Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนกาจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ป.3

แผนกาจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ป.3

Description: ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566

Search

Read the Text Version

ใบงานที่ 4.5 เฉลย เรอ่ื ง ฝึกสมอง...ประลองการคูณ 520 คาชี้แจง : ใหน้ กั เรียนหาผลคูณเติมลงในช่องว่างให้ถูกต้อง 1,020 1,880 1. 26 x 2 = 52 26 x 20 = 3,480 2,560 2. 34 x 3 = 102 34 x 30 = 4,800 7,560 3. 47 x 4 = 188 47 x 40 = 4,340 3,650 4. 58 x 6 = 348 58 x 60 = 2,610 3,600 5. 32 x 8 = 256 32 x 80 = 8,190 2,940 6. 96 x 5 = 480 96 x 50 = 1,610 3,680 7. 84 x 9 = 756 84 x 90 = 8. 62 x 7 = 434 62 x 70 = 9. 73 x 5 = 365 73 x 50 = 10. 87 x 3 = 261 87 x 30 = 11. 45 x 8 = 360 45 x 80 = 12. 91 x 9 = 819 91 x 90 = 13. 49 x 6 = 294 49 x 60 = 14. 23 x 7 = 161 23 x 70 = 15. 92 x 4 = 368 92 x 40 =

ใบงานที่ 4.6 เรอ่ื ง การคณู จานวนทีม่ สี องหลักกบั จานวนท่มี สี องหลกั คาช้แี จง : นักเรยี นระบายสีแถบประโยคโจทย์การคูณท่ีมคี าตอบถูกตอ้ ง จากนัน้ นาขอ้ ท่ถี กู ต้องไปแสดงวิธที าด้านล่าง 29 x 31 = 899 48 x 72 = 3,486 53 x 24 = 1,272 74 x 53 = 3,902 82 x 99 = 8,118 69 x 13 = 877 38 x 67 = 2,546 93 x 37 = 3,441 24 x 25 = 600 32 x 87 = 2,584 1. ประโยคสญั ลกั ษณ.์ ....................................................... 2. ประโยคสญั ลกั ษณ์................................................... 3. ประโยคสญั ลักษณ.์ ................................................. 4. ประโยคสัญลักษณ.์ ................................................ 5. ประโยคสัญลกั ษณ.์ .................................................. 6. ประโยคสญั ลักษณ.์ .................................................

ใบงานท่ี 4.6 เฉลย เรื่อง การคูณจานวนท่มี ีสองหลกั กบั จานวนทมี่ ีสองหลัก คาช้แี จง : นกั เรียนระบายสีแถบประโยคโจทย์การคูณที่มคี าตอบถูกต้อง จากน้ันนาขอ้ ที่ถกู ต้องไปแสดงวธิ ีทาดา้ นล่าง 29 x 31 = 899 48 x 72 = 3,486 53 x 24 = 1,272 74 x 53 = 3,902 82 x 99 = 8,118 69 x 13 = 877 38 x 67 = 2,546 93 x 37 = 3,441 24 x 25 = 600 32 x 87 = 2,584 1. ประโยคสญั ลกั ษณ์ 29 x 31 =  2. ประโยคสัญลกั ษณ์ 53 x 24 =  29 53 3 1x 2 4x 29 2 12 8 70 1 060 8 99 1 2 72 3. ประโยคสัญลกั ษณ์ 82 x 99 =  4. ประโยคสญั ลกั ษณ์ 38 x 67 =  82 38 9 9x 6 7x 738 26 6 7 380 2 280 8 1 18 254 6 5. ประโยคสญั ลกั ษณ์ 93 x 37 =  6. ประโยคสญั ลักษณ์ 24 x 25 =  93 24 3 7x 2 5x 651 120 2 790 480 3 441 600

บัตรจานวน เกมจับคูพ่ ระราชา 1,020 6,800 51 x 20 =  1,620 85 x 80 =  1,050 54 x 30 =  2,880 15 x 70 =  8,370 48 x 60 =  3,100 93 x 90 =  62 x 50 =  2,960 74 x 40 = 

บตั รจานวน เกมไกจ่ ๋า...ตามหาครอบครัว 1,504 7,055 32 x 47 =  2,028 85 x 83 =  1,170 52 x 39 =  2,806 15 x 78 =  2,328 46 x 61 =  3,528 97 x 24 =  63 x 56 =  3,276 78 x 42 = 

แถบประโยคสัญลกั ษณ์ 29 x 5 = 145 48 x 8 = 386 63 x 7 = 441 49 x 5 = 205 72 x 9 = 648 15 x 10 = 150

บตั รภาพ



บันทึกผลหลังกระบวนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. ผลการเรียนรทู้ เ่ี กดิ ขึ้นกับผ้เู รียน 1.1 ผู้เรียนผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ จานวน...................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................. 1.2 ผ้เู รยี นไมผ่ ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ จานวน...................คน ได้แก่ ......................................................................................................................................................................... สาเหตุ ......................................................................................................................................................................... 1.3 ผู้เรยี นไดร้ ับความรู้ : ......................................................................................................................................................................... 1.4 ผเู้ รยี นเกิดทกั ษะกระบวนการ : ......................................................................................................................................................................... 1.5 ผเู้ รียนมคี ณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม ......................................................................................................................................................................... 2. ปญั หา / อปุ สรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. 3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. ลงชอ่ื ........................................ผสู้ อน (นางสาวพรรัตน์ จันทรค์ า)

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 21 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ รหัสวิชา ค 13101 ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 4 เรอ่ื ง การคณู จานวนไมเ่ กนิ 100,000 เวลาเรียน 3 ชั่วโมง เวลา …………………………… เร่อื ง โจทย์ปัญหาการคูณ ช่ือผสู้ อน นางสาวพรรัตน์ จนั ทร์คา วนั ท่ี ........................................ 1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวช้วี ัด ค 1.1 ป.3/9 แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทย์ปญั หา 2 ขน้ั ตอน ของจานวนนับไมเ่ กิน 100,000 และ 0 2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1) วเิ คราะห์โจทยป์ ญั หาการคูณจานวนไมเ่ กนิ 100,000 ทก่ี าหนดใหไ้ ด้ (K) 2) วางแผนขน้ั ตอนการแก้โจทย์ปญั หาการคณู จานวนไมเ่ กิน 100,000 ทีก่ าหนดให้ได้ (K) 3) เขียนประโยคสญั ลักษณ์จากโจทยป์ ญั หาการคณู จานวนไม่เกิน 100,000 ไดถ้ ูกตอ้ ง (P) 4) เขยี นแสดงวิธีแกโ้ จทย์ปัญหาการคูณจานวนไม่เกนิ 100,000 ทก่ี าหนดให้ได้ถกู ต้อง (P) 5) หาคาตอบโจทย์ปญั หาการคูณจานวนไม่เกนิ 100,000 พร้อมทง้ั ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบได้ (P) 6) นาความรเู้ กย่ี วกับโจทยป์ ญั หาการคูณไปใช้แกป้ ญั หาในชวี ติ จรงิ ได้ (A) 3. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรูท้ ้องถิ่น การแกโ้ จทย์ปญั หาและการสรา้ งโจทยป์ ญั หา พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา พร้อมทั้งหาคาตอบ 4. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด โจทย์ปัญหาการคูณจะประกอบไปด้วยสองส่วนคือ ส่วนท่ีโจทย์กาหนดให้และส่วนท่ีโจทย์ถาม การแก้โจทย์ ปัญหาการคูณมีข้ันตอนสาคัญคือ ทาความเข้าใจ และวิเคราะห์โจทย์ปัญหา วางแผนในการแก้โจทย์ปัญหา แกป้ ัญหา และตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบ 5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. มวี ินัย 2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 3. มุ่งมัน่ ในการทางาน 1) ทกั ษะการเขียน 2) ทกั ษะการสังเกต 3) ทกั ษะการเชอ่ื มโยง 4) ทกั ษะการใหเ้ หตุผล

สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 5) ทักษะกระบวนการคิดแกป้ ัญหา 3. ความสามารถในการแก้ปญั หา 4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต 6. กจิ กรรมการเรยี นรู้  แนวคิด/รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนิค : แบบคน้ พบ (Discovery Method) ชั่วโมงท่ี 1 ขน้ั นา นาเข้าสบู่ ทเรียน 1. ครูกล่าวทักทายนักเรียน จากน้ันครูทบทวนการคูณจานวนหนึ่งหลักกับจานวนไม่เกินส่ีหลัก และการคูณ จานวนท่ีมีสองหลักกับจานวนที่มีสองหลกั โดยครูแบ่งนกั เรยี นออกเป็นสองกลุ่ม (กลุ่มนักเรยี นชาย และกลุ่ม นกั เรียนหญงิ ) ใหน้ ักเรยี นทุกคนเตรยี มกระดาษทดขึ้นมา จากนัน้ ตงั้ คาถามถามนักเรยี นเก่ียวกบั การคณู ดงั น้ี - 800 x 5 =  - 9 x 100 =  (แนวตอบ 4,000) (แนวตอบ 900) - 485 x 6 =  - 85 x 30 =  (แนวตอบ 2,910) (แนวตอบ 2,550) - 59 x 27 =  - 98 x 45 =  (แนวตอบ 1,593) (แนวตอบ 4,410) ซ่ึงนักเรยี นท่ียกมือก่อนจะมีสิทธิ์ตอบก่อน หากตอบถกู ก็จะได้คะแนนสะสมไปกลุ่มละ 1 คะแนน กลุ่มใดได้ คะแนนมากทส่ี ุดก็จะเปน็ กลุ่มที่ชนะ 2. ครูติดบัตรแถบโจทย์ปัญหาการคูณบนกระดาน ให้นักเรียนช่วยกันหาคาตอบเพ่ือเป็นการทบทวนและฝึก วเิ คราะห์แกโ้ จทยป์ ัญหา แป้งมีดินสอสี 8 กล่อง แตล่ ะกล่องมสี ีทงั้ หมด 36 แทง่ แปง้ มสี ีทงั้ หมดก่ีแท่ง ใหน้ กั เรยี นวิเคราะหแ์ ละตอบคาถามจากโจทยป์ ัญหา ดังนี้  ส่งิ ท่โี จทย์ถามคอื อะไร (แนวตอบ แป้งมีสีทัง้ หมดกแี่ ทง่ )  สงิ่ ทีโ่ จทยก์ าหนดใหค้ ืออะไร (แนวตอบ แปง้ มดี ินสอสี 8 กล่อง แต่ละกลอ่ งมสี ี 36 แทง่ )  สรุปได้วา่ โจทยป์ ญั หามีสว่ นประกอบ 2 สว่ น อะไรบา้ ง (แนวตอบ ส่งิ ทโ่ี จทย์ถำม และส่งิ ท่โี จทย์กำหนดให้)

 จากโจทยป์ ญั หาดังกลา่ วนกั เรียนเขยี นประโยคสญั ลกั ษณไ์ ดว้ ่าอย่างไร (แนวตอบ 8 x 36 = ) ข้นั สอน สอน 1. ครูให้นักเรียนทุกคนอ่านโจทย์ปัญหาจากคาถามมุมขวาบน ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 122 พรอ้ มกัน เพ่ือทบทวนความรู้เดิม 2. ครูใหน้ กั เรียนร่วมกนั อภิปรายเพ่ือตอบคาถาม โดยครูตง้ั คาถามกระตุ้นความคดิ นักเรียน ดังนี้  สิ่งทโ่ี จทย์ถามคอื อะไร (แนวตอบ เต๋ำมีดินสอทัง้ หมดกแี่ ท่ง)  สิ่งทโ่ี จทยก์ าหนดใหค้ ืออะไร (แนวตอบ เตำ๋ มดี นิ สอ 4 กลอ่ ง กล่องละ 12 แท่ง)  โจทยด์ งั กลา่ วเป็นโจทยป์ ัญหาประเภทใด (แนวตอบ โจทยป์ ัญหำกำรคณู )  คาตอบของโจทย์ปัญหานค้ี อื อะไร (แนวตอบ 48 แท่ง) 3. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน (คละความสามารถทางคณิตศาสตร์) จากนั้นให้แต่ละกลุ่มร่วมกัน พิจารณาโจทย์ปัญหา และศึกษาข้ันตอนการแก้โจทย์ปัญหา ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 122-123 4. ครูขออาสาสมัคร 3-4 กล่มุ ออกมานาเสนอขน้ั ตอนการแก้โจทย์ปญั หาทหี่ นา้ ชนั้ เรียน ซ่งึ ประกอบดว้ ย - การวเิ คราะห์โจทยป์ ัญหา - การวางแผนแกโ้ จทยป์ ญั หา - การแกโ้ จทย์ปญั หา - การตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบ โดยครูและนกั เรียนกลุ่มทีเ่ หลือร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง และครูอธบิ ายเพ่ิมเตมิ 5. ครูแจกกระดาษฟลิปชาร์ต และปากกาเคมีให้นักเรียนทุกกลุ่ม จากน้ันให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันเขียน ข้นั ตอนการแก้โจทย์ปัญหา ซ่งึ ประกอบดว้ ย - การวิเคราะหโ์ จทย์ปญั หา - การวางแผนแก้โจทย์ปญั หา - การแก้โจทย์ปญั หา - การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ 6. ครูสุ่มนักเรียน 2-3 กลุ่ม (ไม่ซ้ากลุ่มเดิม) ออกมานาเสนอข้ันตอนการแก้โจทย์ปัญหาจากกระดาษ ฟลปิ ชารต์ ของกล่มุ ตนเองท่หี น้าช้นั เรยี น โดยครูและนกั เรียนกลุ่มท่เี หลือร่วมกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง

7. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันสรปุ ข้ันตอนการแกโ้ จทยป์ ัญหาการคณู ช่ัวโมงท่ี 2 8. ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนขั้นตอนการแก้โจทย์ปัญหาการคูณ จากช่ัวโมงที่แล้ว ดังน้ี “ขั้นตอนการแก้ โจทยป์ ัญหา ประกอบด้วย - การวิเคราะหโ์ จทย์ปัญหา - การวางแผนแก้โจทยป์ ญั หา - การแกโ้ จทยป์ ญั หา - การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ” 9. ครูใช้คาถามกระตนุ้ ให้นกั เรยี นร่วมกนั วิเคราะห์ ดงั น้ี  โจทยป์ ญั หาการคูณจะประกอบไปดว้ ยกี่สว่ น อะไรบา้ ง (แนวตอบ 2 สว่ น คือ ส่ิงท่โี จทยก์ ำหนดให้ และสิง่ ท่ีโจทยถ์ ำม)  นกั เรียนจะหาคาตอบโจทย์ปัญหาการคูณได้อยา่ งไร (แนวตอบ ทำได้โดยกำรวิเครำะหโ์ จทย์ เขียนประโยคสัญลักษณ์แล้วหำคำตอบ) 10. ครูยกตัวอย่างโจทยป์ ญั หาการคูณบนกระดาน ให้นกั เรยี นฝกึ วเิ คราะห์เขียนประโยคสญั ลักษณ์ และหาคาตอบ แม่ออกกาลงั กายโดยการวิ่งรอบสวนสาธารณะวันละ 3 รอบ รอบละ 450 เมตร โดยแม่จะวง่ิ เป็น ระยะทางเท่าเดิมทกุ วนั ในเวลา 5 วัน แมจ่ ะว่งิ เป็นระยะทางทั้งหมดกี่เมตร ใหน้ กั เรียนวิเคราะห์และตอบคาถามจากโจทยป์ ัญหา ดงั น้ี  สิ่งทีโ่ จทยถ์ ามคืออะไร (แนวตอบ แม่จะวิง่ เปน็ ระยะทำงทัง้ หมดก่เี มตร)  สงิ่ ทโี่ จทยก์ าหนดใหค้ ืออะไร (แนวตอบ แม่ออกกำลังกำยโดยกำรว่งิ รอบสวนสำธำรณะวันละ 3 รอบ รอบละ 450 เมตร โดยแม่จะวิ่ง เป็นระยะทำงเทำ่ เดมิ ทกุ วนั ในเวลำ 5 วัน)  วิธแี ก้โจทย์ปัญหานคี้ อื วิธีใด (แนวตอบ วิธีคูณ)  นกั เรียนจะวางแผนแกโ้ จทย์ปัญหานอี้ ยา่ งไร (แนวตอบ ข้นึ อยู่กับดุลยพินจิ ของครผู สู้ อน)  จากโจทยป์ ัญหาดังกลา่ วนกั เรยี นเขยี นประโยคสญั ลักษณ์ไดว้ า่ อย่างไร (แนวตอบ (3 x 450) x 5 = )  การแสดงวิธที าและหาคาตอบของโจทยป์ ญั หาการคูณมหี ลักการอย่างไร (แนวตอบ ข้นึ อยู่กับดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)

 คาตอบของโจทยป์ ัญหาน้ีคอื อะไร (แนวตอบ แมจ่ ะวง่ิ เป็นระยะทำงท้ังหมด 6,750 เมตร) 11. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายขั้นตอนการแก้โจทย์ปัญหาจากตัวอย่างท่ี 10 ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หนา้ 124 อย่างละเอียด ทีละขน้ั ตอน จากน้นั ครูเปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นซักถามในประเดน็ ทีย่ ังไม่เขา้ ใจ 12. ครูสาธิตการแก้โจทย์ปัญหา และแสดงวิธีทาบนกระดานอย่างช้า ๆ ให้นักเรียนดู 2-3 ตัวอย่าง พร้อมทั้ง อธบิ ายตามขนั้ ตอน ดังน้ี 1) ทาความเขา้ ใจ และวเิ คราะหโ์ จทย์ปญั หา 2) วางแผนในการแกโ้ จทย์ปญั หา 3) แกป้ ญั หา 4) การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ เพอื่ ให้นกั เรียนไดเ้ ขา้ ใจเรื่องโจทย์ปญั หาเกยี่ วกบั การคูณมากย่ิงขึ้น ฝึกทักษะ 1. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน (คละความสามารถทางคณิตศาสตร์) จากน้ันให้แต่ละกลุ่มร่วมกันทา ใบงานท่ี 4.7 เรอ่ื งโจทยป์ ัญหาการคณู 2. ครขู อตวั แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลงาน โดยครตู รวจสอบความถูกตอ้ ง และใหค้ าแนะนาเพมิ่ เติม 3. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุป เร่ือง โจทย์ปัญหาการคูณและการแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการคูณว่า โจทย์ปัญหาการคูณจะประกอบไปด้วยสองส่วนคือ ส่วนท่ีโจทย์กาหนดให้และส่วนท่ีโจทย์ถาม การแก้โจทย์ ปัญหาการคูณมีข้ันตอนสาคัญคือ ทาความเข้าใจ และวิเคราะห์โจทย์ปัญหา วางแผนในการแก้โจทย์ปัญหา แกป้ ัญหา และตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบ ช่วั โมงที่ 3 4. ครูทบทวนสิ่งท่ีได้เรียนรู้ในช่ัวโมงที่ผ่านมา เรื่องโจทย์ปัญหาการคูณ โดยครูนาแถบประโยคเก่ียวกับโจทย์ ปัญหาตดิ ไว้บนกระดานจากนั้นครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุม่ นักเรียนชายและกลุ่มนกั เรียนหญิง จากนั้นใหท้ ั้งสองกลุ่มแข่งขันกันเรียงแถบประโยคทต่ี ิดบนกระดานให้เป็นโจทย์ปัญหาการคูณ กลุ่มที่ทาเสร็จ ก่อนและถกู ตอ้ งก็จะเป็นกล่มุ ที่ชนะ จากน้ันครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั เฉลยคาตอบ โรงงานผลิตกระดาษได้ชัว่ โมงละ 450 แผน่ ธิดาทางานวันละ 5 ชั่วโมง โรงงานจะผลติ กระดาษทง้ั หมดก่แี ผ่น ธิดาทางานไดเ้ งนิ ชัว่ โมงละ 200 บาท โรงงานผลติ กระดาษวนั ละ 5 ชั่วโมง ธิดาจะได้เงินทง้ั หมดกี่บาท ถ้าโรงงานผลิตกระดาษทงั้ หมด 1 สัปดาห์ ถา้ หนงึ่ เดือนธิดาทางาน 20 วัน

5. ครทู บทวนการแสดงวิธีหาคาตอบของโจทยป์ ญั หาการคูณ โดยครูเขยี นโจทย์ปัญหาการคูณบนกระดาน รา้ นเค้กขายเคก้ ไดว้ ันละ 50 ก้อน ราคากอ้ นละ 75 บาท ถา้ รา้ นเคก้ นขี้ ายหมดทุกวนั เปน็ เวลา 10 วัน รา้ นเค้กนีจ้ ะได้รบั เงนิ ทง้ั หมดก่ีบาท จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนวเิ คราะห์และตอบคาถามจากโจทย์ปัญหา ดงั น้ี  จากโจทย์ปัญหาบนกระดาน สิง่ ท่โี จทยถ์ ามคืออะไร (แนวตอบ รำ้ นเค้กน้ีจะได้รบั เงินท้งั หมดกีบ่ ำท)  จากโจทย์ปัญหาบนกระดาน สิ่งท่โี จทยก์ าหนดใหค้ อื อะไร (แนวตอบ รำ้ นเค้กขำยเค้กไดว้ ันละ 50 ก้อน รำคำก้อนละ 75 บำท ถ้ำรำ้ นเคก้ นข้ี ำยหมดทุกวันเปน็ เวลำ 10 วนั )  นักเรียนจะมีวิธกี ารแกโ้ จทยป์ ญั หานีอ้ ยา่ งไร (แนวตอบ ใชว้ ิธีกำรคูณ)  นักเรยี นจะวางแผนแกโ้ จทย์ปัญหาน้อี ยา่ งไร (แนวตอบ ข้นึ อยกู่ ับดุลยพินจิ ของครูผู้สอน)  จากโจทย์ปัญหาดงั กล่าวนักเรยี นเขียนประโยคสญั ลกั ษณ์ไดว้ า่ อยา่ งไร (แนวตอบ (50 x 75) x 10 = )  การแสดงวธิ ีทาและหาคาตอบของโจทย์ปญั หาการคณู มีหลักการอย่างไร (แนวตอบ ขึ้นอยกู่ ับดลุ ยพินจิ ของครูผ้สู อน)  คาตอบของโจทย์ปัญหาน้คี อื อะไร (แนวตอบ รำ้ นเค้กน้ีจะได้รบั เงนิ ทั้งหมด 37,500 บำท)  นักเรียนจะมีวิธีการในการตรวจสอบความสมเหตุลมผลของคาตอบไดอ้ ย่างไร (แนวตอบ เนื่องจำก 75 มีค่ำใกล้เคียง 80 แต่มำกกว่ำ ซึ่ง 50 x 80 = 4000 จะได้ว่ำ 3750 < 4000 ดังนน้ั 3750 จงึ เปน็ คำตอบสมเหตสุ มผล และเม่ือเอำ 3750 x 10 จะได้ 37,500) 6. ครูสาธิตการแก้โจทย์ปัญหา และแสดงวิธีทาบนกระดานอย่างช้า ๆ ให้นักเรียนดู 2-3 ตัวอย่าง พร้อมท้ัง อธบิ ายตามข้นั ตอน ดงั น้ี 1) ทาความเขา้ ใจ และวิเคราะหโ์ จทยป์ ัญหา 2) วางแผนในการแก้โจทย์ปัญหา 3) แก้ปัญหา 4) การตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบ เพื่อใหน้ ักเรียนได้เข้าใจเรอ่ื งโจทยป์ ญั หาเกย่ี วกับการคูณมากย่งิ ขึ้น

7. ครแู บง่ นักเรียนอกเปน็ กลมุ่ กลุ่มละ 4 คน (คละความสามารถทางคณิตศาสตร์) จากนั้นให้นกั เรียนแต่ละกลุ่ม ร่วมกันทากิจกรรมฝึกทักษะ ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 127 โดยเขียนคาตอบลงในสมุด เสรจ็ แล้วนักเรียนและครูร่วมกันเฉลยคาตอบ ครูกล่าวชมเชยกลุ่มที่ทาเสรจ็ และตอบได้ถูกต้องมากท่ีสดุ ถ้า ข้อใดนักเรียนไมเ่ ข้าใจ ครูนามาอธบิ ายเพิม่ เตมิ บนกระดาน ขัน้ สรปุ สรุป 1. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั อภิปรายและสรปุ เกีย่ วกับโจทย์ปัญหาการคณู จนไดป้ ระเด็น ดงั น้ี - การแก้โจทย์ปัญหาการคูณ ต้องเร่ิมจากการวิเคราะห์โจทย์ปัญหาก่อน ว่าสิ่งที่โจทย์กาหนดให้คืออะไร และส่ิงที่โจทย์ถามคืออะไร จากน้นั วางแผนแกโ้ จทย์ปัญหานน้ั - การแก้ปญั หา ใหเ้ ริ่มจากเขียนประโยคสัญลกั ษณ์ จากน้ันแสดงวิธที า สุดท้ายตรวจสอบความสมเหตุสมผล ของคาตอบ 2. ครูยกตัวอย่างโจทย์ปัญหาการคูณบนกระดาน 2-3 ตวั อยา่ ง และให้นักเรยี นบอกประโยคสญั ลกั ษณ์ของโจทย์ ปญั หาน้ัน 3. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสาระสาคัญ เรื่อง โจทย์ปัญหาการคณู และการแสดงวิธหี าคาตอบของโจทย์ปัญหา การคณู ดังนี้ “โจทยป์ ัญหาการคูณจะประกอบไปดว้ ยสองส่วนคือ สว่ นทีโ่ จทย์กาหนดใหแ้ ละส่วนทโี่ จทย์ถาม การแก้โจทย์ปัญหาการคูณมีข้ันตอนสาคัญคือ ทาความเข้าใจ และวิเคราะห์โจทย์ปัญหา วางแผนในการแก้ โจทย์ปัญหา แกป้ ญั หา และตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ” 4. ครูให้นักเรียนทุกคนทากิจกรรมฝึกทักษะ ข้อ 1 ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 127 เป็น การบา้ น เพือ่ ตรวจสอบความเข้าใจเป็นรายบุคคล

7. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธกี าร เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ ประเมินระหวา่ งการจัด กจิ กรรมการเรียนรู้ - ตรวจใบงานที่ 4.7 - ใบงานท่ี 4.7 - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ 1) โจทย์ปัญหา - ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ - กิจกรรมฝึกทกั ษะ - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ - ประเมนิ การนาเสนอ - แบบประเมนิ การ - ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น การคูณ ผลงาน/ผลการทา นาเสนอผลงาน 2) การนาเสนอ กจิ กรรม เกณฑ์ - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ผลงาน/ผลการทา การทางานรายบคุ คล การทางานรายบุคคล - ระดบั คุณภาพ 2 กิจกรรม ผ่านเกณฑ์ 3) พฤตกิ รรม - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางาน การทางานกล่มุ การทางานกลมุ่ - ระดับคณุ ภาพ 2 รายบคุ คล - สงั เกตความมวี นิ ยั - แบบประเมิน ผ่านเกณฑ์ 4) พฤตกิ รรม ใฝ่เรียนรู้ และมุง่ ม่นั คณุ ลักษณะ - ระดบั คณุ ภาพ 2 การทางานกลมุ่ ในการทางาน อันพึงประสงค์ ผ่านเกณฑ์ 5) คณุ ลกั ษณะ อันพึงประสงค์ 8. ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้ 8.1 สอื่ การเรียนรู้ 1) หนงั สอื เรยี นคณติ ศาสตร์ ป. 3 เลม่ 1 หนว่ ยที่ 4 เรอ่ื ง การคณู จานวนไมเ่ กนิ 100,000 2) ใบงานที่ 4.7 เรื่อง รู้หรอื ไม่ คณู แลว้ ได้เทา่ ไรนะ 3) แถบประโยคโจทย์ปัญหา 4) กระดาษฟลปิ ชารต์ 5) ปากกาเคมี 6) บัตรโจทย์ปัญหา 7) กล่องปรศิ นาท้าแก้โจทย์ 8.2 แหลง่ การเรียนรู้ - ห้องเรียน

ใบงานที่ 4.7 เรื่อง โจทยป์ ัญหาการคณู คาชแ้ี จง : ใหน้ กั เรียนแสดงวธิ ที าและหาคาตอบโจทยป์ ญั หาต่อไปนี้ 1. พ่ีซ้อื รองเท้าผา้ ใบมาราคาคู่ละ 3,278 บาท ซอื้ มาทงั้ หมด 6 คู่ พจ่ี า่ ยเงนิ ไปทั้งหมด กีบ่ าท ประโยคสัญลักษณ์ วิธที า ตอบ 2. แมข่ ายผ้าไป 47 เมตร ราคาเมตรละ 48 บาท แม่ขายผา้ ได้เงินทั้งหมดกบ่ี าท ประโยคสัญลกั ษณ์ วธิ ที า ตอบ

3. ณชิ าไดร้ บั เงนิ เดือน เดอื นละ 5,960 บาท เปน็ เวลา 9 เดือน ณชิ าได้รบั เงนิ เดือนทง้ั หมด กบ่ี าท ประโยคสัญลกั ษณ์ วิธที า ตอบ 4. สริ ภพซื้อนมไปบรจิ าคน้าท่วม 7,895 กล่อง ราคากล่องละ 8 บาท สริ ภพจา่ ยเงินไป ทง้ั หมดกี่บาท ประโยคสัญลกั ษณ์ วิธที า ตอบ

ใบงานท่ี 4.7 เฉลย เรือ่ ง โจทย์ปญั หาการคูณ คาชี้แจง : ให้นักเรียนแสดงวิธที าและหาคาตอบโจทยป์ ัญหาต่อไปนี้ 1. พ่ีซือ้ รองเท้าผา้ ใบมาราคาคู่ละ 3,278 บาท ซ้ือมาทงั้ หมด 6 คู่ พี่จา่ ยเงินไปท้งั หมด กบ่ี าท ประโยคสญั ลักษณ์ 3,278 x 6 =  วิธที า พ่ซี ื้อรองเทา้ ผ้าใบมาราคาคู่ละ 3,278 บาท ซือ้ มาทง้ั หมด  6 คู่ พจ่ี ่ายเงินไปทั้งหมด 19,668 บาท ตอบ ๑๙,๖๖๘ บาท 2. แม่ขายผ้าไป 47 เมตร ราคาเมตรละ 48 บาท แม่ขายผา้ ไดเ้ งนิ ทัง้ หมดกบี่ าท ประโยคสัญลักษณ์ 47 x 48 =  วธิ ที า แมข่ ายผา้ ไป 47 เมตร ราคาเมตรละ  48 บาท 376 1,880 แม่ขายผ้าได้เงินทั้งหมด 2,256 บาท ตอบ ๒,๒๕๖ บาท

3. ณชิ าได้รับเงนิ เดือน เดอื นละ 5,960 บาท เปน็ เวลา 9 เดือน ณชิ าไดร้ บั เงินเดือน ท้ังหมดกี่บาท ประโยคสญั ลกั ษณ์ 5,960 x 9 =  วธิ ที า ณิชาไดร้ ับเงนิ เดือน เดอื นละ 5,960 บาท เปน็ เวลา  9 เดอื น ณิชาได้รับเงนิ เดอื นท้งั หมด 53,640 บาท ตอบ ๕๓,๖๔๐ บาท 4. สิรภพซอ้ื นมไปบรจิ าคน้าทว่ ม 7,895 กลอ่ ง ราคากล่องละ 8 บาท สริ ภพจา่ ยไป ทั้งหมดก่ีบาท ประโยคสญั ลักษณ์ 7,895 x 8 =  วิธที า สิรภพซ้ือนมไปบริจาคน้าทว่ ม 7,895 กลอ่ ง ราคากล่องละ บาท  8 สิรภพจา่ ยเงินไปทัง้ หมด 63,160 บาท ตอบ ๖๓,๑๖๐ บาท

บัตรโจทยป์ ัญหา ชาวนาผลิตข้าวเหนยี วไดป้ ีละ 450 กิโลกรัม ผลิตท้ังหมด 3 ปี ขายได้เงินกิโลกรัมละ 8 บาท ชาวนาจะไดร้ ับเงนิ ทั้งหมดเทา่ ไร ร้านเค้กขายเค้กได้วันละ 50 ก้อน ราคาก้อนละ 75 บาท ถ้าร้านเค้กน้ีขายหมดทุกวันเป็นเวลา 10 วัน ร้านเคก้ น้ีจะได้รบั เงินทัง้ หมดกบ่ี าท โรงงานแห่งหน่ึงผลิตน้าลาไยได้ 98 ขวด ขายขวด ละ 24 บาท โรงงานจะได้เงินท้งั หมดก่ีบาท สุธีฝากเงินท่ีธนาคารเดือนละ 4,570 บาท ฝากเป็น เวลาทง้ั หมด 9 เดือน สุธจี ะมีเงนิ ฝากในธนาคาร กี่บาท

แถบโจทย์ปัญหา โรงงานผลติ กระดาษได้ชั่วโมงละ 450 แผน่ โรงงานจะผลิตกระดาษทงั้ หมดกแี่ ผ่น โรงงานผลติ กระดาษวนั ละ 5 ช่วั โมง ถ้าโรงงานผลติ กระดาษทั้งหมด 1 สปั ดาห์

ธดิ าทางานวันละ 5 ชวั่ โมง ธิดาทางานไดเ้ งินชั่วโมงละ 200 บาท ธดิ าจะไดเ้ งินทัง้ หมดก่ีบาท ถา้ หนึ่งเดอื นธิดาทางาน 20 วนั

โจทยป์ ัญหา แป้งมีดินสอสี 8 กลอ่ ง แต่ละกลอ่ งมีสี ทง้ั หมด 36 แทง่ แปง้ มีสที ั้งหมดกแ่ี ท่ง แม่ออกกาลงั กายโดยการว่ิงรอบสวนสาธารณะวนั ละ 3 รอบ รอบละ 450 เมตร โดยแมจ่ ะวิ่งเป็นระยะทาง เท่าเดมิ ทกุ วนั ในเวลา 5 วนั แม่จะวิ่งเปน็ ระยะทาง ทง้ั หมดกี่เมตร

บันทึกผลหลงั กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1. ผลการเรียนรทู้ เ่ี กดิ ขึ้นกับผ้เู รียน 1.1 ผู้เรียนผ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ จานวน...................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................. 1.2 ผเู้ รยี นไมผ่ ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ จานวน...................คน ได้แก่ ......................................................................................................................................................................... สาเหตุ ......................................................................................................................................................................... 1.3 ผู้เรยี นไดร้ บั ความรู้ : ......................................................................................................................................................................... 1.4 ผเู้ รยี นเกิดทักษะกระบวนการ : ......................................................................................................................................................................... 1.5 ผู้เรยี นมคี ณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม ......................................................................................................................................................................... 2. ปญั หา / อปุ สรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. 3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. ลงชอ่ื ........................................ผสู้ อน (นางสาวพรรัตน์ จนั ทรค์ า)

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 5 การหารจานวนไม่เกนิ 100,000 เวลา 13 ชว่ั โมง 1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชี้วดั ค 1.1 เข้าใจถงึ ความหลากหลายของการแสดงจานวนและการใช้จานวนในชวี ติ จรงิ ค 1.1 ป.3/7 หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการหารที่ตัวต้งั ไม่เกิน 4 หลัก ตวั หาร 1 หลกั ค 1.1 ป.3/9 แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทย์ปัญหา 2 ข้นั ตอนของจานวนนับไม่เกิน 100,000 และ 0 2. สาระการเรยี นรู้ 2.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง 1) การคูณ การหารยาวและการหารสั้น 2) การแกโ้ จทยป์ ัญหาและการสรา้ งโจทยป์ ัญหา พรอ้ มทง้ั หาคาตอบ 2.2 สาระการเรียนรทู้ ้องถ่ิน (พจิ ารณาตามหลักสูตรสถานศกึ ษา) 3. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด การหารยาวและการหารสั้นเปน็ การต้ังหารโดยนาตัวหารไปหารตัวต้งั ทีละหลกั เริ่มหารจากหลักทางซ้ายมือ กอ่ น แล้วจึงหารในหลกั ถดั ไปทางขวามือ ซ่งึ ในการหารลงตัวจะมีเศษของการหารเป็น 0 และในการหารไม่ลงตัว จะมเี ศษของการหารมากกว่า 0 ซ่ึงผลคูณของสองจานวนใด ๆ เม่ือหารด้วยจานวนใดจานวนหนง่ึ ในสองจานวน นั้น จะได้ผลหารเท่ากับอีกจานวนหน่ึงเสมอ โจทย์ปัญหาการหารจะประกอบไปด้วยสองส่วนคือ ส่วนท่ีโจทย์ กาหนดให้และสว่ นที่โจทย์ถาม การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบสามารถทาได้โดยนาคาตอบท่ไี ด้มา คณู กบั ตัวหาร ซ่งึ คาตอบต้องไดเ้ ท่ากบั ตัวต้ัง 4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี นและคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มวี นิ ยั 2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมน่ั ในการทางาน 1) ทักษะการสงั เกต 2) ทักษะการระบุ

สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 3) ทกั ษะการเช่อื มโยง 4) ทักษะการใหเ้ หตุผล 5) ทักษะกระบวนการคิดแกป้ ัญหา 6) ทกั ษะการเขยี น 3. ความสามารถในการแก้ปญั หา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ 5. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - แผนภาพความคิด (Mind Map) การหารจานวนท่ีไม่เกิน 100,000 โดยให้นักเรียนสรุปความรู้ท่ีเรียนมา พร้อม ทัง้ วาดภาพประกอบให้สวยงาม 6. การวดั และการประเมินผล รายการวดั วิธีวดั เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมิน 6.1 การประเมนิ ช้นิ งาน/ - ตรวจชิ้นงานแผนภาพ - แบบประเมนิ ชิน้ งาน/ - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน ภาระงาน (รวบยอด) ความคดิ (Mind Map) ภาระงาน เกณฑ์ การหารจานวนท่ไี ม่ 6.2 การประเมินกอ่ นเรยี น เกนิ 100,000 - ประเมนิ ตามสภาพจริง - แบบทดสอบ ก่อนเรยี น - ตรวจแบบทดสอบก่อน - แบบทดสอบก่อนเรียน - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 5 เรียน - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ การหารจานวนไม่ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ เกิน 100,000 - ตรวจใบงานท่ี 5.1 - ใบงานที่ 5.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ 6.3 ประเมนิ ระหว่างการจัด - ตรวจใบงานท่ี 5.2 - ใบงานที่ 5.2 - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ กิจกรรมการเรียนรู้ - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ 1) การหารท่ีมีตวั ต้งั ไม่ - ตรวจใบงานท่ี 5.3 - ใบงานที่ 5.3 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ เกินส่หี ลักและมี ตัวหารหนงึ่ หลัก - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทักษะ - กิจกรรมฝึกทักษะ 2) ความสมั พันธข์ อง - ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหดั การคูณและการหาร - ตรวจใบงานท่ี 5.4 - ใบงานที่ 5.4 - ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ - กจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ - ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหดั 3) การหาตวั ไม่ทราบค่า - ตรวจใบงานที่ 5.5 - ใบงานที่ 5.5 - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ในประโยคสญั ลักษณ์ - ตรวจกจิ กรรมฝึกทกั ษะ - กจิ กรรมฝึกทกั ษะ - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

รายการวัด วธิ ีวดั เคร่ืองมือ เกณฑ์การประเมนิ 4) โจทยป์ ัญหาเกยี่ วกับ - ตรวจใบงานที่ 5.6 - ใบงานที่ 5.6 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ การหาร - ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ - กิจกรรมฝกึ ทักษะ - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ - ตรวจแบบฝึกหดั - แบบฝกึ หัด - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 5) การสรา้ งโจทย์ปญั หา - ตรวจใบงานท่ี 5.7 - ใบงานที่ 5.7 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ เกยี่ วกับการหาร - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทักษะ - กิจกรรมฝึกทกั ษะ - ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝกึ หัด 6) การนาเสนอ - ประเมินการนาเสนอ - แบบประเมนิ การ - ระดับคุณภาพ 2 นาเสนอผลงาน ผ่านเกณฑ์ ผลงาน/ผลการทา ผลงาน/ผลการทา กจิ กรรม กจิ กรรม 7) พฤตกิ รรม - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2 การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล การทางานรายบคุ คล ผ่านเกณฑ์ 8) พฤติกรรม - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2 การทางานกลุ่ม การทางานกลมุ่ การทางานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์ 9) คณุ ลกั ษณะ - สงั เกตความมีวินยั - แบบประเมนิ - ระดับคุณภาพ 2 อันพงึ ประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ และม่งุ มน่ั คณุ ลกั ษณะ ผา่ นเกณฑ์ ในการทางาน อันพึงประสงค์ 6.4 การประเมินหลงั เรียน - แบบทดสอบหลัง - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลังเรยี น - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ เรียน หน่วยการ หลังเรยี น เรยี นรู้ที่ 5 การหาร จานวนไมเ่ กิน 100,000 7. กจิ กรรมการเรยี นรู้  แผนฯ ท่ี 23 : การหารที่มตี ัวตงั้ ไมเ่ กนิ สี่หลกั และตวั หารมีหน่งึ หลัก เวลา 4 ช่วั โมง แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : แบบคน้ พบ (Discovery Method)  แผนฯ ที่ 24 : ความสมั พันธ์ของการคูณและการหาร เวลา 2 ชว่ั โมง แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนคิ : นริ นยั (Deductive Model)  แผนฯ ท่ี 25 : การหาตัวไม่ทราบคา่ ในประโยคสญั ลักษณ์ เวลา 2 ชั่วโมง แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนิค : นิรนยั (Deductive Model)  แผนฯ ท่ี 26 : โจทย์ปัญหาการหาร เวลา 3 ชั่วโมง แนวคิด/รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนิค : แบบค้นพบ (Discovery Method)  แผนฯ ท่ี 27 : การสร้างโจทยป์ ญั หาการหาร เวลา 2 ช่ัวโมง แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนคิ : แบบค้นพบ (Discovery Method) (รวมเวลา 13 ช่ัวโมง)

8. สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้ 8.1 สอ่ื การเรยี นรู้ 1) หนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป. 3 เล่ม 1 หนว่ ยท่ี 5 การหารจานวนไม่เกิน 100,000 2) หนังสอื แบบฝกึ หดั คณิตศาสตร์ ป. 3 เลม่ 1 หน่วยที่ 5 การหารจานวนไมเ่ กนิ 100,000 3) ใบงานท่ี 5.1 เร่ือง การหารลงตัว 4) ใบงานที่ 5.2 เรอื่ ง การหารไม่ลงตัว 5) ใบงานที่ 5.3 เรอ่ื ง การหารลงตวั กับโจทย์การหารทตี่ ัวตั้งมีสห่ี ลัก ตวั หารมีหนง่ึ หลกั 6) ใบงานที่ 5.4 เรือ่ ง ความสัมพันธ์ของการคูณและการหาร 7) ใบงานที่ 5.5 เรื่อง การหาตวั ไมท่ ราบคา่ ในประโยคสัญลกั ษณ์ 8) ใบงานที่ 5.6 เรื่อง โจทยป์ ัญหาการหาร 9) ใบงานท่ี 5.7 เรอ่ื ง การสร้างโจทยป์ ญั หาการหาร 10) บัตรภาพแสดงการแบง่ ของเป็นกลุม่ 11) บตั รคาแสดงโยคสญั ลักษณก์ ารหาร 12) แถบประโยคโจทย์ปัญหา 13) บัตรโจทยป์ ัญหา 14) ลกู อม 15) กล่องปริศนาท้าแก้โจทย์ 16) กล่องปริศนาทา้ สร้างโจทย์ 17) กระดาษบิงโก 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรยี น

แบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 5 คาชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. 2891 ÷ 7 = 7. จงหาคาตอบ 744 ÷ 6 = ก. 41 ข. 413 ก. 114 ข. 124 ค. 423 ง. 431 ค. 134 ง. 152 2. มไี ก่ 1,528 ตวั จับใส่สุ่ม สุ่มละ 8 ตวั 8. ขอ้ ใดคือโจทย์ปัญหาการหาร จะต้องใช้สุม่ กใ่ี บ ก. จ๊ะเอ๋มีเงิน 452 บาท แบ่งให้น้อง 3 คน 8 บาท จะ๊ เอเ๋ หลือเงินกี่บาท ข้อใดคอื สงิ่ ทีโ่ จทยถ์ าม ข. สารินมีเงิน 15,625 บาท พ่อให้มาอกี 7,430 บาท ก. มไี ก่ 1,528 ตวั ข. จบั ใสส่ มุ่ สมุ่ ละ 8 ตวั รวมแลว้ สารอนมีเงินทั้งหมดกีบ่ าท ค. จะตอ้ งมไี กก่ ี่ตัว ง. จะตอ้ งใช้สมุ่ กใ่ี บ ค. พรพจน์มีส้ม 452 กิโลกรัม นามาเพิ่มอีก 5 3. ข้อใดเปน็ การหารไมล่ งตวั กโิ ลกรมั พรพจนม์ ีส้มรวมก่ีกโิ ลกรมั ก. 1,485 ÷ 5 = ง. ปุ้มปิ้มมีนม 1,452 แพ็ค นาไปบริจาคให้โรงเรียน ข. 2,496 ÷ 4 = โรงเรียนละ 8 แพค็ จะไดโ้ รงเรียนละกีแ่ พค็ ค. 4,852 ÷ 7 = 9. แป้งทางาน 8 วัน ได้ค่าจ้างวันละเท่า ๆ กัน รวมเป็น ง. 2,458  2 = เงิน 2,416 บาท แปง้ ไดร้ บั ค่าจ้างวันละกบี่ าท 4. ตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์มีค่าเท่ากับเท่าไร ก. 302 ÷ 9 = 144 ข. 312 ก. 16 ข. 1,296 ค. 452 ค. 2,498 ค. 25,86 5. 785 ÷ 7 = ข. 113 เศษ 4 ง. 543 10. 4,593 ÷ 9 = ก. 112 เศษ 1 ก. 511 ค. 126 เศษ 3 ง. 134 เศษ 2 ข. 510 เศษ 3 6. ถา้ 5 × = 4,250 และ 8,520 ÷ 2 = ค. 521 เศษ 2  ควรเตมิ เครือ่ งหมายใดจึงจะถูกต้อง ง. 853 เศษ 3 ก. > ข. < ค. = ง.  เฉลย 1. ข 2. ง 3. ค 4. ข 5. ก 6. ข 7. ข 8. ง 9. ก 10. ง

แบบทดสอบหลังเรยี น หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 5 คาชแี้ จง : ให้นักเรยี นเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดเป็นการหารไมล่ งตัว 6. 459 ÷ 5 = ข. 91 เศษ 4 ก. 1,752 ÷ 7 = ก. 90 เศษ 1 ง. 132 เศษ 3 ข. 8,722 ÷ 2 = ค. 121 เศษ 3 ค. 3,123 ÷ 3 = 7. ข้อใดคือโจทย์ปัญหาการหาร ง. 2,452  2 = ก. สุวรรณมีเงิน 4,852 บาท เพ่ือนยืมไป 3 คน เป็นเงิน 2. ตวั ไมท่ ราบค่าในประโยคสัญลกั ษณม์ ีค่าเท่ากบั เท่าไร 25 บาท สวุ รรณเหลือเงินเท่าไร 1,008 ÷ = 144 ข. สุนีย์มีเงิน 20,000 บาท แม่ให้มาอีก 3,750 บาท ก. 6 ข. 7 สนุ ีย์มเี งินท้ังหมดเทา่ ไร ค. 8 ง. 9 ค. พูนศักด์ิมีน้าส้ม 256 กล่อง เสียไป 9 กล่อง พูนศักด์ิ 3. ปุ๋ยมีลูกอม 1,845 เม็ด แบ่งใส่ถุง 5 ถงุ ถุงละเท่า ๆ กัน จะ จะเหลือน้าสม้ กก่ี ล่อง ไดถ้ ุงละกเี่ ม็ด ง. ลีลา อารีย์ ปรีดา ชนะการประกวดแต่งนิทานได้เงิน ก. 159 ข. 249 รางวัล 9,000 บาท แต่ละคนจะได้ส่วนแบ่งคนละ ค. 369 ง. 389 กี่บาท 4. รกั ษ์ทางาน 6 วนั ไดค้ า่ จ้างวันละเท่า ๆ กนั รวมเปน็ 8. จงหาคาตอบ 855 ÷ 3 = ก. 165 ข. 252 เงนิ 3,266 บาท รักษไ์ ดร้ ับค่าจา้ งวันละกี่บาท ค. 285 ง. 342 ข้อใดคือส่งิ ที่โจทยถ์ าม 9. 8593 ÷ 6 = ข. 1,312 เศษ 3 ก. รักษ์ทางาน 6 วัน ก. 1,431 ง. 1,562 เศษ 2 ข. รวมเป็นเงนิ 3,266 บาท ค. 1,432 เศษ 1 ค. ได้ค่าจา้ งวนั ละเท่า ๆ กนั 10. ถา้ 7 × = 2,457 และ 3,159 ÷ 9 = ง. รกั ษ์ได้รบั คา่ จา้ งวันละกีบ่ าท  ควรเติมเครอ่ื งหมายใดจงึ จะถูกตอ้ ง 5. 4512 ÷ 2 = ข. 2,256 ก. > ข. < ก. 226 ง. 2,522 ค. = ง.  ค. 2,386 เฉลย 1. ก 2. ข 3. ค 4. ง 5. ข 6. ข 7. ง 8. ค 9. ค 10. ค

แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 23 กลุม่ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค 13101 ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 3 หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 5 เรอื่ ง การหารจานวนไมเ่ กนิ 100,000 เวลาเรียน 4 ช่วั โมง เวลา …………………………… เร่อื ง การหารทมี่ ีตวั ต้ังไม่เกนิ ส่หี ลกั และตวั หารมีหนง่ึ หลกั ชือ่ ผสู้ อน นางสาวพรรัตน์ จนั ทร์คา วนั ท่ี ........................................ 1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชีว้ ดั ค 1.1 ป.3/7 หาค่าของตวั ไม่ทราบคา่ ในประโยคสญั ลักษณแ์ สดงการหารท่ีตวั ตง้ั ไม่เกิน 4 หลกั ตวั หาร 1 หลัก 2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1) อธิบายข้นั ตอนแสดงวิธีหาผลหารโดยใชว้ ธิ ีการหารยาวและการหารส้นั ได้ (K) 2) เขยี นแสดงวธิ หี าผลหารโดยใช้วิธกี ารหารยาวและหารสน้ั ได้ (P) 3) นาความร้เู ก่ียวกับการหารทมี่ ีตัวต้งั ไม่เกินส่ีหลักและตวั หารไมเ่ กินหนึง่ หลกั ไปใช้แกป้ ญั หาทางคณติ ศาสตรไ์ ด้ (A) 3. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถ่นิ พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา สาระการเรียนร้แู กนกลาง การคณู การหารยาวและการหารสั้น 4. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด การหารยาวและการหารสนั้ เปน็ การต้งั หารโดยนาตวั หารไปหารตัวตั้งทีละหลกั เร่มิ หารจากหลักทางซ้ายมอื ก่อน แลว้ จงึ หารในหลกั ถดั ไปทางขวามือ ซึ่งในการหารลงตวั จะมเี ศษของการหารเปน็ 0 และในการหารไมล่ งตัว จะมีเศษของการหารมากกว่า 0 5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียนและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี น คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มีวินยั 2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 1) ทกั ษะการสงั เกต 3. มงุ่ มัน่ ในการทางาน 2) ทกั ษะการระบุ 3) ทักษะการเชื่อมโยง 4) ทักษะการใหเ้ หตผุ ล 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ

6. กิจกรรมการเรยี นรู้  แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนิค : แบบคน้ พบ (Discovery Method) ช่ัวโมงท่ี 1 นกั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 เรือ่ ง การหารจานวนไมเ่ กนิ 100,000 ข้ันนา นาเข้าส่บู ทเรียน 1. ครูทักทายนักเรียนพูดคุยเก่ียวกับการเข้าค่ายคุณธรรมจริยธรรม แล้วให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 132 จากนั้นให้นักเรียนร่วมกันพิจาณาข้อความที่ว่า “ถ้ามีนักเรียนเข้าค่ายคุณธรรมจริยธรรม ทั้งหมด 180 คน และแบ่งกลุ่มเพ่ือทากิจกรรมกลุ่มละ 9 คน ” แล้วครูต้ังคาถามกับนักเรียนว่า “นักเรียนจะ แบ่งกลุ่มทากิจกรรมได้ทง้ั หมดกีก่ ลมุ่ ” หมายเหตุ : ครูจะเฉลยในแผนการเรียนรสู้ ุดท้ายของหน่วย 2. ครูให้นักเรียนทาเตรียมพร้อมก่อนเรียนในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 133 จากน้ันติดบัตรภาพ แสดงการแบ่งส่งิ ของเป็นกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กนั แลว้ ใหน้ ักเรียนชว่ ยกันคิดหาคาตอบว่าแบ่งได้กลมุ่ ละเทา่ ไร 3. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน (คละความสามารถทางคณิตศาสตร์) จากน้ันให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกัน เขียนประโยคสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ให้สอดคล้องกับบัตรภาพในข้อ 2 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมา นาเสนอผลงาน โดยใหเ้ พอ่ื น ๆ กล่มุ อ่ืนตรวจสอบความถูกต้อง 4. ครูทบทวนเก่ียวกับประโยคสญั ลกั ษณ์การหาร โดยครูตดิ บตั รประโยคสญั ลกั ษณก์ ารหารบนกระดาน ดงั นี้ 15 ÷ 3 = 5 15 คือ ตวั ต้งั 3 คือ ตวั หาร และ 5 คอื ผลลัพธ์ โดยท่ี 15 ÷ 3 = 5 คอื ตวั ต้งั ÷ ตวั หาร = ผลลัพธ์ 5. ครูแจกลูกอมให้นักเรียนกลุ่มละ 20 เม็ด ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันแบ่งลูกอมเป็นกอง กองละ 2 เม็ด 4 เม็ด 5 เม็ด และ10 เม็ด ในการแบ่งแต่ละคร้ัง จากนั้นให้นักเรียนร่วมกันวาดภาพแสดงการแบ่งลูกอมในแต่ละคร้ังว่า นักเรียนสามารถแบ่งลกู อมได้กีก่ อง ลงในกระดาษ A4 6. ครใู หน้ ักเรียนแต่ละกลมุ่ ออกมานาเสนอผลงาน โดยใหเ้ พอื่ น ๆ กลุ่มอนื่ ตรวจสอบความถูกตอ้ ง ข้ันสอน สอน 1. ครูต้ังคาถามใหน้ ักเรียนร่วมกนั ตอบวา่ ในการหารสั้นและหารยาว จะเร่มิ หารหลกั ใดก่อน (แนวตอบ หลกั ทางซา้ ยมอื กอ่ น) 2. ครูยกตัวอย่างโจทย์การหารที่ตัวตั้งมีสามหลัก ตัวหารมีหนึง่ หลัก หารแบบลงตัว และเขียนข้ันตอนการหารยาวบน กระดาน พร้อมกับอธิบายข้ันตอนการหารให้นักเรียนเข้าใจวา่ เป็นการตั้งหารตวั ต้ังทีละหลัก เรมิ่ จากหารหลักทาง ซ้ายมือก่อน แลว้ จงึ หารในหลักถัดไปทางขวามอื

3. ครูเขียนขั้นตอนการหารสั้นบนกระดาน โดยใชโ้ จทย์ตัวอย่างเดียวกับการหารยาว พร้อมกับอธิบายขั้นตอนการหาร ให้นักเรียนเข้าใจว่า เป็นการตั้งหารตัวต้ังทีละหลัก เร่ิมจากหารหลักทางซ้ายมือก่อน แล้วจึงหารในหลักถัดไปทาง ขวามือ จากนัน้ ทาการตรวจคาตอบ 4. ครูยกตัวอย่างการหารยาวและการหารสั้น โจทย์การหารแบบลงตัวเพิ่มเติมอีก 2–3 ตัวอย่าง เพ่ือให้นักเรียนเกิด ความเขา้ ใจมากย่งิ ขน้ึ 5. ครูให้นักเรยี นพิจารณาโจทย์ปัญหา จากหนงั สือเรียนคณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 134 (เงินคุณแม่) โดยใช้วธิ ีการ หารที่ตัวตั้งมีสามหลัก ตัวหารมีหนึ่งหลกั ด้วยวิธีการหารยาวและหารส้ัน แลว้ ครูต้ังคาถามวา่ “หลานแต่ละคนจะ ไดร้ ับเงินคนละกบ่ี าท” หมายเหตุ : ครูจะสมุ่ ตวั แทนออกมาเฉลยท้ายชว่ั โมง 6. ครูยกตัวอย่างโจทย์การหารที่ตัวต้ังมีสามหลัก ตัวหารมีหน่ึงหลัก หารแบบลงตัว จากน้ันขออาสาสมัครนักเรียน ชาย 1 คน และ นักเรียนหญิง 1 คน ออกมาแสดงวิธีหาผลหาร โดยใช้วิธีหารยาวและหารส้ันหน้าช้ันเรียน โดยครู และเพอ่ื นท่ีเหลอื ช่วยกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง 7. ครูให้นักเรียนกลุ่มเดมิ รว่ มกันศกึ ษาตัวอย่างการหารทต่ี ัวต้ังมีสามหลัก ตวั หารมีหน่ึงหลัก ด้วยวิธกี ารหารยาวและ หารสน้ั แบบลงตัว จากหนังสือเรยี นคณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หนา้ 134-135 ให้เวลา 5-10 นาที 8. ครูสุ่มนักเรียนออกมาเฉลยโจทย์ปัญหาในข้อ 5. ท่ีเขียนประโยคสัญลักษณ์ได้ว่า 124  4 =  โดยครูและ นักเรยี นท่เี หลือร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง (แนวตอบ หลานแตล่ ะคนจะได้รับเงินคนละ 31 บาท) ฝกึ ทักษะ 1. ครูให้นักเรียนกลุ่มเดิมร่วมกันทาใบงานที่ 5.1 เรื่อง การหารไม่ลงตัว เมื่อทาเสร็จแล้วให้แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอ หน้าชั้นเรียน โดยนักเรียนที่เหลือช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง จากน้ันครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยคาตอบใน ใบงานที่ 5.1 2. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งท่ีได้เรียนรู้ร่วมกันในการหารยาวและหารส้ันว่า “การหารยาวและการหารส้ันเป็น การตั้งหารโดยนาตัวหารไปหารตัวต้ังทีละหลัก เร่ิมหารจากหลักทางซ้ายมือก่อน แล้วจึงหารในหลักถัดไปทาง ขวามือ ซึง่ ในการหารลงตัวจะมีเศษของการหารเป็นศูนย์” ช่วั โมงที่ 2 สอน 1. ครูทบทวนความรู้เก่ียวกับการหารท่ีตัวตงั้ มีสามหลัก ตวั หารมีหนึ่งหลัก ในการหารแบบลงตวั โดยสุ่มนักเรยี น ออกมาทาโจทย์ทคี่ รกู าหนดให้ 2-3 ขอ้ 2. ครูติดบตั รคาแสดงประโยคสัญลักษณ์การหารบนกระดานดงั นี้ 29 ÷ 5 = 6 48 ÷ 8 = 6 63 ÷ 7 = 8 49 ÷ 5 = 7 72 ÷ 9 = 8

จากน้ันครูให้นักเรียนตรวจสอบคาตอบว่าบัตรคาแสดงประโยคสัญลักษณ์การหารดังกล่าวถูกต้องหรือไม่ แลว้ ส่มุ ตัวแทนนกั เรยี นในการตรวจสอบคาตอบหน้าชน้ั เรียน 3. ครูยกตัวอย่างโจทย์การหารที่ตัวต้ังมีสามหลักและตัวหารมีหนึ่งหลัก แบบไม่ลงตัว และเขียนข้ันตอนการหารยาว บนกระดาน พร้อมกับอธิบายขั้นตอนการหารให้นักเรียนเข้าใจว่า เป็นการต้ังหารตัวตั้งทีละหลัก เริ่มจากหารหลัก ทางซา้ ยมือกอ่ น แล้วจึงหารในหลักถัดไปทางขวามอื 4. ครูเขียนขั้นตอนการหารส้ันบนกระดาน โดยใช้ตัวเลขเดียวกันกับการหารยาว พร้อมกับอธิบายข้ันตอนการหารให้ นักเรียนเข้าใจว่า เป็นการตั้งหารตัวต้ังทีละหลัก เริ่มจากหารหลักทางซ้ายมือก่อน แล้วจึงหารในหลักถัดไปทาง ขวามือ จากนั้นทาการตรวจคาตอบ 5. ครูยกตวั อย่างการหารยาวและการหารส้ันโจทย์การหารแบบไม่ลงตัวเพิ่มเตมิ อีก 2–3 ตัวอย่าง เพ่ือให้นักเรียนเกิด ความเขา้ ใจ 6. ครูให้นักเรียนพิจารณาโจทย์ปัญหา จากหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 136 (ฟาร์มเล้ียงไก่) โดยใช้ วธิ ีการหารที่ตัวต้ังมสี ามหลัก ตัวหารมีหนึ่งหลัก ด้วยวิธีการหารยาวและหารสน้ั แล้วครูตั้งคาถามว่า “จะจัดไข่ไก่ ไดท้ ้ังหมดกี่แพก็ และเหลอื ไข่ไก่กี่ฟอง” หมายเหตุ : ครูจะสุ่มตัวแทนออกมาเฉลยท้ายชว่ั โมง 7. ครูยกตัวอย่างโจทย์การหารท่ีตัวต้ังมีสามหลักและตัวหารมีหน่ึงหลัก แบบไม่ลงตัว จากนั้นขออาสาสมัครนักเรียน ชาย 1 คน และ นักเรียนหญิง 1 คน ออกมาแสดงวิธีหาผลหาร โดยใช้วิธีหารยาวและหารส้ันหน้าช้ันเรียน โดยครู และเพื่อนท่ีเหลือชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง 8. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุม่ ละ 4 คน (คละความสามารถทางคณิตศาสตร์) ร่วมกนั ศึกษาตัวอย่างการหารที่ตัวต้ังมี สามหลัก ตัวหารมหี นึ่งหลัก ด้วยวิธีการหารยาวและหารส้ัน แบบไม่ลงตัว จากหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 136-137 ใหเ้ วลาประมาณ 5-10 นาที 9. ครูสุ่มนักเรียนออกมาเฉลยโจทย์ปัญหาในข้อ 6. ที่เขียนประโยคสัญลักษณ์ได้ว่า 747  6 =  โดยครูและ นักเรยี นทเี่ หลอื รว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้อง (แนวตอบ ฟารม์ แห่งนี้จะจดั ไขไ่ ก่เปน็ แพก็ ได้ 124 แพ็ก และเหลือไขไ่ ก่ 3 ฟอง) ฝกึ ทกั ษะ 1. ครูให้นักเรียนกลุ่มเดิมร่วมกันทาใบงานท่ี 5.2 เร่ือง การหารไม่ลงตัว เม่ือทาเสร็จแล้วให้แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอ หน้าช้ันเรียน โดยนักเรียนที่เหลือช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยคาตอบใน ใบงานท่ี 5.2 2. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงท่ีได้เรียนรู้ร่วมกันในการหารยาวและหารสั้นว่า “การหารยาวและการหารส้ันเป็น การต้ังหารโดยนาตัวหารไปหารตัวต้ังทีละหลัก เริ่มหารจากหลักทางซ้ายมือก่อน แล้วจึงหารในหลักถัดไปทาง ขวามอื ซึง่ ในการหารไม่ลงตัวจะมีเศษของการหารที่มากกว่า”

ช่วั โมงท่ี 3 สอน 1. ครใู หน้ ักเรยี นทอ่ งสตู รคณู แม่ 2 ถงึ แม่ 12 พรอ้ มกัน เพือ่ เป็นการเตรยี มความพรอ้ มของผู้เรียน 2. ครูทบทวนความรู้เกี่ยวกบั การหารที่ตวั ตั้งมีสามหลัก ตัวหารมีหนึง่ หลัก โดยใช้วิธีการหารสนั้ และการหารยาว ทง้ั แบบลงตัวและไมล่ งตวั โดยการต้ังคาถามดงั นี้  การหารสนั้ และการหารยาวมีขนั้ ตอนการทาอย่างไร (แนวตอบ การหารยาวเปน็ การตัง้ หารโดยนาตวั หารไปหารตัวต้ังทีละหลัก เริม่ หารจากหลักทางซา้ ยมือก่อน แล้ว จงึ หารในหลักถัดไปทางขวามอื )  การหารแบบลงตัวคาตอบจะมลี กั ษณะอย่างไร (แนวตอบ คาตอบท่ไี ด้จะมีเศษของการหารเปน็ ศูนย์)  การหารแบบไมล่ งตัวคาตอบจะมลี ักษณะอยา่ งไร (แนวตอบ คาตอบทีไ่ ด้ในการหารไม่ลงตัวจะมีเศษของการหารมากกว่าศนู ย)์ 3. ครูแบ่งนักเรยี นออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มนักเรียนชาย และนักเรียนหญิง ให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาหน้าชั้นเรียน กล่มุ ละ 1 คน จากนน้ั ครูตดิ แถบประโยคสัญลกั ษณ์การหารบนกระดานดังน้ี 125÷ 5= 484÷ 8= 985÷ 9= 787÷ 7= 548÷ 8= 625÷3= 741÷6= 254÷2= 356÷4= 845÷ 8= ครูให้นกั เรียนเล่นเกม “เลือกถกู ..คดิ ไว..ไดค้ ะแนน” โดยมกี ติกาการเลน่ เกม ดังน้ี - ให้ตวั แทนกลมุ่ เลอื กแถบประโยคสญั ลักษณค์ นละ 1 แผ่น - กลุม่ ท่หี าคาตอบไดก้ ่อนจะเป็นผ้ชู นะ ซึ่งจะได้คะแนนสะสมทั้งหมด 2 คะแนน - เมือ่ หาคาตอบเสรจ็ เรยี บร้อย แลว้ นาคาตอบมาเปรยี บเทยี บกนั กลุ่มที่คาตอบมากกวา่ จะไดเ้ พมิ่ อีก 1 คะแนน - กลุ่มทไี่ ดค้ ะแนนมากทส่ี ุดก็จะเปน็ ผ้ชู นะ โดยครูผู้สอนกลา่ วชมเชยผ้ชู นะ และใหก้ าลังใจกลมุ่ ทแ่ี พ้ 4. ครูยกตัวอยา่ งโจทยก์ ารหารท่ตี ัวตั้งมีส่ีหลกั ตัวหารมีหนึ่งหลัก แบบหารลงตัว และเขยี นข้ันตอนการหารยาว บนกระดาน พร้อมกบั อธิบายขน้ั ตอนการหารให้นกั เรียนเขา้ ใจว่า เป็นการตัง้ หารตัวต้ังทลี ะหลกั เริ่มจากหาร หลักทางซา้ ยมอื ก่อน แลว้ จึงหารในหลักถัดไปทางขวามอื 5. ครูเขียนขั้นตอนการหารส้ันบนกระดาน โดยใช้ตัวเลขเดียวกันกับการหารยาว พร้อมกับอธิบายขั้นตอนการหารให้ นักเรียนเข้าใจว่า เป็นการต้ังหารตัวต้ังทีละหลัก เริ่มจากหารหลักทางซ้ายมือก่อน แล้วจึงหารในหลักถัดไปทาง ขวามอื จากน้นั ทาการตรวจคาตอบ 6. ครูยกตัวอย่างการหารยาวและการหารส้ันโจทย์การหารที่ตัวตั้งมีสี่หลัก ตัวหารมีหนึ่งหลัก ในหารลงตัว เพม่ิ เตมิ อีก 2–3 ตวั อย่าง เพอ่ื ใหน้ ักเรียนเกดิ ความเข้าใจมากยิ่งข้ึน

7. ครูให้นักเรียนพิจารณาโจทย์ปญั หา จากหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 138 (เงินออมของพิมพ์ใจ) โดย ใช้วิธีการหารทต่ี ัวตั้งมสี ่ีหลัก ตัวหารมหี นงึ่ หลัก ด้วยวิธีการหารยาวและหารส้นั แลว้ ครูตงั้ คาถามว่า “พิมพ์ใจออม เงนิ เดอื นละเท่าไร” หมายเหตุ : ครูจะสุม่ ตวั แทนออกมาเฉลยท้ายชั่วโมง 8. ครยู กตัวอยา่ งโจทยก์ ารหารทีต่ ัวตง้ั มสี ี่หลกั ตวั หารมีหนง่ึ หลัก ในหารลงตวั จากน้ันขออาสาสมคั รนักเรียนชาย 1 คน และ นกั เรยี นหญิง 1 คน ออกมาแสดงวธิ ีหารผลหาร โดยใช้วิธหี ารยาวและหารส้นั หน้าชนั้ เรียน โดยครู และเพ่อื นทเี่ หลอื ช่วยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง 9. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 4 คน (คละความสามารถทางคณิตศาสตร์) ร่วมกันศึกษาตัวอย่างการหารที่ตัวตั้งมี ส่หี ลัก ตัวหารมีหน่ึงหลัก ด้วยวิธีการหารยาวและหารส้ัน ในการหารแบบลงตัว จากหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ป.3 เลม่ 1 หน้า 138-140 ใหเ้ วลาประมาณ 5-10 นาที 10. ครูสุ่มนักเรียนออกมาเฉลยโจทย์ปัญหาในข้อ 7. ท่ีเขียนประโยคสัญลักษณ์ได้ว่า 4,050  9 =  โดยครูและ นกั เรยี นทเ่ี หลอื รว่ มกันตรวจสอบความถูกต้อง (แนวตอบ พมิ พ์ใจออมเงินเดอื นละ 450 บาท) ฝกึ ทักษะ 1. ครูให้นักเรียนกลมุ่ เดิมรว่ มกันทาใบงานท่ี 5.3 เร่ือง การหารลงตวั กับโจทยก์ ารหารทีต่ ัวต้ังมีสีห่ ลัก ตัวหารมหี นึ่ง หลัก เมื่อทาเสร็จแล้วให้แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอหน้าชั้นเรียน โดยนักเรียนที่เหลือช่วยกันตรวจสอบความถูก ต้อง จากนน้ั ครแู ละนักเรียนร่วมกันเฉลยคาตอบใน ใบงานท่ี 5.3 2. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งท่ีได้เรียนรู้ร่วมกันในการหารยาวและหารส้ันว่า “การหารยาวและการหารสั้นเป็น การตั้งหารโดยนาตัวหารไปหารตัวตั้งทีละหลัก เริ่มหารจากหลักทางซ้ายมือก่อน แล้วจึงหารในหลักถัดไปทาง ขวามือ ซงึ่ ในการหารลงตัวจะมีเศษของการหารเปน็ ศูนย์” ชัว่ โมงท่ี 4 สอน 1. ครใู ห้นกั เรยี นท่องสตู รคูณแม่ 2 ถงึ แม่ 12 พรอ้ มกนั เพื่อเปน็ การเตรียมความพรอ้ มของผู้เรียน 2. ครูทบทวนความรู้ที่ได้เรียนมา โดยแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มนักเรยี นชาย และนักเรียนหญิง เพ่ือเล่นเกม โดยมกี ตกิ าดังน้ี - ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ คิดโจทย์การหารจากทไี่ ด้เรียนมา แล้วสง่ ตัวแทนออกมา 1 คน เขยี นโจทย์การหารนั้นบนกระดาน - เลอื กเพ่อื นทอ่ี ยอู่ ีกกลุ่ม 1 คน ออกมาหาคาตอบโจทยก์ ารหารนั้น - กลมุ่ ทีต่ อบถูกจะได้คะแนนสะสม 1 คะแนน ซง่ึ ครูผู้สอนจะใหส้ ลับกนั ออกมา - กลุ่มท่มี คี ะแนนมากทีส่ ุดเปน็ กลมุ่ ที่ชนะ โดยครผู ูส้ อนกล่าวชมเชยกลมุ่ ท่ีชนะ และพูดให้กาลงั ใจกลุม่ ที่แพ้ 3. ครูยกตัวอย่างโจทย์การหารท่ีตัวตั้งมีส่ีหลัก ตัวหารมีหนึ่งหลัก แบบไม่ลงตัว และเขียนข้ันตอนการหารยาวบน กระดาน พร้อมกับอธิบายขั้นตอนการหารให้นักเรยี นเข้าใจวา่ เป็นการตั้งหารตัวต้ังทีละหลัก เร่ิมจากหารหลกั ทาง ซ้ายมือกอ่ น แล้วจึงหารในหลักถัดไปทางขวามอื

4. ครูเขียนขั้นตอนการหารสั้นบนกระดาน โดยใช้ตัวเลขเดียวกันกับการหารยาว พร้อมกับอธิบายข้ันตอนการหารให้ นักเรียนเข้าใจว่า เป็นการต้ังหารตัวต้ังทีละหลัก เริ่มจากหารหลักทางซ้ายมือก่อน แล้วจึงหารในหลักถัดไปทาง ขวามอื จากนน้ั ทาการตรวจคาตอบ 5. ครูยกตัวอย่างการหารยาวและการหารสั้นโดยโจทย์การหารที่ตัวต้ังมีสี่หลัก ตัวหารมีหนึ่งหลัก ในหารไม่ลงตัว เพ่มิ เตมิ อกี 2–3 ตัวอยา่ ง เพ่ือให้นกั เรยี นเกิดความเข้าใจ 6. ครูให้นักเรียนพิจารณาโจทย์ปัญหา จากหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 140 (ร้ายค้าขายโดนัท) โดย การหารท่ีตัวตั้งมีสี่หลัก ตัวหารมีหน่ึงหลัก ด้วยวิธีการหารยาวและหารส้ัน แล้วครูตั้งคาถามว่า “ร้านค้าจะแบ่ง โดนัทนมสดใส่ถุงได้ก่ถี ุง และเหลอื โดนัทก่ถี ุง” หมายเหตุ : ครูจะส่มุ ตัวแทนออกมาเฉลยท้ายชั่วโมง 7. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน (คละความสามารถทางคณิตศาสตร์) ให้นักเรียนร่วมกันศึกษาตัวอย่างการ หารที่ตัวตั้งมีส่ีหลัก ตัวหารมีหน่ึงหลกั โดยหารไม่ลงตัว จากหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 140–142 ให้เวลาประมาณ 5-10 นาที 8. ครูต้ังคาถามกระตุ้นความคิดนักเรียนวา่ วิธีการหารท่ีตัวตั้งมสี ่ีหลัก ตวั หารมีหน่ึงหลกั ในหารไม่ลงตวั แตกต่างจาก การหารที่ตวั ต้ังมีสามหลกั ตัวหารมีหน่งึ หลกั ในหารไมล่ งตัว อย่างไร (แนวตอบ ไมแ่ ตกตา่ งกัน คือ เร่ิมหารจากหลกั ทางซ้ายมือก่อนแล้วหารหลกั ถดั ไปทางขวามอื ) 9. ครูยกตัวอย่างโจทย์การหารที่ตัวตั้งมีสี่หลัก ตัวหารมีหน่ึงหลัก แบบไม่ลงตัว จากน้ันขออาสาสมัครนักเรียนชาย 1 คน และนักเรยี นหญิง 1 คน ออกมาแสดงวธิ ีหาผลหาร โดยใช้วิธีหารยาวและหารสั้นหน้าช้ันเรียน โดยครูและเพื่อน ท่เี หลือชว่ ยกันตรวจสอบความถกู ต้อง 10. ครูสุ่มนักเรียนออกมาเฉลยโจทย์ปัญหาในข้อ 5. ท่ีเขียนประโยคสัญลักษณ์ได้ว่า 6,673  6 =  โดยครูและ นกั เรยี นทเี่ หลอื รว่ มกันตรวจสอบความถูกต้อง (แนวตอบ รา้ นคา้ จะแบ่งโดนัทนมสดใส่ถงุ ได้ 1,112 ถุง และเหลอื โดนัท 1 ชิ้น) ฝึกทกั ษะ 1. ครูให้นกั เรียนจบั คู่และร่วมกันทากิจกรรมพฒั นาความรู้ จากหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หนา้ 143 ครูสุ่ม นกั เรยี นออกมาเฉลยคาตอบ ครูและนักเรียนท่ีเหลือชว่ ยกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง 2. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มนักเรียนชาย และกลุ่มนักเรียนหญิง จากน้ันร่วมกันทากิจกรรม “เพ่ือนช่วยเพ่ือน” จากหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 143 โดยกลุ่มนักเรียนชายทาข้อคี่ และกลุ่ม นกั เรยี นหญิงทาข้อคู่ แลว้ สมุ่ นกั เรียนตอบคาถามทุกข้อ 3. ครูให้นักเรียนกลุ่มเดิม ร่วมกันทากิจกรรมฝึกทักษะ จากหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 144 เมื่อทา เสรจ็ แลว้ ให้แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอหนา้ ชัน้ เรียน โดยครูและนักเรยี นที่เหลือช่วยกันตรวจสอบความถกู ต้อง 4. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงที่ได้เรียนรู้ร่วมกันในการหารยาวและหารสั้นว่า “การหารยาวและการหารส้ันเป็น การต้ังหารโดยนาตัวหารไปหารตัวต้ังทีละหลัก เริ่มหารจากหลักทางซ้ายมือก่อน แล้วจึงหารในหลักถัดไปทาง ขวามอื ซึ่งในการหารไม่ลงตัวจะมีเศษของการหารมากกว่าศูนย”์

ขนั้ สรปุ 1. ครูให้นักเรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิดว่า นักเรียนจะมีวิธีการอย่างไรจึงจะสามารถแก้โจทย์ปัญหาการหาร ได้ถกู ต้องและรวดเร็ว (แนวตอบ ขึ้นอยู่กบั ดลุ ยพนิ ิจของครผู ู้สอน) 2. ครูขออาสาสมัครตอบคาถาม“ความรู้ท่ีได้รับ” จากหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 หน้า 144 เพ่ือเป็น การตรวจสอบความเข้าใจ (แนวตอบ เปน็ การหารแบบลงตัว สามารถใชว้ ธิ ีการหารแบบหารส้นั และหารยาวได้ โดยไดค้ าตอบ คอื 1,237) 3. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกันในการหารยาวและหารสั้นว่า “การหารยาวและการหารส้ันเป็น การต้ังหารโดยนาตัวหารไปหารตัวต้ังทีละหลัก เริ่มหารจากหลักทางซ้ายมือก่อน แล้วจึงหารในหลักถัดไปทาง ขวามือ ซ่งึ การหารลงตัวจะมีเศษเปน็ 0 และการหารไมล่ งตัวจะมีเศษมากกวา่ 0” 4. ครูให้นักเรียนทาแบบฝึกหัด ในหนังสือแบบฝึกหัด คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 1 เป็นการบ้าน เพื่อตรวจสอบ ความเขา้ ใจเปน็ รายบุคคล 7. การวัดและประเมินผล รายการวดั วิธกี าร เครอื่ งมือ เกณฑ์การประเมนิ 7.1 การประเมินกอ่ นเรยี น - แบบทดสอบ - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบ - ประเมนิ ตามสภาพจริง กอ่ นเรยี น กอ่ นเรยี น กอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นรู้ที่ 5 การหารจานวนไม่ เกนิ 100,000 7.2 ประเมนิ ระหวา่ ง การจดั กิจกรรมการ เรียนรู้ 1) การหารทมี่ ีตัวตั้งไม่ - ตรวจใบงานที่ 5.1 - ใบงานที่ 5.1 - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ เกนิ ส่ีหลกั และ - ตรวจใบงานท่ี 5.2 - ใบงานท่ี 5.2 - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ตวั หารมหี น่งึ หลัก - ตรวจใบงานท่ี 5.3 - ใบงานท่ี 5.3 - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ - ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ - กิจกรรมฝึกทักษะ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หดั - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) การนาเสนอ - ประเมนิ การนาเสนอ - แบบประเมนิ การ - ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น ผลงาน/ผลการทา ผลงาน/ผลการทา นาเสนอผลงาน เกณฑ์ กจิ กรรม กิจกรรม

รายการวดั วิธกี าร เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารประเมิน 3) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกต - ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น ทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล พฤตกิ รรม เกณฑ์ การทางานรายบุคคล 4) พฤตกิ รรม - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกต - ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น การทางานกลุ่ม การทางานกล่มุ พฤตกิ รรม เกณฑ์ การทางานกลุ่ม 5) คุณลักษณะ - สังเกตความมีวนิ ยั - แบบประเมนิ - ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น อนั พึงประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ และม่งุ ม่นั ในการทางาน คุณลกั ษณะ เกณฑ์ อนั พึงประสงค์ 8. สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้ 8.1 ส่ือการเรยี นรู้ 1) หนังสอื เรยี น คณิตศาสตร์ ป. 3 เล่ม 1 หน่วยที่ 5 การหารจานวนไมเ่ กิน 100,000 2) หนังสือแบบฝกึ หัด คณิตศาสตร์ ป. 3 เล่ม 1 หน่วยที่ 5 การหารจานวนไม่เกนิ 100,000 3) ใบงานท่ี 5.1 เร่ือง การหารลงตวั 4) ใบงานท่ี 5.2 เรอ่ื ง การหารไมล่ งตวั 5) ใบงานท่ี 5.3 เรื่อง การหารลงตัวกับโจทยก์ ารหารทต่ี ัวต้ังมสี ่หี ลัก ตัวหารมีหนง่ึ หลัก 6) บัตรภาพแสดงการแบ่งของเป็นกลุ่ม 7) บัตรคาแสดงประโยคสัญลกั ษณ์การหาร 8) ลูกอม 8.2 แหลง่ การเรยี นรู้ - หอ้ งเรียน

ใบงานที่ 5.1 เรอ่ื ง การหารลงตวั คาชี้แจง : ให้นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ ช่วยกันหาคาตอบจากโจทย์ท่ีกาหนดให้ 1. พจิ ารณาโจทย์เหลา่ นี้ วา่ หารลงตัวหรอื ไม่ จากน้นั ระบายสีกลอ่ งของขวญั ทเ่ี ปน็ คาตอบ 1) 485  5 = 2) 391  8 = หารลงตวั หารไมล่ งตัว หารลงตวั หารไมล่ งตวั 3) 483  3 = 4) 729  9 = หารลงตัว หารไม่ลงตวั หารลงตัว หารไม่ลงตัว 5) 846  5 = 6) 551  2 = หารลงตวั หารไม่ลงตัว หารลงตัว หารไม่ลงตัว 7) 485  4 = 8) 497  7 = หารลงตัว หารไม่ลงตัว หารลงตัว หารไมล่ งตวั 2. เลอื กโจทย์ปญั หา จากข้อ 1 ทีห่ ารลงตัว มาแสดงวธิ ีหาผลหาร โดยวธิ ีหารยาวและหารสัน้ หารสั้น หารยาว 1. โจทย์.............................................................. 2. โจทย์.............................................................. วิธที า วธิ ที า ตอบ................................................................. ตอบ................................................................. หารสน้ั หารยาว 3. โจทย.์ ............................................................. 4. โจทย์.............................................................. วธิ ีทา วธิ ที า ตอบ................................................................. ตอบ.................................................................

ใบงานท่ี 5.1 เฉลย เร่อื ง การหารลงตวั คาช้แี จง : ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุม่ ช่วยกนั หาคาตอบจากโจทย์ที่กาหนดให้ 1. พจิ ารณาโจทยเ์ หลา่ นี้ วา่ หารลงตวั หรอื ไม่ จากน้นั ระบายสกี ลอ่ งของขวญั ทเ่ี ปน็ คาตอบ 1) 485  5 = 2) 391  8 = ลงตวั หารไมล่ งตวั หารลงตัว หารไม่ลงตวั 3) 483  3 = 4) 729  9 = หารลงตัว หารไม่ลงตวั หารลงตัว หารไมล่ งตวั 5) 846  5 = 6) 551  2 = หารลงตวั หารไมล่ งตัว หารลงตวั หารไมล่ งตัว 7) 485  4 = 8) 497  7 = หารลงตวั หารไมล่ งตวั หารลงตวั หารไมล่ งตัว 2. เลอื กโจทย์ปญั หา จากข้อ 1 ทห่ี ารลงตัว มาแสดงวิธีหาผลหาร โดยวธิ หี ารยาวและหารสั้น หารสัน้ หารยาว 1. โจทย์.............................................................. 2. โจทย.์ ............................................................. วธิ ที า วธิ ีทา ตอบ................................................................. ตอบ................................................................. หารสั้น หารยาว 3. โจทย.์ ............................................................. 4. โจทย์.............................................................. วธิ ีทา วธิ ีทา ตอบ................................................................. ตอบ.................................................................

ใบงานท่ี 5.2 เรอ่ื ง การหารไม่ลงตวั คาชแ้ี จง : ใหน้ ักเรียนแตล่ ะกล่มุ ช่วยกันหาคาตอบจากโจทย์ท่ีกาหนดให้ 1. จบั ค่โู จทยก์ ับผลหารใหส้ มั พันธก์ นั 1) 945  6 =   103 เศษ 5 2) 799  3 =   266 เศษ 1 3) 849  9 =   265 เศษ 1 4) 457  5 =   157 เศษ 3 5) 829  8 =   91 เศษ 2 6) 531  2 =   94 เศษ 3 2. เลือกโจทย์จากขอ้ ที่ 1 จานวน 4 ขอ้ มาแสดงวิธหี าผลหารโดย วธิ หี ารยาวและหารสนั้ พรอ้ มทง้ั ตรวจคาตอบ การหารยาว ตรวจคาตอบ การหารสนั้ โจทย.์ ....................................... โจทย.์ ....................................... วธิ ีทา วธิ ีทา ตรวจคาตอบ ตอบ ตรวจคาตอบ ตตออบบ การหารยาว การหารสนั้ โจทย.์ ....................................... โจทย.์ ....................................... วธิ ีทา วธิ ีทา ตรวจคาตอบ ตอบ ตอบ

ใบงานท่ี 5.2 เฉลย เรื่อง การหารไม่ลงตวั คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มช่วยกันหาคาตอบจากโจทย์ท่ีกาหนดให้ 1. จบั ค่โู จทยก์ ับผลหารให้สมั พนั ธก์ ัน 1) 945  6 =   103 เศษ 5 2) 799  3 =   266 เศษ 1 3) 849  9 =   265 เศษ 1 4) 457  5 =   157 เศษ 3 5) 829  8 =   91 เศษ 2 6) 531  2 =   94 เศษ 3 2. เลอื กโจทย์จากข้อท่ี 1 จานวน 4 ขอ้ มาแสดงวิธีหาผลหารโดย วธิ หี ารยาวและหารสน้ั พร้อมทง้ั ตรวจคาตอบ การหารยาว ตรวจคาตอบ การหารสนั้ โจทย.์ ....................................... โจทย.์ ....................................... ววธิธิ ีทีทาา วธิ ีทา ตรวจคาตอบ ตอบ ตรวจคาตอบ ตตออบบ การหารยาว การหารสนั้ โจทย.์ ....................................... โจทย.์ ....................................... วธิ ีทา วธิ ีทา ตรวจคาตอบ ตอบ ตอบ

ใบงานท่ี 5.3 เร่ือง การหารลงตัวกบั โจทย์การหารทตี่ ัวต้ังมีสีห่ ลัก ตวั หารมีหนึ่งหลกั คาช้แี จง : ใหน้ ักเรียนหาผลหารของโจทย์ตอ่ ไปนี้ 1. หาผลหารโดยวธิ หี ารยาว 1) 7,218  9  2) 5,126  6  3) 3, 224 8  การตรวจคาตอบ การตรวจคาตอบ การตรวจคาตอบ 2. หาผลหารโดยวธิ หี ารสั้น 2) 1,645  5  3) 3,717  7  1) 4,128  4  การตรวจคาตอบ การตรวจคาตอบ การตรวจคาตอบ

ใบงานที่ 5.3 เฉลย เรอื่ ง การหารลงตวั กับโจทยก์ ารหารท่ีตัวต้ังมสี ่ีหลัก ตัวหารมีหนง่ึ หลกั คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี นหาผลหารของโจทย์ตอ่ ไปน้ี 1. หาผลหารโดยวิธีหารยาว 1) 7,218  9  2) 6,126  6  3) 3, 224 8  802 1021 403 9 7218 6 6126 8 3224 72 6 32 01 02 01 00 00 00 18 24 18 12 24 12 0 0 0 ตอบ ๑,๐๒๑ ตอบ ๔๐๓ กตาอรบตรวจค๘าต๐อ๒บ 802  9 = 7,218 การตรวจคาตอบ 1,0219 =6,126 การตรวจคาตอบ 4038 =3,224 2. หาผลหารโดยวธิ หี ารสั้น 2) 1,645  5  3) 3,717  7  1) 4,128  4  4 4128 5 1645 7 3717 1032 0329 0531 ตอบ ๑,๐๓๒ ตอบ ๓๒๙ ตอบ ๕๓๑ การตรวจคาตอบ 1,0324 =4,128 การตรวจคาตอบ 3295 = 1,645 การตรวจคาตอบ 5317 = 3,717

บตั รภาพ

บตั รคาแสดงประโยคสญั ลกั ษณก์ ารหาร 15 ÷ 3 = 5 29 ÷ 5 = 6 63 ÷ 7 = 8 72 ÷ 9 = 8 48 ÷ 8 = 6 49 ÷ 5 = 7 125 ÷ 5 = 985 ÷ 9 = 548 ÷ 8 = 741 ÷ 6 =

356 ÷ 4 = 484 ÷ 8 = 787 ÷ 7 = 625 ÷ 3 = 254 ÷ 2 = 845 ÷ 8 =