Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดการเรียนรู้รายภาค ม.ต้น

แผนการจัดการเรียนรู้รายภาค ม.ต้น

Published by Guset User, 2022-04-16 06:47:36

Description: แผนการจัดการเรียนรู้รายภาค ม.ต้น

Search

Read the Text Version

490

491

492

493

494

495 วธิ กี ารวัดผลประเมินผล/เครือ่ งมอื /เกณฑก๑ ารประเมนิ วธิ ีการ เครื่องมือ เกณฑก๑ ารประเมิน สังเกตพฤตกิ รรมรายกลํมุ แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ผาํ นการประเมินระดบั ดขี น้ึ ไป รายกลํุม ทดสอบหลงั เรยี น แบบทดสอบหลังเรียน ผาํ นการประเมนิ รอ๎ ยละ 70 ขึน้ ไป ประเมนิ ผลงาน/ชนิ้ งาน แบบประเมนิ ผลงาน/ ผํานการประเมนิ ร๎อยละ 70 ข้นึ ไป ชิน้ งาน สอบถามความพงึ พอใจ แบบสอบถามความ ผาํ นการประเมนิ ระดับดีข้นึ ไป พึงพอใจ เกณฑก๑ ารประเมนิ ช้นิ งาน/ภาระงาน ระดับคะแนน รายการประเมิน 4 3 2 1 1. ความถกู ตอ๎ ง มีความถกู ตอ๎ ง ผลงานสํวนใหญํ ผลงาน ผลงาน ชดั เจนสมบูรณ๑ ถูกตอ๎ งครบถ๎วน มีความถกู ต๎องเปน็ มคี วามถูกต๎อง ครบถ๎วน บางสวํ น เปน็ สวํ นใหญํ 2. ความสะอาด ผลงานสะอาด ผลงานสะอาด ผลงาน ผลงาน เรยี บรอ๎ ย เรยี บรอ๎ ย สวยงาม เรียบรอ๎ ย บางสํวน สวํ นใหญํ สวยงาม ไมมํ ีรอยขดี ลบ มรี อยขีดลบนอ๎ ย ไมสํ ะอาด ไมํสะอาด ไมํเรียบร๎อย ไมํเรียบร๎อย 3.ตรงตํอเวลา สํงงานตรงเวลา สํงงานชา๎ กอํ นหมด สงํ งานชา๎ กอํ นหมด สํงงานชา๎ ท่ีกาํ หนด เวลา 10 นาที เวลา 5 นาที ต๎องมีการ เรํงและทวง 4.การเช่อื มโยง คดิ แปลกใหมํ คดิ แปลกใหมํ คดิ แปลกใหมํ คดิ แปลกใหมํ และความคิด เชอื่ มโยงสมั พนั ธ๑ เชือ่ มโยงสมั พนั ธ๑ เชื่อมโยงสัมพนั ธ๑ เชื่อมโยงสัมพันธ๑ สรา๎ งสรรค๑ ส่งิ ตําง ๆ ได๎ สิ่งตาํ ง ๆ ได๎ สง่ิ ตาํ ง ๆ ได๎ ส่ิงตําง ๆ ได๎ อยํางถูกตอ๎ ง อยํางถกู ต๎อง อยาํ งถกู ต๎อง อยํางถูกตอ๎ ง เปน็ สวํ นใหญํ เป็นบางสํวน เปน็ สวํ นน๎อย

496 แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรขู๎ องผูเ๎ รียน ช่ือโครงการ/กจิ กรรม........................................................................................................................ ชื่อโรงเรยี น/สถานศึกษา …………………………………………………………………………………………………….. ชอ่ื หัวหนา๎ โครงการ/กิจกรรม............................................................................................................. คําชแ้ี จง ใหผ๎ ๎ูประเมินทําเครอ่ื งหมาย ถกู () ลงในชอํ งระดับ พฤติกรรมของผเ๎ู รียน โดยมีเกณฑร๑ ะดบั คณุ ภาพ การประเมินดังน้ี 5 มพี ฤตกิ รรมการเรยี นร๎ู มากท่ีสดุ 4 มีพฤตกิ รรมการเรียนร๎ู มาก 3 มีพฤติกรรมการเรยี นร๎ู ปานกลาง 2 มีพฤตกิ รรมการเรยี นรู๎ นอ๎ ย 1 มพี ฤตกิ รรมการเรียนรู๎ นอ๎ ยทีส่ ุด เกณฑก๑ ารพิจารณาระดับคุณภาพ คะแนนเฉลี่ยร๎อยละ 0 – 49 ระดับคณุ ภาพ ปรบั ปรุง พอใช๎ คะแนนเฉลยี่ ร๎อยละ 50 - 69 ระดับคณุ ภาพ ดี ดีมาก คะแนนเฉลย่ี รอ๎ ยละ 70 – 79 ระดับคุณภาพ ดเี ย่ยี ม คะแนนเฉลยี่ รอ๎ ยละ 80 – 89 ระดบั คุณภาพ คะแนนเฉลยี่ รอ๎ ยละ 90 - 100 ระดับคุณภาพ พฤติกรรมการเรียนรู๎ 5 ระดับพฤติกรรม 1 432 1. ความตัง้ ใจในการทํางาน 2. ความรบั ผิดชอบ 3. ความกระตือรอื รน๎ 4. การตรงตอํ เวลา 5. ผลสําเร็จของงาน 6. การทํางานรํวมกบั ผอู๎ ื่น 7. มคี วามคดิ รเิ รมิ่ สร๎างสรรค๑ 8. มกี ารวางแผนในการทาํ งาน 9. การมสี วํ นรวํ มในการแสดงความคดิ เห็นในกลํมุ 10. การมีสวํ นรวํ มในการแกไ๎ ขปญั หาในกลมํุ ลงชือ่ ............................................................ ..........ผู๎ประเมนิ ............../.............................../.....................

497 แผนการจดั การเรยี นรทู๎ ่ี 17 เรอื่ ง แผนํ ดนิ ไหว สนึ ามิ และบุคลากรและหนวํ ยงานทเ่ี ก่ียวขอ๎ งกบั การให๎ความชวํ ยเหลือ การประสบภยั ธรรมชาติ เวลาเรยี น 6 ชัว่ โมง แนวคดิ ภัยธรรมชาตทิ ีเ่ กิดข้ึนบนโลกนี้ มีหลายประเภท ทงั้ แผํนดินไหว สึนามิ และบคุ ลากรและ หนํวยงานทเ่ี ก่ยี วข๎องกับการใหค๎ วามชวํ ยเหลอื การประสบภยั ธรรมชาติแตลํ ะประเภทล๎วนมลี ักษณะการ เกิดและผลกระทบ ทแ่ี ตกตาํ งกันออกไป ภัยทางธรรมชาติหลายเหตกุ ารณ๑ทเ่ี กิดขึน้ ในอดตี ไดส๎ รา๎ งความ เสียหายและ สงํ ผลกระทบตํอมนษุ ยชาตแิ ละโลกอยาํ งมากมาย ซง่ึ มนุษย๑ไมํสามารถคาดคะเนการเกิด ภยั ธรรมชาตเิ หลาํ นล้ี วํ งหนา๎ ไดอ๎ ยํางแมํนยํา ดงั น้ัน จงึ ควรตระหนักถึงภยั และผลกระทบทอี่ าจจะ เกิดขนึ้ ได๎ ทุกเมอื่ การศึกษาเรอื่ งภยั ธรรมชาตจิ งึ เป็นการเตรยี มความพรอ๎ มทีด่ ีเพ่ือการวางแผน รบั สถานการณก๑ าร เกดิ ภยั ตําง ๆ และปูองกนั ผลกระทบท่อี าจจะเกดิ ขน้ึ อีกทัง้ ยงั เป็นการเสริมสร๎าง ความรู๎ และทักษะในการ ปฏิบัตเิ มือ่ ตอ๎ งเผชิญกบั เหตุภัยพบิ ตั เิ พือ่ ลดความเส่ยี งทอ่ี าจเกิดขน้ึ กบั ทงั้ ชีวิตและทรัพยส๑ ิน ตวั ชวี้ ัด 1. อธบิ ายความหมายของ แผนํ ดินไหว สึนามิ และบคุ ลากรและหนํวยงานท่ีเกย่ี วขอ๎ งกบั การให๎ ความชํวยเหลอื 2. บอกสาเหตุ และปัจจยั การเกดิ แผํนดนิ ไหว สนึ ามิ และบุคลากรและหนํวยงานท่ีเกย่ี วขอ๎ งกบั การใหค๎ วามชวํ ยเหลอื 3. บอกผลกระทบท่ีเกิดจาก แผนํ ดนิ ไหว สึนามิ และบุคลากรและหนวํ ยงานทเี่ กีย่ วข๎องกับการให๎ ความชวํ ยเหลือ 4. ตระหนักถงึ ภยั และผลกระทบที่เกิดจาก แผนํ ดินไหว สนึ ามิ และบุคลากรและหนวํ ยงานท่ี เก่ียวข๎องกับการให๎ความชวํ ยเหลอื 5. บอกพืน้ ท่ีเสีย่ งภยั ตอํ การเกิด แผนํ ดินไหว สนึ ามิ และบุคลากรและหนวํ ยงานทเี่ ก่ียวขอ๎ งกับ การใหค๎ วามชวํ ยเหลอื 6. บอกสัญญาณบอกเหตุกอํ นเกิดแผนํ ดินไหว สนึ ามิ และบุคลากรและหนํวยงานทเี่ ก่ยี วขอ๎ งกบั การใหค๎ วามชํวยเหลือ 7. บอกสถานการณ๑ แผํนดินไหว สนึ ามิ และบคุ ลากรและหนํวยงานทีเ่ กี่ยวขอ๎ งกับการให๎ความ ชํวยเหลอื v

498 8. บอกวิธกี ารเตรยี มความพรอ๎ มรับสถานการณก๑ ารเกดิ แผนํ ดินไหว สึนามิ และบุคลากรและ หนํวยงานที่เกี่ยวข๎องกบั การให๎ความชํวยเหลือ 9. บอกวธิ กี ารปฏิบตั ขิ ณะเกิด แผํนดนิ ไหว สึนามิ และบุคลากรและหนํวยงานทีเ่ ก่ยี วข๎องกับการ ใหค๎ วามชํวยเหลือ 10. บอกวิธกี ารปฏบิ ัตหิ ลังเกดิ แผํนดินไหว สนึ ามิ และบคุ ลากรและหนํวยงานทเ่ี กี่ยวขอ๎ งกบั การ ใหค๎ วามชํวยเหลอื เนื้อหา เรื่องท่ี 6 แผนํ ดนิ ไหว 1. ความหมายของแผนํ ดนิ ไหว 2. ลกั ษณะการเกดิ แผํนดินไหว 3. สถานการณ๑แผนํ ดินไหวในประเทศไทย 4. แนวทางการปอู งกันและการแกไ๎ ขปัญหาผลกระทบทเ่ี กดิ จากแผนํ ดนิ ไหว เร่อื งที่ 7 สนึ ามิ 1. ความหมายของสึนามิ 2. ลักษณะการเกิดสนึ ามิ 3. สถานการณส๑ ึนามิ 4. แนวทางการปูองกนั และการแกไ๎ ขปญั หาผลกระทบทีเ่ กดิ จากสึนามิ เรื่องท่ี 8 บคุ ลากรและหนํวยงานทีเ่ กีย่ วข๎องกบั การให๎ความชวํ ยเหลือ การประสบภัยธรรมชาติ 1. บุคลากรที่เกย่ี วข๎องกบั การใหค๎ วามชํวยเหลือผู๎ประสบภยั ธรรมชาติ 2. หนวํ ยงานท่เี กีย่ วข๎องกับการใหค๎ วามชวํ ยเหลอื ผู๎ประสบภยั ธรรมชาติ ข้นั ตอนการจดั กระบวนการเรยี นร๎ู ขั้นตอนท่ี 1 การสรา๎ งแรงบันดาลใจ (Passion : P) 1. ครูทกั ทายผ๎ูเรียน พร๎อมทง้ั แนะนําตนเอง และแผนการจดั การเรียนร๎ู ซง่ึ การจดั การเรียนรท๎ู ี่ ผ๎ูเรยี นจะตอ๎ งเรียนรู๎รวํ มกนั ในคร้ังน้ี คือ เรือ่ ง แผํนดินไหว สนึ ามิ และบุคลากรและหนํวยงานทเ่ี กีย่ วขอ๎ ง กบั การให๎ความชวํ ยเหลอื และชวนคิดชวนคุยเก่ยี วกบั เรอ่ื งท่จี ะเรยี นร๎ูเพ่อื กระตุ๎นให๎ผเ๎ู รียนเกดิ ความ สนใจและมีความกระตอื รือรน๎ ในการเชือ่ มโยงและสร๎างความพร๎อมท่จี ะเรยี นรห๎ู รือทาํ กิจกรรมการเรียนร๎ู ตามแผนการจดั การเรยี นร๎ูครั้งนี้ 2. ครชู ้แี จงวัตถุประสงค๑ เน้ือหา กิจกรรม การวดั และประเมนิ ผลของการเรียนรู๎ในครั้งนี้ ท่ี สอดคล๎องกับตัวชวี้ ัดตามแผนการจดั การเรยี นรค๎ู ร้ังน้ี เพอ่ื ให๎ผูเ๎ รยี นเขา๎ ใจอยาํ งชดั เจนวาํ ผ๎ูเรียนจะต๎อง

499 เรยี นรูใ๎ ห๎บรรลุตวั ชวี้ ัด ที่กาํ หนดตามแผนการจดั การเรียนรูท๎ ่ี 4 เรื่อง แผนํ ดินไหว สนึ ามิ และบคุ ลากร และหนวํ ยงานที่เก่ยี วข๎องกับการให๎ความชวํ ยเหลอื ในครง้ั น้ี ซึง่ มจี ํานวน 4 ข๎อ ดงั นี้ - ความหมายของ แผนํ ดินไหว สนึ ามิ และบคุ ลากรและหนํวยงานทเ่ี กีย่ วข๎องกบั การ ให๎ความชํวยเหลอื - การเกิดแผนํ ดินไหว สนึ ามิ และบุคลากรและหนวํ ยงานทีเ่ ก่ียวขอ๎ งกบั การให๎ความ ชํวยเหลอื สถานการณ๑แผนํ ดินไหว และ สึนามิ ในประเทศไทย - แนวทางการปอู งกันและการแก๎ไขปญั หาผลกระทบที่เกดิ จาก แผนํ ดินไหว สึนามิ และบุคลากรและหนวํ ยงานที่เกี่ยวข๎องกับการใหค๎ วามชํวยเหลือ 3. ให๎ผเ๎ู รยี นทําแบบทดสอบกํอนเรียน เรอื่ ง แผํนดินไหว สนึ ามิ และบคุ ลากรและหนํวยงานที่ เก่ียวข๎องกบั การใหค๎ วามชวํ ยเหลอื จาํ นวน 10 ขอ๎ โดยใช๎เวลา 10 นาที 4. ครูให๎ผเู๎ รียนศกึ ษา หนงั สือเรียนรายวิชา การเรียนร๎สู ู๎ภัยธรรมชาติ สค 22019 ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต๎น (ฉบบั ปรับปรุง พ .ศ. 2554) เรือ่ ง แผนํ ดินไหว สนึ ามิ และบคุ ลากรและหนวํ ยงานที่ เกยี่ วขอ๎ งกับการใหค๎ วามชวํ ยเหลือ หนา๎ 105 – 152 พรอ๎ มท้ังแนะนาํ แหลํงศึกษาคน๎ คว๎าเพมิ่ เตมิ จาก อินเทอรเ๑ นต็ ซ่งึ ผูเ๎ รียนสามารถไปเรียนร๎ูได๎ดว๎ ยตนเอง และทํากจิ กรรมตามท่ีไดร๎ ับมอบหมายด๎วย ทงั้ นี้ ครู ควรจะช้แี จงให๎ผเ๎ู รยี นทราบวําในการพบกลมุํ ตามแผนการจดั การเรียนร๎ูครงั้ น้ี ผู๎เรียนจะต๎อง เรียนรแ๎ู ละทาํ กิจกรรม ทส่ี อดคลอ๎ งกบั เนือ้ หาทีเ่ รยี น โดยปฏิบตั กิ จิ กรรมตาํ ง ๆ ได๎แกํ การศกึ ษาคลปิ วิดีโอ และการ แลกเปลี่ยนเรียนรโู๎ ดยการอภิปรายรํวมกับเพอื่ นในกลุมํ รวมทง้ั มีการทดสอบหลงั เรียนดว๎ ย นอกจากน้ี ในการพบกลํมุ แตลํ ะครัง้ นั้น ครจู ะมอบหมายงานใหผ๎ ๎เู รียนไปเรยี นรด๎ู ว๎ ยวธิ ี การเรียนร๎ู ด๎วยตนเอง ซึง่ วิธี การเรียนรด๎ู ว๎ ยตนเองจะตอ๎ งเกดิ ขน้ึ ในทกุ ๆ ตวั ชีว้ ดั และเน้อื หาทีก่ ําหนด โดยผเ๎ู รียน จะต๎องปฏิบตั ิกิจกรรมท่ีกาํ หนดใหด๎ ๎วยวิธีเรียนร๎อู อนไลน๑ และศึกษาจากเอกสารประกอบก ารเรยี น ดังนน้ั ครูจะต๎องเชอื่ มโยงรายละเอียดดังกลําวข๎างตน๎ ให๎ผเู๎ รยี นได๎เกิดความเขา๎ ใจและเกดิ แรงบนั ดาลใจในการ เรยี นรู๎ที่จะเกิดขนึ้ เพราะ การมอบหมายงานให๎ผ๎เู รียนไปเรยี นร๎ูด๎วยวธิ ีเรียนรูด๎ ๎วยตนเองนัน้ ผ๎เู รยี นจะต๎อง เรียนรู๎ออนไลนผ๑ าํ นอนิ เทอรเ๑ นต็ และศกึ ษาเอกสารประกอบการเรียน 3. ครอู ภิปราย ใหค๎ วามร๎ู ซักถามความเขา๎ ใจ เก่ียวกบั เนื้อหา ดงั ตอํ ไปน้ี เร่อื งท่ี 1 ความหมายของแผนํ ดินไหว พจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พทุ ธศักราช 2542 ได๎ให๎ความหมายของ แผํนดินไหว หมายถงึ การสัน่ สะเทอื นของแผนํ ดนิ ทร่ี ู๎สึกได๎ ณ บริเวณใดบริ เวณหนง่ึ บนผวิ โลก สวํ นใหญํ เกดิ จาก การเคลอ่ื นตัวของเปลือกโลกทีร่ องรับผวิ โลกอยํู บางคร้งั เกดิ จากภเู ขาไฟระเบดิ แผนํ ดินไหว (Earthquakes) เป็นปรากฏการณ๑ธรรมชาตซิ ่ึงเกดิ จากการเคล่อื นตัว โดย ฉบั พลนั ของเปลือกโลก การเกิดแผํนดนิ ไหวสวํ นใหญมํ ักเกิดขนึ้ ตรงบรเิ วณขอบของแผํ นเปลือก โลก อนั

500 เปน็ ผลสืบเนอ่ื งมาจากชน้ั หินหลอมละลายท่ีอยูภํ ายใต๎เปลือกโลกได๎รับพลังงานความรอ๎ น จากแกนโลก และลอยตวั ผลกั ดนั ให๎เปลอื กโลกซ่ึงอยํูด๎านบนเคล่อื นทีใ่ นทิศทางตําง ๆ กนั พรอ๎ มกบั สะสมพลงั งานไว๎ ภายในบริเวณขอบของแผนํ เปลอื กโลก ทํา ให๎แผนํ เปลือกโลกชนและเสี ยดสกี ัน หรอื แยกออกจากกนั นอกจากน้ันพลงั ท่สี ะสมในเปลือกโลกจะถูกสํงผาํ นไปยังบรเิ วณรอยรา๎ ว ของหนิ ใตพ๎ ืน้ โลกหรือที่เรยี กวาํ “รอยเล่อื น ” เมอ่ื ระนาบของรอยเลอื่ นที่ประกบกนั อยํูไดร๎ ับแรงอดั มาก ๆ ก็จะทาํ ให๎รอยเล่อื นมีการ เคลือ่ นตวั อยาํ งฉบั พลนั ก็สามารถเกดิ แผนํ ดนิ ไหวได๎ ไฟปุา เปน็ ไฟท่ีเกิดขึน้ ตามพ้นื ทใ่ี นปาุ ทัว่ ไป สามารถ เกดิ ขึ้นไดท๎ ุกภาคของประเทศ และท่ัวโลก ทั้งนไ้ี ฟปุาอาจเกดิ ขน้ึ เองตามธรรมชาตหิ รือเกดิ จากการกระทํา ของมนษุ ย๑ โดยเฉพาะ อยํางยง่ิ ในฤดแู ลง๎ มกั เกิดไฟปุาข้นึ ในหลาย ๆ พน้ื ท่ี เมื่อมไี ฟปุาเกิดขน้ึ บรเิ วณใด ก็ จะสร๎างความ เสียหายให๎บริเวณน้นั และอาจลุกลามไปยังพน้ื ที่อืน่ จนเกดิ ความเสยี หายบริเวณกว๎าง และ สํงผล กระทบตํอสภาพแวดล๎อมทางธรรมชาติ เรื่องที่ 3 ความหมายของสนึ ามิ สึนามิ (tsunami) หมายถงึ คล่นื ซง่ึ เคลอ่ื นตัวในมหาสมุทรด๎วยความเร็วสูงมาก และมี พลังรุนแรง สามารถเคล่ื อนท่ไี ปได๎เป็นระยะทางไกล ๆ เม่อื เคลื่อนทเี่ ขา๎ สูํบริเวณชายฝงั่ จะทําใหเ๎ กดิ เปน็ คลนื่ ขนาดใหญมํ าก ทเ่ี รียกกันวํา “คล่ืนยกั ษ๑ ” กอํ ใหเ๎ กดิ ความเสียหายอยํางใหญํ หลวงตอํ ชวี ิตและ ทรัพยส๑ นิ ของผูค๎ นท่ีอาศัยอยํตู ามบรเิ วณชายฝงั่ คลนื่ ชนดิ นจ้ี ึงแตกตํางจากคลนื่ ธรรมดา ท่ีเกดิ จากแรงลม พดั ผาํ นเหนอื พนื้ ผิวนา้ํ ในท๎องทะเล คํา วํา “tsunami” มาจากภาษาญป่ี ุน แปลวํา คลน่ื อาํ วจอดเรือ (harbour waves) ท้ังนี้ เนือ่ งจากบรเิ วณชายฝัง่ ของประเทศญป่ี ุน ทเี่ ปน็ อาํ วจอดเรอื ทางด๎านมหาสมุทร แปซฟิ ิก มกั ไดร๎ บั ภยั จากคลนื่ ชนิดนี้อยูํบํอย ๆ ตอํ มาช่อื นี้ ได๎นาํ ไปใชแ๎ พรหํ ลาย จนเป็นทีเ่ ข๎าใจกนั โดยท่วั ไป สาํ หรบั ประเทศไทย ราชบณั ฑติ ยสถานได๎ บัญญตั ศิ พั ทข๑ องคาํ วํา tsunami เป็นภาษาไทยวํา คลืน่ สนึ ามิ เร่ืองท่ี 4 บคุ ลากรทเี่ กีย่ วขอ๎ งกับการใหค๎ วามชวํ ยเหลือผ๎ูประสบภยั ธรรมชาติ ความสญู เสียและความเสยี หายทเ่ี กิดจากภยั ท างธรรมชาติ ไมวํ าํ จะเป็นภยั แล๎ง วาตภยั อุทกภัย ดนิ โคลนถลํม ไฟปาุ หมอกควัน แผนํ ดนิ ไหว รวมถึงภยั จากการเกิดคล่นื สนึ ามิ ล๎วนเป็นภยั ที่ กอํ ใหเ๎ กิดความเสยี หายตํอชวี ติ และทรัพยส๑ นิ อยาํ งมากมายมหาศาล บางครง้ั ประชาชนบางกลุมํ บางพื้นที่ ไมํสามารถชวํ ยเหลอื ตัวเองได๎ โดยเฉพาะอยาํ งยิ่งความสญู เสยี ทเี่ กิดจากการเสยี ชีวติ ไมวํ ําจะเปน็ คน สตั ว๑ และพันธ๑ุพชื ตาํ ง ๆ ฉะนั้น เมอื่ เกดิ เหตุการณ๑เหลาํ นีข้ ึ้นมา ผ๎ปู ระสบภัยจงึ ควร ไดร๎ บั การดแู ล ชํวยเหลือ จากบคุ คลหรือบุคลากรทเ่ี กยี่ วข๎องเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดรอ๎ นได๎

501 บคุ ลากรทส่ี ามารถให๎คว ามชํวยเหลอื เมอ่ื เกิดความรนุ แรงของภัยธรรมชาติมอี ยํูจาํ นวน มาก หากเปน็ พน้ื ทใ่ี นชมุ ชน เชนํ ภายในหมบํู า๎ น ตาํ บล หรือชมุ ชนท่เี ราอยํอู าศัย เม่อื เกิดภยั ทาง ธรรมชาติครง้ั ใด ผ๎ทู ่ีเราสามารถขอความชํวยเหลือ ไดแ๎ กํ ผูน๎ ําในชุมชน เชนํ 1. ผูใ๎ หญบํ า๎ น กาํ นนั 2. นายกองค๑การบรหิ ารสํวนตาํ บล หรือ นายก อบต. 3. นายกเทศมนตรเี ทศบาลตาํ บล 4. นายกเทศมนตรีเมือง นายกเทศมนตรีนคร 5. ผท๎ู ่ีได๎รบั การยอมรับและเคารพนบั ถือในแตํละชุมชน แตถํ า๎ เปน็ การขอความชํวยเหลอื ระดับ อํา เภอ จังหวัด หรือในระดบั ประเทศ สามารถ แจ๎งความประสงคเ๑ พื่อขอความชวํ ยเหลือจาก 1. นายอาํ เภอ ผวู๎ ําราชการจังหวัด 2. นายกองคก๑ ารบริหารสวํ นจังหวดั หรอื อบจ. 3. หัวหน๎าหนํวยงานปอู งกันและบรรเทาสาธารณภยั ที่ตัง้ อยํใู นจังหวดั 4. ผบ๎ู ริหารระดับสงู ของหนํวยงานหรอื องค๑กรที่รบั ผิดชอบ เชนํ รัฐมนตรีวําการ ปลดั กระทรวงตําง ๆ ท่เี กย่ี วขอ๎ ง ได๎ แกํ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงเกษตร และสหกรณ๑ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ๎ ม กระทรวง สาธารณสขุ และกระทรวงดิจทิ ัลเพอื่ เศรษฐกิจและสังคม เป็นตน๎ 6. ครูเปิดคลิปวดิ ีโอใหผ๎ ู๎เรียนชม เร่ือง ภัยพบิ ตั ปิ อู งกนั ได๎ จากยธู ปู https://youtu.be/CBw- x5rz7v0?t=18 และใหผ๎ ูเ๎ รียนสรุปความรทู๎ ่ไี ด๎รับ และรวํ มกันวิพากษ๑ ในชนั้ เรียน ขน้ั ตอนท่ี 2 การนําไปใช๎ประโยชน๑ (Utilization : U) 1. ครูใหผ๎ ูเ๎ รยี นแลกเปล่ียนเรียนรู๎ ลกั ษณะการเกิดแผนํ ดนิ ไหว สนึ ามิ และบคุ ลากรและหนวํ ยงาน ทเี่ กย่ี วขอ๎ งกบั การให๎ความชวํ ยเหลอื และอภปิ รายแลกเปลยี่ นเรียนรก๎ู บั เพอ่ื นรวํ มชนั้ เรียน เรื่องที่ 1 ลกั ษณะการเกดิ แผนํ ดนิ ไหว สาเหตกุ ารเกดิ แผํนดินไหว แผํนดินไหวเปน็ ปรากฏการณท๑ างธรรมชาตทิ ม่ี ีสาเหตุของ การเกิด แบํงไดเ๎ ปน็ 2 ลักษณะ ดงั นี้ 1. กระบวนการเปล่ียนแปลงตามธรรมชาติ เชํน 1) การเคล่อื นท่ีของแผนํ เปลอื กโลก 2) ภเู ขาไฟระเบดิ 3) การยุบตวั หรอื พงั ทลายของโพรงใตด๎ นิ 4) การส่นั สะเทอื นจากคลื่นมหาสมุทร

502 2. การกระทําของมนษุ ย๑ ทํา ใหเ๎ กดิ แผนํ ดินไหวได๎ท้ังทางตรงและทางอ๎อม เชํน การทาํ เหมือง การสร๎างอํางเกบ็ นา้ํ หรือการสรา๎ งเขอื่ นใกล๎รอยเลื่อน การทํา งานของ เครื่องจักรกล การจราจร และการ เก็บขยะนิวเคลียรไ๑ ว๎ใตด๎ ิน การเรียนร๎ูระเบิดปรมาณู การระเบิด พน้ื ที่เพ่อื สํารวจวางแผนกอํ นสร๎างเข่อื น เปน็ ตน๎ สาเหตุของการเกิดแผํนดินไหว ทส่ี ืบเน่ืองจากการเคลือ่ นตัวของแผํ นเปลือกโลก เกิดขึน้ จากการ เคลื่อนตัวของแผนํ เปลือกโลก ทเี่ หมือนลอยอยเํู หนือของเหลว เพราะในชน้ั ใต๎เปลือกโลก ยงั คงร๎อนขนาด หลอมละลายเป็นเเมก็ มํา และเคลือ่ นไหว (หรอื ไหล) ไปในทิศทางแตกตํางกนั การเคลื่อนไหวของแมก็ มํ า นเ่ี องทที่ ํา ใหแ๎ ผํนเปลอื กโลก ซ่งึ ไมํได๎ตํอสนิทเ ป็นแผํนเดียวกนั แตํมีรอย แยกแบงํ เป็นแผนํ เปลอื กโลก ขนาดใหญมํ ากมายเคล่ือนไหวตามไปด๎วยในทศิ ทางทแ่ี ตกตํางกนั การเคล่อื นตัวในทิศทางทแ่ี ตกตาํ งกันของแผนํ เปลือกโลกน่ีเอง ท่ีทาํ ให๎แผํนเปลอื กโลก แตํละแผนํ เกิดชนกนั หรือแยกออกจากกนั กลายเป็น “รอยเล่อื น ” ข้นึ มาหลายรปู แ บบ แตลํ ะ รปู แบบกอํ ใหเ๎ กดิ แผํนดนิ ไหวขนึ้ ได๎ เรื่องท่ี 2 ลกั ษณะการเกิดสึนามิ สาเหตุและปัจจัยการเกดิ สนึ ามิ คลืน่ สึนามิ ไมํได๎เกิดจากลมพายุเหมอื นกบั คล่ืนธรรมดา เพราะเมื่อเกดิ คลื่น สึ นามิ ท๎องฟาู อาจปลอดโปรํงไมํมีลมพายเุ ลยกไ็ ด๎ นักวิชาการในสมัยกอํ นคิดวาํ กา รเกดิ คลืน่ สนึ ามิ อาจ เกย่ี วขอ๎ งกบั นํ้า ข้นึ นาํ้ ลงทผี่ ิดปกติในทอ๎ งทะเล ซง่ึ มสี าเหตมุ าจากการเปลย่ี นแปลงของจดุ ดับ บนดวง อาทิตย๑ (sun spots) หรือจากการวางตัวของดาวเคราะหต๑ าํ ง ๆ ทส่ี มั พนั ธก๑ บั ตาํ แหนงํ ของโลก ดังน้นั จึง เรยี กคล่ืนชนิดนวี้ ํา “คลน่ื น้ําขน้ึ ลง” (tidal waves) แตํปัจจุบันเราทราบแล๎ววํา คล่นื สึนามิ ไมํได๎เก่ยี วขอ๎ ง กับการขึ้นลงของนาํ้ ทะเล แตเํ กดิ จากการไหวสะเทอื นของเปลือกโลก อยํางรุนแรงใตพ๎ ืน้ ทอ๎ งทะเลและ มหาสมุทร โดยมีการเคลอื่ นตวั ของแผนํ เปลือกโลก มีอยํู 3 แบบ คือ 1. แบบกระจายตัว คือ แผํนเปลอื กโลกสองแผํนเคลื่อนท่ีออกจากกัน 2. แบบมุดตวั คอื แผํนเปลอื กโลกเคลอ่ื นเข๎าหากัน โดยท่แี ผนํ เปลือกโลกแผนํ หนึง่ มุดเขา๎ ไปอยใํู ตแ๎ ผํนเปลือกโลกอีกแผํนหนงึ่ 3. แบบเปล่ยี นรูป คอื แผนํ เปลือกโลกจาํ นวนสองแผํน เคลือ่ นทใี่ นแนวนอน ผาํ น ซ่ึงกนั และกนั ในการปลดปลอํ ยพลังงานมหาศาลออกมา ทาํ ให๎มวลน้าํ ในมหาสมุทรเกดิ การ เคลื่อนไหว กลายเป็นคลืน่ ขนาดใหญํ แผํกระจายเปน็ วงกว๎างออกไปจากบรเิ วณทเี่ ปน็ จดุ ศูนยก๑ ลาง ของการเกดิ

503 แผนํ ดินไหว และเนอื่ งจากคลน่ื ชนดิ นี้ ไมไํ ด๎เกดิ จากการขึน้ ลงของนา้ํ ทะเล นกั วชิ าการ ในปัจจุบันจงึ ไมํ นยิ มเรียกวํา tidal waves แตเํ ปล่ยี นมาเรียกวํา tsunami ดังชือ่ ท่ีเรยี กกัน ในปจั จบุ นั เรอ่ื งท่ี 3 หนวํ ยงานทเ่ี กีย่ วขอ๎ งกบั การใหค๎ วามชํวยเหลอื ผป๎ู ระสบภยั ธรรมชาติ หนํวยงานหรอื องคก๑ รทีส่ ามารถขอความชํวยเหลือ กรณเี กดิ เหตกุ ารณ๑ภัยพิบัติ ทาง ธรรมชาติทุกประเภท หนวํ ยงานดงั กลําว ได๎แกํ 2.1 หนวํ ยงานระดับท๎องถน่ิ ตง้ั แตํระดับตาํ บล อาํ เภอ จงั หวดั ไดแ๎ กํ องค๑การบริหาร สวํ นตาํ บล ท่ที าํ การเทศบาลตําบล เทศบาลเมอื ง เทศบาลนคร ทวี่ าํ การอําเภอ ศาลากลาง จงั หวัด ปูองกนั และบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เปน็ ตน๎ 2.2 หนวํ ยงานระดับประเทศ ประกอบดว๎ ย กรม กองและระดบั กระทรวง เชํน กระทรว งมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ๑ กระทรวงวทิ ยาศาสตรแ๑ ละเทคโนโลยี กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล๎อม และกระทรวง ดิจิทัล เพอ่ื เศรษฐกจิ และสังคม ซ่ึงแตํละหนวํ ยงานจะมีบทบาท หนา๎ ที่และการใหค๎ วามชวํ ยเหลือได๎ ดงั น้ี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทย เปน็ หนวํ ยงานทีม่ บี ทบาทหนา๎ ท่ีโดยตรงในการปอู งกนั และให๎ความชวํ ยเหลือผปู๎ ระสบภยั จากเหตกุ ารณ๑ภัยพิบัติทางทางธรรมชาตทิ ุกประเภท ท้งั ภยั จาก การ เกดิ อทุ กภยั วาตภยั แผนํ ดินไหว ดนิ โคลนถลมํ หรือภัยอืน่ ๆ หนํวยงานหรอื องค๑กรสงั กัด กระทรวงมหาดไทยหลายองคก๑ ร มหี น๎าท่หี ลัก และบทบาทสํา คัญในการปอู งกนั และแก๎ไขปญั หาความ เดอื ดร๎อนของประชาชน อนั เนอ่ื งมาจาก ภัยพบิ ัตทิ างธรรมชาติ ซงึ่ กร็ วมถึงการเกดิ อุทกภัยและวาตภัย ด๎วย แตํหนํวยงานที่ถอื วาํ มีบทบาท โดยตรงเม่อื เกิดเหตุการณ๑ภัยพิบตั ิทางธรรมชาตทิ ุกประเภท คือ กรม ปูองกนั และบรรเทาสาธารณภยั ซงึ่ มหี นํวยงานทต่ี ้งั อยปํู ระจาํ แตํละจังหวดั คือ ศูนยป๑ ูองกนั และบรรเทา สาธารณภยั จังหวัด (ปภ.) กระทรวงคมนาคม กระทรวงคมนาคม มีหน๎าทย่ี กระดบั การให๎บรกิ ารประชาชน พัฒนา ปรับปรุง ระบบโครงสร๎าง พื้นฐานและบรกิ ารคมนาคมขนสํง ให๎มีความคุ๎มคําและท่วั ถงึ ทาํ ให๎ระบบคมนาคม ขนสํง มีความ ปลอดภยั มีผลกระทบตํอสง่ิ แวดลอ๎ มน๎อย และสงํ เสริมคณุ ภาพชีวติ ผสานและ เชอ่ื มโยงโครงขํายระบบ ขนสํงมวลชน ระบบขนสํงสาธารณะ และขยายโอกาสการเดินทางสัญจร อยํางเสมอภาคท่ัวถงึ กนั การเกิด อทุ กภยั และวาตภยั มกั จะทําใหเ๎ กดิ ความเสยี หายตํอระบบ การคมนาคมขนสํง ไมวํ าํ จะเป็นทางบก ทางนา้ํ หรือทางอากาศ กระทรวงคมนาคมจะมหี น๎าที่ ในการแก๎ไขปญั หารวํ มกบั หนวํ ยงานที่เก่ียวขอ๎ ง เชํน ทาง หลวงชนบท ปูองกนั และบรรเทาสาธารณ ภยั จงั หวัด เป็นต๎น

504 กระทรวงเกษตรและสหกรณ๑ เมอ่ื เกดิ อุทกภยั และวาตภยั ยอํ มสํงผลเสียหายตํอพื้นท่ดี ินทํา กิน และพืชผล ทางการเกษตร จนบางครงั้ ทาํ ให๎เกษตรกรแทบส้ินเนอ้ื ประดาตัว ไมสํ ามารถพน้ื ตัวดํา เนินอาชีพ หลักทางการเกษตรได๎ ดว๎ ยเหตนุ ี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ๑ จงึ เข๎ามามีบทบาทสาํ คัญในการ ใหค๎ วามชวํ ยเหลอื แนะนาํ และ ฟื้นฟอู าชีพ ของเกษตรกรได๎อยาํ งเปน็ รปู ธรรม หนวํ ยงานหรอื องค๑กร สงั กัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ๑ เชนํ กรมวชิ าการ เกษตร กรมการข๎าว กรมประมง กรมปศสุ ตั ว๑ กรมชลประทาน กรมพฒั นาที่ดิน กรม สํงเสรมิ การเกษตร สํา นกั งานปฏิรปู ทีด่ นิ เพ่อื เกษตรกรรม รวมถงึ หนวํ ยงานราชการบริหารสวํ นภูมภิ าค ได๎แกํสาํ นกั งานเกษตรจังหวัด เกษตรอําเภอ สาํ นกั งานเกษตรและสหกรณ๑จงั หวัด ฯลฯ จะมีสวํ นชวํ ยแกไ๎ ข ปัญหาท่เี ก่ียวขอ๎ งกับหนวํ ยงานหรือองค๑การนั้น ๆ ได๎ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล๎อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ๎ ม เปน็ องคก๑ รที่ถือได๎วาํ มบี ทบาท และหน๎าท่โี ดยตรง หากเกดิ ภยั พิบัติทางธรรมชาติ โดยเฉพาะอยํางยิง่ ภยั จากนา้ํ ทํวมหรอื อุทกภัย ภัยจากความรนุ แรงของลม หรือวาตภยั ภยั จากดินโคลนถลมํ ไฟปุา หมอกควัน เป็นตน๎ กระทรวงดิจทิ ัลเพอื่ เศรษฐกิจและสังคม กระทรวงดิจิทลั เพ่อื เศรษฐกจิ และสังคม เปน็ กระทรวงทีท่ าํ หน๎าท่ดี แู ลดา๎ น เทคโนโลยีสารสนเทศ และการส่อื สารของประเท ศ ประกอบดว๎ ย 3 หนํวยงานทง้ั สํวนราชการ รฐั วิสาหกิจและองค๑การมหาชน แตหํ นวํ ยงานท่ีมีสวํ นเกย่ี วขอ๎ ง รบั ผดิ ชอบและใหค๎ วามชํวยเหลอื ผู๎ประสบภยั จากภัยพิบตั ทิ างธรรมชาติ มากท่สี ุด ประกอบดว๎ ย กรมอตุ ุนยิ มวทิ ยา และศนู ย๑เตอื นภยั พบิ ัติแหงํ ชาติ เปน็ ต๎น 2. ครูดําเนิ นการทําหน๎าทน่ี ําการอภปิ ราย โดยใหผ๎ ูเ๎ รียนกลํุมใหญรํ ํวมกนั แสดงความคดิ เห็น คิด วเิ คราะห๑ อภปิ ราย และวิเคราะห๑ใหข๎ อ๎ มลู เพิม่ เติมในเนอื้ หาหรอื ประเด็นทีย่ ังไมํชัดเจน ตามรายละเอยี ดที่ ผเ๎ู รียนได๎แลกเปลยี่ นเรียนรูร๎ ํวมกัน หากผูเ๎ รยี นกลุมํ ใหญหํ รอื ครูเหน็ วาํ ยังไมสํ มบูรณ๑ มีความตอ๎ งการในการ เรียนรเู๎ พิ่มเตมิ ครจู ะชวํ ยเติมเตม็ ความร๎ูให๎กับผเู๎ รียน หลังจากน้ันครแู ละผเ๎ู รยี นสรุปสิ่งที่ไดเ๎ รียนรู๎ใน ภาพรวมทง้ั หมดแลว๎ ใหผ๎ เู๎ รยี นสรปุ สงิ่ ทไี่ ด๎เรียนรูล๎ งในสมุดบันทึกการเรยี นร๎ูของตน 3. ครูมอบหมายงาน ให๎ผูเ๎ รยี นเรยี นรู๎ ด๎วยตนเอง ตามใบกจิ กรรม (จากสมุดกิจกรรมการเรยี นร๎ู รายวชิ า การเรยี นรูส๎ ๎ูภัยธรรมชาติ ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต๎น ) และบนั ทกึ ผลการเรียนรดู๎ ว๎ ยตนเอง ลงใน สมดุ บันทึกผลการเรียนรู๎ หมายเหตุ : ในการดาํ เนนิ กิจกรรมกลุมํ ครชู ้ีแจงบทบาทหน๎าทใ่ี นการทํางานใหผ๎ ๎ูเรยี นได๎มคี วามรั บผิดชอบ รํวมกันในการทํางาน ซงึ่ มอบหมายให๎ผเู๎ รยี นดาํ เนนิ การแตงํ ตั้ง ประธานหรือผ๎ูนําในการอภิปราย แลกเปลี่ยนเรียนร๎ู และการมอบหมายให๎มีผร๎ู บั ผิดชอบในภารกจิ ตําง ๆ รวมถงึ การแตํงตั้งเลขานกุ ารของ

505 กลุํมเป็นผ๎จู ดบันทึกและผูร๎ ักษาเวลา เพื่อปฏบิ ตั ิงานของกลุํมใหญใํ ห๎บรรลุ ตามวัตถปุ ระสงค๑ทีต่ ั้งไว๎ และ พจิ ารณาวําสมาชกิ ลํุมทุกคน ควรมีความเขา๎ ใจตรงกันวาํ ตนมบี ทบาทหนา๎ ที่ท่จี ะตอ๎ งชํวยใหก๎ ลมุํ ทํางาน ไดส๎ าํ เร็จ ครคู วรให๎คาํ แนะนํา ถึงความสําคัญของการให๎สมาชกิ ทุกคนในกลํมุ มีสวํ นรวํ มในการอภิปราย อยาํ งทั่วถงึ ไมใํ หม๎ กี ารผูกขาด การอภิปรายโดยผู๎ใดผูห๎ น่งึ และควรมีการจาํ กัดเวลาของการอภปิ รายแตลํ ะ ประเดน็ ในระหวํางการทํากิจกรรมของผู๎เรยี น ครูมบี ทบาทในการสังเกต พฤตกิ รรมการเรียนรขู๎ อง ผเู๎ รียน คอยกระต๎ุนผเ๎ู รียนให๎เกดิ ความกระตอื รอื รน๎ ในการเรยี นรู๎ โดยบันทกึ ลงในแบบบันทึกพฤตกิ รรมการเรยี นร๎ู ของผเ๎ู รยี น และเคร่ืองมอื ประเมินการสังเกตแบบประมาณคํา 4. ครเู ปดิ โอกาสใหผ๎ เู๎ รยี นทั้งกลุมํ รํวมกันสนทนา เพื่อให๎ผเู๎ รยี นมีทักษะในการฟงั พูด คดิ วเิ คราะห๑ การทํางานรวํ มกับผอ๎ู ืน่ การคิดสร๎างสรรค๑ ความรับผิดชอบ และการนําความรใ๎ู นเน้อื หามาใช๎ โดยครู บูรณาการเนือ้ หาการเรยี นรู๎ มีการใช๎สื่อเทคโนโลยีทีเ่ ปน็ คลปิ วิดีโอจาก youtube และ TikTok ทสี่ ัมพนั ธ๑ กบั เนอื้ หา ทง้ั นค้ี รูเชื่อมโยงสงิ่ ทไ่ี ดเ๎ รียนร๎ูตามขั้นตอนท่ี 1 ในการนาํ ความร๎ไู ปสํกู ารปฏิบตั ิ และประยกุ ต๑ใช๎ ผํานคลปิ วิดีโอ โดยครเู ปิดคลิปวิ ดีโอ เร่ือง แนวทางปูองกนั พบิ ตั ิภยั ทางธรรมช าติ จาก https://youtu.be/CBw-x5rz7v0?t=18 ขั้นตอนที่ 3 การสะท๎อนความคดิ จากการเรยี นรู๎ (Reflection : R) แบํงผเู๎ รียนออกเป็นกลมํุ ๆ ละ 4 - 6 คน ใหผ๎ ู๎เรียนแตํละกลมุํ ลงมอื ปฏบิ ตั จิ รงิ โดยผู๎เรียนแตลํ ะ กลมุํ รวํ มกันแสดงความคดิ เห็น แนวทางการปูองกันพบิ ตั ภิ ยั เรอื่ ง แผนํ ดนิ ไหว สึนามิ และบุคลากรและ หนวํ ยงานที่เกี่ยวขอ๎ งกบั การให๎ความชํวยเหลือ การประสบภัยธรรมชาติ วางแผน ตามใบกจิ กรรมของ ผูเ๎ รยี น ตามเนอื้ หาตอํ ไปน้ี เรือ่ งท่ี 1 สถานการณก๑ ารเกดิ แผํนดินไหวในประเทศไทย ประเทศไท ย มีรอยเล่ือนทม่ี พี ลังอยูํทางภาคตะวนั ตก ภาคเหนอื และภาคใตข๎ อง ประเทศ จาํ นวน 14 รอยเลื่อน การเกิดแผนํ ดนิ ไหวในแตลํ ะครงั้ มีระดับความรนุ แรงตํางกันออกไป หากมี ระดบั ความรนุ แรงน๎อยกจ็ ะไมํทํา ให๎เรารับรแู๎ รงสั่นสะเทอื น การเกดิ แผนํ ดินไหวจะทํา ใหแ๎ ผํน เปลอื กโลก บรเิ วณจุดเห นือศนู ย๑เกิดแผํนดนิ ไหวและบรเิ วณท่เี กี่ยวข๎องมกี ารเปลีย่ นแปลง เชนํ แผนํ ดนิ แตกแยก แผนํ ดนิ ยบุ แผนํ ดนิ หรอื ภเู ขาถลํม ไฟไหม๎ เป็นตน๎ สถิติการเกิดแผํนดินไหวในประเทศไทยในชวํ ง ระยะเวลา 15 ปี ท่ีมีจุดศูนย๑กลางอยใํู น ประเทศไทย และเป็นแผํนดนิ ไหวทีม่ ีขนาด 5.0 ตามมาตราริก เตอร๑ข้นึ ไป ซงึ่ เปน็ ระดับที่รับรู๎ แรงส่ันสะเทือนอยาํ งรุนแรงเปน็ บริเวณกว๎าง และทาํ ใหว๎ ตั ถุสง่ิ ของ เคล่อื นท่ี 1 พายุหมุนเขตร๎อนในทะเลจนี ใตห๎ รอื อาํ วไทย เกดิ ในชวํ งฤดูฝน ตั้งแตเํ ดือน พฤษภาคมถงึ ตุลาคม หรือพฤศจิกายน ชวํ งระหวาํ งเดือนพฤษภาคมถงึ กรกฎาคม ปรากฏไมํมากนั ก อาจมีเพยี ง 1 - 2

506 ลูก แตํในชํวงเดอื นสงิ หาคมและกนั ยายน อาจมพี ายุถึง 3 - 4 ลูก พายทุ ่เี กิด ในชํวงน้มี กั จะขน้ึ ฝั่งบรเิ วณ ประเทศเวยี ดนาม แล๎วคอํ ย ๆ อํอนกาํ ลงั ลงตามลําดบั ไมมํ อี ันตรายจาก ลมแรง แตํพายทุ ี่เกิดในชํวงเดอื น ตลุ าคมและพฤศจิกายน สํวนใหญจํ ะผาํ นมาทางตอนใตข๎ องปลาย แหลมญวน หากเป็นพายุใหญํจะ เคล่ือนตัวเข๎าสํูอาํ วไทย อาจทําใหเ๎ กิดความเสียหายได๎ เชนํ พายุ เขตร๎อน “แฮร๑เรียต” และพายุไตฝ๎ ุน “เกย”๑ เป็นต๎น เรอ่ื งที่ 2 สถานการณส๑ นึ ามิ สถานการณก๑ ารเกดิ สึนามิในประเทศไทย ในอดตี เคยเชื่อกนั วาํ ในบรเิ วณมหาสมุทร อินเดีย คงจะไมํมีปรากฏการณ๑คล่นื สนึ ามทิ ี่ รนุ แรงเกิดขน้ึ เพราะถึงแมว๎ าํ ทางด๎านตะวนั ออกของทะเล อนั ดามัน จะเปน็ แนวรอยตอํ ระหวาํ งแผนํ เปลอื กโลกอนิ เดยี (Indian Plate) กบั แผนํ เปลอื กโลกยเู ร เชยี (Eurasian Plate) และมแี ผํนดนิ ไหว เกิดขน้ึ บอํ ยคร้ังก็ตาม แตํก็ไมํ เคยมีคลน่ื สึนามิ ท่ที าลายชวี ติ ผ๎คู นและทรพั ย๑สินใหเ๎ สียหายตลอด ระยะเวลาทผี่ ํานมา จนกระทัง่ ในวันท่ี 26 ธันวาคม 2547 ฝั่งทางด๎านตะวันออกของทะเลอนั ดามนั ได๎เกิด คลน่ื สนึ ามิ ครัง้ ทีร่ นุ แรงทสี่ ุดในประวตั ิศาสตร๑ มผี ค๎ู นเสยี ชีวิต ประมาณ 220,000 คน นับเปน็ ภัยทาง ธรรมชาติที่มีผูเ๎ สยี ชวี ติ มากเปน็ อนั ดบั 3 ของโลกเทาํ ทมี่ ีการบันทึกไว๎ โดยภัยธรรมชาติทม่ี ี ผู๎เสียชวี ติ มาก เปน็ อันดบั 1 เกิดจากพายไุ ซโคลนพัดผาํ นประเทศบงั กลาเทศ เมือ่ พ .ศ. 2513 มีผ๎เู สียชีวิตประมาณ 300,000 คน และ ภยั ทางธรรมชาติทม่ี ีผู๎เสียชวี ติ มากเปน็ อันดบั 2 เกิดจากแผํนดนิ ไหว ทางภาค ตะวันออกเฉยี งใตข๎ องประเทศจนี เมอื่ พ.ศ. 2519 มผี เ๎ู สียชีวิต ประมาณ 255,000 คน หลังจากเกิดแผนํ ดนิ ไหวไมนํ าน ได๎เกดิ คล่นื สึนามิเคลือ่ นตัวเขา๎ สฝํู ง่ั ตะวนั ตกเฉยี งเหนือ ของเกาะสมุ าตรา ในจงั หวัดอาเจะห๑ ความสงู และความรุนแรงข องคล่ืน ทําให๎เมอื งและชุมชน ตามชายฝ่งั ถูกทําลายอยาํ งกวา๎ งขวาง มีผเ๎ู สยี ชีวิตรวมกนั ทง้ั หมดมากกวํา 150,000 คน บริเวณทมี่ ี ผ๎เู สยี ชวี ติ มาก ท่สี ุดอยูํทีเ่ มอื งบันดาอาเจะห๑ ซง่ึ เปน็ เมอื งหลักของจังหวดั รองลงมา คอื ท่ีเมอื งเมอลาโบะห๑ ซึง่ เปน็ เมือง ชายทะเลทางใตข๎ องเมอื งบนั ดาอาเจะห๑ นับเป็นการสญู เสียชวี ติ ของผคู๎ นจากภัยธรรมชาตคิ รง้ั ใหญํท่สี ดุ ในประเทศอนิ โดนีเซยี จากนัน้ เวลาประมาณ 10.00 น. คลน่ื สึนามไิ ด๎เรมิ่ เคลื่อนตวั มายงั ชายฝั่งตะวนั ตก ของคาบสมุทรมลายู ซึง่ อยหํู าํ งจากจดุ ศูนย๑กลาง แผนํ ดนิ ไหวประมาณ 500 - 600 กโิ ลเมตร กํอให๎เกิด ความเสยี หายในบรเิ วณชายฝงั่ ตอนเหนอื ของมาเลเซียและภาคใตข๎ องไทย มีผ๎ูเสียชีวติ ท่เี กาะปนี ัง ใน ประเทศมาเลเซยี ประมาณ 70 คน และใน 6 จังหวัดภาคใตข๎ องไทย คือ จงั หวัดสตลู ตรัง กระบ่ี พงั งา ภูเกต็ และระนอง รวมกัน ประมาณ 5,400 คน

507 เรื่องท่ี 3 หนวํ ยงานทีเ่ ก่ยี วขอ๎ งกับการดแู ล รักษา ปอู งกันและใหค๎ าํ แนะนํา ชวํ ยเหลือ เมอ่ื เกดิ ภยั ธรรมชาติ หนวํ ยงานที่เกย่ี วขอ๎ งกบั การดแู ล รักษา ปูองกันและใหค๎ ํา แนะนํา ชวํ ยเหลือ เม่อื เกดิ ภยั ธรรมชาตใิ นพนื้ ที่ เชํน 1. ศนู ยเ๑ ตือนภยั พิบตั แิ หงํ ชาติ ทอ่ี ยูํ : 120 หมํู 3 อาคารรวมหนวํ ยราชการ (อาคาร B) ชัน้ 6 ศูนย๑ราชการเฉลมิ พระเกยี รติ 80 พรรษา 5 ธนั วาคม 2550 แขวงทุํงสองหอ๎ ง เขตหลกั สี่ กทม. 10210 โทร : 02-152-1230 2. ศูนยป๑ ระสานงานเหตุฉกุ เฉนิ โทร : 192 ฟรีตลอด 24 ช่ัวโมง 3. กรมการปอู งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ทอ่ี ยูํ : 3/12 ถ.อทูํ องนอก แขวงดสุ ติ กทม. 10300 โทร : 02-637-3000 สายดํวนตลอด 24 ชั่วโมง โทร : 1784 4. กรมอตุ ุนิยมวทิ ยา ทอ่ี ยํู : 4353 ถ.สุขมุ วิท แขวงบางนา เขตบางนา กทม. 10260 โทร : 02-399-4566, 02-399-4568-74 สายดํวน โทร : 1182 5. สถาบนั การแพทย๑ฉุกเฉนิ แหงํ ชาติ กระทรวงสาธารณสขุ ทอี่ ยูํ : 88/40 หมูํ 4 สาธารณสุข ซอย 6 (ภายในกระทรวงสารณสขุ ) ถนนตวิ านนท๑ ตาํ บลตลาดขวญั อาํ เภอเมอื ง จังหวดั นนทบุรี 11000 โทร : 02-287201669, 02-2872-1601-05 เจ็บปวุ ยฉุกเฉิน โทร : 1669 6. สมาคมเพ่อื นเตอื นภยั ทีอ่ ยํู : 125/37 หมํู 1 ตาํ บลลิปะน๎อย อําเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎรธ๑ านี 84140 โทร : 07-741-5545 2. ใหผ๎ ู๎เรยี นแตลํ ะกลุํมตามข๎อ 2 ปฏบิ ัติกจิ กรรมตามใบกิจกรรม แผนํ ดินไหว สนึ ามิ และ บุคลากรและหนํวยงานที่เก่ียวขอ๎ งกับการใหค๎ วามชวํ ยเหลอื (จากสมุดบันทึกกิจกรรมการเรียนร๎ู รายวิชา การเรยี นร๎สู ู๎ภยั ธรรมชาติ)

508 ทง้ั นี้ ครูจะตอ๎ งกํากับการปฏิบตั กิ จิ กรรมของผ๎เู รียนจนกจิ กรรมแลว๎ เสรจ็ ตามใบกิจกรรมสาํ หรบั ครู เรือ่ ง แผนํ ดนิ ไหว สึนามิ และ บคุ ลากรและหนํวยงานท่เี กยี่ วข๎องกับการใหค๎ วามชํวยเหลือ (จากสมดุ กิจกรรมการเรยี นร๎ู รายวิชาการเรยี นรสู๎ ๎ภู ัยธรรมชาติ) 3. ให๎ผ๎ูเรียนแตลํ ะกลมํุ นาํ เสนอ ผลการเรียนร๎ู เร่ือง แผํนดินไหว สึนามิ และ บุคลากรและ หนํวยงานที่เก่ยี วขอ๎ งกับการให๎ความชํวยเหลือ ตามใบกจิ กรรมของผ๎เู รยี น เร่อื ง แผนํ ดนิ ไหว สึนามิ และ บุคลากรและหนวํ ยงานทเ่ี กยี่ วขอ๎ งกบั การให๎ความชวํ ยเหลอื 4. ครใู ห๎ผเ๎ู รยี นสะท๎อนความคิดในการเรียนรทู๎ ไี่ ดจ๎ ากการเรยี นร๎ู และ นาํ เสนอ แลกเปล่ียน ข๎อคดิ เห็น รํวมวิพากย๑ หนา๎ ช้นั เรยี น 4. ครแู ละผเู๎ รียนอภปิ รายและสรปุ ผลการเรียนร๎ูรํวมกนั ขัน้ ตอนที่ 4 การตดิ ตามประเมนิ และแก๎ไข (Action : A) 1. ครูสนทนากบั ผูเ๎ รยี น เกยี่ วกับเรอื่ งทีไ่ ดเ๎ รยี นรตู๎ าม แผนการจัด การเรียนรน๎ู ้ี โดยครสู มํุ ผเ๎ู รี ยน ตามความสมัครใจจํานวน 4 - 5 คน ให๎ตอบคําถามในประเด็น ตอํ ไปน้ี ประเด็น “ทํานจะนําความรเู๎ รอื่ ง แผนํ ดนิ ไหว สนึ ามิ และ บุคลากรและหนํวยงานทเ่ี กีย่ วขอ๎ งกบั การให๎ความชํวยเหลือ ไปประยุกตใ๑ ช๎ในการแก๎ปญั หาหรือไปใช๎ประโยชน๑ในชีวติ จริงไดอ๎ ยาํ งไร” แนวคาํ ตอบ ผเู๎ รียนสามารถนาํ ความรทู๎ ไี่ ด๎รับจากการเรียนรเู๎ รื่อง เมือ่ สารเปล่ยี นแปลงสถานะจึง เปลยี่ นไป ไปประยกุ ต๑ใชใ๎ นชวี ติ จรงิ ได๎ ดงั นี้ เรือ่ งที่ 1 แนวทางการปฏิบตั เิ พ่อื ปูองกนั และแก๎ไขผลกระทบท่เี กดิ จากแผํนดนิ ไหว การเตรียมความพร๎อมรบั สถานการณ๑การเกิดแผนํ ดินไหว 1. สร๎างอ าคารบา๎ นเรือนใหเ๎ ปน็ ไปตามกฎเกณฑ๑ทกี่ าํ หนด สาํ หรับพนื้ ทีเ่ ส่ียงภัย แผํนดินไหว 2. ตรวจสอบสภาพของอาคารทีอ่ ยูอํ าศยั และเครือ่ งใชภ๎ ายในบา๎ น ทํา การยึด เครือ่ ง เรือนที่อาจกํอให๎เกิดอันตราย เชนํ ต๎ูและชนั้ หนังสอื กบั ฝาบา๎ นหรอื เสา 3. ให๎สมาชกิ ในครอบครวั มีความร๎ูใน เร่ืองการปฐมพยาบาลเบอ้ื งตน๎ และวิธีการ เพื่อ ความปลอดภัย เชํน การปดิ วาลว๑ กา๏ ซหงุ ตม๎ ทอํ นาํ้ ประปา สะพานไฟ การใชเ๎ ครื่องมือดบั เพลงิ 4. จดั เตรยี มสิง่ ตํอไปน้ีไวใ๎ กล๎ตวั เชนํ วิทยุ ไฟฉาย ถํานไฟฉาย อุปกรณ๑ดบั เพลิง น้าํ ดม่ื อาหารแห๎ง ยารกั ษาโรคและอุปกรณก๑ ารปฐมพยาบาล 5. ให๎ความรแู๎ กสํ มาชกิ ในครอบครัวทุกคนเกี่ยวกับข๎อควรปฏบิ ตั เิ พือ่ ความ ปลอดภัย เม่ืออยํใู นสถานทีต่ ําง ๆ ระหวํางเกดิ แผนํ ดนิ ไหว

509 6. วางแผนนดั แนะลวํ งหน๎าวาํ ถ๎าต๎องพลัดหลงแยกจากกนั ทกุ คนในครอบครัว จะ กลบั มาพบกันท่ีใด 7. ไมํควรวางส่งิ ของท่มี ีนํา้ หนักมากไวใ๎ นทสี่ ูง และควรผูกยึดสง่ิ ของ เครอ่ื งใช๎ เคร่อื ง เรอื น ครุภณั ฑส๑ าํ นักงานกบั พน้ื หรอื ฝาผนงั ให๎แนนํ หนา 8. ใหส๎ มาชกิ ทกุ คนในบา๎ นทราบหมายเลขโทรศพั ท๑ของสถานท่ที คี่ วรจะตดิ ตํอ ในกรณี ฉุกเฉนิ เชนํ หนํวยดับเพลงิ เทศบาล สถานตี ํา รวจดบั เพลงิ ทว่ี าํ การอํา เภอ สํา นกั งานเทศบาล หรอื โรงพยาบาลทอ่ี ยํู ใกล๎บา๎ น เป็นต๎น 9. ควรตดิ ต้ังโทรศัพท๑พื้นฐานไว๎ในบ๎านอยํางนอ๎ ยหนง่ึ หมายเลข เพราะเม่อื เกิด แผํนดินไหวสัญญาณโทรศัพทม๑ ือถือมกั จะใชง๎ านไมํได๎ เนื่องจากมผี ูใ๎ ช๎งานพรอ๎ ม ๆ กนั เปน็ จาํ นวนมาก เรือ่ งท่ี 2 แนวทางการปูองกนั และการแก๎ไขปญั หาผลกระทบท่เี กดิ จากสนึ ามิ การเตรียมความพรอ๎ มรับสถานการณก๑ ารเกิดสนึ ามิ เหตุการณค๑ ล่ืนสนึ ามิ ไมํเคยเกดิ ขึน้ ในประเทศไทย แตเํ มอ่ื มเี หตุการณค๑ ล่ืนสนึ ามิ เกิดขน้ึ นับเปน็ อทุ าหรณส๑ าํ หรับคนไทย โดยเฉพาะผู๎ที่อาศัย ในพ้ืนทภ่ี าคใต๎ เส่ยี งตํอการเกิดสึนามิ ต๎องมกี ารทบทวน ศึกษาหาแนวทางเพือ่ เตรยี มพร๎อมรบั มอื กบั ความ รุนแรงจาก สึนามใิ หไ๎ ด๎ การเตรียมพรอ๎ มดงั กลําวสามารถทาํ ได๎ ดงั น้ี 1. เมื่อได๎รบั ฟังประกาศจากทางราชการเก่ียวกบั การเกดิ แผนํ ดินไหว ให๎เตรยี มรับ สถานการณท๑ อ่ี าจจะเกดิ คลน่ื สนึ ามติ ามมาได๎ 2. สงั เกตปรากฏการณ๑ของชายฝ่ั ง หากทะเลมีการลดของระดบั น้าํ ลงมาก หลังการเกดิ แผนํ ดนิ ไหว ให๎สันนษิ ฐานวําอาจเกิดคล่นื สึนามติ ามมาได๎ ให๎อพยพคนในครอบครวั สัตว๑เลี้ยง ให๎อยูํหําง จากชายฝ่งั มาก ๆ และอยํูในทด่ี อนหรือนา้ํ ทํวมไมํถึง 3. ตดิ ตามการเสนอขาํ วของทางราชการอยาํ งใกลช๎ ิดและตํอเนอ่ื ง 4. หากที่พักอาศัยอยํูใกลช๎ ายหาด ควรจัดทํา เขอ่ื น กําแพง ปลกู ต๎นไม๎ วางวสั ดุ เพ่อื ลด แรงปะทะของนํ้าทะเล และกํอสร๎างทพ่ี กั อาศยั ใหม๎ ั่นคงแข็งแรง ในบริเวณยาํ นทม่ี ีความ เสี่ยงภยั ในเร่อื ง คลื่นสนึ ามิ 5. หลกี เลีย่ งการกอํ สร๎างใกล๎ชายฝั่งในยาํ นทีม่ ีความเส่ียงสงู 6. วางแผนในการฝึกซอ๎ มรับภัยจากคลืน่ สึนามิ เชนํ กาํ หนดสถานท่ใี นการ อพยพ แหลงํ สะสมน้าํ สะอาด เป็นตน๎ 7. คลืน่ สนึ ามิในบริเวณหนึ่งอาจมขี นาดเลก็ แตํอีกบริเวณหนงึ่ อาจมขี นาดใหญํ ดังนั้น เมอื่ ไดร๎ ับฟงั ขําวการเกดิ คลนื่ สนึ ามิขนาดเล็กในสถานที่หน่ึง จงอยาํ ประมาทใหเ๎ ตรียมพร๎อม รับสถานการ

510 เรือ่ งท่ี 3 หนวํ ยประสานงานการปอู งกันไฟปาุ หนวํ ยงานทเ่ี กยี่ วข๎องกบั การดแู ล รักษา ปอู งกนั และใหค๎ าํ แนะนํา ชวํ ยเหลือ เม่อื เกดิ ปญั หาไฟปุาและหมอกควัน เชนํ 1. หนวํ ยงานทเ่ี ก่ียวขอ๎ งกบั ปาุ ไม๎ เชํน สาํ นกั งานปุาไม๎อาํ เภอ สาํ นักงานปุาไม๎ จงั หวัด วนอุทยาน/กรมอทุ ยานแหํงชาติสตั ว๑ปาุ และพันธ๑ุพืช หนํวยพิทักษ๑ไฟปาุ เป็นตน๎ 2. สํานกั งานปูองกันและบรรเทาสาธารณภยั อําเภอ/จงั หวดั (สายดํวน 1784) 3. กรมควบคุมมลพษิ กรมควบคุมไฟปาุ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ ส่งิ แวดล๎อม 4. หนํวยแจ๎งเหตุดับเพลงิ (199) ครมู อบหมายงานให๎เรียนรด๎ู ว๎ ยตนเอง รายละเอียดดงั น้ี การมอบหมายงานใหเ๎ รยี นร๎ูด๎วยตนเอง ครชู ้แี จงใหผ๎ เู๎ รยี นทราบวาํ ในการพบกลํุมแตลํ ะครั้งผเ๎ู รียนจะไดร๎ ับมอบหมายงานให๎ไปเรยี นร๎ู ดว๎ ยวธิ ีเรียนร๎ูด๎วยตนเองในลกั ษณะท่ีครูจะมอบหมายงานใหผ๎ เู๎ รียนไปศึกษา ชดุ วชิ าการเรี ยนรูส๎ ู๎ภยั ธรรมชาติ 1 รหัสวิชา สค22019 เร่ือง แผํนดนิ ไหว สึนามิ และบุคลากรและหนํวยงานท่เี กยี่ วข๎องกับ การใหค๎ วามชํวยเหลอื หน๎า 79 - 124 ทัง้ ภาคทฤษฎีและปฏบิ ัติ โดยให๎ศึกษาเนือ้ หาและปฏิบตั ิกิจกรรม ท๎ายเรื่อง รายละเอยี ดของเนอื้ หา แบํงออกเปน็ 2 สํวน ดังน้ี สํวนท่ี 1 เน้ือหาการเรยี นรตู๎ ามแผนการจดั การเรียนร๎ูครัง้ น้ี สํวนที่ 2 เนอ้ื หาการเรียนรเู๎ พ่ิมเติมในสมดุ บนั ทกึ กิจกรรมการเรียนร๎ู รายวิชาการเรียนรูส๎ ู๎ภัยธรรมชาติ หลังจากนน้ั ครแู ละผู๎เรยี นมีการนดั หมายทบทวน ตรวจสอบ และแลกเปล่ียนเรยี นร๎รู ํวมกัน ผํานทางส่ืออิเลก็ ทรอนกิ ส๑ ตํอไป หมายเหตุ : ใหผ๎ ๎ูเรียนลงมือปฏบิ ัติกิจกรรมด๎วยตนเอง ซงึ่ การใหผ๎ ๎เู รยี นลงมอื ปฏิบัติกจิ กรรมด๎วยตนเองน้ัน อาจมคี วามแตกตํางกันบา๎ งในขัน้ ตอน โดยพจิ ารณาจากพน้ื ฐานของผ๎เู รยี น ในกรณที ผี่ เ๎ู รียนมีพืน้ ฐานนอ๎ ย หรือไมมํ ีพื้นฐานมากอํ นก็ควรจดั การเ รียนร๎ูพ้นื ฐานทีจ่ าํ เป็นและพอเพียงกับผ๎เู รยี น หลังจากนัน้ ให๎ผเ๎ู รียน ไดป๎ ฏิบัตดิ ว๎ ยตนเองในชํวงระยะหนึง่ แล๎วจึงคํอยให๎ผ๎เู รยี นคิดหัวข๎อท่ีอยากจะทาํ หรอื ถ๎าผเ๎ู รยี นมีพ้นื ความร๎ูมากอํ นแลว๎ ให๎คิดหัวขอ๎ ที่สนใจจะทําและให๎ลงมอื ปฏบิ ตั ิได๎

511 สอ่ื วสั ดุ อปุ กรณ๑ และแหลงํ การเรยี นร๎ู 1. แบบทดสอบกํอนเรียน เร่ือง แผนํ ดินไหว สนึ ามิ และบุคลากรและหนวํ ยงานที่เกีย่ วข๎องกบั การใหค๎ วามชํวยเหลอื 2. ใบความร๎สู าํ หรบั ผู๎เรียน เรื่อง แผํนดนิ ไหว สนึ ามิ และบคุ ลากรและหนํวยงานทีเ่ กี่ยวข๎องกบั การให๎ความชวํ ยเหลอื 3. คลปิ วิดโี อ เรอื่ ง แผํ นดนิ ไหว สึนามิ และบุคลากรและหนวํ ยงานท่เี ก่ยี วขอ๎ งกับการใหค๎ วาม ชํวยเหลอื https://youtu.be/G8HeCUbj3oM เรอ่ื ง การปอู งกนั สาธารณภัย 4. ใบกจิ กรรม เรือ่ ง แผํนดนิ ไหว (ชดุ กิจกรรมการเรียนรู๎วชิ าการเรยี นรู๎สภ๎ู ัยธรรมชาติ 2) 5. ใบกิจกรรม เรื่อง สึนามิ (ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู๎วชิ าการเรยี นรสู๎ ูภ๎ ัยธรรมชาติ 2) 6. ใบกิจกรรม เรอื่ ง บุคลากรและหนวํ ยงานท่เี กี่ยวขอ๎ งกับการให๎ความชํวยเหลือ (ชุดกิจกรรมการ เรยี นร๎วู ชิ าการเรียนรส๎ู ภ๎ู ยั ธรรมชาติ 2) 7. แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง แผํนดนิ ไหว สึนามิ และบุคลากรและหนํวยงานท่ีเก่ยี วขอ๎ งกบั การ ใหค๎ วามชวํ ยเหลอื การวัดและประเมินผล 1. สงั เกตพฤตกิ รรมการมีสวํ นรํวม ความตั้งใจ และความสนใจของผเู๎ รยี น 2. ผลการทดสอบกอํ นและหลงั เรียน 3. ผลการออกแบบและสร๎างสรรคน๑ วตั กรรมและสิ่งทีต่ ๎องการพัฒนา/ชนิ้ งาน/ผลงาน 4. ผลการประเมินความพึงพอใจของผูเ๎ รียน

512 แบบทดสอบกอํ นเรียน เรอ่ื ง แผนํ ดินไหว สนึ ามิ และบคุ ลากรและหนํวยงานท่เี กย่ี วข๎องกบั การให๎ความชํวยเหลือ การประสบภัยธรรมชาติ คําช้แี จง เลอื กคําตอบที่ถูกตอ๎ งที่สดุ เพียงคําตอบเดียว 1. ขอ๎ ใด ไมํใชํ บรเิ วณพืน้ ท่ีวงแหวนแหํงไฟ (ring of fire) ก. ประเทศญปี่ ุนทัง้ หมด ข. บริเวณดา๎ นตะวันตกของเม็กซิโก ค. บรเิ วณขอบมหาสมทุ รแปซฟิ กิ ท้ังหมด ง. บริเวณรอยตอํ ภูเขาแอลปแ์ ละภเู ขาหิมาลัย 2. ขอ๎ ใด ไมใํ ชํ ปัจจยั ท่ีกํอให๎เกิดความเสยี หายจากแผํนดินไหว ก. ขนาดของแผํนดนิ ไหว ข. ความรุนแรงของแผํนดนิ ไหว ค. จดุ ศูนยเ๑ กดิ แผํนดนิ ไหว ง. ความลกึ ของจดุ ศูนยเ๑ กิด 3. ขอ๎ ใดเป็นสาเหตขุ องการเกดิ แผํนดินไหวที่เกดิ ขนึ้ เองตามธรรมชาติ ก. การระเบิดหนิ ข. การขุดเจาะอโุ มงค๑ ค. การเจาะน้ําบาดาล ง. เปลือกโลกเกดิ การโคง๎ งออยํางฉับพลนั 4. หากทํานประสบเหตแุ ผํนดินไหวและติดอยูใํ ต๎ซากอาคารทาํ นควรปฏบิ ัตติ นอยาํ งไร ก. จุดเทียนใหแ๎ สงสวําง ข. ร๎องตะโกนขอความชํวยเหลอื ค. หาวสั ดุมาเคาะให๎เกิดเสยี งดงั ง. ถกู ทุกขอ๎ ท่กี ลาํ วมา

513 5. สึนามิ เกิดขนึ้ จากสาเหตุใด ก. พายุไตฝ๎ ุนในมหาสมุทร ข. ปรากฏการณน๑ ้ําขนึ้ -นํ้าลง ค. แผนํ ดนิ ไหวใต๎พืน้ มหาสมุทร ง. ตาํ แหนงํ ของดาวเคราะหต๑ ําง ๆ ที่สัมพันธ๑กับโลก 6. เครอื่ งตรวจวดั คล่นื สนึ ามิ (ทนํุ ) ของประเทศไทยท่ีถกู ตดิ ตง้ั ในมหาสมทุ รอนิ เดยี มชี ื่อเรยี ก ตามขอ๎ ใดตํอไปน้ี ก. DART ข. DRAF ค. DARK ง. DARE 7. เหตกุ ารณส๑ ินาํ มทิ ีเ่ กดิ ขึน้ บรเิ วณตอ นเหนือของเกาะสุมาตรา วันที่ 26 ธันวาคม 2547 เปน็ แผนํ ไหวที่มี ขนาดเทําไหรตํ ามมาตราริกเตอร๑ ก. 9.0-10.0 ข. 8.9-9.0 ค. 7.9-8.0 ง. 6.9-7.0 8. กรณที เ่ี รากาํ ลังอยูํบนเรือใกลบ๎ รเิ วณชายฝ่งั ในขณะท่จี ะเกดิ สินามิ เพื่อความปลอดภัยเราตอ๎ งทํา อยาํ งไร ก. ทอดสมอใหเ๎ รืออยกํู ับที่ ข. รีบนําเรอื เข๎าฝั่งโดยเรว็ ทสี่ ดุ ค. รบี นําเรืออกจากฝ่ังสูทํ ะเลลึกให๎เร็วทส่ี ุด ง. กระโดดลงเรือแลว๎ รีบวํายน้ําเขา๎ ฝัง่ โดยเร็วทสี่ ุด 9. เราควรปฏิบตั ติ วั อยาํ งไรในขณะท่เี กดิ สนิ ามิ ก. ว่งิ เข๎าไปหลบอยํูในรถยนต๑ ข. ไปดคู ล่ืนวําสูงเพียงไดจะได๎หลบทนั ค. รีบตามหาญาติ พ่ีนอ๎ ง เพ่อื น หรอื คนทรี่ จู๎ กั ง. รบี หนีขึน้ บนฝัง่ และข้นึ ไปยงั ทสี่ ูงโดยเรว็ ที่สดุ

514 10. เมือ่ เกิดภัยธรรมชาตขิ น้ึ หนํวยงานใดมีหนา๎ ทีใ่ ห๎ความชวํ ยเหลอื ผ๎ปู ระสบภัย ก. ธนาคารเพ่ือการเกษตรและสหกรณ๑ ข. สํานกั เฝาู ระวังและควบคมุ โรคติดตํอ ค. ศนู ยป๑ ูองกันและบรรเทาสาธารณะภยั จงั หวดั ง. ศูนย๑ปูองกนั และบรรเทาอบุ ัติเหตอุ ุบตั ภิ ัยแหํงชาติ

515 เฉลยแบบทดสอบกอํ นเรยี น 1. ง 2. ข 3. ง 4. ค 5. ค 6. ก 7. ข 8. ค 9. ง 10. ค

516 ใบความรู๎ เรื่อง แผนํ ดินไหว (Earthquakes) แผํนดนิ ไหว (Earthquakes) เป็นปรากฏการณท๑ างธรรมชาตทิ ่เี กิดจากการเคลอื่ นทข่ี อง เปลือกโลกชน้ั นอกซงึ่ เคล่อื นท่ตี าม กระแสความรอ๎ นของหินละลายหลอมเหลวที่เป็นสวํ นประกอบ ชน้ั ในของโลกเน่อื งจากเปลอื กโลก ประกอบข้นึ ดว๎ ยแผํนเปลอื กโลกหลายแผนํ ดงั น้ันเมอ่ื ความรอ๎ น จากภายในโลกดนั ตวั ออกมาจะทําใหแ๎ ผํน เปลือกโลกบางแผํนเกดิ การเคลื่อนท่ี จึงทํา ให๎เกดิ แผํนดนิ ไหวบนพ้นื ผวิ โลกเฉพาะบางแหํงไมํเกิดข้ึน โดยทั่วไป ซง่ึ ลกั ษณะของการเกดิ แผํนดนิ ไหว จะเกิดเมือ่ เปลอื กโลกเคล่อื นที่ออกจากกนั หรอื เคลือ่ นทีเ่ ขา๎ มาชนกัน จะทาํ ใหเ๎ กิดการส่นั สะเทอื น ที่มีความรนุ แรงมากหรือนอ๎ ยแตกตาํ งกั นไป ตามปจั จัยและ องคป๑ ระกอบของการเกิดแตลํ ะครัง้ โดยมีมาตราหรือหนวํ ยในการวดั ขนาดของแผํนดนิ ไหว ทําให๎เราทราบ ได๎ถงึ ขนาดและความรนุ แรง ท่ีเกิดแผนํ ดนิ ไหวแตลํ ะครงั้ ปจั จุบันนกั วทิ ยาศาสตร๑ยังไมสํ ามารถทาํ นายวัน เวลา สถานที่ และความรุนแรงของ แผนํ ดนิ ไหวทจี่ ะเกิดขนึ้ ในอ นาคตได๎ ดังนั้นจงึ ควรศึกษา เรยี นรู๎ เพ่ือใหเ๎ ข๎าใจถึงกระบวนการเกดิ ของแผนํ ดนิ ไหวอนั ตรายและผลกระทบทเี่ กดิ จากแผนํ ดินไหวหากเรา ทราบถึงอันตรายของ แผนํ ดนิ ไหวแลว๎ เราควรมกี ารวางแผนและเตรียมพรอ๎ มรบั มอื อยํตู ลอดเวลา เพ่ือลด ความเสีย่ ง ทอี่ าจจะเกิดขนึ้ กับชีวิตและทรพั ย๑สิน ไฟปุาเป็นไฟท่เี กิดขน้ึ ตามพื้นที่ในปาุ ทว่ั ไปสามารถ เกิดข้ึนไดท๎ กุ ภาคของประเทศและทัว่ โลกท้ังนไ้ี ฟปุาอาจเกดิ ขึ้นเองตามธรรมชาตหิ รือเกิดจากการกระทํา ของมนษุ ย๑โดยเฉพาะอยํางย่งิ ในฤดูแลง๎ มกั เกดิ ไฟปาุ ข้นึ ในหลายๆพ้นื ท่เี มอื่ มีไฟปุาเกิดขน้ึ บรเิ วณใดกจ็ ะ สรา๎ งความเสียหายให๎บรเิ วณนั้นและอาจลุกลามไปยังพ้ืนทอ่ี ่นื จนเกดิ ความเสียหายบริเวณกวา๎ งและสํงผล กระทบตอํ สภาพแวดล๎อมทางธรรมชาติ ไฟปุานับเปน็ ภัยพิบัติอนั ร๎ายแรงทีเ่ ป็นเสมอื นฝันร๎ายของทงั้ สตั ว๑ ปาุ น๎อยใหญํรวมถึงปุาไมแ๎ ละมวลมนุษยชาติเพราะเม่ือไฟปาุ มอดดบั ลงคงหลงเหลอื แตํสภาพความเสียหาย อันประมาณคาํ ไมไํ ดแ๎ ละเกิดปญั หาตามมาอีกมากมาย ความหมายของแผํนดนิ ไหว พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พทุ ธศักราช 2542 ไดใ๎ ห๎ ความหมายของแผํนดนิ ไหว หมายถึง การสนั่ สะเทือนของแผํนดนิ ทีร่ ๎ูสกึ ได๎ ณ บริเวณใดบรเิ วณหน่งึ บน ผวิ โลกสวํ นใหญเํ กดิ จากก ารเคลื่อนตวั ของเปลอื กโลกท่ีรองรับผวิ โลกอยูบํ างคร้งั เกดิ จากภูเขาไฟระเบดิ แผนํ ดนิ ไหว (Earthquakes) เป็นปรากฏการณ๑ธรรมชาตซิ งึ่ เกิดจากการเคล่ือนตัวโดย ฉับพลนั ของเปลือก โลก การเกิดแผนํ ดินไหวสํวนใหญมํ กั เกดิ ขึ้นตรงบรเิ วณขอบของแผนํ เปลือกโลกอันเป็นผลสืบเน่อื งมาจาก ชั้นหินหลอมละลายที่อยูํภายใต๎เปลอื กโลกได๎รบั พลังงานความร๎อนจากแกนโลก และลอยตัวผลักดนั ให๎ เปลือกโลกซงึ่ อยํดู ๎านบนเคลอ่ื นท่ใี นทิศทางตํางๆกันพร๎อมกบั สะสมพลังงานไวภ๎ ายในบรเิ วณขอบของแผํน

517 เปลือกโลกทําให๎แผํนเปลือกโลกชนและเสียดสีกนั หรือแยกออกจากกัน นอกจากน้ันพลงั ท่ีสะส มในเปลอื ก โลกจะถกู สํงผํานไปยงั บรเิ วณรอยรา๎ ว ของหนิ ใตพ๎ ้นื โลกหรอื ทเี่ รยี กวํา “รอยเล่อื น” เมือ่ ระนาบของรอย เลอ่ื นทีป่ ระกบกันอยไํู ดร๎ ับแรงอดั มากๆกจ็ ะทําให๎รอยเล่อื นมีการเคลื่อนตัวอยาํ งฉับพลันกส็ ามารถเกิด แผํนดนิ ไหวได๎จดุ ศูนยเ๑ กดิ แผนํ ดนิ ไหว (focus) มักเกดิ ตามรอยเลื่อนอยใูํ นระดับความลกึ ตาํ งๆของผิวโลก สวํ นจุดทีอ่ ยํใู นระดับสูงขึ้นมาท่ีตาํ แหนํงของผิวโลก เรยี กวาํ “จดุ เหนอื ศูนย๑เกดิ แผนํ ดินไหว ” (Epicenter) การส่ันสะเทอื นหรือแผนํ ดนิ ไหวนี้จะถูกบนั ทกึ ด๎วยเครอ่ื งมอื ทเ่ี รยี กวาํ “ไซสโม มเิ ตอร๑” (Seismometer) และการศึกษาแผํนดนิ ไหวแ ละคลื่นสน่ั สะเทอื นทถี่ กู สํงออกมาจะ เรียกวาํ “วิทยาแผนํ ดินไหว ” (Seismology)

518 ลกั ษณะการเกิดแผนํ ดินไหว 1. สาเหตุการเกิดแผํนดินไหว แผํนดนิ ไหวเป็นปรากฏการณท๑ างธรรมชาตทิ ี่มสี าํ เหตขุ องการเกิด แบํงได๎เปน็ 2 ลักษณะ ดงั นี้ 1.1 กระบวนการเปลย่ี นแปลงตามธรรมชาติเชนํ 1) การเคลอ่ื นทขี่ องแผนํ เปลอื กโลก (Tectonic Earthquake) 2) ภเู ขาไฟระเบิด (Volcano Eruption) 3) การยบุ ตวั หรอื พงั ทะลายของโพรงใต๎ดนิ (Implosion) 4) การสน่ั สะเทอื นจากคลน่ื มหาสมุทร (Oceanic Microseism) 2.1.2 การกระทําของมนษุ ย๑ ทาํ ให๎เกดิ แผํนดนิ ไหวไดท๎ ั้งทางตรงและทางอ๎อม เชํน การทําเหมือง การสร๎างอํางเก็บนาํ้ หรือการสร๎างเขอื่ นใกลร๎ อยเลื่อน การทาํ งานของเครอื่ งจักรกล การจราจร และการเกบ็ ขยะนิวเคลยี ร๑ไวใ๎ ตด๎ นิ การทดลองระเบิดปรมาณกู ารระเบดิ พน้ื ท่เี พอ่ื สาํ รวจ วางแผนกํอนสร๎างเขือ่ น เป็นตน๎ สาเหตุของการเกิดแผํนดินไหวท่ีสืบเนอ่ื งจากการเคล่ือนตัวของแผํนเปลือกโลกแผนํ ดินไหวเกิดข้ึน จากการเคล่ือนตวั ของแผนํ เปลือกโลก ทีเ่ หมือนลอยอยูํเหนอื ของเหลวเพราะในช้นั ใตเ๎ ปลอื กโลกยงั คงรอ๎ น ขนาดหลอมละลายเป็นเเม็กมาและเคล่ือนไหว(หรอื ไหล)ไปในทิศทางแตกตํางกนั การเคล่ือนไหวของแม็ก มานี่เองทที่ าํ ให๎แผนํ เปลือกโลกซึง่ ไมํไดต๎ อํ สนิทเป็นแผนํ เดียวกันแตมํ ีรอยแยก แบํงเปน็ แผํนเปลือกโลก ขนาดใหญมํ ากมายเคลอ่ื นไหวตามไปดว๎ ยในทศิ ทางทแ่ี ตกตํางกนั การเคล่ือนตัวในทศิ ทางทแ่ี ตกตาํ งกนั ของ แผํนเปลือกโลกนีเ่ องท่ที าํ ใหแ๎ ผนํ เปลือกโลก แตํละแผํนเกิดชนกนั หรือแยกออกจากกันกลายเปน็ “รอย เล่อื น”ขึน้ มาหลายรปู แบบแตลํ ะรปู แบบสามารถกํอใหเ๎ กิดแผนํ ดินไหวขน้ึ ไดก๎ ารเคลือ่ นตัวของแผํนเปลอื ก โลกหากมีอปุ สรรคขดั ขวางดา๎ นใดด๎านหน่ึง หรือทั้ง 2 ดา๎ น ของรอยเลื่อนกจ็ ะทําใหเ๎ กิดแผนํ ดินไหว ซ่งึ ระดบั ความรุนแรงจะขึ้นอยกํู ับการสะสมพลงั งานในจุดทีเ่ ปน็ อปุ สรรคของการเคลอ่ื นตัวของแผนํ เปลือก โลกมากนอ๎ ยเพยี งใดการจําแนกรอยเล่อื นตามรปู แบบของการเคลอ่ื นตวั ของเปลอื กโลก สามารถจําแนก ดงั นี้ 1) รอยเลือ่ นท่ัวไป(นอรม๑ อลสลิป หรอื ดปิ -สลปิ ฟอลท๑)เปน็ สวํ นรอยเลือ่ นของเปลอื กโลกที่สํวน แรกอยคูํ งทใ่ี นขณะทอ่ี ีกด๎านหน่งึ ทรดุ ตวั ลงในแนวดิ่งหรือเกอื บจะเป็นแนวดิง่ 2) รอยเล่ือนแบบสวนทางในแนวราบ (สไตรค-๑ สลปิ ฟอลท๑) เปน็ รอยเล่อื นทเ่ี กดิ จากการเคลอื่ นท่ี ของแผนํ เปลือกโลก 2 แผนํ เคล่ือนที่สวนทางกนั ในแนวราบหรอื เกอื บจะเป็นแนวราบหรือแผํนเปลอื กโลก ดา๎ นหนง่ึ ของรอยเล่ือนเคลื่อนตัวออกไปในแนวราบถ๎าเปน็ ดา๎ นซ๎ายเรยี กวํา“เลฟท๑เลเทอรลั ฟอลท๑”ถา๎ เป็น ดา๎ นขวากเ็ รียกวาํ “ไรทเ๑ ลเทอรลั ฟอลท๑”แผํนดินไหวท่นี อกชายฝงั่ สมุ าตราเกิดขน้ึ จากรอยเลอื่ นในลักษณะ นี้เชนํ เดยี วกบั แผนํ ดินไหวทป่ี ระเทศเฮติ ในปพี .ศ. 2553

519 3) รอยเล่ือนท่ชี นเขา๎ ดว๎ ยกนั (คอนเวอร๑เจนท๑ฟอลท๑) เกดิ จากแผํนเปลือกโลก 2 แผํน เคล่ือนที่ เขา๎ หาและชนกันขนึ้ เมื่อเกดิ การกระแทกจะเกิดแผํนดนิ ไหวและผวิ นอกของเปลอื กโลกถกู ดนั ให๎สูงข้นึ ภูเขาหรอื เกาะแกงํ ในมหาสมทุ รหลายแหํงเกดิ ขนึ้ สบื เน่อื งมาจากการเคล่ือนทขี่ อง แผํนเปลือกโลกใน ลกั ษณะน้ี 4) รอยเล่ือนแบบแยกออกจากกนั (ไดเวอร๑เจนท๑ฟอลท๑) เกิดขึน้ เม่ือแผํนเปลอื กโลก 2 แผํน เคล่อื นที่ออกจากกันในทศิ ทางตรงกนั ขา๎ ม อาจเกิดแผํนดนิ ไหวขน้ึ ได๎แตํไมํรนุ แรงมากนกั แตจํ ะปรากฏรอย แยกชัดเจนในบางกรณีอาจมแี มก็ มาปะทขุ ึน้ มาเป็นลาวาไดอ๎ ีกด๎วย 5) รอยเลอื่ นยอ๎ นมมุ ตํา่ (ธรัสทฟ๑ อลท๑) เกิดจากการทแี่ ผํนเปลือกโลก 2 แผนํ เคลอื่ นท่ีเข๎าหากนั ในทิศทาง ตรงกันขา๎ มแตํแผํนเปลือกโลกดา๎ นหนึ่งเคลอื่ นตัวเอยี งทํามมุ นอ๎ ยกวําหรอื เทํากับ 45 องศาแล๎วมดุ ลงไปใต๎ แผํนเปลอื กโลกอีกแผนํ หนึ่งแผํนดินไหวท่เี กิดจากรอยเล่ือนลกั ษณะนี้ มกั จะรุนแรงและหากเกิดบรเิ วณใต๎ ทะเลมกั กอํ ให๎เกดิ สึนามขิ นาดใหญํ เชํนกรณีแผนํ ดินไหวทีเ่ กาะ สมุ าตราในปพี .ศ. 2547 และแผนํ ดินไหวที่ เมืองเซนได ประเทศญีป่ ุน ในปีพ.ศ. 2554 2.2 ปัจจัยที่เกย่ี วขอ๎ งกบั ระดับความเสยี หายจากแผนํ ดินไหวเหตกุ ารณ๑แผนํ ดนิ ไหว ทีส่ ํงผลกระทบและ สร๎างความเสียหายตอํ ชีวิตและทรพั ย๑สนิ นั้นลว๎ นแตํมปี จั จัยทเี่ ก่ยี วข๎องของการเกดิ ซ่ึงประกอบดว๎ ย ขนาด ความรุนแรง จดุ ศูนยเ๑ กดิ ของ แผํนดินไหว ดงั นน้ั ผลกระทบท่ีเกดิ ข้ึนในแตํละพ้นื ท่ที ี่ได๎รับจึงมีระดบั ความ เสียหายท่แี ตกตาํ งกัน

520 2.2.1 แหลงํ กาํ เนดิ แผํนดนิ ไหว ท่ีเกดิ ในแนวของแผนํ ดินไหวโลกโดยเฉพาะ บรเิ วณทม่ี กี ารชนกัน ของแผนํ เปลือกโลกหรือแนวรอยเลื่อนท่มี คี วามยาวมากๆจะมศี ักยภาพทาํ ใหเ๎ กดิ แผนํ ดินไหวขนาดใหญํ 2.2.2 ความลึกของจดุ ศนู ย๑เกดิ แผํนดนิ ไหว ซึ่งมีจุดศนู ย๑เกดิ แผนํ ดินไหวไมลํ กึ มากหรอื ผิวดนิ จะ กอํ ให๎เกดิ ความรุนแรงในระดบั ทม่ี ากกวําการเกดิ แผนํ ดนิ ไหวท่มี ีจดุ ศนู ยเ๑ กดิ แผํนดนิ ไหวที่ลึกมากกวาํ 2.2.3 ขนาด (Magnitude) หมายถงึ จาํ นวนหรือปรมิ าณของพลังงานที่ถูกปลํอยออกมาจาก ศนู ยก๑ ลางแผนํ ดนิ ไหวแตลํ ะครงั้ ในรปู แบบของการสน่ั สะเทือน คดิ คน๎ โดย ชาลส๑ ฟรานซิส ริกเตอร๑ และใน ประเทศไทยนิยมใช๎หนํวยวัดขนาดแผํนดนิ ไหว คอื “ริกเตอร๑” ซงึ่ มีขนาด ตามมาตราริกเตอร๑ ดังนี้ แผนํ ดินไหวทม่ี ีขนาดตัง้ แตํ 5.0 ตามมาตรารกิ เตอรข๑ น้ึ ไปสามารถทาํ ใหเ๎ กดิ ความเสยี หายแกํ อาคารบ๎านเรอื นและสง่ิ กอํ สร๎างได๎ ทัง้ น้ีระดบั ความรุนแรงจะขน้ึ อยํกู ับระยะหาํ งจากจุดศนู ยเ๑ กิด แผํนดนิ ไหวและสภาพทางธรณวี ทิ ยาของทต่ี ง้ั โครงสรา๎ งอาคารหรือสิ่งกอํ สรา๎ ง จะไดร๎ ับผลกระทบจาก แผํนดินไหวจะกํอให๎เกดิ ความเสยี หายในลักษณะตํางกนั 2.2.4 ระยะทาง โดยปกตแิ ผํนดนิ ไหวทมี่ ขี นาดเทาํ กันแตํระยะทางตํางกนั ระยะทางใกลก๎ วํายอํ ม มีความส่นั สะเทือนของพืน้ ดินมากกวํามีศักยภาพของภัยมาก 2.2.5 สภาพทางธรณีวิทยา กอํ ใหเ๎ กิดความเสียหายจากความสนั่ สะเทอื นบริเวณทม่ี กี ารดดู ซบั พลังงานการสั่นสะเทือนไดม๎ ากหรอื มีคาํ การลดทอนพลังงานมากจะได๎รบั ความเสียหายนอ๎ ย เชนํ ในพนื้ ท่ี ท่เี ปน็ หนิ แข็งแตใํ นบรเิ วณท่เี ป็นดนิ อํอนจะชวํ ยขยายการสน่ั สะเทือนของพน้ื ดนิ ไดม๎ ากกวําเดมิ ความ เสยี หายจะเพม่ิ มากข้ึนดว๎ ย

521 2.2.6 ความแข็งแรงของอาคาร อาคารทส่ี รา๎ งไดม๎ าตรฐานมคี วามมนั่ คงแข็งแรงไดร๎ บั การ ออกแบบและกํอสรา๎ งให๎ต๎านแผนํ ดินไหว จะสามารถทนตํอแรงสน่ั สะเทือนไดด๎ ีเมอื่ เกิดแผํนดินไหวจะเพมิ่ ความปลอดภัยใหก๎ ับผู๎อยอํู าศยั ได๎ในระดับหนึง่ 2.3 ผลกระทบท่ีเกิดจากแผนํ ดนิ ไหว ผลกระทบมกั จะเกิดจากความรนุ แรงของแผนํ ดินไหวที่ เกดิ ขึน้ ในแตํละครั้ง ซ่ึงความรนุ แรงทีร่ ๎สู กึ ไดจ๎ ะมากนอ๎ ยเพยี งใดข้นึ อยกูํ ับระยะทางจากศูนย๑กลาง แผํนดนิ ไหวความเสียหายจะ เกิดขนึ้ ในบรเิ วณใกล๎เคยี งกบั ศูนยก๑ ลางแผนํ ดินไหวและจะลดหลน่ั ลงไปตาม ระยะทางที่หาํ งออกไป ดงั น้นั การสญู เสียจะมากหรอื น๎อยขึน้ อยํกู บั ความรนุ แรงของแผนํ ดินไหวโดยตรง ความรุนแรง (Intensity) ใช๎มาตราในการวัดความรุนแรงของแผนํ ดนิ ไหว เรียกวํา มาตรา “เมอร๑คลั ลี่” กําหนดขนึ้ ครง้ั แรกโดย กวีเซปเป เมอรค๑ ัลลี (Guiseppe Mercalli) นักวิทยาศาสตร๑ชาวอิ ตาเลียน ตํอมา แฮรว่ี ูด (Harry Wood) นักวิทยาศาสตรด๑ ๎านแผนํ ดนิ ไหวชาวอเมริกนั ได๎ปรับมาตราความรนุ แรงเมอรค๑ ัลล่ี ใหม๎ ีระดับความรนุ แรง 12 ระดบั โดยใช๎ตัวเลข โรมันแทนระดบั ความรุนแรง ดงั นี้ เหตกุ ารณ๑แผนํ ดนิ ไหว ทสี่ ํงผลกระทบและสร๎างความเสยี หายตํอชีวิตและทรัพยส๑ ินใน ดา๎ นตาํ ง ๆ ดังนี้ 2.3.1 ผลกระทบตํอสขุ ภาพอนามยั 1) ประชาชนทม่ี บี ๎านเรือนพกั อาศัยในพน้ื ทท่ี เ่ี กดิ แผํนดินไหวได๎รับบาดเจบ็ หรือ เสยี ชีวิตจากเศษส่งิ ปรกั หกั พงั และการล๎มทบั ของสงิ่ กํอสร๎างตําง ๆ 2) ทอ่ี ยูํอาศัยพังเสียหายไมสํ ามารถเข๎าไปอยํอู าศัยไดท๎ ําให๎ไรท๎ ่ีอยอูํ าศยั 3) ระบบสาธารณปู โภคได๎รับความเสยี หายอาจเกิดการระบาดของโรคตําง ๆ 4) เกดิ เหตุอคั คีภยั หรือไฟฟาู ลัดวงจรทําให๎ประชาชนบาดเจบ็ หรือเสียชวี ิต 5) สขุ ภาพจติ ของผป๎ู ระสบภัยเสอ่ื มลง 2.3.2 ผลกระทบตอํ เศรษฐกิจ 1) ระบบธุรกิจหยุดชะงกั เนอ่ื งจากระบบการคมนาคมสือ่ สารถกู ทาํ ลายไมํมกี าร ประกอบหรือดําเนินธรุ กรรมหรือการผลิตใดๆ 2) รัฐตอ๎ งใช๎งบประมาณในการดแู ลสุขภาพการรักษาพยาบาลผป๎ู ระสบภยั การฟน้ื ฟู ระบบสาธารณปู โภคและบรกิ ารสาธารณะตาํ งๆ 3) พืชผลทางการเกษตรเสยี หาย 2.3.3 ผลกระทบด๎านกายภาพและสงิ่ แวดลอ๎ มอน่ื ๆ 1) วันส้นั ลง หลงั จากเกดิ เหตุแล๎วมกี ารตรวจพบวําแผํนดนิ ไหวไปเรงํ การหมุน ของ

522 โลก ดงั น้นั จึงทาํ ให๎โลกหมุนเรว็ ขึ้นสงํ ผลให๎เวลาหายไปวนั ละ 1.8 ไมโครวนิ าที หรือ 1 ในลา๎ น สวํ นวนิ าที โดยริชาร๑ด กรอส (Richard Gross) นกั ธรณฟี สิ ิกสซ๑ งึ่ ทาํ งานในหอ๎ งปฏบิ ตั กิ ารจรวด ขบั ดนั ขององค๑การ บริหารการบินอวกาศสหรฐั เปน็ ผคู๎ ํานวณพบเวลาที่หายไปโดยบอกวาํ โลกหมนุ เรว็ ขึน้ เพราะมวลของโลก เกิดการกระจายตัวออกไปหลังเหตุการณแ๑ ผนํ ดนิ ไหว 2) สนามโนม๎ ถํวงโลกเปล่ยี นไปการเกดิ เหตแุ ผํนดินไหวแตลํ ะครั้งจะมพี ลงั มากจน ทาํ ใหส๎ นามโน๎มถวํ งโลกในบรเิ วณน้ันเบาบางลงไป ซ่งึ ดาวเทียมไดต๎ รวจจบั และพบวําสนามโนม๎ ถวํ งบรเิ วณ นั้นออํ น หลังเกดิ เหตแุ ผนํ ดนิ ไหว 3) ชนั้ บรรยากาศสะเทือนเน่อื งจากการเคล่อื นไหวท่พี ืน้ ผิวโลกและการเกดิ สนึ ามิ กอํ ใหเ๎ กดิ คลื่นพํงุ สํชู น้ั ของบรรยากาศหลงั การเกดิ แผนํ ดนิ ไหวทญ่ี ่ีปุนพบวาํ แรงอนุภาคคลื่นทพ่ี ุงํ สงู ขนึ้ ไปถงึ ชนั้ ไอโอโนสเฟียรด๑ ว๎ ยความเร็วประมาณ 800 กิโลเมตรตํอช่วั โมง 4) ภูเขานาํ้ แข็งทะลาย ผลกระทบจากการเกดิ แผนํ ดนิ ไหวไมํไดเ๎ กดิ ขนึ้ แคชํ ายฝ่งั ทะเลและพนื้ ทศี่ นู ยก๑ ลางแผํนดนิ ไหวเทาํ น้ัน แตํความเสียหายสะเทอื นไปไกลถงึ ภเู ขานาํ้ แข็งซลั ซเ๑ บอร๑ เกอร๑ ท่มี หาสมุทรแอนตารต๑ ิกาซงึ่ ดาวเทียมสามารถตรวจจบั คลื่นสนามเขา๎ กระแทกจน แตกออกมาเปน็ ก๎อนน๎ าแขง็ หลังจากเกดิ แผนํ ดินไหวไปแลว๎ 18 ชั่วโมง 5) ธารน้ําแข็งไหลเร็วข้นึ จากการศึกษาระยะหาํ งออกไปจากชายฝง่ั ญ่ีปุนนบั พัน กโิ ลเมตร คลนื่ แผนํ ดินไหวสํงผลตอํ การไหลของธารน้าํ แขง็ วลิ ลานสใ๑ นแอนตาร๑ติกาให๎เร็วขน้ึ ช่ัวครํู ซงึ่ สถานีจพี ีเอสที่ข้วั โลกพบการเดนิ ทางของนา้ํ แขง็ เกดิ ข้ึนอยํางรวดเร็วในชํวงเวลานัน้ 6) แผํนดนิ ไหวขนาดเล็กแพรกํ ระจายทั่วโลก การเกิดแผนํ ดินไหวขนาด 9.0 ตาม มาตรารกิ เตอร๑ ยงั คงมีอาฟเตอร๑ชอ็ กตามมาเป็นระยะ มหี ลกั ฐานวาํ แผนํ ดินไหวท่ีประเทศญ่ปี ุนสงํ ผลให๎ เกิดแผํนดนิ ไหวขนาดเล็กรอบโลกและสวํ นใหญํเกดิ ข้ึนในเขตแผนํ ดนิ ไหว เชนํ อลาสกา ไตห๎ วัน และใจ กลางแคลฟิ อรเ๑ นียโดยเหตกุ ารณเ๑ หลาํ นจ้ี ะมีขนาดไมเํ กิน 3.0 ตามมาตรารกิ เตอร๑ 7) พ้นื ทะเลแยก การเกิดแผํนดินไหวทม่ี ีความรุนแรงมากๆจะทาํ ให๎เกิดรอย แยก โดยเฉพาะบริเวณพื้นทะเลบริเวณชายฝัง่ เมอื งโตโฮะกุ ประเทศญี่ปุน จนเปน็ เหตุใหเ๎ กดิ สึนามิ ตามมา

523 2.4 พืน้ ทเี่ สีย่ งภัยตํอการเกิดแผนํ ดินไหวในประเทศไทย พ้นื ที่ประเทศไทยตง้ั อยูํบนแผํนยเู รเชยี ใกล๎รอยตํอระหวาํ งแผํนยูเรเชยี กบั แผนํ อนิ เดยี - ออสเตรเลีย มีรอยเลือ่ นอยูํทางภาคตะวันตกและ ภาคเหนอื ทาํ ให๎พ้นื ทีท่ ี่มีความเส่ียงสูงตํ อการเกดิ แผนํ ดนิ ไหวรอยเล่อื นทีม่ พี ลังในประเทศไทยสํวนใหญํอยํู บริเวณภาคเหนอื และภาคตะวนั ตกของประเทศปจั จุบัน แผนํ ดินไหวเกดิ ขน้ึ เป็นปกติเชนํ น้ีตงั้ แตอํ ดีตแตํ เนื่องจากการส่อื สารในอดีตไมรํ วดเรว็ จงึ ทาํ ให๎การรับรเู๎ รอื่ งความสั่นสะเทือนไมํแพรํหลายตํางจากปัจจุบัน ท่กี ารสื่อสารรวดเร็วเม่ือเกดิ แผํนดินไหวแม๎วําอยหํู าํ งไกลอีกมุมหนึง่ ของโลกก็สามารถทราบขําวได๎ทันทอี กี ทั้งความเจรญิ ทาํ ให๎เกิดชมุ ชนขยายตวั ลา้ํ เขา๎ ไปอยูํใกลบ๎ ริเวณแหลํงกาํ เนดิ แผนํ ดินไหว ทําให๎รับรู๎ถงึ แรงส่ันสะเทอื นไดง๎ าํ ยขึ้นจึงทําใหด๎ เู หมือนวาํ แผํนดินไหวเกดิ ข้นึ บอํ ยค รัง้ กวําในอดตี รอยเลอ่ื น คือ รอย แตกในหนิ ท่ีแสดงการเล่ือนสามารถพบได๎ทกุ ภมู ภิ าคในประเทศไทยขนาดของรอยเลือ่ นมตี ัง้ แตรํ ะดับ เซนติเมตรไปจนถึงหลายร๎อยกิโลเมตรรอยเลอ่ื นขนาดใหญํสามารถสงั เกตไดง๎ าํ ยจากลักษณะภูมปิ ระเทศ

524 ใบงาน เรอ่ื ง แผํนดนิ ไหว (Earthquakes) 1. แผนํ ดนิ ไหวคืออะไร และเกิดขนึ้ ไดอ๎ ยํางไร อธบิ ายพอสงั เขป ............................................................................................................................. ......................................... .................................................................................................................................................... .................. ................................................................................................................. ..................................................... ............................................................................................................................. ......................................... .................................................................................................................................................................. .... ............................................................................................................................. ............................... 2. ให๎ผู๎เรียนบอกและอธบิ ายปจั จัยทเ่ี กย่ี วข๎องกบั ระดบั ความเสยี หายจากแผนํ ดนิ ไหว ............................................................................................................................. ......................................... ............................................................................................................................. ......................................... ...................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ......................................... ............................................................................................................................. ......................................... ...................................................................................... ................................................................................ 3. ให๎ผูเ๎ รยี นบอกผลกระทบทเี่ กิดจากแผํนดนิ ไหว มาอยํางน๎อย 5 ข๎อ ............................................................................................................... ....................................................... ............................................................................................................................. ......................................... ................................................................................................................................................................ ...... ............................................................................................................................. ......................................... ............................................................................................................................. ......................................... ...................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ...................................

525 4. ขนาดตามมาตราริกเตอร๑ การรับร๎ู และลักษณะที่ปรากฎของการเกดิ แผํนดนิ ไหว รกิ เตอร๑ การรับรู๎ ลกั ษณะท่ีปรากฏ 0 - 2.9 3.0 – 3.9 4.0 – 4.9 5.0 – 5.9 6.0 – 6.9 7.0 ข้ึนไป 5. บอกการเตรียมความพรอ๎ มรบั มอื กับภัยแผนํ ดินไหว มาอยํางนอ๎ ย 5 ขอ๎ ............................................................................................................................. ......................................... ...................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ......................................... ............................................................................................................................. ......................................... ...................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .........................................

526 แนวตอบใบงาน เรือ่ ง ไฟปาุ 1. แผนํ ดินไหวคอื อะไร และเกิดข้ึนไดอ๎ ยํางไร อธบิ ายพอสังเขป แผํนดินไหว เป็นปรากฏการณธ๑ รรมชาติซึง่ เกิดจากการเคล่ือนตัวโดยฉบั พลันของ เปลือกโลก การเกดิ แผํนดนิ ไหวสวํ นใหญมํ ักเกิดข้นึ ตรงบรเิ วณขอบของแผํนเปลือกโลก การสนั่ สะเทอื นของแผํนดินท่ีรู๎สึกได๎ ณ บรเิ วณใดบริเวณหน่งึ บนผวิ โลก 2. ให๎ผ๎ูเรยี นบอกและอธบิ ายปจั จยั ทเ่ี ก่ียวข๎องกับระดบั ความเสยี หายจากแผํนดินไหว ปจั จัยทเ่ี กย่ี วขอ๎ งกบั ระดับความเสยี หายจากแผํนดินไหว ประกอบด๎วย 1) แหลํงกําเนิดแผํนดินไหว ท่ีเกดิ ในแนวของแผํนดนิ ไหวโลก โดยเฉพ าะบริเวณท่ีมกี ารชนกันของแผํน เปลอื กโลก หรือแนวรอยเล่ือนท่ีมีความยาวมาก ๆ จะมศี กั ยภาพทาํ ให๎เกิดแผํนดินไหวขนาดใหญํ 2) ความลึกของจดุ ศูนยเ๑ กดิ แผํนดินไหว ซ่ึงมจี ุดศนู ยเ๑ กิดแผํนดินไหวไมลํ กึ มากหรอื ผิวดนิ จะกอํ ให๎ เกดิ ความรนุ แรงในระดับท่ีมากกวําการเกดิ แผํนดินไหวทม่ี ีจุดศูนย๑เกดิ แผํนดินไหวท่ลี ึกมากกวํา 3) ขนาด (Magnitude) หมายถงึ จ านวนหรอื ปริมาณของพลังงานท่ีถกู ปลอํ ยออกมาจากศนู ย๑กลาง แผํนดินไหวแตลํ ะครั้งในรูปแบบของการส่นั สะเทอื น คิดคน๎ โดย ชาลส๑ ฟรานซสิ รกิ เตอร๑ และในประเทศ ไทยนิยมใช๎หนํวยวัดขนาดแผนํ ดินไหว คือ “รกิ เตอร๑” 4) ระยะทาง โดยปกติแผํนดนิ ไหวท่มี ีขนาดเทํากนั แตรํ ะยะทางตํางกนั ระยะทางใกลก๎ วํายํอมมคี วาม ส่ันสะเทอื นของพ้นื ดนิ มากกวํามศี กั ยภาพของภยั มาก 5) สภาพทางธรณวี ิทยา กอํ ใหเ๎ กดิ ความเสยี หายจากความสั่นสะเทอื น บรเิ วณท่ีมีการดดู ซับพลังงานการ สนั่ สะเทือนไดม๎ ากหรือมคี าํ การลดทอนพลังงานมากจะได๎รับความเสยี หายน๎อย เชนํ ในพ้ืนทที่ ่เี ป็นหนิ แขง็ แตํในบริเวณทีเ่ ป็นดนิ ออํ นจะชวํ ยขยายการส่ันสะเทอื นของพ้ืนดนิ ไดม๎ ากกวําเดิมจะไดร๎ ับความเสยี หายจะ เพิม่ มากขน้ึ ด๎วย 6) ความแขง็ แรงของอาคาร อาคารทส่ี ร๎างได๎มาตรฐานมน่ั คงแข็งแรง มีการออกแบบและกํอสร๎างให๎ ตา๎ นแผํนดินไหว จะ สามารถทนตํอแรงสน่ั สะเทือนไดด๎ ี เม่อื เกดิ แผํนดนิ ไหวจะเพิม่ ความปลอดภยั ให๎กบั ผ๎ู อยอํู าศยั ได๎ในระดบั หน่งึ

527 3. ใหผ๎ เ๎ู รยี นบอกผลกระทบทเ่ี กดิ จากแผํนดนิ ไหว มาอยํางน๎อย 5 ข๎อ - ทําให๎เกดิ พืน้ ดินแตกแยก เสน๎ ทางการคมนาคมเสยี หายและถกู ตัดขาดถนนและทางรถไฟบดิ เบีย้ วโค๎งงอ เกิดภูเขาไฟระเบดิ อาคารสงิ่ กํอสร๎างพงั ทลาย - เกิดความสูญเสยี ในชวี ติ และทรัพยส๑ นิ รวมถงึ ทางเศรษฐกจิ เชนํ การสื่อสารโทรคมนาคมขาด ชํวง ระบบคอมพวิ เตอรข๑ ัดข๎องการคมนาคมท้ังทางบก ทางน้าํ และทางอากาศหยดุ ชะงัก - ในกรณที ่ีแผํนดนิ ไหวมีความรนุ แรงมากอาจทาํ ให๎อาคาร ส่งิ ปลกู สรา๎ งถลํม และมผี เู๎ สียชีวิต - หากเกิดแผนํ ดินไหวขนึ้ ใต๎ท๎องทะเลแรงสั่นสะเทอื นอาจจะทาํ ใหเ๎ กิดเปน็ คล่ืนยักษข๑ นาดใหญํ ที่ เรียกวํา “สึนามิ” (Tsunami) ซึ่งกํอให๎เกิดความเสียหายได๎ 4. ขนาดตามมาตรารกิ เตอร๑ การรบั ร๎ู และลักษณะท่ีปรากฎของการเกดิ แผํนดนิ ไหว รกิ เตอร๑ การรบั ร๎ู ลักษณะท่ีปรากฏ 0 - 2.9 เลก็ นอ๎ ย ผคู้ นเริ่มรู้สึกถึงการมาของคล่ืน มีอาการวงิ เวยี นเพยี งเลก็ นอ้ ย 3.0 – 3.9 เลก็ น๎อย ผ๎ูคนทอ่ี ยใํู นอาคารรสู๎ ึกเหมอื นมีอะไรมาเขยาํ อาคารให๎ ส่ันสะเทอื น 4.0 – 4.9 ปานกลาง ผท๎ู ี่อาศัยอยํูทงั้ ภายในอาคารและนอกอาคารรส๎ู ึกถึงการ สัน่ สะเทือน วตั ถหุ ๎อยแขวนแกวงํ ไกว 5.0 – 5.9 รุนแรง เครื่องเรือนและวตั ถมุ กี ารเคล่อื นท่ี 6.0 – 6.9 รุนแรงมาก อาคารเร่ิมเสยี หาย พงั ทลาย 7.0 ข้นึ ไป รนุ แรงมากมาก เกดิ การส่นั สะเทอื นอยาํ งมากมาย สํงผลท าใหอ๎ าคารและ สงิ่ กํอสร๎างตาํ ง ๆ เสียหายอยํางรุนแรง แผํนดินแยก วัตถุบน พ้ืนถูกเหวีย่ งกระเด็น

528 5. บอกการเตรยี มความพรอ๎ มรบั มอื กับภัยแผนํ ดนิ ไหว มาอยํางนอ๎ ย 5 ขอ๎ การเตรียมความพรอ๎ มรับมือกบั ภยั แผํนดนิ ไหว - สร๎างอาคารบ๎านเรือนใหเ๎ ปน็ ไปตามกฎเกณฑท๑ กี่ ําหนด สาํ หรบั พืน้ ทเี่ สย่ี งภยั แผนํ ดินไหว - ตรวจสอบสภาพของอาคารท่อี ยอูํ าศยั และเครือ่ งใช๎ภายในบา๎ นท าการยึดเครอื่ งเรอื นท่อี าจ กํอให๎เกดิ อันตราย เชํน ตู๎และชั้นหนังสอื กับฝาบ๎านหรือเสา - ให๎สมาชิกในครอบครวั มีความร๎ใู นเรอื่ งการปฐมพยาบาลเบื้องต๎นและวธิ กี ารเพ่ือความปลอดภยั เชนํ การปดิ วาลว๑ กา๏ ซหุงต๎ม ทอํ น้ําประปา สะพานไฟ การใชเ๎ ครื่องมือดับเพลงิ - จดั เตรียมส่ิงตํอไปน้ไี วใ๎ กลต๎ ัว เชนํ วทิ ยุ ไฟฉาย ถํานไฟฉาย อปุ กรณ๑ดับเพลิง น้ําดม่ื อาหารแหง๎ ยารักษาโรคและอปุ กรณ๑การปฐมพยาบาล - ไมคํ วรวางส่งิ ของท่ีมีน้ําหนักมากไวใ๎ นที่สูง และควรผกู ยึดเครื่องใช๎ เคร่ืองเรอื นครภุ ัณฑ๑ สาํ นักงานกับพื้นหรอื ฝาผนังให๎แนนํ หนา

529 วธิ ีการวดั ผลประเมนิ ผล/เคร่ืองมอื /เกณฑ๑การประเมนิ วิธกี าร เครอ่ื งมอื เกณฑก๑ ารประเมิน สงั เกตพฤติกรรมรายกลมํุ แบบสงั เกตพฤติกรรม ผาํ นการประเมินระดบั ดีข้นึ ไป รายกลุมํ ทดสอบหลงั เรียน แบบทดสอบหลังเรียน ผาํ นการประเมินรอ๎ ยละ 70 ขึ้นไป ประเมินผลงาน/ชิ้นงาน แบบประเมนิ ผลงาน / ผาํ นการประเมนิ รอ๎ ยละ 70 ข้นึ ไป ชิน้ งาน สอบถามความพงึ พอใจ แบบสอบถามความ ผาํ นการประเมินระดบั ดขี นึ้ ไป พงึ พอใจ เกณฑก๑ ารประเมนิ ชิ้นงาน/ภาระงาน รายการประเมนิ 4 ระดบั คะแนน 1 32 1. ความถูกตอ๎ ง มีความถูกตอ๎ ง ผลงานสํวนใหญํ ผลงาน ผลงาน ชดั เจนสมบรู ณ๑ ถกู ต๎องครบถว๎ น มีความถกู ตอ๎ งเปน็ มคี วามถูกตอ๎ ง ครบถ๎วน บางสํวน เปน็ สวํ นใหญํ 2. ความสะอาด ผลงานสะอาด ผลงานสะอาด ผลงาน ผลงาน เรียบร๎อย เรียบร๎อย สวยงาม เรียบร๎อย บางสํวน สวํ นใหญํ สวยงาม ไมมํ รี อยขดี ลบ มีรอยขดี ลบน๎อย ไมํสะอาด ไมสํ ะอาด ไมเํ รียบร๎อย ไมเํ รยี บรอ๎ ย 3.ตรงตอํ เวลา สํงงานตรงเวลา สํงงานช๎ากํอนหมด สงํ งานชา๎ กํอนหมด สํงงานชา๎ ทก่ี ําหนด เวลา 10 นาที เวลา 5 นาที ต๎องมกี าร เรงํ และทวง 4.การเชื่อมโยง คิดแปลกใหมํ คดิ แปลกใหมํ คิดแปลกใหมํ คิดแปลกใหมํ และความคิด เชือ่ มโยงสัมพันธ๑ เชอื่ มโยงสมั พนั ธ๑ เชอ่ื มโยงสัมพนั ธ๑ เชือ่ มโยงสัมพนั ธ๑ สร๎างสรรค๑ สง่ิ ตําง ๆ ได๎ ส่งิ ตาํ ง ๆ ได๎ สิ่งตาํ ง ๆ ได๎ ส่งิ ตาํ ง ๆ ได๎ อยาํ งถกู ต๎อง อยํางถูกต๎อง อยาํ งถกู ตอ๎ ง อยํางถูกต๎อง เปน็ สวํ นใหญํ เป็นบางสํวน เป็นสวํ นน๎อย

530 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรข๎ู องผ๎ูเรียน ชอ่ื โครงการ/กิจกรรม........................................................................................................................ ช่อื โรงเรยี น/สถานศึกษา …………………………………………………………………………………………………….. ชอื่ หวั หนา๎ โครงการ/กจิ กรรม............................................................................................................. คาํ ช้ีแจง ให๎ผ๎ปู ระเมนิ ทําเครอื่ งหมาย ถกู () ลงในชํองระดบั พฤตกิ รรมของผูเ๎ รยี น โดยมีเกณฑ๑ระดบั คุณภาพ การประเมนิ ดงั น้ี 5 มีพฤติกรรมการเรียนร๎ู มากท่สี ุด 4 มีพฤติกรรมการเรียนร๎ู มาก 3 มีพฤติกรรมการเรยี นรู๎ ปานกลาง 2 มีพฤตกิ รรมการเรียนรู๎ น๎อย 1 มพี ฤตกิ รรมการเรยี นรู๎ นอ๎ ยทส่ี ุด เกณฑก๑ ารพิจารณาระดับคณุ ภาพ คะแนนเฉลี่ยร๎อยละ 0 - 50 ระดับคุณภาพ ปรับปรุง คะแนนเฉล่ยี ร๎อยละ 50 - 69 ระดับคณุ ภาพ พอใช๎ คะแนนเฉล่ยี ร๎อยละ 70 – 79 ระดับคณุ ภาพ ดี คะแนนเฉลย่ี ร๎อยละ 80 – 89 ระดับคุณภาพ ดีมาก คะแนนเฉล่ียร๎อยละ 90 - 100 ระดับคุณภาพ ดีเยีย่ ม พฤตกิ รรมการเรียนรู๎ ระดับพฤตกิ รรม 54321 1. ความตัง้ ใจในการทํางาน 2. ความรับผดิ ชอบ 3. ความกระตือรอื ร๎น 4. การตรงตอํ เวลา 5. ผลสาํ เรจ็ ของงาน 6. การทํางานรวํ มกบั ผู๎อน่ื 7. มคี วามคิดรเิ ร่ิมสรา๎ งสรรค๑ 8. มกี ารวางแผนในการทํางาน 9. การมสี ํวนรวํ มในการแสดงความคดิ เห็นในกลํมุ 10. การมีสวํ นรวํ มในการแก๎ไขปญั หาในกลมํุ ลงช่อื ...................................................................... ผ๎ปู ระเมนิ ................./............../.......................

531 แบบทดสอบหลงั เรียน วิชา การเรยี นรส๎ู ภ๎ู ยั ธรรมชาติ ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน๎ คําชี้แจง เลอื กคําตอบที่ถกู ต๎องทสี่ ดุ เพยี งคําตอบเดียว 1. ขอ๎ ใด ไมใํ ชํ ปัจจยั ทก่ี อํ ใหเ๎ กดิ ความเสยี หายจากแผนํ ดินไหว ก. ขนาดของแผนํ ดนิ ไหว ข. ความรุนแรงของแผนํ ดนิ ไหว ค. จดุ ศนู ยเ๑ กิดแผํนดินไหว ง. ความลึกของจุดศนู ยเ๑ กดิ 2. ข๎อใดเป็นสาเหตุของการเกดิ แผนํ ดินไหวท่ีเกิดข้นึ เองตามธรรมชาติ ก. การระเบิดหนิ ข. การขดุ เจาะอุโมงค๑ ค. การเจาะนา้ํ บาดาล ง. เปลอื กโลกเกดิ การโค๎งงออยาํ งฉับพลัน 3. หากทํานประสบเหตุแผํนดนิ ไหวและติดอยใูํ ตซ๎ ากอาคารทํานควรปฏบิ ตั ิตนอยํางไร ก. จุดเทียนให๎แสงสวําง ข. ร๎องตะโกนขอความชวํ ยเหลือ ค. หาํ วัสดุมาเคาะใหเ๎ กดิ เสียงดงั ง. ถกู ทุกขอ๎ ทก่ี ลําวมา 4. ข๎อใด ไมํใชํ บรเิ วณพื้นทวี่ งแหวนแหํงไฟ (ring of fire) ก. ประเทศญ่ีปุนทง้ั หมด ข. บรเิ วณด๎านตะวันตกของเมก็ ซิโก ค. บรเิ วณขอบมหาสมุทรแปซิฟกิ ทงั้ หมด ง. บรเิ วณรอยตอํ ภเู ขาแอลปแ์ ละภูเขาหิมาลัย 5. สนึ ามิ เกิดข้นึ จากสาเหตใุ ด ก. พายุไตฝ๎ ุนในมหาสมุทร ข. ปรากฏการณ๑นาํ้ ข้ึน-น้ําลง ค. แผนํ ดนิ ไหวใต๎พืน้ มหาสมุทร ง. ตาํ แหนงํ ของดาวเคราะหต๑ าํ งๆท่สี ัมพนั ธ๑กับโลก

532 6. เครอ่ื งตรวจวดั คล่นื สึนามิ (ทุํน) ของประเทศไทยท่ถี ูกติดตั้งในมหาสมทุ รอนิ เดี ย มชี อ่ื เรยี กตามข๎อใด ตํอไปนี้ ก. DART ค. DRAF ข. DARK ง. DARE 7. เราควรปฏบิ ัติตวั อยาํ งไรในขณะทีเ่ กดิ สนิ ามิ ก. วง่ิ เขา๎ ไปหลบอยํูในรถยนต๑ ข. ไปดคู ลน่ื วาํ สงู เพยี งไดจะไดห๎ ลบทนั ค. รบี ตามหาญาติ พีน่ ๎อง เพ่อื น หรือคนที่ร๎จู ัก ง. รบี หนีขึน้ บนฝ่ังและข้ึนไปยงั ที่สูงโดยเรว็ ท่สี ดุ 8. กรณีท่เี รากาํ ลงั อยบูํ นเรอื ใกลบ๎ รเิ วณชายฝัง่ ในขณะที่จะเกดิ สนิ ามิ เพ่ือความปลอดภยั เราต๎องทํา อยาํ งไร ก. ทอดสมอใหเ๎ รอื อยํูกบั ท่ี ข. รีบนําเรอื เขา๎ ฝง่ั โดยเร็วทีส่ ุด ค. รีบนําเรืออกจากฝง่ั สํูทะเลลกึ ใหเ๎ ร็วทส่ี ดุ ง. กระโดดลงเรอื แลว๎ รีบวํายนํา้ เขา๎ ฝั่งโดยเร็วท่สี ดุ 9. เมอ่ื เกิดภัยธรรมชาติข้นึ หนํวยงานใดมีหนา๎ ที่ให๎ความชวํ ยเหลือผู๎ประสบภัย ก. ธนาคารเพอื่ การเกษตรและสหกรณ๑ ข. สาํ นักเฝูาระวงั และควบคุมโรคตดิ ตํอ ค. ศนู ย๑ปูองกนั และบรรเทาสาธารณะภยั จังหวัด ง. ศูนย๑ปอู งกันและบรรเทาอบุ ัติเหตุอบุ ัตภิ ัยแหํงชาติ 10. เหตุการณส๑ นิ ามทิ เ่ี กิดขน้ึ บรเิ วณตอนเหนือของเกาะสุมาตรา วนั ที่ 26 ธนั วาคม 2547 เป็นแผํนไหวที่ มขี นาดเทาํ ไหรํตามมาตราริกเตอร๑ ก. 9.0-10.0 ข. 8.9-9.0 ค. 7.9-8.0 ง. 6.9-7.0

533 เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น 1. ค 2. ง 3. ค 4. ง 5. ค 6. ก 7. ง 8. ค 9. ค 10. ข

534 แผนการจัดการเรยี นรท๎ู ่ี 18 เรื่อง สถิตแิ ละความนาํ จะเปน็ เวลาเรียน 6 ช่วั โมง แนวคิด มีความร๎ู ความเข๎าใจเกยี่ วกบั ความหมายสถิติเกบ็ รวบรวมข๎อมลู การนําเสนอขอ๎ มลู การหาคํากลางของขอ๎ มูล การเลอื กใช๎ คํากลางของขอ๎ มูล การอําน การแปลความหมายและการวิเคราะห๑ ข๎อมลู การใชข๎ อ๎ มูลสารสนเทศ และความนาํ จะเป็นการการทดลองสํมุ และเหตกุ ารณ๑ การหาความนาํ จะ เป็นของเหตุการณแ๑ ละการนําไปใช๎ ตัวช้ีวดั 1. การหาคํากลางของขอ๎ มลู ที่ ไมํแจกแจงความถี่ 2. อธิบายเกี่ยวกับการทดลองสํมุ และเหตกุ ารณ๑ได๎ เนอื้ หา 1. การหาคาํ กลาง ของข๎อมลู 1.1 คาํ เฉลยี่ เรขาคณิต 1.2 มัธยฐาน 1.3 ฐานนยิ ม 2. การทดลองสมุํ และเหตกุ ารณ๑ ขัน้ ตอนการจดั กระบวนการเรียนรู๎ ขนั้ ตอนท่ี 1 การสร๎างแรงบนั ดาลใจ (Passion : P) 1. ครูทักทายผเู๎ รยี น พร๎อมทั้งแนะนําตนเอง และแผนการจัดการเรียนรู๎ ซง่ึ การจัดการเรยี นรท๎ู ี่ ผ๎ูเรียนจะตอ๎ งเรียนร๎รู ํวมกนั ในครงั้ น้ี คอื เร่ือง สถติ แิ ละความนาํ จะเปน็ และชวนคดิ ชวนคุยเกยี่ วกับเร่อื งท่ี จะเรียนร๎ู เพือ่ กระตุ๎นใหผ๎ ๎เู รียนเกิดความ สนใจและมีความก ระตือรอื รน๎ ในการเชือ่ มโยงและสรา๎ งความ พร๎อมที่จะเรยี นรหู๎ รือทํากจิ กรรมการเรยี นรูต๎ ามแผนการจดั การเรียนร๎ูคร้งั นี้ 2. ครชู ี้แจงวตั ถุประสงค๑ เนื้อหา กจิ กรรม การวดั และประเมินผลของการเรียนร๎ูในครั้งนี้ ที่ สอดคลอ๎ งกับตัวชวี้ ดั ตามแผนการจัดการเรยี นรค๎ู รงั้ นี้ เพ่อื ใหผ๎ ูเ๎ รียนเขา๎ ใจอยาํ งชัดเจนวาํ ผู๎เรยี นจะตอ๎ ง เรียนรใู๎ ห๎บรรลตุ ัวชี้วดั ท่กี ําหนดตามแผนการจดั การเรยี นรู๎ที่ 1 เรอื่ ง สถติ แิ ละความนาํ จะเปน็ ในครง้ั น้ี ซง่ึ มจี ํานวน 2 ข๎อ ดงั น้ี

535 1. คูอนั ดบั และกราฟ 2. ความสมั พนั ธร๑ ะหวํางรูปเรขาคณิตสองมติ แิ ละสามมติ ิ 3. ให๎ผูเ๎ รียนทาํ แบบทดสอบกํอนเรยี น เร่ือง สถิตแิ ละความนาํ จะเป็น จาํ นวน 10 ข๎อ โดยใช๎ เวลา 10 นาที 4. ครใู ห๎ผ๎ูเรียนศกึ ษาหนงั สอื เรียนรายวิชาคณติ ศาสตร๑ พค21001 ระดับมัธยมศึกษาตอนต๎น (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2554) เรอื่ ง จํานวนและการดาํ เนนิ กาและเศษสํวนและทศนยิ ม หนา๎ 153-193 พรอ๎ มทั้งแนะนําแหลงํ ศึกษาค๎นคว๎าเพ่ิมเติมจากอนิ เทอร๑เน็ต ซ่งึ ผ๎ูเรียนสามารถไปเรียนร๎ไู ดด๎ ว๎ ยตนเองและ ทาํ กจิ กรรมตามท่ีได๎รับมอบหมายด๎วย ท้ังนี้ ครูควรจะช้ีแจงให๎ผูเ๎ รียนทราบวําในการพบกลุํม ตามแผนการ จดั การเรียนร๎ู ครงั้ น้ี ผู๎เรยี นจะตอ๎ ง เรยี นรู๎และ ทาํ กจิ กรรม ท่สี อดคล๎องกบั เนอ้ื หาทเี่ รียน โดยปฏิบตั ิ กิจกรรมตาํ ง ๆ ไดแ๎ กํ การศกึ ษาคลิปวิดีโอ และการแลกเปลยี่ นเรยี นรโ๎ู ดยการอภิปรายรวํ มกับเพ่ือนใน กลุํม รวมทั้งมีการทดสอบหลงั เรียนดว๎ ย นอกจากนี้ ในการพบกลุมํ แตํละครั้งนั้น ครูจะมอบหมายงานใหผ๎ ูเ๎ รียนไปเรียนรูด๎ ๎วยวิธี การเรียนร๎ู ด๎วยตนเอง ซึ่งวิธี การเรยี นรูด๎ ๎วยตนเองจะตอ๎ งเกิ ดข้ึนในทกุ ๆ ตวั ชว้ี ดั และเนื้อหาที่กําหนด โดยผู๎เรียน จะตอ๎ งปฏิบัตกิ ิจกรรมที่กาํ หนดใหด๎ ๎วยวิธีเรยี นรอ๎ู อนไลน๑ และศกึ ษาจากเอกสารประกอบการเรียน ดังน้นั ครูจะตอ๎ งเชื่อมโยงรายละเอียดดงั กลาํ วขา๎ งต๎นใหผ๎ ๎เู รยี นไดเ๎ กดิ ความเข๎าใจและเกิดแรงบนั ดาลใจในการ เรยี นรู๎ที่จะเกิดขนึ้ เพราะ การมอบหมายงานใหผ๎ ๎ูเรยี นไปเรยี นรดู๎ ๎วยวิธีเรยี นรดู๎ ๎วยตนเองนนั้ ผ๎เู รยี นจะตอ๎ ง เรยี นร๎อู อนไลน๑ผํานอินเทอรเ๑ น็ต และศึกษาเอกสารประกอบการเรียน 5. ครูชวนคิดชวนคุยเกย่ี วกบั ประสบการณ๑เดมิ ของ ครูในเร่ืองทจ่ี ะเรียนร๎ตู าม แผนการจดั การ เรยี นรู๎น้ี โดยครสู มํุ ผู๎เรยี นตามความสมัครใจ จํานวน 4 – 5 คน ใหต๎ อบคาํ ถาม จํานวน 2 ประเดน็ ดังนี้ ประเด็นที่ 1 “สถิติ” แนวคําตอบ การหาคํ ากลางของข๎ อมูลท่ีเป็นตวั แทนของข๎ อมูลทงั้ หมดเพื่อความสะดวก ในการสรุปเรอ่ื งราวเกย่ี วกับข๎อมลู นั้น ๆ จะชํวยทําใหเกดิ การวิเคราะห๑ ข๎อมูลถกู ตองดขี น้ึ การหา คาํ กลางของขอ๎ มลู มีวธิ ีหาหลายวธิ แี ตลํ ะวิธมี ขี อดีและขอเสยี และมีความเหมาะสมในการนําไปใชไมํเหมือนกัน ขึน้ อยํูกบั ลักษณะขอ๎ มูลและวัตถุประสงคของผู๎ใชข๎อมูลนน้ั ๆ

536 ประเด็นท่ี 2 “ความนําจะเปน็ ” แนวคาํ ตอบ การทดลองสุํม และเหตกุ ารณ๑

537 6. ครูสร๎างโจทย๑ให๎ผู๎เรยี นฝึกแสดงวธิ ที าํ หลงั จากนนั้ ครสู มํุ ผู๎เรียนตามความสมัครใจ จํานวน 4 – 5 คน ให๎แสดงวิธีทาํ จาํ นวน 2 ประเดน็ ดงั น้ี ประเด็นท่ี 1 สถติ ิ ประเดน็ ท่ี 2 การทดลองสุม และเหตกุ ารณ 7. ครแู ละผ๎ูเรยี นอภิปรายและสรปุ ผลการเรียนรูร๎ ํวมกัน ขั้นตอนท่ี 2 การนําไปใช๎ประโยชน๑ (Utilization : U) 1. แบํงผเ๎ู รยี นออกเปน็ กลุํม ใหศ๎ ึกษา นยิ าม จาก หนังสือเรยี นรายวชิ าคณติ ศาสตร๑ พค 21001 ระดับ มธั ยมศกึ ษาตอนต๎น (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2554) หนา๎ 153-193 เรื่อง สถิตแิ ละความนําจะเปน็ ดงั นี้ 1. ครูและผู๎เรยี นสรปุ ผลการเรยี นร๎รู ํวมกันและให๎ผูเ๎ รียนสรปุ สงิ่ ทไ่ี ดเ๎ รยี นร๎ลู งในสมดุ บนั ทกึ ผลการ เรียนรูข๎ องตน 2. ครูแนะนาํ แหลงํ เรยี นร๎ใู ห๎กบั ผู๎เรียนเพื่อใชเ๎ ปน็ เครอ่ื งมือในการแสวงหาความร๎ดู ๎วยตนเอง อาทิ หอ๎ งสมดุ แหลงํ เรียนรู๎ในชุมชน หนวํ ยงาน สถานศึกษาตําง ๆ รวมทั้งการใชอ๎ นิ เตอร๑เน็ตเพอ่ื การเรยี นร๎ู ดว๎ ยตนเอง เปน็ ต๎น และใหผ๎ ู๎เรยี นเปน็ รายบุคคลศึกษาเน้ือหา ในหนังสือเรียน รายวิชาคณิตศาสตร๑ พค

538 21001 ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต๎น (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2554) หนา๎ 153-193 เรอื่ ง สถิติและความนําจะ เป็น 3. ครูดําเนินการทําหน๎าท่ีนาํ การอภิปราย โดยให๎ผเ๎ู รียนกลมุํ ใหญํรํวมกนั แสดงความคดิ เห็นคิด วิเคราะห๑ อภปิ ราย และวิเคราะห๑ใหข๎ ๎อมูลเพิ่มเติมในเน้ือหาหรอื ประเด็นทยี่ ังไมํชัดเจน ตามรายละเอียดที่ ผเู๎ รียนไดแ๎ ลกเปลยี่ นเรยี นรูร๎ ํวมกัน หากผเู๎ รยี นกลมํุ ใหญํหรอื ครเู หน็ วํายังไมสํ มบูรณ๑ มคี วามตอ๎ งการในการ เรียนร๎ูเพมิ่ เตมิ ครูจะชวํ ยเตมิ เต็มความร๎ใู ห๎กบั ผูเ๎ รียน หลงั จากนน้ั ครแู ละผูเ๎ รยี นสรุปส่งิ ท่ไี ดเ๎ รียนร๎ใู น ภาพรวมทั้งหมดแล๎วใหผ๎ ๎เู รียนสรปุ ส่งิ ทีไ่ ดเ๎ รียนร๎ลู งในสมุดบนั ทึกการเรยี นรข๎ู องตน หมายเหตุ : ในการดาํ เนินกจิ กรรมกลํมุ ครูชแ้ี จงบทบาทหน๎าท่ใี นการทาํ งานใหผ๎ ู๎เรียนไดม๎ คี วาม รบั ผดิ ชอบรํวมกันในการทาํ งาน ซึง่ มอบหมายให๎ผู๎เรยี นดาํ เนนิ การแตํงต้งั ประธานหรือผนู๎ ําในการอภปิ ราย แลกเปลี่ยนเรยี นรู๎ และการมอบหมายใหม๎ ีผูร๎ บั ผิดชอบในภารกิจตําง ๆ รวมถงึ การแตํงตั้งเลขานกุ ารของ กลมุํ เปน็ ผ๎ูจดบันทึกและผรู๎ ักษาเวลา เพ่อื ปฏิบัติงานของกลุํมใหญใํ ห๎บรรลตุ ามวัตถปุ ระสงค๑ทต่ี ้ังไว๎ และ พจิ ารณาวาํ สมาชิกลุมํ ทุกคนควรมีความเข๎าใจตรงกนั วํา ตนมบี ทบาทหนา๎ ท่ที ่จี ะตอ๎ งชํวยใหก๎ ลุํมทํางานได๎ สาํ เรจ็ ครคู วรใหค๎ ําแนะนําถงึ ความสําคญั ของการใหส๎ มาชิกทกุ คนในกลํุมมีสํวนรวํ มในการอภิ ปรายอยาํ ง ทว่ั ถึง ไมํให๎มกี ารผกู ขาดการอภปิ รายโดยผใู๎ ดผ๎ูหน่ึง และควรมีการจาํ กดั เวลาของการอภปิ รายแตํละ ประเด็น ในระหวํางการทาํ กจิ กรรมของผูเ๎ รยี น ครูมีบทบาทในการสังเกต พฤตกิ รรมการเรียนรู๎ ของผ๎ูเรียนคอยูํกระตุ๎นผเู๎ รยี นใหเ๎ กดิ ความกระตอื รือรน๎ ในการเรียนรู๎ โดยบนั ทึกลงในแบบบนั ทกึ พฤตกิ รรม การเรยี นร๎ูของผ๎เู รียน และเคร่ืองมอื ประเมนิ การสงั เกตแบบประมาณคํา 4. ครเู ปดิ โอกาสใหผ๎ เู๎ รยี นทั้งกลุํมรวํ มกนั สนทนา เพ่อื ให๎ผ๎ูเรยี นมที กั ษะในการฟงั พดู คดิ วิเคราะห๑ การทาํ งานรวํ มกบั ผูอ๎ ืน่ การคิดสร๎างสรรค๑ ความรับผิดชอบ แ ละการนาํ ความรใ๎ู นเนื้อหามาใช๎ โดยครู บูรณาการเนื้อหาการเรียนรู๎ มกี ารใช๎สอ่ื เทคโนโลยีที่เป็นคลิปวิดโี อจาก youtube และ TikTok ที่สมั พนั ธ๑ กบั เนื้อหา ทงั้ นคี้ รูเชือ่ มโยงสงิ่ ที่ไดเ๎ รียนรู๎ตามข้นั ตอนท่ี 1 ในการนาํ ความรไ๎ู ปสูํการปฏิบตั ิ และประยกุ ตใ๑ ช๎ ผาํ นคลปิ วดิ ีโอ โดยครูเปิดคลปิ วิดโี อ เรือ่ ง สถิติ (การนําเสนอข๎อมลู ในรูปตารางแจกแจงความถ่ี) https://www.youtube.com/watch?v=XpI3lhcG4XA ความยาวคลิป 9.45 นาที ความนําจะเป็นของเหตุการณ๑ https://www.youtube.com/watch?v=9CjiU_1oV4U ยาวคลิป 8.56 นาที หลังจากท่ไี ดช๎ มคลิปวิดโี อแล๎ว ครูไดอ๎ ธิบายตามเน้อื หาในบทเรียน หลังจากนัน้ ครดู าํ เนินการ ดงั นี้

539 ขั้นตอนท่ี 3 การสะท๎อนความคิดจากการเรยี นร๎ู (Reflection : R) 1. แบํงผ๎ูเรียนออกเปน็ กลมุํ ๆ ใหผ๎ ๎ูเรยี นแตํละกลํุมลงมอื ฝกึ แกโ๎ จทย๑ เรอ่ื ง “สถติ แิ ละความนําจะ เป็น” ตามหนังสือเรียนรายวิชา คณิตศาสตร๑ พค 21001 ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต๎น (ฉบับปรบั ปรุง พ .ศ. 2554) หนา๎ 153-193 เรอื่ ง “สถิติและความนาํ จะเปน็ ” ตามใบกจิ กรรมของผ๎เู รยี น เร่ือง “สถติ ิและความ นําจะเป็น” 2. ใหผ๎ ูเ๎ รยี นแตํละกลมํุ ตามข๎อ 1 ทําแบบฝกึ หกั ตามกิจกรรม เร่ือง “สถิติ” ท้งั น้ี ครจู ะตอ๎ งกาํ กับการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมของผ๎เู รยี นจนกจิ กรรมแลว๎ เสรจ็ ตามใบกจิ กรรมสาํ หรับ ครู เร่ือง “สถติ ิ” 3. ให๎ผเู๎ รยี นแตลํ ะกลํมุ นําเสนอการแก๎โจทยเ๑ ลขกจิ กรรมตาม ข๎อท่ี 1 เร่อื ง “ความนําจะเปน็ ” ตามใบกจิ กรรมของผเู๎ รียน เรื่อง “ความนําจะเปน็ ” 4. ครใู ห๎ผ๎ูเรยี นสะท๎อนความคิดในการเรียนร๎ทู ่ีไดจ๎ ากการเรียนร๎ูและการปฏิบัติการ จากข้ันตอนที่ 1 ถึง ข้ันตอนที่ 3 นี้ 5. ครแู ละผเ๎ู รียนอภิปรายและสรุปผลการเรยี นรูร๎ วํ มกนั ขั้นตอนท่ี 4 การติดตามประเมนิ และแกไ๎ ข (Action : A) 1. ครูสนทนากับผ๎เู รยี น เก่ียวกบั เร่อื งที่ได๎เรียนรู๎ ตามแผนการจดั การเรยี นรู๎นี้ โดยครูสมํุ ผูเ๎ รยี น ตามความสมคั รใจจาํ นวน 2 – 3 คน ใหต๎ อบคาํ ถามในประเด็น ตํอไปน้ี ประเด็น ที่ 1 “สถติ ิ”


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook