ใบงานที่ 3.8 เฉลย เรือ่ ง การสรา้ งโจทยป์ ญั หาการลบ 31,789 คาชี้แจง : ใหน้ กั เรียนรว่ มกันสร้างโจทยป์ ญั หาจากสง่ิ ทกี่ าหนดให้ตอ่ ไปน้ี 56,420 12,023 1. โจทยป์ ญั หาการลบ ตอบ 84,789 - 42,000 - 27,320 = ? 2. โจทยป์ ญั หาการลบ ตอบ อำเภอบำงเลนมีประชำกร 93,120 คน 3. โจทย์ปัญหาการลบ ตอบ
ใบงานที่ 3.9 เรือ่ ง รว่ มด้วยชว่ ยกนั สรา้ งสรรคโ์ จทย์ปัญหาการลบ คาชี้แจง : ใหน้ ักเรยี นช่วยกันวางแผนและสร้างโจทย์ปญั หาจากบัตรภาพสนิ ค้าท่กี าหนดให้ พรอ้ มทงั้ หาคาตอบ ภาพสนิ ค้าทไี่ ด้.................................................................................................................. โจทย์ …………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………… สิง่ ที่โจทย์กาหนดให้........................................................................................................................ สงิ่ ท่โี จทย์ถาม.................................................................................................................................. การแก้ปญั หา …………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ ......................................................................................................................................................... .........................................................................................................................................................
ใบงานท่ี 3.9 เฉลย เรอ่ื ง ร่วมดว้ ยช่วยกนั สรา้ งสรรคโ์ จทย์ปญั หาการลบ คาชแี้ จง : ให้นักเรยี นชว่ ยกนั วางแผนและสรา้ งโจทยป์ ญั หาจากบตั รภาพสนิ ค้าที่กาหนดให้ พร้อมทัง้ หาคาตอบ ภาพสินคา้ ทีไ่ ด้.................................................................................................................. โจทย์ …………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………… สิ่งท่ีโจทย์กาหนดให.้ ....................................................................................................................... สงิ่ ทีโ่ จทย์ถาม.................................................................................................................................. การแกป้ ัญหา …………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ ......................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................
เพลงโจทยป์ ญั หา เนื้อร้อง อ.ดวงจติ ต์ กาญจนมยรู ทานอง เพลงเด็กป๊มั เลขโจทยต์ ้องอ่านหลายที เพราะว่าโจทย์นัน้ มีปัญหาซับซอ้ น ทาความเขา้ ใจไปทลี ะตอน บันทกึ ไวก้ ่อนโจทยส์ ่งั ใหท้ าอะไร จะไม่ผดิ ตอ้ งตีความเป็น ไม่ยากเยน็ แปลความให้ได้ อีกขั้นตอนต่อไป ต้องฝกึ คิดคานวณ ขนั้ แสดงวธิ ที านัน้ เราต้องย่อความสรุปชัดเจน พิจารณาปญั หาของโจทย์ เพอื่ ประโยชนใ์ นการเขียนแสดง ถ้าคดิ ไมไ่ ดท้ บทวนดูใหม่ อา่ นให้เขา้ ใจแลว้ ก็เขยี นไดเ้ อง บตั รภาพสินค้า 15,000 3,990 บาท 1,750 บาท 350 บาท 8,550 บาท
แถบประโยค โรงเรียนแหง่ หน่ึงมีนักเรียนทง้ั หมด 1,389 คน มนี ักเรียนหญงิ 638 คน โรงเรียนนม้ี ีนักเรียนชายกค่ี น ทะเลแหง่ หนึง่ เกบ็ ขยะพลาสตกิ ได้ 2,369 กิโลกรมั
บตั รภำพ วงล้อเสีย่ งทำย 4,458 25,456 45,678 10,000 18,900 30,000 29,999 55,600
บนั ทึกผลหลังกระบวนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. ผลการเรยี นรทู้ ีเ่ กิดขนึ้ กับผ้เู รยี น 1.1 ผเู้ รียนผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้ จานวน...................คน คิดเป็นร้อยละ.................. 1.2 ผู้เรยี นไมผ่ า่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ จานวน...................คน ได้แก่ ......................................................................................................................................................................... สาเหตุ ......................................................................................................................................................................... 1.3 ผู้เรียนไดร้ บั ความรู้ : ......................................................................................................................................................................... 1.4 ผู้เรยี นเกดิ ทักษะกระบวนการ : ......................................................................................................................................................................... 1.5 ผู้เรยี นมีคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม ......................................................................................................................................................................... 2. ปญั หา / อปุ สรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. 3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. ลงช่อื ........................................ผู้สอน (นางสาวพรรตั น์ จนั ทร์คา)
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 4 การคณู จานวนไมเ่ กนิ 100,000 เวลา 17 ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวชว้ี ัด ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การของจานวน ผลทเี่ กิดขน้ึ จาก การดาเนนิ การ สมบตั ขิ องการดาเนินการ และนาไปใช้ ค 1.1 ป.3/6 หาคา่ ของตัวไม่ทราบคา่ ในประโยคสัญลักษณแ์ สดงการคูณของจานวน 1 หลักกบั จานวน ไม่เกิน 4 หลกั และจานวน 2 หลักกับ 2 หลัก ค 1.1 ป.3/9 แสดงวิธหี าคาตอบของโจทยป์ ญั หา 2 ขน้ั ตอน ของจานวนนบั ไมเ่ กนิ 100,000 และ 0 2. สาระการเรยี นรู้ 2.1 สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง 1) การคณู การหารยาวและหารสั้น 2) การแกโ้ จทยป์ ัญหาและการสร้างโจทย์ปัญหา พรอ้ มทงั้ หาคาตอบ 2.2 สาระการเรียนรทู้ อ้ งถิน่ (พจิ ารณาตามหลักสตู รสถานศกึ ษา) 3. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด หลักในการคณู จานวนไม่เกนิ 100,000 คอื ใหค้ ูณจานวนในหลักหนว่ ยของตัวต้ังก่อน แล้วจงึ คูณในหลกั ถัดไปทาง ซา้ ยมือของหลักหน่วยตามลาดับ หรือจากหลักทางขวามือไปทางซ้ายมือทีละหลัก หากมีทด ให้ทดไปยังหลักถัดไป ทางซ้ายมือการสร้างโจทย์ปัญหาการคูณจะประกอบไปด้วยสองส่วนคือ ส่วนท่ีโจทย์กาหนดให้และส่วนที่โจทย์ถาม การแก้โจทย์ปัญหาการคูณมีขั้นตอนสาคัญคือ ทาความเข้าใจ และวิเคราะห์โจทย์ปัญหา วางแผนในการแก้โจทย์ ปญั หา แกป้ ญั หา และตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ 4. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี นและคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มวี นิ ัย 2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 1) ทักษะการเขียน 3. มุ่งมัน่ ในการทางาน 2) ทักษะการสังเกต
สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ 3) ทกั ษะการระบุ 4) ทักษะการเช่ือมโยง 5) ทักษะการใหเ้ หตผุ ล 6) ทักษะกระบวนการคดิ แก้ปัญหา 7) ทกั ษะกระบวนการคดิ สร้างสรรค์ 8) ทักษะการนาความรู้ไปใช้ 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต 5. ช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด) สร้างโจทย์ปัญหาการคูณจานวนไม่เกิน 100,000 โดยหารูปภาพและราคาสินค้าจากแผ่นรายการสินค้า ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ จานวน 3 ชิ้น จากนั้นนามาสร้างโจทย์ปัญหาการคูณ พร้อมท้ังแสดงวิธีหาคาตอบ ลงใน กระดาษ 100 ปอนด์ ขนาด A4 จานวน 3 ข้อ โดยใหค้ รอบคลมุ ประเด็นดงั น้ี - การสร้างโจทยป์ ญั หาการคูณ - เขยี นสิง่ ท่โี จทยก์ าหนดให้ - เขยี นส่งิ ท่โี จทยถ์ าม - เขียนประโยคสัญลกั ษณ์ - แสดงวธิ ที า - หาคาตอบ - ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ 6. การวัดและการประเมินผล รายการวดั วิธวี ดั เคร่ืองมอื เกณฑ์การประเมนิ - แบบประเมินชิน้ งาน/ - ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น 6.1 การประเมินชน้ิ งาน/ - ตรวจผลงานการสรา้ ง เกณฑ์ ภาระงาน - ประเมนิ ตามสภาพจริง ภาระงาน (รวบยอด) สร้างโจทย์ปัญหาการ - แบบทดสอบกอ่ นเรยี น คณู 6.2 การประเมินก่อน เรยี น - แบบทดสอบ - ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรยี น หนว่ ย ก่อนเรียน การเรยี นรู้ท่ี 4 การคูณจานวน
รายการวดั วธิ วี ัด เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมิน ไมเ่ กนิ 100,000 6.3 ประเมินระหว่าง - ตรวจใบงานท่ี 4.1 - ใบงานท่ี 4.1 - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ การจดั กจิ กรรม - ตรวจใบงานท่ี 4.2 - ใบงานท่ี 4.2 - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ การเรียนรู้ - ตรวจใบงานท่ี 4.3 - ใบงานที่ 4.3 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 1) การคูณจานวน - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทักษะ - กจิ กรรมฝึกทักษะ - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ หนง่ึ หลักกับ - ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝึกหัด - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ จานวนไมเ่ กนิ - ตรวจใบงานท่ี 4.4 - ใบงานท่ี 4.4 - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ส่หี ลัก - ตรวจใบงานที่ 4.5 - ใบงานที่ 4.5 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - ตรวจใบงานท่ี 4.6 - ใบงานที่ 4.6 - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ 2) การคูณจานวนที่มี - ตรวจกจิ กรรมฝึกทกั ษะ - กิจกรรมฝกึ ทกั ษะ - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ สองหลกั กับ - ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝึกหดั - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ จานวนทีม่ ี - ตรวจใบงานท่ี 4.7 - ใบงานท่ี 4.7 - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ สองหลกั - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทกั ษะ - กิจกรรมฝกึ ทักษะ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - ตรวจใบงานที่ 4.8 - ใบงานท่ี 4.8 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3) โจทย์ปญั หา - ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ - กจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ การคณู - ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝกึ หัด - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - ประเมนิ การนาเสนอ - แบบประเมินการ - ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น 4) การสรา้ งโจทย์ ผลงาน/ผลการทา นาเสนอผลงาน เกณฑ์ ปัญหาการคูณ กจิ กรรม - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน 5) การนาเสนอ การทางานรายบุคคล การทางานรายบคุ คล เกณฑ์ ผลงาน/ผลการทา กจิ กรรม - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน การทางานกลมุ่ การทางานกลมุ่ เกณฑ์ 6) พฤตกิ รรม - สังเกตความมีวนิ ัย - แบบประเมนิ การทางาน ใฝ่เรียนรู้ และมุง่ ม่ัน คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ - ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่าน รายบคุ คล เกณฑ์ 7) พฤตกิ รรม การทางานกล่มุ 8) คุณลักษณะ อันพึงประสงค์
รายการวัด วธิ วี ัด เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมนิ - แบบทดสอบหลงั เรียน - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 6.4 การประเมินหลังเรยี น - แบบทดสอบหลงั - ตรวจแบบทดสอบ เรียนรทู้ ี่ 4 หลงั เรียน การคูณจานวน ไมเ่ กนิ 100,000 7. กจิ กรรมการเรยี นรู้ แผนฯ ที่ 19 : การคูณจานวนหนง่ึ หลักกับจานวนไมเ่ กนิ สหี่ ลัก เวลา 5 ชวั่ โมง แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนคิ : แบบคน้ พบ (Discovery Method) แผนฯ ท่ี 20 : การคณู จานวนท่ีมสี องหลักกับจานวนทมี่ ีสองหลัก เวลา 5 ชั่วโมง แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : กระบวนการกลมุ่ สมั พันธ์ แผนฯ ที่ 21 : โจทย์ปญั หาการคณู เวลา 3 ชั่วโมง แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนคิ : แบบค้นพบ (Discovery Method) แผนฯ ท่ี 22 : การสร้างโจทย์ปัญหาการคูณ เวลา 4 ชั่วโมง แนวคิด/รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนคิ : กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) (รวมเวลา 17 ช่วั โมง)
8. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้ 8.1 สอ่ื การเรียนรู้ 1) หนงั สือเรยี นคณติ ศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 4 เรื่อง การคณู จานวนไมเ่ กิน 100,000 2) แบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4 เรอ่ื ง การคณู จานวนไม่เกิน 100,000 3) ใบงานท่ี 4.1 เร่อื ง คณู ไวพฒั นาสมอง 4) ใบงานที่ 4.2 เรอื่ ง จับคู่ ดูโอ้ 5) ใบงานท่ี 4.3 เร่ือง คูณไวพัฒนาสมองกาลังสอง 6) ใบงานที่ 4.4 เร่ือง รหู้ รอื ไม่ คูณแล้วได้เทา่ ไรนะ 7) ใบงานท่ี 4.5 เร่อื ง ฝกึ สมอง...ประลองการคูณ 8) ใบงานท่ี 4.6 เรื่อง การคูณจานวนที่มสี องหลักกบั จานวนทมี่ ีสองหลัก 9) ใบงานท่ี 4.7 เรอื่ ง รู้หรอื ไม่ คณู แลว้ ไดเ้ ท่าไรนะ 10) ใบงานที่ 4.8 เรอ่ื ง การสรา้ งโจทย์ปญั หาการคูณ 11) กลอ่ งสี 12) บตั รภาพสนิ คา้ 13) บตั รโจทย์ 14) แถบประโยคสญั ลักษณ์ 15) บัตรภาพลูกอม 16) มงกฎุ พระราชา 17) บัตรภาพแมไ่ ก่ ลกู ไก่ 18) กระดาษฟลปิ ชาร์ต 19) ปากกาเคมี 20) กล่องปรศิ นาทา้ แก้โจทย์ 21) เพลงโจทยป์ ัญหา 22) บตั รภาพวงลอ้ การคูณ 23) ใบรายการสนิ คา้ 24) กระดาษ A4 25) กระดาษ 100 ปอนด์ ขนาด A4 8.2 แหล่งการเรยี นรู้ 1) หอ้ งเรียน
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 4 คาช้ีแจง : ให้นกั เรียนเลือกคาตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว 1. 8 x 400 = 6. 1,589 x 6 = จานวน คือจานวนใด จานวน คอื จานวนใด ก. 1,200 ข. 2,300 ก. 9,534 ข. 10,284 ค. 3,200 ง. 4,400 ค. 24,492 ง. 35,342 2. แม่ให้เงนิ ขนนุ ไปโรงเรยี นวนั ละ 50 บาท เป็น 7. ขอ้ ใดมผี ลคูณเท่ากับ 2,365 x 8 เวลา15 วัน ขนนุ ได้เงนิ ท้ังหมดเทา่ ไร ก. 5,214 x 6 ข. 4,730 x 4 ค. 6,210 x 2 ง. 7,644 x 5 ก. 550 ข. 750 8. ร้านขนมขายขนมปงั ไดว้ ันละ 78 ชิน้ ราคาชนิ้ ละ 23 ค. 850 ง. 900 บาท ถ้าร้านขนมนี้ขายหมดทกุ วันเปน็ เวลา 10 วัน 3. 9 x 300 = ร้านขนมนจ้ี ะไดร้ บั เงนิ ทั้งหมดก่ีบาท จานวน คือจานวนใด ก. 15,890 ข. 17,940 ก. 2,400 ข. 2,650 ค. 24,860 ง. 35,920 ค. 2,700 ง. 2,950 4. 7 x 548 = 9. ขอ้ ใดถกู ต้อง ก. 148 x 3 = 444 จานวน คือจานวนใด ข. 95 x 13 = 1,035 ค. 1,489 x 4 = 5,946 ก. 2,517 ข. 3,836 ง. 2,451 x 8 = 18,608 ค. 5,476 ง. 6,167 5. ขอ้ ใดมีผลคณู เทา่ กับ 78 x 32 10. 65 x 37 = ก. 52 x 48 ข. 15 x 71 จานวน คือจานวนใด ค. 98 x 63 ง. 87 x 52 ก. 2,405 ข. 3,515 ค. 4,850 ง. 6,780 เฉลย 5. ก 6. ก 7. ข 8. ข 9. ก 10. ก 1. ค 2. ข 3. ค 4. ข
แบบทดสอบหลงั เรียน หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 4 คาชแ้ี จง : ใหน้ ักเรียนเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. 7 x 900 = 6. 1,485 x 9 = จานวน คอื จานวนใด จานวน คอื จานวนใด ก. 5,400 ข. 6,300 ก. 13,365 ข. 18,545 ค. 7,200 ง. 8,400 ค. 32,050 ง. 35,160 2. เชือกเสน้ หน่ึงยาว 48 เมตร นามาต่อกนั ทั้งหมด 7. ขอ้ ใดมผี ลคูณเท่ากบั 2,365 x 8 25 เส้น จะยาวทัง้ หมดกีเ่ มตร ก. 4,730 x 4 ข. 5,214 x 6 ค. 6,210 x 2 ง. 7,644 x 5 ก. 850 ข. 1,020 8. ร้านค้าขายตะปูได้วันละ 64 ตวั ราคาตัวละ 11 บาท ค. 1,200 ง. 1,900 ถา้ ร้านคา้ นี้ขายหมดทกุ วนั เปน็ เวลา 20 วนั ร้านค้าน้ี 3. 4 x 500 = จะได้รบั เงินทงั้ หมดกี่บาท จานวน คือจานวนใด ก. 12,650 ข. 14,080 ก. 1,200 ข. 2,000 ค. 22,450 ง. 25,920 ค. 4,600 ง. 5,900 4. 9 x 236 = 9. ข้อใดถกู ต้อง ก. 789 x 3 = 2,365 จานวน คือจานวนใด ข. 88 x 41 = 3,608 ค. 256 x 7 = 5,949 ก. 1,892 ข. 2,124 ง. 2,451 x 8 = 18,608 ค. 3,482 ง. 4,564 5. ขอ้ ใดมผี ลคณู เทา่ กับ 36 x 12 10. 74 x 23 = ก. 216 x 2 ข. 15 x 71 จานวน คือจานวนใด ค. 364 x 6 ง. 53 x 19 ก. 854 ข. 1,656 ค. 1,702 ง. 1,988 เฉลย 5. ก 6. ก 7. ก 8. ข 9. ข 10. ค 1. ข 2. ค 3. ข 4. ข
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 19 กลุม่ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ รหัสวชิ า ค 13101 ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 เรอ่ื ง การคณู จานวนไม่เกนิ 100,000 เวลาเรยี น 5 ชั่วโมง เวลา …………………………… เร่อื ง การคูณจานวนหนงึ่ หลกั กับจานวนไมเ่ กินส่หี ลัก ช่ือผสู้ อน นางสาวพรรัตน์ จันทร์คา วนั ท่ี ........................................ 1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวช้วี ดั ค 1.1 ป.3/6 หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณของจานวน 1 หลักกับจานวน ไม่เกนิ 4 หลัก และจานวน 2 หลักกบั 2 หลกั 2. จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1) อธิบายขนั้ ตอนการคณู จานวนหน่งึ หลกั กบั จานวนไมเ่ กินส่หี ลกั ได้ (K) 2) เขียนแสดงวิธีหาคาตอบโดยใช้การคูณจานวนหนึง่ หลกั กับจานวนไม่เกนิ ส่ีหลักจากโจทย์ท่กี าหนดให้ได้ถูกตอ้ ง (P) 3) นาความรู้เกี่ยวกบั การคูณจานวนหนึง่ หลกั กับจานวนไม่เกินส่หี ลักไปใชแ้ ก้ปญั หาทางคณิตศาสตรไ์ ด้ (A) 3. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ทอ้ งถ่นิ พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง การคูณ การหารยาวและการหารสัน้ 4. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด ขั้นตอนในการคณู จานวนหน่ึงหลักกับจานวนไม่เกินสี่หลัก ให้คูณจานวนในหลักหนว่ ยของตัวต้ังก่อน แลว้ จึง คูณในหลักถดั ไปทางซ้ายมือของหลกั หน่วยตามลาดับ หรอื จากหลักทางขวามอื ไปทางซ้ายมือทีละหลัก หากมที ด ใหท้ ดไปยงั หลักถัดไปทางซา้ ยมือ 5. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี นและคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. มีวนิ ยั 2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทางาน 1) ทักษะการสังเกต 2) ทักษะการระบุ 3) ทักษะการเช่ือมโยง 4) ทกั ษะการให้เหตผุ ล 3. ความสามารถในการแก้ปญั หา 4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
6. กิจกรรมการเรยี นรู้ แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนคิ : แบบคน้ พบ (Discovery Method) ช่วั โมงที่ 1 นกั เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4 เร่อื ง การคูณจานวนไม่เกิน 100,000 ขน้ั นา นาเข้าสู่บทเรียน 1. ครูกล่าวทักทายนักเรียน จากนั้นครูกระตุ้นความสนใจนักเรียนโดยนากล่องสี 3 กล่อง ซึ่งแต่ละกล่องมีสี ทงั้ หมด 12 แท่ง มาให้นกั เรยี นดู แล้วต้งั คาถาม ให้นักเรียนรว่ มกันตอบ ดังน้ี มสี ีทั้งหมดกกี่ ลอ่ ง (แนวตอบ 3 กล่อง) มสี กี ลอ่ งละกี่แทง่ (แนวตอบ 12 แท่ง) มสี ที ้งั หมดก่ีแท่ง (แนวตอบ 36 แท่ง) นกั เรยี นมวี ิธคี ดิ อยา่ งไร (แนวตอบ คำตอบมีหลำกหลำย ขึน้ อยู่กบั ดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน เช่น นับสที ีละแทง่ นำ 12 คณู ดว้ ย 3) 2. ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนโดยให้นักเรยี นพิจารณาภาพหน้าหน่วย ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 102 จากน้ันครใู ห้นักเรยี นรว่ มกนั อภปิ รายคาถามประจาหน่วย หมำยเหตุ : ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันเฉลยคำถำมประจำหน่วยกำรเรียนรู้ หลังเรียนหนว่ ยกำรเรยี นรู้ที่ 4 3. ครูใหน้ ักเรยี นทกุ คนทา “เตรียมพร้อมกอ่ นเรียน” ในหนงั สือเรยี น คณติ ศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 หน้า 103 4. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั เฉลยคาตอบ “เตรียมพร้อมก่อนเรียน” และครูอธิบายเพ่ิมเติม เพื่อให้นักเรียนเข้าใจ มากยง่ิ ข้นึ 5. ครูติดบตั รภาพแสดงราคาสิ่งของเป็นช้ิน ๆ ช้นิ ละเทา่ ๆ กันจากน้ันให้นักเรียนรว่ มกันอภิปรายและชว่ ยกนั คิด หาคาตอบวา่ ถ้าซอ้ื สิ่งของทง้ั หมดเพอื่ นาไปบรจิ าคจะต้องจา่ ยเงนิ เท่าไร
6. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน (คละความสามารถทางคณิตศาสตร์) จากนั้นให้นักเรียนแต่ละ กลุ่มช่วยกันเขียนประโยคสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ให้สอดคล้องกับบัตรภาพในข้อ 5 ครูให้นักเรียนแต่ละ กลุม่ ออกมานาเสนอผลงาน โดยครแู ละเพ่อื นๆ กล่มุ อน่ื ชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง (แนวตอบ 500 x 3 = ) ข้นั สอน สอน 1. ครูติดแถบประโยคสญั ลกั ษณก์ ารคูณบนกระดาน 4 x 100 = 400 จากนน้ั ครูตงั้ คาถามถามนกั เรียน ดังนี้ 4 เรยี กวา่ อะไรในประโยคสัญลกั ษณ์การคูณ (แนวตอบ ตวั ตั้ง) 100 เรียกวา่ อะไรในประโยคสญั ลักษณ์การคูณ (แนวตอบ ตัวคณู ) 400 เรียกว่าอะไรในประโยคสัญลักษณก์ ารคณู (แนวตอบ ผลลพั ธ)์ 2. ครูและนักเรยี นร่วมกันสรุปวา่ “ตวั ต้งั x ตัวคณู = ผลลพั ธ์” 3. ครูนาภาพลูกอม 5 ขวด ซ่งึ แตล่ ะขวดมลี ูกอมทั้งหมด 100 เมด็ มาให้นกั เรียนดู จากนน้ั ต้ังคาถามถามนกั เรยี น ดงั นี้ มีลกู อมทัง้ หมดกขี่ วด (แนวตอบ 5 ขวด) มลี กู อมขวดละก่ีเม็ด (แนวตอบ 100 เม็ด) มีลูกอมทงั้ หมดก่ีเมด็ (แนวตอบ 500 เม็ด) นกั เรยี นมวี ิธคี ิดอย่างไร (แนวตอบ นำ 100 คณู ด้วย 5) 4. ครแู สดงการหาคาตอบโดยใช้การบวกดกู อ่ น แลว้ จึงเขียนแสดงในรูปการคูณ พร้อมทั้งอธบิ ายถงึ ความสัมพันธ์ ของการบวกกับการคูณว่ามาได้อยา่ งไร และตวั เลขตวั ใดเรียกวา่ ตัวตั้ง ตัวคณู หรอื ผลคูณ 5. ครูอธิบายการคูณจานวนท่ีมีหนึ่งหลักกับ 100 ในลักษณะเดียวกันกับตัวอย่างท่ี 1 ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 104-105 อย่างละเอียดบนกระดาน พร้อมเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามใน ประเดน็ ทีย่ ังไมเ่ ขา้ ใจ
6. ครูแสดงการหาผลคูณจานวนที่มีหน่ึงหลักกับ 100 ให้นักเรียนดูบนกระดานในลักษณะเดียวกันกับตัวอย่างท่ี 1 พรอ้ มกับอธิบายข้นั ตอนวิธีการคณู จานวนที่มหี นงึ่ หลักกับ 100 ดงั น้ี - ขั้นท่ี 1 นาตัวคณู ไปคณู ในหลักหน่วยกอ่ น ใสค่ าตอบลงในหลักหน่วย - ขัน้ ที่ 2 นาตวั คูณไปคณู ตอ่ ในหลักสบิ ใส่คาตอบลงในหลกั สบิ - ขนั้ ท่ี 3 นาตัวคณู ไปคณู ในหลักร้อย ใส่คาตอบลงในหลกั ร้อย จะได้ผลลัพธ์ 7. ครตู ง้ั คาถามกระตุน้ ความคดิ นกั เรยี นวา่ จากที่ครแู สดงการหาผลคูณจานวนทม่ี ีหนึง่ หลักกับ 100 ให้นกั เรียนดู นักเรยี นมวี ธิ ีการคดิ ใหร้ วดเร็วได้อยา่ งไร (แนวตอบ จำนวนใดคณู 100 จะไดผ้ ลคณู เทำ่ กบั จำนวนน้ันคูณกับ 1 แลว้ เติม 0 สองตวั ตอ่ ท้ำย) 8. ครูและนกั เรียนรว่ มกันสรุปขั้นตอนวิธีการคณู จานวนท่มี หี น่งึ หลักกับ 100 ช่วั โมงท่ี 2 9. ครูและนกั เรียนร่วมกนั ทบทวนข้ันตอนวิธกี ารคูณจานวนท่ีมีหนึ่งหลกั กับ 100 ดงั น้ี - ขน้ั ท่ี 1 นาตวั คณู ไปคณู ในหลักหน่วยกอ่ น ใสค่ าตอบลงในหลกั หน่วย - ขนั้ ท่ี 2 จากน้ันนาตวั คูณไปคูณต่อในหลักสิบ ใสค่ าตอบลงในหลักสบิ - ขั้นที่ 3 นาตัวคณู ไปคณู ในหลักรอ้ ย ใสค่ าตอบลงในหลักร้อย จะได้ผลลพั ธ์ 10. ครูให้นักเรียนแข่งขันกันตอบคาถามมุมคิดว่า 89 x 7 = นักเรียนที่ยกมือก่อนจะได้ตอบคาถามก่อน จากนน้ั ครเู ฉลยคาตอบ นกั เรยี นท่ตี อบถูกและเร็วจะไดร้ ับคาชมเชยว่าเปน็ “นักคณติ คิดไว”คนแรก 11. ครูให้นักเรียนทุกคนสังเกตวิธีการคูณจานวนที่มีหน่ึงหลักกับ 200, 300, 400, ...., 900 ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 หนา้ 105 แลว้ ครอู ธบิ ายเพม่ิ เติม 12. ครูแสดงการหาผลคูณจานวนที่มีหน่ึงหลักกับ 200, 300, 400, ...., 900 ให้นักเรียนดูบนกระดาน พร้อมกับ อธิบายขั้นตอนวธิ กี ารคณู จานวนทม่ี ีหน่ึงหลักกับ 200, 300, 400, ...., 900 ดงั น้ี - ขั้นที่ 1 นาตัวคูณไปคณู ในหลักหนว่ ยก่อน ใสค่ าตอบลงในหลกั หน่วย - ขนั้ ท่ี 2 นาตวั คณู ไปคณู ตอ่ ในหลักสิบ ใส่คาตอบลงในหลักสบิ - ขน้ั ท่ี 3 นาตัวคณู ไปคูณในหลักรอ้ ย ใสค่ าตอบลงในหลกั รอ้ ย จะได้ผลลพั ธ์ 13. ครูอธิบายตัวอยา่ งท่ี 2 ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 หน้า 106 อย่างละเอียดบนกระดาน พร้อม เปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นซกั ถามในประเด็นทีย่ ังไมเ่ ขา้ ใจ 14. ครูแสดงการหาผลคูณจานวนที่มีหนึ่งหลักกับ 200, 300, 400, ...., 900 ในลักษณะเดียวกันกับตัวอย่างท่ี 2 ใหน้ กั เรียนดูบนกระดานเพิม่ เติมอกี 2-3 ตัวอย่าง เพื่อให้นกั เรยี นเกดิ ความเข้าใจเพ่มิ มากข้ึน 15. ครตู ั้งคาถามกระตุ้นความคิดนกั เรียนว่า จากทีค่ รูแสดงการหาผลคณู จานวนที่มีหน่ึงหลักกับ 200, 300, 400, ...., 900 ให้นักเรยี นดู นกั เรียนมวี ธิ กี ารคิดให้รวดเรว็ ได้อย่างไร (แนวตอบ จำนวนใดคูณกับ 200, 300, 400, ...., 900 จะได้ผลคูณเท่ำกับจำนวนนั้นคูณกับ 2, 3,4, ...., 9 ตำมลำดับแลว้ เติม 0 สองตวั ตอ่ ทำ้ ย) 16. ครยู กตัวอย่างเพ่ิมเตมิ อกี 2-3 ตวั อยา่ ง เพ่ือให้นักเรียนเกิดความเข้าใจมากย่งิ ข้นึ
ฝกึ ทักษะ 1. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม (กลุ่มนักเรียนชายและกลุ่มนักเรียนหญิง) ให้นักเรียนแต่ละคนเตรียมกระดาษทด ขึน้ มา จากน้ันให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเล่นเกม “ตอบไวได้คะแนน” โดยครูบอกโจทย์การคูณจานวนท่ีมีหน่งึ หลักกับ 100 หรือการคูณจานวนที่มีหน่ึงหลักกับ 200, 300, 400, ...., 900 จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มแข่งขันกันตอบ โดยนักเรียนที่ยกมือก่อนจะมีโอกาสตอบคาถามก่อน หากตอบถูกก็จะได้คะแนนสะสม 5 คะแนน จบเกมกลุ่มที่ได้ คะแนนสะสมมากท่ีสุดกลุ่มนัน้ กจ็ ะเปน็ ฝ่ายชนะ ตัวอยา่ งโจทย์ - 100 x 4 = - 3 x 100 = - 700 x 2 = - 6 x 500 = - 800 x 9 = - 2 x 900 = 2. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน (คละความสามารถทางคณิตศาสตร์) จากนั้นครูแจกใบงานที่ 4.1 เรื่อง คูณไวพัฒนาสมอง ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทา โดยจับเวลาในการทาไม่เกิน 10 นาที เม่ือเสร็จแล้วให้แต่ละกลุ่ม ออกมานาเสนอหน้าชั้นเรียน โดยนักเรียนที่เหลือช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง จากน้ันครูกล่าวชมเชยกลุ่มท่ีทา เสรจ็ ภายในเวลาและทาถกู ตอ้ ง และให้กาลังใจกลุ่มท่ีทาไม่ถกู ต้องหรือทาไมท่ นั เวลา พรอ้ มอธิบายเพิม่ เติม 3. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุป เร่ือง การคูณจานวนที่มีหน่ึงหลักกับ 100 และการคูณจานวนที่มีหน่ึง หลักกับ 200, 300, 400, ...., 900 ว่า จานวนใดคูณกับ 100 จะได้ผลคูณเท่ากับจานวนน้ันคูณกับ 1 แล้วเติม 0 สองตัวต่อท้าย และจานวนใดคูณกับ 200, 300, 400, ...., 900 จะได้ผลคูณเท่ากับจานวนนั้นคูณกับ 2, 3, 4, ...., 9 ตามลาดับแล้วเติม 0 สองตัวต่อท้าย โดยมีหลักการคูณจากหลักหน่วยไปหลักร้อย หรือจากหลักทางขวามือไป ทางซ้ายมือ ชั่วโมงท่ี 3 สอน 1. ครูและนักเรียนรว่ มกันทบทวนเรื่องการคูณจานวนท่ีมีหนึ่งหลักกับ 100 และการคูณจานวนที่มีหน่ึงหลักกับ 200, 300, 400, ...., 900 โดยแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม (กลุ่มนักเรียนชาย และกลุ่มนักเรียนหญิง) จากน้ันให้นักเรยี นทั้งสองกลุ่มเล่นเกม “นักคณิต คิดไว” โดยครูบอกโจทย์ปัญหาการคูณจานวนท่ีมีหน่ึงหลัก กบั 100 และการคูณจานวนทีม่ ีหนึ่งหลักกับ 200, 300, 400, ...., 900 จากน้ันให้นกั เรียนตอบโดยการยกมือ ใครท่ียกมอื ก่อนมีสิทธิ์ตอบกอ่ น กลุ่มที่ตอบถูกจะได้คะแนนสะสม 2 คะแนน จบเกมกลมุ่ ใดได้คะแนนสะสม มากที่สดุ จะเปน็ ฝ่ายชนะ ตัวอย่างโจทย์ - 100 x 7 = - 9 x 100 = - 300 x 4 = - 7 x 500 = - 400 x 6 = - 7 x 200 = 2. ครตู ัง้ คาถามกระตุ้นความคดิ นักเรยี นวา่ ทาอยา่ งไรถงึ จะสามารถหาคาตอบการคูณไดอ้ ย่างรวดเรว็ (แนวตอบ ข้ึนอยู่กบั ดลุ ยพินิจของครผู ู้สอน)
3. ครูติดแถบประโยคสญั ลักษณก์ ารคณู บนกระดาน 742 x 2 = 1,484 จากนนั้ ครตู ัง้ คาถามถามนกั เรยี น ดังนี้ 742 เรยี กวา่ อะไรในประโยคสญั ลกั ษณ์การคณู (แนวตอบ ตวั ตั้ง) 2 เรยี กวา่ อะไรในประโยคสัญลกั ษณ์การคูณ (แนวตอบ ตัวคูณ) 1,484 เรยี กวา่ อะไรในประโยคสัญลกั ษณก์ ารคูณ (แนวตอบ ผลลัพธ์หรือผลคูณ) 4. ครูและนักเรียนรว่ มกันสรปุ วา่ “ตัวตงั้ x ตัวคณู = ผลลัพธ์” 5. ครูแสดงการหาผลคณู จานวนทมี่ ีหนง่ึ หลักกับจานวนท่มี ีสามหลกั แบบไม่มที ด ใหน้ ักเรยี นดูบนกระดาน พรอ้ ม ทงั้ อธบิ ายขนั้ ตอนวธิ ีการคูณจานวนทม่ี หี นง่ึ หลกั กับจานวนที่มีสามหลกั ดงั นี้ - ขนั้ ที่ 1 นาตวั คูณไปคูณในหลักหนว่ ยกอ่ น ใส่คาตอบลงในหลกั หน่วย - ข้ันท่ี 2 นาตัวคูณไปคณู ตอ่ ในหลกั สิบ ใสค่ าตอบลงในหลกั สิบ - ขัน้ ที่ 3 นาตวั คูณไปคูณในหลกั รอ้ ย ใสค่ าตอบลงในหลกั รอ้ ย จะไดผ้ ลลัพธ์ 6. ครใู ห้นักเรียนทุกคนสังเกตการหาผลคูณจานวนท่ีมีหนึ่งหลักกับจานวนท่ีมีสามหลัก แบบไม่มีทด ในหนังสือ เรยี น คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หนา้ 106-107 แล้วครูอธิบายเพ่มิ เตมิ 7. ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั อภิปรายข้ันตอนการหาผลคณู จานวนที่มีหนึ่งหลักกับจานวนท่ีมีสามหลกั แบบไม่มที ด ตวั อย่างท่ี 3 ในหนังสือเรยี น คณิตศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 หน้า 107 8. ครูแสดงการหาผลคณู จานวนท่ีมหี นึ่งหลกั กับจานวนท่ีมสี ามหลกั แบบมีทด ในลักษณะเดียวกนั กับตัวอย่างท่ี 3 ใหน้ กั เรยี นดูบนกระดานเพมิ่ เติมอีก 2-3 ตัวอย่าง เพือ่ ให้นักเรียนเกดิ ความเขา้ ใจเพิ่มมากขึ้น 9. ครใู ห้นักเรยี นทุกคนสังเกตการหาผลคูณจานวนทีม่ หี น่ึงหลกั กับจานวนทม่ี ีสามหลัก แบบมที ด ในหนงั สอื เรียน คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 108 แลว้ ครูอธบิ ายเพม่ิ เตมิ 10. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายขั้นตอนการหาผลคูณจานวนท่ีมีหน่ึงหลักกับจานวนที่มีสามหลัก แบบมีทด ตัวอยา่ งท่ี 4 ในหนังสือเรียน คณติ ศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หนา้ 109 11. ครแู สดงการหาผลคณู จานวนท่มี ีหนึ่งหลักกบั จานวนที่มสี ามหลัก แบบไม่มีทด ในลักษณะเดียวกันกับตวั อยา่ ง ท่ี 4 ใหน้ กั เรยี นดูบนกระดานเพิ่มเติมอีก 2-3 ตัวอย่าง เพือ่ ใหน้ กั เรยี นเกิดความเข้าใจเพม่ิ มากข้ึน ฝึกทักษะ 1. ครใู หน้ ักเรยี นจบั คกู่ นั ทากจิ กรรม “เพอ่ื นชว่ ยเพ่ือน” ในหนงั สือเรียน คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 109 2. ครูขออาสาสมคั รนักเรียน 2-3 คู่ ออกมาเฉลยคาตอบจากกิจกรรม “เพ่ือนช่วยเพือ่ น” ท่หี น้าช้นั เรยี น โดยครู และนกั เรียนท่ีเหลอื ร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง
3. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุป เรื่อง การคูณจานวนที่มีหนึ่งหลักกับจานวนที่มีสามหลัก แบบไม่มี ทดและแบบมีทด วา่ ให้คณู จากหลกั หนว่ ยไปยังหลักสิบและหลกั รอ้ ย หรือจากหลกั ทางขวามือไปทางซา้ ยมือ ทีละหลกั หากมที ด ให้ทดไปยงั หลักถัดไปทางซ้ายมอื ชั่วโมงที่ 4 4. ครูและนักเรียนรว่ มกนั ทบทวนความรเู้ กี่ยวกับการคูณจานวนทม่ี ีหนึง่ หลักกับจานวนทม่ี ีสามหลัก แบบไม่มีทด และแบบมีทด จากช่ัวโมงที่แล้ว 5. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน (คละความสามารถทางคณิตศาสตร์) แล้วใหแ้ ต่ละกลุ่มแข่งขันกันหา คาตอบจากโจทย์การคูณจานวนที่มีหนึ่งหลักกับจานวนท่ีมีสามหลัก แบบไม่มีทดและแบบมีทดท่ีครูต้ัง โดย แสดงวิธีหาคาตอบบนกระดานคนละ 1 หลักแล้วกลับไปนั่งท่ี ให้คนต่อไปออกมาหาผลคูณในหลักต่อไปจน ครบทุกหลัก (ครูยกตัวอย่าง 3-5 ข้อ เพื่อให้นกั เรยี นเกิดความชานาญ) กลุ่มใดเสรจ็ ก่อนและทาได้ถูกตอ้ งมาก ทส่ี ุดเปน็ ฝ่ายชนะ 6. ครใู ห้นักเรียนกลมุ่ เดมิ ทากิจกรรม โดยครูแจกบัตรโจทย์การคูณให้นักเรียนกลุม่ ละ 6 ใบ ใหน้ กั เรยี นหาผลคูณ ในบัตรโจทย์นั้น จากน้ันใหน้ าบัตรโจทย์ที่หาคาตอบได้แล้วไปติดลงในใบงานที่ 4.2 เรื่อง จับคู่ ดูโอ้ โดยบัตร โจทย์ปัญหาท่ีมีคาตอบเท่ากัน ให้ติดคู่กัน เมื่อเสร็จแล้วให้แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอหน้าช้ันเรียน โดย นักเรียนท่ีเหลือช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นครูกล่าวชมเชยกลุ่มที่ทาเสร็จภายในเวลาและทา ถกู ต้อง และให้กาลงั ใจกลมุ่ ทที่ าไมถ่ กู ต้องหรือทาไม่ทนั เวลา พรอ้ มอธบิ ายเพิ่มเตมิ 7. ครูต้ังคาถามกระตนุ้ ความคิดนักเรียนว่า จากการเรียนร้เู ร่ืองการหาผลคูณจานวนท่ีมีหน่ึงหลักกับจานวนที่มี สามหลัก แบบไม่มที ดและแบบมที ด ขนั้ ตอนวิธกี ารคูณแตกตา่ งจาก การหาผลคูณจานวนจานวนที่มหี นึ่งหลัก กับ 100 และการคูณจานวนทมี่ หี นึง่ หลกั กับ 200, 300, 400, ...., 900 หรอื ไม่อยา่ งไร (แนวตอบ ไม่แตกต่ำง เพรำะกำรคูณท้ัง 2 แบบ เป็นกำรคูณจำกหลักหน่วยไปยังหลักสิบและหลักรอ้ ย หรือ จำกหลักทำงขวำไปยังหลักทำงซำ้ ยมอื ) 8. ครแู บง่ นกั เรยี นออกเปน็ 2 กลุ่ม (กลุ่มนกั เรยี นชาย และนักเรยี นหญงิ ) ให้แต่ละกลุม่ สง่ ตวั แทนออกมาหนา้ ชั้น เรียนคร้ังละ 1 คน จากนน้ั ครูตดิ บตั รโจทยก์ ารคณู บนกระดานดังนี้ 5 x 100 = 400 x 8 = 985 x 9 = 6 x 700 = 543 x 2 = 625 x 3 = 100 x 7 = 234 x 2 = 4 x 356 = 5 x 125 = ครใู ห้นกั เรียนเล่นเกม “เลอื กถูก..คดิ ไว..ไดค้ ะแนน” โดยมีกติกาเกมคอื ใหต้ ัวแทนกลุม่ เลอื กบตั รโจทย์การคูณ คนละ 1 แผ่น จากนั้นหาคาตอบแล้วเขียนคาตอบลงในช่องว่าง เมื่อทาเสร็จให้ตัวแทนคนต่อมาเลือกบัตร โจทย์การคูณใหม่และหาคาตอบแล้วเขียนคาตอบลงในช่องว่าง ซ่ึงกลุ่มที่ทาได้มากที่สุดและถูกต้องก็จะเป็น กลมุ่ ทีช่ นะ ครกู ล่าวชมเชยนักเรียนกลมุ่ ทช่ี นะว่าเป็น “นกั คณิต คิดไว” 9. ครูตัง้ คาถามกระตนุ้ ความคิดนกั เรยี นว่า หากนักเรียนอยากเปน็ นกั คณิต คิดไวจะต้องทาอยา่ งไรบ้าง (แนวตอบ ขน้ึ อยู่กบั ดุลยพนิ ิจของครูผสู้ อน)
สอน 8 x 100 = 4 x 100 = 1. ครตู ิดบัตรโจทย์การคูณบนกระดาน 100 x 5 = 100 x 9 = จากน้นั ครตู งั้ คาถามถามนกั เรียน ดงั น้ี นักเรียนมีวธิ ีการหาคาตอบจากโจทยก์ ารคณู น้ีอยา่ งไร (แนวตอบ จำนวนใดคณู 100 จะได้ผลคณู เทำ่ กบั จำนวนนัน้ คูณกับ 1 แล้วเติม 0 สองตวั ต่อทำ้ ย) หากครเู พมิ่ ศนู ยต์ อ่ ทา้ ยอีกหนึ่งตวั จะมีวธิ คี ดิ แบบเดมิ ได้หรอื ไม่ (แนวตอบ ได้ แตต่ ้องเตมิ 0 สำมตวั ตอ่ ทำ้ ย) 2. ครูแสดงการหาผลคูณจานวนท่ีมีหนง่ึ หลักกับ 1,000 ใหน้ กั เรียนดบู นกระดาน พร้อมกับอธบิ ายข้นั ตอนวิธีการ คณู จานวนที่มีหน่ึงหลกั กับ 1,000 ดงั นี้ - ข้นั ที่ 1 นาตวั คูณไปคณู ในหลกั หน่วยกอ่ น ใสค่ าตอบลงในหลักหน่วย - ข้นั ที่ 2 นาตัวคูณไปคูณต่อในหลกั สิบ ใสค่ าตอบลงในหลกั สิบ - ข้ันที่ 3 นาตัวคณู ไปคูณในหลักรอ้ ย ใส่คาตอบลงในหลกั รอ้ ย - ขั้นท่ี 4 นาตวั คูณไปคูณในหลักพนั ใสค่ าตอบลงในหลักพนั จะไดผ้ ลลัพธ์ 3. ครูให้นักเรียนทกุ คนสงั เกตวธิ ีการคณู จานวนท่ีมีหนึง่ หลกั กับ 1,000 ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 หน้า 109-110 แล้วครูอธบิ ายเพ่ิมเติม 4. ครูและนักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายข้นั ตอนวิธกี ารคูณจานวนท่มี ีหน่งึ หลักกบั 1,000 ตัวอย่างท่ี 5 ในหนงั สือเรียน คณิตศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 หน้า 110 5. ครูแสดงขน้ั ตอนวิธกี ารคณู จานวนทมี่ ีหนงึ่ หลักกบั 1,000 ในลกั ษณะเดียวกันกบั ตัวอย่างท่ี 5 ให้นกั เรียนดบู น กระดานเพิม่ เตมิ อกี 2-3 ตวั อยา่ ง เพอื่ ให้นกั เรียนเกดิ ความเขา้ ใจเพิ่มมากข้ึน 6. ครูตั้งคาถามกระตุ้นความคิดนักเรียนว่า จากท่ีครูแสดงการหาผลคูณจานวนท่ีมีหนึ่งหลักกับ 1,000 ให้ นกั เรยี นดู นักเรียนมวี ธิ กี ารคิดใหร้ วดเร็วได้อย่างไร (แนวตอบ จำนวนใดคณู 1,000 จะไดผ้ ลคณู เทำ่ กับจำนวนนน้ั คณู กบั 1 แลว้ เติม 0 สำมตัวต่อทำ้ ย) 7. ครูให้นักเรียนทุกคนสังเกตวิธีการคูณจานวนที่มีหนึ่งหลักกับ 2,000, 3,000, 4,000, ...., 9,000 ในหนังสือ เรียน คณติ ศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 111 แลว้ ครูอธิบายเพิม่ เตมิ 8. ครูแสดงการหาผลคูณจานวนท่ีมีหนึ่งหลักกับ 2,000, 3,000, 4,000, ...., 9,000 ให้นักเรียนดูบนกระดาน พร้อมกับอธบิ ายขัน้ ตอนวิธีการคูณจานวนท่ีมหี น่งึ หลักกบั 2,000, 3,000, 4,000, ...., 9,000 ดังน้ี - ข้ันที่ 1 นาตัวคูณไปคณู ในหลกั หน่วยกอ่ น ใสค่ าตอบลงในหลักหน่วย - ขน้ั ท่ี 2 นาตัวคูณไปคณู ต่อในหลกั สิบ ใส่คาตอบลงในหลักสบิ - ขน้ั ที่ 3 นาตวั คูณไปคูณในหลักร้อย ใสค่ าตอบลงในหลกั รอ้ ย - ขั้นท่ี 4 นาตัวคณู ไปคณู ในหลักพัน ใสค่ าตอบลงในหลกั พนั จะได้ผลลพั ธ์
9. ครูอธิบายตัวอย่างที่ 6 ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 112 อย่างละเอียดบนกระดาน พร้อมเปิด โอกาสให้นักเรียนซกั ถามในประเดน็ ท่ยี ังไม่เข้าใจ 10. ครูแสดงการหาผลคูณจานวนท่ีมีหนง่ึ หลักกับ 2,000, 3,000, 4,000, ...., 9,000 ในลักษณะเดียวกันกบั ตัวอย่างท่ี 6 ให้นักเรียนดบู นกระดานเพ่ิมเตมิ อีก 2-3 ตวั อยา่ ง เพื่อให้นักเรยี นเกิดความเข้าใจเพ่ิมมากขน้ึ ฝึกทักษะ 1. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม (กลุม่ นักเรียนชายและกลุ่มนักเรียนหญิง) ให้นักเรียนแต่ละคนเตรียมกระดาษทด ขึ้นมา จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเล่นเกม “ตอบไวได้คะแนน” โดยครูบอกโจทย์ปัญหาการคูณจานวนที่มีหนึ่ง หลักกับ 1,000 หรือการคูณจานวนท่ีมีหน่ึงหลักกับ 2,000, 3,000, 4,000, ...., 9,000 จากนั้นให้นักเรียนแต่ละ กลุ่มแข่งขันกันตอบปัญหา โดยนกั เรียนทย่ี กมือก่อนจะมโี อกาสตอบคาถามก่อน หากตอบถูกก็จะได้ดาวไปสะสม 1 ดวง จบเกมกลมุ่ ใดมีดาวสะสมมากท่ีสุดก็จะเปน็ ผู้ชนะ ตัวอยา่ งโจทย์ - 1,000 x 5 = - 6 x 1,000 = - 8,000 x 3 = - 9 x 6,000 = - 4 x 7,000 = - 9,000 x 9 = 2. ครูแบ่งนักเรียนออกเปน็ กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน (คละความสามารถทางคณิตสาสตร์) จากนั้นครแู จกใบงานที่ 4.3 เร่ือง คูณไวพัฒนาสมองกาลังสอง ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทา โดยจบั เวลาในการทาไม่เกิน 10 นาที เมื่อเสรจ็ แล้วให้แต่ละ กลุ่มออกมานาเสนอหนา้ ช้ันเรยี น โดยนักเรียนที่เหลอื ช่วยกนั ตรวจสอบความถูกต้อง จากน้ันครกู ล่าวชมเชยกลุ่มที่ ทาเสร็จภายในเวลาและทาถูกต้อง และใหก้ าลังใจกลุ่มท่ีทาไม่ถูกต้องหรอื ทาไม่ทันเวลา พรอ้ มอธิบายเพ่ิมเติม 3. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุป เร่ือง การคูณจานวนที่มีหน่ึงหลักกับ 1,000 และการคณู จานวนท่ีมีหนึ่ง หลักกับ 2,000, 3,000, 4,000, ...., 9,000 ว่า จานวนใดคูณ 1,000 จะได้ผลคูณเท่ากับจานวนนั้นคูณกับ 1 แล้ว เติม 0 สามตัวต่อท้าย และจานวนใดคูณกับ 2,000, 3,000, 4,000, ...., 9,000 จะได้ผลคูณเท่ากับจานวนน้ันคูณ กับ 2, 3, 4, ...., 9 ตามลาดับแล้วเติม 0 สามตัวต่อท้าย โดยมีหลักการคูณจากหลักหน่วยไปหลักสิบ หลักร้อย หลักพันหรอื จากหลักทางขวามือไปทางซา้ ยมอื ชั่วโมงท่ี 5 4. ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนความรู้เกี่ยวกับการคูณจานวนที่มีหนึ่งหลักกับ 1,000 และการคูณจานวนที่มีหนึ่ง หลกั กบั 2,000, 3,000, 4,000, ...., 9,000 จากช่ัวโมงทแ่ี ลว้ 5. ครูแบง่ นักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม (กลุ่มนักเรียนชาย และนักเรียนหญิง) จากน้นั ให้แต่ละกลุ่มคดิ โจทย์การคูณจากที่ ได้เรียนมา แล้วส่งตัวแทนออกมา 1 คน เขียนโจทย์การคูณน้ันบนกระดาน จากนั้นเลือกเพ่ือนท่ีอยู่อีกกลุ่ม 1 คน ออกมาหาคาตอบโจทย์การคูณน้ัน กลุ่มที่ตอบถูกจะได้คะแนนสะสม 1 คะแนน ซึ่งครูผู้สอนจะให้สลับกันออกมา 4-5 ครง้ั จบเกมกลมุ่ ที่มีคะแนนมากท่สี ุดก็จะเป็นกล่มุ ที่ชนะ 6. ครูตั้งคาถามเพ่ือทบทวนบทเรียนว่า จากโจทย์ปัญหาท่ีนักเรียนคิดมา จานวนใดบ้างเป็นตัวตั้ง จานวนใดบ้างเป็น ตวั คณู และจานวนใดบ้างเปน็ ผลลัพธ์ (แนวตอบ ข้นึ อยู่กับดุลยพนิ จิ ของครผู ู้สอน)
สอน 1. ครูตดิ แถบประโยคสัญลักษณ์การคูณบนกระดาน 1,212 x 4 = 5,628 จากน้ันครตู ง้ั คาถามถามนกั เรยี น ดังน้ี ตวั ตัง้ คือ จานวนใด (แนวตอบ 1,212) ตัวคูณ คือ จานวนใด (แนวตอบ 4) ผลลพั ธ์ คือ จานวนใด (แนวตอบ 5,628) จากประโยคสัญลักษณ์การคูณสามารถสรุปไดว้ ่าอย่างไร (แนวตอบ สรปุ ไดว้ ่ำ ตวั ตงั้ x ตัวคูณ = ผลลัพธ์) ผลลัพธท์ ่แี สดงถูกต้องหรือไม่ (แนวตอบ ไมถ่ ูกต้อง) หากไมถ่ กู ต้อง ผลลัพธ์ทีถ่ ูกต้องคืออะไร เรามาพิสจู นก์ ัน 2. ครูแสดงการหาผลคูณจานวนท่ีมีหนึ่งหลักกับจานวนท่ีมีส่ีหลัก แบบไม่มีทด จากโจทย์ข้อที่ 1 ให้นักเรียนดูบน กระดาน พรอ้ มกับอธบิ ายขน้ั ตอนวธิ กี ารคูณจานวนทมี่ ีหนง่ึ หลกั กับจานวนทีม่ สี ่ีหลัก ดงั นี้ - ขั้นที่ 1 นาตัวคูณไปคูณในหลักหนว่ ยก่อน ใส่คาตอบลงในหลกั หน่วย - ขน้ั ที่ 2 นาตัวคูณไปคูณต่อในหลกั สิบ ใสค่ าตอบลงในหลักสิบ - ขน้ั ท่ี 3 นาตัวคูณไปคณู ในหลักรอ้ ย ใสค่ าตอบลงในหลักร้อย - ข้นั ที่ 4 นาตวั คณู ไปคณู ในหลักพัน ใสค่ าตอบลงในหลักพนั จะได้ผลลพั ธ์ จากน้นั ครูเฉลยคาตอบในขอ้ ที่ 1 (แนวตอบ 1,212 x 4 = 4,848) 3. ครูให้นักเรียนทุกคนสังเกตการหาผลคูณจานวนที่มีหน่ึงหลักกับจานวนที่มีส่ีหลัก แบบไม่มีทด ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หนา้ 112-113 แลว้ ครูอธิบายเพิม่ เติม 4. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายขั้นตอนการหาผลคูณจานวนท่ีมีหน่ึงหลักกับจานวนท่ีมีสี่หลัก แบบไม่มีทด ตวั อย่างที่ 7 ในหนังสือเรียน คณติ ศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 113 5. ครูแสดงการหาผลคูณจานวนที่มหี น่ึงหลักกบั จานวนทม่ี ีส่ีหลัก แบบไม่มีทด ในลักษณะเดียวกันกับตัวอย่างท่ี 7 ให้ นกั เรยี นดูบนกระดานเพ่ิมเติมอกี 2-3 ตวั อยา่ ง เพอ่ื ใหน้ กั เรียนเกิดความเข้าใจเพิ่มมากข้ึน 6. ครูตั้งคาถามกระตนุ้ ความคิดนักเรยี น ดงั นี้ ท่ีผ่านมาเป็นการแสดงการหาผลคูณจานวนท่ีมีหน่ึงหลักกับจานวนที่มีส่ีหลัก แบบไม่มีทด แล้วถ้าต้องหาผล คณู จานวนท่มี หี นง่ึ หลกั กับจานวนท่มี ีสี่หลัก แบบมีทด จะมขี ั้นตอนการคูณแตกต่างกันหรอื ไม่
(แนวตอบ ไม่แตกต่ำง เป็นกำรคูณจำกหลักหน่วยไปยังหลักสิบ หลักรอ้ ย และหลักพัน หรือจำกหลักทำงขวำไป ยงั หลักทำงซ้ำยมือ) แล้วจะวางตวั ทดไวใ้ นหลักใด (แนวตอบ หลักถดั ไปทำงซ้ำยมือ) 7. ครูให้นักเรียนทุกคนสังเกตการหาผลคูณจานวนท่ีมีหนึ่งหลักกับจานวนที่มีสี่หลัก แบบมีทด ในหนังสือเรียน คณติ ศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หนา้ 114 แล้วครูอธบิ ายเพ่ิมเติม 8. ครูและนักเรียนร่วมกันอภปิ รายข้ันตอนการหาผลคูณจานวนท่ีมีหนึ่งหลกั กับจานวนที่มสี ่ีหลัก แบบมีทดตัวอย่างท่ี 8 ในหนังสือเรยี น คณิตศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 หนา้ 115 9. ครูเขียนโจทย์การคูณจานวนที่มีหน่ึงหลักกับจานวนที่มีสี่หลัก แบบมีทด บนกระดานจากน้ันขออาสาสมัคร นักเรียน 1 คนออกมาแสดงวิธีทา โดยครูช่วยให้คาแนะนาเม่ือนักเรียนทาไม่ได้ จากน้ันครูและนักเรียนท่ีเหลือ ชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกต้องอีกคร้งั 10. ครูแสดงการหาผลคูณจานวนท่ีมีหนึ่งหลักกับจานวนท่ีมีส่ีหลัก แบบมีทด ในลักษณะเดียวกันกับตัวอย่างท่ี 8 ให้ นกั เรยี นดบู นกระดานเพิ่มเตมิ อกี 2-3 ตัวอยา่ ง เพอ่ื ให้นกั เรยี นเกดิ ความเข้าใจเพิ่มมากข้ึน ฝึกทกั ษะ 1. ครูให้นักเรียนจับคู่กันทากิจกรรมพัฒนาความรู้ ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 115 โดยครูแจก บัตรประโยคสัญลักษณ์การคูณให้นักเรียนคู่ละ 4 ใบ แล้วคว่าบัตรไว้ จากนั้นให้แต่ละคู่ผลัดกันหยิบบัตรประโยค สญั ลักษณ์คนละ 1 ใบ แล้วให้แสดงวธิ ีทาและหาคาตอบ โดยให้นักเรียนสลับกันตรวจสอบความถกู ต้อง จากนั้นให้ ทากิจกรรมนี้อีก 1 รอบ โดยแต่ละรอบให้นักเรียนบันทึกการแสดงวิธีทาและคาตอบลงในสมุด เสร็จแล้วนาส่งครู เพื่อตรวจสอบความถูกตอ้ ง 2. ครูให้นักเรียนคู่เดิมทากิจกรรม “เพื่อนช่วยเพื่อน” ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 116 จากน้ันครู และนกั เรียนร่วมกันเฉลยคาตอบ และครอู ธิบายเพ่ิมเติม ขั้นสรปุ สรุป 1. ครูและนักเรียนรว่ มกันสรุปความรู้เก่ียวกับการคูณจานวนหน่ึงหลักกับจานวนไม่เกินส่ีหลัก ดังน้ี “ขั้นตอนในการ คูณจานวนหนึ่งหลักกบั จานวนไม่เกินส่ีหลัก และจานวนหนึ่งหลักกับจานวนสี่หลัก คือ ให้คูณจานวนในหลักหน่วย ของตัวตั้งก่อน แล้วจึงคูณในหลักถัดไปทางซ้ายมือของหลักหน่วยตามลาดับ หรือจากหลักทางขวามือไปทางซ้าย มอื ทลี ะหลกั หากมีทด ให้ทดไปยงั หลกั ถดั ไปทางซ้ายมือ” 2. ครูให้นักเรียนทุกคนทากจิ กรรมฝึกทักษะ ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 116 ลงในสมุด แล้วนามา สง่ ครใู นช่วั โมงถัดไป 3. ครูขออาสาสมัคร 2-3 คน ออกมาเฉลยคาตอบกิจกรรมฝึกทักษะท่ีหน้าชั้นเรียน โดยครูและเพอื่ น ๆ ท่เี หลือร่วมกัน ตรวจสอบความถูกต้อง แลว้ ครูจึงกลา่ วช่นื ชมและอธิบายเพมิ่ เติมในจุดที่บกพรอ่ ง
4. ครูให้นักเรียนทุกคนทาแบบฝึกหัด ในหนังสือแบบฝึกหัด คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 เป็นการบ้าน เพื่อตรวจสอบ ความเขา้ ใจเปน็ รายบุคคล 7. การวดั และประเมนิ ผล รายการวัด วิธกี าร เครอื่ งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ 7.1 การประเมนิ ก่อนเรยี น - แบบทดสอบก่อนเรียน - ตรวจแบบทดสอบ - ประเมนิ ตามสภาพจริง - แบบทดสอบกอ่ น กอ่ นเรยี น เรยี น หนว่ ยการ - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ เรียนรู้ที่ 4 - ตรวจใบงานที่ 4.1 - ใบงานท่ี 4.1 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ การคูณจานวนไม่ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ เกนิ 100,000 - ตรวจใบงานท่ี 4.2 - ใบงานที่ 4.2 - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ 7.2 ประเมินระหว่าง - ตรวจใบงานที่ 4.3 - ใบงานที่ 4.3 - ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่าน การจดั กิจกรรม การเรยี นรู้ - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทกั ษะ - กจิ กรรมฝึกทกั ษะ เกณฑ์ 1) การคูณจานวน หน่งึ หลกั กบั - ตรวจแบบฝึกหดั - แบบฝกึ หัด - ระดับคุณภาพ 2 จานวนไม่เกนิ ผ่านเกณฑ์ สี่หลัก - ประเมนิ การนาเสนอ - แบบประเมินการ - ระดับคุณภาพ 2 2) การนาเสนอ ผลงาน/ผลการทา นาเสนอผลงาน ผ่านเกณฑ์ ผลงาน/ผลการทา กจิ กรรม กจิ กรรม - ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 3) พฤติกรรม - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม การทางาน รายบุคคล การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล 4) พฤตกิ รรม - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม การทางานกลมุ่ การทางานกลมุ่ การทางานกลุ่ม 5) คุณลกั ษณะ - สังเกตความมวี ินยั - แบบประเมิน อนั พึงประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ ม่นั คุณลักษณะ ในการทางาน อนั พงึ ประสงค์
8. สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้ 8.1 สือ่ การเรียนรู้ 1) หนงั สือเรยี น คณติ ศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 หน่วยท่ี 4 เรื่อง การคณู จานวนไม่เกิน 100,000 2) หนงั สือแบบฝกึ หัด คณิตศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 หนว่ ยท่ี 4 เร่อื ง การคูณจานวนไมเ่ กิน 100,000 3) ใบงานท่ี 4.1 เรื่อง คูณไวพฒั นาสมอง 4) ใบงานท่ี 4.2 เรื่อง จบั คู่ ดโู อ้ 5) ใบงานที่ 4.3 เรือ่ ง คูณไวพัฒนาสมองกาลงั สอง 6) กล่องสี 7) บัตรภาพสินคา้ 8) บัตรโจทย์ 9) แถบประโยคสญั ลกั ษณ์ 10) บัตรภาพลูกอม 8.2 แหล่งการเรยี นรู้ - หอ้ งเรยี น
ใบงานที่ 4.1 เรื่อง คณู ไวพัฒนาสมอง คาช้แี จง : ใหน้ กั เรยี นหาผลคูณเตมิ ลงในช่องว่างใหถ้ ูกตอ้ ง 1. 6 x 1 = 6 x 100 = 2. 4 x 1 = 4 x 100 = 3. 7 x 1 = 7 x 100 = 4. 5 x 1 = 5 x 100 = 5. 3 x 1 = 3 x 100 = 6. 9 x 4 = 9 x 400 = 7. 8 x 7 = 8 x 700 = 8. 2 x 9 = 2 x 900 = 9. 7 x 6 = 7 x 600 = 10. 8 x 2 = 8 x 200 = 11. 5 x 7 = 5 x 700 = 12. 9 x 3 = 9 x 300 = 13. 4 x 3 = 4 x 300 = 14. 2 x 5 = 2 x 500 = 15. 9 x 9 = 9 x 900 =
ใบงานท่ี 4.1 เฉลย เร่ือง คณู ไวพฒั นาสมอง 600 คาชแี้ จง : ให้นักเรยี นหาผลคูณเติมลงในช่องว่างให้ถูกต้อง 400 700 1. 6 x 1 = 6 6 x 100 = 500 = 300 2. 4 x 1 = 4 4 x 100 = 3,600 = 5,600 3. 7 x 1 = 7 7 x 100 = 1,800 = 4,200 4. 5 x 1 = 5 5 x 100 = 1,600 = 3,500 5. 3 x 1 = 3 3 x 100 = 2,700 = 1,200 6. 9 x 4 = 36 9 x 400 = 1,000 = 8,100 7. 8 x 7 = 56 8 x 700 = = 8. 2 x 9 = 18 2 x 900 = 9. 7 x 6 = 42 7 x 600 10. 8 x 2 = 16 8 x 200 11. 5 x 7 = 35 5 x 700 12. 9 x 3 = 27 9 x 300 13. 4 x 3 = 12 4 x 300 14. 2 x 5 = 10 2 x 500 15. 9 x 9 = 81 9 x 900
ใบงานที่ 4.2 เรื่อง จับคู่ ดโู อ้ คาช้แี จง : ให้นกั เรียนหาผลคูณจากบัตรโจทย์การคณู จากนน้ั นาบตั รโจทยท์ ี่มีผลคณู เท่ากนั มาตดิ คู่กนั ใหถ้ ูกตอ้ ง
ใบงานที่ 4.2 เฉลย เรื่อง จบั คู่ ดูโอ้ คาช้ีแจง : ให้นกั เรียนหาผลคูณจากบัตรโจทยก์ ารคูณ จากนัน้ นาบัตรโจทยท์ ี่มีผลคูณเท่ากันมาตดิ คู่กันให้ถกู ตอ้ ง 250 x 8 = 400 x 5 = 256 x 4 = 8 x 128 = 640 x 5 = 8 x 400 =
ใบงานที่ 4.3 เรือ่ ง คูณไวพัฒนาสมองกาลังสอง คาชี้แจง : ใหน้ กั เรียนหาผลคูณเตมิ ลงในชอ่ งว่างใหถ้ กู ตอ้ ง 1. 3 x 1 = 3 x 1,000 = 2. 6 x 1 = 6 x 1,000 = 3. 8 x 1 = 7 x 1,000 = 4. 2 x 1 = 2 x 1,000 = 5. 4 x 1 = 4 x 1,000 = 6. 8 x 4 = 8 x 4,000 = 7. 6 x 9 = 6 x 9,000 = 8. 5 x 7 = 5 x 7,000 = 9. 7 x 6 = 7 x 6,000 = 10. 9 x 7 = 9 x 7,000 = 11. 8 x 8 = 8 x 8,000 = 12. 9 x 3 = 9 x 3,000 = 13. 4 x 3 = 4 x 3,000 = 14. 2 x 5 = 2 x 5,000 = 15. 9 x 9 = 9 x 9,000 =
ใบงานท่ี 4.3 เฉลย เร่อื ง คูณไวพฒั นาสมองกาลังสอง 3,000 คาช้แี จง : ให้นกั เรยี นหาผลคูณเตมิ ลงในช่องวา่ งใหถ้ กู ตอ้ ง 6,000 8,000 1. 3 x 1 = 3 3 x 1,000 = 2,000 4,000 2. 6 x 1 = 6 6 x 1,000 = 32,000 54,000 3. 8 x 1 = 8 8 x 1,000 = 35,000 42,000 4. 2 x 1 = 2 2 x 1,000 = 63,000 64,000 5. 4 x 1 = 4 4 x 1,000 = 27,000 12,000 6. 8 x 4 = 32 8 x 4,000 = 10,000 81,000 7. 6 x 9 = 54 6 x 9,000 = 8. 5 x 7 = 35 5 x 7,000 = 9. 7 x 6 = 42 7 x 6,000 = 10. 9 x 7 = 63 9 x 7,000 = 11. 8 x 8 = 64 8 x 8,000 = 12. 9 x 3 = 27 9 x 3,000 = 13. 4 x 3 = 12 4 x 3,000 = 14. 2 x 5 = 10 2 x 5,000 = 15. 9 x 9 = 81 9 x 9,000 =
บัตรโจทย์การคณู 400 x 8 = 5 x 100 = 6 x 700 = 985 x 9 = 625 x 3 = 543 x 2 = 234 x 2 = 100 x 7 = 5 x 125 = 4 x 356 = 8 x 100 = 100 x 9 = 4 x 100 = 100 x 5 =
บัตรโจทยก์ ิจกรรมจับคู่ ดโู อ้ 400 x 5 = 8 x 128 = 250 x 8 = 8 x 400 = 256 x 4 = 640 x 5 = แถบประโยคสญั ลักษณ์ 4 x 100 = 400 1,212 x 4 = 5,628 742 x 2 = 1484
บตั รภาพสินคา้ 500
บตั รภาพลกู อม
บนั ทึกผลหลงั กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1. ผลการเรยี นรทู้ ีเ่ กิดข้นึ กับผูเ้ รียน 1.1 ผเู้ รียนผ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ จานวน...................คน คิดเป็นร้อยละ.................. 1.2 ผู้เรยี นไมผ่ ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ จานวน...................คน ได้แก่ ......................................................................................................................................................................... สาเหตุ ......................................................................................................................................................................... 1.3 ผู้เรียนไดร้ บั ความรู้ : ......................................................................................................................................................................... 1.4 ผเู้ รียนเกดิ ทักษะกระบวนการ : ......................................................................................................................................................................... 1.5 ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม ......................................................................................................................................................................... 2. ปญั หา / อปุ สรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. 3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. ลงชือ่ ........................................ผสู้ อน (นางสาวพรรัตน์ จันทรค์ า)
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 20 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ รหัสวชิ า ค 13101 ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 3 หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 4 เรอื่ ง การคณู จานวนไมเ่ กนิ 100,000 เวลาเรียน 5 ชั่วโมง เวลา …………………………… เร่ือง การคณู จานวนท่ีมสี องหลกั กบั จานวนท่ีมสี องหลกั ชอื่ ผ้สู อน นางสาวพรรัตน์ จนั ทร์คา วันที่ ........................................ 1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ดั ค 1.1 ป.3/6 หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณของจานวน 1 หลักกับจานวน ไม่เกนิ 4 หลกั และจานวน 2 หลกั กับ 2 หลกั 2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1) อธิบายขัน้ ตอนการคูณจานวนท่ีมสี องหลักกบั จานวนท่มี สี องหลกั ได้ (K) 2) เขยี นแสดงวิธหี าคาตอบโดยใช้การคูณจานวนทมี่ ีสองหลักกับจานวนท่มี ีสองหลกั จากโจทย์ทีก่ าหนดใหไ้ ดถ้ กู ต้อง (P) 3) นาความรเู้ ก่ยี วกับจานวนทม่ี สี องหลักกับจานวนที่มีสองหลักไปใช้แกป้ ัญหาทางคณิตศาสตรไ์ ด้ (A) 3. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถ่นิ พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา สาระการเรียนรแู้ กนกลาง การคูณ การหารยาวและหารสั้น 4. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด ขัน้ ตอนในการคูณจานวนท่ีมีสองหลักกับจานวนทีม่ ีสองหลัก ให้นาหลักหน่วยของตัวคูณ คูณหลักหน่วยและ หลักสิบของตัวตง้ั ตามลาดับ จากน้ันนาหลกั สิบของตวั คณู คูณหลกั หนว่ ยและหลักสบิ ของตัวตัง้ ตามลาดับ สุดท้าย หาผลคูณของการคณู โดยการนาผลคูณทไ่ี ด้มาบวกกัน 5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียนและคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. มวี ินัย 2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 3. มงุ่ มน่ั ในการทางาน 1) ทกั ษะการสงั เกต 2) ทกั ษะการระบุ 3) ทักษะการเชือ่ มโยง
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ 4) ทกั ษะการให้เหตุผล 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ 6. กจิ กรรมการเรยี นรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : กระบวนการกล่มุ สัมพันธ์ ชัว่ โมงที่ 1 ขั้นนา นาเขา้ สู่บทเรยี น 1. ครูกล่าวทักทายนักเรียน จากน้ันครูให้นักเรียนท่องสูตรคูณแม่ 2 ถึง แม่ 12 พร้อมกัน เพื่อเป็นการเตรียม ความพรอ้ มของผเู้ รยี น 2. ครตู ิดบัตรแถบประโยคสัญลักษณ์การคูณบนกระดาน ดงั นี้ 29 x 5 = 145 48 x 8 = 386 63 x 7 = 441 49 x 5 = 205 72 x 9 = 648 จากน้ันครูให้นักเรยี นตรวจสอบคาตอบว่าแถบประโยคสัญลกั ษณ์การคูณดงั กลา่ วถูกต้องหรอื ไม่ ถ้าไม่ถูกต้อง ผลลัพธท์ ่ีถูกตอ้ งคืออะไร จากนน้ั สมุ่ ตวั แทนนกั เรยี นในการตรวจสอบคาตอบหนา้ ชั้นเรยี น (แนวตอบ 48 x 8 = 386 ไมถ่ กู ต้อง แก้ไขเปน็ 48 x 8 = 384 และ 49 x 5 = 205 ไม่ถูกตอ้ ง แกไ้ ขเป็น 49 x 5 = 245) 3. ครูตง้ั คาถามกระต้นุ ความคดิ นกั เรียนว่า ถ้านกั เรียนออมเงินวนั ละ 10 บาท เป็นเวลา 15 วัน นักเรียนจะมีเงิน ออมท้งั หมดกบ่ี าท จากน้ันให้นักเรยี นร่วมกนั อภปิ รายเพื่อหาคาตอบ (แนวตอบ 150 บำท) ขน้ั สอน จัดการเรยี นรู้ 1. ครูตดิ แถบประโยคสัญลักษณ์การคณู บนกระดาน 15 x 10 = 150 จากนัน้ ครูตง้ั คาถามถามนกั เรียน ดงั นี้ ตวั ตง้ั คอื จานวนใด (แนวตอบ 15) ตัวคณู คือ จานวนใด (แนวตอบ 10)
ผลลพั ธ์ คือ จานวนใด (แนวตอบ 150) จากประโยคสัญลักษณ์การคูณสามารถสรุปได้ว่าอยา่ งไร (แนวตอบ สรปุ ได้วำ่ ตัวต้งั x ตัวคณู = ผลลัพธ์) ผลลพั ธท์ ่ีแสดงถูกต้องหรือไม่ (แนวตอบ ถกู ตอ้ ง) วิธีการหาคาตอบการคูณจานวนทม่ี สี องหลักกับ 10 สามารถทาได้อยา่ งไร (แนวตอบ ขน้ึ อยู่กบั ดลุ ยพินิจของครผู ู้สอน) 2. ครตู งั้ โจทย์การคูณจานวนที่มีสองหลักกบั 10 บนกระดาน จากน้ันขออาสาสมัครนักเรยี น 1 คน ออกมาแสดง วิธีการคณู จานวนท่มี ีสองหลักกบั 10 โดยมีครูคอยให้คาแนะนา ครแู ละนักเรียนทเี่ หลือชว่ ยกนั เฉลยคาตอบ 3. ครูแสดงการหาผลคูณจานวนที่มีสองหลักกับ 10 ให้นักเรียนดูอีกคร้ังบนกระดาน พร้อมกับอธิบายข้ันตอน วิธีการคณู จานวนทีม่ ีสองหลกั กับ 10 ดงั นี้ - ขนั้ ที่ 1 นาหลักหนว่ ยของตัวคูณ คือ 0 คูณหลกั หน่วยและหลักสบิ ของตัวตั้งตามลาดับ - ขัน้ ท่ี 2 นาหลักสิบของตวั คูณ คอื 10 คูณหลักหน่วยและหลักสิบของตัวตงั้ ตามลาดับ - ขน้ั ท่ี 3 หาผลคูณของการคูณ โดยการนาผลคณู ท่ไี ด้ในขั้นที่ 1 และขน้ั ที่ 2 มาบวกกนั 4. ครูให้นกั เรยี นสังเกตวธิ ีการคูณจานวนที่มสี องหลักกบั 10 ในหนงั สือเรยี น คณิตศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 หนา้ 117 5. ครูแสดงการหาผลคูณจานวนท่ีมสี องหลักกับ 10 เพิม่ เตมิ อกี 2-3 ตัวอยา่ ง เพือ่ ให้นักเรยี นเกิดความเข้าใจมาก ย่งิ ข้นึ พรอ้ มเปิดโอกาสให้นักเรยี นซกั ถามในประเดน็ ทยี่ ังไม่เข้าใจ 6. ครูต้ังคาถามกระตุ้นความคิดนักเรียนว่า จากการที่ครูแสดงการหาผลคูณจานวนที่มีสองหลักกับ 10 ให้ นักเรยี นดู นักเรียนมีวิธกี ารคิดให้รวดเร็วได้อย่างไร (แนวตอบ จำนวนใดคูณ 10 จะไดผ้ ลคณู เท่ำกบั จำนวนนนั้ คูณกบั 1 แลว้ เติม 0 หนง่ึ ตวั ต่อทำ้ ย) 7. ครูแบ่งนกั เรียนออกเป็น 2 กลมุ่ (กลุ่มนักเรียนชายและกล่มุ นักเรยี นหญิง) ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะคนเตรียมกระดาษ ทดขึ้นมา จากน้นั ใหน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มเล่นเกม “คิดไวไดค้ ะแนน” โดยครบู อกโจทย์ปัญหาการคูณจานวนท่ีมี สองหลักกับ 10 จากนั้นให้นักเรียนแตล่ ะกลุม่ แขง่ ขนั กันตอบปัญหา โดยนกั เรยี นท่ียกมอื ก่อนจะมโี อกาสตอบ คาถามกอ่ น หากตอบถูกก็จะได้คะแนนสะสม 5 คะแนน จบเกมกลุ่มท่ีได้คะแนนสะสมมากท่ีสุดกลุ่มน้ันก็จะ เปน็ ฝา่ ยชนะ ตัวอยา่ งโจทย์ - 38 x 10 = - 55 x 10 = - 77 x 10 = - 68 x 10 = - 89 x 10 = - 28 x 10 = 8. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันสรุปข้นั ตอนการหาผลคณู จานวนที่มีสองหลกั กับ 10 ดังน้ี - ข้ันท่ี 1 นาหลักหนว่ ยของตัวคณู คอื 0 คูณหลกั หนว่ ยและหลักสบิ ของตวั ต้งั ตามลาดบั - ข้นั ท่ี 2 นาหลักสิบของตวั คูณ คือ 10 คูณหลกั หน่วยและหลกั สิบของตัวต้งั ตามลาดับ
- ข้ันท่ี 3 หาผลคณู ของการคูณ โดยการนาผลคณู ท่ไี ด้ในขั้นที่ 1 และขัน้ ท่ี 2 มาบวกกนั ช่วั โมงท่ี 2 9. ครูและนักเรยี นร่วมกันทบทวนข้ันตอนการหาผลคูณจานวนทมี่ ีสองหลกั กับ 10 จากช่วั โมงท่ีแล้ว 10. ครแู บ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน (คละความสามารถทางคณิตศาสตร์) จากน้ันครแู จกใบงานที่ 4.4 เร่ือง รู้หรอื ไม่ คูณแล้วได้เท่าไรนะ ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทา โดยจับเวลาในการทาไม่เกิน 10 นาที เมอ่ื เสร็จ แล้วให้แตล่ ะกลุ่มออกมานาเสนอหนา้ ช้ันเรียน โดยนักเรยี นท่ีเหลอื ช่วยกนั ตรวจสอบความถูกต้อง จากน้นั ครู กล่าวชมเชยกลุ่มท่ีทาเสร็จภายในเวลาและทาถูกตอ้ ง 11. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุป เร่ือง การหาผลคูณจานวนที่มีสองหลักกับ 10 ดังนี้ “จานวนใดคูณกับ 10 จะ ไดผ้ ลคณู เทา่ กับจานวนน้ันคณู กับ 1 แล้วเติม 0 หนึง่ ตวั ตอ่ ทา้ ย” 12. ครูให้นักเรียนแบ่งออกเป็น 2 กลุม่ (กลุ่มนักเรียนชายและกลุ่มนักเรยี นหญิง) จากนัน้ ให้แข่งขันกันหาคาตอบ โดยนักเรียนชายหาผลคูณของ 7 x 34 = และให้นักเรียนหญิงหาผลคูณของ 34 x 7 = กลุ่มใดตอบ ได้ถูกต้องและรวดเร็วก็จะเป็นกลุ่มท่ีชนะ ครแู ละนักเรยี นร่วมกันเฉลยคาตอบ 13. ครูตง้ั คาถามกระตนุ้ ความคิดนกั เรยี นวา่ เพราะเหตใุ ดคาตอบจงึ เท่ากนั (แนวตอบ กำรคูณหำกสลบั ท่ตี ัวตง้ั และตัวคูณกันคำตอบยังคงเท่ำเดมิ ) 14. ครูให้นักเรียนอ่านโจทย์ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 118 พร้อมกัน จากน้ันครูต้ังคาถาม กระตุ้นความคิดนักเรียนว่า “ถ้าเป็นโจทย์การคูณดังกลา่ วนกั เรยี นจะมวี ธิ ีการหาคาตอบอย่างไร และนักเรยี น คดิ วา่ ทาไดห้ รือไม่” (แนวตอบ ขน้ึ อยู่กบั ดุลยพินจิ ของครูผสู้ อน) 15. ครตู ั้งโจทย์การคูณจานวนทีม่ ีสองหลักกับ 20, 30, 40, ...., 90 บนกระดาน จากน้นั ขออาสาสมคั รนักเรียน 1 คน ออกมาแสดงวิธกี ารคูณจานวนท่ีมสี องหลักกับ 20, 30, 40, ...., 90 โดยมีครคู อยใหค้ าแนะนา จากน้ันครู และนักเรยี นที่เหลอื ช่วยกันเฉลยคาตอบ 16. ครูแสดงการหาผลคูณจานวนท่ีมีสองหลักกับ 20, 30, 40, ...., 90 ให้นักเรียนดูอีกครงั้ บนกระดาน พร้อมกับ อธิบายขั้นตอนวิธกี ารคูณจานวนทีม่ ีสองหลกั กับ 10 ดงั นี้ - ข้ันที่ 1 นาหลกั หน่วยของตวั คูณ คอื 0 คูณหลกั หนว่ ยและหลกั สบิ ของตัวตง้ั ตามลาดบั - ขน้ั ท่ี 2 นาหลักสิบของตวั คูณ คือ 30 คูณหลักหน่วยและหลกั สบิ ของตวั ต้ังตามลาดับ - ข้นั ท่ี 3 หาผลคูณของการคณู โดยการนาผลคูณท่ีได้ในขั้นที่ 1 และข้นั ที่ 2 มาบวกกนั 17. ครูใหน้ ักเรียนเปดิ หนงั สือเรยี น คณิตศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 หน้า 118 และให้นกั เรียนสังเกตวิธีการคูณจานวนที่มี สองหลกั กบั 20, 30, 40, ...., 90 เพิ่มเติม 18. ครูแสดงการหาผลคูณจานวนที่มีสองหลักกับ 20, 30, 40, ...., 90 เพิ่มเตมิ อีก 2-3 ตัวอย่าง เพ่ือให้นักเรียน เกิดความเขา้ ใจมากยิง่ ขนึ้ 19. ครูตัง้ คาถามกระตุ้นความคิดนักเรียนว่า จากทคี่ รูแสดงการหาผลคูณจานวนที่มีสองหลักกับ 20, 30, 40, ...., 90 ใหน้ กั เรียนดู นกั เรยี นมีวธิ ีการคิดใหร้ วดเรว็ ไดอ้ ย่างไร (แนวตอบ จำนวนใดคูณ 20, 30, 40, ...., 90 จะได้ผลคูณเท่ำกับจำนวนนนั้ คูณกับ 2, 3, 4, ...., 9 แลว้ เติม 0 หน่งึ ตัวต่อท้ำย)
20. ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรปุ ขนั้ ตอนการหาผลคณู จานวนที่มีสองหลักกบั 20, 30, 40, ...., 90 ช่วั โมงที่ 3 21. ครูแสดงการหาผลคูณจานวนที่มสี องหลกั กับ 20, 30, 40, ...., 90 ให้นกั เรียนดูอกี ครง้ั บนกระดาน พร้อมกับ อธิบายขน้ั ตอนวิธีการคณู จานวนทมี่ ีสองหลักกับ 10 จากชว่ั โมงท่ีแล้ว ดงั น้ี - ขั้นที่ 1 นาหลกั หนว่ ยของตัวคูณ คอื 0 คูณหลักหน่วยและหลักสบิ ของตวั ต้งั ตามลาดับ - ขั้นที่ 2 นาหลกั สิบของตวั คูณ คือ 10 คูณหลักหน่วยและหลกั สบิ ของตวั ตง้ั ตามลาดับ - ขนั้ ที่ 3 หาผลคณู ของการคณู โดยการนาผลคูณที่ไดใ้ นขั้นที่ 1 และข้ันที่ 2 มาบวกกนั 22. ครใู ห้นักเรียนเล่นเกม “จับคู่พระราชา” กติกาคือนักเรียนแต่ละคนจะได้มงกุฎพระราชาคนละ 1 องค์ ซ่ึงที่ มงกุฎแตล่ ะองค์จะมีบัตรโจทย์หรอื บตั รจานวนติดอยู่ ให้นกั เรียนจบั คู่เพ่อื นทม่ี คี าตอบกบั โจทย์การคูณตรงกัน ภายในเวลาที่ครูกาหนด โดยครูอาจจะกาหนดเวลาในการเล่น 10 นาที ซึ่งนักเรียนคนใดท่ไี ม่สามารถจบั คู่ได้ก็ จะถกู ลงโทษโดยการเตน้ หนา้ ช้ันเรียน 23. ครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของแต่ละคู่ แล้วลงโทษนักเรียนที่ไม่สามารถบรรลุภารกิจใน การจบั คู่ จากนน้ั ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปกจิ กรรมและความร้ทู ี่ไดร้ ับ 24. ครแู บ่งนักเรียนออกเป็นกล่มุ กลุ่มละ 4 คน (คละความสามารถทางคณิตศาสตร์) จากน้ันครูแจกใบงานที่ 4.5 เร่ือง ฝกึ สมอง...ประลองการคูณ ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มทา โดยจับเวลาในการทาไม่เกิน 10 นาที เมื่อเสร็จแล้ว ให้แต่ละกลมุ่ ออกมานาเสนอหน้าชน้ั เรียน โดยนักเรยี นท่ีเหลือช่วยกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง จากนั้นครูกลา่ ว ชมเชยกลุ่มที่ทาเสร็จภายในเวลาและทาถูกต้อง และให้กาลังใจกลุ่มที่ทาไม่ถูกต้องหรอื ทาไม่ทันเวลา พร้อม อธิบายเพิม่ เติม 25. ครูให้นักเรียนกลุ่มเดิมเล่นเกม “นักคณิต คิดไว ใครตอบได้คนน้ันชนะ” โดยครูบอกโจทย์ปัญหาการคูณ จานวนท่ีมีสองหลักกับ 10 และการคูณจานวนที่มีสองหลักกับ 20, 30, 40, ...., 90 จากนั้นให้นักเรียนตอบ โดยการยกมือ ใครที่ยกมือก่อนมสี ิทธิ์ตอบก่อน กลุ่มท่ีตอบถกู จะไดค้ ะแนนสะสม 2 คะแนน จบเกมกลุ่มใดได้ คะแนนสะสมมากที่สุดจะเปน็ ฝ่ายชนะ ตวั อยา่ งโจทย์ - 84 x 10 = - 10 x 48 = - 54 x 40 = - 96 x 90 = - 78 x 80 = - 32 x 50 = 26. ครูต้ังคาถามกระตนุ้ ความคดิ นักเรียนว่า ทาอย่างไรถงึ จะสามารถหาคาตอบการคูณได้อยา่ งรวดเร็ว (แนวตอบ ข้นึ อย่กู บั ดลุ ยพนิ ิจของครูผู้สอน) 27. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ เรื่อง การหาผลคูณจานวนที่มีสองหลักกับ 20, 30, 40, ...., 90 ดังน้ี “จานวนใดคูณกับ 20, 30, 40, ...., 90 จะได้ผลคูณเทา่ กับจานวนนั้นคณู กับ 2, 3, 4, ...., 9 แล้วเติม 0 หนึ่ง ตวั ต่อทา้ ย”
ช่วั โมงท่ี 4 28. ครูแสดงการหาผลคูณจานวนที่มีสองหลักกับ 20, 30, 40, ...., 90 ให้นกั เรียนดูอีกคร้ังบนกระดาน พร้อมกับ อธิบายขั้นตอนวิธีการคณู จานวนทีม่ ีสองหลกั กบั 10 จากช่ัวโมงทแ่ี ลว้ ดงั น้ี - ขั้นท่ี 1 นาหลักหนว่ ยของตัวคูณ คอื 0 คูณหลักหนว่ ยและหลักสิบของตัวต้งั ตามลาดบั - ข้นั ที่ 2 นาหลักสบิ ของตวั คูณ คอื 30 คูณหลักหน่วยและหลักสิบของตัวตง้ั ตามลาดับ - ขั้นที่ 3 หาผลคณู ของการคูณ โดยการนาผลคณู ท่ีไดใ้ นขนั้ ที่ 1 และขั้นท่ี 2 มาบวกกัน 29. ครูใหน้ ักเรยี นอ่านโจทย์การคูณในหนงั สอื เรียนคณติ ศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 หนา้ 119 พรอ้ มกัน จากนน้ั ตัง้ คาถาม ถามนักเรียนว่า ถ้าเป็นโจทย์การคูณดังกล่าวนักเรียนจะมีวิธีการหาคาตอบอย่างไร และนักเรียนคิดว่าทาได้ หรอื ไม่ (แนวตอบ ข้นึ อยกู่ บั ดลุ ยพินิจของครผู ู้สอน) 30. ครูต้ังโจทย์การคูณจานวนท่ีมีสองหลักกับจานวนท่ีมีสองหลัก เช่น 85 x 24 = บนกระดาน จากนั้นขอ อาสาสมัครนักเรียน 1 คน ออกมาแสดงวิธกี ารคูณจานวนทม่ี ีสองหลักกับจานวนท่มี สี องหลัก โดยมคี รูคอยให้ คาแนะนา จากนั้นครแู ละนกั เรยี นทเี่ หลอื ช่วยกนั เฉลยคาตอบ 31. ครแู สดงการหาผลคูณจานวนท่ีมีสองหลักกับจานวนท่ีมีสองหลัก ให้นักเรียนดูอีกคร้ังบนกระดาน พร้อมกับ อธิบายขั้นตอนวิธีการคณู จานวนทม่ี ีสองหลักกับจานวนทม่ี ีสองหลัก ดงั นี้ - ข้ันที่ 1 นาหลักหนว่ ยของตวั คณู คูณหลกั หน่วยและหลกั สิบของตวั ต้งั ตามลาดับ - ขน้ั ที่ 2 นาหลักสิบของตัวคูณ คูณหลกั หน่วยและหลักสิบของตัวต้ังตามลาดับ - ขน้ั ท่ี 3 หาผลคูณของการคูณ โดยการนาผลคูณทไ่ี ดใ้ นขั้นท่ี 1 และขนั้ ที่ 2 มาบวกกัน 32. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายขั้นตอนการคูณจานวนที่มีสองหลักกับจานวนท่ีมีสองหลัก ในหนังสือเรียน คณติ ศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 หน้า 119 จากนน้ั ครูจงึ อธบิ ายเพ่มิ เตมิ เพือ่ ให้นกั เรียนเข้าใจมากยง่ิ ขึน้ 34. ครแู สดงการหาผลคณู จานวนทมี่ ีสองหลักกบั จานวนที่มสี องหลกั เพ่ิมเติมอีก 2-3 ตวั อยา่ ง เพือ่ ใหน้ ักเรียนเกิด ความเข้าใจมากย่ิงขน้ึ 35. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน (คละความสามารถทางคณิตศาสตร์) ให้แต่ละกลุ่มแข่งขันกันหา คาตอบจากโจทย์การคณู จานวนที่มสี องหลกั กับจานวนท่ีมีสองหลัก โดยแสดงวิธีการหาคาตอบบนกระดานคน ละ 1 หลกั แล้วกลับไปนั่งที่ ให้คนต่อไปออกมาหาผลคูณในหลักตอ่ ไปจนครบทุกหลัก (ครูยกตัวอย่าง 3-5 ข้อ เพ่ือให้นกั เรยี นเกดิ ความชานาญ) กลุม่ ใดเสรจ็ ก่อนและทาไดถ้ ูกตอ้ งมากทสี่ ุดเปน็ ฝา่ ยชนะ ตวั อยา่ งโจทย์ - 74 x 16 = - 19 x 43 = - 55 x 21 = - 74 x 82 = - 68 x 45 = - 95 x 97 = 36. ครูและนักเรยี นรว่ มกันสรุปขนั้ ตอนการหาผลคูณจานวนท่มี ีสองหลักกบั จานวนทม่ี ีสองหลกั ดังนี้ - ขน้ั ที่ 1 นาหลกั หนว่ ยของตวั คูณ คูณหลักหน่วยและหลกั สบิ ของตัวต้งั ตามลาดับ
- ขน้ั ท่ี 2 นาหลกั สบิ ของตวั คูณ คูณหลกั หน่วยและหลักสบิ ของตัวต้ังตามลาดับ - ข้นั ท่ี 3 หาผลคูณของการคูณ โดยการนาผลคณู ท่ีได้ในขัน้ ที่ 1 และขั้นที่ 2 มาบวกกัน ชั่วโมงที่ 5 37. ครูและนักเรยี นร่วมกันทบทวนความรู้เก่ียวกับการหาผลคูณจานวนท่ีมีสองหลักกับจานวนท่ีมีสองหลัก จาก ชวั่ โมงที่แลว้ 38. ครูแบง่ นักเรียนออกเปน็ 2 กลมุ่ (กลมุ่ นักเรียนชาย และนักเรียนหญงิ ) ให้แต่ละกลุม่ สง่ ตวั แทนออกมาหนา้ ช้ัน เรยี นคร้ังละ 1 คน จากน้ันครตู ดิ บตั รโจทยก์ ารคูณบนกระดานดังนี้ 51 x 10 = 74 x 80 = 98 x 91 = 61 x 70 = 54 x 96 = 25 x 33 = 18 x 70 = 23 x 24 = 43x 10 = 58 x 20 = 39. ครูให้นกั เรยี นเล่นเกม “เลอื กถกู ..คิดไว..ได้คะแนน” โดยมีกตกิ าเกมคอื ใหต้ ัวแทนกลุ่มเลอื กบัตรโจทยก์ ารคูณ คนละ 1 แผ่น จากน้ันหาคาตอบแล้วเขียนคาตอบลงในช่องว่าง เม่ือทาเสร็จให้ตัวแทนคนต่อมาเลือกบัตร โจทย์ใหม่และหาคาตอบแล้วเขียนคาตอบลงในช่องว่าง ซึ่งกลุ่มที่ทาได้มากท่ีสุดและถูกต้องก็จะเป็นกลุ่มที่ ชนะ ครกู ลา่ วชมเชยนกั เรียนกลุ่มทช่ี นะว่าเป็น “นักคณิต คิดไว” 40. ครูต้งั คาถามกระต้นุ ความคดิ นักเรียนวา่ หากนักเรียนอยากเปน็ นกั คณติ คดิ ไวจะตอ้ งทาอยา่ งไรบ้าง (แนวตอบ ขนึ้ อยู่กบั ดุลยพนิ จิ ของครผู ู้สอน) 41. ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ ันศึกษาตัวอยา่ งที่ 9 ในหนังสือเรียน คณติ ศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หนา้ 120 42. ครูสุ่มนักเรียน 2-3 คู่ ออกมาอธิบายขั้นตอนการคูณจากตัวอย่างท่ี 9 ที่หน้าชน้ั เรยี น โดยครูตรวจสอบความ ถูกตอ้ ง และอธิบายเพ่มิ เตมิ เพอ่ื ให้นักเรยี นเข้าใจมากย่งิ ขึน้ 43. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน (คละความสามารถทางคณิตศาสตร์) จากนั้นให้แต่ละกลุ่มคิด โจทย์การคูณจากทไี่ ด้เรียนมา แล้วส่งตัวแทนออกมา 1 คน เขียนโจทย์การคณู นั้นบนกระดาน จากนั้นเลือก เพ่ือนท่ีอยูอ่ ีกกลุ่ม 1 คน ออกมาหาคาตอบโจทยก์ ารคูณนั้น กลุ่มท่ตี อบถกู จะได้คะแนนสะสม 1 คะแนน ซึ่ง ครูจะใหส้ ลบั กันออกมา 4-5 ครง้ั จบเกมกลมุ่ ทมี่ ีคะแนนมากท่ีสดุ จะเป็นกลุ่มทชี่ นะ 44. ครูตงั้ คาถามเพ่ือทบทวนบทเรียนวา่ จากโจทย์การคูณทน่ี ักเรียนคิดมา จานวนใดบา้ งเปน็ ตัวต้งั จานวนใดบา้ ง เปน็ ตัวคูณ และจานวนใดบา้ งเป็นผลลัพธ์ (แนวตอบ ข้ึนอยู่กบั ดลุ ยพนิ จิ ของครูผู้สอน) 45. ครูให้นักเรียนกลุ่มเดิมร่วมกันทาใบงานท่ี 4.6 เร่ือง การคูณจานวนท่ีมีสองหลักกับจานวนท่ีมีสองหลัก เมื่อ เสร็จแล้วให้แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอหน้าชั้นเรียน โดยนักเรียนที่เหลือช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง จากน้นั ครูกล่าวชมเชยกลุ่มท่ีทาเสร็จภายในเวลาและทาถูกต้อง และให้กาลังใจกลุ่มท่ีทาไม่ถูกต้องหรือทาไม่ ทันเวลา พร้อมอธบิ ายเพ่ิมเติม 46. ครูให้นักเรียนเล่นเกม ไก่จ๋า...ตามหาครอบครัว กติกาคือนักเรยี นแต่ละคนจะได้บตั รภาพแม่ไกห่ รือลูกไก่คน ละตวั ซ่ึงท่ีตัวแม่ไกห่ รือลูกได้จะมีบัตรโจทย์หรือบัตรจานวนตดิ อยู่ ให้นักเรียนจบั คู่เพ่ือนที่มีคาตอบกับโจทย์
การคูณตรงกัน ภายในเวลาที่ครูกาหนด โดยครอู าจจะกาหนดเวลาในการเล่น 10 นาที ซ่ึงนักเรยี นคนใดท่ีไม่ สามารถจับคไู่ ดก้ ็จะถูกลงโทษโดยการเตน้ หนา้ ช้ันเรียน 47. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้องของแต่ละคู่ จากนน้ั ลงโทษนกั เรยี นทไ่ี ม่สามารถบรรลุภารกจิ ใน การจับคู่ 48. ครูให้นักเรียนจับคู่กันทากิจกรรม “เพื่อนช่วยเพื่อน” ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 120 จากนั้นครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันเฉลยคาตอบ และครูอธบิ ายเพมิ่ เติม ข้นั สรปุ สรุป 1. ครูและนักเรียนรว่ มกันสรปุ ความรู้เก่ียวกับการคูณจานวนทีม่ ีสองหลักกับจานวนท่ีมสี องหลัก ดังน้ี “ข้ันตอน ในการคณู จานวนที่มสี องหลักกบั จานวนท่ีมีสองหลัก ให้นาหลักหน่วยของตัวคณู คูณหลักหน่วยและหลักสิบ ของตวั ตั้งตามลาดับ จากนั้นนาหลักสิบของตัวคูณคูณหลักหน่วยและหลักสิบของตัวตั้งตามลาดับ สุดท้ายหา ผลคูณของการคณู โดยการนาผลคณู ทไ่ี ด้ทั้งสองคร้งั มาบวกกนั ” 2. ครใู หน้ กั เรยี นทุกคนทากจิ กรรมฝึกทักษะ ในหนงั สอื เรียน คณิตศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 หน้า 121 ลงในสมดุ 3. ครูขออาสาสมัคร 2-3 คน ออกมาเฉลยคาตอบกิจกรรมฝึกทักษะทหี่ น้าชั้นเรียน โดยครูและเพ่อื น ๆ ท่เี หลือร่วมกัน ตรวจสอบความถูกตอ้ ง แล้วครูจึงกล่าวชืน่ ชมและอธิบายเพ่ิมเติมในจุดท่ีบกพร่อง 4. ครูให้นักเรียนทุกคนทาแบบฝึกหัด ในหนังสือแบบฝึกหัด คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 เพื่อตรวจสอบความเข้าใจเป็น รายบุคคล 7. การวัดและประเมินผล รายการวัด วธิ ีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมนิ ประเมนิ ระหวา่ งการจดั - ใบงานที่ 4.4 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - ใบงานที่ 4.5 - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ กจิ กรรมการเรยี นรู้ - ใบงานท่ี 4.6 - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ - กจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 1) การคูณจานวนทมี่ ี - ตรวจใบงานท่ี 4.4 - แบบฝกึ หดั - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ - แบบประเมินการ - ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่าน สองหลักกบั - ตรวจใบงานท่ี 4.5 นาเสนอผลงาน เกณฑ์ จานวนที่มี - ตรวจใบงานที่ 4.6 - แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบุคคล - ระดบั คุณภาพ 2 สองหลกั - ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ ผ่านเกณฑ์ - ตรวจแบบฝกึ หัด 2) การนาเสนอ - ประเมนิ การนาเสนอ ผลงาน/ผลการ ผลงาน/ผลการทา ทากิจกรรม กิจกรรม 3) พฤติกรรม - สงั เกตพฤติกรรม การทางาน การทางานรายบคุ คล
รายการวดั วิธีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมนิ รายบุคคล 4) พฤติกรรม - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2 การทางานกลุ่ม การทางานกลุ่ม การทางานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์ 5) คุณลักษณะ - สังเกตความมีวินัย - แบบประเมิน อันพึงประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ ม่ัน คณุ ลกั ษณะ - ระดับคุณภาพ 2 ในการทางาน อนั พงึ ประสงค์ ผ่านเกณฑ์ 8. ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนงั สอื เรียน คณติ ศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 หนว่ ยที่ 4 เรื่อง การคณู จานวนไม่เกิน 100,000 2) หนงั สอื แบบฝึกหัด คณติ ศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 หน่วยท่ี 4 เรอ่ื ง การคูณจานวนไมเ่ กิน 100,000 3) ใบงานท่ี 4.4 เรอ่ื ง รหู้ รอื ไม่ คูณแล้วได้เทา่ ไรนะ 4) ใบงานท่ี 4.5 เรือ่ ง ฝึกสมอง...ประลองการคณู 5) ใบงานท่ี 4.6 เรื่อง การคูณจานวนท่มี สี องหลกั กับจานวนท่ีมีสองหลกั 6) มงกฎุ พระราชา 7) บตั รโจทย์ 8) แถบประโยคสญั ลกั ษณก์ ารคูณ 9) บตั รภาพลกู ไก่ 10) บัตรภาพแมไ่ ก่ 8.2 แหลง่ การเรียนรู้ - ห้องเรียน
ใบงานที่ 4.4 เรื่อง รู้หรอื ไม่ คณู แล้วไดเ้ ทา่ ไรนะ คาช้แี จง : ให้นกั เรียนหาผลคูณเติมลงในช่องว่างใหถ้ ูกต้อง 2. 16 x 1 = 16 x 10 = 2. 24 x 1 = 24 x 10 = 3. 37 x 1 = 37 x 10 = 4. 58 x 1 = 58 x 10 = 5. 32 x 1 = 32 x 10 = 6. 91 x 1 = 91 x 10 = 8. 85 x 1 = 85 x 10 = 8. 62 x 1 = 62 x 10 = 9. 74 x 1 = 74 x 10 = 10. 88 x 1 = 88 x 10 = 11. 45 x 1 = 45 x 10 = 12. 95 x 1 = 95 x 10 = 13. 41 x 1 = 41 x 10 = 14. 23 x 1 = 23 x 10 = 15. 99 x 1 = 99 x 10 =
ใบงานท่ี 4.4 เฉลย เร่อื ง รู้หรอื ไม่ คูณแลว้ ไดเ้ ทา่ ไรนะ 160 คาชแี้ จง : ให้นกั เรียนหาผลคูณเติมลงในช่องว่างใหถ้ กู ต้อง 240 370 1. 16 x 1 = 16 16 x 10 = 580 = 320 2. 24 x 1 = 24 24 x 10 = 910 = 850 3. 37 x 1 = 37 37 x 10 = 620 = 740 4. 58 x 1 = 58 58 x 10 = 880 = 450 5. 32 x 1 = 32 32 x 10 = 950 = 410 6. 91 x 1 = 91 91 x 10 = 230 = 990 7. 85 x 1 = 85 85 x 10 = = 8. 62 x 1 = 62 62 x 10 = 9. 74 x 1 = 74 74 x 10 10. 88 x 1 = 88 88 x 10 11. 45 x 1 = 45 45 x 10 12. 95 x 1 = 95 95 x 10 13. 41 x 1 = 41 41 x 10 14. 23 x 1 = 23 23 x 10 15. 99 x 1 = 99 99 x 10
ใบงานท่ี 4.5 เรือ่ ง ฝึกสมอง...ประลองการคูณ คาช้แี จง : ใหน้ กั เรยี นหาผลคูณเติมลงในชอ่ งว่างใหถ้ กู ตอ้ ง 1. 26 x 2 = 26 x 20 = 2. 34 x 3 = 34 x 30 = 3. 47 x 4 = 47 x 40 = 4. 58 x 6 = 58 x 60 = 5. 32 x 8 = 32 x 80 = 6. 96 x 5 = 96 x 50 = 7. 84 x 9 = 84 x 90 = 8. 62 x 7 = 62 x 70 = 9. 73 x 5 = 73 x 50 = 10. 87 x 3 = 87 x 30 = 11. 45 x 8 = 45 x 80 = 12. 91 x 9 = 91 x 90 = 13. 49 x 6 = 49 x 60 = 14. 23 x 7 = 23 x 70 = 15. 92 x 4 = 92 x 40 =
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 489
Pages: