Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนกาจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ป.3

แผนกาจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ป.3

Description: ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566

Search

Read the Text Version

บตั รภาพระยะทางที่โรงเรียนอยูห่ ่างจากสระวา่ ยนา้ 8 กิโลเมตร 400 เมตร 8 กิโลเมตร 400 เมตร บตั รภาพระยะทางท่ีโรงเรียนอยูห่ า่ งจากสนามฟตุ บอล 4 กิโลเมตร 400 เมตร 4 กโิ ลเมตร 400 เมตร 

บตั รภาพการวดั ความยาวรอบเอว ยาว 27 เซนติเมตร บัตรภาพการวัดความยาวระยะทางระหวา่ งเสาไฟ 2 ต้น ซง่ึ ยาว 1 กิโลเมตร 400 เมตร 1 กโิ ลเมตร 400 เมตร 

บตั รภาพการวัดเปรยี บเทยี บความยาวระหวา่ งปากกากบั ยางลบ บัตรภาพการวดั เปรยี บเทียบความยาวระหว่างโตะ๊ กับพนื้ ห้อง 1 เมตร 4 เมตร 

บัตรภาพไม้บรรทัด ที่ใหน้ ักเรยี นวาดภาพสิ่งของท่ตี ้องการจะวดั ความยาวบนไมบ้ รรทัด จากน้ันเขยี นเส้นเพ่ือ แสดงความยาวของส่งิ ของนน้ั บัตรภาพไมบ้ รรทดั ท่ีใหน้ ักเรยี นวาดภาพสิง่ ของทต่ี ้องการจะวัดความยาวบนไม้บรรทดั จากนนั้ เขยี นเสน้ เพื่อ แสดงความยาวของส่ิงของนนั้ บัตรภาพไมบ้ รรทดั ทใ่ี หน้ ักเรยี นวาดภาพสงิ่ ของที่ตอ้ งการจะวดั ความยาวบนไมบ้ รรทดั จากนน้ั เขียนเสน้ เพอื่ แสดงความยาวของส่งิ ของนั้น

บันทกึ ผลหลังกระบวนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ผลการเรยี นรูท้ ี่เกิดขน้ึ กบั ผเู้ รียน 1.1 ผู้เรยี นผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ จานวน...................คน คดิ เป็นร้อยละ.................. 1.2 ผเู้ รยี นไม่ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้ จานวน...................คน ได้แก่ .......................................................................................................…………………………………………………………. สาเหตุ .......................................................................................................…………………………………………………………. 1.3 ผเู้ รยี นไดร้ ับความรู้ : .......................................................................................................…………………………………………………………. 1.4 ผู้เรียนเกดิ ทกั ษะกระบวนการ : .......................................................................................................…………………………………………………………. 1.5 ผเู้ รยี นมีคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม .......................................................................................................…………………………………………………………. 2. ปญั หา / อุปสรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. 3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. ลงชอื่ ........................................ผ้สู อน (นางสาวพรรัตน์ จันทรค์ า)

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 32 กล่มุ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค 13101 ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 3 หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 6 เร่ือง การวัดความยาว เวลาเรยี น 3 ชว่ั โมง เวลา …………………………… เรอ่ื ง โจทยป์ ญั หาเกีย่ วกับความยาว ชอ่ื ผสู้ อน นางสาวพรรตั น์ จนั ทร์คา วันที่ ........................................ 1. มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ัด ค 2.1 ป.3/6 แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปญั หาเกย่ี วกับความยาวทีม่ หี น่วยเปน็ เซนตเิ มตรและมิลลเิ มตร เมตรและเซนติเมตร กโิ ลเมตรและเมตร 2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1) อธิบายวธิ ีการหาคาตอบของโจทย์ปญั หาเกี่ยวกบั ความยาวทม่ี ีหนว่ ยเปน็ เซนติเมตรและมิลลเิ มตร เมตรและ เซนติเมตร กโิ ลเมตรและเมตรได้ (K) 2) เขยี นแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปญั หาเกยี่ วกับความยาวทม่ี หี น่วยเปน็ เซนตเิ มตรและมิลลเิ มตร เมตรและ เซนตเิ มตร กโิ ลเมตรและเมตรได้ (P) 3) นาความรเู้ ก่ียวกับโจทย์ปัญหาความยาวไปใช้ในชวี ติ จรงิ ได้ (A) 3. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรูท้ อ้ งถนิ่ พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง โจทย์ปัญหาเกีย่ วกับความยาว 4. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด การแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวท่ีมีหน่วยเป็นเซนติเมตรและมิลลิเมตร เมตรและ เซนติเมตร กิโลเมตรและเมตร ทาได้โดยการแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวต้องวิเคราะห์โจทย์ และแสดงวธิ ีทาเพื่อ หาคาตอบ รวมทั้งตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ 5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียนและคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. มวี นิ ัย 2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรยี นรู้ 1) ทกั ษะการเปรยี บเทยี บ 3. มุ่งม่ันในการทางาน 2) ทักษะการเขียน 3) ทกั ษะการให้เหตผุ ล 3. ความสามารถในการแก้ปญั หา

สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ 6. กิจกรรมการเรยี นรู้  แนวคิด/รปู แบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนคิ : กระบวนการปฏบิ ัติ ชว่ั โมงที่ 1 ข้ันนา 1. ครูทบทวนส่ิงที่ได้เรียนมาในชั่วโมงก่อนหนา้ โดยเขียนคาว่า 2 กิโลเมตรบนกระดาน จากนน้ั ครูให้ตัวแทนนักเรียน หญิงออกมา เขียนจานวนเมตร และครูเขียนคาว่า 4 เซนติเมตรบนกระดาน ให้ตัวแทนนักเรียนชายออกมาเขียน จานวนมิลลิเมตร (ครูยกตัวอย่างอีก 2–3 ตัวอย่างให้นักเรียนได้ทบทวนเรื่องการเปรียบเทียบความยาวโดยใช้ ความสัมพนั ธร์ ะหว่างหน่วยวดั ความยาว) 2. ครูทบทวนเรื่องโจทย์ปัญหาการบวกเก่ียวกับความยาวท่ีมีหน่วยเดียวกัน โดยให้ตัวแทนนักเรียน 2 คนออกมาวัด ความยาวของปากกา ซ่ึงยาว 8 เซนติเมตร และคัตเตอร์ยาว 10 เซนติเมตร จากน้ันให้นักเรียนนาสิ่งของทั้ง 2 อย่างมาต่อกัน แล้วนาไปวัดความยาว ครูให้นักเรียนร่วมกันตอบคาถามว่า “ส่ิงของทั้งสองเม่ือนามาต่อกันจะยาว เท่าไร” (แนวคาตอบ 18 เซนติเมตร) 3. ครถู ามนักเรียนว่าจากกิจกรรมการวัดความยาวเมื่อสักครู่ สามารถเขียนเป็นโจทยป์ ัญหาได้อย่างไรบ้าง (แนวคาตอบ ปากกายาว 8 เซนติเมตร และคตั เตอร์ยาว 10 เซนตเิ มตร นามาวางต่อกนั จะยาวท้ังหมดเท่าไร) ขั้นสอน สังเกต รับรู้ 1. ครูเขียนโจทยป์ ัญหาเกย่ี วกบั ความยาวบนกระดาน ดงั น้ี แมว่ ่ิงได้ระยะทาง 5 กิโลเมตร 400 เมตร พ่อวิ่งไดร้ ะยะทาง 7 กิโลเมตร 300 เมตร พ่อวิ่งได้ระยะทาง มากกว่าแม่เท่าไร จากน้ันตั้งคาถาม ใหน้ กั เรยี นรว่ มกันตอบ ดงั น้ี  จากโจทย์ปญั หาบนกระดาน สงิ่ ท่ีโจทยถ์ ามคอื อะไร (แนวตอบ พอ่ ว่งิ ได้ระยะทางมากกวา่ แม่เท่าไร)  จากโจทย์ปัญหาบนกระดาน สิ่งทโ่ี จทยก์ าหนดให้คอื อะไร (แนวคาตอบ แมว่ งิ่ ไดร้ ะยะทาง 5 กิโลเมตร 400 เมตร พ่อวงิ่ ไดร้ ะยะทาง 7 กโิ ลเมตร 300 เมตร)  เมื่อตอ้ งการทราบว่าพ่อว่งิ ได้ระยะทางมากกวา่ แม่เทา่ ไรจะแกป้ ญั หาโจทย์นอี้ ย่างไร (แนวคาตอบ นาระยะทางท่พี อ่ ว่ิงไดล้ บดว้ ยระยะทางท่ีแมว่ ่งิ ได้)

2. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 181–184 ให้นักเรียนสังเกตการแก้โจทย์ปัญหาและ การแสดงวธิ ีทา จากนน้ั ถามนกั เรียนว่า “การเขยี นตวั เลขแสดงวิธที า เราควรเขยี นอย่างไร” (แนวคาตอบ เขียนต้ังหลกั เลขให้ตรงกัน) 3. ครูสาธิตการแก้โจทย์ปัญหาและแสดงวิธีทาบนกระดานอย่างละเอียด เพ่ือใหน้ ักเรียนได้เข้าใจเก่ยี วกบั การแก้โจทย์ ปญั หาความยาวมากยิง่ ขึ้น ทาตามแบบ 1. ครูให้นักเรียนจับคู่กัน จากน้ันส่งตัวแทน 1 คนออกมาจับฉลากหมายเลข 1–4 ในกล่องหน้ากระดาน หากจับได้ หมายเลขใดให้นักเรียนแต่ละคู่ทากิจกรรม “เพื่อนช่วยเพ่ือน” จากในหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หนา้ 185 ในเลือก 1 ขอ้ ทาลงในใบงานท่ี 6.7 เรอ่ื ง โจทยป์ ญั หาเกย่ี วกับความยาว 2. ครขู ออาสาสมัครนกั เรียน 2-3 คู่ ออกมานาเสนอผลงาน และครคู อยใหค้ าแนะนา 3. ครูสรุปการแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวท่ีมีหน่วยเป็นเซนติเมตรและมิลลิเมตร เมตรและ เซนติเมตร กิโลเมตรและเมตร ว่า “การวเิ คราะห์โจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาว ตอ้ งทราบสง่ิ ท่ีโจทย์ถามคืออะไร รู้ ส่งิ ท่โี จทย์กาหนดให้คืออะไร และหาวิธีการแกป้ ัญหาโจทยน์ ้ีต้องทาอย่างไร” ชว่ั โมงที่ 2 4. ครูทบทวนการแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวท่ีมีหน่วยเป็นเซนติเมตรและมิลลิเมตร เมตร และเซนติเมตร กิโลเมตรและเมตร โดยครูเขยี นโจทยป์ ัญหาเก่ียวกบั ความยาวบนกระดาน ดงั น้ี ผา้ ผนื หนึ่งยาว 72 เซนติเมตร 8 มลิ ิเมตร นามาตดั เป็นผนื เล็ก 8 ผนื ยาวผืนละเทา่ ๆ กัน ผ้าผืนเล็ก แตล่ ะผืนยาวเท่าใด จากน้ันครูตัง้ คาถาม ใหน้ ักเรียนรว่ มกันตอบ ดงั นี้  จากโจทยป์ ัญหาบนกระดาน สิง่ ที่โจทยถ์ ามคืออะไร (แนวคาตอบ ผ้าผนื เลก็ แต่ละผืนยาวเท่าใด)  จากโจทยป์ ญั หาบนกระดาน ส่ิงทโี่ จทยก์ าหนดให้คืออะไร (แนวคาตอบ ผ้าผืนหน่ึงยาว 72 เซนติเมตร 8 มลิ ิเมตร นามาตัดเป็นผนื เล็ก 8 ผืน ยาวผืนละเท่า ๆ กัน)  เมอ่ื ต้องการทราบว่าผ้าผนื เลก็ แตล่ ะผนื ยาวเท่าใด จะแก้ปัญหาโจทย์นีด้ ว้ ยวธิ กี ารอย่างไร (แนวคาตอบ การหาร เม่อื หารแลว้ ได้ 9 เซนติเมตร 1 มิลลิเมตร) แม่ซือ้ โบมาทาดอกไม้ 4 ม้วน ยาวมว้ นละ 10 เมตร 50 เซนติเมตร อยากทราบว่าแมซ่ ื้อโบมา ท้งั หมดยาวกเ่ี มตร กเี่ ซนติเมตร จากนัน้ ครูตั้งคาถาม ให้นักเรยี นรว่ มกันตอบ ดงั นี้

 จากโจทยป์ ัญหาบนกระดาน สิง่ ที่โจทยถ์ ามคืออะไร (แนวคาตอบ อยากทราบว่าแมซ่ ือ้ โบมาทัง้ หมดยาวก่เี มตร กี่เซนตเิ มตร)  จากโจทยป์ ัญหาบนกระดาน สิ่งทโ่ี จทย์กาหนดให้คืออะไร (แนวคาตอบ แมซ่ ื้อโบมาทาดอกไม้ 4 มว้ น ยาวม้วนละ 10 เมตร 50 เซนติเมตร)  เมื่อตอ้ งการทราบวา่ แมซ่ ื้อโบมาท้ังหมดยาวกี่เมตร กเ่ี ซนติเมตร จะแก้ปัญหาโจทย์น้ีด้วยวธิ ีการอยา่ งไร (แนวคาตอบ การคณู เมอื่ คูณกันแล้วได้ 42 เมตร) เอ๋สงู 175 เซนติเมตร ปุ้มสงู 156 เซนติเมตร ปมุ้ เต้ียกว่าเอก๋ ีเ่ ซนติเมตร จากน้ันครูต้งั คาถาม ใหน้ กั เรยี นรว่ มกันตอบ ดังน้ี  จากโจทย์ปญั หาบนกระดาน ส่ิงทโ่ี จทยถ์ ามคืออะไร (แนวคาตอบ เอ๋สูงกว่าปมุ้ กีเ่ ซนตเิ มตร)  จากโจทยป์ ัญหาบนกระดาน สง่ิ ที่โจทยก์ าหนดให้คืออะไร (แนวคาตอบ เอ๋สูง 175 เซนติเมตร ปุม้ สูง 156 เซนติเมตร)  เมอ่ื ต้องการทราบวา่ ป้มุ เต้ยี กวา่ เอก๋ ่ีเซนติเมตร จะแก้ปญั หาโจทย์นอ้ี ยา่ งไร (แนวคาตอบ การลบ เมื่อลบกันแล้วได้ 19 เซนติเมตร) 5. ครูให้นักเรียนส่งตัวแทนออกมา 5 คน เพื่อมาแสดงวิธีทาคนละบรรทัดบนกระดาน ครูและนักเรียนท่ีเหลือร่วมกัน ตรวจสอบความถูกตอ้ ง 6. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน (คละความสามารถทางคณิตศาสตร์) แล้วจัดทาสมุดเล่มเล็กเพื่อเตรียม สาหรบั จดบันทกึ ในการทากิจกรรม “นกั สารวจความยาว” ในชวั่ โมงถดั ไป 7. ครูสรุปการแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวที่มีหน่วยเป็นเซนติเมตรและมิลลิเมตร เมตรและ เซนติเมตร กิโลเมตรและเมตร ว่า “การวิเคราะห์โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาว ต้องทราบสิ่งท่ีโจทย์ถามคืออะไร รสู้ ่ิงทโ่ี จทยก์ าหนดให้คืออะไร และหาวธิ ีการแก้ปัญหาโจทยน์ ีต้ ้องทาอย่างไร” ชัว่ โมงท่ี 3 8. ครูทบทวนการแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวท่ีมีหน่วยเป็นเซนติเมตรและมิลลิเมตร เมตร และเซนตเิ มตร กโิ ลเมตรและเมตร โดยครูเขยี นโจทยป์ ัญหาเกย่ี วกับความยาวบนกระดาน ดงั นี้ บิววัดความยาวของตไู้ ด้ 1 เมตร 50 เซนตเิ มตร นาชัน้ วางของมาวางยาว 50 เซนติเมตร เมื่อวดั ตู้ และช้ันวางของรวมกันยาวกี่เมตร จากนั้นครูต้ังคาถาม ใหน้ กั เรียนร่วมกันตอบ ดังน้ี  จากโจทย์ปญั หาบนกระดาน สง่ิ ท่โี จทยถ์ ามคืออะไร (แนวคาตอบ วดั ตู้และชน้ั วางของรวมกนั ยาวกเ่ี มตร)

 จากโจทยป์ ญั หาบนกระดาน สง่ิ ทีโ่ จทย์กาหนดให้คืออะไร (แนวคาตอบ บวิ วัดความยาวของตู้ได้ 1 เมตร 50 เซนตเิ มตร นาช้นั วางของมาวางยาว 50 เซนตเิ มตร)  เมื่อตอ้ งการทราบวา่ เม่ือวดั ต้แู ละชน้ั วางของรวมกนั ยาวกเี่ มตร จะแก้ปญั หาโจทยน์ อ้ี ย่างไร (แนวคาตอบ การบวก เม่อื บวกรวมกนั แล้วได้ 2 เมตร) ทาเองโดยไมม่ แี บบ 1. นักเรียนนาความรู้ที่ครูได้ทบทวนมาทากิจกรรมฝึกทักษะ ข้อ 1-3 ในหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หนา้ 185-186 ลงในสมุด 2. ครูเดินตรวจสอบนักเรยี นเปน็ รายบุคคล พร้อมทั้งใหก้ าลังใจนกั เรียนที่ยังทาช้า หรือยงั ทาไม่ได้ ฝึกทาให้ชานาญ 1. ครูทบทวนส่ิงท่ีเรียนไปก่อนหน้า จากน้ันสุ่มนักเรียนออกมาเฉลยการบ้านในชั่วโมงท่ีแล้วบนกระดาน โดยให้ นักเรยี นท่เี หลอื ชว่ ยกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง 2. ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนกลุ่มละ 4-5 คน (กลุ่มเดิมจากช่ัวโมงที่แล้ว) ทากิจกรรม “นักสารวจความยาว” โดยให้ นกั เรียนแต่ละกลุ่มซ่ึงจดั ทาสมุดเล่มเลก็ ในช่วั โมงที่แลว้ นาสมดุ เล่มเล็กน้นั ไปใช้ในการจดบนั ทึกความยาวของ สิ่งของต่าง ๆ ที่อยู่ในโรงเรียน (ครูผู้สอนต้องคอยดูแลและควบคุมนักเรียนอยู่ใกล้ชิด) โดยใช้เคร่ืองมือท่ีครู เตรียมให้ได้อย่างเหมาะสม ใช้เวลา 10-15 นาที ในการทากิจกรรม จากนั้นส่งสมุดเล่มเล็กเป็นช้ินงานเพื่อ ประเมิน 3. ครูแจกใบงานท่ี 6.8 เรอื่ ง การหาคาตอบและแสดงวธิ ีทาโจทย์ปญั หาเกีย่ วกับความยาว ให้นกั เรยี นกลุ่มเดมิ ร่วมกนั ทา 4. ครูให้นักเรียนกลุ่มเดิมร่วมกันทากิจกรรม “สนุกคิด สนุกทา” ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 187 เมอ่ื ทาเสรจ็ แลว้ ครูสุม่ นกั เรยี นออกมานาเสนอ โยครแู ละนกั เรยี นกลุ่มท่ีเหลือร่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้อง 5. ครูขออาสาสมัครนักเรียนออกมาตอบคาถามจากกิจกรรม “คาถามท้ายทายการคิดขั้นสูง” และ “เชื่อมโยงสู่ชีวิจ ประจาวัน” โดยครูตรวจสอบความถูกต้องของคาตอบ 4. ครูให้ตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนและนักเรียนกลุ่มที่เหลือช่วยกันตรวจสอบ ความถกู ตอ้ ง ข้ันสรปุ 1. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรุปการแสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาเกี่ยวกับความยาวที่มหี น่วยเปน็ เซนตเิ มตร และมิลลิเมตร เมตรและเซนติเมตร กิโลเมตรและเมตร ว่า “การแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับ ความยาวท่ีมีหน่วยเป็นเซนติเมตรและมิลลิเมตร เมตรและเซนติเมตร กิโลเมตรและเมตร โดยการแก้โจทย์ปัญหา เกี่ยวกับการวัดความยาวต้องวิเคราะห์โจทย์ และแสดงวิธีทาเพ่ือหาคาตอบ รวมท้ังตรวจสอบความสมเหตุสมผล ของคาตอบ” 2. ครใู หน้ กั เรียนทากิจกรรมฝกึ ทักษะ ในหนงั สือเรียนคณติ ศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 หน้า 186 ขอ้ 4–6 เป็นการบ้าน

3. ครูให้นักเรียนทาแบบฝึกหัด ในหนังสือแบบฝึกหัด คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 เป็นการบ้าน เพื่อตรวจสอบความ เขา้ ใจเปน็ รายบุคคล 4. ครใู หน้ ักเรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรยี น หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 6 เรือ่ ง การวัดความยาว 7. การวดั และประเมนิ ผล รายการวดั วิธีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ์การประเมนิ 7.1 การประเมินช้ินงาน/ - ตรวจชน้ิ งาน กิจกรรม - แบบประเมนิ - ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน ภาระงาน (รวบยอด) นักสารวจความยาว ชน้ิ งาน/ ภาระงาน เกณฑ์ 7.2 ประเมินระหวา่ ง การจัดกิจกรรม การเรยี นรู้ 1) โจทยป์ ัญหา - ตรวจใบงานท่ี 6.7 - ใบงานท่ี 6.7 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ เกย่ี วกบั ความยาว - ตรวจใบงานที่ 6.8 - ใบงานที่ 6.8 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ - กิจกรรมฝึกทักษะ - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - ตรวจแบบฝึกหดั - แบบฝึกหัด - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ 2) การนาเสนอ - ประเมินการนาเสนอ - แบบประเมินการ - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน ผลงาน/ผลการทา ผลงาน/ผลการทา นาเสนอผลงาน เกณฑ์ กิจกรรม กจิ กรรม 3) พฤตกิ รรมการ - สงั เกตพฤตกิ รรมการ - แบบสังเกต - ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน ทางานรายบุคคล ทางานรายบคุ คล พฤติกรรม เกณฑ์ การทางารายบคุ คล 4) พฤตกิ รรมการ - สังเกตพฤตกิ รรมการ - แบบสังเกต - ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน ทางานกลมุ่ ทางานกลุม่ พฤตกิ รรม เกณฑ์ การทางานกลุ่ม 5) คณุ ลกั ษณะ - สังเกตความมีวนิ ัย - แบบประเมิน - ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น อันพึงประสงค์ ใฝ่เรยี นรู้ และม่งุ ม่ัน คุณลักษณะอันพงึ เกณฑ์ ในการทางาน ประสงค์ 7.3 การประเมิน หลงั เรยี น - แบบทดสอบหลัง - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลังเรียน - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ เรียน หน่วยการ หลังเรยี น เรยี นรูท้ ่ี 6 การวดั ความยาว

8. สือ่ /แหลง่ การเรียนรู้ 8.1 สอ่ื การเรียนรู้ 1) หนงั สือเรียน คณติ ศาสตร์ ป. 3 เลม่ 1 หนว่ ยที่ 6 การวดั ความยาว 2) หนังสอื แบบฝกึ หดั คณิตศาสตร์ ป. 3 เลม่ 1 หน่วยที่ 6 การวดั ความยาว 3) ใบงานท่ี 6.7 เรอ่ื ง โจทย์ปัญหาเกยี่ วกบั ความยาว 4) ใบงานท่ี 6.8 เรื่อง การหาคาตอบและแสดงวิธที าโจทย์ปัญหาเกีย่ วกบั ความยาว 5) ไม้บรรทดั 6) ปากกา 7) คตั เตอร์ 8) ตลบั เมตร 8.2 แหลง่ การเรยี นรู้ - หอ้ งเรยี น

ใบงานท่ี 6.7 เรอ่ื ง โจทยป์ ญั หาเกยี่ วกบั ความยาว คาช้แี จง : ให้นักเรียนชว่ ยกันวางแผนและแกโ้ จทย์ปญั หาท่กี าหนดให้ โจทย์ …………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… ส่งิ ท่ีโจทย์กาห…น…ด…ใ…ห….้ ..…...…...…..…...…...…....................................................................................................... สิง่ ท่โี จทย์ถาม.................................................................................................................................. การวางแผนการแกป้ ัญหา การแก้ปัญหา …………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………

ใบงานที่ 6.7 เฉลย เร่ือง โจทยป์ ญั หาเก่ยี วกบั ความยาว คาชแี้ จง : ใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั วางแผนและแก้โจทยป์ ญั หาทกี่ าหนดให้ โจทย์ …………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… สิง่ ท่ีโจทย์กาหนดให้........................................................................................................................ สิ่งทีโ่ จทยถ์ าม.................................................................................................................................. การวางแผนการแก้ปญั หา การแกป้ ัญหา …………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………

ใบงานที่ 6.8 เรื่อง การเขียนคาตอบและแสดงวิธีทาโจทยป์ ญั หาเกย่ี วกับความยาว คาชี้แจง : ให้นกั เรียนเขยี นคาตอบและเลือกแสดงวิธีทาโจทยป์ ัญหาเกย่ี วกับความยาว 1 ข้อจาก โจทยท์ กี่ าหนดให้ 1. เชือกเสน้ หนึ่งยาว 456 เซนตเิ มตร 25 มลิ ลิเมตร ตัดไปใช้ 224 เซนติเมตร 12 มิลลเิ มตร จะ เหลอื เชือกกเ่ี ซนตเิ มตร ก่มี ิลลิเมตร คาตอบคือ ...................................................................................................... 2. พรพจนข์ บั รถจากเชยี งใหมไ่ ปยงั เชียงราย เป็นระยะทาง 156 กิโลเมตร 450 เมตร และขับจาก เชียงรายไปลาพนู 235 กิโลเมตร 375 เมตร พรพจนข์ ับรถเป็นระยะทางรวมกก่ี ิโลเมตร กี่เมตร คาตอบคือ ...................................................................................................... 3. ในระยะเวลา 5 วัน สุนอี อกกาลงั กายรวมเป็นระยะทาง 5 กโิ ลเมตร 200 เมตร เฉลยี่ สนุ ีออก กาลงั กายวันละเท่าใด คาตอบคือ ...................................................................................................... แสดงวิธีทา ขอ้ ............. ........................................................................................................................................ ........................................................................................................................................ ........................................................................................................................................ ........................................................................................................................................ ........................................................................................................................................ ......................................................................................................................................

ใบงานที่ 6.8 เฉลย เร่ือง การเขียนคาตอบและแสดงวธิ ที าโจทยป์ ัญหาเกย่ี วกับความยาว คาชีแ้ จง : ใหน้ กั เรยี นเขียนคาตอบและเลือกแสดงวธิ ีทาโจทยป์ ญั หาเกีย่ วกบั ความยาว 1 ข้อจาก โจทย์ท่กี าหนดให้ 1. เชอื กเส้นหนึ่งยาว 456 เซนตเิ มตร 25 มลิ ลเิ มตร ตดั ไปใช้ 224 เซนตเิ มตร 12 มิลลเิ มตร จะ เหลอื เชอื กก่ีเซนตเิ มตร ก่ีมลิ ลิเมตร คาตอบคอื 233 เซนตเิ มตร 3 มิลลิเมตร 2. พรพจน์ขบั รถจากเชยี งใหม่ไปยังเชยี งราย เป็นระยะทาง 156 กิโลเมตร 450 เมตร และขับจาก เชยี งรายไปลาพนู 235 กโิ ลเมตร 375 เมตร พรพจน์ขับรถเปน็ ระยะทางรวมกกี่ โิ ลเมตร กี่เมตร คาตอบคือ 391 กโิ ลเมตร 825 เมตร 3. ในระยะเวลา 5 วนั สุนอี อกกาลงั กายรวมเป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร 200 เมตร เฉล่ยี สุนีออก กาลังกายวนั ละเท่าใด คาตอบคอื 1 กิโลเมตร 40 เมตร แสดงวิธีทา ข้อ............. ........................................................................................................................................ ........................................................................................................................................ ........................................................................................................................................ ........................................................................................................................................ ........................................................................................................................................ ......................................................................................................................................

บันทกึ ผลหลังกระบวนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ผลการเรยี นรูท้ ี่เกิดขน้ึ กบั ผเู้ รียน 1.1 ผู้เรยี นผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ จานวน...................คน คดิ เป็นร้อยละ.................. 1.2 ผเู้ รยี นไม่ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้ จานวน...................คน ได้แก่ .......................................................................................................…………………………………………………………. สาเหตุ .......................................................................................................…………………………………………………………. 1.3 ผเู้ รยี นไดร้ ับความรู้ : .......................................................................................................…………………………………………………………. 1.4 ผู้เรียนเกดิ ทกั ษะกระบวนการ : .......................................................................................................…………………………………………………………. 1.5 ผเู้ รยี นมีคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม .......................................................................................................…………………………………………………………. 2. ปญั หา / อุปสรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. 3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. ลงชอื่ ........................................ผ้สู อน (นางสาวพรรัตน์ จันทรค์ า)

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 7 รูปเรขาคณิตสองมิติ เวลา 3 ชว่ั โมง 1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วดั ค 2.2 เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบัติรูปเรขาคณติ ความสัมพันธ์ระหว่างรปู เรขาคณิตและทฤษฎีบท ทางเรขาคณติ และนาไปใช้ ค 2.2 ป.3/1 ระบรุ ปู เรขาคณติ สองมิตทิ ม่ี ีแกนสมมาตรและจานวนแกนสมมาตรได้ 2. สาระการเรยี นรู้ 2.1 สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง รูปทีม่ แี กนสมมาตร 2.2 สาระการเรยี นร้ทู อ้ งถ่นิ (พจิ ารณาตามหลกั สูตรสถานศึกษา) 3. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด เม่ือพับกระดาษรูปเรขาคณิตสองมิติตามแนวเส้นประแล้ว ทั้งสองส่วนทับกันสนิทพอดี เรียกรอยพับน้ีว่า แกนสมมาตร และเรียกรูปเรขาคณิตสองมิติทมี่ ีแกนสมมาตรว่า รูปสมมาตร ซงึ่ รูปเรขาคณติ สองมติ ิบางรูปมีแกน สมมาตรมากกวา่ 1 แกน 4. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียนและคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. มวี นิ ัย 2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รียนรู้ 1) ทกั ษะการสังเกต 3. มงุ่ มน่ั ในการทางาน 2) ทกั ษะการเช่ือมโยง 3) ทกั ษะการให้เหตผุ ล 4) ทกั ษะกระบวนการคิดแกป้ ัญหา 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ

5. ชนิ้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) - การ์ดอวยพรสร้างสรรค์ ให้นักเรียนแต่ละกล่มุ สร้างการ์ดอวยพรวันสาคัญ กลุ่มละ 1 แผน่ ซ่ึงเป็นการด์ อวย พรทพี่ ับได้ โดยใช้ความรู้ เร่อื ง รูปสมมาตร และมีลวดลายที่สรา้ งจากรูปเรขาคณติ จากน้ันระบายสใี หส้ วยงาม 6. การวดั และการประเมินผล รายการวดั วธิ ีการ เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมิน 6.1 การประเมินชน้ิ งาน/ - ตรวจช้นิ งาน กิจกรรม - แบบประเมินชิน้ งาน/ - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน ภาระงาน (รวบยอด) การ์ดอวยพรสร้างสรรค์ ภาระงาน เกณฑ์ 6.2 การประเมนิ กอ่ นเรยี น - แบบทดสอบ - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบ - ประเมินตามสภาพจริง กอ่ นเรียน กอ่ นเรียน ก่อนเรียน หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 7 รูปเรขาคณิตสองมิติ 6.3 ประเมินระหว่าง การจดั กิจกรรมการ เรียนรู้ 1) รปู ที่มีแกนสมมาตร - ตรวจใบงานท่ี 7.1 - ใบงานท่ี 7.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - ใบงานท่ี 7.2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ และจานวนแกน - ตรวจใบงานท่ี 7.2 - กิจกรรมฝกึ ทกั ษะ - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ - แบบฝึกหัด - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ สมมาตร - ตรวจกจิ กรรมฝึกทักษะ - แบบประเมินการ - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน - ตรวจแบบฝึกหัด นาเสนอผลงาน เกณฑ์ 2) การนาเสนอผลงาน/ - ประเมนิ การนาเสนอ ผลการทากิจกรรม ผลงาน/ผลการทา กิจกรรม 3) พฤตกิ รรมการ - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกต - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน ทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล พฤตกิ รรม เกณฑ์ การทางานรายบุคคล 4) พฤติกรรม - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกต - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน การทางานกลุ่ม การทางานกลุ่ม พฤติกรรม เกณฑ์ การทางานกลมุ่ 5) คุณลักษณะ - สงั เกตความมวี นิ ยั - แบบประเมิน - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน อันพึงประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ ม่ัน ในการทางาน คุณลักษณะ เกณฑ์ อันพงึ ประสงค์

รายการวัด วิธกี าร เครอื่ งมอื เกณฑ์การประเมนิ 6.4 การประเมินหลงั เรียน - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลงั เรียน - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - แบบทดสอบหลงั หลังเรยี น เรยี น หน่วยการ เรียนรู้ที่ 7 รูป เรขาคณิตสองมติ ิ 7. กจิ กรรมการเรยี นรู้  แผนฯ ที่ 33 : รูปท่ีมแี กนสมมาตรและจานวนแกนสมมาตร เวลา 3 ชัว่ โมง แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนคิ : แบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) (รวมเวลา 3 ชว่ั โมง)

8. ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้ 8.1 ส่ือการเรยี นรู้ 1) หนังสอื เรยี น คณติ ศาสตร์ ป. 3 เล่ม 1 หน่วยท่ี 7 รูปเรขาคณิตสองมิติ 2) หนงั สอื แบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ ป. 3 เลม่ 1 หนว่ ยท่ี 7 รปู เรขาคณิตสองมติ ิ 3) ใบงานที่ 7.1 เรอ่ื ง เอะ๊ ! ใชร่ ูปสมมาตรไหมนะ 4) ใบงานท่ี 7.2 เร่ือง เอ๊ะ! ต่อเติมอย่างไรให้เป็นรูปสมมาตรนะ 5) รูปสิ่งของต่าง ๆ (เขยี งไม้ กรอบรูป และนาฬกิ า) 6) กระดาษ A4 7) กระดาษ 100 ปอนด์ 8) กระดาษรูปสเ่ี หลยี่ มผนื ผ้า 9) กระดาษรปู วงกลม 10) กระดาษรปู สเ่ี หลีย่ มจตั รุ ัส 11) กระดาษรูปเรขาคณติ สองมิติ 12) กระดาษรปู เรขาคณิตสองมิติที่มีแกนสมมาตร 8.2 แหลง่ การเรียนรู้ - หอ้ งเรียน

แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 7 คาช้แี จง : ใหน้ กั เรียนเลือกคาตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1.ข้อใดไมใ่ ช่รูปสมมาตร 6. รูปสเ่ี หลีย่ มผนื ผา้ มรี ปู แกนสมมาตรกแ่ี กน ก. ข. ก. 2 ข. 4 ค. ง. ค. 6 ง. 8 2. รปู สีเ่ หลย่ี มจตั ุรสั มรี ูปแกนสมมาตรกีแ่ กน 7. รูปใดแสดงแกนสมมาตรไดถ้ ูกตอ้ ง ก. 1 ข. 2 ก. ข. ค. 3 ง. 4 ค. ง. 3. รปู ใดมีแกนสมมาตรมากท่ีสุด 8. ก. ดาว ข. สามเหลย่ี ม ค. วงกลม ง. ห้าเหลย่ี ม จากรูปมีแกนสมมาตรกีแ่ กน 4. รปู ใดมแี กนสมมาตรน้อยทีส่ ดุ ก. 2 ข. 3 ก. ข. ค. 4 ง. 5 9. รูปสมมาตรคืออะไร ค. ง. ก. รูปทพ่ี ับคร่งึ แล้ว 5. ขอ้ ใดกล่าวถกู ตอ้ ง ข. รปู ทร่ี อยพบั ทั้งสองข้างทบั กนั สนิท ก. รูปเรขาคณิตสองมิติทุกรูปมีแกนสมมาตรได้แกน ค. รปู ทีม่ รี อยพบั ของรูป เดยี ว ง. รปู ท่ีมแี กนหน่งึ แกน ข. รูปเรขาคณิตสองมิติบางรปู มีแกนสมมาตรมากกวา่ 1 10. ขอ้ ใดไม่มีแกนสมมาตร ข. แกน ก. ค. รูปเรขาคณติ สองมติ ิทุกรปู มีแกนสมมาตรได้ 2 แกน ง. รูปสองมติ ิทุกรปู ต้องมีแกนสมมาตร ค. ง. เฉลย 1. ค 2. ง 3. ค 4. ข 5. ข 6. ก 7. ก 8. ก 9. ข 10. ง

แบบทดสอบหลงั เรยี น หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 7 คาชี้แจง : ใหน้ กั เรยี นเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1.ขอ้ ใดเป็นรปู สมมาตร 6. รปู ส่ีเหลีย่ มจัตุรสั มรี ปู แกนสมมาตรกแี่ กน ก. ข. ก. 2 ข. 1 ค. ง. ค. 6 ง. 4 2. รปู หกเหล่ียมมรี ูปแกนสมมาตรกแ่ี กน 7. รูปใดแสดงแกนสมมาตรได้ไม่ถกู ตอ้ ง ก. 2 ข. 4 ก. ข. ค. 6 ง. 8 ค. ง. 3. รปู ใดมีแกนสมมาตรน้อยทส่ี ดุ ก. หวั ใจ ข. ส่เี หลีย่ ม 8. ค. วงกลม ค. สามเหล่ยี มดา้ นเท่า 4. รปู ใดมีแกนสมมาตรมากที่สดุ จากรปู มีแกนสมมาตรกี่แกน ก. ข. ก. 1 ข. 2 ค. 3 ง. 4 ค. ง. 9. แกนสมมาตรคืออะไร 5. ขอ้ ใดกล่าวไม่ถูกตอ้ ง ก. เสน้ ที่แบง่ คร่งึ พื้นทร่ี ูปออกเปน็ 2 ส่วน ก. รูปเรขาคณติ สองมติ ทิ กุ รูปมแี กนสมมาตรเทา่ กนั ข. รอยพบั ของรปู ทที่ บั กันสนทิ ข. รปู เรขาคณิตสองมิติบางรูปมีแกนสมมาตรมากกว่า ค. รปู ท่ีพบั ครึ่งแลว้ มีรอยทบั กันสนิท 1 แกนเดียว ง. แกนที่อยู่ในรปู เรขาคณิตสองมิติ ค. รปู เรขาคณติ สองมิติบางรูปมแี กนสมมาตร 1 แกน 10. ข้อใดไม่มีแกนสมมาตร ง. รปู วงกลมเปน็ รปู เรขาคณิตสองมิติทีม่ ีแกนสมมาตร ก. ข. มากที่สดุ ค. ง. เฉลย 1. ข 2. ค 3. ก 4. ข 5. ก 6. ข 7. ค 8. ข 9. ข 10. ข

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 33 กลุม่ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ รหัสวชิ า ค 13101 ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 3 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 7 เรือ่ ง รูปเรขาคณิตสองมิติ เวลาเรียน 3 ชั่วโมง เวลา …………………………… เร่ือง รปู ทมี่ ีแกนสมมาตรและจานวนแกนสมมาตร ชอ่ื ผู้สอน นางสาวพรรตั น์ จนั ทร์คา วนั ท่ี ........................................ 1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวดั ค 2.2 ป.3/1 ระบรุ ูปเรขาคณิตสองมติ ิท่ีมแี กนสมมาตรและจานวนแกนสมมาตร 2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1) อธบิ ายลกั ษณะของรูปเรขาคณติ ทม่ี แี กนสมมาตรได้ (K) 2) สร้างรูปสมมาตรและระบุจานวนแกนสมมาตรของรูปสมมาตรได้ (P) 3) นาความรู้เก่ยี วกบั รปู ทม่ี แี กนสมมาตรและจานวนแกนสมมาตรไปใชแ้ กป้ ญั หาทางคณติ ศาสตร์ (A) 3. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรทู้ ้องถ่นิ พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา สาระการเรียนรแู้ กนกลาง รปู ทมี่ แี กนสมมาตร 4. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด เม่ือพับกระดาษรูปเรขาคณิตสองมิติตามแนวเส้นประแล้ว ทั้งสองส่วนทับกันสนิทพอดี เรียกรอยพับนี้ว่า แกนสมมาตร และเรียกรปู เรขาคณิตสองมิติท่มี ีแกนสมมาตรว่า รูปสมมาตร ซ่ึงรูปเรขาคณติ สองมติ ิบางรปู มีแกน สมมาตรมากกวา่ 1 แกน 5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี นและคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ 1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. มีวนิ ัย 2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรียนรู้ 1) ทกั ษะการสังเกต 3. มุง่ ม่ันในการทางาน 2) ทักษะการเช่ือมโยง 3) ทกั ษะการใหเ้ หตผุ ล 4) ทกั ษะกระบวนการคดิ แกป้ ัญหา 3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา 4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้  แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5E : Instructional Model) ชว่ั โมงท่ี 1 นักเรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน หน่วยการเรียนรู้ท่ี 7 เรือ่ ง รูปเรขาคณิตสองมิติ ขั้นนา กระตนุ้ ความสนใจ (Engage) 1. ครูกระตนุ้ ความสนใจของนักเรยี นโดยการนารูปสิ่งของต่าง ๆ มาแสดงให้ดโู ดยใหน้ ักเรียนรว่ มกันตอบคาถาม ว่า “สงิ่ ของแตล่ ะชน้ิ คือรปู อะไรและมีสว่ นประกอบเปน็ รปู เรขาคณติ สองมิติชนดิ ใด” (แนวตอบ เขยี งไม้ มสี ว่ นประกอบป็นรปู วงกลม) (แนวตอบ กรอบรปู มสี ่วนประกอบเปน็ รปู ส่เี หลีย่ มผนื ผา้ ) (แนวตอบ นาฬิกาแขวน มีสว่ นประกอบเป็นรูปวงกลม) 2. ครใู หน้ ักเรียนแบ่งกลุ่มเปน็ 2 กลุ่ม คือกลุ่มนักเรยี นชาย และกลุ่มนักเรียนหญิง จากนน้ั ให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม ช่วยกันยกตัวอย่างสิ่งของท่ีมีรูปเรขาคณิตเป็นส่วนประกอบ โดยส่งตัวแทนออกไปเขียนคาตอบบนกระดาน ภายในเวลาท่กี าหนด ซ่งึ กลมุ่ ที่เขียนไดม้ ากทีส่ ดุ จะเป็นกลมุ่ ที่ชนะ ครูและนกั เรยี นช่วยกันเฉลยคาตอบ 3. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน (คละความสามารถทางคณิตศาสตร์) แลว้ แจกกระดาษ A4 ให้กลมุ่ ละ 1 แผน่ จากนนั้ ให้นักเรียนสร้างรูปเรขาคณิตในรปู แบบต่าง ๆ โดยตดั ออกมาเปน็ ชิ้น ๆ ในเวลาท่ีกาหนด กลุ่มท่ี สรา้ งไดม้ ากท่สี ดุ เปน็ กลมุ่ ที่ชนะ 4. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายเกี่ยวกับลักษณะของรูปเรขาคณิตสองมติ ิแต่ละชนิด และการสรา้ งรูปเรขาคณิต 5. ครูให้นักเรียนทากิจกรรมเตรยี มความพรอ้ มก่อนเรียน ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 191 จากน้ัน นักเรยี นร่วมกันตอบ

ข้นั สอน สารวจคน้ หา (Explore) 1. ครูนากระดาษรูปสี่เหล่ียมผืนผ้า กระดาษรูปวงกลม และกระดาษรูปส่ีเหลี่ยมจัตุรัสใส่ลงในกล่อง แล้วให้นักเรียน สุ่มหยิบกระดาษจากในกล่องคนละ 1 แผ่น จากน้ันให้นักเรียนคิดว่าจะแบ่งกระดาษท่ีได้ออกเป็นสองส่วน แต่ละ สว่ นเทา่ กัน ไดอ้ ยา่ งไรบ้าง โดยครูคอยชี้แนะแนวทางที่ถูกตอ้ ง 2. ครูสุม่ นักเรยี นออกมานาเสนอผลงานและวธิ ีการแบง่ กระดาษแต่ละสว่ นให้เท่ากัน 3. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปจากกิจกรรมว่า รูปส่ีเหลี่ยมผืนผ้า รูปสี่เหล่ียมจัตุรัส และรูปวงกลม สามารถแบ่ง ออกเป็นสว่ นสอง แต่ละส่วนเทา่ กัน ไดด้ งั นี้ 4. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน (คละความสามารถทางคณิตศาสตร์) แล้วครูให้นักเรียนทา ใบงาน ท่ี 7.1 เรื่อง เอ๊ะ! ใช่รูปสมมาตรไหมนะ จากน้ันครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอหน้าช้ันเรียน โดยครูและ นกั เรยี นที่เหลอื รว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้อง 5. ครูและนักเรียนร่วมสรุปความรู้เกี่ยวกับรูปสมมาตรว่า “เม่ือพับกระดาษรูปเรขาคณิตสองมิติตามแนวเส้นประแล้ว ทง้ั สองส่วนทับกนั สนิทพอดี เรียกรอยพับนี้ว่า แกนสมมาตร และเรียกรูปเรขาคณิตสองมิติที่มีแกนสมมาตรว่า รูป สมมาตร” ชวั่ โมงท่ี 2 อธิบายความรู้ (Explain) 1. ครูกล่าวทักทายและทบทวนเร่ืองรูปสมมาตรโดยการสุ่มนักเรียนออกมาสาธิตการพับกระดาษเพ่ือตรวจสอบว่ารูป เรขาคณิตสองมิติดังกล่าวเปน็ รูปสมมาตรหรือไม่ (แนวตอบ เป็นรูปสมมาตร)

(แนวตอบ ไมเ่ ปน็ รูปสมมาตร) (แนวตอบ เป็นรปู สมมาตร) 2. ครูให้นักเรยี นแต่ละกลุ่มทากิจกรรมพัฒนาความรู้ ในหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 192 จากน้ันครูให้ นกั เรียนแต่ละกลุม่ ออกมานาเสนอหน้าชนั้ เรียน โดยครูและนกั เรยี นทเี่ หลอื รว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง 3. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน (กลุ่มเดิมตามชั่วโมงที่แล้ว) ให้แต่ละกลุ่มศึกษาเร่ือง รูปเรขาคณิตสอง มิติที่มีแกนสมมาตร ในหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 193 จากน้ันครูให้นักเรียนแตล่ ะกลุ่มส่งตัวแทน ออกมาอภปิ รายหน้าชน้ั เรยี น โดยครแู ละนักเรียนที่เหลือร่วมกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง 4. ครูให้นักเรียนแต่ละคนศึกษาเรื่อง รูปเรขาคณิตสองมิติที่มีแกนสมมาตร ในหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 194 (ตัวอย่างท่ี 2) โดยให้พิจารณารูปเรขาคณิตสองมิติที่มีแกนสมมาตรมากกว่า 1 แกน พร้อมท้ังแจก กระดาษรูปดังกล่าว ให้นักเรียนคนละ 1 รูป เพ่ือทาการทดลองพับด้วยตนเองแล้วต้ังคาถามว่า “เมื่อพับตามรอย พับแล้วสามารถแบ่งกระดาษออกเป็นสองสว่ น และแต่ละส่วนมีขนาดเท่ากันได้หรือไม่” (แนวตอบ แบ่งไดเ้ ป็นสองส่วนและแต่ละส่วนมขี นาดเท่ากัน) 5. ครูตั้งคาถามกระตุ้นความคิดของนักเรียนว่า “ในชีวิตประจาวันนักเรียนพบเห็นอะไรที่เป็นรูปสมมาตรบ้าง” ครูเปดิ โอกาสให้นกั เรียนแสดงความคิดเหน็ ตามความเข้าใจของตนเอง 6. ครูและนักเรียนร่วมสรุปความรู้เกี่ยวกับรูปสมมาตรว่า “เม่ือพับกระดาษรปู เรขาคณิตสองมิติตามแนวเส้นประแล้ว ท้ังสองส่วนทับกันสนิทพอดี เรียกรอยพับน้ีว่า แกนสมมาตร และเรียกรูปเรขาคณิตสองมิติที่มีแกนสมมาตรว่า รูป สมมาตร ซึ่งรปู เรขาคณติ สองมิติบางรปู มีแกนสมมาตรมากกว่า 1 แกน”

ชัว่ โมงที่ 3 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate) 1. ครูทบทวนส่ิงที่เรียนไปชั่วโมงท่ีแล้วเกี่ยวกับรูปสมมาตรและแกนสมมาตร โดยครูวาดรูปเราขาคณิตสองมิติบน กระดาน จากนั้นถามนักเรียนว่าเป็นรูปสมมาตรหรือไม่ และมีแกนสมมาตรก่ีแกน ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลย คาตอบ 2. ครูอธิบายความรู้เพิ่มเติมเก่ียวกับการเขียนรูปต่อเติมจากที่กาหนดให้เป็นรูปสมมาตรท่ีมีเส้นสมมาตรแล้วให้ นักเรียนแต่ละคนศึกษาการต่อรูปท่ีกาหนดให้เป็นรูปสมมาตรในหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 194 (ตัวอยา่ งที่ 3) BB A0 C A CD 3. ครูให้นักเรียนแต่ละคนทาใบงานที่ 7.2 เร่ือง เอ๊ะ! ต่อเติมอย่างไรให้เป็นรูปสมมาตรนะ จากน้ันครูให้ตัวแทน นักเรียนออกมานาเสนอหนา้ ชน้ั เรยี น โดยครแู ละนักเรยี นที่เหลือรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้อง 4. ครูวาดรูปเรขาคณิตสองมิติบนกระดาน จากนั้นครูสุ่มนักเรียนออกมาเขียนเส้นประแสดงแกนสมมาตรของรูปท่ีครู วาดบนกระดาน ครูและนกั เรียนที่เหลือช่วยกนั เฉลยคาตอบ (ครูยกตวั อยา่ ง 4–5 ตวั อย่างเพอ่ื ให้นกั เรยี นเข้าใจ 5. ครูให้นักเรียนจับคู่ แล้วให้แต่ละคู่ทากิจกรรมฝึกทักษะจากในหนังสอื เรียนคณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 195–196 จากน้นั ใหเ้ ขยี นคาตอบลงในสมุด 6. ครใู หอ้ าสาสมัครนักเรียนแต่ละกลมุ่ ออกมานาเสนอผลงาน และครูคอยให้คาแนะนา 7. ครูให้นักเรียนร่วมกันตอบคาถามจากกรอบ “ความรู้ที่ได้” ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 196 โดย ครตู รวจสอบความถกู ต้อง 8. ครูให้นักเรียนกลุ่มเดิมทากิจกรรม “สนุกคิด สนุกทา” ในหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 197 แล้วขอ อาสาสมคั รออกมาแสดงผลงาน โดยครูและนกั เรยี นกลุ่มที่เหลอื ร่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้อง 9. ครูให้นักเรียนร่วมกันตอบคาถามจากกิจกรรม “คาถามท้าทายความคิดขั้นสูง”และ “เช่ือมโยงสู่ชีวิตประจาวัน” ในหนงั สือเรียนคณิตศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 หนา้ 198 โดยครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง 10. ครูให้นักเรียนกลุ่มเดิมร่วมกันทากิจกรรม คณิตศาสตร์เชิงสะเต็ม เรื่อง เครื่องบินกระดาษ ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 200-201 โดยครูเป็นผู้แนะนาแนวทางท่ีถูกต้อง และคอยตรวจสอบการให้ความ ร่วมมอื ของสมาชกิ ในแต่ละกลุ่ม 11. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรุปความรู้เรื่องรูปสมมาตรและแกนสมมาตร

ขน้ั สรุป ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรปุ วา่ “รูปสมมาตร คือ รูปที่เมือ่ พับกระดาษรูปเรขาคณิตสองมิตติ ามแนวเส้นประแลว้ ท้งั สอง ส่วนทบั กนั สนทิ พอดี เรียกรอยพบั น้ีวา่ แกนสมมาตร ซ่ึงรปู เรขาคณิตสองมิตบิ างรปู มแี กนสมมาตรมากกว่า 1 แกน” 2. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน (คละความสามารถทางคณิตศาสตร์) จากน้ัน ครูมอบหมายช้ินงาน กิจกรรมการ์ดอวยพรสร้างสรรค์โดยครูอธิบายขั้นตอนให้นักเรียนฟัง ดังน้ี ให้แต่ละกลุ่มสร้างการ์ดอวยพรวัน สาคัญ กลุ่มละ 1 แผ่น ซึ่งเป็นการ์ดอวยพรท่ีพับเปิดได้ ซึ่งสร้างโดยใช้ความรู้เร่ืองรูปสมมาตร มีลวดลายที่สร้าง จากรูปเรขาคณิต จากน้นั ระบายสีใหส้ วยงาม 3. ครูใหน้ ักเรยี นแต่ละกลุม่ ร่วมกันออกมานาเสนอผลงานการ์ดอวยพรสร้างสรรค์ 4. ครูให้นักเรียนทาแบบฝึกหัดใน หนังสือแบบฝึกหัด คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 เป็นการบ้าน เพื่อตรวจสอบความ เขา้ ใจเปน็ รายบุคคล 5. ครูให้นกั เรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 7 เรอื่ ง รปู เรขาคณิตสองมิติ 7.การวัดและประเมนิ ผล รายการวดั วิธีการ เครอื่ งมอื เกณฑ์การประเมิน 7.1 การประเมินก่อนเรยี น - แบบทดสอบ - ประเมนิ ตามสภาพจรงิ - แบบทดสอบก่อน - ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรยี น เรียน หน่วยการ กอ่ นเรียน เรยี นรู้ที่ 7 รปู เรขาคณิตสองมิติ 7.2 การประเมินช้นิ งาน/ - ตรวจชน้ิ งาน กิจกรรม - แบบประเมนิ - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน ภาระงาน (รวบยอด) การ์ดอวยพรสรา้ งสรรค์ ชน้ิ งาน/ ภาระงาน เกณฑ์ 7.3 ประเมินระหวา่ ง - ตรวจใบงานท่ี 7.1 - ใบงานที่ 7.1 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ การจดั กจิ กรรมการ - ตรวจใบงานท่ี 7.2 - ใบงานท่ี 7.2 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ เรยี นรู้ - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทักษะ - กจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 1) รปู ทีม่ ีแกน - ตรวจแบบฝึกหดั - แบบฝึกหดั - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ สมมาตรและ - ประเมนิ การนาเสนอ - แบบประเมนิ การ - ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน จานวนแกน สมมาตร ผลงาน/ผลการทา นาเสนอผลงาน เกณฑ์ 2) การนาเสนอ กจิ กรรม ผลงาน/ผลการทา กิจกรรม

รายการวัด วธิ กี าร เครือ่ งมอื เกณฑ์การประเมนิ 3) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกต - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน ทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล พฤตกิ รรม เกณฑ์ การทางานรายบคุ คล 4) พฤตกิ รรม - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกต - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน การทางานกลมุ่ การทางานกลุม่ พฤติกรรม เกณฑ์ การทางานกลุ่ม 5) คณุ ลกั ษณะ - สงั เกตความมีวินยั - แบบประเมิน - ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน อนั พงึ ประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ และม่งุ มัน่ ในการทางาน คุณลักษณะ เกณฑ์ 6.3 การประเมนิ หลงั เรยี น - แบบทดสอบหลัง - ตรวจแบบทดสอบ อนั พงึ ประสงค์ เรียน หน่วยการ หลังเรียน เรยี นรทู้ ่ี 7 รูป - แบบทดสอบหลงั เรียน - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ เรขาคณิตสองมิติ 8. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้ 8.1 ส่ือการเรียนรู้ 1) หนงั สือเรยี น คณิตศาสตร์ ป. 3 เล่ม 1 หน่วยที่ 7 รูปเรขาคณิตสองมิติ 2) หนงั สือแบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ ป. 3 เล่ม 1 หนว่ ยที่ 7 รปู เรขาคณิตสองมติ ิ 3) ใบงานที่ 7.1 เรือ่ ง เอ๊ะ! ใชร่ ปู สมมาตรไหมนะ 4) ใบงานท่ี 7.2 เรื่อง เอะ๊ ! ต่อเติมอยา่ งไรให้เปน็ รปู สมมาตรนะ 5) รูปส่ิงของตา่ ง ๆ (เขียงไม้ กรอบรปู และนาฬิกา) 6) กระดาษ A4 7) กระดาษ 100 ปอนด์ 8) กระดาษรปู สเี่ หลี่ยมผนื ผ้า 9) กระดาษรูปวงกลม 10) กระดาษรูปสเี่ หลีย่ มจัตรุ ัส 11) กระดาษรูปเรขาคณิตสองมติ ิ 12) กระดาษรูปเรขาคณิตสองมติ ิที่มแี กนสมมาตร 8.2 แหล่งการเรยี นรู้ - ห้องเรยี น

ใบงานท่ี 7.1 เอะ๊ ! ใช่รูปสมมาตรไหมนะ คาชี้แจง : ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกล่มุ ระบายสีภาพท่เี ป็นรูปสมมาตร

ใบงานท่ี 7.1 เฉลย เอะ๊ ! ใชร่ ูปสมมาตรไหมนะ คาชแ้ี จง : ใหน้ ักเรยี นแต่ละกลุ่มระบายสภี าพทเ่ี ป็นรูปสมมาตร

ใบงานท่ี 7.2 เอะ๊ ! ต่อเตมิ อยา่ งไรใหเ้ ปน็ รูปสมมาตรนะ คาชี้แจง : ให้นกั เรียนแต่ละกลมุ่ วาดรปู ต่อเตมิ จากท่ีกาหนดใหเ้ ป็นรปู สมมาตรท่มี ีเสน้ ประเป็นเส้นสมมาตร รปู ภาพท่กี าหนด รปู สมมาตร 2 2

ใบงานท่ี 7.2 เฉลย เอะ๊ ! ตอ่ เตมิ อย่างไรให้เปน็ รปู สมมาตรนะ คาชแี้ จง : ให้นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มวาดรูปต่อเตมิ จากทีก่ าหนดให้เปน็ รปู สมมาตรทีม่ ีเส้นประเป็นเส้นสมมาตร รูปภาพที่กาหนด รปู สมมาตร 2 2

รปู ภาพสิ่งของตา่ ง ๆ - เขยี งไม้ - กรอบรูป - นาฬิกา

รปู สเ่ี หล่ยี มผืนผา้ รปู วงกลม รูปสเ่ี หลย่ี มจตั รุ ัส

รปู เรขาคณิตสองมติ ิ

รปู เรขาคณติ สองมอตอท่มี แี กนสมมาตร

บนั ทึกผลหลังกระบวนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. ผลการเรยี นรทู้ ีเ่ กิดขนึ้ กับผ้เู รยี น 1.1 ผเู้ รียนผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้ จานวน...................คน คิดเป็นร้อยละ.................. 1.2 ผู้เรยี นไมผ่ า่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ จานวน...................คน ได้แก่ ......................................................................................................................................................................... สาเหตุ ......................................................................................................................................................................... 1.3 ผู้เรียนไดร้ บั ความรู้ : ......................................................................................................................................................................... 1.4 ผู้เรยี นเกดิ ทักษะกระบวนการ : ......................................................................................................................................................................... 1.5 ผู้เรยี นมีคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม ......................................................................................................................................................................... 2. ปญั หา / อปุ สรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. 3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. ลงช่อื ........................................ผู้สอน (นางสาวพรรตั น์ จนั ทร์คา)