Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรโรงเรียนเทศบาล ๑ใช้ปี2564

หลักสูตรโรงเรียนเทศบาล ๑ใช้ปี2564

Published by kootor_2010, 2021-10-16 08:10:39

Description: หลักสูตรโรงเรียนเทศบาล ๑ใช้ปี2564

Search

Read the Text Version

๑๕๑ คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน ว13101วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 4 กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 เวลาเรียน 120 ชว่ั โมง/ปี …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ศกึ ษาวเิ คราะหค์ วามหลากหลายของสิง่ มชี ีวิต โครงสรา้ งและหน้าท่ขี องโครงสรา้ งส่วนต่าง ๆ ของพืช ความ เหมอื นและความแตกต่างของสง่ิ มีชีวิต การจำแนกพืช การจำแนกสตั ว์ ในทอ้ งถน่ิ แรงโน้มถ่วงและตวั กลางของแสง โดยมคี ุณสมบตั ิ วัสดแุ ละสสาร ระบบสรุ ยิ ะและการเกดิ ปรากฏการณ์ของดวงจันทร์ โดยใช้กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจคำตอบ การสืบค้นขอ้ มลู บันทึก จดั กลุ่มขอ้ มูล และการอภิปราย เพือ่ ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนำเสนอ สื่อสาร สง่ิ ที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตดั สนิ ใจ เห็นคณุ ค่าของการนำไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ิตประจำวัน มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านยิ มท่ี เหมาะสม ตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง รหสั ตวั ช้ีวดั ว 1.2 ป.4/1 ว 1.3 ป.4/1,ป.4/2,ป.4/3,ป.4/4 ว 2.1 ป.4/1,ป.4/2,ป.4/3,ป.4/4 ว 2.2 ป.4/1,ป.4/2,ป.4/3 ว 2.3 ป.4/1 ว .3 1 ป.4/1,ป.4/2,ป.4/3 รวมท้ังหมด 16 ตวั ช้ีวัด

๑๕๒ คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน ว15101 วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 5 กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 5 เวลา 120 ชวั่ โมง/ปี …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ศึกษาและเรียนร้เู กีย่ วกบั โครงสรา้ งและลกั ษณะของสงิ่ มชี วี ติ ท่ีเหมาะสมในแต่ละแหลง่ ท่อี ยู่ ความสัมพนั ธ์ ระหวา่ งส่งิ ไม่มีชวี ิตกับสงิ่ มชี ีวิต และความสัมพนั ธก์ บั สงิ่ ไมม่ ีชีวติ โซอ่ าหารและบทบาทหน้าทข่ี องส่ิงมชี ีวิตทเ่ี ปน็ ผู้ผลิตและผู้บริโภคในโซอ่ าหาร ตระหนักในคุณคา่ ของส่งิ แวดล้อมทมี่ ีตอ่ การดำรงชวี ติ ของส่งิ มชี วี ติ ในทอ้ งถน่ิ ทอ่ี าศยั อยู่ ลกั ษณะทางพันธกุ รรมทมี่ กี ารถา่ ยทอดจากพ่อแมส่ ่ลู ูกของพชื สตั ว์ และมนษุ ย์ลกั ษณะท่คี ล้ายคลึงกันของตนเอง กับพอ่ แม่ การหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกนั ทีก่ ระทำตอ่ วัตถใุ นกรณที ี่วตั ถุอยนู่ ิ่ง การเขยี นแผนภาพ แสดงแรงที่กระทำต่อวตั ถทุ ีอ่ ยใู่ นแนวเดยี วกนั และแรงลพั ธท์ ่ีกระทำต่อวตั ถุ การใช้เครือ่ งชง่ั สปรงิ ในการวดั แรงที่ กระทำต่อวตั ถุ ผลของแรงเสียดทานทม่ี ีต่อการเปลย่ี นแปลงการเคลอื่ นท่ีของวัตถุ การเขียนแผนภาพแสดงแรงเสียด ทานและแรงทีอ่ ยู่ในแนวเดียวกันทกี่ ระทำต่อวตั ถุ การได้ยนิ เสยี งผ่านตัวกลาง การเกดิ เสียงสูง เสียงต่ำ การเกิดเสยี ง ดัง เสียงคอ่ ย การวดั ระดบั เสียงโดยใช้เครือ่ งมอื วัดระดบั เสยี ง และเสนอแนะแนวทางในการหลกี เลี่ยงและลดมลพิษ ทางเสยี งการเปล่ียนสถานะของสสารเม่อื ทำให้สสารร้อนขึ้นหรือเยน็ ลง การละลายของสารในนำ้ การเปลยี่ นแปลง ของสารเมอ่ื เกดิ การเปล่ียนแปลงทางเคมี การเปลี่ยนแปลงทีผ่ ันกลับไดแ้ ละการเปลีย่ นแปลงท่ีผนั กลับไมไ่ ดป้ ริมาณ น้ำในแต่ละแหลง่ ปริมาณนำ้ ทีม่ นุษยส์ ามารถนำมาใช้ประโยชนไ์ ด้ แนวทางการใช้นำ้ อย่างประหยดั และการอนรุ กั ษ์ น้ำ แบบจำลองการหมุนเวียนของนำ้ ในวฏั จักรน้ำกระบวนการเกดิ เมฆ หมอก น้ำคา้ ง และนำ้ ค้างแขง็ จาก แบบจำลอง และกระบวนการเกิดฝน หิมะ และลูกเห็บความแตกตา่ งของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์จากแบบจำลอง การใช้แผนท่ีดาวระบุตำแหนง่ และเส้นทางการขน้ึ และตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนทอ้ งฟา้ แบบรูปเสน้ ทางการข้ึนและตก ของกลุ่มดาวฤกษบ์ นท้องฟา้ ในรอบปี โดยมุง่ หวงั ใหผ้ เู้ รยี นได้เรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรท์ ี่สามารถนำไปใชอ้ ธบิ าย แก้ไขปัญหา หรือสร้างสรรคพ์ ัฒนางาน ในชีวิตจริงได้ ซงึ่ เน้นการเชอ่ื มโยงความรูท้ างวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กับกระบวนการทาง วศิ วกรรมศาสตร์ และใหม้ ที ักษะสำคญั ในการคน้ คว้าและสร้างองค์ความรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความร้แู ละ การแกป้ ญั หาท่ีหลากหลาย เพ่ือใหผ้ เู้ รยี นเกิดความรู้ ความเขา้ ใจ มที ักษะการคิด และมีส่วนรว่ มในการเรยี นรทู้ กุ ข้นั ตอน รวมทง้ั ส่งเสริม ให้ผู้เรยี นเกิดจิตวิทยาศาสตร์และมเี จตคติท่ีดีตอ่ การเรยี นวิทยาศาสตร์ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ตัวช้วี ดั ว 1.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ว 1.3 ป.5/1 ป.5/2 ว 2.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ว 2.2 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ป.5/5 ว 2.3 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ป.5/5 ว 3.1 ป.5/1 ป.5/2 ว 3.2 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ป.5/5 รวม 27 ตัวชี้วดั

๑๕๓ คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน ว16101 วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 6 กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 เวลา 120 ชวั่ โมง/ปี …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับสารอาหารและประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภท แนวทางในการเลือก รับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งความปลอดภัยต่อสุขภาพ ความสำคัญของสารอาหาร ระบบย่อยอาหาร และหน้าทีข่ องอวัยวะในระบบย่อยอาหาร รวมทั้งการย่อยอาหารและการดูด ซึมสารอาหาร แนวทางในการดูแลรักษาอวัยวะในระบบย่อยอาหารให้ทำงานเป็นปกติ การเกิดและผลของแรงไฟฟ้า ส่วนประกอบและหน้าทีข่ องแต่ละส่วนประกอบของวงจรไฟฟา้ อย่างง่าย เขียนแผนภาพและต่อวงจรไฟฟ้าอยา่ งง่าย วิธีการ และผลของการต่อเซลลไ์ ฟฟา้ แบบอนุกรม ประโยชนแ์ ละการประยุกตก์ ารต่อเซลล์ไฟฟา้ แบบอนกุ รมในชวี ติ ประจำวัน การต่อ หลอดไฟฟา้ แบบอนุกรมและแบบขนาน ประโยชน์ ข้อจำกัดและการประยุกตก์ ารต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน ในชวี ิตประจำวัน การเกิดเงามดื เงามัว เขียนแผนภาพรงั สีของแสงแสดงการเกิดเงามืดเงามัว การแยกสารผสมโดยการหยิบ ออก การร่อน การใช้แม่แม่เหล็กดงึ ดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน รวมทั้งวิธีแก้ปญั หาในชวี ิตประจำวัน เก่ียวกบั การแยกสาร กระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร และวฏั จกั รหิน ตวั อยา่ งการใช้ประโยชน์ของหิน และแร่ในชีวิตประจำวัน การเกิดซากดึกดำบรรพ์และคาดคะเนสภาพแวดล้อมในอดีตของซากดึกดำบรรพ์ที่พบได้ในท้องถิน่ การเกิดลมบก ลมทะเล และลมมรสุม รวมทั้งผลที่มีต่อสิ่งมีชีวติ และสิ่งแวดล้อม ผลของมรสุมต่อการเกิดฤดูของประเทศ ไทย ลกั ษณะและผลกระทบของน้ำทว่ ม การกัดเซาะชายฝัง่ ดินถลม่ แผน่ ดนิ ไหว และสนึ ามิ ผลกระทบของภัยธรรมชาติ และธรณีพิบัติภัย แนวทางในการเฝ้าระวังและปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติและธรณีพิบัตภิ ัยที่อาจเกิดในท้องถน่ิ การเกดิ ปรากฏการณ์เรือนกระจก และผลของปรากฎการณเ์ รือนกระจกตอ่ สิง่ มีชีวิต แนวทางการปฏบิ ัติตนเพ่ือลดกิจกรรมท่ี กอ่ ให้เกดิ แก๊สเรอื นกระจำ ปรากฎการณ์สรุ ิยุปราคาและจนั ทรุปราคา พฒั นาการของเทคโนโลยีอวกาศ และตัวอย่างการนำ เทคโนโลยอี วกาศมาใชป้ ระโยชนใ์ นชีวิตประจำวัน โดยมุ่งหวงั ให้ผเู้ รียนได้เรยี นรุว้ ิทยาศาสตรท์ ่ีสามารถนำไปใชอ้ ธิบาย แก้ไขปัญหา หรอื สาตร้างสรรคพ์ ฒั นางานในชีวิตจริงได้ซึ่ง เน้นการเชื่อมโยงความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และเทคโนโลยี กับกระบวนการทางวศิ วกรรม และใหม้ ีทักษะสำคัญในการ ต้นคว้าและสร้างองค์ความรโู้ ดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรแู้ ละการแกป้ ัญหาท่ีหลากหลาย เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรูค้ วามเข้าใจ มีทักษะการคดิ และมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ทุกขั้นตอน รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดจติ วทิ ยาศาสตร์ และมีเจตคตทิ ่ีดีตอ่ การเรยี นวทิ ยาศาสตร์ตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง รหัสตวั ช้ีวดั ว 1.2 ป.6/1 , ป.6/2 , ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5 ว 2.1 ป.6/1, ว 2.2 ป.6/1,ป.6/4, ป.6/5 ว 2.3 ป.6/1, ป.6/2,ป.6/3,ป.6/4, ป.6/7, ป.6/8 ว 3.1 ป.6/1 , ป.6/2 ว 3.2 ป 6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4,ป.6/5,,ป.6/6,ป.6/7, ป.6/8, ป.6/9 ว 4.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4 รวมทัง้ หมด 28 ตัวชี้วัด

๑๕๔ คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน ว21101 วิทยาศาสตร์ 1 กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ชัว่ โมง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ศกึ ษา วิเคราะห์ความหมายของวิทยาศาสตรกระบวนการทางวิทยาศาสตรลักษณะสำคญั ของนกั วทิ ยา ศาสตรเครอ่ื งมอื และอุปกรณวิทยาศาสตรผลของวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีสถานะของสารปจจัยที่มีผลตอการ เปลี่ยนสถานะผลของความรอนทีม่ ตี อการเปล่ยี นแปลงของสารการถายโอนพลงั งานความรอน การจัดกลมุ่ สารตาม ลกั ษณะเนื้อสารและขนาดของอนุภาคการละลายของสารในตวั ทำละลายความเขมขนของสารละลาย พลังงานกบั การละลายของสาร ปจจัยทม่ี ีผลตอการละลาย สมบตั ิของสารละลายกรดและสารละลายเบส pH ของสารละลาย กรดและเบส กรดและเบสในชีวติ ประจำวนั ท้ังนโี้ ดยใชกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรการสืบเสาะหาความรูการสำรวจตรวจสอบ การสบื คน้ ขอ มลู และการอภปิ รายเพ่อื ใหเกิดความรูความคิดความเขาใจ สามารถสื่อสารสง่ิ ท่ีเรียนรูมคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจ นำความรูไปใชในชวี ิตประจำวนั มีจิตวิทยาศาสตรจริยธรรม คณุ ธรรม และคานยิ มที่เหมาะสม รหสั ตัวช้ีวัด ว 3.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4 ว 3.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3 ว 5.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4 ว 8.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9 รวมทง้ั หมด 20 ตวั ช้ีวดั

๑๕๕ คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน ว21103 วทิ ยาศาสตร์ 2 กลุมสาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ มัธยมศึกษาปท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ชัว่ โมง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ศกึ ษา วิเคราะห์ชน้ั บรรยากาศผลของรงั สจี ากดวงอาทิตยต่อบรรยากาศอณุ หภูมอิ ากาศ ความดัน อากาศความช้นื อากาศ ลม เมฆ ฝน พายฟุ าคะนอง พายหุ มนุ เขตรอน มรสมุ การพยากรณอากาศ เอลนีโญ ลานีญาการเปลย่ี นแปลงอณุ หภูมอิ ากาศของโลก มลพิษทางอากาศ การบอกตำแหนงและการเปลีย่ นตำ แหนงของวตั ถุ ปริมาณเวกเตอรและปรมิ าณสเกลาร อตั ราเร็วและความเรว็ ของวตั ถุ การใชกลองจุลทรรศน เซลลของสงิ่ มชี วี ิต การลำเลยี งสารเข้าและออกจากเซลล การลำเลยี งน้ำและธาตอุ าหารของพชื การ สังเคราะหดวยแสง การสืบพนั ธุและการเจริญเติบโตของพชื การตอบสนองของพืช ความ กาวหนาของเทคโนโลยชี วี ภาพเก่ียวกบั พชื ทัง้ นี้โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรการสบื เสาะหาความรูการสำรวจตรวจสอบ การสืบ คนขอมูลและการอภิปราย เพ่อื ใหเกดิ ความรูความคดิ ความเขาใจ สามารถส่ือสารสิ่งที่เรียนรูมีความสามารถ ในการตดั สนิ ใจ นำความรูไปใชในชวี ติ ประจำวนั มีจิตวทิ ยาศาสตรจรยิ ธรรม คุณธรรม และคานิยมที่เหมาะสม รหสั ตวั ช้ีวัด ว 1.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9, ม.1/10, ม.1/11, ม.1/12. ม.1/13 ว 4.1 ม.1/1, ม.1/2 ว 6.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7 ว 8.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9 รวมทั้งหมด 31 ตวั ชว้ี ัด

๑๕๖ คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน ว22101 วิทยาศาสตร์ 3 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศึกษาปท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ช่วั โมง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ศึกษา วเิ คราะหการแยกของผสม สารประกอบและธาตุ สมบัตขิ องธาตุโลหะ ธาตุอโลหะ ธาตกุ ง่ึ โลหะและธาตุกมั มนั ตรงั สี การเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี ปฏกิ ิรยิ าเคมีและสมการเคมีสารเคมปี ฏกิ ริ ิยา เคมีตอชีวิตและสงิ่ แวดลอม กระบวนการเกิดดนิ หนาตดั ขางของดนิ ปจจัยในการเกดิ ดนิ สมบัตบิ าง ประการของดิน การใชและการปรบั ปรงุ คุณภาพของดิน กระบวนการเกดิ ลกั ษณะและสมบตั ิของหนิ ชนดิ แหลงทีพ่ บ และประโยชนของหิน วฏั จกั รหนิ ลักษณะและสมบตั ิทางกายภาพของแร ชนดิ แหลงทพี่ บ และประโยชนของแร กระบวนการเกดิ แหลงสำรวจในประเทศ และการนำไปใชประโยชนของปโตรเลยี ม ถานหนิ กาซธรรมชาติ ลักษณะและการเกิดแหลงนำ้ ผิวดิน น้ำใตดิน การใชประโยชนและการอนุรกั ษ แหลงนำ้ ในทองถ่ิน ธรณีพิบตั ิภยั ลักษณะโครงสรางโลก ความสมั พนั ธของระบบโลก กระบวนการ เปลยี่ นแปลงทางธรณีวิทยาบนเปลอื กโลก แรงท่กี ระทำตอวัตถขุ นาดและทิศทางของแรงแรงลพั ธและ ผลของแรง โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรการสบื เสาะหาความรูการสำรวจตรวจสอบ การสืบคน ขอมูลและการอภิปราย เพ่ือใหเกดิ ความรูความคดิ ความเขาใจ สามารถส่ือสารสิง่ ทเี่ รยี นรูมคี วามสามารถ ในการตดั สินใจ นำความรูไปใชในชวี ิตประจำวนั มีจิตวิทยาศาสตรจริยธรรม คุณธรรม และคานยิ มเหมาะสม รหัสตัวชีว้ ัด ว 3.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3 ว 3.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4 ว 4.1 ม.2/1, ม.2/2 ว 6.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7, ม.2/8, ม.2/9, ม.2/10 ว 8.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9 รวมท้งั หมด 28 ตวั ชว้ี ัด

๑๕๗ คำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน ว22103 วิทยาศาสตร์ 4 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ช่ัวโมง ......................................................................................................................................................................... ศึกษา วเิ คราะหอาหารและสารอาหาร ความตองการสารอาหารและพลังงานของรางกาย การเลอื ก บริโภคอาหาร โครงสรางและหนาทข่ี องระบบตาง ๆ ในรางกายมนษุ ยและสัตวความสมั พนั ธของระบบ ตาง ๆ ของมนษุ ย พฤตกิ รรมของมนษุ ยและสตั วท่ีตอบสนองตอสง่ิ เรา สารเสพตเิ ทคโนโลยีชวี ภาพในการขยาย พนั ธปุ รับปรุงพนั ธแุ ละเพิม่ ผลผลติ ของสัตว แสงและการมองเหน็ การสะทอนและการหักเหของแสง ความสวาง และการมองเหน็ สขี องวตั ถุ โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรการสืบเสาะหาความรูการสำรวจตรวจสอบ การสบื คน ขอมลู และการอภิปราย เพ่อื ใหเกดิ ความรูความคิดความเขาใจ สามารถสอ่ื สารส่ิงทเ่ี รยี นรูมคี วามสามารถในการ ตดั สนิ ใจ นำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีจติ วทิ ยาศาสตรจริยธรรม คุณธรรม และคานยิ มท่เี หมาะสม รหัสตัวชี้วดั ว 1.1 ม.๒/๑, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6 ว 5.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3 ว 8.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9 รวมทัง้ หมด 18 ตัวช้วี ดั

๑๕๘ คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน ว23101 วทิ ยาศาสตร์ 5 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี 3 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ช่วั โมง ......................................................................................................................................................................... ศึกษา วเิ คราะหความเรง ผลของแรงลัพธที่มตี อวตั ถแุ รงกิรยิ าและแรงปฏิกริ ิยา แรงพยุงของ ของเหลว แรงเสียดทาน โมเมนตของแรงการเคลื่อนทีข่ องวัตถุในแนวตรงและแนวโคง งานและพลังงาน พลงั งานศกั ยและพลังงานจลนการเปลีย่ นรูปพลังงาน กฎการอนรุ กั ษพลังงาน ความสัมพนั ธระหวางความตางศักย ไฟฟา กระแสไฟฟา และความตานทานไฟฟา วงจรไฟฟาในบาน พลงั งานไฟฟาของเครือ่ งใชไฟฟา การคำนวณ พลงั งานไฟฟา ท่ีใชการตอวงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ สเบอื้ งตน โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรการสืบเสาะหาความรูการสำรวจตรวจสอบ การสืบคน ขอมูลและการอภปิ ราย เพือ่ ใหเกดิ ความรูความคิดความเขาใจ สามารถส่อื สารสง่ิ ท่ีเรียนรูมีความสามารถในการตัดสนิ ใจ นำความรู ไปใชในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตรจรยิ ธรรม คุณธรรม และคานยิ มท่ีเหมาะสม รหสั ตัวช้ีวัด ว 4.1 ม.3/1, ม.3/2, ม3/3 ว 4.2 ม.3/1, ม.3/2, ม3/3 ว 5.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5 ว 8.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9 รวมทัง้ หมด 20 ตัวชีว้ ัด

๑๕๙ คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน ว23103 วทิ ยาศาสตร์ 6 กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ช่ัวโมง ......................................................................................................................................................................... ศกึ ษาวเิ คราะหระบบสุริยะความสมั พันธระหวางดวงอาทิตยโลกดวงจนั ทรดาวเคราะหในระบบ สรุ ิยะ กลมุ ดาวฤกษกาแลก็ ซีและเอกภพ เทคโนโลยอี วกาศ กลองโทรทรรศนดาวเทยี ม ยาอวกาศลักษณะ ของโครโมโซม ความสำคัญของสารพันธกุ รรม กระบวนการถายทอดลกั ษณะทางพันธกุ รรม โรคทาง พนั ธกุ รรม การใชประโยชนจากความรูดานพันธุศาสตรองคประกอบของระบบนิเวศ การถายทอดพลังงาน ของสิ่งมีชวี ติ สมดุลของระบบนิเวศ วัฏจักรของสารในระบบนเิ วศ ประชากรความหลากหลายทางชีวภาพ ป ญหาส่งิ แวดลอมและทรพั ยากรธรรมชาตใิ นทองถ่ิน การใชทรัพยากรธรรมชาตอิ ยางยั่งยนื ตามปรัชญาของ เศรษฐกจิ พอเพียง โดยใชกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรการสืบเสาะหาความรูการสำรวจตรวจสอบ การสืบคน ขอมลู และการอภิปราย เพอ่ื ใหเกดิ ความรูความคิดความเขาใจ สามารถส่อื สารสิ่งท่ีเรียนรูมคี วามสามารถใน การตัดสินใจ นำความรูไปใชในชีวติ ประจำวัน มจี ิตวทิ ยาศาสตรจริยธรรมคณุ ธรรม และคานยิ มที่เหมาะสม รหสั ตวั ชี้วดั ว 1.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6 ว 2.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4 ว 2.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6 ว 7.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3 ว 7.2 ม.3/1 ว 8.1 ม.2/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9 รวมท้งั หมด 29 ตวั ชี้วัด

๑๖๐ คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน ว21102 วทิ ยาการคำนวณ 1 กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง ......................................................................................................................................................................... ศึกษาการออกแบบอัลกอริทมึ ที่ใชแ้ นวคดิ เชงิ นามธรรมเพ่อื แก้ปัญหาหรอื อธิบายการทำงานท่พี บในชีวิตจริง การออกแบบและเขียนโปรแกรมที่มีการใช้ตัวแปร เงื่อนไข วนซ้ำ การออกแบบอัลกอริทึม เพื่อแก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์อย่างง่าย การเขียนโปรแกรมโดยใช้ซอฟต์แวร์ Scratch, python, java และ c เป็นต้น ศึกษาการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ ประมวลผล สร้างทางเลือก ประเมินผล ตลอดจนใช้เทคโนโลยี สารสนเทศอยา่ งปลอดภัย การจดั การอตั ลักษณ์ การพิจารณาความเหมาะสมของเน้อื หา ใช้สือ่ และแหล่งข้อมูลตาม ข้อกำหนดและข้อตกลงเพื่อให้นกั เรยี นนำไปสกู่ ารเรียนรู้นอกห้องเรียนซ่งึ เปน็ แหล่งเรียนรทู้ ้องถนิ่ ทอ่ี ยใู่ กล้ตวั โดยอาศยั กระบวนการเรียนรโู้ ดยใช้ปญั หาเปน็ ฐาน (Problem – based Learning) และการเรยี นรู้แบบใช้ โครงงานเป็นฐาน (Project-based Learning) เพ่อื เนน้ ใหผ้ ู้เรียนไดล้ งมือปฏิบัติ ฝกึ ทักษะการคดิ เผชญิ สถานการณ์ การแกป้ ัญหาวางแผนการเรียนรู้ ตรวจสอบการเรียนรู้ และนำเสนอผา่ นการทำกิจกรรมโครงงาน เพื่อให้เกิดทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการวิเคราะห์โจทย์ปัญหา จนสามารถนำเอาแนวคิดเชิงคำนวณมาประยุกต์ใช้ใน การสร้างโครงงานได้ เพ่ือให้ผ้เู รียนมคี วามรู้ความเข้าใจ การนำขอ้ มูลปฐมภูมิเข้าสรู่ ะบบคอมพวิ เตอร์ วิเคราะห์ ประเมิน นำเสนอ ข้อมูลและสารสนเทศ ได้ตามวัตถุประสงค์ ใช้ทักษะการคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริง และเขียน โปรแกรมอย่างง่าย เพื่อช่วยในการแก้ปญั หา ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างรูเ้ ท่าทันและรับผิดชอบ ตอ่ สงั คม ตลอดจนนำความรคู้ วามเขา้ ใจในวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยไี ปใช้ให้เกดิ ประโยชน์ตอ่ สงั คม และการ ดำรงชีวติ จนสามารถพฒั นากระบวนการคดิ และจนิ ตนาการ ความสามารถในการแกป้ ญั หาและการจดั การทักษะใน การสอ่ื สาร และความสามารถในการตดั สินใจ และเปน็ ผทู้ ่มี ีจิตวทิ ยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านยิ มในการ ใชว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยอี ย่างสร้างสรรค์ ตัวชี้วดั ว. 4.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 รวม 4 ตัวชี้วัด

๑๖๑ คำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน ว22102 วิทยาการคำนวณ 2 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชว่ั โมง ......................................................................................................................................................................... ศกึ ษาการออกแบบอัลกอริทึมท่ีใช้แนวคิดเชงิ คำนวณในการแก้ปญั หา หรอื การทำงานที่พบในชีวิต จริง การออกแบบและเขียนโปรแกรมที่ใช้ตรรกะและฟังก์ชันในการแก้ปัญหา การเขียนโปรแกรมโดยใช้ ซอฟต์แวร์Scratch, python, java และ c อภิปรายองค์ประกอบและหลักการทำางานของระบบคอมพิวเตอร์และ เทคโนโลยกี ารสื่อสารเพอ่ื ประยกุ ต์ใช้งานหรือแกป้ ัญหาเบื้องตน้ ตลอดจนใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภัย มี ความรับผิดชอบ สร้างและแสดงสิทธิในการเผยแพร่ผลงานเพือ่ ให้นักเรียนนำไปสู่การเรียนรู้นอกห้องเรียนซึ่งเปน็ แหลง่ เรียนร้ทู ้องถิ่นที่อยู่ใกล้ตวั โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใชป้ ัญหาเป็นฐาน (Problem-based Learning) และการเรียนรู้แบบใช้ โครงงานเป็นฐาน (Project-based Learning) เพื่อเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ ฝึกทักษะการคิด เผชิญ สถานการณ์การแก้ปัญหา วางแผนการเรียนรู้ ตรวจสอบการเรียนรู้ และนำเสนอผ่านการทำกิจกรรมโครงงาน เพื่อให้เกิดทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ และทกั ษะใน การวิเคราะหโ์ จทย์ปัญหา จนสามารถนำเอาแนวคิดเชิงคำนวณ มาประยุกตใ์ ช้ในการสร้างโครงงานได้ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ การนำข้อมูลปฐมภูมิเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ วิเคราะห์ ประเมิน นำเสนอขอ้ มลู และ สารสนเทศไดต้ ามวัตถปุ ระสงค์ ใชท้ ักษะการคิดเชิงคำนวณในการแกป้ ัญหาทพี่ บในชีวิตจริง และ เขียนโปรแกรมอย่างง่าย เพื่อช่วย ในการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างรู้เท่าทันและ รบั ผดิ ชอบตอ่ สังคม ตลอดจนนำความรคู้ วามเขา้ ใจใน วิชาวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยไี ปใช้ใหเ้ กิดประโยชนต์ อ่ สังคม และการดำรงชีวิต จนสามารถพฒั นากระบวนการคดิ และจินตนาการ มคี วามสามารถในการแกป้ ญั หาและมีทกั ษะใน การสื่อสาร มีความสามารถในการตัดสินใจ และเป็นผู้ที่มีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และ ค่านยิ มในการใช้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างสรา้ งสรรค์ ตวั ช้ีวัด ว 4.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 รวม 4 ตวั ชวี้ ัด

๑๖๒ คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน ว22103 วทิ ยาการคำนวณ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 3 เวลา 40 ชั่วโมง ......................................................................................................................................................................... ศึกษาเก่ียวกับการจดั การข้อมูลและสารสนเทศ การใช้ซอฟตแ์ วรใ์ นการจดั การข้อมูลและสารสนเทศ ศึกษา เก่ียวกับการประเมินความน่าเช่ือถอื ของขอ้ มูล การร้เู ท่าทันส่ือ ศึกษาเกย่ี วกับการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศและ กฎหมายคอมพิวเตอร์ ศึกษาเกี่ยวกับแอปพลิเคชัน เทคโนโลยี IoT และการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อให้นักเรียน นำไปส่กู ารเรยี นร้นู อกหอ้ งเรยี นซึ่งเป็นแหล่งเรยี นรู้ท้องถิ่นทีอ่ ยใู่ กล้ตัว โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ ฝึกทักษะการคิด เผชิญสถานการณ์การ แก้ปัญหา วางแผนการเรียนรู้ ตรวจสอบการเรียนรู้ และสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้วยตนเองผ่านกระบวนการคิดและ ปฏบิ ัติ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะการคิดเชิงคำนวณ การคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาเป็นขั้นตอนและ เป็นระบบ มีทกั ษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ รกั ษาข้อมลู สว่ นตัว และการสอ่ื สารเบอ้ื งต้นในการแก้ปัญหาที่พบ ในชีวติ จริงได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ ตลอดจนนำความรคู้ วามเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์และนำเทคโนโลยีใหม่ท่ีเกิดข้ึน ไปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชนต์ อ่ สังคมและการดำรงชวี ติ จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถใน การแกป้ ญั หาและการจัดการทกั ษะในการสื่อสาร ความสามารถในการตดั สนิ ใจ เปน็ ผู้ท่ีมีจิตวทิ ยาศาสตร์ มคี ณุ ธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใชว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยอี ย่างสร้างสรรค์ ตัวช้วี ัด ว 4.2 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 รวม 4 ตัวช้ีวดั

๑๖๓ คําอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน ว31101 วทิ ยาการคำนวณ 1 กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง/ปี ......................................................................................................................................................................... ศึกษาหลกั การของแนวคดิ เชงิ คำนวณ การแยกส่วนประกอบและการยอ่ ยปญั หา การหารปู แบบ การคิดเชิง นามธรรม ตัวอย่างและประโยชน์ของแนวคิดเชิงคำนวณเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันตามท้องถิ่น ประยุกต์ใช้ แนวคิดเชิงคำนวณในการออกแบบขั้นตอนวิธีสำหรับแก้ปัญหา การแก้ปัญหาด้วยคอมพิวเตอร์ การระบุขอ้ มลู เข้า ข้อมูลออก และเงื่อนไขของปัญหา การออกแบบขั้นตอนวิธี การทำซ้ำ การจัดเรียงและค้นหาข้อมูล ตัวอย่างการ ออกแบบขั้นตอนวิธีเพื่อแก้ปัญหาด้วยคอมพิวเตอร์ การศึกษาตัวอย่างโครงงานทางเทคโนโลยี สารสนเทศ การ กำหนดปญั หา ศึกษา วางแผน ดำเนนิ งาน สรุปผลและเผยแพร่ ในการพฒั นาโครงงานทม่ี ีการบูรณาการร่วมกับวิชา อืน่ และเชอ่ื มโยงกับชวี ิตจริง โดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะการ เรียนรูใ้ นศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปรายโดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารส่ิงที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การนำความร้ไู ปใช้ ในชีวติ ประจำวัน มจี ิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านยิ มที่เหมาะสม ตัวชีว้ ัด มาตรฐาน ว. 4.1 ม.4/1 เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ประยกุ ต์ใชแ้ นวคิดเชิงคำนวณในการพัฒนาโครงงานท่มี ี การบูรณาการกบั วิชาอืน่ อย่าง สร้างสรรค์ และเช่ือมโยงกับชวี ิตจริง รวมท้ังหมด 1 ตัวขีว้ ดั

๑๖๔ คําอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน ว31102 การออกแบบเทคโนโลยี 1 กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชั่วโมง ......................................................................................................................................................................... ศึกษาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับองค์ประกอบของระบบสารสนเทศ องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ คุณลักษณะ หลักการทำงานและอุปกรณ์ต่อพ่วง ประเภทของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ระบบสื่อสารข้อมูลและ เครือข่ายคอมพิวเตอร์การถ่ายโอนข้อมูล รูปแบบการสื่อสาร สื่อกลางที่ใช้ในการส่งสัญญาณ ชนิดของเครือข่าย คอมพวิ เตอร์ มาตรฐานการสื่อสารข้อมูล อุปกรณ์เครือข่าย และขอ้ ควรปฏิบัติสำหรับผู้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ใช้ ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ได้เหมาะสมกับงาน ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบค้นข้อมูลภายในท้องถิ่นเพื่อการ เรียนรู้และการสื่อสาร ใช้คอมพิวเตอร์ในการประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศเพื่อประกอบการตัดสินใจ และ นำเสนอในรูปแบบที่เหมาะสมตรงตามวัตถุประสงค์ของงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพยี ง สรา้ งจิตสำนึกและความรับผิดชอบในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศปฏบิ ัติตามพระราชบญั ญัติและกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารพัฒนาสมรรถนะความสามารถในการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศเพื่อการส่ือสารและการแก้ปญั หา สามารถพฒั นาโปรแกรมโดยใช้ภาษาโปรแกรมคอมพวิ เตอรไ์ ด้ ตัวชี้วดั มาตรฐาน ง. 3.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/6,ม.4-6/7,ม.4-6/8,ม.4-6/9, ม.4-6/11, ม.4-6/12, ม.4-6/13 รวม 10 ตัวช้ีวัด

๑๖๕ คาํ อธิบายรายวชิ าพื้นฐาน ว32101วทิ ยาการคำนวณ 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง ......................................................................................................................................................................... ศึกษาระบบคอมพิวเตอร์สำหรับงานมัลติมเี ดีย อปุ กรณ์แสดงผลกราฟิก การแสดงผลดว้ ยภาพ วีดีโอ เสียง อุปกรณ์ประกอบ เช่น เครื่องขับแผ่นบนั ทึก ซีดี การด์ ประมวลผลเสยี ง วดี ีโอ สแกนเนอร์ เคร่อื งพมิ พ์สี ฯลฯ การเกบ็ รวบรวมข้อมูลแบบมัลติมีเดียภาพ วีดีโอ เสียง ข้อมูล การใช้โปรแกรมแบบมัลติมีเดีย คำสั่งในการดำเนินงาน หลกั การกราฟิก การเขยี นรปู ภาพ การเก็บรูปภาพ การแกไ้ ข การสร้างกราฟิก การสร้างงานมัลติมเี ดีย การใช้สี การ ตกแต่งภาพ การเชื่อมข้อมูล หลักการสื่อหลายมิติ การสร้างข้อความหลายมิติ งานประยุกต์ด้านการศึกษาข้อมูล ท้องถิ่น ปฏบิ ัติการสร้างงานแบบมัลติมีเดยี และการใชโ้ ปรแกรมสำหรับนำเสนองานมลั ติมีเดีย เพือ่ นำเสนองานตา่ งๆ ใช้กระบวนการ สร้างความรู้ ความเขา้ ใจ การคดิ วเิ คราะห์ การฝึกทักษะและปฏิบัติงาน การแกป้ ัญหา การทำงาน กลุ่ม การเสริมสรา้ งเจตคติ และกระบวนการเสรมิ สร้างคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ เพือ่ ใหผ้ ูเ้ รยี นเกดิ ความตระหนัก และเห็นคณุ ค่า มที ักษะในการสรร้างชิน้ งาน และการประกอบอาชีพอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ประสทิ ธผิ ล มีคณุ ธรรม จรยิ ธร รมในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ สร้างผลงานในการดำรงชีวิต ใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และส่งิ แวดลอ้ มอย่างมีคุณค่า ถูกวธิ ีโดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพี ยง ตวั ชว้ี ดั /มาตรฐาน ม.2/4, ม.3/3, ม.3/4 รวม 3 ตัวชีว้ ดั

๑๖๖ คําอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน ว 32102 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ชว่ั โมง ......................................................................................................................................................................... ศกึ ษาเก่ียวกับความหมายของนวตั กรรม ความสมั พนั ธ์ของเทคโนโลยแี ละนวัตกรรม รปู แบบของเทคโนโลยี การพัฒนาอยา่ งย่งั ยืน หลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงเพื่อการพัฒนาอย่างยง่ั ยนื ระบบทางเทคโนโลยี กระบวนการ เทคโนโลยี องคป์ ระกอบทีส่ มั พันธ์กบั กระบวนการทางเทคโนโลยี การออกแบบเชิงวิศวกรรม สะเตม็ ศกึ ษา โครงงาน สะเตม็ การทำโครงงาน การประยกุ ต์ใช้ความรู้และทักษะจากศาสตร์ต่างๆ รวมท้งั ทรัพยากรในการสรา้ งหรือพัฒนา ชิ้นงาน เพื่อแก้ปัญหาในการทำงาน การทำโครงงานออกแบบและเทคโนโลยี ผลงานโครงงานการออกแบบและ เทคโนโลยีทอ้ งถิ่น โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem–based Learning) และการเรียนรู้แบบใช้ โครงงานเป็นฐาน (Project–based Learning) เน้นให้ผู้เรียนนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการปฏิบัติ ฝึก ทักษะการคดิ เผชญิ สถานการณ์การแกป้ ัญหาวางแผนการเรยี นรู้ และ นำเสนอผ่านการทำกิจกรรมโครงงาน เพ่ือใหเ้ กดิ ทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ และทกั ษะในการวเิ คราะห์ปญั หา นำไปสกู่ ารสรา้ งต้นแบบ ตลอดจน สามารถนำกระบวนการเทคโนโลยี สร้างเทคโนโลยีวิธีการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำรงชีวิต รวมทั้งคำนึงถึง ทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนนำความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อ สังคมและการดำรงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถโดยใช้หลักปรัชญา เศรษฐกจิ พอเพียง ในการแกป้ ัญหาและการจัดการทกั ษะในการส่ือสาร และความสามารถในการตัดสินใจ อีกทั้งยัง เปน็ ผู้ท่ีมีจิตวทิ ยาศาสตร์ มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยมในการใชว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ว 4.1 ม.5/1 รวม 1 ตวั ช้ีวดั

๑๖๗ คําอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน ว 33101 การออกแบบและเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ชั่วโมง/ปี ......................................................................................................................................................................... ศกึ ษาเกยี่ วกับความหมายของนวตั กรรม ความสัมพันธข์ องเทคโนโลยีและนวัตกรรม รูปแบบของเทคโนโลยี การพัฒนาอยา่ งย่ังยนื หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยนื ระบบทางเทคโนโลยี กระบวนการ เทคโนโลยี องคป์ ระกอบทสี่ มั พนั ธก์ บั กระบวนการทางเทคโนโลยี การออกแบบเชงิ วศิ วกรรม สะเตม็ ศึกษา โครงงาน สะเตม็ การทำโครงงาน การประยุกต์ใชค้ วามรู้และทักษะจากศาสตรต์ ่างๆ รวมทั้งทรพั ยากรในการสร้างหรือพัฒนา ชิ้นงาน เพื่อแก้ปัญหาในการทำงาน การทำโครงงานออกแบบและเทคโนโลยี ผลงานโครงงานการออกแบบและ เทคโนโลยที อ้ งถิ่น โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem–based Learning) และการเรียนรู้แบบใช้ โครงงานเป็นฐาน (Project–based Learning) เน้นให้ผู้เรียนนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการปฏิบัติ ฝึก ทักษะการคิด เผชญิ สถานการณ์การแก้ปญั หาวางแผนการเรียนรู้ และ นำเสนอผา่ นการทำกจิ กรรมโครงงาน เพื่อให้เกดิ ทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการวเิ คราะห์ปญั หา นำไปสกู่ ารสร้างต้นแบบ ตลอดจน สามารถนำกระบวนการเทคโนโลยี สร้างเทคโนโลยีวิธีการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำรงชีวิต รวมทั้งคำนึงถึง ทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนนำความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อ สังคมและการดำรงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถโดยใช้หลักปรัชญา เศรษฐกจิ พอเพียง ในการแกป้ ัญหาและการจดั การทักษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสินใจ อีกทั้งยัง เป็นผทู้ ีม่ จี ิตวทิ ยาศาสตร์ มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และค่านยิ มในการใชว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างสรา้ งสรรค์ มาตรฐาน/ตัวชี้วดั ว 4.1 ม.5/1 รวม 1 ตัวช้ีวัด

๑๖๘ คําอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน ว33102 วทิ ยาการคำนวณ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปีทท่ี ่ี 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ช่วั โมง ......................................................................................................................................................................... ศึกษาการใช้เทคโนโลยีในการนำเสนอและแบ่งปันข้อมูลอย่างปลอดภัยและมีจริยธรรม การสร้างชิ้นงาน และ เผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ ที่คำนึงถึงจริยธรรม ลิขสิทธิ์ ทรัพย์สินทางปัญญา และกฎหมาย หลักการของ ปัญญาประดษิ ฐ์ และเทคโนโลยีในอนาคต กรณศี ึกษาเก่ยี วกบั นวตั กรรมหรือเทคโนโลยีท่ีเกีย่ วข้องกับชวี ิตประจำวัน อาชีพที่เกี่ยวข้องกับงานทางดา้ นเทคโนโลยีสารสนเทศในท้องถิ่น ตัวอย่างผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศตอ่ ท้องถนิ่ รวมถึงการนำหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยสี ารสนเทศได้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ว 4.2 ม. 6/1 เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศในการนำเสนอและแบง่ ปันข้อมูลอย่าง ปลอดภัย มีจริยธรรม และวเิ คราะหก์ ารเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีผลตอ่ การดำเนินชวี ิต อาชพี สงั คม และวฒั นธรรม รวมท้งั หมด 1 ตัวขี้วัด

๑๖๙ คําอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน ว 33105 การออกแบบและเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 6 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง/ปี ......................................................................................................................................................................... ศกึ ษาเกยี่ วกับความหมายของนวตั กรรม ความสมั พันธข์ องเทคโนโลยแี ละนวัตกรรม รปู แบบของเทคโนโลยี การพัฒนาอยา่ งย่ังยนื หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งเพื่อการพัฒนาอย่างย่งั ยืน ระบบทางเทคโนโลยี กระบวนการ เทคโนโลยี องคป์ ระกอบทสี่ มั พนั ธก์ บั กระบวนการทางเทคโนโลยี การออกแบบเชิงวิศวกรรม สะเต็มศกึ ษา โครงงาน สะเตม็ การทำโครงงาน การประยุกต์ใชค้ วามรู้และทักษะจากศาสตร์ต่างๆ รวมทั้งทรัพยากรในการสร้างหรือพัฒนา ชิ้นงาน เพื่อแก้ปัญหาในการทำงาน การทำโครงงานออกแบบและเทคโนโลยี ผลงานโครงงานการออกแบบและ เทคโนโลยที อ้ งถิ่น โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem–based Learning) และการเรียนรู้แบบใช้ โครงงานเป็นฐาน (Project–based Learning) เน้นให้ผู้เรียนนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการปฏิบัติ ฝึก ทักษะการคิด เผชญิ สถานการณ์การแก้ปญั หาวางแผนการเรียนรู้ และ นำเสนอผา่ นการทำกิจกรรมโครงงาน เพื่อให้เกดิ ทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการวเิ คราะห์ปญั หา นำไปสกู่ ารสรา้ งต้นแบบ ตลอดจน สามารถนำกระบวนการเทคโนโลยี สร้างเทคโนโลยีวิธีการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำรงชีวิต รวมทั้งคำนึงถึง ทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนนำความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อ สังคมและการดำรงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถโดยใช้หลักปรัชญา เศรษฐกจิ พอเพียง ในการแกป้ ัญหาและการจดั การทักษะในการส่อื สาร และความสามารถในการตัดสนิ ใจ อีกท้ังยัง เป็นผทู้ ีม่ จี ิตวทิ ยาศาสตร์ มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยมในการใชว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยอี ยา่ งสร้างสรรค์ มาตรฐาน/ตัวชี้วดั ว 4.1 ม.5/1 รวม 1 ตัวช้ีวัด

๑๗๐ คําอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน ว33106 วทิ ยาการคำนวณ กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปีทท่ี ่ี 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชว่ั โมง ......................................................................................................................................................................... ศึกษาการใช้เทคโนโลยีในการนำเสนอและแบ่งปันข้อมูลอย่างปลอดภัยและมีจริยธรรม การสร้างชิ้นงาน และ เผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ ที่คำนึงถึงจริยธรรม ลิขสิทธิ์ ทรัพย์สินทางปัญญา และกฎหมาย หลักการของ ปัญญาประดษิ ฐ์ และเทคโนโลยีในอนาคต กรณศี ึกษาเก่ยี วกบั นวตั กรรมหรือเทคโนโลยีที่เก่ยี วข้องกับชวี ิตประจำวัน อาชีพที่เกี่ยวข้องกับงานทางดา้ นเทคโนโลยีสารสนเทศในท้องถิ่น ตัวอย่างผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศตอ่ ท้องถนิ่ รวมถึงการนำหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีสารสนเทศได้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ว 4.2 ม. 6/1 เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศในการนำเสนอและแบ่งปันข้อมลู อยา่ ง ปลอดภัย มีจริยธรรม และวเิ คราะหก์ ารเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีสารสนเทศทม่ี ีผลตอ่ การดำเนนิ ชวี ิต อาชพี สังคม และวฒั นธรรม รวมท้งั หมด 1 ตัวขี้วัด

๑๗๑ คำอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน ว30101 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยี ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6/1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชวั่ โมง ......................................................................................................................................................................... ศึกษาความหลากหลายของระบบนิเวศ การเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ องค์ประกอบของระบบ นิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เซลล์และโครงสร้างพื้นฐานของเซลล์ การลำเลียงสารเข้าและออกจาก เซลล์ การรักษาดุลยภาพของน้ำและแร่ธาตุ กรด-เบส อุณหภูมิในร่างกายมนุษย์ ระบบภูมิคุ้มกัน ความผิดปกติ ของระบบภูมิคมุ้ กนั การสรา้ งอาหารของพืชดว้ ยกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง สารสังเคราะหจ์ ากพชื ปจั จัยทม่ี ีผล ต่อการเจริญเติบโตของพืช การตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้า ยีนและการถ่ายทอดลักษณะ ทางพันธุกรรม การ ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมระดับยีนและโครโมโซม การใช้ประโยชน์จาก เทคโนโลยีทาง ดเี อน็ เอ ววิ ัฒนาการของส่ิงมชี วี ิตจากการคัดเลือกโดยธรรมชาติ การคดั เลอื กโดยธรรมชาติของ สงิ่ มีชีวติ โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตรก์ ระบวนการสืบเสาะ หาความรู้ การสบื ค้นข้อมลู การสังเกต การ วิเคราะห์ การอธบิ าย การอภปิ ราย และการสรุป เพื่อใหเ้ กดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการ ตัดสินใจ สื่อสารสิง่ ที่เรยี นรแู้ ละนาํ ความรู้ไปใช้ในชวี ติ ของตนเองและดแู ลรักษาสงิ่ มชี วี ิตอืน่ ๆ เฝ้าระวงั และพฒั นา สง่ิ แวดลอ้ มอย่างยั่งยืน มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มทเ่ี หมาะสม และเพอ่ื ให้นกั เรยี นมีการ เรยี นรูท้ ไ่ี มจ่ ำกดั ภายในหอ้ งเรยี น และสามารถสร้างสือ่ และนวตั กรรมตา่ งๆจากส่ิงท่ีมอี ย่ใู นทอ้ งถ่ินได้ ตวั ชีว้ ดั ว 1.1 ม.4/1 ม.4/2 ม.4/3 ม.4/4 ว 1.2 ม.4/1 ม.4/2 ม.4/3 ม.4/4 ม.4/5 ม.4/6 ม.4/7 ม.4/8 ม.4/9 ม.4/10 ม.4/11 ม.4/12 ว 1.3 ม.4/1 ม.4/2 ม.4/3 ม.4/4 ม.4/5 ม.4/6 รวม 22 ตัวชว้ี ดั

๑๗๒ คำอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน ว30102 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยี ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6/2 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชัว่ โมง ......................................................................................................................................................................... ศึกษาความหลากหลายของระบบนิเวศ การเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ องค์ประกอบของระบบ นิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เซลล์และโครงสร้างพื้นฐานของเซลล์ การลำเลียงสารเข้าและออกจาก เซลล์ การรักษาดุลยภาพของน้ำและแร่ธาตุ กรด-เบส อุณหภูมิในร่างกายมนุษย์ ระบบภูมิคุ้มกัน ความผิดปกติ ของระบบภูมิคมุ้ กนั การสรา้ งอาหารของพืชดว้ ยกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง สารสังเคราะห์จากพชื ปจั จัยที่มีผล ต่อการเจริญเติบโตของพืช การตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้า ยีนและการถ่ายทอดลักษณะ ทางพันธุกรรม การ ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมระดับยีนและโครโมโซม การใช้ประโยชน์จาก เทคโนโลยีทาง ดเี อน็ เอ ววิ ัฒนาการของส่ิงมชี วี ิตจากการคัดเลือกโดยธรรมชาติ การคดั เลือกโดยธรรมชาติของ สงิ่ มีชีวติ โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตรก์ ระบวนการสืบเสาะ หาความรู้ การสบื คน้ ขอ้ มลู การสงั เกต การ วิเคราะห์ การอธบิ าย การอภปิ ราย และการสรุป เพื่อใหเ้ กดิ ความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ มีความสามารถในการ ตัดสินใจ สื่อสารสิง่ ที่เรยี นรแู้ ละนาํ ความรู้ไปใช้ในชวี ติ ของตนเองและดแู ลรักษาสิ่งมชี ีวิตอื่น ๆ เฝา้ ระวังและพฒั นา สง่ิ แวดลอ้ มอย่างยั่งยืน มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านยิ มท่เี หมาะสม และเพื่อใหน้ ักเรียนมีการ เรยี นรูท้ ไ่ี มจ่ ำกดั ภายในหอ้ งเรยี น และสามารถสร้างสือ่ และนวตั กรรมตา่ งๆจากสิ่งท่ีมอี ยูใ่ นทอ้ งถ่ินได้ ตวั ชีว้ ดั ว 1.1 ม.4/1 ม.4/2 ม.4/3 ม.4/4 ว 1.2 ม.4/1 ม.4/2 ม.4/3 ม.4/4 ม.4/5 ม.4/6 ม.4/7 ม.4/8 ม.4/9 ม . 4 / 1 0 ม . 4 / 1 1 ม.4/12 ว 1.3 ม.4/1 ม.4/2 ม.4/3 ม.4/4 ม.4/5 ม.4/6 รวม 22 ตัวชว้ี ดั

๑๗๓ คําอธิบายกิจกรรมมุ่งสูค่ วามเปน็ เลิศ วิทยาการคำนวณ กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 1 เวลา 40 ชว่ั โมง/ปี ......................................................................................................................................................................... ศึกษาการแก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้วิธีการเปรียบเทียบ การลองผิดลองถูก การแสดงลำดับขั้นตอน การ แก้ปัญหาโดยใช้การเขียนบอกเล่า การวาดภาพเศรษฐกจิ พอเพยี ง และการใชส้ ัญลกั ษณ์ ตลอดจนการเขยี นโปรแกรม เพื่อกำหนดให้ตัวละครสามารถเคลื่อนไหวได้ตามคำสั่งที่ผู้ใช้งานต้องการ ศึกษาการใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยี เบื้องต้น การใช้งานซอฟต์แวร์ในชีวิตประจำวัน การสร้างและจัดเก็บไฟล์อย่างเป็นระบบ ศึกษาการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศอย่างปลอดภัย ข้อปฏิบัติในการใช้งานและการดูแลรักษาอุปกรณ์เทคโนโลยี รวมถึงการใช้งานอุปกรณ์ เทคโนโลยอี ย่างเหมาะสม โดยอาศยั กระบวนการเรยี นรทู้ หี่ ลากหลาย เพอื่ เน้นให้ผเู้ รยี นเกิดการเรยี นรจู้ ากการฝกึ แกป้ ัญหา ต่าง ๆ ผ่านกระบวนการคดิ การปฏิบัติอย่างมรี ะบบ และสร้างองค์ความรใู้ หมจ่ ากการใชป้ ัญหาทเี่ กดิ ขนึ้ จริงใน ชวี ติ ประจำวัน หรือเกดิ ข้นึ ในชุมชนและทอ้ งถนิ่ ได้ เพื่อให้ผู้เรียนมคี วามรู้ความเข้าใจ มีทักษะการคิดเชิงคำนวณ การคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาเป็นขั้นตอนและ เปน็ ระบบ มที ักษะในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ รักษาขอ้ มูลส่วนตวั และการสอ่ื สารเบอ้ื งตน้ ในการแก้ปัญหาที่พบ ในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนนำความรู้ความเขา้ ใจในวิชาวทิ ยาศาสตร์และไปใช้ให้เกิดประโยชนต์ ่อ สังคมและการดำรงชีวิต จนสามารถพฒั นากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและการ จัดการทักษะในการสื่อสาร ความสามารถในการตัดสนิ ใจ และเป็นผู้ท่ีมีจติ วิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และ คา่ นิยมในการใช้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีอยา่ งสรา้ งสรรค์ ตวั ชี้วัด ว 4.2 ป.1/1 ป.1/2 ป.1/3 ป.1/4 ป.1/5 รวม 5 ตวั ชี้วดั

๑๗๔ วิทยาการคํานวณ คําอธบิ ายกจิ กรรมมุง่ สูค่ วามเป็นเลศิ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 2 กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลา 40 ชว่ั โมง/ปี ศึกษาการแสดงลําดบั ขน้ั ตอนการทํางานหรือแก้ปญั หาอยา่ งงา่ ย โดยใช้ภาพ สัญลักษณ์ หรือ ขอ้ ความ ตลอดจนการเขยี นโปรแกรมสรา้ งลาํ ดบั ของคอมพิวเตอร์ทํางาน และตรวจหาขอ้ ผดิ พลาดของ โปรแกรม ศึกษาการใชง้ านซอฟต์แวร์เบือ้ งตน้ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการสรา้ ง และจดั การกบั ข้อมูลอย่างเปน็ ระบบ รวมถงึ การใช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภยั โดยอาศัยกระบวนการเรยี นรูโ้ ดยใช้ปัญหาเปน็ ฐาน ( Problem-Base Learning) เพ่อื เนน้ ให้ ผเู้ รยี นเกดิ การเรยี นรู้จากการฝึกแก้ปัญหาตา่ ง ๆ ผา่ นกระบวนการคิด การปฏิบัติอยา่ งมีระบบ และสรา้ ง องคค์ วามรใู้ หมจ่ ากเรอื่ ง เศรษฐกจิ พอเพยี ง การสรา้ งองค์ความรู้ใหม่จากการใช้ปัญหาท่เี กิดขน้ึ จริงใน ชวี ติ ประจําวัน หรือเกิดข้นึ ภายในชุมชนและทอ้ งถ่ินได้ เพื่อให้ผูเ้ รียนมคี วามรู้ ความเขา้ ใจ มีทกั ษะการคิดเชงิ คาํ นวณ การคิดวเิ คราะห์ แก้ปัญหาเปน็ ขั้นตอนและเป็นระบบ มีทักษะการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ รักษาขอ้ มูลส่วนตวั และการสอ่ื สารเบ้ืองต้น ในการแกป้ ัญหาท่ีพบในชวี ิตจริงได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ ตลอดจนนาํ ความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไปใช้ใหเ้ กิดประโยชน์ตอ่ สงั คม และการดํารงชวี ติ จนสามารถพฒั นากระบวนการคดิ และ จินตนาการ ความสามารถในการแก้ปญั หา การจดั การทักษะในการส่อื สาร ความสามารถในการตดั สนิ ใจ และเป็นผู้มีจิตวทิ ยาศาสตร์ มีคณุ ธรรม จริยธรรม และคา่ นยิ มในการใชว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่าง สรา้ งสรรค์ ตัวช้วี ัด ว 4.2 ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3 ป.2/4 รวม 4 ตวั ชีว้ ัด

๑๗๕ วทิ ยาการคาํ นวณ คาํ อธบิ ายกจิ กรรมมุ่งส่คู วามเป็นเลิศ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลา 40 ชวั่ โมง/ปี ศึกษาเกี่ยวกับการใช้อัลกอรทิ ึมในการแก้ปญั หา โดยมกี ารใชแ้ นวคิดเชงิ คํานวณเข้ามาชว่ ยในการ แก้ปัญหา ศกึ ษาการเขียนโปรแกรมอย่างงา่ ย การตรวจสอบข้อผิดพลาดของโปรแกรมซึง่ เรยี นรไู้ ดจ้ าก เวบ็ ไซต์ Code.org ศึกษาการสืบคน้ ขอ้ มลู จากอินเทอร์เนต็ เชน่ เรือ่ งเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง เปน็ ตน้ การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภยั การรวบรวม ประมวลผล นําเสนอขอ้ มูล และศึกษาการใชง้ าน ซอฟต์แวร์ต่าง ๆ เพ่ือนาํ มาประยกุ ต์ใช้ในการพัฒนางาน หรอื พัฒนาอาชพี ในท้องถ่นิ ใหม้ ีประสิทธิภาพ โดยอาศยั กระบวนการเรยี นรโู้ ดยใชป้ ญั หาเป็นฐาน ( Problem–Based Learning) และวัฏจักร การเรยี นรแู้ บบ สืบเสาะหาความรู้ (5 Es Intructional Model) เพอ่ื เน้นให้ผเู้ รียนไดล้ งมอื ปฏิบัติ ฝกึ ทักษะการคดิ เผชญิ สถานการณ์การแกป้ ญั หา วางแผนการเรียนรู้ ตรวจสอบการเรียนรู้ และสรา้ งองค์ ความรใู้ หมด่ ้วยตนเองผ่านกระบวนการคิดและปฏิบตั ิ โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ผ้เู รียนมคี วามรู้ความเขา้ ใจ มที ักษะการคดิ เชงิ คํานวณ การคิดวเิ คราะห์ แก้ปญั หาเป็น ข้ันตอนและเป็นระบบ มีทักษะในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ รกั ษาขอ้ มูลสว่ นตวั และการสอื่ สาร เบอื้ งตน้ ในการแกป้ ัญหาท่ีพบในชีวติ จรงิ ได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ ตลอดจนนําความรคู้ วามเข้าใจในวิชา วทิ ยาศาสตร์และนําเทคโนโลยีใหม่ทีเ่ กิดข้นึ ไปใช้ให้เกิดประโยชนต์ อ่ สงั คมและการดาํ รงชีวติ จนสามารถ พัฒนากระบวนการคดิ และจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและการจดั การทกั ษะในการสอื่ สาร และความสามารถในการตดั สนิ ใจ และเป็นผทู้ ่มี ีจิตวิทยาศาสตร์ มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นยิ มในการ ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอยา่ งสร้างสรรค์ ตวั ชีว้ ัด ว 4.2 ป.3/1 ป.3/2 ป.3/3 ป.3/4 ป.3/5 รวม 5 ตวั ชว้ี ดั

๑๗๖ คําอธิบายกจิ กรรมม่งุ สู่ความเปน็ เลศิ วทิ ยาการคํานวณ กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4 เวลา 40 ช่ัวโมง/ปี ศกึ ษาการใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา มาใชพ้ ิจารณาในการแก้ปญั หา การอธบิ ายการ ทาํ งาน หรือการคาดการณ์ผลลัพธ์ ศึกษาการออกแบบโปรแกรมอย่างง่ายโดยใช้ storyboard หรอื การ ออกแบบอัลกอรทิ ึม การเขยี นโปรแกรมอยา่ งงา่ ยโดยใช้ซอฟต์แวร์ Scratch หรอื logo ศกึ ษาการใช้ อนิ เทอรเ์ น็ตค้นหาความรู้ การใช้คําคน้ ทีต่ รงประเด็น กระชับ การประเมินความน่าเชื่อถอื ของข้อมลู ศึกษาการรวบรวมข้อมลู การประมวลผลอยา่ งง่าย วิเคราะหผ์ ลและสร้างทางเลอื กท่ีเป็นไปได้ ตลอดจน ประเมินทางเลือก พร้อมทงั้ การนําเสนอขอ้ มลู ในรูปแบบตามความเหมาะสม ศึกษาการใช้ซอฟต์แวร์เพ่ือ แกป้ ัญหาในชวี ิตประจําวนั การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภยั เข้าใจสทิ ธิและหนา้ ทข่ี องตน เคารพในสิทธิในสทิ ธขิ องผู้อน่ื โดยอาศยั กระบวนการเรยี นรโู้ ดยใช้การคดิ เชงิ คํานวณและปญั หาเป็นฐาน ( Problem – based Learning) เพอ่ื เน้นใหผ้ ู้เรียนเกดิ การเรยี นรู้ จากการฝึกแกป้ ัญหาต่าง ๆ ผา่ นกระบวนการคิด การปฏิบตั ิ อย่างมรี ะบบ และสร้างองคค์ วามรู้ใหมจ่ ากการใช้ปัญหาท่เี กิดขน้ึ จริงในชีวติ ประจาํ วนั หรอื เกิดข้ึนใน ชมุ ชนและทอ้ งถิ่นได้ เพือ่ ให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ มีทกั ษะการคดิ เชิงคํานวณ การคิดวิเคราะห์ แกป้ ัญหาเปน็ ข้ันตอนและเป็นระบบ มีทกั ษะในการต้ังคําถาม หรือกําหนดปัญหาเก่ียวกับสิง่ ทีจ่ ะเรยี นรูต้ ามที่กาํ หนดให้ หรอื ตามความสนใจ คาดคะเนคาํ ตอบหลายแนวทาง สรา้ งสมมตฐิ านทีส่ อดคล้องกับคาํ ถาม วางแผนและ สาํ รวจตรวจสอบโดยใชเ้ คร่ืองมือ อปุ กรณ์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศที่เหมาะสมในการเก็บรวบรวมขอ้ มูล ทง้ั เชิงปริมาณและคุณภาพ คน้ หาขอ้ มูลอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและประเมินความนา่ เชอ่ื ถือ ตดั สินใจเลือก ข้อมูล ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแกป้ ัญหา ตลอดจนนาํ ความรคู้ วามเขา้ ใจในวิชาวทิ ยาศาสตร์ และ ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกจิ พอเพยี ง ความรู้เกยี่ วกบั เทคโนโลยีไปใช้ให้เกดิ ประโยชน์ต่อสังคม และการ ดาํ รงชวี ติ จนสามารถพฒั นากระบวนการคิดและจนิ ตนาการ ความสามารถในการแกป้ ญั หาและการ จัดการทกั ษะในการส่ือสาร และความสามารถในการตดั สินใจ และเป็นผทู้ มี่ จี ติ วิทยาศาสตร์ มคี ณุ ธรรม จริยธรรม และค่านยิ มในการใช้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีอยา่ งสร้างสรรค์ ตวั ช้วี ดั ว 4.2 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4 ป.4/5 รวม 5 ตวั ชวี้ ัด

๑๗๗ คาํ อธิบายกิจกรรมมงุ่ สคู่ วามเป็นเลิศ วทิ ยาการคํานวณ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 5 เวลา 40 ชัว่ โมง/ปี ศกึ ษาการใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะในการแกป้ ัญหา การทาํ งาน การคาดการณผ์ ลลัพธจ์ ากปญั หาอยา่ ง ง่าย การออกแบบและเขยี นโปรแกรมท่มี ีการใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะอยา่ งง่าย ตรวจหาขอผดิ พลาดและแกไ้ ข การใช้อนิ เทอร์เน็ตคน้ หาข้อมูล ติดตอ่ ส่อื สารและทํางานร่วมกัน ประเมินความน่าเช่ือถือของขอ้ มลู การ รวบรวม ประเมิน นาํ เสนอขอ้ มลู และสารสนเทศตามวตั ถปุ ระสงค์ โดยใชซ้ อฟต์แวรห์ รอื บรกิ ารบน อนิ เทอรเ์ นต็ ท่หี ลากหลายเพื่อแกป้ ญั หาในชีวิตประจาํ วัน การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภยั มี มารยาท เข้าใจสิทธิและหนา้ ทข่ี องตนเอง เคารพในสทิ ธขิ องผอู้ ่ืน และแจง้ ผู้เก่ียวขอ้ งเม่ือพบขอ้ มูลหรือ บุคคลที่ไมเ่ หมาะสม โดยอาศยั กระบวนการเรียนร้โู ดยใช้ปญั หาเป็นฐาน ( Problem-Base Learning) เพ่อื เน้นให้ ผู้เรียนเกดิ การเรียนรูจ้ ากการฝกึ แก้ปญั หาตา่ ง ๆ ผา่ นกระบวนการคดิ การปฏบิ ัตอิ ยา่ งมีระบบ และสรา้ ง องค์ความรใู้ หมจ่ ากการใช้ปัญหาท่เี กดิ ขน้ึ จรงิ ในชีวิตประจาํ วันได้ เพอ่ื ใหผ้ ู้เรยี นมีความรู้ความเขา้ ใจ มีทักษะการคดิ เชงิ คาํ นวณ การคดิ วิเคราะห์ แก้ปัญหาเปน็ ข้ันตอนและเป็นระบบ มีทักษะในการตัง้ คําถาม หรือกาํ หนดปัญหาเก่ียวกบั สง่ิ ท่ีจะเรียนรู้ตามท่ีกาํ หนดให้ หรอื ตามความสนใจ คาดคะเนคาํ ตอบหลายแนวทาง สรา้ งสมมตฐิ านท่ีสอดคลอ้ งกับคําถาม วางแผนและ สาํ รวจตรวจสอบโดยใชเ้ ครื่องมอื อปุ กรณ์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศทเี่ หมาะสมในการเก็บรวบรวมขอ้ มลู ทั้งเชงิ ปรมิ าณและคณุ ภาพ ค้นหาขอ้ มลู อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพและประเมินความน่าเช่ือถอื ตดั สนิ ใจเลอื ก ข้อมูล ใหเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะในการแก้ปญั หา ตลอดจนนาํ ความรู้ความเขา้ ใจในวิชาวทิ ยาศาสตร์ และ ความร้คู วามรเู้ กีย่ วกบั เศรษฐกจิ พอเพยี ง ความร้เู ก่ียวกับเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิด ประโยชน์ตอ่ ท้องถิน่ ชมุ ชน สังคมและการดาํ รงชวี ติ จนสามารถพฒั นากระบวนการคิดและจนิ ตนาการ ความสามารถในการ แกป้ ัญหาและการจดั การทกั ษะในการส่ือสาร ความสามารถในการตดั สินใจ และเปน็ ผมู้ ีจติ วทิ ยาศาสตร์ มี คุณธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นิยมในการใชว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยอี ย่างสรา้ งสรรค์ ตวั ชว้ี ัด ว 4.2 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ป.5/5 รวม 5 ตัวชวี้ ัด

๑๗๘ คําอธิบายกจิ กรรมมุ่งสูค่ วามเปน็ เลิศ วิทยาการคํานวณ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 6 เวลา 40 ชัว่ โมง/ปี ศกึ ษาเก่ียวกับการออกแบบ โดยอาจใชภ้ มู ิปัญญาในการออกแบบสร้างส่ิงของเครอ่ื งใช้ใน ชีวติ ประจาํ วนั และเขยี นโปรแกรมอยา่ งง่ายโดยใชโ้ ปรแกรม Scratch ศกึ ษาการแก้ปัญหาโดยใช้เหตผุ ล เชงิ ตรรกะ การใช้งานอนิ เทอร์เน็ต การคน้ หาขอ้ มูลโดยใช้อนิ เทอร์เน็ต การประเมนิ ความน่าเชอื่ ถอื ศกึ ษา การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศและความปลอดภยั ในการใชง้ านเทคโนโลยี โดยอาศัยกระบวนการเรยี นรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem – based Learning) และวัฏจกั รการ เรยี นรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Intructional Model) เพือ่ เน้นใหผ้ เู้ รียนได้ลงมือปฏิบัติ ฝกึ ทักษะการคดิ เผชิญสถานการณก์ ารแกป้ ญั หา วางแผนการเรียนรู้ ตรวจสอบการเรยี นรู้ และสรา้ งองค์ความรู้ใหม่ดว้ ยตนเอง ผ่านกระบวนการคดิ และปฏิบตั ิ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพ่อื ใหผ้ ้เู รียนมีความรคู้ วามเข้าใจ มีทกั ษะการคดิ เชิงคํานวณ การคิดวิเคราะห์ แกป้ ัญหาเป็น ขนั้ ตอนและเปน็ ระบบ มที กั ษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ รักษาข้อมลู ส่วนตัว และการสื่อสาร เบื้องตน้ ในการแกป้ ญั หาทีพ่ บในชีวิตจริงไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ ตลอดจนนําความรคู้ วามเข้าใจในวิชา วทิ ยาศาสตร์ และนําความรู้เก่ียวกับเศรษฐกิจพอเพียง ความร้เู กี่ยวกับเทคโนโลยใี หม่ทีเ่ กดิ ขึ้นไปใช้ให้เกิด ประโยชน์ต่อสงั คม และการดาํ รงชวี ิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจนิ ตนาการ ความสามารถใน การแก้ปัญหาและการจดั การทักษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตดั สนิ ใจ และเป็นผู้ทีม่ ี จติ วิทยาศาสตร์ มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยมในการใชว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีอยา่ งสรา้ งสรรค์ ตัวช้วี ัด ว 4.2 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/3 ป.6/4 รวม 4 ตัวชีว้ ัด

๑๗๙ ว 11201 คอมพิวเตอร์ ๑ คาํ อธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เวลา 40 ชัว่ โมง/ปี ศึกษาความหมายของโปรแกรม Paint การเปดิ และปิดการใช้งานโปรแกรม Paint ส่วนประกอบ ตา่ ง ๆ ของโปรแกรม สามารถวาดรปู โดยใช้เคร่อื งมือในรปู แบบตา่ ง ๆ ได้ โดยใช้เมาส์ลากเพือ่ วาดภาพ ลายเส้น การประยกุ ตใ์ ชเ้ คร่ืองมอื สําหรับโปรแกรม Paint สามารถใช้โปรแกรม Paint สามารถวาดรปู โดยใช้เครอ่ื งมือในการระบายสีได้ โดยเนน้ การฝกึ ปฏบิ ัติ และหาหวั ข้อหรอื แรงบันดาลใจในงานทจ่ี ะสร้าง หรือวาดภาพเกีย่ วกบั ชมุ ชุมในท้องถิน่ วาดรูปเศรษฐกจิ พอเพียง หรืออาจฝกึ วาดภาพในหวั ขอ้ ตา่ งๆได้ เพื่อให้ผู้เรยี นมีความรู้ความเข้าใจในโปรแกรม Paint สามารถพฒั นากระบวนการคดิ และ จินตนาการในการสรา้ งงานโดยใช้โปรแกรม Paint ดังนั้นนักเรียนจาํ เป็นตอ้ งฝกึ วาดรูปและนํารูปภาพเข้า มาในโปรแกรม Paint ก่อน เพอ่ื เปน็ พน้ื ฐานในการสรา้ งงานมลั ตมิ ีเดยี ในรูปแบบแอนิเมชนั ผลการเรียนรู้ 1. บอกความหมายของโปรแกรม Paint และการเปิดและปดิ การใช้งานโปรแกรม Paint 2. บอกสว่ นประกอบต่างๆของโปรแกรม Paintได้ 3. สามารถวาดรปู โดยใช้เคร่อื งมอื ในรปู แบบตา่ ง ๆ ได้ โดยใชเ้ มาส์ลากเพ่อื วาดภาพลายเส้นได้ 4. สามารถประยกุ ต์ใช้เครอื่ งมือสาํ หรบั โปรแกรม Paint ได้ 5. สามารถวาดรูปโดยใชเ้ ครอ่ื งมอื ในการระบายสไี ด้ รวมท้งั หมด 5 ผลการเรยี นรู้

๑๘๐ คาํ อธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม ว 12201 คอมพิวเตอร์ 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 2 เวลา 40 ช่ัวโมง/ปี ศกึ ษาความหมายของโปรแกรม Paint การเปิดและปดิ การใช้งานโปรแกรม Paint สว่ นประกอบ ตา่ ง ๆ ของโปรแกรม สามารถวาดรปู โดยใช้เคร่ืองมือในรูปแบบต่าง ๆ ได้ สามารถใชโ้ ปรแกรม Paint เพ่อื ฝึกทกั ษะการวาดภาพ สามารถใช้เครือ่ งมือจากโปรแกรม Paintจากสอ่ื ออนไลน์ เพอ่ื ฝึกทักษะการวาด ภาพ สามารถวาดรูปโดยใช้เครื่องมอื ในการระบายสไี ด้ โดยเนน้ การฝกึ ปฏบิ ตั ิ และหาหวั ขอ้ หรือแรงบันดาลใจในงานท่ีจะสร้าง หรือวาดภาพเกี่ยวกับ ชมุ ชมุ ในทอ้ งถิ่น วาดรปู เศรษฐกจิ พอเพียง หรอื อาจฝึกวาดภาพในหวั ข้อตา่ งๆได้ เพื่อให้ผู้เรยี นมคี วามรคู้ วามเข้าใจในโปรแกรม Paint สามารถพัฒนากระบวนการคดิ และ จนิ ตนาการในการสรา้ งงานโดยใชโ้ ปรแกรม Paint ดังน้ันนกั เรยี นจาํ เปน็ ตอ้ งฝึกวาดรปู และนาํ รูปภาพเขา้ มาในโปรแกรม Paint กอ่ น เพื่อเปน็ พนื้ ฐานในการสรา้ งงานมัลตมิ เี ดียในรูปแบบแอนเิ มชัน ผลการเรียนรู้ 1. บอกความหมายของโปรแกรม Paint และการเปดิ และปิดการใชง้ านโปรแกรม Paint 2. บอกส่วนประกอบตา่ งๆของโปรแกรม Paintได้ 3. สามารถวาดรปู โดยใช้เครือ่ งมือในรปู แบบต่าง ๆ ได้ 4. สามารถใชเ้ ครอื่ งมอื จากโปรแกรม Paint จากสอ่ื ออนไลน์ เพื่อฝกึ ทกั ษะการวาดภาพได้ 5. สามารถวาดรปู โดยใช้เคร่ืองมอื ในการระบายสไี ด้ รวมทงั้ หมด 5 ผลการเรยี นรู้

๑๘๑ คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เติม ว13201 คอมพวิ เตอร์ 3 กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโลยี ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 3 เวลา 40 ชว่ั โมง/ปี ......................................................................................................................................................................... ศกึ ษา วิเคราะห์ ชอ่ื และหน้าท่ขี องอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ หลักการทำงานเบอื้ งตน้ ของคอมพิวเตอร์ ใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์เพื่อสรุปประโยชน์และโทษจากการใช้งานคอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ เพื่อการทำงาน นำความรู้และทักษะมาสร้างชิ้นงานจากจินตนาการโดยใช้โปรแกรมกราฟิกด้วยความรับผิดชอบ เพือ่ ให้นกั เรยี นนำไปสูก่ ารเรยี นรนู้ อกห้องเรยี นซึ่งเปน็ แหล่งเรยี นรทู้ อ้ งถนิ่ ท่ีอยใู่ กล้ตวั โดยใช้กระบวนการทำงาน กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดวิเคราะห์ และกระบวนการทำงานกลมุ่ เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และเห็นคุณค่าของการทำงาน และนำ ความรู้ทีเ่ รยี นไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มคี วามสามารถในการตัดสินใจ มจี รยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านิยม ท่ี เหมาะสม และมจี ติ สำนึกในการอนรุ ักษส์ ิ่งแวดลอ้ ม ผลการเรียน 1. บอกลกั ษณะของขอ้ มูลและแหล่งข้อขอ้ มลู ได้ 2. บอกประเภทของเครื่องมือ และใชเ้ ครื่องมือทชี่ ่วยสบื ค้นขอ้ มูลทางอินเตอร์เนต็ ได้ 3. อธิบายการใช้งานของอุปกรณเ์ ทคโนโลยีได้ 4. อธบิ ายหลกั การทำงาน บทบาท และประโยชน์ของคอมพิวเตอร์ รวม 4 ผลการเรียนรู้

๑๘๒ คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติม ว14201 คอมพวิ เตอร์ 4 กล่มุ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 4 เวลา 40ชั่วโมง/ปี ......................................................................................................................................................................... ศึกษา วิเคราะห์ ชื่อและหน้าทขี่ องอปุ กรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ หลกั การทำงานเบือ้ งตน้ ของคอมพิวเตอร์ ใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์เพื่อสรุปประโยชน์และโทษจากการใช้งานคอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ เพื่อการทำงาน นำความรู้และทักษะมาสร้างชิ้นงานจากจินตนาการโดยใช้โปรแกรมกราฟิกด้วยความรับผิดชอบ เพื่อให้นกั เรยี นนำไปสกู่ ารเรยี นรนู้ อกหอ้ งเรยี นซงึ่ เป็นแหล่งเรยี นร้ทู อ้ งถิ่นทอ่ี ย่ใู กล้ตวั โดยใช้กระบวนการทำงาน กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคดิ วิเคราะห์ และกระบวนการทำงานกลุม่ เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรยี นรู้และเหน็ คุณค่าของการทำงาน และนำ ความรทู้ ี่เรียนไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มีความสามารถในการตัดสินใจ มีจริยธรรม คุณธรรม และค่านิยม ที่ เหมาะสม และมจี ิตสำนึกในการอนรุ ักษ์สิ่งแวดล้อม ผลการเรียน 1. อธบิ ายความหมายและความแตกต่างของขอ้ มูล สารสนเทศ และความรไู้ ด้ 2. อธิบายการรับข้อมูล บอกวธิ ีจดั เก็บขอ้ มูลโดยใชอ้ ุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศแต่ละ 3. อธบิ ายหนา้ ทข่ี องคอมพวิ เตอร์ในการทำงานด้านต่าง ๆ ได้ 4. อธบิ ายความหมายของซอฟต์แวรไ์ ด้ 5. ใชง้ านโปรแกรม Paint สรา้ งช้นิ งานได้ 6. สรา้ งงานเอกสารด้วย Program Microsoft Word ได้ รวม 6 ผลการเรียนรู้

๑๘๓ คําอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เติม ว 15201 คอมพวิ เตอร์ 5 กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 5 เวลา 40 ชวั่ โมง/ปี ......................................................................................................................................................................... ศึกษาความหมาย บทบาทและประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศ ชื่อและหน้าที่ของอุปกรณ์และ องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ ความหมาย ประโยชน์และโทษของอินเทอร์เน็ต การสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต การใชง้ านโปรแกรม Microsoft Word, Microsoft Excel เบ้ืองต้น การใช้สตู รและฟังกช์ นั่ ในการคำนวณ โดยการสืบค้น รวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลใกล้ตัวภายในท้องถิ่นในการจัดทำข้อมูล และการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนสามารถอธิบายสิ่งที่เรียนรู้ สร้างสรรค์ผลงานจากสิ่งที่ได้เรียน สามารถ นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชวี ติ ประจำวัน เหน็ คุณค่า ความสำคญั ของชิ้นงานท่ีสรา้ งข้นึ เพอื่ ให้มีความรูค้ วามเข้าใจและทกั ษะในการจดั ทำโครงงานคอมพวิ เตอร์ ตลอดจนการนำเสนอและเผยแพร่ ผลงาน และสามารถนำความรู้และผลงานโครงการไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันโดยยดึ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพยี ง ผลการเรยี นรู้ 1. บอกความหมาย บทบาทและประโยชน์ของเทคโนโลยสี ารสนเทศได้ 2. บอกช่อื และหน้าทข่ี องอุปกรณแ์ ละองค์ประกอบของคอมพิวเตอรไ์ ด้ 3. บอกความหมาย ประโยชน์และโทษของอินเทอร์เน็ตและสบื คน้ ข้อมลู จากอนิ เทอร์เนต็ ได้ 4. ใช้งานโปรแกรม Microsoft Word, Microsoft Excel เบื้องต้น เบ้อื งต้นได้ 5. จัดรปู แบบของขอ้ มูลบนเวริ ก์ ชตี ได้ 6. ใชส้ ูตรและฟังกช์ ่ันในการคำนวณได้ 7. ประยกุ ต์เพ่อื ใช้งานได้และเหน็ ความสำคัญของชิ้นงาน ตวั ชวี้ ัด มาตรฐาน ว4.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5 รวม 5 ตัวชี้วดั

๑๘๔ คาํ อธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม ว 16201 คอมพิวเตอร์ 6 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 6 เวลา 40 ชั่วโมง/ปี ......................................................................................................................................................................... ศึกษาความหมาย บทบาทและประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศ ชื่อและหน้าที่ของอุปกรณ์และ องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ ความหมาย ประโยชน์และโทษของอินเทอร์เน็ตและสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต การใช้งานโปรแกรม Adobe Photoshop เบื้องต้น ให้ผู้เรียนแสดงออกด้วยการเรียนรู้ในเรื่องหลักการทำงาน องค์ประกอบและประโยชน์ของคอมพิวเตอร์, การค้นหาข้อมูลผา่ นเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์, การสมัครและรับ-ส่ง E- mail มกี ารนำความรทู้ ี่ไดไ้ ปประยกุ ตใ์ ช้ให้เหมาะสมกับทอ้ งถ่ินของตนเองและใชใ้ นชวี ิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม เพ่ือใหม้ คี วามรู้ความเขา้ ใจและทกั ษะในการจัดทำโครงงานคอมพวิ เตอร์ ตลอดจนการนำเสนอและเผยแพร่ ผลงาน และสามารถนำความร้แู ละผลงานโครงการไปประยกุ ต์ใช้ในชีวิตประจำวนั โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง ผลการเรียนรู้ 1. รแู้ ละเข้าใจบทบาท ความสำคัญและประโยชน์ของคอมพิวเตอร์ 2. บอกลักษณะของหนว่ ยรบั ข้อมลู หน่วยประมวลผลกลาง ลกั ษณะของหนว่ ยความจำและ หนว่ ยแสดงผล 3. บอกความหมายความสำคญั ของเทคโนโลยีสารสนเทศ 4. บอกสว่ นประกอบของโปรแกรม Photoshop 5. สามารถใช้งานโปรแกรม Photoshop เบอ้ื งต้น 6. สามารถปรับแตง่ ภาพกราฟกิ 7. สามารถสร้างงานดว้ ยเลเยอร์ 8. สามารถวาดภาพและระบายสี 9. สามารถออกแบบ สร้างตัวอกั ษรและข้อความ ตวั ชว้ี ัด มาตรฐาน ว 4.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5 รวม 5 ตวั ชี้วัด

๑๘๕ คาํ อธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เตมิ ว31201 เทคโนโลยีสานสนเทศและเครือข่าย 1 กล่มุ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชัน้ มัธยมศึกษาปที ท่ี ี่ 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชัว่ โมง ......................................................................................................................................................................... ศึกษาการใช้เทคโนโลยีในการนำเสนอและแบ่งปันข้อมูลอย่างปลอดภัยและมีจริยธรรม การสร้างชิ้นงาน และ เผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ ที่คำนึงถึงจริยธรรม ลิขสิทธิ์ ทรัพย์สินทางปัญญา และกฎหมาย หลักการของ ปัญญาประดษิ ฐ์ และเทคโนโลยีในอนาคต กรณศี กึ ษาเก่ียวกบั นวตั กรรมหรอื เทคโนโลยีทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับชีวิตประจำวัน อาชีพที่เกี่ยวข้องกับงานทางด้านเทคโนโลยสี ารสนเทศในท้องถ่ิน ตัวอย่างผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศตอ่ ท้องถ่ิน รวมถึงการนำหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาประยุกตใ์ ช้กับเทคโนโลยีสารสนเทศได้ มาตรฐาน/ตัวชี้วดั ว 4.2 ม. 6/1 เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการนำเสนอและแบ่งปันข้อมลู อยา่ ง ปลอดภัย มีจรยิ ธรรม และวเิ คราะห์การเปลย่ี นแปลงเทคโนโลยีสารสนเทศทีม่ ีผลตอ่ การดำเนนิ ชวี ิต อาชพี สงั คม และวัฒนธรรม รวมทั้งหมด 1 ตัวขี้วัด

๑๘๖ คําอธิบายรายวิชาเพม่ิ เติม ว31201 เทคโนโลยีสารสนเทศและเครือข่าย 1 กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4/2 ว30291 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ชัว่ โมง ......................................................................................................................................................................... ศึกษาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับองค์ประกอบของระบบสารสนเทศ องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ คุณลักษณะ หลักการทำงานและอุปกรณ์ต่อพ่วง ประเภทของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ระบบสื่อสารข้อมูลและ เครือข่ายคอมพิวเตอร์การถ่ายโอนข้อมูล รูปแบบการสื่อสาร สื่อกลางที่ใช้ในการส่งสัญญาณ ชนิดของเครือข่าย คอมพวิ เตอร์ มาตรฐานการสอ่ื สารขอ้ มูล อปุ กรณ์เครอื ข่าย และขอ้ ควรปฏิบัติสำหรับผู้ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ ใช้ ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ได้เหมาะสมกับงาน ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบค้นข้อมูลภายในท้องถิ่นเพื่อการ เรียนรู้และการสื่อสาร ใช้คอมพิวเตอร์ในการประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศเพื่อประกอบการตัดสินใจ และ นำเสนอในรูปแบบที่เหมาะสมตรงตามวัตถุประสงค์ของงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพยี ง สรา้ งจติ สำนึกและความรับผิดชอบในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศปฏบิ ัติตามพระราชบัญญัติและกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารพัฒนาสมรรถนะความสามารถในการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศเพือ่ การสอื่ สารและการแก้ปญั หา สามารถพฒั นาโปรแกรมโดยใช้ภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอรไ์ ด้ ตวั ชี้วดั มาตรฐาน ง. 3.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/6,ม.4-6/7,ม.4-6/8,ม.4-6/9, ม.4-6/11, ม.4-6/12, ม.4-6/13 รวม 10 ตวั ชี้วัด

๑๘๗ คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ ว21201 สนกุ กับโครงงานวิทยาศาสตร์ 1 กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ชว่ั โมง ......................................................................................................................................................................... ศึกษา วเิ คราะห์ ทำกิจกรรม สรา้ งแรงบนั ดาลใจ ในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ลักษณะสำคัญของ โครงงานวิทยาศาสตรป์ ระเภทต่างๆ การเร่มิ ต้นทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ด้วยการต้งั คำถามและการสืบคน้ ขอ้ มลู การวางแผนและการออกแบบโครงงานวิทยาศาสตร์ การเขียนเค้าโครงของโครงงานวทิ ยาศาสตร์ การทำโครงงาน วทิ ยาศาสตร์ การเขยี นรายงาน และการนำเสนอโครงงานวิทยาศาสตร์ โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การ สบื เสาะหาความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สามารถสอื่ สารสิ่งที่รู้ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ นำความรู้ไปใชใ้ น ชีวติ ประจำวัน มีจติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรมและค่านยิ มทเ่ี หมาะสม ผลการเรียนรู้ 1.ตัง้ คำถามจากสถานการณ์ต่างๆ ตามความสนใจ โดยมปี ระเดน็ หรือตวั แปรท่ีสำคญั ในการสำรวจตรวจสอบหรือ ศกึ ษาไดอ้ ย่างครอบคลมุ และเชอื่ ถอื ได้ 2.ออกแบบและวางแผนการสำรวจตรวจสอบ โดยมกี ารกำหนดและควบคมุ ตวั แปรตา่ งๆ กำหนดนิยามเชงิ ปฏบิ ัตกิ าร เลอื กวิธกี ารสำรวจตรวจสอบเชงิ ปริมาณ เชงิ คุณภาพท่ีไดผ้ ลเทย่ี งตรงและปลอดภยั โดยใชว้ ัสดแุ ละ เครอ่ื งมอื ทเี่ หมาะสม 3.วิเคราะหแ์ ละอธบิ ายผลการทดลองเชื่อมโยงกับสมมติฐาน และสถานการณใ์ นชวี ิตประจำวนั ได้ 4.วเิ คราะหโ์ ครงงานวทิ ยาศาสตร์ และมแี นวคิดในการวางแผนการทดลอง รวมถงึ จัดทำเค้าโครงของโครงงาน วทิ ยาศาสตรไ์ ด้ 5.ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ตามความสนใจ โดยมีขนั้ ตอนของกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ในการแกป้ ญั หา และ นำเสนอไดอ้ ย่างเหมาะสม

๑๘๘ คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ ว21202 สะเต็มศกึ ษา 1 กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง ......................................................................................................................................................................... ศึกษา เรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ โดยการใช้พ้นื ฐานความเข้าใจเกีย่ วกบั สะเตม็ ศึกษา (STEM EDUCATIOM) ในการทำกจิ กรรมการเรียนรใู้ นวชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ บบสะเตม็ ศกึ ษา การเรยี นรู้ เพอื่ สร้างความร้คู วามเขา้ ใจพื้นฐานเกี่ยวกบั STEM ว่า คืออะไร สำคัญ อยา่ งไรสามารถ นำไปสู่การออกแบบ การสร้างสรรค์นวัตกรรม ชิ้นงาน ในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยใช้แนวทางสะเต็มเปน็ ฐานใน การจดั การเรยี นการสอนโดยเนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญมุง่ ใหผ้ ูเ้ รยี นมีส่วนร่วมในกระบวนการเรยี นรใู้ ห้มากทสี่ ดุ ส่งเสริมให้ ผู้เรยี นไดร้ ่วมทำงานกลุ่มดว้ ยตนเองจัดกิจกรรมตา่ งๆให้หลากหลายเพ่ือให้ผเู้ รยี นได้มีส่วนร่วมคดิ ร่วมทำร่วมวางแผน ในการทำงานด้วยกนั การจัดประสบการณ์ตรงให้แก่ผู้เรียนโดยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และเชื่อมโยงความรู้จากสิ่งที่เปน็ จริงที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตและสามารถนำความรู้นั้นไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ เปิดโอกาส ให้ผู้เรียนได้ แลกเปลยี่ นความคดิ เห็นกบั ผ้อู ่ืนในกลุม่ และในชน้ั เรยี นสมำ่ เสมอ ผลการเรยี นรู้ 1. ผเู้ รยี นสามารถทำไข่เคม็ สมุนไพรโดยใช้ความรู้ดา้ นวทิ ยาศาสตรเ์ ก่ียวกบั การออสโมซีสและความรู้ดา้ น คณติ ศาสตรเ์ กี่ยวกับอัตราสว่ นได้ 2. ผู้เรียนสามารถสรา้ งศรลมโดยใช้ความรดู้ ้านวทิ ยาศาสตร์เกี่ยวกบั ลมและความรูด้ า้ นคณิตศาสตร์เกี่ยวกบั รูปทรง เรขาคณิตได้ รวมทงั้ หมด 2 ผลการเรยี นรู้

๑๘๙ คำอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เติม ว21203 ของเลน่ เชงิ วทิ ยาศาสตร์ 1 กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชว่ั โมง ......................................................................................................................................................................... ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ สร้างของเล่นอย่างง่ายตามแบบท่กี ำหนดให้ ดัดแปลงหรอื ประดษิ ฐ์ ของเล่นท่ีใช้เครอ่ื งกลอยา่ งง่ายหรือหลักการทางไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อย่างงา่ ย และอธบิ ายการทำงาน ของของเล่น ดว้ ยหลกั การทางวทิ ยาศาสตร์ สามารถใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรทู้ างวิทยาศาสตร์ การ แกป้ ญั หา สามารถสือ่ สารสิง่ ทเี่ รียนรู้ สามารถตัดสินใจ นำความรู้ไปใช้ในชวี ติ ประจำวนั มจี ิต วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรมและคา่ นิยมที่เหมาะสม ผลการเรียนรู้ 1.ตัง้ คำถามเกี่ยวกับหลกั การทางวทิ ยาศาสตรท์ ่สี ังเกตได้จากการเล่นของเลน่ 2.สังเกตและอธิบายหลกั การทำงานของเคร่อื งกลอยา่ งงา่ ย วงจรไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกสอ์ ยา่ งงา่ ยที่ ประกอบข้ึนในของเล่น 3.ตรวจสอบและแกไ้ ขข้อบกพรอ่ งของเครอื่ งกลอย่างง่าย วงจรไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกสอ์ ย่างงา่ ยท่ีประกอบ ขนึ้ ในของเล่นทก่ี ำหนด 4.ออกแบบและประดิษฐ์ของเลน่ โดยใช้เคร่ืองกลอยา่ งงา่ ย และไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกสอ์ ยา่ งง่าย 5.มีเจตคติทดี่ ีต่อหลกั การทางวิทยาศาสตรใ์ นของเลน่ รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู้

๑๙๐ คำอธิบายรายวิชาเพมิ่ เติม ว21204 สะเต็มศึกษา 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชัว่ โมง ......................................................................................................................................................................... ศกึ ษา เรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยการใช้พ้นื ฐานความเข้าใจเกย่ี วกับสะเตม็ ศกึ ษา (STEM EDUCATIOM) ในการทำกจิ กรรมการเรยี นรูใ้ นวิชาวิทยาศาสตร์แบบสะเตม็ ศกึ ษา การเรยี นรู้ เพอ่ื สร้างความรู้ความเขา้ ใจพนื้ ฐานเก่ียวกบั STEM วา่ คืออะไร สำคัญ อยา่ งไรสามารถ นำไปสู่การออกแบบ การสร้างสรรค์นวัตกรรม ชิ้นงาน ในการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์โดยใช้แนวทางสะเต็มเปน็ ฐานใน การจดั การเรยี นการสอนโดยเนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญมุง่ ให้ผ้เู รียนมสี ่วนร่วมในกระบวนการเรยี นรใู้ หม้ ากท่ีสดุ สง่ เสริมให้ ผูเ้ รยี นได้ร่วมทำงานกลุ่มด้วยตนเองจดั กจิ กรรมต่างๆให้หลากหลายเพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นไดม้ ีสว่ นรว่ มคดิ ร่วมทำรว่ มวางแผน ในการทำงานด้วยกันการจัดประสบการณ์ตรงให้แก่ผู้เรียนโดยให้ผู้เรียนได้เรียนรูแ้ ละเชื่อมโยงความรูจ้ ากสิ่งที่เป็น จริงที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตและสามารถนำความรู้นั้นไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ เปิดโอกาส ให้ผู้เรียนได้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผูอ้ นื่ ในกลมุ่ และในชัน้ เรยี นสม่ำเสมอ ผลการเรยี นรู 1. ผู้เรียนสามารถทำสบสู่ มนุ ไพรและบรรจภุ ณั ฑ์สูตรของตนเองโดยใชค้ วามรู้ด้านวทิ ยาศาสตรเ์ ก่ยี วกับสารละลาย และความรดู้ ้านคณิตศาสตร์เกี่ยวกบั อตั ราสว่ น และรูปทรงเรขาคณิตได้ 2. ผเู้ รียนสามารถสรา้ งแมมโมรแี ฟรมโดยใช้ความรู้ด้านวทิ ยาศาสตร์เกี่ยวกับแม่เหลก็ และความรู้ด้านคณิตศาสตร์ เกี่ยวกับรปู ทรงเรขาคณิตได้ รวมทง้ั หมด 2 ผลการเรียนรู้

๑๙๑ คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติม ว22201 วิทยาศาสตร์โลกท้ังระบบ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศกึ ษาศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ชว่ั โมง ......................................................................................................................................................................... ศึกษา วเิ คราะห์ ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งองค์ประกอบต่างๆในสภาพแวดลอ้ มธรรมชาติไดแ้ ก่ ดิน นำ้ บรรยากาศ สิง่ ท่ีปกคลมุ ดนิ และส่งิ มีชีวิตเพ่อื ให้เข้าใจถงึ รปู แบบความสมั พันธ์ ปรากฏการณ์ รวมท้ังแนวโน้ม ตา่ งๆที่อาจเกิดข้ึนซ่งึ จะมผี ลต่อการเปลย่ี นแปลงสภาพแวดลอ้ มและมผี ลตอ่ เนื่องมาถงึ คณุ ภาพชวี ติ แลความ เปน็ อยขู่ องมนษุ ย์ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตรใ์ นการสืบเสาะหาความรูไ้ ด้แก่ การสังเกต การตัง้ คำถามวิจัย การตงั้ สมมตฐิ าน การวางแผนการวิจัย และการเขียนเค้าโครงวจิ ยั โดยมีการพฒั นากระบวนการคดิ วเิ คราะห์และการคิดอย่างเปน็ ระบบ มีความสามารถในการตดั สินใจ การส่อื สาร การทำงานร่วมกนั เป็น ทีมและการนำความรู้ไปใช้ในชีวติ ประจำวัน มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรมและค่านิยมทีเ่ หมาะสม เพ่อื ส่งเสริมให้ผเู้ รียนมีความกระตือรือร้นท่ีจะใฝเ่ รียนรู้ ตระหนักถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ โดยให้มคี วามร้คู วามเข้าใจในเร่ืองของสภาพแวดล้อมธรรมชาติ และตระหนกั ในบทบาทและผลกระทบของ สภาพแวดลอ้ มธรรมชาติดา้ นต่างๆท่มี ตี ่อมนษุ ย์และสง่ิ แวดลอ้ ม ผลการเรยี นรู้ 1.อธบิ ายถึงองคป์ ระกอบหลกั ของโลก และความสัมพนั ธ์กนั ขององคป์ ระกอบต่างๆของโลกทั้ง ระบบ 2.สำรวจและสงั เกตสภาพแวดลอ้ มธรรมชาติ และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงมีชวี ติ กบั สง่ิ แวดล้อมธรรมชาติ 3.กำหนดปัญหา วเิ คราะห์ ตัง้ คำถามวิจัย และเลือกคำถามวิจยั จากผลการสำรวจสภาพแวดลอ้ ม ธรรมชาตเิ พ่ือไปสกู่ ารวจิ ัยได้ 4.เขยี นหลักการ เหตุผล ทม่ี า และจุดประสงคข์ องการดำเนินงานวิจัยได้ 5.สบื ค้นข้อมลู รวบรวมความรู้ที่เกยี่ วขอ้ งเพ่ือไปสู่การวางแผนการวจิ ยั 6.เลือกเคร่อื งมอื และใช้เครอื่ งมือในการตรวจวดั สง่ิ แวดลอ้ มไดถ้ ูกต้องและสอดคลอ้ งกบั งานวิจยั 7.ใชเ้ ครื่องมือในการตรวจวัด หาข้อมูลท่ีตอ้ งการทราบไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง และเหมาะสม 8.วางแผนทำงานวจิ ยั ตามขอ้ คำถามทตี่ ้องการหาคำตอบและเขียนปฏทิ ินในการดำเนินงานวจิ ยั ได้ 9.เขยี นเค้าโครงงานวจิ ัยตามแบบท่ีกำหนดได้ถูกต้องครอบคลุมและครบถว้ นตามแบบแผน 10.นำเสนอเคา้ โครงงานวจิ ัย อธิบายเกยี่ วกบั แนวคดิ กระบวนการทใี่ ชใ้ นการดำเนนิ งานวิจัยให้ ผอู้ ื่นเข้าใจ

๑๙๒ คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม ว22202 สะเต็มศกึ ษา 3 กลุม่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ชว่ั โมง ......................................................................................................................................................................... ศกึ ษา เรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ โดยการใช้พื้นฐานความเข้าใจเกยี่ วกบั สะเตม็ ศกึ ษา (STEM EDUCATIOM) ในการทำกจิ กรรมการเรียนรู้ในวิชาวทิ ยาศาสตรแ์ บบสะเต็มศกึ ษา การเรยี นรู้ เพอื่ สรา้ งความรู้ความ เขา้ ใจพ้ืนฐานเก่ยี วกบั STEM วา่ คอื อะไร สำคัญ อยา่ งไร สามารถนำไปสกู่ ารออกแบบ การสรา้ งสรรคน์ วัตกรรม ช้ินงาน ในการเรยี นรู้วิทยาศาสตรโ์ ดยใชแ้ นวทางสะเต็มเป็นฐานในการจดั การเรียนการสอนโดยเน้นผเู้ รียนเป็น สำคญั มุง่ ให้ผูเ้ รยี นมสี ว่ นรว่ มในกระบวนการเรยี นร้ใู หม้ ากทสี่ ุดสง่ เสรมิ ใหผ้ ู้เรียนได้รว่ มทำงานกลุ่มด้วยตนเอง จัด กจิ กรรมต่างๆ ใหห้ ลากหลายเพื่อใหผ้ เู้ รียนไดม้ สี ่วนร่วมคดิ ร่วมทำร่วมวางแผนในการทำงานดว้ ยกนั การจดั ประสบการณ์ตรงให้แกผ่ ู้เรยี น โดยใหผ้ ู้เรียนได้เรยี นรแู้ ละเชื่อมโยงความรู้จากส่ิงทเ่ี ปน็ จริงท่เี กดิ ข้ึนจริงในชีวติ และ สามารถนำความรู้น้ันไปประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้ เปดิ โอกาส ให้ผูเ้ รียนไดแ้ ลกเปลยี่ นความคิดเหน็ กับผู้อ่ืนใน กลมุ่ และในชนั้ เรียนสมำ่ เสมอ ผลการเรียนรู้ 1. ผ้เู รียนสามารถสรา้ งสะพานที่มีโครงสร้างแข็งแรงโดยใชค้ วามรดู้ า้ นวิทยาศาสตร์เก่ียวกับนำ้ หนักและความรู้ ดา้ น คณติ ศาสตร์เกี่ยวกับรปู ทรงเรขาคณิตได้ 2. ผู้เรียนสามารถสรา้ งอุปกรณท์ ี่ชว่ ยในการมองเหน็ โดยใชค้ วามรู้ดา้ นวิทยาศาสตร์เกยี่ วกับการสะทอ้ นแสงและ ความรดู้ ้านคณิตศาสตร์เกยี่ วกบั อัตราสว่ น 3. ผเู้ รียนสามารถสร้างเคร่อื งกรองน้ำโดยใชค้ วามรดู้ ้านวทิ ยาศาสตร์เก่ยี วกบั การกรองและความรดู้ ้าน คณติ ศาสตร์ เกยี่ วกบั อตั ราสว่ นได้ 4. ผู้เรยี นสามารถผลติ ไอศกรีมโดยใช้ความรู้ด้านวทิ ยาศาสตรเ์ ก่ยี วกบั การเปลย่ี นแปลงสถานะของสารและ ความรู้ ดา้ นคณติ ศาสตร์เกย่ี วกับสัดสว่ นได้ รวมท้ังหมด 4 ผลการเรยี นรู้

๑๙๓ คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม ว22203 วทิ ยาศาสตรก์ บั ความงาม 1 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมธั ยมศึกษาศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ช่วั โมง ......................................................................................................................................................................... ศกึ ษา วิเคราะห์ ตรวจสอบ และอธบิ าย ความงามทส่ี มวยั และปัจจัยท่ีมีผลต่อความงาม การดูแลความงาม และการเลือกใช้เคร่ืองสำอาง เครื่องสำอางในชีวิตประจำวัน การใช้สมนุ ไพรในทอ้ งถ่ินเพือ่ ความงามและสุขภาพ เทคโนโลยีเพอื่ ความงามและสุขภาพ โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ สามารถส่อื สารส่ิงที่รู้ มี ความสามารถในการตัดสนิ ใจ นำความรไู้ ปใช้ในชีวิตประจำวนั มจี ติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรมและคา่ นยิ มท่ี เหมาะสม เพ่อื ส่งเสรมิ ให้ผู้เรียนมีความกระตือรอื รน้ ทีจ่ ะใฝ่เรียนรู้ ตระหนกั ถงึ ความสำคญั ของวทิ ยาศาสตร์ในการนำ หลักการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาดูแลความงามและสขุ ภาพให้สมวยั โดยใช้สมุนไพรในทอ้ งถนิ่ ผลการเรียนรู้ 1 อธิบายความสำคัญของอาหารและปัจจยั ทีม่ ีผลต่อสขุ ภาพ 2 อธบิ ายโครงสรา้ งทเี่ ก่ยี วข้องกบั ความงาม ระบปุ ัญหาและแนวทางแกไ้ ขปัญหาความงามในวัยรุ่น 3 สืบค้นขอ้ มูลเกย่ี วกบั เคร่ืองสำอางและผลทีเ่ กิดจากการใชเ้ ครอื่ งสำอางในชวี ิตประจำวนั 4 สำรวจและสบื ค้นข้อมูลเก่ียวกบั สมนุ ไพร ภูมิปัญญาไทย และเทคโนโลยที ี่เกย่ี วข้องกับความงามและสขุ ภาพ รวมทัง้ นำความรไู้ ปใช้ประโยชน์ 5 สำรวจและสบื คน้ ขอ้ มูลเก่ียวกับเคร่อื งสำอางท่มี จี ำหนา่ ยในทอ้ งตลาด และนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์ 6 แสดงพฤตกิ รรมทีส่ ะทอ้ นว่ามีความสามารถในการตดั สนิ ใจ นำความรไู้ ปใช้ในชวี ิตประจำวัน มีจิต วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรมและค่านยิ มทเี่ หมาะสมที่เกย่ี วกบั ความงาม

๑๙๔ คำอธิบายรายวชิ าเพมิ่ เติม ว22204 สะเตม็ ศกึ ษา 4 กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ช่ัวโมง ......................................................................................................................................................................... ศึกษา เรยี นรู้วิทยาศาสตร์ โดยการใช้พ้นื ฐานความเข้าใจเกยี่ วกบั สะเต็มศกึ ษา (STEM EDUCATIOM) ในการทำกจิ กรรมการเรยี นรู้ในวชิ าวิทยาศาสตร์แบบสะเต็มศึกษา การเรยี นรู้ เพ่อื สรา้ ง ความรู้ความเข้าใจพนื้ ฐานเกย่ี วกบั STEM ว่า คอื อะไร สำคัญ อย่างไร สามารถนำไปส่กู ารออกแบบ การ สร้างสรรค์นวตั กรรม ชิน้ งาน ในการเรียนรู้วิทยาศาสตรโ์ ดยใช้แนวทางสะเต็มเปน็ ฐานในการจดั การเรยี น การสอนโดยเนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสำคัญ มุง่ ใหผ้ ู้เรยี นมีส่วนรว่ มในกระบวนการเรียนรูใ้ หม้ ากที่สุดสง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รยี น ได้ร่วมทำงานกลุ่มดว้ ยตนเอง จัดกจิ กรรมตา่ งๆ ใหห้ ลากหลายเพือ่ ให้ผ้เู รียนไดม้ ีส่วนร่วมคิดร่วมทำร่วม วางแผนในการทำงานด้วยกนั การจดั ประสบการณ์ตรงให้แก่ผเู้ รียน โดยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และเช่ือมโยง ความรจู้ ากส่ิงที่เปน็ จรงิ ที่ เกดิ ข้ึนจรงิ ในชีวิตและสามารถนำความรูน้ น้ั ไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจำวันได้ เปิดโอกาส ให้ผู้เรยี น ไดแ้ ลกเปล่ียนความคดิ เหน็ กบั ผอู้ น่ื ในกลุ่มและในช้ันเรียนสมำ่ เสมอ ผลการเรยี นรู้ 1. ผู้เรยี นสามารถยืดอายขุ องไข่ไก่โดยใชค้ วามรดู้ ้านวิทยาศาสตร์เก่ียวกบั การถนอมอาหารและ ความรดู้ ้านคณิตศาสตรเ์ กยี่ วกบั อตั ราส่วนได้ 2. ผูเ้ รยี นสามารถสร้างเคร่ืองค้ันนำ้ ส้มอย่างง่ายโดยใช้ความรูด้ า้ นวทิ ยาศาสตร์เกย่ี วกับสารอาหาร และความรู้ดา้ นวิทยาศาสตร์เก่ยี วกบั ปริมาตรของทรงกระบอกได้ 3. ผเู้ รยี นสามารถคดิ วิธกี ารเปดิ ขวดโดยใชค้ วามรู้ดา้ นวิทยาศาสตร์เกยี่ วกบั แรงและความร้ดู า้ น คณติ ศาสตร์เก่ียวกับอัตราได้ 4. ผู้เรียนสามารถจดั รายการอาหารสำหรับรบั ประทานใน 1 วนั โดยใช้ความรู้ดา้ นวทิ ยาศาสตร์ เกย่ี วกบั อาหารและความรดู้ ้านคณิตศาสตรเ์ กีย่ วกบั การคำนวณแคลอรีได้ รวมทง้ั หมด 4 ผลการเรียนรู้

๑๙๕ คำอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เติม ว23201 เชื้อเพลงิ เพ่ือการคมนาคม 1 กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ช่วั โมง ......................................................................................................................................................................... ศกึ ษา วิเคราะหทดลอง องคประกอบและประเภทของปโตรเลียม หนิ ตนกำเนดิ และแหลงกัก เก็บปโตรเลียม การสำรวจและแหลงปโตรเลยี ม ผลกระทบและแนวทางแกไขท่ีเกดิ จากการสำรวจและการ ผลติ ปโตรเลยี ม การแยกกาซธรรมชาตกิ ารกลั่นนำ้ มันดบิ ผลิตภณั ฑจากกาซธรรมชาติและจากการกล่นั น้ำมนั ดบิ และการใชประโยชนผลกระทบจากกระบวนการผลิต ผลติ ภัณฑจากปโตรเลยี มและแนวทางแกไข สถานการณพลงั งานของโลกและของประเทศไทยการใชพลงั งานดานการคมนาคมของประเทศไทย การ กำหนดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ผลกระทบและแนวทางการแกไขผลจากการใชเช้ือเพลิงเพ่อื การคมนาคม เชอื้ เพลงิ ที่เปนพลงั งานทดแทน โดยใชกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรการสบื เสาะหาความรูความคดิ ความเขาใจ สามารถสอ่ื สารสง่ิ ท่รี ู มคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจ นำความรูไปใชในชีวติ ประจำวนั มจี ิตวิทยาศาสตรจรยิ ธรรม คุณธรรมและค่านยิ มทีเ่ หมาะสม ผลการเรยี นรู 1. อธบิ ายความสำคญั และการกำเนดิ ของปโตรเลยี ม กาซธรรมชาตถิ านหนิ และหนิ นำ้ มัน 2. อธบิ ายแหลง การสำรวจ และปรมิ าณสำรองของปโตรเลยี ม และกาซธรรมชาติ 3. อธิบายผลิตภณั ฑปโตรเลียมและการนำไปใชประโยชน 4. นำเสนอแนวทางการใชปโตรเลยี ม และกาซธรรมชาติ อย่างประหยัดและถูกวิธี 5. อธบิ ายโครงสรางราคาและวเิ คราะหสถานการณการใชนำ้ มนั เชือ้ เพลิงเพื่อการคมนาคม 6. อธบิ ายประเภทและการใชประโยชน จากเช้อื เพลิงทเ่ี ปนพลงั งานทดแทน รวมทง้ั หมด 6 ผลการเรียนรู้

๑๙๖ คำอธิบายรายวชิ าเพิม่ เติม ว23202 พลงั งานทดแทนกับการใช้ประโยชน์ 1 กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศกึ ษาศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ช่วั โมง ......................................................................................................................................................................... ศึกษา วิเคราะห์ ทดลอง ตรวจสอบ เกยี่ วกับพลังงานแสงอาทติ ย์ พลงั งานลม พลงั งานน้ำ พลังงานชวี มวล และพลงั งานนิวเคลียร์ โดย ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ สามารถส่อื สาร ส่งิ ท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตดั สนิ ใจ นำความรไู้ ปใช้ในชีวิตประจำวนั มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นยิ มทเี่ หมาะสม เพ่ือ ส่งเสรมิ ให้ผเู้ รยี นมคี วามกระตอื รอื รน้ ท่จี ะใฝ่เรยี นรู้ ตระหนักถึงความสำคญั ของวิทยาศาสตร์โดยใหม้ ี ความรคู้ วามเข้าใจในหลกั การทางวทิ ยาศาสตรข์ องพลังงานดงั กล่าว และการนำมาใชเ้ ป็นพลังงานทดแทน และ ตระหนักในบทบาทและผลกระทบของพลังงานเหล่านั้นทม่ี ีตอ่ มนษุ ยแ์ ละส่งิ แวดลอ้ ม ผลการเรียนรู้ 1. อธบิ ายความสำคัญของพลงั งานทดแทน 2. อธิบายหลักการทางวิทยาศาสตร์ ในการนำพลังงานแสงอาทิตย์ พลงั งานลม พลงั งานนำ้ พลังงานชวี มวล และพลงั งานนวิ เคลียร์ ไปใช้ประโยชน์ 3. อธบิ ายการใช้ประโยชน์ พลงั งานแสงอาทติ ย์ พลังงานลม พลงั งานนำ้ พลงั งานชีวมวลและพลังงาน นิวเคลียร์ ในประเทศไทย 4. อธิบายข้อดแี ละข้อจำกัดเก่ยี วกับการใชป้ ระโยชน์และแนวทางการพัฒนา ของพลังงานแสงอาทติ ย์ พลงั งาน ลม พลงั งานนำ้ พลังงานชวี มวลและพลังงานนวิ เคลยี ร์

๑๙๗ คาํ อธบิ ายรายวิชาเพมิ่ เตมิ ว31201 เทคโนโลยีสานสนเทศและเครือข่าย 1 กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ีท่ ่ี 4/2 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง ......................................................................................................................................................................... ศึกษาการใช้เทคโนโลยีในการนำเสนอและแบ่งปันข้อมูลอย่างปลอดภัยและมีจริยธรรม การสร้างชิ้นงาน และ เผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ ที่คำนึงถึงจริยธรรม ลิขสิทธิ์ ทรัพย์สินทางปัญญา และกฎหมาย หลักการของ ปญั ญาประดษิ ฐ์ และเทคโนโลยใี นอนาคต กรณีศึกษาเกี่ยวกบั นวตั กรรมหรือเทคโนโลยีที่เกีย่ วข้องกับชวี ิตประจำวัน อาชีพที่เกี่ยวข้องกับงานทางด้านเทคโนโลยสี ารสนเทศในท้องถิ่น ตัวอย่างผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศตอ่ ทอ้ งถน่ิ รวมถึงการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาประยกุ ต์ใชก้ บั เทคโนโลยสี ารสนเทศได้ มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด ว 4.2 ม. 6/1 เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศในการนำเสนอและแบง่ ปนั ข้อมูลอย่าง ปลอดภยั มีจริยธรรม และวิเคราะห์การเปลย่ี นแปลงเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีผลต่อการดำเนนิ ชวี ติ อาชีพ สงั คม และวฒั นธรรม รวมทงั้ หมด 1 ตัวขี้วัด

๑๙๘ คาํ อธิบายรายวิชาเพมิ่ เติม ว31202 การจดั การฐานขอ้ มลู 1 กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 4/2 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ช่วั โมง ......................................................................................................................................................................... ศึกษาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับองค์ประกอบของระบบสารสนเทศ องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ คุณลักษณะ หลักการทำงานและอุปกรณ์ต่อพ่วง ประเภทของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ระบบสื่อสารข้อมูลและ เครือข่ายคอมพิวเตอร์การถ่ายโอนข้อมูล รูปแบบการสื่อสาร สื่อกลางที่ใช้ในการส่งสัญญาณ ชนิดของเครือข่าย คอมพิวเตอร์ มาตรฐานการส่อื สารข้อมูล อุปกรณ์เครอื ข่าย และขอ้ ควรปฏิบัติสำหรับผู้ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ ใช้ ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ได้เหมาะสมกับงาน ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบค้นข้อมูลภายในท้องถิ่นเพื่อการ เรียนรู้และการสื่อสาร ใช้คอมพิวเตอร์ในการประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศเพื่อประกอบการตัดสินใจ และ นำเสนอในรูปแบบที่เหมาะสมตรงตามวัตถุประสงค์ของงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพยี ง สร้างจิตสำนึกและความรบั ผิดชอบในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศปฏบิ ัติตามพระราชบญั ญตั ิและกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารพัฒนาสมรรถนะความสามารถในการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศเพ่ือการสือ่ สารและการแก้ปัญหา สามารถพัฒนาโปรแกรมโดยใชภ้ าษาโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ได้ ตัวชวี้ ดั มาตรฐาน ง. 3.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/6,ม.4-6/7,ม.4-6/8,ม.4-6/9, ม.4-6/11, ม.4-6/12, ม.4-6/13 รวม 10 ตวั ช้วี ัด

๑๙๙ คำอธิบายรายวิชาเพม่ิ เติม ว31201 ฟสิ กิ ส์ 1 กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชว่ั โมง ......................................................................................................................................................................... ศึกษาความรู้ทางฟิสกิ ส์ ประวตั ิความเปน็ มา พฒั นาการของหลกั การและแนวคดิ ทางฟสิ กิ ส์ การวัดปรมิ าณ ทางฟิสกิ ส์ ความคลาดเคล่อื นในการวดั การแสดงผลการทดลองในรปู ของกราฟ ความหมายจากกราฟเส้นตรง ความสมั พันธ์ระหว่างตำแหน่ง การกระจดั ความเรว็ ความเรง่ ของการเคล่อื นท่ีของวตั ถใุ นแนวตรงที่มีความเรง่ คงตัว จากกราฟและสมการ คา่ ความเร่งโนม้ ถว่ งของโลก แรงลัพธข์ องแรงสองแรงทีท่ ำมุมต่อกัน กฎการเคล่อื นทขี่ องนวิ ตัน กฎความโน้มถว่ งสากล การใช้กฎการเคล่อื นที่ของนวิ ตนั กบั สภาพการเคลอื่ นที่ของวตั ถุ แรงเสียดทานระหวา่ ง ผิวสมั ผัสของวัตถุคหู่ นึ่ง ๆ ในกรณีที่วตั ถหุ ยดุ นง่ิ และวัตถุเคลื่อนท่ี สมั ประสิทธคิ์ วามเสียดทานระหวา่ งผิวสัมผัสของ วัตถคุ ูห่ นงึ่ ๆ และนำความรเู้ รือ่ งแรงเสยี ดทานไปใชใ้ นชีวิตประจำวนั การเคล่อื นทแ่ี บบโพรเจกไทล์ และปริมาณตา่ ง ๆ ของการเคลื่อนทแี่ บบโพรเจกไทล์ ความสมั พนั ธ์ระหว่างแรงสศู่ นู ย์กลาง รศั มีของการเคลอ่ื นที่ อัตราเร็วเชิงเส้น อตั ราเร็วเชงิ มมุ มวลของวัตถุในการเคลือ่ นทแี่ บบวงกลมในระนาบระดบั การประยกุ ต์ใชค้ วามรู้การเคลอื่ นที่แบบ วงกลมในการอธิบายการโคจรของดาวเทยี ม โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสบื คน้ ขอ้ มูล การสงั เกต การ วิเคราะห์ การอธปิ ราย การอธิบายและการสรปุ ผล เพอ่ื ให้ผเู้ รยี นเกิดความรู้ ความคดิ และความเข้าใจ มคี วามสามารถในการตดั สินใจ สอ่ื สารสง่ิ ท่เี รียนร้แู ละ นำความรไู้ ปใช้ในชีวิตตนเอง ตลอดจนมจี ิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมทถี่ กู ต้อง ผลการเรยี นรู้ 1.สบื ค้นละอธบิ ายการค้นหาความรูท้ างฟิสิกส์ ประวตั ความเป็นมา รวมทง้ั พัฒนาการของหลักการและแนวคดิ ทาง ฟิสิกสท์ ่ีมผี ลตอ่ การแสวงหาความรู้ใหมแ่ ละพัฒนาเทคโนโลยีได้ 2.วัดและรายงานผลการวัดปริมาณทางฟิสิกสไ์ ดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม โดยนำความคลาดเคลอ่ื นในการวดั มาพจิ ารณาใน การนำเสนอผล รวมทง้ั แสดงผลการทดลองในรูปของกราฟวเิ คราะหแ์ ละแปลความหมายจากกราฟเสน้ ตรงได้ 3.ทดลองและอธิบายความสัมพนั ธ์ระหวา่ งตำแหนง่ การกระจัด ความเรว็ และความเรง่ ของการเคลอื่ นทีข่ องวตั ถใุ น แนวตรงทีม่ คี วามเร่งคงตวั จากกราฟและสมการ รวมทัง้ ทดลองหาค่าความเรง่ โน้มถว่ งของโลก และคำนวณปรมิ าณ ต่างๆที่เก่ยี วข้องได้ 4.ทดลองและอธิบายการหาแรงลัพธ์ของแรงสองแรงทีท่ ำมุมตอ่ กนั ได้ 5.เขียนแผนภาพของแรงทีก่ ระทำต่อวตั ถอุ ิสระทดลองและอธิบายกฎการเคลอ่ื นทีข่ องนวิ ตนั และการใชก้ ฏการ เคล่ือนทข่ี องนิวตนั กบั สภาพการเคลอื่ นท่ขี องวตั ถุ รวมทงั้ คำนวณปรมิ าณต่างๆท่ีเกีย่ วขอ้ งได้ 6.อธิบายกฎความโน้มถว่ งสากลและผลของสนามโนม้ ถว่ งท่ที ำให้วตั ถุมีนำ้ หนัก รวมท้งั คำนวณปริมาณตางๆท่ี เกี่ยวขอ้ งได้ 7.วเิ คราะห์ อธิบาย และคำนวณแรงเสยี ดทานระหว่างผิวสมั ผสั ของวตั ถุคหู่ นึ่งๆในกรณที วี่ ัตถุหยุดน่ิงและวตั ถุ เคลือ่ นที่ รวมทงั้ ทดลองหาสมั ประสทิ ธคิ์ วามเสียดทานระหวา่ งผวิ สัมผัสของวัตถุคหู่ นง่ึ ๆและนำความรูเ้ รื่องแรงเสียด ทานไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวันได้ 8.อธบิ าย วเิ คราะห์ และคำนวณปรมิ าณตา่ งๆท่ีเก่ียวข้องกับการเคล่ือนท่ีแบบโพรเจกไทล์ และทดลองการเคลือ่ นที่ แบบโพรเจกไทล์ได้

๒๐๐ 9.ทดลองและอธิบายความสมั พันธร์ ะหว่างแรงสู่ศนู ยก์ ลาง รัศมีของการเคล่ือนที่ อัตราเรว็ เชงิ เส้น อัตราเรว็ เชงิ มุม และมวลของวัตถุในการเคลือ่ นที่แบบวงกลมในระนาบระดับ รวมทงั้ คำนวณปริมาณต่างๆท่เี กย่ี วขอ้ งและประยุกต์ใช้ ความรกู้ ารเคลือ่ นที่แบบวงกลมในการอธิบายการโครงของดาวเทยี มได้


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook