136 หมายเหตุ ๑. การลงมอื ปฏิบัติ ๒. การสงั เกตพฤติกรรม ลงชอื่ .................................................ครผู สู อน (นางสาวปณุ ยนุช คาํ จิตแจม) 38 38 ความคดิ เห็นของผูบรหิ าร หรอื ผูท ่ีไดรับมอบหมาย ( ) สอนตามแผนการสอนขนั้ ตอนตอไป ( ) ควรปรบั แก ............................................................................................................. ลงช่ือ.................................................................... (นายนภสินธุ ดวงประภา) ผูชว ยผอู าํ นวยการกลมุ บรหิ ารงานวชิ าการ
113074
113085
113096
114007
114018
114029
114130
114141
114152
114163
114174
114185
114196
115107
115118
115129
115230
154 ขอมลู นักเรียนรายบคุ คล หองเรียน....แ.....ม................ ปการศึกษา .....เ..ร...ว...ส............. ๑. ขอมูลดานนักเรียน ๑.๑ ขอ มูลสว นตัวนกั เรยี น ชอื่ -นามสกุล (ด-.ช/ด-.ญ/นาย/น.ส).........ช......ก...า..น........ป...ง...า..ม............................................... ชอ่ื เลน .......ฝ..น.................... · ประเภทความพกิ าร........บ...ก..พ.....อ..ง...ท.า..ง.ส......ญ...ญ..า.............................................................................................................. เกดิ วันที่..๒..๗...เดอื น ……งห.า..ค..ม....... พ.ศย. ...ล.......... อายุ .·.ก...า......ป เช้อื ชาติ ..ไ...ท...ย....... สัญชาต.ิ ..ไ.ท.ย.......... ศาสนา...ท..ธ......... เลขบตั รประจาํ ตวั ประชาชน....>......๒...๕...๙....0...๒...๑..๙...๔...๕...๓...).....................หมูโ ลหติ ..........-................................................. การจดทะเบยี นคนพิการ ไมตองการจดทะเบยี น ยังไมจดทะเบียน -จดทะเบียนแลว ท่อี ยูปจ จุบัน บา นเลขที่....9..M...M.......ตรอก/ซอย.....-..........หมทู .ี่ ...ฮ.......ช่อื หมูบาน/ถนน....ห...น..อ...า.น..า...ว............................... ตําบล/แขวง........แ.....ม................. อําเภอ/เขต.......แ......ม............... จงั หวดั ......ล...ป..า..ง............. รหสั ไปรษณีย. ..๕...๖..ด....ง...อ....... ๑.๒ ดานสุขภาพ ๑) สขุ ภาพกาย มีสขุ ภาพรา งกายสมบรู ณแข็งแรง เจบ็ ปว ยบอ ย (ระบ)ุ ............................................................................ มีโรคประจําตวั (ระบ)ุ ......................................................................... ปวยเปนโรครา ยแรง/เรือ้ รงั (วัณโรค โรคอว น โรคทางเดินหายใจเร้อื รงั (หอบหดื ) โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลอื ดสมอง โรคไตวายเรือ้ รัง โรคมะเร็ง ภาวะภูมคิ มุ กันต่าํ โรคเบาหวาน ภาวะบกพรองทางระบบประสาทอยา งรุนแรง ลมชกั ฯลฯ ระบุโรค)............................................................... น้าํ หนกั ........ม...อ...............กโิ ลกรัม สว นสูง...........ด....................เซนตเิ มตร /น้าํ หนักผิดปกตไิ มสัมพันธกบั สว นสงู หรืออายุ นอนตดิ เตยี ง ๒) สขุ ภาพจิต/อารมณ/พฤติกรรม /มีปฏิสมั พนั ธท ีเ่ หมาะสมกับผูอ ื่น /อารมณดี ยมิ้ งา ย อารมณหงดุ หงิดงาย/โมโหงาย ไมม ปี ฏิสัมพันธกับผอู นื่ เชน เฉยเมย ไมสบตา ไมมกี ารตอบสนอง/แสดงออกทางอารมณ ซมึ เศรา แยกตัวออกจากกลมุ หวาดระแวง /ไมพบพฤติกรรมท่ีไมพงึ ประสงค พบพฤติกรรมท่ีไมพึงประสงคท่ีสงผลกระทบไมร ุนแรงตอตนเอง/ผูอน่ื /สง่ิ ของ พบพฤติกรรมท่ีไมพงึ ประสงคท่ีสง ผลกระทบรุนแรงตอตนเอง/ผอู นื่ /สง่ิ ของ ัจำ่ห้จ่ห้จัจุพัจิวิสัปิต่รำ้นูร์ติน่ห้จ
155 ๑.๓ ดานการเรยี นรู ๑) พัฒนาการ/ความสามารถ พัฒนาการ/ความสามารถเทยี บเทากับอายจุ รงิ พฒั นาการ/ความสามารถลาชา กวา อายุจรงิ ๑ – ๓ ป / พัฒนาการ/ความสามารถลา ชากวา อายจุ รงิ ๓ ป ข้ึนไป ๒) การชวยเหลือตนเอง สามารถชว ยเหลือตนเองได /สามารถชวยเหลอื ตนเองไดบ า ง ไมสามารถชวยเหลือตนเองได ๑.๔ ดา นสทิ ธคิ นพกิ าร/สนับสนุนชว ยเหลือจากองคกรภาครฐั หรือเอกชน ๑) เบยี้ ยังชพี คนพกิ าร /ไดร ับ จํานวน......·...................บาท/เดือน ไมไดรบั เนื่องจาก................................................................................................................ ๒) บริการฟนฟทู างการแพทย /ไดร บั (ระบโุ รงพยาบาล)...................................................................................................... ไมไดรับ เน่ืองจาก................................................................................................................ ๓) บรกิ ารเทคโนโลยี สื่อ ส่ิงอาํ นวยความสะดวก /ไดร บั (ระบุสงิ่ ที่ไดรับ)............ป.ม....า.......3..0..0..0.......บ.า.ท................................................................... (ระบหุ นวยงานทีไ่ ดร บั )..........น....ฯ..ล...ป..า.ว.................................................................................. ไมไดร บั เน่ืองจาก............................................................................................................... ๔) ทนุ การศกึ ษา/เงินชวยเหลอื อ่ืน ๆ ไดรบั (ระบุชอื่ ทนุ การศึกษา/เงนิ ชว ยเหลืออืน่ ๆ)................................................................ จาํ นวน.......................บาท/เดือน / ไมไดร ับ เนื่องจาก................................................................................................................ ๕) รบั บริการสวัสดกิ ารทางสังคม ไดร บั (สงิ่ ที่ไดร ับ เชน บริการเคสเมเนเจอร บรกิ ารรับสงไปโรงพยาบาล ฯลฯ ระบุ).......... (หนว ยงานทีไ่ ดร ับ เชน พมจ. กสศ. ฯลฯ ระบุ ).................................................................. /ไมไ ดรบั เนื่องจาก............................................................................................................... คำ์ยูศู
156 ๑.๕ ดา นการเดินทางในชีวิตประจําวนั ๑) ยานพาหนะที่ใชใ นครอบครัว ไมม ียานหนะใชภ ายในครอบครวั /มียานพาหนะ โปรดระบุประเภท จักรยาน /จักรยานยนต จกั รยานยนตพว ง รถเกง รถกระบะ ๒ ประตู รถกระบะ ๔ ประตู (นั่ง ๒ ตอนทายบรรทุก) รถกระบะ ๔ ประตู (นั่ง ๒ ตอนทา ยบรรทุกมหี ลงั คา) รถกระบะ ๔ ประตู (นง่ั ๒ ตอนแวน) รถตูสว นบคุ คล ๒) วิธกี ารเดินทางในชีวติ ประจาํ วนั เดิน &ใชยานพาหนะ โปรดระบุประเภท จกั รยาน /จักรยานยนต จักรยานยนตพวง รถเกง รถกระบะ ๒ ประตู รถกระบะ ๔ ประตู (นง่ั ๒ ตอนทายบรรทุก) รถกระบะ ๔ ประตู (น่ัง ๒ ตอนทา ยบรรทุกมีหลงั คา) รถกระบะ ๔ ประตู (นง่ั ๒ ตอนแวน) รถรบั จา ง / รถรับ-สง นกั เรียน รถโดยสารประจาํ ทาง รถตสู วนบุคคล ๓) ระยะทางจากท่ีพกั อาศยั มายงั สถานศึกษา (ระบุระยะทาง)........%................กโิ ลเมตร
157 ๒. ขอ มูลดา นครอบครวั ๒.๑ ขอ มูลบดิ า /มชี ีวิตอยู ถงึ แกกรรม ไมม ขี อมูล ช่อื -นามสกลุ บิดา..........น...า..ย...เ.ย.ม..................ร..ป...ง..า..ม..........................อาย.ุ ...ฐ........ป เชื้อชาต.ิ ....ไ...ท...ย................. สญั ชาติ........ไ..ท...ย................ ศาสนา........ท................. ไมมีงานทาํ -มีงานทํา อาชีพ...........ท..ไ..ร....................................รายได......๓......๕....a..............บาท/เดือน ระดับการศกึ ษา ไมไ ดรับการศึกษา /ประถมศึกษา มัธยมศกึ ษา/ปวช ปวส/อนปุ รญิ ญา ปรญิ ญา ทีอ่ ยูป จ จบุ ัน /ที่อยูเดยี วกับนักเรียน ทอ่ี ยตู า งจากนกั เรียน (โปรดกรอกขอมลู ) บา นเลขท.ี่ ....9....M...M.........ตรอก/ซอย.........-......หมทู ี่....:.......ชือ่ หมบู าน/ถนน..........ห...น...ด...น..า..ว............................ ตําบล/แขวง........แ......ม......................อาํ เภอ/เขต..........แ.....ม.................... จงั หวัด...........ล....ป..า..ง......................... รหสั ไปรษณีย. ...........ง..ค...ง..อ...........................เบอรโทรศัพท. ......................-..................................................... ๒.๒ ขอมูลมารดา /มชี ีวติ อยู ถึงแกก รรม ไมมขี อมูล ช่อื -นามสกุล มารดา......น...า..ง..ส...า..ว...น...............ป..ง..า..ม.............................อาย.ุ .....ม......ป เชอื้ ชาต.ิ .....ไ.ท..ย................... · สญั ชาต.ิ .......ไ...ท...ย............... ศาสนา.........ท..ธ.............. ไมมงี านทํา /มีงานทํา อาชีพ.............ท..ไ..ร..................................รายได.....↑.......ต...ร..............บาท/เดอื น ระดับการศึกษา ไมไดร บั การศึกษา -ประถมศึกษา มธั ยมศึกษา/ปวช ปวส/อนุปริญญา ปริญญา ทีอ่ ยปู จ จุบัน /ที่อยูเดยี วกบั นักเรียน ทีอ่ ยูตางจากนกั เรียน (โปรดกรอกขอมลู ) บา นเลขที.่ ....................ตรอก/ซอย...............หมทู ี.่ ..........ช่ือหมบู าน/ถนน................................................... ตาํ บล/แขวง....................................อาํ เภอ/เขต................................... จงั หวดั ............................................ รหสั ไปรษณยี ..............................................เบอรโ ทรศัพท............................................................................ ๒.๓ ขอมูลผปู กครอง บดิ า /มารดา ผปู กครองไมใชบ ิดา/มารดา (โปรดกรอกขอมลู ) ช่อื -นามสกลุ ผูปกครอง.......................................................................อายุ............ป เชอื้ ชาติ........................ สัญชาติ............................. ศาสนา......................... ไมม ีงานทํา มีงานทํา อาชีพ...................................................รายได. ............................บาท/เดอื น ระดับการศกึ ษา ไมไดร ับการศึกษา ประถมศึกษา มธั ยมศึกษา/ปวช ปวส/อนุปรญิ ญา ปรญิ ญา ัอำุพัฮูรัยำ่ห้จ่ห้จำิธุพัร่ีอ
158 ท่อี ยูปจจุบนั ท่อี ยูเดยี วกบั นกั เรียน ที่อยตู า งจากนักเรยี น (โปรดกรอกขอมูล) บานเลขท่ี.....................ตรอก/ซอย...............หมทู ่.ี ..........ช่อื หมูบา น/ถนน................................................... ตาํ บล/แขวง....................................อําเภอ/เขต................................... จงั หวัด............................................ รหสั ไปรษณีย. .............................................เบอรโทรศพั ท. ........................................................................... รายไดครอบครัว ๑๐๐,๐๐๐ บาท/ป ขึ้นไป /๔๐,๐๐๑ – ๙๙,๙๙๙ บาท/ป ไมเ กิน 40,000 บาท/ป สภาพความเปนอยใู นครอบครวั /อยูร ว มกบั บดิ ามารดา อยูกับบดิ า อยูกับมารดา อยูกบั ผูอื่น (ระบุ)....................................................................... /อยูดว ยกนั สถานภาพของบิดามารดา หยา รา ง แยกกนั อยู บดิ าถึงแกกรรม มารดาถงึ แกกรรม บิดา มารดาถงึ แกก รรม ครอบครวั ของนักเรยี นมีสมาชิกท้ังหมด......:............คน ประกอบดว ย......อ.......แ......ช..า..ย......ก...เ....ย...น................... บคุ คลในครอบครวั มีการใชส ารเสพติด /มี ไมม ี เกี่ยวขอ งเปน ..........อ.....................กับนักเรยี น ประเภทสารเสพติดที่ใชคือ บหุ ร่ี /สรุ า ยาบา อน่ื ๆ ระบุ............................. ความถีใ่ นการใชสารเสพตดิ ของบคุ คลในครอบครัว เปนประจํา /บางคร้งั บคุ คลในครอบครวั เก่ียวขอ งกับการเลนการพนนั มี /ไมม ี ความถ่ีในการเลนการพนนั ของบคุ คลในครอบครัว เปน ประจํา บางคร้ัง ภายในครอบครวั มีความขัดแยงและมีการใชความรุนแรง มี /ไมม ี บคุ คลในครอบครวั เจบ็ ปว ยดวยโรครนุ แรง/เรอื้ รัง มี /ไมมี อาชีพบิดา/มารดา/ผูปกครองเส่ยี งตอ กฎหมาย มี -ไมมี ๒.๔ ดานเศรษฐกิจครอบครัว มรี ายไดเ พยี งพอสําหรบั เลี้ยงดคู รอบครัวไดอ ยางดี /มรี ายไดเ พยี งพอสาํ หรบั เลี้ยงดคู รอบครวั เฉพาะที่จําเปน มหี นี้สิน มีรายไดเ พยี งเลก็ นอย ไมเพียงพอสําหรบั ครอบครัว ไมมีรายไดเลย ตอ งพึ่งพาผอู ่ืนทั้งหมด และมีหนสี้ นิ ่พีรัน่ีพ่ม่พ
159 ๒.๕ ดา นการคมุ ครองนกั เรยี น ๑) การดแู ลเอาใจใสนักเรียน /สมาชิกทุกคนในครอบครัวชว ยกันดแู ลเอาใจใสนกั เรยี นเปน ประจาํ สมาํ่ เสมอ ขาดการดแู ลเอาใจใส/ ปลอยปละละเลยนกั เรียนเปนบางคร้ัง ขาดการดแู ลเอาใจใส/ ปลอยปละละเลยนักเรยี น/ไมมีผูดแู ล นักเรยี นถูกลว งละเมิดทางเพศ นกั เรียนถกู ทาํ รายทารณุ ๒) การชว ยเหลือในการพัฒนานักเรยี น /สมาชิกทกุ คนในครอบครัวเขา ใจ/รวมมือในการชวยเหลอื ในการพฒั นานกั เรียนเปน อยางดี สมาชกิ ในครอบครัวบางคนไมมีความเขาใจ/รวมมือในการชว ยเหลอื ในการพัฒนานักเรยี น สมาชิกทกุ คนในครอบครัวขาดความเขา ใจ/รว มมือในการชว ยเหลือในการพฒั นานักเรียน ๒.๖ ดานเจตคติตอ นักเรียน ครอ/บนคักรัวเรมยี ีคนวสาามมคาารดถหพวัฒังในนากไาดรแพลฒัะมนีกาานรักแเสรียวงนหาความรใู นการพฒั นานักเรยี นอยเู สมอ มคี วามคาดหวังในการพัฒนานกั เรียนแตไมมีการแสวงหาความรูเ พื่อนาํ มาพฒั นานักเรียน ไมม ีความคาดหวังในการพฒั นานักเรยี นและนักเรยี นเปนภาระของครอบครวั ๒.๗ ดา นความรู ความเขา ใจ ทกั ษะของผูปกครองในการพฒั นานกั เรยี น ๑) ความรู ความเขา ใจ ทกั ษะของผูปกครองในการจัดกิจกรรมเพ่อื พัฒนานกั เรียน มีการจัดกจิ กรรมเพื่อพฒั นานกั เรียนเปนประจําทุกวัน /มกี ารจัดกจิ กรรมเพ่ือพัฒนานักเรียนเปน บางครง้ั ไมเ คยมีการจัดกิจกรรมเพ่ือพฒั นานกั เรยี น ๒) ความรู ความเขา ใจ ทักษะของผูปกครองในการฝก ดวยเทคนคิ /กิจกรรม มกี ารฝกดว ยเทคนิค/กิจกรรมทห่ี ลากหลายเปน ประจาํ ทกุ วัน /มกี ารฝก ดวยเทคนิค/กจิ กรรมเปนบางครั้ง ไมเ คยฝก ดว ยเทคนคิ /กจิ กรรม
160 ๓. ขอ มูลดา นสภาพแวดลอ ม ๓.๑ สภาพแวดลอ มภายในศูนยการศึกษาพิเศษประจาํ จงั หวดั ลาํ ปาง/หนว ยบรกิ าร ๑) บ/รเิ วสณภาภพาแยวใดนลหอ อมงใเนรียหนอ องเารคียานร/เอราียคนารเรียนมคี วามเหมาะสมกับความตองการจาํ เปน พเิ ศษของ นกั เรยี นและปลอดภัยตอการดํารงชวี ิต สภาพแวดลอมในหองเรียน/อาคารเรียนบางอยางขาดความเหมาะสมกบั ความตองการจําเปน พเิ ศษของนักเรยี นแตย ังสามารถใชไดอยา งปลอดภยั ตอ การดาํ รงชวี ิต สภาพแวดลอ มในหองเรียน/อาคารเรยี นบางอยางขาดความเหมาะสมกับความตองการจาํ เปน พเิ ศษของนักเรยี นและไมปลอดภัยตอการดํารงชีวิต สภาพแวดลอ มในหองเรียน/อาคารเรยี นทุกอยา งไมมีความเหมาะสมกับความตอ งการจาํ เปน พเิ ศษของนกั เรยี นและไมป ลอดภยั ตอ การดาํ รงชีวิต ระบรุ ายละเอยี ดเพ่มิ เตมิ ........................................................................................................................................... ๒) บ-ริเวสณภาภพาแยวนดอลกออมานคอากรอเรายี คนารเรยี นมีความเหมาะสมกบั ความตอ งการจําเปนพิเศษของนักเรียน และปลอดภัยตอการดํารงชวี ิต สภาพแวดลอ มนอกอาคารเรียนบางอยางขาดความเหมาะสมกับความตองการจําเปนพิเศษของ นักเรยี นแตย งั สามารถใชไ ดอยางปลอดภัยตอการดํารงชีวิต สภาพแวดลอมนอกอาคารเรียนบางอยา งขาดความเหมาะสมกบั ความตองการจําเปนพิเศษของ นกั เรยี นและไมปลอดภัยตอ การดํารงชวี ิต สภาพแวดลอ มนอกอาคารเรยี นทกุ อยางไมมีความเหมาะสมกับความตองการจําเปน พิเศษของ นกั เรียนและไมปลอดภยั ตอ การดาํ รงชีวติ ระบรุ ายละเอยี ดเพิ่มเติม........................................................................................................................................... นักเรยี น ๓) ผูเ กี่ยวขอ ง /คร/ู ผปู กครอง/พเ่ี ล้ียงเด็กพิการ/ผูปฏบิ ัติงานใหราชการทกุ คนพรอ มใหการชว ยเหลือนกั เรียน ครู/ผปู กครอง/พี่เลยี้ งเด็กพกิ าร/ผปู ฏบิ ัตงิ านใหราชการบางคนละเวนไมใ หการชวยเหลอื ครู/ผปู กครอง/พเ่ี ลย้ี งเด็กพกิ าร/ผูปฏบิ ัตงิ านใหราชการบางคนรังเกยี จนักเรยี น เพ่ือนหรอื สมาชกิ ในครอบครวั ทุกคนยอมรับ/ใหเ ขา กลมุ ทํากิจกรรม เพอื่ นหรือสมาชกิ ในครอบครวั บางคนไมย อมรบั /ไมใ หเ ขากลมุ ทํากจิ กรรม เพื่อนหรือสมาชกิ ในครอบครวั ทกุ คนไมยอมรับ/ไมใ หเ ขา กลุมทํากิจกรรม
161 ๓.๒ สภาพแวดลอมภายในบาน ๑) บรเิ วณภายในบาน /สะอาดปลอดภยั เอื้อตอ การพัฒนาศักยภาพนักเรียน สะอาดปลอดภัยแตไ มเอื้อตอการพฒั นาศกั ยภาพนกั เรียน ไมสะอาดและไมป ลอดภัย ๒) บริเวณภายนอกบาน /สะอาดปลอดภยั เอ้อื ตอการพัฒนาศักยภาพนักเรียน สะอาดปลอดภัยแตไมเอื้อตอ การพฒั นาศกั ยภาพนักเรียน ไมสะอาดและไมป ลอดภัย ๓.๓ สภาพแวดลอ มภายในชุมชน ๑) เจตคติของชมุ ชนทม่ี ีตอนักเรียนและครอบครัว /พรอมใหความชวยเหลือ เปน ภาระของสังคม ความเชอ่ื เร่ืองเวรกรรม /มสี ทิ ธิเทาเทยี มกบั คนทัว่ ไป นารังเกียจ คนพิการสามารถพัฒนาได ไมส นใจ ๒) ความสัมพนั ธข องนกั เรยี นกับชมุ ชน /มสี วนรว มในชมุ ชน /เปน ที่รจู กั ในชมุ ชน /ชุมชนใหความชวยเหลอื /เปนทรี่ ักของคนในชมุ ชน ไมมคี นในชุมชนรูจัก ไมส นใจ สรางความเดอื ดรอนใหค นในชมุ ชน
162 ๔. ขอ มูลดานความปลอดภยั สถานศึกษา ๔.๑ ภัยทีเ่ กดิ จากการใชค วามรนุ แรงของมนุษย ๑) กา/รลนว กังเลระยี เนมมิดผีทูดาูแงลเพใกศลช ดิ ตลอดเวลา นกั เรียนมีผูดูแลใกลชดิ เปนบางเวลา นกั เรียนมักถูกท้ิงใหอ ยตู ามลาํ พังหรือไมมผี ดู แู ล นักเรยี นมปี ฏิสัมพนั ธท างสังคมโดยมีระยะหา งกบั ผูอ น่ื นกั เรียนมีพฤติกรรมกอดหรือหอมแกม เพศตรงขา มท่ีไมใชญาติหรือคนรจู ัก นกั เรยี นมพี ฤติกรรมลว งหรอื จับอวยั วะเพศของตนเอง นักเรยี นมพี ฤตกิ รรมลวงหรือจับอวยั วะเพศของผูอ่ืน นกั เรียนมีพฤติกรรมกระตุนตนเองทางเพศเปน บางคร้ัง นกั เรียนมพี ฤตกิ รรมกระตุนตนเองทางเพศบอยครง้ั /เปนประจํา นกั เรียนมีพฤติกรรมการเขา ใชส่อื เทคโนโลยโี ดยไมมกี ารควบคมุ ดูแล นักเรยี นมพี ฤติกรรมชอบดูสอื่ อนาจารลามก ๒) การทะเลาะวิวาท /นักเรยี นมผี ดู ูแลใกลช ดิ ตลอดเวลา นักเรยี นมีผดู ูแลใกลช ิดเปนบางเวลา นักเรียนมกั ถูกท้ิงใหอยูตามลาํ พังหรือไมมีผูดแู ล นักเรยี นมกี รยิ าทา ทางเรียบรอ ย สุภาพ ไมกา วรา ว ไมมีพฤติกรรมทํารา ยตนเองหรือผูอนื่ นักเรยี นมีพฤตกิ รรมเลนไมเปน หรือแยงส่ิงของ ของเพ่ือนหรอื ผอู ่ืนเปนบางคร้ัง นักเรยี นมีพฤตกิ รรมชอบแยง ของ ของผอู นื่ หรือเพ่ือนบอยครั้ง/เปน ประจํา นักเรียนมีพฤติกรรมชอบดูส่อื หรือใหความสนใจส่อื ที่มีความรุนแรงในสังคม นกั เรียนมพี ฤตกิ รรมเลยี นแบบการกระทาํ หรือคาํ พดู ที่กาวราวรุนแรงเมอ่ื เหน็ ผูอน่ื ทําหรอื จาก การเสพสื่อ นักเรียนมักแสดงพฤติกรรมหรอื คาํ พูดที่กาวรา วรนุ แรงตอ ผูอ น่ื นกั เรียนไดร บั ยาท่ีมฤี ทธิ์ในการปรับพฤตกิ รรม (ยากลุมจติ เวช) แตทานยาไมส ม่าํ เสมอ ๓) กา/รกนลกั ั่นเแรียกนลมงรผี งัดู แแู กลใกลชดิ ตลอดเวลา นกั เรียนมผี ดู ูแลใกลช ิดเปนบางเวลา นกั เรียนมักถูกทง้ิ ใหอ ยตู ามลาํ พงั หรือไมมผี ูดูแล นักเรียนมกี ริยาทา ทางเรียบรอย สุภาพ ไมกาวราว ไมมพี ฤติกรรมทํารา ยตนเองหรอื ผอู ืน่
163 นักเรยี นมีพฤตกิ รรมเลนไมเ ปน หรือแยง ส่ิงของ ของเพื่อนหรือผูอืน่ เปนบางครั้ง นกั เรียนมพี ฤตกิ รรมชอบแยงของ ของผูอ่ืนหรือเพ่ือนบอยๆ/เปน ประจาํ นักเรียนมพี ฤติกรรมชอบดสู อื่ หรือใหความสนใจสอื่ ท่ีมีความรนุ แรงในสังคม นกั เรียนมีพฤตกิ รรมเลยี นแบบการกระทาํ หรือคําพดู ทีแ่ สดงถงึ การกลัน่ แกลง รังแก เชน พูดแซว พูดคําหยาบคาย ดงึ ผมผอู ื่น กดั หยิกหรือตีผูอ่ืน เมื่อเห็นผูอ่ืนทําหรือจากการเสพสอ่ื นักเรียนมกั แสดงพฤติกรรมหรือคําพูดท่ีแสดงถงึ การกลัน่ แกลง รงั แก เชน พูดแซว พูดคาํ หยาบคาย ดึงผมผูอ่นื กัดหยิกหรอื ตีผอู ่นื อยูเ สมอ ๔) กา/รชนุมกั นเรุมยี ปนรมะผีทูดว แูงลแใลกะลกชาดิ รตจลลอาดจเลวลา นกั เรยี นมีผูดูแลใกลชิดเปนบางเวลา นกั เรียนมกั ถูกทิง้ ใหอยตู ามลําพังหรือไมมผี ดู ูแล นักเรยี นมกี ริยาทาทางเรียบรอ ย สุภาพ ไมม ีพฤตกิ รรม กา วราว กอกวน ทํารายตนเองหรือ ผูอืน่ และไมม ีการแสดงพฤติกรรมท่ีกอใหเกดิ การชมุ นุม ชักจูงผูอนื่ หรือการประทวง นักเรียนมพี ฤตกิ รรมชอบดสู ่ือหรอื ใหความสนใจส่อื ทเี่ ก่ียวกับการชมุ นมุ ประทว งและ การจลาจลในสงั คม นกั เรียนเส่ียงตอการถูกชักชวนจากผอู ื่นไปรว มหรือกอการชมุ นมุ ประทวงและการจลาจล นกั เรียนถกู ชกั ชวนไปรว มการชมุ นุมประทว งและการจลาจล ๕) การกอ วินาศกรรม /นักเรยี นมีผูด ูแลใกลช ดิ ตลอดเวลา นักเรียนมีผดู ูแลใกลช ิดเปนบางเวลา นกั เรยี นมกั ถูกทง้ิ ใหอ ยตู ามลาํ พงั หรือไมมีผดู แู ล นักเรียนมกี ริยาทา ทางเรียบรอ ย สุภาพ ไมม ีพฤติกรรม กาวราว กอกวน ทํารายตนเองหรอื ผูอ ืน่ และไมม ีการแสดงพฤติกรรมทเกี่ยวกับ ทํารา ยผูอ นื่ ทําลายสาธารณะสมบตั ิในสงั คม เปน ตน นกั เรยี นมพี ฤติกรรมชอบดสู อื่ หรอื ใหความสนใจสือ่ ท่ีเก่ียวกบั ทาํ รา ยผูอ่นื ทําลายสาธารณะ สมบัติในสงั คม เปนตน นักเรยี นเส่ยี งตอ การถูกชักชวนจากผอู นื่ ไปรว มหรือกอการชุมนุมประทว งและการจลาจล นกั เรียนถูกชกั ชวนไปรวม ทํารายผอู ่นื ทาํ ลายสาธารณะสมบตั ใิ นสงั คม เปน ตน
164 ๖) การระเบิด /นักเรียนมีผูดแู ลใกลช ดิ ตลอดเวลา นักเรียนมผี ดู ูแลใกลช ิดเปนบางเวลา นักเรียนมักถูกทิง้ ใหอ ยูตามลาํ พังหรือไมมีผดู แู ล นกั เรยี นไมม ีแนวโนม ทจี่ ะแสดงพฤตกิ รรม การพกพาหรือเลน สารเคมหี รือวัตถทุ ี่อาจกอใหเกดิ ระเบดิ บุคคลในครอบครวั นักเรียนมีการใชสารเคมหี รือวตั ถุทอี่ าจกอ ใหเ กดิ ระเบิดในครอบครัวหรือ ในการประกอบอาชีพของครอบครวั เชน ยาฆา แมลงวัชพืช หรือสารประกอบในปยุ เคมี หรอื สารเคมีทําประทัด พลุ หรอื บ้งั ไฟ หรอื มวี ตั ถอุ ันตราย เชน กระปอ งสเปรย น้ํามนั ไมข ีดไฟ ไฟแช็ค ในบาน นักเรยี นคลุกคลีกับบุคคลมกี ารใชสารเคมีหรือใชวตั ถุอัตรายในการประกอบอาชพี ท่ีอาจ กอ ใหเ กิดระเบดิ นกั เรียนคลุกคลีกับบุคคลมกี ารใชสารเคมีหรือใชวตั ถุอัตรายในการทาํ ประทัด พลุ หรือบ้ังไฟ นกั เรียนเสีย่ งตอการถกู ชักชวนจากผูอ น่ื ในการพกพาหรือเลน สารเคมีหรือใชวัตถุท่ีอาจ กอใหเกิดระเบดิ นกั เรยี นมพี ฤติกรรมพกพาหรอื นาํ สารเคมีหรือวตั ถทุ ่ีอาจกอใหเกิดระเบิด เชน ยาฆา แมลง วัชพืช หรือสารประกอบในปุยเคมี หรือสารเคมีทาํ ประทัด พลุ หรอื บง้ั ไฟ หรือมีวัตถุอนั ตราย เชน กระปองสเปรย นา้ํ มนั ไมขดี ไฟ ไฟแชค็ ๗) สา/รเคนมกั แีเรลียะนวมัตีผถดู ุอแู นั ลตใกราลยชดิ ตลอดเวลา นกั เรียนมีผูดแู ลใกลช ดิ เปนบางเวลา นักเรยี นมกั ถูกท้ิงใหอ ยตู ามลาํ พงั หรือไมมผี ูดแู ล นักเรยี นไมม ีแนวโนม ทจ่ี ะแสดงพฤตกิ รรม การพกพาหรือเลน สารเคมีหรือวัตถอุ ันตราย บุคคลในครอบครัวนักเรียนมีการใชสารเคมีหรือวัตถุอันตราย ในครอบครัวหรือใน การประกอบอาชีพของครอบครัว เชน น้ํายาลางจาน นํ้ายาลางหองน้ํา น้ําสมสายชู ยาฆาแมลง ผงซักฟอก นํา้ ยาซักฟอก กระปอ งสเปรย น้ํามัน ไมขีดไฟ ไฟแชค็ เปน ตน นกั เรียนคลกุ คลีกบั บุคคลมีการใชส ารเคมีหรอื ใชว ัตถุอัตรายในการประกอบอาชพี นักเรียนคลุกคลกี บั บุคคลมีการใชสารเคมีหรือใชวตั ถุอัตรายในการทาํ ประทัด พลุ หรอื บ้ังไฟ นักเรียนเส่ียงตอการถูกชักชวนจากผอู ืน่ ในการพกพาหรือเลนสารเคมีหรือใชวัตถุอนั ตราย นกั เรยี นมีพฤติกรรมพกพาหรอื นาํ สารเคมหี รือวัตถุอตั รายนา้ํ ยาลา งจาน น้าํ ยาลา งหอ งน้ํา นา้ํ สม สายชู ยาฆา แมลง ผงซักฟอก น้ํายาซักฟอก กระปองสเปรย น้าํ มนั ไมข ดี ไฟ ไฟแชค็ เปนตน
165 ๘) กา/รลนอ กั ลเวรงยี นลมกั ผี พูดาแู ตลวั ใกลช ดิ ตลอดเวลา นกั เรยี นถกู ท้ิงอยตู ามลาํ พังในหองเรยี นหรือท่บี า นหรือสถานท่สี าธารณะในชมุ ชนเปนบางครั้ง นักเรียนถูกท้ิงอยูตามลาํ พังในหองเรียนหรือที่บานหรือสถานทส่ี าธารณะในชุมชนบอยครง้ั หรอื เปนประจาํ นักเรียนสามารถแสดงอาการหรอื พูดปฏเิ สธเม่ือถูกชกั ชวนจากผอู ื่นหรือคนแปลกหนา นักเรยี นสามารถแสดงอาการหรือพูดปฏิเสธเมอ่ื ถูกชกั ชวนจากผอู นื่ หรือคนแปลกหนาเปน บางคร้งั นกั เรียนสามารถแสดงอาการหรือพดู ปฏิเสธหรือไมร ับของจากผูอ น่ื หรือคนแปลกหนา ท่ใี ห สง่ิ ของ/ขนม นักเรยี นไมสามารถแสดงอาการหรือพดู ปฏเิ สธเม่ือถูกชักชวนจากผอู ่ืนหรอื คนแปลกหนา นักเรยี นสามารถแสดงอาการหรือพดู ปฏิเสธในการรับของจากผูอนื่ หรือคนแปลกหนาที่ให สงิ่ ของ/ขนมเปนบางคร้ัง นักเรยี นไมส ามารถแสดงอาการหรือพดู ปฏิเสธในการรับของจากผอู ่ืนหรือคนแปลกหนาทีใ่ ห สิง่ ของ/ขนม ๔.๒ ภัยทเ่ี กิดจากอบุ ตั เิ หตุ ๑) ภยั ธรรมชาติ ๑.๑) ภัยจากน้ําทว ม (จมนา้ํ /ไฟดดู /สตั วมพี ิษ) /นักเรียนมผี ูดแู ลใกลชดิ ตลอดเวลา นักเรยี นมผี ูดูแลใกลช ดิ เปนบางเวลา นักเรยี นบอกสถานการณ คาํ เตอื นภยั หรอื ภาพสญั ลักษณในการเตือนภัยทเ่ี กดิ ข้ึนได นกั เรียนไมสามารถบอกสถานการณคาํ เตือนภัยหรือภาพสัญลักษณใ นการเตือนภยั ทเี่ กิดขึน้ ได นักเรยี นสามารถดูแลตัวเองเมื่อเกดิ เหตุการณไ ด นกั เรยี นไมสามารถดแู ลตัวเองเมื่อเกิดเหตุการณได นักเรียนมีพฤติกรรม ชอบเลนน้าํ ชอบเอานวิ้ ไปแหย ชอบไปจับ ชอบเอาของหรือมือใสป าก นักเรียนบอกไมไดเหตุการณที่เกิดขึ้นได ไมสามารถดูแลตัวเองเมื่อเกิดเหตุการณได และมีพฤติกรรม ชอบเลนน้ํา ชอบเอานิ้วไปแหย ชอบไปจับ ชอบเอาของหรือมือใสปาก และถูกทิ้งใหอยูตามลําพัง หรือไมมีผดู แู ล
166 ๑.๒) ไฟไหมป า หรอื ไฟไหมท ่ีลกุ ลามในสถานทตี่ า ง ๆ /นกั เรียนมผี ูดแู ลใกลช ิดตลอดเวลา เรียนมผี ดู แู ลใกลชิดเปน บางเวลา นักเรียนสามารถบอกสถานการณ คาํ เตือนภัยหรือภาพสญั ลกั ษณใ นการเตือนภัยทีเ่ กิดขนึ้ ได นกั เรียนไมสามารถบอกสถานการณคําเตือนภยั หรอื ภาพสัญลักษณในการเตือนภัยท่ีเกิดขน้ึ ได นกั เรียนสามารถดแู ลตัวเองเม่ือเกิดเหตกุ ารณไ ด นักเรยี นไมสามารถดแู ลตัวเองเมื่อเกิดเหตุการณได นักเรยี นมพี ฤติกรรมชอบเลนวัตถุไวไฟ วัตถุทกี่ อใหเกดิ ไฟหรือเชือ้ เพลิง นกั เรียนไมสามารถบอกเหตุการณทเ่ี กดิ ขึ้น ไมส ามารถดแู ลตวั เองเม่ือเกิดเหตุการณไ ด และมี พฤติกรรม ชอบเลนวัตถุไวไฟ วตั ถทุ ่ีกอใหเกิดไฟหรอื เชอ้ื เพลิง และถกู ทิ้งใหอยูต ามลาํ พังหรอื ไมมผี ดู แู ล ๑.๓) พายุ /นกั เรยี นมผี ูดแู ลใกลชิดตลอดเวลา เรียนมีผดู ูแลใกลช ดิ เปนบางเวลา นกั เรยี นสามารถบอกสถานการณ คาํ เตือนภัยหรอื ภาพสญั ลักษณในการเตือนภยั ทเ่ี กิดขึน้ ได นกั เรยี นไมสามารถบอกสถานการณ คําเตือนภัยหรือภาพสญั ลักษณในการเตือนภัยท่ีเกิดขน้ึ ได นักเรยี นสามารถดแู ลตวั เองเม่ือเกิดเหตุการณได นักเรียนไมส ามารถดูแลตัวเองเม่ือเกดิ เหตุการณได นักเรยี นไมส ามารถบอกเหตกุ ารณทเ่ี กิดขึ้น ไมส ามารถดูแลตวั เองเม่ือเกิดเหตุการณได และถกู ทิง้ ใหอ ยูตามลาํ พงั หรอื ไมม ผี ดู ูแล ๑/.๔)นกัแเผรนียดนนิมีผไหูดวแู ลใกลชิดตลอดเวลา เรียนมีผดู แู ลใกลชดิ เปน บางเวลา นักเรยี นสามารถบอกสถานการณ คําเตือนภัยหรอื ภาพสญั ลกั ษณใ นการเตือนภยั ทเ่ี กิดขนึ้ ได นกั เรยี นไมส ามารถบอกสถานการณคําเตือนภัยหรือภาพสญั ลักษณในการเตอื นภยั ทเี่ กดิ ขึ้นได นกั เรียนสามารถดูแลตัวเองเมื่อเกิดเหตุการณไ ด นกั เรยี นไมส ามารถดแู ลตัวเองเม่ือเกิดเหตุการณได นักเรียนไมส ามารถบอกเหตุการณท่ีเกิดขนึ้ ไมสามารถดูแลตัวเองเม่ือเกิดเหตกุ ารณได และถูก ท้งิ ใหอยูตามลําพงั หรอื ไมม ผี ดู ูแล
167 ๑.๕) ภยั ธรรมชาติในชวงฤดูหนาว / นักเรยี นมผี ูดแู ลใกลชดิ ตลอดเวลา เรยี นมผี ูดแู ลใกลชดิ เปน บางเวลา นักเรยี นสามารถบอกสถานการณ คาํ เตือนภัยหรอื ภาพสัญลักษณในการเตือนภยั ท่ีเกิดข้ึนได นกั เรียนไมสามารถบอกสถานการณคาํ เตือนภยั หรอื ภาพสัญลักษณในการเตือนภยั ทเี่ กดิ ขึน้ ได นักเรียนสามารถดูแลตวั เองเมื่อเกิดเหตุการณไ ด นกั เรยี นไมส ามารถดแู ลตัวเองเมื่อเกดิ เหตุการณได นักเรียนไมส ามารถบอกเหตุการณท ่ีเกิดขึ้น ไมสามารถดูแลตัวเองเมื่อเกิดเหตกุ ารณไ ด และถกู ท้งิ ใหอ ยูตามลาํ พังหรอื ไมมีผดู ูแล ๒) ภัยจากอาคารเรยี น สิ่งกอสราง /นกั เรยี นมีผดู แู ลใกลชดิ ตลอดเวลา เรียนมผี ูดูแลใกลช ิดเปนบางเวลา นกั เรยี นสามารถบอกสถานการณ คําเตือนภัยหรอื ภาพสัญลักษณใ นการเตือนภัยท่ีเกิดข้ึนได นักเรียนไมสามารถบอกสถานการณคาํ เตือนภยั หรือภาพสญั ลกั ษณใ นการเตอื นภัยทเี่ กดิ ขน้ึ ได นักเรียนสามารถดูแลตัวเองเมื่อเกิดเหตุการณไ ด นกั เรยี นไมสามารถดแู ลตัวเองเมื่อเกดิ เหตุการณได นกั เรยี นไมสามารถบอกเหตกุ ารณท ีเ่ กิดข้นึ ไมส ามารถดแู ลตวั เองเม่ือเกิดเหตุการณได และถกู ทิง้ ใหอยูตามลําพงั หรือไมมีผดู ูแล ๓) ภยั จากยานพาหนะ /นกั เรียนมีผดู ูแลใกลช ดิ ตลอดเวลา นักเรียนมผี ูดแู ลใกลช ิดเปนบางเวลา นกั เรยี นสามารถปฏบิ ตั ิตนเม่ือใชหรือโดยสารยานพาหนะทีจ่ าํ เปนในชวี ติ ประจาํ วันได เชน รถจกั รยาน รถจกั รยานยนต รถยนต เปนตน นกั เรียนไมสามารถปฏิบตั ิตนเม่อื ใชห รือโดยสารยานพาหนะที่จําเปน ในชวี ิตประจําวันได เชน รถจกั รยาน รถจกั รยานยนต รถยนต เปน ตน นกั เรยี นสามารถปฏบิ ตั ิตนในการปองกันอนั ตรายท่ีอาจเกิดจากยานพาหนะในชวี ิตประจาํ วนั นักเรียนไมส ามารถปฏิบตั ิตนในการปองกนั อันตรายท่ีอาจเกดิ จากยานพาหนะใน ชีวติ ประจําวนั ได นักเรียนไมสามารถปฏิบัติตนเม่ือใชหรือโดยสารยานพาหนะและไมสามารถปฏิบัติตนใน การปองกันอันตรายทอ่ี าจเกิดจากยานพาหนะในชวี ติ ประจําวนั ได รวมถงึ มกั ถูกทิ้งใหอยูต ามลําพงั หรือไมม ีผดู ูแล
168 ๔) ภัยจากการจัดกิจกรรม - นกั เรียนมผี ดู แู ลใกลชิดตลอดเวลา นกั เรยี นมผี ูดูแลใกลชิดเปนบางเวลา นกั เรียนสามารถปฏิบัตติ ามกฎ กติกา ขอตกลงได นกั เรียนปฏบิ ตั ิตามกฎ กตกิ า ขอตกลงไดเปน บางคร้ัง นกั เรยี นไมส ามารถปฏิบตั ิตามกฎ กติกา ขอตกลงได และ มกั ถูกทิ้งใหอ ยูตามลําพังหรือไมมี ผูดแู ล ๕) ภัยจากเครือ่ งมือ อุปกรณ / นักเรยี นมผี ดู ูแลใกลช ดิ ตลอดเวลา นกั เรียนมผี ดู ูแลใกลช ิดเปนบางเวลา นกั เรยี นสามารถใชเครอ่ื งมอื อปุ กรณ เชน กรรไกร/กาว/ดินสอแหลม/มดี ครัว/เครอ่ื งใชไ ฟฟา/ เครอ่ื งมอื ชางในบา นหรือสถานศึกษา ไดด วยตนเองอยา งปลอดภัย นักเรียนไมสามารถใชเคร่ืองมือ อุปกรณ เชน กรรไกร/กาว/ดินสอแหลม/มีดครัว/ เครอ่ื งใชไ ฟฟา /เครอื่ งมือชา งในบานหรอื สถานศึกษา ไดด วยตนเองอยา งปลอดภัย นักเรียนไมสามารถใชเคร่ืองมือ อุปกรณ เชน กรรไกร/กาว/ดินสอแหลม/มีดครัว/ เคร่ืองใชไฟฟา/เคร่ืองมือชางในบานหรือสถานศึกษา ไดดวยตนเองอยางปลอดภัย และมักถูกท้ิงใหอยูตามลําพัง หรือไมมผี ูดูแล ๔.๓ ภยั ทเี่ กดิ จากการถกู ละเมิดสทิ ธ์ิ ๑) การถกู ปลอยปละ ละเลย ทอดท้ิง / นักเรยี นไดร บั การดูแลเลย้ี งดจู ากผูปกครองและผูด ูแลเปนอยางดี นกั เรียนถูกปลอยปละ ละเลย ทอดท้ิง เปน บางครัง้ นกั เรียนถกู ปลอ ยปละ ละเลย ทอดทิ้ง เปน บอยครัง้ ๒) การคุกคามทางเพศ / นักเรยี นรวู ิธีการเอาตวั รอดจากการคกุ คามทางเพศ นกั เรยี นไดรบั การดูแลเลีย้ งดจู ากผูปกครองและผดู ูแลเปน อยา งดี นกั เรียนถกู ทิ้งใหอ ยูบานเพียงลําพังเปน บางครั้ง นักเรียนถูกทิ้งใหอ ยบู านเพยี งลาํ พังเปนประจาํ บานนักเรยี นอยูในพืน้ ทีห่ างไกลชุมชน บา นนกั เรยี นอยใู นพน้ื ทีห่ างไกลชมุ ชน เมื่อมเี หตสุ ุดวสิ ัยไมสามารถขอความชว ยเหลอื จากผูอื่น หรือหนว ยงานตาง ๆ ไดทนั ที
169 บานนกั เรียนอยใู นพืน้ ท่ีที่มีการมว่ั สมุ เชน ยาเสพติด สุรา การพนนั บานนกั เรยี นอยูในพื้นท่ีท่ีมกี ารม่ัวสมุ เชน ยาเสพติด สุรา การพนัน เมื่อมีเหตุสดุ วิสัยไม สามารถขอความชวยเหลอื จากผูอื่นหรือหนวยงานตาง ๆ ไดท นั ที ๓) การไมไ ดรับความเปนธรรมจากระบบการศึกษา / นกั เรียนไดร ับการศกึ ษาและการพัฒนาตนเองจากหนว ยงานที่เก่ยี วของกับระบบการศกึ ษา ครอบครัวนกั เรียนขาดการรับขอมลู ขาวสารจากหนว ยงานตาง ๆ เนอ่ื งจากอยใู นพ้ืนท่ีหางไกล บนเขา ติดชายแดน หรอื พน้ื ทเ่ี ส่ียงภยั ผูป กครองกลวั ลูกถูกรงั แกหรือกลน่ั แกลงหรอื ไมไดรับการดูแลเทาทคี่ วรเหมาะสม ผปู กครองขาดความรูความเขาใจเกย่ี วกับระบบการศกึ ษา เพราะคดิ วาเด็กพิการไมตองเขา ระบบการศึกษา การคมนาคมและระบการตดิ ตอ ส่อื สารไมสะดวก การสือ่ สารดานภาษา เชน กลมุ ชาติพนั ธ กลมุ ชนกลมุ นอย ๔.๔ ภยั ท่เี กิดจากผลกระทบตอ สุขภาวะทางกายและจติ ใจ ๑) ภาวะจิตเวช / นกั เรียนไดร บั การดูแลเลีย้ งดูจากผูป กครองและผดู ูแลเปนอยางดี นกั เรยี นมพี ฤตกิ รรม อารมณ รา งเริงแจมใส หรือสามารถแสดงพฤตกิ รรม อารมณไดอยาง เหมาะสมและสอดคลองตามสถานการณ นกั เรียนมพี ฤติกรรม อารมณไ มเหมาะสมบางสถานการณ นกั เรียนปญหาดานครอบครัวสงผลกระทบตอจิตใจ นกั เรยี นมีปญหาดานสภาพแวดลอมในชุมชน ทสี่ งผลตอ พฤตกิ รรม นกั เรียนมภี าวะอาการโรคซมึ เศรา นกั เรยี นมีปญหาทางดา นพฤติกรรมและอารมณทร่ี นุ แรง ๒) ต/ดิ เกนมกั เรยี นไดรบั การดูแลเล้ียงดจู ากผูปกครองและผูดแู ลเปน อยา งดี นกั เรียนสามารถแบง เวลาในการเลน เกมและทํากิจกรรมอ่นื ๆ โดยไมม ภี าวะพฤติกรรมตอ ตาน นกั เรยี นถูกปลอ ยปละละเลยใหเ ลน โทรศัพทหรือเลนคอมพิวเตอรโ ดยไมม ีการควบคุม ดแู ล เปน บางคร้ัง บอยครง้ั นกั เรยี นถูกปลอ ยปละละเลยใหเลน โทรศพั ทห รือเลน คอมพวิ เตอรโ ดยไมม ีการควบคุม ดูแล สภาพแวดลอ มท่ีใกลชิดทําใหน กั เรยี นมีพฤติกรรมเลยี นแบบ เชน ผดู ูแลเลน เกมคอมพิวเตอร หรอื มอื ถอื อยางไมร ะมดั ระวัง
170 นักเรยี นแสดงพฤติกรรมหรอื อารมณท ่ีกาวราวรุนแรง เมอ่ื ถูกหา ม ยึด หรือจํากดั เวลาใน การเลน เกม ผูดแู ลขาดความเขา ใจในส่ือออนไลนไมส ามารถแนะนําใหนักเรยี นเลน เกมอยางระมดั ระวังได ๓) ยาเสพตดิ /นกั เรียนไดรบั การดูแลเลีย้ งดจู ากผูปกครองและผดู แู ลเปนอยางดี นักเรียนสามารถรับรถู ึงโทษของยาเสพติด นักเรียนอยใู นสภาพแวดลอม ครอบครัวหรือชมุ ชน ท่มี กี ารใชส ารเสพติดหรือมีความเก่ียวของ กบั ยาเสพติด และการกระทาํ ผิดกฎหมาย นกั เรยี นถกู ชักชวนจากผูอื่นไดงาย นกั เรียนมีพฤติกรรม เลยี นแบบหรอื ทําตามผูอน่ื นกั เรียนเคยทดลองใชยาเสพติด นักเรียนใชยาเสพตดิ นักเรียนถูกหลอกใชใ หเปนผสู ง -รบั ยาเสพตดิ นกั เรียนเปน ผูขายหรอื ผซู ื้อยาเสพติด ๔) โรคระบาดในมนษุ ย /นักเรียนไดรับการดูแลเลี้ยงดูจากผปู กครองและผดู ูแลเปน อยา งดี นักเรียนมผี ูดแู ลใกลช ดิ เปนบางเวลา นักเรียนมกั ถูกทงิ้ ใหอ ยตู ามลาํ พังหรือไมมีผดู แู ล นักเรยี นรจู กั วิธกี ารปองกนั และสามารถดูแลตนเองใหปลอดภัยจากโรคระบาดได นักเรียนไมสามารถดูแลตนเองจากโรคระบาดได เชน การใสแ มส ลา งมอื ทาํ ความสะอาด รางกาย นักเรียนอาศัยหรือใชชีวติ อยูในสภาพแวดลอมที่เปนแหลงแพรเชื้อโรค นักเรียนอยูใกลชิดกับผูปวย เชน บคุ คลในครอบครวั เพือ่ น ผูใกลช ิดหรือบคุ คลในครอบครวั เปน โรคระบาดและนักเรยี นไมสามารถปองกันตัวเองได นักเรียนปว ยเปน โรคระบาดและไมส ามารถปองกนั การแพรกระจายเชื้อจากตนเองไปสูผ ูอ ืน่ ได ๕) ภัยไซเบอร ~ นักเรียนไดรับการดูแลเล้ยี งดูจากผปู กครองและผูดูแลเปน อยา งดี นกั เรยี นสามารถแบง เวลาในใชสือ่ เครือขา ยสงั คมออนไลนแ ละทาํ กิจกรรมอ่นื ๆ โดยไมม ภี าวะ พฤติกรรมตอตา น นกั เรยี นถูกปลอ ยปละละเลยใหเ ลนโทรศัพทห รือเลนคอมพวิ เตอรโดยไมมีการควบคุม ดแู ล เปนบางคร้ัง สภาพแวดลอ มที่ใกลชดิ ทําใหเ ดก็ มีพฤติกรรมเลยี นแบบ เชน ผูดแู ลใชส ือ่ เครอื ขายสังคม ออนไลนอ ยางไมระมดั ระวัง
171 ผูดแู ลขาดความเขาใจในใชสอื่ เครอื ขายสงั คมออนไลน ไมสามารถแนะนาํ ใหเดก็ ใชอยาง ระมดั ระวงั ได บอยครัง้ นกั เรยี นถูกปลอยปละละเลยใหเ ลน โทรศพั ทห รือเลนคอมพวิ เตอรโดยไมมีการควบคุม ดูแล นักเรียนแสดงพฤตกิ รรมหรอื อารมณท ี่กาวรา วรนุ แรง เมื่อถูกหาม ยึด หรอื จํากัดเวลาในใชส่ือ เครอื ขายสังคมออนไลนและทํากจิ กรรมอืน่ ๆ ๖) การพนนั /นกั เรียนไดรบั การดูแลเลย้ี งดูจากผปู กครองและผดู ูแลเปน อยางดี นกั เรยี นสามารถรบั รูถงึ โทษของการเลนการพนนั นกั เรยี นอยูในครอบครัว ชุมชนหรอื สภาพแวดลอม ท่ีมีการเลน พนัน นกั เรยี นถกู ชกั ชวนจากเพ่ือนหรอื ผูใกลช ดิ ใหเ ลน การพนัน นักเรยี นมพี ฤตกิ รรมอยากทดลอง เลยี นแบบการเลนการพนนั ตามเพื่อนหรอื ผทู ่ีอยูใกลช ดิ นักเรียนมีพฤตกิ รรมสอไปทางการเลน หรือติดการพนัน ๗) มลภาวะเปนพิษ / นกั เรียนไดร บั การดูแลเลย้ี งดูจากผปู กครองและผูดแู ลเปนอยางดี นกั เรียนรจู ักวธิ ีการปอ งกันและสามารถดูแลตนเองใหป ลอดภยั จากมลภาวะตา ง ๆ ได นักเรียนอยใู นสภาพแวดลอมที่เปน แหลง มลภาวะ ทางอากาศ ทางเสียง ทางดนิ ทางนํ้า นักเรยี นไมส ามารถดแู ลตนเองจากมลภาวะได เชน การใสแ มสเพ่ือปองกนั มลภาวะทางอากาศ นกั เรียนปวยหรือเปน โรคท่เี กิดจากมลภาวะ ทางอากาศ ทางเสียง ทางดิน ทางน้าํ เชน โรคระบบทางเดินหายใจ โรคทเ่ี กีย่ วกับการไดย นิ เสยี ง โรคทางระบบทางเดินอาหาร และสุขภาวะทางกายอ่ืน ๆ ที่ เกิดจากมลภาวะเปนพิษ ๘) โรคระบาดในสัตว / นกั เรียนไดร บั การดูแลเลีย้ งดจู ากผปู กครองและผูด แู ลเปนอยา งดี ครอบครัวนกั เรียนรูจกั วธิ ีการปองกันและสามารถดูแลสตั วเลี้ยงและคนในครอบครัวให ปลอดภยั จากโรคระบาดหรอื โรคติดตอ จากสตั วได ครอบครวั นกั เรยี นไมมีความรูใ นการดูแล ปองกนั โรคตาง ๆ จากสตั วเ ลย้ี ง นกั เรยี นอยูใ นสภาพแวดลอมหรือชุมชนท่ีมกี ารเลยี้ งสัตว ทําการปศุสัตว นักเรียนอยูในสภาพแวดลอมหรือชมุ ชนที่มกี ารเกิดโรคระบาดสัตว นกั เรียนปวยหรือตดิ เช้อื จากโรคตา ง ๆ จากสัตวเลี้ยง หรือโรคระบาดในสัตว เชน โรคพิษสนุ ัข บา โรคไขเลอื ดออก ไขห วดั นก โรคฉห่ี นู โรคอหิวาในสตั ว โรคเชื้อราผวิ หนงั โรคเกีย่ วกบั พยาธิในสัตว เปน ตน ๙) โ/รคภนากัวเะรทียุพนโสภาชมนาราถกราับรประทานอาหารท่ีมปี ระโยชน ถกู ตองตามหลักโภชนาการ ครบ 5 หมู
172 นกั เรยี นรจู กั โทษของอาหารทีไ่ มมปี ระโยชนต อรางกาย นักเรยี นสามารถออกกําลังกายไดอยางสม่ําเสมอ ผปู กครองดูแลและมีความรูความเขา ใจดานโภชนาการอยา งถูกตอง นกั เรียนรับประทานที่ไมมีประโยชน ไมถูกตองตามหลักโภชนาการ ผูปกครองขาดความรูและไมม ีเวลาในการดูแลจัดอาหารใหถูกตองตามหลักโภชนาการ นกั เรียนมนี า้ํ หนักผิดปกติไมส มั พันธกบั สวนสงู หรืออายุ นักเรียนปว ยเปนโรคขาดสารอาหาร นักเรยี นปวยเปนโรคขาดสารอาหารหรอื มีปญหาทางดานสุขภาพต้งั แตกาํ เนดิ ๔.๕ ภยั สังคมในเทศกาลตา ง ๆ ๑) ถกู จี้ปลน /ถูกวง่ิ ราวทรัพย/ถูกลว งกระเปา /นกั เรยี นรูจ ักวิธกี ารปอ งกันตนเองตอการถูกจี้ปลน /ถูกว่ิงราวทรัพย/ ถูกลว งกระเปา และผปู กครองดูแลอยา งใกลช ิด นกั เรียนไมรูจักวธิ ีการปองกันตนเองตอการถูกจี้ปลน/ถูกว่ิงราวทรัพย/ ถูกลว งกระเปา แตผปู กครองดูแลอยา งใกลชดิ นักเรียนรูจักวิธกี ารปองกันตนเองตอการถกู จ้ีปลน/ถูกวิ่งราวทรพั ย/ ถูกลว งกระเปา และมผี ดู แู ลใกลชิดบางเวลา นักเรยี นไมร จู ักวธิ กี ารปองกันตนเองตอการถูกจีป้ ลน /ถูกวิง่ ราวทรัพย/ถูกลว งกระเปา และมีผูดแู ลใกลช ิดบางเวลา รนู กั เรยี นจกั วิธีการปอ งกันตนเองตอการถูกจป้ี ลน/ถูกวิ่งราวทรัพย/ถูกลว งกระเปา แตถูกทงิ้ ใหอยูตามลําพังหรือไมม ีผูดแู ล นักเรยี นไมรจู กั วิธกี ารปองกนั ตนเองตอ การถูกจป้ี ลน /ถูกวิ่งราวทรัพย/ถูกลวงกระเปา และถูกทิ้งใหอยูตามลาํ พังหรือไมมผี ูดูแล ๒) ถกู ลอลวง/ถูกหลอก /นักเรียนรูจ ักวธิ กี ารปอ งกันตนเองตอการถูกลอลวง/ถกู หลอก และผูป กครองดแู ลอยางใกลช ดิ นกั เรยี นไมร จู กั วิธีการปองกนั ตนเองตอการถูกลอลวง/ถกู หลอก แตผ ปู กครองดูแลอยาง ใกลชดิ นักเรียนรจู ักวธิ ีการปอ งกันตนเองตอการถูกลอลวง/ถูกหลอกและมีผดู ูแลใกลชดิ บางเวลา นกั เรยี นไมรูจักวิธกี ารปองกันตนเองตอ การถูกลอลวง/ถกู หลอกและมผี ดู แู ลใกลช ิดบางเวลา นักเรยี นรูจ กั วธิ กี ารปอ งกันตนเองตอการถูกลอลวง/ถกู หลอกแตถูกทิ้งใหอยูตามลาํ พังหรอื ไมม ี ผูดแู ล
173 นักเรยี นไมรจู ักวธิ กี ารปองกนั ตนเองตอการถูกลอลวง/ถูกหลอก และถูกทิ้งใหอยูตามลาํ พงั หรือไมมผี ูด แู ล ๓) ถกู ลกั พาตัว / นกั เรยี นรูจ กั วธิ กี ารปองกันตนเองตอการถกู ลักพาตวั และผูปกครองดแู ลอยางใกลช ิด นกั เรยี นไมร จู กั วิธีการปองกันตนเองตอการถูกลักพาตัว แตผปู กครองดแู ลอยา งใกลช ิด นักเรียนรูจกั วธิ กี ารปอ งกันตนเองตอการถกู ลักพาตัวและมีผูดแู ลใกลช ดิ บางเวลา นกั เรยี นไมร จู ักวธิ ีการปองกนั ตนเองตอ การถูกลกั พาตวั และมีผดู แู ลใกลช ดิ บางเวลา นกั เรยี นรูจักวธิ กี ารปองกันตนเองตอการถกู ลักพาตัว แตถูกท้ิงใหอ ยูตามลําพงั หรือไมมผี ดู ูแล นกั เรียนไมรูจ ักวธิ ีการปองกันตนเองตอ การถูกลักพาตวั และถูกทงิ้ ใหอยตู ามลาํ พังหรือไมมี ผดู แู ล ๔) ถูกวางยาดวยวิธีการตาง ๆ / นักเรยี นรจู กั วธิ ีการปองกันตนเองตอการถูกวางยาดวยวิธีการตาง ๆ และผูปกครองดูแลอยาง ใกลช ิด นักเรยี นไมรูจกั วิธกี ารปองกันตนเองตอการถูกวางยาดวยวิธีการตา ง ๆ แตผปู กครองดแู ลอยา ง ใกลช ดิ นักเรียนรูจักวิธีการปอ งกันตนเองตอการถกู วางยาดวยวธิ ีการตา ง ๆ และมผี ูด ูแลใกลชดิ บาง เวลา นกั เรียนไมร ูจ กั วิธีการปองกันตนเองตอ การถูกวางยาดวยวธิ กี ารตา ง ๆ และมีผดู แู ลใกลชดิ บาง เวลา นักเรยี นรจู กั วธิ ีการปองกันตนเองตอการถกู วางยาดวยวิธีการตา ง ๆ แตถูกทงิ้ ใหอยตู ามลาํ พงั หรอื ไมมีผูด ูแล นกั เรยี นไมรูจกั วิธกี ารปองกันตนเองตอ การถูกวางยาดวยวธิ ีการตาง ๆ และถูกท้ิงใหอยตู าม ลาํ พงั หรอื ไมมีผดู ูแล /๕) อนาจารขมขืนกระทําชําเรา นักเรยี นรจู ักวธิ ีการปอ งกันตนเองตอการอนาจารขมขนื กระทําชาํ เรา และผปู กครองดูแลอยา ง ใกลชิด นกั เรยี นไมร จู ักวธิ กี ารปองกนั ตนเองตอ การอนาจารขมขนื กระทาํ ชาํ เรา แตผ ปู กครองดูแล อยา งใกลชดิ นกั เรียนรจู กั วิธกี ารปอ งกันตนเองตอการอนาจารขมขนื กระทาํ ชําเราและมีผดู ูแลใกลชดิ บาง เวลา
174 นกั เรยี นไมรูจกั วิธีการปองกนั ตนเองตอ การอนาจารขมขืนกระทําชําเราและมีผดู แู ลใกลช ิดบาง เวลา นักเรยี นรจู กั วิธีการปองกันตนเองตอการอนาจารขมขืนกระทําชําเราแต ถูกทง้ิ ใหอยูต ามลาํ พงั หรือไมมผี ดู ูแล นกั เรยี นไมรจู ักวิธีการปองกันตนเองตอการอนาจารขมขืนกระทาํ ชําเรา และถูกทง้ิ ใหอยตู าม ลาํ พังหรือไมมีผูดูแล ลงชอ่ื ..................ภ....า....พ.....................ผบู นั ทึกขอมลู (..ท..า..ง...า.น..ณ..ย.....ช...ค..ต......แ....ม....................) ตําแหนง .............ค.ร.................. & ่จิจำุนุป้รุป
175 แบบรวบรวมข้อมลู ผู้เรยี น ตามกรอบคิดแนวเชงิ นิเวศ (Ecological System) และกรอบการประเมนิ ของฟานไดจค์ (The Van Dijk Framework for Assessment of Individuals who have Severe Multiple Disabilities) ชือ่ -นามสกลุ นักเรยี น นางสาวชนกิ านต์ รปู งาม ช่ือเล่น นา้ ฝน ระดบั ช้นั เตรียมความพร้อม ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ประเภทการรบั บรกิ าร หน่วยบริการ ช่อื สถานศึกษา ศนู ยก์ ารศึกษาพิเศษประจา้ จงั หวดั ลา้ ปาง อาเภอ เมอื งปาน จงั หวดั ล้าปาง ขอ้ มลู ณ วันที่ ๑ เดอื น กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ กลุม่ บริหารงานวชิ าการ ศูนยก์ ารศึกษาพิเศษประจาจงั หวดั ลาปาง
176 รวบรวมข้อมลู ผู้เรียน ขอ้ มลู ของผเู้ รียน ๑. ขอ้ มลู ของผูเ้ รยี น ช่ือ-นามสกุลนกั เรียน นางสาวชนิกานต์ รปู งาม ช่อื เล่น น้าฝน อายุ ๑๘ ปี เพศ หญิง เชื้อชาติ ไทย ประเภทความพิการ บคุ คลที่มคี วามบกพร่องทางสติปญั ญา โรคประจาตัว ไม่มี ▶ ลักษณะความพกิ าร นักเรยี นมีโครงสรา้ งทางใบหนา้ ท่ีโดดเดน่ ชดั เจน ไดแ้ ก่ หนา้ แบน หูเล็ก ตาเรยี ว หางตาชีขนึ คอสนั นวิ สัน มอื สนั เทา้ สัน เนือตวั อ่อนปวกเปียก ข้อต่อหลวม เชาวน์ปญั ญาตา่้ ทา้ ใหม้ ปี ัญหาด้านพฒั นาการ ▶ พฤตกิ รรมของผู้เรียน พฤติกรรมสว่ นบคุ คล นักเรียนให้ความร่วมมือในการกิจกรรมเป็นอย่างดี เข้าใจการส่ือสารและโต้ตอบได้เป็นอย่างดี แต่ ลกั ษณะการพดู สอ่ื สารเป็นลักษณะการพดู แบบรัว ๆ ทา้ ให้ผ้ฟู ังเข้าใจยาก ต้องให้นกั เรียนพูดซา้ ๆ ช้า ๆ พฤตกิ รรมการเรยี นรู้ นกั เรียนสามารถรับรู้สิ่งเร้ารอบตัวได้เป็นอย่างดี แต่การเรียนรู้ต้องเป็นในลักษณะของการเรียนรู้ แบบซ้า ๆ ย้า ๆ หลาย ๆ รอบ นกั เรยี นจึงจะเกดิ ความจา้ และเขา้ ใจ ภาพนกั เรียน กลมุ่ บริหารงานวชิ าการ ศูนยก์ ารศึกษาพเิ ศษประจาจงั หวดั ลาปาง
177 รวบรวมขอ้ มูลผู้เรยี น ขอ้ มูลความสามารถผู้เรยี น ▶ ความสามารถพ้ืนฐานของผู้เรียน จดุ ออ่ น ๑.๑ ความสามารถพืน้ ฐานทางดา้ นรา่ งกาย นกั เรียนเคลือ่ นไหวรา่ งกายได้ไมค่ ล่องแคล่ว งมุ่ ง่าม ไมส่ มวยั จดุ เดน่ นกั เรียนสามารถเคลอื่ นไหวร่างกายได้ปกติ ๑.๒ ความสามารถพนื้ ฐานทางดา้ นอารมณ์ จติ ใจ จุดเดน่ จดุ อ่อน นักเรยี นสามารถแสดงออกทางอารมณ์ไดเ้ หมาะสมกับ นกั เรยี นค่อนขา้ งเอาแต่ใจตนเอง สถานการรณ์ กลุ่มบริหารงานวชิ าการ ศูนยก์ ารศึกษาพเิ ศษประจาจงั หวดั ลาปาง
178 รวบรวมข้อมลู ผเู้ รยี น ข้อมลู ความสามารถผ้เู รียน ๑.๓ ความสามารถพื้นฐานทางด้านสงั คม จุดเด่น จุดออ่ น นักเรยี นสามารถเขา้ กบั ผู้อ่นื ไดเ้ ปน็ อย่างดี สามารถเข้า นกั เรยี นไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรมกับชุมชนอนื่ ท่ี ร่วมท้ากิจกรรมกบั บุคคลอ่นื ในชมุ ชนได้ หลากหลาย ๑.๔ ความสามารถพ้ืนฐานทางดา้ นสตปิ ัญญา จดุ อ่อน เน่อื งจากภาวะของโรคสง่ ผลให้ระดับเชาวนป์ ัญญาต้า่ จดุ เด่น นักเรยี นสามารถรับร้สู ิ่งเรา้ รอบตวั ได้เป็นอย่างดี ๑.๕ ความสามารถพื้นฐานทางด้านทักษะจาเปน็ เฉพาะความพิการ จุดเดน่ จดุ ออ่ น นักเรียนไดร้ ับการทางการศึกษาพเิ ศษต่อเนือ่ งเปน็ นกั เรียนมีความบกพรอ่ งทางด้านสตปิ ัญญา ส่งผลใหม้ ี เวลาหลายปี ปญั หาด้านพัฒนาการในทุกด้าน กลมุ่ บริหารงานวชิ าการ ศูนยก์ ารศึกษาพเิ ศษประจาจงั หวดั ลาปาง
179 รวบรวมขอ้ มูลผ้เู รยี น กรอบการประเมนิ The Van Dijk Framework การรวบรวมข้อมูลผูเ้ รียนตามกรอบการประเมิน The Van Dijk Framework for Assessment of Individuals who have Severe Multiple Disabilities ๑. การเข้าใกล้-ถอนหนี (Approach-Withdrawal) การดปู ฏกิ ิริยาของเดก็ ในการเผชิญสิ่งใหม่ ประสบการณ์ บคุ คล/สถานที่ สิ่งของ ความคดิ ๑.๑ อะไรทเ่ี ป็นตวั ชบี อกว่าเด็กเข้าร่วม การใหค้ วามรว่ มมือในการทา้ กจิ กรรม ๑.๒ อะไรทีเ่ ป็นตวั ชีบอกว่าเด็กไมเ่ ข้าร่วม ไม่สนใจ เมนิ เฉย ๑.๓ มอี ะไรทีส่ ังเกตเหน็ วา่ จงู ใจเดก็ บา้ ง การใหค้ วามสนใจ ทักทาย หรือการให้รางวัล ๑.๔ อะไรท่ีสงั เกตเหน็ วา่ เด็กไม่สนใจ/หลีกหนบี า้ ง การพูดเพ้อเจอ้ ๒. ชอ่ งทางการเรียนรู้ดา้ นประสาทการรบั รู้ (Sensory Learning Channels) ๒.๑ เดก็ รับข้อมลู ได้โดยวิธีใดบ้าง ทางการมอง และการฟัง ๒.๒ เด็กตอบสนองต่อเสยี งอยา่ งไร ตงั ใจฟัง ๒.๓ เดก็ ตอบสนองต่อส่ิงเร้าทางสายตาอย่างไร สายตาจอ้ งมองสงิ่ เรา้ นนั ๒.๔ เดก็ ตอบสนองต่อการสัมผสั อยา่ งไร ใชม้ อื หรืออวยั วะส่วนอน่ื สมั ผัสสง่ิ ของ ๒.๕ เด็กใช้ประสาทสัมผัสมากกว่าหนึ่งอย่างในเวลา ใชป้ ระสาทสัมผสั มากกวา่ หนึ่งอยา่ งโดยใช้ตา เดยี วกนั หรือไม่ ประสานกับมือ ๒.๖ เดก็ แสดงตัวชแี นะการร่วมหรือไม่เขา้ ร่วมในการ แสดงออกดว้ ยการเมนิ เฉย หันศีรษะไปทางอน่ื ไม่ ตอบสนองขอ้ มลู ทางประสาทสมั ผสั เฉพาะหรือไม่ ตอบสนองเมอ่ื ไม่ต้องการเข้าร่วมหรือไมเ่ ข้าร่วมการ ทา้ กิจกรรม กลุ่มบริหารงานวชิ าการ ศูนยก์ ารศึกษาพิเศษประจาจงั หวดั ลาปาง
180 รวบรวมขอ้ มูลผู้เรยี น กรอบการประเมิน The Van Dijk Framework ๓. สถานะทางชีวพฤติกรรม (Biobehavioral State) ชุดของสภาพการณด์ า้ นชวี พฤติกรรมและกายภาพต้ังแต่การนอนหลับจนถึงการตน่ื นอนและการร้อง ๓.๑ สภาพปจั จบุ นั ของเด็กคือ สามารถพูดคุยสนทนากับผู้อ่ืนได้ มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ เป็นที่ อะไร ร้จู กั ของคนในชุมชน ๓.๒ เด็กสามารถควบคุม/ ได้เปน็ บางอย่าง เชน่ สามารถควบคุมอารมณ์หรือพฤตกิ รรมทีไ่ ม่ เปล่ียนสภาพของตนไดห้ รือไม่ เหมาะสมเมื่อถกู ตักเตือนได้ ๓.๓ เด็กใช้เวลาในการตืน่ ตัว ทนั ทที มี่ ผี ู้อืน่ เข้ามาสนทนาหรือทกั ทาย มากน้อยแค่ไหน ๓.๔ มีช่วงกว้างของแต่ละสภาพ ผ้เู รียนจะมองและตังใจฟังก่อนท่ีจะมีการเปลีย่ นแปลงสภาพ เท่าใดทีเ่ ด็กแสดงให้เห็นและมี แบบแผนการเปล่ยี นแปลงอะไร ระหวา่ งสภาพ ๓.๕ มตี ัวแปรอะไรบ้างทีก่ ระทบ อารมณ์ การถูกดุหรือต่อว่า ตอ่ สภาพเด็ก ๔. การตอบสนองปฏกิ ิริยาตอบสนองของรา่ งกายในสภาพแวดลอ้ ม (Orienting Response) ๔.๑ มปี จั จัยอะไรบา้ งที่ทา้ ให้เดก็ การตอบสนองไป การสนทนา ทกั ทาย หรอื ให้รางวลั ในทิศทางนันไดช้ ัดแจ้ง ๔.๒ เด็กแสดงการตอบสนองตอ่ ทศิ ทางออกอย่างไร หนั หาเสยี ง ๔.๓ ประสาทการรับรูช้ ่องทางใดทป่ี รากฏเชอื่ มโยง การมอง การฟงั และการสัมผัส กับการตอบสนอง (ข้อมูลประสาทการรบั ร้ทู ่ีกระตุน้ ให้มกี ารตอบสนองและประสาทการรับรูท้ ่ีใช้ ประโยชน์) กลุ่มบริหารงานวชิ าการ ศูนยก์ ารศึกษาพเิ ศษประจาจงั หวดั ลาปาง
181 รวบรวมข้อมูลผเู้ รยี น กรอบการประเมิน The Van Dijk Framework ๕. ความจา (Memory) ใช่ การสนทนาหรือทักทายกับบุคคลทคี่ ุ้นเคย ๕.๑ เดก็ ใช/้ คุน้ กบั ส่ิงเรา้ ที่คนุ้ ชนิ หรือไม่ การสนทนาหรอื ทักทายไม่บอ่ ยครงั สามารถท้าให้ ๕.๒ การนา้ เสนอสง่ิ เร้าจ้าเป็นต้องใช้เวลานาน นกั เรยี นคนุ้ เคย หรอื กีค่ รงั ก่อนท่เี ด็กจะค้นุ ชิน เข้าร่วม แตต่ ้องใช้เวลาช่วงหนึ่งเพอ่ื ให้ท้า ๕.๓ เดก็ เขา้ รว่ มอกี ครังไหมเมื่อเปลย่ี นแปลง ความคุ้นเคย ลกั ษณะของสง่ิ เรา้ แตกต่าง กิจกรรมท่สี นใจจะใหค้ วามรว่ มมือใน ๕.๔ การตอบสองแตกต่างไปหรอื ไม่ การร่วมกจิ กรรมเป็นอย่างดี กิจกรรมที่ไมส่ นใจ จะพดู เพ้อเจอ้ หรือแสดงพฤติกรรมบ่งบอกวา่ มี ๕.๕ เด็กแสดงการตองสนองแตกต่างหรือไม่กบั การเจ็บปว่ ย บคุ คลท่คี ุย้ เคยและไม่คนุ้ เคย แตกต่าง บุคคลท่ีคุ้นเคยจะพูดคยุ ได้มากกวา่ ๕.๕ เด็กแสดงการรบั รหู้ รอื ไม่ว่าส่งิ ของนันยงั อยู่ แม้จะไม่อยูใ่ นสายตาตอนนัน รบั รู้ ๕.๖ เดก็ เชอ่ื มโยงเหตุการณ์ที่กา้ ลังเผชญิ กับสิ่งที่ ตามมาไหม ไม่แน่ใจ ๕.๗ เด็กแสดงการคาดเดาต่อส่งิ /เหตกุ ารณ์ที่ ก้าลงั เผชญิ หรือไม่ ไมแ่ นใ่ จ ๕.๘ เดก็ แสดงอาการหรือไมเ่ มอ่ื สงิ่ ท่เี กดิ ใหม่ไม่ ไม่แนใ่ จ ตรงกบั ความคาดหวัง ๕.๙ เดก็ สามารถเรียนร้กู จิ วตั รงา่ ย ๆ ไดห้ รือไม่ ได้ ๕.๑๐ กจิ วัตรทใ่ี ห้เดก็ เรียนรูจ้ า้ ได้ไหม ได้ กลมุ่ บริหารงานวชิ าการ ศูนยก์ ารศึกษาพเิ ศษประจาจงั หวดั ลาปาง
182 รวบรวมข้อมลู ผเู้ รียน กรอบการประเมนิ The Van Dijk Framework ๖. ปฏสิ ัมพันธท์ างสังคม (Social Interactions) หนั หาบคุ ลอ่นื ๖.๑ เด็กหนั ไปหาบคุ คลหรือไม่ ใช่ รวั ๖.๒ เด็กแสดงความผูกพันวา่ มีความปลอดภัยกบั บคุ คลส้าคัญในชวี ิตของเขา/เธอหรือไม่ ใช่ ๖.๓ เด็กมสี ่วนร่วมในการผลดั เปลยี่ นกันเม่ือเริม่ มี ปฏิสัมพนั ธห์ รือไม่ ไมแ่ น่ใจ ๖.๔ เดก็ มีสว่ นรว่ มในการผลัดเปลี่ยนกนั เม่ือคนอน่ื เริ่มปฏิสมั พันธ์หรือไม่ ไม่ ๖.๕ เด็กผลดั เปลย่ี นกร่ี อบก่อนทจ่ี ะไมร่ ่วม ไม่ ๖.๖ เด็กเพมิ่ การผลัดเปลย่ี นการมีปฏสิ ัมพนั ธ์มาก ขึน เพอ่ื ตอบสนองต่อปฏสิ ัมพันธข์ องคหู่ รือไม่ ๗. การส่ือสาร (Communication) แสดงความตงั ใจในการสื่อสารทางการสนทนา ๗.๑ เดก็ แสดงให้เห็นความตงั ใจในการสอ่ื สาร ผา่ นการใช้งานของสัญญาณ การเปลง่ เสยี ง ใช่ ทา่ ทาง ฯลฯ หรอื ไม่ อธิบายการสื่อสารทใ่ี ช้ แตกตา่ งกนั ๗.๒ เด็กใชส้ ญั ญาณอย่างสอดคล้องกนั หรือไม่ เลือกด้วยตนเอง ๗.๓ เดก็ ใช้การส่อื สารแตกต่างกนั หรอื ไม่ อธิบาย ใช่ การสือ่ สารและความความหมายที่น่าจะเปน็ ใช่ ๗.๔ เมอ่ื น้าเสนอตัวเลือกเดก็ ตดั สินใจเลอื ก ใช่ หรือไม่ ๗.๕ เด็กใชท้ า่ ทางเหมือนบคุ คลทวั่ ไปใช้หรอื ไม่ ไมใ่ ช้ เด็กสามารถสือ่ สารเป็นภาษาพดู ได้ ๗.๖ เดก็ สามารถใช้ของหน่งึ อย่างหรอื สัญลกั ษณ์ แทนกจิ กรรมหรอื วัตถุหรือไม่ ๗.๗ เดก็ แสดงให้เหน็ ความเข้าใจในการสื่อสาร โดยใชส้ ญั ลักษณ์หรอื ไม่ (การได้ยนิ ภาพ หรอื การสมั ผสั ) ๗.๘ เด็กใช้การส่ือสารทางสญั ลกั ษณห์ รือไม่ อธิบาย กลุม่ บริหารงานวชิ าการ ศูนยก์ ารศึกษาพิเศษประจาจงั หวดั ลาปาง
183 รวบรวมข้อมลู ผ้เู รยี น กรอบการประเมิน The Van Dijk Framework ๘. การแก้ปัญหา (Problem solving) ใช่ ๘.๑ เด็กแสดงให้เหน็ สาเหตแุ ละผลกระทบ หรือไม่ ใช่ ๘.๒ เดก็ แสดงความเข้าใจในวิธกี าร/จุดสินสดุ หรอื การใช้ขนั ตอนกลางเพื่อแก้ปัญหาหรือไม่ ใช่ ๘.๓ เดก็ แสดงความเข้าใจในหนา้ ทีข่ องวัตถทุ ่ัวไป หรอื ไม่ มกี ารลงมือท้าโดยไดร้ บั การกระตนุ้ จากครูหรือ ๘.๔ เดก็ มวี ิธีการแก้ปญั หาอย่างไร ผดู้ ูแล ใช่ ๘.๕ เด็กรักษาความสนใจและคงอยกู่ บั สงิ่ นนั หรือไม่ กลุม่ บริหารงานวชิ าการ ศูนยก์ ารศึกษาพเิ ศษประจาจงั หวดั ลาปาง
184 รวบรวมขอ้ มลู ผเู้ รยี น กรอบแนวคิดตามระบบนิเวศวิทยา (Ecological Framework) ๒. กรอบแนวคดิ ตามระบบนิเวศวิทยา (Ecological Framework) ๒.๑ ด้านสภาพแวดลอ้ มของผู้เรยี น (Microsystem) ▶ บคุ คลภายในครอบครัวที่ผเู้ รียนไว้วางใจ แมเ่ ปน็ ผู้ดแู ลหลักและเป็นผู้ที่นักเรียนไว้วางใจมากท่สี ุด แม่เปน็ ผู้ดแู ลกจิ วัตรประจ้าวนั ทงั หมดของ นักเรียน ได้แก่ การเตรียมอาหาร คอยควบคุมดแู ลเร่ืองสขุ อนามัยของนักเรยี น พ่อเป็นคนท่นี กั เรยี นไวว้ างใจรองลงมาจากแม่ เปน็ ผูห้ ารายได้หลกั และช่วยดแู ลนกั เรยี นในบางครัง ลกั ษณะท่อี ย่อู าศยั (หอ้ งอะไรบา้ ง/ความสะอาด) เป็นบ้านสองชัน มีลานหน้าบ้านสามารถจอดรถยนต์ได้ ล้อมรอบบ้านด้วยรัวและประตูไม้ ปิดไว้ ตลอดเวลาและเปิดเม่ือมีผู้เข้าออกบ้าน ชันล่างเป็นที่อยู่อาศัยในช่วงเวลากลางวัน ชันบนเป็นหอ้ งนอน นักเรียน แยกนอนอกี ห้อง ● ลกั ษณะห้องนา้ (ระบรุ ายละเอียด) ห้องน้าอยู่ชันล่าง เป็นแบบชักโครก มีฝักบัวและเคร่ืองท้าน้าอุ่น ด้านล่างฝักบัวมีถังน้า มีชันวาง อุปกรณ์ท้าความสะอาดร่างกายและอุปกรณ์ท้าความสะอาดห้องน้าเป็นสัดส่วนเหมาะสมสะอาด โล่งสบาย มีประตูแบบกลอนปดิ มิดชิด ● ลักษณะหอ้ งนอน (ระบุรายละเอยี ด) ห้องนอนมีขนาดกวา้ งประมาณ ๓ เมตร ยาวประมาณ ๓ เมตร ภายในหอ้ งนอนมีเฉพาะท่ีนอนขนาด ๕ ฟุต ปลู งพนื มมี ุ้งกาง สะอาดเปน็ ระเบียบเรยี บร้อย ● พ้ืนท่ีในการฝกึ /ทากิจกรรมกับผู้เรยี น (ระบรุ ายละเอียด) กิจกรรมในชว่ งเวลากลางวนั ส่วนใหญ่จะทา้ กิจกรรมร่วมกบั ผปู้ กครองในชนั ลา่ งหรอื บรเิ วณลาน หนา้ บา้ น กลมุ่ บริหารงานวชิ าการ ศูนยก์ ารศึกษาพิเศษประจาจงั หวดั ลาปาง
185 รวบรวมขอ้ มูลผู้เรยี น กรอบแนวคดิ ตามระบบนเิ วศวทิ ยา (Ecological Framework) ๒.๒ ดา้ นความสมั พนั ธแ์ ละปฏิสมั พันธ์ระหว่างบุคคลทีเ่ ก่ียวขอ้ งของผเู้ รยี น (Mesosystem) ▶ ลักษณะของครอบครวั และความสมั พนั ธข์ องบุคคลในครอบครวั ในครอบครัวของนกั เรียนอาศัยอยู่ด้วยกัน ๓ คน พ่อ แม่ และนักเรียน ซึ่งเป็นครอบครัวท่ี มคี วามรกั ใคร่ อบอนุ่ ดแู ลกนั และกนั และให้ความเอาใจใสแ่ กน่ ักเรยี นเป็นอย่างดี ▶ ความสัมพนั ธ์กบั บุคคลในห้องเรียน/โรงเรียน นักเรียนได้รับจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมบ้าบัดจากครูปุณยนุช ค้าจิตแจ่ม ซึ่งเป็น ครูประจ้าชันและนักกิจกรรมบ้าบัด ได้รับการบริการทางการศึกษาพิเศษจากครูอุเทน ขอน้อย ครูเสาวลักษณ์ ทิพย์ชะ นักกายภาพบ้าบัดมีหน้าท่ีให้ค้าปรึกษาและค้าแนะน้าแก่ผู้ปกครองด้านการ ดูแลนักเรียนเก่ียวกับกล้ามเนือ การเคล่ือนไหว และข้อต่อ ครูทรงพล หัวฝาย แพทย์แผนไทยมี หน้าที่ให้ค้าปรึกษาและค้าแนะน้าแก่ผู้ปกครองด้านศาสตร์ทางแพทย์แผนไทย และครูศศิกมล นักจิตวิทยาคลินิกมีหน้าที่ให้ค้าปรึกษาและค้าแนะน้าแก่ผู้ปกครองเรื่องพฤติกรรมท่ีไม่พึงประสงค์ และแนวทางในการแก้ไขปญั หาพฤติกรรมของนักเรียน ▶ ความสมั พันธ์กบั บคุ คลอ่ืน ๆ เช่น ญาติพน่ี ้อง เพอ่ื น เพอื่ นบา้ น คนในชุมชน เป็นต้น นักเรียนมีความคุ้นเคยกับเพ่ือนบ้านเป็นอย่างดีมีปฏสิ ัมพันธอ์ ันดีต่อกัน ในทุกเย็นมักจะมี เพ่ือนบ้านแวะเวียนมาเยีย่ มพุดคุยกบั นกั เรียนเปน็ ประจ้า ๒.๓ ดา้ นส่งิ แวดล้อมและสภาพสังคมทีม่ ผี ลต่อครอบครวั (Exosystem) ▶ สถานการณป์ จั จบุ ันท่ีสง่ ผลกระทบกับผู้เรียน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) นักเรียน เคยติดเชือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยเร่ิมจากพ่อได้รับเชือจากการออกไปท้างานนอกบ้าน สง่ ผลให้แม่ได้รับเชอื ไปดว้ ย และท้าให้นักเรียนเป็นกลุ่มเส่ียงสูงจ้าเป็นตอ้ งหยุดเรยี นเป็นเวลาหลายวนั ▶ สถานท่ีทางานของพ่อแม่/ผปู้ กครอง พ่อมีอาชีพรบั จ้างทั่วไป ไม่มีสถานทีท่ ้างานท่เี ป็นหลักแหลง่ แม่เปน็ แม่บา้ น ดูแลนกั เรียนอย่ทู ่ีบ้านเป็นหลัก และมอี าชีพเสริมคอื ปนั่ ดา้ ย ▶ สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพ หรือ การจัดสิง่ อานวยความสะดวกของชุมชนท่ีผเู้ รียน อาศัยอยู่ ชุมชนท่ีนักเรียนอาศัยอยู่เป็นชุมชนท่ีอยู่ร่วมกันแบบเครือญาติ มีการให้ความช่วยเหลือ และแบ่งปันกันระหว่างครอบครัว บ้านของนักเรียนอยู่ในเขตอ้าเภอแจ้ห่ม ซึ่งค่อนข้างอยู่ไกลจาก ตัวเมืองจังหวัดล้าปาง การเดินทางค่อนข้างล้าบากต้องใช้เวลานาน แต่พ่อของนักเรียนมีรถยนต์ส่วน บคุ คลท้าใหค้ วามยงุ่ ยากในการเดนิ ทางลดลง กลุ่มบริหารงานวชิ าการ ศูนยก์ ารศึกษาพิเศษประจาจงั หวดั ลาปาง
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 538
Pages: