของบทประพนั ธ์ บทละครเรอื่ งพระรว่ งเลา่ ถงึ เหตกุ ารณท์ เี่ กดิ ขนึ้ ในสมยั โบราณ เมอื่ เมอื งละโว้ (ปจั จบุ นั คอื ลพบรุ )ี ยงั อยใู่ นการปกครองของอาณาจกั ร ขอม จึงต้องน�ำน�้ำศักด์ิสิทธิ์จากทะเลสาบชุบศรไปถวายเป็นเคร่ือง บรรณาการแดพ่ ระเจา้ แผน่ ดนิ ขอมทกุ ๆ ๓ ปี วนั หนงึ่ เมอื่ ถงึ กำ� หนดสง่ สว่ ยนำ้� เมอื งละโวป้ ระสบทพุ ภกิ ขภยั อยา่ งรนุ แรง แตฝ่ า่ ยขอมกไ็ มย่ อม ผอ่ นผนั กำ� หนดสง่ สว่ ยให้ พระรว่ งพอ่ เมอื งละโวผ้ มู้ สี ตปิ ญั ญาเฉยี บ แหลมจงึ ออกอบุ ายใหพ้ วกขอมทมี่ าควบคมุ การสง่ สว่ ยนำ� นำ�้ บรรทกุ กลบั ไปเองแทนทช่ี าวละโวจ้ ะเปน็ ฝา่ ยนำ� ไปสง่ เหมอื นเคย กษตั รยิ ข์ อม ทราบความก็ ใหพ้ ญาเดโชนำ� ทพั มาจบั พระรว่ งเพราะเหน็ วา่ เปน็ ผนู้ ำ� ที่ เฉลยี วฉลาดและราษฎรรกั ใคร่ อาจจะกอ่ กบฏขน้ึ ไดใ้ นภายภาคหนา้ เม่ือพระร่วงทราบข่าวก็เกรงว่ากองทัพขอมจะทำ� อันตรายชาวเมือง ละโว้ จงึ เสยี สละออกจากเมอื งไปบวชทสี่ โุ ขทยั เพอื่ ขอมจะไดต้ ามไป จบั ตนแตเ่ พยี งผเู้ ดยี ว ไมร่ กุ รานเมอื งละโวใ้ หช้ าวเมอื งเดอื ดรอ้ น เม่ือชาวละโว้ทราบว่าพระร่วงยอมเสียสละตนเพราะเห็นแก่ ประชาชน กเ็ กดิ ความมานะ จงึ รว่ มกนั วางอบุ ายโจมตกี องทพั ขอมใน 223 �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 223 8/8/2557 BE 3:09 PM

กวีวัจน์วรรณนา 8/8/2557 BE 3:09 PM ตอนกลางคนื จนเอาชนะขอมได้ แมม้ คี วามสามารถในการรบทดี่ อ้ ย กว่า ส่วนพญาเดโชท่ีตามพระร่วงไปถึงสุโขทัยก็มิอาจท�ำอันตราย พระร่วงได้ ซ�้ำยังถูกจับส่งกลับไปอาณาจักรขอม เม่ือชาวสุโขทัย ประจกั ษว์ า่ พระรว่ งมสี ตปิ ญั ญาอนั เฉยี บแหลมและบญุ ญาธกิ ารยงิ่ ใหญ่ จงึ อญั เชญิ ใหพ้ ระรว่ งลาสมณเพศขนึ้ เปน็ กษตั รยิ ห์ ลงั จากกษตั รยิ ข์ อง ตนสน้ิ พระชนมไ์ ปและไมม่ ผี สู้ บื ทอดราชบลั ลงั ก์ ตง้ั แตน่ น้ั ลพบรุ กี เ็ ปน็ อสิ ระจากขอมและผนวกเขา้ กบั สโุ ขทยั เปน็ อาณาจกั รไทยซงึ่ มเี อกราช โดยมพี ระรว่ งเปน็ พระเจา้ แผน่ ดนิ ผทู้ รงธรรม วรรคทองบทนอ้ี ยใู่ นเนอ้ื ความตอนทา้ ยเรอ่ื งเมอ่ื พระรว่ งขนึ้ ครอง ราชยเ์ ปน็ กษตั รยิ แ์ หง่ สโุ ขทยั และผนวกรวมลพบรุ แี ลว้ ความหมายของวรรคทอง บทประพันธ์ตอนนี้เป็นค�ำพูดของพระร่วงท่ีกล่าวกับขุนนางและ พลเมอื งสโุ ขทยั หลงั จากขนึ้ ครองราชย์ พระรว่ งกลา่ ววา่ หากชาวไทย มคี วามสามคั คกี นั มน่ั คงและรวมกำ� ลงั กนั อยา่ งขนั แขง็ กจ็ ะสามารถ ปอ้ งกนั ชาตจิ ากศตั รทู ม่ี ารกุ รานได้ แมศ้ ตั รนู นั้ จะมแี สนยานภุ าพมาก เพยี งใดกจ็ ะตอ้ งแตกพา่ ยหนไี ป แตท่ งั้ นชี้ าวไทยผเู้ กง่ กลา้ สามารถก็ ตอ้ งไมท่ ำ� ลายเผา่ พงศข์ องตนเอง เมอ่ื เกดิ มารว่ มชาตกิ นั กต็ อ้ งสามคั คี กนั ไมม่ จี ติ คดิ รา้ ยมงุ่ ทำ� ลายคนไทยดว้ ยกนั เอง ตอ้ งรว่ มแรงรว่ มใจกนั ปกปอ้ งบา้ นเมอื งใหเ้ ปน็ ทชี่ นื่ ชมของนานาประเทศ ชาวไทยตอ้ งชว่ ยกนั ทำ� นบุ ำ� รงุ บา้ นเมอื งใหเ้ จรญิ รงุ่ เรอื ง มชี อ่ื เสยี งเลอื่ งลอื ไปทวั่ โลก และ รว่ มกนั คำ้� จนุ ชาตไิ ทยและพระพทุ ธศาสนาใหด้ ำ� รงอยชู่ วั่ กาลนาน ขอ ใหป้ ระเทศไทยจงเจรญิ รงุ่ เรอื งสบื ไป ความดีเด่น บทกลอนน้ีเป็นบทปลุกใจให้รักชาติและสมัครสมานสามัคคี รวมพลังสร้างชาติท่ีใช้ถ้อยค�ำง่าย ๆ แต่ทรงพลัง พระบาทสมเด็จ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงชใี้ หเ้ หน็ ความสำ� คญั ของความสามคั คขี อง คนในชาตวิ า่ เปน็ ปจั จยั หลกั ทท่ี ำ� ใหช้ าตเิ ปน็ ปกึ แผน่ มน่ั คงและรงุ่ เรอื ง และทรงปลกุ เรา้ กระตนุ้ เตอื นชาวไทยใหร้ ว่ มกนั ประกอบกจิ อนั สำ� คญั 224 �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 224

ไทยรวมก�ำลังต้ังม่ัน พระร่วง ตอ่ ชาตบิ า้ นเมอื ง ๓ ประการคอื รว่ มกนั ตอ่ สกู้ บั ศตั รทู ม่ี ารกุ รานดว้ ย ความเขม้ แขง็ เมอื่ ปกปอ้ งชาตใิ หร้ อดพน้ จากอนั ตรายและดำ� รงอยตู่ อ่ ไปไดแ้ ลว้ ชาวไทยกต็ อ้ งรว่ มกนั สรา้ งความเจรญิ รงุ่ เรอื งใหแ้ กช่ าติ และ เมอ่ื ชาตมิ คี วามเจรญิ รงุ่ เรอื งแลว้ กต็ อ้ งรว่ มกนั คำ�้ จนุ ทง้ั ชาตแิ ละพระ ศาสนาใหเ้ ปน็ ปกึ แผน่ ยนื ยงอยไู่ ดต้ ลอดไป ความสำ� เรจ็ ในการประกอบ กจิ สำ� คญั เหลา่ นจี้ ะนำ� เกยี รตยิ ศอนั ยง่ิ ใหญม่ าสบู่ า้ นเมอื ง เกยี รตยิ ศ อนั ยง่ิ ใหญน่ ม้ี าจากการสามารถเอาชนะศตั รทู เ่ี หนอื กวา่ ในทกุ ๆ ดา้ น การสามารถสรา้ งความเจรญิ ใหแ้ กช่ าตไิ ดท้ ดั เทยี มนานาอารยประเทศ และการสามารถคำ้� จนุ รกั ษาชาตแิ ละพระศาสนาใหด้ ำ� รงอยไู่ ดอ้ ยา่ ง มน่ั คงยาวนานโดยไมต่ กอยใู่ นอำ� นาจของชาตอิ นื่ เกยี รตยิ ศนจ้ี ะนำ� ไป สกู่ ารยอมรบั นบั ถอื และไดร้ บั การชน่ื ชม ยกยอ่ งจากชาตอิ นื่ ๆ ซงึ่ กจ็ ะ ยอ้ นกลบั มาเปน็ เครอ่ื งชว่ ยปอ้ งกนั ชาตจิ ากอนั ตรายได้ อาจกลา่ วไดว้ า่ บทกลอนตอนนค้ี อื การสรปุ “สารสำ� คญั ” ของบทละครเรอื่ งพระรว่ งได้ อยา่ งกระชบั รดั กมุ และทรงพลงั ในการโน้มน้าวใจของผู้อ่านให้เห็นคล้อยตาม พระบาทสมเด็จ พระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยหู่ วั ทรงใช้กลวธิ ที างวรรณศลิ ปอ์ นั หลากหลาย ไดแ้ ก่ การสรรคำ� ทเี่ รยี บงา่ ยกระชบั แตม่ นี ำ�้ เสยี งหนกั แนน่ และกนิ ความ หมายลกึ ซงึ้ ซง่ึ จะชว่ ยปลกุ ใจใหฮ้ กึ เหมิ และปลกุ เรา้ ใหเ้ กดิ การกระทำ� เชน่ การใชค้ ำ� วา่ “ตง้ั มนั่ ” เพอ่ื สอ่ื นยั ทง้ั การรว่ มแรงกนั อยา่ งมน่ั คง และ ความมงุ่ มน่ั ในการรว่ มกนั ปกปอ้ งบา้ นเมอื ง การใชค้ ำ� วา่ “แรง” ใน “ศตั รู ผมู้ แี รง” เพอื่ หมายถงึ ศตั รทู ม่ี ที งั้ กำ� ลงั พลมากมาย และมฝี มี อื ในการ รบ การใชค้ ำ� วา่ “ผลาญญาต”ิ เพอ่ื สอ่ื ความหมายของการทำ� ลายลา้ ง เผา่ พงศไ์ ทยซง่ึ ลว้ นเปน็ ญาตพิ นี่ อ้ งกนั จนหมดสนิ้ ไดอ้ ยา่ งเหน็ เปน็ รปู - ธรรมดว้ ยคำ� เพยี ง ๒ คำ� การใชค้ ำ� วา่ “รว่ มชาต”ิ เพอื่ สอ่ื นยั ทงั้ การอยู่ รว่ มบา้ นเมอื งกนั และการเกดิ มารว่ มเชอ้ื ชาตเิ ดยี วกนั จงึ เปน็ เหตผุ ลอนั หนกั แนน่ ทจ่ี ะรว่ มใจกนั นอกจากใชค้ ำ� ทมี่ นี ำ้� เสยี งหนกั แนน่ เพอ่ื สรา้ ง ความฮกึ เหมิ แลว้ ยงั มกี ารใชค้ ำ� ทม่ี นี ำ�้ เสยี งแสดงการขอรอ้ งใหช้ าวไทย รว่ มมอื กนั ดว้ ยเชน่ “ขอแตเ่ พยี งไทยเราอยา่ ผลาญญาต”ิ “จงพรอ้ มใจ พรอ้ มกำ� ลงั ระวงั เมอื ง” นอกจากนนั้ กวยี งั ทรงหลากคำ� หรอื กลมุ่ คำ� 225 �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 225 8/8/2557 BE 3:09 PM

กวีวัจน์วรรณนา ทหี่ มายถงึ ความสามคั คแี ละการรว่ มมอื กนั เพอ่ื เนน้ ยำ้� สารสำ� คญั ให้ เดน่ ชดั มากยง่ิ ขน้ึ เชน่ “รวมกำ� ลงั ” “รว่ มชาตริ ว่ มจติ ” “พรอ้ มใจพรอ้ ม กำ� ลงั ” “ชว่ ยกนั ” “เตม็ ใจใฝผ่ ดงุ ” และคำ� ทม่ี คี วามหมายถงึ ความเจรญิ รงุ่ เรอื งและยง่ั ยนื เชน่ “เกยี รตยิ ศ” “ฟเู ฟอ่ื ง” “กระเดอ่ื งทวั่ โลกา” “อยู่ จนสนิ้ ดนิ ฟา้ ” “วฒั นา” ฯลฯ กลอนบทนสี้ อื่ สาระอนั มคี ณุ คา่ ผา่ นภาษาทเี่ รยี บงา่ ยแตง่ ดงามและ ทรงพลงั กอปรดว้ ยแนวคดิ เรอื่ งความรกั ชาตแิ ละความสามคั คขี อง คนในชาตซิ งึ่ เปน็ แนวคดิ สำ� คญั ทคี่ งยำ�้ เตอื นคนไทยมาทกุ ยคุ สมยั จงึ กลายเปน็ วรรคทองทจี่ ดจำ� กนั ตลอดมา 226 8/8/2557 BE 3:09 PM �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 226

ไทยรวมก�ำลังต้ังม่ัน พระร่วง �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 227 227 8/8/2557 BE 3:09 PM

�������������� 5 of 5_140809_CC.indd 228 8/8/2557 BE 3:09 PM

๓๕ พระโหยหวนครวญเพลงวงั เวงจิต ให้คนคิดถึงถน่ิ ถวลิ หวงั วา่ จากเรอื นเหมอื นนกมาจากรงั อยูข่ ้างหลังกจ็ ะแลชะแง้คอย ถึงยามค่ำ� ย�่ำฆ้องจะรอ้ งไห ้ รำ่� พิไรรัญจวนหวนละห้อย โอย้ ามดกึ ดาวเคล่อื นเดือนกค็ ลอ้ ย น้ำ� ค้างย้อยเย็นฉำ่� ท่อี ัมพร หนาวอารมณ์ลมเรื่อยเฉอ่ื ยเฉอ่ื ยชน่ื ระรวยรื่นรนิ รนิ กลนิ่ เกสร แสนสงสารบ้านเรอื นเพอ่ื นทนี่ อน จะอาวรณอ์ ้างว้างอยู่วังเวง �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 229 8/8/2557 BE 3:09 PM

กวีวัจน์วรรณนา 8/8/2557 BE 3:09 PM ท่ีมาของวรรคทอง พระอภยั มณี ผแู้ ต่ง สนุ ทรภู่ ปี/สมยั ทแ่ี ต่ง เรมิ่ แตง่ ในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั จนถงึ ปลายรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระนงั่ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ประเภทของวรรณคดี เรอื่ งพระอภยั มณจี ดั เปน็ นทิ านคำ� กลอน คอื วรรณคดนี ทิ านทแ่ี ตง่ ดว้ ยกลอนเพลงหรอื กลอนเพลงยาวตลอดทงั้ เรอ่ื ง รปู แบบคำ� ประพนั ธ์ กลอนเพลง วัตถปุ ระสงค์/โอกาสในการแตง่ สุนทรภู่เริ่มแต่งเร่ืองพระอภัยมณีในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั เพอ่ื เลยี้ งชวี ติ ขณะตอ้ งโทษจำ� คกุ ราว พ.ศ. ๒๓๖๔ จนเมอ่ื พน้ โทษกลบั เขา้ รบั ราชการกไ็ ดแ้ ตง่ ตอ่ อกี แลว้ หยดุ ไป ตอ่ มาเมอื่ สนุ ทรภอู่ อกบวช ในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระนงั่ เกลา้ เจา้ อยู่ หวั จงึ ไดแ้ ตง่ ตอ่ ตามรบั สง่ั ของพระองคเ์ จา้ ลกั ขณานคุ ณุ แลว้ ไดห้ ยดุ ไป อกี ครง้ั กอ่ นจะแตง่ ตอ่ ไปอกี ตามรบั สงั่ ของกรมหมน่ื อปั สรสดุ าเทพใน ชว่ งปลายรชั กาลท่ี๓โดยแตง่ ตอ่ จนถงึ ตอนพระอภยั มณอี อกบวช(เลม่ ท่ี ๔๙) ตอนตอ่ จากนนั้ เขา้ ใจวา่ เปน็ สำ� นวนของกวอี น่ื พระอภยั มณีเป็นบทประพันธเ์ รอ่ื งยาวทสี่ ดุ ของสนุ ทรภู่ นับเป็น ตอนได้ ๖๔ ตอน พระอภยั มณเี ปน็ นทิ านคำ� กลอนทส่ี นกุ สนาน เตม็ ไปดว้ ยจนิ ตนาการและความแปลกใหม่ สำ� นวนกลอนไพเราะ จงึ ได้ รบั ยกยอ่ งจากวรรณคดสี โมสรเมอื่ พ.ศ. ๒๔๕๙ ใหเ้ ปน็ ยอดของนทิ าน คำ� กลอน 230 �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 230

พระโหยหวนครวญเพลงวังเวงจิต พระอภัยมณี เนื้อหาของบทประพันธ์ พระอภยั มณี เปน็ เรอื่ งราวของพระอภยั มณี โอรสทา้ วสทุ ศั นแ์ ละ นางปทมุ เกสรแหง่ กรงุ รตั นา เรอ่ื งเรมิ่ ตน้ เมอ่ื พระอภยั มณแี ละอนชุ า คอื ศรสี วุ รรณออกเดนิ ทางไปศกึ ษาเลา่ เรยี นวชิ า พระอภยั มณเี รยี นวชิ า เปา่ ปจ่ี นเชยี่ วชาญ สามารถเปา่ ปส่ี ะกดคนและสตั วไ์ ด้ สว่ นศรสี วุ รรณ เรยี นวชิ ากระบก่ี ระบอง เมอื่ ทา้ วสทุ ศั นท์ ราบวา่ โอรสทงั้ สองไมไ่ ดเ้ รยี น วชิ าสำ� หรบั กษตั รยิ ก์ ก็ รว้ิ และขบั ไลอ่ อกจากเมอื ง พระอภยั มณแี ละศร-ี สวุ รรณเดนิ ทางพเนจรไปจนไดพ้ บกบั พราหมณว์ เิ ชยี ร โมรา และสานน พราหมณข์ อใหพ้ ระอภยั มณเี ปา่ ปใ่ี หฟ้ งั เสยี งปอ่ี นั ไพเราะสะกดใหท้ กุ คนหลบั ใหล นางผเี สอื้ สมทุ รไดย้ นิ เสยี งปจ่ี งึ ตดิ ตามเสยี งมาจนพบพระ อภยั มณแี ละเกดิ หลงรกั จงึ อมุ้ พระอภยั มณไี ปทถี่ ำ้� ของตน นางแปลง กายเป็นมนุษย์และขอให้พระอภัยมณีเป็นสามี เม่ือศรีสุวรรณและ พราหมณท์ งั้ สามฟน้ื คนื สตกิ แ็ ลน่ เรอื ออกตดิ ตามหาพระอภยั มณไี ป จนถงึ เมอื งรมจกั ร ศรสี วุ รรณไดพ้ บรกั และอภเิ ษกกบั นางเกษราธดิ า เจา้ เมอื งรมจกั ร และมธี ดิ าดว้ ยกนั ชอื่ อรณุ รศั มี พระอภยั มณมี โี อรสกบั นางผเี สอ้ื สมทุ รชอ่ื สนิ สมทุ ร ซงึ่ เปน็ เดก็ มี กำ� ลงั มาก วนั หนงึ่ สนิ สมทุ รลอบออกไปเทยี่ วเลน่ แลว้ ไลจ่ บั พอ่ เงอื กมา ได้ พอ่ เงอื กจงึ ชว่ ยออกอบุ ายพาพระอภยั มณแี ละสนิ สมทุ รหนี ฝา่ ย นางยกั ษต์ ามมาทนั จงึ จบั พอ่ เงอื กแมเ่ งอื กกนิ สว่ นพระอภยั มณกี บั นางเงอื กและสนิ สมทุ รเดนิ ทางตอ่ ไปจนถงึ เกาะแกว้ พสิ ดาร ทงั้ สาม ไดร้ บั ความชว่ ยเหลอื จากพระฤๅษจี นรอดพน้ จากนางผเี สอื้ มาได้ ตอ่ มาพระอภยั มณไี ดน้ างเงอื กเปน็ ชายา ฝา่ ยเมอื งผลกึ มกี ษตั รยิ ช์ อ่ื ทา้ วสลิ ราชซง่ึ มมี เหสชี อื่ นางมณฑา ทง้ั สองมธี ดิ าชอื่ สวุ รรณมาลี วนั หนง่ึ นางสวุ รรณมาลอี อกไปทอ่ งทะเลกบั พระบดิ า เรอื ของนางถกู คลนื่ ลมซดั ไปถงึ เกาะแกว้ พสิ ดาร พระอภยั - มณหี ลงรกั นางสวุ รรณมาลตี งั้ แตแ่ รกเหน็ สว่ นสนิ สมทุ รกถ็ กู ชะตากบั นางจงึ ขอเปน็ บตุ รบญุ ธรรม พระฤๅษชี ว่ ยชท้ี างกลบั เมอื งใหท้ า้ วสลิ ราช พระอภยั มณขี อโดยสารเรอื ไปดว้ ยและฝากนางเงอื กซง่ึ กำ� ลงั ตงั้ ครรภ์ �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 231 231 8/8/2557 BE 3:09 PM

กวีวัจน์วรรณนา 8/8/2557 BE 3:09 PM ไวก้ บั พระฤๅษี นางผเี สอ้ื สมทุ รตามเรอื ของทา้ วสลิ ราชมาและทำ� ใหเ้ รอื ลม่ ทา้ วสลิ ราชสน้ิ พระชนม์ พระอภยั มณพี ลดั จากนางสวุ รรณมาลแี ละ สนิ สมทุ รไปยงั เกาะอกี แหง่ หนง่ึ นางผเี สอ้ื สมทุ รไดต้ ดิ ตามไปพระอภยั - มณจี งึ เปา่ ปส่ี งั หารนางผเี สอ้ื จนสนิ้ ชวี ติ สว่ นนางสวุ รรณมาลกี บั สนิ - สมทุ รไดข้ ออาศยั ไปกบั เรอื โจรสลดั โจรสลดั อยากไดน้ างสวุ รรณมาลี เปน็ ภรรยาทำ� ใหข้ ดั แยง้ กบั สนิ สมทุ ร สนิ สมทุ รรบชนะหวั หนา้ ไดข้ น้ึ เปน็ นายโจรแลว้ ลอ่ งเรอื เขา้ ไปถงึ กรงุ รมจกั ร ไดพ้ บกบั ศรสี วุ รรณและทราบ วา่ เปน็ อาหลานกนั ศรสี วุ รรณพาสนิ สมทุ รและอรณุ รศั มอี อกเรอื ตาม หาพระอภยั มณี ทง้ั หมดไดพ้ บกบั อศุ เรนคหู่ มน้ั ของสวุ รรณมาลซี งึ่ ได้ ชว่ ยพระอภยั มณไี ว้ สนิ สมทุ รไมย่ อมคนื นางสวุ รรณมาลใี หอ้ ศุ เรน จงึ เกดิ รบพงุ่ กนั และขบั ไลอ่ ศุ เรนไปได้ เมอื่ กลบั ถงึ เมอื งผลกึ พระอภยั - มณไี ดข้ น้ึ ครองเมอื งและตอ่ มาไดน้ างสวุ รรณมาลเี ปน็ มเหสี มธี ดิ าแฝด ชอื่ สรอ้ ยสวุ รรณกบั จนั ทรส์ ดุ า สว่ นศรสี วุ รรณทลู ลากลบั เมอื งรตั นา โดยพาสนิ สมทุ รและอรณุ รศั มกี ลบั ไปดว้ ย ฝา่ ยนางเงอื กซง่ึ อาศยั อยู่ กบั พระฤๅษที เี่ กาะแกว้ พสิ ดารไดใ้ หก้ ำ� เนดิ โอรสของพระอภยั มณคี อื สดุ สาคร สดุ สาครออกตามหาพระบดิ าไปถงึ เมอื งการเวกและไดเ้ ปน็ โอรสบญุ ธรรมของเจา้ เมอื ง อุศเรนยกทัพมาโจมตีเมืองผลึกแต่แพ้พระอภัยมณีและตายใน สงคราม เจา้ ลงั กาซงึ่ เปน็ พระบดิ าของอศุ เรนตรอมใจตายตามโอรส ทำ� ใหน้ างละเวงวณั ฬาขนษิ ฐาของอศุ เรนตอ้ งขน้ึ ครองเมอื งลงั กาแทน โดยมสี งั ฆราชบาทหลวงเปน็ ทปี่ รกึ ษา นางละเวงแคน้ ใจคดิ ทำ� ศกึ กบั เมอื งผลกึ อกี ครงั้ จงึ ใหช้ า่ งวาดรปู ตนเองพรอ้ มลงมนตรเ์ สนห่ ส์ ง่ ไปตาม เมอื งตา่ ง ๆ เพอื่ ใหช้ ว่ ยนางรบตามคำ� แนะนำ� ของสงั ฆราชบาทหลวง พระอภยั มณเี หน็ รปู นางละเวงกถ็ กู มนตรเ์ สนห่ จ์ นไมเ่ ปน็ อนั ทำ� ศกึ นาง สุวรรณมาลีจึงขอให้ศรีสุวรรณกับสินสมุทรมาช่วย ในขณะเดียวกัน สุดสาครท่ีอยู่เมืองการเวกมานานก็คิดออกตามหาพระอภัยมณี มี เสาวคนธแ์ ละหสั ไชยซงึ่ เปน็ ธดิ าและโอรสเจา้ เมอื งการเวกตามมาดว้ ย เมอื่ ถงึ เมอื งผลกึ กเ็ ขา้ ชว่ ยแกเ้ สนห่ ใ์ หพ้ ระอภยั มณไี ดส้ ำ� เรจ็ และชว่ ยรบ กองทพั ขา้ ศกึ จนแตกพา่ ยไป 232 �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 232

พระโหยหวนครวญเพลงวังเวงจิต พระอภัยมณี พระอภยั มณตี ดั สนิ ใจยกทพั ไปทำ� ศกึ ทก่ี รงุ ลงั กาเพอ่ื ตดั ตน้ ตอแหง่ สงคราม ไมว่ า่ นางละเวงสง่ ทพั ใดไปรบกแ็ พส้ นิ้ จงึ ใชว้ ธิ ที ำ� เสนห่ ใ์ หเ้ หลา่ กษตั รยิ ห์ ลงใหล ในทสี่ ดุ ทงั้ พระอภยั มณี ศรสี วุ รรณ สนิ สมทุ ร และ สดุ สาครกถ็ กู เสนห่ ข์ องสตรเี มอื งลงั กาจนหมด นางสวุ รรณมาลจี งึ ตอ้ ง ยกทพั มาชว่ ยทำ� ศกึ แทนแตไ่ มป่ ระสบผล ทงั้ สองฝา่ ยรบกนั อยา่ งยดื เยอื้ ในทสี่ ดุ พระฤๅษมี าชว่ ยแกเ้ สนห่ แ์ ละเทศนาไกลเ่ กลย่ี จนทงั้ หมด ละความพยาบาทยอมคนื ดกี นั พระอภยั มณแี ละนางสวุ รรณมาลพี รอ้ ม ดว้ ยเหลา่ กษตั รยิ ท์ ง้ั หลายเดนิ ทางกลบั เมอื ง แตน่ างละเวงไปดว้ ยไมไ่ ด้ เพราะตอ้ งอยปู่ กครองบา้ นเมอื งตอ่ ไป ต่อมาสินสมุทรได้ครองคู่กับอรุณรัศมี สุดสาครได้ครองคู่กับ เสาวคนธ์ หสั ไชยไดค้ รองคกู่ บั สรอ้ ยสวุ รรณและจนั ทรส์ ดุ า เมอ่ื ทา้ ว สุทศั น์กบั นางปทมุ เกสรส้ินพระชนม์ พระอภัยมณี ศรีสวุ รรณ และ สนิ สมทุ รเดนิ ทางไปปลงพระศพทกี่ รงุ รตั นา มงั คลา โอรสนางละเวงซงึ่ ครองกรงุ ลงั กา ยกทพั มารบกบั เมอื งผลกึ อกี พระอภยั มณเี ปา่ ปส่ี ะกด ทพั จนสงครามยตุ ิ เมอื่ การศกึ และความวนุ่ วายตา่ ง ๆ สงบลง พระ อภยั มณเี กดิ ความรสู้ กึ สงั เวชและเบอ่ื หนา่ ยความขดั แยง้ ระหวา่ งมเหสี จงึ ออกบวชเปน็ ฤๅษี นางละเวงตดั สนิ ใจเปลยี่ นศาสนาและออกบวช ตามพรอ้ มกบั นางสวุ รรณมาลี ทงั้ สามไปบำ� เพญ็ เพยี รอยทู่ เี่ ขาสงิ คตุ ร์ วรรคทองบทนี้อยู่ในตอนพระอภัยมณีตัดสินใจยกทัพไปท�ำศึก กบั กรงุ ลงั กาเพอื่ เปน็ การตดั ตน้ ตอสงคราม กองทพั ของพระอภยั มณี เผชญิ หนา้ กบั กองทพั ฝรงั่ พนั ธมติ รของฝา่ ยลงั กาถงึ ๑๒ ทพั และถกู ขา้ ศกึ ตโี อบตลบหลงั พระอภยั มณตี กอยใู่ นภาวะคบั ขนั จงึ เปา่ ปส่ี ะกด ทพั ฝา่ ยตรงขา้ ม ความหมายของวรรคทอง วรรคทองที่ยกมานี้เป็นเพลงปี่ที่พระอภัยมณีเป่าสะกดทัพฝ่าย ลงั กา วรรคทองนกี้ ลา่ ววา่ จะบรรเลงเพลงทมี่ ที ว่ งทำ� นองครำ่� ครวญ หวนหาเพื่อให้ผู้ฟังซึ่งเป็นเหล่าทหารฝ่ายลังการู้สึกวังเวงใจและเกิด ความคดิ คำ� นงึ ถงึ ถนิ่ ฐานบา้ นเกดิ ของตน เพราะการจากบา้ นเรอื นมา 233 �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 233 8/8/2557 BE 3:09 PM

กวีวัจน์วรรณนา 8/8/2557 BE 3:09 PM นกี้ เ็ ปรยี บเสมอื นนกทต่ี อ้ งจากรงั บตุ รภรรยาและครอบครวั ทเี่ ฝา้ รอ อยทู่ บี่ า้ นกจ็ ะคอยชะแงห้ าวา่ เมอ่ื ใดผทู้ จ่ี ากไปจะไดก้ ลบั มา และเมอ่ื ผทู้ เ่ี ฝา้ คอยไดย้ นิ เสยี งฆอ้ งตบี อกเวลาในยามคำ�่ กจ็ ะยง่ิ คดิ ถงึ ผทู้ จ่ี าก ไปจนตอ้ งรำ�่ ไหอ้ อกมาดว้ ยความสะเทอื นใจ ในยามดกึ พระจนั ทรแ์ ละ ดวงดาวเรม่ิ ลดตำ่� จางแสงลง นำ้� คา้ งพรา่ งพรมลงมาทำ� ใหอ้ ากาศเยน็ ฉำ่� ไปทว่ั ลมพดั มาเบา ๆ โชยกลน่ิ หอมออ่ น ๆ ของมวลดอกไม้ เรา้ ใหเ้ กดิ ความรสู้ กึ เปลา่ เปลย่ี วอา้ งวา้ ง เหลา่ ทหารจงึ เกดิ ความสงสารผเู้ ฝา้ รอ อยทู่ บ่ี า้ นทค่ี งเตม็ ไปดว้ ยความคดิ ถงึ โหยหา และอา้ งวา้ งวงั เวงเชน่ กนั ความดีเดน่ วรรคทองบทน้ีโดดเด่นด้านการสร้างจินตภาพท่ีเร้าให้ผู้ฟังเกิด ความรู้สึกอ้างว้างเปล่าเปล่ียวใจและคิดถึงบุคคลอันเป็นที่รักที่ต้อง พลดั พรากจากมา โดยการพรรณนาภาพ เสยี ง และบรรยากาศทกี่ ลา่ ว ถึงท้ังอารมณ์ความรู้สึกของครอบครัวและคนรักที่รอคอยอยู่ท่ีบ้าน และอารมณ์ความรู้สึกของผู้ท่ีต้องเป็นฝ่ายจากบ้านและครอบครัว มา ในมติ แิ รก เพลงปเ่ี รา้ ใหผ้ ฟู้ งั บงั เกดิ ความอา้ งวา้ งวงั เวงใจโดยการ พรรณนา “ให้คนคิดถึงถ่ินถวิลหวัง” คือคิดถึงถ่ินฐานบ้านเกิดและ ครอบครวั ทพ่ี รากจากมา กวพี รรณนาภาพและความรสู้ กึ ของคนทเ่ี ฝา้ รออยทู่ บี่ า้ นไดอ้ ยา่ งชดั เจนวา่ คงไดแ้ ต่ “แลชะแงค้ อย” วนั ทจี่ ะไดก้ ลบั มาพบหนา้ กนั อกี ดว้ ยความหว่ งหากงั วล และเมอื่ ถงึ “ยามคำ�่ ยำ่� ฆอ้ ง” ผทู้ อ่ี ยทู่ บี่ า้ นกจ็ ะยง่ิ เศรา้ สรอ้ ยโหยหาวงั เวง เพราะการยำ่� ฆอ้ งเพอื่ บอก เวลาคำ�่ นนั้ เปน็ สญั ญาณของการหยดุ พกั จากการงานและกลบั บา้ นไป หาครอบครวั และคนทรี่ กั การไดย้ นิ เสยี งฆอ้ งจงึ เตอื นใหผ้ ทู้ อี่ ยใู่ นบา้ น นกึ ถงึ ผทู้ อี่ อกไปทำ� งานและกำ� ลงั จะกลบั บา้ น แตเ่ มอ่ื ผทู้ อ่ี อกไปทำ� งาน ยงั อยหู่ า่ งไกล ไมส่ ามารถกลบั บา้ นมาได้ เสยี งฆอ้ งจงึ เปน็ สง่ิ ทต่ี อกยำ้� ใหค้ นทบ่ี า้ นรสู้ กึ สะเทอื นใจจนถงึ กบั ตอ้ งหลง่ั นำ�้ ตา การพรรณนาภาพ และความรสู้ กึ ของครอบครวั และคนรกั ทเี่ ฝา้ รอคอยอยทู่ บ่ี า้ นนี้ นบั วา่ เหมาะสมและสอดคล้องกับจุดประสงค์ของเพลงปี่ที่ต้องการเร้าให้ ทหารฝา่ ยขา้ ศกึ รสู้ กึ เปน็ หว่ งคนทอี่ ยขู่ า้ งหลงั และหวนระลกึ ถงึ ความ สขุ ความอบอนุ่ ขณะอยทู่ บ่ี า้ นกบั ครอบครวั จนไมม่ จี ติ ใจคดิ จะสรู้ บ 234 �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 234

พระโหยหวนครวญเพลงวังเวงจิต พระอภัยมณี ในมติ ทิ ี่ ๒ เพลงปน่ี ย้ี งั พรรณนาอารมณค์ วามรสู้ กึ ของทหารทต่ี อ้ ง พรากจากบา้ นเมอื งมาทำ� ศกึ ดว้ ย กวเี ปรยี บภาวะอา้ งวา้ งวา้ เหวใ่ จของ ผทู้ พ่ี รากจากเรอื นมาวา่ “เหมอื นนกทจ่ี ากรงั ” ซงึ่ ใหภ้ าพของนกทต่ี อ้ ง ซดั เซพเนจรจากรงั อนั อบอนุ่ ไปอยา่ งเดยี วดายวา้ เหว่ ทงั้ ยงั พรรณนา ตอ่ ไปถงึ บรรยากาศในยามดกึ วา่ “โอย้ ามดกึ ดาวเคลอื่ นเดอื นกค็ ลอ้ ย นำ�้ คา้ งยอ้ ยเยน็ ฉำ่� ทอ่ี มั พร” แสงอนั สลวั รางของดวงจนั ทรน์ ยี้ ง่ิ กระตนุ้ ให้เกดิ ความรสู้ กึ หมองหมน่ และอากาศอนั หนาวเยน็ ก็ย่งิ ท�ำใหเ้ กิด ความ “หนาวอารมณ”์ เมอื่ ประกอบเขา้ กบั “ลมเรอื่ ยเฉอื่ ยเฉอื่ ยชน่ื ” ทพี่ ดั “กลนิ่ เกสร” โชยมาออ่ น ๆ กย็ ง่ิ เตอื นใหผ้ ทู้ พี่ รากจากบา้ นมา นกึ ถึง “เพอ่ื นทนี่ อน” อนั สอื่ ถงึ หญงิ คนรักท่รี อคอยอยู่ท่บี า้ น ชวน ใหเ้ กดิ อารมณค์ วามรสู้ กึ วา้ เหวอ่ า้ งวา้ งวงั เวงอยา่ งรนุ แรง และสงสาร เหน็ ใจคนรกั ทรี่ อคอยอยอู่ ยา่ งจบั ใจ มติ อิ ารมณท์ ง้ั ๒ มติ ทิ สี่ อื่ ผา่ นจนิ ตภาพดงั กลา่ ว ไดช้ ว่ ยเสรมิ เนน้ ให้ ผฟู้ งั เพลงปเ่ี กดิ ความรสู้ กึ วา้ เหวว่ งั เวงและอาลยั อาวรณถ์ งึ ความสขุ ใน หนหลงั และความทกุ ขใ์ นปจั จบุ นั ไดอ้ ยา่ งสะเทอื นอารมณย์ ง่ิ วรรคทองบทนยี้ งั ดเี ดน่ ในดา้ นการใชค้ ำ� ทม่ี คี วามหมายสอ่ื ถงึ ความ โศกเศรา้ อาลยั อาวรณ์ เชน่ “โหยหวน” “ครวญ” “วงั เวงจติ ” “ถวลิ หวงั ” “รำ่� พไิ ร”“รญั จวน” “หวนละหอ้ ย” ซง่ึ ชว่ ยเนน้ อารมณค์ วามรสู้ กึ ทเ่ี กดิ จากจนิ ตภาพขา้ งตน้ ใหเ้ ขม้ ขน้ รนุ แรงมากยง่ิ ขน้ึ การเลน่ เสยี งสมั ผสั เชน่ “ยามคำ�่ -ยำ�่ ฆอ้ ง-รอ้ งไห”้ “ดาวเคลอื่ น-เดอื นกค็ ลอ้ ย” กช็ ว่ ย เสรมิ ใหน้ ำ�้ เสยี งอนั เศรา้ สรอ้ ยของวรรคทองบทนมี้ คี วามไพเราะรน่ื หู ชวนซาบซง้ึ ใจอยา่ งยง่ิ ความเขา้ ใจอยา่ งลกึ ซง้ึ ถงึ ธรรมชาตขิ องจติ ใจมนษุ ยท์ รี่ กั ผกู พนั กบั ถิ่นฐานบ้านเกิดและครอบครัว และการถ่ายทอดออกมาได้อย่างมี วรรณศลิ ป์ ทำ� ใหเ้ พลงปน่ี ไ้ี มเ่ พยี งสามารถสะกดใจเหลา่ ทหารในกองทพั ฝา่ ยลงั กาไดเ้ ทา่ นน้ั ผอู้ า่ นเองกส็ ามารถเชอ่ื มโยงความรสู้ กึ อนั ลกึ ซง้ึ เขา้ กบั ประสบการณข์ องตนได้ วรรคทองบทนจ้ี งึ ประทบั ตราตรงึ อยู่ ในจติ ใจของคนทวั่ ไปตราบเทา่ ถงึ ทกุ วนั นี้ 235 �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 235 8/8/2557 BE 3:09 PM

�������������� 5 of 5_140809_CC.indd 236 8/8/2557 BE 3:09 PM

๓๖ เปน็ ผู้หญงิ แท้จริงแสนล�ำบาก เปน็ ผูช้ ายยง่ิ ยากกวา่ หลายเทา่ หญงิ ต้องเจียมกายามาแตเ่ ยาว์ ชายตอ้ งเฝ้าวงิ วอนใหห้ ล่อนรัก หญิงถึงรักตอ้ งแสรง้ แกลง้ ทำ� เฉย หวังให้ชายอยากเชยย่ิงขน้ึ หนกั ตา่ งคนต่างซดั กันน่าขนั นกั ทแี่ ท้ต่างสมัครจะรักกนั �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 237 8/8/2557 BE 3:09 PM

กวีวัจน์วรรณนา 8/8/2557 BE 3:09 PM ทม่ี าของวรรคทอง บทละครพดู สลบั ลำ� เรอ่ื งววิ าหพระสมทุ ผแู้ ตง่ ศรีอยุธยา (พระนามแฝงของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจา้ อยหู่ วั ) ป/ี สมัยท่ีแตง่ พ.ศ. ๒๔๕๙ ในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ประเภทของวรรณคดี วิวาหพระสมุทเป็นวรรณคดีประเภทบทละครพูดสลับล�ำ คือ วรรณคดที แี่ ตง่ ขนึ้ เพอ่ื ใชแ้ สดงละครทดี่ ำ� เนนิ เรอ่ื งดว้ ยการพดู สลบั กบั การรอ้ งเพลง บทเจรจาและบทเพลงท่รี ้องมคี วามสำ� คญั เทา่ กนั จะ ตดั อยา่ งหนง่ึ อยา่ งใดออกไมไ่ ดเ้ พราะจะทำ� ใหเ้ สยี เนอื้ ความ ละครทม่ี ี ลกั ษณะเชน่ นส้ี ว่ นใหญเ่ รยี กวา่ ละครสงั คตี แตส่ ำ� หรบั เรอื่ งววิ าหพระสมทุ พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงเรยี กวา่ ละครพดู สลบั ลำ� บทละครเรอ่ื งวิวาหพระสมทุ แต่งเปน็ รอ้ ยแก้วสลับกับร้อยกรอง บทเจรจาแตง่ เปน็ รอ้ ยแกว้ สว่ นบทรอ้ งแตง่ เปน็ รอ้ ยกรองซงึ่ สว่ นใหญ่ เปน็ กลอนสภุ าพ มกี าพยฉ์ บงั โคลงวชิ ชมุ าลี อนิ ทรวเิ ชยี รฉนั ท์ และ รา่ ยแทรกอยบู่ า้ ง บทรอ้ งเหลา่ นเี้ ปน็ การรอ้ งโตต้ อบกนั ระหวา่ งตวั ละคร พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงคดั เลอื กเพลงไทยเดมิ ทำ� นองตา่ ง ๆ และเพลงสากลจำ� นวนหนง่ึ มาบรรจไุ วอ้ ยา่ งเหมาะสม รูปแบบคำ� ประพนั ธ์ กลอนสภุ าพ วตั ถุประสงค์/โอกาสในการแต่ง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์บท ละครพดู สลบั ลำ� เรอื่ งววิ าหพระสมทุ เพอ่ื ใชแ้ สดงในโอกาสตา่ ง ๆ โดย เฉพาะอยา่ งยง่ิ แสดงเกบ็ เงนิ บำ� รงุ ราชนาวสี มาคมแหง่ กรงุ สยามเพอ่ื ซอ้ื เรอื รบ “พระรว่ ง” 238 �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 238

เป็นผู้หญิงแท้จริงแสนล�ำบาก วิวาหพระสมทุ เนอื้ หาของบทประพนั ธ์ ววิ าหพระสมทุ เปน็ บทละครทพี่ ระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นจากการผสมผสานต�ำนานกรีกโบราณ เรื่องการสังเวยเจ้าหญิงให้เจ้าสมุทรกับการเยือนของเรือรบราชนาวี อังกฤษซ่ึงครองอ�ำนาจทางทะเลในขณะนั้น เรื่องวิวาหพระสมุท เกิดขึ้นที่เกาะอัลฟะเบตาซึ่งประชาชนมีความเกรงกลัวอ�ำนาจพระ สมทุ ร มธี รรมเนยี มวา่ ทกุ ๆ ๑๐๐ ปี ชาวเมอื งตอ้ งสง่ สว่ ยเปน็ หญงิ สาว พรหมจารใี หไ้ ปเปน็ เจา้ สาวของพระสมทุ ร มฉิ ะนนั้ จะเกดิ ภยั พบิ ตั ขิ นึ้ ขณะนน้ั อนั โดรเมดา ธดิ าทา้ วมดิ สั เจา้ ผคู้ รองเกาะ รกั กบั อนั เดรซงึ่ เปน็ เจา้ ตา่ งนคร แตค่ วามรกั มอี ปุ สรรคเพราะอนั เดรมฐี านะยากจน คอนสตันติโน๊สซ่ึงเป็นสหายสนิทของหลานหัวหน้านักบวชก็หลงรัก อนั โดรเมดาเชน่ กนั จงึ ออกอบุ ายยยุ งใหช้ าวเกาะตนื่ ตกใจวา่ ใกลถ้ งึ เวลาท่ีจะต้องส่งเจ้าสาวให้พระสมุทรแล้วเพื่อให้ท้าวมิดัสจ�ำใจส่ง อนั โดรเมดาไปสงั เวย ขณะนน้ั เรอื รบหลวงออ๊ กสฟอรด์ มาจอดเทยี บทา่ ชาวเมอื งเหน็ บอ๋ ยรบั ใชช้ าวจนี ของผบู้ งั คบั การเรอื กต็ กใจคดิ วา่ เปน็ ผี ทะเลมาทวงสว่ ยใหพ้ ระสมทุ ร คอนสตนั ตโิ นส๊ จงึ ฉวยโอกาสจา้ งบอ๋ ย ใหช้ ต้ี นเปน็ ตวั แทนพระสมทุ รเพอื่ จะไดแ้ ตง่ งานกบั อนั โดรเมดา อนั เดร และอันโดรเมดารู้ทันอุบายน้ีจึงส่งพ่ีเลี้ยงของเจ้าหญิงไปขอความ ช่วยเหลือจากฝ่ายอังกฤษ ในพิธีส่งตัวเจ้าสาวพระสมุทร นาวาเอก เอดเวอรด์ ไลออ้ นจงึ ซอ้ นแผนของคอนสตนั ตโิ นส๊ โดยแสดงตนวา่ เปน็ ผบู้ งั คบั การเรอื แหง่ ราชนาวอี งั กฤษซงึ่ มอี ำ� นาจสงู สดุ ในทอ้ งทะเล จงึ ถอื วา่ เปน็ ผแู้ ทนพระสมทุ รโดยชอบธรรม และเลอื กใหอ้ นั เดรเปน็ ตวั แทนพระสมทุ รแตง่ งานกบั อนั โดรเมดา สว่ นนาวาเอกไลออนกไ็ ด้ แตง่ งานกบั พเ่ี ลยี้ งของเจา้ หญงิ ดว้ ย บทประพันธ์ตอนท่ีเป็นวรรคทองน้ีเป็นตอนที่ แมรี ริดเด็ลล์ พเ่ี ลยี้ งชาวองั กฤษรบั รกั นาวาเอกเอด็ เวอรด์ ไลออน และสาวใชอ้ กี ๒ คนของอนั โดรเมดากร็ บั รกั นายทหาร ๒ นาย ชายหญงิ ทงั้ ๓ คจู่ งึ รอ้ งเพลงหมโู่ ตต้ อบกนั �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 239 239 8/8/2557 BE 3:09 PM

กวีวัจน์วรรณนา 8/8/2557 BE 3:09 PM ความหมายของวรรคทอง วรรคทองน้ีเป็นบทร้องโต้ตอบของชายหญิงว่าด้วยความยาก ลำ� บากของทง้ั สองฝา่ ยกอ่ นทจ่ี ะลงเอยกนั ดว้ ยความสมหวงั ฝา่ ยหญงิ พรรณนาความล�ำบากท่ีเกิดมาเป็นหญิง ซึ่งต้องรักนวลสงวนตัวมา ตง้ั แตย่ งั เยาว์ เมอื่ รกั ชายใดกต็ อ้ งเกบ็ ซอ่ นความรสู้ กึ ไวภ้ ายใน ไมก่ ลา้ แสดงออก สว่ นฝา่ ยชายกโ็ ตว้ า่ เปน็ ผชู้ ายนนั้ ยงิ่ ยากลำ� บากกวา่ หลาย เทา่ นกั เนอ่ื งจากตอ้ งเปน็ ฝา่ ยเฝา้ วงิ วอนขอความรกั จากผหู้ ญงิ การที่ ผหู้ ญงิ ไมย่ อมเผยความรสู้ กึ ใหไ้ ดร้ บั รกู้ เ็ พอื่ ทำ� ใหผ้ ชู้ ายหลงใหลคลง่ั ไคล้ และปรารถนาจะไดน้ างมากยงิ่ ขนึ้ ทงั้ สองฝา่ ยเหน็ พอ้ งกนั วา่ การกลา่ ว โทษอกี ฝา่ ยวา่ ทำ� ใหช้ วี ติ ตนเตม็ ไปดว้ ยความยากลำ� บากนน้ั ชา่ งดนู า่ ขนั นกั เพราะแทท้ จ่ี รงิ ทงั้ หญงิ และชายตา่ งกร็ กั กนั ดว้ ยความเตม็ ใจอยแู่ ลว้ ความดเี ดน่ บทประพันธ์ตอนท่ีเป็นวรรคทองนี้เป็นบทร้องประกอบเพลง สามเส้า ซ่ึงเป็นเพลงท่ีมีท่วงท�ำนองสนุกสนานร่ืนเริง เหมาะสมกับ สถานการณ์แห่งความยินดีปรีดาเม่ือความรักสมหวัง การพรรณนา ความยากลำ� บากของแตล่ ะฝา่ ยกวา่ จะสมหวงั ในรกั มลี กั ษณะเปน็ การ กระเซ้าเย้าแหย่และประคารมกันอย่างสนุกสนานตามประสาคน รกั แตใ่ นขณะเดยี วกนั กแ็ ฝงการยวั่ ลอ้ คา่ นยิ มเรอ่ื งการรกั นวลสงวน ตวั ของสตรไี ปพรอ้ ม ๆ กนั ดว้ ย ดงั ทฝี่ า่ ยหญงิ อธบิ ายวา่ ความยาก ลำ� บากของหญงิ ทจี่ ำ� ตอ้ งเกบ็ ซอ่ นความรกั ไวใ้ นใจมสี าเหตมุ าจากคา่ นิยมเร่ืองความรักนวลสงวนตัวซึ่งได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่ยังเล็ก การรกั นวลสงวนตวั นห้ี มายรวมถงึ การสงวนถอ้ ยคำ� และอารมณค์ วาม รสู้ กึ ไมแ่ สดงความรกั ใครเ่ สนห่ าตอ่ ชายออกมาใหเ้ หน็ เปน็ ทป่ี ระจกั ษ์ การไม่สามารถแสดงอารมณ์และปฏิบัติสิ่งต่าง ๆ ได้ตามความรู้สึก ตามธรรมชาติ ทำ� ใหก้ ารเกดิ เปน็ หญงิ นนั้ “แสนลำ� บาก” อยา่ งแทจ้ รงิ ทศั นะตอ่ คา่ นยิ มเรอ่ื งการรกั นวลสงวนตวั เชน่ นค้ี งจะเปน็ ทศั นะของผู้ หญงิ ไทยจำ� นวนไมน่ อ้ ยตงั้ แตอ่ ดตี มาจนปจั จบุ นั ดงั พบวา่ ขอ้ ความใน วรรคแรกของวรรคทองบทนมี้ ผี นู้ ยิ มนำ� ไปอา้ งถงึ อยเู่ สมอในกรณตี า่ ง ๆ ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั ผหู้ ญงิ 240 �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 240

เป็นผู้หญิงแท้จริงแสนล�ำบาก วิวาหพระสมทุ ไม่เพียงแต่ฝ่ายหญิงเท่าน้ันที่เห็นว่าคา่ นยิ มเรื่องรกั นวลสงวนตวั สรา้ งความลำ� บากใหแ้ กต่ น ฝา่ ยชายเองกเ็ หน็ วา่ คา่ นยิ มดงั กลา่ วทำ� ให้ ผชู้ ายประสบความยงุ่ ยากในเรอ่ื งของความรกั เชน่ กนั และเปน็ อปุ สรรค ทท่ี ำ� ใหก้ ารเลอื กคคู่ รองดว้ ยตนเองของหนมุ่ สาวไมส่ ามารถกระทำ� ได้ โดยงา่ ย อยา่ งไรกต็ าม เมอื่ ชายหนมุ่ หญงิ สาวไดส้ มหวงั ในความรกั จงึ ไดป้ ระจกั ษว์ า่ คา่ นยิ มและกรอบเกณฑท์ างสงั คมนนั้ มไิ ดเ้ ปน็ เหตใุ ห้ เกดิ ความรกั หรอื ทำ� ใหค้ วามรกั เพม่ิ พนู มากยงิ่ ขนึ้ หากแตก่ ลบั เปน็ สง่ิ ทสี่ รา้ งอปุ สรรคและความยงุ่ ยากใหแ้ กค่ นทม่ี คี วามรกั แทน ความยาก ลำ� บากในการปฏบิ ตั ติ นตามคา่ นยิ มดงั กลา่ วนจี้ งึ เปน็ สง่ิ ท่ี “นา่ ขนั นกั ” วรรคทองบทนจ้ี งึ มไิ ดเ้ ปน็ เพยี งการเลน่ โวหารโตต้ อบระหวา่ งชาย และหญงิ เทา่ นน้ั หากแตย่ งั มคี า่ นยิ มทางสงั คมเรอ่ื งการรกั นวลสงวน ตวั ซงึ่ ยดึ โยงอยกู่ บั ประเพณกี ารคลมุ ถงุ ชน บทประพนั ธน์ จ้ี งึ เปน็ บท ยวั่ ลอ้ วพิ ากษส์ งั คมไปในเวลาเดยี วกนั อยา่ งไรกต็ าม การจบบทรอ้ ง ดว้ ยความสมหวงั ในความรกั สอื่ นยั วา่ หากชายหญงิ “ตา่ งสมคั รจะรกั กัน” แล้ว ความรักก็จะช่วยให้เอาชนะและข้ามพ้นอุปสรรคซึ่งเป็น กรอบเกณฑอ์ นั “นา่ ขนั ” ดงั กลา่ วได้ �������������� 5 of 5_140809_CC.indd 241 241 8/8/2557 BE 3:09 PM

�������������� 5 of 5_140809_CC.indd 242 8/8/2557 BE 3:09 PM