Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรโรงเรียนเทศบาล ๑ใช้ปี2564

หลักสูตรโรงเรียนเทศบาล ๑ใช้ปี2564

Published by kootor_2010, 2021-10-16 08:10:39

Description: หลักสูตรโรงเรียนเทศบาล ๑ใช้ปี2564

Search

Read the Text Version

กล่มุ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๕๑ รายวชิ าพ้นื ฐาน จำนวน 6๐ ชั่วโมง ส2๑๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ๑ จำนวน 2๐ ชวั่ โมง ประวัตศิ าสตร์ ๑ จำนวน 6๐ ชว่ั โมง ส21๑๐2 สังคมศกึ ษา ๒ จำนวน 2๐ ชั่วโมง ส21๑๐3 ประวตั ศิ าสตร์ ๒ จำนวน 6๐ ชว่ั โมง ส21๑๐4 จำนวน 2๐ ชั่วโมง สงั คมศกึ ษา ๓ จำนวน 6๐ ชว่ั โมง ส22๑๐1 ประวัตศิ าสตร์ ๓ จำนวน 2๐ ช่ัวโมง ส22๑๐2 จำนวน 6๐ ชว่ั โมง สงั คมศกึ ษา ๔ จำนวน 2๐ ชั่วโมง ส22๑๐3 ประวัติศาสตร์ ๔ จำนวน 6๐ ชั่วโมง ส22๑๐4 สงั คมศึกษา ๕ จำนวน 2๐ ชั่วโมง ส23๑๐1 ประวัตศิ าสตร์ ๕ จำนวน 2๐ ชว่ั โมง ส23๑๐2 สงั คมศึกษา ๖ จำนวน 2๐ ชั่วโมง ส23๑๐3 จำนวน 2๐ ชั่วโมง ประวตั ิศาสตร์ ๖ จำนวน 2๐ ชั่วโมง ส23๑๐4 จำนวน 2๐ ชั่วโมง รายวิชาเพม่ิ เตมิ จำนวน 2๐ ชวั่ โมง ส2๑๒๐๑ หนา้ ที่พลเมอื ง 1 จำนวน 2๐ ช่ัวโมง จำนวน 2๐ ชั่วโมง ส21๒๐2 หน้าทพี่ ลเมือง 2 จำนวน 2๐ ชว่ั โมง ส22๒๐๑ หน้าทีพ่ ลเมอื ง 3 จำนวน 2๐ ชว่ั โมง ส22๒๐2 หน้าที่พลเมือง 4 จำนวน 2๐ ชัว่ โมง จำนวน 2๐ ชวั่ โมง ส23235 หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง 5 จำนวน 2๐ ชั่วโมง ส23236 หนา้ ที่พลเมือง 6 จำนวน 2๐ ชั่วโมง จำนวน 4๐ ชั่วโมง กลมุ่ สาระการเรียนร้สู ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา จำนวน 4๐ ชั่วโมง รายวชิ าพื้นฐาน พ2๑๑๐๑ สขุ ศึกษา ๑ พ21๑๐2 พลศึกษา ๑ พ2๑๑๐3 สุขศึกษา ๒ พ21๑๐4 พลศกึ ษา ๒ พ22๑๐๑ สุขศึกษา ๓ พ22๑๐2 พลศกึ ษา ๓ พ22๑๐3 สุขศึกษา ๔ พ22๑๐4 พลศึกษา ๔ พ23๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๕ พ23๑๐2 สุขศึกษาและพลศกึ ษา ๖

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ ทศั นศลิ ป์ 1 ๕๒ รายวชิ าพน้ื ฐาน ดนตรี 1 ทัศนศิลป์ 2 จำนวน 2๐ ชว่ั โมง ศ2๑๑๐๑ นาฏศลิ ป์ ๑ จำนวน 2๐ ช่วั โมง ศ๒๑1๐2 จำนวน 2๐ ชั่วโมง ศ2๑๑๐3 ทัศนศลิ ป์ 3 จำนวน 2๐ ชว่ั โมง ศ2๑๑๐4 นาฏศิลป์ 2 จำนวน 2๐ ชว่ั โมง ศ22๑๐1 จำนวน 2๐ ชั่วโมง ศ22๑๐2 ทศั นศิลป์ 4 จำนวน 2๐ ชั่วโมง ศ22๑๐3 ดนตรี 2 จำนวน 2๐ ชวั่ โมง ศ๒21๐4 ศลิ ปะ ๕ จำนวน 2๐ ชว่ั โมง ศ23๑๐๑ จำนวน 2๐ ชั่วโมง ศ23๑๐2 ศลิ ปะ ๖ จำนวน 2๐ ชั่วโมง กลุม่ สาระการเรียนรู้การงานอาชพี จำนวน 2๐ ชั่วโมง รายวชิ าพื้นฐาน จำนวน 2๐ ชั่วโมง จำนวน 2๐ ชวั่ โมง ง2๑๑๐๑ การงานอาชพี ๑ จำนวน 2๐ ช่ัวโมง จำนวน 2๐ ชวั่ โมง ง21๑๐2 การงานอาชีพ ๒ ง22๑๐๑ การงานอาชพี ๓ จำนวน 6๐ ช่วั โมง ง22๑๐2 การงานอาชีพ ๔ จำนวน 6๐ ชว่ั โมง จำนวน 6๐ ช่ัวโมง ง23๑๐๑ การงานอาชีพ ๕ จำนวน 6๐ ชว่ั โมง ง2310๒ การงานอาชพี ๖ จำนวน 6๐ ชว่ั โมง จำนวน 6๐ ชว่ั โมง กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชาพ้นื ฐาน จำนวน ๔๐ ชั่วโมง จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง อ2๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง อ21๑๐2 จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง อ22๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๒ จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง อ22๑๐2 ภาษาองั กฤษ ๓ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ภาษาอังกฤษ ๔ จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง อ23๑๐๑ อ23๑๐2 ภาษาองั กฤษ ๕ ภาษาอังกฤษ ๖ รายวิชาเพม่ิ เตมิ อ2๑๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพอ่ื การส่ือสาร ๑ จ2๑๒๐๑ ภาษาจนี นา่ รู้ ๑ ญ2๑๒๐๑ ภาษาญ่ีปุน่ น่ารู้ ๑ อ2๑๒๐2 ภาษาองั กฤษเพ่ือการสอ่ื สาร ๒ จ2๒๒๐๒ ภาษาจนี นา่ รู้ ๒ ญ2๒๒๐๒ ภาษาญป่ี นุ่ นา่ รู้ ๒ อ2๒๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพื่อการส่ือสาร ๓

จ2๒๒๐๑ ภาษาจีนน่ารู้ ๓ ๕๓ ญ2๒๒๐๑ ภาษาญีป่ ุน่ นา่ รู้ ๓ อ2๒๒๐2 ภาษาอังกฤษเพื่อการสอ่ื สาร ๔ จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง จ2๒๒๐๒ ภาษาจนี นา่ รู้ ๔ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ญ2๒๒๐๒ ภาษาญ่ปี นุ่ น่ารู้ ๔ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๒๐ ช่วั โมง อ23๒๐1 ภาษาองั กฤษเพือ่ การสื่อสาร 5 จำนวน ๔๐ ชั่วโมง จ23๒๐1 ภาษาจีนนา่ รู้ 5 จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ญ23๒๐1 ภาษาญีป่ นุ่ น่ารู้ 5 จำนวน ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๔๐ ชั่วโมง อ23๒๐2 ภาษาอังกฤษเพ่อื การสอ่ื สาร 6 จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง จ23๒๐2 ภาษาจีนนา่ รู้ 6 จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง ญ23๒๐2 ภาษาญป่ี นุ่ น่ารู้ 6 จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๔๐ ชั่วโมง กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น จำนวน ๔๐ ชั่วโมง กจิ กรรมแนะแนว กจิ กรรมลูกเสือและกิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ กิจกรรมชมุ นมุ

๕๔ โครงสรา้ งรายวชิ ามธั ยมศึกษาตอนต้น แผนการเรยี นภาษาไทย – สังคม กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย รายวิชาพืน้ ฐาน ท2๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ จำนวน 60 ชว่ั โมง ท21๑๐2 ภาษาไทย ๒ จำนวน 60 ชว่ั โมง จำนวน 60 ช่วั โมง ท22๑๐๑ ภาษาไทย ๓ จำนวน 60 ชั่วโมง ท22๑๐2 ภาษาไทย ๔ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง ท23๑๐๑ ภาษาไทย ๕ ท23๑๐2 ภาษาไทย ๖ จำนวน ๒0 ชั่วโมง รายวิชาเพ่ิมเติม จำนวน ๒0 ชว่ั โมง จำนวน ๒0 ชว่ั โมง ท2๑๒๐๑ ภาษาไทยเพิ่มเติม ๑ จำนวน ๒0 ชว่ั โมง ท๒๑๒๐๒ ภาษาไทยเพอ่ื การสอ่ื สาร ๑ จำนวน ๒0 ชั่วโมง ท21๒๐๓ ภาษาไทยเพิ่มเติม ๒ จำนวน ๒0 ชั่วโมง จำนวน ๒0 ชวั่ โมง ท21๒๐๔ ภาษาไทยเพอ่ื การสอ่ื สาร ๒ จำนวน ๒0 ชว่ั โมง ท2๒๒๐๑ ภาษาไทยเพิ่มเติม ๓ จำนวน ๒0 ชว่ั โมง จำนวน ๒0 ชั่วโมง ท๒๒๒๐๒ ภาษาไทยเพื่อการสอื่ สาร ๓ ท2๒๒๐๓ ภาษาไทยเพิม่ เตมิ ๔ ท2๒๒๐๔ ภาษาไทยเพอ่ื การสื่อสาร ๔ ท2๓๒๐๑ ภาษาไทยเพ่ิมเตมิ ๕ ท2๓๒๐๒ ภาษาไทยเพิ่มเติม ๖ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ รายวชิ าพน้ื ฐาน ค2๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๑ จำนวน 60 ชั่วโมง ค21๑๐2 คณิตศาสตร์ ๒ จำนวน 60 ชั่วโมง ค22๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๓ จำนวน 60 ชว่ั โมง ค22๑๐2 คณิตศาสตร์ ๔ จำนวน 60 ชว่ั โมง ค23๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๕ จำนวน 60 ชว่ั โมง ค23๑๐2 คณิตศาสตร์ ๖ จำนวน 60 ชว่ั โมง กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาพน้ื ฐาน ว2๑๑๐๑ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๑ จำนวน 60 ชั่วโมง ว21102 วทิ ยาการคำนวณ 1 จำนวน 20 ชั่วโมง ว2๑๑๐3 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒ จำนวน 60 ชว่ั โมง ว2110๔ การออกแบบและเทคโนโลยี ๑ จำนวน 20 ชว่ั โมง

ว2๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๓ ๕๕ ว2๒102 วิทยาการคำนวณ ๒ ว2๒๑๐3 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔ จำนวน 60 ช่ัวโมง ว2๒10๔ การออกแบบและเทคโนโลยี ๒ จำนวน 20 ชว่ั โมง ว2๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๕ จำนวน 60 ชว่ั โมง ว2๓102 วทิ ยาการคำนวณ ๓ จำนวน 20 ชวั่ โมง ว2๓๑๐3 วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๖ จำนวน 60 ชัว่ โมง ว2๓10๔ การออกแบบและเทคโนโลยี ๓ จำนวน 20 ชว่ั โมง รายวิชาเพ่มิ เตมิ จำนวน 60 ชั่วโมง อนิ เทอรเ์ น๊ตและการใชง้ าน ๑ จำนวน 20 ชั่วโมง ว2๓๒๑๖ อนิ เทอรเ์ นต็ และการใช้งาน ๒ ว2๓๒๑๗ จำนวน ๒0 ชว่ั โมง จำนวน 20 ชั่วโมง กลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชาพืน้ ฐาน จำนวน 6๐ ชัว่ โมง จำนวน 2๐ ชว่ั โมง ส2๑๑๐๑ สังคมศึกษา ๑ จำนวน 6๐ ช่ัวโมง ส21๑๐2 ประวัตศิ าสตร์ ๑ จำนวน 2๐ ชั่วโมง จำนวน 6๐ ชั่วโมง ส21๑๐3 สังคมศึกษา ๒ จำนวน 2๐ ชั่วโมง ส21๑๐4 ประวัติศาสตร์ ๒ จำนวน 6๐ ชวั่ โมง ส22๑๐1 สงั คมศกึ ษา ๓ จำนวน 2๐ ชั่วโมง จำนวน 6๐ ช่ัวโมง ส22๑๐2 ประวตั ศิ าสตร์ ๓ จำนวน 2๐ ช่วั โมง ส22๑๐3 สงั คมศกึ ษา ๔ จำนวน 6๐ ชว่ั โมง จำนวน 2๐ ชว่ั โมง ส22๑๐4 ประวตั ิศาสตร์ ๔ ส23๑๐1 สังคมศึกษา ๕ จำนวน 2๐ ชั่วโมง ส23๑๐2 ประวตั ิศาสตร์ ๕ จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง จำนวน 2๐ ชว่ั โมง ส23๑๐3 สงั คมศึกษา ๖ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ส23๑๐4 ประวตั ิศาสตร์ ๖ จำนวน 2๐ ชั่วโมง จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง รายวิชาเพ่ิมเตมิ จำนวน 2๐ ชว่ั โมง จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง ส2๑๒๐๑ หนา้ ทพี่ ลเมือง 1 ส2๑๒๐๒ เมืองนครราชสีมาของเรา 1 ส21๒๐๓ หน้าทพี่ ลเมือง 2 ส2๑๒๐๔ อาเซยี นนา่ รู้ 1 ส2๒๒๐๑ หน้าทพ่ี ลเมือง 3 ส2๒๒๐๒ เศรษฐกจิ พอเพยี ง 1 ส2๒๒๐๓ หนา้ ทพ่ี ลเมือง 4 ส2๒๒๐๔ เศรษฐกจิ พอเพียง ๒

กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๕๖ รายวชิ าพ้ืนฐาน จำนวน 2๐ ชว่ั โมง พ2๑๑๐๑ สุขศึกษา ๑ จำนวน 2๐ ชั่วโมง พ21๑๐2 พลศกึ ษา ๑ จำนวน 2๐ ชั่วโมง พ2๑๑๐3 สุขศกึ ษา ๒ จำนวน 2๐ ชั่วโมง พ21๑๐4 พลศกึ ษา ๒ จำนวน 2๐ ชว่ั โมง จำนวน 2๐ ชั่วโมง พ22๑๐๑ สขุ ศกึ ษา ๓ จำนวน 2๐ ชั่วโมง พ22๑๐2 พลศึกษา ๓ จำนวน 2๐ ชว่ั โมง จำนวน 4๐ ช่วั โมง พ22๑๐3 สุขศกึ ษา ๔ จำนวน 4๐ ชว่ั โมง พ22๑๐4 พลศกึ ษา ๔ พ23๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๕ จำนวน 2๐ ชว่ั โมง จำนวน 2๐ ชว่ั โมง พ23๑๐2 สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๖ จำนวน 2๐ ชั่วโมง จำนวน 2๐ ชั่วโมง กลุ่มสาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ ทัศนศลิ ป์ 1 จำนวน 2๐ ชั่วโมง รายวชิ าพืน้ ฐาน ดนตรี 1 จำนวน 2๐ ชัว่ โมง ทัศนศลิ ป์ 2 จำนวน 2๐ ชว่ั โมง ศ2๑๑๐๑ นาฏศิลป์ ๑ จำนวน 2๐ ชว่ั โมง ศ๒๑1๐2 ทศั นศิลป์ 3 จำนวน 2๐ ชว่ั โมง ศ2๑๑๐3 นาฏศิลป์ 2 จำนวน 2๐ ชว่ั โมง ศ2๑๑๐4 ทศั นศลิ ป์ 4 ศ22๑๐1 ดนตรี 2 จำนวน 2๐ ชว่ั โมง ศ22๑๐2 ศิลปะ ๕ จำนวน 2๐ ช่ัวโมง ศ22๑๐3 ศิลปะ ๖ ศ๒21๐4 จำนวน 2๐ ชั่วโมง ศ23๑๐๑ ทัศนศิลป์ ๕ จำนวน 2๐ ชั่วโมง ศ23๑๐2 ทศั นศลิ ป์ ๖ จำนวน 2๐ ชั่วโมง รายวชิ าเพม่ิ เติม จำนวน 2๐ ชัว่ โมง จำนวน 2๐ ชั่วโมง ศ2๓๒๑๑ จำนวน 2๐ ชั่วโมง ศ๒๓๒๑๒ กลุ่มสาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี รายวชิ าพ้นื ฐาน ง2๑๑๐๑ การงานอาชพี ๑ ง21๑๐2 การงานอาชพี ๒ ง22๑๐๑ การงานอาชพี ๓ ง22๑๐2 การงานอาชพี ๔ ง23๑๐๑ การงานอาชพี ๕ ง2310๒ การงานอาชีพ ๖

๕๗ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ รายวิชาพนื้ ฐาน อ2๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑ จำนวน 6๐ ชว่ั โมง อ21๑๐2 จำนวน 6๐ ช่ัวโมง อ22๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๒ จำนวน 6๐ ช่ัวโมง อ22๑๐2 ภาษาอังกฤษ ๓ จำนวน 6๐ ชั่วโมง อ23๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔ จำนวน 6๐ ชัว่ โมง อ23๑๐2 จำนวน 6๐ ชว่ั โมง รายวชิ าเพมิ่ เตมิ ภาษาองั กฤษ ๕ ภาษาอังกฤษ ๖ จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง อ2๓๒๐๑ ภาษาจนี เพ่อื การสื่อสาร ๕ จ2๓๒๐๒ ภาษาจนี เพือ่ การสือ่ สาร ๖ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง กจิ กรรมแนะแนว จำนวน ๔๐ ชั่วโมง จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง กิจกรรมลูกเสือและกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ กจิ กรรมชมุ นมุ โครงสรา้ งรายวชิ าระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย แผนการเรียนวิทยาศาสตร์ - คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย รายวิชาพน้ื ฐาน ท31101 ภาษาไทย 1 จำนวน ๔0 ชว่ั โมง ท31102 ภาษาไทย 2 จำนวน ๔0 ช่ัวโมง ท32101 ภาษาไทย ๓ จำนวน ๔0 ชวั่ โมง ท32102 ภาษาไทย ๔ จำนวน ๔0 ชั่วโมง ท33101 ภาษาไทย จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง ท33102 ภาษาไทย จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง กลุ่มสาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ รายวิชาพ้ืนฐาน ค๓๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๑ จำนวน ๔0 ชั่วโมง ค๓๑๑๐๒๑ คณิตศาสตร์ ๒ จำนวน ๔0 ชั่วโมง ค๓๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๓ จำนวน ๔0 ชว่ั โมง ค๓2๑๐2 คณิตศาสตร์ ๔ จำนวน ๔0 ชว่ั โมง ค๓3๑๐๑ คณิตศาสตร์ จำนวน ๔0 ช่วั โมง ค๓3๑๐2 คณิตศาสตร์ จำนวน ๔0 ช่ัวโมง

รายวิชาเพิม่ เติม คณิตศาสตร์ เพมิ่ เตมิ ๑ ๕๘ ค๓๑๒๐๑ คณิตศาสตร์ เพิ่มเติม ๒ จำนวน ๖0 ชัว่ โมง ค๓๑๒๐๒ คณิตศาสตร์ เพิ่มเติม ๓ จำนวน ๖0 ช่ัวโมง ค๓๒๒๐๑ จำนวน ๖0 ชว่ั โมง ค๓๒๒๐๒ คณิตศาสตร์ เพม่ิ เตมิ ๔ จำนวน ๖0 ชั่วโมง ค๓๓๒๐๑ คณิตศาสตร์ เพิ่มเติม ๕ จำนวน ๖0 ชั่วโมง ค๓๓๒๐๒ คณิตศาสตร์ เพม่ิ เติม ๖ จำนวน ๖0 ชว่ั โมง กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน 20 ชั่วโมง จำนวน 20 ชว่ั โมง รายวชิ าพน้ื ฐาน จำนวน 20 ชัว่ โมง จำนวน 20 ชั่วโมง ว๓๐๑๐๑ วทิ ยาการคำนวณ 1 จำนวน ๖0 ชั่วโมง การออกแบบเทคโนโลยี 1 จำนวน 20 ชว่ั โมง ว๓๐๑๐๒ วทิ ยาการคำนวณ 2 จำนวน 20 ชั่วโมง ว๓๐๑๐๓ การออกแบบเทคโนโลยี 2 ว๓๐๑04 จำนวน ๖0 ชัว่ โมง วิทยาศาสตร์ชวี ภาพ จำนวน ๖0 ชั่วโมง ว๓๐๑๐๕ การออกแบบและเทคโนโลยี จำนวน ๖0 ชว่ั โมง ว๓๐๑๐๖ วิทยาการคำนวณ ๒ จำนวน ๔0 ชวั่ โมง จำนวน ๖0 ชว่ั โมง ว๓๐๑๐๗ จำนวน ๖0 ชว่ั โมง รายวชิ าเพ่ิมเตมิ จำนวน ๖0 ชว่ั โมง จำนวน ๔0 ชว่ั โมง ว๓๑๒๐๑ ฟิสิกส์ ๑ จำนวน ๖0 ชว่ั โมง จำนวน ๖0 ชว่ั โมง ว๓๑๒๒๑ เคมี ๑ จำนวน ๖0 ชั่วโมง จำนวน ๔0 ชั่วโมง ว๓๑๒๔๑ ชีววทิ ยา ๑ จำนวน ๖0 ชั่วโมง จำนวน ๖0 ชว่ั โมง ว๓๑๒๖๑ โลกดาราศาสตร์และอาวกาศ ๑ จำนวน ๖0 ชว่ั โมง จำนวน ๔0 ชว่ั โมง ว๓๑๒๐๒ ฟสิ กิ ส์ ๒ ว๓๑๒๒๒ เคมี ๒ ว๓๑๒๔๒ ชวี วิทยา ๒ ว๓๑๒๖๒ โลกดาราศาสตรแ์ ละอาวกาศ ๒ ว๓๒๒๐๑ ฟิสิกส์ ๓ ว๓๒๒๒๑ เคมี ๓ ว๓๒๒๔๑ ชวี วทิ ยา ๓ ว๓๒๒๖๑ โลกดาราศาสตร์และอาวกาศ ๓ ว๓๒๒๐๒ ฟิสกิ ส์ ๔ ว๓๒๒๒๒ เคมี ๔ ว๓๒๒๔๒ ชีววิทยา ๔ ว๓๒๒๖๒ โลกดาราศาสตร์และอาวกาศ ๔

ว๓๐๒๐๕ ฟสิ กิ ส์ ๔ ๕๙ ว๓๐๒๒๕ เคมี ๔ ว๓๐๒๔๕ ชวี วิทยา ๔ จำนวน ๖0 ชัว่ โมง ว๓๐๒๐๖ ฟิสิกส์ ๕ จำนวน ๖0 ชวั่ โมง ว๓๐๒๒๖ เคมี ๕ จำนวน ๖0 ชั่วโมง ว๓๐๒๔๖ ชวี วทิ ยา ๕ จำนวน ๖0 ชั่วโมง จำนวน ๖0 ชัว่ โมง กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม จำนวน ๖0 ช่ัวโมง รายวิชาพน้ื ฐาน จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง ส๓๑๑๐๑ สงั คมศึกษา จำนวน 2๐ ชว่ั โมง ส๓1๑๐2 ประวัติศาสตร์ไทย จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ส๓1๑๐3 สงั คมศกึ ษา จำนวน 2๐ ชั่วโมง จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง ส๓1๑๐4 ประวตั ิศาสตร์ไทย จำนวน 2๐ ชวั่ โมง ส๓2๑๐1 สงั คมศึกษา จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ส๓2๑๐2 ประวตั ิศาสตร์สากล จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง ส๓2๑๐3 สงั คมศกึ ษา จำนวน ๔๐ ช่วั โมง ส๓2๑๐4 ประวัตศิ าสตร์สากล จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ส๓3๑๐1 สังคมศึกษา จำนวน 2๐ ช่วั โมง ส๓3๑๐๒ สังคมศึกษา จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๒๐ ช่วั โมง รายวชิ าเพมิ่ เติม จำนวน 2๐ ช่ัวโมง ส๓๑๒๐๑ หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง 1 จำนวน 2๐ ช่วั โมง ส๓๑๒๐2 หน้าที่พลเมือง 2 จำนวน 2๐ ชั่วโมง ส๓๒๒๐๑ หน้าที่พลเมือง ๑ จำนวน 2๐ ช่วั โมง จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง ส๓๒๒๐๒ หน้าท่พี ลเมอื ง 4 จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง กล่มุ สาระการเรียนรู้สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา รายวิชาพนื้ ฐาน พ๓๑๑๐๑ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ๑ พ๓1๑๐2 สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๒ พ๓๒๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๓ พ๓๒๑๐๒ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๔ พ๓3๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา พ๓3๑๐2 สุขศึกษาและพลศกึ ษา

กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะ ทัศนศิลป์ ๑ ๖๐ ทศั นศิลป์ ๒ รายวิชาพืน้ ฐาน จำนวน 2๐ ชั่วโมง นาฏศลิ ป์ ๑ จำนวน 2๐ ชั่วโมง ศ๓๑๑๐๑ นาฏศลิ ป์ ๒ จำนวน 2๐ ชว่ั โมง ศ๓๑1๐2 จำนวน 2๐ ชั่วโมง ศ๓๒๑๐๑ ดนตร๑ี จำนวน 2๐ ชว่ั โมง ศ๓2๑๐๒ ดนตรี ๒ จำนวน 2๐ ชว่ั โมง ศ๓๓๑๐1 ศ๓๓๑๐2 จำนวน 2๐ ชัว่ โมง จำนวน 2๐ ชั่วโมง กลมุ่ สาระการเรยี นรูก้ ารงานอาชีพ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง รายวิชาพ้นื ฐาน จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง ง๓๒๑๐๑ การงานอาชีพ ๑ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ง๓๒๑๐2 การงานอาชีพ ๒ ง๓๓๑๐๑ การงานอาชพี จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ง๓๓๑๐2 การงานอาชพี จำนวน ๔๐ ช่วั โมง จำนวน ๔๐ ชั่วโมง รายวิชาเพ่มิ เติม อาหารโบราณโคราช ๑ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง อาหารโบราณโคราช ๒ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง ง๓๑๒๐๑ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ง๓๑๒๐2 จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาตา่ งประเทศ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง รายวชิ าพ้นื ฐาน จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง อ๓๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑ อ๓1๑๐2 ภาษาอังกฤษ ๒ อ๓2๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๓ อ๓2๑๐2 ภาษาอังกฤษ ๔ อ๓3๑๐๑ ภาษาองั กฤษ อ๓3๑๐2 ภาษาองั กฤษ กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมชมุ นุมและรักษาดินแดน (น.ศ.ท.) กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์

๖๑ โครงสร้างรายวชิ าระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย แผนการเรียนองั กฤษ - จนี กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย รายวิชาพ้นื ฐาน ท31101 ภาษาไทย 1 จำนวน ๔0 ชว่ั โมง ท31102 ภาษาไทย 2 จำนวน ๔0 ชั่วโมง ท32101 ภาษาไทย ๓ จำนวน ๔0 ชั่วโมง ท32102 ภาษาไทย ๔ จำนวน ๔0 ชั่วโมง ท33101 ภาษาไทย จำนวน ๔๐ ช่วั โมง ท33102 ภาษาไทย จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง รายวชิ าเพิ่มเติม การอ่านและพิจารณาวรรณกรรม ๑ จำนวน ๒0 ชั่วโมง ท3๑201 การพดู และการเขยี นเชิงสร้างสรรค์ ๑ จำนวน ๒0 ชว่ั โมง ท3๑202 ประวัติวรรณคดี ๑ จำนวน ๒0 ชว่ั โมง ท3๒20๑ การประพนั ธ์กลอนและโครง ๑ จำนวน ๒0 ชั่วโมง ท3๒20๒ ท3320๑ หลักการใช้ภาษาไทย ๑ จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง ท33๒02 หลกั การใช้ภาษาไทย ๒ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รายวิชาพื้นฐาน ค๓๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑ จำนวน ๔0 ชว่ั โมง ค๓๑๑๐๒๑ คณิตศาสตร์ ๒ จำนวน ๔0 ชั่วโมง ค๓๒๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๓ จำนวน ๔0 ชว่ั โมง ค๓2๑๐2 คณิตศาสตร์ ๔ จำนวน ๔0 ชวั่ โมง ค๓3๑๐๑ คณิตศาสตร์ จำนวน ๔0 ชั่วโมง ค๓3๑๐2 คณิตศาสตร์ จำนวน ๔0 ชวั่ โมง กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ าพนื้ ฐาน ว๓๐๑๐๑ วทิ ยาการคำนวณ 1 จำนวน 20 ชว่ั โมง จำนวน 20 ชว่ั โมง ว๓๐๑๐๒ การออกแบบเทคโนโลยี 1 จำนวน 20 ชัว่ โมง ว๓๐๑๐๓ วิทยาการคำนวณ 2 จำนวน 20 ช่วั โมง ว๓๐๑04 การออกแบบเทคโนโลยี 2 จำนวน ๖0 ชวั่ โมง ว๓๐๑๐๕ วิทยาศาสตร์ชวี ภาพ จำนวน 20 ชั่วโมง ว๓๐๑๐๖ การออกแบบและเทคโนโลยี จำนวน 20 ชวั่ โมง ว๓๐๑๐๗ วิทยาการคำนวณ ๒

๖๒ รายวชิ าเพ่มิ เตมิ เทคโนโลยีสารสนเทศและเครือขา่ ย ๑ จำนวน ๔0 ช่วั โมง การจดั การฐานข้อมลู ๑ จำนวน ๔0 ช่วั โมง ว๓๑๒๐๑ ว3๑202 การผลติ สอ่ื นำเสนอ ๑ จำนวน ๔0 ชว่ั โมง ว๓๒๒๐๑ จนิ ตนาการสร้างสรรค์ ๑ จำนวน ๔0 ชัว่ โมง ว3๒20๒ กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวิชาพ้นื ฐาน ส๓๑๑๐๑ สงั คมศึกษา จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง จำนวน 2๐ ช่วั โมง ส๓1๑๐2 ประวตั ศิ าสตรไ์ ทย จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง ส๓1๑๐3 สงั คมศกึ ษา จำนวน 2๐ ชั่วโมง ส๓1๑๐4 ประวัตศิ าสตร์ไทย จำนวน ๔๐ ชั่วโมง จำนวน 2๐ ช่ัวโมง ส๓2๑๐1 สงั คมศึกษา จำนวน ๔๐ ช่วั โมง ส๓2๑๐2 ประวตั ิศาสตรส์ ากล จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง ส๓2๑๐3 สงั คมศกึ ษา จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ส๓2๑๐4 ประวัติศาสตร์สากล จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ส๓3๑๐1 สังคมศึกษา จำนวน ๒๐ ชั่วโมง ส๓3๑๐๒ สงั คมศึกษา จำนวน 2๐ ชัว่ โมง จำนวน ๒๐ ชั่วโมง รายวชิ าเพิ่มเตมิ หนา้ ทพ่ี ลเมือง 1 จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ส๓๑๒๐๑ หนา้ ที่พลเมอื ง 2 จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ส๓๑๒๐2 หน้าทีพ่ ลเมอื ง 3 ส๓๒๒๐๑ หนา้ ท่ีพลเมอื ง 4 ส๓๒๒๐๒ ส๓๓๒๐๑ สังคมศึกษา ๓ ส๓๓๒๐๒ สังคมศกึ ษา ๔ กลมุ่ สาระการเรียนร้สู ุขศกึ ษาและพลศึกษา รายวชิ าพน้ื ฐาน พ๓๑๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ๑ จำนวน 2๐ ชวั่ โมง พ๓1๑๐2 สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๒ จำนวน 2๐ ช่ัวโมง พ๓๒๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๓ จำนวน 2๐ ช่วั โมง พ๓๒๑๐๒ สุขศึกษาและพลศึกษา ๔ จำนวน 2๐ ชั่วโมง พ๓3๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง พ๓3๑๐2 สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา จำนวน ๒๐ ชั่วโมง

กลุ่มสาระการเรียนรู้ศลิ ปะ ทัศนศลิ ป์ ๑ ๖๓ ทศั นศิลป์ ๒ รายวิชาพ้ืนฐาน นาฏศลิ ป์ ๑ จำนวน 2๐ ชั่วโมง จำนวน 2๐ ชั่วโมง ศ๓๑๑๐๑ นาฏศลิ ป์ ๒ จำนวน 2๐ ชว่ั โมง ศ๓๑1๐2 ดนตร๑ี จำนวน 2๐ ชัว่ โมง ศ๓๒๑๐๑ จำนวน 2๐ ชว่ั โมง ศ๓2๑๐๒ ดนตรี ๒ จำนวน 2๐ ช่วั โมง ศ๓๓๑๐1 ศ๓๓๑๐2 จำนวน 2๐ ชั่วโมง จำนวน 2๐ ชั่วโมง กลมุ่ สาระการเรยี นรูก้ ารงานอาชพี จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง รายวชิ าพน้ื ฐาน จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ง๓๒๑๐๑ การงานอาชพี ๑ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ง๓๒๑๐2 การงานอาชพี ๒ จำนวน 2๐ ชั่วโมง ง๓๓๑๐๑ การงานอาชีพ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ง๓๓๑๐2 การงานอาชพี จำนวน ๔๐ ชั่วโมง จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง รายวิชาเพม่ิ เติม อาหารโบราณโคราช 1 จำนวน ๔๐ ชั่วโมง อาหารโบราณโคราช 2 จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ง3๑201 จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง ง3๑202 จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง รายวิชาพน้ื ฐาน จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง อ๓๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๑ อ๓1๑๐2 ภาษาองั กฤษ ๒ อ๓2๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๓ อ๓2๑๐2 ภาษาองั กฤษ ๔ อ๓3๑๐๑ ภาษาองั กฤษ อ๓3๑๐2 ภาษาอังกฤษ รายวิชาเพิ่มเตมิ อ31201 ภาษาองั กฤษเพือ่ การสอื่ สาร ๑ จ31201 ภาษาจนี 1 ญ31201 ภาษาญป่ี นุ่ ๑ อ31202 ภาษาอังกฤษเพ่อื การสอื่ สาร ๒

จ3120๒ ภาษาจีน ๒ ๖๔ ญ3120๒ ภาษาญป่ี นุ่ ๒ อ3๒201 พัฒนาทกั ษะภาษาอังกฤษ ๑ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง จ3๒201 ภาษาจนี ๓ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง ญ3๒201 ภาษาญี่ปนุ่ ๓ จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง อ3๒20๒ พัฒนาทกั ษะภาษาองั กฤษ ๒ จำนวน ๘๐ ชัว่ โมง จ3220๒ ภาษาจนี ๔ จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง อ3๒20๒ ภาษาญปี่ นุ่ ๔ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๖๐ ชั่วโมง อ3320๑ ภาษาอังกฤษ ๕ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง จ/ญ๓๓๒๐๑ ภาษาจนี /ภาษาญ่ีปนุ่ ๕ จำนวน ๖๐ ช่วั โมง จำนวน ๖๐ ชัว่ โมง อ3320๒ ภาษาองั กฤษ ๖ จ/ญ๓๓๒๐๒ ภาษาจีน/ภาษาญ่ปี ่นุ ๖ จำนวน ๒๐ ช่ัวโมง จำนวน ๒๐ ช่ัวโมง กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมชมุ นุมและรักษาดนิ แดน (น.ศ.ท.) กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์

๖๕ คำอธิบายรายวิชา

๖๖ กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย

๖๗ คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน ท๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๑ จำนวน ๒๐๐ ช่ัวโมง ........................................................................................................................................................................ การอ่านออกเสียงคำคล้องจองและข้อความสั้น ๆ บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน เล่าเรื่องย่อจากเรื่องที่อ่าน คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่าน อ่าน หนังสือตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอ บอกความหมายของเครื่องหมายหรอื สัญลักษณ์สำคัญที่พบเห็นใน ชีวติ ประจำวนั และบอกสัญลกั ษณ์ธงในกลุ่มประเทศอาเซียน บอกช่ือประเทศในกลุ่มอาเซียน คัดลายมือตัว บรรจงเต็มบรรทัด เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่าย ๆ ฟังคำแนะนำ คำสั่งง่าย ๆ และปฏิบัติตาม ตอบคำถามและเล่าเรื่องที่ฟัง และดู ทั้งที่เป็นความรู้และความบันเทิง พูดแสดงความคิดเห็นและ ความรู้สึกจากเรื่องที่ฟังและดูพูดสื่อสารได้ตามวัตถุประสงค์ บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย เขยี นสะกดคำและบอกความหมายของคำ เรยี บเรยี งคำเปน็ ประโยคงา่ ย ๆ ตอ่ คำคลอ้ งจอง งา่ ย ๆ บอกขอ้ คดิ ท่ีได้จากการอ่านหรอื การฟงั วรรณกรรมรอ้ ยแก้ว และรอ้ ยกรองสำหรบั เด็กท่องจำบท อาขยานตามท่กี ำหนดและบทร้อยกลรองตามความสนใจ การพูดภาษาถิน่ รูจ้ กั บุคคลสำคญั ในทอ้ งถน่ิ และร้จู ักสถานท่สี ำคญั ในท้องถ่นิ การเรียนรู้แนวทางการดำเนินชีวิตตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การอยู่อย่างพอประมาณ ความมเี หตผุ ล รวมถงึ ความจำเปน็ ที่ตอ้ งมภี ูมคิ ุ้มกนั ในตวั เอง การเรียนรูแ้ ละปฏิบตั ติ ามคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ของนกั เรียน ๘ ประการ รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสตั ย์สจุ ริต มีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ อยู่อยา่ งพอเพยี ง มงุ่ มัน่ ในการทำงาน รกั ในความเป็นไทย จิตสาธารณะ การใช้ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ในทักษะการสื่อสาร สามารถใช้ภาษาในการถ่ายทอด การสือ่ สาร การรบั และการส่งสารใหไ้ ด้ความรคู้ วามเขา้ ใจ ทกั ษะการคิด สามารถใชก้ ารคิดวิเคราะห์ การคดิ สังเคราะห์และการคิดอย่างมวี จิ ารณญาณ ใหเ้ กิด ความคิดสร้างสรรค์คิดเชิงคณุ ธรรมและการคิดอย่างเปน็ ระบบ ทกั ษะการแก้ปญั หา สามารถในการแก้ปัญหาและอปุ สรรคตา่ ง ๆ อย่างถกู ตอ้ ง ทกั ษะชีวิต สามารถนำกระบวนการตา่ ง ๆ ไปใช้ในการดำรงชีวิตประจำวนั เกิดการเรยี นรู้ด้วยตนเอง และอยรู่ ่วมกันกบั สงั คมได้ ทักษะการใช้เทคโนโลยี สามารถเลอื กใช้เทคโนโลยดี า้ นต่าง ๆ เพื่อพัฒนาตนเอง การเรียนร้ใู นการสื่อสาร การทำงาน การแกป้ ัญหาอย่างมคี วามคดิ สร้างสรรค์การใช้ชวี ติ ให้อยู่กับ สังคมมีคุณธรรมไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสมกับวัย เพือ่ สร้างชมุ ชนแห่งการเรยี นรู้ (PLC) รหสั ตัวชี้วดั ท ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป๑/๔, ป.๑/๕, ป.๑/๖, ป.๑/๗, ป.๑/๘ ท ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒ ป.๑/๓ ท ๑.๓ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕ ท ๑.๔ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔ ท ๑.๕ ป.๑/๑, ป.๑/๒ รวมทั้งหมด ๒๒ ตวั ชี้วัด \\

๖๘ คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน ท๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๒ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง ......................................................................................................................................................................... . ศึกษาหาความรู้ความเข้าใจหลักเกณฑก์ ารอ่าน ความหมายของคำ ประโยค ขอ้ ความ สามารถเลือก อา่ นหนังสอื ประเภทความรู้ ความบันเทิง คำท่มี ตี ัวการนั ต์ อกั ษรควบ อักษรนำ ประโยค ขอ้ ความ จับใจความ คาดคะเนเหตกุ ารณ์ อ่านในใจ อา่ นออกเสียง อ่านคำพนื้ ฐาน แจกลูก สะกดคำในมาตราตวั สะกดต่าง ๆ อ่านผนั วรรณยุกต์ ตั้งคำถามตอบคำถาม อ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว ร้อยกรอง ทำนองเสนาะ บทอาขยาน เขียนโดยใช้ กระบวนการเขียน พัฒนางานของตนเอง คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด ตามรูปแบบการเขียนภาษาไทย เขียนเร่ืองส้นั เกย่ี วกบั ประสบการณ์ตามจินตนาการ ฟงั และดู ส่ิงทีเ่ ปน็ ความรู้ความบนั เทงิ จับใจความสำคัญ ตงั้ คำถามตอบคำถาม พูดเลา่ เร่ืองประสบการณแ์ สดงความรู้และความคดิ มีทกั ษะในการพูดออกเสียงชัดเจน เหมาะสม บอกและเขียนพยัญชนะ สระวรรณยุกต์ ใช้คำตรงความหมายในการเขียนประโยค ข้อความสั้นๆ คำคล้องจอง ใช้ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่นได้เหมาะสมกับกาลเทศะ อ่านนิทานเรื่องส้ันวรรณกรรมร้อยแกว้ และรอ้ ยกรองสำหรบั เด็ก บทรอ้ งเลน่ ทอ่ งจำบทอาขยานทกี่ ำหนด โดยใชท้ ักษะการอ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง ขอ้ ความและบทรอ้ ยกรองง่าย ๆ เขยี นเร่ืองส้นั เกย่ี วกับ ประสบการณต์ ามจินตนาการ มมี ารยาทในการเขยี น ฟังคำแนะนำ คำท่ีซับซอ้ นและปฏบิ ตั ิตาม เล่าเร่อื งทฟี่ งั และดูท้ังที่เป็นความรแู้ ละความบันเทิง บอกสาระสำคัญของเร่ืองที่ฟังและดู ต้ังคำถามและตอบคำถาม เกยี่ วกับเรือ่ งทฟ่ี งั และดู พูดและแสดงความคิดเห็นและความรสู้ กึ จากเร่ืองที่ฟงั และดู มีมารยาทในการฟังและดูและ การพูด บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยกุ ต์และเลขไทย เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ เรียบ เรยี งคำเปน็ ประโยค ได้ตรงตามเจตนาของการสือ่ สาร บอกลักษณะคำคลอ้ งจอง เลอื กใช้ภาษาไทยมาตรฐาน และ เลือกใช้ภาษาถ่ินไดเ้ หมาะสมกับกาลเทศะ เพื่อให้มีมารยาทและนิสัยรักการอ่าน และนิสัยรักการเขียน การฟัง ดู พูด และนำข้อคิดไปใช้ใน ชวี ติ ประจำวนั มที ักษะทางภาษาเปน็ เครอ่ื งมือในการเขียน รกั ความเปน็ ไทย รหัสตวั ชวี้ ดั ท 1.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6, ป.2/7, ป.2/8 ท 2.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4 ท 3.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6, ป.2/7 ท 4.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5 ท 5.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3 รวมท้ังหมด 27 ตวั ชีว้ ัด

๖๙ คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน ท๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง ......................................................................................................................................................................... ศึกษาและใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด ด้วยการอ่านออกเสียงคำ ข้อความ เรื่องสั้น ๆ บทร้อยกรองง่าย ๆ วรรณคดีและวรรณกรรม พร้อมอธิบายความหมายของคำ และข้อความที่ อา่ น ตั้งคำถาม ตอบคำถามเชงิ เหตุผล ลำดบั เหตกุ ารณ์ คาดคะเนเหตกุ ารณจ์ ากเรอื่ งทอี่ ่าน การสรุปความรู้ และข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน และอ่านหนังสือที่มีคุณค่าตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอ การอ่านข้อเขียนเชิง อธิบายและการปฏิบัติตาม บอกความหมายของข้อมูลจากการอ่านแผนภาพ แผนที่ และแผนภูมิ การใช้ กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเร่ืองตามจินตนาการ บนั ทึกประจำวนั จดหมายลาครู เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ เขียนเรื่องราวในรปู แบบต่าง ๆ เขยี นรายงานขอ้ มูลสารสนเทศ และรายงานการศกึ ษาค้นคว้า การ คดั ลายมอื ตัวบรรจงเตม็ บรรทดั การเลือกฟงั และดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคดิ ความรสู้ กึ ในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวจิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์ การเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและดู ทั้งที่เปน็ ความรู้ และความบันเทงิ บอกสาระสำคัญจากการฟังและการดู การตั้งคำถามและการตอบคำถามเกี่ยวกับ เรื่องที่ฟังและดู พูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและดูอย่างมีมารยาท มีความเข้าใจธรรมชาติของ ภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษา ภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาติ ด้วยการเขียนสะกดคำ บอกความหมายของคำ ชนิดและหน้าทีข่ องคำใน ประโยค การใชพ้ จนานุกรม การแต่งคำคล้องจอง การแต่งประโยคง่าย ๆ และการแต่งคำขวัญ การเลือกใช้ คำภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิน่ ได้เหมาะสมกบั กาลเทศะ ความเข้าใจ และแสดงความคิดเห็น วิจารณ์ วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย และบทรอ้ ยกรองท่มี คี ณุ คา่ ตามความสนใจ ท่องจำบทอาขยานตามทก่ี ำหนด โดยใช้ทักษะกระบวนการทางภาษาทั้งด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน อธิบาย กระบวนการคิด แสดงความคิดเห็น กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุม่ วิเคราะห์วรรณกรรม ร้อยแกว้ และร้อยกรอง เพื่อสรุปความรู้และข้อคิดที่ได้จากการอ่านไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน นำไปใช้ตัดสินใจ แกป้ ัญหาในการดำเนนิ ชีวติ เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ทักษะกระบวนการ เจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาภาษาไทย รักความ เป็นไทย ตั้งใจเรียนและมีส่วนร่วมในกจิ กรรมการเรียน เกิดความสามารถในการศึกษา ซักถามและสืบค้น เพื่อหาข้อมูลความรจู้ ากแหล่งการเรียนรตู้ ่าง ๆ มคี วามรอบคอบในการทำงาน ใชภ้ าษาไทยได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม มีมารยาทในการพูด การอ่าน การเขียน และการฟัง นำความรู้ท่ีไดจ้ ากการศึกษาไปประยุกต์ใช้ ในชีวิตจริง เกิดความสามารถในการคิด ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต และความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยีได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ รหสั ตวั ชี้วัด ท ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙ ท ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖ ท ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖ ท ๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖ รวมทั้งหมด ๓๑ ตัว

๗๐ คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน ท๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง ......................................................................................................................................................................... อธบิ ายความหมายของคำ ประโยค สำนวนจากเรื่องทีอ่ ่าน คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่านโดย ระบุเหตุผล คำตอบ จำแนกข้อเท็จจริงจากเรื่องที่ฟังและดู อ่านออกเสียงร้อยแก้วและบทร้อยกรองเปน็ ทำนองเสนาะไดถ้ กู ต้อง อา่ นเร่ืองสัน้ ตามเวลาทีก่ ำหนดและตอบคำถามจากเร่อื งท่อี า่ น แยกแยะข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน สรุปความรู้และข้อคิดจากเรื่องที่อ่านเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน อ่าน หนังสอื ท่ีมคี ุณค่าตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอและแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับเร่อื งที่อ่าน คดั ลายมือ ตัวบรรจงเตม็ บรรทัดและครึ่งบรรทัด เขยี นส่ือสารโดยใช้ถอ้ ยคำชัดเจนและเหมาะสม เขยี นแผนภาพโครง เรือ่ งและแผนภาพความคิดเพอ่ื พัฒนางานเขยี น เขียนยอ่ ความจากเรอื่ งสน้ั ๆ เขยี นจดหมายถึงเพื่อนและ บดิ ามารดา เขียนบนั ทึกและเขียนรายงานจากการค้นคว้า เขียนเรอ่ื งตามจินตนาการ พดู แสดงความรู้สึก สรุป ตั้งคำถามและตอบคำถามจากเรื่องที่ฟังและดู รายงานประเด็นศึกษาค้นคว้าจากการฟังและดู สนทนา สะกดและบอกความหมายของคำในบริบทต่าง ๆ ระบุชนิดและหน้าที่ของคำในประโยค ใช้ พจนานุกรมค้นหาความหมายของคำ แต่งประโยคได้ถูกต้องตามหลักภาษา แต่งบทร้อยกรอง คำขวัญ บอกความหมายของสำนวน เปรียบเทียบภาษาไทยมาตรฐานกันภาษาถิ่น ระบุข้อคิดจากนิทานพื้นบ้าน หรือนิทานคติธรรม อธิบายข้อคดิ จากการอ่านเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ร้องเพลงพื้นบา้ น ท่องจำบท อาขยาน และบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ อ่านในใจเรื่องสั้น โคราชบ้านเอ๋ง เที่ยวเมืองย่าโม รายงานจากการศึกษาค้นคว้า เขียนแผนภาพความคิด เขยี นและอ่านภาษาถนิ่ โคราช ภาษาไทยมาตรฐาน จำแนกข้อเท็จจริง ขอ้ คิดเหน็ จากเร่ืองทฟ่ี ังและดู ใช้ทกั ษะกระบวนการอา่ น การเขยี น การฟังการดแู ละการพดู หลกั การใช้ภาษาไทย วรรณคดีและ วรรณกรรมการส่อื สาร พัฒนากระบวนการคดิ แกป้ ญั หาและอปุ สรรคตา่ ง ๆ ทีเ่ ผชญิ ได้อยา่ งถูกต้อง เหมาะสมบนพ้ืนฐานของหลกั คณุ ธรรมจรยิ ธรรม นำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการดำเนินชีวติ ประจำวนั การเรยี นรู้ การทำงานและการอยู่ร่วมกนั ในสงั คม มมี ารยาทในการอ่าน การเขียน การฟังการดแู ละการพูด เหน็ คุณคา่ ของหลกั การใชภ้ าษา วรรณคดี และวรรณกรรมพื้นบา้ น ความสามารถในการส่อื สาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการ แก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี รหสั ตัวชว้ี ดั ท ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘ ท ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘ ท ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖ ท ๔.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗ ท ๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔ รวมทง้ั หมด ๓๓ ตัว

๗๑ คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน ท15101 ภาษาไทย ๕ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 5 เวลา 160 ชวั่ โมง ......................................................................................................................................................................... อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแก้วและบทรอ้ ยกรองได้ถกู ต้อง แยกข้อเท็จจรงิ และข้อคดิ เห็นจากเร่ืองทีอ่ ่าน คัดลายมอื ตวั บรรจงเตม็ บรรทัดและคร่ึงบรรทัด เขียนแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคดิ เพอ่ื ใช้พัฒนา งานเขยี น ระบุชนิดและหนา้ ทีข่ องคำในประโยค แตง่ บทรอ้ ยกรอง ทอ่ งจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบท รอ้ ยกรองตามความสนใจ มีมารยาทในการอ่าน ตัง้ คำถามและตอบคำถามเชงิ เหตุผลจากเรอื่ งทีฟ่ งั และดู มี มารยาทในการฟัง การดู และการพดู จำแนกส่วนประกอบของประโยค อธบิ ายความหมายโดยนยั จากเรอื่ ง ท่อี า่ นอยา่ งหลากหลาย เขียนย่อความจากเร่อื งท่ีอา่ น ใช้สำนวนได้ถูกต้อง สรุปเร่อื งจากวรรณคดหี รือ วรรณกรรมทอ่ี า่ น วเิ คราะหแ์ ละแสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกับเรอื่ งท่อี ่าน เขียนจดหมายแสดงความรสู้ กึ และ ความคดิ เห็นไดต้ รงตามเจตนา พดู แสดงความรู้ ความคิดเหน็ และความรู้สึกจากเรื่องทฟ่ี งั และดู เปรยี บเทียบภาษาไทยมาตรฐานกบั ภาษาถ่ิน เขยี นสอื่ สารโดยใช้คำถูกตอ้ ง ชัดเจน และเหมาะสม ใช้คำราชา ศัพท์ อธิบายคุณค่า ระบุความรู้ และข้อคิดของวรรณคดแี ละวรรณกรรมทีอ่ ่าน เขยี นเรอื่ งตามจนิ ตนาการ อยา่ งมมี ารยาทในการเขยี น บอกคำภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย อ่านงานเขียนเชงิ อธบิ าย คำส่งั ขอ้ แนะนำ และปฏบิ ตั ติ าม กรอกแบบรายการต่าง ๆ เขยี นจดหมายถึงผู้ปกครองและญาติ วเิ คราะหค์ วาม นา่ เชื่อถือจากเร่อื งที่ฟังและดูอยา่ งมเี หตุผล พดู รายงานเรอื่ งหรอื ประเดน็ ที่ศกึ ษาคน้ คว้าจากการฟงั การดู และการสนทนา อธิบายความหมายของคำ ประโยค และขอ้ ความท่ีเปน็ การบรรยายและการพรรณนา เลอื ก อ่านหนังสอื ท่มี ีคณุ ค่าตามความสนใจและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เร่อื งที่อ่าน โดยใชก้ ระบวนการทางภาษา ได้แก่ กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการฟัง กระบวนการพูด และการดู การคดิ เพือ่ ใหเ้ กิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสอ่ื สารสง่ิ ทเ่ี รียนรูแ้ ละนำความร้ไู ป ประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจำวัน มจี ติ สำนึกรกั ภาษาไทย และมคี ่านิยมทดี่ ตี อ่ ภาษาไทย รหสั ตัวช้ีวัด ท 1.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7, ป.5/8 ท 2.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7, ป.5/8, ป.5/9 ท 3.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5 ท 4.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7 ท 5.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4 รวมทั้งหมด 33 ตวั ช้วี ัด

๗๒ คำอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน ท๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง ......................................................................................................................................................................... ศึกษาการอา่ นร้อยแกว้ และร้อยกรอง และบอกความหมายของ ประโยค และขอ้ ความท่เี ป็นโวหาร จากเรื่องท่อี า่ น การอา่ นคำทมี่ ีพยัญชนะควบกลำ้ การอ่านคำท่ีมอี ักษรนำ การอา่ นคำทีม่ ีตัวการนั ต์ การอา่ น คำทีม่ าจากภาษาต่างประเทศ การอา่ นอักษรย่อ และเคร่อื งหมายวรรคตอน การอา่ นวนั เดอื น ปี แบบไทย การอ่านข้อความที่เป็นโวหารต่าง ๆ การอ่านสำนวนเปรียบเทียบ การอ่านบทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะ การอ่านจับใจความจากสื่อที่หลากหลาย การอ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คำสั่ง ข้อแนะนำ และปฏิบัติตาม การอ่านข้อมูลจากแผนผัง แผนที่ แผนภูมิ และกราฟ เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจ มีนิสัยรักการอ่าน และมารยาทในการอ่านการเขียนคำขวัญ คำอวยพร และประกาศ การเขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผน ความคิด การเขียนเรียงความ การเขียนย่อความจากส่ือที่หลากหลาย การเขียนจดหมายขอโทษ จดหมาย แสดงความขอบคุณ จดหมายแสดงความเหน็ ใจ จดหมายแสดงความยินดี การกรอกแบบรายการต่าง ๆ การ เขียนเรื่องตามจินตนาการ มีนิสัยรักการเขียน และมีมารยาทในการเขยี นการพูดแสดงความรู้ ความเข้าใจ จดุ ประสงคข์ องเร่ืองทฟ่ี งั และดูจากสื่อส่งิ พิมพ์และส่อื อิเล็กทรอนิกส์ การวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากการ ฟังและดูสื่อโฆษณา การพูดรายงานลำดับขั้นตอนการปฏบิ ัติงาน การพูดรายงานตามลำดับเหตกุ ารณ์ การ พูดโน้มน้าวในสถานการณต์ ่าง ๆ มีมารยาทในการฟงั การดู และการพูด ศึกษาชนิดและหน้าท่ีของคำ ๗ ชนิด คำราชาศัพท์ ระดับภาษา ภาษาถิ่น คำที่มาจากภาษาต่างประเทศ ลักษณะของกลุ่มคำหรือวลี ประโยคชนดิ ตา่ ง ๆ แสดงความคิดเห็นและอธบิ ายคณุ ค่าของวรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมพน้ื บ้าน เล่านิทานพื้นบ้านในท้องถิ่นของตนเอง และนิทานพื้นบ้านของท้องถิ่นอื่น และนำข้อคิดไปใช้ในชีวิตจริง ท่องจำบทอาขยานและบทรอ้ ยกรองทีม่ คี ุณค่าตามทก่ี ำหนดและตามความสนใจ โดยใช้ทักษะกระบวนการคิด เพื่อฝึกทักษะทางภาษา การปฏิบัติจริง กระบวนการกลุ่มเขียน แผนภาพ สังเกต ทดสอบ อธิบาย ยกตัวอย่าง ระบุ บรรยาย วิเคราะห์ ใช้สารสนเทศ ตัดสินใจ แก้ปัญหา และประเมินผล เพื่อใหเ้ กิดความรคู้ วามเข้าใจ ทกั ษะกระบวนการใช้ภาษาได้อยา่ งสร้างสรรค์ เกิดความสามารถใน การคิด ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการแก้ปญั หา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ และ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและสร้างความสามัคคีสอดคล้องกับ ขนบธรรมเนยี มประเพณแี ละวฒั นธรรมของชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ รหสั ตัวช้ีวัด ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙ ท ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป. ๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙ ท ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖ ท ๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖ ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔ รวมทง้ั หมด ๓๔ ตวั ชี้วัด

๗๓ คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๖๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต ......................................................................................................................................................................... ศึกษาและฝกึ การอ่าน การเขยี น การฟัง การดู การพูด หลักการใชภ้ าษาไทย วรรณคดีและ วรรณกรรม มีความร้คู วามเข้าใจเรื่อง การสรา้ งคำ ชนดิ และหนา้ ทข่ี องคำ ภาษาพูด ภาษาเขยี น การ แต่งบทร้อยกรอง จำแนกและใช้สำนวนที่เป็นคำพังเพยและสุภาษิต อ่านออกเสียง ร้อยแก้วร้อยกรอง ท่องคำประพันธ์ที่มีคุณค่า เขียนจดหมาย เรียงความ ย่อความ รายงานวิชาการ แสดงความคิดเห็น แต่งคำประพันธ์เชิงสร้างสรรค์ พูดแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่ฟังและดู ลักษณะและประเภทของภูมิ ปัญญาท้องถนิ่ โดยใช้แบบฝกึ ทักษะในการอ่านร้อยแก้วร้อยกรอง การอา่ นจากสื่อต่าง ๆ ฝกึ เปน็ รายบุคคล ฝึกเขียนเป็นรายบุคคล ฝึกเขียนแสดงความคิดเห็นโดยใช้กระบวนการกลุ่ม ใช้กระบวนการกลุ่มในการ เขียนรายงาน สืบคน้ ขอ้ มูลจากแหลง่ เรียนรู้ต่าง ๆ ฝึกเป็นรายบคุ คล ฝึกทักษะกระบวนการกลุม่ ใช้แบบฝึกอ่านเป็นรายบุคคลแล้วนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนสืบค้นข้อมูลที่สนใจจากแหล่งเรียนรูต้ ่าง ๆ โดยใชก้ ระบวนการกลุ่ม เพือ่ ให้สามารถอา่ นคำพนื้ ฐานวิเคราะหป์ ระเมินคา่ พัฒนาการอ่านการเขยี นอยา่ งมีประสิทธิภาพ ถ่ายทอดความรู้ความคิดจากเรื่องที่อา่ นไดเ้ ขียนเชงิ สร้างสรรคโ์ ดยรวบรวมข้อมลู จัดลำดับความคิดพูดใน โอกาสต่าง ๆได้ เข้าใจการเรียงคำ หลักเกณฑ์ของภาษา ธรรมชาติของภาษา ร้องเลน่ ถา่ ยทอด รวบรวม และเผยแพร่เพลงพื้นบา้ นไดอ้ ย่างเห็นคุณคา่ มีมารยาทและมีนิสยั รักการอ่าน การเขียน การฟัง การดู และการพูดโดยใช้การะบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการ เรียนภาษา กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการสรา้ งความคิดรวบยอด และกระบวนการกล่มุ รหัสตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๙ ท ๒.๑ ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๙ ท ๓.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖ ท ๔.๑ ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/ ๕ ท ๕.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๔, ม.๑/๕ รวมทง้ั หมด ๒๐ ตวั ชี้วัด

๗๔ คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน ท๒๑๑๐๒ ภาษาไทย ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๖๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ ......................................................................................................................................................................... ศกึ ษาและฝึกการอา่ น การเขียน การฟงั การดู การพูด หลกั การใชภ้ าษาไทย วรรณคดีและ วรรณกรรม จำแนกและใช้สำนวนท่ีเปน็ คำพังเพยและสุภาษิต อ่านออกเสยี งร้อยแก้ว ร้อยกรอง ท่องคำ ประพันธ์ที่มีคุณค่า เขียนจดหมาย เรียงความ ย่อความ รายงานวิชาการ แสดงความคิดเห็น แต่งคำ ประพันธ์เชิงสร้างสรรค์ พูดแสดงความคิดเหน็ จากเรอ่ื งทีฟ่ ัง ดู ลักษณะและประเภทของภมู ิปัญญาทอ้ งถ่นิ โดยใช้แบบฝกึ ทักษะในการอ่านร้อยแกว้ ร้อยกรอง การอา่ นจากส่ือต่าง ๆ ฝกึ เป็นรายบุคคล ฝึก เขียนเปน็ รายบุคคล ฝึกเขยี นแสดงความคิดเห็นโดยใชก้ ระบวนการกลุ่ม ใชก้ ระบวนการกลุ่มในการเขียน รายงาน สบื ค้นข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ฝึกเปน็ รายบุคคล ฝกึ ทกั ษะกระบวนการกลุ่มใช้แบบฝึกอ่าน เป็นรายบุคคล แล้วนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน สืบค้นข้อมูลที่สนใจจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ใช้ กระบวนการกลมุ่ เพ่ือให้สามารถอา่ นคำพนื้ ฐาน วิเคราะหป์ ระเมนิ คา่ พัฒนาการอ่านการเขยี นอยา่ งมีประสิทธิภาพ ถา่ ยทอดความรู้ ความคดิ จากเรื่องท่อี ่านได้ เขียนเชงิ สร้างสรรค์โดยรวบรวมข้อมูล จัดลำดับความคิดพูด ในโอกาสต่าง ๆ ได้ เข้าใจการเรียงคำ หลักเกณฑ์ของภาษา ธรรมชาติของภาษา ร้องเล่นถ่ายทอด มี มารยาทและมีนิสยั รักการอา่ น การเขยี น การฟัง การดูและการพูด โดยใชก้ าระบวนการสรา้ งความตระหนกั กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการเรียนภาษา กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการสร้าง ความคิดรวบยอด และกระบวนการกลุ่ม รหัสตวั ชี้วดั ท ๑.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๖ ท ๒.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒ ท ๓/๑ ม.๑/๒ ท ๔/๑ ม.๑/๑, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖ ท ๕/๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕ รวมทง้ั หมด ๑๕ ตัวชี้วัด

๗๕ คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน ท๒๒๑๐๑ ภาษาไทย ๓ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต ......................................................................................................................................................................... ศึกษา อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ และ บทร้อยกรองได้ถูกต้อง จับใจความสำคัญ สรปุ ความ และ อธบิ ายรายละเอียดจากเรอ่ื งทีอ่ ่าน เขยี นผงั ความคิดเพื่อแสดงความเข้าใจในบทเรียนตา่ ง ๆ ที่อ่าน อภิปราย แสดงความคิดเหน็ และ ขอ้ โตแ้ ย้งเกีย่ วกับเร่ืองท่ีอ่าน วเิ คราะห์และจำแนกข้อเทจ็ จรงิ ข้อมูลสนับสนุน และ ข้อคิดเห็นจากบทความที่อ่าน ระบุข้อสังเกตการชวนเชื่อ การโน้มน้าว หรือความสมเหตุสมผลของงาน เขียน อ่านหนังสือ บทความ หรือคำประพันธ์อย่างหลากหลาย และประเมินคุณค่าหรือแนวคิดที่ได้จากการ อา่ น เพอื่ นำไปใช้แก้ปัญหาในชวี ติ มีมารยาทในการอ่าน คดั ลายมอื ตัวบรรจงครงึ่ บรรทดั เขียนบรรยายและ พรรณนา เขยี นเรยี งความ เขียนยอ่ ความ เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า เขียนจดหมายกจิ ธุระ เขยี นวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความรู้ ความคิดเห็น หรือโต้แย้งในเรื่องที่อ่านอย่างมีเหตุผล มีมารยาทในการเขียน พูด สรุปใจความสำคัญของเรื่องที่ฟังและดู วิเคราะห์ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น และความน่าเชื่อถือของข่าวสาร จากสื่อต่าง ๆ วิเคราะหแ์ ละวจิ ารณ์เรื่องที่ฟงั และดูอย่างมีเหตุผลเพ่ือนำข้อคิดมาประยุกต์ใชใ้ นการดำเนิน ชวี ิต พดู ในโอกาสต่าง ๆ ไดต้ รงตามวตั ถุประสงค์ พูดรายงานเร่อื งหรือประเดน็ ทีศ่ กึ ษาค้นคว้า มมี ารยาทใน การฟัง การดู และการพูด สร้างคำในภาษาไทย วิเคราะห์โครงสรา้ งประโยคสามัญประโยครวม และประโยค ซ้อน แต่งบทร้อยกรอง ใช้คำราชาศัพท์ รวบรวมและอธิบายความหมายของ คำภาษา ต่างประเทศท่ีใชใ้ น ภาษาไทย สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านในระดับที่ยากขึ้น วิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถิ่นที่อ่าน พร้อมยกเหตุผลประกอบ อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและ วรรณกรรมที่อ่าน สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่าน ไปประยุกต์ใช้ในชีวติ จริง ท่องจำบทอาขยานตามที่ กำหนดและบทรอ้ ยกรองทมี่ คี ณุ คา่ ตามความสนใจ โดยใช้ทักษะกระบวนการภาษาไทย เพื่อฝึกทักษะและกระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการพูด กระบวนการฟัง ได้อย่างเหมาะสม อันก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและเสริมสร้าง บุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสาร สร้างความเข้าใจและ ความสมั พนั ธท์ ่ดี ีต่อกัน เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจทักษะกระบวนการภาษาไทย ได้อย่างถูกต้อง มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ รัก ความเป็นไทย เกิดความสามารถในการคิด ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี รหสั ตัวชวี้ ดั ท ๑.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม ๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ม.๒/๘ ท ๒.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ม.๒/๘ ท ๓.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖ ท ๔.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖ ท ๕.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔ รวมทงั้ หมด ๓๒ ตัวชีว้ ัด

๗๖ คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน ท๒๒๑๐๒ ภาษาไทย ๔ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ ๒ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกติ ......................................................................................................................................................................... ศึกษา อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และ บทร้อยกรองไดถ้ ูกต้อง จบั ใจความสำคญั สรปุ ความ และ อธิบายรายละเอียดจากเรอื่ งทีอ่ ่าน เขียนผังความคิดเพอื่ แสดงความเข้าใจในบทเรียนต่าง ๆ ที่อา่ น อภิปราย แสดงความคิดเห็น และ ขอ้ โต้แยง้ เกีย่ วกบั เร่อื งที่อา่ น วเิ คราะห์และจำแนกขอ้ เท็จจริง ขอ้ มูลสนับสนนุ และ ขอ้ คดิ เห็นจากบทความท่อี า่ น ระบุขอ้ สังเกตการชวนเช่อื การ โน้มน้าว หรอื ความสมเหตุสมผลของงาน เขยี น อา่ นหนังสอื บทความ หรอื คำประพนั ธ์อยา่ งหลากหลาย และประเมินคณุ คา่ หรอื แนวคิดท่ไี ด้จากการ อ่าน เพอ่ื นำไปใช้แกป้ ญั หาในชวี ิต มมี ารยาทในการอ่าน คัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัด เขยี นบรรยายและ พรรณนา เขียนเรยี งความ เขยี นย่อความ เขียนรายงานการศกึ ษาคน้ คว้า เขยี นจดหมายกจิ ธุระ เขียนวิเคราะห์ วจิ ารณ์ และแสดงความรู้ ความคดิ เหน็ หรอื โตแ้ ย้งในเรอ่ื งที่อา่ นอยา่ งมเี หตผุ ล มีมารยาทในการเขียน พูด สรุปใจความสำคัญของเรอ่ื งทีฟ่ ังและดู วเิ คราะหข์ ้อเทจ็ จรงิ ขอ้ คดิ เหน็ และความนา่ เชอ่ื ถือของข่าวสารจาก สอ่ื ต่าง ๆ วิเคราะห์และวจิ ารณ์เรื่องท่ฟี ังและดูอย่างมเี หตผุ ลเพ่อื นำข้อคิดมาประยกุ ตใ์ ช้ในการดำเนินชวี ิต พดู ในโอกาสต่าง ๆ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ พดู รายงานเรอื่ งหรือประเดน็ ทศ่ี กึ ษาคน้ คว้า มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู สรา้ งคำในภาษาไทย วเิ คราะห์โครงสร้างประโยคสามญั ประโยครวม และประโยคซอ้ น แตง่ บทรอ้ ยกรอง ใช้คำราชาศัพท์ รวบรวมและอธบิ ายความหมายของ คำภาษา ตา่ งประเทศที่ใชใ้ น ภาษาไทย สรุปเนือ้ หาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อา่ นในระดับท่ยี ากขน้ึ วิเคราะหแ์ ละวจิ ารณ์วรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถิ่นท่อี า่ น พร้อมยกเหตผุ ลประกอบ อธบิ ายคณุ ค่าของวรรณคดีและ วรรณกรรมทอี่ ่าน สรปุ ความรแู้ ละขอ้ คดิ จากการอ่าน ไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตจริง ท่องจำบทอาขยานตามที่ กำหนดและบทร้อยกรองท่ีมีคณุ คา่ ตามความสนใจ โดยใช้ทักษะกระบวนการภาษาไทย เพื่อฝึกทักษะและกระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการพูด กระบวนการฟัง ได้อย่างเหมาะสม อันก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและเสริมสร้าง บุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารสร้างความเข้าใจและ ความสมั พันธ์ที่ดตี อ่ กนั เพ่อื ใหเ้ กิดความรู้ความเขา้ ใจทักษะกระบวนการภาษาไทย ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง มวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ รกั ความเป็นไทย เกดิ ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการสอื่ สาร ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี รหสั ตวั ชี้วดั ท ๑.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ม.๒/๘ ท ๒.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ม.๒/๘ ท ๓.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖ ท ๔.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖ ท ๕.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔ รวมท้ังหมด ๓๒ ตวั ชีว้ ดั

๗๗ คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน ท๒๓๑๐๑ ภาษาไทย ๕ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ ......................................................................................................................................................................... ศกึ ษาและฝึกการเขยี นส่อื สารด้วยลายมือท่ีอา่ นงา่ ย ชดั เจน ใช้ถ้อยคำได้ถกู ตอ้ งเหมาะสมตาม ระดับภาษาเขียนคำขวัญ คำคม คำอวยพรในโอกาสต่าง ๆ โฆษณา คติพจน์ สุนทรพจน์ ชีวประวัติ อตั ชวี ประวัติ และประสบการณ์ต่าง ๆ เขยี นย่อความ จดหมายกจิ ธรุ ะ แบบกรอกสมคั รงาน เขยี นวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความรู้ ความคิดหรือโต้แย้งอย่างมีเหตุผล เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าและเขยี น โครงงาน ศกึ ษาและฝึกการพดู แสดงความคดิ เห็น วิเคราะห์ วจิ ารณ์ ประเมนิ สง่ิ ท่ีไดจ้ ากการฟังและดู นำข้อคิดไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าอย่างมี ระบบมีศิลปะในการพูด พูดในโอกาสต่าง ๆ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ และพูดโน้มน้าวอย่างมีเหตุผล น่าเชื่อถอื มีมารยาทในการฟงั ดู และพดู ศึกษาและฝึกการอ่านออกเสียงบทรอ้ ยแล้วและบทรอ้ ยกรองเป็นทำนองเสนาะได้ถูกต้อง เข้าใจ ความหมายโดยตรงและความหมายโดยนัย จับใจความสำคัญและรายละเอียดของสิ่งที่อา่ น แสดงความ คดิ เหน็ และขอ้ โตแ้ ย้งเก่ียวกบั เรื่องท่ีอ่าน และเขียนกรอบแนวคดิ ผงั ความคิด ยอ่ ความ เขียนรายงานจาก สิง่ ทีอ่ ่านไดว้ เิ คราะห์ วิจารณ์ อยา่ งมเี หตผุ ล ลำดบั ความอย่างมีขั้นตอนและความเปน็ ไปไดข้ องเรื่องท่ีอ่าน รวมทงั้ ประเมนิ ความถูกต้องของข้อมลู ที่ใชส้ นับสนุนจากเรื่องท่อี ่าน เพอ่ื ใหส้ ามารถใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำไปใช้ตัดสนิ ใจ แก้ปัญหาการ ดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และ เขียนเรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี ประสิทธิภาพ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคดิ และความรู้สึก ในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารญาณและสร้างสรรค์ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การ เปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของ ชาติ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและนำมา ประยกุ ต์ใช้ในชีวติ จริง รหัสตัวช้ีวดั ท ๑.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม ๓/๕, ม.๓/๖ ม.๓/๘ ท ๒.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖ ม.๓/๗, ม.๓/๘, ม.๓/๙ ท ๓.๑ ม.๓/๑, ม,๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖ ท ๔.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕ ท ๕.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕ รวมท้งั หมด ๓๒ ตวั ชี้วัด

๗๘ คำอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน ท๒๓๑๐๒ ภาษาไทย ๖ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกติ ......................................................................................................................................................................... ศึกษาและฝึกการอ่านออกเสียงบทรอ้ ยแล้วและบทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะได้ถูกต้อง เข้าใจ ความหมายโดยตรงและความหมายโดยนยั จับใจความสำคัญและรายละเอียดของสิ่งท่ีอ่าน แสดงความ คดิ เหน็ และขอ้ โต้แย้งเกีย่ วกับเรอื่ งท่ีอ่าน และเขียนกรอบแนวคดิ ผงั ความคดิ ยอ่ ความ เขียนรายงานจาก สง่ิ ที่อ่านไดว้ เิ คราะห์ วิจารณ์ อย่างมีเหตผุ ล ลำดบั ความอยา่ งมีขน้ั ตอนและความเปน็ ไปได้ของเรือ่ งที่อ่าน รวมทั้งประเมนิ ความถกู ตอ้ งของขอ้ มลู ทีใ่ ชส้ นบั สนุนจากเรื่องท่ีอา่ น ศกึ ษาและฝกึ การพดู แสดงความคดิ เห็น วิเคราะห์ วจิ ารณ์ ประเมนิ สงิ่ ท่ไี ด้จากการฟังและดู นำข้อคิดไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าอย่างมี ระบบมีศิลปะในการพูด พูดในโอกาสต่าง ๆ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ และพูดโน้มน้าวอย่างมีเหตุผล นา่ เช่ือถอื มีมารยาทในการฟงั ดู และพูด ศึกษาและสรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่ผ่าน วิเคราะห์ตัวละครสำคัญ วิถีชีวิตไทย และ คุณค่าที่ได้รับจากวรรณคดี วรรณกรรม และบทความ พร้อมทั้งสรุปความรู้ ข้อคิด เพื่อนำไป ประยุกตใ์ ช้ในชีวิตจริง เพื่อให้สามารถใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพ่อื นำไปใช้ตดั สนิ ใจ แก้ปัญหาการ ดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และ เขียนเรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี ประสิทธิภาพ สามารถเลือกฟงั และดูอย่างมีวจิ ารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึก ในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารญาณและสร้างสรรค์ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การ เปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของ ชาติ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและนำมา ประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ จรงิ รหัสตวั ชี้วัด ท ๑.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๘ ท ๒.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๗, ม.๓/๘, ม.๓/๙ ท ๓.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖ ท ๔.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕ ท ๕.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕ รวมทั้งหมด ๓๒ ตัวชีว้ ดั

๗๙ คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน ท3๑10๑ ภาษาไทย ๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทยชั้น มัธยมศึกษาปีท่ี ๔ ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ช่วั โมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต ......................................................................................................................................................................... ศึกษาการอ่านออกเสียงร้อยแก้ว ร้อยกรอง อ่านงานเขียนประเภทต่าง ๆ ตีความ แปลความ และขยาย ความเร่อื งทีอ่ ่าน วเิ คราะห์และวิจารณเ์ ร่ืองที่อา่ นในทกุ ๆ ดา้ นอย่างมเี หตุผล คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่านและ ประเมนิ ค่าเพ่ือนำความรู้ความคิดไปใช้ตดั สินใจแก้ปญั หาในการดำเนนิ ชีวิต ตอบคำถามจากการอา่ นงานเขียนประเภท ตา่ ง ๆ ภายในเวลาที่กำหนด อา่ นเรอ่ื งตา่ ง ๆ แล้วเขยี นกรอบแนวคิด ผังความคิด บันทึก ย่อความ และรายงาน สังเคราะห์ความรู้จากการอ่าน สื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์และแหลง่ เรียนรู้ต่าง ๆ มาพัฒนาตน พัฒนาการเรียน และพัฒนาความรู้ทางอาชีพ มีมารยาทในการอ่าน เขียนสื่อสารใน รูปแบบต่าง ๆ ไดต้ รง ตามวัตถุประสงค์ โดยใชภ้ าษาเรียบเรยี งถกู ต้อง มขี ้อมลู และสาระสำคัญชัดเจน มีมารยาทใน การเขียน สรุปแนวคิดและแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่ฟังและดู วิเคราะห์แนวคิด การใช้ภาษา และความ นา่ เชือ่ ถือจากเร่ืองทีฟ่ ังและดอู ย่างมีเหตุผล ประเมนิ เรื่องที่ฟงั และดู แลว้ กำหนด แนวทางนำไปประยกุ ต์ใช้ในการ ดำเนินชีวิต มีวิจารณญาณในการเลือกเรื่องที่ฟังและดู พูดในโอกาสต่าง ๆ พูดแสดงทรรศนะโต้แย้ง โน้มน้าวใจ และเสนอแนวคิดใหม่ด้วยภาษาถูกต้องเหมาะสม มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด อธิบายธรรมชาติของ ภาษา พลังของภาษา และลักษณะของภาษา การใช้คำและกลุ่มคำสร้างประโยคตามวัตถุประสงค์ อธิบายและ วิเคราะห์หลกั การสร้างคำในภาษาไทย วิเคราะหแ์ ละวิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวจิ ารณ์เบื้องตน้ วเิ คราะห์ลกั ษณะเดน่ ของวรรณคดี เชื่อมโยงกับการเรยี นรู้ทางประวัติศาสตรแ์ ละวถิ ีชีวิตของสังคมในอดตี วิเคราะห์ และประเมินคุณค่าด้านวรรณศิลป์ของวรรณคดแี ละวรรณกรรมในฐานะที่เป็นมรดก สังเคราะห์ข้อคิดจากวรรณคดี และวรรณกรรมเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ศึกษาเพลงโคราช ประวัติเพลงพื้นบ้านของชาวจังหวัด นครราชสีมาที่นิยมแพร่หลายจากอดีตสู่ปัจจุบันและท่องจำและบอกคุณค่าบทอาขยานตามที่กำหนด และบทร้อย กรองท่มี คี ณุ คา่ ตามความสนใจและนำไปใช้อา้ งอิง ใช้กระบวนการอา่ น การเขยี น ทกั ษะการฟังและดู การพูด และกระบวนการคดิ ในการอ่านออกเสยี งรอ้ ย แก้ว ร้อยกรอง ตีความ แปลความ ขยายความ วิเคราะห์ วิจารณ์ ประเมินค่า แสดงความคิดเห็นโต้แย้ง มี มารยาทในการสอื่ สาร เพื่อใหเ้ กดิ ความรู้ ความคิด สามารถสือ่ สารดว้ ยภาษาท่ีถกู ตอ้ งเหมาะสม นำไปประยุกต์ใช้ ในการดำเนินชวี ิต เหน็ คณุ คา่ และรักษาภาษาไทย วรรณคดี วรรณกรรมไทย ไว้เป็นสมบัติและมรดกทางวฒั นธรรม มคี วามรัก ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซอ่ื สัตยส์ จุ ริต มีวินยั ใฝ่เรียนรู้ อย่อู ย่างพอเพียง ม่งุ มัน่ ในการทำงาน รกั ความเป็นไทยและมีจิต สาธารณะ สามารถมุง่ มนั่ ในการทำงาน มคี วามสามารถในการส่อื สาร มีความสามารถในการคิด มีความสามารถใน การแกป้ ัญหา มคี วามสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต และมคี วามสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี รหัสตัวช้ีวัด ท 1.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/๔, ม.4-6/6, ม.4-6/7, ม.4-6/8, ม.4-6/9 ท 2.1 ม.4-6/1, ม.4-6/8 ท 3.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/๔, ม.4-6/๕, ม.4-6/6 ท 4.1 ม.4-6/1, ม.4-6/๒, ม.4-6/6 ท 5.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/๕, ม.4-6/๖ รวมทัง้ หมด 2๕ ตัวชี้วดั

๘๐ คำอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน ท3๑10๒ ภาษาไทย ๒ กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๔ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต .................................................................................................................................................................... ศึกษาอา่ นออกเสียงบทร้อยแก้วและ บทรอ้ ยกรองไดถ้ ูกต้อง ไพเราะ และเหมาะสมกบั เรือ่ งทีอ่ า่ น ตีความ แปลความ และขยายความเร่ืองทีอ่ ่าน วิเคราะหแ์ ละวจิ ารณเ์ รือ่ งท่อี ่านในทกุ ๆ ด้านอย่างมเี หตุผล ตอบคำถามจากการอ่านงานเขียนประเภทต่าง ๆ ภายในเวลาที่กำหนด อ่านเรื่องต่าง ๆ แล้วเขียนกรอบแนวคิด ผัง ความคดิ บนั ทึก ยอ่ ความ และรายงาน สังเคราะหค์ วามรู้จากการอ่าน ส่ือสิง่ พมิ พ์ ส่อื อเิ ล็กทรอนิกส์ และแหลง่ เรยี นรู้ ต่าง ๆ มาพัฒนาตน พัฒนาการเรียน และพัฒนาความรู้ทางอาชีพเขียนสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ ได้ตรง ตาม วัตถุประสงค์ โดยใชภ้ าษาเรียบเรยี งถูกต้อง มีข้อมูลและสาระสำคัญชัดเจน เขียนเรยี งความ เขียนยอ่ ความจากส่ือ ที่มีรูปแบบและเนื้อหาหลากหลาย เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าเรื่องที่สนใจตามหลักการเขียนเชิงวิชาการและ ข้อมลู สารสนเทศอา้ งอิงอย่างถกู ตอ้ งบันทึกการศึกษาค้นคว้าเพ่ือนำไปพฒั นาตนเองอย่างสมำ่ เสมอ มีมารยาทในการ เขียน สรุปแนวคิดและแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่ฟังและดู วิเคราะห์แนวคิด การใช้ภาษา และความน่าเช่อื ถือ จากเรื่องท่ฟี งั และดอู ย่างมเี หตุผล ประเมินเรอื่ งทฟ่ี ังและดู แล้วกำหนด แนวทางนำไปประยกุ ต์ใช้ในการดำเนินชีวิต พูดในโอกาสต่าง ๆ พูดแสดงทรรศนะโต้แย้ง โน้มน้าวใจ และเสนอแนวคิดใหม่ด้วยภาษาถูกต้องเหมาะสม มี มารยาทในการฟัง การดู และการพดู การใช้คำและกลุ่มคำสร้างประโยคตามวตั ถุประสงค์ ใช้ภาษาเหมาะสมแก่ โอกาสกาลเทศะ และบุคคล รวมท้ังคำราชาศัพท์อย่างเหมาะสม แต่งบทร้อยกรอง วิเคราะห์และประเมินการใช้ ภาษาจากสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ วิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวิจารณ์ เบอื้ งต้น วิเคราะหล์ กั ษณะเด่นของวรรณคดี เชื่อมโยงกบั การเรียนรทู้ างประวตั ิศาสตร์และวิถีชวี ิตของสังคมในอดีต วิเคราะหแ์ ละประเมนิ คณุ คา่ ดา้ นวรรณศิลป์ของวรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะท่ีเป็นมรดกทางวฒั นธรรมของชาติ สังเคราะห์ข้อคิดจากวรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน รวบรวมวรรณกรรมพื้นบา้ น เพลงโคราชซ่ึงเป็นมหรสพท่ีนิยมเลน่ กนั ในงานต่าง ๆ ตัง้ แตอ่ ดีตจนถึงปจั จุบันและอธบิ ายภมู ปิ ัญญาทางภาษา ใช้กระบวนการอ่าน การเขียน ทกั ษะการฟังและดู การพดู และกระบวนการคดิ ในการอา่ นออกเสียงรอ้ ย แก้ว ร้อยกรอง ตีความ แปลความ ขยายความ วิเคราะห์ วิจารณ์ ประเมินค่า แสดงความคิดเห็นโต้แย้ง มี มารยาทในการสื่อสาร เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรู้ ความคิด สามารถสอื่ สารด้วยภาษาท่ีถกู ตอ้ งเหมาะสม เห็นคุณคา่ และรักษาภาษาไทย วรรณคดี วรรณกรรมไทย ไวเ้ ป็นสมบัติและมรดกทางวฒั นธรรม มคี วามรัก ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซอ่ื สัตยส์ ุจรติ มีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ อย่อู ยา่ งพอเพยี ง มงุ่ มน่ั ในการทำงาน รักความเป็นไทยและมีจิต สาธารณะ สามารถม่งุ มัน่ ในการทำงาน มีความสามารถในการส่อื สาร มคี วามสามารถในการคิด มคี วามสามารถใน การแกป้ ัญหา มคี วามสามารถในการใช้ทักษะชีวิต และมีความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี รหัสตัวช้ีวัด ท 1.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/๖, ม.4-6/๗, ม.4-6/๘, ม.4-6/9 ท 2.1 ม.4-6/๑, ม.4-6/2, ม.4-6/๓, ม.4-6/๖, ม.4-6/๗, ม.4-6/8 ท 3.1 ม.4-6/๑, ม.4-6/2, ม.4-6/๓, ม.4-6/5, ม.4-6/6 ท 4.1 ม.4-6/๒, ม.4-6/๓, ม.4-6/๔, ม.4-6/๗ รหสั ตวั ช้ีวดั ท 5.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/๕ รวมทัง้ หมด 2๗ ตัวช้ีวดั

๘๑ คำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน ท3๒10๑ ภาษาไทย ๓ กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๕ ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หน่วยกติ ......................................................................................................................................................................... ศกึ ษาการอา่ นออกเสยี งรอ้ ยแก้ว ร้อยกรอง อา่ นงานเขยี นประเภทต่าง ๆ วิเคราะห์และวจิ ารณ์เร่ืองที่อ่าน ในทุก ๆ ด้านอย่างมีเหตุผล คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่านและประเมินค่าเพื่อนำความรู้ความคิดไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต ตอบคำถามจากการอ่านงานเขียนประเภทต่าง ๆ ภายในเวลาที่กำหนด อ่านเรื่องต่าง ๆ แล้วเขียนกรอบแนวคดิ ผังความคดิ บนั ทกึ ยอ่ ความ และรายงาน มมี ารยาท ในการอ่าน เขียนสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ ได้ตรง ตามวัตถุประสงค์ โดยใช้ภาษาเรียบเรียงถูกต้อง มีข้อมูลและ สาระสำคัญชัดเจน ผลิตงานเขียนของตนเองในรูปแบบต่าง ๆ มีมารยาทในการเขียน สรุปแนวคิดและแสดงความ คิดเห็นจากเรือ่ งทีฟ่ งั และดู วิเคราะห์แนวคิด การใช้ภาษา และความน่าเชื่อถอื จากเรื่องที่ฟงั และดูอย่างมเี หตุผล ประเมนิ เร่อื งทฟี่ ังและดู แล้วกำหนด แนวทางนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนนิ ชีวิต มวี จิ ารณญาณในการเลือกเร่ืองท่ี ฟงั และดู พูดในโอกาสตา่ ง ๆ พดู แสดงทรรศนะโตแ้ ยง้ โน้มนา้ วใจ และเสนอแนวคดิ ใหม่ด้วยภาษาถกู ตอ้ งเหมาะสม มมี ารยาทในการฟัง การดู และการพดู อธบิ ายธรรมชาติของภาษา พลงั ของภาษา และลกั ษณะของภาษา การใช้ คำและกลุ่มคำสร้างประโยคตามวัตถุประสงค์ วิเคราะห์อิทธิพลของภาษาต่างประเทศและภาษาถิ่น อธิบายและ วิเคราะห์หลักการสร้างคำในภาษาไทย วิเคราะห์และประเมินการใช้ภาษาจากสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ วิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวิจารณ์เบื้องต้น วิเคราะห์ลักษณะเด่นของวรรณ คดี เชื่อมโยงกบั การเรียนรู้ทางประวัติศาสตรแ์ ละวิถีชวี ติ ของสงั คมในอดีต วิเคราะห์และประเมินคณุ คา่ ด้านวรรณศิลป์ ของวรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ สังเคราะห์ข้อคิดจากวรรณคดีและ วรรณกรรมเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน รวบรวมวรรณกรรมพื้นบ้านและอธิบายภูมิปัญญาทางภาษา ศึกษาเพลงโคราช สามารถเขยี นกลอนเพลงโคราช และทอ่ งจำ บอกคุณคา่ บทอาขยานตามทก่ี ำหนดและบทร้อยกรอง ทมี่ ีคุณคา่ ตามความสนใจและนำไปใช้อา้ งอิง ใช้กระบวนการอ่าน การเขียน ทักษะการฟังและดู การพดู และกระบวนการคดิ ในการอ่านออกเสยี งร้อย แก้ว ร้อยกรอง ตีความ แปลความ ขยายความ วิเคราะห์ วิจารณ์ ประเมินค่า แสดงความคิดเห็นโต้แย้ง มี มารยาทในการสือ่ สาร เพือ่ ใหเ้ กดิ ความรู้ ความคิด สามารถสอื่ สารด้วยภาษาท่ีถูกต้องเหมาะสม นำไปประยุกต์ใช้ ในการดำเนินชีวิต เหน็ คณุ ค่าและรักษาภาษาไทย วรรณคดี วรรณกรรมไทย ไวเ้ ป็นสมบัตแิ ละมรดกทางวัฒนธรรม มคี วามรัก ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซื่อสัตยส์ ุจรติ มีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ อย่อู ยา่ งพอเพยี ง มงุ่ มัน่ ในการทำงาน รักความเปน็ ไทยและมีจิต สาธารณะ สามารถมงุ่ มัน่ ในการทำงาน มคี วามสามารถในการส่ือสาร มคี วามสามารถในการคิด มีความสามารถใน การแกป้ ญั หา มคี วามสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต และมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี รหสั ตวั ช้ีวดั ท 1.1 ม.4-6/๑, ม.4-6/3, ม.4-6/๔, ม.4-6/6, ม.4-6/๗, ม.4-6/9 ท 2.1 ม.4-6/1, ม.4-6/๔, ม.4-6/8 ท 3.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/๔, ม.4-6/๕, ม.4-6/6 ท 4.1 ม.4-6/1, ม.4-6/๒, ม.4-6/๔, ม.4-6/๕, ม.4-6/6, ม.4-6/๗ รหัสตวั ชี้วัด ท 5.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/๕, ม.4-6/๖

๘๒ รวมทั้งหมด 2๗ ตัวชี้วดั คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน ท3๒10๒ ภาษาไทย ๔ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๕ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต ......................................................................................................................................................................... ศึกษาอ่านออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ และ บทร้อยกรองได้ถกู ตอ้ ง ไพเราะ และเหมาะสมกบั เรื่องทอ่ี า่ น ตีความ แปลความ และขยายความเรื่องที่อ่าน คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่านและประเมินค่าเพื่อนำความรู้ ความคิดไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต อ่านเรื่องต่าง ๆ แล้วเขียนกรอบแนวคิด ผังความคิด บันทึก ย่อ ความ และรายงาน สงั เคราะหค์ วามรจู้ ากการอ่าน สื่อสงิ่ พมิ พ์ ส่อื อิเลก็ ทรอนกิ ส์ และแหล่งเรียนรตู้ ่าง ๆ มาพฒั นาตน พัฒนาการเรียน และพัฒนาความรู้ทางอาชีพ มีมารยาทในการอ่าน เขียนสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ ได้ตรง ตาม วัตถุประสงค์ โดยใช้ภาษาเรียบเรียงถูกต้อง มีข้อมูลและสาระสำคัญชัดเจน เขียนเรียงความ ผลิตงานเขียนของ ตนเองในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าเรื่องที่สนใจตามหลักการเขียนเชิงวิชาการและข้อมูล สารสนเทศอา้ งอิงอย่างถูกต้อง บันทกึ การศกึ ษาค้นคว้าเพ่อื นำไปพัฒนาตนเองอยา่ งสมำ่ เสมอ มมี ารยาทในการเขียน พูดในโอกาสต่าง ๆ พูดแสดงทรรศนะโต้แย้ง โน้มน้าวใจ และเสนอแนวคิดใหม่ด้วยภาษาถูกต้องเหมาะสม มี มารยาทในการฟัง การดู และการพดู แตง่ บทร้อยกรอง วเิ คราะหแ์ ละประเมินการใช้ภาษาจากสอ่ื สง่ิ พิมพ์และส่ือ อิเล็กทรอนิกส์ วิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวิจารณ์เบื้องต้น วิเคราะห์ลักษณะเด่น ของวรรณคดี เชื่อมโยงกับการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของสังคมในอดีต วิเคราะห์และประเมนิ คุณคา่ ด้านวรรณศิลป์ของวรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ สังเคราะห์ข้อคิดจาก วรรณคดีและวรรณกรรมเพ่ือนำไปประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตประจำวัน และทอ่ งจำและบอกคณุ ค่าบทอาขยานตามท่ีกำหนด และบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจและนำไปใช้อ้างอิง นอกจากนี้การศึกษาเพลงโคราชและวิวัฒนาการของ การเล่นเพลงโคราช ใช้กระบวนการอา่ น การเขยี น ทกั ษะการฟังและดู การพูด และกระบวนการคดิ ในการอา่ นออกเสียงรอ้ ย แก้ว ร้อยกรอง ตีความ แปลความ ขยายความ วิเคราะห์ วิจารณ์ ประเมินค่า แสดงความคิดเห็นโต้แย้ง มี มารยาทในการสอื่ สาร เพอ่ื ใหเ้ กิดความรู้ ความคดิ สามารถสือ่ สารด้วยภาษาทถ่ี ูกต้องเหมาะสม เห็นคณุ ค่าและรักษาภาษาไทย วรรณคดี วรรณกรรมไทย ไว้เปน็ สมบัติและมรดกทางวฒั นธรรม มคี วามรัก ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซอื่ สัตยส์ ุจรติ มีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทยและมีจิต สาธารณะ สามารถมุ่งมัน่ ในการทำงาน มคี วามสามารถในการสอื่ สาร มคี วามสามารถในการคิด มีความสามารถใน การแกป้ ญั หา มคี วามสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต และมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี รหัสตัวชี้วดั ท 1.1 ม.4-6/1, ม.4-6/๔, ม.4-6/๗, ม.4-6/๘, ม.4-6/9 ท 2.1 ม.4-6/๑, ม.4-6/2, ม.4-6/๔, ม.4-6/๖, ม.4-6/๗, ม.4-6/8 ท 3.1 ม.4-6/5, ม.4-6/6 ท 4.1 ม.4-6/๔, ม.4-6/๗ ท 5.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/๖ รวมทง้ั หมด 2๐ ตวั ช้ีวดั

๘๓ คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน ท3310๑ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ ....................................................................................................................................................................... ศึกษาการอ่านออกเสียงร้อยแก้ว ร้อยกรอง อ่านงานเขียนประเภทต่าง ๆ ตีความ แปลความ และขยาย ความเรื่องที่อ่าน วิเคราะห์และวิจารณ์เรื่องที่อ่านในทุก ๆ ด้านอย่างมีเหตุผล ตอบคำถามจากการอ่านงานเขียน ประเภทต่าง ๆ ภายในเวลาที่กำหนด อ่านเรื่องต่าง ๆ แล้วเขียนกรอบแนวคิด ผังความคิด บันทึก ย่อความ และ รายงาน สังเคราะหค์ วามรูจ้ ากการอ่าน สื่อสิ่งพิมพ์ ส่อื อิเล็กทรอนิกสแ์ ละแหลง่ เรียนรู้ต่าง ๆ มาพัฒนาตน พัฒนาการ เรียน และพฒั นาความรู้ทางอาชพี มีมารยาทในการอ่าน เขยี นสื่อสารในรปู แบบต่าง ๆ ไดต้ รง ตามวตั ถปุ ระสงค์ โดย ใช้ภาษาเรียบเรียงถูกต้อง มีข้อมูลและสาระสำคัญชัดเจน บันทึกการศึกษาค้นคว้าเพื่อนำไปพัฒนาตนเองอย่าง สม่ำเสมอ มีมารยาทในการเขียน สรุปแนวคิดและแสดงความคิดเหน็ จากเรื่องทีฟ่ ังและดู วิเคราะห์แนวคิด การใช้ ภาษา และความน่าเชอ่ื ถอื จากเรื่องทฟ่ี ังและดูอยา่ งมีเหตผุ ล ประเมินเรือ่ งที่ฟงั และดู แล้วกำหนด แนวทางนำไป ประยุกต์ใชใ้ นการดำเนินชีวิต มีมารยาทในการฟงั การดู และการพูด อธิบายธรรมชาติของภาษา พลังของภาษา และลักษณะของภาษา ใช้ภาษาเหมาะสมแก่โอกาสกาลเทศะ และบุคคล รวมทั้งคำราชาศัพท์อย่างเหมาะสม วิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวิจารณ์เบื้องต้น วิเคราะห์ลักษณะเด่นของวรรณคดี เชื่อมโยงกับการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวิถีชีวติ ของสังคมในอดีต วิเคราะห์และประเมินคณุ คา่ ดา้ นวรรณศิลป์ ของวรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะที่เป็นมรดก สังเคราะห์ข้อคิดจากวรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อนำไป ประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวนั และสืบสานวัฒนธรรมวรรณกรรมโคราช ความหมายและลักษณะของวรรณกรรมโคราช ใชก้ ระบวนการอา่ น การเขียน ทกั ษะการฟงั และดู การพูด และกระบวนการคดิ ในการอ่านออกเสียงร้อย แก้ว ร้อยกรอง ตีความ แปลความ ขยายความ วิเคราะห์ วิจารณ์ ประเมินค่า แสดงความคิดเห็นโต้แย้ง มี มารยาทในการสอื่ สาร เพื่อใหเ้ กิดความรู้ ความคิด สามารถสื่อสารด้วยภาษาท่ีถูกต้องเหมาะสม นำไปประยุกต์ใช้ ในการดำเนินชวี ิต เห็นคุณคา่ และรักษาภาษาไทย วรรณคดี วรรณกรรมไทย ไว้เป็นสมบตั ิและมรดกทางวฒั นธรรม มีความรัก ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซ่ือสัตยส์ จุ รติ มวี นิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง ม่งุ ม่นั ในการทำงาน รักความเปน็ ไทยและมีจิต สาธารณะ สามารถมุง่ มั่นในการทำงาน มคี วามสามารถในการสอ่ื สาร มคี วามสามารถในการคิด มีความสามารถใน การแกป้ ัญหา มคี วามสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต และมคี วามสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี รหสั ตัวชี้วัด ท 1.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/6, ม.4-6/7, ม.4-6/8, ม.4-6/9 ท 2.1 ม.4-6/1, ม.4-6/7, ม.4-6/8 ท 3.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/6 ท 4.1 ม.4-6/1, ม.4-6/3, ม.4-6/6 ท 5.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4 รวมทงั้ หมด 21 ตัวช้วี ัด

๘๔ คำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน ท3310๒ ภาษาไทย กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ ....................................................................................................................................................................... ศกึ ษาอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแก้วและ บทร้อยกรองได้ถกู ตอ้ ง ไพเราะ และเหมาะสมกับเรอื่ งทอี่ ่าน ตีความ แปลความ และขยายความเรอื่ งทีอ่ ่าน วเิ คราะห์และวิจารณ์เรื่องที่อา่ นในทุก ๆ ดา้ นอย่างมเี หตผุ ล คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่านและประเมินค่าเพื่อนำความรู้ความคิดไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต วิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็น โต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน และเสนอความคิดใหม่อย่างมีเหตุผล เขียน เรียงความ มีมารยาทในการเขียน วิเคราะห์แนวคิด การใช้ภาษา และความน่าเชื่อถือจากเรื่องที่ฟังและดูอย่างมี เหตผุ ล พูดในโอกาสตา่ ง ๆ พูดแสดงทรรศนะโต้แย้ง โน้มนา้ วใจ และเสนอแนวคิดใหมด่ ว้ ยภาษาถูกต้องเหมาะสม มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด อธิบายธรรมชาติของภาษา พลังของภาษา และลักษณะของภาษา ใช้ ภาษาเหมาะสมแก่โอกาสกาลเทศะ และบุคคล รวมทั้งคำราชาศัพท์อย่างเหมาะสม แต่งบทร้อยกรอง วิเคราะห์ และวิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวิจารณ์เบื้องตน้ วิเคราะหล์ กั ษณะเดน่ ของวรรณคดี เช่ือมโยงกับ การเรียนรทู้ างประวตั ิศาสตร์และวถิ ชี ีวิตของสังคมในอดีต วิเคราะหแ์ ละประเมนิ คุณค่าด้านวรรณศิลป์ของวรรณคดี และวรรณกรรมในฐานะท่ีเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ สงั เคราะหข์ อ้ คิดจากวรรณคดแี ละวรรณกรรมเพ่ือนำไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวนั สบื สานวัฒนธรรมวรรณกรรมโคราช รวบรวมวรรณกรรมในจงั หวัดนครราชสีมา ทอ่ งจำ และบอกคณุ คา่ บทอาขยานตามท่ีกำหนด และบทรอ้ ยกรองทม่ี ี คุณคา่ ตามความสนใจและนำไปใชอ้ ้างอิง ใชก้ ระบวนการอา่ น การเขยี น ทกั ษะการฟงั และดู การพดู และกระบวนการคดิ ในการอา่ นออกเสยี งร้อย แก้ว ร้อยกรอง ตีความ แปลความ ขยายความ วิเคราะห์ วิจารณ์ ประเมินค่า แสดงความคิดเห็นโต้แย้ง มี มารยาทในการสอื่ สาร เพอ่ื ให้เกิดความรู้ ความคิด สามารถสอ่ื สารดว้ ยภาษาทีถ่ ูกตอ้ งเหมาะสม เหน็ คณุ ค่าและรักษาภาษาไทย วรรณคดี วรรณกรรมไทย ไวเ้ ป็นสมบัตแิ ละมรดกทางวฒั นธรรม มีความรัก ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซ่ือสัตยส์ จุ ริต มวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อยา่ งพอเพียง ม่งุ ม่นั ในการทำงาน รกั ความเป็นไทยและมจี ิต สาธารณะ สามารถมุง่ มั่นในการทำงาน มีความสามารถในการสอ่ื สาร มีความสามารถในการคิด มคี วามสามารถใน การแก้ปัญหา มคี วามสามารถในการใช้ทักษะชีวติ และมคี วามสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี รหัสตัวช้ีวดั ท 1.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/9 ท 2.1 ม.4-6/2, ม.4-6/8 ท 3.1 ม.4-6/2, ม.4-6/5, ม.4-6/6 ท 4.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4 ท 5.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/๕, ม.4-6/6 รวมทง้ั หมด 2๑ ตัวชี้วัด

๘๕ คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม ท 21201 สง่ เสริมทักษะการอ่าน ๑ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา ๒0 ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต ......................................................................................................................................................................... ศึกษากระบวนการอ่าน การอา่ นคำ การอา่ นประโยค รู้หลักภาษา การใช้ประโยค การใชภ้ าษา อา่ นจับ ใจความสำคัญ จากเรื่องที่อ่าน แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน ฝึกอ่านออกเสียงร้อยแก้ว ร้อยกรอง คัดลายมือ ตวั บรรจงครง่ึ บรรทัด ศกึ ษามารยาทในการอ่าน การอา่ นแสดงความคิดเห็นจากสาระที่ไดร้ ับ ผู้เรียน รู้รัก การอ่าน มีวนิ ยั และนำความร้ไู ปใชใ้ นชีวิตประจำวนั ได้ ใช้กระบวนการอา่ นออกเสียงรอ้ ยแก้วและร้อยกรองได้เหมาะสม มีมารยาทในการอ่าน การเขียน และพฒั นาทกั ษะอ่านอย่างถกู ตอ้ งเหมาะสม เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนรกั การอ่าน เห็นคุณค่าของภาษาไทย มีทักษะพื้นฐานการเรียนรู้ มีการคิดวิเคราะห์ พฒั นาตนเอง เรยี บเรยี งความคดิ ขอ้ คิดเห็น นำเสนอได้อยา่ งสร้างสรรค์ ผลการเรียนรู้ 1. วิเคราะห์คุณค่าที่ไดร้ ับจากการอา่ นงานเขยี นอย่างหลากหลายเพื่อนนำไปใชแ้ ก้ปญั หาในชวี ิต 2. ระบุเหตุผลขอ้ เท็จจริงข้อคดิ เห็นจากเรอ่ื งทีอ่ ่าน 3. อ่านออกเสยี งรอ้ ยแกว้ และรอ้ ยกรองไดเ้ หมาะสม 4. มมี ารยาทในการอา่ น การเขยี น 5. พัฒนาทักษะอา่ นอยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม รวมทัง้ หมด ๕ ผลการเรียนรู้

๘๖ คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม ท 2120๒ ภาษาไทยเพอื่ การสื่อสาร ๑ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลา ๒0 ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต ......................................................................................................................................................................... ศึกษาความรูเ้ บอ้ื งต้นเก่ียวกบั การสอื่ สาร โครงสร้าง ความสำคัญ ประเภทและองค์ประกอบในการส่อื สาร การใช้ภาษาเพื่อการติดต่อสื่อสาร ระดับภาษา หลักการใช้คำ หลักการใชป้ ระโยค และการพัฒนาประสิทธภิ าพ ในการสื่อสาร พัฒนาทักษะการฟัง ความสำคัญ จุดมุ่งหมาย ประโยชน์ กระบวนการ และการฟังอย่างมี ประสทิ ธภิ าพ ใช้ทักษะกระบวนการการอ่าน การฟัง ความสำคัญ ลักษณะการอ่าน ประเภทของการอ่าน และอ่าน อยา่ งไรให้มีประสทิ ธภิ าพ เห็นคุณค่าเกยี่ วกับการสื่อสาร การใชภ้ าษาในการติดต่อสื่อสาร นำทักษะภาษาไทยไปใชใ้ นการดำรงชีวิตได้ ถูกต้องเหมาะสม และมีมารยาท ผลการเรยี นรู้ ๑. อธบิ ายความรูเ้ บอื้ งต้นเกี่ยวกับการส่ือสาร ๒. อธิบายหลักการใชภ้ าษาในการตดิ ตอ่ สือ่ สาร ๓. อธบิ ายทกั ษะการฟังอย่างมีประสิทธภิ าพ ๔. อธบิ ายหลกั การอ่านเพอื่ ให้เกิดประสิทธิภาพ ๕. สรปุ การใช้ภาษาในการติดต่อสอ่ื สาร ๖. นำทักษะภาษาไทยไปใชใ้ นการสอ่ื สารได้ถูกต้องเหมาะสม และมีมารยาท ๗. นำความรูเ้ ร่ืองการสื่อสาร ไปใช้ในการดำรงชวี ิต รวมท้งั หมด ๗ ผลการเรียนรู้

๘๗ คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ ท21๒๐๓ สง่ เสริมทกั ษะการอ่าน ๒ กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๒0 ชว่ั โมง จำนวน ๐.5 หน่วยกติ ......................................................................................................................................................................... อ่านขอ้ เขยี นประเภทตา่ ง ๆ และวรรณกรรมรูปแบบต่าง ๆ ทงั้ บันเทงิ คดีและสารคดีที่เป็นรอ้ ย แก้วและร้อยกรอง พิจารณาแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น แยกองค์ประกอบของวรรณกรรม เข้าใจสาร ของผู้แต่งและเห็นคุณค่าของวรรณกรรมที่อ่าน เพื่อให้สามารถแสดงความคิดเห็นเชิงวิจารณ์ในเรื่องที่อ่าน และ สามารถนำความรู้ที่ไดอ้ า่ นมาประยกุ ตใ์ ช้ในการดำเนนิ ชวี ิต และมมี ารยาทในการอ่าน ใช้กระบวนการอา่ น อ่านเรื่องต่าง ๆ อยา่ งเขา้ ใจ โดยแปลความ ตคี วาม ขยายความ และใช้วิจารณญาณใน การอ่าน ใชก้ ระบวนการคดิ วเิ คราะห์อยา่ งหลากหลายเป็นเครื่องมือพัฒนาสมรรถภาพการอา่ นและการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนรักการอ่าน เห็นคุณค่าของของวรรณกรรมที่อ่าน มีทักษะพื้นฐานการแสดงความ คดิ เห็นเชงิ วิจารณ์ตนเอง เรียบเรียงความคิด ข้อคิดเห็น นำเสนอไดอ้ ย่างสรา้ งสรรค์ ผลการเรียนรู้ 1. อ่านเรอ่ื งต่าง ๆ อยา่ งเขา้ ใจ โดยแปลความ ตีความ ขยายความ และใชว้ ิจารณญาณในการอา่ น 2. นำความรู้และประสบการณ์จากการอ่านและแหลง่ เรียนรตู้ ่าง ๆ มาใชใ้ นการพฒั นาสมรรถภาพ การเขยี น การพูด การคดิ ตัดสนิ ใจ แก้ปัญหา ในชีวิตประจำวนั ได้ 3. ใชก้ ระบวนการคดิ วิเคราะหอ์ ย่างหลากหลายเป็นเครือ่ งมือพัฒนาสมรรถภาพการอ่านและ การเรยี นรู้ 4. อา่ นหนังสอื ประเภทต่าง ๆ และวิเคราะหเ์ นอ้ื หา รปู แบบ คณุ ค่าดา้ นดา้ นวรรณศลิ ป์และสงั คม รวมท้งั วจิ ารณ์และประเมินค่าเรื่องที่อ่านได้ 5. เลอื กอา่ นหนังสอื และส่อื สารสนเทศ ทงั้ สื่อสิ่งพมิ พแ์ ละส่อื อิเล็กทรอนกิ ส์ จากแหลง่ เรียนรตู้ ่าง ๆ นำไปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจำวนั ได้ 6. มมี ารยาทในการอา่ น ปลูกฝงั นสิ ัยรกั การอา่ น การใชห้ ้องสมดุ หรือแหล่งการเรยี นรู้เพอ่ื แสวงหา ความรไู้ ด้ รวมทัง้ หมด ๖ ผลการเรยี นรู้

๘๘ คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ ท 2120๔ ภาษาไทยเพื่อการสอ่ื สาร ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๒0 ช่วั โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต ......................................................................................................................................................................... ศึกษาความรู้เรื่องการสื่อสาร โครงสร้าง ความสำคัญ ประเภทและองค์ประกอบในการสื่อสาร ศึกษา ทักษะการเขียน ความสำคัญ ลักษณะการเขียนทด่ี ี การเขียนในรปู แบบต่าง ๆ การเขียนยอ่ หน้า การใช้โวหารใน การเขียน การเขียนรายงาน พร้อมทั้งศึกษาทักษะการพูดและการนำเสนอรายงาน ความสำคัญ หลักการพูดที่ดี การเสรมิ สร้างบุคลิกภาพในการพูด รวมถงึ การพดู ประเภทตา่ ง ๆ ได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม ใช้กระบวนการการส่อื สาร ทั้งทักษะการเขียน หลักการเขียนในรูปแบบตา่ ง ๆ ได้ถกู ตอ้ ง การเขียนย่อหน้า การใชโ้ วหารในการเขียน การเขียนรายงาน พรอ้ มทง้ั ศึกษาทกั ษะการพดู และการนำเสนอรายงาน เหน็ คุณค่า และนำทักษะภาษาไทยไปใช้ในการสอ่ื สารไดถ้ กู ต้องเหมาะสม และมมี ารยาท โดยนำความรเู้ รอื่ งการส่ือสาร ไปใช้ในการดำรงชีวิต ผลการเรยี นรู้ ๑. อธิบายความรูเ้ บ้อื งตน้ เก่ยี วกับการส่อื สาร ๒. อธิบายทกั ษะการเขยี น ๓. อธบิ ายหลกั การเขียนในรปู แบบต่าง ๆ ได้ถูกต้อง ๔. สรปุ การใช้ภาษาในการตดิ ต่อสอื่ สาร ๕. นำทกั ษะภาษาไทยไปใชใ้ นการสื่อสารไดถ้ กู ตอ้ งเหมาะสม และมีมารยาท ๖. นำความรเู้ รื่องการสอ่ื สาร ไปใช้ในการดำรงชวี ิต รวมท้ังหมด ๖ ผลการเรยี นรู้

๘๙ คำอธบิ ายรายวิชาเพิม่ เติม ท๒๒๒๐๑ ส่งเสริมทักษะการเขยี น ๑ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี ๒ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒0 ชว่ั โมง จำนวน 0.๕ หนว่ ยกิต ................................................................................................................................................................... ศึกษาและฝึกเขียนสะกดคำ เขียนเรียงความ เขียนย่อความ เขียนแสดงความคิดเหน็ และมีมารยาทในการ เขียน เพ่ือนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจรริง เปน็ การรกั าไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ และมีนสิ ัยรกั การเขยี น โดยใช้กระบวนการเขยี น ฝกึ ทักษะการเขียนสะกดคำ เขยี นเรียงความ เขียนย่อความและเขียน แสดงความ คิดเห็นจากเร่ืองทีอ่ า่ น เพอื่ ให้ผูเ้ รยี นมพี นื้ ฐานความรู้ทักษะด้านการใช้ภาษาครบทุกด้าน และเรยี นรู้คุณคา่ ทีส่ อดแทรกในบทความ สามารถนำภาษาไทย รวมทั้งคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ดีงามไปใช้ในชีวิตจริงได้ถูกต้องเหมาะสมเพื่อให้ สามารถอยรู่ ่วมกับผู้อื่นในสงั คมไดอ้ ย่างมีความสุข ผลการเรยี นรู้ 1. เขียนสะกดคำ 2. เขยี นเรียงความ 3. เขียนยอ่ ความจากเรือ่ งที่อา่ น 4. เขียนแสดงความคดิ เห็นจากเรือ่ งที่อ่าน 5. มมี ารยาทในการเขยี น รวมทั้งหมด 5 ผลการเรยี นรู้

๙๐ คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ ท 2๒20๒ ภาษาไทยเพ่อื การสอ่ื สาร ๓ กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๒ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๒0 ช่ัวโมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต ......................................................................................................................................................................... ศึกษาเกี่ยวกับหลักการและวธิ กี ารสื่อสารภาษาไทยในภาษาไทย การฟัง การดู และอ่าน และเข้าใจ จาก สื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ คู่มือ ระเบียบ ข้อบังคับ พูดประสานงาน พูดแสดงความคิดเห็น พูดนำเสนอ ใน รปู แบบการบรรยาย อธิบาย สาธติ เขยี นรายงาน การนำเสนอ โดยใชส้ อื่ ประกอบ ใช้กระบวนการการสื่อสารทั้งทักษะการอ่าน การเขียน การฟัง การดู และการพูด การนำเสนอในรูปแบบ ตา่ ง ๆ ได้ เหน็ คุณค่าตอ่ กระบวนการสือ่ สารทัง้ ทกั ษะการอา่ น การเขียน การฟงั การดู และการพูด มีมารยาทและนำไปใช้สื่อสารในชวี ติ ประจำวัน ผลการเรยี นรู้ ๑. แสดงความรู้เกย่ี วกบั หลกั การและวิธกี ารสือ่ สารภาษาไทย ๒. ใชว้ จิ ารณญาณในการรับสารจากการฟงั การดู การอ่าน และนำไปประยุกตใ์ ช้ ๓. พูดประสานงาน แสดงความคดิ เห็น และนำเสนอในรปู แบบตา่ ง ๆ ได้ ๔. เขยี นรายงาน และสอื่ ประกอบการนำเสนอตามหลักการเขียน รวมทั้งหมด ๔ ผลการเรียนรู้

๙๑ คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม ท๒๒๒๐๓ สง่ เสริมทักษะการเขยี น 2 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๒0 ช่ัวโมง จำนวน 0.๕ หนว่ ยกติ ......................................................................................................................................................................... ศึกษาวามหมายและความสำคัญของการเขียน การเขยี นรปู แบบต่าง ๆ การเขียนบันทกึ การเขยี นย่อความ การเลือกใช้คำ ประโยค สำนวนโวหารให้เหมาะสมกับเนื้อเรื่องและโอกาส การเขียนลำดับความใหผ้ ู้อ่านได้รับสาร อยา่ งถูกต้องชัดเจน การเขียนเรยี งความ ตลอดจนการแตง่ บทรอ้ ยกรองอยา่ งงา่ ย ๆ โดยการสอนแบบบรรยาย การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ การศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเอง การเขียนสรุปเน้อื หา จากการอา่ นงานประพันธแ์ บบต่าง ๆ หรือการฟังขา่ วสารเรอ่ื งราวต่าง ๆ อกี ท้ังให้ผู้เรียนฝึกเขยี นวิเคราะห์ แสดงวาม คิดเหน็ และความรสู้ ึกในเชงิ สร้างสรรค์ เพื่อให้มีความใฝ่รู้ใฝ่เรียนเพิ่มพูนทักษะการเขียนในรูปแบบต่าง ๆ สามารถเขียนแสดงความต้องการ ความคดิ และความรูส้ กึ ไดถ้ กู ต้องตามมารยาทและธรรมเนยี มนิยม และมีความรับผิดชอบตอ่ เร่อื งท่ีเขยี น ผลการเรยี นรู้ 1. บอกหลกั การและทกั ษะการเขียนบันทกึ ได้ 2. บอกหลักเกณฑแ์ ละทกั ษะการเขียนได้ 3. เรียบเรยี งประโยคได้สละสลวยและถูกตอ้ งตามหลกั ภาษา 4. สามารถถา่ ยทอดความรู้ ความคดิ อารมณ์ ความรู้สกึ ผา่ นงานเขยี นได้ รวมทั้งหมด ๔ ผลการเรียนรู้

๙๒ คำอธบิ ายรายวชิ าเพิม่ เตมิ ท2๒20๔ ภาษาไทยเพ่ือการสื่อสาร ๔ กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๒0 ช่ัวโมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต ......................................................................................................................................................................... ศึกษาหลักเกณฑ์แนวคิดของการสื่อสาร พัฒนาทักษะของการใช้ภาษาไทย ฝึกทักษะเกี่ยวกับการใช้ ภาษาไทย ส่อื สารอยา่ งมศี ิลปะ ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ กาลเทศะ บุคคล และโอกาส วิเคราะห์ ประเมินค่าสารจาก การฟัง การดู การอา่ น การนำเสนอขอ้ มลู การพดู ในโอกาสต่าง ๆ ของสงั คม การเขียนเรยี งความ ย่อความ การใช้ ภาษาไทยให้เกิดประโยชนใ์ นการดำเนินชวี ิต ใช้กระบวนการการสื่อสารทั้งทักษะการอ่านการนำเสนอข้อมูล การเขียน การฟัง การดู และการพูดใน โอกาสตา่ ง ๆ ของสงั คม เห็นคุณคา่ ต่อกระบวนการสือ่ สารท้งั ทกั ษะการอ่าน การเขยี น การฟัง การดู และการพูด มมี ารยาทและนำไปใช้ส่ือสารในชีวิตประจำวัน ผลการเรยี นรู้ ๑. ผเู้ รียนสามารถบอกแนวคิดพ้นื ฐานของการส่ือสาร ๒. ผ้เู รยี นมที กั ษะทางดา้ นการพดู สามารถพูดไดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม ๓. ผูเ้ รียนมีทักษะทางดา้ นการฟัง สามารถฟังและคิดอย่างมีวิจารณญาณ ๔. ผู้เรียนมที กั ษะทางด้านการอ่าน สามารถอา่ นไดอ้ ยา่ งถูกต้อง ๕. ผู้เรียนมีทกั ษะทางดา้ นการเขยี น สามารถเขยี นงานเชงิ สร้างสรรคไ์ ด้ ๖. ผเู้ รยี นสามารถนำความรู้ท่ไี ดร้ บั ไปประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตประจำวันได้ รวมท้งั หมด ๖ ผลการเรยี นรู้

๙๓ คำอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เตมิ ท๒๓๒๐๑ หลักการใชภ้ าษาไทย ๑ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกติ ........................................................................................................................................................... ศึกษาหลกั การใชภ้ าษาไทย เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษาและ พลังของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ิของชาติ มคี วามรู้ความเข้าใจเก่ียวกับ เสียง ในภาษาไทย การสร้างคำ ชนิดและหน้าที่ของคำ คำที่มาจากภาษาต่างประเทศ และประโยคซับซ้อน เพ่ือ พัฒนาทักษะการใช้หลักภาษาไทย เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา มี วนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มีความมงุ่ มน่ั ในการทำงาน แสวงหาความรู้ในการพฒั นาตนเองตอ่ ไป โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบบรู ณาการ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการกลมุ่ กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการเรยี นรู้ความเขา้ ใจ เพ่อื ให้ เกิดความรู้ มีการใช้ทกั ษะชวี ิต ในการใชเ้ ทคโนโลยี เป็นผูใ้ ฝ่รู้ใฝ่เรียน มุง่ มัน่ ในการทำงาน รักความเป็นไทย มี คณุ ธรรม จริยธรรม และค่านยิ มท่เี หมาะสม เห็นคุณค่าของการหลักการใชภ้ าษา ที่เป็นภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัตขิ องชาติ และนำไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวติ ประจำวัน ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายลกั ษณะของเสยี งในภาษาไทย 2. สร้างคำในภาษาไทย 3. วิเคราะห์ชนิดและหนา้ ทีข่ องคำใน ประโยค 4. จำแนกและใช้คำภาษาต่างประเทศ ที่ใช้ในภาษาไทย 5. วเิ คราะหโ์ ครงสร้างประโยคซับซ้อน รวมทั้งหมด ๔ ผลการเรยี นรู้

๙๔ คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เติม ท๒๓๒๐๒ หลกั การใชภ้ าษาไทย ๒ กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๒0 ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต ......................................................................................................................................................................... ศกึ ษาหลักการใช้ภาษาไทย เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษาและ พลงั ของภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติ มีความรคู้ วามเขา้ ใจเกีย่ วกับ ระดับ ภาษา คำทับศพั ท์ คำศัพทบ์ ญั ญัติ คำศพั ท์ทางวิชาการ คำราชาศพั ท์ และโคลงสี่สภุ าพ เพอ่ื พัฒนาทักษะการใช้ หลักภาษาไทย เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มี ความมงุ่ มัน่ ในการทำงาน แสวงหาความรใู้ นการพฒั นาตนเองต่อไป โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบบรู ณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการเรยี นรขู้ องตนเอง กระบวนการกลมุ่ กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการเรียนร้คู วามเข้าใจ เพื่อให้ เกิดความรู้ มีการใช้ทักษะชีวิต ในการใช้เทคโนโลยี เปน็ ผู้ใฝร่ ู้ใฝเ่ รียน มงุ่ มั่นในการทำงาน รกั ความเป็นไทย มี คณุ ธรรม จริยธรรม และคา่ นิยมท่เี หมาะสม เห็นคุณค่าของการหลักการใช้ภาษา ที่เป็นภูมิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ และนำไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ิตประจำวนั ผลการเรยี นรู้ 1. วเิ คราะหร์ ะดับภาษา 2. ใช้คำทับศพั ท์และศัพท์บญั ญตั ิ 3. อธบิ ายความหมายคำศัพท์ทางวิชาการและวชิ าชพี 4. ใชค้ ำราชาศพั ท์ 5. แตง่ บทร้อยกรอง รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรยี นรู้

๙๕ คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ ท3๑๒01 การอา่ นและพิจารณาวรรณกรรม ๑ กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ภาคเรียนท่ี 1 เวลา ๒0 ช่วั โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ ......................................................................................................................................................................... ศึกษาการอธิบายประโยชน์จากการอ่าน บอกความหมายของวรรณกรรม วรรณคดี และวรรณศิลป์ บอก ความหมายของสารคดี แยกหรืออธิบายประเภทและรูปแบบของสารคดี บอกส่วนประกอบตา่ ง ๆของสารคดีได้ บอก จุดประสงค์หรือบอกกลวิธีของ การเสนอเรื่อง แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น จากบทความ บอกความหมาย ประโยชน์และคุณคำจากเรื่องท่ีอ่าน บอกองค์ประกอบของเรอื่ งสน้ั บอกลักษณะหรืออธิบายองค์ประกอบนวนิยาย บอกขอ้ แตกต่างระหวา่ งบทละครและงานประพันธ์อน่ื บอกขอ้ ดีหรือขอ้ เสยี ของวรรณกรรมท่ีอ่านบอกประเภทของ คาประพันธ์ บอกความแตกต่างของวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรอง การอ่านข้อเขียนประเภทต่าง ๆ และ วรรณกรรมรปู แบบตา่ ง ๆ ท้งั บันเทิงคดีและสารคดีทเี่ ป็นรอ้ ยแก้วและร้อยกรอง พิจารณาแยกขอ้ มูลเทจ็ จรงิ ออกจาก ความคิดเห็น แยกองคป์ ระกอบของวรรณกรรม เพื่อใหส้ ามารถแสดงความคิดเหน็ ในเร่ืองทอ่ี ่าน เข้าใจสารของผู้แต่ง และเห็นคุณคำของวรรณกรรมท่อี า่ น ใช้กระบวนการอา่ น การเขยี น ทักษะการฟังและดู การพดู และกระบวนการคดิ ในการอ่านออกเสยี งรอ้ ย แก้ว ร้อยกรอง ตีความ แปลความ ขยายความ วิเคราะห์ วิจารณ์ ประเมินค่า วรรณคดี วรรณกรรม และ วรรณศลิ ปไ์ ทย เหน็ คณุ คา่ ประโยชนจ์ ากการอ่าน ท้งั วรรณคดี วรรณกรรม และวรรณศิลปไ์ ทย ทเ่ี ปน็ สมบัติและมรดกทาง วฒั นธรรม และชว่ ยกนั ธำรงไว้ให้คงม่นั ผลการเรียนรู้ 1. อธบิ ายประโยชน์จากการอา่ น บอกความหมายของวรรณกรรม วรรณคดี และวรรณศิลป์ 2. บอกความหมายของสารคดี แยก /อธิบายประเภทและรปู แบบของสารคดี บอกสว่ นประกอบ ต่าง ๆของสารคดีได้ 3. บอกจดุ ประสงค/์ บอกกลวิธีของ การเสนอเรื่อง แยกข้อเท็จจริงและขอ้ คิดเห็น จากบทความ บอกประโยชนแ์ ละคณุ คำจากเรื่องทีอ่ ่าน 4. บอกองค์ประกอบของเรือ่ งสัน้ บอกลกั ษณะ/อธบิ ายองคป์ ระกอบนวนยิ าย 5. บอกข้อแตกต่างระหวา่ งบทละครและงานประพนั ธ์อน่ื บอกขอ้ ด/ี ข้อเสยี ของวรรณกรรมที่อ่าน 6. บอกประเภทของคำประพันธ์ บอกความแตกตา่ งของวรรณกรรมรอ้ ยแก้วและร้อยกรอง รวมทง้ั หมด 6 ผลการเรยี นรู้

๙๖ คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ ท3๑๒0๒ การพูดและการเขียนเชงิ สร้างสรรค์ ๑ กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี ๔ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๒0 ช่วั โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต ......................................................................................................................................................................... ศึกษา สืบค้นและวิเคราะห์ การใช้ถ้อยคำให้ถูกต้อง สำนวน ประโยค โวหาร ภาพพจน์ ระดับภาษา การ เลือกใช้ถ้อยคำให้เหมาะสมกับระดับภาษา การพูดเพื่อการสื่อสาร ความสำคัญของการพูด การพูดต่อหน้า สาธารณชน การเรียบเรียงบทพูด การพูดเล่าเรื่อง การพูดบรรยาย การพูดโน้มน้าวใจ การพูดนำเสนอ การ สร้างสรรค์งานสารตั ถคดี การเขียน การสรา้ งสรรค์บทความ การสรา้ งสรรค์สารคดี การสรา้ งสรรค์งานบันเทิงคดี ประเภทของงานบันเทิงคดี การสร้างสรรค์นิทาน การสร้างสรรค์บทร้อยกรอง การเขียนโฆษณา การเขียน ประชาสัมพันธ์ การสรุปความแสดงความคดิ เห็น และแสดงความรสู้ ึก โดยใช้ทักษะกระบวนการแสวงหาความรู้ และกระบวนการปฏบิ ัติ ทักษะการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ ทกั ษะ การคดิ อย่างสร้างสรรค์ ทกั ษะดา้ นความรว่ มมือและการทำงานเปน็ ทมี ทกั ษะดา้ นการส่ือสารและรูเ้ ทา่ ทนั ส่อื เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในการใช้ภาษาไทยอย่างสรา้ งสรรค์ เลือกใช้ภาษาไทยในการพดู และการเขียน ตามหลักการที่ถูกต้อง มีทักษะในการใช้ภาษาไทย พัฒนาตนเองและนำไปปรับใช้ในการประกอบอาชพี ในอนาคต เหน็ คณุ ค่าความสำคัญของการใชภ้ าษาไทย มที ักษะในการพูดเชิงสร้างสรรค์ตามรูปแบบและหลักการพูด เขียนเชิง สรา้ งสรรค์ตามรปู แบบและหลักการเขียนไดถ้ ูกต้อ ผลการเรียนรู้ ๑. อธิบายความสำคัญของการเลือกใชถ้ อ้ ยคำ สำนวนและประโยคได้ ๒. เลือกใชถ้ อ้ ยคำ สำนวน และเรยี บเรียงประโยคได้ถกู ตอ้ งตามความหมายและบรบิ ทของการสื่อสาร ๓. อธบิ ายความสำคญั และลกั ษณะเฉพาะของการใชโ้ วหาร ภาพพจน์ และระดับภาษาได้ ๔. ใช้ทกั ษะการเขยี นโวหาร ภาพพจน์ และระดบั ภาษาสร้างสรรคข์ ้อความไดถ้ กู ตอ้ ง ๕. อธิบายวิธีการพูดเลา่ เร่ือง การบรรยาย การพดู โน้มนา้ วใจ และการนำเสนอผลงานได้ ๖. พูดเลา่ เร่อื ง บรรยาย พูดโนม้ นา้ วใจ และนำเสนอผลงานได้อยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม ตลอดจนมี มารยาทในการพูดและการนำเสนอผลงาน ๗. อธบิ ายวธิ กี ารวางโครงเรือ่ ง การเขียนย่อหนา้ และลักษณะพาะของสารัตถคดปี ระเภทต่าง ๆ ได้ ๘. ระบุข้ันตอนการสรา้ งสรรค์งานเขียนสารตั ถคดี และสรา้ งสรรค์งานเขยี นสารัตถคดไี ดถ้ ูกต้อง ตามรูปแบบและหลกั การ ๙. อธบิ ายองค์ประกอบ ขนั้ ตอนการสรา้ งสรรค์งานบันเทงิ คดี และวเิ คราะห์ลกั ษณะภาษาทใ่ี ชใ้ น งานบันเทิงคดไี ด้ ๑๐. สรา้ งสรรค์งานบนั เทงิ คดไี ด้ถกู ต้องตามรูปแบบและหลักการ ๑๑. อธิบายลกั ษณะการใช้ภาษาเพื่อการเขยี นโฆษณา ประชาสมั พันธ์ สรปุ ความ แสดงความ คิดเหน็ และแสดงความรสู้ กึ ได้ ๑๒. เขยี นโฆษณา ประชาสมั พนั ธไ์ ด้ตรงตามวตั ถปุ ระสงค์ และเขยี นสรปุ ความ แสดงความคิดเห็น แสดงความรู้สกึ ได้ถกู ตอ้ ตามหลกั การใช้ภาษา รวมทง้ั หมด ๑๒ ผลการเรียนรู้

๙๗ คำอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เติม ท3๒๒0๑ ประวตั ิวรรณคดี ๑ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๕ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๒0 ชวั่ โมง จำนวน 0.๕ หน่วยกิต ......................................................................................................................................................................... ศึกษา ค้นคว้า สรปุ เน้อื หา ความหมาย ความสำคัญ ประเภท ลักษณะ และภมู ิหลงั ของวรรณคดีสมัย สุโขทัย วรรณคดีสมัยอยุธยาตอนต้น วรรณคดสี มัยอยธุ ยาตอนกลาง และวรรณคดีสมยั อยุธยาตอนปลาย คุณค่าของ วรรณคดี กวีและผลงานในสมยั สโุ ขทัยจนถึงสมัยอยุธยาตอนปลาย โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมลู เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะวรรณคดี สมยั สุโขทัยและสมยั อยุธยา เกิดความซาบซึ้ง ตระหนักรักความเป็นไทย รู้คุณค่า มีวามภาคภูมิใจในภูมิปัญญาอันเป็นมรดกทาง วฒั นธรรมของชาติสบื ทอดมาแตบ่ รรพบรุ ุษ ตลอดจนเป็นพื้นฐานในการศึกษาตอ่ ในระดบั ช้ันทส่ี ูงข้นึ ต่อไป ผลการเรียนรู้ ๑. อธบิ ายลกั ษณะ ภมู หิ ลงั รูปแบบของวรรณคดีสมัยสโุ ขทยั และสมัยอยุธยา ๒. วเิ คราะห์ จำแนก และแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกบั ลกั ษณะของวรรณคดสี มัยสโุ ขทยั และอยุธยา ๓. วิเคราะหเ์ ชื่อมโยงวรรณคดีกบั การเรียนรทู้ างประวัติศาสตร์และวิถีชวี ติ ของคนในอดตี ๔. มสี ่วนรว่ มในการอนรุ กั ษแ์ ละเผยแพร่วรรณคดีไทยในสมัยสโุ ขทยั และสมยั อยธุ ยา รวมทัง้ หมด ๔ ผลการเรยี นรู้

๙๘ คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเตมิ ท3๒๒0๒ การประพนั ธ์กลอนและโคลง ๑ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๕ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๒0 ช่ัวโมง จำนวน 0.๕ หนว่ ยกิต ......................................................................................................................................................................... ศึกษาความหมาย รูปแบบ ประวัติความเป็นมา ประเภทและวิวัฒนาการของร้อยกรองไทยในอดีตจนถึง ปจั จบุ นั โดยสามารถอธบิ าย ระบปุ ระเภท เปรยี บเทียบ ยกตวั อยา่ งได้ และบอกคณุ ค่าของรอ้ ยกรอง ศึกษาความหมายของฉนั ทลกั ษณ์ของคำประพนั ธ์ประเภทกลอนและโคลงได้ สามารถอธบิ าย ยกตัวอย่างฉนั ทลักษณ์ ของคำประพันธแ์ ต่ละประเภทกลอนและโคลงได้ ฝกึ ทักษะการแตง่ คำประพันธ์ประเภท กลอนและโคลง โดยคำนงึ ถึงลกั ษณะบังคับ ความงาม ความไพเราะ ของถ้อยคำ การแสดงออกทางอารมณ์ เนื้อหามีคุณค่าทางความคิดโดยใช้กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการสังเกต กระบวนการคิดสรา้ งสรรค์และกระบวนการกลมุ่ เพอื่ ให้เกิดความรู้ ความเขา้ ใจ เกิดทักษะในการเขยี นเปน็ พื้นฐานใน การศกึ ษาในระดบั ทส่ี งู ขน้ึ มคี วามซาบซ้ึง ตระหนักรักความเป็นไทย ภูมิใจในภูมิปญั ญาทางภาษา เป็นการสบื ทอดวฒั นธรรมทางภาษา อนั จะนำไปสกู่ ารอนุรกั ษ์และพัฒนาการแตง่ รอ้ ยกรองใหค้ งอยสู่ ืบไป ผลการเรยี นรู้ ๑. อธิบายวิวัฒนาการของรอ้ ยกรองไทยในอดตี ถึงปัจจบุ ันได้ ๒. อธิบายความหมาย ประวตั ิความเปน็ มาและระบุประเภทของรอ้ ยกรองได้ ๓. อธิบายคุณคา่ และความสำคญั ของรอ้ ยกรองทม่ี ีต่อผูแ้ ต่ง ผ้อู ่านและสงั คมได้ ๔. ระบุความงามของร้อยกรองประเภทกลอนและโคลงได้ ๕. อธิบายฉนั ทลกั ษณ์หรือลกั ษณะบังคบั ของร้อยกรองประเภทกลอนและโคลงได้ ๖. แต่งรอ้ ยกรองประเภทกลอนและโคลงได้ รวมทงั้ หมด 6 ผลการเรยี นรู้

๙๙ คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม ท33๒0๑ หลักการใชภ้ าษาไทย ๑ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 6 ภาคเรียนที่ ๑ เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต ......................................................................................................................................................................... ศึกษาหลักการใช้ภาษาไทยเรื่องธรรมชาติของภาษา กำเนิดของภาษา ไตรยางค์ อักษรควบ อักษรนำ คำเป็น คำตาย เปรียบเทียบลักษณะของคำไทยแท้กับคำภาษาอื่น บอกลักษณะของคำไทยแท้และคำที่มาจาก ภาษาอื่น ศึกษาวิเคราะห์ลักษณะของภาษาต่างประเทศในภาษาไทย ทั้งศึกษาความหมายและประเภทโวหาร ภาพพจน์ ทง้ั สามารถเลอื กใช้คำ กลมุ่ คำ มาแต่งประโยคความเดยี ว ความรวม และความซ้อน ไดอ้ ยา่ งถกู ต้องและ สร้างสรรค์ สามารถเขียนรายงานตา่ ง ๆ และสามารถใช้ระดับภาษาถูกต้องเหมาะสมกับกาลเทศะ ซึ่งก่อให้เกดิ ระ โยชน์ในการส่อื สารและนำไปใชใ้ นชวี ิตประจำวนั โดยใช้กระบวนการคดิ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการสรา้ งความตระหนกั กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการกลุ่ม เพื่อให้เกิดความรู้ มีมรรยาทในการ อ่าน การเขยี น การฟัง การดู การพูด มีความสามารถในการส่อื สาร ในการดำรงชวี ิต เป็นผู้ใฝร่ ใู้ ฝเ่ รยี น มุ่งม่ัน ในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย มคี ุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม เห็นคุณค่าและประโยชน์ของการหลักการใช้ภาษา ที่เป็นภูมิปัญญาทางภาษาของคนไทย ทั้งอนุรักษ์ สืบ ทอด ภาษาไทยไว้ใหเ้ ป็นสมบัติของชาติสืบต่อไป โดยนำหลกั ภาษาไทยไปใช้ในชีวิตประจำวัน ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทถ่ี กู ต้องเหมาะสมตามกาลเทศะ ผลการเรยี นรู้ 1. มีความรู้ความเข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและการกำเนิดของภาษา 2. มคี วามรคู้ วามเข้าใจกำเนิดของภาษาได้อยา่ งถูกต้อง 3. มคี วามรู้ความเขา้ ใจไตรยางค์ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง 4. มีความรู้ความเข้าใจและสามารถวเิ คราะหอ์ ักษรควบ อกั ษรนำ คำเป็น คำตายได้ 5. ศกึ ษาและวเิ คราะห์ลักษณะของคำไทยแท้และคำท่ีมาจากภาษาอ่นื ได้ 6. ศกึ ษาและวิเคราะหล์ ักษณะของภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย ๗. ศึกษาความหมายโวหารภาพพจน์ และประเภทของโวหารได้ 8. ศกึ ษาและวิเคราะหช์ นิดและหนา้ ที่ของคำชนิดตา่ ง ๆ ได้ ๙. มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกีย่ วกบั หลกั เกณฑก์ ารเขยี นรายงาน และสามารถเขียนรายงานตาม หลักเกณฑ์ได้อยา่ งถูกตอ้ ง ๑๐. มคี วามรู้ความเข้าใจในการวเิ คราะห์ และเลอื กใชค้ ำได้อยา่ งเหมาะสม ๑๑. มีความรู้ความเข้าใจเก่ยี วกบั ระดับภาษาละใชร้ ะดบั ภาษาได้ถูกตอ้ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ รวมทง้ั หมด 11 ผลการเรยี นรู้

๑๐๐ คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม ท33๒0๒ หลักการใชภ้ าษาไทย ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หน่วยกติ ......................................................................................................................................................................... ศกึ ษาอิทธิพลทม่ี ตี ่อภาษาไทยและการเพ่ิมคำ ศกึ ษาความหมายโวหาร และประเภทของโวหาร ต่าง ๆ วิเคราะห์ชนิดและหน้าที่ของคำชนิดต่าง ๆ โดยมีความรู้การอ่านจับใจความ หลักการอ่านจับใจความ และ วิธีการจับใจความสำคัญ ศึกษาและฝึกปฏิบัติการเขียนรูปแบบต่าง ๆ โดยใช้ภาษาสำนวนโวหารเหมาะสมกับเน้ือ เรื่องและโอกาส มีความรู้ความหมาย ประเภท หลักการในการเขียนบันทึก การเขียนประกาศ และการเขียน จดหมายตามรปู แบบต่าง ๆ ทัง้ จดหมายส่วนตัว จดหมายกจิ ธรุ ะ จดหมายสมคั รงาน และหนังสือราชการ การเขียน เรียงความตามส่วนประกอบของการเขียนเรียงความ และการเขียนย่อความตามรูปแบบและย่อความที่ได้ใจความ ครบถ้วน โดยใชก้ ระบวนการคดิ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการกลุ่ม เพื่อให้เกิดความรู้ มีมรรยาทในการ อา่ น การเขยี น การฟัง การดู การพดู มคี วามสามารถในการสือ่ สาร ในการดำรงชีวติ เปน็ ผใู้ ฝ่รู้ใฝเ่ รียน มุ่งม่ัน ในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย มคี ุณธรรมจรยิ ธรรมและค่านยิ มท่ีเหมาะสม เห็นคุณค่าและประโยชน์ของการหลักการใช้ภาษา ที่เป็นภูมิปัญญาทางภาษาของคนไทย ทั้งอนุรักษ์ สืบ ทอด ภาษาไทยไว้ใหเ้ ป็นสมบตั ิของชาติสืบตอ่ ไป โดยนำหลักภาษาไทยไปใช้ในชวี ิตประจำวนั ให้เกดิ ประโยชน์สูงสุด ทีถ่ กู ตอ้ งเหมาะสมตามกาลเทศะ ผลการเรยี นรู้ ๑. ศึกษาอทิ ธพิ ลท่ีมีตอ่ ภาษาไทยและการเพิ่มคำ ๒. ศึกษาความหมายโวหาร และประเภทของโวหารตา่ ง ๆ ๓. วเิ คราะห์ชนิดและหนา้ ที่ของคำชนดิ ตา่ ง ๆ ๔. มีความรกู้ ารอ่านจับใจความ หลักการอ่านจบั ใจความ และวิธกี ารจบั ใจความสำคัญ ๕. มีความรู้ความเข้าใจเกย่ี วกับความหมาย ประเภท หลักการเขยี นบนั ทกึ และสามารถเขยี น บนั ทกึ ไดถ้ กู ตอ้ งตามรปู แบบ ๖. มีความรู้ความเขา้ ใจเกยี่ วกับหลกั การเขียนประกาศรปู แบบต่าง ๆ และสามารถเขียนประกาศได้ ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ๗. มีความร้คู วามเขา้ ใจเก่ียวกบั หลักการเขยี นจดหมายและเขยี นจดหมายได้อยา่ งถกู ต้องตาม รปู แบบการเขยี นจดหมาย ๘. มีความรคู้ วามเขา้ ใจเก่ียวกับหลักเกณฑ์ทวั่ ไปในการเขียนเรยี งความ และสามารถเขยี น เรียงความไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ ๙. มีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกบั ลักษณะของย่อหนา้ และสามารถเขียนย่อหน้ารูปแบบตา่ ง ๆ ได้ อยา่ งถกู ต้อง รวมทัง้ หมด ๙ ผลการเรียนรู้


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook